107
แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม
คําชแ้ี จง : ใหผสู อนประเมนิ ช้นิ งานของผูเรียนในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยใหระดับคะแนนลงในตารางทต่ี รง
กบั พฤติกรรมของผเู รียน (ดเู กณฑใ นหนา ตอไป)
เกณฑการใหคะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรบั ปรงุ
ความรู การเชือ่ มโยง ความสะอาด
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ ความรู เรยี บรอ ย รวม
123123123
ลงชอ่ื ................................................... ผปู ระเมนิ
.............../.............../................
108
เกณฑการประเมินใบกจิ กรรม
ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคุณภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
1. ความรู สามารถอธิบายชนิด ของวสั ดุแตไมสามารถ
ของวสั ดแุ ละจําแนก สามารถอธบิ ายชนดิ จําแนกวสั ดุได
วสั ดุไดครบ และ ของวัสดุและจําแนก
ถกู ตอง วัสดไุ ดบ างสว นและ สามารถเชือ่ มโยง
2.การเชื่อมโยงความรู สามารถเชอ่ื มโยง ถูกตอง ความรูได แตไมเ ปน ไป
ความรูไดถกู ตอง สามารถเช่ือมโยง ตามลาํ ดับ
ตามลาํ ดับความสําคญั ความรูไดและลาํ ดบั ความสมั พันธ
ความสาํ คญั คอนขา ง ช้นิ งานไมส ะอาด ขาด
3. ความสะอาด ช้นิ งานมคี วามสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรียบรอ ย เรียบรอ ยในรูปแบบที่ ชิ้นงานมีความสะอาด เรยี บรอ ย
ถูกตองและสวยงาม เรยี บรอ ยและมี
ขอ บกพรองเพยี ง
เล็กนอย
เกณฑก ารประเมิน
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ
เกณฑการผา น ไดร ะดบั คณุ ภาพดี
109
แบบประเมนิ ดานทกั ษะ
คาํ ชีแ้ จง : ใหผูสอนประเมินจาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยใหระดับคะแนน
ลงในตารางที่ตรงกบั พฤติกรรมของผเู รียน (ดูเกณฑใ นหนาตอ ไป)
เกณฑก ารใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรับปรงุ
ทกั ษะกระบวนการ ทักษะในศตวรรษท่ี
ทางวิทยาศาสตร 21
เลขท่ี ช่อื - สกลุ การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก
ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ
การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม
ลงช่ือ ................................................... ผปู ระเมิน
.............../.............../...............
110
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก ารประเมนิ ดานทกั ษะ 1
1.ดานทกั ษะกระบวนการ
วิทยาศาสตร ระดับคณุ ภาพ
1.1 การสังเกต 32
1.2 การลงความเหน็ จาก บอกรายละเอยี ด บอกรายละเอยี ดของ บอกรายละเอียดของ
ขอ มูล ของขอมูล และ ขอ มูล และตอบ ขอมูล และตอบ
2.ดา นทักษะในศตวรรษที่ ตอบคาํ ถามจาก คําถามจากการสังเกต คาํ ถามจากการสงั เกต
21 การสงั เกตไดอยาง ไดอ ยา งถูกตองหรือ ไดไ มถูกตอ ง
2.1 ทกั ษะดานความ ถกู ตอง ขาดบางสว น สามารถลงความเห็น
รวมมือและ สามารถลง สามารถลงความเหน็ จากขอมลู ไดไม
การทํางานเปนทมี ความเหน็ จาก จากขอมูล โดยผาน ถูกตอง
2.2 ทกั ษะดา นการสือ่ สาร ขอมลู โดยผา น กระบวนการคดิ ได
กระบวนการคิดได อยางถูกตองเปน
อยางถูกตอง บางสว น
สามารถทาํ งาน สามารถทาํ งาน ไมสามารถทาํ งาน
รวมกับผูอ่ืนไดดี รวมกับผอู ่ืนได รว มกับผอู ืน่ ได
โดยใหค วาม บางสวน ใหความ ไมสามารถสอื่ สารและ
รว มมอื เปนอยางดี รวมมือเปนอยา งดี นําเสนองานหนา ชนั้
สามารถสอื่ สาร สามารถสอื่ สารและ เรยี นได
และนาํ เสนองาน นาํ เสนองานหนาช้นั
หนา ชั้นเรยี นได เรยี นไดบางสวน
ถกู ตอง และ
ครบถว น
เกณฑการประเมนิ
ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 คะแนน ดีมาก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรบั ปรงุ
เกณฑการผาน ไดระดับคณุ ภาพดี
111
แบบประเมนิ ดา นเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร
คําชแ้ี จง : ใหผสู อนประเมนิ จากการสงั เกตพฤตกิ รรมของผูเรียนในการปฏิบัติกิจกรรม โดยใหร ะดบั คะแนน
ลงในตารางทีต่ รงกับพฤติกรรมของผูเรยี น (ดเู กณฑใ นหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง
รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมิน คะแนนทไ่ี ด
เลขท่ี ช่อื – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผาน
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน
ลงชอ่ื ................................................... ผปู ระเมนิ
.............../.............../................
112
เกณฑก ารประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
1. ใฝร ูใฝเรียน ต้งั ใจเรยี นและ 2 เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไี่ ดร บั
2. มงุ ม่นั ในการ ทํางานท่ีไดร บั ต้งั ใจเรียนและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสาํ เรจ็ มี รบั ผิดชอบในการ
การปรับปรุง ทาํ งานที่ไดร บั เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
ตั้งใจเรียนและ มอบหมายจนสําเร็จ หนา ทีท่ ่ีไดรบั
รับผิดชอบในการ มอบหมาย
ทาํ งานที่ไดรบั ต้ังใจเรยี นและ
มอบหมายจนสาํ เรจ็ มี รับผิดชอบในการ
การปรับปรุง ทาํ งานที่ไดร บั
มอบหมายจนสําเรจ็
เกณฑการประเมิน
ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ
เกณฑการผา น ไดร ะดบั คุณภาพดี
113
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูที่ 7
เร่อื ง ประโยชนข องวสั ดุ
114
ใบความรูที่ 7
ประโยชนข องวัสดุ
จดุ ประสงคการเรียนรู
1. สามารถอธิบายวสั ดทุ ใ่ี ชท าํ วัตถไุ ด (K)
2. สามารถระบวุ สั ดุทใี่ ชท ําวตั ถุได (P)
3. มคี วามมุงม่ันในการทํางาน (A)
รูไหมวาวัสดุบางชนิดไดมาจาก
ธรรมชาติ เชน หิน ดิน ไม หนังสัตว แต
บางชนิด มนษุ ยต อ งทาํ ขึ้น เชน พลาสตกิ
กระดาษ
ทกุ วันนม้ี นุษยเ รมิ่ นาํ หุนยนตมาใชง าน เกร็ดนารู
หนุ ยนตแ ตล ะตัวทาํ จากวสั ดหุ ลายชนดิ เชน
พลาสตกิ โลหะ แกว
เช่ือหรอื ไมว า คนไทยสามารถสรางหนุ ยนต
ทช่ี ื่อวา ดนิ สอ ทาํ หนา ทค่ี อยชว ยเหลือคณุ ตา คณุ
ยายทไี่ มส บาย ตอ งนอนตดิ เตยี ง หนุ ยนตต ัวน้ี
สามารถพูดคุยกับคณุ ตา คณุ ยายได
115
แบบฝก ทักษะท่ี 7
ประโยชนข องวสั ดุ
แบบฝก ทักษะท่ี 7 ใหน ักเรยี นวาดภาพหุนยนตตามจนิ ตนาการ รวมทั้ง
บอกประโยชนของหุน ยนต
หุนยนตต ัวนี้ชอ่ื ...................................
ประโยชน. .....................................................................................................
.....................................................................................................................
116
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 7
รหสั วิชา ว 11101 กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 1
หนว ยที่ 3 เรอื่ ง สงิ่ ตา งๆรอบตัวเรา เวลา 32 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง ประโยชนวัสดุ เวลา 2 ช่วั โมง
ผสู อน นางสาวกนกวรรณ สมสมัย โรงเรยี นอนบุ าลวัดปตุลาธริ าชรังสฤษฎิ์
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของ
สสารกับโครงสรางและแรงยึดเหน่ียวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตวั ช้วี ัด
1. อธิบายสมบตั ทิ สี่ ังเกตไดข องวัสดุที่ใชทําวัตถุซ่ึงทําจากวัสดชุ นดิ เดยี วกนั หรือหลายชนิดประกอบ
กนั โดยใชห ลักฐานเชงิ ประจักษ
2. ระบชุ นิดของวัสดแุ ละจัดกลมุ วัสดุตามสมบตั ทิ ี่สงั เกตได
สาระสาํ คัญ
วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซ่ึงสามารถ
นาํ มาใชจัดกลมุ วสั ดุได วัตถุแตล ะช้นิ อาจทําจากวัสดชุ นิดเดียวหรือประกอบจากวัสดหุ ลายชนิด
จุดประสงคการเรยี นรู
1. สามารถอธิบายวสั ดทุ ี่ใชทําวตั ถุได (K)
2. สามารถระบวุ สั ดุทใี่ ชท าํ วตั ถุได (P)
3. มีความมงุ ม่ันในการทาํ งาน (A)
สาระการเรยี นรู
ดานความรู
1) วัสดุที่ใชทําวัตถุท่ีเปนของเลน ของใช มีหลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก ยาง ไม อิฐ หิน
กระดาษ โลหะ วสั ดุแตละชนดิ มสี มบตั ิท่สี ังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรขุ ระ เรียบ ใส ขุน ยดื หดได บดิ
งอได สมบัติที่สังเกตไดของวัสดุแตละชนิดอาจเหมือนกัน ซ่ึงสามารถนํามาใชเปนเกณฑในการจัดกลุมวัสดุ
ได วัสดุบางอยางสามารถนํามาประกอบกันเพ่ือทําเปนวัตถุตางๆ เชน ผาและกระดุม ใชทําเสื้อ ไมและ
โลหะ ใชทํากระทะ
ดา นสําคัญในการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร
1. ดานทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
1.1 ทกั ษะการสังเกต
1.2 ทักษะการลงความเห็นจากขอมลู
2. ทกั ษะในศตวรรษที่ 21
2.1 ทักษะดา นความรว มมอื และการทํางานเปนทีม
2.2 ทกั ษะดานการสื่อสาร
117
ดา นเจตคติทางวิทยาศาสตร
1. ใฝรใู ฝเรียน
2. มงุ มั่นในการทํางาน
สมรรถนะสาํ คญั
1 ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสํารวจ การคิดวิเคราะห การลงความเห็น การจําแนกประเภท และ
การพยากรณ
2. ความสามารถในการส่อื สาร
- การอาน การอธบิ าย การพดู หนา ชน้ั เรียน การตอบคําถาม
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
- การมสี วนรว ม การรวมกนั อภปิ ราย
ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ชุดกิจกรรมท่ี 7 เรอ่ื ง ประโยชนข องวสั ดุ
- แบบบนั ทึกกิจกรรม
กระบวนการจดั การเรยี นรู (รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู : 5Es) การวดั และประเมินผล
กิจกรรมการเรียนรู สอื่ /แหลง เรียนรู
ขั้นตอนที่ 1 : ขัน้ สรา งความสนใจ ส่อื วิธีการวัดและประเมินผล
(Engagement) - รูปวตั ถตุ างๆ 1.ทําแบบบนั ทกึ กจิ กรรม
1. จากท่ีนักเรียนเคยเรียนไป นักเรียน 2.ทําแบบประเมินดานทักษะ
รจู กั วสั ดุอะไรบา ง แหลง เรียนรู 3.ทําแบบประเมนิ ดา นเจตคติ
ขน้ั ตอนที่ 2 : ขนั้ สาํ รวจและคน หา - หองเรียน
(Exploration)
2. แบงกลุมนักเรียนออกเปน 5 กลุมๆ เครอ่ื งมือ
ละ 7 คน 1.แบบประเมนิ กจิ กรรม
3. ครูแจกรูปภาพใหทุกกลุมโดยจะไม 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
เปดภาพ ใหนักเรียนทายภาพวาเปน กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
วัตถุอะไร และทาํ จากวัสดอุ ะไร 3.แบบประเมินดานเจตคติ
4. ครูแจกแบบบันทึกกิจกรรมให
นักเรยี น
5. ใหนกั เรยี นตอบคําถามในแบบบันทึก เกณฑก ารประเมนิ
กจิ กรรม 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
ขั้ น ต อ น ท่ี 3 : ขั้ น อ ธิ บ า ย แ ล ะ ล ง ผานเกณฑ
ขอ สรุป (Explanation) 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
6. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ ผา นเกณฑ
คดิ เห็นเกี่ยวกบั ขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการเรียน 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
7. นักเรียนทุกคนและคุณครูรวมกัน ผานเกณฑ
อภปิ รายและสรุปบทเรยี น
กิจกรรมการเรียนรู ส่ือ/แหลง เรียนรู 118
ขนั้ ตอนที่ 4 : ขัน้ ขยายความรู การวดั และประเมนิ ผล
(Elaboration)
8. ถา เปน หุนยนตน ักเรยี นจะตอบได
หรือไมว าทําจากวัสดอุ ะไร
ข้ันตอนที่ 5 : ข้ันประเมิน
(Evaluation)
9. ครูประเมนิ ดังนี้
9.1 แบบประเมนิ ใบกิจกรรม
9.2แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติงาน
รายบคุ คล
9.3 แบบสังเกตเจตคตริ ายบคุ คล
119
แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม
คาํ ชแ้ี จง : ใหผ ูสอนประเมินชิน้ งานของผเู รยี นในการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใหระดบั คะแนนลงในตาราง
ทตี่ รงกบั พฤติกรรมของผเู รยี น (ดูเกณฑใ นหนาตอไป)
เกณฑการใหคะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรับปรุง
ความรู การเชื่อมโยง ความสะอาด
เลขที่ ชื่อ - สกุล ความรู เรยี บรอ ย รวม
123123123
ลงชอ่ื ................................................... ผปู ระเมิน
.............../.............../................
120
เกณฑก ารประเมนิ ใบกิจกรรม
ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
ของวสั ดุแตไมสามารถ
1. ความรู สามารถอธบิ ายชนิด สามารถอธบิ ายชนดิ จําแนกวสั ดุได
2.การเชือ่ มโยงความรู ของวสั ดุและจําแนก ของวัสดุและจําแนก
3. ความสะอาด วสั ดไุ ดครบ และ วสั ดุไดบ างสวนและ สามารถเชือ่ มโยง
เรียบรอ ย ถกู ตอง ถูกตอง ความรูได แตไมเ ปน ไป
สามารถเชอื่ มโยง สามารถเชือ่ มโยง ตามลาํ ดับ
ความรไู ดถกู ตอง ความรูไดแ ละลาํ ดับ ความสมั พันธ
ตามลาํ ดับความสาํ คญั ความสาํ คัญคอนขาง ช้นิ งานไมส ะอาด ขาด
ช้นิ งานมีความสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรียบรอยในรูปแบบที่ ชน้ิ งานมีความสะอาด เรยี บรอ ย
ถูกตองและสวยงาม เรียบรอ ยและมี
ขอบกพรองเพียง
เล็กนอย
เกณฑก ารประเมนิ
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรับปรงุ
เกณฑการผา น ไดระดับคุณภาพดี
121
แบบประเมนิ ดา นทักษะ
คําชี้แจง : ใหผสู อนประเมินจาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใหระดบั
คะแนนลงในตารางท่ีตรงกบั พฤตกิ รรมของผเู รยี น (ดเู กณฑในหนา ตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรบั ปรงุ
ทักษะกระบวนการ ทกั ษะในศตวรรษที่
ทางวิทยาศาสตร 21
เลขท่ี ชอ่ื - สกุล การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก
ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ
การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม
ลงชอื่ ................................................... ผูประเมิน
.............../.............../...............
122
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก ารประเมินดา นทกั ษะ 1
1.ดานทกั ษะกระบวนการ บอกรายละเอียดของ
วิทยาศาสตร ระดับคุณภาพ ขอ มูล และตอบ
1.1 การสงั เกต 32 คําถามจากการสงั เกต
ไดไ มถูกตอ ง
1.2 การลงความเห็นจาก บอกรายละเอยี ด บอกรายละเอยี ดของ สามารถลงความเหน็
ขอมูล ของขอ มูล และ ขอมลู และตอบ จากขอมลู ไดไม
2.ดานทักษะในศตวรรษที่ ตอบคําถามจาก คําถามจากการสงั เกต ถกู ตอง
21 การสังเกตไดอยาง ไดอยางถกู ตองหรือ
2.1 ทักษะดานความ ถกู ตอง ขาดบางสว น ไมส ามารถทาํ งาน
รว มมือและ สามารถลง สามารถลงความเหน็ รว มกบั ผอู ืน่ ได
การทาํ งานเปน ทมี ความเหน็ จาก จากขอมลู โดยผา น ไมส ามารถสอื่ สารและ
2.2 ทกั ษะดานการสือ่ สาร ขอ มูล โดยผาน กระบวนการคดิ ได นําเสนองานหนา ชนั้
กระบวนการคิดได อยา งถูกตองเปน เรียนได
อยา งถูกตอง บางสว น
สามารถทาํ งาน สามารถทาํ งาน
รว มกบั ผอู ื่นไดดี รวมกบั ผอู น่ื ได
โดยใหค วาม บางสว น ใหความ
รวมมอื เปน อยางดี รวมมอื เปนอยางดี
สามารถสื่อสาร สามารถสอื่ สารและ
และนําเสนองาน นาํ เสนองานหนา ชั้น
หนาช้นั เรียนได เรยี นไดบางสว น
ถกู ตอง และ
ครบถวน
เกณฑการประเมิน
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
10-12 คะแนน ดมี าก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรบั ปรุง
เกณฑการผาน ไดระดบั คุณภาพดี
123
แบบประเมินดานเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร
คําชี้แจง : ใหผ ูสอนประเมนิ จากการสงั เกตพฤติกรรมของผูเรยี นในการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใหระดับคะแนนลง
ในตารางทต่ี รงกับพฤติกรรมของผูเรยี น (ดูเกณฑในหนาตอ ไป)
เกณฑก ารใหคะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรบั ปรงุ
รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมนิ คะแนนทไ่ี ด
เลขท่ี ชื่อ – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผา น
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน
ลงชอ่ื ................................................... ผปู ระเมิน
.............../.............../................
124
เกณฑก ารประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 1
1. ใฝรใู ฝเรียน ตงั้ ใจเรียนและ 2 เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไี่ ดร บั
2. มงุ มนั่ ในการ ทาํ งานที่ไดรับ ตัง้ ใจเรียนและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสําเร็จมี รบั ผิดชอบในการ
การปรับปรงุ ทํางานที่ไดรบั เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
ตั้งใจเรยี นและ มอบหมายจนสําเรจ็ หนา ทีท่ ่ีไดรบั
รับผดิ ชอบในการ มอบหมาย
ทํางานท่ีไดรับ ตงั้ ใจเรียนและ
มอบหมายจนสาํ เรจ็ มี รับผดิ ชอบในการ
การปรบั ปรงุ ทาํ งานท่ีไดรบั
มอบหมายจนสําเรจ็
เกณฑการประเมนิ
ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรุง
เกณฑการผาน ไดระดบั คณุ ภาพดี
125
แบบทดสอบหลงั เรยี นเรียน
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 1
บทที่ 1 วสั ดุรอบตวั เรา จํานวน 20 ขอ เวลา 45 นาที
คําชีแ้ จง
1. ขอ สอบเปน แบบปรนัย 3 ตัวเลอื ก จํานวน 20 ขอ คะแนนเตม็ 20 คะแนน
2. ใหนกั เรียนทาํ เครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคาํ ตอบที่เห็นวาถกู ตองที่สดุ เพยี งคาํ ตอบ
เดียว
เกณฑการใหค ะแนน
ตอบถกู ขอ ละ 1 คะแนน
ตอบผดิ หรอื ไมตอบ ขอ ละ 0 คะแนน
1. ขอ ใดจดั เปนของใชสว นตวั
ก. ถงั น้ํา ข. รองเทา ค. จาน
ค. ถกู ตอ งท้ังขอ ก. และขอ ข.
2. วัสดชุ นิดใดใชท ําไมบรรทัดได ค. นา้ํ หนักเบา
ก. ไม ข. พลาสติก ค. ยางลบ
3. ขอใดไมใชค ณุ สมบัติของกระดาษ
ก. กนั นํ้าได ข. ฉีกขาดงา ย
4. สิง่ ใดทําจากไม
ก. ปากกา ข. ดินสอ
126
5. สิง่ ใดควรเกบ็ ไวในครวั
6. วสั ดปุ ระเภทหนงั นิยมนําไปทําอะไร
ก. โตะ ข. เสอ้ื ผา ค. รองเทา
ค. หมอ
7. สิ่งใดเปน ของเลน ค. ตุกตา
ค. เกบ็ เขาท่ีใหเรียบรอ ย
ก. ลกู แกว ข. แกวนํ้า ค. กระดาษ
ค. กระดาษ
8. สิ่งใดเปน ของใช ค. กระจกหนา ตา ง
ก. ลูกโปง ข. ยางลบ
9. เลนของเลนเสร็จแลว ควรทาํ อยางไร
ก. ทง้ิ ไวต รงที่เลน ข. เรยี กใหแ มมาเกบ็
10. วัสดชุ นดิ ใดเหมาะสาํ หรบั ทาํ เสอ้ื กันฝน
ก. ผา ข. พลาสตกิ
11. หากตอ งการหมอนทน่ี มุ ควรทาํ จากวัสดุใด
ก. ไม ข. ผา
12. วตั ถุในขอใดทที่ าํ จากวัสดชุ นิดเดียวกับขวดแชมพู
ก. หมอ ข. เส้ือกนั ฝน
127
13. วตั ถใุ นขอ ใดทาํ จากวัสดทุ ี่แตกตางจากวสั ดทุ ใ่ี ชทําหนังสอื
ก. รม ข.สมดุ ค. หนงั สอื พิมพ
14. วัตถุใดทําจากวัสดไุ ดห ลายชนิด
ก. จาน ข. ลูกปง ปอง ค. หนงั สอื พิมพ
15. วัตถใุ ดประกอบดว ยวัสดไุ ดห ลายชนิด
ก. ดินสอ ข. ลกู ปงปอง ค. ตะเกยี บ
16. วตั ถุใดควรทําจากวสั ดทุ แี่ ข็ง
ก. รองเทา ข. ผาหม ค. กระดาษ
17. วตั ถใุ ดควรทําจากวสั ดุทย่ี ดื ได
ก. ถุงเทา ข. ไมบ รรทดั ค. หนา จอโทรศพั ท
18. ถา ตอ งการวตั ถทุ มี่ ผี ิวมนั วาว ควรทําจากวัสดุใด
ก. พลาสติก ข. โลหะ ค. แกว
19. ครกหินทําจากวัสดุชนิดใด
ก. กระดาษ ข. แกว ค. หนิ
20. ขอ ใดคอื วัตถุ
ก. ชอ น ข. ผา ค. กระดาษ
128
กระดาษคําตอบ
แบบทดสอบหลังเรียน
ตัวเลอื ก ก ข คง
ขอ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
129
ภาคผนวก ข
รายช่อื และขอมลู สงั เขปของผูเ ชยี่ วชาญ
130
รายชือ่ ผูเชี่ยวชาญ
1. นางสธนี เรอื งสวสั ด์ิ ตาํ แหนง ครชู ํานาญการพิเศษ
2. นางสาวอารดา วงษยีเมาะ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
3. นางสาวณษิ ากณั หอมจํารัส โรงเรียนอนบุ าลวดั ปตลุ าธริ าชรงั สฤทฎ์ิ
ตําแหนง ครู
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนอนบุ าลวดั ปตลุ าธิราชรงั สฤทฎ์ิ
ตําแหนง ครู
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนอนบุ าลวดั ปตุลาธริ าชรังสฤทฎ์ิ
131
ภาคผนวก ค
ตวั อยา งเครื่องมอื
132
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 1
บทท่ี 1 วสั ดรุ อบตัวเรา จํานวน 20 ขอ เวลา 45 นาที
คําช้ีแจง
1. ขอสอบเปน แบบปรนัย 3 ตัวเลอื ก จํานวน 20 ขอ คะแนนเต็ม 20 คะแนน
2. ใหนักเรียนทําเคร่ืองหมาย ลงในกระดาษคาํ ตอบท่เี หน็ วาถูกตอ งทสี่ ุดเพียงคําตอบ
เดียว
เกณฑก ารใหค ะแนน
ตอบถูก ขอ ละ 1 คะแนน ตอบผิด หรือ ไมต อบ ขอละ 0 คะแนน
1. ขอใดจดั เปนของใชสว นตัว
ก. ถงั น้าํ ข. รองเทา ค. จาน
ค. ถกู ตอ งทั้งขอ ก. และขอ ข.
2. วัสดุชนิดใดใชท าํ ไมบ รรทัดได ค. นํา้ หนกั เบา
ค. ยางลบ
ก. ไม ข. พลาสติก
3. ขอ ใดไมใชค ณุ สมบตั ขิ องกระดาษ
ก. กนั นา้ํ ได ข. ฉีกขาดงาย
4. สิง่ ใดทาํ จากไม
ก. ปากกา ข. ดินสอ
5. สิ่งใดควรเก็บไวใ นครวั
6. วสั ดุประเภทหนงั นิยมนาํ ไปทาํ อะไร
ก. โตะ ข. เสื้อผา ค. รองเทา
ค. หมอ
7. สง่ิ ใดเปน ของเลน
ก. ลูกแกว ข. แกวน้ํา
133
8. ส่งิ ใดเปน ของใช
ก. ลกู โปง ข. ยางลบ ค. ตุกตา
9. เลนของเลนเสร็จแลว ควรทําอยา งไร
ก. ท้ิงไวตรงทเ่ี ลน ข. เรยี กใหแมม าเกบ็ ค. เก็บเขา ที่ใหเ รียบรอ ย
10. วัสดชุ นดิ ใดเหมาะสาํ หรบั ทาํ เสอื้ กันฝน
ก. ผา ข. พลาสติก ค. กระดาษ
13. วตั ถใุ นขอ ใดทําจากวัสดทุ ีแ่ ตกตางจากวัสดทุ ีใ่ ชท ําหนงั สือ
ก. รม ข.สมดุ ค. หนงั สอื พมิ พ
14. วตั ถใุ ดทําจากวัสดไุ ดห ลายชนดิ
ก. จาน ข. ลกู ปง ปอง ค. หนังสือพิมพ
15. วัตถุใดประกอบดวยวัสดุไดหลายชนดิ
ก. ดินสอ ข. ลกู ปงปอง ค. ตะเกียบ
16. วัตถุใดควรทําจากวสั ดุทีแ่ ข็ง
ก. รองเทา ข. ผาหม ค. กระดาษ
17. วัตถใุ ดควรทําจากวัสดุทีย่ ดื ได
ก. ถงุ เทา ข. ไมบรรทัด ค. หนา จอโทรศัพท
18. ถา ตอ งการวตั ถุทม่ี ผี ิวมันวาว ควรทําจากวัสดใุ ด
ก. พลาสติก ข. โลหะ ค. แกว
19. ครกหินทาํ จากวสั ดุชนิดใด
ก. กระดาษ ข. แกว ค. หนิ
20. ขอใดคอื วตั ถุ
ก. ชอ น ข. ผา ค. กระดาษ
134
แบบประเมนิ คา ดชั นีความสอดคลองระหวา งเนอ้ื หาและจดุ ประสงคก ารเรียนรู
ของชุดกจิ กรรมการเรียนรวู ิทยาศาสตร เรื่อง วสั ดรุ อบตวั เรา
คาํ ช้ีแจง
โปรดทําเครือ่ งหมาย ลงในชองระดับทท่ี า นเห็นวา มีความสอดคลองกนั โดย +1 หมายถึง
สอดคลอ ง 0 หมายถงึ ไมแนใจ -1 หมายถึง ไมส อดคลอง
รายการประเมนิ ผลการประเมิน ขอ เสนอแนะ
+1 0 -1
1. ดานเนื้อหา
1.1 เนื้อหาครบถว นสมบูรณ
1.2 เนื้อหาสอดคลองกบั ตวั ช้ีวดั
1.3 เนือ้ หาไมซ บั ซอน
2. ดานความคิดสรางสรรค
2.1 สสี นั สวยงาม
2.2 ตวั หนังสอื และภาษาสละสลวย
2.3 สะอาดและเรยี บรอย
135
แบบประเมินคุณภาพของชดุ กจิ กรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร เรอื่ ง วสั ดรุ อบตัวเรา
คาํ ช้แี จง
โปรดทาํ เครอ่ื งหมาย ลงในระดบั ที่ทานเหน็ วาเปน ไปไดโ ดย 5 หมายถึง ดีมาก, 4 หมายถงึ ดี, 3
หมายถงึ พอใช, 2 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ , 1 หมายถึง ปรับปรุงเรง ดวน
รายการประเมิน ระดบั การประเมนิ 1
1. ดานเนอื้ หา 54 3 2
1.1 เนื้อหาครบถวนสมบรู ณ
1.2 เนื้อหาสอดคลอ งกับตัวชว้ี ัด
1.3 เน้อื หาไมซับซอน
2. ดา นความคดิ สรา งสรรค
2.1 สีสันสวยงาม
2.2 ตวั หนงั สอื และภาษาสละสลวย
2.3 สะอาดและเรยี บรอย
ขอ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................................ผูประเมนิ
(.......................................................)
.............../................/................
136
ภาคผนวก ง
ผลการพิจารณาของผูเช่ยี วชาญ และขอ สรปุ การหาคุณภาพเคร่ืองมอื
137
แบบสรปุ ผลการประเมนิ คา ดัชนคี วามสอดคลองระหวางเน้ือหาและจดุ ประสงคก ารเรียนรู
ของชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู ิทยาศาสตร เรือ่ ง วสั ดรุ อบตัวเรา
รายการประเมิน ผลการประเมนิ ของผูเช่ยี วชาญ รวม สรปุ แปลผล
1. ดานเนื้อหา 12 3
1.1 เนือ้ หาครบถวนสมบูรณ +1 +1 +1 3 1.00 ใชได
1.2 เนอื้ หาสอดคลองกบั ตัวชีว้ ัด +1 +1 +1 3 1.00 ใชไ ด
1.3 เนอื้ หาไมซบั ซอน +1 +1 0 2 0.6 ใชไ ด
2. ดานความคิดสรางสรรค
2.1 สีสันสวยงาม +1 +1 +1 3 1.00 ใชไ ด
2.2 ตวั หนังสือและภาษา 0 +1 +1 2 0.6 ใชได
สละสลวย
+1 +1 +1 3 1.00 ใชได
2.3 สะอาดและเรยี บรอย
คา IOC = 1.00 + 1.00 + 0.6 + 1.00 + 0.6 + 1.00 / 6
= 0.87
สรุปวา นวตั กรรม ใชได
138
ตารางท่ี 4.1 แสดงคา สถติ ิผลการประเมนิ คณุ ภาพของผูเ ชีย่ ว คาสถติ ิ
ดานท่ี รายการประเมนิ
คา เฉลีย่ ระดับ
1 ดา นเนอ้ื หา
1.1 เนือ้ หาครบถว นสมบูรณ 4.43 ดีมาก
1.2 เนอื้ หาสอดคลองกับตัวชว้ี ัด 4.30 ดีมาก
1.3 เนื้อหาไมซ บั ซอน 4.00 ดมี าก
5.00 ดเี ยย่ี ม
2 ดา นความคดิ สรางสรรค 4.33 ดีมาก
2.1 สีสันสวยงาม 5.00 ดเี ยีย่ ม
2.2 ตวั หนงั สอื และภาษาสละสลวย 4.00 ดมี าก
2.3 สะอาดและเรียบรอย 4.00 ดมี าก
ภาพรวม 4.38 ดมี าก
139
ภาคผนวก จ
สถิตทิ ีท่ ่ใี ชใ นการวเิ คราะหข อ มลู และสตู ร
140
สถิตทิ ีใ่ ชในการวจิ ยั
ผูว จิ ัยไดใชสถติ ิในการวเิ คราะหขอ มูล ดงั น้ี
1. สถิติพื้นฐาน
1.1 คา เฉลย่ี เลขคณติ (Mean) โดยคํานวณจากสตู ร (ลว น สายยศ, และองั คณา สาย
ยศ, 2538, น. 73)
= ∑
เมือ่ แทน คาเฉลย่ี ของคะแนน
∑ แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด
แทน จาํ นวนนกั เรียนทัง้ หมด
1.2 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยคํานวณจากสูตร (ลวน สายยศ, และอังคณา
สายยศ, 2538, น. 79)
. = � ∑ (2 − −(∑1) )2
เม่ือ S. D. แทน คาเบีย่ งเบนมาตรฐาน
∑ 2 แทน ผลรวมท้งั หมดของคะแนนแตละตัวยกกาํ ลงั สอง
(∑x)2 แทน ผลรวมของคะแนนแตล ะตัวยกกําลงั สอง
แทน จาํ นวนนกั เรียนกลมุ ตวั อยาง
2. สถติ ิทใ่ี ชต รวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมอื วจิ ัย
การวิเคราะหค วามตรงของเคร่อื งมอื โดยผเู ช่ยี วชาญ (ลวน สายยศ, และอังคณา สาย
ยศ, 2543, น. 249)
= ∑
เมอื่ แทน ดัชนีความสอดคลอ ง
∑ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผูเช่ียวชาญดานเน้ือหา
ทั้งหมด
แทน จํานวนผูเชย่ี วชาญ
141
3. สถติ ทิ ใ่ี ชใ นการทดสอบสมมติฐาน
ทดสอบความมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยการทดสอบความแตกตางระหวาคาเฉลย่ี สอง
กลุมท่ีไมเปนอิสระแกกัน เพ่ือเปรียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังเรียน โดยใชสูตร t-test
แบบ Dependent Samples ดงั น้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2554 : 133)
= ∑
� ∑ 2−(∑ )2
−1
เมื่อ แทน คาสถิตทิ ี่ใชเ ปรยี บกับคา วิกฤตเพื่อทราบความมีนยั สาํ คัญ
แทน คาผลตา งระหวา งคูคะแนนกอนเรยี น และหลังเรยี น
แทน จํานวนกลมุ ตวั อยา งหรือจาํ นวนคคู ะแนน
ชอ่ื – นามสกุล 142
วัน เดอื น ป
ทอี่ ยตู ามภมู ิลําเนา ประวัติผวู จิ ัย
ประวตั กิ ารศึกษา
นางสาวกนกวรรณ สมสมยั
7 เมษายน 2540
130 ม.4 ต.หา งสงู อ.หนองใหญ จังหวัดชลบุรี 20190
ประถมศึกษา โรงเรยี นบานหางสูง (เกตุวตั ถาประชานุเคราะห)
มัธยมศกึ ษา โรงเรยี นหนองใหญศ ริ ิวรวาทวิทยา จงั หวดั ชลบุรี
ปริญญาตรี คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภฏั ราชนครนิ ทร