The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุรอบตัวเรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanokwansom2540, 2022-02-18 06:23:59

วิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุรอบตัวเรา

วิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุรอบตัวเรา

95

แบบประเมนิ ใบกิจกรรม

คําช้แี จง : ใหผูส อนประเมินชน้ิ งานของผเู รยี นในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนนลงในตารางที่ตรง
กบั พฤตกิ รรมของผเู รียน (ดูเกณฑใ นหนาตอไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรบั ปรงุ

ความรู การเช่ือมโยง ความสะอาด
เลขท่ี ช่อื - สกลุ ความรู เรียบรอย รวม
123123123

ลงช่อื ................................................... ผูประเมนิ
.............../.............../................

96

เกณฑก ารประเมินใบกิจกรรม

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
1. ความรู สามารถอธบิ ายชนิด ของวสั ดุแตไมสามารถ
ของวัสดแุ ละจําแนก สามารถอธบิ ายชนดิ จาํ แนกวสั ดไุ ด
วสั ดไุ ดค รบ และ ของวัสดุและจําแนก
ถกู ตอง วสั ดไุ ดบางสวนและ สามารถเชอื่ มโยง
2.การเชอ่ื มโยงความรู สามารถเชอื่ มโยง ถกู ตอง ความรไู ด แตไมเ ปน ไป
ความรูไ ดถูกตอง สามารถเช่ือมโยง ตามลาํ ดับ
ตามลาํ ดบั ความสําคัญ ความรูไดแ ละลาํ ดับ ความสมั พนั ธ
ความสาํ คัญคอนขาง ชน้ิ งานไมสะอาด ขาด
3. ความสะอาด ชนิ้ งานมีความสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรยี บรอ ย เรยี บรอ ยในรูปแบบท่ี ชน้ิ งานมีความสะอาด เรยี บรอย
ถูกตองและสวยงาม เรียบรอ ยและมี
ขอบกพรองเพยี ง
เลก็ นอย

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ

เกณฑการผา น ไดร ะดับคุณภาพดี

97

แบบประเมนิ ดา นทกั ษะ

คําช้ีแจง : ใหผ สู อนประเมินจาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนน
ลงในตารางท่ตี รงกบั พฤติกรรมของผูเรยี น (ดเู กณฑใ นหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

ทักษะกระบวนการ ทักษะในศตวรรษท่ี
ทางวิทยาศาสตร 21

เลขที่ ชอื่ - สกุล การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก

ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ

การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม

ลงชือ่ ................................................... ผปู ระเมนิ
.............../.............../...............

98

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ดานทกั ษะ 1
1.ดา นทกั ษะกระบวนการ
วทิ ยาศาสตร ระดบั คุณภาพ
1.1 การสังเกต 32

1.2 การลงความเหน็ จาก บอกรายละเอียด บอกรายละเอียดของ บอกรายละเอียดของ
ขอ มูล ของขอ มูล และ ขอ มูล และตอบ ขอมูล และตอบ
2.ดานทกั ษะในศตวรรษที่ ตอบคาํ ถามจาก คําถามจากการสงั เกต คาํ ถามจากการสังเกต
21 การสงั เกตไดอยาง ไดอ ยางถูกตอ งหรือ ไดไ มถ กู ตอ ง
2.1 ทกั ษะดานความ ถกู ตอง ขาดบางสวน สามารถลงความเห็น
รว มมือและ สามารถลง สามารถลงความเห็น จากขอมลู ไดไม
การทาํ งานเปน ทีม ความเหน็ จาก จากขอมลู โดยผา น ถูกตอง
2.2 ทักษะดานการสอ่ื สาร ขอมลู โดยผา น กระบวนการคิดได
กระบวนการคดิ ได อยางถูกตองเปน
อยางถูกตอง บางสว น

สามารถทํางาน สามารถทํางาน ไมสามารถทํางาน
รว มกบั ผูอ่นื ไดดี รว มกบั ผอู น่ื ได รว มกบั ผอู น่ื ได
โดยใหความ บางสวน ใหความ ไมส ามารถสอื่ สารและ
รวมมอื เปนอยางดี รวมมือเปน อยา งดี นําเสนองานหนาชั้น
สามารถส่อื สาร สามารถสอื่ สารและ เรยี นได
และนําเสนองาน นาํ เสนองานหนาชน้ั
หนาช้นั เรยี นได เรยี นไดบ างสว น
ถกู ตอง และ
ครบถว น

เกณฑก ารประเมนิ

ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 คะแนน ดีมาก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรับปรุง

เกณฑการผาน ไดระดบั คณุ ภาพดี

99

แบบประเมินดา นเจตคติทางวทิ ยาศาสตร

คําชแี้ จง : ใหผูส อนประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใหร ะดบั คะแนน
ลงในตารางท่ีตรงกับพฤติกรรมของผเู รียน (ดเู กณฑในหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมิน คะแนนท่ีได

เลขท่ี ชือ่ – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผาน
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน

ลงชอ่ื ................................................... ผูประเมิน
.............../.............../................

100

เกณฑก ารประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร

ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
1. ใฝร ูใฝเรียน ต้งั ใจเรยี นและ 2 เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไี่ ดร บั
2. มงุ ม่นั ในการ ทํางานท่ีไดร บั ต้งั ใจเรียนและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสาํ เรจ็ มี รบั ผิดชอบในการ
การปรับปรุง ทาํ งานที่ไดร บั เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
ตั้งใจเรียนและ มอบหมายจนสําเร็จ หนา ทีท่ ่ีไดรบั
รับผิดชอบในการ มอบหมาย
ทาํ งานที่ไดรบั ต้ังใจเรยี นและ
มอบหมายจนสาํ เรจ็ มี รับผิดชอบในการ
การปรับปรุง ทาํ งานที่ไดร บั
มอบหมายจนสําเรจ็

เกณฑการประเมิน

ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ

เกณฑการผา น ไดร ะดบั คุณภาพดี

101

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูท่ี 4
เร่อื ง สมบัตขิ องวสั ดุ

102

ใบความรูท่ี 4.1
สมบัตขิ องวสั ดุ

จุดประสงคการเรยี นรู

1. สามารถอธบิ ายสมบัตขิ องวัสดไุ ด (K)
2. สามารถจาํ แนกสมบัตขิ องวัสดไุ ด (P)
3. มีความมุงมนั่ ในการทาํ งาน (A)

นิทานนารู

กาลครั้งหน่ึงนานมาแลวมีลูกหมูสามตัวเปนพ่ีนองกันพวกมันออก
เดินทางเพื่อจะหาที่สรา งบา นคนละหลัง

พ่ีใหญซ้ือฟางไปสรางบานจะไดไมเหนื่อยและไมหนักดวย พี่รองซ้ือเศษ
ไมไปสรางบานตอกตะปไู มก ่ีทีก็เสร็จแลว สวนนอ งเล็กซื้ออิฐมาสรา งบาน พใี่ หญ
พ่ีรองเห็นจึงหัวเราะและบอกวาทําไมเจาโงอยางนี้ กวาจะแบกไป กวาจะสราง
บานเสร็จก็ใชเวลานาน นองเล็กตอบ แตถาเราใชอิฐสรางบาน มันก็จะแข็งแรง
และทนทานกวา นะ

103

ตกดึกท้ังสามตัวก็เขานอนบานใครบานมนั จนกระท่ังคืนหน่ึงมเี จา
หมาปามาซมุ ดูหวงั จะมาจบั ลกู หมูทง้ั สามตวั มาเปนอาหาร และไปบานลกู
หมูท่สี รางบานดวยฟางกอ น เจาลกู หมูนอ ยออกมาใหข า กินดีกวานะ บาน
ฟางแบบนี้ขาเปาก็พังแลว บานฟางก็พังลง เจาลูกหมูรีบว่ิงไปหานองรอง
ท่ีสรางบานดวยเศษไมและเจาหมาปาก็มาเคาะที่ประตูแลวบอกใหเปด
บานไมท่ีไมแข็งแรงแบบน้ีแคขากระโดดกระแทกประตูสองทีมนั ก็พังแลว
ละ บานไมก็พังลงทันที จากนั้นเจาหมาปาก็มาถึงบานนองเล็ก และเคาะ
ประตูแลวพูดขึ้นวา .... เปดใหข า เขา ไปกนิ เดีย๋ วนี้นะ นองเลก็ ตะโกนบอก
กลับไปเถอะเจาหมาปาเจาไมมีทางพังบานหลังนี้ไดหรอก หมาปา
รวบรวมลมเพื่อเปาบาน แตบานก็ไมย อมพัง ไดไมอ ยางนน้ั ขาจะกระโดด
กระแทกใหบานพังไปเลย 1 2 3 โอย ใครก็ไดชวยขาดวย เจาหมาปา
กระโดดกระแทกกับประตูบานอิฐอยางแรง แตดวยความท่ีเปนบาน
แขง็ แรงมาก มันจึงเจบ็ จนเปน ลมสลบไป

104

แบบฝก ทักษะท่ี 4.1
วัสดุอะไรเอย

แบบฝกทกั ษะที่ 4.1 ใหนกั เรียนดูภาพและตอบคําถามใหถ ูกตอ ง

บา นหลังนท้ี ํามาจากวสั ดอุ ะไร

....................................................................

บา นหลังนีท้ าํ มาจากวัสดอุ ะไร
...........................................................

บานหลงั นที้ าํ มาจากวัสดอุ ะไร
..................................................................

105

ใบความรูท่ี 4.2
สมบัตขิ องวสั ดุ
ผา
ผา เปน วสั ดทุ มี่ ี ความออ นนุม เรยี บ ยดื หดและบิดงอไดเ ล็กนอย เชน
กระเปา ตกุ ตา เสอ้ื ผา

แกว
แกว เปนวสั ดุที่โปรงใส ผวิ เรยี บ ทนตอรอยขดู ขดี และความรอ น-เยน็ เชน

ขวดบรรจุภณั ฑ แกวน้ํา อปุ กรณวิทยาศาสตร หลอดไฟ

106

พลาสตกิ
พลาสตกิ เปน วสั ดทุ ีม่ นี าํ้ หนกั เบา ไมนาํ ความรอ น นาํ้ ซึมไมได เชน

เกาอี้ บรรจุภณั ฑช นดิ ตา งๆ

ยาง
ยาง มคี วามยืดหยุนดี บดิ งอได นุม ผิวเรยี บ ไมน ําไฟฟา กันนา้ํ ได

107

ไม
ไม เปน วัสดุทม่ี คี วามแขง็ ทนทาน ยืดหดและบดิ งอไมได

หิน
อิฐ หิน เปนวสั ดุทีม่ คี วามแขง็ ผิวขรุขระหรอื เรยี บ อาจจะมแี ตกหัก

ได

108

กระดาษ
กระดาษ เปนวัสดทุ ม่ี ีนา้ํ หนกั เบา ซับนํ้าไดดี ฉกี ขาดงา ย

โลหะ
โลหะ เปนวสั ดทุ ่มี คี วามแขง็ มคี วามทนทาน ผิวมนั วาว นําความ

รอนและไฟฟา ไดดี

109

กิจกกรม
วสั ดแุ ตล ะชนิดมสี มบตั อิ ยา งไร

ทาํ เปน คดิ เปน
ทํากจิ กรรมนเี้ พ่ือ 1. สงั เกตและอธิบายสมบตั ขิ องวสั ดุ

2. จดั กลมุ วสั ดุตามสมบัติของวสั ดุ

บนั ทกึ ผลการทํากจิ กรรม ทําเครื่องหมาย 
หนา คาํ ทีเ่ ลือกสจิ ะ

วตั ถุ วสั ดุ สมบัติ สมบตั ิอืน่ ๆ
…..…………………… นมุ แข็ง ...................
ยดื ได ยดื ไมไ ด
ตกุ ตาผา
…..…………………… ใส ขนุ ทึบ ...................

มนั วาว ไมมนั วาว

110

วัตถุ วัสดุ สมบัติ สมบตั อิ ื่นๆ
…..………………… นุม แข็ง ....................
ยดื ได ยดื ไมได
แทงไม
…..………………… ใส ขุน ทึบ ....................

…..………………… มนั วาว ไมม ันวาว
จาน
พลาสตกิ …..………………… นุม แขง็
ยดื ได ยืดไมไ ด ....................
…..…………………
ชอนโลหะ ใส ขุน ทบึ ....................

…..………………… มนั วาว ไมม นั วาว

นมุ แข็ง
ยืดได ยดื ไมไ ด ....................

ใส ขนุ ทึบ ....................

มันวาว ไมมันวาว

111

วตั ถุ วัสดุ สมบัติ สมบัตอิ ่ืนๆ
ลกู บอล …..…………… นมุ แข็ง ....................
ยาง ยดื ได ยืดไมได

…..…………………… ใส ขนุ ทึบ ....................

…..……………… มันวาว ไมม นั วาว
กอนหนิ
นมุ แขง็
…..…………………… ยืดได ยดื ไมไ ด ....................

…..………… ใส ขุน ทึบ ....................
แกว นํา้
มนั วาว ไมม นั วาว
…..…………………
นมุ แขง็
ยืดได ยดื ไมไ ด ...................

ใส ขุน ทบึ ....................

มนั วาว ไมม ันวาว

112

สมบตั ิที่เลือกมาจดั กลมุ คอื .............................................

ผลการจัดกลุม

วสั ดใุ นกลมุ ที่ 1 มสี มบัติ...........................................
ไดแก ...................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………
วัสดใุ นกลมุ ที่ 2 มีสมบัติ...........................................
ไดแ ก ......................................................................................................
.................................................................................................................

113

คาํ ถามทายบทเรียน

1. คนพบอะไรบางเก่ียวกบั สมบัตขิ องวสั ดุและการจดั กลุม
เมอ่ื ใชมอื กดวัสดุ วัสดบุ างชนิด.................................................
บางชนดิ ....................................................................................
2. เมอื่ ออกแรงดงึ วัสดบุ างชนิด...............................................
บางชนิด...................................................................................
3. เมื่อมองสิ่งของผานวสั ดุ วัสดุบางชนดิ .................................
บางชนิด....................................และบางชนดิ .........................
4. เมอ่ื สังเกตผวิ ของวัสดุ วัสดุบางชนิด...................................
บางชนดิ ..................................................................................

114

แผนการจดั การเรยี นรูที่ 4

รหัสวชิ า ว 11101 กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
หนว ยที่ 3 เรือ่ ง สิง่ ตางๆรอบตวั เรา เวลา 32 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง สมบัติของวัสดุ เวลา 3 ชว่ั โมง
ผูสอน นางสาวกนกวรรณ สมสมัย โรงเรยี นอนบุ าลวดั ปต ุลาธิราชรังสฤษฎ์ิ

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัตขิ องสสาร องคประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร ะหวางสมบัตขิ องสสาร

กับโครงสรางและแรงยดึ เหน่ียวระหวา งอนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตัวชี้วดั

1. อธบิ ายสมบตั ิท่สี งั เกตไดของวัสดุที่ใชทําวัตถุซ่งึ ทําจากวสั ดุชนิดเดียวกันหรือหลายชนิดประกอบกัน
โดยใชหลักฐานเชิงประจกั ษ

2. ระบุชนดิ ของวสั ดุและจดั กลุมวัสดตุ ามสมบตั ทิ สี่ งั เกตได
สาระสาํ คัญ

วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซึ่งสามารถ
นาํ มาใชจัดกลมุ วสั ดุได วัตถุแตละชิ้นอาจทําจากวสั ดุชนิดเดียวหรือประกอบจากวสั ดุหลายชนิด
จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1. สามารถอธบิ ายสมบตั ขิ องวัสดุได (K)
2. สามารถจาํ แนกสมบตั ขิ องวสั ดุได (P)
3. มีความมงุ ม่ันในการทํางาน (A)
สาระการเรยี นรู
ดานความรู
วัสดุท่ีใชทําวัตถุท่ีเปนของเลน ของใช มีหลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก ยาง ไม อิฐ หิน กระดาษ
โลหะ วัสดุแตละชนดิ มีสมบัติท่สี ังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุน ยืดหดได บิดงอได สมบัติ
ท่สี ังเกตไดของวัสดุแตละชนิดอาจเหมือนกนั ซงึ่ สามารถนํามาใชเปน เกณฑในการจัดกลมุ วัสดุได วสั ดุบางอยาง
สามารถนํามาประกอบกันเพ่ือทาํ เปน วัตถุตา งๆ เชน ผาและกระดุม ใชทาํ เส้อื ไมแ ละโลหะ ใชท าํ กระทะ
ดานสาํ คัญในการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร
1. ดา นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร

1.1 ทักษะการสงั เกต
1.2 ทักษะการลงความเห็นจากขอ มลู
2. ทักษะในศตวรรษที่ 21
2.1 ทักษะดา นความรว มมอื และการทาํ งานเปน ทีม
2.2 ทักษะดานการสอ่ื สาร

115

ดา นเจตคตทิ างวิทยาศาสตร
1. ใฝร ูใฝเรยี น
2. มงุ ม่ันในการทาํ งาน

สมรรถนะสําคญั
1. ความสามารถในการส่อื สาร
- การอา น การอธิบาย การพูดหนาชัน้ เรยี น
2. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
- การมสี ว นรว ม การรวมกนั อภิปราย

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ชุดกจิ กรรมท่ี 4 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องวสั ดุ
- แบบบันทกึ กิจกรรม

กระบวนการจัดการเรยี นรู (รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู : 5Es)
กจิ กรรมการเรียนรู สอื่ /แหลง เรยี นรู การวดั และประเมินผล
ข้ันตอนท่ี 1 : ข้ันสรา งความสนใจ ส่ือ วิธกี ารวัดและประเมินผล
(Engagement) - นทิ านเรอื่ ง ลกู หมู 3 ตวั 1.ทําแบบบนั ทกึ กจิ กรรม
1. ครูนําเขาสูบทเรียนโดยเลานิทาน - วสั ดุ อปุ กรณใ นการทํา 2.ทําแบบประเมนิ ดา นทักษะ
เรื่องลกู หมู 3 ตวั กจิ กรรม (ตุกตาผา แทงไม 3.ทําแบบประเมนิ ดา นเจตคติ
ขัน้ ตอนที่ 2 : ขั้นสาํ รวจและคน หา แกว นํ้า จานพลาสตกิ ชอ น
(Exploration) โลหะ กอนหนิ ลูกบอล
2. หลังจากอานนิทาน ครูและนักเรียน ยาง) เครอ่ื งมือ
ร ว ม กั น เ ขี ย น ป ร ะ เ ด็ น ที่ ต อ ง ก า ร ห า 1.แบบประเมินกิจกรรม
คาํ ตอบบนกระดาน แหลง เรยี นรู 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
3. นักเรียนสังเกตวัสดุท่ีครูนํามา เชน - หองเรยี น กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
ตุกตาผา แทงไม แกวนํ้า จานพลาสติก 3.แบบประเมนิ ดา นเจตคติ
ชอนโลหะ กอนหิน ลูกบอลยางและ
จาํ แนกสมบัติของวสั ดุ
4. ค รู แ จ ก แ บ บ บั น ทึ ก กิ จ ก ร ร ม ใ ห เกณฑการประเมนิ
นักเรยี น 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
5. ใหนักเรียนตอบคําถามในแบบบันทึก ผานเกณฑ
กิจกรรม 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
ข้นั ตอนที่ 3 : ข้นั อธบิ ายและลงขอสรุป ผานเกณฑ
(Explanation) 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
6. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ ผา นเกณฑ

คดิ เห็นเก่ยี วกับขอ มูลทไี่ ดจ ากการเรียน

กิจกรรมการเรียนรู สื่อ/แหลง เรยี นรู 116
7. นักเรยี นทุกคนและคุณครูรวมกนั การวดั และประเมนิ ผล
อภปิ รายและสรปุ บทเรยี น
ขน้ั ตอนท่ี 4 : ขน้ั ขยายความรู
(Elaboration)
8. ครใู หค วามรูเ พิ่มเตมิ วา วสั ดุตา งๆ มี
ลักษณะเฉพาะของสิ่งของตา งๆ เชน เบา
มสี ี นุม ขรขุ ระ เรยี บ เราเรยี ก
ลกั ษณะเฉพาะน้ันวา สมบัติ
ขั้นตอนท่ี 5 : ขน้ั ประเมนิ
(Evaluation)
9. ครปู ระเมินดงั นี้

9.1 แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม
9.2 แบบสังเกตทักษะการปฏิบัติงาน
รายบุคคล
9.3 แบบสงั เกตเจตคตริ ายบุคคล

117

แบบประเมินใบกจิ กรรม

คําชแ้ี จง : ใหผ สู อนประเมนิ ชนิ้ งานของผูเรยี นในการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใหระดับคะแนนลงในตารางท่ีตรงกับ
พฤติกรรมของผูเ รียน (ดูเกณฑในหนา ตอไป)
เกณฑก ารใหคะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรบั ปรงุ

ความรู การเช่อื มโยง ความสะอาด
เลขท่ี ช่ือ - สกลุ ความรู เรยี บรอย รวม
123123123

ลงช่ือ ................................................... ผูป ระเมนิ
.............../.............../................

118

เกณฑการประเมนิ ใบกจิ กรรม

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
1. ความรู สามารถอธิบายชนดิ ของวสั ดุแตไมสามารถ
ของวสั ดแุ ละจําแนก สามารถอธิบายชนิด จาํ แนกวสั ดุได
วสั ดไุ ดค รบ และ ของวัสดุและจําแนก
ถูกตอง วสั ดไุ ดบางสวนและ สามารถเชือ่ มโยง
2.การเชือ่ มโยงความรู สามารถเชื่อมโยง ถกู ตอง ความรูได แตไมเ ปน ไป
ความรูไ ดถูกตอง สามารถเชอ่ื มโยง ตามลาํ ดับ
ตามลาํ ดบั ความสาํ คัญ ความรูไ ดแ ละลาํ ดบั ความสมั พันธ
ความสาํ คัญคอนขา ง ชน้ิ งานไมส ะอาด ขาด
3. ความสะอาด ชิน้ งานมีความสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรยี บรอ ย เรยี บรอ ยในรูปแบบที่ ช้นิ งานมคี วามสะอาด เรียบรอ ย
ถกู ตองและสวยงาม เรียบรอ ยและมี
ขอ บกพรองเพียง
เลก็ นอย

เกณฑก ารประเมิน

ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรับปรงุ

เกณฑการผาน ไดร ะดบั คุณภาพดี

119

แบบประเมินดานทักษะ

คาํ ช้ีแจง : ใหผ ูสอนประเมนิ จาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดบั คะแนนลง
ในตารางทีต่ รงกบั พฤติกรรมของผูเ รยี น (ดเู กณฑในหนา ตอไป)
เกณฑการใหคะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรงุ

ทกั ษะกระบวนการ ทักษะในศตวรรษที่
ทางวิทยาศาสตร 21

เลขท่ี ชื่อ - สกุล การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก

ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ

การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม

ลงชอ่ื ................................................... ผูป ระเมนิ
.............../.............../...............

120

ประเด็นการประเมิน เกณฑก ารประเมนิ ดานทกั ษะ 1
1.ดานทักษะกระบวนการ
วทิ ยาศาสตร ระดับคณุ ภาพ
1.1 การสังเกต 32

1.2 การลงความเห็นจาก บอกรายละเอยี ด บอกรายละเอยี ดของ บอกรายละเอียดของ
ขอมูล ของขอมูล และ ขอ มูล และตอบ ขอมูล และตอบ
2.ดา นทกั ษะในศตวรรษที่ ตอบคาํ ถามจาก คําถามจากการสังเกต คาํ ถามจากการสงั เกต
21 การสงั เกตไดอยาง ไดอ ยา งถูกตองหรือ ไดไ มถูกตอ ง
2.1 ทกั ษะดานความ ถกู ตอง ขาดบางสว น สามารถลงความเห็น
รว มมอื และ สามารถลง สามารถลงความเหน็ จากขอมลู ไดไม
การทํางานเปน ทีม ความเหน็ จาก จากขอมูล โดยผาน ถูกตอง
2.2 ทกั ษะดา นการสือ่ สาร ขอมลู โดยผา น กระบวนการคดิ ได
กระบวนการคิดได อยางถูกตองเปน
อยางถูกตอง บางสว น

สามารถทาํ งาน สามารถทาํ งาน ไมสามารถทาํ งาน
รวมกับผูอ่ืนไดดี รวมกับผอู ่ืนได รว มกับผอู ืน่ ได
โดยใหความ บางสวน ใหความ ไมสามารถสอื่ สารและ
รว มมอื เปนอยางดี รวมมือเปนอยา งดี นําเสนองานหนา ชนั้
สามารถสอื่ สาร สามารถสอื่ สารและ เรยี นได
และนาํ เสนองาน นาํ เสนองานหนาช้นั
หนา ช้นั เรยี นได เรยี นไดบางสวน
ถกู ตอง และ
ครบถวน

เกณฑก ารประเมิน

ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 คะแนน ดีมาก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรบั ปรงุ

เกณฑการผาน ไดระดับคณุ ภาพดี

121

แบบประเมินดานเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร

คําชี้แจง : ใหผ ูสอนประเมนิ จากการสงั เกตพฤติกรรมของผูเรยี นในการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใหระดับคะแนนลง
ในตารางทต่ี รงกับพฤติกรรมของผูเรยี น (ดูเกณฑในหนาตอ ไป)
เกณฑก ารใหคะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรบั ปรงุ

รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมนิ คะแนนทไ่ี ด

เลขท่ี ชื่อ – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผา น
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน

ลงชอ่ื ................................................... ผปู ระเมิน
.............../.............../................

122

เกณฑก ารประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร

ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 1
1. ใฝรใู ฝเรียน ตงั้ ใจเรียนและ 2 เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไี่ ดร บั
2. มงุ มนั่ ในการ ทาํ งานที่ไดรับ ตัง้ ใจเรียนและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสําเร็จมี รบั ผิดชอบในการ
การปรับปรงุ ทํางานที่ไดรบั เอาใจใสตอการปฏบิ ัติ
ตั้งใจเรยี นและ มอบหมายจนสําเรจ็ หนา ทีท่ ่ีไดรบั
รับผดิ ชอบในการ มอบหมาย
ทํางานท่ีไดรับ ตงั้ ใจเรียนและ
มอบหมายจนสาํ เรจ็ มี รับผดิ ชอบในการ
การปรบั ปรงุ ทาํ งานท่ีไดรบั
มอบหมายจนสําเรจ็

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรุง

เกณฑการผาน ไดระดบั คณุ ภาพดี

123

ชดุ กิจกรรมการเรียนรูที่ 5
เรือ่ ง วสั ดุในชีวิตประจาํ วัน

124

ใบความรูท่ี 5
วัสดุในชีวติ ประจาํ วนั
จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. สามารถอธิบายวสั ดใุ นชีวิตประจาํ วนั ได (K)
2. สามารถระบุวัสดุในชีวติ ประจําวนั ได (P)
3. มีความมุง มั่นในการทํางาน (A)

เมื่อเราเดินเขา ไปรา นตางๆ เราเคยสงั เกตหรือไมว า มี
สิ่งของตา งๆ ทมี่ สี ีสันมากมาย ท้งั ของทใี่ ชใ นหองครวั หอ งนอน
หรอื ของทเี่ ปนเครอ่ื งเขียนส่ิงเหลา นน้ั ทาํ จากวัสดอุ ะไร

วสั ดชุ นดิ เดยี วกนั อาจนําไปทาํ เปน วัตถตุ างๆท่ีใชงานตา งๆ
เชน ผาเปนวสั ดทุ ีน่ าํ มาทาํ เปน เสอื้ กางเกง กระเปา โคมไฟ และ
รองเทา หรอื พลาสตกิ สามารถนาํ ไปทาํ เปนขวดนํา้ ชอ น จาน ถงุ
เส้อื กนั ฝน ตกุ ตา

125

ตวั อยางเชน

หอ งครวั

ไม สามารถใชท ําวัตถุ เชน โตะ ตู ตะกรา
โลหะ สามารถใชท ําวัตถุ เชน หมอ

126

แบบฝก ทักษะท่ี 5
วสั ดใุ นชวี ติ ประจาํ วนั
แบบฝก ทกั ษะท่ี 5.1 ใหนกั เรียนสังเกตภาพและตอบคําถามใหถ กู ตอง

หอ งนอน

วตั ถทุ ีท่ าํ จากวสั ดชุ นดิ เดยี ว ไดแก
......................................................................................................................
.....................................................................................................................
......................................................................................................................

127

แบบฝกทักษะที่ 5
วสั ดุในชีวิตประจาํ วัน
แบบฝกทักษะท่ี 5.2 ใหน ักเรยี นสังเกตภาพและตอบคําถามใหถ กู ตอ ง

หอ งนั่งเลน

วตั ถทุ ที่ ําจากวสั ดุชนิดเดยี ว ไดแก
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................

128

แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 5

รหสั วิชา ว 11101 กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 1
หนว ยที่ 3 เรื่อง สิ่งตา งๆรอบตัวเรา เวลา 32 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง วัสดุในชีวิตประจําวัน เวลา 3 ชั่วโมง
ผสู อน นางสาวกนกวรรณ สมสมยั โรงเรยี นอนุบาลวัดปตุลาธริ าชรงั สฤษฎิ์

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขา ใจสมบตั ิของสสาร องคป ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธระหวา งสมบตั ิของสสาร

กับโครงสรางและแรงยดึ เหนี่ยวระหวา งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
ตัวชว้ี ดั

1. อธบิ ายสมบัติท่สี งั เกตไดข องวัสดุท่ใี ชทาํ วัตถุซึ่งทําจากวัสดชุ นิดเดยี วกันหรือหลายชนิดประกอบกัน
โดยใชห ลกั ฐานเชิงประจักษ

2. ระบชุ นิดของวัสดุและจดั กลุม วัสดุตามสมบตั ทิ ่สี งั เกตได
สาระสําคัญ

วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซึ่งสามารถ
นํามาใชจัดกลมุ วัสดุได วัตถแุ ตละชนิ้ อาจทําจากวัสดชุ นิดเดียวหรือประกอบจากวัสดุหลายชนดิ
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1. สามารถอธบิ ายวสั ดใุ นชวี ิตประจําวนั ได (K)
2. สามารถระบวุ ัสดุในชวี ิตประจาํ วันได (P)
3. มีความมงุ ม่ันในการทาํ งาน (A)
สาระการเรยี นรู
ดานความรู
วัสดุที่ใชทําวัตถุท่ีเปนของเลน ของใช มีหลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก ยาง ไม อิฐ หิน กระดาษ
โลหะ วัสดุแตละชนิดมีสมบัติทีส่ ังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุน ยืดหดได บิดงอได สมบัติ
ทสี่ ังเกตไดของวัสดแุ ตล ะชนิดอาจเหมอื นกัน ซึง่ สามารถนาํ มาใชเปน เกณฑในการจัดกลุม วัสดุได วสั ดบุ างอยาง
สามารถนาํ มาประกอบกนั เพ่อื ทําเปนวตั ถตุ า งๆ เชน ผาและกระดมุ ใชทําเสือ้ ไมแ ละโลหะ ใชทาํ กระทะ
ดา นสําคัญในการเรยี นรูว ิทยาศาสตร
1. ดานทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร

1.1 ทกั ษะการสงั เกต
1.2 ทกั ษะการลงความเห็นจากขอ มูล
2. ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21
2.1 ทักษะดานความรวมมอื และการทาํ งานเปน ทีม
2.2 ทักษะดานการสอ่ื สาร

129

ดานเจตคติทางวทิ ยาศาสตร
1. ใฝร ใู ฝเ รียน
2. มุง มั่นในการทาํ งาน

สมรรถนะสําคญั
1. ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสาํ รวจ การคดิ วเิ คราะห การจําแนกประเภท
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- การอาน การอธบิ าย การพูดหนาชน้ั เรยี น

ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ชดุ กจิ กรรมที่ 5 เรอื่ ง วัสดุในชีวิตประจาํ วนั
- แบบบันทึกกิจกรรม

กระบวนการจดั การเรียนรู (รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู : 5Es)
กจิ กรรมการเรยี นรู สื่อ/แหลงเรยี นรู การวดั และประเมนิ ผล
ขน้ั ตอนที่ 1 : ขั้นสรางความสนใจ ส่อื วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
(Engagement) - ภาพสถานทีต่ างๆ 1.ทาํ แบบบนั ทกึ กจิ กรรม
1. ครนู าํ เขาสูบ ทเรียนโดยใชคาํ ถาม 2.ทําแบบประเมนิ ดานทักษะ
1.1 นั ก เ รี ย น สํ า ร ว จ วั ส ดุ ที่ ใ ช แหลงเรียนรู 3.ทาํ แบบประเมนิ ดา นเจตคติ
ชีวิตประจําวันที่อยูในบานของตนเองมี - หอ งเรยี น
อะไรบาง
1.2 สิ่งของในชีวิตประจําวันทําจาก เครอ่ื งมือ
วัสดุก่ีชนดิ 1.แบบประเมนิ กจิ กรรม
ขั้นตอนที่ 2 : ขน้ั สํารวจและคนหา 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
(Exploration) กระบวนการทางวิทยาศาสตร
2. ครูแบงกลมุ นักเรยี นออกเปน 5 กลุม 3.แบบประเมนิ ดานเจตคติ
กลมุ ละ 7 คน
3. ครูแจกภาพสถานท่ีตา งๆ เชน รานคา
หอ งเรยี น หอ งครวั หอ งดนตรี สนามเด็ก เกณฑก ารประเมนิ
เลน 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
4. ใหนกั เรียนศึกษาภาพท่ีคุณครูนาํ มา ผานเกณฑ
และใหบ อกวา สถานทน่ี นั้ มวี สั ดอุ ะไรบา ง 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
และมสี มบัติอยา งไร ผานเกณฑ
5. ค รู แ จ ก แ บ บ บั น ทึ ก กิ จ ก ร ร ม ใ ห 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
นักเรียน ผา นเกณฑ
6. ใหนักเรียนตอบคําถามในแบบบันทึก
กจิ กรรม
ข้นั ตอนท่ี 3 : ขั้นอธิบายและลงขอสรุป
(Explanation)

กจิ กรรมการเรียนรู สื่อ/แหลง เรยี นรู 130
7. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ การวดั และประเมนิ ผล
คิดเห็นเก่ยี วกบั ขอ มูลทไี่ ดจ ากการเรียน
8. นักเรียนทุกคนและคุณครูรวมกัน
อภปิ รายและสรุปบทเรยี น
ขน้ั ตอนที่ 4 : ข้นั ขยายความรู
(Elaboration)
9. วัตถทุ ีใ่ ชง านอยา งเดียวกนั แตท าํ จาก
วสั ดุตางกนั มอี ะไรบา ง
ขัน้ ตอนที่ 5 : ขัน้ ประเมนิ
(Evaluation)
10. ครูประเมินดงั นี้

10.1 แบบประเมินใบกจิ กรรม
10.2 แบบสงั เกตทกั ษะการ
ปฏบิ ัติงานรายบุคคล
10.3 แบบสังเกตเจตคติรายบคุ คล

93

แบบประเมนิ ใบกิจกรรม

คําช้แี จง : ใหผูส อนประเมินชน้ิ งานของผเู รยี นในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนนลงในตารางที่ตรง
กบั พฤตกิ รรมของผเู รียน (ดูเกณฑใ นหนาตอไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตองปรบั ปรงุ

ความรู การเช่ือมโยง ความสะอาด
เลขท่ี ช่อื - สกลุ ความรู เรียบรอย รวม
123123123

ลงช่อื ................................................... ผูประเมนิ
.............../.............../................

94

เกณฑก ารประเมินใบกิจกรรม

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 สามารถอธิบายชนดิ
1. ความรู สามารถอธบิ ายชนิด ของวสั ดุแตไมสามารถ
ของวัสดแุ ละจําแนก สามารถอธบิ ายชนดิ จาํ แนกวสั ดไุ ด
วสั ดไุ ดค รบ และ ของวัสดุและจําแนก
ถกู ตอง วสั ดไุ ดบางสวนและ สามารถเชอื่ มโยง
2.การเชอ่ื มโยงความรู สามารถเชอื่ มโยง ถกู ตอง ความรไู ด แตไมเ ปน ไป
ความรูไ ดถูกตอง สามารถเช่ือมโยง ตามลาํ ดับ
ตามลาํ ดบั ความสําคัญ ความรูไดแ ละลาํ ดับ ความสมั พนั ธ
ความสาํ คัญคอนขาง ชน้ิ งานไมสะอาด ขาด
3. ความสะอาด ชนิ้ งานมีความสะอาด ครบ ความเปนระเบียบ
เรยี บรอ ย เรยี บรอ ยในรูปแบบท่ี ชน้ิ งานมีความสะอาด เรยี บรอย
ถูกตองและสวยงาม เรียบรอ ยและมี
ขอบกพรองเพยี ง
เลก็ นอย

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน
1-3 คะแนน พอใช
ปรบั ปรงุ

เกณฑการผา น ไดร ะดับคุณภาพดี

95

แบบประเมนิ ดา นทกั ษะ

คําช้ีแจง : ใหผ สู อนประเมินจาการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใหร ะดับคะแนน
ลงในตารางท่ตี รงกบั พฤติกรรมของผูเรยี น (ดเู กณฑใ นหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

ทักษะกระบวนการ ทักษะในศตวรรษท่ี
ทางวิทยาศาสตร 21

เลขที่ ชอื่ - สกุล การ ัสงเกต
การลงความเ ็หนจาก

ขอ ูมล
ัทกษะดานความรวม ืมอและ

การ ํทางานเ ปน ีทม
ัทกษะดานการ ่ืสอสาร
รวม รวม

ลงชือ่ ................................................... ผปู ระเมนิ
.............../.............../...............

96

ประเด็นการประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ดานทกั ษะ 1
1.ดา นทกั ษะกระบวนการ
วทิ ยาศาสตร ระดบั คุณภาพ
1.1 การสังเกต 32

1.2 การลงความเหน็ จาก บอกรายละเอียด บอกรายละเอียดของ บอกรายละเอียดของ
ขอ มูล ของขอ มูล และ ขอ มูล และตอบ ขอมูล และตอบ
2.ดานทกั ษะในศตวรรษที่ ตอบคาํ ถามจาก คําถามจากการสงั เกต คาํ ถามจากการสังเกต
21 การสงั เกตไดอยาง ไดอ ยางถูกตอ งหรือ ไดไ มถ กู ตอ ง
2.1 ทกั ษะดานความ ถกู ตอง ขาดบางสวน สามารถลงความเห็น
รว มมือและ สามารถลง สามารถลงความเห็น จากขอมลู ไดไม
การทาํ งานเปน ทีม ความเหน็ จาก จากขอมลู โดยผา น ถูกตอง
2.2 ทักษะดานการสอ่ื สาร ขอมลู โดยผา น กระบวนการคิดได
กระบวนการคดิ ได อยางถูกตองเปน
อยางถูกตอง บางสว น

สามารถทํางาน สามารถทํางาน ไมสามารถทํางาน
รว มกบั ผูอ่นื ไดดี รว มกบั ผอู น่ื ได รว มกบั ผอู น่ื ได
โดยใหความ บางสวน ใหความ ไมส ามารถสอื่ สารและ
รวมมอื เปนอยางดี รวมมือเปน อยา งดี นําเสนองานหนาชั้น
สามารถส่อื สาร สามารถสอื่ สารและ เรยี นได
และนําเสนองาน นาํ เสนองานหนาชน้ั
หนาช้นั เรยี นได เรยี นไดบ างสว น
ถกู ตอง และ
ครบถว น

เกณฑก ารประเมนิ

ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 คะแนน ดีมาก
7-9 คะแนน ดี
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรับปรุง

เกณฑการผาน ไดระดบั คณุ ภาพดี

97

แบบประเมินดา นเจตคติทางวทิ ยาศาสตร

คําชแี้ จง : ใหผูส อนประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมของผเู รียนในการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใหร ะดบั คะแนน
ลงในตารางท่ีตรงกับพฤติกรรมของผเู รียน (ดเู กณฑในหนาตอ ไป)
เกณฑการใหค ะแนน : 3 = ดี, 2 = พอใช, 1 = ตอ งปรับปรุง

รายการ สรปุ ผลการประเมิน
ประเมิน คะแนนท่ีได

เลขท่ี ชือ่ – สกุล ใ ฝรูใ ฝเรียน ผาน ไมผาน
ุมง ่ัมนในการ ํทางาน

ลงชอ่ื ................................................... ผูประเมิน
.............../.............../................

98

เกณฑการประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร

ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คุณภาพ 1
1. ใฝรูใฝเรียน ตั้งใจเรียนและ 2 เอาใจใสตอการปฏิบัติ
รับผิดชอบในการ หนาทีท่ ไ่ี ดร บั
2. มงุ มน่ั ในการ ทาํ งานที่ไดร ับ ตงั้ ใจเรยี นและ มอบหมาย
ทํางาน มอบหมายจนสําเรจ็ มี รับผิดชอบในการ
การปรับปรงุ ทํางานที่ไดร ับ เอาใจใสต อการปฏบิ ัติ
ตัง้ ใจเรียนและ มอบหมายจนสาํ เรจ็ หนา ทท่ี ี่ไดร บั
รับผิดชอบในการ มอบหมาย
ทํางานที่ไดร ับ ตง้ั ใจเรยี นและ
มอบหมายจนสําเรจ็ มี รับผดิ ชอบในการ
การปรับปรงุ ทาํ งานท่ีไดร ับ
มอบหมายจนสาํ เร็จ

เกณฑการประเมนิ

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5-6 คะแนน ดี
3-4 คะแนน
1-2 คะแนน พอใช
ปรบั ปรุง

เกณฑการผาน ไดร ะดับคณุ ภาพดี

99

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรทู ่ี 6
เร่อื ง วัตถุทาํ จากวัสดุหลายชนดิ

100

ใบความรูที่ 6
วัตถทุ ําจากวสั ดุหลายชนดิ

จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. สามารถอธบิ ายวัสดุที่ใชทําวตั ถุได (K)
2. สามารถจัดกลุมของวสั ดทุ ใ่ี ชทาํ วตั ถุได (P)
3. มคี วามมุง มั่นในการทาํ งาน (A)

ตวั อยางเชน วตั ถบุ างอยางอาจทําจากวสั ดุ
มากกวาหนึง่ ชนดิ เชน กระเปา นกั เรยี นทาํ
จากหนังและโลหะ รองเทาอาจทําจากยาง
ผาและโลหะ หรอื วตั ถุทใี่ ชงานอยา งเดียวกนั
อาจทาํ จากวัสดหุ ลายชนดิ เชน จานอาจทํา
จากพลาสตกิ แกว กระเบือ้ ง

ทาํ จาก โลหะ ทาํ จาก ผา

ทําจาก ยาง

101

แบบฝก ทักษะที่ 6
วัตถทุ าํ จากวสั ดหุ ลายชนดิ
แบบฝกทักษะท่ี 6.1 ใหนักเรยี นตอบคาํ ถามลงในชองวางใหถ กู ตอง
(กระเปาทําจากวัสดอุ ะไรบาง)

........................

........................

.........................

102

แบบฝกทักษะที่ 6
วัตถทุ ําจากวัสดุหลายชนิด

แบบฝกทักษะที่ 6.2 ใหนกั เรยี นทาํ เครอ่ื ง  ลงใน ใหถ กู ตอง

วตั ถุ ชนดิ ของวัสดุ

พลาสติก กระเบือ้ ง

เตารดี โลหะ ยาง

แกว หนิ

ตเู สอ้ื ผา พลาสติก กระเบื้อง
โลหะ ยาง
แกว หิน

103

คําถามทา ยบทเรียน

1. เตารดี ทาํ จากชนดิ ของวสั ดอุ ะไรบาง
...............................................................................................................
...............................................................................................................
...............................................................................................................
2. ตเู ยน็ ทาํ จากชนดิ ของวสั ดอุ ะไรบาง
...............................................................................................................
...............................................................................................................
...............................................................................................................
3. ใหน ักเรียนยกตัวอยางวตั ถุที่ทาํ จากวสั ดหุ ลายชนิด
...............................................................................................................
...............................................................................................................
...............................................................................................................

104

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 6

รหัสวชิ า ว 11101 กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 1
หนวยที่ 3 เรื่อง ส่ิงตางๆรอบตวั เรา เวลา 32 ชั่วโมง
เรื่อง วัตถุที่ทําจากวัสดุหลายชนิด เวลา 3 ช่ัวโมง
ผสู อน นางสาวกนกวรรณ สมสมัย โรงเรียนอนบุ าลวัดปตุลาธิราชรงั สฤษฎ์ิ

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของ

สสารกับโครงสรางและแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
ตวั ชวี้ ดั

1. อธิบายสมบัตทิ ่ีสงั เกตไดข องวัสดุทใ่ี ชทาํ วตั ถุซง่ึ ทําจากวสั ดุชนดิ เดยี วกนั หรือหลายชนิดประกอบ
กันโดยใชห ลักฐานเชิงประจกั ษ

2. ระบชุ นิดของวสั ดุและจัดกลมุ วัสดุตามสมบตั ิท่ีสงั เกตได
สาระสาํ คัญ

วัตถุทําจากวัสดุ โดยวัสดุแตละชนิดมีสมบัติบางอยางเหมือนกันและบางอยางแตกตางกัน ซึ่งสามารถ
นํามาใชจดั กลุม วัสดุได วตั ถุแตล ะช้ินอาจทําจากวัสดุชนิดเดียวหรือประกอบจากวสั ดุหลายชนิด
จุดประสงคการเรยี นรู

1. สามารถอธบิ ายวัสดุท่ใี ชทําวัตถุได (K)
2. สามารถจดั กลมุ ของวสั ดทุ ี่ใชทําวตั ถไุ ด (P)
3. มีความมงุ มัน่ ในการทํางาน (A)
สาระการเรยี นรู
ดานความรู
วสั ดทุ ่ีใชทาํ วตั ถุท่เี ปน ของเลน ของใช มหี ลายชนิด เชน ผา แกว พลาสติก ยาง ไม อิฐ หนิ กระดาษ
โลหะ วัสดุแตละชนิดมีสมบัติท่ีสังเกตไดตาง ๆ เชน สี นุม แข็ง ขรุขระ เรียบ ใส ขุน ยืดหดได บิดงอได
สมบัตทิ ่ีสังเกตไดของวสั ดุแตล ะชนดิ อาจเหมือนกัน ซ่งึ สามารถนาํ มาใชเ ปน เกณฑในการจัดกลมุ วัสดไุ ด วัสดุ
บางอยางสามารถนํามาประกอบกันเพ่ือทาํ เปนวัตถุตา งๆ เชน ผาและกระดุม ใชทาํ เสื้อ ไมและโลหะ ใชทํา
กระทะ
ดา นสาํ คญั ในการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร
1. ดา นทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร

1.1 ทกั ษะการสังเกต
1.2 ทักษะการลงความเห็นจากขอมลู
2. ทกั ษะในศตวรรษที่ 21
2.1 ทักษะดานความรวมมือและการทาํ งานเปน ทีม
2.2 ทักษะดานการส่ือสาร

105

ดานเจตคติทางวทิ ยาศาสตร
1. ใฝรูใฝเรียน
2. มงุ มน่ั ในการทํางาน

สมรรถนะสําคัญ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- การอา น การอธบิ าย การพดู หนา ช้นั เรยี น
2. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
- การมสี วนรว ม การรวมกันอภิปราย

ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ชุดกจิ กรรมที่ 6 เรอื่ ง วัตถุท่ที าํ จากวัสดุหลายชนิด
- แบบบนั ทกึ กิจกรรม

กระบวนการจดั การเรียนรู (รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู : 5Es)
กจิ กรรมการเรียนรู สือ่ /แหลง เรยี นรู การวดั และประเมินผล
ขนั้ ตอนท่ี 1 : ขั้นสรา งความสนใจ ส่อื วิธีการวัดและประเมนิ ผล
(Engagement) - รูปรถจักรยาน 1.ทาํ แบบบันทกึ กจิ กรรม
1. ครูใหนักเรียนดูรูปรถจักรยาน โดนใช - วสั ดุ อุปกรณท ํากจิ กรรม 2.ทําแบบประเมนิ ดานทักษะ
คําถามดังน้ีวารถจักรยานทําจากวัสดุกี่ (ไมบรรทัด กระเปา นักเรียน 3.ทาํ แบบประเมนิ ดา นเจตคติ
ชนิด อะไรบา ง และรองเทา นักเรยี น)
ขนั้ ตอนที่ 2 : ข้ันสาํ รวจและคน หา
(Exploration) แหลงเรียนรู เครื่องมือ
2. ใหนักเรียนรวมกันสํารวจวัตถุรอบๆ - หองเรียน 1.แบบประเมินกจิ กรรม
ตัววา แตล ะช้นิ ทาํ จากวัสดอุ ะไรบาง 2.แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด า น ทั ก ษ ะ
3. ครูใหตัวแทนนักเรียนมารับอุปกรณ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
เพื่อทํากิจกรรม ไดแก ไมบรรทัด 3.แบบประเมนิ ดา นเจตคติ
กระเปานักเรียน รองเทานักเรียนและ
วัตถุอืน่ ๆ
4. ใหนักเรียนจัดกลุมวัตถุตามจํานวน เกณฑก ารประเมิน
ของวัสดทุ นี่ าํ มาใชท ําวตั ถุ 1.นักเรียนไดเกณฑรอยละ 80
5. ค รู แ จ ก แ บ บ บั น ทึ ก กิ จ ก ร ร ม ใ ห ผานเกณฑ
นักเรยี น 2.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
6. ใหนักเรียนตอบคําถามในแบบบันทึก ผา นเกณฑ
กจิ กรรม 3.นักเรียนไดระดับคุณภาพดี
ขนั้ ตอนท่ี 3 : ขน้ั อธบิ ายและลงขอสรุป ผา นเกณฑ
(Explanation)
7. นักเรียนแตละคนชวยกันแสดงความ
คิดเหน็ เกีย่ วกับขอ มูลทีไ่ ดจ ากการเรียน

กิจกรรมการเรียนรู สื่อ/แหลง เรียนรู 106
8. นักเรียนทุกคนและคุณครูรวมกัน การวดั และประเมนิ ผล
อภปิ รายและสรุปบทเรียน
ข้ันตอนที่ 4 : ข้ันขยายความรู
(Elaboration)
9. นักเรียนคดิ วา วัสดุที่มนุษยทําขน้ึ มี
อะไรบาง
ข้นั ตอนท่ี 5 : ขน้ั ประเมนิ
(Evaluation)
10. ครปู ระเมินดังนี้

10.1 แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม
10.2 แบบสังเกตทกั ษะการ
ปฏิบตั ิงานรายบุคคล
10.3 แบบสังเกตเจตคติรายบคุ คล


Click to View FlipBook Version