นยิ าม
ธรรม
1
นยิ ามธรรม
อปุ การธรรม ๒
สติ ความระลกึ ได้ สมั ปชัญญะ ความรูต้ วั
บทนยิ าม
รู้ตนทว่ั รูต้ ัวถงึ ระลึกทวั่ ร้ตู วั ทุกขณะ
หริ ความละอายแก่ใจโอตตัปปะ ความเกรงกลัวตอ่ บาป
o หญงิ ใหล้ ะอาย ชายใหเ้ กรงกลวั
o อายบาป อยา่ อวดตัว เกรงกลัว อยา่ มีมานะ
o อายช่วั กลัวบาป
ธรรมอนั ทาใหง้ าม
ขนั ติ ความอดทน โสรจั จะ ความเสงีย่ ม
บทนยิ าม
o อดทน จนพ้นชั่ว เสง่ยี มเจียมตวั จนพ้นภัย
o อดทนเยี่ยม เสงีย่ มงาม
ปาพจน์ ๒
ธรรม คือสิ่งที่ทรงไว้ ไดแ้ ก่ คาสอน
วนิ ยั คอื สงิ่ ที่นาออก ไดแ้ ก่ สงั วร คาส่ัง ศลี
o ธรรมะ รักษาใจ วนิ ยั รักษากาย
o ถอื ธรรมผอ่ งใส ถือวินยั สะดวก
2
ธรรมะแท้ๆ ตอ้ งแก้ทกุ ข์ได้ วนิ ัยแท้ๆ ตอ้ งแกป้ ัญหา
บคุ คลหาไดย้ าก
กตัญญู ผู้รู้คณุ ท่บี ุคคลอ่ืนทาแก่ตน
กตเวที รู้ตอบแทนคณุ ทีเ่ ขาทาแล้ว
คานยิ าม - ร้จู ักคุณค่า หาเวลาตอบแทน
ภาวนา ๒
๑. สมถะภาวนา อุบายให้สงบ
๒. วปิ สั สนาภาวนา อบุ ายให้สวา่ งเห็นแจ้ง
บทนิยาม - สงบไม่ขาด ฉลาดทุกเมอ่ื
บญุ กริ ยิ าวตั ถุ ๓
ทาน การให้ การเสยี สละศีล การสารวมระวงั
ภาวนา การเจริญภาวนา
o เอื้อเฟือ้ แบง่ ปนั สรา้ งสรรค์สังคม นยิ ม ความเจรญิ
สละให้ส้นิ รกั ษาศีลใหส้ งา่ ภาวนาใหผ้ ่องใส
ทาน....ฝกึ หดั ศลี ....เจนจดั ภาวนา....แจ่มชดั
ศลี ทาให้เบกิ บาน ทาน ทาให้สงา่ ภาวนา ทาใหบ้ ริสุทธิ์
ลา้ งมลทิน (ตระหน่ี) สงเคราะห์ถ่ินเดมิ (กาย-ใจ =ศลี )
เสรมิ สร้างปญั ญา (จิตใจ)
3
ชีวิตปลอดภยั กายใจสงา่ ปัญญาฉลาด
ใหท้ าน กอ่ นกนิ ถอื ศีล กอ่ นออกจากบ้าน ภาวนา กอ่ นหลบั
ก่อนนอน
สกิ ขา ๓
ศีล การระวงั รักษากายวาจา สมาธิ
ความต้ังม่ันของจติ ใจ
ปญั ญา ความรอบรู้กองสังขาร
บทนิยาม
o ระวงั ตงั้ มั่น รูท้ ัน
o ระวังไว้ ตั้งใจดี มไี หวพรบิ
o ระวงั ตั้งใจ รู้ไว
o ร้ใู ห้จัง ระวังให้จรงิ ทาจติ ใหน้ ่ิง
o ศีล-มี สมาธิ-เด่น ปญั ญา-เน้น
o งาม (ศีล) ง่าย (สมาธิ) หายโง่ (ปญั ญา)
ทวาร ๓
ประตูช่องทางแหง่ การรับรู้ แสดงออก บง่ บอกถงึ
พฤตกิ รรม สนามปฏิบตั กิ ารแห่งบญุ และบาป
๑.กายทวาร ช่องกาย, ประตูกาย
๒. วจที วาร ชอ่ งวาจา, ประตูวาจา
๓. มโนทวาร ชอ่ งใจ, ประตใู จ
4
o กายทา วาจาพดู ใจคดิ
o ทาอย่าใหบ้ ดู พดู อยา่ ใหผ้ ิด คดิ อย่าใหเ้ นา่
o จิตไมร่ ้าย กายไมบ่ า้ วาจาไมด่ ดุ ่า
o กายออ่ นน้อม วาจาอ่อนหวาน จิตใจอ่อนโยน
o พดู ชุม่ ฉา่ ทาดีสนทิ คิดเมตตา
o กายสงา่ วาจาสงัด จติ สงบ
o ทาดอี ย่ากลวั พูดชั่วหลีกหนี คิดดีสะสม
อปณั ณกะปฏปิ ทา ๓
แนวทางถูกต้อง ครรลองทไ่ี ม่ผดิ พลาด ความองอาจ
ของผเู้ จริญ ทางเดนิ ของผหู้ วังความกา้ วหน้าในชวี ติ
๑. อินทรีย์สังวร สารวมอินทรยี ์
๒. โภชเนมตั ตญั ญตุ า ร้จู กั ประมาณในการบรโิ ภค
๓. ชาคริยานโุ ยค ประกอบความเพียร ต่นื ตัวเสมอ
บทนยิ าม
o สารวมอินทรยี ์ ร้ดู ีประมาณ เกยี จครา้ นไม่มี
o สารวมจนชนะ ละเมาอาหาร ทาเพยี รอยา่ คร้าน
o สารวมระวงั ยบั ยั้งบริโภค เพียรไปจนพ้นโศก
o สารวมใหห้ นกั รักประมาณ เกียจครา้ นไม่มี
o ระวงั การ ประมาณการ ตน่ื ตวั ตลอดกาล
5
อตั ถจรยิ า ๓
พฤติกรรมท่นี าสู่ประโยชน์ โคตรเงา่ ของการทาดี
มคี า่ อรรถจรยิ าของนักปราชญ์
๑. โลกัตถะจริยา ประพฤตติ นเปน็ ประโยชน์ตอ่ โลก
๒. ญาตัตถะจริยา ประพฤติตนเปน็ ประโยชน์ตอ่ ญาติ
๓. พุทธตั ถะจริยา ประพฤตติ นเป็นประโยชน์ตอ่ พทุ ธะ
o ทาประโยชน์แกโ่ ลก ไมเ่ คยขาด ทาประโยชนแ์ ก่
ญาติ ไม่เคยหยุด ทาประโยชน์เพอ่ื พทุ ธะ
ไม่เคยเวน้
o ทาเพ่ือ เปดิ โลกทศั น์ ทาเพอื่ หมสู่ ัตว์สบาย ทาเพื่อ
พทุ ธะขยาย
o ทาดกี บั โลก อยา่ งองอาจ ทาดีต่อญาติ อย่างบรสิ ทุ ธิ์
ธรรมโอวาท ๓
๑. สัพพะปาปสั สะ อะกะระณงั ไม่ทาบาปทัง้ ปวง
๒. กสุ ะลัสสูปะสมั ปะทา ทากุศลใหถ้ ึงพรอ้ ม
๓. สะจิตตะปะรโิ ยทะปะนัง ชาระจิตใหข้ าวรอบ
บทนยิ าม
o ทาดีใหท้ ่วั เวน้ ชว่ั ให้หมด กาหนดจิตใหข้ าวรอบ
o เว้นช่ัว ทาดี มบี รสิ ทุ ธิ์
o รู้ชาระจติ รคู้ ดิ ทาดี รู้หนสี ง่ิ เลว
6
o คุ้มครองจติ ใจ เขา้ ใกลก้ ุศล ขา้ มพน้ ความชั่ว
o ไมท่ าชัว่ ทุกอย่าง สรรสรา้ งดีทกุ สง่ิ ทาจติ น่ิงๆ
อธปิ ไตย ๓
ความเป็นใหญท่ ี่หวั ใจยึดถือ เครอ่ื งมือยดึ ครอง สง่ิ
เกย่ี วข้องกับการกระทาของบคุ คล
๑. อัตตาธปิ ไตย ปรารภตนเปน็ ใหญ่ ๒. โลกาธิปไตย ปรารภ
โลกเป็นใหญ่
๓. ธมั มาธปิ ไตย ปรารภธรรมเป็นใหญ่
บทนยิ าม
o ทาเพอื่ กู สู้เพ่ือคน ทนเพอ่ื ธรรม
o อ้างสทิ ธขิ องตัว อ้างหวั ใจปวงชน อา้ งผลของธรรม
o เพ่ือตัวตน เพอื่ มวลชนรกั เพอ่ื พิทักษธ์ รรม
o ถูกใจ ถกู ตอ้ ง ถกู ธรรม
o ชอบใจ ชอบควร ชอบธรรม
o ยดึ ถอื ตามใจตน เอาคนเป็นประมาณ เอาฐานธรรม
เป็นหลกั
มิจฉาทิฏฐเิ หตุ
๑. อญฺ สวนา ฟงั เขาไป ๒. อุปาทานา ยดึ ถอื ไว้
๓.อโยนิโสมนสิการ ไมใ่ คร่ครวญ
7
ธรรมเทศนา ๓
การเรียนรู้สอนส่งั ความมงุ่ หวงั ในการสั่งสอน
๑. อภญิ ญายธมั มเทสนา แสดงธรรมเพื่อความรู้ยง่ิ
๒. สนิทานธัมมเทสนา แสดงธรรมไปตามเหตผุ ลมเี หตผุ ลถงึ
พรอ้ ม
๓. สัปปาฏิหาริยธมั มเทสนา มปี าฏหิ าริย์ในการแสดงธรรม
บทนยิ าม
o เพอ่ื ความร้ยู ง่ิ เพ่ือเห็นจริงเหตผุ ล เพ่อื ขา้ มพ้นมิจฉา
o เพ่อื ปลกุ เพื่อปลอบ เพอื่ ปราบ
o เพื่อตอ่ เติม เพื่อตตี ดั เพือ่ ขดั ถู
โคจร
๑. อุปนิสฺสยโคจร เสพส้อง (กถา ๑๐)
๒. อารกขฺ โคจร คุ้มครอง (สังวร ๕) ๓.อุปนพิ นธฺ โคจร
องฝึก (สติ๔)
อานิสงส์ ๓
๑. สีเลน สคุ ตึ ยนฺติ ศลี ทาใหเ้ กดิ สขุ
๒. สีเลน โภคสมฺปทา ศลี ทาใหม้ โี ภคสมบัติ
๓. สเี ลน นพิ ฺพตุ ึ ยนตฺ ิ ศีลทาให้อยู่เย็น
o สขุ -รบั ทรัพย-์ เห็น เย็น-ใจ
8
o ทรัพย์ สขุ เย็น
รตั นตรยั
แก้วสามประการ
๑. พทุ ธรัตนะ พระพทุ ธเจ้า
๒. ธัมมรตั นะ พระธรรมเจา้
๓. สังฆรัตนะ พระสงฆเจ้า
บทนยิ าม
o นง่ิ คอื พุทธ หยดุ คอื ธรรม นา คือสงฆ์
o พระพทุ ธเจา้ ผู้เลิศล้า พระธรรมอันสงู ส่ง พระสงฆผ์ ู้
เยือกเย็น
o พระพทุ ธเปน็ ผ้นู า พระธรรมเปน็ แผนท่ี พระสงฆเ์ ป็น
ผูช้ ้ี
o พทุ ธะกาจดั มดื ดา ธรรมะกาจัดข้ีโกง พระสงฆ์
กาจดั หลับหลง
o พุทธะ รู้ ตนื่ เบกิ บาน ธรรมะ สะอาด สวา่ ง
สงบ
สังฆะ ว่าง โปรง่ เยน็
พรหมวิหาร ๔
ทอ่ี ยขู่ องผูห้ ลัก ท่พี ักของผใู้ หญ่
9
๑. เม. เมตตา ความรักใครป่ รารถนาดี
๒. ก. กรณุ า สงสารคดิ ชว่ ยให้พ้นทุกข์
๓. ม.ุ มทุ ติ า พลอยชนื่ ชมยินดีต่อเขา
๔. อ.ุ อเุ บกขา วางเฉย วางใจเปน็ กลาง
บทนิยาม
o เม. ปรารถนาดี ก. มอี ารียรี กั ษ์
มุ. ชว่ ยพิทักษเ์ สมอ อุ. เพื่อนเผลอไม่ดถู กู
o เมตตาไรพ้ ยาบาท กรณุ าไร้วิหงิ สา
มุทิตาไร้ริษยา อเุ บกขาไรป้ ฏิฆะ
สังคหะวัตถุ ๔
หลักการสงเคราะห์ สง่ิ เหมาะเจาะตอ่ การสังคม
๑. ท. ทาน การให้ เสยี สละ แบง่ ปัน
๒. ป.ิ ปยิ วาจา การพูดจาน่ารัก ไพเราะ
๓. อ. อัตถจริยา ทาตนให้เปน็ ประโยชน์
๔. ส. สมานตั ตตา การวางตนเหมาะสม
บทนยิ าม
o สงเคราะห์ กล่าววาจาไพเราะ
ทาประโยชนใ์ หเ้ หมาะ ไมช่ วนทะเลาะ
o โอบอ้อมอารยี ์ วาทไี พเราะ
10
สงเคราะห์ทุกคน วางตนพอเหมาะ
o สงเคราะห์ทุกเม่อื เอื้อเฟื้อพอเหมาะ
อนเุ คราะห์ทุกกาล อภบิ าลตลอด
- ใหด้ ว้ ยน้าใจ ปราศรัยดว้ ยไมตรี ทาประโยชนเ์ ต็มที่ คงท่ี
ไม่เอนเอยี ง
ปธาน ๔ ความเพยี รท่เี ปน็ หลัก
๑. ส.ํ สังวรปธาน เพียรระวงั ไมใ่ หบ้ าปเกดิ ขึ้น
๒. ป. ปหานปธาน เพยี รละบาปที่เกดิ ขึ้นแลว้
๓. ภ. ภาวนาปธาน เพียรทาดีให้เกิดมีข้ึน
๔. อ. อนรุ ักขนาปธาน เพยี รรกั ษาความดีน้นั ไว้
o ส. ระมัด ป. ระวงั ภ. สร้างสรรค์ อ. รักษา
o หยุดมกั งา่ ย ละท้งิ อบาย ขยายทางเจรญิ
เพลนิ ใจรกั ษา
o ระวัง กาจดั ฝกึ หดั รกั ษา
หัวใจโพธสิ ตั ว์ ๔
๑. สุ. สทุ ธิ ความบรสิ ุทธิ์
๒. ๒. ป. ปัญญา ความฉลาดรอบรู้
๓. เม. เมตตา ความเมตตาปราณี
๔.ข. ขนั ติ ความอดทน
11
บทนิยาม
o สุ. บริสุทธิฉ์ กาจ ป. ฉลาดรอบทิศ
เม. เปน็ มติ รท่วมทน้ ข. อดทนยวดยง่ิ
o ข. อดไดเ้ ม. ใครร่ กั ป. หกั โกรธ ส.ุ สดใส
o อดทนจนหลุด บรสิ ุทธิจ์ นสง่า
เปน็ มติ รท่ัวโลกา มปี ัญญาทวนกระแส
o ข. มอี ดทน ส. สนสะอาด
ป. ฉลาดรอบคอบ เม. ชอบใจเมตตา
สตปิ ฏั ฐาน ๔
ฐานทต่ี ้งั ของการฝกึ หดั พัฒนาการของสติ
๑. ก. กาย ๒. เว. เวทนา
๓. จ.ิ จติ ๔. ธ. ธรรม
o กาย คือเศษ เวทน์ คอื พิษ
จติ คือกรรม ธรรม คือทุกข์
o ร้แู จ้งกายา เวทนาเหน็ ชัด
เจนจัดทางใจ แจ่มใสในธรรม
o กายศึกษา เวทนาพินจิ
จิตลึกล้า ธรรมรอบรู้
o สุดร-ู้ เย็น (กาย) สุดเหน็ -ว่าง (เวทนา)
สุดเบา-วาง (จิต) สุดทาง-หยดุ (ธรรม)
12
สัญญา ๔
ความจาไดห้ มายรู้ เทคนิคในการตัดกระแส
๑. อนจิ จสัญญา จาวา่ ไม่เทย่ี ง
๒. ทุกขสัญญา จาว่าเปน็ ทกุ ข์
๓. อนตั ตสัญญา จาว่าไม่ใชต่ วั ตน
๔. อสภุ สญั ญา จาไวว้ ่าไมง่ าม
บทนิยาม
o อนิจจัง ทุกขงั อนตั ตา อสภุ ะ
o เปน็ กลาง ว่าง สญู ทราม
ฆราวาสธรรม ๔
ธรรมครองเรอื น ยอดเพอื่ นครองรัก
ยอดหลักครองงาน พ้ืนฐานครองคน
๑. ส. สัจจะจรงิ ใจ ๒. จ. จาคะเสียสละ
๓. ท. ทมะ ขม่ จติ ข่มใจ ๔. ข. ขนั ติ อดทน
บทนิยาม
o ส. ถอื สจั จ์ ท. ถนัดขม่ ข. นยิ มอด จ. กาหนดละ
o ส. จรงิ ใจ ท. ฝกึ ฝน ข. อดทน จ. เสียสละ
o สละใหพ้ น้ อดทนต่อสู้ ฝกึ ขม่ ดจู ิต
ตามติดสจั จะ
13
o ถอื สจั จะ-หมดภัย ข่มใจ-หลุดพน้ อดทน-ชนะ
เสียสละ-หมดชัว่
อธษิ ฐานธรรม ๔
หลกั ธรรมไว้ตงั้ จติ สง่ิ พชิ ิตปญั หา ทพ่ี ึง่ พาเฉพาะ
๑. ป. ปัญญา รูย้ ่ิง คน สัตว์ สังขาร
๒. ส. สจั จะ จรงิ แท้ เกดิ ขน้ึ ตั้งอยู่ ดับลง
๓. จ. จาคะ ทง้ิ ไป สลดั ออก สารอก
ได้
๔. อุ. อปุ สมะ ใจเย็น เหน็ สงบ อุ.
o ป. รอบรู้ ส. ส้จู รงิ จ. ท้ิงบาป
ปราบวุ่น
o ร้จู ริง อิงสจั จ์ สลัดหนี มสี งบ
o อย่าล่วงปัญญา รกั ษาสจั จะ เพมิ่ พนู จาคะ ศึกษา
สนั ติ
o มีปัญญา รกั ษาสัจจะ เพิ่มพูนจาคะ สงบจติ ใจ
14
สมั ปรายิกัตถะ ๔
ประโยชนท์ ีเ่ ร่งสรา้ ง แนวทางสาเร็จผล มศี ีล
๑. ส. สัทธามศี รัทธา ๒. ส.ี สลี วา ๔. ป.
๓. จา. จาคะ มีความเสียสละ
ปัญญวา มีปัญญา
บทนยิ าม
o ส. เชอ่ื กรรมข้ามพน้ สงสยั ส.ี สารวมระวงั เวรภยั
จา. หวงแหนตระหนี่หนไี กล ป. ปญั ญาไวหลกี ไกล
ตวั ตน
o รักษาศลี ไม่เบอื่ เชื่อธรรมไม่ละ
เสยี สละไม่ตระหน่ี สรา้ งปัญญาใหเ้ กิดมี
o เช่ือจรี งั ระวังจรงิ ทิ้งตระหน่ี มีฉลาด
o เชอ่ื กรรม สารวม ร่วมตดั แจ่มชัด
o ฉลาดรูด้ ี ตระหน่ที ง้ิ ไป กายใจรักษา ศรัทธาถงึ พรอ้ ม
o เชือ่ มัน่ ถกู ปลกู ไวศ้ ลี ยินดีบริจาค มากด้วยปญั ญา
o เชอ่ื เหต-ุ ผล ระวงั รักษาตน
ข้ามพน้ ตา่ ทราม งอกงามปญั ญา
15
ทฏิ ฐธัมมิกตั ถะ ๔
ประโยชน์เฉพาะหนา้ คาถามหาเศรษฐี
๑. อุ. อุฏฐานสัมปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยความหมน่ั
๒. อา. อารกั ขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรกั ษา
๓. ก. กลั ยาณมติ ตตา มีกัลยาณมติ ร
๔. ส. สมชวี ติ า เลยี้ งชวี ติ ชอบธรรม
บทนิยาม
o อ.ุ ขยันนาหน้า อา. รักษาเป็นใจ
ก. คบมิตรดีชัด ส. เลยี้ งชพี ประหยดั
o อ.ุ ขยันหา อา. รกั ษาดี
ก. มกี ลั ยาณมติ ร ส. เลี้ยงชวี ิตชอบธรรม
o หาเป็น เก็บเปน็ ใช้เปน็ รักษาเป็น
จักร ๔
จกั รแกว้ แนวทางวางหลกั พิทกั ษช์ วี ติ ลขิ ิตชวี ติ สทู่ างเจรญิ ฝา่ ย
เดยี ว
๑. ป. ปฏริ ปู เทสวาโส อย่ใู นประเทศอนั สมควร
๒. ส. สัปปุริสปู สั สยะ คบหาสตั บรุ ุษ
๓. อ. อัตตสมั มาปณธิ ิ ตัง้ ตนไวช้ อบ
๔. ปุ. ปุพเพกตปุญญตา ทาบญุ ไว้ก่อน
16
นยิ ามธรรม
o เลอื กทีอ่ ยู่ คบผ้รู ู้ ทรงธรรมอยู่ รจู้ กั ทาดี
o ทาเล เสวนา ธมั มา กลั ยา
o ป.ุ ทาดยี นื ยง อ. ทรงธรรมสูงสุด
ส. สัตบรุ ษุ คบหา ป. ที่อาศยั ไตรต่ รอง
หวั ใจสงฆ์ ๔
๑. ส.ุ สปุ ฏิปันโน ปฏบิ ตั ดิ ี
๒. อ.ุ อชุ ุปฏิปันโน ปฏิบตั ติ รง
๓. ญา. ญายปฏปิ ันโน ปฏิบตั เิ พื่อรธู้ รรม
๔. ส. สามีจปิ ฏปิ นั โน ปฏิบตั สิ มควร
บทนิยาม
o ส.ุ ด-ี คง อ.ุ ตรงลา้ ญา. ธรรม-เด่น ส. เห็นควร
o ส.ุ ทาดีใหท้ ว่ั อุ. ทาตวั ให้ตรง ญา. ดารงสทั ธรรม ส.
สูงล้าปญั ญา
สมบตั ิ ๔
สมบตั ิของคน ดอกผลของการศึกษา ส่ิงทีต่ อ้ ง
ฝึกหัดพัฒนา
๑. ส.ี สลี สมบตั ิ ความถงึ พร้อมดว้ ยศีล
๒. อา. อาชวี สมบตั ิ ความถงึ พร้อมด้วยอาชีวะ
17
๓. จ. จริยาสมบัติ ความถึงพร้อมด้วยจรยิ า
๔. ทิ. ทิฏฐิสมบัติ ความถงึ พรอ้ มดว้ ยทฏิ ฐิ
บทนยิ าม
o สี. สารวมอยา่ งดี อา. ชีวีประหยัด
o จ. เจนจดั จริยา ทิ. สมั มาออกหนา้
o สารวม รว่ มตดั จัดเจน เหน็ ตรง
o เหน็ ชดั จัดเจน เว้นกรรม สารวม
o แจม่ ชดั ตดั เวร เว้นกรรม นาทาง
สมบตั ิ ๔
วิธีทางาน หลกั การทากจิ สงิ่ ทต่ี อ้ งพนิ จิ กจิ ทจ่ี ะทาใหเ้ กดิ มี
๑. ค. คติสมบตั ิ ความถงึ พรอ้ มด้วยคติ
๒. อ.ุ อุปธสิ มบตั ิ ความถึงพรอ้ มดว้ ยอุปธิ
๓. กา. กาลสมบัติ ความถึงพรอ้ มดว้ ยกาล
๔. ป. ปโยคสมบตั ิ ความถึงพรอ้ มดว้ ยปโยคะ
บทนิยาม
o ค. เปา้ หมายชัดเจน อ. กฎเกณฑ์ถูกต้อง
กา. กาลเวลารบั รอง ป. อุบายใสผอ่ ง
o ทศิ ทาง วางคน ยลยคุ บกุ ทา
o ทม่ี า-ท่ไี ป กาย-ใจ กาลสมัย วธิ ีการทท่ี าไป
18
o เปา้ หมายคอื อะไร ผู้รับภาระคอื ใคร
ควรทาในกาลไหน ประกอบการด้วยวิธีใด
o การประกอบ ชอบสมัย ใครสนอง มองอย่างไร
วบิ ตั ิ ๔
โทษของคน ดอกผลศกึ ษาผดิ ความวปิ รติ ตดิ ตาม
๑. ส.ี สีลวิบตั ิ เสียศีล
๒. อา. อาชีววบิ ตั ิ เปน็ มิจฉาชีพ
๓. จ. จรยิ าวิบัติ เสยี ความประพฤติ
๔. ทิ. ทฏิ ฐิวบิ ัติ มคี วามเห็นผิด
บทนิยาม
o กายใจกอ่ พษิ เล้ียงชีวติ มจิ ฉา จริยามักงา่ ย ทสั นะ
อนั ตราย
o โลเล เร่รอ่ น สาสอ่ น ตัดรอน
o กายใจหยาบช้า ชีวาร้อนเร่า
ประพฤติก้าวรา้ ว ความคดิ เห็นผิดเป้า
o เห็นเพี้ยน เซยี นเลว เหวตก นรกรอ้ น
วบิ ัติ ๔
ผลเสียการงาน พน้ื ฐานอบาย ขอบขา่ ยสู่ความหายนะ
๑. ค. คตวิ ิบัติ ผิดพลาดทางเปา้ หมาย
19
๒. อุ. อปุ ธิวิบตั ิ ผดิ พลาดที่ผรู้ ับรองงาน
๓. กา.กาลวบิ ตั ิ ไม่ถกู ต้องกบั ฤดกู าล
๔. ป. ปโยควิบตั ิ การประกอบไม่ถกู ต้อง
บทนิยาม
o เปา้ หมายไม่มี วิธีการไมร่ ู้ กาลใดไม่ดู ผูท้ าไม่มคี วามรู้
o ไม่มีวสิ ัยทศั น์ ตดิ ขดั การงาน ให้เวลาผันผ่าน ลีลา
การทาไมม่ ี
o ท่ีมา-ท่ไี ป กาย-ใจ กาลสมยั วิธกี ารไป
o งาน ผู้ทา เวลา วธิ ี
วุฒิธรรม ๔
รงุ่ อรณุ ของชีวิต หลักพชิ ติ ความเจริญ เสน้ ทางเดนิ ของผู้รัก
ความกา้ วหนา้
๑. ส.ํ สัปปรุ ิสังเสวะ การคบหาสตั บรุ ษุ
๒. ส. สัทธมั มสั สวนะ การฟงั พระสัทธรรม
๓. โย. โยนโิ สมนสิการ การใครค่ รวญหาเหตุผล
๔. ธ. ธัมมานธุ มั มปฏบิ ัติ ปฏิบตั ธิ รรมตามควร
20
บทนิยาม
o ส. เข้าใกล้บัณฑิต ส. ตงั้ จิตฟังธรรม
โย. ใครค่ รวญจดจา ธ. นอ้ มนาไปปฏบิ ัติ
o รีบเข้าหา ปรึกษาไว ใส่ใจจา ทาตามดี
o คุ้นเคยคบหา เสวนาเนืองนิตย์ ใส่จิตใส่ใจ ทาไป
ตามควร
ปมาทธรรม ๔
เหตุช่วั ร้าย ส่ิงทาลายเกยี รติยศ ตวั กบฏภายใน พิษภยั ของผนู้ า
ความมดื ดาของนักรู้
๑. กายทจุ ริต ประพฤติชั่วทางกาย
๒. วจีทจุ รติ ประพฤติชั่วทางวาจา
๓. มโนทุจรติ ประพฤตชิ ว่ั ทางใจ
๔. มิจฉาทิฏฐิ มคี วามเหน็ ผดิ
นิยามธรรม
o กายเปน็ บา้ วาจาเปน็ ภัย ใจเปน็ พิษ ความคิดเปน็ โทษ
o ทาให้ถกู สตู ร พดู ให้มสี ุภาษติ
คดิ ไปในประโยชน์ วสิ ัยทัศน์ถูกต้อง
o ทาชว่ั -ขดู พดู ชวั่ -ปิด คิดชวั่ -เวน้ เห็นผดิ -ละ
o กาย- มอบใหศ้ ลี รกั ษา วาจา-มอบให้วนิ ยั ประกาศิต
ดวงจติ -มอบให้สมาธคิ ุ้มครอง สมอง-มอบให้ปัญญาบรหิ าร
21
กรรมกเิ ลส ๔
เหตุสรา้ งกรรม ธรรมสร้างโทษ โคตรเหง้าแหง่ ทกุ ข์
๑. ปา. ปาณาตบิ าต ฆ่าสตั ว์
๒. อ. อทินนาทาน ลกั ทรพั ย์
๓. กา. กาเมสุมจิ ฉาจาร ผิดลกู เมยี เขา
๔. มุ. มุสาวาท พูดไมจ่ ริง
บทนยิ าม
o ฆ่า ลกั ลว่ ง โลเล
o ฆา่ -ผลัก ลัก-ห้าม กาม-เขด็ เทจ็ -ทง้ิ
o ชีวิตใหม้ จี ติ เมตตา แสวงหาสัมมาชีพ
กามบบี ต้องสังวร การพดู อย่าปากบอน
o กรรมร้าย-ฆา่ กรรมบ้า-ลัก
กรรมหนัก-เมถนุ กรรมวนุ่ -พูดอวด
๑. ส. สนั ทัสสนา การแสดงธรรม ๔
๒. ส. สมาทปนา
๓. ส. สมเุ ตชปนา ชี้ใหช้ ดั เจนเหตุผล
๔. ส. สมั ปหังสนา ชกั ชวนให้นา่ ปฏิบัติตาม
เรง่ เร้าให้แกล้วกลา้
ปลกุ ให้ร่าเรงิ
22
บทนยิ าม
o ชี้แจง ชกั ชวน ช่มุ ฉ่า ชน่ื ใจ
o แจ่มแจง้ จงู ใจ แกล้วกลา้ รา่ เรงิ
กลุ จริ ฏั ฐิตธิ รรม ๔
ความต้ังม่นั ของตระกูล ความเพม่ิ พนู สมบัติ เหตใุ ห้
บริษัทม่นั คง
๑. นฏั ฐคเวสนา ของหายแสวงหา
๒. ชิณณปฏิสังขรณา รู้จกั บรู ณปฏิสังขรณ์
๓. ปรมิ ติ ตปานโภชนา รู้จกั ประมาณในการใชจ้ ่ายดม่ื กนิ
๔. อธิปจั จสลี วันตสถาปนา ร้จู กั แตง่ ตง้ั คนมศี ลี ไวเ้ ป็น
พ่อบ้านแม่เรือน
บทนิยาม
o ของหายแสวงหา ของครา่ คร่าซ่อมแซมใหม่
รู้ประมาณการกินใช้ ต้ังคนมศี ลี ไวใ้ นสกุล
o แสวงหาส่งิ ของท่ีหายไป ใสใ่ จซอ่ มแซมของเกา่
ไมม่ ัวเมาใชท้ รัพย์เกินพอดี ไม่รบั คนกาลีไว้ในสกลุ
o วชิ าการ +วธิ กี าร พฒั นาการ ประมาณการ ผสู้ บื สาน
23
สทั ธา ๔
ศรัทธาทีต่ อ้ งปลูก ทางถกู ของความเชอ่ื
๑. กมั มสัทธา เชอ่ื กฎแหง่ กรรม
๒. วิปากสัทธา เชอ่ื วา่ กรรมมผี ล
๓.กมั มสั สกตาสทั ธา เชอ่ื ว่าทกุ คนมีกรรม
๔. ตถาคตโพธสิ ัทธา เชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระพทุ ธเจา้
บทนิยาม
o เชื่อกจิ ทต่ี นทา เช่ือกรรมที่ตนสรา้ ง
เช่ือแนวทางท่ตี นเดนิ เชอื่ ความเจริญของผรู้ ู้
o เช่อื มั่นความรู้จรงิ เช่ือมนั่ สิ่งทต่ี นทา
เช่ือมน่ั ผลกรรม เชอ่ื มนั่ กจิ กรรมทก่ี ่อ
กามโภคีสขุ ๔
ความสขุ ของชาวบา้ น ความสาราญท่ีถกู ตรง
๑. อัตถสิ ขุ สขุ เพราะมที รพั ย์
๒. โภคสขุ สุขเพราะการใช้ทรพั ย์
๓. อนณสขุ สขุ เพราะไมเ่ ปน็ หนี้
๔. อนวชั ชสุข สุขเพราะความสจุ รติ
บทนยิ าม
o มที รพั ยอ์ ยเู่ ป็นโชค บรโิ ภคเปน็ สุข
24
ไรห้ นี้ไมข่ ้คี ุก โทษทุกขไ์ มร่ ุกราน
o มที รัพย์ใช้ จ่ายทรพั ยเ์ ปน็ ไม่เป็นหน้ี มีงานสุจรติ
o ไมม่ ีภยั เวร เว้นจากหนีส้ นิ มีอยมู่ กี ิน
ทรพั ยส์ นิ เพยี งพอ
ภาวนา ๔
สิ่งท่ีตอ้ งววิ ฒั น์ มาตรวัดการพฒั นา
ฐานะทต่ี อ้ งฝึกฝน หนทางแห่งการอบรม
๑. กายภาวนา พัฒนาการทางกาย
๒. สีลภาวนา พฒั นาการด้านศีล
๓. จิตตภาวนา พัฒนาการทางจิต
๔. ปัญญาภาวนา พัฒนาการด้านปญั ญา
บทนิยาม
o กายผ่อง ศลี รอง จติ ผ่อง ธรรมรอง
o กายผอ่ งใส วนิ ัยผอ่ งแผ้ว จติ เพริศแพร้ว ปัญญาคั้นแถว
o กายผ่องใส วนิ ัยรองรบั จติ เจดิ จ้า ปัญญาคมุ้ ครอง
o กายสนิ้ ศลี ตัด จิตสูญ ปญั ญาพูน
อาสวะ โอฆะ โยคะ อนสุ ยั ๔
เคร่อื งผกู มัดให้เศร้าหมอง หว้ งนา้ ใหญ่
๑. กาม ความใครอ่ ยาก ความติดใจ
25
๒. ภพความมี ความเปน็
๓. ทฏิ ฐิ ความเห็น ความคิด
๔. อวิชชา ความมดื บอด ความไมร่ ู้
บทนยิ าม
o กามกลบ ภพตดิ ทฏิ ฐิหนา อวิชชาครอบ
o มี เป็น เหน็ โง่
o อยากมี อยากเปน็ อยากอวด อยากโง่
o มี เปน็ อยู่ คือ
o ไม่รคู้ รอบงา ความเห็นชนี้ า เสพตดิ ชอกชา้ ใครอ่ ยาก
ถลา
o ปรารถนาไม่อิ่ม ชวนชิมไมเ่ ว้น คิดเหน็ ไมห่ ยดุ สนิ้ สุดไม่มี
อารกั ขกมั มัฏฐาน ๔
สิง่ อารกั ขา ฐานะแหง่ การปอ้ งกัน ขอ้ ปอ้ งกันความ
ประมาท
๑. พุทธานุสสติ นกึ ถงึ พุทธคณุ คนุ้ เคยกบั พทุ ธเจ้า
๒. เมตตานสุ สติ เจรญิ เมตตา
๓. อสุภานสุ สติ นึกเห็นกายาว่าไมง่ าม
๔. มรณานุสสติ นึกถงึ ความตายเตือนจิต
บทนยิ าม
26
o นึกถึงพระพทุ ธเจา้ ผู้เลศิ ลา้ นกึ ถึงพระธรรมคือเมตตา
เหน็ กายาเป็นอสภุ ะ นกึ ถึงมรณะทกุ ลมหายใจ
o นกึ ถึงพุทธา เมตตาคมุ้ ครอง
เศร้าหมองร่างกาย ความตายติดตาม
o ไม่หลงกาย ไม่ปองรา้ ยจกั ต้องตาย ใกล้ชดิ พุทธะ
o อสุภะเปน็ ฐาน วิหารเมตตา มรณาเตอื นจติ
แนบชิดพทุ ธะ
ปาริสทุ ธิศีล ๔
๑. ปาฏิโมกขสงั วรศลี การสารวมในปาฏโิ มกข์
๒. อนิ ทรียสงั วรศลี การสารวมอนิ ทรีย์
๓. อาชวี ปารสิ ทุ ธิศีล การเลีย้ งชพี บริสทุ ธิ์
๔. ปัจจยปจั จเวกขณะ การพิจารณาปัจจัย ๔
บทนยิ าม
o อาบตั ิ อาการ อาชีพ อาศัย
o ใชส้ อยปจั จัย ๔ ชีวีถกู ต้อง ปกปอ้ งอนิ ทรยี ์ หลกี หนี
เดือดร้อน
o ปาฏิโมกข์ไม่หละหลวม สารวมอินทรยี ์ ชวี บี ริสุทธ์ิ
อด อดั อุดปจั จัย
27
น้า ๔
สิ่งทาใหเ้ อิบอาบ ซาบซ่าน สานตอ่ กอ่ เกิด
๑. จติ ตาโป นา้ จติ ๒. ถามาโปนา้ แรง
๓. วาทาโปน้าคา ๔. มนาโป นา้ ใจ
บทนยิ าม
o นา้ จติ ใหเ้ ขม้ แข็ง น้าแรงให้ได้อาศัย
น้าคาอย่าใหเ้ ปน็ ภยั นา้ ใจอย่าใหแ้ ห้งแล้ง
o น้าจิตคดิ ดี น้าแรงเตม็ ที่ น้าคาอารีย์ นา้ ใจไมตรี
o น้าใจชุม่ ฉา่ นา้ คาแจ่มแจง้ นา้ แรงช่วยเหลอื นา้ จิตเอือ้ เฟือ้
ราชสังคหะ ๔
ความฉลาดของผู้นา ธรรมะพ้ืนฐาน สง่ิ ท่ีผปู้ ระกอบการจะตอ้ ง
รอบรู้
๑. สสั สเมธะ ฉลาดในการบรหิ ารวัตถุ ปจั จยั ๔
๒. ปุรสิ เมธะ ฉลาดในการบริหารจดั การกับคน
๓. วาชเปยยะ ฉลาดในการพดู จา, การจัดการตนเอง
๔. สมั มาปาสะ ฉลาดในการผูกประสานคนโดยชอบ
บทนิยาม
o วตั ถุ ตน คน ธรรม
o ปจั จยั ๔ ประชาชี กลวธิ ี ธรรมสามี
28
o วตั ถปุ ัจจัยบรหิ าร ตนเองผู้จดั การ คณะเจา้ พนักงาน
หลกั วชิ าการ
o ปจั จยั บริหาร บริวารแวดล้อม ตัวตนถนอม ธรรมะขบั
กลอ่ ม
o สสาร คนงาน ผจู้ ัดการ ธรรมการ
o วตั ถปุ ระกอบ ระบอบจัดการ พนักงานสันทัด บัญญัติ
แต่งตง้ั
ธรรมะ ๔ ความหมาย
สภาพธรรมทงั้ หมด สภาพกาหนดทกุ อยา่ ง
เครื่องหมายกาหนดแนวทาง วางหมากวางเป้ากา้ วเดิน
๑. ธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม
๒. ธรรมดา กฎเกณฑข์ องธรรมชาติ
๓. ธรรมเนยี ม หน้าทท่ี ่เี กีย่ วข้องตามกฎเกณฑ์
๔. ธรรมรส ผลทไ่ี ดร้ ับจาการทาหน้าท่ี
o ธรรมทงั้ หมด กฎเกณฑเ์ ป็นไป
เก่ยี วขอ้ งอยา่ งไร ไดผ้ ลแบบไหน
o ธรรมชาติมมี า ธรรมดามีอยู่
ธรรมเนียมต้องรู้ ธรรมรสอมุ้ ชู
o สิง่ กาหนด กฎเกณฑ์กระทา
ธรรมเนียมหนา้ ท่ี ผลได้ทม่ี ี
29
อคติ ๔
เหตุแหง่ ความลาเอยี ง ความเบีย่ งเบนของการกระทา
โชคลาภหรืออาบเลือดอยตู่ รงนี้
๑. ฉ. ฉนั ทาคติ ลาเอยี งเพราะรัก
๒. โท. โทสาคติ ลาเอียงเพราะชงั
๓. โม. โมหาคติ ลาเอยี งเพราะหลง
๔. ภ. ภยาคติ ลาเอียงเพราะกลวั
บทนิยาม
o รัก ชัง หลง กลวั คือความช่วั ในหวั ใจคน
o รัก-ตดิ ห้องขงั ชงั -ติดห้องกรง หลง-ตดิ เมามัว กลัว-ตดิ ขี้
ขลาด
o รกั อยา่ หวังชงั อย่าเอา มัวเมาอย่าสรา้ ง เกรงกลัวหมดหนทาง
o โทษยิ่งคือรกั โทษหนักคอื ชงั โทษขังคอื หลงโทษตรงๆคือ
กลวั
o ชอบใจคือความโหด ขี้โกรธคอื ความเขลา
มวั เมาคือความหลง มนึ งงคือความกลวั
o รัก-โปรด โกรธ-ผลกั หนัก-เมา เขลา-กลวั
o รกั อย่าม่งุ หวงั ชังอย่าเสริมสง่ หลงอย่าเกลอื กกลั้ว กลัว
อยา่ เกีย่ วข้อง
30
คาถากาสลกั
จ. จชทชุ ฺชนสงฺสคฺคํ หลกี เลี่ยงคนพาล
ภ. ภชสาธสุ มาคมํ สงั สรรค์บณั ฑิต
ก. กรปญุ ฺ มโหรตตฺ ํ ทาบุญเปน็ นิตย์
ส. สรนิจฺจมนจิ ฺจตํ คิดเห็นนิจจมนจิ จตงั
อปัสเสนธรรม ๔ ธรรมเปน็ ท่พี ึง่ พิง
๑. สงฺขาเยกํ ปฏเิ สวติ พิจารณาแลว้ ส้องเสพปจั จยั
๔
๒. สงฺขาเยกํ อธิวาเสติ พิจารณาแลว้ อดทนอดกลั้น
๓. สงฺขาเยกํ ปรวิ ชเฺ ชติ พจิ ารณาแลว้ งดเวน้
๔. สงฺขาเยกํ ปฏิวิโนเทติ พจิ ารณาแลว้ บรรเทา
บทนยิ าม
o เสพตามกฎ อดแลว้ เย็น เวน้ แล้วเบา บรรเทาแล้วสบาย
อุปาทาน ๔
๑. กามปุ าทาน ความยดึ ตดิ ในกาม
๒. ทฏิ ฐุปาทาน ความยึดถือในทิฎฐิ
๓. สีลัพพตปุ าทาน ความยดึ มั่นศีลพรต
๔. อัตตวาทปุ าทาน ความยึดถอื ตัวตน
บทนิยาม
31
o แบกยดึ กาม หาบหามทฏิ ฐิ พธิ ศี ลี ยึดมั่น คาดค้นั ตัวตน
o กามแบก แยกลัทธิ อุตริในศีล ยนิ ดีตวั ตน
โภควิภาค ๔ (การใชท้ รัพย์ ๔)
๑. นธิ มิ ฺหิ ตตฺถ นิทหามิ เกบ็ ไวเ้ ปน็ กองทุน
๒. อณิ ํ มุญจฺ ามิ ใชห้ น้ี
๓. อณํ ทมมฺ ิ ให้เขายืม
๔. ปปาเต ฉทฺเฑมิ ทิง้ ลงเหว
บทนิยาม ทิ้งสเู่ หว
o ฝังดินไว้ ใชห้ นเ้ี ก่า ให้เขากู้
คุณนามของบิดามารดา
๑. เปน็ พรหมของบุตร พรฺ หฺมาติ มาตาปติ โร
๒. เป็นบรมครูของบตุ ร ปพุ ฺพาจรยิ าติ วจุ ฺจเร
๓. เปน็ ปชู นยี บุคคลของบตุ ร อาหเุ นยฺยา จ ปุตฺตานํ
๔. เปน็ บุพพการชี น ปชาย อนุกมฺปกา
หัวใจภิกษุ
๑. สํ. สวํ รธมฺโม สงั วระ ๒. ป. ปหานธมฺโม ละวาง
๓. น.ิ เนกฺขมมฺ ธมฺโม ยา่ งหนี ๔. นิ. นโิ รธธมฺโม ดบั อคั คี
32
หวั ใจไตรรตั น์
๑. พทุ . พทุ ธัง ล้าเลศิ พทุ โธ ๒. ธัม. ธัมมัง ธัมโมสดใส
๓. สัง. สังฆงั สงั โฆศรวี ิไล
๔. ม.ิ นมามิไตรรัตน์น่ีไง นอ้ มไหว้ใจดี
หัวใจอภิธรรม
๑. จิ. จิต แจม่ แจง้ ผอ่ งใสเ
๒. ๒. จ. เจตสกิ ประกอบชอบไซร้
๓. รู. รปู ร่างรปู ดบั ไว
๔.น.ิ นพิ พาน กายใจเยอื กเยน็
หวั ใจพุทธะ
๑. อิ. อิจฉาไมม่ ี ๒. ก. กเิ ลสหายหนี
๔.ต.ิ ติดตามญาณี
๓.ว.ิ วชิ ชาเกดิ มี
หัวใจแกว้ มรกต
๑. จ.ฉลาดเจริญ ๒.ภ. เดนิ หนจี ากภพ
๓.ก. เลกิ คบนวิ รณ์ ๔.ส. ตัดตอนอาสวะ เลิกละอวชิ ชา
หัวใจเปรต
๑. ท.ุ ทุกข์ยากทรมาน ๒. ส. ร้าวรานเศร้าโศก
33
๓. น. หนกั โลกเผาลน ๔.โส. ว่ิงหนีไม่พ้น ผลกรรม
ติดตาม
หวั ใจสมถะ
๑. ส.สงบจิตใจ
๒. ส. ร้ไู วสติ
๓. อ. ดารจิ ากกาม
๔. ญา. เหน็ ตามไตรลกั ษณ์
หัวใจนกั เทศน์
๑. โฆ. โฆสัปปมาณกิ ามเี สยี งไพเราะ
๒. ร.ู รูปปั ปมาณิกา เหมาะเจาะรูปงาม
๓. ธ. ธมั มัปปมาณกิ า ทรงธรรมไมข่ ้าม
๔. ล.ู ลูขัปปมาณิกา ทรวดทรงอร่าม ถูกตามเพศวัย หัวใจ
นักเทศน์
หวั ใจอรยิ ธรรม ๔
๑. ส.ี สลี วนตฺ สสฺ ชีวิตํ สกิ ขฺ ติ ศีล
๒. ส. สมาธิ ยถาภตู ํ สกิ ฺขติ สมาธิ
๓. ป. ปญฺ า ภาวติ า สิกฺขติ ปัญญา
๔. ว.ิ วมิ ุตตฺ ิ วริ าคสฺส สิกขฺ ติ วมิ ุตติ
o ระวัง ตงั้ มงั่ รทู้ ัน พลันหยดุ
34
o ศลี เบ้อื งต้น สมาธิทา่ มกลาง ปัญญาที่สดุ วิมุตติพเิ ศษ
มิตรเทียม ๔
๑. อญฺ ทตถฺ หุ โร คนปอกลอก
๒. วจปี รโม คนดีแตพ่ ดู
๓. อนปุ ปฺ ยิ ภาณี คนหวั ประจบ
๔. อปายสหาโย คนชักชวนในทางเสอ่ื ม
บทนิยาม
o หลอกอย่างผี ดีแตพ่ ูด ขดู แตเ่ รา มัวเมาไม่เลกิ
o ปอกลอก บอกโกง โค้งคด ปดนา
o ตอ่ หน้าคานบั ลบั หลงั นินทา ชอบหาทางคด หมดจด
ไม่ทา
คนปอกลอก ๔
o คดิ เอาแตไ่ ด้ ใหส้ ี่เอาร้อย
มีปมด้อยคอ่ ยทากิจ คดิ เหน็ แตป่ ระโยชนต์ น
คนดีแต่พดู
o พูดเอาของเกา่ มาอ้าง สร้างของใหม่มาโปรโมท
o ให้ของไรป้ ระโยชนม์ ามาก ออกปากไมย่ อมให้
35
คนหวั ประจบ
o ทาชว่ั เอาที ทาดีเอาตาม ตอ่ หนา้ พดู จัง ลบั หลงั นนิ ทา
คนชกั ชวนทางผดิ
o ชวนดม่ื น้าเมา ชวนเที่ยวกลางคนื
o ชวนชื่นชมการละเล่น ชวนเลน่ การพนัน
มติ รช่วั ช้า
o ยอดเสพสรุ า ยอดสาส่อนนารี ยอดผีพนนั ยอดขน้ั มิจฉา
มติ รดี
o ไมม่ วั เมา ไม่เอานารี ไม่มีผีพนนั ไมด่ นั ทางผิด
มติ รแท้ ๔
๑. อุปการโก มิตรมีอปุ การคณุ
๒. สมานสขุ ทกุ โฺ ข มิตรร่วมสุขรว่ มทุกข์
๓. อตถฺ กขฺ ายี มติ รแนะนาประโยชน์
๔. อนุกมฺปโก มติ รมีความรกั ใคร่
บทนยิ าม
o สงเคราะห์ยามทุกข์ เมอ่ื สุขยินดี ชี้ทางประโยชน์ ไมโ่ กรธ
ยามซวย
o อปุ การะ ไม่ละทง้ิ จริงประโยชน์ ทัง้ โคตรรักเสมอ
36
มิตรมอี ุปการะ
o ป้องกันเพ่อื น เตอื นการใช้จ่ายทรพั ย์ ขยบั สูเ้ มอ่ื ภัยมา
เปน็ ธรุ ะให้ยามยาก
มิตรร่วมสขุ รว่ มทุกข์
o เปดิ เผยความลับ ความลบั ไม่แพร่งพราย
ไมท่ าลายยามวิกฤต แมช้ ีวติ ทดแทนได้
มิตรแนะน้าประโยชน์
o หา้ มทาความชั่ว บอกใหท้ าความดี
ให้ยนิ ดฟี งั สงิ่ เดน่ ให้เห็นทางสวรรค์
มิตรรกั ใคร่
o ยามทุกขไ์ มด่ ูถูก คราวสุขชน่ื ชม
o ใครกดขม่ ชว่ ยปอ้ ง รับรองคาสรรเสรญิ
อรยิ สัจจ์ ๔ ความจรงิ แท้
๑. ท.ุ ทุกข์ ทุกขม์ ีจรงิ ๒. ส. สมทุ ยั เหตุเกดิ ทกุ ข์มจี รงิ
๓. น.ิ นโิ รธการดบั ทกุ ขม์ จี ริง ๔. ม. มรรควถิ ที างดบั ทกุ ขม์ ีจริง
บทนยิ าม
o กาหนดรู้ความจรงิ ละทิง้ ความอยาก
จากความยดึ ม่นั สรรสร้างมรรคา
37
อรยิ กจิ ๔
๑. ป. ปรญิ ญา กาหนดรู้ ๒. ป. ปหานะกาหนดละ
๓. ส. สจิ ฉกิ รณะ ทาใหแ้ จง้ ๔. ภ. ภาวนา ทาให้เจริญ
บทนยิ าม รู้ ละ ดบั ออก
หมวด ๕
อทิ ธิบาท ๕
๑. ฉ. ฉนั ทะ คอื ความพอใจ
๒. ว.ิ วิรยิ ะ คอื ความขยัน
๓. จ.ิ จติ ตะ คอื ความต้งั ใจ
๔. ว.ิ วมิ ังสา คอื ความใคร่ครวญตรึกตรอง
๕. อ.ุ อสุ โสฬหิ คอื ความบากบนั่ ตงั้ สู้
บทนยิ าม
o ฉ. พอใจ ว.ิ ใครส่ ู้ จ.ิ อย่จู ิต วิ. คดิ ดี อ.ุ มีแวว
o งานเซยี น เพยี รติด จิตยงั้ ตง้ั ตรง คงสู้
o พอใจ ใคร่เพยี ร เซียนมั่น หม่ันตรอง มองไกล
o พอใจ ใคร่งาน สานต่อ ก่อกจิ พินจิ
o พอใจ กา้ วไป ฝักใฝ่ วิจัย สูไ้ ป
38
o พอใจทา แขง็ ใจทา ตงั้ ใจทา เข้าใจทา เอาใจทา
อนุปพุ พีกถา ๕
ลาดับการศกึ ษาอบรม สบู่กอ้ นใหญ่
การเล่อื นข้นั ของชีวติ บนั ไดของจิต
๑. ท. ทานกถา การให้ สละ แบ่งปัน
๒. ส.ี สีลกถา การสารวม รักษากาย-วาจา
๓. อา. อานสิ ังสคั คกถา สวรรคอ์ นั เปน็ อานิสงส์
๔. อา. อาทีนวกถา โทษของสวรรค์ (ความสขุ )
๕. เน. เนกขัมมกถา ชอ่ งทางออกจากกองทกุ ข์
นิยามธรรม
o ฝกึ ฝน จติ ในทางแบง่ ปนั รักษากายวาจาให้ดมี ัน่
รบี เสกสรรทางสบาย อย่าหลงงมงายไปติดสขุ
รบี เบกิ บกุ ออกจากกาม
o สละไม่หวงั ระวังไม่หนี ไมต่ ดิ สุขี เหน็ โทษโลกียห์ าทาง
ออกหนี
o ตระหนี่ตอ้ งพัง ระวงั ต้องสรา้ ง ทุกอย่างต้องสขุ สนกุ อย่า
ไปหลง ทางตรงรีบเดนิ
o สละให้สะพรัง่ ระวงั ใหด้ ี สุขใจเตม็ ท่ี โทษทกุ ขย์ ังมี
รบี ลกุ ออกหนี
39
o เน. เปิดทาง อา. วางทุกข์ อ.สุขจติ ส.ี ปดิ บาป ทา. ปราบ
ตระหน่ี
o สละ ระวงั ไม่หวงั ติด เห็นโทษพษิ น้อมจติ ออกหนี
o สละ ระวงั ชงั สขุ ทกุ ขร์ ู้ ดทู าง
เวสารัชชกรณธรรม ๕
เหตุแหง่ ความองอาจอาจหาญแกลว้ กลา้ ในท่ามกลางฝงู ชน
๑. ส. สัทธา มคี วามเชอ่ื มนั่
๒. ส.ี สลี วา มศี ีล
๓. พา. พาหสุ จั จะ มกี ารศึกษา สดบั มาก
๔. ว.ิ วิรยิ ะ มคี วามเพยี รพยายาม
๕. ป. ปญั ญา มีปัญญารอบรู้
บทนิยาม
o เชื่อมัน่ จรี งั ระวังยืนยง คงมน่ั ศกึ ษา
กล้าทาความเพียรชอบ รอบรู้ว่องไว
o เชื่อกรรม สารวม ร่วมฟงั หวงั เพียร เซยี นรู้
o ป. ฉลาดทุกสง่ิ วิ. เพยี รจรงิ ไม่ขาด พ. สามารถศกึ ษา
สี. รกั ษาอินทรยี ์ ส. เชอื่ ดสี ัจจะ
o เชื่อกรรม สารวมอนิ ทรีย์ ฟังอนสุ าสนี พากเพยี รเตม็ ที่
รอบรู้ชั่วดี
40
เบญจศลี ๕
มนุสสธรรม ลาธารแห่งบุญ กองทนุ สันตภิ าพ
๑. ปา. ปาณาติปาตา เวรมณี ละเว้นการฆ่า
๒. อ. อทินนาทานา เวรมณี เวน้ การลัก
๓. กา. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เวน้ ผดิ ทางกาม
๔. มุ.มสุ าวาทา เวรมณี เวน้ พูดปด
๕. ส.ุ สุราเมรยมชั ชปมาทฏั ฐานาเวรมณีเวน้ การดืม่ เสพของมึน
เมา
นิยาม
ฆา่ ผลัก ลกั หา้ ม กามหยดุ พดู จริง ท้ิงเมา
ปา. หยุดทาลายชีวติ อ. ปิดทางโจร
กา. โคน่ ล้มกาม ม.ุ ไม่ตามมุสา สุ. งดเว้นสุรา
o เลกิ ฆา่ ลาโจร โค่นรัก หกั ปด หมดเมา
o อยา่ ทาลายชวี ติ อย่าคิดลักลอบ อย่าชอบค่เู ขา อยา่ เอา
พดู รา้ ย อยา่ ทาลายสติ
o ไม่โหดรา้ ย มอื ไม่ไว ใจไมค่ ด ไมพ่ ดู ปด ไมห่ มดสติ
o เมาหลดุ หยุดปด ลดกาม หา้ มลัก หักฆา่
o เลิกทางฆา่ ลาทางรัก หักทางล่วง ถว่ งทางปด
ลดทางดืม่ -กิน มศี ลี ครบ
๑. เม. เมตตา เบญจธรรม ๕
มเี มตตาธรรม
41
๒. สมั . สัมมาอาชพี มสี ัมมาชพี
๓. สงั . กามสงั วร กามบีบต้องสงั วร
๔. ส. สจั จะ มสี ัจจะทกุ บทตอน ๕. ส. สติ มสี ติ
คอยต้อน
บทนยิ าม
o เมตตา สมั มาฯ สงั วรา สจั จา สติ
o เม. ไมตรีเปน็ ญาติ ท สัม. ไม่เปน็ ทาสปจั จยั
สัง. ไมร่ บั ใช้กาม ส. ไม่พล่ามคาเท็จ ส. รเู้ ผด็จทางมาร
o เปน็ มิตร ชีวติ ชอบ รอบระวง ยัง้ สัจจะ ละโลเล
o อย่าเบยี นเบียดเขา อย่าเอาแต่ลกั อย่ามักมากในกาม
อย่ามองข้ามสัจจะ อย่าละท้ิงสติ
ศีลธรรม
๑. มชี วี ติ คกู่ ับ เมตตา
๒. มกี ารแสวงหา คกู่ บั สัมมาอาชวี ะ
๓. มีความรกั คกู่ ับ สารวม
๔. มีวาจา คกู่ ับ สัจจะ ๕. มีสตปิ ัญญาคกู่ ับ การดม่ื กิน
บทนยิ าม
o เลกิ ฆ่า หาถูก ปลกู รกั หนักแน่น แก่นสาร
o ชวี วี ิวฒั น์ สมบัตหิ มดภยั ความรกั สดใส ช่นื ใจ
วาจา สตริ กั ษา
42
o ละเวน้ การฆา่ แสวงหาถกู ตอ้ ง
ครองรกั เหมาะสม วาจานา่ นิยม สติแหลมคม
o มเี มตตานาพาจิต เลย้ี งชีวิตให้ถูกหลกั ความรัก
ตองสารวม ไม่หละหลวมในวาจา มีสติปัญญาไม่
ประมาท
อินทรยี ์ ๕ พละ ๕
กองกาลงั อันยิง่ ใหญ่ สกู่ ารแกไ้ ขปญั หาทกุ อยา่ ง
๑. ส. สัทธามีศรทั ธา ๒. ว.ิ วริ ยิ ะ มีความเพียร
๓. ส. สติ มสี ติ ๔. ส. สมาธิ มีความตง้ั ใจจรงิ
๕. ป. ปญั ญา มีปญั ญารอบรู้
บทนิยาม
o เช่ือยิ่ง เพียรจริง รทู้ นั ทุกสิ่ง ทาจติ ใหน้ ง่ิ
รอบร้แู ทจ้ รงิ
o เชอ่ื มัน่ ขยนั เทา่ ทัน ตัง้ มนั่ ร้ทู นั
o เชอื่ มน่ั ขยันทา นาสว่าง สร้างสงบ รู้ครบนอก-ใน
o เช่ือไม่เพย้ี น เพยี รไมพ่ ลาด ฉลาดม่นั คง
ต้งั ตรงองอาจ สามารถรูท้ ัน
อารยวฒั ิ ๕ โสตาปตั ตยิ ังคะ ๕
ความเจริญกา้ วหน้าของอารยชน การฝึกฝนของคน
รักความกา้ วหน้า
43
๑. ส. สัทธา มศี รทั ธาตั้งมน่ั
๒. ส.ี สลี มศี ลี
๓. ส.ุ สุตะ มีความยินดฟี ังธรรม
๔. จ. จาคะ มคี วามเสียสละ, สลดั
๕. ป. ปญั ญ ามีปัญญารอบรู้
บทนยิ าม
o เชอ่ื เตม็ ที่ มรี ะวงั ยินดกี ารฟัง สละไมห่ วัง ฉลาดจริงจงั
o รอบรฉู้ ลาด องอาจสงัด เจนจัดการฟังระวังทุกเม่ือ เชือ่ มัน่
ถกู จดุ
o เช่ือฟงั ระวงั พรอ้ ม ยอมสละ ฟงั ธรรมะ ชนะโงเ่ ขลา
o เชอื่ มุนี หวังดีระวงั สละไม่หวงั ฉลาดจริงจงั ไดย้ นิ ทุก
ครั้ง
o เช่อื ไม่เพ้ียน เรยี นไมห่ ลง ระวงั เจาะจง
ปลดปลงหวงแหน แนบแนน่ ปญั ญา
หวั ใจบณั ฑติ ๕
นสิ ัยนักปราชญ์ ธรรมชาตผิ ู้รู้ เมนนู ักเรียน บทเรียนนักศกึ ษา
๑. ส.ุ สุตะ ตง้ั ใจฟัง ๒. จ.ิ จิตตะ คดิ ใครค่ รวญ
๓. ป.ุ ปจุ ฉา สอบถาม ๔. ล.ิ ลิขติ จดบนั ทกึ
๕. ภ. ภาวนา ทาให้เกดิ ม,ี ปฏบิ ัติ
44
บทนยิ าม
o ฟังให้สนทิ คิดใหง้ ดงาม ถามใหห้ มด จดให้สิ้น ยนิ ดี
ภาวนา
o ฟงั ดแี มน่ ยา จดจาถว้ นถ่ี ถามดสี นทิ คดิ ดเี หมาะสม อบรม
ต้งั ใจ
o ฟงั ติด คดิ ตาม ถามทนั บันทึก นกึ รู้
o ฟังเคารพ สงบจิตใจ ใคร่สอบถาม ตดิ ตามจด กาหนดรู้
o ส.ุ ฟังให้ดถี ถ่ี ้วนอยา่ ด่วนหนี จ. คิดใหด้ ีหลายรอบชอบวิธี
ป.ุ ถามใหด้ มี บี ทบาทไม่ขาดตอน ล.ิ เขยี นใหด้ มี บี ทกลอน
ทกุ ตอนไป ภ. กจ็ ะไดม้ ีปัญญารักษาตน
วิมตุ ตมิ รรค ๕
ปุพพภาคแห่งมรรค หลกั เบอ้ื งต้น คนศกึ ษา
๑. ส.ี สีล มีศลี ๒. ส.ุ สตุ ะ ยินดกี ารฟัง
๓. เส. เสวนะ คบหาบัณฑติ ๔. ส. สมถะ ทาจติ สงบ
๕. ว.ิ วิปสั สนา มคี วามแจ่มแจ้ง
บทนิยาม
- สงั วรทกุ ที่ ฟังดีทุกจดุ หยุดคบคนพาล ทุกกาลสงบ รู้
ครบโลกธรรม
o เส. เรยี นรู้เพอื่ ดบั ตณั หา ส.ุ ศึกษาเพ่ือดบั อวิชชา
45
วิ. อบรมปัญญาเพื่อดบั อาสวะ ส. เจริญสมถะเพอื่ ดับ
อนสุ ยั สี. ฝึกฝนกายใจเพ่ือตรสั รู้
o สี. สารวมจรงิ จงั สุ. ยามฟงั จดจ่อ
เส. เสวนาต่อสงสัย ส. สงบวอ่ งไว วิ. วิจยั แนบเนยี น
สาระธรรม ๕ ธมั มขนั ธ์ ๕
สาระของคน ดอกผลของธรรม
๑. ส.ี สลี สาระ ความสารวมระวัง
๒. ส. สมาธสิ าระ ความตง้ั มั่นจิตใจ
๓. ป. ปัญญาสาระ สตปิ ญั ญาว่องไว
๔. ว.ิ วมิ ุตตสิ าระ หลดุ พ้นออกไป
๕. า. ญาณทัสสนะสาระ รอบรู้ท่วั ไป
บทนยิ าม
o สะอาดครบ สงบทุกอย่าง สวา่ ง
ทุกสงิ่
เหน็ จริงทกุ อนั รู้ทนั ทกุ ทิศ
o สารวมอยา่ งดี ตงั้ มน่ั เต็มท่ี ฉลาด
เรว็ ดี
ร้แู จง้ โปรง่ ดี มีใจหลุดพ้น
o เหน่ยี วรั้ง (สี.) ตั้งมนั่ (ส.) ฟาดฟัน (ป.)
ขาดสะบ้ัน (ว.ิ ) คุ้มกัน า.)
46
o ระวังทนั ตัง้ มัน่ รู้ทัน ดับทัน ป้องกัน
o สี. เรยี นจา ส. ทาจรงิ ป. รแู้ จง้ วิ. แซงมดื า. จืด
หลง
o สี. สารวมกาย-ใจ ส. ทรงไว้สงบ ป. รจู้ บสงั ขาร
ว.ิ หลดุ พ้นบ่วงมาร า. เบกิ บานชดั เจน
o า. เบิกบานเห็นชัด วิ.ตัดทง้ิ หมู่มาร
ป. สงั ขารรู้จบ ส.สงบทรงไว้ ส.ี กายใจสารวม
สังวร ๕
กาแพงต่อตา้ น ปราการปอ้ งกันภัย เครื่องมอื ตอ่ สู้
มารรา้ ย เครื่องหมายนกั รบผ้ยู ่งิ ใหญ่
๑. ส.ี สลี สงั วร สารวมด้วยศลี
๒. ส. สติสังวร สารวมด้วยสติ
๓. า. ญาณสังวร ปิดกนั้ ดว้ ยญาณ
๔. ข. ขันติสังวร ปกป้องด้วยขนั ติ
๕. ว.ิ วริ ิยสงั วร ปอ้ งกนั ด้วยความเพยี ร
บทนยิ าม
o สี. กายใจปกติ ส. สติเรงิ รา่
า. ญาณกลา้ คงทน ข. หนาวรอ้ นไม่สน วิ. พากเพียรจนพ้น
o ข. อดทนจนพ้นภยั วิ. พากเพียรไปจนพน้ ทกุ ข์
47
า. ไม่ตดิ สนุกมดื ทางใจ ส. มีสตไิ วลอ้ มไว้ ส.ี รกั ษากายใจให้
สงบ
o ศีลเป็นบา้ น สติเปน็ ปราการ ญาณเปน็ กาแพง
ขนั ติเปน็ แสงสว่าง วริ ยิ ะเป็นการเดินทาง
o สารวมดี มีระลึกนึกฉลาด ตัดขาดโกรธ โปรดทาเพยี ร
o ระแวดทกุ แห่ง ระแวงทุกคร้งั ระวังทุกทาง
ระวางอย่าผละ ระหวา่ งอยา่ ให้มี
ขันธ์ ๕
ชีวติ พน้ื ฐาน พฒั นาการทางการศึกษาเรียนรู้
บทเรยี นบาทรู้ ของครสู อนโลก
๑. ร.ู รูป รปู ธรรม ร่างกายสังขาร
๒. เว. เวทนา ความรู้สึกอารมณ์
๓. ส. สญั ญา ความจาอารมณ์
๔. ส.ํ สงั ขาร ความคดิ ปรุงแตง่ อารมณ์
๕. ว.ิ วญิ ญาณ ความรแู้ จ้งอารมณ์
บทอปุ มา
รปู อุปมาเชน่ ฟองนา้
เวทนา อปุ มาเช่น ตอ่ มนา้
สญั ญา อุปมาเชน่ พยับแดด
สังขาร อุปมาเชน่ ตน้ กลว้ ย
48
วญิ ญาณ อุปมาเชน่ คนเลน่ กล
บทนิยาม
o ร.ู รอง เว. รับ ส. จา ส. คิด ว.ิ รู้
o รู.หลอก เว. ลอ่ ส. ลวง ส. หลง
ว.ิ ล้มิ
o จดจ่อ (รู.) จดจับ (เว.)จดจา (ส.) จดจอบ (ส)จดจ้อง (วิ.)
นิวรณ์ ๕
อริราชศตั รขู องจิต สง่ิ ปิดก้ันการพัฒนาชวี ิต
๑. ก. กามฉันทะ ความพอใจในกาม ๒. พ. พยาบาทความ
พยาบาทปองร้าย
๓. ถ.ี ถนี มทิ ธะ ความงว่ งหาวนอน
๔. อ.ุ อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุง้ ซา่ นราคาญ
๕. ว.ิ วจิ กิ จิ ฉา ความสงสัย
ข้ออปุ มา
กามฉนั ทะ อุปมาเชน่ เปน็ หน้ี พยาบาท อุปมาเช่นเป็นโรค
รา้ ย
ถนี มิทธะ อปุ มาเช่น คนตดิ คกุ อุทธัจจกกุ กจุ จะ อุปมาเช่น
คนเป็นทาส
วิจิกิจฉา อปุ มาเชน่ คนเดนิ ทางกันดาร
49
บทนยิ าม
o หนี้โขก โรคบกุ คุกขาด ทาสนาน กันดารยาก
o สงบจากกาม หกั ห้ามพยาบาท ตดั ขาดถนี ะฯ เลกิ ละฟงุ้ ซา่ น
พ้นผ่านสงสัย
o วุน่ ใจ (ถี.) สงสยั (วิ.) ใคร่ฟุง้ (อ.ุ ) มุ่งร้าย (พ.)หมายกาม
คณุ สมบตั อิ บุ าสก-อบุ าสิกา ๕
๑. ส. สทฺโธมีศรัทธา ๒. ส.ี สีลวา มศี ีล
๓. อโกตหุ ลมงคฺ ลโิ ก ไม่ถือมงคลตื่นข่าว
๔. น อโิ ต พหทิ ธฺ า ทกฺขเิ ณยฺยํ คเวสติ ไมท่ าบุญนอกศาสนา
๕. อิธ จ ปุพพฺ การํ กโรติ ชว่ ยเหลือกิจการพระศาสนา
บทนิยาม
o เช่อื อย่ามมี ลทิน รกั ษาศลี อย่ามกี ังวล ถือเหตผุ ลเต็มที่
ทาพิธจี งฉลาด อยู่ในศาสนด์ ้วยปัญญา
o ทาบญุ ในศาสนา อาลาบุญนอกศาสน์
ฉลาดไม่ตน่ื ข่าว ไม่ก้าวร้าวใหร้ ะวงั มศี รทั ธาเป็นตัวต้ัง
๑. ป.ิ ปิยมนาโป อานสิ งส์ทาน ๕
๒. ก.ิ กติ ติสทฺโท
๓. ว.ิ วิสารโท เปน็ ที่รักใคร่ของคนท่วั ไป
มีชือ่ เกียรติยศไปไกล
แกล้วกล้าท่ามกลางฝงู ชน
50