FM_FRH_QMR Driver Diagram
FM_FRH_QMR Driver Diagram 5%DNSS 1.5 มล./กก./ชม. วัด V/S ทุก 1-2 ชม. และเจาะ Hct ทุก 4 ชม. อาการดีขึ้น Stable vital signs ปัสสาวะมากขึ้น อาการไม่ดีขึ้น Hct เพิ่มขึ้น ชีพจรเร็วขึ้น ปัสสาวะน้อยลง เพิ่ม rate เป็น 3, 5, 7 มล./กก./ชม. อาการดีขึ้น ลด rate เป็น 7, 5, 3 มล./กก./ชม. ยังไม่ดีขึ้น มีภาวะช็อก อาการดีขึ้นอีก ลด rate IV ลงอีกจนผู้ป่วยมี Vital signs stable, Hct ลดลง, มีปัสสาวะมาก Off IV fluid ได้ภายใน 24-48 ชม. เพิ่ม rate เป็น 10 มล./กก./ชม. Consult แพทย์เฉพาะทาง ติดต่อ refer โรงพยาบาลแม่ข่าย
FM_FRH_QMR Driver Diagram 5%DNSS 1.5 มล./กก./ชม. วัด V/S ทุก 1-2 ชม. และเจาะ Hct ทุก 4 ชม. อาการดีขึ้น Stable vital signs ปัสสาวะมากขึ้น อาการไม่ดีขึ้น Hct เพิ่มขึ้น ชีพจรเร็วขึ้น ปัสสาวะน้อยลง เพิ่ม rate เป็น 3, 5, 7 มล./กก./ชม. อาการดีขึ้น ลด rate เป็น 7, 5, 3 มล./กก./ชม. ยังไม่ดีขึ้น มีภาวะช็อก อาการดีขึ้นอีก ลด rate IV ลงอีกจนผู้ป่วยมี Vital signs stable, Hct ลดลง, มีปัสสาวะมาก Off IV fluid ได้ภายใน 24-48 ชม. เพิ่ม rate เป็น 10 มล./กก./ชม. Consult แพทย์เฉพาะทาง ติดต่อ refer โรงพยาบาลแม่ข่าย พิจารณาส่งผู้ป่วยกลับบ้านเมื่อ o ไข้ลงอย่างน้อย 24 ชม. โดยไม่ได้ให้ยาลดไข้ o รับประทานอาหารได้ดี o อาการทั่วไปดีขึ้นอย่างชัดเจน o ปัสสาวะจํานวนมาก (> 1-2 ซีซี/กก./ชม.) o Hct ลดลงจนเป็นปกติ หรือ stable Hct ที่ 38-40% ในรายที่ไม่ทราบ baseline Hct o อย่างน้อย 2 วันหลังช็อก o ไม่มีอาการหายใจลําบากจากการที่มี pleural effusion หรือ ascites o เกล็ดเลือด > 50,000 เซลล์/ลบ.มม. ถ้าจะให้ผู้ป่วยกลับบ้านก่อน ควร แนะนําไม่ให้มีการกระทบกระแทก เช่นงดการออกกําลังกาย ขี่ จักรยาน หรือการทําหัตถการที่รุนแรงเช่นถอนฟันภายในระยะ 1-2 สัปดาห์ หรือพิจารณาเป็นรายๆ ไป โดยดูระดับของเกล็ดเลือดเป็น เกณฑ์ หมายเหตุ ผู้ป่วยที่มีน้ําหนักน้อยกว่า 15 กก. ให้เริ่ม ให้ IV fluid ที่ rate 2 มล./กก./ชม. ผู้ป่วยที่มีน้ําหนักเกิน 40 กก. ให้เริ่มให้ IV fluid ที่ rate 1 มล./กก./ชม.
FM_FRH_QMR Driver Diagram กระบวนการ ข้อก าหนดของกระบวนการ ตัวชี้วัดของกระบวนการ การออกแบบกระบวนการ การเข้าถึง และเข้ารับ บริการ -ระบบการนัดติดตามกลุ่มสังเกต อาการ -ชุมชนต้องได้รับข้อมูลในเรื่อง อาการสงสัยที่ต้องเข้ามารับการ รักษาในรพ -ชุมชนช่วยเฝ้าระวัง ค้นหากลุ่ม เสี่ยงที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เพื่อให้ ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว -จํานวนการเข้ารับบริการของ ผู้ป่วย DHF -พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย DHF โดยจัดทํา แนวทางการเข้ารับบริการของผู้ป่วย DHF และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง -จัดอบรม รณรงค์เรื่องโรค DHF ทีมีความ เชื่อมโยงในชุมชน บ้าน วัด โรงเรียนในการ ป้องกันยุงลายและอาการที่ต้องมาโรงพยาบาล การประเมิน และการคัด กรอง -ระบบการคัดกรองผู้ป่วย DHF ที่มี ประสิทธิภาพ -อัตราการทรุดลงขณะรอตรวจใน ผู้ป่วย DHF น้อยกว่า 10% -ปรับปรุงระบบการประเมินและคัดกรอง ของโรคไข้เลือดออก โดยจัดทํา FM การคัด กรองและ WI ขั้นตอนการดําเนินการและ สื่อสารให้เจ้าหน้าที่รับทราบ การดูแล รักษาผู้ป่วย -ผู้ป่วยได้รับการประเมินและการ วินิจฉัย Consult ถูกต้องตามแนว ทางการรักษาและCPG -อัตราผู้ป่วยเสียชีวิตของผู้ป่วย DHF 0 % -อัตราการเกิด Shock ในกลุ่ม ผู้ป่วย DHF 0% -มีเกณฑ์การAdmitted และเกณฑ์การ Refer ในกลุ่มที่เกินศักยภาพ -มีการกําหนดการรายงานผลด่วน CBC ใน กลุ่ม DHF -พัฒนาแนวทางการรักษาCPG การรักษา ไข้เลือดออก โรงพยาบาลเฝ้าไร่ การส่งต่อ -มีระบบการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ -จํานวนการส่งต่อของผู้ป่วย DHF -อัตราการทรุดลงขณะส่งต่อผู้ป่วย DHF น้อยกว่าร้อยละ 3 -พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย DHF เพื่อ ป้องกันการทรุดลงขณะส่งต่อ -จัดทําเกณฑ์การส่งต่อผู้ป่วย DHF ผู้ป่วย จําหน่าย กลับบ้าน ได้รับการวางแผนการจําหน่าย ความรู้เรื่องโรค การดูแลตัวเอง และ อาการผิดปกติที่ควรรีบมา ก่อนกลับ บ้าน -อัตราผู้ป่วย DHF ได้รับการทํา Plan discharge 100% -จัดทําแผนการจําหน่ายผู้ป่วย DHF (DMETHOD) -สื่อสารเรื่องแนวทางการประสานงานและการ ดูแลผู้ป่วยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับทราบ การดูแล ต่อเนื่อง -ชุมชนได้รับการประสานและการ ส่งกลับข้อมูลลงสู่ชุมชน เพื่อดูแล ต่อเนื่อง -ผู้ป่วยกลุ่ม DHF DSS ได้รับการ ติดตาม เยี่ยมบ้าน หลังจําหน่าย >80 % -อัตราการมาตามนัดร้อยละ 80 -มีระบบการรายงาน SRRT ให้ทันเวลามีการ ประสานข้อมูลใน Line Group DHF อ. เฝ้า ไร่ระบบการรายงานให้ฝ่าย SRRT ส่งต่อให้ ชุมชนเฝ้าระวัง -การประสานงานกับ รพ.สต อสม. มีส่วนร่วม ให้เกิดการรณรงค์การป้องกันไข้เลือดออกใน ชุมชน -ให้ข้อมูลในชุมชนเรื่องการกําจัดแหล่งเพาะ พันธ์ยุงลาย -ติดตามโดยออกไปนัด 2 ใบ (ใบที่1ให้คนไข้ ,ใบที่2ระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้และส่ง OPDเพื่อติดตามผู้ป่วยมาตรวจตามนัด -ประสานงานเรื่องการส่งเยี่ยมบ้าน
FM_FRH_QMR Driver Diagram แบบแผนการจําหน่ายผู้ป่วย แบบแผนการจําหน่ายผู้ป่วย วันที่ประเมิน.................................... พ.ศ. ................. หลัก D-METHOD สอน/แนะนํา/สาธิต ประเมินผล D- Diagnosis เพื่อการ ปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ความรู้ เกี่ยวกับโรค โรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นแมลงนําโรค สาเหตุ โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus: DENV) เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอสาย เดี่ยวบวก (single–stranded RNA) อยู่ใน genus Flavivirus และ family Flaviviridae โดย โครงสร้างของไวรัสมีไขมันเป็นเปลือกหุ้ม (lipid envelope) และโครงสร้างภายในประกอบด้วย โปรตีนโครงสร้าง (Structural proteins) และ โปรตีนไม่ใช่โครงสร้าง (Non-structural proteins) ได้แก่ NS1, NS2A, NS2B, NS3, NS4A, NS4B และ NS5 โดยเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสจะ มีการปล่อยโปรตีน NS1 ออกมาในระยะมีไข้เฉียบพลัน จึงทําให้ในปัจจุบันมีการใช้ชุดดตรวจชนิด รวดเร็วในการตรวจหาโปรตีน NS1 เพื่อการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี ไวรัสเดงกีมี 4 ซีโรทัยป์ (Serotype) ได้แก่ DENV–1, DENV–2, DENV–3 และ DENV–4 จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................
FM_FRH_QMR Driver Diagram โดยผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อซีโรทัยป์ที่เคยได้รับไปตลอดชีวิต และจะมีภูมิคุ้มกันต่อซี โรทัยป์อื่น ในระยะสั้น ประมาณ 3–12 เดือน วิธีการติดต่อ การแพร่กระจายของไวรัสเดงกีอาศัยยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นพาหะนําโรคจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง โดยยุงลายเพศเมียดูดเลือดของผู้ที่ติด เชื้อไวรัสเดงกีที่อยู่ในระยะที่มีไวรัสในกระแสเลือด (Viremia) โดยทั่วไประยะ viremia จะอยู่ ในช่วง 2 วันก่อนถึง 6 วันหลังวันที่เริ่มแสดงอาการ เมื่อยุงลายได้รับเชื้อไวรัสเดงกีจะใช้ ระยะเวลาฟักตัว (Extrinsic incubation period; EIP) ประมาณ 8–12 วัน ถึงสามารถแพร่เชื้อ ไวรัสไปสู่คนได้ และเมื่ออีกคนได้รับเชื้อไวรัสเดงกีจะใช้เวลาประมาณ 3–14 วัน (เฉลี่ย 4–7 วัน) (Intrinsic incubation period; IIP) ถึงจะแสดงอาการของโรค ซึ่งบางรายอาจจะไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อได้ ระยะฟักตัว ระยะเวลาฟักตัวในยุง (Extrinsic incubation ; EIP) ประมาณ 8–12 วัน ถึงสามารถแพร่เชื้อ ไวรัสไปสู่คนได้ ระยะฟักตัวในคน (Intrinsic incubation period; IIP) ใช้เวลาประมาณ 3–14 วัน (เฉลี่ย 4– 7 วัน) ถึงจะแสดงอาการของโรค ซึ่งบางรายอาจจะไม่แสดงอาการแต่สามารถแพร่เชื้อได้ ระยะติดต่อ โรคไข้เลือดออกไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้โดยตรง ต้องอาศัยยุงลายเป็นพาหะนําโรค การติดต่อจึงต้องใช้เวลาในผู้ป่วยและในยุง ระยะที่ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้คือ 2 วันก่อนถึง 6 วันหลังวันที่เริ่มแสดงอาการ และเมื่อยุงได้รับเชื้อไวรัสเดงกีจากผู้ป่วยจะใช้เวลาประมาณ 8-12 วันในการเพิ่มจํานวนเชื้อไวรัสจนมากพอ จึงจะเป็นระยะติดต่อจากยุงสู่คนได้ อาการทางคลินิก คือ มีไข้สูงลอย ร่วมกับอาการเลือดออก ตับโต และมีภาวะช็อกในรายที่รุนแรง ในระยะมีไข้มี อาการคล้าย DF และมีลักษณะเฉพาะของโรค คือ เกล็ดเลือดต่ําและมีการรั่วของพลาสมา ซึ่งถ้า พลาสมารั่วออกไปมาก จะเกิดภาวะช็อกที่เรียกว่า Dengue shock syndrome; DSS ซึ่งการรั่ว ของพลาสมาเป็นลักษณะเด่นของ DHF โดยสามารถตรวจพบได้จากระดับความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit) สูงขึ้น และมีน้ําในเยื่อหุ้มปอดและช่องท้อง M- Medication การใช้ยา เป้าหมายกาดูแล การดูแลรักษา ในปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี เป็นการรักษาตามอาการ แพทย์ผู้รักษาจะต้องเข้าใจ ธรรมชาติของโรค และให้การดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยในระยะแรกอาจยังไม่ต้องรับไว้ใน โรงพยาบาล โดยแพทย์จะนัดตรวจตามอาการตั้งแต่วันที่ 3 ของอาการไข้เป็นต้นไป โดยติดตาม ทุกวันจนผู้ป่วยไม่มีไข้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ยาลดไข้ สําหรับหลักการดูแลรักษาเมื่อเป็น ไข้เลือดออกเบื้องต้น ได้แก่ 1. หากมีไข้ให้รับประทานยาพาราเซตามอล 1 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง หรือเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ห้าม รับประทานยาประเภท NSAIDs และ Steroids เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟ่น โดยเด็ดขาด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจะทําให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติในทางเดินอาหาร เกิดภาวะตับ/ไตวาย เฉียบพลัน 2. การให้สารน้ําทดแทนในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม โดยการดื่มน้ําเกลือแร่หรือน้ําผลไม้ แทนน้ําเปล่า เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มีไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียน ทําให้ขาดน้ําและเกลือแร่ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ E- Environment/ Economic สภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม กับผู้ป่วยและ เศรษฐกิจ 1. การจัดการภาชนะหรือสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น หมั่นเปลี่ยนน้ําใน แจกันทุกสัปดาห์ ใช้ทรายกําจัดลูกน้ําในภาชนะน้ําใช้ ปิดฝาภาชนะน้ํากิน/น้ําใช้ให้มิดชิด คว่ํา ภาชนะที่ไม่ใช้ไม่ให้น้ําขังได้ ปล่อยปลากินลูกน้ํา เช่น ปลาหางนกยูงในอ่างบัว/ไม้น้ํา 2. เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง ไม่ให้มีมุมอับ เพื่อป้องกันยุงลายมาเกาะพัก 3. ใช้สเปรย์กระป๋องฉีดพ่นกําจัดยุงลายในบ้าน จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................
FM_FRH_QMR Driver Diagram T- Treatment เป้าหมาย การดูแลรักษาและอาการที่ ควรมาพบแพทย์ หากมีอาการที่เป็นสัญญาณเตือน (Warning sign) ว่าเข้าสู่ระยะวิกฤติ ให้รีบกลับมาพบแพทย์ ทันที ได้แก่ - ไข้ลดลงแต่อาการไม่ดีขึ้น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง กระสับกระส่าย - ปวดท้องหรืออาเจียนมากกว่า 3 ครั้ง/วัน - หน้ามืด จะเป็นลม เวียนศีรษะ หรือมือและเท้าเย็น ซึมลง - ปัสสาวะลดลงหรือไม่มีปัสสาวะใน 4-6 ชั่วโมงที่ผ่านมา - เลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกําเดาไหล อุจจาระสีดํา อาเจียนเป็นเลือด ประจําเดือนมานอก รอบหรือมามากผิดปกติ ปัสสาวะสีน้ําตาลเข้มหรือดํา จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ H- Health การดําเนินชีวิต ให้เหมาะสมกับสภาวะ สุขภาพ - แนะนําการป้องกันยุงกัด ได้แก่ ทายากันยุง นอนในมุ้ง ให้เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ O- Outpatient /Referral การมาตรวจตามนัดและ การส่งต่อการรักษา - นัดติดตามอาการ 3-5 วัน - นัดติดตามตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น CBC (Hct, plt count), AST, ALT เมื่อมีอาการปวด ท้อง อาเจียน จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ D- Diet อาหารที่เหมาะสม กับ สภาวะสุขภาพ - ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีดํา แดง น้ําตาล รวมทั้งการรับประทานยาที่ไม่จําเป็น - หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง แอลกอฮอล์ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ การส่งต่อเพื่อดูแลต่อเนื่อง ( ) ไม่จําเป็น ( ) จําเป็น .............................................................................................................................................................................................................................. สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยในการดูแลต่อเนื่อง .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. วันที่จําหน่าย.........../............./............เวลา........................ โดย ( ) รถนอน ( ) รถนั่ง ( ) เดินเอง ระยะเวลาที่นอน รพ........................วัน ผู้รับกลับบ้าน.............................................................................................ประเภทการจําหน่าย ( ) แพทย์อนุญาต ( ) ไม่สมัครใจอยู่ ( ) หนีกลับ ( ) เสียชีวิต
FM_FRH_QMR Driver Diagram 3. Performance: อาจแสดงผลในรูปแบบของ run chart หรือ control chart พร้อมคําอธิบายประกอบที่ระบุชัดเจนถึง ช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผลหรือมีการปรับปรุง ตัวชี้วัด เป้าหมาย 2562 2563 2564 2565 2566 1. อัตราป่วย DHF - DHF - DF - DSS <50 ต่อแสน ประชากร 2.อัตราผู้ป่วยไข้เลือดออก Shock 0% 3. อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้เลือดออก 0 คน ต่อแสน ประชากร 4. อัตราการทรุดลงขณะส่งต่อผู้ป่วย DHF <3% 5. อัตราผู้ป่วย DHF ได้รับการทํา Plan discharge 100% 6. อัตราผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยไข้เลือดออก ที่ได้รายงาน SRRT ล่าช้าภายใน 3 ชม. 100% 7. ผู้ป่วยกลุ่ม DHF DSS ได้รับการติดตาม เยี่ยมบ้าน หลัง จําหน่าย >80 % 8. อัตราการมาตามนัดในผู้ป่วย DHF >80 % 4. Improvement Summary: สรุปการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 5. Plan: ระบุแผนการพัฒนาในอนาคต -พัฒนาแนวทางการรักษาCPG การรักษาไข้เลือดออกระบบการดูแลผู้ป่วย DHF โดยจัดทําแนวทางการเข้ารับบริการของผู้ป่วย DHF และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง -จัดอบรม รณรงค์เรื่องโรค DHF ทีมีความเชื่อมโยงในชุมชน บ้าน วัด โรงเรียนในการป้องกันยุงลายและอาการที่ต้องมา โรงพยาบาล -ปรับปรุงระบบการประเมินและคัดกรองของโรคไข้เลือดออก โดยจัดทํา FM การคัดกรองและ WI ขั้นตอนการดําเนินการและ สื่อสารให้เจ้าหน้าที่รับทราบ -มีเกณฑ์การAdmit และเกณฑ์การ Referในกลุ่มที่เกินศักยภาพ -พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย DHF เพื่อป้องกันการทรุดลงขณะส่งต่อ -จัดทําเกณฑ์การส่งต่อผู้ป่วย DHF -จัดทําแผนการจําหน่ายผู้ป่วย DHF (DMETHOD)
Clinical Tracer / Clinical Quality Su ….H เป้าหมาย ปัจจัยขับเคลื่อน ตัวชี้วัด (Purpose, Driver diagrame & Indicator) 1. Purpose: แสดงเป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยและอาจแสดง Driver Diagram ที่แสดงองค์ป
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ummary: การดูแลผู้ป่วย (โรค/หัตถการ) HT…….. ประกอบสําคัญในการ ให้บริการที่มีคุณภาพ
2. Process: (ก) แผนภูมิแสดง flow chart ของการดูแลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเด็นคุณภาพ/ความเสี่ยงที่
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ที่สําคัญในแต่ละขั้นตอน
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM
(ข) ตารางแสดงการใช้ process management โดยระบุ process, process requiremen กระบวนการ ข้อกําหนดของกระบวนการ ตัวชี้วัดของก การเข้าถึงเละเข้ารับบริการ ผู้ป่วย HT ได้รับการขึ้น ทะเบียนที่คลินิก HT - ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงที่ได้ พฤติกรรม -อัตราการชึ้นทะเบียนของ การประเมินผู้ป่วย ผู้ป่วย HT ได้รับการประเมิน ถูกต้องครอบคลุม -อัตราการประเมิน ภาวะเ -อัตราการประเมิน CKD 1 - อัตราการเกิด complica - อัตราการตรวจ lab ประ การดูแล รักษาผู้ป่วย ผู้ป่วย HT ได้รับการดูแล รักษาตามแนวทางการดูแล ผู้ป่วย HT - ร้อยละของผู้ป่วยความดัน ดันได้ดี>80% - อัตราการเกิดภาวะแทรก การดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วย HT ได้รับการดูแล ต่อเนื่อง รับประทานยา - อัตราการมาตามนัดของผู้
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM nt, process Design , in-process measure (ถ้ามี) กระบวนการ การออกแบบกระบวนการ ด้รับการปรับเปลี่ยน ผู้ป่วย HT - จัดทําระบบการคัดกรองติดตามกลุ่มเสี่ยงตาม Process Flowchart - พัฒนาระบบการให้ความรู้และการปรับพฤติกรรมโดยสหวิชาชีพ - ประชาสัมพันธ์เรื่องอาการอันตรายจากความดันโลหิตสูงเช่น Stroke แก่ชุมชน จัดทําทะเบียนผู้ป่วย HT ในอําเภอเฝ้าไร่ เสี่ยง CVD risk 100% 100% ation ในผู้ป่วย HT <10% จําปี100% -จัดทํา CPG เรื่องการประเมินในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ทีมีการ ประเมินอาการแทรกซ้อน ภาวะเสี่ยง CVD risk CKD การเกิด complication และสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ในรพ.และเครือข่ายรับทราบ -ทําแผนการตรวจสุขภาพประจําปีในผู้ป่วย HT นโลหิตสูงที่ควบคุมความ กซ้อนจาก HT <10% - พัฒนาระบบการดูแลรักษาโดยจัดทําแนวทางในการดูแลผู้ป่วย HT เพื่อควบคุมความดัน และป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่นการเกิดภาวะ เส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วย HT >80% - พัฒนาระบบติดตามนัดโดยการขอเบอร์โทรศัพท์ผู้ป่วย /ผู้ดูแลและ ประสานทีม อสม.หากติดตามไม่ได้ให้มาตามนัด
ต่อเนื่อง มาตามนัด และไม่ เกิดภาวะแทรกซ้อน - อัตราการติดตามความดัน แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่ วย แบบแผน วันที่ประเมิน............ หลัก D-METHOD สอ D- Diagnosis เพื่อการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ความรู้เกี่ยวกับโรค ภาวะความดันโลหิตสูง คือ ระดับความดันโลหิตซิสโตลิก ( ดันโลหิตไดแอสโตลิก (diastolic blood pressure, DBP) การทานอาหารเค็มจัด หรือมีไขมันสูง ดื่มแอลกอฮอล์ควา M- Medication การใช้ยาเป้าหมายการ ดูแล ( ) อธิบายเรื่องการรับยา ...........................................................................................
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM นที่บ้าน >80% นการจําหน่ายผู้ป่วย ........................ พ.ศ. ................. น/แนะนํา/สาธิต ประเมินผล systolic blood pressure, SBP) > 140 มม.ปรอท และ/หรือ ความ ) >90 มม.ปรอท สาเหตุเป็นได้จากพันธุกรรม ความอ้วน การสูบบุหรี่ ามเครียด อาการอาจมีปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้อาเจียนได้ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ ................................................................................................................. จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ
( ) อธิบายผลข้างเคียงยา/ฤทธิ์ของยาที่ได้รับและอาการที่ต้ ........................................................................................... E- Environment/Economic สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยและ เศรษฐกิจ - ที่พักอาศัยควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงชุมชนแอ - ควรเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ เพราะอาจทําให้เกิดอุบัติเ - มารับบริการทุกครั้งควรนําหลักฐานสิทธิการรักษา เช่น บ T- Treatment เป้าหมายการดูแลรักษาและ อาการที่ควรมาพบแพทย์ การรักษา 1. ควรควบคุมน้ําหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติก่อน หา มม.ปรอท 2. ลดความเครียดวิตกกังวล พักผ่อนและออกกําล 3. หากมีอาการความดันโลหิตสูง ควรใช้ยาลดควา โลหิต เป็นระยะเพื่อปรับยา การให้ยาอาจไม่ได้ มากกว่า 1 ชนิด ตามดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ป่ว 4. ควรรับยาต่อเนื่อง เพื่อควบคุมความดันโลหิตไม เป็นปกติแล้วหยุดยาได้การหยุดยาจะทําให้คว ความดันโลหิตมีฤทธิ์ไม่ยาว ส่วนใหญ่มีฤทธิ์ไม่เ การเกิดโรคแทรกซ้อนได้ อาการที่ต้องมาพบแพทย์ สถานบริการสาธารณสุข 1. เจ็บหน้าอกรุนแรง 2. ใจสั่น 3. เหนื่อยง่ายผิดปกติ 4. ปวดศีรษะเฉียบพลัน อาจมีอาเจียนร่วม 5. แขนขาซีกหนึ่งซีกใดอ่อนแรงแม้จะเป็นเวลาอัน
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ต้องเฝ้าระวัง ................................................................................................................. วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ ออัด และบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ เหตุและเกิดบาดแผลกับผู้ป่วยได้ บัตรทอง บัตรประชาชนมาด้วย จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ ากอ้วนต้องลดน้ําหนัก การลดน้ําหนักลง 10 กก. จะลดความดันได้ 6 ลังกายพอควร ามดันโลหิต การรักษาด้วยยาจําเป็นต้องได้รับยาและได้รับการวัดความ ด้ให้ต่อเนื่องในขนาดเดียวกันไปตลอด อาจต้องเพิ่มหรือลดหรือใช้ยา วยที่ได้รับยารักษาจะทําให้ความดันโลหิตกลับมาเป็นปกติได้ ม่ให้กําเริบ ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเข้าใจว่า เมื่อรับประทานยาจนความดันโลหิต วามดันโลหิตค่อยๆ สูงกลับไป เหมือนเดิมก่อนการรักษา เนื่องจากยาลด เกิน 1 วัน ดังนั้น ต้องทานยาทุกวันเป็นประจํา จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อ นสั้นและหายเอง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................
6. ตาข้างใดข้างหนึ่งมองไม่เห็นและอาจกลับเป็นป เตรียมความพร้อมสําหรับการนัดหมายแพทย์การนัดหมา ไม่ควรบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือสูบบุหรี่ก่อนการตร H- Healthการดําเนินชีวิตให้เหมาะสมกับ สภาวะสุขภาพ 1. ออกกําลังกายแบบ aerobic เช่น เดินไวๆ อย่างน้อยวัน ต้องใช้แรงมาก เช่นยกน้ําหนัก, ปีนเขา เป็นต้น 2. สามารถทํางานและประกอบอาชีพได้ตามปกติ แต่ไม่คว 3. ทําจิตใจให้แจ่มใส หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทําให้เครียด วิตกกังวล 4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย วันละ 6–8 ชั่วโ O- Outpatient/Referral การมาตรวจตาม นัดและการส่งต่อการรักษา - มาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง - กรณีที่ยาหมดก่อนวันนัดควรมาตรวจก่อนวันนัด และแจ้ - นําสมุดประจําตัวผู้ป่วยความดันโลหิตมาด้วยทุกครั้งและ - หากต้องการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้า บ้านต่อไป - สามารถขอคําแนะนําหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการ D- Diet อาหารที่เหมาะสมกับสภาวะ สุขภาพ อาหารที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ 1. งดรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม โดยรับประทานเกลือแก 2. ควรรับประทานอาหารที่มีสัดส่วนของผลไม้ผักและผลิต สูง เช่น ราดหน้า ขนมหวาน ทุเรียน อาหารทอด เป็นต้น 3. หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ําตาล เช่น ลอดช่อง
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ปกติ ยของแพทย์ไม่จําเป็นต้องมีการเตรียมตัวหรือคําแนะนําพิเศษ แต่ผู้ป่วย รวจ นละ 30 นาทีเกือบทุกวันในแต่ละสัปดาห์และควรงดการออกกําลังที่ วรทํางานหนักจนหักโหม ล หงุดหงิด โมโห มง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ ้งแพทย์ว่ายาหมดก่อนวันนัด ลงบันทึกผลเลือด ความดันโลหิต าน ให้แจ้งแพทย์เพื่อสรุปการรักษา และส่งต่อไปยังสถานพยาบาลใกล้ รสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ กงให้ได้น้อยกว่า 6 กรัม/วัน ภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ํา โดยพยายามลดปริมาณของอาหารที่มีไขมัน น้ํากะทิ, ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................
4. งดบุหรี่ จํากัดปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ให้เกิน 30 มิลลิลิต แอลกอฮอล์ 5. ควรลดน้ําหนักตัวไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป 6. สตรีที่มีความดันโลหิตสูงจากยาคุมกําเนิด ควรหยุดยา ป การส่งต่อเพื่อดูแลต่อเนื่อง ( ) ไม่จําเป็น ( ) จําเป็น ........................................................................................................................................................................ สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยในการดูแลต่อเนื่อง ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ วันที่จําหน่าย.........../......../.........เวลา............. โดย ( ) รถนอน ( ) รถนั่ง ( ) เดินเอง ระยะเวลาที่นอน รพ.. ผู้รับกลับบ้าน...........................ประเภทการจําหน่าย ( ) แพทย์อนุญาต ( ) ไม่สมัครใจอยู่ ( ) หนีกลับ ( ) เสี
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ตรเอทิลแอลกอฮอล์/วัน หรือหากเป็นไปได้ควรงดเครื่องดื่มที่มี ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อหาวิธีการคุมกําเนิดที่เหมาะสม ............................................................................................................ .......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ...........วัน สียชีวิต
4.ผลการพัฒนา ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูง 2. ร้อยละของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี 3. อัตรากลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน 4. อัตราการมาตามนัดของผู้ป่วย HT 5. อัตราการชึ้นทะเบียนของผู้ป่วย HT 6.อัตราการประเมิน ภาวะเสี่ยง CVD risk 100% 7.อัตราการเกิด complication ในผู้ป่วย HT 8.อัตราการตรวจ lab ประจําปี 9. อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงต่อประชากร (ต่อแสนประชากร)
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM เป้าหมาย 2562 2563 2564 2565 2566 100% NA ≥80 NA 100% NA >80% NA 100% NA 100% NA ≤10% 100% ต่อแสน ปชก. NA
3. Performance: อาจแสดงผลในรูปแบบของ run chart หรือ control chart พร้อมคําอธิบายป 4. Improvement Summary: สรุปการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่เกิด 5.แผนการพัฒนา - ประชาสัมพันธ์เรื่องอาการอันตรายจากความดันโลหิตสูงเช่น Stroke แก่ชุมชน -จัดท าทะเบียนผู้ป่ วย HT ในอ าเภอเฝ้าไร่ -จัดท า CPG เรื่องการประเมินในผู้ป่ วยโรคความดันโลหิตสูง ทีมีการประเมินอาการแทรกซ้อน ภ เครือข่ายรับทราบ - พัฒนาระบบการให้ความรู้และการปรับพฤติกรรมโดยสหวิชาชีพ -จัดท าระบบการคัดกรองติดตามกลุ่มเสี่ยงตาม Process Flowchart พัฒนาระบบการดูแลรัก เช่นการเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก -ท าแผนการตรวจสุขภาพประจ าปีในผู้ป่ วย HT
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ประกอบที่ระบุชัดเจนถึงช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผลหรือมีการปรับปรุง ดขึ้น Plan: ระบุแผนการพัฒนาในอนาคต ภาวะเสี่ยง CVD risk CKD การเกิด complication และสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ในรพ.และ กษาโดยจัดท าแนวทางในการดูแลผู้ป่ วย HT เพื่อควบคุมความดัน และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- พัฒนาระบบติดตามนัดโดยการขอเบอร์โทรศัพท์ผู้ป่ วย /ผู้ดูแลและประสานทีม อสม.หากติดต
FM_FRH_QMR..DRIVER DIAGRAM ตามไม่ได้ให้มาตามนัด
FM_FRH_QMR Driver Diagram Clinical Tracer / Clinical Quality Summary: การดูแลผู้ป่วย (โรค/หัตถการ) ….TB…….. 1. Purpose: แสดงเป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยและอาจแสดง Driver Diagram ที่แสดงองค์ประกอบสําคัญในการ ให้บริการที่ มีคุณภาพ
FM_FRH_QMR Driver Diagram 2. Process: (ก) แผนภูมิแสดง flow chart ของการดูแลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเด็นคุณภาพ/ความเสี่ยงที่สําคัญในแต่ละขั้นตอน
FM_FRH_QMR Driver Diagram (ข) ตารางแสดงการใช้ process management โดยระบุ process, process requirement, process Design, in-process measure (ถ้ามี) กระบวนการ ข้อกําหนดของกระบวนการ ตัวชี้วัดของกระบวนการ การออกแบบกระบวนการ การคัดกรอง และ การ เข้าถึงบริการ การค้นหากลุ่มสัมผัสโรคเข้า สู่กระบวนการคัดกรอง กลุ่มเสี่ยงสัมผัสร่วมบ้าน ได้รับการคัดกรองวัณโรค > 90% - การค้นหากลุ่มเสี่ยงเชิงรุกในชุมชน โดยทีม รพ และ รพ.สต - ระบบการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่ OPD - แบบฟอร์มการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ ลด ขั้นตอนในการเข้าถึงบริการ การรักษา -ผู้ป่วย TB ได้รับการรักษา ตามแนงทาง CPG -อัตราความสําเร็จในการ รักษาวัณโรค >85% -อัตราผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่าง การรักษา <3% - มีการปรับแนวทางมาตรฐานวัณโรคแห่งชาติ เป็น CPG, Standing Oder TB - ระบบการติดตามผู้ป่วยวัณโรคไม่มารับยา ตามนัด - ระบบการส่งต่อข้อมูลกรณีผู้ป่วยเดินทาง ออกนอกพื้นที่ - การเตรียมความรู้ผู้ป่วยและ Care Giver ขณะ Admit การดูแลต่อเนื่อง - ระบบการเยี่ยมบ้านและ การส่งต่อขอมูลให้ชุมชน - การให้ความรู้ในชุมชนเพื่อ การอยู่ร่วมกัน ผู้ป่วยวัณโรคได้รับการเยี่ยม บ้านครบ ตามเกณฑ์ 14 ครั้ง>90% อัตราผู้ป่วยวัณโรคขาดนัด <3% - มีแนวทางการลงเยี่ยมบ้านโดยสหสาขา วิชาชีพ - จัดทําแผนที่ Spot Mapping และส่งเสริม การเข้ารับการคัดกรอง การให้ข้อมูล
FM_FRH_QMR Driver Diagram 3. Performance: อาจแสดงผลในรูปแบบของ run chart หรือ control chart พร้อมคําอธิบายประกอบที่ระบุ ชัดเจนถึงช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผลหรือมีการปรับปรุง ตัวชี้วัด เป้าหมาย 2562 2563 2564 2565 2566 อัตราการเสียชีวิต (dead rate) < 3% อัตราผู้ป่วยวัณโรครักษาหายขาด Success rate > 85% อัตราผู้ป่วยวัณโรคขาดนัด 3% อัตราการเยี่ยมบ้าน ครบตามเกณฑ์14 ครั้ง (Home visit rate) > 90% อัตราคัดกรองผู้สัมผัสร่วมบ้าน > 90% 4. Improvement Summary: สรุปการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น การวิเคราะห์สาเหตุ/ปัจจัย/การปรับปรุงกระบวนการ/ผลลัพธ์ผลที่ดีขึ้นเกิดจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการสําคัญ ได้แก่ 1) ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคในระหว่างการรักษา 2) ลดการขาดยาของผู้ป่วยวัณโรค 3) การเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์ (14 ครั้ง/คน/การขึ้นทะเบียนรักษา) 5. Plan: ระบุแผนการพัฒนาในอนาคต 1) การคัดกรองอย่างมีคุณภาพในกลุ่มเสี่ยงวัณโรค เช่น ผู้สัมผัสร่วมบ้าน กลุ่มโรคเรื้อรัง เบาหวาน ผู้สูงอายุ โรคเอดส์ โรคถุงลม โป่งพอง โรคมะเร็ง เป็นต้น 2) เพิ่มการทดสอบความรู้ผู้ป่วย โดยการทํา Pre-test และ Post test 3) การแชร์ตําแหน่งบ้านผู้ป่วยวัณโรคใน Google Map เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยา และเพิ่มประสิทธิภาพในการ ติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วย
FM_FRH_QMR Driver Diagram Clinical Tracer / Clinical Quality Summary: การดูแลผู้ป่วย (โรค/หัตถการ) ….HI…….. 1. Purpose: แสดงเป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยและอาจแสดง Driver Diagram ที่แสดงองค์ประกอบสําคัญในการ ให้บริการที่มีคุณภาพ 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. Purpose Primary Drivers Secondary Drivers Interventions/Change Idea ผู้ป่วย SHI ที่มีข้อ บ่งชี้ในการส่งต่อ ได้รับการส่งต่อที่ ปลอดภัย ร้อยละของผู้ป่วย SHI ที่ส่งต่อ ไม่มี การเสียชีวิตขณะ ส่งต่อ ประเมินอาการ ระบบรับแจ้งและ ประสานงานเข้าถึง รวดเร็ว พยาบาลมีศักยภาพในการ ประเมินดูแลผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน พัฒนาระบบบริการการแพทย์ ฉุกเฉินและระบบ Triage วินิจฉัยถูกต้อง เกี่ยวกับอาการ และอาการแสดง มีเกณฑ์ในการประเมินในทิศทาง เดียวกัน - เพิ่มศักยภาพของพยาบาลในการ ดูแลผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน - พัฒนาระบบการเข้าถึงบริการส่งต่อ ร่วมกับภาคีเครือข่าย - ให้ประชาชนมีความรูในการโทรใช้ บริการ 1669 –แนวทางการคัดกรองแรกรับตั้งแต่ หน้า ER และ OPD - มีstanding order HI - นํา CPG มาใช้ให้เป็นแนวทางเดียวกัน - แพทย์และเจ้าหน้าที่มีความรู้เกี่ยวกับ HI การประสานงาน และการส่งต่อ ระบบการประสานงานและการส่ง ต่อที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ความรู้พื้นฐานของโรค -จนท.มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องSHI - ญาติผู้ป่วยมีความเข้าใจ เกี่ยวกับตัวโรค -จัดกิจกรรมรณรงค์เปิดไฟใส่หมวกในชุมชน - ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน, นักเรียน เรื่องการบาดเจ็บที่ศีรษะและ ลักษณะของการเกิด One stop service สําหรับ SHI
FM_FRH_QMR Driver Diagram 2. Process: (ก) แผนภูมิแสดง flow chart ของการดูแลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเด็นคุณภาพ/ความเสี่ยงที่สําคัญในแต่ละ ขั้นตอน Flow chart Head injury TBI ประเมิน GCS หลัง vital signs stable Severe TBI (GCS 3-8) Consult Neurosurgeon or refer NKH - On ETT with restriction of Cspine motion - Controlled ventilation - IV fluid - Medication : Mannitol, Hypertonic saline, Furosemide, Transamine - เจาะ Lab Mild TBI (GCS 13-15) Moderate TBI (GCS 9-12) Risk factor - O2 Mask with bag 10 LPM - keep O2sat >95% - On IV - เจาะ Lab Low Moderate High Observe at home with instruction sheet Admit for observe 24 hr or CT brain CT or Consult Neurosurgeon Traumatic Patients Initial assessment and resuscitation (Primary survey, Adjunct to primary survey, Secondary survey)
FM_FRH_QMR Driver Diagram Early warning sign คือ การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยที่รับบริการตรวจรักษา/หรือต้องพัก รักษาตัวในโรงพยาบาล กลุ่มโรค Clinical risk monitor Early warning signs เกณฑ์ที่แพทย์ต้องมาดู แนวทางปฏิบัติ Head injury - Mild HI - Low to moderate Risk progress แย่ลง เป็น ICH - GCS - V/S - Severe headache - Vomiting ≥ 2 ครั้ง - Bulging fontanelle - Focal neurodeficit - Cushing’s traid : SBP สูง, PR ต่ํา, altered respiratory pattern - GCS ลดลง ≥ 2 คะแนน - สงสัย base of skull fracture เช่น มี raccoon eye, battle’s sign, bleeding per ear canal, CSF otorrhea, CSF rhinorrhea - Focal neurodeficit - Cushing’s traid : SBP สูง, PR ต่ํา, altered respiratory pattern - GCS ลดลง ≥ 2 คะแนน - สงสัย base of skull fracture เช่น มี raccoon eye, battle’s sign, bleeding per ear canal, CSF otorrhea, CSF rhinorrhea ประวัติสลบ - ประเมินN/S q 1 hr × 2 ครั้ง if stable q 2 hr × 2 ครั้ง q 4 hr จนครบ 24 hr ไม่มีประวัติสลบ - ประเมิน N/S q 4 hr if stable จนครบ 24 hr
FM_FRH_QMR Driver Diagram (ข) ตารางแสดงการใช้ process management โดยระบุ process, process requirement, process Design , inprocess measure (ถ้ามี) การจัดกระบวนการ Head injury (Process Management) กระบวนการ ข้อกําหนดของกระบวนการ ตัวชี้วัดของกระบวนการ การออกแบบกระบวนการ Prevention - ให้ความรู้เกี่ยวกับ HI - จัดทําแนวทางการดูแล ผู้ป่วย HI - จํานวนผู้ป่วย HI - จัดกิจกรรมรณรงค์เปิดไฟใส่หมวกใน ชุมชน - ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน, นักเรียน เรื่องการบาดเจ็บที่ศีรษะและ ลักษณะของการเกิด Access entry - ได้รับการรักษาทันเวลา (ตั้งแต่ออกรับจนถึง ER ไม่ เกิน 1 ชม.) การดูแลเคลื่อนย้ายระหว่างนําส่ง ถูกต้อง(ตั้งแต่ออกรับจนถึง ER ไม่ เกิน 1 ชม.)> ร้อยละ80 - ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับบริการ EMS 1669 - พัฒนาระบบการเข้าถึงบริการส่งต่อ ร่วมกับภาคีเครือข่าย Assessment - ได้รับการประเมิน ครอบคลุม ร้อยละของผู้ป่วย HI ได้รับการ ประเมินถูกต้อง >80% - มีแนวทางการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บศีรษะ - จัดอบรมวิชาการ Update ความรู้การ ดูแลผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ - ซ้อมแผนอุบัติเหตุหมู่ Diagnosis - แพทย์วินิจฉัยได้อย่าง ถูกต้องและรวดเร็ว -อัตราการตายในผู้ป่วย SHI <10% - จัดทํา CPG การดูแลผู้ป่วย SHI การส่งต่อ - ผู้ป่วย SHI หลังได้รับการ รักษาได้รับการส่งต่ออย่าง รวดเร็ว - ร้อยละ Door to refer in 1 hr >80 - มีแนวทางในการดูแลผู้ป่วยทั้งขณะส่ง ต่อ และ Admit
FM_FRH_QMR Driver Diagram - ร้อยละผู้ป่วย Mild TBI (GCS 13-15) admit score drop ≥ 2 คะแนน ต้อง refer ร้อยละ 100 -อัตราการเสียชีวิตขณะส่งต่อใน ผู้ป่วย SHI <10% - มีแนวทางในการประสานงานดูแล ผู้ป่วย HI หลังได้รับการรักษาจากรพ. หนองคาย - บันทึกอาการเปลี่ยนแปลงถ้า GCS ลดลง 2 คะแนนรายงานแพทย์ทันที - ผู้ป่วยหรือญาติทุกรายได้รับเอกสาร แนะนําในการสังเกตอาการเมื่อได้รับการ บาดเจ็บที่ศีรษะ แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่ วย แบบแผนการจําหน่ายผู้ป่วย วันที่ประเมิน.................................... พ.ศ. ................. หลัก D-METHOD สอน/แนะนํา/สาธิต ประเมินผล D- Diagnosis เพื่อการ ปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ความรู้เกี่ยวกับโรค - การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ นอกจากบาดแผลภายนอกแล้วสมองอาจได้รับการ กระทบกระเทือนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผล - แพทย์อธิบายให้ญาติทราบถึงพยาธิสภาพของโรค แผนการรักษาและการพยากรณ์โรค - พยาบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการผู้ป่วยและการรักษาของแพทย์ - อาการที่ควรกลับมารับการรักษาซ้ํา จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ M- Medication การใช้ ยาเป้าหมายการดูแล - ซักประวัติการได้รับยา การแพ้ยา และโรคเดิมของผู้ป่วย - ให้ยาตามแผนการรักษาโรค โดยยึดหลัก 6R - เฝ้าระวังอันตราย/ผลข้างเคียงจากยา - อธิบายให้ญาติรับทราบ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ E- Environment/ Economic สภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมกับผู้ป่วยและ เศรษฐกิจ - สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยและครอบครัว - สังเกตและซักถามเพื่อประเมินผู้ป่วย ครอบครัว สิ่งแวดล้อมทางสังคมและภาวะ เศรษฐกิจ - ซักถามและให้ข้อมูลเพื่อดําเนินสิทธิค่ารักษา - ค้นหา Care giver หรือผู้ดูแลผู้ป่วยเมื่อจําหน่าย จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ T- Treatment เป้าหมายการดูแลรักษา - ให้การพยาบาลตามข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล - ป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ, การติดเชื้อในโรงพยาบาล, ข้อติดแข็ง - ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การตกเตียง, การดึงท่อช่วยหายใจและท่อระบาย ต่างๆ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ
FM_FRH_QMR Driver Diagram และอาการที่ควรมาพบ แพทย์ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ H- Health การดําเนิน ชีวิตให้เหมาะสมกับ สภาวะสุขภาพ - ซักถามและประเมินภาวะสุขภาพก่อนได้รับบาดเจ็บ - ให้ญาติได้มีส่วนร่วมในการให้การพยาบาลง่ายๆ - อธิบายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการทั่วไปของผู้ป่วยและวิธีการดูแลอาการทั่วไปก่อน จําหน่ายร่วมกับญาติในการวางแผนการดูแลผู้ป่วย จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ O- Outpatient/ Referral การมาตรวจ ตามนัดและการส่งต่อ การรักษา - ซักถามและตรวจสอบแหล่งประโยชน์ในชุมชน - ให้ข้อมูลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเมินศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยของ รพ. ในชุมชน - แนะนําให้ญาติทราบถึงการใช้ประโยชน์จากสถานบริการในแหล่งชุมชน - ส่งต่อข้อมูลของผู้ป่วยไปยัง รพ.สต. ใกล้บ้าน จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ D- Diet อาหารที่ เหมาะสมกับสภาวะ สุขภาพ - ประเมินภาวะโภชนาการเดิมของผู้ป่วย - ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับอาหารตามแผนการรักษา - ติดตาม ประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วยขณะอยู่ใน รพ. เช่น ได้รับอย่างเพียงพอกับ ความต้องการ ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................ การส่งต่อเพื่อดูแลต่อเนื่อง ( ) ไม่จําเป็น ( ) จําเป็น .............................................................................................................................................................................................................................. สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยในการดูแลต่อเนื่อง .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. วันที่จําหน่าย.........../............./............เวลา........................ โดย ( ) รถนอน ( ) รถนั่ง ( ) เดินเอง ระยะเวลาที่นอน รพ........................วัน ผู้รับกลับบ้าน.........................................................ประเภทการจําหน่าย ( ) แพทย์อนุญาต ( ) ไม่สมัครใจอยู่ ( ) หนีกลับ ( ) เสียชีวิต 3. Performance: อาจแสดงผลในรูปแบบของ run chart หรือ control chart พร้อมคําอธิบายประกอบที่ระบุชัดเจนถึง ช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผลหรือมีการปรับปรุง
FM_FRH_QMR Driver Diagram 4. Improvement Summary: สรุปการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ตัวชี้วัด เป้าหมาย 2562 2563 2564 2565 2566 จํานวนผู้ป่วย HI ร้อยละของผู้ป่วย ได้รับการประเมิน GCS แรกรับ และก่อนจําหน่าย 100 การดูแลเคลื่อนย้ายระหว่างนําส่งถูกต้อง(ตั้งแต่ออกรับจนถึง ER ไม่เกิน 1 ชม.) > 80% ผู้ป่วย HI ได้รับคําแนะนําและแจกเอกสารสังเกตอาการบาดเจ็บที่ ศีรษะ 100 อัตราการตายในผู้ป่วย SHI 0 จํานวนผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างส่งต่อ 0 อัตราการเสียชีวิต SHI ไม่เกิน 26 ราย/แสนประชากร < 30 % Door to refer in 1 hr SHI >80% ผู้ป่วย Mild TBI (GCS 13-15) admit score drop ≥ 2 คะแนน ต้อง refer 100% 5. Plan: ระบุแผนการพัฒนาในอนาคต /การวิเคราะห์การดําเนินงาน -จัดกิจกรรมรณรงค์เปิดไฟใส่หมวกในชุมชน ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน, นักเรียน เรื่องการบาดเจ็บที่ ศีรษะและลักษณะของการเกิด ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับบริการ EMS 1669 - พัฒนาระบบการเข้าถึงบริการส่งต่อร่วมกับภาคีเครือข่าย -จัดอบรมวิชาการ Update ความรู้การดูแลผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ -ซ้อมแผนอุบัติเหตุหมู่ -จัดท า CPG การดูแลผู้ป่ วย SHI มีแนวทางในการดูแลผู้ป่ วยทั้งขณะส่งต่อ และ Admitมีแนวทางในการประสานงานดูแล ผู้ป่ วย HI หลังได้รับการรักษาจากรพ.หนองคาย
FM_FRH_QMR Driver Diagram Clinical Tracer / Clinical Quality Summary: การดูแลผู้ป่วย (โรค/หัตถการ) ….PSYCHOSIS…….. 1. Purpose: แสดงเป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยและอาจแสดง Driver Diagram ที่แสดงองค์ประกอบส าคัญในการ ให้บริการที่มีคุณภาพ
FM_FRH_QMR Driver Diagram 2. Process: (ก) แผนภูมิแสดง flow chart ของการดูแลผู้ป่วยพร้อมทั้งประเด็นคุณภาพ/ความเสี่ยงที่ส าคัญในแต่ละขั้นตอน (ข) ตารางแสดงการใช้ process management โดยระบุ process, process requirement, process design , in-process measure (ถ้ามี) กระบวนการ ข้อก าหนดชองกระบวนการ KPI กระบวนการ การออกแบบกระบวนการ Prevention 1. ให้ความรู้ในการป้องกันอาการ ก าเริบซ้ า 2. ท าแนวทางในการเตรียมความ พร้อมป้องกันปัญหาสุขภาพจิต จากสถานการณ์วิกฤติ 3. ป้องกันการฆ่าตัวตายส าเร็จ 1. อัตราการก าเริบซ้ าในผู้ป่วยโรคจิต 2. อัตราการเกิดสถานการณ์วิกฤติ 3. มาตรฐานการให้บริการสุขภาพจิตและจิต เวช 4. อัตราการฆ่าตัวตายส าเร็จ 1. ก าหนดสถานการณ์วิกฤติ 2. ซ้อมแผนปฏิบัติงานใน สถานการณ์จ าลอง 3. สร้างเครือข่ายเชื่อมโยง กระบวนการท างานของชุมชนให้ ปฏิบัติเป็นแผนเดียวกันเมื่อเกิด สถานการณ์วิกฤติโดยบูรณาการ ร่วมกับภาคีเครือข่าย 4. พัฒนาศักยภาพบุคลากรทีม MCATT ให้มีความรู้ทักษะการ ปฐมพยาบาลด้านจิตใจ เพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสบภาวะวิกฤติได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และ ทันท่วงที Access Entry 1. การเข้าถึงเร็ว บริการได้รวดเร็ว 2. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการ คัดกรองโรคจิตและโรคซึมเศร้า 3. ประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัด กรองได้รับบริการสุขภาพจิต ศึกษาเบื้องต้น 4. มีการจัดบริการตามมาตรฐาน บริการสุขภาพจิตและจิตเวช กรม สุขภาพจิต 5. การคัดแยก (triage) ถูกต้อง 1. อัตราการเข้าถึงบริการผู้ป่วยโรคจิต 2. อัตราการเข้าถึงบริการผู้ป่วยซึมเศร้า เข้าถึงบริการ 3. มาตรฐานการบริการสุขภาพจิตและจิต เวช ในระดับทุติยภูมิอยู่ในระดับ 1 4. อุบัติการณ์การคัดกรองผู้ป่วยจิตเวช ผิดพลาดน้อยกว่า 10% 1. ให้ความรู้ประชาชน/ผู้ดูแล/ ชุมชน/ภาคีเครือข่ายมีความรู้ใน เรื่องโรคทางจิตเภท การประเมิน อาการทางจิตและประสานงาน ตามแนวทางการเข้ารักษาได้ 191 กรณี SMIV 1669 ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉิน 2. Triage คัดกรองกลุ่มเสี่ยง และ เจ้าหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้ดูแลและ ดูแลผู้ป่วยจิตเวชได้ 3. พัฒนาแนวทางการจัดบริการ ผู้ป่วยตามความเร่งด่วน เขียว เหลือง แดง 4. บูรณาการการดูแลผู้ป่วยที่มี อาการทางจิตร่วมกับภาคี เครือข่าย 5. พัฒนาระบบการจัดบริการใน คลินิกจิตเวชให้ได้ตามมาตรฐาน 6. พัฒนาระบบการคัดแยกผู้ป่วยให้ สามารถเข้าใจตรงกันและถูกต้อง
FM_FRH_QMR Driver Diagram Assessment 1. ซักประวัติ ประเมินสัญญาณชีพ ประเมินปัญหา ความต้องการการ ช่วยเหลือของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ตรวจประเมินสภาพจิต (MES) ประเมินการใช้ยา 2. ประเมินระดับความรุนแรงของ อาการผู้ป่วย 3. ประเมินภาวะซึมเศร้า ได้รับการ ประเมิน 9Q เพื่อติดตามการ ด าเนินโรค 4. ประเมินอาการทางจิต พฤติกรรม ที่เป็นอันตราย หรืออาการก าเริบ 5. ติดตามประเมินปัญหาความ ต้องการการดูแลต่อเนื่อง 6. ผู้ป่วยโรคจิตเภท และโรคจิต เรื้อรัง ได้รับการติดตามประเมิน อาการก าเริบซ้ า ได้รับการ ทบทวนการตรวจรักษาโดยผู้ที่ ช านาญกว่า 7. ผู้ป่วยท าร้ายตัวเองได้รับบริการ ปรึกษาสุขภาพเพื่อป้องกันการท า ร้ายตัวเองซ้ า 1. อัตราการก าเริบซ้ าในผู้ป่วยโรคจิต 2. ร้อยละของผู้พยายามฆ่าตัวตายไม่กลับมา ท าร้ายตัวเองซ้ าในระยะเวลา 1 ปี 3. ร้อยละผู้ป่วยโรคจิตได้รับการตรวจ ประเมินซ้ าโดยจิตแพทย์ อย่างน้อย 1 ครั้ง/3 เดือน 4. ร้อยละผู้ป่วยพยายามท าร้ายตัวเองที่ รักษาแบบผู้ป่วยในได้รับการประเมิน ความคิดท าร้ายตัวเองซ้ า 1. พัฒนาการจัดบริการคลินิกจิตเวช ให้ได้มาตรฐาน 2. พัฒนาการประเมินอาการของ ผู้ป่วยจิตเวช และการประเมินซ้ า เกณฑ์การตรวจ/ วินิจฉัย 1. แพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้องตาม ICD 10 2. ผู้ป่วยจิตเวชได้รับการประเมิน สภาพจิตถูกต้องและส่งปรึกษา แพทย์ดูแลรักษาต่อเมื่อพบอาการ ผิดปกติ 1. ร้อยละผู้ป่วยโรคจิตรายใหม่ ได้รับการ ตรวจรักษาโดยแพทย์คลินิก 2. ร้อยละผู้ป่วยโรคจิตที่มีอาการซับซ้อน ได้รับการตรวจประเมินโดยจิตแพทย์ จัดท าเกณฑ์การวินิจฉัยและการส่ง ปรึกษาจิตแพทย์ การส่งต่อทาง ห้องปฏิบัติการ ผู้ป่วยกลุ่มโรคทางจิตเวชที่ส าคัญ ได้รับการประเมินและดูแลตาม แนวทางเวชปฏิบัติมีแนวทางและ เกณฑ์การส่งตรวจทาง ห้องปฏิบัติการตามแนวทางเวชปฏิบัติ 1. ร้อยละผู้ป่วยจิตเวชที่มีโรคร่วมเป็นกลุ่ม โรคเรื้อรังไม่ติดต่อ ได้รับการส่งตรวจทาง ห้องปฏิบัติการตามแนวทางเวชปฏิบัติ - ผู้ป่วยเบาหวาน - ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง - ผู้ป่วยไขมันในเส้นเลือดสูง - ผู้ป่วยไทรอยด์ 2. ผู้ป่วยที่รับประทานยา Lithium และ Clozapine ได้รับการตรวจติดตามทาง ห้องปฏิบัติการ จัดท าเกณฑ์การวินิจฉัยและการส่ง ตรวจทางห้องปฏิบัติการ
FM_FRH_QMR Driver Diagram Planning 1. มีการวางแผนร่วมกันของทีมสห วิชาชีพ 2. ผู้ป่วยจิตเวชได้รับการดูแล รักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพ ได้ มาตรฐานบริการสุขภาพจิตและ จิตเวช กรมสุขภาพจิต 3. ประชาชนมีความรู้ด้านสุขภาพจิต และเข้าถึงบริการสุขภาพจิตที่มี มาตรฐาน 4. ผู้ป่วยโรคจิตได้รับการวาง แผนการรักษาที่ครอบคลุมปัญหา และได้รับการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน 1. อัตราการพยายามท าร้ายตัวเองลดลง 2. ร้อยละผู้ป่วยโรคจิตเภทและโรคจิตเรื้อรัง มีอาการก าเริบซ้ าจากการขาดยา 3. ร้อยละการรักษาต่อเนื่องทุก 3 เดือน ของ ผู้ป่วยโรคจิตเภท และโรคจิตเรื้อรัง 4. ร้อยละการท าร้ายตัวเองซ้ าภายใน 1 ปี ของผู้ป่วยที่มีประวัติท าร้ายตัวเอง 1. พัฒนาระบบการส่งเสริม คัด กรอง ป้องกัน รักษา ส่งต่อ และ ฟื้นฟูร่วมกับสหวิชาชีพ 2. ส่งผู้ป่วยพบแพทย์ ให้การตรวจ รักษา ให้ข้อมูลกับผู้ป่วยและ ครอบครัว เกี่ยวกับการรักษาที่ ผู้ป่วยได้รับและผลดี-ผลเสียที่จะ เกิดขึ้น 3. ใช้กระบวนการพยาบาลวางแผน ดูแลผู้ป่วย ประสานงานส่งข้อมูล ผู้ป่วยในกรณีส่งผู้ป่วยเข้ารับ บริการหน่วยงานอื่น เช่น อุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน 4. ท าโครงการให้ความรู้ด้าน สุขภาพจิต และการคัดกรอง ประเมินอาการเบื้องต้นแก่ชุมชน การสื่อสาร 1. ผู้ป่วยและญาติรับทราบข้อมูล เรื่องโรคและการดูแลที่ถูกต้อง 2. ทีมสหวิชาชีพได้รับการส่งต่อ ข้อมูล การดูแลผู้ป่วยและติดตาม การดูแลรักษาได้ถูกต้องทันเวลา 3. มีระบบการประสานการดูแล เชื่อมโยงกับรพ.สต.เครือข่าย 4. มีระบบประสานข้อมูลผู้ป่วยให้ พยาบาลสุขภาพจิตทราบเมื่อ Admit 1. อัตราการประสานสหวิชาชีพเพื่อเตรียม ผู้ป่วยกลับบ้านและติดตามอาการต่อเนื่อง 2. อัตราผู้ป่วย ญาติ ผู้ดูแล ได้รับค าแนะน า ในเรื่อง DMETHOD โรคจิตเวช 3. ร้อยละการก าเริบซ้ ารุนแรง ในผู้ป่วยโรค จิต พัฒนาระบบการสื่อสารกับทีมสห วิชาชีพทั้งภายในรพ. และลงสู่ชุมชน การประเมินซ้ า 1. การประเมินสัญญาณเตือนอาการ ก าเริบ 2. การประเมินอาการข้างเคียงจาก ยา 3. การประเมิน 9Q 4. การประเมินความเสี่ยงต่อการท า ร้ายตัวเอง 1. อัตราการประเมินผู้ป่วยผิดพลาด (ผู้ป่วยมี อาการเปลี่ยนแปลง/ทรุดลงขณะรอตรวจ) 2. อัตราการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยา 3. อัตราการพยายามท าร้ายตัวเองลดลง 4. ร้อยละการก าเริบซ้ ารุนแรงในผู้ป่วยโรค จิต พัฒนาระบบการประเมิน และการ ประเมินซ้ า EWS ส าหรับผู้ป่วยจิตเวช
FM_FRH_QMR Driver Diagram Empowerment 1. เสริมก าลังใจให้ผู้ป่วยและผู้ดูแล เพื่อจะได้เข้าใจในโรค และอาการ ที่ส าคัญที่ต้องสังเกต การกินยา ต่อเนื่องและสามารถกลับเข้าไปใน สังคมได้ 2. การให้ค าปรึกษารายบุคคล 1. ร้อยละการก าเริบซ้ ารุนแรง ในผู้ป่วยโรค จิต 2. อัตราผู้ป่วย ญาติ ผู้ดูแล ได้รับค าแนะน า ในเรื่อง DMETHOD โรคจิตเวช 1. ให้ค าแนะน าหลังตรวจก่อนกลับ บ้าน 2. สุขภาพจิตศึกษาก่อนพบแพทย์ 3. ให้ค าปรึกษารายบุคคล 4. กิจกรรมกลุ่มบ าบัด 5. แนะน าการใช้สมุดบันทึก ประจ าตัวผู้ป่วย 6. กิจกรรม psychosocial intervention การวางแผน จ าหน่าย 1. มีระบบประสานข้อมูลผู้ป่วยให้ พยาบาลสุขภาพจิตทราบเมื่อ Admit 2. ทีมสหวิชาชีพ/ผู้ป่วย/ญาติมีส่วน ร่วมในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตที่ Admit ก่อนจ าหน่าย 3. ผู้ป่วย/ครอบครัว สามารถดูแล ตนเอง และควบคุมปัจจัยที่มีผล ต่อสุขภาพของตน 4. การให้ความรู้เรื่องโรคทางจิตเวช ที่ส าคัญ, การปฏิบัติตัวเพื่อ ป้องกัน ภาวะแทรกซ้อน, ปัจจัย กระตุ้นอาการก าเริบซ้ าและการ ป้องกัน, การใช้ยาและการสังเกต อาการข้างเคียงจากยา 1. อัตราผู้ป่วยกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ าใน 28 วัน ด้วยโรค/สาเหตุจากโรคเดิมโดย ไม่ได้วางแผน (Re - Admit) 2. ร้อยละผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการก าเริบซ้ า ภายใน 6 เดือน 3. อัตราการขาดนัดของผู้ป่วยคลินิกจิตเวช 4. ร้อยละการติดตามผู้ป่วยจิตเวชที่ขาดนัด เข้ามารับการรักษาภายใน 1 เดือน 5. อัตราการประสานสหวิชาชีพเพื่อเตรียม ผู้ป่วยกลับบ้านและติดตามอาการต่อเนื่อง 6. อัตราผู้ป่วย ญาติ ผู้ดูแล ได้รับค าแนะน า ในเรื่อง DMETHODโรคจิตเวช 7. อัตราการเตรียมชุมชนก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน 8. อัตราการได้รับการส่งต่อเรื่องการจ าหน่าย การท า Discharge Planning ตาม DMETHOD Continuity of Care 1. ผู้ป่วยที่กลับบ้านจะได้รับการ สื่อสารเพื่อเตรียมชุมชนก่อน และ มีการติดตามเยี่ยมบ้านต่อเนื่อง 2. การบูรณาการกับภาคีเครือข่าย ต ารวจ อปท. ผู้น าชุมชน ในการ ช่วยเหลือดูแล คัดกรองป้องกัน และควบคุมเหตุกรณีเกิดเหตุ รุนแรง และน าส่งต่อเพื่อเข้า กระบวนการรักษา 3. ท าทะเบียนผู้ป่วยจิตเวช แยกตาม กลุ่มสี ท าแผนที่ปักหมุดพิกัดบ้าน ผู้ป่วย 4. ให้ความรู้ชุมชนเรื่องการเฝ้าระวัง อาการสัญญานเตือนที่ส าคัญใน ผู้ป่วยทางจิตเวช 1. อัตราการเตรียมชุมชนก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน 2. อัตราการได้รับการส่งต่อเรื่องการจ าหน่าย 3. ร้อยละของผู้ป่วยโรคจิตเภทได้รับการ เยี่ยมบ้านหลังจากกลับบ้าน 6 เดือน 4. ร้อยละของผู้ป่วยโรคจิตเภทเรื้อรังได้รับ การเยี่ยมบ้าน 10 ด้าน 6 ครั้ง/ปี 5. อัตราการท าทะเบียนผู้ป่วย เขียว เหลือง แดง และปักหมุดพื้นที่บ้าน 6. ร้อยละการลงสอบสวนในผู้ป่วยฆ่าตัวตาย ส าเร็จ 7. ร้อยละการลงสอบสวนในผู้ป่วยฆ่าตัวตาย ไม่ส าเร็จ 8. อุบัติการณ์การก่อเหตุรุนแรงในชุมชน (SMIV) 9. อัตราการเยี่ยมเพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการ เตือน/อาการก าเริบในผู้ป่วยจิตเวชใน ชุมชน(สีส้ม) 2 สัปดาห์/1ครั้ง - ผู้ป่วยที่ควบคุมอาการได้ นัด 2 – 3 เดือน - ผู้ป่วยระหว่างปรับยา เริ่มการ รักษา นัด 2 สัปดาห์ - แนะน าการสังเกตอาการเตือน อาการก าเริบ - แนะน าการรับประทานยา ผลดี ของการกินยา ผลเสียของการ หยุดยา - ค าแนะน าก่อนกลับบ้าน/ให้ ข้อมูลการส่งต่อ - แนะน าแหล่งขอความช่วยเหลือ ในชุมชน - ส่งข้อมูลผู้ป่วยเพื่อการดูแล ต่อเนื่องในชุมชนเพื่อติดตาม เยี่ยมบ้าน - ประสานหน่วยงาน อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ก านัน เข้ามามีส่วน ร่วมในการดูแลผู้ป่วยในชุมชน
FM_FRH_QMR Driver Diagram - ติดตามผู้ป่วยทางโทรศัพท์ กรณี ผู้ป่วยขาดนัด - สร้างเครือข่ายในชุมชน จัดตั้ง ชมรมจิตอาสา
FM_FRH_QMR Driver Diagram แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่ วย แบบแผนการจ าหน่ายผู้ป่วย วันที่ประเมิน.................................... พ.ศ. ................. หลัก D-METHOD สอน/แนะน า/สาธิต ประเมินผล D- Diagnosis เพื่อการปฏิบัติ ตัวที่ถูกต้อง ความรู้เกี่ยวกับโรค โรคจิต คือ โรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิด และการแสดงออกอย่าง รุนแรง โดยผู้ป่วยมักจะไม่ยอมรับว่าตนเองเจ็บป่วย อาการทั่วไปของโรคจิต ความผิดปกติทางด้านความคิด เช่น หลงผิดว่าตนเองเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้วิเศษ ระแวงว่ามีคนมาท าร้ายความผิดปกติด้านอารมณ์ เช่น หัวเราะ ร้องไห้อย่างไม่มี เหตุผลหรือเฉยเมย ไม่สนใจใคร ความผิดปกติด้านการแสดงออก เช่น ไม่สนใจตนเอง สกปรก คลุ้มคลั่ง อาละวาด ท าร้ายตนเอง ท าลายข้าวของ พูดคนเดียว ไม่นอน วุ่นวาย รบกวนคนอื่นแยกตัวไม่ พูดกับใคร ความผิดปกติทางด้านการรับรู้เช่น หูแว่ว ได้ยินเสียงคน สัตว์ หรือเสียงแปลกๆ โดยไม่มีตัวตน เห็นภาพหลอนเป็นคน สัตว์ ผี อื่นๆ โรคซึมเศร้า เป็นอาการผิดปกติของอารมณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งด้าน ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม โรคซึมเศร้าเป็นภาวะอารมณ์เศร้าหมองที่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเฉยชา ไม่สนใจสิ่งต่างๆ ส่งผลต่อความสามารถใน การท างานในแต่ละวัน ซึ่งก่อให้เกิดอาการทางจิตได้มากมาย การด าเนินชีวิต ตามปกติอาจท าได้อย่างยากล าบากหรือรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่า ภาวะซึมเศร้าไม่ใช่ ความรู้สึกไม่สบายกายหรือไม่สบายใจที่สามารถสลัดออกไปได้ง่ายๆ ผู้ป่วยที่มีภาวะ ซึมเศร้าควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและยาวนานซึ่งอาจท าให้ผู้ป่วยถอดใจ การรักษา เช่น การทานยาหรือจิตบ าบัด หรือทั้งสองอย่าง สามารถช่วยผู้ป่วยส่วน ใหญ่ให้กลับมามีอาการที่ดีขึ้น อาการทั่วไปของโรคซึมเศร้า เมื่อมีอาการซึมเศร้าครั้งหนึ่งแล้ว อาการอาจก าเริบขึ้นได้อีก ภาวะโรคซึมเศร้า มักจะเกิดขึ้นเป็นระลอก อาการที่อาจพบได้เสมอๆ ได้แก่ 1. รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้ สิ้นหวัง 2. รู้สึกโกรธ หงุดหงิด ร าคาญเรื่องเล็กน้อย 3. หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือกิจกรรม ทั้งหมดในชีวิตประจ าวัน เช่น เพศสัมพันธ์ กีฬา หรืองานอดิเรก 4. ปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น นอนมากเกินไปหรือนอนไม่หลับ 5. เหนื่อยล้า ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะท าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ 6. ความอยากอาหารลดลง น้ าหนักลด หรือ ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น น้ าหนักขึ้น 7. รู้สึกวิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า 8. คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้าลง จากผู้ป่วย /ญาติบอก ( ) เข้าใจ ( ) ไม่เข้าใจ วันที่............../........../.......... ผู้ประเมิน............................