The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirawat789.jp, 2022-01-04 17:25:23

นิยามธรรม ๒

นิยามธรรม ๒

๔. อ. อสมมฺ ุฬโฺ ห ไมห่ ลงทากาลกริ ิยา
๕. ส.ุ สุคตึ โส นคิ จฉฺ ติมปี กตไิ ปสสู่ ุคติ

บทนิยาม
o รักลือ ชือ่ ดี มีองอาจ ตดั ขาดหลง มุง่ ตรงตอ่ สุข

หน้าท่ลี ูกทดี่ ี ๕
การทาดขี องลกู การทาถูกของบุตรหลาน
๑. ภ. ภโต เนสํ ภริสฺสามิ ท่านเลี้ยงมาแลว้ เลยี้ งท่านตอบ
๒. กิ. กจิ ฺจํ เนสํ กริสสฺ ามิ ชว่ ยทากจิ การงานของทา่ น
๓. ก.ุ กลุ วสํ ํ เปสฺสามิ ดารงวงศต์ ระกลู
๔. ทา. ทายชชฺ ํ ปฏิปชฺชามิ ปฏิบตั ิตนใหเ้ ป็นทายาททด่ี ี
๕. เป. เปตานํ กาลกตานํ ทกฺขณิ ํ อนปุ ฺปทสสฺ ามิ
ทา่ นล่วงลบั ไปแลว้ ทาบญุ อทุ ิศให้ท่าน
o เล้ยี งทา่ น ทางานชว่ ย อานวยสกุล เพมิ่ พูนทรัพย์
ทา่ นลว่ งลับทาบญุ ให้
o เล้ียงทา่ นใหส้ ขุ ศานต์ ช่วยทากจิ การงาน
ดารงวงศว์ านสกุล รักษาทรพั ยใ์ หเ้ พิ่มพูน
ทาบุญอทุ ิศหาเม่อื ลาลบั
o ชักนาให้ศรทั ธา พาให้มศี ีล ใหย้ ินดีฟังธรรม นาให้สลดั
ดัดให้ฉลาด

51

พอ่ แท้แมถ่ ูก ๕

หลักธรรมของพ่อ หลักก่อของแม่

๑. ปาปา นิวาเรนตฺ ิ ห้ามมิใหท้ าชัว่

๒. กลฺยาเณ นเิ วเสนตฺ ิ นาให้ตงั้ อยู่ในความดี

๓. สิปฺปํ สกิ ขฺ าเปนฺติ ใหเ้ ขาได้เล่าเรยี นศกึ ษา

๔. ปฏิรูเปน ทาเรน สญโฺ ยเชนฺติ ใหเ้ ขาไดม้ คี รอบครวั

๕. สมเย ทายชฺชํ นยิ ยฺ าเทนตฺ ิ มอบมรดกให้ตามควร

บทนิยาม
o ห้ามมิให้ทาทางบาป ขนาบใหท้ าแต่ดี ช้ีชวนให้ศกึ ษา
หาผวั -เมียให้ มอบทรัพยใ์ ห้เปน็ ทุน
o ใหท้ รัพยต์ ิดตัว ใหม้ คี รอบครัว ให้มีศลิ ปะติดตัว
ให้ละเวน้ ความชวั่ ให้พาตัวทาดี

หนา้ ทค่ี รอู าจารย์ ๕

๑. สวุ นิ ตี ํ วเิ นนตฺ ิ แนะนาทางดี
๒. สุคหิตํ คาหาเปนฺติ ใหเ้ รียนดีๆ
๓. สพฺพสปิ เฺ ปสุ ตํ สมกฺขายิโน ภวนฺติ สอนใหห้ มดสิ้นวชิ า
๔. มติ ตฺ ามจเฺ จสุ ปฏเิ วเทนตฺ ิ ยกยอ่ งในหม่เู พ่อื น
๕. ทสิ าสุ ปริตฺตาณํ กโรนฺติ ป้องกนั ภัยทุกทศิ

52

บทนยิ าม
o ปอ้ งกันภยั ในทกุ ทศิ ยกย่องศิษย์ตามสมควร ให้ศกึ ษาจนถ่ี

ถ้วน สอนสัง่ ครบทกุ กระบวน ชน้ี าชกั ชวนล้วนด้านดี
o แนะนาทางดี ให้มกี ารศึกษา บอกสนิ้ วชิ า สถาปนา

ป้องกันเวรา

ลกู ศิษยท์ ี่ดี ๕

๑. อุฏฺฐาเนน ลกุ ขึ้นยนื รับ (ขยัน)

๒. อปุ ฏฐฺ าเนน เขา้ ไปคอยรบั ใช้

๓. สุสฺสุสาย เชอ่ื ฟงั ต้งั สดับ

๔. ปารจิ ริยาย คอยบารุงดูแลไมข่ าด

๕. สกฺกจฺจํ สิปปฺ ํ ปฏิคคฺ หเณน ต้งั ใจเลา่ เรยี น

บทนิยาม
o ลุกขึน้ ยนื รบั คานบั รับใช้ ใครฟ่ ังถอ้ ยคาบารงุ พากเพียร

เล่าเรียนใส่ใจ
o ต้งั ใจศกึ ษา เข้าหาชว่ ยเหลอื เชือ่ ฟงั ถ้อยคา ทาการรบั ใช้
ใหค้ วามเคารพ
o คานบั รบั รอง สนองงาน เชือ่ ฟงั คาขาน ศึกษาวิชาการ
o รับรอง รบั ใช้ รับฟัง รับงาน รับรู้

53

หนา้ ที่สามีที่ดี ๕

๑. สมมฺ านนาย ยกย่องวา่ เปน็ ภรรยา
๒. อวิมานนายไม่ดูหมิน่ เหยยี ดหยาม
๓. อนติจริยาย ไมน่ อกใจ
๔. อสิ สฺ ริยโวสสฺ คเฺ คนมอบความเป็นใหญใ่ ห้
๕. อลงกฺ ารานปุ ฺปทาเนน ให้เคร่อื งประดับตกแต่ง

บทนิยาม
o ยกย่องตัวเธอ ไม่เผลอหยามเหยียด ไมเ่ บยี ดใครใคร

ยกให้เธอเปน็ ใหญ่ เปน็ เคร่ืองประดับของเธอเสมอไป
o ใหเ้ คร่อื งประดับ รบั รองความเปน็ ใหญ่ ไมค่ ดิ นอกใจ

ไม่ประมาททุกสมัย ยกย่องเธอไว้เสมอ

หนา้ ทภ่ี รรยาท่ีดี ๕

๑.สุสํวิหติ กมมฺ นตฺ า จดั การการงานดี

๒. สุสงคฺ หติ ปรชิ นา สงเคราะห์ญาตมิ ติ รของสามีดี

๓. อนติจารนิ ี ไมป่ ระพฤตนิ อกใจ

๔. สมฺภตญจฺ อนุรกฺขติ รกั ษาทรพั ย์ทห่ี ามาได้

๕. ทกขฺ า จ โหติ อนลสา สพฺพกจิ เฺ จสุ ขยัน ไมเ่ กียจคร้านใน

กจิ การงานนอ้ ยใหญ่

o จดั การการงานดี สงเคราะห์ญาตี ไมน่ อกใจสามี รกั ษา

ศักดิศ์ รี ไม่มเี กียจคร้าน

54

o ขยนั ทากจิ การ รักษาธนสาร ไม่ทาการนอกใจ
สงเคราะหผ์ ใู้ หญ่ ทาดีให้ช่นื ใจ

มิตรที่ดี ๕

๑. ทาเนน แบง่ ปันช่วยเหลอื ๒. ปยิ วชเฺ ชน พูดจาไพเราะจับใจ
๓. อตฺถจริยาย ทาตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อเพ่อื น
๔. สมานตตฺ ตาย เสมอต้นเสมอปลาย
๕. อสํวิวาทนตาย ไมพ่ ูดโกหกหลอกลวง

บทนยิ าม
o ชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน พูดกันเสนาะ ทาประโยชนเ์ หมาะเจาะ

ไม่ทะเลาะรงั แก ไม่แยแสขอ้ ขดั แย้ง
o ไมพ่ ดู ขดั แยง้ ไมแ่ กลง้ ถือตัว ทาตัวเป็นประโยชน์ เอย่

โอษฐ์ไพเราะ สงเคราะหช์ ว่ ยเหลือ

มิตรตอบแทนมติ ร ๕

๑. ปมตตฺ ํ รกฺขนฺติ รักษามิตรผู้ประมาท

๒. ปมตตฺ สสฺ สาปเตยฺยํ รกขฺ นตฺ ิ รกั ษาทรัพยข์ องเพ่อื นไว้ได้

๓. ภตี สฺส สรณํ โหนฺติ เป็นที่พ่งึ ยามมีภัย

๔. อาปทาสุ น วิชหนตฺ ิ ไม่ละท้ิงในยามวบิ ตั ิ

๕. อปรปชํปิสฺส ปฏปิ ูเชนฺติ นบั ถือตระกูลของเพือ่ น

o เพือ่ นประมาทตักเตอื น สมบตั ิของเพ่อื นช่วยรกั ษา

55

ภัยมาช่วยขจดั ยามวบิ ัตชิ ว่ ยดแู ล พ่อแม่พี่นอ้ ง
ของเพ่ือนเคารพ

หัวหน้า เจา้ นาย ผู้ประกอบการท่ีดี

๑. ยถาพลํ กมมฺ นตฺ ํ สวํ ธิ าเนน ใหท้ างานตามกาลงั
๒. ภตฺตเวตตฺ นานปุ ฺปทาเนน อนุเคราะห์รางวลั ปจั จยั ๔
๓. คลิ านุปฏฺ าเนน ดูแลยามปว่ ยไข้
๔. อจฺฉรยิ านํ รสานํ สํววิภา แจกของมีรสแปลกๆให้
๕. สมเย โวสสฺ คเฺ คน ให้พักตามกาลสมัย

บทนิยาม
o ให้ทางานตามกาลงั ตั้งอนเุ คราะหป์ ัจจยั

แลยามป่วยไข้ ใหร้ บั รสู้ ง่ิ ใหม่ๆ หยดุ งานตามสมัย
o ให้พักผอ่ นตามกาลสมัย ใหร้ บั รสู้ งิ่ ใหมๆ่ เพอื่ ผูกใจ

ดูแลยามปว่ ยไข้ ชว่ ยเหลือปัจจยั เลี้ยงชีวิต
ใหท้ ากิจภาระตามกาลงั สามารถ

บา่ วไพรล่ ูกน้องคนงานท่ีดี

๑. ปพุ ฺพุฎฺ ายโิ น มาเข้าทางานก่อน
๒. ปจฺฉานปิ าติโน เลกิ งานทหี ลัง
๓. ทนิ ฺนาทายิโน เอาเฉพาะของที่เขาอนญุ าตให้
๔. สุกตกมมฺ กรา ทางานใหด้ ีย่ิงข้ึนไปทุกวัน

56

๕. กิตตฺ วิ ณณฺ หรา นาคุณของนายไปสรรเสรญิ
o เข้างานก่อนกาล เลกิ งานทหี ลงั หวงั เอาแต่ของท่เี ขาให้

ทางานใหด้ ีข้ึนไป นาคณุ นายไปกล่าวขาน
o ชว่ ยเชิดชูเกยี รติ์ ละเอยี ดการงาน ซอ่ื ตรงเปน็ สันดาน

เลิกงานทหี ลัง ต้งั ตาทางานกอ่ นนาย

หน้าท่อี ุบาสก-อบุ าสกิ าตอ่ พระสงฆ์

๑. เมตเฺ ตน กายกมเฺ มน มเี มตตาทางกาย
๒. เมตฺเตน วจกี มเฺ มน มเี มตตาทางวาจา
๓. เมตฺเตน มโนกมฺเมน มเี มตตาทางใจ
๔. อนาวฏทวฺ ารตาย ไมป่ ดิ ประตเู รือน
๕. อามสิ านปุ ฺปทาเนน อนเุ คราะห์ด้วยอามิสปัจจยั
o ทาดตี อ่ ท่าน พดู ดีต่อท่าน คิดดตี ่อทา่ นไมป่ ดิ ประตูบา้ น

ใหอ้ ามิสทาน
o อนเุ คราะห์ปจั จัย ใหก้ ารตอ้ นรับ คานับบชู า เจรจาเหมาะ

ควร หวนนึกถงึ คณุ

๑. ชราธมฺมตา อภิณหปจั จเวกขณ์ ๕
๒. พยาธิธมมฺ ตา
๓. มรณธมฺมตา เรามีความแก่เปน็ ธรรมดา
๔. ปิยวนิ าภาวตา เรามีความเจบ็ ไข้เปน็ ธรรมดา
เรามีความตายเป็นธรรมดา
เรามีความพลัดพรากเปน็ ธรรมดา

57

๕. กมมฺ สสฺ กตา เรามกี รรมเป็นของตน

บทนิยาม
o แกม่ นั แนมเหน็บ เจบ็ มันม่งุ หมาย ตายมันฉดุ ลาก

พลดั พรากมนั จองจากรรมมนั ติดตาม
o เกดิ แน่ แก่เหนบ็ เจ็บหมาย ตายจาก พรากพลดั ผูกมดั

กรรม

ชวี ิตภัย,ภยั ชีวติ ๕

ความหวาดหว่นั ของใจ ความหวนั่ ไหวของจติ พชิ ติ

ให้พนิ าศได้ดว้ ยสังคหวัตถุ

๑. อาชวี ิตภยั ภัยในการดารงชพี

๒. อสิโลกภยั ภัยจากปากเสียงของโลก

๓. ปรสิ ารชั ชภยั ภยั จากการหวาดหว่ันสงั คม

๔. มรณภัยภัยจากความตาย ๕. ทคุ คติภยั ภยั ในทุคคติ

o ชวี ิตลาบาก (เพราะยากจน)

อยากมสี ีสัน (แต่ประพฤตเิ สยี หาย)

หวาดหวนั่ สังคม (เพราะทุจรติ )

งมงายความตาย (เพราะไม่อยากตาย)

เลวร้ายครอบงา (เพราะไมเ่ คยทาดี)

o ชีวิตยากจน ทาตนเสียหาย ทจุ ริตใจกาย ทาลายศีลธรรม

ทาตนตกต่า

58

o ไปดีมีสขุ ตายไปไรท้ ุกข์ มีความสุขในสังคม
ชาวโลกชืน่ ชม ครองชีพเหมาะสม

มจั ฉรยิ ะ ๕ (ตระหน)่ี
ความคับแคบของใจ ความบรรลยั ของจิต
โทษภัยในชีวิต พิษภยั ตอ่ สันติภาพ
๑. อาวาสมัจฉรยิ ะ ตระหนท่ี ่ีอยู่
๒. กลุ มัจฉริยะ ตระหนีต่ ระกลู
๓. ลาภมัจฉริยะ ตระหน่ีลาภ
๔. วณั ณมัจฉริยะ ตระหน่วี รรณะ
๕. ธมั มมจั ฉริยะ ตระหนี่ธรรม

บทนิยาม
o ตระหนีท่ ่อี ยไู่ ม่เกอ้ื กลู ตระหน่ตี ระกูลเพิ่มพูนบาป

ตระหนี่ลาภไม่แบ่งปันตระหนว่ี รรณะแบ่งชนชัน้
ตระหน่ธี รรมปิดกน้ั
o สกลุ ไม่ผกู ขาด อาวาสวางละ
วรรณะไมต่ ิด โลภจติ ไมท่ า สอนธรรมไม่ขาด
o ตระหนี่ตระกูล ไร้ญาติ ตระหน่ีอาวาส ขาดความสมั พันธ์
ตระหนี่วณั ณะ ขาดสันตภิ าพ ตระหน่ีลาภ ขาดคนเกรงยา
ขาดธรรม ขาดความเจรญิ

59

o ใหธ้ รรมะไมข่ าด ฉลาดสละ วรรณะปล่อยวางอาวาสออก
ห่าง ไม่สร้างสกุล

สวนานิสงส์ ๕
ประโยชนข์ องการฟงั ความมุ่งหวังของผชู้ ีแ้ จง
ความเหน็ แจ้งท่ีปรากฏรสชาตขิ องการศึกษา
๑. อสสฺ ตุ ํ สุณาติ ได้ฟงั ในสงิ่ ที่ไม่เคยฟงั
๒. สตุ ํ ปรโิ ยทเปติ เข้าใจสง่ิ ทเี่ คยได้ฟงั แลว้
๓. กงฺขํ วหิ นติ หมดความสงสยั
๔. ทฏฺฐึ อชุ ุ กโรติ ทาความเห็นให้ตรงจดุ
๕. จิตตฺ มสฺส ปสที ติ จติ ใจผอ่ งใส

บทนยิ าม
o ไดย้ ินสิง่ ใหม่ เขา้ ใจสิ่งเกา่ บรรเทาสงสยั เห็นถูกเรว็ ไวจติ ใจ

ผ่องใส
o ผ่องใสจติ ใจ ทศั นะทันสมยั กาจดั สงสยั ไดย้ นิ ส่งิ ใหม่

เข้าใจสงิ่ เก่า
o ฟงั ไป เขา้ ใจ สน้ิ สงสยั เหน็ ไกล ผอ่ งใส

ธรรมสมาธิ ๕
เคร่อื งมอื วดั ผล มงคลทไ่ี ดร้ บั ตารบั ทไี่ ม่เก้อ
เขินทางเดินของจิต ความสถติ ม่นั ในธรรม สัมมามรรค

60

๑. ปราโมทย์ ชน่ื บานหรรษา รา่ เรงิ จิตใจ
๒. ปตี ิ เอิบอิ่ม ปลาบปล้มื จติ ใจ
๓. ปัสสัทธิ รางบั ผ่อนคลายกาย-ใจ
๔. สขุ ช่ืนใจ ไรท้ กุ ขต์ อ้ ง ไมข่ ้องขัด
๕. สมาธิ สงบตงั้ มนั่ ไม่หว่นั ไหว

บทนยิ าม

o ชืน่ ใจ อิ่มใจ สงบใจ สุขใจ มั่นใจ

o ต้งั มนั่ จติ สุขจติ สงบจติ ปลืม้ จิต ชนื่ จิต

o หนา้ ยิม้ เอบิ อม่ิ นิม่ สงบ พบสุข ไรท้ ุกข์

o จิตใจตงั้ ม่นั รองรับรางวลั สรา้ งสรรคส์ งบ

พบพระยินดี มีใจรา่ เริง

ธรรมนิยาม ๕

กฎเกณฑห์ า้ อยา่ งสายทางห้าประเภทขอบเขตหา้ สถาน

นยิ ามการของธรรมท้งั หมด

๑. อตุ ุนิยาม ขอบเขต กฎเกณฑ์ของกาลเวลา

๒. พีชนยิ าม ขอบเขต กฎเกณฑ์ของพืชพนั ธไ์ ม้

๓. จติ ตนยิ าม ขอบเขต กฎเกณฑ์การทางานของจิต

๔. กมั มนิยาม ขอบเขต กฎเกณฑข์ องการกระทา

๕. ธมั มนยิ าม ขอบเขต กฎเกณฑข์ องธรรม

61

บทนิยาม

o ฤดกู าลอากาศ พืชพนั ธธุ์ รรมชาติ

ความสามารถของจิตแรงฤทธแ์ิ หง่ กรรมหลกั เกณฑ์

แหง่ ธรรมธรรมดา

o นยิ ามของธรรม กรรมนยิ ม แง่ปมของจิต

พืชพนั ธ์ุชีวติ อิทธฤิ ทธข์ิ องกาลเวลา

o ความหมุนเวียนของธาตุ ธรรมชาตพิ ฤกษา

ลลี าการของจติ สิทธิของกรรม ธรรมชาติธรรมดา

มาร ๕

๑. กิเลสมาร มารคอื กเิ ลส
๒. ขันธมาร มารคอื อปุ าทานขันธ์
๓. อภิสงั ขารมาร มารคืออภิสังขาร
๔. เทวปุตตมาร มารคอื เทพบุตร
๕. มัจจมุ าร มารคือมัจจุราช

o กิเลสบีบคัน้ กองขันธ์ปน้ั แตง่ สังขารเสยี ดแทง
เทวบตุ รแอบแฝง กลัวตายสาแดง

o กิเลสฟนั ขนั ธ์แทง สงั ขารแย้ง เทพแกลง้ มจั จสุ าแดง
o มรณะเผาผลาญ ซาตานลวงล่อ สงั ขารกอ่ กัน้ กลุ่ม

ขนั ธ์ปนั้ เหตุ กิเลสรุมเร้า

62

มิจฉาวณิชชา ๕

การคา้ ขายท่ีทาลายสนั ตภิ าพ
๑. สตั ถวณชิ ชา ค้าขายศัตราอาวธุ
๒. สตั ตวณิชชา ค้าขายชวี ิต (สัตว,์ มนุษย)์

๓. มังสวณิชชา คา้ ขายเน้ือ
๔. มชั ชวณชิ ชา คา้ ขายนา้ เมา, ยาเสพตดิ
๕. วสิ วณชิ ชา ค้าขายยาพิษ, สารพิษ

บทนิยาม
o ซอื้ ขายศตั ราวุธ หยดุ ซื้อขายสัตวม์ นุษย์ ตัด

ซ้อื ขายเน้อื สัตว์ เผา ซ้อื ขายของมอมเมา ปดิ
ซื้อขายยาพษิ ,สารพษิ เลกิ
o ไม่คา้ ขายยาพิษ ไม่ค้าขายสง่ิ มอมเมาจติ
ไม่คา้ ขายสิ่งกอ่ พษิ กามคุณ ไม่มหี ้นุ ส่วนการฆา่
ไมค่ า้ ขายเครอ่ื งมอื ประหาร

พลีกรรม ๕

๑. ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
๒. อติถิพลี ตอ้ นรับแขก
๓. ปพุ เปตพลี ทาบุญอทุ ิศให้เปตชน

๔. ราชพลี เสียภาษใี ห้พระราชา
๕. เทวตาพลี บารงุ เทวดาในเรือน

63

บทนยิ าม
o สงเคราะห์ญาติกา ตอ้ นรับแขกมาหา

ทาบุญอุทศิ เปตา บารงุ พระราชา อุปถมั ภ์เทวดา
o ญาตี อตถิ ี เปตพลี ราชนิ ี เทวพลี

อานิสงสศ์ ลี ๕
๑. โภคสัมปทา ถึงพรอ้ มด้วยโภคทรัพย์ ๒. กติ ติสัทโทมี
กิตตศิ พั ท์ เกียรตยิ ศ ๓. วสิ ารโทมีความองอาจแกลว้ กลา้
๔. อสมั มฬุ โห ไม่เก้อเขิน ลุ่มหลง
๕. สคุ ติปรายนามสี ุคตเิ ป็นเบ้ืองหน้า

o มโี ภคทรพั ย์ รองรบั เกยี รตคิ ณุ คา้ จุนให้แกล้วกลา้
ไมน่ าพาทางหลง ม่งุ ตรงตอ่ ความสุข

วมิ ุตติ,นโิ รธ ๕
๑. ว.ิ วกิ ขมั ภนะ ขม่ ไว้ ๒. ต. ตทงั คะ ด้วยองคค์ ณุ นั้นๆ
๓. ส. สมจุ เฉทะ เดด็ ขาด ๔. ป. ปฏปิ สั สทั ธิ สงบรางบั
๕. น.ิ นสิ สรณะ สลัดออกไป

o ขม่ ไวห้ มดภยั สกัดไวห้ มดพิษ สะกิดตดั โทษ
โหดเหี้ยมส้ินไป ที่พึ่งผ่องใส

o สะกด สกัด สลดั สงดั สละ
o ว.ิ ขม่ ไวท้ กุ กาล ต. สะกดตอ่ ตา้ น

64

ส. ตดั ขาดบว่ งมาร ป. สงบตลอดกาล น.ิ ผ่านพ้น
บ่วงมาร

การบวช ๕

๑. อุปกฬี ิกา บวชเลน่ ๆ ๒. อุปมุยหิกา บวชหลงงมงาย
๓. อปุ ชีวกิ า บวชอาชีพ ๔. อปุ ทูสกิ า บวชทาลาย
๕. อปุ นิสสรณิกา บวชออกจากทกุ ข์

บทนยิ าม

o บวชเล่น บวชหลง บวชทรงชีวติ บวชคิดทาร้าย

บวชหมายดบั ทกุ ข์

อานิสงสข์ นั ติ ๕

๑. ปยิ มนาโป ชนื่ ใจ ๒. อเวโร ไกลเวร
๓. อนวชโฺ ช เวน้ ภยั ๔. อสมฺมฬุ โฺ ห
สตไิ ว

๕. สุคติปปฺ รายนา ไปดี

หนา้ ที่อุปฏั ฐาก ๕

๑. ปุพฺพฏฺ ายี ต่ืนก่อน
๒. ปจฺฉานปิ าตี นอนทหี ลงั
๓. กกึ ารปฏสิ ฺสาวี คอยระวงั รบั ใช้

65

๔. มนาปจารี ประพฤตใิ หถ้ กู ใจ
๕. ปยิ วาที กล่าวขานไขไพเราะ

อานสิ งสจ์ งกรม

๑. อทธฺ านกขฺ โม เดินทางทน ๒. ปธานกฺขโมอดทนทาเพียร

๓. อปฺปพาโธ รคเบยี ดเบียนนอ้ ย

๔. สมมฺ าปรณิ ามํ ย่อยงา่ ยอาหาร

๕. จงกฺ มาธคิ โต สมาธิ สมาธิตงั้ นาน

คนจนยากจนเพราะ........

๑. อสทั ธา ไม่เชื่อฟงั ๒. อหิริโก ไมอ่ ายชัว่

๓. อโนตตปั โป ไมเ่ กรงกลัวต่อบาป๔. อลโส เกยี จคร้าน

๕. อปั ปญั โญ ปญั ญาทราม

บทนิยาม
o ศรัทธาหด หมดละอาย ไร้เกรงกลวั

มวั เกียจคร้าน ผลาญปญั ญา
o ถอยศรทั ธา ลาอดทน คนข้คี รา้ น ผลาญสติ มิอาจรอบรู้

ทางสงบ

๑. น.ิ นสิ สรณะ หลกี ออกไม่คบ ๒. อ.ุ อปุ สมะสงบไม่สรา่ ง
๓. น.ิ นิโรธะ ดบั หมดจืดจาง ๔. ว.ิ วริ าคะละวางรากษส

66

๕. น.ิ นิพพุตะ เลกิ หมดเยือกเยน็

สภุ าษิตวาจา

๑. กาลวาทะ ถกู กาลสมยั ๒. สจั จะวาทะ จรงิ ไปทุกอยา่ ง

๓. มุทุวาทะ สว่างนมุ่ นวล ๔. อตั ถวาทะ ควรแก่
ประโยชน์ เว้นโทษวาจา

๕. เมตตาวาทะ

หัวใจพระเจ้า ๕ พระองค์

น.อ่อนนอ้ มกายี โม.ไพรีหาย
พุท.สวยสดทางใจ ธา.โปรง่ ไวทางจิต
ย.ส้ินพษิ กามา

หวั ใจพระสตู ร ๕

ที.ชานาญหนา้ ที่ ม.มากมที กุ สง่ิ
ส.ํ สะดวกอย่างยงิ่ อํ.ละท้งิ โอ้อวด
ข.ุ ขาวรวดเร็วไว

หวั ใจมาร ๕

ก.หลงใหลขนั ธ์ ๕ กิ.กเิ ลสบงั ตา
อ.ตณั หาบังใจ ม.อนสุ ัยบงั จิต
เท.เห็นผดิ บงั ตา

67

หวั ใจนกั รบ

สี.สารวมกายใจ ส.ทรงไว้สงบ
ป.รจู้ บสังขาร ว.ิ หลุดพน้ บ่วงมาร

า.เบกิ บานชดั เจน

หัวใจอรหันต์

ก.ุ กสุ ลจติ โต ความอยากตัดขาด วิ.วมิ ตุ ติธมั โมพ้นทาสมาร
นิ.นิโรธธัมโม ดับเย็นชื่นบาน สุ.สญุ ญตาธมั โม ว่างนานนิ
รนั ดร์
โล.โลกตุ ตรธัมโม อยเู่ หนือทุกข์ขันธ์

หวั ใจยกั ษ์ ๕

โล. โลภะ อยากมากมาย โท.โทสะ ดุรา้ ยเก่งกาจ
โม. โมหะ เปร่อื งปราดทาลาย ทิ. ทิฏฐิ เห็นผดิ หลากหลาย
มา. มานะ ถอื ตัวมักงา่ ย

คะนองธรรม ๕

๑. ราคะ กลดั กลุม้ จติ ใจ ๒. โทสะ ชั่วรา้ ยหวั ใจ

๓. โมหะ งมงายทวั่ ไป, ๔. มานะ หลง

ตวั เกินไป

68

๕. ทฏิ ฐิ รู้เห็นเกนิ ไป

นายกิ ธรรม ๖

หวั ใจผ้นู า หลกั ธรรมผ้บู รหิ าร หลักการนายก หัว
อก ผอ. สรอ้ ยคอผูป้ ระกอบการ
๑. ข. ขมา มีความอดทน ๒. ชา. ชาครยิ า มีความตน่ื ตวั
๓. อุ. อุฏฐานวโต มีความขยันหม่ันเพียร
๔. ส.ํ สงั วิภาโค รู้จกั จาแนกแจกแจง
๕. ท. ทยา มีความเอ็นดู ๖. อิ. อิกขนา รูจ้ กั ตรวจตรา
o ทนอด หมดขเ้ี กียจ ละเอยี ดกระทา นาเผยแผ่ แนเ่ อน็ ดู รู้

ตรวจตรา
o สตติ ัง้ ระวังสู้ รู้รอบ
ชอบอบุ าย ขยายงาน ผสานองค์กร ทุกตอนตรวจตรา

คารวะ ๖

ส่ิงเคารพ หลักนบนอบ ขอบเขตทรงคณุ

๑. พุ. พุทธคารวตา เคารพพระพทุ ธ ๒. ธ. ธัมมคารวตา เคารพ

พระธรรม

๓. ส.ํ สังฆคารวตา เคารพพระสงฆ์ ๔. ส.ิ สิกขาคารวตา เคารพ

ในสกิ ขา

๕. ป. ปฏิสันถารคารวตา เคารพในปฏิสนั ถาร

๖. อ. อัปปมาทคารวตา เคารพในความไมป่ ระมาท

69

บทนยิ าม

o เคารพพระพทุ ธ หลดุ จากสง่ิ ดา เคารพพระธรรม

เหยยี บย่าความหลง เคารพพระสงฆ์ ปลดปลงเวรภัย

เคารพไตรสกิ ขา เขน่ ฆ่ามาร เคารพปฏสิ นั ถาร พน้ ผา่ นอาฆาต

เคารพความไม่ประมาท ตัดขาดจัญไร

o เคารพพุทธะ สักการะพระธรรม เดินตามพระสงฆ์

ซอ่ื ตรงสิกขา ตอ้ นรับออกหน้า เลิกลาประมาท

o มีสติอยา่ ประมาท มีญาตติ อ้ งต้อนรับ มีทรัพย์ต้องศึกษา

มคี า่ คงใหส้ งฆ์ช้นี า ชวี ิตใหม้ ธี รรมเก้อื หนนุ ดวงจิต
ตอ้ งรคู้ ณุ พทุ ธะ
o เคารพครอู าจารย์ เคารพธรรมะโอฬาร เคารพองคก์ าร

เคารพการศกึ ษา เคารพผู้มาหา เคารพสตปิ ัญญา
o เคารพความไม่ประมาท เป็นญาติพระนพิ พาน
เคารพปฏิสนั ถาร ได้บรวิ ารสานึก เคารพการศกึ ษา

ไดป้ ัญญาซ่ือตรง เคารพพระสงฆ์ ได้ทรงธรรมลกึ ล้า
เคารพพระธรรม ไดถ้ ึงธรรมบริสุทธิ์ เคารพพระพทุ ธไดร้ ู้ ตืน่
เบกิ บาน

ผบู้ รหิ ารพึง.....
ร้ไู ว้ สายใจ รู้ไว สายตา ร้หู า สายเสน้

70

ร้เห็น สายงาน ร้กิจการ สายห รอ้ ย่ สายธรรม

อธมิ ตุ ตธรรม ๖

ทางออกของจิต ทางปลอดภยั ของชีวติ
๑. เน. เนกขมั มะ ก้าวออกไป ๒. ป. ปวเิ วกะใกล้สงดั
๓. อ. อัพยาปัชฌะ ตดั เบยี ดเบียน ๔. ต. ตณั หักขยะ เพียรพน้
อยาก
๕. อุ. อุปาทานักขยะ จากอปุ าทาน
๖. อ. อสัมโมหะ สงั หารโมหะ

บทนยิ าม
o เห็นโทษกาม ตามสงดั ขจัดปองรา้ ย
หายยงุ่ อยาก จากยึดถือ มดื ตือ้ ไมม่ ี
o เว้นกาม ห้ามปองรา้ ย หมายสงดั

สลัดอยาก จากยดึ ถอื ทาลายมืดตอ้ื
o บรรเทาหลง หลงภาระ ละตณั หา

หาทางออกพอกพูนเมตตา เห็นโทษกามา
o เน. น้อมจิตออกหนี อพั . ไม่มีปองร้าย ป. กายใจ

สงดั
ต. ตัดอยากลง อ.ุ ยดึ ทรงไมม่ ี อ. รอบรเู้ ต็มที่

อัตถทวาร วฒั นมขุ ๖
ประตสู ู่ความสาเร็จ หลกั เผด็จความเจรญิ

71

๑. อา. อาโรคยํ มสี ุขภาพดี ๒. ส.ี สลี ํ มีศลี มวี ินัย

๓. พ.ุ พุทฺธานมุ ตํ ดูแบบอยา่ งผรู้ ู้ ๔. สุ. สตุ ํ ใครฟ่ งั ใครศ่ ึกษา

๕. ธ. ธมมฺ านวุ ตตฺ ี เดินตามธรรม ๖. อ. อลนี ตา ไมท่ อ้ ถอยเฉ่ือย

ชา

o สขุ ภาพดี มวี นิ ัย ใฝร่ ู้ อยู่ฟงั หวังธรรม ทาต่อ

o กายใจไรโ้ รค โชคดีมีศลี คา้ ฟังคาผรู้ ู้

ดแู บบอย่างไม่หา่ งธรรม ทาเพยี รตดิ ต่อ

o ปลอดโรค ปลอดภัย เข้าใกลผ้ ู้รู้

ฟงั ดูคาสอน โอนออ่ นตามธรรม กระทาติดต่อ

o แข็งแรง แขง็ แกรง่ ไมก่ าแหง ไม่ระแวงไมข่ ัดแยง้ แจม่

แจง้

เวปุลลธรรม ๖

หลักธรรม ทาความไพบูลย์

๑. อาโลกพหโุ ล มากด้วยแสงสว่างแหง่ ปัญญา
๒. โยคพหุโล มากด้วยวิริยาธิการ
๓. เวทพหุโล มากด้วยความเบิกบานใจ
๔. อสนฺตฏุ ฺ พหโุ ล ไม่สนั โดษในธรรม
๕. อนกิ ฺขติ ฺตธุโร การกระทาติดต่อ

๖. อตุ ตฺ รญิ ฺจ ปตาเรติ ไม่ทดท้อทอดท้งิ กลางคนั

บทนยิ าม

72

o รอบรู้สงู สดุ ไมเ่ คยหยุดนิ่ง สุขใจจรงิ หนอ
ทาดีไม่เคยพอ กระทาติดตอ่ ทาไปไม่ท้อ
o สืบต่อให้ยิง่ ไมท่ อดท้งิ ธุระ อสนั ตุฏฐิธรรม
ช่มุ ฉา่ ด้วยเวทน์ รูเ้ หตุประกอบ ชอบใจอาโลกา
o วิชาการ กจิ การ ช่นื บาน เอาการ สืบสาน พฒั นาการ
o เรอื งวทิ ย์ กจิ การ ช่ืนบานพอใจ ไม่สนั โดษ

โปรดกระทา ทาไปไมท่ อ้

ทศิ ๖

ทิศธรรม ฉัพพรรณรังสี รศั มขี องชีวิต

๑. ปรุ ตั ถมิ ทิศ ทศิ เบื้องหน้า คอื มารดาบดิ า
๒. ทกั ขิณทศิ ทศิ เบ้ืองขวา คอื ครอู าจารย์

๓. ปัจฉมิ ทิศ ทิศเบ้ืองหลงั คือบุตร-ภรรยา-สามี

๔. อตุ ตรทศิ ทศิ เบอ้ื งซ้าย คือมติ รสหาย
๕. เหฏฐมิ ทิศ ทิศเบื้องต่า คอื บา่ วไพร่,คนงาน
๖.อุปริมทิศ ทศิ เบื้องบน คือสมณพราหมณ์

บทนยิ าม

o ผู้ใหก้ าเนดิ ชวี ิต ผูป้ ระกาศิตความรู้ ผสู้ บื เผ่าพนั ธู ผูช้ ว่ ย

เชดิ ชู ผอู้ ยูร่ ับใช้ ผู้ให้นโยบาย

o บิดามารดา ครบู าอาจารย์ บุตรภรรยาผสู้ ืบสาน มติ รรว่ ม

กิจการ บ่าวไพรค่ นงาน ผู้ชที้ างนฤพาน

73

o พอ่ แม่ผู้เปิดดวงตา อาจารยผ์ สู้ อนสง่ั ลกู คคู่ รองท่ีปอง
หมาย มติ รสหายที่รกั บ่าวไพร่ผู้ภกั ดี สมณพราหมณช์ ีผู้
สงบ

อบายมขุ ๖

หนทางแหง่ ความฉิบหาย อบายสายต่า
๑. สุราเมรยมชชฺ ปมาทฏฺ านานโุ ยโค นกั ดม่ื น้าเมาติดยาเสพตดิ
๒. วิกาลวสิ ิขาจรยิ านโุ ยโค เที่ยวกลางคืน

๓. สมชฺชาภิจรณํ เทยี่ วดูการละเลน่

๔. ชูตปั ปมาทฏั านานุโยโค เลน่ การพนัน

๕. ปาปมิตฺตานุโยโค คบมิตรช่ัว

๖. อาลสฺสานโุ ยโค เกียจครา้ นการงาน

o ติดยาติดเท่ยี ว ติดเล่น ติดพนัน ตดิ เพ่อื น ติดข้เี กียจ

o ข้ยี า ขี้เตร่ ข้เี ล่น ข้ขี า้ ขีบ้ าป ข้ีเกยี จ

o ด่ืมนา้ เมา เที่ยวกลางคืน ยนื ดูการละเลน่ เล่นการพนัน

คบคนช่วั ทาตวั เกียจคร้าน

o ขี้เกยี จขค้ี ร้าน คบแต่คนพาล เล่นการพนัน

มหรสพเมามัน ขยันเที่ยวเตร่ เสเพลขี้ยา

ผี ๖ ตัว
ผีที่ ๑ ชอบสุราเปน็ อาจิณ ไมช่ อบกินข้าวปลาเปน็ อาหาร
ผที ่ี ๒ ชอบเทีย่ วยามวกิ าล ไมร่ ักบา้ น รักลูก รักเมยี ตน

74

ผีที่ ๓ ชอบดกู ารละเล่น ไม่ละเวน้ บารค์ ลับละครโขน
ผีที่ ๔ คบคนช่ัวมว่ั กับโจร หนไี ม่พน้ อาญาตราแผ่นดนิ
ผีท่ี ๕ ชอบเล่นหวยมวยม้ากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลส้นิ
ผที ี่ ๖ เกยี จคร้านการทากิน มีทงั้ สิ้น ๖ ผี อปั ปรียเ์ อย

โทษของการดื่มนา้ เมา ๖
๑. ธนชานิ เสียทรพั ย์ ๒. กลหปฺปวฑฒฺ นี ก่อการทะเลาะวิวาท
๓. โรคานํ อายตนานํ ก่อใหเ้ กิดโรค ๔. อกิตฺติสญชฺ นนีตอ้ งถกู ติ
ฉนิ นนิ ทา
๕. หิรโิ กปินนทิ ทฺ สํ นี ไมร่ ้จู กั อายชว่ั กลวั บาป
๖. ปญฺ าย ทพุ ฺพลกี รณี ทากาลงั สติปญั ญาให้เส่ือม

บทนยิ าม
o เสียทรพั ย์ กลบั ววิ าท พยาธิเบียดเบียนถกู ติเตยี นนินทา

หนา้ ด้านไม่อาย ทาลายสติปัญญา
o สินทรพั ย์พังพินาศ เกดิ อบุ าทว์ชวนทะเลาะ

เกดิ โรคร้ายเปน็ เคราะห์เขญ็ ใครเห็นกลา่ วติเตียน
ทาบดิ เบยี นไมอ่ ายบาป เปน็ คนหยาบทรามปัญญา

โทษของการเทยี่ วกลางคนื
๑. อคุตโฺ ต อรกฺขโิ ต ชอ่ื วา่ ไม่รกั ตัว
๒. ปตุ ตฺ ทาโรปิ ชื่อวา่ ไม่รกั ครอบครัว

75

๓. สาปเตยยฺ มปฺ ิ ช่อื ว่าไม่รกั ษาทรพั ย์สิน
๔. สงกฺ โิ ย เป็นท่รี ะแวงสงสัย
๕. อภูตวจนํ มกั ถกู ใสค่ วาม
๖. ทกุ ฺขธมมฺ านํ ปุรกฺขิโต ได้รับทุกขไ์ ปหนา้

o ทกุ ข์ไปหนา้ วาจาเหลาะแหละ ข้องแวะสงสยั สิ้นไปแหง่

ทรพั ย์

นาอาภัพสตู่ ัว ทาลายครอบครัว

o ตวั เองไมร่ ักษา บุตรภรรยาไม่ใสใ่ จ

กอ่ ภัยทรัพย์สนิ ถูกใส่รา้ ยปา้ ยมลทนิ

ตอ้ งทกุ ขด์ นิ้ ตอ้ งส้นิ เปลือง ชาวเมอื งระแวงสงสยั

o ไม่รักตวั มวั ประมาท ไม่รกั ญาตลิ ูกเมยี สูญเสียทรัพยส์ นิ

คนดหู มน่ิ สงสยั ถูกใสค่ วามรา้ ยป้ายสี มที ุกขตี ามติด

ตัว

โทษของการเล่นพนัน ๖

๑. ชยํ เวรํ ปสวติ ชนะยอ่ มกอ่ เวร
๒. ชิโน วิตตฺ มนุโสจติ แพ้พา่ ยเสยี ดายทรัพย์
๓. สนฺทฏิ ฺฐิกา นชานิ ทรพั ยฉ์ บิ หายทันตาเหน็
๔. สภาคสฺส วจนํ น รูหติ ทปี ระชุมไม่เช่ือถือ
๕. มติ ฺตามจจฺ านํ ปริภโู ต เป็นทห่ี มน่ิ ประมาทของเพ่ือน
๖. อาวหววิ าหกานํ อปฺปตฺถโิ ต ไมม่ ใี ครปรารถนาเป็นคู่

76

o ชนะย่อมกอ่ เวรภยั แพพ้ า่ ยเสียดายทรัพย์ ย่อยยับทรพั ย์สิน
ถูกดูหมิน่ เหยยี ดหยาม ขาดความน่าเชื่อถือ สุดท้ายคอื ไมม่ ี
คคู่ รอง

o ไม่มใี ครเป็นคู่ ถูกดหู มิน่ เหยยี ดหยาม ขาดความนา่
เคารพ
พบภัยพบิ ัติฉบิ หาย เสียดายทรัพยเ์ มื่อแพ้ ก่อแต่โทษ
ทกุ ขเ์ วรภัย

โทษของการดูการละเลน่

ทาใหน้ ิสยั เสยี ติดสนกุ เมอื่ มี........

๑. กฺว มจจฺ ํเตน้ ราทไ่ี หน ไปทน่ี ั่น
๒. กวฺ คีตํ ขบั ร้องท่ไี หน ไปท่นี ่ัน

๓. กวฺ วาทิตํ ประโคมที่ไหน ไปทนี่ ัน่

๔. กฺว อกขฺ าตํ เสภาทีไ่ หน ไปทน่ี น่ั
๕. กวฺ ปาณสิ สฺ รํ
๖. กวฺ กมุ ฺภถมุ ํ ดดี สตี เี ป่าที่ไหน ไปทนี่ ่นั

เถิดเทงิ ทไี่ หน ไปทน่ี น่ั

คบคนชัว่ เป็นมิตรมีโทษ ๖

๑. ธตุ ฺตา พาเราเป็นนกั เลงพนนั
๒. โสณฺฑา เสกสรรเราให้เปน็ นักเลงเจ้าชู้
๓. ปิปาสา เชดิ ชใู หเ้ ป็นนกั เลงสรุ า
๔. เนกติกาแสวงหาของปลอมมามอมเมา

77

๕. วญจฺ นกิ า ให้คดโกงเขาเฉพาะหนา้
๖. สาหสิกาใหเ้ ปน็ พาลาหวั ไม้

ลกั ษณะคนเกยี จคร้าน ๖

๑. อติสตี ะ มกั อา้ งว่า หนาวนัก ๒. อตอิ ณุ หะมกั อา้ งวา่ ร้อนนัก
๓. อตสิ ายณั หะ มกั อ้างว่า ค่านกั แล้ว
๔. อติปาตะ มักอา้ งวา่ เช้านกั
๕. อติจฺฉาตะ มกั อา้ งว่า หิวนัก ๖. อตปิ ิปาสติ ะ มักอา้ งว่า
กระหายนกั

บทนยิ าม
o หนาวนอน รอ้ นน่ัง เย็นพกั เช้าอยู่ หวิ หลาย

กระหายจรงิ

ธรรมคุณ ๖

๑. ส. สวฺ ากขฺ าโต ตรัสไวด้ แี ล้ว ๒. ส.ํ สนฺทฏิ ฺฐโิ กร้เู ห็นไดเ้ อง

๓. อ. อกาลิโกไรก้ าลเวลา

๔. เอ. เอหิปสฺสิโก ควรเรยี กใหม้ าดู รเู้ ห็น

๕. โอ. โอปนยโิ ก ควรน้อมเข้าใส่ตน

๖. ป. ปจฺจตตฺ ํ รู้ไดเ้ ฉพาะตน

บทนิยาม

78

o ส. ตรัสไว้ดีเดน่ ส. รู้เห็นเฉพาะตน อ. ล่วงพ้นกาล

เอ.เชิญท่านเหน็ ผล โอ. เอาตนค้นหา ป. รแู้ จ้งตาแนน่ อน

o บอกถึงความดีล้น ร้แู จ้งเฉพาะตน ไม่สนกับกาลเวลา

ตอ้ งเอาตนคน้ หา นอ้ มเขา้ มาในตน วิญญูชนรไู้ ด้

o สจั จะแทจ้ ริง สิ่งร้เู ฉพาะ เหมาะทุกสมัย

คน้ หาภายใน น้อมใจคน้ หา รแู้ จง้ แกต่ า

o รู้ท่ัวพร้อม น้อมเขา้ มา หาในตน

ลว่ งพ้นกาล เปน็ ญาณเฉพาะ เสนาะจริงแท้

o ดเี ด่นเย็นฉ่า ล้าหน้า น้อมมา หาดู รู้เอง

หนา้ ทส่ี มณพราหมณ์ ๖

๑. ปาปา นวิ าเรนตฺ ิ ห้ามมิใหท้ าบาป

๒. กลฺยาเณ นิเวเสนฺติ ขนาบให้ทาความดี

๓. กลยฺ าเณ มรสา อนกุ มเฺ ปนตฺ ิ น้าใจดอี นเุ คราะห์

๔. อสสฺ ุตํ สาเวนิติ ให้ไดฟ้ ังสิง่ เหมาะ

๕. สตุ ํ ปรโิ ยทเปนฺติ ไพเราะชี้แจง

๖. สคคฺ สฺส มคฺคั อาจิกขฺ นตฺ ิ แถลงทางสวรรคใ์ ห้รู้

บทนยิ าม
o ห้ามมิใหท้ าชัว่ ใหพ้ าตวั ทาดี เมตตาอารยี ์เป็นทต่ี ั้งใหไ้ ดฟ้ งั

สงิ่ ใหม่ ใหเ้ ข้าใจสงิ่ เก่า เรง่ เร้าทางสวรรค์
o นาทางสวรรคช์ ้ีแจง ใหแ้ จม่ แจง้ สงสัย บอกธรรมใหม่

79

อนุเคราะหด์ ้วยน้าใจ ให้ตัง้ อยู่ในความดี ปลดเปล้ืองบาปให้
หา่ งหนี

ราชาธรรม, ธรรมราชา
พฤติกรรมของโยคี อธั ยาศัยไมตรีของสาธุชน
๑. ธมมฺ าราโม รน่ื เรงิ ในธรรม ๒. ธมมฺ รโต ยินดใี นธรรม
๓. ธมเฺ ม โต ตง้ั อยู่ในธรรม
๔. ธมฺมวนิ จิ ฉฺ ยญญฺ ู วินจิ ฉัยในธรรม
๕. เนวาจเร ธมมฺ สนฺโทสวาทํ ไมก่ ลา่ วประทุษร้ายธรรม
๖. ตุจเฺ ฉหิ นีเยถ สภุ าสเิ ตหิ ปล่อยเวลาว่างๆไปกบั สุภาษติ
o รื่นเริงในธรรม ยินดีในธรรม มีธรรมประจาจิต นาจิต
พนิ ิจธรรม ไมผ่ ดิ จากธรรม สุภาษติ เป็นธรรม
o ปลอ่ ยเวลาวา่ งๆไปกบั สุภาษิต ไม่กลา่ วใหผ้ ิดจากธรรมวินยั
วนิ ิจฉัยในธรรมไม่ขาด ฉลาดในธรรมตัง้ อยู่
รูศ้ ึกษาธรรมดว้ ยใจยินดี มีความบนั เทงิ ธรรมเต็มที่

เอกภี าพ , เอกยี ธรรม

๑. สาราณียะ มสี งิ่ ให้ระลึกถงึ กนั ๒. ปิยกรณะ รกั ใคร่กัน
๓. ครกุ รณะ เคารพกัน ๔. สงั คหะ สงเคราะห์ชว่ ยเหลือกัน
๕. อวิวาทะ ไม่ทะเลาะวิวาทกัน
๖. สามคั คี มีความสมานสามคั คี
o นกึ ถงึ กนั รกั ใคร่กนั เคารพกนั

80

o สงเคราะหก์ นั ไมว่ ิวาทกนั ร่วมมอื กัน

o สรา้ งสาระใหห้ นัก รักกันให้ครบ เคารพกันให้เหมาะ

สงเคราะหก์ นั ไมข่ าด ไมว่ วิ าทขัดแย้ง รว่ มแรงรว่ มใจ

o รว่ มมือขันแข็ง ขดั แยง้ ไม่ทา ช่วยเหลือประจา เคารพ

ตามธรรม ช่มุ ฉา่ เมตตา เขา้ หาส่ิงดี

o คดิ แต่สง่ิ ดี มีน้าใจภกั ด์ิ หนกั แนน่ เคารพ เจนจบสงเคราะห์

ไมท่ ะเลาะววิ าท ฉลาดรวมตวั มองแตแ่ ง่ดี มี

เมตตาจติ

คิดเคารพกนั ครบครนั สงเคราะห์ ทะเลาะ

ไมม่ ี สามัคคไี มข่ าด

สาราณยี ธรรม ๖

๑. เมตตากายกรรม มีเมตตา กายกรรม
๒. เมตตาวจีกรรม มีเมตตา วจกี รรม
๓. เมตตามโนกรรม มเี มตตา มโนกรรม
๔. สาธารณโภคี มอบทรัพยใ์ หเ้ ปน็ สาธารณะโภคี
๕. สลี สามญฺ ตา มศี ลี เสมอกนั
๖. ทฏิ ฺ สามญฺ ตา มที ฏิ ฐเิ สมอกนั

บทนิยาม
o ทาดตี อ่ กนั พูดดีต่อกัน คดิ ดตี อ่ กัน มคี วามแบง่ ปนั มีศีล

เสมอกนั คดิ เหน็ เสมอกนั

81

o ทาอย่างเพอื่ น พดู อย่างเพ่อื น คดิ อยา่ งเพ่ือน

แบง่ ปนั กับเพ่อื น มีศีลเหมือนเพอ่ื น คดิ เหน็

เช่นเดยี วกับเพอื่ น

o ใสใ่ จกนั ชื่นชมกัน ปรารถนาดตี อ่ กัน แบง่ ปนั

กนั

ประพฤตดิ ตี ่อกัน เขา้ ใจกัน

o รว่ มคดิ ร่วมทา กจิ กรรมสุจรติ แบ่งลาภผลตามสิทธ์ิ

ทา,พูด,คดิ ด้วยเมตตา

ทต่ี ่อ อายตนะ ๖, อนิ ทรีย์ ๖
๑. จกั ขุ ตา
๒. โสตะ หู กอ่ ภยั ความเปน็ ใหญ่เฉพาะทาง
๓. ฆานะ จมกู คกู่ บั รูป
๔. ชิวหา ล้นิ คกู่ ับ เสยี ง
๕. กายะ ค่กู บั กล่นิ
๖. มโน คู่กับ รส
กาย คกู่ บั ผัสสะ
ใจ คูก่ บั อารมณ์

ข้ออปุ มา
o ตา เหมอื น งู
o หู เหมือน จระเข้
o จมูก เหมอื น นก

82

o ลนิ้ เหมอื น สุนขั ป่า
o กาย เหมอื น สนุ ัขบ้าน
o ใจ เหมอื น ลิง

บทนยิ าม
o ตาอย่าก่อศัตรู หูอย่ากอ่ พันผูก จมูกอย่าก่อมลทนิ ลน้ิ อย่าก่อ

มารร้าย กายอย่าก่อภัย ใจอย่าก่อทกุ ข์

อุตตริมนสุ สธรรม ๖

๑. ฌานํ วาเพง่ พนิ ิจ ๒. สมาธึ วาจติ ตง้ั มน่ั

๓. สมาปตฺตึ วาหมั่นเขา้ อยู่ ๔. วิโมกขฺ ั วารู้หลุดพน้

๕. มคฺคํ วามรรคบันดล ๖. ผลํ วา ผลบนั ดาล

อธั ยาศัย ๖ ของโพธสิ ตั ว์

๑. อโลภะ ไมโ่ ลภ ๒. อโทสะ ไม่โกรธ

๓. อโมหะ ไม่หลง ๔. วริ ิยารมั ภะลงมอื ทาเพียร

๕. ขันติ เซียนอดทน

๖. เนกขมั มะ ก้าวพน้ กาม

ดอกผลของความเกียจครา้ น

๑. อลสฺส กุโต สปิ ฺปํ คนเกียจครา้ นฤาจะพานพบวชิ า
๒. อสปิ ปฺ สสฺ กุโต ธนํ คนไร้ทรัพย์ฤาจะหาทรพั ย์ได้

83

๓. อธนสสฺ กโุ ต มิตฺตํ คนไรท้ รพั ยฤ์ าจะได้รบั มติ รสหาย
๔. อมิตฺตสสฺ กุโต สขุ ํ คนไรม้ ิตรสหายฤาจะไดม้ ี

ความสุข

๕. อสุขสฺส กุโต ปญุ ฺ คนไรส้ ขุ ฤาจะคิดแสวงหากศุ ล
๖. อปุญฺ สสฺ กุโต นพิ พฺ านํ คนไร้บุญกศุ ลฤาจะดลพระ

นิพพาน

อนุสสติ ๖

๑. พทุ ฺธานุสฺสติ ระลึกถึงพระพุทธเจ้า
๒. ธมมฺ านุสสฺ ติ ระลึกถึพระธรรม
๓. สงฆฺ านุสฺสติ ระลกึ ถงึ พระสงฆ์
๔. สีลานุสฺสติระลกึ ถงึ คุณของศลี
๕. จาคานสุ ฺสติ ระลึกถึงจาคทาน
๖. เทวตานุสสฺ ติ ระลกึ ถึงคณุ เทวดา
o นกึ ถงึ พระพุทธเจา้ ผ้สู ูงล้า นกึ ถงึ พระธรรมอนั สูงส่ง
นึกถึงพระสงฆ์ผู้ไรม้ ลทนิ นกึ ถึงศลี ใหเ้ บิกบาน
นกึ ถงึ จาคทานให้เรงิ รา่ นึกถงึ เทวดาใหห้ ยา่ บาป
o พระพุทธหยุดมืดดา พระธรรมกาจดั หลง พระสงฆป์ ลง

มลทนิ ศีลสนิ้ โทสา จาคาชนะมารธิดา เทวดาลาบาป
ปราบชวั่
o พทุ ธา ธมั มา สงั ฆา สลี า จาคา เทวตา

84

ประภสั สรธมั โม

๑. ปภัสสรงั เรืองแสงแพรวพราว ๒. สันตังสงบเยือกเยน็

๓. ปภากาลัง มปี ระกายผอ่ งใส
๔.โชติกังโชตชิ ว่ งชชั วาล
๕.วริ าคังประเสริฐย่งิ นกั
๖. ตัณหกั ขะยงั ไมม่ ีสิ่งเสยี ดแทง

หวั ใจสาวก

๑. ฌา.ฌาน เพง่ อยู่เปน็ นิตย์ ๒.ส.สมาธิ มจี ิตต้งั มนั่

๓. ส.สมาบัติ เข้าอยูท่ กุ วัน ๔.วิ.วิโมกข์ สขุ สนั ต์สงัด

๕. ม.มรรค ตดั จากหมู่มาร ๖. ผ.ผล เผาผลาญไมม่ ี

o ผ. เผาผลาญไมม่ ี ม. หมู่มารตดั หนี วิ.สงดั ส. เตม็ ท่สี ุขใจ
ส. สงบผอ่ งใส ฌา. ตั้งไว้มน่ั คง

หวั ใจพระ

๑. ส.ุ ฟังเข้าใจ ๒.วิ. ระเบยี บผ่องใส

๓.ป. วอ่ งไวเจนจัด ๔.ส.ี เครง่ ครดั ระวัง

๕. ส.ตงั้ มัน่ แน่นหนา ๖. ป. คล่องแคลว่ ทกุ เวลา

วิสทุ ธิ ๗
๑. สีลวิสุทธิ ความหมดจดแหง่ ศลี

85

๒. จิตตวิสทุ ธิ ความหมดจดแห่งจติ
๓. ทฏิ ฐวิ ิสุทธิ ความหมดจดแหง่ ทฏิ ฐิ
๔. กังขาวิตรณวิสทุ ธิ หมดจดเพราะข้ามพ้นสงสัย
๕. มคั คญาณวสิ ุทธิ หมดจดด้วยญาณหยัง่ รู้มรรค
๖. ปฏิปทาญาณวสิ ทุ ธิ หมดจดในแนวทางดาเนินไป
๗. ญาณทัสสนะวิสทุ ธิ หมดจดดา้ นญาณทัสสนะ

นยิ ามธรรม

o สี. ระวงั ดบั พษิ จิ. รักษาจิตหมดภัย

ทิ. ทาไปถูกตอ้ ง ก. เกยี่ วขอ้ งทางดี ม. หนีพน้ ทางบาป

ป. ปราบปรามทางชัว่ ญา. พาตัวพ้นทุกข์

o หมดพษิ จติ สงบ พบปัญญา หายกงั ขา มรรคา

เดนิ ไป เรว็ ไวทาเพยี ร แนบเนยี นทั่วไป

สทั ธรรม ๗

หลกั การเสริมสรา้ งสมรรถภาพของตนให้ยิ่ง

๑. ส. สัทธามศี รทั ธาเชือ่ มน่ั ๒. ห.ิ หิริ มคี วามละอาย

๓. โอ. โอตตปั ปะมคี วามเกรงกลวั ๔. พ. พหุสัจจะมกี ารศกึ ษา

๕. ว.ิ วริ ิยะมีความเพียร ๖. ส. สติ มีสติ

๗. ป. ปัญญามีปญั ญา

o ส. เช่ือมน่ั ห.ิ ขยนั อายโอ. หนา่ ยบาปว.ิ อาบเพยี ร

พ. แนบเนยี นฟงั ส. ตงั้ ม่ันรอบรู้ ป. ฉลาดเปน็ ครู

86

o เชื่อมน่ั นาย อายความชั่ว กลัวความเมา เอาดสี ดบั
ขยบั ตอ่ สู้ รอบรู้เรว็ ไว เกรยี งไกรฉลาด

โพชฌงค์ ๗

คุณสมบตั ิของผนู้ า คณุ ธรรมของผู้รู้ ความเปน็ อยู่

ของผู้ให้บริการ

๑. ส. สติ สติว่องไว ๒. ธ. ธัมมวิจัยวจิ ัยแนบเนียน

๓. ว.ิ วิริยะทาเพียรอย่างดี ๔. ป.ี ปีติ ปตี มิ คี รบ

๕. ป. ปัสสัทธิสงบเต็มขัน้ ๖. ส. สมาธิต้ังมนั่ ภายใน

๗. อ.ุ อเุ บกขามีใจเปน็ กลาง

บทนยิ าม
o ส. สตผิ ่องใส ธ. วจิ ยั แยบคาย ว.ิ เพ่งเพียรเปน็ สหาย

ป.ี ปีติมากมาย ป. สงบเฉิดฉาย ส. ต้ังมน่ั สบาย อุ. วางเฉย
มารร้าย
o มีใจเปน็ กลาง แนวทางตง้ั มัน่ สรา้ งสรรค์สงบ ครัน
ครบอิ่มใจ พากเพยี รยง่ิ ใหญ่ วนิ ิจฉยั ถกู ตอ้ ง แคล่วคลอ่ ง
สติ
o ส. ปลกุ ให้ตนื่ ธ. ฟื้นให้มี ว.ิ หนใี หพ้ ้น ป.ี ผลอม่ิ ใจ

ป. กาไรสงบ ส. อยจู่ บตัง้ ม่ัน อ.ุ สขุ สันตป์ ล่อยวาง
o สติ เปน็ แกนนา ธมั มวิจยั เป็นแนวทาง ความเพยี ร

87

เสรมิ สรา้ ง ปตี ิ อ่ิมใจไมจ่ ดื จาง สงบรางับ ไม่หา่ ง
ต้ังมนั่ ไมว่ าง เปน็ กลาง มน่ั คง
o อุ. เป็นกลาง ส. วา่ งสงบ ป. ครบมัน่
ปี. ข้ันพอใจ ว.ิ ได้เพยี ร ธ. เซียนวชิ า ส. หนาสติ

กลั ยาณมติ ตธรรม ๗

หน้าทขี่ องครู หลกั ร้ขู องอาจารย์ สมการ

ของผูน้ า คณุ ธรรมของมิตร ทเ่ี ชดิ ชขู องปวงศษิ ย์

๑. ปิ. ปโิ ย ทาตนใหเ้ ปน็ ท่ีรกั

๒. ค. ครุ ทาตนให้เป็นที่ยาเกรง

๓. ภ. ภาวนโี ย อบรมตนห้เจรญิ กา้ วหน้า

๔. ว. วตตฺ านญจฺ พร่าเตอื นพร่าสอนทางถูก

๕. ว. วจนกขฺ โม อดทนถ้อยคา นนิ ทา ยกย่อง

๖. ค. คมภฺ ีรํ กถํ กตตฺ า อธิบาย จาแนกใหล้ กึ ซงึ้

๗. โน. โน จฏฺ าเน นิโยชเย ยืนยนั หนทางถูกต้องไว้

o ปิ. เป็นที่รกั ค. แนน่ หนกั จรรยา ภ. รักความกา้ วหน้า

ว. อุตสา่ ห์สอนย้า ว. อดทนถ้อยคา ค. ทาของลกึ ให้ตื้น

โน. ยืนยนั ทาดี

o ป.ิ น่ารกั นา่ เขา้ ใกล้ ค. น่าเคารพ นา่ ยาเกรง ภา. น่า

สักการะน่าบูชา ว. น่ายกย่อง นา่ ชื่นชม ว. นา่ นับถอื

นา่ เล่ือมใส ค. น่ายินดี นา่ พอใจ โน. น่าคดิ ถงึ น่ากลา่ วอ้าง

o ทาตนน่ารกั แนน่ หนกั จรรยา เพ่มิ พูนก้าวหนา้

88

อตุ ส่าห์สอนศิษย์ ไมต่ ิดใจคาสอพลอ รูจ้ กั ย่อ-ขยาย
ความงดงามบรู ณาการ

ยสวฑั ฒนิกธรรม ๗

๑. อ.ุ อฏุ ฐานวโต ขยัน ทาถูก ผกู จติ ตืน่
๒. ส. สตมิ โต สตริ อบทวั่ ไม่มั่วอบาย

๓. ส.ู สูจกิ ัมมะสุจรติ ปดิ บาปธรรม

๔. น.ิ นสิ สมั มการิโน ใครค่ รวญก่อนทา,พดู ,คดิ
๕. ส.ํ สญั ญโม สารวม ระวงั ไม่ทาผิด

๖. ธ. ธมั มชีวี เลีย้ งชีวติ ชอบธรรม

๗. อ. อปั ปมาทะ ไมท่ าตนประมาท
o อุ. ขยันต่นื ตวั ส. สตถิ งึ ทว่ั ส.ู งานตัวสะอาด นิ. ไม่ขาด

ใคร่ครวญ ส. สงวนตัวดี ธ. ชีวชี อบธรรม อ. ไม่ทา
ประมาท
o ขยนั ทาดี สติว่องไว ใคร่ครวญกอ่ น ทากจิ อยา่ ร้อนสงั วร
เตม็ ท่ี ชวี ชี อบธรรม ไม่ทาตนประมาท
o ขยนั ดี สติไว ใครค่ รวญก่อนจิตใจอย่ารอ้ น สังวรเต็มท่ี

ชวี รี กั ษา หนา้ ทส่ี ุจริต
o ตอ้ งสู้ อยสู่ ติ ดาริกอ่ นทา เดินนาสจุ ริต เด่นฮิตระวงั

หวังธรรมาชีพ ไม่รีบร้อนประมาท

89

อริยทรัพย์ ๗

ทรพั ย์อันประเสริฐ ความปลมื้ ใจที่ห่างไกลขา้ ศกึ
๑. ส. สัทธาเชื่อมั่นจุดหมาย ๒. ส.ี สลี ระวัง รกั ษาใจกาย
๓. หิ. หริ ิ อายทาชว่ั ๔. โอ. โอตตัปปะ เกรงกลัวบาป

๕. จ. จาคะปราบตระหน่ี ๖. พ. พหุสตุ ตะ มกี ารศกึ ษา
๗. ป. ปัญญา ปัญญารอบรู้

บทนยิ าม
o เชือ่ ตรง ทรงศลี ส้ินช่ัว กลัวบาป ขนาบตระหน่ี มศี กึ ษา

ปญั ญาเรอื งรอง
o เชือ่ กรรม สารวมตวั อายทาชว่ั กลวั บาปเวร งดเว้นถนัด

ขัดเจนศึกษา ปญั ญาฉลาด

วตั ตบท ๗

๑. มา. มาตาปิตุอุปัฏฐานัง บารงุ บิดามารดร

๒. ก.ุ กเุ ล เชฏฐาปจายโิ น อ่อนน้อมผใู้ หญ่

๓. ส. สัจจะวาที พดู ไปลว้ นจรงิ

๔. อ. อผรุสวาจัง ละท้ิงพดู หยาบ

๕. อ. อปสิ ณุ าวาจงั การาบส่อเสยี ด

๖. ม. มัจเฉรวนิ ยงั งเกยี จตระหน่ี

๗. อ. อักโกธงั ไม่มีโกรธเคอื ง

90

o ม. รคู้ ณุ ตอบแทน กุ. แนบแน่นสกลุ จ. สละอดุ หนุน

อ. วาจาค้าจุน อ. อ่อนน้อมเพม่ิ พนู อ. ทาบุญไม่
โกรธ ส. โปรดปรานสัจจะ
o ส. ถือสตั ว์ อ. ตัดโกรธอ. เวน้ โทษวาจาอ. อ่อนนอ้ มกายา
จ. ใหท้ านเถิดหนา กุ. เคารพตระกลู นา ม. เลีย้ งดูบดิ า
มารดา

สปั ปุรสิ ธรรม ๗
หลกั เกณฑ์ของผรู้ ู้ การเป็นอยขู่ องบัณฑิต บทฝกึ ฝน
ของนักการศกึ ษา จรรยาของผูน้ า
๑. ธ. ธมมฺ ญฺญุตา รเู้ หตุ ๒. อ. อตถฺ ญฺญุตา รู้ผล
๓. อ. อตตฺ ญฺญุตา รตู้ น ๔. ม. มตตฺ ญญฺ ุตา ร้ปู ระมาณ
๕. ก. กาลญฺญุตา ร้กู าล ๖. ป. ปรสิ ญญฺ ตุ า รู้ประชุมชน
๗. ปุ. ปุคคฺ ลปโรปรญญฺ ุตา รูบ้ คุ คล
o ร้เู หตุ ไม่สับสน รู้ผล ไมม่ ืดมน รู้ตน ไม่จ้นุ จ้าน
รปู้ ระมาณ สขุ อุรา รู้เวลา ประโยชนล์ น้ รูช้ มุ ชน เกดิ ราศี
ร้จู กั คนดี มรี าคา
o มีหลกั เกณฑ์ เหน็ เป้าหมาย ไม่ขายตน สนประมาณ
รกู้ าลเวลา มีลีลาในชมุ ชน รู้จกั คนทกุ ช้นั

91

อนสุ ยั ๗

สิง่ ตดิ ตามจิต พษิ ภยั ในชีวิต ความวิปริตจาก
การศึกษา
๑. ก. กามราคานุสโย มกี าหนัด ๒. ป. ปฏิฆานสุ โยขัดเคอื งจติ
๓. ท.ิ ทิฏฺ านสุ โยมเี หน็ ผดิ ๔. ว.ิ วจิ กิ ิจฉานสุ โยคดิ กงั ขา
๕. มา. มานานุสโยมานะถอื ตวั ๖. ภ. ภวราคานสุ โยเมามวั ในภพ
๗. อ. อวชิ ฺชานุสโย สยบในอวชิ ชา

บทนยิ าม
o เมาหมกในกาม ติดตามปฏิฆะ มานะถอื ตัว เมามัวทฏิ ฐิดาริ

กังขา เรงิ ร่าในภพ สยบตอ่ อวิชชา
o ราคะ ใหบ้ างเบา ไมเ่ อา ขัดใจ ทิ้งไป ทิฏฐิ ไมด่ าริ

ถือตวั เลกิ มัว สงสัย ภพภมู ิ ตัดไป หนไี กล มดื มน

คณุ สมบตั อิ บุ าสก อบุ าสกิ า ๗

๑. ท. ทสฺสนภาวี ไมข่ าดการเยยี่ มเยียนพระ

๒. ธ. ธมมฺ สสฺ วนํ ไมล่ ะเลยการฟงั ธรรม

๓. อ. อธิสลี ํ ศกึ ษาอธิศีลประจา

๔. อ. อนปุ ารมฺภจติ โฺ ต ฟงั ธรรมไม่ตเิ ตียน

๕. อ. อจลสทธฺ า เลอ่ื มใสไม่แปรเปล่ยี น

๖. ก. อิเธว ทกขฺ ณิ ํ คเวสติ แนบเนียนทาบุญ

๗. ปุ. อเิ ธว ปุพพฺ การํ คา้ จนุ กจิ กรรมพระศาสนา

92

o ช่วยเหลอื กจิ กรรม ฟังธรรมไมต่ ัดรอน ทาบุญตามคาสอน
แน่นอนในศรทั ธา มั่นใจในศลี สกิ ขา หมน่ั เสวนา
พระสงฆ์ มุ่งเจาะจงการฟงั ธรรม

อปริหานยิ ธรรม ๗

ความเจริญของโยคี ความเสถยี รของนกั บวช
๑. น กมมฺ รามตา ไมเ่ พลินการงาน
๒. น ภสสฺ ารามตาไมพ่ าลขีค้ ยุ
๓. น นิททฺ ารามตาไม่ลยุ แตน่ อน
๔. น สงคฺ ณกิ ารามตา ไมว่ อนคลกุ คลี
๕. น ปาปิจฉฺ ตาไมม่ ีลามก ๖. น ปาปมิตตฺ า ไมก่ กมติ รชว่ั
๗. น อนตฺ รา โวสานํ ไมม่ วั น่งิ นอนใจ
o งานหยดุ พูดถอน นอนนดิ คดิ ปลกี หลกี อยาก จากพาล

หาญสู้
o ไมน่ ง่ิ นอนใจ ไม่คบมิตรชั่ว ไม่มั่วลามก ไมย่ กคลุกคลี

ไมม่ ีการนอน ไมว่ อนพูดเกิน ไมเ่ พลนิ การงาน
o งานน้อย ด้อยพูด ขดู นอน ถอนคบ ลบอยาก จากเพอ่ื น

เลื่อนข้ัน

สมั ปทาคณุ ๗
๑. ก. กัลยาณมิตตสมั ปทา ถงึ พร้อมด้วยกัลยาณมิตร

93

๒. ส.ี สีลสัมปทา ถึงพรอ้ มดว้ ยศีล

๓. ฉ. ฉันทสมั ปทา ถึงพร้อมด้วยฉันทะ

๔. อ. อัตตสมั ปทา ถึงพรอ้ มดว้ ยตน

๕. ท.ิ ทิฏฐิสมั ปทา ถึงพรอ้ มด้วยทิฏฐิ

๖. อ. อัปปมาทสัมปทา ถึงพรอ้ มด้วยอัปปมาทะ

๗. โย. โยนโิ สมนสกิ ารสัมปทา ถงึ พร้อมด้วยโยนิโสมนสกิ าร

o มมี ิตรลอ้ ม พรอ้ มศลี ทรัพย์ พอใจรับรอง ถกู ตอ้ งตัวตน

เข้าใจเหตุผล ทาการแยบยล รู้ต้นสายปลายเหตุ

o เพอ่ื นดี สใี ส ใจตง้ั หวังตน เห็นผล แยบยล ขุดค้น

o ก. รู้ตน้ ตอ สี. รสู้ ่วนสึกหรอ ฉ. รูเ้ หน็ เพียงพอ อ. รทู้ ต่ี ่อ

ท.ิ รจู้ กั แหนงหนอ่ อ. รจู้ ักแกน่ ขอ้ โย. ร้จู กั รากพอ

อายุสสวัฑฒนกิ ธรรม ๗

เหตใุ หอ้ ายยุ ืน พ้ืนฐานในการมีชีวติ อยนู่ านๆ

๑. ส. สปั ปายการี ทาส่งิ ที่เปน็ สัปปายะ

๒. ส. สปั ปายมัตตัญญู รจู้ กั ประมาณในสิ่งท่ีสปั ปายะ

๓. ป. ปริณตโภชี บรโิ ภคของที่ยอ่ ยงา่ ย

๔. ก. กาลจารี ปฏบิ ัตถิ กู กาล อากาศ ฤดู

๕. พ. พรหมจารี ประพฤตพิ รหมจรรย์

๖. ส.ี สีลวา มีศีล

๗. ก. กัลยาณมติ ตตา มีกัลยาณมิตร

94

o ทาการเหมาะสม ช่ืนชมประมาณ ยอ่ ยงา่ ยอาหาร
ประพฤตเิ หมาะกาล สมาทานพรหมจรรย์ มศี ลี เปน็ สสี นั
คบมน่ั มิตรดี

o มมี ติ รนา่ ยนิ มศี ลี น่าชม อยูอ่ ย่างพรหม รกู้ าล
เหมาะสม
อาหารนิยมรื่นรมยป์ ระมาณ ทาการเหมาะควร

o มีมติ รดี มศี ีลงาม งดเวน้ กาม ทาตามกาล ย่อยงา่ ยอาหาร
รจู้ ักประมาณ ทาการสบาย

คุณสมบตั ขิ องผู้น้า

๑. ขิ. ขปิ ปฺ นสิ นฺติ ปัญญาว่องไว เข้าใจอะไรง่าย
๒. ธา. ธารกชาตโิ ก ทรงจา ทรงธรรม ทรงวินยั
๓. อ. อตฺถุปฺปรกิ ฺขี เพ่งเลง็ สปู่ ระโยชน์ เข้าใจเนอ้ื ความชดั
๔.ธ. ธมมฺ านธุ มมฺ ปฏปิ นฺโน ปฏบิ ัติตนเหมาะสมกบั ฐานะ
๕. ส.ํ สนฺทฏิ ฐฺ ิโก ประจกั ษ์ดว้ ยตนเอง ลงมือทา
๖. ส. สมาทปโก ฉลาดแนะนา ชแ้ี จง ชกั ชวน
๗. ก. กลยฺ าณวาโจ กลา่ วแต่ส่งิ ดีงาม พดู จาไพเราะ

บทนยิ าม
o ข.ิ ไหวพริบวอ่ งไว ธา. ทรงธรรมวนิ ัย อ. เขา้ ใจประโยชน์
ธ. โปรดการปฏบิ ัติ ส. กระทาสนั ทัด ส. ชดั เจนชแ้ี จง ถ.
แถลงการณด์ ี

95

o พูดแตส่ งิ่ ดี ชีแ้ จงแจม่ ชัด สนั ทดั กระทา แนะนาปฏบิ ัติ

เจนจดั ประโยชน์ โคตรทรงธรรม เลศิ ล้าไหวพรบิ

o เช่ียวชาญเปน็ นสิ สยั ธรรมวินยั เป็นสันดาน

o ประโยชนส์ ืบสาน ปฏิบัตชิ านาญ

o อาจหาญองอาจ ฉลาดชี้ชวน

o ใครค่ รวญก่อนพูด

อนุปสั สนา ๗

๑. อ. อนจิ จานุปสั สนา ต้องเปล่ียนไป

๒. ทุ. ทุกขานปุ ัสสนา ทนอยไู่ มไ่ ด้

๓. อ. อนัตตานุปัสสนาไรอ้ ัตตา

๔. น. นพิ พทิ านุปสั สนา นา่ เบอ่ื หนา่ ย

๕. ว.ิ วริ าคานุปัสสนา คลายกาหนดั

๖. น.ิ นิโรธานุปัสสนา ดบั , ตดั

๗. ป. ปฏินสิ สคั คานุปัสสนา สลดั คนื

o อ. แปรปรวน ท.ุ ล้วนทุกข์อ. ว่างสุข น.ิ คุกหนา่ ย

ว.ิ งา่ ยละ นิ. ราคะเลกิ ป. เอิกเกรกิ สง่ คืน

สปั ปายะ ๗

๑. อาวาส ที่อยอู่ าศยั ๒. โคจร ทโี่ คจร
๓. ภัสสะ กัลยาณวาจา ธรรมวาที
๔. บุคคล บุคคล กัลยาณมิตร

96

๕. โภชนะ อาหาร ปัจจัย
๖. อตุ ุ ฤดกู าล อากาศ ๗. อิริยาบถอิรยิ าอาการ
o ทอ่ี ยูอ่ าศัย ท่ีเท่ยี วไป ถอ้ ยคาชื่นใจ มติ รคู่ใจ ปจั จยั กาล
สมยั สไตล์

ภรรยา, สามี ๗

๑. วธกา, วธกี ผเู้ ป็นเช่น เพชฌฆาต

๒. โจรา, โจรี ผเู้ ป็นเช่น โจร
๓. อัยยา,สามี ผเู้ ป็นเชน่ เจา้ นาย

๔. ภาตา,ภคินี ผูเ้ ปน็ เชน่ พีน่ ้อง

๕. สขา,สขีผู้ เปน็ เชน่ เพ่อื น
๖. ทาสา,ทาสี ผู้เปน็ เชน่ ทาส
๗. มาตา,ปิตา ผ้เู ปน็ เช่น พอ่ แม่

บทนิยาม
o ผู้ฆา่ ผู้โคน่ โจรรา้ ย เจา้ นาย พน่ี อ้ ง เพอื่ นพ้อง ทาสรอง

แมพ่ อ่

หัวใจอภิญญาเทสิตธรรม

๑.ส. สติปฏั ฐาน ๔ ฝึกฝน ๒. อิ. อินทรยี ์ ๕ อบรม

๓. พ. พละ ๕ บ่มไว้ ๔. ส. สมั มปั ปธาน ๔ ใหต้ ัง้ มน่ั
๕. อิ. อทิ ธบิ าท ๔ หม่ันรักษา
๖. โพ. โพชฌงค์ ๗ เกิดปญั ญา

97

๗. ม. มรรค ๘พาถูกทาง

โพธปิ ักขิยธรรม ๗

๑.มรรค ๘ เดินถูกทาง ๒.โพชฌงค์ ๗สว่างปัญญา

๓.อทิ ธิบาท ๔ รักษาขยนั ๔.ปธาน ๔ หม่นั ทาเพียร
๕.พละ ๔ เสถยี รพลัง
๖. อนิ ทรยี ์ ๕ พร้อมพรงั่ อินทรีย์

๒. สติ ๔ สตมิ ตี ลอด

ธดุ งค์นา้ รอ่ งตอ้ ง.......

๑. ประธาน คอื ความเพียร ๒.บทเรียน คอื อิทธบิ าท

๓. ฉลาด คอื สตปิ ฏั ฐาน ๔.เชีย่ วชาญ คอื อนิ ทรีย์
๕. ทาํ ดี คือ พลงั ๖.สมหวงั คอื โพชฌงค์
๗. สายตรง คือ มรรค

หมวด ๘

๑. ว.ิ วิราคะ ธรรมวนิ ัย ๘
๒. ว.ิ วสิ งั โยคะ
๓. อ. อปจยะ เปน็ ไปเพอื่ ความคลายกาหนดั
๔. อัป.อปั ปจิ ฉตา เปน็ ไปเพ่ือไมค่ ลุกคลดี ว้ ยหม่คู ณะ
เปน็ ไปเพื่อไม่สะสมกองทกุ ข์
เป็นไปเพือ่ ความปรารถนาน้อย

98

๕. ส.ํ สันตุฏฐี เปน็ ไปเพอ่ื ความสนั โดษ
๖. ป. ปริเวกะ เปน็ ไปเพอ่ื ความสงบวิเวก
๗. ว.ิ วริ ยิ ารัมภะ เปน็ ไปเพ่ือความปรารภความเพียร
๘. สุ. สุภรตา เป็นไปเพอ่ื เปน็ คนเล้ียงงา่ ย

บทนิยาม
o คลายกาหนัด ตัดคลกุ คลี หนีสะสม นยิ มมกั น้อย
พลอยสันโดษ โปรดสงดั เจนจัดบาเพญ็ เปน็ คนเลี้ยงงา่ ย
o ว.ิ คลายกาหนัด วิ. ตัดทกุ ขท์ บั ถม อ. ไม่สะสมกองกิเลส

อปั .เป็นเหตุมกั นอ้ ย ส. พลอยสนั โดษ ป.

โปรดปรานสงดั

วิ. ขจดั เกยี จคร้าน สุ. สาราญเลยี้ งงา่ ย

o คลายกาหนัด ตัดทกุ ข์ ไม่คลกุ คลี หนี

เกียจคร้าน

ไม่ตอ้ งการอยากใหญ่ ไมส่ ะสมกองกิเลส

เปน็ เหตุเล้ียงง่าย มงุ่ หมายสนั โดษ

ไวพจน์พระนพิ พาน ๘

๑. ม. มทนมิ มทโน เป็นทด่ี ับความมัวเมา
๒. ป.ิ ปิปาสวนิ โย เป็นทดี่ ับความหวิ กระหาย
๓.อา. อาลยสมคุ ฆาโต เปน็ ทด่ี ับความอาลยั

99

๔. ว. วฎฺฎปู ัจเฉโท เป็นที่ดับวฏั ฏะสงสาร
๕. ต. ตณั หกั ขโย เปน็ ทดี่ ับตณั หา
๖. ว.ิ วิราโค เปน็ ทด่ี บั ราคะ
๗. น.ิ นโิ รโธ เปน็ ที่ดับความสนทิ
๘. น.ิ นิพพานงั เป็นที่ดับเย็น

บทนยิ าม
o ม. สร่างเมา ป.ิ บรรเทาระหาย อา. หนา่ ยอาลัย
ว. ไกลวัฏฏะ
ต. ชนะอยาก ว.ิ พรากติดใจ นิ. ดับไฟสนิท นิ. จติ เยอื กเย็น

พลังชีวติ ๘

กองกาลังทเ่ี ดด็ ขาด อานาจที่ไม่มโี ทษ
ประโยชน์ที่ชอบธรรม ความสาเร็จผลในชีวิต

๑. กายพละกองกาลงั ทางกาย ๒. โภคพละกองกาลงั โภคทรพั ย์
๓. ปรวิ ารพละ กองกาลังมติ รบริวาร
๔. อภชิ จั จพละ กองกาลงั ชาตกิ าเนิด
๕. ปญั ญาพละ กองกาลังปญั ญา

๖. วริ ยิ พละ กองกาลงั ความเพียร

๗. อนวัชชพละ กองกาลงั สจุ ริต

๘. สังคหพละ กองกาลงั การสงเคราะหช์ ่วยเหลอื

100


Click to View FlipBook Version