หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 193 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบแบบฝึกหัดเรื่อง Past Perfect Tense บนPowerPoint 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้ Past Perfect Tense ชั่วโมงที่ 3 - 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 ทบทวนเนื้อหาPast Perfect Tense ที่นักเรียนเรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ 1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพ และประโยคที่นักเรียนเห็น 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิป การใช้ Past Simple และ Past Perfect Tense จาก https://www. youtube.com/watch?v=XV716wDmKAs 2.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Past Perfect Tense ที่มักมาด้วยกัน จาก https://www.youtube .com/watch?v=SCSLBkSgicQ 2.3 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูโอคลิปทั้ง 2 วิโอคลิป 2.4 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง Past Perfect Tense ในเอกสารประกอบการเรียน 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายและสรุปเรื่อง Past Perfect Tense 3.2 นักเรียนยกตัวอย่างPast Perfect Tense ในรูปประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม โดยนักเรียนสามารถยกตัวอย่าง เช่น 1. ประโยคบอกเล่า • Natalie had never seen a beautiful beach before she went to Rayong . นาตาเลียไม่เคยเห็นชายหาดที่สวยงามมาก่อนที่เธอไปที่ระยอง • I did not have any money because I had lost my wallet. (ตอนนั้น) ฉันไม่มีเงินเลยเพราะฉันได้ทำกระเป๋าสตางค์หาย • Christopher knew Chiang Mai so well because he had visited the city several times. คริสโตเฟอร์รู้จักเมืองเชียงใหม่เป็นอย่างดีเพราะเขาเคยไปที่เมืองนั้นหลายครั้ง • She understood the movie because she had read the book. เธอดูภาพยนตร์รู้เรื่องเพราะเธอได้เคยอ่านหนังสือเรื่องนั้นมาก่อน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 194 • Lucy had never been to an opera before last night . ลูซี่ไม่เคยไปที่โรงละครมาก่อนหน้าเมื่อคืนที่ผ่านมา 2. ประโยคปฏิเสธ • We were not able to get a hotel room because we had not booked in advance. พวกเราไม่ได้ห้องพักโรงแรมเพราะพวกเราไม่ได้จองห้องพักเอาไว้ล่วงหน้า • Caroline had not help Nathan when he needed her help. เคาโรไลน์จนไม่ได้ช่วยนาธานเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอ • Christian had not told me the truth when I asked him. คริสเตียนไม่ได้บอกความจริงกับฉันตอนที่ฉันถามเขา 3. ประโยคคำถาม • Had Jonathan ever studied Thai before he moved to Thailand ? โจนาธานเคยเรียนภาษาไทยมาก่อนหรือเปล่าก่อนที่เขาจะย้ายมาประเทศไทย • Had you finished your work when the manager came here? คุณทำงานเสร็จแล้วยังเมื่อผู้จัดการมาที่นี่ • Had you ever visited the London before your trip in 2006? คุณได้เคยไปลอนดอนมาก่อนเมื่อครั้งที่คุณไปมาตอนปี 2007 หรือเปล่า Yes, I had been to the Bangkok once before . ใช่ ฉันเคยไปกรุงเทพฯมาก่อนหนหนึ่ง 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเพื่อเสริมความเข้าใจในเรื่องการ Past Perfect Tense Past Perfect Tense คือ Past Perfect Tense (Tense อดีตสมบูรณ์) Past พาสท= อดีต Perfect เพอเฟ็คท = สมบูรณ์คำว่าสมบูรณ์ใน Tense นี้หมายความว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจบลงไปแล้ว หรือสิ้นสุด แล้วอย่างสิ้นเชิง ต่างกับ Present Perfect Tense ซี่งกล่าวถึงเหตุที่ดำเนินมาถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปใน อนาคต *** ประธานทุกตัวใช้โครงสร้างเดียวกันเลย หลักการใช้ Past Perfect Tense ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่สิ้นสุดไปแล้ว ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์เข้ามาแทรกทีหลัง หมายความว่ามันมีสองเหตุการณ์ (คล้าย past continuous) มักจะมีการใช้ before, after มา ร่วมกับประโยค และต้องใช้ตามนี้ คือ เหตุการณ์ที่เกิดก่อน (ใช้ Past Perfect Tense) เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง (ใช้ Past Simple Tense) **** ให้นักเรียนท่องว่า พาสเพอ (past per) เกิดก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง (เป็นครั้งที่ 2 ที่ past simple เป็นพระรองเพราะเกิดหลัง) ตัวอย่างแนวข้อสอบ The train………………..when we………………. to the station. 1) has left / get 2) had left / had got 3) left / had got 4) had left / got
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 195 ใจความของประโยคข้างบนคือว่า “รถไฟออกไป ตอนที่เราไปถึงสถานี” ทีนี้ก็ต้องถามตัวเองแล้วว่า ระหว่าง รถไฟออกไปกับเราไปถึงสถานี เหตุการณ์ไหนเกิดก่อน คำตอบต้องเป็นรถไฟออกไปก่อนใช่ไหมเอ่ย แล้วเรา ก็มาใส่สูตรเข้าไป พาสเพอ (past per) เกิดก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง 1) has left (ผิด present perfect), get (ผิด present simple) 2) had left (ถูกต้อง เกิดก่อน past per) , had got (ผิด อันนี้ past per) 3) left (ผิด past simple), had got (ถูกต้อง past per) 4) had left (ถูกต้อง เกิดก่อน past per), got (ถูกต้อง past per) ดังนั้นจึงตอบข้อ 4) “รถไฟออกไปก่อนแล้ว ตอนที่เราไปถึงสถานี” 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Past Perfect Tense ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Past Perfect Tense 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้ Past Perfect Tense 5.3 นักเรียนและครูร่มกันสรุปหลักการของกฎต่าง ๆ ของPast Perfect Tense 10. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Past Perfect Tense 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Past Perfect Tense 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Past Perfect Tense ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 196 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 197 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง What do you like to do? แผนการจัดการเรียนรู้ที่12 เรื่อง Past Tense(Revision) รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการใช้Past Tense 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ และให้เหตุผลประกอบได้ - นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพื่อใช้การเขียนประโยคเพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยได้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 198 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพื่ออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มี เหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบ รับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพื่ออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 3 : What do you like to do? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 3 : What do you like to do? 3. การใช้โครงสร้าง Past Tense ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 199 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่องPast Tense (Revision) 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Past Tense (Revision) วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนทำกิจกรรม Duet เพื่อทบทวนความรู้ เรื่องPast Tense 1.2 นักเรียนแบ่งออกเป็น 4 ทีม ทีมละเท่าๆ กัน โดยแต่ละทีมประกอบไปด้วยนักเรียนกลุ่มเก่ง ปาน กลางและอ่อน 1.3 นักเรียนส่งตัวแทนครั้งละ 1 คนโดยไม่ซ้ำกันออกมายื่นบริเวณหน้าชั้นเรียน 1.3.1 นักเรียนคนที่ 1 เป็นผู้คิดคำศัพท์กริยาช่องที่ 1 1.3.2 นักเรียนคนที่ 2 เปลี่ยนกริยาช่องที่ 1 เป็นกริยาช่องที่ 2 1.3.3 นักเรียนคนที่ 3 เปลี่ยนกริยาช่องที่ 2 ให้อยู่ในรูป Past Continuous
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 200 1.3.4 นักเรียนคนที่ 4 เปลี่ยนกริยาที่อยู่ในรูป Past Continuous เป็น Past Perfect เช่น นักเรียนคนที่ 1 นักเรียนคนที่ 2 นักเรียนคนที่ 3 นักเรียนคนที่ 4 see saw was seeing had seen เมื่อนักเรียนคนที่ 4 พูดเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นักเรียนคนที่ 2 เป็นผู้เริ่มคำศัพท์คำใหม่ โดยสลับกัน เริ่มคำศัพท์ใหม่จนครบทั้ง 4 กลุ่ม 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูคำศัพท์ที่ครูเขียนบนกระดาน โดยคำศัพท์ที่ครูเขียนนั้นมาจากคำศัพท์ที่นักเรียนใช้ในใน กิจกรรม Duet เช่น washed were washing had washed cut was cutting had cut drove was driving had driven 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งประโยคโดยใช้กริยาที่อยู่บนกระดาน โดยเลือกคำกริยาเพียง 1 แถว ตามแนวนอนมาแต่งเป็นประโยคพร้อมกับแปลความหมายของประโยค โดยครูเดินดูประโยคที่นักเรียนเขียนพร้อม ให้คำแนะนำ ช่วยแก้ไขในกรณีที่นักเรียนแต่งประโยคไม่ถูกต้อง โดยครูให้แรงเสริมด้วยการกล่าวชม เช่น good, excellent, well done, fantastic เป็นต้น 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนให้ออกมาเขียนโครงสร้างและตัวอย่างประโยค Past Tense ประเภทต่าง ๆ ลงบน Past Tense Chart ถ้าเขียนไม่ได้ให้เพื่อนในห้องช่วยกันบอก จะได้โครงสร้างดังนี้ 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบาย Past Tense Past Tense คือ รูปแบบของคำกริยาที่แสดงถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต สำหรับ Past Tense ที่นักเรียนได้เรียนมานั้นประกอบไปด้วย 1. Past Simple มีโครงสร้างรูปแบบคือ Subject + Verb 2 หรือ Verb เติม ed 2. Past Continuous มีโครงสร้างรูปแบบคือ Subject + was / were + Verb (ing) 3. Past Perfect มีโครงสร้างรูปแบบคือ Subject + had + Verb 3 ซึ่งในแต่ละรูปแบบ / โครงสร้าง ก็มีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 1. Past Simple Tense (Subject + Verb 2 หรือ Verb เติม ed) ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำ ที่เกิดขึ้นและจบลงในอดีต มักมีคำหรือกลุ่มคำของอดีตมากำกับด้วย เช่น ago (แต่ก่อน) once (ครั้งหนึ่งในอดีต) yesterday (เมื่อวานนี้) last night (เมื่อคืนก่อน) last month (เมื่อเดือนที่แล้ว) when he was young (เมื่อตอน ที่เขายังเป็นเด็ก) after they had gone (หลังจากที่พวกเขาไปแล้ว)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 201 • I went to church yesterday. ฉันไปโบสถ์เมื่อวานนี้ • She bought that car last year. เธอซื้อรถคันนั้นเมื่อปีที่แล้ว 2. Past Continuous Tense (Subject + was / were + Verb (ing) ซึ่งมีวิธีการใช้ดังนี้ 2.1 ใช้ร่วมกับ Past Simple Tense เมื่อมีเหตุการณ์หรือการกระทำ 2 อย่างเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ในอดีต โดยให้ใช้ Past Simple Tense กับเหตุการณ์สั้นๆ ที่เกิดขึ้นทีหลัง และใช้ Past Continuous Tense กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและกำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้น เช่น • While I was watching the football match, I had a headache. ขณะที่ฉันกำลังดูการแข่งขันฟุตบอลอยู่นั้น ฉันก็ปวดศีรษะ 2.2 ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำ 2 อย่างที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีตในเวลาเดียวกัน เช่น • We were playing while they are studying. พวกเรากำลังเล่นกัน ขณะที่พวกเขากำลังเรียน 3. Past Perfect Tense (Subject + had + Verb 3) มีวิธีการใช้ดังนี้ 3.1 ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำ 2 อย่างที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงในอดีต โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนให้ใช้ Past Perfect Tense ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลังให้ใช้ Past Simple Tense เช่น • I went to work after I had eaten breakfast. ฉันไปทำงานหลังจากที่ได้ทานอาหารเช้า • We had learnt Japanese before we went to Japan. พวกเราได้เรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนที่พวกเราจะไปประเทศญี่ปุ่น 3.2 ใช้กับการแสดงความปรารถนาในสิ่งที่ไม่เป็นจริงที่ได้เกิดขึ้นแล้วในอดีต เช่น • We wish we had passed the examination. พวกเขาอยากให้พวกเราสอบผ่าน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพวกเราสอบไม่ผ่าน ชั่วโมงที่ 2 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนทบทวนโครงสร้าง Past Tense อีกครั้ง 4.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint และช่วยกันเติมคำที่หายไป 4.3 นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนรูปประโยค Past Simple Tense บน PowerPoint ให้เป็น Past Continuous Tense และ Past Perfect Tense
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 202 4.4 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Past Tense (Past Simple, Past Continuous, and Past Prefect Tenses) ในเอกสารประกอบการเรียน 4.5 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเรื่อง Past Tense (Past Simple, Past Continuous, and Past Prefect Tenses ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้Past Tense (Past Simple, Past Continuous, and Past Prefect Tenses ของนักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Past Tense (Past Simple, Past Continuous, and Past Prefect Tenses 10. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Past Tense (Revision) 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Past Tense (Revision) 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Past Tense (Revision) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 203 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 204 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง What do you like to do? แผนการจัดการเรียนรู้ที่13 เรื่อง Botanical Garden รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการใช้Past Tense 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ และให้เหตุผลประกอบได้ - นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพื่อใช้การเขียนประโยคเพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยได้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 205 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพื่ออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มี เหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบ รับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพื่ออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 3 : What do you like to do? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 3 : What do you like to do? 3. การใช้โครงสร้าง Past Tense ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 206 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - 2. ชิ้นงาน -Botanical Garden 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Botanical Garden วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง Tense ต่าง ๆ 1.2 นักเรียนเติมโครงสร้างประโยคของแต่ละ Tense ลงไปในตาราง Action Time Simple : V.1 Continuous : v. to be + V.ing Perfect : v. to have + V.3 Present S. + V.1 (-s / -es) S. + is / am / are + V.ing S. + have / has + V.3 Past S. + V.2 (-ed) Future S. + will + V.inf. 1.3 นักเรียนช่วยกันบอกหลักการใช้แต่ละ Tense 1.3.1 Present Simple Tense Form: S + V. 1 (s, es ในกรณีที่ประธาน เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 207 ใช้แสดงเหตุการณ์ การกระทำที่เป็นจริงโดยทั่วไป หรือความจริงโดยธรรมชาติ, การกระทำ อันเป็นนิสัย Key Words: Adv. of Time: every day/week/month, once/ twice a week, on Monday, etc. Adv. of Frequency: always, usually, generally, , often, sometimes, never..etc 1.3.2 Present Continuous Tense Form : S + is / am / are + V.ing ใช้กับเหตุการณ์ หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะพูด, ใช้กับการกระทำที่อยู่ในระหว่าง การดำเนินการ แต่ในขณะพูดเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นก็ได้, และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ Key Words : now, right now, at present, at the moment, presently, today, this week…etc Look! , Watch out! etc. 1.3.3 Present Perfect Tense Form : S + has / have + V.3 ใช้กับเหตุการณ์ หรือการกระทำที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีย ดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน, ละ เหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบลงไปไม่นาน Key Words: since, for, yet, already, just, recently, before, after…etc 1.3.4 Past Simple Tense Form : S + V2 ใช้กับเหตุการณ์หรือ การกระทำที่เกิดขึ้นแล้วและจบสิ้นลงในอดีต, นิสัยที่เคยทำในอดีต และ การกระทำต่อเนื่องในอดีต Key Word : usually, yesterday, last week, in the old day, the other day formerly…, when I was young,-ago 1.3.5 Future Simple Tense Form : S + will / be going to + V.inf. ใช้แสดงการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต Key Word : tomorrow, next week, tonight…etc. 1.4 นักเรียนทวนคำกริยา 3 ช่อง (Irregular Verb) โดยนักเรียนเขียนคำกริยาแบบ Irregular Verb เท่าที่ตนจำได้ ให้มากที่สุดเพื่อให้ครูเขียนบนกระดาน 1.5 นักเรียนช่วยกันรวบรวมความคิดและสรุปดังนี้ 1.5.1 โครงสร้างของประโยคของแต่ละ Tense 1.5.2 คำแสดงเวลาที่ใช้ในแต่ละ Tense 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนแต่งประโยคของแต่ละ Tense ซึ่งประกอบด้วยคำบอกเวลา 2.2 นักเรียนเขียนคำกริยา 3 ช่อง (Irregular Verb) ตามกลุ่มการจำใส่สมุด และบอกหลักการจำ 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายการเชื่อมโยงการใช้ Tense กับเวลา จากบทความสั้นๆ (Short Passage) และ / หรือจากข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 208 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องความแตกต่างของการใช้ที่สอดคล้องกันของ 2.4.1 Present Simple กับ Present Continuous ในการใช้ที่แตกต่างกัน 2.4.2 Present Continuous กับ Future Simple ในความหมายของความตั้งใจที่จะทำในอดีต 2.5 นักเรียนสอบถามครูผู้สอนเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1. นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Tense ในเอกสารประกอบการเรียนรู้ในแต่ละเรื่อง 3.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 3.3 นักเรียนทำความเข้าใจคำกริยา 3 ช่อง (Irregular Verb) ตามกลุ่มจากหลักการจำ 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนเลือกพรรณไม้ที่ตนเองชอบ 5 ชนิดและนำมาแต่งประโยคโดยใช้ Tense ที่เรียนมา ได้แก่ Present Simple, Present Continuous, Present Perfect, Past Simple, and Future Simple ให้มี รายละเอียดของแต่ละ Tense ดังต่อไปนี้ - ชื่อ Tense - Structure - Sentence - แปลความหมายประโยค - รูปภาพประกอบ 10. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Past Tense 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. ใบงานเรื่อง Past Tense 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ชิ้นงาน Botanical Garden ตรวจชิ้นงาน ชิ้นงาน นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ ชิ้นงานและทำถูก ร้อยล ะ 60 ขึ้ น ไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 209 ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 210 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง What do you want to be? รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 14 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ อ่านอย่างเหมาะสม ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Active and Passive Voices ที่ใช้ในโครงสร้างประโยคง่าย ๆ เพื่อใช้ในการ ขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active and Passive Voices สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูดและเขียน มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 211 3. สาระการเรียนรู้ 3.4สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Active and Passive Voices ที่ใช้ในโครงสร้างประโยคง่าย ๆ เพื่อใช้ใน การขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active and Passive Voices สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูดและเขียนได้ 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 4 : What do you want to be? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 4 : What do you want to be? 3. การใช้Active Voices ในรูปแบบต่าง ๆ 4. การใช้ Passive Voices ในรูปแบบต่าง ๆ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 212 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)…………………………………………………………………………..………………………….………………………… 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Vocabulary - ใบงานเรื่อง Active and Passive Voices - ใบงานเรื่อง Sufficiency Economy 2. ชิ้นงาน - 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดและประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน 1. วิธีการ 1. ตรวจใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ตรวจใบงานเรื่อง Active and Passive Voices 3. ตรวจใบงานเรื่อง Sufficiency Economy 2. เครื่องมือ 1. ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ใบงานเรื่อง Active and Passive Voices 3. ใบงานเรื่อง Sufficiency Economy 3. เกณฑ์ 1. ตรวจใบงานและแบบฝึกหัดร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 213 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2 ใบงานเรื่อง Active and Passive Voices ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3 ใบงานเรื่อง Sufficiency Economy ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 10. กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ 1 เรื่อง Vocabulary and conversation จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนดูชื่อหน่วยการเรียนรู้ What Do You Want to Be? บน PowerPoint 1.2 นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกันและช่วยกันบอกความหมายของชื่อหน่วยการเรียนรู้ 1.3 นักเรียนและและครูร่วมพูดคุยเกี่ยวกับอาชีพของสมาชิกในครอบครัวของนักเรียน โดยนักเรียนตอบ คำถาม เช่น • What does your father do? • What does your mother do? • What is your father’s job? • What is your mother’s job? โดยนักเรียนสามารถบอกอาชีพเป็นภาษาไทยได้ และครูเขียนอาชีพที่นักเรียนบอกเป็นภาษาอังกฤษบนกระดาน 1.4 นักเรียนดูประโยคคำถาม What do you want to be when you grow up? Why? บนกระดา
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 214 1.5 นักเรียนตอบคำถาม Which occupations do you think are interesting? ในกิจกรรม New Language ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 26 โดยนักเรียนตอบตามความรู้สึกของนักเรียนเอง 1.6 นักเรียนดูรูปภาพในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่26 และช่วยกันตอบคำถาม • Who are the people? • Where are they? • What are they doing? 1.7 นักเรียนเล่นเกม a guessing game โดยนักเรียนจับคู่ผลัดเปลี่ยนกันทายอาชีพที่เพื่อนเลือก โดยมี กติกาคือให้นักเรียนแต่ละคนเลือกอาชีพให้กับตนเองคนละ 1 อาชีพ คนที่ทำหน้าที่ทายให้ใช้คำถาม Yes / No Questions เช่น • Do you work indoors? • Do you spend a lot of time on computers? 1.8 แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียนเก่า ปานกลาง และอ่อน 1.9 นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนประโยคบรรยายว่าบุคคลแต่ละอาชีพมีหน้าที่ทำอะไร โดยดูตัวอย่าง ประโยคในการเขียนบรรยายบนกระดานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียน เช่น • A chef cooks meals. • An engineer helps design and builds buildings and bridges. 1.10 นักเรียนฟังครูอธิบายว่า อาชีพบางอาชีพใช้ได้ทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เช่น dentist แต่ในอดีต คนส่วนใหญ่มักเรียกอาชีพที่ผู้ชายทำกับผู้หญิงทำที่แตกต่างกันทั้ง ๆ ที่เป็นอาชีพเดียวกัน เช่น อาชีพตำรวจ ถ้าเป็น ผู้ชายใช้คำว่า policeman แต่ถ้าเป็นผู้หญิงใช้คำว่า policewoman แต่สมัยนี้ใช้คำว่า police officer กับทั้งผู้หญิง และผู้ชาย 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนฟังบทสนทนาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 28 2.2 นักเรียนจับคู่เพื่อฝึกบทสนทนา และส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อออกมาพูดบทสนทนา 2.3 นักเรียนทำกิจกรรมตอบคำถามในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 28 กิจกรรม About the conversation 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรมในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 28 กิจกรรม About the conversation หากมีข้อใดที่นักเรียนยัง ตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 215 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน หากมีข้อใดที่ นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น เรื่องที่ 2 เรื่อง Active Voice จำนวนเวลาเรียน 4 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 - 2 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพคำว่า Active Voice บน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่ามี ความหมายว่าอย่างไร เป็น Grammar ประเภทไหน ใช้อย่างไร 1.2 นักเรียนทบทวนเรื่อง Tense ต่าง ๆ ที่นักเรียนเคยเรียนมา โดยส่งตัวแทนออกมาเขียนชื่อ Tense บนกระดาน 1.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ Tense ต่าง ๆ ที่นักเรียนเขียนบนกระดาน 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนออกมาเขียนประโยคบนกระดานจนครบทุก Tense ที่นักเรียนได้เรียนมา Present Simple : Jane feeds the dog. Present Continuous : Jane is feeding the dog. Present Perfect : Jane has feeded the dog. Past Simple : Jane feeded the dog. Past Continuous : Jane was feeding the dog. Past Perfect : Jane had feeded the dog. Future Simple : Jane will feed the dog. 2.2 นักเรียนฟังครูชี้แจงว่าประโยคที่นักเรียนเขียนทั้งหมดนั้นเป็น Active Voice ซึ่ง Active Voice คือ รูปของกริยาซึ่งประธานเป็นผู้กระทำโดยตรง (ใคร ทำอะไร) เช่น Thai people eat rice. คนไทยกินข้าว (ประธาน คือ คนไทย) 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Tense โดยTense ใหญ่ๆ มี 3 Tense คือ Present Tense, Past Tense, Future Tense แต่ละ Tense แบ่งย่อยออกเป็น 4 Tense ย่อย คือ Simple, Continuous, Perfect, Perfect Continuous แต่ละ Tense ย่อย แบ่งรูปแบบประโยคออกเป็น 2 ชนิด คือ Active Voice และ Passive Voice โดย Tense เรียนไปแล้วทั้งหมดนั้นเป็นประโยค Active Voice คือ ประธานเป็นคนกระทำทั้งหมด 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเหตุผลที่ให้เรียนโครงสร้าง Active Voice ให้เข้าใจก่อนนั้นก็เพราะว่ามันเป็น หัวใจของภาษาอังกฤษ ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้ว ภาษาอังกฤษก็จะเป็นเรื่องง่าย ๆ ทันที
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 216 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแต่งประโยคให้ครบทุกโครงสร้างประโยคที่ นักเรียนเคยเรียนมา 3.2 นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคที่นักเรียนช่วยกันแต่งบนกระดาน เช่น • He grows rice in rainy season. • That man is growing rice in the rice field. • He has grown rice for two hours. • He grew rice yesterday. • He will grow rice tomorrow. 3.3 นักเรียนช่วยกันอธิบายและบอกว่าประโยคบนกระดานเป็น Tense ใด 3.4 นักเรียนช่วยกันสรุปโครงสร้างและรายละเอียดตามความเข้าใจของนักเรียน 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนดูประโยคบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแสดงความคิดเห็น Bread is eaten by John. ขนมปังถูกทานโดย John 4.2 นักเรียนฟังครูอธิบาย จากประโยคบน PowerPoint คือรูปประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ ดังนั้นให้นักเรียนช่วยกันเรียงประโยคใหม่ให้ประธานเป็นผู้กระทำ (Active Voice) 4.3 นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนประโยคบน PowerPoint ให้อยู่ในรูปประธานเป็นผู้กระทำ (Active Voice) John eats bread. John ทานขนมปัง 4.4 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียน เก่ง อ่อน และ ปานกลาง 4.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเปลี่ยนประโยคประโยคบน PowerPoint ให้อยู่ในรูปประธานเป็น ผู้กระทำ (Active Voice) จำนวน 10 ข้อ Instructions : Change the following sentences to be a sentence in active voice. 1. The butter is kept in the fridge by me. 2. My house is being kept tidy by John. 3. Mary’s schedule was kept meticulously. 4. A seat was being kept for you by the theater. 5. All your old letters have been kept by me.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 217 6. His training regimen had been kept up for a month. 7. The ficus will be kept by Mark. 8.The boy is punished by the teacher. 9. Homework is done by Mark every day. 10. A new hotel has been built by them. Answer Key 1. I keep the butter in the fridge. 2. John is keeping my house tidy. 3. Mary kept her schedule meticulously. 4. The theater was keeping a seat for you. 5. I have kept all your old letters. 6. He had kept up his training regimen for a month. 7. Mark will keep the ficus. 8. The teacher punishes the boy. 9. Mark does homework every day. 10.They have built a new hotel 4.6 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยประโยคบน PowerPoint ที่นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเปลี่ยนให้อยู่รูป ประธานเป็นผู้กระทำ (Active Voice) 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้Active Voice ของนักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Active Voice ที่ได้เรียนไป ชั่วโมงที่ 3 - 4 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนเรื่อง Active Voice ที่นักเรียนเคยเรียนมา โดยส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคบน กระดาน 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยค Active Voice ที่นักเรียนเขียนบนกระดาน 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมประโยคที่เราถูกสอนกันมาตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษนั้นคือประโยค แบบ Active voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำกริยา เช่น • Johan is drinking coffee. โจฮันกำลังดื่มกาแฟ (โจฮัน เป็นผู้กระทำกริยา ดื่ม) • Jack and Thomas always go to school together. แจ๊คและโธมัสไปโรงเรียนด้วยกันเสมอ (แจ๊คกับโธมัส ซึ่งเป็นประธานของประโยคเป็นผู้กระทำ กริยา)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 218 นอกจากประโยคปกติแล้ว ประโยคคำถาม Yes / No Question และประโยคคำถามขึ้นต้นด้วยคำ Question Words ก็เป็นประโยคแบบ Active Voice • Do you always laugh at him? • Are the students doing the exercises? • Did the servant polish Tom’s shoes? • Weren't they digging this hole when you went past yesterday? • Had he seen you before? • Will Mary invite Jack to her party? • Is she going to open the shop? • Will she have announced the results by the end of next month? 2.2 นักเรียนฟังอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Active Voice ว่านอกจากประโยคตามโครงสร้าง Tense ทั้ง 12 Tense ประโยคคำถาม Yes / No Question และประโยคคำถามขึ้นต้นด้วยคำ Question Words ที่เป็น Active Voice แล้วยังมีประโยคที่ใช้ Modal Verb ด้วย เช่น • They can do it. • You could sell your car. • He might fix the refrigerator. • They may make a donation. • You must finish this today. • He has to send that email. • They need to find that document. • She should fix her writing. 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแสดงความคิดเห็น The house was built by the man. 3.2 นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนประโยคบน PowerPoint ให้อยู่ในรูปประธานเป็นผู้กระทำ (Active Voice) 3.3 นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนประโยคYes / No Question ประโยคคำถามขึ้นต้นด้วยคำ Question Words ประโยคที่ใช้ Modal Verb บน PowerPoint ให้อยู่ในรูปประธานเป็นผู้กระทำ (Active Voice) Instructions : Change the following questions and sentences to be a sentence in active voice. 1. Can English be spoken by you? 2. Have they been helped by them? 3. Was he helped by you?
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 219 4. Where was the snake seen? 5. How is this soup made? 6. What will I be sent by you? 7.By whom was “Harry Potter” written? 8. My homework should be finished by me before midnight. 9. My story will be told by me next time we meet. 10. A ticket for an international flight has to be booked by everyone. Answer Key 1. Can you speak English? 2. Has he helped them? 3. Did you helped him? 4. Where did you see the snake? 5. How do you make this soup? 6. What will you send me? 7. Who wrote “Harry Potter”? 8. I should finish my homework before midnight. 9. I will tell you my story next time we meet. 10. Everybody has to book a ticket for an international flight. 3.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดบน PowerPoint โดยครูอธิบายเหตุผลในการตอบแต่ละข้อ และเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเมื่อไม่เข้าใจ 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง Active Voice ในเอกสารประกอบการเรียน 4.2 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Active Voice ในเอกสารประกอบการเรียน 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเรื่อง Active Voice ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้Active Voice ของนักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Active Voice เรื่องที่ 3 เรื่อง Passive Voice จำนวนเวลาเรียน 4 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P และวิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 - 2 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพคำว่า Voice บน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่ามีความหมาย ของ Active Voice และ Passive Voice
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 220 1.2 นักเรียนทบทวนเรื่อง Active Voice ต่าง ๆ ที่นักเรียนเคยเรียนมา โดยส่งตัวแทนออกมาเขียนบน กระดาน 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูประโยค Active Voice บน PowerPoint 2.2 นักเรียนดูประโยค Active Voice ที่ครูเปลี่ยนเป็น Passive Voice บน PowerPoint พร้อมร่วมกัน แสดงความคิดเห็นว่าประโยคมีความหมายว่าอย่างไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม “Passive Voice คืออะไร มีการใช้อย่างไร” บน PowerPoint 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Passive Voice Passive voice คือรูปประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งจะใช้ “Verb to be + Verb ช่อง 3” แทน Verb ปกติหลาย ๆ ประโยคจะสามารถใช้ได้ทั้ง Active Voice และ Passive Voice เช่น “ฉันให้อาหาร แมว” (Active Voice) กับ “แมวถูกฉันให้อาหาร” (Passive Voice) ทั้งสองประโยคนี้ถือว่ามีใจความเหมือนกัน หลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนประโยค Active Voice เป็น Passive Voice คือ 1. นำกรรมของประโยค Active Voice มาเป็นประธานของประโยค Passive Voice เช่น Active Voice : John eats bread. Passive Voice : Bread is eaten by John. 2. เปลี่ยนคำกริยาของประโยค Active Voice เป็นช่องที่ 3 และจะต้องมี Verb to be อยู่หน้า คำกริยานั้นเสมอ (จะใช้ Verb to be ตัวใด ขึ้นอยู่กับประธานของประโยค Passive Voice และ Tense ของ คำกริยาตัวเดิมใน Active Voice) เช่น Active Voice : John eats bread. Passive Voice : Bread is eaten by John. 3. นำประธานของประโยค Active Voice ไปเป็นกรรมของประโยค Passive Voice โดยมีคำว่า by นำหน้า เช่น Active Voice : John eats bread. Passive Voice : Bread is eaten by John. ** ถ้าประธานของประโยค Active Voice เป็นคำสรรพนาม (Pronouns) เมื่อเปลี่ยนไปเป็นกรรม ของประโยค Passive Voice จะต้องเปลี่ยนรูปเป็นกรรมตามไปด้วย เช่น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 221 Active Voice : He ate bread. Passive Voice : Bread was eaten by him. การเขียนประโยค Passive Voice ให้คำนึงถึง คำกริยาในประโยค Active Voice ใน 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. ถ้าในประโยค Active Voice มีคำกริยาช่วยกับคำกริยาแท้ เมื่อเขียนเป็นประโยค Passive Voice ส่วนที่เป็นกริยาจะประกอบด้วย คำกริยาช่วย + be + คำกริยาช่องที่ 3 เช่น Active Voice : Jenny can drive a car. Passive Voice : A car can be driven by Jenny. Active Voice : He will drink coffee. Passive Voice : Coffee will be drunk by him. Active Voice : She has to speak English. (has to หรือ have to = จำเป็นต้อง) Passive Voice : English has to be spoken by her. Active Voice : Mark ought to do homework this evening. (ought to = ควร/ ควรจะ) Passive Voice : Homework ought to be done by Mark this evening. 2. ถ้าในประโยค Active Voice มีเฉพาะคำกริยาแท้ ไม่มีคำกริยาช่วย เมื่อเขียนเป็นประโยค Passive Voice ส่วนที่เป็นกริยาจะประกอบด้วย Verb to be + คำกริยาช่องที่ 3 เป็นหลัก โดยส่วนที่เป็น Verb to be นั้น จะเปลี่ยนรูปไปตามคำกริยาแท้ในประโยค Active Voice เช่น Active Voice : Jenny ate rice. Passive Voice : Rice was eaten by Jenny. (Verb to be ใช้ was เพราะคำกริยาใน Active Voice เป็นช่องที่ 2 = ate และประธานของ ประโยค Passive Voice เป็นนามนับไม่ได้ = Rice) Active Voice : Mark does homework every day. Passive Voice : Homework is done by Mark every day. (Verb to be ใช้ is เพราะคำกริยาใน Active Voice เป็นช่องที่ 1 = does และประธานของ ประโยค Passive Voice เป็นนามนับไม่ได้ = Homework) Active Voice : She is making a doll. Passive Voice : A doll is being made by her. (Verb to be ใช้ is being เพราะคำกริยาใน Active Voice เป็นรูปปัจจุบันกำลังกระทำ = is making และประธานของประโยค Passive Voice เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 = A doll) Active Voice : He was making dolls. Passive Voice : Dolls were being made by him. (Verb to be ใช้ were being เพราะคำกริยาใน Active Voice เป็นรูปอดีตกำลังกระทำ = was making และประธานของประโยค Passive Voice เป็นพหูพจน์บุรุษที่ 3 = Dolls) หลักทั่วไปในการเปลี่ยนประโยค Active Voice ให้เป็นประโยค Passive Voice 1. ให้กลับเอากรรมของประโยค Active Voice ไปเป็นกรรมในประโยค Passive Voice โดยมี preposition “by” นำหน้า
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 222 2. ให้กลับเอากรรมของประโยค Active Voice มาเป็นประธานในประโยค Passive Voice 3. กริยาของประโยค Active Voice นั้น เมื่อนำมาใช้ในประโยค Passive Voice จะต้องเป็นรูป กริยาช่องที่ 3 (Past Participle) และใช้ตามหลัง verb to be คือ is, am, are, was, were, be, being, been ซึ่ง จะใช้ Verb to be ตัวใดนั้นต้องดู tense อย่างไรก็ดี หลักโดยละเอียดในการเปลี่ยน Active Voice ให้เป็น Passive Voice นั้น ให้ศึกษาจาก ตาราง ดังต่อไปนี้ 1. ใน tense ต่าง ๆ Active Voice Passive Voice 1. Present Simple - The teacher punishes the boy. - Do you always laugh at him? is, am, are + V3 - The boy is punished by the teacher. - Is he always laughed at by you? 2. Present Continuous - The painters are painting our house. - Are the students doing the exercises? is, am, are + being + V3 - Our house is being painted by the painters. - Are the exercises being done by the students? 3. Present Perfect - They have built a new hotel. - Has the boy caught a bird? has, have + been + V3 - A new hotel has been built by them. - Has a bird been caught by the boy? * Present Perfect Continuous - Trenton Company has been making bikes since 1960. has, have + been + being +V3 - Bikes have been being made by Trenton Company since 1960. 4. Past Simple - My sister wrote a letter. - Did the servant polish Tom's shoes? was, were + V3 - A letter was written by my sister. - Were Tom's shoes polished by the servant? 5. Past Continuous - While John was introducing me, the telephone rang. - Weren’t they digging this hole when you went past yesterday? was, were + being + V3 -While I was being introducing by John, the telephone rang. - Wasn’t this hole being dug by them when you went past yesterday? 6. Past Perfect - The guests had eaten all the food. - Had he seen you before? had + been + V3 - All the food had been eaten by the guests. - Had you been seen by him before? * Past Perfect Continuous - Mr. Trevor had been teaching English in Jamiaca for many years before he moved to Thailand. had + been + being + V3 - English had been being taught by Mr.Trevor in Jamaica for many years before he moved to Thailand.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 223 Active Voice Passive Voice 7. Future Simple - His mother will beat him if he does that again. - Will Mary invite Jack to her party? will + be + V3 - He will be beaten by his mother if he does that again. - Will Jack be invited by Mary to her party? 8. “going to” future - They are going to widen the bridge. - Is she going to open the shop? is, am, are +going to + be + V3 - The bridge is going to be widened by them. - Is the shop going to be opened ? 9. Future Continuous - They will be mowing the grass at two o'clock tomorrow. will be + being + V3 - The grass will being mown at two o'clock tomorrow by them. 10. Future Perfect - By next March the pupils will have taken the examination. - Will she have announced the results by the end of next month? will have + been + V3 - By next March the examination will have been taken by the pupils. - Will the results have been announced by her by the end of next month? **Future perfect Continuous - By next year they'll have been building that road for a year. will have been being + V3 - By next year that road will have been being built by them for a year. 2. ใน verb form ต่าง ๆ คือ verb form Active Voice Passive Voice Infinitive to write to be written Perfect Infinitive to have written to have been written Present Participle writing being written Past Participle written been written คำที่ไม่สามารถทำให้เป็นประโยค Passive Voice ได้ 1. Intransitive Verb คือคำกริยาที่ไม่ต้องการกรรม เช่น • They go to school every day. • She swims suite well. 2. Transitive Verb บางคำ เช่น • David had his breakfast. (His breakfast was had by David. = wrong) 3. Verb of Incomplete คือกริยาซึ่งไม่สมบูรณ์ เช่น • She became queen. (A queen was become by her. = wrong) (เพราะ queen ในประโยคแรกเป็น complement ไม่ใช่ object)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 224 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยค Active Voice บน PowerPoint 3.2 นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนประโยคThe cat was catching the mouse ให้อยู่ในรูป Passive Voice Active Voice : The cat was chasing the mouse. Passive Voice : The mouse was being chased by the cat. 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียน เก่ง อ่อน และ ปานกลาง 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเปลี่ยนประโยคประโยคบน PowerPoint จากประโยค Active Voice เป็น Passive Voice จำนวน 10 ข้อ Instructions : Change the following sentences to be a sentence in active voice. 1. I read a book every day. 2. He will write his letter in the evening. 3. They are playing football now. 4. The horse kicked the naughty boy. 5. We speak English every day. 6. Peter washes his hands in the bathing place. 7. We like an American song very much. 8.Someone sent me a letter yesterday. 9.The boys play football in the field near their school. 10. Nobody writes a letter to me. Answer Key 1. A book is read by me every day. 2. His letter will be written by him in the evening. 3. Football is being played by them now. 4.The naughty boy was kicked by the horse. 5. English is spoken by us every day. 6. His hands are washed by Peter in the bathing place. 7. American song is liked very much. 8. I was sent a letter yesterday. 9.Football is played by the boys in the field near their school. 10. A letter isn’t written to me. 4.6 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยประโยคบน PowerPoint ที่นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเปลี่ยนจาก ประโยค Active Voice เป็น Passive Voice The cat was catching the mouse.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 225 5. ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้(Wrap up) 5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้Passive Voice ของนักเรียน 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Passive Voice ที่ได้เรียนไป ชั่วโมงที่ 3 - 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 ทบทวนเนื้อหาPassive Voice ที่นักเรียนเรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ 1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพ และประโยคที่นักเรียนเห็น 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิป Passive Voice คืออะไร? จาก https://www.youtube.com/watch?v=JyAWtPBwKo 2.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิป Passive voice จาก https://www.youtube.com/watch?v =g3o6IY6Yrsw 2.3 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูโอคลิปทั้ง 2 วิโอคลิป 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายและสรุปเรื่อง Passive Voice 3.2 นักเรียนยกตัวอย่างPassive Voice เช่น • My son was bitten by a dog • The cheese cake was eaten. • His letter hasn’t been read yet. • The report will be finished soon 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง Passive Voice ในเอกสารประกอบการเรียน 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Passive Voice ในเอกสารประกอบการเรียน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 226 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Passive Voice 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้ Passive Voice 5.3 นักเรียนและครูร่มกันสรุปหลักการของกฎต่าง ๆ ของPassive Voice 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Passive Voice เรื่องที่ 4 เรื่อง Active and Passive Voices (Revision) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนแบ่งออกเป็น 4 ทีม ทีมละเท่าๆ กัน โดยแต่ละทีมประกอบไปด้วยนักเรียนกลุ่มเก่ง ปาน กลางและอ่อน 1.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบคำถามว่าประโยคที่นักเรียนเห็นบน PowerPoint เป็นประโยค Active Voice หรือ Passive Voice 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูประโยค Active Voice และ Passive Voice บน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความ คิดเห็น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 227 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยค Active Voice และ Passive Voice บน PowerPoint 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อยกเว้นในการเปลี่ยนประโยคจาก Active Voice เป็น Passive Voice นั้นมีคำกริยาบางคำที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น Passive voice ได้ คือ 1. คำกริยาที่ไม่ต้องการกรรมมารองรับ (Intransitive verbs) • Richard runs very fast. • I slept well last night. • Irene drives to school every day. คำกริยากลุ่มนี้ ไม่สามารถนำมาทำเป็นประโยค Passive voice 2. คำกริยาที่มีกรรมมารองรับ (Transitive verbs) บางคำ ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นประโยค Passive voice ได้ เช่น belong, have, own, possess, fit, lack, resemble, suit เป็นต้น • Bryant has a Thai Bangkaew dog. A Thai Bangkaew dog is had by Bryant. • This coat doesn’t fit me. I am not fitted by this coat. • She resembles a princess. (เธอคล้ายกับเจ้าหญิง) A princess is resembled by her. • Donovan lack tact. (โดโนแวนขาดไหวพริบ) Tact is lacked by Donovan. • This house belongs to me. (บ้านหลังนี้เป็นของผม) I am belonged by this house. 3. คำกริยาที่ไม่สมบูรณ์ความ (Verb of incomplete Predication) คำกริยาในกลุ่มนี้ ไม่ จำเป็นต้องมีกรรมมารองรับ แต่จะไม่มีใจความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง กล่าวคือ จะต้องมีคำอื่น (Complement) มาประกอบหรือขยายความให้ได้ใจความสมบูรณ์ เช่น is, am, are, was, were, look, become, seem เป็นต้น • Lowell became a doctor. A doctor was become by Lowell. • I am an English teacher. An English teacher is been by me. • She looks very sad. Very sad is looked by her. คำกริยาในกลุ่มนี้ ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนเป็น Passive voice ได้เลย เพราะคำที่ตามหลังคำกริยาเหล่านี้ ไม่ใช่กรรม แต่เป็นส่วนเติมเต็ม (Complement) ที่มาช่วยขยายให้ได้ใจความสมบูรณ์เท่านั้น 2.4 นักเรียนสอบถามครูผู้สอนเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 228 Instructions : Rewrite the active sentences into passive. 1. Olivia has been writing the report since 7 a.m. this morning. 2. Did the servant polish Lucien’s shoes? 3. The teacher gave me a book yesterday. 4. The mechanic repairs cars. 5. Will Caroline invite Austin to her party? 6. No one likes this picture. 7. They are going to widen the bridge. 8. Do not break the glass. 9. By next year they’ll have been building that road for a year. 10. Did you tell them? Answer Key 1. The report has been being written since 7 a.m. this morning by Olivia. (Tense ของ ประโยคเป็น present perfect continuous จึงต้องใช้ passive voice ในรูป has been / have been + being + V3) 2. Were Lucien’s shoes polished by the servant? (Past simple ต้องใช้ passive voice ใน รูป was / were + V3 และเป็นประโยคคำถามจึงขึ้นต้นประโยคด้วย Were …) 3. ประโยคนี้มีกรรม 2 ตัวคือ direct object (book) และ indirect object (me) จึงสามารถ เปลี่ยนเป็น passive sentence ได้สองแบบคือ I was given a book by the teacher yesterday. หรือ A book was given to me by the teacher yesterday. (Tense ของประโยคนี้เป็น past simple ต้องใช้ passive voice ในรูป was / were + V3) 4. Cars are repaired by the mechanic. (Present simple ต้องใช้ passive voice ในรูป is / am / are + V3) 5. Will Austin be invited by Caroline to her party? (Future simple ต้องใช้ passive voice ในรูป will + be + V3 6. This picture isn’t liked. (ประโยคนี้เราไม่ต้องบอกว่า “by no one” นะคะ เราจะละไว้ เนื่องจากเข้าใจกันอยู่แล้ว – คำอื่น ๆ ที่เราไม่นิยมเอาไปเป็นกรรมของ passive voice แต่จะละไว้ในฐานะที่เข้าใจ กันอยู่แล้วเช่น Anybody, They, We, People, No one, Someone, Somebody, Anyone, เป็นต้น) 7. The bridge is going to be widened. (“going to” future ใช้ passive voice ในรูป is / am / are + going to + be + V3) 8. Let the glass not be broken. Active Sentence ที่เป็นคำสั่ง เปลี่ยนเป็น Passive Sentence โดยใช้รูป –Let + object + be + past participle (V3) 9. By next year that road will have been being built for a year. (Future perfect continuous ต้องใช้ passive voice ในรูป will + have been + being + V3) 10. Were they told by you? (Past simple ต้องใช้ passive voice ในรูป was / were + V3 และเป็นประโยคคำถามจึงขึ้นต้นประโยคด้วย Were …) 3.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 229 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Active and Passive Voices (Revision) ในเอกสารประกอบการ เรียนรู้ 4.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ เรื่องที่ 5 เรื่อง Sufficiency Economy จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง Active and Passive Voices 1.2 นักเรียนแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน โดยแต่ละทีมประกอบไปด้วยนักเรียนกลุ่มเก่ง ปาน กลางและอ่อน 1.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันแต่งประโยคให้อยู่ในรูป Active and Passive Voices 1.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคลงบนกระดานตามหัวข้อ Active และ Passive Possible answer : Active Passive The famer harvests rice The famer is using the harvest sickle. The man cut the ears of rice. ..etc Rice was harvested by the famer. The harvest sickle was being used by the famer. The ears of rice were cut by the man ..etc 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบว่าประโยคที่นักเรียนเห็นบน PowerPoint นั้นเป็นประโยค Active Voice หรือ Passive Voices 1. English is being taught to the children by him. 2. I took a shower while she was cooking dinner. 3. Three movies have been seen by us this week. 4. Thai food is going to be cooked by Mike tonight.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 230 5. I am going to be doing housework at 8.00 pm. 6.Beautiful giraffes roam the savannah. 7.The novel was read by Mom in one day. 8.The teacher always answers the students' questions. 9.The wedding planner is making all the reservations. 10.The house was remodeled by the homeowners to help it sell. Answer Key : 1. Passive Voice 2. Active Voice 3. Passive Voice 4. Passive Voice 5. Active Voice 6. Active Voice 7. Passive Voice 8. Active Voice 9. Active Voice 10. Passive Voice 2.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Active and Passive Voices ในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษ ประโยค Active Voice จะเป็นที่นิยมเพราะจะทำให้ประโยค กระชับ ตรงประเด็น ตรงไปตรงมามากขึ้น ในขณะที่ Passive Voice นั้นสร้างความซับซ้อนกว่า มีความ ละเอียดอ่อน แต่ก็ทำให้รูปประโยคดูอ่อนแอเช่นกัน โดยทั่วไปสามารถใช้ประโยค Passive Voice ในงานเขียนได้ ประมาณ 5 - 10% ของเนื้อหาทั้งหมด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของผู้เขียนเช่นกัน และต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง บางส่วนที่ควรใช้ประโยค Passive Voice Active Voice คือรูปประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำ หรือเป็นผู้แสดงกริยาที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ถูกกระทำ เช่น • Miko is playing the computer game. ใครกำลังเล่นเกมคอมพิวเตอร์? คำตอบคือ Miko • My teacher gave me an assignment. ใครเป็นคนมอบหมายงาน? คำตอบคือ My teacher • The dog chased the ball. อะไรกำลังไล่ลูกบอล? คำตอบคือ The dog จะเห็นได้ว่ารูปแบบนั้นถูกแบ่งเป็น Subject + Verb + Object และถ้าเมื่อถามว่าใครเป็น ผู้กระทำกริยา และคำตอบคือ Subject นั่นแสดงว่าประโยคนั้นอยู่ในรูป Active Voice ในทางกลับกัน Passive Voice จะหมายถึงผู้ที่ถูกกระทำในประโยคนั้น ๆ ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากประโยคข้างต้นให้กลายเป็น Passive Voice ได้ดังนี้ • The computer game is played by Miko. • The assignment was given by my teacher. • The ball was chased by the dog. จะเห็นได้ว่ารูปแบบของประโยคคือจะเป็น Object ให้กลายเป็น Subject และตามด้วยคำกริยา To-be และใช้ By เพื่อเชื่อมประโยคกับผู้กระทำ ซึ่งในรูปแบบ Passive Voice นั้นโดยปกติแล้วผู้กระทำจะอยู่ ด้านหลังของประโยค 2.3 นักเรียนสอบถามครูผู้สอนเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 231 ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพ Sufficiency Economy บน PowerPoint และช่วยกันอธิบายและแสดงความ คิดเห็น 3.2 นักเรียนช่วยกันพูดประโยคเกี่ยวกับ Sufficiency Economy โดยใช้ Active and Passive Voices 3.3 นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนประโยคเกี่ยวกับ Sufficiency Economy จาก Active Voice เป็น Passive Voice และ จาก Passive Voice เป็น Voice จำนวน 10 ข้อ Instructions : Complete the sentences with the present or past simple active and passive of the verb in brackets. 1. Sufficiency Economy…………........……...……….(be) one of His Majesty King Bhumibol Adulyadej’s initiatives which…………........……...……….(grant) to be the philosophy for leading the life with moderation, reasonableness, and self-immunity. 2.Sufficiency Economy Philosophy…………........……...……….(introduce) in 1974 by His Majesty the late King Bhumibol Adulyadej. 3. A sufficient economy…………........……...……….(mean) to have enough to support ourselves. 4.Sufficiency Economy…………........……...……….(can apply) to all levels, branches, and sectors of the economy. 5.Economic development…………........……...……….(must do) step by step. 6.The land…………........……...……….(divide) into four parts with a ratio of 30:30:30:10. 7. The first 30%…………........……...……….(design) for a pond to store rainwater during the rainy season while during the dry season it…………........……...……….(serve) to supply water to grow crops and…………........……...……….(raise) aquatic animals and plants. 8. The second 30%…………........……...……….(set) aside for rice cultivation during the rainy season for the family’s daily consumption throughout the year to cut down on expenses and allow the farmers to be self-reliant. 9. The third 30%…………........……...……….(use) for growing fruit and perennial trees, vegetables, field crops and herbs for daily consumption.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 232 10. The last 10%…………........……...……….(set) aside for accommodation, animal husbandry, roads and other structures. Answer Key 1. is / was granted 2. was introduced 3. means 4.can be applied 5 must be done 6. is divided 7. is designated / serves / raise 8. is set 9. is used 10. is set 3.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนฝึกแต่งประโยคเกี่ยวกับ Sufficiency Economy โดยใช้ป Active and Passive Voice 4.2 นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 233 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง What do you want to be? แผนการจัดการเรียนรู้ที่14 เรื่อง Vocabulary and conversation รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ อ่านอย่างเหมาะสม ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบาย - นักเรียนมีความรู้ในการใช้ Vocabulary เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - พูดและเขียนประโยคง่ายๆ โดยใช้ Vocabulary เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความ คิดเห็นได้ - นักเรียนสามารถ สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อเท็จจริง / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Vocabulary ด้วยการพูดและเขียนได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 234 - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูด และเขียน มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูด และเขียนได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 4 : What do you want to be? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 4 : What do you want to be? 3. การใช้ Vocabulary ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 235 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่องVocabulary 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Vocabulary and conversation วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนดูชื่อหน่วยการเรียนรู้ What Do You Want to Be? บน PowerPoint 1.2 นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกันและช่วยกันบอกความหมายของชื่อหน่วยการเรียนรู้ 1.3 นักเรียนและและครูร่วมพูดคุยเกี่ยวกับอาชีพของสมาชิกในครอบครัวของนักเรียน โดยนักเรียนตอบ คำถาม เช่น • What does your father do? • What does your mother do? • What is your father’s job? • What is your mother’s job? โดยนักเรียนสามารถบอกอาชีพเป็นภาษาไทยได้ และครูเขียนอาชีพที่นักเรียนบอกเป็นภาษาอังกฤษบนกระดาน 1.4 นักเรียนดูประโยคคำถาม What do you want to be when you grow up? Why? บนกระดา 1.5 นักเรียนตอบคำถาม Which occupations do you think are interesting? ในกิจกรรม New Language ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 26 โดยนักเรียนตอบตามความรู้สึกของนักเรียนเอง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 236 1.6 นักเรียนดูรูปภาพในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่26 และช่วยกันตอบคำถาม • Who are the people? • Where are they? • What are they doing? 1.7 นักเรียนเล่นเกม a guessing game โดยนักเรียนจับคู่ผลัดเปลี่ยนกันทายอาชีพที่เพื่อนเลือก โดยมี กติกาคือให้นักเรียนแต่ละคนเลือกอาชีพให้กับตนเองคนละ 1 อาชีพ คนที่ทำหน้าที่ทายให้ใช้คำถาม Yes / No Questions เช่น • Do you work indoors? • Do you spend a lot of time on computers? 1.8 แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียนเก่า ปานกลาง และอ่อน 1.9 นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนประโยคบรรยายว่าบุคคลแต่ละอาชีพมีหน้าที่ทำอะไร โดยดูตัวอย่าง ประโยคในการเขียนบรรยายบนกระดานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียน เช่น • A chef cooks meals. • An engineer helps design and builds buildings and bridges. 1.10 นักเรียนฟังครูอธิบายว่า อาชีพบางอาชีพใช้ได้ทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เช่น dentist แต่ในอดีต คนส่วนใหญ่มักเรียกอาชีพที่ผู้ชายทำกับผู้หญิงทำที่แตกต่างกันทั้ง ๆ ที่เป็นอาชีพเดียวกัน เช่น อาชีพตำรวจ ถ้าเป็น ผู้ชายใช้คำว่า policeman แต่ถ้าเป็นผู้หญิงใช้คำว่า policewoman แต่สมัยนี้ใช้คำว่า police officer กับทั้งผู้หญิง และผู้ชาย 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนฟังบทสนทนาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 28 2.2 นักเรียนจับคู่เพื่อฝึกบทสนทนา และส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อออกมาพูดบทสนทนา 2.3 นักเรียนทำกิจกรรมตอบคำถามในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 28 กิจกรรม About the conversation 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรมในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน้าที่ 28 กิจกรรม About the conversation หากมีข้อใดที่นักเรียนยัง ตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน หากมีข้อใดที่ นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 237 10. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ New World Student’s book 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ใบความรู้เรื่อง Vocabulary 3. ใบงานเรื่อง Vocabulary 10.2 แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือพิมพ์ 2. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 11. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค วาม ร่วม มื อใน การท ำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 12. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 238 บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 239 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง What do you want to be? แผนการจัดการเรียนรู้ที่15 เรื่อง Active Voice รหัสวิชา อ22121 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ อ่านอย่างเหมาะสม ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบาย - นักเรียนมีความรู้ในการใช้ Active Voice เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - พูดและเขียนประโยคง่ายๆ โดยใช้ Active Voice เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความ คิดเห็นได้ - นักเรียนสามารถ สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อเท็จจริง / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active Voice ด้วยการพูดและเขียนได้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 240 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด - พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Active Voice ที่ใช้ในโครงสร้างประโยคง่าย ๆ เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active Voice สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูดและเขียน มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Active Voice ที่ใช้ในโครงสร้างประโยคง่าย ๆ เพื่อใช้ในการขอและให้ ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active Voice สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูดและเขียนได้ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 4 : What do you want to be? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 4 : What do you want to be? 3. การใช้โครงสร้าง Active Voice ในรูปแบบต่าง ๆ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 241 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Active Voice 2. ชิ้นงาน - 9. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Active Voice วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) ชั่วโมงที่ 1 - 2 1. ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้(Warm up) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพคำว่า Active Voice บน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่ามี ความหมายว่าอย่างไร เป็น Grammar ประเภทไหน ใช้อย่างไร 1.2 นักเรียนทบทวนเรื่อง Tense ต่าง ๆ ที่นักเรียนเคยเรียนมา โดยส่งตัวแทนออกมาเขียนชื่อ Tense บนกระดาน 1.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ Tense ต่าง ๆ ที่นักเรียนเขียนบนกระดาน 2. ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนออกมาเขียนประโยคบนกระดานจนครบทุก Tense ที่นักเรียนได้เรียนมา
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 (อ22121) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน้า 242 Present Simple : Jane feeds the dog. Present Continuous : Jane is feeding the dog. Present Perfect : Jane has feeded the dog. Past Simple : Jane feeded the dog. Past Continuous : Jane was feeding the dog. Past Perfect : Jane had feeded the dog. Future Simple : Jane will feed the dog. 2.2 นักเรียนฟังครูชี้แจงว่าประโยคที่นักเรียนเขียนทั้งหมดนั้นเป็น Active Voice ซึ่ง Active Voice คือ รูปของกริยาซึ่งประธานเป็นผู้กระทำโดยตรง (ใคร ทำอะไร) เช่น Thai people eat rice. คนไทยกินข้าว (ประธาน คือ คนไทย) 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Tense โดยTense ใหญ่ๆ มี 3 Tense คือ Present Tense, Past Tense, Future Tense แต่ละ Tense แบ่งย่อยออกเป็น 4 Tense ย่อย คือ Simple, Continuous, Perfect, Perfect Continuous แต่ละ Tense ย่อย แบ่งรูปแบบประโยคออกเป็น 2 ชนิด คือ Active Voice และ Passive Voice โดย Tense เรียนไปแล้วทั้งหมดนั้นเป็นประโยค Active Voice คือ ประธานเป็นคนกระทำทั้งหมด 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเหตุผลที่ให้เรียนโครงสร้าง Active Voice ให้เข้าใจก่อนนั้นก็เพราะว่ามันเป็น หัวใจของภาษาอังกฤษ ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้ว ภาษาอังกฤษก็จะเป็นเรื่องง่าย ๆ ทันที 3. ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแต่งประโยคให้ครบทุกโครงสร้างประโยคที่ นักเรียนเคยเรียนมา 3.2 นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคที่นักเรียนช่วยกันแต่งบนกระดาน เช่น • He grows rice in rainy season. • That man is growing rice in the rice field. • He has grown rice for two hours. • He grew rice yesterday. • He will grow rice tomorrow. 3.3 นักเรียนช่วยกันอธิบายและบอกว่าประโยคบนกระดานเป็น Tense ใด 3.4 นักเรียนช่วยกันสรุปโครงสร้างและรายละเอียดตามความเข้าใจของนักเรียน 4. ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้(Production) 4.1 นักเรียนดูประโยคบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแสดงความคิดเห็น Bread is eaten by John. ขนมปังถูกทานโดย John