The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน (ปี 2552)

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ

Keywords: ด้านบริหารงานที่ดิน

242 ค่มู ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ

๕. ถาตรวจสอบหลักฐานตามขอ ๑-๔ แลวไมพบหรือไมไดขอยุติวาไดมีการแจกโฉนดท่ีดินหรือ ใบ
ไตส วนไปแลว ใหสอบถามกรมทด่ี ินเพือ่ ตรวจสอบหลกั ฐานทางสวนกลาง

๖. ถากรมท่ีดินไมมีหลักฐานยืนยันวา ไดมีการแจกใบไตสวนหรือโฉนดท่ีดินไปแลวก็ใหเจาหนาท่ี
สอบสวนเจาของทดี่ นิ และเจา ของท่ีดินขางเคียง รวมท้ังหลักฐานของเจาของที่ดินแปลงขางเคียงรอบดานวา ไดมีการออก
เอกสารสิทธไิ ปแลวหรอื ไม ใครเปน ผูร บั รองแนวเขตดา นที่ตดิ กับแปลงท่ขี อออกโฉนดทดี่ นิ และสอบประวตั คิ วามเปน มา
ของผคู รอบครองแตละคนวาไดท่ดี ินมาอยา งไร ตงั้ แตเมือ่ ใด มหี ลักฐานเดมิ อยา งไร รวมทง้ั สอบสวนผปู กครองทอ งท่ีและ
พยานบุคคลอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวของเสียกอน แลวใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดใชดุลยพินิจพิจารณาจากขอเท็จจริงและผลการ
สอบสวนดงั กลา วในการดําเนินการตอไป
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๙๘๑๔ ลงวันที่ ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๔๐
เรื่อง การออกหนงั สือแสดงสทิ ธิในท่ดี ินในเขตที่ดินของรฐั

๑. กรณีที่ราษฎรขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินของรัฐ เชน ท่ีสาธารณประโยชน ที่ราชพัสดุ และ
ท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินของแผนดินทุกประเภท กอนจะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ใหจังหวัดนํา
เรื่องดังกลาวเสนอตอคณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐสวนจังหวัด (กปร. สวนจังหวัด)
พิจารณาตรวจสอบการครอบครองที่ดินของบุคคลผูเขาครอบครองที่ดินของรัฐ เพ่ือพิสูจนสิทธิในที่ดินกอน ผลเปน
ประการใด ก็ใหจ ังหวัดพจิ ารณาดําเนินการไปตามอาํ นาจหนาที่

กรณีท่ีราษฎรขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินของรัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร ใหสํานักงานท่ีดิน
กรุงเทพมหานครสรุปเรื่องเสนอใหกรมที่ดินสงเรื่องใหคณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ
สวนกลาง (กปร. สวนกลาง) พิจารณาตรวจสอบการครอบครองท่ีดินของบุคคลผูเขาครอบครองท่ีดินของรัฐ เพื่อพิสูจน
สิทธิในท่ีดินกอนทุกแปลงเชนเดียวกัน ผลการพิจารณาของ กปร. สวนกลางเปนประการใด ก็ใหเจาพนักงานที่ดิน
กรุงเทพมหานครพจิ ารณาดาํ เนินการไปตามอํานาจหนาที่

๒. กรณที ่ีไดออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นท่ีดินใหกับราษฎรไปแลว ตอ มาปรากฏขอเทจ็ จริงในภายหลงั วา
ไดออกทับที่ดินของรัฐดังที่กลาวมาแลวขางตน หรือสวนราชการผูมีอํานาจหนาที่ดูแลท่ีดินของรัฐรอง
ขอใหตรวจสอบ กอนที่จังหวัดจะพิจารณาดําเนินการเพิกถอนหรือแกไขเอกสารสิทธิน้ันๆ จังหวัดควรนําเรื่องเสนอตอ
คณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐสวนจังหวัด (กปร. สวนจังหวัด) พิจารณาใหความเห็นอีก
ครง้ั หนึ่ง ผลเปนประการใด ก็ใหจ ังหวัดพิจารณาดําเนินการไปตามอาํ นาจหนา ท่ี
หนงั สือกรมทด่ี ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๔๒๐๖ ลงวนั ที่ ๙ กุมภาพนั ธ ๒๕๔๑
เรื่อง การออกโฉนดที่ดนิ ตามโครงการพฒั นากรมทด่ี นิ และเรง รดั การออกโฉนดทีด่ นิ ทั่วประเทศ

๑. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดแตงตั้งใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเปน
เจาพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน ผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินจึงมีอํานาจประกาศกําหนดวัน
แจกโฉนดทดี่ นิ ตามมาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน และประกาศการแจกโฉนดที่ดิน ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี
๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และดําเนินการในสวนที่
เกย่ี วของกบั ประกาศดังกลาวได หากจงั หวดั เห็นวา เจาพนักงานทด่ี นิ จงั หวัดหรอื เจาพนักงานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาควรเปน ผู
พิจารณาลงนามในประกาศดังกลาว เพราะตองกํากับดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานตามโครงการเดินสํารวจออก
โฉนดท่ดี ิน และการเปลี่ยน น.ส. ๓ ก.เปน โฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตามอํานาจหนาท่ีก็
ชอบทจ่ี ะดําเนนิ การได และขอไดแ จง กรมทด่ี นิ ทราบดว ย

คมู่ ือเจา้ หน้าทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ 243

๒. เร่ืองราวการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินท่ีเจาหนาท่ีสายสํารวจไดดําเนินการครบถวนถูกตองตาม
หมวดท่ี ๑ สวนที่ ๔ และสวนท่ี ๕ ของระเบียบกรมที่ดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดิน พ.ศ.
๒๕๒๙ กลาวคือ ไดทําการสํารวจรังวัดทําแผนที่สอบสวนสิทธิ และใหผูนําทําการเดินสํารวจฯ เจาของที่ดินขางเคียง
ผูปกครองทองที่ลงลายมือช่ือในใบไตสวน (น.ส. ๕) และแบบบันทึกถอยคํา (ท.ด. ๑๖) ตางๆ ใหคูกรณีในขอผูกพันให
ถอยคํารับรองในขอที่กําหนดไวในใบไตสวน จดแจงรายการจดทะเบียนลงในสารบัญจดทะเบียนหลังใบไตสวน และ
บันทึกถอยคําผูโตแยงสิทธิและศูนยอํานวยการเดินสํารวจฯ ไดตรวจสอบแลวเห็นวาอยูในหลักเกณฑที่จะออก
โฉนดทด่ี นิ ได กใ็ หเ จาพนักงานท่ีดนิ ประกาศแจกโฉนดท่ดี ินได เพอื่ ใหศูนยอ าํ นวยการเดินสํารวจฯทยอยแจกโฉนดท่ีดิน
ใหถงึ มอื เจาของทด่ี ินไดม ากท่ีสุด
หนงั สอื กรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว.๐๙๔๘๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๑
เร่ือง การออกหนงั สือสาํ คญั ตามประมวลกฎหมายทดี่ ินใหร าษฎรทม่ี ีหลกั ฐาน ส.ค. ๑ ในเขตนิคมสรา งตนเอง

สงหนังสือกรมประชาสงเคราะห ท่ี รส ๐๔๐๕/ว. ๘๖๐๖ ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ ๒๕๔๑ เร่ือง การออก
หนังสือสาํ คญั การประมวลกฎหมายที่ดินใหแกร าษฎรท่ีมหี ลักฐาน ส.ค. ๑ ในเขตนคิ มสรา งตนเอง
หนังสอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวนั ท่ี ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑
เร่ือง การออกโฉนดทด่ี นิ โดยอาศัยหลกั ฐานหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน

มาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบของคณะกรรมการจัดการที่ดินแหงชาติ ฉบับที่
๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) จะใชในกรณีผูขอนําหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) มาขอออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนหรอื โฉนดทดี่ นิ เทา นนั้ ไมใชบังคับแกก รณนี าํ หนังสือรบั รองการทาํ ประโยชนม าขอออกโฉนดทด่ี นิ แตอ ยา งใด
สวนการท่ีกรมท่ีดินไดเคยวางแนวทางปฏิบัติใหใชมาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน และระเบียบของ
คณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติดังกลาวบังคับใชโดยอนุโลมในการพิจารณาเร่ืองการออกโฉนดท่ีดิน ซึ่งมีเนื้อที่แตกตาง
ไปจากหนังสือรับรองการทําประโยชนดวยนั้น ก็เปนเพียงการกําหนดวิธีการพิจารณาเกี่ยวกับการออกโฉนดท่ีดิน โดย
อาศัยหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาท่ีถือปฏิบัติเปนแนวทางเดียวกันเทานั้น แตปจจุบัน
ปรากฏวา มีราษฎรจํานวนมากท่ีตองเสียสิทธิจากการอนุโลมใชบังคับกฎหมายและระเบียบดังกลาว ทั้งที่กฎหมายและ
ระเบียบเองมิไดเปดชองหรือมีขอความแสดงวาใหดําเนินการเชนน้ันไดแตอยางใด ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้กรมที่ดินก็เคยวาง
แนวทางใหพนักงานเจาหนาที่ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว.๙๙๗๒ ลงวันท่ี ๑ มิถุนายน ๒๕๒๑แลว
ความวา กรณกี ารออกโฉนดท่ดี ินท่มี เี นอ้ื ทแ่ี ตกตา งกับหลกั ฐานหนังสือรบั รองการทําประโยชนไมใชเปนการแตกตางกับ
หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) ไมเขาหลักเกณฑตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติฯ ซ่ึงใน
เม่ือเปนเรื่องที่ผูขออาจจะตองเสียสิทธิ จึงจําเปนตองตีความโดยเครงครัดตามตัวบทกฎหมาย ฉะนั้น จึงใหยกเลิก
หนังสือเวียนกรมที่ดิน ที่อนุโลมใหใชกฎหมายและระเบียบดังกลาวแกกรณีการออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐาน
หนงั สือรับรองการทาํ ประโยชนต อ ไป

สําหรับหลักเกณฑและวิธีการท่ีจะใชกับกรณีการออกโฉนดที่ดิน โดยอาศัยหลักฐานหนังสือรับรอง
การทําประโยชน หลังจากยกเลิกหนังสือเวียนกรมท่ีดินดังกลาวแลวน้ัน ตองเปนไปตามมาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ แหง
ประมวลกฎหมายท่ีดิน และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล
กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สวนกรณี อาณาเขต ระยะของแนวเขต และเน้ือท่ีในการรังวัดออกโฉนดท่ีดินคลาดเคล่ือนไม
ตรงกับหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน ยอมอยูในดุลยพินิจของ เจาพนักงานท่ีดิน ท่ีจะพิจารณาดําเนินการตาม
ความเหมาะสมแกกรณตี อ ไป โดยขน้ึ อยูกับขอ เทจ็ จริงและขอมูลรายละเอียดตา งๆท่ปี รากฏในแตล ะเรือ่ ง

244 คู่มอื เจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ

หนังสอื กรมทด่ี นิ ดว นท่สี ุด ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๑๗๔๓ ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
เรอ่ื ง การออกโฉนดท่ีดินสาํ หรับท่ดี นิ ท่ีไดจ ํานองเปนประกันไว

- การขอรบั โฉนดทีด่ ินตามโครงการเดนิ สํารวจฯ ใหจังหวัดดําเนนิ การดงั นี้
๑. ทําหนังสือลงทะเบียนตอบรับแจงเจาของท่ีดิน และธนาคารผูรับจํานองทราบ กําหนด วัน เวลา
และสถานที่แจกโฉนดท่ีดิน พรอมท้ังชื่อเจา ของที่ดิน หลักฐานท่ีดนิ เดมิ เลขทโ่ี ฉนดทด่ี นิ ใหม ไมน อ ยกวา ๗วนั กอ นวนั
แจกโฉนดที่ดิน และระบใุ หธ นาคารผรู ับจํานองนําหนงั สือแสดงสทิ ธิในทดี่ นิ เดมิ มาคนื ในวนั แจกโฉนดทดี่ ิน
๒. ในการออกโฉนดท่ดี ินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ใหระบุในหนังสือ ขอ ๑ ดวย
วา “ไดประกาศกําหนดวันแจกโฉนดทด่ี นิ แลว ซ่ึงทําใหห นงั สือแสดงสทิ ธใิ นทีด่ นิ เดมิ ไดถ ูกยกเลิกและไมสามารถทํานิติ
กรรมใดๆ ตามกฎหมายได”
๓. ในกรณีท่เี จา ของที่ดนิ และธนาคารผูร บั จาํ นองมาในวนั แจกโฉนดท่ดี นิ ใหเจา ของทีด่ ินลงลายมอื ชอื่
รบั โฉนดทด่ี นิ และสง โฉนดที่ดนิ ใหธ นาคารเก็บไวเปนหลักฐานโดยใหธ นาคารสงมอบหนังสือแสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ เดมิ คนื
๔. หากธนาคารไมมาในวันแจกโฉนดท่ีดิน ใหแจกโฉนดที่ดินแกเจาของที่ดินโดยใหปฏิบัติตาม
หนังสือกรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๑๗๕๑๑ ลงวนั ท่ี ๒๙ ก.ค. ๒๕๒๙ โดยไมตอ งออกใบแทน
๕. หากเจาของทีด่ นิ ไมม าในวนั แจกโฉนดท่ีดนิ ใหแจกโฉนดท่ีดนิ แกผ ูร บั จํานองรบั ไป
๖. เมื่อดาํ เนนิ การตาม ขอ ๔ และ ๕ แลว ใหทําหนงั สอื ลงทะเบียนตอบรับแจงผูรับจํานองหรือเจาของ
ทด่ี นิ ทไี่ มไดรับโฉนดทดี่ ิน ทราบวาไดแ จกโฉนดที่ดนิ ใหแ กใคร เม่ือใด และเก็บเขา เรอื่ งไวเปน หลกั ฐาน
หนงั สอื กรมที่ดิน ดว นท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๒๒๕๙ ลงวันท่ี ๙ พ.ย. ๒๕๔๑
เรอื่ ง การจัดสรา งใบไตส ว น (น.ส. ๕) ตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนดทดี่ นิ
๑. ใหจัดสรางใบไตสวน (น.ส.๕) เพียงฉบับเดียว โดยกรอกขอความในใบไตสวน (น.ส.๕) และให
เจาของท่ีดิน เจาของท่ีดินขางเคียง ผูปกครองทองที่ และเจาหนาท่ีท่ีเก่ียวของลงนามใหครบถวน ยกเวนขอ ๘ ในวงเล็บ
(ฉบับน้ีสําหรับ…)และชอง“…ผูรับใบไตสวน” และ “…เจาพนักงานผูแจกใบไตสวน” ใหเวนไวกอนแลวใหถายเอกสาร
เปน คฉู บับโดยใชก ระดาษถา ยเอกสารขนาด A๓ (พบั ก่ึงกลางจะเทากระดาษ A๔)
๒. เมอ่ื ตอ งการแจกใหเจา ของทีด่ นิ จงึ เติมขอความในชองทีเ่ วนไวใ หค รบถวนสมบูรณ
๓. ใหดําเนนิ การตง้ั แตว ันที่ ๑๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑ เปน ตน ไป
หนังสือกรมท่ีดนิ ดว นท่สี ุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๓๐๙๙ ลงวนั ที่ ๑๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑
เรอื่ ง การวางแนวทางปฏบิ ตั กิ รณีแบบพมิ พโ ฉนดท่ีดินสูญหาย
- วางแนวทางปฏิบัตกิ รณโี ฉนดที่ดนิ ตามโครงการเดนิ สํารวจฯ สญู หาย ดังนี้
๑. ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจฯ แตงต้ังเจาหนาท่ีซึ่งเปนขาราชการ ทําหนาที่ควบคุมเบิกจายแบบ
พิมพโฉนดทด่ี ินตามระเบียบสํานกั นายกรฐั มนตรวี า ดวยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และใหจ ัดทําบัญชีรับจา ยแบบพิมพโ ฉนด
ที่ดิน (บ.ท.ด.๖๙) ตามระเบียบกรมที่ดินวาดวยการพิมพ การควบคุม รักษาและการเบิกจายแบบพิมพโฉนดที่ดิน หนังสือ
รับรองการทําประโยชนแ ละหนงั สอื กรรมสทิ ธิ์หอ งชุด พ.ศ. ๒๕๓๑ ลงวนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๑
๒. ใหจัดทําสมุดบัญชีควบคุมการเบิกแบบพิมพโฉนดท่ีดิน (บ.ท.ด.๖๙) ไวเปนหลักฐาน เม่ือมีการเบิก
แบบพิมพโ ฉนดทีด่ ินหรอื แบบพิมพ น.ส.๓ ก. เพื่อใชใ นโครงการเดินสํารวจฯใหก องกลางฝา ยสอบสวนสทิ ธจิ ัดใหม สี มดุ
ควบคมุ งานโดยใชสมดุ เบอร ๒ (หนึง่ เลม ตอหน่ึงสายสาํ รวจ)ใหอยใู นความควบคุมดูแลของผกู ํากับการเดนิ สาํ รวจฯ
๓. ใหมขี อความตามบญั ชีเอกสารที่แนบมาพรอ มนี้

คมู่ ือเจา้ หน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 245

๔. ใหมีการลงนามรับแบบพิมพโฉนดที่ดินหรือ น.ส.๓ ก. ทุกครั้งที่มีการจัดสงใหเจาหนาท่ีคนอื่น
ดําเนินการตอ

๕. หากไมมีการลงนามในสมุดดังกลาว และแบบพิมพสูญหาย ใหถือวาผูลงนามครั้งสุดทายเปน
ผรู ับผดิ ชอบ และทําแบบพิมพสูญหาย

๖. ใหผ ูอาํ นวยการศูนยเดนิ สาํ รวจฯ ผกู าํ กบั การเดนิ สํารวจฯ ผกู ํากบั การรังวดั เปน ผดู แู ลและควบคมุ ให
มีการปฏบิ ัติตามโดยเครง ครัด
หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๗๑๙/ว. ๓๓๔๗ ลงวนั ท่ี ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑
เรอ่ื ง การมอบอํานาจการดแู ลรักษา คุม ครองปอ งกันทสี่ าธารณะของนายอาํ เภอ

เนือ่ งจากกรมทดี่ ินไดรายงานใหทราบวายงั มบี างอําเภอคงมอบหมายใหผ แู ทนไประวงั ชแี้ ละรบั รองแนว
เขตครง้ั เดยี วหลายคน เชน มอบหมายใหป ลัดอาํ เภอผรู ับผดิ ชอบประจําตําบลรวมกับกํานันหรือผูใหญบาน หรือท้ังกํานัน
และผูใหญบาน ใหเปนผูไประวังชี้และรับรองแนวเขตที่สาธารณประโยชน ซึ่งการดําเนินการดังกลาวทําใหการออก
หนงั สอื แสดงสิทธิในทีด่ ินเปนไปดวยความลาชา สง ผลกระทบตอ นโยบายของทางราชการในการเรง รดั ออกหนงั สอื แสดง
สทิ ธิในท่ีดนิ ใหแกราษฎร โดยเฉพาะอยางย่งิ ตอ การดําเนนิ งานโครงการพัฒนากรมท่ีดินและเรง รดั การออกโฉนดที่ดินท่ัว
ประเทศ เน่ืองจากโครงการดังกลาวมีเปาหมายในการออกโฉนดที่ดินใหแกราษฎรในแตละปงบประมาณนับลานแปลง
หากปลอยใหสภาพเหตุการณดําเนินการไปเชนน้ี จะทําใหเกิดปญหาโฉนดท่ีดินคางลงนามและคางแจกเปนจํานวนมาก
อาจทาํ ใหเ ปาหมายของงานโครงการที่ทางราชการกําหนดไวไมบรรลุผลสําเร็จ ตามเจตนารมณของทางราชการ ฉะน้ัน จึง
ขอใหจังหวัดส่ังการใหนายอําเภอ และปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอถือปฏิบัติตามนัยหนังสือ
กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๖๑๘/ว ๒๔๗๔ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ โดนเครงครัดดวย หากอําเภอใดมีความ
จําเปนตองปฏิบัติแตกตางจากแนวทางท่ีแจงใหถือปฏิบัตินี้ ขอใหจังหวัดเสนอความเห็นตอกระทรวงมหาดไทย เพ่ือ
พิจารณาเปน กรณๆี ไป
หนังสอื กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๐๑๙ ลงวันท่ี ๔มกราคม ๒๕๔๒
เรอ่ื ง การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน

วางแนวทางปฏิบัตเิ พอ่ื ใหเจาหนาที่ถือปฏบิ ตั เิ ปน แนวทางเดียวกัน ดงั นี้
๑. ในกรณีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและการยายรูปแปลงท่ีดิน ในพื้นท่ีระวางแผนท่ีเดียวกัน เมื่อ
ไดปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดวยการเปลี่ยนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เปนโฉนดท่ีดินตาม มาตรา ๕๘
ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ ขอ ๑๘,๑๙ แลวใหเจาหนาท่ียายรูปแปลงที่ดินและเจาหนาที่ยายรูปแปลง
ท่ีดินและเจาหนาที่เดินสํารวจฯ จัดทําบันทึกรวมกันตามแบบที่แนบมาพรอมน้ีตอหนาผูกํากับการเดินสํารวจฯ,ผูกํากับ
การรงั วดั และผอู ํานวยการศนู ยฯ
๒. ใหจัดสง บันทึกตามขอ ๑ ใหผอู ํานวยการกองหนังสอื สาํ คัญทราบโดยเรว็
๓. ใหท ําบนั ทกึ ตามขอ ๑ ต้งั แตผ ลการดาํ เนนิ การประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ เปนตน ไป
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ดว นมาก ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๕๒๕ ลงวนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๒
เรอ่ื ง ใหส อบสวนผูป กครองทอ งที่กอนออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นท่ีดนิ
(ยกเลิก หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ดว นท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๑๑๐ ลงวนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๐)
- อํานาจหนาท่ีดูแลรักษาที่สาธารณสมบัติของแผนดินประเภทพลเมืองใชประโยชนรวมกัน(ท่ีสาธารณ
ประโยชน) ที่ตงั้ อยใู นเขตเทศบาล มใิ ชอํานาจหนา ที่ของเทศบาล และคําสง่ั กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๘๙๐/๒๔๙๘ ลงวนั ท่ี

246 คมู่ อื เจ้าหน้าทสี่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี นิ

๑๖ สิงหาคม ๒๔๙๘ ซ่ึงปจจุบันถูกยกเลิกและใหใชคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๖๓๙/๒๕๔๐ ลงวันท่ี ๙ ธันวาคม
๒๕๔๐ แทนเปนคําสัง่ ทกี่ ระทรวงมหาดไทยมอบหมายใหเ ทศบาลดูแลรกั ษาเฉพาะทสี่ าธารณสมบัติของแผนดินประเภท
ที่ดินรกรางวางเปลาและท่ีดินซึ่งมีผูเวนคืน หรือ ทอดท้ิงหรือกลับมาเปนของแผนดินโดยประการอ่ืนตามประมวล
กฎหมายท่ดี ินในเขตเทศบาลเทาน้ัน ดังนัน้ การตรวจชแี้ ละรับรองแนวเขตทส่ี าธารณประโยชนท ง้ั ในและนอกเขตเทศบาล
ผูมีอํานาจหนาท่ีคือ นายอําเภอทองท่ีซ่ึงเปนผูดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พ.ศ. ๒๔๕๗ และ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงใหเจาหนาท่ี
ถือปฏิบตั ดิ ังนี้

๑. การออกโฉนดท่ีดินใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาแลวแตกรณีมี
หนงั สือแจงใหนายอําเภอทองที่หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอทองท่ีออกไปรวมเปนพยานและตรวจสอบ
ท่ีดินที่ขอออกโฉนดท่ีดินวาเปนท่ีสงวนหวงหามหรือที่สาธารณประโยชนแตอยางใด หรือไม รวมทั้งตรวจสอบการ
ครอบครองและทาํ ประโยชนในท่ดี ินของผูข อวาไดครอบครองทําประโยชนในที่ดินจริงหรือไม อยางไร เวนแตการออก
โฉนดที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ไมตองแจงใหนายอําเภอทองที่หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอทองที่
ออกไปรว มเปน พยานและตรวจสอบทด่ี ินแตอ ยางใด

๒. การออกหนงั สือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ข. ซ่ึงเจาพนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาเปนผูออก ใหแจงนายอําเภอทองท่ีหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิง
อาํ เภอทองท่ีออกไปรวมเปนพยานและตรวจสอบทด่ี ินตามนยั ท่กี ลาวแลว ในขอ ๑ ดวย

ในกรณีท่ีดินท่ีขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนมีแนวเขตติดตอกับที่
สาธารณประโยชนซึ่งนายอําเภอทอ งที่เปนผูดูแลรักษา ถาไดออกไปตรวจสอบในวันทําการรังวัดก็ใหตรวจช้ีและรับรอง
แนวเขตทส่ี าธารณประโยชนน้ันดวย
หนงั สอื กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๒๐๓๔ ลงวนั ที่ ๙ เม.ย. ๒๕๔๒
เรอื่ ง การออกโฉนดทดี่ ินหรือหนังสือรับรองการทาํ ประโยชน กรณไี ดเ นือ้ ที่เกนิ จากหลักฐานทีด่ นิ เดิม
(อา งถงึ หนงั สอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘๕ ลงวนั ท่ี ๓ มนี าคม ๒๕๔๑)

๑. กรณีเน้ือท่ีตามหลักฐานเดิมไมเกิน ๑๐ ไร ผลการรังวัดทําแผนที่หรือพิสูจนสอบสวนการ
ทําประโยชนไ ดเน้อื ที่เกนิ จากหลักฐานเดิมต้งั แต ๑๐ เปอรเซ็นตขนึ้ ไป แตไมเ กิน ๕๐ เปอรเซน็ ต

๑.๑ ถาเปนการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดสงแบบรายงาน
และเอกสารเรอ่ื งราวใหพนกั งานท่ดี ินจังหวดั หรือเจาพนกั งานท่ีดนิ จงั หวดั สาขาผูตรวจอบ แลวแตกรณี

๒. กรณีเน้ือท่ีตามหลักฐานท่ีดินเดิม ไมเกิน ๑๐ ไร ผลการรังวัดทําแผนท่ีหรือพิสูจนสอบสวนการ
ทําประโยชน ไดเนอ้ื ที่เกนิ จากหลักฐานท่ีดินเดิมกวา ๕๐ เปอรเซ็นต และกรณีเน้ือที่ตามหลักฐานท่ีดินเดิมเกินกวา ๑๐
ไร แตไมเกิน ๕๐ ไร ผลการรังวัดทําแผนท่ีหรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนไดเนื้อที่เกินจากหลักฐานที่ดินเดิม
ตงั้ แต ๑๐ เปอรเซ็นตขึน้ ไป

๒.๑ ถาเปนการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหสงแบบรายงาน
และเอกสารเรือ่ งราวไปยงั สาํ นกั งานท่ดี ินจงั หวัดหรือสํานกั งานที่ดินจังหวัดสาขาแลวแตกรณี และใหผูตรวจราชการกรม
ทีด่ ินเปนผูต รวจสอบในคราวมาตรวจราชการ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 247

248 คู่มือเจ้าหน้าทส่ี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทีด่ ิน

แนวเขตที่ดินแลวแตไมดําเนินการ เจาของท่ีดินไดรับรองเขตไวแลว ใหชางรังวัดหรือเจาหนาท่ีพิสูจนสอบสวนการทํา
ประโยชนลงลายมอื ชือ่ กํากับขอ ความไวด วย

อนึ่ง ความในขอ ๒ ของคาํ ส่ังนี้ใหใชบังคับแกการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและหนังสือรับรองการ
ทาํ ประโยชน ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหง ประมวลกฎหมายทีด่ ินดวย
หนังสอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๗๙๓๑ ลงวนั ท่ี ๗ มิถนุ ายน ๒๕๔๒
เรื่อง การกรอกขอความในหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นท่ีดินและเอกสารท่ีเกี่ยวของกับการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ ิกรรม

- ในการกรอกขอความในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินก็ดี หรือในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดก็ดี ขอให
เจา หนาท่ีถอื ปฏบิ ตั ติ ามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๓๗๕ ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๔ และขอบังคับเร่ือง
การกรอกขอความในหนงั สือสาํ คญั เชน โฉนด และตราจอง ลงวันท่ี ๒๐/๗/๗๔ โดย เครง ครัด หากไดกรอกขอความ
ในหนังสือแสดงสทิ ธิในท่ีดนิ หรือหนังสือกรรมสทิ ธิ์หอ งชดุ ผิดหา ม ไมให ขูด ลบ ขีด ฆา โดยเดด็ ขาด ใหบ นั ทกึ ไว
เปนหลักฐานแลวทําลายแบบพิมพตามระเบียบ และเบิกแบบพิมพมาดําเนินการใหม สวนการจดบันทึกรายการจด
ทะเบียนในรายการจดทะเบียน การกรอกขอความในเอกสารเก่ียวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมคําขอจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมหนังสือสัญญาหรือบันทึกขอตกลงตางๆ รวมท้ังเอกสารอ่ืนๆ ที่เกี่ยวของ หากไดเขียนหรือพิมพ
ขอความผิดหรือตก หาม ขูด ลบ ใหใชวิธีขีดฆาหรือตกเติม แลวลงลายมือช่ือเจาพนักงานท่ีดิน พรอมวัน เดือน ป
กาํ กบั ไว

ฉะนัน้ เพือ่ ไมใหเกดิ กรณีดังกลาว ขอใหเจา หนาทใ่ี ชความระมัดระวงั ในการเขยี นหรือพิมพข อ ความในหนงั สอื
แสดงสทิ ธิในทด่ี ิน หรือหนังสือกรรมสิทธหิ์ อ งชดุ ซึ่งหากมีการกระทาํ ผิดใหผ บู งั คับบญั ชาถือปฏิบตั ิดงั นี้

๑. ทุกครั้งที่ทําผิดใหบันทึกไวเปนหลักฐานวา ผูใดเปนกระทําผิดหากเปนบุคคลเดียวกัน กระทําผิด
ต้ังแต ๓ – ๕ ครั้ง ใหวากลาวตักเตือนเปนลายลักษณอักษร หากยังกระทําผิดอีกใหแตงต้ังคณะกรรมการพิจารณา
สมรรถภาพแลว รายงานใหกรมทด่ี นิ ทราบ

๒. ในกรณขี ูด ลบ ขีด ฆา แก โดยผูก ระทํามเี จตนาทุจรติ ใหถือเปน ความผิดวินยั อยางรา ยแรง
หนังสอื กรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๘๔๔๖ ลงวันที่ ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๔๒
เรื่อง การออกโฉนดทด่ี ินหรอื หนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน กรณไี ดเนื้อท่ีเกนิ จากหลกั ฐานเดิม
(อางถึง หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘๕ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๑,มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๒
กนั ยายน ๒๕๔๑, มท ๐๗๐๓/ว ๐๓๕๖๓ ลงวนั ที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๒)

โดยทป่ี รากฏวา เจา หนา ทไี่ ดใ ชห นังสือกรมทดี่ นิ ตามทอ่ี างถงึ ๑ – ๓ เปน ขอ อางกบั เจาของทด่ี นิ

เปนเหตุใหการพิจารณาออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนลาชาและเจาของที่ดิน
ไดร ับความเดือดรอ น กรมท่ีดินจึงขอซอมความเขาใจเพื่อเปนแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทําประโยชนจากหลักฐานเดิมวา ถาเจาหนาที่พิจารณาโดยสุจริตก็จะทราบไดทันทีวา ผูขอนํารังวัด
เอาที่นอก ส.ค. ๑ นอก น.ส. ๓ เดิม ไปโดยมิชอบหรือไม ทั้งนี้โดยพิจารณาจากระยะทุกดาน และขางเคียงประกอบ
หากระยะใกลเคียงหลักฐานเดิม และขางเคียงก็คงเดิม (รวมถึงผูครอบครองตอเน่ืองจากเจาของที่ดินเดิม) เชื่อแนวาเปน
ขอบเขตตามหลกั ฐานเดิมแนนอนถงึ แมว า เนื้อทท่ี ่ีรงั วดั ออกโฉนดทดี่ นิ และ น.ส. ๓ ก. ใหมจ ะมากกวา เดมิ กช็ อบทจ่ี ะตอ ง
ดําเนินการใหผูขอไปแตในกรณีท่ีมีปญหานั้น ก็เน่ืองมาจากสาเหตุที่เคยมีกรณีเจาหนาท่ีที่ดินทุจริตรวมกับเจาของท่ีดิน

คูม่ อื เจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 249

ออกหลกั ฐานที่ดนิ ขยายขอบเขตออกไปจากหลักฐานเดิมโดยผิดปกติ อีกทั้งระยะและขางเคียงเปล่ียนไปท้ังหมดโดยไมมี
ทีม่ าท่ีไป กรมท่ดี ินจึงไดอ อกหนงั สอื เวียนทงั้ ๓ ฉบับดงั กลา ว เพื่อเปน การปอ งกนั ไวม ิใหม ีกรณีเชนนี้เกิดขนึ้ อีกตอ ไป
หนังสือกรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๒๑๕๔๐ ลงวนั ท่ี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๒
เร่ือง การออกโฉนดท่ดี นิ โดยอาศยั หลกั ฐานหนงั สอื รบั รองการทําประโยชน

๑. การยกเลิกการอนุโลมใหใชมาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบของ
คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) แกการออกโฉนดท่ีดินโดยอาศัยหลักฐานหนังสือรับรอง
การทําประโยชนตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๒ ก.ย. ๒๕๔๑ น้ัน ก็เน่ืองมาจากได
ตรวจสอบพบวา มีราษฎรจาํ นวนมากทต่ี องเสียสิทธิจากการอนุโลมใชกฎหมายและระเบียบดังกลาว เชน กรณีท่ีดินตาม
หนังสือรับรองการทําประโยชนมีดานหน่ึงดานใด หรือหลายดานจดที่ปา หรือ ที่รกรางวางเปลา เม่ือมาขอออกโฉนด
ทด่ี ินเจา พนักงานท่ีดินจะตองดําเนนิ การตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ขอ
๑๐ ดวย โดยจะตองออกโฉนดที่ดินใหราษฎรตามระยะท่ีปรากฏในหนังสือรับรองการทําประโยชน ถึงแมวาระยะท่ี
ครอบครองทําประโยชนและรังวัดไดจะเกินกวาระยะที่ปรากฏในหนังสือรับรองการทําประโยชนก็ตาม การอนุโลมใช
กฎหมายระเบียบ ตามการดาํ เนินการทผ่ี านมา จึงอาจเปนการขัดตอ กฎหมายรฐั ธรรมนญู

๒. กรณีที่จังหวัดเห็นวา หากผลการรังวัดออกโฉนดท่ีดินไดเน้ือท่ีมากหรือนอยกวาหลักฐานหนังสือ
รับรองการทําประโยชน จะตองมีการแกไขหนังสือรับรองการทําประโยชนใหถูกตองเสียกอนตามมาตรา ๖๑ และหรือ
มาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยจะตองใหเจาของที่ดินย่ืนคําขอตรวจสอบเน้ือที่ หรือสอบเขตเปนราย
แปลงกอ นน้ัน ตามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗ ขอ ๙ วรรคสอง (เดมิ กฎกระทรวงฉบับท่ี ๒๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖)
ขอ ๖) กําหนดวาฯ “ในการคํานวณจํานวนเนื้อท่ีเพ่ือออกหนังสือรับรองการทําประโยชน ตามแบบ น.ส. ๓ ก. ใหคํานวณ
โดยวธิ คี ณิตศาสตรหรอื โดยมาตราสวนทัง้ น้ใี หถือวา จํานวนเน้ือที่ ทคี่ าํ นวณไดเปน จํานวนเนื้อทโี่ ดยประมาณ” ประกอบกบั
ตาม ขอ ๑๐ กําหนดใหพิจารณาการครอบครองและทําประโยชนตามสมควรแกสภาพท่ีดินในทองถ่ิน ตลอดจนสภาพ
ของกิจการท่ไี ดท ําประโยชน ยอ มเปนอํานาจของเจาพนักงานที่ดินท่ีจะพิจารณาดําเนินการออกโฉนดที่ดินใหแกผูขอได
ตามความเหมาะสม โดยไมจําตองแกไขเน้ือที่ในหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเปนไปตามที่รังวัดออกโฉนดท่ีดิน
ตามมาตรา ๖๑ และหรือมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน แตอยางใด แตท้ังน้ี ตองอยูในหลักเกณฑและ
เง่ือนไขของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ดวย เชน ตามขอ ๑๔ที่กําหนดใหตองเปนท่ีดินที่ผูมีสิทธิใน
ท่ีดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนท่ีดินท่ีสามารถออกโฉนดที่ดินไดตามกฎหมาย เปนตน กรณีตาม
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑ จึงมิใชใหเจาพนักงานท่ีดินใชดุลยพินิจ
โดยมไิ ดอางอิงกฎหมายหรือระเบยี บปฏิบตั ิแตอยา งใด

๓. การออกโฉนดท่ีดินกรณีมีเน้ือท่ีเกินจากหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนจํานวนมาก
กลาวคือ ตั้งแต ๑๐ เปอรเซ็นตข้ึนไป นั้น กรมท่ีดินไดวางแนวทางใหมีการตรวจสอบไวแลวตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี
มท ๐๗๑๙/ว ๑๒๐๓๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๒ เร่ือง การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน
กรณี ไดเนื้อท่ีเกินจากหลักฐานที่ดินเดิม (เดิมหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๑)
ซึง่ หากเจาพนักงานทด่ี นิ ไดพิจารณาดําเนินการกรณีดังกลาวไปโดยรอบคอบ เชน สามารถระบุ ท่ีมาท่ีไปของขางเคียงที่
เปลี่ยนไป (รวมทั้งการครอบครองตอเนื่อง) ตลอดจนระบุที่มาที่ไปของระยะอาณาเขต ท่ีแตกตางจากหลักฐานหนังสือ
รับรองการทาํ ประโยชนไดโดยชัดเจนแลว ก็สามารถดําเนินการออกโฉนดที่ดินใหแกผูขอไปตามท่ีรังวัดได แมวาจะได
เนือ้ ทมี่ ากกวา ตามหลักฐานหนงั สือรบั รองการทําประโยชนเดิมไปเปนจํานวนเทาใดก็ตาม

250 คู่มอื เจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดนิ

หนังสอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๓๔๗๓ ลงวนั ท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒
เรื่อง การออกหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ในเขตปาไมถ าวร

- หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ที่ไดออกใหในขณะที่พื้นที่ดังกลาวเปนเขตปาไมถาวร
แมในขณะท่ีออกจะเปนการฝาฝนมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ที่หามดําเนินการในเขตปาไมถาวร การออก
หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ดังกลาวถือเปนคําสั่งทางปกครองท่ีไมชอบดวยกฎหมายและอาจถูกเพิก
ถอนได แตค ําสัง่ ทางปกครองนี้ยอมมผี ลตราบเทาทยี่ งั ไมม กี ารเพิกถอนตามนัยมาตรา ๔๒วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยท่ีตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔
อนุมัติใหจําแนก “ปาแมออม – แมแตน” ออกจากเขตปาไมถาวร จึงเปนเรื่องท่ีมีขอเท็จจริงใหมเกิดข้ึนภายหลังเปนคุณ
แกเ จาของทด่ี ินทไี่ ดอ อกหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ไปแลว กลาวคือ ไดมีการกันพ้ืนท่ีออกจากเขตปา
ไมถาวรแลว ผลก็คือ หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ในพื้นท่ีดังกลาวมิไดอยูในเขตปาไมถาวรอีกตอไป
จงึ เปนหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ชอบดวยกฎหมายโฉนดท่ีดินท่ีออกตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน
เหลานี้ก็ชอบดวยกฎหมายเชนกัน ซึ่งเจาของที่ดินสามารถใชเปนหลักฐานในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไดตาม
กฎหมายทุกประการ
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๔๑๖๖ ลงวันท่ี ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒
เรื่อง แนวทางปฏบิ ัตเิ ก่ยี วกับเอกสารสทิ ธิทอ่ี อกในเขตปา ไม

- การท่ีพนักงานเจาหนาที่เดินสํารวจออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ในเขต ปาไมถาวรยอม
เปนการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ไปโดยไมชอบดวยกฎหมาย เน่ืองจากฝาฝนมาตรา ๕๘ แหง
ป. ท่ีดิน ที่หามดําเนินการในเขตปาไมถาวร จึงถือเปนคําส่ังทางปกครองท่ีไมชอบดวยกฎหมายและอาจถูกเพิกถอนได
แตคําสั่งทางปกครองดังกลาวยอมมีผลตราบเทาท่ียังไมมีการเพิกถอนตามมาตรา ๔๒ วรรคสองแหงพระราชบัญญัติวิธี
ปฏบิ ัติราชการทาปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และในสถานการณปจจุบัน คณะรัฐมนตรีไดมีมติอนุมัติใหจําแนกออกจากเขต
ปาไมถาวรแลว ฉะน้ัน เม่ือขอ เทจ็ จริงเปล่ียนแปลงไปในสาระสาํ คญั ในทางท่ีเปนประโยชนแ กเ จาของทดี่ นิ วา ทด่ี นิ ซงึ่ ได
ออกหนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓ก.) ไปแลวนนั้ ไมไดอยูในเขตปาไมถาวรอีก ตอไปหากผูวาราชการจังหวัด
สั่งเพิกถอนการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เจาของท่ีดินสามารถขอใหพิจารณาใหมไดโดยอาศัย
ขอเท็จจริงที่เปล่ียนไปดังกลาวตามนัยมาตรา ๕๔ (๔) แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
อันเปนเหตุใหหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) น้ัน ไมตองถูกเพิกถอน ดังน้ัน โดยเหตุผลดังกลาว หาก
ปรากฏวาผูวาราชการจงั หวดั ยงั ไมมีคาํ ส่งั เพิกถอนเอกสารสทิ ธดิ งั กลาวแลว หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.)
นั้นยอมมผี ลใชบังคบั อยแู ละเพอ่ื ปอ งกนั ความเดอื ดรอนของราษฎรตลอดจนปฏิบตั ิใหเปน ไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ
ของพระราชบญั ญัติวิธปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙จึงยังไมส มควรตองเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชน
(น.ส. ๓ ก.) ในพื้นทีท่ ค่ี ณะรฐั มนตรีมมี ตอิ นุมตั ใิ หจ ําแนกออกจากเขตปา ไมถ าวร
หนังสือกรมทดี่ นิ ท่ี มท๐๗๑๙/ว. ๓๘๖๖๖ ลงวนั ท่ี ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๒
เรอ่ื ง การยินยอมใหอ อกโฉนดที่ดนิ ระหวา งจํานอง

ในการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินนั้นเจาของท่ีดินเปนผูนําพนักงานเจาหนาท่ีทําการเดินสํารวจรังวัดทําแผนที่
และนําช้ีแนวเขตท่ีดินทต่ี นครอบครองทําประโยชนตามหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมดวยตนเอง โดยมีเจาของ
ที่ดินขางเคียงเปนผูตรวจสอบระวังช้ีแนวเขตของตนอีกดวย ในกรณีท่ีเมื่อเจาของท่ีดิน (ผูจํานอง) ไดนําเดินสํารวจออก
โฉนด แลวไดเนื้อท่ีนอยกวาหลักฐานเดิม (น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓) ที่ไดนําไปจํานองไวกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน

คมู่ ือเจ้าหนา้ ทส่ี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ 251

นั้น ทางธนาคารควรใหเ จา หนาทีอ่ อกไปตรวจสอบวาเจาของท่ีดิน (ผูจํานอง) ไดนําเดินสํารวจไปตามแนวเขตเดิมในขณะ
จํานองหรือไม ถาหากเปนไปตามแนวเขตเดิมทางธนาคารก็ควรจะยินยอมรับโฉนดเดินสํารวจที่จดแจงการครอบครอง
จาํ นองน้ันไปได เพราะโฉนดทดี่ นิ เปน เอกสารสทิ ธิสําหรับทีด่ ินทมี่ น่ั คง และถูกตองกวา น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ธรรมดา
การกําหนดหลักเกณฑใหกรมที่ดินตองออกโฉนด ใหมีเนื้อที่เทากับหรือมากกวาหลักฐาน น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓
ธรรมดา ที่นําไปจํานองไวกับทางสถาบันการเงินหรือธนาคาร นั้น จึงไมสามารถปฏิบัติได และเปนการกําหนด
หลักเกณฑท่เี ปนการขดั กับนโยบายการออกโฉนดที่ดนิ ใหแ กประชาชนของรัฐบาล
หนังสือกรมทด่ี นิ ดวนทสี่ ดุ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๙๖๕๑ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
เรอ่ื ง แนวทางแกไ ขปญ หา น.ส. ๓ ก.และโฉนดทด่ี ิน ตามโครงการเดินสาํ รวจคางแจก

- เพื่อใหการดําเนินการแจกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตามโครงการเดินสํารวจฯ
เสรจ็ ส้นิ โดยเรว็ จึงวางแนวทางแกไขปญหา น.ส. ๓ ก. และโฉนดทด่ี นิ ตามโครงการเดนิ สาํ รวจคา งแจก ดงั นี้

๑. กรณีหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) คา งแจก
๑.๑ ใหจังหวัดตรวจสอบวา น.ส. ๓ ก. ท่ีคางแจกตั้งแตป พ.ศ.๒๕๑๕ ซึ่งพนักงานเจาหนาที่ลง

นามแลว มีจํานวนเทาไรและท่ียังไมลงนามมีจํานวนเทาไร โดยแยกเปนรายปแจงใหกรมที่ดินทราบ น.ส. ๓ ก. คางแจก
เกิน ๑๐ ป ซึ่งพนักงานเจาหนาท่ียังไมลงนามใหตรวจสอบวา เร่ืองราวการเดินสํารวจฯ อยูในหลักเกณฑท่ีจะดําเนินการ
ไดห รอื ไม หากอยูในหลกั เกณฑใ หพ นักงานเจาหนา ที่ลงนามใน น.ส. ๓ ก. ดังกลา วตอไป หากไมอยูในหลักเกณฑใหขอ
อนุมัติกรมท่ีดินเพื่อพิจารณาสั่งยกเลิกเรื่องราวการเดินสํารวจออก น.ส. ๓ ก. ดังกลาว และทําลายแบบพิมพ น.ส. ๓ ก.
ตามระเบยี บ

๑.๒ น.ส.๓ก.คางแจกเกนิ ๑๐ ป ซง่ึ พนักงานเจา หนา ท่ีลงนามแลวแตยังไมไดแจกให ดําเนินการ
ดงั นี้

๑.๒.๑ ใหตรวจสอบในระวางวา ทีด่ ินแปลงน้ันไดออกโฉนดท่ีดินไปแลวหรือไม
๑.๒.๒ ใหตรวจสอบวายังมีชื่อผูขอเปนเจาของที่ดินอยูหรือไม หรือไดโอนสิทธิ
ใหก ับผูอ่นื แลว
๑.๓ น.ส. ๓ ก.คางแจกตามขอ ๑.๒ และ ๑.๓ ซึ่งพนักงานเจาหนาท่ีลงนามแลว ที่ยังมิไดออก
โฉนดที่ดนิ และยงั มิไดโอนสทิ ธใิ หก ับผอู น่ื ใหแ จก น.ส. ๓ ก. ดังกลาวใหเจาของที่ดิน โดยใหดําเนินการดังนี้
๑.๓.๑ ใหพนักงานเจา หนา ทเ่ี ขาไปแจกในพื้นที่โดยประสานงานกับกํานัน ผูใหญบาน
หรอื ขอความอนเุ คราะหส มาชกิ สภาผแู ทนราษฎรประสานงานในการแจก หากมกี รณตี รวจสอบพบวา มกี ารเปลย่ี นแปลงท่ี
อยู ใหสอบถามขอ มูลจากงานทะเบียนราษฎร
๑.๓.๒ หากไมส ามารถแจกได ใหมหี นงั สือลงทะเบียนตอบรับ แจง เจา ของที่ดินไปรับ
น.ส. ๓ ก. ภายใน ๓๐ วัน หากพนกําหนดแลวไมรับใหถือวาไมประสงคจะรับ ใหขออนุมัติกรมท่ีดินเพ่ือพิจารณาส่ัง
ยกเลิกเร่ืองราวการออก น.ส. ๓ ก. ดังกลา ว และทําลายแบบพิมพ น.ส. ๓ ก.ตามระเบยี บ
๑.๓.๓ หากที่ดินท่ีนําเดินสํารวจฯ ไว ไมมีหลักฐานสําหรับที่ดินเม่ือยกเลิกเรื่องราว
การออก น.ส. ๓ ก. และทําลายแบบพิมพ น.ส. ๓ ก. แลว ใหพนักงานเจาหนาท่ีเบิกบัญชีรับแจงการครอบครอง (ส.ค. ๒)
เลมใหมม าจดแจง รายละเอยี ดเกย่ี วกับที่ดินแปลงนั้น และใหพนักงานเจาหนาท่ีลงลายมือช่ือไวเปนหลักฐานแทนเจาของ
ที่ดิน เพ่ือใหเจาของท่ีดินสามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเฉพาะรายได ในกรณีท่ีมีหลักฐานชัดเจนวาได
ครอบครองทําประโยชนม ากอ นประมวลกฎหมายทีด่ ินใชบังคับ

252 คมู่ ือเจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน

๒. กรณีโฉนดท่ีดนิ คา งแจก
๒.๑ ใหจังหวัดสํารวจวา มีการออกโฉนดที่ดิน ตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แหงประมวล

กฎหมายที่ดินซ้ําซอนกันกับการออกโฉนดที่ดินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดินหรือไม ถามีใหแยก
พิจารณาดังนี้

๒.๑.๑ ท่ีดินแปลงเดียวกันที่มีการออกโฉนดที่ดินไปโดยครบถวนสมบูรณตามกฎหมาย
ทง้ั ๒ วธิ ี ใหตรวจสอบวาออกโดยวิธีใดกอน โดยใหถือวาโฉนดท่ีดินตามวิธีออกกอนชอบแลวและโฉนดที่ดินตามวิธี
ที่ออกหลงั ตองดาํ เนนิ การเพิกถอนตาม มาตรา ๖๑ แหง ป.ประมวลกฎหมายทดี่ ิน

๒.๑.๒ กรณีตามขอ ๒.๑.๑ ถาโฉนดที่ดินซ่ึงออกโดยวิธีใดไดดําเนินการไปโดย
ครบถวนสมบูรณตามขั้นตอนแลว สวนโฉนดที่ดินตามอีกวิธีหน่ึงยังดําเนินการไมครบถวนสมบูรณใหออกโฉนดที่ดิน
ตามวิธีท่ีครบถวนสมบูรณและใหขออนุมัติกรมที่ดินเพื่อพิจารณายกเลิกโฉนดที่ดินท่ีอออกไปโดยยังไมครบถวน
สมบรู ณ

๒.๑.๓ กรณีตามขอ ๒.๑.๑ ถาโฉนดท่ีดินดังกลาวออกโดยยังไมครบถวนสมบูรณทั้ง ๒
วิธี ใหดําเนินการออกโฉนดท่ีดินโดยวิธีตาม มาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แหง ป.ประมวลกฎหมายท่ีดิน เพราะมีการปกหลักเขต
ท่ีดินเปนขอบเขตแนนอนแลว และใหจังหวัดขออนุมัติกรมที่ดินเพ่ือพิจารณายกเลิกโฉนดที่ดินที่ดําเนินการโดยวิธีตาม
มาตรา ๕๘ ตรี แหง ป.ประมวลกฎหมายทีด่ ิน

๒.๒ กรณีโฉนดที่ดินออกตาม มาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดินคางแจกเกิน
๑๐ ป

๒.๒.๑ กรณีเจาพนักงานที่ดินยังไมลงนาม ใหตรวจสอบวาเร่ืองราวการเดินสํารวจอยู
ในหลักเกณฑที่จะดําเนินการไดหรือไม หากอยูในหลักเกณฑใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขา ลงนามในโฉนด
ที่ดินดังกลาวตอไป หากไมอยูในหลักเกณฑใหจังหวัดขออนุมัติกรมท่ีดินเพ่ือพิจารณาส่ังยกเลิกเร่ืองราวการเดินสํารวจ
ออกโฉนดทดี่ นิ ดงั กลาวและทําลายแบบพิมพโฉนดที่ดินตามระเบียบ กรณีเจาพนักงานที่ดินลงนามแลว แตยังไมไดแจก
รวมทั้งกรณีตามขอ ๒.๒.๑ ซ่ึงเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขาไดตรวจสอบแลว อยูในหลักเกณฑที่จะดําเนินการได
และลงนามแลว ใหแจกโฉนดที่ดินดงั กลาวใหเ จาของท่ดี นิ โดยใหด ําเนินการดังน้ี

(๑) ใหเ จาพนักงานทดี่ นิ ไปแจกในพืน้ ท่ี โดยประสานงานกับกํานนั ผูใหญบาน หรือขอความ
อนุเคราะหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรประสานงานในการแจก หากมีกรณีตรวจสอบพบวามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู ให
สอบถามขอมลู จากงานทะเบียนราษฎร

(๒) หากไมสามารถแจกได ใหมีหนังสือลงทะเบียนตอบรับแจงเจาของท่ีดินไปรับโฉนดท่ีดิน
ภายใน ๓๐ วัน หากพนกําหนดแลวไมไปรับ ใหถือวาไมประสงคจะรับ ใหจังหวัดขออนุมัติกรมท่ีดินเพื่อพิจารณาส่ัง
ยกเลกิ เรื่องราวการเดินสํารวจการออกโฉนดท่ีดนิ ดังกลาวและทาํ ลายแบบพมิ พโ ฉนดทีด่ นิ ตามระเบยี บ

(๓) หากท่ีดินที่นําเดินสํารวจฯ ไว ไมมีหลักฐานสําหรับที่ดิน เมื่อยกเลิกเรื่องราวการออก
โฉนดทดี่ ิน และทาํ ลายแบบพิมพโฉนดที่ดินแลว ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาเบิกบัญชีรับแจงการครอบครอง
(ส.ค. ๒)เลมใหม มาจดแจงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นและใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขาลงลายมือช่ือไว
เปนหลักฐานแทนเจาของที่ดิน เพื่อใหเจาของที่ดินสามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเฉพาะรายได ในกรณีท่ีมี
หลกั ฐานชดั เจนวาไดค รอบครองทําประโยชนมากอ นประมวลกฎหมายทดี่ ินใชบังคบั

คมู่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดิน 253

๒.๓ กรณีออกโฉนดท่ีดินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซ่ึงไดประกาศ
กําหนดวันแจกโฉนดทดี่ ินแลว ไมส ามารถยกเลิกได ใหจังหวัดเก็บเขาเลมโฉนดที่ดินและพยายามแจกโฉนดท่ีดินใหได
หากแจกโฉนดท่ดี ินไมไดใหเก็บไวและจดั ทําบญั ชคี มุ โดยเก็บเอกสารไวใหอยูในความรับผิดชอบของเจาพนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือสาขา และตอ งดาํ เนนิ การขดี ครอ มและหมายเหตใุ น น.ส. ๓ ก. ฉบับสํานกั งานที่ดินวา น.ส.๓ก. ฉบบั นี้ ได
ออกเปนโฉนดทด่ี ินเลขท…่ี ..อําเภอ…..ตามมาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดินแลวและเจาพนักงานที่ดินลงนาม
กํากับโดยใหด ําเนินการทันที ณ วันทปี่ ระกาศกาํ หนดวันแจกโฉนดท่ดี ินเนือ่ งจาก น.ส. ๓ ก. นน้ั สิ้นสภาพแลว ทั้งนี้ให
จดั ทาํ หมายเหตกุ ลัดติดไว เมื่อเจาของนาํ น.ส. ๓ ก. ฉบบั เจา ของท่ีดินมาติดตอธุระเกี่ยวกับที่ดินก็ใหนํามาขีดครอมและ
หมายเหตุและยึดเก็บไวที่สํานักงานท่ีดินและใหรับโฉนดท่ีดินไปดําเนินการตอไป ท้ังนี้ใหจังหวัดแจงผลเร่ืองการขีด
ครอ มและหมายเหตุ น.ส. ๓ ก. ดงั กลา วใหก รมทีด่ ินทราบ
หนังสอื กรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๗๑๙/๔๑๒๐๔ ลงวนั ท่ี ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
เร่อื ง การแกไขปญหาการออกเอกสารสทิ ธิในเขตปฏิรูปท่ีดนิ

(อางถงึ หนงั สอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๘๓๓๓ ลงวนั ที่ ๑๓ มิ.ย. ๔๐)
เพื่อใหการพิจารณาดําเนินการแกไขปญหาเก่ียวกับการเดินสํารวจออกเอกสารสิทธิในท่ีดินในเขตปฏิรูปท่ีดินแต

อยูนอกพ้ืนที่ดําเนินการโดยไมมีหลักฐานสําหรับที่ดินใหลุลวงไปดวยดี จึงขอซอมความเขาใจและใหจังหวัดส่ัง
พนกั งานเจา หนาท่ีดําเนินการ ดังน้ี

๑. เรือ่ งราวการเดนิ สาํ รวจ ฯ ที่เจาของที่ดนิ นาํ ทาํ การเดนิ สํารวจ ฯ ไว ในวนั หรอื กอ นวนั ที่ ๒๙มนี าคม
๒๕๓๗ ซ่ึงเจาพนักงานท่ีดินไดลงนามในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ก.) แลว ใหเรงรัด
แจกแกผ นู าํ เดินสาํ รวจตอไป

๒. เรื่องราวการเดินสาํ รวจ ฯ ทเี่ จาของที่ดนิ นําทําการเดนิ สํารวจ ฯ ไว ในวันหรอื กอนวันท่ี ๒๙ มีนาคม
๒๕๕๑ ซึ่งเจาพนักงานท่ีดินยังมิไดลงนามในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ก.) หากอยูใน
หลกั เกณฑท ี่จะออกโฉนดที่ดินหรอื หนังสอื รับรองการทําประโยชนตามประมวลกฎหมายที่ดินไดแลว ก็ใหเจาพนักงาน
ท่ดี นิ คนปจจุบนั ลงนามและแจกโฉนดทีด่ ินใหแกผนู ําเดนิ สํารวจฯ ตอไป

อนึ่ง เรื่องราวการเดินสํารวจ ฯ ท่ีเจาของท่ีดินนําทําการเดินสํารวจ ฯ ไว ในวันหรือกอนวันที่ ๒๙
มีนาคม๒๕๓๗ ซึง่ เจา พนักงานท่ดี ินยงั มไิ ดล งนามในโฉนดทดี่ ินหรอื หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ก.)ที่ไมอยู
ในหลักเกณฑท่ีจะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามประมวลกฎหมายท่ีดินได และเรื่องราวการ
เดินสํารวจ ฯ ที่เจาของที่ดินไดนําทําการเดินสํารวจไวหลังจากวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๗ ไมวาเจาพนักงานที่ดินจะลง
นามในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลวหรือไมก็ตาม ใหสงเรื่องไปใหกรมท่ีดินพิจารณายกเลิก
เรื่องราวการเดินสํารวจ ฯ ดังกลาว โดยใหปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๓ / ๑๙๙๓๘ ลงวันที่ ๒๘ ก.ย.
๒๕๓๐ ซึ่งไดเวยี นใหทราบและถอื ปฏิบัติตามนัยหนงั สอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๗๑๓ / ว ๒๑๑๙๐ ลงวันท่ี ๑๓ ต.ค.๒๕๓๐
หนงั สือกรมทีด่ นิ ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๐๐๓๖๐ ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๓
เรื่อง การหมายเหตุ ส.ค. ๑ เม่ือไดออกหนงั สือบรองการทําประโยชนหรอื โฉนดทด่ี นิ ไปแลว
(อา งถงึ (๑)หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖ / ๓๒๕๐๗ ลงวันที่ ๘ ต.ค. ๒๕๑๔, (๒) ที่ มท ๐๖๐๙ / ว ๓๗๗๙ ลงวันท่ี ๒๗
ก.พ. ๒๕๑๙. (๓) ท่ี มท ๐๗๑๒ / ว ๓๑๖๘ ลงวันที่ ๑๑ ก.พ. ๒๕๒๙, (๔) ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๒๒๖๒๙ ลงวันที่ ๘ ต.ค.
๒๕๓๔, (๕) ดวนมาก ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๓๙๕๗ ลงวันที่ ๑๗ ธ.ค. ๒๕๔๐)

254 คูม่ อื เจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ

- ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตรวจสอบเพื่อหมายเหตุ ส.ค. ๑ ท่ีไดออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนหรอื โฉนดท่ีดินไปแลว แตย ังมิไดม กี ารหมายเหตตุ ามระเบยี บ ดงั นี้

๑.ใหนาํ ส.ค.๑ทั้งหมดที่ยังมิไดมีการหมายเหตุการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินมาตรวจสอบ
กับทะเบียนการครอบครองที่ดินวา ส.ค. ๑ ดังกลาวเลขท่ีใดไดมีการหมายเหตุการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินไวใน
ทะเบยี นการครอบครองท่ีดินบา งแลว หรือไม หากปรากฏวาไดมกี ารหมายเหตุในทะเบยี นการครอบครองทดี่ นิ แลว แตใ น
ส.ค. ๑ ยังมิไดม กี ารหมายเหตกุ ็ใหพนักงานเจาหนา ทดี่ าํ เนินการหมายเหตตุ ามระเบยี บ

๒. เม่ือไดดําเนินการตามขอ ๑ แลว ก็ใหนํา ส.ค.๑ สวนที่เหลือท่ียังมิไดมีการหมายเหตุมา
ตรวจสอบกับหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓) วา เปน ทีด่ ินแปลงเดยี วกันหรอื ไม (ส.ค. ๑ และน.ส. ๓ จะใชเลขท่ี
เดยี วกนั ) หากปรากฏวา ส.ค. ๑ ดังกลา วไดอ อกเปน หนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓) แลวกใ็ หพ นักงานเจาหนาที่
ดําเนนิ การหมายเหตุ ใน ส.ค. ๑ ตามระเบียบ

๓. สําหรับ ส.ค. ๑ ที่เหลือจากการตรวจสอบตามขอ ๒ ใหตรวจสอบวาไดมีการออกหนังสือ
รับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ก.,น.ส.๓ข.) หรอื โฉนดทด่ี ินไปแลว หรือไม ซึ่งวิธีการตรวจสอบอาจดําเนนิ การไดดังน้ี

๓.๑ กําหนดขอบเขตพื้นที่ทางปกครองท่ีปรากฏตาม ส.ค. ๑ ที่เหลืออยูลงในระวางรูปถาย
ทางอากาศหรือระวางแผนท่ีรูปถายทางอากาศ และประสานงานกับผูปกครองทองท่ีท่ีไดมีการแจง ส.ค. ๑ ไว เพ่ือทําการ
สอบสวนใหไดทราบขอเท็จจริงวาที่ดินตาม ส.ค. ๑ ดังกลาวปจจุบันดังกลาวเปนของผูใด ไดออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินแลวหรือไม อยางไร ทั้งนี้ใหตรวจสอบขอเท็จจริงรายละเอียดจากชื่อ – ชื่อสกุล ของผูแจงการครอบครองและ
ขางเคียงท่ปี รากฏใน ส.ค. ๑ กับหนงั สือแสดงสทิ ธิท่ีไดอ อกไปแลววามีความสัมพนั ธส อดคลอ งรบั กนั หรอื ไม หากเชอื่ ได
วา ส.ค. ๑ ดังกลา วไดมกี ารออกหนังสอื แสดงสิทธิไปแลวจรงิ ก็ใหเ จาพนกั งานท่ีดินเรยี ก ส.ค. ๑ ฉบับเจาของท่ีดิน (ถามี)
มาหมายเหตพุ รอมกบั ฉบบั ของสํานกั งานทดี่ ินและรวมเร่ืองไวในสารบบของทีด่ ินแปลงนนั้ ตามระเบยี บ

๓.๒ ใหชางรังวัดตรวจสอบกอนออกไปทําการรังวัดทุกครั้งวา ในทองที่ท่ีตนจะออกไป
ทําการรงั วดั นั้น มี ส.ค.๑เลขทเี่ ทาใด ของผูใดบางท่ียังมิไดมีการหมายเหตุ ฯ และเมื่อไดออกไปทําการรังวัดก็ใหดําเนินการ
สอบสวนขอเท็จจริงในทองท่ีเก่ียวกับ ส.ค. ๑ ดังกลาวดวย หากเชื่อไดวา ส.ค. ๑ ดังกลาวไดมีการออกหนังสือแสดงสิทธิ
ไปแลวจรงิ กใ็ หเจา พนกั งานทีด่ นิ เรยี กส.ค. ๑ ฉบบั เจาของทดี่ นิ (ถาม)ี มาหมายเหตพุ รอ มกบั ฉบบั ของสาํ นกั งานทดี่ นิ และ
รวมเรือ่ งไวใ นสารบบของทด่ี นิ แปลงน้ันตามระเบยี บ เชนกนั

สําหรับการขอคัดหรือขอถายสําเนา ส.ค. ๑ ซึ่งเก็บอยู ณ สํานักงานที่ดินอําเภอ สํานักงานที่ดิน
จังหวัดนั้น ขอใหจังหวัดมีคําสั่งแตงตั้งเจาหนาท่ีผูรับผิดชอบในการตรวจสอบ ส.ค. ๑ และทะเบียนการครอบครองท่ีดิน
ไวโดยเฉพาะเพื่อทําการตรวจสอบวา ส.ค. ๑ ดังกลาวไดมีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแลวหรือไม หากตรวจสอบ
แลวไดความชัดเจนวา ยงั ไมม ีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน จึงดําเนินการให แตถาไดมีการออกหนังสือแสดงสิทธิ
ในทีด่ ินแลวกใ็ หแ จง ผูขอทราบ ท้ังน้ีใหถือปฏิบัติตามหนังสือท่ีอางถึง (๓) และ (๕) โดยเครงครัด สวนกรณีขอคัดหรือ
ขอถายสําเนาใบจอง (น.ส. ๒) ก็ใหถือปฏิบัติเชนเดียวกับการขอคัดหรือขอถายสําเนา ส.ค. ๑ โดยอนุโลม ท้ังน้ีในการ
ดําเนินการตาม ขอ ๑ – ๓ ขอใหจังหวัดเรงรัดตรวจสอบและดําเนินการใหเสร็จส้ินภายในกําหนด๖ เดือนนับแตไดรับทราบ
หนังสือนี้และรายงานผลการดาํ เนนิ การใหกรมที่ดนิ โดยดวนที่สดุ
หนังสือกรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๔ว ๐๔๕๐๑ ลงวันที่ ๗ กุมภาพันธ ๒๕๔๓
เรือ่ ง แบบพมิ พโ ฉนดที่ดนิ และหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.)

คมู่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดนิ 255

(อางถึงหนงั สือกรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๖๐๒/ว ๒๓๑๘๘ ลงวนั ท่ี ๑๕ ก.ค. ๒๕๑๔)
ใหยกเลิกหนงั สอื กรมทีด่ ินทอี่ างถงึ และใหถ อื ปฏิบัตเิ กีย่ วกบั การใชแบบพิมพโ ฉนดที่ดินและหนงั สอื

รับรองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ดงั นี้
๑. การออกโฉนดทีด่ นิ หรือหนงั สือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายใหใชแบบพิมพชนิดเขียนคู

ฉบับ เวนแตก รณีที่ไดมีการเบิกแบบพมิ พช นิดถายเอกสารมาใชด าํ เนนิ การและไดลงรายละเอยี ดในแบบพิมพไปแลว ให
ใชแบบพิมพดังกลาวดําเนินการตอไปได การแบงแยกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหถือปฏิบัติตาม
นยั ดงั กลาวดวย

๒. การออกโฉนดท่ีดินโดยวิธีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตที่ดินทั้งตําบล “งานภาค
พ้นื ดนิ ” ในพ้ืนท่ศี ูนยอ าํ นวยการเดินสํารวจฯทใี่ ชคอมพวิ เตอรในการปฏิบตั ิงานใหใ ชแ บบพมิ พโ ฉนดทดี่ นิ เขยี นคูฉบับ

๓. การออกโฉนดท่ีดินโดยวิธีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งตําบล “งานภาค
พน้ื ดิน” ในพ้ืนท่ีศูนยอํานวยการเดินสํารวจฯที่ไมไดใชคอมพิวเตอรในการปฏิบัติงานการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดย
ใชระวางแผนที่รูปถายทางอากาศ และการออกโฉนดท่ีดินโดยการเปลี่ยน น.ส. ๓ก. เปนโฉนดทีดิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี
แหง ประมวลกฎหมายท่ีดิน ใหใ ชแบบพมิ พโ ฉนดทีด่ นิ ชนดิ ถา ยเอกสารไปกอ นจนกวา แบบพิมพท ีเ่ หลอื อยูจะหมด
หนงั สอื กรมท่ดี นิ ที่ มท ๐๗๑๙.๔ / ว ๐๕๒๓๙ ลงวนั ท่ี ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๓
เรื่อง การสอบสวนและพิจารณาโทษเจาหนาท่ีผูเก่ียวของและรับผิดชอบในการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
หรือจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมเก่ยี วกบั ทีด่ นิ โดยมิชอบ
(อางถึง (๑) หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๖๐๙ / ว ๒๒๒ ลงวันที่ ๒๑ ก.พ. ๒๕๑๘ (๒) ที่ มท ๐๖๐๒ / ว ๒๑๑๒
ลงวันที่ ๑๕ ก.ย. ๒๕๒๓ (๓) ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๑๖๙๖๓ ลงวันท่ี ๓๑ ก.ค. ๒๕๓๔ (๔) ที่ มท ๐๖๑๙/ ว ๓๔๗๗๖ ลงวนั ที่
๓๐ ก.ย. ๒๕๓๗ (๕) ที่ มท ๐๗๐๓.๕ / ว ๐๓๕๖๓ วนั ท่ี ๓ ก.พ. ๒๕๔๒ (๖) ที่ มท ๐๗๐๓.๕ / ว ๒๔๒๕๒ ลงวันท่ี ๒๐
ก.ค.๒๕๔๒ )

- กําชับเจาหนา ทีท่ ีเ่ กยี่ วของใหถอื ปฏบิ ัตติ ามแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยและกรมทดี่ ินไดวางไวแลว
ตามหนังสือท่ีอางถึงดังกลาวโดยเครงครัด หากมีกรณีปรากฏขึ้นวา ไดออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือจดทะเบียน
สิทธแิ ละนติ ิกรรมเกี่ยวกบั ทดี่ ินไปโดยคลาดเคลื่อนหรอื มิชอบดวยกฎหมายซ่ึงจะตองเพิกถอนหรือแกไขตาม มาตรา ๖๑
แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ขอใหสืบสวนใหปรากฏดวยวาความผิดพลาดเกิดข้ึนเพราะเหตุใด ใครเปนผูดําเนินการ
เจา หนาผเู กี่ยวของเปนผใู ดบา ง แตละคนมพี ฤติการณอยา งไร ปฏบิ ัตหิ นาที่ไปโดยชอบดว ยกฎหมายและระเบยี บหรอื ไม
ประการใด และสมควรจะมีการดําเนินการเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยหรือไม สงไปพรอมกับสําเนาคําส่ังเพิกถอนหรือ
แกไ ขและสําเนาเร่ืองราวการออกหนังสอื แสดงสทิ ธิในทีด่ นิ ดงั กลาวดวย
หนงั สอื กรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๗๑๙.๑/ว ๑๕๕๔๐ ลงวนั ท่ี ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓
เร่ือง ปญหาโฉนดทดี่ นิ คา งแจกเนอื่ งจากเจาของท่ดี ินตายและทายาทไมไ ปขอจดทะเบยี นโอนมรดก

- ใหยกเลิกหนังสือกรมที่ดิน ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๒๕๗ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๐ และ
หนังสอื กรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๙๒๘๑ ลงวันท่ี ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑ โดยวางแนวทางปฏิบัตกิ รณผี ูมชี ่อื ในหนงั สอื
รับรองการทําประโยชนถ งึ แกก รรมและทายาทผูมสี ทิ ธริ ับมรดกตามกฎหมายเปนผูนาํ ทําการเดินสาํ รวจฯ ดังนี้

๑. ใหลงชื่อผูตายไวในใบไตสวน โดยวงเล็บตอทายวาตาย สําหรับบรรทัดตอมาใหเขียนชื่อผูนําทํา
การเดนิ สํารวจฯ ในฐานะทายาทพรอ มทงั้ บันทกึ ใหป รากฏดวยวาผูนําทาํ การเดินสาํ รวจเพือ่ ออกโฉนดทดี่ นิ เปน ทายาทผู

256 คมู่ อื เจ้าหนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ

มีสทิ ธิตามกฎหมายหรือผรู บั พินยั กรรมและครอบครองทีด่ นิ ในฐานะทายาทผูมสี ิทธิรับมรดกมาตงั้ แตเมือ่ ใด เปน เวลาก่ี
ป พรอ มท้งั แสดงบญั ชเี ครอื ญาตใิ หป รากฏโดยแสดงหลักฐานการเปนทายาทพรอมสาํ เนาประกอบเรื่องไว

๒. การสรางโฉนดท่ีดินใหลงช่ือผูมีชื่อในหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓, น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ข.,
หรอื แบบหมายเลข ๓)

๓. ใหศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สํานักงานที่ดินจังหวัด
สาขาหรือสํานักงานที่ดินสวนแยก ทําการประกาศแจกโฉนดที่ดินเมื่อครบกําหนดประกาศแลว ไมมีผูคัดคานใหออก
โฉนดทดี่ ินและเรงรัดแจกโฉนดทดี่ ินใหแกท ายาทผทู าํ การเดนิ สาํ รวจฯ ตาม ๑.ตอไป โฉนดที่ดนิ แปลงใดไมส ามารถแจก
ไดใหถอื เปน งานคา งซึง่ อยใู นความรับผดิ ชอบของเจา พนกั งานทีด่ ินผรู บั ผดิ ชอบ

๔. สําหรับกรณที ายาทผูม สี ิทธิในท่ดี ินไดนาํ ทําการเดนิ สาํ รวจฯ ไวก อนแลว ใหดําเนนิ การดงั น้ี
๔.๑ ในกรณีที่ทายาทผูมีสิทธิในท่ีดินไดทําการเดินสํารวจฯ ไวกอนวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๙

โดยลงชื่อทายาทผูนําทําการเดินสํารวจไวในใบไตสวน ใหแกไขใบไตสวน (น.ส.๕) และโฉนดท่ีดินรวมท้ังแจกโฉนด
ทดี่ นิ ใหแ กท ายาทผูม ีสทิ ธิตามกฎหมายหรอื ผูร บั พนิ ัยกรรมโดยใหนําความใน ๑,๓. มาใชบงั คับโดยอนโุ ลม

๔.๒ ในกรณีท่ีทายาทผูมีสิทธิในท่ีดินไดนําทําการเดินสํารวจฯ ไวในวันหรือหลังจากวันที่ ๕
เมษายน ๒๕๓๙ โดยลงช่ือผูตายไวในใบไตสวน แตลงชื่อทายาทผูนําทําการเดินสํารวจฯ ไวในโฉนดที่ดิน ใหแกไข
โฉนดที่ดินรวมท้ังแจกโฉนดท่ีดินใหแกทายาทผูมีสิทธิตามกฎหมายหรือผูรับพินัยกรรมโดยใหนําความ ๒.-๓. มาใช
บังคับโดยอนโุ ลม

๔.๓ กรณีผูมีสิทธิในที่ดินไดทําการเดินสํารวจฯไวและถึงแกกรรมในระหวางดําเนินการออก
โฉนดท่ีดินใหแจกโฉนดที่ดินใหแกทายาทผูมีสิทธิตามกฎหมายหรือผูรับพินัยกรรมโดยใหนําความใน ๓. มาใชบังคับ
โดยอนุโลม
หนังสือกรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๑/ว. ๘๖๖๙ ลงวนั ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๓
เรื่อง การออกโฉนดทีด่ ินตามโครงการพฒั นากรมทด่ี ินและ เรง รัดการออกโฉนดท่ีดินทวั่ ประเทศ
โฉนดที่ดินเปนเอกสารของทางราชการที่ออกใหกับเจาของที่ดินเพื่อรับรองถึงการมีกรรมสิทธิ์ จึงตองเปนเอกสารที่
ถกู ตองแนนอนอันเปน ทีย่ อมรบั ของบคุ คลท่วั ไป นอกจากนี้หลกั เขตยงั เปน เคร่ืองหมายทแ่ี สดงขอบเขตวา ทดี่ นิ ของแตล ะ
บุคคลมีอยูอยางไรและเปนเคร่ืองหมายที่มีไวเพ่ือการตรวจสอบความถูกตองของตําแหนงท่ีดิน ถือไดวามีความสําคัญ
อยางยิ่งจึงใหกําชับเจาหนาที่ระมัดระวัง ในการจดตรวจสอบหมายเลขหลักเขตอยาใหผิดพลาดคลาดเคล่ือนเพราะจะทํา
ใหโ ฉนดทด่ี ินขาดความเชื่อถอื และทําใหภาพพจนของกรมทดี่ ินเสยี หาย
หนงั สือกรมท่ดี ิน ที่ มท๐๗๒๘/ว ๓๐๕๓๘ ลงวันที่ ๕ ตลุ าคม ๒๕๔๓
เร่ือง การจดั เก็บหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก.) ท่ีออกโฉนดท่ดี นิ แลว

เพื่อใหการจัดเก็บหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ น.ส.๓ข.น.ส.๓ก.)ปฏิบัติเปนไปในแนวทางเดียวกัน
และสามารถตรวจสอบได จึงขอใหจังหวัดจัดเก็บหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ น.ส.๓ข.น.ส.๓ก.)ที่ไดออก
เปน โฉนดทดี่ ินแลว ดงั น้ี

๑. ฉบบั พนักงานเจา หนาที่ ใหเ กบ็ ไวใ นแฟมหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก.) และ
หมายเหตใุ นหนงั สอื รับรองการทําประโยชนด วยหมกึ สแี ดงโดยวธิ ขี ดี ครอ มและเขียนขอ ความวา “น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส.
๓ ก. ฉบับนี้ยกเลิกเพราะไดออกโฉนดท่ีดินเลขที่........................อําเภอ............................ต้ังแตวันท่ี..................เดือน
...........................พ.ศ. ...............” แลว ใหพนักงานเจาหนา ท่ลี งชือ่ กาํ กับไวเ ปน หลกั ฐาน

คู่มอื เจา้ หน้าทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดิน 257

๒. ฉบับเจาของที่ดิน ใหเก็บไวในสารบบท่ีดินท่ีออกโฉนดที่ดินใหม โดยหมายเหตุเชนเดียวกับฉบับพนักงาน
เจา หนาที่
หนงั สอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๓/ว.๒๔๘๓๔ ลงวนั ท่ี ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๔๓
เรอื่ งการออกหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดนิ กรณมี ผี ูคดั คา น

- ใหพ นกั งานเจา หนา ท่ถี อื ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
๑. การสอบสวนเปรยี บเทยี บใหดําเนนิ การดงั นี้

๑.๑ กรณีผูขอและผูโตแยงมาพรอมกันตามกําหนดนัด ใหพนักงานเจาหนาท่ีทําการสอบสวน
เปรียบเทียบ ถาตกลงกันไดใหบันทึกขอตกลงไวในแบบบันทึกถอยคํา (ท.ด. ๑๖) ถาตกลงกันไมไดให
เจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา พิจารณาส่ังการไปตามพยานหลักฐาน ขอเท็จจริงหรือขอ
กฎหมาย เมือ่ เจาพนกั งานที่ดนิ จังหวัดหรือเจา พนกั งานท่ีดินจังหวัดสาขาสัง่ ประการใด ใหแจงคําส่งั เปรยี บเทยี บใหค กู รณี
ทราบ

๑.๒ กรณีผขู อหรอื ผูโ ตแยงมาพบพนกั งานเจา หนาทตี่ ามกําหนดนดั ฝา ยเดยี วและอีก ฝายหนง่ึ มไิ ด
แจงขอขัดของใหทราบ ยอมถือวาคูกรณีไมอาจตกลงกันไดพนักงานเจาหนาท่ีจะสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการ
เชนเดียวกับ ๑.๑ เสร็จแลว แจงใหผูขอหรือผูโตแยงที่มาพบตามกําหนดนัดทราบ สวนผูขอหรือผูโตแยงที่ไมมาพบ
พนักงานเจาหนา ท่ใี หสง หนงั สอื แจงไปใหทราบโดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรบั

๑.๓ กรณีผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีตามกําหนดนัดใหทําหนังสือ
นดั คกู รณีมาทําการสอบสวนเปรยี บเทียบอกี ครง้ั หนงึ่ ภายในเจด็ วนั นบั แตวันกําหนดนัดครั้งแรก โดยแจงกําหนดวัน เวลา
และสถานที่ที่จะสอบสวนเปรียบเทียบใหคูกรณีทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน สงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ
พรอมทงั้ ระบุดวยวาถาผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีเพ่ือสอบสวนเปรียบเทียบ และไมไดแจง
ขอขัดของใหทราบ พนักงานเจาหนาที่จะไดสั่งยกเลิกคําขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินตอไป
หากคูกรณที งั้ สองฝายยงั ไมม าดําเนนิ การตามกาํ หนดหรอื ไมแ จงขอ ขัดของใหทราบ ใหพนักงานเจาหนา ทสี่ ง่ั ยกเลกิ คาํ ขอ
ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดท่ีดิน โดยหมายเหตุในคําขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือ
โฉนดทดี่ นิ (น.ส. ๑ข.) บัญชีรบั ทําการประจาํ วัน (บ.ท.ด. ๒) หรอื บญั ชรี ับทาํ การและคมุ เรือ่ ง (ท.อ. ๑๔) บัญชแี ยกประเภท
เรอ่ื ง (บ.ท.ด. ๒๗) และบัญชรี ับเรอื่ งรังวัดและแจงผูขอมาดาํ เนินการ (บ.ท.ด. ๑๗) วา “ยกเลกิ คาํ ขอเพราะผูขอและผูโตแยง
ไมมาติดตอ” แลว ใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือช่ือ พรอมวัน เดือน ป กํากับไว ถาสํานักงานี่ดินท่ีรับคําขอรังวัดออก
หนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินมีสารบบท่ีดินเดิมของท่ีดินแปลงดังกลาว ใหจัดเก็บคําขอรังวัดและ
เร่ืองราวท่ีไดยกเลิกนั้นรวมเขาไวในสารบบที่ดิน หากไมมีสารบบท่ีดินเดิมใหแยกเก็บเอกสารคําขอดังกลาวไวตางหาก
พรอมทง้ั ใหเ จา หนา ทีแ่ กไขหลกั ฐานแผนทีต่ างๆ ใหเ ปน การถูกตอ งตามระเบยี บ และหากปรากฏวา คูกรณีท้งั สองฝา ยหรอื
ฝา ยหนึง่ มาพบพนกั งานเจา หนาท่ตี ามกําหนดนัด กใ็ หดําเนนิ การตาม ๑.๑ หรอื ๑.๒ แลว แตกรณี

๒. ในการแจงคาํ สั่งเปรยี บเทยี บใหค ูกรณีทราบใหแ จงโดยทาํ เปน หนังสือสงทางไปรษณียล งทะเบยี น
ตอบรับโดยระบุไปในหนังสือแจงดวยวา ใหคูกรณีฝายท่ีไมพอใจไปฟองศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวัน
รับทราบคําสั่ง และนําหลักฐานการย่ืนฟองสําเนาคําฟองเกี่ยวกับสิทธิในท่ีดินไปแสดงตอพนักงานเจาหนาที่ภายใน
กําหนดดังกลาวดวย หากมิไดนําหลักฐานย่ืนฟองพรอมสําเนาคําฟองเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินไปแสดงภายในกําหนด
พนักงานเจาหนาที่จะไดดาํ เนนิ การตามที่เจา พนักงานที่ดนิ จังหวดั หรือพนักงานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาไดม คี าํ สงั่ เปรยี บเทยี บ
ไวต อไป

258 คู่มอื เจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ นิ

๓. ในกรณฝี า ยทีไ่ มพ อใจไดน ําหลักฐานการยน่ื ฟอ งพรอ มสาํ เนาคําฟอ งเกยี่ วกบั สทิ ธใิ นทดี่ นิ ในกรณที ่ี
มกี ารโตแยง คัดคานกัน มาแสดงตอ พนักงานเจาหนาท่ภี ายหลังจากครบกําหนดหกสิบวนั นบั แตวนั ท่ีตนไดรบั ทราบคําสัง่
แตเ ปน เวลากอ นทพ่ี นกั งานเจาหนาทีไ่ ดแ จกหนังสอื แสดงสิทธิในทด่ี นิ แปลงนั้น เม่ือพนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดต รวจสอบแลว
ปรากฏวาสําเนาคําฟองดังกลาวเปนการฟองคดีภายในกําหนดหกสิบวันตามกฎหมายและเปนคําฟองท่ีเก่ียวกับสิทธิใน
ท่ีดินตามท่ีไดมีการโตแยงคัดคานก็ใหรอเร่ืองการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินรายนั้นไว เมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือ
คําส่งั ถงึ ที่สดุ ประการใดก็ใหด ําเนนิ การไปตามกรณี
หนงั สอื กรมทดี่ นิ ท่ี มท ๐๗๒๙.๑/ว ๓๑๔๙๐ ลงวนั ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๓
เรือ่ ง การออกโฉนดทีด่ นิ ตามโครงการพฒั นากรมท่ีดนิ และเรงรดั การออกโฉนดที่ดนิ ท่วั ประเทศ

ใหเจาของท่ีดินมีสวนรวมในการอานหมายเลขหลักเขตท่ีดินทุกครั้งท่ีมีการรังวัดปกหลักเขตเพื่อออก
โฉนดที่ดินตามโครงการพัฒนากรมที่ดินและเรงรัดการออกโฉนดท่ีดินทั่วประเทศ และใหบันทึก ถอยคํา
(ท.ด.๑๖) เจาของที่ดิน รวมท้ังหมายเลขหลักเขตท่ีทําการรังวัดไวในเรื่องดวย สําหรับการตรวจรับหลักเขตนั้นใหกําชับ
คณะกรรมการตรวจรับหลกั เขตใหสมุ ตวั อยา งตรวจสอบหมายเลขบนหลกั เขตใหไดมาตรฐานดว ย
หนงั สอื กรมทด่ี ิน ที่ มท ๐๗๒๙.๔/ว ๑๗๐๘๐ ลงวันท่ี ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๔
เร่อื ง การออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สือรบั รองการทาํ ประโยชนแ ปลงเดียวหรือหลายแปลงหรอื เปน บางสวน

กรณี การออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชนแปลงเดียวมีช่ือ
เจาของที่ดินหลายคนใหออกโฉนดท่ดี นิ เปน แปลงเดยี วกอน โดยสรางใบไตสวนแปลงเดยี วใหมชี อ่ื เจา ของทด่ี ินทุกคน ถา
เจาของท่ีดนิ ประสงคจ ะใหท าํ การรงั วัดออกโฉนดทีด่ นิ เปน หลายแปลงในทาํ นองแบง กรรมสทิ ธ์ิรวมในคราวเดียวกัน โดย
ไมเปนการหลีกเลี่ยงการจัดสรรท่ีดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็ใหดําเนินการไดโดยบันทึก
ความประสงคของเจาของท่ีดินไว และใหเจาของที่ดินไปยื่นคําขอแบงกรรมสิทธ์ิรวม ณ สํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
สํานักงานที่ดินจังหวัดสาขาแลวแตกรณี พรอมกับบันทึกใหทราบดวยวา ถาไมสามารถดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน
ระยะเวลาท่ีไดประมาณการไว ซึ่งจะตองเพ่ิมวันทําการรังวัดจะตองเสียคาใชจายเพิ่มข้ึน เสร็จแลวใหเจาหนาท่ีผูทําการ
รังวัดรบี รายงานใหห ัวหนา ฝา ยรังวัดทราบเพ่ือแจงใหเจาของทดี่ ินมายื่นคําขอจดทะเบียนแบงกรรมสิทธริ์ วมและชาํ ระเงนิ
คามัดจํารังวัดเพ่ิมเติมตอไปการเรียกเก็บคามัดจํารังวัดใหปฏิบัติไปตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) และ
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เมื่อ
เจา ของท่ีดินไดร บั โฉนดท่ดี นิ แลว จึงทําการจดทะเบียนแบง กรรมสิทธ์ิรวมโดยใชรายงานการรังวัดซึ่งไดดําเนินการรังวัด
ในคราวเดียวกันกบั การออกโฉนดท่ดี ินดงั กลาว

สําหรบั กรณี การออกโฉนดทดี่ นิ เฉพาะรายตามหลกั ฐานโฉนดตราจองหรอื ตราจองทต่ี ราวา “ไดทํา
ประโยชนแลว” แปลงเดียว มีชื่อเจาของที่ดินคนเดียวหรือหลายคนใหออกโฉนดที่ดินเปนแปลงเดียว หากเจาของที่ดิน
ประสงคจะขอใหทําการรังวัดออกโฉนดที่ดินเปนหลายแปลงในทํานองแบงกรรมสิทธ์ิรวมหรือแบงแยกในนามเดิมใน
คราวเดียวกันก็ใหดาํ เนนิ การตามนยั ดงั กลา วไดโดยอนุโลม
หนงั สอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๒๙.๔/ ๓๐๖๕๔ ลงวนั ที่ ๒๗พฤศจกิ ายน ๒๕๔๔
เร่อื ง หารอื การระวังช้ีแนวเขตและรับรองแนวเขตท่เี ขาหรือภเู ขา
(เวยี นโดยหนงั สอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๗๒๙.๔/ว ๓๓๙๔๔ ลงวันที่ ๒๗ ธนั วาคม ๒๕๔๔)

ที่เขาหรือท่ีภูเขาเปนสาธารณสมบัติของแผนดินประเภทท่ีรกรางวางเปลา ทั้งน้ี ตามนัยคําพิพากษาศาลฎีกา ที่
๕๑๔๒/๒๕๓๑ ไดวินิจฉัยวา ที่ดินภูเขาเปนสาธารณสมบัติของแผนดินประเภทท่ีดินรกราง วางเปลา ตามประมวล

คู่มอื เจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ 259

กฎหมายแพงและพาณชิ ย ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑) ดังน้ัน เม่ือกระทรวงมหาดไทยไดมีประกาศฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม
๒๕๒๓ กําหนดใหท่ีเขาหรือภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขาหรือภูขา ๔๐ เมตร เปนท่ีหวงหาม ตามมาตรา ๙ (๒) แหง
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ท่ีเขาหรอื ทภ่ี ูเขาจึงเปน ทร่ี กรางวางเปลาท่ีมกี ารหวงหา ม ถา ไมม ีกฎหมายกําหนดไวเ ปน อยา งอนื่ ผู
มีอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาและคุมครองปองกัน คือทบวงการเมืองที่ไดรับมอบหมายจากรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงมหาดไทย ตามนยั มาตรา ๘ วรรคแรก แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ตามคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒/๒๕๔๓
ลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๓ ไดแ ก กรุงเทพมหานคร จังหวัด เมอื งพัทยา เทศบาล องคการบริหารสว นตาํ บล ผรู ับผิดชอบ
พ้ืนที่ น้ันๆ ฉะน้ัน การระวังช้ีและรับรองแนวเขตท่ีดินซ่ึงเปนท่ีเขาหรือภูเขา จึงเปนอํานาจหนาท่ีของทบวงการเมืองผูรับ
มอบอาํ นาจหนา ทดี่ ังกลา ว
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท๐๕๑๖.๒/ว ๓๕๗๒๘ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
แนวทางปฏิบัติกรณมี ีผูโตแ ยงคัดคานการออกหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นท่ีดนิ ตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายท่ดี นิ

๑. การโตแยงคัดคา น
๑.๑ การโตแยงคัดคานในวันทําการรังวัด ใหชางผูทําการรังวัดบันทึกถอยคําการโตแยง

คัดคานไวเ ปนหลกั ฐาน โดยใชบ ันทึกถอ ยคําตามแบบ ท.ด. ๑๖
๑.๒ การโตแยงคัดคานหลังจากทําการรังวัดเสร็จแลว แตเปนเวลากอนที่จะไดมีการประกาศ

ครบกาํ หนด ๓๐ วนั
(ก) กรณเี รอ่ื งอยทู ่ีฝา ยรงั วัด ใหเ จาพนกั งานท่ดี ินหรอื พนกั งานเจาหนา ทเ่ี ปน ผูรับคาํ ขอ

โตแ ยง คัดคาน โดยใชค าํ ขอตามแบบ ท.ด. ๙ เสร็จแลว สง ใหฝายรังวดั รวมเรอ่ื งไว
(ข) กรณเี รอ่ื งอยูท ฝี่ ายทะเบยี น ใหเจาพนกั งานท่ีดินหรอื พนกั งานเจาหนา ท่เี ปนผรู บั คาํ

ขอโตแยง คดั คา น โดยใชคําขอตามแบบ ท.ด. ๙ เสร็จแลว รวมเรอ่ื งไว
(เทยี บเคียงตามนัยหนังสอื กรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๗๐๕/ว ๙๐๐๒ ลงวันท่ี ๒ พฤษภาคม ๒๕๓๑)
๒. การทาํ แผนทพี่ ิพาท
๒.๑ การโตแยงคัดคานในวันทําการรังวัด หากเปนการโตแยงเพียงสวนใดสวนหนึ่ง ใหชาง

ผทู าํ การรังวัดดาํ เนนิ การจดั ทาํ รูปแผนที่พิพาทมาในคราวเดียวกัน
๒.๒ การโตแยงคัดคานหลังจากทําการรังวัดเสร็จแลว แตเปนเวลากอนท่ีจะไดมีการประกาศ

หรืออยูระหวางระยะเวลาประกาศกําหนด ๓๐ วัน หากมีกรณีตองทําแผนท่ีพิพาทใหเจาพนักงานท่ีดินหรือพนักงาน
เจาหนาท่ีทําหนังสอื แจงผขู อและผคู ดั คา นภายใน ๓ วัน นับแตค รบกําหนดประกาศเพื่อนดั คกู รณีทําแผนท่ีพิพาท

๓. การประกาศ
ในกรณีท่ีไมมีเหตุขัดของประการอ่ืน นอกจากการจัดทําแผนที่พิพาทตามขอ ๒.๒ ใหฝายทะเบียน

จัดทําประกาศใหแลวเสร็จภายใน ๓ วัน นับแตไดรับเรื่องจากฝายรังวัด (ตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการปฏิบัติราชการ
เพอ่ื ประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันท่ี ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๒)

การนับระยะเวลาปดประกาศ ๓๐ วัน ใหเร่ิมนับ ๑ ต้ังแตวันรุงขึ้นของวันปดประกาศฉบับหลังสุดเปน
ตนไปจนครบกําหนด ๓๐ วัน หากวันที่ครบกําหนดตรงกับวันหยุดราชการใหนับวันท่ีเร่ิมทํางานตอจากวันหยุดน้ันเปน
วันสุดทายของระยะเวลา (เทยี บเคียงตามนยั ระเบียบกรมที่ดนิ วา ดว ยการจดทะเบียนสิทธเิ กย่ี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ย ซงึ่ ไดม า
โดยทางมรดก พ.ศ. ๒๕๑๖ลงวันที่ ๒๙ มนี าคม ๒๕๑๖ และตามมาตรา ๑๙๓/๘ แหง ป.พ.พ)

๔. การโตแ ยง คดั คา นภายหลงั ประกาศครบกําหนด

260 ค่มู ือเจา้ หน้าทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ นิ

กรณีมีผูโตแยงคัดคานภายหลังประกาศครบกําหนดแลว ใหพนักงานเจาหนาที่ช้ีแจงใหผูขอทราบวา
ไมอาจรับคําโตแยงคัดคานไวดําเนินการได แตถาผูโตแยงรับวาตนสามารถทําความตกลงกับผูขอไดโดยจะไปทําความ
ตกลงกับผขู อและแจง ผลการตกลงน้นั ตอพนักงานเจาหนา ท่ี ภายใน ๑๕ วันกใ็ หบ นั ทกึ ถอ ยคาํ ผโู ตแ ยง คดั คา นตามแบบ
ท.ด. ๑๖ รวมเรื่องไว หากผูโตแยงทําความตกลงกับผูขอไดและขอตกลงน้ันชอบดวยกฎหมาย ก็ใหดําเนินการไปตาม
ขอตกลงนั้น แตถ าผูโตแยงไมสามารถทาํ ความตกลงกบั ผูขอภายในกาํ หนดดังกลาวได ใหพนักงานเจาหนาท่ีดําเนินการ
ตามคําขอตอไป

(ตามนยั หนงั สอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๘/ว ๙๓๔๙ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๑๖)
๕. การนัดสอบสวนเปรยี บเทยี บ

๕.๑ กรณีการคัดคานซ่ึงไมตองทําแผนท่ีพิพาท (คัดคานทั้งแปลง) ใหเจาพนักงานที่ดินหรือ
พนักงานเจาหนาที่ ทําหนังสือแจงผูขอและผูคัดคานภายใน ๓ วันนับแตครบกําหนดประกาศเพ่ือนัดคูกรณีทําการ
สอบสวนเปรยี บเทยี บ

๕.๒ กรณีการคัดคานซึ่งไดมีการจัดทําแผนที่พิพาทตามขอ ๒.๑ และไมมีกรณีที่จะตองทํา
แผนที่พิพาทสําหรับผูคัดคานรายอื่นอีก ใหเจาพนักงานท่ีดินหรือพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการเชนเดียวกับ
ขอ ๕.๑

๕.๓ กรณีการคัดคานภายหลังจากวันทําการรังวัด ซึ่งชางรังวัดไดออกไปทําแผนที่พิพาทเมื่อ
ประกาศครบกําหนด ๓๐ วัน ตามขอ ๒.๒ แลว ใหเจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาท่ีทําหนังสือแจง
ผูขอและผูคัดคานภายใน ๓ วันนับแตไดรับเร่ืองราวการรังวัดพรอมแผนท่ีพิพาทจากฝายรังวัดเพ่ือนัดคูกรณี
ทําการสอบสวนเปรียบเทยี บ

(ตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการปฏิบัติราชการเพ่ือประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันท่ี ๒๓ สิงหาคม
๒๕๔๒)

๖. การสอบสวนเปรียบเทยี บ
๖.๑ กรณีผูขอและผูโตแยงมาตามกําหนดนัดสอบสวนเปรียบเทียบ ใหเจาพนักงานที่ดินหรือ

พนักงานเจาหนาท่ี ชี้แจงและทาํ การสอบสวนเปรยี บเทยี บ ถา ตกลงกันไดใหบ นั ทกึ ขอตกลงไวใ นแบบบนั ทกึ ถอ ยคาํ (ท.ด.
๑๖) ถาตกลงกันไมไดใหเสนอเรื่องพรอมทั้งความเห็นใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา
พจิ ารณาสัง่ การไปตามพยานหลักฐาน ขอ เท็จจรงิ หรือขอกฎหมาย ใหแ ลว เสร็จภายใน ๗ วัน เมื่อเจาพนักงานท่ีดินจังหวัด
หรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาส่ังประการใด ใหแจงคําส่ังเปรียบเทียบใหคูกรณีทราบภายใน ๒วัน นับแตวันที่ไดมี
คาํ สัง่

๖.๒ กรณผี ูขอหรอื ผโู ตแ ยง มาพบพนกั งานเจา หนาทตี่ ามกําหนดนัดฝายเดียว และอีกฝายหนึ่ง
มิไดมาตามกําหนดโดยมิไดแจงขอขัดของใหทราบยอมถือวา คูกรณีไมอาจตกลงกันได พนักงานเจาหนาท่ีชอบท่ีจะ
สอบสวนเปรยี บเทยี บและส่งั การเชน เดยี วกบั ขอ ๖.๑ เสร็จแลว แจงใหผ ูข อหรอื ผูโตแ ยงท่มี าพบตามกําหนดนดั ทราบสว น
ผขู อหรอื ผูโตแ ยง ท่ไี มมาพบพนกั งานเจา หนา ที่ใหส ง หนงั สือแจง ไปใหทราบโดยทางไปรษณียล งทะเบยี นตอบรบั

๖.๓ กรณีผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีตามกําหนดนัดใหทํา
หนังสือนัดคูกรณีมาทําการสอบสวนเปรียบเทียบอีกครั้งหนึ่งภายใน ๗ วัน นับแตวันกําหนดคร้ังแรกโดยแจงกําหนดวัน
เวลา และสถานทีท่ จ่ี ะสอบสวนเปรียบเทียบใหคูกรณีทราบลวงหนา ไมน อ ยกวา ๗ วัน สง ทางไปรษณยี ล งทะเบยี นตอบรบั
พรอมทัง้ ระบุดวยวาถาผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีเพ่ือสอบสวนเปรียบเทียบ และไมไดแจง

คู่มือเจ้าหน้าทส่ี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ 261

ขอขัดของใหทราบ พนักงานเจาหนาที่จะไดสั่งยกเลิกคําขอตอไป หากคูกรณีท้ังสองฝายยังไมมาดําเนินการตามกําหนด
หรือไมแจงขอขัดของใหทราบ ใหพนักงานเจาหนาที่สั่งยกเลิกคําขอ โดยหมายเหตุในคําขอ บัญชีรับทําการประจําวัน
(บ.ท.ด. ๒) หรือบัญชรี บั ทาํ การและคมุ เร่ือง (ท.อ. ๑๔) บญั ชีแยกประเภทคุมเรอ่ื ง (บ.ท.ด.๒๗)และบญั ชรี บั เรอ่ื งรงั วดั และ
แจงผูขอมาดําเนินการ (บ.ท.ด. ๗๑) วา “ยกเลิกคําขอเพราะผูขอและผูโตแยงไมมาติดตอ” แลวใหพนักงานเจาหนาท่ีลง
ลายมือช่ือพรอ มวนั เดอื น ป กํากบั ไว และใหจ ัดเกบ็ คาํ ขอรงั วดั และเรือ่ งราวทไ่ี ดย กเลกิ น้นั รวมเขา ไวใ นสารบบทดี่ นิ หรอื
แยกเกบ็ เอกสารคาํ ขอดงั กลา วไวตา งหาก (ในกรณไี มม ีสารบบที่ดิน) แลวแตกรณี พรอมทงั้ แกไขหลกั ฐานแผนทตี่ างๆ ให
เปนการถูกตองตามระเบียบ หากปรากฏวาคูกรณีท้ังสองฝายใดฝายหน่ึงมาพบพนักงานเจาหนาที่ตามกําหนดนัด ให
ดาํ เนนิ การตาม ๖.๑ หรือ ๖.๒ ตอไป (ตามระเบียบกรมท่ีดนิ วาดวยการปฏบิ ัตริ าชการเพอ่ื ประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่
๒๓ สงิ หาคม ๒๕๔๒ และหนงั สอื กรมท่ดี นิ ท่ี มท ๐๗๑๙.๓/ว ๒๔๘๓๔ ลงวันท่ี ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๔๓)

๗. การสง่ั สอบสวนเปรยี บเทียบ
เนือ่ งจากมาตรา ๖๐วรรคทาย แหง ประมวลกฎหมายที่ดนิ บญั ญตั วิ า ในกรณที ่ีไดฟองตอศาลแลว ใหรอ

เรื่องไว เม่อื ศาลไดพพิ ากษาหรอื มคี ําสงั่ ถึงท่สี ดุ ประการใด จงึ ใหด าํ เนนิ การไปตามกรณี ถา ไมฟ องภายในกําหนด กใ็ ห
ดาํ เนินการไปตามทีเ่ จาพนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรือเจาพนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาสงั่ แลวแตก รณดี งั นัน้ ในการส่ังการ
สอบสวนเปรยี บเทยี บ จงึ ควรตอ งสงั่ ใหช ดั เจนตามที่เห็นสมควรวา จะดาํ เนนิ การตามทผี่ ขู อไดข อหรอื ตามที่ผคู ัดคานได
คดั คานอยา งไร เพราะหากไมมกี ารฟอ งคดีตอ ศาล พนกั งานเจา หนา ทกี่ จ็ ะสามารถดําเนนิ การเร่ืองดงั กลาวตามทไ่ี ดมกี าร
สง่ั ไวตอ ไปได

ในคําส่ังสอบสวนเปรียบเทียบใหระบุขอความวา “ใหคูกรณีฝายที่ไมพอใจไปฟองตอศาลยุติธรรม
ภายในกําหนดหกสบิ วันนบั แตวันรับทราบคําสั่ง” ดวย (ตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๒๙.๒/ว ๒๗๑๑๐ ลงวันท่ี ๕
กนั ยายน ๒๕๔๕)

๘. การแจง คาํ สัง่ สอบสวนเปรยี บเทยี บ
ใหแจงโดยทําเปนหนังสือสงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับโดยระบุไปในหนังสือแจงดวยวา ในกรณีที่ไดมี
การฟองคดีตอศาล ใหคูกรณีฝายท่ีไมพอใจนําหลักฐานการยื่นฟองพรอมสําเนาคําฟองเก่ียวกับสิทธิในท่ีดินไปแสดงตอ
พนักงานเจา หนา ที่ภายในกําหนดดว ย หากมไิ ดนําหลักฐานการย่ืนฟองพรอมสําเนาคําฟองเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินไปแสดง
ภายในกาํ หนด พนักงานเจา หนาทจ่ี ะไดดําเนินการตามที่เจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาไดมี
คําส่งั เปรียบเทียบไวต อ ไป

๙. พนกั งานเจาหนา ที่ผมู ีอํานาจ
๙.๑ ผมู ีอํานาจในการดําเนินการสอบสวนเปรียบเทยี บไดแกบ ุคคลตอไปนแี้ ลวแตกรณี

(๑) เจาพนักงานทดี่ นิ หรอื พนกั งานเจาหนา ท่ีซึ่งไดรับมอบหมายในสํานักงานที่ดินจังหวัด สํานักงาน
ท่ีดินจงั หวัดสาขา หรือสํานกั งานทด่ี นิ จังหวดั /สาขา สว นแยก

(๒) นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอ ในทองท่ีซ่ึงรัฐมนตรียังมิไดประกาศ
ยกเลิกอํานาจหนา ทีใ่ นการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายทีด่ นิ

(๓) ผอู าํ นวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี ิน
๙.๒ ผูมอี ํานาจในการส่ังสอบสวนเปรยี บเทยี บ ไดแ กบ คุ คลดงั ตอไปนีแ้ ลวแตกรณี
(๑) เจาพนกั งานทีด่ ินจงั หวัดหรอื เจา พนักงานที่ดนิ จงั หวัดสาขา

262 คูม่ อื เจ้าหน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ ิน

(๒) นายอําเภอ หรือปลดั อําเภอผูเปนหวั หนาประจํากง่ิ อาํ เภอในทอ งทีซ่ ง่ึ รฐั มนตรียงั
มไิ ดป ระกาศยกเลกิ อาํ นาจหนาท่ใี นการปฏิบตั กิ ารตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
หนังสอื กรมทดี่ ิน ดว นมาก ท่ี มท ๐๕๑๕/ว ๘๑๙๐ ลงวันที่ ๒๖ มนี าคม ๒๕๔๖
เรือ่ ง การขอไดม าซงึ่ ทดี่ ินของนติ ิบุคคลเพือ่ การศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายทดี่ นิ

๑. กรณวี ัดวาอารามขอไดม าซึง่ ท่ีดิน
๑.๑ เม่ือมีการย่ืนคําขอใหไดมาซึ่งท่ีดินของวัด ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน

เชน รับให,ซื้อ,รับมรดก,ไดมาโดยการครอบครอง,ออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน ฯลฯ ใหพนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบ
หลกั ฐานและสอบสวนบันทกึ ถอ ยคําผขู อ ตามแบบที่กาํ หนด

สําหรับกรณีวัดขอไดมาซึ่งท่ีดิน เมื่อรวมกับท่ีดินท่ีมีอยูเดิมแลวเกินกวา ๕๐ ไร ใหสอบสวนใหไดความ
โดยละเอียดชัดเจนวามีเหตุผลและความจําเปนอยางใด ทั้งน้ีเพื่อใชประกอบการพิจารณาวาควรจะอนุญาตใหวัดไดมาซ่ึง
ที่ดนิ เกินกวาทกี่ ฎหมายกาํ หนดไวหรือไม

๑.๒ หากเห็นวาอยูในหลักเกณฑที่จะดําเนินการใหได ใหสํานักงานท่ีดินท่ีรับคําขอ
ประสานงานกับนายอาํ เภอหรอื ปลัดอําเภอผเู ปน หวั หนาประจําก่ิงอําเภอทองที่ซึ่งที่ดินตั้งอยูเพ่ือออกไปทําการตรวจสอบ
ขอเท็จจริงและใหค วามเห็นพรอ มท้งั เหตุผลในการใหความเห็นตามทก่ี ระทรวงมหาดไทยกาํ หนด

๑.๓ เม่ือไดรับผลการตรวจสอบขอเท็จจริง และความเห็นพรอมทั้งเหตุผลในการใหความเห็น
จากอําเภอหรือก่ิงอําเภอแลว กอนท่ีสํานักงานท่ีดินจังหวัดจะเสนอเรื่องใหผูวาราชการจังหวัดพิจารณาอนุญาต ให
สํานักงานที่ดินจังหวัดสอบถามขอมูลที่ดินที่มีอยูเดิมไปยังสํานักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมท่ีดินทางโทรสาร ตาม
บญั ชตี รวจสอบขอมลู ท่ีดินที่มีอยูเดิมของนิติบุคคลเพื่อการศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน (เนื่องจาก
จํานวนเน้ือท่ีและประเภทการใชประโยชนในที่ดินของวัดมีความสําคัญตอการพิจารณาอนุญาตและการเรียกเก็บ
คาธรรมเนยี มและภาษีในการจดทะเบียนใหวัดเปนผูรับให ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ใิ หใชป ระมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ. ๒๔๙๗)

๑.๔ กรณีวัดขอไดมาซ่ึงที่ดินเม่ือรวมกับที่ดินที่มีอยูเดิมแลวเกินกวา ๑๐๐ ไร กอนเสนอเรื่อง
เพ่ือขออนุญาต ใหจังหวัดสงเร่ืองใหสํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ (กรมการศาสนา) เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ
กอน และเมื่อไดรับเรื่องคืนจากสํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติแลวใหเสนอเรื่องตอผูวาราชการจังหวัดเพ่ือพิจารณา
สั่งการตอไป

๑.๕ กรณีท่ีตรวจสอบพบวามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือไดจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมใหวัดรับโอนท่ีดิน โดยไมไดขออนุญาตจากรัฐมนตรีฯ ใหดําเนินการตาม ๑.๑ – ๑.๓ กอนเสนอเร่ืองตอผูวา
ราชการจังหวัดในฐานะปฏิบตั ิราชการแทนรัฐมนตรฯี เพือ่ พจิ ารณาสั่งอนุญาตยอ นหลังใหเ ปน การถูกตอง

๑.๖ ใหจังหวัดรายงานผลการสงั่ อนญุ าต ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตามบัญชี
รายงานผลการสั่งอนุญาตของนิติบุคคลเพ่ือการศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินใหกรมท่ีดินทราบ
ภายใน ๗ วันนบั แตว นั ที่สง่ั อนุญาตเพือ่ กรมทีด่ ินจะไดรวบรวมรายงานผลการส่ังอนุญาตเปนประจําทุกเดือนใหรัฐมนตรี
ฯ ทราบภายในวนั ที่ ๑๐ ของเดอื นถดั ไป และหากรายใดทีไ่ ดพ ิจารณาแลว เห็นวาไมค วรอนุญาต ใหสงเรื่องไปยังกรมที่ดิน
เพือ่ ขอคาํ สัง่ จากรฐั มนตรฯี ตอ ไป

๑.๗ เมื่อพนักงานเจาหนาท่ีไดแจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมใหวัดรับโอนที่ดินหรือสั่งอนุญาตยอนหลังแลว ใหจังหวัดรายงานกรมท่ีดินตามบัญชีทะเบียนท่ีดินของนิติบุคคล

คู่มอื เจ้าหน้าทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน 263

เพื่อการศาสนาตามมาตรา๘๔แหงประมวลกฎหมายทดี่ นิ เพ่ือจะไดแ กไ ขบัญชที ะเบยี นทีด่ ินทางสวนกลางใหถูกตองตรงกัน
ตอ ไป

๒. กรณีวัดบาทหลวงโรมันคาธอลคิ และมัสยิดอสิ ลามขอไดมาซึ่งทีด่ นิ ใหด ําเนนิ การตาม ๑.๑ - ๑.๓
และ ๑.๕ - ๑.๗

๓. กรณีมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอไดมาซึ่งท่ีดิน ใหดําเนินการตาม ๑.๑ – ๑.๓, ๑.๕ – ๑.๗ และเมื่อที่ดิน
ซึ่งไดรับอนุญาตครบ ๑ ปแลว ใหตรวจสอบและดําเนินการตามหนังสือกรมท่ีดิน ดวนมาก ที่ มท ๐๖๑๐/ว.๒๐๓๐๐ ลง
วันท่ี ๔ สิงหาคม ๒๕๓๕ แตใ หจงั หวัดรายงานผลเฉพาะกรณีทไี่ ดจ ดทะเบียนจําหนา ยจา ยโอนแลวใหกรมท่ีดินเพื่อจะได
แกไขบญั ชีทะเบียนท่ดี นิ ทางสวนกลางใหถ กู ตองตรงกัน

๔. กรณีมูลนิธิเก่ียวกับคริสตจักรขอเปล่ียนแปลงการใชประโยชนในที่ดินเปนอยางอื่นไมตรงตามท่ี
อนญุ าตไว จะตองขออนญุ าตเปลยี่ นแปลงการใชประโยชนในทด่ี นิ กอน และใหพนักงานเจา หนา ทีด่ ําเนนิ การ ดงั นี้

๔.๑ ตรวจสอบหลักฐานเชนเดียวกับกรณีมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอไดมาซึ่งท่ีดินตาม
หนังสอื กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๐๒๖๗๔ ลงวนั ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๓ โดยอนโุ ลม

๔.๒ สอบสวนเหตุผลและความจําเปนที่จะเปลี่ยนแปลงการใชประโยชนในที่ดินเปนอยางอ่ืน
ไมตรงตามท่ีรัฐมนตรีฯ อนุญาตไว แลวดําเนินการตาม ๑.๒, ๑.๓, ๑.๖และหนังสือกรมที่ดิน ดวนมากท่ี มท ๐๖๑๐/ว
๒๐๓๐๐ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๓๕โดยใหจังหวัดรายงานการเปลี่ยนแปลงการใชป ระโยชนในทีด่ นิ ใหก รมทด่ี นิ เพ่ือจะ
ไดแกไขบญั ชที ะเบียนทด่ี ินทางสว นกลางใหถูกตอ งตรงกนั ตอ ไป

ท้ังนี้ ใหสํานักงานทีด่ นิ จังหวัดและสํานักงานท่ีดินที่ที่ดินต้ังอยูใชสมุดเบอร ๒ ทําบัญชีทะเบียนที่ดิน
ของนิติบุคคลเพ่ือการศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินโดยใหสํานักงานท่ีดินจังหวัดจัดทํารวมทั้ง
จงั หวดั แหงหน่ึง และสาํ นกั งานที่ดินท่ที ดี่ ินต้งั อยจู ดั ทาํ ในเขตทอ งท่ีอกี แหงหนึง่ เพอื่ ประโยชนการตรวจสอบคราวตอไป
และใหแ ยกเกบ็ เปนแตล ะประเภทนิติบุคคล (วัดวาอาราม วัดบาทหลวงโรมันคาธอลิคมลู นธิ เิ กยี่ วกบั ครสิ ตจกั รหรอื มสั ยดิ
อิสลาม) โดยแยกเก็บตามตัวอักษรตัวหนาของช่ือนิติบุคคลน้ันแลวนําขอมูลท่ีดินท่ีมีอยูเดิมของนิติบุคคลท่ีไดจากการ
ตรวจสอบขอมูลจากสํานักมาตรฐานการทะเบียนที่ดินกรมที่ดินลงในบัญชีทะเบียนที่ดินดังกลาว ตามลําดับการไดมาซ่ึง
ทีด่ ินกอนหลงั แลว จึงนําขอมูลท่ดี ินที่แจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใหนิติบุคคลน้ัน
รับโอนท่ดี ินซ่ึงไดร ับอนุญาตลงเปน ลาํ ดบั ตอ ไป
หนังสอื กรมทด่ี นิ ดว นทส่ี ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ ว ๒๙๙๘๑ ลงวนั ท่ี ๒๔ ตลุ าคม ๒๕๔๖
เร่ือง การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดิน ตามนโยบายการแปลงสนิ ทรัพยเปนทนุ ของรัฐบาล

ใหจงั หวดั สง่ั การใหเจาหนาทีผ่ ูทาํ การสอบสวนสทิ ธดิ าํ เนนิ การดงั น้ี
๑. จดบันทึกเลขหมายประจําตัวของผูถือบัตรประชาชนจํานวน ๑๓ หลัก ของผูมีสิทธิในท่ีดินตอจาก
ช่ือ ชื่อสกุล ของผูมีสิทธิในที่ดินในหนาแรกของใบไตสวน (น.ส. ๕) ใหชัดเจนและอานงาย และสําหรับการออก
โฉนดทีด่ นิ เปนการเฉพาะรายใหด าํ เนนิ การตามนยั ดังกลาวดวย
๒. กอนท่ีพนักงานเจาหนาที่จะแจกโฉนดท่ีดินใหแกผูมีสิทธิในท่ีดินตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน
ท่ัวประเทศ ตามนโยบายการแปลงสินทรพั ยเปนทุนของรัฐบาล ใหพนักงานเจาหนาทีจ่ ดแจงลงในสารบัญจดทะเบียนหลงั
ใบไตส วน (น.ส.๕) และในสารบัญจดทะเบียนในโฉนดท่ีดิน ทั้งฉบับสํานักงานที่ดินและฉบับเจาของที่ดินดวยหมึกสีนํ้า
เงินวา “โฉนดท่ีดินแปลงนี้ออกตามนโยบายการแปลงสินทรัพยเปนทุนของรัฐบาล” แลวใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือ
ชื่อพรอมดว ยวนั เดอื น ป กํากบั ไว

264 คมู่ ือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

หนงั สือกรมทดี่ นิ ดวนท่สี ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๔๕๕๙ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๖
เร่ือง การแกไขปญหาการออกเอกสารสทิ ธใิ นทด่ี นิ ในเขต ส.ป.ก.

๑. ใหกรมท่ีดินสามารถเขาไปดําเนินการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินตามนโยบายแปลงสินทรัพยเปนทุนของ
รัฐบาล สําหรับที่ดินท่ีมีหลักฐานใบจองและ ส.ค. ๑ ในเขตปฏิรูปท่ีดินท้ังในพื้นท่ีเขตดําเนินการและพื้นที่นอกเขต
ดําเนินการได โดยใหเจาหนาที่ของกรมที่ดินดําเนินการไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมท่ีดิน ซึ่งหากเปนการออก
เอกสารสิทธใิ นพน้ื ทเ่ี ขตดาํ เนินการใหร ะบุไวในหนังสือนําสงใหชัดเจนวาเอกสารที่นํามายื่นขอออกเอกสารสิทธิถูกตอง
และชอบดวยกฎหมาย อยูในหลักเกณฑที่จะออกเอกสารสิทธิไดตามกฎหมายและระเบียบและตรงกับตําแหนงท่ีดินใน
ระวางแผนที่ สวนการดําเนินการใดๆ ก็ใหดําเนินการไปตามบันทึกขอตกลงระหวางกรมท่ีดินกับสํานักงานการปฏิรูป
ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยสํานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรมจะไดแจงให ส.ป.ก. จังหวัดใหความ
รว มมอื ตอไป

๒. กรณีผูครอบครองและทําประโยชนในท่ีดินมีชื่อตรงกับใบจอง ใหดําเนินการตาม ๑. สวนผูครอบครองและ
ทําประโยชนในที่ดินมีชื่อไมตรงกับใบจอง ใหกรมที่ดินเขาไปดําเนินการออกเอกสารสิทธิใหกับผูครอบครองและทํา
ประโยชนซึ่งมีชื่อไมตรงกับใบจองในพื้นท่ีนอกเขตดําเนินการไดโดยใหเจาหนาที่กรมท่ีดินดําเนินการไปตามกฎหมาย
และระเบียบของกรมท่ดี นิ แตสาํ หรบั ในพื้นทีเ่ ขตดําเนนิ การ การออกเอกสารสิทธิขอใหคาํ นึงถึงการตีความของสํานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาในเร่ืองนีด้ วย

๓. สําหรับแนวทางปฏิบัติระหวางกรมที่ดินกับสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)เกี่ยวกับการ
เดินสํารวจออกโฉนดทด่ี นิ ทัว่ ประเทศตามหลกั ฐาน ส.ค. ๑ และใบจอง ตามนโยบายแปลงสินทรัพยเปนทุนของรัฐบาล ใน
พน้ื ท่ีเขตดําเนินการของส.ป.ก. ใหด าํ เนนิ การดงั นี้

๓.๑ใหเจาหนา ทขี่ องกรมที่ดนิ ดําเนนิ การตามบันทึกขอตกลงระหวา งกรมที่ดนิ กบั สํานักงานการปฏิรูป
ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่ือง วิธีปฏิบัติเก่ียวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ (๑) (๒)

๓.๒ เมอื่ เจาหนาที่ไดทําการตรวจสอบความถูกตองของรูปแปลงที่ดินและทําการสอบสวนสิทธิจนเช่ือ
วาเปน ท่ดี ินทส่ี ามารถออกโฉนดท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดินแลว ใหจัดสงสําเนาหลักฐานท่ีไดตรวจสอบและรับรอง
ความถูกตองแลวให ส.ป.ก จังหวัด ใชประกอบการพิจารณากอนวาจะคัดคานการออกเอกสารสิทธิในท่ีดินนั้นๆ หรือไม
ดังน้ี

๓.๒.๑ สําเนาใบไตสวน (น.ส.๕)
๓.๒.๒ สําเนาหลักฐาน ส.ค. ๑ หรอื ใบจอง
๓.๒.๓ สําเนาระวางแผนที่ระบบพิกัดฉาก ยู ที เอ็ม ท่ีแสดงรูปแปลงท่ีดินที่มี
การออกโฉนดทีด่ นิ
๓.๒.๔ บญั ชแี สดงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน
การรับรองความถูกตองของหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ใหพนักงานเจาหนาท่ีหรือ
เจา พนักงานทดี่ นิ รบั รองในหนังสือนาํ สงวา หลกั ฐานท่ดี ินที่ราษฎรนํามายืน่ ขอออกเอกสารสทิ ธิเปน เอกสารทถี่ กู ตอ งและ
ชอบดวยกฎหมาย อยูในหลักเกณฑท่ีจะออกเอกสารสิทธิไดตามระเบียบและกฎหมาย และมีตําแหนงท่ีดินตรงกับ
ตาํ แหนง ท่ีระบุในระวางแผนท่ี

คมู่ อื เจ้าหนา้ ทสี่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดิน 265

๓.๓ ในกรณีที่ ส.ป.ก จังหวัด เห็นวาหลักฐานดังกลาวแตกตางไปจากขอมูลและหลักฐานที่
ส.ป.ก. จังหวัดมีอยูอันเปนเหตุท่ีจะคัดคานไดวา ส.ป.ก. มีสิทธิในที่ดินนั้นดีกวาผูขอออกเอกสารสิทธิในท่ีดิน ให ส.
ป.ก. จงั หวดั คดั คานโดยแจง เปน หนังสอื พรอมท้งั แสดงเหตุผลและหลักฐานไปยังศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนด
ที่ดินจังหวัด ภายในกําหนดเวลาตามประกาศการออกเอกสารสิทธิในท่ีดิน และใหพนักงานเจาหนาที่หรือเจาพนักงาน
ทด่ี นิ แลวแตก รณีทําการสอบสวนเปรยี บเทียบตามอาํ นาจหนา ที่

ในการสอบสวนเปรียบเทียบตามวรรคหน่ึง ถา ส.ป.ก. จังหวัดประสงคจะไปตรวจพิสูจนที่ดิน
ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดและปฏิรูปที่ดินจังหวัด หรือผูซึ่งเจาพนักงานที่ดินจังหวัดและปฏิรูปที่ดินจังหวัดมอบหมาย
รว มกันออกไปตรวจพสิ จู นท่ดี นิ

กรณีไมมีความประสงคจะคัดคาน ส.ป.ก. จังหวัดจะประสานไปยังศูนยอํานวยการเดินสํารวจออก
โฉนดทีด่ นิ จงั หวัดทราบโดยไมช ักชา เพ่ือใหเ จา พนักงานทด่ี ินดาํ เนนิ การออกเอกสารสิทธใิ นทด่ี นิ ตอไป

๓.๔ ในกรณีที่ไมสามารถตรวจสอบไดวาที่ดินท่ีขอออกเอกสารสิทธิในที่ดินอยูในพ้ืนท่ี
เขตดาํ เนนิ การหรือไม ใหดําเนนิ การตามขอ ๓.๒ โดยอนโุ ลม

๔. กรณีมีปญหาในการปฏิบัติงานตามบันทึกขอตกลงหรือตามมติที่ประชุมหรือการวางแนวทางใหพนักงาน
เจาหนาที่ถือปฏิบัติ ใหผูอํานวยการสํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญ กรมที่ดินและผูอํานวยการกองนิติการ ส.ป.ก.
รว มกันพิจารณาแกไ ขปญ หา หรอื วางแนวทางใหพนักงานเจาหนา ท่ถี ือปฏบิ ตั ิใหไ ดข อ ยตุ โิ ดยเรว็
หนังสือกรมทด่ี นิ ดว นทีส่ ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๗๔๗๑ลงวนั ท่ี ๘ มีนาคม ๒๕๔๗
เร่ือง โครงการเรง รดั การออกโฉนดทด่ี นิ ทัว่ ประเทศตามนโยบายการแปลงสนิ ทรพั ยเปน ทนุ ของรฐั บาล

แนวทางการออกโฉนดที่ดินจากหลักฐาน น.ค. ๓ และ ก.ส.น. ๕ ดงั น้ี
๑. ทําการตรวจสอบตําแหนงท่ีดินท่ีนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินใหตรงตามแผนผังแสดงการจัดท่ีดิน

และบัญชีรายชื่อ ตามท่ีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือกรมสงเสริมสหกรณจัดทําขึ้น เปนหลัก สําหรับหลักฐานท่ี
นํามาใชในการเดินสํารวจออกโฉนดท่ดี ินจะตองเปน ตนฉบับหรือใบแทนของ น.ค. ๓ หรอื ก.ส.น. ๕ เทาน้ัน

๒. ประสานกับหนวยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรมสงเสริมสหกรณในพ้ืนที่รวม
บันทึกตรวจพิสูจนความถูกตองตําแหนงและอาณาเขตของแปลงที่ดินวา เปนแปลงเดียวกับที่ไดรับอนุญาตใหเขาทํา
ประโยชนใ นที่ดนิ ตามประมวลกฎหมายวา ดวยการจดั ที่ดินเพือ่ การครองชพี

๓. หากปรากฏวา มีการนํา น.ค. ๓ หรือ ก.ส.น. ๕ ไปเปนหลักฐานในการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินแลว
ปรากฏวา ท่ีดินนั้นอยูในเขตปา หรือท่ีสาธารณประโยชนใหแจงหนวยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรม
สงเสริมสหกรณใ นพนื้ ที่ทราบและตรวจสอบ

๔. เม่ือไดมีการออกโฉนดที่ดินแลวใหแจงหนวยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือกรม
สง เสริมสหกรณแลวแตกรณที ราบเพอ่ื ประโยชนในการหมายเหตุใน น.ค. ๓ หรอื ก.ส.น. ๕
หนังสอื กรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๘๕๙๑ ลงวนั ท่ี ๑๘ มนี าคม ๒๕๔๗
เร่ือง การฟองศาลตามมาตรา ๖๐ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน

การฟองคดีอันเน่ืองมาจากการท่ีเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาได
สั่งการตามมาตรา ๖๐ แหง ประมวลกฎหมายท่ีดิน คูกรณฝี า ยทไ่ี มพ อใจยอมสามารถฟอ งคดตี อ ศาลยตุ ธิ รรมหรอื จะฟอ งตอ
ศาลปกครองก็ได ท้ังนี้ข้ึนอยูกับประเด็นที่ผูฟองคดีไดยกข้ึนเปนหลัก โดยถาประเด็นหลักเปนการโตแยงเกี่ยวกับ
กรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในท่ีดินขอออกหนังสือแสดงสิทธิ ศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคือศาลยุติธรรม

266 ค่มู ือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี ิน

(คําวินิจฉัยช้ีขาดอํานาจหนาที่ระหวางศาล ท่ี ๔/๒๕๔๕) แตถาเปนการโตแยงในประเด็นหลักวา การส่ังการของเจา
พนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาไมปฏิบัติตามข้ันตอนท่ีกฎหมายกําหนดและไมชอบดวย
กฎหมาย ศาลท่ีมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีดังกลาวคือ ศาลปกครอง (คําวินิจฉัยช้ีขาดอํานาจหนาที่ระหวางศาล ที่ ๑๙/
๒๕๔๖) และโดยที่ศาลปกครองสูงสุดโดยมติท่ีประชุมใหญไดมีคําส่ัง ท่ี ๖๐๖/๒๕๔๕ วินิจฉัยวา การฟองคดีตอศาล
ปกครองในประเด็นเก่ียวกับความชอบดวยกฎหมายของคําสั่งของเจาพนักงานท่ีดิน ตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน น้ัน เม่ือเจาพนักงานที่ดินมีคําส่ังตามมาตรา ๖๐ วรรคหน่ึง แลว ผูฟองคดีสามารถฟองเจาพนักงานที่ดินตอศาล
ปกครองไดภายในระยะเวลา ตามมาตรา ๖๐ วรรคสอง โดยไมตองอุทธรณคําสั่งดังกลาว ตามขั้นตอนและระยะเวลาที่
กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เสียกอน เนื่องจากข้ันตอนตามที่กําหนดไวใน
มาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินเปนวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครองที่กฎหมายกําหนดไวโดยเฉพาะ และมี
หลักเกณฑท่ีประกันความเปนธรรม หรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไมตํ่ากวาหลักเกณฑท่ีกําหนดใน
พระราชบัญญัตวิ ธิ ปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อยแู ลว

ดังนั้น ในการสั่งสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน จึงใหระบุในคําสั่งดวยวา
“หากคูกรณีฝา ยทไี่ มพ อใจเหน็ วา ตนเปน ผมู ีสิทธใิ นท่ดี นิ กใ็ หไ ปฟองคดีตอศาลยุติธรรม หรือถาเห็นวาการส่ังการของเจา
พนักงานท่ีดินจังหวัด (หรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา) ไมปฏิบัติตามข้ันตอนท่ีกฎหมายกําหนดและไมชอบดวย
กฎหมาย ก็ใหไปฟองคดีตอศาลปกครอง ท้ังน้ี ภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง ถามิไดมีการฟองคดีหรือ
มไิ ดน าํ สําเนาคําฟอ งมาแสดงภายในกาํ หนด จะไดดาํ เนินการตามทีเ่ จาพนกั งานทีด่ ินจังหวดั (หรือเจาพนกั งานที่ดินสาขา)
ไดสั่งการไวตอไป” และเน่ืองจากข้ันตอนตามท่ีกําหนดไวในมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนวิธีการปฏิบัติ
ราชการทางปกครองที่กฎหมายกําหนดไวโดยเฉพาะและมีหลักเกณฑที่ประกันความเปนธรรมหรือมีมาตรฐานในการ
ปฏิบัตริ าชการไมต าํ่ กวาหลักเกณฑท ีก่ าํ หนดในพระราชบญั ญตั วิ ิธีปฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ตามนยั มาตรา
๓ แหงพระราชบัญญตั ิดงั กลาว จึงไมมีกรณีทีจ่ ะตองระบุถงึ เหตุการณก ารอุทธรณตามนัยมาตรา ๔๐ แหงพระราชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ไวในคําสั่งสอบสวนเปรียบเทียบอีกแตอยางใด ท้ังน้ี ใหใชแนวทางปฏิบัติ
ดังกลาวกบั กรณกี ารส่ังเปรียบเทียบตามมาตรา ๘๑ แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ ในทํานองเดียวกนั ดว ย
หนังสอื กรมที่ดิน ดวนที่สุด ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว. ๑๘๘๘๔ ลงวนั ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗
เรอื่ ง ขอออกโฉนดทด่ี ินหลายแปลงและขอแบง แยกระหวา งเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี นิ

๑. หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) แปลงเดียวมีช่ือเจาของที่ดินหรือผูครอบครอง
คนเดียวหรือหลายคนตอเน่ือง ประสงคจะนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหลายแปลงในคราวเดียวกัน กระทําไดโดยให
บันทึกความประสงคของเจาของที่ดินทุกคนไว แลวจัดสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงที่นําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน
และหมายเหตใุ นหลกั ฐานที่ดนิ เดมิ ใหป รากฏวา ไดออกโฉนดทดี่ นิ ไปแลว ทั้งหมด กแ่ี ปลง เปน โฉนดที่ดนิ เลขท่ีเทา ไร

๒. การออกโฉนดทด่ี ิน ตามหลกั ฐานหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ ข.)และ
การเปล่ียนโฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแ ลว” เปนโฉนดทดี่ ินซึง่ มีชอ่ื ผมู สี ิทธิครอบครองหรือมี
กรรมสทิ ธิค์ นเดียว มีความประสงคข อนาํ เดินสํารวจออกโฉนดที่ดนิ หลายแปลงในคราวเดียวกัน โดยออกโฉนดทด่ี นิ แต
ละแปลงใหม ชี ือ่ เจาของท่ดี ินตรงกบั ชือ่ ในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินทํานองแบงแยกในนามเดิมใหกระทําไดโดยสราง
ใบไตสวนตามจํานวนแปลงท่ีประสงคขอนําเดินสํารวจออก โฉนดที่ดิน แลวหมายเหตุในหลักฐานเดิม ใหปรากฏวาได
นําเดินสาํ รวจออกโฉนดทดี่ ินไปทง้ั หมดก่ีแปลงเปน โฉนดทด่ี นิ เลขทีเ่ ทา ไร

คูม่ อื เจา้ หนา้ ทสี่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 267

๓. การออกโฉนดทีด่ นิ ตามหลักฐานหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ ข.) และการเปล่ียน
โฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนโฉนดที่ดินมีช่ือผูมีสิทธิครอบครองหรือผูมีกรรมสิทธ์ิ
หลายคนประสงคจะออกโฉนดท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกันโดยแตละแปลงมีชื่อเจาของท่ีดินตางกัน ทํานองแบง
กรรมสทิ ธิร์ วม พรอมกับการเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี ิน ใหก ระทาํ ไดโดยใหบันทึก ผูทาํ การเดินสํารวจวาจะตองไปยื่นคํา
ขอแบงแยกและจดทะเบียน ณ สํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สวน
แยก หรือสาํ นักงานทดี่ ินจงั หวดั สาขา สวนแยก แลวแตกรณีและใหชางผูทําการรังวัดจําลองรูปแผนท่ีประกอบเรื่อง การ
ขอจดทะเบียนแบงแยกใหครบถวนตามระเบียบวธิ กี าร

๔. เม่ือพนักงานเจาหนาท่ีไดรับคําขอ และเร่ืองราวการแบงแยกตามขอ ๓ แลว ใหตรวจสอบและพิจารณา
ดาํ เนินการจดทะเบยี นและเรียกเกบ็ คา ธรรมเนียมตามระเบยี บ

ท้ังน้ี การแบงแยก ๑ แปลง ใหนบั เปนจํานวนราย สาํ หรับการเดินสาํ รวจเพ่อื ออกโฉนดท่ีดนิ และสอบเขตทดี่ นิ ทงั้
ตําบลและการดําเนินการตามขอ ๑ ถึง ๓ จะตองเปนความประสงคของเจาของท่ีดินโดยแทจริง และตองไมเปนการ
หลีกเล่ียงการจัดสรรท่ีดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ เชน บิดามีความประสงคจะแบงที่ดินเพ่ือ
โอนสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินใหแกบุตรเปนตน สําหรับกรณีท่ีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมมีภาระ
ผูกพันใดๆ หามมิใหเจาหนาที่ดําเนินการสํารวจรังวัดเพ่ือออกโฉนดที่ดินเปนหลายแปลงหรือรังวัดแบงแยกในกรณีเดิน
สํารวจออกโฉนดทด่ี ินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายทด่ี ิน
หนังสือกรมท่ีดนิ ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๙๔๗๓ ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗
เรอ่ื ง การออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ ในเขตท่ีดนิ ของรฐั

กรณที ี่มีผมู าขอออกหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี ินในเขตทดี่ นิ ของรัฐประเภททสี่ งวนหวงหา มตามประกาศสงวน
หวงหามทดี่ ินหรอื ตามพระราชกฤษฎกี าสงวนหวงหา มท่ีดนิ ท่ีราชพัสดุ และทดี่ นิ อนั เปน สาธารณสมบัตขิ องแผน ดนิ
สาํ หรบั พลเมอื งใชรว มกนั ใหด ําเนนิ การ ดงั น้ี

๑. กรณีที่ปรากฏโดยชัดแจงตามเอกสารซึ่งผูขอนํามาเปนหลักฐานในการยื่นคําขอออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดิน วาไดมีการครอบครองทําประโยชนในที่ดินมากอนการเปนท่ีดินของรัฐดังกลาว กอนออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินใหจังหวัดนําเรื่องดังกลาวเสนอตอคณะอนุกรรมการ แกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐประจําจังหวัด (กบร.
จังหวัด) เพื่อพิจารณาพิสูจนสิทธิในที่ดินตามอํานาจ หนาท่ีตามที่คณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ
(กบร.) กําหนด

๒. กรณีท่ีปรากฏโดยชัดแจงตามเอกสารซึ่งผูขอนํามาเปนหลักฐานในการยื่นคําขอออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ท่ดี นิ วา ไดมีการครอบครองทาํ ประโยชนในท่ดี นิ ภายหลงั จากการเปนทด่ี ินของรัฐดังกลาว ใหเจาพนักงานท่ีดินสั่งยกเลิก
คําขอของผูขอ พรอมทั้งแจงใหผูขอทราบเพ่ือดําเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
ตอ ไป

๓. กรณที ไ่ี มป รากฏเปน ทแี่ นชดั ตามเอกสารซึง่ ผขู อนํามาเปนหลักฐานในการยนื่ คาํ ขอออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ น
ที่ดินวา ไดมีการครอบครองทําประโยชนในที่ดินมากอนหรือภายหลังจากการเปนที่ดินของรัฐดังกลาว เชน ท่ีดินเปนที่
หวงหามตามพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงหามฯ พ.ศ. ๒๔๘๔ ผูขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินอางหลักฐาน ส.ค.๑โดย
ส.ค.๑ ระบกุ ารไดม าวา รับใหม าจากบิดาเมอื่ พ.ศ. ๒๔๘๕ ซึง่ ไมเปนท่ีแนช ัดวา บดิ าของผูขอไดค รอบครองมาตงั้ แตเ มอื่ ใด
กอนหรอื หลังการเปน ทีห่ วงหา ม เปน ตน ใหเ จา พนักงานทีด่ ินดาํ เนินการสอบสวนขอเท็จจรงิ ใหไ ดความโดยชัดเจนเปน ท่ี
ยุติวาไดมกี ารครอบครอง

268 คูม่ ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน

ทําประโยชนใ นทีด่ นิ ดังกลา วมากอ นหรือภายหลังจากการเปน ท่ีดินของรฐั เสรจ็ แลว จงึ ดาํ เนนิ การไปตามขอ ๑ หรือขอ ๒
แลว แตก รณี
หนงั สอื กรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/๑๗๙๔๘ ลงวนั ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙
เรอื่ ง หารอื แนวทางปฏิบตั เิ กยี่ วกบั การสง่ั ยกเลิกใบไตส วนตามโครงการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทด่ี นิ

เมื่ออธิบดีกรมท่ีดินไดมอบหมายใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินประจําจังหวัด ซึ่งเปน
เจาพนักงานที่ดิน ตามคําส่ังกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๕๐๘/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ เปนผูลงลายมือชื่อและ
ประทับตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินในโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๗ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ผูอํานวยการ
ศูนยเดินสํารวจฯ ยอมเปนเจาหนาท่ีผูมีอํานาจตามมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.
๒๕๓๙ ในการพิจารณาออกหรือไมออกโฉนดท่ีดินที่ศูนยอํานวยการเดินสํารวจฯไดดําเนินการไวเชนเดียวกับเจา
พนักงานทด่ี ินจังหวดั เจาพนักงานท่ดี ินจงั หวดั สาขา เจาพนกั งานทดี่ ินหวั หนาสว นแยก โดยอํานาจหนาที่ในการพิจารณา
ออกโฉนดที่ดินดังกลาวอยูระหวางการเตรียมการและการดําเนินการเพ่ือจัดใหมีคําสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหง
พระราชบัญญตั วิ ธิ ปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ฉะนัน้ เมื่อปรากฏวา การนาํ เดินสาํ รวจฯทไ่ี ดด าํ เนินการไวไม
ชอบดวยกฎหมายและระเบียบวิธีการ หรือมีเหตุขัดของซ่ึงไมอาจแกไขได ชอบท่ีผูอํานวยการศูนยฯ จะพิจารณายกเลิก
เรื่องราวการนําเดินสํารวจฯ ดังกลาว ตามอํานาจหนาที่โดยใหถือปฏิบัติตามระเบียบวิธีการ ตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท
๐๗๒๙.๑/ว ๒๗๘๙๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ เรือ่ ง ขอยกเลิกใบไตสวนโดยอนโุ ลม

อนึ่ง อาํ นาจหนาที่ของผูอาํ นวยการศูนยเดินสํารวจฯ ดังกลาว เปนอํานาจหนาที่ที่ไดรับมอบหมายตามนัยมาตรา
๕๗ แหงประมวลกฎหมายทดี่ ิน ซ่ึงมรี ะยะเวลาเร่ิมตน และสิน้ สุดตามแผนงานโครงการแตละป
หนังสอื สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร ๐๙๐๑/๐๙๓๗ ลงวนั ท่ี ๒๔ ตลุ าคม ๒๕๔๙
เรอื่ ง ขอหารือการออกโฉนดทด่ี นิ โดยการเดนิ สาํ รวจในเขตหา มลา สตั วป า
(เวียนโดยหนงั สอื กรมที่ดิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๒๗๙๙ ลงวันท่ี ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙)

๑. การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน
สามารถดาํ เนินการในเขตหา มลาสตั วปาไดห รือไม อยางไร

๒. ตามปญหาใน ๑. ถาสามารถดําเนินการได ขอทราบวาวิธีปฏิบัติในการออกโฉนดที่ดินตอง
แตงตั้งคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ใิ หใ ชป ระมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๐ (๓) ดว ยหรือไม อยางไร

๓. การแตงตั้งคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๐ (๓) ใชเปนวิธีปฏิบัติเฉพาะ
กรณีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ ทวิ แหง
ประมวลกฎหมายที่ดนิ เทานัน้ ใชห รือไม อยางไร

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๗) ไดพิจารณาปญหาดังกลาว มีความความเห็นในแตละประเด็น
ดงั นี้

ประเด็นที่หน่ึง เห็นวามาตรา๕๘และมาตรา๕๘ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแกไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่กําหนดวา เม่ือรัฐมนตรีเห็นสมควร
จะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจา
นุเบกษากาํ หนดจังหวดั ที่จะทําการสํารวจรงั วดั ทาํ แผนทีห่ รอื พิสจู นส อบสวนการทําประโยชนส าํ หรับปน ั้น เขตจังหวดั ท่ี

คมู่ อื เจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน 269

รัฐมนตรีประกาศกําหนดไมรวมทองที่ท่ีทางราชการไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร และกรณีของจังหวัดนครศรีธรรมราช
กไ็ ดมปี ระกาศกระทรวงมหาดไทย เรือ่ ง กาํ หนดจังหวัดที่จะทําการสํารวจรังวัดทําแผนที่เพ่ือออกโฉนดที่ดิน ลงวันที่ ๑๑
กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ กําหนดเปนจังหวัดท่ีทําการแมวามาตรา ๕๘ วรรคหนึ่งจะมิไดกําหนดหามไว แตการเดินสํารวจ
เพื่อออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ ในเขตหา มลาสัตวปาก็ไมสามารถเดิน
สาํ รวจได

ประเด็นท่ีสอง เห็นวา เมื่อไดวินิจฉัยในประเด็นที่หน่ึงแลววา การเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดิน
ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ในเขตหามลาสัตวปาไมสามารถดําเนินการได กรณีจึงไม
จําเปนตอ งวินจิ ฉัยในประเดน็ น้แี ตอยางใด

ประเด็นที่สาม เห็นวา มาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของ
คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕ กําหนดใหผูมีสิทธิครอบครองที่ดิน
มาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายไดไมวาจะไดมีประกาศของรัฐมนตรีตาม
มาตรา ๕๘ แลวหรือไมก็ตามเมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควรใหดําเนินการออกโฉนดที่ดินหรือรับรองการทํา
ประโยชนแลวแตกรณี ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่ประมวลกฎหมายน้ีกําหนดสวนมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวล
กฎหมายทด่ี นิ ซ่งึ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕ เปน
บทบัญญัติท่ีเปดโอกาสใหผูครอบครองและทําประโยชนในท่ีดินอยูกอนวันท่ีประมวลกฎหมายน้ีใชบังคับโดยไมมี
หนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธ์ิท่ีดินและมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล
กฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สามารถขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดในกรณีท่ีมีความจําเปน
และมีจํานวนเน้ือที่ไมเกิน ๕๐ ไร เวนแต ผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหเกินกวานั้น ท้ังนี้ ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการ
กําหนด อยางไรก็ตาม ในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถาที่ดินนั้นถูกกําหนดเปนเขตหาม
ลาสัตวปาไปกอนแลว พนักงานเจาหนาที่ก็ไมอาจออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนได เพราะผลของ
การไมแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ถือไดวาบุคคล
เหลาน้สี ละสิทธิครอบครองทด่ี ิน รฐั มีอํานาจจดั ที่ดินดังกลาวตามบทบญั ญตั ิแหง ประมวลกฎหมายที่ดนิ ได

กรณีตามปญหา เมื่อพิจารณากฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จะเห็นไดวา ไดกําหนดถึงหลักเกณฑและวิธีการในการขอ
ออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ ไวใน ขอ ๗ ขอ ๘ ขอ ๙ ขอ ๑๐
และขอ ๑๑

โดยขอ ๑๐ เม่ือไดพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแลว ปรากฏวาไดมีการครอบครองและทํา
ประโยชนตามสมควรแกสภาพท่ีดินในทองถ่ิน ตลอดจนสภาพของกิจการท่ีไดทําประโยชน ถาปรากฏวาที่ดินน้ันไมอยู
ในเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท่ีไดจําแนกใหเปนปาไม
ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและท่ีดินน้ันไมเปนท่ีดินซ่ึงตองหามมิใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและไมมีผู
คัดคานภายในกําหนดเวลาท่ีประกาศ ใหพนักงานเจาหนาท่ีออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหได แตถาปรากฏวา
ท่ดี นิ นั้นตัง้ อยูใ นตาํ บลท่มี ปี าสงวนแหงชาติ อุทยานแหงชาติ พ้ืนท่ีรักษาพันธุสัตวปา พื้นที่หามลาสัตวปาหรือเขตพ้ืนที่
ท่ีไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและยังไมไดขีดเขตลงในระวางรูปถายทางอากาศเพื่อการออก
หนังสือรับรองการทําประโยชน หรือกรณีที่ขีดเขตแลว แตที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนมีอาณาเขต
ติดตอคาบเกี่ยวหรืออยูในเขตฯ ใหผูวาราชการจังหวัดแตงต้ังคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนท่ีดิน และเมื่อ

270 คู่มือเจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน

คณะกรรมการไดทําการพิสูจนเสร็จแลว ใหเสนอความเห็นตอผูวาราชการจังหวัดวาสมควรออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนใ หไ ดห รอื ไม เพยี งใด

และขอ ๑๑ กําหนดวา เม่ือผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาผลการตรวจพิสูจนที่ดินของ
คณะกรรมการแลวปรากฏวาที่ดินนั้นไมอยูในเขตหามลาสัตวปาหรือปรากฏวาอยูในเขตหามลาสัตวปา แตผูขอได
ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินดังกลาวโดยชอบดวยกฎหมายมากอนวันที่ทางราชการกําหนดใหที่ดินน้ันเปนเขต
หามลาสัตวปา และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาท่ีประกาศ ใหผูวาราชการจังหวัดสั่งการใหพนักงานเจาหนาท่ี
พิจารณาดําเนินการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหได ฉะนั้น การแตงตั้งคณะกรรมการการรวมกันออกไปตรวจ
พิสูจนที่ดินตามกฎหมายกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๐ (๓) จึงเปนวิธีปฏิบัติเฉพาะกรณีการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปน
การเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ดี นิ
หนังสือกรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๑๔๙๘๔ ลงวันท่ี ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑
เร่ือง พระราชบัญญัติคํานําหนานามหญงิ พ.ศ. ๒๕๕๑

พระราชบัญญัติคํานํานามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีผลใหบังคับตั้งแตวันท่ี ๔ มิถุนายน ๒๕๕๑
เปนตนไป มีผลใหหญงิ ทจี่ ดทะเบียนสมรสแลว หรอื ตอมาการสมรสไดส้ินสุดลงสามารถเลือกใชคํานําหนานามวา “นาง”
หรือ “นางสาว” ไดต ามความสมคั รใจ

กรณผี ขู อเปนหญงิ ขอจดทะเบียนสิทธิและนติ ิกรรมใดๆ เกยี่ วกบั ท่ดี นิ แลวปราฎวาคํานําหนานาม
ของผูขอในเอกสารหลักฐานที่ทางราชการออกให เชน บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบาน เปน “นางสาว” ไม
ตรงกับในทะเบียนที่ดินที่เปน “นาง” ถาเห็นวามีหลักฐานสมควรเช่ือไดวาผูขอไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนตาม
กฎหมายวา ดวยการจดทะเบียนครอบครวั ใหเ ปล่ียนคํานําหนานามจาก “นาง” เปน “นางสาว” แลว ก็ใหพนักงานเจาหนาท่ี
บันทกึ ถอ ยคําผขู อนั้นไวเ ปน หลักฐาน แลวจงึ ดาํ เนนิ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปตามความประสงคของผูขอโดย
ใชคําหนานามวา “นางสาว” บรรยายขางคําขอจดทะเบียนและนิติกรรม (ท.ด. ๑,ท.ด. ๑ ก.) และในรายการจดทะเบียนให
ตรงกันวา “......(ชื่อผูขอ) เดิมใชคํานําหนานามวา “นาง” บัดน้ีไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการจด
ทะเบียนครอบครัวใหใชคํานําหนานามวา “นางสาว” แลว และใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือชื่อ พรอมดวย วัน เดือน ป
กาํ กับไว
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๓๒๑๙๑ ลงวันท่ี ๑๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๑
เรอ่ื ง การระวังชแี้ นวเขตและการลงช่ือรบั รองแนวเขตที่ดนิ และการตรวจสอบขอ มูลที่ราชพัสดุ

เพื่อใหการแจงสิทธิในที่ดินขางเคียงท่ีเปนท่ีราชพัสดุในกรณีท่ีมีการรังวัดออก
โฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน รวมทั้งการแบงแยก รวม สอบเขต หรือการรังวัดใด ๆ เก่ียวกับ
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ไดเปนไปตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการ
รบั รองแนวเขตท่ดี ิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และกฎกระทรวง วา ดว ยหลกั เกณฑและวิธกี ารปกครอง ดแู ลบาํ รงุ รกั ษาใช และจดั หา
ผลประโยชนเกี่ยวกับท่รี าชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมท่ีดินจึงขอซักซอมความเขาใจเพ่ือถือเปนแนวทางปฏิบัติวา ในกรณี
ที่มกี ารรงั วดั ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ทมี่ เี ขตขางเคียงตดิ ตอกับท่รี าชพสั ดุในกรุงเทพมหานครขอไดแจงกรมธนารักษ
รวมกับผูใชท่ีราชพัสดุ สวนในจังหวัดอ่ืนขอไดแจงสํานักงานธนารักษพื้นที่รวมกับหัวหนาสวนราชการหรือหัวหนา
หนวยงานประจาํ จงั หวัดของผูใชทรี่ าชพัสดุ ท้งั น้ี การแจง ดงั กลาวใหรวมถึงกรณกี ารตรวจสอบขอมลู ท่ีราชพสั ดดุ วย

ค่มู ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ 271

อน่ึง ในการระวังชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตที่ราชพัสดุ พนักงานเจาหนาที่จะตองปฏิบัติ
ตามบันทึกขอตกลงระหวางกรมท่ีดินกับกรมธนารักษ เรื่อง การรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงการระวังชี้แนว
เขตและลงนามรบั รองแนวเขตทร่ี าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๔๓ ในหมวด ๔ การระวังชีแ้ นวเขตและรับรองแนวเขตทรี่ าชพสั ดุ ดว ย
หนงั สือกรมทีด่ นิ ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๖๔๗๑ ลงวนั ท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๕๒
เรอ่ื ง แตงตงั้ เจาพนกั งานทด่ี นิ

การจัดตําแหนงขาราชการเขาประเภทตําแหนงมีผลทําใหช่ือตําแหนงและระดับของเจาพนักงานที่ดินใน
สํานักงานที่ดินจังหวัดและสํานักงานท่ีดินสาขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กรมท่ีดินจึงไดเสนอกระทรวงมหาดไทยยกเลิก
คําสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๔๖๖/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ และมีคําส่ังท่ี ๖๖/๒๕๕๒ ลงวันท่ี ๑๘
กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๒ แตงตั้งเจาพนักงานท่ีดิน ขึ้นใหม เพ่ือใหสอดคลองกับชื่อตําแหนงท่ีเปล่ียนแปลงไป ตาม
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑โดยคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๖๖/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๑๘
กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เรื่อง แตงต้ังเจาพนักงานท่ีดิน ขอ ๒ แตงตั้งใหผูดํารงตําแหนงดังตอไปนี้ในสํานักงานท่ีดินจังหวัด
และสํานักงานท่ีดินสาขาเปนเจาพนักงานท่ีดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ในสํานักงานท่ีดินจังหวัดและสํานักงานท่ีดิน
สาขานน้ั ๆ คอื

(๑) เจา พนักงานท่ีดินจังหวดั หรอื เจาพนักงานที่ดนิ จังหวดั สาขา
(๒) นักวิชาการที่ดนิ ตง้ั แตระดับปฏบิ ัตกิ ารขึ้นไปในฝายทะเบยี น
(๓) เจาพนักงานทีด่ นิ ตัง้ แตร ะดบั ปฏบิ ตั ิงานข้ึนไปในฝา ยทะเบยี น
(๔) นายชา งรงั วัด ต้ังแตร ะดบั ชํานาญงานขึ้นไปในฝายรงั วดั
(๕) ขาราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการ ตั้งแตระดับปฏิบัติการข้ึนไป หรือประเภท
ท่ัวไปต้ังแตระดับปฏิบัติงานข้ึนไป ซ่ึงอธิบดีกรมท่ีดินแตงตั้งใหทําหนาท่ีในตําแหนงตาม (๒) (๓) และ (๔) เปนการ
ชวั่ คราว
หนังสอื กรมทดี่ ิน ดว นมาก ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๑๒๐๑๑ ลงวนั ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒
เร่ือง การขอรบั โฉนดทดี่ ินตามโครงการเดนิ สาํ รวจฯ โดยยงั ไมช ําระเงนิ คา ธรรมเนียม
เพอื่ ใหการปฏบิ ตั ขิ องเจาพนกั งานทด่ี ิน ในกรณโี ฉนดทด่ี นิ ตามโครงการเดนิ สาํ รวจตามมาตรา ๕๘แหง
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ดังกลาวเปน ไปในทางเดียวกัน จงึ ใหจ ังหวัดดาํ เนนิ การดังตอ ไปน้ี
๑. กรณีศนู ยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนผูแจกโฉนดท่ีดิน เพื่อเปนการปองกันมิ
ใหม ปี ญหาเก่ยี วกับการแจกโฉนดท่ีดนิ นอกเวลาราชการปกติ และปญหาเก่ียวกับการออกใบเสร็จรับเงินคาธรรมเนียมการ
ออกโฉนดที่ดินดังกลาวจึงใหศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินจดแจงการไมชําระคาธรรมเนียมการออกโฉนด
ท่ีดินดังกลาว โดยใหจดแจงการยังไมชําระเงินคาธรรมเนียมใหปรากฏหรือประทับตรายางดวยหมึกสีแดงมีขอความวา
“ยังไมช ําระเงินคา ธรรมเนยี มการออกโฉนดท่ีดิน” ทุกแปลง
๒. กรณีสํานักงานที่ดินเปนผูแจกโฉนดท่ีดิน เนื่องจากกรณีน้ีไมมีปญหาเก่ียวกับการแจก
โฉนดท่ีดินนอกเวลาราชการปกติ และไมมีปญหาเกี่ยวกับการออกใบเสร็จรับเงินคาธรรมเนียมแตอยางใด
ตามหลักการจึงควรเก็บเงินคาธรรมเนียมการออกโฉนดที่ดินดังกลาวทุกแปลง อยางไรก็ตาม หากผูมีสิทธิในที่ดินรายใด
ประสงคจะขอรับโฉนดท่ีดินไปกอน แตยังไมชําระเงินคาธรรมเนียม ก็ใหเจาพนักงานที่ดินจดแจงการยังไมชําระเงิน
คา ธรรมเนียมใหปรากฏในโฉนดทดี่ ินดังทกี่ ลาวมาแลว ในขอ ๑.ดว ย

272 คมู่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ

ในกรณที ี่มีการจดแจง การยงั ไมช ําระเงนิ คาธรรมเนยี มการออกโฉนดที่ดนิ ตามขอ ๑. และ ๒. แลว เม่ือมี
การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมคร้ังแรกใหผูยื่นคําขอเปนผูชําระเงินคาธรรมเนียมที่ยังไมชําระและให
เจาพนกั งานท่ีดินจดแจงใหป รากฏหรือประทับตรายางดวยหมึกสแี ดงตอจากการจดแจง หรอื ประทบั ตรายางยงั ไมช าํ ระเงนิ
คาธรรมเนยี มคร้ังแรกวา “ชาํ ระเงนิ แลว ”
หนังสือกรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๕๑๕/ว ๑๕๓๕๕ ลงวันท่ี ๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๒
เรอื่ ง การจดแจงและตรวจสอบการหามโอนในหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี นิ
(ขางเคยี ง หนงั สอื กรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว ๗๒๑๑ ลงวนั ที่ ๓๐ มนี าคม ๒๕๒๐)
(ขา งเคยี ง หนังสอื กรมทีด่ นิ ที่ มท ๐๖๐๙/ว ๑๔๖๓๔ ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๒)
(ขางเคยี ง หนังสือกรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๖๐๘/๓/ ๕๖๓๒ ลงวนั ท่ี ๗ มีนาคม ๒๕๒๖)

๑. ในการออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นทีด่ ินทอี่ ยูภ ายใตบ ังคับหา มโอนตามกฎหมาย ใหพนักงาน
เจาหนาท่จี ดแจง ขอกําหนดหา มโอนตามกฎหมายน้นั ลงไวใ หป รากฏในสารบญั จดทะเบยี นโดยปฏบิ ตั ติ ามนยั หนงั สอื กรม
ทีด่ นิ ทีอ่ า งถงึ และท่ีเกยี่ วขอ ง

๒. กรณีมีการแบงแยกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินท่ีอยูภายใตบังคับหามโอน ใหพนักงาน
เจาหนาที่ตรวจสอบระยะเวลาการหา มโอนดวยวาส้ินสดุ ลงแลว หรือไม ถายังไมส้ินสุดลงใหยกขอกําหนดหามโอนไปจด
แจงลงไวในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลงแยกใหเ ปนการครบถวนถกู ตอ งตามระเบียบวิธีการ

๓. เมื่อเจาของที่ดินติดตอขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือทําธุระเก่ียวกับท่ีดิน ให
พนกั งานเจาหนา ท่ีตรวจสอบสารบัญจดทะเบยี นและสารบบของท่ีดินใหรอบคอบวา หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินตกอยูใน
บังคับหา มโอนตามกฎหมายเพยี งใดหรอื ไม กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยูในบังคับหามโอนหามพนักงานเจาหนาที่
จดทะเบยี นสิทธแิ ละนิติกรรมอนั เปนการโอนไปโดยฝาฝนขอ กาํ หนดหา มโอน

๔. กรณีเปนที่สงสัยวาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ผูขอนํามาจดทะเบียนสิทธิและ
นติ กิ รรมหรือทาํ ธุระเกีย่ วกบั ที่ดนิ ตกอยูภ ายใตบงั คับโอน ใหพ นักงานเจา หนาท่ีตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ ใหเ ปน ทแี่ นช ดั กอ น
ทุกแปลง หากพบวาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินน้ันตกอยูภายใตบังคับหามโอน แตพนักงานเจาหนาที่ไมไดจดแจงการ
หามโอนใหปรากฏในสารบัญจดทะเบียนใหดําเนินการเพื่อแกไขการจดแจงการหามโอนใหถูกตองตามระเบียบวิธีการ
กอน พรอมทั้งหามพนักงานเจาหนาที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเปนการโอนไปโดยฝาฝนขอกําหนดหามโอน
จนกวา จะพนระยะเวลาการหามโอน

หากตอไปมีการไมจดแจงการหามโอนตามกฎหมายลงไวในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให
ถูกตอง หรือมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเปนการโอนไปโดยฝาฝนขอกําหนดหามโอนอีก กรมที่ดินจะได
พจิ ารณาโทษทางวินยั แกเ จา หนาท่ที ีเ่ ก่ียวของตามควรแกกรณี
หนังสือกรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๕๐๒.๕/ว ๑๗๗๑๙ลงวันท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน ๒๕๕๒
เร่อื ง การปอ งปรามมใิ หเ จา หนา ท่กี ระทาํ ผดิ วนิ ัย

เพ่ือเปนการปองปรามมิใหเกิดการกระทําผิดวินัย รวมทั้งอาจเปนชองทางใหเกิดการเรียกรองคาใชจาย
อยางอ่ืน จึงขอกําชับเจาหนาที่หรือชางรังวัดท่ีไดรับมอบหมายจากผูบังคับบัญชาใหออกไปปฏิบัติหนาที่เก่ียวกับการ
รังวัดที่ดินทุกประเภท ขณะปฏิบัติหนาท่ีในพื้นท่ี พึงระมัดระวังมิใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดอางวาจําเปนตองถากถางหญา
หรือตดั รานตนไมในแปลงท่ีดินกอนการทาํ การรงั วดั ท่ีดนิ และเรียกคาจางในการดาํ เนนิ การทงั้ ควรชแี้ จงทาํ ความเขา ใจกบั
ราษฎรหรอื ผูขอใหทราบวา ตนมิไดม ีหนา ท่หี รอื มีสวนเก่ยี วขอ งกบั การถากถางหญา หรือตัดรานตนไมในแปลงท่ีดินท่ีจะ

คมู่ อื เจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 273

ทําการรังวัดแตอยางใด ดังน้ัน หากมีการรองเรียนและพบวาเจาหนาท่ีหรือชางรังวัดมีสวนรับรูหรือรูเห็นเปนใจดังกลาว
กรมท่ีดินถือวาเจาหนาท่ีดังกลาวอาศัยหรือยอมใหผูอื่นอาศัยตําแหนงหนาที่ราชการของตนหาประโยชนใหแกตนเอง
หรอื ผอู ่นื และจะพิจารณาดาํ เนินการทางวนิ ยั อยางเฉยี บขาดทกุ ราย
หนงั สอื กรมทดี่ ิน ดว นทส่ี ดุ ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๑๙๙๖๖ ลงวนั ที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒
เรื่อง การแกไขปญหาการออกเอกสารสิทธิในท่ดี นิ ในเขต ส.ป.ก.

๑. กรณีการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวล
กฎหมายท่ีดินและการออกเอกสารสิทธิในท่ีดิน ตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ในพื้นที่
เขตดําเนินการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งไดสงเร่ืองราวการออกเอกสารสิทธิในที่ดินให ส.ป.ก.พิจารณาดําเนินการตามบันทึก
ขอตกลงระหวางกรมท่ีดินกับสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่ือง วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการออกเอกสาร
สิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และตามหนังสือกรมท่ีดิน ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๔๕๕๙ ลงวันที่
๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เรื่อง การแกไขปญหาการออกเอกสารสิทธิในท่ีดินในเขตปฏิรูปที่ดิน น้ัน กรณีนี้ ส.ป.ก. ไดทํา
หนังสอื แจง ส.ป.ก. จงั หวดั ทุกจงั หวดั ใหเ รง รดั ดาํ เนินการพิจารณาตรวจพสิ ูจนและแจง ผลนน้ั ใหส าํ นกั งานทดี่ นิ หรอื ศนู ย
อํานวยการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ีดนิ ในพนื้ ท่ีทราบโดยเร็วแลว

๒. กรณีมีการประกาศใชพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑เน่ืองจากตามมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติดังกลาว ไดกําหนดใหผูซ่ึงครอบครองและทําประโยชนในที่ดิน
อยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยมีหลักฐานส.ค.๑ และยังไมไดขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทําประโยชนนําหลักฐาน ส.ค. ๑ นั้นมาย่ืนคําขอเพ่ือขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตอ
พนักงานเจาหนาท่ีภายในสองปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ หากพนกําหนดระยะเวลาดังกลาวจะตองนําคํา
พิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงท่ีสุดมาแสดงวาเปนผูไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินโดยชอบดวยกฎหมายอยู
กอนวนั ท่ีประมวลกฎหมายทดี่ ินใชบ งั คบั เจาพนกั งานทดี่ นิ จึงจะออกโฉนดที่ดนิ หรอื หนงั สือรับรองการทําประโยชนให
ได (ระยะเวลาสองปตามท่ีกฎหมายกําหนดจะส้ินสุดลงในวันท่ี ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๓) ดังน้ัน เพื่อเปนการบรรเทาความ
เดือดรอนของราษฎรท่ีมีหลักฐาน ส.ค. ๑ และเปนการอํานวยความสะดวกใหแกราษฎรมิใหเสียคาใชจายเกินความจําเปน
กรณนี ี้ ส.ป.ก. ไดใหกรมที่ดินเขา ทําการเดนิ สํารวจออกโฉนดทดี่ ินในพน้ื ท่เี ขตดําเนนิ การปฏริ ปู ทดี่ นิ ไดโ ดยดาํ เนนิ การ
ตามแนวทางการแกไขปญ หาการออกเอกสารสทิ ธิในทด่ี นิ ในเขตปฏริ ปู ที่ดนิ

๓. เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกและรวดเร็วในการพิจารณาตรวจพิสูจนตามขอ
๑. และ ๒. ส.ป.ก. ขอความรวมมือใหเจาหนาท่ีกรมที่ดินรับรองความถูกตองวาที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. ๑ เปนท่ีดินแปลง
เดียวกับที่ดินแปลงที่ขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน และระบุเหตุผลวาที่ดินน้ันอยูในหลักเกณฑกรณีใดจึงสามารถ
ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินได นอกจากน้ี ส.ป.ก. ไดรับรายงานวามีสํานักงานท่ีดินบาง
แหง ไดกระทําการออก น.ส. ๓ หรือ น.ส. ๓ ก. โดยอาศัยหลักฐาน ส.ค. ๑ใหแกราษฎรภายหลังมีพระราชกฤษฎีกากําหนด
เขตปฏริ ูปทด่ี นิ โดมมิไดถอื ปฏิบัติตามแนวทางการปฏบิ ัติงานรว มกันดังกลาว ดงั นนั้ หากมีการนาํ น.ส.๓หรอื น.ส.๓ก.
ในกรณีน้ีมาขอออกโฉนดทดี่ นิ ขอใหสํานักงานที่ดินสงหลักฐาน ส.ค. ๑ มาพรอมหลักฐานอ่นื ในคราวเดียวกนั ดว ย
หนังสอื กรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๕๑๕.๑/ว ๒๒๖๖๗ ลงวนั ท่ี ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๕๒
เร่ือง แนวทางและวิธีการตรวจสอบบตั รประจาํ ตัวประชาชน (ปลอม)

เพอื่ เปนการปองกนั มใิ หกลุมมิจฉาชีพใชหรือแสดงบัตรประจําตัวประชาชนปลอมอันจะสงผลกระทบ
เสียหายแกบุคคลอ่ืนหรือองคกรทั้งภาครัฐและเอกชนจึงขอสงสําเนาหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท๐๓๐๙.๒/ว๑๖๖๓

274 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ





คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 277

278 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 279

280 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 281

282 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 283

284 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 285

286 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 287

288 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 289

290 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 291


Click to View FlipBook Version