แผนการจัดการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
รายวิชาพลศึกษา (ตะกรอ้ ) รหัสวชิ า พ ๒๓๑๐๔
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
นายรณชยั รชั นะปกิจ
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
โรงเรียนสวายวิทยาคาร ตำบลสวาย อำเภอเมอื งสุรนิ ทร์ จังหวัดสรุ ินทร์
สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษาสุรนิ ทร์
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
บนั ทึกข้อความ
ส่วนราชการ โรงเรียนสวายวิทยาคาร อำเภอเมืองสรุ ินทร์ จังหวัดสุรนิ ทร์ ๓๒๐๐๐
ท่ี ……............................................... วันท่ี ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
เรอ่ื ง ขออนญุ าตส่งแผนการจดั การเรียนรู้ (ภาคเรียนท่ี ๒/๒๕๖๕)
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรยี น ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
ข้าพเจา้ นายรณชยั รัชนะปกิจ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ไดจ้ ัดทำ
แผนการจัดการเรียนรู้ ในรายวิชาพลศกึ ษา (ตะกรอ้ ) รหัสวิชา พ๒๓๑๐๔ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓
ซงึ่ ขา้ พเจา้ ไดจ้ ดั ทำเสร็จเรยี บรอ้ ยและพรอ้ มนำไปใช้ประกอบการจัดการเรยี นการสอนต่อไป
จงึ เรียนมาเพื่อโปรดทราบ และพจิ ารณาอนุญาต
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา (นายรณชยั รชั นะปกิจ)
.................................................................................. ครู
..................................................................................
(ลงช่อื )..................... ........................... ความเห็นของงานพฒั นากระบวนการเรยี นรู้
(นายรณชัย รัชนะปกจิ ) ..................................................................................
……../......./....... .................................................................................
ความเหน็ ของกรรมการนิเทศแผนการจัดการเรยี นรู้
.................................................................................. (ลงชือ่ )................................................
.................................................................................. (......................................................)
(ลงช่อื )................................................
(...................................................) ……/........./............
……../............./........... ความเหน็ ของหวั หนา้ กลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
ความเหน็ ของรองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ ..................................................................................
................................................................................ ..................................................................................
................................................................................
(ลงช่อื )................................................ (ลงชื่อ)................................................
(นายประหยดั เขยี วหวาน) (นางสริ ิกานต์ วายโศรก)
…………../................/............ ……../......../............
ความเหน็ ของผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
...................................................................................
...................................................................................
(ลงชือ่ )................................................
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
…………../................/............
คำนำ
กระบวนการพัฒนาหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ นนั้ โรงเรียนโดย
ดา้ นการบริหารงานวชิ าการไดก้ ำหนดให้ครผู สู้ อนทกุ คนมีบทบาทในการออกแบบการจัดการเรยี นรู้ ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในสว่ นของ
หลกั สูตรรายวชิ า ซง่ึ ตอ้ งวิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด และสาระการเรยี นรู้ เพอ่ื ให้ครูใชเ้ ป็น
แนวทางในการออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ ครูทุกคนท่รี บั ผดิ ชอบสอนทุกกลมุ่ สาระการเรยี นรตู้ ้องจัดทำ
โครงสรา้ งหลกั สตู รรายวชิ าครบทกุ รายวชิ า เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ และ
แผนการจัดการเรยี นรู้
ดังนน้ั ขา้ พเจา้ ได้ดำเนนิ การรวบรวมและเรยี บเรยี งเอกสาร “หลักสูตรรายวิชาการ ประกอบดว้ ย
โครงสร้างรายวชิ า การออกแบบหน่วยการเรยี นรูอ้ ิงมาตรฐาน และแผนการจัดการเรยี นรู้ บูรณาการหลกั
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑” ข้ึน เพ่ือใช้
เปน็ กรอบหรือทิศทางในการจัดการเรยี นรู้ ทส่ี อดคลอ้ งกบั มาตรฐานและตัวชี้วดั ของระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปี
ที่ ๓ และกลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนเกดิ ความคิดรวบยอด จากการจัดการ
เรียนการสอนของครผู ู้สอน ในแต่ละหน่วย โดยผ้สู อนจะต้องเตรียมการสอนทอี่ อกแบบไวใ้ นระดับหน่วย
รวมทง้ั จัดเตรียมสอื่ / อปุ กรณ์ / แหล่งเรยี นรแู้ ละวธิ กี ารวดั ประเมินผลเพ่ือใช้ประกอบการจัดการเรยี นรู้
ในแตล่ ะคร้ังใหม้ ีความพร้อมและบรรลวุ ตั ถุประสงค์ของหลกั สตู ร และเกดิ ประโยชน์สูงสุดกบั ผู้เรยี น
หวงั เป็นอยา่ งย่งิ ว่า เอกสารเล่มนจ้ี ะเปน็ ประโยชน์ในการประกอบการจดั การเรยี นรแู้ ละ
เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ กบั ผูเ้ รียนและครูทีส่ นใจเพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
ลงชือ่
(นายรณชยั รัชนะปกิจ)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1
สารบัญ
เรอ่ื ง หนา้
สว่ นนำ ๑
กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา ๗
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๘
คุณภาพผู้เรียนจบชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ๘
ตารางแสดงหน่วยบรู ณาการ ๙
ตารางวเิ คราะห์สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั /สาระการเรียนรแู้ กนกลาง/ท้องถิ่น ๑๐
ตารางวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั /สาระแกนกลาง/สาระท้องถ่ิน สูค่ ำอธิบายรายวิชา ๑๑
คำอธิบายรายวชิ า ๑๗
โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ ๑๘
กำหนดการจัดการเรยี นรู้ ๒๐
วิเคราะห์ความสมั พนั ธข์ องตวั ช้ีวัดและหน่วยการเรียนรู้ ๒๑
การวัดผลประเมนิ ผลการเรียน ๒๒
วิสยั ทศั น์
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน มงุ่ พฒั นาผเู้ รียนทุกคน ซ่ึงเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์
ทม่ี ีความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ิตสำนึก ในความเป็นพลเมืองไทยและเปน็ พลโลก ยดึ มั่น
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข มีความรู้และทกั ษะพน้ื ฐาน
รวมทัง้ เจตคติ ท่ีจำเปน็ ต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการศกึ ษาตลอดชีวิต โดยมงุ่ เนน้ ผูเ้ รียน
เปน็ สำคญั บนพ้ืนฐานความเช่ือว่า ทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพฒั นาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ
หลักการ
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน มีหลักการทสี่ ำคัญ ดังนี้
๑. เป็นหลักสูตรการศกึ ษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรู้
เปน็ เปา้ หมายสำหรับพฒั นาเด็กและเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพืน้ ฐานของความ
เป็นไทยควบคกู่ บั ความเปน็ สากล
๒.เป็นหลักสตู รการศึกษาเพื่อปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมโี อกาสได้รับการศกึ ษาอย่างเสมอภาค
และมีคุณภาพ
๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมสี ว่ นร่วมในการจดั การศึกษาให้
สอดคล้องกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น
๔.เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาท่ีมีโครงสร้างยดื หยนุ่ ทัง้ ด้านสาระการเรียนรู้ เวลา และการจดั การ
เรียนรู้
๕.เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ
๖.เป็นหลักสูตรการศกึ ษา สำหรบั การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัย ครอบคลมุ
ทุกกล่มุ เป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้และประสบการณ์
จุดมงุ่ หมาย
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทพี่ งึ ประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเอง มีวนิ ัยและปฏบิ ัติ
ตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถอื ยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะ
ชวี ิต
๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ที่ดี มีสขุ นิสยั และรักการออกกำลงั กาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนกึ ในความเปน็ พลเมืองไทย และพลโลก ยดึ มน่ั ในวิถีชวี ติ และการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มจี ิตสำนกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย การอนุรกั ษ์และพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม
มีจติ สาธารณะ ท่ีมุ่งทำประโยชนแ์ ละสร้างสง่ิ ท่ีดงี ามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมีความสขุ
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุง่ เนน้ พฒั นาผเู้ รียนให้มี
คุณภาพตามมาตรฐานท่กี ำหนด ซง่ึ จะช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ดังน้ี
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะ ๕ประการ ดังน้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรับและส่งสาร มวี ฒั นธรรมในการใช้
ภาษาถา่ ยทอดความคดิ ความรคู้ วามเข้าใจ ความรสู้ กึ และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนขอ้ มูลขา่ วสาร
และประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพื่อขจดั
และลดเลอื กใช้วธิ กี ารส่ือสาร ท่มี ีประสิทธิภาพ โดยคำนึงผลกระทบทม่ี ีต่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิดเป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคดิ อย่าง
สร้างสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปส่กู ารสร้างองค์ความรหู้ รือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสินในเก่ยี วกับตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคตา่ งๆ ท่เี ผชิญ
ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์
และการเปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์ตา่ งๆในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ในการป้องกันและ
แก้ไขปญั หาและมีการตัดสนิ ใจทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ตอ่ ตนเอง สงั คมและ
สิ่งแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิตเปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการ
ดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งตอ่ เนื่อง การทำงาน และการอยู่รว่ มกนั ใน
สังคมด้วยการสรา้ งเสริมความสัมพนั ธ์อันดรี ะหวา่ งบคุ คลการจดั การปัญหาและความขดั แยง้ ตา่ งๆ อยา่ ง
เหมาะสมการปรบั ตัวให้ทันกับการเปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ มและการรจู้ ักหลกี เล่ยี ง
พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือกและใชเ้ ทคโนโลยดี ้านตา่ งๆ
และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การ
ทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ถูกต้อง เหมาะสมและมีคณุ ธรรม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ม่งุ พัฒนาผเู้ รยี นให้มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เพือ่ ให้
สามารถอยูร่ ว่ มกับผ้อู น่ื ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้
๑. รกั ชาตศิ าสน์ กษัตรยิ ์ ๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ
๓. มวี นิ ยั ๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖.มุ่งมนั่ ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ
วสิ ัยทศั น์โรงเรียน
“ ภายในปี ๒๕๖๕” โรงเรียนสวายวิทยาคาร เปน็ แหลง่ เรียนรทู้ ีใ่ ช้วัตกรรมและเทคโนโลยี
ผ้เู รียนมีคณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา ใชช้ วี ติ พอเพยี ง โดยบุคลากรมืออาชพี ชมุ ชนมี ส่วน
รว่ ม และสืบสานวฒั นธรรมไทย”
วสิ ยั ทัศน์กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
สุขศึกษาและพลศึกษาเปน็ การศึกษาด้านคุณภาพที่มีเป้าหมาย เพ่ือการดำรงการสรา้ งเสริม
สขุ ภาพและการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของบุคคล ครอบครัว และชมุ ชนใหย้ ัง่ ยืน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ทำไมตอ้ งเรยี นสุขศกึ ษาและพลศึกษา
สขุ ภาพ หรอื สขุ ภาวะ หมายถึง ภาวะของมนษุ ย์ทีส่ มบูรณท์ ้ังทางกาย ทางจิต ทางสงั คม
และทางปัญญาหรอื จิตวิญญาณ สขุ ภาพหรือสขุ ภาวะจงึ เปน็ เรอื่ งสำคญั เพราะเกย่ี วโยงกับทุกมิติของ
ชวี ติ ซ่ึงทุกคนควรจะไดเ้ รียนรู้เร่ืองสขุ ภาพ เพ่ือจะได้มคี วามรู้ ความเข้าใจท่ถี ูกตอ้ ง มีเจตคติ คณุ ธรรม
และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบตั ดิ า้ นสุขภาพจนเปน็ กิจนิสัย อันจะส่งผลให้สงั คมโดยรวมมี
คณุ ภาพ
เรียนร้อู ะไรในสุขศึกษาและพลศกึ ษา
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษาเปน็ การศกึ ษาด้านสขุ ภาพที่มเี ปา้ หมาย เพือ่ การดำรงสขุ ภาพ การสรา้ ง
เสริมสุขภาพและการพฒั นาคุณภาพชีวิตของบคุ คล ครอบครัว และชมุ ชนให้ย่ังยนื
สขุ ศกึ ษา มงุ่ เนน้ ให้ผู้เรยี นพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คณุ ธรรม คา่ นิยม และ
การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั สุขภาพควบคู่ไปดว้ ยกัน
พลศกึ ษา ม่งุ เนน้ ใหผ้ ู้เรียนใชก้ ิจกรรมการเคล่อื นไหว การออกกำลังกาย การเลน่ เกมและกีฬา
เป็นเครอื่ งมือในการพัฒนาโดยรวมท้ังด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม สตปิ ญั ญา รวมทั้ง
สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพและกีฬา
สาระท่ีเปน็ กรอบเน้ือหาหรือขอบข่ายองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ประกอบด้วย
• การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษยผ์ เู้ รยี นจะได้เรยี นร้เู ร่อื งธรรมชาติของ
การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเตบิ โต ความสมั พันธเ์ ช่อื มโยงในการ
ทำงานของระบบตา่ งๆของรา่ งกาย รวมถงึ วธิ ปี ฏบิ ตั ิตนเพื่อใหเ้ จริญเติบโตและมีพฒั นาการท่ีสมวยั
• ชวี ิตและครอบครวั ผเู้ รยี นจะได้เรียนรเู้ ร่อื งคุณคา่ ของตนเองและครอบครวั การปรับตัว
ตอ่ การเปลีย่ นแปลงทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ความรู้สกึ ทางเพศ การสรา้ งและรักษาสัมพนั ธภาพกับผอู้ ่ืน
สขุ ปฏิบัติทางเพศ และทักษะในการดำเนินชีวิต
• การเคลอ่ื นไหว การออกกำลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากลผู้เรยี นได้เรียนรู้
เรอ่ื งการเคลื่อนไหวในรปู แบบตา่ ง ๆ การเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางกายและกีฬา ทงั้ ประเภทบุคคล และ
ประเภททมี อยา่ งหลากหลายทงั้ ไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ ข้อตกลงในการเข้า
รว่ มกิจกรรมทางกายและกีฬา และความมนี ำ้ ใจนักกีฬา
• การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพ และการป้องกนั โรคผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรเู้ ก่ียวกบั หลัก
และวธิ ีการเลือกบรโิ ภคอาหาร ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการสุขภาพ การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
และการป้องกนั โรคท้งั โรคตดิ ตอ่ และโรคไม่ติดตอ่
• ความปลอดภัยในชวี ิต ผ้เู รยี นจะไดเ้ รยี นรู้เรื่องการปอ้ งกนั ตนเองจากพฤตกิ รรมเสี่ยง
ต่างๆ ทง้ั ความเสี่ยงตอ่ สุขภาพ อบุ ตั ิเหตุ ความรนุ แรง อันตรายจากการใชย้ าและสารเสพติด
รวมถึงแนวทางในการสร้างเสริมความปลอดภัยในชีวติ
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์
สาระที่ ๒ ชีวติ และครอบครวั
มาตรฐานพ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนนิ ชวี ิต
สาระที่ ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคลอ่ื นไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั เิ ป็นประจำอยา่ งสม่ำเสมอ
วนิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนำ้ ใจนกั กีฬา มจี ิตวิญญาณในการแขง่ ขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของ
การกีฬา
สาระท่ี ๔ การสร้างเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑เห็นคณุ ค่าและมที ักษะในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การดำรงสุขภาพ การปอ้ งกนั โรคและ
สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
สาระที่ ๕ ความปลอดภัยในชวี ิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ปอ้ งกันและหลีกเลย่ี งปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเสย่ี งต่อสขุ ภาพ อุบตั ิเหตุ การใชย้ าสารเสพ
ตดิ และความรนุ แรง
คณุ ภาพผู้เรียน
จบชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
• เข้าใจและเห็นความสำคัญของปัจจัยทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการท่ีมีตอ่
สุขภาพและชวี ติ ในชว่ งวยั ต่าง ๆ
• เข้าใจ ยอมรับ และสามารถปรับตวั ตอ่ การเปลีย่ นแปลงทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์
ความรู้สกึ ทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ สร้างและรกั ษาสมั พันธภาพกับผ้อู ืน่ และตัดสินใจแกป้ ัญหา
ชีวิตด้วยวธิ ีการท่ีเหมาะสม
• เลือกกนิ อาหารท่ีเหมาะสม ไดส้ ัดส่วน สง่ ผลดตี ่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการตามวัย
• มที ักษะในการประเมนิ อทิ ธิพลของเพศ เพื่อน ครอบครัว ชมุ ชนและวัฒนธรรมท่ีมีตอ่
เจตคติ คา่ นิยมเก่ียวกบั สขุ ภาพและชวี ติ และสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม
• ป้องกันและหลกี เลยี่ งปัจจัยเส่ียง พฤตกิ รรมเสีย่ งตอ่ สุขภาพและการเกดิ โรค อบุ ัตเิ หตุ
การใช้ยา สารเสพตดิ และความรุนแรง รู้จกั สร้างเสรมิ ความปลอดภัยใหแ้ ก่ตนเอง ครอบครวั และ
ชุมชน
• เข้ารว่ มกจิ กรรมทางกาย กจิ กรรมกีฬา กิจกรรมนนั ทนาการ กิจกรรมสร้างเสรมิ
สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ โดยนำหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อยา่ งปลอดภัย สนุกสนาน และ
ปฏบิ ัติเปน็ ประจำสมำ่ เสมอตามความถนัดและความสนใจ
• แสดงความตระหนกั ในความสัมพนั ธร์ ะหว่างพฤติกรรมสขุ ภาพ การป้องกนั โรค การดำรง
สุขภาพ การจดั การกับอารมณแ์ ละความเครยี ด การออกกำลังกายและการเลน่ กีฬากบั การมวี ถิ ีชีวิตทม่ี ี
สขุ ภาพดี
• สำนึกในคุณคา่ ศักยภาพและความเป็นตวั ของตัวเอง
• ปฏิบัติตามกฎ กติกา หนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบ เคารพสิทธขิ องตนเองและผอู้ ่นื ใหค้ วาม
รว่ มมอื ในการแข่งขันกีฬาและการทำงานเปน็ ทมี อยา่ งเป็นระบบ ด้วยความมุง่ มัน่ และมนี ้ำใจนักกีฬา จน
ประสบความสำเร็จตามเปา้ หมายดว้ ยความชนื่ ชม และสนุกสนาน
ตารางแสดงหนว่ ยบรู ณาการ
รหสั วิชา พ ๒๓๑๐๔ ช่ือวิชา พลศกึ ษา (ตะกร้อ) ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
การบูรณาการ
หน่วย ชื่อหน่วย ัทกษะการคิด
ท่ี ัทกษะการทำงาน
ศิลปะ
ภาษาไทย
ภาษา ัองกฤษ
เศรษฐกิจพอเ ีพยง
้ทอง ่ิถน
ประชาสัม ัพนธ์
การอาชีพ
๑ การเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกาย
-การปฐมนเิ ทศกอ่ นการเรยี น
๒ ความรู้เบอื้ งตน้ เกย่ี วกบั กีฬาตะกร้อ
๓ ทกั ษะเบื้องต้นของการเล่นกีฬา
ตะกร้อ
๔ กฎกตกิ าและการแขง่ ขัน
๕ เจตคติและคุณลกั ษณะทดี่ ี
ตารางวเิ คราะห์สาระ/มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวดั /สาระการเรียนรแู้ กนกลาง/ทอ้ งถ่ิน/
วิชา พลศึกษา (ตะกรอ้ ) รหสั วชิ า พ๒๓๑๐๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๒/๒๕๖๕
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สาระท่ี ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑เขา้ ใจมที ักษะในการเคลอื่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ทอ้ งถิ่น สาระทอ้ งถ่ิน/เศรษฐกิจ
ตวั ช้วี ัด สาระแกนกลาง พอเพยี ง
พ๓.๑ม.๔-๖/๑วิเคราะห์ ๑. ความคดิ รวบยอดเกยี่ วกับการเคลื่อนไหว
ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั รปู แบบต่างๆ ในการเลน่ กีฬา
การเคล่อื นไหวรูปแบบตา่ งๆ ๒. การวิเคราะหค์ วามคิดรวบยอดเกีย่ วกบั การ
ในการเล่นกีฬา เคลอ่ื นไหวรูปแบบต่างๆ ในการเล่นกีฬา
พ๓.๑ม.๔-๖/๒ใช้ ๑. การใช้ความสามารถของตนในการเลน่ กีฬา เพื่อ
ความสามารถของตนเพื่อ เพม่ิ ศักยภาพของทีม โดยคำนึงถึงผลทีเ่ กิดตอ่ ผู้อ่ืน
เพิม่ ศักยภาพของทมี และสังคม
คำนึงถึงผลทีเ่ กิดต่อผ้อู ่นื
และสงั คม ๑.กฬี าประเภทบุคคล/คู่ ประเภททีม เช่น ตะกร้อ
พ๓.๑ม.๔-๖/๓เลน่ กีฬาไทย
กฬี าสากลประเภทบุคคล/คู่ ๑.การเคล่ือนไหวทีส่ รา้ งสรรค์ เช่น การเคลอื่ นที่ใน
กีฬาประเภททมี ได้อยา่ ง การปอ้ ง และ เกมรุก
นอ้ ย ๑ชนดิ
พ๓.๑ม.๔-๖/๔แสดงการ ๑.นำหลักการและแนวคิดของกิจกรรมนันทนาการ
เคลอื่ นไหวได้อยา่ ง ไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของตนและ
สรา้ งสรรค์ สงั คม
พ๓.๑ม.๔-๖/๔แสดงการ
เคลอ่ื นไหวได้อย่าง
สรา้ งสรรค์
สาระท่ี ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเล่น กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ๓.๒รักการออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัตเิ ปน็ ประจำอยา่ งสม่ำเสมอ
มวี ินัย เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มีน้ำใจนักกฬี า มิจติ วญิ ญาณในการแขง่ ขัน และชื่นชม ในสุนทรยี ภาพ
ของการกีฬา
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง/ท้องถนิ่ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ /
ตัวช้วี ัด สาระแกนกลาง เศรษฐกจิ พอเพียง
พ๓.๒ม.๔-๖/๑ออกกำลังกายและ ๑. การออกกำลังกายดว้ ยวิธที ี่ชอบ เช่น ตะกรอ้
เล่นกีฬาที่เหมาะสมกับตนเองอย่าง ๒. การเล่นกีฬาประเภททมี
สมำ่ เสมอและใช้ความสามารถของ ๓. การใชค้ วามสามารถของตนในการเพิ่มศักยภาพ
ตนเองเพม่ิ ศักยภาพของทีม ลด ของทีมในการเลน่ กีฬาและการเลน่ โดยคำนึงถึง
ความเปน็ ตัวตนคำนึงถงึ ผลท่ีเกิด ประโยชน์ต่อสงั คม
ต่อสงั คม ๔. การวางแผนกำหนดกิจกรรมการออกกำลังกาย
และเลน่ กีฬา
พ๓.๒ม.๔-๖/๒ อธบิ ายและปฏิบตั ิ ๑. สิทธิ กฎ กตกิ าการเล่นกีฬา
เกี่ยวกับสทิ ธิ กฎ กติกา กลวธิ ตี า่ งๆ ๒. กลวธิ ี หลกั การรกุ การป้องกนั อย่างสร้างสรรค์ใน
ในระหว่างการเล่น การแข่งขันกีฬา การเล่นและแขง่ ขันกีฬา
กับผ้อู ่ืนและนำไปสรุปเปน็ แนว ๓. การนำประสบการณ์จากการเลน่ กฬี าไปใชใ้ น
ปฏบิ ัติและใชใ้ นชีวิตประจำวัน ชวี ติ ประจำวนั
อย่างต่อเน่อื ง
พ๓.๒ม.๔-๖/๓ แสดงออกถงึ การมี ๑. การปฏบิ ัติตนในเรื่องมารยาทในการดู การเล่น
มารยาทในการดู การเล่นและการ การแขง่ ขัน ความมีนำ้ ใจนกั กีฬา
แข่งขนั กฬี าด้วยความมีน้ำใจ ๒. บุคลิกภาพท่ดี ี
นักกีฬา และ นำไปใช้ปฏิบัติทุก
โอกาส จนเปน็ บคุ ลิกภาพทีด่ ี ๑.ความสุขทไี่ ด้จากการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและ
พ๓.๒ม.๔-๖/๔ ร่วมกิจกรรมทาง เล่นกฬี า
กายและเลน่ กีฬาอย่างมคี วามสุข ๒. คณุ ค่าและความงามของการกีฬา
ชนื่ ชมในคุณค่าและความงามของ
การกีฬา
ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั /สาระแกนกลาง/สาระทอ้ งถิน่ สู่คำอธบิ ายรายวิชา
วชิ า พลศกึ ษา (ตะกร้อ) รหัสวชิ า พ๒๓๑๐๔
กลุม่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษาชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรียนท่ี ๒/๒๕๖๕
ผลการวเิ คราะห์มาตรฐาน ตวั ชว้ี ดั ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓
ตัวช้ีวดั ความร(ู้ K) ทักษะกระบวนการ (P) คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์(A)
พ๓.๑ม.๔-๖/๑ ๑.การเคลื่อนไหวรา่ งกายตาม - กระบวนการฝึกปฏิบตั ิ ตาม ๑มวี นิ ัย
วิเคราะห์ความคดิ ทกั ษะตะกร้อ ขน้ั ตอนทางพลศกึ ษา ๕ขัน้ ตอน ๒. ใฝ่เรยี นรู้
รวบยอดเกีย่ วกับการ ๒. ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ - กระบวนการเรยี นรแู้ บบ เพ่ือน ๓. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
เคลือ่ นไหวรูปแบบ เคล่อื นไหวรูปแบบตา่ งๆ ช่วยเพอ่ื น STAD ๔. มจี ติ สาธารณะ
ตา่ งๆในการเล่นกฬี า
พ๓.๑ม.๔-๖/๒ ๑.การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายตาม - กระบวนการฝึกปฏิบตั ิ ตาม ๑. มีวินัย
ใชค้ วามสามารถของ ทกั ษะตะกร้อ ขน้ั ตอนทางพลศกึ ษา ๕ขน้ั ตอน ๒. ใฝเ่ รยี นรู้
ตนเพอ่ื เพิ่มศักยภาพ ๒. ความคดิ รวบยอดเก่ยี วกับ - กระบวนการเรียนรู้แบบ เพ่ือน ๓. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
ของทมี คำนึงถงึ ผลที่ เคลื่อนไหวรูปแบบตา่ งๆ ชว่ ยเพื่อน STAD ๔. มจี ิตสาธารณะ
เกิดตอ่ ผู้อ่ืนและ
สงั คม - กระบวนการฝกึ ปฏบิ ัติ ตาม ๑.มีวินยั
พ๓.๑ม.๔-๖/๓ เล่นเป็นทมี ข้ันตอนทางพลศึกษา ๕ขัน้ ตอน ๒. ใฝเ่ รยี นรู้
เล่นกฬี าไทย กีฬา ๓. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
สากลประเภทบคุ คล/ ๔. มจี ติ สาธารณะ
คู่ กฬี าประเภททีมได้
อยา่ งน้อย ๑ชนิด - กระบวนการฝึกปฏบิ ตั ิ ตาม ๑. มีวินัย
พ๓.๑ม.๔-๖/๔ ๑.การเคล่อื นไหวรา่ งกายตาม ขั้นตอนทางพลศกึ ษา ๕ขน้ั ตอน ๒. ใฝเ่ รียนรู้
แสดงการเคลื่อนไหว ทกั ษะตะกร้อ - กระบวนการเรียนรู้แบบ เพ่ือน ๓. อย่อู ย่างพอเพียง
ได้อย่างสร้างสรรค์ ๒. ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับ ชว่ ยเพอ่ื น STAD ๔. มีจิตสาธารณะ
- กระบวนการฝึกปฏบิ ัติ ตาม ๑. มวี นิ ยั
เคลือ่ นไหวรูปแบบต่างๆ ขน้ั ตอนทางพลศึกษา ๕ขั้นตอน ๒. ใฝเ่ รียนรู้
พ๓.๒ม.๔-๖/๑ ๑.ทักษะพ้นื ฐานตะกร้อ ๓. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
ออกกำลงั กายและ
เล่นกีฬาที่เหมาะสม
กับตนเองอยา่ ง - กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ๔. มจี ติ สาธารณะ
สมำ่ เสมอและใช้ -กระบวนการฝึกปฏิบตั ิ ตาม
ความสามารถของ ขน้ั ตอนทางพลศึกษา ๕ขนั้ ตอน ๑. มีวินัย
ตนเองเพม่ิ ศักยภาพ - กระบวนการเรียนรู้แบบ เพื่อน ๒. ใฝ่เรยี นรู้
ของทีม ลดความเปน็ ชว่ ยเพ่อื น STAD ๓. อยอู่ ย่างพอเพียง
ตวั ตนคำนงึ ถงึ ผลผล ๔. มีจติ สาธารณะ
ท่ีเกดิ ต่อสงั คม -กระบวนการฝึกปฏบิ ตั ิ ตาม
พ๓.๒ม.๔-๖/๒ ๑. สทิ ธิ กฎ กตกิ าการเล่นกฬี า ขั้นตอนทางพลศึกษา ๕ขั้นตอน ๑. มีวนิ ัย
อธบิ ายและปฏิบัติ ๒. กลวิธี หลักการรกุ การ ๒. ใฝเ่ รียนรู้
เกย่ี วกบั สทิ ธิ กฎ ป้องกนั อยา่ งสร้างสรรค์ในการ - กระบวนการฝึกปฏบิ ตั ิ ตาม ๓. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
กติกา กลวิธีตา่ งๆ ใน เล่นและแข่งขันกีฬา ขัน้ ตอนทางพลศึกษา ๕ข้ันตอน ๔. มีจิตสาธารณะ
ระหว่างการเล่น การ
แข่งขันกีฬากบั ผูอ้ ืน่ ๑. มีวนิ ยั
และนำไปสรปุ เป็น ๒. ใฝเ่ รยี นรู้
แนวปฏิบัติและใชใ้ น ๓. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
ชีวิตประจำวันอยา่ ง ๔. มีจิตสาธารณะ
ตอ่ เน่อื ง
พ๓.๒ม.๔-๖/๓ การเล่นเป็นทมี
แสดงออกถึงการมี
มารยาทในการดู การ
เล่นและการแข่งขัน
กีฬาดว้ ยความมนี ้ำใจ
นักกฬี า และ
นำไปใชป้ ฏิบัตทิ กุ
โอกาส จนเป็น
บคุ ลกิ ภาพที่ดี
พ๓.๒ม.๔-๖/๔ รว่ ม การเล่นเป็นทีม และร่วม
กจิ กรรมทางกายและ กิจกรรมกีฬาภายในของ
เลน่ กฬี าอย่างมี โรงเรยี น
ความสขุ ชน่ื ชมใน
คุณคา่ และความงาม
ของการกีฬา
คำอธิบายรายวิชาพลศึกษา
รายวชิ าพลศกึ ษา (ตะกร้อ) รหัสวชิ า พ ๒๓๑๐๔ ภาคเรียนท่ี ๒/๒๕๖๕
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง/สปั ดาห์ จำนวน๐.๕ หน่วยกิต
............................................................................................................................. ..........................................
ศกึ ษาเก่ยี วกบั หลักการเพ่มิ พนู ความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะ
พ้นื ฐานนำไปสกู่ ารพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาและนำความรู้และหลกั ของกิจกรรมไปเชอ่ื มโยงสัมพนั ธก์ ับ
กลุ่มสาระอ่นื
ฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะพื้นฐานกิจกรรมตะกร้อ ศึกษาประวตั ิความเปน็ มาของกจิ กรรมตะกร้อ ทักษะ
การเคลื่อนไหว การทรงตัว การแข่งขนั กติกามารยาท องค์ประกอบตา่ งๆ ของการแขง่ ขัน
เพอื่ ใหม้ ีความรูค้ วามเขา้ ใจ มีทักษะการเคล่ือนไหวกิจกรรมทางกาย เหน็ คุณคา่ รักการออก
กำลังกาย มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี ำ้ ใจนักกีฬา มีจติ วญิ ญาณในการแสดงและชืน่ ชมใน
สนุ ทรยี ภาพของการกฬี า นำไปปฏบิ ตั ิเป็นประจำอยา่ งสม่ำเสมอ ปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวนั ได้
เข้าใจหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มเี หตผุ ล มคี วามพอประมาณ มีภูมคิ มุ้ กนั ในการ
ดำเนินชีวติ และมีคุณธรรมตอ่ ตนเองและบุคคลอ่ืน
ตวั ชวี้ ดั
พ.๓.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
รวม ๓ ตวั ชี้วัด
โครงสร้างรายวชิ า
รายวชิ า พลศกึ ษา (ตะกรอ้ ) รหัสวชิ า พ 23104 ภาคเรียนท่ี 2/2565
จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา จำนวน 20 ชั่วโมง
หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้/ชือ่ สาระสำคัญความคดิ รวบยอด จำนวน น้ำหนกั
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด เวลา คะแนน
(ชว่ั โมง) ๒๐
๒ การเสริมสร้างสมรรถภาพ ดูแลรกั ษาสขุ ภาพและการ ๒
ทางกาย พ ๓.๒ม. เสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกายใน ๒๐
-การปฐมนเิ ทศก่อนการเรยี น ๓/๑ม.๓/๒ การเล่นกฬี าตะกรอ้ ได้อยา่ ง ๔
-หลักการออกกำลังกายและ
การเล่นกีฬาท่ีถูกต้อง ถูกต้อง ตลอดจนตระหนกั ใน
-ทดสอบสมรรถภาพ ความสำคัญของการดูแลรกั ษา
สุขภาพและการเสรมิ สร้าง
ความร้เู บือ้ งตน้ เกีย่ วกบั กีฬา สมรรถภาพทางกายในการเล่น
ตะกร้อ กฬี าตะกร้อ
-ประวัติตะกร้อ ความรเู้ บือ้ งต้นเกย่ี วกับกฬี า
-การดูแลรักษาอุปกรณ์ พ ๓.๒ ตะกร้อได้อยา่ งถกู ต้อง ตลอดจน
-มารยาทการเปน็ ผชู้ มที่ดี ม ๓.๔ แสดงความสนใจและ
กระตือรอื ร้นในการศึกษา
เกีย่ วกบั กิจกรรมกีฬาตะกร้อ
๓ ทักษะเบื้องต้นของการเลน่ กีฬา อธบิ ายทักษะพนื้ ฐานของกีฬา ๖ ๒๐
๒๐
ตะกร้อ ตะกร้อ ตลอดจนเขา้ ร่วมฝึก
-การบรหิ ารร่างกายสำหรับ พ ๓.๒ ทกั ษะกีฬาตะกร้อความสนใจและ
การเลน่ ตะกรอ้ ม ๓.๔ กระตือรือรน้
-เกมนำไปสู่การฝึกทักษะกีฬา
ตะกร้อ
-ตะกร้อประเภทเดี่ยว
-ตะกร้อประเภททมี
๔ กฎกตกิ าและการแขง่ ขัน แสดงทักษะและเทคนิคใน ๖
การเล่นตะกร้อระดบั แข่งขนั
พ ๓.๒ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ตลอดจนเขา้
ม ๓.๔ รว่ มฝึกทกั ษะการเลน่ ตะกร้อ
๕ เจตคติและคณุ ลักษณะท่ดี ี ในระดับแข่งขนั ดว้ ยความ ๒ ๒๐
สนใจและกระตือรือรน้
- ความหมายของ เลน่ กีฬาอยา่ งมนี ำ้ ใจเป็น
นกั กีฬา รแู้ พ้ รู้ชนะ รู้อภยั
เจตคติและ พ ๓.๒
คณุ ลักษณะที่ดี ม ๓.๔
- ความมีนำ้ ใจ
นักกฬี า
- คณุ ค่าของความมี
น้ำใจ
สอบก่อนกลางภาค หนว่ ยท่ี ๑,๒ ๒๐,๒๐ คะแนน ๔๐
๒๐ ๑
สอบกลางภาค หน่วยท่ี ๓ ๒๐ คะแนน ๒๐
๒๐ ๑
สอบหลงั กลางภาค หนว่ ยที่ ๔ ๒๐ คะแนน ๑๐๐ ๒๐
สอบปลายภาค หนว่ ยท่ี ๕ ๒๐ คะแนน
รวม
ตารางวิเคราะห์ความสัมพันธข์ องมาตรฐานตวั ช้ีวดั และหน่วยการเรียนรู้
วิชาพลศึกษา (ตะกร้อ) รหัสวชิ า พ๒๓๑๐๔
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน๐.๕หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ ๒/๒๕๖๕
มาตรฐาน มาตรฐานท่ี ๓.๑ มาตรฐานที่ ๓.๒
ตัวช้วี ัด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔
หนว่ ยท่ี
๑/ /
๒ / // /
๓/ /
๔/ /
๕/ /
๖ / / ///
รวมท้งั รายวชิ า ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑
การวัดประเมนิ ผล
วชิ า พลศึกษา(ตะกร้อ) รหสั วชิ าพ ๒๓๑๐๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๕
………………………………………………….
การวัดผลประเมินผลการเรยี น
อัตราสว่ นคะแนน
คะแนนระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค เปน็ ๘๐ : ๒๐
อตั ราสว่ นคะแนนระหว่างภาค
ด้านความรู้ : ดา้ นทักษะกระบวนการ : คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เปน็ ๒๐ : ๖๐: ๒๐
ตารางแสดงสดั ส่วนคะแนน
คณุ ลักษณะ ก่อนกลาง กลางภาค หลังกลางภาค ปลายภาค รวม
ภาค
-- ๒๐ ๒๐
ความรู้ - - ๓๐ - ๖๐
ทกั ษะ ๓๐
กระบวนการ - ๑๐ - ๒๐
คุณลักษณะอนั พงึ ๑๐
ประสงค์ - ๔๐ ๒๐ ๑๐๐
รวม ๔๐
แนวทางการวดั ผลประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๑. การประเมินผลการเรียนรู้ หลกั การประเมนิ ประกอบด้วย ๓ สว่ น ไดแ้ ก่ การประเมนิ ผลก่อน
เรียน การประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน และการประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น
๑.๑ การประเมนิ ผลก่อนเรียน เปน็ การประเมินเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศของผู้เรยี น
ในเบื้องตน้ สำหรบั นำไปวางแผนการจดั การเรยี นรู้
๑.๒ การประเมินผลระหว่างเรยี นเป็นการประเมนิ เพือ่ มุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผ้เู รยี น
ว่าบรรลผุ ลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวงั หรอื ไม่ ทั้งนีเ้ พ่ือนำสาระสนเทศท่ีไดไ้ ปพัฒนาหรือแก้ไขปรับปรุงการ
เรยี นรู้ของผู้เรยี นเพอ่ื ส่งเสรมิ ผเู้ รยี นทม่ี คี วามรคู้ วามสามารถใหเ้ กดิ การพฒั นาการสูงสดุ ตามศักยภาพท้ัง
3 ดา้ น คือด้านพทุ ธพสิ ยั ด้านทักษะพสิ ยั ด้านจิตพสิ ัย ( KPA ) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การ
ทดสอบย่อย แบบฝกึ หดั ภาระงาน หรือชิน้ งานทีเ่ กิดจากกิจกรรมการเรียนรู้ในแตล่ ะหนว่ ยการเรียน
แฟม้ สะสมผลงาน การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และอ่นื ๆ
๑.๓ การประเมินผลปลายภาค เปน็ การประเมนิ เพอ่ื ตรวจสอบผลสมั ฤทธ์ขิ อง
ผเู้ รยี นตามผลตวั ชีว้ ัดรายภาคเรยี น ตามหลกั สูตรสถานศึกษาทก่ี ำหนด สามารถใช้วธิ กี ารและเคร่ืองมือ
การประเมนิ ท่หี ลากหลาย และเพื่อให้การประเมนิ ผลดงั กล่าวมคี วามสัมพนั ธแ์ ละสนับสนุนการเรยี นการ
สอน จึงให้นำผลการประเมนิ ระหวา่ งเรยี นไปใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการประเมนิ ผลปลายภาคโดยใช้สัดสว่ นการ
ประเมนิ ผลระหวา่ งเรียนมากกว่าปลายภาค
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
วิชา เซปกั ตะกร้อ รหสั วิชา พ 23104
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรอื่ ง ความรทู้ ่ัวไปเก่ียวกับกีฬาเซปักตะกรอ้ เวลาเรยี น 1 คาบ
สอนวันท่.ี ...........เดือน......................พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 / 2565
ผู้สอน นายรณชัย รชั นะปกิจ โรงเรียนสวายวิทยาคาร
............................................................................................................................. .........................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคลอ่ื นไหว การออกกำลงั กาย การเลน่ เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/1 เพ่ิมพนู ความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวทีใ่ ชท้ ักษะกลไก
และทักษะพ้ืนฐานทนี่ ำไปสู่การพฒั นาทักษะการเล่นกีฬา
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/2 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทมี โดยใช้ทักษะพื้นฐาน
ตามชนิดกีฬาอยา่ งละ 1 ชนิด
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/3 รว่ มกจิ กรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรมและนำหลักความร้ทู ี่ได้
ไปเชื่อมโยงสัมพันธก์ บั วิชาอ่ืน
2. สาระสำคัญ
ประวตั คิ วามเป็นมาของกีฬาเซปกั ตะกร้อทง้ั ในต่างประเทศและในประเทศไทยเป็นสิง่ จำเป็นที่
นักเรียนควรทราบและศึกษาเพือ่ เปน็ ประโยชน์ในการสง่ เสริมการเล่นเซปักตะกรอ้ เบ้ืองต้น ทงั้ น้กี ารทเ่ี รา
ทราบประวัติความเป็นมาของกีฬาเซปักตะกร้อจะทำให้เราทราบถึงพฒั นาการของการเล่นกีฬาชนดิ นดี้ ้วย
ดังน้นั ในชว่ งเรม่ิ ต้นของการเรียนวชิ าเซปกั ตะกร้อเปน็ การศึกษาเก่ยี วกับประวตั ิ ประโยชน์ วธิ กี ารดูแล
รกั ษาอุปกรณ์เก่ียวกับกฬี าเซปักตะกรอ้ เพื่อเปน็ พื้นฐานในการเรียนวิชาเซปักตะกร้อตอ่ ไป
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
K : นักเรียนสามารถบอก อธิบายประวตั ิความเป็นมาของกีฬาไทยและกีฬาสากลได้
P : นักเรยี นสามารถปฏิบัตทิ กั ษะข้ันพื้นฐานของกีฬาไทยและกีฬาสากลได้
A : นกั เรยี นสามารถนำทกั ษะพื้นฐานท่ีได้ฝึกปฏบิ ัติไปประยุกต์ในชวี ติ ประจำวันได้
4. สาระการเรยี นรู้
เนอ้ื หาสาระ
- ปฐมนิเทศชแ้ี จงรายละเอียดการเรยี นการสอน ในรายวชิ าเซปกั ตะกร้อ
- ระเบยี บ วนิ ยั การแต่งกาย และมารยาทของผูเ้ รยี นเซปกั ตะกรอ้
- เพอื่ ให้ผเู้ รยี นสามารถบอกประวัติ กฎ กติกา ประโยชน์ของกีฬาเซปกั ตะกร้อได้
-บอกคุณลักษณะที่ดีของผู้ดูกีฬาทีด่ แี ละผู้เล่นกีฬาทีด่ ไี ด้
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะกระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สัตย์สจุ ริต
3. มวี นิ ัย
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรม วิธีการสอน สอ่ื / อุปกรณ์ การวดั และประเมนิ ผล
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น(5-10 นาที) ช้ีแจงนักเรยี น นกหวีด สงั เกตการแต่งกายของ
นักเรียน
1. ให้นักเรียนเข้าแถวตอน แถวละ 10 ถาม – ตอบ ปากกา กระดาษ
คน ตามเลขท่ี รายชอ่ื นกั เรียน
ครผู ้สู อน
นกั เรียน
2. ครตู รวจสอบความพร้อมเครอ่ื ง อธบิ าย/ สาธิต นกหวดี สงั เกตพฤติกรรมและ
แตง่ กายของนักเรยี นและตรวจสอบรายช่อื ปากกา กระดาษ ความสนใจของนักเรยี น
นักเรยี น
ขั้นอธิบาย-สาธติ (10-15 นาท)ี
ครอู ธบิ าย
1.ความรูท้ ่วั ไปเกย่ี วกบั กีฬาเซปักตะกร้อ
2.อธบิ ายเงื่อนไขการจัดการเรียนรู้ กฎ
ระเบยี บ ข้อบงั คบั ในการมาเรียน
3.การวัดและประเมินผล
ขั้นฝกึ ปฏบิ ตั ิ(10-15 นาที) ชีแ้ จงนกั เรียน ปากกา กระดาษ สังเกตพฤตกิ รรมและ
ครูและนักเรยี นใหน้ กั เรยี นทำ Mind ความสนใจของนักเรยี น
Mapping ในหวั ขอ้ กฬี ำเซปักตะกร้อ
ข้นั นำไปใช้ (10-15 นาท)ี ช้ีแจงนกั เรยี น ช้ินงาน สงั เกตพฤตกิ รรมและ
ครสู มุ่ นกั เรยี นใหอ้ อกมำนำเสนอ
ถาม – ตอบ Mind Mapping ความสนใจของนกั เรยี น
ผลงำน Mind Mapping ทไ่ี ดป้ ฏบิ ตั ิ
ข้นั สรปุ และสขุ ปฏบิ ัติ(5นาที) ชแ้ี จงนักเรียน นกหวีด สังเกตพฤตกิ รรมและ
1. ให้นักเรยี นเขา้ แถวตอน แถวละ 10 ความสนใจของนกั เรยี น
คน ตามเลขที่
ครผู ู้สอน
นกั เรยี น
2. ครถู าม – ตอบนักเรยี นในข้อสงสัยท่ี
นกั เรียนยงั ไมเ่ ข้าใจ
3. นดั หมายการเรียนครงั้ ตอ่ ไป
ปล่อยนกั เรียนกลับห้องเรยี น
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน พลศึกษา 3
2.เวป็ ไซต์https://www.youtube.com(พมิ พค์ ำว่า ทักษะเบือ้ งตน้ ของการเลน่ กีฬาเซปักตะกรอ้
ในช่องค้นหา
9. การวดั และประเมนิ ผล การสงั เกต เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้
สิ่งที่ต้องการวัด
1. แบบบนั ทกึ สังเกตพฤติกรรม
K ความรู้ 1. สงั เกตจากการเข้าร่วม ของนักเรยี น
1.นกั เรยี นสามารถบอก อธบิ าย กิจกรรมของนักเรียน
ประวตั ิความเป็นมาของกีฬาไทย 1. แบบบันทึกสงั เกตพฤตกิ รรม
และกีฬาสากลได้ ของนักเรยี น
P ทักษะและกระบวนการ 1. สังเกตการทกั ษะเดาะลูก 1. แบบสังเกตพฤติกรรมการการ
2.นกั เรียนสามารถปฏบิ ตั ทิ ักษะ ตะกร้อด้วยขา้ งเท้าด้านใน เรยี นของนักเรียน
ขนั้ พ้ืนฐานของกฬี าไทยและกีฬา
สากลได้ 1. การสังเกตพฤติกรรมการ
เรียนรขู้ องนักเรียน
A เจตคติ
3. นักเรยี นสามารถนำทักษะ
พน้ื ฐานทไ่ี ดฝ้ ึกปฏิบตั ไิ ปประยุกต์
ในชวี ติ ประจำวนั ได้
10. บันทกึ ผลหลังการสอน
............................................................................................................... ........................................................
........................................................................................ ...............................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
................................................................................................ .......................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................... ........................................................
....................................................................................... ................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
............................................................................................... ........................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ขอ้ เสนอแนะและแนวทางในการแกป้ ัญหา
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ลงชื่อ.........................................
( นายรณชัย รัชนะปกิจ )
ตำแหนง่ ครู
............../.............../.............
11. ความคดิ เห็นผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
............................................................................................. ..........................................................................
.......................................................................................................................... .............................................
........................................................................................ ...............................................................................
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................... .............................................
................................................................................................ .......................................................................
ลงชอ่ื ...........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
............../.............../..............
เนอ้ื หาความรูค้ าบเรยี นที่ 1
ข้อตกลงเบื้องตน้ ในการเรียนการสอน
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา (พ 23104 เซปกั ตะกร้อ)
2. เกณฑค์ ะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมและการปฏิบัตกิ จิ
ระดบั ดี = 3 คะแนน
ระดบั พอใช้ = 2 คะแนน
ระดบั ปรบั ปรุง = 1 คะแนน
3. อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาคตอ่ ปลายภาค 80 / 20
เกณฑค์ ะแนนรวมตลอดภาคเรียนต้องได้ไมต่ ่ำกว่าร้อยละ 50 ถือวา่ สอบผา่ น
4. การปฏบิ ตั ิตนระหวา่ งเรยี น
4.1 พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง ความตั้งใจ การตรงต่อเวลา
(การขาดเรียน การเข้าเรียนการมาสาย การลา )ความมี ระเบยี บวินยั
( การแต่งกาย การเข้าแถวการเดนิ แถว ) ความมนี ้ำ ใจนักกีฬา
เป็นผนู้ ำผตู้ าม หน้าท่ีความรบั ผิดชอบ (การเบิก การ เก็บหรอื การสง่ คืนอปุ กรณ์ )
ความซือ่ สตั ยต์ ่อตนเองและผู้อนื่ ความปลอดภยั ความสนุกสนาน ความสามคั คี
4.2 การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม หมายถงึ การมสี ว่ นรว่ มในการอภิปราย การซักถาม
การตอบปัญหา การฝึกปฏบิ ตั ิทกั ษะต่างๆ
5. สขุ ปฏบิ ัติ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
วชิ า เซปกั ตะกร้อ รหสั วิชา พ 23104
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง การทดสอบสมรรถภาพ เวลาเรียน 2 คาบ
สอนวนั ที่............เดือน......................พ.ศ. ......... ภาคเรยี นที่ 2 / 2565
ผูส้ อน นายรณชยั รัชนะปกิจ โรงเรยี นสวายวิทยาคาร
............................................................................................................................. .........................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคลือ่ นไหว การออกกำลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/1 เพ่ิมพนู ความสามารถของตนตามหลกั การเคลื่อนไหวท่ใี ช้ทักษะกลไก
และทกั ษะพืน้ ฐานท่นี ำไปสกู่ ารพฒั นาทักษะการเล่นกีฬา
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/2 เล่นกฬี าไทยและกีฬาสากลประเภทบคุ คลและทีมโดยใช้ทักษะพื้นฐาน
ตามชนิดกีฬาอยา่ งละ 1 ชนดิ
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/3 รว่ มกิจกรรมนันทนาการอยา่ งน้อย 1 กิจกรรมและนำหลักความรทู้ ่ีไดไ้ ป
เชือ่ มโยงสมั พันธก์ ับวชิ าอนื่
2. สาระสำคญั
สมรรถภาพทางกาย (Physical fitness) หมายถงึ ภาพความสามารถของร่างกายในการ
ประกอบการงานหรือ กิจกรรมทางกาย อยา่ งใดอย่างหนง่ึ เปน็ อย่างดีโดยไมเ่ หน่อื ยเรว็ สมรรถภาพทาง
กายเป็นส่วนสำคัญในการพฒั นาการทางด้านร่างกาย ของมนษุ ย์ สมรรถภาพทางกายของบคุ คลทว่ั ไปจะ
เกิดขน้ึ ไดจ้ ากการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือออกกำลงั กายอย่างสมำ่ เสมอ แต่ถา้ หยุดออกกำลงั กายหรอื
เคล่อื นไหวรา่ งกายน้อยลงเมื่อใด สมรรถภาพทางกายจะลดลงทนั ที สมรรถภาพจงึ มคี วามสำคญั มากใน
การเลน่ กฬี าเพราะสมรรถภาพทางกายไมม่ ีขณะเลน่ กีฬาอาจจะเกดิ การบาดเจบ็ ได้ จงึ ควรสร้าง
สมรรถภาพให้แข็งแรง
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
K : นกั เรยี นบอกหลกั การเพ่ิมพูนความสามารถในการเคลอื่ นไหวที่ใชท้ กั ษะกลไกและทักษะ
พนื้ ฐานทีน่ ำไปสู่การพัฒนาทักษะการเลน่ กีฬาได้
P : นักเรยี นฝกึ ฝนทักษะการเพ่ิมพนู ความสามารถในการเคลื่อนไหวทใ่ี ชท้ ักษะกลไก
A : นักเรยี นเห็นความสำคญั ของการออกกำลงั กายและเล่นกีฬาจนเปน็ วิถชี วี ิตที่มีสุขภาพทีด่ ี
4. สาระการเรียนรู้
เน้อื หาสาระ
- ปฐมนิเทศชแี้ จงรายละเอยี ดการการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
- การวดั ผลประเมนิ ผล
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะกระบวนการและทักษะในการดำเนินชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ซอื่ สัตยส์ ุจรติ
2. มีวินัย
3. ใฝเ่ รียนรู้
4. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
5. มีจติ สาธารณะ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีการสอน สอ่ื / อุปกรณ์ การวัดและประเมินผล
กิจกรรม ชี้แจงนักเรียน นกหวดี สงั เกตการแต่งกายของ
ข้ันนำเข้าส่บู ทเรยี น(5-10 นาที) นกั เรยี น
1.ใหน้ กั เรียนเข้าแถวตอน แถวละ 10 คน ถาม – ตอบ ปากกา กระดาษ
ตามเลขที่ รายช่ือนกั เรียน
ครูผสู้ อน
นักเรียน
2. ครูตรวจสอบความพรอ้ มเครอื่ ง
แตง่ กายของนักเรยี นและตรวจสอบรายช่ือ
นกั เรยี น
3. ใหน้ ักเรียนอบอุน่ รา่ งกาย
ขั้นอธิบาย-สาธติ (10-15 นาท)ี อธิบาย/ สาธิต นกหวดี สังเกตพฤตกิ รรมและ
ครอู ธบิ าย ปากกา กระดาษ ความสนใจของนักเรยี น
1. ครูอธิบายถงึ ความสำคัญของการ
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. ครทู ดสอบนกั เรียนโดยใช้แบบทดสอบ
สมรรถภาพ 6 รายการ
3. ครอู ธิบายและเล่าถงึ ประสบการณ์ใน
การทดสอบสมรรถภาพ
4. ครซู ักถามถึงโรคประจำตวั วา่ ใครมโี รค
ประจำตวั ไหมกอ่ นการทดสอบสมรรถภาพ
ตา่ ง ๆ
ขั้นฝกึ ปฏิบัติ(10-15 นาที) ชี้แจงนักเรยี น ปากกา กระดาษ สงั เกตพฤติกรรมและ
ทดสอบสมรรถภาพดังรายการต่อไปนี้ ปฏบิ ัติ ความสนใจของนักเรยี น
1.ลุกนัง่ 60 วินาที (Sit-ups 60
seconds)
2.ดันพ้ืน 30 วนิ าที (Push-ups 30
seconds)
3.นง่ั งอตวั ไปข้างหนา้ (Sit-and Reach)
4.ว่ิงออ้ มหลกั (zigzag Run)
5.วงิ่ ระยะไกล 1,600 เมตร (1,600
Meter Run )
6. กระโดดไกล(Jumping)
ข้นั นำไปใช้ (10-15 นาท)ี ชี้แจงนักเรียน ปากกา กระดาษ สังเกตพฤตกิ รรมและ
1. นกั เรียนสามารถเอาความรู้เรือ่ ง
ถาม – ตอบ ความสนใจของนกั เรยี น
สมรรถภาพทางกายไปใชว้ ชิ ายดื หยนุ่
ขัน้ สรุปและสุขปฏิบตั ิ (5นาที) ชี้แจง นกหวดี สงั เกตพฤติกรรมและ
1. ใหน้ กั เรยี นเขา้ แถวตอน แถวละ นกั เรยี น ความสนใจของนักเรียน
10 คน ตามเลขที่
ครูผู้สอน
นักเรียน
2. ครูถาม – ตอบนักเรียนในข้อสงสัยท่ี
นักเรียนยังไมเ่ ขา้ ใจ
3. นดั หมายการเรียนครั้งต่อไป
ปลอ่ ยนักเรียนกลบั ห้องเรยี น
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. นาฬกิ าจบั เวลา
2. ใบงานแบบทดสอบสมรรถภาพ
3. กรวยยางวางจดุ
4. ทวี่ ดั นัง่ งอตัวไปด้านหนา้
5. ที่วดั กระโดดไกล
9. การวดั และประเมินผล
สิ่งท่ตี ้องการวัด การสังเกต เคร่อื งมอื ท่ีใช้
1. แบบบันทึกสงั เกตพฤตกิ รรม
K ความรู้ ของนักเรยี น
1.นกั เรียนบอกหลักการเพิม่ พูน 1. สงั เกตจากการเข้าร่วม
ความสามารถในการเคลือ่ นไหวที่ กิจกรรมของนักเรียน 1. ใบบันทึกการทดสอบ
ใช้ทกั ษะกลไกและทักษะพ้นื ฐาน สมรรถภาพทางกาย
ที่นำไปสกู่ ารพัฒนาทักษะการเล่น
กฬี าได้ 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการการ
เรยี นของนักเรยี น
P ทกั ษะและกระบวนการ 1. สงั เกตการทดสอบ
2.นกั เรยี นฝึกฝนทักษะการ สมรรถภาพทางกาย
เพิ่มพนู ความสามารถในการ
เคลื่อนไหวท่ีใชท้ ักษะกลไก 1. การสงั เกตพฤตกิ รรมการ
เรียนรขู้ องนักเรียน
A เจตคติ
3. นักเรยี นเหน็ ความสำคัญของ
การออกกำลงั กายและเลน่ กีฬา
จนเป็นวถิ ีชวี ติ ทมี่ ีสุขภาพทีด่ ี
10. บันทึกผลหลังการสอน
............................................................................................................... ........................................................
........................................................................................ ...............................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
................................................................................................ .......................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................... ........................................................
....................................................................................... ................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
............................................................................................... ........................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ขอ้ เสนอแนะและแนวทางในการแกป้ ัญหา
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ลงชื่อ...................................
( นายรณชยั รัชนะปกจิ )
ตำแหน่ง ครู
............../.............../..............
11. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................... ........................................................
........................................................................................ ...............................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
................................................................................................ .......................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ลงช่อื ...........................................ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
............../.............../..............
ใบบันทึกการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ช่อื -นามสกุล..................................................................................เพศ ชาย หญิง
อาย.ุ ........................ปี นำ้ หนกั ................................กิโลกรมั ส่วนสงู ..............................เซนตเิ มตร
ระดบั ช้นั .........................................ห้อง..............................โรงเรยี น สวายวทิ ยาคาร จังหวดั สุรินทร์
รายการทดสอบ ผลการทดสอบ ครง้ั ที่ 2 หนว่ ย
ครง้ั ที่ 1
ครงั้
1.ลุก – น่ัง 60 วนิ าที เซนติเมตร
ครั้ง
2.ยืนกระโดดไกล เซนติเมตร
วินาที
3.ดนั พื้น 30 วินาที นาที
4.น่งั งอตวั ไปขา้ งหน้า
5.ว่งิ เกบ็ ของ
6.วิ่งระยะไกล
*การทดสอบว่ิงระยะไกล อายุ 13-18 ให้ระยะทาง 1,600 เมตร
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
วชิ า เซปกั ตะกรอ้ รหสั วิชา พ 23104
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรือ่ ง ทักษะการสร้างความคุ้นเคยพื้นฐาน เวลาเรียน 1 คาบ
สอนวนั ท่.ี ...........เดอื น......................พ.ศ. ......... ภาคเรียนที่ 1 / 2562
ผู้สอน นายรณชัย รชั นะปกิจ โรงเรยี นสวายวิทยาคาร
......................................................................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคลอื่ นไหว การออกกำลงั กาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/1 เพิ่มพูนความสามารถของตนตามหลกั การเคล่ือนไหวท่ีใชท้ ักษะกลไก
และทกั ษะพ้นื ฐานทน่ี ำไปสกู่ ารพฒั นาทกั ษะการเล่นกีฬา
2. สาระสำคัญ
การสร้างความคุน้ เคยกับลูกตะกรอ้ เพือ่ ใหร้ ู้ลกั ษณะการเคล่ือนที่ของลูกตะกรอ้ ได้ฝึกประสาทตา
และรา่ งกายสว่ นทจ่ี ะสมั ผัสกับลูกตะกรอ้ ให้เกิดความสัมพันธก์ นั อยา่ งต่อเนื่อง ทำไดห้ ลายวธิ ี เชน่ โยนลูก
ตะกร้อมือเดยี ว แลว้ รับลูกด้วยมอื ขา้ งนัน้ โยนลกู ตะกรอ้ ขึ้นไปแลว้ ใหล้ ูกตกพื้น เม่ือลกู กระดอนขึน้ กจ็ ับไว้
ใชเ้ ท้าเล้ยี งลกู ตะกร้อไปกบั พ้ืน ใชส้ ว่ นใดสว่ นหนึ่งของร่างกายสัมผสั ลกู ตะกร้อ เชน่ เตะ เข่า โหมง่ กลิง้ ลูก
ตะกร้อไปข้างหนา้ ดว้ ยมือเดยี วโดยสลบั มอื ซ้ายและมือขวา ใชห้ วั เขา่ หนีบลูกตะกรอ้ ไว้แลว้ กระโดดสลบั กัน
ไปทุกทศิ รับและส่งลูกตะกร้อดว้ ยสองมือกบั คู่ในระดบั ตา่ ง ๆ โยนลูกตะกร้อ 2 ลูกสวนกัน ใหค้ นหนึง่ โยน
สงู อีกคนหนง่ึ โยนใหต้ ่ำกวา่ ทงั้ คู่พยายามรบั ลูกทคี่ โู่ ยนมาให้ได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
K : นักเรยี นสามารถบอกการสรา้ งความคุ้นเคยกบั ลกู ตะกรอ้ ได้
P : นักเรยี นสามารถปฏิบัติทักษะการสรา้ งความคนุ้ เคยกบั ลกู ตะกร้อได้
A : นกั เรยี นตระหนักถึงความสำคัญของทักษะการสรา้ งความคุน้ เคยกับลูกตะกร้อ
4. สาระการเรียนรู้
ทักษะพืน้ ฐานในการเลน่ ลูกตะกร้อด้วยด้วยสว่ นต่างๆของร่างกาย
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
6.คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน
4. มจี ติ สาธารณะ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ วิธีการสอน สอ่ื / อุปกรณ์ การวัดและประเมนิ ผล
กิจกรรม ชแ้ี จงนักเรยี น นกหวดี สังเกตการแต่งกายของ
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น(5-10 นาที) นักเรยี น
1.ใหน้ กั เรียนเข้าแถวตอน แถวละ 10 คน ถาม – ตอบ ปากกา กระดาษ
ตามเลขท่ี รายชือ่ นกั เรยี น
ครผู ู้สอน
นกั เรยี น
2. ครูตรวจสอบความพรอ้ มเคร่อื ง
แตง่ กายของนักเรยี นและตรวจสอบรายชื่อ
นักเรยี น
3. ให้นกั เรียนอบอนุ่ รา่ งกาย
ข้ันอธบิ าย-สาธติ (10-15 นาที) อธบิ าย/ สาธิต นกหวีด สังเกตพฤตกิ รรมและ
ความสนใจของนักเรียน
ครูอธบิ าย
1. ครูอธบิ ายพรอ้ มท้ังสาธิตทักษะการ
สรา้ งความคุ้นเคยกบั ลูกตะกรอ้
2. ครใู ห้สุ่มนักเรียนมาปฏบิ ัตเิ ปน็ ตวั อย่าง
ทักษะการสรา้ งความคุน้ เคยกับลูกตะกรอ้
ขั้นฝกึ ปฏิบัติ(10-15 นาที) ชแี้ จง นกหวีด สงั เกตพฤติกรรมและ
ความสนใจของนกั เรยี น
1. ให้นกั เรยี นผเู้ ลน่ ยนื แถวหนา้ กระดาน 2 นักเรยี น
แถว ดงั รปู ปฏบิ ตั ิ
ผู้เลน่ เขา้ แถวตอน 2 แถวหันหน้าเข้าหากนั
รบั และสง่ ลกู บอลไปให้ผู้เล่นแถวตรงขา้ ม แลว้
วิ่งไปตอ่ ทา้ ยแถวตรงขา้ ม
2. ครแู นะนำนกั เรียนในการใช้ทกั ษะการ
สร้างความคุ้นเคยกับลกู ตะกร้อ
ขัน้ นำไปใช้ (10-15 นาที) ชแ้ี จงนักเรียน นกหวีด สังเกตพฤตกิ รรมและ
1. ใหน้ ักเรยี นฝกึ เปน็ กลุ่มทักษะการ ปฏิบัติ ความสนใจของนักเรยี น
ถาม – ตอบ
สรา้ งความค้นุ เคยกับลกู ตะกรอ้ โดยครคู อย
กำกบั ดูแล
2. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขนั ทักษะ
การสรา้ งความคุน้ เคยกับลูกตะกร้อ
ขั้นสรปุ และสุขปฏบิ ัติ (5นาที) ช้แี จง นกหวดี สังเกตพฤตกิ รรมและ
1. ใหน้ กั เรียนเขา้ แถวตอน แถวละ นกั เรียน ความสนใจของนกั เรียน
10 คน ตามเลขที่ ปฏิบัติ
ถาม – ตอบ
ครผู ู้สอน
นกั เรียน
2. ครถู าม – ตอบนกั เรยี นในขอ้
สงสยั ที่นักเรียนยงั ไม่เข้าใจ
3. นดั หมายการเรยี นครัง้ ต่อไป
ปลอ่ ยนักเรยี นกลบั ห้องเรียน
8. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ การสงั เกต เคร่ืองมือท่ีใช้
1. ลกู ตะกร้อ 1. แบบบนั ทึกสงั เกตพฤติกรรม
2. กรวย ของนักเรียน
9. การวดั ประเมินผล 1. แบบบันทึกสังเกตพฤติกรรม
สิ่งทีต่ ้องการวัด ของนักเรียน
K ความรู้ 1. สังเกตจากการเขา้ ร่วม
1.นกั เรียนมีความรู้ทกั ษะพื้นฐาน กิจกรรมของนักเรียน
ในทักษะการสร้างความคุ้นเคย
กบั ลูกตะกร้อ
P ทักษะและกระบวนการ 1. สังเกตการทกั ษะ
2.นกั เรียนสามารถปฏิบัตทิ ักษะ
การสร้างความคนุ้ เคยกับลกู
ตะกร้อ
A เจตคติ 1. การสังเกตพฤติกรรมการ 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการการ
3. นกั เรียนมีความสนุกสนานใน เรียนรู้ของนักเรยี น เรียนของนักเรียน
ทกั ษะการสรา้ งความคุ้นเคยกับ
ลูกตะกร้อ
10. บันทกึ ผลหลังการสอน
............................................................................................................... ........................................................
........................................................................................ ...............................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
................................................................................................ .......................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................... ........................................................
....................................................................................... ................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
............................................................................................... ........................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแกป้ ญั หา
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
........................................................................................ ...............................................................................
.......................................................................................................................... .............................................
ลงชื่อ...................................
( นายรณชยั รัชนะปกิจ )
ตำแหน่ง ครู
............../.............../.............
11. ความคิดเหน็ ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................................................
................................................................................................... ....................................................................
ลงช่อื ...........................................ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
............../.............../..............
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
วิชา เซปกั ตะกร้อ รหสั วชิ า พ 23104
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง ทักษะเซปักตะกร้อเบือ้ งต้น (ข้างเท้าด้านใน) เวลาเรียน 1 คาบ
สอนวนั ท่ี............เดือน......................พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 / 2565
ผสู้ อน นายรณชยั รัชนะปกิจ โรงเรียนสวายวิทยาคาร
.......................................................................................................... ........................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 3 การเคล่อื นไหว การออกกำลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/1 เพิ่มพนู ความสามารถของตนตามหลกั การเคลื่อนไหวทีใ่ ชท้ ักษะกลไก
และทกั ษะพื้นฐานทนี่ ำไปสู่การพัฒนาทกั ษะการเล่นกีฬา
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/2 เลน่ กฬี าไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพ้ืนฐาน
ตามชนดิ กฬี าอย่างละ 1 ชนดิ
มาตรฐาน พ.3.1 ม.1/3 รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการอยา่ งน้อย 1 กจิ กรรมและนำหลักความรทู้ ่ีไดไ้ ป
เชอื่ มโยงสัมพันธ์กับวิชาอน่ื
2. สาระสำคัญ
การเดาะตะกร้อดว้ ยข้างเทา้ ดา้ นใน (แป) เป็นลูกพน้ื ฐานในการเลน่ โดยท่วั ไป เพราะฝกึ ง่าย
สามารถควบคุมบังคับทศิ ทาง กำหนดตำแหน่ง และระดับความสงู ของลูกตะกรอ้ ไดต้ ามต้องการ ผู้เลน่
กีฬาเซปักตะกร้อทดี่ ี จะตอ้ งสามารถเดาะตะกร้อดว้ ยข้างเท้าด้านใน (ลูกแป) ไดด้ ีทง้ั ขา้ งขวา และข้าง
ซ้าย ลกู ต้องไม่ต่ำจนเกนิ ไป ควรคำนงึ ถงึ หลักของการนำไปใช้ในการเล่นเซปกั ตะกร้อ อทุ ัย สงวนพงษ์
(2542 : 36 – 37) ได้แนะนำหลกั การเดาะตะกรอ้ ดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านใน (ลูกแป) ดังน้ี
1. เดาะตะกร้อด้วยข้างเท้าดา้ นใน โดยการเตะดว้ ยข้างเทา้ ดา้ นในเบาๆ หักข้อเท้าข้ึนข้างบนมากๆ
บงั คบั ใหล้ ูกตะกร้อให้กระดอนขึ้นมาเป็นแนวตั้งตรง
2. การเดาะลกู แต่ละคร้ังจะตอ้ งออกแรงเตะใหเ้ ท่าๆ กัน ถ้าเดาะต่ำอาจจะไม่ตอ้ งใชเ้ ทา้ ท่เี ตะลงสู่
พน้ื เพยี งแตย่ กเทา้ ขน้ึ และลดเทา้ ลงเท่าน้ันแต่ถ้าเดาะลกู สงู อาจจะวางเทา้ ทเี่ ตะลงสูพ่ ืน้ ก่อนทีจ่ ะเดาะลูก
ตอ่ ไป
3. การเดาะลูกระยะแรกๆ ผู้เลน่ อาจจะไมส่ ามารถบังคับลกู ตะกรอ้ กระดอนขึน้ เป็นแนวตรงและ
ความสูงสม่ำเสมอได้จึงจำเป็นต้องก้าวเทา้ ทัง้ สองขา้ งติดตามลูกตะกร้อไปตามทิศทางตา่ งๆดว้ ย
4. ควรฝกึ เดาะด้วยทงั้ สองขา้ งจนเกิดความชำนาญ จากประสบการณ์ผเู้ ขียน การเปน็ ผูเ้ ล่น ผู้ฝกึ สอน
ผ่านการอบรมผตู้ ัดสินกีฬาตะกรอ้ ระดับชาติ ผา่ นการอบรมผูฝ้ กึ สอนกีฬาตะกรอ้ ขน้ั สูง ระดับชาติ ผู้เขียน
จึงขอเสนอเพ่ิมเตมิ ขัน้ ตอนการเลน่ ลูกตะกรอ้ ด้านขา้ งเทา้ ด้านใน (ลูกแป)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
K : นกั เรยี นสามารถบอกความสำคัญ และประโยชน์ของการเลน่ ลูกตะกร้อดว้ ยข้างเท้าด้านในได้
P : นักเรยี นสามารถเลน่ ลกู ตะกร้อด้วยขา้ งเทา้ ด้านในได้
A : นกั เรียนตระหนักถงึ ความสำคัญของทกั ษะการเล่นลกู ตะกร้อด้วยข้างเทา้ ด้านในได้
4. สาระการเรยี นรู้
.ทักษะการเล่นลกู ตะกร้อดว้ ยข้างเท้าด้านใน
1. ท่าเตรยี ม ยืนใหเ้ ท้าที่ไม่ถนัดอยเู่ ฉียงไปขา้ งหน้าเท้าท่ีถนดั เล็กนอ้ ย และใหป้ ลายเทา้ ซา้ ยช้ีไป
ข้างหน้า ยอ่ เขา่ ตามองลกู เท้าทั้งสองหา่ งกนั ประมาณ 1 ชว่ งไหล่ น้ำหนกั ตวั อยูป่ ลายเท้าทง้ั สองขา้ ง ซ่ึง
คลา้ ยกันกับท่าเตรยี มพร้อมการเลน่ ลกู ตะกร้อดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นในแล้วปฏิบตั ิตามข้ันตอน ดังนี้
2. ก้าวเทา้ ที่ไมถ่ นัดเพ่ือหาจงั หวะเตะ ให้ก้าวเท้าที่ไม่ถนดั เขา้ หาตำแหน่งดา้ นขา้ งขอลกู ตะกร้อที่กำลงั
ลอยมา
3. เม่อื ไดจ้ ังหวะใหบ้ ิดลำตวั บริเวณเอวเล็กน้อยพร้อมยกเทา้ ที่ถนัดข้นึ เตะตะกร้อด้วยข้างเทา้ ด้านใน
(ลกู แป) ให้ลูกตะกรอ้ กระทบบริเวณใต้ตาตุม่ ข้อเทา้ เกร็ง พยายามให้ปลายเท้าและส้นเท้าขนานกับพ้นื
แบะเข่าออกดา้ นขา้ ง เพ่อื ให้เตะตะกร้อได้ง่ายและตามตำแหน่งท่ตี อ้ งการ ส่วนการยกเท้าจะตำ่ จะสูงน้นั
ขน้ึ อยกู่ ับทิศทาง ตำแหนง่ ที่ต้องการให้ลูกตะกร้อไป เชน่ การเตะตะกร้อให้ไป ไกลกต็ ้องยกเทา้ ตำ่ หรือ
ต้องการให้ลูกตะกร้อสงู ข้ามศีรษะไปดา้ นหลังก็ต้องยกเท้าสูงเหนอื เข่า และย่อตัวมากขึ้น
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะกระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซื่อสตั ย์สจุ รติ
3. มวี ินยั
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6. มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีการสอน สอ่ื / อุปกรณ์ การวัดและประเมินผล
กิจกรรม ชแ้ี จงนักเรียน นกหวดี สงั เกตการแตง่ กายของ
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน(5-10 นาที) นกั เรียน
1.ให้นกั เรียนเข้าแถวตอน แถวละ 10 คน ถาม – ตอบ ปากกา กระดาษ
ตามเลขที่ รายชอ่ื นกั เรยี น
ครผู ูส้ อน
นักเรียน
2. ครตู รวจสอบความพร้อมเคร่อื ง
แต่งกายของนักเรยี นและตรวจสอบรายชื่อ
นกั เรยี น
3. ให้นักเรยี นอบอนุ่ รา่ งกาย
ขั้นอธบิ าย-สาธิต(10-15 นาท)ี อธบิ าย/ สาธติ นกหวีด สังเกตพฤตกิ รรมและ
ความสนใจของนักเรียน
ครูอธบิ าย
1. ครอู ธบิ ายพรอ้ มท้ังสาธติ ทกั ษะการเล่น
ลูกตะกร้อดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ดังรูป
2.ครูให้สุ่มนักเรยี นมาปฏบิ ตั เิ ปน็ ตัวอย่าง
ทักษะการเล่นลูกตะกรอ้ ดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านใน
ขั้นฝึกปฏบิ ัติ(10-15 นาที) ช้แี จง นกหวีด สังเกตพฤติกรรมและ
ความสนใจของนกั เรยี น
1. ให้นักเรียนจบั กลุ่ม ๆ 3 คนฝึกทกั ษะ นักเรยี น
การเดาะตะกร้อดว้ ยข้างเท้าด้านใน โดยการ ปฏบิ ตั ิ
สลับกันเดาะลกู ตะกรอ้ ดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านใน ครู
ค่อยให้คำปรึกษา
ข้ันนำไปใช้ (10-15 นาที) ชแี้ จงนกั เรียน นกหวดี สังเกตพฤตกิ รรมและ
ความสนใจของนักเรยี น
1.ให้นักเรยี นฝกึ เปน็ กลุ่มทักษะการเล่นลกู ปฏิบตั ิ
สังเกตพฤติกรรมและ
ตะกร้อดว้ ยขา้ งเท้าดา้ นในโดยครูคอยกำกับ ถาม – ตอบ ความสนใจของนกั เรียน
ดูแล
2. ครทู ดสอบทกั ษะการเลน่ ลกู ตะกร้อ
ด้วยขา้ งเทา้ ด้านใน
ขั้นสรุปและสขุ ปฏิบัติ (5นาที) ชแ้ี จงนักเรียน นกหวดี
1. ใหน้ กั เรียนเข้าแถวตอน แถวละ ปฏิบตั ิ
10 คน ตามเลขที่ ถาม – ตอบ
ครผู สู้ อน
นกั เรียน
2. ครถู าม – ตอบนกั เรยี นในข้อ
สงสยั ทน่ี ักเรียนยังไม่เขา้ ใจ
3. นัดหมายการเรยี นคร้ังตอ่ ไป
ปล่อยนักเรยี นกลบั ห้องเรียน
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. ลูกตะกร้อ
9. การวดั ประเมนิ ผล
สง่ิ ทต่ี ้องการวดั การสงั เกต เครือ่ งมือทีใ่ ช้
K ความรู้ 1. สังเกตจากการเขา้ รว่ ม 1. แบบบันทึกสังเกตพฤตกิ รรม
1.นกั เรียนมีความรู้ทกั ษะพื้นฐาน กจิ กรรมของนักเรียน ของนักเรยี น
ในทักษะการเลน่ ลกู ตะกร้อดว้ ย
ขา้ งเทา้ ด้านใน
P ทักษะและกระบวนการ
2.นกั เรยี นสามารถเล่นลูกตะกร้อ 1. สังเกตการทกั ษะเดาะลูก 1. แบบบันทกึ สงั เกตพฤติกรรม
ของนักเรยี น
ดว้ ยข้างเท้าดา้ นในได้ ตะกร้อดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านใน
A เจตคติ 1. การสังเกตพฤติกรรมการ 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการการ
3. นักเรยี นมีความสนุกสนานใน เรียนรู้ของนักเรียน เรียนของนักเรียน
ทกั ษะเลน่ ลกู ตะกร้อด้วยขา้ งเทา้
ดา้ นใน