The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือคู่มือค่าย รวมบทดุอาอฺ อัซการเช้า-เย็น และซูเราะตุ้ลกะฮฺฟิพร้อมความหมาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ดุอาอฺ - อัซการ

หนังสือคู่มือค่าย รวมบทดุอาอฺ อัซการเช้า-เย็น และซูเราะตุ้ลกะฮฺฟิพร้อมความหมาย

Keywords: กุรอาน,อัซการ,ดุอาอฺ,บทรำลึก,อิสลาม,บะนาตุ้ลฮุดา,สตรีแห่งทางนำ

א ،א ،א، ،אא ،אא ،אא ،א    1430 ه


א หนา 3 אא หนา 43 א   หนา 60 สารบ ั ญ


א


4 א ตื่นนอน 1. เช็ดรองรอยจากการนอนบนใบหนาดวยมือ อิหมามนาวาวียและ อิบนุฮาญัร กลาววา “ขณะที่ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ตื่นนอน ทานจะนั่งขึ้นและลูบใบหนาเพื่อเช็ดรอง รอยจากการนอนดวยมือของทาน” 2. กลาวคําวิงวอนขณะตื่นนอน (( Ł…çŁćßÖ] ŽäłéşÖcÿæ ^ÿßÿi^ÿÚş_ ^ÿÚ ÿ‚łÃÿe ^ÿÞ^ÿéłuş_ 뎄Ö] Ž Ł‚łÛÿvĞÖ] )) “มวลการสรรเสริญทั้งหลายเปนของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ผูซึ่งใหเรามีชีวิต ภายหลังที่ใหพวกเราไดตายไป และยังพระองคคือการกลับไป 3. ใชซิวาค เมื่อทานรอซูล (ศ.ล.) ตื่นนอนขึ้น ทานแปรงฟนดวยซิวาค 4. สูดน้ําเขาจมูก เมื่อคนหนึ่งคนใดตื่นขึ้นจากการนอน จงสูดน้ําเขาจมูกและสั่งออกมา 3 ครั้ง ทั้งนี้เพราะชัยฏอนใชเวลาตอนกลางคืนในสวนบนของจมูกของเขา 5. ลางมือทั้งสองขาง 3 ครั้ง เมื่อคนหนึ่งคนใดตื่นนอนขึ้นจากการนอน จงอยาใชมือจับสิ่งของตางๆ จนกวาจะลางมือทั้งสองขาง 3 คร้งั... เขาและออกจากหาและออกจากหองน้ํา 1. เขาหองน้ําดวยเทาซาย และออกดวยเทาขวา


5 א 2. กลาวดุอาอฺเมื่อเขาหองน้ํา (( ŽoŽñ^ÿfÿ~ĞÖ]ÿæ ŽołfŁ~ĞÖ] ÿàŽÚ şÔŽe ŁƒçŁÂş_ êđÞc ĆÜŁã×Ö] )) “โออัลลอฮฺ ขาพระองคขอความคุมครองจากพระองคใหพนจากชัยฏอนตัว ผูและชัยฏอนตัวเมีย” (รายงานโดย บุคอรีย) 3. กลาวดุอาอฺขณะออกจากหองน้ํา (( )) şÔÿÞ]ÿ†ĞË₣Æ “ขาพระองคขออภัยโทษจากพระองค” เราใชหองน้ําหลายครั้งในแตละวันคืน ถาหากเราปฏิบัติตามซุนนะหสําหรับเขาและ ออกจากหองน้ําทุกครั้ง เทากับเราไดปฏิบัติ 2 ซุนนะหขณะเขา และ 2 ซุนนะหขณะออก อัล คุบษ. และ อัล คอบาอิษ คือ ชัยฏอนตัวผูและชัยฏอนตัวเมีย เพื่อใหไดรับ การคุมครองจากอัลลอฮฺใหพนจากความชั่วรายของพวกมัน เราควรขอควรขอความ คุมครองทุกครั้งขณะเขาหองน้ํา เนื่องจากหองน้ําเปนสถานที่ที่พวกมันชอบอาศัย อาบน้ําละหมาด้ําละหมาด ขอดีของการรักษาซุนนะหของการอาบน้ําละหมาด: บุคคลผูนั้นจะอยูในกลุมชนผูซึ่งทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) กลาววา “ผูใดก็ตาม อาบน้ําละหมาดอยางสมบูรณ บาปตาง ๆ จะหลุดออกจากรางกายของเขา ถึงแมจะ มันอยูใตเล็บมือ” (รายงานโดย มุสลิม) ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) ไดกลาวอีกวา“ไมมีใครในหมูพวกทานผูซึ่งอาบน้ําละหมาด อยางสมบูรณและจากนั้นละหมาด 2 ร็อกอะฮฺดวยความคุชัวะนอกจากสวรรคจะถูก สรางสําหรับเขาและเขาจะถูกยกโทษให” (  รายงานโดย มุสลิม)


6 א สิ่งที่นารูเกี่ยวกับการอาบน้ําละหมาด มีดังนี้: 1. ใชซิวาคแปรงฟนแทนการบวนปาก “หากมันไมเปนการสรางความลําบากใหกับอุมมะฮของฉัน ฉันอยากใชใหพวก เขาใชซิวาคในทุก ๆ การอาบน้ําละหมาด” (รายงานโดย อบีฮุร็อยเราะหฺ ร.ฎ.) 2. สางเคราดวยนิ้ว ขณะลางหนา ทานรอซูล (ศ.ล.) สางเคราของทานดวยนิ้ว ขณะอาบน้ําละหมาด 3. ลูบศีรษะ โดยเริ่มจากหนาผากจนถึงทายทอยและยอนกลับมาดานหนาอีกครั้ง... (รายงานโดย บุคอรีย) 4. กลาวชะฮาดะฮฺหลังจากอาบน้ําละหมาดเสร็จแลว (( )) Łä₣Ö çŁ‰ÿ…ÿæ ŁåŁ‚łfÿ ]⁄‚ĆÛÿvŁÚ Ćáş_ Ł‚ÿãłş_ÿæ ] ÷c ÿäşÖc ş÷ łáş_ Ł‚ÿãłş_ “ขาขอปฏิญานวาไมมีพระเจาที่เที่ยงแทนอกจากอัลลอฮฺเพียงองคเดียว ไมมี ภาคีแกพระองคและขาขอปฏิญานวา แทจริงมุฮัมหมัดเปนบาวและศาสนทูตของ พระองค” ผลบุญของการกลาวนี้คือ .....ประตูสวรรคทั้ง 8 จะเปดรับ เขาจะเขาประตูไหนก็ไดตามแตเขาจะประสงค (รายงานโดย มุสลิม) 5. อาบน้ําละหมาดที่บาน “ผูใดที่อาบน้ําละหมาด ณ ที่บานของเขา และจากนั้นเดินไปยังบานของอัลลอฮฺ (มัสยิด) เพื่อทําอิบาดะฮตอพระองคนั้น ทุก ๆ 2 กาว บาปหนึ่งจะถูกอภัย และ สถานะในสวรรคของเขาจะถูกยกใหสูงขึ้น” (รายงานโดย มุสลิม)


7 א 6. ใชมือถูสวนตางๆของรางกายที่อาบน้ําละหมาดดวยน้ําขณะอาบน้ําละหมาด (รายงานโดย อิบนุคุซัยมะฮ) 7. ใชน้ําอยางประหยัด ทานรอซูล ฯ อาบน้ําละหมาดดวยน้ําเพียง 1 มดุ (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) (1 มุด = ปริมาณที่ 2 อุงมือรอง) 8. ลางมือและเทาใหเกินจากบริเวณที่กําหนด ขณะที่ทานอบูฮุร็อยยเราะฮ (ร.ฎ.) อาบน้ําละหมาด ทานลางแขนของทาน และ เลยมาถึงแขนทอนบน (เหนือขอศอกขึ้นมา) และกลาววา “นี่คือแบบอยางที่ฉันเห็นทาน รอซูล (ศ.ล.) ทําขณะอาบน้ําละหมาด” (รายงานโดย มุสลิม) 9. ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺหลังอาบน้ําละหมาด ใครก็ตามที่อาบน้ําละหมาดตามแบบอยางของฉันและละหมาด 2 ร็อกอะฮฺและ ไมไดคิดถึงเรื่องอื่น (ที่ไมเกี่ยวของกับการละหมาด) ในขณะละหมาด บาปของเขาใน อดีตจะถูกอภัยโทษ (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) ในอีกรายงาน หะดีษ หนึ่ง มีรายงานวา ........สวรรคจะถูกสรางใหเปนสัญญากับเขา (รายงานโดย มุสลิม) มุสลิมอาบน้ําละหมาดหลายครั้งในแตละวันแตละคืน บางคนอาบน้ําละหมาด 5 ครั้ง และบางคนอาจทํามากกวา ขึ้นอยูกับวา เขาละหมาดซุนนะหเพิ่มขึ้น เชน ละหมาด ฎฮา หรือ กิยามุลลัยล คําแนะนําของทานอิหมามนาวาวีย “อันที่จริงบุคคลหนึ่งสามารถรักษาระดับของความคุชัวะ ดวยการเอาชนะใจ ตัวเอง และตอเสียงกระซิบกระซาบของชัยฏอน ขับไลมัน มีสติอยูกับตัวเองตลอด ถึงแมขณะกระพริบตา”


8 א การใชซิวาค ขอดีของการปฏิบัติตามซุนนะฮนี้ - ความพอพระทัยของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ตอบาวของพระองค - เปนวิธีทําใหปากสะอาด การแพทยสมัยใหมคนพบวา “ซิวาค” ประกอบไปดวยสารตางๆมากมายที่เปน ประโยชนตอเหงือก ซึ่งชวยในการฆาเชื้อโรค มีคุณสมบัติในการทําความสะอาดฟน ทําให ลมปากสดชื่น เราสามารถใชซิวาคในหลายโอกาส 1. สําหรับทุกการละหมาด ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) กลาววา หากมันไมเปนการสรางความลําบากใหแกประชาชาติของฉัน ฉันอยากใชใหพวก ทานใชซิวาคสําหรับทุก ๆ การละหมาด (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) มุสลิมอาจใชซิวาคไดในหลายโอกาสในระหวางกลางวันและกลางคืน เชน การ ละหมาดฟรฎ 5 เวลา, ละหมาดซุนนะหรอวาฏิบ, ละหมาดฎฮา, ละหมาดวิตรฺ เปนตน 2. ขณะเขาบาน เมื่อทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) เขาบานของทาน ทานเริ่มดวยการใชซิวาค (รายงานโดย มุสลิม) 3. ขณะทบทวนอัล-กุรอาน 4. เมื่อมีกลิ่นปาก 5. ขณะตื่นนอน (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) 6. ขณะอาบน้ําละหมาด ซิวาคเปนสิ่งที่ทําใหปากสะอาดและทําใหพระผูเปนเจาทรงพอพระทัย (รายงานโดย มุสนัด อิมาม อะหฺมัด)


9 א การใสรองเทา สวมรองเทาดวยเทาขวากอนและถอดออกดวยเทาซายกอน: ขณะสวมรองเทา เริ่มดวยเทาขวากอน และขณะถอดรองเทา เริ่มดวยเทาซาย หรือสวมพรอมกันทั้ง 2 ขาง และถอดพรอมกันทั้ง 2 ขาง (รายงานโดย มุสลิม) มุสลิมสวมและถอดรองเทาหลายครั้งในแตละวันแตละคืน ไมวาจะเปน ขณะเขา หรือออกจากมัสยิด หองน้ําบาน ไปทํางาน เปนตน เมื่อใดก็ตามที่เราสวมหรือถอด รองเทาพรอมกับตั้งใจทําตามแบบอยางซุนนะหนี้เราจะไดรับการตอบแทนอยางมากมาย การสวมและถอดเส การสวมและถอดเสื้อผา 1. กลาว ตัสมียะฮ ( บิสมิลลาห) ขณะสวมหรือถอดเสื้อผา อิหมามนาวาวียกลาววา “ควรเริ่มตนดวยตัสมียะฮกอนทําสิ่งใด” 2. กลาวดุอาอฺของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ขณะที่ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) สวมเสื้อผา หรือ ผาโพกศีรษะทานจะกลาววา (( )) žìĆç₣Î ş÷ÿæ êđßŽÚ Ùłçÿu †łéşÆ łàŽÚ ŽäéŽßşÎÿ‡ÿ…ÿæ (ÿhçĆnÖ]) ]ÿ„ÿâ êŽÞ^ÿŠşÒ ëŽ„Ö] Ž Ł‚łÛÿvĞÖ] “มวลการสรรเสริญเปนของอัลลอฮฺ ผูซึ่งไดใหขาพระองคสวมใสผาผืนนี้และได ประทานมันใหแกขาพระองคโดยมิใชเปนการเคลื่อนไหวหรือเปนพละกําลังจากฉัน” (รายงานโดย อบูดาวุด) 3. เริ่มดวยขางขวา ขณะสวมเสื้อผาและอาบน้ําละหมาด จงเริ่มดวยดานขวา (รายงานโดย อบูดาวุด และติรมีซีย) 4. เริ่มถอดเสื้อผาออกจากดานซายกอน


10 א เขาและออกจากบาและออกจากบาน ขอดีของการปฏิบัติตามซุนนะหนี้ • บาวจะถูกทําใหพอเพียงในเรื่องสําคัญตางๆ ไมวาจะเปนทางดานดุนยา หรือทาง ศาสนา • บาวจะถูกปกปองใหพนจากชัยฏอน ความโชคราย ไมวาจากญินหรือมนุษยดวยกัน • บาวจะไดรับทางนําที่ถูกตอง - อัลลอฮฺ (ศ.บ.) จะทรงนําทางใหแกบาวไมวาจะเปน เรื่องราวของศาสนาหรือเรื่องราวในดุนยา อิมามนาวาวียกลาววา มันเปนสิ่งที่ประเสริฐที่จะ: กลาวตัสมียะห (บิสมิลลาห) เพิ่มการรําลึกถึงอัลลอฮฺ (ศ.บ.) และเพื่อทักทายผูคน 1. รําลึกถึงอัลลอฮฺขณะเขาบาน เมื่อชายคนหนึ่งเขาบานของเขาพรอมกับกลาวพระนามของอัลลอฮฺขณะเขา บานและขณะทานอาหาร ชัยฏอนจะพูดกับชัยฏอนตัวอื่นวา “ไมมีที่อยูอาศัยและอาหาร สําหรับเจาแลว” (รายงานโดย มุสลิม) 2. กลาวดุอาอฺขณะเขาบาน H ^ÿßłrşÖÿæ Ž] ÜłŠŽe tÿ†ł~ÿÛĞÖ] ÿ†łéÿ}ÿæ sşÖłçÿÛĞÖ] ÿ†łéÿ} şÔ₣Öş`ł‰ş_ êđÞc ĆÜŁãÖ])) ŽäŽ×łâş_ îş×ÿ łÜ×ÿŠŁéŽÖ ĆÜŁm (( ^ÿßĞ×Òÿçÿi ^ÿßđeÿ… Ž] îş×ÿÂÿæ H ^ÿßłqÿ†ÿ} ] ÜłŠŽeÿæ “ขาแดอัลลอฮฺแทจริงขาพระองควิงวอนขอตอพระองค ความดีของทางเขา และความดีของทางออก ดวยพระนามของอัลลอฮฺ ดวยพระนามของอัลลอฮฺเราได เขา และดวยพระนามของอัลลอฮฺเราไดออก และอัลลอฮฺนั้นเปนพระผูอภิบาลของเรา เราขอมอบหมายกิจการทั้งปวง” หลังจากนั้นก็ใหสลามแกผูที่อยูในบาน


11 א 3. ใชซิวาค ขณะที่ทานรอซูล ฯ (ศ.ล. )กําลังเขาบาน ทานเริ่มดวยการใชชิวาค 4. กลาว ตัสลีม (กลาวสลาม) ğíÿfđéş ğíşÒÿ…^ÿfŁÚ Žä×Ö] Ž‚ßŽÂ łàđÚ ğíĆéŽvÿi łÜ₣ÓŽŠ₣ËÞş_ îş×ÿ ]çŁÛ×ÿŠşÊ ğ^içŁéŁe ÜŁjĞ×ÿ}ÿ ]ÿƒdşÊ “...ขณะที่เจาเขาบาน จงทักทายผูอื่นดวยการทักทายจากอัลลอฮฺ (ศ.บ.)” “... เมื่อพวกเจาเขาไปในบาน ก็จงกลาวสลามใหแกตัวของพวกเจาเอง เปนการ คํานับอันจําเริญยิ่งจากอัลลอฮฺ ...” (อัน-นูร, 24: 61) “ การทกทายจากอัลลอฮั ” ฺคือ การใหสลามนั่นเอง 5. ออกจากบานพรอมกับกลาวดุอาดังนี้: (( )) Ž^Že ÷c şìĆç₣Î ş÷ÿæ ÿÙłçÿu ş÷ÿæ Ž] îş×ÿ ŁkĞ×Òÿçÿi Ž] ÜłŠŽe ดวยพระนามของอัลลอฮฺขาพระองคขอมอบหมายกิจการทั้งปวงใหแกอัลลอฮฺ ไมมีการเคลื่อนไหว และไมมีกําลังใดๆ นอกจากโดยอัลลอฮฺ (ศ.บ.) เทานั้น ผูกลาวดุอานี้จะถูกกลาววา: (( )) Łá^şŞłéĆÖ] Łäłßÿ îĆvÿßÿiÿæ ÿkéŽÎŁæÿæ ÿkéŽË₣Ò เจาถูกทําใหเพียงพอและถูกปกปองแลว และชัยฏอนจะถอยลาออกไป (รายงานโดย อบูดาวุดและติรมีซีย) เราเขาและออกจากบานวันละหลายครั้ง เพื่อที่จะไปละหมาดที่มัสยิด,ภาระหนาที่ นอกบาน เปนตน ถาเรารักษาซุนนะหนี้และปฏิบัติเปนประจํา ขณะออกไป และกลับเขามา เราจะไดรับผลบุญอยางมหาศาล


12 א ไปมัสยิด 1. ไปมัสยิดแตเนิ่นๆ ดังทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาววา ถามนุษยรูถึงผลบุญในเสียงอะซานและในการละหมาดแถวแรกนั้น และไมรูวาจะ ไดมันมาอยางไรนอกจากตองเสี่ยงโชค พวกเขาก็จะทํา ...และถาพวกเขารูถึงรางวัลของการละหมาดดุฮฺริในชวงแรกของเวลา (Tahjeer) พวกเขาจะเรงรีบที่จะทํา..... และถาพวกเขารูถึงรางวัลที่จะไดรับจากการละหมาดญะมาอะหอิชาอฺและ ซุบฮฺที่ มัสยิดแลวนั้น พวกเขาก็จะมา ถึงแมจะตองคลานมาก็ตาม (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) อิมามนาวาวียกลาววา คําวา “ตะฮฺจีร” หมายถึงการไปรอละหมาดแตเนิ่นๆ 2. กลาวดุอาอฺขณะเดินทางไปมัสยิด H]⁄…çŁÞ êŽÃłÛÿ‰ êŽÊ łØÿÃłq]ÿæ H]⁄…çŁÞ êŽÞ^ÿŠŽÖ êŽÊÿæ H]⁄…çŁÞ êŽfĞ׺ΠêŽÊ łØÿÃłq] ĆÜŁã×Ö])) H]⁄…çŁÞ êŽÚ^ÿÚş_ łàŽÚÿæ H]⁄…çŁÞ êŽËĞ×ÿ} łàŽÚ łØÿÃłq]ÿæ H]⁄…çŁÞ ë†ÿ’ÿe êŽÊ łØÿÃłq]ÿæ (( ]⁄…çŁÞ êŽßŽŞłÂş_ ĆÜŁã×Ö] H]⁄…çŁÞ êŽjłvÿi łàŽÚÿæ H]⁄…çŁÞ êŽÎłçşÊ łàŽÚ łØÿÃłq]ÿæ ขาแดอัลลอฮฺไดโปรดใหดวงใจของขาพระองคมีรัศมี ใหสายตาของขาพระองค มีรัศมี ใหหูของขาพระองคมีรัศมีดานขวาของขาพระองคมีรัศมีดานซายของขา พระองคมีรัศมีเหนือขาพระองคมีรัศมีเบื้องลางของขาพระองคมีรัศมีเบื้องหลังของ ขาพระองคมีรัศมี และไดโปรดดลบันดาลรัศมีใหแกขาพระองค (รายงานโดย มุสลิม) 3. เดินไปมัสยิดดวยความสงบเสงี่ยมและไมเรงรีบจนเกินไป ถาเจาไดยินเสียงอิกอมะฮฺ ดังนั้นจงเดินไปมัสยิดดวยความสงบเสงี่ยม (รายงานโดย บุคอรีย และมุสลิม)


13 א ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) กลาวกับบรรดาเศาะฮาบะหฺวา “ทานอยากใหฉันแสดงวิธีที่ทําใหอัลลอฮฺ (ศุบฯ) ยกเลิกการกระทําที่ผิดพลาด ของทาน และยกฐานะของทานใหสูงขึ้น(ในสวรรค)ไหม? บรรดาเศาะฮาบะหตอบวา “ครับ ทานรอซูล” ทานรอซูล ฯ(ศ.ล.) จึงกลาววา “หนึ่งในบรรดาวิธีนั้นคือ การเดินไปมัสยิดหลายๆกาว” (รายงานโดยมุสลิม) 4. กลาวดุอาอฺขณะเขามัสยิด เมื่อเขาไปในมัสยิด เราควรศอลาวาตทานนบีและกลาวดุอาวา (( )) şÔŽjÿÛłuÿ… ÿh]ÿçłeş_ êŽÖ łxÿjĞÊ] ĆÜŁã×Ö] ขาแดอัลลอฮฺไดทรงเปดประตูแหงความเมตตาของทานใหแกขาพระองคดวยเถิด (รายงานโดย นาซาอีและ อิบนฺมาญะหฺ) 5. กาวเทาขวาเขามัสยิด คําพูดของทาน อนัส บิน มาลิก (ร.ฎ.) จากแบบฉบับของทานรอซูล ถาทานเขามัสยิด จะกาวดวยเทาขวา และเมื่อทาน ออกจากมัสยิดจะกาวดวยเทาซาย (รายงานโดย ฮากิม) 6. ละหมาดตะฮียะตุลมัสยิด เมื่อเขาสูมัสยิดจงอยานั่ง จนกวาจะละหมาด 2 ร็อกอะห (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) อิมามชาฟอีกลาววา “ละหมาดตะฮียะตุลมัสยิด จําเปนอยางยิ่ง ถึงแมจะอยูใน ชวงเวลาหามละหมาดก็ตาม” 7. ละหมาดในแถวหนาสุด


14 א ถามนุษยรูถึงผลบุญในเสียงอะซานและในการละหมาดแถวแรกนั้น และไมรูวาจะ ไดมันมาอยางไรนอกจากตองจับฉลาก พวกเขาก็จะทํา (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) 8. กลาวดุอาอฺขณะออกจากมัสยิด (( )) şÔŽ×ł–şÊ łàŽÚ şÔ₣×ÿòł‰ş_ êđÞc ĆÜŁãÖ] “ขาแดอัลลอฮฺแทจริงขาพระองควิงวอนขอตอพระองค จากความโปรดปรานของพระองค “ (รายงานโดย มุสลิม และอบูดาวูด) 9. กาวออกดวยเทาซาย (รายงานโดย ฮากิม) ละหมาดด ละหมาดดวยสุตเราะห ขอดีของการใชสุตเราะห • ชวยปองกันการขาดตอนของการละหมาด (เสียละหมาด) • การที่มีผูอื่นเดินผานหนาผูที่กําลังละหมาดนั้น ถือเปนการตัดตอนหรือลดคุณคา ของการละหมาด ทั้งนี้สิ่งที่ทําใหละหมาดนั้นเสียหากเดินผานระหวางแนวสุตเราะหกับผูที่กําลังละหมาด คือหญิงที่บรรลุศาสนภาวะและสุนัขดํา (รายงานโดย อิบนุมาญะหฺ) • ผูที่ละหมาดควรเผื่อพื้นที่ไวพอประมาณ เพื่อใหผูอื่นสามารถเดินผานไปมาได โดยไมจําเปนตองผานบริเวณดานหนาละหมาด • ชวยปองกันสายตาจากการสอดสายไปมา เนื่องจากผูที่ใชสุตเราะหนั้นจะมุงอยู กับบริเวณระหวางสุตเราะหกับที่ยืนละหมาด ดวยวิธีนี้จะชวยใหมีสมาธิในการ ละหมาดมากยิ่งขึ้น


15 א ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาววา “ขณะที่เจาละหมาด จงละหมาดโดยมีสุตเราะหกั้น จงยืนชิดมัน และจงอยาให ใครเดินผานระหวางเจาและมัน” (รายงานโดย อบูดาวุด และ อิบนฺมาญะหฺ) คําพูดดังกลาวนี้หมายรวมโดยทั่วๆ ไป สําหรับการใชสุตเราะห (ที่กั้นบริเวณ ละหมาด) ดานหนาอิหมาม ไมวาจะเปนที่มัสยิดหรือที่บาน พี่นองมุสลิมของเรา จํานวนไมนอยละเลยซุนนะหขอนี้ เราสามารถปฏิบัติซุนนะหขอนี้ได ไมวาจะเปน ละหมาดซุนนะหรอวาฏิบ, ละหมาดฎฮา, ละหมาดตะฮิยะตุนมัสยิด, และละหมาดวิตรฺ สําหรับมุสลิมะฮฺนั้น สามารถปฏิบัติไดขณะละหมาดฟรฎที่บาน และสวนในกรณี ละหมาดญะมาอะหที่มัสยิดนั้น สุตเราะหสําหรับมะมูมก็คืออิหมามน ั่นเอง ขอควรรูเกี่ยวกับสุตเราะห 1. สุตเราะหคือสิ่งใดก็ตามที่เรานํามาใชกั้นมิใหผูอื่นเดินผานขณะละหมาดโดยหันไปทาง กิบลัต ไมมีขอจํากัดในเรื่องความกวางของวัตถุ 2. สุตเราะหควรมีความสูงไมนอยกวาหลังของอานมา (ประมาณหนึ่งฝามือกางออก) (รายงานโดย อบูดาวุด และอิบนุมาญะหฺ) 3. ระยะหางระหวางเทาขณะยืนละหมาดถึงแนวสุตเราะห ควรหางประมาณ 3 ศอก เพื่อจะไดมีพื้นที่เพียงพอสําหรับสุูด (รายงานโดย บุคอรีย) 4. สุตเราะหน ั้นเปนสิ่งจําเปนสําหรับอิหมามพอๆ กับการที่บุคคลหนึ่งละหมาดคนเดียว ทั้งในละหมาดฟรฎและละหมาดซุนนะหอื่นๆ (รายงานโดย บุคอรีย) 5. แนวสุตเราะหของอิหมามคือสุตเราะหของผูที่ละหมาดอยูเบื้องหลัง ซึ่งอนุญาตให เดินผานในระหวางแนวของผูที่กําลังละหมาด ถามีความจําเปน (รายงานโดย ติรมีซีย)


16 א ละหมาดซ ละหมาดซุนนะหอื่นๆ 1. ละหมาดรอวาฏิบ ไมมีมุสลิมคนใดที่ละหมาด 12 ร็อกอะฮฺนอกเหนือจากละหมาดฟรฎทุกๆวันแลว และเชื่อฟงพระองค นอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) จะทรงสรางบานใหแกเขาในสวนสวรรค (รายงานโดย มุสลิม) ละหมาดที่สงเสริมใหกระทํา ไดแก 4 ร็อกอะฮฺ กอนละหมาดดุฮฺริ และ 2 ร็อกอะฮฺ หลังละหมาดดุฮฺริ 2 ร็อกอะฮฺ หลังละหมาดมัฆริบ 2 ร็อกอะฮฺ หลังละหมาดอิชาอฺ และ 2 ร็อกอะฮฺ กอนละหมาดซุบฮฺ พี่นองที่รักทุกทาน ทานไมปรารถนาที่จะไดรับบานสักหลังในสวนสวรรคดอกหรือ? เราหันมาปฏิบัติตามคําแนะนําของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) และละหมาดซุนนะห 12 ร็อกอะฮฺ เหลานี้ เพิ่มเติมจากละหมาดฟรฎกันเถิด 2. ละหมาดฎฮา รางกายของมนุษยประกอบไปดวยขอตอตางๆ จํานวน 360 ขอ และเพื่อ แสดงถึงความกตัญูตอความโปรดปรานของพระองค จึงเปนสิ่งจําเปนที่เราตอง แสดงออกถึงความจงรักภักดีแทนทุกขอตอในรางกายของเราในทุกๆ วัน ดวยการ ละหมาดฎฮา 2 ร็อกอะฮฺ “ทุกๆ เชา การบริจาคนั้นถูกกําหนดสําหรับทุกขอตอในรางกายของคนเรา ทุก การตัสบีฮฺคือ การทําทาน ทําความดีคือการทําทาน และหามปรามสิ่งชั่วรายคือการ ทําทาน สิ่งตางๆ เหลานี้เพียงพอแลวที่จะไดรับจากการละหมาดฎฮา 2 ร็อกอะฮฺ “ (รายงานโดย มุสลิม)


17 א ทานอบูฮุร็อยเราะห (ร.ฎ.) กลาววา: เพื่อนของฉัน (ทานรอซูล ) แนะนําใหฉันถือศีลอด 3 วัน ของทุกๆ เดือน..... ละหมาดฎฮา 2 ร็อกอะฮฺ และละหมาดวิตรฺกอนเขานอน...... (รายงานโดย บุคอรีย และมุสลิม) เวลาสําหรับการละหมาดฎฮาเริ่มตนประมาณ 15 นาที หลังจากดวงอาทิตยขึ้น และกินเวลาไปจนถึงประมาณ 15 นาทีกอนถึงเวลาละหมาดดุฮฺริ สวนเวลาที่ดีที่สุด สําหรับการละหมาดฎฮา คือเวลาที่มีแสงแดดจา ละหมาดอยางนอย 2 ร็อกอะฮฺ และมากที่สุดคือ 8 ร็อกอะฮฺ มีบางรายงาน กลาววา ไมมีการจํากัดจํานวนของการ ละหมาดฎฮา 3. ละหมาดซุนนะหในเวลาอัสริ ขอพระองคอัลลอฮฺทรงโปรดประทานความเมตตา แกผูที่ละหมาด 4 ร็อกอะฮฺ กอนละหมาดอัสริ (รายงานโดย อบูดาวุด และติรมีซีย) 4. ละหมาดซุนนะหในเวลามัฆริบ “จงละหมาดกอนละหมาดฟรฎมัฆริบ” ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาว 3 ครั้ง และ ครั้งสุดทายทานกลาววา “สําหรับผูที่ปรารถนา” (รายงานโดย บุคอรีย) 5. ละหมาดซุนนะหในเวลาอิชาอฺ “ระหวางทุกเสียงเรียกสูการละหมาดทั้งสอง คือ การละหมาด ระหวางทุกเสียงเรียกสูการละหมาดทั้งสอง คือ การละหมาด ระหวางทุกเสียงเรียกสูการละหมาดทั้งสอง คือ การละหมาด” และ ในครั้งที่สาม ทานกลาววา “สําหรับผูที่ปรารถนา” (รายงานโดย บุคอรีย และมุสลิม) ทานอิหมามนาวาวีย กลาววา ความหมายที่แทจริงของคําวา “เสียงเรียกสู การละหมาดทั้งสอง” คือ อะซาน และ อิกอมะฮฺ


18 א ละหมาดยามค ละหมาดยามค่ําคืน ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) ไดกลาวเกี่ยวกับการละหมาดกิยามุลลัยลฺวา “การถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุดรองจากเดือนรอมฎอน คือ การถือศีลอดในเดือน มุฮัรรอม และการละหมาดที่ประเสริฐที่สุดนอกจากการละหมาดฟรฎคือการละหมาดใน ยามค่ําคืน (กิยามุลลัยลฺ)” (รายงานโดย มุสลิม) 1. จํานวนร็อกอะหในการละหมาดกิยามุลลัยลฺ ที่สงเสริมใหกระทํา คือ 11 หรือ 13 ร็อกอะฮฺ พรอมกับการยืนนานๆ ทานรอซูล (ศ.ล.) ละหมาด 11 ร็อกอะฮฺ และนั่นเปนแบบฉบับของทาน........ (รายงานโดย บุคอรีย) ในอีกรายงายหนึ่งกลาววา ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ละหมาด 13 ร็อกอะฮฺในยามค่ําคืน (รายงานโดย บุคอรีย) 2. สงเสริมใหใชซิวาคแปรงฟนหลังจากตื่นนอนในตอนดึก เพื่อละหมาดกิยามุลลัยลฺ และอานซุเราะห อาละอิมรอน โดยเริ่มตั้งแต: Žh^ÿfĞÖù] êŽÖłæ₣`Ö žl^ÿèû…^ÿãĆßÖ]ÿæ Øłé×Ö] ŽÍşøŽjł}]ÿæ šł…şù]ÿæ Žl]ÿæ^ÿÛĆŠÖ] ÐĞ×ÿ} êŽÊ Ćác แทจริงในการสรางบรรดาชั้นฟาและแผนดิน และการที่กลางวันและกลางคืน ตามหลังกันนั้น แนนอนมีหลายสัญญาณสําหรับผูมีปญญา ......... จนกระทั่งจบซูเราะห (รายงานโดย บุคอรีย และมุสลิม) 3. ซุนนะหใหเริ่มตนดวยร็อกอะหสั้นๆ 2 ร็อกอะฮฺ เพื่อที่จะไดรูสึกกระฉับกระเฉงขึ้นใน ร็อกอะหหลัง “เมื่อเจายืนละหมาดในยามค่ําคืน จงเริ่มดวย 2 ร็อกอะฮฺสั้นๆ” (รายงานโดย มุสลิม)


19 א 4. สงเสริมใหยืนละหมาดนานๆ ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ถูกถามวา “การละหมาดใดเปนการละหมาดที่ประเสริฐ ที่สุด?” ทานตอบวา “ละหมาดที่มี กนุตูนาน” (รายงานโดย มุสลิม) (กนุตู ในที่นี้หมายถึง การยืนในเวลาละหมาด) คําแนะนําสําหรับการละหมาดกิยามุลลัยลฺ • ขอดุอาอฺใหอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ชวยเหลือและทําใหงายสําหรับเรา) • นอนแตหัวค่ํา หลีกเลี่ยงการนอนดึก • พักผอนในชวงเวลาระหวางละหมาดดุฮริและอัสริ • ละเวนจากขอหามตางๆ ของศาสนา • พยายามตอสูกับนัฟซูของตนเอง (หมายเหตุ: เนื้อหาขางตนคัดลอกมาเปนบางสวน กรุณาศึกษาเพิ่มเติมจากตนฉบับ) ละหมาดซ ละหมาดซุบฮฺ 1. ละหมาดซุนนะหดวยร็อกอะหฺสั้นๆ ตามรายงานของทานหญิงอาอิชะห (ร.ฎ.) ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ละหมาดซุนนะหเพียงสั้นๆ ระหวางอะซานและอิกอมะฮฺของ ละหมาดซุบฮฺ (รายงานโดย บุคอรีย) 2. อายะหที่สงเสริมใหอาน ไดแก • ร็อกอะหแรกอาน ... ^ÿßłéşÖc ÿÙˆÞ₣_ ^ÿÚÿæ Žä×Ö^Že ^ĆßÿÚa Ğ]ç₣Öç₣Î “เราไดศรัทธาตออัลลอฮฺและสิ่งที่ถูกประทานลงมา” (อัล- บะเกาะเราะฮฺ, 2: 136)


20 א และร็อกอะหที่สุดทายอาน ÿáçŁÛŽ×łŠŁÚ ^ĆÞ ş`Že ł‚ÿãł]ÿæ Žä×Ö^Že ^ĆßÿÚa<JJJ< “พวกเราไดศรัทธาตออัลลอฮฺแลว และแทจริงเราไดนอมตาม” (อาละอิมรอน, 3: 52) หรืออาน ... łÜ₣Óÿßłéÿeÿæ ^ÿßÿßłéÿe ð]ÿçÿ‰ žíÿÛş×şÒ îşÖc Ğ]łçşÖ^ÿÃÿi Žh^ÿjŽÓĞÖ] ÿØłâş_ ^ÿè łØ₣Î “โอบรรดาผูไดรับคัมภีรจงมายังถอยคําหนึ่งระหวางเราและพวกทาน.......” (อาละอิมรอน, 3: 64) (รายงานโดย มุสลิม) หรอื • ร็อกอะหแรกอานซูเราะหอัล-กาฟรูน ... ÿáæŁ†ŽÊ^şÓĞÖ] ^ÿãćèş_ ^ÿè łØ₣Î “โอบรรดาผูปฏิเสธศรัทธาเอย......” (อัล -กาฟรูน, 109: 1-6) และร็อกอะหสุดทายอานซูเราะหอัล-อิคลาส ... fi‚ÿuş_ Łä×Ö] ÿçŁâ łØ₣Î “พระองคคือพระเจาผูทรงเอกะ......” (อัล- อิคลาส, 112: 1-4) (รายงานโดย มุสลิม) 3. พักผอนเล็กนอยหลังละหมาดซุนนะห เม่อทื านรอซูลฯ (ศ.ล.) ละหมาดซุนนะหในเวลาซุบฮฺ 2 ร็อกอะหเรียบรอยแลว ทานมักจะเอนตัวนอนตะแคงขางขวา (โดยปกติแลว ทานรอซูลฯ ละหมาดซุนนะหในเวลา ซุบฮฺที่บานของทาน) หลังจากที่เราละหมาดซุนนะหของเวลาซุบฮฺแลว เราควรลองนอนตะแคงขวา ถึงแมจะเปนชวงเวลาสั้นๆ เพียงแค 1 นาที เพื่อจะไดทําใหซุนนะหขอนี้สมบูรณ


21 א การนั่งหลังละหมาดฟ ังละหมาดฟจร (ซุบฮฺ) มีซุนนะหของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ใหนั่งหลังจากเสร็จละหมาดฟจร เมื่อทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ละหมาดฟจรฺเสร็จแลว ทานจะนั่งอยูตรงนั้นจนกระทั่ง ดวงอาทิตยขึ้นพนจากขอบฟา (รายงานโดย มุสลิม) ผลบุญของการนั่งในมัสยิด: อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงสั่งใหมะลาอิกะฮฺขอดุอาอฺเพื่อขออภัยโทษใหกับผูที่นั่งใน มัสยิด ไมวาจะกอนหรือหลังละหมาด โดยมะลาอิกะฮฺจะกลาววา (( )) ŁäşÖ ł†ŽËĞÆ] ĆÜŁã×Ö] โออัลลอฮฺ ทรงโปรดประทานอภัยโทษใหแกเขาดวยเถิด (( )) ŁäłÛÿuł…] ĆÜŁã×Ö] โออัลลอฮฺ โปรดประทานความเมตตาใหแกเขาดวยเถิด (รายงานโดย บุคอรีย) การขอดุอาอฺอะไรเลาที่จะประเสริฐไปกวานี้ เราลองหันมาดูสถานภาพของเรา ตออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ถาหากเราเชื่อฟงและปฏิบัติตามพระองค บรรดามลาอิกะฮฺซึ่งเปน สิ่งถูกสรางที่ใกลชิดกับอัลลอฮฺมากที่สุดนั้นถูกสั่งใชใหขอดุอาอฺใหแกเรา! พบปะผูคน ซุนนะหสําหรับการพบปะพี่นองมุสลิมที่นารูมีดังนี้ 1. ใหสลาม ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ถูกถามวา “สิ่งใดที่ถือวาเปนมารยามที่ดีในอิสลาม?” แลว ทานไดตอบวา “การเลี้ยงอาหารแกผูคน และการใหสลามแกทั้งผูที่รูจักและไมรูจัก” (รายงานโดย บุคอรีย)


22 א 2. ใหสลามดวยประโยคที่สมบูรณ มีชายคนหนึ่งเขาไปพบทานรอซูลฯ (ศ.ล.) และกลาววา (( )) łÜ₣Ółéş×ÿ ŁÝşøĆŠÖ] “อัสลามุอะลัยกุม” ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ตอบรับสลามแกชายผูนั้น และเขาก็นั่งลง และทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาววา “สบิ” แลวชายผูนั้นก็ใหสลามอีกครั้งวา (( )) Ž] ₣íÿÛłuÿ…ÿæ łÜ₣Ółéş×ÿ ŁÝşøĆŠÖ] “อัสลามุอะลัยกุมวะเราะหฺมะตลลอฮุฺ” ทนรอซูลฯ (ศ.ล.) ตอบรับสลามอีก ชายผูนั้นก็นั่งลงและทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ก็กลาววา “ยี่สบิ” แลวชายผูนั้นก็ใหสลามอีกครั้งวา (( )) ŁäŁi ^şÒÿ†ÿeÿæ Ž] ₣íÿÛłuÿ…ÿæ łÜ₣Ółéş×ÿ ŁÝşøĆŠÖ] “อัสลามุอะลัยกุมวะเราะหฺมะตลลอฮุ ิวะบะรอกาตุ” ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ตอบรับสลามเขาอีก ชายผูนั้นนั่งลง และทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ก็ไดกลาววา “สามสิบ” (รายงานโดย อบูดาวุด, มุสลิม และติรมีซีย) ลองหันกลับมาดูวาเราจะขาดทุนมากแคไหน หากเรากลาวคําใหสลามเพียงแค สวนหนึ่ง แตหากเรากลาวทั้งหมดตามซุนนะหของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) เราจะไดรับผล บุญมากถึง 30 ความดี ผลบุญขั้นต่ําตอ 1 ความดี เทากับ 10 ผลบุญ ดังนั้น หากเรากลาวคําใหสลามดวยประโยคที่ครบถวนสมบูรณ เราอาจไดรับผลบุญมากถึง 300 ความดี หรือมากกวานั้น หันมาฝกฝนตัวเราที่จะกลาวสลามจนจบคําวา “บะรอกาตุ” เพื่อที่จะไดรับ ผลบุญที่มากกวากันเถิด สิ่งหนึ่งที่เราไมควรลืมเปนอยางยิ่ง คือ ซุนนะหที่กําหนดใหผูที่ออกจากที่ ชุมนุมกอน และผูที่เขามาในที่ชุมนุมทีหลังเปนผูใหสลามแกผูอื่นในวงชุมนุมนั้นๆ


23 א เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมูพวกเจามาในที่ชุมนุมก็จงใหสลาม และหากใคร ตองการออกจากที่นั้นกอนก็จงใหสลาม และบุคคลแรกมิไดมีสิทธิ์เหนือกวาบุคคลหลัง (รายงานโดย อบูดาวุด, มุสลิม และติรมีซีย) 3. ยิ้ม ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) กลาววา อยาคิดวาเรื่องดีๆเรื่องใดเปนเรื่องเล็กนอยไม สําคัญ ถึงแมมันจะเปนเพียงแคการพบปะพี่นองของเจาดวยใบหนาที่ยิ้มแยม (รายงานโดย มุสลิม) 4. จับมือ ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) กลาววา ไมมีมุสลิมคนใด ที่พบกันแลวจับมือสลามกัน นอกจากพวกเขาจะไดรับการอภัยโทษ กอนที่พวกเขาจะแยกจากกัน (รายงานโดย อบูดาวุด, มุสลิม และติรมีซีย) ทานอิหมามนาวาวียกลาววา “เปนที่รูกันวาการจับมือกันถูกสงเสริมใหกระทํา ในทุกๆ การพบปะ” **อยางไรก็ตามการจับมือกันนั้น ไมเปนที่อนุญาต สําหรับผูที่ไมเปนมะหฺรอมกนั** ลองสังเกตดูวา หากเรา จับมอืสลามกับใครก็ตามที่เราพบ ใหสลาม แก พวกเขา และ ยมิ้ ใหแกพวกเขา เทากับวาเราไดปฏิบัติถึง 3 ซุนนะห ในคราวเดียวกัน 5. กลาวกะลิมะหฺ ตอยยิบะฮฺ ÿá^şŞłéĆÖ] Ćác łÜŁãÿßłéÿe ŁÉÿˆßÿè ÿá^şŞłéĆÖ] Ćác ŁàÿŠłuş_ ÿêŽâ êŽjÖ] Ğ]ç₣Öç₣Ïÿè ëŽ^ÿfŽÃÖ Ø₣Îÿæ ğ^ßéŽfćÚ ğ]flæŁ‚ÿ á^ÿŠłÞþŽÖ ÿá^şÒ “และจงกลาวแกปวงบาวของขา ที่พวกเขากลาวแตคําพูดที่ดียิ่งวา แทจริงชัยฏอนนั้น มันชอบยุแหยระหวางพวกเขา แทจริงชัยฏอนนั้นเปนศัตรูที่เปดเผยของมนุษย” (อัล-อิสเราะอฺ, 17: 53) ทานรอซูลฯ กลาววา “กะลิมะหฺตอยยิบะฮฺเปนการใหทานอยางหนึ่ง” (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม)


24 א กะลิมะหฺตอยยิบะฮฺ รวมถึง การรําลีกถึงอัลลอฮฺ คําวิงวอน การใหสลาม สรรเสริญผูที่มีลักษณะนิสัยที่ดีมีคุณธรรม มีกิริยามารยาทที่ดี กะลิมะหฺ ตอยยิบะฮฺ มีความสําคัญตอคนเรามาก ชวยทําใหเกิดความสงบสุข ตอวิญญาณของผูคน และใสความสงบเยือกเย็นลงไปในหัวใจของพวกเขา เปน หลักฐานเพื่อใหรูวาอะไรอยูในหัวใจของบรรดาผูศรัทธา เปนทางนําและเปนขอพิสูจน ของการยืนหยัดอยูบนหนทางที่ถูกตอง พี่นองผูศรัทธาทั้งหลาย เราเคยฉุกคิดกันบางไหม ถึงการเติมเต็มชีวิตของเรา ในแตละวันตั้งแตเชาจรดเย็น ดวยการใชคําพูดที่ดีๆ กับคูครองของเรา ลูกหลานของเรา เพื่อนบานของเรา เพื่อนฝูงและเพื่อนรวมงาน และใครก็ตามที่เราพบปะกับพวกเขา เราเคยคิดบางไหมวา ใครสักคนในบรรดาคนเราเหลานี้อาจตองการคําพูดที่ดีเหลานี้อยู ก็ได ? การกิน ซุนนะหของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) เกี่ยวกับเรื่องการทานอาหาร มีดังนี้: 1. กลาว บิสมิลลาฮฺ (( )) Ž] ÜłŠŽe ดวยพระนามของอัลลอฮฺ 2. ทานอาหารดวยมือขวา 3. เริ่มทานอาหารจากสิ่งที่อยูดานหนาของเรากอน ซุนนะหทั้ง 3 ขอนี้มีปรากฏในรายงายหะดีษหนึ่งวา: “โอมนุษยทั้งหลาย จงกลาวพระนามของอัลลอฮฺ จงกินดวยมือขวา และจง กินจากสิ่งที่อยูดานหนา (ใกล) เจา” (รายงานโดย มุสลิม)


25 א 4. ถาอาหารบางสวนตกลง ใหทําความสะอาดมันและทานมัน ถาคนใดในหมูพวกเจาทําบางสวนของอาหารตก ก็จงเอาสิ่งสกปรกที่เปอนออก แลวทานมัน............ (รายงานโดย มุสลิม) 5. ทานดวยนิ้วมือ 3 นิ้ว ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) เคยทานอาหารดวยนิ้วมือ 3 นิ้ว นี่คือรูปแบบการทาน อาหารของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) และเปนสิ่งที่ดีกวา นอกจากวามีความจําเปนอยางอื่น (รายงานโดย มุสลิม) 6. มารยาทของการนั่งทานอาหาร นั่งบนแขงและเทาทั้งสองขาง หรือ นั่งบนขาขางซาย แลวชันขาขวาขึ้น วิธีขางตนสงเสริมใหกระทํา ตามที่ถูกกลาวไวโดย ฮาฟซ อิบนฺ ฮายัร ใน ฟซ-อัล บารีย ซุนนะหหลังรับประทานอาหาร มีดังนี้: 1. เลียถวยและนิ้วมือ ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) สั่งใหดูดนิ้วมือและเลียถวย และกลาววา: แทจริงเจาไมรูหรอกวาสวนใดในอาหารนั้นมีความจําเริญ (รายงานโดย มุสลิม) 2. กลาวสรรเสริญอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แทจริงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงพอพระทัยกับบาวของพระองคที่กินอาหารของพวกเขา และสรรเสริญพระองคสําหรับอาหารที่ทรงประทานลงมาให  (รายงานโดย มุสลิม) ดุอาอฺของทานรอซูลฯ (ศ.ล.) หลังจากรับประทานอาหารแลว คือ


26 א (( )) žìĆç₣Î ş÷ÿæ êđßŽÚ Ùłçÿu †łéşÆ łàŽÚ ŽäéŽßşÎÿ‡ÿ…ÿæ H]ÿ„ÿâ êŽßÿÛÿÃĞş_ 뎄Ö] Ž Ł‚łÛÿvĞÖ] มวลการสรรเสริญทั้งหลายเปนของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ซึ่งไดทรงประทานสิ่งนี้ให เปนอาหารแกขาพระองค และไดประทานมันใหแกขาพระองค โดยมิใหเกิดการเคลื่อนไหว และพละกําลังใด ๆ จากตัวของขาพระองค ภาคผลของการปฏิบัติซุนนะหขอนี้คือ บาปตาง ๆ ของเขาในอดีตจะถูกยกเลิก (รายงานโดย ติรมีซีย และ อิบนุมาญะหฺ) การดื่มน้ํา ซุนนะหที่ควรรูเกี่ยวกับเรื่องนี้ไดแก 1. กลาว “บิสมิลลาฮฺ” (( )) Ž] ÜłŠŽe ดวยพระนามแหงอัลลอฮฺ 2. ดื่มดวยมือขวา โอมนุษยทั้งหลาย จงกลาวพระนามของอัลลอฮฺ และจงกินดวยมือขวา..... (รายงานโดย มุสลิม) 3. ขณะดื่มน้ํา อยาหายใจรดลงไปบนภาชนะ และอยาดื่มใหหมดเพียงรวดเดียว แตจง ดื่มทีละ 3 ชวงลมหายใจ (รายงานโดย อบูดาวุด) 4. นั่งขณะดื่ม อยาปลอยใหคนใดในหมูพวกเจาดื่มน้ําขณะที่ยังยืนอย ู (รายงานโดย มุสลิม) 5. กลาวตะฮฺมีด (อัลฮัมดุลิลลาฮฺ) หลังดื่มเสร็จ


27 א แทจริง อัลลอฮฺทรงพอพระทัยกับบาวที่กินอาหารแลวสรรเสริญพระองค...... และบาวที่ดื่มแลวสรรเสริญพระองค (รายงานโดย มุสลิม) ละหมาดซ ละหมาดซุนนะหที่บาน การรักษาละหมาดซุนนะหที่บานเปนวิธีหนึ่งสําหรับ: • ชวยเสริมสรางความสงบเสงี่ยมและความบริสุทธิ์ใจ • ทําใหหางไกลจากความโออวด • ไดรับความโปรดปรานลงมาที่บาน • ขับไลชัยฏอนออกไปจากบาน • เพิ่มผลบุญของการละหมาดซุนนะห เปรียบเสมือนการละหมาดฟรฎ ที่มีภาคผลมากขึ้นเมื่อกระทําที่มัสยิด ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ไดกลาวเกี่ยวกับความประเสริฐของการละหมาดที่บานไววา “แทจริง บรรดาการละหมาดที่ดีที่สุด คือการละหมาดที่บาน นอกจากการ ละหมาดฟรฎ” (รายงานโดย มุสลิม) ในรายงานหะดีษหนึ่งทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาวไววา “การละหมาดซุนนะหของบุคคลหนึ่งในที่ซึ่งไมมีใครเห็นเขานั้น มีผลบุญเทากับ 25 เทาของการละหมาดในทีซึ่งมีผูอื่นพบเห็น” (รายงานโดย มุสนัด อบูยาลา) และอีกรายงานหะดีษหนึ่ง ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาววา “สถานะของการละหมาดของบุคคล ๆ หนึ่งในบานของเขานั้น อยูเหนือกวาการ ละหมาดในที่ๆ มีผูอื่นพบเห็น เปรียบเสมือนสถานะของละหมาดฟรฎที่มีเหนือกวาการ ละหมาดซุนนะห” (รายงานโดย อัตตักกีบ วะ อัตตัรฮีบ)


28 א ซุนนะหขอนี้ถูกปฏิบัติซ้ําไปซ้ํามาหลายครั้งในแตละวันแตละคืน ทั้งนี้หมาย รวมถึงละหมาดซุนนะหรอวาฏิบ ละหมาดฎฮา และละหมาดวิตรฺ เราควรหันมาเอาใจใสตอการละหมาดซุนนะหตาง ๆ เหลานี้ในบานของเรา เพื่อ ชวยเพิ่มภาคผลที่ดีและเติมเต็มซุนนะหของทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) การออกจากท การออกจากที่ชุมนุม ขอดีของการปฏิบัติตามซุนนะหนี้: เปนการลดหยอนบาปและขอผิดพลาดตางๆที่เราไดพูดออกไป ในขณะที่ประชุม หรือพูดคุยกับผูอื่น ทานอิบนุกอยยิม กลาววา การรวมตัวกันของมุสลิมนั้นมีอยู 2 ประเภท คือ 1. การรวมตัวกันทางสังคมเพียงเพื่อใชเวลาใหหมดไป ซึ่งกอใหเกิดความ เสียหายมากกวาประโยชนที่จะไดรับ และยังทําใหหัวใจของมุสลิมนั้นเสื่อมเสีย และที่ แนนอนคือเสียเวลาโดยเปลาประโยชน 2. การรวมตัวกันเพื่อมุงหวังความสาเรํ ็จและชี้นําสูความจริง สิ่งนี้เปนสิ่งที่มี คามากที่สุดและยังประโยชนใหมากที่สุดเชนกัน การออกจากที่ชุมนุม กลาวดุอาอฺเพื่อขออภัยโทษจากการชุมนุม ((şÔłéşÖc ŁhçŁiş_ÿæ şÕŁ†ŽËłÇÿjł‰ş_ HÿkłÞş_ ÷c ÿäşÖc ş÷ łáş_ Ł‚ÿãłş_ HşÕŽ‚łÛÿvŽeÿæ ĆÜŁã×Ö] şÔÿÞ^ÿvłfى)) “ขอถวายความบริสุทธิ์แดพระองคขาแดอัลลอฮฺพรอมดวยการสดุดีพระองค ขาพระองคขอปฏิญานวา ไมมีพระเจาที่ควรแกการเคารพสักการะนอกจากพระองคขา พระองคขออภัยโทษตอพระองคและยังพระองคเราจะกลับคืนสู” (รายงานโดย อบูดาวุด และติรมีซีย) ในแตละวันเราพบปะผูคนจํานวนมากในหลายๆโอกาส - ขณะที่เราทานอาหาร เรามีโอกาสพูดคุยกับผูที่นั่งอยูขาง ๆ


29 א - ขณะที่เราพบปะเพื่อนบาน เราพูดคุยกันถึงแมเธอจะยังยืนอยู - ขณะที่เรานั่งอยูที่ที่ทํางาน โรงเรียน และมีเพื่อนหรือเพื่อนรวมงานอยูรวมกัน - ขณะที่เราเดินทางบนยานพาหนะ และเราพูดคุยกับคนที่อยูดานขาง ไมวาจะเปน ภรรยาหรือลูกของเรา - ในหองเรียนหรือในที่สาธารณะ เราลองสังเกตดูใหดีวา กี่ครั้งที่เราขอดุอาอฺนี้ในแตละวันแตละคืน ดวยวิธีนี้ เทากับวาเราไดรักษาความใกลชิดกับพระผูเปนเจาของเราอยูตลอดเวลา กี่ครั้งที่เราสรรเสริญพระผูเปนเจาของเรา ประกาศวาพระองคทรงเปนอิสระจาก ทุก ๆ สิ่ง ไมมีสิ่งใดคูควรแกพระองค พรอม ๆ ไปขณะที่เรากลาววา “ขอถวายความบรสิุทธแดิ์พระองค ขาแด อลลอฮัพรฺอมดวยการสดดุพระองคี ”  กี่ครั้งที่เรายอมรับความเปนหนึ่งเดียวของพระองคอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ผูทรงเกรียง ไกรในความเปนพระเจา การเคารพสักการะ พระนามและคุณลักษณะของพระองค พรอม ๆ ไปกับขณะที่เรากลาวสรรเสริญพระองควา “ขาพระองค ขอปฏ ญาณวิ าไมมพระเจีาอ นใดื่ ที่ควรแกการเคารพส กการะโดยเท ั ี่ยงแทนอกจากพระองค ”  กี่ครั้งที่เราหันกลับมาสูความสํานึกผิดตอบาปตาง ๆ และขออภัยโทษตอพระผู ทรงอภัยในแตละวันคืน สิ่งเหลานี้เราไดทําและไดรับจากการพบปะกับบุคคลอื่น และกลาว วา “ขาพระองคขออภ ยโทษต ัอพระองค และยงพระองคัเรากลบคั ืนส” ู ดังนั้นในแตละคืนวันที่ผานไปที่เราขอดุอาอฺนี้ เรากําลังยืนยันความเปนหนึ่งเดียว ของพระองค ปฏิเสธในสิ่งที่ไมใชพระองค และแสวงหาการอภัยโทษจากพระองค และ การสํานึกผิดตอบาปและความผิดตาง ๆ ที่เราไดกระทํามา


30 א การตั้งเจตนาทั้งเจตนาที่ถูกตอง การมีเจตนาที่ถูกตอง: แทจริง การกระทําถูกประเมินจากเจตนา และมนุษยทุกคนไดรับผลบุญจากสิ่ง ที่เขาตั้งเจตนาไว...... สิ่งที่ควรรู: พึงรูเถิดวา ทุกการกระทําที่อนุญาตใหกระทํานั้น เชน การนอน การกิน การ ทํางาน และนอกเหนือจากนี้ สามารถเปลี่ยนไปสูการกระทําตามพระบัญชาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) และเปลี่ยนเปนวิธีเขาสูความใกลชิดกับพระองค เราสามารถไดรับภาคผลแหง ความดีอยางมากมายจากการปฏิบัติเหลานี้ เพยงแคี เรามเจตนาทีจะนี่าพาตํวของเราั เองนนไปส ั้ ความใกลูชดของอิลลอฮั ฺขณะทที่ากํจกรรมนินั้ ๆ ตัวอยางเชน ถาเราเขา นอนแตหัวค่ําดวยเจตนาที่จะตื่นขึ้นยามดึกเพื่อละหมาดกิยามุลลัยลฺหรือละหมาดซุบฮฺ การนอนนี้ถือเปนการกระทํา อิบาดะหอยางหนึ่ง ทั้งนี้รวมถึงการกระทําที่คลายคลึงนี้ เชนกัน รวมการท รวมการทําอิบาดะหหลาย ๆ อยาง มีหลายวิธีที่จะทําอิบาดะหหลาย ๆ อยางในคราวเดียวกัน หากรูที่จะจัดเวลาให เหมาะสม ดังตัวอยางตอไปนี้: • ขณะที่เดินทางไปมัสยิด ไมวาจะโดยเดินทางหรือยานพาหนะถือเปนการทําอิบาดะห ในตัวอยูแลว แตทั้งนี้ทั้งนั้นเราสามารถใชประโยชนจากเวลาชวงเดียวกันนี้ที่จะทํา การรําลึกถึงอัลลอฮฺ โดยกลาวซิกรุลลอฮฺ หรืออานอายะหกุรอาน ดังนั้น เทากับวาเราทําอิบาดะหหลายอยางไดในเวลาเดียวกัน • สําหรับแมบานที่อยูบานและทํางานบานตาง ๆ ดวยเจตนาเพื่อความใกลชิด


31 א กับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ดังนั้นการกระทําของนางนั้นถือเปนอิบาดะห ขณะเดียวกัน นางก็สามารถทําอิบาดะหอื่น ๆ ไปพรอมกันได เชนการกลาวซิกรุลลอฮฺ หรือฟง เรื่องราวของศาสนา ตามรายงานที่เชื่อถือไดของทาน อิบนุอุมัร (ร.ฎ.) กลาววา ขณะที่กําลังนั่ง อยูกับทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) เรานับไดวา ทานกลาว...... (( )) ŁÜéŽuƆÖ] Łh]ĆçĆjÖ] ÿkłÞş_ şÔĆÞc Ćêş×ÿ łgŁiÿæ êŽÖ ł†ŽËĞÆ] đhÿ… โออัลลอฮฺ ไดโปรดอภัยโทษใหแกฉัน และฉันสํานึกผิดตอพระองค แทจริง พระองคเปนผูทรงอภัยโทษ และผูทรงเมตตา (รายงานโดย อบูดาวุด และติรมีซีย) ............... 100 ครงั้ ลองพิจารณากันวา ทานรอซูล ฯ (ศ.ล.) ทําอิบาดะหถึง 2 อยาง พรอมกัน ในเวลาเดียวไดอยางไร • ทานรําลึกถึงอัลลอฮฺ พรอมกับแสวงหาความอภัยโทษ และ • ทานนั่งกับบรรดาเศาะฮาบะห และบอกกลาวเกี่ยวกับเรื่องราวตางๆ ของศาสนา รําลึกถึงอัลลอฮฺอยูเสมอ สิ่งที่ควรรูเกี่ยวกับการกลาวซิกรฺตออัลลอฮฺ 1. ซิกรฺคือพื้นฐานของการทําอิบาดะหตออัลลอฺ (ซ.บ.) เปนการเชื่อมตอกันระหวาง ผูทําอิบาดะหกับพระผูสรางของพวกเขา ในทุกเวลาและสภาวะ มีรายงานจากทาน หญิงอาอิชะห (ร.ฎ.) กลาววา ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) รําลึกถึงอัลลอฮฺอยูตลอดเวลา (รายงานโดย มุสลิม)


32 א ความสัมพันธตออัลลอฮฺคือชีวิต หันหนาเขาหาพระองคคือการชวยใหรอดพน ใกลชิดพระองคคือความสําเร็จและความปติยินดี หางไกลจากพระองคคือการหลงทาง และการขาดทุน 2. ซิกรฺ ชวยแบงแยกระหวางบาวผูศรัทธาออกจากพวกหนาไวหลังหลอก ซึ่งพวก เขาแทบจะไมรําลึกถึงอัลลอฮฺหรือเพียงนอยนิดเทานั้น ğøéŽ×şÎ ÷c ÿä×Ö] ÿáæŁ†₣Òł„ÿè ş÷ÿæ JJJ ............ และพวกเขาจะไมกลาวรําลึกถึงอัลลอฮฺ นอกจากเล็กนอยเทานั้น” (อัน- นิซาอฺ, 3: 142) 3. ชัยฏอนไมสามารถเอาชนะบางของพระองคได นอกจากพวกเขาจะหางไกลจากการ ซิกรฺตออัลลอฮฺ เนื่องจากมันจะเปนโลหใชปองกันชัยฏอนอยางดียิ่ง เนื่องจากพวก มันชอบผูที่หลงลืมการซิกรฺตออัลลอฮฺ 4. ซิกรฺ คือ หนทางสูความสงบสุข << Łhç₣×₣ÏĞÖ] ćàŽòÿÛĞŞÿi Žä×Ö] †ĞÒŽ„Že ş÷ş_ Žä×Ö] †ĞÒŽ„Že ÜŁãŁeç₣×₣Î ćàŽòÿÛĞŞÿiÿæ Ğ]çŁßÿÚa ÿà莄Ö] “บรรดาผูศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบดวยการรําลึกถึงอัลลอฮฺพึงทราบ เถิดดวยการรําลึกถึงอัลลอฮฺนั้นทําใหจิตใจสงบ” (อัร-เราะอดฺ, 13: 28 ) 5. รําลึกถึงอัลลอฮฺอยางตอเนื่อง ชาวสวรรคจะไมรูสึกเสียใจตอสิ่งใดเลย นอกจากชวงเวลาที่ผานเลยไปบนโลกนี้ ที่พวกเขาไมไดรําลึกถึงอัลลอฮฺ ผูทรงยิ่งใหญ ผูทรงเกรียงไกร การรําลึกถึงอัลลอฮฺ อยางตอเนื่องนั้นสงผลตอการใกลชิดกับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) อยูตลอดเวลา ทานอิหมามนาวาวีย กลาววา “บรรดาอุละมามีมติเปนเอกฉ ันท เกี่ยวกับการอนุญาตใหกลาวซิกรฺดวยหัวใจ


33 א และดวยการพูดสําหรับผูที่รางกายมีความไมสะอาดตามศาสนา ผูหญิงที่มีประจําเดือน และผูที่มีเลือดหลังคลอดบุตร โดยกลาว ตสบั ีห ฺ (ซุบฮานัลลอฮฺ), ตะฮมฺดี (อัลฮัมดุ ลิลลา), ตกบัรี (อัลลอฮุอักบัร), ตะฮลฺลี (ลาอลาฮะอิ ิลลัลลอฮฺ) ตลอดจนการกลาวศอ ละวาตทานนบี และดุอาอฺอื่นๆ อยางไรก็ตามยังมีความเห็นที่แตกตางกันเกี่ยวกับการ อานอัล-กุรอาน” 6. อัลลอฮฺจะทรงจดจําบุคคลที่รําลึกถึงพระองค ใครก็ตามรําลึกถึงพระเจาผูทรง ยิ่งใหญ ผูทรงเกรียงไกร ของเขา พระองคก็จะทรงจดจําเขาไว áæŁ†₣ËĞÓÿi ş÷ÿæ êŽÖ Ğ]æŁ†₣Ół]ÿæ łÜ₣Òł†₣Òłƒş_ êŽÞæŁ†₣Òłƒ^şÊ “รําลึกถึงขา และขาจะระลึกถึงเจา และจงกตัญูตอขา และจงอยาเนรคุณตอขา” (อัล-บะเกาะเราะหฺ, 2: 135) บุคคลหนึ่งมักจะมีความสุขอยางมาก ถาหากผูปกครองแผนดินของเขา เรียกชื่อเขา และชื่นชมเขาตอหนาผูคน แลวเขาจะรูสึกอยางไรหากอัลลอฮฺผูทรงสูงสง พระเจาแหงสากลโลก กลาวเกี่ยวเขาตอหนาผูคน จะมีอะไรที่ดียิ่งไปกวานี้ ? 7. การรําลึกถึงอัลลอฮฺนั้น ไมรวมถึงการกลาวซิกรฺคําแลวคําเลา แตหัวใจไมไดสนใจ ตอสิ่งที่พูด และไมไดตระหนักถึงความสูงสงและคําส่งของพระองคั เลย ดังนั้น การ รําลึกถึงอัลลอฮฺดวยลิ้นหรือคําพูดนั้น เกี่ยวของกับการใครครวญ และอิทธิพลจาก ความหมายของคําตางๆ อยางไมตองสงสัย “และขาพเจา (มุฮัมหมัด) จงราลํ ึกถึงพระเจาของเจาดวยความนอบนอม และ ยําเกรง และโดยไมออกเสียงดัง ทั้งในเวลาเชาและเย็น และจงอยาอยูในหมูผูที่เผอเรอ” (อัล-อะรอฟ, 7: 205) เปนสิ่งจําเปนที่เราจะตองเขาใจความหมายของสิ่งที่เราพูด ขณะที่รําลึก ถึงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เราควรรวบรวมการรําลึกถึงพระองคดวยทั้งหัวใจและลิ้น เพื่อที่ เราจะไดมีความผูกพันกับพระเจาของเรา ทั้งภายในและภายนอกรางกายของเรา


34 א ใครครวญในความโปรดปรานของอ ครวญในความโปรดปรานของอัลลอฮฺ จงรําลึกถึงความเมตตา และความโปรดปรานของอัลลอฮฺอยูตลอดเวลา ดังที่ ทานนบีมุฮัมหมัด (ศ.ล.) กลาววา: “จงใครครวญในความเมตตาของอัลลอฮฺและจงอยาใครครวญเกี่ยวกับอัลลอฮฺ” (รายงานโดย ติรมีซียและ บัยฮะกี) (อยาใครครวญเกี่ยวกับอัลลอฮฺณ ที่นี้หมายถึง อยาใครครวญในสิ่งที่มนุษย ไมสามารถเขาใจไดเชน ความจริงเกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮฺ) จากสิ่งที่มุสลิมปฏิบัติซ้ํากันอยูทุกวัน คือการตระหนักถึงความโปรดปราน ของอัลลอฮฺที่มีมายังเขา มีกี่เหตุการณที่เราไดเห็นและไดยินในแตละวัน ที่ทําใหเรา ใครครวญและคิดทบทวนเกี่ยวกับความโปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) และทําใหเรา สรรเสริญพระองค ? คุณไมเคยตระหนกถั ึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีตอตัวคุณบางหรือ ? ขณะที่คุณกําลังเดินไปมัสยิดและคุณเห็นผูคนรอบขางที่พวกเขาถูกตัดทอนความโปรด ปรานลงไป โดยเฉพาะอยางยิ่งในเวลาละหมาดซุบฮฺที่มุสลิมจํานวนไมนอยนอน หลับใหลอยูในบานของพวกเขาราวกับวาพวกเขาไมมีชีวิต คุณไมเคยตระหนักถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่มีตอตัวคุณบาง หรือ ? ขณะที่คุณเดินไปตามทองถนนและเห็นสิ่งตางๆ บางคนประสบอุบัติเหตุบางคน กําลงเรั งเสียงของชัยฏอน (ดนตรีและเพลง) ในรถของเขา เปนตน คุณไมเคยตระหนักถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่มีตอตัวคุณบาง หรือ ? ขณะที่คุณฟงหรืออานขาวเกี่ยวกับเหตุการณตางๆ ที่เกิดขึ้น เชน ความอด อยาก, น้ําทวม, โรคระบาด, ภัยพิบัติตางๆ และอีกหลายตอหลายเหตุการณ


35 א อันที่จริงผูที่สักการะตออัลลอฮฺ (ซ.บ.) นั้นนับวาเปนคนที่โชคดีเนื่องจากเขา เปนผูซึ่งหัวใจ ความรูสึก และการรับรูของเขา ตระหนักถึงความโปรดปรานของ อัลลอฮฺอยูเสมอในทุกเวลา และทุกสถานการณ เขายังคงสรรเสริญและขอบคุณตอสิ่ง ที่เขาไดรับจากความเมตตาของพระองค ในเรื่องของศาสนา สุขภาพ ความมั่งคั่ง ตลอดจนใหหางไกลจากสิ่งชั่วรายตางๆ มีรายงานวา ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาววา ผูใดก็ตามที่เห็นบุคคลอื่นกําลังอยูในความทุกขและกลาววา ÿÐş×ÿ} łàĆÛŽÚ ŽnşÒ îş×ÿ êŽßş×Ć–şÊÿæ ŽäŽe şÕşøÿjłe] ^ĆÛŽÚ êŽÞ^şÊ^ÿ 뎄Ö] ŽŽŁ‚łÛÿvĞÖ])) ((ğøéŽ–ĞËÿi “มวลการสรรเสริญเปนของอัลลอฮฺ พระองคผูซึ่งปกปองขาพระองคจากสิ่งที่ พระองคทรงทดสอบ และพระองคผูซึ่งโปรดปรานขาพระองคเหนือสิ่งที่พระองคทรง สราง” จะไมถูกทรมานจากการทดสอบ (รายงานโดย ติรมีซีย) (ควรกลาวอยางแผวเบาเพื่อไมใหผูที่ไดรับความทุกขอยูนั้นไดยิน) อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กลาววา: ÿáçŁvŽ×ĞËŁi łÜ₣Ó×ÿÃşÖ Žä×Ö] ð÷a Ğ]æŁ†₣Òłƒ^şÊ<JJJ “ดังนั้น พวกทานพึงรําลึกถึงความกรุณาของอัลลอฮฺเถิด เพื่อวาพวกทานจะไดรับความสําเร็จ” (อัล-อะรอฟ, 7: 69) อานอัล-กุรอานใหครบหนึ่งจบในท ึ่งจบในทุกๆ เดือน ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) กลาววา: “จงอานอัล-กุรอานใหจบในทุกเดือน” (รายงานโดย อบูดาวุด)


36 א วิธีที่จะอานอัล กุรอานใหจบในทุกๆ เดือนนั้นก็คือ การที่เราไปมัสยิดลวงหนา ประมาณ 10 นาทีกอนเวลาละหมาดฟรฎซึ่งเราอาจอานไดประมาณ 2 แผนหรือ 4 หนา เพราะฉะนั้นใน 1 วัน เราสามารถอานไดถึง 10 แผน หรือ 20 หนา นั่นหมายถึงเรา อานไดครบ 1 ุซ! ดวยวิธีนี้เราสามารถอานอัล กุรอานใหจบไดภายใน 1 เดือน อยางงายดาย กอนเขานอน ประโยชนของซุนนะหกอนเขานอน: • ถาเรากลาวซิกรฺเหลานี้กอนนอน เราจะไดรับภาคผลถึง 100 ความดี: ทุกการกลาวตัสบีหฺคือศอดาเกาะหฺ ทุกการกลาวตักบีรคือศอดาเกาะหฺ ทุกการกลาวตะฮฺมีด คือศอดาเกาะหฺ และทุกการกลาวตะฮฺลีล คือศอดาเกาะหฺ (รายงานโดย มุสลิม) อิหมามนาวาวียกลาววา บุคคลที่กลาวซิกรฺ “เขาจะไดรับผลบุญเทากับ การบริจาคศอดาเกาะหฺ” • ผูใดที่กลาวดุอาอฺกอนนอนปนประจํา อัลลอฮฺจะทรงเตรียมตนไมไวใหเขา100ตน: ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) เดินผานทานอบูฮุรอยเราะห (ร.ฎ.) ขณะกําลังปลูกตนไมอยู ทานกลาววา: “โออบูฮุรอยเราะหทานไมอยากใหฉันบอกถึงการปลูกตนไมที่ดีกวานี้หรือ?” เขากลาววา: “แนนอนครับ ทานรอซูลฯ” ทานรอซูลฯ จึงกลาววา: จงกลาว....... (( )) نÿfĞÒş_ ₣]ÿæ H₣] ÷c ÿäşÖc ş÷ÿæ HŽŽŁ‚łÛÿvĞÖ]ÿæ HŽ] ÿá^ÿvłfى และตนไมหนึ่งตนจะถูกปลูกเตรียมไวในสวนสวรรคสําหรับทาน สําหรับทุกๆ คําที่กลาว (รายงานโดย อิบนุมาญะหฺ) • อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จะทรงคุมครองบาวของพระองคและใหชัยฏอนหางไกลจากเขา


37 א ในคืนนั้น และใหปลอดภัยจากจากสิ่งชั่วรายอันตรายตางๆ • บาวของพระองคจะจบวันของเขาดวยการรําลึกถึงอัลลอฮฺ เชื่อฟงพระองค ซื่อสัตยตอพระองค แสวงหาความชวยเหลือจากพระองค และยืนยันความ เปนหนึ่งเดียวของพระองค ซุนนะหที่พึงกระทํามีดังนี้ 1. กลาวดุอาอฺกอนเขานอน: (( )) ^ÿéłuş_ÿæ ŁlłçŁÚş_ ĆÜŁã×Ö] şÔŽÛł‰^Že ดวยพระนามของอัลลอฮฺ โออัลลอฮฺ ขาพระองคตายและขาพระองคมีชีวิต (รายงานโดย บุคอรีย) 2. อาน “มุเอาวิยาต” (3 ซูเราะหสุดทาย) และลูบทั่วรางกาย ทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ปองมือทั้งสองเปนรูปถวย และเปาลงบนมือ แลวอานซู เราะหสุดทายทั้ง 3 ซูเราะห อันไดแก อัล-อิคลาส D<fi‚ÿuş_ ₣] ÿçŁâ łØ₣Î ), อัล-ฟาลัค ( ) Ðş×şËĞÖ] đhÿ†Že ŁƒçŁÂş_ łØ₣Î และ อัน-นาส ( Œ^ĆßÖ] đhÿ†Že ŁƒçŁÂş_ łØ₣Î ) ................และหลังจากนั้นทานรอซูลฯ (ศ.ล.) ไดลูบไปทั่งรางกายของทานดวย มือของทานโดยเริ่มจากศีรษะ และหนา และสวนตางๆ บนรางกาย ทานจะทําเชนนี้ 3 ครั้ง (รายงานโดย บุคอรีย) 3. อาน 2 อายะหสุดทายของซูเราะหอัล-บะเกาะรอหฺ ... ŽäłéşÖc ÿÙˆÞ₣_ ^ÿÛŽe ŁÙ磉ƆÖ] ÿàÿÚa “รอซูลฯ (นบีมุฮัมหมัด) นั้นไดศรัทธาตอสิ่งที่ไดถูกประทานลงมาแกเขา.........” (อัล -บะเกาะเราะห, 2: 285 – 6) ผูไดก็ตามที่อานมัน (2 อายะหสุดทาย) ในเวลากลางคืน มันจะเปน กะฟาตะฮฺ สําหรับเขา (รายงานโดย บุคอรีย)


38 א ทานอิหมามนาวาวีย กลาววา “บรรดาอุลามาอฺมีความเห็นที่แตกตางตอ ความหมายของคําวา “กะฟะตะฮฺ” บางใหความเห็นวา หมายถึงการเพียงพอแลว สําหรับเขาเกี่ยวกับการละหมาดยามค่ําคืน ขณะที่บางสวนกลาววา เปนการเพียงพอใน การปองกันจากชัยฏอน ความโชครายและอันตรายตางๆ ฉันวาทั้งสองความหมายนั้น เปนที่ยอมรับ.......” 4. อานอายะหอัล กุรซีย ... ŁÝçćéşÏĞÖ] ćêÿvĞÖ] ÿçŁâ ÷c ÿä{şÖc ş÷ Łä×Ö] “อัลลอฮฺนั้นคือไมมีผูถูกเคารพสักการะใด ๆ ที่เที่ยงแท นอกจากพระองคเทานั้น ผูทรงมีชีวิต......” (อัล-บะเกาะเราะหฺ, 2: 255) ประโยชนของการอานอายะหนี้: ผูใดก็ตามที่อานมัน เขาจะไดรับความคุมครองจากอัลลอฮฺ และชัยฏอนจะไมขา มาใกลเขา (รายงานโดย บุคอรีย) มีดุอาอฺและซิกรฺที่เราสามารถใชไดขณะกําลังเขานอน ดังตัวอยางบางสวน ตอไปนี้ 1. ในซอฮีฮฺบุคอรีย และ มุสลิม: ꎊĞËÿÞ ÿkĞÓÿŠłÚş_ łádşÊ HŁäŁÃşÊł…ş_ şÔŽeÿæ HêŽfłßÿq ŁkłÃÿ•ÿæ êđeÿ… şÔŽÛł‰^Že )) (( ÿ°ŽvŽÖ^Ć’Ö] şÕÿ^ÿfŽÂ ŽäŽe ₣ÀşËłvÿi ^ÿÛŽe H^ÿãĞ¿şËłu^şÊ ^ÿãÿjĞ×ÿ‰ł…ş_ łácÿæ H^ÿãłÛÿuł…^şÊ ดวยพระนามของอัลลอฮฺ พระผูเปนเจาของขาพระองค ขาพระองคนอนและ ขาพระองคตื่นขึ้น หากพระองคนําวิญญาณของขาพระองคไปไดโปรดประทานความ เมตตาดวยเถิด (รายงานโดย บุคอรีย และ มุสลิม)


39 א 2. ในซอฮีฮฺอัล-กะลิมัต และ อัต-ตอยยิบ: žðłêÿ đØ₣Ò Ćhÿ… Hšł…şù]ÿæ Žl]ÿç ÛĆŠÖ] ÿ†Ž^şÊ Žìÿ^ÿãĆÖ]ÿæ ŽgłéÿÇĞÖ] ÿÜŽÖ^ÿ ĆÜŁã×Ö])) đ†ÿ łàŽÚÿæ HꎊĞËÿÞ đ†ÿ łàŽÚ şÔŽe ŁƒçŁÂş_ HÿkłÞş_ ÷c ÿäşÖc ş÷ łáş_ Ł‚ÿãłş_ HŁäşÓéŽ×ÿÚÿæ (( ÜŽ×łŠŁÚ îşÖc Łå ƆŁqş_ łæş_ H]⁄ð磉 ꎊĞËÿÞ îş×ÿ ÿÍ†ÿjĞÎş_ łáş_ÿæ HŽäŽÒł†Žÿæ á^şŞłéĆÖ] โออัลลอฮฺผูทรงรูถึงสิ่งที่มองไมเห็นและเห็น ผูทรงสรางสวรรคและพื้นโลก พระเจาและประมุขของสรรพสิ่งทั้งมวล ขาขอสาบานวาไมมีพระเจาอื่นใดที่ควรแกการ เคารพสักการะ นอกจากพระองคเทานั้น ขาพระองคขอความคุมครองจากพระองคใหพนจากสิ่งชั่วรายจากวิญญาณของ ขาพระองคและจากชัยฏอน และใหพนจากการทําผิดตอวิญญาณของขาพระองค หรือ ตอพี่นองมุสลิมคนอื่น (รายงานโดย อัล-กะลิมัต และ อัต-ตอยยิบ) 3. ในซอฮีฮฺมุสลิม: łác H^ÿâ^ÿéłvÿÚÿæ ^ÿãŁi^ÿÛÿÚ şÔşÖ H^ÿâ^Êÿçÿi ÿkłÞş_ÿæ ꎊĞËÿÞ ÿkĞÏş×ÿ} şÔĆÞc ĆÜŁã×Ö])) (( şíÿéŽÊ^ÿÃĞÖ] şÔ₣Öş`ł‰ş_ êđÞc ĆÜŁã×Ö] .^ÿãşÖ ł†ŽËĞÆ^şÊ ^ÿãĆjÿÚş_ łácÿæ H^ÿãĞ¿şËłu^şÊ ^ÿãÿjłéÿéłuş_ ขาแดพระองค พระองคไดทรงสรางวิญญาณขอขาพระองค และพระองคจะ ทรงนํามันกลับไป ยังพระองคทรงเปนเจาของแหงชีวิตและความตาย ถาพระองคทรง ใหวิญญาณของขามีชีวิตไดโปรดปกปองมัน และหากพระองคจะนํามันกลับไป ขอได โปรดอภัยโทษใหแกมัน โออัลลอฮฺ ขอพระองคทรงประทานสุขภาพที่ดีใหแกขาพระองค ดวยเถิด (รายงานโดย มุสลิม)


40 א 4. ในซุนนะหรายงานโดย อบูดาวุด และติรมีซีย: (( )) şÕÿ^ÿfŽÂ ŁoÿÃłfÿi łæş_ şÕÿ^ÿfŽÂ ŁÄÿÛłrÿi ÿÝłçÿè şÔÿe ]ÿ„ÿ êŽßŽÎ ĆÜŁã×Ö] ขาแดอัลลอฮฺ ขอพระองคทรงโปรดคุมครองขาพระองคใหพนจากการลงโทษใน วันฟนคืนชีพ อาน 3 ครั้ง ขณะที่กําลังลมตัวลงนอนแลววางมือขวาไวใตแกมขวา (รายงานโดย อบูดาวุด และติรมีซีย) 5. ในซอฮีฮฺมุสลิม: H^ÿÞ]ÿæa < ÿæ H^ÿÞ^şËşÒÿæ H^ÿÞ^şÏÿ‰ÿæ ^ÿßÿÛÿÃĞş_ 뎄Ö] ŽŽŁ‚łÛÿvĞÖ] )) (( ÿëæłöŁÚ ş÷ÿæ ŁäşÖ ÿêŽÊ^şÒ ş÷ łàĆÛŽÚ łÜ₣ÓşÊ มวลการสรรเสริญทั้งหลายเปนกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ผูทรงประทานอาหารแก เรา และทรงประทานเครื่องดื่มแกเรา (รายงานโดย มุสลิม) 6. จากซอฮีฮฺ บุคอรีย และมุสลิม: ( ì†Ú °møm æ^møm) ((Ž] ÿá^ÿvłfى)) มหาบริสุทธิ์แดอัลลอฮฺ (33 ครั้ง) (ì†Ú °møm æ^møm) ((ŽŽŁ‚łÛÿvĞÖ])) มวลการสรรเสริญทั้งหลายนั้นเพื่ออัลลอฮฺ (33 ครั้ง) ( ì†Ú °møm æ^møm) ((نÿfĞÒş_ ₣])) อัลลอฮฺผูทรงยิ่งใหญ (33 ครั้ง)


41 א มารยาทในการนอนที่ควรปฏิบัติมีดังนี้ 1. อยูในสภาพที่สะอาด ถาจะเขานอน ดังนั้นจงอาบน้ําละหมาด (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) 2. นอนตะแคงลงขางขวา .........แลวจงนอนบนดานขวาของเจา (รายงานโดย บุคอรีย และมุสลิม) 3. วางมือขวาไวใตแกมขวา เมื่อทานรอซูลฯ (ศ.ล.) เขานอน ทานจะวางมือขวาของทานไวใตแกมขวา ของทาน (รายงานโดย บุคอรีย และมุสลิม) 4. ปดฝุนบนที่นอน เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกเจาเขานอนก็จงปดฝุนบนที่นอนกอน เพราะเขาไมรู วามีอะไรอยูในนั้นกอนหรือหลังจากเขา (รายงานโดย บุคอรียและมุสลิม) 5. อานซูเราะหอัล กาฟรูน ... ÿáæŁ†ŽÊ^şÓĞÖ] ^ÿãćèş_ ^ÿè łØ₣Î จงกลาวเถิด (มุฮัมหมัด) วา โอบรรดาผูปฏีเสธศรัทธาเอย....... (อัล กาฟรูน, 109: 1-6) ภาคผลที่จะไดรับ: มันชวยใหบุคลนั้นหางไกลจากชิริก (รายงานโดย อบูดาวุด, ติรมีซีย, อะหหมัด และฮากีม) ทานอิหมามนาวาวีย กลาววา: “บุคคลหนึ่งควรปฏิบัติตามสิ่งที่กลาวไวในบทนี้ในทุกๆเรื่อง แตถาไมสามารถ กระทําไดก็ควรพยายามทําใหมากที่สุดจากบรรดาดุอาอฺตางๆ ที่กลาวไว”


42 א ปกติแลวเรานอนทั้งในเวลากลางคืนและกลางวัน ดังนั้นเราสามารถปฏิบัติซุน นะหตางๆ ไดทั้งหมดหรือบางสวน ซ้ําถึง 2 ครั้ง เนื่องจากซุนนะหตางๆ เหลานี้นั้น มิไดถูกกําหนดเฉพาะการนอนในเวลากลางคืน ในทางตรงขามกลับรวมถึงการนอนใน เวลากลางวัน เนื่องจากเปนการกลาวถึงโดยกวางๆ


א א א א א


44 אא fiÜłéŽqƆÖ] á^şŞłéĆÖ] ÿàŽÚ Ž^ŽeŁƒłçŁÂş_ ฉันขอความคมครองตุออลลอฮัฺใหพนจากชยฏอนทัถีู่กสาปแชง อายะตุลกุรซียฺผูใดกลาวอายะฮฺกุรซียฺในยามเชา เขาจะไดรับการคุมครองจนกระทั่งเวลาเย็น และหากผูใดกลาวในเวลาเย็น เขาจะไดรับการคุมครองจนกระทั่งเวลาเชา ŁÝçćéşÏĞÖ] ćêÿvĞÖ] ÿçŁâ ÷c ÿä{şÖc ş÷ Łä×Ö] อัลลอฮฺนั้นคือไมมีผูที่เปนที่เคารพสักการะใดๆ นอกจากพระองคเทานั้น ผูทรงมีชีวิต ผูทรงบริหารกิจการทั้งหลาย fiÝłçÿÞ ş÷ÿæ İíÿߎ‰ ŁåŁ„Ł}Ğ`ÿi ş÷ โดยที่การงวงนอนและการนอนหลับใด ๆ จะไมเอาพระองค šł…şù] êŽÊ ^ÿÚÿæ Žl]ÿæ^ÿÛĆŠÖ] êŽÊ ^ÿÚ ŁäÖ สิ่งที่อยูในบรรดาชั้นฟาและสิ่งที่อยูในแผนดินนั้นเปนของพระองค ŽäŽÞłƒdŽe ÷c Łåÿ‚łßŽÂ ŁÄşËłÿè 뎄Ö] ]ÿƒ àÿÚ ใครเลาคือผูที่จะขอความชวยเหลือใหแกผูอื่น ณ ที่พระองคได นอกจากดวยอนุมัติของพระองคเทานั้น łÜŁãşËĞ×ÿ} ^ÿÚÿæ łÜã莂łèş_ ÿàłéÿe ^ÿÚ ŁÜş×łÃÿè พระองคทรงรูสิ่งที่อยูเบื้องหนาของพวกเขา และสิ่งที่อยูเบื้องหลังของพวกเขา ð^ÿ ^ÿÛŽe ÷c ŽäŽÛĞ׎ łàđÚ žðłêÿŽe ÿáç₣ŞéŽvŁè ş÷ÿæ และพวกเขาจะไมลอมสิ่งใดจากความรูของพระองคไวได นอกจากสิ่งที่พระองคประสงคเทานั้น ÿšł…şù]ÿæ Žl]ÿæ^ÿÛĆŠÖ] Łäć鎉ł†₣Ò ÿÄŽ‰ÿæ เกาอี้พระองคนั้นกวางขวางทั่วชั้นฟาทั้งหลายและแผนดิน


45 אא ŁÜ鎿ÿÃĞÖ] ćêŽ×ÿÃĞÖ] ÿçŁâÿæ ^ÿÛŁã₣¿ĞËŽu ŁåŁæŁöÿè ş÷ÿæ และการรักษามันทั้งสองก็ไมเปนภาระหนักแกพระองค และพระองคนั้นคือผูทรงสูงสง ผูทรงยิ่งใหญ *************** ผูใดกลาวซเราะฮู ฺทงั้ 3 ในยามเชาและยามเย นเขาจะได ็รบการคัมครองุ ปองกนจากทักสุงทิุ่กอยางท เปี่นอนตรายั ซูเราะฮฺอัลอิคลาศ (กลาว 3 ครงั้ ) ÜłéŽuƆÖ] àÛłuƆÖ] Ž] ÜłŠŽe ดวยพระนามของอัลลอฮฺผูทรงกรุณาปรานีผูทรงเมตตาเสมอ fi‚ÿuş_ Łä×Ö] ÿçŁâ łØ₣Î จงกลาวเถิดมุฮัมมัด พระองคคืออัลลอฮฺผูทรงเอกะ Ł‚ÿÛĆ’Ö] Łä×Ö] อัลลอฮฺนั้นทรงเปนที่พึ่ง ł‚şÖçŁè łÜşÖÿæ ł‚Ž×ÿè łÜşÖ พระองคไมประสูติและไมทรงถูกประสูติ fi‚ÿuş_ ğ]ç₣Ë₣Ò ŁäÖ à₣Óÿè łÜşÖÿæ และไมมีผูใดเสมอเหมือนพระองค ซูเราะฮฺอัลฟะลัก (กลาว 3 ครั้ง) ÜłéŽuƆÖ] àÛłuƆÖ] Ž] ÜłŠŽe ดวยพระนามของอัลลอฮฺผูทรงกรุณาปรานีผูทรงเมตตาเสมอ


46 אא Ðş×şËĞÖ] đhÿ†Že ŁƒçŁÂş_ łØ₣Î จงกลาวเถิดมุฮัมมัด ฉันขอความคุมครองตอพระเจาแหงรุงอรุณ ÿÐş×ÿ} ^ÿÚ đ†ÿ àŽÚ ใหพนจากความชั่วรายที่พระองคไดทรงบันดาลขึ้น ÿgşÎÿæ ]ÿƒc ÐŽ‰^şÆ đ†ÿ àŽÚÿæ และจากความชั่วราย แหงความมืดของกาลเวลากลางคืน เมื่อมันแผคลุม Ž‚şÏŁÃĞÖ] êŽÊ Žl^ÿm^ËĆßÖ] đ†ÿ àŽÚÿæ และจากความชั่วรายของบรรดาผูเสกเปาในปมเงื่อน ÿ‚ÿŠÿu ]ÿƒc ž‚މ^ÿu đ†ÿ àŽÚÿæ และจากความชั่วรายของผูอิจฉาเมื่อเขาอิจฉา ซูเราะฮฺอันนาซ (กลาว 3 ครงั้ ) ÜłéŽuƆÖ] àÛłuƆÖ] Ž] ÜłŠŽe ดวยพระนามของอัลลอฮฺผูทรงกรุณาปรานีผูทรงเมตตาเสมอ Œ^ĆßÖ] đhÿ†Že ŁƒçŁÂş_ łØ₣Î จงกลาวเถิดมุฮัมมัด ฉันขอความคุมครองตอพระเจาแหงมนุษยชาติ Œ^ĆßÖ] ŽÔŽ×ÿÚ พระราชาแหงมนุษยชาติ Œ^ĆßÖ] ŽäşÖc พระเปนเจาแหงมนุษยชาติ Œ^Ćßÿ~ĞÖ] Œ]ÿ糉ÿçĞÖ] đ†ÿ àŽÚ ใหพนจากความชั่วราย ของผูกระซิบกระซาบที่หลอกลอ


47 אא Œ^ĆßÖ] …æŁ‚Ł‘ êŽÊ ŁŒ糉ÿçŁè 뎄Ö] ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย Œ^ĆßÖ] ÿæ ŽíĆߎrĞÖ] ÿàŽÚ จากหมูญินและมนุษย *************** ทานนบ ีมักจะกลาวดุอาอบทนฺี้ในยามเชาและเย ็น ( Žä×ŽÖ ₣ÔĞףÛĞÖ] îÿŠłÚş_ÿæ ^ÿßłéÿŠłÚş_ ) Ž₣ÔĞ×{₣¹] ÿxÿf{ł‘ş_ÿæ ^ßłvÿf{ł‘ş_ เราเขาสูเวลาเชา (เย็น) ซึ่งอํานาจการปกครองเปนกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ŽŁ‚Ûş£]ÿæ การสรรเสริญทั้งมวลเปนกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ŁäşÖ şÔłè†ÿ ş÷ Łåÿ‚łuÿæ ] fl÷c ÿäÖc ş÷ ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺองคเดียวเทานั้น ไมมีภาคีใดๆ คูเคียงกับพระองค Ł‚{łÛÿvĞÖ] ŁäşÖÿæ ₣ÔĞ×{ŁÛĞÖ] ŁäşÖ อํานาจทั้งหลายและการสรรเสริญเปนกรรมสิทธิ์ของพระองค †łèŽ‚şÎ žðłêÿ đØ₣Ò îş×ÿ ÿçŁâÿæ และพระองคนั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ( Žíş×łé×Ö] ŽåŽ„ÿâ)ÝłçÿéĞÖ] ]ÿ„{ÿâ łêŽÊ ^ÿÚ ÿ{ÿ} şÔ{₣Öş`{ł‰ş_ đhÿ… โอพระผูเปนเจาของฉัน ฉันขอตอพระองคทานสิ่งซึ่งเปนคุณงามความดี ที่มีอยูในวันนี้ (ค่ําคืน) ( ^ÿâÿ‚łÃÿe) åÿ‚{łÃÿe ^ÿÚ ÿ†łé{ÿ}ÿæ และคุณงามความดีที่จะมีมาในวันนี้


48 אא (Žíş×łé×Ö] ŽåŽ„ÿâ) ÝłçÿéĞÖ] ]ÿ„{ÿâ đ†{ÿ łàŽÚ şÔŽe Łƒłç{ŁÂş_ÿæ และฉันขอความคุมครองตอพระองคใหพนจากเลวรายที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ( ^ÿâÿ‚łÃÿe)åÿ‚{łÃÿe ^ÿÚ đ†ÿÿæ และความเลวรายที่จะเกิดภายหลังมัน †ÿf{ŽÓĞÖ] Žðłç{ىÿæ Ø{ÿŠşÓĞÖ] ÿàŽÚ şÔŽeŁƒłç{ŁÂş_ đhÿ… โอพระผูเปนเจาของฉัน ฉันขอความคุมครองตอพระองคใหพนจากความเกียจคราน (ในการทําอิบาดะฮฺ)และความเลวรายในวัยชรา …^{ĆßÖ] êŽÊ žh]ÿ„{ÿ łàŽÚ şÔŽeŁƒłç{ŁÂş_ đhÿ… โอพระผูเปนเจาของฉัน ฉันขอความคุมครองตอพระองคใหพนจากการลงโทษในนรก †łf{şÏĞÖ] êŽÊ žh]ÿ„{ÿÂÿæ และการลงโทษในกุบูร (หลุมฝงศพ) **************** ทานนบ ีมักจะกลาวดุอาอบทนฺี้ในยามเชาและเย ็น ( ^ÿßłéÿŠłÚş_) ^ÿßłvÿf{ł‘ş_ şÔŽe ĆÜ{Łãfl×Ö] โออัลลอฮฺดวยพระองคทานเราขอเริ่มเชา (เย็น) วันใหม ( ^ÿßłvÿf{ł‘ş_) ^ÿßłé{ÿŠłÚş_ şÔŽeÿæ และดวยพระองคทานเราไดเขาสูเวลาเย็น (เชา) ^ÿé{łvÿÞ şÔŽeÿæ และดวยพระองคทานเราจึงมีชีวิตอยู Łlłç{ŁÛÿÞ şÔŽeÿæ และดวยพระองคทานเราจะตาย


49 אא …łçŁ{ćßÖ] şÔłé{şÖcÿæ และเราจะฟนคืนชีพไปสูพระองคทาน **************** หัวหนาบทแหงการขออภ ยโทษต ัออลลอฮั (ฺบคอรุยี) ฺ ผูใดกลาวดุอาอบทนฺดี้วยความมนใจั่ ในชวงเชาแล วเสยชีวีตในช ิวงกลางวนั ของวนนั ั้นถอวื าเปนชาวสวรรค  และหากใครกลาวดอาอุ ฺบทนี้ในยามเยนแล็วเสยชีวีิตใน กลางคนถื อเปื นชาวสวรรคเชนกนั (บคอรุยีฺ) łê{đeÿ… ÿkłÞş_ ĆÜ{Łã×Ö] โออัลลอฮฺพระองคทานคือพระเจาของฉัน ÿkłÞş_ ÷c ÿäşÖc ş÷ ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากพระองค şÕŁ‚{łfÿ ^ÿÞş_ÿæ łê{ŽßÿjĞÏş×ÿ} พระองคทรงสรางฉัน และฉันเปนบาวของพระองค ŁkłÃşŞÿjł‰] ^ÿÚ şÕŽ‚{łÂÿæÿæ şÕŽ‚{łãÿ îÿ{×ÿ ^ÿÞş_ÿæ ฉันอยูภายใตขอตกลงและคํามั่นสัญญาของพระองคเทาที่ฉันสามารถกระทําได ŁkłÃ{ÿßÿ‘ ^ÿÚ đ†{ÿ łàŽÚ şÔŽeŁƒłç{ŁÂş_ ฉันขอความคุมครองตอพระองคใหพนจากความชั่วรายที่ฉันไดกระทําไว Ćê{ş×ÿ şÔ{ŽjÿÛ{łÃŽßŽe şÔ{şÖ ŁðłçŁ{eş_ ฉันขอสารภาพตอพระองคในความโปรดปรานของพระองคที่มีตอฉัน łêŽÖ ł†{ŽËĞÆ^şÊ łêŽf{łÞÿ„Že ŁðłçŁ{eş_ÿæ และขอสารภาพในความผิดของฉัน ดังนั้นขอพระองคทรงอภัยโทษใหแกฉัน


50 אא ÿkłÞş_ ÷c ÿhłç{ŁÞć„Ö] نŽË{łÇÿè ş÷ Łä{ĆÞdşÊ เพราะแทจริงไมมีผูใดจะอภัยโทษในความผิดทั้งมวลใหแกฉันได นอกจากพระองคทานเทานั้น **************** ผูใดกลาวดุอาอบทนฺในยามเช ี้าหรอยามเยืน็ 4 ครงั้ อัลลอฮจะปลดปลฺอยเขาจากไฟนรก  (กลาว 1 ครั้ง รางกาย 1 สวนไดรับการปลดปลอย กลาว 2 ครั้ง รางกาย 2 สวนไดรับการปลดปลอย กลาว 3 ครั้ง รางกาย 3 สวนไดรับ การปลดปลอย กลาว 4 คร้งัรางกาย 4 สวนไดรับการปลดปลอย) Ô{Žł†{ÿ şí{ş×ÿÛÿu Ł‚ã{ł₣_ÿæ şÕŁ‚ã{łŁş_ (ŁkłéÿŠłÚş_) Łkłvÿfł‘ş_ łêđÞc ĆÜ{Łã×Ö] โออัลลอฮฺแทจริงฉันไดเริ่มเชา (เย็น) วันนี้ขอใหพระองคทานทรงเปนพยาน และบรรดามะลาอิกะฮฺผูทรงแบกพระบัลลังกของพระองค şÔŽjşÓŽñøÿÚÿæ และบรรดามะลาอิกะฮฺทั้งหลาย ÔŽÏ{Ğ×ÿ} ÿÄłé{ŽÛÿqÿæ และทุกสิ่งที่พระองคทานสรางไว (เปนพยานวา) Ô{şÖ şÔłè†ÿ ş÷ şÕÿ‚{łuÿæ ÿk{łÞş_ ÷c ÿäşÖc ş÷ ₣] ÿk{łÞş_ şÔ{ĆÞş_ แทจริงพระองคทานคือ อัลลอฮฺไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากพระองคทานเพียงองคเดียว ไมมีสิ่งใดเปนภาคีคูเคียงพระองค şÔŁ{Öłç{ىÿ…ÿæ şÕŁ‚{łfÿ ğ]‚{ĆÛÿvŁÚ Ćáş_ÿæ และแทจริงมุฮัมมัดเปนบาวและรอซูลของพระองค (กลาว 4 ครงั้) ****************


Click to View FlipBook Version