The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ปวช1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อรชร ดวงจันทร์, 2023-03-16 03:00:23

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ปวช1

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ปวช1

แผนการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชา ศิลปกรรม สาขาวิชา เครื่องประดับอัญมณีและสาขาวิชา ช่างทองหลวง วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000-1301 จัดท าโดย นางสาวอรชร ดวงจันทร์ กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


1 ค าน า แผนการจัดการเรียนรู้วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000-1301 จัดท าขึ้นเพื่อใช้ ประกอบการสอน กับนักเรียนนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช. 1 สาขาวิชา ช่างทองหลวง และ เครื่องประดับอัญมณีในภาคเรียนที่2 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ.2562ของส านักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้เกิดทักษะ ที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย ซึ่งประกอบด้วยจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะประจ าหน่วยการเรียนรู้ตารางวิเคราะห์หลักสูตร ก าหนดการสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ บูรณาการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมหลักของคนไทย แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะฉบับนี้ประกอบด้วย สาระส าคัญ สมรรถนะประจ าหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ ใบความรู้ และใบงาน การประเมินผล และบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน ลงชื่อ . (นางสาวอรชร ดวงจันทร์) ครูประจ าวิชา


2 สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า 1 ลักษณะรายวิชา 4 จุดประสงค์รายวิชา 4 สมรรถนะรายวิชา 4 ค าอธิบายรายวิชา 4 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร 5 จุดประสงค์การเรียนรู้ 9 กรอบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นเรื่อง/ชิ้นงาน/โครงการและบูรณาการหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 13 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ 14 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 14 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 14 ใบความรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 16 ใบงาน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 19 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 21 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 โครงงานวิทยาศาสตร์ 22 เรื่อง ความหมายและประเภทของโครงงาน 22 ใบความรู้ความหมายและประเภทของโครงงาน 25 ใบงาน ความหมายและประเภทของโครงงาน 27 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 29 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยและการวัด 30 เรื่องหน่วยและการวัด 30 ใบความรู้หน่วยและการวัด 33 ใบงาน หน่วยและการวัด 35 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 38 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 39 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุ 39 ใบความรู้แรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุ 42 ใบงาน แรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุ 44 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 47 2-/22/


3 สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน 48 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารและปฏิกิริยาเคมี 48 ใบความรู้การเปลี่ยนแปลงของสารและปฏิกิริยาเคมี 51 ใบงาน การเปลี่ยนแปลงของสารและปฏิกิริยาเคมี 54 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 58 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ 59 เรื่อง โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ 59 ใบความรู้โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ 62 ใบงาน โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ 65 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 70 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 สารและการเปลี่ยนแปลง 71 เรื่อง ประเภทและคุณสมบัติของสาร 71 ใบความรู้ประเภทและคุณสมบัติของสาร 74 ใบงานประเภทและคุณสมบัติของสาร 78 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 84 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 นาโนเทคโนโลยี 85 เรื่อง หลักการพื้นฐานของนาโนเทคโนโลยี 85 ใบความรู้หลักการพื้นฐานของนาโนเทคโนโลยี 87 ใบงาน หลักการพื้นฐานของนาโนเทคโนโลยี 90 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 92 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพ 93 เรื่อง เทคโนโลยีชีวภาพ 93 ใบความรู้เทคโนโลยีชีวภาพ 96 ใบงาน เทคโนโลยีชีวภาพ 98 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 ระบบนิเวศ 103 เรื่อง ระบบนิเวศความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 103 ใบความรู้ระบบนิเวศความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 106 ใบงาน ระบบนิเวศความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 110 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียน 114


4 ลักษณะรายวิชา หลักสูตร หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชา ศิลปกรรม สาขาวิชา เครื่องประดับอัญมณีและช่างทองหลวง รหัส 20000-1301 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ทฤษฎี 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ จ านวน 2 หน่วยกิต จุดประสงค์รายวิชา 1. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน่วยและการวัด แรงและการเคลื่อนที่ ไฟฟ้า อะตอม และธาตุ สารและปฏิกิริยาเคมี การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ 2. มีทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัด ปริมาณทางฟิสิกส์การทดลองแหล่งก าเนิดไฟฟ้า วงจรไฟฟ้า การ ค านวณค่าไฟฟ้า การทดลองปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวันและงานอาชีพ 3. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และกิจนิสัยที่ดีในการท างาน สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับปริมาณทางฟิสิกส์ แรงและการเคลื่อนที่ 2. แสดงความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับไฟฟ้าในชีวิตประจ าวัน 3. แสดงความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับสารเคมีและการเปลี่ยนแปลงทางเคมี 4. แสดงความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ 5. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี ค าอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หน่วยและการวัด แรงและการเคลื่อนที่ ไฟฟ้าในชีวิตประจ าวัน นาโนเทคโนโลยี โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ พันธะเคมี สารและการเปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ


5 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร รหัส 20000-1301 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ทฤษฎี 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ จ านวน 2 หน่วยกิต พฤติกรรม ชื่อหน่วยการเรียนรู้ พุทธิพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม ล าดับ จ านวนชั่วโมง ความรู้ ความข้าใจ การน าไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินค่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2 2 2 - - - 5 2 13 1 3 โครงงานวิทยาศาสตร์ 2 2 1 1 4 2 12 2 6 หน่วยและการวัด 2 1 1 - - - 1 2 7 5 6 แรงและการเคลื่อนที่ 2 2 2 - - - 1 2 9 4 6 ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน 2 1 1 - - - 1 2 7 5 6 โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ 2 2 1 2 - - 1 2 10 3 6 สารและการเปลี่ยนแปลง 2 2 1 2 - - 2 2 11 2 6 นาโนเทคโนโลยี 2 2 1 1 - - 2 2 10 3 3 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพ 2 2 1 2 - - 1 2 10 3 6 ระบบนิเวศ 2 2 1 2 - - 2 2 11 2 6 รวม 20 20 10 10 - - 20 20 100 54 ล าดับความส าคัญ 1 1 2 2


6 สมรรถนะหน่วยการเรียนรู้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ /เรื่องการสอน สมรรถนะประจ าหน่วยเกณฑ์การ ปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ ชั่วโมงที่ หน่วยที่ 1 ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 1. การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ 2. ทักษะทางวิทยาศาสตร์ 1. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์และ สามารถใช้ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อการแก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนาวิชาชีพได้ 1 1-3 หน่วยที่ 2 โครงงานวิทยาศาสตร์ 1. ความหมายของโครงงาน วิทยาศาสตร์ 2. ลักษณะโครงงาน วิทยาศาสตร์ 3. จุดมุ่งหมายโครงงาน วิทยาศาสตร์ 4. ประเภทโครงงาน วิทยาศาสตร์ 5. ขั้นตอนการท าโครงงาน วิทยาศาสตร์ 6. การเขียนรายงานโครงงาน วิทยาศาสตร์ 7. การน าเสนอผลงาน 1.สามารถออกแบบโครงงาน วิทยาศาสตร์ได้ 2.ประยุกต์ความรู้ขั้นตอนทาง วิทยาศาสตร์ในการจัดท าโครงงาน วิชาชีพได้ 2-3 4-9 หน่วยที่ 3 หน่วยและการวัด 1. หน่วยของการวัด 2. การเลือกใช้เครื่องมือวัด 3. เลขนัยส าคัญ 1.สามารถเลือกใช้เครื่องมือในการวัด ได้อย่างถูกต้อง 2.ระบุหน่วยการวัดปริมาณต่างๆ ถูกต้องเป็นสากล 4-5 10-15 หน่วยที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 1. ปริมาณทางฟิสิกส์ 2. แรง 3. การเคลื่อนที่ของวัตถุ 1.จ าแนกปริมาณทางฟิสิกส์ได้ 2.ระบุหน่วยของปริมาณต่าง ๆ ได้ เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ได้ถูกต้อง 3.ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรงและการ เคลื่อนที่ได้ 6-7 16-21 หน่วยที่5 ปฏิกิริยาเคมีใน ชีวิตประจ าวัน 1. การเปลี่ยนแปลงของสาร 2. ปฏิกิริยาเคมี 3. ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน 1.อธิบายลักษณะการเกิดปฏิกิริยาเคมี ได้ถูกต้อง 2.เขียนสมการเคมีการเกิดปฏิกิริยาเคมี ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวันได้ 3.เปรียบเทียบการเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพและการ เปลี่ยนแปลงทางเคมีได้ 8-9 22-26


7 4.ปัจจัยที่มีผลต่อการ เกิดปฏิกิริยาเคมี สอบประเมินกลางภาค 9 27 หน่วยที่ 6 โครงสร้างอะตอมและ ตารางธาตุ 1. โครงสร้างอะตอม 2. อนุภาคมูลฐานของอะตอม 3. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ 4. การจัดเรียงอิเล็กตรอน ตารางธาตุ 1. จ าแนกจ านวนอนุภาคภายใน อะตอมของธาตุ 2. อ่านเลขมวล เลขอะตอมของธาตุได้ 3. จัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุที่ ก าหนดให้ 4. ระบุต าแหน่งของธาตุในตารางธาตุ 5. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ 6. วิเคราะห์ความไวในการ เกิดปฏิกิริยาเคมีของธาตุได้ 10-11 28-33 หน่วยที่ 7 สารและการ เปลี่ยนแปลง 1. ความหมายของสารหรือสสาร และการจ าแนกสาร 2. สมบัติของสาร 3. สถานะของสาร 4. สารผสม 5. สารละลายกรด-เบส 6. ค่า pH ของสารละลาย และ อินดิเคเตอร์ 1.จ าแนกประเภทของสารได้ 2.ทดสอบสมบัติทางกายภาพและ สมบัติทางเคมีของสารบางชนิดได้ 3.อธิบายการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สารได้ 4.ทดลองเพื่อจ าแนกสารละลายกรด เบสได้ 12-13 34-39 บทที่ 8 นาโนเทคโนโลยี 1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนาโน เทคโนโลยี 2. สาขาหลักของนาโนเทคโนโลยี 3. นาโนเทคโนโลยีในธรรมชาติ 4. นาโนศาสตร์และนาโน เทคโนโลยีในประเทศไทย 1.อธิบายหลักการของนาโนเทคโนโลยี 2.สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นาโน และอธิบายถึงลักษณะพิเศษของ ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด 14 40--42 หน่วยที่9 ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีชีวภาพ 1.ความหมายและความเป็นมา ของเทคโนโลยีชีวภาพ 2.การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีชีวภาพ 1. อธิบายหลักการใช้ เทคโนโลยีชีวภาพ 2. อธิบายวิธีการพันธุวิศวกรรมได้ 3. เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ของ เทคโนโลยีชีวภาพแต่ละวิธีได้ 4. ศึกษา ค้นคว้า ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับผลผลิตของการใช้ เทคโนโลยีชีวภาพด้านต่าง ๆ ได้ 15-16 43-48


8 3.ประเทศไทยกับ เทคโนโลยีชีวภาพ 4.คุณธรรม จริยธรรมกับ เทคโนโลยีชีวภาพ 5.ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีชีวภาพ บทที่ 10 ระบบนิเวศ 1.สิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติ 2.ความหลากหลายทางชีวภาพ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตใน 3.ระบบนิเวศ 4.วัฎจักรของสาร 5.ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตการอยู่ ร่วมกันอย่างเป็นระบบ 6.การถ่ายทอดพลังงาน 1.ส ารวจสิ่งมีชีวิตจากระบบนิเวศ ภายในสถานศึกษา และน ามาจัด ประเภทของ กลุ่มสิ่งมีชีวิต ลักษณะของ ความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่ 2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ประเภทต่าง ๆ 3. เขียนโซ่อาหาร สายใยอาหาร 4. ระบุความหลากหลายทางชีวภาพ 17-18 49-53 สอบประเมินปลายภาค 18 54 รวม 18 54


9 จุดประสงค์การเรียนรู้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ หน่วยที่1 ทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 1.การศึกษาทาง วิทยาศาสตร์ 2.ทักษะทางวิทยาศาสตร์ 1.อธิบายความหมายของ วิทยาศาสตร์ได้ 2.อธิบายความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ทั้ง 5 ประเภท ได้ 3.ระบุขั้นตอนของวิธีการ ทางวิทยาศาสตร์ได้ 4.ระบุข้อมูลที่เป็นผลมาจาก การสังเกตได้ 5.ลงความเห็นจากข้อมูลที่ ก าหนดให้ได้ 6.จ าแนกประเภทของสิ่งที่ ก าหนดให้ได้ 1.มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ และสามารถใช้ทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อการ แก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนา วิชาชีพได้ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ หน่วยที่ 2 โครงงาน วิทยาศาสตร์ 1.ความหมายของโครงงาน วิทยาศาสตร์ 2.ลักษณะโครงงาน วิทยาศาสตร์ 3.จุดมุ่งหมายโครงงาน วิทยาศาสตร์ 4.ประเภทโครงงาน วิทยาศาสตร์ 5.ขั้นตอนการท าโครงงาน วิทยาศาสตร์ 6.การเขียนรายงานโครงงาน วิทยาศาสตร์ 7.การน าเสนอผลงาน 1.มีความรู้เกี่ยวกับโครงงาน วิทยาศาสตร์ 2.บอกขั้นตอนการท า โครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 3.จัดประเภทโครงงาน วิทยาศาสตร์ได้ 1.สามารถออกแบบ โครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 2. ประยุกต์ความรู้ ขั้นตอน ทางวิทยาศาสตร์ในการ จัดท าโครงงานวิชาชีพได้ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ หน่วยที่ 3 หน่วยและการ วัด 1. หน่วยของการวัด 2.การเลือกใช้เครื่องมือ วัด 3. เลขนัยส าคัญ 1.เลือกใช้เครื่องมือวัด ปริมาณต่างๆได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสม 2.ใช้หน่วยการวัดได้อย่าง ถูกต้อง 1. สามารถเลือกใช้เครื่องมือ ในการวัดได้อย่างถูกต้อง 2. ระบุหน่วยการวัดปริมาณ ต่าง ๆ ถูกต้องเป็นสากล 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ


10 3.บันทึกผลจากการวัด ปริมาณต่างๆได้อย่าง ถูกต้อง หน่วยที่ 4 แรงและการ เคลื่อนที่ 1.ปริมาณทางฟิสิกส์ 2.แรง 3.การเคลื่อนที่ของวัตถุ 1.จ าแนกชนิดของแรงได้ 2.ระบุหน่วยของแรง และ ปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนที่ได้ 3.น าความรู้เกี่ยวกับแรง และการเคลื่อนที่ไปอธิบาย เหตุการณ์ในชีวิตประจ าวัน ได้ 4.ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรง และการเคลื่อนที่ได้ 1.จ าแนกปริมาณทางฟิสิกส์ ได้ 2.ระบุหน่วยของปริมาณ ต่าง ๆ ได้เกี่ยวกับแรงและ การเคลื่อนที่ได้ถูกต้อง 3.ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรง และการเคลื่อนที่ได้ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ หน่วยที่ 5 ปฏิกิริยา เคมีในชีวิตประจ าวัน 1. การเปลี่ยนแปลงของสาร 2. ปฏิกิริยาเคมี 3.ปฏิกิริยาเคมีใน ชีวิตประจ าวัน 4.ปัจจัยที่มีผลต่อการ เกิดปฏิกิริยาเคมี 1.อธิบายเกี่ยวกับการ เกิดปฏิกิริยาเคมี 2.อธิบายการเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของสารได้ 3.เข้าใจความแตกต่างของ การเปลี่ยนแปลงทาง กายภาพและการ เปลี่ยนแปลงทางเคมี 4.อธิบายเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวันได้ 1.อธิบายลักษณะการ เกิดปฏิกิริยาเคมีได้ถูกต้อง 2.เขียนสมการเคมีการ เกิดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจ าวันได้ 3.เปรียบเทียบการเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และการเปลี่ยนแปลงทาง เคมีได้ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ หน่วยที่ 6 โครงสร้าง อะตอมและตารางธาตุ 1.โครงสร้างอะตอม 2.อนุภาคมูลฐานของ อะตอม 3.สัญลักษณ์นิวเคลียร์ 4.การจัดเรียงอิเล็กตรอน ตารางธาตุ 1.จ าแนกจ านวนอนุภาค ภายในอะตอมของธาตุ 2.อ่านเลขมวล เลขอะตอม จัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุ ที่ก าหนดให้ 3.จัดเรียงอิเล็กตรอนระบุ ต าแหน่งของธาตุในตาราง ธาตุ 4.เขียนสัญลักษณ์ของธาตุ ความของธาตุในการ เกิดปฏิกิริยาเคมี 1.จ าแนกจ านวนอนุภาค ภายในอะตอมของธาตุ 2. อ่านเลขมวล เลขอะตอม ของธาตุได้ 3.จัดเรียงอิเล็กตรอนของ ธาตุที่ก าหนดให้ 4.ระบุต าแหน่งของธาตุใน ตารางธาตุ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ หน่วยที่ 7 สารและการ เปลี่ยนแปลง 1. ความหมายของสารหรือ สสารและการจ าแนกสาร 1. เข้าใจประเภทของสารได้ 2.บอกคุณสมบัติทาง กายภาพและทางเคมีของ สารได้ 1.จ าแนกประเภทของสาร ได้ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ


11 2. สมบัติของสาร 3. สถานะของสาร 4. สารผสม 5. สารละลายกรด-เบส 6. ค่า pH ของสารละลาย และ อินดิเคเตอร์ 3.มีความรู้เกี่ยวกับสถานะ ของสารได้ 4.เข้าใจสมบัติของ สารละลายกรดและเบสได้ 2.ทดสอบสมบัติทาง กายภาพและสมบัติทางเคมี ของสารบางชนิดได้ 3.อธิบายการเปลี่ยนแปลง สถานะของสารได้ 4.ทดลองเพื่อจ าแนก สารละลายกรด เบสได้ บทที่ 8 นาโนเทคโนโลยี 1.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ นาโนเทคโนโลยี 2.สาขาหลักของนาโน เทคโนโลยี 3.นาโนเทคโนโลยีใน ธรรมชาติ 4.นาโนศาสตร์และนาโน เทคโนโลยีในประเทศไทย 1.อธิบายหลักการของนาโน เทคโนโลยี 2.สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์นาโนและอธิบาย ถึงลักษณะพิเศษของ ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด 1. อธิบายหลักการของนาโน เทคโนโลยี 2.สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์นาโนและอธิบาย ถึงลักษณะพิเศษของ ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ หน่วยที่9 ความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีชีวภาพ 1.ความหมายและความ เป็นมาของ เทคโนโลยีชีวภาพ 2.การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีชีวภาพ 3.ประเทศไทยกับ เทคโนโลยีชีวภาพ 4.คุณธรรม จริยธรรมกับ เทคโนโลยีชีวภาพ 5.ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีชีวภาพ 1.เข้าใจหลักการของ เทคโนโลยีชีวภาพ 2.เข้าใจหลักการพันธุ วิศวกรรม 3.จ าแนกผลที่เกิดจากการ ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ 1.อธิบายหลักการใช้ เทคโนโลยีชีวภาพ 2.อธิบายวิธีการพันธุ วิศวกรรมได้ 3. เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ของเทคโนโลยีชีวภาพแต่ละ วิธีได้ 4. ศึกษา ค้นคว้า ความรู้ เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลผลิตของ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ด้านต่าง ๆ ได้ 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ บทที่ 10 ระบบนิเวศ 1.สิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ตาม ธรรมชาติ 2.ความหลากหลายทาง ชีวภาพ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิต ใน 3.ระบบนิเวศ 4.วัฎจักรของสาร 5.ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 1.อธิบายความหมายของ ระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และ แหล่งที่อยู่ได้ 2.อธิบายความสัมพันธ์ของ สิ่งมีชีวิตกับแหล่งที่อยู่ 3. อธิบายการเกิดวัฏจักร ของน้ า คาร์บอน และ ไนโตรเจน ได้ 1. ส ารวจสิ่งมีชีวิตจากระบบ นิเวศภายในสถานศึกษา และน ามาจัดประเภทของ กลุ่มสิ่งมีชีวิต ลักษณะของ ความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่ 2.วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ของสิ่งมีชีวิตประเภทต่าง ๆ 3.เขียนโซ่อาหารสายใย อาหารได้ 4.ระบุความหลากหลายทาง 1.มีกิจนิลัยที่แสดงถึงความ รอบคอบในการปฏิบัติงาน 2.มีกิจนิสัยที่แสดงถึงความ รับผิดชอบ


12 การอยู่ร่วมกันอย่างเป็น ระบบ 6.การถ่ายทอดพลังงาน 4. จ าแนกประเภทความ หลากหลายทางชีวภาพใน ระบบนิเวศได้ 5. ระบุประโยชน์และโทษ ของการอยู่รวมกันของ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน และ ต่างชนิดกัน 6. จ าแนกล าดับต่าง ๆ ของ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ 7.วิเคราะห์โซ่อาหารใน สายใยอาหารได้ 8. อธิบายการถ่ายทอด พลังงานของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตในแต่ละล าดับได้ ชีวภาพได้ 5.ใช้เหตุผลในการคัดเลือก ภาพที่แสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ในเชิงบวก และลบของการอยู่รวมกัน ของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันได้


13 กรอบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นเรื่อง/ชิ้นงาน/โครงการ และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 1 วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000 - 1301 สอนครั้งที่ 1 ชั่วโมงรวม 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ทักษะทางวิทยาศาสตร์ จ านวนชั่วโมง 1-6 สัปดาห์ที่ 1 ผลกระทบเพื่อความสมดุล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม ด้านสิ่งแวดล้อม นักเรียนได้น าความรู้จาก การท ากิจกรรมไป ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจ าวันและอยู่ใน สังคมได้อย่างมีความสุข มีการใช้ทรัพยากรและ ฝึกปฏิบัติวิชาชีพให้ เหมาะสมกับงานและ ประหยัด การเป็นผู้ให้และเป็น ผู้รับ มีคุณธรรมมีความ รักเมตตาต่อคนอื่น ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม สมรรถนะด้านความมีเหตุผล แผนการสอนตามสาระการเรียนรู้ ด าเนินงานตามวัตถุประสงค์การ เรียนรู้ สมรรถนะด้านความ พอประมาณ นักเรียนมีอุปกรณ์ที่เพียงพอใน การท ากิจกรรมการเรียน สมรรถนะด้านความมีภูมิคุ้มกัน ทักษะเจตคติที่ดีในการท างานวาง แผนการท างานอย่างเป็นระบบมี ความรอบคอบและระมัดระวัง เงื่อนไขด้านความรู้และทักษะ มีความรู้เกี่ยวกับสารละลายมีกี่ นิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานมีความ รับผิดชอบใฝ่รู้และมีจรรยาบรรณ วิชาชีพ เงื่อนไขด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม คุณลักษณะที่พึง ประสงค์ 1.มีความรับผิดชอบขยันอดทน 2.มีความซื่อสัตย์สุจริต 3.มีความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน 4.มีความตรงต่อเวลาแต่งกายถูก ระเบียบเรียบร้อย วิชาวิทยาศาสตร์พัฒนา ทักษะชีวิต หน่วย สารและการเปลี่ยนแปลง เรื่อง สารละลาย


14 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์การประเมิน 1.การศึกษา กระบวนการ วิทยาศาสตร์ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดวิชา สมรรถนะรายวิชา ความ คาดหวัง และสิ่งที่ผู้เรียนควรจะได้รับหลังจากเรียนใน รายวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 2.ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันวางข้อตกลงในการเรียน เพื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกันและเพื่อการเรียนการสอนที่มี ความสุขและเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน 3.ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วยการ เรียนที่ 1 เรื่องทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4.ผู้สอนแจ้งถึงวิธีการวัดประเมินผลและเกณฑ์ต่างๆของ เนื้อหาที่เรียนในสัปดาห์นี้ 5.ผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนฟังถึงหัวข้อที่จะเรียนในครั้งนี้ คือ ความหมายของวิทยาศาสตร์ประเภทของวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ขั้นสอน 1.ผู้สอนน าภาพของนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานต่างๆ เช่น จอห์น ดาลตัน เซอร์ ไอแซก นิวตัน หลุยส์ปา สเตอร์ ฯลฯ 2.ให้ผู้เรียนทายชื่อของนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้น พร้อม ทั้งผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ท่านเหล่านั้นค้นพบ ครูและ ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายถึงแรงบันดาลใจที่ท าให้ท่าน เหล่านั้นค้นพบ 3.ผู้สอนน าอภิปรายถึงวิธีการค้นคว้าหาความรู้ของ วิทยาศาสตร์ ประเภทของวิทยาศาสตร์และวิธีการทาง วิทยาศาสตร์จาก PowerPoint เรื่องการสังเกต หน่วย ในการวัดการจ าแนกประเภทของสิ่งมีชีวิต เรื่องการ จัดท าและสื่อความหมายข้อมูล เรื่องการตั้งสมมติฐาน การทดลองและการสรุป 4.ผู้สอนสุ่มผู้เรียนตอบค าถามและแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับประเภทของวิทยาศาสตร์และวิธีการทาง วิทยาศาสตร์ ขั้นสรุป 1. ผู้สอนและผู้เรียนช่วยกันสรุปความหมาย ประเภท และวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยการถามตอบ 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนบันทึกความรู้ลงในสมุด 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรมใบความรู้ที่ 1-3 1.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต รหัส วิชา 20000- 1301 2. โปรแกรม น าเสนอข้อมูล power point หน่วยที่ 1 3. youtube 4. ใบงาน 5.แบบทดสอบ หลังเรียน 30 นาที 2 ชั่วโมง 30 นาที สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้


15 สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อการเรียนรูใหครูผูสอนและผูเรียนเลือกใชสื่อประกอบการเรียนการสอนตามสภาพความพรอมของตนเอง ดังนี้ 1.สื่อโสตทัศน์ - เรียนรู้ผ่านระบบ Google Meet และส่งงานผ่านระบบ Google Classroom 2.สิ่งพิมพ์ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 3.สื่อสื่อเทคโนโลยี - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 1 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4.โสตทัศน์อุปกรณ์ - แทปเล็ต - เครื่องคอมพิวเตอร์ หลักฐานการเรียนรู้ 1.หลักฐานความรู้ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 1 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - ใบความรู้บทที่ 1 2.หลักฐานการปฏิบัติงาน - แบบทดสอบท้ายหน่วย การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.เครื่องมือการประเมิน 1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล - การสุ่มผู้เรียนถาม/ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล - ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.3 หลังเรียน วิธีการวัดผล - ทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ เครื่องมือวัด - แบบทดสอบท้ายหน่วย เกณฑ์การประเมิน 1.ผู้เรียนร้อยละ 70 จากการสุ่ม ตอบค าถามได้ถูกต้อง 2.ผู้เรียนท าถูกต้อง 70% จากคะแนนเต็มในแบบฝึกหัด


16 ใบความรู้ วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง : ทักษะทางวิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 1 สอนครั้งที่ 1-3 เวลา 6 ชั่วโมง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของวิทยาศาสตร์ได้ 2. อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทั้ง 5 ประเภทได้ 3. ระบุขั้นตอนของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ 4. ระบุข้อมูลที่เป็นผลมาจากการสังเกตได้ 5. ลงความเห็นจากข้อมูลที่ก าหนดให้ได้ 6. จ าแนกประเภทของสิ่งที่ก าหนดให้ได้ 2. สมรรถนะการเรียนรู้ - มีทักษะทางวิทยาศาสตร์และสามารถใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อการแก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนาวิชาชีพได้ 3. เนื้อหาสาระ (ใบความรู้) วิทยาศาสตร์ คือ การศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ อย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการเสาะ แสวงหาความรู้ รวมทั้งกระบวนการที่จะได้มาซึ่งองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Body of scientific knowledge) วิธีการทางวิทยาศาสตร์(Scientific method) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Science process skills) และเจตคติทางวิทยาศาสตร์ (Scientific attitude) หรือจิตวิทยาศาสตร์ (Scientific mind) กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ วิธีการและขั้นตอนที่ใช้ด าเนินการค้นคว้าหาความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) วิธีการทางวิทยาศาสตร์ 2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3) จิตวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (scientific method) คือ วิธีการและขั้นตอนในการค้นหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ท าให้นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นหาความรู้จากธรรมชาติโดยมีการวางแผนการท างานอย่าง เป็นระบบ มีขั้นตอน และมีประสิทธิภาพ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ 1. การสังเกต การสังเกตเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นสิ่งส าคัญที่สุดอย่างหนึ่งของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสังเกต เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหรือข้อสงสัย ซึ่งจะน าไปสู่การหาค าตอบหรือความรู้ต่าง ๆ การฝึกการสังเกตบ่อย ๆ จะ ท าให้สังเกตได้เร็ว สังเกตได้ถูกต้อง มีความช านาญในการสังเกตท าให้ได้ข้อมูลที่ใช้หาค าตอบได้ 2. การระบุปัญหา การระบุปัญหาหลังการสังเกต และพยายามหาค าตอบของปัญหานั้น ท าให้ได้ความรู้วิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ขึ้น 3. การตั้งสมมติฐาน สมมติฐาน หมายถึงสิ่งที่คาดคิดหรือคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าจะเป็นค าตอบของปัญหา ซึ่งค าตอบหรือ สมมติฐานนั้นอาจผิดหรือถูกก็ได้ การตั้งสมมติฐานจึงเป็นแนวทางในการทดสอบหรือหาข้อมูลต่อไป ดังนั้นจึง


17 ควรฝึกคาดคิดหรือฝึกตั้งสมมติฐานหลาย ๆ สมมติฐาน และไม่ด่วนสรุปเอาเองว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ถูกต้อง จนกว่าจะได้ทดสอบสมมติฐานด้วยการทดลองหรือการเก็บข้อมูล 4. การทดลอง เป็นการทดสอบหรือพิสูจน์สมมติฐานว่าเป็นจริงหรือไม่ ในการทดลองต้องมีการควบคุมตัวแปรบางชนิด ให้คงที่ ตัวแปรพวกนี้เรียกว่า ตัวแปรควบคุม ตัวแปรบางชนิดต้องเปลี่ยนแปลงไป ตัวแปรพวกนี้เรียกว่า ตัวแปร ต้น ผลที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปตามตัวแปรต้นเรียกว่า ตัวแปรตาม นอกจากนี้ในการทดลองต้องมีการบันทึก ข้อมูลในรูปของตารางบันทึกข้อมูลเพราะท าให้บันทึกได้สะดวกเป็นระเบียบ แปลความได้ง่าย เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ต้องมีการน าเสนอข้อมูล ท าให้แปลความหมายข้อมูลและสื่อสารข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจง่าย กรณีที่มีข้อมูลมากและ ซับซ้อน ควรเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางข้อมูล ภาพ กราฟ หรือแผนภูมิ 5. การสรุปข้อมูล จากการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้นั้นต้องมีการทดลองซ้ าหลาย ๆ ครั้ง หากได้ผลการ ทดลองออกมาเหมือนกันทุกครั้ง แสดงว่าสมมติฐานนั้นถูกต้องหรือเป็นจริง และสามารถสรุปเป็นความรู้ใหม่ได้ ส่วนสมมติฐานที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่เป็นความจริงก็จะถูกปฏิเสธ ซึ่งจะต้องมีการตั้งสมมติฐานใหม่และท า การทดลองใหม่เพื่อตรวจสอบสมมติฐานอีก จนกว่าจะได้ผลการทดลองที่เป็นจริงและถูกต้อง 2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(Scientific process skills) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง พฤติกรรมที่เกิดจากการคิดและการปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์จนเกิดความช านาญและความคล่องแคล่วในการใช้เพื่อแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตลอดจนหา วิธีการเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะการคิดของนักวิทยาศาสตร์ที่น ามาใช้ในการศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาต่างๆ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้แบ่งออกเป็น 13 ทักษะ โดยยึด ตามแนวของสมาคมอเมริกาเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์(The American Association for the Advancement of Science – AAAS) ซึ่งประกอบด้วย ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น พื้นฐาน 8 ทักษะ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นผสม 5 ทักษะ ดังนี้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1. ทักษะการสังเกต 2. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 3. ทักษะการจ าแนกประเภท 4. ทักษะการวัด 5. ทักษะการใช้ตัวเลข 6. ทักษะการสื่อความหมายข้อมูล 7. ทักษะการพยากรณ์ 8. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นผสม ได้แก่ 1. ทักษะการก าหนดและควบคุมตัวแปร 2. ทักษะการตั้งสมมุติฐาน 3. ทักษะการก าหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ 4. ทักษะการทดลอง 5. ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป


18 ใบงาน วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง : ทักษะทางวิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 1 สอนครั้งที่ 1 เวลา 3 ชั่วโมง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และแหล่งที่อยู่ได้ 2. อธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับแหล่งที่อยู่ 3. อธิบายการเกิดวัฏจักรของน้ า คาร์บอน และ ไนโตรเจน ได้ 4. จ าแนกประเภทความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศได้ 5. ระบุประโยชน์และโทษของการอยู่รวมกันของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน และต่างชนิดกัน 6. จ าแนกล าดับต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ 7. วิเคราะห์โซ่อาหาร ในสายใยอาหารได้ 8. อธิบายการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตสิ่งมีชีวิตในแต่ละล าดับได้ 2. สมรรถนะ 1.ส ารวจสิ่งมีชีวิตจากระบบนิเวศภายในสถานศึกษาและน ามาจัดประเภทของกลุ่มสิ่งมีชีวิตลักษณะของ ความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่ 2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตประเภทต่าง ๆ 3. เขียนโซ่อาหาร สายใยอาหาร 4. ระบุความหลากหลายทางชีวภาพ 5. ใช้เหตุผลในการคัดเลือกภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในเชิงบวกและลบของการอยู่รวมกันของสิ่งมีชีวิตชนิด เดียวกันได้ 3. เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ - 4. การประเมินผล - ประเมินจากการตรวจใบกิจกรรม - ประเมินจากแบบทดสอบท้ายบทเรียน 5. เอกสารอ้างอิง/เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 6. การมอบหมายงาน กิจกรรมที่ 1 น าตัวอักษรต่อไปนี้ใส่หน้าข้อ 1 – 10 ให้ถูกต้องสัมพันธ์กัน A. Fact B. Concept C. Principle D. Hypothesis E. Theory F. Law …………….1. น้ าไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ า …………….2. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ …………….3. ยีนที่ควบคุมลักษณะเดียวกันจะแยกออกจากกันโดยอิสระเพื่อสู่หน่วยสืบพันธุ์ …………….4. ถ้าเพิ่มปริมาณปุ๋ยให้กับพืชมากเกินไป พืชจะเฉาตาย" …………….5. อะตอมไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือท าให้สูญหายไปได้


19 …………….6. พืชใบเลี้ยงเดี่ยวเป็นพืชที่มีใบเลี้ยงออกมาเพียงใบเดียวและมีเส้นใบขนานกัน …………….7. แรงที่เกิดขึ้นระหว่างขั้วจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับผลคูณของก าลังแม่เหล็ก และ เป็นสัดส่วนผกผันกับระยะทางที่ห่างกันยกก าลังสอง …………….8. โลหะทุกชนิดเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว …………….9. ถ้าเพิ่มตัวท าละลาย จุดเดือดของสารละลายจะเพิ่มขึ้น …………….10. แสงจะหักเหเมื่อเดินทางผ่านตัวกลางหนึ่ง ไปสู่ตัวกลางหนึ่งซึ่งมีความหนาแน่น ต่างกัน กิจกรรมที่ 2 ดูภาพ และบอกว่าสามารถใช้ประสาทสัมผัสส่วนใดในการสังเกตได้บ้าง ภาพ ประสาทสัมผัสที่ใช้ ภาพ ประสาทสัมผัสที่ใช้ กิจกรรมที่ 3 จงพิจารณาภาพต่อไปนี้ว่าเครื่องมือที่ใช้วัดปริมาณใด และหน่วยที่ถูกต้องคืออะไร ภาพเครื่องมือ ปริมาณที่วัด หน่วย น ้ำหอ ม


20 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้และประเมินตามสภาพจริงประจ าหน่วยการเรียน 1. ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน 2. ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต่ ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 3. ปัญหา อุปสรรค 4. ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียนที่…..…. ชื่อหน่วย ............................................ ระหว่างสัปดาห์ที่.......ถึงสัปดาห์ที่....... รวม..............................สัปดาห์ ระหว่างวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ถึงวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ลงชื่อ ครูผู้สอน (นางสาวอรชร ดวงจันทร์) ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชา (นายภาคภูมิ ศรีถาวร) ลงชื่อ.......................................................... (นายพรอนันต์ ภักดีบุญ) ผู้อ านวยการกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง


21 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา บูรณาการ เศรษฐกิจพอพียง ความหมายและ ประเภทของ โครงงาน วิทยาศาสตร์ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนครูอธิบายเกี่ยวกับโครงงาน เป็นผลงานที่ได้จาก การศึกษาค้นคว้าตามความสนใจ ความถนัด และ ความสามารถของนักเรียน โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ และความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างผลงานที่เป็นไปตาม ความต้องการอย่างเหมาะสม 2.นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด ขั้นสอน 1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โครงงานวิทยาศาสตร์ จากหนังสือเรียน ดังนี้ 1. ศึกษาโครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา 2.ศึกษาโครงงานพัฒนาเครื่องมือ 3. ศึกษาโครงงานทดลองทฤษฎี 4. ศึกษาโครงงานประยุกต์ใช้งาน 5. ศึกษาโครงงานพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ 2. เมื่อนักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญศึกษาโครงงานที่ ได้รับมอบหมายจนเกิดความเข้าใจแล้ว ให้กลับเข้า สู่กลุ่มบ้านแล้วผลัดกันอธิบายความรู้ที่ตนได้ไป ศึกษามาให้สมาชิกคนอื่นในกลุ่มฟังตามล าดับ หมายเลข 3.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงาน เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์เสร็จแล้วครูสุ่มตัวแทนกลุ่ม ออกมาน าเสนอที่หน้าชั้นเรียน โดยครูคอยตรวจสอบ ความถูกต้องและอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่ยังมี ข้อบกพร่องอยู่ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับ 2. ความส าคัญและประเภทของโครงงาน วิทยาศาสตร์ 3. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด 1.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต รหัส วิชา 20000- 1301 2.โปรแกรม น าเสนอข้อมูล power point หน่วยที่ 2 3. youtube 4. ใบงาน 5.แบบทดสอบ หลังเรียน 30 นาที 2 ชั่วโมง 30 นาที สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 2 วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000 - 1301 สอนครั้งที่ 2-3 ชั่วโมงรวม 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง : ความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ จ านวนชั่วโมง 4-9 สัปดาห์ที่ 2-3


22 สัปดาห์ที่ 2 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ครูผู้สอนทบทวนความรู้เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์ ในแต่ละประเภท ร่วมกันตอบค าถามและพูดคุยเกี่ยวกับ โครงงาน ขั้นสอน 1. ครูผู้สอนใช้สื่อการสอนเกี่ยวกับการเขียนหัวข้อ โครงงาน เนื้อหาต่างๆ ในโครงงานว่ามีอะไรบ้าง พร้อม ยกตัวอย่างประกอบ 2. ครูผู้สอนให้นักเรียนคิดหัวข้อโครงงานที่นักเรียนแต่ ละกลุ่มจะจัดท าโดยศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตร่วม ด้วย 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอหัวข้อและเค้าโครงในการ ท าโครงงานของแต่ละกลุ่มให้ครูและเพื่อนให้ห้องแนะน า เพิ่มเติม ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนสรุปร่วมกันเกี่ยวกับโครงงาน 2. มอบหมายให้นักเรียนท ากิจกกรรมที่ 1 ในหนังสือ เรียนและท าแบบฝึกหัดท้ายบท 30 นาที 2 ชั่วโมง 30 นาที สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อการเรียนรูใหครูผูสอนและผูเรียนเลือกใชสื่อประกอบการเรียนการสอนตามสภาพความพรอมของตนเอง ดังนี้ 1.สื่อโสตทัศน์ - เรียนรู้ผ่านระบบ Google Meet และส่งงานผ่านระบบ Google Classroom 2.สิ่งพิมพ์ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 โครงงานวิทยาศาสตร์ 3.สื่อสื่อเทคโนโลยี - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 2 เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์ 4.โสตทัศน์อุปกรณ์ - แทปเล็ต - เครื่องคอมพิวเตอร์ หลักฐานการเรียนรู้ 1.หลักฐานความรู้ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 2 เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์ - ใบความรู้บทที่ 2


23 2.หลักฐานการปฏิบัติงาน - แบบทดสอบท้ายหน่วย การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑.เครื่องมือการประเมิน 1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล - การสุ่มผู้เรียนถาม/ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล - ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.3 หลังเรียน วิธีการวัดผล - ทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ เครื่องมือวัด - แบบทดสอบท้ายหน่วย เกณฑ์การประเมิน 1.ผู้เรียนร้อยละ 70 จากการสุ่ม ตอบค าถามได้ถูกต้อง 2.ผู้เรียนท าถูกต้อง 70% จากคะแนนเต็มในแบบฝึกหัด


24 ใบความรู้ วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง : โครงงานวิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 2 สอนครั้งที่ 2-3 เวลา 6 ชั่วโมง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. มีความรู้เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์ 2. บอกขั้นตอนการท าโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 3. จัดประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 2. สมรรถนะการเรียนรู้ 1. สามารถออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 2. ประยุกต์ความรู้ ขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ในการจัดท าโครงงานวิชาชีพได้ 3. เนื้อหาสาระ ความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ หมายถึง การศึกษาเพื่อพบข้อความรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆทางวิทยาศาสตร์ ด้วยตัวของผู้เรียนเอง โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาโดยมีครูอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้ ค าปรึกษา ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ 1. โครงงานประเภทการทดลอง 2. โครงงานประเภทการส ารวจรวบรวมข้อมูล 3. โครงงานประเภทการสร้างสิ่งประดิษฐ์ 4. โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎีและหลักการ 1. โครงงานประเภทการทดลอง เป็นโครงงานที่มีการส ารวจรวบรวมข้อมูล แล้วน ามาจ าแนกเป็นหมวดหมู่ น าเสนอใน แบบต่าง ๆ เพื่อให้เห็น ลักษณะ หรือเป็นโครงงานที่มีการออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาผลของตัวแปรอิสระที่มีต่อตัวแปรตาม โดย ควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่จะมีผลต่อการทดลอง ความสัมพันธ์ของเรื่องที่ศึกษาได้ชัดเจนขึ้น 2. โครงงานประเภทการส ารวจรวบรวมข้อมูล การศึกษาพฤติกรรมระหว่างมดกับหนอนชอนเปลือกต้นลองกอง ศึกษาความสว่างของแสงภายในห้องเรียนของโรงเรียนปัญญาวรคุณ การส ารวจความหลากหลายของแมลงกลางคืนในท้องที่อ าเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา การส ารวจหอยโข่งที่มีพยาธิแองจิโอสตรองไจรัส บริเวณแหล่งน้ าชุมชน อ.เมือง จ.มหาสารคาม 3. โครงงานประเภทการสร้างสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่เกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ อาจคิดประดิษฐ์ของใหม่ หรือปรับปรุง ดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น ตัวอย่างโครงงานประเภทการสร้างสิ่งประดิษฐ์ Digital Counter เครื่องขจัดคราบน้ ามัน เครื่องตรวจ(pH)ดินเพื่อปลูกผัก


25 เครื่องก าจัดฝุ่นละอองในโรงงานโม่หิน กล่องดักจับแมลงวันไฮเทค (จากพฤติกรรมการบินของแมลงวัน) 4. โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎี เป็นโครงงานที่ได้เสนอทฤษฎี หลักการ หรือแนวความคิดใหม่ ๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือ ค าอธิบายก็ได้ โดยผู้เสนอได้ตั้งกติกา หรือข้อตกลงนั้น หรืออาจใช้กติกาและข้อตกลงเดิมมาอธิบายปรากฏการณ์ ต่าง ๆ ในแนวใหม่ อาจเสนอหลักการ แนวความคิด หรือจินตนาการที่ยังไม่มีใครคิดมาก่อน อาจเป็นการขัดแย้ง หรือขยายทฤษฎีเดิม แต่จะต้องมีข้อมูลหรือทฤษฎีอื่นมาสนับสนุน อ้างอิง ตัวอย่างโครงงานประเภทการสร้าง ทฤษฎีเนื่องจากโครงงานประเภทนี้ ผู้ท าโครงงานจะต้องมีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดี และต้อง ท าการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก จนมีความรู้อย่างกว้างขวาง และลึกซึ้งในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงยังไม่เคยมีผู้ท าโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนี้ส่งเข้าประกวดกับสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาไทยเลย ตัวอย่างโครงงานต่อไปนี้จึงมิได้เป็นโครงงานที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเป็นผู้ท าไว้ • ทฤษฎีสัมพันธภาพ (E = mc2) • การอธิบายอวกาศแนวใหม่ • ก าเนิดของทวีปและมหาสมุทร • การก าเนิดของแผ่นดินไหวในประเทศไทย • การอธิบายเรื่องราวการด ารงชีวิตในอวกาศของมนุษย์


26 ใบงาน วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง : โครงงานวิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 2 สอนครั้งที่ 2-3 เวลา 6 ชั่วโมง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. มีความรู้เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์ 2. บอกขั้นตอนการท าโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 3. จัดประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 2. สมรรถนะการเรียนรู้ 1. สามารถออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 2. ประยุกต์ความรู้ ขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ในการจัดท าโครงงานวิชาชีพได้ 3. เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ - 4. การประเมินผล - ประเมินจากการตรวจใบกิจกรรม - ประเมินจากแบบทดสอบท้ายบทเรียน 5. เอกสารอ้างอิง/เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 6. การมอบหมายงาน กิจกรรมที่ 1 1. ลักษณะของโครงงานวิทยาศาสตร์ กิจกรรมใดเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ท าเครื่องหมาย ในช่อง ใช่ หรือ ไม่ใช่ กิจกรรม ใช่ ไม่ใช่ 1. หนูดีศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของปลากัด 2. สาครศึกษาเก็บข้อมูล เพื่อสรุปเกี่ยวกับวัสดุธรรมชาติที่นกปากห่างบริเวณวัดไผ่ ล้อมใช้ท ารัง 3. วิภาทดลองท าแชมพูสระผมสูตรดอกอัญชันของกลุ่มแม่บ้าน 4. สาธิตท าการทดลองเพื่อศึกษาเปรียบเทียบสีของปลาหางนกยูงกินอาหารเม็ด ตามปกติ กับปลาหางนกยูงที่กินอาหารที่ผสมสารแคโรทีนจากมะละกอ และ ดอกดาวเรือง 5. ถาวร ท าเครื่องออกก าลังกายของไก่ชนโดยอาศัยหลักการความสมดุลของคาน


27 กิจกรรม 2 ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานต่อไปนี้ เป็นโครงงานประเภทใด ................................................1. เครื่องออกก าลังกายของไก่ชน ......................... .....................2. การศึกษาปริมาณไรแดงที่เพิ่มขึ้นในบ่อเลี้ยงปลาคราฟ ................ ..............................3. การศึกษาประสิทธิภาพของสารละลายปูนแดงในการก าจัดยุงลาย ............... ..............................4. การศึกษาประสิทธิภาพของเครื่องล้างแห้วอัตโนมัติ ................. ............................5. การใช้น้ ามันหอมระเหยของกระเพราแดงในการก าจัดแมลง ..............................................6. ท าความสะอาดเครื่องเงินด้วยสารธรรมชาติ ....................... ......................7. ศึกษาค่า BOD ของแม่น้ าท่าจีนที่ไหลผ่านบริเวณ แหล่งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และตลาดสด ..................... ........................8. การสกัดสีจากเปลือกมะเกลือด้วยตัวท าละลายต่างกัน ..............................................9. การเปรียบเทียบการเปื่อยยุ่ยของเนื้อด้วยเอนไซม์จากยางมะละกอและน้ าสับปะรด .............................. ..............10. ประสิทธิภาพการประหยัดน้ าของฝักบัวอาบน้ าอัตโนมัติ


28 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้และประเมินตามสภาพจริงประจ าหน่วยการเรียน 1. ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน 2. ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต่ ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 3. ปัญหา อุปสรรค 4. ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียนที่…..…. ชื่อหน่วย ............................................ ระหว่างสัปดาห์ที่.......ถึงสัปดาห์ที่....... รวม..............................สัปดาห์ ระหว่างวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ถึงวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ลงชื่อ ครูผู้สอน (นางสาวอรชร ดวงจันทร์) ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชา (นายภาคภูมิ ศรีถาวร) ลงชื่อ.......................................................... (นายพรอนันต์ ภักดีบุญ) ผู้อ านวยการกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง


29 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์การประเมิน หน่วยของการ วัด ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนซักถามผู้เรียนถ้าผู้เรียนจะวัดความยาวรอบ เอวจะใช้เครื่องมืออะไรวัด และใช้หน่วยอะไร 2.ผู้สอนแจ้งหน่วยที่จะเรียน คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องหน่วยและการวัด และแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ 3.ผู้สอนแจ้งถึงวิธีการวัดประเมินผลและเกณฑ์ต่างๆ ของเนื้อหาที่เรียนในสัปดาห์นี้ 4.ผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนฟังถึงหัวข้อที่จะเรียนในครั้งนี้ คือ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวัด ซึ่งมีเรื่องย่อยๆ คือ -ความหมายของการวัด -วิธีการเบื้องต้นของการวัด -เครื่องมือที่ใช้วัด 5.ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเรื่องความหมายของการวัด และ วิธีการเบื้องต้นของการวัดจากหนังสือเรียนวิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ขั้นสอน 1.ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องของความคลาดเคลื่อน ของการวัด จาก PowerPoint เรื่อง หน่วยและการวัด 2.ผู้สอนแสดงวิธีคิดเปอร์เซ็นความคลาดเคลื่อนให้ ผู้เรียนดูเป็นตัวอย่าง 3.ผู้สอนอธิบายในเรื่องของเครื่องมือที่ใช้วัด 4.ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม โดยให้มีจ านวน 4 กลุ่มกลุ่มละ เท่าๆกัน ให้ท ากิจกรรมการทดลอง เรื่องการวัด โดยให้ ผู้เรียนวัด สิ่งของและหาค่าเฉลี่ยและคิดเปอร์เซ็นความ คลาดเคลื่อน โดย (สอดแทรกเรื่องความรอบคอบและ ระมัดระวัง) - กลุ่มที่ 1 วัดความยาวของหนังสือเรียน - กลุ่มที่ 2 วัดความกว้างของหนังสือเรียน - กลุ่มที่ 3 วัดความยาวของสมุด - กลุ่มที่ 4 วัดความกว้างของสมุด 1.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต รหัส วิชา 20000- 1301 2.โปรแกรม น าเสนอข้อมูล power point หน่วยที่ 3 3. youtube 4. ใบงาน 5.แบบทดสอบ หลังเรียน 30 นาที 2 ชั่วโมง สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 3 วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000 - 1301 สอนครั้งที่ 4-5 ชั่วโมงรวม 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : หน่วยและการวัด เรื่อง : หน่วยของการวัด จ านวนชั่วโมง 10-15 สัปดาห์ที่ 4-5


30 การเลือกใช้ เครื่องมือ 5.ผู้เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน าเสนอหน้าชั้นเรียน เกี่ยวกับเปอร์เซ็นความคลาดเคลื่อนในการวัดของแต่ละ กลุ่ม ขั้นสรุป 1.ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปถึงเรื่องการวัดโดยการ ถามตอบ 2.ให้ผู้เรียนท าใบงานกิจกรรมที่ 1 และกิจกรรมที่ 2 สัปดาห์ที่ 2 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนทบทวนเรื่องการวัดและสอบถามผู้เรียนว่าการ วัดความยาวสามารถใช้หน่วยเป็นอะไรได้บ้าง 2.ผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนฟังถึงหัวข้อที่จะเรียนในครั้งนี้ คือ หน่วยของการวัด 3.ผู้สอนถามผู้เรียนว่าหน่วยการวัดในระบบ SI ว่ามี อะไรบ้าง 4.ผู้เรียนศึกษาหน่วยวัดและค าน าหน้าหน่วยในหนังสือ เรียน ขั้นสอน 1.ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมและแสดงวิธีคิดเรื่องการเปลี่ยน หน่วยให้ผู้เรียนดูเป็นตัวอย่าง 2.ผู้เรียนจับคู่เพื่อนท ากิจกรรมที่ 3 – 4 และผู้สอนเดิน สังเกตขณะที่ผู้เรียนท างานโดยการวัดประเมินผล 70% จากจ านวนผู้เรียนท ากิจกรรมได้ถูกต้อง 3.อาสาสมัครผู้เรียน 4 คน ออกมาเขียนวิธีคิดบน กระดานให้เพื่อนดู 4.ผู้เรียนคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณาว่าถูกต้อง หรือไม่ พร้อมกับตรวจของตัวเอง ถ้าผิดให้แก้ไขให้ ถูกต้อง ขั้นสรุป 1ผู้สอนสรุปร่วมกับผู้เรียนถึงความส าคัญในเรื่องของการ วัดและการเปลี่ยนหน่วย 2.ผู้เรียนท าแบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 3 ใน หนังสือเรียน 3.มอบหมายงานผู้เรียนให้ท าการศึกษาข้อมูลเรื่อง เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ตามอินเทอร์เน็ต 30 นาที 30 นาที 2 ชั่วโมง 30 นาที การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้


31 สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อการเรียนรูใหครูผูสอนและผูเรียนเลือกใชสื่อประกอบการเรียนการสอนตามสภาพความพรอมของตนเอง ดังนี้ 1.สื่อโสตทัศน์ - เรียนรู้ผ่านระบบ Google Meet และส่งงานผ่านระบบ Google Classroom 2.สิ่งพิมพ์ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยและการวัด 3.สื่อสื่อเทคโนโลยี - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 3 เรื่อง หน่วยและการวัด 4.โสตทัศน์อุปกรณ์ - แทปเล็ต - เครื่องคอมพิวเตอร์ หลักฐานการเรียนรู้ 1.หลักฐานความรู้ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยและการวัด - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 3 เรื่อง หน่วยและการวัด - ใบความรู้บทที่ 1 2.หลักฐานการปฏิบัติงาน - แบบทดสอบท้ายหน่วย การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.เครื่องมือการประเมิน 1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล - การสุ่มผู้เรียนถาม/ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล - ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.3 หลังเรียน วิธีการวัดผล - ทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ เครื่องมือวัด - แบบทดสอบท้ายหน่วย เกณฑ์การประเมิน 1.ผู้เรียนร้อยละ 70 จากการสุ่ม ตอบค าถามได้ถูกต้อง 2.ผู้เรียนท าถูกต้อง 70% จากคะแนนเต็มในแบบฝึกหัด


32 ใบความรู้ วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : หน่วยและการวัด เรื่อง : หน่วยและการวัด หน่วยที่ 3 สอนครั้งที่ 4-5 ชั่วโมงรวม 6 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เลือกใช้เครื่องมือวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 2. ใช้หน่วยการวัดได้อย่างถูกต้อง 3. บันทึกผลจากการวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. สมรรถนะการเรียนรู้ 1. สามารถเลือกใช้เครื่องมือในการวัดได้อย่างถูกต้อง 2. ระบุหน่วยการวัดปริมาณต่าง ๆ ถูกต้องเป็นสากล 3. เนื้อหาสาระ การวัดและหน่วยวัด ขั้นตอนหนึ่งของการที่จะได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยการบันทึก การทดลอง โดยทารบันทึก และการทดลองจะให้ผลที่เที่ยงแท้ แม่นย า ต้องอาศัย การวัด นอกจากนี้แล้วการวัดยังกี่ยวข้องกับการด าเนิน ชีวิตของคนเราตั้งแต่เกิดจนลาโลกไปสิ่งส าคัญในการวัดมีด้วยกัน 2 ประการ คือ 1. เครื่องมือเครื่องมือวัด หมายถึงปริมาณมาตรฐาน (Standard) ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยวัด โดยที่การวัดเป็น ปฏิบัติการทางเทคนิคที่ต้องปฏิบัติตามวิธีการวัดที่ก าหนดขั้นตอนไว้แล้ว เพื่อการเปรียบเทียบกันระหว่างปริมาณ ทางกายภาพใด ๆ ที่ถูกวัดและปริมาณมาตรฐาน โดยผลวัดจะบอกทั้งขนาดและมิติ 2. วิธีการ วิธีการในการวัดต้องเหมาะสมกับเครื่องมือนั้นๆ เพื่อได้ข้อมูลที่ทุกคนยอมรับ ส าหรับงานเก็บข้อมูล ทางวิทยาศาตร์มาตรฐานของเครื่องมือและวิธีการของการวัดเป็นสิ่งส าคัญมากเพื่อความเชื่อถือของข้อมูลที่ได้มา การก าหนดมาตราวัดปริมาณต่างๆ มีการพัฒนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีด้วยกันหลายระบบทั้งของไทยและ ต่างประเทศปัจจุบันมาตราวัดความยาวของไทยในอดีตยังใช้อยู่บ้างเช่น การวัดความยาวเป็นวา โดย 1 วามีค่า เท่ากับ 2 เมตร หรือพื้นที่ก็ยังใช้เป็นตารางวา โดย 1 ตารางวาเท่ากับ 4 ตารางเมตร หรือ พื้นที่ 1 ไร่ มี 400 ตารางวา เป็นต้น ในต่างประเทศก็มีเหมือนกัน มีการใช้มาตรการวัดหลายๆ ระบบ ซึ่งท าให้เกิดความยุ่งยากในการ เปรียบเทียบของระบบต่างๆ เนื่องจากหน่วยของมาตราวัดแต่ละระบบจะแตกต่างกันในปี พ.ศ. 2503 ได้มีการ ประชุมร่วมกันของนักวิทยาสาตร์ จากหลายๆ ประเทศเพื่อตกลงให้มีระบบการวัด ปริมาณต่างๆ เป็นระบบ มาตรฐานระหว่างชาติ ที่เรียกว่า หน่วยระหว่างชาติ (International System of Units หรือ SystemeInternational d’ Unites) และก าหนดให้ใช้อักษรย่อแทนชื่อระบบนี้ว่า “SI” หรือ หน่วยเอสไอ (SI unit) เพื่อ ใช้ในการวัดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


33 ระบบหน่วยระหว่างชาติ หรือ เอสไอ ประกอบด้วย หน่วยฐาน หน่วยอนุพัทธ์ และค าอุปสรรค ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ หน่วยฐาน (Base Units)เป็นหน่วยหลักของเอสไอ มีทั้งหมด 7 หน่วย ดังตาราง หน่วยอนุพัทธ์ (Derived Units) เป็นหน่วยซึ่งมีหน่วยฐานหลายหน่วยมาเกี่ยวข้องกัน เช่น หน่วยของความเร็ว เป็น เมตร/วินาที ซึ่งมีเมตร และวินาทีเป็นหน่วยฐาน หน่วยนี้มีอยู่หลายหน่วย และบางหน่วยก็ใช้ชื่อสัญลักษณ์ เป็นพิเศษ ดังตัวอย่างในตาราง


34 ใบงาน วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : หน่วยและการวัด เรื่อง : หน่วยและการวัด หน่วยที่ 3 สอนครั้งที่ 4-5 ชั่วโมงรวม 6 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เลือกใช้เครื่องมือวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 2. ใช้หน่วยการวัดได้อย่างถูกต้อง 3. บันทึกผลจากการวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. สมรรถนะการเรียนรู้ 1. สามารถเลือกใช้เครื่องมือในการวัดได้อย่างถูกต้อง 2. ระบุหน่วยการวัดปริมาณต่าง ๆ ถูกต้องเป็นสากล 3. เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ - 4. การประเมินผล - ประเมินจากการตรวจใบกิจกรรม - ประเมินจากแบบทดสอบท้ายบทเรียน 5. เอกสารอ้างอิง/เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 6. การมอบหมายงาน กิจกรรมที่ 1 ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลปริมาณพื้นที่ของแต่ละประเทศตามรูปธงชาติ ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ .................. ประเทศ.................. พื้นที่ ..................


35 กิจกรรมที่ 2 วิเคราะห์ภาพแล้วใช้หน่วยมูลฐาน และสัญลักษณ์ ได้ถูกต้อง กิจกรรมที่ 3 พิจารณาตัวเลขของปริมาณต่าง ๆ แล้วเติมค าอุปสรรค และตัวคูณเทียบเท่าให้ถูกต้อง ปริมาณที่ก าหนด ปริมาณและค าอุปสรรคที่เหมาะสม ตัวคูณเทียบเท่า ระยะทางจากบ้านมาวิทยาลัยเท่ากับ 10,000 เมตร เส้นใยที่ท าเสื้อตัวนี้มีขนาด 0.000000002 เมตร สถานีวิทยุแห่งนี้กระจายเสียงด้วยความถี่ 1,250,000 เฮิร์ต มอเตอร์ตัวนี้มีก าลัง 102,000 วัตต์ ไฟดวงนี้ใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 0.003 แอมแปร์ กล่องใบนี้มีความจุ 1,000 มิลลิลิตร หน่วย …………………………..… สัญลักษณ์ ............................ หน่วย …………………………..… สัญลักษณ์ ............................ หน่วย …………………………..… สัญลักษณ์ ............................ หน่วย …………………………..… สัญลักษณ์ ............................ หน่วย …………………………..… สัญลักษณ์ ............................ หน่วย …………………………..… สัญลักษณ์ ............................


36 กิจกรรมที่ 4 เขียนค่าที่อ่านได้จากภาพ และหน่วยทั้งภาษาไทยและสัญลักษณ์หน่วย ปริมาณที่วัด ค่าที่อ่านได้ หน่วย สัญลักษณ์หน่วย ปริมาณที่วัด ค่าที่อ่านได้ หน่วย สัญลักษณ์หน่วย


37 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้และประเมินตามสภาพจริงประจ าหน่วยการเรียน 1. ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน 2. ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต่ ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 3. ปัญหา อุปสรรค 4. ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียนที่…..…. ชื่อหน่วย ............................................ ระหว่างสัปดาห์ที่.......ถึงสัปดาห์ที่....... รวม..............................สัปดาห์ ระหว่างวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ถึงวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ลงชื่อ ครูผู้สอน (นางสาวอรชร ดวงจันทร์) ลงชื่อ ……………………………หัวหน้าแผนกวิชา (นายภาคภูมิ ศรีถาวร) ลงชื่อ.......................................................... (นายพรอนันต์ ภักดีบุญ) ผู้อ านวยการกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง


38 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์การประเมิน ปริมาณทาง วิทยาศาสตร์ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนแจ้งหน่วยที่จะเรียน คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องแรงและการเคลื่อนที่ และแจ้งจุดประสงค์การ เรียนรู้ 2.ผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนฟังถึงหัวข้อที่จะเรียนในครั้งนี้ คือ - ปริมาณทางวิทยาศาสตร์ - ชนิดของแรง (แรงที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ) 3.ผู้สอนตั้งค าถามเกี่ยวกับปริมาณทางวิทยาศาสตร์ แบ่งเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง และให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลจาก หนังสือเรียน ขั้นสอน 1.ผู้สอนอธิบายถึงปริมาณทางวิทยาศาสตร์ว่ามี2 ประเภทคือปริมาณสเกลาร์กับปริมาณเวกเตอร์ จาก PowerPoint เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ 2..ผู้สอนสุ่มผู้เรียนตอบค าถามเกี่ยวกับ- ข้อแตกต่างของ ปริมารสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ยกตัวอย่างปริมาณ สกลาร์กับปริมาณเวกเตอร์ 3.ผู้เรียนคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณา ว่าเพื่อน ตอบค าถามถูกต้องหรือไม่ ถ้าผิดให้ช่วยกันอภิปราย แก้ไขให้ถูกต้อง 4.ผู้สอนอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมเรื่อง ชนิดแรงที่เกิดขึ้น เองตามธรรมชาติ 5.ผู้สอนสุ่มผู้เรียนตอบค าถาม เกี่ยวกับชนิดของแรงที่ เกิดตามธรรมชาติ ขั้นสรุป 1.ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปถึงปริมาณทาง 1.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต รหัส วิชา20000- 1301 2.โปรแกรม น าเสนอข้อมูล power point หน่วยที่ 4 3. youtube 4. ใบงาน 5.แบบทดสอบ หลังเรียน 30 นาที 2 ชั่วโมง 30 นาที สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 4 วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000 - 1301 สอนครั้งที่ 6-7 ชั่วโมงรวม 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : แรงและการเคลื่อนที่ เรื่อง : การเคลื่อนที่ของวัตถุ จ านวนชั่วโมง 16-21 สัปดาห์ที่ 6-7


39 การเคลื่อนที่ ของวัตถุ วิทยาศาสตร์และชนิดของแรง (แรงที่เกิดขึ้นเองใน ธรรมชาติ) 2 .ผู้เรียนแต่ละคนท ากิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 -2 ใน หนังสือเรียน และท้ายชั่วโมงตรวจขอตัวเอง สัปดาห์ที่ 2 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนทบทวนความรู้เรื่องแรง และซักถามผู้เรียนต่อ ว่าถ้าแรงไปกระท ากับวัตถุ วัตถุจะเกิดอะไรขึ้น 2.ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดประเมินผล และเกณฑ์ต่างๆ ของเนื้อหาที่เรียนในสัปดาห์นี้ 3.ผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนฟังถึงหัวข้อที่จะเรียนในครั้งนี้ คือ การเคลื่อนที่ 4.ผู้เรียนแต่ละคนท าการศึกษาถึงความหมายของการ เคลื่อนที่และประเภทของการเคลื่อนที่ ขั้นสอน 1.ผู้สอนอธิบายถึงการเคลื่อนที่ของวัตถุ จาก PowerPoint เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ 2.ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม โดยให้มีจ านวน 6 กลุ่มกลุ่มละ เท่าๆกัน ให้ท ากิจกรรมการทดลอง โดย - กลุ่มที่ 1 , กลุ่มที่ 2 ท ากิจกรรมการทดลองเรื่อง การ เคลื่อนที่ของวัตถุในแนวเส้นตรง - กลุ่มที่ 3 , กลุ่มที่ 4 ท ากิจกรรมการทดลองเรื่อง การ เคลื่อนที่ของวัตถุแบบโพรเจกไทล์ - กลุ่มที่ 5 , กลุ่มที่ 6 ท ากิจกรรมการทดลองเรื่อง การ เคลื่อนที่ของวัตถุแบบวงกลม 3.ผู้เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน าเสนอผลการทดลอง หน้าชั้นเรียน 4.ผู้สอนและผู้เรียนอภิปรายผลการทดลองร่วมกันและ ให้ผู้เรียนช่วยกันยกตัวอย่างการเคลื่อนที่ที่ นอกเหนือจากหนังสือเรียน ขั้นสรุป 1.ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปถึงเรื่องการเคลื่อนที่ทั้ง 3 แบบ และท ากิจกกรรมที่ 3 - 4 2.ผู้เรียนแต่ละคนเขียนสรุปบันทึกลงในสมุดของตัวเอง 30 นาที 2 ชั่วโมง 30 นาที สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานและน าเสนอ จากแบบฝึกหัดและ ประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้


40 สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อการเรียนรูใหครูผูสอนและผูเรียนเลือกใชสื่อประกอบการเรียนการสอนตามสภาพความพรอมของตนเอง ดังนี้ 1.สื่อโสตทัศน์ - เรียนรู้ผ่านระบบ Google Meet และส่งงานผ่านระบบ Google Classroom 2.สิ่งพิมพ์ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 3.สื่อสื่อเทคโนโลยี - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 4 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ 4.โสตทัศน์อุปกรณ์ - แทปเล็ต - เครื่องคอมพิวเตอร์ หลักฐานการเรียนรู้ 1.หลักฐานความรู้ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 4 เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ - ใบความรู้บทที่ 4 2.หลักฐานการปฏิบัติงาน - แบบทดสอบท้ายหน่วย การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือการประเมิน 1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล - การสุ่มผู้เรียนถาม/ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล - ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.3 หลังเรียน วิธีการวัดผล - ทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ เครื่องมือวัด - แบบทดสอบท้ายหน่วย เกณฑ์การประเมิน 1.ผู้เรียนร้อยละ 70 จากการสุ่ม ตอบค าถามได้ถูกต้อง 2.ผู้เรียนท าถูกต้อง 70% จากคะแนนเต็มในแบบฝึกหัด


41 ใบความรู้ วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : แรงและการเคลื่อนที่ เรื่อง : การเคลื่อนที่ของวัตถุ หน่วยที่ 4 สอนครั้งที่ 6-7 เวลา 6 ชั่วโมง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. จ าแนกชนิดของแรงได้ 2. ระบุหน่วยของแรง และปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ได้ 3. น าความรู้เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ไปอธิบายเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวันได้ 4. ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรงและการเคลื่อนที่ได้ 2. สมรรถนะการเรียนรู้ 1. จ าแนกปริมาณทางฟิสิกส์ได้ 2. ระบุหน่วยของปริมาณต่าง ๆ ได้เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ได้ถูกต้อง 3. ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรงและการเคลื่อนที่ได้ 3. เนื้อหาสาระ ทฤษฎีของ แรงและการเคลื่อนที่ แรง (Force) คืออ านาจภายนอกที่สามารถกระท าให้วัตถุเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางลักษณะรูปร่าง ต าแหน่ง ทิศทาง และการเคลื่อนที่ เป็นปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างวัตถุต่อวัตถุด้วยกันเอง หรือระหว่างวัตถุต่อสิ่ง ภายนอก ในทางวิทยาศาสตร์ แรงจึงถูกก าหนดให้เป็นปริมาณเวกเตอร์ (Vector) ที่มีทั้งขนาด (Magnitude) และทิศทาง (Direction) แรงประกอบไปด้วยแรงย่อยและแรงลัพธ์ ถ้ามีแรงมากกว่าหนึ่งแรงกระท าต่อวัตถุ แรง ลัพธ์คือผลรวมของแรงย่อยทั้งหมดที่มากระท าต่อวัตถุดังกล่าว โดยมีหน่วยเป็นนิวตัน (Newton) ปริมาณทางฟิสิกส์จ าแนกออกได้ 2 ประเภท คือ 1. ปริมาณสเกลาร์ (Scalar) คือ ปริมาณที่บ่งบอกเพียงขนาด เช่น มวล อุณหภูมิ เวลา พลังงาน ความ หนาแน่น และระยะทาง 2. ปริมาณเวกเตอร์ (Vector) คือ ปริมาณที่ต้องบ่งบอกทั้งขนาดและทิศทาง เช่น แรง โมเมนต์ การกระจัด และความเร็ว แรงทั้งหมดในจักรวาลล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์หรือแรงพื้นฐานทั้ง 4 ในธรรมชาติ ได้แก่ 1. แรงนิวเคลียร์เข้ม (Strong Nuclear Force) คือแรงยึดเหนี่ยวอนุภาคมูลฐานและเป็นส่วนประกอบ พื้นฐานของสสารหรือ “ควาร์ก” (Quark) ภายในโปรตอนและนิวตรอน เป็นแรงที่ยึดเหนี่ยวอนุภาค ต่างๆภายในนิวเคลียสของอะตอม 2. แรงนิวเคลียร์อ่อน (Weak Nuclear Force) คือแรงที่ท าหน้าที่เกี่ยวกับการสลายตัวของอนุภาคหรือ “การแผ่กัมมันตภาพรังสี” 3. แรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Force) คือแรงที่ก่อให้เกิดการกระท าระหว่างอนุภาคที่มี ประจุไฟฟ้า 4. แรงโน้มถ่วง (Gravitational Force) คือแรงดึงดูดระหว่างวัตถุหรือสสารที่มีมวล แรงก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ (Motion) หรือการเปลี่ยนต าแหน่งของวัตถุ โดยมีองค์ประกอบที่ส าคัญ ได้แก่ • ระยะทาง (Distance) คือระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่จริงตามเส้นทางทั้งหมด เป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วย เป็นเมตร


42 • การกระจัด (Displacement) คือระยะทางที่สั้นที่สุดหรือความยาวของเส้นตรงสมมติที่ลากจาก จุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุด เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเป็นเมตร • เวลา (Time) คือระยะเวลาที่วัตถุใช้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วย เป็นวินาที • อัตราเร็ว (Speed) คือระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ในหนึ่งหน่วยเวลา โดยในการเคลื่อนที่แต่ละช่วงเวลา วัตถุอาจไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วคงที่เสมอไป อัตราเร็วเป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเป็นเมตรต่อ วินาที (m/s) • ความเร็ว (Velocity) คือการกระจัดของวัตถุในหนึ่งหน่วยเวลา เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเป็นเมตร ต่อวินาที • อัตราเร่ง (Magnitude of Acceleration) คืออัตราเร็วที่เปลี่ยนแปลงไปในหนึ่งหน่วยเวลา เป็น ปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเป็นเมตรต่อวินาที2 • ความเร่ง (Acceleration) คือความเร็วที่เปลี่ยนแปลงไปในหนึ่งหน่วยเวลา เป็นปริมาณเวกเตอร์ มี หน่วยเป็นเมตร/วินาที2 กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s Law of Motion) ในปี 1687 หลังการให้นิยามต่อแรงโน้มถ่วงและบัญญัติกฎความโน้มถ่วงสากล เซอร์ ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้โด่งดัง ได้ท าการค้นคว้าและบัญญัติ “กฎการเคลื่อนที่” (Three Laws of Motion) ที่ส าคัญยิ่งให้กับวงการกลศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับแรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ โดย กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันประกอบไปด้วย 1. กฎของความเฉื่อย (Law of Inertia) เมื่อไม่มีแรงจากภายนอกมากระท า วัตถุดังกล่าวจะคงสภาวะเดิมของการเคลื่อนที่ เช่น สภาพอยู่นิ่งกับที่หรือ เคลื่อนที่ต่อไปอย่างสม่ าเสมอ 2. กฎของความเร่ง (Law of Acceleration) เมื่อมีแรงมากระท าต่อวัตถุ แรงนั้นจะเปลี่ยนแปลงสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุและท าให้วัตถุเคลื่อนที่ไปตามแนว แรง โดยความเร็วของวัตถุจะแปรผันตามแรงดังกล่าวและผกผันกับมวลของวัตถุ 3. กฎของแรงปฏิกิริยา (Law of Action and Reaction) เมื่อมีแรงมากระท าต่อวัตถุ วัตถุนั้นจะออกแรงโต้ตอบในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงที่มากระท า แรงทั้งสองจะมี ขนาดเท่ากันและเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันทั้ง 3 ข้อเป็นกฎกายภาพที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของสสารและการเคลื่อนที่ของวัตถุ ที่เป็นจริงอยู่เสมอ เป็นกฎของธรรมชาติที่มนุษย์เราไม่สามารถควบคุม ดัดแปลง หรือแก้ไขกฎแห่งความจริง เหล่านี้ได้ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแรงและการเคลื่อนที่ มวล (Mass) เป็นสมบัติของวัตถุที่ก่อให้เกิดการต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพและการเคลื่อนที่ของวัตถุ จากการกระท าของแรง หรือที่เรียกว่า “ความเฉื่อย” (Inertia) วัตถุทุกชนิดมีความเฉื่อย โดยวัตถุที่มีมวลมากจะ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ยาก ดังนั้น วัตถุดังกล่าวจึงมีความเฉื่อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัตถุ ที่มีมวลน้อยกว่า มวลเป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเป็นกิโลกรัม (Kilogram) น้ าหนัก (Weight) คือแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระท าต่อวัตถุที่มีมวลซึ่งส่งผลให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว น้ าหนักเป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเป็นนิวตัน (Newton)


43 ใบงาน วิชา : วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : แรงและการเคลื่อนที่ เรื่อง : การเคลื่อนที่ของวัตถุ หน่วยที่ 4 สอนครั้งที่ 6-7 เวลา 6 ชั่วโมง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. จ าแนกชนิดของแรงได้ 2. ระบุหน่วยของแรง และปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ได้ 3. น าความรู้เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ไปอธิบายเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวันได้ 4. ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรงและการเคลื่อนที่ได้ 2. สมรรถนะการเรียนรู้ 1. จ าแนกปริมาณทางฟิสิกส์ได้ 2. ระบุหน่วยของปริมาณต่าง ๆ ได้เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ได้ถูกต้อง 3. ค านวณค่าต่าง ๆ ของ แรงและการเคลื่อนที่ได้ 3. เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ - 4. การประเมินผล - ประเมินจากการตรวจใบกิจกรรม - ประเมินจากแบบทดสอบท้ายบทเรียน 5. เอกสารอ้างอิง/เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 6. การมอบหมายงาน กิจกรรมที่ 1 สถานการณ์ต่อไปนี้ข้อใดเป็นปริมาณเกล่าร์ หรือ ปริมาณเวกเตอร์(ท าเครื่องหมาย ให้ตรงปริมาณที่นักเรียนเลือกเป็น ค าตอบ สถานการณ์ ปริมาณสเกล่าร์ ปริมาณเวกเตอร์ นายแดงวัดความยาวของโต๊ะได้ 2 เมตร แบรี่ ขับรถด้วยความเร็ว 80 km/hr วิภายืนบนเครื่องชั่งน้ าหนัก เธอหนัก 40 kg ชนาธิป เตะลูกฟุตบอลโด่ง เมื่อฟุตบอลตกถึงพื้น วัดระยะจากจุดที่เขาเตะถึงจุดที่ลูกฟุตบอลตก ได้ 150 เมตร ธิดาออกแรง 10 นิวตัน ผลักให้วัตถุเคลื่อนที่ไป ทางซ้ายมือ


44 กิจกรรมที่ 2 จากภาพ ปริมาณที่วัดได้เป็นปริมาณชนิดใด กิจกรรมที่ 3 แสดงวิธีการค านวณเพื่อหาค่าของแรงลัพธ์จากแรงที่กระท าวัตถุและวัตถุเคลื่อนที่ไปทางใด …………………… ……… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………. …………………………………………………………… ………….. …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… ………………………………………………….. …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………..


45 แสดงวิธีการค านวณหาค่าต่าง ๆ ตามที่โจทย์ก าหนด 1. รถคันหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง (km/hr) คิดเป็นกี่เมตร/วินาที (m/s) ............................................................................................................................. ..................... ........................... ....................................................................................................................... 2. วัตถุเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว 10 เมตร/วินาที ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ไปได้ 30 วินาที วัตถุนี้เคลื่อนที่ได้ระยะทางเท่าไร ....................................................................................................... ......................................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................. ..................................... 3. รถคันหนึ่งแล่นมาด้วยอัตราเร็ว 20 เมตร/วินาที และเปลี่ยนอัตราเร็วเป็น 25 เมตรต่อวินาที ในเวลา 10 วินาที จงหา อัตราเร่งของรถคันนี้ .................................................................................................................................................. ................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ................................ ................................................................................................................. จากภาพเป็นการเคลื่อนที่แบบใด . ............................................ . . ........................................... ............................. . ................ ................................. ...... ....... ................... ........................... .................... ............ .............. .......................... .................... .......................... .................... ......................... .....................


46 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้และประเมินตามสภาพจริงประจ าหน่วยการเรียน 1. ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน 2. ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต่ ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 3. ปัญหา อุปสรรค 4. ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ประจ าหน่วยการเรียนที่…..…. ชื่อหน่วย ............................................ ระหว่างสัปดาห์ที่.......ถึงสัปดาห์ที่....... รวม..............................สัปดาห์ ระหว่างวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ถึงวันที่.........เดือน………………....พ.ศ……...... ลงชื่อ ครูผู้สอน (นางสาวอรชร ดวงจันทร์) ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชา (นายภาคภูมิ ศรีถาวร) ลงชื่อ.......................................................... (นายพรอนันต์ ภักดีบุญ) ผู้อ านวยการกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง


47 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์การประเมิน การเปลี่ยน แปลงของสาร และปฏิกิริยา เคมี ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนเปิดภาพปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ให้ผู้เรียนได้ดู และสอบถามเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาต่างๆพร้อมพูดคุย เกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ขั้นสอน 1.ครูผู้สอนสุ่มผู้เรียนให้ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทาง กายภาพและการเปลี่ยนแปลงทางเคมีพร้อมอธิบาย เหตุผลสอนตามเนื้อหาวิชาโดยใช้สื่อน าเสนอการสอน 2.ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยที่ท าให้เกิดปฏิกิริยาเคมี 3.ผู้สอนถามผู้เรียนว่าการที่อาหารบูดเกิดจากอะไรบ้าง 4.ผู้เรียนศึกษาเรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในหนังสือ เรียน 5.ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมเรื่องปัจจัยที่ท าให้เกิดปฏิกิริยา เคมีการดุลสมการเคมี ขั้นสรุปผล 1.ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องอัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมีและท ากิจกกรรมที่1 สัปดาห์ที่ 2 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน 1.ผู้สอนทบทวนความรู้เรื่องสาร และปฏิกิริยาเคมีพร้อม กับซักถามผู้เรียนต่อว่าปฏิกิริยาที่พบในชีวิตประจ าวันมี อะไรบ้าง 2.ผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนฟังถึงหัวข้อที่จะเรียนในครั้งนี้ คือ ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน ขั้นสอน 1.ผู้เรียนแต่ละคนท าการศึกษาถึงปฏิกิริยาเคมีใน ชีวิตประจ าวัน 1.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ 2. power point 3. youtube 4. ใบงาน 5.แบบทดสอบ หลังเรียน 6.ชุดอุปกรณ์ การทดลอง ปฏิกิริยาของ โซเดียมและ แมกนีเซียม 20 นาที 2 ชั่วโมง 40 นาที 30 นาที 2 ชั่วโมง สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การประเมินผล งานและน าเสนอ จากแบบฝึกหัดและ แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 5 วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัสวิชา 20000 - 1301 สอนครั้งที่ 8-9 ชั่วโมงรวม 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารและปฏิกิริยาเคมี จ านวนชั่วโมง 22-27 สัปดาห์ที่ 8-9


48 2.ผู้สอนอธิบายถึงปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ าวัน จาก PowerPoint เรื่อง สารและปฏิกิริยาเคมี 3.ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม โดยให้มีจ านวน 6 กลุ่มกลุ่มละ เท่าๆกัน ให้สืบค้นข้อมูลระดมความคิดและท าMy map ร่วมกันในหัวข้อไปนี้ - กลุ่มที่ 1 เรื่อง ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไอโดร เจนคาร์บอเนต (ผงฟู) - กลุ่มที่ 2 เรื่อง ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ - กลุ่มที่ 3 เรื่อง ปฏิกิริยาการสลายตัวของแคลเซียม คาร์บอเนต - กลุ่มที่ 4 เรื่อง ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก ขั้นสรุป 1.ผู้สอนให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานและ ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสารและปฏิกิริยาเคมี 2. นักเรียนท าแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน 30 นาที ประเมินผลการ เรียนรู้ การประเมินผล งานจากแบบฝึกหัด และประเมินผลการ เรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อการเรียนรูใหครูผูสอนและผูเรียนเลือกใชสื่อประกอบการเรียนการสอนตามสภาพความพรอมของตนเอง ดังนี้ 1.สื่อโสตทัศน์ - เรียนรู้ผ่านระบบ Google Meet และส่งงานผ่านระบบ Google Classroom 2.สิ่งพิมพ์ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 3.สื่อสื่อเทคโนโลยี - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารและปฏิกิริยาเคมี 4.โสตทัศน์อุปกรณ์ - แทปเล็ต - เครื่องคอมพิวเตอร์ หลักฐานการเรียนรู้ 1.หลักฐานความรู้ - หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 - PowerPoint หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารและปฏิกิริยาเคมี - ใบความรู้บทที่ 5 2.หลักฐานการปฏิบัติงาน - แบบทดสอบท้ายหน่วย


49 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้.เครื่องมือการประเมิน 1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล - การสุ่มผู้เรียนถาม/ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล - ตอบในชั้นเรียน เครื่องมือวัด - แบบค าถาม 1.3 หลังเรียน วิธีการวัดผล - ทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ เครื่องมือวัด - แบบทดสอบท้ายหน่วย เกณฑ์การประเมิน 1.ผู้เรียนร้อยละ 70 จากการสุ่ม ตอบค าถามได้ถูกต้อง 2.ผู้เรียนท าถูกต้องตามขั้นตอนกระบวนการจัดท าโครงงาน 70


Click to View FlipBook Version