The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ 2-65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by witoonyue, 2023-05-21 02:18:37

แผนวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ 2-65

แผนวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ 2-65

93 ใบมอมหมายงานที่3 หน่วยที่3 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ โปรแกรมประมวลผลคำได้ 2 เพื่อให้มีทักษะในการสร้างเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ จัดหน้ากระดาษ ตั้งตำแหน่งแท็บการพิมพ์ ลบข้อมูล คัดลอกข้อมูล พิมพ์ทับข้อมูล กำหนดรูปแบบกระดาษ ปรับระยะห่างระหว่างบรรทัด จัดรูปแบบข้อความ ปรับแต่งรูปแบบตัวอักษร เปลี่ยนขนาดตัวอักษร กำหนด ตัวอักษรหนา ตัวอักษรเอียง ตัวอักษรขีดเส้นใต้ ตกแต่งข้อความ สร้างตาราง ปรับขนาดตาราง แทรกตาราง ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่งข้อความในตาราง แทรก ภาพประกอบได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. อธิบายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้ 2. บอกความสำคัญของโปรแกรมประมวลผลคำได้ 3. เรียกใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำได้ 4. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้ 5. อธิบายแถบเครื่องมือของโปรแกรมประมวลผลคำได้ 6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้ 7. สร้างเอกสารใหม่ได้ 8. บันทึกเอกสารได้ 9. เปิดเอกสารได้ 10. จัดหน้ากระดาษได้ 11. ลบข้อมูลได้ 12. คัดลอกข้อมูลได้ 13. กำหนดรูปแบบกระดาษได้ 14. จัดรูปแบบข้อความได้ 15. สร้างตารางได้ 16. ปรับขนาดตารางได้ 17. แทรกตารางได้


94 18. ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ได้ 19. ลบคอลัมน์และแถวได้ 20. จัดตำแหน่งข้อความในตารางได้ 21. แทรกภาพประกอบได้ 22. แทรกแผนภูมิได้ 23. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำได้อย่างถูกต้อง 2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำได้อย่างถูกต้อง เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ แนวทางการปฏิบัติงาน 1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงาน อย่างเคร่งครัด ตามหัวข้อที่ได้รับ มอบหมาย ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งการจัดทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย 2. ให้ผู้เรียนแบ่งหน้าที่กับเพื่อนในกลุ่มให้ชัดเจน และสามารถเข้าใจเนื้อหาตามหัวข้อดังกล่าว ได้ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อนการ ส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kabkhxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1


95 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่...............4...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....7-10....... ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ 1. สาระสำคัญ โปรแกรมตารางคำนวณเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับในการคำนวณตัวเลขทั่วไป ผู้ใช้โปรแกรมสามารถ สร้างตารางข้อมูล คำนวณตัวเลข ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้โปรแกรมยังสามารถสร้างแผนภูมิได้ อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้ใช้โปรแกรมสามารถคำนวณข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของแผนภูมิได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ผู้ใช้โปรแกรมจะต้องศึกษาการใช้เครื่องมือของโปรแกรมให้ถูกต้องจะทำให้การทำงานมีความ สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 2. สมรรถนะประจำหน่วย 2.1 แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ 2.2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง 2.3 สร้างแผนภูมินำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั่วไป 3.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ คอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 3.1.2 เพื่อให้มีทักษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การ ลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 3.2.1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3.2.2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3.2.3. บอกหน้าที่ของหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้


96 3.2.4. ใช้งานแท็บริบบอนได้ 3.2.5. เข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3.2.6. สร้างสมุดงานใหม่ได้ 3.2.7. บันทึกสมุดงานได้ 3.2.8. เปิดสมุดงานได้ 3.2.9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้ 3.2.10. ออกจากโปรแกรมได้ 3.2.11. บอกประเภทและชนิดของข้อมูลได้ 3.2.12. ปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ได้ 3.2.13. คัดลอกข้อมูลได้ 3.2.14. ย้ายข้อมูลได้ 3.2.15. ลบข้อมูลได้ 3.2.16. กำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษรได้ 3.2.17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้ 3.2.18. เพิ่มแผ่นงานได้ 3.2.19. เปลี่ยนชื่อแผ่นงานได้ 3.2.20. ลบแผ่นงานได้ 3.2.21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้ 3.2.22. ผสานเซลล์ได้ 3.2.23. ใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณได้ 3.2.24. สร้างแผนภูมิได้ 3.2.25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้ 3.2.26. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1. หลักการของโปรแกรมตารางทำการ 4.2. ความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณ 4.3. หน้าต่างของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณ 4.4. การใช้งานแท็บริบบอน 4.5. การเข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณ 4.6. การสร้างสมุดงานใหม่ 4.7. การบันทึกสมุดงาน 4.8. การเปิดสมุดงาน 4.9. การกำหนดรูปแบบกระดาษ


97 4.10. การออกจากโปรแกรม 4.11. ประเภทและชนิดของข้อมูล 4.12. การปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ 4.13. การคัดลอกข้อมูล 4.14. การย้ายข้อมูล 4.15. การลบข้อมูล 4.16. การกำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษร 4.17. การแทรกแถวและคอลัมน์ 4.18. การเพิ่มแผ่นงาน 4.19. การเปลี่ยนชื่อแผ่นงาน 4.20. การลบแผ่นงาน 4.21. การใส่เส้นขอบให้กับตาราง 4.22. การผสานเซลล์ 4.23. การใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณ 4.24. การสร้างแผนภูมิ 4.25. การแทรกภาพประกอบลงในตาราง 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ที่......3-6.........) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับหลักการของโปรแกรมตารางคำนวณ ความสามารถของโปรแกรม ตารางคำนวณ การสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การ แทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัด ตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่า ตัวเลขในตาราง 5.2 ขั้นสอน 5.2.1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ 5.2.2. ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม เรื่อง การสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การ แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์ หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การ จัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 5.2.3. ครูสาธิตการปฏิบัติเรื่องการสร้างตาราง การใช้งานแท็บริบบอน (Tap Ribbon) การเลือก ตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์


98 และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับ ตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 5.2.4. นักเรียนฝึกปฏิบัติเรื่อง การเข้าสู่โปรแกรมตารางคำนวณ การสร้างตาราง การเลือกตาราง การ ปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยก เซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การ แปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 5.2.5. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.3 ขั้นสรุป 5.3.1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาวิชาเรื่อง หลักการของโปรแกรมตารางคำนวณ ความสามารถของโปรแกรมตารางคำนวณ การสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรก ตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือ แถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบ ตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 5.3.2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียน 6.2 ใบความรู้ 6.3 แบบฝึกหัด 6.4 แบบฝึกปฏิบัติ 6.5 แบบทดสอบหลังเรียน 6.7 คอมพิวเตอร์ 6.8 เครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ ใบงาน แบบฝึกหัด การค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง 7.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง พร้อมทั้งเอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าชั้นเรียนของผู้เรียน และภาพประกอบ 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1 เครื่องมือประเมิน 1. ใบงาน 2. แบบฝึกหัด 3. แบบประเมินผลงาน 4. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน


99 8.2 เกณฑ์การประเมิน เครื่องมือการประเมิน วิธีวัดและประเมิน เกณฑ์การประเมิน แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝึกหัด ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบฝึกปฏิบัติ ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบทดสอบหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สังเกตพฤติกรรม ดี 2 คะแนน พอใช้ 1 คะแนน ปรับปรุง 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 80 ขึ้นไป 9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถ้ามี) 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบได้ อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ นำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่ เกิดจากการท่องจำ 10. เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562


100 ใบความรู้ที่4 หน่วยที่4 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การ แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ คอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 2 เพื่อให้มีทักษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3. บอกหน้าที่ของหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 4. ใช้งานแท็บริบบอนได้ 5. เข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 6. สร้างสมุดงานใหม่ได้ 7. บันทึกสมุดงานได้ 8. เปิดสมุดงานได้ 9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้ 10. ออกจากโปรแกรมได้ 11. บอกประเภทและชนิดของข้อมูลได้ 12. ปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ได้ 13. คัดลอกข้อมูลได้ 14. ย้ายข้อมูลได้ 15. ลบข้อมูลได้ 16. กำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษรได้ 17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้ 18. เพิ่มแผ่นงานได้


101 19. เปลี่ยนชื่อแผ่นงานได้ 20. ลบแผ่นงานได้ 21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้ 22. ผสานเซลล์ได้ 23. ใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณได้ 24. สร้างแผนภูมิได้ 25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้ 26. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1 แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ 2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง 3 สร้างแผนภูมินำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง หน่วยที่ 3 การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ การเรียกใช้งานโปรแกรมตารางทำการ โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปรแกรมประเภทสเปรดชีต (spreadsheet) หรือโปรแกรมตาราง ทำงานซึ่งใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ สูตรคำนวณ ลงบนแผ่นตารางงานคล้ายกับการเขียนข้อมูลลงไปในสมุดที่มีการ ตีช่องตารางทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ตารางแต่ละช่องจะมีชื่อกำกับไว้ในแนวตั้งหรือสดมภ์ของตารางเป็น ตัวอักษรภาษาอังกฤษเริ่มจากA,B,C,...เรื่อยไปจนสุดขอบตารางทางขวา มีทั้งหมด 256 สดมภ์ (Column) แนวนอนมีหมายเลขกำกับเป็นบรรทัดที่ 1,2,3,...เรื่อยไปจนถึงบรรทัดสุดท้ายจำนวนบรรทัดจะต่างกันในแต่ ละโปรแกรมในที่นี้เท่ากับ 65,536 แถว (Row) ช่องที่แนวตั้งและแนวนอนตัดกันเรียกว่า เซลล์ (Cell) ใช้ บรรจุข้อมูล ข้อความ หรือสูตรคำนวณ ปัจจุบันโปรแกรมตารางทำงาน มีความสามารถ 3 ด้าน คือ คำนวณ นำเสนองานด้วยกราฟและแผนภูมิ จัดการฐานข้อมูล โปรแกรมประเภทตารางทำงานมีผู้พัฒนา ขึ้นมาหลายโปรแกรม เช่น ปี 2522ใช้โปรแกรมตารางทำงานชื่อว่า วิสิแคล(VisiCalc) ต่อมาปรับปรุงชื่อว่า ซุปเปอร์แคล (SuperCalc) ในปี 2525 ในพัฒนาโปรแกรมชื่อว่า มัลติแพลน (Multiplan) ปี2526ได้ ปรับปรุงโปรแกรมชื่อว่าโลตัส 1-2-3 (Lotus 1-2-3) เป็นที่นิยมอย่างมาก ออราคิล (Oracle) และต่อมา บริษัทไมโครซอฟท์ได้พัฒนาระบบงานวินโดวส์ขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้ง่ายชื่อว่า ไมโครซอฟท์เอ็กเซล (Microsoft Excel) ซึ่งเรียกว่า เอ็กเซล (Excel) ส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการ 1. แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงชื่อโปรแกรม และรายชื่อไฟล์ที่ได้เปิดใช้งาน 2. แถบเครื่องมือด่วน (Quick Access) = เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงคำสั่งที่ใช้งานบ่อย 3. ปุ่ม แฟ้ม (File) = เป็นส่วนที่ใช้ในการจัดเก็บคำสั่งการทำงานในโปรแกรม เช่น New Open, Save และคำสั่ง Print เป็นต้น 4. ปุ่มควบคุม = เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการเปิด หรือปิดหน้าต่างโปรแกรม


102 5. ริบบอน (Ribbon) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงรายการคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงานกับเอกสาร 6. พื้นที่การทำงาน = เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ขั้นภายในเอกสาร\ 7. แถบสถานะ (Status Bar) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงจำนวนหน้ากระดาษ และจำนวนตัวอักษรที่ใช้ใน เอกสาร 8. Name Box = เป็นช่องที่ใช้แสดงชื่อเซล์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น เช่น ถ้ามีการใช้งานข้อมูลในเซลล์ A1 รายชื่อเซลล์นี้ก็จะไปแสดงอยู่ในช่อง Name Box 9. แถบสูตร (Formula Bar) = เป็นช่องที่ใช้แสดงการใช้งานสูตรการคำนวณต่าง ๆ 10. เซลล์ (Cell) = เป็นช่องตารางที่ใช้สำหรับบรรจุข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งช่องเซลล์แต่ละช่องนั้นจะมีชื่อ เรียกตามตำแหน่งแถว และคอลัมน์ที่แสดงตำแหน่งของเซลล์ เช่น เซลล์ B1 จะอยู่ใน คอลัมน์ B ในแถวที่ 1 เป็นต้น 11. คอลัมน์ (Column) = เป็นช่องเซลล์ที่เรียงกันในแนวตั้งของแผ่นงาน (Worksheet) 12. แถว (Row) = เป็นช่องเซลล์ที่เรียงกันในแนวนอนของแผ่นงาน 13. Sheet Tab = เป็นแถบที่ใช้แสดงจำนวนแผ่นงานที่เปิดขึ้นมาใช้งาน การป้อนและแก้ไขข้อมูล การพิมพ์ข้อความในเอ็กเซลล์เป็นการป้อนข้อความชนิดต่าง ๆ เช่น ตัวอักษร ตัวเลข สูตร เป็นต้น ลง ไปในเซลล์แต่ละเซลล์ ซึ่งมีวิธีการพิมพ์คล้ายคลึงกับการพิมพ์ข้อความในเวิร์ด แต่ก็มีรายละเอียดบาง ประการไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ซึ่งเป็นลักษณะของโปรแกรมประเภทกระดาษทำการ ที่ผู้เรียนจะต้องศึกษา หลักการใช้ และเทคนิคบางประการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประยุกต์ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการแก้ไข ข้อมูล เพื่อให้เอกสารเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของไมโครซอฟต์เอ็กเซลล์ ที่ แตกต่างจากโปรแกรมสเปรตชีตอื่น ๆ การใช้งานแถวและคอลัมน์ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ - เมื่อต้องการรวมแถวแผ่นงานลงในตาราง ให้พิมพ์ค่าหรือข้อความลงในเซลล์ที่อยู่ด้านล่างของตาราง โดยตรง - เมื่อต้องการรวมคอลัมน์แผ่นงานลงในตาราง ให้พิมพ์ค่าหรือข้อความลงในเซลล์ที่อยู่ติดกันทางด้านขวา ของตารางโดยตรง - เมื่อต้องการรวมแถวแผ่นงานหรือคอลัมน์แผ่นงานโดยใช้เมาส์ ให้ลากจุดจับสำหรับปรับขนาดที่มุมล่าง ด้านขวาของตารางในทิศทางลงเพื่อเลือกแถวและลากไปทางขวาเพื่อเลือกคอลัมน์ การทำงานกับสมุดงาน สมุดงานและแผ่นงาน *สมุดงาน (Work Book) คือ แผ่นงานตั้งแต่ 1 แผ่นงานขึ้นไปอาจถึง 255 แผ่นและถูกรวบรวมไว้เรียกว่า "สมุดงาน" หรือ "แฟ้มงาน" เมื่อเปิดโปรแกรมใช้งานครั้งแรกจะกำหนดสมุดงานอัตโนมัติไว้ที่ "Book1" แต่ สามารถตั้งชื่อหรือเปลี่ยนแปลง ชื่อสมุดงานได้ตามต้องการเมื่อใช้คำสั่งบันทึกแฟ้ม


103 *แผ่นงาน (Worksheet) คือ พื้นที่การทำงานซึ่งประกอบด้วยเซลล์ แถวและสดมภ์โดยกำหนดชื่อแผ่นงาน อัตโนมัติ ให้เป็น Sheet2,Sheet3,...ซึ่งสามารถสร้างแผ่นงานได้ถึง 255 แผ่นงานในหนึ่งสมุดงาน การจัดการสมุดงาน การเปลี่ยนชื่อแผ่นงาน (Worksheet) ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่สร้างไว้จะช่วยให้สะดวกในการเรียกใช้แผ่น งาน ประกอบ ด้วยวิธีการดังนี้ การปิดโปรแกรมตารางทำการ วิธีการหรือออกจากโปรแกรมตารางทำการ มีอยู่ 3 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 ใช้ปุ่มคอนโทรล จะปรากฎเมนูลัด จากนั้นเลือกคำสั่งปิด วิธีที่ 2 ใช้ปุ่มคอนโทรลเมนู มุมบนด้านขวาของหน้าต่างโปรแกรม วิธี 3 ใช้เมนูแฟ้ม เลือกคำสั่งจบการทำงาน วิธีที่ 1 คลิกเมาส์ที่ปุ่ม ที่ทาสก์บาร์ และเลือกคลิกที่ Excel 2016 ดังภาพ วิธีที่ 2 คลิกเลือกที่ไอคอน Shortcut บนหน้าจอ Desktop โดยดับเบิลคลิกที่รูป 9.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุ ได้แก่ CD, Power Point เพื่อแสดงให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ส่วนประกอบหน้าจอของ Microsoft Excel 2016


104 10.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดูและให้ ความรู้แก่ผู้เรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งครูเป็นผู้สาธิต และ ให้ผู้เรียนฝึกทักษะปฏิบัติตามเพื่อเรียนรู้ส่วนประกอบของแผ่นงาน (Worksheet) 11.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้การสาธิต และการตั้งคำถาม (Questioning Method) เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการทางความคิดของผู้เรียน โดยครูจะป้อนคำถามใน ลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นคำถามที่เกี่ยวกับการใช้งานริบบอน (Ribbon) โดยโปรแกรมชุด Microsoft Excel 2016 ได้มีการใช้งาน Ribbon 8 กลุ่ม ได้แก่ 1) File ใช้ในการเข้าสู่ Backstage View 2) Home ประกอบด้วยกลุ่มคําสั่ง 7 กลุ่ม ได้แก่ 3) แท็บ Insert (แทรก) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 8 กลุ่ม ได้แก่


105 4) แท็บ Page Layout (เค้าโครงหน้ากระดาษ) ประกอบด้วยกลุ่มคําสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ 5) แท็บ Formulas (สูตร) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 4 กลุ่ม ได้แก่ 6) แท็บ Data (ข้อมูล) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ 7) แท็บ Review (ตรวจทาน) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 4 กล่ม ได้แก่ 8) แท็บ View (มุมมอง) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ 12.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการสร้าง การเปิด ปิด และบันทึกเอกสาร นอกจากนั้นยังใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) ได้แก่ Power Point เป็นสื่อประกอบการจัดการกับแถบเครื่องมือด่วน (Quick Access Toolbar) เช่น การเพิ่มแถบเครื่องมือด่วน 1) คลิกเลือกที่รูปแบบ (Customize Quick Access Toolbar) 2) เลือกคําสั่ง Toolbars (แถบเครื่องมือ) ที่ต้องการ เช่น เลือกที่ Spelling 13.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการกำหนดค่า เริ่มต้นในการ


106 ใช้โปรแกรม นอกจากนั้นยังใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ(Audio-Visual Meterial of Instruction Method) ได้แก่ Power Point เป็นสื่อประกอบแท็บอื่น ๆ ที่เกิดจากการเรียกใช้งาน เช่น รายละเอียดของ แถบเครื่องมือ เรื่องแถบเครื่องมือ รูปวาด (Drawing Toolbars) 14.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการกำหนดค่า เริ่มต้นในการใช้โปรแกรม นอกจากนั้นยังใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) ได้แก่ Power Point เป็นสื่อประกอบการสร้างสมุดงานใหม่ (New) เมื่อเข้าสู่โปรแกรม Microsoft Excel 2016 ครั้งแรก ผู้ใช้สามารถทํางานหรือสร้างสมุดงานได้ทันที หลังจากบันทึกสมุดงานและปิดสมุดงานแล้ว หากต้องการสร้างสมุดงานใหม่ใหปฏิบัติดังนี้ 1) คลิกที่ File tab เพื่อเข้าสู่ Backstage View 2) ที่หน้า Backstage View คลิก เลือก New และเลือก Blank workbook เพื่อสร้างสมุดงานเปล 3) นอกจากนี้ยังสามารถสร้างสมุดงานใหม่ได้โดยการกด Ctrl+N 15.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) และยังใช้เทคนิควิธีสอน แบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) ได้แก่ Power Point เป็นสื่อ ประกอบการปิดสมุดงานและการออกจากโปรแกรม (Close)


107 16.ผู้เรียนแสดงการปิดสมุดงาน (Open) และการออกจากโปรแกรม (Close) 17.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการเปิดสมุดงาน (Open) 18.ผู้เรียนฝึกทักษะ โดยกําหนดให้ปฏิบัติตามคําสั่งดังนี้ 1) สร้างสมุดงานเปล่าขึ้นมาใหม่ 2) บันทึกชื่อสมุดงานเป็น First Excel 3) ปิดสมุดงานที่สร้างขึ้น 4) เปิดสมุดงาน First Excel ขึ้นมาอีกครั้ง 19.ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1) คลิกที่ Customize Quick Access Toolbar 2) ยกเลิกแถบเครื่องมือทั้งหมด (คลิกเลือกแถบเครื่องมือที่มีเครื่องหมายหน้าแถบเครื่องมือ)


108 3) เรียกแถบเครื่องมือเฉพาะที่ต้องการใช้งาน (คลิกเลือกแถบเครื่องมือที่ต้องการจะปรากฏ เครื่องหมายหน้าแถบเครื่องมือที่เลือก) 20.ครูแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้เรียนเขียนบัญชีแสดงรายรับ-รายจ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างนิสัย ความพอเพียงให้แก่ตนเองและครอบครัว แบบฝึกหัด/เฉลย ตอนที่ 1 คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงบอกหลักการทำงานของโปรแกรมตารางคำนวณ ตอบ หลักการทำงานของโปรแกรมตารางคำนวณมีลักษณะเป็นช่องตารางซึ่งประกอบด้วย คอลัมน์ และแถวมีคอลัมน์ตั้งแต่ คอลัมน์ A จนถึงคอลัมน์ XFD มีจำนวนทั้งหมด 16,384 คอลัมน์ และมีจำนวนแถวทั้งหมด 1,048,576 แถว โปรแกรมตารางคำนวณเป็นโปรแกรมประเภท Spreadsheet ไฟล์ของ Excel เรียกว่าสมุดงานหรือเวิร์กบุ๊ค (Workbook) และในแต่ละหน้าเรียกว่าแผ่นงานหรือเวิร์ก ชีต (Worksheet) สมุดงานหนึ่งสมุดงานมีแผ่นงานได้หลายแผ่นงานขึ้นอยู่กับหน่วยความจำของเครื่อง คอมพิวเตอร์แต่ละแผ่นงานจะแบ่งออกเป็นช่องตารางเรียกว่าเซลล์ (Cell) แต่ละเซลล์สามารถบรรจุข้อมูล ต่าง ๆ ได้เช่น พิมพ์ข้อความ พิมพ์ตัวเลข เป็นต้น แต่ถ้าต้องการอ้างอิงข้อมูลจะอ้างอิงถึงช่องตารางโดย การระบุ คอลัมน์และแถว เช่น B5 หมายถึง คอลัมน์ B และ แถวที่ 5 2. โปรแกรมตารางคำนวณมีความสามารถอะไรบ้าง ตอบ โปรแกรมตารางคำนวณมีความสามารถดังต่อไปนี้ 1. สามารถคำนวณตัวเลขต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. สามารถใช้สูตรและฟังก์ชัน คำนวณและหาค่าต่าง ๆ ได้ 3. สามารถสร้างงานตารางได้สะดวกรวดเร็ว 4. สามารถจัดเก็บข้อมูลเป็นฐานข้อมูลได้ 5. สามารถสร้างแผนภูมิได้หลายรูปแบบ 6. สามารถจัดเรียงข้อมูล และกรองข้อมูลได้ 7. สามารถจัดแต่งตารางข้อมูลและจัดแต่งแผนภูมิได้อย่างสวยงาม 8. สามารถออกแบบรูปแบบตัวอักษรได้ตามต้องการ 3. แท็บริบบอนประกอบด้วยแท็บใดบ้าง ตอบ 1. แท็บหน้าแรก เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้จัดรูปแบบข้อความ การแสดงผล การคักลอก การ จัดตำแหน่ง เป็นต้น 2. แท็บแทรก เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้แทรก รูปภาพ ตาราง แผนภูมิ สัญลักษณ์ รูปวาด สมการ อักษรศิลป์ เป็นต้น 3. แท็บเค้าโครงหน้ากระดาษ เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ตั้งค่าหน้ากระดาษ เช่น กำหนดขนาดกระดาษ ระยะขอบกระดาษ การปรับมาตราส่วน การจัดเรียง เป็นต้น 4. แท็บสูตร เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สร้างสูตรคำนวณ เช่น แทรกฟังก์ชัน การตรวจสอบสูตร การ คำนวณ เป็นต้น


109 5. แท็บข้อมูล เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการจัดการข้อมูล เช่น การเรียงข้อมูล การกรองข้อมูล การ ตรวจสอบข้อมูล เป็นต้น 6. แท็บรีวิว เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบและป้องกันสมุดงาน เช่น การตรวจพิสูจน์อักษร ข้อคิดเห็น การป้องกันสมุดงาน เป็นต้น 7. แท็บมุมมอง เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการปรับมุมมองสมุดงาน เช่น กำหนดรูปแบบมุมมอง การ แสดงมุมมอง การย่อขยายหน้ากระดาษ เป็นต้น 4. จงบอกขั้นตอนการเข้าใช้งานโปรแกรมตารางคำนวณ ตอบ การเข้าสู่โปรแกรมตารางคำนวณสามารถเข้าโปรแกรมได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับผู้ใช้โปรแกรม ปฏิบัติได้หลายวิธี ยกตัวอย่างดังนี้ วิธีที่ 1 ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม ซึ่งเป็น Shortcut Icon ที่อยู่บน Desktop วิธีที่ 2 ปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกปุ่ม 2. คลิกปุ่ม Excel 2016 3. เลือกสมุดงานเปล่าหรือเลือกเท็มเพลตออนไลน์ตามที่ต้องการ 4. โปรแกรมจะสร้างไฟล์ชื่อ “เวิร์กบุ๊ก1.xlsx” ให้โดยอัตโนมัติ 5. จงบอกหลักการบันทึกสมุดงานในโปรแกรมตารางคำนวณ ตอบ หลักในการบันทึกสมุดงานการตั้งชื่อสมุดงานคือความยาวของตัวอักษรจะต้องยาวไม่เกิน 256 ตัว ใช้ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้ยกเว้นสัญลักษณ์ /, \, *, <, > และ | การบันทึกสมุด งานมี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 บันทึกทับสมุดงานเดิม ลักษณะที่ 2 ตั้งชื่อสมุดงานใหม่ ลักษณะที่ 1 เป็นการบันทึกสมุดงานเดิมที่จัดทำมาแล้วแต่ผู้ใช้โปรแกรมนำมาแก้ไขข้อมูลใหม่ สามารถกดปุ่ม บนแถบเครื่องมือด่วนหรือกดปุ่ม Ctrl+S โปรแกรมจะทำการบันทึกทับข้อมูลเดิม ทันที ลักษณะที่ 2 ผู้ใช้โปรแกรมไม่ต้องการบันทึกทับข้อมูลเดิมต้องการตั้งชื่อสมุดงานใหม่หรือไม่เคย บันทึกมาก่อน สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกแท็บ ไฟล์ หรือกดปุ่ม Ctrl+S 2. คลิกปุ่ม บันทึกเป็น 3. เลือกแหล่งข้อมูล 4. คลิกปุ่ม เรียกดู 5. เลือกแหล่งข้อมูลที่ต้องการบันทึก 6. พิมพ์ชื่อสมุดงานตามที่ต้องการ 7. บันทึก 6. ข้อมูลในโปรแกรมตารางคำนวณมีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง ตอบ ข้อมูลที่ใช้ในโปรแกรมตารางคำนวณแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกันคือ


110 1. ประเภทค่าคงที่ (Constant) ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร ตรรกศาสตร์ เวลา วันที่ เป็นต้น 2. ประเภทสูตรการคำนวณ (Formula) เป็นข้อมูลที่ใช้คำนวณ ใช้สูตรหรือฟังก์ชัน 7. จงอธิบายชนิดของข้อมูลในโปรแกรมตารางคำนวณ ตอบ ข้อมูลที่ป้อนลงในเซลล์มีหลายชนิดดังต่อไปนี้ 1. ข้อมูลที่เป็นข้อความ (Text) เช่น A-Z, ก-ฮ, รหัสประจำตัว, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, เป็น ต้น 2. ข้อมูลที่เป็นตัวเลข (Number) เช่น จำนวนเงิน, จำนวนสินค้า, จำนวนพนักงาน เป็นต้น ตังเลขเหล่านี้สามารถคำนวณได้ เช่น หาผลรวม หาค่าเฉลี่ย หาค่าร้อยละ ผู้ใช้โปรแกรมสามารถกำหนด เป็นตัวเลขแบบต่าง ๆ เช่น สกุลเงิน บัญชี เปอร์เซ็นต์ เศษส่วน หรือ เชิงวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้ 3. ข้อมูลที่เป็นวันที่ (Date) ผู้ใช้โปรแกรมสามารถกำหนดรูปแบบเซลล์ให้อยู่ในรูปแบบวันที่ได้ หลายรูปแบบดังนี้ 4. ข้อมูลที่เป็นเวลา (Time) สามารถกำหนดได้หลายรูปแบบ ซึ่งมีรูปแบบเวลาดังนี้ 5. ข้อมูลพิเศษ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น 6. ข้อมูลที่เป็นค่าทางตรรกศาสตร์ (Logical Value) ใช้สำหรับเปรียบเทียบข้อมูล มีด้วยกันอยู่ 2 ค่า คือ ถูก (True) หรือ ผิด (False) โดยมีสัญลักษณ์ที่ใช้ในทางตรรกะ 7. ข้อมูลที่เป็นสูตรคำนวณ (Formula) ได้แก่ สูตรสมการทางคณิตศาสตร์การพิมพ์ทุกครั้ง จะต้องพิมพ์เครื่องหมายเท่ากับ ( = ) นำหน้าสูตรเสมอเหมือนสูตรคณิตศาสตร์เช่น บวก ( + ), ลบ ( - ), คูณ ( * ), หาร ( / ) เป็นต้น 8. ข้อมูลที่เป็นฟังก์ชัน (Function) การใช้ฟังก์ชันในการคำนวณ เช่น การหาผลรวม (Sum) การหาค่าเฉลี่ย (Average) การหาค่าต่ำสุด (Min) หรือ การหาค่าสูงสุด (Max) เป็นต้น รูปแบบของ ฟังก์ชัน คือ =ฟังก์ชัน(ช่วงของเซลล์) 8. ฟังก์ชัน SUM ใช้คำนวณหาอะไรจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง ตอบ ฟังก์ชัน SUM ทำหน้าที่ หาผลรวมของจำนวน Number ยกตัวอย่างเช่น พิมพ์ =SUM(A1:C1) ลงในเซลล์ D1 แล้วกด Enter โปรแกรมจะทำการคำนวณโดยการบวกข้อมูลตั้งแต่เซลล์ A1 ถึง C1 ให้ทันที 9. ฟังก์ชัน MAX ใช้คำนวณหาอะไรจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง ตอบ ฟังก์ชัน MAX ทำหน้าที่ หาค่าสูงสุดของจำนวน Number ยกตัวอย่างเช่น พ ิ ม พ์ =MAX(A1:C1) ลงในเซลล์ D1 แล้วกด Enter โปรแกรมจะทำการคำนวณโดยการหาค่าสูงสุดของข้อมูล ตั้งแต่เซลล์ A1 ถึง C1 ให้ทันที 10. ฟังก์ชัน AVERAGE ใช้คำนวณหาอะไรจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง ตอบ ฟังก์ชัน AVERAGE ทำหน้าที่ หาค่าเฉลี่ยของจำนวน Number ยกตัวอย่างเช่น พิมพ์ =AVERAGE(A1:C1) ลงในเซลล์ D1 แล้วกด Enter โปรแกรมจะทำการคำนวณโดยการหาค่าเฉลี่ยของ ข้อมูลตั้งแต่เซลล์ A1 ถึง C1 ให้ทันที


111 ตอนที่2 จงเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว คำสั่ง จงทำเครื่องหมายกากบาท () หน้าข้อที่ถูกต้องมากที่สุดเพียงข้อเดียว 1. โปรแกรม Microsoft Excel ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในด้านใดเหมาะสมมากที่สุด ก. การพิมพ์เอกสารจำนวนมาก ข. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบวีดีโอ ค. การคำนวณโดยใช้สูตรและฟังก์ชัน ง. การสร้างเว็บไซต์ขายสินค้า 2. ข้อต่อไปนี้เป็นความสามารถของโปรแกรมตารางคำนวณยกเว้นข้อใด ก. ความสามารถในการคำนวณโดยใช้สูตรได้อย่างถูกต้อง ข. ความสามารถในการสร้างตารางได้อย่างรวดเร็ว ค. ความสามารถในการสร้างแผนภูมิเพื่อนำเสนอได้หลายรูปแบบ ง. ความสามารถในการตัดต่อภาพได้อย่างรวดเร็ว 3. แท็บที่ใช้แสดงชื่อเรื่องหรือชื่อของสมุดงานที่ใช้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร ก. Status Bar ข. Scroll Bar ค. Ribbon ง. Title Bar 4. แท็บแทรกประกอบไปด้วยคำสั่งใด ก. กล่องข้อความ, อักษรศิลป์ ข. รูปภาพ, กำหนดหัวกระดาษ ค. ตาราง, ไม้บรรทัด ง. สีตัวอักษร, รูปภาพ 5. เมื่อเข้าสู่โปรแกรมตารางคำนวณโปรแกรมจะสร้างชื่อไฟล์แรกให้โดยอัตโนมัติมีชื่อว่าอย่างไร ก. สมุดงาน1 ข. เอกสาร1 ค. ชีต1 ง. เวิร์กบุ๊ก1 6. ถ้าต้องการบันทึกเอกสารในโปรแกรมตารางงานข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. ชื่อที่บันทึกความยาวต้องไม่เกิน 256 ตัวอักษร ข. ใช้สัญลักษณ์ในการบันทึกชื่อเอกสารไม่ได้ ค. ใช้ตัวเลขและตัวอักษรในการบันทึกเอกสารได้ ง. การบันทึกเอกสารสามารถกดปุ่ม Ctrt+S ได้ 7. ถ้าต้องเปิดเอกสารในโปรแกรมตารางคำนวณควรเลือกข้อใด ก. Ctrt+P ข. Ctrt+C ค. Ctrt+O ง. Ctrt+V 8. สัญลักษณ์ หมายถึงข้อใด ก. การกำหนดระยะขอบกระดาษ ข. การกำหนดการวางแนว ค. การกำหนดขนาดกระดาษ ง. การกำหนดคอลัมน์ 9. ในการกำหนดหัวกระดาษและท้ายกระดาษต้องไปกำหนดในแท็บริบบอนแท็บใด ก. หน้าแรก ข. แทรก ค. ออกแบบ ง. เค้าโครงหน้ากระดาษ 10. ข้อมูลต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นข้อความ (Text) ก. A - Z ข. รหัสประจำตัว ค. เงินเดือน ง. เบอร์โทรศัพท์ 11. ข้อใดต่อไปนี้คือวิธีการเพิ่มแผ่นงาน ก. Shift+F9 ข. Shift+F10 ค. Shift+F11 ง. Shift+F12


112 12. ถ้าต้องการคัดลอกข้อมูลควรเลือกข้อใด ก. Ctrt+S ข. Ctrt+C ค. Shift+S ง. Shift+C 13. การคำนวณในโปรแกรมตารางคำนวณต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมายใด ก. * ข. = ค. + ง. @ 14. ฟังก์ชัน SUM ผลลัพธ์คือข้อใด ก. การหาผลรวม ข. การหาค่าเฉลี่ย ค. การหาค่าต่ำสุด ง. การหาค่ามากสุด 15. ฟังก์ชัน MAX ผลลัพธ์คือข้อใด ก. การหาผลรวม ข. การหาค่านับเฉาพะตัวเลข ค. การหาค่าต่ำสุด ง. การหาค่ามากสุด 16. ฟังก์ชัน AVERAGE ผลลัพธ์คือข้อใด ก. การหาค่านับเฉาพะตัวเลข ข. การหาค่าเฉลี่ย ค. การหาค่าต่ำสุด ง. การหาค่ามากสุด 17. ฟังก์ชัน AVERAGE ผลลัพธ์คือข้อใด ก. การหาค่านับเฉาพะตัวเลข ข. การหาค่าเฉลี่ย ค. การหาค่าต่ำสุด ง. การหาค่ามากสุด 18. ฟังก์ชัน COUNT ผลลัพธ์คือข้อใด ก. การหาค่านับเฉาพะตัวเลข ข. การหาค่าเฉลี่ย ค. การหาค่าต่ำสุด ง. การหาค่ามากสุด 19. ถ้าต้องการสร้างแผนภูมิต้องเลือกที่แท็บริบบอนแท็บใด ก. หน้าแรก ข. แทรก ค. ออกแบบ ง. เค้าโครง หน้ากระดาษ 20. ถ้าต้องการสร้างแผนภูมิต้องเลือกเครื่องมือใดต่อไปนี้ ก. ข. ค. ง. เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/commsword58/bth-thi-1-hlak-thangan-khxng-porkaermpramwl-phl-kha-microsoft-word-2010-1 https://plypranee1.weebly.com/358536343619365135943657365036113619364935853619 36173611361936323617362336213612362135883635.html ภาคผนวก (ถ้ามี)


113 ใบงานที่4.1 หน่วยที่4 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมตารางงาน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกชื่อและส่วนประกอบต่าง ๆ บนหน้าต่างโปรแกรมตารางงานได้ 2. เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกชื่อแถบเครื่องมือบนหน้าต่างโปรแกรมประมวลผลได้ สมรรถนะประจำหน่วย 1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมตารางงาน เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ จากภาพ ให้นักเรียน บอกชื่อ และหน้าที่การทำงาน ของแถบคำสั่งต่อไปนี้ หมายเลข1...................................................................................................................................... หมายเลข2...................................................................................................................................... หมายเลข3...................................................................................................................................... หมายเลข4...................................................................................................................................... หมายเลข5......................................................................................................................................


114 หมายเลข6...................................................................................................................................... หมายเลข7...................................................................................................................................... หมายเลข8...................................................................................................................................... หมายเลข9...................................................................................................................................... หมายเลข10...................................................................................................................................... หมายเลข11...................................................................................................................................... หมายเลข12...................................................................................................................................... ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ถูกต้อง การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้น ในการแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562


115 ใบกิจกรรมที่4 หน่วยที่4 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การ แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ คอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 2 เพื่อให้มีทักษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3. บอกหน้าที่ของหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 4. ใช้งานแท็บริบบอนได้ 5. เข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 6. สร้างสมุดงานใหม่ได้ 7. บันทึกสมุดงานได้ 8. เปิดสมุดงานได้ 9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้ 10. ออกจากโปรแกรมได้ 11. บอกประเภทและชนิดของข้อมูลได้ 12. ปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ได้ 13. คัดลอกข้อมูลได้ 14. ย้ายข้อมูลได้ 15. ลบข้อมูลได้ 16. กำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษรได้ 17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้ 18. เพิ่มแผ่นงานได้ 19. เปลี่ยนชื่อแผ่นงานได้


116 20. ลบแผ่นงานได้ 21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้ 22. ผสานเซลล์ได้ 23. ใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณได้ 24. สร้างแผนภูมิได้ 25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้ 26. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1 แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ 2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง 3 สร้างแผนภูมินำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับกิจกรรม 1. ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อศึกษาและอภิปราย 1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมตารางทำการ 2. เขียนอภิปรายและวิเคราะห์ใส่กระดาษ 3. นำผลงานส่งครูผู้สอนเพื่อประเมินผล การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/rabbptibatikarbeuxngtn22042002/hnwy-thi-3-rabb-ptibati-kar


117 ใบปฏิบัติงานที่4 หน่วยที่4 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การ แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ คอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 2 เพื่อให้มีทักษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3. บอกหน้าที่ของหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 4. ใช้งานแท็บริบบอนได้ 5. เข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 6. สร้างสมุดงานใหม่ได้ 7. บันทึกสมุดงานได้ 8. เปิดสมุดงานได้ 9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้ 10. ออกจากโปรแกรมได้ 11. บอกประเภทและชนิดของข้อมูลได้ 12. ปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ได้ 13. คัดลอกข้อมูลได้ 14. ย้ายข้อมูลได้ 15. ลบข้อมูลได้ 16. กำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษรได้ 17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้ 18. เพิ่มแผ่นงานได้


118 19. เปลี่ยนชื่อแผ่นงานได้ 20. ลบแผ่นงานได้ 21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้ 22. ผสานเซลล์ได้ 23. ใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณได้ 24. สร้างแผนภูมิได้ 25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้ 26. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1 แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ 2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง 3 สร้างแผนภูมินำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ผู้เรียนค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต ตามเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาจาครูผู้สอน 2. เมื่อผู้เรียนได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เรียน นำข้อมูลนั้น มาเรียบเรียงให้เป็นระเบียบ สวยงาม ให้ สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยจัดทำในรูปแบบเล่มรายงาน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง


119 ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/pmtcsaharath/home/hnwy-thi-1-khwam-ru-phun-than-khxngporkaerm-tarang-ngan-excel http://accountsicc.blogspot.com/p/blog-page_4.html https://sites.google.com/a/srisongkram.ac.th/phupha02/r7 ใบมอมหมายงานที่4 หน่วยที่4


120 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การ แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ คอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง 2 เพื่อให้มีทักษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 3. บอกหน้าที่ของหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 4. ใช้งานแท็บริบบอนได้ 5. เข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้ 6. สร้างสมุดงานใหม่ได้ 7. บันทึกสมุดงานได้ 8. เปิดสมุดงานได้ 9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้ 10. ออกจากโปรแกรมได้ 11. บอกประเภทและชนิดของข้อมูลได้ 12. ปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ได้ 13. คัดลอกข้อมูลได้ 14. ย้ายข้อมูลได้ 15. ลบข้อมูลได้ 16. กำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษรได้ 17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้ 18. เพิ่มแผ่นงานได้ 19. เปลี่ยนชื่อแผ่นงานได้


121 20. ลบแผ่นงานได้ 21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้ 22. ผสานเซลล์ได้ 23. ใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณได้ 24. สร้างแผนภูมิได้ 25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้ 26. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1 แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตารางคำนวณ 2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง 3 สร้างแผนภูมินำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ แนวทางการปฏิบัติงาน 1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงาน อย่างเคร่งครัด ตามหัวข้อที่ได้รับ มอบหมาย ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งการจัดทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย 2. ให้ผู้เรียนแบ่งหน้าที่กับเพื่อนในกลุ่มให้ชัดเจน และสามารถเข้าใจเนื้อหาตามหัวข้อดังกล่าว ได้ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง


122 ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kabkhxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1


123 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่...............5...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....11-14....... ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน 1. สาระสำคัญ โปรแกรมนำเสนอผลงานเป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างนำเสนอผลงานในรูปแบบของสไลด์บนเครื่อง คอมพิวเตอร์เหมาะสำหรับการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ การนำเสนอผลงานมีความจำเป็นสำหรับการ ติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน นักธุรกิจกับลูกค้า นายจ้างกับลูกจ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจ เช่น การประชุมสัมมนา การประชาสัมพันธ์ การนำเสนอผลงาน การสร้างสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น ดังนั้นโปรแกรมนำเสนอผลงานจึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน 2. สมรรถนะประจำหน่วย 2.1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2.2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2.3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั่วไป 3.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้ งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 3.1.2 เพื่อให้มีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ 3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 3.2.1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3.2.2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3.2.3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3.2.4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้ 3.2.5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3.2.6. สร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลตได้ 3.2.7. สร้างพรีเซนเทชันเปล่าได้ 3.2.8. บันทึกพรีเซนเทชันได้ 3.2.9. แทรกกล่องข้อความได้


124 3.2.10. เปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรได้ 3.2.11. ใช้ข้อความอักษรศิลป์ได้ 3.2.12. ใส่รูปภาพลงสไลด์ได้ 3.2.13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้ 3.2.14. เพิ่มสไลด์ใหม่ได้ 3.2.15. ลบสไลด์ได้ 3.2.16. คัดลอกสไลด์ได้ 3.2.17. เพิ่มภาพเคลื่อนไหวได้ 3.2.18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้ 3.2.19. นำเสนอสไลด์ได้ 3.2.20. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1. ความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 4.2. การเรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน 4.3. ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 4.4. การใช้งานของแท็บริบบอน 4.5. การออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงาน 4.6. การสร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลต 4.7. การสร้างพรีเซนเทชันเปล่า 4.8. การบันทึกพรีเซนเทชัน 4.9. การแทรกกล่องข้อความ 4.10. การเปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษร 4.11. การใช้ข้อความอักษรศิลป์ 4.12. การแทรกรูปภาพลงในสไลด์ 4.13. การแทรกรูปทรงต่าง ๆ ลงในสไลด์ 4.14. การเพิ่มสไลด์ใหม่ 4.15. การลบสไลด์ 4.16. การคัดลอกสไลด์ 4.17. การเพิ่มภาพเคลื่อนไหม 4.18. การกำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ 4.19. การนำเสนอไลด์


125 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ที่......3-6.........) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 5.2 ขั้นสอน 5.2.1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การใช้โปรแกรมนำเสนอผลงาน 5.2.2. ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม เรื่อง การใช้งานของแท็บริบบอน 5.2.3. ครูสาธิตการปฏิบัติการสร้างพรีเซนเทชันด้วยเท็มเพลต การสร้างพรีเซนเทชันว่างๆแทรก ภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ การแทรกข้อความและการสร้างกล่อง ข้อความ การย้ายตำแหน่งข้อความ การลบข้อความ การเปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษร การใช้ข้อความอักษร ศิลป์ การใส่เอฟเฟ็กต์ให้ข้อความ การเปลี่ยนทิศทางแสดงข้อความ การใส่ลิสต์ให้กับข้อความ การใส่รูปภาพ ลงสไลด์ การเพิ่มชาร์ตในสไลด์ การใส่รูปทรงต่าง ๆ การแทรก SmartArt การใส่ตาราง การเพิ่มสไลด์ใหม่การ ลบสไลด์ การคัดลอกสไลด์การเพิ่มภาพเคลื่อนไหว การกำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์การนำเสนอไลด์ 5.2.4. นักเรียนฝึกปฏิบัติ 5.2.5. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.3 ขั้นสรุป 5.3.1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาวิชา เรื่อง การใช้โปรแกรมนำเสนอผลงาน 5.3.2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 หนังสือเรียน 6.2 ใบความรู้ 6.3 แบบฝึกหัด 6.4 แบบฝึกปฏิบัติ 6.5 แบบทดสอบหลังเรียน 6.7 คอมพิวเตอร์ 6.8 เครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ ใบงาน แบบฝึกหัด การค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง 7.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ ถูกต้อง พร้อมทั้งเอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าชั้นเรียนของผู้เรียน และภาพประกอบ


126 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1 เครื่องมือประเมิน 1. ใบงาน 2. แบบฝึกหัด 3. แบบประเมินผลงาน 4. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน 8.2 เกณฑ์การประเมิน เครื่องมือการประเมิน วิธีวัดและประเมิน เกณฑ์การประเมิน แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝึกหัด ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบฝึกปฏิบัติ ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบทดสอบหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน ไม่ถูก 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สังเกตพฤติกรรม ดี 2 คะแนน พอใช้ 1 คะแนน ปรับปรุง 0 คะแนน ได้คะแนน ร้อยละ 80 ขึ้นไป 9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถ้ามี) 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบได้ อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ นำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่ เกิดจากการท่องจำ 10. เอกสารอ้างอิง


127 ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 ใบความรู้ที่5 หน่วยที่5 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 2. เพื่อให้มีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้ 5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 6. สร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลตได้ 7. สร้างพรีเซนเทชันเปล่าได้ 8. บันทึกพรีเซนเทชันได้ 9. แทรกกล่องข้อความได้ 10. เปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรได้ 11. ใช้ข้อความอักษรศิลป์ได้ 12. ใส่รูปภาพลงสไลด์ได้ 13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้ 14. เพิ่มสไลด์ใหม่ได้ 15. ลบสไลด์ได้ 16. คัดลอกสไลด์ได้ 17. เพิ่มภาพเคลื่อนไหวได้ 18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้ 19. นำเสนอสไลด์ได้ 20. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์


128 สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ หน่วยที่ 3 การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน ความรู้พื้นฐานของโปรแกรมนำเสนอผลงาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน (Microsoft PowerPoint 2010) เป็นโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ถูก ออกแบบมาให้ใช้กับงานด้าน การนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆในลักษณะคล้าย ๆ กับการฉายสไลด์ (Slide Show) โดยเราสามารถใช้คำสั่งของ PowerPoint สร้างแผ่นสไลด์ที่มีรูปภาพและข้อความบรรยายเรื่องราว ที่ต้องการจะนำเสนอได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกำหนดลักษณะแสงเงา และลวดลายสีพื้นให้สไลด์แต่ละแผ่น มีความสวยงามน่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดรูปแบบการฉายสไลด์แต่ละแผ่น อย่าง ต่อเนื่อง และใช้เทคนิคพิเศษในการแสดงข้อความแต่ละบรรทัด เพื่อให้ผู้ชมการฉายสไลด์ค่อย ๆ เห็น ข้อความบรรยายและภาพเหล่านี้ทีละขั้น ๆ อย่างต่อเนื่องกันเป็นเรื่องราวตามระยะเวลาที่เรากำหนดไว้ แนวทางการเตรียมนำเสนองาน การนำเสนอที่ดีควรทำอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการวางโครงร่างของงาน จากนั้นจึงลง รายละเอียดและจัดทำสไลด์เพื่อนำเสนองานเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงควรทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1.การวางโครงร่าง ก่อนเริ่มเตรียมงานนำเสนอ ควรมีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการนำเสนอ โดยศึกษากลุ่มผู้ฟังว่ามี ลักษณะเช่นไร การเริ่มเตรียมงานนำเสนอโดยการวางโครงร่าง เป็นการถ่ายทอดความคิดของผู้นำเสนอเป็น แนวทางทำให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับงานที่จะนำเสนอ ซึ่งจะช่วยให้ไม่พลาดหัวข้อสำคัญที่ต้องนำเสนอ นอกจากนั้นการวางโครงร่างยังเปรียบเสมือนแผนที่ในการดำเนินเรื่อง จะได้มีความมั่นใจว่าการนำเสนอ ผลงานนั้นได้ผลลัพธ์ตรงตามจุดประสงค์ที่วางไว้ 2. การลงรายละเอียดเนื้อหา หลังจากวางโครงร่างตั้งแต่เริ่มจนจบแล้ว ต่อไปเป็นการลงรายละเอียดในหัวข้อต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นที่ กลุ่มผู้ชมเป็นหลักว่าสไลด์ที่จะนำเสนอต้องมีเนื้อหา หรือรูปแบบการนำเสนอแบบใดจึงจะเหมาะสม ซึ่งต้อง พิจารณาตั้งแต่องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ใช้ อาทิ ภาพ สี และแนวการนำเสนอ เช่น การบรรยายเชิงวิชาการก็ ควรให้โทนสีของสไลด์สอดคล้องกับเนื้อหาที่เน้นไปทางสาระและข้อมูล 3. การใส่ข้อความ รูปภาพ กราฟ หรืออื่น ๆ ในสไลด์ เป็นขั้นตอนที่นำเอาสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการนำเสนอมาใส่ในสไลด์แต่ละแผ่น โดยขั้นตอนนี้อาจจะไม่ต้อง ปราณีตเกี่ยวกับความสวยงามมากนัก แต่ควรเน้นให้มีเนื้อหามีความครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความสอดคล้อง กันทั้งข้อความ รูปภาพและกราฟ


129 4. การปรับแต่งสไลด์ให้มีสีสันสวยงาม หลังจากที่ได้ใส่ข้อความที่ต้องการนำเสนอแล้ว ต่อไปจะต้องทำการปรับแต่งตัวอักษร สีที่ใช้กับสไลด์ และรูปแบบขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่แสดง เพื่อให้สไลด์ดูสวยงามและน่าติดตาม เช่น การใช้ข้อความ อักษรศิลป์ให้เงากับวัตถุ กำหนดภาพสามมิติ เป็นต้น 5. การเพิ่มความน่าสนใจให้กับสไลด์ในขณะนำเสนอ กรณีใช้คอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสไลด์ ก็อาจนำเทคนิคในการเปลี่ยนแผ่นสไลด์มาใช้ เนื่องจากมี มากมายหลายแบบให้เลือกใช้ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับการนำเสนอข้อมูลได้ 6. เตรียมการนำเสนองานจริง หลังจากได้งานนำเสนอที่สมบูรณ์แล้ว ก่อนถึงเวลาที่จะต้องนำเสนอ ควรซ้อมการพูดให้เข้ากับแผ่น สไลด์ที่เตรียม ควรมีการจับเวลาที่ใช้นำเสนอด้วยเพื่อจะได้ทราบเวลาบรรยายจริง และจะได้ปรับลดให้ เหมาะสมยิ่งขึ้น 7. การเตรียมเอกสารประกอบการบรรยายแจกผู้เข้ารับฟัง สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ จัดพิมพ์เอกสารประกอบการบรรยาย แจกให้ผู้เข้าฟังจะทำให้ ไม่ต้องเสียเวลาในการจดบันทึกสิ่งที่ได้นำเสนอไป หลักการทำงานของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 จะสร้างเอกสารเป็นแผ่น ๆ คล้ายกับ แผ่นโปร่งใส โดยในแผ่นงานนั้นสามารถพิมพ์ข้อความ แทรกภาพประกอบ แทรกตาราง เติมสี และ ออกแบบองค์ประกอบแผ่นงานให้สวยงามได้หลากหลายรูปแบบ การเรียกใช้โปรแกรมนำเสนอผลงาน ขั้นตอนการเรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน ทำได้ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 คลิกปุ่ม Start เลือก All Program หรือ Program ขั้นตอนที่ 2 คลิก Microsoft Office ขั้นตอนที่ 3 คลิก Microsoft PowerPoint 2010 ได้หน้าต่างโปรแกรมนำเสนอผลงาน ดังรูป


130 ส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรมนำเสนอผลงาน 1. แถบเครื่องมือด่วน (Quick Access Toolbar) เป็นส่วนที่รวบรวมคำสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ เพื่อให้ เรียกใช้งานได้ทันที 2. ปุ่มควบคุมหน้าต่างโปรแกรม (Program Window Control) เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการย่อ ขยาย และปิดหน้าต่างของโปรแกรม 3. ปุ่มไฟล์ (FILE) เป็นส่วนที่รวบรวมคำสั่งในการจัดการกับไฟล์ เช่น การสร้างงานนำเสนอใหม่ (New) การเปิด (Open) การบันทึก (Save) เป็นต้น 4. แถบริบบอน (Ribbon) เป็นส่วนที่รวบรวมเครื่องมือการใช้งานของโปรแกรม เช่น แท็บ HOME, INSERT, DESIGN, TRANSITIONS, ANIMATIONS, SLIDE SHOW, REVIEW และ VIEW 5. แถบนำทาง (Navigation Page) เป็นส่วนที่ใช้แสดงสไลด์ขนาดย่อ เพื่อจัดการกับสไลด์ เช่น การ แทรก การลบ การย้ายสไลด์ เป็นต้น 6. แถบเลื่อน (Scroll Bar) เป็นส่วนที่ใช้สำหรับเลื่อนหน้าจอไปยังสไลด์อื่น ๆ 7. พื้นที่สไลด์ (Slide Pane) เป็นส่วนสำหรับอออกแบบและแสดงรายละเอียดของสไลด์ 8. หมายเลขสไลด์ (Slide Number) เป็นส่วนที่ใช้บอกว่าเรากำลังอยู่ในสไลด์จำนวนสไลด์ทั้งหมด 9. ภาษา (Language) เป็นส่วนที่ใช้บอกสถานะของการใช้ภาษา 10. ปุ่มมุมมอง (View) เป็นส่วนสำหรับเปลี่ยนมุมมองการทำงานของสไลด์ 11. ปุ่มเลื่อนย่อ-ขยาย (Zoom Controls) เป็นส่วนสำหรับย่อ-ขยายหน้าจอของโปรแกรม การสร้างแฟ้มนำเสนองาน การสร้างแฟ้มนำเสนองานด้วยโปรแกรมนำเสนอผลงาน คลิกเมนูแฟ้ม คลิกสร้าง ได้หน้าต่างงาน นำเสนอใหม่อยู่ทางขวามือของหน้าต่างการทำงาน มีรูปแบบการสร้าง 4 รูปแบบ ดังนี้ 1.งานนำเสนอเปล่า(Presentation)เป็นการเปิดสไลด์เปล่าๆพร้อมค่ามาตรฐานที่ไม่ได้มีการออกแบบ หรือแต่งเติมสีสันมาให้ ผู้ใช้สามารถแต่งเติมได้ทั้งสีตัวอักษรและพื้นหลัง การเปิดเอกสารใหม่โดยใช้ทาสก์เพนมี 4 ตัวเลือก ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในบทที่ 1


131 2.ตัวช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัต ิ(AutoContent Wizard) เป็นรูปแบบสไลด์ที่โปรแกรมเตรียมไว้ให้พร้อมใช้งานแบบมืออาชีพ เช่น ด้านการตลาด การฝึกอบรม และการบริหารโครงการ เป็นต้น โดยจะสร้างหัวเรื่องและ เค้าโครงเนื้อหามาให้ ผู้ใช้สามารถปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับงานของตนเองได้ 3.แม่แบบการออกแบบ (Design Templete) เป็นต้นแบบที่ Power Point เตรียมไว้ให้ค่อนข้างสมบูรณ์ สวยงาม ทั้งการออกแบบพื้นหลัง ตัวหนังสือ สี และลวดลาย ผู้ใช้สามารถแก้ไขข้อความ ให้เป็น ของตนเองและนำเสนองานได้ทันที 4.เอกสารที่มีอยู่แล้ว (Existing Presentation) เปิดเอกสารที่สร้างและบันทึกไว้แล้ว เช่น ไฟล์งานที่นำมาจากคนอื่น หรือ ส่งผ่านมาทางอินเทอร์เน็ต มุมมองชิ้นงานในโปรแกรมนำเสนอผลงาน มุมมองปกติ (Normal View) สำหรับมุมมองปกติ (Normal View) เป็นมุมมองพื้นฐานในการใช้งานของ Microsoft PowerPoint 2016 ในการเริ่มต้นใช้งานทุกครั้งผู้ใช้งานจะเห็นมุมมองนี้เป็นอย่างแรก โดยจะมีส่วนประกอบอยู่สองส่วน ทางด้านซ้ายมือของโปรแกรมนั่นคือ แท็บภาพนิ่งและแท็บเค้าร่าง มุมมองการนำเสนอภาพนิ่ง (Slide Show View) เป็นมุมมองที่แสดงภาพนิ่งแบบเต็มจอเหมือนกับการฉายสไลด์ โดยสามารถที่จะเปลี่ยนไปหน้าต่างๆ รวมไปถึงแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ได้สร้างไว้ มุมมองต้นแบบภาพนิ่ง (Slide Master View) เป็นมุมมองที่แสดงต้นแบบโครงร่างต่างๆ ที่มีหลายองค์กรประกอบรวมกัน และทำให้งานเสนอไปใน ทิศทางเดียวกัน เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือกราฟิก เป็นต้น มุมมองต้นแบบเอกสารประกอบคำบรรยาย (Handout Master View) เป็นมุมมองที่แสดงต้นแบบเอกสารก่อนพิมพ์ พร้อมทั้งการแก้ไขสามารถทำได้กับต้นแบบเอกสาร ประกอบคำบรรยาย เช่น การปรับขนาด การจัดรูปแบบ หัวกระดาษ และท้ายกระดาษ และยังสามารถตั้ง ค่ากระดาษ และระบุจำนวนภาพนิ่งที่จะพิมพ์ในแต่ละหน้าได้อีกด้วย การลบและเพิ่มแผ่นภาพนิ่ง การลบภาพนิ่ง 1. เปลี่ยนไปยังมุมมองตัวเรียงลำดับภาพนิ่ง โดยเลือกเมนู มุมมอง (View) >ตัวเรียงลำดับภาพนิ่ง ( Slide Sorter ) หรือคลิกที่สัญลักษณ์มุมมองตัวเรียงลำดับภาพนิ่ง 2. คลิกเลือกสไลด์ที่ต้องการลบ กด Del การเพิ่มภาพนิ่ง 1. คลิกที่แท็บภาพนิ่ง ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของ powerpoint 2. คลิกขวาที่สไลด์ที่ต้องการแทรกสไลด์แผ่นใหม่ต่อท้าย จะเมนูคำสั่งขึ้นมา 3. คลิกสร้างภาพนิ่ง ( new slide)


132 การบันทึกแฟ้มนำเสนองาน การบันทึกงานนำเสนอ มีด้วยกันอยู่ 2 คำสั่ง คำสั่งบันทึก ( Save) และคำสั่งบันทึกเป็น( Save as) ซึ่งใช้ ต่างกัน ดังนี้ คำสั่งบันทึก ( Save)ใช้เมื่อต้องการบันทึกข้อมูลที่ใช้งานอยู่ปัจจุบัน ซึ่งจะทำการบันทึกชื่อไฟล์เดิมซึ่งมี ขั้นตอนการบันทึกดังต่อไปนี้ การปิดโปรแกรม วิธีการปิดโปรแกรม PowerPoint หรือการออกจากโปรแกรม PowerPoint วิธีที่ 1.ดับเบิ้ลคลิกที่รูป ที่มุมบนสุดด้านซ้ายมือของหน้าต่างโปรแกรม


133 วิธีที่ 2.เลือกเมนู File จะปรากฏแถบรายการยึดเลือก Exit วิธีที่ 3.คลิกที่ปุ่มปิดโปรแกรม ที่มุมบนสุดด้านขวามือของหน้าต่างโปรแกรม แบบฝึกหัด/เฉลย ตอนที่ 1 คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงบอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน ตอบ โปรแกรมที่ทำหน้าที่นำเสนอผลงานในรูปแบบของสไลด์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งในสไลด์ นั้นสามารถแทรก ข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง แผนภูมิเป็นต้น 2. จงบอกวิธีการเข้าใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน ตอบ 1. ดับเบิลคลิกที่ไอคอน หรือคลิกเลือกไอคอน แล้วกด Enter 2. คลิกเลือกงานนำเสนอเปล่าหรือเท็มเพลตที่ต้องการ 3. แท็บริบบอนของโปรแกรมนำเสนอผลงานประกอบไปด้วยแท็บอะไรบ้าง ตอบ 1. แท็บหน้าแรก เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่จัดรูปแบบข้อความ การแสดงผล การ คัดลอก การจัดตำแหน่ง รูปวาด การค้นหา การแทนที่ เป็นต้น 2. แท็บแทรก เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่แทรกออบเจ็กต์ต่าง ๆ เช่น รูปภาพ ตาราง ภาพประกอบ ข้อความ สัญลักษณ์ สมการ อักษรศิลป์ กล่องข้อความ เป็นต้น 3. แท็บออกแบบ เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่ออกแบบฉากหลังในรูปแบบต่าง ๆ โดยเลือกแบบ ที่โปรแกรมกำหนดให้หรือกำหนดเอง 4. แท็บการเปลี่ยน เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่แสดงสไลด์ในรูปแบบต่าง ๆ 5. แท็บภาพเคลื่อนไหว เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่กำหนดการแสดงข้อความ 6. แท็บการนำเสนอสไลด์ เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่นำเสนอสไลด์ในลักษณะต่าง ๆ 7. แท็บรีวิว เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่การพิสูจน์อักษร แสดงข้อคิดเห็น เป็นต้น 8. แท็บมุมมอง เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่จัดรูปแบบมุมมองของสไลด์ในรูปแบบต่าง ๆ 9. แท็บ Storyboarding เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่ เพิ่มสไลด์ ปรับเปลี่ยนเค้าโครงของสไลด์ แทรกภาพ ปรับแต่งข้อความ เป็นต้น 4. การสร้างพรีเซนเทชันมีด้วยเท็มเพลตมีขั้นตอนอย่างไร ตอบ ขั้นตอนในการสร้างพรีเซนเทชันด้วยเท็มเพลตเป็นการสร้างเท็มเพลต 1. คลิกเลือกแท็บไฟล์ 2. คลิกเลือกใหม่ 3. เลือกรูปแบบการสร้างพรีเซนเทชันด้วยเท็มเพลตที่โปรแกรมกำหนดให้ 5. การสร้างพรีเซนเทชั่นเปล่าหรืองานนำเสนอเปล่ามีขั้นตอนอย่างไร ตอบ ขั้นตอนการสร้างพรีเซนเทชันเปล่า สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือกแท็บไฟล์ 2. คลิกเลือกใหม่ 3. เลือกงานนำเสนอเปล่า


134 ตอนที่2 จงเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว คำสั่ง จงทำเครื่องหมายกากบาท () หน้าข้อที่ถูกต้องมากที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโปรแกรมนำเสนอผลงาน ก. โปรแกรมที่เหมาะสำหรับการนำมาจัดทำสื่อในการเรียนการสอน ข. โปรแกรมที่มีความสามารถในการคำนวณเป็นอย่างดี ค. โปรแกรมที่เหมาะสำหรับการทำจดหมายเวียน ง. โปรแกรมที่มีความสามารถในการจัดทำฐานข้อมูลที่มีจำนวนมาก 2. การแสดงชุดคำสั่งต่าง ๆ ในการทำงานของโปรแกรมนำเสนอผลงานหมายถึงการทำงานของแท็บใด ก. แท็บเครื่องมือด่วน (Quick Access Toolbar) ข. แท็บเมนู (Menu Tab) ค. ตัวควบคุมหน้าต่างของโปรแกรม (Program Window Control) ง. ริบบอน (Ribbon) 3. พื้นที่ที่ใช้แสดงรายละเอียดของสไลด์หมายถึงข้อใด ก. สไลด์โชว์ ข. มุมมอง ค. เอกสาร ง. พรีเซนเทชัน 4. แท็บแทรก เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่แทรกออบเจ็กต์ต่างๆในโปรแกรมนำเสนอผลงานยกเว้นแทรก ข้อใด ก. แทรกรูปภาพ ข. แทรกสูตร ค. แทรกตาราง ง. แทรกข้อความ 5. แท็บ Storyboarding เป็นแท็บเครื่องมือที่ทำหน้าที่ใด ก. ทำหน้าที่เพิ่มสไลด์ ปรับเปลี่ยนเค้าโครงของสไลด์ ข. ทำหน้าที่จัดรูปแบบมุมมองของสไลด์ในรูปแบบต่าง ๆ ค. ทำหน้าที่นำเสนอสไลด์ในลักษณะต่าง ๆ ง. ทำหน้าที่กำหนดการแสดงข้อความในรูปแบบต่าง ๆ 6. ฟังก์ชัน Ctrl+F1 ทำหน้าที่ในข้อใด ก. ตัดแท็บริบบอน ข. ลบแท็บริบบอน ค. คัดลอกแท็บริบบอน ง. ยุบแท็บริบบอน 7. คำสั่งในข้อใดมีความหมายเดียวกันกับการกดปุ่ม Alt+F4 ก. ใช้เมาส์คลิกเลือกปุ่ม ข. คลิกเมาส์ปุ่มด้านซ้ายที่บริเวณ Title Bar เลือก Close ค. การเลือกแท็บไฟล์ แล้วเลือกปิด ง. กด Ctrl+C 8. ข้อใดหมายถึงการสร้างพรีเซนเทชันด้วยเท็มเพลต ก. เป็นการออกแบบพรีเซนเทชันเปล่า ข. เท็มเพลตหมายถึงงานนำเสนอใหม่ ค. เป็นการสร้างงานนำเสนอที่ผู้ใช้ต้องออกแบบเอง ง. เป็นการสร้างงานนำเสนอที่โปรแกรม จัดเตรียมไว้ให้แล้ว 9. การบันทึกงานนำเสนอต้องเลือกแท็บในข้อใด ก. แท็บไฟล์ ข. แท็บออกแบบ ค. แท็บแทรก ง. แท็บหน้าแรก


135 10. ปุ่ม หมายถึงข้อใด ก. การเปลี่ยนข้อความ ข. การย้ายข้อความ ค. การลบข้อความ ง. การออกแบบข้อความ 11. การเปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรต้องเลือกแท็บในข้อใด ก. แท็บไฟล์ ข. แท็บออกแบบ ค. แท็บแทรก ง. แท็บหน้าแรก 12. ถ้าต้องการเปลี่ยนขนาดของข้อความต้องเลือกแท็บในข้อใด ก. แท็บไฟล์ ข. แท็บออกแบบ ค. แท็บแทรก ง. แท็บหน้าแรก 13. สัญลักษณ์ หมายถึงข้อใด ก. การเปลี่ยนสีของข้อความ ข. การกำหนดรูปแบบข้อความ ค. การกำหนดขนาดข้อความ ง. การกำหนดกล่องข้อความ 14. ถ้าต้องการเปลี่ยนสีข้อความต้องเลือกแท็บในข้อใด ก. แท็บไฟล์ ข. แท็บออกแบบ ค. แท็บแทรก ง. แท็บหน้าแรก 15. ถ้าต้องการสร้างอักษรศิลป์ในโปรแกรมนำเสนอผลงานต้องเลือกแท็บใด ก. แท็บหน้าแรก > อักษรศิลป์ ข. แท็บแทรก > อักษรศิลป์ ค. แท็บออกแบบ > อักษรศิลป์ ง. แท็บการเปลี่ยน > อักษรศิลป์ 16. ถ้าต้องการเปลี่ยนรูปแบบในอักษรศิลป์ต้องเลือกแท็บใด ก. แท็บออกแบบ ข. แท็บการเปลี่ยน ค. แท็บแทรก ง. แท็บรูปแบบ 17. ถ้าต้องการสร้างแผนภูมิต้องเลือกแท็บในข้อใด ก. แท็บหน้าแรก > แผนภูมิ ข. แท็บแทรก > แผนภูมิ ค. แท็บออกแบบ > แผนภูมิ ง. แท็บการเปลี่ยน > แผนภูมิ 18. สัญลักษณ์ หมายถึงข้อใด ก. การแทรกสกรีนช็อต ข. การแทรกรูปตัดปะ ค. การแทรกรูปร่าง ง. การแทรกรูปทรง 19. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการกำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ ก. การเปลี่ยนแปลงสไลด์สามารถกำหนดรูปแบบการนำเสนอครั้งละ 1 สไลด์หรือหลายสไลด์ได้ ข. การเปลี่ยนแปลงสไลด์สามารถทำได้โดยเลือกแท็บออกแบบ ค. การเปลี่ยนแปลงสไลด์เป็นการกำหนดการเปลี่ยนแปลงของวัตถุบนงานนำเสนอ ง. การเปลี่ยนแปลงสไลด์ต้องทำการเปลี่ยนที่สไลด์แผ่นแรกก่อนเสมอ 20. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนำเสนอสไลด์ ก. การนำเสนอสไลด์ต้องเลือกแท็บการนำเสนอสไลด์ ข. การนำเสนอสไลด์สามารถกดปุ่ม ได้เลย ค. ในขณะนำเสนอสไลด์ถ้าข้อความผิดสามารถแก้ไขได้ทันที ง. การนำเสนอสไลด์สามรถทำได้มากกว่า 1 ครั้ง


136 เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-9-kar-chi-porkaermna-senx-phl-ngan ภาคผนวก (ถ้ามี)


137 ใบงานที่5 หน่วยที่5 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 2. เพื่อให้มีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้ 5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 6. สร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลตได้ 7. สร้างพรีเซนเทชันเปล่าได้ 8. บันทึกพรีเซนเทชันได้ 9. แทรกกล่องข้อความได้ 10. เปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรได้ 11. ใช้ข้อความอักษรศิลป์ได้ 12. ใส่รูปภาพลงสไลด์ได้ 13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้ 14. เพิ่มสไลด์ใหม่ได้ 15. ลบสไลด์ได้ 16. คัดลอกสไลด์ได้ 17. เพิ่มภาพเคลื่อนไหวได้ 18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้ 19. นำเสนอสไลด์ได้ 20. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้


138 3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อศึกษาและอภิปราย 1.1 อธิบายความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน 2. เขียนอภิปรายและวิเคราะห์ใส่กระดาษ 3. นำผลงานส่งครูผู้สอนเพื่อประเมินผล ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ถูกต้อง การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้น ในการแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562


139 ใบกิจกรรมที่5 หน่วยที่5 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลา 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 2. เพื่อให้มีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้ 5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 6. สร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลตได้ 7. สร้างพรีเซนเทชันเปล่าได้ 8. บันทึกพรีเซนเทชันได้ 9. แทรกกล่องข้อความได้ 10. เปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรได้ 11. ใช้ข้อความอักษรศิลป์ได้ 12. ใส่รูปภาพลงสไลด์ได้ 13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้ 14. เพิ่มสไลด์ใหม่ได้ 15. ลบสไลด์ได้ 16. คัดลอกสไลด์ได้ 17. เพิ่มภาพเคลื่อนไหวได้ 18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้ 19. นำเสนอสไลด์ได้ 20. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้


140 เครื่องมือ วัสดุ – อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับกิจกรรม 1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบ ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ สอน และนำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกครั้งที่เกิดความสับสน และไม่เข้าใจ 2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. ผู้เรียนหมั่นทำใบงาน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อที่ผิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เกิดจากการท่องจำ 5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ กำหนด และฝึกฝนตนเองเสมอ เมื่อได้รับมอบหมายงานมา การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-9-kar-chi-porkaermna-senx-phl-ngan


141 ใบปฏิบัติงานที่5 หน่วยที่5 รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนที่1 ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชั่วโมง ชื่องาน การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน จำนวน 3 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน 2. เพื่อให้มีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ) 1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้ 5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 6. สร้างพรีเซนเทชันด้วยเทมเพลตได้ 7. สร้างพรีเซนเทชันเปล่าได้ 8. บันทึกพรีเซนเทชันได้ 9. แทรกกล่องข้อความได้ 10. เปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษรได้ 11. ใช้ข้อความอักษรศิลป์ได้ 12. ใส่รูปภาพลงสไลด์ได้ 13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้ 14. เพิ่มสไลด์ใหม่ได้ 15. ลบสไลด์ได้ 16. คัดลอกสไลด์ได้ 17. เพิ่มภาพเคลื่อนไหวได้ 18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้ 19. นำเสนอสไลด์ได้ 20. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้ 2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้


142 3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ เครื่องมือ วัสดุ– อุปกรณ์ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์PC หรือ Notebook 2. โปรเจ็คเตอร์ 3. หนังสือ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ผู้เรียนค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต ตามเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาจาครูผู้สอน 2. เมื่อผู้เรียนได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เรียน นำข้อมูลนั้น มาเรียบเรียงให้เป็นระเบียบ สวยงาม ให้ สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยจัดทำในรูปแบบเล่มรายงาน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อน การส่งงาน ข้อเสนอแนะ นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนื้อหาให้สอดคล้องกับภาพให้ ถูกต้อง การประเมินผล 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้นใน การแสดงความคิดเห็นและสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหน่วย 2. ทำใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ 3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ เอกสารอ้างอิง ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562 https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-9-kar-chi-porkaermna-senx-phl-ngan


Click to View FlipBook Version