192 คูม่ ือเจ้าหน้าท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ดี ิน
ใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ลงในระวางรูปถายทางอากาศเพื่อการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน
หรือกรณีที่ขีดเขตแลว แตที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนมีอาณาเขตติดตอคาบเกี่ยวหรืออยูในเขตปา
สงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร
ตามมติคณะรัฐมนตรี ใหผูวาราชการจังหวัดแตงต้ังคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนท่ีดินประกอบดวยปาไม
อําเภอหรือผทู ป่ี าไมจ งั หวดั มอบหมายสําหรบั ทองที่ที่ไมมีปาไมอําเภอเจาหนาท่ีบริหารงานที่ดินอําเภอ ปลัดอําเภอ (เจา
พนกั งานปกครอง) และกรรมการอืน่ ตามท่เี หน็ สมควร เมอ่ื คณะกรรมการดงั กลา วไดทาํ การตรวจพิสจู นเ สร็จแลว ใหเสนอ
ความเห็นตอผูวาราชการจังหวัดวาสมควรออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหไดหรือไม เพียงใด สําหรับที่ดินท่ีได
จําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แตยังไมไดขีดเขตหรือขีดเขตแลวแตท่ีดินดังกลาวมีอาณาเขตคาบ
เก่ยี วกบั เขตท่ีไดจ าํ แนกใหเปนเขตปาไมถาวรใหแตง ตั้งผแู ทนกรมพัฒนาที่ดนิ เปนกรรมการดวย
ขอ ๑๑. เมื่อผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาผลการตรวจพิสูจนที่ดินของคณะกรรมการตามขอ ๑๐ (๓) แลว
ปรากฏวาทีด่ ินนัน้ ไมอยูในเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท่ี
ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี หรือปรากฏวาที่ดินนั้นอยูในเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยาน
แหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปา หรือเขตที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แตผู
ขอไดค รอบครองและทําประโยชนใ นทีด่ นิ ดงั กลา วโดยชอบดว ยกฎหมายมากอนวนั ทที่ างราชการกาํ หนดใหที่ดินน้ันเปน
ปาสงวนแหงชาติ อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร
ตามมติคณะรัฐมนตรี และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาที่ประกาศตามขอ ๑๐ (๑) ใหผูวาราชการจังหวัดส่ังการให
พนักงานเจา หนาท่ีพิจารณาดําเนนิ การตามขอ ๑๐ (๒)
ขอ ๑๒. ใบแทนหนังสอื รบั รองการทําประโยชนใ หใชแบบ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. หรอื น.ส. ๓ ข. แลว แตก รณี
การออกใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาท่ีดําเนินการตามวิธีการ
ออกใบแทนโฉนดทีด่ นิ โดยอนโุ ลม
หมวดที่ ๓
โฉนดทด่ี ิน
ขอ ๑๓. โฉนดทีด่ ินใหใชแ บบ น.ส. ๔ จ. ทา ยกฎกระทรวงนี้
ในกรณีโฉนดทด่ี นิ ที่ออกเปน โฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราวา "ไดทําประโยชนแ ลว " ใหมี คําวา "โฉนดตรา
จอง" หรอื "ตราจองท่ตี ราวา"ไดท ําประโยชนแ ลว" แลวแตก รณี ไวใตต ราครุฑ
ขอ ๑๔. ท่ีดินท่ีจะออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินที่ผูมีสิทธิในท่ีดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และ
เปนทีด่ นิ ทีส่ ามารถออกโฉนดท่ดี ินไดตามกฎหมาย แตห ามมิใหอ อกโฉนดทดี่ นิ สาํ หรับทด่ี ิน ดังตอ ไปนี้
(๑) ท่ดี นิ ที่ราษฎรใชประโยชนร ว มกัน เชน ทางนํ้า ทางหลวง ทะเลสาบ ท่ชี ายตลิ่ง
(๒) ท่ีเขา ทภี่ ูเขา และพ้ืนทท่ี ีร่ ัฐมนตรีประกาศหวงหา มตามมาตรา ๙ (๒) แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
แตไ มรวมถงึ ท่ดี นิ ซง่ึ ผูค รอบครองมสี ทิ ธคิ รอบครองโดยชอบดวยกฎหมายตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
คู่มอื เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี นิ 193
(๓) ท่ีเกาะ แตไมรวมถึงที่ดินของผูซ่ึงมีหลักฐานแจงการครอบครองท่ีดิน มีใบจอง ใบเหยียบยํ่า
หนงั สือรับรองการทาํ ประโยชน โฉนดตราจอง ตราจองท่ีตราวา "ไดทําประโยชนแลว" หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวา
ดวยการจัดท่ีดินเพื่อการครองชีพ หรือท่ีดินท่ีคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือท่ีดินซ่ึง
ไดมีการจดั หาผลประโยชนต ามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ
ไดอ นมุ ัติแลว
(๔) ที่สงวนหวงหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
มาตรา ๒๐ (๓) และ (๔) แหงประมวลกฎหมายท่ีดินซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน ฉบบั ที่ (๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ หรอื กฎหมายอน่ื
(๕) ที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไวเพ่ือรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพ่ือประโยชนสาธารณะ
อยางอน่ื
ขอ ๑๕. การออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
แกไ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายทีด่ นิ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ใหด ําเนินการดงั นี้
(๑)ใหมีการรังวัดทําแผนท่ีตามวิธีการรังวัดเพ่ือออกโฉนดที่ดินโดยใหเจาของที่ดินปกหลักหมาย
เขตท่ีดินไวท กุ มุมทด่ี ินของตน
(๒) ใหเ จาของที่ดนิ หรอื ผแู ทนใหถ อยคําตามแบบ น.ส. ๕ ทา ยกฎกระทรวงน้ี
(๓) กอนแจกโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานท่ีดินประกาศการแจกโฉนดท่ีดินใหทราบมีกําหนด
สามสิบวัน ประกาศน้ันใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานท่ีดินทองที่ สํานักงานเขตหรือท่ีวาการอําเภอ หรือที่วาการก่ิง
อําเภอทอ งท่ี ท่ที ําการแขวงหรอื ที่ทาํ การกาํ นนั ทองท่ี และในบริเวณท่ีดนิ นน้ั แหงละหนึ่งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไว ณ
สาํ นักงานเทศบาล อีกหนงึ่ ฉบับ
ขอ ๑๖. ในกรณีออกโฉนดท่ีดินเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่ง
แกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๕ ใหผูมีสิทธิครอบครองที่ดิน
ย่ืนคาํ ขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวงน้ี และใหนําขอ ๗ (๒) ขอ ๑๐(๒) และ (๓) ขอ ๑๑ และขอ ๑๕ มาใชบังคับ
โดยอนโุ ลม
ขอ ๑๗. ในการออกใบแทนโฉนดทด่ี นิ ใหดาํ เนินการดงั นี้
(๑) ในกรณีโฉนดที่ดินเปนอันตรายหรือสูญหาย ใหเจาของท่ีดินย่ืนคําขอและปฏิญาณตนเตอเจา
พนักงานท่ีดินโดยใหนําพยานหลักฐานมาใหเจาพนักงานที่ดินทําการสอบสวนจนเปนท่ีเช่ือถือไดและใหเจาพนักงาน
ที่ดินประกาศใหท ราบมกี าํ หนดสามสบิ วนั ประกาศน้ันใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานท่ีดินทองที่ สํานักงานเขตหรือ
ที่วา การอําเภอ หรอื ท่วี าการกิ่งอําเภอทอ งที่ ท่ีทําการแขวง หรือท่ีทําการกํานันทองที่ และในบริเวณที่ดินน้ัน แหงละหนึ่ง
ฉบับ ในเขตเทศบาลใหปด ไว ณ สํานักงานเทศบาลอีกหนึง่ ฉบบั ถามผี คู ดั คา นภายในเวลาที่กําหนดและนําพยานหลักฐาน
มาแสดง ใหเจาพนักงานทด่ี นิ สอบสวนแลวส่ังการไปตามควรแกกรณี ถาไมมีผูใดคัดคานภายในเวลาท่ีกําหนดใหออกใบ
แทนใหไ ปตามคาํ ขอ
194 คมู่ ือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดนิ
(๒) ในกรณีโฉนดท่ีดินชํารุด ถาเจาของที่ดินนําโฉนดที่ดินท่ีชํารุดมามอบและโฉนดท่ีดินที่ชํารุด
น้ันยังมีตําแหนงที่ดิน เลขท่ีโฉนดที่ดิน ช่ือและตราประจําตําแหนงของผูวาราชการจังหวัด และหรือช่ือและตราประจํา
ตําแหนงของเจาพนักงานท่ีดินตามแบบโฉนดท่ีดินปรากฏอยูซ่ึงสามารถตรวจสอบได ใหออกใบแทนใหไปได ถาขาด
ขอความสาํ คัญดังกลา วใหนําความใน (๑) มาใชบ งั คบั
(๓) ในกรณศี าลมีคําสั่งหรอื มคี าํ พิพากษาอันถงึ ท่สี ุดเกย่ี วกบั โฉนดที่ดนิ หรอื ผูใดมสี ทิ ธจิ ดทะเบยี น
ตามคาํ พิพากษาของศาล แตไมไดโฉนดท่ดี นิ มาหรอื โฉนดท่ดี ินเดิมเปน อนั ตราย ชํารุด หรือสูญหายดวยประการใด ใหผ มู ี
สิทธิจดทะเบยี นย่นื คาํ ขอใบแทนแลวใหดาํ เนินการตามที่กาํ หนดไวใ น (๑) หรือ (๒) แลวแตกรณี
(๔) ในกรณเี จา พนักงานผมู อี ํานาจในการยึดและขายทอดตลาดท่ดี นิ ของผูที่คางชําระภาษีอากรหรือ
เงินคา งจา ยใด ๆ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญัตไิ ว ขอใหอ อกใบแทนโฉนดทดี่ นิ สําหรบั ท่ีดนิ ดงั กลา วซึง่ เจาพนักงานผมู อี าํ นาจได
ยึดมาขายทอดตลาดแลว แตไ มไดโ ฉนดที่ดนิ มาหรอื โฉนดทีด่ นิ เดิมเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหถือ
หนงั สือของเจา พนกั งานดงั กลาวเปนคําขอและดําเนนิ การทาํ นองเดยี วกบั ท่กี าํ หนดไวใ น (๓) แตไมตองสอบสวน
(๕) ในกรณีอธิบดีจะใชอํานาจจําหนายท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน แตไมไดโฉนดท่ีดินมา
หรือโฉนดท่ีดินเดิมเปนอันตราย ชํารุด หรือสูญหายดวยประการใด ใหดําเนินการทํานองเดียวกับท่ีกําหนดไวใน (๔) แต
ไมต อ งสอบสวน
(๖) ในกรณอี ธบิ ดีหรอื ผูว าราชการจังหวัดใชอํานาจเพิกถอนหรือแกไขโฉนดท่ีดิน เพิกถอนหรือ
แกไขรายการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ แตไมไดโฉนดที่ดินมาหรือโฉนดท่ีดินเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหาย
ดวยประการใด ใหดาํ เนินการทํานองเดยี วกับท่กี ําหนดไวใน (๔) แตไ มต องสอบสวน
ในกรณที ไ่ี มไดโ ฉนดท่ีดินมาตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหถือวาโฉนดท่ดี นิ สูญหาย
ขอ ๑๘. ใบแทนโฉนดท่ีดินใหใชแ บบ น.ส. ๔ จ.
การออกใบแทนโฉนดทดี่ นิ ใหเ จาพนกั งานท่ดี นิ จังหวัดหรือเจา พนักงานที่ดินจังหวัดสาขาคนปจจุบันหรือเจา
พนกั งานท่ีดนิ ซึง่ อธบิ ดมี อบหมายลงลายมือชอื่ และประทบั ตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานท่ีดินเปน สาํ คญั ใหม คี าํ วา
"ใบแทน" ดวยหมึกสีแดงไวดานหนาของโฉนดที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหระบุวัน เดือน ป ท่ีออกโฉนดท่ีดินฉบับ
เดิมดวยหมึกสีแดง ถามีรายการจดทะเบียนใหคัดรายการดวยหมึกสีแดง และใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือช่ือและ
ประทบั ตราใตรายการสุดทา ย ถา ไมม ีรายการจดทะเบยี น ใหเจา พนักงานท่ดี ินลงลายมือช่ือและประทับตราใตวัน เดือน ป
ท่ีออกโฉนดทด่ี ินฉบบั เดมิ
สว นโฉนดทด่ี นิ ฉบบั สํานกั งานที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหมีคําวา "ไดออกใบแทนโฉนดท่ีดินแลว" และ
วัน เดอื น ป ที่ออกดว ยหมึกสแี ดงกับใหเ จาพนกั งานที่ดินลงลายมือช่ือกํากบั ไว
ขอ ๑๙. ในกรณีออกโฉนดที่ดินใหกับบุคคลตามมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไว
แลว ใหด ําเนินการตามหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการท่กี ฎกระทรวงนี้กําหนดไวโ ดยอนุโลม
คู่มือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน 195
ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๓๗
(ลงช่ือ) เดน โตะ มีนา
(นายเดน โตะมีนา)
รัฐมนตรีชว ยวาการฯ ปฏบิ ัติราชการแทน
รัฐมนตรีวา การกระทรวงมหาดไทย
(ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๑๑ ตอนท่ี ๑๒ ก ลงวนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับน้ี คือเนื่องจากไดมีประกาศกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา ๑๙
แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ยกเลิกอํานาจหนาที่ของนายอําเภอ
เก่ียวกับการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายท่ีดินในบางทองที่แลว สมควรปรับปรุงแบบ หลักเกณฑและวิธีการออก
หนงั สือรบั รองการทําประโยชน รวมทั้งใบแทนของหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินดังกลาว เพ่ือใหเจาพนักงานที่ดินสามารถ
ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินได นอกจากนี้หลักเกณฑการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและโฉนดท่ีดิน
ไดใชบังคับมาเปนเวลานานแลว สมควรปรับปรุงใหเหมาะสมกับสภาวการณในปจจุบัน โดยเฉพาะการขอออกหนังสือ
รบั รองการทําประโยชนใ นพ้ืนทีป่ า สงวนแหง ชาติ อทุ ยานแหง ชาติ เขตรกั ษาพนั ธุสัตวปาเขตหา มลาสัตวปา และเขตทไี่ ด
จําแนกใหเ ปนเขตปา ไมถาวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี ยงั ไมม ีมาตรการท่ีรัดกมุ เหมาะสมจงึ สมควรกาํ หนดใหม กี ารตรวจสอบ
รับรองจากกรมปาไม และกรมพัฒนาที่ดินกอนออกหนังสือรับรองการทําประโยชนดวย และพรอมกันนี้สมควรกําหนด
หลักเกณฑก ารออกโฉนดทีด่ นิ สําหรับที่เกาะ เพื่อปองกันการบุกรุกของราษฎร กบั เพอื่ อนรุ กั ษท รัพยากรธรรมชาติ
196 คูม่ ือเจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
ระเบียบของคณะกรรมการจดั ทีด่ นิ แหง ชาติ
ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
วา ดวยเง่อื นไขการออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สอื รับรองการทาํ ประโยชน
----------
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๐ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไข
เพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคส่ี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซ่ึงแกไข
เพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และมาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหนึ่ง
และมาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันที่ ๙
กุมภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๑๕ คณะกรรมการจดั ท่ดี นิ แหง ชาติวางระเบียบไวด งั ตอไปนี้
ขอ ๑ ระเบียบน้เี รยี กวา "ระเบยี บของคณะกรรมการจัดท่ีดนิ แหงชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วา ดว ย
เงอื่ นไขการออกโฉนดทด่ี นิ หรือหนังสอื รบั รองการทําประโยชน"
ขอ ๒ ระเบยี บน้ีใหใ ชบ ังคบั ต้งั แตว ันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป
ขอ ๓ ใหย กเลิก
(๑) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) วาดวยหลักเกณฑ
วธิ กี าร และเงื่อนไขการออกโฉนดทด่ี นิ และออกหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน
(๒) ระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๔ (พ.ศ.๒๕๑๕) วาดวยหลักเกณฑ
วธิ กี าร และเง่อื นไขการออกโฉนดทด่ี ินและออกหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน
(๓) ระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ.๒๕๒๔) วาดวยหลักเกณฑ
วิธีการ และเง่ือนไขการออกโฉนดทีด่ ินและออกหนังสือรับรองการทาํ ประโยชน
ขอ ๔ การออกโฉนดท่ีดินใหกระทําไดในบริเวณท่ีดินท่ีไดสรางระวางแผนที่เพื่อการออกโฉนดท่ีดินไว
แลว ในบริเวณที่ดินนอกจากน้ีใหออกเปนหนังสือรับรองการทําประโยชน เวนแตอธิบดีกรมที่ดินเห็นเปนการสมควร
ใหออกหนังสือรบั รองการทําประโยชนใ นบรเิ วณทีด่ นิ ที่ไดสรางระวางแผนที่ไวแลวไปพลางกอ นได
หมวด ๑
การอนมุ ตั ใิ หอ อกโฉนดทีด่ นิ หรือหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน
ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสี่ และมาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหน่งึ
แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
ขอ ๕ ผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนรายใดเกินหา
สบิ ไรไดตอเมอื่ ผวู าราชการจังหวดั หรอื ผทู ี่ผวู า ราชการจงั หวัดมอบหมายไดตรวจสอบการทําประโยชนแ ลว ปรากฏวา
(๑) ผคู รอบครองไดทาํ ประโยชนห รืออํานวยการทาํ ประโยชนใ นทีด่ ินนนั้ ดวยตนเอง และ
(๒) สภาพการทําประโยชนในท่ีดินนั้นเปนหลักฐานม่ันคงและมีผลผลิตอันเปนประโยชน
ในทางเศรษฐกิจ
ขอ ๖ ในกรณีที่ปรากฏวาเน้ือที่ท่ีทําประโยชนตองดวยหลักเกณฑตามขอ ๕ เกินหาสิบไร ใหพนักงาน
เจา หนา ที่ออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสอื รับรองการทําประโยชนเ ทา จาํ นวนเนอ้ื ทที่ ี่ผูวาราชการจงั หวัดสัง่ อนุมัติ
ในกรณที ปี่ รากฏวาเนอ้ื ทที่ ี่ทาํ ประโยชนต องดวยหลักเกณฑตามขอ๕ ไมเกินหาสิบไร ใหผูวาราชการจังหวัด
คู่มอื เจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 197
ส่ังไมอนุมัติ ในกรณีเชนน้ีใหเจาพนักงานเจาหนาที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเทาจํานวน
เนื้อท่ีท่ีไดทําประโยชนแลวตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล
กฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ แตตองไมเ กินหา สบิ ไร
ขอ ๗ พนักงานเจาหนาที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหแกบุคคลตาม
มาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหน่ึง เปน การเฉพาะรายได ถามีความจาํ เปนดังตอไปนี้
(๑) ท่ีดนิ น้นั ถกู เวนคนื ตามกฎหมายวาดว ยการเวนคนื อสงั หารมิ ทรัพย
(๒) ผูครอบครองและทําประโยชนในท่ีดินจะโอนที่ดินนั้นใหแกทบวงการเมือง องคการของ
รฐั บาลตามกฎหมายวาดวยการจดั ตง้ั องคก ารของรัฐบาล หรือรัฐวสิ าหกิจทจี่ ัดต้งั ข้นึ โดยพระราชบัญญัติ
(๓) มคี วามจําเปน อยางอ่นื โดยไดร ับอนุมตั ิจากผูวาราชการจงั หวัด
หมวด ๒
การออกโฉนดที่ดินหรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน
ตามมาตรา ๕๙ ตรี แหง ประมวลกฎหมายทดี่ นิ
ขอ ๘ ในการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถาปรากฏวาที่ดินมีอาณาเขต ระยะ
ของแนวเขต และท่ีดินขางเคียงทุกดานถูกตองตรงกับหลักฐานการแจงการครอบครองตามมาตรา ๕
แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เช่ือไดวาเปนที่ดินแปลงเดียวกัน แตเนื้อท่ีที่คํานวณได
แตกตางไปจากเน้ือที่ตามหลักฐานการแจงการครอบครองดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาที่ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือ
รบั รองการทาํ ประโยชนเทา จาํ นวนเน้ือท่ีท่ีไดท ําประโยชนแ ลว แตไ มเ กินเนอื้ ทที่ คี่ ํานวณได
ในกรณีที่ระยะของแนวเขตท่ีดินผิดพลาดคลาดเคล่ือนใหพนักงานเจาหนาท่ีออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนงั สือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเนื้อที่ท่ีไดทําประโยชนแลวเม่ือผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงไดลงชื่อรับรองแนว
เขตไวเ ปน การถูกตอ งครบถว นทุกดาน
ขอ ๙ การรับรองแนวเขตของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามขอ ๘ วรรคสอง ใหพนักงานเจาหนาท่ีแจง
เปนหนังสือซึ่งมีขอความดวยวา ถาผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงไมมาหรือมาแตไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคาน
การรังวัด เม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันทําการรังวัด พนักงานเจาหนาท่ีจะไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทําประโยชนโดยไมตองมีการรับรองแนวเขต สงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียง
ตามทีอ่ ยทู เี่ คยติดตอ หรือตามท่ีอยูท่ีผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงน้ันไดแจงเปนหนังสือไวตอพนักงานเจาหนาที่ เพ่ือใหมา
รับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดและใหอ ยใู นบงั คับแหงเงื่อนไข ดังตอ ไปนี้
(๑) ในกรณีท่ีผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงไดรับหนังสือจากพนักงานเจาหนาท่ีใหมาระวัง
แนวเขตแลว แตไมมาหรือมาแตไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาที่ออก
โฉนดที่ดนิ หรือหนงั สือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน้ือท่ีท่ีไดทําประโยชนแลว โดยไมตองมีการรับรองแนวเขต
เมอื่ พนกาํ หนดเวลาสามสบิ วนั นับแตวันทําการรงั วดั
(๒) ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตได ใหพนักงาน
เจาหนาที่ปดประกาศแจงใหผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงน้ันมาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดไวในที่เปดเผย ณ
สํานกั งานทีด่ ินจงั หวัดหรือสาํ นกั งานทีด่ ินสาขา สํานกั งานเขตหรือท่วี าการอาํ เภอหรอื กง่ิ อาํ เภอ ทีท่ ําการกาํ นนั ทที่ าํ การ
ผูใหญบาน และบริเวณที่ดินของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงแหงละหน่ึงฉบับ ในกรณีที่ดินอยูในเขตเทศบาลใหปด ณ
198 คมู่ ือเจ้าหน้าท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี ิน
สํานักงานเทศบาลอีกหนึ่งฉบับดวย ถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมมาติดตอหรือคัดคานประการใดภายในสามสิบวันนับ
แตวันปดประกาศ ใหพนักงานเจาหนาที่ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเนื้อที่ท่ีไดทํา
ประโยชนแลว โดยไมต อ งมีการรับรองแนวเขต
ขอ ๑๐ ในกรณีท่ีที่ดินนั้นมีดานหนึ่งดานใดหรือหลายดานจดท่ีปาหรือรกรางวางเปลาและระยะท่ีวัด
ไดเกินกวาระยะท่ีปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองใหถือระยะท่ีปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองเปน
หลักในการออกโฉนดท่ีดินหรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน
ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๓๒
(ลงช่ือ) พลตาํ รวจเอก ประมาณ อดเิ รกสาร
(นายประมาณ อดเิ รกสาร)
รฐั มนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย
ประธานคณะกรรมการจัดท่ดี ินแหงชาติ
คมู่ ือเจ้าหนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ 199
ระเบียบกรมทด่ี ิน
วา ดว ยการเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตท่ดี นิ
พ.ศ. ๒๕๔๓
-----------------------------------
ดวยกรมท่ีดินเห็นสมควรกําหนดหนาทแ่ี ละความรับผิดชอบของเจาหนาที่ ทีป่ ฏบิ ัตงิ านโครงการเดินสํารวจออก
โฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งตําบล เพื่อความเหมาะสมและเพื่อใหมีการ ประสานงานกันอยางมีประสิทธิภาพจึงวาง
ระเบยี บไวดงั ตอไปนี้
ขอ ๑ ระเบียบเรียกวา “ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดิน พ.ศ.
๒๕๔๓ ”
ขอ ๒ ระเบยี บนีใ้ หใชบ งั คบั ต้งั แตบัดน้เี ปน ตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลกิ
๓.๑ ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการกําหนดหนาท่ีและความรับผิดชอบของเจาหนาที่ที่ปฏิบัติงาน
โครงการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ดี นิ และสอบเขตทด่ี นิ ทง้ั ตําบล พ.ศ. ๒๕๒๑
๓.๒ ระเบียบกรมทีด่ นิ วาดวยการกําหนดหนาท่ีและความรับผิดชอบของเจาหนาที่ท่ีปฏิบัติงาน
โครงการเดินสาํ รวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตที่ดนิ ทง้ั ตาํ บล (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๒๔
๓.๓ ระเบยี บกรมที่ดนิ วา ดว ยการเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตทีด่ ิน พ.ศ. ๒๕๒๙
๓.๔ ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดิน ( ฉบับท่ี ๒ )
พ.ศ. ๒๕๓๗
บรรดาระเบยี บ ขอบังคับ หรอื คําส่งั อ่ืนใดในสว นทก่ี าํ หนดไวแลวในระเบียบนี้ หรือซ่ึงขัดหรือ
แยงกบั ขอกาํ หนดในระเบยี บน้ี ใหใชระเบียบน้ีแทน
ขอ ๔ ใหผูอํานวยการสํานกั มาตรฐานการออกหนงั สอื สาํ คัญรกั ษาการตามระเบยี บน้ี
หมวด ๑
การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทดี่ นิ
สว นท่ี ๑
การจดั ทาํ แผนดาํ เนนิ การ
ขอ ๕ กรมท่ีดนิ จะกาํ หนดแผนงานสาํ รวจรังวดั ทาํ แผนท่ีเพื่อออกโฉนดที่ดินในทองที่จังหวัดตาง ๆ แต
ละปงบประมาณใหสอดคลองกับเงินงบประมาณรายจายท่ีคาดวาจะไดรับแตละปและแจงใหจังหวัดในพื้นท่ีทราบเพ่ือ
เตรยี มการดงั นี้
๕.๑ แตงต้ังคณะกรรมการกําหนดพ้ืนที่ท่ีจะทําการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเพื่อดําเนินการ
กาํ หนดพื้นท่ีกอนการเดินสํารวจเพ่อื ออกโฉนดทีด่ นิ
๕.๒ ประชาสมั พันธใหประชาชนทราบและเขาใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามโครงการฯ ตลอดจน
การจัดเตรียมเอกสารตา ง ๆ เพ่ือเตรยี มตวั นํารงั วดั ออกโฉนดทดี่ นิ
๕.๓ เตรยี มหลักเขตที่ดนิ และหมดุ หลกั ฐานแผนทสี่ ําหรับใชใ นการเดนิ สํารวจออกโฉนดทดี่ นิ
200 คูม่ อื เจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
สว นที่ ๒
การเตรียมการขนั้ ตน
ขอ ๖ เมื่อไดกําหนดวันทําการสํารวจรังวัดทําแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดินตามแผนที่
ระวางตามความในมาตรา ๕๘ และมาตรา ๖๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินในทองท่ีจังหวัดใดแลว ใหสํานักมาตรฐาน
การออกหนังสือสําคัญจัดทําแผนงานการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดิน พรอมกับประสานงานกับ
หนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ ตลอดจนดําเนนิ การจดั เจาหนาท่ีไปปฏบิ ัติงานในสนาม
ขอ ๗ ในการปฏิบตั ิตามแผนงานเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตท่ีดนิ ใหม เี จา หนาท่ดี งั น้ี
๗.๑ ผูอํานวยการศนู ยเดินสาํ รวจออกโฉนดที่ดนิ
๗.๒ ผกู าํ กบั การเดนิ สาํ รวจ
๗.๓ ผกู าํ กับการรงั วัด
๗.๔ หัวหนางานอํานวยการ
๗.๕ เจาหนาทีเ่ ดินสํารวจรงั วัดทาํ แผนท่ี
๗.๖ เจาหนาทส่ี อบสวนสทิ ธิ
๗.๗ เจาหนา ทโี่ ยงยึดหลกั เขต
๗.๘ เจาหนาทีก่ องกลางฝายรงั วัด
๗.๙ เจาหนา กองกลางฝายทะเบียน
๗.๑๐ เจา หนาทก่ี องกลางศูนยอ าํ นวยการ ฯ
ขอ ๘ ใหผ ูอํานวยการศนู ยเดนิ สาํ รวจ ฯ เตรียมการดังน้ี
๘.๑ เบิกและตรวจรับวัสดุ ครุภัณฑ ไดแก รถยนต เครื่องมือเครื่องใช และแบบพิมพตาง ๆ ใช
ในการเดนิ สํารวจฯ ทง้ั ฝา ยสอบสวนสิทธแิ ละฝายรงั วัด เพ่อื จัดสงไปจังหวดั ในพืน้ ท่ปี ฏบิ ตั ิงาน
๘.๒ ยืมเงินไปราชการ
๘.๓ เบิกระวางแผนที่ และหลกั ฐานแผนทอี่ นื่ ๆ
๘.๔ นดั หมายเจาหนาทีแ่ ละเดนิ ทางไปรายงานตัวตามกาํ หนด
สวนท่ี ๓
หนา ท่ี และความรับผดิ ชอบ
ขอ ๙ ผอู าํ นวยการศูนยเ ดินสาํ รวจมีหนา ทแี่ ละความรบั ผิดชอบดังน้ี
๙.๑ พจิ ารณาและศึกษาโครงการเดินสํารวจท่กี รมที่ดินกําหนดและปฏบิ ัตใิ หเปนไปตามแผนงาน
หรือโครงการนั้น ๆ
๙.๒ กําหนดแผนการปฏิบัติงานเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งตําบลใน
ทองทีร่ วมกับจังหวัดใหสอดคลอ งกบั แผนงานทกี่ รมทด่ี ินกาํ หนด
๙.๓ จัดจา งลูกจา งชว่ั คราว การเบิกจา ยเงินและการพสั ดุติดตอ ประสานงานกบั หนว ยราชการท่ี
เก่ียวของ เชน ปาไมจังหวัดหรือปาไมเขตแขวงการทาง นายชางโครงการชลประทาน สรรพากรหรือธนารักษจังหวัด
สํานกั งานการปฏริ ปู ที่ดินเพือ่ เกษตรกรรม นายอําเภอทอ งที่ เปน ตน
คู่มอื เจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 201
๙.๔ ประชาสัมพันธและชี้แจงวิธีการปฏิบัติงานใหเจาของที่ดินทราบกอนที่เจาหนาที่จะทําการ
สาํ รวจรงั วดั
๙.๕ ควบคุมบังคับบัญชาเจาหนาท่ีท่ีออกไปปฏิบัติงานใหทํางานดวยความโปรงใส ซื่อสัตย
สุจรติ เรง รัดการปฏบิ ัตงิ านใหไดผลงานตามเปา หมาย และพจิ ารณาประเมินผลการปฏิบัตงิ านตลอดจนเสนอความเหน็ ใน
การขอบําเหน็จความชอบประจาํ ป
๙.๖ ประกาศแจกโฉนดที่ดิน พิจารณาลงนามและแจกโฉนดท่ีดิน ตามที่อธิบดีมอบหมายและ
จัดทําแผนกําหนดวัน สถานทีแ่ จกโฉนดทด่ี ินแจง ใหเจา ของท่ีดินทราบลว งหนา
๙.๗ พิจารณาแกไขปญหาและอุปสรรคในการดําเนินงานใหสําเร็จลุลวงไปดวยดี และมี
ประสทิ ธภิ าพ
๙.๘ ตรวจแนะนาํ การปฏิบตั ิงานของเจาหนาที่ทุกฝาย
๙.๙ รายงานผลงานและคาใชจ ายในการดําเนนิ งาน
๙.๑๐ รับและสง มอบหลกั เขตที่ดินใหสายสาํ รวจ
๙.๑๑ สงมอบเร่ืองราวการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของให
สาํ นักงานท่ดี ินจังหวัด สาํ นักงานท่ีดนิ จังหวดั สาขา หรอื สวนแยก เมอ่ื เสร็จการปฏบิ ตั ิงาน
๙.๑๒ ปฏบิ ตั งิ านอืน่ ตามทกี่ รมที่ดิน หรอื ผบู ังคับบญั ชามอบหมาย
ขอ ๑๐ ผูก าํ กับการเดินสํารวจมอี ํานาจหนาท่แี ละความรับผดิ ชอบ ดังน้ี
๑๐.๑ ปกครอง บังคบั บัญชาเจา หนา ท่ตี ามสายงานใหปฏบิ ตั งิ านเปน ไปตามระเบยี บและกฎหมาย
ทํางานดวยความโปรงใส ซ่ือสัตย สุจริต และรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจพิจารณาบําเหน็จความชอบของ
ขา ราชการ และลกู จา งประจาํ ทปี่ ฏบิ ัติงานในศูนยอ ํานวยการเดินสํารวจ
๑๐.๒ กําหนดแผนปฏิบัติงานเดินสํารวจรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจใหสอดคลองกับ
แผนงานทก่ี รมทด่ี นิ กาํ หนด
๑๐.๓ ตดิ ตอประสานงานกับหนวยราชการทเี่ ก่ียวของในจังหวดั ท่ีทําการ
๑๐.๔ ประชาสัมพันธ และชี้แจงวิธกี ารปฏิบัตงิ านใหเจา ของท่ดี ินทราบลวงหนา
๑๐.๕ ตรวจสอบเอกสารการสอบสวนสิทธิ เอกสารประกอบเร่ืองและโฉนดท่ีดิน พิจารณา
เก่ียวกับการไดมาซึ่งท่ีดินของบุคคลและนิติบุคคลตาง ๆ ใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ และวิธีการท่ี
กําหนดไว
๑๐.๖ พิจารณาลงนามใบไตสวนในชอง“ผูตรวจ” และ “ผูกํากับการเดินสํารวจ” และ โฉนดที่ดิน
ในชอง “ผตู รวจ”
๑๐.๗ พจิ ารณาแกไขปญหาและอปุ สรรคในการดาํ เนนิ การใหง านสาํ เรจ็ ลลุ ว งไปดวยดี
๑๐.๘ ตรวจสอบแนะนาํ วธิ กี ารปฏิบัติงานแกเจาหนา ที่
๑๐.๙ ควบคุม ตรวจสอบ และเรงรัดการปฏิบัติงานใหไดผลงานตามเปาหมาย กรณี เจาหนาที่
ปฏิบัติงานไมโปรงใส ซ่ือสัตย สุจริต ไมต้ังใจปฏิบัติงาน ไมแกไขงาน ทํางานไมมีประสิทธิภาพใหบันทึกรายงานให
ผอู าํ นวยการศูนยเดนิ สาํ รวจทราบเพื่อพจิ ารณาดาํ เนินการตอ ไป
๑๐.๑๐ รวบรวมและรายงานผลงานของเจา หนาท่ี สง ผอู าํ นวยการศนู ยเ ดินสาํ รวจ
๑๐.๑๑ ควบคมุ เจาหนา ท่ีไปแจกโฉนดที่ดนิ ตามทผ่ี ูอาํ นวยการศูนยเ ดินสํารวจ มอบหมาย
202 คูม่ ือเจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ
๑๐.๑๒ ปฏบิ ตั ิงานอนื่ ตามที่ผบู งั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๑ ผูกํากับการรงั วัดมอี ํานาจหนาทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบดังนี้
๑๑.๑ ปกครอง บังคับบัญชา เจาหนาท่ีตามสายงานใหปฏิบัติงานเปนไปตามระเบียบ และ
กฎหมาย ทํางานดวยความโปรงใส ซื่อสัตย สุจริต และรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจพิจารณาบําเหน็จความชอบ
ขา ราชการ และลูกจา งประจาํ ทปี่ ฏิบัตงิ านในศนู ยอ ํานวยการเดนิ สาํ รวจ
๑๑.๒ กําหนดแผนปฏิบัติงานเดินสํารวจรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจใหสอดคลองกับ
แผนงานท่ีกรมทดี่ ินกาํ หนดและจัดทําแผนที่ สารบัญ แสดงบรเิ วณพ้ืนทต่ี าํ บลทีจ่ ะทําการ
๑๑.๓ ตดิ ตอ ประสานงานกับหนวยราชการทเ่ี ก่ยี วขอ งในจังหวัดท่ีทําการ
๑๑.๔ ประชาสัมพันธ และช้ีแจงวิธีการปฏบิ ตั ิงานใหเจา ของทด่ี ินทราบลวงหนา
๑๑.๕ เบิกเครื่องมอื รงั วดั สิง่ ของเคร่อื งใช และแบบพมิ พท เี่ กยี่ วของกับงานรังวัดทําแผนที่
๑๑.๖ ตรวจสอบระวางแผนท่ีเดิมบริเวณท่ีจะทําการหรือบริเวณใกลเคียงเพ่ือประกอบการ
ปฏิบัตงิ าน
๑๑.๗ ตรวจสอบและเบกิ ระวางแผนทีภ่ าคพืน้ ดิน ระวางแผนท่ีรปู ถายทางอากาศ เพือ่ ใชงาน
๑๑.๘ ตรวจสอบหลักฐานเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนท่ีเดิมบริเวณท่ีจะทําการและบริเวณ
ใกลเ คยี ง เพอื่ คดั หรือถา ยสําเนาเตรียมไวใชง าน
๑๑.๙ ขอใชเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่ และกําหนดการสรางระวางแผนท่ี ใหเหมาะสม
กบั สภาพทด่ี นิ
๑๑.๑๐ ตรวจสอบและแกไขเสนโครงงานแผนท่ีเพื่อโยงยึดหลักเขตท่ีผิดเกินเกณฑ พิจารณา
อนุมัตใิ หใชในราชการได
๑๑.๑๑ ตรวจรายการรังวัดเสน รายการรังวดั โยงยดึ หลกั เขตตรวจการลงท่ีหมาย ระวางเดนิ สํารวจ
ระวางแผนทร่ี ูปถา ยทางอากาศ รูปแผนท่ี หลักเขต การเขียนขางเคียง การใหเคร่ืองหมายท่ีดินและรูปแผนท่ีกระดาษบาง
(ร.ว.๙) ตรวจสอบรายการคาํ นวณเสนโครงงานหมดุ หลกั ฐานแผนท่แี ละการคาํ นวณเน้ือที่
๑๑.๑๒ ตรวจสมุดสํารวจ (ร.ว. ๓๙) และบัญชีที่ดิน (ร.ว. ๔๑) บัญชีเลขหนาสํารวจ (ร.ว. ๔๒)
และบัญชีจายหลกั เขตท่ีดิน (ร.ว.๑๓)
๑๑.๑๓ ตรวจสอบความถกู ตอ งของรปู แผนท่ีในโฉนดทด่ี ิน และลงนามในชอง “หวั หนาการ”
๑๑.๑๔ ตรวจรับและควบคุมการจายหลักเขตที่ดิน พรอมท้ังรายงานการใชหลักเขต ให
ผอู ํานวยการศูนยเ ดินสํารวจทราบ
๑๑.๑๕ ตรวจงานภาคสนามแนะนําสอนงานผูใตบังคับบัญชาใหปฏิบัติงานใหถูกตองตาม
ระเบยี บ กฎหมาย และหลกั วชิ าการแผนที่ ติดตามเรงรัดการปฏบิ ัติงานดา นรงั วดั ทาํ แผนที่ใหไ ดผลงานตามเปา หมาย
กรณีท่ีเจาหนาท่ีปฏิบัติงานไมโปรงใส ซ่ือสัตย สุจริต ไมต้ังใจปฏิบัติงาน ไมแกไขแกงาน
ทาํ งานไมม ีประสิทธภิ าพ ใหบ นั ทกึ รายงานผอู ํานวยศูนยเดินสาํ รวจทราบเพอ่ื พจิ ารณาดาํ เนนิ ตอไป
๑๑.๑๖ พจิ ารณาแกไ ขปญ หาอุปสรรคตา ง ๆ ในการรงั วดั ทําแผนท่ี
๑๑.๑๗ รวบรวมหลักฐานการรังวัดตาง ๆ เพ่ือมอบใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ สงมอบ
สาํ นักงานทด่ี ินจังหวัดหรอื สาขาหรอื สวนแยก
คมู่ อื เจ้าหน้าทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 203
จัดทําบัญชีสงระวางแผนที่ตนรางที่เต็มระวางระหวางปฏิบัติงานโครงการทยอยสงไปพิมพที่
สวนกลางทกุ สิ้นเดอื น
๑๑.๑๘ควบคุมเจา หนาทแี่ จกโฉนดท่ีดินในทองที่ตามท่ีผอู ํานวยการศูนยมอบหมาย
๑๑.๑๙ รวบรวมผลการปฏิบัติงานของชางรังวัด และเอกสารรายการรังวัดตาง ๆ เชน รายการ
รงั วดั เสน รายการโยงยดึ หลกั เขตทีด่ นิ เชน รงั วดั รายการสอบแสเนือ้ ท่ีระวางแผนท่ีรปู ถายทางอากาศ ระวางเดนิ สาํ รวจ ร.ว.
๓๙ ร.ว. ๔๑ บัญชีตอเลขที่ดิน (บัญชี ค.) บัญชีขอสรางระวาง เปนตน จัดเตรียมสงมอบใหฝายควบคุมหลักฐานและ
แผนที่หรือฝายรงั วัดที่สํานกั งานทีด่ นิ จงั หวัด หรอื สาขา หรอื สวนแยก
๑๑.๒๐ รวบรวมระวางแผนท่ีตนรางสงใหสวนกลางจัดพิมพระวางแผนพิมพเพ่ือใชในราชการ
ตอไป
๑๑.๒๑ ปฏบิ ตั งิ านอน่ื ตามท่ีผูบงั คบั บญั ชามอบหมาย
ขอ ๑๒ หัวหนา งานอาํ นวยการมีหนาที่และความรับผดิ ชอบดงั นี้
๑๒.๑ ควบคุมงานธรุ การ สารบรรณ ติดตอ ประสานงานกับหนว ยราชการท่เี กย่ี วของ
๑๒.๒ ดําเนนิ การตามหมาด ๓ สวนท่ี ๑ สวนที่ ๒ เสนอผูอํานวยการศูนยเดนิ สาํ รวจ ฯ
๑๒.๓ จัดทํารายงานผลการปฏิบัตงิ าน งบเดือน งบป
๑๒.๔ ควบคุม ดูแล การเบิกจายแบบพิมพ สิ่งของเคร่ืองใชครุภัณฑในศูนยอํานวย
การเดนิ สํารวจ
๑๒.๕ จัดทําบญั ชีควบคุม การรบั สง มอบหลกั เขตทดี่ ิน
๑๒.๖ ตรวจรับโฉนดท่ีดนิ ใบไตสวน (น.ส. ๕) เอกสารประกอบเร่อื งเพอื่ เสนอลงนามใน
โฉนดทีด่ นิ
๑๒.๗ จัดทาํ แผนการแจกโฉนดทดี่ นิ
๑๒.๘ รวบรวมเอกสารเรือ่ งราวการออกโฉนดที่ดิน สง มอบใหสาํ นกั งานที่ดินจงั หวดั หรอื สาขา
หรอื สวนแยก
๑๒.๙ ปฏบิ ตั งิ านอ่ืน ๆ ตามทผ่ี บู งั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๓ เจาหนาท่เี ดินสาํ รวจรงั วดั ทําแผนทมี่ หี นาที่และความรบั ผิดชอบดงั นี้
๑๓.๑ สํารวจปริมาณงานในพ้ืนท่ีลวงหนา เพ่ือจัดวางแผนการปฏิบัติงานรังวัดกอนหลังและ
รวมกบั ผบู ังคับบัญชาจดั ทําแผนปฏิบัติงานตลอดทัง้ ป
๑๓.๒ ประชุมชี้แจงนัดหมายเจาของท่ีดิน เจาของท่ีดินขางเคียง และผูปกครองทองท่ีเพื่อนํา
รังวดั ปกหลกั เขต
๑๓.๓ ตรวจสอบหลกั ฐานเอกสารทด่ี นิ เดิม และไปตรวจคน สารบบท่ดี นิ ทสี่ ํานักงานทดี่ นิ อาํ เภอ
สาํ นกั งานทีด่ ินจังหวดั หรือสาขา แลว แตก รณี
๑๓.๔ เม่ือถึงวันนัดรังวัด ใหวัดระยะจากหลักเขตถึงหลักเขต จดเลขหมายหลักเขตและทําแผน
ทป่ี ระมาณแสดงลักษณะแปลงท่ดี นิ (ร.ว. ๓๑ง) สง ใหเจาหนา ทโี่ ยงยดึ หลักเขต
กรณีการสํารวจรังวัดทําแผนที่โดยใชระวางแผนที่รูปถายทางอากาศใหจี้จุดลงรูปแผนที่ใน
แผนฟลมทึบแสง และแผนทาบระวางโดยปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการลงรูปแผนท่ีในระวางแผนท่ีรูปถายทางอากาศ
ออกโฉนดทด่ี นิ เฉพาะราย ฉบบั ที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๔)
204 คมู่ อื เจา้ หน้าท่สี อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน
๑๓.๕ เขยี นรายละเอยี ดเกย่ี วกับระยะ ช่อื เจา ของทีด่ ิน และจาของทดี่ นิ ขา งเคยี งพรอ มทงั้ ใหเ ลขท่ี
ดนิ สมมุติ
๑๓.๖ เขียนรายการสํารวจเขตที่ดิน (ร.ว. ๔๐) สงใหเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิโดยเร็วและอยางชา
ไมเ กนิ ๓ วนั
๑๓.๗ จดั ทําสมดุ สาํ รวจ(ร.ว.๓๙)บญั ชเี ลขท่ีดนิ สมมุติ (ร.ว.๔๑) และบัญชีจายหลกั เขต(ร.ว.๑๓)
๑๓.๘เปลีย่ นเลขท่ีดินสมมุติใหเ ลขท่ีดนิ พรอมกับสอบทานระวางกับใบไตสวน(น.ส.๕)รวมกับ
เจาหนาทีส่ อบสวนสิทธิ
๑๓.๙ รวมแจกโฉนดทีด่ นิ ในทองที่ ตามทีผ่ อู าํ นวยการศูนยเ ดินสํารวจมอบหมาย
๑๓.๑๐ ปฏบิ ัติงานกองกลาง เมอื่ เสร็จจากการเดินสํารวจในสนามตามทผ่ี กู าํ กับรงั วัดมอบหมาย
๑๓.๑๑ ปฏิบตั ิงานอื่น ตามทผ่ี ูบังคับบญั ชามอบหมาย
ขอ ๑๔ เจาหนา ทสี่ อบสวนสิทธิมีหนา ท่แี ละความรับผดิ ชอบ ดังนี้
๑๔.๑ ประชุมช้ีแจงนัดหมายเจาของที่ดนิ เจา ของที่ดินขา งเคยี งและผูปกครองทอ งทเี่ พอ่ื นาํ รงั วดั
ปกหลกั เขต
๑๔.๒ เรียกเอกสารหลกั ฐานที่ดินเดิมและสอบสวนสิทธิ
๑๔.๓ ใหเจาของที่ดินขางเคียงหรือสวนราชการผูมีหนาที่ดูแลรักษาท่ีดินของทางราชการลงนา
มารับรองเขตที่ดินและใหผูปกครองทองท่ีลงนามรับรองเขตที่ดินขางเคียงที่เปนสาธารณประโยชนและลงช่ือรวมใน
ฐานะพยาน
๑๔.๔ ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารประกอบเร่ืองนําลงบัญชีรายงานประจําวันการเดินสํารวจ
(บ.ท.ด. ๑๖)
๑๔.๕ ติดตอและติดตามเจาของท่ีดินขางเคียงที่มิไดนําทําการสํารวจใหมาลงนามรับรองเขต
ที่ดินหรอื มานําทาํ การเดินสํารวจ
๑๔.๖ ประสานงานกับสํานักงานที่ดินท่ีเกี่ยวของเพ่ือตรวจสอบเอกสารหลักฐานท่ีดินเดิมของ
ผนู ําทําการเดนิ สาํ รวจ และรบั รองสําเนาเอกสารหลักฐานทด่ี นิ เดมิ ซึง่ ไดตรวจสอบถกู ตอ งแลว กรณผี นู าํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจ
มไิ ดนาํ หลกั ฐานหนังสือแสดงสทิ ธิฉบับเจา ของที่ดนิ มาแสดง
๑๔.๗ สอบทานระวางกบั ใบไตส วน (น.ส. ๕) รวมกบั เจาหนา ท่เี ดนิ สํารวจรังวดั ทําแผนท่ี
๑๔.๘ เขียนใบนําทําการสํารวจ(ท.ด.๑๘) ออกใหแกเจาของท่ีดิน พรอมกับนัดวันแจกโฉนดท่ีดิน
และสถานทีแ่ จก
๑๔.๙ จดั ทําใบสําคัญการปฏบิ ตั งิ านของผปู กครองทองที่
๑๔.๑๐ ปฏิบัติงานกองกลางเมื่อเสร็จจากการเดินสํารวจในทองที่ ตามท่ีผูกํากับการเดินสํารวจ
มอบหมาย
๑๔.๑๑ รวมแจกโฉนดทีด่ ินในทองท่ี ตามท่ผี อู ํานวยการศนู ยเดินสํารวจมอบหมาย
๑๔.๑๒ ปฏิบัตงิ านอ่นื ตามท่ีผูบงั คับบัญชามอบหมาย
ขอ ๑๕ เจา หนาที่โยงยดึ หลกั เขตมีหนา ท่แี ละความรบั ผดิ ชอบดังนี้
คมู่ อื เจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 205
๑๕.๑ จดั เตรียมการคดั หลักฐานเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนท่ีเดิมในบริเวณท่ีจะทําการหรือ
บริเวณใกลเคยี ง และประมาณการเบกิ หมดุ หลกั ฐานแผนที่
๑๕.๒ รังวัดตรวจสอบเพื่อคนหาหมุดหลักฐานเสนโครงงานแผนท่ีลวงหนาเพื่อจัดเตรียมไว
สําหรบั เปนหมุดรังวัดออกและเขาเสน โครงงานหมดุ หลกั ฐานแผนท่เี พื่อเกบ็ รายละเอียด
๑๕.๓ เมื่อไดรับเชนรังวัดแปลงที่ดิน (ร.ว. ๓๑ง.) จากเจาหนาท่ีเดินสํารวจรังวัดทําแผนท่ีใหทํา
การรังวัดวางเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่เพ่ือเก็บรายละเอียด พรอมรังวัดโยงยึด หลักเขตที่ดิน และใหจดรายการ
รงั วัดและระยะลงในแบบพิมพตาง ๆ
๑๕.๔ ขอช่ือเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่เพ่ือเก็บรายละเอียดคํานวณเสนโครงงานแผนท่ี
สรางระวางเดินสํารวจลงที่หมายหมุดหลักเขตท่ีดินขีดเขตรอบแปลงและตรวจสอบระยะกับเชนรังวัดแปลงท่ีดิน (ร.ว.
๓๑ง.) กรณีที่ใชกลองสํารวจแบบประมวลผลตลอดจนเครื่องมือสมัยใหม ที่สามารถเก็บขอมูลและไปตอเชื่อมกับ
คอมพวิ เตอร ก็ใหด าํ เนินการตามวธิ ีน้นั ๆ
๑๕.๕ รวบรวมหลักฐานรายการรังวัดเสนโครงงานรายการรังวัดโยงยึดหลักเขตที่ดิน รายการ
คาํ นวณพกิ ดั ฉากสงใหเจาหนาที่กองกลางฝายรังวัดเพ่ือตรวจสอบและสงฉบับสําเนาใหกองกลางเม่ือเสร็จการปฏิบัติงาน
รวบรวมสงใหสาํ นักงานทีด่ ินจังหวดั หรอื สาขา หรือสว นแยก
๑๕.๖ ปฏิบัติงานกองกลาง เมื่อเสร็จจากการเดินสํารวจในทองท่ี ตามท่ีผูกํากับการรังวัด
มอบหมาย
๑๕.๗ ปฏิบตั ิงานอน่ื ตามที่ผูบงั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๖ เจาหนาท่กี องกลาง ฝา ยรงั วัด มหี นาทแ่ี ละความรับผิดชอบดงั นี้
๑๖.๑ รับระวางเดินสํารวจ และจําลองสรา งระวางแผนท่ีตน ราง
๑๖.๒ รับระวางแผนท่รี ูปถายทางอากาศทใ่ี ชเดนิ สาํ รวจ หรือยายรูปแปลง (งานเปล่ยี น น.ส.๓ ก)
๑๖.๓ ตรวจสอบระยะรอบแปลงจากระวางเดินสํารวจกับเชนการรังวัดแปลงท่ีดิน หรือแผนทาบ
ระวางแผนที่รูปถายทางอากาศ ตรวจสอบรายการรังวัดเสนโครงงานแผนที่ รายการโยงยึดหลักเขตที่ดิน รายการคํานวณ
พกิ ัดฉาก รายการคํานวณเน้ือท่กี รณีรังวัดโดยวิธกี ารแผนทช่ี ั้นสองใหคํานวณเนอื้ ทโี่ ดยวิธีมาตราสวน
๑๖.๔ จาํ ลองแผนทจ่ี ากระวางแผนทต่ี นรางหรอื ระวางเดินสาํ รวจลงในโฉนดท่ดี นิ
๑๖.๕ ปฏบิ ัติงานอนื่ ตามท่ผี ูบงั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๗ เจาหนาทกี่ องกลางฝา ยทะเบียนมหี นา ท่ีและความรับผิดชอบดังน้ี
๑๗.๑ รับใบไตสวนและเอกสารประกอบเรอื่ ง ตรวจลงบญั ชคี มุ ใบไตส ว นและใหเ ลขหนา สาํ รวจ
ตอ เลขโฉนดที่ดนิ พรอ มทง้ั เกบ็ รักษา
๑๗.๒ จัดทําบัตรรายช่ือเจาของท่ีดิน สารบัญที่ดิน (บ.ท.ด. ๓๙ ก.) และบัญชีรับจายแบบพิมพ
โฉนดทด่ี นิ
๑๗.๓ เขยี นหรือพิมพ และทานโฉนดท่ีดิน จดั พมิ พป ระกาศแจกโฉนดท่ดี ิน
๑๗.๔ รวบรวมโฉนดที่ดินและเอกสารประกอบเร่ืองท่ีดําเนินการเสร็จแลว สงมอบใหหัวหนา
งานอํานวยการ
๑๗.๕ รวมแจกโฉนดท่ดี ิน
๑๗.๖ ปฏิบตั ิงานอื่น ตามท่ผี บู ังคับบัญชามอบหมาย
206 คูม่ อื เจา้ หน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน
ขอ ๑๘ เจาหนา ทกี่ องกลาง ศูนยอาํ นวยการ มีหนา ท่แี ละความรับผิดชอบ ดงั นี้
๑๘.๑ จัดทาํ บญั ชรี ับและเบิกจายส่งิ ของ เคร่ืองใชแ บบพิมพตาง ๆ ใหแ กเ จา หนาที่
๑๘.๒ จดั ทําบญั ชีรบั ใบสาํ คัญ และเบกิ จายเงินคา ใชจา ย
๑๘.๓ รบั มอบโฉนดที่ดนิ และเอกสารประกอบเรอ่ื งท่ีดาํ เนนิ การเสร็จจากกองกลางฝายทะเบียน
เพ่ือเสนอใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจลงนามประกาศแจกโฉนดท่ีดินและเสนอใหลงนามในโฉนดท่ีดินเมื่อประกาศ
ครบกาํ หนดแลว
๑๘.๔ ประสานงานกับเจาหนาที่สายสํารวจในการนําสงประกาศแจกโฉนดท่ีดินไปปดตามท่ีได
กาํ หนดไวในกฎหมายและจดั เก็บหลกั ฐานปด ประกาศแจกโฉนดที่ดินไวในสารบบซึ่งเปนหนาสํารวจแรกของตําบลที่ได
ประกาศไว และหมายเหตุการปดประกาศไวดานลา งของใบไตส วนทุกแปลงวาไดปดประกาศไวเมื่อวัน เดือน ป เก็บไว
หนา สาํ รวจใด
๑๘.๕ เปนเจาหนาที่ในการแจกโฉนดที่ดิน เก็บเอกสารสารบบท่ีดิน หมายเหตุการจําหนาย
หลักฐานเอกสารสิทธิเดิมฉบับเจาของที่ดิน พรอมทําหนังสือแจงใหสํานักงานที่ดินผูดูแลรักษาเอกสาร หมายเหตุใน
หนงั สอื แสดงสทิ ธิฉบับของพนกั งานเจาหนาท่ี ตามระเบยี บตอไป
๑๘.๖ รวบรวมผลงานและคา ใชจ า ย จัดทํารายงานประจําเดือนและประจําป
๑๘.๗ ปฏิบัตงิ านอนื่ ตามทีผ่ บู งั คบั บัญชามอบหมาย
สวนท่ี ๔
การเตรียมการเดินสาํ รวจ
ขอ ๑๙ เมื่อเจาหนาที่ตามขอ ๗ เดินทางถึงจังหวัด ใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดนําไป รายงานตัวตอ
ผูวา ราชการจังหวัด แลว ขอหนังสือรบั รองประจําตัวเจาหนา ที่และดําเนนิ การดังน้ี
๑๙.๑ รายงานท่ีต้ังศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินใหกรมท่ีดินและจังหวัดทราบ
ภายใน ๗ วนั นับแตว นั ที่เดินทางถึง
๑๙.๒ ใหเจาพนังงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขา หรือสวนแยก พิจารณารวมกับผูอํานวยการศูนย
เดนิ สํารวจออกโฉนดท่ีดนิ จัดทาํ แผนการปฏิบตั งิ านเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดทีด่ นิ และแจกโฉนด ท่ีดินใหสอดคลอ งกบั
แผนงานกรมท่ดี ิน ทัง้ นใ้ี หดําเนินการเฉพาะพน้ื ที่ทีค่ ณะกรรมการกาํ หนด แลว สง แผนงานผานจังหวดั ใหกรมทดี่ นิ ทราบ
๑๙.๓ จดั ทําคําส่งั แตงต้งั เจาหนา ทป่ี ระจาํ สายสํารวจ กองกลาง ผูกํากับท้ังสองฝายรับผิดชอบใน
การปฏบิ ตั งิ านในทอ งที่ ตลอดจนการแตง ต้ังผรู กั ษาการแลวรายงานใหก รมทดี่ นิ ทราบ
ในกรณมี กี ารเปลย่ี นแปลงแกไ ข อํานาจหนา ทข่ี องเจาหนาท่ผี ูใ ดใหรายงานกรมที่ดินทราบ
๑๙.๔ แจงวันเร่ิมปฏิบัติงานใหนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอทองที่
ทราบ เพ่ือรวมเปนพยานพรอมท้ังระวังช้ีและลงชื่อรับรองแนวแขตท่ีสาธารณประโยชน หรือท่ีดินประเภทอื่นตามที่
ไดร บั มอบหมาย
๑๙.๕ ประสานงานกับหนวยราชการท่ีเกี่ยวของ เพ่ือไปรวมระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรอง
แนวเขต
๑๙.๖ ประชาสัมพันธและประชุมช้ีแจงใหเจาของที่ดินในทองที่ท่ีมีการเดินสํารวจใหทราบถึง
วิธีการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ี ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ หรือผูไดรับมอบหมายเขารวมประชุมประจําเดือนกับ
คู่มอื เจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ 207
อําเภอทองที่ทุกคร้ัง เพื่อแจงใหที่ประชุมทราบวาเจาหนาที่ปฏิบัติอยางใด ขณะนี้กําลังดําเนินการอยูที่ไหน และเพื่อ
รับทราบปญหาของเจาของที่ดิน ตลอดจนเร่ืองของความรวมมือในการปฏิบัติงานใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจหรือผู
ไดรับมอบหมาย เขา ประชุมชแ้ี จงกบั เจา ของทีด่ ินรว มกบั เจา หนาทีส่ ายสํารวจทุกครงั้ กอ นกําหนดวนั นัดรงั วดั ทกุ หมูบาน
ขอ๒๐ ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจขอเบิกหลักเขตท่ีดิน หมุดหลักฐานแผนที่ ชื่อเสนโครงงานหลักฐาน
แผนท่ี ตอ เลขหนา สาํ รวจ ตอ เลขโฉนดท่ีดินและหลกั ฐานอ่นื ๆ จากสาํ นกั งานทีด่ นิ จังหวัดหรือสาขาหรอื สวนแยก
ขอ ๒๑ เม่ือมีการเปลี่ยนแปลงทองท่ีดําเนินการใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ แจงจังหวัดอนุมัติแลว
รายงานใหก รมท่ดี ินทราบทกุ ครงั้
การเปล่ียนแปลงจํานวนสายสํารวจ วิธีการปฏิบัติงานหรือหนาท่ีความรับ ผิดชอบเจาหนาท่ี
ใหร ายงานผานจังหวัดเพอ่ื ใหกรมทด่ี ินอนมุ ตั ติ อไป
สวนที่ ๕
การสาํ รวจและรังวดั ทําแผนที่
ขอ ๒๒ ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจประมาณการขอเบิกหลักเขตที่ดิน รายงานผูกํากับการรังวัดเพื่อใหผู
อํานวยศูนยเดินสํารวจ ฯ ขอเบิกจากสํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขา หรือสวนแยกเพ่ือขนสงไปไวในพื้นที่ปฏิบัติงาน
และมอบฝากไวกบั กรรมการประจําหมบู านหรือท่ีปลอดภยั สามารถควบคมุ เกบ็ รักษาได
ใหเจาหนาที่เดินสํารวจจายหลักเขตท่ีดิน แกเจาของท่ีดินท่ีจะนําเดินสํารวจตามจํานวนท่ี
จําเปน โดยใหผูรับลงลายมือชื่อรับหลักเขตในบัญชีจายหลักเขตท่ีดิน (ร.ว.๑๓) ไวเปนหลักฐาน หากมีหลักเขตที่ดิน
เหลอื ใหผูร ับสง คนื
เม่ือการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินในบริเวณนั้นเสร็จส้ินแลว หากมีหลักเขตท่ีดินและหมุด
หลักฐานแผนที่เหลือ ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจรายงานผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจเพ่ือขนยายไปไวในทองท่ีท่ีจะ
ดาํ เนินการตอ ไปหรอื สง คืนสาํ นกั งานทดี่ นิ จงั หวดั หรอื สาขา หรือสวนแยก ในกรณีปด การเดินสาํ รวจ
ขอ ๒๓ ใหเจาหนาที่เดินสํารวจนัดหมายเจาของที่ดินมานําเดินสํารวจและปกหลักเขตท่ีดินไวทุกมุม
เขตท่ีดนิ ของตน พรอมดว ยเจาของทดี่ นิ ขางเคยี งและผปู กครองทอ งท่ี
ขอ ๒๔ การเดินสํารวจรังวัดใหทําเรียงตามลําดับเปนหนากระดานตอเนื่องกันไปจนเต็มระวางแผนที่
เวนแตความจําเปนอยางอ่ืน เชน เจาของท่ีดินไมไดนํารังวัดติดตอกันตองขามไปทําแปลงท่ีมานํารังวัดกอนเพ่ือไมให
เจาหนาทที่ ่ดี ินตองคอยนาน
ขอ ๒๕ เมื่อทบวงการเมืองผูมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษาที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับ
พลเมืองใชประโยชนรวมกัน หรือใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ แสดงความประสงคเปนหนังสือราชการถึง
อธิบดีกรมที่ดิน ผานผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจเพ่ือขอออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง ท่ีดินที่จะขอออกน้ันจะตอง
เปนกรณีท่ีมีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินลอมรอบที่ดินท่ีมีการขอออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแปลงน้ันในคราว
เดียวกัน และเปนกรณีทีไ่ มมกี ารคัดคาน
กรณีที่ราชพัสดุเปนท่ีดินสาธารณสมบัติของแผนดินท่ีใชเพื่อประโยชนของแผนดิน
โดยเฉพาะมีหลักฐานที่ดินหลายฉบับ ผูขอมีความประสงคจะออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงเปนแปลงเดียวกันก็ให
ทาํ ได
208 คมู่ ือเจ้าหน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดิน
กรณีที่ราชพัสดุประเภททรัพยสินของแผนดินธรรมดา เชน ท่ีต้ังบานพัก ขาราชการ หรือที่
จัดหาผลประโยชน ไมอยูใ นหลกั เกณฑทจี่ ะออกหนงั สือสาํ คัญสําหรบั ทีห่ ลวง ใหอ อกเปน โฉนดทด่ี นิ
ในเดือนใดมีการดําเนินการรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงใหผูอํานวยการศูนย
เดินสาํ รวจรายงานใหก รมทด่ี นิ ทราบ ตามบัญชรี ายการประจาํ วันการเดนิ สํารวจ (บ.ท.ด. ๑๖) โดยสง ไปพรอ มรายงานผล
การปฏิบัติงานประจาํ เดอื น
หลักเกณฑและวิธีการในการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงใหปฏิบัติตามบันทึก
ขอตกลงระหวางกรมที่ดินกับกรมธนารักษ เร่ืองการรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง การระวังชี้แนวเขตและลง
นามรบั รองเขตท่รี าชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๓
ขอ ๒๖ บุคคลท่ีจะมานําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินจะตองไดมาซ่ึงที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
หรือกฎหมายอื่น และใหผคู รอบครองที่ดนิ ในฐานะตอไปนนี้ ําเดินสํารวจออกโฉนดทีด่ นิ ไดคือ
๒๖.๑ เจา ของทด่ี นิ หรือตวั แทนท่ไี ดร ับมอบอาํ นาจ
๒๖.๒ ทายาทผมู สี ทิ ธใิ นทด่ี นิ ในกรณีเจา ของที่ดนิ ถึงแกก รรม
๒๖.๓ ผูแทนโดยชอบธรรม หรอื ผูอุปการะผเู ยาว
๒๖.๔ ผูอ นุบาล
๒๖.๕ ผูจัดการมรดก
๒๖.๔ ผแู ทนนิตบิ คุ คล
๒๖.๕ ผมู ีหนา ทด่ี ูแลรักษาเก่ียวของกบั ทีด่ นิ ของทางราชการ
ขอ ๒๗ การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน กรณีที่ดินแปลงน้ันมีหลักฐานเดิมใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจถือ
ปฏิบัตติ ามหนงั สือเวยี น กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๗๑๒/ว.๓๐๙๙๕ ลงวนั ท่ี ๓๐ ธนั วาคม ๒๕๒๘ ดังน้ี
๒๗.๑ ผูซง่ึ มหี ลกั ฐานการแจงการครอบครองท่ดี ิน (ส.ค.๑)
ท่ีดินแปลงเดียวมีช่ือเจาของที่ดินคนเดียวหรือผูครอบครองตอเน่ืองคนเดียวจากผูซ่ึงมี
หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) จะนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเปนจํานวนหลายแปลงในคราวเดียวกัน
ไมได ที่ดินแปลงเดียวมีช่ือเจาของที่ดินหลายคน หรือมีผูครอบครองท่ีดินตอเนื่องหลายคนจากผูซ่ึงมีหลักฐานการแจง
การครองครองท่ีดิน (ส.ค.๑) จะนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนจํานวนหลายแปลงไมเกินจํานวนผูมีสิทธิในที่ดินคราว
เดียวกันใหกระทําได โดยสรางหลักฐานใบไตสวนตามจํานวนแปลงที่นําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน แลวหมายเหตุใน
หลกั ฐานทีด่ ินเดมิ ใหปรากฏวา ไดออกโฉนดท่ีดนิ ไปทงั้ หมดก่ีแปลง เปนโฉนดทีด่ นิ เลขทเ่ี ทา ใด
๒๗.๒ ผูม ีหลักฐานใบจอง (น.ส.๒) มีช่ือเจา ของทีด่ นิ คนเดยี วหรือหลายคน
จะนาํ เดนิ สาํ รวจออกโฉนดทด่ี ินเปนจํานวนหลายแปลงในคราวเดียวกันไมได
ในกรณีเจา ของที่ดินมีหลักฐานใบจอง(น.ส.๒)ตาย ทายาทตองไปดําเนินการจดทะเบียน
ผจู ัดการมรดก หรือโอนมรดก ใหเรยี บรอยเสียกอ น จงึ จะนําเดินสาํ รวจออกโฉนดทีด่ นิ ได
๒๗.๓ ผูมีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา
“ไดทาํ ประโยชนแ ลว” แปลงเดียวมีชื่อเจาของท่ีดินหลายคน จะนําเดินสํารวจออกโฉนด ท่ีดินเปนจํานวนหลายแปลงใน
คราวเดียวกนั ไมไ ด
คูม่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ ิน 209
๒๗.๔ หลักฐานที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน จํานวน
หลายแปลง ไมวาจะเปนชนิดเดียวกันหรือตางชนิดกันจะนํามารวม เพื่อเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเปนแปลงเดียวกัน
ไมไ ด
๒๗.๕ การนาํ เดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ีดนิ เปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินที่มีหลักฐานตาม
มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหง ประมวลกฎหายท่ีดิน หา มมิใหกระทํา
๒๗.๖ การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน กรณีท่ีมีทางสาธารณประโยชน ทางหลวง คลอง
ชลประทาน หรือสาธารณประโยชนประเภทอื่นตัดผานตองปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการออกโฉนดท่ีดินวา
ดวยการออกโฉนดทด่ี นิ กรณีทม่ี ีทางสาธารณประโยชน ทางหลวง หรอื คลองชลประทานตัดผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันท่ี
๓ เมษายน ๒๕๒๒
ขอ ๒๘ เจาหนาที่เดินสํารวจตองตรวจสอบหลักฐานที่ดินใหตรงกับที่ดินแปลงที่นําเดินสํารวจหาก
ปรากฏวามีท่ีดนิ นอกหลกั ฐานทด่ี นิ เดมิ ใหพิจารณาเกี่ยวกับการไดมาซึ่งท่ีดินในสวนน้ัน ถาอยูในหลักเกณฑท่ีจะออก
โฉนดท่ีดนิ ได ใหน ําเดินสาํ รวจปกหลักเขตเพอื่ ออกโฉนดทดี่ นิ เปนอกี แปลงหนึง่
ขอ ๒๙ การปก หลักเขตทดี่ นิ เปน หนา ทข่ี องเจาของทดี่ นิ ใหเจา หนา ทเ่ี ดนิ สาํ รวจแนะนาํ เจาของทด่ี นิ
ปฏิบตั ิตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วาดว ยการรังวัดปก หลกั เขตท่ดี ิน พ.ศ.๒๕๒๗ลงวันที่ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๗
การปก หลกั เขตทด่ี ิน เจาหนาทอ่ี าจใหเจา ของท่ีดนิ และเจาของท่ดี ินขา งเคียงไปตกลงช้ีแนวเขต
ขุดหลมุ ลงหลักเขตทีด่ ินไวลว งหนา กอ นก็ได เมื่อเจา หนาท่ีเดนิ สาํ รวจมาทาํ การรงั วดั จึงใหก ลบหลักเขตดังกลา ว
ขอ ๓๐ เมอื่ เจาของที่ดินไดปกหลักเขตท่ีดินแลว ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจวัดระยะรอบแปลงและจัดทํา
แผนท่ีแปลงรูปที่ดิน (ร.ว.๓๑ง.) ใหเลขท่ีดินสมมุติประจําแปลงแลว เขียนรายการสํารวจเขตที่ดิน (ร.ว.๔๐) พรอมกับ
แนบหลกั ฐานทด่ี นิ เดิมนาํ สง เจา หนา ทส่ี อบสวนสิทธิโดยเรว็
หากในวันท่ีทําการรังวัดไมอาจเขียนรายการสํารวจเขตท่ีดิน (ร.ว.๔๐) ได เชนเจาของท่ีดิน
เตรยี มหลักฐานมาไมค รบ หรอื เจาของท่ดี นิ ไมท ราบชื่อเจาของท่ีดินขางเคียงซ่ึงไมไดมานํารังวัดในวันนั้นเปนตน เมื่อ
เจาหนาท่ีเดินสํารวจไดรับหลักฐานและไดไปตรวจสอบช่ือเจาของที่ดินขางเคียงแลว ใหเขียนรายการสํารวจเขตที่ดิน
(ร.ว. ๔๐) สง ใหเจา หนาทสี่ อบสวนสทิ ธิอยา งชา ไมเ กิน ๓ วัน และ เจาหนาท่ตี องนัดเจา ของท่ีดินในวนั ถัดไป
การนัดเจาของทีด่ ินเพอื่ สอบสวนสิทธิในแตละวนั ใหเปนไปดว ยความเหมาะสมสอดคลองกับ
ปริมาณงาน และจะตองดําเนินการสอบสวนใหเสร็จภายในวันท่ีกําหนดนัด เวนแตมีเหตุจําเปนไมอาจดําเนินการไดให
บันทกึ ช้แี จงตอ ผูกํากับการเดนิ สาํ รวจไวเ ปน หลกั ฐาน
ขอ ๓๑ กรณีพิพาทโตแ ยงสทิ ธิท้ังแปลงหรือบางสวน ใหเจา หนา ท่เี ดนิ สาํ รวจ และ เจาหนาท่ีสอบสวน
สิทธิช้ีแจงคกู รณที ําความตกลงกัน หากตกลงกนั ไมไ ดใหบันทกึ ถอ ยคําไวเ ปนหลกั ฐาน ใหผ ูนําเดินสํารวจนําชี้เขตท่ีดิน
ท้งั แปลงและใหผโู ตแ ยงนาํ ช้เี ขตดานที่โตแยงโดยปกหลักไมไ วเ ปน เขตและใหจ ัดทําแผนที่สังเขปแสดงแนวเขตท่ีโตแยง
พรอ มรายละเอียดของส่ิงปลูกสราง ตนไม คันนา หรือวตั ถอุ ยา งหนึ่งอยา งใดที่ตา งฝายไดทําข้ึนไว โดยใหท้ังสองฝายลง
ลายมือชื่อรับรองรูปแผนที่สังเขปและนํารูปแผนท่ีรวมกับรายการสํารวจเขตท่ีดิน (ร. ว. ๔๐) พรอมกับหลักฐานท่ีดินเดิม
(ถาม)ี สง มอบใหแกเ จา หนา ท่สี อบสวนสิทธิ
210 คมู่ อื เจ้าหน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี นิ
ขอ ๓๒ ในการสํารวจรังวัดทําแผนที่ภาคพ้ืนดิน ใหเจาหนาที่โยงยึดหลักเขต ทําการรังวัดโยงยึดหลัก
เขตทด่ี นิ จดั สรา งระวางเดินสํารวจ ลงหมดุ โครงงานหลกั ฐานแผนท่ี และหมุดหลกั เขตท่ดี ินในระวาง
กรณรี ังวดั ทาํ แผนทโ่ี ดยใชร ะวางแผนทร่ี ปู ถา ยทางอากาศ ใหป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการใช
ระวางแผนท่ีรูปถายทางอากาศ
สว นที่ ๖
การสอบสวนสทิ ธิและการสรา งใบไตสวน
ขอ ๓๓ เจา หนา ทส่ี อบสวนสิทธิจะตองไปปฏิบัติงานในพ้ืนที่ทุกวันทําการ เวนแตกรณีจําเปนตองไป
ตรวจสอบหลักฐาน ณ สํานักงานท่ีดินอําเภอ สํานักงานท่ีดินจังหวัด หรือสาขา หรือสวนแยก หรือในกรณีมีความ
จาํ เปนอื่น ๆ ใหร ายงานผูบ งั คับบญั ชาทราบ
ขอ๓๔ เมื่อเจาหนาที่สอบสวนสิทธิไดรับรายงานการสํารวจเขตที่ดิน(ร.ว. ๔๐) พรอมหลักฐานสําหรับ
ท่ีดินจากเจาหนาที่เดินสํารวจ ใหรีบนัดสอบสวนและใหผูนําทําการเดินสํารวจเจาของท่ีดินขางเคียงผูปกครองทองที่ลง
ลายมือชอ่ื ในใบไตส วน (น.ส.๕) และบนั ทกึ ถอ ยคํา (ท.ด. ๑๖) ตาง ๆ (ถา มี) ใหแลวเสรจ็ ในวันนดั
ขอ ๓๕ การเขียนชื่อผูนําทําการเดินสํารวจ การเขียนเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดินใหปฏิบัติตาม
ระเบยี บคาํ ส่งั ทีก่ รมท่ีดนิ กําหนด
ขอ ๓๖ เม่ือดําเนินการตาม ขอ ๓๔ แลว ถาผูนําทําการเดินสํารวจมีหลักฐานที่ดินเดิม ใหเจาหนาที่
สอบสวนสิทธิหมายเหตุดวยหมึกสีแดงไวตรงมุมบนดานขวาของหลักฐานท่ีดินนั้นวา “ที่ดินแปลงนี้ไดนําทําการเดิน
สาํ รวจ แต วัน เดือน ป” แลวลงลายมอื ชอ่ื พรอ มวนั เดอื น ป กํากบั ไวและใหเ กบ็ หลักฐานทด่ี ินนนั้ รวมไวในเร่อื ง
กรณีผูนําทําการเดินสํารวจไมอาจสงหลักฐานที่ดินเดิมได ใหเจาหนาที่สอบสวนสิทธิ
บันทกึ ถอ ยคาํ ใหป รากฏถึงสาเหตุทไี่ มอาจสงหลกั ฐานท่ดี ินเดิมไว และใหน ําสําเนาภาพถา ยหลกั ฐานทด่ี นิ ทร่ี บั รองสาํ เนา
ถกู ตองแลว ประกอบไวในเรอ่ื ง แลว ใหเ จา หนาทส่ี อบสวนสิทธิหมายเหตุไวในบัญชีสง งานวา “ไมไ ดตนฉบบั มา”
กรณีหลักฐานทีด่ นิ เดมิ สญู หาย ใหเจา หนา ทีส่ อบสวนสิทธิบันทึกถอยคําใหปรากฏถึง
สาเหตุ แลวใหสําเนาภาพถายหลักฐานที่ดินเดิมท่ีรับรองสําเนาถูกตองโดยเจาหนาที่สํานักงานที่ดินประกอบไวในเรื่อง
โดยไมตองไปขอออกใบแทน แลวใหเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิหมายเหตุไวมุมบนหนาแรกดานขวามือของใบไตสวน
(น.ส. ๕) และในบญั ชีสง งานวา “ตน ฉบบั ผูถ อื สญู หาย”
กรณหี นังสือแสดงสิทธใิ นท่ดี ินเดิมฉบับสํานักงานท่ีดินและฉบับเจาของที่ดินสูญหาย
ใหดําเนินการจัดทําข้ึนใหม ตามมาตรา ๖๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดินใหแลวเสร็จกอนนําเดินสํารวจรังวัดเพื่อออก
โฉนดที่ดนิ
กรณีเจาของทด่ี นิ ไดสง หนังสือแสดงสิทธใิ นทีด่ นิ เดมิ ฉบบั เจา ของทดี่ นิ ใหแ กพ นกั งาน
เจาหนาทแี่ ลว แตหนังสือแสดงสทิ ธิในที่ดินฉบับสํานักงานที่ดินสูญหาย ใหแจกโฉนดท่ีดินแกเจาของท่ีดินโดยไมตอง
ดําเนินการจัดทาํ หนังสอื แสดงสิทธิในที่ดินเดมิ ข้ึนใหม ตามมาตรา ๖๔ แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน
ขอ ๓๗ ทด่ี นิ ทีม่ ีการจดทะเบยี นสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยูกอนการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและยัง
ไมส้ินสุดภาระผูกพันใหผูซ่ึงเปนคูกรณีในขอผูกพัน เชนผูรับจํานอง หรือผูขายฝาก ใหถอยคํารับรองในขอ๙ ที่กําหนด
ไวใ นใบไตส วน (น.ส.๕)
คู่มือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ 211
ถามีการยินยอมเปนหนังสือใหเก็บหลักฐานการยินยอมนั้นรวมไวกับใบไตสวน (น.ส.๕)
ของท่ีดินแปลงนั้นแลวหมายเหตุดวยหมึกสีแดงในขอที่กําหนดไวในใบไตสวนใหทราบวาผูรับจํานองหรือผูขายฝาก
หรือผูทรงสิทธิอื่น ไดใ หคํายนิ ยอมแลว ตามหนงั สือหรอื บันทึกลงวัน เดอื น ป ใดไวด วย
ขอ ๓๘ ถาที่ดินมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยูตาม ขอ ๓๗ ใหเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิ
จดแจงรายการจดทะเบยี นนั้นลงในสารบัญแกท ะเบยี นหลังใบไตสวน (น.ส.๕)
ขอ ๓๙ กรณีมีการโตแยงสิทธิในที่ดินระหวางประกาศแจกโฉนดที่ดินใหดําเนินการตาม ขอ ๓๑ โดย
อนโุ ลม
เร่ืองราวท่ีมีการโตแยงคัดคานซ่ึงไดดําเนินการตามขอ ๓๑ เม่ือประกาศครบกําหนดให
ดาํ เนนิ การสอบสวนเปรยี บเทยี บตามกฎหมาย หากตกลงกันไมไ ดใ หสงเรื่องใหเจา พนักงานที่ดินจังหวัดหรอื เจา พนักงาน
ทดี่ ินสาขาสั่งการตอไป
ขอ ๔๐ การสงผลงานการเดินสํารวจระหวางเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิกับศูนยอํานวยการเดินสํารวจให
ใชแบบ บ.ท.ด. ๑๖ เปน บญั ชีสง งาน
ขอ ๔๑ ที่ดินท่ีเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิสงงานแลว ใหผูกํากับการเดินสํารวจตรวจใบไตสวน (น.ส.๕)
และเอกสารท่เี กย่ี วขอ ง เม่ือพิจารณาแลวเห็นควรใหอ อกโฉนดท่ีดนิ ไดก็ใหกองกลางฝายทะเบียนตอเลขหนาสํารวจ และ
จัดทําประกาศแจกโฉนดท่ีดินเพ่ือเสนอผูมีอํานาจลงนาม ใหเจาหนาที่สอบสวนสิทธิรีบออกหลักฐานการนําทําการเดิน
สํารวจ (ท.ด.๑๘) ใหผนู าํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจไวเ ปน หลกั ฐาน
ในการจดั ทาํ ประกาศแจกโฉนดท่ดี ินน้ัน ถาเปนที่ดนิ ทม่ี ีหลักฐานที่ดินเดิม เชน แบบแจง
การครองครอง ใบจอง หรือหนงั สอื รับรองการทําประโยชน เปน ตน ใหจัดทาํ บัญชรี ายละเอยี ดเกย่ี วกบั หลกั ฐานดงั กลา ว
เพื่อแจงใหสํานักงานท่ีดินที่รับผิดชอบหมายเหตุในหลักฐานฉบับท่ีเก็บรักษาไว ณ สํานักงานที่ดินแหงน้ันวา “ ที่ดิน
แปลงน้ไี ดน ําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน ปงบประมาณ พ.ศ….....” เสนอใหผูมีอํานาจลงนามแจงสํานักงานที่ดินไปใน
คราวเดียวกัน เม่ือสํานักงานท่ีดินไดรับแจงรายละเอียดตามบัญชีดังกลาวแลว ใหดําเนินการหมายเหตุในหลักฐานที่ดิน
เดิมและใหเ จาพนกั งานทีด่ ินลงชอื่ พรอ มวนั เดือนป กํากับ ไวเ ปน หลักฐานดวย
ใหตรวจสอบวา มีอายดั หรือไม หากมหี ลักฐานวา มกี ารอายดั และการอายดั ยงั ไมส น้ิ ผล
กใ็ หแจง ศนู ยอํานวยการเดินสาํ รวจ ฯ ทราบภายใน ๑๕ วนั นับแตวันทไ่ี ดร ับแจงรายละเอยี ดหากปรากฏวา มกี ารรบั อายดั
เพิ่มข้ึนในภายหลัง และเปนท่ีดินท่ีไดมีการนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินใหแจงศูนยอํานวยการฯ และสํานักงานที่ดิน
จังหวัดหรอื สาขา หรือสว นแยก ทราบโดยทันที
สว นที่ ๗
การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทีด่ นิ ทมี่ ีหลกั ฐานเดมิ เปน โฉนดตราจอง
หรอื ตราจองทตี่ ราวา “ไดทาํ ประโยชนแลว ”
ขอ ๔๒ ในบรเิ วณทที่ าํ การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดิน ถาที่ดินนั้นมีโฉนดตราจองหรือตราจองท่ีตราวา
“ไดท ําประโยชนแ ลว” ใหด าํ เนนิ การ ดงั น้ี
๔๒.๑ ใหเจา ของที่ดนิ นําทาํ การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทดี่ ิน
212 คูม่ ือเจ้าหน้าทสี่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
๔๒.๒ ในการรังวดั ถา ปรากฏวา การครอบครองไมตรงกันกับแผนท่ีหรือเน้ือท่ีในหนังสือสําคัญ
แสดงกรรมสทิ ธิท์ ่ีดนิ เดมิ โดยไมเปน การสมยอมกนั เพื่อหลกี เล่ยี งกฎหมายแลว ใหด ําเนนิ การได
๔๒.๓ การรงั วัดทําแผนทแี่ ละการสอบสวนสิทธิใหด าํ เนนิ การตามระเบยี บนี้ ในสวน
ท่ี ๕ และ ๖ โดยอนุโลม
สว นที่ ๘
การสอบทานระวาง แผนท่กี บั ใบไตสวน (น.ส.๕)
ขอ ๔๓ เมื่อลงที่หมายรูปแผนที่และเคร่ืองหมายที่ดินในระวางแผนที่รูปถายทางอากาศ ระวางเดิน
สํารวจ หรือระวางแผนที่ตนรางเสร็จแลว ใหเจาหนาท่ีสายสํารวจสอบทานระวางแผนท่ีกับใบไตสวน และเปลี่ยนเลขท่ี
ดนิ สมมุติเปนเลขทดี่ ินจริง ในรายการสํารวจเขตทีด่ นิ (ร.ว.๔๐) และใบไตสวน (น.ส.๕)
ขอ ๔๔ เม่ือเจาหนาท่ีดําเนินการตามขอ ๔๓ เสร็จแลว ใหเจาหนาท่ีสายสํารวจสงระวางแผนท่ีพรอม
รายการรังวัดทาํ แผนท่กี บั ใบไตสวน (น.ส.๕) ใหกองกลางฝา ยทะเบียนและฝายรังวดั ดาํ เนินการตอ ไป
สวนที่ ๙
การทําทะเบียนทีด่ นิ
ขอ ๔๕ การจัดทําทะเบียนคุมใบไตสวน บัญชีสงโฉนดท่ีดิน ใบไตสวนและเอกสารที่นําเดินสํารวจ
ออกโฉนดทดี่ นิ ใหจ ดั ทาํ ตามแบบ น.ส.๑๖ , น.ส.๑๗ ทายระเบียบน้ี
ขอ ๔๖ จัดทําบญั ชรี ายการประจาํ วันเดินสํารวจตามแบบ บ.ท.ด. ๑๖ ทายระเบยี บนี้
ขอ ๔๗ การจัดทําสารบัญที่ดิน (บ.ท.ด.๓๙ ก) ใหแยกเลมตามระวางแผนท่ี โดยแยกตามมาตราสวน
ระวางละหนงึ่ เลม
ขอ ๔๘ จัดทําบตั รรายชือ่ ผูม สี ทิ ธใิ นท่ดี ินรวมไวใ นใบไตส วน (น.ส.๕)
สวนท่ี ๑๐
การสรา งโฉนดท่ดี นิ
ขอ ๔๙ ใหศูนยอาํ นวยการเดนิ สาํ รวจเบกิ แบบพิมพโ ฉนดทีด่ นิ จากกรมท่ดี ินในนามของสํานักงานที่ดิน
จงั หวัด มาลงบัญชรี บั จา ยแบบพิมพโ ฉนด (บ.ท.ด. ๖๙) ไวเปน หลักฐาน
ขอ ๕๐ กอนจายแบบพิมพโฉนดที่ดิน ใหผูจายลงหมายเลขแบบพิมพโฉนดท่ีดินไว
ตอนลา งของใบไตสวนหนาแรก
ขอ ๕๑ การเขียนโฉนดท่ีดิน ใหเขียนตามรายการในใบไตสวนดวยตัวบรรจง โดยใชหมึกสีดํา หรือจะ
พิมพทัง้ ฉบบั ก็ได หากมีรายการจดทะเบยี นตามขอ ๓๘ ใหย กรายการดงั กลาวมา จดแจงในสารบัญจดทะเบยี นแบบพมิ พ
โฉนดท่ดี ิน
ขอ ๕๒ เมื่อดําเนนิ การตามขอ ๕๑ แลว ใหดาํ เนนิ การดังนี้
๕๒.๑ใหผูเขยี นสิ่งสาํ คญั ตาง ๆ ตามท่ีปรากฏในใบไตสวน (น.ส.๕) ลงในแบบพิมพโฉนดท่ีดิน
เปนผูลงช่ือในชอง “ผเู ขียน” ใหผทู านลงชื่อในชอ ง “ผทู าน” หา มผเู ขียนลงชือ่ เปน ผทู านดวย
คมู่ ือเจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 213
๕๒.๒ใหชางรังวัด ผูเขียนรูปแผนที่ เครื่องหมายที่ดินและเน้ือท่ีลงในแบบพิมพโฉนดที่ดิน
เปนผูลงชอ่ื ในชอ ง “ผเู ขยี นแผนที่” หามมิใหผูเขียนแผนทีล่ งชือ่ เปน ผตู รวจแผนท่ีดวย
๕๒.๓ การลงชือ่ ตาม ๕๒.๑ และ ๒๕.๒ ใหเจาหนา ทจี่ ดั ทําตราช่ือ และประทบั กาํ กบั ไวดว ย
สว นท่ี ๑๑
การตรวจใบไตส วนโฉนดทด่ี นิ และการสง มอบ
ขอ ๕๓ ใหผ กู ํากับการรังวัด ตรวจหลักฐานแผนท่ี และแบบพิมพโ ฉนดทดี่ นิ ตามหลักวิชาการแผนที่
ขอ ๕๔ ใหผูกํากับการเดินสํารวจ ตรวจใบไตสวน เอกสารประกอบเรื่อง การเขียนรายการในแบบ
พิมพโ ฉนดท่ีดิน
ขอ ๕๕ การลงช่อื ผูมหี นาท่ีรบั ผดิ ชอบใหดาํ เนินการดงั นี้
๕๕.๑ ใหผูอํานวยการศูนยฯ แตงตั้งชางรังวัดภายในศูนยอํานวยการท่ีเห็นสมควร ใหเปน
ผูตรวจสอบความถูกตองของการเขียนแผนท่ี เคร่ืองหมายที่ดินและเนื้อที่ เสร็จแลวใหลงช่ือในแบบพิมพโฉนดที่ดินใน
ชอ ง “ผูตรวจแผนท”ี่
๕๕.๒ ใหผูกํากับการรังวัด ซึ่งมีหนาท่ีตรวจและควบคุมเก่ียวกับงานดานรังวัดทําแผนที่เปนผู
ตรวจสอบความถูกตองของรูปแผนที่ เครื่องหมายที่ดิน และเน้ือท่ี เสร็จแลวใหลงช่ือ ในแบบพิมพโฉนดที่ดินในชอง
“หวั หนาการ”
๕๕.๓ ใหผูกํากับการเดินสํารวจฯ ซึ่งมีหนาท่ีตรวจและควบคุมเกี่ยวกับการเขียนใบไตสวน
(น.ส.๕) เปนผูตรวจสอบความถูกตองเกี่ยวกับการเขียน การทาน ตรวจการสอบสวนสิทธิ เอกสารประกอบ เรื่อง แบบ
พิมพโฉนดท่ีดิน และพิจารณาเก่ียวกับสิทธิในการไดมาซึ่งที่ดินของบุคคล ในการออกโฉนดที่ดินเปนผูลงลายมือชื่อใน
ชอง “ผตู รวจ” “ผกู าํ กบั การเดนิ สํารวจ” ในใบไตสวน (น.ส. ๕) และชอง “ผูต รวจ” ในแบบพิมพโฉนดที่ดนิ
๕๕.๔การลงลายมือช่ือตาม ๕๕.๑, ๕๕.๒ และ ๕๕.๓ ใหจัดทําตรายางวงเล็บ ชื่อและตําแหนง
ประทับไวใ ตล ายเซ็นชื่อในแบบพิมพโ ฉนดทดี่ นิ ดว ย
ขอ ๕๖ การสงมอบแบบพิมพโ ฉนดท่ีดนิ ใบไตส วน (น.ส.๕) และเอกสารประกอบเรอื่ ง เมอื่ ดําเนนิ การ
เสร็จแลวใหท ยอยสงใหกองกลางศนู ยเ ปน คราว ๆ เม่อื ประกาศครบกาํ หนดแลวใหหวั หนางานอาํ นวยการศูนยนําเสนอให
ผอู าํ นวยการศนู ยเดนิ สํารวจลงนามและแจกโฉนดทดี่ ินตอไป
หมวดท่ี ๒
การสอบเขตท่ดี ินตามแผนทีร่ ะวาง
ขอ ๕๗ บริเวณที่ทําการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนที่ดินมีโฉนดที่ดินแลว ถาปรากฏวาเขตที่ดิน
ตามแผนท่ใี นโฉนดท่ีดนิ นน้ั ไมตรงกับเขตท่คี รอบครองอยู หรือไดม ีการออกโฉนดท่ดี ินมานานเกนิ ๑๐ ปแลว หรือระวาง
แผนที่เดิมชํารุด หรอื มีมาตราสว นไมเหมาะสม หรอื รายละเอียดในระวางแผนท่ีเดิมคลาดเคล่ือน หรือระวางแผนที่ท่ีออก
โฉนดที่ดินเปน ระวางรูปลอย ใหท ําการสอบเขตทีด่ ินตามแผนทร่ี ะวางเพอื่ แกไขตาํ แหนงทดี่ นิ ใหถ กู ตอง
214 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
ค่มู ือเจา้ หน้าทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ ิน 215
ขอ ๖๗ ทดี่ นิ แปลงใดเมื่อทําการสอบเขตแลว ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจรายงานเจาพนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา หรือเจาพนักงานที่ดินหัวหนาสวนแยก และกรมที่ดิน ตามแบบ น.ส. ๑๘
ทา ยระเบียบนี้
เม่อื เจา พนกั งานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาหรือเจาพนักงานท่ีดินหัวหนา
สวนแยกไดรับแบบ น.ส. ๑๘ จากผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจแลว ใหหมายเหตุดวยหมึกสีแดงท่ีมุมบนดานขวาหนา
โฉนดท่ีดนิ ฉบบั สาํ นักงานท่ดี นิ วา “ทําการสอบเขตแตวัน เดือน ป” แลวลงช่ือพรอ มวัน เดือน ป กํากบั ไว
ขอ ๖๘ โฉนดท่ดี นิ ทีส่ อบเขตแลวใหใชเครือ่ งหมายทีด่ นิ เดมิ
ขอ ๖๙ ถาเจาของที่ดินแปลงใด ไมมานําทําการสอบเขตโฉนดที่ดิน เม่ือปรากฏวาเขตโฉนดท่ีดินนั้น
คลาดเคล่ือน ใหผูอํานวยการศูนยฯ แจงใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานที่ดินสาขา หรือ
เจาพนักงานทด่ี ินหัวหนาสวนแยก กลัดคําส่ังใหสอบเขตที่ดนิ (ท.ด.๘๐) ในโฉนดท่ีดินฉบับสาํ นกั งานท่ีดนิ
สว นท่ี ๓
การแกไ ขทะเบยี นทดี่ ิน
ขอ ๗๐ ใหแกไขทะเบยี นทด่ี นิ เดมิ ตามรายละเอียดในแบบ น.ส. ๑๘
สว นที่ ๔
การสรา งโฉนดทด่ี นิ
ขอ ๗๑ การสรางโฉนดท่ดี นิ ใหน าํ ความในหมวด ๑ สวนท่ี ๑๐ มาใชบงั คบั โดยอนุโลม
สวนที่ ๕
การตรวจหลกั ฐานและโฉนดทดี่ นิ
ขอ ๗๒ การตรวจหลักฐานและโฉนดที่ดิน ใหนําความในหมวด ๑ สวนที่ ๑๑ มาใชบังคับ
โดยอนโุ ลม
หมวด ๓
การควบคุมงาน
สว นท่ี ๑
ลูกจางชว่ั คราว
ขอ ๗๓ การจัดจางลูกจางช่ัวคราวทุกตําแหนง ใหผูอํานวยการศูนยฯ รับสมัครบุคคล ตรวจสอบ
คุณสมบัติและคัดเลือกบุคคลไวปฏิบัติงาน ตามหลักเกณฑและวิธีปฏิบัติเรื่องการบริหารงานบุคคลลูกจางชั่วคราวท่ี
กระทรวงการคลังกําหนด พิจารณาเสนอกรมที่ดินเพื่อส่ังจาง ตลอดจนพิจารณาเสนอ กรมที่ดินเพื่ออนุญาตใหลูกจาง
ชว่ั คราวลาออก หรือสงั่ เลิกจางแลว แตก รณี
216 คมู่ ือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ ิน
สว นที่ ๒
การเงินและพสั ดุ
ขอ ๗๔ ใหผูอํานวยการศูนยฯ ยืมเงินไปราชการ ตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการยืมเงินไปราชการ
และพจิ ารณาจา ยใหเจาหนา ที่ในศนู ยอํานวยการฯ ตามความจําเปน
ขอ ๗๕ ใหผ อู ํานวยการศนู ยฯ จัดทาํ รายงานการเดนิ ทางไปราชการ รวบรวมตรวจสอบในหลกั ฐานการ
จา ยหรอื ใบสาํ คัญคูจาย เพ่อื สงหกั ใชเ งินยืม หรอื เบิกเงินสด แลว แตกรณี
ขอ ๗๖ ใหผูอํานวยการศูนยฯ เบิกจาย ขนยาย รายงานการตรวจรับหรือขอสงคืน ตลอดจน ควบคุม
ดูแล เกบ็ และบาํ รุงรกั ษาตามระเบียบที่กาํ หนดสําหรับวัสดุ ครุภัณฑ
ขอ ๗๗ ใหผูอํานวยการศูนยฯ ดําเนินการขออนุมัติเชาสถานท่ีเปนท่ีทําการ หรือเก็บรักษาพัสดุของ
ทางราชการ และดาํ เนนิ การจดั ซ้อื จดั จา ง ตามระเบียบสํานกั นายกรฐั มนตรวี า ดว ยการพัสดุ
สว นที่ ๓
การรายงาน
ขอ ๗๘ ใหผูอํานวยการศูนยฯ รวบรวมผลการปฏบิ ตั ิงานประจาํ เดอื น สง กรมท่ีดนิ ภายใน วนั ท่ี ๕ ของ
เดอื นถัดไป ตามแบบ บ.ท.ด. ๑๕ ก.ข.ค. ทายระเบียบนี้ แลวนําสําเนาสงสํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขา หรือสวนแยก
เพือ่ ทราบดว ย
สําหรับการปฏิบัติงานของเจา หนาที่ตามขอ ๗.๔ , ๗.๖ และ ๗.๗ (เฉพาะชางรังวัด) ใหจัดทํา
ตามแบบ น.ส. ๑๙ พรอมรูปแผนทแ่ี สดงบรเิ วณการเดนิ สาํ รวจแตละเดือนสงสาํ นกั มาตรฐานการออกหนังสอื สําคญั
ขอ ๗๙ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแตละปงบประมาณ ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ รายงานสรุปผลการ
ปฏิบตั ิงาน มปี ญ หาอุปสรรค แนวทางแกไข และขอ เสนอแนะ ใหก รมทด่ี นิ ทราบ
สวนที่ ๔
การสง มอบงาน
ขอ ๘๐ เม่ือส้ินสุดการเดินสํารวจและสอบเขตท่ีดินตามแผนที่ระวางแลว ใหผูอํานวยการศูนยฯ จัดทํา
เอกสารหลักฐานการสงมอบงานตามแบบ น.ส. ๒๐ ทายระเบียบนี้ จํานวน ๒ ชุด โดยสงใหสํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
สาขา หรอื สวนแยกแลวแตก รณี ๑ ชดุ และสงใหก รมท่ดี นิ ๑ ชดุ
ขอ ๘๑ บรรดาพัสดุครุภัณฑตาง ๆ ที่เบิกใชปฏิบัติงานเดินสํารวจฯ เมื่อส้ินสุดโครงการและเดินทาง
กลบั กรมท่ีดนิ แลว ใหผอู ํานวยการศูนย รวบรวมเพือ่ สงคนื กรมทดี่ ินตอไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
ลงชอื่ ยงยุทธ วิชัยดษิ ฐ
(นายยงยุทธ วชิ ัยดิษฐ)
อธิบดีกรมท่ดี นิ
ค่มู ือเจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 217
ก.47
218 คมู่ อื เจา้ หน้าท่ีสอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ
(สาํ เนา)
ระเบียบกรมทดี่ ิน
วาดวยการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ีดนิ และสอบเขตทดี่ ิน (ฉบบั ที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๗
__________________
โดยท่ีเห็นเปนการสมควรแกไขเพ่ิมเติมระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ ใหเ หมาะสมย่ิงข้ัน กรมทด่ี นิ จงึ วางระเบียบไวดังตอ ไปน้ี
ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขต
ท่ดี นิ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗”
ขอ ๒ ใหยกเลิกความในขอ ๒๗.๑ และขอ ๒๗.๓ แหงระเบียบวาดวยการเดินสํารวจออก
โฉนดทีด่ ินและสอบเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และใหใชขอความตอ ไปนี้แทน
“ขอ ๒๗.๑ หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) แปลงเดียวมีชื่อเจาของที่ดินหรือผู
ครอบครองตอ เนือ่ งคนเดยี วหรอื หลายคน ประสงคจะนําเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดนิ หลายแปลงในคราวเดยี วกัน ใหกระทํา
ไดโดยใหบันทึกความประสงคของเจาของท่ีดินทุกคนไวแลวจัดสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงท่ีนําเดินสํารวจออก
โฉนดท่ีดินแลวหมายเหตุในหลักฐานท่ีดินเดิมใหปรากฏวาไดออกโฉนดที่ดินไปแลวทั้งหมดก่ีแปลง เปนโฉนดท่ีดิน
เลขท่เี ทา ไร”
“ขอ ๒๗.๓ การออกโฉนดท่ีดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน(น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,
น.ส.๓ ข.) และการเปล่ียนโฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนโฉนดท่ีดิน ซึ่งมีช่ือผูมีสิทธิ
ครอบครองหรือมีกรรมสิทธ์ิคนเดียวมีความประสงคขอนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหลายแปลงในคราวเดียวกัน โดย
ออกโฉนดท่ีดินแตละแปลงใหมีชื่อเจาของที่ดินตรงกับช่ือในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทํานองแบงแยกในนามเดิม ให
กระทําไดโดยบันทึกความประสงคของเจาของที่ดินทุกคนไว แลวจัดสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงท่ีประสงคขอนํา
เดินสาํ รวจออกโฉนดท่ีดิน แลว หมายเหตใุ นหลกั ฐานเดมิ ใหปรากฏวาไดนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินไปทั้งหมดกี่แปลง
เปน โฉนดท่ีดนิ เลขทเ่ี ทาไร
การออกโฉนดที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ ข.)และ การ
เปลี่ยนโฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราวา “ไดประโยชนแลว” เปนโฉนดที่ดินซึ่งมีชื่อผูมีสิทธิครอบครอง หรือผูมี
กรรมสิทธิ์หลายคน ประสงคจะออกโฉนดท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกันโดยแตละแปลงมีช่ือเจาของที่ดินตางกัน
ทํานองแบงกรรมสิทธิ์รวมพรอมกับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินใหกระทําได โดยใหบันทึกผูทําการเดินสํารวจวา
จะตองไปยื่นคําขอแบงแยกและจดทะเบียน ณ สํานักงานที่ดินจังหวัด หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สาขา หรือสํานักงาน
ท่ีดินจังหวัด สวนแยก หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สาขา สวนแยก แลวแตกรณีและใหชางผูทําการรังวัดจําลองรูปแผนท่ี
ประกอบเรอ่ื งการจดทะเบียนแบง แยก ใหครบถวนตามระเบียบวธิ ีการ
เม่ือพนักงานเจาหนาที่ไดรับคําขอและเร่ืองราวการแบงแยกแลว ใหตรวจสอบและพิจารณา
ดาํ เนินการจดทะเบยี นและเรียกคาธรรมเนียมตามระเบียบ
การแบง แยก ๑ แปลง ใหนับเปนจํานวนราย สําหรับการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินท้ัง
ตําบลและการดาํ เนินการตามขอ ๒๗.๑ หรือ ๒๗.๓ จะตอ งเปน ความประสงคข องเจาของท่ีดินโดยแทจริงและตองไมเปน
ค่มู อื เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี นิ 219
การหลกี เลยี่ งการจดั สรรท่ีดินตามพระราชบญั ญัติการจดั สรรทด่ี ิน พ.ศ. ๒๕๔๓ สาํ หรบั กรณที ห่ี นงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ
เดมิ มภี าระผกู พนั ใดๆ หามมใิ หเจาหนาท่ดี ําเนินการสํารวจรังวัดเพ่ือออกโฉนดท่ีดนิ เปน หลายแปลงหรือรังวดั แบง แยกใน
กรณเี ดินสาํ รวจออกโฉนดท่ดี ินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายท่ดี นิ
ทง้ั นี้ ตง้ั แตบดั น้เี ปนตน ไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
(ลงชือ่ ) บัญญัติ จนั ทนเ สนะ
(นายบัญญตั ิ จันทนเ สนะ)
อธบิ ดกี รมทด่ี ิน
220 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 221
222 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
คมู่ อื เจ้าหนา้ ทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 223
(สําเนา)
ระเบียบกรมทดี่ นิ
วา ดว ยการเขยี นขา งเคยี งและการรบั รองแนวเขตทดี่ ิน (ฉบบั ท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑
______________________
โดยที่เห็นเปนการสมควรแกไขเพ่ิมเติมระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขต
ท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ใหสอดคลองกับพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ กรม
ทีด่ นิ จงึ วางระเบยี บไวเ พือ่ ใหเ จาหนา ท่ีถอื ปฏบิ ตั ิ ดังตอ ไปนี้
ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑”
ขอ ๒ ใหย กเลิกความในขอ ๓๗, และ ๓๙ ของระเบียบกรมที่ดินวาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนว
เขตท่ีดนิ พ.ศ. ๒๕๔๑และใหใ ชค วามตอไปนแ้ี ทน
“ขอ ๓๗ ท่ีสาธารณประโยชนประเภท แมน้ํา คลอง บึง อางเก็บนํ้า ทะเลสาบ และทะเล ภายในนานนํ้าไทย
ใหเ ขียนสภาพท่ีสาธารณะนั้น แลวเดิมชอื่ ตอ ทา ย เชน แมนํา้ บางปะกง คลองบางกอกนอ ย บึงสไี ฟ ทะเลสาบสงขลา
การระวงั ชแ้ี ละลงชื่อรบั รองแนวเขตที่ดิน เปน หนาทีข่ องกรมการขนสง ทางนํา้ และพาณิชยนาวี หรอื ผูที่
ไดร บั มอบหมาย รว มกบั นายอําเภอทอ งท่แี ละผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถ่ินซงึ่ ทดี่ ินนัน้ ต้งั อยู
ขอ ๓๘ ท่ีสาธารณประโยชนซ่ึงไดมีการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแลว ใหเขียนขางเคียง
เชน เดยี วกบั ทีด่ นิ ท่มี ีหนงั สือสําคัญสําหรับท่ีหลวงตามหมวด ๓ ถายังไมมีหนังสือสําคัญดังกลาวใหเขียนตามสภาพที่ใช
แลวเติมคาํ วา สาธารณประโยชนต อทาย เชน ปา ชา สาธารณประโยชน ทีเ่ ลย้ี งสตั วส าธารณประโยชน หากมีช่อื ใหเขยี นชอื่
กาํ กับไวโ ดยไมตองเติมคําวา สาธารณประโยชน เชน ปา ชา บานพริก ที่เลี้ยงสัตวเขาไมหลวง
ที่สาธารณประโยชนที่มีสภาพตามธรรมชาติ เชน หวย หนอง ลําราง ฯลฯ หรือถนน ทางที่ใชประโยชน
รวมกันหรือโดยการอุทิศ ซึ่งมิใชทางหลวงตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ถาเปนที่สาธารณประโยชนที่มี
ช่ือเรียก ใหเขียนชื่อตอทายสภาพที่สาธารณะน้ัน เชน หวยแหง หนองละหาน ถาไมมีช่ือใหเขียนคําวา
สาธารณประโยชน ตอ ทา ย เชน ทางสาธารณประโยชน หวยสาธารณประโยชน
การระวังชี้และลงช่ือรับรองแนวเขตท่ีดิน เปนหนาที่ของนายอําเภอทองที่รวมกับผูบริหารองคกร
ปกครองสว นทองถน่ิ ซึง่ ทีด่ ินนัน้ ต้งั อยู
สําหรับทาง ลําราง เหมือง ฯลฯ ท่ีมีช่ือเรียกเหมือนกันและมีเขตติดตอเปนขางเคียงหลายดาน การเขียน
ขา งเคียงในเอกสารใหเขียนชอ่ื เดียว และลงชื่อรับรองเพยี งครั้งเดยี ว
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑
(ลงชอื่ ) บญุ เชดิ คิดเหน็
(นายบุญเชิด คิดเหน็ )
รองอธบิ ดี รกั ษาราชการแทน
(ตามหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๔๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑)
คู่มือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 227
หนงั สอื กรมทดี่ ินท่ี มท. ๐๖๐๙/๒๓๖ ลงวนั ท่ี ๖ มกราคม ๒๕๒๔
เรอ่ื ง การออก น.ส. ๓ หรอื โฉนดทีด่ ินของวดั รา ง
๑. ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ใหผูท่ีครอบครองและทํา
ประโยชนอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายท่ีดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ท่ีดิน แจงการครอบครอง
ภายใน ๑๘๐ วัน นับแตวันท่ีพระราชบัญญัติดังกลาวใชบังคับ หากไมแจงภายในระยะเวลาดังกลาว ใหถือวาผูน้ันเจตนา
สละสิทธิการครอบครองท่ีดินน้ัน และรัฐมีอํานาจจัดที่ดินดังกลาวตามประมวลกฎหมายท่ีดิน แตตามมาตรา ๓๔ แหง
พระราชบัญญัติคณะสงฆ พ.ศ. ๒๕๐๕ บัญญัติไวมีใจความวา ท่ีวัดจะโอนกรรมสิทธ์ิได ก็แตโดยพระราชบัญญัติ ถาวัด
ไมไดแจงการครอบครอง รฐั กไ็ มมอี ํานาจนําไปจดั ตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ ได เพราะขดั กบั กฎหมายวา ดว ยคณะสงฆซ งึ่
เปนกฎหมายเฉพาะ ฉะนั้น โดยนัยกลับกันวัดก็ไมตองแจงการครอบครอง ซ่ึงเรื่องทํานองเดียวกันน้ีคณะกรรมการ
กฤษฎีกาเคยพจิ ารณาวินจิ ฉยั เกีย่ วกบั กรณที ่ีดินของการรถไฟแหงประเทศไทย กรมทางหลวงแผนดนิ และกรมชลประทาน
ไวแลววาที่ดินดังกลาวเปนท่ีดินซ่ึงรัฐนํามาจัดตามประมวลกฎหมายที่ดินไมได เพราะมีกฎหมายกําหนดไวเปนอยางอ่ืน
ฉะน้ัน วาที่ดนิ ของวดั ไมต องแจงการครอบครอง
๒. ท่ีดินวัดรางมิใชสมบัติของวัดใดวัดหน่ึง ยอมเปนศาสนสมบัติกลาง ซ่ึงอยูในอํานาจหนาที่ของกรมการ
ศาสนาทีจ่ ะดูแลรกั ษาและจัดการ การที่กรมการศาสนาไดมอบหมายใหเจาหนาท่ีไปดําเนินการขอออก น.ส. ๓ จึงเปนการ
ถูกตอ งแลว
หนังสอื กรมท่ีดนิ ท่ี มท. ๐๖๐๙/๒/ว. ๒๗๓๐ ลงวันที่ ๒ กุมภาพนั ธ ๒๕๒๔
เรอ่ื ง การบรรยายขอความเมอ่ื เจา ของท่ดี ินขางเคยี งไมมาระวังแนวเขต
วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบรรยายขอความดวยหมึกแดงในใบไตสวนชองรับรองเขตขางเคียงกรณีเจาของท่ีดิน
ขางเคียงไมม าระวงั แนวเขตไวดงั ตอไปนีค้ อื
๑. ถา ทด่ี ินขางเคียงนาํ ทาํ การสาํ รวจปก หลกั หมายเขตไวแลว แตป ก อนไมมาระวังแนวเขตใหถือปฏิบัติตามคําส่ัง
กรมท่ีดิน ท่ี ๒๓/๒๔๘๑ ลงวันท่ี ๓๑ มกราคม ๒๔๘๑ ขอ ๓๐ ก.ตามเดิม เวนแตการท่ีกําหนดใหชางแผนที่มีหนังสือ
(ท่ีดินแบบท่ี ๓๘) นัดไป นั้น ใหปฏิบัติโดยใหพนักงานเจาหนาท่ีมีหนังสือเรื่องการระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรองเขต
ท่ีดนิ (ท.ด. ๓๘) แจง ไป
๒. ถาท่ดี นิ ขา งเคยี งยังไมเ คยนําทาํ การสํารวจปก หลกั หมายเขตไวกอ นและไมม าระวังแนวเขต แตผูปกครองทอง
ท่ีมาเปนพยาน ก็ใหใชแบบ ท.ด. ๑๖ บันทึกถอยคําผูปกครองทองที่ใหปรากฏสาระสําคัญตามคําสั่งกรมที่ดิน ท่ี ๔/
๒๔๘๕ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๘๕ ขอ ๓ แลวบรรยายขอความดวยหมึกแดงในใบไตสวนชองรับรองเขตขางเคียงวา
“เจา ของทดี่ นิ ขา งเคียงไมมาระวังแนวเขต ไดบันทกึ ผูปกครองทอ งทีไ่ วในเร่ืองแลว” กบั ใหช า งแผนท่ีลงช่ือกาํ กับไวด ว ย
๓. กรณีตามขอ ๒ แตผูปกครองทองท่ีไมมาเปนพยาน ใหบันทึกถอยคําผูนําสํารวจหรือผูขอรังวัดกับเจาของ
ท่ีดินขางเคียงเชนเดียวกับขอ ๒ แลวบรรยายขอความดวยหมึกแดงในใบไตสวนชองรับรองเขตขางเคียงวา “เจาของท่ีดิน
ขางเคียงไมมาระวังแนวเขต ไดบันทึกเจาของที่ดินกับขางเคียงไวในเรื่องแลว” กับใหชางแผนท่ีลงชื่อกํากับไว
เชน เดยี วกัน
หนังสอื กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๖๐๙/๒/ว ๕๔๙๕ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๕
เรือ่ ง ทางปฏบิ ตั เิ ก่ียวกับการหา มโอนตามมาตรา ๓๑ แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน
- การนําหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ท่ีสืบเน่ืองมาจากใบจองที่ออกใหกอนวันท่ี ๑๔ ธันวาคม
๒๕๑๕ และไมอยูในขายบังคับหามโอนตามมาตรา ๓๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติ
228 คมู่ ือเจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทีด่ ิน
แกไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาเปน หลกั ฐานในการออกโฉนดทด่ี นิ ในการเดินสํารวจ
ฯ นัน้ เจา หนา ทใี่ นการออกโฉนดท่ีดินจะตองสอบสวนเจาของ ที่ดินตามแบบใบไตสวน (น.ส. ๕) ในรายการขอ ๔ ให
ไดความชัดเจนวาหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาวไดออกสืบเน่ืองจากใบจองซ่ึงออกใหเมื่อใด และในกรณีใด
ตามนัยหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว ๑๔๖๓๔ ลงวันที่ ๑๘ ก.ค. ๒๒ การสอบสวนดังกลาวก็เพ่ือจะไดทราบวา
ท่ีดินน้ันอยูในบังคับหามโอนตามมาตรา ๓๑ ที่แกไขใหมเพียงใดหรือไม ประกอบกับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินก็
เพ่ือใหราษฎรไดรับโฉนดที่ดินโดยเร็ว จึงไมตองสง น.ส. ๓ ไปใหอําเภอจดบันทึกในสารบัญจดทะเบียนหลัง น.ส. ๓
ตามนัยหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๑๔๐ ลงวันท่ี ๔ ม.ค. ๒๒ แตอยางใด พนักงานเจาหนาที่ยอมออกโฉนด
ทีด่ ินไปได
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว. ๑๙๐๘๔ ลงวันท่ี ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๗
เรื่อง จํานวนเน้อื ทใี่ นใบไตส วน (น.ส. ๕)
การกระจายเน้อื ทเ่ี ปนจํานวนตารางวานน้ั หมดความจําเปน และหากจะไมกระจายเนอื้ ทไี่ วก ไ็ มเ กดิ ความเสยี หาย
แตอยา งใด แตก ลับจะเปนการลดงานของเจาหนาท่ีท่จี ะปฏิบตั ิใหนอ ยลงจึงงดการเขยี นจาํ นวนเนอื้ ที่ เปน ตารางวา ในใบ
ไตสวน ทั้งกรณีออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน สวนชอง “หรือ...................
ตารางวา” ในใบไตส วน ใหเจาหนาทข่ี ีดเสน ทึบดวยนํ้าหมึกสดี ําตลอด
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว. ๓๐๙๙๕ ลงวันที่ ๓๐ ธนั วาคม ๒๕๒๘
เร่อื ง การออกโฉนดทีด่ นิ หรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชนแ ปลงเดยี วหรือหลายแปลงหรือเปน บางสว น
๑. การขอออกโฉนดท่ดี นิ เฉพาะราย
๑.๑ หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) แปลงเดียวมีชื่อเจาของท่ีดินคนเดียวหรือหลายคนขอ
ออกโฉนดท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกันกระทําไดโดยสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงที่ขอออกโฉนดท่ีดินแลวหมาย
เหตใุ นหลักฐานทด่ี ินเดมิ ใหปรากฏวาไดออกโฉนดท่ดี นิ ไปทั้งหมดกี่แปลง เปน โฉนดท่ดี ินเลขท่เี ทาไร
สําหรับใบจอง (น.ส. ๒) ก็ใหดําเนินการไดตามความในวรรคแรก โดยออกโฉนดท่ีดินใหมีช่ือเจาของ
ท่ีดนิ ตรงกบั ชอ่ื ในใบจอง (น.ส. ๒)
๑.๒ หนังสือรับรองการทําประโยชนแปลงเดียว มีช่ือเจาของท่ีดินคนเดียวหรือหลายคน ขอออกโฉนด
ท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกนั โดยออกโฉนดที่ดินแตล ะแปลงใหมีช่ือเจาของที่ดินตรงกับช่ือในหนังสือรับรองการทํา
ประโยชน ทํานองแบงแยกในนามเดิมกระทาํ ไดแ ละใหปฏบิ ตั ิตามขอ ๑.๑
๑.๓ หนังสือรับรองการทําประโยชนแปลงเดียวมีช่ือเจาของท่ีดินหลายคนขอออกโฉนดท่ีดินหลาย
แปลงในคราวเดียวกัน โดยแตละแปลงมีช่ือเจาของท่ีดินไมเหมือนกันทํานองแบงกรรมสิทธ์ิรวม ใหออกโฉนดที่ดินเปน
แปลงเดียวกอ น แลว จงึ ดาํ เนินการแบงกรรมสทิ ธร์ิ วม ตอ ไป
๑.๔ โฉนดตราจองทตี่ ราวา “ไดท ําประโยชนแลว” แปลงเดียวมีชอื่ เจา ของทดี่ นิ คนเดียวหรอื หลายคนขอ
ออกโฉนดที่ดนิ หลายแปลงในคราวเดียวกัน ใหออกโฉนดทด่ี ินเปน แปลงเดียวกอนแลวจงึ ดําเนนิ การแบง แยกตอไป
๑.๕ หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) หรือใบจอง (น.ส. ๒) หรือหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนหลายแปลงไมวาจะเปนชนิดเดียวกันหรือตางกัน ซึ่งที่ดินอยูติดตอเปนผืนเดียวในตําบลเดียวกันและมีช่ือ
เจาของที่ดินเหมือนกันทุกแปลง โดยแตละแปลงไมมีภาระผูกพันตางกันหรือไมอยูในบังคับหามโอนแตกตางกัน จะ
นํามารวมกันเพื่อขอออกโฉนดที่ดินเปนแปลงเดียวกัน กระทําได โดยเจาหนาที่ตองจัดทํา แผนท่ีหมายสีแสดงเขตการ
ติดตอของหลักฐานท่ีดินเดิมดังกลาวไวใหชัดแจงทุกแปลง วามีอาณาเขตติดตอกันอยางไร ตรงตามหลักฐานเดิมหรือไม
คู่มอื เจ้าหน้าทส่ี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน 229
ขางเคียงมีการเปล่ียนแปลงไปจากเดิมอยางไร พรอมทั้งรายงานผลการรังวัดในรายงานการรังวัด (ร.ว. ๓) ประกอบเรื่องไว
สาํ หรบั ผูมีชอื่ ใน ส.ค. ๑ ใหหมายความรวมถงึ ผคู รอบครองและทาํ ประโยชนตอเนอื่ งดว ย
๑.๖ โฉนดตราจองหรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” จํานวนหลายแปลงจะนํามารวมกันเพ่ือ
ขอออกโฉนดท่ีดินเปนแปลงเดียวกัน และเขาลักษณะเปนการรวมโฉนดท่ีดินตามคําส่ัง กรมที่ดิน ที่ ๑๒/๒๕๐๐ ลงวันที่
๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ กระทําได
๑.๗ การขอออกโฉนดที่ดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง
ท่ดี ิน (ส.ค.๑) โดยปกติควรใหขอรงั วัดออกโฉนดทดี่ นิ ไปท้ังแปลงแลวจึงใหขอแบง แยกโฉนดทด่ี ินในภายหลงั แตถ า เปน
กรณีจําเปน เชน บางสวนยังขัดของเพราะเจาของที่ดินมีเงินคาธรรมเนียมไมพอจะขอออกโฉนดที่ดินไดท้ังแปลง เม่ือ
พนักงานเจา หนาทพี่ จิ ารณาเหน็ วา ทดี่ นิ นั้นไดทําประโยชนแ ลวทงั้ แปลงหรือไมมีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายก็ควรผอนผัน
ใหขอรงั วัดออกโฉนดท่ีดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนได โดยในทางปฏิบัติจะตองใหผูครอบครองที่ดินทุกคนรวมกัน
นําชี้แนวเขตรอบทั้งแปลงกอนแลวจึงนําช้ีเขตท่ีดินบางสวนหรือเฉพาะสวนท่ีจะขอออกโฉนดท่ีดิน ตามนัยหนังสือกรม
ที่ดนิ ท่ี มท ๐๖๐๙/ว.๐๔๖๘๙ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓
๑.๘ การออกโฉนดที่ดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินท่ีมีหลักฐานใบจอง (น.ส. ๒) หรือ
หนังสือรบั รองการทาํ ประโยชน หา มมิใหกระทาํ
๑.๙ การขอออกโฉนดที่ดินกรณที ่มี ีทางสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลองชลประทานตัดผานตอง
ปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดินวาดวยการออกโฉนดท่ีดินกรณีท่ีมีสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลองชลประทานตัด
ผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๒
๒. การนาํ เดนิ สํารวจออกโฉนดท่ดี นิ
๒.๑ หลกั ฐานทด่ี นิ ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหง ประมวลกฎหมายทดี่ ิน แปลงเดยี วมชี อ่ื เจา ของ
ท่ดี ินคนเดียวหรือผูครอบครองตอ เนื่องคนเดียวจากผูซ่ึงมีหลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) จะนําเดินสํารวจ
ออกโฉนดที่ดนิ เปน จาํ นวนหลายแปลงในคราวเดยี วกนั ไมไ ด
๒.๒ หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) หรือใบจอง (น.ส. ๒) แปลงเดียวมีช่ือเจาของท่ีดิน
หลายคน หรือผูครอบครองตอ เนือ่ งหลายคนจากผซู ึ่งมหี ลกั ฐานการแจง การครอบครองทด่ี ิน (ส.ค.๑)จะนาํ เดนิ สาํ รวจออก
โฉนดท่ีดินเปนจํานวนหลายแปลงไมเกินจํานวนผูมีสิทธิในที่ดินในคราวเดียวกัน กระทําได โดยสรางใบไตสวนตาม
จํานวนแปลงที่นําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินแลวหมายเหตุในหลักฐานที่ดินเดิมใหปรากฏวาไดออกโฉนดท่ีดินไป
ท้งั หมดก่ีแปลง เปนโฉนดทด่ี นิ เลขท่เี ทา ไร
๒.๓ หนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราวา “ไดทําประโยชนแลว”
แปลงเดยี วมชี ือ่ เจา ของที่ดนิ หลายคน จะนาํ เดนิ สํารวจออกโฉนดทีด่ ินเปนจํานวนหลายแปลงในคราวเดยี วกนั ไมไ ด
๒.๔ หลักฐานที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหงประมวลกฎหมายที่ดินหลายแปลงไมวาจะ
เปนชนิดเดยี วกันหรือตางชนิดกันจะนํามารวมกันเพ่ือเดินสํารวจออกโฉนดท่ดี นิ เปน แปลงเดยี วกันไมได
๒.๕ การนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินที่มีหลักฐานตามมาตรา
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน หามมิใหกระทาํ
๒.๖ การเดนิ สํารวจออกโฉนดท่ดี ินกรณีท่มี ที างสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลองชลประทานตัด
ผานตองปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการออกโฉนดที่ดินกรณีท่ีมีทางสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลอง
ชลประทานตัดผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๒
230 คมู่ ือเจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ
๓. การขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายและการนําเดินสํารวจออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนใหป ฏิบตั ติ ามขอ ๑ และขอ ๒ โดยอนโุ ลม
หนังสอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๒/๑๘๑๖ ลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๙
เรือ่ ง หารือแบบโฉนดที่ดิน
การสรางโฉนดท่ีดินกับการแจกโฉนดที่ดิน เปนคนละข้ันตอนกัน การลงลายมือช่ือของพนักงานเจาหนาที่ใน
โฉนดท่ีดินเปนเร่ืองของสถาบัน การท่ีเจาพนักงานที่ดินและผูวาราชการจังหวัดไดลงลายมือช่ือและประทับตราประจํา
ตําแหนงไวในโฉนดที่ดินโดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมายท่ีมีอยูกอนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ตามลักษณะของแบบ
โฉนดท่ีดินท่อี ยูในขณะนั้น ยอมถือวาการสรางโฉนดที่ดินไดดําเนินการไปโดยถูกตองตามแบบของโฉนดที่ดินแลว เมื่อ
การออกโฉนดท่ีดินไมมีขอขัดของประการใด พนักงานเจาหนาท่ีก็ควรดําเนินการแจกโฉนดที่ดินใหแกเจาของที่ดิน
ตอไปได อน่ึง ขอเรียนซอมความเขาใจมาดวยวา การลงวัน เดือน ป ท่ีดานหนาของโฉนดท่ีดินท่ีออกใหแกเจาของที่ดิน
รับไปนั้น จะตองลงวัน เดือน ป ท่ีพนักงานเจาหนาที่คือผูวาราชการจังหวัดและเจาพนักงานท่ีดินไดลงลายมือชื่อและ
ประทับตราประจําตําแหนงในโฉนดท่ีดินไวกอนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ซึ่งอาจจะเปนคนละวันกับวัน เดือน ป ท่ี
เจาของท่ีดินมารบั โฉนดท่ดี ินไปกไ็ ด
หนังสือกรมศาสนา ที่ ศธ. ๐๔๐๑/๒๔๙๔ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๙
เร่ือง นํารงั วัดออกโฉนดท่ีดนิ
(เวยี นโดยหนังสอื กรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๗๑๒/ว. ๘๖๔๖ ลงวนั ท่ี ๑๕ เมษายน ๒๕๒๙)
กรมการศาสนา ขอเรยี นดงั นี้
๑. คําวา “นิติกรรม” ตามความหมายที่ปรากฏในมติคณะสังฆมนตรี คร้ังท่ี ๑/๒๔๙๖ เม่ือวันจันทรท่ี ๕ มกราคม
๒๔๙๖ นน้ั หมายถงึ การขอรังวัดรับโฉนด การขอสอบเขต การขอแบงแยก และการขอรับรองเขตท่ีดินของวัด ๔ ประการ
เทาน้ันมิใชหมายถึง “นิติกรรม” ตามความหมายในมาตรา ๑๑๒ แหงประมวลกฎหมายแพงพาณิชย แตอยางไรก็ดี กิจการ
อันใดท่ีเก่ียวของกับ ที่ดินซ่ึงเรียกชื่อตางออกไปบาง แตมีลักษณะใกลเคียงทํานองเดียวกับกิจการ ๔ ประการ ดังกลาว
ขา งตน ก็ควรจะสงเคราะหเ ขา ไดโดยอนโุ ลม
๒. ตามคําสง่ั กรมการศาสนา ท่ี ๒๗๙/๒๕๒๔ ส่ัง ณ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ ขอ ๖ อธิบดีกรมการศาสนาได
มอบอํานาจใหผูวาราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ในการขอรังวัดรับโฉนด การสอบเขตโฉนด การระวังช้ีแนวเขต
โฉนด ในที่ดินศาสนาสมบัติกลางและวัดรางเทาน้ัน สวนการระวังช้ีแนวเขตท่ีดินวัดมีพระสงฆ อันไมใชวัดราง ก็ตอง
เปนไปตามมติคณะมหาเถรสมาคม ครั้งท่ี ๑๖/๒๕๒๘ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๒๘ กลาวคือ วัดมีพระสงฆท่ีอยูใน
เขตกรุงเทพมหานครก็ดี ที่อยูในสวนภูมิภาค ในเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลก็ดี ใหเจาอาวาสมอบฉันทะใหกรมการ
ศาสนาหรือตัวแทนของกรมการศาสนาเปนผทู าํ นติ กิ รรม (กิจการ ๔ ประการ) แทนวดั
คําวา “ตวั แทนของกรมการศาสนา” ตามมตคิ ณะสังฆมนตรี นนั้ แยกเปน ๒ กรณี คอื
(๑) ในกรณีท่ีเจาอาวาสแหงวัดนั้นๆ มีหนังสือถึงกรมศาสนาใหดําเนินการแทนวัด กรมการศาสนาจะ
มอบหมายใหเจาหนาท่ีของกรมการศาสนาไปปฏิบัติการแทนกรมการศาสนา เจาหนาที่ดังกลาว เปนตัวแทนกรมการ
ศาสนา
(๒) ในกรณีที่เจาอาวาสแหงวัดนั้นๆ มีหนังสือถึงศึกษาธิการจังหวัดใหดําเนินการแทนวัด ศึกษาธิการ
จังหวัดผูปฏิบัติการดังกลาว ยอมมีฐานะเปนตัวแทนของเจาอาวาส ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และเปน
ตัวแทนของกรมการศาสนา ตามนัยแหงหนังสือกรมการศาสนาถึง ผูวาราชการจังหวัดทุกจังหวัด ท่ี ศธ. ๐๔๐๕/๘๒๑๑
คูม่ อื เจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ 231
ลงวันท่ี ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๗ และตามนัยแหงหนังสือกรมการศาสนาถึง กรมท่ีดินท่ี ศธ. ๐๔๐๕/๘๘๘๕ ลงวันที่ ๒๖
ตุลาคม ๒๕๐๙
หนังสอื กรมศาสนา ที่ ศธ. ๐๔๐๕/๘๘๘๕ ลงวันที่ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๐๙
เร่อื ง ผูแทนวดั
ระเบียบการปฏิบัติเกี่ยวกับท่ีดินของวัดในขณะน้ี ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคยังไมมีระเบียบเปลี่ยนแปลง
คงถอื ปฏบิ ตั ติ ามขอตกลงเดมิ ซึ่งกรมที่ดนิ ไดทราบและถือปฏบิ ัตอิ ยแู ลว นั้น
อนึ่ง เน่ืองจากมีมติคณะสังฆมนตรีคร้ังท่ี ๑/๒๔๙๖ ซ่ึงประชุมเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๙๖ วา “การกระทํานิติ
กรรมอันเก่ียวกับท่ีดินของวัด คือ การขอรังวัดรับโฉนด การขอสอบเขต การขอแบงแยก และการขอรับรองเขตท่ีดินของ
วัด ๔ ประการน้ี ใหเ จา อาวาสมอบฉันทะใหการศาสนาหรือตัวแทนกรมการศาสนาเปนผูทํานิติกรรมแทนวัด แตขอตกลง
ใดๆ ในการทํานิติกรรมในกรณีเชนน้ี ตองไดรับความเห็นชอบของ เจาอาวาสกอน” ซึ่งกรมการศาสนาก็ไดแจงมติ
คณะสังฆมนตรีดังกลาวน้ีใหเจาอาวาสทุกวัดเพ่ือทราบและถือปฏิบัติดวยแลว ฉะนั้น แมวัดท่ีกรมการศาสนามิไดจัด
ประโยชน กต็ อ งถอื ปฏบิ ัติตามมตคิ ณะสงั ฆมนตรดี วยยกเวนวัดท่ีสาํ นกั พระราชวงั ทําหนาทแ่ี ทนอยู
หนังสือกรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๑๔๓๒๙ ลงวนั ท่ี ๑๗ มถิ นุ ายน ๒๕๒๙
เร่ือง การดําเนินการเก่ียวกับหนังสือรับรองการทําประโยชนในบริเวณที่กําลังทําการเดินสํารวจออก
โฉนดทด่ี นิ
งดเวนการพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนหรือแบงแยกเก่ียวกับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชนใน
บรเิ วณทีม่ กี ารเดนิ สาํ รวจรังวัดทําแผนทเ่ี พ่อื ออกโฉนดท่ีดิน เวนแตกรณจี ําเปน ซง่ึ ตองมีหลักฐานทรี่ าษฎรนํามาแสดงและ
มีหนังสือรับรองจากผูกํากับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินในทองที่นั้น วาไมอาจดําเนินการใหได หรืออยูนอกเขตที่มี
การสํารวจรังวัดทําแผนที่เพื่อออกโฉนดท่ีดินเทานั้น หากสํานักงานท่ีดินอําเภอหรือกิ่งอําเภอไดรับคําขอไวแลวให
พิจารณาสั่งยกเลิกเร่ือง และแนะนําใหไปติดตอกับเจาหนาที่ของกองกํากับการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน เปน
ผดู ําเนินการใหเมอ่ื ทําการสํารวจรงั วดั มาถึงบรเิ วณทดี่ ินแปลงน้นั
หนังสือกรมทดี่ นิ ท่ี มท. ๐๗๑๒/ว. ๑๗๕๑๑ ลงวันท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๒๙
เรื่อง การแจกโฉนดทด่ี นิ กรณีหนังสือแสดงสทิ ธใิ นที่ดนิ สญู หาย
๑. เมือ่ เจา พนักงานท่ีดนิ ไดออกโฉนดทดี่ ินตามมาตรา ๕๘ ทวิ และมาตรา ๕๙ แลว ใหห มายเหตใุ นหนังสือแสดง
สิทธิในที่ดินเดิมดวยหมึกสีแดง โดยวิธีขีดครอมและเขียนขอความวา “ใบจอง, น.ส. ๓, น.ส. ๓ ก. ฉบับนี้ยกเลิกเพราะได
ออกโฉนดที่ดินเลขท่ี.........อําเภอ..................แตวันท่ี.......เดือน.................พ.ศ. ......”แลวใหเจาพนักงานที่ดินลงช่ือกํากับไว
เปนหลักฐานกับแจงนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอเพื่อหมายเหตุในฉบับพนักงานเจาหนาท่ีท่ี
เก็บไว ณ สํานักงานท่ีดินอําเภอ หรือก่ิงอําเภอใหตรงกัน แลวลงช่ือกํากับไว และหมายเหตุในทะเบียนการครอบครอง
ท่ีดินวา “ใบจองหรือ น.ส. ๓ เลขที่..................ไดออกโฉนดท่ีดินเลขที่..................อําเภอ...................แตวันที่...........เดือน
....................พ.ศ. ............” ถาเปน น.ส. ๓ ก. ก็ใหหมายเหตุในทะเบียนหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยใชระวางรูปถาย
ทางอากาศ (น.ส. ๘) ท่ีใตบรรทัดของ น.ส. ๓ ก. แปลง น้ัน โดยมีขอความเชนเดียวกับการหมายเหตุในทะเบียนการ
ครอบครองท่ดี ิน
๒. กรณีผูมีชื่อตามหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ไมสามารถสงหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมคืนแก
เจาพนักงานท่ีดิน ไมวากรณีใดๆ เชน กรณีสูญหาย กอนออกโฉนดที่ดินใหจังหวัดแจงอําเภอหรือก่ิงอําเภอสงสําเนา
232 คู่มือเจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี นิ
หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินดังกลาวมาประกอบการพิจารณาและใหเจาพนักงานที่ดินบันทึกถอยคําบุคคลที่เกี่ยวของไว
เปนหลักฐาน แลวดําเนินการแจกโฉนดท่ีดินไปไดโดยไดอนุโลมปฏิบัติตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว. ๔๒๐๑๔
ลงวันท่ี ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๑๙ เร่ือง การทาํ โฉนดท่ีดินใหมใ นกรณีสอบเขตทด่ี นิ ทงั้ ตําบล
อนึ่ง ในกรณีที่เจาของท่ีดินนํา ส.ค. ๑ มาเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน ใหปฏิบัติตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท.
๐๖๐๖/๓๒๕๐๗ ลงวนั ท่ี ๘ ตุลาคม ๒๕๑๔ เร่ือง การหมายเหตใุ น ส.ค. ๑ เม่อื ไดอ อกน.ส.๓หรอื โฉนดทดี่ นิ ไปแลว เชน ท่ี
เคยปฏบิ ตั มิ า
หนังสอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว.๒๑๐๗๙ ลงวนั ที่ ๑๑ กนั ยายน ๒๕๒๙
เร่อื ง การหมายเหตขุ า งใบไตส วนกรณชี อื่ ผนู าํ เดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ดี นิ ไมต รงกบั ชื่อเจา ของท่ดี นิ ในหนงั สอื
แสดงสทิ ธิในที่ดนิ เดมิ
ดว ยปรากฏวา ในการเดนิ สํารวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินซ่ึงแกไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบญั ญัติแกไขเพ่มิ เติมฯ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ เจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิ์มักจะเขียนชื่อเจาของที่ดินแตกตาง
กัน คือ ในขอ ๑ ของใบไตส วน (น.ส. ๕) เขียนตามหนังสือแสดงสิทธิในทีด่ นิ เดิม แตเ ขยี นชอื่ ผนู าํ เดนิ สาํ รวจในใบไตส วน
(น.ส. ๕) ตามบัตรประจาํ ตัวหรอื สาํ เนาทะเบยี นบาน สาเหตุเพราะเจาหนา ทีใ่ นการออก น.ส. ภ ก. เขยี นช่ือเจา ของทด่ี นิ โดย
ไมตรวจสอบกบั บตั รประจําตวั หรอื หลักฐานทะเบียนบานกอน เมื่อเจาหนาท่ีสวนกลางไดตรวจสอบใบต่ีสวนฉบับหลวง
ท่ีจังหวัดสงไปกรมที่ดินตามระเบียบแลวพบวา มีช่ือไมตรงกันก็จะสงใบไตสวน (น.ส. ๕) คืนจังหวัดเพ่ือดําเนินการ
แกไข ฉะนน้ั เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านเปนไปดว ยความเรียบรอย รวดเร็วจงึ ใหดําเนินการดังน้ี
๑. กรณีเขยี นชอื่ ผดิ เล็กนอย ใหเจาหนา ที่สอบสวนสิทธบ์ิ ันทกึ ถอยคําผนู ําเดินสาํ รวจออกโฉนดท่ดี ินใหท ราบบงึ
สาเหตุวาชื่อแตกตางกันอยา งไร เพราเหตใุ ด แลว รวมไวใ นเรือ่ ง
ตัวอยา งเชน ชือ่ “เขียนเปน “นายหนานคํา” เพราะภาษาพนื้ เมืองทางภาคเหนอื ใชเรียกผทู ีล่ าสกิ ขาพระภกิ ษวุ า “หนาน”
หรือชอ่ื ” “นายสนิ ธุ” เขยี นเปน “นายศาลป” หรอื “นายสิน” เปนตน
๒. กรณีชื่อผิดกนั มาก ตอ งใหผ ดู าํ เดนิ สํารวจออกโฉนดที่ดินไปขอใหเจาพนักงานผูปกครองทองที่ซ่ึงบุคคลน้ัน
มภี มู ิลําเนาอยใู นเขตปกครองออกเอกสารรบั รองวา เปนบคุ คลเดยี วกนั กอ นแลวเก็บเอกสารน้นั รวมไวในเรื่อง
ตัวอยางเชน บคุ คลที่มีชอ่ื รองซง่ึ เปนชื่อที่เรียกกันระหวา งพ่ีนองหรือเพื่อนสนิทวา “นายใจมา” แตมีช่ือตามบัตร
ประจําตัวประชาชน หรือหลักฐานทะเบียนบานวา “นายมานิต” ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเขียนช่ือ “นายใจมา”
เจาหนาท่ีสอบสวนสิทธ์ิเขียนช่ือผูนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินในใบไตสวน (น.ส. ๕) วา “นายมานิต” ตามที่ปรากฏใน
หลกั ฐานทะเบียนบา นเปน ตน
๓. กรณีการเปล่ียนชื่อตัว ชื่อสกุล โดยมีหลักฐานใหเจาหนาที่สอบสวนสิทธิ์บันทึกถอยคําผูนําเดินสํารวจออก
โฉนดทีด่ นิ ใหท ราบถงึ สาเหตุวาชอ่ื แตกตา งกันอยา งไร เพราะเหตใุ ดแลว สาํ เนาเอกสารเปล่ียนรวมไวใ นเรอ่ื ง
ท้งั สามกรณีนเ้ี มื่อดาํ เนินการแลว ใหเ จา หนาที่สอบสวนสิทธ์ิหมายเหตุไวใ นทว่ี างดานขา งตามแนวยาวหนา ใบไต
สวน (น.ส. ๕) ดว ยหมกึ สแี ดงทํานองเดยี วกบั บรรยายขอความดานขางเร่ืองราวการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ท.ด. ๑)
เพื่อใหท ราบวาช่อื แตกตางกันอยางไรและมีหลักฐานอะไร เชน “ช่ือ...................................ใน น.ส. ๓ ก. เลขท่ี......(หรือ น.ส.
๓ เลขท.่ี .............หมูท.่ี ...........) ตําบล.................อําเภอ..........................กับชอ่ื ....................................ในใบไตส วนฉบบั นไ้ี มต รงกนั
แตทั้งสองชื่อเปนบุคคลเดียวกันตามบันทึกถอยคําลงวันที่...........เดือน.............................พ.ศ. ..............(หรือตามหนังสือ
รับรองของนายอาํ เภอ......................................ท่.ี .............ลงวนั ที.่ ........เดอื น....................พ.ศ. .............)” แลวใหเจาพนักงานที่ดิน
ผลู งชอ่ื ในโฉนดท่ีดนิ ลงช่อื กาํ กับไวดวย
คู่มอื เจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 233
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๒/๒๗๐๓๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๙
เร่ือง หารือเกี่ยวกับการมอบหมายใหไปเปนพยานรวมตรวจสอบที่ดิน ระวังแนวเขต และรับรองเขตท่ีดิน
สาธารณประโยชนแ ทนนายอําเภอ
การมอบหมายของนายอําเภอใหไปเปนพยานรวมตรวจสอบท่ีดิน ระวังช้ีแนวเขตและรับรอง การทํา
ประโยชน
๑. นายอําเภอจะมอบหมายหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอคนใดคนหน่ึงไปทําการแทนก็ได ตาม
ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบับที่ ๒๑๘ ขอ ๖๐ วรรค ๒
๒. หากไมสะดวกท่ีจะมอบหมายหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอ ตามขอ ๑ นายอําเภอยังสามารถ
อาศัยกฎหมายวา ดวยการปกครองทอ งที่ ตามขอ ๖๓ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๒๑๘ ประกอบขอ ๕๗ และ ๕๘
ไดอกี โดยมอบหมายปลดั อาํ เภอ หัวหนาสว นราชการ กํานัน หรือผูใหญบาน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่
พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๖๖ (๑) มาตรา ๒๗ (๑๘) มาตรา ๓๔ ทวิ และมาตรา ๔๐ นอกจากน้ียังอาจออกคําสั่งมอบหมาย
กรรมการผทู รงคณุ วุฒขิ องสภาตาํ บลได ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๒๖ ขอ ๕ และ ขอ ๑๑ (๖) เพราะกรรมการ
ผทู รงคณุ วุฒิเปน สว นหน่งึ ของสภาตาํ บล ซง่ึ ตอ งปฏบิ ตั ิหนาที่ตามท่ีทางราชการมอบหมาย
หนงั สอื กรมท่ดี นิ ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๒๘๖๐๕ ลงวนั ท่ี ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๒๙
เร่ือง การนาํ เดินสํารวจออกโฉนดทีด่ ินและสอบเขตท่ีดินทง้ั ตําบล
- กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีช่ือหลายคน แตผูมีช่ือเพียงคนเดียวมานําเดินสํารวจใหดําเนินการได
โดยใหบันทึกวา ผูมีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมทุกคนยังมีชีวิตอยูและจะนําหรือดําเนินการให
ผูมีช่ือทุกคนไปลงชื่อหรือใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาท่ีในหรือกอนวันแจกโฉนดที่ดิน เมื่อผูมีชื่อในหนังสือแสดง
สิทธเิ ดิมทกุ คนไดล งช่ือหรอื ใหถ อยคําตอพนกั งานเจา หนาท่ีครบถวนแลว ใหพิจารณาแจกโฉนดที่ดินตอไป
- กรณหี นังสือแสดงสทิ ธใิ นทีด่ นิ เดมิ มชี ่อื หลายคน แตผ ูมีชอื่ เพียงบางคนถึงแกกรรมกอนการเดนิ สาํ รวจ ผมู ีชือ่
คนหนง่ึ คนใดจะนําเดินสํารวจไมไ ด
- กรณีท่ีดินตามหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีทางสาธารณประโยชนตัดผานและยังมิไดมีการจด
ทะเบียนแบงแยกไป ใหถือปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการออกโฉนดท่ีดินกรณีท่ีมีทางสาธารณประโยชน ทาง
หลวง หรอื คลองชลประทานตัดผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันที่ ๓ เม.ย. ๒๕๒๒โดยไมต องมีการรงั วดั ใหมแ ตอยา งใด
หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท. ๐๗๐๘/ว.๒๖๐๔ ลงวันที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๐
เรื่อง การลงนามของพระภิกษสุ ามเณรในเอกสารการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิติกรรม
ผูขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพยที่เปนพระภิกษุสามเณรชอบท่ีจะลงนามในเอกสาร
การจดทะเบยี นเปน พระภิกษุหรือสามเณรไดตามความเปนจริง สาํ หรับพระภกิ ษหุ รือสามเณรท่ีมชี อ่ื ในหนงั สอื แสดงสทิ ธ์ิ
อยูแลว ใหถือปฏิบัติตามคําสั่งกรมท่ีดินและโลหกิจ ที่ ๑๐/๒๔๘๒ ลงวันท่ี ๒๒ กันยายน ๒๔๘๒ เรื่อง ผูถือกรรมสิทธิ์
ทด่ี นิ ไดรบั อนุญาตใหเปลย่ี นนามหรอื นามสกุลโดยอนุโลม
หนงั สือกรมทดี่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๗๘๖๑ ลงวนั ท่ี ๑๗ เมษายน ๒๕๓๐
เรื่อง การออกโฉนดท่ีดนิ กรณรี ูปแผนทแี่ ละเนอ้ื ที่แตกตา งจากหลักฐาน น.ส. ๓ เดมิ
- ในการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน ถาหากรูปแผนท่ีและเน้ือท่ีท่ีคํานวณไดจากการรังวัดทําแผนที่เพ่ือออก
โฉนดทีด่ ินแตกตา งจากหลักฐาน น.ส. ๓ เดิมมาก และมีกรณีสงสัยวา น.ส. ๓ ดังกลาวเปนหลักฐานสําหรับที่ดินแปลง
234 คูม่ อื เจา้ หนา้ ที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน
ทน่ี าํ เดนิ สาํ รวจฯ หรือไม พนักงานเจาหนาท่ีก็ควรพิจารณาโดยรอบคอบโดยสอบสวนเพ่ิมเติมเจาของท่ีดิน เจาของท่ีดิน
ขางเคียงและผูปกครองทองท่ีตลอดจนเรียกเอกสารหลักฐานเพ่ิมเติมเพ่ือประกอบการพิจารณาได หากเชื่อไดวาหลักฐาน
น.ส. ๓ ดังกลาวเปน หลักฐานสาํ หรับท่ีดนิ แปลงทีน่ าํ เดินสาํ รวจฯ จริง ก็พิจารณาดําเนินการออกโฉนดที่ดินตอไปโดยไม
ตอ งใหเ จา ของที่ดนิ ไปขอตรวจสอบเนอื้ ท่ี น.ส. ๓ ช้ันอาํ เภอกอ นแตอยา งใด
หนังสอื กรมทีด่ นิ ที่ มท ๐๗๑๓/๑๙๙๓๘ ลงวนั ท่ี ๒๘ กันยายน ๒๕๓๐
เรือ่ ง ขอยกเลกิ ใบไตสวน
(เวยี นตามหนงั สือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๒๑๑๙๐ ลงวนั ท่ี ๑๓ ต.ค. ๓๐)
- การเดินสํารวจออกโฉนดทดี่ ินทั้งตาํ บลเปน เร่อื งทก่ี ฎหมายบงั คับใหผมู สี ิทธใิ นที่ดนิ ตอ งมานาํ ทาํ การ
เดินสํารวจโดยอาศัยงบประมาณของทางราชการเปนจํานวนมากและทางราชการถือวาเปนนโยบายท่ีสําคัญประการหน่ึง
จึงถือเปนหลักการวา เม่ือมีการนําเดินสํารวจโดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบ วิธีการแลวยอมจะยกเลิกไมได เวนแต
เปนกรณมี เี หตขุ ดั ของซึง่ ไมอาจแกไขไดห รือเปนการนําเดินสํารวจ ไปโดยไมชอบดวยกฎหมายและระเบียบวิธีการ ซ่ึงก็
จะตองสงเรื่องไปใหก รมท่ดี นิ พจิ ารณาส่ังยกเลกิ เปนรายๆ ไป
หนังสือกรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๗๒๕/ว ๐๐๖๐๘ ลงวนั ท่ี ๑๑ มกราคม ๒๕๓๓
เร่อื ง การรบั โอนการครอบครองทดี่ ินทีม่ ีใบจอง
- ขอทบทวนแนวทางปฏิบัติเก่ียวกับการนําทําการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนข องผทู ีไ่ ดร บั โอนการครอบครองทด่ี ินตามใบจองโดยไมถ กู ตอ งตามกฎหมาย ดังนี้
๑. ใหผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินที่มีใบจอง นําทําการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รบั รองการทําประโยชนได พรอมทัง้ นาํ ใบจองมาแสดงตอ เจาหนา ที่เพื่อรวมเรอ่ื งไวประกอบการพิจารณา
๒. หากผูนําทําการเดินสํารวจฯนําใบจองมาแสดงไมได ใหเจาหนาที่บันทึกไวในใบไตสวน (น.ส.๕) หรือแบบ
บนั ทึกการสอบสวนสิทธิและพสิ ูจนการทาํ ประโยชน (น.ส. ๑ ก.) วานาํ ใบจองมาแสดงไมไ ดเ พราะเหตุใด
๓. เมื่อพนักงานเจาหนาที่จะพิจารณาออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนก็ใหพิจารณา
ดาํ เนินการตามระเบยี บกรมทีด่ ิน วา ดวยการเพิกถอนและจาํ หนายใบจองออกจากทะเบยี นทด่ี นิ พ.ศ.๒๕๒๗ โดยพจิ ารณา
ดําเนินการตามขอเทจ็ จรงิ เปน รายๆ ไปดว ย
๔. โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาวอยูในบังคับหามโอนตามความ ในมาตรา ๕๘ ทวิ
แหง ประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซงึ่ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับ
ที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๘)
หนงั สอื กรมท่ีดนิ ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๓๕๔๙ ลงวันท่ี ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๓๓
เร่อื ง การระวังชีแ้ นวเขตและลงชอ่ื รบั รองเขตที่ดินกรณอี อกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรับรองการทาํ ประโยชน
เพ่ือใหการปฏิบัติตามนัยระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ขอ ๙
เปนไปในแนวทางเดียวกัน จึงไดกําหนดแบบหนังสือแจงและแบบประกาศเร่ืองการระวังช้ีแนวเขตและลงช่ือรับรองเขต
ทด่ี นิ กรณีออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) เพื่อให
พนกั งานเจา หนาทถี่ อื ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
คู่มอื เจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 235
๑. กรณอี อกโฉนดทดี่ ินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะราย ใหแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงให
มาระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรองเขตที่ดิน หากเปนกรณีตองดวย ขอ ๘ วรรคสอง และไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดิน
ขา งเคียงใหมาระวงั แนวเขตได กใ็ หป ฏิบัติตามขอ ๙ (๒) แหงระเบยี บดงั กลาว โดยปดประกาศ
๒. กรณีออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยการเดินสํารวจ ซ่ึงไมอาจติดตอผูมีสิทธิ
ในท่ีดินขางเคียงใหมาระวังช้ีแนวเขตและลงช่ือรับรองเขตที่ดินในวันทําการเดินสํารวจได หากเปนกรณีตองดวยขอ ๘
วรรคสอง กใ็ หปฏิบตั ติ ามขอ ๙ (๒) แหงระเบียบดังกลาว โดยปดประกาศ
สาํ หรบั การออกโฉนดท่ดี นิ หรือหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชนต ามหลักฐานอืน่ นอกจากหลักฐานการแจง
การครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) กใ็ หใชแบบหนงั สือแจงฯ และหรอื แบบประกาศฯ ดังกลาวขา งตนโดยอนโุ ลม
หนังสอื กรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๗๑๓/ ว ๑๙๑๕๑ ลงวันท่ี ๑๙ กนั ยายน ๒๕๓๓
เร่ือง การประทบั ตราประจาํ ตอ
๑. กอนแจกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไมวาจะเปนแบบใด ใหเจาหนาที่ประทับตรา
ประจาํ ตอ (ดวงตราทองเหลืองประจําวัน) ลงในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนทั้งฉบับสํานักงานที่ดิน
และฉบับเจา ของท่ีดินทห่ี นา ๒ รมิ กระดาษเบ้ืองบนดานซา ยมือโดยวางโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน
ฉบับเจา ของที่ดนิ ซอ นบนฉบบั สํานักงานทด่ี นิ เหลือ่ มกันประมาณนวิ้ ครึง่ ประทบั ตราใหช ดั เจนดว ยชาดนาํ้ มนั สแี ดงให
ดวงตราคาบอยูกับริมดานซายของโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนฉบับละประมาณคร่ึงดวง สวนใบ
แทนก็ใหประทบั ตราประจาํ ตอเชน เดียวกนั
๒. กอนเพิ่มสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเจาหนาที่ประทับตราประจํา
ตอลงในสารบัญจดทะเบียนแผนเดิมและแผนเพ่ิมใหมท่ีริมกระดาษเบ้ืองบนดานขวามือ โดยวางกระดาษสารบัญจด
ทะเบียนซอนกันใหริมกระดาษดานขวามือเหล่ือมกันประมาณคร่ึงน้ิว แลวจึงใชตราประจําตอประทับเบ้ืองบนดานขวา
ใหดวงตราคาบอยกู ับริมกระดาษสารบัญจดทะเบยี นแผนละประมาณครึ่งนิ้ว เมื่อมีการเพ่มิ สารบัญจดทะเบยี นแผน ตอ ๆไป
ใหประทับตราประจําตอเชนเดียวกัน แตใหเล่ือนประทับดวงตราถัดลงมาเบื้องลางหรือเล่ือนข้ึนไปเบื้องบนแลวแตกรณี
อยาใหด วงตราทีป่ ระทบั ใหมท ับกบั ดวงตราประจําตอทม่ี ีอยูเ ดมิ
หนงั สอื กรมท่ีดนิ ที่ มท๐๗๑๙/๘๙๒๕ ลงวนั ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๓๔
เร่อื ง การระวังชแ้ี นวเขตและลงช่ือรบั รองเขตที่ดินกรณอี อกโฉนดท่ีดนิ หรือหนงั สือรบั รองการทาํ ประโยชน
(เวียนตามหนงั สอื กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๙๑๑๔ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๓๔)
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๒ วาดวย
เง่ือนไขการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดยกเลิกระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ
ฉบบั ท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๕) และฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๔)วา ดว ยหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไขการ
ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลว ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ.
๒๕๓๒) หมวด ๒ ไมไดกําหนดเงื่อนไขเก่ียวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามหลักฐาน
อืน่ นอกจากหลกั ฐานการแจงการครอบครองทด่ี ิน (ส.ค.๑) ไวดว ย ฉะนั้น เพอ่ื ใหเปน ไปในทางเดยี วกัน จึงขอใหถือปฏิบัติ
ดงั นี้
๑. การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามหลักฐานการแจงการครอบครอง
ท่ีดนิ (ส.ค.๑) ในกรณีเฉพาะรายใหถ อื ปฏิบัติตามขอ ๑ สว นกรณีเดินสํารวจใหถือปฏิบัติตามขอ ๒ ตามหนังสือกรมท่ีดิน
ที่ มท ๐๗๑๓/ว ๓๕๔๙ ลงวนั ที่ ๑๖ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๓
236 คู่มอื เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน
๒. การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายตามหลักฐานอื่น นอกจาก
หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน(ส.ค.๑) ใหถือปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๓๕๔๙ ลงวันที่ ๑๖
กมุ ภาพันธ ๒๕๓๓ ขอ ๑
๓. การเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ท่ีผูนําเดินสํารวจหรือ
ตัวแทนนําหลักฐานอน่ื นอกจากหลักฐานการแจง การครอบครองทดี่ นิ (ส.ค.๑) หรอื กรณไี มม หี ลกั ฐานนาํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจ
ถามีผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงรับรองเขตที่ดินไมครบ ใหดําเนินการตามคําส่ังกรมท่ีดิน ที่ ๕๖๕/๒๕๒๓ ลงวันท่ี ๑๕
พฤษภาคม ๒๕๒๓ เร่ือง การรับรองแนวเขตท่ีดินของทางราชการและระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเขียนขางเคียงและการ
รับรองแนวเขตที่ดนิ พ.ศ. ๒๕๓๐ ขอ ๔๕ แลว ดําเนนิ การออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชนต อไป
หนังสือกรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๒๒๖๒๙ ลงวันที่ ๘ ตลุ าคม ๒๕๓๔
เร่อื ง การหมายเหตุใน ส.ค. ๑ เมื่อไดออกหนังสือรับรองการทาํ ประโยชนหรอื โฉนดท่ีดินไปแลว
๑. กรณีการนํา ส.ค. ๑ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. หรือใบจองมาขอออกโฉนดที่ดิน กอนออกโฉนดท่ีดินใหจังหวัดสง
สําเนาหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวใหอําเภอตรวจสอบกอนวาถูกตองตรงกันกับฉบับของอําเภอหรือไม
และเม่ือจังหวัดไดดําเนินการออกโฉนดที่ดินและแจกใหแกเจาของที่ดินรับไปแลว ใหจังหวัดมีหนังสือแจงอําเภอให
หมายเหตุการออกโฉนดที่ดินใน ส.ค. ๑ หรือ น.ส. ๓ และทะเบียนการครอบครองที่ดินใหถูกตองตรงกัน โดยสงทาง
ไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ และใหอําเภอแจงการหมายเหตุดังกลาวไปใหจังหวัดทราบ เพื่อรวมเก็บเปนหลักฐานไวใน
สารบบของที่ดนิ ทีไ่ ดอ อกโฉนดท่ดี นิ แปลงนนั้ ณ สาํ นกั งานทดี่ นิ จังหวดั หรอื สาํ นกั งานทดี่ นิ สาขาแลว แตก รณดี วย
๒. กรณกี ารนาํ ส.ค. ๑ มาขอออกหนงั สอื รับรองการทาํ ประโยชนห รอื โฉนดท่ดี ิน เม่อื เจา หนา ท่ีหมายเหตใุ นส.ค.
๑ และจดแจงรายการเปลย่ี นแปลงทางทะเบียนการครอบครองท่ีดินทางอําเภอรวมท้ังดําเนินการตามขอ ๑ ขางตนเรียบรอย
แลว ก็ใหร ายงานการเปลี่ยนแปลงทะเบียนการครอบครองทีด่ นิ ไปยงั กรมทีด่ ินตามระเบยี บ เพอื่ จะไดจดแจง แกไ ขทะเบยี น
การครอบครองทีด่ นิ ทางสวนกลางใหถ กู ตองตรงกนั ตอ ไปดว ย
หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ดวนมาก ที่ มท. ๐๖๒๕/ว. ๒๗๐ ลงวนั ที่ ๓ กุมภาพันธ ๒๕๓๕
เร่อื ง การปฏิบัตงิ านกอนออกโฉนดทด่ี นิ ใหจังหวดั ตามโครงการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดิน
กอนออกโฉนดทดี่ นิ ใหจังหวัด
๑. แจง ใหน ายอาํ เภอหรอื ปลดั อาํ เภอผูเปนหัวหนา ประจาํ กิ่งอาํ เภอรว มตรวจสอบการออกโฉนดท่ีดินใน
ฐานะผูปกครองทองท่ี หากจะมอบหมายใหผูใดไปทําการแทน ขอใหมอบหมายใหผูท่ีสามารถจะไปรวมตรวจสอบไดใน
วันท่ีเจาหนาทท่ี าํ การรงั วดั
๒. ในกรณที ี่มีปญหาวา ทดี่ นิ บริเวณใดจะอยูในหลักเกณฑท่ีอาจออกโฉนดที่ดินไดหรือไม ใหจังหวัด
พิจารณาแตงตัง้ คณะกรรมการตามท่ีเหน็ สมควรออกไปทําการตรวจสอบกอ นดําเนนิ การออกโฉนดทดี่ ิน
๓. ใหผูกํากับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน เขารวมประชุมชี้แจงในการประชุมประจําเดือนของ
หัวหนาสวนราชการประจําจังหวัด และหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอเพ่ือรายงานผลการปฏิบัติงาน ปญหา อุปสรรค
และแนวทางแกไ ขใหท่ีประชุมทราบ เพ่ือเปน แนวทางในการแกไ ขปญหาและใหความสนับสนุนโครงการเดินสํารวจออก
โฉนดท่ีดนิ
๔. ใหจังหวัดควบคุม บังคับบัญชาการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ี ตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนด
ที่ดินใหเปนไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยเครงครัด รวมทั้งการพิจารณาบําเหน็จความชอบ
ประจาํ ป
คมู่ ือเจ้าหน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน 237
๕. ใหจังหวัดพิจารณาวางแผนเรงรัดการออกโฉนดท่ีดิน และแจกโฉนดที่ดินใหถึงมือราษฎรโดยเร็ว
เพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงคของโครงการพัฒนากรมที่ดินและเรงรัดการออกโฉนดท่ีดินทั่วประเทศ เปนการสนองนโยบาย
รฐั บาลอกี ทางหนึ่งดว ย
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๖๒๕/๑๖๔๑๐ ลงวันที่ ๒๒ มถิ ุนายน ๒๕๓๕
เรื่อง การรงั วัดออกโฉนดทดี่ นิ ทคี่ างแจกเกิน ๑๐ ป
(เวยี นตามหนงั สอื กรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๑๗๕๗๗ ลงวนั ที่ ๒ ก.ค. ๓๕)
- เจา ของท่ีดนิ บางรายไมมหี ลกั ฐานท่ดี นิ แตเคยนําทาํ การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินไวประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ –
๒๕๑๔ แตเจา ของทีด่ นิ เดินสํารวจไมรังวัดใหเ พราะเกรงวา จะออกโฉนดทดี่ นิ ทบั กนั นน้ั ใหน าํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจฯ โดยใช
ระวางแผนที่ระบบ ยู ที เอ็ม และใหพนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบและบันทึกไวในเรื่องราวการเดินสํารวจฯ ใหไดความ
วา ที่ดินท่ีนําทําการเดินสํารวจฯ ซํ้านั้น มีใบไตสวนเลขที่ เทาใด ผูใดนําทําการเดินสํารวจฯ ไว มีการครอบครอง
ตอเนื่องมาอยางไร หรือไม มีภาระติดพันหรือไม ประการใด ถามีใหยกรายการมาจดแจงไวตามระเบียบ เม่ือเจา
พนักงานที่ดินพิจารณาออกโฉนดท่ีดินใหเจาของที่ดินแลว ใหหมายเหตุไวดานหนาใบไตสวนเดิมทั้ง ๒ ฉบับ ดวย
อักษรสีแดงวา “ใบไตสวนฉบับน้ียกเลิก เพราะไดนําทําการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดที่ดินใหมแลวแตวันที่…..
เดือน………พ.ศ…..” พรอมทั้งลงชือ่ และวัน เดอื น ป กาํ กับไวใ นวันแจกโฉนดทด่ี นิ
หนงั สอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๔๐๐๗๕ ลงวนั ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๕
เรือ่ ง กําหนดแผนการปฏิบัตงิ านเดนิ สํารวจเพ่ือออกโฉนดทด่ี นิ และแจกโฉนดทีด่ นิ
- ใหจังหวัดรวมพิจารณากําหนดพื้นที่เพ่ือจัดทําแผนการปฏิบัติงานเดินสํารวจเพื่อออกโฉนดท่ีดิน การ
เปล่ียน น.ส. ๓ ก. เปน โฉนดท่ดี นิ ตาม ม. ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ของแตละกองกํากับการเดิน
สํารวจฯ ในจังหวัดทองที่ใหสอดคลองกับแผนงานท่ีกรมที่ดินกําหนด ใหกรมที่ดินทราบภายใน ๓๐ วัน
นบั แตวันเริ่มตน ของการเดนิ สํารวจรงั วัด
หนังสือกรมทีด่ นิ ดว นท่ีสดุ ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๐๒๐๘๒ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๓๖
เร่ือง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แหงประมวลกฎหมาย
ท่ีดนิ
- เพือ่ ใหการออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนังสือรบั รองการทําประโยชนใ หกบั บคุ คลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรค ๒(๒)
มีความถูกตอง รอบคอบและรัดกุมย่ิงขึ้น พนักงานเจาหนาที่ไมควรรับฟงพยานบุคคลเพียงดานเดียว ควรจะตองมีพยาน
เอกสารทางราชการหรือหลักฐานการไดมาซ่ึงที่ดินที่เช่ือถือไดซ่ึงทางราชการออกให หรือเอกสารราชการที่เก่ียวของกับ
ท่ีดินดังกลาวที่แสดงไวอยางชัดเจนถึงวันเวลาของการไดมาวาไดมากอนประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับประกอบการ
พจิ ารณาออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการ ทําประโยชนจึงจะเปนการชอบ ท้ังนี้ใหอยูในดุลยพินิจของเจาพนักงาน
ท่ดี ินจังหวดั หรือเจา พนกั งานทด่ี นิ สาขาหรอื นายอําเภอทอ งท่ีแลวแตกรณี
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๖๑๙/ว ๐๗๒๖๔ ลงวนั ที่ ๑๕ มนี าคม ๒๕๓๖
เร่ือง การระบุตัวอักษรกาํ กบั ตวั เลขจาํ นวนเนอื้ ทีท่ ด่ี นิ ในหนังสือแสดงสทิ ธใิ นท่ีดนิ
เพ่อื ใหการระบุตวั อกั ษรจาํ นวนเน้ือทีท่ ่ีดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเปนไปในทางเดียวกัน จึงขอซอมความ
เขาใจเกี่ยวกับวิธีการระบุตัวอักษรกํากับตัวเลขจํานวนเนื้อที่ท่ีดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเพ่ิมเติม จากตัวอยางตาม
หนังสือท่ีอางถงึ อีก ๗ กรณี ดังนี้ คือ
กรณี ๑ “เนื้อท่ี – ไร ๑ งาน ๕๐ ตารางวา”
238 คมู่ อื เจา้ หน้าท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ
(หนึง่ งานหา สิบตารางวา)
กรณี ๒ “เน้อื ท่ี – ไร – งาน ๕๐ ตารางวา”
(หา สบิ ตารางวา)
กรณที ี่ ๓ “เน้ือท่ี ๑๐ ไร – งาน- ตารางวา”
(สิบไร)
กรณีท่ี ๔ “เนื้อที่ ๑๐ ไร ๑ งาน – ตารางวา”
(สิบไรหน่งึ งาน)
กรณที ี่ ๕ “เนอื้ ที่ – ไร ๑ งาน – ตารางวา”
(หนง่ึ งาน) ๑๕๐
กรณีที่ ๖ “เนือ้ ที่ – ไร – งาน ๕๐ ตารางวา
(หา สบิ เศษหาสว นสบิ ตารางวา)
กรณีท่ี ๗ “เนอ้ื ท่ี – ไร ๑ งาน ๐๐๑๕๐ ตารางวา”
(หนึง่ งานเศษหาสวนสบิ ตารางวา)
อน่ึง ตามท่ีกรมที่ดินไดวางทางปฏิบัติไวตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๑๙/ว ๓๙๕๐๒ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม
๒๕๓๕ น้ัน ใชเฉพาะหนงั สือแสดงสทิ ธิในท่ดี นิ ทอี่ อกภายหลงั วนั ท่หี นังสอื เวียนดังกลา วใชบ งั คับแลวเทานั้น
หนงั สือกรมที่ดิน ดว นทสี่ ดุ ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๐๘๐๒๐ ลงวันท่ี ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๖
เรอื่ ง การปฏบิ ตั ิงานตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี นิ
- ใหบันทึกในขอ ๙ ของใบไตสวน (น.ส. ๕) เพื่อใหทราบวาท่ีดินนั้นไดทําประโยชนเปนท่ีนาที่บาน มีส่ิง
ปลูกสรางหรือไม ลักษณะอยางไร เลขที่เทาใดหรือที่สวนปลูกพืชชนิดใด ปลูกมาแลวกี่ปเต็มพ้ืนท่ีหรือไมและหามใช
ตรายางประทบั แทนการบันทึกการสอบสวนดงั กลาวโดยเดด็ ขาด
หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท๐๖๑๙/ว ๑๗๖๗๒ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖
เรื่อง การเขยี นเลขโฉนดทด่ี นิ
เพ่ือใหเ กดิ ความรวดเร็วในการปฏิบัติงานของเจาหนา ทแ่ี ละโฉนดทด่ี ินท่จี ะตอ งดําเนินการมีจํานวนมากแปลงจะ
ใชเคร่ืองตอกเลข ( Running Number Machine) ซ่ึงเปนเลขอารบิคในการเขียนเลขโฉนดท่ีดินแทนการเขียนก็ใหกระทําได
แตหากเปนการเขยี นกใ็ หใ ชเลขไทยตามเดิม
หนงั สือกรมท่ีดนิ ดว นมาก ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๒๕๑๙๕ ลงวันท่ี ๑๗ กันยายน ๒๕๓๖
เร่ือง การเก็บรักษาทะเบยี นหรอื บัญชีคุมเร่อื งราวการเดินสาํ รวจออกโฉนดที่ดนิ และการเปล่ียนน.ส. ๓ ก. เปนโฉนดที่ดิน
ใหส าํ นักงานท่ดี นิ จงั หวดั และสํานักงานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา ควบคมุ และ เก็บรักษาทะเบียนหรือบัญชีคุมเรื่องราว
การเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี นิ และการเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดทด่ี ิน ดังน้ี
๑. บัญชีคมุ ใบไตส วนตามระเบียบการเดมิ (สมุดเบอร ๒)
๒. บัญชีคุมใบไตส วน (น.ส. ๑๖)
๓. บัญชีคุมแบบการเปลย่ี น น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดท่ีดนิ (น.ส. ๒๒)
๔. บัญชีรายการประจําวนั ทาํ การเดนิ สํารวจฯ (บ.ท.ด. ๑๖)
๕. บัญชีรายวันทําการเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดทดี่ ิน (น.ส. ๒๓)
คมู่ ือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ 239
หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ดวนที่สดุ ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๒๖๙๕ ลงวนั ท่ี ๑๑ ตลุ าคม ๒๕๓๖
เร่อื งการกาํ หนดพน้ื ท่ที ่ีจะเดินสํารวจออกโฉนดท่ดี ิน
- ใหจังหวัดแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดพื้นท่ีท่ีจะทําการเดินสํารวจ ประกอบดวย ผูวาราชการจังหวัด หรือรอง
ผวู า ราชการจงั หวัดเปนประธาน ปา ไมจ งั หวัด ผูแทนหนวยทหารในพ้ืนทร่ี าชพสั ดจุ ังหวัด,ผแู ทนกรมพฒั นาทด่ี นิ ,ผแู ทน
สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (เฉพาะจังหวัดท่ีมี) นายอําเภอผูเปนหัวหนาปกครองอําเภอทองท่ี เจา
พนักงานท่ีดินจงั หวดั เพ่อื ปองกันการเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี ินรกุ ลาํ้ ทด่ี นิ ของรฐั โดยกาํ หนดลงในระวางแผนทห่ี รอื แผน
ที่ภูมิประเทศ มาตราสวน ๑/๕๐๐๐๐ ใหชัดเจนและจัดทําแผนผังประกาศไวที่จังหวัดและอําเภอทองท่ีใหราษฎรทราบ
ลว งหนา ไมน อ ยกวา ๓๐ วนั
หนงั สอื กรมที่ดนิ ที่ มท๐๖๒๕/ว ๑๑๖๑๐ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๗
เรอื่ ง การเดนิ สํารวจออกโฉนดท่ีดินในเขตปฏิรปู ท่ดี นิ
เม่ือไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปท่ีดินในทองท่ีใดแลว และในเขตปฏิรูปท่ีดินไมวาจะเปนพื้นท่ีท่ี
ส.ป.ก. เขาไปดําเนินการแลวหรือยังไมไดดําเนินการก็ตาม พนักงานเจาหนาที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแก
ราษฎรทีค่ รอบครองและทําประโยชนอยกู อนแลวท่ีประมวลกฎหมายที่ดินใหบังคบั ไมไดถา ราษฎรดังกลา วไมไ ดแ จงการ
ครอบครองมาตรา ๕ แหง พ.ร.บ แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. ๒๔๓๗ หรอื มิได แจงความประสงคจะไดสิทธิในท่ีดิน
ตามมาตรา ๒๗ ตรี แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ินไวก อ น
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๑๔๓๑๘ ลงวนั ท่ี ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๗
เรื่อง การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แหงประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน
กรณที ่ีผนู าํ เดนิ สํารวจออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สอื รบั รองการทําประโยชน ตามม.๕๘ทวิ วรรคสอง (๒) แหงประมวล
กฎหมายที่ดนิ อางวา ไดมกี ารครอบครองและทาํ ประโยชนมากอนประมวลกฎหมายที่ดนิ ใชบังคับ หรอื กอ นการหวงหา ม
สาํ หรับทีด่ ินดงั ตอไปนี้
๑. ที่เขา ที่ภูเขา ซึ่งหากไดมาภายหลังประมวลกฎหมายท่ีดินใชบังคับ ไมอาจออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนงั สอื รับรองการทําประโยชนได ตามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗)
๒. พื้นทลี่ าดชนั เฉลย่ี เกนิ ๓๕% ซึ่งตามนโยบายปาไมแ หงชาติ กาํ หนดวา ไมสมควรออกเอกสารสทิ ธิ
๓. ทด่ี นิ ทท่ี างราชการกันออกหรือยกเลิกหรือถอนสภาพการหวงหามภายหลังประมวลกฎหมายท่ีดิน
ใชบ ังคบั
ใหพิจารณาสอบสวนดวยความรอบคอบโดยยึดถือพยานเอกสารและพยานบุคคลเปนหลักในการ
พจิ ารณาหรอื ในกรณที ่ีไมมพี ยานเอกสาร ใหนาํ พยานแวดลอ มอน่ื มาประกอบการพิจารณาดวย
สวนทด่ี นิ นอกเหนือจากพื้นท่ีดังกลาวขางตน ใหสอบสวนพิจารณาตามแนวทางและระเบียบวิธีการท่ี
มอี ยูเ ดมิ
หนงั สือกรมทดี่ นิ ดว นมาก ที่ มท. ๐๖๒๕/๖๖๔๕ ลงวนั ท่ี ๑๕ มนี าคม ๒๕๓๘
เรื่อง หารือปญหาการเดนิ สํารวจในเขตปฏิรปู ทด่ี นิ
240 คูม่ ือเจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ ิน
การเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยไมไดแจงการครอบครอง (ส.ค.๑) เมื่อป พ.ศ. ๒๕๐๖ น้ัน ตามคําส่ัง
กรมท่ีดิน ท่ี ๒/๒๔๙๙ ลงวันท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๙๙ หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๖๑๐/ว ๑๔๔ ลงวันท่ี ๓
เมษายน ๒๕๑๓ และหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๑๔๔ ลงวันท่ี ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ กําหนดใหผูครอบครองและ
ทําประโยชนใ นทีด่ ินกอนประมวลกฎหมายท่ีดนิ ใชบ ังคับนาํ เดินสาํ รวจออกโฉนดทีด่ ินไดโดยจะตอ งนาํ หลกั ฐานการแจง
การครอบครอง (ส.ค.๑) หรอื หลักฐานการยืน่ ขอผอนผันแจงการครอบครองมาใหในภายหลัง ซ่ึงหากไมม หี ลกั ฐานแจง การ
ครอบครอง (ส.ค. ๑) หรือการขอผอนผนั แจงการครอบครองแลว กรณีก็ไมอาจแจกโฉนดที่ดินใหได แตโดยที่การขอผอน
ผันแจงการครอบครองไมอาจกระทําไดเนื่องจากไดถูกยกเลิกแลวโดยผลของกฎหมาย และใหผูที่ครอบครองและทํา
ประโยชนในท่ีดินกอนประมวลกฎหมายท่ีดินมีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินไดหากมีการประกาศเดินสํารวจในทองที่น้ัน
ตามมาตรา ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยถือวาการมานําเดินสํารวจเปนการแจงความประสงคจะไดสิทธิใน
ที่ดินแลว ฉะน้ัน กรณีนี้เจาของท่ีดินไดนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินไวเม่ือป พ.ศ. ๒๕๐๖ ถือไดวาเปนการแจงความ
ประสงคไดสิทธิแลว จึงใหนําใบไตสวนประกอบหลักฐานการนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยถือปฏิบัติตามนัย
หนงั สือกรมท่ีดิน ดว นมาก ท่ี มท ๐๖๒๕/๑๖๔๑๐ ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ เรือ่ ง การรังวัดออกโฉนดที่ดินคางแจก
เกิน ๑๐ ป ซ่ึงเวียนใหทราบและถือปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๑๗๕๗๗ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม
๒๕๓๕
และสําหรับ น.ส. ๓ ก. ทอี่ อกโดยมไิ ดแ จงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ในเขตปฏิรูปที่ดินและออกทับใบไต
สวนนนั้ ใหนาํ น.ส. ๓ ก. นน้ั ประกอบหลักฐานการเดนิ สาํ รวจรวมไวในเร่อื งดว ยโดยบันทึกเจาของท่ีดนิ ใหไดความวาได
ครอบครองทีด่ นิ ตอเน่อื งมาจากผูม ีชอ่ื ใบไตสวนอยา งไร ตงั้ แต เม่ือใด แลวหมายเหตุใน น.ส. ๓ ก. เม่ือไดมีการออกโฉนด
ทดี่ นิ แลว ตามระเบียบ
๒. กรณีท่ีดินท่ีมีการออก น.ส. ๓ ก. โดยมีหลักฐานแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑)และออกทับท่ีดินมีใบ
ไตสวนหรือโฉนดที่ดินคางแจกใหนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยใชหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ดังกลาวได เน่ืองจากใบไต
สวนเปนเพียงเอกสารแสดงการสอบสวนเพ่ือออกโฉนดที่ดินเทาน้ันมิใชเอกสารสิทธิในท่ีดินแต น.ส. ๓ ก. เปนเอกสาร
สิทธิในที่ดินประเภทหน่ึง และสําหรับใบไตสวน เมื่อไดมีการออกโฉนดท่ีดินแลวก็ใหพิจารณายกเลิกใบไตสวนตาม
ระเบียบตอ ไป
หนังสือกรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๖๑๙/ว ๑๕๑๑๑ ลงวนั ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๙
เร่ือง การรงั วดั เปลี่ยนโฉนดตราจอง หรอื ตราจองทต่ี ราวา“ไดท ําประโยชนแ ลว ” เปน โฉนดท่ดี ิน
โฉนดตราจองหรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภท
หนึ่งตามนัยมาตรา ๑ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ดังน้ัน การรังวัดเปล่ียนโฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราวา “ไดทํา
ประโยชนแลว” เปนโฉนดท่ีดิน จึงมิใชการรังวัดเพื่อออกโฉนดท่ีดิน แตเปนการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามมาตรา ๖๙ ทวิ
แหง ประมวลกฎหมายท่ดี ิน เพ่ือเปลีย่ นประเภทหนังสอื แสดงกรรมสทิ ธ์ิ และเพ่ือใหทราบที่ตั้งแนวเขตที่ดินเทานั้น หากมี
ผูโตแยงสิทธิในที่ดิน พนักงานเจาหนาท่ีจะดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคหา แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน การที่
กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ
๑๕ (๓) กําหนดใหมีการประกาศการแจกโฉนดท่ีดิน ก็โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือหาผูคัดคาน หรือโตแยงสิทธิในที่ดิน เมื่อ
การดําเนินการออกโฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” ไดมีการขออนุญาตจับจอง และมีการ
ประกาศหาผูโตแยงสิทธิตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนดในกฎขอบังคับท่ี ๑ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๑ ออก
คูม่ ือเจ้าหนา้ ท่ีสอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ ิน 241
ตามความในพระราชบัญญัติออกตราจองท่ีดินชั่วคราว ร.ศ. ๑๒๑ (ตอมาไดมีประกาศเมื่อวันท่ี ๓๑ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๔
เปลยี่ นนามพระราชบัญญตั อิ อกตราจองทด่ี นิ ช่ัวคราว ร.ศ. ๑๒๑ เปนพระราชบัญญัติออกโฉนดตราจอง) และ
ตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ ซ่ึงเปนกฎหมายที่ใชบังคับในขณะน้ันมาแลว การนําโฉนด
ตราจองหรือตราจองท่ตี ราวา “ไดท าํ ประโยชนแ ลว” มาทาํ การรังวดั เปล่ียนเปนโฉนดทีด่ ิน จงึ ไมจ าํ ตอ งดาํ เนนิ การประกาศ
การแจกโฉนดทด่ี นิ เพื่อหาผคู ัดคา นหรือโตแยงสิทธใิ นท่ดี ินอีกแตอ ยางใด
หนงั สือกรมท่ีดนิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๐๐๒ ลงวนั ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๐
เร่ือง การขอรับโฉนดทีด่ นิ ตามโครงการเดนิ สํารวจฯ โดยยงั ไมช าํ ระเงินคา ธรรมเนียม
- ผูมีสิทธิในท่ีดินรายใดประสงคจะขอรับโฉนดที่ดินไปกอน แตยังไมชําระคาธรรมเนียมก็ใหพนักงาน
เจาหนาที่จดแจงการคางชําระเงินคาธรรมเนียมใหปรากฏในโฉนดที่ดินน้ัน ตามความในมาตรา ๑๐๓
วรรคสอง แหง ประมวลกฎหมายทดี่ นิ และถือปฏบิ ัตติ ามหนังสอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๘๖๗๗ ลงวนั ท่ี ๘ มนี าคม
๒๕๑๕
หนังสอื กรมทีด่ นิ ดว นท่ีสุด ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๑๐๘๗ ลงวนั ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๐
เรอื่ ง ใหสอบผปู กครองทองทก่ี อนออกโฉนดท่ดี ิน
(เวียนตามหนังสือกรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/๓๕๖๘๔ ลงวนั ที่ ๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐)
๑. เร่ืองการมอบหมายใหไปเปนพยานรวมตรวจสอบท่ีดิน ระวังแนวเขตและรับรองเขตท่ีดินสาธารณประโยชน
แทนนายอําเภอ กรมท่ีดินไดเคยมีหนังสือ ท่ี มท ๐๗๑๒/๒๗๐๓๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๙ ตอบขอหารอื จงั หวดั
แพร ซึง่ ไดเวยี นใหทราบและถอื ปฏิบัตแิ ลว ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๒๗๙๖๓ ลงวนั ที่ ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๒๙
๒. การระวังชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตทางหลวงเทศบาล ใหถือปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดิน
วาดว ยการเขียนขา งเคยี งและการรบั รองแนวเขตท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ขอ ๒๗ สว นทางสาธารณประโยชนและทางน้าํ ทอ่ี ยใู น
เขตเทศบาลน้ัน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ.
๒๕๑๕ ขอ ๔ (๑) และ ขอ ๕ (๑) เปนอํานาจหนาที่ของนายอําเภอเปนผูดูแลรักษา ดังนั้น นายอําเภอทองท่ีจึงควรเปนผู
ระวังชี้และรบั รองแนวเขตทีด่ ินดว ย
หนงั สือกรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๖/ว. ๓๔๕๗๓ ลงวันที่ ๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐
เรื่อง การกรอกขอความในโฉนดทดี่ นิ
ในกรณีทใี่ ชพ มิ พข อ ความแทนการเขยี นนน้ั จะใชเ ครือ่ งพิมพด ีด หรอื ใชคอมพวิ เตอร (Computer) ยอมเปน
วิธีการพมิ พเ ชน เดยี วกัน
หนงั สือกรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๗๐๐๔ ลงวนั ที่ ๒๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐
เรอื่ ง การลงท่หี มายในระวางแผนที่ทับเลขทด่ี นิ
ใหต รวจสอบ ดงั นี้
๑. บัญชตี อเลขท่ดี ิน สารบัญทดี่ นิ (บ.ท.ด. ๓๙) สารบญั รายชอ่ื วาไดม กี ารใหเ ลขทดี่ นิ และลงบญั ชที ี่ดิน
ไวถกู ตองหรอื ไม
๒. ใบไตส วนทด่ี นิ คางแจก แฟม เก็บใบไตส วนทคี่ างแจก และแฟม เกบ็ ใบไตส วนทแี่ จกแลว แตย งั ไมไ ด
แจกโฉนด บญั ชคี ุมใบไตสวนของแตละตําบล (บ.ท.ด. ๔๔)
๓. ตรวจสอบสารบบท่ีดิน
๔. บัญชีจาํ นวนหนังสือสาํ คญั (บ.ท.ด. ๑๓) บัญชรี ายชอื่ เจาของทีด่ นิ (บ.ท.ด. ๓๕) (ถา มี)