FM_FRH_QMR……Diver diagram นสุขภาพ ในประชากรอายุ 35 ปีขึ นไป รคัดกรอง บ FCB/FPG ลือดด า/ปลายนิ้ว ารอย่างน้อย 8 โมง หมายเหตุ FCG ≥ 126 mg% Random ≥ 200 mg% ร่วมกับมีอาการเบาหวานส่ง รพ.ทันที
FM_FRH_QMR……Diver diagram
FM_FRH_QMR……Diver diagram
FM_FRH_QMR……Diver diagram
FM_FRH_QMR……Diver diagram
FM_FRH_QMR……Diver diagram หมายเหตุ *** อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ได้แก่ น้ าส้ม หรือ น้ าอัดลม 180 มล. นมสด 240 มล. ทอฟฟี่ 3 เม็ด น้ าผึ้ง 3 ช้อนชา อาหารที่ควรให้รับประทาน ต่อ ได้แก่ ขนมปัง ข้าว เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยวและอาหารที่มีโปรตีน คือ เนื้อสัตว์ นม เนยแข็ง ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ Hypoglycemia ซ า - ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนชนิด เฉียบพลันแก่ผู้ป่วยและญาติ - ให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองเมื่อไม่สบาย - แจกแผ่นพับ/คู่มือเบาหวาน -พิจารณาส่งเยี่ยมบ้านเป็นกรณี
FM_FRH_QMR……Diver diagram + หมายเหตุ *** อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ได้แก่ น้ าส้ม หรือ น้ าอัดลม 180 มล. นมสด 240 มล. ทอฟฟี่ 3 เม็ด น้ าผึ้ง 3 ช้อนชา อาหารที่ควรให้รับประทาน ต่อ ได้แก่ ขนมปัง ข้าว เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยวและอาหารที่มีโปรตีน คือ เนื้อสัตว์ นม เนยแข็ง ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ Hypoglycemia ซ า - ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนชนิด เฉียบพลันแก่ผู้ป่วยและญาติ - ให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองเมื่อไม่สบาย - แจกแผ่นพับ/คู่มือเบาหวาน -พิจารณาส่งเยี่ยมบ้านเป็นกรณี
แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่วย แบบแผนกา วันที่ประเมิน.................. หลัก D-METHOD สอน/ D- Diagnosis เพื่อการปฏิบัติตัวที่ ถูกต้อง ความรู้เกี่ยวกับโรค เบาหวานคือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการท างานของฮอร์โมนที่ เลือดไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สาเหตุเกิดจากการที่ระดับน าตาล ส่งผลให้มีน าตาลรั่วออกมากับปัสสาวะ เกิดอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ 3 ครั ง/คืน น าหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปลายมือปลายเท้าชา แสบ เพศ ตามัวลง มองไม่ชัดเท่าปกติ M- Medication การใช้ยาเป้าหมาย การดูแล 1. FBS 80-200 mg% 2. มีแบบแผนการด าเนินชีวิตที่ เหมาะสม (อาหาร ออกก าลังกาย การ ใช้ยา และการมาตรวจตามนัด) 3. ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน เฉียบพลัน ยาฉีดอินสุลิน - เก็บในที่เย็น ต าแหน่งการฉีดยา (หัวไหล่ สะโพกและหน้าท้อง) - วิธีการฉีดยา (ผู้ป่วยที่ฉีดยาครั งแรกขอแผ่นพับ ต าแหน่งและวิธีการ - ก่อนการฉีดยาควรสังเกตอาการตนเองถ้ามีอาการใจสั่นหน้ามืด เหงื่ - เก็บยาที่แห้งและไม่น าไปตากแดด รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ตาม - ถ้ามีอาการใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น ต้องหยุดใช้ยา ดื่มน าหวาน อาก - เมื่อไม่สบายไม่ควรหยุดยาเบาหวาน ควรรีบมาพบแพทย์ E- Environment/Economic สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยและ เศรษฐกิจ - ที่พักอาศัยควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงชุมชนแออัด และบุ - ควรเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบเพราะอาจท าให้เกิดอุบัติเหตุและเกิดบ
FM_FRH_QMR……Diver diagram ารจ าหน่ายผู้ป่วย ................... พ.ศ. ................. /แนะน า/สาธิต ประเมินผล ชื่อว่าอินสุลิน (Insulin) จะท าให้ร่างกายไม่สามารถน าน าตาลที่อยู่ในกระแส ลในกระแสเลือดสูงมากขึ นถึงระดับหนึ่ง จนท าให้ไตดูดกลับน าตาลได้ไม่หมด ติ ปัสสาวะบ่อย หิวน าบ่อย โดยเฉพาะปัสสาวะตอนกลางคืน ซึ่งอาจมากเกิน ร้อน หรือรู้สึกคล้ายเข็มแหลมๆ ทิ่ม แผลเรื อรังหายช้า เสื่อมสมรรถภาพทาง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ ฉีดยาที่ห้องจ่ายยา) อออกตัวเย็น ควรงดฉีดยา งดยารับประทาน มเวลาที่ก าหนดข้อควรระวัง การไม่ดีขึ นให้รีบมาโรงพยาบาล จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ คคลที่เป็นโรคติดต่อ บาดแผลกับผู้ป่วยได้ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ
- มารับบริการทุกครั งควรน าหลักฐานสิทธิการรักษา เช่น บัตรทอง บั T- Treatment เป้าหมายการดูแลรักษา และอาการที่ควรมาพบแพทย์ - ระดับน าตาลในเลือดควรอยู่ระหว่าง 80–200 mg% ถ้าสามารถควบ - อาการที่ต้องมาพบแพทย์ สถานบริการสาธารณสุข 1. แผล 2. ไม่สบาย 3. คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อยให้ดื่มน ามากๆ และมาโรงพ 4. ใจสั่น เวียนศีรษะ เหงื่อออกตัวเย็น ให้นอนพักดื่มน าหวาน H- Healthการด าเนินชีวิตให้เหมาะสม กับสภาวะสุขภาพ 1. ออกก าลังกายอย่างเหมาะอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั ง ก่อนออกก า ออกตัวเย็น ควรหยุดพักและดื่มน าหวาน การออกก าลังกายท าให้ร่าง 2. สามารถท างานและประกอบอาชีพได้ตามปกติ ถ้าเป็นอาชีพที่ต้องใ ใจสั่นให้รีบรับประทานอาหาร 3. ควรใส่รองเท้าที่นุ่มสบาย ไม่ควรเดินเท้าเปล่า ไม่ควรแช่เท้าในน าอ อยู่เสมอโดยตัดเล็บเป็นแนวตรง 4. เมื่อมีปัญหาที่ก่อให้เกิดความเครียดในการด าเนินชีวิต ควรหาวิธีผ่อ บุคคลที่ไว้ใจ เพราะความเครียดท าให้น าตาลสูงได้ 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6–8 ชั่วโมง O- Outpatient/Referral การมาตรวจ ตามนัดและการส่งต่อการรักษา - มาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั ง งดน าและอาหาร 8 ชั่วโมง ก่อนเจาะ - กรณีที่ยาหมดก่อนวันนัด ควรมาตรวจก่อนวันนัดและแจ้งแพทย์ว่าย - น าสมุดประจ าตัวผู้ป่วยเบาหวานมาด้วยทุกครั ง และลงบันทึกผลเลือ
FM_FRH_QMR……Diver diagram ัตรประชาชนมาด้วย วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ บคุมระดับน าตาลได้ท าให้ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ตา ไต เท้าและ หัวใจ ยาบาล น ถ้าอาการไม่ดีขึ นให้รีบมาโรงพยาบาล จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ าลังกายควรรับประทานอาหารว่างก่อน ถ้ามีอาการใจสั่น เวียนศีรษะ เหงื่อ กายสามารถน าน าตาลไปใช้ได้ดีขึ นท าให้ระดับน าตาลในเลือดไม่สูง ใช้แรงงานมาก ควรรับประทานอาหารก่อนไปท างาน ขณะท างานรู้สึกหิวข้าว อุ่น ก่อนนอนควรตรวจเท้าทุกวัน ถ้ามีแผลควรรีบพบแพทย์ตัดเล็บเท้าให้สั น อนคลายอย่างเหมาะสม เช่น การออกก าลังกาย หรือการได้ระบายปัญหาให้ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ เลือดตอนเช้า ยาหมดก่อนวันนัด อด ความดันโลหิต จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../..........
- ต้องการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านให้แจ้งแพทย์ - สามารถขอค าแนะน า หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการสาธารณส D- Diet อาหารที่เหมาะสมกับสภาวะ สุขภาพ อาหารที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ 1. รับประทานอาหารครบทั ง 3 มื อ ไม่ควรงดอาหาร เพราะการงดอา รับประทานอาหารมากเพราะหิวท าให้เกิดภาวะน าตาลสูง 2. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ขนมหวานทุกชนิด ผลไม้กวน อาหาร Alcohol ทุกชนิด เบียร์ ยาดองเหล้า เครื่องดื่มบ ารุงก าลัง 3. อาหารที่รับประทานได้แต่ต้องจ ากัดปริมาณ ได้แก่ส้ม มะละกอสุก ขนมปังขนมจีบ เผือก มันฝรั่ง 4. อาหารที่ควรรับประทาน ผักทุกชนิด แกงจืด ต้มย า แกงป่า แกงเลี 5. ควรดื่มน าเปล่า 6. การรับประทานอาหารควรรับประทานแค่พออิ่มและควร รับประท อาหารช้าลงและช่วยในการขับถ่าย ถ้าผู้ป่วยฉีดยาอินสุลินตอนเย็นอา น าตาลต่ าในตอนเช้า การส่งต่อเพื่อดูแลต่อเนื่อง ( ) ไม่จ าเป็น ( ) จ าเป็น.................................................................................................. สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยในการดูแลต่อเนื่อง………………………………………………………………………… .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................
FM_FRH_QMR……Diver diagram ์ เพื่อสรุปการรักษาและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลใกล้บ้านต่อไป สุขใกล้บ้านทุกแห่ง ผู้ประเมิน............................ าหารบางมื อท าให้เกิดภาวะน าตาลต่ า และมื อที่รับประทานต่อไปจะ รเชื่อม แช่อิ่ม น าตาล น าหวาน น าผึ ง น าอัดลม นมหวาน เครื่องดื่มที่มี ก สับปะรด แตงโม เงาะ ชมพู่ มังคุด มะม่วง ฝรั่ง ข้าวและอาหารแป้งอื่นๆ ลียง แกงส้ม ทานผักมากๆ เพราะอาหารที่มีกากใยท าให้การดูดซึมน าตาลในกระเพาะ าจรับประทานผลไม้หรือขนมที่ไม่หวานก่อนนอนได้เล็กน้อยเพื่อป้องกันภาวะ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ ........................................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ......................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. วันที่จ าหน่าย........../............/........เวลา.............. โดย ( ) รถนอน ( ) รถนั่ง ( ) เดินเอง ระยะเวลาที่นอน รพ......... ผู้รับกลับบ้าน...................................ประเภทการจ าหน่าย ( ) แพทย์อนุญาต ( ) ไม่สมัครใจอยู่ ( ) หนีกลับ ( ) เสีย 2.การจัดการกระบวนการ กระบวนการ ข้อก าหนดของกระบวนการ ตัวชี วัดของกระบวนการ การเข้าถึงและเข้ารับ บริการ ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการขึ น ทะเบียนรักษาในคลินิก เบาหวาน - อัตราการขึ นทะเบียนในผู้ป่วย เบาหวานร้อยละ 80 การประเมินผู้ป่วย ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการ ประเมินอาการและ อาการ แทรกซ้อน และ CVD Risk - อัตราการคัดกรองภาวะ CVD R ร้อยละ 100 - ร้อยละของประชากรอายุ35 ปี ขึ นไปที่ได้รับการคัดกรองเบาหวา การดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการดูแล เพื่อควบคุมระดับน าตาลให้ -ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบ ระดับน้าตาลในเลือดได้ดี40%
FM_FRH_QMR……Diver diagram ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ...วัน ยชีวิต การออกแบบกระบวนการ - ระบบติดตามกลุ่มเสี่ยงโดยเครือข่าย - การมีส่วนร่วมของอสม. ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง - ติดตามเบอร์โทรศัพท์ของผู้ป่วยให้เป็นปัจจุบันทุกครั งที่มารับบริการ Risk าน -พัฒนาระบบการประเมิน การคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยเบาหวานโดยจัดท า CPG โรคเบาหวาน บคุม -พัฒนาระบบการดูแลตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน CPG
เหมาะสม ไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน -ร้อยละของการเกิดภาวะแทรกซ้ เฉียบพลันในผู้ป่วยเบาหวาน - อัตราการ admit complicatio การดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการดูแล ต่อเนื่องในชุมชน - อัตราการมาตามนัดของผู้ป่วย D มากกว่าร้อยละ 80 -ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รั การตรวจภาวะแทรกซ้อนทางตา -อัตราผู้ป่วย DM ได้รับการตรวจ ภาวะแทรกซ้อนทางไต -ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รั การตรวจภาวะแทรกซ้อนทางเท้า
FM_FRH_QMR……Diver diagram ้อน on 1. จัดให้มีการให้ความรู้ทั งรายบุคคลทุกวัน และรายกลุ่มโดยทีมสหวิชาชีพ ค้นหาสาเหตุของ การควบคุมน าตาลไม่ได้ในทุกวันพุธของเดือน - นักโภชนาการให้ความรู้เรื่องการรับประทานอาหารในผู้ป่วยรายใหม่ทุกราย - เภสัชกรให้ความรู้เรื่องการใช้ยา ปัญหาที่เกิดจากยา การใช้ยาฉีด และแนะน าการใช้ ยาให้เหมาะสมการ ด าเนินชีวิต - นักกายภาพบ าบัดดูแลภาวะแทรกซ้อน และการออกก าลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วย แต่ละราย เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอ้วน ปวดเข่า DM ับ ับ า -มีระบบติดตามผู้ป่วยผิดนัด -อบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล รพ.สต. และ อสม. ประจ าปี -จัดแผนการตรวจคัดกรอง ตา ไต เท้าประจ าปี
4.ตัวชี้วัด /ผลการด าเนินการ ตัวชี้วัด 1.อัตราการขึ นทะเบียนในผู้ป่วยเบาหวาน 2.อัตราการคัดกรองภาวะ CVD Risk 3. ร้อยละของประชากรอายุ35 ปีขึ นไปที่ได้รับการคัดกรองเบาหวาน 4. ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้าตาลในเลือดได้ดี 5. ร้อยละของการเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันในผู้ป่วยเบาหวาน 6. ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการตรวจภาวะแทรกซ้อนทางตา 7. อัตราผู้ป่วย DM ได้รับการตรวจภาวะแทรกซ้อนทางไต 8. ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการตรวจภาวะแทรกซ้อนทางเท้า 9 อัตราการ admit complication จากโรคเบาหวาน 10 อัตราการมาตามนัดของผู้ป่วย DM 3. Performance: อาจแสดงผลในรูปแบบของ run chart หรือ control chart พร้อมค าอธิบ
FM_FRH_QMR……Diver diagram เป้าหมาย 2562 2563 2564 2565 2566 80% 100% 100% NA 96.16 64.28 94.87 ≥40% NA 1.76 1.32 11.52 ≤2% NA 1.76 1.75 1.56 100% NA 42.29 32.89 43.36 100% NA 0 0 21.88 100% NA 43.61 33.77 42.58 <10% >80% บายประกอบที่ระบุชัดเจนถึงช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผลหรือมีการปรับปรุง
แผนภูมิแสดงผลการด าเนินงาน 1. Improvement Summary: สรุปการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่เ
FM_FRH_QMR……Diver diagram เกิดขึ้น / Plan: ระบุแผนการพัฒนาในอนาคต :
Clinical Tracer / Clinical Quality Su ….COV 1. Purpose: แสดงเป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยและอาจแสดง Driver Diagram ที่แสดงองค์ป Purpose Primary Drivers Secondary Drive โควิด- 19 การเข้าถึงบริการ การประเมินและ การคัดกรอง การให้ข้อมูลการป้องกันใน การซักประวัติ/ตรวจวินิจฉัย ระบบการประสานส่งต่อจาก รพ.สต. ระบบการ Triage ที่มี ประสิทธิภาพ แบบซักประวัติและแนวทาง คัดกรอง
FM_FRH_QMR Driver Diagram ummary: การดูแลผู้ป่วย (โรค/หัตถการ) VID 19…….. ประกอบส าคัญในการ ให้บริการที่มีคุณภาพ ers Interventions/Change Idea ชุมชน ถูกต้อง ก - ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้โรค โควิด 19 ในหมู่บ้าน ชุมชน - การลงพื้นที่ก ากับติดตามจากทีม สสจ. ในพื้นทีแพร่ระบาด - จัดท า Spot Mapping ให้ทุกจุดคัดกรองในรพ. - ใช้ป้าย โควิด 19 เพื่อสื่อสารในโรงพยาบาล - การนัดหมายกลุ่มเสี่ยง ให้มาตรวจที่ SRRT - มีเกณฑ์การคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง โควิด 19 ในชุมชน การ - ใช้แนวทางการประเมินกลุ่มเสี่ยง หรือมี อาการ ARI symptom - ใช้ป้าย โควิด 19 แนบกับใบซักประวัติและติดหน้า Chart กรณีAdmit เพื่อสื่อสารในโรงพยาบาล
Purpose Primary Drivers Secondary Driver โควิด 19 การรักษาผู้ป่วย การส่งต่อ การประเมินและการวินิจฉั ถูกต้อง การใช้แนวทางการรักษาแล ถูกต้อง ระบบการ Consult และ C ผ่าน Application Line ระบบการบริหารทรัพยากร พร้อมใช้ รถ Refer ที่มีประสิทธิภาพ
FM_FRH_QMR Driver Diagram rs Interventions/Change Idea ัย ละ CPG ได้ Consult รที่เพียงพอ - มีเกณฑ์การ Admit และเกณฑ์การ Refer ในกลุ่มที่เกินศักยภาพ - แนวทางการรักษา CPG ปรับจากแนวทางการรักษาโรคโควิด 19 - มีการประสานข้อมูลใน Line Group SRRT - มีการประสานงานส่งต่อผ่านกลุ่ม Line SRRT และมีการติดตาม Case - มีระบบการตรวจทางห้องตรวจปฏิบัติการ On call 24 ชม - มีการก าหนดการรายงานผลด่วน ATK PCR - ระบบการตรวจสอบความพร้อมใช้รถทุกวัน - การจัดเวร Standby ของ พขร. ในโรงพยาบาล
Purpose Primary Drivers Secondary Drivers โควิด 19 จ าหน่ายกลับบ้าน การป้องกันในชุมชน การนัดติดตามผู้ป่วย การประสานสหสาขาวิชาชีพ การส่งต่อข้อมูลให้ชุมชน
FM_FRH_QMR Driver Diagram Interventions/Change Idea - ติดตามผู้ป่วยในรายที่มีปอดอักเสบร่วมด้วย มาตรวจตาม นัด - มีระบบการติดตามและสะท้อนข้อมูลกลับมา SRRT - ระบบการรายงานให้ SRRT ส่งต่อให้ชุมชนเฝ้าระวัง - การประสานงานกับ รพ.สต. อสม มีส่วนร่วมให้เกิดการรณรงค์การ ป้องกันโรคโควิด 19 ในชุมชน - ให้ข้อมูลในชุมชนเรื่องการป้องกันโควิด 19 ในชุมชน - การประสานงาน รพ.สต. อสม เพื่อลงพื้นที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยง
FM_FRH_QMR Driver Diagram 2. Process: (ก) แผนภูมิแสดง flow chart ของการดูแลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเด็นคุณภาพ/ความเสี่ยงที่ส าคัญในแต่ละขั้นตอน แนวทางการรักษาผู้ป่วย COVID-19 Asymptomatic case อ้างอิง : แนวทางเวชปฏิบัติ COVID-19 ส าหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 26 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 Asymptomatic case OPD case, DMHT อย่างน้อย 5 วัน Supportive treatment ไม่ให้ยาต้านไวรัส, ยาฟ้าทะลายโจร
FM_FRH_QMR Driver Diagram แนวทางการรักษาผู้ป่วย COVID-19 Mild case, Pneumonia หมายเหตุแนะน าให้ยาต้านไวรัสเพียง 1 ชนิด โดยควรเริ่มภายใน 5 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงจะได้ผลดี ยกเว้น Tixagevimab/cilgavimab (LAAB) ควรเริ่มภายใน 7 วัน Molnupiravir (200 mg/เม็ด) ผู้ใหญ่ - วันที่ 1-5: 4 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เด็ก - ยังไม่รับรองให้ใช้ในเด็ก < 18 ปี - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ในทุกไตรมาส และหญิงให้นม บุตร เนื่องจากมี teratogenic effect - ไม่จ าเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยตับบกพร่อง - ต้องให้ยาภายใน 5 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงจะได้ผลดี ท าให้ลดการนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ร้อยละ 30 - มีรายงานการเกิด Mutagenic change ในเซลล์ไวรัส และเซลล์มนุษย์ No risk Risk ≥ 1 ข้อ OPD case, DMHT อย่างน้อย 5 วัน Supportive treatment อาจพิจารณาให้ Favipiravir หรือยา ฟ้าทะลายโจร เป็นรายบุคคลตาม ดุลยพินิจ แนะน าให้Molnupiravir Nirmatrevir/ritonavir Remdesivir Tixagevimab/cilgavimab (LAAB) Mild case no Pneumonia Risk factor 1. อายุ > 60 ปี 2. COPD หรือ chronic lung disease อื่นๆ 3. CKD stage ≥ 3 4. โรคหัวใจและหลอดเลือด 5. โรคหลอดเลือดสมอง 6. โรคมะเร็ง (ไม่รวมมะเร็งที่รักษาหายแล้ว) 7. DM 8. ภาวะอ้วน (BW > 90 kg หรือ BMI ≥ 30 kg/m2 ) 9. Cirrhosis (Child-Pugh class B ขึ้นไป) 10. Immunocompromised (ได้รับยาเคมีบ าบัดหรือยากดภูมิหรือ corticosteroid equivalent to prednisolone 15 mg/day นาน 15 วันขึ้นไป) 11. HIV ที่มี CD4 cell count < 200 cell/mm3 Mild case Mild-to-mod Pneumonia SpO2 > 94%
FM_FRH_QMR Driver Diagram Favipiravir (200 mg/เม็ด) ผู้ใหญ่ วันที่ 1: 1,800 mg (9 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 800 mg (4 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง ถ้าน้ าหนักตัว > 90 กิโลกรัม วันที่ 1: 2,400 mg (12 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 1,000 mg (5 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง เด็ก วันที่ 1: 70 mg/kg/day วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 30 mg/kg/day วันละ 2 ครั้ง - ควรระวังการใช้ในหญิงมีครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ เนื่องจากมีโอกาสเกิด teratogenic effect และ ต้องให้ค าแนะน าเพื่อให้ผู้ป่วยร่วมตัดสินใจ - อาจเพิ่มระดับ uric acid ระวังการใช้ร่วมกับ pyrazinamide - ระวัง hypoglycemia หากใช้ร่วมกับ repaglinide หรือ pioglitazone - แบ่งหรือบดเม็ดยา และให้ทาง NG tube ได้ - ผู้ป่วย CKD ไม่ต้องปรับขนาดยา - ควรปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีการท างานของตับ บกพร่องในระดับปานกลางถึงรุนแรง คือ วันที่ 1: 4 เม็ด วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง - ควรให้ยาภายใน 4 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงจะ ได้ผลดี ยาฟ้าทะลายโจร ผู้ใหญ่ ค านวณให้ได้สาร andrographolide 180 mg/day แบ่งให้ 3 ครั้ง ก่อน อาหาร กินติดต่อกัน 5 วัน (ถ้าจ านวน capsule ต่อครั้งมาก อาจแบ่งให้ 4 ครั้ง ต่อวัน) เด็ก ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ควรปรึกษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Contraindication - มีประวัติแพ้ยาฟ้าทลายโจร - หญิงตั้งครรภ์/อาจจะตั้งครรภ์ และหญิงก าลังให้นม บุตร เนื่องจากอาจมีผลต่อ uterine contraction และทารกผิดปกติ ข้อควรระวัง - เสริมฤทธิ์กับยาลดความดันและยาป้องกันการแข็งตัว ของเลือด เช่น warfarin, aspirin, clopidogrel - ยังไม่มีข้อมูลการปรับขนาดยาให้ผู้ป่วยโรคไตหรือโรค ตับ - ไม่ควรใช้พร้อมยาต้านไวรัสตัวอื่น ผลข้างเคียง - ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ ใจสั่น เบื่ออาหาร เวียน ศีรษะ (พบมากขึ้นเมื่อใช้ยาขนาดสูงหรือนานเกิน) - อาจเกิด urticaria หรือ anaphylaxis (พบน้อย) - ผลไม่พึงประสงค์อาจเกิดจากยาอื่นที่ใช้ร่วมด้วย
FM_FRH_QMR Driver Diagram Nirmatrelvir/ritonavir (150 mg/เม็ด และ 100 mg/เม็ด) ผู้ใหญ่ วันที่ 1-5: nirmatrelvir 2 เม็ด + ritonavir 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ปรับขนาดยาตามการท างานของไต eGFR ≥30 ถึง < 60 : nirmatrelvir 1 เม็ด + ritonavir 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง eGFR < 30 : ไม่มีขนาดยาที่แนะน า ESRD on RRT : nirmatrelvir 2 เม็ด + ritonavir 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งในวันแรก จากนั้น nirmatrelvir 1 เม็ด + ritonavir 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง อีก 4 วัน ผู้ป่วยโรคตับ Child-Pugh A, B ไม่ต้องปรับ ขนาดยา ผู้ป่วยโรคตับ Child-Pugh C ไม่แนะน าให้ใช้ เด็ก ยังไม่รับรองให้ใช้ในเด็กอายุต่ ากว่า 18 ปี ข้อควรระวัง - ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ในทุกไตรมาส และหญิงให้ นมบุตร (เนื่องจากยังไม่มีข้อมูล) - เกิดปฏิกิริยาร่วมกันกับยาอื่นหลายชนิด บางชนิด มีอันตรายถึงระดับที่ห้ามใช้ร่วมกัน แพทย์ผู้รักษา ผู้ป่วยควรตรวจสอบทุกครั้งว่ามียาอื่นที่จะ เกิดปฏิกิริยาต่อกันหรือไม่และให้ปรับเปลี่ยนการ ใช้ยาไปตามค าแนะน าส าหรับยาเหล่านั้น เช่น ห้ามให้ร่วมกับยากลุ่ม ergot, ยากลุ่ม statin และ amiodarone เป็นต้น (เอกสารก ากับการใช้ ยา และข้อมูล Drug-drug interaction ของยา nirmatrelvir/ritonavir https://covid19.dms.go.th/Content/Select _Landding_page?contentId=167) - ต้องให้ยาภายใน 5 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงจะ ได้ผลดีช่วยลดการเกิดอาการรุนแรงได้ร้อยละ 89 Long-acting antibody (LAAB) : tixagevimab 300 mg + cilgavimab 300 mg ผู้ใหญ่ ฉีด IM เข้าสะโพกแต่ละข้าง ทั้ง 2 ข้างแยกกัน ตามล าดับ ครั้งเดียว เด็ก แนะน าให้ใช้ในผู้ป่วยอายุ 12 ปีขึ้นไป และ น้ าหนัก 40 kg ขึ้นไป ขนาดยาเท่าผู้ใหญ่ ผลข้างเคียง - บริเวณที่ฉีดมีอาการปวด ผื่นแดง คัน เป็นก้อน พบร้อยละ 1.3
FM_FRH_QMR Driver Diagram แนวทางการรักษาผู้ป่วย COVID-19 Severe Pneumonia Remdesivir ผู้ใหญ่ วันที่ 1: 200 mg IV วันละครั้ง วันที่ 2-5: 100 mg IV วันละครั้ง เด็ก วันที่ 1: 5 mg/kg IV วันละครั้ง วันต่อมา : 2.5 mg/kg IV วันละครั้ง Indication ในการให้ยา Remdesivir 1) มีปอดอักเสบต้องให้ออกซิเจน ให้นาน 5 วัน และถ้ามีอาการรุนแรงมาก อาจ พิจารณาให้นาน 10 วัน (หากให้ในผู้ป่วย high risk แต่อาการยังไม่หนักมาก ให้ นาน 3 วัน) 2) มีข้อห้ามบริหารยาทางปากหรือมีปัญหา การดูดซึม 3) หญิงตั้งครรภ์ - Constipation, hypokalemia, anemia, thrombocytopenia, increased total bilirubin, elevated ALT AST, hyperglycemia - ไม่แนะน าให้ใช้ remdesivir ในผู้ที่มี eGFR < 30 ml/min หรือมี ALT > 10 เท่า (ให้ระวังการ ใช้ในกรณี ALT > 5 เท่า) - ควร drip ยานานกว่า 30 นาทีแต่ไม่เกิน 120 นาที เพื่อป้องกัน hypersensitivity reaction - ละลายผงยาด้วย sterile water for injection 20 mL, ผสมยาใน 0.9% NSS หลังละลายผงยา ยามีอายุได้นาน 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 20-25°C และ 48 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ2-8 °C - หากให้ในผู้ทีมีภาวะเสี่ยงสูงต่ออาการรุนแรง แต่ เริ่มรักษาเร็วในขณะที่อาการยังไม่หนักมาก ภายใน 7 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการ โดยให้เพียง 3 วัน จะช่วยลดการด าเนินโรคได้ร้อยละ 87 COVID-19 Severe Pneumonia Resting SpO2 ≤ 94% จ าเป็นต้องได้รับ oxygen ให้ Remdesivir 5-10 วัน ตาม อาการผู้ป่วย ร่วมกับให้ corticosteroid
FM_FRH_QMR Driver Diagram แนวทางการรักษาผู้ป่วยเด็ก < 18 ปี COVID-19 Asymptomatic case Asymptomatic case OPD case, self-isolation Supportive treatment ไม่ให้ยาต้านไวรัส การให้ยาฟ้าทะลายโจรในเด็กยังมีข้อมูลไม่ เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
FM_FRH_QMR Driver Diagram แนวทางการรักษาผู้ป่วยเด็ก < 18 ปี COVID-19 Mild case, Pneumonia Mild case no Pneumonia Risk factor 1. อายุ < 1 ปี 2. โรคอ้วน (weight for height > 3 S.D.) 3. Chronic lung disease เช่น moderate-severe asthma 4. โรคหัวใจและหลอดเลือด 5. โรคหลอดเลือดสมอง 6. CKD 7. โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ า 8. DM 9. โรคพันธุกรรม เช่น Down’s syndrome 10. มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง 11. พัฒนาการช้า No risk Risk ≥ 1 ข้อ Supportive treatment อาจพิจารณาให้ Favipiravir เป็นรายบุคคลตามดุลยพินิจ แนะน าให้ Favipiravir เป็นเวลา 5 วัน หรือ Remdesivir 3 วัน โดย พิจารณาตามความเหมาะสม ส าหรับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป และ น้ าหนัก 40 kg ขึ้นไป อาจพิจารณา ให้ Tixagevimab/cilgavimab (LAAB) 1 โดส Mild case Mild-to-mod Pneumonia
FM_FRH_QMR Driver Diagram แนวทางการรักษาผู้ป่วยเด็ก < 18 ปี COVID-19 Severe Pneumonia COVID-19 Severe Pneumonia RR ≥ 60 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุ < 2 เดือน RR ≥ 50 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุ 2-12 เดือน RR ≥ 40 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุ 1-5 ปี RR ≥ 30 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุ > 5 ปี ให้ Remdesivir เป็นเวลา 5-10 วัน ร่วมกับให้ corticosteroid ตาม ความเหมาะสม หรือ มีอาการรุนแรงอื่นๆ เช่น - กินได้น้อย - Dehydration - ไข้สูง - ชัก - ท้องเสียมาก เป็นต้น
FM_FRH_QMR Driver Diagram การพิจารณาระยะเวลาในการรักษาและลดการแพร่กระจายเชื้อ Asymptomatic case หรือ Mild symptoms No risk DMH อย่างน้อย 5 วัน With risk DMH อย่างน้อย 5 วัน หรือ Admit ตามดุลยพินิจแพทย์ Mild pneumonia DMH อย่างน้อย 5 วัน หรือ Admit ตามดุลยพินิจแพทย์ Severe pneumonia หรือมี SpO2 ≤ 94% room air หรือมี Rapid progressive pneumonia ใน 48 ชั่วโมง หลังรับรักษา พิจารณา Refer ค าแนะน าในการปฏิบัติตนสาหรับผู้ป่วย COVID-19 1. ในระยะ 5 วันนับจากเริ่มมีอาการควรงดออกจากบ้านไปยังชุมชน หากจะออกไปให้ไปเท่าที่จ าเป็น และให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง รวมทั้งรักษาระยะห่างจากผู้อื่นประมาณ 1 เมตรขึ้นไป และ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัด จนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ (5 วันนับจากวันเริ่มมีอาการ) 2. ให้แยกห้องนอนจากผู้อื่น ถ้าไม่มีห้องนอนแยกให้นอนห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2-3 เมตร และต้องเป็น ห้องที่เปิดให้อากาศระบายได้ดีผู้ติดเชื้อนอนอยู่ด้านใต้ลม จนพ้นระยะการแยกกักตัว 3. ถ้าแยกห้องน้ าได้ควรแยก ถ้าแยกไม่ได้ให้เช็ดพื้นผิวที่มีการสัมผัสด้วยน้ ายาท าความสะอาดหรือน้ ายา ฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์หลังการใช้ทุกครั้ง 4. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุรวมถึงผู้ที่มีโรคประจ าตัวซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็น COVID-19 รุนแรง 5. ล้างมือด้วยสบู่และน้ าเป็นประจ า โดยเฉพาะหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือถูมือด้วยเจล แอลกอฮอล์ 70% 6. ไม่รับประทานอาหารร่วมวงกับผู้อื่น เมื่อพ้นระยะ 5 วันแรกแล้ว สามารถออกไปในชุมชนได้มากขึ้นและแนะน าให้ปฏิบัติตามข้อ 2 - 6 ต่อไปอีก 5 วัน รวม 10 วัน หลังจากนั้นสามารถประกอบกิจกรรมทางสังคม และท างานได้ตามปกติตาม แนวทางวิถีชีวิตใหม่ เช่น การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น การท าความสะอาดมือ การรักษา ระยะห่าง เป็นต้น หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ หรืออาการเดิมมากขึ้น เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้ติดต่อสถานพยาบาล หากต้องเดินทางมาสถานพยาบาล แนะน าให้สวม หน้ากากระหว่างเดินทาง ตลอดเวลา หลังจากครบก าหนดการกักตัวตามระยะเวลานี้แล้ว
FM_FRH_QMR Driver Diagram ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง (severe) หรือเป็น severely immunocompromised host ได้แก่ ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบ าบัดเพื่อรักษามะเร็ง ผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะภายใน 1 ปี ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่ได้รับการรักษาร่วมกับมี CD4 count < 200 cell/mm3 ผู้ป่วย combined primary immunodeficiency disorder ผู้ป่วยที่ได้รับ prednisolone > 20 มก./วัน เท่ากับหรือมากกว่า 2 สัปดาห์ ผู้ที่มีระดับภูมิคุ้มกันบกพร่องอื่น ๆ ให้รักษาตัวในโรงพยาบาลหรือสถานที่รัฐจัดให้และให้ออกจากโรงพยาบาลได้เมื่ออาการดีขึ้น โดยต้อง แยกกัก (self-isolation) ต่อที่บ้านระยะเวลารวมทั้งสิ้นอย่างน้อย 20 วัน นับจากวันที่มีอาการ กรณีเจ้าหน้าที่ป่วย COVID-19 ตรวจ Pro ATK ยืนยันการติดเชื้อ Film CXR เพื่อประเมินภาพถ่ายรังสีปอด ให้ยาต้านไวรัสตามดุลยพินิจ (ความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน) การหยุดงาน ให้พิจารณาตามอาการ o ผู้ที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย อาจไม่ต้องหยุดงาน ให้ปฏิบัติตาม DMH อย่างเคร่งครัด 5 วัน o ผู้ที่มีอาการที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ เช่น ไข้มีน้ ามูก ไอ จาม ให้ พิจารณาหยุดงานจนกว่าจะดีขึ้น ไม่เกิน 5 วัน หรือพิจารณาเป็นรายบุคคล การหยุดงานให้ถือเป็นวันลา ตามระเบียบการลาปกติ(ลาป่วย) หากหยุดงานสามารถออกใบรับรองแพทย์ให้ย้อนหลังได้ โดยออกให้ตามระยะเวลาที่ หยุดงานจริง
FM_FRH_QMR Driver Diagram (ข) ตารางแสดงการใช้ process management โดยระบุ process, process requirement, process Design , inprocess measure (ถ้ามี) กระบวนการ ข้อก าหนดของ กระบวนการ ตัวชี้วัดของกระบวนการ การออกแบบกระบวนการ การเข้าถึงบริการ ผู้ป่วยโควิดได้รับการให้ ข้อมูลการป้องกันเรื่องโรค โควิด และแนวทางการกัก ตัวดูแลรักษา ผู้ป่วยโควิด-19 ได้รับการขึ้น ทะเบียน SRRT 100% - พัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้โรค โควิด 19 ใน ชุมชน - ติดป้ายโซนแยก โควิด 19 เพื่อจัดบริการ One stop Service และ สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล - ใช้ป้าย โควิด 19 แนบกับใบซักประวัติและติดหน้า Chart กรณีAdmit เพื่อสื่อสารในโรงพยาบาล -การนัดหมายกลุ่มเสี่ยง/ATK+ ให้มารับการรักษาที่รพ. -พัฒนาเกณฑ์การคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง โควิด 19 ใน ชุมชน ส าหรับรพ.สต. การประเมินและ การคัดกรอง ผู้ป่วยโควิดได้รับการคัด กรอง การประเมินระบบ การ Triage ที่มี ประสิทธิภาพ อัตราการคัดกรองผู้ป่วยโค วิด 19 ผิดพลาด น้อยกว่า ร้อยละ 10 -พัฒนาระบบการคัดกรองและการประเมินผู้ป่วยโควิด 19 โดยใช้แบบประเมินกลุ่มเสี่ยงโควิด 19 ในผู้มีอาการ ARI symptom หรือกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยโควิด -จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลและเครือข่ายใน ระบบการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด 19 เมื่อมีการปรับแนว ทางการรักษา การรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยโควิด 19 ได้รับการ วินิจฉัยการรักษาตามแนว ทางการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 1.อัตราการตายของผู้ป่วยโค วิด 19 น้อยกว่าร้อยละ 3 2.อัตราการเกิดภาวะหายใจ ล้มเหลวในผู้ป่วยโควิด 19 น้อยกว่าร้อยละ 10 3.ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ได้รับยา ต้านไวรัสมากกว่า ร้อยละ 80 -ปรับแนวทางการรักษา CPG โรคโควิด 19 ตามแนวทาง ของกรมการแพทย์ให้เป็นปัจจุบัน -จัดแผนการจัดเตรียมยาต้านไวรัสส าหรับผู้ป่วยโควิด 19 -จัดเตรียมอุปกรณ์ PPE ให้เพียงพอและพร้อมใช้ส าหรับ บุคลากร -จัดท าเกณฑ์การ Admit ส าหรับผู้ป่วยโควิด 19 การส่งต่อ ผู้ป่วยโควิด 19 ได้รับการ ส่งต่อตามเกณฑ์ และ ปลอดภัย ทั้งผู้ป่วยและ บุคลากร อัตราการส่งต่อของผู้ป่วยโค วิด 19 -ปรับระบบการส่งต่อโดยครอบคลุมในเรื่องของการเตรียม ความพร้อมเรื่องรถ อุปกรณ์ PPE และอัตราก าลังของ เจ้าหน้าที่ - มีเกณฑ์การ Refer ในกลุ่มที่เกินศักยภาพ
FM_FRH_QMR Driver Diagram จ าหน่ายกลับบ้าน ผู้ป่วยโควิด 19 ได้รับการ ประสานงาน ทีม SRRT ชุมชนเพื่อเตรียมความ พร้อมก่อนกลับบ้าย อัตราการท า Discharge Planning ในผู้ป่วยโควิด 19 ร้อยละ 100 -พัฒนาระบบการวางแผนจ าหน่ายให้ครอบคลุมตาม แนวทาง D-METHOD เรื่องโควิด 19 การดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วยโควิด 19 ได้รับการ ดูแล กักตัวที่บ้านอย่าง ปลอดภัย -อัตราการรายงาน SRRT ใน ผู้ป่วย Covid 19 ร้อยละ 100 - ปรับปรุงทบทวนระบบการรายงาน SRRT และการ ประสานงานส่งต่อให้ชุมชนเฝ้าระวัง แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่ วย แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่วย วันที่ประเมิน.................................... พ.ศ. ................. หลัก D-METHOD สอน/แนะน า/สาธิต ประเมินผล D- Diagnosis เพื่อการปฏิบัติตัว ที่ถูกต้อง ความรู้เกี่ยวกับโรค โรคโควิด-19 (COVID-19) คือโรคติดต่ออุบัติใหม่ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสาย พันธุ์ใหม่ 2019 (Severe Acute Respiratory Syndrome-Coronavirus-2 ; SARS-CoV-2) พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคมปี 2019 ที่ตลาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลังจากนั้นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ มีการกลายพันธุ์เป็นหลากหลายสายพันธุ์และมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยสาย พันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concerns) หรือสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่าย กว่าเดิม สามารถหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ดีกว่าเดิม มีทั้งหมด 5 สายพันธุ์ สาเหตุและอาการของโรคโควิด-19 การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) เกิดจากการได้รับ เชื้อจากละอองฝอยหรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยโรคโควิด-19 เช่น ละอองฝอยจากการไอหรือจาม การสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็น น้ ามูก น้ าลายหรือเสมหะ การสัมผัสเชื้อที่อยู่บนพื้นผิวของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงการได้รับเชื้อไวรัสที่ล่องลอยอยู่ภายในอากาศด้วย เมื่อได้รับเชื้อเข้าไปใน ร่างกายแล้ว ผู้ติดเชื้ออาจแสดงอาการหรือไม่แสดงอาการก็ได้ และความรุนแรงของ อาการก็อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสุขภาพของผู้ติดเชื้อแต่ละบุคคล ผู้ป่วยที่มีโรค ประจ าตัวมีแนวโน้มที่จะมีอาการรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ ใน ผู้ป่วยที่แสดงอาการ มักพบอาการเหล่านี้ คือ ไอ เจ็บคอ เป็นไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย และหายใจหอบเหนื่อย จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ M- Medication การใช้ยา เป้าหมายการดูแล การดูแลรักษา Molnupiravir (200 mg/เม็ด) ผู้ใหญ่ - วันที่ 1-5: 4 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เด็ก - ยังไม่รับรองให้ใช้ในเด็ก < 18 ปี Favipiravir (200 mg/เม็ด) ผู้ใหญ่ วันที่ 1: 1,800 mg (9 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 800 mg (4 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................
FM_FRH_QMR Driver Diagram ถ้าน้ าหนักตัว > 90 กิโลกรัม วันที่ 1: 2,400 mg (12 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 1,000 mg (5 เม็ด) วันละ 2 ครั้ง เด็ก วันที่ 1: 70 mg/kg/day วันละ 2 ครั้ง วันต่อมา: 30 mg/kg/day วันละ 2 ครั้ง E- Environment/Economic สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับ ผู้ป่วยและเศรษฐกิจ - ในระยะ 5 วันนับจากเริ่มมีอาการควรงดออกจากบ้านไปยังชุมชน หากจะ ออกไปให้ไปเท่าที่จ าเป็น และให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง รวมทั้งรักษา ระยะห่างจากผู้อื่นประมาณ 1 เมตร ขึ้นไป และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ แออัด จนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ (5 วันนับจากวันเริ่มมีอาการ) - ให้แยกห้องนอนจากผู้อื่น ถ้าไม่มีห้องนอนแยกให้นอนห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2- 3 เมตร และต้องเป็นห้องที่เปิดให้อากาศระบายได้ดีผู้ติดเชื้อนอนอยู่ด้านใต้ลม จนพ้นระยะการแยกกักตัว - ถ้าแยกห้องน้าได้ควรแยก ถ้าแยกไม่ได้ให้เช็ดพื้นผิวที่มีการสัมผัสด้วยน้ ายาท า ความสะอาดหรือน้ ายาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์หลังการใช้ทุกครั้ง - ล้างมือด้วยสบู่และน้าเป็นประจ า โดยเฉพาะหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์70% จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ T- Treatment เป้าหมายการ ดูแลรักษาและอาการที่ควรมาพบ แพทย์ หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ หรืออาการเดิมมากขึ้น เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่น หน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้ติดต่อสถานพยาบาล หากต้องเดินทาง มาสถานพยาบาล แนะนาให้สวมหน้ากากระหว่างเดินทาง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ H- Health การด าเนินชีวิตให้ เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ แนะน าให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกก าลังกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินยาโรคประจ าตัวเป็นประจ า ท าสุขภาพจิตให้แจ่มใส จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ O- Outpatient/Referral การ มาตรวจตามนัดและการส่งต่อ การรักษา นัดติดตามอาการ ในรายที่มีอาการติดเชื้อที่ปอดร่วมด้วย จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ D- Diet อาหารที่เหมาะสมกับ สภาวะสุขภาพ - ไม่รับประทานอาหารร่วมวงกับผู้อื่น - ไม่ใช้อุปกรณ์รับประทานอาการ/แก้วน้ าร่วมกับผู้อื่น - รับประอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ผ่านความร้อน ไม่รับประทานอาหารสุกๆดิบๆ - ควรล้างมือทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................
FM_FRH_QMR Driver Diagram การส่งต่อเพื่อดูแลต่อเนื่อง ( ) ไม่จ าเป็น ( ) จ าเป็น .............................................................................................................................................................................................................................. สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยในการดูแลต่อเนื่อง .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. วันที่จ าหน่าย.........../............./............เวลา........................ โดย ( ) รถนอน ( ) รถนั่ง ( ) เดินเอง ระยะเวลาที่นอน รพ........................วัน ผู้รับกลับบ้าน.........................................................ประเภทการจ าหน่าย ( ) แพทย์อนุญาต ( ) ไม่สมัครใจอยู่ ( ) หนีกลับ ( ) เสียชีวิต 3. Performance: อาจแสดงผลในรูปแบบของ run chart หรือ control chart พร้อมค าอธิบายประกอบที่ระบุ ชัดเจนถึงช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผลหรือมีการปรับปรุง 4. Improvement Summary: สรุปการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ตัวชี้วัด เป้าหมาย 2562 2563 2564 2565 2566 ผู้ป่วยโควิด-19 ได้รับการขึ้นทะเบียน SRRT 100% อัตราการคัดกรองผู้ป่วยโควิด 19 ผิดพลาด 10 อัตราการตายของผู้ป่วยโควิด 19 <3% อัตราการเกิดภาวะหายใจล้มเหลวในผู้ป่วยโควิด 19 <10% ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ได้รับยาต้านไวรัสมากกว่า 80% จ านวนส่งต่อของผู้ป่วยโควิด 19 อัตราการท า Discharge Planning ในผู้ป่วยโควิด 19 100 อัตราการรายงาน SRRT ในผู้ป่วย Covid 19 100 5. Plan: ระบุแผนการพัฒนาในอนาคต
Clinical Tracer / Clinical Quality Su ….D 1. Purpose: แสดงเป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยและอาจแสดง Driver Diagram ที่แสดงอง Purpose Primary Drivers Secondary อตัราผู้ป่วย ไข้เลือดออก Shock การเข้าถึงบริการ การประเมินและ การคัดกรอง การใหข้อ้มูลการป้องกนั ใน ระบบการนัดติดตาม กลุ่มสงัเกตอาการ ระบบการประสานส่งต่อจ รพ.สต ระบบการ Triage ที่มี ประสิทธิภาพ ลดอัตราตายด้วย โรคไข้เลือดออก 0 ต่อแสนประชากร
FM_FRH_QMR Driver Diagram ummary: การดูแลผู้ป่วย (โรค/หัตถการ) DHF…….. งค์ประกอบสําคัญในการ ให้บริการที่มีคุณภาพ Drivers Interventions/Change Idea 2. 3. 4. 5. นชุมชน จาก - ประชาสมัพนัธ์ใหค้วามรู้โรคไขเ้ลือดออกในหมบู่า้น ชุมชน -การลงพ้ืนที่กา กบัติดตามจากทีม สสจ. ในพ้ืนทีแพร่ระบาด -การนดัหมายกลุ่มสงสยัไขเ้ลือดออกที่มาตรวจ OPD - มีเกณฑ์การคัดกรองผู้ป่ วยสงสัย DF DHF ในชุมชน - ปรับปรุงระบบการประเมินและคัดกรองของโรค ไข้เลือดออก โดยจัดท า FM การคัดกรองและ WI ข้นัตอน การด าเนินการและสื่อสารให้เจ้าหน้าที่รับทราบ
Purpose Primary Drivers Secondary Driver อตัราผู้ป่วย ไข้เลือดออก Shock การรักษาผู้ป่วย การส่งต่อ การใช้แนวทางการรักษาแล ถูกต้อง ระบบการบริหารทรัพยาก พร้อมใช้ ระบบ Refer ที่มีประสิ ลดอัตราตายด้วยโรค ไข้เลือดออก 0 ต่อแสนประชากร
FM_FRH_QMR Driver Diagram rs Interventions/Change Idea ละ CPG ได้ รที่เพียงพอ - มีเกณฑ์การ Admit และเกณฑ์การ Refer ในกลุ่มที่เกินศกัยภาพ -แนวทางการรักษา CPG ปรับจากแนวทางการรักษาไข้เลือดออก - มีการประสานข้อมูลใน Line Group DHF - มีการประสานงานส่งต่อผา่นกลมุ่ Line Dengueและมีการติดตาม Case สิทธิภาพ -ระบบการตรวจสอบความพร้อมใช้รถทุกวัน -การจัดเวรStandby ของ พขร. ในโรงพยาบาล -ระบบ Fast-พฒันาระบบการส่งต่อผปู้่วย DHF เพื่อป้องกนัการ ทรุดลงขณะส่งต่อ -จดัทา เกณฑก์ารส่งต่อผปู้่วย DHF Tract Dengue
Purpose Primary Drivers Secondary Driver อัตราผู้ป่ วย ไข้เลือดออก Shock จ าหน่ายกลบับา้น การป้องกนั ในชุมชน การนัดติดตามผู้ป่ วย การประสานสหสาขาวิชาชี การส่งต่อขอ้มูลใหชุ้มชน ลดอัตราตายด้วยโรค ไข้เลือดออก 0 ต่อแสนประชากร
FM_FRH_QMR Driver Diagram rs Interventions/Change Idea ชพ -จดัทา แผนการจา หน่ายผปู้่วย DHF (DMETHOD) -สื่อสารเรื่องแนวทางการประสานงานและการดูแลผู้ป่วย ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับทราบ -ระบบการรายงานให้SRRT ส่งต่อใหชุ้มชนเฝ้าระวงั -การประสานงานกบัรพ.สต.อสม. มีส่วนร่วมใหเ้กิดการรณรงค์ การป้องกนัไขเ้ลือดออกในชุมชน - ให้ขอ้มูลในชุมชนเรื่องการกา จดัแหล่งเพาะพนัธยุงลาย์ -การประสานงาน รพ.สต.อสม. เพื่อลงพ้ืนที่ - ติดตามโดยออกไปนัด 2 ใบ (ใบที่ 1 ให้คนไข้, ใบที่ 2 ระบุเบอร์ โทรศพัทท์ ี่ติดต่อไดแ้ละส่ง OPD เพื่อติดตามผู้ป่ วยมาตรวจตามนัด
FM_FRH_QMR Driver Diagram
FM_FRH_QMR Driver Diagram 2. Process: (ก) แผนภูมิแสดง flow chart ของการดูแลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเด็นคุณภาพ/ความเสี่ยงที่สําคัญในแต่ละ Design , in-process measure (ถ้ามี)