143 ใบมอมหมายงานที่5 หน่วยที่5 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 2. เพื่อให้มีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้ 5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 6. สร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลตได้ 7. สร้างพรีเซนเทชันเปล่าได้ 8. บันทึกพรีเซนเทชันได้ 9. แทรกกล่องข้อความได้ 10. เปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรได้ 11. ใช้ข้อความอักษรศิลป์ได้ 12. ใส่รูปภาพลงสไลด์ได้ 13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้ 14. เพิ่มสไลด์ใหม่ได้ 15. ลบสไลด์ได้ 16. คัดลอกสไลด์ได้ 17. เพิ่มภาพเคลื่อนไหวได้ 18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้ 19. นำเสนอสไลด์ได้ 20. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
144 3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ แนวทางการปฏิบัติงาน 1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงาน อย่างเคร่งครัด ตามหัวข้อที่ได้รับ มอบหมาย ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งการจัดทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย 2. ให้ผู้เรียนแบ่งหน้าที่กับเพื่อนในกลุ่มให้ชัดเจน และสามารถเข้าใจเนื้อหาตามหัวข้อดังกล่าว ได้ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kabkhxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1
145 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่...............6...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....15-16....... ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ชื่อหน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น ชื่อเรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น 1. สาระสำคัญ ระบบอินเทอร์เน็ตมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตมีการเชื่อมต่อกับ แหล่งข้อมูลมากมายทุกมุมโลกผู้ใช้สามารถสืบค้นหาข้อมูลได้ตามที่ต้องการ เช่น สารคดี ความบันเทิง วิทยาศาสตร์ อาหารและสุขภาพ แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น และยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ทั้งข้อความ รูปภาพ วีดีโอ และเสียง ทำให้โลกเล็กลงเนื่องจากการติดต่อสื่อสารมีความสะดวกและรวดเร็ว ทำให้ลด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจึงเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว 2. สมรรถนะประจำหน่วย 2.1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2.2. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 2.3. รับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั่วไป 3.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer 3.1.2 เพื่อให้มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 3.2.1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ 3.2.2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้ 3.2.3. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ 3.2.4. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ 3.2.5. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 4.2. เว็บเบราว์เซอร์
146 4.3. การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 4.4. การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ที่......3-6.........) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูสนทนากับนักเรียนความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การใช้โปรแกรม Internet Explorer และ โปรแกรม Google Chrome 5.2 ขั้นสอน 5.2.1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การใช้งานอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น 5.2.2. ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม เรื่อง การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer การสืบค้น ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 5.2.3. ครูสาธิตการปฏิบัติ เรื่อง การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 5.2.4. นักเรียนฝึกปฏิบัติ เรื่องการใช้งานอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น 5.2.5. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.3 ขั้นสรุป 5.3.1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาวิชา เรื่อง การใช้งานอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น 5.3.2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียน 6.2 ใบความรู้ 6.3 แบบฝึกหัด 6.4 แบบฝึกปฏิบัติ 6.5 แบบทดสอบหลังเรียน 6.7 คอมพิวเตอร์ 6.8 เครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ ใบงาน แบบฝึกหัด การค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง 7.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง พร้อมทั้งเอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าชั้นเรียนของผู้เรียน และภาพประกอบ
147 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1 เครื่องมือประเมิน 1. ใบงาน 2. แบบฝึกหัด 3. แบบประเมินผลงาน 4. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน 8.2 เกณฑ์การประเมิน เครื่องมือการประเมิน วิธีวัดและประเมิน เกณฑ์การประเมิน แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝึกหัด ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบฝึกปฏิบัติ ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบทดสอบหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สังเกตพฤติกรรม ดี 2 คะแนน พอใช้ 1 คะแนน ปรับปรุง 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 80 ขึ้นไป 9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถ้ามี) 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบได้ อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ นำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่ เกิดจากการท่องจำ 10. เอกสารอ้างอิง
148 ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 ใบความรู้ที่6 หน่วยที่6 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer 2. เพื่อให้มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ 2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้ 3. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ 4. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 3. รับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้
149 หน่วยที่ 6 การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น ความหมายของอินเทอร์เน็ตและประวัติของอินเตอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต (Internet) คือเครือข่ายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกัน มาจาก คำว่า Inter Connection Network เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุก เครื่องทั่วโลก สามารถติดต่อสื่อสารถึงกัน ได้โดยใช้มาตรฐาน ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว หรือที่ เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol) ซึ่งโปรโตคอล ที่ใช้บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีชื่อว่า ทีซีพี/ไอพี ( TCP/IP :Transmission Control Protocol/Internet Protocol ) ลักษณะของระบบอินเทอร์เน็ต เป็น เสมือนใยแมงมุม ที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตนั้น สามารถสื่อสารกันได้หลาย เส้นทาง ตามความต้องการ โดยไม่ก าหนดตายตัว และไม่จำเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง อาจจะผ่านจุด อื่น ๆ หรือ เลือกไปเส้นทางอื่นได้หลาย ๆ เส้นทาง การติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นั้น อาจเรียกว่า การติดต่อสื่อสารแบบไร้มิติ หรือ Cyberspace ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันอินเทอร์เน็ต มีความสำคัญต่อชีวิตประจ าวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา พาณิชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้ 1) ด้านการศึกษา - สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้าน การแพทย์ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ -ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ - นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่ กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลที่เป็น ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น 2) ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ - ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ - สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต - ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตน ผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะน า สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัว โปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น 3) ด้านการบันเทิง - การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine Online รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทั่วๆ ไป - สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ - สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้ จากเหตุผลดังกล่าว พอจะสรุปได้ว่า อินเทอร์เน็ต มีความสำคัญ ในรูปแบบ ดังนี้ - การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย
150 - การติดต่อสื่อสารที่สะดวก และรวดเร็ว -แหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก บริการบนอินเตอร์เน็ต - บริการค้นข้อมูล World Wide Web การนำเสนอข้อมูลในระบบ WWW (World Wide Web) พัฒนาขึ้นมาในช่วงปลายปี 1989 โดยทีมงานจาก ห้องปฏิบัติการทางจุลภาคฟิสิกส์แห่งยุโรป (European Particle Physics Labs) หรือที่รู้จักกัน ในนาม CERN (Conseil European pour la Recherche Nucleaire) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้มี การ พัฒนาภาษาที่ใช้สนับสนุน การเผยแพร่เอกสารของนักวิจัย หรือเอกสารเว็บ (Web Document) จากเครื่อง แม่ข่าย (Server) ไปยังสถานที่ต่างๆ ในระบบ WWW เรียกว่า ภาษา HTML (HyperText Markup Language) การเผยแพร่ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ผ่านสื่อประเภทเว็บเพจ (WebPage) เป็นที่นิยมกันอย่างสูง ในปัจจุบัน ไม่เฉพาะข้อมูลโฆษณาสินค้า ยังรวมไปถึงข้อมูลทางการแพทย์ การเรียน งานวิจัยต่างๆ เพราะ เข้าถึงกลุ่มผู้สนใจได้ทั่วโลก ตลอดจนข้อมูลที่น าเสนอออกไป สามารถเผยแพร่ ได้ทั้งข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลภาพ ข้อมูลเสียง และภาพเคลื่อนไหว มีลูกเล่นและเทคนิคการน าเสนอ ที่หลากหลาย อันส่งผลให้ ระบบ WWW เติบโตเป็นหนึ่ง ในรูปแบบบริการ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ ระบบอินเทอร์เน็ต ลักษณะเด่นของการน าเสนอข้อมูลเว็บเพจ คือ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังจุดอื่นๆ บนหน้าเว็บได้ ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บอื่นๆ ในระบบเครือข่าย อันเป็นที่มาของค าว่า HyperText หรือ ข้อความที่มีความสามารถ มากกว่าข้อความปกตินั่นเอง จึงมีลักษณะคล้ายกับว่าผู้อ่านเอกสารเว็บ สามารถ โต้ตอบกับเอกสารนั้นๆ ด้วยตนเอง ตลอดเวลาที่มีการใช้งานนั่นเอง อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2529 อาจารย์กาญจนา กาญจนสุต จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) ร่วมกับอาจารย์โทโมโน ริคิมูระ จากสถาบันเดียวกัน ร่วมสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยโมเด็ม NEC ความเร็ว 2400 Baud -เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี NEC -สายโทรศัพท์ทองแดง โดยเครือข่ายที่ได้ วิ่งด้วยความเร็ว 1200 - 2400 Baud และมีเสียงดังมาก จากนั้นได้ปรับเปลี่ยนไปใช้ บริการไทย-แพค ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เทคโนโลยี X.25 ผ่านการหมุนโทรศัพท์ไปยัง ศูนย์บริการของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ท าการรับส่งอีเมล์กับมหาวิทยาลัยโตเกียว และมหาวิทยาลัย เมลเบิร์น โดยใช้โปรแกรม UUCP ตลอดจนส่งอีเมล์ไปยังบริษัท UUNET ที่เวอร์จิเนียสหรัฐอเมริกา และน ามาใช้กับงานของอาจารย์ และงานสอนนักศึกษาในเวลาต่อไปนับได้ว่า อาจารย์กาญจนา กาญจนสุต เป็น บุคคลแรกที่เริ่มใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์รายแรกของประเทศไทย หลังจากนั้นได้มีความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลออสเตรเลีย ภายใต้โครงการ The International Development Plan (IDP) ได้ให้ความช่วยเหลือ กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย พัฒนา เครือข่ายคอมพิวเตอร์ไทยขึ้นมา ในปี พ.ศ. 2531 โดยให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบัน เทคโนโลยีแห่งเอเซีย มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางของประเทศไทยในการเชื่อมโยงไปที่เครื่องแม่ข่าย ของ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น และตั้งชื่อโครงการนี้ว่า TCSNet – Thai Computer Science Network โดยมีการ
151 ติดต่อผ่านเครือข่ายวันละ 2 ครั้ง จ่ายค่าใช้จ่ายปีละ 4 หมื่นบาท และใช้ซอฟต์แวร์ SUNIII ซึ่งเป็น ระบบปฏิบัติการ UNIX ประเภทหนึ่ง ที่แพร่หลายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของออสเตรเลีย (Australian Computer Science Network - ACSNet) เทคนิคการใช้งาน Internet Explorer การกดปุ่ม เมาส์ขวาเพื่อเรียกเมนูใช้งานอย่างรวดเร็ว เช่นการเก็บรูปภาพ การเปิดหน้าต่างใหม่ หรืออื่น ๆ การกดปุ่ม ALT + ปุ่มลูกศร ซ้าย หรือ ขวา จะเป็นการเรียกใช้เมนู Back หรือ Forward ได้เช่นกัน การกดปุ่ม Ctrl + N เป็นการเปิดหน้าต่างใหม่เพิ่มขึ้นมา การค้นหาข้อความในหน้า Web Page สามารถใช้เมนู Edit และ Find (on This Page) หรือกด Ctrl + F ได้ หากพบภาพที่ถูกใจ สามารถตั้งให้เป็น Wall Paper ได้ทันทีโดยกดปุ่มเมาส์ขวา เลือกที่ Set as wallpaper การกดปุ่ม Ctrl + N เป็นการเปิดหน้าต่างใหม่เพิ่มขึ้นมา การสืบค้นข้อมูลโดยการใช้ Search Engine Search Engine คือ โปรแกรมซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวค้นหาข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่ง Search Engine ที่ นิยมใช้นั้นมีด้วยกันหลายตัวด้วยกัน เช่น Google (www.google.co.th),Dogpile (www.dogpile.com) ALLTHEWEB ( www.alltheweb.com ) Yahoo (www.yohoo.com) เป็นต้น แต่ในที่นี้จะอธิบาย วิธีการใช้งาน Google ซึ่งเป็น Search Engine ที่มีความนิยมที่สุดในขณะนี้ หลักพื้นฐานในการค้นหาข้อมูลด้วย Google การค้นหาข้อมูลด้วย Google นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่พิมพ์ หัวข้อค้นหา (ซึ่งเป็นคำหรือวลีที่อธิบายข้อมูลที่คุณต้องการค้นหาได้ดีที่สุด) ในกล่องข้อความ จากนั้นกดปุ่ม ‘Enter’ หรือคลิกที่ปุ่ม ‘Google Search’ หรือ “ค้นหาโดย Google” จากนั้น Google ก็จะคืนผลลัพธ์ เป็นรายการของหน้าเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง กับหัวข้อค้นหาของคุณ โดยหน้าเว็บที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องที่ชัดเจนที่สุดจะปรากฏออกมาเป็นลำดับแรก แบบฝึกหัด/เฉลย ตอนที่ 1 คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. อินเทอร์เน็ต (Internet) มีความหมายว่าอย่างไร ตอบ ระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อม เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลเป็นแบบเดียวกันภายใต้มาตรฐาน การเชื่อมโยงด้วยโปรโตคอลเดียวกัน 2. จงบอกประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต ตอบ 1. การโอนถ่ายข้อมูล เป็นการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์จากจุดหนึ่งไปยัง อีกจุดหนึ่งทั้งใกล้และไกล 2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการส่งจดหมายผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3. เทลเน็ต เป็นบริการอินเทอร์เน็ตในรูปแบบการเข้าไปใช้งานระยะไกลผู้ใช้งานสามารถเข้าไปใช้ งานคอมพิวเตอร์ที่อยู่คนละแห่งได้ด้วยตนเอง
152 4. การแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็น เป็นกลุ่มที่มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดง ความคิดเห็นของชาวอินเทอร์เน็ตทั่วโลก 5. การสื่อสารด้วยข้อความ เป็นการสนทนาแบบพิมพ์ข้อความตอบโต้กัน ระหว่างผู้ใช้ อินเทอร์เน็ต 6. การสืบค้นข้อมูล เป็นการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลหรือข่าวสารต่าง ๆ 7. การให้ความบันเทิง ระบบอินเทอร์เน็ตมีทั้งการถ่ายทอดสดหรือเทปย้อนหลังที่ถูกบันทึกไว้ ความบันเทิงมีให้ดูให้ชมทั่วทุกมุมโลกจึงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง 8. การซื้อขายสินค้าและบริการ เป็นการซื้อขายสินค้าและบริการ เช่น ขายเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องอุปโภค-บริโภค หรือการท่องเที่ยว เป็นต้น 9. ทำธุรกรรมด้านธนาคาร เป็นการติดต่อสื่อสารเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการฝากเงิน ถอนเงิน หรือโอนเงินผ่านระบบออนไลน์บนเครือข่าย 10. การศึกษา เป็นการติดต่อสื่อสารเพื่อดำเนินการด้านการจัดเรียนการสอนสำหรับผู้ที่อยู่ ห่างไกลจากแหล่งการศึกษา 3. องค์ประกอบของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีอะไรบ้าง ตอบ 1) คอมพิวเตอร์แม่ข่าย 2) คอมพิวเตอร์ลูกข่าย 3) โมเด็ม 4) สายสัญญาณ 5) คลื่นวิทยุ และดาวเทียม 6) ระบบมาตรฐานการควบคุมการส่งข้อมูลบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 7) โปรแกรม สำหรับติดต่ออินเทอร์เน็ต 8) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือไอเอสพี 4. อินเทอร์เน็ตให้บริการด้านใดบ้าง จงยกตัวอย่างมา 3 ด้าน ตอบ 1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail : Electronics mail) 2. การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol) 3. บริการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต (Search Engine) 5. จงบอกความหมายของคำศัพท์ต่อไปนี้ ตอบ 5.1 Search Engineเป็นการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อหาความรู้จากเว็บไซต์เหล่านั้น 5.2 Protocol เป็นกฎระเบียบและข้อตกลงที่กำหนดขึ้นมาเพื่อรองรับการสื่อสารตาม มาตรฐานสากลระหว่างเครื่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถสื่อสารกันได้ เช่น TCP/IP เป็นต้น 5.3 IP Address เป็นหมายเลขรหัสประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต 5.4 Transport Control Protocol/Internet Protocol เป็น Protocol ตามมาตรฐาน อุตสาหกรรมที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5.5 E-mail Addressเป็นการส่งข้อมูลประเภทข้อความ รูปภาพ หรือเสียง ไปยังผู้รับผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ตข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ ผู้รับสามารถเปิดดูและตอบกลับเวลาใดก็ได้ สามารถใช้บริการได้ ทั่วโลก
153 ตอนที่2 จงเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว คำสั่ง จงทำเครื่องหมายกากบาท () หน้าข้อที่ถูกต้องมากที่สุดเพียงข้อเดียว 1. อินเทอร์เน็ตเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร ก. โลกไร้พรหมแดน ข. โลกแห่งความรู้ ค. โลกเทคโนโลยี ง. โลกใยแมงมุม 2. คำว่า www. ย่อมาจากอะไร ก. World wide Wan ข. World wide Web ค. World Win Web ง. World windows Website 3. ปัจจุบันได้มีการทำธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร เช่น การฝากเงิน ถอนเงินหรือโอนเงินผ่านระบบ ออนไลน์บนเครือข่าย การทำธุรกรรมดังกล่าวเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร ก. E-Banking ข. E-Booking ค. E-Commerce ง. E-Office 4. เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณข้อมูลแล้วส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์หมายถึงข้อใด ก. สายสัญญาณ ข. สายโทรศัพท์ ค. โปรโตคอล ง. โมเด็ม 5. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ก. Coaxial Cable ข. Optical Fiber ค. Power Line ง. Telephone Line 6. คำว่า Domain Name มีความหมายว่าอย่างไร ก. เป็นที่อยู่ของ Web Page ข. เป็นหน้าแรกของ Web site ค. เป็นชื่อที่ใช้ประกาศตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต ง. เป็นองค์กรที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต 7. คำว่า Protocol มีความหมายว่าอย่างไร ก. เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ ข. เป็นกฎระเบียบและข้อตกลงที่กำหนดขึ้นมาเพื่อรองรับการสื่อสาร ค. เป็นที่อยู่ของข้อมูลบน World Wide Web ง. เป็น Web Page ที่อยู่หน้าแรกของ Web site 8. การย้ายข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลเพื่อนำข้อมูลมาใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรากำลังใช้ งานอยู่ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร ก. Upload ข. Download ค. Save ง. Copy 9. E-mail ทำหน้าที่อย่างไร ก. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข. โอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ค. สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ง. ดูหนัง ฟังเพลง ออนไลน์ 10. การใช้งาน E-mail ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง ก. การใช้งาน E-mail ผู้ส่งหรือผู้รับคนใดคนหนึ่งต้องมีชื่อบัญชีผู้ใช้ ข. การใช้งาน E-mail ทุกครั้งต้องสมัครบัญชีผู้ใช้ทุกครั้งเพื่อเข้าใช้งาน ค. การใช้งาน E-mail สามารถส่งข้อมูลได้เฉพาะข้อมูลที่เป็นข้อความเท่านั้น ง. การใช้งาน E-mail ครั้งแรกต้องสมัครบัญชีผู้ใช้
154 เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/chayanyubolweb/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-2/kar-chi-xinthexrnetbeuxng-tn https://sites.google.com/site/tawanhukheiyw/kar-chi-xintexrnet-beuxng-tn https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf ภาคผนวก (ถ้ามี)
155 ใบงานที่6 หน่วยที่6 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer 2. เพื่อให้มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ 2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้ 3. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ 4. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 3. รับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อศึกษาและอภิปราย 1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น 2. เขียนอภิปรายและวิเคราะห์ใส่กระดาษ 3. นำผลงานส่งครูผู้สอนเพื่อประเมินผล ภาพประกอบ
156 ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ถูกต้อง การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้น ในการแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/chayanyubolweb/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-2/kar-chi-xinthexrnetbeuxng-tn https://sites.google.com/site/tawanhukheiyw/kar-chi-xintexrnet-beuxng-tn https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf
157 ใบกิจกรรมที่5 หน่วยที่5 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer 2. เพื่อให้มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ 2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้ 3. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ 4. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 3. รับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับกิจกรรม 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบ ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ สอน และนำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ
158 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เกิดจากการท่องจำ 5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ กำหนด และฝึกฝนตนเองเสมอ เมื่อได้รับมอบหมายงานมา การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/chayanyubolweb/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-2/kar-chi-xinthexrnetbeuxng-tn https://sites.google.com/site/tawanhukheiyw/kar-chi-xintexrnet-beuxng-tn https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf
159 ใบปฏิบัติงานที่6 หน่วยที่6 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer 2. เพื่อให้มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ 2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้ 3. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ 4. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 3. รับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ผู้เรียนค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต ตามเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาจาครูผู้สอน 2. เมื่อผู้เรียนได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เรียน นำข้อมูลนั้น มาเรียบเรียงให้เป็นระเบียบ สวยงาม ให้ สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยจัดทำในรูปแบบเล่มรายงาน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน
160 ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/chayanyubolweb/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-2/kar-chi-xinthexrnetbeuxng-tn https://sites.google.com/site/tawanhukheiyw/kar-chi-xintexrnet-beuxng-tn https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf
161 ใบมอมหมายงานที่6 หน่วยที่6 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต การท่องเว็บด้วยโปรแกรม Internet Explorer 2. เพื่อให้มีทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นรับส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตได้ 2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้ 3. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ 4. รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2. สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต 3. รับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ แนวทางการปฏิบัติงาน 1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงาน อย่างเคร่งครัด ตามหัวข้อที่ได้รับ มอบหมาย ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งการจัดทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย 2. ให้ผู้เรียนแบ่งหน้าที่กับเพื่อนในกลุ่มให้ชัดเจน และสามารถเข้าใจเนื้อหาตามหัวข้อดังกล่าว ได้ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ภาพประกอบ
162 ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/chayanyubolweb/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-2/kar-chi-xinthexrnetbeuxng-tn https://sites.google.com/site/tawanhukheiyw/kar-chi-xintexrnet-beuxng-tn https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf
163 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่...............7...................................... จำนวน........6..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....17-18....... ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ชื่อหน่วย กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ ชื่อเรื่อง กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 1. สาระสำคัญ กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคนที่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต กฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะทุกคนต้องมีความ รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นเสมอเพื่อให้สังคมอยู่อย่างสงบสุขไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน 2. สมรรถนะประจำหน่วย 2.1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2.2. สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ ปรับปรุงแก้ไข 2560 2.3. แสดงความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศพระราชบัญญัติว่า ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 3.2.1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3.2.2. บอกความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3.2.3. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ 4.2. ความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ 4.3. ประโยชน์ของกฎหมายคอมพิวเตอร์ 4.4. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 4.5. ความหมายของจริยธรรมด้านคอมพิวเตอร์ 4.6. ความหมายของจรรยาบรรณ
164 4.7. จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ 4.8. จรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต 4.9. รูปแบบอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 4.10. ข้อควรระวังในการใช้อินเทอร์เน็ต 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ที่......3-6.........) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับ สาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 5.2 ขั้นสอน 5.2.1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบ สารสนเทศ 5.2.2. ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม เรื่องความสำคัญของกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 รูปแบบของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ และจรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต 5.2.3. นักเรียนสรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 5.3 ขั้นสรุป 5.3.1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาวิชา เรื่อง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 5.3.2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียน 6.2 ใบความรู้ 6.3 แบบฝึกหัด 6.4 แบบฝึกปฏิบัติ 6.5 แบบทดสอบหลังเรียน 6.7 คอมพิวเตอร์ 6.8 เครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์
165 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ ใบงาน แบบฝึกหัด การค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง 7.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง พร้อมทั้งเอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าชั้นเรียนของผู้เรียน และภาพประกอบ 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1 เครื่องมือประเมิน 1. ใบงาน 2. แบบฝึกหัด 3. แบบประเมินผลงาน 4. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน 8.2 เกณฑ์การประเมิน เครื่องมือการประเมิน วิธีวัดและประเมิน เกณฑ์การประเมิน แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝึกหัด ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบฝึกปฏิบัติ ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบทดสอบหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สังเกตพฤติกรรม ดี 2 คะแนน พอใช้ 1 คะแนน ปรับปรุง 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 80 ขึ้นไป 9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถ้ามี) 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบได้ อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ นำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ
166 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่ เกิดจากการท่องจำ 10. เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562
167 ใบความรู้ที่7 หน่วยที่7 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบ สารสนเทศ เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 2. บอกความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2. สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 3. แสดงความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ กฎหมายและจริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ (Information System ) หมายถึง ระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการ รวบรวม จัดเก็บ หรือจัดการกับข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ข้อมุลนั้นกลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถนำไปใช้ใน การประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟต์แวร์ (Software), ข้อมูล(Data), บุคคล (People), ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมูล (Telecommunication) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อทำการรวบรวม, จัดการ จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ รูปที่ 4 แสดง ส่วนประกอบของระบบ สารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศที่มีการจัดการกับสารสนเทศและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารให้เกิด ประสิทธิผล เรียกว่าระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการ บริหาร โดยเน้นเรื่องการสนับสนุนการตัดสินใจใน ระดับการจัดการระดับต่างๆ ไม่เน้นที่การประมวลข้อมูลที่ได้จากการดำเนินการทางธุรกิจและเน้นที่โครงร่าง ของระบบควรจะถูกใช้ในการ จัดการการใช้งานระบบสารสนเทศ รูปที่ 5 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างระบบ
168 สารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารและระดับของการจัดการหน่วยที่ 7 กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ ระบบสารสนเทศ จรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตนั้น มีเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการใช้งานระบบเครือข่ายนี้ก็ ย่อมจะมีผู้ที่ประพฤติไม่ดี และสร้างปัญหาให้กับผู้อื่นเสมอ ดังนั้นแต่ละเครือข่ายจึงต้องมีการกำหนด กฎเกณฑ์ข้อบังคับไว้ และในฐานะผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิ์ ให้ใช้งานเครือข่ายนั้นก็ควรที่จะต้องเข้าใจ และ ปฏิบัติตามกฎที่ได้ถูกวางไว้ เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในระบบอินเตอร์เน็ตเป็นไปอย่างสงบสุข จึงได้มีผู้พยายาม รวบรวม กฎ กติกา มารยาท และวางเป็นจรรยาบรรณอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกว่าNetiquette ความ รับผิดชอบต่อสังคม เป็นเรื่องที่จะต้องปลูกฝัง กฎเกณฑ์ของแต่ละเครือข่าย จึงต้องมีและวางระเบียบเพื่อให้ ดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ และเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน อนาคตของการใช้เครือข่าย ยังมีอีกมาก จรรยาบรรณจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ สังคมสงบสุข จรรยาบรรณ ที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ต้องยึดถือไว้เสมือนเป็น แม่บทแห่งการปฏิบัติเพื่อระลึกและ เตือนความจำ อยู่เสมอ บัญญัติ 10 ประการ คือ 1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น 2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น 3. ต้องไม่สอดแนม หรือมาแก้ไขเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น 4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร 5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ 6. ต้องไม่คัดลอกโปรแกรม ที่ผู้อื่นมีลิขสิทธิ์ และไม่ได้รับการอนุญาต 7. ต้องไม่ละเมิด การใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ 8. ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่น มาเป็นของตน 9. ต้องคำนึงถึง สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคม อันติดตามมาจาก การกระทำของตน 10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพ กฎระเบียบ กติกา มารยาท
169 จรรยาบรรณ เกี่ยวกับการใช้ ระบบสนทนาแบบ Online 1. ควรเรียกสนทนาจากผู้ที่เรารู้จัก และต้องการจะสนทนาด้วย หรือมีเรื่องสำคัญที่จะติดต่อด้วย 2. ควรระลึกเสมอว่าการขัดจังหวะผู้อื่น ที่กำลังทำงานอยู่อาจจะสร้างปัญหาได้ 3. ก่อนการเรียกคู่สนทนา ควรตรวจสอบสถานะ การใช้งานของคู่สนทนา ที่ต้องการเรียก เสียก่อนเพราะ การเรียกแต่ละครั้ง จะมีข้อความไปปรากฏที่หน้าจอ ของฝ่ายที่ถูกเรียก ซึ่งก็สร้างปัญหาในการทำงานได้ เช่น ขณะกำลังทำงานค้าง FTP อยู่ ซึ่งไม่สามารถหยุดได้ 4. หลังจากเรียกไปชั่วขณะ คู่ที่ถูกเรียกไม่ตอยกลับ แสดงว่าคู่สนทนาอาจติดงานสำคัญ ขอให้หยุดการเรียก เพราะข้อความที่เรียกไป ปรากฏบนจออย่างแน่นอนแล้ว 5. ควรใช้วาจาสุภาพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน จรรยาบรรณเกี่ยวกับเวิล์ดไวด์เว็บ 1) ห้ามใส่รูปภาพที่มีขนาดใหญ่ไว้ในเว็บเพจของท่าน เพราะทำให้ผู้ที่เรียกดูต้องเสียเวลามากในการแสดง ภาพเหล่านั้น ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตส่วนมากเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโมเด็ม ทำให้ผู้เรียกดูรูปภาพขนาดใหญ่ เบื่อเกินกว่าที่จะรอชมรูปภาพนั้นได้ 2 ) เมื่อเว็บเพจของท่านต้องการสร้าง link ไปยังเว็บเพจของผู้อื่น ท่านควรแจ้งให้เจ้าของ เว็บเพจ นั้นทราบ ท่านสามารถแจ้งได้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 3 ) ถ้ามีวิดีโอหรือเสียงบนเว็บเพจ ท่านควรระบุขนาดของไฟล์วิดีโอหรือไฟล์เสียงไว้ด้วย (เช่น 10 KB, 2 MB เป็นต้น) เพื่อให้ผู้เรียกดูสามารถคำนวนเวลาที่จะใช้ในการดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอหรือไฟล์เสียงนั้น 4 ) ท่านควรตั้งชื่อ URL ให้ง่าย ไม่ควรมีตัวอักษรตัวใหญ่ปนกับตัวอักษรตัวเล็ก ซึ่งจำได้ยาก 5 ) ถ้าท่านต้องการเรียกดูข้อมูลจาก URL ที่ไม่ทราบแน่ชัด ท่านสามารถเริ่มค้นหาจาก domain address ได้ โดยปกติ URL มักจะเริ่มต้นด้วย www แล้วตามด้วยที่อยู่ของเว็บไซด์ เช่น http://www.nectec.or.th/ http://www.tv5.co.th/ http://www.kmitl.ac.th/ 6 ) ถ้าเว็บไซด์ของท่านมี link เชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่นๆ ด้วยรูปภาพเท่านั้น อาจทำให้ผู้เรียกดูที่ใช้ โปรแกรมบราวเซอร์ที่ไม่สนับสนุนรูปภาพ ไม่สามารถเรียกชมเว็บไซด์ของท่านได้ ท่านควรเพิ่ม link ที่เป็น ตัวหนังสือเพื่อเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่นๆ ด้วย 7) ท่านไม่ควรใส่รูปภาพที่ไม่มีความสำคัญต่อข้อมูลบนเว็บเพจ เนื่องจากไฟล์ของรูปภาพมีขนาดใหญ่ ทำให้ เสียเวลาในการเรียกดูและสิ้นเปลือง bandwidth โดยไม่จำเป็น 8 ) ท่านควรป้องกันลิขสิทธิ์ของเว็บไซด์ด้วยการใส่เครื่องหมาย trademark (TM) หรือเครื่องหมาย Copyright ไว้ในเว็บเพจแต่ละหน้าด้วย 9) ท่านควรใส่ email address ของท่านไว้ด้านล่างของเว็บเพจแต่ละหน้า เพื่อให้ผู้เรียกชมสามารถ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดต่อท่านได้ 10) ท่านควรใส่ URL ของเว็บไซด์ไว้ด้านล่างของเว็บเพจแต่ละหน้าด้วย เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในอนาคต สำหรับผู้ที่สั่งพิมพ์เว็บเพจนั้น 11 ) ท่านควรใส่วันที่ของการแก้ไขข้อมูลบนเว็บไซด์ครั้งสุดท้ายไว้ด้วย เพื่อให้ผู้เรียกชมทราบว่าข้อมูลที่ ได้รับนั้น มีความทันสมัยเพียงใด
170 12 ) ห้ามไม่ให้เว็บไซด์ของท่านมีเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ มีเนื้อหาที่ตีความไปในทางลามกอนาจารหรือการ ใช้ความรุนแรง เนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย ผู้จัดทำเว็บไซด์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและข้อมูลทั้งหมด ในเว็บไซด์นั้น ความหมายของจริยธรรม จริยธรรม หมายถึง หลักหรือข้อควรประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องดีงามตามหลักคุณธรรม ตลอดจนการ มี ปัญญาไตร่ตรองด้วยเหตุผลว่า อะไรดีควรประพฤติ อะไรไม่ดี ไม่ควรประพฤติ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ 2560 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม เมื่อปีที่ผ่านมา (2559) และได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม ล่าสุด มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 24 พ.ค.นี้ เพื่อการใช้ออนไลน์อย่างถูกกฎหมาย สําหรับสาระสําคัญที่หลายคนควรพึง ระวังใน พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับ 2 มี สาระสําคัญจําง่ายๆ ดังนี้ การฝากร้านใน Facebook, IG ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท ส่ง SMS โฆษณา โดยไม่รับความยินยอม ให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ไม่เช่นนั้นถือเป็นส แปม ปรับ 200,000 บาท ส่ง Email ขายของ ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท กด Like ได้ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ยกเว้นการกดไลค์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน เสี่ยงเข้าข่าย ความผิดมาตรา 112 หรือมีความผิดร่วม กด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลที่แชร์มีผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ โดยเฉพาะที่กระทบต่อบุคคลที่ 3 พบข้อมูลผิดกฎหมายอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคอมพิวเตอร์กระทําเอง สามารถ แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ หากแจ้งแล้วลบข้อมูลออกเจ้าของก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ความเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงเฟซบุ๊ก ที่ให้แสดงความคิดเห็น หากพบว่าการแสดงความเห็นผิด กฎหมาย เมื่อแจ้งไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อลบได้ทันที เจ้าของระบบเว็บไซต์จะไม่มีความผิด สําหรับ แอดมินเพจ ที่เปิดให้มีการแสดงความเห็น เมื่อพบข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมฯ เมื่อลบออก จากพื้นที่ ที่ตนดูแลแล้ว จะถือเป็นผู้พ้นผิด ไม่โพสต์สิ่งลามกอนาจาร ที่ทําให้เกิดการเผยแพร่สู่ประชาชนได้ การโพสต์เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน ต้องปิดบังใบหน้า ยกเว้นเมื่อเป็นการเชิดชู ชื่นชม อย่างให้เกียรติ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ต้องไม่ทําให้เกิดความเสื่อมเสียเชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ญาติ สามารถฟูองร้องได้ตามกฎหมาย การโพสต์ด่าว่าผู้อื่น มีกฏหมายอาญาอยู่แล้ว ไม่มีข้อมูลจริง หรือถูกตัดต่อ ผู้ถูกกล่าวหา เอาผิดผู้ โพสต์ได้ และมีโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ไม่ทําการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใด ไม่ว่าข้อความ เพลง รูปภาพ หรือวิดีโอ ส่งรูปภาพแชร์ของผู้อื่น เช่น สวัสดี อวยพร ไม่ผิด ถ้าไม่เอาภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หารายได้
171 แบบฝึกหัด/เฉลย ตอนที่ 1 คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงบอกลักษณะของกฎหมาย ตอบ 1. กฎหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับให้ปฏิบัติตาม 2. กฎหมายต้องใช้บังคับโดยทั่วไปทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายโดยเสมอภาค 3. กฎหมายต้องใช้บังคับได้จนกว่าจะมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง 2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันเรียกว่าอย่างไร ตอบ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 3. จงสรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์2550 และที่ ปรับปรุงแก้ไข 2560 มาตราที่ 16 มาพอสังเขป ตอบ มาตรา 16 ตัดต่อ เติม ดัดแปลงภาพ ตัดต่อ เติม ดัดแปลงภาพ ผู้อื่น / ผู้ตาย นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ทำให้ถูกเกลียดชัง ได้รับความอับอาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท - ศาลอาจสั่งให้ทำลายข้อมูล / เผยแพร่คำพิพากษา / ดำเนินการอื่นเพื่อบรรเทาความ เสียหายที่เกิดจากการกระทำ - ผู้ที่ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ศาลสั่งให้ทำลาย แต่ไม่ทำลายตามคำสั่งต้องรับโทษ กึ่งหนึ่ง (รวมถึงการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ด้วย) การพิจารณาความผิดและการรับโทษ - ผู้กระทำผิดเป็นคนไทย : รัฐบาลของประเทศที่ทำผิด / มีผู้ร้องขอ ต้องรับโทษ ภายในประเทศไทย - ผู้กระทำผิดเป็นคนต่างด้าว : รัฐบาล / คนไทย เสียหาย และผู้เสียหายร้องขอให้ ลงโทษ ต้องรับโทษภายในประเทศไทย 4. จงยกตัวอย่างรูปแบบของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์มา 9 ข้อ ตอบ 1. การขโมยข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตรวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ 2. การปกปิดความผิดของตัวเองโดยใช้ระบบการสื่อสาร 3. การละเมิดลิขสิทธิ์ ปลอมแปลงรูปแบบเลียนแบบระบบซอฟต์แวร์โดยมิชอบ 4. การเผยแพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม 5. การฟอกเงิน 6. การก่อกวนระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ทำลายระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบจ่ายน้ำ จ่ายไฟ จราจร 7. การหลอกลวงให้ร่วมค้าขาย หรือ ลงทุนปลอม (การทำธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย) 8. การลักลอบใช้ข้อมูลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การขโมยรหัสบัตรเครดิต
172 9. การใช้คอมพิวเตอร์ในการโอนบัญชีผู้อื่นเป็นของตัวเอง 5. หลักคุณธรรมจริยธรรมในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมีกี่ประเด็น พร้อมอธิบาย ตอบ 1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ หมายถึง สิทธิของบุคคลที่ควบคุมข้อมูลของ ตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น หรือเป็นกลุ่มบุคคล หรือองค์กรต่าง ๆ เป็นต้น ผู้อื่นไม่สามารถติดตาม หรือเฝ้าดูจนกระทั่งผู้ใช้สูญเสียความเป็นส่วนตัวถือว่าผิดจริยธรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการ ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรระวังการให้ข้อมูลกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะการ ใช้อินเทอร์เน็ต ข้อมูลบัตรเครดิต เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ หรืออีเมล์ 2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลจะต้องมีคุณลักษณะที่สำคัญ คือ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ผู้ที่ บันทึกข้อมูลจะต้องรับผิดชอบถ้ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น การจัดทำข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือนั้น จะต้องได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำออกมาเผยแพร่และข้อมูลจะต้องมี การปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ 3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) ความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เป็นต้น หรือจับต้องไม่ได้ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่สามารถ ถ่ายทอดและบันทึกลงในสื่อต่าง ๆ ได้ เช่น สิ่งพิมพ์ เทป ซีดีรอม เป็นต้น 4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) การใช้งานระบบของคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม ส่วนใหญ่มีการกำหนดสิทธิตามระดับของ ผู้ใช้งานทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาใช้งาน เช่น การบันทึก การแก้ไข ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้นการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงของ ตอนที่2 จงเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว คำสั่ง จงทำเครื่องหมายกากบาท () หน้าข้อที่ถูกต้องมากที่สุดเพียงข้อเดียว 1. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลใช้บังคับเมื่อใด ก. 18 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ข. 19 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ค. 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ง. 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ให้ไว้ ณ วันใด ก. 20 มกราคม พ.ศ. 2560 ข. 21 มกราคม พ.ศ. 2560 ค. 22 มกราคม พ.ศ. 2560 ง. 23 มกราคม พ.ศ. 2560 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดที่ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
173 ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 4. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์2550 ปรับปรุงแก้ไข 2560 ผู้ใด ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบมีโทษตามข้อใด ก. โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข. โทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ค. โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ง. โทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 5. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์2550 ปรับปรุงแก้ไข 2560 ผู้ใดส่ง ข้อมูลหรืออีเมลล์ก่อกวนผู้อื่นโดยผิดปกติหรือปลอมแปลงแหล่งที่มา มีโทษตามข้อใด ก. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ข. ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ค. ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ง. ปรับไม่เกินห้าแสนบาท 6. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การกระทำความผิดมาตราที่ 14 ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 ก. ข้อมูลปลอม ข. เผยแพร่ ส่งต่อข้อมูลโดยรู้อยู่แล้วว่าผิด ค. ข้อมูลความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ก่อการร้าย ง. จำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด 7. การตัดต่อ ดัดแปลงภาพ ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ได้รับความอับอาย มีความผิดตามมาตราใดใน พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 ก. มาตรา 13 ข. มาตรา 14 ค. มาตรา 15 ง. มาตรา 16 8. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่รูปแบบของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ก. นางสาวแดงแอบขโมยรหัสอีเมลล์เพื่อนเพื่อแอบส่งข้อมูลที่เป็นเท็จ ข. นางสาวชมพูใช้แผ่นซอฟ์ตแวร์ปลอมในการลงโปรแกรม ค. นายดำนำคีย์บอร์ดเก่าไปขาย ง. นายเขียวตัดต่อ เผยแพร่ภาพลามก อนาจาร 9. หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ ระบบคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงข้อใด ก. จรรยาบรรณในการใช้คอมพิวเตอร์ ข. จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ค. ศีลธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ง. พระราชบัญญัติในการใช้คอมพิวเตอร์ 10. “สิทธิของบุคคลที่ควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น” หมายถึงข้อใด ก. ความเป็นส่วนตัว ข. ความถูกต้อง ค. ความเข้าใจ ง. ความเป็นเจ้าของ
174 เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 แหล่งที่มา/บรรณานุกรม สมคิด บางโม. (2551) กฎหมายและจริยธรรมสื่อสารมวลชน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเพมหานคร : พัฒนวิทย์ การพิมพ์. https://jajakanok.wordpress.com/2018/12/11/13%E0%B8%81%E0%B8%8F%E0%B8%AB%E 0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88% E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1 %E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2/ https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-13-kdhmay-laeacriythrrm-ni-kar-chi-rabb-sarsnthes ภาคผนวก (ถ้ามี)
175 ใบงานที่7 หน่วยที่7 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบ สารสนเทศ เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 2. บอกความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2. สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 3. แสดงความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อศึกษาและอภิปราย 1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2. เขียนอภิปรายและวิเคราะห์ใส่กระดาษ 3. นำผลงานส่งครูผู้สอนเพื่อประเมินผล ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ถูกต้อง
176 การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้น ในการแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 แหล่งที่มา/บรรณานุกรม สมคิด บางโม. (2551) กฎหมายและจริยธรรมสื่อสารมวลชน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเพมหานคร : พัฒนวิทย์ การพิมพ์. https://jajakanok.wordpress.com/2018/12/11/13%E0%B8%81%E0%B8%8F%E0%B8%AB%E 0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88% E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1 %E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2/ https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-13-kdhmay-laeacriythrrm-ni-kar-chi-rabb-sarsnthes
177 ใบกิจกรรมที่7 หน่วยที่7 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 2. บอกความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2. สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 3. แสดงความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับกิจกรรม 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบ ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ สอน และนำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เกิดจากการท่องจำ
178 5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ กำหนด และฝึกฝนตนเองเสมอ เมื่อได้รับมอบหมายงานมา การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 แหล่งที่มา/บรรณานุกรม สมคิด บางโม. (2551) กฎหมายและจริยธรรมสื่อสารมวลชน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเพมหานคร : พัฒนวิทย์ การพิมพ์. https://jajakanok.wordpress.com/2018/12/11/13%E0%B8%81%E0%B8%8F%E0%B8%AB%E 0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88% E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1 %E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2/ https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-13-kdhmay-laeacriythrrm-ni-kar-chi-rabb-sarsnthe
179 ใบปฏิบัติงานที่7 หน่วยที่7 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่องาน กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 2. บอกความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2. สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 3. แสดงความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ผู้เรียนค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต ตามเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาจาครูผู้สอน 2. เมื่อผู้เรียนได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เรียน นำข้อมูลนั้น มาเรียบเรียงให้เป็นระเบียบ สวยงาม ให้ สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยจัดทำในรูปแบบเล่มรายงาน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง
180 การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 แหล่งที่มา/บรรณานุกรม สมคิด บางโม. (2551) กฎหมายและจริยธรรมสื่อสารมวลชน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเพมหานคร : พัฒนวิทย์ การพิมพ์. https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-13-kdhmay-laeacriythrrm-ni-kar-chi-rabb-sarsnthes
181 ใบมอมหมายงานที่7 หน่วยที่7 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ เวลารวม 6 ชั่วโมง ชื่องาน กฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 2. บอกความสำคัญของกฎหมายคอมพิวเตอร์ได้ 3. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมในการใช้ระบบสารสนเทศ 2. สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และที่ปรับปรุงแก้ไข 2560 3. แสดงความรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ แนวทางการปฏิบัติงาน 1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงาน อย่างเคร่งครัด ตามหัวข้อที่ได้รับ มอบหมาย ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งการจัดทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย 2. ให้ผู้เรียนแบ่งหน้าที่กับเพื่อนในกลุ่มให้ชัดเจน และสามารถเข้าใจเนื้อหาตามหัวข้อดังกล่าว ได้ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน
182 ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 แหล่งที่มา/บรรณานุกรม สมคิด บางโม. (2551) กฎหมายและจริยธรรมสื่อสารมวลชน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเพมหานคร : พัฒนวิทย์ การพิมพ์. https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-13-kdhmay-laeacriythrrm-ni-kar-chi-rabb-sarsnthes
183 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรียนรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกลุ่ม.........................................................................ชั้น................................................................ รายชื่อสมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 3 2 1 1 2 3 4 5 รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ...................
184 เกณฑ์การประเมิน 1. ความถูกต้องของเนื้อหา 3 คะแนน = มีเนื้อหาสาระสำคัญครบถ้วน สื่อความหมายชัดเจนและมีรูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนื้อหาสาระสำคัญครบถ้วน สื่อความหมายและมีรูปภาพไม่ตรงเนื้อหา 1 คะแนน = มีเนื้อหาสาระสำคัญไม่ชัดเจน และไม่ครบถ้วน 2. ความประณีตสวยงาม 3 คะแนน = รูปภาพสวยงาม ตัวอักษรคมชัด สีสันเหมาะสม การวางรูปแบบสมดุล 2 คะแนน = รูปภาพสวยงาม ตัวอักษรคมชัด การวางรูปแบบสมดุล 1 คะแนน = รูปภาพไม่สวยงาม การวางรูปแบบสมดุล 3. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น และประหยัด 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น แต่ไม่ประหยัด 1 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอไม่แปลกใหม่ ไม่น่าสนใจ 4. สารประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับองค์ประกอบ ครอบคลุมและชัดเจน 2 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับองค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมแต่ชัดเจน 1 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับองค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน
185 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรียนรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกลุ่ม.........................................................................ชั้น................................................................ รายชื่อสมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความประณีตสวยงาม 3 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4 สาระประโยชน์ 5 ................................................................. รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ...................
186 เกณฑ์การประเมิน 1. ความถูกต้องของเนื้อหา 3 คะแนน = มีเนื้อหาสาระสำคัญครบถ้วน สื่อความหมายชัดเจนและมีรูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนื้อหาสาระสำคัญครบถ้วน สื่อความหมายและมีรูปภาพไม่ตรงเนื้อหา 1 คะแนน = มีเนื้อหาสาระสำคัญไม่ชัดเจน และไม่ครบถ้วน 2. ความประณีตสวยงาม 3 คะแนน = รูปภาพสวยงาม ตัวอักษรคมชัด สีสันเหมาะสม การวางรูปแบบสมดุล 2 คะแนน = รูปภาพสวยงาม ตัวอักษรคมชัด การวางรูปแบบสมดุล 1 คะแนน = รูปภาพไม่สวยงาม การวางรูปแบบสมดุล 3. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น และประหยัด 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น แต่ไม่ประหยัด 1 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอไม่แปลกใหม่ ไม่น่าสนใจ 4. สารประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับองค์ประกอบ ครอบคลุมและชัดเจน 2 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับองค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมแต่ชัดเจน 1 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับองค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน
187 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกลุ่ม.........................................................................ชั้น................................................................ รายชื่อสมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 3 2 1 1 2 3 4 5 รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ...................
188 เกณฑ์การประเมิน 1. การเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ/อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง 2 คะแนน = มีสื่อ/อุปกรณ์พร้อม ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 1 คะแนน = สื่อ/อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 2. เนื้อหาสาระ 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบ ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบ ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 3. รูปแบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสื่อและ ใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสื่อและใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ ขาดการประยุกต์ใช้วัสดุในท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม ไม่น่าสนใจ 4. การมีส่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 5. การรักษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด 2 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมเร็วกว่าเวลาที่กำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมช้ากว่าเวลาที่กำหนด 6. ความสนใจของผู้ฟัง 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมือ 2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลให้ความร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่า ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
189 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกลุ่ม.........................................................................ชั้น................................................................ รายชื่อสมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 3 2 1 1 การเตรียมความพร้อม 2 เนื้อหาสาระ 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 5 การรักษาเวลา 6 ความสนใจของผู้ฟัง รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ...................
190 เกณฑ์การประเมิน 1. การเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ/อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง 2 คะแนน = มีสื่อ/อุปกรณ์พร้อม ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 1 คะแนน = สื่อ/อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 2. เนื้อหาสาระ 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบ ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไม่ครบ ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 3. รูปแบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสื่อและ ใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสื่อและใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ ขาดการประยุกต์ใช้วัสดุในท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม ไม่น่าสนใจ 4. การมีส่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 5. การรักษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด 2 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมเร็วกว่าเวลาที่กำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมช้ากว่าเวลาที่กำหนด 6. ความสนใจของผู้ฟัง 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมือ 2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลให้ความร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่า ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ