142 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 143
144 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 145
146 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 147
148 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 149
150 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 151
152 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 153
154 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 155
156 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 157
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 159
160 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 161
162 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 163
164 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 165
166 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 167
168 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 169
170 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 171
คู่มอื เจา้ หน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ดี นิ 175
แผนผงั การปฏบิ ัตงิ านการเดนิ สํารวจออกโฉนดท่ดี นิ
(สวนของศนู ยอ ํานวยการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทีด่ นิ )
จัดเตรยี มขอมลู คน เงนิ วสั ดุ ครุภณั ฑ ขอ มลู ดานเทคนิคและแตงตงั้ เจา หนาท่เี พื่อออกปฏิบัตงิ าน
ประชาสมั พันธพ รอ มท้งั แจง ใหหนว ยงานทเี่ ก่ียวขอ งเพอื่ เปน การต้ังตวั แทนในการระวังชแ้ี ละรบั รองแนวเขต
แตงตง้ั ผูป กครองทองท่เี พอ่ื เปน ตัวแทนรับรองเขต
เจาของท่ดี นิ นาํ เดินสํารวจ นดั ประชุมราษฎร พรอมกบั ผนู ําทองถ่ิน กนั แนวเขต
รงั วดั ปกหลกั เขตท่ดี นิ พ้ืนทปี่ า ไม
พรอ มยน่ื หลกั ฐานตางๆ รงั วดั ทําแผนทแ่ี ละสอบสวนสิทธิในท่ดี ิน
นายอําเภอ/องคกร
เจา ของท่ีดนิ ขา งเคยี ง ตรวจสอบความถูกตองของการรังวดั ทําแผนที่ ปกครองสวนทอ งถ่นิ
รว มกันปก หลกั เขตท่ดี นิ และสิทธใิ นทดี่ นิ รบั รองแนวเขต
และรบั รองแนวเขตทดี่ ิน จดั สรางโฉนดทีด่ นิ ทสี่ าธารณประโยชน
พิจารณาออกโฉนดทีด่ นิ สว นราชการที่
เก่ยี วของ นําชแ้ี ละ
จดั ทาํ ประกาศแจกโฉนด รับรองแนวเขต
แจกโฉนดทดี่ นิ
สงมอบโฉนดทด่ี นิ สารบบทีด่ ินและ
หลักฐานรายการรังวัด ใหแ กส ํานกั งานท่ดี นิ
รายงานผลการสง มอบใหก รมทด่ี นิ
176 คูม่ อื เจ้าหนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดิน
แผนผงั การดาํ เนนิ การของเจา หนา ทสี่ อบสวนสิทธิ
ผูก าํ กับการ ผูก าํ กบั สอบสวน ชาง กองกลาง กองกลาง
การรงั วัดฯ สิทธิ รังวดั ชา งฯ ทะเบียน อํานวยการ
ผอ.ศนู ยฯ เดนิ สํารวจฯ
ตรวจและลงนาม จัดทําแผนงาน
รว มกับเจาหนา ท่ี
จัดทํา
เดนิ สํารวจ บญั ชี
ตรวจสอบเอกสาร
หลกั ฐาน
พ้นื ทด่ี าํ เนินการที่
สาํ นักงานทีด่ นิ
หนวยงานท่ีเกี่ยวขอ ง
ประชุมนดั หมาย
เจา ของทด่ี นิ
ผูปกครองทองท่ี
จดั เตรยี มแบบพิมพ
เอกสารตา งๆ
รบั ร.ว.๔๐
เตรยี มเอกสารใน
การสอบสวนสิทธิ
สอบสวนสิทธิ
สรา งใบไตสวนจัดทํา
บัญชีทําการประจาํ วัน
(บ.ท.ด.๑๖)
เขียนขา งเคยี งทาย ทานระวาง
ใบไตสวน เปลยี่ นเลขทดี่ ิน
สมมุติเปน
เลขที่ดินจริง
เพ่อื เสนอ ผอ. ศูนยฯ ลงนาม
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 177
178 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 179
180 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 181
182 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คมู่ ือเจ้าหนา้ ทส่ี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 183
พระราชบญั ญัติ
ลกั ษณะปกครองทอ งท่ี (ฉบบั ที่ ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑
ภมู ิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไ ว ณ วันที่ ๒๗มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เปน ปท ี่ ๖๓ในรชั กาลปจ จบุ นั
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวา
โดยท่เี ปน การสมควรแกไขเพ่ิมเตมิ กฎหมายวาดวยลักษณะปกครองทอ งที่
พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙
ประกอบกับมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๘ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตาม
บทบญั ญัตแิ หงกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติ
บัญญตั ิแหง ชาติ ดังตอไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั ินเี้ รยี กวา พระราชบัญญัติลักษณะปกครองทอ งท่ี (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานเุ บกษาเปน ตน ไป
มาตรา ๓ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ีพระพุทธศักราช
๒๔๕๗ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี ( ฉบับท่ี ๑๐ ) พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใชความ
ตอไปนแี้ ทน
มาตรา ๑๑ ราษฎรผูมีสทิ ธเิ ลือกผใู หญบ า นตอ งมีคุณสมบตั แิ ละไมม ลี ักษณะตอ งหามดงั ตอ ไปนี้
(๑) มีสัญชาตไิ ทยและมอี ายุไมตาํ่ กวา สบิ แปดปบ รบิ ูรณใ นวันที่ ๑ มกราคม ของปท ีม่ กี ารเลอื ก
(๒) ไมเ ปน ภกิ ษุ สามเณร นักพรต หรือนกั บวช
(๓) ไมเปนคนวิกลจรติ หรอื จติ ฟน เฟอ นไมส มประกอบ
(๔) มภี มู ิลาํ เนาหรอื ถ่ินทีอ่ ยูประจํา และมีชอ่ื ในทะเบียนบา นตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎร
ในหมบู านนน้ั ติดตอกนั มาแลวไมนอยกวาสามเดอื นจนถึงวนั เลอื ก”
มาตรา ๔ ใหเพ่ิมความตอไปนี้เปน (๑๕) ของมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี
พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๗ ซึง่ แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิลกั ษณะปกครองทองท่ี (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒
(๑๕) ไมเ ปน ผูอ ยูใ นระหวางเสียสิทธใิ นกรณที ีไ่ มไปใชสิทธเิ ลือกตั้งหรือถูกเพิกถอนสิทธเิ ลอื กตัง้
184 คู่มอื เจา้ หน้าทีส่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน
มาตรา ๕ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พระ
พุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๕ และใหใช
ความตอไปนแี้ ทน
มาตรา ๑๓ การเลอื กผใู หญบานตองเปนไปโดยสุจริตและเทย่ี งธรรม และใหก ระทําโดยวิธีลับ ทั้งน้ี ตาม
หลกั เกณฑแ ละวธิ ีการทก่ี ระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เพ่ือประโยชนในการเลือกผูใหญบาน ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งนายอําเภอแตงต้ังจากเจาหนาที่
ของรัฐไมเกินสามคน และราษฎรผูมีสิทธิเลือกผูใหญบานในหมูบาน ซ่ึงเปนที่ยอมรับนับถือของราษฎรในหมูบาน
จํานวนไมน อยกวา สีค่ นแตไมเ กนิ เจด็ คน เพอื่ ทาํ หนาที่ตรวจสอบคณุ สมบตั แิ ละลักษณะตอ งหา มของผูสมัครรับเลือกเปน
ผใู หญบา น
การแตงตั้งกรรมการ วิธีการเลือกประธานคณะกรรมการ และวิธีการตรวจสอบตามวรรคสองใหเปนไป
ตามหลกั เกณฑแ ละวิธีการทก่ี ระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
เมือ่ ราษฎรสวนใหญเ ลอื กผูใดเปน ผใู หญบ านแลว ใหนายอําเภอออกคําสั่งเพือ่ แตงตั้งและใหถือวาผูนั้น
เปนผูใหญบานนับแตวันท่ีไดรับแตงต้ัง ในกรณีท่ีผูรับเลือกมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีจับสลาก ท้ังน้ี เมื่อนายอําเภอ
ไดมีคาํ สั่งแตง ตัง้ ผใู หญบา นแลว ใหรายงานใหผ ูวาราชการจงั หวัดเพอื่ ออกหนงั สือสาํ คญั ใหไ วเ ปนหลกั ฐาน
ในกรณีท่ีมีการคัดคานวาผูซึ่งไดรับเลือกเปนผูใหญบานตามวรรคสี่ไดรับเลือกมาโดย ไมสุจริตและ
เที่ยงธรรม ใหนายอําเภอดําเนินการสอบสวน และถาผลการสอบสวนไดความตามท่ีมีผูคัดคานใหรายงานผูวาราชการ
จังหวัดและใหผูวาราชการจังหวัดสั่งใหพนจากตําแหนงโดยเร็ว ท้ังนี้ ภายในเกาสิบวันนับแตวันท่ีนายอําเภอมีคําสั่ง
แตง ต้งั
การพนจากตําแหนงของผูใหญบานตามวรรคหา ไมกระทบกระเทือนกิจการท่ีผูใหญบานไดกระทําลง
ไปในขณะท่ดี าํ รงตาํ แหนง
มาตรา ๑๔ ผูใ หญบ านตอ งพนจากตาํ แหนง ดว ยเหตุใดเหตุหนง่ึ ดังตอ ไปน้ี
(๑) มอี ายุครบหกสบิ ป
(๒) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๒ เวนแตในกรณีท่ีไดรับอนุญาตจากผูวา
ราชการจังหวัดใหล าอปุ สมบทหรอื บรรพชาตามประเพณี มิใหถือวา มลี ักษณะตองหามตามมาตรา ๑๒ (๕)
(๓) ตาย
(๔) ไดร ับอนุญาตจากนายอาํ เภอใหลาออก
(๕) หมูบา นที่ปกครองถกู ยบุ
(๖) เม่อื ราษฎรผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๑ ในหมูบานน้ันจํานวนไมนอย
กวากึ่งหนงึ่ ของราษฎรผูมีคุณสมบตั ิและไมม ลี ักษณะตองหา มตามมาตรา ๑๑ ทัง้ หมดเขา ชอื่ กนั ขอใหอ อกจากตาํ แหนง ใน
กรณีเชนน้ันใหน ายอําเภอสั่งใหพ นจากตาํ แหนง
(๗) ผูวาราชการจังหวัดส่ังใหพนจากตําแหนง เมื่อไดรับรายงานการสอบสวนของนายอําเภอวา
บกพรองในหนา ที่ หรือประพฤตติ นไมเหมาะสมกับตาํ แหนง
(๘) ไปเสียจากหมูบานท่ีตนปกครองติดตอกันเกินสามเดือน เวนแตเมื่อมีเหตุอันสมควรและไดรับ
อนญุ าตจากนายอาํ เภอ
คู่มอื เจา้ หน้าทส่ี อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 185
(๙) ขาดการประชุมประจําเดือนของกํานัน ผูใหญบานท่ีนายอําเภอเรียกประชุมสามครั้งติดตอกัน
โดยไมมีเหตอุ นั ควร
(๑๐) ถูกปลดออกหรือไลอ อกจากตําแหนง เน่ืองจากกระทําความผดิ วินัยอยางรายแรง
(๑๑) ไมผานการประเมินผลการปฏิบัติหนาท่ีซึ่งตองทําอยางนอยทุกหาปนับแตวันที่ไดรับการ
แตงตัง้ ทง้ั นี้ ตามหลักเกณฑแ ละวธิ ีการทก่ี ระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ในกรณีที่ผูใหญบานพนจากตําแหนงตาม (๘) ใหนายอําเภอรายงานใหผูวาราชการจังหวัดทราบ
โดยเรว็ ดวย
หลักเกณฑและวิธีการท่ีกระทรวงมหาดไทยกําหนดตาม (๑๑) ตองกําหนดใหราษฎรในหมูบานมีสวน
รว มในการประเมินผลการปฏบิ ตั ิหนาที่ของผใู หญบ า นดว ย
มาตรา ๖ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ีพระพุทธศักราช
๒๔๕๗ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ และใหใชความ
ตอ ไปนแ้ี ทน
มาตรา ๑๙ เมื่อปรากฏเหตุอยา งใดอยา งหนึ่งดังตอ ไปน้ี ใหเลอื กผูใหญบา นขึน้ ใหม
(๑) กรณีท่ีหมูบานใดมีจํานวนราษฎรเพ่ิมข้ึนไมวาดวยเหตุใดก็ตาม เม่ือกํานันและผูใหญบานใน
ตําบลนั้นปรึกษากันเหน็ วา จํานวนราษฎรนัน้ เกนิ กวาความสามารถของผใู หญบ า นคนเดยี วจะดูแลปกครองใหเ รยี บรอ ยได
ใหกํานันรายงานตอนายอําเภอเพ่ือพิจารณาและเสนอความเห็นไปยังผูวาราชการจังหวัด ในกรณีท่ีผูวาราชการจังหวัด
เห็นสมควร ใหตงั้ หมูบานข้นึ ใหมแ ละเลอื กผใู หญบานเพมิ่ เตมิ ขนึ้ ใหมได
(๒) กรณีที่ผูใหญบานของหมูบานใดวางลง ใหเลือกผูใหญบานภายในกําหนดสามสิบวันนับแต
วนั ที่ผใู หญบานของหมูบ า นน้ันวางลง
ในกรณีมีความจําเปนไมอาจจัดใหมีการเลือกผูใหญบานภายในกําหนดตาม (๒) ได ใหผูวาราชการ
จังหวัดขยายเวลาออกไปไดเทาท่ีจําเปน และในระหวางที่ยังมิไดมีการเลือกผูใหญบาน ผูวาราชการจังหวัดจะแตงต้ัง
ผูใหญบานในตําบลนั้นคนหนึ่งเปนผูรักษาการแทนผูใหญบาน หรือจะแตงต้ังบุคคลผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ
ตอ งหา มตามมาตรา ๑๒ เปนผูรักษาการผใู หญบ านจนกวาจะมีการเลอื กผใู หญบ านก็ได
มาตรา ๗ ใหยกเลิกความในมาตรา ๒๗ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่พระพุทธศักราช
๒๔๕๗ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี (ฉบับท่ี ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ และใหใชความ
ตอไปน้ีแทน
มาตรา ๒๗ ผูใหญบานทําหนาท่ีชวยเหลือนายอําเภอในการปฏิบัติหนาท่ีและเปนหัวหนาราษฎรใน
หมูบ า นของตน และมีอาํ นาจหนา ทีด่ งั ตอ ไปนดี้ ว ย
(๑) อํานวยความเปนธรรมและดูแลรักษาความสงบเรียบรอยและความปลอดภัยใหแกราษฎรใน
หมูบ า น
(๒) สรางความสมานฉันทและความสามัคคีใหเกิดขึ้นในหมูบาน รวมทั้งสงเสริมวัฒนธรรมและ
ประเพณใี นทอ งที่
(๓) ประสานหรืออํานวยความสะดวกแกราษฎรในหมูบานในการติดตอหรือรับบริการกับสวน
ราชการ หนว ยงานของรฐั หรอื องคก รปกครองสวนทอ งถ่ิน
186 คูม่ อื เจา้ หน้าทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน
(๔) รับฟงปญหาและนําความเดือดรอน ทุกขสุขและความตองการที่จําเปนของราษฎรในหมูบาน
แจงตอสวนราชการ หนวยงานของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือองคกรอื่นที่เก่ียวของ เพื่อใหการแกไขหรือ
ชวยเหลือ
(๕) ใหการสนับสนุน สงเสริม และอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติหนาท่ีหรือการใหบริการของ
สว นราชการ หนว ยงานของรฐั หรือองคก รปกครองสว นทองถนิ่
(๖) ควบคุมดูแลราษฎรในหมูบานใหปฏิบัติใหเปนไปตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทาง
ราชการ โดยกระทาํ ตนใหเปน ตวั อยางแกราษฎรตามทที่ างราชการไดแนะนํา
(๗) อบรมหรือช้ีแจงใหราษฎรมีความรูความเขาใจในขอราชการ กฎหมาย หรือระเบียบแบบแผน
ของทางราชการ ในการน้ี สามารถเรียกราษฎรมาประชมุ ไดตามสมควร
(๘) แจงใหราษฎรใหความชวยเหลือในกิจการสาธารณประโยชนเพื่อบําบัดปดปองภยันตราย
สาธารณะอนั มีมาโดยฉุกเฉิน รวมตลอดท้ังการชว ยเหลอื บรรเทาทกุ ขแ กผูประสบภัย
(๙) จัดใหม กี ารประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมูบ า นเปนประจาํ อยา งนอ ยเดือนละหน่งึ ครั้ง
(๑๐) ปฏิบัติตามคําส่ังของกํานันหรือทางราชการและรายงานเหตุการณที่ไมปกติซ่ึงเกิดขึ้นใน
หมบู า นใหก ํานันทราบ พรอมทัง้ รายงานตอนายอําเภอดวย
(๑๑) ปฏิบัติตามภารกิจหรืองานอื่นตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทางราชการหรือตามท่ี
กระทรวง ทบวง กรม หนว ยงานอน่ื ของรฐั ผวู า ราชการจงั หวัด หรือนายอําเภอมอบหมาย
มาตรา ๘ ใหยกเลิกความในมาตรา ๒๘ ตรี แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่พระพุทธศักราช
๒๔๕๗ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี ( ฉบับท่ี ๑๐ ) พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใชความ
ตอไปนแี้ ทน
มาตรา ๒๘ ตรี ในหมูบานหนึ่งใหมีคณะกรรมการหมูบานประกอบดวยผูใหญบานเปนประธาน ผูชวย
ผูใหญบาน สมาชิกสภาองคกรปกครองสวนทองถิ่นท่ีมีภูมิลําเนาในหมูบานผูนําหรือผูแทนกลุมหรือองคกรในหมูบาน
เปนกรรมการหมูบานโดยตําแหนง และกรรมการหมูบานผูทรงคุณวุฒิซ่ึงนายอําเภอแตงตั้งจากผูซึ่งราษฎรในหมูบาน
เลือกเปนกรรมการหมูบ านผทู รงคณุ วุฒจิ ํานวนไมนอ ยกวาสองคนแตไมเ กนิ สิบคน
คณะกรรมการหมบู านมหี นาที่ชว ยเหลอื แนะนํา และใหคําปรึกษาแกผูใหญบาน เกี่ยวกับกิจการอันเปน
อํานาจหนาที่ของผูใหญบาน และปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามกฎหมาย หรือระเบียบแบบแผนของทางราชการ หรือท่ีนายอําเภอ
มอบหมาย หรือทผ่ี ใู หญบ า นรองขอ
ใหคณะกรรมการหมูบานเปนองคกรหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดทําแผนพัฒนาหมูบาน และ
บรหิ ารจดั การกจิ กรรมท่ีดาํ เนนิ งานในหมบู านรวมกบั องคก รอ่นื ทกุ ภาคสวน
ผูนําหรือผูแทนกลุมหรือองคกรใดจะมีสิทธิเปนกรรมการหมูบานตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑท ก่ี ระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
กรรมการหมูบานผทู รงคุณวุฒิตองมีคุณสมบัติเชนเดียวกับผูม ีสทิ ธิเลือกผใู หญบา น
วิธกี ารเลือกและการแตง ต้งั วาระการดาํ รงตาํ แหนง และการพนจากตาํ แหนงของกรรมการผูทรงคุณวุฒิ
และการปฏิบัติหนาท่ี การประชุม และการวินจิ ฉยั ช้ขี าด ของคณะกรรมการหมบู า น ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑแ ละวธิ กี าร
ทก่ี ระทรวงมหาดไทยกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
คู่มอื เจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 187
คาใชจายในการจัดประชุมคณะกรรมการหมูบาน ใหกระทรวงมหาดไทยจายเปนเงินอุดหนุนใหตาม
หลักเกณฑท่กี ระทรวงมหาดไทยกําหนด โดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ๙ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๐ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่พระพุทธศักราช
๒๔๕๗ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๖๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ และใหใชความ
ตอไปนแี้ ทน
มาตรา ๓๐ ใหนายอาํ เภอเปน ประธานประชมุ ผใู หญบานในตําบลน้นั เพื่อปรกึ ษาหารือคัดเลือกผูใหญบาน
คนหนึ่งในตําบลน้ันขึ้นเปนกํานัน เม่ือผูใหญบานท่ีมาประชุมเห็นชอบคัดเลือกผูใดแลวใหนายอําเภอคัดเลือกผูนั้นเปน
กาํ นนั ในกรณที มี่ ีผสู มควรไดร ับการคดั เลือกเปนกาํ นนั มากกวา หน่ึงคน ใหนายอําเภอจดั ใหม กี ารออกเสยี งลงคะแนน เมอ่ื
ผูใหญบานคนใดไดรับคะแนนสูงสุดใหนายอําเภอคัดเลือกผูน้ันเปนกํานันในกรณีที่ไดรับคะแนนเทากัน ใหใชวิธีจับ
สลาก
การลงคะแนนตอ งเปนไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม และใหกระทําโดยวิธีลับตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี
กระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เม่ือคัดเลือกผูใดเปนกํานันตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแลว ใหนายอําเภอรายงานไปยังผูวาราชการ
จังหวดั เพ่ือออกหนังสอื สําคัญใหไวเปน หลกั ฐาน
การประชุมผูใหญบานตามวรรคหน่ึงตองมีผูใหญบานมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวน
ผูใ หญบานทัง้ หมดที่มอี ยใู นตําบลน้ัน จึงเปน องคป ระชุม
ใหนาํ บทบญั ญัติในวรรคหาและวรรคหกของมาตรา ๑๓ มาใชบ งั คับกบั การเลอื กกาํ นนั ดว ยโดยอนุโลม
มาตรา ๑๐ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๒ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี
พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งแกไ ขเพมิ่ เติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๓๖๔ ลงวนั ที่ ๑๓ธนั วาคมพ.ศ.
๒๕๑๕ และใหใชความตอ ไปนแ้ี ทน
มาตรา ๓๒ ในกรณีท่ีตําแหนงกํานันวางลง ใหคัดเลือกกํานันข้ึนใหมภายในกําหนดเวลาสี่สิบหาวันนับ
แตว นั ทนี่ ายอาํ เภอไดทราบการวา งนน้ั หากมีความจําเปน ไมอ าจจัดใหม ีการคัดเลือกกาํ นันภายในกาํ หนดตามวรรคหนง่ึ ได
ใหผูวาราชการจังหวัดขยายเวลาออกไปไดเทาท่ีจําเปน และในระหวางที่ยังมิไดมีการเลือกกํานัน ผูวาราชการจังหวัดจะ
แตง ตั้งบุคคลผมู ีคุณสมบัตแิ ละไมมลี กั ษณะตอ งหา มตามมาตรา ๑๒ เปนผรู ักษาการกาํ นนั จนกวา จะมกี ารคดั เลอื กกาํ นนั ก็
ได
มาตรา ๑๑ ใหยกเลิกความในมาตรา ๔๐ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ีพระพุทธศักราช
๒๔๕๗ และใหใชความตอ ไปนแ้ี ทน
มาตรา ๔๐ กํานันตองรวมมือและชวยเหลือนายอําเภอและองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการดูแลรักษา
และคมุ ครองปอ งกันทีด่ นิ อันเปน สาธารณสมบตั ิของแผน ดิน และส่ิงซึง่ เปน สาธารณประโยชนอ ่ืนอนั อยใู นตําบลนน้ั ”
มาตรา ๑๒ ใหยกเลิกมาตรา ๑๐๘ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่พระพุทธศักราช ๒๔๕๗
ซง่ึ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทอ งที่ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๒๗
มาตรา ๑๓ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๒๒ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ีพระพุทธศักราช
๒๔๕๗ และใหใชค วามตอ ไปนีแ้ ทน
188 ค่มู ือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ นิ
มาตรา ๑๒๒ นายอําเภอมีหนาท่ีรวมกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการดูแลรักษาและคุมครอง
ปองกนั ท่ดี นิ อันเปน สาธารณสมบัตขิ องแผน ดินท่ีประชาชนใชป ระโยชนรว มกัน และสิง่ ซ่ึงเปน สาธารณประโยชนอ นื่ อนั
อยูในเขตอําเภอ
นายอาํ เภอและองคกรปกครองสว นทองถนิ่ ไมมอี าํ นาจใชหรอื ยินยอมใหบคุ คลอน่ื ใชท ดี่ นิ ตามวรรคหนง่ึ
เวน แตจ ะไดรับความเหน็ ชอบจากผวู าราชการจังหวัดและปฏบิ ตั ิตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ และกฎหมายอน่ื ทีเ่ ก่ยี วของ
ในกรณีที่มีขอพิพาทหรือคดีเก่ียวกับที่ดินตามวรรคหนึ่ง นายอําเภอและองคกรปกครองสวนทองถิ่นจะ
รวมกนั ดําเนนิ การหรอื ฝายใดฝา ยหนงึ่ จะเปนผูดําเนินการ ก็ใหม อี ํานาจกระทําได ทัง้ น้ี กระทรวงมหาดไทยจะวางระเบยี บ
กําหนดหลกั เกณฑเ ปน แนวปฏิบตั ิดวยกไ็ ด
คาใชจายในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสามใหจายจากงบประมาณขององคกรปกครองสวน
ทอ งถิน่ ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๑๔ ใหกํานันและผูใหญบานซ่ึงดํารงตําแหนงอยูในวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับยังคงดํารง
ตําแหนงตอไปจนกวาจะพนจากตําแหนงตามวาระหรือดวยเหตุอ่ืน ทั้งน้ี ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติลักษณะ
ปกครองทอ งท่ี พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๗ กอ นการแกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติน้ี
มาตรา ๑๕ บรรดาความแพงซ่ึงอยูในระหวางการดําเนินการของนายอําเภอกอนหรือในวันที่พระราชบัญญัติ
นี้ใชบังคับ ใหนายอําเภอมีอํานาจดําเนินการตอไปจนแลวเสร็จตามมาตรา ๑๐๘ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครอง
ทองท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๗
กอนถกู ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติน้ี หรือจะดาํ เนนิ การตามกฎหมายอืน่ ท่ีบญั ญัตใิ นเรือ่ งดงั กลาวไวเ ปนการเฉพาะกไ็ ด
มาตรา ๑๖ ใหรฐั มนตรวี าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตนิ ี้
ผูรับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สรุ ยทุ ธ จุลานนท
นายกรฐั มนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบบั น้ี คอื เนื่องดว ยปจจบุ นั ไดมกี ารปรับปรุงการ
บริหารราชการแผน ดินใหเ ปนไปโดยรวดเร็ว คลองตัว และมีประสิทธิภาพ แตโดยที่กระบวนการเขาสูตําแหนงระยะเวลา
การดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง และบทบาทและอํานาจหนาท่ีของกํานันและผูใหญบานตามพระราชบัญญัติ
ลักษณะปกครองทองท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ยังมิไดมีการปรับปรุงใหเหมาะสมทําใหการปฏิบัติงานของกํานันและ
ผูใหญบานไมเกิดประสิทธิภาพเทาท่ีควร ประกอบกับอํานาจหนาที่ยังมีความซํ้าซอนกับภารกิจและอํานาจหนาที่ของ
องคก รปกครองสว นทองถิน่ สมควรทจ่ี ะไดมีการปรับปรงุ กระบวนการเขา สูตําแหนง ระยะเวลาการดํารงตาํ แหนง การพน
จากตําแหนง และบทบาทและอํานาจหนาที่ของกํานันและผูใหญบาน รวมถึงบทบาทและการปฏิบัติหนาที่ของ
คณะกรรมการหมูบาน ใหสอดคลองกับการปรับปรุงการบริหารราชการแผนดินและอํานาจหนาที่ขององคกรปกครอง
สวนทอ งถ่นิ จึงจําเปนตองตราพระราชบญั ญัตนิ ้_ี _
(เลม๑๒๕ ตอนท่ี ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กุมภาพนั ธ ๒๕๕๑)
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 189
190 คูม่ อื เจ้าหนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี นิ
(๙) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช
ประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗
(๑๐) กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช
ประมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ. ๒๔๙๗
(๑๑) กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๓๙ (พ.ศ. ๒๕๓๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช
ประมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ. ๒๔๙๗
หมวด ๑
ใบจอง
ขอ ๒. แบบใบจองมี ๒ แบบ คือ แบบ น.ส. ๒ และ น.ส. ๒ ก. ทา ยกฎกระทรวงนี้
การออกใบจองในทองท่ีซึ่งรัฐมนตรียังไมไดประกาศยกเลิกอํานาจหนาท่ีในการปฏิบัติการตามประมวล
กฎหมายท่ดี ินของหวั หนาเขต นายอําเภอหรือปลดั อําเภอผูเ ปนหวั หนาประจาํ ก่งิ อาํ เภอตามมาตรา ๑๙ แหงพระราชบัญญัติ
แกไขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายที่ดิน ( ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ใหใ ชแบบ น.ส. ๒ สว นในทอ งท่อี นื่ ใหใ ชแบบ น.ส. ๒ ก.
ขอ ๓. ใบแทนใบจองใหใชแบบ น.ส. ๒ หรือ น.ส. ๒ ก. แลวแตกรณี
การออกใบแทนใบจอง ใหพนกั งานเจา หนาที่ดําเนนิ การตามวิธกี ารออกใบแทนโฉนดท่ดี ินโดยอนุโลม
หมวด ๒
ขอ ๔. แบบหนังสือรับรองการทําประโยชนมี ๓ แบบ คือ แบบ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. และ น.ส.๓ ข. ทาย
กฎกระทรวงน้ี
การออกหนังสือรับรองการทําประโยชนในทองที่ท่ีมีระวางรูปถายทางอากาศใหใชแบบ น.ส. ๓ ก. ใน
ทองที่ที่ไมมีระวางรูปถายทางอากาศซ่ึงรัฐมนตรีไดประกาศยกเลิกอํานาจหนาที่ในการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมาย
ที่ดินของหัวหนาเขต นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอ ตามมาตรา ๑๙ แหงพระราชบัญญัติแกไข
เพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ดี ิน ( ฉบบั ท่ี ๔ ) พ.ศ. ๒๕๒๘ แลว ใหใชแบบ น.ส. ๓ ข. สวนในทองที่อืน่ ใหใ ชแบบ น.ส. ๓
ขอ ๕. ท่ดี นิ ทจ่ี ะออกหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชนต องเปนท่ีดินทผี่ ูมสี ทิ ธใิ นท่ดี นิ ไดครอบครองและทํา
ประโยชนแ ลว และเปน ท่ีดินท่ีสามารถออกโฉนดที่ดนิ ไดต ามทกี่ าํ หนดไวใ นขอ ๑๔
ขอ ๖. ในการนําพนักงานเจาหนาท่ีทําการสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนตามมาตรา ๕๘ แหง
ประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน ( ฉบับท่ี ๔ ) พ.ศ.
๒๕๒๘ ใหผูมีสิทธิในที่ดินหรือตัวแทนปกหลักตามมุมเขตท่ีดินของตนและใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาที่หรือผูซึ่ง
พนกั งานเจา หนาท่มี อบหมายตามแบบ น.ส. ๑ ก. ทายกฎกระทรวงนี้
คูม่ ือเจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 191
กอนออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหพนักงานเจาหนาท่ีประกาศการออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนใ หท ราบมกี ําหนดสามสิบวนั ประกาศนน้ั ใหป ด ไวใ นท่ีเปด เผย ณ สาํ นักงานท่ดี นิ ทอ งท่ี สาํ นกั งานเขตหรอื ทวี่ า
การอาํ เภอหรอื ทีว่ า การกิ่งอําเภอทอ งที่ ทีท่ าํ การแขวงหรือทที่ าํ การกาํ นันทองที่ และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละหน่ึงฉบับ
ในเขตเทศบาลใหป ด ไว ณ สํานกั งานเทศบาล อกี หนึง่ ฉบับ
ขอ ๗. การขอออกหนงั สือรับรองการทาํ ประโยชนตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหง ประมวลกฎหมาย
ท่ดี ิน ซึง่ แกไ ขเพมิ่ เติมโดยประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี ๙๖ ลงวนั ที่ ๒๙ กุมภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๑๕ ใหด าํ เนนิ การดงั นี้
(๑) ใหผขู อย่ืนคาํ ขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวงน้ี ตอพนักงานเจา หนาที่
(๒) ในการยื่นคําขอตาม (๑) ถาผูขอมใี บจอง ใบเหยียบย่ํา ตราจอง หลักฐานการแจงการครอบครอง
ท่ีดิน หลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ่ือการครองชีพ หรือพยานหลักฐานอื่นท่ีแสดงวาไดสิทธิ
ในที่ดนิ โดยชอบดว ยกฎหมายใหแนบหลกั ฐานดังกลาวมาประกอบการพจิ ารณาดวย
ขอ ๘. เมื่อไดร ับคาํ ขอแลว ใหพ นกั งานเจาหนาที่ไปพสิ จู นสอบสวนการทําประโยชนย ังที่ดินตามแบบ น.ส.
๑ ค. ทา ยกฎกระทรวงน้ี ในการนีจ้ ะมอบใหเจา หนา ทไ่ี ปทาํ การแทนก็ได
ขอ ๙. ในการนําพนักงานเจาหนาท่ีพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ใหผูมีสิทธิในท่ีดินหรือตัวแทน
ปก หลกั ตามมุมเขตทดี่ นิ ของตนและใหถ อ ยคาํ ตอพนกั งานเจาหนาที่หรอื ผซู ่งึ พนักงานเจาหนาที่มอบหมายตามแบบ น.ส.
๑ ค. ทา ยกฎกระทรวงน้ี
ในการคํานวณจํานวนเนื้อทีเ่ พ่อื ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส. ๓ ก. ใหคํานวณโดยวิธี
คณติ ศาสตรห รอื โดยมาตราสวน ทั้งน้ี ใหถือวาจาํ นวนเนือ้ ทท่ี ี่คํานวณไดเ ปนจาํ นวนเนื้อทีโ่ ดยประมาณ
ขอ ๑๐. เม่ือไดพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแลว ปรากฏวาไดมีการครอบครองและทําประโยชนตาม
สมควรแกสภาพทดี่ ินในทองถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการที่ไดทาํ ประโยชน ใหพ นกั งานเจาหนาที่ดาํ เนินการดงั นี้
(๑) ประกาศการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศน้ันให
ปดไวในท่ีเปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท่ี สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการกิ่งอําเภอทองท่ี ที่ทําการแขวง
หรอื ทที่ าํ การกํานันทองท่ี และในบรเิ วณท่ีดินน้ัน แหง ละหน่งึ ฉบบั ในเขตเทศบาลใหป ด ไว ณ สํานักงานเทศบาลอีกหน่ึง
ฉบบั
(๒) ถา ปรากฏวาทด่ี นิ นนั้ ไมอ ยใู นเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา
เขตหามลาสัตวป าหรอื เขตท่ีไดจําแนกใหเปน เขตปา ไมถาวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี และท่ีดินนั้นไมเปน ทดี่ นิ ซง่ึ ตอ งหา มมิ
ใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตามขอ ๕ และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาท่ีประกาศตาม (๑) ใหพนักงาน
เจาหนา ทอี่ อกหนงั สือรับรองการทาํ ประโยชนใ หไ ด
(๓) ถาปรากฏวาท่ีดนิ น้ันตง้ั อยใู นตาํ บลทม่ี ีปาสงวนแหงชาติ อุทยานแหง ชาติ พนื้ ทรี่ กั ษาพนั ธสุ ตั ว
ปา พื้นท่ีหามลาสัตวปาหรือพื้นที่ท่ีไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและกรมปาไมหรือกรมพัฒนา
ทีด่ ินยงั ไมไดขีดเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตที่ไดจําแนก