รายงานประจำำปีีปีีงบประมาณ พ.ศ. 2567สำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดPDF
สำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นองค์์กรที่่�พึ่่�งด้าน้กฎหมายของรััฐและประชาชน มุ่่�งเน้น้ภารกิิจในการอำำ�นวยความยุุติิธรรรม การรัักษาผลประโยชน์์ของรััฐและประชาชน ตลอดถึึงการคุ้้มครองสิิทธิิเสรีีภาพและช่่วยเหลืือทางกฎหมายให้้แก่่ประชาชน ในปีีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นายอำำ�นาจ เจตน์์เจริิญรัักษ์์ อััยการสููงสุุดคนที่่� 18 เข้ารั้ ับตำำ�แหน่่งเมื่่อวั�นั ที่่� 1 ตุุลาคม 2566 ได้้มอบนโยบายการบริิหารงานของอััยการสููงสุุด เพื่่อ�ให้สอ้ดคล้อ้งกัับแผนยุทุธศาสตร์์และแผนปฏิิบััติิราชการ ระยะ 5 ปีี (พ.ศ. 2566 – 2570) ของสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดเพื่่อ� เป็็นแนวทางในการปฏิิบััติิราชการของข้้าราชการฝ่่ายอััยการและสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดตลอดจนการพััฒนาองค์์กรอััยการ ภายใต้้วิิสััยทััศน์์ “เป็็นองค์์กรแห่่งความยุุติิธรรมของสัังคมเพื่่อค�วามมั่่นค�งของชาติิและความผาสุุกของประชาชน” โดยมีี 3 นโยบายหลััก ภายใต้้แนวคิิด “PUBLIC TRUST” ได้้แก่่ (1) สัังคม ประชาชน เชื่่อมั่่�น� โดยการสร้า้งความเชื่่อมั่่�น�ในกระบวนการยุุติิธรรมการรัักษาผลประโยชน์์ของรััฐ และการคุ้้มครองสิิทธิิและช่่วยเหลืือทางกฎหมายแก่่ประชาชน (2) บริิหารทัันสมััย โดยเพิ่่�มกลไกการบริิหารงานของสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดให้้มีีความทัันสมััย สร้้างทััศนคติิการทำำ�งานเชิิงรุุก (3) บุคุลากร มีีคุุณธรรม โดยการพััฒนาและส่่งเสริิมให้ข้้า้ราชการฝ่่ายอััยการ และบุคุลากรเป็็นคนดีีและคนเก่่ง ยึึดมั่่น�ในหลัักคุุณธรรม จริิยธรรม และนโยบายสำำ�คััญอีีกประการหนึ่่�งคืือการผลัักดัันให้้มีีเครื่่�องหมายเชิิดชููเกีียรติิ ในนามสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุด เพื่่�อเป็็นการสร้้างความภาคภููมิิใจร่่วมกัันของข้้าราชการฝ่่ายอััยการ หนัังสืือรายงานประจำำ�ปีี ปีีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุด ซึ่่�งเป็็นการรายงานผลการดำำ�เนิินงานของสำำ�นัักงานที่่�ได้้รัับงบประมาณในปีีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยรวบรวมผลการดำำ�เนิินงานในแต่่ละด้้านรวมทั้้�งสถิิติิคดีีประเภทต่่าง ๆ ตามอำำ�นาจหน้า้ที่่�ของสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดและพนัักงานอััยการตามนโยบายและแนวทางดำำ�เนินิงานดัังกล่่าวข้า้งต้น้สำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดหวัังเป็็นอย่่างยิ่่�งว่่ารายงานประจำำ�ปีีฉบัับนี้้� จะเป็็นประโยชน์ต่่อ์หน่่วยงานภาครััฐภาคเอกชน ภาคประชาสัังคม สถาบัันทางการศึึกษาทุุกภาคส่่วน ที่่�สนใจ และนำำ�ไปใช้้ประกอบการศึึกษาค้้นคว้้าในเชิิงวิิชาการต่่อไปสำำ�นัักงานอััยการสููงสุุดคำำ�นำำ�ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 ก OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL
สารบััญคำ�นำ�สารบัญวิวัฒนาการองค์กรอัยการไทย พระไพศรพณ์ เครื่องหมายราชการ เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ“ยกกระบัตร”สารอัยการสูงสุด คณะผู้บริหาร นโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ส่วนที่1 ข้อมูลภาพรวม- แผนผังแสดงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ- แผนผังแสดงตำ�แหน่งสำ�คัญและการแบ่งส่วนงานภายใน- วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมร่วม- อำ�นาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ- ข้อมูลงบประมาณรายจ่าย ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติงบประมาณรายจ่ายเปรียบเทียบ ย้อนหลัง 5 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2563 - 2567)- อัตรากำ�ลังข้าราชการอัยการ ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติเปรียบเทียบอัตรากำ�ลังข้าราชการอัยการ ย้อนหลัง 5 ปี- อัตรากำ�ลังข้าราชการธุรการ ลูกจ้างประจำ� และพนักงานราชการ ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติเปรียบเทียบอัตรากำ�ลังข้าราชการธุรการ ลูกจ้างประจำ� และพนักงานราชการ ย้อนหลัง 5 ปี- สถิติเปรียบเทียบอัตรากำ�ลังข้าราชการอัยการ ข้าราชการธุรการ ลูกจ้างประจำ� และพนักงานราชการ ย้อนหลัง 5 ปีส่วนที่2 ผลการปฏิบัติราชการ- Roadmap การพัฒนาองค์กรอัยการ ระยะ 15 ปี พ.ศ. 2566 - 2580- แผนผังแสดงความเชื่อมโยงของแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำ�นักงานอัยการสูงสุด กับแผน 3 ระดับและนโยบายอื่นที่เกี่ยวข้อง- แผนปฏิบัติราชการประจำ�ปี- รายงานผลสัมฤทธิ์แผนปฏิบัติราชการ- ผลการดำ�เนินงานตามตัวชี้วัดของสำ�นักงานอัยการสูงสุด- ตารางสรุปผลคะแนนการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของสำ�นักงานอัยการสูงสุด- การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำ�เนินงานของหน่วยงานภาครัฐส่วนที่3 รายงานการเงิน- งบแสดงฐานะการเงิน - งบแสดงผลการดำ�เนินงานทางการเงิน- งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน - หมายเหตุประกอบงบการเงิน รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข สำ นักงานอัยการสูงสุดกข1456781011121315163940414142434445464749505155575960626364
- รายงานฐานะเงินงบประมาณรายจ่าย- รายงานรายได้แผ่นดิน ส่วนที่4 ผลการดำ�เนินงาน- การอำ�นวยความยุติธรรม- การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ- งานด้านการคุ้มครองสิทธิประชาชน - การดำ�เนินงานในหน้าที่อัยการสูงสุด- งานด้านต่างประเทศ- งานพัฒนาบุคลากร- งานด้านวิทยบริการ พิพิธภัณฑ์ จดหมายเหตุ- งานด้านพัฒนาเทคโนโลยี - งานสำ�นักงานคณะกรรมการอัยการ- งานของหน่วยงานภายใน - งานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น สถิติคดี - สถิติคดีอาญารับใหม่ จำ�แนกตามรายภาคและประเภทสำ�นวน ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีอาญารับใหม่ รวมทุกประเภทสำ�นวนคดี จำ�แนกตามรายภาค ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติเปรียบเทียบคดีอาญารับใหม่ จำ�แนกตามประเภทสำ�นวนคดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2567- สถิติคดีรับใหม่คดีความอาญาปรากฏผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา 10 อันดับสูงสุด ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีรับใหม่คดีความอาญาปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (เว้นแต่คดีเปรียบเทียบ) 10 อันดับสูงสุด ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีรับใหม่คดีความอาญาไม่ปรากฏตัวผู้กระทำ�ผิด 10 อันดับสูงสุด ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีความอาญาชั้นฟ้องศาล 10 อันดับสูงสุด ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีอาญาจำ�แนกตามประเภทสำ�นวน ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีแพ่ง ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีแรงงาน ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีปกครอง ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติคดีชั้นศาลสูง ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567- สถิติงานคุ้มครองเด็กในคดีอาญาของพนักงานอัยการ จำ�แนกตามสำ�นักงานอัยการภาค และกิจกรรม ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567ส่วนที่5 ภาพกิจกรรม ส่วนที่6 English Section ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 ค OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL808283848688949597100103105106115121122123125126127128129130131134137140141143155
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 1 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALวิวัฒนาการองค์กรอัยการไทยอััยการเป็็นองค์์กรในกระบวนการยุุติิธรรมที่่�มีีอยู่่�ในสัังคมไทยมานานกว่่าร้้อยปีี แต่่หากนัับการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของข้้าราชการที่่�มีีบทบาททำำนองเดีียวกัับอััยการในปััจจุุบัันย้้อนไปในอดีีต ต้้องนัับว่่าอััยการได้ก่่อตั้้ ้ �งขึ้้�นในสัังคมไทยมานานหลายร้อ้ยปีีแล้้ว คำำว่่า “อััยการ” ดัังปรากฏในเอกสารกฎหมายโบราณสำำคััญของไทย หลายฉบัับตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยาหมายความถึึง บทกฎหมาย พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวได้้ทรงอธิิบายถึึงความหมายของคำว่่ ำ า “อััยการ” ไว้้ในพระราชนิิพนธ์์เรื่่�อง นานาธรรมวิิจาริินีีว่่าหมายถึึง “การตั้้�งผู้้เป็็นใหญ่่ให้้ทำำหน้้าที่่�รัักษาความยุุติิธรรม และถืืออััยการหรืือกฎหมายซึ่�งเป็็น ่ตำำราพิิพากษาให้้เกิิดความยุุติิธรรมเป็็นที่่�พึ่่�งแก่่คนทั้้�งปวง รวมทั้้�งหมายถึึง แบบธรรมเนีียมปฏิิบััติิในบ้้านเมืืองด้้วย” ทรงยกตััวอย่่างว่่าในบ้้านเมืืองหรืืออาณาจัักรถ้้าไม่่มีีอััยการหรืือผู้้มีีอำำ นาจเป็็นใหญ่่ปกครองผู้้คนแล้้ว “คนหลายคนเหนจะอยู่่�ด้้วยกัันไม่่ได้้เหนจะวิิวาทจนถึงฆ่ึ ่ากัันตายเสีียหมด ฤาจะไม่่เปนอัันทำำมาหากิิน อดตายหมดฯ”ส่่วนตััวเจ้้าพนัักงานผู้้ทำำหน้้าที่่�หลายประการทำำนองเดีียวกัับพนัักงานอััยการในปััจจุุบัันโบราณเรีียกว่่า พนัักงานรัักษาพระอััยการยกกระบััตร หรืือ ยกกระบััตรซึ่่�งเป็็นตำำแหน่่งข้้าราชการครั้้�งโบราณ สัังกััดกระทรวงวััง มีีหน้้าที่่�ออกไปประจำำอยู่่�ตามหััวเมืืองเพื่่�อสอดส่่องการพิิพากษาอรรถคดีีของตุุลาการให้้เป็็นไปโดยยุุติิธรรมดัังปรากฏในกฎหมายโบราณหลายฉบัับ เช่่น พระไอยการอาชญาหลวงที่่�ตราขึ้้�นในรััชสมััยสมเด็็จพระบรมไตรโลกนารถ พระราชกำำหนดเก่่า ฉบัับที่่� 47 ที่่�ออกเมื่่�อ จ.ศ. 1094 ในรััชสมััยของพระเจ้้าอยู่่�หััวบรมโกศ หรืือ ในจดหมายเหตุุลาลููแบร์์ ราชทููตฝรั่่�งเศสซึ่่�งเดิินทางมาเจริิญสััมพัันธไมตรีีกัับกรุุงศรีีอยุุธยาในรััชสมััยสมเด็็จพระนารายณ์์มหาราช ได้้บัันทึึกบทบาทและหน้้าที่่�ของยกกระบััตรไว้้ว่่าเป็็นทำำนองอััยการแผ่่นดิินพระบาทสมเด็็จพระพุทุธยอดฟ้้าจุุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริัย์ิ์แห่่งพระราชวงศ์จั์ ักรีีก็ท็รงเคยรัับราชการในตำำแหน่่งยกกระบััตรเมืืองราชบุุรีีในปลายสมััยอยุุธยาก่่อนรััชสมััยพระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวการดำำเนิินคดีีอาญาในประเทศไทย ยัังไม่่มีีการทำำหน้้าที่่�ฟ้้องความอาญาแผ่่นดิิน ราษฎรต้อ้งดำำเนิินการเอง การศาลและกฎหมายของไทยอยู่่�ในสภาพล้้าสมััยในรััชสมััยพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวประเทศไทยได้้เผชิิญกัับลััทธิิจัักรวรรดิินิิยมตะวัันตกต้้องทำำสนธิิสััญญาเบาว์์ริิงกัับประเทศอัังกฤษเป็็นประเทศแรก และทำำสนธิิสััญญาที่่�มีีลัักษณะเดีียวกัันกัับประเทศอื่่�น ๆอีีกหลายประเทศซึ่่�งทำำ ให้้ไทยเสีียสิิทธิิสภาพนอกอาณาเขต จึึงเป็็นจุุดเริ่่�มต้้นที่่�ทำำ ให้้ไทยต้้องเร่่งปฏิิรููปกฎหมายและการศาลให้้เป็็นแบบชาติิตะวัันตก จึึงทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้พระเจ้้าน้อ้งยาเธอพระองค์์เจ้้าสวัสดิั ิโสภณ (ต่่อมาคืือสมเด็็จพระเจ้้าบรมวงศ์์เธอ กรมพระสวัสดิัวัิัฒนวิศิิษฎ์์) เสนาบดีกระีทรวงยุุติิธรรมคนแรกทรงวางโครงร่่างการจััดตั้้�งกระทรวงยุุติิธรรมใน พ.ศ. 2433 และเตรีียมการให้้มีีกรมอััยการเป็็นเจ้้าพนัักงานสำำหรัับเป็็นโจทก์์เป็็นทนายในคดีีความแผ่่นดิินด้้วยกระทรวงยุุติิธรรมมีีการจััดตั้้�งขึ้้�นใน พ.ศ. 2434 ทำำหน้้าที่่�ในการพิิจารณาคดี โีดยผู้ใ้ดมีีความประสงค์์จะฟ้้องคดีีต้้องยื่่�นคำำ ฟ้้องต่่อกรมรัับฟ้้อง แต่่ไม่่ได้้รัับการรัับรองจากต่่างประเทศ จึึงได้้ตั้้�งพนัักงานอััยการ มาดำำเนิินคดีแีทนเฉพาะในกรุุงเทพมหานคร (1) และได้มีี้การจัดัให้มีี้เจ้้าพนัักงานเป็็นผู้้ดำำเนิินคดีีอาญาในนามของแผ่่นดิินขึ้้�นเป็็นครั้้�งแรกใน พ.ศ. 2435 จนมีีการตั้้�งกรมอััยการขึ้้�นในกระทรวงยุุติิธรรม โดยหลวงรัตันาญัปัติิ (เปล่่ง เวภาระ) ต่่อมา คืือ ขุุนหลวงพระยาไกรสีี เป็็นอธิิบดีกรมอััยการ ีคนแรก เมื่อวั่� ันที่่� 1 เมษายน พ.ศ. 2436 มีีหน้้าที่่�ราชการเป็็นทนายหลวงว่่าความแผ่่นดิินในศาลทั้้�งปวง ทั้้�งที่่�ศาลยุุติิธรรม ศาลกงสุุลต่่างประเทศ และแม้้จะมีีกรมอััยการสัังกัดั1 วิิวััฒนาการอััยการไทย ไม่่มีีชื่อ่�ผู้้แต่่ง หนัังสืือ 100 ปีีอััยการ หน้้า 64 - 74
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 2 สำ นักงานอัยการสูงสุดกระทรวงยุุติิธรรมแล้้ว พนัักงานอััยการก็็มิิได้้ รวมอยู่่�ในกรมอััยการ แต่่แยกสัังกััดในกระทรวงยุุติิธรรมกระทรวงนครบาลและกระทรวงมหาดไทยเมื่่�อแรกจััดตั้้�งนั้้�น กรมอััยการมีีเขต ความรัับผิิดชอบอยู่่�เพีียงในกรุุงเทพฯ ส่่วนหน้้าที่่�ฟ้้องคดีีอาญาในหััวเมืืองมีีบััญญััติิไว้้ในพระธรรมนููญศาลหััวเมืือง รัตันโกสิินศก 114 มาตรา 25 เป็็นครั้้�งแรกว่่า “ข้้าหลวงเทศาภิิบาล เมื่อ่� ได้รั้ับอนุุญาตจากกระทรวงยุุติิธรรมแล้้วมีีอำำ นาจที่่�จะตั้้�งพนัักงานอััยการไว้สำ้ำหรัับเป็็นทนายแผ่่นดิินฟ้้องหาคดีีมีีโทษหลวง” ใน พ.ศ. 2441 กระทรวงมหาดไทยได้้ตราข้้อบัังคัับลัักษณะปกครองหััวเมืือง ร.ศ. 117 และได้้มีีการตั้้�งตำำแหน่่งอััยการในหััวเมืืองเรีียกว่่า ยกกระบััตรในหััวเมืืองและมณฑลโดยมีีตำำแหน่่งผู้้ช่่วยเรีียกว่่า “แพ่่ง” ซึ่่�งนอกจากจะดำำเนิินคดีีอาญาและคดีีแพ่่งแล้้ว ทั้้�งยกกระบััตรและแพ่่งยัังมีีหน้้าที่่�ในการสืืบสวนหาพยานหลัักฐานปราบปรามจัับกุุมโจรผู้้ร้้าย และมีีอำำ นาจในการไต่่สวนอีีกด้้วยคำำว่่า ยกกระบัตัร ได้้ใช้้เป็็นตำำแหน่่งข้้าราชการเรื่่�อยมาจนกระทั่่�งใน พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็็จพระมงกุุฎเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวโปรดเกล้้าฯ ให้้ออก “ประกาศรวมพนัักงานอััยการและเรีียกชื่่�อยกกระบััตร์์”กำำหนดว่่า ตั้้�งแต่่วัันที่่� 1 เมษายน พ.ศ. 2459 เป็็นต้้นไปให้้รวมอััยการหััวเมืืองกัับอััยการกรุุงเทพฯ เข้้าไว้้ในกรมอััยการ กระทรวงยุุติิธรรมและให้้เปลี่่�ยนนามตำำแหน่่งยกกระบััตรมณฑลและยกกระบััตรเมืืองเป็็นอััยการมณฑลและอััยการเมืือง มีีหน้้าที่่�เป็็นพนัักงานอััยการไว้้เป็็นทนายแผ่่นดิินแทนรััฐบาลในศาล ทั้้�งในกรุุงเทพฯ และหััวเมืืองต่่อมา ในวัันที่่� 1 สิิงหาคม พ.ศ. 2465 พระบาทสมเด็็จพระมงกุุฎเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวโปรดเกล้้าฯให้้โอนกรมอััยการจากกระทรวงยุุติิธรรมมาขึ้้�นในกระทรวงมหาดไทยจนถึึงวัันที่่� 1 มีีนาคม พ.ศ. 2534 จึึงได้้มีีการแยกกรมอััยการ จากกระทรวงมหาดไทยไปเป็็นหน่่วยราชการอิิสระ ไม่่สัังกััดสำำนัักนายกรััฐมนตรีีกระทรวง ทบวงใด และเปลี่่�ยนชื่่�อจากกรมอััยการเป็็นสำำนัักงานอััยการสููงสุุด มีีอำำนาจหน้้าที่่�เกี่่�ยวกัับการดำำเนิินคดีีอาญาทั้้�งปวง ดำำเนิินคดีีแพ่่งและให้้คำำปรึึกษาด้้านกฎหมายแก่่รััฐบาลและหน่่วยงานของรััฐ คุ้้มครองสิิทธิิและเสรีีภาพของประชาชนและอำำนาจหน้้าที่่�อื่่�นตามที่่�กำำหนดไว้้ในกฎหมาย และอยู่่�ในบัังคัับบััญชาของนายกรััฐมนตรีีต่่อมาเมื่่�อวัันที่่� 5 ตุุลาคม พ.ศ. 2545 มีีการเปลี่่�ยนแปลงให้้สำำนัักงานอััยการสููงสุุดอยู่่�ในบัังคัับบััญชาของรััฐมนตรีีว่่าการกระทรวงยุุติิธรรมต่่อมา ในวัันที่่� 24 สิิงหาคม พ.ศ. 2550 มีีการประกาศใช้้รััฐธรรมนููญแห่่งราชอาณาจัักรไทยหมวด 11 องค์์กรตามรััฐธรรมนููญ ส่่วนที่่� 2 องค์์กรอื่่�นตามรััฐธรรมนููญ มาตรา 255 กำำหนดสถานะใหม่่ของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดให้้เป็็นองค์์กรอื่่�นตามรััฐธรรมนููญ ให้้พนัักงานอััยการมีีอำำนาจหน้้าที่่�ตามที่่�บััญญััติิในรััฐธรรมนููญนี้้�และตามกฎหมายว่่าด้้วยอำำนาจและหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการและกฎหมายอื่่�น พนัักงานอััยการ มีีอิสิระในการพิิจารณาสั่่�งคดีและการี ปฏิิบััติิหน้้าที่่�ให้้เป็็นไปโดยเที่่�ยงธรรม มีีหน่่วยธุุรการที่่�เป็็นอิสิระในการบริิหารงานบุุคคล การงบประมาณ และการดำำเนิินการอื่่�น โดยมีีอััยการสููงสุุดเป็็นผู้้บัังคัับบััญชา ต่่อมารััฐสภา ได้้ผ่่านความเห็็นชอบกฎหมายจำำ นวน 4 ฉบัับ ได้้แก่่ (1) พระราชบััญญััติิองค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 (2) พระราชบััญญััติิระเบีียบข้้าราชการฝ่่ายอััยการ พ.ศ. 2553 (3) พระราชบััญญััติิระเบีียบบริิหารราชการแผ่่นดิิน (ฉบัับที่่� 8) พ.ศ. 2553 (4) พระราชบััญญััติิปรัับปรุุงกระทรวงทบวง กรม (ฉบัับที่่� 9) พ.ศ. 2553 ซึ่่�งทางราชการได้้ลงประกาศในราชกิิจจานุุเบกษา เมื่อวั่� ันที่่� 7 ธัันวาคม 2553 พระราชบััญญััติิดัังกล่่าวเป็็นกฎหมายที่่�มีีความสำำคััญยิ่่�งต่่อสำำนัักงานอััยการสููงสุุดและข้้าราชการฝ่่ายอััยการ เพราะเป็็นกฎหมายจััดตั้้�งองค์์กรอััยการเพื่่�ออนุุวััติิการตามรััฐธรรมนููญแห่่งราชอาณาจัักรไทยโดยกำำหนดอำำนาจหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการและสำำนัักงานอััยการสููงสุุด รวมทั้้�งได้้มีีการกำำหนดความคุ้้มครองการใช้้ดุุลพิินิิจของพนัักงานอััยการในการสั่่�งคดีีและการปฏิิบััติิหน้้าที่่�โดยสุุจริิตและเที่่�ยงธรรม ทั้้�งนี้้�เพื่่�อเป็็นการรัับรองความเป็็นอิิสระในการพิิจารณาสั่่�งคดีและการี ปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการตามรััฐธรรมนููญ
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 3 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALต่่อมาคณะกรรมการอััยการได้้มีีการเพิ่่�มหน่่วยงานและกำำหนดอำำนาจหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดขึ้้�นอีีกหลายหน่่วยงาน ได้้แก่่ สำำนัักงานการสอบสวนตั้้�งแต่่วัันที่่� 1 ตุุลาคม 2556 ตามประกาศคณะกรรมการอััยการ เรื่่�อง การแบ่่งหน่่วยงานและการกำำหนดอำำนาจและหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำำนัักงานอััยการสููงสุุด (ฉบัับที่่� 6) พ.ศ. 2556, สำำนัักงานชี้้�ขาดคดีีอััยการสููงสุุด ตั้้�งแต่่วัันที่่� 1 ตุุลาคม 2558 ตามประกาศคณะกรรมการอััยการ เรื่่�อง การแบ่่งหน่่วยงานและการกำำหนดอำำนาจ และหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำำนัักงานอััยการสููงสุดุ (ฉบัับที่่� 15) พ.ศ. 2558, สำำนัักงานคดีีปราบปรามการทุุจริติและสำำนัักงานคดีีค้้ามนุุษย์์ ตั้้�งแต่่วัันที่่� 1 ตุุลาคม 2558 ตามประกาศคณะกรรมการอััยการ เรื่อ่�ง การแบ่่งหน่่วยงานและการกำำหนดอำำนาจและหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำำนัักงานอััยการสููงสุุด (ฉบัับที่่� 16) พ.ศ. 2558, สำำนัักงานคดีีปราบปรามการทุุจริิตภาค ตั้้�งแต่่วัันที่่� 1 เมษายน 2560 ตามประกาศคณะกรรมการอััยการ เรื่่�อง การแบ่่งหน่่วยงานและกำำหนดอำำนาจและหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในสำนัำ ักงานอััยการสููงสุุด (ฉบัับที่่� 22) พ.ศ. 2560ต่่อมามีีการเปลี่่�ยนแปลงอีีกครั้้�ง โดยเมื่่�อวัันที่่� 6 เมษายน 2560 มีีการประกาศใช้้รััฐธรรมนููญแห่่งราชอาณาจัักรไทย พุุทธศัักราช 2560 กำำหนดอำำนาจและหน้้าที่่�ขององค์์กรอััยการไว้้ในหมวด 13 องค์์กรอััยการ มาตรา 248 บััญญััติิว่่า “มาตรา 248 องค์์กรอััยการมีีหน้้าที่่�และอำำนาจตามที่่�บััญญััติิไว้้ในรััฐธรรมนููญและกฎหมายพนัักงานอััยการมีีอิสิระในการพิิจารณาสั่่�งคดีและการี ปฏิิบััติิหน้้าที่่�ให้้เป็็นไปโดยรวดเร็็ว เที่่�ยงธรรมและปราศจากอคติิทั้้�งปวง และไม่่ให้้ถืือว่่าเป็็นคำำสั่่�งทางปกครอง การบริิหารงานบุุคคล การงบประมาณ และการดำำเนิินการอื่่�นขององค์์กรอััยการให้้มีีความเป็็นอิิสระโดยให้้มีีระบบเงิินเดืือนและค่่าตอบแทนเป็็นการเฉพาะตามความเหมาะสมและการบริิหารงานบุุคคลเกี่่�ยวกัับพนัักงานอััยการต้้องดำำเนิินการโดยคณะกรรมการอััยการ ซึ่่�งอย่่างน้้อยต้้องประกอบด้้วยประธานกรรมการซึ่่�งต้้องไม่่เป็็นพนัักงานอััยการ และผู้้ทรงคุุณวุุฒิิบรรดาที่่�ได้้รัับเลืือกจากพนัักงานอััยการผู้้ทรงคุุณวุุฒิิดัังกล่่าวอย่่างน้อ้ยต้้องมีีบุุคคลซึ่่�งไม่่เป็็นหรืือเคยเป็็นพนัักงานอััยการมาก่่อนสองคน ทั้้�งนี้้� ตามที่่�กฎหมายบััญญััติิกฎหมายตามวรรคสาม ต้้องมีีมาตรการป้้องกัันมิิให้้พนัักงานอััยการกระทำำการหรืือดำำรงตำำแหน่่งใดอัันอาจมีีผลให้้การสั่่�งคดีีหรืือการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ไม่่เป็็นไปตามวรรคสอง หรืืออาจทำำ ให้้มีีการขััดกัันแห่่งผลประโยชน์์ ทั้้�งนี้้� มาตรการดัังกล่่าวต้้องกำำหนดให้้ชััดแจ้้งและใช้้เป็็นการทั่่�วไป โดยจะมอบอำำนาจให้้มีีการพิิจารณาเป็็นกรณีี ๆ ไปมิิได้้”เมื่่�อวัันที่่� 8 สิิงหาคม 2561 คณะกรรมการอััยการได้้ออกประกาศคณะกรรมการอััยการ เรื่่�อง การแบ่่งหน่่วยงานและการกำำหนดอำำนาจและหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำนัำ ักงานอััยการสููงสุุด(ฉบัับที่่� 23) พ.ศ. 2561 เพิ่่�มหน่่วยงานและกำำหนดอำำนาจหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำนัำ ักงานอััยการสููงสุุดอีีก 2 หน่่วยงาน ได้้แก่่สำำนัักงานคดีีปกครองสุุพรรณบุรีีุและสำำนัักงานคดีีปกครองภููเก็ต็ ตั้้�งแต่่วัันที่่� 1 ตุุลาคม 2561 และวัันที่่� 30 พฤศจิิกายน 256 คณะกรรมการอััยการได้้ออกประกาศคณะกรรมการอััยการฯ (ฉบัับที่่� 24) พ.ศ. 2561 เพิ่่�มหน่่วยงานและกำำหนดอำำนาจหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในอีีก 1 หน่่วยงาน ได้้แก่่สำำนัักงานคดีีปกครองยะลา ตั้้�งแต่่วัันที่่� 18 มกราคม 2562 เป็็นต้้นไปปีี 2563 สำำนัักงานอััยการสููงสุดุได้จั้ดตั้้�งสถาบัันนิิติิวััชร์์ สำำนัักงานบริิหารและสนัับสนุุนงานอััยการสููงสุดุสำำนัักงานเลขาธิิการสำำนัักงานอััยการสููงสุดุและเพิ่่�มหน่่วยงานภายในให้้เป็็นไปตามประกาศคณะกรรมการอััยการเรื่่�อง การแบ่่งหน่่วยงาน และการกำำหนดอำำนาจและหน้้าที่่�ของหน่่วยงานภายในของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดพ.ศ. 2563
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 4 สำ นักงานอัยการสูงสุดพระไพศรพณ์์ เป็็นเทวาหรืือเทพ ซึ่่�งพระหััตถ์์ขวาถืือตระบอง ส่่วนพระหััตถ์์ซ้้ายยกเสมอหน้้าอก แสดงการห้้ามปรามมิิให้้ (เทวดา) ทำำผิิดพระไพศรพณ์์เป็็นท้้าวจตุุโลกบาลประจำทิำ ิศเหนืือในสวรรค์์ชั้้�นจาตุุมหาราชิิกาภููมิิ มีีหน้้าที่่�รัักษาความเรีียบร้้อยยุุติิธรรมในสวรรค์์ จากไตรภููมิิกถาหรืือไตรภููมิิพระร่่วง พระราชนิิพนธ์์ในพระมหาธรรมราชาที่่� 1 (พญาลิิไทย) พระมหากษัตริัย์ิ์องค์์ที่่� 6 ของราชวงศ์์พระร่่วง แห่่งอาณาจัักรสุุโขทััย มีีคำำอธิิบายอยู่่�ใน ฉััฎฐกััณฑ์์ฉกามาพรภููมิิ จาตุุมหาราชิิกาภููมิิ ความตอนหนึ่่�งว่่า “...เทพยดาผู้้เป็็นพระญาฝ่่ายอุุดร ชื่่�อท้้าวไพศรพณ์์มหาราช เป็็นพระญาแก่่หมู่่�ยัักษ์ทั้้ ์ �งหลายแลเทพยดาฝ่่ายอุุดรทิิศสิิเนรุุราชรวดไปถึึงกำำแพงจัักรวาลฝ่่ายอุุดรทิิศนั้้�นแล...”ตามตำำ นานพระไพศรพณ์์เป็็นเทพองค์์เดีียวกัับท้้าวกุุเวร หรืือท้้าวเวสสุุวรรณ ซึ่่�งถืือว่่าเป็็นเทพเจ้้าแห่่งยัักษ์์และภููตผีีปีีศาจ ผู้้คุ้้มครองและดููแลโลกมนุุษย์์ เป็็นเทพเจ้้าแห่่งทรััพย์์และความมั่่�งคั่่�งไพบููลย์์กรมศิิลปากรได้้ระบุุประวััติิพระไพศรพณ์์ว่่า “พระไพศรพณ์์เป็็นเทพเจ้้าผู้้ชาย เชื้้�อสายมาจากพระพรหมผู้เป็็นเ ้ ทพเจ้้าแห่่งความเมตตา กรุุณา มุุทิิตา อุุเบกขา เป็็นเทพเจ้้าแห่่งพรหมวิิหาร มีีคนเป็็นพาหนะพร้้อมที่่�จะลงอาญาแก่่ผู้้กระทำำผิิด มืือขวาถืือกระบองพร้้อมที่่�จะลงโทษ มืือซ้้ายยกให้อภั้ ัย”พระไพศรพณ์์กัับองค์์กรอััยการพระไพศรพณ์์เป็็นสััญลัักษณ์์ขององค์์กรอััยการมานาน ตั้้�งแต่่แรกตั้้�งกรมอััยการ พ.ศ. 2436 บรรพอััยการได้้นำรููป ำ พระไพศรพณ์์มาเป็็นตราสััญลัักษณ์์ของยกกะบััตรหรืืออีีกชื่่�อหนึ่่�งคืือพนัักงานอััยการในปััจจุุบััน และประดัับบนเครื่อ่�งหมายแถบบ่่าของพนัักงานอััยการมาแต่่ดั้้�งเดิิม โดยมีีความเชื่อว่่ ่�าพนัักงานอััยการมีีหน้้าที่่�สำคัำ ัญ คืือ รัักษาผลประโยชน์์ของแผ่่นดิิน คุ้้มครองสิิทธิิของประชาชน วิินิิจฉััย ชี้้�มููล และพิสููิจน์ค์วามผิดิต้้องเผชิิญหน้้ากัับผู้้ต้้องหาที่่�กระทำำผิิดผู้้ร้้ายสำำคััญและความกดดัันต่่าง ๆ ซึ่่�งพนัักงานอััยการมีีหน้้าที่่�รัักษาความยุุติิธรรมและกฎหมายเช่่นเดีียวกัับพระไพศรพณ์์ในสวรรค์์ องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการจึึงถืือว่่าพระไพศรพณ์์เป็็นเทพที่่�ปกปัักษ์์รัักษาองค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการตลอดมาในปีี พ.ศ. 2503 ได้มีี้การประกาศใช้้พระราชบััญญััติิระเบีียบข้้าราชการฝ่่ายอััยการ พ.ศ. 2503 ซึ่�งไ่ด้้แยกข้้าราชการอััยการออกจากข้้าราชการพลเรืือน และต่่อมาได้้มีีพระราชกฤษฎีีกาเครื่่�องแบบข้้าราชการอััยการและระเบีียบการแต่่ง พ.ศ. 2506 มาตรา 9 กำำหนดให้้อิินทรธนููของข้้าราชการอััยการภายในขมวดวงกลมมีีรููปพระไพศรพณ์์โลหะสีีทองประดัับอยู่่�บนพื้้�นอิินทรธนูู ฐานของรููปพระไพศรพณ์์อยู่่�เหนืือแถบต้้น” ซึ่�งแ่ตกต่่างจากอิินทรธนููของข้้าราชการพลเรืือนต่่อมาได้้มีีพระราชกฤษฎีีกาเครื่่�องแบบข้้าราชการอััยการและระเบีียบการแต่่ง พ.ศ. 2524 กำำหนดให้มีีรููป ้ พระไพศรพณ์์เป็็นโลหะสีีทองในเครื่อ่�งแบบปฏิิบััติิราชการและเครื่อ่�งแบบพิธีีิการของข้้าราชการอััยการในปััจจุุบััน ระเบีียบคณะกรรมการอััยการว่่าด้้วยเครื่่�องแบบและการแต่่งกายของข้้าราชการฝ่่ายอััยการ พ.ศ. 2556 ที่่�แก้้ไขใหม่่ กำำหนดให้้มีีรููปพระไพศรพณ์์อยู่่�บนอิินทรธนููในเครื่่�องแบบปฏิิบััติิราชการ เครื่่�องแบบพิิธีีการ และเครื่่�องแต่่งกายปฏิิบััติิงานทั่่�วไปของข้้าราชการอััยการดัังนั้้�น พระไพศรพณ์์จึึงเป็็นสััญลัักษณ์์ขององค์์กรอััยการ และเป็็นเครื่่�องหมายที่่�ประดัับบนบ่่าเครื่่�องแบบของข้้าราชการอััยการทั้้�งสองข้้างตลอดมาพระไพศรพณ์์
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 5 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALสำำนัักงานอััยการสููงสุุด แต่่เดิิมเป็็นกรมอััยการสัังกััดกระทรวงมหาดไทย เครื่่�องหมายราชการและเครื่่�องหมายแสดงสัังกััดจึึงเป็็นรููปตราราชสีีห์์ ต่่อมาพระราชบััญญััติิปรัับปรุุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 ได้บั้ ัญญััติิให้สำ้นัำ ักงานอััยการสููงสุดุเป็็นส่่วนราชการไม่่สัังกััดสำนัำ ักนายกรััฐมนตรีี กระทรวง หรืือทบวง อยู่่�ในบัังคัับบััญชาของนายกรััฐมนตรีีจึึงได้้มีีการกำำหนดเครื่่�องหมายราชการและเครื่่�องหมายแสดงสัังกััดขึ้้�นใหม่่สำำหรัับใช้้เป็็นเครื่่�องหมายราชการของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดและเป็็นเครื่่�องหมายแสดงสัังกััดใช้้กัับเครื่่�องแบบข้้าราชการฝ่่ายอััยการ ประกอบกัับกฎหมายว่่าด้้วยระเบีียบข้้าราชการฝ่่ายอััยการได้บั้ ัญญััติิให้นำ้ ำกฎหมายว่่าด้้วยระเบีียบข้้าราชการพลเรืือนมาใช้บั้ ังคัับกัับข้้าราชการธุุรการของสำำนัักงานอััยการสููงสุุด และกฎหมายว่่าด้้วยระเบีียบข้้าราชการพลเรืือนได้้บััญญััติิให้้เครื่่�องหมายแบบข้้าราชการพลเรืือนเป็็นไปตามกฎหมายว่่าด้้วยเครื่่�องแบบข้้าราชการฝ่่ายพลเรืือนและโดยที่่�กฎหมายว่่าด้้วยเครื่่�องแบบข้้าราชการฝ่่ายพลเรืือน ได้บั้ ัญญััติิให้้การกำำหนดเครื่อ่�งหมายแสดงสัังกัดัสำำหรัับใช้้กัับเครื่่�องแบบข้้าราชการพลเรืือน ต้้องออกเป็็นกฎสำำนัักนายกรััฐมนตรีีเครื่่�องหมายราชการสำำนัักนายกรััฐมนตรีีจึึงออกประกาศสำำนัักนายกรััฐมนตรีี เรื่่�องการกำำหนดภาพเครื่่�องหมายราชการตามพระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายราชการพุุทธศัักราช 2482 (ฉบัับที่่� 129) ประกาศในราชกิิจจานุุเบกษา ฉบัับลงวัันที่่� 7 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่่ม 109 ตอนที่่� 40 หน้้า 104 - 105 และออกกฎสำำนัักนายกรััฐมนตรีีฉบัับที่่� 79 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบััญญััติิเครื่่�องแบบข้้าราชการฝ่่ายพลเรืือน พุุทธศัักราช 2478 ประกาศในราชกิิจจานุุเบกษา ฉบัับลงวัันที่่� 17 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่่ม 109 ตอนที่่� 51 หน้้า 4 - 5 กำำหนดเครื่่�องหมายแสดงสัังกััดของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นรููปตราพระมหาพิิชััยมงกุุฎ ประดิิษฐานเหนืือพระแว่่นสุริุิยกานต์์ และตราชููรููปพระขรรค์์ รองรัับด้้วยช่่อชััยพฤกษ์์เครื่่�องหมายราชการ และเครื่่�องหมายแสดงสัังกััดของสำำนัักงานอััยการสููงสุุด จึึงเปลี่่�ยนจากรููปตราราชสีีห์์เป็็นรููปพระมหาพิิชััยมงกุุฎ ประดิิษฐานเหนืือพระแว่่นสุุริิยกานต์์ และตราชููรููปพระขรรค์์รองรัับด้้วยช่่อชััยพฤกษ์์ มีีความหมายถึึง อำำนาจหน้้าที่่�ในการเป็็นทนายแผ่่นดิิน การใช้้กฎหมายด้้วยความรอบคอบ เป็็นธรรมและเด็็ดขาด มีีชััยชนะเหนืืออธรรมพระมหาพิิชััยมงกุุฎประดิิษฐานเหนืือพระแว่่นสุริุิยกานต์์และตราชููรููปพระขรรค์์รองรัับด้้วยช่่อชััยพฤกษ์์
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 6 สำ นักงานอัยการสูงสุดเครื่่�องหมายเชิิดชููเกีียรติิ “ยกกระบัตัร”อง ค์์ ก ร อัั ย ก า ร แ ล ะ พ นัั ก ง า น อัั ย ก า รมีีประวััติิศาสตร์์ที่่�ทรงคุุณค่่าและยาวนานมาตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยาอัันมีีต้้นกำำเนิิดจาก “ยกกระบััตร” ซึ่่�งเป็็นตำำแหน่่งราชการสำำคััญในครั้้�งโบราณ สัังกััดกระทรวงวัังมีีหน้้าที่่�ออกไปประจำำอยู่่�ตามหััวเมืือง เพื่่�อกำำกัับการปฏิิบััติิราชการ สอดส่่องและเร่่งรััดอรรถคดีีที่่�เป็็นความเดืือดร้้อนของราษฎร ต่่อมาเมื่่�อมีีการปฏิิรููปกฎหมายให้้เป็็นแบบสมััยใหม่่จึึงได้มีี้การตั้้�งกรมอััยการขึ้้�น ซึ่่�งปััจจุบัุันได้้เปลี่่�ยนสถานภาพเป็็นสำำนัักงานอััยการสููงสุดุและได้้รัับพระราชทานพระบรมราชานุุญาตให้้ใช้้รููปพระมหาพิิชััยมงกุุฎ ซึ่่�งเป็็นส่่วนหนึ่่�งของตราแผ่่นดิินประดิิษฐานเหนืือพระแว่่นสุริุิยกานต์์ และตราชููรููปพระขรรค์์รองรัับด้้วยช่่อชััยพฤกษ์์ เพื่่�อใช้้เป็็นเครื่่�องหมายราชการของสำำนัักงานอััยการสููงสุุด และเป็็นเครื่่�องหมายแสดงสัังกััดสำำหรัับใช้้กัับเครื่่�องแบบข้้าราชการฝ่่ายอััยการ ด้้วยคุุณค่่าและความภาคภููมิิใจดัังกล่่าวจึึงสมควรให้้มีีเครื่่�องหมายเชิิดชููเกีียรติิสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เรีียกว่่า “ยกกระบััตร” สำำหรัับเป็็นเครื่่�องหมายหรืือสััญลัักษณ์์แห่่งเกีียรติิยศและความภาคภููมิิใจ อัันเป็็นการสร้้างขวััญกำำลัังใจให้้กัับข้้าราชการฝ่่ายอััยการและบุคุลากรของสำำนัักงานอััยการสููงสุดุตลอดจนเชิดชููิเกีียรติิผู้้ทำำคุุณประโยชน์์ และอาคัันตุุกะของอััยการสููงสุดุ“เครื่่�องหมายเชิิดชููเกีียรติิยกกระบััตร” ลัักษณะเป็็นแพรแถบรููปสี่่�เหลี่่�ยมผืืนผ้้าสีีส้้มความกว้้าง 6 เชนติิเมตร ความสููง 2.8 เชนติิเมตร ตรงกลางเป็็นรููปโล่่สีีน้ำำ�เงิินเดิินเส้้นขอบสีีทองมีีรููปพระมหาพิิชััยมงกุุฎประดิิษฐานเหนืือพระแว่่นสุุริิยกานต์์ และตราชููรููปพระขรรค์์รองรัับด้้วยช่่อชััยพฤกษ์์ทั้้�งหมดเป็็นสีีทอง ประทัับด้้านบนบริิเวณกึ่่�งกลางโล่่ด้้านล่่างเขีียนอัักษรสีีทอง “สำำนัักงานอััยการสููงสุดุ” โดยมีีช่่อชััยพฤกษ์สีีทอ ์ ง 2 ช่่อโอบล้อ้ มโล่่สีีน้ำำ�เงิิน จารึึกอัักษรสีีทอง “ยกกระบัตัร” บนพื้้�นริิบบิ้้�นสีีน้ำำ�เงิินเดิินเส้้นขอบสีีทอง วางทัับอยู่กึ่่่� �งกลางช่่อชััยพฤกษ์์ที่่�มา : ระเบีียบคณะกรรมการอััยการว่่าด้้วยเครื่่�องหมายเชิิดชููเกีียรติิสำำ นัักงานอััยการสููงสุุด พ.ศ. 2566
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 7 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALสารอััยการสููงสุุดในโอกาสที่่�พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่�หััวทรงมีีพระบรมราชโองการโปรดเกล้้าโปรดกระหม่่อมแต่่งตั้้�งใ ห้้กระผ ม ดำำร งตำำแ ห น่่ง อัั ย ก า รสููงสุุดนัับเป็็นพระมหากรุุณาธิคุิุณอย่่างหาที่่�สุดมิุิได้้แก่่สำำนัักงานอััยการสููงสุุดและเป็็นความภาคภููมิิใจ เป็็นเกีียรติิยศอย่่างสููงในชีีวิิตการรัับราชการของกระผมที่่�ได้้มาเป็็นผู้้บริิหารสููงสุุดขององค์์กรอััยการ อัันเป็็นองค์์กรที่่�สำำคััญของกระบวนการยุุติิธรรมและเป็็นองค์์กรหลัักในการบัังคัับใช้้กฎหมายองค์์กรอััยการเป็็นองค์์กรตามรััฐธรรมนููญ ที่่�มีีความเป็็นอิสิระในการบริิหารงานบุคคุล การงบประมาณและการดำำเนิินการอื่่�น รวมถึึงพนัักงานอััยการมีีความเป็็นอิิสระในการพิิจารณาสั่่�งคดีีและการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ให้้เป็็นไปโดยเที่่�ยงธรรมและปราศจากอคติิทั้้�งปวง ภารกิิจของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดจึึงเป็็นบทบาทที่่�สำำคััญต่่อกระบวนการยุุติิธรรม ตลอดจนการคุ้้มครองสิิทธิิเสรีีภาพและช่่วยเหลืือทางกฎหมายแก่่ประชาชน ข้้าราชการฝ่่ายอััยการทั้้�งหลายต่่างสำำนึึกในภารกิิจอัันสำำคััญยิ่่�งนี้้� และได้้มุ่่�งมั่่�นปฏิิบััติิหน้้าที่่�จนบัังเกิิดประสิิทธิิภาพ ประสิิทธิิผลสร้้างความศรััทธาแก่่ประชาชนมานัับแต่่อดีีตจนถึึงปััจจุุบัันกระผมขอสื่่�อสารมายัังข้้าราชการและบุุคลากรในสำำนัักงานอััยการสููงสุุดทุุกท่่าน ให้้ตระหนัักว่่าเราเป็็นบุุคลากรที่่�มีีคุุณค่่าและทุุกท่่านล้้วนเป็็นฟัันเฟืืองที่่�สำำคััญต่่อการขัับเคลื่่�อนองค์์กรให้้รุุดไปข้้างหน้้า ภายใต้้การบริิหารงานด้้วยระบบคุุณธรรม กระผมจะใช้้ความรู้้ความสามารถและประสบการณ์์ในการทำำงานเพื่่�อนำำองค์์กรอััยการให้้เป็็นที่่�เชื่่�อมั่่�นของสัังคมและประชาชนต่่อไปสังคม ประชาชน เชื่อมั่นบริหารทันสมัยบุคลากรมีคุณธรรม“PUBLIC TRUST”
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 8 สำ นักงานอัยการสูงสุดคณะผู้้�บริิหารนายอำำนาจ เจตน์์เจริิญรัักษ์์อััยการสููงสุุดนายไพรััช พรสมบููรณ์์ศิิริิรองอััยการสููงสุุดนายอดิิศร ไชยคุุปต์์รองอััยการสููงสุุดนายจุุมพล พัันธุ์์สััมฤทธิ์์�รองอััยการสููงสุุดนายอานนท์์ เรวััฒนานนท์์รองอััยการสููงสุุดนายศัักดา ช่่วงรัังษีีรองอััยการสููงสุุดนายสุุรจิิต พััฒนสารรองอััยการสููงสุุดนายอิิทธิิพร แก้้วทิิพย์์รองอััยการสููงสุุดนายจิิระประวััติิ แบบประเสริิฐรองอััยการสููงสุุด
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 9 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALคณะผู้้�บริิหารนายยุุทธการ สุุทธิิพงษ์์ผู้้ตรวจการอััยการนายโชคชััย สิินศุุภรััตน์์ผู้้ตรวจการอััยการนายโชคชััย ทิิฐิิกััจจธรรมผู้้ตรวจการอััยการนางกอร์์ปกุุล วิินิิจนััยภาคผู้้ตรวจการอััยการนายศรุุต รััฐรพีีผู้้ตรวจการอััยการนายศัักดิ์์�เกษม นิิไทรโยคผู้้ตรวจการอััยการนายอธึึก คล้้ายสัังข์์ผู้้ตรวจการอััยการนายกมลาสน์์ สุุทธิิธารณ์์นฤภััยผู้้ตรวจการอััยการนายวััฒนา สวััสดิ์์�ทองผู้้ตรวจการอััยการ
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 10 สำ นักงานอัยการสูงสุดนโยบายการบริิหารงานของอััยการสููงสุุด“PUBLIC TRUST”สร้้างความเชื่่�อมั่่�น ในกระบวนการยุุติิธรรม การรัักษาผลประโยชน์์ของรััฐ และการคุ้้มครองสิิทธิิและช่่วยเหลืือทางกฎหมายแก่่ประชาชน ด้้วยการพััฒนาคุุณภาพงานสอบสวนคดีีอาญาของพนัักงานอััยการผลัักดัันให้้กระบวนการบัังคัับคดีีและการประนีีประนอมยอมความระหว่่างคู่่�พิิพาทในชั้้�นพนัักงานอััยการมีีประสิิทธิิภาพ โดยยึึดมั่่�นและยืืนหยััดทำำ ในสิ่่�งที่่�ถููกต้อ้ง รวดเร็็ว เป็็นธรรม โปร่่งใส และไม่่เลืือกปฏิิบััติิเพื่่�อประโยชน์์ส่่วนรวมของสัังคมและประชาชนเพิ่่�มกลไกการบริิหารงานของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดให้้มีีความทัันสมััย สร้้างทััศนคติิการทำำงานเชิิงรุุกเพื่่�อให้้ทัันต่่อสถานการณ์์ ปรัับปรุุงรููปแบบการทำำงานของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดให้้มีีความสะดวก รวดเร็็ว ทัันต่่อการเปลี่่�ยนแปลงพร้้อมทั้้�งพััฒนาทัักษะความรู้้ศัักยภาพบุุคลากรให้้มีีความเชี่่�ยวชาญเป็็นมืืออาชีีพ มีีความพร้้อมทำำงานในสถานการณ์์ที่่�เปลี่่�ยนแปลงของสัังคมได้้อย่่างเหมาะสมและมีีประสิิทธิิภาพพััฒนาและส่่งเสริิมให้้ข้้าราชการฝ่่ายอััยการและบุุคลากรเป็็นคนดีีและคนเก่่งโดยยึึดมั่่�นในหลัักคุุณธรรม จริิยธรรม ปฏิิบััติิหน้้าที่่�ด้้วยจิิตสำำนึึกที่่�ดีีซื่่�อสััตย์์สุุจริิต และไม่่เลืือกปฏิิบััติิ รวมทั้้�งมีีความมั่่�นคงและความก้้าวหน้้าในอาชีีพ มีีคุุณภาพชีีวิิตและขวััญกำำลัังใจที่่�ดีในการ ี ปฏิิบััติิงานนโยบายที่่� 1 สัังคม ประชาชน เชื่่�อมั่่�นนโยบายที่่� 2 บริิหารทัันสมััยนโยบายที่่� 3 บุุคลากรมีีคุุณธรรม
ข้้อมููลภาพรวม
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 12 สำ นักงานอัยการสูงสุดแผนผัังแสดงโครงสร้้างการแบ่่งส่่วนราชการ
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 13 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALแผนผัังแสดงตำำแหน่่งสำำคััญและการแบ่่งส่่วนงานภายใน
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 14 สำ นักงานอัยการสูงสุด
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 15 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALวิิสััยทััศน์์เป็็นองค์์กรแห่่งความยุุติิธรรมของสัังคมเพื่่�อความมั่่�นคงของชาติิและความผาสุุกของประชาชนพัันธกิิจ1. อำำนวยความยุุติิธรรมให้้มีีประสิิทธิิภาพ โปร่่งใส พึ่่�งพิิงได้้บนพื้้�นฐานของความเสมอภาค2. รัักษาผลประโยชน์์ของรััฐ เพื่อป่� ระโยชน์ส์าธารณะและการพััฒนาประเทศอย่่างยั่่�งยืืนวััฒนธรรมองค์์กรและค่่านิิยมร่่วม“P” : People First ประชาชนมาที่่�หนึ่่�ง“U” : Uprightness เป็็นที่่�พึ่่�งความยุุติิธรรม“B” : Betterment คิิดและทำำเพื่่�อพััฒนา“L” : Lawfulness รัักษากฎหมายด้้วยเหตุุผล“I” : Integrity ประพฤติิตนซื่่�อสััตย์์และโปร่่งใส“C” : Collaboration ร่่วมมืือร่่วมใจสู่่�เป้้าหมาย3. รัับรู้้ดููแล แก้้ปััญหาในการคุ้้มครองสิิทธิิ เสรีีภาพ และเป็็นที่่�พึ่่�งของประชาชนในด้้านกฎหมาย4. พััฒนาศัักยภาพองค์์กรให้้เท่่าทัันการเปลี่่�ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่่�ยวชาญ
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 16 สำ นักงานอัยการสูงสุดอำำนาจหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการ2พระราชบััญญััติิองค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา14 บััญญััติิว่่า พนัักงานอััยการมีีอำำนาจหน้้าที่่� ดัังต่่อไปนี้้�(1) อำำนาจและหน้้าที่่�ตามรััฐธรรมนููญ(2) ในคดีีอาญา มีีอำำนาจและหน้้าที่่�ตามประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่่�นซึ่่�งบััญญััติิว่่าเป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดหรืือพนัักงานอััยการ(3) ในคดีแีพ่่ง หรืือคดีีปกครอง มีีอำำนาจและหน้้าที่่�ดำำเนิินคดีแีทนรััฐบาล หน่่วยงานของรััฐที่่�เป็็นองค์์กรตามรััฐธรรมนููญ ราชการส่่วนกลาง หรืือราชการส่่วนภููมิิภาคในศาล หรืือในกระบวนการทางอนุุญาโตตุุลาการทั้้�งปวง กัับมีีอำำนาจและหน้้าที่่�ตามกฎหมายอื่่�นซึ่่�งบััญญััติิว่่าเป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดหรืือพนัักงานอััยการ(4) ในคดีีแพ่่ง คดีีปกครอง หรืือคดีีอาญา ซึ่่�งเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐถููกฟ้้องในเรื่่�องการที่่�ได้้กระทำำ ไปตามหน้้าที่่�ก็็ดี หี รืือในคดีแีพ่่งหรืือคดีีอาญาที่่�ราษฎรผู้้หนึ่่�งผู้้ใดถููกฟ้้องในเรื่่�องการที่่�ได้้กระทำตำามคำำสั่่�งของเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งได้้สั่่�งการโดยชอบด้้วยกฎหมาย หรืือเข้้าร่่วมหรืือช่่วยเหลืือเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งได้้กระทำำการในหน้้าที่่�ราชการก็็ดี เีมื่่�อเห็็นสมควรพนัักงานอััยการจะรัับแก้ต่่ ้างให้้ก็็ได้้(5) ในคดีีแพ่่ง คดีีปกครอง หรืือกรณีีมีีข้้อพิิพาทที่่�ต้้องดำำเนิินการทางอนุุญาโตตุุลาการที่่�หน่่วยงานของรััฐซึ่่�งมิิได้้กล่่าวใน (3) หรืือนิิติิบุุคคลซึ่่�งมิิใช่่หน่่วยงานของรััฐ แต่่ได้้มีีพระราชบััญญััติิหรืือพระราชกฤษฎีีกาจััดตั้้�งขึ้้�นเป็็นคู่่�กรณีีและมิิใช่่กรณีีที่่�เป็็นข้้อพิิพาทกัับรััฐบาลหรืือระหว่่างหน่่วยงานของรััฐด้้วยกัันเองเมื่่�อเห็็นสมควรพนัักงานอััยการจะรัับว่่าต่่างหรืือแก้้ต่่างให้้ก็็ได้้(6) ในคดีีที่่�ราษฎรฟ้้องเองไม่่ได้้โดยกฎหมายห้้าม เมื่่�อเห็็นสมควรพนัักงานอััยการมีีอำำ นาจเป็็นโจทก์์ได้้(7) ดำำเนิินการตามที่่�เห็็นสมควรเกี่่�ยวกัับการบัังคัับคดีีอาญาเฉพาะในส่่วนของการยึึดทรััพย์์สิินใช้้ค่่าปรัับตามคำำพิิพากษา ในการนี้้�มิิให้้เรีียกค่่าฤชาธรรมเนีียมจากพนัักงานอััยการ(8) ในกรณีีที่่�มีีการผิดิสััญญาประกัันจำำเลย หรืือประกัันรัับสิ่่�งของไปดููแลรัักษาตามประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มีีอำำนาจและหน้้าที่่�ดำำเนิินคดีีในการบัังคัับให้้เป็็นไปตามสััญญานั้้�น ในการนี้้�มิิให้้เรีียกค่่าฤชาธรรมเนีียมจากพนัักงานอััยการ(9) อำำนาจและหน้้าที่่�อื่่�นตามที่่� ก.อ. ประกาศกำำหนดหรืือเห็็นชอบเพื่อป่� ฏิิบััติิให้้เป็็นไปตามกฎหมาย หรืือมติิคณะรััฐมนตรีี(10) ปฏิิบััติิหน้้าที่่�อื่่�นตามที่่�กฎหมายกำำหนดให้้เป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการ(11) ปฏิิบััติิหน้้าที่่�อื่่�นตามที่่�กำำหนดให้้เป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดตามที่่�ได้้รัับมอบหมายจากอััยการสููงสุุดและตามมาตรา 23 บััญญััติิว่่า สำำนัักงานอััยการสููงสุุด นอกจากจะมีีอำำนาจและหน้้าที่่�เกี่่�ยวกัับงานธุุรการและงานวิิชาการ เพื่่�อสนัับสนุุนและอำำนวยความสะดวกให้้แก่่พนัักงานอััยการแล้้ว ให้้มีีอำำนาจและหน้้าที่่�ดัังต่่อไปนี้้�ด้้วย2 รายงานประจำปี 2555, สำ นักงานอัยการสูงสุด, หน้า 26 – 43 (ปรับปรุงโดย สำ นักงานวิชาการ สำ นักงานอัยการสูงสุด, พฤศจิกายน 2565)
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 17 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL(1) ให้้ความช่่วยเหลืือประชาชนในการดำำเนิินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้้�งในการคุ้้มครองป้้องกัันสิิทธิิและเสรีีภาพของประชาชน และการให้ค้วามรู้้ทางกฎหมายแก่่ประชาชน(2) ให้้คำำปรึึกษา และตรวจร่่างสััญญาหรืือเอกสารทางกฎหมายให้้แก่่รััฐบาลและหน่่วยงานของรััฐ(3) ให้้คำำปรึึกษา และตรวจร่่างสััญญาหรืือเอกสารทางกฎหมายให้้แก่่นิิติิบุุคคลซึ่่�งมิิใช่่หน่่วยงานของรััฐแต่่ได้มีี้พระราชบััญญััติิหรืือพระราชกฤษฎีีกาจััดตั้้�งขึ้้�น ทั้้�งนี้้� ตามที่่�เห็็นสมควร(4) ดำำเนิินการเกี่่�ยวกัับการบัังคัับคดีีแพ่่ง หรืือคดีีปกครองแทนรััฐบาลหรืือหน่่วยงานของรััฐซึ่่�งพนัักงานอััยการได้้รัับดำำเนิินคดีใีห้้(5) ดำำเนิินการตามที่่�คณะรััฐมนตรีีร้้องขอ เว้้นแต่่การดำำเนิินการนั้้�นจะขััดต่่องานในหน้้าที่่�หรืืออาจทำำ ให้้ขััดต่่อความเป็็นอิิสระในการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการ(6) ดำำเนิินการเกี่่�ยวกัับการฝึึกอบรมเพื่อป่� ระโยชน์์ในการพััฒนาข้้าราชการฝ่่ายอััยการ(7) ให้้ความร่่วมมืือกัับหน่่วยงานของรััฐในการอำำนวยความยุุติิธรรม การรัักษาผลประโยชน์์ของรััฐและประชาชน(8) ติิดต่่อและประสานงานกัับองค์์กรหรืือหน่่วยงานต่่างประเทศเกี่่�ยวกัับเรื่อ่� งที่่�อยู่่�ในอำำนาจและหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการหรืือสำำนัักงานอััยการสููงสุุด(9) ปฏิิบััติิการอื่่�นใดตามที่่�กฎหมายกำำหนดให้้เป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการหรืือสำำนัักงานอััยการสููงสุุดในการตรวจร่่างสััญญาตาม (2) และ (3) ให้้สำำนัักงานอััยการสููงสุุดมีีหน้้าที่่�รัักษาประโยชน์์ของรััฐในการนี้้�สำำนัักงานอััยการสููงสุุดมีีหน้้าที่่�รายงานรััฐบาล หรืือหน่่วยงานของรััฐตาม (2) หรืือนิิติิบุุคคลตาม (3) ที่่�เป็็นคู่่�สััญญาให้้ทราบถึึงข้้อที่่�ควรปรัับปรุุงหรืือแก้้ไขให้้สมบููรณ์์ข้้อเสีียเปรีียบหรืือข้้อที่่�อาจก่่อให้้เกิิดความเสีียหายแก่่รััฐตามกฎหมายที่่�บััญญััติิไว้้ในสองมาตราดัังกล่่าว สามารถจำำแนกรายละเอีียดอำำนาจหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการได้้ ดัังนี้้�1. อำำนวยความยุุติิธรรมพนัักงานอััยการจะพิิจารณารวบรวมข้้อมููลอรรถคดีีและวิินิิจฉััยสั่่�งคดีีทั้้�งปวงดำำเนิินคดีีอาญาทางศาลและดำำเนิินอรรถคดีีตามอำำนาจหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการในฐานะทนายแผ่่นดิิน ดัังนี้้�1.1 ในคดีีอาญา มีีอำำนาจหน้้าที่่�ตามประมวลกฎหมายวิธีีพิิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่่�นซึ่่�งบััญญััติิว่่าเป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของพนัักงานอััยการ (พ.ร.บ.องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (2) เช่่น- ฟ้้องคดีีอาญาต่่อศาลชั้้�นต้้น (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 28) ตลอดจนฟ้้องอุุทธรณ์์ ฟ้้องฎีีกา และแก้้ฟ้้องอุุทธรณ์์ แก้้ฟ้้องฎีีกาด้้วย (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญามาตรา 193, 200, 216)- ยื่่�นคำำร้้องขอเข้้าร่่วมเป็็นโจทก์์ในระยะใดก่่อนคดีีเสร็็จเด็็ดขาด ในคดีีอาญาที่่�มิิใช่่ความผิิดต่่อส่่วนตััวซึ่่�งผู้้เสีียหายยื่่�นฟ้้องแล้้ว (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 31) ร้้องต่่อศาลให้้สั่่�งผู้้เสีียหายกระทำำหรืือละเว้้นกระทำำการที่่�ผู้้เสีียหายจะกระทำำ ให้้คดีีของพนัักงานอััยการเสีียหาย ในกรณีีที่่�ผู้้เสีียหายเป็็นโจทก์ร่่ ์วมกัับพนัักงานอััยการ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 32)- ยื่่�นฟ้้องคดีีที่่�ผู้้เสีียหายได้้ยื่่�นฟ้้องคดีีไว้้แล้้วได้้ถอนฟ้้องคดีีนั้้�นเสีีย เว้้นแต่่คดีีซึ่่�งเป็็นความผิิดต่่อส่่วนตััว (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 36 (3))
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 18 สำ นักงานอัยการสูงสุด- ฟ้้องเรีียกทรััพย์์สิินหรืือราคาแทนผู้้เสีียหายในกรณีีที่่�ผู้้เสีียหายมีีสิิทธิิจะเรีียกร้้องทรััพย์์สิินหรืือราคาที่่�เขาสููญเสีียไปเนื่่�องจากการกระทำำความผิิดคืืนในคดีีลัักทรััพย์์ วิ่่�งราวทรััพย์์ ชิิงทรััพย์์ ปล้้นทรััพย์์ โจรสลััด กรรโชก ฉ้้อโกง ยัักยอก หรืือรัับของโจร เมื่่�อพนัักงานอััยการยื่่�นฟ้้องคดีีอาญาโดยจะขอรวมไปกัับคดีีอาญาหรืือจะยื่่�นคำำร้้องในระยะใดระหว่่างที่่�คดีีอาญากำำลัังพิิจารณาอยู่่�ในศาลชั้้�นต้้นก็็ได้้(ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 43, 44)- ยื่่�นคำำร้้องขอให้้ศาลออกหมายขัังผู้้ต้้องหาตามความในมาตรา 87 แห่่งประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 71 วรรค 2) พิิจารณาแถลงเมื่่�อศาลถามว่่าจะคััดค้้านประการใดหรืือไม่่ ในกรณีีที่่�ผู้้ต้้องหาหรืือจำำเลยต้้องหาหรืือถููกฟ้้องในความผิิดมีีอััตราโทษจำำคุุกอย่่างสููงเกิินสิิบปีีได้้ยื่่�นคำำร้้องขอให้้ปล่่อยชั่่�วคราวในระหว่่างสอบสวนหรืือระหว่่างการพิิจารณาของศาลชั้้�นต้้น (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 109 ซึ่�งแ่ก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 10) พ.ศ. 2522 มาตรา 4)- ในกรณีีผิิดสััญญาประกัันต่่อศาล เมื่่�อศาลสั่่�งบัังคัับตามสััญญาประกัันเป็็นประการใดแล้้วพนัักงานอััยการมีีอำำนาจอุุทธรณ์์ได้้ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 119 ซึ่่�งแก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 4)- สั่่�งให้้งดหรืือให้้ทำำการสอบสวนต่่อไป ในคดีีที่่�ไม่่ปรากฏว่่าผู้้ใดเป็็นผู้้กระทำำความผิิด(ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 140)- ในกรณีีที่่�พนัักงานสอบสวนมีีความเห็็นควรสั่่�งไม่่ฟ้้อง และพนัักงานอััยการเห็็นชอบด้้วยให้้ออกคำำสั่่�งไม่่ฟ้้อง และแจ้้งคำำสั่่�งนี้้�ให้้พนัักงานสอบสวนทราบแต่่ถ้้าไม่่เห็็นชอบด้้วยก็็ให้้สั่่�งฟ้้องและแจ้้งให้้พนัักงานสอบสวนส่่งตััวผู้้ต้้องหามาเพื่่�อฟ้้องหรืือจััดการอย่่างหนึ่่�งอย่่างใดเพื่่�อให้้ได้้ตััวผู้้ต้้องหามาถ้้าผู้้ต้อ้งหาอยู่ต่่ ่� างประเทศพนัักงานอััยการจะต้อ้งจัดัการเพื่อ่�ขอให้ส่่ ้งตััวข้้ามแดน (ประมวลกฎหมายวิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 141, 143)- ในกรณีีที่่�พนัักงานสอบสวนมีีความเห็็นควรสั่่�งฟ้้องและพนัักงานอััยการเห็็นชอบด้้วย ให้ออ้กคำำสั่่�งฟ้้องและฟ้้องผู้้ต้อ้งหาต่่อศาล แต่่ถ้้าไม่่เห็็นชอบด้้วยก็็ให้สั่่้ �งไม่่ฟ้้องและปล่่อยตััวผู้้ต้อ้งหาไป และแจ้้งคำำสั่่�งให้้พนัักงานสอบสวนทราบ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 141, 143)- สั่่�งให้้พนัักงานสอบสวนดำำเนิินการสอบสวนเพิ่่�มเติิม หรืือส่่งพยานคนใดมาให้้ซัักถามเพื่่�อสั่่�งต่่อไป (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 143(ก))- สั่่�งให้้พนัักงานสอบสวนพยายามเปรีียบเทีียบคดีีแทนการที่่�จะส่่งตััวผู้้ต้้องหาไปยัังพนัักงานอััยการในกรณีีที่่�มีีคำำสั่่�งฟ้้อง แต่่ถ้้าผู้้ต้้องหาถููกส่่งตััวมาแล้้วให้้ส่่งผู้้ต้้องหาพร้้อมด้้วยสำำนวนกลัับไปยัังพนัักงานสอบสวนให้้พยายามเปรีียบเทีียบคดี (ี ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 144)- ในกรณีีที่่�มีีคำำสั่่�งไม่่ฟ้้อง ไม่่อุุทธรณ์์ ไม่่ฎีีกา ถอนฟ้้อง ถอนฟ้้องอุุทธรณ์์ ถอนฟ้้องฎีีกา และคำำสั่่�งนั้้�นไม่่ใช่่ของอััยการสููงสุุด ถ้้าในกรุุงเทพมหานครให้้รีีบส่่งสำำนวนการสอบสวนพร้้อมกัับคำำสั่่�งไปเสนอผู้้บััญชาการตำำรวจแห่่งชาติิ รองผู้้บััญชาการตำำรวจแห่่งชาติิ หรืือผู้้ช่่วยผู้้บััญชาการตำำรวจแห่่งชาติิถ้้าในจัังหวััดอื่่�นให้้เสนอผู้้ว่่าราชการจัังหวัดั (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 145)- แจ้้งคำำสั่่�งเด็็ดขาดไม่่ฟ้้องคดีีให้้ผู้้ต้้องหาและผู้้ร้้องทุุกข์์ทราบ ถ้้าผู้้ต้้องหาถููกควบคุุมหรืือขัังอยู่่�ให้้ปล่่อยตััวไปหรืือขอให้้ศาลปล่่อยแล้้วแต่่กรณีี (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญามาตรา 146)
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 19 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- ในกรณีีที่่�ความตายเกิิดขึ้้�นโดยการกระทำำของเจ้้าพนัักงานซึ่่�งอ้้างว่่าปฏิิบััติิราชการตามหน้้าที่่� หรืือตายในระหว่่างอยู่่�ในความควบคุุมของเจ้้าพนัักงานซึ่่�งอ้้างว่่าปฏิิบััติิราชการตามหน้้าที่่�ให้้พนัักงานอััยการ และพนัักงานฝ่่ายปกครองตำำแหน่่งตั้้�งแต่่ระดัับปลััดอำำเภอหรืือเทีียบเท่่าขึ้้�นไปแห่่งท้้องที่่�ที่่�ศพนั้้�นอยู่่� เป็็นผู้้ชัันสููตรพลิิกศพร่่วมกัับพนัักงานสอบสวนและแพทย์์ และเมื่่�อได้้รัับสำำนวนชัันสููตรพลิิกศพจากพนัักงานสอบสวนแล้้ว ให้้ทำำคำำร้้องขอต่่อศาลชั้้�นต้้นแห่่งท้้องที่่�ที่่�ศพนั้้�นอยู่่� ให้้ทำำการไต่่สวนและทำำคำำสั่่�งแสดงว่่าผู้้ตายคืือใคร ตายที่่�ไหน เมื่่�อใด สาเหตุุและพฤติิการณ์์ที่่�ตาย ถ้้าตายโดยคนทำำร้้ายให้้กล่่าวว่่าใครเป็็นผู้้ทำำร้้ายเท่่าที่่�จะทราบได้้ และให้้แจ้้งกำำหนดการไต่่สวนไปให้ส้ามีี ภรรยา ผู้้บุุพการีี ผู้้สืืบสัันดาน ผู้แ้ทนโดยชอบธรรมหรืือผู้้อนุุบาลคนตาย คนใดคนหนึ่่�งทราบเท่่าที่่�สามารถทำำ ได้้ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญามาตรา 150 พ.ร.บ.แก้้ไขเพิ่่�มเติิมประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา (ฉบัับที่่� 21) พ.ศ. 2542 มาตรา 4)- ยื่่�นคำำร้อ้งต่่อศาลขอแก้้หรืือเพิ่่�มเติิมฟ้้องก่่อนมีีคำำพิิพากษาศาลชั้้�นต้้น (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 163)- คดีราษฎรเป็็นโจ ีทก์์ฟ้้องเอง และศาลยกฟ้้องไป โดยโจทก์์ไม่่มาตามกำำหนดนัดั พนัักงานอััยการมีีอำำ นาจฟ้้องคดีีนั้้�นอีีกได้้เว้้นแต่่จะเป็็นคดีีความผิิดต่่อส่่วนตััว (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 166)- ยื่่�นคำำร้้องต่่อศาลขอสืืบพยานก่่อนฟ้้อง โดยนำำตััวผู้้ต้้องหามาศาลกรณีีเมื่่�อมีีเหตุุอัันควรเชื่อ่� ได้ว่่ ้าพยานบุคคุลซึ่่�งจะต้อ้งนำำมาสืืบในภายหน้้า จะเดิินทางออกไปนอกราชอาณาจัักร ยากแก่่การนำำมาสืืบและหากกรณีีผู้้ต้้องหายื่่�นคำำร้้องต่่อศาลขอสืืบพยานก่่อนฟ้้อง ซึ่่�งศาลอนุุญาตและแจ้้งให้้พนัักงานอััยการทราบแล้้ว พนัักงานอััยการมีีสิิทธิิที่่�จะซัักค้้านพยานของผู้้ต้้องหาได้้ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิิ)- ร้้องขอให้้ศาลกำำหนดโทษผู้้กระทำำความผิิดเสีียใหม่่ ในกรณีีที่่�ผู้้กระทำำความผิิดยัังไม่่ได้้รัับโทษ หรืือกำำลัังรัับโทษอยู่่� และโทษที่่�กำำหนดตามคำำพิิพากษาหนัักกว่่าโทษที่่�กำำหนดตามกฎหมายที่่�บััญญััติิในภายหลััง (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งระงัับการใช้้บัังคัับวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััย ในกรณีีที่่�กฎหมายที่่�บััญญััติิในภายหลัังได้้ยกเลิิกวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััยนั้้�น (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้ยกเลิิกการใช้้บัังคัับวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััยหรืือสั่่�งให้้ได้้รัับผลดีีตามกฎหมายที่่�บััญญััติิในภายหลััง ซึ่่�งเปลี่่�ยนแปลงเงื่่�อนไขที่่�จะสั่่�งให้้มีีการใช้้บัังคัับวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััย (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งยกเลิิกการใช้้บัังคัับวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััยหรืือสั่่�งให้้รัับผลดีีตามกฎหมายที่่�บััญญััติิในภายหลััง ซึ่่�งมีีเงื่่�อนไขอัันไม่่อาจนำำ มาใช้้บัังคัับแก่่กรณีีของผู้้นั้้�นได้้หรืือตามกฎหมายฉบัับหลัังเป็็นคุุณแก่่ผู้้นั้้�นยิ่่�งกว่่า (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15)- เสนอให้้ศาลทราบถึึงความเปลี่่�ยนแปลงของพฤติิการณ์์เกี่่�ยวกัับการใช้้บัังคัับวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััย เพื่่�อให้้ศาลสั่่�งเพิิกถอน หรืืองดการใช้้บัังคัับวิิธีีการเพื่่�อความปลอดภััยไว้้ชั่่�วคราว (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 16)- แถลงให้้ศาลทราบถึงพฤติิการ ึณ์์ที่่�กำำหนดไว้้ในกฎหมาย เพื่อ่� ให้้ศาลพิิจารณาเปลี่่�ยนโทษกัักขัังเป็็นโทษจำำคุุก (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 27)- ฟ้้องขอให้้กัักกัันจำำ เลย โดยจะขอรวมกัันไปในฟ้้องคดีีอัันเป็็นมููลให้้เกิิดอำำนาจหรืือจะฟ้้องภายหลัังก็็ได้้ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 43)
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 20 สำ นักงานอัยการสูงสุด- เสนอให้้ศาลสั่่�งเรีียกประกัันทััณฑ์์บนจากผู้้ที่่�จะก่่อเหตุุร้้ายให้้เกิิดภยัันตรายแก่่บุุคคลหรืือทรััพย์์สิินของผู้้อื่่�น หรืือจะกระทำำการใดให้้เกิิดความเสีียหายแก่่สิ่่�งแวดล้้อมหรืือทรััพยากรธรรมชาติิตามกฎหมายเกี่่�ยวกัับสิ่่�งแวดล้้อมและทรััพยากรธรรมชาติิ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 46)- ขอให้้ศาลแก้้ไขเพิ่่�มเติิม เพิิกถอน หรืือกำำหนดเงื่่�อนไข เพื่่�อคุุมความประพฤติิใหม่่เมื่่�อพฤติิการณ์์ที่่�เกี่่�ยวแก่่การควบคุุมความประพฤติิได้้เปลี่่�ยนแปลงไป (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56)- แถลงให้้ศาลทราบถึงการที่่�ผู้ ึกระ ้ ทำำความผิดิไม่่ปฏิิบััติิตามเงื่อ่� นไขเพื่อคุ่�ุมความประพฤติิเพื่่�อให้้ศาลตัักเตืือนผู้้กระทำำความผิิด หรืือกำำหนดการลงโทษที่่�ยัังไม่่ได้้กำำหนดหรืือลงโทษซึ่่�งรอไว้้ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 57)- เสนอให้้ศาลทราบถึึงความเปลี่่�ยนแปลงในพฤติิการณ์์เกี่่�ยวกัับคำำสั่่�ง ซึ่่�งศาลได้้สั่่�งในกรณีีที่่�เด็็กอายุุกว่่าสิิบปีีแต่่ยัังไม่่เกิินสิิบห้้าปีี กระทำำการอัันกฎหมายบััญญััติิเป็็นความผิดิเพื่อ่� ให้้ศาลเปลี่่�ยนแปลงแก้้ไขคำำสั่่�งนั้้�นหรืือมีีคำำสั่่�งใหม่่ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74)- ฟ้้องขอให้้ริิบสรรพเรืือน้้อยใหญ่่และสิินค้้าของลงระวางเรืือที่่� นายทหาร พลทหาร ราชนาวีีจัับมาได้้จากเชลยศึึก (พระธรรมนููญศาลทรััพย์์เชลย พระพุุทธศัักราช 2460 มาตรา 14)- ฟ้้องผู้้จัับ ฆ่่า ทำำร้้ายช้้างป่่า โดยฝ่่าฝืืนพระราชบััญญััติิสำำหรัับรัักษาช้้างป่่าพ.ศ. 2464 (พ.ร.บ.สำำหรัับรัักษาช้้างป่่า พ.ศ. 2464 มาตรา 23)- ฟ้้องผู้้ทำำการประมงโดยใช้้เรืือในเขตการประมงไทยโดยฝ่่าฝืืนพระราชบััญญััติิว่่าด้้วยสิทธิิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ. 2482 (พ.ร.บ. ว่่าด้้วยสิิทธิิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ. 2482 มาตรา 13)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายสิินบนแก่่ผู้้นำำจัับการพนััน เฉพาะในกรณีีที่่�มีีผู้้นำำจัับผู้้กระทำำผิิด(พ.ร.บ.การพนััน พ.ศ. 2478 มาตรา 15 ซึ่�งแ่ก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายสิินบนแก่่ผู้้นำำจัับผู้้นำำหรืือปล่่อยสััตว์์พาหนะลงไปในทางน้ำำ�ชลประทาน ประเภท 1 และประเภท 2 หรืือเหยีียบย่ำำ�คัันคลอง ชานคลอง หรืือบริิเวณสิ่่�งก่่อสร้้างอัันเกี่่�ยวกัับการชลประทาน (พ.ร.บ. การชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 39 ซึ่่�งแก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 2) พ.ศ. 2497 มาตรา 12)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายสิินบนแก่่ผู้้นำำจัับและรางวััลแก่่พนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�ซึ่่�งจัับกุุมผู้้กระทำำความผิิดตามกฎหมายว่่าด้้วยการควบคุุมเครื่่�องอุุปโภคบริิโภคและของอื่่�น ๆ ในภาวะคัับขัันการศุุลกากร และการสำำรวจและกัักกัันข้้าว (พ.ร.บ. ให้บำ้ ำเหน็็จในการปราบปรามผู้กระ ้ ทำำผิดิ พ.ศ. 2489 มาตรา 9)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายเงิินสิินบนแก่่ผู้้นำำจัับและเงิินรางวััลแก่่ผู้้จัับกุุมผู้้กระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติิการส่่งออกไปนอกและการนำำเข้้าในราชอาณาจัักรซึ่่�งสิินค้้า พ.ศ. 2522 (พ.ร.บ. การส่่งออกไปนอก และการนำำเข้้ามาในราชอาณาจัักรซึ่่�งสิินค้้า พ.ศ. 2522 มาตรา 20)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายเงิินสิินบนแก่่ผู้้นำำจัับและเงิินรางวััลแก่่ผู้้จัับกุุมผู้้กระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติิว่่าด้้วยราคาสิินค้้าและบริิการ พ.ศ. 2542 มาตรา 33 (พ.ร.บ. ว่่าด้้วยราคาสิินค้้าและบริิการ พ.ศ. 2542 มาตรา 33)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายเงิินสิินบนนำำจัับแก่่ผู้้นำำจัับผู้้กระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติิป่่าไม้้ พ.ศ. 2484 (พ.ร.บ. ป่่าไม้้ พ.ศ. 2484 มาตรา 74 จัตัวา ซึ่่�งแก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 28)- มีีสิทธิยื่ิ่�นคำำร้อ้งต่่อศาลขอให้รื้้้อฟื้้� �นคดีีอาญาขึ้้�นพิิจารณาใหม่่ได้้ในกรณีีที่่�พนัักงานอััยการมิิได้้เป็็นโจทก์์ในคดีเีดิิม ซึ่่�งได้มีีคำ้ ำพิิพากษาถึงที่่� ึสุดุให้บุ้คคุลต้อ้งรัับโทษอาญา และมีีอำำนาจเช่่นเดียวีกัับพนัักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลัักฐาน (พ.ร.บ.รื้้�อฟื้้�นคดีีอาญาขึ้้�นพิิจารณาใหม่่ พ.ศ. 2526 มาตรา 5, 6, 7)
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 21 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALถ้้าเป็็นกรณีีที่่�ผู้้อื่่�นเป็็นผู้้ยื่่�นคำำร้้องมีีสิิทธิิฟัังการไต่่สวนและซัักค้้านพยานผู้้ร้้อง ถ้้าศาลสั่่�งรัับคำำร้้องมีีสิิทธิิยื่่�นคำคัำ ัดค้้านและนำำพยานเข้้าสืืบได้้ และเมื่่�อศาลมีีคำำพิิพากษาแล้้วมีีสิิทธิิอุุทธรณ์์หรืือฎีีกาได้้ (พ.ร.บ. รื้้�อฟื้้�นคดีีอาญาขึ้้�นพิิจารณาใหม่่ พ.ศ. 2526 มาตรา 9, 11, 15)- ในการฟ้้องคดีีความผิิดเรื่่�องกู้้ยืืมเงิินที่่�เป็็นการฉ้้อโกงประชาชน ถ้้าผู้้ให้้กู้้ยืืมเงิินร้้องขอพนัักงานอััยการมีีอำำนาจเรีียกต้้นเงิินคืืน และเรีียกผลประโยชน์์ตอบแทนที่่�เป็็นสิิทธิิอัันชอบด้้วยกฎหมายให้้แก่่ผู้้ให้้กู้้ยืืมเงิินได้้ โดยให้นำ้ ำบทบััญญััติิว่่าด้้วยการฟ้้องคดีแีพ่่งที่่�เกี่่�ยวเนื่อ่�งกัับคดีีอาญาตามประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญามาใช้้บัังคัับโดยอนุุโลมและเพื่่�อคุ้้มครองประโยชน์์ของประชาชนผู้้ให้้กู้้ยืืมเงิิน พนัักงานอััยการมีีอำำ นาจฟ้้องผู้้กู้้ยืืมเงิินเป็็นบุุคคลล้้มละลายได้้ โดยถืือว่่าพนัักงานอััยการมีีฐานะและสิิทธิิหน้้าที่่�เสมืือนเจ้้าหนี้้�ผู้้เป็็นโจทก์์และได้้รัับยกเว้้นค่่าธรรมเนีียม ค่่าฤชาธรรมเนีียม หรืือการต้้องวางเงิินประกัันต่่าง ๆตามกฎหมายล้้มละลาย (พ.ร.ก. การกู้้ยืืมเงิินที่่�เป็็นการฉ้อ้ โกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 9, มาตรา 10)- ในการฟ้้องคดีผู้ีกระ ้ ทำำความผิดิที่่�ฝ่่าฝืืนหรืือไม่่ปฏิิบััติิตามพระราชบััญญััติิจราจรทางบก พ.ศ. 2522 หรืือกฎหมายอัันเกี่่�ยวกัับทางหลวง หรืือกฎหมาย อัันเกี่่�ยวกัับรถนั้้�น ๆ ซึ่�ง่ก่่อให้้เกิิดความเสีียหายแก่่สััญญาณจราจรหรืือเครื่อ่� งหมายจราจรที่่�พนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�ได้ทำ้ ำหรืือติิดตั้้�งไว้้ ให้้พนัักงานอััยการเรีียกราคาหรืือค่่าเสีียหายสำำหรัับสััญญาณจราจรหรืือเครื่่�องหมายจราจรดัังกล่่าวด้้วย (พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 163)- พนัักงานอััยการที่่�ถููกแต่่งตั้้�งประจำำศาลเยาวชนและครอบครััว มีีอำำนาจสั่่�งไม่่ฟ้้องเด็็กหรืือเยาวชนที่่�ต้้องหาว่่ากระทำำความผิิดอาญาที่่�มีีอััตราโทษจำำคุุกอย่่างสููงไม่่เกิินห้้าปีี ถ้้าเห็็นชอบด้้วยกัับความเห็็นของผู้้อำำนวยการสถานพิินิิจที่่�แจ้้งมาว่่าเด็็กหรืือเยาวชนอาจกลัับตนเป็็นคนดีีได้้โดยไม่่ต้้องฟ้้องและเด็็กหรืือเยาวชนนั้้�นยิินยอมที่่�จะอยู่่�ในความควบคุุมของสถานพิินิิจ (พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครััวและวิิธีีพิิจารณาคดีีเยาวชนและครอบครััว พ.ศ. 2553 มาตรา 86)- อััยการสููงสุุดหรืือผู้้ทำำการแทน เป็็นผู้้ชี้้�ขาดในกรณีีที่่�ไม่่แน่่ว่่าพนัักงานสอบสวนคนใดในระหว่่างหลายจัังหวัดคั วรเป็็นพนัักงานสอบสวนผู้้รัับผิดิชอบ (ประมวลกฎหมายวิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 21)- อััยการสููงสุุดหรืือผู้้รัักษาการแทน เป็็นผู้้ออกคำำสั่่�งฟ้้องหรืือไม่่ฟ้้องในคดีีฆาตกรรมซึ่่�งผู้้ตายถููกเจ้้าพนัักงานซึ่่�งอ้้างว่่าปฏิิบััติิราชการตามหน้้าที่่�ฆ่่าตาย หรืือตายในระหว่่างอยู่่�ในความควบคุุมของเจ้้าพนัักงาน ซึ่่�งอ้้างว่่าปฏิิบััติิราชการตามหน้้าที่่� (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 143)- อััยการสููงสุุดเป็็นผู้้ชี้้�ขาดความเห็็นแย้้ง กรณีีที่่�ผู้้บััญชาการตำำรวจแห่่งชาติิรองผู้้บััญชาการตำำรวจแห่่งชาติิหรืือผู้้ช่่วยผู้้บััญชาการตำำรวจแห่่งชาติิในกรุุงเทพมหานคร หรืือผู้้ว่่าราชการจัังหวััดในจัังหวััดอื่่�นแย้้งคำำสั่่�งไม่่ฟ้้อง ไม่่อุุทธรณ์์ ไม่่ฎีีกา ถอนฟ้้อง ถอนฟ้้องอุุทธรณ์์และถอนฟ้้องฎีีกาของพนัักงานอััยการท้้องที่่� (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 145 พ.ร.บ.จััดตั้้�งศาลแขวงและวิิธีีพิิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 12)- อััยการสููงสุุดเป็็นผู้้วิินิิจฉััยอนุุญาตฟ้้องหรืือไม่่อนุุญาตฟ้้องคดีีกรณีีพ้้นกำำหนดเวลาตามมาตรา 7 แห่่งพระราชบััญญััติิจััดตั้้�งศาลแขวงและวิิธีีพิิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 และมาตรา 78 แห่่งพระราชบััญญััติิศาลเยาวชนและครอบครััวและวิิธีีพิิจารณาคดีีเยาวชนและครอบครััวพ.ศ. 2553 (พ.ร.บ. จััดตั้้�งศาลแขวงและวิิธีีพิิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 9 พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครััวและวิิธีีพิิจารณาคดีีเยาวชนและครอบครััว พ.ศ. 2553 มาตรา 80)- อััยการสููงสุดุหรืือพนัักงานอััยการซึ่�งอััยการ ่สููงสุดุได้้มอบหมายเป็็นผู้้วินิิจฉััยรัับรองหรืือไม่่รัับรองอุุทธรณ์์ในคดีีที่่�ต้้องห้้ามอุุทธรณ์์ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 193 ตรีี พ.ร.บ.
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 22 สำ นักงานอัยการสูงสุดจััดตั้้�งศาลแขวงและวิธีีพิิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิิ พ.ร.บ. จััดตั้้�งศาลทรััพย์์สิินทางปััญญาและการค้้าระหว่่างประเทศและวิิธีีพิิจารณาคดีีทรััพย์์สิินทางปััญญาและการค้้าระหว่่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 40)- อััยการสููงสุุดเป็็นผู้้วิินิิจฉััยรัับรองหรืือไม่่รัับรองฎีีกาในคดีีที่่�ต้้องห้้ามฎีีกา (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 221)- อััยการสููงสุุดหรืือผู้้รัักษาการแทนเป็็นพนัักงานสอบสวนที่่�รัับผิิดชอบในความผิิดที่่�ได้้กระทำำลงนอกราชอาณาจัักรไทย และเป็็นความผิิดที่่�มีีโทษตามกฎหมายไทย (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญามาตรา 20)- อััยการสููงสุุดหรืือผู้้ซึ่่�งอััยการสููงสุุดมอบหมายเป็็นผู้้ประสานงานกลาง ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นกรรมการและข้้าราชการอััยการคนหนึ่่�งตามที่่�คณะกรรมการแต่่งตั้้�งเป็็นเลขานุุการตามพระราชบััญญััติิความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในเรื่อ่�งทางอาญา พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. ความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในเรื่่�องทางอาญา พ.ศ. 2535 มาตรา 6, 8)- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการพิิจารณาการโอนนัักโทษ (พ.ร.บ. การปฏิิบััติิเพื่่�อความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในการดำำเนิินการตามคำำพิิพากษาคดีีอาญา พ.ศ. 2527 มาตรา 9)- ดำำเนิินการขอให้้ศาลสั่่�งให้้ส่่งผู้้ร้้ายข้้ามแดน เมื่่�อมีีคำำร้้องขอจากรััฐบาลต่่างประเทศโดยทางทููตของรััฐบาลนั้้�นมายัังรััฐบาลไทย (พ.ร.บ. ส่่งผู้้ร้้ายข้้ามแดน พ.ศ. 2472 มาตรา 8)- เข้้าร่่วมสอบสวนในการถามปากคำำเด็็กในฐานะเป็็นผู้้เสีียหายหรืือพยานหรืือเป็็นผู้้ต้้องหา โดยเข้้าร่่วมสอบสวนกัับพนัักงานสอบสวน นัักจิิตวิิทยาหรืือนัักสัังคมสงเคราะห์์และบุุคคลที่่�เด็็กร้้องขอในสถานที่่�ที่่�เหมาะสมเป็็นส่่วนสััดในคดีีความผิิดเกี่่�ยวกัับเพศ ความผิิดเกี่่�ยวกัับชีีวิิตและร่่างกายอัันมิิใช่่ความผิิดที่่�เกิิดจากการชุุลมุุนต่่อสู้้ความผิิดเกี่่�ยวกัับเสรีีภาพ ความผิิดฐานกรรโชก ชิิงทรััพย์์ และปล้้นทรััพย์์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิิดตามกฎหมายว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการค้้าประเวณีีความผิดติามกฎหมายว่่าด้้วยมาตรการในการป้อ้งกัันและปราบปรามการค้้าหญิิงและเด็็ก ความผิดติามกฎหมายว่่าด้้วยสถานบริิการ หรืือคดีีความผิดอื่ิ ่�นที่่�มีีอััตราโทษจำำคุุก ซึ่่�งผู้เ้สีียหายหรืือพยานที่่�เป็็นเด็็กอายุุไม่่เกิินสิิบแปดปีีร้้องขอ หรืือการจดบัันทึึกคำำร้้องทุุกข์์ในคดีีที่่�ผู้้เสีียหายเป็็นเด็็กอายุุไม่่เกิินสิิบแปดปีี หรืือในการจััดชี้้�ตััวผู้้ต้อ้งหา (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 124/1, 133 ทวิิ, 133 ตรีี ซึ่�งแ่ก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 26)พ.ศ. 2550 มาตรา 4, 5, 6)- อััยการสููงสุุดเป็็นผู้้รัักษาการตามกฎหมายมีีอำำนาจออกข้้อบัังคัับเพื่่�อดำำเนิินการเกี่่�ยวกัับสอบสวนและดำำเนิินคดีในีความผิดิฐานมีีส่่วนร่่วมในองค์์กรอาชญากรรมข้้ามชาติิ (พระราชบััญญััติิป้อ้งกัันและปราบปรามการมีีส่่วนร่่วมในองค์์กรอาชญากรรมข้้ามชาติิ พ.ศ. 2556)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการใน “คณะกรรมการกำำหนดรายชื่่�อ”ว่่าบุุคคล คณะบุุคคล นิิติิบุุคคล หรืือองค์์กรใดกระทำำการอัันเกี่่�ยวข้้องกัับการแพร่่ขยายอาวุุธที่่�มีีอานุุภาพทำำลายล้้างสููง ตามพระราชบััญญััติิป้้องกัันและปราบปรามการสนัับสนุุนทางการเงิินแก่่การก่่อการร้้ายและการแพร่่ขยายอาวุุธที่่�มีีอานุุภาพทำำลายล้้างสููง พ.ศ. 2559 (มาตรา 16)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นประธานกรรมการ ในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบตามพระราชบััญญััติิงาช้้าง พ.ศ. 2558 มาตรา 17- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งจ่่ายเงิินสิินบนแก่่ผู้้นำำจัับ ในกรณีีที่่�มีีการจัับกุุมผู้้กระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติิโรคระบาดสััตว์์ พ.ศ. 2558 มาตรา 48
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 23 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- กรณีีที่่�จะต้้องดำำเนิินคดีีอาญากัับบุุคคลใดเพราะเหตุุกระทำำความผิิดตามกฎหมายเกี่่�ยวกัับการเลืือกตั้้�งและพรรคการเมืือง ให้้คณะกรรมการแจ้้งให้้พนัักงานอััยการที่่�มีีเขตอำำนาจเพื่่�อพิิจารณาดำำเนิินการต่่อไป โดยพนัักงานอััยการมีีอำำนาจสั่่�งให้้เจ้้าพนัักงาน ไต่่สวนเพิ่่�มเติิม หรืือพนัักงานอััยการจะดำำเนิินการไต่่สวนหรืือสอบสวนเพิ่่�มเติิมเองก็็ได้้ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยคณะกรรมการการเลืือกตั้้�ง พ.ศ. 2560 มาตรา 44- ในการยื่่�นคำำร้้องต่่อศาลรััฐธรรมนููญเพื่่�อสั่่�งยุุบพรรคการเมืืองตามมาตรา 92 คณะกรรมการจะยื่่�นคำำร้้องเอง หรืือจะมอบหมายให้้นายทะเบีียนเป็็นผู้้ยื่่�นคำำร้้องและดำำเนิินคดีีแทนก็็ได้้และเพื่่�อประโยชน์์ในการดำำเนิินคดีี นายทะเบีียนโดยความเห็็นชอบของคณะกรรมการจะขอให้้อััยการสููงสุุดช่่วยเหลืือดำำเนิินการในชั้้�นการพิิจารณาของศาลรััฐธรรมนููญจนกว่่าจะเสร็็จสิ้้�นก็็ได้้ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยพรรคการเมืือง พ.ศ. 2560 มาตรา 93- ในเขตกรุุงเทพมหานคร ผแทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตจัังหวััดอื่่�น อััยการจัังหวััดซึ่่�งเป็็นหััวหน้้าที่่�ทำำ การอััยการจัังหวััดเป็็นประธานกรรมการ ในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิแร่่ พ.ศ. 2560 มาตรา 179- พนัักงานอััยการมีีอำำนาจร้้องขอให้้ศาลสั่่�งริิบทรััพย์์สิินบรรดาแร่่ อุุปกรณ์์ เครื่่�องมืือเครื่่�องใช้้ สััตว์์พาหนะ ยานพาหนะ หรืือเครื่่�องจัักรกลใด ๆ ที่่�บุุคคลได้้มา หรืือได้้ใช้้ในการกระทำำความผิิดหรืือมีีไว้้เนื่่�องในการกระทำำความผิิด หรืือได้้ใช้้เป็็นอุุปกรณ์์ให้้ได้้รัับผลในการกระทำำความผิิดตามมาตรา 154 มาตรา 155 มาตรา 159 มาตรา 160 เฉพาะการไม่่ปฏิิบััติิตามมาตรา 68 (1) (2) (3) (4) (5) (6) หรืือ (7) มาตรา 162 มาตรา 163 มาตรา 164 มาตรา 166 มาตรา 168 หรืือมาตรา 180 ให้ริ้ิบเสีียทั้้�งสิ้้�น ไม่่ว่่าจะมีีผู้้ถููกลงโทษตามคำพิำ ิพากษาหรืือไม่่ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิแร่่ พ.ศ. 2560 มาตรา 174- กรณีีที่่�พนัักงานสอบสวนส่่งสำำ นวนให้้พนัักงานอััยการเพื่่�อฟ้้องคดีีแล้้วพนัักงานอััยการเห็็นควรแจ้้งข้้อหาแก่่ผู้้กระทำำความผิิดตามมาตรา 125 หรืือมาตรา 127 แห่่งประมวลกฎหมายยาเสพติิดเพิ่่�มเติิมให้้พนัักงานอััยการเป็็นผู้้อนุมัุัติิให้้แจ้้งข้อ้หา ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิวิธีีพิิจารณาคดียาเีสพติิดพ.ศ. 2550 มาตรา 11/7- เมื่่�อพนัักงานอััยการมีีคำำสั่่�งฟ้้องและคณะกรรมการตรวจสอบทรััพย์์สิินวิินิิจฉััยว่่าทรััพย์์สิินใดเป็็นทรััพย์์สิินที่่�เกี่่�ยวเนื่่�องกัับการกระทำำความผิิดร้้ายแรงเกี่่�ยวกัับยาเสพติิด พนัักงานอััยการมีีอำำนาจยื่่�นคำำร้อ้งเพื่อ่�ขอให้้ศาลสั่่�งริิบทรััพย์สิ์ ินนั้้�น โดยจะยื่่�นคำำร้อ้งไปพร้อ้มกัับคำำ ฟ้้องหรืือในเวลาใด ๆ ภายในหนึ่่�งปีีนัับแต่่วัันที่่�ศาลมีีคำพิำ ิพากษาถึึงที่่�สุุด (ประมวลกฎหมายยาเสพติิด มาตรา 77)ในกรณีีที่่�คณะกรรมการตรวจสอบทรััพย์์สิินพิิจารณาพยานหลัักฐานที่่�ได้้จากการตรวจสอบแล้้ววิินิิจฉััยว่่าผู้้ถููกตรวจสอบได้้รัับทรััพย์์สิินที่่�เกี่่�ยวเนื่่�องกัับการกระทำำความผิิดร้้ายแรงเกี่่�ยวกัับยาเสพติิดให้ค้ณะกรรมการตรวจสอบทรััพย์สิ์ ินคำำนวณมููลค่่าของทรััพย์สิ์ ินดัังกล่่าวเป็็นจำำนวนเงิินที่่�แน่่นอน พร้อ้มส่่งสำำนวนการตรวจสอบทรััพย์สิ์ ิน เอกสาร และพยานหลัักฐานไปยัังพนัักงานอััยการให้้พนัักงานอััยการยื่่�นคำำร้อ้งเพื่อ่�ขอให้้ศาลสั่่�งริิบมููลค่่าของทรััพย์์สิินนั้้�น (ประมวลกฎหมายยาเสพติิด มาตรา 84)1.2 ในคดีีอาญาซึ่่�งเจ้้าพนัักงานถููกฟ้้อง ในเรื่่�องการที่่�ได้้กระทำำ ไปตามหน้้าที่่�ก็็ดีี หรืือในคดีีอาญาที่่�ราษฎรผู้้หนึ่่�งผู้้ใดถููกฟ้้องในเรื่่�องการที่่�ได้้กระทำำตามคำำสั่่�งของเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งได้้สั่่�งการโดยชอบด้้วยกฎหมาย หรืือเข้้าร่่วมหรืือช่่วยเหลืือเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งกระทำำ การในหน้้าที่่�ราชการก็็ดีีเมื่่�อเห็็นสมควรพนัักงานอััยการจะรัับแก้้ต่่างให้้ก็็ได้้ (พ.ร.บ. องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (4))
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 24 สำ นักงานอัยการสูงสุด2. รัักษาผลประโยชน์์ของรััฐสำำนัักงานอััยการสููงสุุด พิิจารณาและให้้คำำปรึึกษาในด้้านกฎหมายแก่่ส่่วนราชการหน่่วยงานต่่าง ๆ ของรััฐดำำเนิินอรรถคดีแีทนรััฐบาล หน่่วยงานของรััฐและนิิติิบุคคุล ที่่�ตั้้�งขึ้้�นโดยพระราชบััญญััติิ พระราชกฤษฎีีกาในฐานะทนายแผ่่นดิิน ดัังนี้้�2.1 ในคดีีแพ่่ง มีีอำำนาจและหน้้าที่่�ดำำเนิินคดีีแทนรััฐบาล หน่่วยงานของรััฐที่่�เป็็นองค์์กรตามรััฐธรรมนููญ ราชการส่่วนกลาง หรืือราชการส่่วนภููมิิภาค หรืือในกระบวนการทางอนุุญาโตตุุลาการ กัับมีีอำำนาจและหน้้าที่่�ตามกฎหมายอื่่�นซึ่่�งบััญญััติิว่่าเป็็นอำำนาจและหน้้าที่่�ของสำำนัักงานอััยการสููงสุุดหรืือพนัักงานอััยการ (พ.ร.บ. องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (3)) เช่่น- ว่่าต่่างหรืือแก้้ต่่างแทนรััฐบาลในศาลทั้้�งปวง โดยปฏิิบััติิหน้้าที่่�อย่่างทนายความส่่วนราชการของคดีีที่่�เป็็นผู้้ส่่งเรื่่�องมาขอให้้ว่่าต่่างแก้้ต่่างให้้ ถ้้าคดีีมีีทางผ่่อนผัันหรืือตกลงประการใดก็็จะแจ้้งให้้ส่่วนราชการเจ้้าของคดีีพิิจารณาข้อผ่่อ ้นผัันหรืือข้้อตกลงนั้้�น แล้้วจะดำำเนิินการให้ต่่อ้ ไป- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งขายทอดตลาดเรืือไทยที่่�จดทะเบีียนแล้้วแต่่ตกเป็็นของบุุคคลผู้้ไม่่ต้้องด้้วยลัักษณะที่่�จะถืือกรรมสิิทธิ์์�เรืือไทยได้้หรืือในกรณีีที่่�เจ้้าของเรืือขาดคุุณสมบััติิที่่�จะเป็็นเจ้้าของและไม่่จััดการแก้้ไขให้้ถููกต้้อง และร้้องขอให้้ศาลสั่่�งขายทอดตลาดหุ้้นในบริิษััทจำำกััด ซึ่่�งเป็็นเจ้้าของเรืือไทยซึ่่�งจำำนวนหุ้้นบกพร่่อง จนทำำ ให้้บริิษััทนั้้�นขาดลัักษณะที่่�จะเป็็นผู้้ถืือกรรมสิิทธิ์์�เรืือไทยได้้ (พ.ร.บ. เรืือไทยพ.ศ. 2481 มาตรา 31, 34)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งถอนสััญชาติิไทยของบุุคคลซึ่่�งได้้มาโดยการเกิิดในราชอาณาจัักร แต่่บิดิาเป็็นคนต่่างด้้าว และได้้กระทำำการใด ๆ อัันเป็็นการกระทบกระเทืือนต่่อความมั่่�นคงหรืือขัดต่่อป ั ระโยชน์์ของรััฐ หรืือเป็็นการเหยีียดหยามประเทศชาติิ หรืือการกระทำำการใด ๆ อัันเป็็นการขััดต่่อความสงบเรีียบร้้อย หรืือศีีลธรรมอัันดีขีองประชาชน (พ.ร.บ. สััญชาติิ พ.ศ. 2508 มาตรา 17)- มีีสิิทธิิโต้้แย้้งคััดค้้านการขอพิิสููจน์์สััญชาติิของผู้้ที่่�อ้้างว่่าเป็็นคนมีีสััญชาติิไทย (พ.ร.บ.คนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 57)- ว่่าความในศาลพลเรืือนชั้้�นยึึดทรััพย์์ของคดีีที่่�อยู่่�ในอำำนาจศาลทหารแทนอััยการทหารต่่อไปจนกว่่าจะถึงที่่� ึสุุด (พ.ร.บ. ธรรมนููญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 52)- รัับดำำเนิินคดีีตามสิิทธิิเรีียกร้้องเกี่่�ยวกัับเรืือ อัันเกิิดจากความเสีียหายแก่่ชีีวิิตร่่างกายหรืือทรััพย์์สิินของบุุคคลใด ๆ ที่่�มีีสาเหตุุมาจากเรืือหรืือการดำำเนิินงานของเรืือแทนเจ้้าหนี้้�เมื่่�อเห็็นสมควรและมีีอำำนาจยื่่�นคำำร้้องขอให้้กัักเรืือแทนเจ้้าหนี้้�และได้้รัับยกเว้้นค่่าธรรมเนีียมกัักเรืือตามพระราชบััญญััติิการกัักเรืือ พ.ศ. 2534 (พ.ร.บ. การกัักเรืือ พ.ศ. 2534 มาตรา 30)2.2 ในคดีีแพ่่งซึ่่�งเจ้้าพนัักงานถููกฟ้้องในเรื่่�องที่่�ได้้กระทำำ ไปตามหน้้าที่่�ก็็ดีี หรืือในคดีีแพ่่งที่่�เป็็นราษฎรผู้ห้ นึ่่�งผู้ใ้ดถููกฟ้้องในเรื่อ่� งการที่่�ได้้กระทำำตามคำำสั่่�งของเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งได้สั่่้�งการโดยชอบด้้วยกฎหมายหรืือเข้้าร่่วมหรืือช่่วยเหลืือเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งกระทำำการในหน้้าที่่�ราชการก็็ดีี เมื่่�อเห็็นสมควรพนัักงานอััยการจะรัับแก้้ต่่างก็็ได้้ (พ.ร.บ. องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14(4))2.3 ในคดีีแพ่่งหรืือกรณีีมีีข้้อพิิพาทที่่�ต้้องดำำเนิินการทางอนุุญาโตตุุลาการ ที่่�หน่่วยงานของรััฐซึ่่�งมิิใช่่หน่่วยงานที่่�กล่่าวไว้้ในมาตรา 14(3) แห่่ง พ.ร.บ.องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 หรืือนิิติิบุุคคลซึ่่�งมิิใช่่หน่่วยงานของรััฐ แต่่ได้้มีีพระราชบััญญััติิหรืือพระราชกฤษฎีีกาจััดตั้้�งขึ้้�นเป็็นคู่่�กรณีีและมิิใช่่กรณีีที่่�เป็็นข้้อพิิพาทกัับรััฐบาลหรืือระหว่่างหน่่วยงานของรััฐด้้วยกัันเอง เมื่่�อเห็็นสมควรพนัักงานอััยการจะรัับว่่าต่่างหรืือแก้้ต่่างให้้ก็็ได้้ (พ.ร.บ. องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14(5))
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 25 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL2.4 ในกรณีีที่่�ผิิดสััญญาประกัันจำำเลย หรืือประกัันรัับสิ่่�งของไปดููแลรัักษาตามประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มีีอำำนาจและหน้้าที่่�ดำำเนิินคดีีในการบัังคัับให้้เป็็นไปตามสััญญานั้้�นและในการนี้้�มิิให้้เรีียกค่่าฤชาธรรมเนีียมจากพนัักงานอััยการ (พ.ร.บ. องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการพ.ศ. 2553 มาตรา 14(8)) ความมุ่่�งหมายในข้อนี้้ ้ � หมายถึงการึผิดิสััญญาประกัันในชั้้�นศาล ไม่่ใช่่ผิิดสััญญาประกัันในชั้้�นพนัักงานสอบสวนหรืือชั้้�นพนัักงานอััยการ2.5. เป็็นที่่�ปรึึกษากฎหมายของรััฐ โดยให้้คำำปรึึกษาหรืือความเห็็นทางกฎหมาย หรืือตรวจร่่างกฎหมายหรืือตรวจร่่างสััญญาต่่าง ๆ ก่่อนลงนาม เช่่น- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการนโยบายการร่่วมลงทุุนระหว่่างรััฐและเอกชน ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นคณะกรรมการคัดัเลืือกเอกชนร่่วมลงทุุน ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการกำำกัับดููแลโครงการร่่วมลงทุุน สำำนัักงานอััยการสููงสุุดมีีอำำนาจหน้้าที่่�ตรวจร่่างสััญญาร่่วมลงทุุน การแก้้ไขสััญญาร่่วมลงทุุนและการทำำสััญญาใหม่่ (พระราชบััญญััติิการร่่วมลงทุุนระหว่่างรััฐและเอกชน พ.ศ. 2562 มาตรา 13, 36, 41, 43, 46)- หน่่วยงานของรััฐต้้องทำำ สััญญาตามแบบที่่�คณะกรรมการนโยบายกำำหนดโดยความเห็็นชอบของสำำนัักงานอััยการสููงสุุด ในกรณีีการแก้้ไขสััญญาที่่�หน่่วยงานของรััฐเห็็นว่่าจะมีีปััญหาในทางเสีียประโยชน์์หรืือไม่่รัดกุัุมพอก็็ให้ส่่ ้งร่่างสััญญาที่่�แก้้ไขนั้้�นไปให้สำ้นัำ ักงานอััยการสููงสุดพิุิจารณาให้ค้วามเห็็นชอบก่่อนทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการจััดซื้้�อจััดจ้้างและการบริิหารพัสดุัุภาครััฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 97 และมาตรา 932.6 ฟ้้องคดีีหรืือดำำเนิินคดีีปกครองในศาลปกครอง แทนส่่วนราชการหรืือหน่่วยงานทางปกครองและเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐ (พ.ร.บ. จััดตั้้�งศาลปกครองและวิิธีีพิิจารณาคดีีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 45 และระเบีียบของที่่�ประชุุมใหญ่่ตุุลาการในศาลปกครองสููงสุุด ว่่าด้้วยองค์์คณะการจ่่ายสำำ นวน การโอนคดีีการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของตุุลาการในศาลปกครอง การคััดค้้านตุุลาการศาลปกครอง การปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของพนัักงานคดีีปกครองและการมอบอำำ นาจให้้ดำำเนิินคดีีปกครองแทน พ.ศ. 2544 ข้อ้ 20)- ในกรณีีที่่�พนัักงานอััยการมิิใช่่เป็็นผู้้ฟ้้อง พนัักงานอััยการมีีอำำนาจเข้้าแก้้ต่่างในกรณีีที่่�คณะกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ กรรมการไต่่สวน หััวหน้้าพนัักงานไต่่สวน พนัักงานไต่่สวน และพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่� ผู้้ใดถููกดำำเนิินคดีีไม่่ว่่าเป็็นคดีีแพ่่ง คดีีอาญา หรืือคดีีปกครอง และไม่่ว่่าจะถููกฟ้้องในขณะดำำรงตำำแหน่่งหรืือเมื่่�อพ้้นจากตำำแหน่่งแล้้ว ถ้้าการถููกดำำเนิินคดีีดัังกล่่าวเป็็นเพราะเหตุุที่่�ได้้มีีมติิ คำำสั่่�งหรืือปฏิิบััติิหน้้าที่่� ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการทุุจริิตพ.ศ. 2561 มาตรา 41- อััยการสููงสุุดมีีอำำ นาจฟ้้องคดีีต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง ในกรณีีที่่�ปรากฏว่่ามีีการกระทำำความผิิดเกี่่�ยวกัับการที่่�กรรมการผู้้ใดจงใจไม่่ยื่่�นบััญชีีทรััพย์์สิินและหนี้้สิ�ินต่่อประธานวุฒิุสิภา หรืือจงใจยื่่�นบััญชีีแสดงรายการทรััพย์สิ์ ินหรืือหนี้้สิ� ินอัันเป็็นเท็็จ หรืือปกปิดข้ิอ้เท็็จจริิงที่่�ควรแจ้้งให้้ทราบและมีีพฤติิการณ์์อัันควรเชื่่�อได้้ว่่ามีีเจตนาไม่่แสดงที่่�มาแห่่งทรััพย์์สิินหรืือหนี้้�สิิน ซึ่่�งประธานวุุฒิิสภาส่่งเรื่่�องให้้อััยการสููงสุุดเพื่่�อดำำเนิินการ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการทุุจริิต พ.ศ. 2561 มาตรา 43- อััยการสููงสุุดมีีอำำนาจดำำเนิินการฟ้้องคดีีต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืืองในกรณีีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีีมติิลงความเห็็นว่่าผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง ตุุลาการศาลรััฐธรรมนููญ หรืือผู้้ดำำรงตำำแหน่่งในองค์์กรอิิสระ มีีพฤติิการณ์์ทุุจริิตต่่อหน้้าที่่� หรืือจงใจปฏิิบััติิหน้้าที่่�หรืือ
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 26 สำ นักงานอัยการสูงสุดใช้้อำำนาจขััดต่่อบทบััญญััติิแห่่งรััฐธรรมนููญหรืือกฎหมาย ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการทุุจริติ พ.ศ. 2561 มาตรา 76- ในการฟ้้องคดีีอาญาต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืืองหากการกระทำำของผู้้ถููกกล่่าวหาเป็็นเหตุุให้้เกิิดความเสีียหายในทางทรััพย์์สิินหรืือเป็็นการละเมิิดต่่อหน่่วยงานของรััฐ หรืือบุคคุลอื่่�น อััยการสููงสุดอุาจยื่่�นคำำร้อ้งขอให้้ศาลมีีคำำพิิพากษาเพิิกถอนการกระทำำหรืือคำำสั่่�งอัันมิิชอบที่่�เป็็นการละเมิิด- ในการฟ้้องคดีีต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง ถ้้าผู้้ถููกกล่่าวหาหรืือบุุคคลที่่�มีีส่่วนร่่วมในการกระทำำความผิิดได้้ใช้้หรืือได้้ทรััพย์์สิินมาโดยมิิชอบ เนื่่�องจากการกระทำำความผิิดฐานทุุจริิตต่่อหน้้าที่่� หรืือจงใจปฏิิบััติิหน้้าที่่�หรืือใช้้อำำนาจขััดต่่อบทบััญญััติิแห่่งรััฐธรรมนููญหรืือกฎหมาย อััยการสููงสุุดหรืือคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้้วแต่่กรณีีอาจร้้องขอให้้ศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืืองริิบทรััพย์์สิินดัังต่่อไปนี้้� เว้้นแต่่เป็็นทรััพย์์สิินของผู้้อื่่�นซึ่่�งมิิได้้รู้้เห็็นเป็็นใจด้้วยในการกระทำำความผิิด(1) ทรััพย์์สิินที่่�บุุคคลได้้ใช้้หรืือมีีไว้้เพื่่�อใช้้ในการกระทำำความผิิด(2) ทรััพย์์สิินหรืือประโยชน์์อัันอาจคำำ นวณเป็็นราคาเงิินได้้ที่่�บุุคคลได้้ให้้ ขอให้้หรืือรัับว่่าจะให้้แก่่ผู้้ถููกกล่่าวหาโดยมิิชอบ(3) ทรััพย์์สิินหรืือประโยชน์์อัันอาจคำำ นวณเป็็นราคาเงิินได้้ที่่�บุุคคลได้้มาจากการกระทำำความผิิด หรืือจากการเป็็นผู้ใ้ช้้ ผู้้สนัับสนุุน หรืือผู้้โฆษณาหรืือประกาศให้้ผู้้อื่่�นกระทำำความผิิด(4) ทรััพย์สิ์ ินหรืือประโยชน์์อัันอาจคำำ นวณเป็็นราคาเงิินได้้ที่่�บุคคุลได้้มาจากการจำำหน่่าย จ่่าย โอนด้้วยประการใด ๆ ซึ่่�งทรััพย์์สิินหรืือประโยชน์์ตาม (1) หรืือ (3)(5) ดอกผลหรืือประโยชน์์อื่่�นใดอัันเกิิดจากทรััพย์์สิินหรืือประโยชน์ต์ าม (1) (3) หรืือ (4) ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้อ้งกัันและปราบปรามการทุุจริติพ.ศ. 2561 มาตรา 82 มาตรา 83- อััยการสููงสุุดมีีอำำนาจย�นคำำร้้องต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืืองเพื่่�อขอให้้ศาลสั่่�งให้้ทรััพย์์สิิน รวมทั้้�งบรรดาทรััพย์์สิินหรืือประโยชน์์อื่่�นใดที่่�ได้้มาแทนทรััพย์์สิินนั้้�นตกเป็็นของแผ่่นดิินเพราะร่ำำ�รวยผิิดปกติิ ในกรณีีที่่�คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่่สวนแล้้วและมีีความเห็็นว่่าผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง ตุุลาการศาลรััฐธรรมนููญ หรืือผู้้ดำำรงตำำแหน่่งในองค์์กรอิิสระร่ำำ�รวยผิิดปกติิตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการทุุจริติ พ.ศ. 2561 มาตรา 118- อััยการสููงสุุดมีีอำำนาจยื่่�นคำำร้้องต่่อศาลอาญาคดีีทุุจริิตและประพฤติิมิิชอบเพื่่�อขอให้้ศาลสั่่�งให้้ทรััพย์์สิินที่่�ร่ำำ�รวยผิิดปกติิตกเป็็นของแผ่่นดิิน ในกรณีีที่่�คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่่สวนและวิินิิจฉััยว่่าเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐร่ำำ�รวยผิดปิ กติิ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้อ้งกัันและปราบปรามการทุุจริติ พ.ศ. 2561 มาตรา 1223. คุ้้�มครองสิิทธิิและเสรีีภาพของประชาชนสำำนัักงานอััยการสููงสุดุให้้การคุ้้มครองสิทธิิและช่่วยเหลืือทางกฎหมายแก่่ประชาชน ดัังนี้้�3.1 ดำำเนิินการคุ้้มครองสิทธิิและเสรีีภาพตามที่่�กฎหมายบััญญััติิไว้้ เช่่น- ยื่่�นคำำร้้องขอให้้ศาลออกหมายปล่่อยผู้้ต้้องหา เมื่่�อเห็็นว่่าไม่่จำำ เป็็นต้้องขัังไว้้ระหว่่างสอบสวน (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 72 (2))
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 27 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- ยื่่�นคำำร้อ้งขอให้้ศาลปล่่อยบุคคุลที่่�ถููกคุุมขัังโดยมิิชอบด้้วยกฎหมายหรืือถููกจำำคุุกผิดิจากคำำพิิพากษาของศาล (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 90)- เป็็นผู้แ้ทนผู้ไ้ร้ค้วามสามารถที่่�ไม่่มีีผู้แ้ทนโดยชอบธรรม หรืือผู้แ้ทนโดยชอบธรรมทำำหน้้าที่่�ไม่่ได้้ตามคำำสั่่�งเพื่่�อแก้้ไขข้อ้บกพร่่องในเรื่่�องความสามารถ (ประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความแพ่่ง มาตรา 56)- เป็็นเจ้้าหน้้าที่่�คุ้้มครองผู้้บริิโภค ตามที่่�คณะกรรมการคุ้้มครองผู้้บริิโภคแต่่งตั้้�งเพื่่�อให้้มีีหน้้าที่่�ดำำเนิินคดีแีพ่่งและคดีีอาญาแก่่ผู้กระ ้ ทำำการละเมิดสิทธิิของผู้บ้ ริิโภค (พ.ร.บ. คุ้้มครองผู้บ้ ริิโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 39)- ในคดีที่่�ราษฎรผู้ ีห้ นึ่่�งผู้ใ้ดฟ้้องเองไม่่ได้้โดยกฎหมายห้้าม เมื่อ่�เห็็นสมควรพนัักงานอััยการมีีอำำ นาจเป็็นโจทก์์ได้้ (พ.ร.บ. องค์์กรอััยการและพนัักงานอััยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14(6)) เช่่น ฟ้้องคดีีแทนผู้้สืืบสัันดานในการฟ้้องบุุพการีีทั้้�งคดีแีพ่่งและคดีีอาญา อัันได้้แก่่ ฟ้้องเรีียกค่่าอุปุการะเลี้้�ยงดููบุตุ ร (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1562, 1565)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้บุุคคลวิิกลจริิตเป็็นคนไร้้ความสามารถและถ้้าเหตุุที่่�ทำำ ให้้เป็็นคนไร้้ความสามารถได้สิ้้้�นสุดุไปแล้้ว ก็ร้็อ้งขอให้้ศาลสั่่�งเพิิกถอนคำำสั่่�งที่่�ให้้เป็็นคนไร้ค้วามสามารถนั้้�น (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 28, 31)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้บุุคคลซึ่่�งมีีกายพิิการหรืือจิิตฟั่่�นเฟืือนไม่่สมประกอบหรืือประพฤติิสุุรุ่่�ยสุุร่่าย เสเพลเป็็นอาจิิณ หรืือติิดสุุรายาเมา หรืือมีีเหตุุอื่่�นใดทำำนองเดีียวกัันนั้้�น จนไม่่สามารถจะจััดทำำการงานโดยตนเองได้้ หรืือจััดกิิจการไปในทางที่่�อาจจะเสื่่�อมเสีียแก่่ทรััพย์์สิินของตนเองหรืือครอบครััวให้้เป็็นคนเสมืือนไร้้ความสามารถ และถ้้าเหตุุที่่�ศาลได้้สั่่�งให้้เป็็นคนเสมืือนไร้้ความสามารถได้้สิ้้�นสุุดลงไปแล้้วก็็ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งเพิิกถอนคำำสั่่�งที่่�ให้้เป็็นคนเสมืือนไร้้ความสามารถ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์มาตรา 32, 36)- ในคดีที่่� ี มีีการร้อ้งขอให้้ศาลสั่่�งให้บุ้คคุลใดเป็็นคนไร้ค้วามสามารถเพราะวิิกลจริติถ้้าทางพิิจารณาได้ค้วามว่่าบุคคุลนั้้�นไม่่วิิกลจริติ แต่่มีีจิติใจฟั่่�นเฟือืนไม่่สมประกอบก็ร้็อ้งขอให้้ศาลสั่่�งให้บุ้คคุลนั้้�นเป็็นคนเสมืือนไร้้ความสามารถได้้ หรืือในคดีีที่่�มีีการร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้บุุคคลใดเป็็นคนเสมืือนไร้้ความสามารถเพราะมีีจิิตฟั่่�นเฟืือนไม่่สมประกอบ ถ้้าทางพิิจารณาได้ค้วามว่่าบุุคคลนั้้�นวิิกลจริิต ก็็ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้บุุ้คคลนั้้�นเป็็นคนไร้้ความสามารถได้้ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 33)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้ทำำการไปพลางก่่อนตามที่่�จำำ เป็็นเพื่่�อจััดการทรััพย์์สิินของบุุคคลผู้้ไม่่อยู่่�ซึ่่�งไปเสีียจากภููมิิลำำเนาหรืือถิ่่�นที่่�อยู่่�โดยมิิได้้ตั้้�งตััวแทนผู้้รัับมอบอำำนาจทั่่�วไปไว้้ และไม่่มีีใครรู้้แน่่ว่่าบุุคคลนั้้�นยัังมีีชีีวิิตอยู่่�หรืือไม่่ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 48 วรรคแรก) และถ้้าเวลาได้้ล่่วงเลยไปหนึ่่�งปีีนัับแต่่วัันที่่�ผู้้ไม่่อยู่่�นั้้�นไปเสีียจากภููมิิลำำเนาหรืือถิ่่�นที่่�อยู่่�และไม่่มีีผู้้ใดได้้รัับข่่าวเกี่่�ยวกัับบุุคคลนั้้�นหรืือนัับแต่่วัันมีีผู้้ได้้พบเห็็นหรืือได้้ทราบข่่าวมาเป็็นครั้้�งหลัังสุุด ก็็ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งตั้้�งผู้้จััดการทรััพย์์สิินของผู้้ไม่่อยู่่� (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 48 วรรคสอง)- ในกรณีีที่่�ผู้้ไม่่อยู่่�ได้้ตั้้�งตััวแทนผู้้รัับมอบอำำนาจทั่่�วไปไว้้ และสััญญาตััวแทนระงัับสิ้้�นไปหรืือปรากฏว่่าตััวแทนผู้้รัับมอบอำำนาจทั่่�วไปจัดัการทรััพย์สิ์ ินในลัักษณะที่่�อาจเสีียหายแก่่ผู้ไ้ม่่อยู่่� ก็ร้็อ้งขอให้้ศาลสั่่�งตั้้�งผู้้จััดการทรััพย์์สิิน (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 49)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งตััวแทนผู้้รัับมอบอำำนาจทั่่�วไปจััดทำำบััญชีีทรััพย์์สิินของผู้้ไม่่อยู่่�(ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 50) หรืือขอให้้ศาลสั่่�งให้้ผู้้จััดการทรััพย์์สิินหาประกัันอัันสมควรในการจัดัการทรััพย์สิ์ ินของผู้ไ้ม่่อยู่ต่� ลอดจนการมอบคืืนทรััพย์สิ์ ินนั้้�น หรืือแถลงถึงึความเป็็นอยู่่�แห่่งทรััพย์สิ์ ินของ
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 28 สำ นักงานอัยการสูงสุดผู้ไ้ม่่อยู่่� หรืือถอดถอนผู้้จััดการทรััพย์์สิินและตั้้�งผู้้อื่่�นให้้เป็็นผู้้จััดการทรััพย์์สิินแทนต่่อไป (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์มาตรา 56) หรืือขอให้้ศาลสั่่�งกำำหนดบำำเหน็็จ งด ลด เพิ่่�มหรืือกลัับให้้บำำเหน็็จแก่่ผู้้จััดการทรััพย์์สิิน เมื่่�อพฤติิการณ์์ เกี่่�ยวกัับการจัดัการทรััพย์์สิินได้้เปลี่่�ยนแปลงไป (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 57)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้บุุคคลเป็็นคนสาบสููญกรณีีที่่�บุุคคลนั้้�นได้้ไปจากภููมิิลำำเนาหรืือถิ่่�นที่่�อยู่่� และไม่่มีีใครรู้้แน่่ว่่ายัังมีีชีีวิิตอยู่่�หรืือไม่่ตลอดระยะเวลาห้้าปีี หรืือกรณีีที่่�บุุคคลนั้้�นได้้อยู่่�และหายไปในการรบ หรืือสงคราม หรืือได้้เดิินทางไปกัับยานพาหนะที่่�อัับปาง ถููกทำำลาย หรืือสููญหาย หรืือตกอยู่่�ในเหตุุอื่่�นที่่�เป็็นอัันตรายแก่่ชีีวิิต ตลอดระยะเวลาสองปีี โดยนัับแต่่วัันที่่�การรบหรืือสงครามสิ้้�นสุุดลงหรืือนัับแต่่วัันที่่�ยานพาหนะอัับปาง ถููกทำำลาย หรืือสููญหายไป หรืือนัับแต่่วัันที่่�เหตุอืุ่่�นนั้้�นได้้ผ่่านพ้้นไป แล้้วแต่่กรณีี (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 61)- ร้อ้งขอให้้ศาลสั่่�งถอนคำำสั่่�งให้้เป็็นคนสาบสููญเมื่อพิ่�สููิจน์์ได้ว่่ ้าบุคคุลผู้้ถููกศาลสั่่�งให้้เป็็นคนสาบสููญนั้้�นยัังคงมีีชีีวิตอยู่ิ ่� หรืือว่่าตายในเวลาอื่่�นผิดิไปจากเวลาดัังระบุุไว้้ในมาตรา 62 (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 63)- ร้้องขอให้้ศาลแต่่งตั้้�งผู้้แทนของนิิติิบุุคคลชั่่�วคราว ในกรณีีที่่�มีีตำำแหน่่งว่่างลงในจำำนวนผู้้แทนของนิิติิบุุคคลและถ้้าปล่่อยตำำแหน่่งว่่างไว้้จะเกิิดความเสีียหาย (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 73)- ร้้องขอให้้ศาลแต่่งตั้้�งผู้้แทนเฉพาะการในกรณีีประโยชน์์ได้้เสีียของนิิติิบุุคคลขััดกัับประโยชน์์ได้้เสีียของผู้้แทนของนิิติิบุุคคลในการอัันใดเป็็นเหตุุให้้ไม่่มีีผู้้แทนของนิิติิบุุคคลเหลืืออยู่่�หรืือเหลืืออยู่่�ไม่่พอจะเป็็นองค์์ประชุุมหรืือไม่่พอจะกระทำำการอัันนั้้�นได้้ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 75)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งเพิิกถอนมติิการประชุุมใหญ่่ของสมาคมที่่�ได้้มีีการนััดประชุุมหรืือการลงมติิ โดยไม่่ปฏิิบััติิตามหรืือฝ่่าฝืืนข้้อบัังคัับหรืือกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 100)- ร้้องขอให้้ศาลตั้้�งผู้้ชำำระบััญชีีในกรณีีที่่�มีีการเลิิกสมาคมและไม่่มีีผู้้ชำำระบััญชีี (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 106, 1251)- เป็็นผู้้ขอจััดตั้้�งมููลนิิธิิในกรณีีผู้้ขอจััดตั้้�งมููลนิิธิิถึึงแก่่ความตายก่่อนนายทะเบีียนรัับจดทะเบีียนและทายาท หรืือผู้้จััดการมรดก หรืือผู้้ซึ่่�งผู้้ตายมอบหมายไม่่ดำำเนิินการขอตั้้�งมููลนิิธิิต่่อไปภายในเวลาที่่�กฎหมายกำำหนด (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 117 วรรคแรก)- ร้้องขอให้้ศาลจััดสรรทรััพย์์สิินให้้แก่่นิิติิบุุคคลอื่่�นซึ่่�งมีีวััตถุุประสงค์์ใกล้้ชิิดที่่�สุุดกัับความประสงค์์ของผู้้ทำำพิินััยกรรม ในกรณีีที่่�ไม่่สามารถจััดตั้้�งมููลนิิธิิขึ้้�นได้้ตามวััตถุุประสงค์์ที่่�ผู้้ตายกำำหนด(ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 117 วรรคสอง, 1679 วรรคสอง)- ขอจดทะเบีียนมููลนิิธิิเมื่่�อทายาทหรืือผู้้จััดการมรดกมิิได้้ขอจดทะเบีียนก่่อตั้้�งมููลนิิธิิตามพินัิัยกรรมภายในเวลาที่่�กฎหมายกำำหนด (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 118 วรรคสอง, 1677)- ขอจดทะเบีียนมููลนิิธิิเมื่่�อผู้้ยื่่�นคำำขอจดทะเบีียนมููลนิิธิิตามพิินััยกรรมไม่่ดำำเนิินการแก้้ไขหรืือเปลี่่�ยนแปลงให้้ถููกต้้องตามคำำสั่่�งของนายทะเบีียนตามมาตรา 115 จนเป็็นเหตุุให้้นายทะเบีียนไม่่รัับจดทะเบีียนมููลนิิธิิเพราะเหตุุดัังกล่่าว (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 118 วรรคสาม)- ร้้องขอให้้ศาลมีีคำำสั่่�งถอดถอนกรรมการมููลนิิธิิบางคนหรืือคณะกรรมการของมููลนิิธิิในกรณีีที่่�ดำำเนิินกิิจการของมููลนิิธิิผิิดพลาดเสื่่�อมเสีียต่่อมููลนิิธิิหรืือดำำเนิินกิิจการฝ่่าฝืืนกฎหมายหรืือข้้อบัังคัับของมููลนิิธิิ หรืือกลายเป็็นผู้้มีีฐานะหรืือความประพฤติิไม่่เหมาะสมในการดำำเนิินการตามวัตถุัุประสงค์์ของมููลนิิธิิ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 129)
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 29 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- ร้้องขอให้้ศาลมีีคำำสั่่�งเลิิกมููลนิิธิิ เพราะวััตถุุประสงค์์ของมููลนิิธิิขััดต่่อกฎหมายหรืือมููลนิิธิิกระทำำการขัดต่่อ ักฎหมายหรืือศีีลธรรมอัันดีขีองประชาชน หรืืออาจเป็็นภยัันตรายต่่อความสงบสุุขของประชาชนหรืือความมั่่�นคงของรััฐ หรืือมููลนิิธิิไม่่สามารถดำำเนิินกิิจการต่่อไปไม่่ว่่าเพราะเหตุุใด ๆ หรืือหยุุดดำำเนิินกิิจการตั้้�งแต่่สองปีีขึ้้�นไป (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 131)- ร้้องขอให้้ศาลตั้้�งผู้้ชำำระบััญชีีของมููลนิิธิิกรณีีเลิิกมููลนิิธิิเพราะเหตุุอื่่�นนอกจากล้้มละลายโดยไม่่มีีผู้้ชำำระบััญชีีตามข้อบั้ ังคัับมููลนิิธิิ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 133, 1251)- ร้อ้งขอให้้ศาลจัดสัรรทรััพย์สิ์ ินของมููลนิธิิเมื่อ่� ได้ชำ้ำระบััญชีีแล้้วให้้แก่่มููลนิธิิหรืือนิิติิบุคคุลอื่่�นที่่�มีีวััตถุุประสงค์์ใกล้ชิ้ิดที่่�สุุดกัับวััตถุุประสงค์์ของมููลนิิธิินั้้�น (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 134)- ร้อ้งขอให้้ศาลตั้้�งผู้้ชำำระบััญชีีห้้างหุ้้นส่่วนบริษัิทั ที่่�เลิิกกัันเพราะเหตุอืุ่่�นนอกจากล้้มละลายโดยไม่่มีีผู้้ชำำระบััญชีีตามข้้อสััญญาหรืือข้้อบัังคัับของห้้างหุ้้นส่่วนบริิษััทนั้้�น (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์มาตรา 1251)- ร้้องขอให้้ศาลตั้้�งผู้้อื่่�นนอกจากภริิยาหรืือสามีีเป็็นผู้้อนุุบาลหรืือผู้้พิิทัักษ์์ถ้้ามีีเหตุุสำำคััญ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1463)- ร้้องขอให้้ศาลพิิพากษาว่่าการสมรสเป็็นโมฆะ ตามที่่�ผู้้มีีส่่วนได้้เสีียร้้องขอมายัังพนัักงานอััยการ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1496)- พิิจารณาสำำเนาคำำร้้องที่่�ศาลส่่งมาเพื่่�อให้้ดำำเนิินคดีีแทนเด็็ก ซึ่่�งไม่่มีีชีีวิิตอยู่่�แล้้วในกรณีีที่่�ชายผู้้เป็็นหรืือเคยเป็็นสามีีของมารดาเด็็กนั้้�นได้้ยื่่�นคำำร้้องต่่อศาลขอให้้แสดงว่่าเด็็กนั้้�นไม่่ได้้เป็็นบุุตรของตน (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1539)- ฟ้้องคดีแีทนเด็็กปฏิิเสธความเป็็นบุตุรโดยชอบด้้วยกฎหมายของชาย (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1545)- ร้้องขอให้้ศาลตั้้�งผู้้แทนเฉพาะคดีีเพื่่�อทำำหน้้าที่่�ฟ้้องคดีีแทนเด็็กในคดีีฟ้้องขอให้้รัับเด็็กเป็็นบุุตรในกรณีีเด็็กไม่่มีีผู้้แทนโดยชอบธรรม หรืือมีีแต่่ผู้้แทนโดยชอบธรรมไม่่สามารถทำำหน้้าที่่�ได้้ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1556)- ร้อ้งขอให้้ศาลสั่่�งถอนอำำนาจปกครองจากคู่ส่� มรสที่่�ยัังมีีชีีวิตอยู่ิ ่�หรืือสั่่�งให้บุ้คคุลหนึ่่�งบุคคุลใดทำำบััญชีีทรััพย์์สิินและลงชื่่�อบุุตรของคู่่�สมรสนั้้�นเป็็นเจ้้าของรวมในเอกสารสำำคััญแทนโดยให้้คู่่�สมรสนั้้�นเป็็นผู้้เสีียค่่าใช้้จ่่าย ในกรณีีที่่�คู่่�สมรสนั้้�นได้้ทำำการสมรสใหม่่ โดยมิิได้้จััดการทรััพย์์สิินของบุุตรให้้ถููกต้้องตามที่่�กฎหมายกำำหนดก่่อน หรืือในกรณีีที่่�คู่ส่� มรสนั้้�นไม่่ปฏิิบััติิตามคำำสั่่�งของศาลที่่�ให้คู่้ส่� มรสนั้้�นปฏิิบััติิการแบ่่งแยกทรััพย์สิ์ ินและทำำบััญชีีทรััพย์์สิินของบุุตรภายในเวลาที่่�กำำหนดภายหลัังการสมรสใหม่่ตามที่่�ศาลได้้อนุุญาต (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1579)- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งถอนอำำนาจปกครองหรืืออำำนาจจััดการทรััพย์์สิินในกรณีีที่่�ผู้้ใช้้อำำนาจปกครองเป็็นคนไร้้ความสามารถหรืือเสมืือนไร้้ความสามารถ หรืือใช้้อำำนาจปกครองโดยมิิชอบหรืือประพฤติิชั่่�วร้้าย หรืือเป็็นบุุคคลล้้มละลาย หรืือจััดการทรััพย์์สิินของผู้้เยาว์์ในทางที่่�ผิิดจนอาจเป็็นภััยแก่่ทรััพย์์สิิน (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1582)- ร้อ้งขอให้้ศาลสั่่�งตั้้�งผู้้ปกครองในกรณีีที่่�บุคคุลยัังไม่่บรรลุนิุิติิภาวะและไม่่มีีบิดิามารดาหรืือบิิดามารดาถููกถอนอำำนาจปกครอง (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1585, 1586) และร้อ้งขอให้้ศาลสั่่�งเพิิกถอนคำสั่่ ำ �งตั้้�งผู้้ปกครองและมีีคำสั่่ ำ �งเกี่่�ยวกัับผู้้ปกครองต่่อไปตามที่่�เห็็นสมควร เนื่อ่� งจากเป็็นผู้้ต้อ้งห้้ามมิิให้้เป็็นผู้้ปกครองตามมาตรา 1587 (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1588)
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 30 สำ นักงานอัยการสูงสุด- ร้้องขอให้้ศาลสั่่�งให้้ผู้้ปกครองหาประกัันอัันสมควรในการจััดการทรััพย์์สิินของผู้้อยู่่�ในปกครองตลอดจนการมอบคืืนทรััพย์สิ์ ินนั้้�น หรืือแถลงถึงึความเป็็นอยู่่�แห่่งทรััพย์สิ์ ินของผู้้อยู่่�ในปกครอง (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1597)- ร้อ้งขอให้้ศาลสั่่�งถอนผู้้ปกครองในกรณีีที่่�ละเลยไม่่กระทำำตามหน้้าที่่�หรืือประมาทเลิินเล่่ออย่่างร้้ายแรงในหน้้าที่่� หรืือใช้อำ้ ำนาจหน้้าที่่�โดยมิิชอบ หรืือประพฤติิมิิชอบซึ่่�งไม่่สมควรแก่่หน้้าที่่� หรืือหย่่อนความสามารถในหน้้าที่่�จนน่่าจะเป็็นอัันตรายแก่่ผลประโยชน์์ของผู้้อยู่่�ในปกครองหรืือมีีกรณีีดัังบััญญััติิไว้้ในมาตรา 1587 (3) (4) หรืือ (5) (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1598/8, 1598/9)- ร้้องขอต่่อศาลให้้มีีคำำสั่่�งอนุุญาตให้้มีีการรัับบุุตรบุุญธรรม (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์มาตรา 1598/21, 1598/22, 1598/23) การเลิิกรัับบุุตรบุุญธรรม (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1598/31)- ฟ้้องคดีีแทนบุุตรบุุญธรรมเกี่่�ยวกัับการขอเลิิกรัับบุุตรบุุญธรรม (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1598/35)- ร้้องขอให้้ศาลมีีคำำสั่่�งเป็็นประการอื่่�น เมื่่�อผู้้รัับบุุตรบุุญธรรมตายหรืือมีีการเลิิกรัับบุุตรบุุญธรรม ถ้้าบุุตรบุุญธรรมยัังไม่่บรรลุุนิิติิภาวะ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1598/37)- ร้้องขอให้้ศาลตั้้�งผู้้ปกครอง ผู้้อนุุบาลหรืือผู้้พิทัิักษ์์ ในกรณีีที่่�มรดกตกทอดแก่่ผู้้เยาว์์ หรืือบุุคคลวิิกลจริิต หรืือบุุคคลผู้้ไม่่สามารถจะจััดการงานของตนเองได้้ และบุุคคลนั้้�นยัังไม่่มีีผู้้แทนโดยชอบธรรม ผู้้อนุุบาล หรืือผู้้พิิทัักษ์์ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1610)- ร้้องขอให้้ศาลตั้้�งผู้้จััดการมรดก ในกรณีีที่่�เจ้้ามรดกตายทายาทโดยชอบธรรมหรืือผู้้รัับพิินััยกรรมได้้สููญหายไป หรืืออยู่่�นอกราชอาณาเขต หรืือเป็็นผู้้เยาว์์หรืือผู้้จััดการมรดก หรืือทายาทไม่่สามารถหรืือไม่่เต็็มใจจะจััดการหรืือมีีเหตุุขััดข้้องในการจััดการหรืือในการแบ่่งปัันมรดก หรืือข้้อกำำหนดพิินััยกรรมตั้้�งผู้้จัดัการมรดกไม่่มีีผลบัังคัับ (ประมวลกฎหมายแพ่่งและพาณิิชย์์ มาตรา 1713)- ผู้แ้ทนสำนัำ ักงานอััยการสููงสุดุ เป็็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุุนยุุติิธรรม พระราชบััญญััติิกองทุุนยุุติิธรรม พ.ศ. 2558 มาตรา 13- อััยการจัังหวัดั เป็็กรรมการในคณะกรรมการกำำกัับการทวงถามหนี้้ป�ระจำำจัังหวัดัสำำหรัับในกรุุงเทพมหานคร ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นกรรมการในคณะกรรมการกำกัำ ับการทวงถามหนี้้�ประจำำกรุุงเทพมหานคร ตามพระราชบััญญััติิการทวงถามหนี้้� พ.ศ. 2558 มาตรา 27- พนัักงานอััยการมีีอำำนาจร้อ้งขอต่่อศาลให้ตั้้้ �งผู้้ปกครองได้้ ในกรณีีที่่�สามีีและภริิยาที่่�ชอบด้้วยกฎหมายซึ่่�งประสงค์์ให้มีี้การตั้้�งครรภ์์แทนถึงแึ ก่่ความตายก่่อนเด็็กเกิดิ หญิิงที่่�รัับตั้้�งครรภ์์แทนเป็็นผู้้ปกครองเด็็กนั้้�นจนกว่่าจะมีีการตั้้�งผู้้ปกครองขึ้้�นใหม่่ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิคุ้้มครองเด็็กที่่�เกิดิโดยอาศััยเทคโนโลยีีช่่วยการเจริิญพัันธุ์์ทางการแพทย์์ พ.ศ. 2558 มาตรา 13ผู้้ที่่�เกิิดจากการตั้้�งครรภ์์แทนก่่อนวัันที่่�พระราชบััญญััติินี้้�ใช้้บัังคัับไม่่ว่่าจะมีีข้้อตกลงเป็็นหนัังสืือหรืือไม่่ก็็ตาม สามีีหรืือภริิยาที่่�ดำำเนิินการให้้มีีการตั้้�งครรภ์์แทน หรืือพนัักงานอััยการมีีสิิทธิิยื่่�นคำำร้้องต่่อศาลให้้มีีคำำสั่่�งให้้ผู้้ที่่�เกิิดจากการตั้้�งครรภ์์แทนก่่อนวัันที่่�พระราชบััญญััติินี้้�ใช้้บัังคัับเป็็นบุุตรชอบด้้วยกฎหมายของสามีีและภริิยาที่่�ดำำเนิินการให้้มีีการตั้้�งครรภ์์แทนนัับแต่่วัันที่่�ผู้้นั้้�นเกิิดตามพระราชบััญญััติิคุ้้มครองเด็็กที่่�เกิดิโดยอาศััยเทคโนโลยีีช่่วยการเจริิญพัันธุ์์ทางการแพทย์์ พ.ศ. 2558 มาตรา 56
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 31 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL3.2 ให้้บริิการช่่วยเหลืือทางกฎหมายแก่่ประชาชน เช่่น การให้้คำำปรึึกษาหารืือทางกฎหมาย การจััดทำำนิิติิกรรมและสััญญา การประนอมข้้อพิิพาท และการให้้ความช่่วยเหลืือทางอรรถคดีี3.3 เผยแพร่่ความรู้้ทางด้้านสิิทธิิมนุุษยชนและความรู้้ทางกฎหมายแก่่ประชาชนทั่่�วไปในกรุุงเทพมหานครและจัังหวัดอื่ั ่�น ๆ ทั่่�วประเทศโดยผ่่านสื่อ่�มวลชนต่่าง ๆ รวมทั้้�งการออกไปพบประชาชนในท้อ้งถิ่่�น4. หน้้าที่่�อื่่�น ๆ ตามที่่�กฎหมายบััญญััติิไว้้ เช่่น- อััยการสููงสุุด เป็็นผู้้ฟ้้องคดีีอาญาเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐซึ่่�งมิิใช่่ผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง ว่่ามีีพฤติิการณ์์ร่ำำ�รวยผิิดปกติิ ส่่อไปในทางทุุจริิตต่่อหน้้าที่่� ส่่อว่่ากระทำำความผิิดต่่อตำำแหน่่งหน้้าที่่�ราชการ ส่่อว่่ากระทำำความผิิดต่่อตำำแหน่่งหน้้าที่่�ในการยุุติิธรรม ส่่อว่่าจงใจใช้้อำำนาจหน้้าที่่�ขััดต่่อบทบััญญััติิแห่่งรััฐธรรมนููญหรืือกฎหมาย หรืือฝ่่าฝืืนหรืือไม่่ปฏิิบััติิตามมาตรฐานทางจริิยธรรมอย่่างร้้ายแรง โดยการยื่่�นฟ้้องคดีีต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง (พ.ร.บ. ประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้อ้งกัันและปราบปรามการทุุจริติ พ.ศ. 2561 มาตรา 93, 96)- อััยการสููงสุุด เป็็นผู้้ฟ้้องคดีีผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง ได้้แก่่นายกรััฐมนตรีีรััฐมนตรีีสมาชิิกสภาผู้้แทนราษฎร สมาชิิกวุุฒิิสภา หรืือข้้าราชการการเมืืองอื่่�น ซึ่�ง่ร่ำำ�รวยผิิดปกติิ กระทำผิำ ิดต่่อตำำแหน่่งหน้้าที่่�ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรืือกระทำผิำ ดต่่อตำ ิ ำแหน่่งหน้้าที่่� หรืือทุุจริตต่่อ ิหน้้าที่่�ตามกฎหมายอื่่�น โดยฟ้้องคดีีต่่อศาลฎีีกาแผนกคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง (พ.ร.บ. ประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยวิิธีีพิิจารณาคดีีอาญาของผู้้ดำำรงตำำแหน่่งทางการเมืือง พ.ศ. 2560 มาตรา 10, 23) (พ.ร.บ. ประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการทุุจริติ พ.ศ. 2561 มาตรา 76, 77)- อััยการสููงสุุดมีีอำำนาจยื่่�นคำำร้้องขอให้้ศาลรััฐธรรมนููญมีีคำำสั่่�งยุุบพรรคการเมืือง (พ.ร.บ. ประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยพรรคการเมืือง พ.ศ. 2560 มาตรา 93)- อััยการสููงสุุด หรืือผู้้ซึ่่�งอััยการสููงสุุดมอบหมายเป็็นผู้้ประสานงานกลาง ซึ่่�งมีีอำำนาจหน้้าที่่�ประสานงานในการให้้ความช่่วยเหลืือแก่่ต่่างประเทศ หรืือขอความช่่วยเหลืือจากต่่างประเทศ (พ.ร.บ. ความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในเรื่่�องทางอาญา พ.ศ. 2535 มาตรา 6, 7)- อััยการสููงสุุดเป็็นคณะกรรมการป้้องกัันและปราบปรามการฟอกเงิิน (พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปรามการฟอกเงิิน พ.ศ. 2542 มาตรา 24)- อััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการพิิจารณาการถอนสััญชาติิไทย (พ.ร.บ. สััญชาติิ พ.ศ. 2508 มาตรา 20)- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการพิิจารณาคนเข้้าเมืืองและอััยการสููงสุุดหรืือผู้้แทนเป็็นกรรมการเปรีียบเทีียบ (พ.ร.บ. คนเข้้าเมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 84)- อััยการจัังหวััดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการจััดรููปที่่�ดิินจัังหวััด (พ.ร.บ.จััดรููปที่่�ดิินเพื่่�อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 มาตรา 7)- อััยการสููงสุดุ เป็็นคณะกรรมการพิิจารณาการโอนนัักโทษ (พ.ร.บ. การปฏิิบััติิเพื่อค่�วามร่่วมมืือระหว่่างประเทศในการดำำเนิินการตามคำพิำ ิพากษาคดีีอาญา พ.ศ. 2527 มาตรา 9)- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการสุุขภาพจิิตแห่่งชาติิ (พ.ร.บ. สุุขภาพจิิต พ.ศ. 2551 มาตรา 5)- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการประสานและกำำกัับการดำำเนิินงานป้้องกัันและปราบปรามการค้้ามนุุษย์์ (พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปรามการค้้ามนุุษย์์ พ.ศ. 2551 มาตรา 22)- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการอำำนวยการรัักษาความมั่่�นคงภายในราชอาณาจัักร (พ.ร.บ. การรัักษาความมั่่�นคงภายในราชอาณาจัักร พ.ศ. 2551 มาตรา 10)
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 32 สำ นักงานอัยการสูงสุด- อธิิบดีีอััยการภาคที่่�อยู่่�ในเขตพื้้�นที่่�ที่่�มีีอาวุุโสสููงสุุด เป็็นกรรมการเป็็นรองประธานกรรมการ และอธิิบดีอััยการภา ีคที่่�อยู่่�ในเขตพื้้�นที่่�เป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการอำำนวยการรัักษาความมั่่�นคงภายในภาคอััยการจัังหวััดซึ่่�งเป็็นหััวหน้้าที่่�ทำำ การอััยการจัังหวััดเป็็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการอำำนวยการรัักษาความมั่่�นคงภายในจัังหวััด ทั้้�งนี้้� ตามการรัักษาความมั่่�นคงภายในราชอาณาจัักร พ.ศ. 2551 มาตรา 11/1 และมาตรา 13/1- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการบริิหารสถานการณ์์ฉุุกเฉิิน (พ.ร.บ. การบริิหารราชการในสถานการณ์์ฉุุกเฉิิน พ.ศ. 2548 มาตรา 6)- อััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการนโยบายทรััพย์สิ์ ินทางปััญญาแห่่งชาติิ (ระเบีียบสำำนัักนายกรััฐมนตรีีว่่าด้้วยคณะกรรรมการนโยบายทรััพย์์สิินทางปััญญาแห่่งชาติิ พ.ศ. 2555 ข้อ้ 4)อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการควบคุุมการใช้้สารต้้องห้้ามทางการกีีฬา (พระราชบััญญััติิควบคุุมการใช้้สารต้้องห้้ามทางการกีีฬา พ.ศ. 2555 มาตรา 5)- อััยการสููงสุุดหรืือผู้้ที่่�อััยการสููงสุุดมอบหมาย เป็็นผู้้ประสานงานกลางตามพระราชบััญญััติิความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในทางแพ่่งเกี่่�ยวกัับการละเมิิดสิิทธิิควบคุุมดููแลเด็็ก พ.ศ. 2555 มีีอำำนาจหน้้าที่่�ดัังต่่อไปนี้้�(1) รัับคำำร้้องขอความช่่วยเหลืือจากผู้้ร้้องขอ(2) พิิจารณาและวิินิิจฉััยว่่าควรจะให้้หรืือขอความช่่วยเหลืือหรืือไม่่(3) ให้้ความร่่วมมืือกัับผู้้ประสานงานกลางหรืือเจ้้าหน้้าที่่�ผู้้มีีอำำนาจของต่่างประเทศรวมทั้้�งติิดตามและเร่่งรััดเพื่่�อให้้มีีการส่่งตััวเด็็กกลัับคืืนโดยเร็็วและเพื่่�อให้้บรรลุุวััตถุุประสงค์์อื่่�นตามพระราชบััญญััติินี้้�(4) สืืบหาแหล่่งที่่�อยู่่�ของเด็็กซึ่�ง่ถููกพาตััวมาหรืือถููกกัักตััวตามพระราชบััญญััติินี้้�(5) ดำำเนิินการเพื่่�อให้้มีีการปกป้้องเด็็กมิิให้้ได้้รัับอัันตราย หรืือป้้องกัันการปฏิิบััติิที่่�ไม่่เป็็นธรรมต่่อผู้้มีีส่่วนได้้เสีียทุุกฝ่่าย(6) ดำำเนิินการเพื่่�อให้้มีีการส่่งตััวเด็็กกลัับคืืนโดยสมััครใจหรืือเพื่่�อระงัับข้้อขััดแย้้งอย่่างฉัันมิิตรและเป็็นธรรม(7) แลกเปลี่่�ยนข้อมูู้ลเกี่่�ยวกัับเด็็ก(8) ให้้ข้้อมููลเกี่่�ยวกัับกฎหมายของประเทศไทยในส่่วนที่่�เกี่่�ยวกัับการดำำเนิินการตามพระราชบััญญััติินี้้�(9) ดำำเนิินการเพื่่�อให้้มีีการส่่งตััวเด็็กกลัับคืืนหรืือเพื่่�อให้้การใช้้สิิทธิิในการพบและเยี่่�ยมเยีียนเด็็กเป็็นไปอย่่างมีีประสิทธิิภาพ(10) จััดให้้มีีพนัักงานอััยการ ทนายความ หรืือที่่�ปรึึกษากฎหมาย เพื่่�อให้้มีีการส่่งตััวเด็็กกลัับคืืนหรืือเพื่่�อให้้การใช้้สิิทธิิในการพบและเยี่่�ยมเยีียนเด็็กเป็็นไปอย่่างมีีประสิิทธิิภาพ(11) ดำำเนิินการอย่่างอื่่�นเพื่อ่� ให้้การให้้หรืือการขอความช่่วยเหลืือตามพระราชบััญญััติินี้้�บรรลุผุลการดำำเนิินการของผู้้ประสานงานกลางต้อ้งกระทำำ โดยรวดเร็็วโดยถืือประโยชน์์ของเด็็กเป็็นสำำคััญและคำนึึ ำงถึึงความเป็็นไปได้้ที่่�ศาลจะมีีคำสั่่ ำ �งอนุุญาตตามคำร้ำ ้องขอหรืือไม่่ตามมาตรา 13 ด้้วย(พระราชบััญญััติิความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในทางแพ่่งเกี่่�ยวกัับการละเมิิดสิิทธิิควบคุุมดููแลเด็็ก พ.ศ. 2555 มาตรา 3, 5)
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 33 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- ในกรุุงเทพมหานคร ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุดุ หรืือในจัังหวัดอื่ั ่�น อััยการจัังหวัดัหรืือผู้แ้ ทนเป็็นกรรมการพิิจารณาอุุทธรณ์์การประเมิินภาษีีอากรที่่�อำำเภอไม่่มีีหน้้าที่่�ประเมิิน (ประมวลรััษฎากร มาตรา 30 ซึ่่�งแก้้ไขโดย (ฉบัับที่่� 16) พ.ศ. 2502 มาตรา 9)- ในกรุุงเทพมหานคร ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดหรืือในจัังหวััดอื่่�น อััยการจัังหวััดเป็็นกรรมการการเช่่าที่่�ดิินเพื่่�อเกษตรกรรมประจำำจัังหวััด (พ.ร.บ. การเช่่าที่่�ดิินเพื่่�อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 7)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการรัับเด็็กเป็็นบุุตรบุุญธรรม (พ.ร.บ. การรัับเด็็กเป็็นบุุตรบุุญธรรม พ.ศ. 2522 มาตรา 9)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นคณะกรรมการคุ้้มครองเด็็กกรุุงเทพมหานคร (พ.ร.บ. คุ้้มครองเด็็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 16)- ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการพิิจารณาโครงการ (พ.ร.บ. การร่่วมลงทุุนระหว่่างรััฐและเอกชน พ.ศ. 2562 มาตรา 13)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการวิินิิจฉััยอุุทธรณ์์ (พ.ร.บ. โรงเรีียนเอกชนพ.ศ. 2550 มาตรา 117)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการคุ้้มครองซากดึึกดำำบรรพ์์ (พ.ร.บ. คุ้้มครองซากดึึกดำำบรรพ์์ พ.ศ. 2551 มาตรา 6)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการกองทุุนเพื่่�อการส่่งคนต่่างด้้าวกลัับออกไปนอกราชอาณาจัักรและกรรมการพิิจารณาอุุทธรณ์์การทำำงานของคนต่่างด้้าว (พ.ร.ก. การบริิหารจััดการการทำำงานของคนต่่างด้้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 78, 101)- ในกรุุงเทพมหานคร ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นอนุุกรรมการสนัับสนุุนระดัับกรุุงเทพมหานคร และอนุุกรรมการสนัับสนุุนระดัับเขตกรุุงเทพมหานคร หรืือในจัังหวััดอื่่�น ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นอนุุกรรมการสนัับสนุุนระดัับจัังหวััด (ระเบีียบคณะกรรมการกองทุุนหมู่่�บ้้านและชุุมชนเมืืองแห่่งชาติิว่่าด้้วยการจััดตั้้�งและบริิหารกองทุุนหมู่บ้่� ้านและชุุมชนเมืืองแห่่งชาติิ พ.ศ. 2551 มาตรา 14, 15, 17)- อััยการจัังหวัดัเป็็นกรมการจัังหวัดัในการบริิหารราชการแผ่่นดิินในจัังหวัดนั้้�น (พ.ร.บ. ระเบีียบบริิหารราชการแผ่่นดิิน พ.ศ. 2534 มาตรา 53)- อััยการจัังหวัดัเป็็นกรรมการควบคุุมการขนส่่งทางบกประจำำจัังหวัดั (พ.ร.บ. การขนส่่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 17)- อััยการจัังหวัดัเป็็นกรรมการควบคุุมสิินค้้าตามชายแดน (พ.ร.ก. ควบคุุมสิินค้้าตามชายแดน พ.ศ. 2524 มาตรา 9)- อััยการจัังหวัดัหรืือผู้้แทนเป็็นอนุุกรรมการข้้าราชการตำำรวจประจำำจัังหวััด (พ.ร.บ. ระเบีียบข้้าราชการตำำ รวจ พ.ศ. 2521 มาตรา 39 ทวิิ ซึ่่�งแก้้ไขโดยข้้อ 9 แห่่งประกาศคณะ รสช. ฉบัับที่่� 38)- อััยการจัังหวััดเป็็นคณะกรรมการคุ้้มครองเด็็กจัังหวััด (พ.ร.บ. คุ้้มครองเด็็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 17)- อััยการจัังหวััดหรืือผู้้แทนเป็็นกรรมการคุ้้มครองและพััฒนาอาชีีพประจำำจัังหวััด (พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปรามการค้้าประเวณีี พ.ศ. 2539 มาตรา 16)- อััยการจัังหวััดเป็็นพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�ปฏิิบััติิการตามพระราชกำำหนดการกู้้ยืืมเงิินที่่�เป็็นการฉ้้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 34 สำ นักงานอัยการสูงสุด- อััยการจัังหวััดคุ้้มครองสิิทธิิและช่่วยเหลืือทางกฎหมายและการบัังคัับคดีีจัังหวััดเป็็นคณะกรรมการกำำกัับการทวงหนี้้�ประจำำจัังหวััด (พ.ร.บ. การทวงถามหนี้้� พ.ศ. 2558 มาตรา 27)- เป็็นกรรมการเรืือนจำำเพื่่�อตรวจพิิจารณากิิจการเรืือนจำำ และให้้คำำแนะนำำแก่่เจ้้าพนัักงานเรืือนจำำ (พ.ร.บ. ราชทััณฑ์์ พ.ศ. 2560 มาตรา 8)- เป็็นอััยการทหารตามคำำสั่่�งของผู้้มีีอำำนาจแต่่งตั้้�งตุุลาการตามความในมาตรา 30 แห่่งพระราชบััญญััติิธรรมธรรมนููญศาลทหาร พ.ศ. 2498 (พ.ร.บ. ธรรมนููญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 37)- ให้้คำำแนะนำำปรึึกษาในการสอบสวนคดีีเกี่่�ยวกัับป่่าไม้้หรืือทรััพยากรของชาติิกรณีีที่่�ผู้้ว่่าราชการจัังหวััด นายอำำเภอ หรืือปลััดอำำเภอผู้้เป็็นหััวหน้้าประจำำกิ่่�งอำำเภอใช้้อำำนาจเข้้าควบคุุมการสอบสวน (หนัังสืือที่่� มท1201/ว 686 ลงวัันที่่� 25 มิิถุุนายน 2527 และหนัังสืือที่่� มท1201/ว 472 ลงวัันที่่�10 เมษายน 2528)- ยื่่�นคำำร้้องขอให้้ศาลมีีคำำสั่่�งให้้ทรััพย์์สิินที่่�เกี่่�ยวกัับการกระทำำผิิดฐานฟอกเงิินตกเป็็นของแผ่่นดิิน (พ.ร.บ. ป้อ้งกัันและปราบปรามการฟอกเงิิน พ.ศ. 2542 มาตรา 49)- ยื่่�นคำำร้้องขอให้้ศาลมีีคำำสั่่�งให้้ยึึดหรืืออายััดทรััพย์์สิินที่่�เกี่่�ยวกัับการกระทำำผิิดฐานฟอกเงิินไว้้ชั่่�วคราว หากมีีเหตุุอัันควรเชื่่�อได้้ว่่าอาจมีีการโอนจำำหน่่าย หรืือยัักย้้ายไปเสีียซึ่่�งทรััพย์์สิินที่่�เกี่่�ยวกัับการกระทำำผิิด (พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปรามการฟอกเงิิน พ.ศ. 2542 มาตรา 55)- ยื่่�นคำำขอต่่อศาลเพื่อ่� ให้ออ้กคำำสั่่�งมิิให้้กระทำำการทารุุณกรรมแก่่เด็็ก โดยอาจกำำหนดมาตรการคุุมความประพฤติิและเรีียกประกัันด้้วยก็็ได้้ (พ.ร.บ. คุ้้มครองเด็็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 43)- ยื่่�นคำำร้อ้งขอให้้ศาลมีีคำำสั่่�งอนุุญาตให้ขั้ังจำำ เลยไว้้เพื่อส่่ ่�งตััวข้้ามแดนต่่อไป ในกรณีีมีีคำำร้อ้งขอจากรััฐบาลต่่างประเทศ ให้้ส่่งบุุคคลผู้้ใดผู้้หนึ่่�งข้้ามแดน (พ.ร.บ. ส่่งผู้้ร้้ายข้้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 8, 18, 19)- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตกรุุงเทพมหานคร และอััยการจัังหวััด เป็็นกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตจัังหวััดอื่่�น ทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิธุุรกิิจรัักษาความปลอดภััย พ.ศ. 2558 มาตรา 71- พนัักงานอััยการอาจทำำหน้้าที่่�อนุุกรรมการสอบสวนมีีอำำนาจหน้้าที่่�สืืบสวนและสอบสวนเกี่่�ยวกัับการกระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติิการแข่่งขัันทางการค้้า พ.ศ. 2560 ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการแข่่งขัันทางการค้้า พ.ศ. 2560 มาตรา 21- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นกรรมการในคณะกรรมการอุุทธรณ์์ ตามพระราชบััญญััติิภาษีีการรัับมรดก พ.ศ. 2558 มาตรา 26- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบตามพระราชบััญญััติิแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 มาตรา 123- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตกรุุงเทพมหานคร และอััยการจัังหวัดั เป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตจัังหวัดอื่ั ่�น ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิสััตว์์เพื่่�องานทางวิิทยาศาสตร์์ พ.ศ. 2558 มาตรา 48- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตกรุุงเทพมหานคร และอััยการจัังหวัดั เป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตจัังหวัดอื่ั ่�น ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิหอพััก พ.ศ. 2558 มาตรา 96
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 35 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- อััยการจัังหวััดซึ่่�งเป็็นหััวหน้้าที่่�ทำำการอััยการจัังหวััด เป็็นกรรมการในคณะกรรมการประมงจัังหวััด และผู้แ้ ทนสำนัำ ักงานอััยการสููงสุุด เป็็นคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชกำำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 26 มาตรา 170- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการคุุมประพฤติิ ตามพระราชบััญญััติิคุุมประพฤติิ พ.ศ. 2559 มาตรา 6- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบคดีีทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิพลัังงานนิิวเคลีียร์์เพื่่�อสัันติิ พ.ศ. 2559 มาตรา 144- พนัักงานอััยการการเรีียกมีีอำำนาจเรีียกค่่าสิินไหมทดแทนแทนผู้้เสีียหายตามกฎหมายว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการค้้ามนุุษย์์ โดยจะขอรวมไปกัับฟ้้องคดีีอาญา หรืือจะยื่่�นคำำร้้องในระหว่่างการพิิจารณาของศาลชั้้�นต้้นก็็ได้้ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิวิิธีีพิิจารณาคดีีค้้ามนุุษย์์ พ.ศ. 2559 มาตรา 13- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการราชทััณฑ์์ ในกรณีีผู้้ต้้องขัังร้้องเรีียนเกี่่�ยวกัับการถููกล่่วงละเมิิดทางเพศจากการปฏิิบััติิหน้้าที่่�โดยมิิชอบของเจ้้าพนัักงานของเรืือนจำำต้้องดำำเนิินการให้้ได้รั้ับความคุ้้มครองและให้คำ้ ำปรึึกษาในทัันทีี รวมทั้้�งคำำร้อ้งดัังกล่่าวต้อ้งรัักษาเป็็นความลัับและได้รั้ับการไต่่สวนชี้้�ขาดโดยพนัักงานอััยการตามหลัักเกณฑ์์ วิิธีีการ และเงื่่�อนไขที่่�กำำหนดในกฎกระทรวง ทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิราชทััณฑ์์ พ.ศ. 2560 มาตรา 8, 47- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการนโยบายการจััดซื้้�อจััดจ้้างและการบริิหารพััสดุุภาครััฐ (มาตรา 8) อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้้ ั�อจััดจ้้างและการบริิหารพััสดุุภาครััฐ (มาตรา 20) ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการวินิิจฉััยปััญหาการจัดซื้้ ัอจั�ดจ้ั ้างและการบริิหารพัสดุัุภาครััฐ (มาตรา 27) ผู้แ้ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการความร่่วมมืือป้้องกัันการทุุจริิต (มาตรา 37) ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการพิิจารณาอุุทธรณ์์และข้้อร้้องเรีียน (มาตรา 41) ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการจัดซื้้ ั�อจััดจ้้างและการบริิหารพััสดุุภาครััฐ พ.ศ. 2560- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการพิิจารณาอุุทธรณ์์ตามพระราชบััญญััติิภาษีีสรรพสามิิต พ.ศ. 2560 มาตรา 94- อััยการจัังหวััดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการควบคุุมผลิิตภััณฑ์์ยาสููบจัังหวััด ทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิควบคุุมผลิตภัิ ัณฑ์์ยาสููบ พ.ศ. 2560 มาตรา 21- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการพิิจารณาอุุทธรณ์์ ทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิศุุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 39- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการส่่งเสริิมและพััฒนาระบบเกษตรพัันธสััญญา ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการไกล่่เกลี่่�ยข้้อพิิพาทกรุุงเทพมหานครและอััยการจัังหวััดที่่�ได้้รัับมอบหมายเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการไกล่่เกลี่่�ยข้้อพิิพาทประจำำจัังหวััด ทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิส่่งเสริิมและพััฒนาระบบเกษตรพัันธสััญญา พ.ศ. 2560 มาตรา 6, 30, 31- กรณีีที่่�คู่่�สััญญาฝ่่ายใดฝ่่ายหนึ่่�งไม่่ปฏิิบััติิตามสััญญาประนีีประนอมยอมความให้้คู่่�สััญญาอีีกฝ่่ายหนึ่่�งยื่่�นคำำร้้องต่่อพนัักงานอััยการที่่�มีีเขตอำำ นาจ โดยพนัักงานอััยการมีีอำำนาจยื่่�นคำำร้้องต่่อศาลที่่�มีีเขตอำำนาจเพื่่�อให้้ออกคำำบัังคัับให้้ตามสััญญาประนีีประนอมยอมความดัังกล่่าว โดยให้้นำำกฎหมายว่่าด้้วยอนุุญาโตตุุลาการมาใช้้บัังคัับโดยอนุุโลม ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิส่่งเสริิมและพััฒนาระบบเกษตรพัันธสััญญาพ.ศ. 2560 มาตรา 37
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 36 สำ นักงานอัยการสูงสุด- พนัักงานอััยการมีีอำำนาจดำำเนิินการทั้้�งปวงเพื่อ่�เรีียกร้อ้งค่่าสิินไหมทดแทนเพื่อค่�วามเสีียหาย จากมลพิิษตามพระราชบััญญััติิความรัับผิดทิางแพ่่งต่่อความเสีียหายจากมลพิิษน้ำำ�มัันอัันเกิดิจากเรืือ พ.ศ. 2560 ในฐานะผู้เ้สีียหายแทนรััฐหรืือในฐานะผู้้รัับมอบอำำนาจจากเอกชนซึ่่�งได้รั้ับความเสีียหาย ทั้้�งนี้้� ไม่่เป็็นการตัดสิัทธิิที่่�เอกชนจะฟ้้องคดีีด้้วยตนเองในการดำำเนิินคดีีของพนัักงานอััยการ ให้้ได้้รัับยกเว้้นค่่าฤชาธรรมเนีียมทั้้�งปวงแต่่ไม่่รวมถึึงความรัับผิิดในค่่าฤชาธรรมเนีียมในชั้้�นที่่�สุุดในกรณีีที่่�ได้้รัับมอบอำำนาจจากเอกชนซึ่่�งได้้รัับความเสีียหายตามวรรคหนึ่่�งพนัักงานอััยการอาจมอบหมายให้้กรมเจ้้าท่่า กรมควบคุุมมลพิิษ และหน่่วยงานอื่่�นที่่�เกี่่�ยวข้้องพิิจารณาดำำเนิินการรวบรวมพยานหลัักฐาน ประเมิินค่่าสิินไหมทดแทนต่่อความเสีียหายจากมลพิิษ หรืือดำำเนิินการอื่่�นตามที่่�เห็็นสมควรก็็ได้้ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิความรัับผิิดทางแพ่่งต่่อความเสีียหายจากมลพิิษน้ำำ�มัันอัันเกิิดจากเรืือ พ.ศ. 2560 มาตรา 31- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการพิิจารณาโทษปรัับทางปกครอง ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิระบบการชำำระเงิิน พ.ศ. 2560 มาตรา 37- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการกองทุุนเพื่่�อการบริิหารจััดการการทำำงานของคนต่่างด้้าว ตามมาตรา 78 และผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นประธานกรรมการในคณะกรรมการร่่วม ตามมาตรา 101 แห่่งพระราชกำำหนดการบริิหารจััดการการทำำงานของคนต่่างด้้าวพ.ศ. 2560- พนัักงานอััยการมีีอำำนาจเรีียกร้้องทรััพย์์สิินหรืือราคาที่่�สููญเสีียไปเนื่่�องจากการกระทำำความผิิดตามมาตรา 128 หรืือมาตรา 129 แทนผู้้เสีียหาย พนัักงานอััยการจะขอรวมไปกัับฟ้้องคดีีอาญา หรืือจะยื่่�นคำำร้้องในภายหลัังขณะที่่�คดีีอาญานั้้�นยัังอยู่่�ในระหว่่างการพิิจารณาของศาลชั้้�นต้้นก็็ได้้ ทั้้�งนี้้� ไม่่ตััดสิิทธิิของผู้้เสีียหายที่่�จะยื่่�นคำำร้้องเพื่่�อเรีียกร้้องทรััพย์์สิินหรืือราคาที่่�สููญเสีียไปเพิ่่�มเติิมได้้ตามประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา ทั้้�งนี้้� ตามพระราชกำำหนดการบริิหารจััดการการทำำงานของคนต่่างด้้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 130- ข้้าราชการอััยการ อาจได้้รัับการแต่่งตั้้�งให้้ทำำหน้้าที่่�ในการให้้ความช่่วยคณะกรรมการการเลืือกตั้้�ง ในการดำำเนิินการตรวจสอบสำำนวนการสืืบสวนหรืือไต่่สวน ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิประกอบรััฐธรรมนููญว่่าด้้วยการเลืือกตั้้�งสมาชิิกสภาผู้้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 134- อััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการใน คณะกรรมการการบริิหารการแก้้ไขบำำบัดฟื้้ ั �นฟููเด็็กและเยาวชนที่่�กระทำำผิิด ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการบริิหารการแก้้ไขบำบัำ ัดฟื้้�นฟููเด็็กและเยาวชนที่่�กระทำำผิิด พ.ศ. 2561 มาตรา 5- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นประธานกรรมการ ในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบในเขตกรุุงเทพมหานคร และอััยการจัังหวัดัเป็็นประธานกรรมการ ในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ในเขตจัังหวัดอื่ั ่�น ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิทรััพยากรน้ำำ� พ.ศ. 2561 มาตรา 99- พนัักงานอััยการมีีหน้้าที่่�และอำำนาจดำำเนิินคดีีในศาลตามที่่�กรมทรััพยากรน้ำำ�หรืือหน่่วยงานของรััฐหรืือองค์์กรปกครองส่่วนท้อ้งถิ่่�นดัังกล่่าวมีีคำำขอในการฟ้้องคดีเีพื่อ่�เรีียกร้อ้งค่่าสิินไหมทดแทนความเสีียหายต่่อทรััพยากรน้ำำ�สาธารณะ ในกรณีีมีีผู้ใ้ดจงใจหรืือประมาทเลิินเล่่อกระทำำ โดยผิดิกฎหมายทำำ ให้้เกิดคิวามเสีียหายต่่อทรััพยากรน้ำำ�สาธารณะหรืือใช้ทรั้ ัพยากรน้ำำ�สาธารณะโดยไม่่มีีสิทธิติามกฎหมาย ผู้้นั้้�นกระทำำละเมิดต้ิอ้งรัับผิดิชดใช้้ค่่าสิินไหมทดแทนต่่อรััฐเพื่อ่�การนั้้�น ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิทรััพยากรน้ำำ� พ.ศ. 2561 มาตรา 83
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 37 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุด เป็็นประธานกรรมการ ในคณะกรรมการเปรีียบเทีียบ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิคุ้้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562 มาตรา 19- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการคุ้้มครองข้้อมููลส่่วนบุุคคล ทั้้�งนี้้�ตามพระราชบััญญััติิคุ้้มครองข้อมูู้ลส่่วนบุุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 8- อััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการนโยบายการรัักษาผลประโยชน์์ของชาติิทางทะเลผู้้แทนสำนัำ ักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการบริิหารศููนย์์อำำนวยการรัักษาผลประโยชน์์ของชาติิทางทะเล ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการรัักษาผลประโยชน์์ของชาติิทางทะเล พ.ศ. 2562 มาตรา 5 มาตรา 22- พนัักงานอััยการอาจมาสอบสวนร่่วมกัับพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่� หรืือมาปฏิิบััติิหน้้าที่่�ร่่วมกัับพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�เพื่่�อให้้คำำแนะนำำและตรวจสอบพยานหลัักฐานตั้้�งแต่่ชั้้�นเริ่่�มการสอบสวน เพื่่�อประสิิทธิิภาพในการสอบสวนคดีีที่่�อยู่่�ในหน้้าที่่�และอำำนาจของพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�ตามพระราชบััญญััติิการรัักษาผลประโยชน์์ของชาติิทางทะเล ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการรัักษาผลประโยชน์์ของชาติิทางทะเล พ.ศ. 2562 มาตรา 31- อััยการสููงสุุดเป็็นผู้้รัักษาการตามกฎหมายและมีีอำำนาจออกข้้อบัังคัับเพื่่�อปฏิิบััติิการตามกฎหมายว่่าด้้วยการไกล่่เกลี่่�ยข้้อพิิพาท ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการไกล่่เกลี่่�ยข้้อพิิพาท พ.ศ. 2562 มาตรา 7- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการบริิหารการผัังเมืืองส่่วนท้้องถิ่่�นในเขตกรุุงเทพมหานคร อััยการจัังหวััดซึ่่�งเป็็นผู้้ดำำรงตำำแหน่่งสููงสุุดของสำำนัักงานอััยการจัังหวััดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการบริิหารการผัังเมืืองส่่วนท้้องถิ่่�นในเขตจัังหวััดอื่่�น- ผู้้แทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการผัังเมืืองจัังหวััด ในเขตกรุุงเทพมหานครอััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการอุุทธรณ์์ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิการผัังเมืือง พ.ศ. 2562 มาตรา 52 มาตรา 85 และมาตรา 91- อััยการจัังหวััดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการป่่าชุุมชนประจำจัำ ังหวััดพนัักงานอััยการมีีอำำนาจดำำเนิินคดีีตามมาตรา 57 มาตรา 58 และมาตรา 59 และในกรณีีที่่�เกิิดความเสีียหายแก่่ทรััพย์์สิินส่่วนกลางของป่่าชุุมชนและคณะกรรมการจััดการป่่าชุุมชนมิิได้้ดำำเนิินการฟ้้องคดี ใีห้อธิ้ ิบดีีมีีอำำนาจส่่งเรื่อ่� งให้้พนัักงานอััยการพิิจารณาฟ้้องคดีีดัังกล่่าวเพื่อ่�เรีียกร้อ้งค่่าสิินไหมทดแทนความเสีียหายเพื่่�อจ่่ายให้้เป็็นทรััพย์์สิินส่่วนกลางของป่่าชุุมชนนั้้�นได้้ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิป่่าชุุมชน พ.ศ. 2562 มาตรา 23 มาตรา 60 มาตรา 61- พนัักงานอััยการมีีอำำนาจร้อ้งขอต่่อศาล ให้จ่่ ้ายเงิินสิินบนนำำจัับแก่่ผู้้นำำจัับในกรณีีที่่�มีีผู้้นำำจัับผู้้กระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติิอุุทยานแห่่งชาติิ พ.ศ. 2562ในการดำำเนิินคดีีอาญาแก่่ผู้้ฝ่่าฝืืนหรืือไม่่ปฏิิบััติิตามพระราชบััญญััติิอุุทยานแห่่งชาติิเมื่่�อพนัักงานอััยการยื่่�นฟ้้องคดีีอาญา ให้้เรีียกค่่าเสีียหายให้้แก่่รััฐตามมููลค่่าทั้้�งหมดของทรััพยากรธรรมชาติิที่่�ถููกทำำลาย สููญหาย หรืือเสีียหายไปในคราวเดียวีกััน ในกรณีีมีีผู้กระ ้ ทำำการหรืืองดเว้้นกระทำำการไม่่ว่่าจงใจหรืือประมาทเลิินเล่่อโดยมิิชอบด้้วยกฎหมาย และก่่อให้้เกิดคิวามเสีียหายแก่่ทรััพยากรธรรมชาติิในอุุทยานแห่่งชาติิ วนอุุทยาน สวนพฤกษศาสตร์์ หรืือสวนรุุกขชาติิพนัักงานอััยการมีีอำำนาจร้้องขอให้้ศาลสั่่�งริิบทรััพย์์สิิน บรรดาไม้้ สััตว์์ป่่าทรััพยากรธรรมชาติิอื่่�นใดที่่�มีีอยู่่�ในอุุทยานแห่่งชาติิ วนอุุทยาน สวนพฤกษศาสตร์์ หรืือสวนรุุกขชาติิที่่�บุุคคลได้้มาจากการกระทำคำวามผิิด หรืืออาวุุธ เครื่่�องมืือ เครื่่�องใช้้ สิ่่�งปลููกสร้้าง อุุปกรณ์์ สััตว์์พาหนะ ยานพาหนะ หรืือ
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 38 สำ นักงานอัยการสูงสุดเครื่่�องจัักรกลใด ๆ ที่่�บุุคคลได้้ใช้้ในการกระทำำความผิิด หรืือมีีไว้้เพื่่�อใช้้กระทำำความผิิด หรืือได้้ใช้้เป็็นอุุปกรณ์์ให้้ได้้รัับผลในการกระทำำความผิิดตามมาตรา 19 (1) (2) (4) (5) (7) หรืือ (10) โดยไม่่ต้้องคำำนึึงว่่าเป็็นของผู้กระ ้ ทำำความผิิดและมีีผู้้ถููกลงโทษตามคำพิำ ิพากษาของศาลหรืือไม่่ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิอุทุยานแห่่งชาติิ พ.ศ. 2562 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56- เมื่อ่�พนัักงานอััยการยื่่�นฟ้้องคดีีอาญาในแก่่ผู้้ฝ่่าฝืืนพระราชบััญญััติิสงวนและคุ้้มครองสััตว์ป่์ ่า พ.ศ. 2562 พนัักงานอััยการมีีอำำนาจเรีียกค่่าเสีียหายตามมาตรา 87 หรืือมาตรา 88 ไปในคราวเดียวีกัันพนัักงานอััยการมีีอำำนาจร้อ้งขอต่่อศาลให้สั่่้�งจ่่ายเงิินสิินบนนำำจัับแก่่ผู้้นำำจัับ ในกรณีีที่่�มีีผู้้นำำจัับผู้้กระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติินี้้�พนัักงานอััยการมีีอำำนาจร้้องขอให้้ศาลสั่่�งริิบทรััพย์์สิิน บรรดาไม้้ ซากสััตว์์ป่่าหรืือทรััพยากรธรรมชาติิอื่่�นใดที่่�มีีอยู่่�ในเขตรัักษาพัันธุ์์สััตว์์ป่่าหรืือเขตห้้ามล่่าสััตว์์ป่่าที่่�บุุคคลได้้มาจากการกระทำำความผิิด หรืือซากสััตว์์ป่่าหรืือผลิิตภััณฑ์์จากซากสััตว์์ป่่าที่่�ได้้มาจากการกระทำำความผิิดตามพระราชบััญญััติินี้้� อาวุุธ เครื่อ่�งมืือ เครื่อ่� งใช้้ สิ่่�งปลููกสร้้าง อุปุกรณ์์ สััตว์์พาหนะ ยานพาหนะ หรืือเครื่อ่�งจัักรกลใด ๆ ที่่�ได้้ใช้้ในการกระทำคำวามผิิดหรืือมีีไว้้เพื่่�อใช้้กระทำำความผิิดตามมาตรา 55 (1) (2) (3) (4) (5) หรืือ (6) หรืือมาตรา 67 (1) หรืือ (2) โดยไม่่ต้้องคำำนึึงว่่าเป็็นของผู้้กระทำำความผิิดและมีีผู้้ถููกลงโทษตามคำำพิิพากษาของศาลหรืือไม่่ ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิสงวนและคุ้้มครองสััตว์ป่์ ่า พ.ศ. 2562 มาตรา 107 มาตรา 108 และมาตรา 109- อััยการสููงสุดุเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการนโยบายตำำรวจแห่่งชาติิ ผู้แ้ ทนสำำนัักงานอััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการบริิหารกองทุุน เพื่่�อการสืืบสวน สอบสวน การป้้องกัันและปราบปรามการกระทำำความผิิดทางอาญา ทั้้�งนี้้� ตามพระราชบััญญััติิตำำรวจแห่่งชาติิ พ.ศ. 2565 มาตรา 14 และมาตรา 159- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการป้้องกัันการกระทำำความผิิดซ้ำำ�ตามพระราชบััญญััติิมาตรการป้้องกัันการกระทำำความผิิดซ้ำำ� ในความผิิดเกี่่�ยวกัับเพศหรืือที่่�ใช้้ความรุุนแรง พ.ศ. 2565 มาตรา 8- อััยการสููงสุุดเป็็นกรรมการ ในคณะกรรมการป้้องกัันและปราบปรามการทรมานและการกระทำำ ให้้บุุคคลสููญหาย ตามพระราชบััญญััติิป้้องกัันและปราบปรามการทรมานและการกระทำำ ให้้บุุคคลสููญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 14พนัักงานอััยการมีีอำำนาจสอบสวนและรัับผิิดชอบตามประมวลกฎหมายวิิธีีพิิจารณาความอาญา และดำำเนิินคดีีความผิิดตามกฎหมายว่่าด้้วยการป้้องกัันและปราบปรามการทรมานและการกระทำำ ให้้บุุคคลสููญหายและความผิดอื่ิ ่�นที่่�เกี่่�ยวพัันกััน ตามมาตรา 31 ตลอดจนมีีอำำนาจเข้้าตรวจสอบหรืือกำำกัับการสอบสวนในกรณีีหน่่วยงานอื่่�นที่่�ไม่่ใช่่พนัักงานอััยการเป็็นผู้้ทำำการสอบสวนความผิิดตามกฎหมายดัังกล่่าว- พนัักงานอััยการมีีอำำนาจดำำเนิินคดีีความผิิดทางพิินััย ตามพระราชบััญญััติิว่่าด้้วยการปรัับเป็็นพิินััย พ.ศ. 2565
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 39 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALข้อมูลงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567หน่วย : บาทยุทธศาสตร์ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐค่าใช้จ่ายบุคลากรค่าใช้จ่ายดำเนินงานค่าใช้จ่ายลงทุนรวมทั้งสิ้นค่าครุภัณฑ์ค่าที่ดินและ สิ่งก่อสร้างแผนงาน : บุคลากรภาครัฐ แผนงานรอง : บุคลากรภาครัฐ รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ จัดการของรัฐสภา ศาล และหน่วยงานอิสระของรัฐกิจกรรม : สนับสนุนงานอำนวยความยุติธรรมทางอาญา รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และคุ้มครองสิทธิประชาชน7,981,833,000.00 197,916,100.00 - - 8,179,749,100.00แผนงาน : พื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ แผนงานรอง : การจัดการรัฐสภา ศาล และหน่วยงานอิสระของรัฐผลผลิต : การอำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐและคุ้มครองสิทธิประชาชน- 3,464,050,100.00 316,371,600.00 686,967,500.00 4,467,389,200.00แผนงาน : ยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม - 5,704,300.00 180,671,600.00 - 186,375,900.00งบกลาง เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น - - - - -รวมงบประมาณที่ได้รับจัดสรรทั้งสิ้น 7,981,833,000.00 3,667,670,500.00 497,043,200.00 686,967,500.00 12,833,514,200.00
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 40 สำ นักงานอัยการสูงสุดสถิติงบประมาณรายจ่ายเปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2563 - 2567)หน่วย :บาทปีงบประมาณค่าใช้จ่ายบุคลากรค่าใช้จ่ายดำเนินงานค่าใช้จ่ายลงทุนรวมงบประมาณ ที่ได้รับจัดสรรทั้งสิ้นค่าครุภัณฑ์ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างพ.ศ. 2563 6,655,971,400.00 2,507,026,600.00 213,806,100.00 789,770,800.00 10,166,574,900.00พ.ศ. 2564 6,823,955,000.00 2,528,527,400.00 330,103,400.00 1,026,329,900.00 10,708,915,700.00พ.ศ. 2565 7,426,977,200.00 2,561,962,600.00 193,508,500.00 1,264,001,400.00 11,446,449,700.00พ.ศ. 2566 7,745,186,500.00 3,130,447,570.00 38,475,800.00 1,154,738,000.00 12,068,847,870.00พ.ศ. 2567 7,981,833,000.00 3,667,670,500.00 497,043,200.00 686,967,500.00 12,833,514,200.00รวมทั้งสิ้น36,633,923,100.00 14,395,634,670.00 1,272,937,000.00 4,921,807,600.00 57,224,302,370.00สถิิติิงบประมาณรายจ่่ายเปรีียบเทีียบ ย้้อนหลััง 5 ปีีงบประมาณ (พ.ศ. 2563 - 2567)
ANNUAL REPORT FISCAL YEAR 2024 41 OFFICE OF THE ATTORNEY GENERALอัตรากำลังข้าราชการอัยการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567หน่วย : คนข้าราชการอัยการระดับ รวม อัยการอาวุโสรวมทั้งหมด1 2 3 4 5 6 7 8ชาย 98 464 348 700 309 575 16 1 2,511 429 2,940หญิง 45 379 248 296 119 146 1 0 1,234 81 1,315รวม 143 843 596 996 428 721 17 1 3,745 510 4,255สถิติเปรียบเทียบอัตรากำลังข้าราชการอัยการ ย้อนหลัง 5 ปีหน่วย : คนปีงบประมาณ พ.ศ. ชั้น 1-8 อัยการอาวุโส รวม2563 3,787 449 4,2362564 3,661 490 4,1512565 3,708 516 4,2242566 3,850 510 4,3602567 3,745 510 4,255อััตรากำลัำ ังข้้าราชการอััยการ ประจำำปีีงบประมาณ พ.ศ. 2567หน่่วย : คนข้าราชการอัยการระดับ รวม อัยการอาวุโสรวมทั้งหมด1 2 3 4 5 6 7 8ชาย 98 464 348 700 309 575 16 1 2,511 429 2,940หญิง 45 379 248 296 119 146 1 - 1,234 81 1,315รวม 143 843 596 996 428 721 17 1 3,745 510 4,255สถิิติิเปรีียบเทีียบอััตรากำำลัังข้้าราชการอััยการ ย้้อนหลััง 5 ปีีหน่่วย : คนปีงบประมาณ พ.ศ. ชั้น 1-8 อัยการอาวุโส รวม2563 3,787 449 4,2362564 3,661 490 4,1512565 3,708 516 4,2242566 3,850 510 4,3602567 3,745 510 4,255
รายงานประจำปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 42 สำ นักงานอัยการสูงสุดอััตรากำำลัังข้้าราชการธุุรการ ลููกจ้้างประจำำ และพนัักงานราชการ ประจำปีำ ีงบประมาณ พ.ศ. 2567หน่่วย : คนชื่อตำ�แหน่ง ชาย หญิง รวมประเภทบริหารนักบริหาร ระดับสูง 4 - 4นักบริหาร ระดับต้น 1 4 5ประเภทอำ�นวยการผู้อำ�นวยการ ระดับสูง 15 29 44ผู้อำ�นวยการ ระดับต้น 10 76 86ประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ - 1 1ระดับเชี่ยวชาญ 3 10 13ระดับชำ�นาญการพิเศษ 95 254 349ระดับชำ�นาญการ 365 1,208 1,573ระดับปฏิบัติการ 952 2,105 3,057ประเภททั่วไประดับอาวุโส 6 62 68ระดับชำ�นาญงาน 129 622 751ระดับปฏิบัติงาน 72 353 425รวม : ข้าราชการธุรการ 1,652 4,724 6,376ลูกจ้างประจำ� 54 35 89พนักงานราชการ 24 91 115