The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุรอบตัวเรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanokwansom2540, 2022-02-18 06:23:59

วิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุรอบตัวเรา

วิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุรอบตัวเรา

45

กับวัยของนักเรียน กําหนดขอบขายเนื้อหาสาระใหชัดเจนเขาใจงาย การใชชุดกิจรรมเกิดจากผูเรียน
ไดทํากิจกรรมดวยตนเองทําใหเกิดการเรียนรูอยางมีคุณคาและมีความหมาย สอดคลองกับการเรียน
การสอนแบบสืบเสาะหาความรูท่ี ภพ เลาหไพบูลย (2542, น. 123) กลา ววา การสอนแบบสืบเสาะหา
ความรู เปนการสอนที่เนนกระบวนการแสวงหาความรูที่จะชวยใหนักเรียนไดคนพบความจริงตางๆ
ดวยตนเอง ใหนักเรียนมีประสบการณตรงโดยครูทําหนาท่ีคลายผูชวย จึงม่ันใจไดวาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนดานความรูเปนตัวบงช้ีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท ่ี มณฑารัตน ชูพินิจ (2540,
น. 12) ไดสรุปวา ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ความสําเร็จในการพยายามเขาถึงความรู ซึ่งเกิด
จากการทํางานที่ตองอาศัยความพยายามอยางมากทั้งองคประกอบที่เกี่ยวของกับสติปญญาและ
องคประกอบที่ไมใชสติปญญา แสดงออกในรูปของคะแนน หรือเกรดเฉลยี่ สะสม ซ่ึงสามารถสังเกตได
จากการวัดหรอื การทดสอบท่วั ไป สอดคลองกบั งานวิจยั ของ ภริ ะษา เสรีวรยศ (2561 น. 101)

ขอ เสนอแนะ

จากการวิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร เร่ือง วัสดุรอบตัวเรา สําหรับ
นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที่ 1 ครั้งนี้ ผูวิจัยนาํ เสนอขอเสนอแนะดงั น้ี

1. ขอ เสนอแนะในการนาํ ไปใช
1.1 ชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตรสําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ซึ่ง

เปนนักเรียนท่ีอยูในระดับประถมศึกษาท่ีอาจยังไมไดฝกกระบวนการทางวิทยาศาสตรมากอนครูตอง
ใหคําแนะนําอยางใกลชิดและใชเทคนิคการใชคําถาม เพ่ือใหนักเรียนไดฝกทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรในขณะที่อยูในขั้นตอนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู

1.2 การเตรียมสื่อใหครบถวนสอดคลองกับชุดกิจกรรมในเลมทําใหการฝกทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรดําเนินไปดวยความเรียบรอยและเกิดผลสําเร็จตามจุดประสงคการ
เรยี นรู

2. ขอเสนอแนะเพอื่ ทําวิจัยตอไป
2.1 ควรทําการวิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตรหนวยการเรียนรู

อ่นื ๆ เพือ่ ความตอเนือ่ งในการฝกทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร

46

เอกสารอางอิง

ประถมพร โคตา. 2554. การศกึ ษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร และความสารถในการคิด
วเิ คราะห ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 1 ที่ไดร ับการจดั การเรียนรโู ดยใชช ดุ กิจกรรม
การเรยี นรแู บบสืบเสาะหาความรแู ละการเขยี นผังมโนมต.ิ ปรญิ ญานิพนธป ริญญาเอก,
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ.

ปานลดา เอกนวพุฒพิ ันธุ. 2560. ผลการใชชุดกจิ กรรมวชิ าวทิ ยาศาสตร เรื่อง พืชใกลตัว สําหรับ
นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที่ 4. วทิ ยานพิ นธปริญญาโท, มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค.

ภริ ะษา เสรวี รยศ. 2561. ผลการใชชุดกิจกรรมการเรียนรู เรือ่ ง วสั ดุรอบตวั เรา โดยใชวฏั จักร
การเรียนรแู บบ 4MAT สําหรบั นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3. วทิ ยานพิ นธป รญิ ญาโท,
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบุรรี มั ย.

มูรชดี าฮ สาหลงั , ดร.สธน เสนาสวัสดิ์ และ ดร.ปรีดา เบญ็ คาร. 2561. การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการ
เรยี นและความสามารถในการคดิ วเิ คราะห เรอ่ื งกระบวนการเปลีย่ นแปลงของโลกของ
นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 โดยใชวธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรูรวมกับชดุ กจิ กรรม.
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสงขลา.

47

ภาคผนวก

48

ภาคผนวก ก
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร เรอื่ งวสั ดรุ อบตวั เรา

และแผนการจดั การเรยี นรู

49

50

คาํ นํา

ชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตรเร่ือง ส่ิงตางๆรอบตัวเรา กลุมสาระ
การเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที่ 1 จัดทําข้ึนเพื่อใช
เปนสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรูและสงเสริมใหนักเรียนมีทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ประกอบดว ยเน้อื หาจากงายไปหายาก กิจกรรมที่
เนนผูเรียนเปนสําคัญ นักเรียนสามารถปฏิบัติตามข้ันตอนได ดวยตนเอง ไดฝก
ความสามารถในการคิด การแกปญหา และการใชทักษะชีวิต ชวยพัฒนาการ
เรียนรู ทางดานวิทยาศาสตรของนักเรียนใหมีประสิทธิภาพและยกระดับ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ซ่ึงชุดกิจกรรม เรื่อง สิ่งตางๆรอบตัวเรา ประกอบดวย
ชุดกิจกรรม ดังตอ ไปน้ี

ชดุ ที่ 1 ของเลน และของใชใกลตัว
ชดุ ที่ 2 วตั ถแุ ละวสั ดุ
ชุดท่ี 3 ชนิดของวัสดุ
ชุดท่ี 4 สมบัติของวัสดุ
ชุดที่ 5 วสั ดุในชีวติ ประจําวัน
ชุดที่ 6 วตั ถุทาํ จากวสั ดุหลายชนดิ
ชดุ ที่ 7 ประโยชนข องวสั ดุ
ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร ชุดน้ีนักเรียนสามารถศึกษาคนควาดวยตนเอง
ตามคําแนะนําของครู โดยจัดกิจกรรมการเรียนรูในรูปของชุดกิจกรรม เพื่อ
สะดวกในการใชท้ังครูและนักเรียนเพื่อให เปนไปตามเปาหมายของหลักสูตร
แกนกลางสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับรับปรุง พ.ศ.2560)

51

สารบญั หนา

คํานํา ข
สารบัญ 1
คําชี้แจงการใชชดุ กิจกรรม 7
สาระและมาตรฐานการเรียนรู 8
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี น 21
กระดาษคาํ ตอบแบบทดสอบกอนเรียน 35
เฉลยชดุ กิจกรรมที่ 1 ของเลนและของใชใกลต วั 51
เฉลยชุดกจิ กรรมท่ี 2 วตั ถุและวัสดุ 73
เฉลยชดุ กจิ กรรมท่ี 3 ชนดิ ของวสั ดุ 87
เฉลยชดุ กจิ กรรมที่ 4 สมบัตขิ องวัสดุ 101
เฉลยชุดกจิ กรรมที่ 5 วัสดใุ นชีวติ ประจําวนั
เฉลยชุดกจิ กรรมท่ี 6 วตั ถทุ ําจากวัสดหุ ลายชนิด
เฉลยชุดกิจกรรมท่ี 7 ประโยชนของวัสดุ
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
กระดาษคําตอบแบบทดสอบหลังเรียน

52

คําชแ้ี จงการใชช ุดกจิ กรรม

ชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 หนวย
การเรียนรู ส่ิงตางๆรอบตัว แบงเปน 2 บทเรียน มีท้ังหมด 11 ชุด ซ่ึงใน
แตละชุดจะประกอบดว ยรายละเอยี ด ดงั นี้

1. ชือ่ ชุดกจิ กรรม
2. จุดประสงคการเรยี นรู
3. วสั ด/ุ อุปกรณ
4. ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
5. บันทึกผลการทดลอง
6. คาํ ถามทายกจิ กรรม
ขอ ปฏิบตั คิ วบคูก ับการเรียนรู
1. นกั เรยี นควรศึกษาและปฏบิ ัติดงั นี้
2. ศึกษาจุดประสงคการเรยี นรู
3. ศึกษาและทําความเขาใจเกี่ยวกับใบความรูอยางละเอียด กอน
ทําแบบฝกทักษะทุกคร้งั
4. ทําแบบฝก ทักษะดว ยตนเองอยางรอบคอบ ซือ่ สตั ย มวี นิ ยั

53

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

มาตรฐาน

ว 2.1 เขา ใจสมบตั ิของสสารองคประกอบของสสารความสมั พนั ธระหวา งสมบตั ิ
ของสสารกับโครงสรางและแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาคหลักและธรรมชาติของการ
เปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี

ตัวชว้ี ดั

1. วัสดุที่ใชทําวัตถุที่เปนของเลนของใชมีหลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก
ยาง ไม อิฐ หิน กระดาษ โลหะวัสดุแตละชนิดมีสมบัติท่ีสังเกตไดตาง ๆเชน สี นุม
แข็ง ขรขุ ระ เรยี บ ใสขนุ ยดื หดได บิดงอได

2. สมบัติท่ีสังเกตไดของวัสดุแตละชนิดอาจเหมือนกัน ซ่ึงสามารถนํามาใช
เปน เกณฑใ นการจดั กลมุ วัสดไุ ด

3. วัสดุบางอยางสามารถนํามาประกอบกันเพื่อทําเปนวัตถุตาง ๆ เชนผาและกระดมุ
ใชท ําเสอ้ื ไมแ ละโลหะใชท ํากระทะ

54

สาระและมาตรฐานการเรียนรู

มาตรฐาน

ว 2.3 เขาใจความหมายของ พลังงานการเปล่ียนแปลงและการถายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธระหวางสสารและพลังงานพลังงานในชีวิตประจําวันธรรมชาติของคล่ืน
ปรากฏการณท่ีเกี่ยวของกับเสียง แสง และคลื่นแมเหล็กไฟฟารวมท้ังนําความรูไปใช
ประโยชน

ตัวช้วี ดั

1. เสียงเกิดจากการส่ันของวัตถุ วัตถุท่ีทําใหเปนแหลงกําเนิดเสียง ซึ่งมีท้ัง
แหลงกําเนิดเสียงตามธรรมชาติและแหลงกําเนิดเสียงท่ีมนุษยสรางข้ึนเสียง
เคลอื่ นที่ออกจากแหลงกําเนิดเสยี งทกุ ทศิ ทาง

55

แบบทดสอบกอ นเรยี น

กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปท่ี 1
บทท่ี 1 วสั ดุรอบตวั เรา จาํ นวน 20 ขอ เวลา 45 นาที

คาํ ชี้แจง
1. ขอสอบเปนแบบปรนัย 3 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ คะแนนเต็ม 20 คะแนน
2. ใหนักเรยี นทาํ เคร่อื งหมาย  ลงในกระดาษคาํ ตอบทเี่ หน็ วาถกู ตอ งทส่ี ดุ เพยี งคาํ ตอบ
เดยี ว

เกณฑก ารใหค ะแนน
ตอบถูก ขอ ละ 1 คะแนน
ตอบผดิ หรือ ไมตอบ ขอ ละ 0 คะแนน

1. ขอ ใดจดั เปนของใชส วนตัว

ก. ถังนา้ํ ข. รองเทา ค. จาน
ค. ถกู ตองทง้ั ขอ ก. และขอ ข.
2. วสั ดุชนิดใดใชท าํ ไมบ รรทัดได ค. น้ําหนักเบา

ก. ไม ข. พลาสตกิ ค. ยางลบ

3. ขอ ใดไมใ ชค ุณสมบตั ิของกระดาษ

ก. กนั นาํ้ ได ข. ฉีกขาดงาย

4. สง่ิ ใดทําจากไม

ก. ปากกา ข. ดนิ สอ

56

5. สิ่งใดควรเก็บไวในครวั

6. วสั ดปุ ระเภทหนัง นิยมนําไปทําอะไร

ก. โตะ ข. เสื้อผา ค. รองเทา
ค. หมอ
7. สิ่งใดเปนของเลน ค. ตุกตา
ค. เกบ็ เขา ท่ีใหเรียบรอ ย
ก. ลกู แกว ข. แกว น้ํา ค. กระดาษ
ค. กระดาษ
8. ส่งิ ใดเปน ของใช ค. กระจกหนา ตา ง

ก. ลูกโปง ข. ยางลบ

9. เลนของเลน เสร็จแลว ควรทาํ อยางไร

ก. ทงิ้ ไวตรงทเี่ ลน ข. เรียกใหแ มม าเกบ็

10. วสั ดุชนิดใดเหมาะสาํ หรับทาํ เส้อื กันฝน

ก. ผา ข. พลาสตกิ

11. หากตอ งการหมอนท่ีนุม ควรทําจากวสั ดใุ ด

ก. ไม ข. ผา

12. วตั ถุในขอ ใดท่ีทําจากวัสดชุ นดิ เดียวกับขวดแชมพู

ก. หมอ ข. เสอ้ื กนั ฝน

57

13. วัตถใุ นขอใดทําจากวัสดุท่ีแตกตา งจากวสั ดุทใี่ ชท ําหนงั สอื

ก. รม ข.สมดุ ค. หนังสอื พมิ พ

14. วตั ถใุ ดทาํ จากวัสดุไดห ลายชนดิ

ก. จาน ข. ลูกปงปอง ค. หนงั สอื พิมพ

15. วตั ถใุ ดประกอบดวยวัสดุไดห ลายชนิด

ก. ดนิ สอ ข. ลูกปงปอง ค. ตะเกียบ

16. วตั ถุใดควรทําจากวัสดุท่ีแขง็

ก. รองเทา ข. ผา หม ค. กระดาษ

17. วัตถุใดควรทาํ จากวัสดุที่ยดื ได

ก. ถุงเทา ข. ไมบ รรทดั ค. หนาจอโทรศพั ท

18. ถาตองการวัตถุทม่ี ผี ิวมันวาว ควรทําจากวัสดุใด

ก. พลาสตกิ ข. โลหะ ค. แกว

19. ครกหนิ ทาํ จากวสั ดุชนิดใด

ก. กระดาษ ข. แกว ค. หิน

20. ขอใดคือวัตถุ

ก. ชอ น ข. ผา ค. กระดาษ

58

ตัวเลือก กระดาษคาํ ตอบ
ขอ แบบทดสอบกอ นเรียน

1 ก ข คง
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

59

ใบความรูท่ี 1
ของเลนและของใชใ กลต ัว
จดุ ประสงคการเรียนรู
1. สามารถอธิบายสง่ิ ของท่ีสังเกตได (K)
2. สามารถระบุส่ิงของทสี่ งั เกตได (P)
3. มีความมุงมั่นในการทาํ งาน (A)

วัตถุ หมายถึง สิ่งของตางๆ รอบตัว เชน จาน ชอน
หนังสือ
วสั ดุ หมายถึง สง่ิ ท่ีนํามาทําเปนวัตถหุ รือสิ่งของเคร่ืองใช
ตางๆ เชน ผา กระดาษ โลหะ แกว ไม

ตวั อยางเชน

ของใช ของเลน

60

แบบฝกทักษะที่ 1
ของเลนและของใชใ กลตวั
แบบฝกทักษะท่ี 1.1 ใหน ักเรียนวงกลมลอมรอบรูปภาพที่เปน ของใช

กระดาษ ชอ น ลูกบอล

ถาดอาหาร ตกุ ตา จาน

61

แบบฝก ทักษะท่ี 1
ของเลนและของใชใกลต วั
แบบฝกทกั ษะท่ี 1.2 ใหนกั เรยี นโยงเสนรูปภาพไปหาคาํ ใหถูกตอง

ของเลน

ของใช

62

แผนการจดั การเรยี นรูที่ 1

รหสั วิชา ว 11101 กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปท่ี 1
หนว ยท่ี 3 เรื่อง สิง่ ตางๆรอบตวั เรา เวลา 32 ชัว่ โมง
เรือ่ ง ของเลนของใชใกลต ัว เวลา 3 ชวั่ โมง
ผูสอน นางสาวกนกวรรณ สมสมัย โรงเรยี นอนุบาลวัดปต ลุ าธิราชรงั สฤษฎ์ิ

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของ

สสารกับโครงสรางและแรงยึดเหน่ียวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตวั ช้วี ดั

1. อธิบายสมบัติทส่ี งั เกตไดข องวสั ดุทีใ่ ชทาํ วัตถุซ่งึ ทําจากวสั ดุชนิดเดยี วกันหรือหลายชนิดประกอบ
กันโดยใชห ลักฐานเชิงประจักษ

2. ระบุชนดิ ของวสั ดุและจัดกลมุ วสั ดตุ ามสมบตั ิที่สังเกตได
สาระสาํ คัญ

วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซ่ึงสามารถ
นาํ มาใชจดั กลมุ วสั ดุได วัตถุแตล ะชิน้ อาจทําจากวสั ดชุ นิดเดยี วหรือประกอบจากวัสดหุ ลายชนิด
จุดประสงคการเรียนรู

1. สามารถอธบิ ายสงิ่ ของที่สังเกตได (K)
2. สามารถระบุสิง่ ของท่สี ังเกตได (P)
3. มคี วามมุงมั่นในการทาํ งาน (A)
สาระการเรยี นรู
ดา นความรู
วสั ดทุ ใี่ ชท ําวตั ถุท่เี ปน ของเลน ของใช มีหลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก ยาง ไม อิฐ หนิ กระดาษ
โลหะ วัสดุแตละชนิดมีสมบัติท่ีสังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุน ยืดหดได บิดงอได
สมบตั ิทีส่ งั เกตไดของวสั ดุแตละชนิดอาจเหมือนกัน ซ่งึ สามารถนํามาใชเ ปนเกณฑในการจดั กลุม วัสดุได วสั ดุ
บางอยา งสามารถนํามาประกอบกันเพื่อทําเปนวัตถุตา งๆ เชน ผาและกระดุม ใชท ําเส้ือ ไมและโลหะ ใชทํา
กระทะ
ดานสําคัญในการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร
1. ดา นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร

1.1 ทกั ษะการสงั เกต
1.2 ทักษะการลงความเหน็ จากขอมลู
2. ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21
2.1 ทักษะดานความรว มมือและการทาํ งานเปนทีม

63

2.2 ทกั ษะดา นการสือ่ สาร
ดานเจตคติทางวิทยาศาสตร

1. ใฝรใู ฝเรยี น
2. มงุ ม่ันในการทาํ งาน
สมรรถนะสาํ คญั
1. ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสาํ รวจ การคิดวเิ คราะห การจาํ แนกประเภท
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- การอาน การอธิบาย การพดู หนาชนั้ เรยี น
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ชุดกจิ กรรมที่ 1 ของเลนและของใชใ กลตวั
- แบบบันทึกกิจกรรม

กระบวนการจัดการเรยี นรู (รูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู : 5Es) การวดั และประเมินผล
กิจกรรมการเรยี นรู สอื่ /แหลง เรียนรู
ขั้นตอนที่ 1 : ขน้ั สรา งความสนใจ สื่อ วธิ กี ารวัดและประเมินผล
(Engagement) - ภาพสิง่ ของ 1.ทําแบบบนั ทกึ กจิ กรรม
1. ครูชักชวนนักเรียนมาเรียนรูเก่ียวกับ 2.ทาํ แบบประเมินดานทักษะ
วัสดุรอบตัว โดยใชค าํ ถาม ดังนี้ แหลง เรยี นรู 3.ทาํ แบบประเมินดานเจตคติ
1.1 สิง่ ของทน่ี ักเรียนเห็นมีอะไรบาง - หองเรยี น
1.2 ส่ิงของท่ีนักเรียนสังเกตสวนใหญ
เปน วสั ดอุ ะไร เคร่อื งมอื
ขั้นตอนที่ 2 : ข้นั สาํ รวจและคน หา 1.แบบประเมินกิจกรรม
(Exploration) 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
2. ครใู หน กั เรียนสังเกตรูปภาพส่ิงของ วา กระบวนการทางวิทยาศาสตร
สิ่งของที่อยูในรูปมีอะไรบาง ส่ิงของแต 3.แบบประเมินดานเจตคติ
ละชนดิ ทําจากอะไร
3. ครูแจกแบบบนั ทึกกิจกรรมใหนักเรียน
4. ใหนักเรียนตอบคําถามตามที่นักเรียน เกณฑการประเมนิ
สังเกตเหน็ ลงในแบบบันทึกกิจกรรม 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
ข้ันตอนที่ 3 : ข้ันอธิบายและลงขอสรปุ ผา นเกณฑ
(Explanation) 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
5. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ ผา นเกณฑ
คดิ เห็นเกีย่ วกบั ขอมลู ที่ไดจ ากการเรยี น 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
6. นักเรียนทุกคนและคุณครูรวมกัน ผานเกณฑ
อภิปรายและสรปุ บทเรียน

64

กจิ กรรมการเรียนรู สื่อ/แหลง เรียนรู การวัดและประเมนิ ผล
ข้ันตอนท่ี 4 : ขั้นขยายความรู
(Elaboration)
7. ครูชักชวนนักเรยี นคดิ โดยใชคําถาม
ดงั นี้ นอกจากภาพสิ่งของที่ครูนํามาใหดู
มสี ่ิงของอะไรอกี บางที่ตา งจากครูที่
นกั เรียนเคยเหน็
ข้นั ตอนท่ี 5 : ข้ันประเมิน
(Evaluation)
8. ครปู ระเมนิ ดังน้ี

8.1 แบบประเมนิ ใบกิจกรรม
8.2 แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติงาน
รายบุคคล
8.3 แบบสงั เกตเจตคตริ ายบุคคล

65

แบบประเมนิ ใบกิจกรรม

คําช้แี จง : ใหผูส อนประเมินชน้ิ งานของผเู รยี นในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนนลงในตารางที่ตรง
กบั พฤตกิ รรมของผเู รียน (ดูเกณฑใ นหนาตอไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรบั ปรงุ

ความรู การเช่ือมโยง ความสะอาด
เลขท่ี ช่อื - สกลุ ความรู เรียบรอย รวม
123123123

ลงช่อื ................................................... ผูประเมนิ
.............../.............../................

66

เกณฑก ารประเมินใบกิจกรรม

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
1. ความรู สามารถอธบิ ายชนิด ของวสั ดุแตไมสามารถ
ของวัสดแุ ละจําแนก สามารถอธบิ ายชนดิ จาํ แนกวสั ดไุ ด
วัสดไุ ดครบ และ ของวัสดุและจําแนก
ถูกตอง วสั ดไุ ดบางสวนและ สามารถเชอื่ มโยง
2.การเชอ่ื มโยงความรู สามารถเชอื่ มโยง ถกู ตอง ความรไู ด แตไมเ ปน ไป
ความรไู ดถูกตอง สามารถเช่ือมโยง ตามลาํ ดับ
ตามลาํ ดับความสําคัญ ความรูไดแ ละลาํ ดับ ความสมั พนั ธ
ความสาํ คัญคอนขาง ชน้ิ งานไมสะอาด ขาด
3. ความสะอาด ชน้ิ งานมคี วามสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรยี บรอ ย เรยี บรอ ยในรูปแบบท่ี ชน้ิ งานมีความสะอาด เรยี บรอย
ถูกตองและสวยงาม เรียบรอ ยและมี
ขอบกพรองเพยี ง
เลก็ นอย

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ

เกณฑการผา น ไดร ะดับคุณภาพดี

67

แบบประเมนิ ดา นทกั ษะ

คําช้ีแจง : ใหผ สู อนประเมินจาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนน
ลงในตารางท่ตี รงกบั พฤติกรรมของผูเรยี น (ดเู กณฑใ นหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

ทักษะกระบวนการ ทักษะในศตวรรษท่ี
ทางวิทยาศาสตร 21

เลขที่ ชอื่ - สกุล การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก

ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ

การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม

ลงช่ือ ................................................... ผปู ระเมนิ
.............../.............../...............

68

เกณฑการประเมินดานทกั ษะ

ประเดน็ การประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ
2 1
1.ดา นทักษะกระบวนการ
วทิ ยาศาสตร
1.1 การสังเกต บอกรายละเอยี ด บอกรายละเอยี ดของ บอกรายละเอยี ดของ
ของขอมูล และ ขอมูล และตอบคาํ ถาม ขอ มูล และตอบคําถาม
ตอบคาํ ถามจาก จากการสังเกตไดอยา ง จากการสงั เกตไดไม
การสงั เกตไดอยาง ถูกตองหรือขาด ถกู ตอง
ถกู ตอง บางสว น
1.2 การลงความเหน็ จาก สามารถลง สามารถลงความเห็น สามารถลงความเหน็
ขอมูล ความเหน็ จาก จากขอมูล โดยผาน จากขอมลู ไดไมถกู ตอง
ขอ มลู โดยผา น กระบวนการคิดได
กระบวนการคดิ ได อยางถูกตองเปน
อยา งถูกตอง บางสว น
2.ดา นทักษะในศตวรรษท่ี
21
2.1 ทักษะดานความรวมมือ สามารถทํางาน สามารถทาํ งานรวมกับ ไมสามารถทํางาน
และ รวมกับผอู ื่นไดดี ผูอ่นื ไดบ างสวน ให รวมกบั ผูอ่นื ได
การทาํ งานเปน ทมี โดยใหค วามรวมมอื ความรวมมือเปน อยา ง
เปนอยา งดี ดี
2.2 ทกั ษะดา นการสอื่ สาร สามารถสอ่ื สารและ สามารถสื่อสารและ ไมสามารถสือ่ สารและ
นาํ เสนองานหนา นาํ เสนองานหนา ช้นั นําเสนองานหนาชน้ั
ช้นั เรียนไดถ กู ตอง เรยี นไดบางสวน เรียนได
และครบถวน

เกณฑก ารประเมิน

ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
10-12 คะแนน ดีมาก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรบั ปรุง

เกณฑการผาน ไดร ะดับคุณภาพดี

69

แบบประเมินดา นเจตคติทางวทิ ยาศาสตร

คําชแี้ จง : ใหผูส อนประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใหร ะดบั คะแนน
ลงในตารางท่ีตรงกับพฤติกรรมของผเู รียน (ดเู กณฑในหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมิน คะแนนท่ีได

เลขท่ี ชือ่ – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผาน
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน

ลงชอ่ื ................................................... ผูประเมิน
.............../.............../................

70

เกณฑการประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คุณภาพ 1
1. ใฝรูใฝเรียน ตั้งใจเรียนและ 2 เอาใจใสตอการปฏิบัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไ่ี ดร บั
2. มงุ มน่ั ในการ ทาํ งานที่ไดร ับ ตงั้ ใจเรยี นและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสําเรจ็ มี รับผิดชอบในการ
การปรับปรงุ ทํางานที่ไดร ับ เอาใจใสต อการปฏบิ ัติ
ตัง้ ใจเรียนและ มอบหมายจนสาํ เรจ็ หนา ทท่ี ี่ไดร บั
รับผิดชอบในการ มอบหมาย
ทํางานที่ไดร ับ ตง้ั ใจเรยี นและ
มอบหมายจนสําเรจ็ มี รับผดิ ชอบในการ
การปรับปรงุ ทาํ งานท่ีไดร ับ
มอบหมายจนสาํ เร็จ

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรุง

เกณฑการผาน ไดร ะดับคณุ ภาพดี

71

ชุดกจิ กรรมการเรียนรูท่ี 2
เรือ่ ง วตั ถุและวสั ดุ

72

ใบความรทู ่ี 2
วตั ถแุ ละวสั ดุ

จดุ ประสงคการเรียนรู

1. สามารถอธิบายวัตถแุ ละวสั ดทุ สี่ ังเกตได (K)
2. สามารถจําแนกวตั ถแุ ละวสั ดไุ ด (P)
3. มคี วามมงุ ม่นั ในการทํางาน (A)

นทิ านนารู

นานมาแลว เชือ่ กันวา คนอาศัยอยใู นถ้าํ สวมเส้ือผา ทท่ี าํ จากหนงั สตั ว
ออกลา สตั วม าเปน อาหาร โดยใชม ดี หรอื หอกทที่ ําข้นึ จกหินเพ่ือลาสตั ว

ตอ มาคนรจู ักทําบานจาไมแ ละทาํ สง่ิ ของตา งๆ จากวัสดุ เชน ทําหมอ
จากดนิ ทํามีดจากโลหะ เพือ่ อํานวยความสะดวกในการดํารงชวี ติ ทุกวนั นี้
นอกจากไมแ ลว อฐิ ก็นาํ มาทําเปน บานไดเชนกัน

73

สิง่ ของ เครือ่ งใชต างๆ เชน เสื้อผา หมอ หอก
มีด บา น เปน วัตถุ วัตถทุ าํ จาก วสั ดุตา งๆ
เชน หนังสัตว หนิ อฐิ ไม ดนิ โลหะ

74

แบบฝกทักษะท่ี 2
วัตถแุ ละวสั ดุ

แบบฝกท่ี 2.1 ใหนกั เรยี นโยงเสน จบั คใู หถูกตอ ง

ไม
กระดาษ

โลหะ

แกว

ผา

75

แบบฝกทักษะท่ี 2
วตั ถแุ ละวสั ดุ

แบบฝก ทกั ษะที่ 2.2 ใหเลือกคาํ ไปใสในชองใหถูกตอ ง

กลองดนิ สอโลหะ ไม ครกหิน ยาง
ตะเกียบไม โลหะ ยางลบ หิน

วตั ถุ วัสดุ

76

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 2

รหัสวชิ า ว 11101 กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
หนว ยที่ 3 เร่อื ง สง่ิ ตางๆรอบตัวเรา เวลา 32 ชัว่ โมง
เร่อื ง วัตถุและวัสดุ เวลา 3 ช่ัวโมง
ผูสอน นางสาวกนกวรรณ สมสมยั โรงเรียนอนุบาลวดั ปต ลุ าธริ าชรังสฤษฎิ์

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของ

สสารกับโครงสรางและแรงยึดเหน่ียวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
ตวั ชีว้ ัด

1. อธบิ ายสมบัติทีส่ ังเกตไดข องวัสดทุ ่ใี ชทําวตั ถุซง่ึ ทําจากวัสดุชนดิ เดียวกนั หรือหลายชนิดประกอบ
กนั โดยใชหลักฐานเชงิ ประจักษ

2. ระบุชนิดของวสั ดแุ ละจัดกลุมวสั ดุตามสมบตั ทิ ่ีสังเกตได
สาระสําคญั

วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซ่ึงสามารถ
นาํ มาใชจ ัดกลมุ วัสดุได วตั ถุแตละชิ้นอาจทําจากวัสดชุ นิดเดียวหรือประกอบจากวสั ดุหลายชนิด
จดุ ประสงคการเรยี นรู

1. สามารถอธบิ ายวัตถุและวัสดทุ ่สี งั เกตได (K)
2. สามารถจําแนกวัตถแุ ละวัสดไุ ด (P)
3. มีความมุงมน่ั ในการทาํ งาน (A)
สาระการเรยี นรู
ดา นความรู
วสั ดทุ ีใ่ ชทําวัตถทุ เ่ี ปน ของเลน ของใช มีหลายชนดิ เชน ผา แกว พลาสตกิ ยาง ไม อิฐ หนิ กระดาษ
โลหะ วัสดุแตละชนิดมีสมบัติที่สังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุน ยืดหดได บิดงอได
สมบตั ทิ ่สี ังเกตไดของวสั ดแุ ตล ะชนิดอาจเหมือนกนั ซ่ึงสามารถนาํ มาใชเปนเกณฑในการจดั กลุม วัสดไุ ด วัสดุ
บางอยางสามารถนํามาประกอบกันเพ่ือทาํ เปนวัตถุตา งๆ เชน ผา และกระดุม ใชท าํ เสื้อ ไมแ ละโลหะ ใชทํา
กระทะ
ดา นสําคัญในการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร
1. ดานทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร

1.1 ทกั ษะการสังเกต
1.2 ทักษะการลงความเหน็ จากขอมูล
2. ทักษะในศตวรรษที่ 21
2.1 ทักษะดา นความรว มมอื และการทํางานเปน ทีม
2.2 ทกั ษะดานการสื่อสาร

77

ดา นเจตคติทางวิทยาศาสตร
1. ใฝรใู ฝเรียน
2. มงุ มนั่ ในการทํางาน

สมรรถนะสําคัญ
1. ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสาํ รวจ การคิดวิเคราะห การจําแนกประเภท
2. ความสามารถในการส่ือสาร
- การอาน การอธบิ าย การพดู หนา ชัน้ เรยี น

ช้ินงาน/ภาระงาน
- ชดุ กจิ กรรมท่ี 2 เรือ่ ง วัตถแุ ละวสั ดุ
- แบบบันทึกกิจกรรม

กระบวนการจัดการเรียนรู (รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู : 5Es) การวดั และประเมนิ ผล
กิจกรรมการเรยี นรู สอื่ /แหลง เรียนรู
ขน้ั ตอนท่ี 1 : ขัน้ สรางความสนใจ สื่อ วธิ ีการวดั และประเมินผล
(Engagement) - ผา เช็ดหนา กลองดินสอ 1.ทําแบบบันทกึ กจิ กรรม
1. ครูใหนักเรียนดูสิ่งของทีละช้ิน จากนั้น ยางลบ พลาสติก แกว ยาง 2.ทําแบบประเมินดานทกั ษะ
ถามคําถามดงั น้ี จานกระเบ้ือง แทงไม 3.ทําแบบประเมนิ ดา นเจตคติ
1.1 นักเรียนคิดวาส่ิงของตางๆ เหลานี้ ตะเกียบไม จานพลาสตกิ
ส่ิงใดเปน วัตถุ ส่งิ ใดเปนวสั ดุ กอ นหนิ
1.2 นักเรยี นคิดวาวัตถุคอื อะไร เครอื่ งมอื
ข้นั ตอนท่ี 2 : ขน้ั สาํ รวจและคนหา แหลง เรียนรู 1.แบบประเมินกจิ กรรม
(Exploration) - หอ งเรียน 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
2. ใหนักเรียนสังเกตวัสดุและวัตถุที่ครู กระบวนการทางวิทยาศาสตร
นาํ มา 3.แบบประเมินดา นเจตคติ
3. ใหนักเรียนแตคนแยกสิ่งของวาสิ่งไหน
คอื วัสดุ และสิ่งไหนคือวัตถุ
4. ครูแจกแบบบันทึกกิจกรรมใหนักเรียน เกณฑการประเมิน
5. ใหนักเรียนตอบคําถามตามที่นักเรียน 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
สังเกตเห็นลงในแบบบันทึกกจิ กรรม ผา นเกณฑ
ข้ันตอนท่ี 3 : ขั้นอธิบายและลงขอสรุป 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
(Explanation) ผานเกณฑ
6. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
คิดเห็นเกี่ยวกับขอ มลู ทไี่ ดจ ากการเรยี น ผา นเกณฑ
7. นักเรียนทุกคนและคุณครูรว ม กัน
อภิปรายและสรปุ บทเรียน

กจิ กรรมการเรยี นรู สื่อ/แหลง เรยี นรู 78
ขั้นตอนที่ 4 : ข้ันขยายความรู การวดั และประเมินผล
(Elaboration)
8. ครชู ักชวนนักเรยี นคิดโดยใชค าํ ถามดังนี้
สงิ่ ของน้จี ัดเปนวตั ถุหรือไม
ข้นั ตอนท่ี 5 : ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
9. ครูประเมนิ ดังน้ี

9.1 แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม
9.2 แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติงาน
รายบคุ คล
9.3 แบบสงั เกตเจตคตริ ายบคุ คล

79

แบบประเมนิ ใบกิจกรรม

คําช้แี จง : ใหผูส อนประเมินชน้ิ งานของผเู รยี นในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนนลงในตารางที่ตรง
กบั พฤตกิ รรมของผเู รียน (ดูเกณฑใ นหนาตอไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรบั ปรงุ

ความรู การเช่ือมโยง ความสะอาด
เลขท่ี ช่อื - สกลุ ความรู เรียบรอย รวม
123123123

ลงช่อื ................................................... ผูประเมนิ
.............../.............../................

80

เกณฑก ารประเมินใบกิจกรรม

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
1. ความรู สามารถอธบิ ายชนิด ของวสั ดุแตไมสามารถ
ของวัสดแุ ละจําแนก สามารถอธบิ ายชนดิ จาํ แนกวสั ดไุ ด
วสั ดไุ ดค รบ และ ของวัสดุและจําแนก
ถกู ตอง วสั ดไุ ดบางสวนและ สามารถเชอื่ มโยง
2.การเชอ่ื มโยงความรู สามารถเชอื่ มโยง ถกู ตอง ความรไู ด แตไมเ ปน ไป
ความรูไ ดถูกตอง สามารถเช่ือมโยง ตามลาํ ดับ
ตามลาํ ดบั ความสําคัญ ความรูไดแ ละลาํ ดับ ความสมั พนั ธ
ความสาํ คัญคอนขาง ชน้ิ งานไมสะอาด ขาด
3. ความสะอาด ชนิ้ งานมีความสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรยี บรอ ย เรยี บรอ ยในรูปแบบท่ี ชน้ิ งานมีความสะอาด เรยี บรอย
ถูกตองและสวยงาม เรียบรอ ยและมี
ขอบกพรองเพยี ง
เลก็ นอย

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ

เกณฑการผา น ไดร ะดับคุณภาพดี

81

แบบประเมนิ ดา นทกั ษะ

คําช้ีแจง : ใหผ สู อนประเมินจาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนน
ลงในตารางท่ตี รงกบั พฤติกรรมของผูเรยี น (ดเู กณฑใ นหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

ทักษะกระบวนการ ทักษะในศตวรรษท่ี
ทางวิทยาศาสตร 21

เลขที่ ชอื่ - สกุล การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก

ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ

การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม

ลงช่ือ ................................................... ผปู ระเมนิ
.............../.............../...............

82

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ดานทกั ษะ 1
1.ดา นทกั ษะกระบวนการ
วทิ ยาศาสตร ระดบั คุณภาพ
1.1 การสังเกต 32

1.2 การลงความเหน็ จาก บอกรายละเอียด บอกรายละเอียดของ บอกรายละเอียดของ
ขอ มูล ของขอ มูล และ ขอ มูล และตอบ ขอมูล และตอบ
2.ดานทกั ษะในศตวรรษที่ ตอบคาํ ถามจาก คําถามจากการสงั เกต คาํ ถามจากการสังเกต
21 การสงั เกตไดอยาง ไดอ ยางถูกตอ งหรือ ไดไ มถ กู ตอ ง
2.1 ทกั ษะดานความ ถกู ตอง ขาดบางสวน สามารถลงความเห็น
รว มมือและ สามารถลง สามารถลงความเห็น จากขอมลู ไดไม
การทาํ งานเปน ทีม ความเหน็ จาก จากขอมลู โดยผา น ถูกตอง
2.2 ทักษะดานการสอ่ื สาร ขอมลู โดยผา น กระบวนการคิดได
กระบวนการคดิ ได อยางถูกตองเปน
อยางถูกตอง บางสว น

สามารถทํางาน สามารถทํางาน ไมสามารถทํางาน
รว มกบั ผูอ่นื ไดดี รว มกบั ผอู น่ื ได รว มกบั ผอู น่ื ได
โดยใหความ บางสวน ใหความ ไมส ามารถสอื่ สารและ
รวมมอื เปนอยางดี รวมมือเปน อยา งดี นําเสนองานหนาชั้น
สามารถส่อื สาร สามารถสอื่ สารและ เรยี นได
และนําเสนองาน นาํ เสนองานหนาชน้ั
หนาช้นั เรยี นได เรยี นไดบ างสว น
ถกู ตอง และ
ครบถว น

เกณฑก ารประเมนิ

ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 คะแนน ดีมาก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรับปรุง

เกณฑการผาน ไดระดบั คณุ ภาพดี

83

แบบประเมินดา นเจตคติทางวทิ ยาศาสตร

คําชแี้ จง : ใหผูส อนประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใหร ะดบั คะแนน
ลงในตารางท่ีตรงกับพฤติกรรมของผเู รียน (ดเู กณฑในหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมิน คะแนนท่ีได

เลขท่ี ชือ่ – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผาน
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน

ลงชอ่ื ................................................... ผูประเมิน
.............../.............../................

84

เกณฑการประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คุณภาพ 1
1. ใฝรูใฝเรียน ตั้งใจเรียนและ 2 เอาใจใสตอการปฏิบัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไ่ี ดร บั
2. มงุ มน่ั ในการ ทาํ งานที่ไดร ับ ตงั้ ใจเรยี นและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสําเรจ็ มี รับผิดชอบในการ
การปรับปรงุ ทํางานที่ไดร ับ เอาใจใสต อการปฏบิ ัติ
ตัง้ ใจเรียนและ มอบหมายจนสาํ เรจ็ หนา ทท่ี ี่ไดร บั
รับผิดชอบในการ มอบหมาย
ทํางานที่ไดร ับ ตง้ั ใจเรยี นและ
มอบหมายจนสําเรจ็ มี รับผดิ ชอบในการ
การปรับปรงุ ทาํ งานท่ีไดร ับ
มอบหมายจนสาํ เร็จ

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรุง

เกณฑการผาน ไดร ะดับคณุ ภาพดี

85

ชุดกิจกรรมการเรยี นรูท่ี 3
เรื่อง ชนดิ ของวสั ดุ

86

ใบความรูท่ี 3
ชนดิ ของวสั ดุ
จดุ ประสงคการเรยี นรู

1. สามารถอธิบายชนิดของวสั ดไุ ด (K)
2. สามารถจาํ แนกวัสดไุ ด (P)
3. มีความมุงมั่นในการทาํ งาน (A)

ชนิดของวสั ดุ เชน ผา ไม โลหะ พลาสติก แกว ยาง
กระเบื้อง หิน ใชท าํ วัตถุตา งๆ

ตวั อยางเชน

ผา ไม

ยาง หิน

87

กจิ กรรม
ชนดิ ของวสั ดุ

ทาํ เปน คดิ เปน

ทํากิจกรรมนเ้ี พอื่ สังเกตและบอกชนดิ ของวสั ดุทใี่ ชท ําวตั ถุ

ส่งิ ทต่ี องใช

ผา เชด็ หนา กลอ งดินสอโลหะ ยางลบ
ไมบ รรทัดพลาสตกิ แกวนํา้ ตะเกยี บไม

ทําอยางไร

1. สงั เกตวตั ถุตางๆ
2. รว มกนั อภิปรายชนดิ ของวัสดทุ ีใ่ ชทาํ วัตถุน้ัน บนั ทกึ ผล

88

ผา เช็ดหนา กลองดนิ สอโลหะ

ยางลบ ไมบรรทดั พลาสติก

ตะเกียบไม แกวนํ้า

89

บนั ทกึ ผลการทํากจิ กรรม ทําเคร่อื งหมาย 
หนาคาํ ท่เี ลอื กสจิ ะ

วัตถุ ชนดิ ของวสั ดุ

ผา กระดาษ ไม

ผา เช็ดหนา พลาสตกิ กระเบอื้ ง ยาง

โลหะ แกว หนิ

อน่ื ๆ .............................................................

ผา กระดาษ ไม

กลอ งดินสอโลหะ พลาสตกิ กระเบ้ือง ยาง

โลหะ แกว หิน

อืน่ ๆ .............................................................

ผา กระดาษ ไม

ยางลบ พลาสตกิ กระเบอ้ื ง ยาง

โลหะ แกว หิน

อ่นื ๆ .............................................................

90

วัตถุ ชนิดของวสั ดุ
ไมบ รรทดั พลาสตกิ
ผา กระดาษ ไม
แกวนํ้า
พลาสติก กระเบอ้ื ง ยาง
ตะเกยี บไม
โลหะ แกว หิน

อืน่ ๆ .............................................................

ผา กระดาษ ไม

พลาสตกิ กระเบอื้ ง ยาง

โลหะ แกว หนิ

อ่นื ๆ .............................................................

ผา กระดาษ ไม

พลาสตกิ กระเบ้ือง ยาง

โลหะ แกว หิน

อื่นๆ .............................................................

91

คาํ ถามทายบทเรยี น

1 จากกจิ กรรมน้ี คนพบอะไรบางเกี่ยวกบั ชนดิ ของวัสดุทีใ่ ชท าํ วัตถุ
วสั ดทุ ใี่ ชท ําวตั ถุมหี ลายชนิด ไดแ ก

........................................................................................................................
........................................................................................................................
2 จากสง่ิ ทค่ี น พบ สรปุ ไดว า อยา งไร

หลายชนดิ วัสดุ

........................................ท่ีใชทําวตั ถุตา งๆ ม.ี .................................................

92

แผนการจัดการเรียนรูท่ี 3

รหัสวชิ า ว 11101 กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1
หนว ยที่ 3 เรอ่ื ง สิ่งตา งๆรอบตัวเรา เวลา 32 ชั่วโมง
เรื่อง ชนิดของวัสดุ เวลา 3 ช่วั โมง
ผสู อน นางสาวกนกวรรณ สมสมยั โรงเรียนอนุบาลวัดปตลุ าธริ าชรังสฤษฎ์ิ

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขา ใจสมบตั ิของสสาร องคป ระกอบของสสาร ความสมั พันธร ะหวางสมบัตขิ องสสาร

กับโครงสรา งและแรงยึดเหน่ียวระหวางอนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
ตวั ช้ีวดั

1. อธิบายสมบัตทิ ส่ี งั เกตไดของวสั ดุท่ีใชทําวัตถุซงึ่ ทําจากวสั ดุชนิดเดียวกันหรือหลายชนิดประกอบกัน
โดยใชหลักฐานเชิงประจกั ษ

2. ระบุชนิดของวัสดแุ ละจดั กลุมวสั ดตุ ามสมบัติที่สงั เกตได
สาระสําคญั

วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซ่ึงสามารถ
นาํ มาใชจัดกลุมวสั ดุได วตั ถุแตล ะชน้ิ อาจทําจากวัสดชุ นิดเดียวหรือประกอบจากวสั ดหุ ลายชนิด
จุดประสงคการเรียนรู

1. สามารถอธบิ ายชนดิ ของวสั ดุได (K)
2. สามารถจําแนกวัสดุได (P)
3. มีความมุงมน่ั ในการทาํ งาน (A)
สาระการเรียนรู
ดา นความรู
วัสดุที่ใชทําวัตถุที่เปนของเลน ของใช มีหลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก ยาง ไม อิฐ หิน กระดาษ
โลหะ วัสดุแตละชนดิ มีสมบัติท่ีสังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุน ยืดหดได บิดงอได สมบัติ
ที่สังเกตไดของวสั ดุแตล ะชนิดอาจเหมือนกัน ซง่ึ สามารถนาํ มาใชเปนเกณฑในการจัดกลุม วัสดุได วัสดุบางอยาง
สามารถนาํ มาประกอบกันเพอื่ ทําเปน วัตถตุ า งๆ เชน ผาและกระดมุ ใชทาํ เสื้อ ไมแ ละโลหะ ใชท ํากระทะ
ดา นสําคญั ในการเรียนรวู ิทยาศาสตร
1. ดานทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร

1.1 ทกั ษะการสังเกต
1.2 ทักษะการลงความเห็นจากขอ มลู
2. ทกั ษะในศตวรรษที่ 21
2.1 ทักษะดานความรว มมอื และการทํางานเปนทีม
2.2 ทกั ษะดา นการส่อื สาร

93

ดานเจตคติทางวิทยาศาสตร
1. ใฝร ใู ฝเรียน
2. มงุ ม่ันในการทาํ งาน

สมรรถนะสาํ คญั
1. ความสามารถในการคดิ
- การสังเกต การสํารวจ การคิดวิเคราะห การจําแนกประเภท
2. ความสามารถในการสอื่ สาร
- การอาน การอธบิ าย การพดู หนา ชน้ั เรยี น

ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ชุดกจิ กรรมที่ 3 เรอ่ื ง ชนิดของวสั ดุ
- แบบบันทกึ กิจกรรม

กระบวนการจดั การเรียนรู (รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู : 5Es)
กิจกรรมการเรียนรู สือ่ /แหลงเรียนรู การวดั และประเมินผล
ขนั้ ตอนที่ 1 : ขนั้ สรางความสนใจ สอ่ื วธิ กี ารวัดและประเมินผล
(Engagement) - วสั ดุ อุปการณส าํ หรับทาํ 1.ทาํ แบบบนั ทึกกจิ กรรม
1. ครูนําเขาสูกิจกรรม โดยใชคําถาม กจิ กรรม (ผา เช็ดหนา กล 2.ทาํ แบบประเมนิ ดานทักษะ
ดังน้ี องดนิ สอโลหะ ยางลบ ไม 3.ทาํ แบบประเมนิ ดานเจตคติ
1.1 กิจกรรมนนี้ กั เรยี นจะไดเ รียนเร่ือง บรรทดั พลาสติก แกว น้ํา
อะไร ยางรัดของ จานกระเบอ้ื ง
ขั้นตอนที่ 2 : ข้ันสํารวจและคน หา ครกหนิ ตะเกยี บไม) เครอ่ื งมอื
(Exploration) 1.แบบประเมินกจิ กรรม
2. ใหนกั เรียนสงั เกตวัสดุท่คี รูนํามา เชน แหลงเรียนรู 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
ผาเช็ดหนา กลองดินสอ โลหะ ยางลบ - หอ งเรียน กระบวนการทางวิทยาศาสตร
ไมบรรทัด พลาสติก แกวน้ํา ยางรัดของ 3.แบบประเมินดานเจตคติ
จานกระเบอื้ ง ครกหนิ ตะเกียบไม
3. ใหนักเรียนตอบคําถามวาสิ่งใดคือ
ชนดิ ของวสั ดุ เกณฑก ารประเมนิ
4. ใหน กั เรยี นจําแนกและจัดกลมุ วสั ดุ 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
5. ครแู จกแบบบนั ทึกกิจกรรมใหน ักเรียน ผา นเกณฑ
6. ใหนักเรียนตอบคําถามในแบบบันทึก 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
กจิ กรรม ผา นเกณฑ
ขั้นตอนที่ 3 : ข้ันอธิบายและลงขอสรปุ 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
(Explanation) ผานเกณฑ
7. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ
คิดเหน็ เกีย่ วกบั ขอ มลู ทไี่ ดจากการเรยี น
8. นักเรียนทุกคนและคุณครูรวมกัน
อภิปรายและสรุปบทเรยี น

กิจกรรมการเรยี นรู สือ่ /แหลง เรยี นรู 94
ขน้ั ตอนท่ี 4 : ขน้ั ขยายความรู การวดั และประเมนิ ผล
(Elaboration)
9. วัสดทุ ี่นํามาใชท าํ วัตถุนอกจากทค่ี รู
นํามา มอี ะไรอกี บางทนี่ ักเรียนเคยเห็น
ข้นั ตอนท่ี 5 : ข้นั ประเมิน
(Evaluation)
10. ครปู ระเมนิ ดังนี้

10.1 แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม
10.2แบบสังเกตทักษะการปฏิบตั ิงาน
รายบุคคล
10.3 แบบสงั เกตเจตคติรายบคุ คล


Click to View FlipBook Version