“แต่เพราะ เราเป็นมนุษย์ เมื่อผิดพลาดแล้วยอมรับ เราจึงได้เรียนรู้...เพื่อเติบโตขึ้น และไม่พลาดเหมือนเดิมอีก” วรวิทย์บุญมีบุตร
“…ประวัติศาสตร์ของแต่ละชาติ ทุกชาติเขาก็ทะนุถนอมและเขาก็เรียนของเขากัน แม้แต่คนต่างประเทศไปเรียนในประเทศ เขาก็ต้องเรียนประวัติศาสตร์ของเขาด้วย อันนี้ก็แปลกที่เราไม่มีประวัติศาสตร์ชาติไทย เหมือนอย่างว่าแผ่นดินนี้ได้มาอย่างง่าย ๆ ไม่ต้องคิดถึงพระเดชพระคุณของปู่ย่า ตา ยาย ที่บุกบั่นฝ่าฟันมา แม้แต่ชีวิตจะสละให้ เพื่อที่จะเป็นหลักประกันของคนไทย ความจริงแล้วการที่มีแผ่นดินเป็นของตนเอง เป็นการประกันค่อนข้างจะปลอดภัย...” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานเนื่องในวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๓
พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ๔ ด้าน ๑. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมืองยึดมั่นในศาสนามั่นคงในสถาบันพระ มหากษัตริย์และมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน ๒. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม ข้อนี้มีคำขยายว่า ให้รู้จักแยกแยะ สิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดีเพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ ชั่ว เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง ๓. มีงานทำ มีอาชีพ ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงาน จนสำเร็จ อบรมให้เรียนรู้การทำงาน ให้สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยง ครอบครัวได้ ๔. เป็นพลเมืองดีข้อนี้มีคำขยายว่า การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของ ทุกคนสถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาส ทำหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้ำใจ มีความเอื้อ อาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ “เห็นอะไรที่จะทำ เพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” นายเกษม วัฒนชัย ผู้บันทึก
ความนํา จุดเน้นและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการกำหนด ให้สถานศึกษาจัดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ๘ กลุ่มสาระ การเรียนรู้และ ๑ รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์เพื่อบ่มเพาะ ให้นักเรียนภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพ ชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษาสืบสานและต่อยอด และนำมาปรับประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน โรงเรียนโนนคำพิทยาคม ได้กำหนดแนวปฏิบัติ การจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อให้การ บริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้และ ๑ รายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน รวมทั้งบ่มเพาะผู้เรียน ให้มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์วิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่าง เป็นระบบเข้าใจการ ดำรงชีวิตของมนุษย์และการอยู่ร่วมกัน ในสังคม การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยกาลเวลา ตามเหตุปัจจัย ต่าง ๆ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี มีคุณธรรม ธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย และส่งเสริมการเรียนการสอน รายวิชาประวัติศาสตร์ จึงกำหนดแนวปฏิบัติเรื่องนโยบาย การส่งเสริมการสอนประวัติศาสตร์บูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้อง ถิ่นโดยมีการบริหารจัดการ ดังนี้ ๑ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
๑. การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ๘ กลุ่มสาระการ เรียนรู้และ ๑ รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา โดยให้มีรายวิชาพื้นฐานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ๑ รายวิชาทั้งนี้ ให้มี โครงสร้างเวลาเรียนสอดคล้องกับโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดังนี้ ๑.๑ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้จัดเวลาเรียน รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์๔๐ ชั่วโมงต่อปี (๑ หน่วยกิต) ๑.๒ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้จัดเวลาเรียน รายวิชาพื้นฐานประวัติประวัติประวัติศาสตร์ รวม ๓ ปี ๘๐ ชั่วโมง (๒ หน่วยกิต) ๒. การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมการจัดการเรียน การสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ ทั้งด้านหลักสูตร การจัดการ เรียนรู้การเลือกใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้การวัดและประเมินผล การเรียนรู้และอื่น ๆ ดังนี้ ๒.๑ ด้านหลักสูตร ให้สถานศึกษาทบทวนหลักสูตร สถานศึกษาให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ทางด้านการจัดการเรียนการสอนการและการวัดประเมินผล การเรียนรู้ดังนี้ ๑) กำหนดวิสัยทัศน์ของหลักสูตรด้าน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกับ เป้าหมายของการเรียนการสอนประวัติประวัติศาสตร์ ๒) กำหนดนโยบายการบริหารจัดการ หลักสูตรสถานศึกษาในเชิงการบูรณาการให้ทุกกลุ่มสาระการ เรียนรู้ใช้ประวัติศาสตร์เป็นบริบท (Contexts) และบูรณาการ โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๒
ประวัติศาสตร์กับหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม เพื่อให้เกิดเป็น จริยธรรมของผู้เรียนสำหรับการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ๓) สร้างนิเวศการเรียนรู้ให้ส่งเสริม การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ เช่น พิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุ ห้องเกียรติยศ ป้ายนิเทศ มุมประวัติศาสตร์ ๒.๒ ด้านการจัดการเรียนรู้ ให้ออกแบบการจัดการ เรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปต่อยอด และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้ ๑) ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เช่น อุทยานประวัติประวัติศาสตร์พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ชุมชน ๒) สอดแทรกแนวคิดเกี่ยวกับการเป็น พลเมือง และศีลธรรมของผู้เรียนตามความเหมาะสม ๓) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียน โดยให้ผู้เรียนได้ศึกษา วิเคราะห์ ถกแถลง และแลกเปลี่ยนความเห็นผ่านสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์ ๔) ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์เป็นกระบวน การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ประเมิน หลักฐาน ความคิดผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ๒.๓ ด้านการเลือกใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑) ใช้สื่อร่วมสมัยที่เหมาะสมกับวัยของผู้ เรียน เช่น สื่อดิจิทัล การ์ตูนแอนิเมชัน ๒) ใช้สื่อที่ส่งเสริมกระบวนการคิด เช่น สื่อ เกม สื่อเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (AR:Augmented Reality) ๓) ใช้สื่อจากแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี บุคคลสำคัญ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ๒.๔ ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๓ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
๑) ใช้วิธีการการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) โดยเน้นการประเมินกระบวนการ คิดมากกว่าการประเมินความจำ ๒) ใช้วิ ธีก า รป ระเมิน ระหว่างเรียน (Formative Assessment) เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียน ๓) ใช้วิธีการการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสัมภาษณ์การสำรวจ การสอบถาม นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ด้านคุณภาพการศึกษา ข้อ ๓.๒ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนา ผู้เรียนในระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีคุณธรรม จริยธรรม เคารพรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เห็นคุณค่าประวัติศาสตร์ และรักษา ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ค่านิยมไทย รวมถึงเป็น พลเมืองที่เข้มแข็ง รู้สิทธิ และหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็น พื้นฐานของสังคมไทยและเป็น“ซอฟต์พาวเวอร์”ในการสื่อสาร ภาพลักษณ์ของประเทศไทยและนำเสนอความเป็นไทยสู่สากล เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ และนโยบาย และจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนโนนคำพิทยาคม จึงพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยและบริบทของพื้นที่ ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย จัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างมี โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๔
ประสิทธิภาพ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิด เชิงวิพากษ์ (Critical thinking) และความเป็น เหตุเป็นผลให้เกิดในตัวผู้เรียน โดยจัดเป็น รายวิชาพื้นฐาน จัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชาติไทยผ่านแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ใน ท้องถิ่น มีตัวชี้วัดระหว่างทาง ตัวชี้วัดปลายทาง และพัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ชาติไทย แบบ Active learning ที่เหมาะสมกับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า ประวัติศาสตร์และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง รู้สิทธิ และหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนโนนคำพิทยาคม ๕ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๖
๗ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
สารบัญ ฤดูกาลเรียนรู้ที่โนนคำพิทยาคม ๑๑ จดหมายถึงครู... ๑๘ ตอนที่ ๑ ด้านการบริหารจัดการ ๕๐ • นโยบายส่งเสริมการสอนประวัติศาสตร์ ๕๑ • การจัดหาแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ๕๙ • หลักสูตรประวัติศาสตร์ ๖๘ ตอนที่ ๒ ด้านการจัดการห้องเรียน ๗๑ • ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๗๔ • คำแก้วศึกษา ๗๙ • กุลเชฏฐาภิวาท สืบสานตำนานภูทอก ๙๑ • กิจกรรมนักโบราณคดีจิ๋ว ๙๕ • กิจกรรมยอดนักสำรวจ ๙๗ • โครงการพัฒนารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ ๑๐๒ ตอนที่ ๓ นโยบาย สพฐ. (Quick Policy) ๑๐๗ โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๘
๙ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๑๐
ฤดูกาลเรียนรู้ ที่โนนคําพิทยาคม โดย วรวิทย์บุญมีบุตร ๑๑ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
วรวิทย์บุญมีบุตร ๘๗ หมู่ที่ ๓ ต.คำแก้ว อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ๓๘๐๐๐ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ ถึง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อันเป็นที่รักทุกคน ครูตัดสินใจส่งความในใจผ่านจดหมายฉบับนี้ถึง พวกเราทุก ๆ คน เพราะบางครั้ง ครูรู้สึกว่าการเขียนมัน สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วนมากกว่าการพูด ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงจุดไหนดี แต่ที่ตัดสินใจ ส่งจดหมายฉบับนี้เพราะต้องการขอบใจสำหรับกำลังใจ ที่หลาย ๆ คนส่งถึงครู และอยากจะขอโทษที่ช่วงนี้ ไม่สามารถพาพวกคุณลงพื้นที่ทำกิจกรรมได้ตามที่เราเคย คุยกันไว้ “คำแก้วศึกษา” เป็นหน่วยการเรียนใหม่ในรายวิชา ประวัติศาสตร์ไทย ที่ครูตั้งใจออกแบบให้เป็นกิจกรรม การเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติการในพื้นที่จริง ได้สัมผัส ใกล้ชิด และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับเพื่อนรวมถึงตัวครูเอง ด้วย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าครูก็ไม่มีความรู้ในเชิงพื้นที่ดีพอ ต้อง เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับนักเรียนเหมือนกัน และนั้นทำให้ เกิดข้อผิดพลาดหลายอย่างเวลาที่ลงพื้นที่ เช่น ลงพื้นที่ โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๑๒
แล้วไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหนก่อน ? เพราะไม่รู้แหล่งที่อยู่ของผู้รู้ (ปราญช์ชาวบ้าน) เนื่องจากไม่ได้ ประสานงานกับผู้นำ ชุมชนอย่างจริงจัง แต่ก็นั้นแหละครับ คนเราไม่ได้สมบูรณ์ แบบไปเสียทุกเรื่อง แต่เพราะเราเป็นมนุษย์ เมื่อผิดพลาด แล้วยอมรับ เราจึงได้เรียนรู้เพื่อเติบโตขึ้น และไม่พลาด เหมือนเดิมอีก การเรียนในแบบที่เราทำกันอยู่นี้ครูขอเรียกมันว่า "การเรียนรู้จากการลงมือทำ" ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Learning by doing หรือการเรียนรู้แบบ Active Learning คือ เมื่อนักเรียนได้ลงมือทำ ลงมือปฏิบัติเผชิญกับปัญหา หรือเหตุการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน นักเรียนจะเรียนรู้ จากการลงมือทำนั้น และเมื่อได้ทำอย่างเดิมซ้ำ ๆ ก็จะเกิด ความชำนาญ เกิดเป็นทักษะที่สามารถต่อยอดสู่การเรียนรู้ เรื่องอื่นได้ง่ายขึ้น ๑๓ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
ครูว่าวิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ที่จังหวัดบุรีรัมย์ท่านกล่าวว่า “ตอนนี้ครูไม่มีความ รู้มากมายพอที่จะสอนศิษย์เท่าทันโลกได้แล้ว แต่ครู เป็นมนุษย์ มีความเป็นจริงของมนุษย์ซ่อนอยู่ในชีวิตครู ความทุกข์ความสุข ความหวังความฝัน มายาและความจริง ความอยากหรือพอใจ ความยึดมั่นหรือการปล่อยวาง ความ หิวการแย่งชิง หรือการเจือจุน เผยชีวิตมนุษย์ออกมา อย่าเก็บงำซ่อนเร้นมันไว้ เช่นนั้นสิ่งที่ครูควรทำและทำได้ดี ที่สุดตอนนี้คงเป็นเพียงการเป็น นิทรรศการชีวิต นิทรรศการ ที่นำเสนอความจริงแท้ของความเป็นมนุษย์ให้ศิษย์ได้เห็น เมื่อเห็นแล้วก็แล้วแต่เหล่าเธอ” โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๑๔
... ในโลกที่แปรปรวนนี้โลกของ Blockchain DeFi NFT Metaverse Bigdata Ai อีกสารพัด หากมีสักอย่าง ที่ครูทำได้เพื่อให้ผู้เรียนอยู่รอดและอยู่ได้ดี คงเป็นการช่วย ให้ผู้เรียนเป็นนักเรียนรู้ ทั้งกระหายหิวต่อเรียนรู้ตลอดชีวิต อาจจะเริ่มจากไม่ต้องสอน แต่เป็น Mentor เป็นนิทรรศการ ให้ผู้เรียนให้กระหายต่อการกระโจนเข้าสู่ปัญหา กล้าเผชิญ หน้ากับปัญหาที่ประเดประดังมาอย่างอาจหาญ ให้เป็นนัก ตั้งคำถาม เป็นผู้ช่างสังเกตช่างสงสัยต่อทุกสิ่ง ให้เป็นนักเก็บ ข้อมูลการ จากการค้น ถาม หรือการลงมือทำแล้วนำมาคิด ใคร่ครวญพินิจพิจารณา จนสร้างข้อสรุปของตัวเองขึ้นมาได้ ให้นำข้อสรุปนั้นไปพิสูจน์โดยการนำไปใช้ ใช้ได้เก็บเข้าคลัง จดจำระยะยาว ใช้ไม่ได้ก็ลบทิ้ง ครูไม่รู้หรอกว่า วิธีการเรียนในแบบที่เรากำลังทำ กันอยู่นี้ จะสามารถสร้างควาเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง … แต่ครูก็หวังว่ามันอาจส่งผลให้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นใด้ ๑๕ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
ภายในจิตใจของนักเรียน “เพราะสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่นั้น มันมีความหมายกับครูมาก ๆ” เราได้ลงพื้นที่ด้วยกัน เดินไปด้วยกัน เจอกับคนเฒ่า คนแก่ที่บางคนปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรก แต่เราก็ตะล่อมถาม จนได้ เจอกับคนแก่ที่หูไม่ค่อยดีต้องตะโกนถามเสียงดังๆ กว่าจะได้คำตอบ เจอกับคนแก่อารมณ์ดีสร้างรอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะให้กับพวกเราได้ เจอกับเสียงแทรกของรถขายของบ้าง ชาวบ้าน 1 ชาวบ้าน 2 บ้าง ทำให้ต้องมานั่ง ปวดหัวกับการแกะเทปสัมภาษณ์ จนบางครั้งก็ฟังไม่รู้เรื่อง ต้องตัดทิ้งไป เจอคนแก่ที่มีอดีตผูกพันกับชุมชุนมาอย่าง ยาวนาน พูดไปร้องไห้ไปก็มี ครูเชื่อว่าบรรยากาศเหล่านี้ จะหล่อหลอมให้พวกเรา เกิดความรักในท้องถิ่น เห็นความ สำคัญของประวัติศาสตร์ของชุมชน ครูเชื่อนะว่า คนที่ได้ลงมือทำงานกับครูแบบจริงจัง คนที่ได้ลองพูดคุยสัมภาษณ์กับกลุ่มตัวอย่าง คนที่ได้ถอดเทป ได้แกะคำพูด ได้ฝึกเขียนและพิมพ์ คนที่คิดและ วางแผนการทำงาน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง จากสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์สุดท้าย ครูเชื่อในตัวของ นักเรียน เหมือนกับที่ครูเชื่อว่าการเรียนรู้ คือกระบวนการที่ สามารถพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ได้ ขอให้สู้และเรียนรู้ พร้อม ๆ กันอีกครั้งนะครับ ด้วยฮัก ครูประจำรายวิชาประวัติศาสตร์ไทย โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๑๖
๑๗ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
จดหมาย ถึงครู ... โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๑๘
๑๙ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“ตั้งแต่เริ่มต้นที่ครูอาร์มพาลงพื้นที่ ตอนนั้นสนุกมาก ได้เรียนรูปแบบใหม่ ได้ลงพื้นที่ไปคุยกับชาวบ้าน ถามความเป็นมา มันทำให้รู้ว่าการเรียนก็ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน และมาตอนแกะเทป หนูฟังบางบ้านแทบไม่รู้เรื่อง ต้องให้ครูและเพื่อนช่วยฟัง ตอนรวบรวมข้อมูล รู้ได้เลยว่าทำไมครูอาร์มถึงอยากสอนคำแก้วศึกษา เพราะในแต่ละหมู่บ้านก็มีของเป็นเอกลักษณ์แต่ละบ้าน ได้รู้การใช้ชีวิตแต่ก่อนก็รู้สึกสงสาร ทั้งหนีน้ำท่วม ไปหาที่อยู่ใหม่ ต้องถางป่าออก กว่าจะเป็นบ้านได้ ผ่านความลำบากมาเยอะ บางหมู่บ้านก็ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างเป็นอันหนึ่งอันเดียว การอยู่ การกิน บุญสมัยก่อน... หมักเหล้าไว้ถึงเวลาก็มาแบ่งกันกิน หาปูหาปลา มาทำอาหาร ที่ได้ลงพื้นที่ไป มีทั้งความสุขเศร้า ทุกข์เหนื่อย แต่ทั้งหมดก็อยากจะขอบคุณครูอาร์ม ที่สอนให้รู้จักทำงานเป็น…” - ศิริพร วาธิคุณ - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๒๐
๒๑ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“ตอนแรกที่ครูบอกว่าจะทำงานนี้ ยอมรับว่าหนูปฏิเสธตัวเอง และบอกตัวเองว่าเราคงทำไม่ได้ เพราะหนูเองก็ไม่ได้กล้าเข้าหาคนที่เราไม่รู้จัก ในการลงพื้นที่ครั้งแรก ทั้งเกร็ง ทั้งตื่นเต้น หลังๆเริ่มดีขึ้น การลงพื้นที่ทุกครั้ง รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้ทำ ในวันที่ลงพื้นที่อาจมีความผิดพลาดบ้างเล็กน้อย แต่เราทุกคนก็ผ่านมันมาได้ด้วยกัน ว่าด้วยเรื่องแกะเทปสัมภาษณ์ ขออนุญาตกล่าวถึงคุณตาที่ท่าเรือนะคะ นั่งแกะทั้งวันกับ มันมะพร้าวบ่ครับมันพร้าว จนแม่เดินมาถามว่าอยากกินมันพร้าวเบาะ คือเปิดฟังแต่ตรงนี้สุดท้ายก็แกะจนเสร็จ การลงพื้นที่ในภาคเรียนนี้ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีการวางแผนก่อนลงมือทำ ในโอกาสนี้หนูก็ขอขอบคุณที่ครูมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับห้อง ม. 4 ได้ลงมือทำงานครั้งนี้นะคะ และอยากจะขอโทษที่บางครั้งพวกหนูดื้อไม่ฟังพูดมากเกินไป การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ภูมิใจมาก ๆ ค่ะ สนุกสนานมากค่ะ” - พิชญาภรณ์อุตมานะ - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๒๒
๒๓ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“อันดับแรกอยากจะขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับโอกาสในครั้งนี้ทำให้พวกเรามีความสามัคคีมากขึ้น ถึงบางครั้งอาจจะทะเลาะกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่เราก็สามารถผ่านมันมาได้การลงพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้พวก เราเกิดความเข้าใจสภาพแวดล้อมต่างๆของชุมชน ได้รู้ถึงความเป็นอยู่ใช้ชีวิตได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน จากการลงพื้นที่ในครั้งแรกถึงปัจจุบัน มันทำให้รู้ ถึงความพยายามที่เรามีความอดทนในทุกปัญหา อาจมีบางครั้งที่ใจมันท้อแท้มันเหนื่อย มันล้า ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองในใจว่าสิ่งที่เราทำมันออกมาดีได้แค่นี้หรอ รู้สึกว่างานมันควรจะออกมาดีกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ในทุกครั้งที่เราได้ลงพื้นที่มันสนุกกับการที่ได้ทำงานแบบนี้มากกว่า บางหมู่บ้านผู้เฒ่าผู้แก่ก็ชมว่า ดีจังที่ครูพามาทำแบบนี้ ให้นักเรียนได้รู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง บางคนให้พรด้วยซ้ำ 555 นี่ก็พนมมือขึ้นอย่างไว หนูเชื่อว่าสิ่งที่ครูมอบให้พวกเราทำ มันจะไม่เสียเวลาเปล่าแน่นอน ความรู้และประสบการณ์ในครั้งนี้มันมากพอสมควร จากประสบการณ์ในการทำงานแต่วันแรกเห็นได้ชัดว่า พวกเรามีการพัฒนาศักยภาพตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ได้ลงมือทำนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจ ในหลายหลายเรื่องเหมือนกัน งานอาจจะไม่ออกมาดี เท่าที่ครูตั้งเป้าหมายไว้แต่สิ่งที่ครูทำสำเร็จ อาจจะเป็นสิ่งที่พวกเราได้ความรู้จากประสบการณ์ ในการทำงานในครั้งนี้มากกว่า...” - ฟ้าใส สืบสนธิ์ - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๒๔
๒๕ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“หนูรู้สึกว่ามันเป็นการเรียนรู้ที่สนุกมาก ๆ หนูเคยถาม ความรู้สึกของเพื่อนว่า ได้เรียนแบบนี้รู้สึกอย่างไร? ความรู้สึกของเพื่อน ๆ ทุกคนตอบ มาเป็นเสียงเดียวกันว่า สนุก เป็นการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ และได้ลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ มีงานเป็นชิ้นเป็นอัน ได้เที่ยว และได้เรียนรู้ไปในตัว เราไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยกับงานที่ทำเลย เราสนุก เราได้ความรู้และได้ทำงาน เราต้องขอบคุณครูอาร์มมาก ๆ นะคะ ที่ทำให้อะไรมันเปลี่ยนแปลงและแปลกใหม่ เรารู้สึก สนุกทุกครั้งที่เราได้อะไรจากครู ขอบคุณที่ทำให้พวกเราได้ได้ขนาดนี้ค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ❤ (คิมิโนโต๊ะ)” - ศุภณัฐรูปคม - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๒๖
๒๗ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“ความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่จับกลุ่มคุยกัน ยังไม่รู้ไม่ทราบว่า คืองานอะไร ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เริ่มจากไหน แต่ก็เริ่มสนใจจากคำที่ครูบอกว่าเริ่มจับกลุ่ม แยกบ้าน แบ่ง งาน ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายดนตรี ตัดต่อ ถ่ายภาพ ออกแบบภาพวาด และครูจะพาพวกเราลงพื้นที่ ในใจตอนนั้นคือรู้สึกว่าต้องเหนื่อยแน่ เพราะต้องลงสำรวจหมู่บ้านทั้ง 13 หมู่บ้าน การไปสอบถามคนเฒ่าคนแก่จะเป็นยังไงสำเร็จมั๊ย แต่พอได้ลงพื้นที่จริง กลับรู้สึกว่าสนุก เกิดประสบการณ์ ความกล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าคิด กล้าถามในสิ่งที่ ไม่เคยรู้มาก่อน แต่ทุกอย่างก็มาพร้อมทั้งความเหนื่อย และยังเป็นความเหนื่อยที่ท้าทาย หนูรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไม่สูญเปล่าจริงๆ ดีกว่าที่จะมานั่งเรียนในห้องสี่เหลี่ยมไปวัน ๆ ความรู้ที่ได้นำมาต่อยอดได้ตั้งหลายอย่าง การทำเหล้า น้ำเมา สาโท ที่มีมาแต่อดีตของชาวบ้าน… รวมไปถึงการทำการย้อมผ้าจากสีเสียด ... นำเข้าร่วมงานต้อนรับท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการได้ และเรายังส่งต่อเล่าประสบการณ์เรื่องราว ให้หลายหลายคนได้ฟังอีกด้วย ดีใจมาก ๆเลยค่ะ ขอบคุณครูอาร์มนะคะที่ช่วยเหลือ คอยซัพพอร์ตในทุก ๆเรื่อง ... ” - ธิติมา วงค์คะสุ่ม - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๒๘
๒๙ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“หนูดีใจมากค่ะที่ได้ทำงานร่วมกับครู ถึงจะเหนื่อยในการเดิน พูดคุยกับคนเฒ่าคนแก่บ้าง แต่หนูคิดว่ามันสนุกมากค่ะ ได้ความรู้แต่ละหมู่บ้านและความเป็นมาของหมู่บ้าน และหนูก็ดีใจที่มีครูคอยช่วยเหลือนักเรียนเวลาที่มีปัญหา ครูเป็นครูที่ใจดีมากค่ะ และอารมณ์สนุกสนานพานักเรียนยิ้มได้... สำหรับการเดินทางถึงเดินทางอย่างยากในบางครั้ง แต่ก็ไม่ เป็นไรค่ะเพราะครูเป็นคนที่ทำให้หนูรู้สึกว่า การเรียนวิชาประวัติฯ มันไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และสุดท้ายหนูอยากจะบอกครูว่า ขอบคุณที่เข้ามาในโรงเรียนโนนคำ เพื่อเปลี่ยนโรงเรียนที่เล็กให้ไปโรงเรียนที่ใหญ่และน่าอยู่ขึ้น ขอบคุณครูทุกคนที่พาเดินทางครั้งนี้ค่ะ” # อย่าพึ่งย้ายไปโรงเรียนอื่นนะคะ ❤ - พนิดา นามมนตรี - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๓๐
๓๑ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“สำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันสนุก และได้กล้าพูดกล้าทำมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จากที่ไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้มาก่อน สัปดาห์แรกที่ได้ลงพื้นที่ยังก่ำก้ำกึ่งกึ่ง ยังทำอะไรไม่เป็นเพราะไม่เคยทำ พอได้ทำแล้วมันทั้งสนุก และได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่เราไม่เคยรู้ จนเรากล้าทำกล้าพูดโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่พอรู้ตัวอีกทีเราก็เป็นคนที่กล้าแสดงออก แล้วการลงพื้นที่ ทำให้เราได้ร่วมมือกัน ทำงานกันเป็นทีมความสามัคคีและสนุกสนานกัน ถ้าสมมุติว่าไม่มีการลงพื้นที่หรือทำแบบนี้ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าแสดงออก จะกล้าพูดกล้าทำหรือเปล่า สุดท้ายอยากจะขอบคุณครูที่เลือกโรงเรียนนี้ ขอบคุณที่ครูเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายหลายอย่าง ทั้งโรงเรียนและนักเรียน ขอบคุณคุณครูจริงๆ ครับ” - เหมันต์สุระตะนัย - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๓๒
“มันสนุกดีค่ะที่เราได้ลงมือทำด้วยมือของเราเอง ได้ความรู้มากและได้รู้ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และใครเป็นคนอย่างไร เรามีความผิดพลาดหลายอย่าง ในการลงพื้นที่แต่ละครั้ง แต่เราก็นำมาพัฒนาให้ดีขึ้น จะมีปวดหัวเกี่ยวกับคลิปเสียงบ้าง อาจจะแกะไม่ได้หมด เพราะมีเสียงมารบกวน ครูเป็นครูคนแรกที่พาทำ อาจมีการดื้อบ้างเล่นบ้าง แต่พวกหนูก็ตั้งใจทำให้มันดีที่สุด” - ศริญญาขันอาสา - ๓๓ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“รู้สึกดีใจและมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกับเพื่อน ๆ และคณะครู เราได้ออกไปเรียนรู้นอกสถานที่ ได้เปิดโลกกว้างและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ในโรงเรียนไม่มี ได้พบเจอผู้คนหลายประเภท ทั้งพูดจาดีและไม่ดี แล้วรู้สึกว่าเราไปกันแบบครอบครัว มีความสนุกร่วมกัน ได้เห็นความสามัคคีซึ่งกันและกัน ได้ความรู้เรื่องชาวบ้านในอดีต เรื่องต้นไม้ในการใช้สีย้อมผ้า นำมาทำที่โรงเรียนเป็นแนวทางอีกด้วย” - ชัญญานุช แนบเนียน - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๓๔
“ความรู้สึกที่ได้ลงพื้นที่คือทั้งเหนื่อยและสนุก ที่ต้องออกไปสัมภาษณ์นอกสถานที่แบบนี้ มันทำให้ได้เรียนรู้มากกว่า ที่ต้องให้ครูมานั่งสอนหรือยืนสอน แบบนี้มันจะได้ความรู้มากกว่า เพราะมันได้เรียนรู้ด้วยตนเอง จึงทำให้เราสามารถกล้าพูด กล้าทำ การสัมภาษณ์ต่อหน้าคนในชุมชนทำให้เรากล้าแสดงออก และเราก็ได้ความสามัคคีกันอีกด้วย เวลาที่เราได้ไปลงพื้นที่เราได้ข้อคิดมาตั้งมากมาย ...เราได้รู้เกี่ยวกับความเป็นมาของแต่ละหมู่บ้านของคำแก้ว จึงทำให้เราได้รู้ประวัติของบ้านแต่ละบ้าน ว่ากว่าจะมาตั้งเป็นหมู่บ้านนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง และการที่เราได้ลงพื้นที่นั้นทำให้เราได้เห็นว่าผู้เฒ่าผู้แก่ท่าน น่ารักขนาดไหนจึงทำให้พวกเรามีความสุขไปกับท่านด้วย” - ปภัสสร ตุ้ยศักดา - ๓๕ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“หนูมีความสุขที่ได้เรียนกับครูและสนุกสนาน มีความสุขมาก ๆได้ทำอะไรหลากหลายอย่าง ได้ประสบการณ์ได้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ได้ร่วมกิจกรรมมากมาย มีความสุขมากค่ะ ที่ได้เรียนกับครู ได้ออกข้างนอกไปหาความรู้ต่างหมู่บ้าน หาประสบการณ์และเห็นความร่วมมือกันทุกคน ความสามัคคีความร่วมมือทุกคน หนูรักคุณนะคะมีความสุขมากที่ได้เรียนกับครูรักครูค้า ❤ ” - ธีรภัทร ประทุมนันท์ - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๓๖
๓๗ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“จากการที่ได้ลงพื้นที่หัวข้อคำแก้วศึกษา พวกหนูไม่เคยรู้ประวัติความเป็นมา ของแต่ละหมู่บ้านมาก่อน แต่เมื่อครูพาลงสำรวจพื้นที่หนูเห็นถึงความใจจริงของครู ที่อยากจะพาพวกหนูลงมือปฏิบัติ อาจจะไม่สนใจบ้าง ไม่ตั้งใจทำบ้างแต่เมื่อลองดูดีๆ ครูมีแต่สิ่งที่อยากจะให้ศึกษา หนูเรียนโนนคำมา 4 ปีไม่เคยมีครูคนไหน พาลองทำอะไรใหม่ๆ มีแต่ครูที่คิดค้นให้พวกหนูทำ หนูรู้สึกดีใจและปลื้มกับการสำรวจพื้นที่ ครูทุ่มเทมากเพื่อที่จะให้ทุกอย่างออกมาดี หนูเชื่อว่าสักวันสิ่งที่ครูพาทำในอนาคต อาจจะทำให้คนรุ่นใหม่อยากจะศึกษา หรืออยากรู้อยากทราบ บางคนอาจจะมองว่ามันไร้สาระ บางคนอาจจะรำคาญกับการถามนู่นนี่ แต่สำหรับหนูสนุกและมีความสุขกับการทำงาน แบบนี้หนูไม่รู้จะเขียน อะไรให้ครูเข้าถึงความในใจของหนู หนูต้องขอบคุณครูที่พาเรียนรู้สิ่งใหม่ใหม่ และสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนหนูสัญญาว่าต่อไป ครูพาทำอะไรก็จะตั้งใจอย่างที่สุด ” - สิริรัตน์งอยจักร - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๓๘
๓๙ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“เรียนรู้ในการเรียนมีประสบการณ์ที่ดี สามารถนำไปต่อยอดได้ สนุกกับการเรียนบ้างท้อบ้างเหนื่อยบ้าง แต่ก็ถือว่าสนุกที่จะได้ทำ เป็นการเรียนรู้แบบใหม่ที่ต้องใช้ความร่วมมือ และความสามัคคีในการร่วมใจกันทำ มีระบบในการแบ่งหน้าที่ ได้ประสบการณ์ในการทำงาน แม้ว่าจะเสียเงินค่าปริ้นเยอะไปหน่อย แหะ แต่เราก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ใหม่จากครูมากมายหลากหลาย มีทั้งการใช้ความคิด การลงมือทำ และการวิเคราะห์งาน ถือเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เพราะไม่ค่อยได้เรียนรู้ แบบที่ครูสอนมากเท่าไหร่ ครูเป็นคนที่สอนบางครั้งก็สนุก สอนไม่ค่อยเหมือนใคร ถือว่าเป็นประสบการณ์ประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่นักเรียน ในการเรียนและทำงาน ❤ (ปล.เขียนผิดขออภัยด้วย) ถึง..จะเล่นในเวลาทำงานไปบ้าง... แต่ก็พยายามจะตั้งใจให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอบคุณครับ” - สุรีรัตน์สุพมูล - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๔๐
“ส่วนตัวก็รู้สึกว่าเอออาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง สำหรับผมถึงแม้ในบางครั้งผมอาจขี้เกียจไป หรือไม่กล้าทำแต่พอได้ทำจริง ๆ นั้น ก็เป็นประสบการณ์ประสบการณ์ที่ดี ที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน และการที่ได้ทำงานร่วมกับคนอื่นหรือเพื่อน ก็ทำให้ผมนั้นมีความสุขอยู่บ้าง บางทีอาจเป็นประสบการณ์อีกแบบเลยก็ว่าได้ ถึงแม้อาจไม่ได้ลงพื้นที่อีกหนึ่งที่แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะแค่นี้ก็ทำให้ผมนั้นสนุกมากแล้ว แค่นี้แหละความในใจพอดีคิดได้แค่นี้แหละครับ 55555” - ภูผา มะปราง - ๔๑ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
“รู้สึกสนุก ได้เรียนรู้หลาย ๆอย่างไปพร้อมกับทุกคน ได้รู้วิถีชาวบ้าน ได้เข้าใจหลาย ๆ อย่าง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มีความเปลี่ยนแปลงตัวเองรู้สึกกล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าถาม มีความสุขเวลาถามคนแก่ มีรอยยิ้มเวลาพูดกับคนแก่ โคตรสนุกเลยครับเวลาลงพื้นที่กับเพื่อน ๆ กับคุณครู ได้เรียนรู้เรื่องราวก่อนที่จะมาตั้งหมู่บ้านนั้น ๆ ผมรู้สึกโคตรดีใจที่ได้ลงพื้นที่ต่างๆ ผมบอกเลยครับการศึกษานอกพื้นที่โคตรสนุกมาก ๆ ครับ ผมขอบคุณครูมากเลยนะครับ ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย” - ธวัชชัย กองอุดม - โรงเรียนโนนคําพิทยาคม ๔๒
“รู้สึกสนุกสนานเวลาได้ออกไปลงพื้นที่กับครูและเพื่อน ๆ ได้ความรู้ความกล้าที่จะถามผู้เฒ่าผู้แก่ ค้นคว้าหาความรู้มีประสบการณ์จากการทำงาน ได้รู้จักอะไรหลาย ๆอย่างที่เราไม่เคยเห็นและไม่รู้มาก่อน รู้ที่มาที่ไปแต่ละหมู่บ้านมีความเป็นมายังไงใครเป็นผู้ก่อตั้ง ได้ประสบการณ์ทำงานร่วมกันแบ่งหน้าที่กันทำ ได้ข้อคิดที่ว่า ความรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน” - ศราวุธ มูลตรี- ๔๓ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม