The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน (ปี 2552)

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ

Keywords: ด้านบริหารงานที่ดิน

192 คูม่ ือเจ้าหน้าท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ดี ิน

ใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ลงในระวางรูปถายทางอากาศเพื่อการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน
หรือกรณีที่ขีดเขตแลว แตที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนมีอาณาเขตติดตอคาบเกี่ยวหรืออยูในเขตปา
สงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร
ตามมติคณะรัฐมนตรี ใหผูวาราชการจังหวัดแตงต้ังคณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนท่ีดินประกอบดวยปาไม
อําเภอหรือผทู ป่ี าไมจ งั หวดั มอบหมายสําหรบั ทองที่ที่ไมมีปาไมอําเภอเจาหนาท่ีบริหารงานที่ดินอําเภอ ปลัดอําเภอ (เจา
พนกั งานปกครอง) และกรรมการอืน่ ตามท่เี หน็ สมควร เมอ่ื คณะกรรมการดงั กลา วไดทาํ การตรวจพิสจู นเ สร็จแลว ใหเสนอ
ความเห็นตอผูวาราชการจังหวัดวาสมควรออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหไดหรือไม เพียงใด สําหรับที่ดินท่ีได
จําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แตยังไมไดขีดเขตหรือขีดเขตแลวแตท่ีดินดังกลาวมีอาณาเขตคาบ
เก่ยี วกบั เขตท่ีไดจ าํ แนกใหเปนเขตปาไมถาวรใหแตง ตั้งผแู ทนกรมพัฒนาที่ดนิ เปนกรรมการดวย

ขอ ๑๑. เมื่อผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาผลการตรวจพิสูจนที่ดินของคณะกรรมการตามขอ ๑๐ (๓) แลว
ปรากฏวาทีด่ ินนัน้ ไมอยูในเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท่ี
ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี หรือปรากฏวาที่ดินนั้นอยูในเขตปาสงวนแหงชาติ เขตอุทยาน
แหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปา หรือเขตที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แตผู
ขอไดค รอบครองและทําประโยชนใ นทีด่ นิ ดงั กลา วโดยชอบดว ยกฎหมายมากอนวนั ทที่ างราชการกาํ หนดใหที่ดินน้ันเปน
ปาสงวนแหงชาติ อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร
ตามมติคณะรัฐมนตรี และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาที่ประกาศตามขอ ๑๐ (๑) ใหผูวาราชการจังหวัดส่ังการให
พนักงานเจา หนาท่ีพิจารณาดําเนนิ การตามขอ ๑๐ (๒)

ขอ ๑๒. ใบแทนหนังสอื รบั รองการทําประโยชนใ หใชแบบ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. หรอื น.ส. ๓ ข. แลว แตก รณี

การออกใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาท่ีดําเนินการตามวิธีการ
ออกใบแทนโฉนดทีด่ นิ โดยอนโุ ลม

หมวดที่ ๓

โฉนดทด่ี ิน

ขอ ๑๓. โฉนดทีด่ ินใหใชแ บบ น.ส. ๔ จ. ทา ยกฎกระทรวงนี้

ในกรณีโฉนดทด่ี นิ ที่ออกเปน โฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราวา "ไดทําประโยชนแ ลว " ใหมี คําวา "โฉนดตรา
จอง" หรอื "ตราจองท่ตี ราวา"ไดท ําประโยชนแ ลว" แลวแตก รณี ไวใตต ราครุฑ

ขอ ๑๔. ท่ีดินท่ีจะออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินที่ผูมีสิทธิในท่ีดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และ
เปนทีด่ นิ ทีส่ ามารถออกโฉนดท่ดี ินไดตามกฎหมาย แตห ามมิใหอ อกโฉนดทดี่ นิ สาํ หรับทด่ี ิน ดังตอ ไปนี้

(๑) ท่ดี นิ ที่ราษฎรใชประโยชนร ว มกัน เชน ทางนํ้า ทางหลวง ทะเลสาบ ท่ชี ายตลิ่ง

(๒) ท่ีเขา ทภี่ ูเขา และพ้ืนทท่ี ีร่ ัฐมนตรีประกาศหวงหา มตามมาตรา ๙ (๒) แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
แตไ มรวมถงึ ท่ดี นิ ซง่ึ ผูค รอบครองมสี ทิ ธคิ รอบครองโดยชอบดวยกฎหมายตามประมวลกฎหมายท่ีดิน

คู่มอื เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี นิ 193

(๓) ท่ีเกาะ แตไมรวมถึงที่ดินของผูซ่ึงมีหลักฐานแจงการครอบครองท่ีดิน มีใบจอง ใบเหยียบยํ่า
หนงั สือรับรองการทาํ ประโยชน โฉนดตราจอง ตราจองท่ีตราวา "ไดทําประโยชนแลว" หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวา
ดวยการจัดท่ีดินเพื่อการครองชีพ หรือท่ีดินท่ีคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือท่ีดินซ่ึง
ไดมีการจดั หาผลประโยชนต ามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ
ไดอ นมุ ัติแลว

(๔) ที่สงวนหวงหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
มาตรา ๒๐ (๓) และ (๔) แหงประมวลกฎหมายท่ีดินซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน ฉบบั ที่ (๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ หรอื กฎหมายอน่ื

(๕) ที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไวเพ่ือรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพ่ือประโยชนสาธารณะ

อยางอน่ื

ขอ ๑๕. การออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
แกไ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายทีด่ นิ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ใหด ําเนินการดงั นี้

(๑)ใหมีการรังวัดทําแผนท่ีตามวิธีการรังวัดเพ่ือออกโฉนดที่ดินโดยใหเจาของที่ดินปกหลักหมาย
เขตท่ีดินไวท กุ มุมทด่ี ินของตน

(๒) ใหเ จาของที่ดนิ หรอื ผแู ทนใหถ อยคําตามแบบ น.ส. ๕ ทา ยกฎกระทรวงน้ี

(๓) กอนแจกโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานท่ีดินประกาศการแจกโฉนดท่ีดินใหทราบมีกําหนด
สามสิบวัน ประกาศน้ันใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานท่ีดินทองที่ สํานักงานเขตหรือท่ีวาการอําเภอ หรือที่วาการก่ิง
อําเภอทอ งท่ี ท่ที ําการแขวงหรอื ที่ทาํ การกาํ นนั ทองท่ี และในบริเวณท่ีดนิ นน้ั แหงละหนึ่งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไว ณ
สาํ นักงานเทศบาล อีกหนงึ่ ฉบับ

ขอ ๑๖. ในกรณีออกโฉนดท่ีดินเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่ง
แกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๕ ใหผูมีสิทธิครอบครองที่ดิน
ย่ืนคาํ ขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวงน้ี และใหนําขอ ๗ (๒) ขอ ๑๐(๒) และ (๓) ขอ ๑๑ และขอ ๑๕ มาใชบังคับ
โดยอนโุ ลม

ขอ ๑๗. ในการออกใบแทนโฉนดทด่ี นิ ใหดาํ เนินการดงั นี้

(๑) ในกรณีโฉนดที่ดินเปนอันตรายหรือสูญหาย ใหเจาของท่ีดินย่ืนคําขอและปฏิญาณตนเตอเจา
พนักงานท่ีดินโดยใหนําพยานหลักฐานมาใหเจาพนักงานที่ดินทําการสอบสวนจนเปนท่ีเช่ือถือไดและใหเจาพนักงาน
ที่ดินประกาศใหท ราบมกี าํ หนดสามสบิ วนั ประกาศน้ันใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานท่ีดินทองที่ สํานักงานเขตหรือ
ที่วา การอําเภอ หรอื ท่วี าการกิ่งอําเภอทอ งที่ ท่ีทําการแขวง หรือท่ีทําการกํานันทองที่ และในบริเวณที่ดินน้ัน แหงละหนึ่ง
ฉบับ ในเขตเทศบาลใหปด ไว ณ สํานักงานเทศบาลอีกหนึง่ ฉบบั ถามผี คู ดั คา นภายในเวลาที่กําหนดและนําพยานหลักฐาน
มาแสดง ใหเจาพนักงานทด่ี นิ สอบสวนแลวส่ังการไปตามควรแกกรณี ถาไมมีผูใดคัดคานภายในเวลาท่ีกําหนดใหออกใบ
แทนใหไ ปตามคาํ ขอ

194 คมู่ ือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดนิ

(๒) ในกรณีโฉนดท่ีดินชํารุด ถาเจาของที่ดินนําโฉนดที่ดินท่ีชํารุดมามอบและโฉนดท่ีดินที่ชํารุด
น้ันยังมีตําแหนงที่ดิน เลขท่ีโฉนดที่ดิน ช่ือและตราประจําตําแหนงของผูวาราชการจังหวัด และหรือช่ือและตราประจํา
ตําแหนงของเจาพนักงานท่ีดินตามแบบโฉนดท่ีดินปรากฏอยูซ่ึงสามารถตรวจสอบได ใหออกใบแทนใหไปได ถาขาด
ขอความสาํ คัญดังกลา วใหนําความใน (๑) มาใชบ งั คบั

(๓) ในกรณศี าลมีคําสั่งหรอื มคี าํ พิพากษาอันถงึ ท่สี ุดเกย่ี วกบั โฉนดที่ดนิ หรอื ผูใดมสี ทิ ธจิ ดทะเบยี น
ตามคาํ พิพากษาของศาล แตไมไดโฉนดท่ดี นิ มาหรอื โฉนดท่ดี ินเดิมเปน อนั ตราย ชํารุด หรือสูญหายดวยประการใด ใหผ มู ี
สิทธิจดทะเบยี นย่นื คาํ ขอใบแทนแลวใหดาํ เนินการตามที่กาํ หนดไวใ น (๑) หรือ (๒) แลวแตกรณี

(๔) ในกรณเี จา พนักงานผมู อี ํานาจในการยึดและขายทอดตลาดท่ดี นิ ของผูที่คางชําระภาษีอากรหรือ
เงินคา งจา ยใด ๆ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญัตไิ ว ขอใหอ อกใบแทนโฉนดทดี่ นิ สําหรบั ท่ีดนิ ดงั กลา วซึง่ เจาพนักงานผมู อี าํ นาจได
ยึดมาขายทอดตลาดแลว แตไ มไดโ ฉนดที่ดนิ มาหรอื โฉนดทีด่ นิ เดิมเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหถือ
หนงั สือของเจา พนกั งานดงั กลาวเปนคําขอและดําเนนิ การทาํ นองเดยี วกบั ท่กี าํ หนดไวใ น (๓) แตไมตองสอบสวน

(๕) ในกรณีอธิบดีจะใชอํานาจจําหนายท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน แตไมไดโฉนดท่ีดินมา
หรือโฉนดท่ีดินเดิมเปนอันตราย ชํารุด หรือสูญหายดวยประการใด ใหดําเนินการทํานองเดียวกับท่ีกําหนดไวใน (๔) แต
ไมต อ งสอบสวน

(๖) ในกรณอี ธบิ ดีหรอื ผูว าราชการจังหวัดใชอํานาจเพิกถอนหรือแกไขโฉนดท่ีดิน เพิกถอนหรือ
แกไขรายการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ แตไมไดโฉนดที่ดินมาหรือโฉนดท่ีดินเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหาย
ดวยประการใด ใหดาํ เนินการทํานองเดยี วกับท่กี ําหนดไวใน (๔) แตไ มต องสอบสวน

ในกรณที ไ่ี มไดโ ฉนดท่ีดินมาตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหถือวาโฉนดท่ดี นิ สูญหาย

ขอ ๑๘. ใบแทนโฉนดท่ีดินใหใชแ บบ น.ส. ๔ จ.

การออกใบแทนโฉนดทดี่ นิ ใหเ จาพนกั งานท่ดี นิ จังหวัดหรือเจา พนักงานที่ดินจังหวัดสาขาคนปจจุบันหรือเจา
พนกั งานท่ีดนิ ซึง่ อธบิ ดมี อบหมายลงลายมือชอื่ และประทบั ตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานท่ีดินเปน สาํ คญั ใหม คี าํ วา
"ใบแทน" ดวยหมึกสีแดงไวดานหนาของโฉนดที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหระบุวัน เดือน ป ท่ีออกโฉนดท่ีดินฉบับ
เดิมดวยหมึกสีแดง ถามีรายการจดทะเบียนใหคัดรายการดวยหมึกสีแดง และใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือช่ือและ
ประทบั ตราใตรายการสุดทา ย ถา ไมม ีรายการจดทะเบยี น ใหเจา พนักงานท่ดี ินลงลายมือช่ือและประทับตราใตวัน เดือน ป
ท่ีออกโฉนดทด่ี ินฉบบั เดมิ

สว นโฉนดทด่ี นิ ฉบบั สํานกั งานที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหมีคําวา "ไดออกใบแทนโฉนดท่ีดินแลว" และ
วัน เดอื น ป ที่ออกดว ยหมึกสแี ดงกับใหเ จาพนกั งานที่ดินลงลายมือช่ือกํากบั ไว

ขอ ๑๙. ในกรณีออกโฉนดที่ดินใหกับบุคคลตามมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไว
แลว ใหด ําเนินการตามหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการท่กี ฎกระทรวงนี้กําหนดไวโ ดยอนุโลม

คู่มือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน 195

ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๓๗
(ลงช่ือ) เดน โตะ มีนา
(นายเดน โตะมีนา)

รัฐมนตรีชว ยวาการฯ ปฏบิ ัติราชการแทน
รัฐมนตรีวา การกระทรวงมหาดไทย

(ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๑๑ ตอนท่ี ๑๒ ก ลงวนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับน้ี คือเนื่องจากไดมีประกาศกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา ๑๙
แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ยกเลิกอํานาจหนาที่ของนายอําเภอ
เก่ียวกับการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายท่ีดินในบางทองที่แลว สมควรปรับปรุงแบบ หลักเกณฑและวิธีการออก
หนงั สือรบั รองการทําประโยชน รวมทั้งใบแทนของหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินดังกลาว เพ่ือใหเจาพนักงานที่ดินสามารถ
ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินได นอกจากนี้หลักเกณฑการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและโฉนดท่ีดิน
ไดใชบังคับมาเปนเวลานานแลว สมควรปรับปรุงใหเหมาะสมกับสภาวการณในปจจุบัน โดยเฉพาะการขอออกหนังสือ
รบั รองการทําประโยชนใ นพ้ืนทีป่ า สงวนแหง ชาติ อทุ ยานแหง ชาติ เขตรกั ษาพนั ธุสัตวปาเขตหา มลาสัตวปา และเขตทไี่ ด
จําแนกใหเ ปนเขตปา ไมถาวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี ยงั ไมม ีมาตรการท่ีรัดกมุ เหมาะสมจงึ สมควรกาํ หนดใหม กี ารตรวจสอบ
รับรองจากกรมปาไม และกรมพัฒนาที่ดินกอนออกหนังสือรับรองการทําประโยชนดวย และพรอมกันนี้สมควรกําหนด
หลักเกณฑก ารออกโฉนดทีด่ นิ สําหรับที่เกาะ เพื่อปองกันการบุกรุกของราษฎร กบั เพอื่ อนรุ กั ษท รัพยากรธรรมชาติ

196 คูม่ ือเจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

ระเบียบของคณะกรรมการจดั ทีด่ นิ แหง ชาติ
ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)

วา ดวยเง่อื นไขการออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สอื รับรองการทาํ ประโยชน
----------

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๐ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไข
เพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคส่ี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซ่ึงแกไข
เพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และมาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหนึ่ง
และมาตรา ๕๙ ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันที่ ๙
กุมภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๑๕ คณะกรรมการจดั ท่ดี นิ แหง ชาติวางระเบียบไวด งั ตอไปนี้

ขอ ๑ ระเบียบน้เี รยี กวา "ระเบยี บของคณะกรรมการจัดท่ีดนิ แหงชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วา ดว ย
เงอื่ นไขการออกโฉนดทด่ี นิ หรือหนังสอื รบั รองการทําประโยชน"

ขอ ๒ ระเบยี บน้ีใหใ ชบ ังคบั ต้งั แตว ันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป
ขอ ๓ ใหย กเลิก

(๑) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) วาดวยหลักเกณฑ
วธิ กี าร และเงื่อนไขการออกโฉนดทด่ี นิ และออกหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน

(๒) ระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๔ (พ.ศ.๒๕๑๕) วาดวยหลักเกณฑ
วธิ กี าร และเง่อื นไขการออกโฉนดทด่ี ินและออกหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชน

(๓) ระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ.๒๕๒๔) วาดวยหลักเกณฑ
วิธีการ และเง่ือนไขการออกโฉนดทีด่ ินและออกหนังสือรับรองการทาํ ประโยชน

ขอ ๔ การออกโฉนดท่ีดินใหกระทําไดในบริเวณท่ีดินท่ีไดสรางระวางแผนที่เพื่อการออกโฉนดท่ีดินไว
แลว ในบริเวณที่ดินนอกจากน้ีใหออกเปนหนังสือรับรองการทําประโยชน เวนแตอธิบดีกรมที่ดินเห็นเปนการสมควร
ใหออกหนังสือรบั รองการทําประโยชนใ นบรเิ วณทีด่ นิ ที่ไดสรางระวางแผนที่ไวแลวไปพลางกอ นได

หมวด ๑
การอนมุ ตั ใิ หอ อกโฉนดทีด่ นิ หรือหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน

ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสี่ และมาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหน่งึ
แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ

ขอ ๕ ผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนรายใดเกินหา
สบิ ไรไดตอเมอื่ ผวู าราชการจังหวดั หรอื ผทู ี่ผวู า ราชการจงั หวัดมอบหมายไดตรวจสอบการทําประโยชนแ ลว ปรากฏวา

(๑) ผคู รอบครองไดทาํ ประโยชนห รืออํานวยการทาํ ประโยชนใ นทีด่ ินนนั้ ดวยตนเอง และ
(๒) สภาพการทําประโยชนในท่ีดินนั้นเปนหลักฐานม่ันคงและมีผลผลิตอันเปนประโยชน
ในทางเศรษฐกิจ
ขอ ๖ ในกรณีที่ปรากฏวาเน้ือที่ท่ีทําประโยชนตองดวยหลักเกณฑตามขอ ๕ เกินหาสิบไร ใหพนักงาน
เจา หนา ที่ออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสอื รับรองการทําประโยชนเ ทา จาํ นวนเนอ้ื ทที่ ี่ผูวาราชการจงั หวัดสัง่ อนุมัติ
ในกรณที ปี่ รากฏวาเนอ้ื ทที่ ี่ทาํ ประโยชนต องดวยหลักเกณฑตามขอ๕ ไมเกินหาสิบไร ใหผูวาราชการจังหวัด

คู่มอื เจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 197

ส่ังไมอนุมัติ ในกรณีเชนน้ีใหเจาพนักงานเจาหนาที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเทาจํานวน
เนื้อท่ีท่ีไดทําประโยชนแลวตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล
กฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ แตตองไมเ กินหา สบิ ไร

ขอ ๗ พนักงานเจาหนาที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหแกบุคคลตาม
มาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหน่ึง เปน การเฉพาะรายได ถามีความจาํ เปนดังตอไปนี้

(๑) ท่ีดนิ น้นั ถกู เวนคนื ตามกฎหมายวาดว ยการเวนคนื อสงั หารมิ ทรัพย
(๒) ผูครอบครองและทําประโยชนในท่ีดินจะโอนที่ดินนั้นใหแกทบวงการเมือง องคการของ
รฐั บาลตามกฎหมายวาดวยการจดั ตง้ั องคก ารของรัฐบาล หรือรัฐวสิ าหกิจทจี่ ัดต้งั ข้นึ โดยพระราชบัญญัติ
(๓) มคี วามจําเปน อยางอ่นื โดยไดร ับอนุมตั ิจากผูวาราชการจงั หวัด

หมวด ๒
การออกโฉนดที่ดินหรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน

ตามมาตรา ๕๙ ตรี แหง ประมวลกฎหมายทดี่ นิ

ขอ ๘ ในการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถาปรากฏวาที่ดินมีอาณาเขต ระยะ
ของแนวเขต และท่ีดินขางเคียงทุกดานถูกตองตรงกับหลักฐานการแจงการครอบครองตามมาตรา ๕
แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เช่ือไดวาเปนที่ดินแปลงเดียวกัน แตเนื้อท่ีที่คํานวณได
แตกตางไปจากเน้ือที่ตามหลักฐานการแจงการครอบครองดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาที่ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือ
รบั รองการทาํ ประโยชนเทา จาํ นวนเน้ือท่ีท่ีไดท ําประโยชนแ ลว แตไ มเ กินเนอื้ ทที่ คี่ ํานวณได

ในกรณีที่ระยะของแนวเขตท่ีดินผิดพลาดคลาดเคล่ือนใหพนักงานเจาหนาท่ีออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนงั สือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเนื้อที่ท่ีไดทําประโยชนแลวเม่ือผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงไดลงชื่อรับรองแนว
เขตไวเ ปน การถูกตอ งครบถว นทุกดาน

ขอ ๙ การรับรองแนวเขตของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามขอ ๘ วรรคสอง ใหพนักงานเจาหนาท่ีแจง
เปนหนังสือซึ่งมีขอความดวยวา ถาผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงไมมาหรือมาแตไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคาน
การรังวัด เม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันทําการรังวัด พนักงานเจาหนาท่ีจะไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทําประโยชนโดยไมตองมีการรับรองแนวเขต สงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียง
ตามทีอ่ ยทู เี่ คยติดตอ หรือตามท่ีอยูท่ีผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงน้ันไดแจงเปนหนังสือไวตอพนักงานเจาหนาที่ เพ่ือใหมา
รับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดและใหอ ยใู นบงั คับแหงเงื่อนไข ดังตอ ไปนี้

(๑) ในกรณีท่ีผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงไดรับหนังสือจากพนักงานเจาหนาท่ีใหมาระวัง
แนวเขตแลว แตไมมาหรือมาแตไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาที่ออก
โฉนดที่ดนิ หรือหนงั สือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน้ือท่ีท่ีไดทําประโยชนแลว โดยไมตองมีการรับรองแนวเขต
เมอื่ พนกาํ หนดเวลาสามสบิ วนั นับแตวันทําการรงั วดั

(๒) ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตได ใหพนักงาน
เจาหนาที่ปดประกาศแจงใหผูมีสิทธิในท่ีดินขางเคียงน้ันมาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดไวในที่เปดเผย ณ
สํานกั งานทีด่ ินจงั หวัดหรือสาํ นกั งานทีด่ ินสาขา สํานกั งานเขตหรือท่วี าการอาํ เภอหรอื กง่ิ อาํ เภอ ทีท่ ําการกาํ นนั ทที่ าํ การ
ผูใหญบาน และบริเวณที่ดินของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงแหงละหน่ึงฉบับ ในกรณีที่ดินอยูในเขตเทศบาลใหปด ณ

198 คมู่ ือเจ้าหน้าท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี ิน

สํานักงานเทศบาลอีกหนึ่งฉบับดวย ถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมมาติดตอหรือคัดคานประการใดภายในสามสิบวันนับ
แตวันปดประกาศ ใหพนักงานเจาหนาที่ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเนื้อที่ท่ีไดทํา
ประโยชนแลว โดยไมต อ งมีการรับรองแนวเขต

ขอ ๑๐ ในกรณีท่ีที่ดินนั้นมีดานหนึ่งดานใดหรือหลายดานจดท่ีปาหรือรกรางวางเปลาและระยะท่ีวัด
ไดเกินกวาระยะท่ีปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองใหถือระยะท่ีปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองเปน
หลักในการออกโฉนดท่ีดินหรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน

ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๓๒
(ลงช่ือ) พลตาํ รวจเอก ประมาณ อดเิ รกสาร

(นายประมาณ อดเิ รกสาร)
รฐั มนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย
ประธานคณะกรรมการจัดท่ดี ินแหงชาติ

คมู่ ือเจ้าหนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ 199

ระเบียบกรมทด่ี ิน
วา ดว ยการเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตท่ดี นิ

พ.ศ. ๒๕๔๓
-----------------------------------
ดวยกรมท่ีดินเห็นสมควรกําหนดหนาทแ่ี ละความรับผิดชอบของเจาหนาที่ ทีป่ ฏบิ ัตงิ านโครงการเดินสํารวจออก
โฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งตําบล เพื่อความเหมาะสมและเพื่อใหมีการ ประสานงานกันอยางมีประสิทธิภาพจึงวาง
ระเบยี บไวดงั ตอไปนี้
ขอ ๑ ระเบียบเรียกวา “ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดิน พ.ศ.
๒๕๔๓ ”
ขอ ๒ ระเบยี บนีใ้ หใชบ งั คบั ต้งั แตบัดน้เี ปน ตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลกิ
๓.๑ ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการกําหนดหนาท่ีและความรับผิดชอบของเจาหนาที่ที่ปฏิบัติงาน
โครงการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ดี นิ และสอบเขตทด่ี นิ ทง้ั ตําบล พ.ศ. ๒๕๒๑
๓.๒ ระเบียบกรมทีด่ นิ วาดวยการกําหนดหนาท่ีและความรับผิดชอบของเจาหนาที่ท่ีปฏิบัติงาน
โครงการเดินสาํ รวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตที่ดนิ ทง้ั ตาํ บล (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๒๔
๓.๓ ระเบยี บกรมที่ดนิ วา ดว ยการเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตทีด่ ิน พ.ศ. ๒๕๒๙
๓.๔ ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดิน ( ฉบับท่ี ๒ )
พ.ศ. ๒๕๓๗
บรรดาระเบยี บ ขอบังคับ หรอื คําส่งั อ่ืนใดในสว นทก่ี าํ หนดไวแลวในระเบียบนี้ หรือซ่ึงขัดหรือ
แยงกบั ขอกาํ หนดในระเบยี บน้ี ใหใชระเบียบน้ีแทน
ขอ ๔ ใหผูอํานวยการสํานกั มาตรฐานการออกหนงั สอื สาํ คัญรกั ษาการตามระเบยี บน้ี

หมวด ๑
การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทดี่ นิ

สว นท่ี ๑
การจดั ทาํ แผนดาํ เนนิ การ

ขอ ๕ กรมท่ีดนิ จะกาํ หนดแผนงานสาํ รวจรังวดั ทาํ แผนท่ีเพื่อออกโฉนดที่ดินในทองที่จังหวัดตาง ๆ แต
ละปงบประมาณใหสอดคลองกับเงินงบประมาณรายจายท่ีคาดวาจะไดรับแตละปและแจงใหจังหวัดในพื้นท่ีทราบเพ่ือ
เตรยี มการดงั นี้

๕.๑ แตงต้ังคณะกรรมการกําหนดพ้ืนที่ท่ีจะทําการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเพื่อดําเนินการ
กาํ หนดพื้นท่ีกอนการเดินสํารวจเพ่อื ออกโฉนดทีด่ นิ

๕.๒ ประชาสมั พันธใหประชาชนทราบและเขาใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามโครงการฯ ตลอดจน
การจัดเตรียมเอกสารตา ง ๆ เพ่ือเตรยี มตวั นํารงั วดั ออกโฉนดทดี่ นิ

๕.๓ เตรยี มหลักเขตที่ดนิ และหมดุ หลกั ฐานแผนทสี่ ําหรับใชใ นการเดนิ สํารวจออกโฉนดทดี่ นิ

200 คูม่ อื เจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

สว นที่ ๒
การเตรียมการขนั้ ตน
ขอ ๖ เมื่อไดกําหนดวันทําการสํารวจรังวัดทําแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดินตามแผนที่
ระวางตามความในมาตรา ๕๘ และมาตรา ๖๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินในทองท่ีจังหวัดใดแลว ใหสํานักมาตรฐาน
การออกหนังสือสําคัญจัดทําแผนงานการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดิน พรอมกับประสานงานกับ
หนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ ตลอดจนดําเนนิ การจดั เจาหนาท่ีไปปฏบิ ัติงานในสนาม
ขอ ๗ ในการปฏิบตั ิตามแผนงานเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทด่ี ินและสอบเขตท่ีดนิ ใหม เี จา หนาท่ดี งั น้ี
๗.๑ ผูอํานวยการศนู ยเดินสาํ รวจออกโฉนดที่ดนิ
๗.๒ ผกู าํ กบั การเดนิ สาํ รวจ
๗.๓ ผกู าํ กับการรงั วัด
๗.๔ หัวหนางานอํานวยการ
๗.๕ เจาหนาทีเ่ ดินสํารวจรงั วัดทาํ แผนท่ี
๗.๖ เจาหนาทส่ี อบสวนสทิ ธิ
๗.๗ เจาหนา ทโี่ ยงยึดหลกั เขต
๗.๘ เจาหนาทีก่ องกลางฝายรงั วัด
๗.๙ เจาหนา กองกลางฝายทะเบียน
๗.๑๐ เจา หนาทก่ี องกลางศูนยอ าํ นวยการ ฯ
ขอ ๘ ใหผ ูอํานวยการศนู ยเดนิ สาํ รวจ ฯ เตรียมการดังน้ี
๘.๑ เบิกและตรวจรับวัสดุ ครุภัณฑ ไดแก รถยนต เครื่องมือเครื่องใช และแบบพิมพตาง ๆ ใช
ในการเดนิ สํารวจฯ ทง้ั ฝา ยสอบสวนสิทธแิ ละฝายรงั วัด เพ่อื จัดสงไปจังหวดั ในพืน้ ท่ปี ฏบิ ตั ิงาน
๘.๒ ยืมเงินไปราชการ
๘.๓ เบิกระวางแผนที่ และหลกั ฐานแผนทอี่ นื่ ๆ
๘.๔ นดั หมายเจาหนาทีแ่ ละเดนิ ทางไปรายงานตัวตามกาํ หนด

สวนท่ี ๓
หนา ท่ี และความรับผดิ ชอบ
ขอ ๙ ผอู าํ นวยการศูนยเ ดินสาํ รวจมีหนา ทแี่ ละความรบั ผิดชอบดังน้ี
๙.๑ พจิ ารณาและศึกษาโครงการเดินสํารวจท่กี รมที่ดินกําหนดและปฏบิ ัตใิ หเปนไปตามแผนงาน
หรือโครงการนั้น ๆ
๙.๒ กําหนดแผนการปฏิบัติงานเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งตําบลใน
ทองทีร่ วมกับจังหวัดใหสอดคลอ งกบั แผนงานทกี่ รมทด่ี ินกาํ หนด
๙.๓ จัดจา งลูกจา งชว่ั คราว การเบิกจา ยเงินและการพสั ดุติดตอ ประสานงานกบั หนว ยราชการท่ี
เก่ียวของ เชน ปาไมจังหวัดหรือปาไมเขตแขวงการทาง นายชางโครงการชลประทาน สรรพากรหรือธนารักษจังหวัด
สํานกั งานการปฏริ ปู ที่ดินเพือ่ เกษตรกรรม นายอําเภอทอ งที่ เปน ตน

คู่มอื เจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 201

๙.๔ ประชาสัมพันธและชี้แจงวิธีการปฏิบัติงานใหเจาของที่ดินทราบกอนที่เจาหนาที่จะทําการ
สาํ รวจรงั วดั

๙.๕ ควบคุมบังคับบัญชาเจาหนาท่ีท่ีออกไปปฏิบัติงานใหทํางานดวยความโปรงใส ซื่อสัตย
สุจรติ เรง รัดการปฏบิ ัตงิ านใหไดผลงานตามเปา หมาย และพจิ ารณาประเมินผลการปฏิบัตงิ านตลอดจนเสนอความเหน็ ใน
การขอบําเหน็จความชอบประจาํ ป

๙.๖ ประกาศแจกโฉนดที่ดิน พิจารณาลงนามและแจกโฉนดท่ีดิน ตามที่อธิบดีมอบหมายและ
จัดทําแผนกําหนดวัน สถานทีแ่ จกโฉนดทด่ี ินแจง ใหเจา ของท่ีดินทราบลว งหนา

๙.๗ พิจารณาแกไขปญหาและอุปสรรคในการดําเนินงานใหสําเร็จลุลวงไปดวยดี และมี
ประสทิ ธภิ าพ

๙.๘ ตรวจแนะนาํ การปฏิบตั ิงานของเจาหนาที่ทุกฝาย
๙.๙ รายงานผลงานและคาใชจ ายในการดําเนนิ งาน
๙.๑๐ รับและสง มอบหลกั เขตที่ดินใหสายสาํ รวจ
๙.๑๑ สงมอบเร่ืองราวการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของให
สาํ นักงานท่ดี ินจังหวัด สาํ นักงานท่ีดนิ จังหวดั สาขา หรอื สวนแยก เมอ่ื เสร็จการปฏบิ ตั ิงาน
๙.๑๒ ปฏบิ ตั งิ านอืน่ ตามทกี่ รมที่ดิน หรอื ผบู ังคับบญั ชามอบหมาย
ขอ ๑๐ ผูก าํ กับการเดินสํารวจมอี ํานาจหนาท่แี ละความรับผดิ ชอบ ดังน้ี
๑๐.๑ ปกครอง บังคบั บัญชาเจา หนา ท่ตี ามสายงานใหปฏบิ ตั งิ านเปน ไปตามระเบยี บและกฎหมาย
ทํางานดวยความโปรงใส ซ่ือสัตย สุจริต และรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจพิจารณาบําเหน็จความชอบของ
ขา ราชการ และลกู จา งประจาํ ทปี่ ฏบิ ัติงานในศูนยอ ํานวยการเดินสํารวจ
๑๐.๒ กําหนดแผนปฏิบัติงานเดินสํารวจรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจใหสอดคลองกับ
แผนงานทก่ี รมทด่ี นิ กาํ หนด
๑๐.๓ ตดิ ตอประสานงานกับหนวยราชการทเี่ ก่ียวของในจังหวดั ท่ีทําการ
๑๐.๔ ประชาสัมพันธ และชี้แจงวิธกี ารปฏิบัตงิ านใหเจา ของท่ดี ินทราบลวงหนา
๑๐.๕ ตรวจสอบเอกสารการสอบสวนสิทธิ เอกสารประกอบเร่ืองและโฉนดท่ีดิน พิจารณา
เก่ียวกับการไดมาซึ่งท่ีดินของบุคคลและนิติบุคคลตาง ๆ ใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ และวิธีการท่ี
กําหนดไว
๑๐.๖ พิจารณาลงนามใบไตสวนในชอง“ผูตรวจ” และ “ผูกํากับการเดินสํารวจ” และ โฉนดที่ดิน
ในชอง “ผตู รวจ”
๑๐.๗ พจิ ารณาแกไขปญหาและอปุ สรรคในการดาํ เนนิ การใหง านสาํ เรจ็ ลลุ ว งไปดวยดี
๑๐.๘ ตรวจสอบแนะนาํ วธิ กี ารปฏิบัติงานแกเจาหนา ที่
๑๐.๙ ควบคุม ตรวจสอบ และเรงรัดการปฏิบัติงานใหไดผลงานตามเปาหมาย กรณี เจาหนาที่
ปฏิบัติงานไมโปรงใส ซ่ือสัตย สุจริต ไมต้ังใจปฏิบัติงาน ไมแกไขงาน ทํางานไมมีประสิทธิภาพใหบันทึกรายงานให
ผอู าํ นวยการศูนยเดนิ สาํ รวจทราบเพื่อพจิ ารณาดาํ เนินการตอ ไป
๑๐.๑๐ รวบรวมและรายงานผลงานของเจา หนาท่ี สง ผอู าํ นวยการศนู ยเ ดินสาํ รวจ
๑๐.๑๑ ควบคมุ เจาหนา ท่ีไปแจกโฉนดที่ดนิ ตามทผ่ี ูอาํ นวยการศูนยเ ดินสํารวจ มอบหมาย

202 คูม่ ือเจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ

๑๐.๑๒ ปฏบิ ตั ิงานอนื่ ตามที่ผบู งั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๑ ผูกํากับการรงั วัดมอี ํานาจหนาทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบดังนี้

๑๑.๑ ปกครอง บังคับบัญชา เจาหนาท่ีตามสายงานใหปฏิบัติงานเปนไปตามระเบียบ และ
กฎหมาย ทํางานดวยความโปรงใส ซื่อสัตย สุจริต และรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจพิจารณาบําเหน็จความชอบ
ขา ราชการ และลูกจา งประจาํ ทปี่ ฏิบัตงิ านในศนู ยอ ํานวยการเดนิ สาํ รวจ

๑๑.๒ กําหนดแผนปฏิบัติงานเดินสํารวจรวมกับผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจใหสอดคลองกับ
แผนงานท่ีกรมทดี่ ินกาํ หนดและจัดทําแผนที่ สารบัญ แสดงบรเิ วณพ้ืนทต่ี าํ บลทีจ่ ะทําการ

๑๑.๓ ตดิ ตอ ประสานงานกับหนวยราชการทเ่ี ก่ยี วขอ งในจังหวัดท่ีทําการ
๑๑.๔ ประชาสัมพันธ และช้ีแจงวิธีการปฏบิ ตั ิงานใหเจา ของทด่ี ินทราบลวงหนา
๑๑.๕ เบิกเครื่องมอื รงั วดั สิง่ ของเคร่อื งใช และแบบพมิ พท เี่ กยี่ วของกับงานรังวัดทําแผนที่
๑๑.๖ ตรวจสอบระวางแผนท่ีเดิมบริเวณท่ีจะทําการหรือบริเวณใกลเคียงเพ่ือประกอบการ
ปฏิบัตงิ าน
๑๑.๗ ตรวจสอบและเบกิ ระวางแผนทีภ่ าคพืน้ ดิน ระวางแผนท่ีรปู ถายทางอากาศ เพือ่ ใชงาน
๑๑.๘ ตรวจสอบหลักฐานเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนท่ีเดิมบริเวณท่ีจะทําการและบริเวณ
ใกลเ คยี ง เพอื่ คดั หรือถา ยสําเนาเตรียมไวใชง าน
๑๑.๙ ขอใชเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่ และกําหนดการสรางระวางแผนท่ี ใหเหมาะสม
กบั สภาพทด่ี นิ
๑๑.๑๐ ตรวจสอบและแกไขเสนโครงงานแผนท่ีเพื่อโยงยึดหลักเขตท่ีผิดเกินเกณฑ พิจารณา
อนุมัตใิ หใชในราชการได
๑๑.๑๑ ตรวจรายการรังวัดเสน รายการรังวดั โยงยดึ หลกั เขตตรวจการลงท่ีหมาย ระวางเดนิ สํารวจ
ระวางแผนทร่ี ูปถา ยทางอากาศ รูปแผนท่ี หลักเขต การเขียนขางเคียง การใหเคร่ืองหมายท่ีดินและรูปแผนท่ีกระดาษบาง
(ร.ว.๙) ตรวจสอบรายการคาํ นวณเสนโครงงานหมดุ หลกั ฐานแผนท่แี ละการคาํ นวณเน้ือที่
๑๑.๑๒ ตรวจสมุดสํารวจ (ร.ว. ๓๙) และบัญชีที่ดิน (ร.ว. ๔๑) บัญชีเลขหนาสํารวจ (ร.ว. ๔๒)
และบัญชีจายหลกั เขตท่ีดิน (ร.ว.๑๓)
๑๑.๑๓ ตรวจสอบความถกู ตอ งของรปู แผนท่ีในโฉนดทด่ี ิน และลงนามในชอง “หวั หนาการ”
๑๑.๑๔ ตรวจรับและควบคุมการจายหลักเขตที่ดิน พรอมท้ังรายงานการใชหลักเขต ให
ผอู ํานวยการศูนยเ ดินสํารวจทราบ
๑๑.๑๕ ตรวจงานภาคสนามแนะนําสอนงานผูใตบังคับบัญชาใหปฏิบัติงานใหถูกตองตาม
ระเบยี บ กฎหมาย และหลกั วชิ าการแผนที่ ติดตามเรงรัดการปฏบิ ัติงานดา นรงั วดั ทาํ แผนที่ใหไ ดผลงานตามเปา หมาย
กรณีท่ีเจาหนาท่ีปฏิบัติงานไมโปรงใส ซ่ือสัตย สุจริต ไมต้ังใจปฏิบัติงาน ไมแกไขแกงาน
ทาํ งานไมม ีประสิทธภิ าพ ใหบ นั ทกึ รายงานผอู ํานวยศูนยเดินสาํ รวจทราบเพอ่ื พจิ ารณาดาํ เนนิ ตอไป
๑๑.๑๖ พจิ ารณาแกไ ขปญ หาอุปสรรคตา ง ๆ ในการรงั วดั ทําแผนท่ี
๑๑.๑๗ รวบรวมหลักฐานการรังวัดตาง ๆ เพ่ือมอบใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ สงมอบ
สาํ นักงานทด่ี ินจังหวัดหรอื สาขาหรอื สวนแยก

คมู่ อื เจ้าหน้าทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 203

จัดทําบัญชีสงระวางแผนที่ตนรางที่เต็มระวางระหวางปฏิบัติงานโครงการทยอยสงไปพิมพที่
สวนกลางทกุ สิ้นเดอื น

๑๑.๑๘ควบคุมเจา หนาทแี่ จกโฉนดท่ีดินในทองที่ตามท่ีผอู ํานวยการศูนยมอบหมาย
๑๑.๑๙ รวบรวมผลการปฏิบัติงานของชางรังวัด และเอกสารรายการรังวัดตาง ๆ เชน รายการ
รงั วดั เสน รายการโยงยดึ หลกั เขตทีด่ นิ เชน รงั วดั รายการสอบแสเนือ้ ท่ีระวางแผนท่ีรปู ถายทางอากาศ ระวางเดนิ สาํ รวจ ร.ว.
๓๙ ร.ว. ๔๑ บัญชีตอเลขที่ดิน (บัญชี ค.) บัญชีขอสรางระวาง เปนตน จัดเตรียมสงมอบใหฝายควบคุมหลักฐานและ
แผนที่หรือฝายรงั วัดที่สํานกั งานทีด่ นิ จงั หวัด หรอื สาขา หรอื สวนแยก
๑๑.๒๐ รวบรวมระวางแผนท่ีตนรางสงใหสวนกลางจัดพิมพระวางแผนพิมพเพ่ือใชในราชการ
ตอไป
๑๑.๒๑ ปฏบิ ตั งิ านอน่ื ตามท่ีผูบงั คบั บญั ชามอบหมาย
ขอ ๑๒ หัวหนา งานอาํ นวยการมีหนาที่และความรับผดิ ชอบดงั นี้
๑๒.๑ ควบคุมงานธรุ การ สารบรรณ ติดตอ ประสานงานกับหนว ยราชการท่เี กย่ี วของ
๑๒.๒ ดําเนนิ การตามหมาด ๓ สวนท่ี ๑ สวนที่ ๒ เสนอผูอํานวยการศูนยเดนิ สาํ รวจ ฯ
๑๒.๓ จัดทํารายงานผลการปฏิบัตงิ าน งบเดือน งบป
๑๒.๔ ควบคุม ดูแล การเบิกจายแบบพิมพ สิ่งของเคร่ืองใชครุภัณฑในศูนยอํานวย
การเดนิ สํารวจ
๑๒.๕ จัดทําบญั ชีควบคุม การรบั สง มอบหลกั เขตทดี่ ิน
๑๒.๖ ตรวจรับโฉนดท่ีดนิ ใบไตสวน (น.ส. ๕) เอกสารประกอบเร่อื งเพอื่ เสนอลงนามใน
โฉนดทีด่ นิ
๑๒.๗ จัดทาํ แผนการแจกโฉนดทดี่ นิ
๑๒.๘ รวบรวมเอกสารเรือ่ งราวการออกโฉนดที่ดิน สง มอบใหสาํ นกั งานที่ดินจงั หวดั หรอื สาขา
หรอื สวนแยก
๑๒.๙ ปฏบิ ตั งิ านอ่ืน ๆ ตามทผ่ี บู งั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๓ เจาหนาท่เี ดินสาํ รวจรงั วดั ทําแผนทมี่ หี นาที่และความรบั ผิดชอบดงั นี้
๑๓.๑ สํารวจปริมาณงานในพ้ืนท่ีลวงหนา เพ่ือจัดวางแผนการปฏิบัติงานรังวัดกอนหลังและ
รวมกบั ผบู ังคับบัญชาจดั ทําแผนปฏิบัติงานตลอดทัง้ ป
๑๓.๒ ประชุมชี้แจงนัดหมายเจาของท่ีดิน เจาของท่ีดินขางเคียง และผูปกครองทองท่ีเพื่อนํา
รังวดั ปกหลกั เขต
๑๓.๓ ตรวจสอบหลกั ฐานเอกสารทด่ี นิ เดิม และไปตรวจคน สารบบท่ดี นิ ทสี่ ํานักงานทดี่ นิ อาํ เภอ
สาํ นกั งานทีด่ ินจังหวดั หรือสาขา แลว แตก รณี
๑๓.๔ เม่ือถึงวันนัดรังวัด ใหวัดระยะจากหลักเขตถึงหลักเขต จดเลขหมายหลักเขตและทําแผน
ทป่ี ระมาณแสดงลักษณะแปลงท่ดี นิ (ร.ว. ๓๑ง) สง ใหเจาหนา ทโี่ ยงยดึ หลักเขต
กรณีการสํารวจรังวัดทําแผนที่โดยใชระวางแผนที่รูปถายทางอากาศใหจี้จุดลงรูปแผนที่ใน
แผนฟลมทึบแสง และแผนทาบระวางโดยปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการลงรูปแผนท่ีในระวางแผนท่ีรูปถายทางอากาศ
ออกโฉนดทด่ี นิ เฉพาะราย ฉบบั ที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๔)

204 คมู่ อื เจา้ หน้าท่สี อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน

๑๓.๕ เขยี นรายละเอยี ดเกย่ี วกับระยะ ช่อื เจา ของทีด่ ิน และจาของทดี่ นิ ขา งเคยี งพรอ มทงั้ ใหเ ลขท่ี
ดนิ สมมุติ

๑๓.๖ เขียนรายการสํารวจเขตที่ดิน (ร.ว. ๔๐) สงใหเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิโดยเร็วและอยางชา
ไมเ กนิ ๓ วนั

๑๓.๗ จดั ทําสมดุ สาํ รวจ(ร.ว.๓๙)บญั ชเี ลขท่ีดนิ สมมุติ (ร.ว.๔๑) และบัญชีจายหลกั เขต(ร.ว.๑๓)
๑๓.๘เปลีย่ นเลขท่ีดินสมมุติใหเ ลขท่ีดนิ พรอมกับสอบทานระวางกับใบไตสวน(น.ส.๕)รวมกับ
เจาหนาทีส่ อบสวนสิทธิ
๑๓.๙ รวมแจกโฉนดทีด่ นิ ในทองที่ ตามทีผ่ อู าํ นวยการศูนยเ ดินสํารวจมอบหมาย
๑๓.๑๐ ปฏบิ ัติงานกองกลาง เมอื่ เสร็จจากการเดินสํารวจในสนามตามทผ่ี กู าํ กับรงั วัดมอบหมาย
๑๓.๑๑ ปฏิบตั ิงานอื่น ตามทผ่ี ูบังคับบญั ชามอบหมาย
ขอ ๑๔ เจาหนา ทสี่ อบสวนสิทธิมีหนา ท่แี ละความรับผดิ ชอบ ดังนี้
๑๔.๑ ประชุมช้ีแจงนัดหมายเจาของที่ดนิ เจา ของที่ดินขา งเคยี งและผูปกครองทอ งทเี่ พอ่ื นาํ รงั วดั
ปกหลกั เขต
๑๔.๒ เรียกเอกสารหลกั ฐานที่ดินเดิมและสอบสวนสิทธิ
๑๔.๓ ใหเจาของที่ดินขางเคียงหรือสวนราชการผูมีหนาที่ดูแลรักษาท่ีดินของทางราชการลงนา
มารับรองเขตที่ดินและใหผูปกครองทองท่ีลงนามรับรองเขตที่ดินขางเคียงที่เปนสาธารณประโยชนและลงช่ือรวมใน
ฐานะพยาน
๑๔.๔ ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารประกอบเร่ืองนําลงบัญชีรายงานประจําวันการเดินสํารวจ
(บ.ท.ด. ๑๖)
๑๔.๕ ติดตอและติดตามเจาของท่ีดินขางเคียงที่มิไดนําทําการสํารวจใหมาลงนามรับรองเขต
ที่ดินหรอื มานําทาํ การเดินสํารวจ
๑๔.๖ ประสานงานกับสํานักงานที่ดินท่ีเกี่ยวของเพ่ือตรวจสอบเอกสารหลักฐานท่ีดินเดิมของ
ผนู ําทําการเดนิ สาํ รวจ และรบั รองสําเนาเอกสารหลักฐานทด่ี นิ เดมิ ซึง่ ไดตรวจสอบถกู ตอ งแลว กรณผี นู าํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจ
มไิ ดนาํ หลกั ฐานหนังสือแสดงสทิ ธิฉบับเจา ของที่ดนิ มาแสดง
๑๔.๗ สอบทานระวางกบั ใบไตส วน (น.ส. ๕) รวมกบั เจาหนา ท่เี ดนิ สํารวจรังวดั ทําแผนท่ี
๑๔.๘ เขียนใบนําทําการสํารวจ(ท.ด.๑๘) ออกใหแกเจาของท่ีดิน พรอมกับนัดวันแจกโฉนดท่ีดิน
และสถานทีแ่ จก
๑๔.๙ จดั ทําใบสําคัญการปฏบิ ตั งิ านของผปู กครองทองที่
๑๔.๑๐ ปฏิบัติงานกองกลางเมื่อเสร็จจากการเดินสํารวจในทองที่ ตามท่ีผูกํากับการเดินสํารวจ
มอบหมาย
๑๔.๑๑ รวมแจกโฉนดทีด่ ินในทองท่ี ตามท่ผี อู ํานวยการศนู ยเดินสํารวจมอบหมาย
๑๔.๑๒ ปฏิบัตงิ านอ่นื ตามท่ีผูบงั คับบัญชามอบหมาย
ขอ ๑๕ เจา หนาที่โยงยดึ หลกั เขตมีหนา ท่แี ละความรบั ผดิ ชอบดังนี้

คมู่ อื เจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 205

๑๕.๑ จดั เตรียมการคดั หลักฐานเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนท่ีเดิมในบริเวณท่ีจะทําการหรือ
บริเวณใกลเคยี ง และประมาณการเบกิ หมดุ หลกั ฐานแผนที่

๑๕.๒ รังวัดตรวจสอบเพื่อคนหาหมุดหลักฐานเสนโครงงานแผนท่ีลวงหนาเพื่อจัดเตรียมไว
สําหรบั เปนหมุดรังวัดออกและเขาเสน โครงงานหมดุ หลกั ฐานแผนท่เี พื่อเกบ็ รายละเอียด

๑๕.๓ เมื่อไดรับเชนรังวัดแปลงที่ดิน (ร.ว. ๓๑ง.) จากเจาหนาท่ีเดินสํารวจรังวัดทําแผนท่ีใหทํา
การรังวัดวางเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่เพ่ือเก็บรายละเอียด พรอมรังวัดโยงยึด หลักเขตที่ดิน และใหจดรายการ
รงั วัดและระยะลงในแบบพิมพตาง ๆ

๑๕.๔ ขอช่ือเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่เพ่ือเก็บรายละเอียดคํานวณเสนโครงงานแผนท่ี
สรางระวางเดินสํารวจลงที่หมายหมุดหลักเขตท่ีดินขีดเขตรอบแปลงและตรวจสอบระยะกับเชนรังวัดแปลงท่ีดิน (ร.ว.
๓๑ง.) กรณีที่ใชกลองสํารวจแบบประมวลผลตลอดจนเครื่องมือสมัยใหม ที่สามารถเก็บขอมูลและไปตอเชื่อมกับ
คอมพวิ เตอร ก็ใหด าํ เนินการตามวธิ ีน้นั ๆ

๑๕.๕ รวบรวมหลักฐานรายการรังวัดเสนโครงงานรายการรังวัดโยงยึดหลักเขตที่ดิน รายการ
คาํ นวณพกิ ดั ฉากสงใหเจาหนาที่กองกลางฝายรังวัดเพ่ือตรวจสอบและสงฉบับสําเนาใหกองกลางเม่ือเสร็จการปฏิบัติงาน
รวบรวมสงใหสาํ นักงานทีด่ ินจังหวดั หรอื สาขา หรือสว นแยก

๑๕.๖ ปฏิบัติงานกองกลาง เมื่อเสร็จจากการเดินสํารวจในทองท่ี ตามท่ีผูกํากับการรังวัด
มอบหมาย

๑๕.๗ ปฏิบตั ิงานอน่ื ตามที่ผูบงั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๖ เจาหนาท่กี องกลาง ฝา ยรงั วัด มหี นาทแ่ี ละความรับผิดชอบดงั นี้

๑๖.๑ รับระวางเดินสํารวจ และจําลองสรา งระวางแผนท่ีตน ราง
๑๖.๒ รับระวางแผนท่รี ูปถายทางอากาศทใ่ี ชเดนิ สาํ รวจ หรือยายรูปแปลง (งานเปล่ยี น น.ส.๓ ก)
๑๖.๓ ตรวจสอบระยะรอบแปลงจากระวางเดินสํารวจกับเชนการรังวัดแปลงท่ีดิน หรือแผนทาบ
ระวางแผนที่รูปถายทางอากาศ ตรวจสอบรายการรังวัดเสนโครงงานแผนที่ รายการโยงยึดหลักเขตที่ดิน รายการคํานวณ
พกิ ัดฉาก รายการคํานวณเน้ือท่กี รณีรังวัดโดยวิธกี ารแผนทช่ี ั้นสองใหคํานวณเนอื้ ทโี่ ดยวิธีมาตราสวน
๑๖.๔ จาํ ลองแผนทจ่ี ากระวางแผนทต่ี นรางหรอื ระวางเดินสาํ รวจลงในโฉนดท่ดี นิ
๑๖.๕ ปฏบิ ัติงานอนื่ ตามท่ผี ูบงั คบั บัญชามอบหมาย
ขอ ๑๗ เจาหนาทกี่ องกลางฝา ยทะเบียนมหี นา ท่ีและความรับผิดชอบดังน้ี
๑๗.๑ รับใบไตสวนและเอกสารประกอบเรอื่ ง ตรวจลงบญั ชคี มุ ใบไตส ว นและใหเ ลขหนา สาํ รวจ
ตอ เลขโฉนดที่ดนิ พรอ มทง้ั เกบ็ รักษา
๑๗.๒ จัดทําบัตรรายช่ือเจาของท่ีดิน สารบัญที่ดิน (บ.ท.ด. ๓๙ ก.) และบัญชีรับจายแบบพิมพ
โฉนดทด่ี นิ
๑๗.๓ เขยี นหรือพิมพ และทานโฉนดท่ีดิน จดั พมิ พป ระกาศแจกโฉนดท่ดี ิน
๑๗.๔ รวบรวมโฉนดที่ดินและเอกสารประกอบเร่ืองท่ีดําเนินการเสร็จแลว สงมอบใหหัวหนา
งานอํานวยการ
๑๗.๕ รวมแจกโฉนดท่ดี ิน
๑๗.๖ ปฏิบตั ิงานอื่น ตามท่ผี บู ังคับบัญชามอบหมาย

206 คูม่ อื เจา้ หน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน

ขอ ๑๘ เจาหนา ทกี่ องกลาง ศูนยอาํ นวยการ มีหนา ท่แี ละความรับผิดชอบ ดงั นี้
๑๘.๑ จัดทาํ บญั ชรี ับและเบิกจายส่งิ ของ เคร่ืองใชแ บบพิมพตาง ๆ ใหแ กเ จา หนาที่
๑๘.๒ จดั ทําบญั ชีรบั ใบสาํ คัญ และเบกิ จายเงินคา ใชจา ย
๑๘.๓ รบั มอบโฉนดที่ดนิ และเอกสารประกอบเรอ่ื งท่ีดาํ เนนิ การเสร็จจากกองกลางฝายทะเบียน

เพ่ือเสนอใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจลงนามประกาศแจกโฉนดท่ีดินและเสนอใหลงนามในโฉนดท่ีดินเมื่อประกาศ
ครบกาํ หนดแลว

๑๘.๔ ประสานงานกับเจาหนาที่สายสํารวจในการนําสงประกาศแจกโฉนดท่ีดินไปปดตามท่ีได
กาํ หนดไวในกฎหมายและจดั เก็บหลกั ฐานปด ประกาศแจกโฉนดที่ดินไวในสารบบซึ่งเปนหนาสํารวจแรกของตําบลที่ได
ประกาศไว และหมายเหตุการปดประกาศไวดานลา งของใบไตส วนทุกแปลงวาไดปดประกาศไวเมื่อวัน เดือน ป เก็บไว
หนา สาํ รวจใด

๑๘.๕ เปนเจาหนาที่ในการแจกโฉนดที่ดิน เก็บเอกสารสารบบท่ีดิน หมายเหตุการจําหนาย
หลักฐานเอกสารสิทธิเดิมฉบับเจาของที่ดิน พรอมทําหนังสือแจงใหสํานักงานที่ดินผูดูแลรักษาเอกสาร หมายเหตุใน
หนงั สอื แสดงสทิ ธิฉบับของพนกั งานเจาหนาท่ี ตามระเบยี บตอไป

๑๘.๖ รวบรวมผลงานและคา ใชจ า ย จัดทํารายงานประจําเดือนและประจําป
๑๘.๗ ปฏิบัตงิ านอนื่ ตามทีผ่ บู งั คบั บัญชามอบหมาย

สวนท่ี ๔
การเตรียมการเดินสาํ รวจ
ขอ ๑๙ เมื่อเจาหนาที่ตามขอ ๗ เดินทางถึงจังหวัด ใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดนําไป รายงานตัวตอ
ผูวา ราชการจังหวัด แลว ขอหนังสือรบั รองประจําตัวเจาหนา ที่และดําเนนิ การดังน้ี
๑๙.๑ รายงานท่ีต้ังศูนยอํานวยการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินใหกรมท่ีดินและจังหวัดทราบ
ภายใน ๗ วนั นับแตว นั ที่เดินทางถึง
๑๙.๒ ใหเจาพนังงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขา หรือสวนแยก พิจารณารวมกับผูอํานวยการศูนย
เดนิ สํารวจออกโฉนดท่ีดนิ จัดทาํ แผนการปฏิบตั งิ านเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดทีด่ นิ และแจกโฉนด ท่ีดินใหสอดคลอ งกบั
แผนงานกรมท่ดี ิน ทัง้ นใ้ี หดําเนินการเฉพาะพน้ื ที่ทีค่ ณะกรรมการกาํ หนด แลว สง แผนงานผานจังหวดั ใหกรมทดี่ นิ ทราบ
๑๙.๓ จดั ทําคําส่งั แตงต้งั เจาหนา ทป่ี ระจาํ สายสํารวจ กองกลาง ผูกํากับท้ังสองฝายรับผิดชอบใน
การปฏบิ ตั งิ านในทอ งที่ ตลอดจนการแตง ต้ังผรู กั ษาการแลวรายงานใหก รมทดี่ นิ ทราบ
ในกรณมี กี ารเปลย่ี นแปลงแกไ ข อํานาจหนา ทข่ี องเจาหนาท่ผี ูใ ดใหรายงานกรมที่ดินทราบ
๑๙.๔ แจงวันเร่ิมปฏิบัติงานใหนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอทองที่
ทราบ เพ่ือรวมเปนพยานพรอมท้ังระวังช้ีและลงชื่อรับรองแนวแขตท่ีสาธารณประโยชน หรือท่ีดินประเภทอื่นตามที่
ไดร บั มอบหมาย
๑๙.๕ ประสานงานกับหนวยราชการท่ีเกี่ยวของ เพ่ือไปรวมระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรอง
แนวเขต
๑๙.๖ ประชาสัมพันธและประชุมช้ีแจงใหเจาของที่ดินในทองที่ท่ีมีการเดินสํารวจใหทราบถึง
วิธีการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ี ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ หรือผูไดรับมอบหมายเขารวมประชุมประจําเดือนกับ

คู่มอื เจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ 207

อําเภอทองที่ทุกคร้ัง เพื่อแจงใหที่ประชุมทราบวาเจาหนาที่ปฏิบัติอยางใด ขณะนี้กําลังดําเนินการอยูที่ไหน และเพื่อ
รับทราบปญหาของเจาของที่ดิน ตลอดจนเร่ืองของความรวมมือในการปฏิบัติงานใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจหรือผู
ไดรับมอบหมาย เขา ประชุมชแ้ี จงกบั เจา ของทีด่ ินรว มกบั เจา หนาทีส่ ายสํารวจทุกครงั้ กอ นกําหนดวนั นัดรงั วดั ทกุ หมูบาน

ขอ๒๐ ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจขอเบิกหลักเขตท่ีดิน หมุดหลักฐานแผนที่ ชื่อเสนโครงงานหลักฐาน
แผนท่ี ตอ เลขหนา สาํ รวจ ตอ เลขโฉนดท่ีดินและหลกั ฐานอ่นื ๆ จากสาํ นกั งานทีด่ นิ จังหวัดหรือสาขาหรอื สวนแยก

ขอ ๒๑ เม่ือมีการเปลี่ยนแปลงทองท่ีดําเนินการใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ แจงจังหวัดอนุมัติแลว
รายงานใหก รมท่ดี ินทราบทกุ ครงั้

การเปล่ียนแปลงจํานวนสายสํารวจ วิธีการปฏิบัติงานหรือหนาท่ีความรับ ผิดชอบเจาหนาท่ี
ใหร ายงานผานจังหวัดเพอ่ื ใหกรมทด่ี ินอนมุ ตั ติ อไป

สวนที่ ๕
การสาํ รวจและรังวดั ทําแผนที่
ขอ ๒๒ ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจประมาณการขอเบิกหลักเขตที่ดิน รายงานผูกํากับการรังวัดเพื่อใหผู
อํานวยศูนยเดินสํารวจ ฯ ขอเบิกจากสํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขา หรือสวนแยกเพ่ือขนสงไปไวในพื้นที่ปฏิบัติงาน
และมอบฝากไวกบั กรรมการประจําหมบู านหรือท่ีปลอดภยั สามารถควบคมุ เกบ็ รักษาได
ใหเจาหนาที่เดินสํารวจจายหลักเขตท่ีดิน แกเจาของท่ีดินท่ีจะนําเดินสํารวจตามจํานวนท่ี
จําเปน โดยใหผูรับลงลายมือชื่อรับหลักเขตในบัญชีจายหลักเขตท่ีดิน (ร.ว.๑๓) ไวเปนหลักฐาน หากมีหลักเขตที่ดิน
เหลอื ใหผูร ับสง คนื
เม่ือการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินในบริเวณนั้นเสร็จส้ินแลว หากมีหลักเขตท่ีดินและหมุด
หลักฐานแผนที่เหลือ ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจรายงานผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจเพ่ือขนยายไปไวในทองท่ีท่ีจะ
ดาํ เนินการตอ ไปหรอื สง คืนสาํ นกั งานทดี่ นิ จงั หวดั หรอื สาขา หรือสวนแยก ในกรณีปด การเดินสาํ รวจ
ขอ ๒๓ ใหเจาหนาที่เดินสํารวจนัดหมายเจาของที่ดินมานําเดินสํารวจและปกหลักเขตท่ีดินไวทุกมุม
เขตท่ีดนิ ของตน พรอมดว ยเจาของทดี่ นิ ขางเคยี งและผปู กครองทอ งท่ี
ขอ ๒๔ การเดินสํารวจรังวัดใหทําเรียงตามลําดับเปนหนากระดานตอเนื่องกันไปจนเต็มระวางแผนที่
เวนแตความจําเปนอยางอ่ืน เชน เจาของท่ีดินไมไดนํารังวัดติดตอกันตองขามไปทําแปลงท่ีมานํารังวัดกอนเพ่ือไมให
เจาหนาทที่ ่ดี ินตองคอยนาน
ขอ ๒๕ เมื่อทบวงการเมืองผูมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษาที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับ
พลเมืองใชประโยชนรวมกัน หรือใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ แสดงความประสงคเปนหนังสือราชการถึง
อธิบดีกรมที่ดิน ผานผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจเพ่ือขอออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง ท่ีดินที่จะขอออกน้ันจะตอง
เปนกรณีท่ีมีการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินลอมรอบที่ดินท่ีมีการขอออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแปลงน้ันในคราว
เดียวกัน และเปนกรณีทีไ่ มมกี ารคัดคาน
กรณีที่ราชพัสดุเปนท่ีดินสาธารณสมบัติของแผนดินท่ีใชเพื่อประโยชนของแผนดิน
โดยเฉพาะมีหลักฐานที่ดินหลายฉบับ ผูขอมีความประสงคจะออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงเปนแปลงเดียวกันก็ให
ทาํ ได

208 คมู่ ือเจ้าหน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดิน

กรณีที่ราชพัสดุประเภททรัพยสินของแผนดินธรรมดา เชน ท่ีต้ังบานพัก ขาราชการ หรือที่
จัดหาผลประโยชน ไมอยูใ นหลกั เกณฑทจี่ ะออกหนงั สือสาํ คัญสําหรบั ทีห่ ลวง ใหอ อกเปน โฉนดทด่ี นิ

ในเดือนใดมีการดําเนินการรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงใหผูอํานวยการศูนย
เดินสาํ รวจรายงานใหก รมทด่ี นิ ทราบ ตามบัญชรี ายการประจาํ วันการเดนิ สํารวจ (บ.ท.ด. ๑๖) โดยสง ไปพรอ มรายงานผล
การปฏิบัติงานประจาํ เดอื น

หลักเกณฑและวิธีการในการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงใหปฏิบัติตามบันทึก
ขอตกลงระหวางกรมที่ดินกับกรมธนารักษ เร่ืองการรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง การระวังชี้แนวเขตและลง
นามรบั รองเขตท่รี าชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๓

ขอ ๒๖ บุคคลท่ีจะมานําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินจะตองไดมาซ่ึงที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
หรือกฎหมายอื่น และใหผคู รอบครองที่ดนิ ในฐานะตอไปนนี้ ําเดินสํารวจออกโฉนดทีด่ นิ ไดคือ

๒๖.๑ เจา ของทด่ี นิ หรือตวั แทนท่ไี ดร ับมอบอาํ นาจ
๒๖.๒ ทายาทผมู สี ทิ ธใิ นทด่ี นิ ในกรณีเจา ของที่ดนิ ถึงแกก รรม
๒๖.๓ ผูแทนโดยชอบธรรม หรอื ผูอุปการะผเู ยาว
๒๖.๔ ผูอ นุบาล
๒๖.๕ ผูจัดการมรดก
๒๖.๔ ผแู ทนนิตบิ คุ คล
๒๖.๕ ผมู ีหนา ทด่ี ูแลรักษาเก่ียวของกบั ทีด่ นิ ของทางราชการ
ขอ ๒๗ การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน กรณีที่ดินแปลงน้ันมีหลักฐานเดิมใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจถือ
ปฏิบัตติ ามหนงั สือเวยี น กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๗๑๒/ว.๓๐๙๙๕ ลงวนั ท่ี ๓๐ ธนั วาคม ๒๕๒๘ ดังน้ี
๒๗.๑ ผูซง่ึ มหี ลกั ฐานการแจงการครอบครองท่ดี ิน (ส.ค.๑)

ท่ีดินแปลงเดียวมีช่ือเจาของที่ดินคนเดียวหรือผูครอบครองตอเน่ืองคนเดียวจากผูซ่ึงมี
หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) จะนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเปนจํานวนหลายแปลงในคราวเดียวกัน
ไมได ที่ดินแปลงเดียวมีช่ือเจาของที่ดินหลายคน หรือมีผูครอบครองท่ีดินตอเนื่องหลายคนจากผูซ่ึงมีหลักฐานการแจง
การครองครองท่ีดิน (ส.ค.๑) จะนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนจํานวนหลายแปลงไมเกินจํานวนผูมีสิทธิในที่ดินคราว
เดียวกันใหกระทําได โดยสรางหลักฐานใบไตสวนตามจํานวนแปลงที่นําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน แลวหมายเหตุใน
หลกั ฐานทีด่ ินเดมิ ใหปรากฏวา ไดออกโฉนดท่ีดนิ ไปทงั้ หมดก่ีแปลง เปนโฉนดทีด่ นิ เลขทเ่ี ทา ใด

๒๗.๒ ผูม ีหลักฐานใบจอง (น.ส.๒) มีช่ือเจา ของทีด่ นิ คนเดยี วหรือหลายคน
จะนาํ เดนิ สาํ รวจออกโฉนดทด่ี ินเปนจํานวนหลายแปลงในคราวเดียวกันไมได

ในกรณีเจา ของที่ดินมีหลักฐานใบจอง(น.ส.๒)ตาย ทายาทตองไปดําเนินการจดทะเบียน
ผจู ัดการมรดก หรือโอนมรดก ใหเรยี บรอยเสียกอ น จงึ จะนําเดินสาํ รวจออกโฉนดทีด่ นิ ได

๒๗.๓ ผูมีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา
“ไดทาํ ประโยชนแ ลว” แปลงเดียวมีชื่อเจาของท่ีดินหลายคน จะนําเดินสํารวจออกโฉนด ท่ีดินเปนจํานวนหลายแปลงใน
คราวเดียวกนั ไมไ ด

คูม่ ือเจ้าหน้าที่สอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ ิน 209

๒๗.๔ หลักฐานที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน จํานวน
หลายแปลง ไมวาจะเปนชนิดเดียวกันหรือตางชนิดกันจะนํามารวม เพื่อเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินเปนแปลงเดียวกัน
ไมไ ด

๒๗.๕ การนาํ เดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ีดนิ เปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินที่มีหลักฐานตาม
มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหง ประมวลกฎหายท่ีดิน หา มมิใหกระทํา

๒๗.๖ การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน กรณีท่ีมีทางสาธารณประโยชน ทางหลวง คลอง
ชลประทาน หรือสาธารณประโยชนประเภทอื่นตัดผานตองปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการออกโฉนดท่ีดินวา
ดวยการออกโฉนดทด่ี นิ กรณีทม่ี ีทางสาธารณประโยชน ทางหลวง หรอื คลองชลประทานตัดผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันท่ี
๓ เมษายน ๒๕๒๒

ขอ ๒๘ เจาหนาที่เดินสํารวจตองตรวจสอบหลักฐานที่ดินใหตรงกับที่ดินแปลงที่นําเดินสํารวจหาก
ปรากฏวามีท่ีดนิ นอกหลกั ฐานทด่ี นิ เดมิ ใหพิจารณาเกี่ยวกับการไดมาซึ่งท่ีดินในสวนน้ัน ถาอยูในหลักเกณฑท่ีจะออก
โฉนดท่ีดนิ ได ใหน ําเดินสาํ รวจปกหลักเขตเพอื่ ออกโฉนดทดี่ นิ เปนอกี แปลงหนึง่

ขอ ๒๙ การปก หลักเขตทดี่ นิ เปน หนา ทข่ี องเจาของทดี่ นิ ใหเจา หนา ทเ่ี ดนิ สาํ รวจแนะนาํ เจาของทด่ี นิ
ปฏิบตั ิตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วาดว ยการรังวัดปก หลกั เขตท่ดี ิน พ.ศ.๒๕๒๗ลงวันที่ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๗

การปก หลกั เขตทด่ี ิน เจาหนาทอ่ี าจใหเจา ของท่ีดนิ และเจาของท่ดี ินขา งเคียงไปตกลงช้ีแนวเขต
ขุดหลมุ ลงหลักเขตทีด่ ินไวลว งหนา กอ นก็ได เมื่อเจา หนาท่ีเดนิ สาํ รวจมาทาํ การรงั วดั จึงใหก ลบหลักเขตดังกลา ว

ขอ ๓๐ เมอื่ เจาของที่ดินไดปกหลักเขตท่ีดินแลว ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจวัดระยะรอบแปลงและจัดทํา
แผนท่ีแปลงรูปที่ดิน (ร.ว.๓๑ง.) ใหเลขท่ีดินสมมุติประจําแปลงแลว เขียนรายการสํารวจเขตที่ดิน (ร.ว.๔๐) พรอมกับ
แนบหลกั ฐานทด่ี นิ เดิมนาํ สง เจา หนา ทส่ี อบสวนสิทธิโดยเรว็

หากในวันท่ีทําการรังวัดไมอาจเขียนรายการสํารวจเขตท่ีดิน (ร.ว.๔๐) ได เชนเจาของท่ีดิน
เตรยี มหลักฐานมาไมค รบ หรอื เจาของท่ดี นิ ไมท ราบชื่อเจาของท่ีดินขางเคียงซ่ึงไมไดมานํารังวัดในวันนั้นเปนตน เมื่อ
เจาหนาท่ีเดินสํารวจไดรับหลักฐานและไดไปตรวจสอบช่ือเจาของที่ดินขางเคียงแลว ใหเขียนรายการสํารวจเขตที่ดิน
(ร.ว. ๔๐) สง ใหเจา หนาทสี่ อบสวนสทิ ธิอยา งชา ไมเ กิน ๓ วัน และ เจาหนาท่ตี องนัดเจา ของท่ีดินในวนั ถัดไป

การนัดเจาของทีด่ ินเพอื่ สอบสวนสิทธิในแตละวนั ใหเปนไปดว ยความเหมาะสมสอดคลองกับ
ปริมาณงาน และจะตองดําเนินการสอบสวนใหเสร็จภายในวันท่ีกําหนดนัด เวนแตมีเหตุจําเปนไมอาจดําเนินการไดให
บันทกึ ช้แี จงตอ ผูกํากับการเดนิ สาํ รวจไวเ ปน หลกั ฐาน

ขอ ๓๑ กรณีพิพาทโตแ ยงสทิ ธิท้ังแปลงหรือบางสวน ใหเจา หนา ท่เี ดนิ สาํ รวจ และ เจาหนาท่ีสอบสวน
สิทธิช้ีแจงคกู รณที ําความตกลงกัน หากตกลงกนั ไมไ ดใหบันทกึ ถอ ยคําไวเ ปนหลกั ฐาน ใหผ ูนําเดินสํารวจนําชี้เขตท่ีดิน
ท้งั แปลงและใหผโู ตแ ยงนาํ ช้เี ขตดานที่โตแยงโดยปกหลักไมไ วเ ปน เขตและใหจ ัดทําแผนที่สังเขปแสดงแนวเขตท่ีโตแยง
พรอ มรายละเอียดของส่ิงปลูกสราง ตนไม คันนา หรือวตั ถอุ ยา งหนึ่งอยา งใดที่ตา งฝายไดทําข้ึนไว โดยใหท้ังสองฝายลง
ลายมือชื่อรับรองรูปแผนที่สังเขปและนํารูปแผนท่ีรวมกับรายการสํารวจเขตท่ีดิน (ร. ว. ๔๐) พรอมกับหลักฐานท่ีดินเดิม
(ถาม)ี สง มอบใหแกเ จา หนา ท่สี อบสวนสิทธิ

210 คมู่ อื เจ้าหน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี นิ

ขอ ๓๒ ในการสํารวจรังวัดทําแผนที่ภาคพ้ืนดิน ใหเจาหนาที่โยงยึดหลักเขต ทําการรังวัดโยงยึดหลัก
เขตทด่ี นิ จดั สรา งระวางเดินสํารวจ ลงหมดุ โครงงานหลกั ฐานแผนท่ี และหมุดหลกั เขตท่ดี ินในระวาง

กรณรี ังวดั ทาํ แผนทโ่ี ดยใชร ะวางแผนทร่ี ปู ถา ยทางอากาศ ใหป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการใช
ระวางแผนท่ีรูปถายทางอากาศ

สว นที่ ๖
การสอบสวนสทิ ธิและการสรา งใบไตสวน

ขอ ๓๓ เจา หนา ทส่ี อบสวนสิทธิจะตองไปปฏิบัติงานในพ้ืนที่ทุกวันทําการ เวนแตกรณีจําเปนตองไป
ตรวจสอบหลักฐาน ณ สํานักงานท่ีดินอําเภอ สํานักงานท่ีดินจังหวัด หรือสาขา หรือสวนแยก หรือในกรณีมีความ
จาํ เปนอื่น ๆ ใหร ายงานผูบ งั คับบญั ชาทราบ

ขอ๓๔ เมื่อเจาหนาที่สอบสวนสิทธิไดรับรายงานการสํารวจเขตที่ดิน(ร.ว. ๔๐) พรอมหลักฐานสําหรับ
ท่ีดินจากเจาหนาที่เดินสํารวจ ใหรีบนัดสอบสวนและใหผูนําทําการเดินสํารวจเจาของท่ีดินขางเคียงผูปกครองทองที่ลง
ลายมือชอ่ื ในใบไตส วน (น.ส.๕) และบนั ทกึ ถอ ยคํา (ท.ด. ๑๖) ตาง ๆ (ถา มี) ใหแลวเสรจ็ ในวันนดั

ขอ ๓๕ การเขียนชื่อผูนําทําการเดินสํารวจ การเขียนเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดินใหปฏิบัติตาม
ระเบยี บคาํ ส่งั ทีก่ รมท่ีดนิ กําหนด

ขอ ๓๖ เม่ือดําเนินการตาม ขอ ๓๔ แลว ถาผูนําทําการเดินสํารวจมีหลักฐานที่ดินเดิม ใหเจาหนาที่
สอบสวนสิทธิหมายเหตุดวยหมึกสีแดงไวตรงมุมบนดานขวาของหลักฐานท่ีดินนั้นวา “ที่ดินแปลงนี้ไดนําทําการเดิน
สาํ รวจ แต วัน เดือน ป” แลวลงลายมอื ชอ่ื พรอ มวนั เดอื น ป กํากบั ไวและใหเ กบ็ หลักฐานทด่ี ินนนั้ รวมไวในเร่อื ง

กรณีผูนําทําการเดินสํารวจไมอาจสงหลักฐานที่ดินเดิมได ใหเจาหนาที่สอบสวนสิทธิ
บันทกึ ถอ ยคาํ ใหป รากฏถึงสาเหตุทไี่ มอาจสงหลกั ฐานท่ดี ินเดิมไว และใหน ําสําเนาภาพถา ยหลกั ฐานทด่ี นิ ทร่ี บั รองสาํ เนา
ถกู ตองแลว ประกอบไวในเรอ่ื ง แลว ใหเ จา หนาทส่ี อบสวนสิทธิหมายเหตุไวในบัญชีสง งานวา “ไมไ ดตนฉบบั มา”

กรณีหลักฐานทีด่ นิ เดมิ สญู หาย ใหเจา หนา ทีส่ อบสวนสิทธิบันทึกถอยคําใหปรากฏถึง
สาเหตุ แลวใหสําเนาภาพถายหลักฐานที่ดินเดิมท่ีรับรองสําเนาถูกตองโดยเจาหนาที่สํานักงานที่ดินประกอบไวในเรื่อง
โดยไมตองไปขอออกใบแทน แลวใหเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิหมายเหตุไวมุมบนหนาแรกดานขวามือของใบไตสวน
(น.ส. ๕) และในบญั ชีสง งานวา “ตน ฉบบั ผูถ อื สญู หาย”

กรณหี นังสือแสดงสิทธใิ นท่ดี ินเดิมฉบับสํานักงานท่ีดินและฉบับเจาของที่ดินสูญหาย
ใหดําเนินการจัดทําข้ึนใหม ตามมาตรา ๖๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดินใหแลวเสร็จกอนนําเดินสํารวจรังวัดเพื่อออก
โฉนดที่ดนิ

กรณีเจาของทด่ี นิ ไดสง หนังสือแสดงสิทธใิ นทีด่ นิ เดมิ ฉบบั เจา ของทดี่ นิ ใหแ กพ นกั งาน
เจาหนาทแี่ ลว แตหนังสือแสดงสทิ ธิในที่ดินฉบับสํานักงานที่ดินสูญหาย ใหแจกโฉนดท่ีดินแกเจาของท่ีดินโดยไมตอง
ดําเนินการจัดทาํ หนังสอื แสดงสิทธิในที่ดินเดมิ ข้ึนใหม ตามมาตรา ๖๔ แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน

ขอ ๓๗ ทด่ี นิ ทีม่ ีการจดทะเบยี นสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยูกอนการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและยัง
ไมส้ินสุดภาระผูกพันใหผูซ่ึงเปนคูกรณีในขอผูกพัน เชนผูรับจํานอง หรือผูขายฝาก ใหถอยคํารับรองในขอ๙ ที่กําหนด
ไวใ นใบไตส วน (น.ส.๕)

คู่มือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ีดนิ 211

ถามีการยินยอมเปนหนังสือใหเก็บหลักฐานการยินยอมนั้นรวมไวกับใบไตสวน (น.ส.๕)
ของท่ีดินแปลงนั้นแลวหมายเหตุดวยหมึกสีแดงในขอที่กําหนดไวในใบไตสวนใหทราบวาผูรับจํานองหรือผูขายฝาก
หรือผูทรงสิทธิอื่น ไดใ หคํายนิ ยอมแลว ตามหนงั สือหรอื บันทึกลงวัน เดอื น ป ใดไวด วย

ขอ ๓๘ ถาที่ดินมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยูตาม ขอ ๓๗ ใหเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิ
จดแจงรายการจดทะเบยี นนั้นลงในสารบัญแกท ะเบยี นหลังใบไตสวน (น.ส.๕)

ขอ ๓๙ กรณีมีการโตแยงสิทธิในที่ดินระหวางประกาศแจกโฉนดที่ดินใหดําเนินการตาม ขอ ๓๑ โดย
อนโุ ลม

เร่ืองราวท่ีมีการโตแยงคัดคานซ่ึงไดดําเนินการตามขอ ๓๑ เม่ือประกาศครบกําหนดให
ดาํ เนนิ การสอบสวนเปรยี บเทยี บตามกฎหมาย หากตกลงกันไมไ ดใ หสงเรื่องใหเจา พนักงานที่ดินจังหวัดหรอื เจา พนักงาน
ทดี่ ินสาขาสั่งการตอไป

ขอ ๔๐ การสงผลงานการเดินสํารวจระหวางเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิกับศูนยอํานวยการเดินสํารวจให
ใชแบบ บ.ท.ด. ๑๖ เปน บญั ชีสง งาน

ขอ ๔๑ ที่ดินท่ีเจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิสงงานแลว ใหผูกํากับการเดินสํารวจตรวจใบไตสวน (น.ส.๕)
และเอกสารท่เี กย่ี วขอ ง เม่ือพิจารณาแลวเห็นควรใหอ อกโฉนดท่ีดนิ ไดก็ใหกองกลางฝายทะเบียนตอเลขหนาสํารวจ และ
จัดทําประกาศแจกโฉนดท่ีดินเพ่ือเสนอผูมีอํานาจลงนาม ใหเจาหนาที่สอบสวนสิทธิรีบออกหลักฐานการนําทําการเดิน
สํารวจ (ท.ด.๑๘) ใหผนู าํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจไวเ ปน หลกั ฐาน

ในการจดั ทาํ ประกาศแจกโฉนดท่ดี ินน้ัน ถาเปนที่ดนิ ทม่ี ีหลักฐานที่ดินเดิม เชน แบบแจง
การครองครอง ใบจอง หรือหนงั สอื รับรองการทําประโยชน เปน ตน ใหจัดทาํ บัญชรี ายละเอยี ดเกย่ี วกบั หลกั ฐานดงั กลา ว
เพื่อแจงใหสํานักงานท่ีดินที่รับผิดชอบหมายเหตุในหลักฐานฉบับท่ีเก็บรักษาไว ณ สํานักงานที่ดินแหงน้ันวา “ ที่ดิน
แปลงน้ไี ดน ําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน ปงบประมาณ พ.ศ….....” เสนอใหผูมีอํานาจลงนามแจงสํานักงานที่ดินไปใน
คราวเดียวกัน เม่ือสํานักงานท่ีดินไดรับแจงรายละเอียดตามบัญชีดังกลาวแลว ใหดําเนินการหมายเหตุในหลักฐานที่ดิน
เดิมและใหเ จาพนกั งานทีด่ ินลงชอื่ พรอ มวนั เดือนป กํากับ ไวเ ปน หลักฐานดวย

ใหตรวจสอบวา มีอายดั หรือไม หากมหี ลักฐานวา มกี ารอายดั และการอายดั ยงั ไมส น้ิ ผล
กใ็ หแจง ศนู ยอํานวยการเดินสาํ รวจ ฯ ทราบภายใน ๑๕ วนั นับแตวันทไ่ี ดร ับแจงรายละเอยี ดหากปรากฏวา มกี ารรบั อายดั
เพิ่มข้ึนในภายหลัง และเปนท่ีดินท่ีไดมีการนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินใหแจงศูนยอํานวยการฯ และสํานักงานที่ดิน
จังหวัดหรอื สาขา หรือสว นแยก ทราบโดยทันที

สว นที่ ๗
การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทีด่ นิ ทมี่ ีหลกั ฐานเดมิ เปน โฉนดตราจอง

หรอื ตราจองทตี่ ราวา “ไดทาํ ประโยชนแลว ”
ขอ ๔๒ ในบรเิ วณทที่ าํ การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดิน ถาที่ดินนั้นมีโฉนดตราจองหรือตราจองท่ีตราวา
“ไดท ําประโยชนแ ลว” ใหด าํ เนนิ การ ดงั น้ี

๔๒.๑ ใหเจา ของที่ดนิ นําทาํ การเดนิ สาํ รวจออกโฉนดทดี่ ิน

212 คูม่ ือเจ้าหน้าทสี่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน

๔๒.๒ ในการรังวดั ถา ปรากฏวา การครอบครองไมตรงกันกับแผนท่ีหรือเน้ือท่ีในหนังสือสําคัญ
แสดงกรรมสทิ ธิท์ ่ีดนิ เดมิ โดยไมเปน การสมยอมกนั เพื่อหลกี เล่ยี งกฎหมายแลว ใหด ําเนนิ การได

๔๒.๓ การรงั วัดทําแผนทแี่ ละการสอบสวนสิทธิใหด าํ เนนิ การตามระเบยี บนี้ ในสวน
ท่ี ๕ และ ๖ โดยอนุโลม

สว นที่ ๘
การสอบทานระวาง แผนท่กี บั ใบไตสวน (น.ส.๕)
ขอ ๔๓ เมื่อลงที่หมายรูปแผนที่และเคร่ืองหมายที่ดินในระวางแผนที่รูปถายทางอากาศ ระวางเดิน
สํารวจ หรือระวางแผนที่ตนรางเสร็จแลว ใหเจาหนาท่ีสายสํารวจสอบทานระวางแผนท่ีกับใบไตสวน และเปลี่ยนเลขท่ี
ดนิ สมมุติเปนเลขทดี่ ินจริง ในรายการสํารวจเขตทีด่ นิ (ร.ว.๔๐) และใบไตสวน (น.ส.๕)
ขอ ๔๔ เม่ือเจาหนาท่ีดําเนินการตามขอ ๔๓ เสร็จแลว ใหเจาหนาท่ีสายสํารวจสงระวางแผนท่ีพรอม
รายการรังวัดทาํ แผนท่กี บั ใบไตสวน (น.ส.๕) ใหกองกลางฝา ยทะเบียนและฝายรังวดั ดาํ เนินการตอ ไป

สวนที่ ๙
การทําทะเบียนทีด่ นิ

ขอ ๔๕ การจัดทําทะเบียนคุมใบไตสวน บัญชีสงโฉนดท่ีดิน ใบไตสวนและเอกสารที่นําเดินสํารวจ
ออกโฉนดทดี่ นิ ใหจ ดั ทาํ ตามแบบ น.ส.๑๖ , น.ส.๑๗ ทายระเบียบน้ี

ขอ ๔๖ จัดทําบญั ชรี ายการประจาํ วันเดินสํารวจตามแบบ บ.ท.ด. ๑๖ ทายระเบยี บนี้
ขอ ๔๗ การจัดทําสารบัญที่ดิน (บ.ท.ด.๓๙ ก) ใหแยกเลมตามระวางแผนท่ี โดยแยกตามมาตราสวน
ระวางละหนงึ่ เลม
ขอ ๔๘ จัดทําบตั รรายชือ่ ผูม สี ทิ ธใิ นท่ดี ินรวมไวใ นใบไตส วน (น.ส.๕)

สวนท่ี ๑๐
การสรา งโฉนดท่ดี นิ

ขอ ๔๙ ใหศูนยอาํ นวยการเดนิ สาํ รวจเบกิ แบบพิมพโ ฉนดทีด่ นิ จากกรมท่ดี ินในนามของสํานักงานที่ดิน
จงั หวัด มาลงบัญชรี บั จา ยแบบพิมพโ ฉนด (บ.ท.ด. ๖๙) ไวเปน หลักฐาน

ขอ ๕๐ กอนจายแบบพิมพโฉนดที่ดิน ใหผูจายลงหมายเลขแบบพิมพโฉนดท่ีดินไว
ตอนลา งของใบไตสวนหนาแรก

ขอ ๕๑ การเขียนโฉนดท่ีดิน ใหเขียนตามรายการในใบไตสวนดวยตัวบรรจง โดยใชหมึกสีดํา หรือจะ
พิมพทัง้ ฉบบั ก็ได หากมีรายการจดทะเบยี นตามขอ ๓๘ ใหย กรายการดงั กลาวมา จดแจงในสารบัญจดทะเบยี นแบบพมิ พ
โฉนดท่ดี ิน

ขอ ๕๒ เมื่อดําเนนิ การตามขอ ๕๑ แลว ใหดาํ เนนิ การดังนี้
๕๒.๑ใหผูเขยี นสิ่งสาํ คญั ตาง ๆ ตามท่ีปรากฏในใบไตสวน (น.ส.๕) ลงในแบบพิมพโฉนดท่ีดิน

เปนผูลงช่ือในชอง “ผเู ขียน” ใหผทู านลงชื่อในชอ ง “ผทู าน” หา มผเู ขียนลงชือ่ เปน ผทู านดวย

คมู่ ือเจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 213

๕๒.๒ใหชางรังวัด ผูเขียนรูปแผนที่ เครื่องหมายที่ดินและเน้ือท่ีลงในแบบพิมพโฉนดที่ดิน
เปนผูลงชอ่ื ในชอ ง “ผเู ขยี นแผนที่” หามมิใหผูเขียนแผนทีล่ งชือ่ เปน ผตู รวจแผนท่ีดวย

๕๒.๓ การลงชือ่ ตาม ๕๒.๑ และ ๒๕.๒ ใหเจาหนา ทจี่ ดั ทําตราช่ือ และประทบั กาํ กบั ไวดว ย

สว นท่ี ๑๑
การตรวจใบไตส วนโฉนดทด่ี นิ และการสง มอบ

ขอ ๕๓ ใหผ กู ํากับการรังวัด ตรวจหลักฐานแผนท่ี และแบบพิมพโ ฉนดทดี่ นิ ตามหลักวิชาการแผนที่
ขอ ๕๔ ใหผูกํากับการเดินสํารวจ ตรวจใบไตสวน เอกสารประกอบเรื่อง การเขียนรายการในแบบ
พิมพโ ฉนดท่ีดิน
ขอ ๕๕ การลงช่อื ผูมหี นาท่ีรบั ผดิ ชอบใหดาํ เนินการดงั นี้

๕๕.๑ ใหผูอํานวยการศูนยฯ แตงตั้งชางรังวัดภายในศูนยอํานวยการท่ีเห็นสมควร ใหเปน
ผูตรวจสอบความถูกตองของการเขียนแผนท่ี เคร่ืองหมายที่ดินและเนื้อที่ เสร็จแลวใหลงช่ือในแบบพิมพโฉนดที่ดินใน
ชอ ง “ผูตรวจแผนท”ี่

๕๕.๒ ใหผูกํากับการรังวัด ซึ่งมีหนาท่ีตรวจและควบคุมเก่ียวกับงานดานรังวัดทําแผนที่เปนผู
ตรวจสอบความถูกตองของรูปแผนที่ เครื่องหมายที่ดิน และเน้ือท่ี เสร็จแลวใหลงช่ือ ในแบบพิมพโฉนดที่ดินในชอง
“หวั หนาการ”

๕๕.๓ ใหผูกํากับการเดินสํารวจฯ ซึ่งมีหนาท่ีตรวจและควบคุมเกี่ยวกับการเขียนใบไตสวน
(น.ส.๕) เปนผูตรวจสอบความถูกตองเกี่ยวกับการเขียน การทาน ตรวจการสอบสวนสิทธิ เอกสารประกอบ เรื่อง แบบ
พิมพโฉนดท่ีดิน และพิจารณาเก่ียวกับสิทธิในการไดมาซึ่งที่ดินของบุคคล ในการออกโฉนดที่ดินเปนผูลงลายมือชื่อใน
ชอง “ผตู รวจ” “ผกู าํ กบั การเดนิ สํารวจ” ในใบไตสวน (น.ส. ๕) และชอง “ผูต รวจ” ในแบบพิมพโฉนดที่ดนิ

๕๕.๔การลงลายมือช่ือตาม ๕๕.๑, ๕๕.๒ และ ๕๕.๓ ใหจัดทําตรายางวงเล็บ ชื่อและตําแหนง
ประทับไวใ ตล ายเซ็นชื่อในแบบพิมพโ ฉนดทดี่ นิ ดว ย

ขอ ๕๖ การสงมอบแบบพิมพโ ฉนดท่ีดนิ ใบไตส วน (น.ส.๕) และเอกสารประกอบเรอื่ ง เมอื่ ดําเนนิ การ
เสร็จแลวใหท ยอยสงใหกองกลางศนู ยเ ปน คราว ๆ เม่อื ประกาศครบกาํ หนดแลวใหหวั หนางานอาํ นวยการศูนยนําเสนอให
ผอู าํ นวยการศนู ยเดนิ สํารวจลงนามและแจกโฉนดทดี่ ินตอไป

หมวดท่ี ๒
การสอบเขตท่ดี ินตามแผนทีร่ ะวาง
ขอ ๕๗ บริเวณที่ทําการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนที่ดินมีโฉนดที่ดินแลว ถาปรากฏวาเขตที่ดิน
ตามแผนท่ใี นโฉนดท่ีดนิ นน้ั ไมตรงกับเขตท่คี รอบครองอยู หรือไดม ีการออกโฉนดท่ดี ินมานานเกนิ ๑๐ ปแลว หรือระวาง
แผนที่เดิมชํารุด หรอื มีมาตราสว นไมเหมาะสม หรอื รายละเอียดในระวางแผนท่ีเดิมคลาดเคล่ือน หรือระวางแผนที่ท่ีออก
โฉนดที่ดินเปน ระวางรูปลอย ใหท ําการสอบเขตทีด่ ินตามแผนทร่ี ะวางเพอื่ แกไขตาํ แหนงทดี่ นิ ใหถ กู ตอง

214 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

ค่มู ือเจา้ หน้าทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ ิน 215

ขอ ๖๗ ทดี่ นิ แปลงใดเมื่อทําการสอบเขตแลว ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจรายงานเจาพนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา หรือเจาพนักงานที่ดินหัวหนาสวนแยก และกรมที่ดิน ตามแบบ น.ส. ๑๘
ทา ยระเบียบนี้

เม่อื เจา พนกั งานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาหรือเจาพนักงานท่ีดินหัวหนา
สวนแยกไดรับแบบ น.ส. ๑๘ จากผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจแลว ใหหมายเหตุดวยหมึกสีแดงท่ีมุมบนดานขวาหนา
โฉนดท่ีดนิ ฉบบั สาํ นักงานท่ดี นิ วา “ทําการสอบเขตแตวัน เดือน ป” แลวลงช่ือพรอ มวัน เดือน ป กํากบั ไว

ขอ ๖๘ โฉนดท่ดี นิ ทีส่ อบเขตแลวใหใชเครือ่ งหมายทีด่ นิ เดมิ
ขอ ๖๙ ถาเจาของที่ดินแปลงใด ไมมานําทําการสอบเขตโฉนดที่ดิน เม่ือปรากฏวาเขตโฉนดท่ีดินนั้น
คลาดเคล่ือน ใหผูอํานวยการศูนยฯ แจงใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานที่ดินสาขา หรือ
เจาพนักงานทด่ี ินหัวหนาสวนแยก กลัดคําส่ังใหสอบเขตที่ดนิ (ท.ด.๘๐) ในโฉนดท่ีดินฉบับสาํ นกั งานท่ีดนิ

สว นท่ี ๓
การแกไ ขทะเบยี นทดี่ ิน

ขอ ๗๐ ใหแกไขทะเบยี นทด่ี นิ เดมิ ตามรายละเอียดในแบบ น.ส. ๑๘

สว นที่ ๔
การสรา งโฉนดทด่ี นิ

ขอ ๗๑ การสรางโฉนดท่ดี นิ ใหน าํ ความในหมวด ๑ สวนท่ี ๑๐ มาใชบงั คบั โดยอนุโลม

สวนที่ ๕
การตรวจหลกั ฐานและโฉนดทดี่ นิ

ขอ ๗๒ การตรวจหลักฐานและโฉนดที่ดิน ใหนําความในหมวด ๑ สวนที่ ๑๑ มาใชบังคับ
โดยอนโุ ลม

หมวด ๓
การควบคุมงาน

สว นท่ี ๑
ลูกจางชว่ั คราว

ขอ ๗๓ การจัดจางลูกจางช่ัวคราวทุกตําแหนง ใหผูอํานวยการศูนยฯ รับสมัครบุคคล ตรวจสอบ
คุณสมบัติและคัดเลือกบุคคลไวปฏิบัติงาน ตามหลักเกณฑและวิธีปฏิบัติเรื่องการบริหารงานบุคคลลูกจางชั่วคราวท่ี
กระทรวงการคลังกําหนด พิจารณาเสนอกรมที่ดินเพื่อส่ังจาง ตลอดจนพิจารณาเสนอ กรมที่ดินเพื่ออนุญาตใหลูกจาง
ชว่ั คราวลาออก หรือสงั่ เลิกจางแลว แตก รณี

216 คมู่ ือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสิทธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ ิน

สว นที่ ๒
การเงินและพสั ดุ

ขอ ๗๔ ใหผูอํานวยการศูนยฯ ยืมเงินไปราชการ ตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการยืมเงินไปราชการ
และพจิ ารณาจา ยใหเจาหนา ที่ในศนู ยอํานวยการฯ ตามความจําเปน

ขอ ๗๕ ใหผ อู ํานวยการศนู ยฯ จัดทาํ รายงานการเดนิ ทางไปราชการ รวบรวมตรวจสอบในหลกั ฐานการ
จา ยหรอื ใบสาํ คัญคูจาย เพ่อื สงหกั ใชเ งินยืม หรอื เบิกเงินสด แลว แตกรณี

ขอ ๗๖ ใหผูอํานวยการศูนยฯ เบิกจาย ขนยาย รายงานการตรวจรับหรือขอสงคืน ตลอดจน ควบคุม
ดูแล เกบ็ และบาํ รุงรกั ษาตามระเบียบที่กาํ หนดสําหรับวัสดุ ครุภัณฑ

ขอ ๗๗ ใหผูอํานวยการศูนยฯ ดําเนินการขออนุมัติเชาสถานท่ีเปนท่ีทําการ หรือเก็บรักษาพัสดุของ
ทางราชการ และดาํ เนนิ การจดั ซ้อื จดั จา ง ตามระเบียบสํานกั นายกรฐั มนตรวี า ดว ยการพัสดุ

สว นที่ ๓
การรายงาน

ขอ ๗๘ ใหผูอํานวยการศูนยฯ รวบรวมผลการปฏบิ ตั ิงานประจาํ เดอื น สง กรมท่ีดนิ ภายใน วนั ท่ี ๕ ของ
เดอื นถัดไป ตามแบบ บ.ท.ด. ๑๕ ก.ข.ค. ทายระเบียบนี้ แลวนําสําเนาสงสํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสาขา หรือสวนแยก
เพือ่ ทราบดว ย

สําหรับการปฏิบัติงานของเจา หนาที่ตามขอ ๗.๔ , ๗.๖ และ ๗.๗ (เฉพาะชางรังวัด) ใหจัดทํา
ตามแบบ น.ส. ๑๙ พรอมรูปแผนทแ่ี สดงบรเิ วณการเดนิ สาํ รวจแตละเดือนสงสาํ นกั มาตรฐานการออกหนังสอื สําคญั

ขอ ๗๙ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแตละปงบประมาณ ใหผูอํานวยการศูนยเดินสํารวจ รายงานสรุปผลการ
ปฏิบตั ิงาน มปี ญ หาอุปสรรค แนวทางแกไข และขอ เสนอแนะ ใหก รมทด่ี นิ ทราบ

สวนที่ ๔
การสง มอบงาน

ขอ ๘๐ เม่ือส้ินสุดการเดินสํารวจและสอบเขตท่ีดินตามแผนที่ระวางแลว ใหผูอํานวยการศูนยฯ จัดทํา
เอกสารหลักฐานการสงมอบงานตามแบบ น.ส. ๒๐ ทายระเบียบนี้ จํานวน ๒ ชุด โดยสงใหสํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
สาขา หรอื สวนแยกแลวแตก รณี ๑ ชดุ และสงใหก รมท่ดี นิ ๑ ชดุ

ขอ ๘๑ บรรดาพัสดุครุภัณฑตาง ๆ ที่เบิกใชปฏิบัติงานเดินสํารวจฯ เมื่อส้ินสุดโครงการและเดินทาง
กลบั กรมท่ีดนิ แลว ใหผอู ํานวยการศูนย รวบรวมเพือ่ สงคนื กรมทดี่ ินตอไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

ลงชอื่ ยงยุทธ วิชัยดษิ ฐ
(นายยงยุทธ วชิ ัยดิษฐ)
อธิบดีกรมท่ดี นิ

ค่มู ือเจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี ิน 217

ก.47

218 คมู่ อื เจา้ หน้าท่ีสอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ

(สาํ เนา)
ระเบียบกรมทดี่ ิน
วาดวยการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ีดนิ และสอบเขตทดี่ ิน (ฉบบั ที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๔๗
__________________

โดยท่ีเห็นเปนการสมควรแกไขเพ่ิมเติมระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ ใหเ หมาะสมย่ิงข้ัน กรมทด่ี นิ จงึ วางระเบียบไวดังตอ ไปน้ี

ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขต
ท่ดี นิ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗”
ขอ ๒ ใหยกเลิกความในขอ ๒๗.๑ และขอ ๒๗.๓ แหงระเบียบวาดวยการเดินสํารวจออก
โฉนดทีด่ ินและสอบเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และใหใชขอความตอ ไปนี้แทน

“ขอ ๒๗.๑ หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) แปลงเดียวมีชื่อเจาของที่ดินหรือผู
ครอบครองตอ เนือ่ งคนเดยี วหรอื หลายคน ประสงคจะนําเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดนิ หลายแปลงในคราวเดยี วกัน ใหกระทํา
ไดโดยใหบันทึกความประสงคของเจาของท่ีดินทุกคนไวแลวจัดสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงท่ีนําเดินสํารวจออก
โฉนดท่ีดินแลวหมายเหตุในหลักฐานท่ีดินเดิมใหปรากฏวาไดออกโฉนดที่ดินไปแลวทั้งหมดก่ีแปลง เปนโฉนดท่ีดิน
เลขท่เี ทา ไร”

“ขอ ๒๗.๓ การออกโฉนดท่ีดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน(น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,
น.ส.๓ ข.) และการเปล่ียนโฉนดตราจอง หรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนโฉนดท่ีดิน ซึ่งมีช่ือผูมีสิทธิ
ครอบครองหรือมีกรรมสิทธ์ิคนเดียวมีความประสงคขอนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหลายแปลงในคราวเดียวกัน โดย
ออกโฉนดท่ีดินแตละแปลงใหมีชื่อเจาของที่ดินตรงกับช่ือในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทํานองแบงแยกในนามเดิม ให
กระทําไดโดยบันทึกความประสงคของเจาของที่ดินทุกคนไว แลวจัดสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงท่ีประสงคขอนํา
เดินสาํ รวจออกโฉนดท่ีดิน แลว หมายเหตใุ นหลกั ฐานเดมิ ใหปรากฏวาไดนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินไปทั้งหมดกี่แปลง
เปน โฉนดท่ีดนิ เลขทเ่ี ทาไร

การออกโฉนดที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส.๓,น.ส.๓ ก.,น.ส.๓ ข.)และ การ
เปลี่ยนโฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราวา “ไดประโยชนแลว” เปนโฉนดที่ดินซึ่งมีชื่อผูมีสิทธิครอบครอง หรือผูมี
กรรมสิทธิ์หลายคน ประสงคจะออกโฉนดท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกันโดยแตละแปลงมีช่ือเจาของที่ดินตางกัน
ทํานองแบงกรรมสิทธิ์รวมพรอมกับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินใหกระทําได โดยใหบันทึกผูทําการเดินสํารวจวา
จะตองไปยื่นคําขอแบงแยกและจดทะเบียน ณ สํานักงานที่ดินจังหวัด หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สาขา หรือสํานักงาน
ท่ีดินจังหวัด สวนแยก หรือสํานักงานท่ีดินจังหวัด สาขา สวนแยก แลวแตกรณีและใหชางผูทําการรังวัดจําลองรูปแผนท่ี
ประกอบเรอ่ื งการจดทะเบียนแบง แยก ใหครบถวนตามระเบียบวธิ ีการ

เม่ือพนักงานเจาหนาที่ไดรับคําขอและเร่ืองราวการแบงแยกแลว ใหตรวจสอบและพิจารณา
ดาํ เนินการจดทะเบยี นและเรียกคาธรรมเนียมตามระเบียบ

การแบง แยก ๑ แปลง ใหนับเปนจํานวนราย สําหรับการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินท้ัง
ตําบลและการดาํ เนินการตามขอ ๒๗.๑ หรือ ๒๗.๓ จะตอ งเปน ความประสงคข องเจาของท่ีดินโดยแทจริงและตองไมเปน

ค่มู อื เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทด่ี นิ 219

การหลกี เลยี่ งการจดั สรรท่ีดินตามพระราชบญั ญัติการจดั สรรทด่ี ิน พ.ศ. ๒๕๔๓ สาํ หรบั กรณที ห่ี นงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ
เดมิ มภี าระผกู พนั ใดๆ หามมใิ หเจาหนาท่ดี ําเนินการสํารวจรังวัดเพ่ือออกโฉนดท่ีดนิ เปน หลายแปลงหรือรังวดั แบง แยกใน
กรณเี ดินสาํ รวจออกโฉนดท่ดี ินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายท่ดี นิ

ทง้ั นี้ ตง้ั แตบดั น้เี ปนตน ไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

(ลงชือ่ ) บัญญัติ จนั ทนเ สนะ
(นายบัญญตั ิ จันทนเ สนะ)
อธบิ ดกี รมทด่ี ิน

220 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คู่มือเจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ นิ 221

222 ค่มู ือเจา้ หน้าท่สี อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

คมู่ อื เจ้าหนา้ ทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 223

(สําเนา)
ระเบียบกรมทดี่ นิ
วา ดว ยการเขยี นขา งเคยี งและการรบั รองแนวเขตทดี่ ิน (ฉบบั ท่ี ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๑
______________________

โดยที่เห็นเปนการสมควรแกไขเพ่ิมเติมระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขต
ท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ใหสอดคลองกับพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ กรม
ทีด่ นิ จงึ วางระเบยี บไวเ พือ่ ใหเ จาหนา ท่ีถอื ปฏบิ ตั ิ ดังตอ ไปนี้

ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑”

ขอ ๒ ใหย กเลิกความในขอ ๓๗, และ ๓๙ ของระเบียบกรมที่ดินวาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนว
เขตท่ีดนิ พ.ศ. ๒๕๔๑และใหใ ชค วามตอไปนแ้ี ทน

“ขอ ๓๗ ท่ีสาธารณประโยชนประเภท แมน้ํา คลอง บึง อางเก็บนํ้า ทะเลสาบ และทะเล ภายในนานนํ้าไทย
ใหเ ขียนสภาพท่ีสาธารณะนั้น แลวเดิมชอื่ ตอ ทา ย เชน แมนํา้ บางปะกง คลองบางกอกนอ ย บึงสไี ฟ ทะเลสาบสงขลา

การระวงั ชแ้ี ละลงชื่อรบั รองแนวเขตที่ดิน เปน หนาทีข่ องกรมการขนสง ทางนํา้ และพาณิชยนาวี หรอื ผูที่
ไดร บั มอบหมาย รว มกบั นายอําเภอทอ งท่แี ละผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถ่ินซงึ่ ทดี่ ินนัน้ ต้งั อยู

ขอ ๓๘ ท่ีสาธารณประโยชนซ่ึงไดมีการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแลว ใหเขียนขางเคียง
เชน เดยี วกบั ทีด่ นิ ท่มี ีหนงั สือสําคัญสําหรับท่ีหลวงตามหมวด ๓ ถายังไมมีหนังสือสําคัญดังกลาวใหเขียนตามสภาพที่ใช
แลวเติมคาํ วา สาธารณประโยชนต อทาย เชน ปา ชา สาธารณประโยชน ทีเ่ ลย้ี งสตั วส าธารณประโยชน หากมีช่อื ใหเขยี นชอื่
กาํ กับไวโ ดยไมตองเติมคําวา สาธารณประโยชน เชน ปา ชา บานพริก ที่เลี้ยงสัตวเขาไมหลวง

ที่สาธารณประโยชนที่มีสภาพตามธรรมชาติ เชน หวย หนอง ลําราง ฯลฯ หรือถนน ทางที่ใชประโยชน
รวมกันหรือโดยการอุทิศ ซึ่งมิใชทางหลวงตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ถาเปนที่สาธารณประโยชนที่มี
ช่ือเรียก ใหเขียนชื่อตอทายสภาพที่สาธารณะน้ัน เชน หวยแหง หนองละหาน ถาไมมีช่ือใหเขียนคําวา
สาธารณประโยชน ตอ ทา ย เชน ทางสาธารณประโยชน หวยสาธารณประโยชน

การระวังชี้และลงช่ือรับรองแนวเขตท่ีดิน เปนหนาที่ของนายอําเภอทองที่รวมกับผูบริหารองคกร
ปกครองสว นทองถน่ิ ซึง่ ทีด่ ินนัน้ ต้งั อยู

สําหรับทาง ลําราง เหมือง ฯลฯ ท่ีมีช่ือเรียกเหมือนกันและมีเขตติดตอเปนขางเคียงหลายดาน การเขียน
ขา งเคียงในเอกสารใหเขียนชอ่ื เดียว และลงชื่อรับรองเพยี งครั้งเดยี ว

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

(ลงชอื่ ) บญุ เชดิ คิดเหน็
(นายบุญเชิด คิดเหน็ )

รองอธบิ ดี รกั ษาราชการแทน
(ตามหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๔๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑)







คู่มือเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 227

หนงั สอื กรมทดี่ ินท่ี มท. ๐๖๐๙/๒๓๖ ลงวนั ท่ี ๖ มกราคม ๒๕๒๔
เรอ่ื ง การออก น.ส. ๓ หรอื โฉนดทีด่ ินของวดั รา ง

๑. ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ใหผูท่ีครอบครองและทํา
ประโยชนอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายท่ีดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ท่ีดิน แจงการครอบครอง
ภายใน ๑๘๐ วัน นับแตวันท่ีพระราชบัญญัติดังกลาวใชบังคับ หากไมแจงภายในระยะเวลาดังกลาว ใหถือวาผูน้ันเจตนา
สละสิทธิการครอบครองท่ีดินน้ัน และรัฐมีอํานาจจัดที่ดินดังกลาวตามประมวลกฎหมายท่ีดิน แตตามมาตรา ๓๔ แหง
พระราชบัญญัติคณะสงฆ พ.ศ. ๒๕๐๕ บัญญัติไวมีใจความวา ท่ีวัดจะโอนกรรมสิทธ์ิได ก็แตโดยพระราชบัญญัติ ถาวัด
ไมไดแจงการครอบครอง รฐั กไ็ มมอี ํานาจนําไปจดั ตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ ได เพราะขดั กบั กฎหมายวา ดว ยคณะสงฆซ งึ่
เปนกฎหมายเฉพาะ ฉะนั้น โดยนัยกลับกันวัดก็ไมตองแจงการครอบครอง ซ่ึงเรื่องทํานองเดียวกันน้ีคณะกรรมการ
กฤษฎีกาเคยพจิ ารณาวินจิ ฉยั เกีย่ วกบั กรณที ่ีดินของการรถไฟแหงประเทศไทย กรมทางหลวงแผนดนิ และกรมชลประทาน
ไวแลววาที่ดินดังกลาวเปนท่ีดินซ่ึงรัฐนํามาจัดตามประมวลกฎหมายที่ดินไมได เพราะมีกฎหมายกําหนดไวเปนอยางอ่ืน
ฉะน้ัน วาที่ดนิ ของวดั ไมต องแจงการครอบครอง

๒. ท่ีดินวัดรางมิใชสมบัติของวัดใดวัดหน่ึง ยอมเปนศาสนสมบัติกลาง ซ่ึงอยูในอํานาจหนาที่ของกรมการ
ศาสนาทีจ่ ะดูแลรกั ษาและจัดการ การที่กรมการศาสนาไดมอบหมายใหเจาหนาท่ีไปดําเนินการขอออก น.ส. ๓ จึงเปนการ
ถูกตอ งแลว
หนังสอื กรมท่ีดนิ ท่ี มท. ๐๖๐๙/๒/ว. ๒๗๓๐ ลงวันที่ ๒ กุมภาพนั ธ ๒๕๒๔
เรอ่ื ง การบรรยายขอความเมอ่ื เจา ของท่ดี ินขางเคยี งไมมาระวังแนวเขต

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบรรยายขอความดวยหมึกแดงในใบไตสวนชองรับรองเขตขางเคียงกรณีเจาของท่ีดิน
ขางเคียงไมม าระวงั แนวเขตไวดงั ตอไปนีค้ อื

๑. ถา ทด่ี ินขางเคียงนาํ ทาํ การสาํ รวจปก หลกั หมายเขตไวแลว แตป ก อนไมมาระวังแนวเขตใหถือปฏิบัติตามคําส่ัง
กรมท่ีดิน ท่ี ๒๓/๒๔๘๑ ลงวันท่ี ๓๑ มกราคม ๒๔๘๑ ขอ ๓๐ ก.ตามเดิม เวนแตการท่ีกําหนดใหชางแผนที่มีหนังสือ
(ท่ีดินแบบท่ี ๓๘) นัดไป นั้น ใหปฏิบัติโดยใหพนักงานเจาหนาท่ีมีหนังสือเรื่องการระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรองเขต
ท่ีดนิ (ท.ด. ๓๘) แจง ไป

๒. ถาท่ดี นิ ขา งเคยี งยังไมเ คยนําทาํ การสํารวจปก หลกั หมายเขตไวกอ นและไมม าระวังแนวเขต แตผูปกครองทอง
ท่ีมาเปนพยาน ก็ใหใชแบบ ท.ด. ๑๖ บันทึกถอยคําผูปกครองทองที่ใหปรากฏสาระสําคัญตามคําสั่งกรมที่ดิน ท่ี ๔/
๒๔๘๕ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๘๕ ขอ ๓ แลวบรรยายขอความดวยหมึกแดงในใบไตสวนชองรับรองเขตขางเคียงวา
“เจา ของทดี่ นิ ขา งเคียงไมมาระวังแนวเขต ไดบันทกึ ผูปกครองทอ งทีไ่ วในเร่ืองแลว” กบั ใหช า งแผนท่ีลงช่ือกาํ กับไวด ว ย

๓. กรณีตามขอ ๒ แตผูปกครองทองท่ีไมมาเปนพยาน ใหบันทึกถอยคําผูนําสํารวจหรือผูขอรังวัดกับเจาของ
ท่ีดินขางเคียงเชนเดียวกับขอ ๒ แลวบรรยายขอความดวยหมึกแดงในใบไตสวนชองรับรองเขตขางเคียงวา “เจาของท่ีดิน
ขางเคียงไมมาระวังแนวเขต ไดบันทึกเจาของที่ดินกับขางเคียงไวในเรื่องแลว” กับใหชางแผนท่ีลงชื่อกํากับไว
เชน เดยี วกัน
หนังสอื กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๖๐๙/๒/ว ๕๔๙๕ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๕
เรือ่ ง ทางปฏบิ ตั เิ ก่ียวกับการหา มโอนตามมาตรา ๓๑ แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน

- การนําหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ท่ีสืบเน่ืองมาจากใบจองที่ออกใหกอนวันท่ี ๑๔ ธันวาคม
๒๕๑๕ และไมอยูในขายบังคับหามโอนตามมาตรา ๓๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติ

228 คมู่ ือเจา้ หนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทีด่ ิน

แกไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาเปน หลกั ฐานในการออกโฉนดทด่ี นิ ในการเดินสํารวจ
ฯ นัน้ เจา หนา ทใี่ นการออกโฉนดท่ีดินจะตองสอบสวนเจาของ ที่ดินตามแบบใบไตสวน (น.ส. ๕) ในรายการขอ ๔ ให
ไดความชัดเจนวาหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาวไดออกสืบเน่ืองจากใบจองซ่ึงออกใหเมื่อใด และในกรณีใด
ตามนัยหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว ๑๔๖๓๔ ลงวันที่ ๑๘ ก.ค. ๒๒ การสอบสวนดังกลาวก็เพ่ือจะไดทราบวา
ท่ีดินน้ันอยูในบังคับหามโอนตามมาตรา ๓๑ ที่แกไขใหมเพียงใดหรือไม ประกอบกับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินก็
เพ่ือใหราษฎรไดรับโฉนดที่ดินโดยเร็ว จึงไมตองสง น.ส. ๓ ไปใหอําเภอจดบันทึกในสารบัญจดทะเบียนหลัง น.ส. ๓
ตามนัยหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๑๔๐ ลงวันท่ี ๔ ม.ค. ๒๒ แตอยางใด พนักงานเจาหนาที่ยอมออกโฉนด
ทีด่ ินไปได
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว. ๑๙๐๘๔ ลงวันท่ี ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๗
เรื่อง จํานวนเน้อื ทใี่ นใบไตส วน (น.ส. ๕)

การกระจายเน้อื ทเ่ี ปนจํานวนตารางวานน้ั หมดความจําเปน และหากจะไมกระจายเนอื้ ทไี่ วก ไ็ มเ กดิ ความเสยี หาย
แตอยา งใด แตก ลับจะเปนการลดงานของเจาหนาท่ีท่จี ะปฏิบตั ิใหนอ ยลงจึงงดการเขยี นจาํ นวนเนอื้ ที่ เปน ตารางวา ในใบ
ไตสวน ทั้งกรณีออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน สวนชอง “หรือ...................
ตารางวา” ในใบไตส วน ใหเจาหนาทข่ี ีดเสน ทึบดวยนํ้าหมึกสดี ําตลอด
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว. ๓๐๙๙๕ ลงวันที่ ๓๐ ธนั วาคม ๒๕๒๘
เร่อื ง การออกโฉนดทีด่ นิ หรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชนแ ปลงเดยี วหรือหลายแปลงหรือเปน บางสว น

๑. การขอออกโฉนดท่ดี นิ เฉพาะราย
๑.๑ หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) แปลงเดียวมีชื่อเจาของท่ีดินคนเดียวหรือหลายคนขอ

ออกโฉนดท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกันกระทําไดโดยสรางใบไตสวนตามจํานวนแปลงที่ขอออกโฉนดท่ีดินแลวหมาย
เหตใุ นหลักฐานทด่ี ินเดมิ ใหปรากฏวาไดออกโฉนดท่ดี นิ ไปทั้งหมดกี่แปลง เปน โฉนดท่ดี ินเลขท่เี ทาไร

สําหรับใบจอง (น.ส. ๒) ก็ใหดําเนินการไดตามความในวรรคแรก โดยออกโฉนดท่ีดินใหมีช่ือเจาของ
ท่ีดนิ ตรงกบั ชอ่ื ในใบจอง (น.ส. ๒)

๑.๒ หนังสือรับรองการทําประโยชนแปลงเดียว มีช่ือเจาของท่ีดินคนเดียวหรือหลายคน ขอออกโฉนด
ท่ีดินหลายแปลงในคราวเดียวกนั โดยออกโฉนดที่ดินแตล ะแปลงใหมีช่ือเจาของที่ดินตรงกับช่ือในหนังสือรับรองการทํา
ประโยชน ทํานองแบงแยกในนามเดิมกระทาํ ไดแ ละใหปฏบิ ตั ิตามขอ ๑.๑

๑.๓ หนังสือรับรองการทําประโยชนแปลงเดียวมีช่ือเจาของท่ีดินหลายคนขอออกโฉนดท่ีดินหลาย
แปลงในคราวเดียวกัน โดยแตละแปลงมีช่ือเจาของท่ีดินไมเหมือนกันทํานองแบงกรรมสิทธ์ิรวม ใหออกโฉนดที่ดินเปน
แปลงเดียวกอ น แลว จงึ ดาํ เนินการแบงกรรมสทิ ธร์ิ วม ตอ ไป

๑.๔ โฉนดตราจองทตี่ ราวา “ไดท ําประโยชนแลว” แปลงเดียวมีชอื่ เจา ของทดี่ นิ คนเดียวหรอื หลายคนขอ
ออกโฉนดที่ดนิ หลายแปลงในคราวเดียวกัน ใหออกโฉนดทด่ี ินเปน แปลงเดียวกอนแลวจงึ ดําเนนิ การแบง แยกตอไป

๑.๕ หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค.๑) หรือใบจอง (น.ส. ๒) หรือหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนหลายแปลงไมวาจะเปนชนิดเดียวกันหรือตางกัน ซึ่งที่ดินอยูติดตอเปนผืนเดียวในตําบลเดียวกันและมีช่ือ
เจาของที่ดินเหมือนกันทุกแปลง โดยแตละแปลงไมมีภาระผูกพันตางกันหรือไมอยูในบังคับหามโอนแตกตางกัน จะ
นํามารวมกันเพื่อขอออกโฉนดที่ดินเปนแปลงเดียวกัน กระทําได โดยเจาหนาที่ตองจัดทํา แผนท่ีหมายสีแสดงเขตการ
ติดตอของหลักฐานท่ีดินเดิมดังกลาวไวใหชัดแจงทุกแปลง วามีอาณาเขตติดตอกันอยางไร ตรงตามหลักฐานเดิมหรือไม

คู่มอื เจ้าหน้าทส่ี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน 229

ขางเคียงมีการเปล่ียนแปลงไปจากเดิมอยางไร พรอมทั้งรายงานผลการรังวัดในรายงานการรังวัด (ร.ว. ๓) ประกอบเรื่องไว
สาํ หรบั ผูมีชอื่ ใน ส.ค. ๑ ใหหมายความรวมถงึ ผคู รอบครองและทาํ ประโยชนตอเนอื่ งดว ย

๑.๖ โฉนดตราจองหรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” จํานวนหลายแปลงจะนํามารวมกันเพ่ือ
ขอออกโฉนดท่ีดินเปนแปลงเดียวกัน และเขาลักษณะเปนการรวมโฉนดท่ีดินตามคําส่ัง กรมที่ดิน ที่ ๑๒/๒๕๐๐ ลงวันที่
๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ กระทําได

๑.๗ การขอออกโฉนดที่ดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง
ท่ดี ิน (ส.ค.๑) โดยปกติควรใหขอรงั วัดออกโฉนดทดี่ นิ ไปท้ังแปลงแลวจึงใหขอแบง แยกโฉนดทด่ี ินในภายหลงั แตถ า เปน
กรณีจําเปน เชน บางสวนยังขัดของเพราะเจาของที่ดินมีเงินคาธรรมเนียมไมพอจะขอออกโฉนดที่ดินไดท้ังแปลง เม่ือ
พนักงานเจา หนาทพี่ จิ ารณาเหน็ วา ทดี่ นิ นั้นไดทําประโยชนแ ลวทงั้ แปลงหรือไมมีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายก็ควรผอนผัน
ใหขอรงั วัดออกโฉนดท่ีดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนได โดยในทางปฏิบัติจะตองใหผูครอบครองที่ดินทุกคนรวมกัน
นําชี้แนวเขตรอบทั้งแปลงกอนแลวจึงนําช้ีเขตท่ีดินบางสวนหรือเฉพาะสวนท่ีจะขอออกโฉนดท่ีดิน ตามนัยหนังสือกรม
ที่ดนิ ท่ี มท ๐๖๐๙/ว.๐๔๖๘๙ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓

๑.๘ การออกโฉนดที่ดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินท่ีมีหลักฐานใบจอง (น.ส. ๒) หรือ
หนังสือรบั รองการทาํ ประโยชน หา มมิใหกระทาํ

๑.๙ การขอออกโฉนดที่ดินกรณที ่มี ีทางสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลองชลประทานตัดผานตอง
ปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดินวาดวยการออกโฉนดท่ีดินกรณีท่ีมีสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลองชลประทานตัด
ผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๒

๒. การนาํ เดนิ สํารวจออกโฉนดท่ดี นิ
๒.๑ หลกั ฐานทด่ี นิ ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหง ประมวลกฎหมายทดี่ ิน แปลงเดยี วมชี อ่ื เจา ของ
ท่ดี ินคนเดียวหรือผูครอบครองตอ เนื่องคนเดียวจากผูซ่ึงมีหลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) จะนําเดินสํารวจ
ออกโฉนดที่ดนิ เปน จาํ นวนหลายแปลงในคราวเดยี วกนั ไมไ ด
๒.๒ หลักฐานการแจงการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) หรือใบจอง (น.ส. ๒) แปลงเดียวมีช่ือเจาของท่ีดิน
หลายคน หรือผูครอบครองตอ เนือ่ งหลายคนจากผซู ึ่งมหี ลกั ฐานการแจง การครอบครองทด่ี ิน (ส.ค.๑)จะนาํ เดนิ สาํ รวจออก
โฉนดท่ีดินเปนจํานวนหลายแปลงไมเกินจํานวนผูมีสิทธิในที่ดินในคราวเดียวกัน กระทําได โดยสรางใบไตสวนตาม
จํานวนแปลงที่นําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินแลวหมายเหตุในหลักฐานที่ดินเดิมใหปรากฏวาไดออกโฉนดท่ีดินไป
ท้งั หมดก่ีแปลง เปนโฉนดทด่ี นิ เลขท่เี ทา ไร
๒.๓ หนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราวา “ไดทําประโยชนแลว”
แปลงเดยี วมชี ือ่ เจา ของที่ดนิ หลายคน จะนาํ เดนิ สํารวจออกโฉนดทีด่ ินเปนจํานวนหลายแปลงในคราวเดยี วกนั ไมไ ด
๒.๔ หลักฐานที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหงประมวลกฎหมายที่ดินหลายแปลงไมวาจะ
เปนชนิดเดยี วกันหรือตางชนิดกันจะนํามารวมกันเพ่ือเดินสํารวจออกโฉนดท่ดี นิ เปน แปลงเดยี วกันไมได
๒.๕ การนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินเปนบางสวนหรือเฉพาะสวนในที่ดินที่มีหลักฐานตามมาตรา
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน หามมิใหกระทาํ
๒.๖ การเดนิ สํารวจออกโฉนดท่ดี ินกรณีท่มี ที างสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลองชลประทานตัด
ผานตองปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการออกโฉนดที่ดินกรณีท่ีมีทางสาธารณประโยชน ทางหลวงหรือคลอง
ชลประทานตัดผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๒

230 คมู่ ือเจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ

๓. การขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายและการนําเดินสํารวจออกหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนใหป ฏิบตั ติ ามขอ ๑ และขอ ๒ โดยอนโุ ลม
หนังสอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๒/๑๘๑๖ ลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๙
เรือ่ ง หารือแบบโฉนดที่ดิน

การสรางโฉนดท่ีดินกับการแจกโฉนดที่ดิน เปนคนละข้ันตอนกัน การลงลายมือช่ือของพนักงานเจาหนาที่ใน
โฉนดท่ีดินเปนเร่ืองของสถาบัน การท่ีเจาพนักงานที่ดินและผูวาราชการจังหวัดไดลงลายมือช่ือและประทับตราประจํา
ตําแหนงไวในโฉนดที่ดินโดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมายท่ีมีอยูกอนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ตามลักษณะของแบบ
โฉนดท่ีดินท่อี ยูในขณะนั้น ยอมถือวาการสรางโฉนดที่ดินไดดําเนินการไปโดยถูกตองตามแบบของโฉนดที่ดินแลว เมื่อ
การออกโฉนดท่ีดินไมมีขอขัดของประการใด พนักงานเจาหนาท่ีก็ควรดําเนินการแจกโฉนดที่ดินใหแกเจาของที่ดิน
ตอไปได อน่ึง ขอเรียนซอมความเขาใจมาดวยวา การลงวัน เดือน ป ท่ีดานหนาของโฉนดท่ีดินท่ีออกใหแกเจาของที่ดิน
รับไปนั้น จะตองลงวัน เดือน ป ท่ีพนักงานเจาหนาที่คือผูวาราชการจังหวัดและเจาพนักงานท่ีดินไดลงลายมือชื่อและ
ประทับตราประจําตําแหนงในโฉนดท่ีดินไวกอนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ซึ่งอาจจะเปนคนละวันกับวัน เดือน ป ท่ี
เจาของท่ีดินมารบั โฉนดท่ดี ินไปกไ็ ด
หนังสือกรมศาสนา ที่ ศธ. ๐๔๐๑/๒๔๙๔ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๙
เร่ือง นํารงั วัดออกโฉนดท่ีดนิ
(เวยี นโดยหนังสอื กรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๗๑๒/ว. ๘๖๔๖ ลงวนั ท่ี ๑๕ เมษายน ๒๕๒๙)

กรมการศาสนา ขอเรยี นดงั นี้
๑. คําวา “นิติกรรม” ตามความหมายที่ปรากฏในมติคณะสังฆมนตรี คร้ังท่ี ๑/๒๔๙๖ เม่ือวันจันทรท่ี ๕ มกราคม
๒๔๙๖ นน้ั หมายถงึ การขอรังวัดรับโฉนด การขอสอบเขต การขอแบงแยก และการขอรับรองเขตท่ีดินของวัด ๔ ประการ
เทาน้ันมิใชหมายถึง “นิติกรรม” ตามความหมายในมาตรา ๑๑๒ แหงประมวลกฎหมายแพงพาณิชย แตอยางไรก็ดี กิจการ
อันใดท่ีเก่ียวของกับ ที่ดินซ่ึงเรียกชื่อตางออกไปบาง แตมีลักษณะใกลเคียงทํานองเดียวกับกิจการ ๔ ประการ ดังกลาว
ขา งตน ก็ควรจะสงเคราะหเ ขา ไดโดยอนโุ ลม
๒. ตามคําสง่ั กรมการศาสนา ท่ี ๒๗๙/๒๕๒๔ ส่ัง ณ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ ขอ ๖ อธิบดีกรมการศาสนาได
มอบอํานาจใหผูวาราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ในการขอรังวัดรับโฉนด การสอบเขตโฉนด การระวังช้ีแนวเขต
โฉนด ในที่ดินศาสนาสมบัติกลางและวัดรางเทาน้ัน สวนการระวังช้ีแนวเขตท่ีดินวัดมีพระสงฆ อันไมใชวัดราง ก็ตอง
เปนไปตามมติคณะมหาเถรสมาคม ครั้งท่ี ๑๖/๒๕๒๘ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๒๘ กลาวคือ วัดมีพระสงฆท่ีอยูใน
เขตกรุงเทพมหานครก็ดี ที่อยูในสวนภูมิภาค ในเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลก็ดี ใหเจาอาวาสมอบฉันทะใหกรมการ
ศาสนาหรือตัวแทนของกรมการศาสนาเปนผทู าํ นติ กิ รรม (กิจการ ๔ ประการ) แทนวดั

คําวา “ตวั แทนของกรมการศาสนา” ตามมตคิ ณะสังฆมนตรี นนั้ แยกเปน ๒ กรณี คอื
(๑) ในกรณีท่ีเจาอาวาสแหงวัดนั้นๆ มีหนังสือถึงกรมศาสนาใหดําเนินการแทนวัด กรมการศาสนาจะ
มอบหมายใหเจาหนาท่ีของกรมการศาสนาไปปฏิบัติการแทนกรมการศาสนา เจาหนาที่ดังกลาว เปนตัวแทนกรมการ
ศาสนา
(๒) ในกรณีที่เจาอาวาสแหงวัดนั้นๆ มีหนังสือถึงศึกษาธิการจังหวัดใหดําเนินการแทนวัด ศึกษาธิการ
จังหวัดผูปฏิบัติการดังกลาว ยอมมีฐานะเปนตัวแทนของเจาอาวาส ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และเปน
ตัวแทนของกรมการศาสนา ตามนัยแหงหนังสือกรมการศาสนาถึง ผูวาราชการจังหวัดทุกจังหวัด ท่ี ศธ. ๐๔๐๕/๘๒๑๑

คูม่ อื เจา้ หน้าทสี่ อบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี นิ 231

ลงวันท่ี ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๗ และตามนัยแหงหนังสือกรมการศาสนาถึง กรมท่ีดินท่ี ศธ. ๐๔๐๕/๘๘๘๕ ลงวันที่ ๒๖
ตุลาคม ๒๕๐๙
หนังสอื กรมศาสนา ที่ ศธ. ๐๔๐๕/๘๘๘๕ ลงวันที่ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๐๙
เร่อื ง ผูแทนวดั

ระเบียบการปฏิบัติเกี่ยวกับท่ีดินของวัดในขณะน้ี ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคยังไมมีระเบียบเปลี่ยนแปลง
คงถอื ปฏบิ ตั ติ ามขอตกลงเดมิ ซึ่งกรมที่ดนิ ไดทราบและถือปฏบิ ัตอิ ยแู ลว นั้น

อนึ่ง เน่ืองจากมีมติคณะสังฆมนตรีคร้ังท่ี ๑/๒๔๙๖ ซ่ึงประชุมเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๙๖ วา “การกระทํานิติ
กรรมอันเก่ียวกับท่ีดินของวัด คือ การขอรังวัดรับโฉนด การขอสอบเขต การขอแบงแยก และการขอรับรองเขตท่ีดินของ
วัด ๔ ประการน้ี ใหเ จา อาวาสมอบฉันทะใหการศาสนาหรือตัวแทนกรมการศาสนาเปนผูทํานิติกรรมแทนวัด แตขอตกลง
ใดๆ ในการทํานิติกรรมในกรณีเชนน้ี ตองไดรับความเห็นชอบของ เจาอาวาสกอน” ซึ่งกรมการศาสนาก็ไดแจงมติ
คณะสังฆมนตรีดังกลาวน้ีใหเจาอาวาสทุกวัดเพ่ือทราบและถือปฏิบัติดวยแลว ฉะนั้น แมวัดท่ีกรมการศาสนามิไดจัด
ประโยชน กต็ อ งถอื ปฏบิ ัติตามมตคิ ณะสงั ฆมนตรดี วยยกเวนวัดท่ีสาํ นกั พระราชวงั ทําหนาทแ่ี ทนอยู
หนังสือกรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๑๔๓๒๙ ลงวนั ท่ี ๑๗ มถิ นุ ายน ๒๕๒๙
เร่ือง การดําเนินการเก่ียวกับหนังสือรับรองการทําประโยชนในบริเวณที่กําลังทําการเดินสํารวจออก
โฉนดทด่ี นิ

งดเวนการพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนหรือแบงแยกเก่ียวกับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชนใน
บรเิ วณทีม่ กี ารเดนิ สาํ รวจรังวัดทําแผนทเ่ี พ่อื ออกโฉนดท่ีดิน เวนแตกรณจี ําเปน ซง่ึ ตองมีหลักฐานทรี่ าษฎรนํามาแสดงและ
มีหนังสือรับรองจากผูกํากับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินในทองที่นั้น วาไมอาจดําเนินการใหได หรืออยูนอกเขตที่มี
การสํารวจรังวัดทําแผนที่เพื่อออกโฉนดท่ีดินเทานั้น หากสํานักงานท่ีดินอําเภอหรือกิ่งอําเภอไดรับคําขอไวแลวให
พิจารณาสั่งยกเลิกเร่ือง และแนะนําใหไปติดตอกับเจาหนาที่ของกองกํากับการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน เปน
ผดู ําเนินการใหเมอ่ื ทําการสํารวจรงั วดั มาถึงบรเิ วณทดี่ ินแปลงน้นั
หนังสือกรมทดี่ นิ ท่ี มท. ๐๗๑๒/ว. ๑๗๕๑๑ ลงวันท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๒๙
เรื่อง การแจกโฉนดทด่ี นิ กรณีหนังสือแสดงสทิ ธใิ นที่ดนิ สญู หาย

๑. เมือ่ เจา พนักงานท่ีดนิ ไดออกโฉนดทดี่ ินตามมาตรา ๕๘ ทวิ และมาตรา ๕๙ แลว ใหห มายเหตใุ นหนังสือแสดง
สิทธิในที่ดินเดิมดวยหมึกสีแดง โดยวิธีขีดครอมและเขียนขอความวา “ใบจอง, น.ส. ๓, น.ส. ๓ ก. ฉบับนี้ยกเลิกเพราะได
ออกโฉนดที่ดินเลขท่ี.........อําเภอ..................แตวันท่ี.......เดือน.................พ.ศ. ......”แลวใหเจาพนักงานที่ดินลงช่ือกํากับไว
เปนหลักฐานกับแจงนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอเพื่อหมายเหตุในฉบับพนักงานเจาหนาท่ีท่ี
เก็บไว ณ สํานักงานท่ีดินอําเภอ หรือก่ิงอําเภอใหตรงกัน แลวลงช่ือกํากับไว และหมายเหตุในทะเบียนการครอบครอง
ท่ีดินวา “ใบจองหรือ น.ส. ๓ เลขที่..................ไดออกโฉนดท่ีดินเลขที่..................อําเภอ...................แตวันที่...........เดือน
....................พ.ศ. ............” ถาเปน น.ส. ๓ ก. ก็ใหหมายเหตุในทะเบียนหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยใชระวางรูปถาย
ทางอากาศ (น.ส. ๘) ท่ีใตบรรทัดของ น.ส. ๓ ก. แปลง น้ัน โดยมีขอความเชนเดียวกับการหมายเหตุในทะเบียนการ
ครอบครองท่ดี ิน

๒. กรณีผูมีชื่อตามหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ไมสามารถสงหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมคืนแก
เจาพนักงานท่ีดิน ไมวากรณีใดๆ เชน กรณีสูญหาย กอนออกโฉนดที่ดินใหจังหวัดแจงอําเภอหรือก่ิงอําเภอสงสําเนา

232 คู่มือเจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทด่ี นิ

หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินดังกลาวมาประกอบการพิจารณาและใหเจาพนักงานที่ดินบันทึกถอยคําบุคคลที่เกี่ยวของไว
เปนหลักฐาน แลวดําเนินการแจกโฉนดท่ีดินไปไดโดยไดอนุโลมปฏิบัติตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว. ๔๒๐๑๔
ลงวันท่ี ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๑๙ เร่ือง การทาํ โฉนดท่ีดินใหมใ นกรณีสอบเขตทด่ี นิ ทงั้ ตําบล

อนึ่ง ในกรณีที่เจาของท่ีดินนํา ส.ค. ๑ มาเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน ใหปฏิบัติตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท.
๐๖๐๖/๓๒๕๐๗ ลงวนั ท่ี ๘ ตุลาคม ๒๕๑๔ เร่ือง การหมายเหตใุ น ส.ค. ๑ เม่อื ไดอ อกน.ส.๓หรอื โฉนดทดี่ นิ ไปแลว เชน ท่ี
เคยปฏบิ ตั มิ า
หนังสอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว.๒๑๐๗๙ ลงวนั ที่ ๑๑ กนั ยายน ๒๕๒๙
เร่อื ง การหมายเหตขุ า งใบไตส วนกรณชี อื่ ผนู าํ เดนิ สาํ รวจออกโฉนดท่ดี นิ ไมต รงกบั ชื่อเจา ของท่ดี นิ ในหนงั สอื
แสดงสทิ ธิในที่ดนิ เดมิ

ดว ยปรากฏวา ในการเดนิ สํารวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินซ่ึงแกไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบญั ญัติแกไขเพ่มิ เติมฯ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ เจาหนาท่ีสอบสวนสิทธิ์มักจะเขียนชื่อเจาของที่ดินแตกตาง
กัน คือ ในขอ ๑ ของใบไตส วน (น.ส. ๕) เขียนตามหนังสือแสดงสิทธิในทีด่ นิ เดิม แตเ ขยี นชอื่ ผนู าํ เดนิ สาํ รวจในใบไตส วน
(น.ส. ๕) ตามบัตรประจาํ ตัวหรอื สาํ เนาทะเบยี นบาน สาเหตุเพราะเจาหนา ทีใ่ นการออก น.ส. ภ ก. เขยี นช่ือเจา ของทด่ี นิ โดย
ไมตรวจสอบกบั บตั รประจําตวั หรอื หลักฐานทะเบียนบานกอน เมื่อเจาหนาท่ีสวนกลางไดตรวจสอบใบต่ีสวนฉบับหลวง
ท่ีจังหวัดสงไปกรมที่ดินตามระเบียบแลวพบวา มีช่ือไมตรงกันก็จะสงใบไตสวน (น.ส. ๕) คืนจังหวัดเพ่ือดําเนินการ
แกไข ฉะนน้ั เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านเปนไปดว ยความเรียบรอย รวดเร็วจงึ ใหดําเนินการดังน้ี

๑. กรณีเขยี นชอื่ ผดิ เล็กนอย ใหเจาหนา ที่สอบสวนสิทธบ์ิ ันทกึ ถอยคําผนู ําเดินสาํ รวจออกโฉนดท่ดี ินใหท ราบบงึ
สาเหตุวาชื่อแตกตางกันอยา งไร เพราเหตใุ ด แลว รวมไวใ นเรือ่ ง

ตัวอยา งเชน ชือ่ “เขียนเปน “นายหนานคํา” เพราะภาษาพนื้ เมืองทางภาคเหนอื ใชเรียกผทู ีล่ าสกิ ขาพระภกิ ษวุ า “หนาน”
หรือชอ่ื ” “นายสนิ ธุ” เขยี นเปน “นายศาลป” หรอื “นายสิน” เปนตน

๒. กรณีชื่อผิดกนั มาก ตอ งใหผ ดู าํ เดนิ สํารวจออกโฉนดที่ดินไปขอใหเจาพนักงานผูปกครองทองที่ซ่ึงบุคคลน้ัน
มภี มู ิลําเนาอยใู นเขตปกครองออกเอกสารรบั รองวา เปนบคุ คลเดยี วกนั กอ นแลวเก็บเอกสารน้นั รวมไวในเรื่อง

ตัวอยางเชน บคุ คลที่มีชอ่ื รองซง่ึ เปนชื่อที่เรียกกันระหวา งพ่ีนองหรือเพื่อนสนิทวา “นายใจมา” แตมีช่ือตามบัตร
ประจําตัวประชาชน หรือหลักฐานทะเบียนบานวา “นายมานิต” ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเขียนช่ือ “นายใจมา”
เจาหนาท่ีสอบสวนสิทธ์ิเขียนช่ือผูนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินในใบไตสวน (น.ส. ๕) วา “นายมานิต” ตามที่ปรากฏใน
หลกั ฐานทะเบียนบา นเปน ตน

๓. กรณีการเปล่ียนชื่อตัว ชื่อสกุล โดยมีหลักฐานใหเจาหนาที่สอบสวนสิทธิ์บันทึกถอยคําผูนําเดินสํารวจออก
โฉนดทีด่ นิ ใหท ราบถงึ สาเหตุวาชอ่ื แตกตา งกันอยา งไร เพราะเหตใุ ดแลว สาํ เนาเอกสารเปล่ียนรวมไวใ นเรอ่ื ง

ท้งั สามกรณีนเ้ี มื่อดาํ เนินการแลว ใหเ จา หนาที่สอบสวนสิทธ์ิหมายเหตุไวใ นทว่ี างดานขา งตามแนวยาวหนา ใบไต
สวน (น.ส. ๕) ดว ยหมกึ สแี ดงทํานองเดยี วกบั บรรยายขอความดานขางเร่ืองราวการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ท.ด. ๑)
เพื่อใหท ราบวาช่อื แตกตางกันอยางไรและมีหลักฐานอะไร เชน “ช่ือ...................................ใน น.ส. ๓ ก. เลขท่ี......(หรือ น.ส.
๓ เลขท.่ี .............หมูท.่ี ...........) ตําบล.................อําเภอ..........................กับชอ่ื ....................................ในใบไตส วนฉบบั นไ้ี มต รงกนั
แตทั้งสองชื่อเปนบุคคลเดียวกันตามบันทึกถอยคําลงวันที่...........เดือน.............................พ.ศ. ..............(หรือตามหนังสือ
รับรองของนายอาํ เภอ......................................ท่.ี .............ลงวนั ที.่ ........เดอื น....................พ.ศ. .............)” แลวใหเจาพนักงานที่ดิน
ผลู งชอ่ื ในโฉนดท่ีดนิ ลงช่อื กาํ กับไวดวย

คู่มอื เจา้ หนา้ ท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดนิ 233

หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๒/๒๗๐๓๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๙
เร่ือง หารือเกี่ยวกับการมอบหมายใหไปเปนพยานรวมตรวจสอบที่ดิน ระวังแนวเขต และรับรองเขตท่ีดิน
สาธารณประโยชนแ ทนนายอําเภอ

การมอบหมายของนายอําเภอใหไปเปนพยานรวมตรวจสอบท่ีดิน ระวังช้ีแนวเขตและรับรอง การทํา
ประโยชน

๑. นายอําเภอจะมอบหมายหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอคนใดคนหน่ึงไปทําการแทนก็ได ตาม
ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบับที่ ๒๑๘ ขอ ๖๐ วรรค ๒

๒. หากไมสะดวกท่ีจะมอบหมายหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอ ตามขอ ๑ นายอําเภอยังสามารถ
อาศัยกฎหมายวา ดวยการปกครองทอ งที่ ตามขอ ๖๓ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๒๑๘ ประกอบขอ ๕๗ และ ๕๘
ไดอกี โดยมอบหมายปลดั อาํ เภอ หัวหนาสว นราชการ กํานัน หรือผูใหญบาน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่
พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๖๖ (๑) มาตรา ๒๗ (๑๘) มาตรา ๓๔ ทวิ และมาตรา ๔๐ นอกจากน้ียังอาจออกคําสั่งมอบหมาย
กรรมการผทู รงคณุ วุฒขิ องสภาตาํ บลได ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๒๖ ขอ ๕ และ ขอ ๑๑ (๖) เพราะกรรมการ
ผทู รงคณุ วุฒิเปน สว นหน่งึ ของสภาตาํ บล ซง่ึ ตอ งปฏบิ ตั ิหนาที่ตามท่ีทางราชการมอบหมาย
หนงั สอื กรมท่ดี นิ ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๒๘๖๐๕ ลงวนั ท่ี ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๒๙
เร่ือง การนาํ เดินสํารวจออกโฉนดทีด่ ินและสอบเขตท่ีดินทง้ั ตําบล

- กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีช่ือหลายคน แตผูมีช่ือเพียงคนเดียวมานําเดินสํารวจใหดําเนินการได
โดยใหบันทึกวา ผูมีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมทุกคนยังมีชีวิตอยูและจะนําหรือดําเนินการให
ผูมีช่ือทุกคนไปลงชื่อหรือใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาท่ีในหรือกอนวันแจกโฉนดที่ดิน เมื่อผูมีชื่อในหนังสือแสดง
สิทธเิ ดิมทกุ คนไดล งช่ือหรอื ใหถ อยคําตอพนกั งานเจา หนาท่ีครบถวนแลว ใหพิจารณาแจกโฉนดที่ดินตอไป

- กรณหี นังสือแสดงสทิ ธใิ นทีด่ นิ เดมิ มชี ่อื หลายคน แตผ ูมีชอื่ เพียงบางคนถึงแกกรรมกอนการเดนิ สาํ รวจ ผมู ีชือ่
คนหนง่ึ คนใดจะนําเดินสํารวจไมไ ด

- กรณีท่ีดินตามหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีทางสาธารณประโยชนตัดผานและยังมิไดมีการจด
ทะเบียนแบงแยกไป ใหถือปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการออกโฉนดท่ีดินกรณีท่ีมีทางสาธารณประโยชน ทาง
หลวง หรอื คลองชลประทานตัดผาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันที่ ๓ เม.ย. ๒๕๒๒โดยไมต องมีการรงั วดั ใหมแ ตอยา งใด
หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท. ๐๗๐๘/ว.๒๖๐๔ ลงวันที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๐
เรื่อง การลงนามของพระภิกษสุ ามเณรในเอกสารการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิติกรรม

ผูขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพยที่เปนพระภิกษุสามเณรชอบท่ีจะลงนามในเอกสาร
การจดทะเบยี นเปน พระภิกษุหรือสามเณรไดตามความเปนจริง สาํ หรับพระภกิ ษหุ รือสามเณรท่ีมชี อ่ื ในหนงั สอื แสดงสทิ ธ์ิ
อยูแลว ใหถือปฏิบัติตามคําสั่งกรมท่ีดินและโลหกิจ ที่ ๑๐/๒๔๘๒ ลงวันท่ี ๒๒ กันยายน ๒๔๘๒ เรื่อง ผูถือกรรมสิทธิ์
ทด่ี นิ ไดรบั อนุญาตใหเปลย่ี นนามหรอื นามสกุลโดยอนุโลม
หนงั สือกรมทดี่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๗๘๖๑ ลงวนั ท่ี ๑๗ เมษายน ๒๕๓๐
เรื่อง การออกโฉนดท่ีดนิ กรณรี ูปแผนทแี่ ละเนอ้ื ที่แตกตา งจากหลักฐาน น.ส. ๓ เดมิ

- ในการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน ถาหากรูปแผนท่ีและเน้ือท่ีท่ีคํานวณไดจากการรังวัดทําแผนที่เพ่ือออก
โฉนดทีด่ ินแตกตา งจากหลักฐาน น.ส. ๓ เดิมมาก และมีกรณีสงสัยวา น.ส. ๓ ดังกลาวเปนหลักฐานสําหรับที่ดินแปลง

234 คูม่ อื เจา้ หนา้ ที่สอบสวนสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน

ทน่ี าํ เดนิ สาํ รวจฯ หรือไม พนักงานเจาหนาท่ีก็ควรพิจารณาโดยรอบคอบโดยสอบสวนเพ่ิมเติมเจาของท่ีดิน เจาของท่ีดิน
ขางเคียงและผูปกครองทองท่ีตลอดจนเรียกเอกสารหลักฐานเพ่ิมเติมเพ่ือประกอบการพิจารณาได หากเชื่อไดวาหลักฐาน
น.ส. ๓ ดังกลาวเปน หลักฐานสาํ หรับท่ีดนิ แปลงทีน่ าํ เดินสาํ รวจฯ จริง ก็พิจารณาดําเนินการออกโฉนดที่ดินตอไปโดยไม
ตอ งใหเ จา ของที่ดนิ ไปขอตรวจสอบเนอื้ ท่ี น.ส. ๓ ช้ันอาํ เภอกอ นแตอยา งใด
หนังสอื กรมทีด่ นิ ที่ มท ๐๗๑๓/๑๙๙๓๘ ลงวนั ท่ี ๒๘ กันยายน ๒๕๓๐
เรือ่ ง ขอยกเลกิ ใบไตสวน
(เวยี นตามหนงั สือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๒๑๑๙๐ ลงวนั ท่ี ๑๓ ต.ค. ๓๐)

- การเดินสํารวจออกโฉนดทดี่ ินทั้งตาํ บลเปน เร่อื งทก่ี ฎหมายบงั คับใหผมู สี ิทธใิ นที่ดนิ ตอ งมานาํ ทาํ การ
เดินสํารวจโดยอาศัยงบประมาณของทางราชการเปนจํานวนมากและทางราชการถือวาเปนนโยบายท่ีสําคัญประการหน่ึง
จึงถือเปนหลักการวา เม่ือมีการนําเดินสํารวจโดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบ วิธีการแลวยอมจะยกเลิกไมได เวนแต
เปนกรณมี เี หตขุ ดั ของซึง่ ไมอาจแกไขไดห รือเปนการนําเดินสํารวจ ไปโดยไมชอบดวยกฎหมายและระเบียบวิธีการ ซ่ึงก็
จะตองสงเรื่องไปใหก รมท่ดี นิ พจิ ารณาส่ังยกเลกิ เปนรายๆ ไป
หนังสือกรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๗๒๕/ว ๐๐๖๐๘ ลงวนั ท่ี ๑๑ มกราคม ๒๕๓๓
เร่อื ง การรบั โอนการครอบครองทดี่ ินทีม่ ีใบจอง

- ขอทบทวนแนวทางปฏิบัติเก่ียวกับการนําทําการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทํา
ประโยชนข องผทู ีไ่ ดร บั โอนการครอบครองทด่ี ินตามใบจองโดยไมถ กู ตอ งตามกฎหมาย ดังนี้

๑. ใหผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินที่มีใบจอง นําทําการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รบั รองการทําประโยชนได พรอมทัง้ นาํ ใบจองมาแสดงตอ เจาหนา ที่เพื่อรวมเรอ่ื งไวประกอบการพิจารณา

๒. หากผูนําทําการเดินสํารวจฯนําใบจองมาแสดงไมได ใหเจาหนาที่บันทึกไวในใบไตสวน (น.ส.๕) หรือแบบ
บนั ทึกการสอบสวนสิทธิและพสิ ูจนการทาํ ประโยชน (น.ส. ๑ ก.) วานาํ ใบจองมาแสดงไมไ ดเ พราะเหตุใด

๓. เมื่อพนักงานเจาหนาที่จะพิจารณาออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนก็ใหพิจารณา
ดาํ เนินการตามระเบยี บกรมทีด่ ิน วา ดวยการเพิกถอนและจาํ หนายใบจองออกจากทะเบยี นทด่ี นิ พ.ศ.๒๕๒๗ โดยพจิ ารณา
ดําเนินการตามขอเทจ็ จรงิ เปน รายๆ ไปดว ย

๔. โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาวอยูในบังคับหามโอนตามความ ในมาตรา ๕๘ ทวิ
แหง ประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซงึ่ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับ
ที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๘)
หนงั สอื กรมท่ีดนิ ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๓๕๔๙ ลงวันท่ี ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๓๓
เร่อื ง การระวังชีแ้ นวเขตและลงชอ่ื รบั รองเขตที่ดินกรณอี อกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรับรองการทาํ ประโยชน

เพ่ือใหการปฏิบัติตามนัยระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ขอ ๙
เปนไปในแนวทางเดียวกัน จึงไดกําหนดแบบหนังสือแจงและแบบประกาศเร่ืองการระวังช้ีแนวเขตและลงช่ือรับรองเขต
ทด่ี นิ กรณีออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) เพื่อให
พนกั งานเจา หนาทถี่ อื ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

คู่มอื เจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดท่ีดิน 235

๑. กรณอี อกโฉนดทดี่ ินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะราย ใหแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงให
มาระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรองเขตที่ดิน หากเปนกรณีตองดวย ขอ ๘ วรรคสอง และไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดิน
ขา งเคียงใหมาระวงั แนวเขตได กใ็ หป ฏิบัติตามขอ ๙ (๒) แหงระเบยี บดงั กลาว โดยปดประกาศ

๒. กรณีออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยการเดินสํารวจ ซ่ึงไมอาจติดตอผูมีสิทธิ
ในท่ีดินขางเคียงใหมาระวังช้ีแนวเขตและลงช่ือรับรองเขตที่ดินในวันทําการเดินสํารวจได หากเปนกรณีตองดวยขอ ๘
วรรคสอง กใ็ หปฏิบตั ติ ามขอ ๙ (๒) แหงระเบียบดังกลาว โดยปดประกาศ

สาํ หรบั การออกโฉนดท่ดี นิ หรือหนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชนต ามหลักฐานอืน่ นอกจากหลักฐานการแจง
การครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) กใ็ หใชแบบหนงั สือแจงฯ และหรอื แบบประกาศฯ ดังกลาวขา งตนโดยอนโุ ลม
หนังสอื กรมท่ดี ิน ที่ มท ๐๗๑๓/ ว ๑๙๑๕๑ ลงวันท่ี ๑๙ กนั ยายน ๒๕๓๓
เร่ือง การประทบั ตราประจาํ ตอ

๑. กอนแจกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไมวาจะเปนแบบใด ใหเจาหนาที่ประทับตรา
ประจาํ ตอ (ดวงตราทองเหลืองประจําวัน) ลงในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนทั้งฉบับสํานักงานที่ดิน
และฉบับเจา ของท่ีดินทห่ี นา ๒ รมิ กระดาษเบ้ืองบนดานซา ยมือโดยวางโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน
ฉบับเจา ของที่ดนิ ซอ นบนฉบบั สํานักงานทด่ี นิ เหลือ่ มกันประมาณนวิ้ ครึง่ ประทบั ตราใหช ดั เจนดว ยชาดนาํ้ มนั สแี ดงให
ดวงตราคาบอยูกับริมดานซายของโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนฉบับละประมาณคร่ึงดวง สวนใบ
แทนก็ใหประทบั ตราประจาํ ตอเชน เดียวกนั

๒. กอนเพิ่มสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเจาหนาที่ประทับตราประจํา
ตอลงในสารบัญจดทะเบียนแผนเดิมและแผนเพ่ิมใหมท่ีริมกระดาษเบ้ืองบนดานขวามือ โดยวางกระดาษสารบัญจด
ทะเบียนซอนกันใหริมกระดาษดานขวามือเหล่ือมกันประมาณคร่ึงน้ิว แลวจึงใชตราประจําตอประทับเบ้ืองบนดานขวา
ใหดวงตราคาบอยกู ับริมกระดาษสารบัญจดทะเบยี นแผนละประมาณครึ่งนิ้ว เมื่อมีการเพ่มิ สารบัญจดทะเบยี นแผน ตอ ๆไป
ใหประทับตราประจําตอเชนเดียวกัน แตใหเล่ือนประทับดวงตราถัดลงมาเบื้องลางหรือเล่ือนข้ึนไปเบื้องบนแลวแตกรณี
อยาใหด วงตราทีป่ ระทบั ใหมท ับกบั ดวงตราประจําตอทม่ี ีอยูเ ดมิ
หนงั สอื กรมท่ีดนิ ที่ มท๐๗๑๙/๘๙๒๕ ลงวนั ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๓๔
เร่อื ง การระวังชแ้ี นวเขตและลงช่ือรบั รองเขตที่ดินกรณอี อกโฉนดท่ีดนิ หรือหนงั สือรบั รองการทาํ ประโยชน
(เวียนตามหนงั สอื กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๙๑๑๔ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๓๔)

ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๒ วาดวย
เง่ือนไขการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดยกเลิกระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ
ฉบบั ท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๕) และฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๔)วา ดว ยหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไขการ
ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลว ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ.
๒๕๓๒) หมวด ๒ ไมไดกําหนดเงื่อนไขเก่ียวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามหลักฐาน
อืน่ นอกจากหลกั ฐานการแจงการครอบครองทด่ี ิน (ส.ค.๑) ไวดว ย ฉะนั้น เพอ่ื ใหเปน ไปในทางเดยี วกัน จึงขอใหถือปฏิบัติ
ดงั นี้

๑. การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามหลักฐานการแจงการครอบครอง
ท่ีดนิ (ส.ค.๑) ในกรณีเฉพาะรายใหถ อื ปฏิบัติตามขอ ๑ สว นกรณีเดินสํารวจใหถือปฏิบัติตามขอ ๒ ตามหนังสือกรมท่ีดิน
ที่ มท ๐๗๑๓/ว ๓๕๔๙ ลงวนั ที่ ๑๖ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๓

236 คู่มอื เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดท่ดี ิน

๒. การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายตามหลักฐานอื่น นอกจาก
หลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน(ส.ค.๑) ใหถือปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๓๕๔๙ ลงวันที่ ๑๖
กมุ ภาพันธ ๒๕๓๓ ขอ ๑

๓. การเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ท่ีผูนําเดินสํารวจหรือ
ตัวแทนนําหลักฐานอน่ื นอกจากหลักฐานการแจง การครอบครองทดี่ นิ (ส.ค.๑) หรอื กรณไี มม หี ลกั ฐานนาํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจ
ถามีผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงรับรองเขตที่ดินไมครบ ใหดําเนินการตามคําส่ังกรมท่ีดิน ที่ ๕๖๕/๒๕๒๓ ลงวันท่ี ๑๕
พฤษภาคม ๒๕๒๓ เร่ือง การรับรองแนวเขตท่ีดินของทางราชการและระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการเขียนขางเคียงและการ
รับรองแนวเขตที่ดนิ พ.ศ. ๒๕๓๐ ขอ ๔๕ แลว ดําเนนิ การออกโฉนดทด่ี ินหรือหนังสอื รับรองการทาํ ประโยชนต อไป
หนังสือกรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๒๒๖๒๙ ลงวันที่ ๘ ตลุ าคม ๒๕๓๔
เร่อื ง การหมายเหตุใน ส.ค. ๑ เมื่อไดออกหนังสือรับรองการทาํ ประโยชนหรอื โฉนดท่ีดินไปแลว

๑. กรณีการนํา ส.ค. ๑ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. หรือใบจองมาขอออกโฉนดที่ดิน กอนออกโฉนดท่ีดินใหจังหวัดสง
สําเนาหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวใหอําเภอตรวจสอบกอนวาถูกตองตรงกันกับฉบับของอําเภอหรือไม
และเม่ือจังหวัดไดดําเนินการออกโฉนดที่ดินและแจกใหแกเจาของที่ดินรับไปแลว ใหจังหวัดมีหนังสือแจงอําเภอให
หมายเหตุการออกโฉนดที่ดินใน ส.ค. ๑ หรือ น.ส. ๓ และทะเบียนการครอบครองที่ดินใหถูกตองตรงกัน โดยสงทาง
ไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ และใหอําเภอแจงการหมายเหตุดังกลาวไปใหจังหวัดทราบ เพื่อรวมเก็บเปนหลักฐานไวใน
สารบบของที่ดนิ ทีไ่ ดอ อกโฉนดท่ดี นิ แปลงนนั้ ณ สาํ นกั งานทดี่ นิ จังหวดั หรอื สาํ นกั งานทดี่ นิ สาขาแลว แตก รณดี วย

๒. กรณกี ารนาํ ส.ค. ๑ มาขอออกหนงั สอื รับรองการทาํ ประโยชนห รอื โฉนดท่ดี ิน เม่อื เจา หนา ท่ีหมายเหตใุ นส.ค.
๑ และจดแจงรายการเปลย่ี นแปลงทางทะเบียนการครอบครองท่ีดินทางอําเภอรวมท้ังดําเนินการตามขอ ๑ ขางตนเรียบรอย
แลว ก็ใหร ายงานการเปลี่ยนแปลงทะเบียนการครอบครองทีด่ นิ ไปยงั กรมทีด่ ินตามระเบยี บ เพอื่ จะไดจดแจง แกไ ขทะเบยี น
การครอบครองทีด่ นิ ทางสวนกลางใหถ กู ตองตรงกนั ตอ ไปดว ย
หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ดวนมาก ที่ มท. ๐๖๒๕/ว. ๒๗๐ ลงวนั ที่ ๓ กุมภาพันธ ๒๕๓๕
เร่อื ง การปฏิบัตงิ านกอนออกโฉนดทด่ี นิ ใหจังหวดั ตามโครงการเดนิ สาํ รวจออกโฉนดที่ดิน

กอนออกโฉนดทดี่ นิ ใหจังหวัด
๑. แจง ใหน ายอาํ เภอหรอื ปลดั อาํ เภอผูเปนหัวหนา ประจาํ กิ่งอาํ เภอรว มตรวจสอบการออกโฉนดท่ีดินใน
ฐานะผูปกครองทองท่ี หากจะมอบหมายใหผูใดไปทําการแทน ขอใหมอบหมายใหผูท่ีสามารถจะไปรวมตรวจสอบไดใน
วันท่ีเจาหนาทท่ี าํ การรงั วดั
๒. ในกรณที ี่มีปญหาวา ทดี่ นิ บริเวณใดจะอยูในหลักเกณฑท่ีอาจออกโฉนดที่ดินไดหรือไม ใหจังหวัด
พิจารณาแตงตัง้ คณะกรรมการตามท่ีเหน็ สมควรออกไปทําการตรวจสอบกอ นดําเนนิ การออกโฉนดทดี่ ิน
๓. ใหผูกํากับการเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดิน เขารวมประชุมชี้แจงในการประชุมประจําเดือนของ
หัวหนาสวนราชการประจําจังหวัด และหัวหนาสวนราชการประจําอําเภอเพ่ือรายงานผลการปฏิบัติงาน ปญหา อุปสรรค
และแนวทางแกไ ขใหท่ีประชุมทราบ เพ่ือเปน แนวทางในการแกไ ขปญหาและใหความสนับสนุนโครงการเดินสํารวจออก
โฉนดท่ีดนิ
๔. ใหจังหวัดควบคุม บังคับบัญชาการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ี ตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนด
ที่ดินใหเปนไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยเครงครัด รวมทั้งการพิจารณาบําเหน็จความชอบ
ประจาํ ป

คมู่ ือเจ้าหน้าท่สี อบสวนสทิ ธโิ ครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน 237

๕. ใหจังหวัดพิจารณาวางแผนเรงรัดการออกโฉนดท่ีดิน และแจกโฉนดที่ดินใหถึงมือราษฎรโดยเร็ว
เพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงคของโครงการพัฒนากรมที่ดินและเรงรัดการออกโฉนดท่ีดินทั่วประเทศ เปนการสนองนโยบาย
รฐั บาลอกี ทางหนึ่งดว ย
หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๖๒๕/๑๖๔๑๐ ลงวันที่ ๒๒ มถิ ุนายน ๒๕๓๕
เรื่อง การรงั วัดออกโฉนดทดี่ นิ ทคี่ างแจกเกิน ๑๐ ป
(เวยี นตามหนงั สอื กรมที่ดนิ ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๑๗๕๗๗ ลงวนั ที่ ๒ ก.ค. ๓๕)

- เจา ของท่ีดนิ บางรายไมมหี ลกั ฐานท่ดี นิ แตเคยนําทาํ การเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินไวประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ –
๒๕๑๔ แตเจา ของทีด่ นิ เดินสํารวจไมรังวัดใหเ พราะเกรงวา จะออกโฉนดทดี่ นิ ทบั กนั นน้ั ใหน าํ ทาํ การเดนิ สาํ รวจฯ โดยใช
ระวางแผนที่ระบบ ยู ที เอ็ม และใหพนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบและบันทึกไวในเรื่องราวการเดินสํารวจฯ ใหไดความ
วา ที่ดินท่ีนําทําการเดินสํารวจฯ ซํ้านั้น มีใบไตสวนเลขที่ เทาใด ผูใดนําทําการเดินสํารวจฯ ไว มีการครอบครอง
ตอเนื่องมาอยางไร หรือไม มีภาระติดพันหรือไม ประการใด ถามีใหยกรายการมาจดแจงไวตามระเบียบ เม่ือเจา
พนักงานที่ดินพิจารณาออกโฉนดท่ีดินใหเจาของที่ดินแลว ใหหมายเหตุไวดานหนาใบไตสวนเดิมทั้ง ๒ ฉบับ ดวย
อักษรสีแดงวา “ใบไตสวนฉบับน้ียกเลิก เพราะไดนําทําการเดินสํารวจเพ่ือออกโฉนดที่ดินใหมแลวแตวันที่…..
เดือน………พ.ศ…..” พรอมทั้งลงชือ่ และวัน เดอื น ป กาํ กับไวใ นวันแจกโฉนดทด่ี นิ
หนงั สอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๔๐๐๗๕ ลงวนั ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๕
เรือ่ ง กําหนดแผนการปฏิบัตงิ านเดนิ สํารวจเพ่ือออกโฉนดทด่ี นิ และแจกโฉนดทีด่ นิ

- ใหจังหวัดรวมพิจารณากําหนดพื้นที่เพ่ือจัดทําแผนการปฏิบัติงานเดินสํารวจเพื่อออกโฉนดท่ีดิน การ
เปล่ียน น.ส. ๓ ก. เปน โฉนดท่ดี นิ ตาม ม. ๕๘ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ของแตละกองกํากับการเดิน
สํารวจฯ ในจังหวัดทองที่ใหสอดคลองกับแผนงานท่ีกรมที่ดินกําหนด ใหกรมที่ดินทราบภายใน ๓๐ วัน
นบั แตวันเริ่มตน ของการเดนิ สํารวจรงั วัด

หนังสือกรมทีด่ นิ ดว นท่ีสดุ ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๐๒๐๘๒ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๓๖
เร่ือง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แหงประมวลกฎหมาย
ท่ีดนิ

- เพือ่ ใหการออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนังสือรบั รองการทําประโยชนใ หกบั บคุ คลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรค ๒(๒)
มีความถูกตอง รอบคอบและรัดกุมย่ิงขึ้น พนักงานเจาหนาที่ไมควรรับฟงพยานบุคคลเพียงดานเดียว ควรจะตองมีพยาน
เอกสารทางราชการหรือหลักฐานการไดมาซ่ึงที่ดินที่เช่ือถือไดซ่ึงทางราชการออกให หรือเอกสารราชการที่เก่ียวของกับ
ท่ีดินดังกลาวที่แสดงไวอยางชัดเจนถึงวันเวลาของการไดมาวาไดมากอนประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับประกอบการ
พจิ ารณาออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการ ทําประโยชนจึงจะเปนการชอบ ท้ังนี้ใหอยูในดุลยพินิจของเจาพนักงาน
ท่ดี ินจังหวดั หรือเจา พนกั งานทด่ี นิ สาขาหรอื นายอําเภอทอ งท่ีแลวแตกรณี
หนงั สอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท ๐๖๑๙/ว ๐๗๒๖๔ ลงวนั ที่ ๑๕ มนี าคม ๒๕๓๖
เร่ือง การระบุตัวอักษรกาํ กบั ตวั เลขจาํ นวนเนอื้ ทีท่ ด่ี นิ ในหนังสือแสดงสทิ ธใิ นท่ีดนิ

เพ่อื ใหการระบุตวั อกั ษรจาํ นวนเน้ือทีท่ ่ีดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเปนไปในทางเดียวกัน จึงขอซอมความ
เขาใจเกี่ยวกับวิธีการระบุตัวอักษรกํากับตัวเลขจํานวนเนื้อที่ท่ีดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเพ่ิมเติม จากตัวอยางตาม
หนังสือท่ีอางถงึ อีก ๗ กรณี ดังนี้ คือ

กรณี ๑ “เนื้อท่ี – ไร ๑ งาน ๕๐ ตารางวา”

238 คมู่ อื เจา้ หน้าท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทดี่ นิ

(หนึง่ งานหา สิบตารางวา)

กรณี ๒ “เน้อื ท่ี – ไร – งาน ๕๐ ตารางวา”

(หา สบิ ตารางวา)

กรณที ี่ ๓ “เน้ือท่ี ๑๐ ไร – งาน- ตารางวา”

(สิบไร)

กรณีท่ี ๔ “เนื้อที่ ๑๐ ไร ๑ งาน – ตารางวา”

(สิบไรหน่งึ งาน)

กรณที ี่ ๕ “เนอื้ ที่ – ไร ๑ งาน – ตารางวา”

(หนง่ึ งาน) ๑๕๐

กรณีที่ ๖ “เนือ้ ที่ – ไร – งาน ๕๐ ตารางวา
(หา สบิ เศษหาสว นสบิ ตารางวา)
กรณีท่ี ๗ “เนอ้ื ท่ี – ไร ๑ งาน ๐๐๑๕๐ ตารางวา”
(หนึง่ งานเศษหาสวนสบิ ตารางวา)

อน่ึง ตามท่ีกรมที่ดินไดวางทางปฏิบัติไวตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๑๙/ว ๓๙๕๐๒ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม

๒๕๓๕ น้ัน ใชเฉพาะหนงั สือแสดงสทิ ธิในท่ดี นิ ทอี่ อกภายหลงั วนั ท่หี นังสอื เวียนดังกลา วใชบ งั คับแลวเทานั้น

หนงั สือกรมที่ดิน ดว นทสี่ ดุ ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๐๘๐๒๐ ลงวันท่ี ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๖

เรอื่ ง การปฏบิ ตั ิงานตามโครงการเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี นิ

- ใหบันทึกในขอ ๙ ของใบไตสวน (น.ส. ๕) เพื่อใหทราบวาท่ีดินนั้นไดทําประโยชนเปนท่ีนาที่บาน มีส่ิง

ปลูกสรางหรือไม ลักษณะอยางไร เลขที่เทาใดหรือที่สวนปลูกพืชชนิดใด ปลูกมาแลวกี่ปเต็มพ้ืนท่ีหรือไมและหามใช

ตรายางประทบั แทนการบันทึกการสอบสวนดงั กลาวโดยเดด็ ขาด

หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท๐๖๑๙/ว ๑๗๖๗๒ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖

เรื่อง การเขยี นเลขโฉนดทด่ี นิ

เพ่ือใหเ กดิ ความรวดเร็วในการปฏิบัติงานของเจาหนา ทแ่ี ละโฉนดทด่ี ินท่จี ะตอ งดําเนินการมีจํานวนมากแปลงจะ

ใชเคร่ืองตอกเลข ( Running Number Machine) ซ่ึงเปนเลขอารบิคในการเขียนเลขโฉนดท่ีดินแทนการเขียนก็ใหกระทําได

แตหากเปนการเขยี นกใ็ หใ ชเลขไทยตามเดิม

หนงั สือกรมท่ีดนิ ดว นมาก ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๒๕๑๙๕ ลงวันท่ี ๑๗ กันยายน ๒๕๓๖

เร่ือง การเก็บรักษาทะเบยี นหรอื บัญชีคุมเร่อื งราวการเดินสาํ รวจออกโฉนดที่ดนิ และการเปล่ียนน.ส. ๓ ก. เปนโฉนดที่ดิน

ใหส าํ นักงานท่ดี นิ จงั หวดั และสํานักงานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา ควบคมุ และ เก็บรักษาทะเบียนหรือบัญชีคุมเรื่องราว

การเดินสํารวจออกโฉนดทด่ี นิ และการเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดทด่ี ิน ดังน้ี

๑. บัญชีคมุ ใบไตส วนตามระเบียบการเดมิ (สมุดเบอร ๒)

๒. บัญชีคุมใบไตส วน (น.ส. ๑๖)

๓. บัญชีคุมแบบการเปลย่ี น น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดท่ีดนิ (น.ส. ๒๒)

๔. บัญชีรายการประจําวนั ทาํ การเดนิ สํารวจฯ (บ.ท.ด. ๑๖)

๕. บัญชีรายวันทําการเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดทดี่ ิน (น.ส. ๒๓)

คมู่ ือเจา้ หนา้ ที่สอบสวนสทิ ธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดที่ดนิ 239

หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ดวนที่สดุ ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๒๖๙๕ ลงวนั ท่ี ๑๑ ตลุ าคม ๒๕๓๖
เร่อื งการกาํ หนดพน้ื ท่ที ่ีจะเดินสํารวจออกโฉนดท่ดี ิน

- ใหจังหวัดแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดพื้นท่ีท่ีจะทําการเดินสํารวจ ประกอบดวย ผูวาราชการจังหวัด หรือรอง
ผวู า ราชการจงั หวัดเปนประธาน ปา ไมจ งั หวัด ผูแทนหนวยทหารในพ้ืนทร่ี าชพสั ดจุ ังหวัด,ผแู ทนกรมพฒั นาทด่ี นิ ,ผแู ทน
สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (เฉพาะจังหวัดท่ีมี) นายอําเภอผูเปนหัวหนาปกครองอําเภอทองท่ี เจา
พนักงานท่ีดินจงั หวดั เพ่อื ปองกันการเดนิ สํารวจออกโฉนดทด่ี ินรกุ ลาํ้ ทด่ี นิ ของรฐั โดยกาํ หนดลงในระวางแผนทห่ี รอื แผน
ที่ภูมิประเทศ มาตราสวน ๑/๕๐๐๐๐ ใหชัดเจนและจัดทําแผนผังประกาศไวที่จังหวัดและอําเภอทองท่ีใหราษฎรทราบ
ลว งหนา ไมน อ ยกวา ๓๐ วนั
หนงั สอื กรมที่ดนิ ที่ มท๐๖๒๕/ว ๑๑๖๑๐ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๗
เรอื่ ง การเดนิ สํารวจออกโฉนดท่ีดินในเขตปฏิรปู ท่ดี นิ

เม่ือไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปท่ีดินในทองท่ีใดแลว และในเขตปฏิรูปท่ีดินไมวาจะเปนพื้นท่ีท่ี
ส.ป.ก. เขาไปดําเนินการแลวหรือยังไมไดดําเนินการก็ตาม พนักงานเจาหนาที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแก
ราษฎรทีค่ รอบครองและทําประโยชนอยกู อนแลวท่ีประมวลกฎหมายที่ดินใหบังคบั ไมไดถา ราษฎรดังกลา วไมไ ดแ จงการ
ครอบครองมาตรา ๕ แหง พ.ร.บ แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. ๒๔๓๗ หรอื มิได แจงความประสงคจะไดสิทธิในท่ีดิน
ตามมาตรา ๒๗ ตรี แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ินไวก อ น

หนังสอื กรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๖๒๕/ว ๑๔๓๑๘ ลงวนั ท่ี ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๗
เรื่อง การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แหงประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน

กรณที ่ีผนู าํ เดนิ สํารวจออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สอื รบั รองการทําประโยชน ตามม.๕๘ทวิ วรรคสอง (๒) แหงประมวล
กฎหมายที่ดนิ อางวา ไดมกี ารครอบครองและทาํ ประโยชนมากอนประมวลกฎหมายที่ดนิ ใชบังคับ หรอื กอ นการหวงหา ม
สาํ หรับทีด่ ินดงั ตอไปนี้

๑. ที่เขา ที่ภูเขา ซึ่งหากไดมาภายหลังประมวลกฎหมายท่ีดินใชบังคับ ไมอาจออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนงั สอื รับรองการทําประโยชนได ตามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗)

๒. พื้นทลี่ าดชนั เฉลย่ี เกนิ ๓๕% ซึ่งตามนโยบายปาไมแ หงชาติ กาํ หนดวา ไมสมควรออกเอกสารสทิ ธิ
๓. ทด่ี นิ ทท่ี างราชการกันออกหรือยกเลิกหรือถอนสภาพการหวงหามภายหลังประมวลกฎหมายท่ีดิน
ใชบ ังคบั
ใหพิจารณาสอบสวนดวยความรอบคอบโดยยึดถือพยานเอกสารและพยานบุคคลเปนหลักในการ
พจิ ารณาหรอื ในกรณที ่ีไมมพี ยานเอกสาร ใหนาํ พยานแวดลอ มอน่ื มาประกอบการพิจารณาดวย
สวนทด่ี นิ นอกเหนือจากพื้นท่ีดังกลาวขางตน ใหสอบสวนพิจารณาตามแนวทางและระเบียบวิธีการท่ี
มอี ยูเ ดมิ
หนงั สือกรมทดี่ นิ ดว นมาก ที่ มท. ๐๖๒๕/๖๖๔๕ ลงวนั ท่ี ๑๕ มนี าคม ๒๕๓๘
เรื่อง หารือปญหาการเดนิ สํารวจในเขตปฏิรปู ทด่ี นิ

240 คูม่ ือเจา้ หนา้ ท่ีสอบสวนสทิ ธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดทดี่ ิน

การเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยไมไดแจงการครอบครอง (ส.ค.๑) เมื่อป พ.ศ. ๒๕๐๖ น้ัน ตามคําส่ัง
กรมท่ีดิน ท่ี ๒/๒๔๙๙ ลงวันท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๙๙ หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๖๑๐/ว ๑๔๔ ลงวันท่ี ๓
เมษายน ๒๕๑๓ และหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๑๔๔ ลงวันท่ี ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ กําหนดใหผูครอบครองและ
ทําประโยชนใ นทีด่ ินกอนประมวลกฎหมายท่ีดนิ ใชบ ังคับนาํ เดินสาํ รวจออกโฉนดทีด่ ินไดโดยจะตอ งนาํ หลกั ฐานการแจง
การครอบครอง (ส.ค.๑) หรอื หลักฐานการยืน่ ขอผอนผันแจงการครอบครองมาใหในภายหลัง ซ่ึงหากไมม หี ลกั ฐานแจง การ
ครอบครอง (ส.ค. ๑) หรือการขอผอนผนั แจงการครอบครองแลว กรณีก็ไมอาจแจกโฉนดที่ดินใหได แตโดยที่การขอผอน
ผันแจงการครอบครองไมอาจกระทําไดเนื่องจากไดถูกยกเลิกแลวโดยผลของกฎหมาย และใหผูที่ครอบครองและทํา
ประโยชนในท่ีดินกอนประมวลกฎหมายท่ีดินมีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินไดหากมีการประกาศเดินสํารวจในทองที่น้ัน
ตามมาตรา ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยถือวาการมานําเดินสํารวจเปนการแจงความประสงคจะไดสิทธิใน
ที่ดินแลว ฉะน้ัน กรณีนี้เจาของท่ีดินไดนําเดินสํารวจออกโฉนดท่ีดินไวเม่ือป พ.ศ. ๒๕๐๖ ถือไดวาเปนการแจงความ
ประสงคไดสิทธิแลว จึงใหนําใบไตสวนประกอบหลักฐานการนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยถือปฏิบัติตามนัย
หนงั สือกรมท่ีดิน ดว นมาก ท่ี มท ๐๖๒๕/๑๖๔๑๐ ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ เรือ่ ง การรังวัดออกโฉนดที่ดินคางแจก
เกิน ๑๐ ป ซ่ึงเวียนใหทราบและถือปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๑๗๕๗๗ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม
๒๕๓๕

และสําหรับ น.ส. ๓ ก. ทอี่ อกโดยมไิ ดแ จงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ในเขตปฏิรูปที่ดินและออกทับใบไต
สวนนนั้ ใหนาํ น.ส. ๓ ก. นน้ั ประกอบหลักฐานการเดนิ สาํ รวจรวมไวในเร่อื งดว ยโดยบันทึกเจาของท่ีดนิ ใหไดความวาได
ครอบครองทีด่ นิ ตอเน่อื งมาจากผูม ีชอ่ื ใบไตสวนอยา งไร ตงั้ แต เม่ือใด แลวหมายเหตุใน น.ส. ๓ ก. เม่ือไดมีการออกโฉนด
ทดี่ นิ แลว ตามระเบียบ

๒. กรณีท่ีดินท่ีมีการออก น.ส. ๓ ก. โดยมีหลักฐานแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑)และออกทับท่ีดินมีใบ
ไตสวนหรือโฉนดที่ดินคางแจกใหนําเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยใชหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ดังกลาวได เน่ืองจากใบไต
สวนเปนเพียงเอกสารแสดงการสอบสวนเพ่ือออกโฉนดที่ดินเทาน้ันมิใชเอกสารสิทธิในท่ีดินแต น.ส. ๓ ก. เปนเอกสาร
สิทธิในที่ดินประเภทหน่ึง และสําหรับใบไตสวน เมื่อไดมีการออกโฉนดท่ีดินแลวก็ใหพิจารณายกเลิกใบไตสวนตาม
ระเบียบตอ ไป
หนังสือกรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๖๑๙/ว ๑๕๑๑๑ ลงวนั ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๙
เร่ือง การรงั วดั เปลี่ยนโฉนดตราจอง หรอื ตราจองทต่ี ราวา“ไดท ําประโยชนแ ลว ” เปน โฉนดท่ดี ิน

โฉนดตราจองหรือตราจองท่ีตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภท
หนึ่งตามนัยมาตรา ๑ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ดังน้ัน การรังวัดเปล่ียนโฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราวา “ไดทํา
ประโยชนแลว” เปนโฉนดท่ีดิน จึงมิใชการรังวัดเพื่อออกโฉนดท่ีดิน แตเปนการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามมาตรา ๖๙ ทวิ
แหง ประมวลกฎหมายท่ดี ิน เพ่ือเปลีย่ นประเภทหนังสอื แสดงกรรมสทิ ธ์ิ และเพ่ือใหทราบที่ตั้งแนวเขตที่ดินเทานั้น หากมี
ผูโตแยงสิทธิในที่ดิน พนักงานเจาหนาท่ีจะดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคหา แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน การที่
กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ
๑๕ (๓) กําหนดใหมีการประกาศการแจกโฉนดท่ีดิน ก็โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือหาผูคัดคาน หรือโตแยงสิทธิในที่ดิน เมื่อ
การดําเนินการออกโฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” ไดมีการขออนุญาตจับจอง และมีการ
ประกาศหาผูโตแยงสิทธิตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนดในกฎขอบังคับท่ี ๑ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๑ ออก

คูม่ ือเจ้าหนา้ ท่ีสอบสวนสิทธโิ ครงการเดนิ สำรวจออกโฉนดทีด่ ิน 241

ตามความในพระราชบัญญัติออกตราจองท่ีดินชั่วคราว ร.ศ. ๑๒๑ (ตอมาไดมีประกาศเมื่อวันท่ี ๓๑ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๔
เปลยี่ นนามพระราชบัญญตั อิ อกตราจองทด่ี นิ ช่ัวคราว ร.ศ. ๑๒๑ เปนพระราชบัญญัติออกโฉนดตราจอง) และ
ตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ ซ่ึงเปนกฎหมายที่ใชบังคับในขณะน้ันมาแลว การนําโฉนด
ตราจองหรือตราจองท่ตี ราวา “ไดท าํ ประโยชนแ ลว” มาทาํ การรังวดั เปล่ียนเปนโฉนดทีด่ ิน จงึ ไมจ าํ ตอ งดาํ เนนิ การประกาศ
การแจกโฉนดทด่ี นิ เพื่อหาผคู ัดคา นหรือโตแยงสิทธใิ นท่ดี ินอีกแตอ ยางใด
หนงั สือกรมท่ีดนิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๐๐๒ ลงวนั ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๐
เร่ือง การขอรับโฉนดทีด่ นิ ตามโครงการเดนิ สํารวจฯ โดยยงั ไมช าํ ระเงินคา ธรรมเนียม

- ผูมีสิทธิในท่ีดินรายใดประสงคจะขอรับโฉนดที่ดินไปกอน แตยังไมชําระคาธรรมเนียมก็ใหพนักงาน
เจาหนาที่จดแจงการคางชําระเงินคาธรรมเนียมใหปรากฏในโฉนดที่ดินน้ัน ตามความในมาตรา ๑๐๓
วรรคสอง แหง ประมวลกฎหมายทดี่ นิ และถือปฏบิ ัตติ ามหนังสอื กรมที่ดนิ ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๘๖๗๗ ลงวนั ท่ี ๘ มนี าคม
๒๕๑๕
หนังสอื กรมทีด่ นิ ดว นท่ีสุด ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๓๑๐๘๗ ลงวนั ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๐
เรอื่ ง ใหสอบผปู กครองทองทก่ี อนออกโฉนดท่ดี ิน
(เวียนตามหนังสือกรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๗๑๙/๓๕๖๘๔ ลงวนั ที่ ๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐)

๑. เร่ืองการมอบหมายใหไปเปนพยานรวมตรวจสอบท่ีดิน ระวังแนวเขตและรับรองเขตท่ีดินสาธารณประโยชน
แทนนายอําเภอ กรมท่ีดินไดเคยมีหนังสือ ท่ี มท ๐๗๑๒/๒๗๐๓๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๙ ตอบขอหารอื จงั หวดั
แพร ซึง่ ไดเวยี นใหทราบและถอื ปฏิบัตแิ ลว ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๒๗๙๖๓ ลงวนั ที่ ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๒๙

๒. การระวังชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตทางหลวงเทศบาล ใหถือปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดิน
วาดว ยการเขียนขา งเคยี งและการรบั รองแนวเขตท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ขอ ๒๗ สว นทางสาธารณประโยชนและทางน้าํ ทอ่ี ยใู น
เขตเทศบาลน้ัน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ.
๒๕๑๕ ขอ ๔ (๑) และ ขอ ๕ (๑) เปนอํานาจหนาที่ของนายอําเภอเปนผูดูแลรักษา ดังนั้น นายอําเภอทองท่ีจึงควรเปนผู
ระวังชี้และรบั รองแนวเขตทีด่ ินดว ย
หนงั สือกรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๖/ว. ๓๔๕๗๓ ลงวันที่ ๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐
เรื่อง การกรอกขอความในโฉนดทดี่ นิ

ในกรณีทใี่ ชพ มิ พข อ ความแทนการเขยี นนน้ั จะใชเ ครือ่ งพิมพด ีด หรอื ใชคอมพวิ เตอร (Computer) ยอมเปน
วิธีการพมิ พเ ชน เดยี วกัน
หนงั สือกรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๗๐๐๔ ลงวนั ที่ ๒๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐
เรอื่ ง การลงท่หี มายในระวางแผนที่ทับเลขทด่ี นิ

ใหต รวจสอบ ดงั นี้
๑. บัญชตี อเลขท่ดี ิน สารบัญทดี่ นิ (บ.ท.ด. ๓๙) สารบญั รายชอ่ื วาไดม กี ารใหเ ลขทดี่ นิ และลงบญั ชที ี่ดิน

ไวถกู ตองหรอื ไม
๒. ใบไตส วนทด่ี นิ คางแจก แฟม เก็บใบไตส วนทคี่ างแจก และแฟม เกบ็ ใบไตส วนทแี่ จกแลว แตย งั ไมไ ด

แจกโฉนด บญั ชคี ุมใบไตสวนของแตละตําบล (บ.ท.ด. ๔๔)
๓. ตรวจสอบสารบบท่ีดิน
๔. บัญชีจาํ นวนหนังสือสาํ คญั (บ.ท.ด. ๑๓) บัญชรี ายชอื่ เจาของทีด่ นิ (บ.ท.ด. ๓๕) (ถา มี)


Click to View FlipBook Version