51 - พระราชบ ัญญัติสภาความม ันคงแห ่งชาติ fi พ.ศ.2502 ให้สภาความม ันคง fi แห่งชาติ มีหน้าทีfiให้คําปรึกษาแก ่คณะรัฐมนตรีเกีfiยวก ับนโยบายต่างประเทศ นโยบายการทหารก ับ การเศรษฐกิจและอืfiนๆเกีfiยวก ับความม ันคงแห ่งชาติ fi - พระราชบ ัญญัติกฎอ ัยการศ ึก พ.ศ.2457 ให้อํานาจทหารมี อ ํานาจดักฟั งทางโทรศ ัพท์ได้ เฉพาะในภาวะไม่ปกติ เช่น สงคราม - พระราชบ ัญญัติวิทย ุคมนาคม พ.ศ. 2498 แก้ไขเพิfiมเติม (ฉบ ับทีfi 3) พ.ศ.2535 มาตรา 17 ห้ามไม ่ให้ดักข่าววิทย ุคมนาคมท ีfiมิได้มุ ่งหมายเพืfiอประโยชน์สาธารณะหรือ ท ีfiอาจก ่อให้เก ิดความเสียหายแก ่ประเทศชาติหรือประชาชน - พระราชบ ัญญัติป้ องและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 แก้ไข เพิfiมเติม (ฉบ ับทีfi 4) พ.ศ.2545 มาตรา 14 จ ัตวา ให้อํานาจในการด ักฟังสืfiอทีfiส ่งทางโทรศ ัพท์ ไปรษณีย ์ โทรเลข เครืfiองมือ หรืออ ุปกรณ์ในการสืfiอสาร สืfiออิเล็กทรอน ิกส์ หรือสืfiอทางเทคโนโลยี สารสนเทศใด ซ ึงเป็ นการเข้าถึงข้อมูลข ่าวสาร fi และรวมถ ึงคอมพ ิวเตอร์ซ ึfiงเป็ นการยกเว้นหล ักการใน ร่างพระราชบ ัญญัติว ่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพ ิวเตอร์ทีfiมีการห้ามด ักรับข้อมูลท ีfiมีการส่ง ผ ่าข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ เฉพาะการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติดซึfiงไม่ใช ่ท ุกฐานความผิด แต่เป็ นการกําหนดเฉพาะฐานความผิดทีfiสําค ัญซ ึfiงไม่รวมความผิดฐานเสพ ครอบครอง โดย เน้นหน ักไปในเรืfiองของลักษณะข่ายงานทีfiสําค ัญ มีการรวมต ัวเป็นองค์กรอาชญากรรม โดยร้องขอ ต ่อเลขาธิการ ป.ป.ส. เพืfiออน ุม ัติให้มีการด ักฟังแล้ว อธิบดีผ ู้พิพากษาศาลอาญาเป็ นผู้อน ุญาตให้ ด ักฟังคราวละไม่เกิน 90 ว ัน และสําน ักงาน ป.ป.ส. เป็ นหน ่วยงานกลางเก็บร ักษาข้อมูลเพืfiอใช้ ประโยชน์ในการสืบสวนในทางคด ีและเป็ นพยานหลักฐานในศาล กรณีการด ักฟังข้อมูลข่าวสารในความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติดและมี ข้อมูลข่าวสารท ีfiได้จากการด ักฟังเป็ นการกระทําความผิดประเภทอ ืfiน ข้อมูลข่าวสารทีfiได้รับจากการ ด ักฟังสามารถนํามาใช้เป็ นพยานหล ักฐานลงโทษกล ุ่มอาชญากรรมทีfiกระท ําผิดประเภทอ ืfiนได้ หรือไม่ ความเห ็นแรก การตีความต้องตีความตามถ้อยคําตามตัวอ ักษร ข้อมูลข ่าวสารท ีfiได้ รับก็ไม่ สามารถใช้เป็ นพยานหล ักฐานในศาลได้เนืfiองจากเป็ นการได้โดยมิชอบและความผิดไม่ใช ่ความผิด ยาเสพติด แต่สามารถนําไปใช้เป็ นข่าวสารในการสืบสวนสอบสวนเก ีfiยวก ับการกระทําความผิด ประเภทน ันได้ fi เพืfiอหาพยานหลักฐานอืfiนมาใช้ลงโทษ ด ังน ันfiพยานหล ักฐานทีfiได้รับ จ ึงไม่สามารถ น ํามาใช้เป็ นพยานหลักฐานในคดีได้ ความเห็นทีfiสอง ว ัตถ ุประสงค์เป็นการป้ องก ันและปราบปราม อาชญากรรม กล ุ่มเครือข่ายอาชญากรรมหรือองค์กรอาชญากรรมดําเนินการทีfiไม่ชอบด้วย กฎหมายท ุกประเภท เมืfiอข้อมูลข่าวสารท ีfiได้รับเจ้าหน้าท ีfiอาจต้องรับผิดฐานละเว้นต่อหน้าทีfiได้ ด ังน ันfiข้อมูลข่าวสารไม่เกีfiยวข้องก ับยาเสพติดก ็นํามาใช้ประโยชน์และรับฟังเป็ นพยานหลักฐานใน ศาลได้
52 - พระราชบ ัญญัติป้ องก ันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 46 ให้อํานาจการเข้าถ ึงข้อมูลข่าวสารจําก ัดเพียงบ ัญชีลูกค้าของสถาบ ันการเงิน เครืfiองมือ หรืออุปกรณ์ในการสืfiอสาร หรือเครืfiองคอมพิวเตอร์ ถ ูกใช้หรืออาจถ ูกใช้เพืfiอประโยชน์ในการกระทํา ความผิดฐานฟอกเงินคือ ความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด ความผิดเก ีfiยวก ับเพศทีfiเก ีfiยวก ับหญิงและเด็ก เพืfiอการค้าประเวณี ความผิดเกีfiยวก ับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกีfiยวก ับการย ักยอกทรัพย ์หรือ ฉ้อโกงทรัพย์ทีfiเก ีfiยวก ับสถาบ ันการเงิน ความผิดต่อตําแหน ่งหน้าทีfiราชการ (คอร์รัปช ันfi) ความผิด เกีfiยวก ับกรรโชกหรือรีดเอาทรัพย ์โดยอาศ ัยอํานาจอ ังยี fifiหรือซ ่องโจร (กลุ่มองค์กรอาชญากรรม) ความผิดเกีfiยวก ับการลักลอบหนีศุลกากร เมืfiอมีเหตุอ ันควรเชืfiอว ่าแล้ว พน ักงานเจ้าหน้าทีfiโดยรับ มอบหมายจากเลขาธิการ ป.ป.ง. ย ืfiนคําร้องต่อศาลแพ ่งเป็ นผู้อน ุญาตครังละไม่เกิน fi 90 ว ัน และ ข้อมูลข่าวสาร บ ัญช ี หรือคอมพ ิวเตอร ์ ทีfiได้รับสามารถใช้เป็นพยานหล ักฐานในศาลได้ จากบทบ ัญญัติของกฎหมายตามท ีfiได้กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว ่า ประเทศไทยไม ่ได้ให้อํานาจในการด ักฟังไว้ช ัดเจน เฉพาะในเรืfiองการด ักฟังเก ีfiยวก ับยาเสพติด และ ความผิดฐานฟอกเงินเท ่าน ันfiซ ึfiงท ังสองบทบ ัญญ ัติด ังกล ่าว fi อารัมภบทของกฎหมายท ังสองฉบ ับ fi ระบุว ่า เป็ นกฎหมายท ีfiกระทบเกีfiยวก ับสิทธิของบ ุคคลตามรัฐธรรมน ูญ ผลของการด ักฟังการสนทนาทางโทรศ ัพท์ทีfiมิชอบด้ วยกฎหมาย พยานหล ักฐานทีได้มาก็เป็นพยานหล ักฐานท ี fi fiได้มาโดยมิชอบ (illegal obtained evidence) เพราะ เป็ นการฝ่ าฝื นบทบ ัญญัติทีfiเป็ นบทบ ังคับซ ึfiงค ุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเอกชนจะกระทําได้ภายใต้ เงืfiอนไขความจ ําเป็ นบางประการเท ่าน ันfiและบทบ ัญญ ัติทีfiเป็ นรายละเอียดของวิธีปฏิบ ัติตาม ข้อบ ังค ับเป็ นการพิส ูจน์ความจริงเท ่าน ันfiส่วนหล ักผลไม้ของต้นไม้เป็ นพิษถ ือว่า กรณีใดท ีfiเป็ นกรณี พยานหล ักฐานห้ามรับฟังแล้วผลของการน ันต่อๆ fi มาทีfiได้มาโดยทางอ้อมจะเสียไปท ังน ั fiนfiหล ักทีfi เรียกก ันว ่า “fruit of the poisonous tree doctrine” ในศาลอเมริก ันได้วางหลักไว้แน ่นอนว่า พยานหล ักฐานทีได้มาโดยมิชอบรับฟังไม ่ได้ fi โดยให้เหตุผลว่าเมืfiอต้นตอหรือแหล่งกําเนิดท ีfiทําให้ได้ พยานมาเป็ นสิfiงท ีfiไม่ชอบแล้ว พยานน ันก ็ย่อมเป็ นสิ fi fiงทีfiไม่ชอบไปด้วย เปรียบเสมือนผลไม้อ ันเกิด จากต้นไม้ทีfiเป็ นพิษ ผลน ันย ่อมมีพิษร้ ายด้วย fi ถ้าศาลยอมรับฟั งพยานทีfiได้มาโดยวิธีนีแล้ ว fi ย ่อมส ่งเสริมให้ตํารวจใช้ว ิธีการนอกกฎหมายแสวงหาพยานหล ักฐานมาประกอบคดีซ ึfiงเป็ นสิfiงทีfiไม่ ถ ูกต้อง (2) การจัดส่งภายใต้การควบคุม การจ ัดส่งภายใต้การควบค ุม (controlled delivery) หมายถึง การติดตามการลักลอบขนส ่งยาเสพติด เด็ก หญิง อาวุธสงคราม ธนบ ัตรปลอม เป็ นต้น โดย เจ้ าหน้าทีfiผ ู้มีอํานาจโดยรู้ ว่ามีการกระทําความผิดเกิดขึนโดยการครอบครองของบ ุคคล fi แต่ไม่
53 ดําเน ินการจ ับก ุมเน ืfiองจากการน ําสิfiงผิดกฎหมายดังกล ่าวเพืfiอส ่งให้ถ ึงมือผู้ รับโดยจะมีล ักษณะ ส ่งออกไปย ังต่างประเทศ หรือจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศในลักษณะกล ับก ัน การจ ัดส ่งภายใต้การควบค ุมต้องควบคุมอย ่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าทีfi และมีความระม ัดระว ังอย ่า งส ูงและต้ องพิจารณาปั จจ ัยสําค ัญขอ งบ ุคคล พฤติการณ์ สภาพแวดล้อมประการอ ืfiน โดยว ิธีการแล้วจะให้เจ้าหน้าทีfiอ ําพราง สายล ับ หรือผ ู้ทีfiกระทําความผิด เป็ นผู้ถ ือสิfiงของต้องห้าม ซ ึfiงต้องมีประสานความร่วมมือระหว ่างประเทศในล ักษณะพห ุภาคีและ ทวิภาคี ในเรืfiองการจ ัดส่งภายใต้การควบคุมมีพระราชบ ัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 แก้ไขเพิfiมเติม (ฉบ ับท ีfi 5) พ.ศ.2545 บ ัญญ ัติไว้เกีfiยวก ับยาเสพติดให้โทษเท่าน ันfi ให้อํานาจแก ่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณส ุขอน ุญาตใช้วิธีการจ ัดส ่งภายใต้การควบคุมโดยนํา ยาเสพติดให้โทษ ส ่งออกหรือนําเข้าในประเทศหรือผ ่านประเทศ สําหร ับสิfiงของต้องห้ามตาม กฎหมายประเภทอืfiน เช่น อาว ุธสงคราม ไม ่สามารถกระทําได้ นอกจากนีย ังมีพระราชบ ัญญ ัติว ิธี fi พ ิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ได้ให้ความหมายของการครอบครองยาเสพติดภายใต้การ ควบคุม และกําหนดให้ศาลร ับฟังเป็นพยานหล ักฐานได้ พยานหล ักฐานทีfiได้จากการจ ัดส่งภายใต้การควบคุมต้องมีข้อตกลง ทวิภาคีหรือพห ุภาคีระหว ่างประเทศในการให้ความร่วมมือ ช ่วยเหลือ การสืบสวน และการได้รับ พยานหล ักฐานโดยมีผู้ประสานงานกลางภายใต้หล ักต ่างตอบแทนซึfiงก ันและก ัน (3) การอําพราง การอําพราง (Undercover) เป็ นวิธีการทีfiเจ้าหน้าทีfiอําพรางต ัวเข้าไป อยู่ในกลุ ่มขององค์กรอาชญากรรมเพืfiอรวบรวมพยานหล ักฐานและทราบถ ึงบทบาทในองค์กร อาชญากรรมซ ึงบางครั fi งอาจมีการกระทําผิดของเจ้าหน้าท ี fi fiร่วมอย ู่ด้วย บางกรณีเจ้าหน้าทีfiก็ไม่ได้ เป็ นผู้อ ําพรางตัวแต่จะใช้บุคคลท ีfiถ ูกก ําหนดเข้าไปอําพรางตัวโดยการควบคุมของเจ้าหน้าทีfi ซ ึงการ fi ใช้วิธีการดังกล ่าวต้องใช้บ ุคคลทีfiมีการรักษาความล ับเป็ นอย ่างดีและต้องปกปิ ดต ัว จะมีล ักษณะ เหมือนก ับสายลับ แต่เปิ ดตัวเองให้บ ุคคลอ ืfiนเข้าใจว่าเป็ นบ ุคคลอืfiนท ังการปกปิ ดฐานะ fi อาช ีพ การงาน เป็ นต้น นอกจากน ีแล้วบุคคลอีกประเภทหน ึ fi งท ี fifiมีการให้ข้อมูลข ่าวสารซ ึfiงเรียกว ่าผู้แจ้งข่าว เป็ นบ ุคคลซ ึfiงให้ข้ อมูลข ่าวสารเก ีfiยวก ับกิจกรรมอาชญากรรมโดยการเข้าร่วมหรือเก ีfiยวพ ันก ับ ก ิจกรรมอาชญากรรมน ันfiซ ึงบ ุคคลประเภทนี fi ต้องพิจารณาถึงความน ่าเชื fi fiอถือและไว้วางใจในการมา เป็ นพยาน การอําพรางในการปฏิบ ัติการเพืfiอให้ได้เข้าถ ึงพืนท ี fifiเป้ าหมาย บ ุคคลใน องค์กร โดยไม่เปิ ดเผยสถานะทีfiแท้จริง การปฏิบ ัติระยะส ันจะไม่มีความสล ับซ ับซ้อนและสามารถ fi
54 ล ่วงรู้ข้ อมูลข่าวสารได้อย ่างรวดเร็ว ส่วนระยะยาวต้องแฝงตัวเพืfiอให้ได้ข้อมูลข ่าวสารเกีfiยวก ับ ระดับช ันของผู้ร่วมองค์กร fi การแบ่งหน้าทีfi และสายการบ ังคับบ ัญชา ความสล ับซ ับซ้อน ซ ึงเจ้าหน้าที fi fi อ ําพรางต้องสร้ างความไว้ วางใจ ความเชืfiอถ ือแก ่องค์กร จ ึงต้องมีการเลือกบุคคลทีfiมีความรู้ ความสามารถ ปฏิภาณ ไหวพริบ การใช้ภาษาท้องถิfiน และอ ืfiนๆ มีการควบคุมของเจ้าหน้าทีfi ระดับส ูงเพืfiอให้มีการดําเน ินงานไปอย ่างถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย และป้ องก ันอ ันตรายทีจะเก ิดข ึ fi นfi ซ ึงต้องมีการรายงานการปฏิบ ัติตามช ่วงเวลาเพื fi fiอรวบรวมพยานหล ักฐาน และผ ู้ปฏิบ ัติการอําพราง จะต้องทราบสถานะของตนเองเพืfiอมิให้ร่วมกระทําความผิดก ับกลุ ่มองค์กรอาชญากรรมรวมท ังการ fi ประสานก ับหน ่วยงานอืfiน ความเสีfiยงในการปฏิบ ัติการอําพรางอย ู่ทีfiความยากลําบากในการเข้า ไปเป็ นสมาช ิกขององค์กรเพืfiอให้ได้รับความไว้วางใจได้รับข้อม ูลข่าวสารและพยานหล ักฐานในการ ลงโทษ นอกจากน ันการปฏิบ ัติหน้าท ี fi fiก็ย ังไม่มีบทบ ัญญัติของกฎหมายให้ความค ุ้มครองแก ่ เจ้าหน้าทีfiหรือบ ุคคลทีfiกําหนดในการปฏิบ ัติการอ ําพรางจ ึงเป็ นสิfiงทีfiไม่สามารถปฏิเสธความรับผิด ทางอาญาได้ พยานหล ักฐานท ีfiได้จากการปฏิบ ัติการอําพรางเป็ นส่วนหน ึfiงทีfi สน ับสน ุนการปฏิบ ัติการด้วยเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ เมืfiอไม่มีบทบ ัญญัติของกฎหมายให้ กระทําได้โดยชอบด้วยกฎหมาย กรณีพยานหล ักฐานท ีfiได้รับย ังมีข้อสงส ัยว ่าศาลจะรับฟังลงโทษ สมาชิกองค์กรอาชญากรรมได้เพ ียงใด เพราะอ ีกฝ่ ายย ่อมมีข้อโต้แย้งว่าองค์กรของตนดําเนิน ก ิจกรรมทีfiชอบด้วยกฎหมาย ซ ึงในปัจจ ุบ ันพระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด fi พ.ศ.2550 ได้ ให้ความหมายของคําว ่า“การอําพราง” พร้อมก ับการก ําหนดว ิธีการดําเนินการและศาลสามารถรับ ฟังพยานหล ักฐานด ังกล ่าวได้ (4) การสะกดรอยด้วยเครืfiองมืออิเล็กทรอนิกส์ การสะกดรอยด้วยเครืfiองมืออ ิเล็กทรอนิกส์เป็ นวิธีการเพืfiอรวบรวม พยานหล ักฐานเก ีfiยวก ับการใช้จ ํานวนโทรศ ัพท์ สถานท ีfiติดต่อไปถ ึงการใช้เครืfiองติดตามต ัวบ ุคคล หรือยานพาหนะเพืfiอทราบถึงสถานทีfiของบ ุคคลทีfiติดตาม หรือการใช้เครืfiองมืออ ิเล็กทรอนิกส์โดย วิธีการติดต ังก ับยานพาหนะเพื fi fiอควบคุมยานพาหนะต ่างๆ โดยไม ่ให้ยานพาหนะเคลืfiอนทีfiหรือหย ุด ลงเพืfiอการจ ับกุมเป็ นต้น การใช้อ ุปกรณ์อิเล็กทรอน ิกส์สําหรับการสะกดรอยได้ แก ่ เครืfiอง ติดตามการเคลืfiอนทีfiของสิfiงของหรือยานพาหนะ การใช้เครืfiองถ ่ายภาพจากดาวเทียม การใช้วีดีโอ ในการสะกดรอยติดตาม การใช้กล้องถ่ายว ีดีโอวงจรปิ ด การใช้เครืfiองด ักรับสัญญาณเสียงโดยการ ติดต ังก ับเจ้าหน้าที fi fiอําพรางหรือสายล ับ การใช้เครืfiองด ักรับสัญญาณเสียงโดยการติดต ังในบ้าน fi
55 หรือรถยนต์ การใช้เครืfiองดักรับส ัญญาณเสียงระยะไกล (เครืfiองดูดเสียง) เครืfiองรับสัญญาณเสียง ประเภททีfiผ่านต ัวกลาง (ก ําแพง-ฝาผน ังห้อง) เป็นเครืfiองสน ับสน ุนวิธีการสืบสวนอืfiนๆ นอกจากน ันfi ผ ู้ปฏิบ ัติการอําพรางมีความเสีfiยงท ีfiจะถูกตรวจพบการใช้เครืfiองมือได้ ข้อขัดข้องเกีfiยวก ับเครืfiองมือทีfi มีข้อจําก ัดเก ีfiยวก ับส ัญญาณ ราคาสูง ความเสืfiอมสภาพของเครืfiองมืออิเล็กทรอนิกส์ การสะกดรอยด้วยเครืfiองมืออิเล็กทรอนิกส์ย ังไม่มีกฎหมายรองร ับ เกีfiยวก ับการปฏิบ ัติการและการคุ้มครองของเจ้าหน้าทีfi รวมท ังพยานหลักฐานที fi fiได้รับจากการใช้ วิธีการเช่นน ีชอบด้วยกฎหมายหรือไม ่ fi เพราะมีล ักษณะท ีfiละเมิดสิทธิส ่วนบ ุคคลและเคหสถานตาม รัฐธรรมน ูญด้วย ปัจจ ุบ ันพระราชบ ัญญ ัติว ิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ได้ให้ความหมายของ การสะกดรอยติดตาม ถือเป็ นส่วนหน ึfiงของวิธีการสืบสวนด้วยการ “การครอบครองยาเสพติด ภายใต้การควบคุม” และก ําหนดให้ศาลร ับฟังเป็นพยานหล ักฐานได้เช่นเดียวก ัน (5) การล่อให้กระท ําผิด ล ักษณะของการล่อให้กระท ําความผิดเป็ นวิธีในการรวบรวม พยานหล ักฐานพิสูจน์ความผิดของผ ู้กระทําผิดในท ันทีทีfiมีการกระทําความผิดเกิดข ึนfiโดยเจ้าหน้าทีต้อง fi มีความสุจริตและย ุติธรรมไม่ให้เก ิดข้อโต้แย้งว ่าพยานหล ักฐานทีfiได้รับมาไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีเหตุ ระแวงสงสัย ต้องเป็นพยานหล ักฐานทีfiมีนําหน ักเพียงพอลงโทษได้ fi โดยเฉพาะการล่อซือจําเป็ นต้องใช้ fi สายลับจ ึงมีความจําเป็ นต้องคุ้มครองสายลับหรือเจ้าหน้าทีfiทีfiกระท ําการล ่อซือเพื fiอมิให้ต้องร ับโทษและ fi การน ําพยานหล ักฐานมาใช้เพืfiอให้ศาลร ับฟังลงโทษได้ ก า รใ ช้ วิ ธีก า รล่ อให้ ก ร ะทํ าความผิ ดเพืfiอสืบ ส วนให้ ได้ พยานหล ักฐานโดยบุคคลทีfiเคยติดต่อก ับบ ุคคลหรือองค์กรอาชญากรรม เจ้าหน้าทีfiท ีfiแอบแฝงเข้าไป ในองค์กรอาชญากรรม เจ้าหน้าทีfiโดยมีการแนะนําจากบ ุคคลทีfiเคยติดต่อก ับองค์กรอาชญากรรม เป็ นว ิธีท ีfiมีความเสีfiยงอ ันตรายและล่วงละเมิดบทบ ัญญัติของกฎหมาย จ ึงต้องเลือกใช้บุคคลทีfiมี ความรู้ความสามารถเฉพาะตัว มีปฏิภาณไหวพริบ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมืfiออย ู่ใน สภาวะฉุกเฉินได้ดีต้องอยู่ภายใต้การควบค ุมและการวางแผนทีfiรัดก ุม พย านหล ักฐานทีfiได้จากการล่อให้กระทําความผิด กรณีทีfi เจ้าพน ักงานก ่อให้กระทําผิด ถ้าถ ึงขนาดท ีfiไปช ักจ ูงใจให้คนทีfiไม่ได้ต ังใจที fi fiจะกระทําความผิดใด กระทําความผิดเพราะทนการช ักจูงไม่ได้ จําเลยสามารถยกข้อต่อสู้ไม่ต้องร ับผิดได้ เรียกว ่า entrapment แต่ถ้าเจ้าพน ักงานแค ่เข้ าไปติดต่อหรือร่วมกระท ําความผิด เพืfiอท ีfiจะให้ได้มาซ ึfiง พยานหล ักฐาน โดยผ ู้กระท ําความผิดได้กระทําความผิดเป็นประจ ําอยู่แล้วไม ่ได้เริfiมกระทําความผิด เพราะการช ักชวนของเจ้าพน ักงาน หรือผ ู้กระทํามีเจตนากระทําความผิดอย ู่ก ่อนแล้ ว ผ ู้กระทํา ความผิดจะยก entrapment ข ึนต่อสู้ไม่ได้ fi ในประเทศไทยประมวลกฎหมายวิธีพ ิจารณาความ-
56 อาญา มาตรา 226 มีความมุ ่งหมายท ีfiจะต ัดพยานในช ันรวบรวมพยานหล ักฐานของเจ้าพน ักงานที fi fi ไม ่ชอบด้วยกฎหมายเท ่าน ันfiไม่น ่าจะมีความหมายเกินเลยไปถ ึงการกระทําทีfiไม่ชอบด้วยกฎหมาย ของเจ้าพน ักงานไปก่อนทีfiจ ําเลยจะกระทําความผิด นอกจากน ันการใช้สายลับในการล ่อซ ื fi อก็มีคําพิพากษาศาลฎีกาที fi fi มีความเห็นสองแนวทางคือ แนวแรก กรณีทีfiต้องน ําสายล ับผู้ล่อให้กระทําความผิดมาเป็ น พยานหล ักฐานย ืนย ันการกระทํา มิฉะน ันจะลงโทษจําเลยไม่ได้ fi แนวทีfiสอง การทีfiไม่นําสายลับมา สืบก็เพืfiอความปลอดภ ัยของสายล ับและเพืfiอประโยชน ์ด้านการปฏิบ ัติงานครังต่อๆ fi ไปด้วย ด ังน ันfi การทีfiไม่นําสายลับมาสืบจึงมิได้ทําให้พยานหล ักฐานของโจทก์มีน ําหน ักลดน้อยลงไม่ fi คงรับฟัง ลงโทษจําเลยได้ นอกจากแนวทางท ังสองด ังกล่าวแล้ว fi ย ังต้องนําสายล ับเป็ นพยานโดยว ิธีการ “การก ันประจ ักษ์พยาน” เพืfiอประโยชน์ในการดําเนินการสืบสวนสอบสวนและการคุ้มครองพยาน อ ีกด้วย 2.4.2 สถานะทางกฎหมายของ “การสืบสวนสอบสวน” ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในทางปฏิบ ัติการสืบสวนสอบสวนจะมีหล ักเกณฑ์การปฏิบ ัติท ัวๆfiไปแยก ได้เป็ น 3 ส ่วน คือ 1.การส ังเกต 2.การต ังคําถาม fi และ 3.การหาข ่าว แต ่ในทางกฎหมายวิธีพิจาณา ความอาญาไม ่ได้มีการแบ ่งแยกดังเช่นในทางปฏิบ ัติ แต่ได้กําหนดความหมายไว้ในมาตรา 2 (10) และ (11) ด ังนีfi “การสืบสวน” หมายความถึง การแสวงหาข้อเท็จจริงและหล ักฐาน ซ ึงพน ักงานฝ่ ายปกครองหรือตํารวจ fi ได้ปฏิบ ัติไปตามอํานาจหน้าทีfi เพืfiอรักษาความสงบเรียบร้อย ของประชาชน และเพืfiอทีfiจะทราบรายละเอียดแห ่งความผิด ด ังน ันfiผู้ท ีfiมีอํานาจสืบสวน (ประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 17) ได้แก ่ 1.พน ักงานฝ่ ายปกครอง 2.เจ้ าพน ักงานตํารวจซึfiงแม้ได้ ร ับแต ่งต ังให้ทําหน้ าที fi fiอ ืfiนก็ย ังมีอ ํานาจ สืบสวนคดีอาญา “การสอบสวน” หมายความถ ึง การรวบรวมพยานหล ักฐานและการ ดําเน ินการท ังหลายอื fi fiนตามบทบ ัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนีfi ซ ึfiงพน ักงานสอบสวนได้ท ําไป เกีfiยวก ับความผิดทีfiกล่าวหาเพืfiอท ีfiจะทราบข้อเท ็จจริงหรือพิสูจน ์ความผิดและเพืfiอจะเอาต ัวผู้กระทํา ผิดมาฟ้ องลงโทษ ดังน ันfiผู้ทีfiมีอ ํานาจสอบสวน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18) ได้แก ่
57 1.พน ักงานสอบสวนทีfiมีอํานาจสอบสวนความผิดทีfiเกิดในท้องทีfiเดียว ตามมาตรา 18 วรรคสอง 1.1 พน ักงานสอบสวนแห ่งท้องทีfiความผิดอาญาได้เกิดหรืออ้าง หรือเช ืfiอว่าได้เกิดภายในเขตอํานาจตน 1.2 พน ักงานสอบสวนแห ่งท้องทีfiท ีfiผู้ต้องหามีทีfiอยู่ภายในเขตอ ํานาจ ของตน 1.3 พน ักงานสอบสวนแห ่งท้องทีfiทีfiผู้ต้องหาถ ูกจ ับภายในเขต อ ํานาจตน 2.พน ักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบความผิดตาม มาตรา 18 วรรคสาม 2.1 พน ักงานสอบสวนแห ่งท้องทีfiทีfiความผิดเกิดขึนในเขต fi อ ํานาจน ันเป็ นพน ักงานสอบสวนผ ู้รับผิดชอบ fi ยกเว้นกรณีด ังต ่อไปน ีให้พน ักงานแห ่งท้องที fi fiผ ู้ต้องหา มีทีfiอย ู่หรือถ ูกจ ับเป็ นพน ักงานสอบสวนผู้ ร ับผิดชอบ กรณี มีเหตุจ ําเป็ น เช ่น เกิดอ ุทกภ ัย ต้องรีบ สอบสวน และทําการสอบสวนเพราะคดีจะขาดอาย ุความ และเพืfiอความสะดวก 2.2 การกําหนดต ัวพน ักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามมาตรา 18 วรรคสาม ใช้เฉพาะกรณีความผิดเกิดขึนในท้องที fi fiเดียวตามมาตรา 18 เท ่าน ันfiหากความผิด เกิดขึนหลายท้องที fi fiต่อเนืfiองก ันหรือเกีfiยวพ ันก ันตามมาตรา 19, 20 และ 21 ต้องเป็ นไปตาม บทบ ัญญัติเท่าน ันfi 3.พน ักงานสอบสวนผู้ รับผิดชอบ คือ พน ักงานสอบสวนซ ึfiงจะเป็ น ผ ู้รวบรวมสํานวนเป็ นผู้สรุปผลการสอบสวน และทําความเห็นประกอบสํานวนว่าควรส ังฟ้ องหรือส ั fi งfi ไม ่ฟ้ องไปย ังพน ักงานอ ัยการพร้อมสํานวน เมืfiอพ ิจารณาบทบ ัญญัติของประมวลกฎหมายว ิธีพ ิจารณาความอาญาใน เรืfiองการสืบสวนสอบสวนจะเป็ นการกําหนดหลักกฎหมาย และอ ํานาจหน้าทีfiของเจ้าหน้าทีfiของรัฐทีfi มีส่วนเกีfiยวข้องในการปฏิบ ัติหน้าทีfiสืบสวนสอบสวนเท ่าน ันfiไม่ได้กําหนดวิธีการหรือรายละเอียด ในทางปฏิบ ัติไว้ ท ังนี fiอาจเป็ นเพราะเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมายท ี fi fiไม่ต้องการก ําหนดรายละเอ ียด ถ ึงวิธีการปฏิบ ัติงานไว้ในประมวลฯเพราะผู้ใช้กฎหมายท ีfiแท้จริงว ่าการสืบสวนสอบสวนชอบด้วย กฎหมายหรือไม่น ันfiเป็นหน้าทีfiของศาล ส่วนการปฏิบ ัติน ันก็ให้ดําเนินการตามระเบียบข ั fi นตอนของ fi กฎหมายอืfiน เช ่น พระราชบ ัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 หรือ พระราชบ ัญญัติวิธี พ ิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 เป็ นต้น หากจะเปรียบเทียบก ับองค์กรทีfiทําหน้าทีfiเก ีfiยวก ับงานด้านการข ่าว และ เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษในประเทศสหร ัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ต่างก็เป็ นประเทศ ท ีfiใช้ระบบกฎหมายแบบคอมมอนลอว ์จ ึงไม่มีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ด ังเช ่น
58 ประเทศไทยซ ึงใช้ระบบประมวล fi หรือซีวิลลอว ์ ส่งผลให้อํานาจหน้าทีfiของหน ่วยงานด้านการข ่าว และหน ่วยงานทีfiมีการใช้เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ ตลอดจนการปฏิบ ัติหน้าทีของเจ้าหน้าที fi fi มีความแตกต่างก ัน ด ังปรากฏในกฎหมายทีfiจ ัดตังหน ่วยงาน fi ซ ีไอเอเอฟบีไอ หรือ สําน ักงานตํารวจ แห่งชาติแคนาดา ทีfiมีกฎหมายบ ัญญัติโครงสร้ างองค์กร อํานาจหน้าทีfi ข ันตอนวิธีดําเนินการ fi ตลอดจนมาตรการอ ืfiนๆ ท ีfiเกีfiยวข้องเบ็ดเสร็จในต ัวเองได้โดยกฎหมายเหล่าน ันจะได้ให้อํานาจ fi อ ัยการเข้ามามีส ่วนร่วมเป็ นผู้ดําเน ินการตัดสินใดพิจารณาอน ุญาตให้ดําเนินการปฏิบ ัติการต่างๆ ยกเว้นกรณีทีfiเป็ นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนจึงจะต้องไปขอศาลเพืfiอพิจารณา อนุญาต เมืfiอได้ต ัวหรือทราบว ่าผู้ใดเป็นผู้กระทําความผิดแล้วจ ึงนําสํานวนการสืบสวนสอบสวนไป ฟ้ องเป็ นคดีต่อศาล ส ่วนในประเทศไทยน ันการดําเนินการในระดับเจ้าหน้าที fi fiจะถูกแยกออกจากช ันfi อ ัยการช ันหนึ fi งfiและช ันการพิจารณาของศาลอ ีกช ั fi นหนึ fi fiงและมีรายละเอียดหลายข ันตอนกว ่ามาก fi ด ังน ันการบ ังคับใช้กฎหมายขององค์กรที fi fiใช้งานด้านการข ่าวและเทคนิค การสืบสวนสอบสวนพิเศษในประเทศทีfiใช้ระบบคอมมอนลอว ์ เช ่น ประเทศสหร ัฐอมริกาและ ประเทศแคนาดา ม ักจะได้ผลและมีประสิทธิภาพมากกว ่าประเทศทีfiใช้ระบบกฎหมายแบบซีวิลลอว์ เช่น ประเทศไทย อย ่างไรก ็ตามหากพิจารณาตามทฤษฏีทีfiว ่า การท ุจริตคอร์รัปช ันfiถ ือเป็ นการ ประกอบอาชญากรรมรูปแบบหนึfiงแล้ว ก ็ต้องถือว ่าเป็ นอํานาจหน้าทีfiของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการดําเน ินการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตสามารถน ําทฤษฏีและหลักกฎหมายทีfiเก ีfiยวก ับ “งานด้านการข่าว”และ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ” มาผสมผสานเพืfiอการดําเน ินการด้าน การปราบปรามการทุจริตได้เช ่นเดียวก ัน โดยดําเนินการได้ ดังนีfi - การปฏิบ ัติการด้านข ่าวกรองอาชญากรรม เน ืfiองจากการท ุจริต คอร์รัปช ันในปัจจ ุบ ันม ักดําเนินการในรูปแบบองค์กรอาชญากรรม fi ซ ึงเป็ นการประกอบอาชญากรรม fi ในทางล ับ จ ึงเป็ นการยากทีfiเจ้าหน้าทีfiจะทราบต ัวบ ุคคลผ ู้กระทําความผิดหรือผ ู้มีส่วนร่วมในการ กระทําความผิด รวมท ังขอบเขตของการกระทําความผิด fi ดังน ันfiจ ึงมีความจําเป็ นจะต้องรวบรวม ข ่าวสารข้อมูลท ีfiมีต่อผู้ต้องสงส ัยเพืfiอประโยชน์ในการสอบสวน การรวบรวมข่าวกรองเป็ นก ิจกรรม ในทางล ับและต้องดําเนินการอย ่างต่อเนืfiอง ซ ึfiงวิธีการปฏิบ ัตินีจะใช้ในทางทหารเพื fi fiอให้ล่วงรู้ถ ึง ความเคลืfiอนไหวของฝ่ ายตรงข้าม เพืfiอนํามาใช้ในการวางแผน การปฏิบ ัติการและการต ัดสินใจใน ระดับต ่างๆ การข่าวกรองทางทหารได้มีมาเป็ นเวลาช้านานแล้ว ส่วนการข่าวกรองอาชญากรรมใน ส ่วนราชการอ ืfiนๆ ทีfiมีอย ู่น ันย ังไม่ค่อยช ัดเจนเป็ นรูปธรรมน ัก fi โดยการปราบปรามอาชญากรรมจะใช้ วิธีการสืบสวนตามประมวลกฎหมายว ิธีพ ิจารณาความอาญา ควบคู ่ไปก ับงานด้านการข่าวเพืfiอเป็ น เครืfiองมือในการส่งเสริมและสน ับสน ุนการปราบปรามอาชญากรรม โดยงานด้านการข่าวจะ ดําเนินการและจ ัดทําในสิfiงด ังต่อไปนีfi
59 - การข ่าวกรองอาชญากรรม การข ่าวกรองด้านการปราบปรามการ ท ุจริตทีfiถือว ่าเป็ นอาชญากรรมน ันfiเป็ นวิธีปฏิบ ัติงานของน ักสืบหรือการสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมน ันเอง fi แต่มีข้อแตกต ่างระหว่างการข ่าวกรองและการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา การ สืบสวนสอบสวนมีล ักษณะการทํางานในลักษณะตังรับfi (Reactive) ส่วนการข ่าวกรองมีล ักษณะ เป็ นเช ิงรุก (Proactive) เช่น การเข้าถ ึงข้อม ูลในรูปแบบต่างๆ ทีfiเป็ นเป้ าหมายจะต้องกระทําอย ่าง ต ่อเน ืfiองและเป็ นความล ับ อ ีกท ังอาจต้องพ ัฒนาไปเป็ นพยานหลักฐานทางคดีได้ในอนาคต fi เพ ืfiอ เป้ าหมายในการดําเนินคดีตามกฎหมายแก่กลุ ่มผ ู้กระท ําความผิด โดยเข้าสู ่กระบวนการสอบสวน คดีอาญาต ่อไปและสามารถใช้พิสูจน์การกระทําความผิดและเป็ นพยานหล ักฐานในการพิจารณา พ ิพากษาคดีในศาลเพืfiอลงโทษผ ู้กระทําผิด ซ ึfiงต้องคําน ึงอย ่างมากทีfiสุดคือการได้มาของข้อม ูล ข ่าวสารทีfiเป็ นข่าวกรอง ต้องเป็ นข้อมูลทีfiโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็ นไปตามรัฐธรรมน ูญฯ เป็ น สําค ัญ มิฉะน ันแล้ว fi สิfiงทีfiลงท ุนลงแรง เสีfiยงภ ัยอ ันตรายไปเพืfiอให้ได้มาซ ึfiงข้อมูลและหล ักฐานต่างๆ จะไม ่สามารถใช้ประโยชน ์ในการเอาผิดผ ู้กระท ําได้เลย - จ ัดทําแฟ้ มข่าวกรอง หมายถ ึง การรวบรวมข่าวสารทีfiเกีfiยวก ับการ ประกอบอาชญากรรมทีfiดําเน ินไปอย ่างต่อเนืfiอง และข่าวสารท ีfiอยู่ในแฟ้ มมีล ักษณะเป็ นข้อเท็จจริง ต ่างๆ ทีfiได้กลัfiนกรอง วิเคราะห์ ส ังเคราะห์และมีการตรวจสอบความถ ูกต้องแล้ว ด ังน ันจ ึงต้องแยก fi แฟ้ มข ่าวกรองออกจากการสอบสวนคดีอาญาแต่จะเป็ นฐานในการดําเนินการสอบสวนทางอาญา ต ่อไป และทีfiสําคัญแหล ่งข่าวสารจะต้องเป็ นความล ับทีfiสุด ความแตกต ่างของข่าวกรองก ับการ สืบสวนสอบสวนคดีอาญาอย ู่ทีfiผลลัพธ์ของการปฏิบ ัติการ การสอบสวนคดีอาญาจะประสบ ความสําเร็จเมืfiอผ ู้กระท ําผิดถ ูกศาลพิพากษาลงโทษ แต่ความสําเร็จของงานข่าวกรองอยู ่ท ีfiรายงาน ก ิจกรรมต ่างๆ ท ีfiรวบรวมมาได้อย ่างถ ูกต้องอย่างต่อเนืfiอง และสามารถนําไปใช้ประโยชน์ในการ วางแผน ต ัดสินใจและกําหนดนโยบายแนวทางการปฏิบ ัติการข ันต่อๆ fi ไปได้ แนวทางนีสามารถ fi มองถึงผลในการป้ องก ัน เพืfiอเป้ าหมายในการควบคุมระบบอาชญากรรมต ่อไปได้ ในส ่วนการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมจําเป็ นจะต้องอาศ ัยความคิด ริเริfiมในการคิดค้นบ ัญญัติกฎหมายใหม่ๆ เช่น การให้พน ักงานสอบสวนหรืออ ัยการเจ้าของสํานวน สามารถให้การเป็ นพยานแทนการนําต ัวพยานมาเบ ิกความได้ หากมีความจําเป็ นอย่างย ิfiง รวมท ังfi พ ัฒนาการใช้เครืfiองมือพิเศษ ต่างๆ ในการเข้าถ ึงข้อมูลในรูปแบบต ่างๆ เป็ นต้น รวมท ังการจ ัดทํา fi เอกสารหรือหลักฐานใดขึนมาหรือเข้าไปแฝงต ัวในองค์กรอาชญากรรมหรือกลุ ่มคนใดๆ fi ก็เป็ นอ ีก มาตรการหน ึfiงทีfiช่วยในการแทรกซ ึมและควบค ุมองค์กรอาชญากรรมได้ ซ ึfiงหากพิจารณาตาม พระราชบ ัญญัติการสอบสวนคดีพ ิเศษ พ.ศ. 2547 ก็ได้บ ัญญัติถ ึงมาตรการดังกล่าวไว้แล้ ว ใน มาตรา 25 และ มาตรา 27 ในกรณีท ีfiมีเหต ุอ ันควรเช ืfiอได้ว ่า เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอ ืfiนใดซ ึfiงส่ง ทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศ ัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครืfiองมือ หรืออุปกรณ์ในการสืfiอสาร
60 สืfiออ ิเล็กทรอนิกส์ หรือสืfiอทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ถ ูกใช้หรืออาจถ ูกใช้ เพืfiอประโยชน์ในการ กระทําความผิดทีfiเป็นคดีพิเศษ พน ักงานสอบสวนคดีพิเศษซ ึงได้รับอน ุม ัติจากอธิบดีเป็นหน ังสือจะ fi ย ืfiนคําขอฝ่ ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเพืfiอมีคําส ัfiงอนุญาตให้พน ักงานสอบสวนคดี พ ิเศษได้มาซ ึงข้อม ูลข่าวสารด ังกล่าวก ็ได้ fi และในกรณีจําเป็ นและเพืfiอประโยชน์ในการดําเนินการ ตามพระราชบ ัญญัตินีfi ให้อธิบดีหรือผู้ได้ รับมอบหมายมีอํานาจให้บ ุคคลใด จ ัดทําเอกสารหรือ หลักฐานใดขึนหรือเข้าไปแฝงต ัวในองค์กรหรือกลุ ่มคนใด fi เพ ืfiอประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน ท ังน ี fifi ให้เป็นไปตามข้อบ ังคับท ีfiอธิบดีก ําหนดการจ ัดท ําเอกสารหรือหลักฐานใด หรือการเข้ าไปแฝง ต ัวในองค์กร หรือกล ุ่มคนใดเพืfiอประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนตามวรรคหน ึfiง ให้ถือว ่าเป็ นการ กระทําโดยชอบ ท ังน ี fiมาตรการและเครื fi fiองมือเหล ่านีfi มีท ังข้อดีและข้อเสีย fi ผ ู้ปฏิบ ัติการ ต้องมีข้อคํานึงหลายอย ่างทีfiต้องตระหน ัก รวมไปถ ึงความปลอดภ ัยของการปฏิบ ัติการก ็เป็ น สิfiงสําค ัญ ความสําเร็จจ ึงขึนอย ู่ก ับปัจจ ัยมากมาย fi อีกท ังการแฝงต ัวอาจทําให้ผู้ปฏิบ ัติต้องร่วม fi กระทําความผิดไปด้วย และการปฏิบ ัติการต้องทําอย ่างต่อเนืfiองเป็ นเวลานาน ความเสีfiยงต่าง ๆ มีมาก การค ัดสรรบุคลากรเพ ืfiอปฏิบ ัติการเป็ นเรืfiองท ีfiสําคัญมาก เป็นต้น จากการศึกษาด ังกล่าวสามารถสรุปได้ว ่า “งานด้านการข ่าว” น ันเป็ น fi ปฏิบ ัติการท ีfiวงรอบและระยะเวลาทีfiอาจส ันหรือยาวนานก็ได้ fi งานด้านการข่าวจ ึงเป็ นงานทีfiมี ขอบเขตกว้างขวาง มีรูปแบบและว ิธีปฏิบ ัติสากล และท ุกประเทศท ัวโลกได้นํามาใช้เป็ นเครื fi fiองมือ ในการดําเน ินงานขององค์กรและบ ่อยครังที fifiย ังเป็ นการปฏิบ ัติทีfiไม่มีกฎหมายรับรองเนืfiองจากเป็ น การนําเอาความรู้ และวิธีการทางทหาร มาปรับใช้ก ับงานด้ านการป้ องก ันและปราบปราม อาชญากรรม ซึfiงเจ้าหน้าทีfiการข ่าวจะมีความเสีfiยงในการปฏิบ ัติหน้าทีfiเป็นอย่างมาก อย ่างไรก็ตาม ในบางประเทศได้มีการดําเนินรับรองปฏิบ ัติการหรืองานงานด้านการข่าวไว้เป็นกฎหมาย ส ่วน “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ถือเป็ นเครืfiองมือเพืfiอให้ได้มา ซ ึงพยานหล ักฐาน fi และการดําเนินการจ ับกุมผู้กระทําความผิดเนืfiองจากไม่สามารถใช้วิธีการสืบสวน สอบสวนโดยท ัวไปมาดําเน ินการจ ับก ุมผู้กระท ําความผิดได้ fi โดยจะใช้ก ับอาชญากรรมทีfiมีความ รุนแรงหรือสร้างความเสียหาย รวมท ังกระทบต ่อความม ั fi นคงของประเทศ fi ซ ึfiงแต่เดิมเทคนิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษนีจะใช้มากในคดียาเสพติด fi ซ ึfiงในอดีตย ังไม่มีกฎหมายรับรองและค ุ้มครอง การปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าทีfi อ ีกท ังย ังเป็ นปฏิบ ัติการที fi fiมีก ําหนดระยะเวลาทีfiแน ่นอน อาจจะส ันหรือ fi ยาวนานก ็ได้ท ังนี fiข ึ fiนอย ู่ก ับว ัตถ ุประสงค์ของแต ่ภารก ิจ fi ต่อมาในภายหล ังฝ่ ายปกครองหรือฝ่ ายรัฐได้ มีการดําเนินการนําเอาเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ มาบ ัญญัติรับรองไว้ว ่าเป็ นการการะทํา โดยชอบด้วยกฎหมาย และศาลต้องยอมรับพยานหลักฐานทีfiได้จากปฏิบ ัติการด ังกล่าวว ่าชอบด้วย กฎหมาย แต ่อย่างไรก็ตามการใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษนีจะต้องดําเนินการอย ่างร ัดก ุม fi
61 มีระเบียบข ันตอน fi การดําเนินการท ีfiเป็ นระบบ ตรวจสอบได้บนพืนฐานทางวิชาการสืบสวนสอบสวน fi อ ีกด้วย สรุปได้ว ่าจากการศึกษาทฤษฏี “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษ”แล้วนํามาปรับใช้ในคดีทุจริตคอร์ร ัปช ันfiซ ึงปัจจุบ ันได้ทวีความสล ับซ ับซ้อน fi สร้างความเสียหายและส ่งผลกระทบต่อประเทศชาติซ ึงถือเป็ นอาชญากรรมร้ายแรงและเป็นปัญหา fi ในระด ับองค์กรอาชญากรรมแล้ว การนํา “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวน พ ิเศษ” มาปรับใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐาน และจ ับก ุมผู้กระทําความผิด และนํามาใช้เป็ น เครืfiองมือตรวจสอบการดําเนินการของเจ้าหน้าทีfiรัฐด้วยการน ํา “งานด้านการข ่าว” มาเป็ นกลไก รายงานข้อเท็จจริง การสรุปว ิเคราะห์ ภายใต้หล ักวิชาการข่าว และน ํามาใช้ประกอบก ับ “เทคน ิค การสืบสวนสอบสวนพิเศษ”แล้วย ่อมเป็ นเครืfiองมือเพืfiอช ่วยสน ับสนุน และส่งเสริมการปฏิบ ัติงาน ของสําน ักงาน ป.ป.ช. และย่อมจะทําให้การไต่สวนคดีทุจริตคอร์ร ัปช ันมีความรวดเร็วและประสบ fi ผลสําเร็จในการดําเน ินคดีทางอาญาก ับผู้กระทําความผิด อีกท ังเป็ นการคุ้มครองความปลอดภ ัย fi ระหว ่างการปฏิบ ัติงานของพน ักงานเจ้าหน้าทีfiของสําน ักงาน ป.ป.ช. โดยเฉพาะอย ่างยิfiง เจ้าหน้าทีfi ผ ู้ปฏิบ ัติงานด้านการข ่าวและการปราบปรามการทุจริต รวมท ังพน ักงานไต่สวนได้รับทราบข้อม ูล fi ข ่าวสารทีfiถ ูกต้องและเป็นประโยชน์ต ่อการปฏิบ ัติงานของสําน ักงาน ป.ป.ช. อีกด้วย
บททีfi 3 ศึกษาเปรียบเทียบหน่วยงานทีfiใช้ “งานด้านการข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ” ในการป้ องกันและปราบปรามการทุจริตในต่างประเทศ เมืfiอได้ศึกษาความหมาย และทฤษฏีของคําว่า “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ” ซ ึfiงมีรูปแบบการดําเนินการคล้ายคลึงก ัน และมีล ักษณะเป็ นสากล หากจะมีความแตกต่างก ันก็เพียงแต ่ทีfiมา และอํานาจหน้าทีfiขององค์กร ซึfiงในบทนีfi ผ ู้วิจ ัยจะได้ ศึกษาเฉพาะ 4 ประเทศ คือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนจีน ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา เนืfiองจากท ังfi 4 ประเทศนีfi ได้มีการนํา ”งานด้านการข ่าว”และ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ” มาใช้เป็ นเครืfiองมือใน การป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต จนสามารถดําเน ินการจ ับกุมผ ู้กระทําความผิดและผู้ร่วม กระทําความผิดได้มีประสิทธิภาพ และประสบความสําเร็จเป็ นอย ่างดี ท ังนี fifi การศึกษาของบทนีจะfi เป็ นการศึกษาประว ัติความเป็ นมา โครงสร้ าง อ ํานาจหน้ าท ีfi การตรวจสอบการปฏิบ ัติงาน และปัจจ ัยอืfiนๆ ทีfiส่งเสริมให้ประเทศเหล่านีประสบความสําเร็จในการปฏิบ ัติงานเพื fi fiอหาแนวทาง ทีfiเป็ นประโยชน์มาปรับใช้แก ่การจ ัดการองค์กรของสําน ักงานคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปราม การท ุจริตแห ่งชาติ ด ังมีรายละเอียดด ังนีfi 3.1 สาธารณรัฐสิงคโปร์ ก ่อน พ.ศ.2495 (ค.ศ.1952) คดีทีfiเกีfiยวก ับการท ุจริตคอร์รัปช ันจะถ ูกสืบสวนโดยแผนกต่อต้าน การคอร์รัปช ัน (Anti-Corruption Branch) ภายในสําน ักงานตํารวจสิงคโปร์ (Singapore Police Force) โดยมีเจ้ าหน้ าทีfiผ ู้ปฏิบ ัติงานเป็ นเจ้ าหน้าทีfiตํารวจท ังหมด fi และสิงคโปร์ก็พบก ับปัญหาเช ่นเดียวก ับ ประเทศอืfiนๆ คือเจ้าหน้าทีfiตํารวจกลับเป็ นฝ่ ายกระทําความผิดหรือทุจริตคอร์รัปช ันเสียเอง หรือร่วมมือ ก ับบ ุคคลอ ืfiนกระทําความผิดซ ึfiงเป็ นการซ ําเติมปัญหาการทุจริตภายในสิงหป ุระ fi (สาธารณรัฐสิงคโปร์) ให้ หน ักข ึนไปอ ีก fi สิงหป ุระ (สาธารณรัฐสิงคโปร์) ได้ จ ัดต ังสําน ักงานสืบสวนสอบสวนคอร์ ร ัปช ัน fi (The Corruption Practices Investigation Bureau : CPIB)1 เมืfiอ พ.ศ.2495 (ค.ศ.1952) มีอํานาจ หน้าทีfiตามร ัฐบ ัญญ ัติการป้ องก ันการท ุจริต ค.ศ.1960 (Prevention of Corruption Act (PCA)) 2 เรืfiอยมาจนถ ึงปัจจ ุบ ัน ในการดําเนินการของสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์ รัปช ันจะมี 1 Online Avilable HTTP : http://www.cpib.gov.sg 2 Online Avilable HTTP : http://app.cpib.gov.sg/cpib_new/user/default.aspx?pgID=202
63 เจ้าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวนการคอร์รัปช ันแห ่งสารธารณรัฐสิงคโปร์มีอํานาจหน้าทีfiตามรัฐบ ัญญัติ การป้ องก ันการท ุจริต ค.ศ.1960 ซ ึงให้อํานาจเจ้าหน้าที fi fiปฏิบ ัติงานด้านการปราบปรามการทุจริตใน ภาครัฐแยกเป็นหน ่วยงานออกมาจากสําน ักงานตํารวจสิงคโปร์ และไม่ได้มีสถานะเป็ นเจ้าหน้าทีfi ตํารวจอีกต่อไป แต่ก็มีอ ํานาจหน้าทีfiในการตรวจสอบการท ุจริตของเจ้าหน้าทีfiของรัฐและเจ้าหน้าทีfi ตํารวจสิงคโปร์ด้วย การทีfiเจ้าหน้าทีfiของสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ันไม่ได้มีสถานะเป็ นเจ้าหน้าทีfi ตํารวจทําให้ต้องปฏิบ ัติหน้าทีfiร่วมก ับเจ้าหน้าทีfiตํารวจในการดําเน ินคดีทางอาญาเสมือนก ับการให้ ตํารวจเป็นเครืfiองมือในการปฏิบ ัติงานโดยท ัวไปfi และเจ้าหน้าทีfiของสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการ คอร์รัปช ันมีอํานาจดําเนินการด้าน “การสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ได้ หากได้ร ับคําส ังหรือได้รับมอบ fi อํานาจจากอ ัยการให้ปฏิบ ัติการเป็ นกรณีๆ ไป ท ังน ี fiเป็ นการใช้อํานาจตามกฎหมายอีกฉบ ับหน ึ fi fiง ของสิงคโปร์ คือ Corruption, drug Trafficking and other serious crimes (Confiscation of benefits) Act (1993) มาตรา 49 และ มาตรา553 ซึfiงให้อํานาจเจ้ าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวน 3 Offence of prejudicing investigation Act 49. (1) Where, in relation to an investigation into drug trafficking or criminal conduct, as the case may be, an order under section 30 has been made or has been applied for and has not been refused or a warrant under section 34 has been issued, a person who, knowing or suspecting that the investigation is taking place, makes any disclosure which is likely to prejudice the investigation shall be guilty of an offence. (2) In proceedings against a person for an offence under this section, it is a defence to prove that (a) he did not know or suspect that the disclosure was likely to prejudice the investigation; or (b) he had lawful authority or reasonable excuse for making the disclosure. (3) Any person who commits an offence under this section shall be liable on conviction to a fine not exceeding $30,000 or to imprisonment for a term not exceeding 3 years or to both. Powers of arrest and investigations 55. (1) An authorised officer or an officer of customs may arrest without warrant any person whom he reasonably believes has committed an offence under this Act or the regulations made thereunder. (1A) An immigration officer within the meaning of section 48B may arrest without warrant any person whom he reasonably believes has committed an offence under section 48C. (2) An authorised officer who is not a police officer may exercise all or any of the powers in relation to investigations into a seizable offence conferred on a police officer by the Criminal Procedure Code (Cap. 68) in any case relating to the commission of an offence under this Act or the regulations made thereunder or in any case where a seizable offence is disclosed under any written law in the course of an investigation under this Act.
64 สอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) ในการดําเนินการสืบสวนสอบสวนโดยไม่เปิ ดเผยต ัว เพืfiอการ แสวงหาและรวบรวมพยานหล ักฐานในคดีท ุจริตคอร์รัปช ัน และศาลก ็ยอมรับพยานหล ักฐานทีfiได้ จากปฏิบ ัติการดังกล่าวว ่า สามารถนํามาใช้ในศาลได้ ท ังนี fiเป็ นแนวความคิดในทางกฎหมายว่าการ fi ท ุจริตคอร์รัปช ันถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เช ่นเดียวก ับคดียาเสพติด และการล ักลอบค้ามน ุษย์ การจะใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนแบบปกติท ัวไปย ่อมไม่อาจประสบผลสําเร็จได้ fi จึงจําเป็ นต้องใช้ วิธีการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมายด ังกล่าวใช้เป็ นเครืfiองมือในการปราบปรามปัญหา การท ุจริตคอร์รัปช ันควบคู ่ก ับรัฐบ ัญญัติว ่าด้วยการป้ องก ันการท ุจริต ค.ศ.1960 ด้วย 3.1.1 อํานาจหน้ าทีfiของส ํานักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์ รัปชัน มีดังต่อไปนีfi 4 (3) An authorised officer who is not a police officer may be authorised by the Public Prosecutor in writing to exercise all or any of the powers in relation to investigations conferred on a police officer by the Criminal Procedure Code in any case where a non-seizable offence is disclosed under any written law in the course of investigations under this Act. (4) In this section, “seizable offence” and “non-seizable offence” have the same meanings as in section 2 of the Criminal Procedure Code. 4 Prevention of Corruption Act (Chapter 241) Powers of investigation. 17. (1) In any case relating to the commission (a) of an offence under section 165 or under sect ions 213 to 215 of the Penal Code, or of any conspiracy to commit, or of any attempt to commit, or of any abetment of such an offence; (b) of an offence under this Act; or (c) of any seizable offence under any written law which may be disclosed in the course of an investigation under this Act, the Director or a special investigator may, without the order of the Public Prosecutor, exercise all or any of the powers in relation to police investigations into any offence given by the Criminal Procedure Code: Provided that an investigation into an offence under the Penal Code shall be deemed to be a police investigation to which section 122 of the Criminal Procedure Code shall apply in the same manner and to the same extent as if the Director or the special investigator concerned were a police officer. (2) For the purposes of sections 58 (1) and 122 (5) of the Criminal Procedure Code, the Director or a special investigator shall be deemed to be an officer not below the rank of inspector of police. Special powers of investigation. 18. (1) Notwithstanding anything in any other law, the Public Prosecutor, if satisfied that there are reasonable grounds for suspecting that an offence under this Act has been committed, may, by order, authorise
65 the Director or any police of or above the rank of assistant superintendent named in such order or a special investigator so named to make an investigation in the matter in such manner or mode as may be specified in that order. The order may authorise the investigation of any bank account, share account, purchase account, expense account or any other account, or any safe deposit box in any bank, and shall be sufficient authority for the disclosure or production by any person of all or any information or accounts or documents or articles as may be required by the officer so authorised. (2) Any person who fails to disclose such information or to produce such accounts or documents or articles to the person so authorised shall be guilty of an offence and shall be liable on conviction to a fine not exceeding $2,000 or to imprisonment for a term not exceeding one year or to both. Powers of investigation authorised by Public Prosecutor. 19. The Public Prosecutor may by order authorise the Director or a special investigator to exercise, in the case of any offence under any written law, all or any of the powers in relation to police investigations given by the Criminal Procedure Code. Public Prosecutor’s power to order inspection of bankers’ books. 20. (1) The Public Prosecutor may, if he considers that any evidence of the commission of an offence under this Act or under sections 161 to 165 or 213 to 215 of the Penal Code or of a conspiracy to commit, or an attempt to commit, or an abetment of any such offence by a person in the service of the Government or of any department thereof or of a public body is likely to be found in any banker’s book relating to that person, his wife or child or to a person reasonably believed by the Public Prosecutor to be a trustee or agent for that person, by order authorise the Director or any special investigator named in the order or any police officer of or above the rank of assistant superintendent so named to inspect any book and the Director, special investigator or police officer so authorised may, at all reasonable times, enter the bank specified in the order and inspect the books kept therein and may take copies of any relevant entry in any such book. (2) For the purpose of this section "bank" means any company carrying on the business of bankers in Singapore incorporated or licensed under any written law; "banker’s book" includes any ledger, day book, cash book, account book or other book or document used in the ordinary course of the business of a bank. Public Prosecutor’s powers to obtain information. 21. (1) In the course of any investigation or proceedings into or relating to an offence by any person in the service of the Government or of any department thereof or of any public body under this Act or under sections 161 to 165 or 213 to 215 of the Penal Code or a conspiracy to commit, or an attempt to commit, or an abetment of any such offence, the Public Prosecutor may, notwithstanding anything in any other written law to the contrary, by written notice (a) require that person to furnish a sworn statement in writing enumerating all movable or immovable property belonging to or possessed by that person and by the spouse, sons and daughters of that person, and specifying the date on which each of the properties enumerated was acquired whether by way of purchase, gift, bequest, inheritance or otherwise;
66 (b) require that person to furnish a sworn statement in writing of any money or other property sent out of Singapore by him, his spouse, sons and daughters during such period as may be specified in the notice; (c) require any other person to furnish a sworn statement in writing enumerating all movable or immovable property belonging to or possessed by that person where the Public Prosecutor has reasonable grounds to believe that the information can assist the investigation; (d) require the Comptroller of Income Tax to furnish, as specified in the notice, all information available to the Comptroller relating to the affairs of that person or of the spouse or a son or daughter of that person, and to produce or furnish, as specified in the notice, any document or a certified copy of any document relating to that person, spouse, son or daughter which is in the possession or under the control of the Comptroller; (e) require the person in charge of any department, office or establishment of the Government, or the president, chairman, manager or chief executive officer of any public body to produce or furnish, as specified in the notice, any document or a certified copy of any document which is in his possession or under his control; (f) require the manager of any bank to give copies of the accounts of that person or of the spouse or a son or daughter of that person at the bank. (2) Every person to whom a notice is sent by the Public Prosecutor under subsection (1) shall, notwithstanding the provisions of any written law or any oath of secrecy to the contrary, comply with the terms of that notice within such time as may be specified therein and any person who wilfully neglects or fails so to comply shall be guilty of an offence and shall be liable on conviction to a fine not exceeding $10,000 or to imprisonment for a term not exceeding one year or to both. Powers of search and seizure. 22. (1) Whenever it appears to any Magistrate or to the Director upon information and after such inquiry as he thinks necessary that there is reasonable cause to believe that in any place there is any document containing any evidence of, or any article or property relating to — (a) the commission of an offence under this Act, or under sections 161 to 165, or 213 to 215, of the Penal Code; or (b) a conspiracy to commit, or any attempt to commit, or an abetment of any such offence, the Magistrate or the Director may, by warrant directed to any special investigator or police officer not below the rank of inspector empower the special investigator or police officer to enter that place by force if necessary and to search, seize and detain any such document, article or property. (2) Whenever it appears to any special investigator or any police officer not below the rank of inspector that there is reasonable cause to believe that in any place there is concealed or deposited any document containing any evidence of, or any article or property relating to — (a) the commission of an offence under this Act, or under sections 161 to 165, or 213 to 215, of the Penal Code; or (b) a conspiracy to commit, or an attempt to commit, or an abetment of any such offence, and the special investigator or police officer has reasonable grounds for believing that by reason of the delay in obtaining a search warrant the object of the search is likely to be frustrated, he may exercise in and in respect of that place
67 1. สืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าทีfiของรัฐ ผู้ถ ูกกล่าวหาหรือผ ู้ต้องสงส ัยว ่ากระทํา ความผิดตามกฎหมายป้ องก ันการคอร์รัปช ัน และกฎหมายอาญา (Penal Code) มาตรา 165 และ มาตรา 213, 214 และมาตรา 2155 ซ ึfiงเป็ นความผิดฐานเป็ นเจ้าหน้าทีfiของรัฐร ับสินบน เมืfiอได้ all the powers mentioned in subsection (1) in as full and ample a manner as if he were empowered to do so by warrant issued under that subsection. 5 Public servant obtaining any valuable thing, without consideration, from person concerned in any proceeding or business transacted by such public servant Act 165. Whoever, being a public servant, accepts or obtains, or agrees to accept or attempts to obtain, for himself or for any other person, any valuable thing, without consideration, or for a consideration which he knows to be inadequate, from any person whom he knows to have been, or to be, or to be likely to be concerned in any proceedings or business transacted, or about to be transacted, by such public servant, or having any connection with the official functions of himself or of any public servant to whom he is subordinate, or from any person whom he knows to be interested in or related to the person so concerned, shall be punished with imprisonment for a term which may extend to 2 years, or with fine, or with both. Illustrations (a) A, a judge, hires a house of Z, who has a case pending before him. It is agreed that A shall pay $50 a month, the house being such that, if the bargain were made in good faith, A would be required to pay $200 a month. A has obtained a valuable thing from Z without adequate consideration. (b) A, a judge, buys of Z, who has a cause pending in A’s court, Government promissory notes at a discount, when they are selling in the market at a premium. A has obtained a valuable thing from Z without adequate consideration. (c) Z’s brother is apprehended and taken before A, a Magistrate, on a charge of perjury. A sells to Z shares in a bank at a premium, when they are selling in the market at a discount. Z pays A for the shares accordingly. The money so obtained by A is a valuable thing obtained by him without adequate consideration Taking gifts, etc., to screen an offender from punishment. If a capital offence. If punishable with imprisonment. 213. Whoever accepts, or agrees to accept, or attempts to obtain any gratification for himself or any other person, or any restitution of property to himself or any other person, in consideration of his concealing an offence, or of his screening any person from legal punishment for any offence, or of his not proceeding against any person for the purpose of bringing him to legal punishment, shall, if the offence is punishable with death, be punished with imprisonment for a term which may extend to 10 years, and shall also be liable to fine; and if the offence is punishable with imprisonment for life, or with imprisonment which may extend to 20 years, shall be punished with imprisonment for a term which may extend to 7 years, and shall also be liable to fine; and if the offence is punishable with imprisonment not extending to 20 years, shall be punished with imprisonment for a term which may extend to one-fourth part of the longest term of imprisonment provided for the offence, or with fine, or with both.
68 พยานหล ักฐานแล้วจะส ่งเรืfiองไปย ังพน ักงานอ ัยการเพืfiอดําเนินคดีต่อศาล (District Court) ตาม กฎหมายการป้ องก ันการท ุจริต ต่อไป 2. สืบสวนสอบสวนเพืfiอย ึดทรัพย์สินซ ึfiงได้มาจากากระทําความผิดฐานคอร์รัปช ัน 3. สืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าท ีfiของรัฐท ีfiประพฤติมิชอบและการกระทําความผิดทีfi ส่อไปในทางคอร์รัปช ัน หากมีพยานหล ักฐานแน ่นแฟ้ นเพ ียงพอว ่ามีการทุจริตต่อหน้าทีfi สํานวนการ สอบสวนจะส่งมาย ังสําน ักงานอ ัยการ และพน ักงานอ ัยการจะมีคําส ัfiงว ่าสมควรฟ้ องคดีต ่อศาล หรือไม่ หากพยานหล ักฐานไม่แน ่นแฟ้ นเพียงพอ สํานวนการสอบสวนจะถ ูกเสนอไปย ัง คณะกรรมการบริการสาธารณะ (The Public Service Commission) แล้วเสนอต่อไปย ังเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีเพืfiอดําเนินการลงโทษทางวิน ัย เช ่น ต ักเตือน ต ัดเงินเดือน และไล่ออก 4. เสนอมาตรการป้ องก ันการท ุจริต และให้คําแนะนํามาตรการป้ องก ันการ ท ุจริตภายในองค์กร 5. กําหนดหล ักเกณฑ์เรืfiองการรับของขว ัญ สิfiงของหรือประโยชน์อืfiนใด 6. ในกรณีทีfiอ ัยการเห็นสมควรอ ัยการสามารถมอบอํานาจการสืบสวนสอบสวน ให้แก ่เจ้าหน้าทีfi CPIB เช ่น การจ ับโดยไม่ต้องมีหมายจ ับ เป็นต้น 7. มีอํานาจตรวจ ค้น ย ึด ทรัพย์สินเพืfiอนํามาใช้เป็นพยานหล ักฐานในศาลได้ 8. มีอํานาจตรวจสอบบ ัญชีเงินฝากธนาคาร บ ัญชีผู้ถือห ุ้น และบ ัญช ีค่าใช้จ ่าย ต่างๆ โดยได้รับอน ุญาตจากอ ัยการ หากผู้ใดข ัดขืนหรือไม่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าทีfiต้องได้รับโทษ ตามกฎหมาย Offering gift or restoration of property in consideration of screening offender. If a capital offence. If punishable with imprisonment Act. 214. Whoever gives or causes, or offers or agrees to give or cause, any gratification to any person, or to restore or cause the restoration of any property to any person, in consideration of that person’s concealing an offence, or of his screening any person from legal punishment for any offence, or of his not proceeding against any person for the purpose of bringing him to legal punishment, shall, if the offence is punishable with death, be punished with imprisonment for a term which may extend to 10 years, and shall also be liable to fine; and if the offence is punishable with imprisonment for life, or with imprisonment which may extend to 20 years, shall be punished with imprisonment for a term which may extend to 7 years, and shall also be liable to fine; and if the offence is punishable with imprisonment not extending to 20 years, shall be punished with imprisonment for a term which may extend to one-fourth part of the longest term of imprisonment provided for the offence, or with fine, or with both.
69 9. เจ้าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) มีอําหน้าทีfiอืfiนๆ ท ังนี fifi ตามทีfiอ ัยการเป็ นผ ู้กําหนด 3.1.2 โครงสร้างองค์กร สําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) เป็ นหน ่วยงานภายใต้การ กําก ับดูแลของสําน ักนายกรัฐมนตรี แบ ่งออกเป็ น 2 ส่วน คือ6 1.ส่วนปฏิบ ัติการ (The Operations Division) ปฏิบ ัติหน้าทีfiในการสืบสวน สอบสวนตาม ร ัฐบ ัญญ ัติการป้ องก ันการท ุจริต โดยแบ่งออกเป็ นแผนกย ่อยๆ 4 แผนกคือ (1) แผนกปฏิบ ัติการปราบปรามการท ุจริ ตและดําเน ินคดีอาญา (Operations Unit) (2) แผนกสืบสวนสอบสวนพิเศษ,(Special Investigation Team) (3) แผนกปราบปรามการท ุจริตของเจ้าหน้าทีfiของรัฐและการลงโทษ ทางว ิน ัย ดําเน ินการในกรณีการกระท ําความผิดทีfiไม่มีพยานหล ักฐานเพียงพอทีfiจะให้อ ัยการ ดําเนินคดีต่อไปได้ (Cases against public officers with insufficient evidence to support a court prosecution) (4) แผนกข่าวกรองเพ ืfiอสน ับสน ุนหน ่วยปฏิบ ัติการ (Intelligence Unit) 2.ส่วนการบริหารงานและผ ู้เชีfiยวชาญสน ับสนุนปฏิบ ัติการ (The Admin & Specialist Support Division) (1) หน ่วยบริหารงานและแผนกสน ับสน ุนการบริหารงานโดย ผู้เช ีfiยวชาญพิเศษ (Administration & Specialist Support Division Administration Unit) ทํา หน้าทีfiให้การสน ับสน ุนและช ่วยเหลือการสืบสวนสอบสวน ทางด้านงานบริหารงานท ัfiวไป การคล ัง การเงิน การทะเบียน การจ ัดซือจ ัดจ้าง fi และการบริหารงานบ ุคคล (2) หน ่วยป้ องก ันการทุจริตและการทบทวนมาตรการป้ องก ันและ ปราบปรามการทุจริต (Prevention & Review Unit) ปฏิบ ัติหน้าทีfiในการทบทวนกระบวนการ ปฏิบ ัติงานของหน ่วยงานของรัฐรวมท ังการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและช ่องโหว ่ภายในองค์กรของรัฐ fi ทีfiอาจก ่อให้เกิดการท ุจริต และเสนอมาตรการเพืfiอป้ องก ันการท ุจริตให้เหมาะสมก ับรูปแบบ หน ่วยงานของรัฐทีfiแตกต่างก ันไป 6 Online Avilable HTTP : http://app.cpib.gov.sg
70 (3) หน ่วยจ ัดการข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Information System Unit) ปฏิบ ัติงานท ุกอย ่างทีfiเกีfiยวข้องก ับการดําเนินการของหน่วยงานทีfiต้องใช้คอมพิวเตอร์ และพ ัฒนาการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เพืfiอจ ัดเก็บข้อมูลต่างๆ รวมท ังพยานหล ักฐานทาง fi อิเล็กทรอนิกส์ (4) หน ่วยกําหนดนโยบายและการวางแผน (Plans & Project Unit) ปฏิบ ัติหน้าทีfiร่วมก ับเจ้าหน้าทีfiในหน ่วยอืfiนๆเพืfiอให้การดําเนินการเป็ นไปตามนโยบายและแผนการ ทํางาน รวมท ังสน ับสน ุนปฏิบ ัติการของเจ้าหน้าที fi fi การปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) ในประเทศสิงคโปร์ ถือเป็ นส่วนหน ึfiงของการดําเนินการในกระบวนการย ุติธรรมจ ึง จําเป็ นต้องปฏิบ ัติงานร่วมก ับคณะกรรมการอ ัยการ (The Attorney-General's Chambers) และ ศาลไปพร้อมๆ ก ัน โดยศาลจะเป็ นผู้พิจาณาถ ึงความเหมาะสมในการใช้ก ําล ังเข้าปราบปรามการ ท ุจริต ส ่วนคณะกรรมการอ ัยการจะเป็ นผ ู้อน ุญาตให้มีการใช้ก ําล ังเข้าปราบปรามได้และเจ้าหน้าทีfi สําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) จะเป็ นผู้ลงมือปฏิบ ัติเพืfiอให้การบ ังค ับใช้ กฎหมายส ัมฤทธิfiผล7 คดีท ุจริตคอร์รัปช ันทีfiสรุปคดีเสร็จสินแล้วจะและส่งคดีต ่อไปย ังพน ักงาน fi อ ัยการและพน ักงานอ ัยการจะทําความเห็นว ่าสมควรส ังฟ้ องหรือไม่ก ่อนที fi fiจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ไปผ ู้ถ ูกกล่าวหาจากน ันศาลจะทําหน้าที fi fiตัดสินคดีต่อไปว่าจําเลยกระท ําความผิดจริงตามคําฟ้ อง ของพน ักงานอ ัยการหรือไม่8 ในระหว ่างทีfiทําการสืบสวนสอบสวนอย ู่น ันfiเจ้าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวน สอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) จะปฏิบ ัติงานร่วมก ับเจ้าหน้าทีfiหน ่วยงานอ ืfiนๆ ของรัฐบาลและ เอกชนในการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมท ังการดําเนินการใดๆ fi เพ ืfiอให้ได้มาซ ึfiงพยานหล ักฐาน แม้ว ่าอาจจะเกินขอบเขตหรือประเด็นการสืบสวนสอบสวนไปก็ตาม9 7 Online Avilable HTTP : http://app.cpib.gov.sg/cpib_new/user/default.aspx?pgID=124 8 Ibid. 9 Ibid.
71 3.1.3 บทสรุปเกีfiยวกับการนํางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวน คด ีพิเศษมาใช้ก ับส ํานักงานส ืบสวนสอบสวนการคอร์รัปชัน สาธารณรัฐสิงคโปร์10 1. เจ้ าหน้ าทีfiสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์ รัปช ัน (CPIB) ไม่ใช ่ เจ้าหน้าทีfiตํารวจเว้นแต ่กรณีปฏิบ ัติหน้าทีfiตามมาตรา 17 แห่งรัฐบ ัญญัติการป้ องก ันการท ุจริต ค.ศ. 1960 ซ ึfiงบ ัญญัติให้เจ้าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) มีอํานาจในการ ตรวจ ค้น ยึด ทรัพย์สินทีfiเก ีfiยวข้องก ับการกระทําความผิดเช่นเดียวก ับเจ้าหน้าทีfiตํารวจในการ สืบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพืfiอสืบสวนความผิดเกีfiยวก ับการคอร์รัปช ัน 2. เจ้ าหน้าทีfiสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) มีอํานาจ หน้าทีfiในการป้ องก ันการท ุจริตและสืบสวนจ ับก ุมผู้กระทําความผิดท ังเจ้าหน้าที fi fiของรัฐและเอกชน 3. บ ุคลท ัวไปสามารถแจ้งเรื fi fiองร้องเรียนกล่าวหาและเบาะแสการทุจริตได้ หลายวิธี เช ่น ติดต่อเจ้าหน้าท ีfiโดยตรงทีfiสําน ักงาน หรือส ่งเรืfiองร้องเรียนกล ่าวหาเป็นหน ังสือรวมท ังfi การแจ้งทางโทรศ ัพท์หรือส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ก็มีผลตามกฎหมาย 4. ผู้ร้องเรียนกล่าวหาจะเปิ ดเผยชืfiอหรือตัวตนหรือไม่ก็ได้ เพราะเจ้าหน้าทีfi ถือว ่าเมืfiอมีการร้องเรียนย ่อมถือว ่าคดีมีมูลในการสืบสวนแล้ว 5. ประเทศสิงคโปร์ใช้ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law)11 เนืfiองจากได้ รับอิทธิพลจากการปกครองของอ ังกฤษ จ ึงไม่มีระบบศาลคู ่ หรือมีศาลปกครอง อย ่างเช ่นประเทศไทย จ ึงไม่มีการนําระบบไต่สวนมาใช้ในการดําเน ินการด้านการปราบปรามการ ท ุจริตคอ ร์รัปช ันเหมือนก ับประเทศไทย ด ังน ันการปราบปรามท ุจริตในสิงคโปร์จ ึงเป็ นการ fi ดําเนินการตามกระบวนการของกฎหมายอาญา เพียงแต่เปลีfiยนจากเจ้าหน้าทีfiตํารวจ เป็ น เจ้าหน้าทีfiของสําน ักงานสืบสวนสอบสวนการคอร์รัปช ัน (CPIB) แทน 3.2 เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน การดําเนินการป้ อ งก ันและปราบปรามการท ุจริตในเขตปกครอ งพิเศษฮ ่องกง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนท ังก ่อนและภายหล ังจากประเทศอ ังกฤษได้ส่งมอบเกาะ fi ฮ ่องกงมีเหตุการณ์และสภาพส ังคมเหมือนก ับสาธารณรัฐสิงคโปร์เป็ นอย ่างมาก กล่าวคือเดิมการ ปราบปรามการท ุจริตเป็ นเพียงแผนกหน ึงที fifiอย ู่ภายในกรมตํารวจฮ ่องกง ต่อมาได้มีการแยกออกมา เป็นหน ่วยงานอิสระจากกรมตํารวจฮ ่องกงเนืfiองจากปัญหาการท ุจริตของเจ้าหน้าทีfiตํารวจฮ่องกง 10 Online Avilable HTTP : http://www.ifaq.gov.sg/cpib/apps/fcd_fcd_faqmain 11 Online Avilable HTTP : http://www.singaporelaw.sg/content/LegalSyst1.html
72 เสียเองจึงทําให้เกิดการเรียกร้องให้มีการปราบปรามการท ุจริตอย ่างจริงจ ังท ัวท ั fiงเกาะฮ ่องกง fi การทีfi เขตปกครองพิเศษฮ่องกงย ังใช้ระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณี (Common Law)12 เน ืfiองจาก ได้รับอิทธิพลจากอ ังกฤษเช ่นเดียวก ับประเทศสิงคโปร์ ส่งผลต่อแนวคิดเกีfiยวก ับการปราบปรามการ ท ุจริตคอร์รัปช ันโดยถือว ่าเป็นการประกอบอาชญากรรมอย ่างหน ึงfiและต้องใช้กระบวนการย ุติธรรม ทางอาญามาป้ องก ันและปราบปรามการกระท ําทีfiถือเป็ นความผิดจ ึงส ัมฤทธิfiผล ปัจจ ุบ ันเขตปกครองพิเศษฮ ่องกง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจ ีน มีหน ่วยงาน ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปช ัน คือ คณะกรรมการอิสระต่อต้านการคอร์ร ัปช ัน (Independent Commission Against Corruption/ ICAC)13 ก ่อต ังเมื fifiอ ค.ศ.1974 ทําหน้าทีfiสืบสวนสอบสวนและ ป้ องก ันการท ุจริตคอร์รัปช ัน และเป็ นหน ่วยงานอิสระและมีสายบ ังค ับบ ัญชาทีfiข ึนตรงต่อผู้ว ่าการ fi เกาะฮ ่องกง 3.2.1 อํานาจหน้าทีfiของคณะกรรมการอิสระต่อต้านการคอร์รัปชัน คณะกรรมการอิสระต ่อต้านการคอร์รัปช ันของเขตปกครองพิเศษฮ ่องกงมี อํานาจหน้าทีfiด ังต่อไปนีfi 14 (1) ดําเนินการใช้กําล ังเข้าปราบปรามการท ุจริตโดยถือว ่าการท ุจริตคอร์ รัปช ันเป็นอาชญากรรมร้ายแรง (2) สืบสวนสอบสวน ทดสอบหรือประเมินความเป็ นไปได้ว่าอาจมีการ ท ุจริตภายในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหรือไม่ ท ังน ี fiเจ้าหน้าที fi fi ICAC จะศึกษาจากระบบและ วิธีการทีfiหน ่วยงานน ันๆfiกําหนดมาตรการป้ องก ันการท ุจริตภายในหน่วยงานน ันเองด้วย fi รวมท ังการ fi ให้ความรู้และการสน ับสน ุนกิจกรรมการต่อต้านการท ุจริตคอร์รัปช ัน (3) เสริมสร้างความรู้ในภาคประชาคมเกีfiยวก ับภ ัยของการท ุจริตคอร์ร ัป ช ัน และส่งเสริมความร่วมมือในการปราบปรามการท ุจริตก ับเจ้าหน้าทีfiของรัฐ 12 Online Avilable HTTP : http://www.doj.gov.hk/eng/legal/index.htm 13Online Avilable HTTP : http://www.icac.org.hk 14 Andrew H Y Wong, Speech Presentation at 4th Regional Anti-Corruption Conference in Kuala Lumpur, Malaysia on 3-5 December 2003. Online Avilable HTTP : http://www.icac.org.hk
73 3.2.2 อํานาจหน้าทีfiของเจ้าหน้าทีfiส ํานักงานคณะกรรมการอิสระต่อต้าน การคอร์รัปชัน15 ด้วยแนวคิดทีfiว ่าการท ุจริตคอร์รัปช ันแตกต่างจากอาชญากรรมโดยท ัวไป fi และเป็ นอาชญากรรมท ีfiผู้กระท ําความผิดท ังสองฝ่ ายต่างก ็สมประโยชน์ระหว ่างก ัน fi ทําให้การ สืบสวนสอบสวนเพืfiอหาพยานหล ักฐานพ ิส ูจน์ความผิดในศาลจ ึงเป็ นเรืfiองยากลําบาก ด ังน ันfi เจ้าหน้าทีfiของสําน ักงานคณะกรรมการอิสระต่อต้านการคอร์รัปช ัน จึงต้องมีอ ํานาจหน้าท ีfiพ ิเศษ มากยิfiงขึนfiท ังนี fiได้มีการบ ัญญัติกฎหมาย fi Independent Commission Against Corruption Ordinance มาตรา 10 มาตรา 11 และ มาตรา 12 และกฎหมาย Prevention of bribery ordinance มาตรา 201 ให้อํานาจสําน ักงานในการดําเนินการต ่างๆ สรุปได้ด ังน ีfi 1.สําน ักงานคณะกรรมการอิสระต่อต้านการคอร์รัปช ัน (ICAC) มีอํานาจ ด ังต่อไปนีfi (1.1) ดําเนินการออกระเบียบภายในเพืfiอการปฏิบ ัติหน้ าทีfiของ เจ้าหน้าทีfi ICAC (1.2) ดําเนินการตรวจสอบการดําเนินการสืบสวนสอบสวนของ เจ้าหน้าทีfi ICAC และก ําหนดเงืfiอนไข ว ิธีการ ข ันตอนในการดําเนินการตามความเหมาะสมต่อ fi ผู้กระทําความผิด (1.3) มีอํานาจจ ับกุม คุมข ังและดําเนินการสืบสวนสอบสวนเพ ืfiอให้การ บ ังค ับใช้กฎหมายส ัมฤทธิfiผล (1.4) มีอํานาจในการตรวจค้น บ ุคคล สถานทีfi สิfiงของ หรือว ัตถุทีfiใช้ในการ กระทําความผิด (1.5) มีอํานาจดําเน ินการนําข้อกล่าวหาทีfiไม ่เป็ นทางการมาใช้เป็ นเหตุ ในการสืบสวนสอบสวนได้ (1.6) มอบอํานาจให้เจ้าหน้าท ีfi ICAC ดําเนินการสืบสวนสอบสวนแบบ ย้อนกล ับโดยไม่ให้ผู้กระทําความผิดรู้ต ัวเพืfiอให้ได้พยานหล ักฐานในการกระทําความผิดมาลงโทษ 2.คณะกรรมการ ICAC มีอํานาจป้ องปรามการท ุจริตดังต่อไปนีfi 15 Online Avilable HTTP : http://www.icac.org.hk/en/about_icac/le/index.html
74 (2.1) มีอํานาจในการกําหนดรูปแบบการกระทําท ีfiถือว ่าเป็ นการให้ สินบนก ับเจ้าหน้าทีfiของรัฐและหน ่วยงานภาคเอกชน รวมท ังลูกจ้างในหน ่วยงานท ั fi งหมด fi (2.2) มอบอํานาจให้เจ้าหน้าท ีfiสําน ักงาน สืบสวนสอบสวนเพืfiอหา พยานหล ักฐานและพิสูจน์การดําเนินการทางธุรกรรมในรูปแบบต่างๆ รวมตลอดถ ึง การตรวจสอบ บ ัญชีเงินฝากและธุรกรรมอืfiนๆ ในธนาคาร การอาย ัดเอกสารหล ักฐานทางธุรกิจและเอกสารส่วน บ ุคคล และให้ชีแจ้งที fi fiมาของทรัพย์สิน รายได้ และค่าใช้จ ่าย ของบ ุคคลทีfiเกีfiยวข้อง (2.3) มีอํานาจในการยึด รวบรวมเอกสารทีfiเกีfiยวข้องก ับการเดินทางของ บ ุคคลและห้ามจําหน ่ายจ่ายโอนทรัพย์สินเพืfiอหลีกเลีfiยงการถูกดําเนินคดีในช ันศาล fi (2.4) เจ้าหน้าทีfiมีอํานาจดําเนินการสืบสวนสอบสวนโดยปกปิ ดวิธีการ 3.เจ้าหน้าทีfi ICAC มีอํานาจในคดีทุจริตทีfiเก ีfiยวก ับการเลือกต ังด ังต ่อไปน ี fi fi (3.1) สร้ างความเชืfiอมัfiนว ่าการเลือกต ังได้ดําเนินการด้วยความเป็ น fi ธรรม เปิดเผยและบริสุทธิfi ปราศจากการท ุจริตคอร์รัปช ันและการกระทําทีfiผิดต่อกฎหมาย (3.2) ปฏิบ ัติหน้าทีfiในระหว่างการเลือกต ังตามคําสั fi fiงของคณะกรรมการ อิสระต่อต้านการคอร์รัปช ัน สมาชิกสภานิติบ ัญญัติ คณะอน ุกรรมการการเลือกต ังfiสภาท้องถ ิfiน (ตําบล) ประธานและรองประธานสมาชิกคณะผู้บริหารและต ัวแทนผู้แทนผู้บริหารพ ืนที fiการเลือกต ั fi งfi 3.2.3 โครงสร้างองค์กร (1) แผนกปฏิบ ัติการปราบปรามการท ุจริต (Operation Department)16 แผนกปฏิบ ัติการ มีหน้าทีfiในการรับแจ้งเรืfiองกล ่าวหาร้องเรียน พิจารณาสํานวน และการสืบสวน สอบสวนการกระทําความผิดทีfiมีลักษณะเป็ นการท ุจริตคอร์รัปช ันของเจ้าหน้าท ีfiของร ัฐและการ กระทําผิดวิน ัยทีfiมีเหตุเกีfiยวก ับการท ุจริต ในการสืบสวนสอบสวนตามข้อกล่าวหาต่างๆ ทีfiได้ร ับจะถ ูกปกปิ ดไว้ เป็นความล ับอย ่างเคร ่งครัดทีfiสุด เพืfiอป้ องก ันการติดสินบนเจ้าหน้าทีfiของ ICAC เอง ทีfiอาจจะนํา เรืfiองด ังกล่าวไปบอกก ับผ ู้ถ ูกล ่าวหาให้ รู้ตัวก่อนท ีfi เจ้าหน้าทีfi ICAC จะดําเนินการ นอกจากนีfi เจ้าหน้าทีfi ICAC ย ังมีอํานาจในการปฏิบ ัติการอําพรางเพืfiอดําเนินการจ ับก ุมผู้กระทําความผิด เช ่น ปฏิบ ัติการอําพรางเพืfiอล่อให้กระท ําความผิด (Undercover graft)17 16 Online Avilable HTTP : http://www.icac.org.hk/en/operations_department 17 Ibid.
75 เมืfiอการสืบสวนสอบสวนเสร็จสินแล้ว fi หากไม่ปรากฏพยานหล ักฐาน เพียงพอทีfiจะดําเนินการทางอาญาหรือวิน ัยได้ เจ้าหน้าทีfi ICAC จะส่งรายงานไปย ังคณะกรรมการ ตรวจสอบการปฏิบ ัติการ (Operations Review Committee) ซ ึfiงมีอํานาจส ัfiงให้ย ุติเรืfiองกล่าวหา น ันๆfiต่อไป ในส่วนของการสืบสวนสอบสวนของสําน ักงาน ICAC จะได้จ ัดส่ง เอกสารหล ักฐานท ังหมดมอบให้ก ับเลขาธิการสําน ักงานกระทรวงย ุติธรรมพิจารณาว่าจะสมควร fi ดําเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไปหรือจะดําเนินการสืบสวนสอบสวนเองโดยไม ่ใช้สํานวนการ สืบสวนสอบสวนของสําน ักงาน ICAC ก็ได้ (2) แผนกป้ องก ันการท ุจริต (Corruption Prevention Department)18 ทําหน้าทีfiเกีfiยวก ับประเมิน ทดสอบ การปฏิบ ัติงานและกระบวนการดําเนินงานของภาครัฐท ังหมด fi รวมท ังองค์กรสาธารณะต่างๆ fi (Public bodies) ว่ามีช ่องว่างหรือเปิ ดโอกาสให้เจ้าหน้าทีfiของรัฐและ เอกชนสามารถท ุจริตได้หรือไม่และทําหน้าทีfiเสนอมาตรการและให้คําแนะน ําในการป้ องก ันการ ท ุจริตภายในองค์กรท ังภาครัฐและเอกชนตามที fi fiได้รับการร้องขอ (3) แผนกชุมชนส ัมพ ันธ์ (Community Relations Department)19 ทําหน้าทีfi ให้การศึกษาและความรู้ก ับสาธารณชน เพืfiอต ่อต้านการท ุจริตและกระตุ้นให้ภาคเอกชนต่อส ู้ก ับ ปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ัน 3.2.4 บทสรุปเกีfiยวกับการนํางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวน คด ีพิเศษมาใช้ก ับสํานักงานคณะกรรมการอิสระต่อต้านการคอร์รัปชัน (ICAC) 1. เจ้าหน้าทีfiสําน ักงานคณะกรรมการอิสระต่อต้านการคอร์ร ัปช ัน (ICAC) มีสถานะเป็ นเจ้าหน้าทีfiตํารวจตามกฎหมาย เนืfiองจากเดิมเป็นแผนกหน ึงที fifiอย ู่ในกรมตํารวจฮ ่องกง และเมืfiอมีการแยกหน ่วยงานออกมาเป็ นหน่วยงานอิสระแล้ว ก ็ย ังคงสถานการณ์เป็ นเจ้าหน้าทีfi ตํารวจอยู่เช ่นเดิม ดังน ันเจ้าหน้าที fi fiของ ICAC จ ึงมีอํานาจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา และการนําเทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษมาดําเนินการปราบปรามการท ุจริตในภาครัฐ และเอกชน รวมท ังเจ้ าหน้าท ี fi fiตํารวจฮ่องกงเองด้วย ส ่งผลให้เขตปกครองพิเศษฮ่องกงประสบ ความสําเร็จในการปราบปราบปัญหาท ุจริตคอร์รัปช ันเป็ นอย ่างมาก 18 Online Avilable HTTP : http://www.icac.org.hk/en/corruption_prevention_department 19 Ibid.
76 2. เขตปกครองพิเศษฮ่องกงย ังคงใช้กฎหมายแบบเดียวก ับประเทศ อ ังกฤษ คือระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common law) ส ่วนกฎหมายป้ องก ันการท ุจริตถือเป็ น กฎหมายพิเศษทีfiกฎหมายจารีตประเพณีย ังครอบคลุมไม่ถ ึงจ ึงได้มีการตรารัฐบ ัญญัติขึนเพื fi fiอเพิfiม ความสมบ ูรณ์ในการบ ังค ับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ด ังน ันศาลและคณะลูกขุนจึงเป็ นผ ู้ที fi fiมี บทบาทอย ่างมากในการพิจารณาคดีท ุจริตคอร์รัปช ัน 20 3.3 ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามทีfiได้ศ ึกษาในบทท ีfi 2 พบว ่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็ นประเทศแรกๆ ทีfiได้มีการนํา เทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษมาใช้ก ับเจ้าหน้าทีfiตํารวจ และเจ้าหน้าทีfiสืบสวนสอบสวนใน หน ่วยงาน เอฟ.บ ี.ไอ. หรือซี.ไอ.เอ. ถือเป็นเครืfiองมือสําค ัญในการควบคุมการกระทําความผิดของ ประชากรชาวอเมริก ันจํานวนสามร้อยล้านคน21 หากใช้ว ิธีการสาม ัญท ัfiวไปในการปราบปรามการ ท ุจริตแล้วย ่อมไม่อาจดําเนินการใดๆได้เลย และประเทศสหรัฐอเมริกาจะกลายเป็นประเทศทีfiมีการ ท ุจริตมากทีfiสุดในโลก ด ังน ันการที fi fiกฎหมายมีโทษทีfiเก ีfiยวก ับการท ุจริตอย ่างรุนแรง การบ ังค ับใช้ กฎหมายอย ่างมีประสิทธิภาพ และเจ้าหน้าทีfiของรัฐทีfiมีอํานาจหน้าทีfiอย ่างสมบูรณ์ในการแสวงหา พยานหล ักฐานด้วยวิธีการต่างๆ รวมท ังระบบการตรวจสอบการปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าที fi fiของรัฐ ทีfiดีจ ึงทําให้ประเทศสหรัฐอเมริกาประสบความสําเร็จในการปราบปรามการท ุจริตคอร์รัปช ัน ท ังนี fifi ประเทศสหรัฐอเมริกาถือว ่า การท ุจ ริตคอร์รัปช ันท ังภาครัฐและเอกชน fi คือ การประกอบ อาชญากรรมอย ่างหนึfiง ด ังน ันการจะใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนแบบธรรมดาท ั fi fiวๆ ไป ย่อมไม่ สามารถจ ัดการก ับปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ันได้ ดังน ันภารกิจด้ านการปราบปรามการท ุจริต fi คอร์รัปช ันจ ึงเป็ นหน้าทีfiของสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือเอฟ.บ ี.ไอ. 22 (Federal Bureau of Investigation : FBI) ซ ึfiงก่อต ังเมื fifiอ ค.ศ.1908 ท ังนี fiได้มีการแบ่งแผนกออกตามความเช ี fi fiยวชาญ อาชญากรรม ในส่วนของปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ันจะอย ู่ในกลุ ่ม White Collar Crime 3.3.1 อํานาจหน้าทีfiของส ํานักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟ.บี.ไอ.) สําน ักงานสืบสวนสอบส วนกล าง (FBI) ได้แบ ่งภารกิจตามลําดับ ความสําค ัญและความร้ายแรงของปัญหาออกเป็นสองประเภท23 คือ 20 Online Avilable HTTP : http://www.doj.gov.hk/eng/legal/index.htm 21 Online Avilable HTTP : http:// http://www.census.gov/population/www/popclockus.html 22 Online Avilable HTTP : http://www.fbi.gov/hq.htm 23 Ibid.
77 1. ภารกิจด้านความมันคงแห ่งชาติ fi แบ ่งเป็ น 1.1 การปราบปรามขบวนการก ่อการร้าย ได้แก่ (1) การก ่อการร้ายสากล (2) การก ่อการต้ายภายในประเทศ (3) การใช้อาว ุธขนาดร้ายแรงเพืfiอทําลายประเทศ 1.2 การต่อต้านข ่าวกรอง ได้แก ่ (1) การปราบปรามการจารกรรมข้อมูลข่าวสารของรัฐ (2) การปราบปรามการแพร่ขยายทางชีวเคมี (3) การปราบปรามการจารกรรมข้อมูลทางเศรษฐกิจ 1.3 อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ได้แก ่ (1) การสอดแนมทางคอมพ ิวเตอร์ (2) อาชญากรรมในระบบสารสนเทศ (3) การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (4) การฉ้อโกงบนระบบสาระสนเทศน์ 2. ภารกิจด้านการปราบปรามอาชญากรรม แบ ่งเป็น 2.1 การท ุจริตคอร์รัปช ันในภาครัฐได้แก่ (1) การฉ้อโกงรัฐบาล (2) การโกงการเลือกต ังfi (3) การคอร์รัปช ันทีfiได้กระทําลงในต่างประเทศ 2.2 สิทธิมนุษยชน (1) สงครามทีfiเก ิดจากความข ัดแย้ งทีfiเกีfiยวก ับการ เหยียดผิว หรือเชือชาติเป็นต้น fi (2) การล ักลอบค้ามน ุษย์ (3) ความแตกต่างของการบ ังค ับใช้กฎหมาย (4) เสรีภาพในการเข้าถ ึงระบบการรักษาพยาบาล 2.3 องค์กรอาชญากรรม กลุ ่มผ ู้มีอิทธิพลชาวอิตาเลียน รัสเซ ีย ตะว ันออกกลางเอเช ียแอฟริก ันและการท ุจริตในการกีฬา 2.4 อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ( White-Collar Crime) เช ่น การผูกขาดทางการค้า การแกล้งท ําตนเป็นผู้ล้มละลาย การฉ้อโกงทีfiเก ีfiยวก ับหล ักทรัพย ์ การฉ้อโกง
78 ทีfiเกีfiยวก ับระบบรักษาสุขภาพประชาชน การท ุจริตทีfiเกีfiยวก ับสถานะของบ ุคคล การฉ้อโกงในระบบ ประก ันภ ัย การฟอกเงิน การฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์และการจ ํานอง การฉ้อโกงการขายทางโทรศัพท์ และการกระทําอืfiนๆ ทีfiเป็ นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 2.5 การล ักทรัพย ์สินท ีfiมีค่า หรืออาชญากรรมท ีfiไม ่ส่งผลกระทบ โดยตรงต ่อประชาชน เช ่น การโจรกรรมศิลปว ัตถ ุ การโจรกรรมสินค้าในโรงเก็บ อาชญากรรมทีfi กระท ําต่อผู้ เยาว ์ อาชญากรรมทีfiกระท ําทางเรือ อาชญากรรมทีfiกระท ําโดยชาวอินเดียนแดง การโจรกรรม อ ัญมณีและเครืfiองประด ับ การโจรกรรมในร้านค้า การโจรกรรมรถยนต์ และกล ุ่มกวน เมืองหรือกลุ ่มอาชญากรกลุ ่มย ่อยๆ กรณีจ ึงเห็นได้ว่า สําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (FBI) มีอํานาจหน้าทีfiทีfi หลากหลายมาก รวมท ังการปราบปรามการท ุจริตคอร์รัปช ันในภาครัฐและเอกชน fi โดยมีการ จ ัดลําด ับความสําค ัญให้ปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ันเป็ นอาชญากรรมทีfiมีความสําค ัญเป็ นลําด ับทีfiสีfi ของภารกิจองค์กรซ ึงรองมาจากความม ั fi นคงของประเทศเท ่าน ั fi นfiท ังนี fiเป็ นเพราะสําน ักงานสืบสวน fi สอบสวนกลาง (FBI) มีความเชืfiอว่า เบืองหล ังของการก ่อการร้าย fi การสอดแนมความม ันคงของ fi ประเทศ และอาชญากรรมทางคอมพ ิวเตอร์ ม ักจะมีผู้สน ับสน ุนอย ู่เสมอ และการสน ับสน ุนน ันเกิด fi มาจากการท ุจริตคอร์รัปช ันน ันเอง fi 24 ด ังน ันสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ fi (FBI) จ ึงถือว่า การท ุจริตคอร์รัปช ันย ่อมส่งผลกระทบต่อความม ัfiนคงของประเทศน ันเอง fi เมืfiอแนวความคิดท ีfiสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) มีต่อ ปัญหาการท ุจริต คอร์รัปช ัน25 คือ การคอร์ร ัปช ันคือแก่นกลางของปัญหาทีfiทําลายประเทศ ท ังทาง fi ภูมิศาสตร์ เกีfiยวก ับเรืfiองทีfiดิน ดินแดน อาณาเขต และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของ ประเทศ เช ่น การทุจริตการเลือกตังfiท ีfiจะก ่อให้เกิดการทุจริตทางด้านสาธารณส ุขจริยธรรมและการ ปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าทีfiของรัฐ ด ังน ันการสืบสวนสอบสวนการท ุจริตคอร์รัปช ันจ ึงต้องใช้วิธีการท ุก fi ทาง เช ่น การใช้น ักสืบ การใช้สายล ับ และการตรวจสอบทางอ ิเล็กทรอนิกส์ รวมตลอดไปถ ึงการ สะกดรอยติดตามบ ุคคล การตรวจสอบร่องรอยทางการเงิน รวมท ังการให้ประชาชนรายงานข้อม ูล fi ใดๆ ทีfiเชืfiอได้ว ่ามีการท ุจริตคอร์รัปช ันเกิดขึนโดยไม่จําเป็ นต้องเปิ ดเผยตนเอง fi 24 Online Avilable HTTP : http://www.fbi.gov/hq/cid/pubcorrupt/pubcorrupt.htm 25 Online Avilable HTTP : http://www.fbi.gov/page2/june05/obrien062005.htm
79 3.3.2 โครงสร้างองค์กร26 สําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟ.บี.ไอ.) มีโครงการการบริหารงาน ด ังต่อไปนีfi 1. ระดับผู้บริหารประกอบด้วย 1.1 ผู้อํานวยการสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลาง 1.2 รองผู้อํานวยการสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลาง 1.3 ผู้ช่วยผ ู้อํานวยการสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลาง 1.4 ห ัวหน้าคณะเจ้าหน้าทีfi 1.5 ทีfiปรึกษาอาว ุโสผู้อ ํานวยการสําน ักงานสืบสวน สอบสวนกลาง 1.6 รองห ัวหน้าคณะเจ้าหน้าทีfiและทีfiปรึกษาผู้อ ํานวยการสําน ักงาน สืบสวนสอบสวนกลาง 2. สําน ักงานผ ู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ และผ ู้ช ่วยผู้อํานวยการ สําน ักงาน ด ูแลรับผิดชอบหน ่วยงานย ่อยๆ ด ังต่อไปนีfi สําน ักก ิจการสภาผู้แทนรัฐสภา สําน ักงาน แรงงาน สําน ักทีfiปรึกษาท ัวไปfi สําน ักจริยธรรมและคุณธรรม สําน ักผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา สําน ักงานด้านการปฏิบ ัติงานและวิชาชีพ สําน ักประสานงานภาครัฐ แผนกตรวจสอบการ ปฏิบ ัติการแผนกสน ับสนุนการปฏิบ ัติงานด้านสาธารณูปโภคและการบริหารจ ัดการแผนกการคล ัง แผนกบริหารจ ัดการข้อมูล แผนกนโยบายและข้อมูลองค์กรและแผนกรักษาความปลอดภ ัยภายใน องค์กร 3. ผู้อํานวยการและผู้ช ่วยผู้อํานวยการสําน ักต่างๆ 4. สําน ักภาคความม ันคงภายในประเทศ fi ประกอบด้วย แผนกการก่อการ ร้าย แผนกการข่าวแผนกอาว ุธและการต่อต้านอาว ุธสงครามร้ายแรง 5. สําน ักอาชญากรรม และอาชญากรรมทางคอมพ ิวเตอร์ ประกอบด้วย แผนกสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม แผนกอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ แผนกประสานงานใน ภาวะการณ์ แผนกปฏิบ ัติการในต่างประเทศ และแผนกประสานเพืfiอการบ ังค ับใช้กฎหมาย 6. สําน ักทรัพยากรบ ุคคล ประกอบด้วย แผนกฝึกอบรม และแผนกบ ุคลกร 26 Online Avilable HTTP : http://www.fbi.gov/libref/executives/asstmain.htm
80 7. สําน ักว ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย แผนกบริการข้อมูล กระบวนการย ุติธรรมทางอาญา แผนกห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ แผนกปฏิบ ัติการทางด้าน เทคโนโลยี และแผนกเทคโนโลยีพิเศษเพืfiอการใช้งานของสําน ักงาน 8.สําน ักข้อมูลข ่าวสารและเทคโนโลย ี ประกอบด้วย แผนกรองผู้บริหาร ด้านข้ อมูลข ่าวสารและเทคโนโลย ี แผนกปฏิบ ัติการด้ านข้อม ูลข่าวสาร แผนกเจ้ าหน้าทีfi ผู้ทรงคุณว ุฒิด้ านต่างๆ แผนกพ ัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกบริหารจ ัดการด้าน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และแผนกนโยบายและการวางแผนทางด้านสารสนเทศ 3.3.3 บทสรุปเกีfiยวกับการนํางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวน คด ีพิเศษมาใช้ก ับส ํานักงานส ืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟ.บี.ไอ.) 1. ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ ระบบกฎหมายจารีตประเพณีหรือคอม มอนลอว์การนําพยานหล ักฐานทีfiได้จากการสืบสวนสอบสวนโดยวิธีการสืบสวนสอบสวนคดีพ ิเศษ มาใช้ในศาลได้หรือไม่น ันfiศาลจะเป็ นผู้วินิจฉ ัยและกําหนดแนวทางเอง เนืfiองจากรัฐธรรมน ูญของ ประเทศสหรัฐอเมริกา (ฉบ ับแก้ไขครังที fifi 4) ได้เน้นเรืfiองพยานหล ักฐานทีfiได้มาจากการจ ับ การค้น การย ึดทีfiไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหลักการในเรืfiองการไม่รับฟังพยานหล ักฐานทีfiเก ิดข ึนโดยชอบแต่ fi วิธีการได้มาซ ึfiงพยานหล ักฐานไม่ชอบ (The Fruit of poisonous tree doctrine) ไม่ได้นํามาใช้ต ัด พยานทีfiได้มาจากการใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ และไม่ได้อย ู่บนพืนฐานของร ัฐธรรมนูญ fi สหรัฐและเป็ นคนละกรณีก ับบทต ัดพยานทีfiได้มาโดยมิชอบ (The exclusionary rules)27 2. เจ้าหน้าทีfiสืบสวนสอบสวนกลาง หรือเอฟ.บี.ไอ (F.B.I.) แม้ว ่าจะไม ่ได้ เรียกตําแหน ่งตนเองว ่าเป็ นตํารวจ28แต่มีอํานาจหน้าทีfiเหมือนและมากกว่าตํารวจของรัฐบาลกลาง 27 ศุภช ัย เศวตกิตติกุล. การล่อให้กระท ําความผิดอาญา. (วิทยานิพนธ์นิต ิศาสตร์มหาบ ัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล ัย, 2544), หน้า 114. 28 ระบบตํารวจหรือผู้รักษากฎหมาย ในประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา มีหลายระดับได้แก่ 1.ระด ับรัฐบาลกลาง Federal 2.ระด ับรัฐ State 3.ระด ับซิตีfi City 4.ระด ับเค๊าตีfi หรือมณฑล County 5.ระด ับกองโรงเรียน Unified School District ระบบตํารวจหรือผู้รักษากฎหมาย ในระด ับรัฐบาลกลาง Federal จะรับผิดชอบบ ังค ับใช้กฎหมายรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและ รัฐธรรมนูญอเมริก ัน หน ่วยงานทีfiมีชืfiอเสียงเช่น FBI หน่วยสอบสวนกลาง, Secret Service ตํารวจลับ, U.S. Marshal ตํารวจศาล,DEA ปราบปรามยาเสพต ิด Border Patrol ตํารวจตระเวนชายแดน EPA หน ่วยงานส ิfiงแวดล้อม, ICE ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเจ้าหน้าทีfi เหล่านีfi ม ีชืfiอเรียกว่า Police Officer, Special Agent, Marshal, Inspector เป็นต้น
81 ต ัวอย่างหน่วยงาน FBI ซึfiงอย ู่ภายใต้ และส ังกัดกระทรวงยุต ิธรรม สหรัฐฯจะรับสม ัครจากน ักศึกษา ทีfiเรียน อย่าง น้อย ในช ันปีที fi fi 3 หรือ 4 จากมหาวิทยาล ัยหรือผู้ทีfiจบแล้ว ผู้สม ัครอายุ 21-37 ปี ต้องเป็นพลเมืองอเมริก ัน มีคะแนน GPAอย่าง น้อย 3.00 ข ึนไป fi อายุ 23-37 ปี ต้องจบจากคณะบ ัญชี วิทยาศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์-คอมพิวเตอร์ ภาษา และกฎหมาย สุขภาพแข็งแรง สภาพจิตใจปกต ิมีการทดสอบ และผ่านการอบรมจากสถาบัน FBI Academy เง ินเดือนจะเริfiมต้นทีfi GS-10 ระด ับ 1 ได้ $43,441/ปี หรือเดือนละ 119,462 บาท/เดือน เจ้าหน้าทีfi FBI หรือ Secret เหล่านีfi จะเรียกว่า Special Agent ไม ่ม ียศไม ่ม ีเครืfiองแบบ การทํางานก็ใส่ส ูทธรรมดา จะมีสําน ักงานท ัวไปในทุกรัฐและเมืองใหญ่ๆ fi U.S. Marshal ตํารวจศาลของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอาจจะใส่มีเครืfiองแบบ หรือ เสือแจ๊คเก็ต fi แต่ไม ่มียศ ผู้สม ัครอาย ุ 21-36 ปี การศ ึกษา คะแนนต้องได้เก ิน 3.00 มีการทดสอบ และผ่านการอบรมแล้วจะมี เง ินเดือนเริfiมต้นทีfiระด ับ GS-5, GS-7 $36,658 และ $41,729 หรือ 100,809 บาท/เดือน และ 114,754 บาท/เดือน ตามลําด ับ ในระด ับรัฐ State ซึfiงมีอยู ่ 50 รัฐในแต่ละรัฐ มีระบบตํารวจทีfiคล้ายคลึงก ัน กล่าวคือ ตํารวจในระดับรัฐ บางรัฐเรียกว่า State Police บางรัฐเรียกว่า State Patrol State Trooper อยู ่ภายใต้บ ังค ับ บ ัญชาของผู้ว่าการรัฐ Governor ซึfiงมาจากการเลือกตังfi State Police จะดูแลความปลอดภ ัยให้ก ับเจ้าหน้าทีfi และสถานทีfi ของหน่วยงานรัฐบาลในระด ับรัฐ ต ัวอย่างเช่น ตํารวจทีfiร ัฐนิวยอร์ค รับสม ัคร 20-30 ปี จบม ัธยมปลายและเรียนในระด ับวิทยาล ัยอย่างน้อย 60 หน ่วย กิต ระหว ่างทีfiเรียนสถาบันตํารวจจะได้เง ินเดือน $50,374/ปี หรือ 138,528บาท/เดือนเมืfiอจบแล้วเง ินเดือนเริfiมต้น $61,525 หรือ169,193 บาท/เดือนเง ินเดือน ระดับจ่า Sergeant $90,795/ปี หรือ 249,686 บาท/เดือน ระด ับนายร้อยLieutenant $107,967/ปี หรือ 296,909 บาท/เดือน ในระด ับเมือง City ใหญ่ๆ จะมีหน่วยงานตํารวจของตนเอง เรียกว่า Police Departmentต ัวย ่อ PD เช่น LAPD, NYPD ห ัวหน้าตํารวจเรียกว่า Chief Policeอยู ่ภายใต้บ ังค ับบ ัญชาของนายกเทศมนตรี Mayor ในเมืองน ันๆfi กรณีตํารวจของนครลอสแองเจล ิส LAPD – Los Angeles Police Department ผู้สม ัครทีfiจะเป็นตํารวจ ต้องมี ประว ัติดี มีอาย ุมากว่า 21 ปี จบการศึกษาอย่างน้อยม ัธยมปลาย จบการฝึ กอบรมจากสถาบ ันแล้ว เง ินเดือนเริfiมต้นทีfi $56,522/ปี หรือ 155,435 บาท/เดือน ผู้ทีfiเรียนจบระด ับวิทยาลัย 2 ปี เกินกว่า 60 หน ่วยกิต เง ินเดือนเริfiมต้นทีfi $58,798/ปี หรือ 161,694 บาท/เดือน ผู้ทีfiจบการศ ึกษาปริญญาตรี เง ินเดือนเริfiมต้นทีfi $61,095/ปี หรือ 168,011 บาท/เดือน และให้ค่า เครืfiองแบบอีกปีละ $950 สําหรับ ผู้ทีfiมีความเชีfiยวชาญภาษาอืfiนทีfiจําเป็น จะได้เง ินเดือนเพิfiมอ ีก 2.75 - 5.5 % เมืองเล็กๆทีfiไม ่มีนายกเทศมนตรี Mayor ก็ต้องอาศ ัยตํารวจหรือผู้ รักษากฎหมายจากมณฑลหรือ County ทีfiเรียกว่า Sheriff ทีfiคน ไทยชอบแปลว่า "นายอําเภอ" จริงๆแล้วเชอรีฟ Sheriff ก็คือตํารวจทีfiมาจาก County นีfiเองจะอยู ่ภายใต้การบังค ับบัญชาของ County Supervisor ซึfiงเป็นตําแหน ่งทีfiมาจากการเลือกต ังfi ผู้สม ัครต้องอายุอย ่างตํfiา 20 ปี ถ้าจบการศึกษาม ัธยมปลายเมืfiอผ่านการอบรมได้เป็ น Deputy Sheriff เง ินเดือน เริfiมต้น $54,784 /ปี หรือ150, 656 บาท/เดือน ผู้ทีfiเรียนระดับว ิทยาล ัย 2 ปี มีเง ินเดือนเริfiมต้นทีfi $57,840/ปี หรือ 159,060 บาท/เดือน ผู้ทีfiจบการศึกษาปริญญาตรีเง ินเดือนเริfiมต้นทีfi $61,064/ปี หรือ 167,928 บาท/เดือน กองการศึกษาขนาดใหญ่ Unified School District จะม ีตํารวจเป็นตนเองเช่น กองโรงเรียนนครลอสแองเจลิส LAUSD จะมี หน่วยงานตํารวจอยู ่ภายใต้การบริหารของ School District Superintendent ทีfiม ีตํารวจมาจากการรับสม ัครภายใต้การคัดเลือก ของ Board of Education ทีfiมาจากการเลือกต ังของกองโรงเรียนตํารวจนครลอสแองเจลิส fi มีเง ินเดือนเริfiมต้น $41,002/ปี หรือ112,755 บาท/ เดือนเง ินเดือนจะน้อยกว่าตํารวจทัวๆไปเพราะความเสี fi fiยงภ ัยน้อยกว่ามาก เพียงด ูแลความปลอดภ ัยทีfiเกีfiยวข้อง ก ับโรงเรียน ในประเทศ สหรัฐอเมริกาจะไม ่มีโรงเรียนนายสิบตํารวจหรือโรงเรียนนายร้อยตํารวจมีเพียงสถาบ ันฝึ กตํารวจ Police Academy เท่านันfi สายระด ับการบ ังค ับบัญชาของตํารวจ สหรัฐฯ Organization Chart ม ักจะเป็ นแบบนีfi Chief Police, Deputy Chief Lieutenant, Sergeant, Detective, Senior Police Officer และ Police Officer
82 และรัฐบาลท้องถิfiน จ ึงม ักเข้าใจก ันว่าเมืfiอมีอํานาจเสมือนตํารวจแล้ วก็น ่าจะเรียกว่าเป็ นตํารวจ เช ่นเดียวก ัน 3. เจ้าหน้าทีfiในหน ่วยงานทีfiมีอํานาจบ ังค ับใช้กฎหมายทีfiมีโทษทางอาญา สามารถเข้ าร่วมปฏิบ ัติการก ับเจ้าหน้าทีfiสืบสวนสอบสวนกลาง หรือในทางกล ับก ันเจ้าหน้าทีfi สืบสวนสอบสวนกลางจะให้เจ้าหน้าทีfiของรัฐเข้าร่วมในปฏิบ ัติการเป็ นกรณีๆไป ก็ได้ และมีอํานาจ หน้าทีfiตามทีfiได้รับมอบหมายจากสําน ักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือผู้แทน29 3.4 ประเทศแคนาดา สําน ักงานตํารวจแห ่งชาติแคนาดา (Royal Canadian Mounted Police : RCMP) ก ่อต ังเมื fi fiอ ค.ศ.1873 ทําหน้าทีfiเป็ นผู้ รับผิดชอบในการปราบปรามการท ุจริตคอร์ร ัปช ัน โดยมี เจ้าหน้าทีfiประจําการประมาณ 13,000 นาย (เมืfiอ ค.ศ.2004) แต่ปัญหาการคอร์รัปช ันไม่ใช้ปัญหา ใหญ่ หรือปัญหาทีfiส ัfiงสมมาในอดีต และเจ้าหน้าทีfiตํารวจม้าแคนาดาก็ได้รับการยอมรับและคําชืfiน ชมจากประชาชนและศาลตลอดมา ท ําให้การปฏิบ ัติงานไม่มีความยุ่งยากและซ ับซ้อนและ กระบวนการย ุติธรรมสามารถดําเนินการให้เสร็จสินได้อย ่างรวดเร็ว fi จนเมืfiอในระยะหล ังเริfiมมีกล ุ่ม องค์กรอาชญากรรมเพิfiมมากขึนfiทําให้ปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ันมากขึนไปด้วย fi ท ังนี fiปรากฏจาก fi การจ ัดอ ันด ับของ Corruption Perception Index World Corruption Watchdog ประเทศ แคนาดามีอ ันด ับลดลงมาเรืfiอยๆจากประเทศทีfiมีปัญหาการท ุจริตน้อยในอ ันดับทีfi 5 เมืfiอ ค.ศ. 2000 มาอย ู่ลําด ับทีfi 11 เมืfiอ ค.ศ. 2003 ระด ับเดียวก ับประเทศอ ังกฤษ30 การสืบสวนคดีคอร์ร ัปช ันดําเนินการโดยแผนก E (เรียงแผนกเรียงตามต ัวอ ักษร) เนืfiองจากเก ิดปัญหาภายในสําน ักงานตํารวจแห ่งชาติแคนาดาเกีfiยวก ับเรืfiองต่างๆ เช ่น ปัญหาการ ข ัดขวางกระบวนการย ุติธรรม ปัญหาการนําข้อมูลล ับในสําน ักงานไปขาย การติดสินบน การรัfiวไหล ของข้อมูลปฏิบ ัติการล ับและปฏิบ ัติการอําพราง ปัญหาการขโมยทรัพย์สินและของกลางในคดีและ การย ักยอกเงินทีfiจะต้องจ ่ายให้ก ับสายสืบ เป็นต้น31 29Benjamin R. Civiletti, Attorney General’s Guidelines on Federal Bureau of Investigation Undercover Operation, U.S. Department of Justice Federal Bureau of Investigation, p.4-6. 30 ______________________________ , Undercoverv Operation . เอกสารประกอบการฝึ กอบรมปฏิบ ัติการอําพราง สําน ักงานตํารวจแห่งชาติแคนาดา (RCMP) , มปท, หน้า 1-4. 31 เรืfiองเดียวกัน.
83 เพืfiอเป็ นการแก้ไขปัญหาด ังกล่าว สําน ักงานตํารวจแห ่งชาติแคนาดาจ ึงได้แก้ไขปัญหา แล้วและได้ผลสําเร็จโดยกําหนดนโยบายทีfiสําค ัญด ังต่อไปนีfi 32 1. การให้ความสําค ัญก ับข้อมูลการข่าว (Intelligence led) และให้เจ้าหน้าท ีfiต้อง มีการรายงานการข่าวก ่อนลงมือปฏิบ ัติการท ุกครังfi 2. การสร้ างความม ันใจให้ผู้แจ้งข่าว fi (Confidence for those reporting) โดยมี ระบบการจ ัดการทีfiดีและมีการรายงานผลการปฏิบ ัติงานให้ทราบ 3. การสร้างระบบป้ องก ันข้อมูลรัfiวไหล (Fire-walled) มีการใช้เจ้าหน้าทีfiอําพราง ประกอบก ับการนําระบบหมุนเวียนยานพาหนะและการสล ับหน่วยงานทีfiส ังก ัดในการปฏิบ ัติงาน เพืfiอลดการมีอํานาจทางส ังคมในองค์กรมากจนเกินไป 4. กําหนดระด ับความรุนแรงของการท ุจริตคอร์รัปช ัน (Corruption a matter of degrees) ด้วยการกําหนดประเภทคดีทีfiมีการท ุจริตคอร์รัปช ันท ังภายในและภายนอกองค์กร fi รวมท ังหน ่วยงานอื fi fiนๆ และใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนให้เหมาะสมก ับรูปคดี 5. มีระบบป้ องก ันเจ้าหน้าทีfiของรัฐทุจริตด้วยการทดสอบความซืfiอสัตย์สุจริตด้วยการ ใช้หล ักการในเรืfiองปฏิบ ัติการอําพราง (Development of covert resourcese and integrity testing) 3.4.1 อํานาจหน้าทีfiของส ํานักงานต ํารวจแห่งชาติแคนาดา สําน ักงานตํารวจแห่งชาติแคนาดามีอ ํานาจหน้าทีfiในการบ ังคับใช้กฎหมาย ด ังต่อไปนีfi 1. The Criminal Code of Canada 2. Firearms Act 3. The Controlled Drugs and Substances Act 4. The Canada Evidence Act 5. The Food and Drugs Act 6. The Youth Criminal Justice Act 7. The Contraventions Act 32 เรืfiองเดียวกัน
84 3.4.2โครงสร้างสํานักงานต ํารวจแห่งชาติแคนาดา33 สําน ักงานตํารวจแห่งชาติแคนาดาประกอบไปด้วยหน ่วยงานภายใน ด ังต่อไปนีfi 1.คณะกรรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดา (commisioner) เป็ นผ ู้บริหาร ระด ับสูงสุดขององค์กร ทําหน้าทีfiดูแลรับผิดชอบท ังประเทศโดยแบ ่งเป็ นภูมิภาคต่างๆ fi 2 . ผู้ แ ท น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ตํ า ร ว จ แ ห ่ ง ช า ติ แ คน า ด า ( Deputy Commissioner, Federal Services and Central Region) (1) แผนก “เอ” รับผิดชอบภารกิจในระด ับประเทศท ังหมด fi ("A" Division National Capital Region) (2) แผนก “โอ” รับผิดชอบในเขตปกครองออนตาริโอ ("O" Division Ontario) (3) แผนก “ซี”รับผิดชอบเขตปกครองคิวเบก ("C' Division Quebec) 3.หน ่วยปฏิบ ัติการในประเทศและต่างประเทศ (Federal and International Operations) แบ่งเป็น (1) แผนกความม ันคงแห ่งชาติและสืบสวนสอบสวน fi อาชญากรรม (National Security Criminal Investigations) (2) แผนกเจ้าหน้าทีfiคุ้มครองอารักขา (Protective Policing) 4.ผู้แทนคณะกรรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดาส่วนปฏิบ ัติการและ ประสานงาน(Deputy Commissioner, Operations and Integration) แบ่งเป็ น (1) แผนกตํารวจชุมชน และงานด้านบ ุคลากร (Community, Contract and Aboriginal Policing Services) (2) แผนกการข่าวอาชญากรรมและกลย ุทธ (Criminal Intelligence Directorate) (3) แผนกยุทธศาสตร์และการวางแผนกลย ุทธ (Strategic Policy and Planning Directorate) 5.ผ ู้ แทนคณะก รรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดาด้ านปฏิบ ัติการ ระด ับประเทศ(Deputy Commissioner, National Police Services) แบ่งเป็ น 33 Online Avilable HTTP : http://www.rcmp-grc.gc.ca/about-ausujet/organi-eng.htm
85 (1) หน ่วยดับเพลิง (Canada Firearms Centre) (2) วิทยาล ัยตํารวจ (Canadian Police College) (3) เจ้าหน้าทีfiบริหารข้อมูลองค์กร (Chief Information Officer) (4) หน ่วยบริหารข่าวกรองแห ่งชาติแคนาดา (Criminal Intelligence Service Canada) (5) หน ่วยบริการด้านการช ันสูตรและการระบ ุต ัวบ ุคคล (Forensic Science and Identification Services) (6) หน ่วยประสานงานและปฏิบ ัติการด้านความผิดเกีfiยวก ับการ แสวงหาผลประโยชน ์จากผู้ เยาว์ (National Child Exploitation Coordination Centre Technical Operations) 6.ผ ู้แทนคณะกรรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดาด้านการบริหารงานจ ัดการและ การควบคุมเจ้าหน้าทีfi (Deputy Commissioner, Corporate Management and Comptrollership) แบ ่งเป็ น (1) หน ่วยบริหารทรัพยากรองค์กร (Asset Management) (2) หน ่วยการเงิน (Finance) (3) หน ่วยจ ัดซือจ ัดจ้าง fi (Procurement and Contracting) (4) หน ่วยสหวิทยาการ (Office of Comptrollership and Modernization) 7.ผู้ แทนคณะกรรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดาระดับภูมิภาคแถบ แอตแลนติก (Deputy Commissioner, Atlantic Region) แบ่งเป็น (1) แผนก “บี” รับผิดชอบแถบนิวฟาวแลนด์และเลบราดอร์ ("B" Division Newfoundland and Labrador) (2) แผนก“เฮช”รับผิดชอบแถบโนวาสก็อตเท ีย ("H" Division Nova Scotia) (3) แผนก“เจ”รับผิดชอบแถบนิวเบินส์วิค ("J" Division New Brunswick) (4) แผนก “แอล”รับผิดชอบแถบปริfiสเอดวาดไอแลนด์ ("L" Division PEI) 8.ผู้ แทนคณะกรรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดาแถบตะว ันตกเฉียงเหนือ (Deputy Commissioner, North West Region) แบ่งเป็ น (1) แผนก “ดี”แถบพืนที fifiมอนทาน่า ("D" Division Manitoba) (2) แผนก“เอฟ”แถบพืนที fifiแซซแคทเซวาน ("F" Division Saskatchewan) (3) แผนก “จ ี”แถบพืนที fifiเขตปกครองของแคนาดาด้านตะว ันตกเฉียงเหนือ
86 ("G" Division Northwest Territories) (4) แผนก“วี”เขตพืนที fifiปกครองนุนาว ุต ("V" Division Nunavut Territory) (5) แผนก “เค” เขตอ ัลเบต้า ("K" Division Alberta) (6) กองเขตรีจิน ่าแถบพืนที fifiแซซแคทเซวาน ("Depot" Division Regina, Saskatchewan) 9.ผู้แทนคณะกรรมการตํารวจแห ่งชาติแคนาดาระดับภูมิภาคแถบแปซิฟิ ก (Deputy Commissioner, Pacific Region) แบ่งเป็ น (1) แผนก “อี”แถบพืนที fifiบริติสโคล ัมเบีย ("E" Division British Columbia) 34 (2) แผนก “เอ็ม”พ ืนที fifiเขตปกครองยูคอน ("M" Division Yukon Territory) 3.4.3 บทสรุปเกีfiยวกับการนํางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวน คด ีพิเศษมาใช้ก ับสํานักงานต ํารวจแห่งชาติแคนาดา (RCMP) ในแคนาดาและในประเทศอืfiนทีfiใช้ ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ ศาลได้ ยอมรับการใช้ย ุทธศาสตร์ของตํารวจในการสืบสวนอาชญากรรม โดยเฉพาะอย ่างยิfiงก ับ อาชญากรรมทีfiเกิดจากความยินยอม หรือทีfiเรียกว ่าอาชญากรรมท ีfiปราศจากเหย ืfiอ (Crime without victim) เนืfiองจากขาดการร้องท ุกข์ของเหยืfiออาชญากรรม หรือจากผ ู้อืfiนในส ังคม ด ังน ันจ ึงเป็ นการ fi ยากทีfiจะได้พยานในวิธีการปรกติจากการบ ังค ับใช้กฎหมายและการสืบสวนอาชญากรรม เป็ นผล 34 โครงสร้างสําน ักงานบริหารจัดการปฏิบัติการอําพรางของหน่วย E ซึfiงรับผิดชอบงานด้านการป้ องก ันและปราบปรามการทุจริต ประกอบไปด้วย 1.อธิบดีสําน ักงานปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมทีfiมีล ักษณะเป็นองค์กร (Director General Drugs & Organized Crime) 2.ผู้อํานวยการฝ่ ายอาชญากรรมทีfiม ีล ักษณะเป็นองค์กร (Director Organized Crime Branch) เป็นห ัวหน้าในระด ับรองลงมา โดยม ีการแบ่งส่วนการทํางานออกเป็นส่วนย่อยๆ ด ังต่อไปนีfi 2.1 หน ่วยปฏิบ ัติการสายล ับ (Undercover Operation) ปฏ ิบ ัติงานตลอด 24 ช ัfiวโมง ปั จจ ุบันมีเจ้าหน้ าทีfi รับผิดชอบจํานวน 12 คน 2.2 หน่วยพัฒนาโครงการต่อต้านอาชญากรรมทีfiม ีล ักษณะเป็ นองค์กร (Organized Crime Program Development) ทําหน้าทีfiในการฝึ กอบรมเจ้าหน้าทีfiตํารวจแคนาดารวมท ังเดินทางไปอบรมเจ้าหน้าที fi fiปฏิบ ัติการอําพรางในท้องทีfiต่างๆของ ประเทศรวมท ังพยานและสายล ับที fi fiอยู ่ภายในท้องทีfiนันๆfiด้วย 2.3 หน ่วยคุ้มครองแหล่งข่าวและพยาน (Source/Witness Protection) ทําหน้าทีfiคุ้มครองพยานและบุคคลทีfiเป็น แหล่งข่าวและประสานความร่วมม ือในการติดต่อหน่วยงานอืfiนๆเพืfiอเปลีfiยนแปลงข้อม ูลบุคคล
87 ให้ตํารวจต้องใช้วิธีการลวงในการสืบสวนสอบสวน ซ ึfiงวิธีนีอาจใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย fi แต่ใน ขณะเดียวก ันม ัน ก็ถูกใช้ไปในทางมิชอบได้ง่าย35 ผลท ีfiตามมาคือ การใช้ย ุทธวิธีของตํารวจและปฏิบ ัติการโดยใช้เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษในการวางก ับด ักโดยการเปิ ดโอกาสให้บุคคลทีfiมีเจตนาในการกระทํา ความผิดได้กระทําความผิดน ันออกมา fi ซ ึfiงเป็ นวิธีการสืบสวนท ีfiได้ รับการยอมร ับแต่ปฏิบ ัติการทีfi ย ุ่งยากนีได้กลายเป็นการก ่ออาชญากรรม fi โดยเฉพาะอย ่างยิfiงก ับบ ุคคลซ ึงไม่น ่าจะมีส ่วนเก ี fi fiยวข้อง ก ับอาชญากรรมด ังกล่าวจ ึงได้เกิดประเด็นคําถามในเรืfiอการล่อให้กระทําความผิดเกิดขึนfi 36 ในท า ง วิช าก า รได้ มีก า รกล ่า วถึง “ก า รล ่อให้ ก ระทํ าค วามผิด” (Entrapment) ไว้ว ่า การใช้ผู้ให้ข่าว หรือต ัวแทนสายล ับตํารวจได้รับการยอมร ับ ถ้าเจ้าพน ักงาน ตํารวจใช้เพืfiอการสืบสวนอาชญากรรม เช ่น การเฝ้ าสะกดรอย หรือการเฝ้ าในจ ุดทีfiเก ิดการกระทํา ความผิด หรือการปลอมต ัวเข้าไปเกีfiยวข้องก ับการกระท ําความผิด ซ ึfiงการกระทําน ันเป็ นเพ ียงก ับ fi ด ักทีfiต ัวแทนของรัฐเปิ ดโอกาสให้บ ุคคลกระทําความผิดออกมาแต่สิfiงทีfiน ่าจะต้องพิจารณาคือ เจ้า พน ักงานตํารวจมีเหตุอ ันควรสงส ัยต่อบ ุคคลท ีfiเป็ นเป้ าหมายหรือไม่ หรือบ ุคคลน ันมีเจตนาที fi fiจะ กระทําความผิดอย ู่ก ่อนแล้วหรือไม่แต่สิfiงทีfiไม ่พึงประสงค์คือ การกระท ําของเจ้าพน ักงานผู้มีอํานาจ บ ังค ับใช้กฎหมายได้ข้ ามเส้นแบ ่งจาการสืบสวนอาชญากรรมไปสู ่การสร้ างหรือการก่อให้เก ิด อาชญากรรม ซ ึfiงรูปแบบวิธีการนีถูกเรียกรวมก ันว ่า fi เป็ นผู้ ล ่อให้กระท ําความผิด (Agent Provocateur) อาจกล่าวได้ว ่าการล ่อให้กระทําความผิดของตํารวจมีส่วนทําให้เกิดอาชญากรรม ซ ึfiงเป็ น วิธีการตรงข้ามก ับการใช้เทคนิคในการสืบสวนอาชญากรรมวิธีการอ ืfiนของตํารวจซ ึfiงใช้ภายหล ังเมืfiอได้มี การกระท ําความผิดเกิดข ึนแล้ว fi 37 ด ังน ันfiเพืfiอให้เกิดความสมดุลระหว ่างการคุ้มครองส ังคมจากอาชญากรรม ก ับการคุ้มครองบ ุคคลจากากรกระทําทีfiเกินกว ่าเหตุของตํารวจ ด้วยการกําหนดมาตรการในการ ควบคุมการล่อให้กระทําความผิด ซ ึงมาตรการท ั fi วไปไดแก ่ fi การลดโทษตามคําพิพากษาแก่ผู้กระทํา ความผิด และการตรวจสอบเจ้าพน ักงานผู้กระทําความผิดด้วยการวางระเบ ียบวิน ัยในทางบริหาร โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบ ซ ึfiงย ังไม ่มีประสิทธิภาพทีfiเพียงพอและเป็ นการช ่วยเหลือจําเลยทีถูกfi ต ัดสินได้เพียงเล็กน้อยเท ่าน ันfiด ังน ันมาตรการควบคุมท ี fi fiมีประสิทธิภาพจะต้องสามารถสก ัดก ันfi ความต ังใจของตํารวจในการล่อให้กระทําความผิด fi เพืfiอให้จําเลยถูกพิพากษาลงโทษ โดยศาล อาจจะใช้ วิธีการทีfiจะนํามาใช้ให้ถ ูกต้องตรงก ัน และภายใต้พืนฐานทางกฎหมายที fi fiมีใช้อย ู่ 35 ศุภช ัย เศวตกิตติกุล. การล่อให้กระท ําความผิดอาญา, หน้า 80. 36 เรืfiองเดียวก ันหน้า, หน้า 80. 37 เรืfiองเดียวก ัน, หน้า 80-81.
88 ศาลแคนาดาได้เคยพิจารณาก ับข้อต่อสู้ในเรืfiองการล่อให้กระทําความผิดมานานแล้ว บางครังfi ปฏิเสธข้อต่อสู้ด ังกล่าว บางครังก็ยอมรับ fi ในขณะทีfiบางครังศาลก็เลี fi fiยงไปพิจารณาในประเด็นอ ืfiน38 ในทีfiสุดศาลแคนาดาก ็ได้สร้ างข้อต่อส ู้นีขึ fiนfiซึfiงข้อต ่อสู้นีไม่อย ู่บนพื fi นฐาน fi ของบทบ ัญญัติของกฎหมาย ท ังๆfiทีfiมีการแนะน ําให้มีการออกกฎหมายบ ัญญัติให้เป็ นข้อต่อสู้แต่ผู้ บ ัญญัติกฎหมายไม่เคยได้ออกกฎหมายด ังกล่าว ท ังนี fiแนวคิดต่อการแก้ไขปัญหาการล่อให้กระทํา fi ความผิดของศาลแคนาดาแตกต่างไปจากกฎหมายสหรัฐอเมริกา และอ ังกฤษ โดยมีความเห ็นว่า การนําหล ักการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ น ่าจะเป็นหล ักการทีfiเหมาะสมในการ นํามาใช้แก้ไขปัญหาด ังกล่าว กล่าวคือ ประเทศแคนาดาไม ่มีข้อต่อส ู้ในทางสารบ ัญญัติในเรืfiองการ ล่อให้กระทําความผิด มีแต ่หลักการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ (Abuse of Process) และศาลสามารถมีคําส ัfiงให้หยุดการพิจารณาคดีลงได้ (Stay of the proceeding) บนพืนฐานที fi fiว ่าถ้าปล่อยให้โจทก์ใช้กระบวนพิจารณาของศาลต่อไปแล้วน ่าจะทําให้การบริหารงาน ย ุติธรรมทางอาญาเสียชืfiอเสียง ด ังน ันจ ึงต้องรักษาไว้ซ ึ fi fiงความบริส ุทธิfiของกระบวนการย ุติธรรมทาง อาญา ซ ึfiงศาลยอมรับทีfiจะใช้วิธีการภาวะวิส ัย (Objective) โดยพิจารณาเฉพาะการกระทําของ ตํารวจตามลําพ ัง โดยเจตนาในการกระทําความผิดทีfiมีมาแต่แรกของจําเลย (Predisposition) ไม่ถ ูกกําหนดเป็นประเด็นในเรืfiองการล่อให้กระทําความผิด เพียงแต่อาจถ ูกนํามาพ ิจารณาเพืfiอใช้ ชีให้เห็นถ ึงระด ับการรุกเร้าของตํารวจ fi เช ่นเดียวก ับการกระทําอืfiนๆ ของจําเลย39 3.5 บทสรุปจากการศึกษาเปรียบเทียบหน่วยงานด้านการป้ องกันและปราบปราม การทุจริตในต่างประเทศ ความสําเร็จในการปราบปรามการท ุจริตคอร์รัปช ันของหน่วยงานในต่างประเทศน ันfi แม้ ว ่าแต่ละองค์กรจะมีพืนฐานทางประว ัติความเป็ นมาและปัจจ ัยต่างๆ fi ท ังที fifiเหมือนก ันและ แตกต่างก ัน เช่น ประว ัติศาสตร์ของเขตปกครองพิเศษฮ ่องกงและสาธารณร ัฐสิงคโปร์ทีfiมีการท ุจริต คอร์รัปช ันมากจนเกิดการลุกขึนประท้วงของคนท ั fi งประเทศ fi หรือประสบการณ์ท ีปล่อยให้ตํารวจเป็น fi หน ่วยงานด้านการปราบปรามการท ุจริตแต่ก็กล ับมาทุจริตเสียเองก็ตาม แต่ผลท ีfiเกิดจากการใช้ “องค์กรตํารวจ” ในการปราบปรามการทุจริตน ันย ังคงอยู ่ fi กล่าวคือ ความรู้สึกทีfiว ่า การท ุจริตคอร์รัป ช ันถือเป็ นเรืfiองของอาชญากรรมและความผิดในทางอาญาไม่ว ่าผู้กระทําความผิดจะเป็ นเจ้าหน้าทีfi ของรัฐหรือเอกชนก็ตาม จะไม่มีการแบ่งแยกอย ่างเด็ดขาดว ่าหน่วยงานน ันจะทําเฉพาะเรื fi fiองของ เจ้าหน้าทีfiของรัฐ หรือเอกชนแต ่เพียงอย่างเดียวเพราะการแก้ปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ันจะต้องทํา 38 เรืfiองเดียวก ันหน้า 81. 39 เรืfiองเดียวก ัน,หน้า 81-82
89 ในภาพรวมโดยไม่มีการแบ ่งแยกประเภทหรือสถานะของผู้กระทําความผิดออกจากก ัน และเมืfiอ องค์กรเหล ่าน ันได้แยกต ัวออกมาเพื fi fiอปฏิบ ัติภารกิจด้านการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต โดยเฉพาะแล้วก็ตาม แนวความคิดด ังกล่าวย ังคงอย ู่ ส่งผลให้หน ่วยงานด้านการปราบปรามการ ท ุจริตย ังคงต้องมีอํานาจตามกฎหมายอาญาเหมือนก ับตํารวจแม้ว ่าเจ้าหน้าทีfiเหล่าน ันจะมีสถานะ fi เป็ นตํารวจหรือไม ่ก็ตาม และเมืfiอมีการใช้อํานาจตามกฎหมายในทางอาญาแล้ วก็จะต้องมี หน ่วยงานทีfiเข้ามาเกีfiยวข้องด้วยคือองค์กรอ ัยการ เพราะอ ัยการคือผู้ตรวจสอบการปฏิบ ัติงานของ เจ้าหน้าทีfiปราบปรามการท ุจริตในลําด ับแรก ก่อนทีfiคดีจะไปสู่การพิจารณาของศาล และจาก การศึกษาในห ัวข้อทีfiผ่านมาจะเห็นได้ว ่าหน ่วยงานด้านการปราบปรามการท ุจริตในต่างประเทศจะ ปฏิบ ัติงานควบคู ่ไปก ับอ ัยการ ท ังนี fiเพื fifiอให้สํานวนคดีเป็ นไปในแนวทางเดียวก ันและอ ัยการจะเป็ น ผู้พิจารณาว ่าเมืfiอใดสมควรทีfiจะใช้ปฏิบ ัติการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ได้แก ่ การด ักฟัง การสะกด รอย การติดตามบ ุคคล การล่อให้กระทําความผิด ปฏิบ ัติการอําพรางและการควบคุมภายใต้การ ขนส่งเป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าทีfiปราบปรามการท ุจริตเป็ นผู้ทําเรืfiองขอเสนอให้มีปฏิบ ัติการด ังกล่าว ส่วนงานด้านการข่าวน ันเป็ นเรื fi fiองทีfiหน ่วยงานด้านการป้ องก ันและปราบปรามการ ท ุจริตสามารถดําเน ินการได้ด้วยตนเองโดยไม่จําเป็ นต้องขออน ุญาตจากอ ัยการแต่อย ่างใด เนืfiองจากมีลักษณะเป็ นกระบวนการสน ับสนุนและส่งเสริมปฏิบ ัติการอําพรางให้ประสบ ความสําเร็จโดยมีกฎหมายหล ักขององค์กรเหล่าน ันให้อํานาจไว้อย ู่แล้ว fi ส่วนการใช้เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษจะใช้ในกฎหมายอืfiนๆ ทีfiบ ัญญัติไว้เป็ นกรณีๆ ไป นอกจากนีจะเห็นได้ว ่าการจ ัดโครงสร้างภายในองค์กรด้านการป้ องก ันและปราบปราม fi การท ุจริตในต่างประเทศน ันเป็ นการจ ัดโครงสร้างให้เหมาะสมก ับอํานาจหน้าที fi fiตามบทบ ัญญัติของ กฎหมายเป็นสําค ัญ มากกว ่าการจ ัดโครงสร้างตามนโยบายผู้บริหารองค์กร ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาน ันแม้ ว่าจะมีพรมแดนติดต่อก ันแต่ fi แนวความคิดในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตกล ับแตกต่างก ันอย ่างมาก เพราะประเทศ สหรัฐอเมร ิกาย ังคงอํานาจไว้ก ับเจ้าหน้าทีfi เอฟ.บ ี.ไอ. ซ ึfiงมีสถานะเทียบเท ่าหรือเหนือกว่าตํารวจ แต่ในแคนาดาRCMP กลับเหมือนก ับหน ่วยงาน ICAC ของเขตปกครองพิเศษฮ ่องกง ท ังนี fiอาจเป็ น fi ผลจากการทีfiฮ ่องกงเคยเป็ นดินแดนในเครือจ ักรภพและได้รับอิทธิพลทางกฎหมายแบบคอม มอนลอว์ของอ ังกฤษ ทําให้เจ้าหน้าทีfiด้านการป้ องก ันและปราบปรามการทุจริตย ังคงเป็ นตํารวจอยู่ น ันเอง fi
90 สําหรับสาธารณะรัฐสิงคโปร์จะมี CPIB เป็ นองค์กรด้านการป้ องก ันและปราบปราม การท ุจริตเหมือนก ับ หน ่วยงาน FBI ของประเทศสหรัฐอเมริกา คือไม่ได้มีสถานะทีfiจะเรียกตนเอง ว ่าเป็ นตํารวจแต่ย ังคงมีอ ํานาจเสมือนหรือเหนือตํารวจ ด้วยเหต ุนีเองหน ่วยงานด้านการปราบปรามการท ุจริตในต่างประเทศท ุกหน ่วยงานจ ึง fi มีอํานาจมากและเป็ นทีfiเกรงขามก ับผู้กระท ําความผิดโดยเฉพาะอย่างย ิfiงอํานาจในการสืบสวน สอบสวนโดยใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษซ ึfiงทําให้ผู้กระทําความผิดต้องอย ู่ในภาวะทีfiเกรง กล ัวว ่าตนเองอาจจะถ ูกจ ับก ุมเมืfiอใดก็ตามทีfiกระทําความผิด ซ ึfiงถือเป็ นการป้ องปรามปัญหาการ ท ุจริตคอร์รัปช ันไปพร้อมก ัน และหากพิจารณาในภาพรวมระด ับประเทศก็ย ่อมจะส ่งผลต่อสถิติ ด้านการท ุจริตคอร์รัปช ันระหว ่างประเทศลดลงตามไปด้วย จากการศึกษาถ ึงประเทศทีfiได้มีการน ํา “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการสืบสวน สอบสวนคดีพิเศษ” มาใช้ก ับองค์กรซ ึfiงมีหน้าทีfiป้ องก ันและปราบปรามการคอร์รัปช ัน สามารถสรุป เป็นตารางได้ด ังนีfi
91 สรุปตารางแสดงประเทศทีfiมีการนํา “งานด้ านการข่ าว” และ “เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ มาใช้ในการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต ประเภท เขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง สาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนจีน สาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ชืfiอเรียก Independent Commission Against Corruption : ICAC The Corruption Practices Investigation Bureau : CPIB Federal Bureau of Investigation : FBI Royal Canadian Mounted Police : RCMP ปี ทีfiจัดตังfi ค.ศ.1974 ค.ศ.1952 ค.ศ.1908 ค.ศ.1873 Undercover operation มี มี มี มี กฎหมายทีfi ให้อํานาจ Commission Against Corruption Ordinance Act & Prevention of bribery ordinance Act Corruption, drug Trafficking and other serious crimes (Confiscation of benefits) Act The Organized Crime Control Act of 1970 The Controlled Drugs and Substances Act & Organized Crime and Law Enforcement Act
บททีfi 4 ศึกษาเปรียบเทียบหน่วยงานทีfiใช้ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” ของประเทศไทย บทนีจะได้ศึกษาถึงโครงสร้ างของหน ่วยงานต่างๆ fi ในประเทศไทยทีfiมีการนํา “งานด้านการข ่าว” และ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้แล้ว โดยพิจารณาจากขอบเขตและอํานาจหน้าทีfiตลอดจน โครงสร้างของหน ่วยงานเพืfiอใช้ดําเนินการตามกฎหมาย ด ังนีfi 4.1 กองบัญชาการต ํารวจปราบปรามยาเสพติด ส ํานักงานต ํารวจแห่งชาติ 4.1.1 ประวัติความเป็ นมา1 เดิมกรมตํารวจได้มีคําส ัfiงท ีfi 1172/2516 ลงว ันท ีfi 12 พฤศจิกายน 2516 แต่งตังfi คณะกรรมการศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตํารวจ (ศปส.ตร.) และมีสําน ักงานคณะกรรมการ ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตํารวจเรียกย ่อว ่า "สําน ักงาน ศปส.ตร." เป็ นศูนย์กลางอํานวยการ ประสานงานระหว ่างหน ่วยงานต่างๆ ของกรมตํารวจทีfiมีหน้าทีfiเกีfiยวข้องก ับงานปราบปรามยาเสพติดและ ได้มีการปรับปรุงเปลีfiยนแปลงในด้านต ัวบ ุคลากรเรืfiอยมา จนกระท ัfiงครังสุดท้ ายได้ มีคําส ั fi fiงท ีfi 1026/2530 ลงว ันทีfi 8 ตุลาคม 2530 แต่งตังfi คณะกรรมการชุดใหม่ขึนเพ ื fi fiอรับผิดชอบงานด้านยาเสพติดของกรมตํารวจ บทบาทของคณะกรรมการ ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตํารวจ (ศปส.ตร.) และสําน ักงานคณะกรรมการศูนย ์ปราบปรามยาเสพ ติดให้โทษ กรมตํารวจน ันfiมีภารกิจร ับผิดชอบมากยิfiงขึนfiเพราะโดยหน้าทีfiหลักแล้วจะทําหน้าทีfiท ังด้าน fi อํานวยการ ด้านการวางแผน การข่าว การสืบสวนปราบปรามเกีfiยวก ับยาเสพติด ท ังย ังจะต้องทําหน้าที fi fi ประสานงานก ับหน ่วยงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดนอกกรมตํารวจเช ่น สําน ักงานคณะกรรมการ ป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด สําน ักนายกรัฐมนตรี หน ่วยปราบปรามยาเสพติดของกรมศ ุลกากร และ กองท ัพบก, กองท ัพเรือ, กองท ัพอากาศ รวมท ังประสานงานก ับเจ้าหน้าที fi fiประสานงานด้านยาเสพติดของ สถานท ูตประเทศต่าง ๆ อ ีกหลายประเทศ บทบาทด ังกล ่าวน ีอยู่ในความรับผิดชอบของเลขาน ุการ fi คณะกรรมการ ศปส.ตร. และ หน.ศปส.ตร. ซ ึfiงจะต้องดูแลท ังงานด้านอํานวยการและการบริหารจ ัดการ fi อืfiน ๆเพืfiอให้ภารกิจในความรับผิดชอบท ุกด้านลุล่วงไปด้วยดี ด ังน ันเลขาน ุการ fi ศปส.ตร. และ หน.ศปส.ตร. จ ึงน ับเป็ นผู้ทีfiมีบทบาทสําค ัญอย ่างยิfiง แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ศปส.ตร. เป็ นหน ่วยงานทีfiจ ัดต ังข ึ fiนเป็ น fi การภายในจ ึงประสบปัญหาข้อข ัดข้องในการดําเนินงานอย ู่หลายประการ เช ่น 1 Online Avilable HTTP : http://www.thaidrugpolice.com/organize.html
93 1. ผู้ปฏิบ ัติงานของ ศปส.ตร. มีงานประจําในตําแหน ่งหน้าทีfiหล ักอยู่แล้ ว แต่ย ังต้องมาปฏิบ ัติภารกิจให้ก ับ ศปส.ตร.เพิfiมขึนอีกหน้าที fi fiหน ึfiง ทําให้ไม ่สามารถท ุ่มเทท ํางานด้าน การปราบปรามยาเสพติดได้อย ่างเต็มทีfi 2. สถานการณ์ด้านยาเสพติดมีแนวโน้มทีfiรุนแรงยิfiงข ึนfiช ีให้เห็นถึงความ fi จําเป็นทีfiจะต้องมีหน ่วยงานทีfiรับผิดชอบการปราบปรามยาเสพติดขึนโดยเฉพาะ fi 3. ก รมตํารวจย ังขาดเจ้าหน้ าทีfiฝ่ ายอํานวยการด้ านการป้ องก ันและ ปราบปรามยาเสพติดทีfiมีประสบการณ์และความต่อเน ืfiองในการทํางานท ําให้ประสิทธิภาพในการ ดําเนินการเพืfiอป้ องก ันและแก้ไขปัญหาไม่ได้ผลดีเท ่าทีfiควร ซึงร ัฐบาลในขณะน ั fi นได้ตระหน ักถ ึงอุปสรรคและปัญหาในการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด fi ของกรมตํารวจและมีเจตนารมณ์ทีfiจะแก้ไขอ ุปสรรคและปัญหาดังกล่าวเพ ืfiอเพิมประสิทธิภาพในการป้ องก ัน fi และปราบปรามยาเสพติดของประเทศให้ดียิfiงข ึนfiรองนายกรัฐมนตรี (นายพงศ์ สารสิน) ประธาน คณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด จ ึงได้มีบ ันท ึกลงว ันทีfi 30 กรกฎาคม 2533 กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ส ัfiงการให้กระทรวงมหาดไทย พ ิจารณาจ ัดต ังสําน ักงานปราบปรามยาเสพติด fi กรมตํารวจขึนfiและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีบ ัญชาเมืfiอว ันท ีfi 6 สิงหาคม 2533 ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วรายงานผลให้ทราบ ต ่อมาร ัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีบ ันท ึกทีfi 0102/8470 ลงว ันท ีfi 10 สิงหาคม 2533 ต่อท้ายหน ังสือล ับทีfi นร 0104/13185 ลงว ันทีfi 8 สิงหาคม 2533 ของสําน ักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้กรมตํารวจพิจารณาตามบ ัญชาฯพณฯ นายกร ัฐมนตรี กรมตํารวจได้ รับแนวนโยบายของรัฐบาลด ังกล ่าวมาศ ึกษาและพ ิจารณาเห็นว่าเมืfiอ คําน ึงถ ึงปริมาณและคุณภาพของงานด้านการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดของตํารวจในขณะน ันและ fi ในอนาคตแล้ ว สมควรมีการจ ัดต ังหน่วยงานเทียบเท่าระด ับกองบ ัญชาการโดยใช้ชื fi fiอว ่า "สําน ักงาน ปราบปรามยาเสพติด กรมตํารวจ (สปส.ตร.)" มีภารก ิจร ับผิดชอบการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ตามอํานาจหน้าทีfiของกรมตํารวจซ ึงต่อมา fi ก.ตร. วิสาม ัญครังที fifi 3/2533 เมืfiอว ันท ีfi 27 ก ันยายน 2533 ได้มี มติอน ุมัติให้ สปส.ตร. แบ่งส่วนราชการออกเป็ น 4 ส ่วน (เทียบเท ่ากองบ ังค ับการ) คือ ส ่วนอํานวยการและ ส่วนปราบปรามยาเสพติด 1-3 และกําหนดตําแหน ่งให้ท ังสิ fiนfi 286 ตําแหน ่ง หล ังจากปฏิบ ัติงานไปได้ ระยะเวลาหนึfiงก็ประสบปัญหาในด้านการบริหาร เนืfiองจาก สปส.ตร. เป็ นส่วนราชการทีfiไม่มีกฎหมาย รองรับ ส ่งผลให้การแต่งต ังกําล ังพลเพื fi fiอปฏิบ ัติงานประจําในตําแหน ่งต่างๆ ตลอดจนการขอรับการจ ัดสรร งบประมาณรายจ ่ายประจําปี ขาดความคล่องต ัว ไม่สามารถทําได้ เช ่น ส่วนราชการปกติทําให้ยากต่อการ พ ัฒนาหน ่วยงาน ในปี พ.ศ.2535 ขณะทีfi พล.ต.อ.สว ัสดิfiอมรวิว ัฒน์ ดํารงตําแหน ่งเป็ นอธิบดีกรมตํารวจ ได้มีการจ ัดต ังกองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติดขึ fi นfiตามพระราชกฤษฎีกาแบ ่งส่วนราชการ กรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย (ฉบ ับทีfi 18) พ.ศ.2535 ประกาศใน ราชก ิจจาน ุเบกษาเล ่ม 109 ตอนทีfi 10
94 ลงว ันทีfi 14 ก ุมภาพ ันธ์ 2535 ต่อมาพระราชกฤษฎีกาด ังกล่าวได้ถูกยกเลิกโดยพระราชกฤษฎีกาแบ ่งส่วน ราชการกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2539 ประกาศในราชกิจจาน ุเบกษาเล่ม 113 ตอนท ีfi 52 ก ลงว ันทีfi 21 ตุลาคม 2539 4.1.2 โครงสร้างองค์กร2 กองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติดมีโครงสร้างการบริหารงานด ังต ่อไปนีfi 1) กองบ ังค ับการอํานวยการ 2) กองบ ังค ับการตํารวจปราบปรามยาเสพติด 1 3) กองบ ังค ับการตํารวจปราบปรามยาเสพติด 2 4) กองบ ังค ับการตํารวจปราบปรามยาเสพติด 3 5) กองบ ังค ับการสอบสวน 6) ศูนย์การข่าว3 7) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ 4.1.3 อํานาจหน้าทีfiตามกฎหมาย4 1. เป็ นฝ่ ายอ ํานวยการในการกําหนดย ุทธศาสตร์ให้สําน ักงานตํารวจแห ่งชาติ ใน การวางแผน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คําแนะนํา และเสนอแนะการปฏิบ ัติงานตามอํานาจหน้ าทีfi ของกองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด 2. ควบคุม ตรวจสอบ แนะน ําหน ่วยงานในส ังก ัดให้เป็ นไปตามนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายตํารวจแห ่งชาติและสําน ักงานตํารวจแห ่งชาติ 3. ดําเนินการเกีfiยวก ับการจ ัดระบบงานและบริหารงานบ ุคคล การเงิน การบ ัญชี การงบประมาณ การพ ัสดุอาคารสถานท ีfiและทรัพย์สินอืfiนของกองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด 2 Online Avilable HTTP : http://www.thaidrugpolice.com/chart.html 3 ศูนย์การข่าว มีอํานาจหน้าทีfiและความร ับผิดชอบเกีfiยวก ับการดําเนินการงานการข ่าวและสถิติข้อม ูล ของกองบ ัญชาการตํารวจ ปราบปรามยาเสพติด และประสานงานรวบรวมข้อม ูลข่าวสารด้านยาเสพติด รวมท ังอํานวยการด้านการข ่าวให้ก ับหน ่วยงานของ fi กองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานในส ังก ัดสําน ักงานตํารวจแห่งชาติ ดําเนินการเกีfiยวกับงานเทคโนโลยี สารสนเทศของศ ูนย์การข ่าวแบ่งออกเป็น 1 งานอ ํานวยการ และ 2 กลุ ่มงาน ดังนีfi 1. งานอํานวยการ 2. กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. กลุ่มงานการข ่าว 4 Online Avilable HTTP : http://www.thaidrugpolice.com/duty.html
95 4. ปฏิบ ัติงานตามประมวลกฎหมายว ิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอืfiน อ ันเป็ น ความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด และกฎหมายอืfiนอ ันเกีfiยวก ับความผิดทางอาญาท ัวราชอาณาจ ักร fi 5. ดําเนินการเพืfiอให้มีการย ึดหรืออาย ัดทรัพย์สินตามกฎหมายทีfiเกีfiยวก ับการย ึดหรือ อาย ัดทรัพย์สินทีfiได้มาเนืfiองจากการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด 6. ป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดท ัวราชอาณาจ ักร fi 7. ประสานความร่วมมือก ับหน ่วยงานของรัฐหรือองค์กรอืfiนทีfiเกีfiยวข้องก ับงาน ป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดท ังในประเทศและต่างประเทศ fi 8. ปฏิบ ัติงานร่วมก ับหรือสน ับสน ุนการปฏิบ ัติงานของหน ่วยงานอืfiนทีfiเกียวข้องหรือที fi fi ได้รับมอบหมาย 4.1.4 ข้อพิจารณางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ งานด้านการข ่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษของกองบ ัญชาการ ตํารวจปราบปราม ยาเสพติด สําน ักงานตํารวจแห ่งชาติ ใช้อํานาจตามกฎหมายเดียวก ับสําน ักงาน ป.ป.ส. ซ ึงจะได้กล่าวในห ัวข้อ fi 4.2.4 ต่อไป 4.2 ส ํานักงานคณะกรรมการป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด 4.2.1 ประวัติความเป็ นมา5 การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสําค ัญของหลายรัฐบาลทีfiผ่านมาโดยเมืfiอ พ.ศ.2501 รัฐบาลขณะน ันได้ประกาศให้ยกเลิกการเสพฝิ fi fiน แต่ปัญหายาเสพติดก็มิได้หมดไป กลับปรากฏ ว ่ามียาเสพติดชนิดใหม่ท ีfiรุนแรงกว ่าฝิfiน คือ เฮโรอีน ทีfiแพร่ระบาดอย ่างรวดเร็ว รัฐบาลจ ึงได้แต่งต ังfi คณะก รรมการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ (ก.ป.ส.) ข ึนใน fi พ.ศ.2504 ท ําหน้าทีfiกําหนดนโยบายและ ประสานงานเพืfiอแก้ไขปัญหานีโดยด่วน fi เมืfiอได้มีการตราพระราชบ ัญญัติป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2519 ให้ไว้ ณ ว ันท ีfi 16 พฤศจิกายน 2519 และมาตรา 11 กําหนดให้มีสําน ักงานคณะกรรมการป้ องก ันและ ปราบปรามยาเสพติด เรียกโดยย ่อว่า"สําน ักงาน ป.ป.ส." มีหน้าทีfiดําเนินกิจการให้เป็ นไปตามมติของ คณะกรรมการและปฏิบ ัติงานธุรการอืfiน ส ังก ัดสําน ักนายกรัฐมนตรี ได้แบ่งส่วนราชการ ณ ขณะน ันเป็ น fi 7 กอง คือ สําน ักงานเลขาน ุการกรม กองนโยบายและวางแผน กองการต ่างประเทศ กองสารนิเทศ กอง สืบสวนสอบสวนและปราบปราม กองนิติการและพิสูจน ์หล ักฐาน กองประสานงานและตรวจสอบ และเริfiม ดําเน ินงานในปี งบประมาณพ.ศ.2520 สําน ักงาน ป.ป.ส. ได้รับงบประมาณพ.ศ.2520 จํานวน 8,173,124 บาท 5 Online Avilable HTTP : http://www.oncb.go.th/ONCBStaticWeb/document/approved/p1-oncb43.htm
96 และได้ ร ับอน ุม ัติอ ัตราก ําล ังจาก ก.พ.รวมท ังสิ fiนfi 334 อ ัตรา เมืfiอ พ.ศ.2519 สําน ักงาน ป.ป.ส. ได้ใช้ ตึกบ ัญชาการและตึกไทยคู ่ฟ้ า (บางส่วน) ในทําเนียบรัฐบาลเป็นทีfiทํางานอย ู่ประมาณ 2 ปี หล ังจากน ันได้ fi ใช้ศาลาส ันติธรรมจนถ ึงตุลาคม 2527 เมืfiอพ.ศ.2524 ผู้บริหารระด ับสูงของสําน ักงาน ป.ป.ส. โดยเฉพาะอย ่างยิfiงพลตํารวจตรี เภา สารสิน (ยศขณะน ันfi) เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ใช้ความพยายามอย่างยิfiงทีfiจะจ ัดสร้ างอาคารสําน ักงานฯขึนfi เพืfiอเป็ นทีfiทําการถาวร จนกระท ัfiงรัฐบาลซ ึfiงมี ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณส ูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เห็น ความจําเป็น จ ึงได้อน ุม ัติให้จ ัดสร้างอาคาร 6 ช ันfiในทีfiราชพ ัสด ุของกรมธนาร ักษ์ ซ ึfiงอย ู่ติดก ับซอยบุญชูศรี ถนนดินแดง มีเนือที fifi 7 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวาจ ึงเป็ นสถานทีfiต ังของสําน ักงาน fi ป.ป.ส. จนถ ึงปัจจุบ ัน เพืfiอดําเนินการให้เป็ นไปตามว ัตถุประสงค์ของพระราชบ ัญญัติป้ องก ันและ ปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 และนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลสม ัยนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกร ัฐมนตรี ได้แต่งต ังนายประมุข fi สว ัสดิมงคล เป็ นเลขาธิการสําน ักงาน ป.ป.ส. เป็ นคนแรก 4.2.2 โครงสร้างองค์กร6 สําน ักงานคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดมีโครงสร้ างการ บริหารงานด ังต่อไปน ีfi 1) สําน ักงานเลขาน ุการกรม 2) กองนิติการ 3) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ 4) สถาบ ันพ ัฒนาบ ุคลากรด้านการป้ องก ัน และปราบปรามยาเสพติด 5) สถาบ ันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด 6) สถาบ ันสํารวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด 7) สําน ักการต่างประเทศ 8) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร 9) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 10) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 2 11) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 3 12) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 13) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 14) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 6 Online Avilable HTTP : http://www.oncb.go.th/ONCBStaticWeb/document/approved/p1-oncb41.htm
97 15) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 7 16) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 8 17) สําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 18) สําน ักตรวจสอบทรัพย ์สินคดียาเสพติด 19) สําน ักปราบปรามยาเสพติด 20) สําน ักพ ัฒนาการป้ องก ันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 21) สําน ักย ุทธศาสตร์ 4.2.3 อํานาจหน้าทีfiตามกฎหมาย7 1.ศึกษา วิเคราะห์งานด้านการปราบปรามยาเสพติดของประเทศ เพืfiอเสนอแนะ เชิงนโยบาย ย ุทธศาสตร์ พ ัฒนาและกําหนดกรอบทิศทาง กลย ุทธ์ในการดําเน ินงานด้านการปราบปราม ยาเสพติดของประเทศ 2.อํานวยการ ประสาน สน ับสน ุน ผล ักด ันการดําเนินงานด้านการปราบปราม ยาเสพติดระด ับประเทศ ด้วยระบบแผนงาน ระบบอ ํานวยการร่วมคณะกรรมการต ่าง ๆ รวมท ังการจ ัดสรร fi ทรัพยากรและเร ่งรัด ติดตาม ประเมินผลการดําเนินงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของประเทศ 3.พ ัฒนาระบบการรวบรวม การจ ัดเก็บ การประมวลผล การวิเคราะห์ การใช้ ประโยชน์และการให้บริการเกีfiยวก ับข้อมูลและข่าวสารด้านการปราบปรามยาเสพติด เพืfiอเป็ นศูนย์กลาง การข่าวด้านการปราบปรามยาเสพติด 4.ปฏิบ ัติการข่าวและการปฏิบ ัติทางล ับ เพืfiอสืบสวนปราบปรามเครือข ่ายการค้า ยาเสพติดในพ ืนที fifiสําค ัญ ๆ ของประเทศทีfiมีความสําค ัญอย ่างยิfiงต่ออ ุปทานปริมาณยาเสพติดในประเทศ 5.ประสาน ผลักด ัน การดําเนินงานการปราบปรามยาเสพติดร่วมก ับหน่วยงาน ทีfiเกีfiยวข้องท ังภายในและต่างประเทศ fi โดยการพ ัฒนาศ ักยภาพ การน ํากฎหมายและมาตรการท ีfiเกีfiยวข้อง มาดําเนินการต่อน ักค้ายาเสพติด 6.ศึกษา ค้นคว้า เพ ืfiอพ ัฒนาการปราบปรามยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพ ท ังทางด้านองค์ความรู้ทางวิชาการ fi วิธีการ และเทคนิคการสืบสวนปราบปราม รวมท ังเครื fi fiองมือและ เทคโนโลยีสม ัยใหม่ 7.ศึกษา วิจ ัยคุณล ักษณะของต ัวยาเสพติด ตรวจพิสูจน์ตัวยา สารต ังต้น fi และ เคมีภ ัณฑ์ทีfiใช้ในการผลิตยาเสพติด พ ัฒนาบ ุคลากรด้านการตรวจพิส ูจน์ยาเสพติด รวมท ังประสานและ fi 7 Online Avilable HTTP : http://www.oncb.go.th/ONCBStaticWeb/document/approved/p1-oncb19.htm
98 พ ัฒนาความร่วมมือก ับหน ่วยงานทีfiเกีfiยวข้องและองค์กรความร่วมมือระหว ่างประเทศทางด้านเทคนิค วิธีการและเครืfiองมือการตรวจพิสูจน ์ เพ ืfiอการเป็ นศ ูนย ์กลางทางวิชาการและการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของประเทศ 8.ปฏิบ ัติงานร่วมก ับหรือสน ับสนุนการปฏิบ ัติงานของหน ่วยงานอืนที fiเก ี fiยวข้องหรือ fi ทีfiได้รับมอบหมาย 4.2.4 ข้อพิจารณางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ งานด้านการข ่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษของสําน ักงาน ป.ป.ส. ดําเนินการตามกฎหมายทีfiสําค ัญด ังต่อไปนีfi (1) พ.ร.บ.ป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 พระราชบ ัญญัติป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 ก ําหนดให้มี "คณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด" หรือ ป.ป.ส. เป็น องค์กรกลางในการป้ องก ันและปราบปราม ยาเสพติดของประเทศ และให้มีสําน ักงานคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด (สําน ักงานป.ป.ส.) มีหน้าทีfiดําเนินกิจการให้เป็ นไปตามมติของคณะกรรมการและปฏิบ ัติงานธุรการอ ืfiน ส่วนอ ํานาจหน้าทีfiของ คณะกรรมการระบ ุไว้ในมาตรา 13 มาตรา 13 ทวิและมาตรา13 ตรี ได้แก ่ 1. กําหนดแผนงานและมาตรการป้ องก ันและปราบปราม ผู้กระทํา ความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติด 2. ควบค ุมการสืบสวน และการฟ้ องคดีความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับ ยาเสพติด 3. วางโครงการและดําเนินการตลอดจนส ัfiงให้ส ่วนราชการทีfiเกีfiยวข้อง ดําเนินการเผยแพร่ความรู้เกีfiยวก ับยาเสพติด 4. ควบค ุม เร่งร ัด และประสานงานการปฏิบ ัติหน้าทีfiของส่วนราชการทีfiมี อํานาจหน้าทีfiใน การปฏิบ ัติการตามกฎหมายเก ีfiยวก ับยาเสพติด 5. เสนอความคิดเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพืfiอให้มีการปร ับปรุง การปฏิบ ัติ ราชการหรืองานแผนงานหรือโครงการของส่วนราชการทีfiมีอํานาจหน้าท ีfiในการปฏิบ ัติการตามกฎหมาย เกีfiยวก ับยาเสพติด 6. ประสานงาน กําก ับการเก ีfiยวก ับการบําบ ัดร ักษาผู้ติดยาเสพติด 7. พิจารณาอน ุม ัติแต่งต ังเจ้าพน ักงาน fi ป.ป.ส. 8. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพืfiอกําหนดมาตรการป้ องก ันและ ปราบปรามการกระท ําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติดในสถานประกอบการและกําหนดให้สถานท ีfiซึfiงใช้ในการ ประกอบธุรกิจใด ๆ เป็นสถานประกอบการทีfiอยู่ภายใต้บ ังค ับของมาตรการด ังกล ่าวโดยออกเป็ นประกาศ
99 สําน ักนายกรัฐมนตรีหากเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. ตรวจพบว่ามีการกระทําความผิดเก ีfiยวก ับยาเสพติดในสถาน ประกอบการดังกล ่าวและเจ้าของหรือผ ู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการไม่สามารถช ีแจงหรือพิส ูจน์ให้ fi คณะกรรมการเชืfiอว ่าได้ใช้ความระม ัดระว ังตามสมควรแก ่กรณีแล้ว ให้คณะกรรมการมีอ ํานาจสัfiงปิ ดสถาน ประกอบการแห ่งน ันช ั fiวคราว fi หรือสัfiงพ ักใช้ใบอน ุญาตประกอบการ ครังละไม่เกิน fi 15 ว ัน น ับแต่ว ันทีfiเจ้าของ หรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการน ันทราบคําส ั fi fiง 9. ปฏิบ ัติการอืfiนใดตามทีfiพระราชบ ัญญัตินีบ ัญญัติให้เป็ นอ ํานาจหน้าที fi fi ของคณะกรรมการ ป.ป.ส. สําหรับกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. มีอํานาจ ตามมาตรา 14 และมาตรา 14 ทวิ ด ังนีfi 1. เข้ าไปในเคหสถาน สถานท ีfiใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในเวลา กลางว ันระหว ่างพระอาท ิตย์ขึนและตก fi เพืfiอตรวจค้น ย ึด หรืออาย ัดยาเสพติดทีfiมีไว้โดยไม ่ชอบด้วย กฎหมาย หรือจ ับก ุมบ ุคคลใด ๆ ท ีfiมีเหต ุอ ันควรสงส ัยว่ากระทําผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด แต่ในกรณีทีfiมีเหต ุอ ัน ควรสงส ัยว่ามียาเสพติดซุกซ ่อนอย ู่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือบุคคลทีfiจะถ ูกจ ับได้หลบซ่อนอย ู่ใน เคหสถานหรือสถานทีfiน ันfiประกอบก ับมีเหต ุอ ันควรเชืfiอว่าหากไม่ดําเนินการในท ันทียาเสพติดน ันจะถูก fi โยกย้ายหรือบ ุคคลทีfiหลบซ ่อนอย ู่จะหลบหนี ก ็ให้มีอ ํานาจเข้าไปในเวลากลางค ืนภายหลังพระอาทิตย์ตกได้ 2. ค้นเคหสถาน สถานทีfi หรือบ ุคคลใด ๆ ทีfiมีเหต ุอ ันควรสงส ัยว ่ามี ยาเสพติดซุกซ ่อนอย ู่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย ึด หรืออาย ัดยาเสพติดทีfiมีไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือ จ ับก ุมบุคคลใด ๆ ทีfiมีเหตุอ ันควรสงส ัยว ่ากระทําความผิดเก ีfiยวก ับยาเสพติด หรือท ีfiได้ใช้ หรือจะใช้ในการ กระทําความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติด หรือทีfiอาจให้เป็ นพยานหล ักฐานได้ 3.จ ับก ุมบ ุคคลใด ๆ ทีfiกระทําความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติด 4. สอบสวนผ ู้ต้องหาในคดีความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติด 5. มีหน ังสือสอบถามหรือเรียกบ ุคคลใด ๆ หรือเจ้ าหน้าทีfiของหน ่วย ราชการใด ๆ มาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งบ ัญชี เอกสาร หรือว ัตถุใด ๆ มาเพืfiอตรวจสอบหรือประกอบการ พิจารณา 6.ตรวจหรือทดสอบ หรือสัfiงให้บ ุคคลรับการตรวจหรือทดสอบว ่ามีสาร เสพติดอย ู่ในร่างกายหรือไม่ ในกรณีจ ําเป็ นและมีเหตุอ ันควรเชืfiอได้ว ่าบ ุคคลน ันเสพยาเสพติดในเคหสถาน fi สถานทีfiใด ๆ หรือยานพาหนะ
100 (2) พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระท ําความผิดเกีfiยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 กฎหมายนีมีว ัตถ ุประสงค์เพื fi fiอเพิfiมประสิทธิภาพในการปราบปรามนายท ุน หรือต ัวการสําค ัญทีfiอย ู่เบืองหล ังการล ักลอบค้ายาเสพติด fi ซ ึงมาตรการกฎหมายเดิมที fi fiมีอย ู่ไม่สามารถนําตัว มาลงโทษได้ เพราะติดข ัดเรืfiองของการหาพยานหล ักฐานทีfiจะเชืfiอมโยงไปถ ึงต ัวบ ุคคลเหล่าน ันในฐานะ fi ผู้กระทําผิดตามข้อหาทีfiมีอย ู่ตามกฎหมายเดิม กฎหมายฉบ ับนีใช้ก ับความผิดเกี fi fiยวก ับเสพติดทีfiระบุไว้ เท ่าน ันfiคือ 1.ใช้ก ับข้อหาผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน ่าย หรือครอบครองเพืfiอจําหน่าย รวมถ ึงการสมคบสน ับสน ุน ช ่วยเหลือหรือพยายามกระทําความผิดด ังกล่าว (มาตรา 3) 2.ต้องเป็ นกรณียาเสพติดทีfiระบ ุในกฎกระทรวง คือเฮโรอีน, มอร์ฟี น, ฝิfiน, โคคาอีน,อาเซติดแอนไฮโดรด์, อาเซติลคลอไรด์, เอทิลดีนไดอาเซเตต, ก ัญชา, ว ัตถ ุออกฤทธิfiกลุ ่มแอมเฟตามีน, แอลเอสดีและอีเฟดรีน กฎหมายฉบ ับนีก ําหนดมาตรการพิเศษเพื fi fiอน ํามาใช้ประโยชน์ในการ ปราบปราม 3 ประการ คือ 1.ข้อหา "สมคบก ันกระทําความผิดเก ีfiยวก ับยาเสพติด" กําหนดให้บ ุคคล ทีfiสมคบโดยการตกลงก ันต ังแต่สองคนขึ fi นไป fi เพ ืfiอกระทําความผิด เกีfiยวก ับยาเสพติดในเรืfiองของการผลิต นําเข้า ส่งออก จ ําหน่ายและครอบครองเพืfiอจําหน ่าย มีความผิดฐานสมคบก ันกระทําความผิดเกีfiยวก ับ ยาเสพติด (มาตรา 8) ความผิดฐานสมคบนีfi แม้ย ังไม่มีการกระทําความผิด ตามทีfiได้ตกลงก ัน ก ็เป็ น ความผิดสําเร็จตามกฎหมายแล้ว เพราะกฎหมายต้องการให้เจ้าหน้าทีfiของรัฐสามารถจ ับก ุมตัวผู้ส ัfiงการ หรืออย ู่เบืองหล ังการกระทําความผิดมาลงโทษได้ fi แต่เพืfiอป้ องก ันมิให้มีการน ําเอาข้อหาน ีไปใช้อย ่างพรํ fi fiา เพรืfiอหรือใช้กล ันแกล้งผู้บริสุทธิ fi fi จ ึงกําหนดข ันตอนการกล ั fi นกรองไว้ fi โดยการจ ับก ุมหรือแจ้งข้อหานีfi จะต้อง ได้ รับอน ุม ัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส.ก ่อน (มาตรา 14) โดยผู้ขออน ุมัติจ ับก ุมคือห ัวหน้าในการสืบสวน (ช ันส ัญญาบ ัตร fi ) หรือเป็นข้าราชการพลเรือนต ังแต่ระด ับ fi 3 ข ึนไปfi หรือห ัวหน้าพน ักงานสอบสวน ส ่วนผ ู้ขอ อน ุม ัติแจ้งข้อหา คือ ห ัวหน้าพน ักงานสอบสวน ซ ึงในการขออนุม ัติจ ับก ุมหรือแจ้งข้อหา fi ผู้ย ืfiนคําขอต้องยืfiน คําขออน ุมัติพร้อมหล ักฐานตามทีfiได้กําหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบ ับทีfi 2 (พ.ศ.2535) ออกตามความใน พระราชบ ัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด พ.ศ. 2534 2. มาตรการริบทรัพย ์แบ่งออกได้เป็ น 2 ประเภท คือ 2.1 การริบทรัพย์สินของกลางในคดียาเสพติดตามมาตรา 30 การริบทรัพย ์สินตามมาตราน ีเป็ นมาตรการเสริมการริบทรัพย์ fi ตามกฎหมายอาญาเดิม ซ ึงมีขอบเขตจําก ัดในเรื fi fiองของทรัพย์สินทีfiศาลจะส ังริบfi กฎหมายฉบ ับนีจะได้ขยาย fi ความหมายของทรัพย์สินทีfiศาลจะส ังริบให้กว้างออกไป fi เพืfiอให้สอดคล้องก ับสภาพความเป็ นจริงเกีfiยวก ับ