The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน Active Learning รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ม.2 หนังสือเรียน New World 2 ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by The School of Lesson Plans, 2023-06-08 02:53:20

New World 2

แผนการสอน Active Learning รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ม.2 หนังสือเรียน New World 2 ภาคเรียนที่ 1

หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 293 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่ใช้ Quantity Words บน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ประโยคมีความหมายว่าอย่างไร และใช้ Quantity Words คำใด • Only few people can get a Covid-19 vaccine. • There are many people who want to study abroad. • There are much gold under the cave. • I want just a little sugar. • We don’t have much time left. 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Quantity Words Quantity Words คือ คำหรือกลุ่มคำที่ แสดงความมากน้อย ของนาม ใช้ใส่หน้าคำนาม เช่น • some - any มีบ้าง • few - a few พอมีอยู่บ้าง • little - a little มีน้อย • much - many มีมาก • a lot of มาก • lots of มาก การใช้ 1. Some - Any 1.1 Some ใช้นำหน้าคำนามที่นับไม่ได้ (Uncountable Noun) และคำนามพหูพจน์ (Plural Nouns) ใช้เฉพาะประโยคบอกเล่า เช่น • Neon has some money in his pocket. นีอ้อนมีเงินอยู่ในกระเป๋าของเขา • Valdus buys some shirts. วัลดัสซื้อเสื้อเชิ้ต 1.2 Any ใช้นำหน้าคำนามที่นับไม่ได้ (Uncountable Nouns) และคำนามพหูพจน์ (Plural Nouns) เช่นเดียวกัน แต่ใช้ในประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ • Has Dominic any money in his pocket? โดมินิกมีเงินอยู่ในกระเป๋าของเขาบ้างไหม • Edgard does not buys any shirts. เอ็ดการ์ดไม่ได้ซื้อเสื้อเชิ้ตเลย 2. Little - A little แปลว่า “น้อย” เช่นเดียวกับ “few” และ “a few” แต่ทั้งสองคำนี้ ใช้กับ คำนามที่นับไม่ได้ 2.1 Little มีความหมายว่า น้อยมาก แทบไม่มีเลย เป็นความหมาย ในเชิงปฏิเสธ เช่น • He’s very poor, he has little money. เขาจนมาก ๆ เขามีเงินน้อยมาก / เขาจนมาก ๆ เขาแทบจะไม่มีเงินเลย


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 294 2.2 A little มีความหมายว่า มีนิดหน่อย แต่ก็พอเพียง เช่น • We have a little sugar to make tea . พวกเรามีน้ำตาลเพียงนิดหน่อยที่จะชงชา 3. Much - Many 3.1 Much ใช้ประกอบ Uncountable Nouns เช่น much rain, much work, much coffee much sugar • There is much rain in July. มีฝนมากในเดือนกรกฎาคม • We have much coffee. เรามีกาแฟมาก 3.2 Many ใช้กับคำนามนับได้ (Uncountable Nouns) และคำนามพหูพจน์ (Plural Nouns) เช่น many men, many houses, many doctors, many hospitals • I met many students last night. คืนที่แล้วฉันเจอนักเรียนมากมาย • There are many doctors and nurses in the hospital. มีหมอและพยาบาลมากในโรงพยาบาล 4. Lots of - A lot of แปลว่า มีมาก ใช้ประกอบคำนามที่นับไม่ได้(Uncountable Nouns) และ คำนามพหูพจน์(Plural Nouns) มักใช้ในประโยคบอกเล่า • Lots of people are walking along the street. มีคนมากมายเดินไปตามถนน • A lot of books are on the table. มีหนังสือจำนวนมากมายวางอยู่บนโต๊ะ • Sarah’s brother drinks a lot of beer . พี่ชายของซาร่าดื่มเหล้ามากมาย (ดื่มเป็นปริมาณมาก) • Lots of money is in the drawer. เงินจำนวนมากมายอยู่ในลิ้นชัก 5. Few - A few แปลว่า “น้อย” ใช้ประกอบคำนามนับได้พหูพจน์ 5.1 Few มีความหมายว่า น้อยมาก แทบไม่มีเลย ไม่พอ เป็นความหมายในเชิงปฏิเสธ เช่น • Katherine has few friends in this town. แคทเธอลีนมีเพื่อนน้อยมากในเมือง / เดชาแทบจะไม่มีเพื่อนเลยในเมือง 5.2 A few แปลว่า น้อย เช่นเดียวกัน แต่มีความหมายว่า ถึงจะมีน้อย แต่ก็เพียงพอ เช่น • He has a few friends there. เขามีเพื่อนน้อยมากที่นั่น 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 295 3.2 นักเรียนช่วยกันเติม Quantity Wordห ที่ถูกต้องและเหมาะสมลงบนประโยคบน PowerPoint • Could I have a little sugar for my coffee, please? • Robin doesn’t have much money in the pocket 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียน เก่ง อ่อน และ ปานกลาง 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเติม Quantity Words ที่ถูกต้องและเหมาะสมลงบนประโยคบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ โดยเขียนคำตอบลงบนกระดาษที่ครูเตรียมให้ Instructions : Complete the sentences with the correct word of quantity word (much, many, lots of, a lot of, little, a few, some, and any) 1. It seems we have had…………........……...……….assignments in English this year. 2. There aren’t very…………........……...……….books in the library. 3. I think he drank…………........……...……….wine last night. 4. I don’t need…………........……...……….money because I’m going to bring my lunch to school 5. John had…………........……...……….money with him so he couldn’t even buy a bus ticket. 6. They have…………........……...……….apples, but they don’t have…………........……...………. bananas 7. I’m having…………........……...……….trouble passing my driving test. 8. He doesn’t have…………........……...……….pens, but I have…………........……...……….pens. 9. How…………........……...……….juice is left in the bottle? 10. Is she already gone? – I’m only…………........……...……….minutes late. Answer Key : 1. a lot of, many, lots of 2. many 3. a lot of, lots of, much 4. any 5. little 6. some / any 7. a lot of , much, lots of, little 8. any / some 9. much 10.a few Could I have…………………………sugar for my coffee, please? Robin doesn’t have…………………………money in the pocket


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 296 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยประโยคบน PowerPoint ที่นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเติม Quantity Words ลงบนประโยค 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเติม Quantity Words ลงในประโยคของ นักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Quantity Words ที่ได้เรียนไป ชั่วโมงที่ 3 - 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 ทบทวนเนื้อหา Quantity Words ที่นักเรียนเรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ 1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพ และประโยคที่นักเรียนเห็น 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง การใช้ Quantity words เช่น many / much / a lot of / lots of etc. จาก https://www.youtube.com/watch?v=JFSbuYEh-Z8 2.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง การใช้คำบอกปริมาณ (Quantity Expression) จากhttps://www. youtube.com/watch?v=kvM3yvqjgi4&t=1s 2.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Quantity words เช่น many / much / a lot of / lots of จาก https://www.youtube.com/watch?v=XOszSjfFB8k 2.4 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูโอคลิปทั้ง 3 วิโอคลิป 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายและสรุปเรื่อง Quantity Words 3.2 นักเรียนยกตัวอย่าง Quantity Words เช่น


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 297 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง Quantity Words ในเอกสารประกอบการเรียน 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Quantity Words ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Quantity Words 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้ Quantity Words 5.3 นักเรียนและครูร่มกันสรุปหลักการของกฎต่าง ๆ ของ Quantity Words 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Quantity Word 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Quantity Words 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Quantity Words 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Quantity Words ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 298 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 299 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What is there for lunch? แผนการจัดการเรียนรู้ที่21 เรื่อง Quantity Words (Revision) รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.2/3 ระบุ / เขียนประโยค และข้อความ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ที่อ่าน ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ อ่านอย่างเหมาะสม ต 1.3 ม.2/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และข่าว / เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในประโยค หรือข้อความ สามารถตีความ / ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ ความเรียงได้ถูกต้อง - นักเรียนมีความรู้ในการใช้ Quantity Words เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น - นักเรียนมีความรู้ ในโครงสร้างประโยค Quantity Words


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 300 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถพูดและเขียนประโยคหรือข้อความ บรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน โดยใช้ Quantity Words เพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ใช้ในการขอและให้ข้อมูล อธิบายและแสดงความคิดเห็น สืบค้น / การ ค้นคว้าความรู้ / ข้อเท็จจริง / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ตีความ / ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์ กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - เขียนประโยคหรือข้อความโดยใช้ Quantity Words เพื่อบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ตีความ / ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง โดยใช้ Quantity words ในการเปรียบเทียบและอธิบาย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มีทักษะในการ เลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง เขียนประโยคหรือข้อความโดยใช้ Quantity Words เพื่อบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตร ประจำวัน ตีความ / ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง โดยใช้ Quantity words ในการเปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 5 : What is there for lunch? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 5 : What is there for lunch? 3. การใช้โครงสร้าง Quantity Words ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 301 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Quantity Words (Revision) 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Quantity Words (Revision) วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนแบ่งออกเป็น 4 ทีม ทีมละเท่าๆ กัน โดยแต่ละทีมประกอบไปด้วยนักเรียนกลุ่มเก่ง ปาน กลางและอ่อน 1.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเลือกคำตอบที่เหมาะสมและถูกต้องสำหรับแต่ละข้อ


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 302 1. I eat…………………..boiled egg every morning. a) a b) an c) a few d) a little 2. Can you give me …………………..tomato juice? a) a few b) many c) some d) any 3. How…………………..carrots do you need? a) much b) many c) a few d) a little 4. There is………………….. cheese on the plate. a) some b) many c) any d) a few 5. There is………………….. honey in the pot. a) any b) many c) a lot of d) some 6. We have………………….. strawberries here. a) a little b) a lot of c) any d) much 1.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบที่นักเรียนได้ช่วยกันตอบ Answer Key : 1) a 2) some 3) many 4) some 3) a lot of 4) a lot of 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่ารูปภาพแต่ละรูปใช้ Quantity Words ใด What do we need for the party? Possible answer : a lot of sodas, many bottles of water, a lot of chicken burgers, a few ham sandwiches, a little ice, much cake 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Quantity Words คำบอกปริมาณ ในภาษาอังกฤษ หรือ Quantity Words เราจะใช้ร่วมกับคำนามต่าง ๆ ซึ่งแต่ละ คำนามนั้นสามารถแบ่งได้เป็น คำนามที่นับได้และนับไม่ได้ Quantity Words แต่ละชนิดนั้นสามารถใช้กับคำนามแต่ ละชนิดตามตารางด้านล่าง คำนามนับได้ คำนามนับไม่ได้ ความหมาย many much มาก some some บ้าง


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 303 a few a little นิดหน่อย a lot of a lot of มาก lots of lots of มาก จะเห็นว่า คำบอกปริมาณ ในภาษาอังกฤษ Quantity Words แต่ละคำก็มีการใช้ร่วมกับคำนามแต่ละ ชนิด ดังนั้นเราควรจะนำไปใช้ให้ถูกต้อง 2.3 นักเรียนสอบถามครูผู้สอนเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 9 ข้อ Instructions : Read the following conversations and complete them with the correct quantifier. Conversation 1 : Use any, much, some or a lot. Harumi : Well, if we want to make sandwiches, we need 1)…………....……...……. bread. Pablo : Bread? But there is 2)…………........……...……….in the cupboard. Harumi : Really? Ok. We don’t need 3)…………........……...……….bread. Pablo : How 4)…………........……...……….ham is there in the fridge? Harumi : Hmm…there isn’t 5)…………........……...………. . Pablo : Ok. Let’s buy ham. Conversation 2. Use a few, many, some or a little. Mariana : Guys, what do we need to buy for the party? Alex : I think we need snacks, sodas, juice, fruit and sandwiches. Alonso : There are 6)…………........……...……….sodas here. Mariana : Ok. We don’t need 7)…………........……...………. . Alex, is there any flour in the cupboard? I want to make a cake. Alex : I can’t see any flour…oh… yes… but there is 8)…………........……...………. flour. Alonso : Look… there are 9)…………........……...……….bags next to the sugar. Mariana : Fine. Answer Key : 1) some 2) a lot 3) any 4) much / any 5) much 6) a few 7) many 8) a little 9) some 3.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 304 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Quantity Words (Revision) ในเอกสารประกอบการเรียนรู้ 4.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 10. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Quantity Words (Revision) 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Quantity Words (Revision) 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Quantity Words (Revision) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 305 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 306 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Day after day รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 8 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยใช้ Imperative Sentence ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Imperative Sentence และนำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริง มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 307 3. สาระการเรียนรู้ 3.6สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยใช้ Imperative Sentence ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Imperative Sentence และนำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงได้ 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 6 : Day after day 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 6 : Day after day 3. การใช้Imperative Sentence ในรูปแบบต่าง ๆ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 308 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)…………………………………………………………………………..………………………….………………………… 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Vocabulary - ใบงานเรื่อง Imperative Sentence 2. ชิ้นงาน - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดและประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน 1. วิธีการ 1. ตรวจใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ตรวจใบงานเรื่อง Imperative Sentence 2. เครื่องมือ 1. ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ใบงานเรื่อง Imperative Sentence 3. เกณฑ์ 1. ตรวจใบงานและแบบฝึกหัดร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 309 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม (ต่อ) ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 2 ใบงานเรื่อง Imperative Sentence ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 10. กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ 1 เรื่อง Vocabulary and conversation จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนดูประโยคคำถามและคำตอบบน PowerPoint ดังนี้ Q : What do you usually do every day? A : I eat breakfast and I take a shower. 1.2 นักเรียนช่วยกันระดมพลังสมองเกี่ยวกับกิจกรรมที่นักเรียนทำทุกวัน โดยช่วยกันคิดเกี่ยวกับ กิจกรรมที่ทำทุกวันให้ได้มากที่สุด โดยนักเรียนสามารถพูดเป็นภาษาไทยได้เมื่อนักเรียนพูดเป็นภาษาไทยให้ครูพูด ซ้ำเป็นภาษาอังกฤษ และครูเขียนสิ่งที่นักเรียนบอกบนกระดาน 1.3 นักเรียนดูรูปภาพเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 38 1.4 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามเกี่ยวกับพูดสิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพ โดยครูให้ ความช่วยเหลือนักเรียนเรื่องคำศัพท์ถ้านักเรียนไม่ทราบ • Where is the girl? • Where is the boy? • What is the girl doing? • What is the boy doing? 1.5 นักเรียนพูดบรรยายเกี่ยวกับกิจกรรมที่ Liz และ Josh ทำในแต่ละวันในหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 38 โดยครูใช้คำถามในการ ช่วยให้นักเรียนพูด และครูเขียนคำถามและคำตอบบนกระดาน ดังนี้ • What does Liz do during a typical day? • What does Josh do during a typical day? (in the morning / in the afternoon / in the evening / at night)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 310 Answer • Liz usually gets up early in the morning. • Josh takes a shower in the morning. 1.6 นักเรียนดูภาพในหัวข้อ Good and Bad Habits ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 39 1.7 นักเรียนพูดเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพ นักเรียนสามารถพูดเป็นภาษาไทยได้และครูพูดซ้ำสิ่ง ที่นักเรียนพูดเป็นภาษาอังกฤษ โดยครูใช้คำถามในการกระตุ้นให้นักเรียนพูด ดังนี้ • Where are the man and the woman? • What are they doing? • What is the other woman doing? 1.8 นักเรียนฟังครูอธิบายความหมายของคำศัพท์ habit ว่าหมายถึง กิจกรรมที่คนเราทำเป็นประจำ ทุกวันหรือกิจวัตรประจำวัน หรือนิสัยที่ติดตัวซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี 1.9 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดานและช่วยกันตอบคำถามเกี่ยวกับภาพในหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 39 • Which picture shows a good habit? • Which picture shows a bad habit? 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนฟังบทสนทนาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 40 2.2 นักเรียนจับคู่เพื่อฝึกบทสนทนา และส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อออกมาพูดบทสนทนา 2.3 นักเรียนทำกิจกรรมตอบคำถามในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 40 กิจกรรม About the conversation 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรมในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 40 กิจกรรม About the conversation หากมีข้อใดที่นักเรียนยัง ตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน หากมีข้อใดที่ นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 311 เรื่องที่ 2 เรื่อง Imperative Sentence จำนวนเวลาเรียน 4 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P และวิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 - 2 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนดูหัวข้อ Imperative Sentence บนกระดานพร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็น อธิบายตาม ความเข้าใจของแต่ละคน 1.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม • Do you know what imperative sentence is? • Can you give the example of the imperative sentence that you know? Possible answers : pass the salt, wait for me, shut the front door, get out!, don’t eat all the cookies,..etc. 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็น อธิบายตามความ เข้าใจของแต่ละคน 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเกี่ยวกับประโยคบน PowerPoint ว่าประโยคที่นักเรียนเห็นนั้นคือประโยค แบบ imperative 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Imperative Sentence Imperative sentence คือ การใช้คำกริยา Infinitive without to (V.1 ที่ไม่มี to) มาขึ้นต้น ประโยคเพื่อให้ประโยคนั้นเป็นประโยคคำสั่ง, ตักเตือน, แนะนำสั่งสอน, เชื้อเชิญ หรือถ้าเติม please เข้าไปจะเป็น ประโยคขอร้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงของผู้พูด, ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง และเจตนาในการสื่อความหมาย ที่สำคัญประโยค Imperative sentence จะลงท้ายด้วยเครื่องหมายวรรคตอน full-stop (.) หรือ exclamation mark (!) เสมอ เช่น • Be quiet. จงเงียบ • Come here! มานี่ • Sit down! นั่งลง รูปแบบและโครงสร้างประโยคคำสั่ง Imperative sentence 1. Imperative sentence ในรูปแบบประโยคบอกเล่า 1.1 ใช้ Verb base form (V.1) ขึ้นต้นประโยคแล้วตามด้วยสิ่งที่จะสั่งให้ทำ หรืออาจใช้ Verb แค่คำเดียวก็ได้ เช่น Sit down, please Open your book at page 12.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 312 • Stop! หยุด • Come here! มานี่ • Open the door. จงเปิดประตู • Speak English. จงพูดภาษาอังกฤษ 1.2 ใช้ Verb “be” ขึ้นต้นประโยค เช่น • Be careful. จงระวัง • Be a good boy. จงเป็นเด็กดี • Be kind to children.จงมีเมตตาต่อเด็ก ๆ 2. Imperative sentence ในรูปแบบประโยคปฏิเสธ 2.1 การทำ Imperative sentence เป็นรูปแบบประโยคปฏิเสธ เพียงแค่วาง don’t (do not) หน้าคำกริยา Don’t + V.1 เช่น • Don’t go! อย่าไป • Don’t touch me. อย่ามาแตะต้องตัวฉัน • Don’t swim in this canal. อย่าว่ายน้ำในคลองนี้ 2.2 Imperative sentence ที่ขึ้นต้นด้วยกริยา “be” ก็เช่นเดียวกัน เพียงวาง don’t หน้า กริยา be เช่น • Don’t be noisy. อย่าส่งเสียงดัง 3. Imperative sentence ในเชิงขอร้อง สามารถใช้ Imperative sentence ในเชิงขอร้องได้ โดยเพียงเติม Please เข้าไปวางไว้หน้า หรือท้ายประโยคก็ได้ เพื่อให้ดูสุภาพขึ้น เช่น • Please sit down. หรือ Sit down, please. กรุณานั่งลง • Please wait here. กรุณารอตรงนี้ • Please give me chocolate. เอาช็อกโกแลตให้ผมหน่อยครับ • Be quiet, please. กรุณาเงียบ • Please don’t smoke here. กรุณาอย่าสูบบุหรี่ตรงนี้ 4. Imperative sentence ในเชิงเชื้อเชิญ Imperative sentence ในเชิงเชื้อเชิญ เป็นประโยคคำสั่งที่รวมถึงตัวผู้พูดเข้าไปด้วย ทำได้โดย เติม Let’s ไว้หน้าคำกริยา และถ้าเป็นในรูปปฏิเสธ ใช้ Let’s not วางหน้าคำกริยา มีโครงสร้างคือ Let’s / Let’s not + V.1 เช่น • Let’s stop now. ตอนนี้หยุดกันเถอะ • Let’s not tell him about it. อย่าบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลยเถอะ วิธีตอบ ถาม Let’s ก็ตอบด้วย Let’s เช่น Yes, let’s. / No, let’s not ***ข้อสังเกต : ใน Imperative sentence ไม่มีประธาน (Subject) โดยละประธานซึ่งคือ สรรพ นามบุรุษที่ 2 “You” ไว้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 313 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint 3.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคโดยใช้Imperative sentence ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับรูปภาพ Possible answer : Open the window, Close the window, Don’t cheat on the exam, Stop smoking, No smoking, Quit smoking, Sleep early,…etc. 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียน เก่ง อ่อน และ ปานกลาง 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำแบบฝึกหัดบน PowerPoint โดยเขียนคำตอบลงบนกระดาษที่ครู เตรียมให้ Part I : Write I (for imperative) next to the sentences that contain imperative. 1. Stir the milk and egg into the cake mixture. …………..…… 2. You need to follow the instructions exactly. …………..…… 3. I want you to always look both ways before you cross the road. …………..…… 4. Be careful with that box. It’s very heavy. …………..…… 5. Can you please pick me up at 7 o'clock this evening? …………..…… 6. Pass the ketchup, please. …………..…… 7. Please don’t go yet. …………..…… 8. Don’t forget to charge your phone before you leave. …………..…… 9. I don’t want you to cut down that tree. …………..…… 10. Stop fighting! …………..…… Part II : Rewrite the unmarked sentences above as imperatives. 1. …………………………………………………………………………………………………………………… . 2. …………………………………………………………………………………………………………………… . 3. …………………………………………………………………………………………………………………… .


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 314 4. …………………………………………………………………………………………………………………… . 5. …………………………………………………………………………………………………………………… . Answer key Part I 1, 4, 6, 7, 8, and 10 have imperatives. 2, 3, 5, and 9 don’t have imperatives. Part II (Students then rewrite the unmarked sentences from Part I as imperatives) 2. Follow the instructions exactly. 3. Always look both ways before you cross the road. 5. Please pick me up at 7 o’clock this evening. 9. Don’t cut down that tree! 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดบน PowerPoint 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเติม Imperative sentence ลงใน ประโยคของนักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Imperative sentence ที่ได้เรียนไป ชั่วโมงที่ 3 - 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 ทบทวนเนื้อหาImperative sentence ที่นักเรียนเรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ 1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน Imperative sentence พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ รูปภาพและประโยคที่นักเรียนเห็น 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Imperative sentences คืออะไร ใช้อย่างไร จาก https://www. youtube.com/watch?v=yPnPTeOM-6Y 2.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Imperative sentence ประโยคคำสั่ง เข้าใจง่ายด้วย Grammar GO! จาก https://www.youtube.com/watch?v=bRFZIHEj-rc 2.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง เรื่อง การใช้ประโยค Imperative sentences จากhttps://www. youtube.com/watch?v=LobAJrVO9mE


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 315 2.4 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูโอคลิปทั้ง 3 วิโอคลิป 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายและสรุปเรื่อง Imperative sentence 3.2 นักเรียนยกตัวอย่าง Imperative sentence เช่น 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง Imperative sentence ในเอกสารประกอบการเรียน 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Imperative sentence ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Imperative sentence 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้ Imperative sentence 5.3 นักเรียนและครูร่มกันสรุปหลักการของกฎต่าง ๆ ของ Imperative sentence 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Imperative sentence เรื่องที่ 3 เรื่อง Imperative sentence (Revision) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนแบ่งออกเป็น 5 ทีม ทีมละเท่าๆ กัน โดยแต่ละทีมประกอบไปด้วยนักเรียนกลุ่มเก่ง ปาน กลางและอ่อน 1.2 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint จำนวน 10 รูปภาพ แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดคำตอบที่เหมาะสม และถูกต้องสำหรับแต่ละรูปภาพ โดยใช้Imperative sentence 1.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน โดยตัวแทนที่ออกมาเขียนจะต้อง ไม่ซ้ำกับนักเรียนที่เคยออกมาเขียน Possible answer : 1. Open the window. Let some fresh air into the room 2. Please close the door 3. Don’t eat too much 4. Take a breath and hold it. 1.4 นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบที่นักเรียนเขียนบนกระดาน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 316 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าประโยคทั้ง 2 ประโยคมี ความเหมือนหรือแตกต่างกัน มีความหมายว่าอย่างไร 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Imperative sentence กรณีพิเศษ 1. Imperative sentence แบบมีประธาน (Subject) แม้ว่าปกติแล้ว Imperative sentence ไม่ ต้องใส่ประธาน (สรรพนามบุรุษที่ 2 “You”) แต่บางครั้งเราสามารถสร้างประโยค Imperative แบบมีประธาน ชัดเจนได้ เช่น • You be quiet! คุณ เงียบ! • You, don’t touch me! แก อย่ามาถูกตัวฉันนะ • Everybody sit down. ทุกคน นั่งลง • Mike look! ไมค์ ดูสิ 2. ประโยคคำสั่งแบบนามธรรม เราสามารถแสดงความหวังหรือความปรารถนาและข้อเสนอแนะ ด้วยรูปแบบประโยค Imperative ได้ ซึ่งประโยคเหล่านี้ไม่ใช่คำสั่งจริง ๆ เช่น • Have a nice day. ขอให้เป็นวันที่ดีนะ • If there’s no soy milk try almond milk.ถ้าไม่มีนมถั่วเหลืองก็ลองนมอัลมอนด์สิ 3. ประโยค Imperative กับ Do ถ้าต้องการเน้น Imperative sentence ให้เป็นประโยคขอร้อง, ขอโทษ และตำหนิมากขึ้น ก็เติม Do หน้าคำกริยา อีกทั้งยังมีความสุภาพมากขึ้นด้วย เช่น • Do tell me about her. ช่วยเล่าเรื่องของหล่อนให้ผมฟังหน่อยนะ) • Do try to keep the noise down, lady. ลองเบาเสียงลงหน่อยนะสาว ๆ 4. ใช้ประโยค Imperative กับ always, never, ever โดยวางคำเหล่านี้หน้าคำกริยาช่อง 1 (V.1) เช่น • Always remember my advice. จงจำคำแนะนำฉันไว้เสมอ • Never run in this room. อย่าวิ่งในห้องนี้ • Don’t ever leave your keys in your car. อย่าทิ้งกุญแจไว้ในรถ 5. Imperative sentence กับ and บางครั้งเราก็ใช้ประโยค Imperative กับ and แทนประโยค เงื่อนไข (if-clause) เช่น • Work hard, and you will succeed in the end. จงมุ่งมั่นทำงานหนัก และคุณจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด ประโยคนี้ใช้แทนประโยค if-clause ที่ว่า If you work hard, you will succeed in the end. (ถ้าคุณมุ่งมั่นทำงานหนัก คุณจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 317 6. ใช้ประโยค Imperative กับ Question tag เราสามารถนำ question tag อย่าง can you?, can’t you?, could you?, will you?, won’t you? would you? มาวางไว้หลังประโยค Imperative ได้ เช่น • Don’t smoke in this room, will you? อย่าสูบบุหรี่ในห้องนี้ จะทำไหม • Open the door, will you? (เปิดประตูหน่อย จะเปิดให้ไหม) 2.4 นักเรียนสอบถามครูผู้สอนเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนไม่ เข้าใจ ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1 นักเรียนดูตารางการสรุปเพิ่มเติมเรื่อง Imperative sentence และฟังครูอธิบายเพิ่มเติม Sentence Structure Polite Example Positive Bare inf. + N. Do + Bare inf. Please + Bare inf. Be quiet. Do be quiet. Please call me back. Negative Don’t + Bare inf. - Don’t be late. No / Stop + V.ing - No smoking. Stop talking. 3.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบแบบฝึกหัดเรื่อง Imperative sentence บน PowerPoint Instructions : Complete the following instructions with these verbs: go, take, turn, cross. Dialogue A A : Excuse me. How can I get to the bank? B : 1)…………………………..straight on, 2)…………………………..the second turning on the left, then 3)…………………………..at the pedestrian crossing, 4)…………………………..past the post office and the bank is just next to it. Dialogue B A : Good morning, can you tell me how I can go to the bus station? B : 5)…………………………..up this road, 6)…………………………..right at the corner, 7)…………………………..along to the end of the street and you’ll find it there. Answer Key : 1) go 2) take 3) cross 4) turn 5) go 6) turn 7) go 3.3 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Imperative sentence (Revision) ในเอกสารประกอบการเรียนรู้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 318 4.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 319 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Day after day แผนการจัดการเรียนรู้ที่22 เรื่อง Vocabulary and conversation รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในการสื่อสารระหว่างบุคคลพูดแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary ในการสื่อสารระหว่างบุคคล สืบค้น / การ ค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ รวบรวม สรุป นำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 320 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ นำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริง และมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ นำมาสรุปและ นำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 6 : Day after day 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 6 : Day after day 3. การใช้ Vocabulary ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 321 problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่องVocabulary 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Vocabulary and conversation วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนดูประโยคคำถามและคำตอบบน PowerPoint ดังนี้ Q : What do you usually do every day? A : I eat breakfast and I take a shower. 1.2 นักเรียนช่วยกันระดมพลังสมองเกี่ยวกับกิจกรรมที่นักเรียนทำทุกวัน โดยช่วยกันคิดเกี่ยวกับ กิจกรรมที่ทำทุกวันให้ได้มากที่สุด โดยนักเรียนสามารถพูดเป็นภาษาไทยได้เมื่อนักเรียนพูดเป็นภาษาไทยให้ครูพูด ซ้ำเป็นภาษาอังกฤษ และครูเขียนสิ่งที่นักเรียนบอกบนกระดาน 1.3 นักเรียนดูรูปภาพเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 38 1.4 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามเกี่ยวกับพูดสิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพ โดยครูให้ ความช่วยเหลือนักเรียนเรื่องคำศัพท์ถ้านักเรียนไม่ทราบ • Where is the girl? • Where is the boy?


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 322 • What is the girl doing? • What is the boy doing? 1.5 นักเรียนพูดบรรยายเกี่ยวกับกิจกรรมที่ Liz และ Josh ทำในแต่ละวันในหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 38 โดยครูใช้คำถามในการ ช่วยให้นักเรียนพูด และครูเขียนคำถามและคำตอบบนกระดาน ดังนี้ • What does Liz do during a typical day? • What does Josh do during a typical day? (in the morning / in the afternoon / in the evening / at night) Answer • Liz usually gets up early in the morning. • Josh takes a shower in the morning. 1.6 นักเรียนดูภาพในหัวข้อ Good and Bad Habits ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 39 1.7 นักเรียนพูดเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพ นักเรียนสามารถพูดเป็นภาษาไทยได้และครูพูดซ้ำสิ่ง ที่นักเรียนพูดเป็นภาษาอังกฤษ โดยครูใช้คำถามในการกระตุ้นให้นักเรียนพูด ดังนี้ • Where are the man and the woman? • What are they doing? • What is the other woman doing? 1.8 นักเรียนฟังครูอธิบายความหมายของคำศัพท์ habit ว่าหมายถึง กิจกรรมที่คนเราทำเป็นประจำ ทุกวันหรือกิจวัตรประจำวัน หรือนิสัยที่ติดตัวซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี 1.9 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดานและช่วยกันตอบคำถามเกี่ยวกับภาพในหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 39 • Which picture shows a good habit? • Which picture shows a bad habit? 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนฟังบทสนทนาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 40 2.2 นักเรียนจับคู่เพื่อฝึกบทสนทนา และส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อออกมาพูดบทสนทนา 2.3 นักเรียนทำกิจกรรมตอบคำถามในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 40 กิจกรรม About the conversation 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรมในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 40 กิจกรรม About the conversation หากมีข้อใดที่นักเรียนยัง ตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ชั่วโมงที่ 2


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 323 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน หากมีข้อใดที่ นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 10. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ใบความรู้เรื่อง Vocabulary 3. ใบงานเรื่อง Vocabulary 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือพิมพ์ 2. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 324 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 325 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Day after day แผนการจัดการเรียนรู้ที่23 เรื่อง Imperative Sentence รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในการสื่อสารระหว่างบุคคลพูดแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Imperative Sentence ในการสื่อสารระหว่างบุคคล สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ รวบรวม สรุป นำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 326 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยใช้ Imperative Sentence ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Imperative Sentence และนำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริง และมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มี ภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยใช้ Imperative Sentence ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Imperative Sentence และนำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 6 : Day after day 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 6 : Day after day 3. การใช้โครงสร้าง Imperative Sentence ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 327 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Imperative Sentence 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Imperative Sentence วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P และวิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) ชั่วโมงที่ 1 - 2 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนดูหัวข้อ Imperative Sentence บนกระดานพร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็น อธิบายตาม ความเข้าใจของแต่ละคน 1.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม • Do you know what imperative sentence is? • Can you give the example of the imperative sentence that you know? Possible answers : pass the salt, wait for me, shut the front door, get out!, don’t eat all the cookies,..etc. 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็น อธิบายตามความ เข้าใจของแต่ละคน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 328 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเกี่ยวกับประโยคบน PowerPoint ว่าประโยคที่นักเรียนเห็นนั้นคือประโยค แบบ imperative 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Imperative Sentence Imperative sentence คือ การใช้คำกริยา Infinitive without to (V.1 ที่ไม่มี to) มาขึ้นต้น ประโยคเพื่อให้ประโยคนั้นเป็นประโยคคำสั่ง, ตักเตือน, แนะนำสั่งสอน, เชื้อเชิญ หรือถ้าเติม please เข้าไปจะเป็น ประโยคขอร้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงของผู้พูด, ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง และเจตนาในการสื่อความหมาย ที่สำคัญประโยค Imperative sentence จะลงท้ายด้วยเครื่องหมายวรรคตอน full-stop (.) หรือ exclamation mark (!) เสมอ เช่น • Be quiet. จงเงียบ • Come here! มานี่ • Sit down! นั่งลง รูปแบบและโครงสร้างประโยคคำสั่ง Imperative sentence 1. Imperative sentence ในรูปแบบประโยคบอกเล่า 1.1 ใช้ Verb base form (V.1) ขึ้นต้นประโยคแล้วตามด้วยสิ่งที่จะสั่งให้ทำ หรืออาจใช้ Verb แค่คำเดียวก็ได้ เช่น • Stop! หยุด • Come here! มานี่ • Open the door. จงเปิดประตู • Speak English. จงพูดภาษาอังกฤษ 1.2 ใช้ Verb “be” ขึ้นต้นประโยค เช่น • Be careful. จงระวัง • Be a good boy. จงเป็นเด็กดี • Be kind to children.จงมีเมตตาต่อเด็ก ๆ 2. Imperative sentence ในรูปแบบประโยคปฏิเสธ 2.1 การทำ Imperative sentence เป็นรูปแบบประโยคปฏิเสธ เพียงแค่วาง don’t (do not) หน้าคำกริยา Don’t + V.1 เช่น • Don’t go! อย่าไป • Don’t touch me. อย่ามาแตะต้องตัวฉัน • Don’t swim in this canal. อย่าว่ายน้ำในคลองนี้ Sit down, please Open your book at page 12.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 329 2.2 Imperative sentence ที่ขึ้นต้นด้วยกริยา “be” ก็เช่นเดียวกัน เพียงวาง don’t หน้า กริยา be เช่น • Don’t be noisy. อย่าส่งเสียงดัง 3. Imperative sentence ในเชิงขอร้อง สามารถใช้ Imperative sentence ในเชิงขอร้องได้ โดยเพียงเติม Please เข้าไปวางไว้หน้า หรือท้ายประโยคก็ได้ เพื่อให้ดูสุภาพขึ้น เช่น • Please sit down. หรือ Sit down, please. กรุณานั่งลง • Please wait here. กรุณารอตรงนี้ • Please give me chocolate. เอาช็อกโกแลตให้ผมหน่อยครับ • Be quiet, please. กรุณาเงียบ • Please don’t smoke here. กรุณาอย่าสูบบุหรี่ตรงนี้ 4. Imperative sentence ในเชิงเชื้อเชิญ Imperative sentence ในเชิงเชื้อเชิญ เป็นประโยคคำสั่งที่รวมถึงตัวผู้พูดเข้าไปด้วย ทำได้โดย เติม Let’s ไว้หน้าคำกริยา และถ้าเป็นในรูปปฏิเสธ ใช้ Let’s not วางหน้าคำกริยา มีโครงสร้างคือ Let’s / Let’s not + V.1 เช่น • Let’s stop now. ตอนนี้หยุดกันเถอะ • Let’s not tell him about it. อย่าบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลยเถอะ วิธีตอบ ถาม Let’s ก็ตอบด้วย Let’s เช่น Yes, let’s. / No, let’s not ***ข้อสังเกต : ใน Imperative sentence ไม่มีประธาน (Subject) โดยละประธานซึ่งคือ สรรพ นามบุรุษที่ 2 “You” ไว้ 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint 3.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคโดยใช้Imperative sentence ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับรูปภาพ Possible answer : Open the window, Close the window, Don’t cheat on the exam, Stop smoking, No smoking, Quit smoking, Sleep early,…etc.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 330 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียน เก่ง อ่อน และ ปานกลาง 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำแบบฝึกหัดบน PowerPoint โดยเขียนคำตอบลงบนกระดาษที่ครู เตรียมให้ Part I : Write I (for imperative) next to the sentences that contain imperative. 1. Stir the milk and egg into the cake mixture. …………..…… 2. You need to follow the instructions exactly. …………..…… 3. I want you to always look both ways before you cross the road. …………..…… 4. Be careful with that box. It’s very heavy. …………..…… 5. Can you please pick me up at 7 o'clock this evening? …………..…… 6. Pass the ketchup, please. …………..…… 7. Please don’t go yet. …………..…… 8. Don’t forget to charge your phone before you leave. …………..…… 9. I don’t want you to cut down that tree. …………..…… 10. Stop fighting! …………..…… Part II : Rewrite the unmarked sentences above as imperatives. 1. …………………………………………………………………………………………………………………… . 2. …………………………………………………………………………………………………………………… . 3. …………………………………………………………………………………………………………………… . 4. …………………………………………………………………………………………………………………… . 5. …………………………………………………………………………………………………………………… . Answer key Part I 1, 4, 6, 7, 8, and 10 have imperatives. 2, 3, 5, and 9 don’t have imperatives. Part II (Students then rewrite the unmarked sentences from Part I as imperatives) 2. Follow the instructions exactly. 3. Always look both ways before you cross the road. 5. Please pick me up at 7 o’clock this evening. 9. Don’t cut down that tree! 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดบน PowerPoint 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเติม Imperative sentence ลงใน ประโยคของนักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Imperative sentence ที่ได้เรียนไป


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 331 ชั่วโมงที่ 3 - 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 ทบทวนเนื้อหาImperative sentence ที่นักเรียนเรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ 1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน Imperative sentence พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ รูปภาพและประโยคที่นักเรียนเห็น 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Imperative sentences คืออะไร ใช้อย่างไร จาก https://www. youtube.com/watch?v=yPnPTeOM-6Y 2.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Imperative sentence ประโยคคำสั่ง เข้าใจง่ายด้วย Grammar GO! จาก https://www.youtube.com/watch?v=bRFZIHEj-rc 2.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง เรื่อง การใช้ประโยค Imperative sentences จากhttps://www. youtube.com/watch?v=LobAJrVO9mE 2.4 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูโอคลิปทั้ง 3 วิโอคลิป 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายและสรุปเรื่อง Imperative sentence 3.2 นักเรียนยกตัวอย่าง Imperative sentence เช่น 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง Imperative sentence ในเอกสารประกอบการเรียน 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Imperative sentence ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Imperative sentence 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้ Imperative sentence 5.3 นักเรียนและครูร่มกันสรุปหลักการของกฎต่าง ๆ ของ Imperative sentence 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Imperative sentence


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 332 10. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Imperative Sentence 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Imperative Sentence 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Imperative Sentence ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 333 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Day after day แผนการจัดการเรียนรู้ที่24 เรื่อง Imperative Sentence(Revision) รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในการสื่อสารระหว่างบุคคลพูดแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Imperative Sentence ในการสื่อสารระหว่างบุคคล สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ รวบรวม สรุป นำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 334 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยใช้ Imperative Sentence ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Imperative Sentence และนำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริง และมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มี ภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดนำเสนอข้อมูลและเขียนประโยคโดยใช้ Imperative Sentence ได้ถูกต้องตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Imperative Sentence และนำมาสรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 6 : Day after day 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 6 : Day after day 3. การใช้โครงสร้าง Imperative Sentence ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 335 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Imperative Sentence (Revision) 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Imperative Sentence (Revision) วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนแบ่งออกเป็น 5 ทีม ทีมละเท่าๆ กัน โดยแต่ละทีมประกอบไปด้วยนักเรียนกลุ่มเก่ง ปาน กลางและอ่อน 1.2 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint จำนวน 10 รูปภาพ แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดคำตอบที่เหมาะสม และถูกต้องสำหรับแต่ละรูปภาพ โดยใช้Imperative sentence 1.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน โดยตัวแทนที่ออกมาเขียนจะต้อง ไม่ซ้ำกับนักเรียนที่เคยออกมาเขียน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 336 Possible answer : 1. Open the window. Let some fresh air into the room 2. Please close the door 3. Don’t eat too much 4. Take a breath and hold it. 1.4 นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบที่นักเรียนเขียนบนกระดาน 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าประโยคทั้ง 2 ประโยคมี ความเหมือนหรือแตกต่างกัน มีความหมายว่าอย่างไร 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Imperative sentence กรณีพิเศษ 1. Imperative sentence แบบมีประธาน (Subject) แม้ว่าปกติแล้ว Imperative sentence ไม่ ต้องใส่ประธาน (สรรพนามบุรุษที่ 2 “You”) แต่บางครั้งเราสามารถสร้างประโยค Imperative แบบมีประธาน ชัดเจนได้ เช่น • You be quiet! คุณ เงียบ! • You, don’t touch me! แก อย่ามาถูกตัวฉันนะ • Everybody sit down. ทุกคน นั่งลง • Mike look! ไมค์ ดูสิ 2. ประโยคคำสั่งแบบนามธรรม เราสามารถแสดงความหวังหรือความปรารถนาและข้อเสนอแนะ ด้วยรูปแบบประโยค Imperative ได้ ซึ่งประโยคเหล่านี้ไม่ใช่คำสั่งจริง ๆ เช่น • Have a nice day. ขอให้เป็นวันที่ดีนะ • If there’s no soy milk try almond milk.ถ้าไม่มีนมถั่วเหลืองก็ลองนมอัลมอนด์สิ 3. ประโยค Imperative กับ Do ถ้าต้องการเน้น Imperative sentence ให้เป็นประโยคขอร้อง, ขอโทษ และตำหนิมากขึ้น ก็เติม Do หน้าคำกริยา อีกทั้งยังมีความสุภาพมากขึ้นด้วย เช่น • Do tell me about her. ช่วยเล่าเรื่องของหล่อนให้ผมฟังหน่อยนะ) • Do try to keep the noise down, lady. ลองเบาเสียงลงหน่อยนะสาว ๆ 4. ใช้ประโยค Imperative กับ always, never, ever โดยวางคำเหล่านี้หน้าคำกริยาช่อง 1 (V.1) เช่น • Always remember my advice. จงจำคำแนะนำฉันไว้เสมอ • Never run in this room. อย่าวิ่งในห้องนี้ • Don’t ever leave your keys in your car. อย่าทิ้งกุญแจไว้ในรถ


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 337 5. Imperative sentence กับ and บางครั้งเราก็ใช้ประโยค Imperative กับ and แทนประโยค เงื่อนไข (if-clause) เช่น • Work hard, and you will succeed in the end. จงมุ่งมั่นทำงานหนัก และคุณจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด ประโยคนี้ใช้แทนประโยค if-clause ที่ว่า If you work hard, you will succeed in the end. (ถ้าคุณมุ่งมั่นทำงานหนัก คุณจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด) 6. ใช้ประโยค Imperative กับ Question tag เราสามารถนำ question tag อย่าง can you?, can’t you?, could you?, will you?, won’t you? would you? มาวางไว้หลังประโยค Imperative ได้ เช่น • Don’t smoke in this room, will you? อย่าสูบบุหรี่ในห้องนี้ จะทำไหม • Open the door, will you? (เปิดประตูหน่อย จะเปิดให้ไหม) 2.4 นักเรียนสอบถามครูผู้สอนเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนไม่ เข้าใจ ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1 นักเรียนดูตารางการสรุปเพิ่มเติมเรื่อง Imperative sentence และฟังครูอธิบายเพิ่มเติม Sentence Structure Polite Example Positive Bare inf. + N. Do + Bare inf. Please + Bare inf. Be quiet. Do be quiet. Please call me back. Negative Don’t + Bare inf. - Don’t be late. No / Stop + V.ing - No smoking. Stop talking. 3.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบแบบฝึกหัดเรื่อง Imperative sentence บน PowerPoint Instructions : Complete the following instructions with these verbs: go, take, turn, cross. Dialogue A A : Excuse me. How can I get to the bank? B : 1)…………………………..straight on, 2)…………………………..the second turning on the left, then 3)…………………………..at the pedestrian crossing, 4)…………………………..past the post office and the bank is just next to it. Dialogue B A : Good morning, can you tell me how I can go to the bus station? B : 5)…………………………..up this road, 6)…………………………..right at the corner, 7)…………………………..along to the end of the street and you’ll find it there.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 338 Answer Key : 1) go 2) take 3) cross 4) turn 5) go 6) turn 7) go 3.3 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Imperative sentence (Revision) ในเอกสารประกอบการเรียนรู้ 4.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 10. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Imperative Sentence 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Imperative Sentence (Revision) 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Imperative Sentence (Revision) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 339 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 340 ภาคผนวก • เกณฑ์การให้คะแนนใบงาน • เกณฑ์การให้คะแนนการเขียน / ชิ้นงาน • แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ • แบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ • แบบประเมินผลการใช้หน่วยการเรียนรู้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 341 เกณฑ์การให้คะแนนใบงาน ประเด็น ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 การคิด วิเคราะห์ จับประเด็น สำคัญได้ ทั้งหมด ขยาย ความพร้อม ตัวอย่าง 3 ประโยคขึ้นไป เขียน เปรียบเทียบ และสรุป ความคิดรวบ ยอดได้ดี จับประเด็น สำคัญได้ ขยาย ความ พร้อม เขียนตัวอย่าง 3 ประโยค เปรียบเทียบ และสรุป ความคิดรวบ ยอดได้ดี จับประเด็น สำคัญได้ ขยาย ความ พร้อม เขียนตัวอย่าง 2 ประโยค เปรียบเทียบ และสรุป ความคิดรวบ ยอดได้ดี จับประเด็น สำคัญได้บ้าง ขยายความ พร้อมเขียน ตัวอย่าง 1 ประโยค เปรียบเทียบได้ จับประเด็น สำคัญไม่ได้ไม่ ขยายความ ไม่ มีตัวอย่าง ประโยค เปรียบเทียบไม่ ชัดเจน การเขียนสื่อ ความ เขียนสื่อความ ได้ถูกต้องตาม อักขรวิธี ตรง ประเด็น และ เข้าใจง่าย เขียนสื่อความ ได้บ้างตาม อักขรวิธี ตรง ประเด็น และ พอเข้าใจได้ เขียนสื่อความ ได้บ้าง ตรง ประเด็น และ เข้าใจยาก เขียนสื่อความ ไม่ชัดเจน ไม่ ค่อยตรง ประเด็น เข้าใจ ยาก เขียนสื่อความ ไม่ชัดเจน ไม่ ตรงประเด็น เข้าใจยาก เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 1 - 8 ปรับปรุง


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 342 เกณฑ์การให้คะแนนการเขียน / ชิ้นงาน ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน น้ำหนัก / ความสำคัญ คะแนน 4 3 2 1 รวม การใช้ภาษา การสะกด คำศัพท์ ถูกต้อง การเลือกใช้คำ ตรงกับเนื้อหา ประโยค ถูกต้องมี เครื่องหมาย วรรคตอนที่ ถูกต้อง การสะกด คำศัพท์ผิด เล็กน้อย พอ เดาวามหมายได้ เขียนรูป ประโยคผิด หลักไวยากรณ์ เล็กน้อย เครื่องหมาย วรรคตอนผิด เล็กน้อย สะกดคำผิด มาก แต่พอ เดาความหมาย ได้รูปประโยค ผิดพลาดมาก เครื่องหมาย วรรคตอนไม่ ครบหรือไม่ ถูกต้อง สะกดคำผิด มาก เขียนรูป ประโยคไม่ ถูกต้อง ไม่มี เครื่องหมาย วรรคตอน 2 5 เนื้อหา มีรายละเอียด เนื้อหาตรง กับลักษณะที่ กำหนดมาก ที่สุด รายละเอียด ของเนื้อหา มากแต่ยังไม่ ครอบคลุม ทั้งหมด มีรายละเอียด ของเนื้อหา น้อย มีรายละเอียด ของเนื้อหาน้อย มาก 2 5 ความสมบูรณ์ ของชิ้นงาน ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบคลุมวง คำศัพท์ ที่เรียน สมบูรณ์ ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบคลุมวง คำศัพท์ ที่เรียนเป็น ส่วนใหญ่ ชิ้นงานมีราย ละเอียด ครอบคลุมวง คำศัพท์ ที่เรียนพอ สมควร ชิ้นงานมีราย ละเอียดครอบ คลุมวงคำศัพท์ ที่เรียนน้อย 1 5 ความคิด สร้างสรรค์ เป็นชิ้นงาน ที่แปลกใหม่ คิดขึ้นเอง ไม่เหมือน ตัวอย่าง เป็นชิ้นงาน ที่แปลกใหม่ แต่มีบางส่วน คล้ายกับ ตัวอย่าง เป็นชิ้นงาน ที่ปรับปรุง ดัดแปลง เล็กน้อยจาก ตัวอย่าง เป็นชิ้นงานที่ เหมือนกับ ตัวอย่าง 1 5 รวม 5 20 เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 1 - 8 ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version