242 ค่มู ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ
๕. ถาตรวจสอบหลักฐานตามขอ ๑-๔ แลวไมพบหรือไมไดขอยุติวาไดมีการแจกโฉนดท่ีดินหรือ ใบ
ไตส วนไปแลว ใหสอบถามกรมทด่ี ินเพือ่ ตรวจสอบหลกั ฐานทางสวนกลาง
๖. ถากรมท่ีดินไมมีหลักฐานยืนยันวา ไดมีการแจกใบไตสวนหรือโฉนดท่ีดินไปแลวก็ใหเจาหนาท่ี
สอบสวนเจาของทดี่ นิ และเจา ของท่ีดินขางเคียง รวมท้ังหลักฐานของเจาของที่ดินแปลงขางเคียงรอบดานวา ไดมีการออก
เอกสารสิทธไิ ปแลวหรอื ไม ใครเปน ผูร บั รองแนวเขตดา นที่ตดิ กับแปลงท่ขี อออกโฉนดทดี่ นิ และสอบประวตั คิ วามเปน มา
ของผคู รอบครองแตละคนวาไดท่ดี ินมาอยา งไร ตงั้ แตเมือ่ ใด มหี ลักฐานเดมิ อยา งไร รวมทง้ั สอบสวนผปู กครองทอ งท่ีและ
พยานบุคคลอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวของเสียกอน แลวใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดใชดุลยพินิจพิจารณาจากขอเท็จจริงและผลการ
สอบสวนดงั กลา วในการดําเนินการตอไป
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๙๘๑๔ ลงวันที่ ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๔๐
เรื่อง การออกหนงั สือแสดงสทิ ธิในท่ดี ินในเขตที่ดินของรฐั
๑. กรณีที่ราษฎรขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินของรัฐ เชน ท่ีสาธารณประโยชน ที่ราชพัสดุ และ
ท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินของแผนดินทุกประเภท กอนจะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ใหจังหวัดนํา
เรื่องดังกลาวเสนอตอคณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐสวนจังหวัด (กปร. สวนจังหวัด)
พิจารณาตรวจสอบการครอบครองที่ดินของบุคคลผูเขาครอบครองที่ดินของรัฐ เพ่ือพิสูจนสิทธิในที่ดินกอน ผลเปน
ประการใด ก็ใหจ ังหวัดพจิ ารณาดําเนินการไปตามอาํ นาจหนาที่
กรณีท่ีราษฎรขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินของรัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร ใหสํานักงานท่ีดิน
กรุงเทพมหานครสรุปเรื่องเสนอใหกรมที่ดินสงเรื่องใหคณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ
สวนกลาง (กปร. สวนกลาง) พิจารณาตรวจสอบการครอบครองท่ีดินของบุคคลผูเขาครอบครองท่ีดินของรัฐ เพื่อพิสูจน
สิทธิในท่ีดินกอนทุกแปลงเชนเดียวกัน ผลการพิจารณาของ กปร. สวนกลางเปนประการใด ก็ใหเจาพนักงานที่ดิน
กรุงเทพมหานครพจิ ารณาดาํ เนินการไปตามอํานาจหนาที่
๒. กรณที ่ีไดออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นท่ีดินใหกับราษฎรไปแลว ตอ มาปรากฏขอเทจ็ จริงในภายหลงั วา
ไดออกทับที่ดินของรัฐดังที่กลาวมาแลวขางตน หรือสวนราชการผูมีอํานาจหนาที่ดูแลท่ีดินของรัฐรอง
ขอใหตรวจสอบ กอนที่จังหวัดจะพิจารณาดําเนินการเพิกถอนหรือแกไขเอกสารสิทธิน้ันๆ จังหวัดควรนําเรื่องเสนอตอ
คณะกรรมการประสานการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐสวนจังหวัด (กปร. สวนจังหวัด) พิจารณาใหความเห็นอีก
ครง้ั หนึ่ง ผลเปนประการใด ก็ใหจ ังหวัดพิจารณาดําเนินการไปตามอาํ นาจหนา ท่ี
หนงั สือกรมทด่ี ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๔๒๐๖ ลงวนั ที่ ๙ กุมภาพนั ธ ๒๕๔๑
เรื่อง การออกโฉนดที่ดนิ ตามโครงการพฒั นากรมทด่ี นิ และเรง รดั การออกโฉนดทีด่ นิ ทั่วประเทศ
๑. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดแตงตั้งใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเปน
เจาพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน ผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินจึงมีอํานาจประกาศกําหนดวัน
แจกโฉนดทดี่ นิ ตามมาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน และประกาศการแจกโฉนดที่ดิน ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี
๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และดําเนินการในสวนที่
เกย่ี วของกบั ประกาศดังกลาวได หากจงั หวดั เห็นวา เจาพนักงานทด่ี นิ จงั หวัดหรอื เจาพนักงานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาควรเปน ผู
พิจารณาลงนามในประกาศดังกลาว เพราะตองกํากับดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานตามโครงการเดินสํารวจออก
โฉนดท่ดี ิน และการเปลี่ยน น.ส. ๓ ก.เปน โฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตามอํานาจหนาท่ีก็
ชอบทจ่ี ะดําเนนิ การได และขอไดแ จง กรมทด่ี นิ ทราบดว ย
คมู่ ือเจา้ หน้าทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ 243
๒. เร่ืองราวการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินท่ีเจาหนาท่ีสายสํารวจไดดําเนินการครบถวนถูกตองตาม
หมวดท่ี ๑ สวนที่ ๔ และสวนท่ี ๕ ของระเบียบกรมที่ดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดิน พ.ศ.
๒๕๒๙ กลาวคือ ไดทําการสํารวจรังวัดทําแผนที่สอบสวนสิทธิ และใหผูนําทําการเดินสํารวจฯ เจาของที่ดินขางเคียง
ผูปกครองทองที่ลงลายมือช่ือในใบไตสวน (น.ส. ๕) และแบบบันทึกถอยคํา (ท.ด. ๑๖) ตางๆ ใหคูกรณีในขอผูกพันให
ถอยคํารับรองในขอที่กําหนดไวในใบไตสวน จดแจงรายการจดทะเบียนลงในสารบัญจดทะเบียนหลังใบไตสวน และ
บันทึกถอยคําผูโตแยงสิทธิและศูนยอํานวยการเดินสํารวจฯ ไดตรวจสอบแลวเห็นวาอยูในหลักเกณฑที่จะออก
โฉนดทด่ี นิ ได กใ็ หเ จาพนักงานท่ีดนิ ประกาศแจกโฉนดท่ดี ินได เพอื่ ใหศูนยอ าํ นวยการเดินสํารวจฯทยอยแจกโฉนดท่ีดิน
ใหถงึ มอื เจาของทด่ี ินไดม ากท่ีสุด
หนงั สอื กรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว.๐๙๔๘๘ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๑
เร่ือง การออกหนงั สือสาํ คญั ตามประมวลกฎหมายทดี่ ินใหร าษฎรทม่ี ีหลกั ฐาน ส.ค. ๑ ในเขตนิคมสรา งตนเอง
สงหนังสือกรมประชาสงเคราะห ท่ี รส ๐๔๐๕/ว. ๘๖๐๖ ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ ๒๕๔๑ เร่ือง การออก
หนังสือสาํ คญั การประมวลกฎหมายที่ดินใหแกร าษฎรท่ีมหี ลักฐาน ส.ค. ๑ ในเขตนคิ มสรา งตนเอง
หนังสอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวนั ท่ี ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑
เร่ือง การออกโฉนดทด่ี นิ โดยอาศัยหลกั ฐานหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน
มาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบของคณะกรรมการจัดการที่ดินแหงชาติ ฉบับที่
๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) จะใชในกรณีผูขอนําหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) มาขอออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนหรอื โฉนดทดี่ นิ เทา นนั้ ไมใชบังคับแกก รณนี าํ หนังสือรบั รองการทาํ ประโยชนม าขอออกโฉนดทด่ี นิ แตอ ยา งใด
สวนการท่ีกรมท่ีดินไดเคยวางแนวทางปฏิบัติใหใชมาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน และระเบียบของ
คณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติดังกลาวบังคับใชโดยอนุโลมในการพิจารณาเร่ืองการออกโฉนดท่ีดิน ซึ่งมีเนื้อที่แตกตาง
ไปจากหนังสือรับรองการทําประโยชนดวยนั้น ก็เปนเพียงการกําหนดวิธีการพิจารณาเกี่ยวกับการออกโฉนดท่ีดิน โดย
อาศัยหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาท่ีถือปฏิบัติเปนแนวทางเดียวกันเทานั้น แตปจจุบัน
ปรากฏวา มีราษฎรจํานวนมากท่ีตองเสียสิทธิจากการอนุโลมใชบังคับกฎหมายและระเบียบดังกลาว ทั้งที่กฎหมายและ
ระเบียบเองมิไดเปดชองหรือมีขอความแสดงวาใหดําเนินการเชนน้ันไดแตอยางใด ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้กรมที่ดินก็เคยวาง
แนวทางใหพนักงานเจาหนาที่ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว.๙๙๗๒ ลงวันท่ี ๑ มิถุนายน ๒๕๒๑แลว
ความวา กรณกี ารออกโฉนดท่ดี ินท่มี เี นอ้ื ทแ่ี ตกตา งกับหลกั ฐานหนังสือรบั รองการทําประโยชนไมใชเปนการแตกตางกับ
หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) ไมเขาหลักเกณฑตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติฯ ซ่ึงใน
เม่ือเปนเรื่องที่ผูขออาจจะตองเสียสิทธิ จึงจําเปนตองตีความโดยเครงครัดตามตัวบทกฎหมาย ฉะนั้น จึงใหยกเลิก
หนังสือเวียนกรมที่ดิน ที่อนุโลมใหใชกฎหมายและระเบียบดังกลาวแกกรณีการออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐาน
หนงั สือรับรองการทาํ ประโยชนต อ ไป
สําหรับหลักเกณฑและวิธีการท่ีจะใชกับกรณีการออกโฉนดที่ดิน โดยอาศัยหลักฐานหนังสือรับรอง
การทําประโยชน หลังจากยกเลิกหนังสือเวียนกรมท่ีดินดังกลาวแลวน้ัน ตองเปนไปตามมาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ แหง
ประมวลกฎหมายท่ีดิน และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล
กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สวนกรณี อาณาเขต ระยะของแนวเขต และเน้ือท่ีในการรังวัดออกโฉนดท่ีดินคลาดเคล่ือนไม
ตรงกับหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน ยอมอยูในดุลยพินิจของ เจาพนักงานท่ีดิน ท่ีจะพิจารณาดําเนินการตาม
ความเหมาะสมแกกรณตี อ ไป โดยขน้ึ อยูกับขอ เทจ็ จริงและขอมูลรายละเอียดตา งๆท่ปี รากฏในแตล ะเรือ่ ง
244 คู่มอื เจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ
หนังสอื กรมทด่ี นิ ดว นท่สี ุด ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๑๗๔๓ ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
เรอ่ื ง การออกโฉนดท่ีดินสาํ หรับท่ดี นิ ท่ีไดจ ํานองเปนประกันไว
- การขอรบั โฉนดทีด่ ินตามโครงการเดนิ สํารวจฯ ใหจังหวัดดําเนนิ การดงั นี้
๑. ทําหนังสือลงทะเบียนตอบรับแจงเจาของท่ีดิน และธนาคารผูรับจํานองทราบ กําหนด วัน เวลา
และสถานที่แจกโฉนดท่ีดิน พรอมท้ังชื่อเจา ของที่ดิน หลักฐานท่ีดนิ เดมิ เลขทโ่ี ฉนดทด่ี นิ ใหม ไมน อ ยกวา ๗วนั กอ นวนั
แจกโฉนดที่ดิน และระบใุ หธ นาคารผรู ับจํานองนําหนงั สือแสดงสทิ ธิในทดี่ นิ เดมิ มาคนื ในวนั แจกโฉนดทดี่ ิน
๒. ในการออกโฉนดท่ดี ินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ใหระบุในหนังสือ ขอ ๑ ดวย
วา “ไดประกาศกําหนดวันแจกโฉนดทด่ี นิ แลว ซ่ึงทําใหห นงั สือแสดงสทิ ธใิ นทีด่ นิ เดมิ ไดถ ูกยกเลิกและไมสามารถทํานิติ
กรรมใดๆ ตามกฎหมายได”
๓. ในกรณีท่เี จา ของที่ดนิ และธนาคารผูร บั จาํ นองมาในวนั แจกโฉนดท่ดี นิ ใหเจา ของทีด่ ินลงลายมอื ชอื่
รบั โฉนดทด่ี นิ และสง โฉนดที่ดนิ ใหธ นาคารเก็บไวเปนหลักฐานโดยใหธ นาคารสงมอบหนังสือแสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ เดมิ คนื
๔. หากธนาคารไมมาในวันแจกโฉนดท่ีดิน ใหแจกโฉนดที่ดินแกเจาของที่ดินโดยใหปฏิบัติตาม
หนังสือกรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๑๗๕๑๑ ลงวนั ท่ี ๒๙ ก.ค. ๒๕๒๙ โดยไมตอ งออกใบแทน
๕. หากเจาของทีด่ นิ ไมม าในวนั แจกโฉนดท่ีดนิ ใหแจกโฉนดท่ีดนิ แกผ ูร บั จํานองรบั ไป
๖. เมื่อดาํ เนนิ การตาม ขอ ๔ และ ๕ แลว ใหทําหนงั สอื ลงทะเบียนตอบรับแจงผูรับจํานองหรือเจาของ
ทด่ี นิ ทไี่ มไดรับโฉนดทดี่ ิน ทราบวาไดแ จกโฉนดที่ดนิ ใหแ กใคร เม่ือใด และเก็บเขา เรอื่ งไวเปน หลกั ฐาน
หนงั สอื กรมที่ดิน ดว นท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๒๒๕๙ ลงวันท่ี ๙ พ.ย. ๒๕๔๑
เรอื่ ง การจัดสรา งใบไตส ว น (น.ส. ๕) ตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนดทดี่ นิ
๑. ใหจัดสรางใบไตสวน (น.ส.๕) เพียงฉบับเดียว โดยกรอกขอความในใบไตสวน (น.ส.๕) และให
เจาของท่ีดิน เจาของท่ีดินขางเคียง ผูปกครองทองที่ และเจาหนาท่ีท่ีเก่ียวของลงนามใหครบถวน ยกเวนขอ ๘ ในวงเล็บ
(ฉบับน้ีสําหรับ…)และชอง“…ผูรับใบไตสวน” และ “…เจาพนักงานผูแจกใบไตสวน” ใหเวนไวกอนแลวใหถายเอกสาร
เปน คฉู บับโดยใชก ระดาษถา ยเอกสารขนาด A๓ (พบั ก่ึงกลางจะเทากระดาษ A๔)
๒. เมอ่ื ตอ งการแจกใหเจา ของทีด่ นิ จงึ เติมขอความในชองทีเ่ วนไวใ หค รบถวนสมบูรณ
๓. ใหดําเนนิ การตง้ั แตว ันที่ ๑๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑ เปน ตน ไป
หนังสือกรมท่ีดนิ ดว นท่สี ุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๓๐๙๙ ลงวนั ที่ ๑๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑
เรอื่ ง การวางแนวทางปฏบิ ตั กิ รณีแบบพมิ พโ ฉนดท่ีดินสูญหาย
- วางแนวทางปฏิบัตกิ รณโี ฉนดที่ดนิ ตามโครงการเดนิ สํารวจฯ สญู หาย ดังนี้
๑. ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจฯ แตงต้ังเจาหนาท่ีซึ่งเปนขาราชการ ทําหนาที่ควบคุมเบิกจายแบบ
พิมพโฉนดทด่ี ินตามระเบียบสํานกั นายกรฐั มนตรวี า ดวยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และใหจ ัดทําบัญชีรับจา ยแบบพิมพโ ฉนด
ที่ดิน (บ.ท.ด.๖๙) ตามระเบียบกรมที่ดินวาดวยการพิมพ การควบคุม รักษาและการเบิกจายแบบพิมพโฉนดที่ดิน หนังสือ
รับรองการทําประโยชนแ ละหนงั สอื กรรมสทิ ธิ์หอ งชุด พ.ศ. ๒๕๓๑ ลงวนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๑
๒. ใหจัดทําสมุดบัญชีควบคุมการเบิกแบบพิมพโฉนดท่ีดิน (บ.ท.ด.๖๙) ไวเปนหลักฐาน เม่ือมีการเบิก
แบบพิมพโ ฉนดทีด่ ินหรอื แบบพิมพ น.ส.๓ ก. เพื่อใชใ นโครงการเดินสํารวจฯใหก องกลางฝา ยสอบสวนสทิ ธจิ ัดใหม สี มดุ
ควบคมุ งานโดยใชสมดุ เบอร ๒ (หนึง่ เลม ตอหน่ึงสายสาํ รวจ)ใหอยใู นความควบคุมดูแลของผกู ํากับการเดนิ สาํ รวจฯ
๓. ใหมขี อความตามบญั ชีเอกสารที่แนบมาพรอ มนี้
คมู่ ือเจา้ หน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 245
๔. ใหมีการลงนามรับแบบพิมพโฉนดที่ดินหรือ น.ส.๓ ก. ทุกครั้งที่มีการจัดสงใหเจาหนาท่ีคนอื่น
ดําเนินการตอ
๕. หากไมมีการลงนามในสมุดดังกลาว และแบบพิมพสูญหาย ใหถือวาผูลงนามครั้งสุดทายเปน
ผรู ับผดิ ชอบ และทําแบบพิมพสูญหาย
๖. ใหผ ูอาํ นวยการศูนยเดนิ สาํ รวจฯ ผกู าํ กบั การเดนิ สํารวจฯ ผกู ํากบั การรังวดั เปน ผดู แู ลและควบคมุ ให
มีการปฏบิ ัติตามโดยเครง ครัด
หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๗๑๙/ว. ๓๓๔๗ ลงวนั ท่ี ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑
เรอ่ื ง การมอบอํานาจการดแู ลรักษา คุม ครองปอ งกันทสี่ าธารณะของนายอาํ เภอ
เนือ่ งจากกรมทดี่ ินไดรายงานใหทราบวายงั มบี างอําเภอคงมอบหมายใหผ แู ทนไประวงั ชแี้ ละรบั รองแนว
เขตครง้ั เดยี วหลายคน เชน มอบหมายใหป ลัดอาํ เภอผรู ับผดิ ชอบประจําตําบลรวมกับกํานันหรือผูใหญบาน หรือท้ังกํานัน
และผูใหญบาน ใหเปนผูไประวังชี้และรับรองแนวเขตที่สาธารณประโยชน ซึ่งการดําเนินการดังกลาวทําใหการออก
หนงั สอื แสดงสิทธิในทีด่ ินเปนไปดวยความลาชา สง ผลกระทบตอ นโยบายของทางราชการในการเรง รดั ออกหนงั สอื แสดง
สทิ ธิในท่ีดนิ ใหแกราษฎร โดยเฉพาะอยางย่งิ ตอ การดําเนนิ งานโครงการพัฒนากรมท่ีดินและเรง รดั การออกโฉนดที่ดินท่ัว
ประเทศ เน่ืองจากโครงการดังกลาวมีเปาหมายในการออกโฉนดที่ดินใหแกราษฎรในแตละปงบประมาณนับลานแปลง
หากปลอยใหสภาพเหตุการณดําเนินการไปเชนน้ี จะทําใหเกิดปญหาโฉนดท่ีดินคางลงนามและคางแจกเปนจํานวนมาก
อาจทาํ ใหเ ปาหมายของงานโครงการที่ทางราชการกําหนดไวไมบรรลุผลสําเร็จ ตามเจตนารมณของทางราชการ ฉะน้ัน จึง
ขอใหจังหวัดส่ังการใหนายอําเภอ และปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอถือปฏิบัติตามนัยหนังสือ
กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๖๑๘/ว ๒๔๗๔ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ โดนเครงครัดดวย หากอําเภอใดมีความ
จําเปนตองปฏิบัติแตกตางจากแนวทางท่ีแจงใหถือปฏิบัตินี้ ขอใหจังหวัดเสนอความเห็นตอกระทรวงมหาดไทย เพ่ือ
พิจารณาเปน กรณๆี ไป
หนังสอื กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๐๑๙ ลงวันท่ี ๔มกราคม ๒๕๔๒
เรอ่ื ง การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน
วางแนวทางปฏิบัตเิ พอ่ื ใหเจาหนาที่ถือปฏบิ ตั เิ ปน แนวทางเดียวกัน ดงั นี้
๑. ในกรณีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและการยายรูปแปลงท่ีดิน ในพื้นท่ีระวางแผนท่ีเดียวกัน เมื่อ
ไดปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดวยการเปลี่ยนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เปนโฉนดท่ีดินตาม มาตรา ๕๘
ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ ขอ ๑๘,๑๙ แลวใหเจาหนาท่ียายรูปแปลงที่ดินและเจาหนาที่ยายรูปแปลง
ท่ีดินและเจาหนาที่เดินสํารวจฯ จัดทําบันทึกรวมกันตามแบบที่แนบมาพรอมน้ีตอหนาผูกํากับการเดินสํารวจฯ,ผูกํากับ
การรงั วดั และผอู ํานวยการศนู ยฯ
๒. ใหจัดสง บันทึกตามขอ ๑ ใหผอู ํานวยการกองหนังสอื สาํ คัญทราบโดยเรว็
๓. ใหท ําบนั ทกึ ตามขอ ๑ ต้งั แตผ ลการดาํ เนนิ การประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ เปนตน ไป
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ดว นมาก ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๕๒๕ ลงวนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๒
เรอ่ื ง ใหส อบสวนผูป กครองทอ งที่กอนออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นท่ีดนิ
(ยกเลิก หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ดว นท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๑๑๐ ลงวนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๐)
- อํานาจหนาท่ีดูแลรักษาที่สาธารณสมบัติของแผนดินประเภทพลเมืองใชประโยชนรวมกัน(ท่ีสาธารณ
ประโยชน) ที่ตงั้ อยใู นเขตเทศบาล มใิ ชอํานาจหนา ที่ของเทศบาล และคําสง่ั กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๘๙๐/๒๔๙๘ ลงวนั ท่ี
246 คมู่ อื เจ้าหน้าทสี่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี นิ
๑๖ สิงหาคม ๒๔๙๘ ซ่ึงปจจุบันถูกยกเลิกและใหใชคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๖๓๙/๒๕๔๐ ลงวันท่ี ๙ ธันวาคม
๒๕๔๐ แทนเปนคําสัง่ ทกี่ ระทรวงมหาดไทยมอบหมายใหเ ทศบาลดูแลรกั ษาเฉพาะทสี่ าธารณสมบัติของแผนดินประเภท
ที่ดินรกรางวางเปลาและท่ีดินซึ่งมีผูเวนคืน หรือ ทอดท้ิงหรือกลับมาเปนของแผนดินโดยประการอ่ืนตามประมวล
กฎหมายท่ดี ินในเขตเทศบาลเทาน้ัน ดังนัน้ การตรวจชแี้ ละรับรองแนวเขตทส่ี าธารณประโยชนท ง้ั ในและนอกเขตเทศบาล
ผูมีอํานาจหนาท่ีคือ นายอําเภอทองท่ีซ่ึงเปนผูดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พ.ศ. ๒๔๕๗ และ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงใหเจาหนาท่ี
ถือปฏิบตั ดิ ังนี้
๑. การออกโฉนดท่ีดินใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาแลวแตกรณีมี
หนงั สือแจงใหนายอําเภอทองที่หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอทองท่ีออกไปรวมเปนพยานและตรวจสอบ
ท่ีดินที่ขอออกโฉนดท่ีดินวาเปนท่ีสงวนหวงหามหรือที่สาธารณประโยชนแตอยางใด หรือไม รวมทั้งตรวจสอบการ
ครอบครองและทาํ ประโยชนในท่ดี ินของผูข อวาไดครอบครองทําประโยชนในที่ดินจริงหรือไม อยางไร เวนแตการออก
โฉนดที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ไมตองแจงใหนายอําเภอทองที่หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอทองที่
ออกไปรว มเปน พยานและตรวจสอบทด่ี ินแตอ ยางใด
๒. การออกหนงั สือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ข. ซ่ึงเจาพนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาเปนผูออก ใหแจงนายอําเภอทองท่ีหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิง
อาํ เภอทองท่ีออกไปรวมเปนพยานและตรวจสอบทด่ี ินตามนยั ท่กี ลาวแลว ในขอ ๑ ดวย
ในกรณีท่ีดินท่ีขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนมีแนวเขตติดตอกับที่
สาธารณประโยชนซึ่งนายอําเภอทอ งที่เปนผูดูแลรักษา ถาไดออกไปตรวจสอบในวันทําการรังวัดก็ใหตรวจช้ีและรับรอง
แนวเขตทส่ี าธารณประโยชนน้ันดวย
หนงั สอื กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๒๐๓๔ ลงวนั ที่ ๙ เม.ย. ๒๕๔๒
เรอื่ ง การออกโฉนดทดี่ ินหรือหนังสือรับรองการทาํ ประโยชน กรณไี ดเ นือ้ ที่เกนิ จากหลักฐานทีด่ นิ เดิม
(อา งถงึ หนงั สอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘๕ ลงวนั ท่ี ๓ มนี าคม ๒๕๔๑)
๑. กรณีเน้ือท่ีตามหลักฐานเดิมไมเกิน ๑๐ ไร ผลการรังวัดทําแผนที่หรือพิสูจนสอบสวนการ
ทําประโยชนไ ดเน้อื ที่เกนิ จากหลักฐานเดิมต้งั แต ๑๐ เปอรเซ็นตขนึ้ ไป แตไมเ กิน ๕๐ เปอรเซน็ ต
๑.๑ ถาเปนการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดสงแบบรายงาน
และเอกสารเรอ่ื งราวใหพนกั งานท่ดี ินจังหวดั หรือเจาพนกั งานท่ีดนิ จงั หวดั สาขาผูตรวจอบ แลวแตกรณี
๒. กรณีเน้ือท่ีตามหลักฐานท่ีดินเดิม ไมเกิน ๑๐ ไร ผลการรังวัดทําแผนท่ีหรือพิสูจนสอบสวนการ
ทําประโยชน ไดเนอ้ื ที่เกนิ จากหลักฐานท่ีดินเดิมกวา ๕๐ เปอรเซ็นต และกรณีเน้ือที่ตามหลักฐานท่ีดินเดิมเกินกวา ๑๐
ไร แตไมเกิน ๕๐ ไร ผลการรังวัดทําแผนท่ีหรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนไดเนื้อที่เกินจากหลักฐานที่ดินเดิม
ตงั้ แต ๑๐ เปอรเซ็นตขึน้ ไป
๒.๑ ถาเปนการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหสงแบบรายงาน
และเอกสารเรือ่ งราวไปยงั สาํ นกั งานท่ดี ินจงั หวัดหรือสํานกั งานที่ดินจังหวัดสาขาแลวแตกรณี และใหผูตรวจราชการกรม
ทีด่ ินเปนผูต รวจสอบในคราวมาตรวจราชการ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 247
248 คู่มือเจ้าหน้าทส่ี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทีด่ ิน
แนวเขตที่ดินแลวแตไมดําเนินการ เจาของท่ีดินไดรับรองเขตไวแลว ใหชางรังวัดหรือเจาหนาท่ีพิสูจนสอบสวนการทํา
ประโยชนลงลายมอื ชือ่ กํากับขอ ความไวด วย
อนึ่ง ความในขอ ๒ ของคาํ ส่ังนี้ใหใชบังคับแกการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและหนังสือรับรองการ
ทาํ ประโยชน ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหง ประมวลกฎหมายทีด่ ินดวย
หนังสอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๗๙๓๑ ลงวนั ท่ี ๗ มิถนุ ายน ๒๕๔๒
เรื่อง การกรอกขอความในหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นท่ีดินและเอกสารท่ีเกี่ยวของกับการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ ิกรรม
- ในการกรอกขอความในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินก็ดี หรือในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดก็ดี ขอให
เจา หนาท่ีถอื ปฏบิ ตั ติ ามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๓๗๕ ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๔ และขอบังคับเร่ือง
การกรอกขอความในหนงั สือสาํ คญั เชน โฉนด และตราจอง ลงวันท่ี ๒๐/๗/๗๔ โดย เครง ครัด หากไดกรอกขอความ
ในหนังสือแสดงสทิ ธิในท่ีดนิ หรือหนังสือกรรมสทิ ธิ์หอ งชดุ ผิดหา ม ไมให ขูด ลบ ขีด ฆา โดยเดด็ ขาด ใหบ นั ทกึ ไว
เปนหลักฐานแลวทําลายแบบพิมพตามระเบียบ และเบิกแบบพิมพมาดําเนินการใหม สวนการจดบันทึกรายการจด
ทะเบียนในรายการจดทะเบียน การกรอกขอความในเอกสารเก่ียวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมคําขอจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมหนังสือสัญญาหรือบันทึกขอตกลงตางๆ รวมท้ังเอกสารอ่ืนๆ ที่เกี่ยวของ หากไดเขียนหรือพิมพ
ขอความผิดหรือตก หาม ขูด ลบ ใหใชวิธีขีดฆาหรือตกเติม แลวลงลายมือช่ือเจาพนักงานท่ีดิน พรอมวัน เดือน ป
กาํ กบั ไว
ฉะนัน้ เพือ่ ไมใหเกดิ กรณีดังกลาว ขอใหเจา หนาทใ่ี ชความระมัดระวงั ในการเขยี นหรือพิมพข อ ความในหนงั สอื
แสดงสทิ ธิในทด่ี ิน หรือหนังสือกรรมสิทธหิ์ อ งชดุ ซึ่งหากมีการกระทาํ ผิดใหผ บู งั คับบญั ชาถือปฏิบตั ิดงั นี้
๑. ทุกครั้งที่ทําผิดใหบันทึกไวเปนหลักฐานวา ผูใดเปนกระทําผิดหากเปนบุคคลเดียวกัน กระทําผิด
ต้ังแต ๓ – ๕ ครั้ง ใหวากลาวตักเตือนเปนลายลักษณอักษร หากยังกระทําผิดอีกใหแตงต้ังคณะกรรมการพิจารณา
สมรรถภาพแลว รายงานใหกรมทด่ี นิ ทราบ
๒. ในกรณขี ูด ลบ ขีด ฆา แก โดยผูก ระทํามเี จตนาทุจรติ ใหถือเปน ความผิดวินยั อยางรา ยแรง
หนังสอื กรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๘๔๔๖ ลงวันที่ ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๔๒
เรื่อง การออกโฉนดทด่ี ินหรอื หนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน กรณไี ดเนื้อท่ีเกนิ จากหลกั ฐานเดิม
(อางถึง หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘๕ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๑,มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๒
กนั ยายน ๒๕๔๑, มท ๐๗๐๓/ว ๐๓๕๖๓ ลงวนั ที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๒)
โดยทป่ี รากฏวา เจา หนา ทไี่ ดใ ชห นังสือกรมทดี่ นิ ตามทอ่ี างถงึ ๑ – ๓ เปน ขอ อางกบั เจาของทด่ี นิ
เปนเหตุใหการพิจารณาออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนลาชาและเจาของที่ดิน
ไดร ับความเดือดรอ น กรมท่ีดินจึงขอซอมความเขาใจเพื่อเปนแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทําประโยชนจากหลักฐานเดิมวา ถาเจาหนาที่พิจารณาโดยสุจริตก็จะทราบไดทันทีวา ผูขอนํารังวัด
เอาที่นอก ส.ค. ๑ นอก น.ส. ๓ เดิม ไปโดยมิชอบหรือไม ทั้งนี้โดยพิจารณาจากระยะทุกดาน และขางเคียงประกอบ
หากระยะใกลเคียงหลักฐานเดิม และขางเคียงก็คงเดิม (รวมถึงผูครอบครองตอเน่ืองจากเจาของที่ดินเดิม) เชื่อแนวาเปน
ขอบเขตตามหลกั ฐานเดิมแนนอนถงึ แมว า เนื้อทท่ี ่ีรงั วดั ออกโฉนดทดี่ นิ และ น.ส. ๓ ก. ใหมจ ะมากกวา เดมิ กช็ อบทจ่ี ะตอ ง
ดําเนินการใหผูขอไปแตในกรณีท่ีมีปญหานั้น ก็เน่ืองมาจากสาเหตุที่เคยมีกรณีเจาหนาท่ีที่ดินทุจริตรวมกับเจาของท่ีดิน
คูม่ อื เจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 249
ออกหลกั ฐานที่ดนิ ขยายขอบเขตออกไปจากหลักฐานเดิมโดยผิดปกติ อีกทั้งระยะและขางเคียงเปล่ียนไปท้ังหมดโดยไมมี
ทีม่ าท่ีไป กรมท่ดี ินจึงไดอ อกหนงั สอื เวียนทงั้ ๓ ฉบับดงั กลา ว เพื่อเปน การปอ งกนั ไวม ิใหม ีกรณีเชนนี้เกิดขนึ้ อีกตอ ไป
หนังสือกรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๒๑๕๔๐ ลงวนั ท่ี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๒
เร่ือง การออกโฉนดท่ดี นิ โดยอาศยั หลกั ฐานหนงั สอื รบั รองการทําประโยชน
๑. การยกเลิกการอนุโลมใหใชมาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบของ
คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) แกการออกโฉนดท่ีดินโดยอาศัยหลักฐานหนังสือรับรอง
การทําประโยชนตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๒ ก.ย. ๒๕๔๑ น้ัน ก็เน่ืองมาจากได
ตรวจสอบพบวา มีราษฎรจาํ นวนมากทต่ี องเสียสิทธิจากการอนุโลมใชกฎหมายและระเบียบดังกลาว เชน กรณีท่ีดินตาม
หนังสือรับรองการทําประโยชนมีดานหน่ึงดานใด หรือหลายดานจดที่ปา หรือ ที่รกรางวางเปลา เม่ือมาขอออกโฉนด
ทด่ี ินเจา พนักงานท่ีดินจะตองดําเนนิ การตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ขอ
๑๐ ดวย โดยจะตองออกโฉนดที่ดินใหราษฎรตามระยะท่ีปรากฏในหนังสือรับรองการทําประโยชน ถึงแมวาระยะท่ี
ครอบครองทําประโยชนและรังวัดไดจะเกินกวาระยะที่ปรากฏในหนังสือรับรองการทําประโยชนก็ตาม การอนุโลมใช
กฎหมายระเบียบ ตามการดาํ เนินการทผ่ี านมา จึงอาจเปนการขัดตอ กฎหมายรฐั ธรรมนญู
๒. กรณีที่จังหวัดเห็นวา หากผลการรังวัดออกโฉนดท่ีดินไดเน้ือท่ีมากหรือนอยกวาหลักฐานหนังสือ
รับรองการทําประโยชน จะตองมีการแกไขหนังสือรับรองการทําประโยชนใหถูกตองเสียกอนตามมาตรา ๖๑ และหรือ
มาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยจะตองใหเจาของที่ดินย่ืนคําขอตรวจสอบเน้ือที่ หรือสอบเขตเปนราย
แปลงกอ นน้ัน ตามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗ ขอ ๙ วรรคสอง (เดมิ กฎกระทรวงฉบับท่ี ๒๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖)
ขอ ๖) กําหนดวาฯ “ในการคํานวณจํานวนเนื้อท่ีเพ่ือออกหนังสือรับรองการทําประโยชน ตามแบบ น.ส. ๓ ก. ใหคํานวณ
โดยวธิ คี ณิตศาสตรหรอื โดยมาตราสวนทัง้ น้ใี หถือวา จํานวนเน้ือที่ ทคี่ าํ นวณไดเปน จํานวนเนื้อทโี่ ดยประมาณ” ประกอบกบั
ตาม ขอ ๑๐ กําหนดใหพิจารณาการครอบครองและทําประโยชนตามสมควรแกสภาพท่ีดินในทองถ่ิน ตลอดจนสภาพ
ของกิจการท่ไี ดท ําประโยชน ยอ มเปนอํานาจของเจาพนักงานที่ดินท่ีจะพิจารณาดําเนินการออกโฉนดที่ดินใหแกผูขอได
ตามความเหมาะสม โดยไมจําตองแกไขเน้ือที่ในหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเปนไปตามที่รังวัดออกโฉนดท่ีดิน
ตามมาตรา ๖๑ และหรือมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน แตอยางใด แตท้ังน้ี ตองอยูในหลักเกณฑและ
เง่ือนไขของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ดวย เชน ตามขอ ๑๔ที่กําหนดใหตองเปนท่ีดินที่ผูมีสิทธิใน
ท่ีดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนท่ีดินท่ีสามารถออกโฉนดที่ดินไดตามกฎหมาย เปนตน กรณีตาม
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑ จึงมิใชใหเจาพนักงานท่ีดินใชดุลยพินิจ
โดยมไิ ดอางอิงกฎหมายหรือระเบยี บปฏิบตั ิแตอยา งใด
๓. การออกโฉนดท่ีดินกรณีมีเน้ือท่ีเกินจากหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนจํานวนมาก
กลาวคือ ตั้งแต ๑๐ เปอรเซ็นตข้ึนไป นั้น กรมท่ีดินไดวางแนวทางใหมีการตรวจสอบไวแลวตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี
มท ๐๗๑๙/ว ๑๒๐๓๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๒ เร่ือง การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน
กรณี ไดเนื้อท่ีเกินจากหลักฐานที่ดินเดิม (เดิมหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๑)
ซึง่ หากเจาพนักงานทด่ี นิ ไดพิจารณาดําเนินการกรณีดังกลาวไปโดยรอบคอบ เชน สามารถระบุ ท่ีมาท่ีไปของขางเคียงที่
เปลี่ยนไป (รวมทั้งการครอบครองตอเนื่อง) ตลอดจนระบุที่มาที่ไปของระยะอาณาเขต ท่ีแตกตางจากหลักฐานหนังสือ
รับรองการทาํ ประโยชนไดโดยชัดเจนแลว ก็สามารถดําเนินการออกโฉนดที่ดินใหแกผูขอไปตามท่ีรังวัดได แมวาจะได
เนือ้ ทมี่ ากกวา ตามหลักฐานหนงั สือรบั รองการทําประโยชนเดิมไปเปนจํานวนเทาใดก็ตาม
250 คู่มอื เจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดนิ
หนังสอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๓๔๗๓ ลงวนั ท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒
เรื่อง การออกหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ในเขตปาไมถ าวร
- หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ที่ไดออกใหในขณะที่พื้นที่ดังกลาวเปนเขตปาไมถาวร
แมในขณะท่ีออกจะเปนการฝาฝนมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ที่หามดําเนินการในเขตปาไมถาวร การออก
หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ดังกลาวถือเปนคําสั่งทางปกครองท่ีไมชอบดวยกฎหมายและอาจถูกเพิก
ถอนได แตค ําสัง่ ทางปกครองนี้ยอมมผี ลตราบเทาทยี่ งั ไมม กี ารเพิกถอนตามนัยมาตรา ๔๒วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยท่ีตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔
อนุมัติใหจําแนก “ปาแมออม – แมแตน” ออกจากเขตปาไมถาวร จึงเปนเรื่องท่ีมีขอเท็จจริงใหมเกิดข้ึนภายหลังเปนคุณ
แกเ จาของทด่ี ินทไี่ ดอ อกหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ไปแลว กลาวคือ ไดมีการกันพ้ืนท่ีออกจากเขตปา
ไมถาวรแลว ผลก็คือ หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ในพื้นท่ีดังกลาวมิไดอยูในเขตปาไมถาวรอีกตอไป
จงึ เปนหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ชอบดวยกฎหมายโฉนดท่ีดินท่ีออกตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน
เหลานี้ก็ชอบดวยกฎหมายเชนกัน ซึ่งเจาของที่ดินสามารถใชเปนหลักฐานในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไดตาม
กฎหมายทุกประการ
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๔๑๖๖ ลงวันท่ี ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒
เรื่อง แนวทางปฏบิ ัตเิ ก่ยี วกับเอกสารสทิ ธิทอ่ี อกในเขตปา ไม
- การท่ีพนักงานเจาหนาที่เดินสํารวจออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ในเขต ปาไมถาวรยอม
เปนการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ไปโดยไมชอบดวยกฎหมาย เน่ืองจากฝาฝนมาตรา ๕๘ แหง
ป. ท่ีดิน ที่หามดําเนินการในเขตปาไมถาวร จึงถือเปนคําส่ังทางปกครองท่ีไมชอบดวยกฎหมายและอาจถูกเพิกถอนได
แตคําสั่งทางปกครองดังกลาวยอมมีผลตราบเทาท่ียังไมมีการเพิกถอนตามมาตรา ๔๒ วรรคสองแหงพระราชบัญญัติวิธี
ปฏบิ ัติราชการทาปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และในสถานการณปจจุบัน คณะรัฐมนตรีไดมีมติอนุมัติใหจําแนกออกจากเขต
ปาไมถาวรแลว ฉะน้ัน เม่ือขอ เทจ็ จริงเปล่ียนแปลงไปในสาระสาํ คญั ในทางท่ีเปนประโยชนแ กเ จาของทดี่ นิ วา ทด่ี นิ ซงึ่ ได
ออกหนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓ก.) ไปแลวนนั้ ไมไดอยูในเขตปาไมถาวรอีก ตอไปหากผูวาราชการจังหวัด
สั่งเพิกถอนการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เจาของท่ีดินสามารถขอใหพิจารณาใหมไดโดยอาศัย
ขอเท็จจริงที่เปล่ียนไปดังกลาวตามนัยมาตรา ๕๔ (๔) แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
อันเปนเหตุใหหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) น้ัน ไมตองถูกเพิกถอน ดังน้ัน โดยเหตุผลดังกลาว หาก
ปรากฏวาผูวาราชการจงั หวดั ยงั ไมมีคาํ ส่งั เพิกถอนเอกสารสทิ ธดิ งั กลาวแลว หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.)
นั้นยอมมผี ลใชบังคบั อยแู ละเพอ่ื ปอ งกนั ความเดอื ดรอนของราษฎรตลอดจนปฏิบตั ิใหเปน ไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ
ของพระราชบญั ญัติวิธปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙จึงยังไมส มควรตองเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชน
(น.ส. ๓ ก.) ในพื้นทีท่ ค่ี ณะรฐั มนตรีมมี ตอิ นุมตั ใิ หจ ําแนกออกจากเขตปา ไมถ าวร
หนังสือกรมทดี่ นิ ท่ี มท๐๗๑๙/ว. ๓๘๖๖๖ ลงวนั ท่ี ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๒
เรอ่ื ง การยินยอมใหอ อกโฉนดที่ดนิ ระหวา งจํานอง
ในการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินนั้นเจาของท่ีดินเปนผูนําพนักงานเจาหนาท่ีทําการเดินสํารวจรังวัดทําแผนที่
และนําช้ีแนวเขตท่ีดินทต่ี นครอบครองทําประโยชนตามหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมดวยตนเอง โดยมีเจาของ
ที่ดินขางเคียงเปนผูตรวจสอบระวังช้ีแนวเขตของตนอีกดวย ในกรณีท่ีเมื่อเจาของท่ีดิน (ผูจํานอง) ไดนําเดินสํารวจออก
โฉนด แลวไดเนื้อท่ีนอยกวาหลักฐานเดิม (น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓) ที่ไดนําไปจํานองไวกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน
คมู่ ือเจ้าหนา้ ทส่ี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ 251
นั้น ทางธนาคารควรใหเ จา หนาทีอ่ อกไปตรวจสอบวาเจาของท่ีดิน (ผูจํานอง) ไดนําเดินสํารวจไปตามแนวเขตเดิมในขณะ
จํานองหรือไม ถาหากเปนไปตามแนวเขตเดิมทางธนาคารก็ควรจะยินยอมรับโฉนดเดินสํารวจที่จดแจงการครอบครอง
จาํ นองน้ันไปได เพราะโฉนดทดี่ นิ เปน เอกสารสทิ ธิสําหรับทีด่ ินทมี่ น่ั คง และถูกตองกวา น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ธรรมดา
การกําหนดหลักเกณฑใหกรมที่ดินตองออกโฉนด ใหมีเนื้อที่เทากับหรือมากกวาหลักฐาน น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓
ธรรมดา ที่นําไปจํานองไวกับทางสถาบันการเงินหรือธนาคาร นั้น จึงไมสามารถปฏิบัติได และเปนการกําหนด
หลักเกณฑท่เี ปนการขดั กับนโยบายการออกโฉนดที่ดนิ ใหแ กประชาชนของรัฐบาล
หนังสือกรมทด่ี นิ ดวนทสี่ ดุ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๙๖๕๑ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
เรอ่ื ง แนวทางแกไ ขปญ หา น.ส. ๓ ก.และโฉนดทด่ี ิน ตามโครงการเดินสาํ รวจคางแจก
- เพื่อใหการดําเนินการแจกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตามโครงการเดินสํารวจฯ
เสรจ็ ส้นิ โดยเรว็ จึงวางแนวทางแกไขปญหา น.ส. ๓ ก. และโฉนดทด่ี นิ ตามโครงการเดนิ สาํ รวจคา งแจก ดงั นี้
๑. กรณีหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) คา งแจก
๑.๑ ใหจังหวัดตรวจสอบวา น.ส. ๓ ก. ท่ีคางแจกตั้งแตป พ.ศ.๒๕๑๕ ซึ่งพนักงานเจาหนาที่ลง
นามแลว มีจํานวนเทาไรและท่ียังไมลงนามมีจํานวนเทาไร โดยแยกเปนรายปแจงใหกรมที่ดินทราบ น.ส. ๓ ก. คางแจก
เกิน ๑๐ ป ซึ่งพนักงานเจาหนาท่ียังไมลงนามใหตรวจสอบวา เร่ืองราวการเดินสํารวจฯ อยูในหลักเกณฑท่ีจะดําเนินการ
ไดห รอื ไม หากอยูในหลกั เกณฑใ หพ นักงานเจาหนา ที่ลงนามใน น.ส. ๓ ก. ดังกลา วตอไป หากไมอยูในหลักเกณฑใหขอ
อนุมัติกรมท่ีดินเพื่อพิจารณาสั่งยกเลิกเรื่องราวการเดินสํารวจออก น.ส. ๓ ก. ดังกลาว และทําลายแบบพิมพ น.ส. ๓ ก.
ตามระเบยี บ
๑.๒ น.ส.๓ก.คางแจกเกนิ ๑๐ ป ซง่ึ พนักงานเจา หนา ท่ีลงนามแลวแตยังไมไดแจกให ดําเนินการ
ดงั นี้
๑.๒.๑ ใหตรวจสอบในระวางวา ทีด่ ินแปลงน้ันไดออกโฉนดท่ีดินไปแลวหรือไม
๑.๒.๒ ใหตรวจสอบวายังมีชื่อผูขอเปนเจาของที่ดินอยูหรือไม หรือไดโอนสิทธิ
ใหก ับผูอ่นื แลว
๑.๓ น.ส. ๓ ก.คางแจกตามขอ ๑.๒ และ ๑.๓ ซึ่งพนักงานเจาหนาท่ีลงนามแลว ที่ยังมิไดออก
โฉนดที่ดนิ และยงั มิไดโอนสทิ ธใิ หก ับผอู น่ื ใหแ จก น.ส. ๓ ก. ดังกลาวใหเจาของที่ดิน โดยใหดําเนินการดังนี้
๑.๓.๑ ใหพนักงานเจา หนา ทเ่ี ขาไปแจกในพื้นที่โดยประสานงานกับกํานัน ผูใหญบาน
หรอื ขอความอนเุ คราะหส มาชกิ สภาผแู ทนราษฎรประสานงานในการแจก หากมกี รณตี รวจสอบพบวา มกี ารเปลย่ี นแปลงท่ี
อยู ใหสอบถามขอ มูลจากงานทะเบียนราษฎร
๑.๓.๒ หากไมส ามารถแจกได ใหมหี นงั สือลงทะเบียนตอบรับ แจง เจา ของที่ดินไปรับ
น.ส. ๓ ก. ภายใน ๓๐ วัน หากพนกําหนดแลวไมรับใหถือวาไมประสงคจะรับ ใหขออนุมัติกรมท่ีดินเพ่ือพิจารณาส่ัง
ยกเลิกเร่ืองราวการออก น.ส. ๓ ก. ดังกลา ว และทําลายแบบพิมพ น.ส. ๓ ก.ตามระเบยี บ
๑.๓.๓ หากที่ดินท่ีนําเดินสํารวจฯ ไว ไมมีหลักฐานสําหรับที่ดินเม่ือยกเลิกเรื่องราว
การออก น.ส. ๓ ก. และทําลายแบบพิมพ น.ส. ๓ ก. แลว ใหพนักงานเจาหนาท่ีเบิกบัญชีรับแจงการครอบครอง (ส.ค. ๒)
เลมใหมม าจดแจง รายละเอยี ดเกย่ี วกับที่ดินแปลงนั้น และใหพนักงานเจาหนาท่ีลงลายมือช่ือไวเปนหลักฐานแทนเจาของ
ที่ดิน เพ่ือใหเจาของท่ีดินสามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเฉพาะรายได ในกรณีท่ีมีหลักฐานชัดเจนวาได
ครอบครองทําประโยชนม ากอ นประมวลกฎหมายทีด่ ินใชบังคับ
252 คมู่ ือเจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
๒. กรณีโฉนดท่ีดนิ คา งแจก
๒.๑ ใหจังหวัดสํารวจวา มีการออกโฉนดที่ดิน ตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แหงประมวล
กฎหมายที่ดินซ้ําซอนกันกับการออกโฉนดที่ดินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดินหรือไม ถามีใหแยก
พิจารณาดังนี้
๒.๑.๑ ท่ีดินแปลงเดียวกันที่มีการออกโฉนดที่ดินไปโดยครบถวนสมบูรณตามกฎหมาย
ทง้ั ๒ วธิ ี ใหตรวจสอบวาออกโดยวิธีใดกอน โดยใหถือวาโฉนดท่ีดินตามวิธีออกกอนชอบแลวและโฉนดที่ดินตามวิธี
ที่ออกหลงั ตองดาํ เนนิ การเพิกถอนตาม มาตรา ๖๑ แหง ป.ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
๒.๑.๒ กรณีตามขอ ๒.๑.๑ ถาโฉนดที่ดินซ่ึงออกโดยวิธีใดไดดําเนินการไปโดย
ครบถวนสมบูรณตามขั้นตอนแลว สวนโฉนดที่ดินตามอีกวิธีหน่ึงยังดําเนินการไมครบถวนสมบูรณใหออกโฉนดที่ดิน
ตามวิธีท่ีครบถวนสมบูรณและใหขออนุมัติกรมที่ดินเพื่อพิจารณายกเลิกโฉนดที่ดินท่ีอออกไปโดยยังไมครบถวน
สมบรู ณ
๒.๑.๓ กรณีตามขอ ๒.๑.๑ ถาโฉนดท่ีดินดังกลาวออกโดยยังไมครบถวนสมบูรณทั้ง ๒
วิธี ใหดําเนินการออกโฉนดท่ีดินโดยวิธีตาม มาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แหง ป.ประมวลกฎหมายท่ีดิน เพราะมีการปกหลักเขต
ท่ีดินเปนขอบเขตแนนอนแลว และใหจังหวัดขออนุมัติกรมที่ดินเพ่ือพิจารณายกเลิกโฉนดที่ดินที่ดําเนินการโดยวิธีตาม
มาตรา ๕๘ ตรี แหง ป.ประมวลกฎหมายทีด่ ิน
๒.๒ กรณีโฉนดที่ดินออกตาม มาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดินคางแจกเกิน
๑๐ ป
๒.๒.๑ กรณีเจาพนักงานที่ดินยังไมลงนาม ใหตรวจสอบวาเร่ืองราวการเดินสํารวจอยู
ในหลักเกณฑที่จะดําเนินการไดหรือไม หากอยูในหลักเกณฑใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขา ลงนามในโฉนด
ที่ดินดังกลาวตอไป หากไมอยูในหลักเกณฑใหจังหวัดขออนุมัติกรมท่ีดินเพ่ือพิจารณาส่ังยกเลิกเร่ืองราวการเดินสํารวจ
ออกโฉนดทดี่ นิ ดงั กลาวและทําลายแบบพิมพโฉนดที่ดินตามระเบียบ กรณีเจาพนักงานที่ดินลงนามแลว แตยังไมไดแจก
รวมทั้งกรณีตามขอ ๒.๒.๑ ซ่ึงเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขาไดตรวจสอบแลว อยูในหลักเกณฑที่จะดําเนินการได
และลงนามแลว ใหแจกโฉนดที่ดินดงั กลาวใหเ จาของท่ดี นิ โดยใหด ําเนินการดังน้ี
(๑) ใหเ จาพนักงานทดี่ นิ ไปแจกในพืน้ ท่ี โดยประสานงานกับกํานนั ผูใหญบาน หรือขอความ
อนุเคราะหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรประสานงานในการแจก หากมีกรณีตรวจสอบพบวามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู ให
สอบถามขอมลู จากงานทะเบียนราษฎร
(๒) หากไมสามารถแจกได ใหมีหนังสือลงทะเบียนตอบรับแจงเจาของท่ีดินไปรับโฉนดท่ีดิน
ภายใน ๓๐ วัน หากพนกําหนดแลวไมไปรับ ใหถือวาไมประสงคจะรับ ใหจังหวัดขออนุมัติกรมท่ีดินเพื่อพิจารณาส่ัง
ยกเลกิ เรื่องราวการเดินสํารวจการออกโฉนดท่ีดนิ ดังกลาวและทาํ ลายแบบพมิ พโ ฉนดทีด่ นิ ตามระเบยี บ
(๓) หากท่ีดินที่นําเดินสํารวจฯ ไว ไมมีหลักฐานสําหรับที่ดิน เมื่อยกเลิกเรื่องราวการออก
โฉนดทดี่ ิน และทาํ ลายแบบพิมพโฉนดที่ดินแลว ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาเบิกบัญชีรับแจงการครอบครอง
(ส.ค. ๒)เลมใหม มาจดแจงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นและใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขาลงลายมือช่ือไว
เปนหลักฐานแทนเจาของที่ดิน เพื่อใหเจาของที่ดินสามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเฉพาะรายได ในกรณีท่ีมี
หลกั ฐานชดั เจนวาไดค รอบครองทําประโยชนมากอ นประมวลกฎหมายทดี่ ินใชบังคบั
คมู่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดิน 253
๒.๓ กรณีออกโฉนดท่ีดินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซ่ึงไดประกาศ
กําหนดวันแจกโฉนดทดี่ ินแลว ไมส ามารถยกเลิกได ใหจังหวัดเก็บเขาเลมโฉนดที่ดินและพยายามแจกโฉนดท่ีดินใหได
หากแจกโฉนดท่ดี ินไมไดใหเก็บไวและจดั ทําบญั ชคี มุ โดยเก็บเอกสารไวใหอยูในความรับผิดชอบของเจาพนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือสาขา และตอ งดาํ เนนิ การขดี ครอ มและหมายเหตใุ น น.ส. ๓ ก. ฉบับสํานกั งานที่ดินวา น.ส.๓ก. ฉบบั นี้ ได
ออกเปนโฉนดทด่ี ินเลขท…่ี ..อําเภอ…..ตามมาตรา ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดินแลวและเจาพนักงานที่ดินลงนาม
กํากับโดยใหด ําเนินการทันที ณ วันทปี่ ระกาศกาํ หนดวันแจกโฉนดท่ดี ินเนือ่ งจาก น.ส. ๓ ก. นน้ั สิ้นสภาพแลว ทั้งนี้ให
จดั ทาํ หมายเหตกุ ลัดติดไว เมื่อเจาของนาํ น.ส. ๓ ก. ฉบบั เจา ของท่ีดินมาติดตอธุระเกี่ยวกับที่ดินก็ใหนํามาขีดครอมและ
หมายเหตุและยึดเก็บไวที่สํานักงานท่ีดินและใหรับโฉนดท่ีดินไปดําเนินการตอไป ท้ังนี้ใหจังหวัดแจงผลเร่ืองการขีด
ครอ มและหมายเหตุ น.ส. ๓ ก. ดงั กลา วใหก รมทีด่ ินทราบ
หนังสอื กรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๗๑๙/๔๑๒๐๔ ลงวนั ท่ี ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
เร่อื ง การแกไขปญหาการออกเอกสารสทิ ธิในเขตปฏิรูปท่ีดนิ
(อางถงึ หนงั สอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๘๓๓๓ ลงวนั ที่ ๑๓ มิ.ย. ๔๐)
เพื่อใหการพิจารณาดําเนินการแกไขปญหาเก่ียวกับการเดินสํารวจออกเอกสารสิทธิในท่ีดินในเขตปฏิรูปท่ีดินแต
อยูนอกพ้ืนที่ดําเนินการโดยไมมีหลักฐานสําหรับที่ดินใหลุลวงไปดวยดี จึงขอซอมความเขาใจและใหจังหวัดส่ัง
พนกั งานเจา หนาท่ีดําเนินการ ดังน้ี
๑. เรือ่ งราวการเดนิ สาํ รวจ ฯ ที่เจาของที่ดนิ นาํ ทาํ การเดนิ สํารวจ ฯ ไว ในวนั หรอื กอ นวนั ที่ ๒๙มนี าคม
๒๕๓๗ ซ่ึงเจาพนักงานท่ีดินไดลงนามในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ก.) แลว ใหเรงรัด
แจกแกผ นู าํ เดินสาํ รวจตอไป
๒. เรื่องราวการเดินสาํ รวจ ฯ ทเี่ จาของที่ดนิ นําทําการเดนิ สํารวจ ฯ ไว ในวันหรอื กอนวันท่ี ๒๙ มีนาคม
๒๕๕๑ ซึ่งเจาพนักงานท่ีดินยังมิไดลงนามในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ก.) หากอยูใน
หลกั เกณฑท ี่จะออกโฉนดที่ดินหรอื หนังสอื รับรองการทําประโยชนตามประมวลกฎหมายที่ดินไดแลว ก็ใหเจาพนักงาน
ท่ดี นิ คนปจจุบนั ลงนามและแจกโฉนดทีด่ ินใหแกผนู ําเดนิ สํารวจฯ ตอไป
อนึ่ง เรื่องราวการเดินสํารวจ ฯ ท่ีเจาของท่ีดินนําทําการเดินสํารวจ ฯ ไว ในวันหรือกอนวันที่ ๒๙
มีนาคม๒๕๓๗ ซึง่ เจา พนักงานท่ดี ินยงั มไิ ดล งนามในโฉนดทดี่ ินหรอื หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ก.)ที่ไมอยู
ในหลักเกณฑท่ีจะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามประมวลกฎหมายท่ีดินได และเรื่องราวการ
เดินสํารวจ ฯ ที่เจาของที่ดินไดนําทําการเดินสํารวจไวหลังจากวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๗ ไมวาเจาพนักงานที่ดินจะลง
นามในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลวหรือไมก็ตาม ใหสงเรื่องไปใหกรมท่ีดินพิจารณายกเลิก
เรื่องราวการเดินสํารวจ ฯ ดังกลาว โดยใหปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๓ / ๑๙๙๓๘ ลงวันที่ ๒๘ ก.ย.
๒๕๓๐ ซึ่งไดเวยี นใหทราบและถอื ปฏิบัติตามนัยหนงั สอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๗๑๓ / ว ๒๑๑๙๐ ลงวันท่ี ๑๓ ต.ค.๒๕๓๐
หนงั สือกรมทีด่ นิ ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๐๐๓๖๐ ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๓
เรื่อง การหมายเหตุ ส.ค. ๑ เม่ือไดออกหนงั สือบรองการทําประโยชนหรอื โฉนดทด่ี นิ ไปแลว
(อา งถงึ (๑)หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖ / ๓๒๕๐๗ ลงวันที่ ๘ ต.ค. ๒๕๑๔, (๒) ที่ มท ๐๖๐๙ / ว ๓๗๗๙ ลงวันท่ี ๒๗
ก.พ. ๒๕๑๙. (๓) ท่ี มท ๐๗๑๒ / ว ๓๑๖๘ ลงวันที่ ๑๑ ก.พ. ๒๕๒๙, (๔) ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๒๒๖๒๙ ลงวันที่ ๘ ต.ค.
๒๕๓๔, (๕) ดวนมาก ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๓๙๕๗ ลงวันที่ ๑๗ ธ.ค. ๒๕๔๐)
254 คูม่ อื เจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ
- ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตรวจสอบเพื่อหมายเหตุ ส.ค. ๑ ท่ีไดออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนหรอื โฉนดท่ีดินไปแลว แตย ังมิไดม กี ารหมายเหตตุ ามระเบยี บ ดงั นี้
๑.ใหนาํ ส.ค.๑ทั้งหมดที่ยังมิไดมีการหมายเหตุการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินมาตรวจสอบ
กับทะเบียนการครอบครองที่ดินวา ส.ค. ๑ ดังกลาวเลขท่ีใดไดมีการหมายเหตุการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินไวใน
ทะเบยี นการครอบครองท่ีดินบา งแลว หรือไม หากปรากฏวาไดมกี ารหมายเหตุในทะเบยี นการครอบครองทดี่ นิ แลว แตใ น
ส.ค. ๑ ยังมิไดม กี ารหมายเหตกุ ็ใหพนักงานเจาหนา ทดี่ าํ เนินการหมายเหตตุ ามระเบยี บ
๒. เม่ือไดดําเนินการตามขอ ๑ แลว ก็ใหนํา ส.ค.๑ สวนที่เหลือท่ียังมิไดมีการหมายเหตุมา
ตรวจสอบกับหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓) วา เปน ทีด่ ินแปลงเดยี วกันหรอื ไม (ส.ค. ๑ และน.ส. ๓ จะใชเลขท่ี
เดยี วกนั ) หากปรากฏวา ส.ค. ๑ ดังกลา วไดอ อกเปน หนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓) แลวกใ็ หพ นักงานเจาหนาที่
ดําเนนิ การหมายเหตุ ใน ส.ค. ๑ ตามระเบียบ
๓. สําหรับ ส.ค. ๑ ที่เหลือจากการตรวจสอบตามขอ ๒ ใหตรวจสอบวาไดมีการออกหนังสือ
รับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ก.,น.ส.๓ข.) หรอื โฉนดทด่ี ินไปแลว หรือไม ซึ่งวิธีการตรวจสอบอาจดําเนนิ การไดดังน้ี
๓.๑ กําหนดขอบเขตพื้นที่ทางปกครองท่ีปรากฏตาม ส.ค. ๑ ที่เหลืออยูลงในระวางรูปถาย
ทางอากาศหรือระวางแผนท่ีรูปถายทางอากาศ และประสานงานกับผูปกครองทองท่ีท่ีไดมีการแจง ส.ค. ๑ ไว เพ่ือทําการ
สอบสวนใหไดทราบขอเท็จจริงวาที่ดินตาม ส.ค. ๑ ดังกลาวปจจุบันดังกลาวเปนของผูใด ไดออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินแลวหรือไม อยางไร ทั้งนี้ใหตรวจสอบขอเท็จจริงรายละเอียดจากชื่อ – ชื่อสกุล ของผูแจงการครอบครองและ
ขางเคียงท่ปี รากฏใน ส.ค. ๑ กับหนงั สือแสดงสทิ ธิท่ีไดอ อกไปแลววามีความสัมพนั ธส อดคลอ งรบั กนั หรอื ไม หากเชอื่ ได
วา ส.ค. ๑ ดังกลา วไดมกี ารออกหนังสอื แสดงสิทธิไปแลวจรงิ ก็ใหเ จาพนกั งานท่ีดินเรยี ก ส.ค. ๑ ฉบับเจาของท่ีดิน (ถามี)
มาหมายเหตพุ รอมกบั ฉบบั ของสํานกั งานทดี่ ินและรวมเร่ืองไวในสารบบของทีด่ ินแปลงนนั้ ตามระเบยี บ
๓.๒ ใหชางรังวัดตรวจสอบกอนออกไปทําการรังวัดทุกครั้งวา ในทองที่ท่ีตนจะออกไป
ทําการรงั วดั นั้น มี ส.ค.๑เลขทเี่ ทาใด ของผูใดบางท่ียังมิไดมีการหมายเหตุ ฯ และเมื่อไดออกไปทําการรังวัดก็ใหดําเนินการ
สอบสวนขอเท็จจริงในทองท่ีเก่ียวกับ ส.ค. ๑ ดังกลาวดวย หากเชื่อไดวา ส.ค. ๑ ดังกลาวไดมีการออกหนังสือแสดงสิทธิ
ไปแลวจรงิ กใ็ หเจา พนกั งานทีด่ นิ เรยี กส.ค. ๑ ฉบบั เจาของทดี่ นิ (ถาม)ี มาหมายเหตพุ รอ มกบั ฉบบั ของสาํ นกั งานทดี่ นิ และ
รวมเรือ่ งไวใ นสารบบของทด่ี นิ แปลงน้ันตามระเบยี บ เชนกนั
สําหรับการขอคัดหรือขอถายสําเนา ส.ค. ๑ ซึ่งเก็บอยู ณ สํานักงานที่ดินอําเภอ สํานักงานที่ดิน
จังหวัดนั้น ขอใหจังหวัดมีคําสั่งแตงตั้งเจาหนาท่ีผูรับผิดชอบในการตรวจสอบ ส.ค. ๑ และทะเบียนการครอบครองท่ีดิน
ไวโดยเฉพาะเพื่อทําการตรวจสอบวา ส.ค. ๑ ดังกลาวไดมีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแลวหรือไม หากตรวจสอบ
แลวไดความชัดเจนวา ยงั ไมม ีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน จึงดําเนินการให แตถาไดมีการออกหนังสือแสดงสิทธิ
ในทีด่ ินแลวกใ็ หแ จง ผูขอทราบ ท้ังน้ีใหถือปฏิบัติตามหนังสือท่ีอางถึง (๓) และ (๕) โดยเครงครัด สวนกรณีขอคัดหรือ
ขอถายสําเนาใบจอง (น.ส. ๒) ก็ใหถือปฏิบัติเชนเดียวกับการขอคัดหรือขอถายสําเนา ส.ค. ๑ โดยอนุโลม ท้ังน้ีในการ
ดําเนินการตาม ขอ ๑ – ๓ ขอใหจังหวัดเรงรัดตรวจสอบและดําเนินการใหเสร็จส้ินภายในกําหนด๖ เดือนนับแตไดรับทราบ
หนังสือนี้และรายงานผลการดาํ เนนิ การใหกรมที่ดนิ โดยดวนที่สดุ
หนังสือกรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๔ว ๐๔๕๐๑ ลงวันที่ ๗ กุมภาพันธ ๒๕๔๓
เรือ่ ง แบบพมิ พโ ฉนดที่ดนิ และหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.)
คมู่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดนิ 255
(อางถึงหนงั สือกรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๖๐๒/ว ๒๓๑๘๘ ลงวนั ท่ี ๑๕ ก.ค. ๒๕๑๔)
ใหยกเลิกหนงั สอื กรมทีด่ ินทอี่ างถงึ และใหถ อื ปฏิบัตเิ กีย่ วกบั การใชแบบพิมพโ ฉนดที่ดินและหนงั สอื
รับรองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ดงั นี้
๑. การออกโฉนดทีด่ นิ หรือหนงั สือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายใหใชแบบพิมพชนิดเขียนคู
ฉบับ เวนแตก รณีที่ไดมีการเบิกแบบพมิ พช นิดถายเอกสารมาใชด าํ เนนิ การและไดลงรายละเอยี ดในแบบพิมพไปแลว ให
ใชแบบพิมพดังกลาวดําเนินการตอไปได การแบงแยกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหถือปฏิบัติตาม
นยั ดงั กลาวดวย
๒. การออกโฉนดท่ีดินโดยวิธีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตที่ดินทั้งตําบล “งานภาค
พ้นื ดนิ ” ในพ้ืนท่ศี ูนยอ าํ นวยการเดินสํารวจฯทใี่ ชคอมพวิ เตอรในการปฏิบตั ิงานใหใ ชแ บบพมิ พโ ฉนดทดี่ นิ เขยี นคูฉบับ
๓. การออกโฉนดท่ีดินโดยวิธีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งตําบล “งานภาค
พน้ื ดิน” ในพ้ืนท่ีศูนยอํานวยการเดินสํารวจฯที่ไมไดใชคอมพิวเตอรในการปฏิบัติงานการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดย
ใชระวางแผนที่รูปถายทางอากาศ และการออกโฉนดท่ีดินโดยการเปลี่ยน น.ส. ๓ก. เปนโฉนดทีดิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี
แหง ประมวลกฎหมายท่ีดิน ใหใ ชแบบพมิ พโ ฉนดทีด่ นิ ชนดิ ถา ยเอกสารไปกอ นจนกวา แบบพิมพท ีเ่ หลอื อยูจะหมด
หนงั สอื กรมท่ดี นิ ที่ มท ๐๗๑๙.๔ / ว ๐๕๒๓๙ ลงวนั ท่ี ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๓
เรื่อง การสอบสวนและพิจารณาโทษเจาหนาท่ีผูเก่ียวของและรับผิดชอบในการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
หรือจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมเก่ยี วกบั ทีด่ นิ โดยมิชอบ
(อางถึง (๑) หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๖๐๙ / ว ๒๒๒ ลงวันที่ ๒๑ ก.พ. ๒๕๑๘ (๒) ที่ มท ๐๖๐๒ / ว ๒๑๑๒
ลงวันที่ ๑๕ ก.ย. ๒๕๒๓ (๓) ที่ มท ๐๗๑๙ / ว ๑๖๙๖๓ ลงวันท่ี ๓๑ ก.ค. ๒๕๓๔ (๔) ที่ มท ๐๖๑๙/ ว ๓๔๗๗๖ ลงวนั ที่
๓๐ ก.ย. ๒๕๓๗ (๕) ที่ มท ๐๗๐๓.๕ / ว ๐๓๕๖๓ วนั ท่ี ๓ ก.พ. ๒๕๔๒ (๖) ที่ มท ๐๗๐๓.๕ / ว ๒๔๒๕๒ ลงวันท่ี ๒๐
ก.ค.๒๕๔๒ )
- กําชับเจาหนา ทีท่ ีเ่ กยี่ วของใหถอื ปฏบิ ัตติ ามแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยและกรมทดี่ ินไดวางไวแลว
ตามหนังสือท่ีอางถึงดังกลาวโดยเครงครัด หากมีกรณีปรากฏขึ้นวา ไดออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือจดทะเบียน
สิทธแิ ละนติ ิกรรมเกี่ยวกบั ทดี่ ินไปโดยคลาดเคลื่อนหรอื มิชอบดวยกฎหมายซ่ึงจะตองเพิกถอนหรือแกไขตาม มาตรา ๖๑
แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ขอใหสืบสวนใหปรากฏดวยวาความผิดพลาดเกิดข้ึนเพราะเหตุใด ใครเปนผูดําเนินการ
เจา หนาผเู กี่ยวของเปนผใู ดบา ง แตละคนมพี ฤติการณอยา งไร ปฏบิ ัตหิ นาที่ไปโดยชอบดว ยกฎหมายและระเบยี บหรอื ไม
ประการใด และสมควรจะมีการดําเนินการเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยหรือไม สงไปพรอมกับสําเนาคําส่ังเพิกถอนหรือ
แกไ ขและสําเนาเร่ืองราวการออกหนังสอื แสดงสทิ ธิในทีด่ นิ ดงั กลาวดวย
หนงั สอื กรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๗๑๙.๑/ว ๑๕๕๔๐ ลงวนั ท่ี ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓
เร่ือง ปญหาโฉนดทดี่ นิ คา งแจกเนอื่ งจากเจาของท่ดี ินตายและทายาทไมไ ปขอจดทะเบยี นโอนมรดก
- ใหยกเลิกหนังสือกรมที่ดิน ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๒๕๗ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๐ และ
หนังสอื กรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๙๒๘๑ ลงวันท่ี ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑ โดยวางแนวทางปฏิบัตกิ รณผี ูมชี ่อื ในหนงั สอื
รับรองการทําประโยชนถ งึ แกก รรมและทายาทผูมสี ทิ ธริ ับมรดกตามกฎหมายเปนผูนาํ ทําการเดินสาํ รวจฯ ดังนี้
๑. ใหลงชื่อผูตายไวในใบไตสวน โดยวงเล็บตอทายวาตาย สําหรับบรรทัดตอมาใหเขียนชื่อผูนําทํา
การเดนิ สํารวจฯ ในฐานะทายาทพรอ มทงั้ บันทกึ ใหป รากฏดวยวาผูนําทาํ การเดินสาํ รวจเพือ่ ออกโฉนดทดี่ นิ เปน ทายาทผู
256 คมู่ อื เจ้าหนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ
มีสทิ ธิตามกฎหมายหรือผรู บั พินยั กรรมและครอบครองทีด่ นิ ในฐานะทายาทผูมสี ิทธิรับมรดกมาตงั้ แตเมือ่ ใด เปน เวลาก่ี
ป พรอ มท้งั แสดงบญั ชเี ครอื ญาตใิ หป รากฏโดยแสดงหลักฐานการเปนทายาทพรอมสาํ เนาประกอบเรื่องไว
๒. การสรางโฉนดท่ีดินใหลงช่ือผูมีชื่อในหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓, น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ข.,
หรอื แบบหมายเลข ๓)
๓. ใหศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สํานักงานที่ดินจังหวัด
สาขาหรือสํานักงานที่ดินสวนแยก ทําการประกาศแจกโฉนดที่ดินเมื่อครบกําหนดประกาศแลว ไมมีผูคัดคานใหออก
โฉนดทดี่ ินและเรงรัดแจกโฉนดทดี่ ินใหแกท ายาทผทู าํ การเดนิ สาํ รวจฯ ตาม ๑.ตอไป โฉนดที่ดนิ แปลงใดไมส ามารถแจก
ไดใหถอื เปน งานคา งซึง่ อยใู นความรับผดิ ชอบของเจา พนกั งานทีด่ ินผรู บั ผดิ ชอบ
๔. สําหรับกรณที ายาทผูม สี ิทธิในท่ดี ินไดนาํ ทําการเดนิ สาํ รวจฯ ไวก อนแลว ใหดําเนนิ การดงั น้ี
๔.๑ ในกรณีที่ทายาทผูมีสิทธิในท่ีดินไดทําการเดินสํารวจฯ ไวกอนวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๙
โดยลงชื่อทายาทผูนําทําการเดินสํารวจไวในใบไตสวน ใหแกไขใบไตสวน (น.ส.๕) และโฉนดท่ีดินรวมท้ังแจกโฉนด
ทดี่ นิ ใหแ กท ายาทผูม ีสทิ ธิตามกฎหมายหรอื ผูร บั พนิ ัยกรรมโดยใหนําความใน ๑,๓. มาใชบงั คับโดยอนโุ ลม
๔.๒ ในกรณีท่ีทายาทผูมีสิทธิในท่ีดินไดนําทําการเดินสํารวจฯ ไวในวันหรือหลังจากวันที่ ๕
เมษายน ๒๕๓๙ โดยลงช่ือผูตายไวในใบไตสวน แตลงชื่อทายาทผูนําทําการเดินสํารวจฯ ไวในโฉนดที่ดิน ใหแกไข
โฉนดที่ดินรวมท้ังแจกโฉนดท่ีดินใหแกทายาทผูมีสิทธิตามกฎหมายหรือผูรับพินัยกรรมโดยใหนําความ ๒.-๓. มาใช
บังคับโดยอนโุ ลม
๔.๓ กรณีผูมีสิทธิในที่ดินไดทําการเดินสํารวจฯไวและถึงแกกรรมในระหวางดําเนินการออก
โฉนดท่ีดินใหแจกโฉนดที่ดินใหแกทายาทผูมีสิทธิตามกฎหมายหรือผูรับพินัยกรรมโดยใหนําความใน ๓. มาใชบังคับ
โดยอนุโลม
หนังสือกรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๑/ว. ๘๖๖๙ ลงวนั ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๓
เรื่อง การออกโฉนดทีด่ ินตามโครงการพฒั นากรมทด่ี ินและ เรง รัดการออกโฉนดท่ีดินทวั่ ประเทศ
โฉนดที่ดินเปนเอกสารของทางราชการที่ออกใหกับเจาของที่ดินเพื่อรับรองถึงการมีกรรมสิทธิ์ จึงตองเปนเอกสารที่
ถกู ตองแนนอนอันเปน ทีย่ อมรบั ของบคุ คลท่วั ไป นอกจากนี้หลกั เขตยงั เปน เคร่ืองหมายทแ่ี สดงขอบเขตวา ทดี่ นิ ของแตล ะ
บุคคลมีอยูอยางไรและเปนเคร่ืองหมายที่มีไวเพ่ือการตรวจสอบความถูกตองของตําแหนงท่ีดิน ถือไดวามีความสําคัญ
อยางยิ่งจึงใหกําชับเจาหนาที่ระมัดระวัง ในการจดตรวจสอบหมายเลขหลักเขตอยาใหผิดพลาดคลาดเคล่ือนเพราะจะทํา
ใหโ ฉนดทด่ี ินขาดความเชื่อถอื และทําใหภาพพจนของกรมทดี่ ินเสยี หาย
หนงั สือกรมท่ดี ิน ที่ มท๐๗๒๘/ว ๓๐๕๓๘ ลงวันที่ ๕ ตลุ าคม ๒๕๔๓
เร่ือง การจดั เก็บหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก.) ท่ีออกโฉนดท่ดี นิ แลว
เพื่อใหการจัดเก็บหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ น.ส.๓ข.น.ส.๓ก.)ปฏิบัติเปนไปในแนวทางเดียวกัน
และสามารถตรวจสอบได จึงขอใหจังหวัดจัดเก็บหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓ น.ส.๓ข.น.ส.๓ก.)ที่ไดออก
เปน โฉนดทดี่ ินแลว ดงั น้ี
๑. ฉบบั พนักงานเจา หนาที่ ใหเ กบ็ ไวใ นแฟมหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส. ๓ ก.) และ
หมายเหตใุ นหนงั สอื รับรองการทําประโยชนด วยหมกึ สแี ดงโดยวธิ ขี ดี ครอ มและเขียนขอ ความวา “น.ส. ๓ น.ส. ๓ ข. น.ส.
๓ ก. ฉบับนี้ยกเลิกเพราะไดออกโฉนดท่ีดินเลขที่........................อําเภอ............................ต้ังแตวันท่ี..................เดือน
...........................พ.ศ. ...............” แลว ใหพนักงานเจาหนา ท่ลี งชือ่ กาํ กับไวเ ปน หลกั ฐาน
คู่มอื เจา้ หน้าทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดิน 257
๒. ฉบับเจาของที่ดิน ใหเก็บไวในสารบบท่ีดินท่ีออกโฉนดที่ดินใหม โดยหมายเหตุเชนเดียวกับฉบับพนักงาน
เจา หนาที่
หนงั สอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๓/ว.๒๔๘๓๔ ลงวนั ท่ี ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๔๓
เรอื่ งการออกหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดนิ กรณมี ผี ูคดั คา น
- ใหพ นกั งานเจา หนา ท่ถี อื ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
๑. การสอบสวนเปรยี บเทยี บใหดําเนนิ การดงั นี้
๑.๑ กรณีผูขอและผูโตแยงมาพรอมกันตามกําหนดนัด ใหพนักงานเจาหนาท่ีทําการสอบสวน
เปรียบเทียบ ถาตกลงกันไดใหบันทึกขอตกลงไวในแบบบันทึกถอยคํา (ท.ด. ๑๖) ถาตกลงกันไมไดให
เจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา พิจารณาส่ังการไปตามพยานหลักฐาน ขอเท็จจริงหรือขอ
กฎหมาย เมือ่ เจาพนกั งานที่ดนิ จังหวัดหรือเจา พนกั งานท่ีดินจังหวัดสาขาสัง่ ประการใด ใหแจงคําส่งั เปรยี บเทยี บใหค กู รณี
ทราบ
๑.๒ กรณีผขู อหรอื ผูโ ตแยงมาพบพนกั งานเจา หนาทตี่ ามกําหนดนดั ฝา ยเดยี วและอีก ฝายหนง่ึ มไิ ด
แจงขอขัดของใหทราบ ยอมถือวาคูกรณีไมอาจตกลงกันไดพนักงานเจาหนาท่ีจะสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการ
เชนเดียวกับ ๑.๑ เสร็จแลว แจงใหผูขอหรือผูโตแยงที่มาพบตามกําหนดนัดทราบ สวนผูขอหรือผูโตแยงที่ไมมาพบ
พนักงานเจาหนา ท่ใี หสง หนงั สอื แจงไปใหทราบโดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรบั
๑.๓ กรณีผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีตามกําหนดนัดใหทําหนังสือ
นดั คกู รณีมาทําการสอบสวนเปรยี บเทียบอกี ครง้ั หนงึ่ ภายในเจด็ วนั นบั แตวันกําหนดนัดครั้งแรก โดยแจงกําหนดวัน เวลา
และสถานที่ที่จะสอบสวนเปรียบเทียบใหคูกรณีทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน สงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ
พรอมทงั้ ระบุดวยวาถาผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีเพ่ือสอบสวนเปรียบเทียบ และไมไดแจง
ขอขัดของใหทราบ พนักงานเจาหนาที่จะไดสั่งยกเลิกคําขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินตอไป
หากคูกรณที งั้ สองฝายยงั ไมม าดําเนนิ การตามกาํ หนดหรอื ไมแ จงขอ ขัดของใหทราบ ใหพนักงานเจาหนา ทสี่ ง่ั ยกเลกิ คาํ ขอ
ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดท่ีดิน โดยหมายเหตุในคําขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือ
โฉนดทดี่ นิ (น.ส. ๑ข.) บัญชีรบั ทําการประจาํ วัน (บ.ท.ด. ๒) หรอื บญั ชรี ับทาํ การและคมุ เรือ่ ง (ท.อ. ๑๔) บัญชแี ยกประเภท
เรอ่ื ง (บ.ท.ด. ๒๗) และบัญชรี ับเรอื่ งรังวัดและแจงผูขอมาดาํ เนินการ (บ.ท.ด. ๑๗) วา “ยกเลกิ คาํ ขอเพราะผูขอและผูโตแยง
ไมมาติดตอ” แลว ใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือช่ือ พรอมวัน เดือน ป กํากับไว ถาสํานักงานี่ดินท่ีรับคําขอรังวัดออก
หนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินมีสารบบท่ีดินเดิมของท่ีดินแปลงดังกลาว ใหจัดเก็บคําขอรังวัดและ
เร่ืองราวท่ีไดยกเลิกนั้นรวมเขาไวในสารบบที่ดิน หากไมมีสารบบท่ีดินเดิมใหแยกเก็บเอกสารคําขอดังกลาวไวตางหาก
พรอมทง้ั ใหเ จา หนา ทีแ่ กไขหลกั ฐานแผนทีต่ างๆ ใหเ ปน การถูกตอ งตามระเบยี บ และหากปรากฏวา คูกรณีท้งั สองฝา ยหรอื
ฝา ยหนึง่ มาพบพนกั งานเจา หนาท่ตี ามกําหนดนัด กใ็ หดําเนนิ การตาม ๑.๑ หรอื ๑.๒ แลว แตกรณี
๒. ในการแจงคาํ สั่งเปรยี บเทยี บใหค ูกรณีทราบใหแ จงโดยทาํ เปน หนังสือสงทางไปรษณียล งทะเบยี น
ตอบรับโดยระบุไปในหนังสือแจงดวยวา ใหคูกรณีฝายท่ีไมพอใจไปฟองศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวัน
รับทราบคําสั่ง และนําหลักฐานการย่ืนฟองสําเนาคําฟองเกี่ยวกับสิทธิในท่ีดินไปแสดงตอพนักงานเจาหนาที่ภายใน
กําหนดดังกลาวดวย หากมิไดนําหลักฐานย่ืนฟองพรอมสําเนาคําฟองเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินไปแสดงภายในกําหนด
พนักงานเจาหนาที่จะไดดาํ เนนิ การตามที่เจา พนักงานที่ดนิ จังหวดั หรือพนักงานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาไดม คี าํ สงั่ เปรยี บเทยี บ
ไวต อไป
258 คู่มอื เจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ นิ
๓. ในกรณฝี า ยทีไ่ มพ อใจไดน ําหลักฐานการยน่ื ฟอ งพรอ มสาํ เนาคําฟอ งเกยี่ วกบั สทิ ธใิ นทดี่ นิ ในกรณที ่ี
มกี ารโตแยง คัดคานกัน มาแสดงตอ พนักงานเจาหนาท่ภี ายหลังจากครบกําหนดหกสิบวนั นบั แตวนั ท่ีตนไดรบั ทราบคําสัง่
แตเ ปน เวลากอ นทพ่ี นกั งานเจาหนาทีไ่ ดแ จกหนังสอื แสดงสิทธิในทด่ี นิ แปลงนั้น เม่ือพนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดต รวจสอบแลว
ปรากฏวาสําเนาคําฟองดังกลาวเปนการฟองคดีภายในกําหนดหกสิบวันตามกฎหมายและเปนคําฟองท่ีเก่ียวกับสิทธิใน
ท่ีดินตามท่ีไดมีการโตแยงคัดคานก็ใหรอเร่ืองการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินรายนั้นไว เมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือ
คําส่งั ถงึ ที่สดุ ประการใดก็ใหด ําเนนิ การไปตามกรณี
หนงั สอื กรมทดี่ นิ ท่ี มท ๐๗๒๙.๑/ว ๓๑๔๙๐ ลงวนั ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๓
เรือ่ ง การออกโฉนดทีด่ นิ ตามโครงการพฒั นากรมท่ีดนิ และเรงรดั การออกโฉนดที่ดนิ ท่วั ประเทศ
ใหเจาของท่ีดินมีสวนรวมในการอานหมายเลขหลักเขตท่ีดินทุกครั้งท่ีมีการรังวัดปกหลักเขตเพื่อออก
โฉนดที่ดินตามโครงการพัฒนากรมที่ดินและเรงรัดการออกโฉนดท่ีดินทั่วประเทศ และใหบันทึก ถอยคํา
(ท.ด.๑๖) เจาของที่ดิน รวมท้ังหมายเลขหลักเขตท่ีทําการรังวัดไวในเรื่องดวย สําหรับการตรวจรับหลักเขตนั้นใหกําชับ
คณะกรรมการตรวจรับหลกั เขตใหสมุ ตวั อยา งตรวจสอบหมายเลขบนหลกั เขตใหไดมาตรฐานดว ย
หนงั สอื กรมทด่ี ิน ที่ มท ๐๗๒๙.๔/ว ๑๗๐๘๐ ลงวันท่ี ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๔
เร่อื ง การออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สือรบั รองการทาํ ประโยชนแ ปลงเดียวหรือหลายแปลงหรอื เปน บางสวน
กรณี การออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชนแปลงเดียวมีช่ือ
เจาของที่ดินหลายคนใหออกโฉนดท่ดี นิ เปน แปลงเดยี วกอน โดยสรางใบไตสวนแปลงเดยี วใหมชี อ่ื เจา ของทด่ี ินทุกคน ถา
เจาของท่ีดนิ ประสงคจ ะใหท าํ การรงั วัดออกโฉนดทีด่ นิ เปน หลายแปลงในทาํ นองแบง กรรมสทิ ธ์ิรวมในคราวเดียวกัน โดย
ไมเปนการหลีกเลี่ยงการจัดสรรท่ีดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็ใหดําเนินการไดโดยบันทึก
ความประสงคของเจาของท่ีดินไว และใหเจาของที่ดินไปยื่นคําขอแบงกรรมสิทธ์ิรวม ณ สํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
สํานักงานที่ดินจังหวัดสาขาแลวแตกรณี พรอมกับบันทึกใหทราบดวยวา ถาไมสามารถดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน
ระยะเวลาท่ีไดประมาณการไว ซึ่งจะตองเพ่ิมวันทําการรังวัดจะตองเสียคาใชจายเพิ่มข้ึน เสร็จแลวใหเจาหนาท่ีผูทําการ
รังวัดรบี รายงานใหห ัวหนา ฝา ยรังวัดทราบเพ่ือแจงใหเจาของทดี่ ินมายื่นคําขอจดทะเบียนแบงกรรมสิทธริ์ วมและชาํ ระเงนิ
คามัดจํารังวัดเพ่ิมเติมตอไปการเรียกเก็บคามัดจํารังวัดใหปฏิบัติไปตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) และ
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เมื่อ
เจา ของท่ีดินไดร บั โฉนดท่ดี นิ แลว จึงทําการจดทะเบียนแบง กรรมสิทธ์ิรวมโดยใชรายงานการรังวัดซึ่งไดดําเนินการรังวัด
ในคราวเดียวกันกบั การออกโฉนดท่ดี ินดงั กลาว
สําหรบั กรณี การออกโฉนดทดี่ นิ เฉพาะรายตามหลกั ฐานโฉนดตราจองหรอื ตราจองทต่ี ราวา “ไดทํา
ประโยชนแลว” แปลงเดียว มีชื่อเจาของที่ดินคนเดียวหรือหลายคนใหออกโฉนดที่ดินเปนแปลงเดียว หากเจาของที่ดิน
ประสงคจะขอใหทําการรังวัดออกโฉนดที่ดินเปนหลายแปลงในทํานองแบงกรรมสิทธ์ิรวมหรือแบงแยกในนามเดิมใน
คราวเดียวกันก็ใหดาํ เนนิ การตามนยั ดงั กลา วไดโดยอนุโลม
หนงั สอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๒๙.๔/ ๓๐๖๕๔ ลงวนั ที่ ๒๗พฤศจกิ ายน ๒๕๔๔
เร่อื ง หารอื การระวังช้ีแนวเขตและรับรองแนวเขตท่เี ขาหรือภเู ขา
(เวยี นโดยหนงั สอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๗๒๙.๔/ว ๓๓๙๔๔ ลงวันที่ ๒๗ ธนั วาคม ๒๕๔๔)
ที่เขาหรือท่ีภูเขาเปนสาธารณสมบัติของแผนดินประเภทท่ีรกรางวางเปลา ทั้งน้ี ตามนัยคําพิพากษาศาลฎีกา ที่
๕๑๔๒/๒๕๓๑ ไดวินิจฉัยวา ที่ดินภูเขาเปนสาธารณสมบัติของแผนดินประเภทท่ีดินรกราง วางเปลา ตามประมวล
คู่มอื เจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ 259
กฎหมายแพงและพาณชิ ย ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑) ดังน้ัน เม่ือกระทรวงมหาดไทยไดมีประกาศฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม
๒๕๒๓ กําหนดใหท่ีเขาหรือภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขาหรือภูขา ๔๐ เมตร เปนท่ีหวงหาม ตามมาตรา ๙ (๒) แหง
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ท่ีเขาหรอื ทภ่ี ูเขาจึงเปน ทร่ี กรางวางเปลาท่ีมกี ารหวงหา ม ถา ไมม ีกฎหมายกําหนดไวเ ปน อยา งอนื่ ผู
มีอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาและคุมครองปองกัน คือทบวงการเมืองที่ไดรับมอบหมายจากรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงมหาดไทย ตามนยั มาตรา ๘ วรรคแรก แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ตามคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒/๒๕๔๓
ลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๓ ไดแ ก กรุงเทพมหานคร จังหวัด เมอื งพัทยา เทศบาล องคการบริหารสว นตาํ บล ผรู ับผิดชอบ
พ้ืนที่ น้ันๆ ฉะน้ัน การระวังช้ีและรับรองแนวเขตท่ีดินซ่ึงเปนท่ีเขาหรือภูเขา จึงเปนอํานาจหนาท่ีของทบวงการเมืองผูรับ
มอบอาํ นาจหนา ทดี่ ังกลา ว
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท๐๕๑๖.๒/ว ๓๕๗๒๘ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
แนวทางปฏิบัติกรณมี ีผูโตแ ยงคัดคานการออกหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นท่ีดนิ ตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายท่ดี นิ
๑. การโตแยงคัดคา น
๑.๑ การโตแยงคัดคานในวันทําการรังวัด ใหชางผูทําการรังวัดบันทึกถอยคําการโตแยง
คัดคานไวเ ปนหลกั ฐาน โดยใชบ ันทึกถอ ยคําตามแบบ ท.ด. ๑๖
๑.๒ การโตแยงคัดคานหลังจากทําการรังวัดเสร็จแลว แตเปนเวลากอนที่จะไดมีการประกาศ
ครบกาํ หนด ๓๐ วนั
(ก) กรณเี รอ่ื งอยทู ่ีฝา ยรงั วัด ใหเ จาพนกั งานท่ดี ินหรอื พนกั งานเจาหนา ทเ่ี ปน ผูรับคาํ ขอ
โตแ ยง คัดคาน โดยใชค าํ ขอตามแบบ ท.ด. ๙ เสร็จแลว สง ใหฝายรังวดั รวมเรอ่ื งไว
(ข) กรณเี รอ่ื งอยูท ฝี่ ายทะเบยี น ใหเจาพนกั งานท่ีดินหรอื พนกั งานเจาหนา ท่เี ปนผรู บั คาํ
ขอโตแยง คดั คา น โดยใชคําขอตามแบบ ท.ด. ๙ เสร็จแลว รวมเรอ่ื งไว
(เทยี บเคียงตามนัยหนังสอื กรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๗๐๕/ว ๙๐๐๒ ลงวันท่ี ๒ พฤษภาคม ๒๕๓๑)
๒. การทาํ แผนทพี่ ิพาท
๒.๑ การโตแยงคัดคานในวันทําการรังวัด หากเปนการโตแยงเพียงสวนใดสวนหนึ่ง ใหชาง
ผทู าํ การรังวัดดาํ เนนิ การจดั ทาํ รูปแผนที่พิพาทมาในคราวเดียวกัน
๒.๒ การโตแยงคัดคานหลังจากทําการรังวัดเสร็จแลว แตเปนเวลากอนท่ีจะไดมีการประกาศ
หรืออยูระหวางระยะเวลาประกาศกําหนด ๓๐ วัน หากมีกรณีตองทําแผนท่ีพิพาทใหเจาพนักงานท่ีดินหรือพนักงาน
เจาหนาท่ีทําหนังสอื แจงผขู อและผคู ดั คา นภายใน ๓ วัน นับแตค รบกําหนดประกาศเพื่อนดั คกู รณีทําแผนท่ีพิพาท
๓. การประกาศ
ในกรณีท่ีไมมีเหตุขัดของประการอ่ืน นอกจากการจัดทําแผนที่พิพาทตามขอ ๒.๒ ใหฝายทะเบียน
จัดทําประกาศใหแลวเสร็จภายใน ๓ วัน นับแตไดรับเรื่องจากฝายรังวัด (ตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการปฏิบัติราชการ
เพอ่ื ประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันท่ี ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๒)
การนับระยะเวลาปดประกาศ ๓๐ วัน ใหเร่ิมนับ ๑ ต้ังแตวันรุงขึ้นของวันปดประกาศฉบับหลังสุดเปน
ตนไปจนครบกําหนด ๓๐ วัน หากวันที่ครบกําหนดตรงกับวันหยุดราชการใหนับวันท่ีเร่ิมทํางานตอจากวันหยุดน้ันเปน
วันสุดทายของระยะเวลา (เทยี บเคียงตามนยั ระเบียบกรมที่ดนิ วา ดว ยการจดทะเบียนสิทธเิ กย่ี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ย ซงึ่ ไดม า
โดยทางมรดก พ.ศ. ๒๕๑๖ลงวันที่ ๒๙ มนี าคม ๒๕๑๖ และตามมาตรา ๑๙๓/๘ แหง ป.พ.พ)
๔. การโตแ ยง คดั คา นภายหลงั ประกาศครบกําหนด
260 ค่มู ือเจา้ หน้าทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ นิ
กรณีมีผูโตแยงคัดคานภายหลังประกาศครบกําหนดแลว ใหพนักงานเจาหนาที่ช้ีแจงใหผูขอทราบวา
ไมอาจรับคําโตแยงคัดคานไวดําเนินการได แตถาผูโตแยงรับวาตนสามารถทําความตกลงกับผูขอไดโดยจะไปทําความ
ตกลงกับผขู อและแจง ผลการตกลงน้นั ตอพนักงานเจาหนา ท่ี ภายใน ๑๕ วันกใ็ หบ นั ทกึ ถอ ยคาํ ผโู ตแ ยง คดั คา นตามแบบ
ท.ด. ๑๖ รวมเรื่องไว หากผูโตแยงทําความตกลงกับผูขอไดและขอตกลงน้ันชอบดวยกฎหมาย ก็ใหดําเนินการไปตาม
ขอตกลงนั้น แตถ าผูโตแยงไมสามารถทาํ ความตกลงกบั ผูขอภายในกาํ หนดดังกลาวได ใหพนักงานเจาหนาท่ีดําเนินการ
ตามคําขอตอไป
(ตามนยั หนงั สอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๘/ว ๙๓๔๙ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๑๖)
๕. การนัดสอบสวนเปรยี บเทยี บ
๕.๑ กรณีการคัดคานซ่ึงไมตองทําแผนท่ีพิพาท (คัดคานทั้งแปลง) ใหเจาพนักงานที่ดินหรือ
พนักงานเจาหนาที่ ทําหนังสือแจงผูขอและผูคัดคานภายใน ๓ วันนับแตครบกําหนดประกาศเพ่ือนัดคูกรณีทําการ
สอบสวนเปรยี บเทยี บ
๕.๒ กรณีการคัดคานซึ่งไดมีการจัดทําแผนที่พิพาทตามขอ ๒.๑ และไมมีกรณีที่จะตองทํา
แผนที่พิพาทสําหรับผูคัดคานรายอื่นอีก ใหเจาพนักงานท่ีดินหรือพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการเชนเดียวกับ
ขอ ๕.๑
๕.๓ กรณีการคัดคานภายหลังจากวันทําการรังวัด ซึ่งชางรังวัดไดออกไปทําแผนที่พิพาทเมื่อ
ประกาศครบกําหนด ๓๐ วัน ตามขอ ๒.๒ แลว ใหเจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาท่ีทําหนังสือแจง
ผูขอและผูคัดคานภายใน ๓ วันนับแตไดรับเร่ืองราวการรังวัดพรอมแผนท่ีพิพาทจากฝายรังวัดเพ่ือนัดคูกรณี
ทําการสอบสวนเปรียบเทยี บ
(ตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการปฏิบัติราชการเพ่ือประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันท่ี ๒๓ สิงหาคม
๒๕๔๒)
๖. การสอบสวนเปรียบเทยี บ
๖.๑ กรณีผูขอและผูโตแยงมาตามกําหนดนัดสอบสวนเปรียบเทียบ ใหเจาพนักงานที่ดินหรือ
พนักงานเจาหนาท่ี ชี้แจงและทาํ การสอบสวนเปรยี บเทยี บ ถา ตกลงกันไดใหบ นั ทกึ ขอตกลงไวใ นแบบบนั ทกึ ถอ ยคาํ (ท.ด.
๑๖) ถาตกลงกันไมไดใหเสนอเรื่องพรอมทั้งความเห็นใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา
พจิ ารณาสัง่ การไปตามพยานหลักฐาน ขอ เท็จจรงิ หรือขอกฎหมาย ใหแ ลว เสร็จภายใน ๗ วัน เมื่อเจาพนักงานท่ีดินจังหวัด
หรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาส่ังประการใด ใหแจงคําส่ังเปรียบเทียบใหคูกรณีทราบภายใน ๒วัน นับแตวันที่ไดมี
คาํ สัง่
๖.๒ กรณผี ูขอหรอื ผโู ตแ ยง มาพบพนกั งานเจา หนาทตี่ ามกําหนดนัดฝายเดียว และอีกฝายหนึ่ง
มิไดมาตามกําหนดโดยมิไดแจงขอขัดของใหทราบยอมถือวา คูกรณีไมอาจตกลงกันได พนักงานเจาหนาท่ีชอบท่ีจะ
สอบสวนเปรยี บเทยี บและส่งั การเชน เดยี วกบั ขอ ๖.๑ เสร็จแลว แจงใหผ ูข อหรอื ผูโตแ ยงท่มี าพบตามกําหนดนดั ทราบสว น
ผขู อหรอื ผูโตแ ยง ท่ไี มมาพบพนกั งานเจา หนา ที่ใหส ง หนงั สือแจง ไปใหทราบโดยทางไปรษณียล งทะเบยี นตอบรบั
๖.๓ กรณีผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีตามกําหนดนัดใหทํา
หนังสือนัดคูกรณีมาทําการสอบสวนเปรียบเทียบอีกครั้งหนึ่งภายใน ๗ วัน นับแตวันกําหนดคร้ังแรกโดยแจงกําหนดวัน
เวลา และสถานทีท่ จ่ี ะสอบสวนเปรียบเทียบใหคูกรณีทราบลวงหนา ไมน อ ยกวา ๗ วัน สง ทางไปรษณยี ล งทะเบยี นตอบรบั
พรอมทัง้ ระบุดวยวาถาผูขอและผูโตแยงทั้งสองฝายไมมาพบพนักงานเจาหนาท่ีเพ่ือสอบสวนเปรียบเทียบ และไมไดแจง
คู่มือเจ้าหน้าทส่ี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ 261
ขอขัดของใหทราบ พนักงานเจาหนาที่จะไดสั่งยกเลิกคําขอตอไป หากคูกรณีท้ังสองฝายยังไมมาดําเนินการตามกําหนด
หรือไมแจงขอขัดของใหทราบ ใหพนักงานเจาหนาที่สั่งยกเลิกคําขอ โดยหมายเหตุในคําขอ บัญชีรับทําการประจําวัน
(บ.ท.ด. ๒) หรือบัญชรี บั ทาํ การและคมุ เร่ือง (ท.อ. ๑๔) บญั ชีแยกประเภทคุมเรอ่ื ง (บ.ท.ด.๒๗)และบญั ชรี บั เรอ่ื งรงั วดั และ
แจงผูขอมาดําเนินการ (บ.ท.ด. ๗๑) วา “ยกเลิกคําขอเพราะผูขอและผูโตแยงไมมาติดตอ” แลวใหพนักงานเจาหนาท่ีลง
ลายมือช่ือพรอ มวนั เดอื น ป กํากบั ไว และใหจ ัดเกบ็ คาํ ขอรงั วดั และเรือ่ งราวทไ่ี ดย กเลกิ น้นั รวมเขา ไวใ นสารบบทดี่ นิ หรอื
แยกเกบ็ เอกสารคาํ ขอดงั กลา วไวตา งหาก (ในกรณไี มม ีสารบบที่ดิน) แลวแตกรณี พรอมทงั้ แกไขหลกั ฐานแผนทตี่ างๆ ให
เปนการถูกตองตามระเบียบ หากปรากฏวาคูกรณีท้ังสองฝายใดฝายหน่ึงมาพบพนักงานเจาหนาที่ตามกําหนดนัด ให
ดาํ เนนิ การตาม ๖.๑ หรือ ๖.๒ ตอไป (ตามระเบียบกรมท่ีดนิ วาดวยการปฏบิ ัตริ าชการเพอ่ื ประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่
๒๓ สงิ หาคม ๒๕๔๒ และหนงั สอื กรมท่ดี นิ ท่ี มท ๐๗๑๙.๓/ว ๒๔๘๓๔ ลงวันท่ี ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๔๓)
๗. การสง่ั สอบสวนเปรยี บเทียบ
เนือ่ งจากมาตรา ๖๐วรรคทาย แหง ประมวลกฎหมายที่ดนิ บญั ญตั วิ า ในกรณที ่ีไดฟองตอศาลแลว ใหรอ
เรื่องไว เม่อื ศาลไดพพิ ากษาหรอื มคี ําสงั่ ถึงท่สี ดุ ประการใด จงึ ใหด าํ เนนิ การไปตามกรณี ถา ไมฟ องภายในกําหนด กใ็ ห
ดาํ เนินการไปตามทีเ่ จาพนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรือเจาพนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาสงั่ แลวแตก รณดี งั นัน้ ในการส่ังการ
สอบสวนเปรยี บเทยี บ จงึ ควรตอ งสงั่ ใหช ดั เจนตามที่เห็นสมควรวา จะดาํ เนนิ การตามทผี่ ขู อไดข อหรอื ตามที่ผคู ัดคานได
คดั คานอยา งไร เพราะหากไมมกี ารฟอ งคดีตอ ศาล พนกั งานเจา หนา ทกี่ จ็ ะสามารถดําเนนิ การเร่ืองดงั กลาวตามทไ่ี ดมกี าร
สง่ั ไวตอ ไปได
ในคําส่ังสอบสวนเปรียบเทียบใหระบุขอความวา “ใหคูกรณีฝายที่ไมพอใจไปฟองตอศาลยุติธรรม
ภายในกําหนดหกสบิ วันนบั แตวันรับทราบคําสั่ง” ดวย (ตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๒๙.๒/ว ๒๗๑๑๐ ลงวันท่ี ๕
กนั ยายน ๒๕๔๕)
๘. การแจง คาํ สัง่ สอบสวนเปรยี บเทยี บ
ใหแจงโดยทําเปนหนังสือสงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับโดยระบุไปในหนังสือแจงดวยวา ในกรณีที่ไดมี
การฟองคดีตอศาล ใหคูกรณีฝายท่ีไมพอใจนําหลักฐานการยื่นฟองพรอมสําเนาคําฟองเก่ียวกับสิทธิในท่ีดินไปแสดงตอ
พนักงานเจา หนา ที่ภายในกําหนดดว ย หากมไิ ดนําหลักฐานการย่ืนฟองพรอมสําเนาคําฟองเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินไปแสดง
ภายในกาํ หนด พนักงานเจา หนาทจ่ี ะไดดําเนินการตามที่เจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาไดมี
คําส่งั เปรียบเทียบไวต อ ไป
๙. พนกั งานเจาหนา ที่ผมู ีอํานาจ
๙.๑ ผมู ีอํานาจในการดําเนินการสอบสวนเปรียบเทยี บไดแกบ ุคคลตอไปนแี้ ลวแตกรณี
(๑) เจาพนักงานทดี่ นิ หรอื พนกั งานเจาหนา ท่ีซึ่งไดรับมอบหมายในสํานักงานที่ดินจังหวัด สํานักงาน
ท่ีดินจงั หวัดสาขา หรือสํานกั งานทด่ี นิ จังหวดั /สาขา สว นแยก
(๒) นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอ ในทองท่ีซ่ึงรัฐมนตรียังมิไดประกาศ
ยกเลิกอํานาจหนา ทีใ่ นการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายทีด่ นิ
(๓) ผอู าํ นวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี ิน
๙.๒ ผูมอี ํานาจในการส่ังสอบสวนเปรยี บเทยี บ ไดแ กบ คุ คลดงั ตอไปนีแ้ ลวแตกรณี
(๑) เจาพนกั งานทีด่ ินจงั หวัดหรอื เจา พนักงานที่ดนิ จงั หวัดสาขา
262 คูม่ อื เจ้าหน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ ิน
(๒) นายอําเภอ หรือปลดั อําเภอผูเปนหวั หนาประจํากง่ิ อาํ เภอในทอ งทีซ่ ง่ึ รฐั มนตรียงั
มไิ ดป ระกาศยกเลกิ อาํ นาจหนาท่ใี นการปฏิบตั กิ ารตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
หนังสอื กรมทดี่ ิน ดว นมาก ท่ี มท ๐๕๑๕/ว ๘๑๙๐ ลงวันที่ ๒๖ มนี าคม ๒๕๔๖
เรือ่ ง การขอไดม าซงึ่ ทดี่ ินของนติ ิบุคคลเพือ่ การศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายทดี่ นิ
๑. กรณวี ัดวาอารามขอไดม าซึง่ ท่ีดิน
๑.๑ เม่ือมีการย่ืนคําขอใหไดมาซึ่งท่ีดินของวัด ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน
เชน รับให,ซื้อ,รับมรดก,ไดมาโดยการครอบครอง,ออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน ฯลฯ ใหพนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบ
หลกั ฐานและสอบสวนบันทกึ ถอ ยคําผขู อ ตามแบบที่กาํ หนด
สําหรับกรณีวัดขอไดมาซึ่งท่ีดิน เมื่อรวมกับท่ีดินท่ีมีอยูเดิมแลวเกินกวา ๕๐ ไร ใหสอบสวนใหไดความ
โดยละเอียดชัดเจนวามีเหตุผลและความจําเปนอยางใด ทั้งน้ีเพื่อใชประกอบการพิจารณาวาควรจะอนุญาตใหวัดไดมาซ่ึง
ที่ดนิ เกินกวาทกี่ ฎหมายกาํ หนดไวหรือไม
๑.๒ หากเห็นวาอยูในหลักเกณฑที่จะดําเนินการใหได ใหสํานักงานท่ีดินท่ีรับคําขอ
ประสานงานกับนายอาํ เภอหรอื ปลัดอําเภอผเู ปน หวั หนาประจําก่ิงอําเภอทองที่ซึ่งที่ดินตั้งอยูเพ่ือออกไปทําการตรวจสอบ
ขอเท็จจริงและใหค วามเห็นพรอ มท้งั เหตุผลในการใหความเห็นตามทก่ี ระทรวงมหาดไทยกาํ หนด
๑.๓ เม่ือไดรับผลการตรวจสอบขอเท็จจริง และความเห็นพรอมทั้งเหตุผลในการใหความเห็น
จากอําเภอหรือก่ิงอําเภอแลว กอนท่ีสํานักงานท่ีดินจังหวัดจะเสนอเรื่องใหผูวาราชการจังหวัดพิจารณาอนุญาต ให
สํานักงานที่ดินจังหวัดสอบถามขอมูลที่ดินที่มีอยูเดิมไปยังสํานักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมท่ีดินทางโทรสาร ตาม
บญั ชตี รวจสอบขอมลู ท่ีดินที่มีอยูเดิมของนิติบุคคลเพื่อการศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน (เนื่องจาก
จํานวนเน้ือท่ีและประเภทการใชประโยชนในที่ดินของวัดมีความสําคัญตอการพิจารณาอนุญาตและการเรียกเก็บ
คาธรรมเนยี มและภาษีในการจดทะเบียนใหวัดเปนผูรับให ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ใิ หใชป ระมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ. ๒๔๙๗)
๑.๔ กรณีวัดขอไดมาซ่ึงที่ดินเม่ือรวมกับที่ดินที่มีอยูเดิมแลวเกินกวา ๑๐๐ ไร กอนเสนอเรื่อง
เพ่ือขออนุญาต ใหจังหวัดสงเร่ืองใหสํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ (กรมการศาสนา) เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ
กอน และเมื่อไดรับเรื่องคืนจากสํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติแลวใหเสนอเรื่องตอผูวาราชการจังหวัดเพ่ือพิจารณา
สั่งการตอไป
๑.๕ กรณีท่ีตรวจสอบพบวามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือไดจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมใหวัดรับโอนท่ีดิน โดยไมไดขออนุญาตจากรัฐมนตรีฯ ใหดําเนินการตาม ๑.๑ – ๑.๓ กอนเสนอเร่ืองตอผูวา
ราชการจังหวัดในฐานะปฏิบตั ิราชการแทนรัฐมนตรฯี เพือ่ พจิ ารณาสั่งอนุญาตยอ นหลังใหเ ปน การถูกตอง
๑.๖ ใหจังหวัดรายงานผลการสงั่ อนญุ าต ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตามบัญชี
รายงานผลการสั่งอนุญาตของนิติบุคคลเพ่ือการศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินใหกรมท่ีดินทราบ
ภายใน ๗ วันนบั แตว นั ที่สง่ั อนุญาตเพือ่ กรมทีด่ ินจะไดรวบรวมรายงานผลการส่ังอนุญาตเปนประจําทุกเดือนใหรัฐมนตรี
ฯ ทราบภายในวนั ที่ ๑๐ ของเดอื นถดั ไป และหากรายใดทีไ่ ดพ ิจารณาแลว เห็นวาไมค วรอนุญาต ใหสงเรื่องไปยังกรมที่ดิน
เพือ่ ขอคาํ สัง่ จากรฐั มนตรฯี ตอ ไป
๑.๗ เมื่อพนักงานเจาหนาท่ีไดแจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมใหวัดรับโอนที่ดินหรือสั่งอนุญาตยอนหลังแลว ใหจังหวัดรายงานกรมท่ีดินตามบัญชีทะเบียนท่ีดินของนิติบุคคล
คู่มอื เจ้าหน้าทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน 263
เพื่อการศาสนาตามมาตรา๘๔แหงประมวลกฎหมายทดี่ นิ เพ่ือจะไดแ กไ ขบัญชที ะเบยี นทีด่ ินทางสวนกลางใหถูกตองตรงกัน
ตอ ไป
๒. กรณีวัดบาทหลวงโรมันคาธอลคิ และมัสยิดอสิ ลามขอไดมาซึ่งทีด่ นิ ใหด ําเนนิ การตาม ๑.๑ - ๑.๓
และ ๑.๕ - ๑.๗
๓. กรณีมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอไดมาซึ่งท่ีดิน ใหดําเนินการตาม ๑.๑ – ๑.๓, ๑.๕ – ๑.๗ และเมื่อที่ดิน
ซึ่งไดรับอนุญาตครบ ๑ ปแลว ใหตรวจสอบและดําเนินการตามหนังสือกรมท่ีดิน ดวนมาก ที่ มท ๐๖๑๐/ว.๒๐๓๐๐ ลง
วันท่ี ๔ สิงหาคม ๒๕๓๕ แตใ หจงั หวัดรายงานผลเฉพาะกรณีทไี่ ดจ ดทะเบียนจําหนา ยจา ยโอนแลวใหกรมท่ีดินเพื่อจะได
แกไขบญั ชีทะเบียนท่ดี นิ ทางสวนกลางใหถ กู ตองตรงกัน
๔. กรณีมูลนิธิเก่ียวกับคริสตจักรขอเปล่ียนแปลงการใชประโยชนในที่ดินเปนอยางอื่นไมตรงตามท่ี
อนญุ าตไว จะตองขออนญุ าตเปลยี่ นแปลงการใชประโยชนในทด่ี นิ กอน และใหพนักงานเจา หนา ทีด่ ําเนนิ การ ดงั นี้
๔.๑ ตรวจสอบหลักฐานเชนเดียวกับกรณีมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอไดมาซึ่งท่ีดินตาม
หนังสอื กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๐๒๖๗๔ ลงวนั ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๓ โดยอนโุ ลม
๔.๒ สอบสวนเหตุผลและความจําเปนที่จะเปลี่ยนแปลงการใชประโยชนในที่ดินเปนอยางอ่ืน
ไมตรงตามท่ีรัฐมนตรีฯ อนุญาตไว แลวดําเนินการตาม ๑.๒, ๑.๓, ๑.๖และหนังสือกรมที่ดิน ดวนมากท่ี มท ๐๖๑๐/ว
๒๐๓๐๐ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๓๕โดยใหจังหวัดรายงานการเปลี่ยนแปลงการใชป ระโยชนในทีด่ นิ ใหก รมทด่ี นิ เพ่ือจะ
ไดแกไขบญั ชที ะเบียนทด่ี ินทางสว นกลางใหถูกตอ งตรงกนั ตอ ไป
ท้ังนี้ ใหสํานักงานทีด่ นิ จังหวัดและสํานักงานท่ีดินที่ที่ดินต้ังอยูใชสมุดเบอร ๒ ทําบัญชีทะเบียนที่ดิน
ของนิติบุคคลเพ่ือการศาสนา ตามมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินโดยใหสํานักงานท่ีดินจังหวัดจัดทํารวมทั้ง
จงั หวดั แหงหน่ึง และสาํ นกั งานที่ดินท่ที ดี่ ินต้งั อยจู ดั ทาํ ในเขตทอ งท่ีอกี แหงหนึง่ เพอื่ ประโยชนการตรวจสอบคราวตอไป
และใหแ ยกเกบ็ เปนแตล ะประเภทนิติบุคคล (วัดวาอาราม วัดบาทหลวงโรมันคาธอลิคมลู นธิ เิ กยี่ วกบั ครสิ ตจกั รหรอื มสั ยดิ
อิสลาม) โดยแยกเก็บตามตัวอักษรตัวหนาของช่ือนิติบุคคลน้ันแลวนําขอมูลท่ีดินท่ีมีอยูเดิมของนิติบุคคลท่ีไดจากการ
ตรวจสอบขอมูลจากสํานักมาตรฐานการทะเบียนที่ดินกรมที่ดินลงในบัญชีทะเบียนที่ดินดังกลาว ตามลําดับการไดมาซ่ึง
ทีด่ ินกอนหลงั แลว จึงนําขอมูลท่ดี ินที่แจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใหนิติบุคคลน้ัน
รับโอนท่ดี ินซ่ึงไดร ับอนุญาตลงเปน ลาํ ดบั ตอ ไป
หนังสอื กรมทด่ี นิ ดว นทส่ี ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ ว ๒๙๙๘๑ ลงวนั ท่ี ๒๔ ตลุ าคม ๒๕๔๖
เร่ือง การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดิน ตามนโยบายการแปลงสนิ ทรัพยเปนทนุ ของรัฐบาล
ใหจงั หวดั สง่ั การใหเจาหนาทีผ่ ูทาํ การสอบสวนสทิ ธดิ าํ เนนิ การดงั น้ี
๑. จดบันทึกเลขหมายประจําตัวของผูถือบัตรประชาชนจํานวน ๑๓ หลัก ของผูมีสิทธิในท่ีดินตอจาก
ช่ือ ชื่อสกุล ของผูมีสิทธิในที่ดินในหนาแรกของใบไตสวน (น.ส. ๕) ใหชัดเจนและอานงาย และสําหรับการออก
โฉนดทีด่ นิ เปนการเฉพาะรายใหด าํ เนนิ การตามนยั ดังกลาวดวย
๒. กอนท่ีพนักงานเจาหนาที่จะแจกโฉนดท่ีดินใหแกผูมีสิทธิในท่ีดินตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน
ท่ัวประเทศ ตามนโยบายการแปลงสินทรพั ยเปนทุนของรัฐบาล ใหพนักงานเจาหนาทีจ่ ดแจงลงในสารบัญจดทะเบียนหลงั
ใบไตส วน (น.ส.๕) และในสารบัญจดทะเบียนในโฉนดท่ีดิน ทั้งฉบับสํานักงานที่ดินและฉบับเจาของที่ดินดวยหมึกสีนํ้า
เงินวา “โฉนดท่ีดินแปลงนี้ออกตามนโยบายการแปลงสินทรัพยเปนทุนของรัฐบาล” แลวใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือ
ชื่อพรอมดว ยวนั เดอื น ป กํากบั ไว
264 คมู่ ือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
หนงั สือกรมทดี่ นิ ดวนท่สี ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๔๕๕๙ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๖
เร่ือง การแกไขปญหาการออกเอกสารสทิ ธใิ นทด่ี นิ ในเขต ส.ป.ก.
๑. ใหกรมท่ีดินสามารถเขาไปดําเนินการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินตามนโยบายแปลงสินทรัพยเปนทุนของ
รัฐบาล สําหรับที่ดินท่ีมีหลักฐานใบจองและ ส.ค. ๑ ในเขตปฏิรูปท่ีดินท้ังในพื้นท่ีเขตดําเนินการและพื้นที่นอกเขต
ดําเนินการได โดยใหเจาหนาที่ของกรมที่ดินดําเนินการไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมท่ีดิน ซึ่งหากเปนการออก
เอกสารสิทธใิ นพน้ื ทเ่ี ขตดาํ เนินการใหร ะบุไวในหนังสือนําสงใหชัดเจนวาเอกสารที่นํามายื่นขอออกเอกสารสิทธิถูกตอง
และชอบดวยกฎหมาย อยูในหลักเกณฑที่จะออกเอกสารสิทธิไดตามกฎหมายและระเบียบและตรงกับตําแหนงท่ีดินใน
ระวางแผนที่ สวนการดําเนินการใดๆ ก็ใหดําเนินการไปตามบันทึกขอตกลงระหวางกรมท่ีดินกับสํานักงานการปฏิรูป
ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยสํานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรมจะไดแจงให ส.ป.ก. จังหวัดใหความ
รว มมอื ตอไป
๒. กรณีผูครอบครองและทําประโยชนในท่ีดินมีชื่อตรงกับใบจอง ใหดําเนินการตาม ๑. สวนผูครอบครองและ
ทําประโยชนในที่ดินมีชื่อไมตรงกับใบจอง ใหกรมที่ดินเขาไปดําเนินการออกเอกสารสิทธิใหกับผูครอบครองและทํา
ประโยชนซึ่งมีชื่อไมตรงกับใบจองในพื้นท่ีนอกเขตดําเนินการไดโดยใหเจาหนาที่กรมท่ีดินดําเนินการไปตามกฎหมาย
และระเบียบของกรมท่ดี นิ แตสาํ หรบั ในพื้นทีเ่ ขตดําเนนิ การ การออกเอกสารสิทธิขอใหคาํ นึงถึงการตีความของสํานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาในเร่ืองนีด้ วย
๓. สําหรับแนวทางปฏิบัติระหวางกรมที่ดินกับสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)เกี่ยวกับการ
เดินสํารวจออกโฉนดทด่ี นิ ทัว่ ประเทศตามหลกั ฐาน ส.ค. ๑ และใบจอง ตามนโยบายแปลงสินทรัพยเปนทุนของรัฐบาล ใน
พน้ื ท่ีเขตดําเนินการของส.ป.ก. ใหด าํ เนนิ การดงั นี้
๓.๑ใหเจาหนา ทขี่ องกรมที่ดนิ ดําเนนิ การตามบันทึกขอตกลงระหวา งกรมที่ดนิ กบั สํานักงานการปฏิรูป
ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่ือง วิธีปฏิบัติเก่ียวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ (๑) (๒)
๓.๒ เมอื่ เจาหนาที่ไดทําการตรวจสอบความถูกตองของรูปแปลงที่ดินและทําการสอบสวนสิทธิจนเช่ือ
วาเปน ท่ดี ินทส่ี ามารถออกโฉนดท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดินแลว ใหจัดสงสําเนาหลักฐานท่ีไดตรวจสอบและรับรอง
ความถูกตองแลวให ส.ป.ก จังหวัด ใชประกอบการพิจารณากอนวาจะคัดคานการออกเอกสารสิทธิในท่ีดินนั้นๆ หรือไม
ดังน้ี
๓.๒.๑ สําเนาใบไตสวน (น.ส.๕)
๓.๒.๒ สําเนาหลักฐาน ส.ค. ๑ หรอื ใบจอง
๓.๒.๓ สําเนาระวางแผนที่ระบบพิกัดฉาก ยู ที เอ็ม ท่ีแสดงรูปแปลงท่ีดินที่มี
การออกโฉนดทีด่ นิ
๓.๒.๔ บญั ชแี สดงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน
การรับรองความถูกตองของหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ใหพนักงานเจาหนาท่ีหรือ
เจา พนักงานทดี่ นิ รบั รองในหนังสือนาํ สงวา หลกั ฐานท่ดี ินที่ราษฎรนํามายืน่ ขอออกเอกสารสทิ ธิเปน เอกสารทถี่ กู ตอ งและ
ชอบดวยกฎหมาย อยูในหลักเกณฑท่ีจะออกเอกสารสิทธิไดตามระเบียบและกฎหมาย และมีตําแหนงท่ีดินตรงกับ
ตาํ แหนง ท่ีระบุในระวางแผนท่ี
คมู่ อื เจ้าหนา้ ทสี่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดิน 265
๓.๓ ในกรณีที่ ส.ป.ก จังหวัด เห็นวาหลักฐานดังกลาวแตกตางไปจากขอมูลและหลักฐานที่
ส.ป.ก. จังหวัดมีอยูอันเปนเหตุท่ีจะคัดคานไดวา ส.ป.ก. มีสิทธิในที่ดินนั้นดีกวาผูขอออกเอกสารสิทธิในท่ีดิน ให ส.
ป.ก. จงั หวดั คดั คานโดยแจง เปน หนังสอื พรอมท้งั แสดงเหตุผลและหลักฐานไปยังศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนด
ที่ดินจังหวัด ภายในกําหนดเวลาตามประกาศการออกเอกสารสิทธิในท่ีดิน และใหพนักงานเจาหนาที่หรือเจาพนักงาน
ทด่ี นิ แลวแตก รณีทําการสอบสวนเปรยี บเทียบตามอาํ นาจหนา ที่
ในการสอบสวนเปรียบเทียบตามวรรคหน่ึง ถา ส.ป.ก. จังหวัดประสงคจะไปตรวจพิสูจนที่ดิน
ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดและปฏิรูปที่ดินจังหวัด หรือผูซึ่งเจาพนักงานที่ดินจังหวัดและปฏิรูปที่ดินจังหวัดมอบหมาย
รว มกันออกไปตรวจพสิ จู นท่ดี นิ
กรณีไมมีความประสงคจะคัดคาน ส.ป.ก. จังหวัดจะประสานไปยังศูนยอํานวยการเดินสํารวจออก
โฉนดทีด่ นิ จงั หวัดทราบโดยไมช ักชา เพ่ือใหเ จา พนักงานทด่ี ินดาํ เนนิ การออกเอกสารสิทธใิ นทด่ี นิ ตอไป
๓.๔ ในกรณีที่ไมสามารถตรวจสอบไดวาที่ดินท่ีขอออกเอกสารสิทธิในที่ดินอยูในพ้ืนท่ี
เขตดาํ เนนิ การหรือไม ใหดําเนนิ การตามขอ ๓.๒ โดยอนโุ ลม
๔. กรณีมีปญหาในการปฏิบัติงานตามบันทึกขอตกลงหรือตามมติที่ประชุมหรือการวางแนวทางใหพนักงาน
เจาหนาที่ถือปฏิบัติ ใหผูอํานวยการสํานักมาตรฐานการออกหนังสือสําคัญ กรมที่ดินและผูอํานวยการกองนิติการ ส.ป.ก.
รว มกันพิจารณาแกไ ขปญ หา หรอื วางแนวทางใหพนักงานเจาหนา ท่ถี ือปฏบิ ตั ิใหไ ดข อ ยตุ โิ ดยเรว็
หนังสือกรมทด่ี นิ ดว นทีส่ ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๗๔๗๑ลงวนั ท่ี ๘ มีนาคม ๒๕๔๗
เร่ือง โครงการเรง รดั การออกโฉนดทด่ี นิ ทัว่ ประเทศตามนโยบายการแปลงสนิ ทรพั ยเปน ทนุ ของรฐั บาล
แนวทางการออกโฉนดที่ดินจากหลักฐาน น.ค. ๓ และ ก.ส.น. ๕ ดงั น้ี
๑. ทําการตรวจสอบตําแหนงท่ีดินท่ีนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินใหตรงตามแผนผังแสดงการจัดท่ีดิน
และบัญชีรายชื่อ ตามท่ีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือกรมสงเสริมสหกรณจัดทําขึ้น เปนหลัก สําหรับหลักฐานท่ี
นํามาใชในการเดินสํารวจออกโฉนดท่ดี ินจะตองเปน ตนฉบับหรือใบแทนของ น.ค. ๓ หรอื ก.ส.น. ๕ เทาน้ัน
๒. ประสานกับหนวยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรมสงเสริมสหกรณในพ้ืนที่รวม
บันทึกตรวจพิสูจนความถูกตองตําแหนงและอาณาเขตของแปลงที่ดินวา เปนแปลงเดียวกับที่ไดรับอนุญาตใหเขาทํา
ประโยชนใ นที่ดนิ ตามประมวลกฎหมายวา ดวยการจดั ที่ดินเพือ่ การครองชพี
๓. หากปรากฏวา มีการนํา น.ค. ๓ หรือ ก.ส.น. ๕ ไปเปนหลักฐานในการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินแลว
ปรากฏวา ท่ีดินนั้นอยูในเขตปา หรือท่ีสาธารณประโยชนใหแจงหนวยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรม
สงเสริมสหกรณใ นพนื้ ที่ทราบและตรวจสอบ
๔. เม่ือไดมีการออกโฉนดที่ดินแลวใหแจงหนวยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือกรม
สง เสริมสหกรณแลวแตกรณที ราบเพอ่ื ประโยชนในการหมายเหตุใน น.ค. ๓ หรอื ก.ส.น. ๕
หนังสอื กรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๘๕๙๑ ลงวนั ท่ี ๑๘ มนี าคม ๒๕๔๗
เร่ือง การฟองศาลตามมาตรา ๖๐ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน
การฟองคดีอันเน่ืองมาจากการท่ีเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาได
สั่งการตามมาตรา ๖๐ แหง ประมวลกฎหมายท่ีดิน คูกรณฝี า ยทไ่ี มพ อใจยอมสามารถฟอ งคดตี อ ศาลยตุ ธิ รรมหรอื จะฟอ งตอ
ศาลปกครองก็ได ท้ังนี้ข้ึนอยูกับประเด็นที่ผูฟองคดีไดยกข้ึนเปนหลัก โดยถาประเด็นหลักเปนการโตแยงเกี่ยวกับ
กรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในท่ีดินขอออกหนังสือแสดงสิทธิ ศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคือศาลยุติธรรม
266 ค่มู ือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี ิน
(คําวินิจฉัยช้ีขาดอํานาจหนาที่ระหวางศาล ท่ี ๔/๒๕๔๕) แตถาเปนการโตแยงในประเด็นหลักวา การส่ังการของเจา
พนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาไมปฏิบัติตามข้ันตอนท่ีกฎหมายกําหนดและไมชอบดวย
กฎหมาย ศาลท่ีมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีดังกลาวคือ ศาลปกครอง (คําวินิจฉัยช้ีขาดอํานาจหนาที่ระหวางศาล ที่ ๑๙/
๒๕๔๖) และโดยที่ศาลปกครองสูงสุดโดยมติท่ีประชุมใหญไดมีคําส่ัง ท่ี ๖๐๖/๒๕๔๕ วินิจฉัยวา การฟองคดีตอศาล
ปกครองในประเด็นเก่ียวกับความชอบดวยกฎหมายของคําสั่งของเจาพนักงานท่ีดิน ตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน น้ัน เม่ือเจาพนักงานที่ดินมีคําส่ังตามมาตรา ๖๐ วรรคหน่ึง แลว ผูฟองคดีสามารถฟองเจาพนักงานที่ดินตอศาล
ปกครองไดภายในระยะเวลา ตามมาตรา ๖๐ วรรคสอง โดยไมตองอุทธรณคําสั่งดังกลาว ตามขั้นตอนและระยะเวลาที่
กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เสียกอน เนื่องจากข้ันตอนตามที่กําหนดไวใน
มาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินเปนวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครองที่กฎหมายกําหนดไวโดยเฉพาะ และมี
หลักเกณฑท่ีประกันความเปนธรรม หรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไมตํ่ากวาหลักเกณฑท่ีกําหนดใน
พระราชบัญญัตวิ ธิ ปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อยแู ลว
ดังนั้น ในการสั่งสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน จึงใหระบุในคําสั่งดวยวา
“หากคูกรณีฝา ยทไี่ มพ อใจเหน็ วา ตนเปน ผมู ีสิทธใิ นท่ดี นิ กใ็ หไ ปฟองคดีตอศาลยุติธรรม หรือถาเห็นวาการส่ังการของเจา
พนักงานท่ีดินจังหวัด (หรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา) ไมปฏิบัติตามข้ันตอนท่ีกฎหมายกําหนดและไมชอบดวย
กฎหมาย ก็ใหไปฟองคดีตอศาลปกครอง ท้ังน้ี ภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง ถามิไดมีการฟองคดีหรือ
มไิ ดน าํ สําเนาคําฟอ งมาแสดงภายในกาํ หนด จะไดดาํ เนินการตามทีเ่ จาพนกั งานทีด่ ินจังหวดั (หรือเจาพนกั งานที่ดินสาขา)
ไดสั่งการไวตอไป” และเน่ืองจากข้ันตอนตามท่ีกําหนดไวในมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนวิธีการปฏิบัติ
ราชการทางปกครองที่กฎหมายกําหนดไวโดยเฉพาะและมีหลักเกณฑที่ประกันความเปนธรรมหรือมีมาตรฐานในการ
ปฏิบัตริ าชการไมต าํ่ กวาหลักเกณฑท ีก่ าํ หนดในพระราชบญั ญตั วิ ิธีปฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ตามนยั มาตรา
๓ แหงพระราชบัญญตั ิดงั กลาว จึงไมมีกรณีทีจ่ ะตองระบุถงึ เหตุการณก ารอุทธรณตามนัยมาตรา ๔๐ แหงพระราชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ไวในคําสั่งสอบสวนเปรียบเทียบอีกแตอยางใด ท้ังน้ี ใหใชแนวทางปฏิบัติ
ดังกลาวกบั กรณกี ารส่ังเปรียบเทียบตามมาตรา ๘๑ แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ ในทํานองเดียวกนั ดว ย
หนังสอื กรมที่ดิน ดวนที่สุด ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว. ๑๘๘๘๔ ลงวนั ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗
เรอื่ ง ขอออกโฉนดทด่ี ินหลายแปลงและขอแบง แยกระหวา งเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี นิ
๑. หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) แปลงเดียวมีช่ือเจาของที่ดินหรือผูครอบครอง
คนเดียวหรือหลายคนตอเน่ือง ประสงคจะนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหลายแปลงในคราวเดียวกัน กระทําไดโดยให
บันทึกความประสงคของเจาของที่ดินทุกคนไว แลวจัดสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงที่นําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน
และหมายเหตใุ นหลกั ฐานที่ดนิ เดมิ ใหป รากฏวา ไดออกโฉนดทดี่ นิ ไปแลว ทั้งหมด กแ่ี ปลง เปน โฉนดที่ดนิ เลขท่ีเทา ไร
๒. การออกโฉนดทด่ี ิน ตามหลกั ฐานหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ ข.)และ
การเปล่ียนโฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแ ลว” เปนโฉนดทดี่ ินซึง่ มีชอ่ื ผมู สี ิทธิครอบครองหรือมี
กรรมสทิ ธิค์ นเดียว มีความประสงคข อนาํ เดินสํารวจออกโฉนดที่ดนิ หลายแปลงในคราวเดียวกัน โดยออกโฉนดทด่ี นิ แต
ละแปลงใหม ชี ือ่ เจาของท่ดี ินตรงกบั ชือ่ ในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินทํานองแบงแยกในนามเดิมใหกระทําไดโดยสราง
ใบไตสวนตามจํานวนแปลงท่ีประสงคขอนําเดินสํารวจออก โฉนดที่ดิน แลวหมายเหตุในหลักฐานเดิม ใหปรากฏวาได
นําเดินสาํ รวจออกโฉนดทดี่ ินไปทง้ั หมดก่ีแปลงเปน โฉนดทด่ี นิ เลขทีเ่ ทา ไร
คูม่ อื เจา้ หนา้ ทสี่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 267
๓. การออกโฉนดทีด่ นิ ตามหลักฐานหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน (น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ ข.) และการเปล่ียน
โฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนโฉนดที่ดินมีช่ือผูมีสิทธิครอบครองหรือผูมีกรรมสิทธ์ิ
หลายคนประสงคจะออกโฉนดท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกันโดยแตละแปลงมีชื่อเจาของท่ีดินตางกัน ทํานองแบง
กรรมสทิ ธิร์ วม พรอมกับการเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี ิน ใหก ระทาํ ไดโดยใหบันทึก ผูทาํ การเดินสํารวจวาจะตองไปยื่นคํา
ขอแบงแยกและจดทะเบียน ณ สํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สวน
แยก หรือสาํ นักงานทดี่ ินจงั หวดั สาขา สวนแยก แลวแตกรณีและใหชางผูทําการรังวัดจําลองรูปแผนท่ีประกอบเรื่อง การ
ขอจดทะเบียนแบงแยกใหครบถวนตามระเบียบวธิ กี าร
๔. เม่ือพนักงานเจาหนาท่ีไดรับคําขอ และเร่ืองราวการแบงแยกตามขอ ๓ แลว ใหตรวจสอบและพิจารณา
ดาํ เนินการจดทะเบยี นและเรียกเกบ็ คา ธรรมเนียมตามระเบยี บ
ท้ังน้ี การแบงแยก ๑ แปลง ใหนบั เปนจํานวนราย สาํ หรับการเดินสาํ รวจเพ่อื ออกโฉนดท่ีดนิ และสอบเขตทดี่ นิ ทงั้
ตําบลและการดําเนินการตามขอ ๑ ถึง ๓ จะตองเปนความประสงคของเจาของท่ีดินโดยแทจริง และตองไมเปนการ
หลีกเล่ียงการจัดสรรท่ีดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ เชน บิดามีความประสงคจะแบงที่ดินเพ่ือ
โอนสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินใหแกบุตรเปนตน สําหรับกรณีท่ีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมมีภาระ
ผูกพันใดๆ หามมิใหเจาหนาที่ดําเนินการสํารวจรังวัดเพ่ือออกโฉนดที่ดินเปนหลายแปลงหรือรังวัดแบงแยกในกรณีเดิน
สํารวจออกโฉนดทด่ี ินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายทด่ี ิน
หนังสือกรมท่ีดนิ ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๙๔๗๓ ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗
เรอ่ื ง การออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ ในเขตท่ีดนิ ของรฐั
กรณที ี่มีผมู าขอออกหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี ินในเขตทดี่ นิ ของรัฐประเภททสี่ งวนหวงหา มตามประกาศสงวน
หวงหามทดี่ ินหรอื ตามพระราชกฤษฎกี าสงวนหวงหา มท่ีดนิ ท่ีราชพัสดุ และทดี่ นิ อนั เปน สาธารณสมบัตขิ องแผน ดนิ
สาํ หรบั พลเมอื งใชรว มกนั ใหด ําเนนิ การ ดงั น้ี
๑. กรณีที่ปรากฏโดยชัดแจงตามเอกสารซึ่งผูขอนํามาเปนหลักฐานในการยื่นคําขอออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดิน วาไดมีการครอบครองทําประโยชนในที่ดินมากอนการเปนท่ีดินของรัฐดังกลาว กอนออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินใหจังหวัดนําเรื่องดังกลาวเสนอตอคณะอนุกรรมการ แกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐประจําจังหวัด (กบร.
จังหวัด) เพื่อพิจารณาพิสูจนสิทธิในที่ดินตามอํานาจ หนาท่ีตามที่คณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ
(กบร.) กําหนด
๒. กรณีท่ีปรากฏโดยชัดแจงตามเอกสารซึ่งผูขอนํามาเปนหลักฐานในการยื่นคําขอออกหนังสือแสดงสิทธิใน
ท่ดี นิ วา ไดมีการครอบครองทาํ ประโยชนในท่ดี นิ ภายหลงั จากการเปนทด่ี ินของรัฐดังกลาว ใหเจาพนักงานท่ีดินสั่งยกเลิก
คําขอของผูขอ พรอมทั้งแจงใหผูขอทราบเพ่ือดําเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
ตอ ไป
๓. กรณที ไ่ี มป รากฏเปน ทแี่ นชดั ตามเอกสารซึง่ ผขู อนํามาเปนหลักฐานในการยนื่ คาํ ขอออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ น
ที่ดินวา ไดมีการครอบครองทําประโยชนในที่ดินมากอนหรือภายหลังจากการเปนที่ดินของรัฐดังกลาว เชน ท่ีดินเปนที่
หวงหามตามพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงหามฯ พ.ศ. ๒๔๘๔ ผูขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินอางหลักฐาน ส.ค.๑โดย
ส.ค.๑ ระบกุ ารไดม าวา รับใหม าจากบิดาเมอื่ พ.ศ. ๒๔๘๕ ซึง่ ไมเปนท่ีแนช ัดวา บดิ าของผูขอไดค รอบครองมาตงั้ แตเ มอื่ ใด
กอนหรอื หลังการเปน ทีห่ วงหา ม เปน ตน ใหเ จา พนักงานทีด่ ินดาํ เนินการสอบสวนขอเท็จจรงิ ใหไ ดความโดยชัดเจนเปน ท่ี
ยุติวาไดมกี ารครอบครอง
268 คูม่ ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
ทําประโยชนใ นทีด่ นิ ดังกลา วมากอ นหรือภายหลังจากการเปน ท่ีดินของรฐั เสรจ็ แลว จงึ ดาํ เนนิ การไปตามขอ ๑ หรือขอ ๒
แลว แตก รณี
หนงั สอื กรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/๑๗๙๔๘ ลงวนั ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙
เรอื่ ง หารอื แนวทางปฏิบตั เิ กยี่ วกบั การสง่ั ยกเลิกใบไตส วนตามโครงการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทด่ี นิ
เมื่ออธิบดีกรมท่ีดินไดมอบหมายใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินประจําจังหวัด ซึ่งเปน
เจาพนักงานที่ดิน ตามคําส่ังกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๕๐๘/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ เปนผูลงลายมือชื่อและ
ประทับตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินในโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๗ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ผูอํานวยการ
ศูนยเดินสํารวจฯ ยอมเปนเจาหนาท่ีผูมีอํานาจตามมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.
๒๕๓๙ ในการพิจารณาออกหรือไมออกโฉนดท่ีดินที่ศูนยอํานวยการเดินสํารวจฯไดดําเนินการไวเชนเดียวกับเจา
พนักงานทด่ี ินจังหวดั เจาพนักงานท่ดี ินจงั หวดั สาขา เจาพนกั งานทดี่ ินหวั หนาสว นแยก โดยอํานาจหนาที่ในการพิจารณา
ออกโฉนดที่ดินดังกลาวอยูระหวางการเตรียมการและการดําเนินการเพ่ือจัดใหมีคําสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหง
พระราชบัญญตั วิ ธิ ปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ฉะนัน้ เมื่อปรากฏวา การนาํ เดินสาํ รวจฯทไ่ี ดด าํ เนินการไวไม
ชอบดวยกฎหมายและระเบียบวิธีการ หรือมีเหตุขัดของซ่ึงไมอาจแกไขได ชอบท่ีผูอํานวยการศูนยฯ จะพิจารณายกเลิก
เรื่องราวการนําเดินสํารวจฯ ดังกลาว ตามอํานาจหนาที่โดยใหถือปฏิบัติตามระเบียบวิธีการ ตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท
๐๗๒๙.๑/ว ๒๗๘๙๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ เรือ่ ง ขอยกเลิกใบไตสวนโดยอนโุ ลม
อนึ่ง อาํ นาจหนาที่ของผูอาํ นวยการศูนยเดินสํารวจฯ ดังกลาว เปนอํานาจหนาที่ที่ไดรับมอบหมายตามนัยมาตรา
๕๗ แหงประมวลกฎหมายทดี่ ิน ซ่ึงมรี ะยะเวลาเร่ิมตน และสิน้ สุดตามแผนงานโครงการแตละป
หนังสอื สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร ๐๙๐๑/๐๙๓๗ ลงวนั ท่ี ๒๔ ตลุ าคม ๒๕๔๙
เรอื่ ง ขอหารือการออกโฉนดทด่ี นิ โดยการเดนิ สาํ รวจในเขตหา มลา สตั วป า
(เวียนโดยหนงั สอื กรมที่ดิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๒๗๙๙ ลงวันท่ี ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙)
๑. การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน
สามารถดาํ เนินการในเขตหา มลาสตั วปาไดห รือไม อยางไร
๒. ตามปญหาใน ๑. ถาสามารถดําเนินการได ขอทราบวาวิธีปฏิบัติในการออกโฉนดที่ดินตอง
แตงตั้งคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ใิ หใ ชป ระมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๐ (๓) ดว ยหรือไม อยางไร
๓. การแตงตั้งคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๐ (๓) ใชเปนวิธีปฏิบัติเฉพาะ
กรณีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ ทวิ แหง
ประมวลกฎหมายที่ดนิ เทานัน้ ใชห รือไม อยางไร
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๗) ไดพิจารณาปญหาดังกลาว มีความความเห็นในแตละประเด็น
ดงั นี้
ประเด็นที่หน่ึง เห็นวามาตรา๕๘และมาตรา๕๘ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแกไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่กําหนดวา เม่ือรัฐมนตรีเห็นสมควร
จะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจา
นุเบกษากาํ หนดจังหวดั ที่จะทําการสํารวจรงั วดั ทาํ แผนทีห่ รอื พิสจู นส อบสวนการทําประโยชนส าํ หรับปน ั้น เขตจังหวดั ท่ี
คมู่ อื เจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน 269
รัฐมนตรีประกาศกําหนดไมรวมทองที่ท่ีทางราชการไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร และกรณีของจังหวัดนครศรีธรรมราช
กไ็ ดมปี ระกาศกระทรวงมหาดไทย เรือ่ ง กาํ หนดจังหวัดที่จะทําการสํารวจรังวัดทําแผนที่เพ่ือออกโฉนดที่ดิน ลงวันที่ ๑๑
กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ กําหนดเปนจังหวัดท่ีทําการแมวามาตรา ๕๘ วรรคหนึ่งจะมิไดกําหนดหามไว แตการเดินสํารวจ
เพื่อออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายทีด่ นิ ในเขตหา มลาสัตวปาก็ไมสามารถเดิน
สาํ รวจได
ประเด็นท่ีสอง เห็นวา เมื่อไดวินิจฉัยในประเด็นที่หน่ึงแลววา การเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดิน
ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ในเขตหามลาสัตวปาไมสามารถดําเนินการได กรณีจึงไม
จําเปนตอ งวินจิ ฉัยในประเดน็ น้แี ตอยางใด
ประเด็นที่สาม เห็นวา มาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของ
คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕ กําหนดใหผูมีสิทธิครอบครองที่ดิน
มาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายไดไมวาจะไดมีประกาศของรัฐมนตรีตาม
มาตรา ๕๘ แลวหรือไมก็ตามเมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควรใหดําเนินการออกโฉนดที่ดินหรือรับรองการทํา
ประโยชนแลวแตกรณี ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่ประมวลกฎหมายน้ีกําหนดสวนมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวล
กฎหมายทด่ี นิ ซ่งึ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕ เปน
บทบัญญัติท่ีเปดโอกาสใหผูครอบครองและทําประโยชนในท่ีดินอยูกอนวันท่ีประมวลกฎหมายน้ีใชบังคับโดยไมมี
หนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธ์ิท่ีดินและมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล
กฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สามารถขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดในกรณีท่ีมีความจําเปน
และมีจํานวนเน้ือที่ไมเกิน ๕๐ ไร เวนแต ผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหเกินกวานั้น ท้ังนี้ ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการ
กําหนด อยางไรก็ตาม ในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถาที่ดินนั้นถูกกําหนดเปนเขตหาม
ลาสัตวปาไปกอนแลว พนักงานเจาหนาที่ก็ไมอาจออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนได เพราะผลของ
การไมแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ถือไดวาบุคคล
เหลาน้สี ละสิทธิครอบครองทด่ี ิน รฐั มีอํานาจจดั ที่ดินดังกลาวตามบทบญั ญตั ิแหง ประมวลกฎหมายที่ดนิ ได
กรณีตามปญหา เมื่อพิจารณากฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จะเห็นไดวา ไดกําหนดถึงหลักเกณฑและวิธีการในการขอ
ออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ ไวใน ขอ ๗ ขอ ๘ ขอ ๙ ขอ ๑๐
และขอ ๑๑
โดยขอ ๑๐ เม่ือไดพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแลว ปรากฏวาไดมีการครอบครองและทํา
ประโยชนตามสมควรแกสภาพท่ีดินในทองถ่ิน ตลอดจนสภาพของกิจการท่ีไดทําประโยชน ถาปรากฏวาที่ดินน้ันไมอยู
ในเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท่ีไดจําแนกใหเปนปาไม
ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและท่ีดินน้ันไมเปนท่ีดินซ่ึงตองหามมิใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและไมมีผู
คัดคานภายในกําหนดเวลาท่ีประกาศ ใหพนักงานเจาหนาท่ีออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหได แตถาปรากฏวา
ท่ดี นิ นั้นตัง้ อยูใ นตาํ บลท่มี ปี าสงวนแหงชาติ อุทยานแหงชาติ พ้ืนท่ีรักษาพันธุสัตวปา พื้นที่หามลาสัตวปาหรือเขตพ้ืนที่
ท่ีไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและยังไมไดขีดเขตลงในระวางรูปถายทางอากาศเพื่อการออก
หนังสือรับรองการทําประโยชน หรือกรณีที่ขีดเขตแลว แตที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนมีอาณาเขต
ติดตอคาบเกี่ยวหรืออยูในเขตฯ ใหผูวาราชการจังหวัดแตงต้ังคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนท่ีดิน และเมื่อ
270 คู่มือเจ้าหนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
คณะกรรมการไดทําการพิสูจนเสร็จแลว ใหเสนอความเห็นตอผูวาราชการจังหวัดวาสมควรออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนใ หไ ดห รอื ไม เพยี งใด
และขอ ๑๑ กําหนดวา เม่ือผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาผลการตรวจพิสูจนที่ดินของ
คณะกรรมการแลวปรากฏวาที่ดินนั้นไมอยูในเขตหามลาสัตวปาหรือปรากฏวาอยูในเขตหามลาสัตวปา แตผูขอได
ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินดังกลาวโดยชอบดวยกฎหมายมากอนวันที่ทางราชการกําหนดใหที่ดินน้ันเปนเขต
หามลาสัตวปา และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาท่ีประกาศ ใหผูวาราชการจังหวัดสั่งการใหพนักงานเจาหนาท่ี
พิจารณาดําเนินการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหได ฉะนั้น การแตงตั้งคณะกรรมการการรวมกันออกไปตรวจ
พิสูจนที่ดินตามกฎหมายกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๐ (๓) จึงเปนวิธีปฏิบัติเฉพาะกรณีการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปน
การเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ดี นิ
หนังสือกรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๑๔๙๘๔ ลงวันท่ี ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑
เร่ือง พระราชบัญญัติคํานําหนานามหญงิ พ.ศ. ๒๕๕๑
พระราชบัญญัติคํานํานามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีผลใหบังคับตั้งแตวันท่ี ๔ มิถุนายน ๒๕๕๑
เปนตนไป มีผลใหหญงิ ทจี่ ดทะเบียนสมรสแลว หรอื ตอมาการสมรสไดส้ินสุดลงสามารถเลือกใชคํานําหนานามวา “นาง”
หรือ “นางสาว” ไดต ามความสมคั รใจ
กรณผี ขู อเปนหญงิ ขอจดทะเบียนสิทธิและนติ ิกรรมใดๆ เกยี่ วกบั ท่ดี นิ แลวปราฎวาคํานําหนานาม
ของผูขอในเอกสารหลักฐานที่ทางราชการออกให เชน บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบาน เปน “นางสาว” ไม
ตรงกับในทะเบียนที่ดินที่เปน “นาง” ถาเห็นวามีหลักฐานสมควรเช่ือไดวาผูขอไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนตาม
กฎหมายวา ดวยการจดทะเบียนครอบครวั ใหเ ปล่ียนคํานําหนานามจาก “นาง” เปน “นางสาว” แลว ก็ใหพนักงานเจาหนาท่ี
บันทกึ ถอ ยคําผขู อนั้นไวเ ปน หลักฐาน แลวจงึ ดาํ เนนิ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปตามความประสงคของผูขอโดย
ใชคําหนานามวา “นางสาว” บรรยายขางคําขอจดทะเบียนและนิติกรรม (ท.ด. ๑,ท.ด. ๑ ก.) และในรายการจดทะเบียนให
ตรงกันวา “......(ชื่อผูขอ) เดิมใชคํานําหนานามวา “นาง” บัดน้ีไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการจด
ทะเบียนครอบครัวใหใชคํานําหนานามวา “นางสาว” แลว และใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือชื่อ พรอมดวย วัน เดือน ป
กาํ กับไว
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๓๒๑๙๑ ลงวันท่ี ๑๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๑
เรอ่ื ง การระวังชแี้ นวเขตและการลงช่ือรบั รองแนวเขตที่ดนิ และการตรวจสอบขอ มูลที่ราชพัสดุ
เพื่อใหการแจงสิทธิในที่ดินขางเคียงท่ีเปนท่ีราชพัสดุในกรณีท่ีมีการรังวัดออก
โฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน รวมทั้งการแบงแยก รวม สอบเขต หรือการรังวัดใด ๆ เก่ียวกับ
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ไดเปนไปตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการ
รบั รองแนวเขตท่ดี ิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และกฎกระทรวง วา ดว ยหลกั เกณฑและวิธกี ารปกครอง ดแู ลบาํ รงุ รกั ษาใช และจดั หา
ผลประโยชนเกี่ยวกับท่รี าชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมท่ีดินจึงขอซักซอมความเขาใจเพ่ือถือเปนแนวทางปฏิบัติวา ในกรณี
ที่มกี ารรงั วดั ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ทมี่ เี ขตขางเคียงตดิ ตอกับท่รี าชพสั ดุในกรุงเทพมหานครขอไดแจงกรมธนารักษ
รวมกับผูใชท่ีราชพัสดุ สวนในจังหวัดอ่ืนขอไดแจงสํานักงานธนารักษพื้นที่รวมกับหัวหนาสวนราชการหรือหัวหนา
หนวยงานประจาํ จงั หวัดของผูใชทรี่ าชพัสดุ ท้งั น้ี การแจง ดงั กลาวใหรวมถึงกรณกี ารตรวจสอบขอมลู ท่ีราชพสั ดดุ วย
ค่มู ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ 271
อน่ึง ในการระวังชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตที่ราชพัสดุ พนักงานเจาหนาที่จะตองปฏิบัติ
ตามบันทึกขอตกลงระหวางกรมท่ีดินกับกรมธนารักษ เรื่อง การรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงการระวังชี้แนว
เขตและลงนามรบั รองแนวเขตทร่ี าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๔๓ ในหมวด ๔ การระวังชีแ้ นวเขตและรับรองแนวเขตทรี่ าชพสั ดุ ดว ย
หนงั สือกรมทีด่ นิ ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๖๔๗๑ ลงวนั ท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๕๒
เรอ่ื ง แตงตงั้ เจาพนกั งานทด่ี นิ
การจัดตําแหนงขาราชการเขาประเภทตําแหนงมีผลทําใหช่ือตําแหนงและระดับของเจาพนักงานที่ดินใน
สํานักงานที่ดินจังหวัดและสํานักงานท่ีดินสาขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กรมท่ีดินจึงไดเสนอกระทรวงมหาดไทยยกเลิก
คําสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๔๖๖/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ และมีคําส่ังท่ี ๖๖/๒๕๕๒ ลงวันท่ี ๑๘
กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๒ แตงตั้งเจาพนักงานท่ีดิน ขึ้นใหม เพ่ือใหสอดคลองกับชื่อตําแหนงท่ีเปล่ียนแปลงไป ตาม
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑โดยคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๖๖/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๑๘
กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เรื่อง แตงต้ังเจาพนักงานท่ีดิน ขอ ๒ แตงตั้งใหผูดํารงตําแหนงดังตอไปนี้ในสํานักงานท่ีดินจังหวัด
และสํานักงานท่ีดินสาขาเปนเจาพนักงานท่ีดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ในสํานักงานท่ีดินจังหวัดและสํานักงานท่ีดิน
สาขานน้ั ๆ คอื
(๑) เจา พนักงานท่ีดินจังหวดั หรอื เจาพนักงานที่ดนิ จังหวดั สาขา
(๒) นักวิชาการที่ดนิ ตง้ั แตระดับปฏบิ ัตกิ ารขึ้นไปในฝายทะเบยี น
(๓) เจาพนักงานทีด่ นิ ตัง้ แตร ะดบั ปฏบิ ตั ิงานข้ึนไปในฝา ยทะเบยี น
(๔) นายชา งรงั วัด ต้ังแตร ะดบั ชํานาญงานขึ้นไปในฝายรงั วดั
(๕) ขาราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการ ตั้งแตระดับปฏิบัติการข้ึนไป หรือประเภท
ท่ัวไปต้ังแตระดับปฏิบัติงานข้ึนไป ซ่ึงอธิบดีกรมท่ีดินแตงตั้งใหทําหนาท่ีในตําแหนงตาม (๒) (๓) และ (๔) เปนการ
ชวั่ คราว
หนังสอื กรมทดี่ ิน ดว นมาก ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๑๒๐๑๑ ลงวนั ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒
เร่ือง การขอรบั โฉนดทดี่ ินตามโครงการเดนิ สาํ รวจฯ โดยยงั ไมช ําระเงนิ คา ธรรมเนียม
เพอื่ ใหการปฏบิ ตั ขิ องเจาพนกั งานทด่ี ิน ในกรณโี ฉนดทด่ี นิ ตามโครงการเดนิ สาํ รวจตามมาตรา ๕๘แหง
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ดังกลาวเปน ไปในทางเดียวกัน จงึ ใหจ ังหวัดดาํ เนนิ การดังตอ ไปน้ี
๑. กรณีศนู ยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนผูแจกโฉนดท่ีดิน เพื่อเปนการปองกันมิ
ใหม ปี ญหาเก่ยี วกับการแจกโฉนดท่ีดนิ นอกเวลาราชการปกติ และปญหาเก่ียวกับการออกใบเสร็จรับเงินคาธรรมเนียมการ
ออกโฉนดที่ดินดังกลาวจึงใหศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินจดแจงการไมชําระคาธรรมเนียมการออกโฉนด
ท่ีดินดังกลาว โดยใหจดแจงการยังไมชําระเงินคาธรรมเนียมใหปรากฏหรือประทับตรายางดวยหมึกสีแดงมีขอความวา
“ยังไมช ําระเงินคา ธรรมเนยี มการออกโฉนดท่ีดิน” ทุกแปลง
๒. กรณีสํานักงานที่ดินเปนผูแจกโฉนดท่ีดิน เนื่องจากกรณีน้ีไมมีปญหาเก่ียวกับการแจก
โฉนดท่ีดินนอกเวลาราชการปกติ และไมมีปญหาเกี่ยวกับการออกใบเสร็จรับเงินคาธรรมเนียมแตอยางใด
ตามหลักการจึงควรเก็บเงินคาธรรมเนียมการออกโฉนดที่ดินดังกลาวทุกแปลง อยางไรก็ตาม หากผูมีสิทธิในที่ดินรายใด
ประสงคจะขอรับโฉนดท่ีดินไปกอน แตยังไมชําระเงินคาธรรมเนียม ก็ใหเจาพนักงานที่ดินจดแจงการยังไมชําระเงิน
คา ธรรมเนียมใหปรากฏในโฉนดทดี่ ินดังทกี่ ลาวมาแลว ในขอ ๑.ดว ย
272 คมู่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ
ในกรณที ี่มีการจดแจง การยงั ไมช ําระเงนิ คาธรรมเนยี มการออกโฉนดที่ดนิ ตามขอ ๑. และ ๒. แลว เม่ือมี
การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมคร้ังแรกใหผูยื่นคําขอเปนผูชําระเงินคาธรรมเนียมที่ยังไมชําระและให
เจาพนกั งานท่ีดินจดแจงใหป รากฏหรือประทับตรายางดวยหมึกสแี ดงตอจากการจดแจง หรอื ประทบั ตรายางยงั ไมช าํ ระเงนิ
คาธรรมเนยี มคร้ังแรกวา “ชาํ ระเงนิ แลว ”
หนังสือกรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๕๑๕/ว ๑๕๓๕๕ ลงวันท่ี ๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๒
เรอื่ ง การจดแจงและตรวจสอบการหามโอนในหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี นิ
(ขางเคยี ง หนงั สอื กรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว ๗๒๑๑ ลงวนั ที่ ๓๐ มนี าคม ๒๕๒๐)
(ขา งเคยี ง หนังสอื กรมทีด่ นิ ที่ มท ๐๖๐๙/ว ๑๔๖๓๔ ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๒)
(ขางเคยี ง หนังสือกรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๖๐๘/๓/ ๕๖๓๒ ลงวนั ท่ี ๗ มีนาคม ๒๕๒๖)
๑. ในการออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นทีด่ ินทอี่ ยูภ ายใตบ ังคับหา มโอนตามกฎหมาย ใหพนักงาน
เจาหนาท่จี ดแจง ขอกําหนดหา มโอนตามกฎหมายน้นั ลงไวใ หป รากฏในสารบญั จดทะเบยี นโดยปฏบิ ตั ติ ามนยั หนงั สอื กรม
ทีด่ นิ ทีอ่ า งถงึ และท่ีเกยี่ วขอ ง
๒. กรณีมีการแบงแยกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินท่ีอยูภายใตบังคับหามโอน ใหพนักงาน
เจาหนาที่ตรวจสอบระยะเวลาการหา มโอนดวยวาส้ินสดุ ลงแลว หรือไม ถายังไมส้ินสุดลงใหยกขอกําหนดหามโอนไปจด
แจงลงไวในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลงแยกใหเ ปนการครบถวนถกู ตอ งตามระเบียบวิธีการ
๓. เมื่อเจาของที่ดินติดตอขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือทําธุระเก่ียวกับท่ีดิน ให
พนกั งานเจาหนา ท่ีตรวจสอบสารบัญจดทะเบยี นและสารบบของท่ีดินใหรอบคอบวา หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินตกอยูใน
บังคับหา มโอนตามกฎหมายเพยี งใดหรอื ไม กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยูในบังคับหามโอนหามพนักงานเจาหนาที่
จดทะเบยี นสิทธแิ ละนิติกรรมอนั เปนการโอนไปโดยฝาฝนขอ กาํ หนดหา มโอน
๔. กรณีเปนที่สงสัยวาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ผูขอนํามาจดทะเบียนสิทธิและ
นติ กิ รรมหรือทาํ ธุระเกีย่ วกบั ที่ดนิ ตกอยูภ ายใตบงั คับโอน ใหพ นักงานเจา หนาท่ีตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ ใหเ ปน ทแี่ นช ดั กอ น
ทุกแปลง หากพบวาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินน้ันตกอยูภายใตบังคับหามโอน แตพนักงานเจาหนาที่ไมไดจดแจงการ
หามโอนใหปรากฏในสารบัญจดทะเบียนใหดําเนินการเพื่อแกไขการจดแจงการหามโอนใหถูกตองตามระเบียบวิธีการ
กอน พรอมทั้งหามพนักงานเจาหนาที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเปนการโอนไปโดยฝาฝนขอกําหนดหามโอน
จนกวา จะพนระยะเวลาการหามโอน
หากตอไปมีการไมจดแจงการหามโอนตามกฎหมายลงไวในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให
ถูกตอง หรือมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเปนการโอนไปโดยฝาฝนขอกําหนดหามโอนอีก กรมที่ดินจะได
พจิ ารณาโทษทางวินยั แกเ จา หนาท่ที ีเ่ ก่ียวของตามควรแกกรณี
หนังสือกรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๕๐๒.๕/ว ๑๗๗๑๙ลงวันท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน ๒๕๕๒
เร่อื ง การปอ งปรามมใิ หเ จา หนา ท่กี ระทาํ ผดิ วนิ ัย
เพ่ือเปนการปองปรามมิใหเกิดการกระทําผิดวินัย รวมทั้งอาจเปนชองทางใหเกิดการเรียกรองคาใชจาย
อยางอ่ืน จึงขอกําชับเจาหนาที่หรือชางรังวัดท่ีไดรับมอบหมายจากผูบังคับบัญชาใหออกไปปฏิบัติหนาที่เก่ียวกับการ
รังวัดที่ดินทุกประเภท ขณะปฏิบัติหนาท่ีในพื้นท่ี พึงระมัดระวังมิใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดอางวาจําเปนตองถากถางหญา
หรือตดั รานตนไมในแปลงท่ีดินกอนการทาํ การรงั วดั ท่ีดนิ และเรียกคาจางในการดาํ เนนิ การทงั้ ควรชแี้ จงทาํ ความเขา ใจกบั
ราษฎรหรอื ผูขอใหทราบวา ตนมิไดม ีหนา ท่หี รอื มีสวนเก่ยี วขอ งกบั การถากถางหญา หรือตัดรานตนไมในแปลงท่ีดินท่ีจะ
คมู่ อื เจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 273
ทําการรังวัดแตอยางใด ดังน้ัน หากมีการรองเรียนและพบวาเจาหนาท่ีหรือชางรังวัดมีสวนรับรูหรือรูเห็นเปนใจดังกลาว
กรมท่ีดินถือวาเจาหนาท่ีดังกลาวอาศัยหรือยอมใหผูอื่นอาศัยตําแหนงหนาที่ราชการของตนหาประโยชนใหแกตนเอง
หรอื ผอู ่นื และจะพิจารณาดาํ เนินการทางวนิ ยั อยางเฉยี บขาดทกุ ราย
หนงั สอื กรมทดี่ ิน ดว นทส่ี ดุ ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๑๙๙๖๖ ลงวนั ที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒
เรื่อง การแกไขปญหาการออกเอกสารสิทธิในท่ดี นิ ในเขต ส.ป.ก.
๑. กรณีการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวล
กฎหมายท่ีดินและการออกเอกสารสิทธิในท่ีดิน ตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ในพื้นที่
เขตดําเนินการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งไดสงเร่ืองราวการออกเอกสารสิทธิในที่ดินให ส.ป.ก.พิจารณาดําเนินการตามบันทึก
ขอตกลงระหวางกรมท่ีดินกับสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่ือง วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการออกเอกสาร
สิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และตามหนังสือกรมท่ีดิน ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๔๕๕๙ ลงวันที่
๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เรื่อง การแกไขปญหาการออกเอกสารสิทธิในท่ีดินในเขตปฏิรูปที่ดิน น้ัน กรณีนี้ ส.ป.ก. ไดทํา
หนังสอื แจง ส.ป.ก. จงั หวดั ทุกจงั หวดั ใหเ รง รดั ดาํ เนินการพิจารณาตรวจพสิ ูจนและแจง ผลนน้ั ใหส าํ นกั งานทดี่ นิ หรอื ศนู ย
อํานวยการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ีดนิ ในพนื้ ท่ีทราบโดยเร็วแลว
๒. กรณีมีการประกาศใชพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑เน่ืองจากตามมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติดังกลาว ไดกําหนดใหผูซ่ึงครอบครองและทําประโยชนในที่ดิน
อยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยมีหลักฐานส.ค.๑ และยังไมไดขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทําประโยชนนําหลักฐาน ส.ค. ๑ นั้นมาย่ืนคําขอเพ่ือขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตอ
พนักงานเจาหนาท่ีภายในสองปนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ หากพนกําหนดระยะเวลาดังกลาวจะตองนําคํา
พิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงท่ีสุดมาแสดงวาเปนผูไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินโดยชอบดวยกฎหมายอยู
กอนวนั ท่ีประมวลกฎหมายทดี่ ินใชบ งั คบั เจาพนกั งานทดี่ นิ จึงจะออกโฉนดที่ดนิ หรอื หนงั สือรับรองการทําประโยชนให
ได (ระยะเวลาสองปตามท่ีกฎหมายกําหนดจะส้ินสุดลงในวันท่ี ๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๓) ดังน้ัน เพื่อเปนการบรรเทาความ
เดือดรอนของราษฎรท่ีมีหลักฐาน ส.ค. ๑ และเปนการอํานวยความสะดวกใหแกราษฎรมิใหเสียคาใชจายเกินความจําเปน
กรณนี ี้ ส.ป.ก. ไดใหกรมที่ดินเขา ทําการเดนิ สํารวจออกโฉนดทดี่ ินในพน้ื ท่เี ขตดําเนนิ การปฏริ ปู ทดี่ นิ ไดโ ดยดาํ เนนิ การ
ตามแนวทางการแกไขปญ หาการออกเอกสารสทิ ธิในทด่ี นิ ในเขตปฏริ ปู ที่ดนิ
๓. เพื่อเปนการอํานวยความสะดวกและรวดเร็วในการพิจารณาตรวจพิสูจนตามขอ
๑. และ ๒. ส.ป.ก. ขอความรวมมือใหเจาหนาท่ีกรมที่ดินรับรองความถูกตองวาที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. ๑ เปนท่ีดินแปลง
เดียวกับที่ดินแปลงที่ขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน และระบุเหตุผลวาที่ดินน้ันอยูในหลักเกณฑกรณีใดจึงสามารถ
ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินได นอกจากน้ี ส.ป.ก. ไดรับรายงานวามีสํานักงานท่ีดินบาง
แหง ไดกระทําการออก น.ส. ๓ หรือ น.ส. ๓ ก. โดยอาศัยหลักฐาน ส.ค. ๑ใหแกราษฎรภายหลังมีพระราชกฤษฎีกากําหนด
เขตปฏริ ูปทด่ี นิ โดมมิไดถอื ปฏิบัติตามแนวทางการปฏบิ ัติงานรว มกันดังกลาว ดงั นนั้ หากมีการนาํ น.ส.๓หรอื น.ส.๓ก.
ในกรณีน้ีมาขอออกโฉนดทดี่ นิ ขอใหสํานักงานที่ดินสงหลักฐาน ส.ค. ๑ มาพรอมหลักฐานอ่นื ในคราวเดียวกนั ดว ย
หนังสอื กรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๕๑๕.๑/ว ๒๒๖๖๗ ลงวนั ท่ี ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๕๒
เร่ือง แนวทางและวิธีการตรวจสอบบตั รประจาํ ตัวประชาชน (ปลอม)
เพอื่ เปนการปองกนั มใิ หกลุมมิจฉาชีพใชหรือแสดงบัตรประจําตัวประชาชนปลอมอันจะสงผลกระทบ
เสียหายแกบุคคลอ่ืนหรือองคกรทั้งภาครัฐและเอกชนจึงขอสงสําเนาหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท๐๓๐๙.๒/ว๑๖๖๓
274 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 277
278 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 279
280 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 281
282 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 283
284 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 285
286 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 287
288 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 289
290 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 291