ข้อมูล ณ วนั ที่ 30 ส.ค. 2565
ประมวลองคค์ วามรเู้ กยี่ วกบั ที่ดนิ
สานกั จดั การทด่ี ินของรัฐ
ข้อ 1. คาถาม ดอู ย่างไรว่าเปน็ ทด่ี ินแปลงใดจะเปน็ ทดี่ ินอนั เป็นสาธารณสมบัตขิ องแผ่นดนิ สาหรบั พลเมอื งใช้
ประโยชน์รว่ มกันตามมาตรา 1304 (2) แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่
คาตอบ พิจารณาจากการเกิดหรือการได้มาซ่ึงท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน
มี 4 กรณดี งั น้ี
(1) เกิดจากสภาพธรรมชาติ
(2) เกิดจากการใชร้ ่วมกนั ของประชาชน
(3) ได้มาโดยทางนิติกรรม ซึง่ ก็ไดแ้ ก่ การซื้อขายแลกเปล่ยี นใหห้ รืออุทศิ ให้
(4) ได้มาโดยผลของกฎหมาย ไดแ้ ก่ การได้มาโดยการสงวนหรือหวงหา้ มและการได้มาโดยการเวนคนื
ทมี่ าของคาตอบ: คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ 229/2551
ขอ้ 2. คาถาม ท่ีดินที่สามารถออกหนงั สอื สาคญั สาหรบั ท่หี ลวงได้มีท่ดี นิ ประเภทใดบา้ ง
คาตอบ 1.ท่ดี นิ อนั เปน็ สาธารณสมบัติของแผน่ ดินสาหรบั พลเมืองใช้ร่วมกนั เช่น ทท่ี าเลเลีย้ งสัตว์ หนองนา้
สาธารณะ บงึ สาธารณะ เว้นแต่ทสี่ าธารณะโดยสภาพมีแนวเขตธรรมชาติอยู่แลว้ เช่น ที่ชายตลง่ิ ทางบก ทางน้า ลา
กระโดง ลารางสาธารณะ ทางระบายนา้ แม่น้าลาคลอง ฯลฯ
2.ที่ดนิ อนั เปน็ สาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ สาหรับใชป้ ระโยชน์ของแผ่นดนิ โดยเฉพาะ เชน่ ท่ดี ินทไี่ ด้
สงวนหวงห้ามหรือขน้ึ ทะเบียนเปน็ ของทบวงการเมือง ท่ดี ินทถี่ กู เวนคืนมาเป็นของรัฐ ที่ดินทีร่ ฐั ซื้อหรอื มีผู้อุทศิ ให้รัฐ
เปน็ ตน้
ท่มี าของคาตอบ: ระเบียบกรมที่ดนิ ว่าด้วยการออกหนงั สือสาคัญสาหรับท่ีหลวง พ.ศ. 2517 ข้อ 3.
ขอ้ 3. คาถาม ผใู้ ดเป็นผมู้ อี านาจยื่นคาขอรังวดั ออกหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง
คาตอบ 1.นายอาเภอท้องที่ หรอื
2.องค์การปกครองสว่ นท้องถ่ินทอ้ งที่
โดยย่ืนผา่ นสานกั งานที่ดินจงั หวดั หรือสาขาท่ีท่ีดินน้ันต้ังอยู่ กรณีคาบเกี่ยวหลายจังหวัดให้ยื่นต่อสานักงานที่ดินจังหวัด /สาขา
ทมี่ ที ดี่ นิ ส่วนใหญ่ตงั้ อยู่
2
ทม่ี าของคาตอบ: -คาส่งั ของกระทรวงมหาดไทยท่ี 948/2516 ลงวนั ท่ี 26 พ.ย. 2516
-ระเบยี บกรมที่ดนิ ว่าด้วยการออกหนังสือสาคญั สาหรับที่หลวง พ.ศ. 2517 ข้อ 4.
- หนังสอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท 0511.4/ว.7182 ลงวันท่ี 16 มนี าคม 2552
ขอ้ 4. คาถาม กรณปี รากฏว่ามีการบุกรกุ ทางหรือลารางสาธารณะประโยชน์แล้วเทศบาลต้องการทราบแนวเขต
ของทางหรือลารางสาธารณะประโยชน์ ดังกล่าวจะต้องดาเนินการอย่างไร
ตาตอบ กรณีเป็นทสี่ าธารณประโยชน์ทไี่ ม่สามารถออกหนงั สอื สาคัญสาหรบั ทห่ี ลวงได้ ให้เทศบาลทาหนงั สือ
ถงึ สานักงานท่ดี ินจังหวดั / สาขา ทอ้ งที่เพื่อจัดสง่ เจา้ หนา้ ที่ออกไปทาการรังวัดตรวจสอบแนวเขตโดยถอื หนังสือ
ดังกลา่ วเปน็ คาขอและให้ใช้หลกั ฐานแผนทีข่ องสานกั งานท่ีดนิ และขอให้เจา้ ของทดี่ ินข้างเคยี งมารับรองเขตดว้ ย โดย
ให้เทศบาลรับผดิ ชอบคา่ ใชจ้ า่ ยเสรจ็ แล้วแจ้งผลการรงั วัดใหเ้ ทศบาลทราบเพ่ือดาเนนิ การตามอานาจหน้าท่ตี ่อไป
ทมี่ าของคาตอบ: - คาสง่ั กระทรวงมหาดไทย ที่ 158/2501 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2501
- หนงั สอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท 0606/ว.30743 ลงวนั ที่ 22 พฤศจิกายน 2539
-หนงั สอื กรมที่ดนิ ท่ี มท 0726/ว.07282 ลงวันท่ี 20 มนี าคม 2544
ข้อ 5. คาถาม ท่ชี ายตลิ่งกบั ท่ีงอกรมิ ตล่ิงแตกตา่ งกนั อย่างไร เจ้าของที่ดนิ กรรมสทิ ธิ์ติดต่อกับท่ชี ายตลง่ิ หรือท่ี
งอกตล่ิงนั้นจะมสี ิทธิในทด่ี ินดังกล่าวอยา่ งไร และหากเทศบาลต้องการสรา้ งเข่ือนถนนในท่ีชายตลิง่ จะสามารถ
ดาเนินการได้หรอื ไม่ เพียงใด
คาตอบ - ท่ชี ายตลงิ่ คอื ท่ที ี่อย่รู มิ นา้ ซึ่งโดยปกตใิ นฤดูนา้ ธรรมดาน้าทว่ มถึง แต่ถา้ บริเวณใดเปน็ กรณีท่นี ้าบ่า
น้าท่วมล้นอันไมใ่ ชเ้ ป็นไปตามปกตแิ ล้ว บริเวณนน้ั ก็ไมใ่ ช่ท่ีชายตลิ่ง ที่ชายตล่ิงย่อมถอื เป็นสาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดิน
สาหรบั พลเมอื งใช้ร่วมกนั ตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
- ทง่ี อกรมิ ตลงิ่ ได้แก่ ท่ีดินซึ่งติดกับพื้นน้างอกออกไปจากตล่ิง และนา้ จะต้องทว่ มไม่ถงึ ต้องไมม่ ีอะไร
มาข้นั กลาง ต้องเป็นทง่ี อกรมิ ตล่งิ ตามธรรมชาตมิ ิใชท่ ่ซี ึ่งถมข้นึ และจะตอ้ งเป็นทีง่ อกออกไปจากชายตลง่ิ ไม่ใช่งอกจาก
ทอ่ี ่นื เข้ามาหาชายตลิง่
- เจา้ ของกรรมสทิ ธ์ติ ิดต่อทช่ี ายตลิ่งหรอื ที่งอกริมตลง่ิ ยอ่ มมีอานาจไดร้ ับความสะดวกความสาราญ
ในลาคลองตดิ ต่อหนา้ เขตท่ดี ินของตน เจ้าของกรรมสทิ ธจ์ิ ึงมสี ทิ ธขิ ับไล่ผู้ที่มาทาการเพาะปลกู ในท่ีชายตลิง่ หรอื ทาการ
จอดเรอื แพในหน้าทดี่ นิ ของตน อันเป็นการขัดขวางการตดิ ตอ่ ที่สาธารณะของตนได้ เพียงการที่เจา้ ของท่ดี นิ ติดต่อท่ี
ชายตลิง่ น้นั เรียกคา่ ตอบแทนในการสละประโยชน์หรอื ความสะดวกในการใชส้ ิทธขิ องตนในท่ชี ายตล่ิง หรอื ท่งี อกริม
ตล่ิงบรเิ วณหนา้ ทด่ี นิ ของตนก็ยอ่ มมีสิทธิกระทาได้
3
- หากเทศบาลต้องการสร้างเขื่อน ถนน ในท่ีชายตลิง่ จะสามารถดาเนินการได้แตก่ ารจดั การนัน้ ๆ
ยอ่ มต้องเป็นไปเพ่ือสาธารณประโยชน์ และทง้ั ต้องไม่เป็นการตดั รอนสิทธิหรือประโยชนข์ องบคุ คลใดที่เคยใช้อยจู่ น
เกินความจาเปน็ ด้วย
ที่มาของคาตอบ: ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าเรือ่ งเสร็จที่ 95/2503
ขอ้ 6. คาถาม ทีด่ ินตามหลักฐานโฉนดท่ดี ินมเี น้อื ทปี่ ระมาณ 5 ไร่ เจา้ ของที่ดนิ ปลูกสร้างบ้านท่ีอยู่อาศยั ทิศ
เหนือตดิ แม่น้า ตอ่ มาปรากฏว่าน้าได้กดั เซาะพน้ื ดินใตอ้ าคารหายไปบางส่วนกลายสภาพเปน็ ทีช่ ายตลิ่ง เน้อื ที่
ประมาณ 1 ไร่ เปน็ เวลาประมาณ 10 กวา่ ปี แล้ว โดยเจ้าของที่ดินยงั คงเข้าครอบครองอยู่ในอาคารนัน้ โดยตลอด
ทดี่ นิ บริเวณดงั กลา่ วทถี่ กู นา้ กดั เซาะนัน้ จะเปน็ สาธารณสมบัติแผน่ ดนิ ประเภทพลเมืองใชร้ ่วมกันหรอื ไม่ อยา่ งไร
คาตอบ ถึงแม้ทพ่ี ิพาทจะถูกนา้ กดั เซาะกลายสภาพเป็นแมน่ ้าแลว้ ก็ตาม แตเ่ จ้าของท่ีดนิ ยงั คงสงวนสทิ ธิ
แหง่ ความเปน็ เจ้าของ มิไดป้ ล่อยท้ิงใหเ้ ปน็ ท่ีชายตลิง่ ที่ประชาชนทวั่ ไปจะเขา้ มาใช้ประโยชน์ร่วมกนั ได้ จงึ มใิ ช่
สาธารณสมบัติของแผ่นดนิ สาหรบั ผลเมอื งใชร้ ่วมกัน ตามมาตรา1304 (2) แตห่ ากข้อเทจ็ จริงเจา้ ของทีด่ ินมิได้
แสดงเจตนาหวงกันสทิ ธิความเปน็ เจา้ ของ ท่ีดนิ น้ันก็จะตกเปน็ สาธารณสมบัติของแผ่นดินพลเมอื งใชร้ ว่ มกัน
ท่มี าของคาตอบ: คาพิพากษาศาลฎกี า ท่ี 2744/2546
ข้อ 7. คาถาม นาย ก. ไดบ้ ริจาคท่ีดนิ เปน็ ถนน ตอ่ มา นาย ก. ถึงแก่กรรม นาย ข. บตุ รนาย ก. ได้กลับเขา้
ครอบครองที่ดินดังกล่าว เน่ืองจากไม่มีราษฎรเข้าใชป้ ระโยชนใ์ นถนนดังกล่าว ตอ่ มามรี าษฎรรอ้ งเรยี นเปดิ ถนน
ดังกล่าว เพ่ือใหร้ าษฎรใชป้ ระโยชนร์ ่วมกนั ที่ดินนนั้ จะเป็นท่ดี ินประเภทใด
คาตอบ เมอ่ื นาย ก . ได้บรจิ าคทด่ี ินใหเ้ ปน็ ท่ีถนนสาธารณะ จึงถือว่าทด่ี ินน้ันตกเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผ่นดนิ สาหรับพลเมืองใช้ร่วมกนั แลว้ ตามมาตรา 1304 (2) แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ และมาตรา
1305 จะโอนแก่กันมิได้ เว้นแตอ่ าศัยกฎหมายเฉพาะหรอื พระราชกฤษฎีกา นอกจากนี้สภาพความเปน็ สาธารณสมบัติ
ของแผ่นดนิ ไม่อาจสญู สิ้นไปเพราะการไม่ได้ตามวัตถปุ ระสงค์ทีข่ อบริจาค แมน้ าย ข. จะกลับเข้าครอบครองใช้
ประโยชนน์ านเพยี งใดกต็ าม ก็ไม่ทาใหก้ รรมสทิ ธติ์ กไปเปน็ ของนาย ข. อีก เพราะมาตรา 1306 ห้ามยกอายุความขึ้น
ตอ่ สกู้ ับแผ่นดินในเร่ืองสาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ
ทีม่ าของคาตอบ: คาพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5112/2538 , 118/2505
ขอ้ 8. คาถาม ท่ีดินแปลงหนึ่งมีหลักฐานโฉนดที่ดิน แต่ปรากฏว่าประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางเข้า – ออกบางส่วน
ทางดา้ นทิศเหนือ เป็นว่าประมาณ 20 ปี โดยเจ้าของท่ีดินมิได้ใช้สิทธิหวงห้ามแต่อย่างใด ต่อมาเจ้าของท่ีดินเดิม
ได้ขายที่ดินดังกล่าวให้กับเจ้าของท่ีดินใหม่ท้ังแปลง เจ้าของที่ดินใหม่จะปิดเส้นทางเข้า – ออกดังกล่าว โดยอ้าง
เป็นเจ้าของกรรมสทิ ธิไ์ ดห้ รอื ไม่ อย่างไร
4
คาตอบ เมื่อท่ีดินส่วนดังกล่าวประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเข้า – ออกต่อเน่ืองกันมาเป็นเวลานานโดย
เจ้าของที่ดินมิได้ใช้สิทธิหวงห้ามแต่อย่างใด ย่อมถือว่าเจ้าของที่ดินแสดงเจตนาอุทิศส่วนน้ันให้เป็นทางสาธารณประโยชน์
ปริยายแล้ว ซึ่งผลของการเป็นท่ีสาธารณสมบัติของแผ่นดินน้ันไม่สามารถโอนให้เป็นกรรมสิทธ์ิของผู้ใด และไม่อยู่ใน
ลกั ษณะที่จะครอบครองปรปักษ์หรือบังคบั คดีได้ รวมทง้ั ไมอ่ าจอา้ งอายคุ วามขึ้นต่อสู้กับรัฐได้ดังนั้น แม้เจ้าของท่ีดินจะ
โอนกรรมสิทธ์ิท่ดี ินตามโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวไปแล้วก็ตาม แต่ท่ีดินเฉพาะส่วนท่ีประชาชนใช้เป็นเส้นทางเข้า – ออก
ยังคงมีสภาพเป็นที่สาธารณประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) ผู้ซ้ือจึงไม่มีสิทธิปิด
เส้นทางเข้า – ออกได้ สาหรับที่ดินส่วนอื่นนั้นผู้รับโอนได้กรรมสิทธิ์ท่ีดินไปโดยผลของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 456 แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
ทม่ี าของคาตอบ: คาพิพากษาศาลฎกี า ท่ี 5058/2539 , 112/39
ข้อ 9. คาถาม เทศบาลจะขอใช้พื้นที่รอบเขา ซึ่งอยู่ในเขตปริมณฑลรอบที่เขา 40 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณท่ี
กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศหวงห้าม ตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดินไว้เม่ือวันท่ี 21 พฤษภาคม
2523 เพ่อื เป็นท่ีทาการเทศบาลและอาคารประกอบได้หรือไมห่ ากสามารถดาเนินการได้จะตอ้ งดาเนินการอยา่ งไร
คาตอบ เดิมกระทรวงมหาดไทยหวงห้ามไว้ ตามมาตรา 9 (2) ตามคาส่ังลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2523 การที่
เทศบาลจะขอใช้ต้องถอนการหวงห้ามกอ่ น โดยทาเปน็ ประกาศกระทรวงมหาดไทย และดาเนนิ การขอข้ึนทะเบียนเพ่ือ
ใช้ประโยชน์ในราชการ ตามมาตรา 8 ทวิ โดยทาเปน็ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเช่นเดียวกัน
ที่มาของคาตอบ: ความเห็นของคณะกรรมการพิจารณา บริหารกฎหมายกรมทีด่ ิน ปี 2542
ขอ้ 10. คาถาม ในการพจิ ารณา เรือ่ ง การบรหิ ารจดั การ การใช้ประโยชน์ในทดี่ นิ สาธารณประโยชน์ นั้น มีแนวทางใน
การพิจารณาอยา่ งไร
คาตอบ ในการดาเนินการจะต้องพิจารณาจากสถานะของที่ดินและวัตถุประสงค์กิจกรรมในแต่ละโครงการ
ซ่ึงกรณีดังกล่าวกรมที่ดินได้มีหนังสือกรมที่ดิน ด่วนท่ีสุด ท่ี มท 0511.3/ว.29466 ลงวันท่ี 4 ธันวาคม 2558 เรื่องซักซ้อม
ความเข้าใจการดาเนนิ การโครงการตามมาตรการส่งเสรมิ ความเป็นอยูร่ ะดับตาบลซึ่งได้วางแนวทางปฏิบัตไิ ด้ ดังนี้
1.กรณีกิจกรรมตามโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อดาเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาท่ีดินโดยไม่กระทบต่อ
การใช้ประโยชน์ร่วมกนั ของราษฎรสามารถใช้ประโยชน์ท่ีดินสาธารณประโยชน์ได้ดีกว่าเดิมซึ่งอยู่ในอานาจหน้าที่ของ
นายอาเภอหรือองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น การดาเนินการตามโครงการลักษณะดังกล่าว ไม่ต้องขออนุญาตตาม
ประมวลกฎหมายท่ีดินแต่ประการใด เน่ืองจากเป็นอานาจหน้าที่ของนายอาเภอตามนัยมาตรา 122 แห่ง
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องท่ี พระพุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครอง
5
ท้องท่ี (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 หรือเทศบาลตาบลตามนัยมาตรา 50, 41 หรือเทศบาลเมืองตามนัยมาตรา 53, 54
หรือเทศบาลนครตามนัยมาตรา 41, 47 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 หรืออยู่ในอานาจหน้าที่ของ
องค์การบริหารส่วนตาบลตามนัยมาตรา 67, 68 แห่งพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537
เช่น การปรับปรงุ ภูมทิ ัศน์ การขดุ ลอกแหล่งน้าเดิมที่ต้นื เขิน การปรับปรุงถนนสาธารณะเดิมให้ใช้สญั จรได้ดีย่ิงขนึ้ เป็นตน้
2.กรณีกิจกรรมตามโครงการเป็นการเข้าใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์โดยไม่มีผลกระทบต่อ
การใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎร และมีการใช้ประโยชน์ในลักษณะเป็นการช่ัวคราวไม่มีการก่อสร้างหรือปลูกสร้าง
อาคารถาวรเมื่อดาเนินการแล้วเสร็จสามารถปรับพ้ืนท่ีกลับคืนสู่สภาพเดิมได้การดาเนินกิจกรรมในลักษณะดังกล่าว
สามารถขออนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐได้คราวละไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมาย
ที่ดิน และถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตร 9
แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ พ.ศ. 2543 โดยกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตง้ั ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ผพู้ จิ ารณาอนุญาตตามนยั คาสงั่ กระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวนั ที่ 16 มีนาคม 2538
3.กรณีกิจกรรมตามโครงการมีวัตถุประสงค์เพ่ือเข้าใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งมีลักษณะการดาเนินการ
แตกต่างไปจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันเดิม เช่น การถมลาราง หรือคลองสาธารณประโยชน์ท่ีตื้นเขินให้ เป็นทาง
สาธารณประโยชน์ หรือนาท่ีทาเลเล้ียงสัตว์มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณประโยชน์ สามารถดาเนินการได้ตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จาก
การใช้เพื่อสาธารณประโยชนอ์ ย่างหน่ึง พ.ศ. 2543
4.กรณีกิจกรรมตามโครงการเป็นการใช้ประโยชน์ในท่ีดินซ่ึงมีลักษณะการก่อสร้างหรือปลูกสร้าง
อาคารถาวรจะต้องดาเนินการขอถอนสภาพท่ีดิน ตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) โดยดาเนินการตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับการถอนสภาพ การจัดข้ึนทะเบียนและการจัดหาผลประโยชน์ในท่ีดิน
ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2550 ซ่ึงหากทบวงเมืองมีความจาเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ของรัฐก่อนที่การดาเนินการถอนสภาพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ก็สามารถยื่นคาขอ
อนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐเป็นการชั่วคราวได้ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน โดยปฏิบัติตาม
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมาย
ที่ดิน พ.ศ. 2543 ประกอบกับหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนทีส่ ดุ มท 0511.3/ว 3312 ลงวนั ที่ 5 ตุลาคม 2547
ท่มี าของคาตอบ: หนงั สอื กรมทีด่ นิ ดว่ นทสี่ ดุ ที่ มท 0511.3/ว29466 ลงวันที่ 4 ธนั วาคม 2558
ขอ้ 11. คาถาม อาเภอมีความประสงค์จะขุดสระเก็บน้าขนาดใหญ่ในบริเวณทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์
ซ่ึงประชาชนหมดความจาเป็นในการใช้ประโยชน์ร่วมกันดังกล่าวแล้ว จะสามารถดาเนินการได้โดยใช้ระเบียบ
กฎหมายใด
6
คาตอบ สามารถดาเนินการได้โดยการเปล่ียนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับ
พลเมอื งใช้ร่วมกัน จากการใชเ้ พอื่ สาธารณประโยชนอ์ ยา่ งหนึ่ง เป็นอีกอย่างหน่งึ เนื่องจากมีลกั ษณะการดาเนนิ การ
ทแี่ ตกตา่ งไปจากการใช้ประโยชนร์ ว่ มกนั เดมิ โดยถือปฏิบัตติ ามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเปล่ียนสภาพ
ทดี่ ินอันเป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดนิ สาหรบั พลเมืองใช้รว่ มกัน จากการใชเ้ พ่ือสาธารณประโยชน์อย่างหนงึ่ เป็นอีก
อยา่ งหนึ่ง พ.ศ. 2543
ที่มาของคาตอบ :
1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปล่ียนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับ
พลเมืองใช้รว่ มกนั จากการใช้เพ่อื สาธารณประโยชน์อยา่ งหน่ึง เป็นอีกอยา่ งหนึง่ พ.ศ. 2543
2. หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ดว่ นที่สุด ที่ มท 0511.3/ว 6449 ลงวนั ที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เร่ือง ซักซ้อม
ความเขา้ ใจในการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
ขอ้ 12. คาถาม ทีง่ อกริมตล่ิงที่เกิดจากทด่ี ินปา่ สงวนแห่งชาตมิ ีสภาพเป็นทดี่ ินประเภทอะไร
คาตอบ สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทท่ีรกร้างว่างเปล่า ตามมาตรา 1304 (1) เนื่องจาก การจะ
กาหนดให้พืน้ ที่ใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติน้ัน ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 ให้กระทา
โดยการออกกฎกระทรวงและต้องมีแผนท่ีแสดงแนวเขตแนบท้ายกฎกระทรวงด้วย ดังนั้น ท่ีดินท่ีงอกออกจากเขตป่า
สงวนแหง่ ชาตจิ งึ เป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดินประเภทท่ีรกร้างว่างเปล่า
ที่มาของคาตอบ: ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสรจ็ ที่ 99/2526 เรื่อง ปญั หาเกีย่ วกบั ท่ดี นิ ป่า
สงวนแหง่ ชาติเกดิ ที่งอกริมตล่ิง
ขอ้ 13. คาถาม การขออนญุ าตใช้ท่ดี นิ สาธารณประโยชนท์ พ่ี ลเมืองใช้ร่วมกันในพ้ืนท่ีอาเภอบางเขนกรุงเทพมหานคร
พนกั งานเจ้าหน้าทีเ่ ปน็ ผ้พู ิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชนใ์ นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา 9 แห่งประมวล
กฎหมายทด่ี ินเปน็ ผใู้ ด
คาตอบ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากตามคาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันที่ 16
มนี าคม 2538 ไดแ้ ตง่ ต้ังให้ผวู้ ่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจในการอนุญาตให้ใช้
ทด่ี นิ ของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ซง่ึ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ได้วินิจฉัยไว้ตามเรื่องเสร็จ
ท่ี 1042/2527
ที่มาของคาตอบ :
- มาตรา 9 ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
7
- คาสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2538 เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
ตามความในมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ
- ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ืองเสร็จท่ี 1042/2557 เรื่อง อานาจของกรุงเทพมหานครในการให้
เอกชนใชท้ ีส่ าธารณะและการเกบ็ คา่ ตอบแทนรายปี ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน
ขอ้ 14. คาถาม ใครเป็นผู้มีอานาจส่ังเพิกถอนใบจองท่ีออกโดยไม่ชอบด้วยระเบียบว่าด้วยการจัดท่ีดินเพ่ือ
ประชาชน พ.ศ. 2497
คาตอบ พนกั งานเจ้าหน้าท่ผี ู้ออกใบจอง (นายอาเภอ หรือปลัดอาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจากิ่งอาเภอ กรณี
ยงั ไม่ยกเลิกอานาจหน้าทใี่ นการปฏิบตั ิการตามประมวลกฎหมายท่ีดิน เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด และหรือเจ้าพนักงาน
ท่ดี นิ จงั หวดั สาขา แลว้ แต่กรณี เฉพาะในท้องทซี่ ึ่งรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยยกเลิกอานาจหน้าที่ในการปฏิบัติ
ตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ แลว้ ) เปน็ ผ้มู ีคาสง่ั เพิกถอนใบจองและหมายเหตกุ ารณเ์ พกิ ถอน ตามระเบียบฯ
ทีม่ าของคาตอบ : ระเบยี บกรมที่ดินว่าด้วยการเพิกถอนและจาหน่ายใบจองออกจากทะเบียนที่ดิน
พ.ศ. 2527 ข้อ 4 (3)
ขอ้ 15. คาถาม กรณีที่อธิบดีกรมท่ีดิน ใช้อานาจส่ังให้บุคคลผู้ครอบครองที่ดินตามนัยมาตรา 30 แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี ิน ซงึ่ ไมป่ ฏบิ ัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาหนด หรือเง่ือนไขของคณะกรรมการ ออกไปจากท่ีดินนั้น
ถ้าบคุ คลผนู้ ้ันไม่พอใจคาสั่งดังกลา่ ว ตอ้ งดาเนินการอยา่ งใด
คาตอบ บุคคลผู้น้ันมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับ
คาส่ัง โดยยื่นเป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ผ่าน) นายอาเภอหรือปลัดอาเภอหัวหน้ากิ่งอาเภอท่ี
ท่ดี นิ ต้ังอยู่ และนายอาเภอฯ ตอ้ งรบี สอบสวนเพอื่ หาข้อเท็จจรงิ ตามคาร้องแลว้ เสนอความเหน็ ใหจ้ ังหวัดภายใน 15 วัน
นับแต่วันท่ีได้รับอุทธรณ์ จังหวัดพิจารณาและส่งอุทธรณ์พร้อมความเห็นให้กรมท่ีดินภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับ
เร่อื งจากอาเภอ
ท่ีมาของคาตอบ:มาตรา 32 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และคาสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี 1331/2507
ลงวันท่ี 9 พฤศจิกายน 2507 เร่ือง การย่ืนอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามความในมาตรา 32
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ .
ขอ้ 16. คาถาม ปัจจุบันใครเป็นผู้ออกคาส่ังให้ผู้ที่ได้รับใบจองออกไปจากท่ีดินและขาดสิทธิที่จะพึงได้ตาม
ระเบยี บวา่ ด้วยการจัดท่ีดินเพ่ือประชาชน
8
คาตอบ อานาจในการออกคาสั่งใหผ้ ทู้ ไี่ ดร้ บั ใบจองออกไปจากทด่ี ิน และขาดสทิ ธเิ ดิมเป็นอานาจของอธิบดี
กรมที่ดิน ตอ่ มาเพอื่ ใหก้ ารบริหารงานเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชน อธิบดกี รมทดี่ ิน
จงึ ไดม้ อบอานาจใหผ้ ้วู ่าราชการจังหวัดปฏิบตั ริ าชการแทน ตามคาสง่ั กรมท่ีดิน ที่ 2185/2546 ลงวนั ท่ี 24 ตุลาคม 2546
ท่ีมาของคาตอบ: ตามคาสั่งกรมท่ีดิน ท่ี 2184/2546 เร่ือง มอบอานาจของอธิบดีกรมที่ดินให้ผู้ว่าราชการ
จังหวดั แบบบรู ณาการปฏิบัตริ าชการแทน
ข้อ 17. คาถาม เมือ่ ปรากฏวา่ ได้มกี ารออกหนังสอื สาคัญสาหรับท่หี ลวงไปโดยผิดพลาดคลาดเคลอ่ื น ใครเป็น
ผูม้ อี านาจในการเพิกถอนหรือแก้ไข
คาตอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดโดย อธิบดีกรมที่ดินได้มีคาสั่งที่ 2185/2546 ลงวันท่ี 24ตุลาคม 2546 เรื่อง
มอบอานาจจากอธิบดีกรมท่ีดินให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการปฏิบัติราชการ แต่หากในเขตกรุงเทพมหานคร
ยังดาเนินอานาจของอธิบดีกรมทีด่ ินอยู่
ทีม่ าของคาตอบ:
1. ประมวลกฎหมายทีด่ ิน มาตรา 8 ตรี
2. พระราชบัญญัติวิธปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 3, 43, 49
3. ระเบียบกรมท่ีดนิ ว่าด้วยการเพกิ ถอนหรือแก้ไขหนังสือสาคัญสาหรบั ท่ีหลวง พ.ศ. 2529
4. คาส่ังกรมท่ีดิน ที่ 2185/2546 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2546 เรื่อง มอบอานาจของอธิบดีกรมที่ดินให้ผู้ว่า
ราชการจังหวัดแบบบรู ณาการปฏบิ ตั ริ าชการแทน
“อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้มีอานาจออกหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง ตามมาตรา 8 ตรี แห่งประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน จึงเป็นเจ้าหน้าท่ีผู้มีอานาจทาคาสั่งทางปกครอง เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติเร่ืองการเพิกถอนแก้ไขหนังสือสาคัญ
สาหรับที่หลวงไว้เป็นการเฉพาะ จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ัวไปตามนัยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. 2539”
ขอ้ 18. คาถาม การรังวัดตรวจสอบแนวเขตท่ีดินสาธารณประโยชน์ที่มีหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวง หากผล
การรังวัดได้เน้ือท่ี และ/หรือรูปแผนที่แตกต่างจากเดิม เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด
สาขา มีอานาจสั่งแก้ไขเน้ือที่ และ/หรือรูปแผนที่ ตามนัยมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ได้หรือไม่
เม่ือปรากฏว่าได้มีการออกหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวงไปโดยผิดพลาดคลาดเคล่ือน ใครเป็นผู้มีอานาจในการ
เพิกถอนหรือแก้ไข
คาตอบ ไม่ได้ เพราะอานาจตามมาตรา 69 ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ ใชก้ ับการแก้ไขเน้ือที่ และ/
หรือรปู แผนท่ใี นโฉนดทีด่ ิน หรอื หนังสือรับรองการทาประโยชน์เท่านน้ั และอานาจในการแกไ้ ขหนังสอื สาคญั สาหรับ
9
ที่หลวงของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา มีเฉพาะแต่กรณีการเขียนหรือพิมพ์ข้อความ
ผิดพลาดคลาดเคล่ือน โดยมีหลักฐานชัดแจ้ง รวมทั้งการแก้ไขรายละเอียดในหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวงให้ถูกต้อง
ตามขอ้ เท็จจริงท่ีเปล่ียนแปลงไป สว่ นกรณีการแกไ้ ขรูปแผนท่ีและเน้ือที่จะต้องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดหรืออธิบดีกรมท่ีดิน
มีอานาจแก้ไขให้ถูกต้องและให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหมายเหตุแก้ไขฉบับผู้ดูแลรักษาและฉบับสานักงานที่ดิน
เสร็จแล้วส่งสาเนาเพ่ือให้ผู้อานวยการสานักจัดการที่ดินของรัฐหมายเหตุแก้ไขฉบับที่อยู่ที่กรมท่ีดินต่อไป โดยถือปฏิบัติ
ตามระเบยี บกรมท่ีดินวา่ ด้วยการเพกิ ถอนแก้ไขหนังสือสาคัญสาหรับทห่ี ลวง พ.ศ. 2529
ท่มี าของคาตอบ: ระเบียบกรมทีด่ นิ ว่าดว้ ยการเพิกถอนแก้ไขหนงั สือสาคัญสาหรบั ท่หี ลวง พ.ศ. 2529
ขอ้ 19. คาถาม กรมทดี่ ินวางแนวทางปฏิบตั เิ รอ่ื งการออก นสล. ในท่ดี นิ ราชพสั ดุ ไวอ้ ย่างไรบา้ ง?
คาตอบ กรมท่ีดินวางแนวทางปฏิบัติในการออก นสล. ในที่ดินราชพัสดุไว้ตามหนังสือ ที่ มท0711/ ว19914
ลงวนั ที่ 29 สงิ หาคม 2529 ดังน้ี
1. ที่ดินราชพัสดุที่จะขอออกหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวงได้จะต้องเป็นท่ีดินราชพัสดุประเภท
สาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีใช้หรือสงวนไว้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เช่น ที่ตั้งสานักราชการบ้านเมือง
เป็นต้น นอกจากนี้ที่ดินราชพัสดุแปลงใดเคยใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะมาก่อน ภายหลังเปลี่ยนไปใช้
ประโยชน์อย่างอ่ืน เช่น เคยเป็นที่ต้ังสานักราชการบ้านเมืองมาก่อนปัจจุบันเปล่ียนไปใช้ประโยชน์เป็นที่ตั้งบ้านพัก
ราชการ หรือที่จัดหาผลประโยชน์ และไม่ปรากฏว่าถูกถอนสภาพจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อ
ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ท่ีดินน้ันก็ยังถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีใช้ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน
โดยเฉพาะ อยใู่ นหลักเกณฑ์ทจี่ ะออกหนังสือสาคญั สาหรับท่หี ลวงได้เช่นกัน
2. ท่ีดินราชพัสดุท่ีใช้ประโยชน์อย่างอ่ืน ไม่ได้ใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เช่น
ที่ต้ังบ้านพักราชการ หรือท่ีจัดหาผลประโยชน์ ถือว่าเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะออก
หนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง ให้พิจารณาออกเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เช่น โฉนดท่ีดิน หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
แลว้ แตก่ รณี
3. ที่ดินท่ีใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะซ่ึงทางราชการได้ครอบครองทา ประโยชน์ก่อน
ประมวลกฎหมายทด่ี ินใชบ้ ังคับ หรอื ทท่ี างราชการได้มาจากการรับให้หรือรับซ้ือมีหลักฐาน เช่น ส.ค.1 หนังสือรับรอง
การทาประโยชน์ หรือโฉนดท่ีดิน หรือท่ีทางราชการได้ครอบครองทาประโยชน์ภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
โดยได้ดาเนินการสงวนหวงห้าม หรือขอข้ึนทะเบียนที่ดินเป็นของทบวงการเมืองตามท่ีประมวลกฎหมายที่ดินกาหนด
ไว้ ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ส่วนที่ดินท่ีใช้เพ่ือประโยชน์ของ
แผ่นดินโดยเฉพาะ ซ่ึงทางราชการได้ครอบครองทาประโยชน์ภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหลักฐาน
อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ หรือได้สงวนหวงห้ามไว้ แต่การสงวนหวงห้ามมิได้ปฏิบัติตามท่ีประมวลกฎหมายที่ดิน กาหนดไว้ จะถือ
ว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะตามกฎหมายก็ต่อเม่ือปรากฏข้อเท็จจริง
และพยานหลกั ฐานรับฟงั ไดว้ า่ ทางราชการได้เขา้ ครอบครองและใชป้ ระโยชน์ท่ีดินนนั้ ในราชการตลอดมาก่อนพระราชบัญญัติ
ทร่ี าชพัสดุ พ.ศ. 2518 ใช้บังคับ
10
ดังน้ัน ในการออกหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวงในที่ดินราชพัสดุ ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
สอบสวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ได้รายละเอียดว่า ทางราชการได้ที่ดินมาอย่างไร ตั้งแต่เม่ือใด มีหลักฐาน
การได้มาอย่างใดหรือไม่ ถ้าไม่มีหลักฐาน ได้เข้าครอบครองทาประโยชน์ต้ังแต่เม่ือใด ใช้ประโยชน์ในที่ดินน้ันอย่างไร
ถ้าการสอบสวนได้ความว่าท่ีดินราชพัสดุที่จะขอออกหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้
เพื่อประโยชน์แผ่นดินโดยเฉพาะตามกฎหมาย จึงจะขอออกหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวงให้ได้ หากท่ีดินแปลงใด
มปี ญั หาว่าจะออกหนังสอื สาคัญสาหรบั ทหี่ ลวงให้ไดห้ รือไม่ ใหพ้ จิ ารณาและสง่ เรอื่ งไปกรมท่ีดินเพื่อพิจารณาตอ่ ไป
ท่ีมาของคาตอบ: ตามหนังสือกรมที่ดนิ ท่ี มท0711/ว19914ลงวนั ที่ 29 สงิ หาคม 2529
เรื่อง การออกหนังสือสาคญั สาหรับทห่ี ลวงในที่ดินราชพัสดุ
ขอ้ 20. คาถาม พนักงานเจ้าหนา้ ทีต่ ามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน มีใครบา้ ง
คาตอบ กระทรวงมหาดไทยได้มีคาสั่ง ที่ 109/2538 ลงวันท่ี 16 มีนาคม 2538 แต่งตั้งผู้ดารงตาแหน่ง
ดงั ต่อไปนี้ เปน็ พนกั งานเจา้ หน้าทต่ี ามความในมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน คอื
1. อธบิ ดีกรมทีด่ นิ เป็นพนักงานเจ้าหน้าทสี่ าหรบั การอนญุ าตระเบดิ และย่อยหิน การขดุ ตกั ดิน
ลูกรัง หรือหนิ ผุ ในบริเวณท่ีเขาหรอื ภเู ขา และปริมณฑลรอบทเี่ ขาหรอื ภเู ขา 40 เมตร ท่ีรฐั มนตรยี ังมิไดป้ ระกาศ
กาหนดพืน้ ทน่ี ั้นให้เป็นแหล่งหนิ ปูนหรอื ดนิ ลูกรงั หรือหนิ ผุ เพือ่ การก่อสร้าง
2. ผวู้ า่ ราชการจังหวดั เป็นพนักงานเจ้าหนา้ ท่ีในเขตทอ้ งท่ีจงั หวัดสาหรบั การอนญุ าต ดังนี้
(1) การระเบิดและย่อยหิน การขดุ ตกั ดินลูกรัง หรอื หนิ ผุ ในบริเวณทีร่ ฐั มนตรไี ดป้ ระกาศกาหนด
พนื้ ทีน่ ัน้ เป็นแหลง่ หินปนู หรือดินลูกรัง หรือหินผุ เพ่ือการก่อสรา้ ง และในพื้นทน่ี อกเขตเขา หรอื ภูเขา และปรมิ ณฑล
รอบทีเ่ ขา หรือภูเขา 40 เมตร
(2) การขุดหรือดูดทราย การเกบ็ หนิ ลอย การทาสิง่ หน่งึ ส่ิงใดอนั เปน็ อนั ตรายแกท่ รัพยากรในทด่ี ิน
(3) การเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถงึ การก่อสร้างหรือเผาปา่
(4) การต่ออายุใบอนุญาต กรณีอธบิ ดีกรมที่ดิน หรอื ผวู้ ่าราชการจงั หวดั ได้อนุญาตไว้
ทีม่ าของคาตอบ: คาสัง่ กระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2538เรื่อง แตง่ ต้งั พนักงาน
เจา้ หนา้ ทตี่ ามความในมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน
ขอ้ 21. คาถาม ทด่ี ินของรัฐที่หมดสภาพแล้ว หรือถูกบุกรุกจนเต็มพ้ืนท่ีแล้ว จะถอนสภาพแล้วออกเอกสารสิทธิ
ให้ราษฎรผู้บกุ รกุ ไดห้ รอื ไม่
คาตอบ ไม่ได้ เพราะขดั กบั มติคณะกรรมการจัดที่ดนิ แห่งชาติ ขัดมติ ครม. และ กบร. ส่วนกลางดังนี้
11
1. มติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2517 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2517 กาหนด
หลักการว่า ท่ีดินสาธารณประโยชน์ หรือที่ป่าไม้ท่ีมีผู้บุกรุกเข้าทาประโยชน์จนเป็นหลักฐานม่ันคงแล้ว หากจาเป็น
จะตอ้ งถอนสภาพก็จะไม่ให้กรรมสิทธแ์ิ กผ่ บู้ กุ รุก แต่จะจดั ให้เชา่
2. มติ ครม. เมื่อวันท่ี 4 พฤษภาคม 2536 กาหนดว่ารัฐไม่ควรให้เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมาย
ทดี่ ินแก่ผ้บู ุกรุกท่ีดนิ ของรฐั
3. มติ กบร. ส่วนกลาง ในการประชมุ ครงั้ ที่ 4/2540 เม่อื วันที่ 23 พฤษภาคม 2540 กรณีนี้สืบเน่ืองมาจาก
คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ มีมติในการประชุมคร้ังที่ 2/2535 เมื่อวันท่ี 20 กรกฎาคม 2535 มอบหมายให้กรมที่ดิน
พิจารณาว่าควรจะทบทวนมติคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ครั้งท่ี 3/2517 เม่ือวันที่ 11 กันยายน 2517 หรือไม่
และกรมที่ดินได้มีหนังสือ ท่ี มท 0718/08179 ลงวันท่ี 18 มีนาคม 2540 หารือไป กบร. ส่วนกลาง และ กบร. ส่วนกลาง
ได้ประชมุ พิจารณาและมีมตดิ งั นี้
(1) ควรยืนยันหลักการตามมติคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ปี 2517 คือเม่ือมีความจาเป็น
จะต้องถอนสภาพท่ีสาธารณประโยชน์ท่ีมีผู้บุกรุกก็จะไม่ให้กรรมสิทธิ์แต่จัดให้เช่า เนื่องจากสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี
เม่ือวันท่ี 4 พฤษภาคม 2536 ทกี่ าหนดวา่ รัฐไม่ควรใหเ้ อกสารสทิ ธติ ามประมวลกฎหมายทด่ี ินแกผ่ บู้ ุกรุกท่ีดินของรัฐ
(2) ไม่สมควรให้มีการถอนสภาพ เวน้ แตเ่ ฉพาะกรณจี าเป็นจริงๆ เพ่อื ประโยชนร์ าชการ และเปน็
ท่ีดินทร่ี าษฎรไม่ใชป้ ระโยชน์ร่วมกันต่อไปแลว้
(3) เมือ่ ถอนสภาพแลว้ ควรรบี ดาเนนิ การออกเอกสารสิทธใิ ห้เปน็ กรรมสทิ ธ์ขิ องราชการบริหาร
สว่ นท้องถิน่ และให้ราชการบริหารส่วนท้องถ่นิ นั้นนามาจดั ใหเ้ ช่า และจัดเก็บค่าเชา่ เป็นรายได้บารงุ ท้องถ่ินของตนเอง
(4) การจัดให้เชา่ ควรให้เฉพาะผูบ้ ุกรุกเดมิ
(5) ควรพจิ ารณาจัดใหเ้ ช่าระยะยาวได้โดยไมต่ อ้ งถอนสภาพ
ทม่ี าของคาตอบ:
1. มตคิ ณะกรรมการจัดที่ดนิ แหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 3/2517 เม่อื วันที่ 11กันยายน2517
2. มติ ครม. เม่อื วันที่ 4 พฤษภาคม 2536
3. มติ กบร. ส่วนกลาง ในการประชมุ ครั้งที่ 4/2540 เม่ือวันที่ 23 พฤษภาคม 2540
4. หนังสอื กรมท่ีดิน ท่ี มท 0718/08179 ลงวนั ที่ 18 มีนาคม 2540
ข้อ 22. คาถาม การรังวัดสอบเขตหรือแบ่งแยกท่ีดินที่มีทางผ่าน เจ้าของที่ดินผู้นารังวัดบางรายยอมแบ่ง
หักให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ แต่บางรายไม่ยอมแบ่งหักให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ โดยอ้างว่าไม่ใช่ทาง
สาธารณประโยชน์ กรณีเช่นนเี้ จ้าหน้าทีค่ วรจะถอื ปฏบิ ัติอย่างไร
12
คาตอบ เรอื่ งน้กี รมทดี่ นิ ได้แจ้งตามหนังสือ ท่ี มท 0710/ว 97 ลงวันที่ 3 มกราคม 2534 ว่า ถา้ ท่ีดนิ ท่ีขอ
รังวัดสอบเขตหรือแบง่ แยก สภาพท่ีดนิ มีทางสาธารณประโยชนผ์ า่ น ใหถ้ อื ปฏิบตั ิดังนี้
1. ให้แนะนาเจ้าของทดี่ นิ ผขู้ อรังวดั นารังวดั แบ่งแยก หรือกันเขตทางสาธารณประโยชนอ์ อกโดยการแบ่งหัก
เป็นทางสาธารณประโยชน์
2. หากผขู้ อรังวัดไมย่ อมแบง่ หักเปน็ ทางสาธารณประโยชน์ โดยอา้ งวา่ ไมใ่ ช่ทางสาธารณประโยชน์ ให้บันทึก
ถ้อยคาของผู้ขอและให้งดทาการรังวัดไว้ก่อน แล้วทาหนังสือสอบถามไปยังผู้ดูแลรักษา ว่าทางในท่ีดินแปลงดังกล่าว
เป็นทางสาธารณประโยชน์หรือไม่ ถ้าได้รับการยืนยันว่าเป็นทางสาธารณประโยชน์ให้แจ้งผู้ขอทราบ เพื่อนาทาการ
รังวัดแบง่ หักเปน็ ทางสาธารณประโยชน์ แต่ถ้า ผู้ขอรงั วดั ไม่ยอมนารงั วดั แบง่ หักเปน็ ทางสาธารณประโยชน์ ก็ให้บันทึก
ถ้อยคาไวแ้ ล้วงดการดาเนินการ
ท่มี าของคาตอบ: ตามหนงั สือกรมทด่ี ิน ที่ มท 0710/ว 97 ลงวันที่ 3 มกราคม 2534เรื่อง การสอบเขตและ
แบ่งแยกทด่ี ินท่มี ีทางสาธารณประโยชนผ์ า่ น
ขอ้ 23. คาถาม หนงั สอื สาคญั สาหรบั ที่หลวงคืออะไร
คาตอบ “หนังสอื สาคญั สาหรบั ท่ีหลวง”ไมใ่ ช่หนงั สือสาคัญแสดงสิทธิ หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน แต่เป็น
หนังสือสาคัญของทางราชการอย่างหน่ึงที่ออกให้เพื่อแสดงแนวเขต ที่ต้ัง จานวนเนื้อที่ และการใช้ประโยชน์ของทาง
ราชการในทด่ี นิ นัน้ สาหรบั ที่ดนิ ทจ่ี ะออกหนงั สือสาคญั สาหรับทหี่ ลวงได้ ไดแ้ ก่ ทดี่ นิ เหล่านี้ คือ
1. ทด่ี นิ ทีป่ ระชาชนใช้ประโยชน์รว่ มกนั เชน่ ทงุ่ เลีย้ งสัตว์สาธารณประโยชน์ ป่าช้าสาธารณประโยชน์ หนองน้า
สาธารณประโยชน์ บงึ สาธารณประโยชน์ เวน้ แต่ทสี่ าธารณประโยชน์โดยสภาพ มีแนวเขตธรรมชาตอิ ยแู่ ล้ว เช่น ที่ชาย
ตล่ิง ทางบก ทางน้า ลากระโดง ลารางสาธารณประโยชน์ ทางระบายน้า แม่น้า ลาคลอง ฯลฯ เหล่าน้ี จะไม่ออก
หนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง
2. ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เช่น ที่ดินที่ได้สงวนหวงห้าม หรือ ข้ึนทะเบียนเป็น
ของทบวงการเมือง ที่ดินท่ีใช้ในราชการต่าง ๆ ที่ดินท่ีรัฐจัดซื้อ หรือมีผู้อุทิศให้รัฐ ท่ีดินท่ีถูกเวนคืนมาเป็นของรัฐ
เปน็ ต้น พนกั งานเจา้ หน้าท่ีในการออกหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวง คือ อธิบดีกรมที่ดิน แต่ปัจจุบัน ได้มอบอานาจให้ผู้ว่า
ราชการจังหวัดเป็นผู้ดาเนินการออกหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวงในเขตจังหวัดต่าง ๆ แทน เพ่ือความสะดวกรวดเร็ว
การออกหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ที่ดินของรัฐประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน และใช้เพ่ือเป็น
ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะดังกล่าวได้มีขอบเขต และหลักฐานที่แน่นอน ช่วยป้องกันการบุกรุก ซึ่งนับวันจะทวี
จานวนมากขึ้นและเป็นการสงวนท่ดี ินประเภทนไ้ี วใ้ ห้อนุชนรุ่นหลงั ไดใ้ ชป้ ระโยชนต์ ่อไปในภายหนา้
ท่ีมาของคาตอบ: มาตรา 8 ตรี แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ
13
ข้อ 24. คาถาม อานาจหน้าทีใ่ นการดแู ลรักษาทด่ี ินรมิ แหลง่ น้าสาธารณะ โดยเฉพาะกรณแี หลง่ นา้ สาธารณะ
ท่เี กดิ ข้นึ ท้งั หมดหรอื บางส่วน ซงึ่ ไม่เปน็ ไปตามธรรมชาติเกิดทีด่ นิ ริมแหล่งนา้ ที่น้าท่วมไมถ่ ึงอีกต่อไปน้นั ยงั คงอยู่
ในอานาจหนา้ ทีด่ แู ลรกั ษาของกรมเจา้ ทา่ อีกหรือไม่
คาตอบ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วมคี วามเหน็ ว่า
1. ขอบเขตความรับผิดชอบของกรมเจา้ ทา่ เริม่ ต้นจาก “ทชี่ ายตลงิ่ ” ออกไปสู่แหล่งน้าสาธารณะ
2. ส่วนความรบั ผิดชอบของหน่วยงานอืน่ ตามกฎหมายอ่ืนเริ่มต้นจาก “ที่ดนิ ที่อยูเ่ หนือท่ีชายตลงิ่ ขึ้นไป”
3. สาหรับที่ดินริมแหล่งน้าสาธารณะท่ีน้าท่วมไม่ถึงอีกต่อไป เนื่องจากแหล่งน้าสาธารณะเกิดจากการ
ต้นื เขินข้นึ ท้งั หมดหรอื บางสว่ นตามธรรมชาติน้นั ย่อมพ้นจากสภาพเป็น“ทช่ี ายตลงิ่ ” จงึ ไม่อย่ใู นขอบเขตความรบั ผดิ ชอบของ
กรมเจา้ ทา่ ตามมาตรา 117 แห่งพระราชบญั ญตั ิการเดนิ เรือในนา่ นนา้ ไทย พระพทุ ธศกั ราช 2456 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2535 ดังกล่าวอีกต่อไป การจะปลูกสร้างอาคารหรือส่ิงอื่นใดลงบนที่ดินดังกล่าว
จงึ ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องขออนุญาตเสียค่าตอบแทน หรือถือเป็นความผิด ตามมาตรา 119 มาตรา 117 ทวิ มาตรา 118
แห่งพระราชบญั ญตั ิการเดินเรือ ในน่านน้าไทย พระพุทธศักราช 2456 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือใน
นา่ นนา้ ไทย (ฉบับท่ี 14) พ.ศ. 2535 แตอ่ ย่างใด
แม้ว่าท่ีดินดังกล่าวจะไม่ถือเป็น “ท่ีชายตล่ิง” ตามมาตรา 1304(2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชยแ์ ลว้ ก็ตาม แตต่ ราบใดท่ียังไม่มีการถอนสภาพที่ดินน้ันจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมือง
ใช้ร่วมกันตามาตรา 8 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ท่ีดินนั้นก็ยังคงมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาหรับใช้ร่วมกัน และอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของนายอาเภอแห่งท้องท่ี ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะ
ปกครองท้องท่ี พระพุทธศักราช 2457 ประกอบกับมาตรา 8 วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน และมาตรา 62
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และโดยที่การเปลี่ยนแปลงผู้มีอานาจหน้าท่ีในการ
ดแู ลรกั ษาจากกรมเจ้าท่าไปยังนายอาเภอน้นั เป็นไปโดยผลของกฎหมาย จงึ ไมต่ อ้ งดาเนินการในทางกฎหมายอย่างใดอีก
สาหรบั ปัญหาวา่ การก่อสรา้ งอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในท่ีดินดังกล่าวจะต้องขออนุญาตจากน่วยงาน
ใดนั้น เม่ือนายอาเภอเป็นผูม้ ีอานาจหนา้ ท่ีในการดูแลรักษาที่ดินดังกล่าวข้างต้น การที่จะปลูกสร้างอาคารหรือส่ิงปลูก
สร้างลงในท่ีดินดังกล่าวก็ย่อมต้องได้รับอนุญาตจากนายอาเภอ อย่างไรก็ตาม หากปรากฏว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งของ
อาคารหรือสิง่ ปลูกสรา้ งลว่ งล้าไปเหนือน้าหรือใตน้ า้ ของแหลง่ น้าสาธารณะก็ตอ้ งขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า ตามมาตรา
117 แหง่ พระราชบัญญัตกิ ารเดนิ เรอื ในน่านน้าไทยฯ ดว้ ย
ทมี่ าของคาตอบ: ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสรจ็ ที่ 260/2538 เรอ่ื ง อานาจหน้าท่ใี นการ
ดแู ลรักษาท่ีดนิ รมิ แหล่งนา้ สาธารณะ
14
ข้อ 25. คาถาม ในกรณีทีม่ ผี ูบ้ ุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ที่ไม่มีหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง เช่น ทางสาธารณประโยชน์
ทางน้าสาธารณประโยชน์ และลารางสาธารณประโยชน์ ผู้มีอานาจหน้าที่ดูแลรักษามักจะขอให้สานักงานท่ีดินส่ง
เจ้าหน้าท่ีไปรังวัดสอบเขต แต่เจ้าหน้าที่ท่ีดินจะแจ้งว่าไม่มีอานาจท่ีจะไปรังวัดสอบเขต ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
เพราะไมม่ ีหนังสอื แสดงสิทธิหรอื หนงั สอื สาคญั สาหรบั ที่หลวง กรณีน้ีจะทาอย่างไร
คาตอบ กรมทดี่ นิ วางแนวทางปฏบิ ตั ิไว้ตามหนังสือ ท่ี มท 0606/ว 30743 ลงวันท่ี 22 พฤศจิกายน 2539
เร่ือง การรังวัดตรวจสอบท่ีสาธารณประโยชน์ท่ีไม่มีหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวง ไว้ว่า การขอรังวัดสอบเขตที่
สาธารณประโยชน์ท่ีไม่มีหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวง ไม่มีระเบียบให้ผู้มีหน้าท่ีดูแลรักษายื่นขอสอบเขต เม่ือมีราษฎร
ร้องเรียนว่า มีผู้บุกรุกหรือออกโฉนดท่ีดินทับท่ีสาธารณประโยชน์ ในทางปฏิบัติให้ ผู้มีหน้าที่ดูแลที่ดิน
สาธารณประโยชนแ์ จ้งเป็นหนงั สอื มายงั สานักงานท่ดี ินเพื่อขอความรว่ มมือ ใหส้ านักงานท่ดี นิ จดั ส่งเจ้าหน้าที่ไปชว่ ย
ทาการรังวดั ตรวจสอบแนวเขตทด่ี นิ สาธารณประโยชน์ โดยถือหนังสือขอความร่วมมือเป็นคาขอ และอนุโลมถือปฏิบัติ
ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการรังวัดสอบเขต แบ่งแยกและรวมโฉนดท่ีดิน พ.ศ. 2527 หมวด 1 ข้อ 5 กับ
คาสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี 158/2501 ลงวันท่ี 3 มีนาคม 2501 เร่ือง ระเบียบปฏิบัติในการรังวัดทาแผนที่และการ
ระวังแนวเขตที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซ่ึงเกิดข้ึนโดยสภาพ
เว้นแต่การปักหลักเขตท่ีดินให้ใช้หลักไม้ปักแทน ซ่ึงการดาเนินการดังกล่าวผู้มีหน้าท่ีดูแลจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
เชน่ เดียวกับการรงั วัดสอบเขต แบง่ แยกและรวมโฉนดท่ีดิน และเม่ือดาเนินการเสร็จแล้วจะต้องแจ้งผลการรังวัดให้ผู้มี
หนา้ ทีด่ แู ลรกั ษาที่สาธารณประโยชนท์ ราบ เพือ่ ดาเนินการตามอานาจหนา้ ที่
ท่มี าของคาตอบ : หนังสือกรมท่ดี ิน ที่ มท 0606/ว 30743 ลงวันท่ี 22 พฤศจิกายน 2539 เร่ือง การรังวัด
ตรวจสอบท่ีสาธารณประโยชนท์ ่ไี ม่มหี นังสือสาคญั สาหรับทห่ี ลวง
ขอ้ 26. คาถาม ตามมาตรา 9(2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ห้ามมิให้ทาด้วยประการใดๆ ให้เป็นการทาลาย
หรือทาให้เสื่อมสภาพทด่ี ิน ทห่ี นิ ทกี่ รวด หรือท่ีดินทราย ในบริเวณท่ีรัฐมนตรีประกาศหวงห้ามไว้นั้น ขอทราบว่า
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยไดป้ ระกาศกาหนดบริเวณท่หี วงหา้ มตามมาตรา 9(2) ไวอ้ ย่างไรบ้าง
คาตอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับลงวันท่ี 21 พฤษภาคม
2523 ให้บริเวณดังต่อไปนี้ ทุกแห่ง ทุกจังหวัด เป็นบริเวณที่หวงห้ามและห้ามมิให้บุคคลใดทาด้วยประการใด ให้เป็น
การทาลาย หรือทาให้เส่ือมสภาพทีด่ ิน ที่หิน ทกี่ รวด หรือที่ทราย เว้นแตจ่ ะได้รับอนญุ าตจากพนกั งานเจา้ หน้าที่ คือ
(1) บรเิ วณท่ีเขา หรอื ภเู ขา และปริมณฑลรอบทีเ่ ขา หรือภูเขา 40 เมตร
(2) บริเวณแม่น้า และลาคลอง
(3) ที่ดินของรัฐนอกจาก (1) และ (2) ซ่ึงมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง เฉพาะบริเวณที่เป็นที่หินที่กรวด
หรอื ทที่ ราย
15
ทีม่ าของคาตอบ: ประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบบั ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2523เรื่อง กาหนดบริเวณ
ทหี่ วงหา้ มตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
ข้อ 27. คาถามการถอนสภาพที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื่อให้ทบวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการ
หมายถึงการถอนสภาพทีด่ นิ ประเภทใด
คาตอบ การถอนสภาพ หมายถึง การถอนสภาพตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
ท่ีมีผลทาให้ที่ดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือที่ดินท่ีได้มีการหวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวง
การเมืองซึ่งมิได้ตกเป็นที่ราชพัสดุ เปลี่ยนสถานะหรือพ้นสภาพจากการเป็นที่ดินน้ัน ๆ เพื่อนาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
ทด่ี ินทจ่ี ะถอนสภาพจะตอ้ งเป็นท่ีดินสาธารณสมบัตขิ องแผ่นดินสาหรับพลเมืองใชร้ ว่ มกัน
การถอนสภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทบวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการ ที่ดินที่ถอนสภาพแล้ว
ดังกล่าวจะตกเป็นที่ราชพัสดุ ตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 โดยมิต้องนาขึ้นทะเบียนตามมาตรา 8 ทวิ
แห่งประมวลกฎหมายที่ดนิ
การถอนสภาพที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาผลประโยชน์ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน ที่ดินดังกล่าวจะตก
เป็นท่ีรกร้างว่างเปล่าเพื่อให้อธิบดีหรือทบวงการเมืองท่ีได้รับมอบหมายนาไปจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10, 11
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ต่อไป
ข้อ 28. คาถาม การถอนสภาพที่ดิน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพ
การจัดข้ึนทะเบียน และ การจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2550 หมายถึง
การดาเนนิ การลกั ษณะเช่นใด
คาตอบ การถอนสภาพ หมายความว่า การดาเนินการตามบทบัญญัติในมาตรา 8 วรรคสอง (1) หรือ (2)
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ที่มีผลทาให้ท่ีดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือที่ดินท่ีได้มีการหวงห้ามหรือสงวนไว้ตาม
ความต้องการของทบวงการเมืองซ่ึงมิได้ตกเป็นท่ีราชพัสดุ เปล่ียนสถานะ หรือพ้นสภาพจากการเป็นที่ดินนั้นๆ เพ่ือ
นาไปใช้ประโยชน์อย่างอนื่
ข้อ 29. คาถามทบวงการเมืองที่มีความประสงค์ขอถอนสภาพที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ ต้องดาเนินการ
อย่างไร
คาตอบทบวงการเมืองผู้ขอมีหนังสือแสดงความประสงค์ขอถอนสภาพท่ีดิน กรณีท่ีดินต้ังอยู่ในเขต
กรุงเทพมหานครให้ยื่นต่ออธิบดีกรมท่ีดิน จังหวัดอื่นย่ืนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (กรณีผู้ขอไม่ใช่ทบวงการเมืองตาม
ประมวลกฎหมายทีด่ ินใหผ้ ู้ขอแจ้งหน่วยงานตน้ สงั กัดทเี่ ปน็ ทบวงการเมืองย่ืนขอแทน) พรอ้ มเอกสารหลกั ฐานดังน้ี
16
(1) โครงการ โดยแสดงเหตุผลความจาเป็น กาหนดวัตถุประสงค์ วิธีดาเนินการ งบประมาณตลอดจน
รายละเอยี ดของกจิ กรรมต่าง ๆ
(2) แผนที่สังเขปแสดงทีต่ ้งั ของทด่ี นิ ท่ีขอ สถานที่สาคัญ และเส้นทางคมนาคม บริเวณใกล้เคียงโดยรอบ
พร้อมภาพถ่ายรอบแปลงทด่ี นิ
(3) สาเนาแผนท่ีภูมิประเทศของกรมแผนทีท่ หาร มาตราส่วน 1 : 50,000 แสดงตาแหน่งที่ตั้งของท่ีดินที่
ขอถอนสภาพทัง้ ฉบบั เพ่ือประกอบการตรวจสอบและสามารถอ่านการลงค่าพิกัดในรปู แผนทที่ ้ายพระราชกฤษฎกี าฯ
ทั้งน้ีต้องตรวจสอบด้วยว่าที่ดินที่ขอถอนสภาพ อยู่ในแปลงที่สารวจความเหมาะสมที่จะให้ใช้เพื่อประโยชน์
ในทางราชการ (Zoning) หรือไม่ และขัดต่อกฎหมายผังเมอื งหรอื ไม่ หากไม่อยู่ในแปลงท่กี าหนดเพอ่ื ให้ใช้ประโยชน์ใน
ราชการให้ดาเนินการตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/ว 1833 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2549
เรอื่ งมาตรการเก่ยี วกับการอนมุ ัตใิ หส้ ่วนราชการใชท้ ี่ดนิ สาธารณประโยชน์
ข้อกฎหมายและระเบยี บปฏิบัตทิ ี่เกย่ี วข้อง
1. มาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับการถอนสภาพ การจัดข้ึนทะเบียน และ การจัดหา
ผลประโยชน์ในท่ีดินของรฐั ตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ พ.ศ. 2550
3. หนังสอื กรมทดี่ นิ ที่ มท 0723/ว 10962 ลงวันท่ี 4 พฤษภาคม 2544 เรอ่ื ง ทบวงการเมืองขอใช้ท่ีสาธารณ
สมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สาหรบั พลเมอื งใช้ร่วมกนั ในเขตปฏิรปู ทด่ี นิ
4. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท 0511.3/ว 591 ลงวันท่ี 19 กุมภาพันธ์ 2547 เรื่อง มาตรการเกี่ยวกับ
การอนมุ ตั ิให้สว่ นราชการใชท้ ีด่ นิ สาธารณประโยชน์
5. หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ด่วนทส่ี ุด ที่ มท 0511.3/ว 3312 ลงวนั ที่ 5 ตุลาคม 2547 เร่ือง ซักซ้อมความ
เขา้ ใจวธิ ีปฏิบตั เิ กยี่ วกับทบวงการเมืองหรือส่วนราชการขอใช้ทีด่ ินของรัฐ เพ่ือประโยชน์ในราชการ
6. หนงั สอื กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท 0511.3/ว 1833 ลงวันท่ี 31 พฤษภาคม 2549 เรื่อง มาตรการเก่ียวกับ
การอนุมตั ิใหส้ ว่ นราชการใช้ทดี่ ินสาธารณประโยชน์
7. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท 0511.3/ว 5951 ลงวันท่ี 4 มีนาคม 2551 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติ
เก่ยี วกบั ทบวงการเมอื งขอถอนสภาพหรอื ข้นึ ทะเบียนทดี่ นิ ของรัฐ เพอื่ ประโยชน์ในราชการ
8. หนังสอื กรมทีด่ นิ ท่ี มท 0511.3/ว 16851 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2554 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติ
เกย่ี วกับทบวงการเมืองหรือส่วนราชการขอใช้ทด่ี ินของรฐั เพือ่ ประโยชน์ในราชการ
9. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท 0511.3/ว 1578 ลงวันท่ี 10 เมษายน 2555 เร่ือง ซักซ้อมความเข้าใจ
วธิ ปี ฏิบตั เิ กย่ี วกับทบวงการเมืองหรือส่วนราชการขอใช้ทด่ี ินของรฐั เพอ่ื ประโยชน์ในราชการ
17
ข้อ 30. คาถาม ท่ีดินของรัฐประเภทใดท่สี ามารถขอขึ้นทะเบยี นท่ีดินเพ่อื ให้ทบวงการเมืองใชป้ ระโยชนใ์ นราชการได้
คาตอบ การขนึ้ ทะเบยี นท่ดี ินเพอ่ื ใหท้ บวงการเมอื งใชป้ ระโยชน์ในราชการ หมายถึง การนาที่ดินของรัฐข้ึน
ทะเบยี นเพือ่ ใหท้ บวงการเมอื งใช้ประโยชนใ์ นราชการ โดยจดั ให้มี แผนที่แสดงขอบเขตทด่ี นิ และประกาศให้ประชาชน
ทราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มีอานาจในการจัดข้ึนทะเบียน ตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายทีด่ นิ
ประเภททด่ี นิ ที่จะขนึ้ ทะเบยี นได้ คอื
1. ท่ดี ินรกร้างวา่ งเปล่าซึ่งมไิ ดม้ บี ุคคลใดมีสิทธคิ รอบครอง
2. ท่ีดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งได้ถอนสภาพตามมาตรา 8 (1) แห่ง
ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
3. ที่ดินที่ถูกถอนสภาพโดยกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรมท่ีคณะกรรมการปฏิรูป
ท่ีดนิ เพ่ือเกษตรกรรมมมี ตไิ มป่ ระสงคจ์ ะใช้ประโยชน์เพ่ือการปฏิรูปทีด่ ินตลอดไป หรือตามกฎหมายอ่ืน ๆ
ข้อกฎหมายและระเบียบปฏบิ ัติทีเ่ กยี่ วข้อง
1. มาตรา 8 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ดี นิ
2. กฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2516) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ท่ีดนิ พ.ศ. 2497
3. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยวธิ ีปฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั การถอนสภาพ การจัดข้ึนทะเบียน และการ
จดั หาผลประโยชน์ในทีด่ ินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. 2550
4.หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนท่ีสุด ที่ มท 0511.3/ว 3312 ลงวันท่ี 5 ตุลาคม 2547
เรอ่ื ง ซักซอ้ มความเขา้ ใจวิธปี ฏิบัติเกย่ี วกับทบวงการเมืองหรอื สว่ นราชการขอใช้ที่ดนิ ของรฐั เพื่อประโยชน์ในราชการ
ข้อ 31. คาถาม ทดี่ นิ ของรัฐทจี่ ะนามาจัดหาผลประโยชน์ ไดแ้ ก่ ทีด่ นิ ของรัฐประเภทใดบา้ ง ใครเปน็ ผู้มีอานาจ
ดาเนินการจดั หาผลประโยชน์ได้
คาตอบ การจัดหาผลประโยชน์ในท่ีดินของรัฐ หมายถึง การจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10 และ 11
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน โดยการนาท่ีดินของรัฐมาจัดหาผลประโยชน์เพ่ือให้รัฐหรือให้ท้องถิ่นมีรายได้เพื่อนาไป
พัฒนาบารุงทอ้ งถิ่น ดว้ ยวิธีการจัดท่ีดินให้ใช้ประโยชนไ์ ด้ ซอื้ ขาย แลกเปล่ียน ให้เช่า หรือใหเ้ ชา่ ซือ้
ประเภททด่ี ินทีจ่ ะนามาจดั หาผลประโยชน์
1. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ดินซ่ึงมีผู้เวนคืนหรือทอดท้ิง หรือตกกลับมาเป็นของแผ่นดินตาม
กฎหมายทีด่ ิน
18
2. ท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ราษฎรมิได้ใช้
ประโยชน์ร่วมกนั ตอ่ ไปแลว้ หรือรัฐหาทด่ี ินอ่นื ให้ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันแทนได้ เม่ือได้ตราพระราชกฤษฎีกา หรือ
พระราชบัญญัตถิ อนสภาพท่ดี ินแลว้ (โดยจะตอ้ งดาเนนิ การถอนสภาพตามวธิ ีการในบทท่ี 1 กอ่ น)
3. ที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินท่ีมิได้ใช้เพ่ือสาธารณประโยชน์ หรือมิได้สงวนไว้เพื่อใช้
ประโยชน์ร่วมกัน ซ่ึงมไิ ด้มบี คุ คลหรอื ทบวงการเมอื งใดมสี ิทธิครอบครองอยู่
ผดู้ าเนินการจัดหาผลประโยชน์ ได้แก่
1. อธบิ ดกี รมทดี่ นิ ตามมาตรา 10 แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
2. ทบวงการเมืองที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ตามมาตรา 11 แห่งประมวล
กฎหมายที่ดิน (คานิยาม “ทบวงการเมือง” หมายความว่า (1) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการ
สว่ นท้องถน่ิ (2) หนว่ ยงานอน่ื ของรฐั ท่ีไม่ใช่รฐั วิสาหกิจ )
ข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบตั ิท่ีเกีย่ วข้อง
1. ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา 10 และมาตรา 11
2. กฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2500)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน
พ.ศ. 2497 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยกฎกระทรวงฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2515)
3. กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 43 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน
พ.ศ. 2497 ข้อ 14 (3)
4. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพ การจัดขึ้นทะเบียน และ
การจดั หาผลประโยชนใ์ นทดี่ ินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2550
ขอ้ 32. คาถาม การสงวนหวงห้ามทด่ี ินของรัฐ เพือ่ ประชาชนใชป้ ระโยชน์รว่ มกัน ดาเนนิ การอย่างไร
คาตอบ การสงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐ เพื่อประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หมายถึง การนาที่ดินของรัฐประเภท
ท่ีรกร้างวา่ งเปล่ามาสงวนหรือหวงหา้ มเพื่อใหป้ ระชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตามมาตรา 20 (4) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
โดยดาเนินการตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับท่ี 9 (พ.ศ. 2529) ว่าด้วยการสงวนหรือหวงห้ามท่ีดินของ
รฐั เพอ่ื ให้ประชาชนใช้ประโยชนร์ ว่ มกัน
เมอื่ นายอาเภอหรือส่วนราชการใดเห็นสมควรจะสงวนหรือหวงห้ามไว้เพ่ือให้ประชาชนใช้ประโยชน์
ร่วมกัน ใหเ้ สนอความเหน็ ต่อผูว้ ่าราชการจงั หวดั
ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วย ให้สั่งนายอาเภอของอาเภอที่ที่ดินน้ันอยู่ในเขตดาเนินการเพื่อ
สงวนหรอื หวงห้ามทด่ี ินนนั้
ถ้าทด่ี ินท่จี ะสงวนหรือหวงห้ามน้นั อยใู่ นเขตของสองอาเภอขนึ้ ไป และผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควร
จะสงวนหรอื หวงหา้ มท่ีดนิ ในท้งั สองอาเภอ ให้ผวู้ า่ ราชการจังหวัดสั่งให้นายอาเภอของแต่ละอาเภอประสานงานกันใน
การดาเนินการเพอ่ื สงวนหรอื หวงห้ามทีด่ นิ น้ัน
19
ถ้าที่ดินที่จะสงวนหรือหวงห้ามนั้นอยู่ในเขตของสองจังหวัดข้ึนไปและผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละ
จังหวัดท่ีที่ดินน้ันอยู่ในเขตเห็นพ้องด้วยกันในอันท่ีจะสงวนหรือหวงห้ามที่ดินนั้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละ
จังหวัดสัง่ ใหน้ ายอาเภอของแต่ละจังหวัดประสานงานกันในการดาเนนิ การเพือ่ สงวนหรือหวงหา้ มทด่ี นิ นั้น
ถา้ ผู้ว่าราชการจงั หวัดของจังหวดั ทที่ ีด่ นิ น้นั อยใู่ นเขตคนหนงึ่ คนใด เหน็ ว่าไม่สมควรจะสงวนหรือหวง
หา้ มท่ีดนิ น้ัน ให้แจง้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคนอ่ืนๆ ทราบ และถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับแจ้งเห็นสมควรท่ีจะสงวน
หรือหวงห้ามท่ีดินที่อยู่ในเขตจังหวัดของตนให้สั่งนายอาเภอของอาเภอที่ที่ดินน้ันอยู่ในเขตดาเนินการเพื่อสงวนหรือ
หวงห้ามท่ดี ินดงั กล่าวเฉพาะสว่ นท่ีอย่ใู นเขตจงั หวัดของตน
กฎหมายและระเบียบปฏบิ ตั ิ
1. มาตรา 20 (4)แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
2. ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2529)ว่าด้วยการสงวนหรือหวงห้าม
ท่ดี ินของรัฐเพอ่ื ให้ประชาชนใช้ประโยชนร์ ่วมกัน
ขอ้ 33. คาถาม การดาเนินการเกี่ยวกับท่ีดินของรัฐกรณีใด ที่ต้องดาเนินการ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการเปล่ียนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจากการใช้เพื่อ
สาธารณประโยชนอ์ ย่างหนึง่ เป็นอกี อยา่ งหนึง่ พ.ศ. 2543
คาตอบ การนาท่ีดินสาธารณประโยชน์ท่ีราษฎรได้ใช้ร่วมกันเพ่ือประโยชน์อย่างหน่ึง ซึ่งหมดความ-จาเป็น
ในการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างนั้น หรือที่ดินดังกล่าวไม่มีสภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป ไปปรับปรุงหรือพัฒนา
เพ่อื ให้ราษฎรได้ใชป้ ระโยชน์ร่วมกนั เปน็ อีกอยา่ งหนึง่
ข้อ 34. คาถาม การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน กรณี
ทบวงการเมอื งขอใช้ทีด่ ินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการหมายถึงกรณีใดบ้างและมีวิธดี าเนนิ การอย่างไร
คาตอบ 1. กรณที ่ีสว่ นราชการไดเ้ ข้าใชป้ ระโยชนใ์ นที่ดนิ ของรฐั แล้ว
2. กรณีท่ีส่วนราชการมีความจาเป็นเร่งด่วนที่จะเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเพ่ือประโยชน์
ในราชการ กอ่ นการดาเนนิ การถอนสภาพหรอื จดั ขึ้นทะเบยี นท่ีดินจะแล้วเสรจ็ ซ่งึ ขอใชเ้ ป็นการชว่ั คราว
วิธีดาเนินการ ส่วนราชการท่ีมีความประสงค์ขอใช้ท่ีดินของรัฐเพ่ือประโยชน์ในร าชการยื่นคาขอ
(แบบ ท.ด. 64) ตอ่ นายอาเภอหรอื ปลดั อาเภอผู้เป็นหัวหนา้ ประจาก่งิ อาเภอทอ้ งท่ีซ่ึงที่ดินต้ังอยู่ หรือเจ้าพนักงานท่ีดิน
จังหวัด/เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา สาหรับท้องท่ีที่รัฐมนตรีประกาศยกเลิกอานาจของนายอาเภอ ตามมาตรา 19
แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2528 พร้อมแผนงาน/โครงการ เหตุผลความ
จาเป็น (เหตุผลความจาเป็นเร่งด่วนในการดาเนินการ และเหตุผลความจาเป็นในการใช้ประโยชน์ในท่ีดินเกิน 10 ไร่)
วตั ถุประสงค์ วธิ ีดาเนนิ การ งบประมาณ แผนทีส่ งั เขป สาเนาแผนทีภ่ ูมิประเทศ 1 : 50,000 แสดงทตี่ ั้งค่าพกิ ัด
20
ผมู้ ีอานาจอนญุ าตและหลกั เกณฑ์
ผ้วู า่ ราชการจังหวดั เปน็ พนกั งานเจ้าหนา้ ทต่ี ามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
1. กรณีที่ดินท่ีขอใช้เป็นท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน หากราษฎร
ในพื้นที่/ราษฎรที่เคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อาเภอ จังหวัด ไม่ขัดข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด
ทอ้ งท่ี จะอนญุ าตได้ตอ้ งไดร้ บั อนมุ ตั ิจากรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อน
2. กรณีที่ดินที่ขอใช้เป็นท่ีดินท่ีมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง ที่เวนคืน ท่ีทอดท้ิงไม่ทาประโยชน์ที่รกร้าง
ว่างเปล่า หรือที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ราษฎรเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกัน และถูกถอนสภาพโดยกฎหมายปฏิรูปท่ีดิน
เพ่ือเกษตรกรรม แล้วตกอยู่ในสถานะท่ีรกร้างว่างเปล่า เมื่อได้รับหนังสือยืนยันจาก ส.ป.ก.ว่าไม่ประสงค์จะใช้ท่ีดิน
ที่ถูกถอนสภาพเพ่ือการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรมตลอดไป และยินยอมให้กระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้ทบวง
การเมืองเข้าใช้ประโยชน์ในราชการหรือดาเนินการข้ึนทะเบียนการใช้ประโยชน์ได้ ผู้ว่าฯ อนุญาตได้โดยไม่ต้องขอ
อนมุ ตั ิจากรัฐมนตรีฯ
3. ผู้ขอต้องมสี ถานะเป็นทบวงการเมือง
4. ออกใบอนญุ าตได้คราวละไมเ่ กนิ 5 ปี
5. ผู้ขอต้องเสียค่าตอบแทนเป็นรายปีให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา 9/1 แห่งประมวล
กฎหมายท่ีดิน แต่ไม่เกินไรล่ ะ 1,000 บาทตอ่ ปี ตามบัญชที ้ายประมวลกฎหมายทดี่ นิ
กฎหมายและระเบียบทเี่ กย่ี วข้อง
1. มาตรา 9 ประมวลกฎหมายทีด่ นิ
2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. 2543
3. คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2538เร่ือง แต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามความใน
มาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน
4. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท 0723/ว 10962 ลงวันท่ี 4 พฤษภาคม 2544 เรื่อง ทบวงการเมืองขอใช้ที่สาธารณ
สมบัตขิ องแผ่นดนิ สาหรบั พลเมืองใช้ร่วมกนั ในเขตปฏริ ปู ท่ีดิน
5. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ท่ี มท 0511.3/ว 3312 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2547 เรื่อง ซักซ้อมความ
เข้าใจวธิ ีปฏบิ ตั ิเกย่ี วกับทบวงการเมอื งหรือสว่ นราชการขอใช้ทีด่ นิ ของรฐั เพื่อประโยชน์ในราชการ
6. หนังสือกรมทดี่ ิน ที่ มท 0511.3/ว 38841 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2548 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติ
เกีย่ วกบั ทบวงการเมอื งหรอื ส่วนราชการขอใชท้ ่ีดินของรฐั เพื่อประโยชนใ์ นราชการ
7. หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท 0511.3/ว 16851 ลงวันท่ี 17 มิถุนายน 2554 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติ
เกยี่ วกบั ทบวงการเมอื งหรือส่วนราชการขอใช้ทดี่ นิ ของรฐั เพอื่ ประโยชนใ์ นราชการ
21
8. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/ว 1578 ลงวันที่ 10 เมษายน 2555 เร่ือง ซักซ้อมความเข้าใจ
วธิ ีปฏบิ ัตเิ กยี่ วกบั ทบวงการเมอื งหรอื สว่ นราชการขอใชท้ ่ีดนิ ของรฐั เพือ่ ประโยชน์ในราชการ
9. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/ว 0688 ลงวันท่ี 3 กุมภาพันธ์ 2559 เรื่อง แนวทางปฏิบัติ
เกีย่ วกับการขดุ ลอกแหลง่ นา้ สาธารณประโยชนท์ ่ีตนื้ เขนิ การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐตามมาตรา 9 และการ
ขอสัมปทานตามมาตรา 12 แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
ข้อ 35. คาถาม การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดินหมายความว่า
อย่างไร มกี ฎหมายและระเบยี บที่เกีย่ วข้องอย่างไรบา้ ง
คาตอบ การขออนุญาตตามมาตรา 9 หมายถึง การขออนุญาตเข้าไปยึดถือครอบครองและ/หรือนา
ทรพั ยากรในทด่ี ินของรฐั ซ่ึงตนเองมิได้มสี ทิ ธคิ รอบครองไปใชโ้ ดยเสยี คา่ ตอบแทนให้แกร่ ฐั ใน 3 กรณี คือ
(1) เข้าไปยดึ ถอื ครอบครอง รวมตลอดถงึ การก่นสร้าง หรอื เผาป่า
(2) ด้วยประการใด ให้เป็นการทาลาย หรือทาให้เส่ือมสภาพท่ีดิน ท่ีหิน ท่ีกรวดหรือ ท่ีทราย
ในบริเวณทรี่ ฐั มนตรปี ระกาศหวงหา้ มในราชกจิ จานุเบกษา (เช่น ขุดตักดนิ ลูกรงั หรอื หนิ ผุ การขุดหรอื ดูดทราย) หรอื
(3) ทาสง่ิ หนง่ึ สิง่ ใดอันเป็นอนั ตรายแกท่ รัพยากรในทีด่ นิ .(เช่น เก็บขค้ี ้างคาว เกบ็ เปลือกหอย)
พนักงานเจ้าหนา้ ที่ผู้มอี านาจในการอนุญาตตามความในมาตรา 9
กระทรวงมหาดไทยได้มีคาส่งั ที่ 109/2538 ลงวนั ที่ 16 มนี าคม 2538 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจ
ในการอนุญาตตามความในมาตรา 9 ดงั น้ี
1. อธบิ ดีกรมท่ีดนิ เปน็ พนักงานเจ้าหนา้ ที่สาหรบั การอนญุ าตระเบดิ และยอ่ ยหิน การขุดตักดนิ ลูกรัง
หรือหินผุ ในบริเวณทีเ่ ขาหรือภเู ขา และปริมณฑลรอบทีเ่ ขาหรอื ภเู ขา 40 เมตร รฐั มนตรียังมิได้ประกาศกาหนดพ้ืนที่
นัน้ ให้เป็นแหลง่ หินปนู หรือดินลกู รงั หรอื หินผเุ พื่อการกอ่ สรา้ ง
2. ผ้วู ่าราชการจงั หวัด เปน็ พนักงานเจา้ หน้าท่ใี นเขตทอ้ งท่จี งั หวดั สาหรบั การอนุญาต ดังนี้
(1) การระเบิดและย่อยหิน การขุดตักดินลูกรังหรือหินผุ ในบริเวณที่รัฐมนตรี ได้ประกาศ
กาหนดพื้นที่นั้น เป็นแหล่งหินปูนหรือดินลูกรัง หรือหินผุ เพ่ือการก่อสร้าง และในพื้นท่ี นอกเขตเขาหรือภูเขา และ
ปริมณฑลรอบทีเ่ ขาหรือภเู ขา 40 เมตร
(2) การขุดหรือดูดทราย การเก็บหนิ ลอย การทาสิ่งหน่ึงสง่ิ ใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน
(3) การเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถงึ การกน่ สรา้ งหรอื เผาป่า
(4) การต่ออายใุ บอนุญาต กรณีที่อธิบดีกรมที่ดินหรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้อนุญาตไว้ (หนังสือ
กรมทีด่ นิ ท่ี มท 0618/ว 7759 ลงวนั ท่ี 27 มนี าคม 2538)
อานาจหน้าท่ีของกรมท่ีดินในการอนุญาตตามมาตรา 9 ภายหลังท่ีกระทรวงอุตสาหกรรมได้ออก
กฎกระทรวง ฉบับที่ 77.(พ.ศ.2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 กาหนดให้หินทุกชนิด
22
เป็นแร่ชนิดหินประดับ หรือแร่ชนิดหินอุตสาหกรรม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2539 ทาให้การประกอบ
กิจการเก่ียวกับการผลิตหินเพื่อการก่อสร้างทั้งหมดตกอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ภายใต้
การกากบั ดูแลของกรมทรัพยากรธรณี อานาจหน้าท่ีของกรมทดี่ นิ ในการอนญุ าตตามมาตรา 9 คงเหลือเฉพาะ
การอนุญาตขดุ ดินลูกรงั หรือหนิ ผุในบริเวณที่เขาหรือภูเขา และปรมิ ณฑลรอบที่เขาหรอื ภูเขา 40 เมตร เท่าน้ัน
กฎหมายและระเบียบที่เกย่ี วข้อง
1. ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา 9
2. กฎกระทรวงฉบบั ที่ 77 (พ.ศ..2539) ออกตามความในพระราชบญั ญัติแร่ พ.ศ. 2510 ว่าด้วยการ
3. กาหนดใหห้ นิ ทกุ ชนดิ เป็นแรช่ นดิ หินประดบั หรือแร่ชนิดหินอตุ สาหกรรม
4. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันท่ี 21 พฤษภาคม 2523 ว่าด้วยการกาหนดบริเวณที่หวงห้ามตาม
มาตรา 9 (2) แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
5. มตคิ ณะรฐั มนตรเี มือ่ วนั ท่ี 11 มนี าคม 2529 เรอ่ื ง การพิจารณาขออนุญาตให้ระเบิดและย่อยหิน และเรื่อง
การพจิ ารณาอนญุ าตให้ขดุ ตักลูกรังและหนิ ผุ
6. คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันท่ี 16 มีนาคม 2538 เรื่อง แต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีตาม
ความในมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี ิน
7. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0618/ว 1259 ลงวันท่ี 19 มีนาคม 2539 เร่ือง การขออนุญาตตาม
มาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ
8. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนท่ีสุด ที่ มท 0718.1/ว 2573 ลงวันท่ี 14 กันยายน 2542 เรื่อง การขอ
ความเห็นของนายอาเภอเกีย่ วกบั การขออนญุ าตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
9. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี ิน พ.ศ. 2543
10.หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/ว 0688 ลงวันท่ี 3 กุมภาพันธ์ 2559 เร่ือง แนวทางปฏิบัติ
เกี่ยวกบั การขุดลอกแหลง่ น้าสาธารณประโยชน์ท่ีตน้ื เขิน การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐตามมาตรา 9 และการ
ขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมาย
ขอ้ 36. คาถาม การขอสมั ปทานในท่ีดินของรฐั มีหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารดาเนินการอยา่ งไร
คาตอบ การขอสัมปทานในที่ดินของรัฐ หมายถึง การขอใช้ท่ีดินของรัฐซ่ึงไม่ได้มีผู้ใดมีสิทธิครอบครอง
ในระยะเวลาอันจากดั ซึง่ รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอี านาจอนุญาต
หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารใหส้ มั ปทานหรอื ให้ใชท้ ่ดี นิ ของรัฐ สรปุ ไดด้ งั นี้
1. การยื่นคาขอ
23
(1) ผู้ขอยื่นคาขอตามแบบพิมพ์ ท.ด.73 ต่อนายอาเภอ/ปลัดอาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจาก่ิงอาเภอ/
เจา้ พนกั งานท่ีดินจงั หวัด/สานักงานทีด่ นิ จังหวัด สาขา ทอ้ งที่ 5 ชุด พร้อมด้วยแผนท่ี 10 ชดุ
(2) แผนท่ีที่ดินตามข้อ (1) ต้องแสดงเขตที่ดินและภูมิประเทศในบริเวณท่ีขอสัมปทาน มีรัศมีห่างจากเขต
ท่ีดินออกไปด้านละอย่างน้อย 300 เมตร และให้แสดงว่ามีส่ิงปลูกสร้าง พืชพันธ์ุไม้ หรือทรัพยากรมีค่าอย่างใดบ้าง
หรอื ไม่ กบั แสดงแผนผงั ท่ีจะใชท้ ่ีดนิ นน้ั กระทากจิ การ โดยละเอียด
(3) กรณีที่ดินที่ขอสัมปทานมีพ้ืนที่คาบเก่ียวกัน 2 อาเภอ ให้ย่ืนคาขอต่อนายอาเภอท้องที่ ซ่ึงมีที่ดิน
ส่วนใหญ่ต้ังอยู่ แล้วให้นายอาเภอท้องท่ีส่งเร่ืองราวไปให้นายอาเภอท้องที่อีกท่ีหนึ่งร่วมออกความเห็น (หนังสือ
กรมท่ีดิน ท่ี 6842/2505 ลงวนั ที่ 29 สิงหาคม 2505)
2. เม่ือรับคาขอแล้ว ให้ดาเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมวัตถุประสงค์ และเหตุผลในการขอสัมปทาน
ตามแบบพิมพ์ ท.ด.66 มอบหมายให้เจ้าหน้าท่ีออกไปทาการรังวัดชันสูตรสอบสวน (ผู้ท่ีไปทาการรังวัดชันสูตร
สอบสวนต้องเป็นช่างรังวัด (หนังสือกรมท่ีดินที่ มท 0607/ว.20333 ลงวันท่ี 7 ตุลาคม 2521) เมื่อดาเนินการรังวัด
ชันสูตรสอบสวนเสร็จ ให้ผู้รับคาขอประกาศตามแบบพิมพ์ ท.ด.25 มีกาหนด 30 วัน ปิดประกาศ ณ สานักงานที่ดิน
จังหวัด ท่ีว่าการอาเภอ ท่ีทาการกานัน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริเวณท่ีดิน เม่ือครบกาหนดแล้วจะมี
ผู้คดั คา้ นหรอื ไมก่ ็ตาม ใหอ้ าเภอเสนอความเหน็ พร้อมสง่ เรื่องไปจงั หวัด
3. หลักเกณฑ์การให้สัมปทาน มีหลักเกณฑส์ าคญั 3 ประการ คอื
(1) เกี่ยวกับความประพฤติของผู้ขอ ต้องมีความประพฤติดี ซึ่งอาจจะทราบจากการสอบถามผู้ปกครอง
ทอ้ งที่ที่ผู้นนั้ อาศัยอยู่ หรอื เจ้าหนา้ ทต่ี ารวจ
(2) ผู้ขอจะต้องเป็นผู้มีความสามารถ คือมีความรอบรู้ในการท่ีจะดาเนินการเกี่ยวกับกิจการสัมปทานนั้น
เช่น ถ้าขอสัมปทานทางการเกษตรก็ควรจะได้มีการสอบสวนกันว่าผู้นั้นมีประสบการณ์ในการทางานในด้านนั้น
มีความสามารถในการเกษตรกรรมมากน้อยเพียงใด และผู้น้ันจะต้องมีปัจจัยท่ีจะกระทากิจการท่ีรับสัมปทานให้เป็น
ผลสาเร็จได้ ปัจจัยในท่ีนี้หมายถึงเงินทุน ในกรณีที่ขอสัมปทานท่ีดินเป็นจานวน 10,000 ไร่1,000 ไร่ ผู้ขอก็จะต้อง
แสดงถึงทนุ ทรัพยใ์ ห้เห็นว่าตนนน้ั มที นุ รอนพอท่ีจะดาเนนิ การเกี่ยวกับการเกษตรกรรมน้ันได้
(3) เก่ยี วกับท่ดี นิ ที่ดินทจ่ี ะอนญุ าตน้นั จะตอ้ งสมควรกบั กจิ การท่ขี อสมั ปทาน เช่น ขอสัมปทานเพื่อปลูกใบ
ยาสูบ พน้ื ท่กี ต็ อ้ งมากพอสมควรเพอ่ื ท่จี ะใหผ้ ขู้ อได้ประโยชน์ในการปลูกใบยาสูบ หรือปลูกชาดังท่ีให้ตัวอย่างไปแล้ว เป็น
จานวน 10,000 ไร่เศษ เป็นต้น เพื่อจะให้เหมาะสมในการทาประโยชน์เก่ียวกับการทาเกษตรน้ัน ๆ และกิจการนั้นก็
จะต้องไม่เป็นที่เสื่อมเสียแก่เศรษฐกิจของประเทศ คือว่าในการทาการเกษตรก็ดี ในกรณีท่ีจะเป็นที่เส่ือมเสียแก่
ประเทศไดน้ ้ัน อาจจะมีได้ เช่น การปลูกพชื บางอย่าง ซึ่งสมมุติว่า ทางการไม่พึงประสงค์ให้ปลูกเพราะมันจะล้นตลาด
มันจะทาใหเ้ กดิ ความเสียหายกระทบกระเทอื นถงึ ชาวไร่ ชาวนา ซงึ่ ปลูกอยูแ่ ล้ว กรณีอย่างนี้ก็อาจจะถือได้ว่าก่อให้เกิด
24
ความเสียหายแก่ประเทศได้เหมือนกัน นอกจากนี้ การให้สัมปทานนี้ต้องไม่เป็นอันตรายแก่ทรัพย์สิน หรือขัดต่อ
สวัสดภิ าพของประชาชนท่อี ยใู่ นบรเิ วณใกล้เคยี งท่ดี ินนนั้
ในกรณีขอสัมปทานท่ีดินซ่ึงถูกกันออกจากท่ีดินที่ทางราชการไม่ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ผู้ขอสัมปทานจะต้องเป็นผู้ซึง่ ไดค้ รอบครองท่ีดนิ นน้ั
กฎหมายและระเบยี บท่ีเกี่ยวขอ้ ง
1. มาตรา 12 ประมวลกฎหมายที่ดิน
2. กฎกระทรวงฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2500) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใชป้ ระมวลกฎหมายทด่ี ิน พ.ศ. 2497
3. กฎกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2503) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิให้ใชป้ ระมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. 2497
4. กฎกระทรวงฉบบั ที่ 21 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497
5. กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายทด่ี ิน พ.ศ. 2497
6. คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 194/2501 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2501 เรื่อง ระเบียบการให้สัมปทานในที่ดินของรัฐตาม
ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
7. คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ท่ี 330/2539 ลงวันท่ี 19 พฤศจิกายน2539 เร่ือง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองราว
ขอสัมปทานตามมาตรา 12 แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ
ขอ้ 37. คาถาม ผูท้ ีไ่ ดร้ ับการพจิ ารณาอนุญาตให้ดูดทราย ตอ้ งเสยี คา่ ตอบแทนอย่างไรใครเปน็ ผมู้ ีอานาจในการอนุญาต
คาตอบ การขออนุญาตดูดทรายเป็นการขอเข้าไปประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี นิ คอื เป็นการทาลายหรอื ทาให้เสือ่ มสภาพที่ทราย ซ่ึงเป็นบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจา
นุเบกษา ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันท่ี 21 พฤษภาคม 2523 เรื่อง กาหนดบริเวณท่ีหวงห้ามตามมาตรา 9 (2)
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการอนุญาต โดยการอนุญาตรายหน่ึง ๆ ไม่ควร
เกนิ 5 ไร่ ใบอนุญาตใหม้ ีกาหนดเวลาไม่เกนิ หนง่ึ ปนี ับแต่วันท่ีออกใบอนุญาตผู้ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายต้องเสียค่าตอบแทน
ตามมาตรา 9/1 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ตามหลักเกณฑ์ ดงั นี้
(1) เสยี คา่ ตอบแทนให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
(2) เสยี ค่าตอบแทนเปน็ รายปี
(3) ตามวิธีการและอัตราที่กาหนดไว้ในข้อบัญญัติจังหวัด แต่ไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายท่ีดิน
คือ การขุดหรือดดู ทราย ลกู บาศก์เมตรละ 28 บาท
ที่มา ระเบยี บทเ่ี กย่ี วข้อง
1. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยการอนญุ าตใหด้ ดู ทราย พ.ศ. 2546
25
2. หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ด่วนท่สี ดุ ท่ี มท 0511.3/ว 3132 ลงวันท่ี 16 กันยายน 2547 เรื่อง มาตรการ
ปอ้ งกัน แกไ้ ขผลกระทบสิง่ แวดล้อมและการฟ้นื ฟทู ี่ขดุ ตัก และดดู ทรายแมน่ า้
ข้อ 38. คาถาม การขออนญุ าตใชป้ ระโยชน์ในที่ดนิ ของรัฐเปน็ การช่วั คราวตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมาย
ทด่ี นิ ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ ง
คาตอบ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลย่ืนคาขอต่อนายอาเภอหรือปลัดอาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจาก่ิงอาเภอ
ทอ้ งท่ีซง่ึ ท่ดี นิ ตงั้ อยู่ หรอื เจ้าพนกั งานท่ีดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานท่ดี ินจงั หวัดสาขา แลว้ แต่กรณี
ทม่ี า ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขออนุญาตตามาตรา 9
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ
ข้อ 39. คาถาม เทศบาลเมืองระยองได้ดาเนินการถมดินลงในทะเล ซ่ึงอยู่ในเขตเทศบาลเมืองระยอง จนทาให้
พ้ืนท่ีส่วนดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นทางน้าที่ใช้ในการสัญจรของประชาชนอีกต่อไป ให้ท่านวินิจฉัยว่าพ้ืนดินที่เกิด
จากการถมนัน้ เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดินประเภทใด และอานาจหนา้ ท่ีในการดูแลรกั ษาเป็นของหนว่ ยงานใด
คาตอบ เป็นสาธารณสมบตั ิของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใชร้ ่วมกัน อยู่ในความดูแลของนายอาเภอ และเทศบาล
เมืองระยอง ตามมาตรา 122 แหง่ พระราชบญั ญัติลักษณะปกครองท้องท่พี ุทธศักราช 2457
ทีม่ า 1. ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสร็จท่ี 9/2548
2. พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
ลักษณะปกครองท้องท่ี (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 มาตรา 122
ข้อ 40. คาถาม เทศบาลตาบลหัวทะเลขอถอนสภาพท่ีดินที่เป็นทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์สาธารณะท่ีพลเมืองได้เลิกใช้
ประโยชน์เป็นท่ีเล้ียงสัตว์แล้ว เพื่อนาไปเป็นที่ก่อสร้างสานักงานตามาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมาย
ท่ีดิน เม่ือมีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพแล้ว ท่ีดินดังกล่าวมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทใด
และจะต้องนาขึ้นทะเบยี นตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ หรอื ไม่ อย่างไร
คาตอบ เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดนิ ที่ใชเ้ พือ่ ประโยชน์ของแผน่ ดนิ โดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา 1304(3) และเป็นท่ีราชพัสดุตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติท่ีราชพัสดุ พ.ศ.2518 ไม่ต้องนา
ขน้ึ ทะเบียนตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายทดี่ นิ อีก
ท่ีมา 1. ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า เรอื่ งเสรจ็ ท่ี 101/2529
2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยวธิ ีปฏบิ ตั ิเกย่ี วกับการถอนสภาพ การจัดขน้ึ ทะเบยี นและการ
จัดหาผลประโยชน์ในท่ีดนิ ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ.2550
26
3. หนงั สอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0711/ว1046 ลงวันท่ี 7 สิงหาคม 2529
ขอ้ 41. คาถาม เทศบาลตาบลสาลิกา อาเภอเมืองนครนายก จังหวดั นครนายก มีหนังสือขอต่อจังหวัดนครนายก
ขอเปลีย่ นสภาพทีด่ นิ สาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดนิ สาหรับพลเมอื งใชร้ ่วมกนั แปลง“ปา่ ช้าฝังศพสาธารณประโยชน์”
มาปรับปรุงพัฒนาจัดทาเป็นสนามกีฬาเพื่อให้ประชาชนในตาบลและประชาชนท่ัวไปใช้เป็นที่ออกกาลังกายได้
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวประชาชนได้เลิกใช้ประโยชน์แล้วมานานประมาณ 20 ปี แล้ว
และสานักงานการปฏิรูปท่ีดินจังหวัดนครนายกมีหนังสือแจ้งว่า ท่ีดินตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม
ตามพระราชกฤษฎีกากาหนดเขตท่ีดินในท้องท่ีอาเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ให้เป็นเขตปฏิรูปท่ีดิน
เพื่อเกษตรกรรมท้ังอาเภอ แต่ท่ีดินแปลง “ป่าช้าฝังศพสาธารณประโยชน์” ตั้งอยู่นอกเขตดาเนินการ ให้ท่านวินิจฉัย
ว่าเทศบาลตาบลสาลิกาย่ืนคาขอเปล่ียนสภาพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินอัน
เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จากการใช้เพ่ือสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีก
อยา่ งหนง่ึ พ.ศ.2543 ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
คาตอบ ย่ืนคาขอเปลี่ยนสภาพไม่ได้ เพราะที่ดินถูกถอนสภาพจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาหรบั พลเมืองใชร้ ว่ มกันแลว้
ท่ีมา 1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปล่ียนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาหรับพลเมืองใช้ร่วมกนั จากการใช้เพ่ือสาธารณประโยชน์อยา่ งหนึ่ง เปน็ อกี อยา่ งหน่งึ พ.ศ.2543
2. ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรื่องเสรจ็ ที่ 207/2537 และเรื่องเสรจ็ ที่ 150/2539
ขอ้ 42. คาถาม ถ้าอาเภอมีความประสงค์จะใช้ที่ดินอนั เปน็ สาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ เพื่อจัดสร้างห้องสมุดชุมชน
อาเภอสามารถยน่ื ขอถอนสภาพที่ดนิ ตามมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ใน
ทดี่ ินของรัฐตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ ได้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
คาตอบ ยื่นคาขอถอนสภาพตามาตรา 8 แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ได้ เพราะอาเภอเป็นทบวงการเมือง แต่
ย่ืนคาขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไม่ได้ เพราะอาเภอไม่มีสภาพเป็นนิติ
บคุ คล
ทมี่ า ประมวลกฎหมายท่ดี นิ ตามมาตรา 1 มาตรา 8 และมาตรา 9 ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพ การจัดข้ึนทะเบียนและการจัดหาผลประโยชน์ในท่ีดินของรัฐตามประมวล
กฎหมายที่ดิน พ.ศ.2550 และระเบียบกระทรวงมหาเดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยว กับการอนุญาต
ตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. 2543 ข้อ 23
27
ขอ้ 43. คาถาม กระทรวงสาธารณสุขต้องการใช้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซ่ึงกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศหวงห้าม
ไวต้ ามมาตรา 9 (2) เพอื่ เปน็ ทตี่ ั้งโรงพยาบาลแห่งหน่ึง จะต้องดาเนนิ การอยา่ งไร
คาตอบ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศถอนการหวงห้าม และขึ้นทะเบียนเพ่ือให้ทบวงการเมือง
ใช้ประโยชนใ์ นราชการตอ่ ไป
ท่ีมา หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/5522 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 และระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพการจัดข้ึนทะเบียนท่ีดินและการจัดหาประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามประมวล
กฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. 2550
ขอ้ 44. คาถาม เทศบาลมีความประสงค์จะขดุ สระน้าเพือ่ เปน็ พื้นที่แก้มลิงป้องกันปัญหาอุทกภัย และเก็บน้าไว้
ใช้ในฤดูแล้งในที่ทาเลเลี้ยงสัตว์ท่ีประชาชนเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นท่ีเลี้ยงสัตว์ มาเป็นเวลานานแล้ว จะต้อง
ดาเนนิ การอย่างไร
คาตอบ ขอเปลี่ยนสภาพทด่ี นิ สาธารณประโยชน์จากการใช้เพ่อื ประโยชน์อย่างหน่ึงเปน็ อีกอย่างหนง่ึ
ที่มา 1. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการการเปลย่ี นสภาพทีด่ นิ อนั เป็นสาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดนิ
สาหรับพลเมอื งใชร้ ว่ มกันจากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนงึ่ เป็นอกี อยา่ งหน่ึง พ.ศ.2543
2. หนงั สอื กรมทีด่ ิน ดว่ นท่ีสุด ที่ มท 0511.3/ว.29466 ลงวนั ท่ี 4 ธนั วาคม 2558
ข้อ 45. คาถาม กรณีมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า มีการออกใบจองในที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผน่ ดินสาหรับพลเมอื งใชร้ ว่ มกันจะต้องดาเนินการอย่างไร และผ้ใู ดเป็นผู้มีอานาจในการดาเนนิ การ
คาตอบ เพกิ ถอนใบจอง โดยเป็นอานาจของนายอาเภอท้องท่ี กรณยี ังไม่ยกเลิกอานาจหนา้ ที่การปฏบิ ัตกิ าร
ทม่ี า ระเบียบกรมทีด่ ิน วา่ ดว้ ยการเพิกถอนและจาหน่ายใบจองออกจากทะเบียนทีด่ ิน พ.ศ.2527 ข้อ4 (3)
ข้อ 46. คาถาม กรณีทอ่ี งค์การบรหิ ารส่วนตาบลบางทรายมีความประสงคจ์ ะขดุ ลอกแหลง่ นา้ สาธารณะในพนื้ ที่
อาเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยจะนากรวด หิน ดิน ทรายท่ีได้จากการขุดลอกตีราคาเป็นค่าจ้างเอกชน
สามารถดาเนนิ การได้หรอื ไม่ และถา้ ดาเนนิ การไดต้ อ้ งไดร้ ับอนญุ าตจากใคร
คาตอบ สามารถดาเนนิ การไดโ้ ดยตอ้ งไดร้ บั อนุญาตจากผวู้ ่าราชการจังหวัด
ทมี่ า มาตรา 9 ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้า
สาธารณประโยชนท์ ่ตี นื้ เขิน พ.ศ. 2547
ขอ้ 47. คาถาม ปจั จบุ ันบุคคลใดเป็นผู้มีอานาจในการสั่งจาหนา่ ยและเพิกถอนใบจองในสว่ นภมู ิภาค
คาตอบ ผวู้ ่าราชการจงั หวัดในการจาหน่าย และเจา้ พนกั งานทีด่ ินในการเพกิ ถอนใบจอง
ทมี่ า 1. ประมวลกฎหมายทดี่ ินมาตรา 8
28
2. คาสง่ั กรมที่ดนิ ที่ 2184/2546 ลงวันที่ 24 ตลุ าคม 2546
3. ระเบียบกรมทีด่ นิ ว่าด้วยการเพิกถอนและจาหนา่ ยใบจองออกจากทะเบียนท่ีดิน พ.ศ.2527 ขอ้ 4 (3)
ขอ้ 48. คาถาม สถานะทางกฎหมายของที่ดนิ ใต้น้าทะเล เปน็ ทีด่ ินประเภทใด
คาตอบ เปน็ สาธารณสมบัติของแผน่ ดินประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์รว่ มกนั
ทม่ี า ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสร็จที่ 141/2537 เร่ือง สภาพทางกฎหมายของพ้ืนท่ีดินท่ี
ไดถ้ มขน้ึ จากทะเล
ข้อ 49. คาถาม แหล่งน้าสาธารณประโยชน์ท่ีตื้นเขินเองตามธรรมชาติ เกิดท่ีดินริมแหล่งน้าซึ่งน้าท่วมไม่ถึง ที่ดิน
บริเวณดงั กล่าวเป็นที่ดินประเภทใด และอยู่ในอานาจหนา้ ท่กี ารดแู ลรกั ษาของหนว่ ยงานใด
คาตอบ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1304(2) อยู่ในความดแู ลรักษาของนายอาเภอท้องทีร่ ่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ทม่ี า 1. พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องท่ี พุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 11) พ.ศ. 2551
มาตรา 122
2. ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ืองเสร็จที่ 260/2538 เร่ือง อานาจหน้าที่ในการดูแล
รักษาท่ดี นิ รมิ แหล่งนา้ สาธารณะ
ขอ้ 50. คาถาม การท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศหวงห้ามมิให้บุคคลใด ทาด้วยประการ
ใดให้เป็นการทาลายหรอื ทาให้เสอ่ื มสภาพทดี่ ิน ที่หิน ทก่ี รวด หรือท่ีทราย บริเวณท่ีเขาหรือภูเขาและปริมณฑลรอบที่
เขาหรือภเู ขา 40 เมตร ตามมาตรา 9(2) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน หากต่อมารัฐมนตรีฯ เห็นสมควรยกเลิกการหวง
ห้ามเพอ่ื ที่จะนาทดี่ ินดังกลา่ วไปให้ส่วนราชการใช้ประโยชนส์ ามารถกระทาไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
คาตอบ ประกาศหวงห้ามตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน เป็นการหวงห้ามเพ่ือการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ การยกเลิกหรือเพิกถอนการหวงห้าม ต้องดาเนินการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย
ท่มี า ความเห็นของกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมท่ีดิน ครั้งท่ี 5/2545 เมื่อวันที่ 25
กรกฎาคม 2545
ขอ้ 51. คาถาม นายดา ได้อุทิศทด่ี นิ บรเิ วณถนนเยาวราช ให้กรุงเทพมหานครเพ่ือสร้างสะพานลอยคนข้าม แต่ระยะเวลา
ไดล้ ่วงเลยมากว่า 20 ปี กรุงเทพมหานครยังไม่ไดด้ าเนินการก่อสร้าง ประกอบกับเจ้าของท่ีดินมีความประสงค์ขอคืน
ท่ีดนิ ดงั กล่าว กรณนี ้หี ากกรงุ เทพมหานครจะโอนทดี่ ินคนื ให้กบั ผู้อทุ ิศ จะดาเนนิ การได้หรือไม่ อย่างไร
คาตอบ สถานะที่ดนิ ที่อุทศิ เปน็ เพยี งทรพั ยส์ นิ ของแผ่นดนิ ธรรมดาสามารถโอนคนื ให้กับผ้อู ุทิศได้โดยไมต่ ้องตรา
29
เปน็ พระราชบัญญัติตามมาตรา 1305 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน
ทม่ี า คณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสร็จที่ 701/2551
ข้อ 52. คาถาม องค์การบริหารส่วนตาบลไทรงาม ได้ซื้อโฉนดท่ีดินมาจากเอกชน โดยอาศัยงบประมาณของ
องค์การบริหารส่วนตาบล จัดทาโครงการท่ีอยู่อาศัยให้แก่ประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ต่อมาเมื่อได้
ดาเนินการโครงการแล้วเสร็จ ประสงค์จะโอนท่ีดินให้แก่ราษฎรท่ีอยู่อาศัยในโครงการดังกล่าว กรณีน้ีจะสามารถ
ดาเนนิ การได้หรือไม่ อยา่ งไร
คาตอบ สามารถโอนขายให้กับราษฎรได้ตามธรรมดา โดยไม่ต้องดาเนินการตามมาตรา 1305 แห่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
ท่มี า ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรื่องเสร็จที่ 156/2550
ข้อ 53. คาถาม ทบวงการเมอื งมคี วามจาเป็นเรง่ ดว่ นตอ้ งการเขา้ ใช้ประโยชน์ในทด่ี นิ ท่งี อกออกจากเขตปา่ สงวนแห่งชาติ
เพื่อเป็นที่ตั้งสานักงานเนื่องจากได้รับงบประมาณในการก่อสร้างสานักงานแล้ว ถ้าท่านเป็นหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ
ที่ดนิ ทา่ นจะใหค้ าแนะนาอย่างไรต่อไปน้ีที่ถูกต้องท่สี ุด
คาตอบ ให้ทบวงการเมืองขอใช้ตามมาตรา 9 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาต โดยไม่ต้องรับอนุมัติ
จากกระทรวงมหาดไทย และขอข้ึนทะเบียนตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ดี นิ
ทม่ี า ความเห็นกฤษฎีกา เรื่องเสร็จท่ี 99/2526 บันทึกเรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเกิดท่ี
งอกริมตลิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคาสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 เร่ือง แต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่ต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากไม่ใช่ที่ดินสาหรับ
พลเมืองใช้ร่วมกัน ตามข้อ 22(2) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต
ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ.2543
ข้อ 54. คาถาม ที่ดนิ ขายหาดของทะเลอยใู่ นความดูแลรับผดิ ชอบของหน่วยงานใด
คาตอบ กรมเจา้ ทา่
ทม่ี า มาตรา 117 พรบ.เดนิ เรอื ในนา่ นนา้ ไทย ประกอบ ขอ้ หารอื กฤษฎกี าเร่ืองเสร็จที่ 260/2538
ขอ้ 55. คาถาม การขออนุญาตดาเนินการในที่ดินของรัฐลักษณะใดท่ีไม่ต้องขออนุญาตแผ้วถางป่าจากพนักงาน
เจ้าหน้าทีต่ ามมาตรา 54 แหง่ พระราชบัญญตั ิป่าไม้ พ.ศ. 2484
คาตอบ การขุดลอกแหล่งนา้ สาธารณะเพ่อื แก้ปัญหาภยั แลง้ และน้าท่วม
ที่มา ขอ้ หารือกฤษฎกี าเร่อื งเสร็จที่ 921/2558
30
ขอ้ 56. คาถาม ที่เลี้ยงสัตวส์ าธารณประโยชนแ์ ห่งหนึ่ง ตั้งอยใู่ นเขตท่ีมพี ระราชกฤษฎีกากาหนดเขตปฏิรูปท่ีดิน
แต่ประชาชนเลิกใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์แล้ว เนื่องจากใช้เคร่ืองจักรกลแทนแรงงานสัตว์ ประกอบกับท่ีดิน
บริเวณดงั กล่าว สานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพื่อเกษตรกรรมไม่มีความประสงค์จะนาที่ดินไปดาเนินการปฏิรูปที่ดิน
หากกระทรวงสาธารณสุขมีความประสงค์จะขอนาที่ดินแปลงนี้ไปตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล จะต้อง
ดาเนินการอยา่ งไร
คาตอบ ขอนาท่ดี นิ ขึ้นทะเบยี นเพ่ือใช้ประโยชน์ในราชการ ตามมาตรา 8 ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ
ทีม่ า ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 207/2537 เรื่อง อานาจในการดูแลรักษา
ที่สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดนิ สาหรับพลเมืองใชร้ ่วมกันและการออกเอกสารสิทธใิ นท่ีดินในเขตปฏริ ปู ทด่ี ิน , เร่อื งเสร็จ
ท่ี 150/2539 เรอื่ ง การขอใช้ทดี่ ินในเขตปฏริ ปู ที่ดินเฉพาะสว่ นที่ ส.ป.ก. ไม่ประสงคจ์ ะดาเนินการปฏริ ูป
ข้อ 57. คาถาม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ.2543 ได้กาหนดเนื้อท่ีที่ควรอนุญาตใหผ้ ู้ขอแต่ละรายว่าไมค่ วรเกินกี่ไร
คาตอบ 10 ไร่ เวน้ แต่มเี หตอุ นั สมควร
ทมี่ า ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9
แห่งประมวลกฎห มายท่ดี ิน พ.ศ.2543
ขอ้ 58. คาถาม ท่ีดนิ สาธารณสมบตั ิของแผ่นดนิ ประเภทใดไมส่ ามารถออกหนังสือสาคัญสาหรับที่หลวงได้
คาตอบ ทางระบายน้าสาธารณะ
ทม่ี า ระเบยี บกรมท่ดี ิน วา่ ด้วยการออกหนงั สอื สาคัญสาหรบั ท่หี ลวง ขอ้ 3
ขอ้ 59. คาถาม คณะกรรมการทท่ี าหนา้ ท่ีวางนโยบายการจัดทีด่ นิ เพือ่ ให้ประชาชนอยู่อาศยั และหาเลีย้ งชพี คือ
คาตอบ คณะกรรมการจดั ทด่ี นิ แห่งชาติ
ทม่ี า มาตรา 14 ประกอบมาตรา 20 ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
ขอ้ 60. คาถาม ประธานคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ คือ
คาตอบ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
ที่มา มาตรา 14 แห่งประมวลกฎหมายทดี่ นิ
ขอ้ 61. คาถาม ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของ “ทบวงการเมือง” ตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ
คาตอบ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภมู ิภาค หรอื ราชการสว่ นท้องถิน่ หรือหน่วยงานอนื่ ของรัฐท่ไี ม่ใช่
รฐั วสิ าหกจิ
ที่มา มาตรา 1 ประมวลกฎหมายทด่ี ิน
31
ขอ้ 62. คาถาม ใครเป็นผู้มีอานาจสั่งเพิกถอนใบจองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยระเบียบว่าด้วยการจัดท่ีดินเพื่อ
ประชาชน พ.ศ. 2497
คาตอบ พนักงานเจ้าหนา้ ทผี่ อู้ อกใบจอง
ที่มา ระเบียบกรมท่ีดนิ วา่ ดว้ ยการเพกิ ถอนและจาหน่ายใบจองออกจากทะเบยี นทีด่ ิน พ.ศ.2527 ขอ้ 4 (3)
ข้อ 63. คาถาม ปัจจบุ นั ใครเปน็ ผู้ออกคาสัง่ ให้ผ้ทู ไ่ี ดร้ บั ใบจองออกไปจากที่ดินและขาดสิทธิที่จะพึงไดต้ ามระเบียบ
คาตอบ ผู้วา่ ราชการจังหวดั
ทม่ี า ตามคาสั่งกรมที่ดิน ท่ี 2184/2546 เร่ือง มอบอานาจของอธิบดีกรมที่ดินให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
แบบบรู ณาการปฏบิ ตั ริ าชการแทน
ข้อ 64. คาถาม ถ้าบุคคลที่ถูกส่งั ให้ออกจากท่ีดนิ ตามใบจองไมพ่ อใจคาสั่งให้ยื่นอุทธรณต์ อ่ ใคร อย่างไร
คาตอบ อุทธรณ์ตอ่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย ภายใน 30 วัน นับแตว่ นั ไดร้ ับคาส่ัง
ทม่ี า มาตรา 32 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
คาถาม : 65. ถ้าเจ้าหน้าท่ีผู้ทาคาสง่ั ทางปกครองพิจารณาแลว้ เหน็ ดว้ ยกบั คาอุทธรณ์จะดาเนินการอย่างไร
คาตอบ : เปลี่ยนแปลงคาส่ังทางปกครองตามความเหน็ ของตน ภายใน 30 วนั นับแต่วันท่ีไดร้ บั อทุ ธรณ์
ท่ีมา :พรบ.วิธีปฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ขอ้ 45
คาถาม : 66. คาสง่ั ทางปกครองท่ีอาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปได้ ถา้ มิไดแ้ จ้งกาหนดระยะเวลาสาหรบั การ
อุทธรณห์ รือการโต้แยง้ ไวด้ ้วย ถ้าระยะเวลาดงั กล่าวสนั้ กวา่ หน่งึ ปีจะมีผลอย่างไร
คาตอบ : ขยายเปน็ 1 ปี
ทม่ี า :พรบ.วิธีปฏิบัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ข้อ 40
คาถาม : 67. บคุ คลท่ไี ด้รบั การจดั แบ่งท่ีดินจากทางราชการแลว้ หากไมป่ ฏบิ ตั ิตามขอ้ บังคับ ระเบียบ ขอ้ กาหนด
หรอื เงอ่ื นไขของใคร จะตอ้ งออกจากที่ดิน
คาตอบ : คณะกรรมการจัดทดี่ นิ แหง่ ชาติ
ทีม่ า : ระเบียบว่าดว้ ยการจดั ทดี่ ินเพ่อื ประชาชน หมวด 7 ขอ้ 19
คาถาม : 68. ขอ้ ใดไม่ใช่อานาจหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการจัดทดี่ ินแหง่ ชาติ
คาตอบ : อนมุ ัติโครงการจดั ท่ดี นิ ทากนิ ใหช้ ุมชน
ท่มี า : ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 20
32
คาถาม : 69. ใครเป็นเจ้าหน้าที่ในการจัดทด่ี ินแปลงเลก็ แปลงนอ้ ย
คาตอบ : นายอาเภอทอ้ งที่
ที่มา : โครงการจัดทด่ี นิ เพื่อประชาชนอยู่อาศยั และกอบการทามาหาเล้ยี งชีพตามควรแกอ่ ตั ภาพ สว่ นท่ี 4 ขอ้ 8
คาถาม : 70.ท่านคิดวา่ “คณะกรรมการจัดท่ีดนิ แห่งชาติ” อนาคตควรอย่ใู นความรบั ผิดชอบของหนว่ ยงานใด
คาตอบ : กระทรวงมหาดไทย
ที่มา : อยรู่ ะหวา่ งเสนอแก้ไขใหค้ ณะกรรมการฯ กลบั มาอยูใ่ นความรับผดิ ชอบของกระทรวงมหาดไทย
คาถาม : 71. การเกดิ ของที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดนิ สาหรบั พลเมอื งใชร้ ่วมกนั ตามประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา 1304(2) มีได้กี่กรณี อะไรบา้ ง และสิ้นไปกก่ี รณี อะไรบ้าง
คาตอบ : - เกิดได้ 4 กรณี คอื เกิดจากสภาพธรรมชาติ เกดิ จากการใชป้ ระโยชน์รว่ มกนั ของประชาชน เกดิ โดย
ทางนติ ิกรรม และเกดิ โดยผลของกฎหมาย
- สิ้นไป 3 กรณี คือ ส้ันไปตามสภาพตัวทรัพย์นั้น ส้ินไปตามกฎหมายเฉพาะ และสิ้นไปตามมาตรา 8
วรรคสอง (1) แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
ที่มา : คาพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.229/2551
คาถาม : 72. การถอนสภาพตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) หรอื (2) ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง
คาตอบ : ทบวงการเมืองยื่นคาขอต่ออธิบดีสาหรับที่ดินในเขตกรุงเทพมหานคร ในเขตจังหวัดอ่ืนยื่นต่อผู้ว่าราชการ
จังหวดั ที่ทดี่ ินตงั้ อยู่
ท่ีมา : ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับการถอนสภาพการจัดข้ึนทะเบียนและการจัดหา
ผลประโยชนใ์ นทด่ี นิ ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ.2550
คาถาม : 73. การขอเปลี่ยนสภาพท่ีดนิ อนั เปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดินสาหรบั พลเมืองใชร้ ่วมกนั จากการใช้
เพ่อื สาธารณประโยชนอ์ ยา่ งหนงึ่ เปน็ อกี อยา่ งหน่ึง ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง
คาตอบ : ทบวงการเมืองยนื่ คาขอเปน็ หนงั สอื ตอ่ จังหวัดท่ีทีด่ นิ ตัง้ อยู่
ทม่ี า : ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดินสาหรับพลเมือง
ใชร้ ่วมกัน จากการใชเ้ พ่ือประโยชนอ์ ย่างหนง่ึ เปน็ อกี อย่างหนึ่ง พ.ศ.2543
คาถาม : 74. สานกั งานตารวจแหง่ ชาติขอถอนสภาพท่ีดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เพื่อ
นาไปเป็นทีก่ ่อสร้างกองกากับการตารวจชายแดงเขต 2 ตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ข้อเท็จจริง
ปรากฏว่า ประชาชนได้เลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นแล้ว สานักงานการปฏิรูปท่ีดินจังหวัดตรวจสอบแล้วแจ้งว่าได้มี
33
พระราชกฤษฎกี ากาหนดเขตปฏิรปู ท่ีดนิ เมอื่ พ.ศ.2550 ครอบคลุมท่ีดินแปลงดังกล่าว แต่ที่ดินอยู่นอกเขตดาเนินการ
ปฏริ ปู ที่ดนิ ถา้ ทา่ นเปน็ หัวหน้ากลุม่ วานวชิ าการท่ีดิน ทา่ นจะแนะนาสานักงานตารวจแห่งชาติอย่างไร
คาตอบ : แนะนาให้ดาเนนิ การเป็นเร่ืองการข้นึ ทะเบยี น ตามมาตรา 8 ทิว แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน โดยตอ้ ง
ได้รบั หนังสือยนิ ยอมจาก สปก. วา่ ไม่ประสงค์จะใชท้ ่ดี ินเพ่ือการปฏริ ปู ทีด่ ินเพื่อเกษตรกรรมตลอดไป
ท่ีมา 1. ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า เรือ่ งเสร็จท่ี 207/2537
2. ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสร็จท่ี 150/2539
3. หนงั สอื กรมทีด่ ิน ท่ี มท 0723/ว 10962 ลงวนั ที่ 4 พฤษภาคม 2544
คาถาม : 75. ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ บัญญตั วิ ่า ภายใต้บังคบั กฎหมายวา่ ด้วยการเหมืองแร่
และการปา่ ไม้ ท่ีดินของรัฐถ้ามิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าท่ีแล้วหามมิให้บุคคลใด...ฯลฯ และตามมาตรา 9/1
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน กาหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดินเสียค่าตอบแทนเป็น
รายปีใหแ้ ก่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืนท่ี
มีกฎหมายจัดต้ังที่ที่ดินได้รับอนุญาตตั้งอยู่...ฯลฯ การท่ีกฎหมายกาหนดให้เสียค่าตอบแทนเป็นรายปี พนักงาน
เจ้าหน้าท่ีจะอนุญาตใหบ้ คุ คลใช้ประโยชน์ในที่ดนิ ของรัฐนอ้ ยกวา่ 1 ปี ไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
คาตอบ : ได้ เพราะประมวลกฎหมายท่ีดนิ ไม่ได้กาหนดหลกั เกณฑ์ในการอนุญาตและอายุของใบอนุญาตไวใ้ น
กฎหมาย จึงเป็นดลุ พนิ ิจของผู้อนุญาตท่จี ะพิจารณาอนญุ าตตามทเี่ หน็ สมควร
ท่มี า : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา 9 มาตรา 9/1
2. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แหง่
ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543
3. ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสรจ็ ที่ 132/2524
คาถาม : 76. เทศบาลตาบลอรญั ประเทศ ต้องการซอื้ ทด่ี นิ ตามหลักฐานโฉนดท่ีดนิ เลขท่ี 1 ตาบลอรญั ประเทศ
อาเภออรัญประเทศ จงั หวัดสระแกว้ เนื้อท่ี 2 ไร่ ซึ่งมีอาณาเขตด้านทิศตะวันตกติดกับทุ่งเล้ียงสัตว์สาธารณประโยชน์
เพื่อใช้ประโยชน์เปน็ ท่ีก่อสร้างที่ทาการเทศบาลตาบลอรัญประเทศแห่งใหม่ เทศบาลตาบลอรัญประเทศได้นาเงินของ
เทศบาลเองไปจัดซื้อที่ดินตามหลักฐานโฉนดท่ีดินเลขที่ 1 ดังกล่าว ในราคา 5 ล้านบาท แต่เมื่อซื้อท่ีดินมาแล้ว ได้
จัดทาแผนงานโครงการก่อสร้าง ปรากฏว่า ที่ดินมีเน้ือท่ีน้อยเกินไป ไม่สามารถก่อสร้างที่ทาการของเทศบาลและ
ระบบสาธารณูปโภคตามแผนผังโครงการให้ครบถ้วนได้ เทศบาลอรัญประเทศเห็นว่าทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์
ทางดา้ นทศิ ตะวันตกซ่งึ มเี นือ้ ท่ปี ระมาณ 100 ไร่ ประชาชนได้เลิกใช้ประโยชน์ในท่ีดินแล้ว น่าจะนาที่ดินบางส่วนมา
ใช้เป็นท่ีทาการของเทศบาล และระบบสาธารณูปโภคตามแผนงานโครงการได้ครบถ้วน จึงได้จัดทาแผนงาน
โครงการ ขอถอนสภาพทุ่งเล้ียงสัตว์สาธารณประโยชน์บางส่วน เนื้อท่ีประมาณ 5 ไร่ ย่ืนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
34
สระแกว้ จงั หวัดสระแก้วได้ดาเนินการตามระเบียบและกฎหมายครบถ้วนแล้ว กระทรวงมหาดไทยได้เสนอพระราช
กฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินแปลงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เทศบาลตาบลอรัญประเทศได้ดาเนินการก่อสร้างที่ทาการ
เทศบาลและสาธารณูปโภคตามแผนงานโครงการลงในท่ีดินแปลงท่ีได้ขอถอนสภาพทั้งหมด โดยไม่ได้ดาเนินการใน
ท่ดี ินตามโฉนดที่ดนิ เลขท่ี 1 แต่อยา่ งใด ให้ท่านวินจิ ฉัยว่าที่ดนิ ตามโฉนดทด่ี นิ เลขท่ี 1 และทด่ี ินท่ีได้ถอนสภาพแล้วเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 หรือไม่ ประเภทใด และเป็นที่ราช
พัสดุหรอื ไม่ อยา่ งไร
คาตอบ : - แปลงตามโฉนดที่ดิน เลขท่ี 1 เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทสงวนไว้ใช้เพ่ือประโยชน์ของ
แผ่นดนิ โดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา 1304(3)
- แปลงที่ถอนสภาพ เป็นสาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดินประเภทสงวนไวใ้ ชเ้ พื่อประโยชน์ของแผ่นดนิ
โดยเฉพาะตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา 1304(3) และเปน็ ทร่ี าชพสั ดุ
ท่ีมา : 1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304
2. ประมวลกฎหมายที่ดนิ มาตรา 8 วรรคสอง (1)
3. พระราชบัญญัติท่รี าชพสั ดุ พ.ศ.2518
4. ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 101/2529
5. ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสร็จท่ี 695/2548
คาถาม : 77. ในปจั จบุ ันการสงวนหวงห้ามที่ดนิ รกร้างว่างเปล่าเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์รว่ มกนั ข้อใด
ตอ่ ไปนถี้ ูกตอ้ ง
คาตอบ : คณะกรรมการจัดทดี่ ินแห่งชาตมิ มี ติ และจัดทาประกาศการสงวนหวงหา้ มท่ดี นิ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนใช้
ประโยชน์ร่วมกัน
ท่ีมา : ตามข้อ 11 ของระเบยี บของคณะกรรมการจดั ท่ดี ินแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 9 (พ.ศ.2529)
คาถาม : 78. องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลแหง่ หนึ่ง ตอ้ งการขอใช้ประโยชนต์ ามมาตรา 9 ในท่สี าธารณประโยชนท์ ่ี
พลเมืองเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ท่ีดินตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน และ สปก. ได้มีหนังสือแสดง
ความประสงค์จะไม่นาท่ดี ินแปลงนี้มาดาเนนิ การปฏริ ปู ทด่ี นิ ตลอดไปแล้ว ขอถามว่า การอนุญาตให้ใช้ท่ีดินตามมาตรา
9 ขอ้ ใดต่อไปนี้ถูกต้อง
คาตอบ : ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดเป็นผูอ้ นุญาต โดยไมต่ ้องไดร้ ับอนมุ ตั ิจากกระทรวงมหาดไทย
ที่มา : เน่ืองจากท่ีดินแปลงนีถ้ ูกถอนสภาพจากการเปน็ ทดี่ นิ สาหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแล้ว จึงเป็นทีด่ นิ รกรา้ ง
ว่างเปล่า การอนุญาตตามมาตรา 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงอนุญาตได้ โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากระทรวงมหาดไทย
ตามข้อ 22(2) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่ง
35
ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ.2543 ความเห็นกฤษฎกี า เร่ืองเสรจ็ ที่ 313/2525 บันทึกเรื่อง การตีความพระราชบัญญัติ
การปฏิรูปทด่ี ินเพ่ือเกษตรกรรม พ.ศ.2518 (การถอนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้
รว่ มกัน
คาถาม : 79. ปจั จุบนั การนาท่ีดินรกรา้ งว่างเปล่าไปใหท้ บวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการจะต้องดาเนนิ การ
อย่างไร ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ
คาตอบ : นาข้นึ ทะเบียนเพ่ือให้ทบวงการเมืองใชป้ ระโยชน์ในราชการ
ทีม่ า : มาตรา 8 ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
คาถาม : 80. การนาทดี่ นิ รกร้างวา่ งเปล่าไปใหท้ บวงการเมืองใชป้ ระโยชนใ์ นราชการ ข้อใดต่อไปนถี้ กู ตอ้ ง
คาตอบ : รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศการขนึ้ ทะเบยี นท่ีดิน
ที่มา : ตามมาตรา 8 ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน
คาถาม : 81. ผูไ้ ดร้ บั อนุญาตให้ใชท้ ดี่ นิ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ หากประสงค์จะขอตอ่
ใบอนญุ าตจะตอ้ งยื่นขอตอ่ ก่อนใบอนญุ าตส้นิ อายุไม่น้อยกว่าก่ีวัน และใครเป็นผอู้ นุญาตในการต่อใบอนุญาต
คาตอบ : 240 วัน ผวู้ ่าราชการจงั หวดั
ท่มี า : คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันท่ี 16 มนี าคม 2538 และระเบยี บกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ พ.ศ.2543
คาถาม : 82. จังหวดั ตอ้ งการนาท่เี ลย้ี งสัตว์สาธารณประโยชน์ซึ่งในปัจจุบนั หมดความจาเปน็ ในการใชเ้ ป็นทีเ่ ล้ยี ง
สัตว์ ไปดาเนินการแก้มลิงเพื่อเป็นแหล่งน้าสาธารณประโยชน์โดยประชาชนยังคงใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ท่านจะมี
แนวทางในการดาเนนิ การอยา่ งไร
คาตอบ : ดาเนินการเปล่ียนสภาพที่ดินตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยการเปลย่ี นสภาพทีด่ นิ ฯ พ.ศ.
2543
ทม่ี า : เนอ่ื งการดาเนนิ การโครงการดงั กล่าวมีลกั ษณะเปน็ การเปล่ยี นแปลงวธิ กี ารใช้ประโยชน์รว่ มกันของ
ประชาชนในที่ดนิ สาหรับพลเมอื งใชร้ ว่ มกันเทา่ น้ัน ประชาชนยังคงใช้ประโยชน์ไดร้ ว่ มกันเชน่ เดิม
คาถาม : 83. ท่ดี ินท่ีงอกออกจากทที่ าเลเลี้ยงสัตวสาธารณประโยชน์ตามสภาพธรรมชาติ ลงไปในทะเล จะมี
สภาพเป็นทด่ี นิ ประเภทใด
คาตอบ : ท่ีดนิ สาธารณประโยชน์
ท่ีมา : เทียบเคียงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า เรอื่ งเสรจ็ ท่ี 99/2526
36
คาถาม : 84. หน่วยงานใดไมเ่ ป็นทบวงการเมืองตามความหมายของประมวลกฎหมายท่ีดิน
คาตอบ : การไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย
ทมี่ า : ประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา 1 ทบวงการเมือง
คาถาม : 85. การถอนสภาพท่ีดนิ สาหรบั พลเมืองใชร้ ว่ มกัน ถ้าทบวงการเมือง รฐั วสิ าหกิจ หรอื เอกชนจดั หาร
ทดี่ นิ มาใหพ้ ลเมอื งใชร้ ่วมกนั แทนแล้ว ตามมาตรา 8(1) แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ต้องออกกฎหมายประเภทใด
คาตอบ : พระราชบัญญัติ
ที่มา : ประมวลกฎหมายท่ดี นิ มาตรา 8
คาถาม : 86. การออกใบจองถ้าได้รับอนญุ าตให้จับจองทดี่ นิ ต้องเริ่มทาประโยชนใ์ นทีด่ ินภายในเวลาเท่าใด และ
ตอ้ งทาประโยชน์ในทดี่ นิ ให้แล้วเสร็จภายในเวลาเท่าใด
คาตอบ : เริ่มทาประโยชนภ์ ายใน 6 เดือน ใหแ้ ล้วเสร็จภายใน 3 ปี
ทม่ี า : ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 30, 32 ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดท่ีดินเพ่ือ
ประชาชน
คาถาม : 87. ท่ีดนิ ประเภทใด ท่สี ามารถออกหนงั สอื สาคญั สาหรบั ทหี่ ลวง (นสล.) ได้
คาตอบ : ทดี่ นิ ทีเ่ ทศบาลจัดซ้อื มาเพ่ือประโยชนใ์ นการดาเนนิ การก่อสรา้ งระบบกาจดั ขยะมูลฝอยแบบครบวงจร
ที่มา : มาตรา 8 ตรี แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ , ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสรจ็ ที่ 695/2548 ,
พระราชบญั ญตั ทิ ีร่ าชพัสดุ พ.ศ.2518 มาตรา 4
คาถาม : 88. ทดี่ ินทีไ่ ดส้ งวนหวงหา้ มไวเ้ ปน็ ทุ่งเล้ยี งสัตวส์ าหรับพลเมอื งใช้ประโยชน์ร่วมกนั ตามพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พุทธศักราช 2478 ต่อมา เม่ือ
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ.2497 ใช้บังคับบัญญัติ มาตรา 4 ให้มีผลยกเลิกพระราชบัญญัติว่า
ด้วยการหวงหา้ มทีด่ นิ รกรา้ งว่างเปลา่ ฯ สถานะของท่ีดนิ สงวนหวงหา้ มดงั กล่าวเปน็ ประการใด
คาตอบ : ยังคงเปน็ ท่ีสงวนหวงหา้ มอยู่ตอ่ ไป ตามมาตรา 10 แหง่ พระราชบัญญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ีดนิ
พ.ศ.2497
ที่มา : มาตรา 10 พระราชบัญญตั ิใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ.2497
คาถาม : 89. ถ้ากรุงเทพมหานครต้องการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ในเขตกรุงเทพมหานคร ท่ีพลเมืองเลิกใช้
ประโยชนร์ ่วมกนั แล้ว เพอ่ื เปน็ ท่ตี งั้ สานกั งานเขต จะต้องแสดงความประสงค์ขอถอนสภาพตอ่ ใคร
คาตอบ : อธบิ ดีกรมทีด่ ิน
37
ท่มี า : ตามขอ้ 11 ของระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยวธิ ีปฏิบตั เิ กี่ยวกบั การถอนสภาพการจดั ข้ึนทะเบียนที่ดิน
และการจัดหาประโยชนใ์ นทด่ี นิ ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ.2550
คาถาม : 90. ผู้ใดเป็นผู้มีอานาจในการตรวจสอบสิทธิในท่ีดินของผู้คัดค้านในการออกหนังสือสาคัญสาหรับ
ท่ีหลวง กรณีทีผ่ ู้คดั ค้านมีหลักฐานแสดงสทิ ธใิ นทด่ี ินตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ วา่ ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรอื ไม่
คาตอบ : ผู้ว่าราชการจังหวดั
ทม่ี า : กฎกระทรวง ฉบับท่ี 45 (พ.ศ.2537 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ.
2497 ข้อ 2(2)
คาถาม : 91. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
คาตอบ : - ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั กรณีการเขา้ ไปยดึ ถอื ครอบครอง รวมถงึ การก่นสร้าง หรอื เผาป่า
- ผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีการขุดหรือดูดทราย การเก็บหินลอย การกระทาสิ่งหน่ึงสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่
ทรพั ยากรในท่ีดิน
ทม่ี า : คาสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันท่ี 16 มีนาคม 2538 (อธิบดีกรมท่ีดินจะเป็นพนักงาน
เจ้าหนา้ ที่ กรณีการระเบดิ และย่อยหนิ การขดุ ตกั ดนิ ลกู รงั หรอื หนิ ผุ ในบริเวณที่เขาหรือภูเขา และปริมณฑลรองท่ีเขา
หรือภูเขา 40 เมตร ที่รัฐมนตรียังมิได้ประกาศกาหนดพ้ืนที่น้ันเป็นแหล่งหินปูนหรือดินลูกรัง หรือหินผุ เพื่อการ
กอ่ สร้างเทา่ น้ัน
คาถาม : 92. ข้อใดเป็นหลักฐานแสดงสิทธิในท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 45 (พ.ศ.
2537) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิให้ใช้ประมวลกฎหมายทด่ี ิน พ.ศ.2497 ขอ้ 2
คาตอบ : หลักฐานแจ้งการครอบครองทีด่ ิน (ส.ค.1)
ทมี่ า : กฎกระทรวงฉบับท่ี 45 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.
2499 ข้อ 2 (1)(2)
คาถาม : 93. กรณีต่อไปนี้ข้อใดท่ีไม่ต้องขออนุญาตแผ้วถาง ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พระ
พุทธศกั ราช 2484
คาตอบ : การขุดลอกแหล่งน้าสาธารณประโยชน์ที่ต้ืนเขิน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการขุดลอก
แหล่งนา้ สาธารณประโยชนท์ ี่ต้ืนเขนิ พ.ศ.2547
ทม่ี า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เรอ่ื งเสร็จที่ 921/2558
คาถาม : 94. ข้อใดต่อไปนี้ มิได้เป็นเอกสารที่ทางราชการทาข้ึนตามหลักเกณฑ์การพิสูจน์หลักฐานการครอบครอง
ที่ดินของราษฎร ในทีด่ นิ ของรัฐของคณะกรรมการแกไ้ ขปญั หาการบุกรุกทีด่ ินของรัฐ (กบร.)
38
คาตอบ : หลักฐานการแจ้งการครอบครองทีด่ นิ (ส.ค.1)
ที่มา : - หลักเกณฑ์การพิสูจน์หลักฐานการครอบครองที่ดินของราษฎรในท่ีดินของรัฐ ของคณะกรรมการแก้ไข
ปญั หาการบุกรุกท่ดี ินของรัฐ (กบร.)
- คาพิพากษาศาลฎกี า 285/2507
คาถาม : 95. กระทรวงกลาโหม มีความประสงค์จะนาท่ีดินบริเวณปากทางเข้าแม่น้าตะโก้ ตาบลปากตะโก อาเภอ
ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ข้ึนทะเบียนเพ่ือให้กองทัพเรือใช้เป็นท่ีต้ังกระโจมไฟ สาหรับช่วยในการเดินเรือ โดยที่ดิน
ดังกล่าวเป็นท่ีรกร้างว่างเปล่า และเป็นท่ีตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2523 เร่ืองการ
กาหนดบริเวณท่ีหวงห้ามตามมาตรา 9 (2) แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน จะต้องดาเนินการอยา่ งไร
คาตอบ : - ประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง ขอขึ้นทะเบียนเพ่ือให้ทบวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการตามาตรา
8 ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
- ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอ่ื ง การถอนการหวงห้ามในทีด่ ินบริเวณดงั กลา่ ว
ทมี่ า : ความเหน็ คณะกรรมการพจิ ารณาปญั หาขอ้ กฎหมาย กรมท่ดี นิ ครง้ั ที่ 6/2542
คาถาม : 96. เมือ่ ข้อเทจ็ จรงิ ปรากฏว่า ได้มกี ารรงั วดั ตรวจสอบท่ดี นิ สาธารณประโยชนด์ อนแตงใหญ่ ตาม
หลักฐานหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง เลขที่ 15963 ตาบลหางน้าสาคร อาเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ปรากฏว่า มี
ราษฎรคดั คา้ นโตแ้ ย้งสิทธิ์ จานวน 2 ราย ผลการรังวัดเจ้าของที่ดินข้างเคียงรับรองแนวเขตครบ ผู้มีอานาจหน้าที่ดูแล
รกั ษาไมข่ ัดขอ้ ง รปู แผนทแี่ ละเนือ้ ที่แตกต่างมากกวา่ เดิม กรณีดงั กล่าวจะตอ้ งดาเนนิ การอย่างไรต่อไป
คาตอบ : เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดมีคาสั่งแก้ไขรูปแผนท่ี เนื้อที่ ตามผลการรังวัด เสร็จแล้วแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้คัดค้านทราบ
หากมีความประสงค์จะอทุ ธรณ์คาสั่งก็ให้ไปใช้สิทธิตามพระราชบัญญตั วิ ิธปี ฏบิ ัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ต่อไป
ทม่ี า : - ระเบียบกรมทด่ี นิ วา่ ด้วยการเพิกถอน แก้ไขหนงั สือสาคัญสาหรบั ทหี่ ลวง พ.ศ.2529
- หนังสือกรมท่ีดนิ ท่ี มท 0511.4/12745 ลงวนั ท่ี 26 เมษายน 2548
คาถาม : 97. อธิบดีกรมที่ดินมีอานาจการจัดหาผลประโยชน์ในท่ดี ินประเภทใด
คาตอบ : ท่ดี นิ ของรฐั ทมี่ ไิ ด้มีบุคคลใดครอบครองและมิใชส่ าธารณสมบตั ิของแผน่ ดินที่พลเมืองใชร้ ว่ มกนั
ที่มา : มาตรา 10 ประกอบข้อหารือกฤษฎีกา เรื่องเสร็จท่ี 1821/2559
คาถาม : 98. การอนุญาตขดุ ตักดนิ ลกู รงั หรือหินผบุ ริเวณที่เขาหรือภเู ขาทรี่ ัฐมนตรยี งั มิไดป้ ระกาศกาหนดพื้นที่
เปน็ แหลง่ หนิ ลูกรังหรอื หนิ ผูเพอ่ื การกอ่ สร้าง พนกั งานเจา้ หน้าท่ผี พู้ ิจารณาอนญุ าตเป็นผูใ้ ด
คาตอบ : อธบิ ดกี รมท่ดี ิน
ทมี่ า : คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ข้อ 1
39
คาถาม : 99. วัดบางเตยมีความประสงคข์ อให้โอนลารางสาธารณประโยชน์ทห่ี มดสภาพการใชแ้ ละประชาชนเลิก
ใชแ้ ลว้ ให้แก่วดั บางเตยจะต้องดาเนินการอยา่ งไร
คาตอบ : ดาเนินการตราพระราชบัญญัติโอนที่ดินให้แก่วัดบางเตย ตามนัยมาตรา 1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ และมาตรา 8 ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
ทม่ี า : มาตรา 8 ประมวลกฎหมายท่ีดนิ , มาตรา 1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และข้อหารือกฤษฎีกา
เรือ่ งเสรจ็ ท่ี 181/2525
คาถาม : 100. ที่ดินอนั เปน็ สาธารณสมบตั ิของแผ่นดนิ ทีป่ ระชาชนเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกนั ต่อมามีการประกาศ
พระราชกฤษฎีกากาหนดเขตปฏิรูปท่ีดิน และ สปก. ไม่มีความประสงค์นาไปปฏิรูปที่ดิน หากทบวงการเมืองมีความ
ประสงคจ์ ะใชท้ ี่ดินดงั กล่าวเปน็ ทต่ี ัง้ ทบวงการเมือง จะต้องดาเนินการตามประมวลกฎหมายท่ดี นิ อย่างไร
คาตอบ : ทบวงการเมืองขอจัดขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการต่อรัฐมนตรี ตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี ิน โดยไมต่ ้องถอนสภาพตามมาตรา 8 แตอ่ ยา่ งใด
ท่มี า : มาตรา 8 ทวิ ประกอบข้อหารือกฤษฎีกา เร่ืองเสร็จที่ 207/2537
คาถาม : 101. องคป์ ระกอบของคณะกรรมการจดั ทด่ี ินแหง่ ชาติ ขอ้ ใดถูก
คาตอบ : รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม เป็นประธาน ผู้อานวยการสานักนโยบายและ
แผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม เป็นกรรมการและเลขาธกิ าร ผู้ทรงคุณวุฒอิ น่ื ไมเ่ กนิ 7 คน
ท่ีมา : มาตรา 14 ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
คาถาม : 102. ผูม้ อี านาจหน้าทีใ่ นการดูแลรักษา คมุ้ ครองปอ้ งกัน ที่เขา ที่ภูเขา ปรมิ ณฑลรอบภูเขา หรอื เขา 40
เมตร พน้ื ทที่ ม่ี ีความลาดชนั โดยเฉลี่ย 35% ข้นึ ไป ได้แกห่ น่วยงานใด
คาตอบ : ทบวงการเมอื งผ้รู ับมอบหมายจากรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย
ท่ีมา : ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 , ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(1) , คาสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี
505/2552 ลงวันท่ี 20 พฤศจิกายน 2552 , หนงั สอื กรมทดี่ ิน ที่ มท 0729.4/ว 33944 ลงวนั ที่ 27 ธันวาคม 2544
คาถาม : 103. กรณีใดถือเป็นหนังสือรบั รองการทาประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายท่ดี ิน
คาตอบ : - แบบหมายเลข 3 ออกภายหลังประมวลกฎหมายทดี่ นิ
- แบบหมายเลข 3 ออกก่อนประมวลกฎหมายท่ีดิน และมีการแจ้ง ส.ค.1
ที่มา : ประมวลกฎหมายทีด่ นิ มาตรา 1
40
คาถาม : 104. การขออนญุ าตใชท้ ี่ดินสาธารณประโยชน์ท่พี ลเมืองใชร้ ว่ มกันในพนื้ ที่เขตดอนเมือง บุคคลใดเป็น
พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน และตามคาสั่ง
กระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวนั ท่ี 16 มนี าคม 2538
คาตอบ : ผูว้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร
ทมี่ า : ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 3 , คาส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2538 ,
ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสรจ็ ที่ 1042/2557
คาถาม : 105. ตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ มาตรา 31 กรณีออกหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นที่ดนิ โดยอาศยั หลกั ฐานใบ
จอง มีขอ้ กาหนดหา้ มโอนนับแตว่ ันทอ่ี อกหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี นิ อยา่ งไร
คาตอบ : ใบจองออกในวันท่ี 14 ธนั วาคม 2515 ห้าโอนภายในกาหนด 10 ปี
ทม่ี า : ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 31
คาถาม : 106. เม่ือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกาหนดท้องท่ี และวันเรมิ่ ต้นของการสารวจตามมาตรา 58 วรรคสอง
แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน การแจ้งการครอบครองที่ดนิ ตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน นาแจ้งต่อบุคคลใด
คาตอบ : นายอาเภอทอ้ งทที่ ยี่ ังไม่ยกเลิกอานาจนายอาเภอ และเจ้าพนักงานทดี่ ิน ในกรณยี กเลกิ อานาจ
นายอาเภอ
ทม่ี า : ประมวลกฎหมายท่ีดินมาตรา 27 ตรี
คาถาม : 107. กรณที ม่ี ีการแจ้งการครอบครองทดี่ ิน ตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน โดยไม่ชอบ
ดว้ ยกฎหมาย การสัง่ จาหนา่ ยบัญชีรับแจง้ การครองครองที่ดิน (ส.ค.2) เป็นอานาจหนา้ ทข่ี องบคุ คลใด
คาตอบ : ผ้วู ่าราชการจงั หวัด
ที่มา : ประมวลกฎหมายท่ดี นิ มาตรา 27 ตรี , หนงั สอื กรมทดี่ นิ ท่ี มท 0669/ว 14280 ลงวนั ที่ 20 สิงหาคม 2517
คาถาม : 108. หนว่ ยงานใดไมใ่ ชท่ บวงการเมอื ง ตามมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ
คาตอบ : สานักงานท่ีดนิ จังหวัด และศูนยอ์ านวยการเดนิ สารวจ
ทม่ี า : ประมวลกฎหมายท่ดี นิ มาตรา 1
คาถาม :109. ข้อใดต่อไปนไ้ี มถ่ กู ตอ้ ง
คาตอบ : ในกรณที ่ีรัฐมนตรมี อบหมายใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ เป็นผูจ้ ัดหาผลประโยชนต์ ามมาตรา 11
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ ผลประโยชนท์ จ่ี ดั เก็บได้ ให้สง่ เปน็ เงนิ รายไดแ้ ผ่นดนิ
ทม่ี า :ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 10 และ 11 , กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2500) , คาสั่งที่ 193/2501 ลง
วันท่ี 13 มีนาคม 2501 เรอื่ ง ระเบยี บการจัดหาผลประโยชนใ์ นท่ีดนิ ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายทด่ี ิน
41
คาถาม :110. ข้อใดต่อไปน้ี เปน็ คากลา่ วทีไ่ มถ่ กู ต้อง
คาตอบ :บ้านพกั ขา้ ราชการ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ท่มี า : ความเหน็ ของคณะกรรมการกฤษฎกี า เร่ืองเสร็จ ท่ี 230/2512
บนั ทกึ เรือ่ ง การตีความในมาตรา 1304 แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
คาถาม : 111. บคุ คลใดดงั ตอ่ ไปน้ี มิได้เปน็ คณะกรรมการใน “คณะกรรมการจัดทด่ี นิ แห่งชาติ”
คาตอบ : อธบิ ดกี รมท่ดี นิ
ทีม่ า : มาตรา 14 แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ นิ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ที่ 334 ลงวันท่ี
13 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 และแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการปฏิรูประบบราชการ ตามมาตรา 4 แห่งพระ
ราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอานาจหน้าท่ีของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
ปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545
คาถาม : 112. ขอ้ ใดตอ่ ไปนีไ้ มใ่ ช่องคป์ ระกอบของคณะกรรมการพจิ ารณาอนุญาตใหด้ ูดทราย ตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการอนุญาตใหด้ ูดทราย พ.ศ.2546
คาตอบ : อธบิ ดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือผู้แทน
ที่มา : ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการอนุญาตให้ดดู ทราย พ.ศ.2546 ขอ้ 5
คาถาม : 113. คาส่งั กระทรวงมหาดไทย ท่ี 109/2538 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2538 กาหนดใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั
เป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ีในเขตท้องที่จังหวัด สาหรับการอนุญาตให้เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้าง
หรอื เผาปา่ โดยมิได้ระบุถึงการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจอนุญาตในเขตกรุงเทพมหานคร ดังน้ัน หากบริษัท
ในฝัน จากัด มีความประสงค์จะขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐประเภทท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของ
แผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการ
อนญุ าตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ.2543 ในเขตพ้ืนที่กรุงเทพมหานคร ผู้ใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ในการอนญุ าตดงั กลา่ ว
คาตอบ : ผ้วู ่าราชการจังหวดั กรงุ เทพมหานคร
ที่มา :ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสร็จที่ 396/2549
คาถาม : 114. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของทบวงการเมืองตามนยั มาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายท่ดี ิน
คาตอบ : หนว่ ยงานอ่นื ของรฐั ที่เปน็ รัฐวสิ าหกิจซง่ึ จัดตัง้ โดยพระราชบัญญตั ิ
ทม่ี า : ความหมายทบวงการเมอื งตามมาตรา 1 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน
คาถาม : 115. ข้อใดไมใ่ ช่อานาจหนา้ ทีข่ องคณะกรรมการจัดท่ีดนิ แห่งชาติ
42
คาตอบ : ให้ความเห็นชอบที่สงวนหวงห้าม ตามพระราชบัญญตั วิ ่าด้วยการหวงห้ามทดี่ ินรกร้างวา่ งเปล่าอนั เปน็
สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดิน พทุ ธศกั ราช 2478
ทีม่ า : มาตรา 20 แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดิน
คาถาม : 116. เทศบาลเมอื งบ้านใหม่ ไดจ้ ดั ซ้ือทีด่ นิ เพ่อื จัดทาโครงการกอ่ สร้างระบบกาจัดขยะมูลฝอยโดยอาศยั
งบประมาณของเทศบาล แต่เน่ืองจากเทศบาลได้รับอุทิศท่ีดินแปลงอ่ืนจากเอกชนและสภาพพ้ืนที่มีความเหมาะสมใน
การจัดทาโครงการมากกวา่ กรณเี ชน่ น้ี หากเทศบาลมีความประสงคจ์ ะโอนขายท่ีดินแปลงท่ีซ้ือมาดังกล่าว จะสามารถ
กระทาไดห้ รอื ไม่
คาตอบ : สถานะทีด่ ินเป็นสาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ ใชเ้ พ่อื ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะตามาตรา 1304(3) แห่ง
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ การโอนที่ดินจึงตกอยู่ในบังคับของบทบัญญัติมาตรา 1305 แห่งประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์ โดยตราเป็นพระราชบญั ญตั ติ ามขน้ั ตอน มาตรา 8 แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ
ท่มี า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เร่ืองเสร็จที่ 695/2548
คาถาม : 117. กรมทางหลวงประสงคจ์ ะขอสร้างถนนข้นึ ใหม่ ผ่านท่ที าเลเลย้ี งสตั ว์สาธารณประโยชน์ จะตอ้ ง
ดาเนนิ การอยา่ งไร
คาตอบ : ขอเปลย่ี นสภาพจากการใชเ้ พอื่ สาธารณประโยชน์อยา่ งหนง่ึ เป็นอีกอย่างหนง่ึ
ท่มี า : ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการเปล่ยี นสภาพที่ดินสาธารณประโยชนจ์ ากการใช้เพอื่
สาธารณประโยชนอ์ ย่างหนง่ึ เปน็ อกี อย่างหนึ่ง พ.ศ.2543
คาถาม : 118. คาส่งั กระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวนั ท่ี 16 มีนาคม 2538 กาหนดให้ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด
เป็นพนักงานเจ้าหนา้ ท่ใี นเขตท้องท่จี งั หวัด สาหรบั การอนญุ าตให้เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้าง
หรอื เผาปา่ โดยมิได้ระบุถึงการแต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีผู้มีอานาจอนุญาตในเขตกรุงเทพมหานคร ดังน้ัน หากบริษัท
ในฝัน จากัด มีความประสงค์จะขออนุญาตประกอบกิจการในท่ีดินของรัฐประเภทที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของ
แผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการ
อนุญาตตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ.2543 ในเขตพื้นท่ีกรุงเทพมหานคร ผู้ใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่
การอนญุ าตดงั กลา่ ว
คาตอบ : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ทีม่ า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ท่ี 396/2549
43
คาถาม : 119. ทีช่ ายตล่ิงในแม่น้าปิงเกดิ ต้ืนเขนิ เองตามธรรมชาติ ทาให้เกดิ เปน็ ทด่ี นิ รมิ แมน่ ้าท่ีนา้ ทว่ มไม่ถงึ อีก
ต่อไป เทศบาลเมืองตากได้มโี ครงการจะปรบั ปรงุ ภมู ทิ ศั นบ์ ริเวณดังกล่าว กรณจี ึงมีปัญหาว่าพ้ืนท่ีดินบริเวณชายตล่ิงที่
เกิดการตื้นเขินเองตามธรรมชาตินั้นเป็นที่ดินประเภทใด และหน่วยงานใด มีหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินดังกล่าว ข้อใด
ต่อไปนถ้ี ูกตอ้ ง
คาตอบ : เปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผ่นดนิ สาหรบั พลเมืองใชร้ ว่ มกนั อยใู่ นความดแู ลรกั ษาของนายอาเภอและ
เทศบาลเมืองตาก
ท่มี า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสรจ็ ท่ี 260/2538 และเรือ่ งเสร็จท่ี 504/2549 ประกอบ
พระราชบัญญัตลิ กั ษณะปกครองท้องท่ี พทุ ธศกั ราช 2457
คาถาม : 120. นายสาธิตไดร้ บั อนุญาตให้ดดู ทรายในแม่นา้ มูล ในทอ้ งทอี่ าเภอเมอื งอบุ ลราชธานี จงั หวัด
อุบลราชธานี ในระหว่างทป่ี ระกอบกจิ การดูดทราย ปรากฏว่า นายสาธิตได้ทาการดูดทรายจนทาให้เกิดความเสียหาย
แก่ทรัพย์สินของทางราชการ ผู้ใดมีอานาจพิจารณาส่ังให้นายสาธิตหยุดทาการดูดทรายหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดูด
ทรายของนายสาธิต
คาตอบ : ผูว้ ่าราชการจังหวดั อบุ ลราชธานี ซึ่งไดร้ บั มอบหมายจากรฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทมี่ า : ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยการอนญุ าตใหด้ ูดทราย พ.ศ.2546 ข้อ 22 ประกอบคาส่งั
กระทรวงมหาดไทย ท่ี 799/2558 ลงวันที่ 25 กันยายน 2558
คาถาม : 121. นายอาเภอย่นื คาขอรังวัดตรวจสอบท่ดี ิน ตามหลกั ฐานหนังสอื สาคญั สาหรับที่หลวง แปลง “ป่าช้า
สาธารณประโยชน์” ซ่ึงอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ผลการรังวัดได้รูปแผนที่เนื้อท่ีเปลี่ยนแปลงจากเดิม
แต่ปรากฏว่า ธนารักษ์พ้ืนท่ีได้ขอคัดค้าน โดยอ้างว่าเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง จะมี
แนวทางดาเนนิ การอยา่ งไร
คาตอบ : ใหต้ รวจสอบแลว้ สง่ เรอ่ื งใหก้ รมที่ดนิ เพอื่ พจิ ารณาเสนอรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยพจิ ารณาสงั่ การ
ทมี่ า : ระเบียบกรมทดี่ ิน วา่ ดว้ ยการเพิกถอน แกไ้ ข หนงั สือสาคญั สาหรบั ทีห่ ลวง พ.ศ.2529
คาถาม : 122. ทปี่ า่ ชา้ สาธารณประโยชน์ เดิมประชาชนใช้เผาและฝังศพมาหลายสิบปี เนอื้ ทปี่ ระมาณ 20 ไร่
ต่อมาไม่มีการเผาหรือฝังศพ ได้มีการทาพิธีล้างป่าช้าแล้ว ต่อมาได้มีการสร้างโรงเรียนข้ึนในท่ีดินดังกล่าวท้ังแปลง
โดยมีการนาข้ึนทะเบียนท่ีราชพัสดุไว้แล้ว ท่ีดินดังกล่าวจะมีสภาพเป็นที่ดินประเภทใด และหากองค์การบริหารส่วน
ตาบลประสงค์จะขอแบ่งท่ีดนิ จากโรงเรียนเพือ่ สร้างศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ จะตอ้ งดาเนินการอย่างไร
คาตอบ : เปน็ ทีส่ าธารณสมบัติของแผน่ ดินสาหรับพลเมืองใช้รว่ มกัน ตอ้ งขอถอนสภาพตามมาตรา 8 วรรคสอง
(1) แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน
44
ทม่ี า : คาพิพากษาศาลฎีกา ท่ี 1933/17 , ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพฯ
พ.ศ.2550
คาถาม : 123. ข้อใดมิได้เป็นการสน้ิ ไปของท่ีดินอันเปน็ สาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน
คาตอบ : การส้ินไปเพราะประชาชนเลิกใชป้ ระโยชน์รว่ มกันแล้ว
ที่มา :- คาพิพากษาศาลฎีกา ที่ 428/11
- คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ 229/51
คาถาม : 124. ถา้ บคุ คลที่ถูกสงั่ ใหอ้ อกจากทดี่ นิ ตามใบจองไม่พอใจในคาส่งั ใหย้ ่ืนอทุ ธรณ์ตอ่ ใคร อย่างไร
คาตอบ : อทุ ธรณต์ ่อรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย ภายใน 30 วัน นับแตว่ ันไดร้ ับคาสงั่
ท่มี า : มาตรา 32 ประมวลกฎหมายที่ดิน
คาถาม : 125. ท่ดี ินสาธารณประโยชนป์ ระจาหม่บู ้านซง่ึ ราษฎรได้ใช้ประโยชนร์ ว่ มกัน ทากิจกรรมจดั งาน
ประเพณตี ่างๆ รว่ มกนั ต่อมาองคก์ ารบริหารสว่ นตาบลได้ของบประมาณเพื่อสร้างศาลาเอนกประสงค์เพ่ือให้ราษฎรใช้
ประโยชน์ร่วมกันเป็นศูนย์รวมในการประกอบกจิ กรรมของหมูบ่ ้าน จะต้องดาเนนิ การอย่างไร
คาตอบ : เป็นการปรับปรงุ พฒั นา สามารถดาเนนิ การได้เลย
ที่มา : หนงั สือกรมทีด่ ิน ดว่ นท่สี ดุ ที่ มท 0511.3/ว 29466 ลงวันท่ี 4 ธนั วาคม 2558
คาถาม : 126. ข้อใดต่อไปนไ้ี ม่ถกู ต้อง ในกรณหี นงั สอื สาคัญสาหรับที่หลวง ฉบบั ผดู้ แู ลรักษาสญู หาย
คาตอบ : ประกาศออกใบแทน 30 วนั ในกรณสี ญู หาย
ทีม่ า : ระเบียบกรมที่ดนิ วา่ ด้วยการออกหนังสอื สาคญั สาหรบั ท่ีหลวง พ.ศ.2517
คาถาม : 127. ใครเปน็ ผู้มีอานาจในการอนญุ าตตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน ในการเข้าใช้ประโยชน์
ในที่ดินของรัฐ ที่งอกออกจากท่ีดนิ ปา่ สงวนแห่งชาติ
คาตอบ : ผู้วา่ ราชการจังหวดั
ที่มา :- คาสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี 109/2538 เร่ือง แต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา 9 แห่งประมวล
กฎหมายทีด่ ิน
- ความเห็นกฤษฎีกา เร่ืองเสรจ็ ท่ี 99/2526 บนั ทกึ เรื่อง ปัญหาเกย่ี วกับทดี่ นิ ป่าสงวนแห่งชาตเิ กดิ ทง่ี อก
ริมตลงิ่
45
คาถาม : 128. อธบิ ดีกรมที่ดนิ มีคาสง่ั ให้นายใหมอ่ อกจาที่ดนิ เนื่องจากไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามเงอ่ื นไขของคณะกรรมการ
จัดที่ดินแห่งชาติ นายใหม่ไม่พอใจและได้ย่ืนอุทธรณ์คาส่ังภายในกาหนด นายอาเภอท้องท่ีรับอุทธรณ์เ ม่ือวันท่ี 1
มกราคม 2514 และผู้มอี านาจพิจารณาอุทธรณ์รับเร่ืองเม่ือวันที่ 15 มกราคม 2514 การวินิจฉัยสั่งการของผู้มีอานาจ
พจิ ารณาอุทธรณ์ข้อใดถูกตอ้ ง
คาตอบ : หากรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยมไิ ดว้ นิ ิจฉัยส่ังการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2514 ถือ
ว่าผอู้ ทุ ธรณ์มีสทิ ธคิ รอบครองทด่ี นิ นนั้ ต่อไป
ทม่ี า : มาตรา 32 วรรคสอง ประกอบข้อหารอื กฤษฎกี า เรอื่ งเสรจ็ ที่ 64/2535
คาถาม : 129. ท่ีดินอนั เปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดินท่ีประชาชนเลิกใช้ประโยชนร์ ว่ มกัน ตอ่ มามกี ารประกาศ
พระราชกฤษฎีกากาหนดเขตปฏิรูปท่ีดิน และ สปก. ไม่มีความประสงค์นาไปปฏิรูปที่ดิน หากทบวงการเมืองมีความ
ประสงคจ์ ะใช้ทดี่ นิ ดังกลา่ วเปน็ ทต่ี ั้งทบวงการเมือง จะตอ้ งดาเนนิ การตามประมวลกฎหมายท่ดี ินอยา่ งไร
คาตอบ : ทบวงการเมืองขอจัดข้ึนทะเบียนเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการต่อรัฐมนตรี ตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายทีด่ ิน โดยไมต่ ้องถอนสภาพตามมาตรา 8 แตอ่ ยา่ งใด
ท่ีมา : มาตรา 8 ทวิ ประกอบขอ้ หารือกฤษฎีกา เรอื่ งเสรจ็ ท่ี 207/2537
คาถาม : 130. กรณีท่อี งคก์ ารบริหารสว่ นตาบลบางทรายมคี วามประสงคจ์ ะขุดลอกแหลง่ นา้ สาธารณะในพื้นที่
อาเภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวดั ชลบรุ ี โดยจะนากรวด หิน ดนิ ทราย ที่ไดจ้ ากการขุดลอกตรี าคาเป็นค่าจ้างเอกชนสามารถ
ดาเนนิ การไดห้ รอื ไม่ และถา้ ดาเนินการได้ตอ้ งได้รับอนญุ าตจากใคร
คาตอบ : สามารถดาเนินการได้โดยต้องไดร้ บั อนุญาตจากผู้ว่าราชการจงั หวัด
ทมี่ า : มาตรา 9 ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการเก่ียวกับ การขุดลอกแหล่งน้า
สาธารณประโยชน์ที่ตืน้ เขนิ พ.ศ.2547
คาถาม : 131. นายดนิ ได้อุทศิ ทด่ี ินบรเิ วณถนนแจ้งวัฒนะ ใหก้ รงุ เทพมหานครเพ่อื สรา้ งสะพานลอยคนข้าม แต่
ระยะเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 20 ปี กรุงเทพมหานคร ยังไม่ได้ดาเนินการก่อสร้างประกอบกับเจ้าของท่ีดินมีความ
ประสงคข์ อคนื ทีด่ ินดงั กล่าว กรณนี ห้ี ากกรงุ เทพมหานครจะโนท่ีดนิ คืนให้กบั ผู้อุทิศ จะดาเนนิ การได้หรอื ไม่
คาตอบ : สถานะที่ดินที่อุทิศเป็นเพียงทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา สามารถโอนคืนให้กับผู้อุทิศได้โดยไม่ต้องตรา
พระราชบญั ญัติตามาตรา 1305 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
ทมี่ า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรื่องเสรจ็ ท่ี 701/2551
คาถาม : 132. ข้อใดตอ่ ไปนี้ยังไม่ถือว่าที่ดนิ ดงั กลา่ วเปน็ ทางสาธารณประโยชน์
คาตอบ : นาย จ. ไม่เคยแสดงเจตนาอุทศิ ที่ดนิ ของตนใหเ้ ปน็ ทาง แต่มปี ระชาชนเข้ามาใช้เป็นทางลงส่แู ม่น้าและ
46
ไดแ้ สดงเจตนาหวงกันอยู่ โดยปกั ปา้ ย “ท่ดี นิ สว่ นบคุ คล”
ที่มา :คาพิพากษาศาลฎกี า ที่ 843/23 , 3647/29, 2616/17, 947-958/03, 2647-8/31
คาถาม : 133. ข้อใดเป็นความหมายของ “ทบวงการเมอื ง” ตามประมวลกฎหมายท่ดี นิ
คาตอบ : ราชการส่วนกลาง ราชการสว่ นภมู ภิ าค หรือราชการสว่ นท้องถนิ่ หรือหนว่ ยงานอ่นื ของรฐั ท่ีไมใ่ ช่
รัฐวสิ าหกิจ
ทม่ี า : มาตรา 1 ประมวลกฎหมายท่ีดิน
คาถาม : 134. ประธานคณะกรรมการจดั ท่ีดินแห่งชาติ คอื
คาตอบ : รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
ท่มี า : มาตรา 14 ประมวลกฎหมายที่ดนิ
คาถาม : 135. การอนุญาตใชป้ ระโยชนใ์ นท่ีดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน สามารถอนญุ าต
ได้คราละไม่เกินกป่ี ี
คาตอบ : 5 ปี
ที่มา :ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์และวธิ ีการเก่ียวกบั การอนุญาตตามมาตรา 9
แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ.2543 ข้อ 25
คาถาม : 136. การดาเนินการข้อใดที่ผขู้ อไมจ่ าเปน็ ตอ้ งเปน็ ทบวงการเมอื งตามประมวลกฎหมายทดี่ ิน
คาตอบ : การขอใชป้ ระโยชนใ์ นทีด่ ิน ตามมาตรา 9 และการขอสมั ปทาน ตามมาตรา 12
ท่มี า : ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ตามมาตรา 9 และมาตรา 12 มไิ ดบ้ ัญญตั ิใหผ้ ู้ขอตอ้ งเปน็ ทบวงการเมือง
คาถาม : 137. บริเวณท่ีรฐั มนตรปี ระกาศหวงหา้ มตามมาตรา 9(2) ได้แกท่ ด่ี ินในข้อใด
คาตอบ : ปรมิ ณฑลรอบเขา ภเู ขา 40 เมตร , บริเวณแมน่ า้ และลาคลอง
ทมี่ า : มาตรา 9(2) ประกอบประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ืองกาหนดบรเิ วณทีห่ วงห้ามตามมาตรา 9(2)
แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ ลงวันท่ี 21 พฤษภาคม 2523
คาถาม : 138. การโอนทีด่ นิ ประเภทใช้ประโยชน์ของแผน่ ดินเฉพาะ ซง่ึ มีการถอนสภาพแลว้ ใหแ้ ก่เอกชน
ตามมาตรา 8(2) แห่งประมวลกฎหมายท่ดี ิน ต้องดาเนนิ การโดยอาศยั กฎหมายประเภทใด
คาตอบ : พระราชบญั ญตั ิ
ทมี่ า : ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 8
47
คาถาม : 139. การสงวนหวงห้ามทดี่ นิ ของรฐั ซ่ึงมไิ ดม้ ีบุคคลใดมีสทิ ธิครอบครองเพือ่ ให้ประชาชนใช้ประโยชน์
รว่ มกันตามมาตรา 20(4) ประมวลกฎหมายที่ดนิ เปน็ อานาจหนา้ ทข่ี อง
คาตอบ : คณะกรรมการจดั ท่ีดินแห่งชาติ
ที่มา : ประมวลกฎหมายทดี่ ิน มาตรา 20(4)
คาถาม : 140. ข้อใดไมใ่ ชว่ ัตถุประสงค์ในการออกหนงั สือสาคญั สาหรับทหี่ ลวง
คาตอบ : เพือ่ ใชเ้ ป็นหนงั สอื แสดงสิทธใิ นทด่ี นิ ของรฐั
ทม่ี า : ประมวลกฎหมายท่ดี นิ มาตรา 8 ตรี
คาถาม : 141. ท่ดี ินทีไ่ ดส้ งวนหวงห้ามไว้เปน็ ทุ่งเลีย้ งสตั ว์สาหรับพลเมืองใช้ร่วมกนั ตามพระราชบญั ญัติว่าด้วย
การหวงห้ามทดี่ ินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัตขิ องแผ่นดนิ พุทธศกั ราช 2478 ต่อมาเม่ือพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ.2497 ใชบ้ งั คับบทบัญญัติมาตรา 4 ใหม้ ีผลยกเลิกพระราชบญั ญัติว่าด้วยการหวงห้ามท่ีดิน
รกร้างว่างเปลา่ ฯ สถานะของทีด่ ินสงวนหวงห้ามดังกล่าวเป็นประการใด
คาตอบ : ยังคงเป็นที่สงวนหวงห้ามอยู่ต่อไป ตามมาตรา 10 แห่งประราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.
2497
ที่มา : มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ.2497
คาถาม : 142. คณะกรรมการท่ีทาหนา้ ทีว่ างนโยบายการจดั ทีด่ ินเพ่อื ใหป้ ระชาชนอยู่อาศัยและหาเลีย้ งชีพตาม
นโยบายของรฐั บาล พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา คอื
คาตอบ : คณะกรรมการจดั ท่ดี ินแห่งชาติ
ทมี่ า : มาตรา 14 ประกอบมาตรา 20 ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
คาถาม : 143. บริเวณที่รฐั มนตรีประกาศหวงห้ามตามมาตรา 9 (2) ได้แก่ทดี่ ินในขอ้ ใด
คาตอบ : ปริมณฑลรอบเขา ภูเขา 40 เมตร , บริเวณแม่น้าและลาคลอง
ที่มา :มาตรา 9(2) ประกอบประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกาหนดบริเวณทห่ี วงห้ามตามมาตรา 9(2)
แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน ลงวนั ท่ี 12 พฤษภาคม 2523
คาถาม : 144. ข้อใดตอ่ ไปนีถ้ ูกต้อง
คาตอบ : ผูไ้ ด้รบั ใบอนุญาตดูดทรายตอ้ งยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไมน่ ้อยกวา่ 90 วัน
ท่มี า : มาตรา 9 ประกอบระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยการอนุญาตใหด้ ดู ทราย พ.ศ.2546 ข้อ 26
48
คาถาม : 145. นายฟ้า มที ี่ดินซง่ึ มีหลักฐานเป็นหนงั สือรบั รองการทาประโยชน์ แตท่ อดทิ้งไมไ่ ดท้ าประโยชน์
ตดิ ต่อกนั มาเปน็ เวลา 10 ปแี ลว้ นายฟา้ มคี วามประสงค์จะเวนคนื สิทธใิ นท่ีดินใหแ้ ก่รัฐ จะตอ้ งดาเนนิ การอย่างไร
คาตอบ : ยื่นคาขอตอ่ เจา้ พนักงานที่ดิน
ทม่ี า : มาตรา 5 ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
คาถาม : 146. ในการพิจารณาอนุญาตให้ใชป้ ระโยชนใ์ นทดี่ นิ ของรฐั ตามมาตรา 9 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
ในจงั หวัดหนง่ึ ๆ พนักงานเจ้าหน้าทีค่ วรอนุญาตให้ผ้ขู อรายหน่ึงๆ รวมเน้อื ที่ทงั้ หมดได้ไม่เกินจานวนเทา่ ใด
คาตอบ : 10 ไร่
ทีม่ า : ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารเกย่ี วกับการอนุญาตตามมาตรา 9
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ.2543 ข้อ 23(3)
คาถาม : 147. คาสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 109/2538 ลงวนั ที่ 16 มีนาคม 2538 กาหนดใหผ้ ู้วา่ ราชการจงั หวัด
เป็นพนกั งานเจ้าหนา้ ทีใ่ นเขตทอ้ งที่จงั หวัด สาหรับการอนญุ าตให้เขา้ ไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้าง
หรอื เผาปา่ โดยมิได้ระบุถึงการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจอนุญาตในเขตกรุงเทพมหานคร ดังน้ัน หากบริษัท
ช้างไทย จากัด มีความประสงค์จะขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐประเภทที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของ
แผ่นดินท่ีราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันในท้องที่กรุงเทพมหานคร ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์
และวิธกี ารเกยี่ วกับการอนญุ าตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทดี่ นิ พ.ศ.2543 ผู้ใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ีในการ
อนุญาตดังกล่าว
คาตอบ : ผ้วู ่าราชการกรุงเทพมหานครซึง่ ได้รบั มอบหมายจากอธบิ ดีกรมทดี่ ิน
ท่มี า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เร่อื งเสรจ็ ที่ 396/2549
คาถาม : 148. นายอ๊อดมีภูมิลาเนาอยู่ทีจ่ ังหวดั นครพนม ไดร้ บั อนญุ าตให้ดดู ทรายในแม่น้าโขง ในทอ้ งท่อี าเภอ
ธาตุพนม จานวน 1 แปลง เน้ือท่ี 2 ไร่ และอาเภอท่าอุเทน จานวน 1 แปลง เน้ือที่ 2 ไร่ ต่อมานายอ๊อด ได้ข ยาย
กิจการดูดทรายเข้าไปในท้องท่ีจังหวัดอุบลราชธานี โดยต้องการขออนุญาตดูดทรายในแม่น้าโขงในท้องท่ีอาเภอโพธ์ิ
ไทร อีกจานวน 2 แปลง แปลงที่ 1 เนือ้ ท่ี 1 ไร่ แปลงท่ี 2 เนือ้ ท่ี 2 ไร่ และตอ้ งการขออนุญาตดูดทรายในแม่น้ามูลใน
ท้องท่อี าเภอเมืองอุบลราชธานีอีก 1 แปลง เน้ือที่ 1 ไร่ พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะอนุญาตให้นายอ๊อดประกอบกิจการดูด
ทรายในท้องทีจ่ ังหวัดอุบลราชธานีได้หรอื ไม่ เพยี งใด
คาตอบ : พนกั งานเจา้ หน้าทีส่ ามารถอนุญาตใหน้ ายออ๊ ดประกอบกิจการดูดทรายในทอ้ งทจ่ี ังหวัดอุบลราชธานีได้ท้ัง 3 แปลง
ที่มา : หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0207/ว281 ลงวันท่ี 23 กุมภาพันธ์ 2531 กาหนดว่า อนุญาตให้
ดูดทรายรายหนึ่งในจังหวัดหนึ่งๆ ได้ไม่เกิน 5 ไร่ ดังน้ัน จึงสามารถอนุญาตให้นายอ๊อดประกอบกิจการดูดทรายใน
ทอ้ งท่ีจังหวดั อุบลราชธานีได้ท้ัง 3 แปลง
49
คาถาม : 149. กรุงเทพมหานครมีโครงการจดั ระเบยี บผู้คา้ หาบแรแ่ ผงลอยและปรบั ปรุงภูมทิ ัศน์ให้เกดิ ความ
สวยงาม โดยกาหนดแบบแปลนแผนผังโครงการให้มีลักษณะเป็นการจัดทาอาคารร้านค้าบริเวณพื้นที่ดินใต้คลองผดุง
กรุงเกษม และคลองโอง่ อา่ ง ซ่งึ จะมกี ารจัดวางระบบป้องกันน้าท่วม ท่อระบายอากาศ และมีร้านค้ารวมกันมากกว่า
3,000 แผง และมีลักษณะเป็นการก่อสร้างโครงการแบบถาวร ดังน้ัน หากกรุงเทพมหานครมีความประสงค์จะใช้
พ้ืนที่สาธารณะใต้คลองผดุงกรุงเกษมและใต้คลองโอ่งอ่าง เพื่อพัฒนาท่ีดินให้เป็นพ้ืนที่การใช้ประโยชน์
กรุงเทพมหานครจะต้องดาเนินการอย่างไร เพื่อเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นท่ีดังกล่าวได้อย่างถูกต้องตามประมวลกฎหมาย
ทด่ี ิน
คาตอบ : ถูกทงั้ ข้อ 3 และขอ้ 4
ข้อ 3 ดาเนนิ การขอสัมปทานตามมาตรา 12 แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดิน โดยถือปฏิบัตติ าม
กฎกระทรวงฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2500) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ.2497 ซ่ึง
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยมีอานาจตามบทบญั ญัตดิ ังกล่าว
ข้อ 4 ดาเนนิ การขอถอนสภาพท่ดี นิ สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดินประเภทพลเมืองใชร้ ่วมกนั ตามมาตรา 8
วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน เพื่อให้ท่ีดินดังกล่าวพ้นจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภท
พลเมืองใชร้ ่วมกัน และนาไปจดั หาผลประโยชน์โดยการให้เอกชนเชา่ ตามมาตรา 11 แห่งประมวลกฎหมายท่ดี ิน
ทมี่ า : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอื่ งเสรจ็ ท่ี 396/2549 การจะอนญุ าตใหใ้ ช้ประโยชนใ์ นทีด่ นิ ตาม
มาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต้องคานึงถึงการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนตามวัตถุประสงค์ โดยการ
อนุญาตไม่ยาวนานนกั และเปน็ การสอดคล้องหรือไม่ขัดขวางต่อการท่ีพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันเท่าน้ัน สาหรับการ
ขออนุญาตตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน กาหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอานาจให้
สัมปทาน ให้ และให้ใช้ในระยะเวลาอันจากัดในท่ีดินของรัฐที่ไม่มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง จึงสามารถใช้บังคับได้
กับท่ีดินของรัฐทุกประเภท ซึ่งรวมถึงที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือเลิกใช้แล้ว
อนั เปน็ ทดี่ นิ ของรัฐประเภทหนึ่งดว้ ย และบทบญั ญัตดิ งั กลา่ วไม่ได้ยกเวน้ ท่ดี นิ ในเขตกรงุ เทพมหานครแน่อยา่ งใด
นอกจากนี้กรุงเทพมหานครมีสถานะเป็นทบวงการเมือง จึงสามารถดาเนินการขอถอนสภาพท่ีดิน ตาม
มาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ ไดด้ ้วย
คาถาม : 150. ที่ดินทใี่ ชเ้ พ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือทีด่ ินที่ได้หวงหา้ มหรือสงวนไวต้ ามความ
ตอ้ งการของทบวงการเมอื งใด ถ้าทบวงการเมืองนั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป เมื่อได้มีพระราช
กฤษฎกี าถอนสภาพแล้ว ถา้ จะนาไปจัดเพ่ือประชาชนตามประมวลกฎหมายทด่ี ินใหก้ ระทาโดยวธิ กี ารใด
คาตอบ : ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า
ท่ีมา : ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 8 วรรคสอง (2)