The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirawat789.jp, 2022-01-04 17:25:23

นิยามธรรม ๒

นิยามธรรม ๒

o กาลงั กายา กาลงั โภคา กาลังปรวิ ารา กาลังอภิชาตา กาลงั
ปัญญากาลงั วิรยิ า กาลงั สจุ รติ า กาลังสงั คหา

หัวใจมรรค ๘

๑.ท.ิ สมั มาทฏิ ฐิ เห็นถกู จบั ใจ
๒. ๒.สํ. สมั มาสงั กปั ปะ ดาริผ่องใส

๓. วา. สมั มาวาจา วาจาละมัย
๔.ก. สมั มากัมมนั ตะทางานวอ่ งไว
๕. อา. สมั มาอาชวี ะ อาชพี สดใส
๖.วา. สมั มาวายามะ พากเพียรย่ิงใหญ่
๗. ส. สัมมาสติ ระลึกทนั ใจ
๘.ส. สมั มาสมาธิ กายใจมนั่ คง

หัวใจฆราวาส

o อุ. ขยนั หา อา. รกั ษาดี ก. มมี ติ ร ส. ชวี ติ ชอบธรรม
ส. เชื่อจรี งั สี. ระวงั จรงิ จ. ทงิ้ ตระหน่ี ป. มฉี ลาด

๑. ราคุมมตุ ตกะ บ้า ๘
๒. โทสมุ มุตตกะ
๓. โมหุมมตุ ตกะ เป็นบา้ เพราะ ราคะกลดั กล้มุ
๔. ทิฏฐมุ มตุ ตกะ เป็นบา้ เพราะ โทสะจับกมุ
เป็นบ้าเพราะ หลง มวั เมา
เป็นบ้าเพราะ ยึดถือความคิดเห็น

101

๕. ยกั ขมุ มตุ ตกะ เปน็ บา้ เพราะ ผีสงิ
๖. ปิตตมุ มตุ ตกะ เป็นบ้าเพราะ ดเี ดอื ด
๗. สุรมุ มตุ ตกะ เป็นบา้ เพราะ พิษสุรา ยาเมา
๘.ภยสนมุ มุตตกะ เปน็ บ้าเพราะ อบุ ัติภัยผจญ

เหตุ ๘

๑. ขัดแยง้ เพราะประโยชน์ ๒. ข้ีโกรธ เพราะกาม

๓.สวยงาม เพราะศลี ๔. พออยู่พอกนิ เพราะขยัน
๕.สุขสันต์ เพราะภาวนา ๖. สิ้นตัณหา เพราะวิมุตติ
๗.บริสทุ ธิ์ เพราะปัญญา ๘. ดบั อวิชชา เพราะนพิ พาน

หวั ใจสมถะ ๘

๑. จ. จตธุ าติววัฏฐาน ถอนธาตุ
๒. อา. อาหาเรปฏกฺ ูลสญั ญา ฉลาดกนิ
๓. อ. อรูปฌาน ๔ รู้สิ้นอรปู
๔. พ. พรหมวิหาร ๔ ไม่สูบอาจม
๕. ก. กสิณ ๑๐ นิยมเพง่ เพยี ร
๖. อ. อสุภะ ๑๐ เล่าเรยี นอสุภะ
๗. ส. สติปฏั ฐาน ๔ เลิกละอบาย
๘. ร.ู รปู นาม กายใจรอบรู้

102

ลกู ศร ๘

๑. ชงั ศรปัก (พยาบาท) ๒. รกั ศรแทง (ราคะ)

๓. แย้ง ศรเสยี บ (ปฏิฆะ) ๔.เอาเปรยี บศรจมิ้
(ริษยา)
๕. ไม่น่มิ ศรตา (ถัมภะ) ๖.ระยาํ ศรร้อย (สารมั ภะ)
๗. ด่าปอ้ ย ศรรดั (โกธะ) ๘.สลัด ศรหาย (วริ าคะ)

หมวด ๙

มลทนิ ๙ สนมิ ใจ

สนิมกนิ ใจ เภทภยั จากการศึกษา อปุ สรรคของการพฒั นา
๑. โกธะ โกรธครู ๒. มกั ขะ หลู่คุณ
๓. อสิ สา คนุ้ อจิ ฉา ๔. มัจฉรยิ ะ บ้าตระหน่ี

๕. มายา มีมารยา ๖. สาเถยยะ สาเถยยะ

๗. มุสาวาท มุสาวาท ๘. ปาปจิ ฉา ปรารถนาชั่ว
๙. มิจฉาทิฏฐิ เมามวั เหน็ ผิด

บทนยิ าม
o มีใจเคืองขนุ่ คุณไม่บูชา อิจฉาตาขึง
หงึ หวงตระหน่ี มักมเี หล่ียมเลห่ ์ ขี้เก๊อวดโต

โมเมโกหกลามกปรารถนา ดวงตามดื บอด

103

o เห็นผิด คดิ ลามก โกหกโลเล อวดโตหนักหนา มารยา
ลอ่ บวงหงึ หวงตระหนี่ มกั มีรษิ ยา คณุ ไมบ่ ูชา โกรธา
โหดร้าย

o โกรธฉุน บุญคุณท้งิ หยิ่งรษิ ยา นาพาหวงแหน
แดนเจ้าเลห่ ์เสเพลอวด กวดขันปด หมดอารยี ์ มีเห็น
ผิด

ธรรมช้าระมลทิน ๙

๑. เมตตา อภยั ไม่โกรธ ๒. คารวตาคุณโปรดบชู า

๓. กรุณาจิตเลกิ ราอจิ ฉา ๔. ทาน เขน่ ฆ่าหึงหวง

๕. สมั มาชพี ล่อลวงไมเ่ อา ๖. มัทวัง ปัดเปา่ อวดโต

๗. สจั จะ โกหกทิ้งไว ๘. มุทติ าจติ คิดไปทางดี

๙. สมั มาทฏิ ฐิมคี วามเหน็ ถูก

o เมตตาชอบ ตอบแทนคุณ หนุนสง่ เสรมิ เพิ่มสัจจะ ชนะ

เท็จสาเร็จฝึกตน สนคาสจั จ์ ถนดั มกั นอ้ ย เหน็ ถูกรอคอย

o อภัยไมโ่ กรธ คุณโทษตระหนัก พิทกั ษส์ จั จะ มานะไม่

มีทาลายตระหน่ี ชนื่ ชมยนิ ดี กรณุ าปราณี ไมม่ เี ลห่ เ์ หลย่ี ม

ยอดเย่ยี มทัศนะ

หัวใจพทุ ธคณุ ๙ โลกคุรุกธรรม
หวั ใจบรมครูผู้สอนโลก ศุภโชคของผนู้ าทาง
๑. อ. อรหัง เปน็ ผ้ไู กลจากกเิ ลส

104

๒. ส.ํ สมั มาสมั พุทโธ รอบรดู้ ้วยตนเอง

๓. ว.ิ วชิ ชาจรณสมั ปนั โน ถึงพร้อมดว้ ยวชิ ชาจรณะ

๔. ส.ุ สุคโต ไปดีทกุ แหง่ ๕. โล. โลกวิทูรู้โลกถถ่ี ้วน

๖.ป.ุ ปริสทมั มสารถิ ยอดสารถี ๗. ส. สตั ถาผู้สอนโลก

๘. พุ. พทุ โธรู้ ตน่ื เบิกบาน ๙. ภ. ภควาผโู้ ชคดี

o ภ. จาแนกแจกแจง พ.ุ ทกุ แหลง่ รอบรู้ ส. สอนสั่งอยา่ งครู

ป. อย่อู ยา่ งกัปตนั โล. รู้ทนั โลกกวา้ ง ส.ุ กา้ วย่างทางเยน็
ว.ิ รเู้ ห็นเช่ียวชาญ ส. ทกุ ด้านรู้ดี อ. ไมม่ เี วรภัย

o อ. ห่างไกลกิเลส ส. หมดเหตุหมน่ หมอง ว.ิ วชิ ชาจรณะ
รับรองส.ุ เดินทางถกู ต้อง โล. ไมข่ ้องโลกีย์ ป.ุ ยอดเยย่ี ม
สารถี ส. แต่งตงั้ ศาสนี พุ. ตนื่ ตัวเต็มที่ ภ. เป็นผู้โชคดี

o กเิ ลสหา่ งไกล ตรัสรสู้ ดใส เชย่ี วชาญว่องไว ไป-มา
ปลอดภัย
รู้โลกโปร่งใส โปรดสัตว์ทัว่ ไป บรมครยู งิ่ ใหญ่ รู้
ต่นื เบิกบาน ตลอดไป จาแนกธรรมสว่างไสว

หัวใจสงั ฆคณุ ๙

๑. ส.ุ สุปฏปิ นั โน เปน็ ผู้ปฏบิ ัตดิ ี

๒. อ.ุ อุชปุ ฏปิ ันโน เป็นผู้ปฏิบตั ติ รง
๓. ญา. ญายปฏิปนั โน เป็นผู้ปฏิบัตเิ พ่อื รู้ธรรม
๔. ส. สามีจิปฏปิ ันโน เป็นผู้ปฏิบัติสมควร

105

๕. อา. อาหุเนยโย เปน็ ผ้ปู ฏบิ ตั คิ วรแก่การต้อนรบั

๖. ปา. ปาหุเนยโย เป็นผปู้ ฏิบัติควรแกก่ ารบชู า

๗. ท. ทักขเิ ณยโย เป็นผู้ปฏบิ ัติควรแกก่ ารรบั ทกั ษิณา

๘. อํ. อญั ชลกี รณีโย เป็นผคู้ วรแก่การไว้กราบ

๙. อ. อนุตตรัง ปญุ ญกั เขตตัง เปน็ นาบญุ อนั ยอดเย่ียม

o สุ. ดีคง อ.ุ ซอื่ ตรง ญา. บง่ รู้ ส. อยู่ควร อา. ชวนรับ ปา.

คานบั บูชา ท. ทกั ษณิ าทาน อ. การไหว้กราบ อ. เอบิ อาบ

นาบุญ

o ประพฤตดิ ีม่ันคง ปฏบิ ตั ิตรงเลิศล้า

ทรงธรรมสงู เดน่ รูเ้ ห็นสมควร

ควรแกก่ ารตอ้ นรบั ควรคานับบชู า

ควรแกท่ กั ษณิ า น่ากราบนา่ ไหว้

เปน็ นาบญุ ยิ่งใหญ่

o อ. เปน็ ยอดนาบุญ อ. ทรงคุณนา่ ไหว้

ท. ควรให้ทกั ษิณา ปา. ควรคานบั บูชา อา. ควรคา่ คาเชญิ

ส. สมควรสรรเสริญ ญา. รธู้ รรมดาเนิน อ.ุ เดนิ ทางสายตรง

ส.ุ จานงทาดี

อาคาริยธรรม ๙
หลกั การครองเรือน หลักเตอื นครองบา้ น
หลกั การพัฒนาสู่ความก้าวหน้าของฆราวาสวิสัย
๑. อ.ุ อุฏฺ าตา ขยันหม่นั เพยี ร ๒. อ. อปฺปมตโฺ ตไมป่ ระมาท

106

๓. ว.ิ วธิ านวารจู้ กั บริหารจดั การ
๔. ส. สมํ กปฺเปติชีวติ เลี้ยงชีพถกู ตอ้ ง
๕. ส.ํ สมฺภตํ อนรุ กฺขติรจู้ กั รกั ษาทรพั ยท์ ่ีหามา
๖. ส. สทธฺ า มศี รัทธา
๗. ส.ี สเี ลน สมฺปนโฺ น มีศีลพรอ้ ม ๘. ว. วทญฺญู รจู้ ักภาษาพูดจา
๙. ว.ี วตี มจฉฺ รา ปราศจากตระหนี่
o อุ. ตน่ื ตัว อ. ไม่มัวเมา วิ. เอาการงาน ส. รหู้ ลกั การ
ส. รกั ษาธนสาร ส. มีปสาทการ ส.ี มีศลี สาร ว. มวี าทการ

ว.ี รจู้ กั ใหท้ าน
o ต่นื ตัว ไม่หลบั ใหล ก้าวไป ม่หลับหลง ทรงงาน ทรงวิทย์

ทรงชีวติ เบด็ เสร็จ รู้สาเรจ็ อารกั ขา มศี รทั ธา ถูกต้อง
ทรงศีล ปกครอง รู้ครรลองพดู จา เลกิ ลาตระหนี่
o ขยันต่นื ตวั ไมม่ วั เมาประมาท ฉลาดการงาน มี

หลกั การชวี ิต
รกั ษาสิทธท์ิ รพั ย์สิน เช่อื ฟังพระมนุ ิน มีศลี ประจา
ถอ้ ยคาฉลาด
ปราศจากตระหน่ี

หวั ใจพระโยคาวจร ๙

๑. ส.ี สลี สงั วร ระวังทกุ ตอน ๒. อิ. อินทรยี ์สังวร สงั วรอนิ ทรยี ์
๓. โภ. โภชเนมัตตญั ญุตา รดู้ ปี ระมาณ
๔. ชา. ชาคริยานุโยคเกยี จคร้านสลัด

107

๕. อ. อสงั สัคโค ตดั คลุกคลี ๖. ว.ิ วริ ิยารมั โภ มเี พียรติดต่อ
๗. ป. ปวเิ วโก สงัดเพียงพอ ๘. ส. สนั ตฏุ ฐโิ กไมก่ อ่ โลภจดั
๙. อปั . อปั ปิจฉตาฝกึ หัดมกั นอ้ ย

สัญญา ๙ จา้ เอาไว้ว่า..........

๑. อ. อนิจจสญั ญา ร่างกายไหลผ่าน
๒. ม. มรณสญั ญา ไมน่ านสลาย
๓. อา.อาหาเรปฏิกูลสญั ญา อาหารน่าเบือ่ หนา่ ย
๔. อ. อสภุ สัญญา ไม่เทีย่ งรา่ งกาย
๕. ท.ุ ทุกขสญั ญา ทุกขห์ ลายมากมี
๖. อ. อนัตตสญั ญา วา่ งเปลา่ อย่างน้ี
๗. ส.สพั เพโลเก อนภิรตสัญญา จาเอาไว้ว่า จะยนิ ดอี ะไร
๘. ว.ิ วริ าคสญั ญา ปล่อยละเร็วไว
๙. น.ิ นิโรธสญั ญา ดับไปเสยี ที

หวั ใจนวังคสตั ถุศาสน์ ๙

๑. ส.ุ สุตตะเชญิ ฟงั ๒. เค. เคยยะหย่ังรู้
๓. เว. เวยยากรณะ ดไู ด้ ๔. คา. คาถาใช้คา
๕. อ.ุ อุทานทาพูด ๖. อ.ิ อิตวิ ุตตกะหยุดสู้

๗. ชา. ชาตกะครูเรา ๘. อพั . อัพภตู ะเอาจรงิ
๙. เว. เวทลั ละยิ่งลกึ

108

หัวใจพุทธานุภาพ ๙

๑. ป. ปญั ญารอบรกู้ องสังขาร
๒. ก. กรุณาเอื้อเฟือ้ ตลอดกาล
๓. วิ. วิสทุ ธาบริสทุ ธิ์ กาย วาจา ใจ
๔. ญา. ญาณงั รู้ทัว่ ถงึ ธรรมท้ังปวง
๕. ส. สตติ ่นื จากโมหะเต็ม ๑๐๐ %
๖. อ. อวหิ งิ สาเวน้ เบียดเบียนสตั วโ์ ลก
๗. อ. อนาสวะปราศจากอาสวะทง้ั ปวง
๘. ว.ิ วชิ ชารู้ทกุ สงิ่ เหน็ จรงิ รปู นาม
๙. วิ. วิโมกข์หลดุ พน้ จากโลกีย์วิสยั สนิ้ เชิง

หมวด ๑๐

หวั ใจบารมี ๑๐
๑.ท. ทานปารมี ทาลายตระหน่ี
๒.ส.ี สีลปารมี สารวมอย่างดี
๓.เน. เนกขัมมปารมีออกหนจี ากกาม
๔.ป. ปญั ญาปารมีรู้ตามสงั ขาร
๕.ว.ิ วิริยปารมีชานาญบาเพญ็
๖.ข. ขนั ติปารมี อดทนพน้ เวร
๗.ส. สจั จปารมี ถือเป็นสจั จะ
๘.อ. อธษิ ฐานปารมีต้ังจติ ชนะ

109

๙.เม. เมตตาปารมี ไมล่ ะไมตรี
๑๐.อุ. อเุ บกขาปารมีมใี จเปน็ กลาง
o สละ ไมม่ ตี ระหนี่ ระวงั อนิ ทรยี ์ หวงั ดี ไม่ขาด มีฉลาด

ทกุ วนั ทาสขยันทวั่ หมด หม่นั อดทุกสงิ่ สดจรงิ ทง้ั นั้น
ย่ิงม่ัน ทากนั ฉนั มิตร เสรมิ สรา้ ง จิตกลางเสมอ
o นยิ มสละ ชนะกาลี เอาดีวนิ ยั ตาดีมองไกล ทาไป
ประโยชน์เหยี้ มโหดไม่ทา ดื่มด่าสัจจ์จรงิ ยอดย่งิ อบรม

เหมาะสมกบั นาย ทาลายศัตรู
o ทา. เสยี สละ สี. ระวงั เน. หวงั สขุ ป. ปลุกใจ

วิ. ให้ทา ข. ล้าอดทน ส. สนสจั จจ์ งั อ. ให้ตั้งจติ
เม. เปน็ มติ รทวั่ อุ. ไมเ่ กลอื กกลวั้ บาป
o ส.ี สารวมอย่างดี ท. กาจดั ตระหน่ี เน. หนกี ามโภคี
ป. ไมม่ ตี ้องการ วิ. หา้ วหาญสละ ข. อดทนจน
ชนะ
ส. ไม่ทง้ิ สจั จะ อ. สละหวน่ั ไหว เม. อภยั ใหเ้ พื่อน
อุ. เลอะเลอื นไมม่ ี
o ทา. ท้ิงตระหน่ี ส.ี มีระวงั เน. ตั้งสจั จะป. ชนะอยาก
วิ. จากข้เี กยี จ ข. ละเอยี ดอด ส. หมด
โกหกอ. ยกจติ สู้ เม. อยูก่ บั มติ ร อุ. จติ เป็นกลาง

นาถกรณธรรม ๑๐
คณุ ธรรมทท่ี าตนให้เป็นทพี่ ง่ึ ของตนได้

110

๑. ส.ี สีลมีสารวมระวัง ๒. พา. พาหสุ จั จะมฟี งั ดี
๓. ก. กลั ป์ยาณมิตตตามีกลั ยาณมติ ร
๔. กิง. กงิ กรณเี ยสุ ทักขตาทากิจล้า
๕. ธ. ธมั มกามตาใคร่ธรรมเลิศ ๖. ว.ิ วริ ยิ ารมั ภะเชดิ ชเู พียร
๗. สํ. สันตฏุ ฐี เซยี นสันโดษ ๘. โส.โสวจัสสตาโปรดสอนง่าย
๙. ส. สติ สตหิ ลากหลาย ๑๐. ป. ปัญญาปญั ญามากมาย
o ก.สมั พันธ์ไม่ตรี พา. ฟังดที ุกครง้ั ส.ี ยบั ยั้งอยู่เย็น

กิง.มองเห็นโทษภยั ธ. ธรรมะอยูใ่ จ ว.ิ วินัยอยูก่ าย
โส. ว่างา่ ยสอนงา่ ย ส.ทาลายเลิกรา ส. สตอิ อกหนา้
ป. ยอดเยี่ยมปญั ญา

o ส.ี ระวงั เปน็ ดี พา. ไมม่ หี ัวดอ้ื ก. ถอื มิตรอภยั กงิ . จิตใจไม่
โหด
ธ. ตัดโทษทางกาย ว.ิ มงุ่ หมายทาเพียร
ส แนบเนยี นประหยดั โส.ถนัดสอนง่าย
ส.วุ่นวายไมส่ น ป. รกั ตนฉลาด

หวั ใจกถาวตั ถุ ๑๐
ถ้อยคาที่นาสคู่ วามเจรญิ เร่ืองราวที่ควรกลา่ วสรรเสริญ
๑. อปั . อปั ปิจฉกถา ท ชวนมักนอ้ ย
๒. ส.ํ สันตุฏฐิกถาถอ้ ยสนั โดษ
๓. ป. ปวิเวกกถา โปรดสงัด ๔. อ. อสงั สัคคกถา ตดั คลุกคลี

111

๕. ว.ิ วิรยิ ารมั ภกถา มีความเพยี ร ๖. ส.ี สลี กถา เซยี รระวงั

๗. ส. สมาธิกถา ตงั้ มัน่ จิตตรง ๘. ป. ปญั ญากถา ลงปัญญา

๙. วิ. วมิ ุตติกถา พาหลดุ พ้น

๑๐. ญา. ญาณทสั สนกถา ปนวสิ ยั ทศั น์

นยิ าม
o ปราถนาน้อย พลอยสันโดษ โปรดสงดั ตดั คลกุ คลี
มีความเพียร เสถียรในศีล เลกิ สิน้ ฟุ้งซ่าน เบกิ บานไร้กงั วล

หลดุ พ้นเวรภัย ร้ไู วแจม่ แจ้ง

o พูดนอ้ ย ค่ามาก ตัดอยาก ทางใจ ทาไป สงดั เรง่ รัด สงบ
มีครบ ทาเพยี ร แนบเนยี น ระวงั ใจตงั้ คงอยู่ รอบรู้ ทาง
เส่อื ม ยอดเย่ียม หลดุ พน้ สง่ ผล สบาย

โทษของการดมื่ นาเมา ๑๐

๑. ธนชานิเสียทรพั ย์ ๒. กลหัปปวัฑฒนี กอ่ การทะเลาะ
วิวาท
๓. โรคานัง อายตนงั นาโรคมาสรู่ ่างกาย
๔. อกติ ติ สัญชนนีถกู ตาหนติ ิเตยี น ๕. หิริโกปนิ นทิ ทงั สนี

ไมร่ ู้จักอาย
๖. ปญั ญาย ทุพพลี กรณีบนั่ ทอนกาลงั สติปญั ญา
๗. ปปิ าโสสิ เปน็ คนข้ีเมา ๘. อตั ถปาคโต ปราศจากประโยชน์

112

๙. อกิจฉโนไม่สามารถเลย้ี งชีวิตตนได้
๑๐.อธโนไมม่ ที ุนทรพั ย์ไว้

บทนิยาม
o เสยี ทรัพย์ กลับววิ าท พยาธิเบยี ดเบยี น ถกู ตเิ ตียนนนิ ทา

หนา้ ด้านไมอ่ ายทาลายสตปิ ญั ญา เป็นข้ขี ้าขี้ยา หา
ประโยชน์มิได้ เล้ยี งชพี งมงาย ไร้ทรัพยส์ าหรบั ตัว

o ประมาท ววิ าท อาพาธ ขาดละอาย ทาลายทรพั ย์

อบั ปัญญา ไมน่ ่าเชื่อถอื ดื้อเมา เขลาประโยชน์ ชีวิตมโี ทษ

สมั มตั ตะ ๑๐

๑. สมั มาทฏิ ฐิ มีความเหน็ ชอบ

๒. สัมมาสังกัปปะมคี วามดารชิ อบ

๓. สมั มาวาจา มกี ารเจรจาชอบ

๔. สมั มากัมมนั ตะมกี ารงานชอบ

๕. สมั มาอาชวี ะ มกี ารเลยี้ งชวี ิตชอบ

๖. สัมมาวายามะมคี วามพยายามชอบ

๗. สมั มาสติ มีความระลึกชอบ

๘. สมั มาสมาธิ มคี วามตัง้ ใจม่ันชอบ

113

๙. สมั มาญาณะ มีความหยงั่ รชู้ อบ๑๐.สัมมาวมิ ตุ ิ มคี วาม
หลุดพ้นชอบ

นยิ ามธรรม
เห็นชอบเนืองนติ ย์ คดิ ถกู ประจา ทาดีทุกทา่ วาจาไมถ่ อ่ ย
มกั นอ้ ยอาชีพ เรง่ รีบสร้างงาน รู้กาลไมเ่ ผลอพลัง้ ตงั้ ใจให้สุขุม
ลุม่ ลกึ ในธรรม ขา้ มพ้นทางสายตา่

o ความเหน็ ถูกทศิ ความคดิ ถกู สตู ร การพดู ถกู ธรรม การทา
ถกู ต้อง ครองชีพสมั มา พากเพยี รกา้ วหน้า

สติตรวจตรา ทุกเวลาต้ังใจ หย่งั รูส้ ดใส หลุดพ้นออกไป

อานสิ งคศ์ ลี ๑๐

๑. อ. อวิปปฏิสารเดอื ดร้อนไม่มี ๒.ปี. ปีตอิ ิ่มดีทางใจ

๓. ปา. ปาโมชชัง โปร่งใสอุรา ๔.ป.ํ ปสั สัทธิ สงบก้าวหน้า
๕. ส.ุ สขุ สุขามากมาย ๖.ส. สมาธิ ต้ังมน่ั สบาย
๗. น.ิ นพิ พิทาเบ่ือหน่ายสงั ขาร
๘.ว.ิ วริ าคะ ราคะไมร่ บั ประทาน
๙. ว.ิ วมิ ุตติ แจม่ แจ้งสงั ขาร
๑๐ญา. ญาณทสั สนะเกดิ ญาณสงา่

ประภสั สรธมั โม ๑๐
o ไม่รบั อามิส ไมต่ ดิ อาราม ไมต่ ามอคั คี ไมม่ มี น่ หมอง

114

ไมข่ ้องงายงม ไม่ชมโลกยี ์ ไม่มีจองหอง ไม่มองแง่รา้ ย
ไม่หมายโลกธรรม ไมน่ ายดึ ถอื

ภารกจิ ของเรา, ธรรมทตู
๑. ธัมโมวิภาโค แจกธรรม ๒. มัคคนายกนาทาง
๓. ธัมมกรโกสะสางความเห็นผิด ๔. วิวโฏ เปิดของปิด
๕. อุตตานัง กรโณ หงายของควา่ ๖. ปทโี ป จดุ โคมไฟ
๗. จกั ขทุ านงั ใหด้ วงตา๘. มคั คเทสกะบอกมรรคาแก่คนหลง
๙. มคั คานุคาเดินทางสายตรง๑๐. พทุ ธานุสาสนี ดารงคาสอน
พุทธะ

ปจั ฉิมสาวก

๑. เนกขมั มะ นอ้ มออกจติ ๒.อัพยาปัชฌะไม่ตดิ พยาบาท

๓.ปวิเวกะเลิกทาสวนุ่ วาย๔.ตณั หักขยะเปน็ นายความอยาก
๕.อุปาทานกั ขยะจากความยดึ ๖.อสมั โมหะจืดจากหลง
๗.วริ าคะทรงไว้ธรรมขาว๘.วมิ ตุ ติ หลุดพ้นเรื่องราว
๙.นโิ รธเขา้ ถงึ ดับลง๑๐นิพพาน เหลือตรงเยอื กเยน็

คณุ อากาศ คุณพระนพิ พาน

๑. น ชีรติ ไมแ่ ก่ ๒.น มียติ ไม่ตาย

๓. น จวติ ไมเ่ คล่อื นไหว๔.น อุปปชฺชติ ไมเ่ กดิ
๕. อุปสยฺหํไมม่ ใี ครขม่ ขีไ่ ด้๖.อโจรคหนียโํ จรลกั ไปไม่ได้

115

๗. อนิสฺสติ ังไมม่ ีทตี่ ้งั อาศยั ๘.วิหึหํ คมนํ เปน็ ท่ีไปของ
สตั วใ์ นเวหา
๙. นิวาวรณํไม่มีเขตแดน ๑๐.อนนฺตํ ไม่มที ส่ี ุด

บญุ กิริยาวัตถุ ๑๐

ทางแหง่ ความดี วถิ แี หง่ บญุ กองทนุ สนั ติภาพ
๑. ทา. ทานมัยสละไม่หวงั ๒. ส.ี สลี มยั ระวังไมห่ นี
๓. ภ. ภาวนามยั ภาวนาเตม็ ท่ี๔. อ. อปจายนมยั มีความอ่อนน้อม
๕. เว. เวยยาวจั จมยั เพยี บพร้อมขวนขวาย
๖. ป. ปัตติทานมยั ให้มสี ว่ น
๗. ป.ปตั ตานุโมทนามัยชวนยนิ ดี
๘. ธ. ธมั มัสสวนมัย มฟี ังธรรม
๙. ธ. ธัมมเทสนามยั ตอกยา้ แสดง
๑๐. ท.ิ ทิฏฐุชุกมั ม์ แจงเหน็ ตรง

นิยาม

o สละไดด้ ี ระวงั ศกั ดศ์ิ รี อบรมสมองดีเอื้อเฟ้ืออารยี ์

ออ่ นนอ้ มกายใี หผ้ ลสามัคคี พอใจไม่ตรี ไพรหี ายวบั

สดับหายโง่ โมโหหมดไป

116

o สละจริงจงั ระวงั ทกุ อยา่ ง สรรสร้างเสมอ ชว่ ยเธอไม่ขาด
ฉลาดออ่ นน้อม หยุดยอมต่อเพื่อน ติเตยี นไมเ่ อา บอก
เขาทาดี ทุกทเ่ี ชือ่ ฟงั ตัง้ ตรงทัสสนะ

o สละ ระวัง ต้งั ใจ อ่อนนอ้ มผู้ใหญ่ เร็วไว
ชว่ ยเหลอื เผื่อแผบ่ ุญไป ใจพลอยยนิ ดี การฟังมคี รบ
ปรารภบอกต่อ พอใจถกู ตอ้ ง

อสัทธรรม ๑๐

๑. ธงั ลี กาจดั คุณ ๒.ปคัพโภ คะนองกาย วาจา

๓. ตณิ ติโน โลภมาก ต้ืนเขิน ๔.มหัคฆาโส กินจุ
๕. ลุทโธ ดุร้าย ๖.อการุณิโกไม่มกี ารุณย์
๗. ทุพพโล อ่อนแอ ๘.โอรวี มลี บั ลมคมใน
๙. มุฏฐสติ หลงลืมสต๑ิ ๐.เนจยิโกสั่งสมกองกเิ ลส

อสทั ธรรม ๑๐

๑. อสทั ธา ไมม่ ศี รทั ธา ๒.ทุสสีลวา ทุศลี

๓. อหิริกา ไร้ยางอาย ๔.อโนตตัปปา ไมเ่ กรง

กลัวบาป

๕.อสปั ปุริสภตั ติโนไมค่ บหาสัตบุรษุ

๖.อัตตุกกงั สัปปรวัมภกายกตนข่มทา่ น

๗.สนั ทฏิ ฐิปรามาสิ ลูบคลาทิฏฐขิ องตน ๘. กุ

หนาโกหก

117

๙.ปาปิจฉา ปรารถนาลามก ๑๐.มจิ ฉาทฏิ ฐิ มคี วามเห็นผดิ

มูลธรรม ๑๐

๑. ฉ. ฉันทมูลกา ฉันทะเปน็ มูลเหตุ

๒. โย. โยนโิ สมนสกิ ารสัมภวา มีโยนิโสฯเป็นแดนเกิด

๓. ผ. ผัสสะสมุทยา มีผัสสะเป็นสมฏุ ฐาน

๔. เว. เวทนา สโมสรณา มีเวทนาเปน็ ท่ปี ระชุมลง

๕. ส. สตปิ มุขา มีสตเิ ปน็ ประมขุ

๖. ส. สมาธปิ ปเตยยา มสี มาธเิ ป็นใหญ่
๗. ป. ปัญญุตตรา มปี ัญญาเปน็ ยอด
๘. วิ. วมิ ุตตสิ ารา มวี มิ ุติเป็นแกน่

๙. อ. อมโตคธา มอี มตะเปน็ ทีห่ ยัง่ ลง

๑๐. น.ิ นพิ พานะปริโยสานา มีนพิ พานเปน็ ที่สดุ

นิยามธรรม
o ฉ.พอใจ โย.ใคร่ธรรม ผ.นาถูก เว.ผกู ไว้ ส.ไดเ้ ห็น
ส.เยน็ จิต ป.คดิ รู้ ว.ิ สหู้ ลุด อ.หยุดดี น.ิ มวี ่าง

o น.ิ มวี า่ ง อ.ทางดี ว.ิ หนีหลดุ ป.สดุ รู้ ส.ดูเย็น ส.เป็นได้
เว.ติดไว้ ผ.ได้ถกู โย.ผกู ธรรมฉ.นาสุข

118

พรหมจรรย์ ๑๐

๑. ทา. ทานมัย การให้ การสละ
๒. เว. เวยยาวัจจมยั การขยนั ขวนขวาย
๓. ส.ี สลี มยั การสารวมระวงั กายวาจา
๔. อัป. อปั ปมัญญาฯ เมตตาไม่มปี ระมาณ
๕. เม. เมถุนวิรตั ิ งดเวน้ เมถุน
๖. ส. สทารสนั โดษ ยนิ ดพี อใจเฉพาะคขู่ องตน
๗. อ.ุ อุโบสถ ถอื อุโบสถศลี
๘. อ. อริยมรรค ดาเนนิ ตามทางมรรค
๙. ส. สาสนะ ศกึ ษาปฏบิ ัตติ ามคาสอน
๑๐.ภ. ภาวนา เจริญสมถะวิปัสสนา

นิยามธรรม
o มบี ริจาคทาน มีการขวนขวายระวังรักษากาย

เมตตาไร้ประมาณ พน้ ผ่านเมถนุ
ร้คู ุน้ แตค่ ู่ตนยลอุโบสถศีล ยนิ ดีทางมรรค
รกั ษาคาสอนสัจจ์ ปฏิบตั ภิ าวนา

ปลิโพธ ๑๐

๑. อาวาสปลิโพธกงั วลดว้ ยอาวาสที่อยู่
๒. กลุ ปลโิ พธกงั วลด้วยตระกลู
๓. ลาภปลิโพธกงั วลด้วยลาภสักการะ

119

๔. คณปลโิ พธกังวลด้วยหมู่คณะ
๕. กมั มปลโิ พธ กงั วลด้วยกิจการงาน
๖. อทั ธานปลิโพธกังวลดว้ ยการเดนิ ทาง
๗. ญาติปลิโพธ กงั วลดว้ ยญาติ
๘. อาพาธปลิโพธกังวลด้วยความปว่ ยไข้
๙. คนั ถปลิโพธ กงั วลดว้ ยการศกึ ษาเลา่ เรียน
๑๐.อิทธิปลโิ พธ กังวลด้วยฤทธป์ิ าฏิหาริย์

เสยี นหนาม ๑๐
๑. อสังวร โลเลกาย วาจา จิต ๒. สภุ สัญญา ติดงาม
๓. อตั ตสญั ญา ตามตน ๔. นนั ทริ าคะกังวลหญิง
๕. กามสัญญา หยงิ่ กาม ๖. วติ กวิจารงามตรึก
๗. ปีติสุข นึกสบาย ๘. ราคะ หมายรัก
๙. โทสะ หนักรา้ ย ๑๐.โมหะ นายหลง

ธรรมของลูกสะใภ้ ๑๐

๑. อนโฺ ต อคฺคิ พหิ น หริตพโฺ พไฟในอย่านาออก
๒. พหิ อคฺคิ อนโฺ ต น ปเวเสตพโฺ พ ไฟนอกอย่านาเข้า
๓. ททนฺตสฺเสว ทาตพพฺ ํ พงึ ใหแ้ ก่ผคู้ วรให้
๔. อทฺทนฺตสสฺ น ทาตพฺพํ ไมพ่ งึ ใหแ้ กผ่ ไู้ มส่ มควรให้

120

๕. ททนตฺ สฺสาปิ อททฺ นฺตสฺสาปิ ทาตพพฺ ํ ควรหรือไม่

ควรกต็ ามพงึ ใหเ้ ขา(ญาติ)

๖. สขุ ํ นสิ ที ติ พฺพํ พึงน่งั ให้เป็นสขุ
๗. สขุ ํ ภญุ ชฺ ติ พฺพํ พงึ บริโภคใหเ้ ปน็ สขุ
๘. สุขํ นปิ ชฺชิตพฺพํ พึงนอนให้เปน็ สุข
๙. ๙.อคฺคิ ปรจิ ริตพพฺ ํพึงบูชาไฟ

๑๐.อนโฺ ต เทวตา นมสสฺ ติ พพฺ า พึงนอบนอ้ มตอ่

เทวดาในเรอื น

สญั โยชน์ ๑๐

๑. ส. สักกายทิฏฐิหลงขันธห์ ้าวา่ ตวั ตน

๒. ว.ิ วจิ กิ จิ ฉา มืดมนไมร่ ้ทู าง

๓. สี. สลี พพฺ ตปรามาส ตดิ คา้ งศลี พระ

๔. ก. กามฉนทฺ ไม่กาหนดมแี ตก่ าหนัด

๕. ป. ปฏิฆ ไมส่ ลัดมีแต่ขัดใจ

๖. ร.ู รปู ราคหลงใหลในรปู ารมณ์
๗. อ. อรูปราค ตกจมในอรูปฌาน ๘. มา. มานเปน็ มารถอื ตัว
๙. อุ. อจุ ธจั จะ เมามวั กบั ธรรมารมณ์

๑๐. อ. อวิชชาช่ืนชมอยใู่ นความมดื

121

ทา้ ลายสัญโยชน์ ๑๐

เห็นผิดบรรลยั สงสัยสูญสน้ิ ศีลพรตหดหาย สลาย
กาหนัด สลดั ขัดใจ ท้งิ ไปรูปา เลิกลาอรปู ะ
สละมานะ เลิกละฟุ้งซา่ น เบิกบานเยือกเยน็

อานสิ งส์พระวินัย ๑๐

๑. สงฆฺ สุฏฐุตาย เพือ่ ความดงี ามแหง่ สงฆ์
๒. สงฆฺ ผาสตุ าย เพ่อื ความผาสกุ แหง่ สงฆ์
๓. ทมุ มฺ งฺกูนํ ปคุ คฺ ลานํ นคิ ฺคหาย เพอื่ ข่มบคุ คลผู้เก้อยาก
๔. เปสลานํ ภิกขฺ นู ํผาสุวิหารายเพอื่ อยสู่ าราญแหง่ ภกิ ษผุ มู้ ีศีล

เป็นทรี่ ัก

๕. ทิฏฐฺ ธมมฺ กิ านํ อาสวานํ สงวฺ รายเพ่อื ขจัดอาสวะอันเกิดใน

ปจั จบุ นั

๖. สมฺปรายกิ านํ อาสวานํ ปฏฆิ าตาย เพื่อปอ้ งกนั อาสวะอนั

จะเกิดในอนาคต

๗. ปสนฺนานํ ภยิ ฺโยภาวาย เพ่อื ความเลื่อมใสย่ิงของชุมชนที่

เลอื่ มใสแลว้

๘. อปปฺ สนฺนานํ ปสาทายเพอื่ ความเลือ่ มใสของชมุ ชนทย่ี ังไม่

เลือ่ มใส

๙. สทธฺ มฺมฏฺฐติ ยิ า เพอื่ ความตัง้ มัน่ แหง่ พระสัทธรรม
๑๐. วนิ ยานุคฺคหาย เพอ่ื ถือตามพระวินยั

122

กาลามสูตร ๑๐

๑. มา อนสุ สฺ เวน อยา่ เช่ือโดยฟงั ตามๆกนั มา
๒. มา ปรมฺปราย อย่าเชือ่ โดยทาสืบๆกันมา
๓. มา อติ กิ ิริยาย อย่าเช่อื โดยต่ืนขา่ วทเ่ี ล่าลอื กระฉ่อนอยู่
๔. มา ปิฎกสมปฺ ทาเนน อย่าเชื่อโดยมีในตารา
๕. มา ตกกฺ เหตุ อยา่ เช่อื โดยตรองตรกึ นกึ เดาเอา
๖. มา นยเหตุ อยา่ เช่อื โดยการคาดคะเนเอา
๗. มา อาการปรวิ ติ กฺเกน อยา่ เชอ่ื โดยตรึกตรองตามอาการ
๘. มา ทฏิ ฐฺ ินิชฺฌานกฺขนตฺ ยิ า อย่าเช่อื โดยทนตอ่ การเพ่งพินิจ
๙. มา ภพพฺ รปู ตาย อย่าเชื่อโดยผพู้ ดู น่าเช่อื ถอื
๑๐. มา สมโณ โน ครูติ อย่าเชอื่ โดยผนู้ ีเ้ ป็นครูเรา

๑. โลภะ กเิ ลส ๑๐

๓.โมหะ ความโลภ ๒.โทสะ ความโกรธ
๕.ทฏิ ฐิ ความหลง ๔.มานะ ความถอื ตวั
๖.วจิ ิกจิ ฉา ความคิดเห็น
๗.ถีนมทิ ธะ ความสงสยั
๘.อทุ ธัจจะ ความง่วง
๙.อหริ ิกะ ความฟุง้ ซ่าน
ความไม่ละอาย

123

๑๐.อโนตตปั ปะ ความไมเ่ กรงกลวั

พุทธกสกิ รรม ๑๐

๑. สัทธา พชี ัง ศรัทธาเป็นพืช ๒. ตโป วุฏฐิ ตบะเป็นฝน

๓. ปัญญา เม ยุคนังคะลงั ปัญญาเป็นแอกและไถ

๔. หริ ิ อสี า หิริเป็นงอนไถ

๕.มโน โยตตงั ใจเป็นเชอื ก

๖. สตงั เม ผาลจาปนัง สตเิ ป็นผาลและปฏกั

๗. วจคี ตุ โต กายคตุ โต อาหาเร อทุ เร ยโต สารวมกาย-วาจา
๘. สจั จัง กโรมิ นทิ ทานงั ทาสัจจะให้เป็นเคยี วเกี่ยวพชื ผล
๙. โสรัจจัง เม ปโมจนงั โสรัจจะเป็นการปลดแอกไถ

๑๐. วริ ิยงั เม ธุรโธรัยหงั ความเพยี รเป็นโคเทยี มแอก

คณุ สมบตั อิ ุบาสก-อุบาสกิ า ๑๐

๑. ภิกฺขุสงเฺ ฆหิ สมานสขุ ทุกฺโข สขุ ทกุ ข์รว่ มกนั กบั พระสงฆ์

๒. กายิกวาจสกิ ญจฺ สสฺ สุรกขฺ ติ ํ คุ้มครองกาย วาจาดี
๓. ธมมฺ าธปิ เตยเฺ ยว ถอื ระบบธมั มาธิปไตย
๔. ยถาพลํ สวํ ภิ าครโต ยินดีการแบ่งปนั ตามกาลงั
๕. ชนิ สาสนํ ชานติ ุญจฺ ศึกษาเรยี นรอู้ นุสาสนี

๖. สมฺมาทิฏฐฺ ิโก เปน็ สัมมาทิฏฐิ

๗. อปคตโกตุหลกิ มงฺคลโิ ก ไมถ่ ือมงคลต่ืนข่าว

124

๘. ชีวิตเหตปุ ิ อญญฺ ํ สตถฺ ารํ น อุททฺ ิสสฺ ติ แมจ้ ะเสยี ชีวติ กไ็ ม่
ยอมถือศาสดาอน่ื
๙. สมคคฺ รโต อนุยญุ ชฺ นโก โหติ

เปน็ ผู้บนั เทงิ ยินดี ชักชวนเพือ่ ความสามคั คี
๑๐. น กหุ นวเสน สาสเน จรติ ไม่ประพฤตติ นหลอกลวงตอ่
ศาสนา

ผสู้ มควรสมาทานธดุ งค์

๑. สัทโธ มีศรทั ธา ๒. หริ ิมาอายชัว่ กลวั เกรงตอ่ บาป
๓. ธติ มิ า ทรงอรรถ ทรงธรรม ทรงวนิ ยั
๔. อตั ถวสี หวงั สาเรจ็ ประโยชน์ ๕. อกโุ หไม่คดโกง ซอื่ ตรง
๖. อโลเล ไม่โลเล เหลาะแหละ ๗. สิกขากาโมใครศ่ ึกษา
๘. ทฬั หสมาทาโน ถอื เอามน่ั คงจริงจงั
๙. อนชุ ฌานพหุโลไม่มากด้วยการเพง่ โทษ
๑๐. เมตตาวิหารี อยู่ด้วยเมตตา

การสืบตอ่ ความเรา่ ร้อน

๑. อุปะ เข้าใกล้ ๒. วญิ ญาณรบั รู้

๓. สังขาร ปรงุ แต่ง ๔. สญั ญาจดจา

๕. เวทนา ร้สู กึ ๖. ตณั หาความปรารถนา

๗. อุปาทานความยึดถอื ๘. อาสวะความเศรา้ หมอง

๙. อารัมภะความปรารภ๑๐.อนิ ชติ ะความหวั่นไหว

125

คณุ แหง่ รุกขมูล ๑๐

๑. อปฺปสารมภฺ ตา สาระนอ้ ย ราคาญน้อย
๒. อปปฺ ฏิชคฺคนตา ไมต่ ้องประดบั ตกแต่ง

๓. อนุฏฐฺ าปนิยภาโว สง่ิ รบกวนนอ้ ย
๔. ครหาย อปฺปฏิจฉฺ าทนภาโว ไม่เปน็ ทป่ี กปดิ ครหา
๕. กายสฺส อสสฺ ณฐฺ มาภนภาโว ปลอดภัย

๖. ปริคคฺ หการณาภาโว ไม่เปน็ ท่หี วงแหน

๗. เคหาลยปฏกิ ฺเขโป ตดั ความอาลัยในเรอื นได้

๘. นีหรณภาโว ไม่หนักใจกบั การถกู ขบั ไล่

๙. วสนฺตสฺส สปฺปีติกภาโว ยิ่งอยู่ ยิ่งสบาย

๑๐. อนเปกขฺ ภาโว ไมเ่ สียดายเมื่อจะจากไป

๑. อิริยาปถจริยา จรยิ า ๑๐
๒. อายตนจริยา
๓. สติจรยิ า ความประพฤติในอิริยาบถ
๔. สมาธจิ ริยา ความประพฤตทิ างอายตนะ
๕. ญาณจรยิ า ความประพฤตติ ามสติ
๖. มัคคจริยา ความประพฤตติ ามสมาธิ
๗. ปตั ติจริยา ความประพฤติด้วยญาณ
๘. โลกัตถจรยิ า ความประพฤติในมรรค
ความประพฤติในผล
ประพฤตเิ พื่อประโยชนแ์ ก่โลก

126

๙. ญาตัตถจริยา ประพฤตเิ พ่ือประโยชน์แก่ญาติ
๑๐. พุทธตั ถจรยิ า ประพฤตเิ พ่ือประโยชน์แก่พุทธะ

เถรธรรม

๑. รตั ตญั ญูบวชนาน ๒. สลี วา มศี ีล

๓. พหสุ สุตามีการศกึ ษา๔. ปาฏิโมกขธโร ทรงปาฏโิ มกข์

๕. ธมั มกาโม ใครธ่ รรม ๖. ปาสารทโกนา่ เลอื่ มใส

๗. สนั ตฏุ ฐโิ กสันโดษ ๘. อธกิ รณกสุ โลฉลาดในเร่อื งอธิกรณ์

๙. ฌานลาภีทรงได้ฌาน๑๐. วมิ ตุ ติ ร้เู ร่ืองวมิ ุตติ

บทนยิ าม โปรด
o ม่ันคง ทรงศลี ทรงธรรม นาวนิ ัย

ใครศ่ ึกษา น่าเล่ือมใส ใฝส่ นั โดษ
สามคั คี
ทรงฌานทง้ั สี่ มวี ิมตุ ติทง้ั สอง

อาหารของจติ ๑๐

๑. เมตตา มคี วามเปน็ มติ ร

๒. ๒.สัมมาทฏิ ฐิ มคี วามเหน็ ถกู ต้อง

๓.สงั วรมคี วามสารวม ๔.สัจจะมคี วามจรงิ ใจ มสี จั จะ

๕.สติมสี ติ ๖.หิริ มีความละอาย

๗.โอตตัปปะ มีความเกรงกลัวต่อบาป

127

๘.ญาณ มคี วามหยง่ั รู้
๙.วิชชา มคี วามรแู้ จง้ ๑๐.ปญั ญามคี วามรอบรู้

นยิ าม
o เปน็ มติ ร เน้น เหน็ ถูก ต้งั สังวรชัด สจั จะ มี

หนาดี สติ หริ ิ โปรด
โอตตปั ปะสาน ญาณ หย่ังรู้
วิชชา ควบคู่ ปญั ญา ตรวจดู

เมา ๑๑

๑. ชาติชาติ ชน้ั วรรณะ ๒.สกลุ ตระกูล สกลุ โคตร

๓.อิสสรยิ ะอานาจ ความเป็นใหญ่
๔.ปริวารบริวาร ญาติ มติ ร
๕.ลาภลาภ สกั การะ ทรพั ยส์ มบัติ
๖.ยศยศฐาน์ บรรดาศักด์ิ
๗.สรรเสริญเสียงสรรเสริญเยินยอ
๘.สขุ ความสขุ
๙.วยั วัย วัยวฒุ ิ ๑๐.อาโรคยะความไม่มีโรค
๑๑.ชีวติ ชวี ิตความเป็นอยู่

นยิ าม

128

o เมาชาติทาให้ขาดทนุ เมาตระกลู มีมานะ อิสริยะทา
ใหข้ ม่ ท่านบรวิ ารพาใหห้ ลงหาบ ลาภก่อให้เกิดกบฏ
ยศพาใหห้ ลงเพลิน สรรเสรญิ พาให้ตดิ คุก เมาสขุ
พาใหห้ ลงใหล เมาวยั ทาให้เสียโชค เมาโรค ทาให้
เสยี สิทธ์ิ เมาชีวิตทาให้ประมาท

คุณภาพของพุทธศาสนาโดยเฉพาะ ๑๑

๑. อวปิ ปฏิสารไมเ่ ดือดเนื้อร้อนใจ
๒. ปีติ เอบิ อิ่มสุขกายสบายใจ
๓. ปราโมทย์ ยนิ ดีบันเทงิ ในอารมณ์แห่งจติ
๔. ปัสสัทธิ สงบรางับไมว่ ุ่นวาย แปรปรวน
๕. สุข สุขกาย สขุ ใจ เบาจิตไม่มีพษิ
๖. สมาธิ ต้งั ม่นั คงทรงอยรู่ ู้แจง้ ตามจรงิ
๗. ยถาภูตญาณ แจม่ แจง้ แสงธรรมตามเปน็ จริง
๘. นิพพิทา เบอื่ ตอ่ สิง่ กลบั กลอกหลอกลวง
๙. วิราคะ ถอนความติดใจ ไหลกาหนัด
๑๐. วมิ ตุ ติ หลุดพน้ ออกไปไมม่ ัวเมา
๑๑. วิมุตตญิ าณทัสสนะ มวี สิ ัยทศั น์เหน็ ทัว่ ถึงในสงั ขาร

ธรรมทง้ั ปวง

129

อานิสงค์เมตตา ๑๑

๑.สุขํ สุปตหิ ลบั เป็นสขุ ๒.สุขํ ปฏพิ ุชฺฌติ ตน่ื เป็นสขุ

๓.น ปาปกํ สปุ ินํ ปสสฺ ติ ไมฝ่ นั รา้ ย

๔.มนุสสฺ านํ ปโิ ย โหติ มนษุ ยร์ กั ใคร่

๕.อมนสุ ฺสานํ ปโิ ย โหติ อมนษุ ยร์ กั ใคร่

๖.เทวตา รกขฺ นฺติ เทวดารกั ษา

๗.นาสฺส อคคฺ ิ วา วสิ ํ วา สตฺถํ วา กมติไฟ ยาพิษ ศาตรา

ไมก่ ลา้ กลาย

๘.ตวุ ฏํ จติ ตฺ ํ สมาธิยติ ทาสมาธิไดง้ า่ ย

๙.มขุ วณโฺ ณ วิปฺปสที ติ สีหนา้ ผ่องใส

๑๐.อสมฺมฬุ ฺโห กาลํ กโรติ ไมห่ ลงตาย

๑๑.อุตรํ อปฺปฏิวชฺชนโฺ ต พฺรหมโฺ ลกูปโก โหติ

มพี รหมโลกเปน็ ท่ีรองรับหลงั กาลกิรยิ า

อรยิ ธรรม ๑๑ ภาวนา

เบ้อื งต้น อรยิ สจั จ์ ทุกข์
สมยั
นิโรธ
มรรค

ท่ามกลาง อริยกจิ ปรญิ ญา
ปหานะ
สัจฉิกรณะ

130

ทส่ี ดุ อริยญาณ สจั จญาณ
กิจจญาณ
กตญาณ

อปุ กเิ ลส ๑๑

๑. วจิ ิกิจฉา ลังเลสงสยั

๒. อมนสกิ าร ไมใ่ ส่ใจ

๓. ถนี มิทธะ งว่ ง ท้อแท้

๔. ฉมั ภิตัตตะสะดุ้ง กลัว หวนั่ ไหว

๕. อพุ พิละ ปราบปลื้ม ยินดี

๖. ทฏุ ฐุลละ หยาบ ช่ัว

๗. อจั จารัทธวิรยิ ะ เพ่งเพยี รมากเกินไป

๘. อตลิ ีนวิรยิ ะ เพียรน้อย ข้ีเกยี จ

๙. อภิชัปปา อยาก ปรารถนากระซิบหู

๑๐. นานัตตสญั ญา ความแตกตา่ ง

๑๑. อตินชิ ฌายิตตั ตัง เพ่งเกินไป

โคปาลกธรรม ๑๑

๑. รู้จกั รปู (รูป ๒ ,๒๘
๒. รจู้ ักลกั ษณะ (รจู้ กั ลกั ษณะพาล-บัณฑติ
๓. ร้จู ักเขี่ยไข่ขาง (บรรเทาอกุศลจติ

131

๔. รู้จกั ปดิ แผล (อินทรียส์ งั วร

๕. รู้จกั สุมควัน (แสดงธรรม

๖. รจู้ กั ทา่ นา้ (การเขา้ หาผรู้ ู้

๗. รู้จกั น้าดม่ื (เขา้ ใจอรรถธรรม

๘. รจู้ ักทาง (อริยมรรค

๙. ฉลาดในโคจร (สตปิ ัฏฐาน

๑๐. ไม่รีดนมจนหมด (มัตตญั ญุตาธรรม

๑๑. บูชาโคผจู้ า่ ฝงู (เคารพผ้ใู หญ่ เคารพธรรม

คณุ ภาพของชาวพุทธ

๑. เนกขมั มะ รูจ้ กั งดเวร เว้นละ ผละออก
๒. อพั ยาปชั ฌะไมพ่ ยาบาทเบียดเบียน
๓. ๓.ปวเิ วกะชอบความสงบสงัด

๔.ตณั หกั ขยะส้ินตณั หา ๕.อปุ าทานกั ขยะไม่มีอปุ าทาน
๖.อสมั โมหะ ไมม่ คี วามหลงใหล
๗.สังวระสงั วรระวงั ถว้ นถ่ี๘.ปหานะรู้จักฆ่า ลด ละ เลิก
๙.นิโรธะ รูจ้ ักดบั ระงับอารมณ์
๑๐.วิราคะร้จู กั เบื่อหนา่ ยตอ่ ทุกข์
๑๑ธัมมวนิ ยะ รู้จกั พระธรรมวนิ ยั
๑๒.อปุ นสิ สรณะรจู้ กั ทางออกเฉพาะ

132

นิยามธรรม
o ออกจากกาม หักหา้ มพยาบาท ทาสสงดั ตัดตณั หา

ลายดึ ติด ปิดทางหลง ทรงระวังต้ังจิตยับยง้ั ระงบั
ดับไปเสียบา้ งห่างตดิ ใจ หนีออกใหไ้ ด้

รจู้ ักทรงไว้ - นาออก

133


Click to View FlipBook Version