The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนง32101 13มิยล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wachirawit.yt, 2022-09-08 10:59:26

แผนง32101 13มิยล่าสุด

แผนง32101 13มิยล่าสุด

แผนการจดั การเรยี นรู้ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รายวิชา การงานอาชพี 3 รหสั วิชา ง32101
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5

นางวชิราภรณ์ ศรีพงษ์
ครูชานาญการพเิ ศษ

กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
โรงเรยี นสตรศี กึ ษา อาเภอเมอื ง จังหวดั รอ้ ยเอ็ด
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษารอ้ ยเอ็ด

คานา

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2561 เพ่ือมุ่งพัฒนาผู้เรียน
ให้มีความรู้ คุณธรรม ทักษะพื้นฐานที่จาเป็นในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพได้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้
และพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มศกั ยภาพ

ดังน้ันสถานศึกษาต้องจัดการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้
กระบวนการคิด โดยผู้สอนจะตอ้ งเปลี่ยนบทบาทเปน็ ผู้จดั บรรยากาศเชิงบวก สร้างแรงจงู ใจให้ผู้เรียนต้องการเรียนรู้ ฝึก
ใหผ้ ้เู รียนคดิ วิเคราะห์ ลงมอื ปฏบิ ตั ิและสรุปเปน็ ความรฝู้ ังแน่น ซ่ึงเป็นองค์ความรู้ท่ีเกิดจากประสบการณข์ องตนเอง แล้ว
นาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

ครูผู้สอน ตระหนักถึงความสาคญั ของการจดั การเรยี นรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2561 จึงไดจ้ ัดทาแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงท่ีประกอบด้วย

1. แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายชว่ั โมงท่ีเน้นการคดิ วเิ คราะห์ เสริมสร้างคุณธรรม จรยิ ธรรมและคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์

2. กิจกรรมการเรยี นรู้ทพ่ี ฒั นาศักยภาพสมอง สรา้ งเสริมสมรรถนะสาคญั 5 ดา้ นของผู้เรยี นและฝึกใหผ้ ู้เรียน
สรปุ ความรูห้ ลังการเรียนการสอน

3. ชิ้นงาน
4. แบบทดสอบหลงั เรียน
5. การประเมนิ คณุ ภาพโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนตามสภาพจริง
6. แบบสังเกตพฤติกรรม

6.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
6.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่

หวังเป็นอย่างยิ่งวา่ แผนการจัดการเรียนรู้น้จี ะเปน็ ประโยชน์แก่ผ้สู อนในการจดั การเรียนรู้และประเมินผลตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2561

สารบัญ

หลักสตู รแกนกลางกลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
ตารางวิเคราะหห์ น่วยการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
คาอธบิ ายรายวชิ า
โครงสร้างการจดั การเรยี นรู้
ตวั ช้วี ัดรายวชิ าการงานอาชีพ3
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 การเรยี นรกู้ ระบวนการทางานและกระบวนการแกป้ ญั หา
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทางานและกระบวนการแกป้ ัญหา
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 การแกป้ ัญหาในการทางานด้วยวงจร PDCA
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 บทบาทและหนา้ ท่ีของตนเองท่ีมตี ่อสมาชิกในครอบครวั โรงเรียนและชมุ ชน
แบบบนั ทกึ สรุปผลการเรยี นรู้สาหรับผเู้ รียน
ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ การปฏิบัตงิ านต่าง ๆ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางานและทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 งานชา่ ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 การใชเ้ คร่อื งมือชา่ งอย่างปลอดภัย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 การใช้เครอ่ื งมือชา่ งอย่างปลอดภยั
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 การซ่อมแซมและติดตัง้ เครือ่ งใช้ภายในบา้ น
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 การซอ่ มแซมและติดตงั้ เครอื่ งใชภ้ ายในบ้าน
ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินการปฏิบตั งิ านต่าง ๆ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางานและทักษะกระบวนการแก้ปัญหา
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
แบบทดสอบก่อนเรียน
แบบทดสอบหลังเรียน

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เร่ือง เสือ้ ผา้ และเครอื่ งแต่งกาย
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 การเลอื กใชแ้ ละการเลือกซื้อเสอ้ื ผ้าและเคร่ืองแตง่ กาย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9 การซ่อมแซม ตกแตง่ ดดั แปลง ตัดเย็บเส้ือผ้าและของใชภ้ ายในบ้าน
ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ การปฏิบตั ิงานต่าง ๆ โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางานและทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
แบบทดสอบหลังเรียน

หลักสูตรฯ กล่มุ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี

กล่มุ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี เป็นกลุ่มสาระทช่ี ว่ ยพัฒนาผ้เู รยี นให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ มีทกั ษะพืน้ ฐาน
ทจ่ี าเปน็ ตอ่ การดารงชีวติ รเู้ ท่าทันการเปล่ียนแปลง สามารถนาความรู้เก่ียวกับการดารงชวี ิตและการอาชพี มาประยุกต์ใช้
ในการทางานได้อย่างสร้างสรรค์ เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทางาน มีเจตคติท่ีดีต่อการทางาน สามารถ
ดารงชวี ติ อยใู่ นสงั คมได้อย่างพอเพยี งและมีความสขุ

โดยมงุ่ เนน้ การพฒั นาผเู้ รียนแบบองคร์ วม เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความสามารถ มีทกั ษะในการทางาน เหน็ แนวทาง
ในการประกอบอาชพี และการศึกษาต่อได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ซึ่งไดก้ าหนดสาระการเรียนรู้ออกเปน็ 2 สาระ ดังตอ่ ไปน้ี

ตัวชวี้ ัดและสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

สาระที่ 1 การดารงชีวิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางานมคี วามคิดสร้างสรรคม์ ีทักษะกระบวนการทางานทักษะการจัดการทักษะกระบวนการ
แก้ปัญหาทักษะการทางานร่วมกันและทักษะการแสวงหาความรู้มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทางานมีจิตสานึกใน
การใช้พลังงานทรัพยากรและส่งิ แวดล้อมเพื่อการดารงชีวติ และครอบครวั

ชนั้ ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.4-6 1. อธิบายวธิ ีการทางานเพื่อการดารงชวี ติ วธิ ีการทางานเพือ่ การดารงชวี ติ เปน็ การทางานท่ีจาเป็นเก่ียวกบั
2. สรา้ งผลงานอยา่ งมีความคดิ สรา้ งสรรค์ ความเป็นอย่ใู นชีวิตประจาวัน เชน่
และมที ักษะการทางานรว่ มกัน
3. มที ักษะการจดั การในการทางาน - การเลอื กใช้ดแู ลรักษาเส้อื ผา้ และเคร่อื งแตง่ กาย
4. มีทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หาในการทางาน
5. มีทักษะในการแสวงหาความรู้  ความคิดสร้างสรรคม์ ี 4 ลักษณะ ประกอบด้วยความคิดรเิ รม่ิ
เพอ่ื การดารงชวี ติ ความคล่องในการคดิ ความยดื หยนุ่ ในการคิด และความคดิ
6.มีคณุ ธรรมและลักษณะนสิ ัยในการทางาน ละเอยี ดลออ
7. ใช้พลังงานทรพั ยากรในการทางานอยา่ งค้มุ คา่
และย่งั ยืนเพ่ือการอนุรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม  ทักษะการทางานร่วมกัน เป็นการทางานกลุม่ ทางานรว่ มกับผู้อื่น
ไดอ้ ย่างมคี วามสุข ทางานอยา่ งมีกระบวนการ ตามขั้นตอน และ
ฝกึ หลักการทางานกลุ่ม เชน่

- การประดิษฐข์ องใช้ทเี่ ปน็ เอกลกั ษณไ์ ทย
- หนา้ ท่ีและบทบาทของตนเองท่ีมตี อ่ สมาชกิ ในครอบครวั

โรงเรียน และชมุ ชน

 ทักษะการจดั การ เป็นการจดั ระบบงาน ระบบคน เพ่อื ให้การ
ทางานสาเรจ็ ตามเปา้ หมายอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ เชน่

- การดแู ลรกั ษาทาความสะอาดจดั ตกแตง่ บ้านและโรงเรยี น
- การปลกู พืชขยายพนั ธ์พุ ืชหรือเลย้ี งสตั ว์
- การบารงุ เก็บรกั ษาเครื่องใชไ้ ฟฟ้าและอปุ กรณอ์ านวยความสะดวก

ในชีวิตประจาวัน
- การดาเนินการทางธรุ กจิ

 ทักษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทางาน มีขัน้ ตอน คือ การ
สงั เกต วิเคราะห์ สร้างทางเลือก และประเมินทางเลือกเชน่

- การตดั เยบ็ และดัดแปลงเสื้อผ้า
- การเกบ็ ถนอมและแปรรูปอาหาร
- การตดิ ต้ังประกอบซอ่ มแซมอุปกรณเ์ คร่ืองมอื เครือ่ งใช้
สง่ิ อานวยความสะดวกในบ้านและโรงเรยี น

ชัน้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

 ทกั ษะการแสวงหาความรูเ้ พอื่ การดารงชวี ิต ประกอบดว้ ย
การศึกษา ค้นควา้ รวบรวม สงั เกต สารวจ และบนั ทึก เชน่

- การดแู ลรักษาบ้าน
- การเล้ียงสตั ว์

 คุณธรรมและลักษณะนสิ ยั ในงานทางาน เป็นการสรา้ งคุณงาม
ความดี และควรฝกึ ให้ผเู้ รียนมคี ณุ ภาพทีส่ าคัญๆ เชน่ ขยนั
อดทน รับผิดชอบ และซอื่ สตั ย์

 การใช้พลงั งาน ทรัพยากรอยา่ งคุ้มคา่ และยั่งยืน เป็นคณุ ธรรมใน
การทางาน

สาระที่ 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจมที ักษะทจ่ี าเปน็ มีประสบการณ์เห็นแนวทางในงานอาชีพใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื พัฒนาอาชพี มี
คณุ ธรรม และมีเจตคติท่ีดีตอ่ อาชพี

ชั้น ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.4-6 1. อภิปรายแนวทางเขา้ สทู่ ส่ี นใจ  แนวทางเขา้ ส่อู าชพี
2. เลอื กและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมกบั อาชพี - เตรยี มตัวหางานและพฒั นาบุคลิกภาพ
3. มปี ระสบการณใ์ นอาชพี ทีถ่ นดั และสนใจ - ลกั ษณะความมนั่ คงและความกา้ วหนา้
4. มีคณุ ลกั ษณะท่ีดตี อ่ อาชีพ - การสมคั รงาน
- การสัมภาษณ์
- การทางาน
- การเปลย่ี นงาน

 การเลือกและใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมกับอาชีพ
- วิธีการ
- หลักการ
- เหตุผล

 ประสบการณ์ในอาชพี
- การจาลองอาชพี
- กจิ กรรมอาชพี

 คุณลักษณะทด่ี ีตอ่ อาชีพ
- คุณธรรม
- จริยธรรม
- คา่ นิยม

มาตรฐานการเรยี นรชู้ ่วงชัน้ ที่ 5 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5

สาระที่ 1 : การดารงชีวติ และครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 : เขา้ ใจ มคี วามคิดสร้างสรรค์ มที ักษะ มีคณุ ธรรม มีจิตสานึกในการใชพ้ ลังงาน ทรัพยากร

และสงิ่ แวดลอ้ มในการทางาน เพ่ือการดารงชวี ติ และครอบครัวที่เกี่ยวข้องกบั งานบ้าน
งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกจิ
มาตรฐาน ง 1.2 : มที กั ษะ กระบวนการทางาน และการจดั การ การทางานเป็นกลมุ่ การแสวงหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาในการทางาน รกั การทางาน และมีเจตคติที่ดตี อ่ งาน

ตารางวเิ คราะหห์ นว่ ยการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

หนว่ ยการเรียนรู้ สาระที่ 1

1. หลกั การทางานเพื่อการดารงชวี ิต มาตรฐาน ง 1.1 มาตรฐาน ง 1.2
2. งานชา่ งในบ้าน  
3. เสอ้ื ผา้ และเครื่องแต่งกาย  
 

รหสั วชิ า ง32101 คาอธิบายรายวชิ า ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
จานวน 0.5 หน่วยกติ รายวิชาการงานอาชีพ3 เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
เวลา 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์

ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทักษะกระบวนการทางาน กระบวนการแก้ปัญหา หนา้ ทแี่ ละบทบาทของตนเองทมี่ ีตอ่ สมาชกิ
ในครอบครัว โรงเรียนและชมุ ชน หลักการเลือกใช้ ดแู ลรักษาเสอ้ื ผ้าและเคร่ืองแตง่ กาย การปลกู พืช การขยายพันธ์ุพืช
หรือการเลยี้ งสตั ว์ การติดตั้ง ประกอบ ซ่อมแซมอปุ กรณ์เคร่ืองใชส้ ิ่งอานวยความสะดวก ในชีวติ ประจาวนั

ศึกษาวิเคราะห์ ใช้อุปกรณ์เครื่องมือเหมาะสมกับลักษณะ และประเภทของการทางาน มคี วามคิดสรา้ งสรรค์
การทางานแนวทางในการประกอบอาชีพ มีประสบการณ์ในอาชพี ที่ถนัดและสนใจ เลือกและใช้เทคโนโลยีใหเ้ หมาะสม
กบั อาชีพ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ มท่ีดีต่อการประกอบอาชีพ

โดยใช้กระบวนการทางาน กระบวนการจดั การ กระบวนการทางานร่วมกนั กระบวนการแก้ปญั หา ในการ
ทางานดว้ ยกระบวนการ PDCA การลงมือปฏบิ ัติจรงิ การจัดการอยา่ งเป็นระบบ การแก้ปัญหาในการทางาน การ
แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การทางานกลมุ่ เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนาเสนอสอ่ื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ แกไ้ ขปญั หาอปุ สรรคตา่ ง ๆ เหน็ คณุ ค่าของการนาความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจาวัน เพื่อการ
ดารงชีวติ และครอบครวั มคี ุณธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน ใฝเ่ รียนรอู้ ยู่อยา่ งพอเพยี ง รักความเป็นไทย มจี ิต
สาธารณะ ใช้พลังงาน ทรพั ยากรในการทางานอยา่ งคุ้มคา่ และยง่ั ยืนเพื่อการอนรุ ักษ์สงิ่ แวดล้อม

โครงการจัดการเรยี นรู้

รายวิชาการงานอาชีพ3 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5

หน่วยท่ี ช่วั โมงท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั คุณลกั ษณะ
1 1-6 อนั พงึ ประสงค์
หลกั การทางานเพ่ือการดารงชวี ิต 1.อธิบายทักษะ
2 7-13 -รกั ชาติศาสน์
1. ทักษะกระบวนการทางาน กระบวนการ กระบวนการทางาน กษัตรยิ ์
-ใฝ่เรียนรู้
แกป้ ญั หา หลักการทางานเพ่ือการ -ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
-มงุ่ มัน่ ในการ
2. การแกป้ ญั หาในการทางานด้วยวงจร ดารงชีวิตและกระบวนการ ทางาน
-มีวนิ ยั
PDCA แกป้ ัญหาไดอ้ ย่างถูกต้อง -มีจติ สาธารณะ
-อยู่อยา่ งพอเพียง
3. การแก้ปญั หาในการทางานด้วย 2.อธิบายการแกป้ ัญหาใน -มีความกตัญญู
-รักความเป็นไทย
กิจกรรม 5 ส การทางานด้วยวงจร PDCA -รรู้ ักสามคั คี

4. บทบาทหนา้ ทีข่ องตนเองท่ีมตี ่อสมาชกิ และสามารถนาไปปฏิบัติ

ในครอบครวั ได้อย่างถกู ต้อง

3.อธิบายความหมาย

ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั หลกั การ

ของกจิ กรรม 5 ส และ

ปฏิบตั ิได้อย่างถูกตอ้ ง

4.อธบิ ายบทบาทหน้าทข่ี อง

ตนเองท่ีมตี ่อสมาชิกใน

ครอบครัว โรงเรียนและ

ชุมชนไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง

งานชา่ งในบ้าน 1.ซอ่ มแซมและติดตัง้

1. การซ่อมแซมและตดิ ตง้ั อุปกรณ์ อปุ กรณ์เคร่อื งใช้ภายใน

เครื่องใชภ้ ายในบ้าน บ้านไดอ้ ย่างถูกต้อง

3 14-18 เสอ้ื ผ้าและเคร่ืองแตง่ กาย 1.อธิบายหลกั การเลือกใช้

1. การเลอื กใช้และเลอื กซ้ือเส้ือผา้ และ เลอื กซ้ือเสื้อผ้าและเคร่ือง

เครอ่ื งแตง่ กาย แตง่ กายไดอ้ ย่างถูกต้อง

2. การซ่อมแซม ตกแตง่ และดัดแปลง 2.ซ่อมแซม ตกแต่งและ

เส้อื ผา้ ดัดแปลงเส้อื ผา้ ได้อยา่ ง

3. การตดั เย็บเส้ือผา้ และของใช้ภายในบ้าน ถูกต้องตามขนั้ ตอน

3.ตดั เย็บเส้ือผ้าและของใช้

ภายในบ้านทาด้วยผ้าได้

อยา่ งถูกต้อง

รายวิชาการงานอาชีพ3 รหสั วชิ า 32101 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
ตวั ชีว้ ัดรายวชิ า คะแนนท่ปี ระเมนิ

ลาดับ ัตว ี้ช ัวด
ก่อนกลางภาค
กลางภาค
ห ัลงกลางภาค
คุณ ัลกษณะ ัอนพึง
ปปรละาสยงภค์าคเรียน
รวมคะแนนท้ังหมด

1 อธบิ ายทกั ษะกระบวนการทางาน หลกั การทางาน 5 4 4 13

เพื่อการดารงชีวติ และกระบวนการแกป้ ัญหาได้

อย่างถูกต้อง

2 อธบิ ายการแก้ปญั หาในการทางานดว้ ยวงจร 54 4 13

PDCA และสามารถนาไปปฏิบตั ไิ ดอ้ ย่างถูกต้อง

3 อธิบายความหมาย ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั หลักการของ 5 4 3 12

กจิ กรรม 5 ส และปฏบิ ัติได้อยา่ งถูกต้อง

4 อธบิ ายบทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีตอ่ สมาชิกใน 4 4 3 11

ครอบครวั โรงเรียนและชุมชนได้อยา่ งถูกต้อง

5 ซอ่ มแซมและติดต้งั อุปกรณ์เครอื่ งใช้ภายในบา้ นได้ 6 4 3 13

อยา่ งถูกต้อง

6 อธบิ ายหลกั การเลือกใช้ เลือกซื้อเสื้อผา้ และเครื่อง 5 38

แตง่ กายได้อย่างถูกตอ้ ง

7 ซ่อมแซม ตกแตง่ และดัดแปลงเสอื้ ผา้ ได้อย่าง 10 10

ถูกต้องตามขัน้ ตอน

8 ตดั เย็บเสือ้ ผา้ และของใช้ภายในบ้านทาด้วยผ้าได้ 10 10

อยา่ งถูกต้องตามขัน้ ตอน

คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ 10 10

-รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ -ใฝเ่ รียนรู้

-ซอื่ สตั ย์สุจริต -มงุ่ มัน่ ในการทางาน

-มีวินยั -มจี ิตสาธารณะ

-อยอู่ ยา่ งพอเพียง -มคี วามกตญั ญู

-รกั ความเปน็ ไทย -รูร้ กั สามคั คี

รวม 25 20 25 10 20 100

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1

เรื่อง ทกั ษะกระบวนการทางานและกระบวนการแก้ปัญหา

รายวชิ า การงานอาชีพ3 รหสั วิชา ง 32101

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5

หนว่ ยการเรยี นรู้เรือ่ ง การเรียนรู้กระบวนการทางานและกระบวนการแกป้ ัญหา เวลา 2 ช่ัวโมง

............................................................................................................................. ............................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั

1.1 ตัวช้ีวดั

ง1.1 ง 1.1 ม.4-6/1 อธบิ ายวธิ กี ารทางานเพ่ือการดารงชีวิต
ง 1.1 ม.4-6/2 สรา้ งผลงานอยา่ งมีความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละมีทกั ษะการทางานร่วมกนั
ง 1.1 ม.4-6/3 มที ักษะการจดั การในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/4 มีทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/5 มที ักษะในการแสวงหาความรู้เพอ่ื การดารงชวี ิต
ง 1.1 ม.4-6/6 มคี ุณธรรมและลักษณะนิสยั ในการทางาน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายทกั ษะกระบวนการทางานและกระบวนการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2. มที ักษะในการทางาน ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หาและทักษะการแสวงหาความรู้อย่างถูกต้อง
3. นาหลกั การทางานมาประยุกต์ใช้ในการดารงชวี ติ ได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
4. มีคณุ ธรรมและมลี กั ษณะนิสยั ที่ดใี นการทางาน

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1. วธิ ีการทางานเพ่อื การดารงชวี ิต เปน็ การทางานที่มีความเก่ยี วข้องกับความเปน็ อยู่ในชีวิตประจาวัน
2. ทักษะการจัดการ เปน็ การจดั ระบบงานและระบบคน เพื่อใหก้ ารทางานสาเรจ็ ตามเป้าหมายอย่างมี

ประสิทธิภาพ
3. ทักษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทางาน มีข้นั ตอน คือ การสงั เกต วิเคราะห์ สรา้ งทางเลือกและประเมิน

ทางเลอื ก
4. ทกั ษะการแสวงหาความรเู้ พ่ือการดารงชีวติ ประกอบด้วยการศกึ ษา คน้ ควา้ รวบรวม สารวจ และบนั ทกึ
5. คณุ ธรรมและลักษณะนิสยั ในการทางานเปน็ การสร้างคณุ งามความดีและควรฝกึ ให้ผ้เู รียนมีคุณภาพทสี่ าคญั ๆ

เช่น ขยนั อดทน รับผิดชอบ ซ่ือสัตย์

3.2 สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา)

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

ในการทางานใดๆ ก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานจาเป็นต้องใช้ทักษะอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทักษะการจัดการ
ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการแสวงหาความรู้ เพ่อื ให้การทางานสาเรจ็ ลลุ ว่ งตามจดุ มงุ่ หมายท่ไี ด้วางไว้อย่าง
มีประสิทธิภาพ นอกจากน้ีผู้ปฏิบัติงานควรมีคุณธรรมและมีลักษณะนิสัยที่ดีในการทางานเพ่ือให้สามารถทางาน
ร่วมกบั ผอู้ ืน่ ไดอ้ ย่างมีความสขุ

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้นั นา
ขัน้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ

1. ครูแจง้ ชือ่ เรอ่ื งท่จี ะเรยี นรูแ้ ละผลการเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ จากน้ันใหน้ ักเรยี นแต่ละคนทาแบบทดสอบ
ก่อนเรยี นหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอื่ งหลกั การทางานเพือ่ การดารงชีวติ

2. ครตู ้ังคาถามกระตนุ้ นักเรยี นว่า “ในชีวติ ประจาวนั ของนกั เรยี นไดร้ ับมอบหมายใหท้ างานใดและมวี ิธีการ

ทางานอย่างไร” (แนวตอบนักเรียนสามารถแสดงความคดิ เห็นได้อย่างอสิ ระ)

“หากตอ้ งการทางานทไ่ี ด้รบั มอบหมายใหส้ าเรจ็ ลุล่วงอยา่ งมีประสิทธิภาพ จาเป็นตอ้ งใชท้ ักษะกระบวนการทางานใด”

(แนวตอบในการทางานจาเป็นต้องใช้ทักษะกระบวนการทางานทห่ี ลากหลาย เช่น ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการ
แก้ปัญหา ทักษะการแสวงหาความรู้ เพ่อื ใหก้ ารทางานสาเร็จลุล่วงตามจุดมุง่ หมายที่ได้วางไว้อย่างมีประสิทธภิ าพ)

3. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี น2-3 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์เก่ยี วกบั การทางานในชวี ิตประจาวันของตนเอง
ว่ามีวิธีการทางานอย่างไรให้เพ่ือฟังหน้าช้ันเรียน จากน้ันให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าเพ่ือนคน
ดงั กล่าวมกี ารทางานที่เป็นกระบวนการหรือไม่อยา่ งไร

4. ครูถามนักเรียนวา่ “นกั เรยี นคดิ ว่าการทางานมีความสาคัญตอ่ การดารงชีวิตประจาวนั ของเราหรือไม่ อย่างไร”

(แนวตอบนักเรียนสามารถแสดงความคดิ เหน็ ได้อยา่ งอิสระ)

ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา
4. ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละเทา่ ๆ กัน ใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ศกึ ษาหาความร้เู พ่มิ เตมิ ในประเด็นที่

ครูกาหนดให้ ได้แก่ ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา และหลักการทางานเพ่ือการดารงชีวิต จาก
หนังสือเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 หรอื ศกึ ษาเพ่มิ เตมิ จากอินเทอรเ์ น็ต

5. ครูให้นักเรยี นศึกษาเพ่ิมเติมเก่ยี วกับทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา และหลกั การ
ทางานเพ่อื การดารงชวี ิต จาก PowerPoint ม.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1

ขัน้ สอน
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้

1. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภปิ รายแลกเปลย่ี นความรู้ในเรอ่ื งที่ได้ศึกษามา
2. ครถู ามนกั เรียนวา่ “การวางแผนมคี วามสาคญั ต่อการทางานอยา่ งไร”

(แนวตอบการวางแผนเปน็ สิง่ ท่ีชว่ ยกาหนดทศิ ทางในการทางาน เพ่อื ใหส้ มาชิกทุกคนสามารถทางานไปในทิศทาง
เดียวกันเพ่ือทาให้การทางานสาเรจ็ ลุลว่ งไปได้อยา่ งรวดเรว็ ราบรน่ื มีคณุ ภาพ และมีประสิทธิภาพ)

“หลักการพฒั นาคณุ ภาพในการทางานสามารถนามาประยุกตใ์ ชใ้ นการทางานของนักเรียนได้อย่างไร”

(แนวตอบเป็นการนาหลักการพัฒนาในด้านตา่ ง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการทางานเพื่อให้สามารถทางานได้อย่างสร้างสรรค์

มีทัศนคติท่ีดีต่อการทางาน มีความมุ่งม่ันในการทางาน ซ่ึงจะส่งผลให้การทางานสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและมี

ประสทิ ธิภาพ)

3. ครอู ธิบายเพิม่ เติมว่า “ในการทางานต่าง ๆ ไม่วา่ จะเปน็ การทางานแบบรายบุคคลหรือการทางานแบบกล่มุ
จะต้องมีการนาทักษะในการทางานมาใช้อยู่เสมอซ่ึงทักษะที่นามาใช้จะมีความหลากหลาย เช่น ทักษะกระบวนการ
ทางาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา นอกจากนี้การทางานยังต้องรู้จักการพัฒนาตนเอง พัฒนาผลงานท่ีทาอยู่เสมอ
เพ่ือใหง้ านมีคุณภาพมากย่ิงขนึ้ ”

ข้ันที่ 4 ขยายความเข้าใจ
4. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันวางแผนการทางานตามความสนใจ 1 งาน (งานบา้ น งานประดิษฐ์ งานผา้ )

โดยนาขั้นตอนของกระบวนการทางานมาประยุกต์ใช้ ซึ่งสามารถศกึ ษาจากตวั อย่างในหนังสือเรยี น หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต จากน้ันบันทึกข้ันตอนการวางแผนการทางานลงในใบงานท่ี 1.1.1 เร่ือง ทักษะ
กระบวนการทางาน

5. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนกลุ่มละ 1 คนออกมานาเสนอผลงานใหเ้ พ่ือนชมหน้าช้นั เรยี น จากนนั้ ให้
เพ่อื นรว่ มชั้นเรยี นรว่ มกนั เสนอแนะเพม่ิ เตมิ

6. ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ วา่ “ข้นั ตอนของกระบวนการทางานมที งั้ หมด 4 ข้ันตอน ไดแ้ ก่ การวเิ คราะหง์ านการ
วางแผนปฏิบัติงาน การปฏิบัติงาน และการประเมินผลการทางาน ซ่ึงหากผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติตามขั้นตอน
ดงั กลา่ วได้ จะสง่ ผลให้การทางานสาเรจ็ ลลุ ว่ งบรรลุตามเป้าหมายและวตั ถปุ ระสงค์ท่ตี ง้ั ไว้”

ขน้ั สรปุ
ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล

1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรูเ้ รอ่ื ง ทักษะกระบวนการทางาน
2. ครตู รวจสอบความรู้ความเข้าใจของนกั เรียนจากการนาเสนอผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสรปุ ความรู้

ขั้นประเมิน
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนกั เรียน
2. ครตู รวจสอบใบงานท่ี 1.1.1 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางาน
3. ครปู ระเมนิ ผลระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การนาเสนอ
ผลงาน และการสงั เกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์

8. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วธิ วี ัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
แบบทดสอบกอ่ นเรียน ประเมินตามสภาพจริง
8.1 การประเมินก่อนเรยี น ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
- ใบงานท่ี 1.1.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1

เร่ือง หลักการทางาน

เพอื่ การดารงชีวติ

8.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั

กจิ กรรมการเรยี นรู้

1) ทกั ษะกระบวนการทางาน - ตรวจใบงานที่ 1.1.1

2) การนาเสนอผลงาน - ประเมนิ การนาเสนอผลงาน - ผลงานทน่ี าเสนอ ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
3) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล รายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
4) พฤติกรรมการทางานกลมุ่ กลมุ่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ - แบบประเมินคุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2
5) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และมุ่งม่ันในการทางาน อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์

9. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 สื่อการเรยี นรู้

1) หนังสอื เรยี น การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม.5 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรื่อง หลกั การทางานเพ่อื การดารงชวี ิต
2) ใบงานท่ี 1.1.1 เร่ือง ทักษะกระบวนการทางาน
3) PowerPoint ม.5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง หลักการทางานเพื่อการดารงชีวิต
9.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

- http://skillstoworkforaliving.blogspot.com/
- https://www.brandbuffet.in.th/2014/07/10most-important-work-skills-in2020/

ใบงานท่ี 1.1.1
เร่ือง ทักษะกระบวนการทางาน

คาชแี้ จง เลอื กวางแผนการทางาน 1 งาน ท่ีสนใจ ตามข้นั ตอนกระบวนการทางาน แล้วตอบคาถาม

กลมุ่ ของฉนั เลอื ก: ..............................................................................

วิเคราะห์งาน วางแผนปฏิบัติงาน
ข้ันที่ ............................................................................... ข้นั ท่ี ...............................................................................
1 ............................................................................... 2 ...............................................................................

............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................

ปฏบิ ตั ิงาน ประเมินผลการทางาน
ขนั้ ที่ ............................................................................... ขนั้ ท่ี ...............................................................................
3 ............................................................................... 4 ...............................................................................

............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................

หากกลุม่ ของนกั เรยี นปฏิบตั ิงานดงั กลา่ วแล้วพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น จะมแี นวทางในการแก้ปัญหานั้นอย่างไร
............................................................................................................................. .............................................................................
.................................................................................................................................................................................. ........................
.......................................................................................................... ................................................................................................
............................................................................................................................. .............................................................................

ใบงานที่ 1.1.1 เฉลย
เรอื่ ง ทักษะกระบวนการทางาน

คาชีแ้ จง เลือกวางแผนการทางาน 1 งาน ท่สี นใจ ตามข้ันตอนกระบวนการทางาน แล้วตอบคาถาม

กลุม่ ของฉนั เลือก: ทาขนมไทย เพ่อื นามาจาหนา่ ยในโรงเรียน

วเิ คราะห์งาน วางแผนปฏบิ ัติงาน
ขั้นท่ี จะเลือกทาขนมไทยชนิดใด จะมีวิธีการ หรือ ขน้ั ท่ี สมาชิกในกลุ่มแบ่งงานตามความสามารถและ
1 ข้ันตอนในการทาอย่างไร ต้องใช้วัตถุดิบชนิดใด 2 ความถนัดของแต่บุคคล เช่น ใครเป็นผู้ค้นหา

วัสดุ อุปกรณ์ใดและหาซ้ือได้จากแหล่งใด มี ข้อมูลวธิ กี าร หรอื ขั้นตอนในการทาขนม ใครเปน็ ผู้
ค่าใช้จา่ ยประมาณเท่าไร ไปเลอื กซ้ือวัตถุดบิ

ปฏบิ ัตงิ าน ประเมนิ ผลการทางาน
ขัน้ ท่ี สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนปฏิบัติตามหน้าท่ีท่ีได้รับ ข้นั ท่ี ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงานว่า
3 มอบหมายอย่างเต็มความสามารถ และควรสังเกต 4 ประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่ีวางไว้หรือไม่

ระหว่างการทางานว่าพบปัญหาหรือไม่ หากพบ มีส่ิงใดท่ีต้องแก้ไข เช่น วัตถุดิบเพียงพอหรือไม่
กบั ปญั หาใหจ้ ดบันทกึ ไว้ รสชาติเปน็ อย่างไร

หากกลุม่ ของนักเรยี นปฏบิ ตั ิงานดงั กล่าวแล้วพบว่ามีปัญหาเกดิ ขน้ึ จะมแี นวทางในการแก้ปัญหานัน้ อยา่ งไร
ควรทาความเข้าใจกับปัญหาท่ีเกิดขึ้น แล้วพิจารณาว่าปัญหาน้ันเกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด จากนั้นจึงคิดหาวิธีแก้ปัญหาอย่าง
หลากหลายและรอบคอบ โดยอาจสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต สอบถามจากผู้เช่ียวชาญ แล้วจึง
เลอื กทางเลือกที่คดิ ว่าเหมาะสมทสี่ ุดเพ่ือนามาใชใ้ นการแกป้ ญั หาดังกล่าว

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2

เร่อื ง การแกป้ ญั หาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA

รายวชิ า การงานอาชีพ3 รหสั วิชา ง 32101

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5

หนว่ ยการเรียนรู้ เร่อื ง การเรยี นรกู้ ระบวนการทางานและกระบวนการแกป้ ัญหา เวลา 2 ชัว่ โมง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

มาตรฐานการเรียนรู้
1. ตวั ชี้วดั
ง.1.1 ม.4-6/1 อธิบายวิธีการทางานเพื่อการดารงชวี ติ

ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการทางาน
ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทางาน
ม.4-6/5 มีทกั ษะในการแสวงหาความรเู้ พื่อการดารงชีวิต
ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสยั ในการทางาน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวธิ ีการแกป้ ญั หาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA ได้อย่างถูกต้อง

2. สามารถนาวิธกี ารแกป้ ัญหาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA มาปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม

3. ประยุกตใ์ ชก้ ิจกรรม 5 ส ในการทางานและการดารงชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

4. มคี ณุ ธรรมและมีลักษณะนิสยั ที่ดีในการทางาน

2. สาระสาคัญ ความคดิ รวบยอด
การทางานด้วยวงจร PDCA ซ่ึงวงจรท่ีมีคุณภาพ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องและมี

ประสิทธิภาพ เป็นการใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทางาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของงานหรือผลลัพธ์
อย่างมีประสิทธภิ าพ
3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. วิธกี ารทางานเพื่อการดารงชวี ติ เปน็ การทางานท่จี าเป็นเก่ียวกับความเป็นอยู่ในชีวติ ประจาวนั
2. ทกั ษะการจดั การ เป็นการจดั ระบบงานและระบบคน เพ่ือให้การทางานสาเรจ็ ตามเปา้ หมายอย่างมี

ประสิทธิภาพ
3. ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทางาน มีขนั้ ตอน คือ การสงั เกต วิเคราะห์ สร้างทางเลือก

และประเมนิ ทางเลือก
4. ทักษะการแสวงหาความรู้เพอ่ื การดารงชวี ิต ประกอบด้วย การศึกษา ค้นควา้ รวบรวม สังเกต

สารวจ และบนั ทกึ
5. คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทางานเป็นการสร้างคุณงามความดี และควรฝึกให้ผู้เรียนมีคณุ ภาพ

ท่สี าคญั ๆ เชน่ ขยัน อดทน รับผดิ ชอบ และซื่อสัตย์

4. สมรรถนะของผูเ้ รียน
4.1 ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการสงั เกตวิธกี ารทางานเพอ่ื การดารงชวี ติ
- ทกั ษะการสารวจค้นหา
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
- ทักษะระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
- ทักษะการสรุปลงความเห็น
- ทกั ษะการประเมนิ
4.2 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
5.1 มีวินยั รับผิดชอบ
5.2 ใฝ่เรียนรู้
5.3 มุง่ มั่นในการทางาน

6. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
-ใบงาน
-แบบทดสอบหลังเรียน

7. ทักษะท่ีจาเป็นสาหรบั ศตวรรษที่ 21

1. ความรคู้ วามเข้าใจในเนื้อหาสาระ
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า
5. ความสามารถในด้านอาชพี และทักษะการเรยี นรู้

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
1. ครถู ามนักเรยี นเกยี่ วกบั ปัญหาหรืออุปสรรคในการทางานท่ีผา่ นมาวา่ นกั เรียนเคยพบเจอกบั ปัญหา หรืออปุ สรรค
ใด และมวี ธิ ีการแก้ปญั หาหรืออุปสรรคน้นั ๆ อย่างไร จากน้ันครขู ออาสาสมัครนกั เรียน 2-3 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์
เก่ยี วกับปญั หา หรอื อุปสรรค และวิธีการแก้ปัญหาหรอื อุปสรรคทีพ่ บเจอจากการทางานให้เพอื่ นฟังหน้าชน้ั เรียน
2. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ และครูชว่ ยเสนอแนะเพิม่ เตมิ

ข้ันสอน
ข้นั ที่ 1 สังเกต ตระหนัก

1. ครูให้นักเรยี นดูแผนภูมิกระบวนการแกป้ ญั หาในการทางานด้วยวงจร PDCA จากหนังสอื เรียน ครูให้นักเรียน
ศึกษาเพ่ิมเติมเกีย่ วกบั กระบวนการแกป้ ญั หาในการทางานด้วยวงจร PDCA จาก PowerPoint ม.5หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1

2. ครถู ามนกั เรียนวา่ “วงจร PDCA ประกอบไปดว้ ยชัน้ ตอนใด”
(แนวตอบวงจร PDCA ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนท่ีสาคัญ คือ P (Plan)เป็นข้ันตอนการวางแผนงาน D (DO)เป็นการ
ลงมอื ปฏิบัติงานตามแผนงานทีว่ างไว้ C (Check)เปน็ ข้ันตอนการตรวจสอบผลที่ได้รับจากการปรับปรุงและเปล่ยี นแปลง
และ A (Act)เป็นขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขการทางาน ซึ่งเกิดจากการประเมนิ ว่าการทางานเป็นไปตามแผนหรือไม่ เพ่ือ
ปรับปรุงการทางานใหด้ ียงิ่ ข้นึ ไป)

“นักเรยี นเคยเห็นวงจร PDCA นี้หรอื ไม่ นกั เรียนคดิ ว่ามีประโยชนอ์ ยา่ งไร”

(แนวตอบนักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ เช่น เคนเห็น ซ่ึงวงจร PDCA เป็นวิธีการทางานและการ

แก้ปญั หาในการทางาน โดยเนน้ การพัฒนา ป้องกัน และปรับปรุงการทางานให้ดีย่งิ ขึ้น เพื่อให้การทางานสามารถพัฒนา

ได้อยา่ งย่งั ยืนและมคี ุณภาพ วงจร PDCA จึงถูกเรยี กอีกช่อื หน่ึงว่า “วงจรบรหิ ารงานคุณภาพ”)

ขัน้ ที่ 2 วางแผนปฏบิ ตั ิ
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากรณีศึกษาที่ครูกาหนดให้ ซึ่งกรณีศึกษา

ของแตล่ ะกล่มุ จะมีความแตกตา่ งกนั ไป มดี งั นี้
กรณีศกึ ษาที่ 1 : ปัญหาที่เกดิ ข้นึ ระหวา่ งการทางาน
กรณีศกึ ษาท่ี 2 : ปัญหาความขดั แยง้ กนั ระหว่างสมาชิกในกล่มุ
กรณีศกึ ษาที่ 3 : ปัญหาการวางแผนในการทางานกลมุ่

5. ครูแจกกรณีศึกษาที่เก่ียวกับปัญหาท่ีเกิดขึ้นในการทางานทั้งหมด 3 กรณี ให้กับนักเรียนแต่ละกลุ่ม โดยใช้
วิธีการสุ่มแจก เพอ่ื ใหน้ ักเรียนได้รว่ มกันคิดวิเคราะห์และอภิปรายความร้รู ่วมกันภายในกลุม่

ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดขึ้นในการทางานจากกรณีศึกษาท่ีครูแจกให้ และใช้วงจร

PDCA เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหา โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียนขั้นตอนการแก้ปัญหาในรูปแบบของแผนผัง
ความคดิ หรอื Mind Mapping เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรแู้ ละความเข้าใจที่ชัดเจนมากย่งิ ข้ึน

7. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนกลุ่มละ 1 คน ออกมานาเสนอผลการศึกษาเกย่ี วกับปัญหาท่ีเกดิ ขน้ึ ในการ
ทางานจากกรณศี ึกษาทค่ี รแู จกใหใ้ ห้เพ่ือนฟังหน้าชัน้ เรยี น จากนัน้ ให้เพือ่ นรว่ มชั้นเรยี นร่วมกนั เสนอแนะเพมิ่ เตมิ

8. ครถู ามนกั เรยี นว่า “วงจร PDCA ช่วยป้องกันปญั หาทจ่ี ะเกดิ ขึ้นในการทางานได้อยา่ งไร”
(แนวตอบ ช่วยให้สามารถวางแผนการทางานล่วงหน้า ลดความสับสนในการทางาน ลดการใช้ทรัพยากรมากหรือน้อย
เกนิ ความพอดี ลดการสูญเสยี ในรูปแบบตา่ ง ๆ ทาให้การทางานรัดกุมมากขึน้ และสามารถแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว)

9. ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมวา่ “กระบวนการแกป้ ญั หาในการทางานไม่ไดม้ เี พียงการแก้ปัญหาด้วยวงจร PDCA เท่านน้ั
แต่ยังมกี ารแก้ปญั หาด้วยการใชก้ ิจกรรม 5 ส ซึ่งนักเรียนสามารถนามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธภิ าพในการทางานได้
อีกวิธหี น่ึง”

ข้นั ที่ 4 พัฒนาความร้คู วามเขา้ ใจ
10. ครูมอบหมายให้นักเรียนทาใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง การแก้ปัญหาในการทางานด้วยวงจร PDCAและทาช้ินงาน/

ภาระงาน (รวบยอด) เร่ือง การปฏิบัติงานต่าง ๆ โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางานและทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา

ขน้ั สรุป
1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรเู้ รื่อง การแก้ปญั หาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้เร่อื ง การแกป้ ญั หาในการทางานดว้ ยกจิ กรรม 5 ส
3. ครูตรวจสอบความรู้ ความเขา้ ใจของนกั เรยี นจากการนาเสนอผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสรุปความรู้

ข้นั ประเมนิ
1. ครตู รวจสอบใบงานที่ 1.2.1 เร่อื ง การแก้ปัญหาในการทางานด้วยวงจร PDCA
2. ครูตรวจสอบชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่ือง การปฏิบัติงานต่าง ๆ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางาน
และทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา
3. ครูประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การนาเสนอ
ผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

8. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวัด วิธวี ัด เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
8.1 การประเมินระหวา่ งการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ - ตรวจใบงานท1ี่ .2.1 - ใบงานท1่ี .2.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) การแก้ปัญหาในการทางาน
ด้วยวงจร PDCA - ประเมินการนาเสนอผลงาน - ผลงานท่นี าเสนอ ระดับคุณภาพ 2
2) การนาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
3) พฤตกิ รรมการทางาน รายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
กลุ่ม การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
4) พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ - สังเกตความมีวินัยใฝเ่ รียนรู้ - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2
และมงุ่ มนั่ ในการทางาน อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
5) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตรวจช้ินงาน รายงานการ แบบประเมนิ ช้นิ งาน ระดบั คุณภาพ 2
ปฏิบตั ิงานตา่ ง ๆ โดยใช้ รายงานการปฏบิ ัติงาน ผ่านเกณฑ์
8.2 การประเมินหลงั เรียน ทกั ษะกระบวนการทางาน ตา่ ง ๆ โดยใชท้ ักษะ
1) การประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน และทกั ษะกระบวนการ กระบวนการทางาน
แกป้ ญั หา และทักษะกระบวนการ
(รวบยอด) รายงานการ แก้ปัญหา
ปฏิบัตงิ านตา่ ง ๆ โดยใช้ทกั ษะ
กระบวนการทางานและทักษะ
กระบวนการแก้ปัญหา
9. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

9.1 สอ่ื การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรียน การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม.5 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรื่อง หลักการทางานเพื่อการดารงชวี ิต
2) กรณีศึกษาเกยี่ วกับปัญหาทเ่ี กิดขึน้ ในการทางาน
3) ใบงานท่ี 1.2.1 เรอื่ ง การแกป้ ัญหาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA
4) PowerPoint ม.5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง หลักการทางานเพอื่ การดารงชีวิต
9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

- https://sites.google.com/a/ttc.ac.th/tuktang/xngkhkar-wichachiph/pdca
- http://www.xn--42c6decah6b4d6e6ctb.com/บทความเพื่อพัฒนาบุคลากร-องค์กร/วงจร
PDCA.html
- http://www.youtube.com/กิจกรรม 5 ส

ใบงานที่ 1.2.1
เรอื่ ง การแกป้ ัญหาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นนาวงจร PDCA มาใชใ้ นกระบวนการทางานและแกป้ ญั หาในการทางานตามที่กาหนด 1 หวั ขอ้ ดงั นี้

หวั ข้อที่เลือก  การเลีย้ งสตั ว์  การทางานชา่ งในบา้ น
 การตัดเย็บเสอื้ ผา้  การทางานประดิษฐ์

การปรบั ปรุงแกไ้ ขงาน การวางแผนงาน
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................

การตรวจสอบงาน การปฏิบตั งิ าน
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................

เฉลย

ใบงานท่ี 1.2.1
เรอ่ื ง การแกป้ ญั หาในการทางานดว้ ยวงจร PDCA

คาชี้แจง ให้นกั เรยี นนาวงจร PDCA มาใชใ้ นกระบวนการทางานและแก้ปญั หาในการทางานตามท่ีกาหนด 1 หวั ขอ้ ดังน้ี

หัวข้อท่เี ลือก  การเลย้ี งสตั ว์  การทางานชา่ งในบา้ น
 การตดั เยบ็ เสอ้ื ผ้า  การทางานประดิษฐ์

การปรบั ปรงุ แกไ้ ขงาน การวางแผนงาน
พิจารณาความผิดพลาดที่เกิดข้ึนว่าเกิดจากสาเหตุ สารวจว่าท่ีบ้านมีเสื้อผ้าตัวใดที่ไม่ค่อยได้ใส่หรือใส่
ใด พบว่าตนเองยังไม่มีทักษะการตัดเย็บ วิธีการ ไม่ได้ให้แยกออกมา พิจารณาว่าจะนามาดัดแปลง
ปรับปรุงแก้ไข คือ ควรศึกษาวิธีการตัดเย็บ หรือ เป็นเสื้อผ้าช้ินใหม่ได้อย่างไร ต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์
การดดั แปลงเสอ้ื ผ้า หม่นั ฝกึ ฝนให้มากข้ึน ใดซือ้ ได้จากแหล่งใด มีค่าใช้จ่ายเท่าไร

การตรวจสอบงาน การปฏิบตั งิ าน
ตรวจสอบการตัดเยบ็ หรือดดั แปลงเส้อื ผ้าที่ไดท้ า เลือกเสื้อผ้าตัวเก่าที่ต้องการใช้ออกมา เพ่ือจะได้ดู
ไปว่ามขี ้อบกพรอ่ ง หรือมีสง่ิ ท่ีต้องปรบั ปรุงแก้ไข วา่ จะตอ้ งเลอื กใชแ้ ละเลอื กซ้อื วสั ดุ อุปกรณใ์ ด รา่ ง
หากมี จะมีวธิ ีการแก้ไขอย่างไร เช่น การตัดเย็บยัง แบบที่ต้องการลงในกระดาษ และลงมือตัดเย็บ
ไม่ดีเท่าทีค่ วร จงึ ทาให้ต้องแก้ไขหลายคร้งั เสอื้ ผ้าตามแบบท่ีร่างไว้

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 3

เร่อื ง บทบาทและหน้าทขี่ องตนเองทีม่ ตี ่อสมาชิกในครอบครวั โรงเรียน และชุมชน

รายวชิ า การงานอาชีพ3 รหสั วชิ า ง 32101

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5

หนว่ ยการเรยี นรเู้ รื่อง การเรียนรกู้ ระบวนการทางานและกระบวนการแก้ปญั หา เวลา 2 ช่ัวโมง

............................................................................................................................. ................................................................

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด

1.1 ตัวช้วี ัด

ง1.1 ง 1.1 ม.4-6/1 อธบิ ายวธิ ีการทางานเพื่อการดารงชวี ติ
ง 1.1 ม.4-6/3 มที กั ษะการจดั การในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแกป้ ญั หาในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/5 มที ักษะในการแสวงหาความรเู้ พอื่ การดารงชวี ติ
ง 1.1 ม.4-6/6 มคี ุณธรรมและลักษณะนสิ ัยในการทางาน

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายบทบาทหนา้ ท่ีของตนเองท่ีมีตอ่ สมาชกิ ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชนไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหน้าท่ขี องตนเองท่ีมีต่อสมาชิกในครอบครัว โรงเรียน และชมุ ชนได้อยา่ งเหมาะสม

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. วิธกี ารทางานเพ่ือการดารงชีวติ เปน็ การทางานที่มีความเก่ียวขอ้ งกับความเปน็ อย่ใู นชีวติ ประจาวัน
2. ทกั ษะการจดั การ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพอื่ ให้การทางานสาเรจ็ ตามเป้าหมายอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
3. ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทางาน มีขนั้ ตอน คือ การสงั เกต วิเคราะห์ สรา้ งทางเลือก และประเมิน
ทางเลือก
4. ทกั ษะการแสวงหาความรู้เพอื่ การดารงชวี ติ ประกอบดว้ ยการศึกษา คน้ คว้า รวบรวม สารวจ และบันทกึ
5. คุณธรรมและลกั ษณะนสิ ัยในการทางานเป็นการสร้างคุณงามความดีและควรฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ภาพทีส่ าคัญ ๆ
เชน่ ขยัน อดทน รบั ผิดชอบ ซ่ือสัตย์

3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

สมาชกิ ทุกคนในครอบครวั โรงเรยี น และชมุ ชนย่อมมบี ทบาทหนา้ ท่ที ี่แตกต่างกันออกไป ซ่งึ การปฏบิ ตั ติ าม
บทบาทหนา้ ท่ีของตนเองอยา่ งถูกต้อง เหมาะสมจะทาให้สามารถอย่รู ่วมกับผู้อืน่ ในสงั คมได้อย่างมีความสุข

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแก้ปญั หา
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้นั นา
ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ

1. ครูตงั้ คาถามกระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นวา่ “บทบาทหน้าท่ีของนักเรียนท่ีมตี อ่ สมาชกิ ในครอบครัว
โรงเรยี น และชมุ ชน คอื สงิ่ ใด”

(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เห็นไดอ้ ย่างอสิ ระ เช่น ชว่ ยแบ่งเบาภาระหนา้ ทีข่ องคุณพ่อ คุณ
แม่ และผู้ปกครอง เชื่อฟังคาสั่งสอน ตั้งใจเรียน ประพฤติตนเป็นดี มีคุณธรรมและจริยธรรม รักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ้ มท่ีมีอยใู่ นชมุ ชน)

2. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน 3 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตนเองในการชว่ ยเหลือ
ครอบครวั โรงเรยี น และชุมชน ใหเ้ พ่อื นฟงั หน้าช้ันเรยี นในประเด็นที่ครกู าหนดให้ ดังนี้

 นกั เรยี นคนท่ี 1 เลา่ บทบาทและหน้าที่ในฐานะสมาชิกในครอบครวั
 นกั เรยี นคนที่ 2 เลา่ บทบาทและหนา้ ท่ีในฐานะสมาชิกในโรงเรยี น
 นักเรียนคนท่ี 3 เลา่ บทบาทและหนา้ ที่ในฐานะสมาชิกในชมุ ชน
3. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์บทบาทหน้าท่ีของเพ่ือนทั้ง 3 คน ท่ีมีต่อสมาชิกใน
ครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชนโดยมคี รเู ปน็ ผ้คู อยให้คาแนะนาและช้แี นะเพิ่มเติม

4. ครถู ามนกั เรยี นวา่ “เพราะเหตุใดสมาชกิ แต่ละคนในครอบครัวจงึ มบี ทบาทหน้าทที่ แี่ ตกตา่ งกันออกไป”
(แนวตอบเพราะสมาชิกแต่ละคนในครอบครวั มีสถานภาพในครอบครวั ทแี่ ตกต่างกัน เช่น เป็นพ่อ แม่ ลูก พ่ี และน้อง จึง
ทาใหม้ ีบทบาทหน้าที่ท่ีแตกต่างกันออกไป)

ข้นั ที่ 2 สารวจคน้ หา

1. ครูให้นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละเทา่ ๆ กัน ให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกันศกึ ษา เร่อื ง บทบาทและหน้าท่ีของ
ตนเองที่มีต่อสมาชิกในครอบครัว โรงเรยี น และชุมชน จากหนงั สือเรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1หรอื ศึกษาเพม่ิ เติมจาก
อินเทอรเ์ น็ต ในประเด็นที่ครูกาหนดให้ ดงั นี้

 บทบาทและหน้าท่ีในฐานะสมาชกิ ในครอบครวั
 บทบาทและหน้าที่ในฐานะสมาชิกในโรงเรียน
 บทบาทและหนา้ ที่ในฐานะสมาชิกในชมุ ชน
2. ครใู ห้นักเรียนศึกษาเพม่ิ เตมิ เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อสมาชกิ ในครอบครวั โรงเรยี นและ
ชุมชน จาก PowerPoint ม.5 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1

ขัน้ สอน
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้

1. ครูให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกันอภปิ รายแลกเปลีย่ นความรู้ในเรอ่ื งที่ไดศ้ ึกษามา
2. ครูถามนักเรียนวา่

“บทบาทและหนา้ ท่ีในฐานะสมาชกิ ในครอบครัวของนักเรียน คือส่ิงใด”
(แนวตอบเคารพเช่ือฟังมีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดา มารดา และผู้ปกครอง ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระหน้าท่ีในการดูแล
รักษาความสะอาดบ้าน ต้ังใจศึกษาเล่าเรียน มีความประหยัดมัธยัสถ์ มีความรักใคร่ปรองดองในหมู่พ่ีน้อง ประพฤติตน
เป็นคนดี มีคุณธรรมและจรยิ ธรรม)

“บทบาทและหน้าที่ในฐานะสมาชิกในโรงเรียนของนักเรียน คือสิ่งใด”
(แนวตอบต้ังใจศึกษาเล่าเรียน ประพฤติตนตามกฏระเบียบทางวินัยของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด เช่ือฟังคาส่ังสอนและมี
ความกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์ ส่งเสริมและชักชวนเพื่อนให้ประพฤติตนในทางท่ถี ูกต้องเหมาะสม มีความรักใคร่และ
ความสมคั รสมานสามัคคกี ันในหมู่เพ่ือนฝงู )

“นกั เรยี นควรปฏิบัติตนต่อเพื่อนอย่างไร เพื่อเป็นการรักษาสัมพันธภาพทดี่ ีต่อกัน”
(แนวตอบไม่ควรคิดอจิ ฉาริษยาเพ่ือน ไม่ทะเลาะแบะแว้ง หรอื ทาร้ายกนั ทางวาจาและจติ ใจ ไม่ชกั ชวนเพ่ือนให้กระทาใน
ส่ิงท่ีไม่ถูกต้อง มีความเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่มีความจริงใจต่อกัน คอยให้ความช่วยเหลือซึ่งกนั และกัน และแนะนาสง่ เสริมกันไป
ในทางที่ถกู ท่คี วร)

“บทบาทและหนา้ ท่ีในฐานะสมาชกิ ในชมุ ชนของนกั เรยี น คือส่งิ ใด”
(แนวตอบรักษาสุขลักษณะของชุมชน ร่วมกันทาความสะอาดบริเวณรอบๆ ชุมชนให้สวยงามอยู่เสมอ อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในชุมชน มีส่วนร่วมในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ท่ีชุมชนจัดข้ึน อนุรักษ์วัฒนธรรม
ประเพณี และภูมิปญั ญาทดี่ งี ามของชุมชน)

“นกั เรียนควรปฏิบตั ิตนอย่างไร เพอื่ เปน็ การรักษาสัมพันธภาพท่ีดีในชุมชน”
(แนวตอบสามารถปฏิบัตไิ ดห้ ลายวิธี เชน่ การมสี ่วนรว่ มในการทากจิ กรรมตา่ งๆ ภายในชุมชน เช่น การบาเพญ็ ตนให้เป็น
ประโยชน์ การรณรงค์ตอ่ ต้านยาเสพตดิ การเข้ารว่ มศาสนพิธีตามศาสนาทต่ี นนับถือ)

ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
3. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนกลมุ่ ละ 1 คน ออกมานาเสนอผลการศึกษาเรื่อง บทบาทและหนา้ ทข่ี อง

ตนเองท่ีมีต่อสมาชิกในครอบครัว โรงเรียน และชุมชนให้เพ่ือนฟังหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้เพื่อนร่วมช้ันเรียนร่วมกัน
เสนอแนะเพม่ิ เติม

4. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมว่า “คนทกุ คนมีบทบาทหน้าท่ีทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป หากทกุ คนปฏิบัตติ ามบทบาทหน้าที่
ของตนเองอยา่ งเหมาะสมและถูกต้องแลว้ จะช่วยทาให้อยรู่ ่วมกบั ผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข”

5. ครมู อบหมายให้นักเรียนทาใบงานท่ี 1.3.1 เร่อื ง บทบาทและหนา้ ที่ของตนเองทมี่ ีต่อสมาชกิ ในครอบครวั
โรงเรยี นและชุมชน

ขั้นสรปุ
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล

1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความรูเ้ รื่อง เรอื่ ง บทบาทและหนา้ ทข่ี องตนเองท่มี ตี ่อสมาชกิ ในครอบครวั โรงเรยี น
และชุมชน

2. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1

ข้นั ประเมนิ
4. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน
5. ครตู รวจสอบใบงานที่ 1.3.1 เรือ่ ง บทบาทและหน้าที่ของตนเองทมี่ ตี ่อสมาชิกในครอบครัว โรงเรยี น และ

ชมุ ชน
6. ครปู ระเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ การนาเสนอ

ผลงาน และการสังเกตคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

8. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วธิ วี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
8.1 การประเมินระหว่างการจัด - ตรวจใบงานท่ี 1.3.1 - ใบงานที่ 1.3.1
กจิ กรรมการเรียนรู้ - ประเมนิ การนาเสนอผลงาน - ผลงานท่นี าเสนอ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

1) บทบาทและหน้าท่ีของตนเอง ระดับคุณภาพ 2
ท่มี ีตอ่ สมาชิกในครอบครวั ผ่านเกณฑ์
โรงเรียน และชุมชน

2) การนาเสนอผลงาน

3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
รายบคุ คล รายบุคคล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
4) พฤติกรรมการทางานกล่มุ กล่มุ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตความมีวินัยใฝเ่ รยี นรู้ - แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2
5) คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และมุ่งมัน่ ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์

8.2 การประเมนิ หลงั เรียน ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น แบบทดสอบหลงั เรียน ประเมินตามสภาพจรงิ
1) แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1
เรือ่ ง หลกั การทางาน
เพอื่ การดารงชวี ติ

9. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 ส่ือการเรยี นรู้

1) หนังสอื เรียน การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม.5 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรื่อง หลกั การทางานเพ่อื การดารงชีวติ
2) ใบงานท่ี 1.3.1 เร่อื ง บทบาทและหน้าทีข่ องตนเองที่มตี ่อสมาชกิ ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
3) PowerPoint ม.5 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรอ่ื ง หลกั การทางานเพ่อื การดารงชวี ติ
9.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

- http://patchanee.wikispaces.com/บทบาทและหน้าท่ีของสมาชิกในครอบครวั
- http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/1939-00

ใบงานท่ี 1.3.1
เร่อื ง บทบาทและหนา้ ท่ีของตนเองท่ีมีต่อสมาชิกในครอบครวั โรงเรยี น และชุมชน

คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนอภิปรายบทบาทหน้าท่ีของตนเองในฐานะตา่ ง ๆ ในประเดน็ ท่ีกาหนดให้ดังน้ี

บทบาทหนา้ ทีใ่ นฐานะสมาชิกในครอบครัว ประโยชน์ของการปฏิบตั ติ ามบทบาทหน้าที่
........................................................................ ในฐานะสมาชกิ ในครอบครัว
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
..
ประโยชน์ของการปฏบิ ัตติ ามบทบาท
บทบาทหนา้ ที่ในฐานะสมาชิกใน หนา้ ทใ่ี นฐานะสมาชิกในโรงเรยี น
โรงเรียน ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ......
.......

บทบาทหนา้ ท่ใี นฐานะสมาชิกในชมุ ชน ประโยชนข์ องการปฏบิ ตั ิตามบทบาทหนา้ ท่ี
........................................................................ ในฐานะสมาชกิ ในชุมชน
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
..

เฉลย

ใบงานท่ี 1.3.1

เรือ่ ง บทบาทและหน้าทขี่ องตนเองที่มีตอ่ สมาชิกในครอบครวั โรงเรียน และชมุ ชน

คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนอภปิ รายบทบาทหนา้ ท่ีของตนเองในฐานะต่าง ๆ ในประเด็นที่กาหนดใหด้ งั น้ี

บทบาทหนา้ ท่ีในฐานะสมาชิกในครอบครวั ประโยชนข์ องการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่
........................................................................ ในฐานะสมาชกิ ในครอบครัว
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
..

บทบาทหนา้ ทีใ่ นฐานะสมาชิกใน ประโยชนข์ องการปฏิบตั ิตามบทบาท
โรงเรียน หน้าทใี่ นฐานะสมาชิกในโรงเรียน
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
............................................................ ............................................................
....... ......

(คาตอบขนึ้ อยกู่ บั ดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)

บทบาทหนา้ ทีใ่ นฐานะสมาชิกในชมุ ชน ประโยชน์ของการปฏิบตั ติ ามบทบาทหนา้ ท่ี
........................................................................ ในฐานะสมาชกิ ในชุมชน
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
..

ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

กจิ กรรม รายงานการปฏบิ ตั ิงานต่าง ๆ โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางานและทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรม ดังนี้

1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเลือกปฏิบัติงานตามความสนใจ 1 งาน
เช่น งานบ้าน งานประดิษฐ์ งานดอกไม้ งานช่าง ตามความถนัด ความสนใจ และความสามารถของแต่ละกลุ่ม โดย
นักเรียนแต่ละกลุ่มจะตอ้ งลงมอื ปฏิบัติงานจรงิ

2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนการทางานและลงมือปฏิบัติงานท่ีเลือก โดยใช้ทักษะกระบวนการ
ทางานและทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหาเขา้ มาชว่ ย เพ่อื ใหก้ ารทางานสาเรจ็ ลลุ ว่ งอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน ออกมานาเสนอผลงานให้เพื่อนชมหน้าชั้นเรียนโดยให้
นักเรียนบอกเล่าเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของกลุ่มของตนเองว่าได้เลือกปฏิบัติงานใด มีวิธีการทางาน อย่างไร มีการนา
ทักษะกระบวนการทางานและทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหามาใชใ้ นการทางานกลุ่มของตนเองอย่างไร

แบบประเมินการปฏิบัตงิ านต่าง ๆ โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางานและทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา

กิจกรรม รายงานการปฏบิ ัติงานตา่ ง ๆ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางานและทักษะกระบวนแกป้ ัญหา

ง 1.1 ม.4-6/1 อธิบายวธิ กี ารทางานเพื่อการดารงชวี ิต
ง 1.1 ม.4-6/2 สรา้ งผลงานอยา่ งมีความคิดสร้างสรรคแ์ ละมีทักษะการทางานรว่ มกัน
ง 1.1 ม.4-6/3 มีทกั ษะการจัดการในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/4 มีทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรูเ้ พ่อื การดารงชวี ิต
ง 1.1 ม.4-6/6 มีคณุ ธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน

รายการ ดีมาก(4) เกณฑก์ ารประเมนิ ปรับปรงุ (1) ระดบั
ประเมิน ด(ี 3) พอใช้(2) คุณภาพ

1. การวางแผนทา วางแผนทารายงานไดเ้ ป็น วางแผนทารายงานได้ วางแผนทารายงานไดพ้ อใช้ วางแผนทารายงานไดไ้ มด่ ี

รายงาน อย่างดี ค่อนข้างดี

2. การจัดการใน ดาเนินงานตามแผนที่วางไว้ ดาเนินงานตามแผนท่ีวางไว้ ดาเนินงานตามแผนท่ีวางไว้ ไมด่ าเนินงานตามแผนที่

การทางานกลุ่ม ไดถ้ กู ต้อง ครบถ้วน ไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ นเป็นส่วน ไดถ้ กู ต้องบางส่วน วางไว้

ใหญ่ ดมี าก
ดี ดี
3. การแก้ปญั หา แก้ปญั หาในการทางานได้ แก้ปัญหาในการทางานได้ แก้ปัญหาในการทางานได้ ไม่สามารถแกป้ ญั หาในการ พ พอใช้

ในการทางาน อยา่ งเหมาะสม อยา่ งเหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ อยา่ งเหมาะสมเป็นบางส่วน ทางานได้ ปรับปรงุ

ของกลุ่ม

4. การนาเสนอ นาเสนอผลงานไดอ้ ย่าง นาเสนอผลงานไดอ้ ย่าง นาเสนอผลงานไดอ้ ย่าง นาเสนอผลงานได้ไม่

ผลงาน ครบถว้ นเหมาะสม ครบถว้ น เหมาะสมเป็นส่วน ครบถ้วน เหมาะสมเป็น ครบถ้วนและ

ใหญ่ บางสว่ น ไมเ่ หมาะสม

5. การมี มคี ุณลักษณะนิสยั ทด่ี ใี นการ มีคุณลกั ษณะนิสยั ท่ดี ใี นการ มีคณุ ลกั ษณะนิสยั ท่ดี ใี นการ ไม่มีคุณลกั ษณะนิสยั ทีด่ ใี น

คุณลกั ษณะ ทางาน ทางานเป็นส่วนใหญ่ ทางานเป็นบางส่วน การทางาน

นสิ ยั ทีด่ ีในการ

ทางาน

6. หลกั ฐาน มีหลักฐานประกอบรายงานท่ี มหี ลักฐานประกอบรายงานท่ี มหี ลกั ฐานประกอบรายงานที่ ไมม่ ีหลกั ฐานประกอบ

เกี่ยวกับการทา แสดงถงึ การใช้กระบวนการ แสดงถึงการใช้กระบวนการ แสดงถงึ การใช้กระบวนการ รายงานที่แสดงถึงการใช้

รายงาน ต่าง ๆ ในการทางานได้อย่าง ตา่ ง ๆ ในการทางานได้อย่าง ต่าง ๆ ในการทางานได้อย่าง กระบวนการต่าง ๆ ในการ

เหมาะสม เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสมเป็นบางสว่ น ทางานไดอ้ ย่างเหมาะสม

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

21-24 ดีมาก

17-20 ดี

12-16 พอใช้

ต่ากว่า 12 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

คาช้แี จง: ให้ผู้สอนประเมินผลการนาเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขดี ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321

1 ความถกู ต้องของเน้ือหา
2 การลาดบั ขั้นตอนของเร่ือง
3 วิธกี ารนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
4 การใช้เทคโนโลยใี นการนาเสนอ
5 การมีสว่ นร่วมของสมาชกิ ในกล่มุ

รวม

ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน
............/................./................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
ปรบั ปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล

คาชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับ
คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อื่น
3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ไี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12-15 ดี
8-11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
ปรับปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

คาชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดบั

คะแนน

การมี

ลาดบั ชอื่ – สกลุ การแสดง การ การทางาน ความมี ส่วนรว่ ม รวม
ท่ี ของนักเรยี น ความ ยอมรบั ฟงั ตามที่ นา้ ใจ ในการ 15
คิดเห็น ได้รบั ปรับปรุง คะแนน
คนอื่น ผลงาน
มอบหมาย กลมุ่

32 1321321321321

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ

คาชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั

คะแนน

การมี

ลาดับ ช่ือ – สกลุ การแสดง การ การทางาน ความมี ส่วนรว่ ม รวม
ที่ ของนักเรยี น ความ ยอมรับฟงั ตามที่ น้าใจ ในการ 15
คิดเห็น ไดร้ บั ปรับปรงุ คะแนน
คนอืน่ ผลงาน
มอบหมาย กลมุ่

32 1321321321321

21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............./.................../...............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

12-15 ดี

8-11 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ตรงกับระดับ
คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321
1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติได้
1. รักชาติ ศาสนก์ ษตั รยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีสร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี น
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ตั ิตามหลกั ศาสนา
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทเี่ กีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามที่โรงเรยี นจดั ข้นึ
3. มีวินยั รับผดิ ชอบ 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ต้องและเป็นจริง
4. ใฝ่เรียนรู้ 2.2 ปฏบิ ัตใิ นสง่ิ ท่ีถูกต้อง
3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครวั มีความตรงต่อเวลา
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวัน
4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์และนาไปปฏิบัติได้
6. มุ่งมน่ั ในการทางาน 4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
7. รักความเปน็ ไทย 4.3 เช่อื ฟังคาสัง่ สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
8. มีจิตสาธารณะ 4.4 ต้ังใจเรียน
5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณค่า
5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทางานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อให้งานสาเร็จ
7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เห็นคุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รู้จกั ช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู างาน
8.2 รจู้ กั การดูแลรักษาทรัพยส์ มบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและโรงเรยี น

ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมิน
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ชิ ัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ัติบางคร้ัง

10. ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ.....................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................................
(....................................................................)

ตาแหน่ง...................................................................

11. บันทกึ ผลหลงั การสอน

ดา้ นความรู้
............................................................................................................................. ..................................................................
.............................................................................................................................................................................................. .
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
............................................................................................................................. ..................................................................
.............................................................................................................................................................................................. .
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
..................................................................................................... ..........................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ีปัญหาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี))
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................

 ปัญหา/อปุ สรรค
............................................................................................................................. ................................................................
................................................................................................................................................................................. ............
แนวทางการแก้ไข
...................................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. ................................................................

10. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ไี่ ด้รับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................. ...........................................
....................................................................................... ......................................................................................................

ลงช่อื
(นายประภาส ศรีทอง)

รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ

11. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................

 ด้านสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................

 ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................

 ด้านอ่ืน ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรือพฤติกรรมท่ีมปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................

ปัญหา/อุปสรรค

............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................

 แนวทางการแกไ้ ข

............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่
(นางวชิราภรณ์ ศรีพงษ์)
ครูผ้สู อน

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 4

เรือ่ ง การใช้เคร่ืองมอื ช่างอย่างปลอดภัย

รายวชิ า การงานอาชีพ3 รหัสวิชา ง 32101

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5

หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง งานช่าง เวลา 1 ช่ัวโมง

.......................................................................................................................................................... ...................................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด

1.1 ตัวช้ีวดั

ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสรา้ งสรรคแ์ ละมีทกั ษะการทางานร่วมกัน
ง 1.1 ม.4-6/3 มที กั ษะการจดั การในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/4 มที ักษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/5 มที กั ษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการดารงชีวิต
ง 1.1 ม.4-6/6 มคี ณุ ธรรมและลกั ษณะนิสยั ในการทางาน
ง 1.1 ม.4-6/7 ใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากรในการทางานอยา่ งคมุ้ ค่าและย่ังยืน เพอ่ื การอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดล้อม

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายหลกั การใช้เครื่องมืองานช่างอย่างปลอดภัยได้
2. อธิบายเก่ียวกับประเภทของเครื่องมือ เครื่องใช้ในการซ่อมแซมและติดต้ังอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านได้อย่าง

ถูกต้อง
3. ใช้และเก็บรักษาเครื่องมือ เคร่ืองใช้ในการซ่อมแซมและติดต้ังอุปกรณ์เคร่ืองใช้ภายในบ้านได้อย่างถูกต้อง

เหมาะสม
4. มคี ณุ ธรรมและมีลกั ษณะนิสยั ทด่ี ใี นการทางาน

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1. ทักษะการทางานร่วมกัน เป็นการทางานกลุ่ม ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข ทางานอย่างมี

กระบวนการตามขั้นตอน และฝึกหลกั การทางานกลุม่
2. ทกั ษะการจัดการ เป็นการจดั ระบบงานและระบบคน เพ่อื ให้งานสาเร็จตามเปา้ หมายอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

เชน่ การบารุง เก็บรกั ษาเครื่องใช้ไฟฟ้า และอปุ กรณ์อานวยความสะดวกในชวี ิตประจาวัน
3. ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทางาน มขี ้ันตอน คือ การสังเกต วเิ คราะห์ สร้างทางเลือก และประเมิน

ทางเลอื ก เชน่ การติดตงั้ ประกอบ ซ่อมแซมอุปกรณ์ เคร่อื งมอื เครอ่ื งใช้ สิ่งอานวยความสะดวกในบ้านและในโรงเรียน
4. ทกั ษะการแสวงหาความรู้เพอ่ื การดารงชวี ิต ประกอบดว้ ยการศึกษา คน้ คว้า รวบรวม สารวจ และบันทึก

5. คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทางานเป็นการสร้างคุณงามความดีและควรฝึกให้ผู้เรียนมีคุณภาพท่ีสาคัญ
ๆ เช่น ขยนั อดทน รบั ผดิ ชอบ ซอ่ื สัตย์

6. การใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากรอยา่ งค้มุ ค่าและยั่งยืน เปน็ คุณธรรมในการทางาน

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฏิบัติงานช่างในบ้านแต่ละประเภท จะมลี ักษณะและวิธีการปฏิบัตงิ านท่ีแตกต่างกนั ดงั น้ัน ผู้ปฏิบัตงิ าน

จงึ ต้องศึกษาเกยี่ วกับงานช่างในบ้านทุกประเภทให้เข้าใจอย่างละเอียด เพ่ือให้สามารถปฏิบัติงานช่างในบ้านได้อย่าง
ถกู ต้องและมคี วามปลอดภัย รวมถึงรู้จักวิธีการเลือกใช้เครอ่ื งมือ เครอ่ื งใช้ในการซ่อมแซมและติดต้ังอุปกรณ์เคร่ืองใช้
ภายในบ้านไดอ้ ย่างเหมาะสม

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแก้ปญั หา
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มัน่ ในการทางาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
ขนั้ ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ

1. ครูแจ้งช่ือเรอื่ งที่จะเรยี นรู้และผลการเรยี นรู้ใหน้ กั เรียนทราบ จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนทาแบบทดสอบ
ก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื งงานชา่ งในบา้ น

2. ครูเปิดคลิปวิดโี อเก่ยี วกบั การซ่อมแซมสงิ่ ของเครื่องใชต้ ่าง ๆ ภายในบ้าน ให้นกั เรยี นดู เชน่
 การซ่อมแซมขาเกา้ อ้ี (งานไม้)
 การซ่อมแซมผนังห้องครัว (งานปูนและงานคอนกรีต)
 การซ่อมแซมสายฉีดชาระรวั่ ซมึ (งานประปา)
 การซอ่ มแซมปลกั๊ ตอ่ พว่ ง (งานไฟฟา้ )
 การซอ่ มแซมเหลก็ ดดั ประตู (งานโลหะ)
 การซ่อมแซมสชี นั้ วางของ (งานเคลือบผวิ )

2. ครถู ามนักเรยี นวา่ “การซ่อมแซมสง่ิ ของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบา้ นท่ีไดช้ มไปน้ัน นกั เรยี นคิดวา่ ผูป้ ฏบิ ัติงาน
ปฏิบตั ไิ ด้ถูกต้องและปลอดภยั หรือไม่”

(แนวตอบ นกั เรียนสามารถแสดงความคิดเห็นไดอ้ ย่างอสิ ระ)
“หากอุปกรณ์ เคร่อื งมอื เครอ่ื งใช้ภายในบา้ นเกิดการชารุด นกั เรยี นจะแก้ปญั หาดังกลา่ วอยา่ งไร”
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคิดเหน็ ได้อย่างอสิ ระ เช่น นาอุปกรณ์ เครือ่ งมือ เครอ่ื งใช้ภายในบา้ น
เกดิ การชารุดมาวิเคราะหส์ ภาพปัญหา หรอื สกั ษณะของงาน และสรปุ สาเหตุของอาการเสยี เพื่อหาวธิ ีในการ
ซอ่ มแซมอย่างเหมาะสม จากนนั้ วางแผนการปฏิบตั ิงานอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน และปฏบิ ัตติ ามขัน้ ตอนทวี่ างแผนไว้
อย่างถกู ต้องและปลอดภัย พรอ้ มทัง้ ประเมนิ ผลจากการปฏบิ ัติงานวา่ อปุ กรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใชภ้ ายในบา้ นชิ้น
ดังกล่าวสามารถกลับมาใช้งานไดต้ ามปกติหรอื ไม่)
“นักเรยี นเคยซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ภายในบ้านหรอื ไม่ หากเคย นักเรยี นซอ่ มแซมสิง่ ใด และมี
วธิ ใี นการปฏิบัติงานอยา่ งไร”
(แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคดิ เหน็ ได้อย่างอสิ ระ)
3. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2-3 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์เก่ยี วกบั การปฏบิ ัตงิ านช่างในบา้ นของตนเองให้
เพอ่ื นฟงั หนา้ ช้นั เรยี น ในประเดน็ ที่ครูกาหนดให้ ดังนี้

 สง่ิ ของเครือ่ งใช้ที่เกดิ การชารดุ เสียหาย
 ลักษณะอาการชารุด
 วิธกี ารซอ่ มแซม
 ความปลอดภยั ในขณะปฏบิ ตั ิงาน
4. ครถู ามนกั เรยี นวา่ “เพราะเหตุใดการปฏบิ ัติงานชา่ งในบ้านทกุ ประเภทจงึ ตอ้ งคานึงถึงความปลอดภยั ในขณะ
ปฏิบัตงิ านรวมถงึ ความปลอดภัยในการใชเ้ คร่อื งมอื งานชา่ งเป็นสาคญั ”
(แนวตอบเพราะการปฏบิ ตั งิ านชา่ งในบ้าน เปน็ การปฏิบัตงิ านทม่ี ีโอกาสไดร้ ับอนั ตรายในขณะปฏิบตั ิงาน
ซึง่ อาจกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายแก่ทรพั ยส์ ิน หรอื ชวี ิตของผู้ปฏิบตั ิงานได้เนอ่ื งจากงานช่างแตล่ ะประเภทมี
ลักษณะการทางาน วิธกี ารทางาน และการใชเ้ ครอ่ื งมอื เคร่ืองใชใ้ นการปฏิบตั งิ านท่แี ตกต่างกัน ดงั นนั้ ผู้ท่จี ะ
ปฏบิ ตั ิงานจงึ ตอ้ งศึกษาเก่ียวกบั กระบวนการทางาน เลือกและใช้เคร่ืองมอื งานชา่ งทถ่ี ูกต้องเหมาะสมกบั ประเภท
ของงานและใช้ งานดว้ ยความระมดั ระวงั เพ่อื ให้เกดิ ความปลอดภยั ในขณะปฏบิ ัตงิ านมกี ารวางแผนการทางาน
การบริหารเวลาและทรพั ยากรอย่างคุม้ คา่ และตอ้ งคานึงถงึ ความปลอดภัยในการปฏบิ ตั ิงานอยู่เสมอ)

ข้ันท่ี 2 สารวจค้นหา
5. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา เรื่อง หลักการใช้เคร่ืองมืองาน

ชา่ งอยา่ งปลอดภยั จากหนงั สือเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 หรอื ศึกษาเพมิ่ เตมิ จากอนิ เทอร์เนต็
6. ครูให้นกั เรยี นศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกี่ยวกับหลักการใช้เครื่องมืองานชา่ งอยา่ งปลอดภยั จาก PowerPoint ม.5

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1

ขั้นสอน

ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้

7. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรายแลกเปล่ยี นความรใู้ นเรอื่ งที่ไดศ้ ึกษามา
8. ครูถามนกั เรียนวา่ “เพราะเหตใุ ดจึงต้องอ่านคาแนะนาในการใช้งาน”

(แนวตอบนักเรียนสามารถแสดงความคดิ เหน็ ได้อยา่ งอสิ ระเพราะคาแนะนาในการใชง้ านมปี ระโยชน์อย่าง
ยิ่งตอ่ ผูป้ ฏบิ ตั งิ านช่าง เน่ืองจากไดม้ ีการระบวุ ธิ ีการ หรือข้นั ตอนในการปฏิบตั ิงานท่ีถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้
ผู้ปฏิบตั งิ านสามารถปฏบิ ัติตามได้เพื่อชว่ ยป้องกันไม่ใหเ้ กิดข้อผิดพลาดในขณะปฏิบตั ิงานและเพอื่ ให้เกดิ ความ
ปลอดภัยจากการใชง้ านเครอื่ งมอื งานช่างทกุ ประเภท ดังนนั้ ในการปฏบิ ัตงิ านช่าง จึงต้องอ่านคาแนะนาการใช้
งานให้เขา้ ใจก่อนปฏบิ ัตงิ านทุกครงั้ ”
“การปฏบิ ตั ิงานชา่ งในบา้ นประเภทใด ผูป้ ฏบิ ัตงิ านควรคานึงถึงความปลอดภัยในขณะปฏบิ ตั ิงานมากท่ีสุด”

(แนวตอบนักเรยี นสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอสิ ระ เช่น งานไฟฟ้า เน่ืองจากมีความเสย่ี งและ
อันตรายมากกว่างานชา่ งประเภทอน่ื ๆ หากผู้ปฏบิ ัติงานปฏบิ ตั ิงานด้วยความประมาท ซ่ึงมเี หตมุ าจากปจั จยั
ต่างๆ เชน่ ความไม่พร้อมของสขุ ภาพร่างกาย ขาดความรู้ ความเข้าใจในงานท่ีปฏบิ ตั ิ การชารดุ เสียหายของ
เครื่องมือ การประมาทเลนิ เล่อ ขาดความระมดั ระวังและขาดความรอบคอบ อาจสง่ ผลให้เกดิ อันตรายต่อชวี ิต
หรอื ทรัพยส์ ินได้)
9. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรยี นฟังว่า “ในการเลือกซ้ือเคร่ืองมืองานช่างทกุ ประเภท ควรเลอื กเคร่ืองมือทีผ่ ลิต
จากวสั ดุที่มคี ุณภาพ โดยเฉพาะเคร่ืองมือสาหรับตดั และเคร่ืองมือสาหรบั ตอกควรทาจากเหล็กท่ีหลอมดว้ ย
ความร้อนอย่างดี เพราะจะมีความแขง็ แรงและทนทานมากกวา่ นอกจากนี้ ยังต้องคานึงถึงประโยชน์ในการใช้
งานเป็นหลกั เนื่องจากเครือ่ งมืองานชา่ งแตล่ ะประเภทจะมีลักษณะ วิธกี ารใช้งาน และการดูแลและบารงุ รักษา
ท่ีแตกต่างกนั ”

ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้
1. ครูให้นักเรยี นแบง่ กลุม่ (กลมุ่ เดมิ ) ชว่ ยกนั ศกึ ษาคลิปวดิ โิ อเกย่ี วกับการติดตงั้ หลอดไฟฟา้
2. ครูให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกันศกึ ษาเก่ยี วกบั การตดิ ต้ังหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบนั ทึกขอ้ มลู ในประเดน็ ท่ี
กาหนดให้ ดงั น้ี
ประเภทของงานชา่ งในบ้าน
เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการซอ่ มแซม
การใชง้ านเครื่องมอื เครือ่ งใชแ้ ต่ละชนิด
การบารุงรักษาเครือ่ งมอื เครอื่ งใชแ้ ตล่ ะชนดิ

ขัน้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน ออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน จากนั้นให้เพื่อนร่วม

ชน้ั เรยี นรว่ มกนั เสนอแนะเพ่มิ เติม

4. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ เกยี่ วกบั ความสาคญั ของการใชง้ านและการบารุงรักษาเคร่ืองมือ เคร่อื งใชใ้ นการซอ่ มแซม
และตดิ ตงั้ อุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้านรวมถึงการบารุงรักษาเคร่อื งมอื เครือ่ งใชใ้ นการซอ่ มแซมและติดตั้งอุปกรณ์
เคร่อื งใช้ภายในบ้านใหน้ กั เรียนฟงั เพอื่ เปน็ การเสรมิ เพม่ิ เตมิ ความรใู้ ห้กับนกั เรียนเชน่ หากพบเคร่ืองมือ เครือ่ งใชใ้ น
งานชา่ งขึน้ สนิม สามารถกาจัดสนมิ ได้ด้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ เชน่

 สูตรน้าอดั ลมเทนา้ อดั ลมลงในภาชนะ นาโลหะทเี่ กดิ สนิมลงไปแช่แล้วท้งิ ไว้สักพักน้าอดั ลมจะ
ค่อยๆ กดั กรอ่ นสนมิ จนหลดุ ลา้ งใหส้ ะอาด จากน้นั จงึ ใช้ผา้ สะอาดเชด็ ใหแ้ หง้ (เหมาะกบั โลหะที่มี
ขนาดเล็ก)

 สูตรนา้ ส้มสายชู เทนา้ สม้ สายชูลงในภาชนะ นาโลหะทีเ่ กดิ สนมิ ลงไปแช่ แล้วทง้ิ ไวส้ ักพัก ใช้ผ้าหรือ
สกอ๊ ตช-์ ไบรตม์ าขัดสนิมบรเิ วณทีเ่ กิดสนิม ล้างใหส้ ะอาด จากน้ันจึงใชผ้ ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง

 สูตรนา้ ส้มสายชูผสมกบั ผงซักฟอก นาน้าสม้ สายชูมาผสมกับผงซกั ฟอกในอตั ราส่วน 2:1 ใช้ผา้
หรอื สกอ๊ ตชไ์ บรต์จุ่มนา้ ทผี่ สมไว้นามาขัดสนมิ บริเวณทเ่ี กดิ สนิม ล้างให้สะอาด จากนน้ั จงึ ใช้ผา้
สะอาดเช็ดใหแ้ ห้ง

 สตู รมะนาวกบั เกลอื นาเกลอื มาโรยลงบนโลหะทเี่ กิดสนมิ บีบน้ามะนาวลงไปทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แลว้
นาเปลอื กมะนาวมาถูบริเวณที่เกดิ สนมิ ลา้ งใหส้ ะอาด จากนน้ั จงึ ใช้ผา้ สะอาดเช็ดใหแ้ หง้

 สูตรเบกกิงโซดา เทเบกกงิ โซดาลงบนโลหะทีเ่ กดิ สนิม นาแปรงสฟี ันชุบน้าสะอาดขดั สนิมบรเิ วณที่
เกดิ สนมิ ล้างให้สะอาด จากนน้ั จงึ ใชผ้ ้าสะอาดเชด็ ให้แหง้

 สูตรหัวหอมแดง นากระดาษทรายมาขดั บรเิ วณท่ีเกดิ สนมิ เพ่อื กาจัดเน้ือสนิมออกก่อน แล้วใช้
หวั หอมแดงที่หั่นเตรียมไวม้ าถทู ับรอยสนิม ล้างดว้ ยนา้ ร้อน จากนน้ั จึงใชผ้ า้ สะอาดเช็ดให้แห้ง

 สูตรไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์เทคลอรอกซส์ ตู ร 2% และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ค่อย ๆ เท
ผลติ ภัณฑท์ ง้ั 2 ชนดิ ลงบนบรเิ วณทีเ่ กดิ สนิมแล้วทงิ้ ไวส้ กั พกั ใช้ฟองน้าขัดบริเวณทีเ่ กดิ สนมิ ล้างให้
สะอาด จากนัน้ จึงใชผ้ ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง

5. ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนทาใบงานที่ 2.1.1 เรอ่ื ง เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช้ในการซ่อมแซมและตดิ ตั้งหลอดไฟฟ้า
ภายในบา้ น

ขัน้ สรุป
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล

3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ เรื่อง การใชเ้ ครือ่ งมือชา่ งอย่างปลอดภัย
4. ครตู รวจสอบความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรียนจากการนาเสนอผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสรุปความรู้

ขั้นประเมิน
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนักเรยี น
2. ครตู รวจสอบใบงานที่ 2.1.1 เรือ่ ง เครอื่ งมือ เครื่องใชใ้ นการซ่อมแซมและติดตั้งหลอดไฟฟา้
3. ครปู ระเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากการสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ การนาเสนอ

ผลงาน และการสังเกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

8. การวดั และประเมนิ ผล วิธีวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
รายการวดั
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมินตามสภาพจริง
8.1 การประเมนิ ก่อนเรียน
แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจใบงานท่ี 2.1.1 - ใบงานท่ี 2.1.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1
เรอ่ื ง งานชา่ งในบ้าน - ประเมินการนาเสนอผลงาน - ผลงานที่นาเสนอ ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
8.2 การประเมินระหว่างการจัด - สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
กจิ กรรมการเรยี นรู้ รายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
1) เครือ่ งมือ เคร่อื งใชใ้ นการ กล่มุ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
ซ่อมแซมและตดิ ตั้งอปุ กรณ์ - สังเกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ - แบบประเมินคุณลักษณะ ระดับคุณภาพ 2
เคร่อื งใชภ้ ายในบ้าน และมงุ่ ม่นั ในการทางาน อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์

2) การนาเสนอผลงาน

3) พฤติกรรมการทางาน
รายบุคคล

4) พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่

5) คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

9.1 ส่ือการเรียนรู้

1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยมี .5 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง งานชา่ งในบ้าน
2) ใบงานท่ี 2.1.1 เร่ือง เคร่อื งมือ เครื่องใชใ้ นการซ่อมแซมและตดิ ตง้ั หลอดไฟฟา้
3) PowerPoint ม.5 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง งานชา่ งในบ้าน

9.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.psptech.co.th/
- http://tmr-engineering.com/
-http://arif4374.blogspot.com/
- https://www.utt.ac.th/new/elearning/chy/jakkapong-h1l1.pdf
- http://www.baanlaesuan.com/53158/maintenance/vocabulary/toolbox
- http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:jfTwS89z85IJ:

ratchaburi.mol.
go.th/system/files/safety_practice_0.pdf+&cd=21&hl=th&ct=clnk&gl=th

ใบงานที่ 2.1.1

เรื่อง เครื่องมอื เคร่ืองใช้ในการซ่อมแซมและติดต้ังอุปกรณ์ เครอ่ื งใช้ภายในบา้ น
คาชแ้ี จง เขียนอธิบายวธิ กี ารใชแ้ ละการบารุงรักษาเครอ่ื งมือ เครื่องใช้ในงานชา่ งท่รี ู้จัก แลว้ ตอบคาถาม

เคร่อื งมอื เครอื่ งใชใ้ นงานชา่ ง

เคร่ืองมอื สาหรบั ตัวอยา่ ง การบารงุ รักษา
..................................... ..................................... ..................................................................................

เครื่องมอื สาหรบั ตัวอย่าง การบารงุ รกั ษา
..................................... ..................................... ..................................................................................

เครื่องมือสาหรบั ตวั อย่าง การบารงุ รักษา
..................................... ..................................... ..................................................................................

เคร่อื งมือสาหรบั ตัวอย่าง การบารงุ รกั ษา
..................................... ..................................... ..................................................................................

เคร่ืองมือสาหรบั ตวั อยา่ ง การบารุงรกั ษา
..................................... ..................................... .................................................................................

นักเรียนมีวธิ กี ารอยา่ งไรในการใช้เครอ่ื งมืองานชา่ งอยา่ งปลอดภยั
............................................................................................. ................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................................


Click to View FlipBook Version