The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การใช้สารกำจัดแมลงและไรศัตรูพืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศัตรูพืช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การใช้สารกำจัดแมลงและไรศัตรูพืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศัตรูพืช

การใช้สารกำจัดแมลงและไรศัตรูพืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศัตรูพืช

Keywords: สารกำจัดแมลงและไรศัตรูพืช,ความต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช

i

คำนำ

สำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืช กรมวิชำกำรเกษตร มีหน้ำที่ศึกษำ ค้นคว้ำ วิจัย ทดลอง และพัฒนำ
วชิ ำกำรเกษตรดำ้ นอำรักขำพชื ตำมนโยบำยสำคัญและแนวทำงกำรปฏิบตั งิ ำนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรื่องกำรลดกำรใช้สำรเคมีทำงกำรเกษตร นอกจำกน้ีกรมวิชำกำรเกษตรยังมีนโยบำยอำรักขำพืชท่ีมุ่งเน้นลด
กำรใช้สำรกำจัดศัตรูพืชและใช้อย่ำงมีประสิทธิภำพมำกที่สุด เพ่ือลดปัญหำพิษตกค้ำงของสำรเคมีที่เป็น
อันตรำยตอ่ เกษตรกรและผ้บู รโิ ภค และยกระดับมำตรฐำนกำรผลิตพืชและผลผลิตสเู่ กษตรปลอดภยั อย่ำงยั่งยืน

เนื่องจำกเกษตรกรมีกำรใช้สำรกำจัดศัตรูพืชบ่อยครั้งโดยไม่มีกำรหมุนเวียนกลุ่มสำรอย่ำงถูกต้อง ทำ
ให้ศัตรูพืชสร้ำงควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดศัตรูพืชมำกข้ึนเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกษตรกรต้องใช้สำรในปริมำณที่
สูงขึ้นเพ่ือควบคุมศัตรูพืชท่ีต้ำนทำน เพื่อปกป้องผลผลติ ทำงกำรเกษตรใหม้ ีคุณภำพตรงตำมควำมต้องกำรของ
ตลำด สำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืชจึงได้มีกำรศึกษำวิจัยโดยมีเป้ำหมำยเพื่อหำเทคโนโลยีที่หมำะสม
สำหรับจัดกำรปัญหำศัตรูพืชต้ำนทำน ซ่ึงจะทำให้สำมำรถลดกำรใช้สำรเคมที ำงกำรเกษตรที่เพมิ่ มำกขนึ้ ในกำร
ป้องกันกำจัดศัตรูพืชต้ำนทำน และยังทำให้สำมำรถรักษำผลผลิตทำงกำรเกษตรให้มีคุณภำพ เพื่อเผยแพร่สู่
เกษตรกรตอ่ ไป

เอกสำรวิชำกำร กำรใช้สำรกำจัดแมลงและไรศัตรูพืชเพื่อแก้ไขปัญหำควำมต้ำนทำนศัตรูพืชเล่มน้ี
จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือในกำรแก้ปัญหำแมลงและไรต้ำนทำนต่อสำรกำจัดศัตรูพืชสำหรับนักวิชำกำร เกษตรกร
และผู้สนใจทั่วไป เนื้อหำในเอกสำรนี้เป็นกำรรวบรวมข้อมูลทำงวชิ ำกำรและองค์ควำมรู้จำกนักวิจัยหลำยท่ำน
ทีม่ ปี ระสบกำรณ์ทำงำนเกีย่ วข้องกบั กำรบรหิ ำรศตั รูพืช ซงึ่ ข้อมูลและองค์ควำมรู้ทีร่ วบรวมจะเป็นประโยชน์ต่อ
กำรแก้ปัญหำควำมต้ำนทำนของแมลงและไรศัตรูพืชของประเทศไทย สำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืชหวังเป็น
อย่ำงยิ่งว่ำข้อมูลในเอกสำรวิชำกำรเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหำควำมต้ำนทำนของ
แมลงและไรศัตรูพชื อย่ำงมีประสิทธิภำพ และถกู ต้องตำมหลักวิชำกำร อันจะทำให้กำรป้องกนั กำจัดแมลงและ
ไรศตั รพู ืชทำไดง้ ่ำยข้นึ ซ่งึ จะเป็นกำรลดกำรใช้สำรเคมที ำงกำรเกษตรได้อย่ำงยั่งยนื

(ศรตุ สทุ ธอิ ำรมณ์)
ผู้อำนวยกำรสำนกั วิจัยพฒั นำกำรอำรักขำพืช

ii

บทนำ

เอกสำรวชิ ำกำร กำรใช้สำรกำจดั แมลงและไรศัตรูพชื เพื่อแก้ไขปัญหำควำมต้ำนทำนศัตรูพชื เลม่ นี้ เปน็
เอกสำรวิชำกำรที่รวบรวมควำมรู้ในกำรแก้ปัญหำควำมต้ำนทำน ของแมลงและไรศัตรูพืชทำงกำรเกษตร
โดยเฉพำะ มเี นอ้ื หำครอบคลมุ กำรแก้ปญั หำควำมต้ำนทำนในหนอนใยผักในพืชตระกลู กะหล่ำ เพลี้ยไฟพริกใน
พรกิ กหุ ลำบ มะม่วง และมะนำว เพลี้ยไฟฝ้ำยในกล้วยไม้สกุลหวำย หนอนกระทู้ลำยจุดในข้ำวโพด และไรสองจุด
ในสตรอว์เบอร์รี

ปจั จบุ นั เกษตรกรมักประสบปัญหำเรื่องค่ำใชจ้ ่ำยในกำรป้องกันกำจัดศัตรพู ืชเพิ่มข้ึนมำก ท้ังนเ้ี น่อื งจำก
เกษตรกรหลำยรำยมักใช้สำรเคมีกำจัดศัตรูพชื อย่ำงไม่ถูกต้อง และมกั ใชส้ ำรกลุ่มเดิมซ้ำกันบ่อยครั้งโดยไม่มีกำร
หยุดพักกำรใช้สำรแต่ละกลุ่มนำนเพียงพอ ทำให้แมลงและไรศัตรูพืชท่ีมีควำมต้ำนทำนเกิดกำรระบำดเพ่ิมมำก
ข้ึนและมีแนวโน้มที่จะขยำยตัวเป็นวงกว้ำงในแหล่งปลูกพืชต่ำง ๆ ของประเทศไทย ปัญหำศัตรูพืชต้ำนทำนทำ
ให้กำรป้องกันกำจดั ทำไดย้ ำก และทำให้ผลผลิตทำงกำรเกษตรเกิดควำมสูญเสยี ทั้งด้ำนคุณภำพและปริมำณเพ่ิม
มำกข้ึนในแต่ละปี เป็นอุปสรรคต่อกำรผลิตผลผลิตเกษตรท่ีมีคุณภำพสูงเพ่ือแข่งขันในตลำดทั้งภำยในประเทศ
และตำ่ งประเทศ

วิธีจัดกำรปัญหำควำมต้ำนทำนของศัตรพู ืชที่ปฏิบัติได้ง่ำยที่สุดก็คือ กำรใช้สำรแบบหมุนเวียน วิธีกำรน้ี
จะใช้สำรกำจัดศตั รูพืชชนิดต่ำง ๆ ท่อี ย่ตู ำ่ งกลมุ่ กนั ในแต่ละชว่ งเวลำ หรอื ในแตล่ ะหนึง่ อำยุขัยของศตั รูพชื กำรท่ี
นักวิชำกำรด้ำนกำรเกษตรและเกษตรกรมีควำมรู้ควำมเข้ำใจในวิธีกำรจัดกำรควำมต้ำนทำนของศัตรูพืชและ
สำมำรถวำงแผนกำรใช้สำรกำจัดศัตรูพืชแบบหมุนเวียนอย่ำงถูกต้องและเหมำะสมในแต่ละพื้นที่ปลูกก็จะทำให้
กำรแกป้ ัญหำศัตรพู ชื ต้ำนทำนในแต่ละพื้นที่ประสบควำมสำเร็จ

ในเอกสำรวิชำกำร กำรใช้สำรกำจัดแมลงและไรศัตรูพืชเพื่อแก้ไขปัญหำควำมต้ำนทำนศัตรูพืชเล่มนี้ มี
เนอ้ื หำสำคัญด้ำนตำ่ ง ๆ ไดแ้ ก่ สถำนกำรณค์ วำมต้ำนทำนของแมลงและไรต่อสำรกำจัดศัตรพู ชื ชนิดตำ่ ง ๆ ทำให้
ทรำบว่ำพ้ืนท่ีใดสำมำรถใช้สำรชนิดใด และพ้ืนท่ีใดไม่ควรใช้สำรชนิดใด ทรำบกำรจัดแบ่งกลุ่มสำรฆ่ำแมลงและ
ไรโดย IRAC (Insecticide Resistance Action Committee) เพ่ือใช้ในกำรเลือกกลุ่มสำรในกำรใช้แบบ
หมุนเวยี น ทรำบสำเหตุกำรเกิดควำมต้ำนทำนของศัตรูพืช และกลไกควำมต้ำนทำนเพื่อสำมำรถลดปัจจัยในกำร
เกิดควำมต้ำนทำนและสำมำรถหลีกเล่ียงกำรเลือกใช้สำรท่ีมีควำมต้ำนทำนข้ำม (cross-resistance) ทรำบ
หลกั กำรจดั กำรควำมต้ำนทำนและกำรใช้สำรแบบหมุนเวียนเพ่ือใชป้ ฏบิ ัติในแปลงปลูกพืช ทำให้สำมำรถลดและ
แก้ปัญหำควำมต้ำนทำนอย่ำงถูกต้องตำมหลักวิชำกำร อีกทั้งยังมีตัวอย่ำงกำรใช้สำรแบบหมุนเวียนเพื่อ
แก้ปัญหำควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลงและไรศัตรูพืชท่ีได้จำกงำนวิจัยของสำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืช
ซ่ึงเน้ือหำท้ังหมดจะเป็นแนวทำงทำให้นักวิชำกำร เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ที่ได้อ่ำนเอกสำรวิชำกำรเล่มน้ีมี
ควำมสำมำรถวำงแผนและตดั สินใจเลือกกลุ่มสำรเพ่ือใช้แบบหมุนเวียนในพื้นทปี่ ลูกพืชชนิดตำ่ ง ๆ เพ่อื แกป้ ัญหำ
ศัตรูพืชต้ำนทำนได้อย่ำงถูกต้องด้วยตัวเอง ซ่ึงจะทำให้ลดปัญหำกำรสูญเสียผลผลิตเกษตรทั้งด้ำนคุณภำพและ
ปรมิ ำณเนือ่ งจำกกำรระบำดทำลำยของศัตรูพืชที่ต้ำนทำนต่อสำรกำจัดศัตรพู ืช อนั จะทำใหภ้ ำพรวมของประเทศ
สำมำรถผลิตผลผลิตทำงกำรเกษตรที่มีคุณภำพสูงเพ่ือแข่งขันในตลำดทั้งภำยในประเทศและต่ำงประเทศเพิ่ม
มำกข้นึ

สำรบญั iii

คำนำ หน้ำ
i
บทนำ ii
1
สถำนกำรณ์ควำมต้ำนทำนของแมลงและไรต่อสำรกำจดั ศัตรพู ืช 48

กำรจดั แบ่งกลุ่มสำรกำจัดแมลงและไรโดย IRAC เพ่อื ใช้ในกำรจดั กำร 62
ควำมตำ้ นทำน 71
ควำมรู้พน้ื ฐำนควำมต้ำนทำนของแมลงและไรต่อสำรกำจัดศตั รูพชื
ควำมรพู้ ื้นฐำนกลไกควำมต้ำนทำนสำรกำจดั แมลงและไรเพอ่ื กำรใช้ 79
สำรแบบหมนุ เวียน 95
หลกั กำรจัดกำรควำมตำ้ นทำนของแมลงและไรต่อสำรกำจัดศัตรูพืช
102
หลักกำรใช้สำรแบบหมนุ เวยี นเพ่ือแกป้ ญั หำควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจดั 116
ศตั รูพชื ในแมลงและไร 141
คำแนะนำกำรใชส้ ำรแบบหมุนเวียนเพอ่ื แก้ปญั หำควำมตำ้ นทำน 143
ต่อสำรกำจัดแมลงและไรในพืชเศรษฐกจิ บำงชนิด
ภำคผนวก

ทำเนียบผูท้ รงควำมรู้และผเู้ ชี่ยวชำญด้ำนกำรใชส้ ำรกำจดั แมลงและไร
เพื่อแก้ปัญหำควำมต้ำนทำนศัตรูพชื
ชอื่ สำรกำจัดแมลงและไร

สำรบญั ภำพ iv

ภำพท่ี หน้ำ
4
1 ควำมต้ำนทำนต่อสำร spinosad (กล่มุ 5) ในหนอนใยผักจำกพ้ืนที่ตำ่ ง ๆ 5
ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557 6
7
2 ควำมต้ำนทำนต่อสำร spinetoram (กลุ่ม 5) ในหนอนใยผักจำกพืน้ ทตี่ ำ่ ง ๆ 8
ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 9
10
3 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร indoxacarb (กลุ่ม 22) ในหนอนใยผกั จำกพืน้ ทตี่ ำ่ ง ๆ 11
ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 12
13
4 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร emamectin benzoate (กลมุ่ 6) ในหนอนใยผกั 14
จำกพื้นที่ต่ำง ๆ ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557 16
19
5 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร fipronil (กลมุ่ 2B) ในหนอนใยผักจำกพ้นื ท่ีตำ่ ง ๆ 20
ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557
23
6 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร chlorfenapyr (กล่มุ 13) ในหนอนใยผกั จำกพื้นท่ี
ตำ่ ง ๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

7 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร tolfenpyrad (กลุ่ม 21) ในหนอนใยผักจำกพืน้ ทตี่ ่ำง ๆ
ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

8 ควำมต้ำนทำนต่อสำร flubendiamide (กลมุ่ 28) ในหนอนใยผักจำกพน้ื ที่
ตำ่ ง ๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

9 ควำมต้ำนทำนต่อสำร chlorantraniliprole (กล่มุ 28) ในหนอนใยผกั จำก
พน้ื ทีต่ ำ่ ง ๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

10 ควำมต้ำนทำนต่อแบคทีเรยี Bacillus thuringiensis subsp. aizawai
(กล่มุ 11) ในหนอนใยผักจำกพ้นื ทตี่ ่ำง ๆ ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

11 ควำมตำ้ นทำนต่อแบคทีเรยี Bacillus thuringiensis subsp. kurstaki
(กลุม่ 11) ในหนอนใยผักจำกพ้ืนทตี่ ่ำง ๆ ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

12 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนิดต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพล้ยี ไฟพริกที่
ทำลำยพรกิ ในแหล่งปลกู จังหวดั กำญจนบุรแี ละรำชบรุ ีในช่วงปี พ.ศ. 2560-2561

13 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนิดต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพล้ียไฟฝำ้ ยท่ี
ทำลำยกลว้ ยไมส้ กลุ หวำย ในแหลง่ ปลกู จังหวัดนครปฐมในปี พ.ศ.2561

14 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนิดตำ่ ง ๆ ต่อกำรตำยของเพลี้ยไฟฝำ้ ยที่
ทำลำยกล้วยไมส้ กุลหวำย ในแหล่งปลกู จังหวดั ปทุมธำนี และนนทบุรีในปี
พ.ศ. 2561

15 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนดิ ต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพลย้ี ไฟพริกที่
ทำลำยกุหลำบพวงในแหล่งปลกู จงั หวดั นครปฐม ในช่วงปี พ.ศ.2560-2561

สำรบญั ภำพ (ต่อ) v

ภำพท่ี หน้ำ
26
16 กำรตอบสนองต่อสำรกำจดั แมลงชนิดต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพลี้ยไฟพรกิ 27
ทำลำยมะมว่ งในแหล่งปลูก จังหวดั สุพรรณบุรี ในปี พ.ศ.2562
28
17 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนดิ ตำ่ ง ๆ ต่อกำรตำยของเพล้ยี ไฟพรกิ ท่ี
ทำลำยมะม่วงในแหล่งปลกู จังหวดั สุโขทัย พิษณุโลก และพิจติ ร ในชว่ งปี 31

พ.ศ. 2562-2563 32
18 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนิดตำ่ ง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพลยี้ ไฟพรกิ ที่
34
ทำลำยมะมว่ งในแหลง่ ปลูก จังหวัดฉะเชงิ เทรำ และนครรำชสีมำในปี
พ.ศ. 2562 36
19 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนดิ ต่ำง ๆ ต่อกำรตำยของเพลย้ี ไฟพรกิ ที่ 37
ทำลำยมะนำวในแหล่งปลูก จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวดั พจิ ติ ร ในชว่ งปี 38
พ.ศ. 2561-2562 39
20 กำรตอบสนองต่อสำรกำจดั แมลงชนดิ ต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพลย้ี ไฟพริกท่ี 40
ทำลำยมะนำวในแหล่งปลูก จังหวดั สุพรรณบุรี และจังหวัดชัยนำทในปี 41
พ.ศ. 2561 44
21 กำรตอบสนองต่อสำรกำจดั แมลงชนดิ ตำ่ ง ๆ ตอ่ กำรตำยของเพลย้ี ไฟฝ้ำยท่ี
ทำลำยเมลอ่ นในแหลง่ ปลูก จังหวดั สพุ รรณบุรี กำญจนบรุ ี
พระนครศรอี ยธุ ยำในปี พ.ศ.2562
22 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร pyridaben (กลุม่ 21A) ของไรสองจุดใน
สตรอวเ์ บอรร์ ีจำกพืน้ ทีต่ ่ำง ๆ ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562
23 ควำมต้ำนทำนต่อสำร propargite (กล่มุ 12C) ของไรสองจุดใน
สตรอว์เบอรร์ จี ำกพื้นท่ีต่ำง ๆ ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562
24 ควำมต้ำนทำนต่อสำร fenpyroximate (กลุ่ม 21A) ของไรสองจุดใน
สตรอวเ์ บอรร์ จี ำกพ้ืนทต่ี ่ำง ๆ ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562
25 ควำมต้ำนทำนต่อสำร tebufenpyrad (กลุ่ม 21A) ของไรสองจุดใน
สตรอว์เบอรร์ จี ำกพืน้ ที่ต่ำง ๆ ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562
26 ควำมตำ้ นทำนต่อสำร spiromesifen (กล่มุ 23) ของไรสองจดุ ใน
สตรอว์เบอรร์ จี ำกพื้นที่ต่ำง ๆ ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562
27 ควำมต้ำนทำนต่อสำร abamectin (กลมุ่ 6) ของไรสองจุดในสตรอว์เบอรร์ ี
จำกพื้นที่ตำ่ ง ๆ ของ ประเทศไทยในปี พ.ศ.2562
28 กำรตอบสนองต่อสำรกำจัดแมลงชนิดต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยของหนอนกระทู้
ขำ้ วโพดลำยจดุ ทีท่ ำลำยขำ้ วโพดในแหลง่ ปลูก จังหวัดกำญจนบรุ ี
ปี พ.ศ.2562

สำรบญั ภำพ (ต่อ) vi

ภำพท่ี หน้ำ
45
29 ควำมต้ำนทำนต่อสำร emamectin benzoate (กลมุ่ 6) ในหนอนกระทู้
ข้ำวโพดลำยจดุ ที่ อ.บึงสำมพัน จ.เพชรบูรณ์ และ อ.ท่ำมว่ ง จ.กำญจนบุรี 71
ในชว่ งปี พ.ศ.2563-2564 87
87
30 ภำพรวมของกลไกกำรเกิดควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจัดแมลง 96
31 กำรใชส้ ำรกำจัดแมลงแบบหมุนเวียนตำมหลัก IRM 97
32 กำรใช้สำรกำจัดแมลงแบบหมุนเวียน (rotation) 97
33 แผนกำรพน่ สำรแบบหมุนเวยี นตำมกล่มุ สำรเปน็ วงจรต่อเนื่องกันเพ่ือ 98

แกป้ ัญหำควำมต้ำนทำนของศัตรพู ชื ต่อสำรกำจดั แมลง 99
34 แผนกำรพ่นสำรแบบหมนุ เวยี นตำมกลมุ่ สำรเป็นวงจรต่อเน่ืองกันเพื่อ

แกป้ ญั หำควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลงในหนอนกระทู้
35 แผนกำรพน่ สำรแบบหมุนเวียนตำมกลมุ่ สำรเป็นวงจรต่อเนื่องกันเพ่ือ

แกป้ ญั หำควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจดั แมลงในเพลย้ี ไฟ
36 แผนกำรพ่นสำรแบบหมุนเวียนตำมกลมุ่ สำรเป็นวงจรต่อเนื่องกนั เพื่อ

แก้ปญั หำควำมต้ำนทำนของศัตรูพชื ตอ่ สำรกำจดั แมลงในพืช
มอี ำยสุ ั้นกวำ่ 50 วัน
37 แผนกำรพ่นสำรแบบหมนุ เวียนตำมกลุ่มสำรเพ่ือแกป้ ัญหำควำมต้ำนทำน
ของศตั รพู ืชต่อสำรกำจดั แมลงในพืชมีอำยุประมำณ 50-70 วัน

สำรบญั ตำรำงภำคผนวก vii

ตำรำงท่ี หน้ำ
117
1 ควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจดั แมลง spinosad (กลมุ่ 5) ในหนอนใยผักจำก 118
พน้ื ที่ตำ่ งๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 119
120
2 ควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลง spinetoram (กลุ่ม 5) ในหนอนใยผัก 121
จำกพื้นที่ตำ่ งๆ ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557 122
123
3 ควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจดั แมลง indoxacarb (กลุ่ม 22A) ในหนอนใย 124
ผักจำกพน้ื ทต่ี ่ำงๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 125
126
4 ควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลง emamectin benzoate (กลมุ่ 6) ใน
หนอนใยผัก จำกพ้นื ท่ีตำ่ งๆ ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557 127

5 ควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจัดแมลง fipronil (กล่มุ 2B) ในหนอนใยผักจำก 128
พน้ื ที่ตำ่ งๆ ของประเทศไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557 128
129
6 ควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลง chlorfenapyr (กลุ่ม 13) ในหนอนใย
ผกั จำกพนื้ ทตี่ ่ำงๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 129

7 ควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลง tolfenpyrad (กลุ่ม 21) ในหนอนใยผกั
จำกพน้ื ที่ต่ำงๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

8 ควำมต้ำนทำนต่อสำรกำจัดแมลง flubendiamide (กลมุ่ 28) ในหนอน
ใยผักจำกพื้นที่ต่ำงๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

9 ควำมตำ้ นทำนต่อสำรกำจัดแมลง chlorantraniliprole (กลมุ่ 28) ใน
หนอนใยผกั จำกพ้นื ท่ตี ่ำงๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

10 ควำมต้ำนทำนต่อแบคทเี รีย Bacillus thuringiensis subsp. aizawai
(กล่มุ 11) ในหนอนใยผักจำกพื้นทตี่ ำ่ งๆ ของประเทศไทยในช่วงปี
พ.ศ. 2555-2557

11 ควำมตำ้ นทำนต่อแบคทเี รีย Bacillus thuringiensis subsp. kurstaki
(กลุ่ม 11) ในหนอนใยผักจำกพนื้ ที่ตำ่ งๆ ของประเทศไทยในช่วงปี
พ.ศ. 2555-2557

12 ผลของสำรกำจดั แมลงชนิดตำ่ ง ๆ ต่อกำรตำยในเพล้ียไฟพริกทท่ี ำลำย
พริกทีป่ ลูกในจังหวดั รำชบุรี และกำญจนบุรี ในปี พ.ศ. 2560-2561

13 ผลของสำรกำจดั แมลงชนดิ ต่ำง ๆ ต่อกำรตำยในเพลี้ยไฟฝ้ำยท่ีทำลำย
กล้วยไม้สกลุ หวำยทีป่ ลกู ในจังหวดั นครปฐม ในปี พ.ศ. 2560-2561

14 ผลของสำรกำจัดแมลงชนดิ ตำ่ ง ๆ ตอ่ กำรตำยในเพลย้ี ไฟฝ้ำยทท่ี ำลำย
กล้วยไม้สกลุ หวำยท่ีปลกู ในจงั หวดั ปทุมธำนี และนนทบุรี ในปี
พ.ศ. 2560-2561

15 ผลของสำรกำจดั แมลงชนิดต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยในเพล้ยี ไฟพริกที่ทำลำย
กุหลำบพวงทป่ี ลูกในจังหวดั นครปฐม ในปี พ.ศ. 2560-2561

สำรบัญตำรำงภำคผนวก (ตอ่ ) viii

ตำรำงที่ หน้ำ
130
16 ผลของสำรกำจัดแมลงชนดิ ต่ำง ๆ ตอ่ กำรตำยในเพลี้ยไฟพริกทท่ี ำลำย 130
มะม่วงท่ีปลกู ในจังหวดั สพุ รรณบุรี ในปี พ.ศ. 2562 131
131
17 ผลของสำรกำจัดแมลงชนิดตำ่ ง ๆ ตอ่ กำรตำยในเพลย้ี ไฟพริกทท่ี ำลำย 132
มะมว่ งท่ีปลูกในจังหวัดสโุ ขทัย พิษณุโลก และพจิ ิตร ในปี พ.ศ. 2562-2563 132

18 ผลของสำรกำจัดแมลงชนิดต่ำง ๆ ต่อกำรตำยในเพลี้ยไฟพริกทท่ี ำลำย 133
มะม่วงท่ีปลกู ในจังหวดั ฉะเชิงเทรำ และนครรำชสีมำ ในปี พ.ศ. 2562
134
19 ผลของสำรกำจัดแมลงชนดิ ต่ำง ๆ ต่อกำรตำยในเพลยี้ ไฟพริกที่ทำลำย
มะนำวทีป่ ลกู ในจงั หวดั กำแพงเพชร และพิจิตร ในปี พ.ศ. 2561-2562 135

20 ผลของสำรกำจัดแมลงชนิดตำ่ ง ๆ ตอ่ กำรตำยในเพลย้ี ไฟพริกทที่ ำลำย 136
มะนำวที่ปลกู ในจงั หวดั สุพรรณบรุ ี และชยั นำท ในปี พ.ศ. 2561
137
21 ผลของสำรกำจดั แมลงชนิดต่ำง ๆ ต่อกำรตำยในเพลี้ยไฟฝำ้ ยท่ีทำลำยเมล่อน
ท่ีปลกู ในจังหวัดสุพรรณบรุ ี กำญจนบรุ ี และพระนครศรีอยุธยำ ในปี 138
พ.ศ. 2562
139
22 ควำมเปน็ พิษของสำร pyridaben 20% WP (กลุม่ 21A) ต่อไรสองจดุ
Tetranychus urticae Koch จำกแหลง่ ปลูกสตรอว์เบอรร์ ีในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2562

23 ควำมเป็นพิษของสำร propargite 30% WP (กลุ่ม 12C) ต่อไรสองจุด
Tetranychus urticae Koch จำกแหล่งปลูกสตรอวเ์ บอร์รีในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2562

24 ควำมเป็นพิษของสำร fenpyroximate 5% SC (กลุ่ม 21A) ต่อไรสอง
จุด Tetranychus urticae Koch จำกแหลง่ ปลกู สตรอว์เบอรร์ ีใน
ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562

25 ควำมเปน็ พิษของสำร tebufenpyrad 36% EC (กลมุ่ 21A) ตอ่ ไรสอง
จุด Tetranychus urticae Koch จำกแหลง่ ปลูกสตรอว์เบอรร์ ีใน
ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562

26 ควำมเปน็ พิษของสำร spiromesifen 24% SC (กลุ่ม 23) ตอ่ ไรสองจดุ
Tetranychus urticae Koch จำกแหลง่ ปลกู สตรอวเ์ บอร์รีในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2562

27 ควำมเปน็ พิษของสำร abamectin 1.8% EC (กล่มุ 6) ตอ่ ไรสองจดุ
Tetranychus urticae Koch จำกแหลง่ ปลกู สตรอว์เบอรร์ ีในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2562

28 ประสิทธภิ ำพสำรกำจดั แมลงชนดิ ตำ่ งๆ ตอ่ หนอนกระท้ขู ้ำวโพดลำยจดุ สำย
พนั ธท์ุ ่ำม่วง ในสภำพหอ้ งปฏิบตั กิ ำร (กรกฎำคม 2562)

สำรบัญตำรำงภำคผนวก (ตอ่ ) ix

ตำรำงท่ี หน้ำ
140
29 ผลกำรทดสอบควำมต้ำนทำนสำร emamectin benzoate (กลุ่ม 6) ใน
ประชำกรหนอนกระทขู้ ำ้ วโพดลำยจุดจำก อ.บงึ สำมพนั จ.เพชรบูรณ์
และ อ.ทำ่ มว่ ง จ.กำญจนบรุ ี ในช่วงปี พ.ศ. 2563-2564

1

สถานการณค์ วามตา้ นทานของแมลงและไร
ต่อสารกาจดั ศตั รูพชื

บทนำ

ความต้านทานของแมลงศัตรูพชื ตอ่ สารกำจัดแมลงและไรเปน็ ปญั หาสำคัญในการป้องกนั กำจัดศัตรูพืช
สำหรับเกษตรกรไทยในปัจจุบัน ปัญหานี้ทำให้เกษตรกรไม่สามารถปกป้องผลผลิตการเกษตรจากการทำลาย
ของศัตรูพืชได้อย่างทันท่วงทีเนื่องจากสารกำจัดศัตรูพืชหลาย ๆ ชนิดหมดประสิทธิภาพในการกำจัดศัตรูพืช
เกษตรกรหลายรายสูญเสียรายได้หรือขาดทุนและต้องเป็นหนี้ก็เพราะผลผลิตเกษตรเสียหายจากการทำลาย
ของศัตรูพืชตา้ นทานซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ แนวทางสำคญั และง่ายทีส่ ดุ ในการป้องกันและแก้ปัญหาแมลงและ
ไรศตั รูพืชตา้ นทานต่อสารกำจัดแมลงคือการหยุดใชส้ ารท่ีแมลงและไรที่กำลังสรา้ งความต้านทาน และใช้สารที่
แมลงและไรไม่มีความตา้ นทานหรอื มีความต้านทานน้อยแบบหมนุ เวียนตามกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์

ในการใช้สารแบบหมุนเวียนในแต่ละพื้นที่จำเป็นต้องทราบสถานการณ์ว่าสารกำจัดแมลง หรือไรกลุ่ม
ใดบ้างที่แมลงศัตรูพืชมีความต้านทานสูงและควรงดใช้ หรือสารกำจัดแมลงหรือไรกลุ่มใดบ้างที่แมลงหรือไรมี
ความตา้ นทานนอ้ ยและไมม่ ีความตา้ นทานเพื่อนำมาใชแ้ บบหมนุ เวียน สำหรับขอ้ มูลสถานการณ์ความต้านทาน
ของแมลงและไรศัตรูพชื ในพ้นื ที่ต่าง ๆ นั้น สำนักวิจยั พัฒนาการอารักขาพชื ได้ศึกษาวิจัยไว้แล้วในแมลงและไร
บางชนิด เช่น หนอนใยผัก เพลี้ยไฟที่ทำลายพริก กล้วยไม้สกุลหวาย กุหลาบพวง มะม่วง มะนาว เมล่อน
ไรสองจุดใน สตรอวเ์ บอร์รี และหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด การทราบชนดิ สารหรือกลุ่มสารท่ีศัตรูพืชดังกล่าว
ไม่มคี วามต้านทานหรือมีความต้านทานน้อยทำให้สามารถเลือกใชส้ ารในการวางแผนการใช้สารแบบหมุนเวียน
ตามกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์อย่างถูกต้องเพื่อลดปัญหาความต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ

สถานการณ์ความต้านทานต่อสารกำจดั แมลงในหนอนใยผกั (Plutella xylostella L.)

หนอนใยผักเป็นแมลงศัตรูพืชตระกูลกะหล่ำที่มีการระบาดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว การระบาดของ
แมลงชนิดนี้ทำให้ผลผลิตเสียหายอย่างมาก เกษตรกรมักใช้สารกำจัดแมลงในการป้องกันกำจัดแมลงชนิดนี้
เนื่องจากสารกำจัดแมลงสามารถลดประชากรหนอนใยผักได้อย่างรวดเร็ว แต่เกษตรกรส่วนมากใช้สารกำจัด
แมลงอย่างไม่ถูกต้องคือมักใช้สารชนิดเดิมหรือกลุ่มเดิมซ้ำกันบ่อยครั้งโดยไม่มีการหมุนเวียนสาร จึงทำให้
หนอนใยผักมีความต้านทานต่อสารกำจดั แมลงหลายชนิด Sukonthabhirom and Siripontangmun (2012)
ได้รายงานความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ ในหนอนใยผักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยได้
แบ่งระดับความต้านทานตามค่า Resistance factor (RF) หรือค่าความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงเมื่อเทียบ
กับประชากรแมลงออ่ นแอตาม Ahmad et al., (2007) และ Ahmad and Mehmood (2015) ดงั น้ี

ค่า RF < 1 ไมม่ ีความต้านทาน (None, N)
คา่ RF = >1-10 มคี วามตา้ นทานตำ่ มาก (Very Low, VL)
คา่ RF = >10-20 มคี วามตา้ นทานตำ่ (Low, L)
ค่า RF = >20-50 มีความต้านทานปานกลาง (Moderate, M)
คา่ RF = >50-100 มคี วามตา้ นทานสงู (High, H)
คา่ RF>100 มคี วามต้านทานสูงมาก (Very High, VH)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

2

ซึ่งคา่ RF = ค่า LC50 หรือค่าความเขม้ ขน้ ของสารกำจัดแมลงท่ีทำให้แมลงแตล่ ะประชากรตาย 50% / ค่า
LC50 ทต่ี ำ่ ท่ีสุดในประชากรแมลงอ่อนแอ

Sukonthabhirom and Siripontangmun (2012) ได้รายงานว่าในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 พบ
หนอนใยผักสร้างความต้านทานต่อสาร spinosad (กลุ่ม 5) สูงมากที่ อ. ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบุรี และสร้าง
ความต้านทานปานกลางท่ี อ.สารภี จ. เชยี งใหม,่ อ. ปากชอ่ ง จ. นครราชสมี า, อ. เมืองปทมุ ธานี จ. ปทุมธานี,
อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี, อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี และ อ. ท่าม่วง จ. กาญจนบุรี จึงควรลดการใช้สาร spinosad
กับหนอนใยผักในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อลดการสร้างความต้านทานเพิ่มขึ้น (ภาพที่ 1, ตารางภาคผนวกที่ 1) ส่วน
สาร spinetoram (กลุ่ม 5) นนั้ พบว่าหนอนใยผักสรา้ งความต้านทานสูงและสูงมากที่ อ. ไทรนอ้ ย จ. นนทบุรี,
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี, อ.ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบุรี และพบว่าหนอนใยผักสร้างความต้านทานปานกลางท่ี
อ.ปากช่อง จ.นครราชสมี า, อ.เมอื งปทมุ ธานี จ.ปทุมธาน,ี อ ไทรนอ้ ย จ. นนทบรุ ี และ อ. ทา่ มว่ ง จ. กาญจนบรุ ี
ดังนั้นควรลดการใช้สาร spinetoram กับหนอนใยผักในพื้นทีด่ ังกล่าวเพื่อป้องกันการสรา้ งความต้านทานเพิ่ม
มากขนึ้ (ภาพท่ี 2, ตารางภาคผนวกท่ี 2)

ในสาร indoxacarb (กลุ่ม 22A) นน้ั พบหนอนใยผักสร้างความต้านทานสงู และสูงมากในหลาย ๆ พนื้ ท่ี
ได้แก่ อ.ปากชอ่ ง จ.นครราชสีมา, อ.เมอื งปทมุ ธานี จ.ปทุมธานี, อ.ไทรน้อย จ.นนทบรุ ,ี อ.ชะอำ จ.เพชรบุร,ี
อ.ศรปี ระจนั ต์ จ.สุพรรณบุรี และ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบรุ ี จึงตอ้ งลดการใชส้ าร indoxacarb กบั หนอนใยผกั ใน
พ้นื ทีด่ ังกลา่ วเพ่ือป้องกนั การสรา้ งความตา้ นทานเพ่มิ ขน้ึ (ภาพท่ี 3, ตารางภาคผนวกที่ 3)

พบหนอนใยผักสร้างความตา้ นทานสงู ต่อสาร emamectin benzoate (กล่มุ 6) ในพื้นท่ี อ. ไทรนอ้ ย
จ. นนทบุรี และ อ. ศรีประจันต์ จ. สพุ รรณบรุ ี เท่านน้ั แตก่ ็พบหนอนใยผักสรา้ งความตา้ นทานปานกลางในบาง
พน้ื ที่ของ อ. เมืองปทุมธานี จ. ปทมุ ธานี, อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี แตใ่ นพ้นื ทีอ่ ่ืน ๆ หนอนใยผักมีความต้านทาน
นอ้ ยถงึ น้อยมากต่อสารน้ี ดงั นน้ั จึงสามารถใชส้ าร emamectin benzoate ในการพ่นแบบหมนุ เวยี นในพืน้ ท่ี
อน่ื ๆ เพ่ือแก้ปัญหาความต้านทานที่เพิ่มสูงขึ้น (ภาพที่ 4, ตารางภาคผนวกที่ 4)

ในสาร fipronil (กลมุ่ 2B) นั้นไม่พบหนอนใยผักสรา้ งความต้านทานสงู เลย พบแต่สรา้ งความต้านทาน
ปานกลางในพน้ื ท่ี อ.ไทรน้อย จ.นนทบรุ ี ดงั นั้นจงึ สามารถใช้สาร fipronil พ่นแบบหมนุ เวียนเพอื่ แกป้ ญั หา
แมลงสรา้ งความต้านทานทีเ่ พ่ิมสงู ข้นึ ในสาร fipronil (กล่มุ 2B) นั้นไมพ่ บหนอนใยผกั สรา้ งความต้านทานสูง
เลย พบแตส่ ร้างความต้านทานปานกลางในพื้นที่ อ.ไทรนอ้ ย จ.นนทบรุ ี ดังน้นั จึงสามารถใช้สาร fipronil พน่
แบบหมนุ เวียนเพื่อแก้ปญั หาแมลงสร้างความต้านทานท่เี พ่ิมสงู ขึน้ (ภาพที่ 5, ตารางผนวกที่ 5)

สำหรับสาร chlorfenapyr (กลุ่ม 13) พบหนอนใยผักสร้างความต้านทานสูงถึงสูงมากในพื้นที่ อ.
เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี, อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี, อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จึง
ต้องลดการใช้สาร chlorfenapyr กับหนอนใยผักในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อป้องกันการสร้างความต้านทานเพิ่มสูงข้ึน
(ภาพที่ 6, ตารางผนวกที่ 6)

พบหนอนใยผักสร้างความตา้ นทานสูงและสงู มากต่อสาร tolfenpyrad (กลุ่ม 21) ในพืน้ ที่ อ. ปากช่อง
จ. นครราชสีมา, อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี และ อ. ศรีประจันต์ จ. สพุ รรณบรุ ี จงึ ควรลดการใช้สาร tolfenpyrad
ในพ้นื ทด่ี ังกลา่ ว (ภาพที่ 7, ตารางผนวกท่ี 7)

พบหนอนใยผักสรา้ งความตา้ นทานสูงมากตอ่ สาร flubendiamide (กลุ่ม 28) ในหลาย ๆ พื้นที่ ได้แก่
อ. สารภี จ. เชียงใหม,่ อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา, อ. เมืองปทุมธานี จ. ปทมุ ธานี, อ. ไทรนอ้ ย จ. นนทบุรี, อ.
ชะอำ จ. เพชรบุร,ี อ. ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบรุ ี และ อ. ท่ามว่ ง จ. กาญจนบรุ ี นอกจากนย้ี ังพบหนอนใยผัก
สรา้ งความต้านทานสูงมากต่อสาร chlorantraniliprole (กลมุ่ 28) ในหลาย ๆ พืน้ ท่ี ได้แก่ อ.แม่สอด จ.ตาก,
อ. เมืองปทมุ ธานี จ. ปทุมธานี, อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี, อ. ชะอำ จ. เพชรบุร,ี อ. ศรีประจันต์ จ. สพุ รรณบรุ ี

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพือ่ แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

3

และ อ. ทา่ มว่ ง จ. กาญจนบรุ ี ดงั น้ันควรลดการใช้สาร flubendiamide และ chlorantraniliprole กับหนอน
ใยผักในพ้นื ทีด่ ังกล่าวเพอื่ ป้องกนั การสร้างความต้านทานเพ่ิมมากขึ้น (ภาพท่ี 8 และ 9, ตารางผนวกท่ี 8 และ 9)

ไม่พบหนอนใยผักสร้างความต้านทานสูงต่อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis subsp. aizawai
(กลุ่ม 11) พบแต่สรา้ งความต้านทานปานกลางในพืน้ ที่ อ.ไทรนอ้ ย จ.นนทบุรี และ อ.ศรปี ระจันต์ จ.สพุ รรณบุรี
ดังนั้นจึงสามารถใช้แบคทีเรีย Bacillus thuringiensis subsp. aizawai พ่นแบบหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหา
แมลงสร้างความต้านทานได้ในพื้นที่อื่น ๆ ส่วนในแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis subsp. kurstaki พบว่า
หนอนใยผักสร้างความต้านทานสูงในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี และต้านทานปานกลางในพื้นที่ อ.ปากช่อง
จ.นครราชสีมา, อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี, อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี (ภาพที่ 10 และ
11 , ตารางผนวกที่ 10 และ 11)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่ือแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

4

RF 0- 10 เทา่
RF > 10 เท่า
RF > 50 เท่า
RF > 100 เท่า

ภาพท่ี 1 ความตา้ นทานต่อสาร spinosad (กล่มุ 5) ในหนอนใยผกั จากพนื้ ทตี่ า่ ง ๆ ของประเทศ
ไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = คา่ ความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอ่ื เปรยี บเทยี บกับประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

5

RF 0- 10 เท่า
RF > 10 เทา่
RF > 50 เท่า
RF > 100 เท่า

ภาพท่ี 2 ความต้านทานต่อสาร spinetoram (กลมุ่ 5) ในหนอนใยผักจากพืน้ ทตี่ า่ ง ๆ ของประเทศไทย
ในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = คา่ ความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอื่ เปรยี บเทียบกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพอื่ แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

6

RF 0- 10 เท่า
RF > 10 เทา่
RF > 50 เท่า
RF > 100 เท่า

ภาพที่ 3 ความต้านทานต่อสาร indoxacarb (กล่มุ 22) ในหนอนใยผักจากพ้นื ที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย
ในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอื่ เปรยี บเทียบกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพือ่ แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

7

RF 0- 10 เท่า
RF > 10 เท่า
RF > 50 เทา่
RF > 100 เท่า

ภาพที่ 4 ความต้านทานต่อสาร emamectin benzoate (กลมุ่ 6) ในหนอนใยผักจากพ้ืนที่ตา่ ง ๆ ของ
ประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอ่ื เปรยี บเทียบกับประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่อื แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

8

RF 0- 10 เทา่
RF > 10 เท่า
RF > 50 เทา่
RF > 100 เท่า

ภาพที่ 5 ความต้านทานต่อสาร fipronil (กล่มุ 2B) ในหนอนใยผกั จากพน้ื ที่ตา่ ง ๆ ของประเทศไทย
ในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = คา่ ความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอื่ เปรยี บเทียบกับประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

9

RF 0- 10 เท่า
RF > 10 เทา่
RF > 50 เทา่
RF > 100 เท่า

ภาพที่ 6 ความต้านทานต่อสาร chlorfenapyr (กลมุ่ 13) ในหนอนใยผกั จากพื้นทต่ี ่าง ๆ ของประเทศไทย
ในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

10

RF 0- 10 เทา่
RF > 10 เท่า
RF > 50 เทา่
RF > 100 เท่า

ภาพที่ 7 ความต้านทานต่อสาร tolfenpyrad (กลมุ่ 21) ในหนอนใยผักจากพนื้ ที่ตา่ ง ๆ ของประเทศไทย
ในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่ือแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

11

RF 0- 10 เทา่
RF > 10 เท่า
RF > 50 เท่า
RF > 100 เท่า

ภาพที่ 8 ความตา้ นทานต่อสาร flubendiamide (กล่มุ 28) ในหนอนใยผักจากพ้ืนที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย
ในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

12

RF 0- 10 เทา่
RF > 10 เทา่
RF > 50 เทา่
RF > 100 เท่า

ภาพท่ี 9 ความตา้ นทานต่อสาร chlorantraniliprole (กลมุ่ 28) ในหนอนใยผกั จากพน้ื ท่ตี า่ ง ๆ ของประเทศ
ไทยในชว่ งปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = คา่ ความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอ่ื เปรยี บเทียบกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

13

RF 0- 10 เท่า
RF > 10 เท่า
RF > 50 เท่า
RF > 100 เท่า

ภาพท่ี 10 ความต้านทานตอ่ แบคทเี รยี Bacillus thuringiensis subsp. aizawai (กลุ่ม 11) ในหนอนใยผัก
จากพนื้ ทต่ี า่ ง ๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

14

RF 0- 10 เท่า
RF > 10 เทา่
RF > 50 เท่า
RF > 100 เท่า

ภาพท่ี 11 ความต้านทานตอ่ แบคทีเรีย Bacillus thuringiensis subsp. kurstaki (กล่มุ 11) ในหนอนใยผัก
จากพื้นทตี่ า่ ง ๆ ของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557

RF (Resistance factor) = ค่าความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงเมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ประชากรแมลงออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพอ่ื แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

15

สถานการณค์ วามต้านทานตอ่ สารกำจัดแมลงในเพลี้ยไฟพริก (Scirtothrips dorsalis Hood) ในพรกิ

พริกเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย การปลูกพริกประสบปัญหาการทำลายของเพลี้ยไฟ
พริกเป็นประจำโดยเพล้ียไฟพริกจะดูดกินที่บริเวณยอด ดอก และผลพริกอ่อน ทำให้ผลผลิตเสียหายในเวลาที่
รวดเร็ว เกษตรกรมกั ใช้สารกำจดั แมลงเพอื่ ปอ้ งกันกำจัดเพล้ียไฟพริกบ่อยครงั้ โดยไมม่ ีการหมนุ เวยี นสาร ทำให้
เพลี้ยไฟพริกในพริกสร้างความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ จ. ราชบุรี และ จ.
กาญจนบุรี สุภราดาและคณะ (2562ก) ได้ศึกษาผลของสารกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟ
พริกในพริก โดยจำแนกผลต่อการตายในสารชนิดต่าง ๆ ทอี่ ตั ราแนะนำ ดังน้ี

fipronil 5% SC กลุ่ม 2B อตั ราแนะนำ 40ml/20L
lambda-cyhalothrin 2.5% CS กลมุ่ 3A อตั ราแนะนำ 40ml/20L
Imidacloprid 70% WG กลุม่ 4A อตั ราแนะนำ 8g/20L
spinetoram 12% SC กลุ่ม 5 อตั ราแนะนำ 10ml/20L
emamectin benzoate 1.92% EC กลุ่ม 6 อัตราแนะนำ 30ml/20L
abamectin 1.8% EC กลุ่ม 6 อตั ราแนะนำ 40ml/20L
chlorfenapyr 10% SC กลมุ่ 13 อัตราแนะนำ 30ml/20L
tolfenpyrad 16% CS กลมุ่ 21A อัตราแนะนำ 40ml/20L
cyantraniliprole 10% OD กลุ่ม 28 อัตราแนะนำ 40ml/20L

ผลตอ่ การตายของเพลี้ยไฟพริกในพริก :
สูง = ท่ีอัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% หรอื ที่สองเท่าของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
กลาง = ทีอ่ ตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 21-59% หรอื ทีส่ องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพล้ียไฟตาย 41-79%
ตำ่ = ที่อัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-20% หรอื ทีส่ องเท่าของอัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 0-40%

โดย สุภราดา และคณะ (2562ก) พบว่าในช่วงปี พ.ศ. 2560-2561 ในพื้นที่ปลูกพริก อ. วัดเพลง
จ. ราชบุรี สารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกต่ำ คือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% ซ่ึง
แสดงวา่ เพลีย้ ไฟมคี วามต้านทานสูง ไดแ้ กส่ าร lambda-cyhalothrin ส่วนสารกำจดั แมลงทีม่ ผี ลตอ่ การตายสูง
คือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานมากนัก ได้แก่
imidacloprid, spinetoram, emamectin benzoate และ abamectin (ภาพที่ 12, ตารางภาคผนวกที่
12) ดังนั้นสารกำจัดแมลงที่สามารถใช้แบบหมุนเวียนเพื่อลดปัญหาความต้านทานของเพลี้ยไฟพริกในพื้นที่
อ. วดั เพลง จ. ราชบรุ ี จึงไดแ้ ก่สาร imidacloprid, spinetoram, emamectin benzoate และ abamectin

ในพนื้ ทีป่ ลูกพริก ต.พระแทน่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบรุ ี สารกำจัดแมลงท่ีมีผลต่อการตายของเพล้ียไฟ
พริกสูงคือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานมากนัก ได้แก่
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr สว่ นในพน้ื ที่ ต. ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
ได้แก่ spinetoram และ chlorfenapyr (ภาพที่ 12, ตารางภาคผนวกที่ 12) ดังนั้นสารกำจัดแมลงที่สามารถ
ใช้แบบหมุนเวียนเพื่อลดปัญหาความต้านทานของเพลี้ยไฟพริกในพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้แก่ สาร
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่อื แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

16

ต.พระแท่น

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole

ต.ดอนชะเอม

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
tolfenpyrad
cyantraniliprole

อัตราการตาย สูง = ทีอ่ ตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 60-100% หรือทสี่ องเท่าของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 21-59% หรือท่ีสองเท่าของอตั ราแนะนำเพล้ียไฟตาย 41-79%
อัตราการตาย ต่ำ = ทอ่ี ัตราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 0-20% หรือท่ีสองเท่าของอตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-40%

ภาพที่ 12 การตอบสนองต่อสารกำจัดแมลงชนดิ ต่าง ๆ ต่อการตายของเพล้ยี ไฟพรกิ ท่ีทำลายพริกในแหลง่
ปลกู จังหวัดกาญจนบุรแี ละราชบุรีในช่วงปี พ.ศ. 2560-2561

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

17

สถานการณ์ความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงในเพลี้ยไฟฝา้ ย (Thrips palmi Karny) ในกลว้ ยไม้สกลุ หวาย

กลว้ ยไมเ้ ป็นพชื เศรษฐกิจทม่ี ีความจำเป็นต้องดูแลเรื่องคณุ ภาพของดอกเปน็ อยา่ งมาก การทำลายของ
เพลี้ยไฟฝ้ายในกล้วยไม้ส่งผลให้ผลผลิตดอกกล้วยไม้เสียหายและขายไม่ได้ราคา เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สาร
กำจัดแมลงในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟฝ้ายบ่อยครั้งจนพบว่าเพลี้ยไฟฝ้ายสร้างความต้ านทานต่อสารกำจัด
แมลงหลายชนิดในพ้นื ท่ปี ลูกกล้วยไม้ทส่ี ำคัญใน จ. นครปฐม จ. ปทมุ ธานี และ จ. นนทบรุ ี สภุ ราดา และคณะ
(2563ก) ได้ศึกษาผลของสารกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟฝ้ายในกล้วยไม้สกุลหวาย โดย
จำแนกผลต่อการตายในสารชนิดต่าง ๆ ท่ีอตั ราแนะนำ ดังน้ี

fipronil 5% SC กลมุ่ 2B อัตราแนะนำ 30ml/20L
imidacloprid 70% WG กลมุ่ 4A อตั ราแนะนำ 15g/20L
acetamiprid 20% SP กลุ่ม 4A อัตราแนะนำ 20g/20L
spinetoram 12% SC กลุ่ม 5 อัตราแนะนำ 10ml/20L
emamectin benzoate 1.92% EC กลมุ่ 6 อัตราแนะนำ 30ml/20L
abamectin 1.8% EC กลุ่ม 6 อัตราแนะนำ 50ml/20L
chlorfenapyr 10% SC กลุ่ม 13 อตั ราแนะนำ 30ml/20L
tolfenpyrad 16% CS กลมุ่ 21A อัตราแนะนำ 40ml/20L
cyantraniliprole 10% OD กลมุ่ 28 อตั ราแนะนำ 40ml/20L

ผลต่อการตายของเพล้ียไฟฝ้ายในกลว้ ยไมส้ กุลหวาย :
สูง = ทอ่ี ตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% หรือทสี่ องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพล้ียไฟตาย 80-100%
กลาง = ท่อี ัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 21-59% หรือท่ีสองเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 41-79%
ตำ่ = ทอี่ ัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-20% หรอื ทส่ี องเท่าของอัตราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 0-40%

โดย สุภราดา และคณะ (2563ก) พบว่าในแหล่งปลูกกล้วยไม้สกุลหวายในจังหวัดนครปฐม ในช่วงปี
พ.ศ. 2561 สารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายของเพลี้ยไฟฝ้ายที่ทำลายกล้วยไม้ต่ำ คือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟ
ตาย 0-20% ซง่ึ แสดงวา่ เพลยี้ ไฟมคี วามต้านทานสูง ในพนื้ ที่ อ.นครชยั ศรี ไดแ้ ก่ imidacloprid, acetamiprid,
abamectin, tolfenpyrad และ cyantraniliprole ในพื้นที่ อ. พุทธ มณฑล ได้แก่ imidacloprid,
acetamiprid และ cyantraniliprole ในพื้นที่ อ.สามพราน ได้แก่ imidacloprid และ acetamiprid ในพื้นท่ี
อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้แก่ imidacloprid และ abamectin (ภาพที่ 13, ตารางภาคผนวกท่ี 13) ส่วน
สารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายสูงคือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่แสดง
ความต้านทานมากนักในพื้นที่ อ.นครชัยศรี ได้แก่ spinetoram และ emamectin benzoate ในพื้นท่ี
อ.สามพราน ได้แก่ emamectin benzoate และในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม ได้แก่ spinetoram (ภาพที่ 13,
ตารางภาคผนวกที่ 13)

ดงั นัน้ สารกำจดั แมลงท่ีอาจใช้แบบหมนุ เวียนเพื่อลดปัญหาความตา้ นทานในเพลี้ยไฟฝ้ายทีท่ ำลาย
กลว้ ยไม้ในพื้นที่ จ.นครปฐม ควรเลอื กใช้สารที่มีผลต่อการตายปานกลาง-สูง ซงึ่ ไดแ้ ก่ สาร fipronil,
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr

ในแหล่งปลกู กลว้ ยไม้สกุลหวายในจังหวดั ปทุมธานี และนนทบรุ ี ในชว่ งปี พ.ศ. 2561 พบวา่ สารกำจัด
แมลงทีม่ ผี ลตอ่ การตายของเพลีย้ ไฟฝ้ายที่ทำลายกล้วยไม้ต่ำคือท่ีอัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% ซึ่งแสดงว่า

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

18

เพลี้ยไฟมีความต้านทานสูง ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้แก่ imidacloprid และ abamectin ส่วน
ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้แก่ imidacloprid และ acetamiprid (ภาพที่ 14, ตารางภาคผนวกที่ 14)
ส่วนสารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายสูงคือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่
แสดงความต้านทานมากนัก ในพื้นท่ี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้แก่ spinetoram, emamectin
benzoate และ chlorfenapyr และในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้แก่ fipronil, spinetoram,
emamectin benzoate และ chlorfenapyr (ภาพท่ี 14, ตารางภาคผนวกท่ี 14)

ดังนั้นสารกำจัดแมลงที่อาจใช้แบบหมุนเวียนเพื่อลดปัญหาความต้านทานในเพลี้ยไฟฝ้ายที่ทำลาย
กลว้ ยไม้ในพน้ื ที่ อ.ลาดหลุมแกว้ จ.ปทุมธานี ควรเลอื กใชส้ ารที่มผี ลต่อการตายปานกลาง-สงู ซ่งึ ได้แก่ fipronil,
acetamiprid, spinetoram, emamectin benzoate, chlorfenapyr, tolfenpyrad, cyantraniliprole และ
ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้แก่ สาร fipronil, spinetoram, emamectin benzoate, abamectin,
chlorfenapyr, tolfenpyrad และ cyantraniliprole

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่อื แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

19

fipronil
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole

fipronil fipronil
imidacloprid imidacloprid
acetamiprid acetamiprid
spinetoram spinetoram
emamectin benzoate emamectin benzoate
abamectin abamectin
chlorfenapyr chlorfenapyr
tolfenpyrad tolfenpyrad
cyantraniliprole cyantraniliprole

fipronil
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole
fipronil

อัตราการตาย สูง = ท่ีอัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 60-100% หรือที่สองเท่าของอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 21-59% หรือท่ีสองเท่าของอัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 41-79%
อตั ราการตาย ต่ำ = ที่อัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 0-20% หรือทีส่ องเท่าของอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-40%

ภาพที่ 13 การตอบสนองต่อสารกำจัดแมลงชนดิ ต่าง ๆ ต่อการตายของเพลีย้ ไฟฝ้ายท่ที ำลายกล้วยไม้
สกุลหวาย ในแหล่งปลกู จงั หวดั นครปฐม ในปี พ.ศ.2561

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพ่ือแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

20



จังหวัดปทมุ ธานี

จังหวัดนนทบรุ ี fipronil
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole

fipronil
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole

อตั ราการตาย สูง = ทอี่ ัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 60-100% หรือทส่ี องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 21-59% หรือที่สองเท่าของอตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 41-79%
อตั ราการตาย ต่ำ = ที่อัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-20% หรอื ทส่ี องเท่าของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-40%

ภาพที่ 14 การตอบสนองต่อสารกำจดั แมลงชนดิ ต่าง ๆ ต่อการตายของเพลย้ี ไฟฝ้ายทที่ ำลายกล้วยไม้
สกลุ หวาย ในแหล่งปลูก จงั หวัดปทมุ ธานี และนนทบรุ ี ในปี พ.ศ.2561

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพือ่ แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

21

สถานการณ์ความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั แมลงในเพล้ียไฟพริก (Scirtothrips dorsalis Hood) ใน
กุหลาบพวง

กุหลาบสำหรับร้อยพวงมาลัยหรือท่ีเรียกว่ากุหลาบพวงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งท่ีมีแมลงศัตรู
ทำลายมากโดยเฉพาะเพล้ียไฟพริก แมลงชนดิ น้ที ำความเสียหายโดยดดู กินน้ำเลี้ยงกหุ ลาบทยี่ อดอ่อนและดอก
อ่อนทำให้ดอกมีรอยทำลายเสียหายและขายไม่ได้ การทำลายของเพลี้ยไฟพริกรวดเร็วมากโดยเฉพาะช่วงแล้ง
ฝนทง้ิ ชว่ ง เกษตรกรจำเป็นต้องพ่นสารกำจัดแมลงเพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟให้ทันเวลา โดยเกษตรกรมักเลือก
พน่ สารชนดิ เดิมซ้ำกันบ่อยคร้ังเพราะมั่นใจในประสิทธิภาพของสาร แต่การพน่ สารชนดิ เดิมซ้ำกันบ่อยคร้ังเป็น
สาเหตุทำให้เพลี้ยไฟพริกที่ทำลายกุหลาบพวงสร้างความต้านทานต่อสารกำจัดแมลง โดยเฉพาะในพื้นที่ปลูก
สำคญั ใน จ. นครปฐม สภุ ราดา และคณะ (2562ข) ไดศ้ กึ ษาผลของสารกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ ตอ่ การตายของ
เพล้ียไฟพริกในกุหลาบพวง โดยจำแนกผลตอ่ การตายในสารชนดิ ตา่ ง ๆ ทีอ่ ตั ราแนะนำ ดงั นี้

fipronil 5% SC กลุม่ 2B อตั ราแนะนำ 40ml/20L
lambda-cyhalothrin 2.5% CS กลุ่ม 3A อัตราแนะนำ 40ml/20L
imidacloprid 70% WG กลุ่ม 4A อัตราแนะนำ 8g/20L
spinetoram 12% SC กล่มุ 5 อตั ราแนะนำ 10ml/20L
emamectin benzoate 1.92% EC กลมุ่ 6 อัตราแนะนำ 30ml/20L
abamectin 1.8% EC กลมุ่ 6 อัตราแนะนำ 40ml/20L
chlorfenapyr 10% SC กลุ่ม 13 อัตราแนะนำ 30ml/20L
tolfenpyrad 16% CS กลมุ่ 21A อตั ราแนะนำ 40ml/20L
cyantraniliprole 10% OD กลุ่ม 28 อัตราแนะนำ 40ml/20L

ผลตอ่ การตายของเพลี้ยไฟพริกในกหุ ลาบพวง :
สงู = ท่อี ัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 60-100% หรือท่สี องเทา่ ของอัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 80-100%
กลาง = ที่อตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 21-59% หรือท่สี องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 41-79%
ตำ่ = ทอ่ี ัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 0-20% หรอื ท่ีสองเทา่ ของอัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-40%

โดย สภุ ราดา และคณะ (2562ข) พบวา่ ในพื้นที่ อ. เมืองนครปฐม และ อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม ซึ่ง
เปน็ แหล่งปลูกกุหลาบพวงแหล่งใหญ่ของประเทศ สารกำจัดแมลงทีม่ ีผลต่อการตายต่ำคือที่อัตราแนะนำเพลยี้ ไฟ
ตาย 0-20% หรือท่ีสองเท่าของอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-40% ซึ่งแสดงว่าเพล้ียไฟมีความต้านทานสูง ในช่วง
ปี พ.ศ. 2560-2561 ได้แก่ lambda-cyhalothrin และ imidacloprid (ภาพที่ 15, ตารางภาคผนวกท่ี 15)

ส่วนสารกำจัดแมลงทม่ี ผี ลต่อการตายสงู คือที่อัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 60-100% และท่ีสองเท่าของ
อัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 80-100% ซ่ึงแสดงวา่ เพลยี้ ไฟยังไมต่ ้านทาน ในพ้ืนที่ อ. เมอื งนครปฐม ได้แก่ fipronil,
spinetoram, emamectin benzoate และ cyantraniliprole สว่ นในพนื้ ท่ี อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม ได้แก่
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr (ภาพที่ 15, ตารางภาคผนวกที่ 15)

สารกำจัดแมลงท่ีมผี ลต่อการตายปานกลางคืออัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 21-59% หรือที่สองเท่าของ
อัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 41-79% ซ่งึ คาดวา่ เพลีย้ ไฟสรา้ งความตา้ นทานน้อย ในพืน้ ที่ อ. เมอื งนครปฐม ไดแ้ ก่
abamectin และ tolfenpyrad ส่วนในพื้นท่ี อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม ได้แก่ fipronil, abamectin,
tolfenpyrad และ cyantraniliprole (ภาพท่ี 15, ตารางภาคผนวกท่ี 15)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

22

ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเพลี้ยไฟสร้างความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงในเพลี้ยไฟพริกที่ทำลายกุหลาบ
พวงในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม และ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงควรใช้สารกำจัดแมลงกลุ่มต่าง ๆ แบบ
หมุนเวียน โดยใช้สารที่มีผลต่อการตายของเพลี้ยไฟปานกลาง-สูง ได้แก่ สาร fipronil, spinetoram,
emamectin benzoate, abamectin, chlorfenapyr, tolfenpyrad และ cyantraniliprole โดยพน่ สารแต่
ละชนดิ หรือแต่ละกลุ่มติดต่อกนั ไดไ้ ม่เกนิ 3 คร้งั ในชว่ งเวลา 15 วนั แลว้ ต้องเปลย่ี นไปพ่นสารกล่มุ อ่ืน

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

23

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
tolfenpyrad
cyantraniliprole

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
tolfenpyrad
cyantraniliprole

อตั ราการตาย สูง = ท่ีอัตราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 60-100% หรือทสี่ องเท่าของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 21-59% หรอื ทสี่ องเท่าของอัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 41-79%
อตั ราการตาย ต่ำ = ทอี่ ตั ราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-20% หรอื ทีส่ องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-40%

ภาพที่ 15 การตอบสนองต่อสารกำจดั แมลงชนดิ ตา่ ง ๆ ต่อการตายของเพล้ยี ไฟพรกิ ทีท่ ำลายกุหลาบพวงใน
แหล่งปลูก จังหวดั นครปฐม ในชว่ งปี พ.ศ.2560-2561

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

24

สถานการณ์ความต้านทานตอ่ สารกำจัดแมลงในเพลี้ยไฟพริก (Scirtothrips dorsalis Hood)
ในมะม่วง

มะม่วงเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกเพื่อขายภายในประเทศและเพื่อส่งออกเป็นจำนวนมาก ในระยะท่ี
มะมว่ งใหผ้ ลผลติ มักพบการทำลายของเพลย้ี ไฟพริกท่ีบริเวณยอดอ่อน ชอ่ ดอกและผล การทำลายของเพล้ียไฟ
พริกทำให้ผลมะม่วงอ่อนหลุดร่วงหรือผลมีรอยทำลาย ขายไม่ได้ราคา เพลี้ยไฟพริกสามารถเข้าทำลายมะม่วง
อย่างรวดเรว็ ดงั น้นั ในการผลิตมะม่วงให้ไดค้ ณุ ภาพสูงปราศจากการทำลายของเพลีย้ ไฟจึงมีความจำเป็นต้องใช้
สารกำจัดแมลงเพ่ือหยุดย้ังการระบาดทำลายของเพล้ียไฟได้ทนั ทว่ งที เกษตรกรสว่ นใหญ่มักใช้สารกำจัดแมลง
ชนิดเดิมหรือกลุ่มเดิมเพือ่ ป้องกันกำจดั เพลี้ยไฟบ่อยครัง้ ทำให้เพลี้ยไฟสร้างความต้านทานต่อสารกำจดั แมลง
หลายชนิดในพ้ืนที่ปลูกมะม่วงหลายแห่ง สุภราดา และคณะ (2563ข) ไดศ้ กึ ษาผลของสารกำจดั แมลงชนิดต่าง
ๆ ตอ่ การตายของเพลี้ยไฟพรกิ ในมะม่วง โดยจำแนกผลตอ่ การตายในสารชนดิ ตา่ ง ๆ ที่อตั ราแนะนำ ดงั น้ี

fipronil 5% SC กลุม่ 2B อตั ราแนะนำ 30ml/20L
lambda-cyhalothrin 2.5% CS กลมุ่ 3A อตั ราแนะนำ 20ml/20L
imidacloprid 70% WG กลุม่ 4A อตั ราแนะนำ 15g/20L
acetamiprid 20% SP กลุ่ม 4A อัตราแนะนำ 20g/20L
spinetoram 12% SC กลมุ่ 5 อตั ราแนะนำ 10ml/20L
emamectin benzoate 1.92% EC กลุ่ม 6 อัตราแนะนำ 30ml/20L
abamectin 1.8% EC กลมุ่ 6 อตั ราแนะนำ 50ml/20L
chlorfenapyr 10% SC กลุ่ม 13 อตั ราแนะนำ 30ml/20L
cyantraniliprole 10% OD กลุ่ม 28 อตั ราแนะนำ 40ml/20L

ผลต่อการตายของเพล้ียไฟพริกในมะม่วง :
สงู = ที่อตั ราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 60-100% หรอื ทส่ี องเท่าของอตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 80-100%
กลาง = ทีอ่ ัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 21-59% หรือท่ีสองเท่าของอัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 41-79%
ตำ่ = ท่อี ตั ราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-20% หรือที่สองเทา่ ของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-40%

โดย สุภราดาและคณะ (2563ข) พบว่าในพื้นท่ีปลูกมะม่วง จ. สุพรรณบุรี ในช่วงปี พ.ศ.2562 สาร
กำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกที่ทำลายมะม่วงต่ำ คือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% ซึ่ง
แสดงว่าเพลี้ยไฟมีความต้านทานสูง ในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี ได้แก่ lambda-cyhalothrin และ
cyantraniliprole ในพื้นที่ อ.สามชุก ได้แก่ lambda-cyhalothrin, imidacloprid, acetamiprid, abamectin
และ cyantraniliprole ในพื้นที่ อ. เดิมบางนางบวช ได้แก่ lambda-cyhalothrin, acetamiprid ส่วนสาร
กำจดั แมลงที่มผี ลต่อการตายสงู คือที่อัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 60-100% ซง่ึ แสดงว่าเพล้ียไฟยังไม่แสดงความ
ต้านทานมากนัก ในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี และ อ.เดิมบางนางบวช ได้แก่ ได้แก่ fipronil, spinetoram,
emamectin benzoate และ chlorfenapyr ในพื้นที่ อ. สามชกุ ได้แก่ fipronil, spinetoram, emamectin
benzoate (ภาพที่ 16, ตารางภาคผนวกที่ 16)

ดังนั้นสารกำจัดแมลงทส่ี ามารถใช้แบบหมนุ เวียนเพ่ือลดปัญหาความต้านทานในเพลย้ี ไฟพริกท่ีทำลาย
มะม่วงในพื้นที่ จ. สุพรรณบุรี นั้นสามารถใช้สารที่มีผลต่อการตายของเพลี้ยไฟปานกลาง-สูง เช่น fipronil,
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

25

ในพื้นท่ีปลูกมะม่วงใน จ. สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร ในช่วงปี พ.ศ. 2562 - 2563 พบว่าสารกำจัด
แมลงทมี่ ีผลตอ่ การตายของเพลยี้ ไฟพริกทที่ ำลายมะม่วงตำ่ คือทอี่ ตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% ซึ่งแสดงว่า
เพลี้ยไฟมีความต้านทานสูง ในพื้นที่ อ. ศรีนคร จ. สุโขทัย ได้แก่ lambda-cyhalothrin และ acetamiprid
ในพนื้ ที่ อ. วงั ทอง จ. พิษณโุ ลก ไดแ้ ก่ lambda-cyhalothrin, acetamiprid, abamectin และ cyantraniliprole
ในพื้นที่ อ. สากเหล็ก จ. พิจิตร ได้แก่ lambda-cyhalothrin ส่วนสารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายสูงคือที่
อัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานมากนัก ในพื้นที่ อ. ศรีนคร
จ . ส ุ โ ข ท ั ย ไ ด ้ แ ก่ fipronil, spinetoram, emamectin benzoate, abamectin, chlorfenapyr แ ล ะ
cyantraniliprole ในพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้แก่ emamectin benzoate และ chlorfenapyr ในพื้นท่ี
อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ไดแ้ ก่ fipronil, spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr (ภาพที่ 17,
ตารางภาคผนวกที่ 17)

ดงั นั้นสารกำจดั แมลงท่ีสามารถใช้แบบหมนุ เวยี นเพื่อลดปญั หาความต้านทานในเพล้ียไฟพริกท่ีทำลาย
มะม่วง ในพื้นที่ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร นั้นสามารถใช้สารทีม่ ีผลต่อการตายของเพลีย้ ไฟปานกลาง-สงู
เชน่ fipronil, spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr

ในพน้ื ท่ีปลูกมะม่วง จ.ฉะเชงิ เทรา และ จ.นครราชสีมา ในช่วงปี พ.ศ. 2562 พบว่าสารกำจัดแมลงท่ีมี
ผลต่อการตายของเพลย้ี ไฟพริกท่ที ำลายมะมว่ งตำ่ คือท่อี ัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-20% ซึ่งแสดงวา่ เพลีย้ ไฟมี
ความต้านทานสูง ในพื้นที่ อ. บางคล้า จ. ฉะเชิงเทรา ได้แก่ lambda-cyhalothrin และ abamectin ส่วนในพื้นท่ี
อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา ได้แก่ lambda-cyhalothrin และ acetamiprid ส่วนสารกำจัดแมลงที่มีผลต่อ
การตายสูงคือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานมากนัก ใน
พื้นที่ อ. บางคล้า จ. ฉะเชิงเทรา ได้แก่ fipronil, emamectin benzoate และ chlorfenapyr ส่วนในพื้นที่ อ.
ปากชอ่ ง จ. นครราชสีมา ได้แก่ spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr สารเหลา่ นเี้ หมาะ
ในการใช้แบบหมุนเวียนเพื่อป้องกนั ปัญหาความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงในเพล้ยี ไฟในพื้นทดี่ ังกล่าว (ภาพท่ี
18, ตารางภาคผนวกที่ 18)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพื่อแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

fipronil 26
lambda-cyhalothrin
imidacloprid fipronil
acetamiprid lambda-cyhalothrin
spinetoram imidacloprid
emamectin benzoate acetamiprid
abamectin spinetoram
chlorfenapyr emamectin benzoate
cyantraniliprole abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

อัตราการตาย สงู = ทอี่ ัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 60-100% หรือทสี่ องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 21-59% หรือทีส่ องเทา่ ของอัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 41-79%
อัตราการตาย ตำ่ = ทอ่ี ัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% หรอื ท่ีสองเท่าของอตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-40%

ภาพท่ี 16 การตอบสนองต่อสารกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกทำลายมะม่วงในแหล่งปลูก
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ในปี พ.ศ.2562

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพอ่ื แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

27

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

fipronil fipronil
lambda-cyhalothrin lambda-cyhalothrin
imidacloprid imidacloprid
acetamiprid acetamiprid
spinetoram spinetoram
emamectin benzoate emamectin benzoate
abamectin abamectin
chlorfenapyr chlorfenapyr
cyantraniliprole cyantraniliprole

อัตราการตาย สงู = ท่ีอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 60-100% หรอื ทีส่ องเทา่ ของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอ่ี ตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 21-59% หรอื ที่สองเทา่ ของอัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 41-79%
อตั ราการตาย ตำ่ = ทอ่ี ัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% หรือทสี่ องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-40%

ภาพท่ี 17 การตอบสนองต่อสารกำจดั แมลงชนิดต่าง ๆ ต่อการตายของเพล้ียไฟพริกท่ีทำลายมะมว่ งในแหล่งปลกู
จงั หวัดสโุ ขทัย พิษณุโลก และพิจติ ร ในช่วงปี พ.ศ. 2562-2563

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพือ่ แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

28

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

อตั ราการตาย สงู = ที่อตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 60-100% หรอื ที่สองเท่าของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
อัตราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 21-59% หรือทีส่ องเท่าของอตั ราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 41-79%
อัตราการตาย ตำ่ = ท่อี ตั ราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-20% หรือทีส่ องเทา่ ของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-40%

ภาพที่ 18 การตอบสนองต่อสารกำจัดแมลงชนิดตา่ ง ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกท่ีทำลายมะม่วงในแหลง่ ปลกู
จงั หวัดฉะเชิงเทรา และนครราชสีมาในปี พ.ศ. 2562

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพอื่ แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

29

สถานการณ์ความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงในเพล้ียไฟพริก (Scirtothrips dorsalis Hood)
ในมะนาว

มะนาวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ การปลูกมะนาวมักมีปัญหาเนื่องจากมีศัตรูพืชเข้าทำลายหลายชนิด
เพลี้ยไฟพริกเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ทำให้ได้ผลผลิตมะนาวลดลง ทำให้ผลเป็นขี้กลาก แคระแกร็น
ร่วงหล่นและขายไม่ไดร้ าคา การระบาดทำลายของเพลีย้ ไฟเกดิ ไดร้ วดเร็วมากโดยเฉพาะในชว่ งแล้ง ฝนทิ้งชว่ ง
เกษตรกรมักใชส้ ารกำจัดแมลงเพ่ือป้องกันการระบาดทำลายของเพลยี้ ไฟพริกโดยเกษตรกรมักใชส้ ารชนดิ เดิม ๆ
บอ่ ยคร้งั จนทำให้เพลี้ยไฟสร้างความต้านทานต่อสารกำจดั แมลงในหลายพ้ืนที่ สุภราดา และคณะ (2563ค) ได้
ศึกษาผลของสารกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกในมะนาว โดยจำแนกผลต่อการตายใน
สารชนิดตา่ ง ๆ ท่อี ัตราแนะนำ ดงั น้ี

fipronil 5% SC กลุ่ม 2B อตั ราแนะนำ 40ml/20L
lambda-cyhalothrin 2.5% CS กลุ่ม 3A อตั ราแนะนำ 40ml/20L
imidacloprid 70% WG กลุ่ม 4A อตั ราแนะนำ 15g/20L
acetamiprid 20% SP กลมุ่ 4A อัตราแนะนำ 20g/20L
spinetoram 12% SC กล่มุ 5 อัตราแนะนำ 10ml/20L
emamectin benzoate 1.92% EC กลมุ่ 6 อตั ราแนะนำ 20ml/20L
abamectin 1.8% EC กลมุ่ 6 อัตราแนะนำ 50ml/20L
chlorfenapyr 10% SC กลมุ่ 13 อตั ราแนะนำ 30ml/20L
cyantraniliprole 10% OD กลุ่ม 28 อัตราแนะนำ 40ml/20L

ผลต่อการตายของเพลยี้ ไฟพริกในมะนาว:
สูง = ทีอ่ ตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 60-100% หรอื ที่สองเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 80-100%
กลาง = ท่ีอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 21-59% หรือท่สี องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 41-79%
ตำ่ = ที่อตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-20% หรือท่สี องเท่าของอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-40%

โดย สภุ ราดา และคณะ (2563ค) พบว่าในพืน้ ที่ปลกู มะนาวของ จ. กำแพงเพชร และ จ. พจิ ติ ร ในช่วง
ปี พ.ศ. 2561-2562 สารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกที่ทำลายมะนาวต่ำ คือที่อัตราแนะนำ
เพลีย้ ไฟตาย 0-20% ซึ่งแสดงวา่ เพลี้ยไฟมีความต้านทานสูง ในพนื้ ท่ี อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ได้แก่
lambda-cyhalothrin และ abamectin สว่ นในพืน้ ท่ี อ.โพทะเล จ. พจิ ติ ร ไดแ้ ก่ lambda-cyhalothrin และ
acetamiprid ส่วนสารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายสูงคือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่า
เพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานมากนัก ในพื้นที่ อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ได้แก่ fipronil,
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr ส่วนในพื้นที่ อ.โพทะเล จ.พิจิตร ได้แก่
spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr สารเหล่านี้เหมาะในการใช้แบบหมุนเวียนเพ่ือ
ปอ้ งกนั ปัญหาความตา้ นทานต่อสารกำจัดแมลงในเพลยี้ ไฟในพนื้ ทดี่ ังกลา่ ว (ภาพที่ 19, ตารางภาคผนวกที่ 19)

ในพ้ืนทป่ี ลูกมะนาวใน จ.สพุ รรณบุรี และ จ.ชัยนาท ในช่วงปี พ.ศ. 2561 พบวา่ สารกำจัดแมลงท่ีมีผล
ต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกที่ทำลายมะนาวต่ำ คือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-20% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟมี
ความต้านทานสูง ในพื้นที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้แก่ abamectin ส่วนในพื้นท่ี อ.เดิมบางนางบวช
จ.สพุ รรณบรุ ี ได้แก่ lambda-cyhalothrin และในพ้นื ที่ อ.เมอื งชยั นาท จ.ชยั นาท ได้แก่ lambda-cyhalothrin
ส่วนสารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายสูงคือที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพอื่ แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

30

แสดงความต้านทานมากนัก ในพื้นที่ อ. ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบุรี ได้แก่ spinetoram, emamectin
benzoate และ chlorfenapyr สว่ นในพนื้ ที่ อ. เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรี ไดแ้ ก่ fipronil, spinetoram,
emamectin benzoate และ chlorfenapyr และในพื้นท่ี อ. เมืองชัยนาท จ. ชัยนาท ได้แก่ fipronil,
imidacloprid, spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr สารเหล่านี้เหมาะในการใช้แบบ
หมุนเวียนเพื่อป้องกันปัญหาความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงในเพลี้ยไฟในพื้นที่ดังกล่าว (ภาพที่ 20, ตาราง
ภาคผนวกท่ี 20)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพอ่ื แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

31

fipronil fipronil
lambda-cyhalothrin lambda-cyhalothrin
imidacloprid imidacloprid
spinetoram acetamiprid
emamectin benzoate spinetoram
abamectin emamectin benzoate
chlorfenapyr abamectin
cyantraniliprole chlorfenapyr
cyantraniliprole

อัตราการตาย สงู = ที่อัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 60-100% หรือที่สองเทา่ ของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%
อัตราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 21-59% หรอื ทส่ี องเทา่ ของอตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 41-79%
อตั ราการตาย ต่ำ = ที่อัตราแนะนำเพล้ียไฟตาย 0-20% หรือที่สองเทา่ ของอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 0-40%

ภาพท่ี 19 การตอบสนองต่อสารกำจดั แมลงชนิดตา่ ง ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟพริกท่ีทำลายมะนาวในแหล่งปลูก
จงั หวดั กำแพงเพชร และจังหวัดพิจิตร ในชว่ งปี พ.ศ. 2561-2562

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพอ่ื แก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

32

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

อัตราการตาย สงู = ทอ่ี ัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% หรอื ที่สองเท่าของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 80-100%

ออตัตั รราากกาารรตตาากยยาตปรำ่านต=กอลทาอี่บงตั สร=านทแนอ่ี อะัตนงราำตแเพนอ่ ละส้ยีนไำาฟเพรตาลกยีย้ ำไ0ฟจ-ต2ดั า0ย%แ2มห1ร-ล5อื 9งท%ส่ีชอหนงเรทดิือ่าทตข่ีสอา่องงงอเัตทๆร่าาขแอตนงอะอ่ นัตกรำาเาพแลรนย้ีะตไนฟาำตเยพายลข้ีย0อไ-ฟ4งต0เ%าพย ล41ย้ี -7ไ9ฟ%พริก

ภาพที่ 20 การตอบสนองต่อสารกำจัดแมลงชนิดตา่ ง ๆ ต่อการตายของเพล้ียไฟพริกท่ีทำลายมะนาวในแหล่งปลูก
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี และจงั หวดั ชัยนาท ในปี พ.ศ.2561

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพ่อื แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ืช

33

สถานการณ์ความต้านทานตอ่ สารกำจดั แมลงในเพล้ียไฟฝ้าย (Thrips palmi Karny) ในเมลอ่ น

เมล่อนเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ท่ีมีการปลูกอยา่ งแพร่หลายและมีราคาสูง การปลูกเมล่อนมีศัตรูพืช

ทำลายมากโดยเฉพาะเพลี้ยไฟซึ่งสามารถทำลายผลผลิตโดยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบยอด ดอก ผลอ่อน ทำให้ผลมี

รอยทำลายและขายไม่ได้ราคา จงึ ต้องมีการป้องกันกำจัดศตั รูพชื อยา่ งดี เนอื่ งจากเมล่อนเป็นผลไม้ที่มีราคาสูง

เกษตรกรจึงนิยมใช้สารกำจัดแมลงในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟฝ้ายที่ทำลายเมล่อนเนื่องจากสามารถป้องกัน

กำจัดได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้สารกำจัดแมลงของเกษตรกรมักไม่มีการหมุนเวียนสารที่ถูกต้อง ทำให้เกิด

ปัญหาเพลี้ยไฟสร้างความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงโดยเฉพาะในพื้นที่ปลูกเมล่อนใน จ.สุพรรณบุรี

จ.กาญจนบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา สุภราดา และคณะ (2563ง) ได้ศึกษาผลของสารกำจัดแมลงชนิดต่าง

ๆ ต่อการตายของเพลี้ยไฟฝ้ายในเมลอ่ น โดยจำแนกผลตอ่ การตายในสารชนิดต่าง ๆ ที่อตั ราแนะนำ ดงั นี้

fipronil 5% SC กล่มุ 2B อัตราแนะนำ 30ml/20L

lambda-cyhalothrin 2.5% CS กลุ่ม 3A อัตราแนะนำ 20ml/20L

imidacloprid 70% WG กลุ่ม 4A อัตราแนะนำ 15g/20L

acetamiprid 20% SP กลุ่ม 4A อัตราแนะนำ 20g/20L

spinetoram 12% SC กล่มุ 5 อตั ราแนะนำ 10ml/20L

emamectin benzoate 1.92% EC กลุ่ม 6 อตั ราแนะนำ 30ml/20L

abamectin 1.8% EC กลุ่ม 6 อตั ราแนะนำ 50ml/20L

chlorfenapyr 10% SC กลุ่ม 13 อตั ราแนะนำ 30ml/20L

cyantraniliprole 10% OD กลมุ่ 28 อัตราแนะนำ 40ml/20L

ผลต่อการตายของเพล้ียไฟฝ้ายในเมล่อน:

สงู = ที่อัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% หรอื ทีส่ องเท่าของอตั ราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 80-100%

กลาง = ทอ่ี ตั ราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 21-59% หรือท่สี องเทา่ ของอัตราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 41-79%

ตำ่ = ทีอ่ ตั ราแนะนำเพล้ียไฟตาย 0-20% หรอื ทส่ี องเทา่ ของอัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 0-40%

โดย สุภราดา และคณะ (2563ง) พบว่าในช่วงปี พ.ศ. 2562 สารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายของ
เพลี้ยไฟฝ้ายที่ทำลายเมล่อนต่ำ คือที่อัตราแนะนำเพลีย้ ไฟตาย 0-20% ซึ่งแสดงวา่ เพลีย้ ไฟมคี วามต้านทานสงู
ในพื้นที่ อ. หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ได้แก่ lambda-cyhalothrin ส่วนในพื้นท่ี อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
ได้แก่ lambda-cyhalothrin และ abamectin และในพื้นท่ี อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่
lambda-cyhalothrin, imidacloprid และ acetamiprid ส่วนสารกำจัดแมลงที่มีผลต่อการตายสูงคือที่อัตรา

แนะนำเพลี้ยไฟตาย 60-100% ซึ่งแสดงว่าเพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานมากนกั ในพื้นที่ อ.หนองหญ้าไซ
จ.สุพรรณบุรี ได้แก่ spinetoram, emamectin benzoate, chlorfenapyr และ cyantraniliprole ในพื้นท่ี
อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ได้แก่ fipronil, spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr และใน
พ้ืนที่ อ. ลาดบวั หลวง จ.พระนครศรอี ยุธยา ได้แก่ spinetoram, emamectin benzoate และ chlorfenapyr
สารเหล่านี้เหมาะในการใช้แบบหมุนเวียนเพื่อป้องกันปัญหาความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงในเพลี้ยไฟใน
พน้ื ท่ีดงั กลา่ ว (ภาพที่ 21, ตารางภาคผนวกที่ 21)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพื่อแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

34



fipronil
lambda-cyhalothrin
imidacloprid
acetamiprid
spinetoram
emamectin benzoate
abamectin
chlorfenapyr
cyantraniliprole

fipronil fipronil
lambda-cyhalothrin lambda-cyhalothrin
imidacloprid imidacloprid
acetamiprid acetamiprid
spinetoram spinetoram
emamectin benzoate emamectin benzoate
abamectin abamectin
chlorfenapyr chlorfenapyr
cyantraniliprole cyantraniliprole
cyantraniliprole cyantraniliprole
cyantraniliprole

อตั ราการตาย สูง = ท่อี ตั ราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 60-100% หรอื ท่ีสองเทา่ ของอัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 80-100%
อตั ราการตาย ปานกลาง = ทอี่ ัตราแนะนำเพลยี้ ไฟตาย 21-59% หรือทีส่ องเทา่ ของอัตราแนะนำเพลี้ยไฟตาย 41-79%
อัตราการตาย ตำ่ = ที่อัตราแนะนำเพล้ยี ไฟตาย 0-20% หรอื ทส่ี องเทา่ ของอัตราแนะนำเพลย้ี ไฟตาย 0-40%

ภาพท่ี 21 การตอบสนองต่อสารกำจดั แมลงชนิดตา่ ง ๆ ต่อการตายของเพล้ียไฟฝ้ายที่ทำลายเมล่อนในแหล่งปลูก
จังหวดั สพุ รรณบรุ ี กาญจนบุรี พระนครศรีอยธุ ยา ในปี พ.ศ.2562

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพอื่ แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

35

สถานการณค์ วามต้านทานตอ่ สารกำจดั ไรในไรสองจดุ (Tetranychus urticae Koch) ในสตรอวเ์ บอรร์ ี

สตรอว์เบอร์รีเป็นพืชที่นิยมปลูกมากทางภาคเหนือ ปัญหาสำคัญในการปลูกสตรอว์เบอร์รีคือมักพบ
การทำลายของไรสองจุดอยู่เสมอ โดยไรสองจุดจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่บริเวณใต้ใบ เมื่อต้น สตรอว์เบอร์รีถูกไร
ทำลายมากใบจะเปลีย่ นเป็นสนี ้ำตาลและร่วงในทีส่ ดุ ทำใหต้ น้ สตรอว์เบอร์รีหยดุ การเจรญิ เตบิ โตและใหผ้ ลผลิต
น้อย เนื่องจากผลผลิตสตรอว์เบอรร์ ีสามารถขายไดร้ าคาดี เกษตรกรจึงมีการดูแลเอาใจใส่ในการป้องกันกำจดั
ไรสองจุดเป็นอย่างดี เกษตรกรหลายรายมักใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการป้องกันกำจัดไรสองจุดเนื่องจาก
สะดวกและให้ผลรวดเร็วในการป้องกนั กำจดั แตเ่ กษตรกรมักใชส้ ารกำจัดไรชนิดเดิมหรือกลุม่ เดิมซำ้ ๆ กัน ทำ
ให้ไรสองจุดสร้างความต้านทานขึ้นในแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีหลายแห่ง ณพชรกร และคณะ (2563) ได้
รายงานความตา้ นทานต่อสารกำจัดไรชนดิ ต่าง ๆ ในไรสองจุดที่ทำลายสตรอวเ์ บอร์รีในหลายพ้ืนที่ของประเทศ
ไทย โดยได้แบ่งระดับความต้านทานตามค่า Resistance factor (RF) หรือค่าความต้านทานต่อสารกำจัดไร
เมือ่ เทยี บกับประชากรไรออ่ นแอตาม Al-Antary et al., (2012) และ Fukami et al., (1983) ดังนี้

RF <10 คอื ระดบั ตา้ นทานต่ำ (Low Resistance, LR)
RF 11-40 คอื ระดับตา้ นทานปานกลาง (Moderate Resistance, MR)
RF 41-60 คอื ระดับต้านทานสงู (High Resistance, HR)
RF>60 คอื ระดับต้านทานสงู มาก (Very High Resistance, VHR)
ซง่ึ คา่ RF = ค่า LC50 หรือคา่ ความเข้มข้นของสารกำจัดไรที่ทำให้ไรแตล่ ะประชากรตาย 50% / ค่า LC50 ที่ตำ่
ที่สดุ ในประชากรไรอ่อนแอ

ณพชรกร และคณะ (2563) ได้รายงานว่าในปี พ.ศ. 2562 พบไรสองจุดในสตรอว์เบอร์รีในพื้นท่ี
อ. แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีความต้านทานสูงมากต่อสารฆ่าไร pyridaben (กลุ่ม 21A) จึงควรหยุดพักการใช้สาร
ชนิดนี้และใช้สารในกลุ่มอื่น และพบไรสองจุดในสตรอว์เบอร์รีในพื้นที่อื่นที่มีความต้านทานปานกลางต่อ
pyridaben คอื ท่ี อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ดงั นน้ั การใช้สารนใี้ นพนื้ ที่ดงั กลา่ วจึงไม่ควรใชบ้ ่อยคร้ังเพราะอาจทำ
ให้ไรสองจุดเกิดความต้านทานสงู ข้นึ (ภาพที่ 22, ตารางภาคผนวกที่ 22)

ในพื้นที่ อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ พบไรสองจุดในสตรอว์เบอร์รีมีความต้านทานสูงมากต่อสารกำจัดไร
propargite (กลุม่ 12C) จงึ ควรหยดุ พักการใชส้ ารชนิดนี้และเลือกใช้สารกลุ่มอน่ื ส่วนไรสองจุดในสตรอว์เบอร์
รีที่พบในพื้นที่อื่นที่มีความต้านทานปานกลางต่อ propargite คือที่ อ.เวียงสา จ.น่าน, อ.สะเมิง, อ.จอมทอง
จ.เชียงใหม่, อ.เขาคอ้ จ.เพชรบรู ณ์, อ.เชยี งคาน จ.เลย และ อ.แมส่ าย จ.เชยี งราย เนือ่ งจากสารชนิดน้ีมีความ
ตา้ นทานหลายพน้ื ท่ี ดังน้ันจงึ ตอ้ งระมดั ระวังในการใช้โดยไม่ควรใชบ้ ่อยครั้งเพราะอาจทำให้ไรสองจุดเกิดความ
ตา้ นทานสงู ขน้ึ ในอนาคต (ภาพที่ 23, ตารางภาคผนวกท่ี 23)

พบไรสองจุดในสตรอว์เบอร์รมี ีความตา้ นทานปานกลางต่อสาร fenpyroximate (กลุ่ม 21A) ในพื้นท่ี
อ.สะเมิง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ส่วนในพื้นท่ี อ.เวยี งสา จ.นา่ น และ อ.จอมทอง จ.เชยี งใหม่ พบไรสองจุดใน
สตรอว์เบอร์รีมีความต้านทานปานกลางต่อสาร tebufenpyrad (กลุ่ม 21A) นอกจากน้ีในพื้นท่ี อ. เวียงสา
จ.นา่ น, อ.แมร่ มิ จ.เชียงใหม่ ยงั พบไรสองจุดในสตรอว์เบอร์รีมีความต้านทานปานกลางต่อสาร spiromesifen
(กลุ่ม 23) แต่ในพื้นที่บางแห่งของ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ พบไรสองจุดในสตรอว์เบอร์รีมีความต้านทานสูงต่อ
สาร spiromesifen (กลุ่ม 23) จึงควรหยุดพักการใช้สารกลุ่มที่ไรสองจุดมีความต้านทานสูงและเปลี่ยนไปใช้
สารกล่มุ อน่ื นอกจากนยี้ ังพบไรสองจุดในสตรอวเ์ บอร์รีมีความตา้ นทานปานกลางต่อสาร abamectin (กลมุ่ 6)
ในพื้นที่บางแห่งของ อ.สะเมิง และ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังการใช้สารเหล่าน้ีโดยไม่
ควรใชบ้ ่อยครง้ั เพราะอาจทำให้ไรสองจดุ สร้างความต้านทานสงู ขน้ึ (ภาพท่ี 24-27, ตารางภาคผนวกท่ี 24-27)

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

36

RF 0- 10 เทา่
RF 11- 40 เท่า
RF 41-60 เท่า
RF > 60 เทา่

ภาพท่ี 22 ความต้านทานตอ่ สาร pyridaben (กลุ่ม 21A) ของไรสองจุดในสตรอว์เบอรร์ ีจากพ้นื ท่ีตา่ ง ๆ ของ
ประเทศไทยในปี พ.ศ.2562

RF (Resistance factor) = คา่ ความต้านทานตอ่ สารกำจดั ไรเมอื่ เปรียบเทยี บกับประชากรไรอ่อนแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

37

RF 0- 10 เทา่
RF 11- 40 เท่า
RF 41-60 เทา่
RF > 60 เทา่

ภาพที่ 23 ความตา้ นทานต่อสาร propargite (กลมุ่ 12C) ของไรสองจุดในสตรอว์เบอรร์ จี ากพ้นื ท่ีตา่ ง ๆ ของ
ประเทศไทยในปี พ.ศ.2562

RF (Resistance factor) = คา่ ความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั ไรเมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ประชากรไรออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

38

RF 0- 10 เท่า
RF 11- 40 เทา่
RF 41-60 เทา่
RF > 60 เทา่

ภาพที่ 24 ความต้านทานตอ่ สาร fenpyroximate (กลุ่ม 21A) ของไรสองจดุ ในสตรอว์เบอรร์ จี ากพ้นื ท่ตี ่าง ๆ
ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562

RF (Resistance factor) = คา่ ความตา้ นทานตอ่ สารกำจดั ไรเมอ่ื เปรยี บเทยี บกับประชากรไรออ่ นแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพ่ือแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

39

RF 0- 10 เทา่
RF 11- 40 เท่า
RF 41-60 เท่า
RF > 60 เท่า

ภาพที่ 25 ความต้านทานตอ่ สาร tebufenpyrad (กลุ่ม 21A) ของไรสองจดุ ในสตรอว์เบอร์รจี ากพ้นื ท่ตี ่าง ๆ
ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2562

RF (Resistance factor) = คา่ ความต้านทานตอ่ สารกำจดั ไรเมอื่ เปรียบเทยี บกับประชากรไรอ่อนแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ชื เพื่อแกไ้ ขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื

40

RF 0- 10 เทา่
RF 11- 40 เทา่
RF 41-60 เท่า
RF > 60 เทา่

ภาพที่ 26 ความต้านทานตอ่ สาร spiromesifen (กลมุ่ 23) ของไรสองจดุ ในสตรอว์เบอร์รีจากพ้นื ท่ีตา่ ง ๆ ของ
ประเทศไทยในปี พ.ศ.2562

RF (Resistance factor) = คา่ ความต้านทานตอ่ สารกำจดั ไรเมอ่ื เปรยี บเทยี บกับประชากรไรอ่อนแอ

เอกสารวิชาการ
การใช้สารกาจดั แมลงและไรศตั รพู ืชเพื่อแก้ไขปัญหาความต้านทานศตั รพู ชื


Click to View FlipBook Version