ใบกิจกรรมที่ 1.6
สะพานลิง (Monkey Bridge)
1. เชอื กขนาด 3 น้วิ ยาว 35 เมตร จำนวน 1 เส้น
2. เชือกขนาด 2 น้ิว ยาว 35 เมตร จำนวน 2 เสน้
3. เสาเข็มขนาด 4 x 5 เมตร จำนวน 4 ทอ่ น
4. เสาเข็มขนาด 3 x 2 เมตร จำนวน 2 ท่อน
5. สมอบก 6 ตัว
6. เชอื กผกู แนน่ 3 ½ เมตร จำนวน 10 เสน้
7. รอกคู่และเดย่ี วอย่างละ 1 ตวั
8. ผา้ กระสอบ 2 ผืน
9. เชอื กผกู โยงระหว่างเชอื กใหญ่
10. จอบและตะลุมพุก
คมู่ ือปฏิบตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 146
การผจญภยั
1) ความหมายและวตั ถุประสงค์
การผจญภัย เป็นกจิ กรรมทใ่ี ห้ความสนุกสนานและร้จู ักการตดั สนิ ใจอย่างฉบั พลันในปัญหาเฉพาะ
หนา้ (สำนกั งานคณะกรรมการลูกเสือแหง่ ชาต,ิ 2541 : 123-124) กิจกรรมผจญภัยสำหรับเยาวชนมีการ
ฝกึ การทดสอบกำลงั ใจคล้ายทหารแต่เป็นเพยี งกิจกรรมเบ้ืองต้นและเหมาะสมกบั วัยเทา่ น้นั โดยมี
วตั ถุประสงค์เพ่ือ
1.1) ฝึกการเปน็ ผนู้ ำและผู้ตามท่ดี ี
1.2) รจู้ กั การแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ ดว้ ยความรวดเรว็
1.3) กล้าตดั สินใจและมไี หวพรบิ
1.4) รูจ้ ักนำความรู้ ความสามารถและความชำนาญในวิชาลูกเสือมาใช้อย่างผสมกลมกลืน เช่น
การใช้แผนที่และเขม็ ท่ี การเดินทางสำรวจ บกุ เบกิ การเดินทางไกล
1.5) กอ่ ให้เกิดความสนกุ สนานและเปน็ การออกกำลงั กาย
2) หลกั การจดั กจิ กรรมผจญภัยเบอื้ งต้น
2.1) ควรเป็นกิจกรรมท่ีท้าทายความสามารถของผเู้ ข้ารบั การฝึกอบรม
2.2) ควรกำหนดจดุ มุ่งหมายเฉพาะในแต่ละฐานใหช้ ดั เจนว่าจะพัฒนาผูเ้ ขา้ รบั การฝึกอบรมในเร่ืองใด
2.3) ควรคำนึงถึงความปลอดภัยให้มากท่ีสุด ต้องตรวจสอบและดแู ลอย่างใกล้ชิดในขณะท่ีผู้เขา้ รับ
การฝึกอบรมปฏิบตั กิ ิจกรรม
2.4) ควรปล่อยให้เยาวชนปฏิบัติกิจกรรมโดยอิสระและให้แนะนำเท่าท่ีจำเป็น ในขณะเดียวกัน
วทิ ยากรท่ปี ระจำฐานต่างๆ ควรสังเกตพฤตกิ รรมของเยาวชนเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิด
2.5) กิจกรรมผจญภัยท่ีดีควรใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาลักษณะนิสัยได้มิใช่เป็นการทรมาน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
2.6) คำส่ังการผจญภัยทุกคำส่ังต้องชัดเจน กะทัดรัด เข้าใจง่าย และควรกำชับให้เยาวชนปฏิบัติ
ตามคำส่งั โดยเครง่ ครัด
2.7) ในบางกรณที ีเ่ หน็ สมควร วิทยากรอาจเปล่ยี นผู้นำทุกครั้งท่เี ปลี่ยนฐานก็ได้เพอื่ ฝึกความเปน็ ผู้นำ
ให้แก่เยาวชนทุกคน
3) ประเภทของกจิ กรรมการผจญภยั
กิจกรรมการผจญภัย ได้มีการจำแนกไว้ 3 ประเภท (สำนักงานคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื
แห่งชาติ, 2537 : 251) ดงั นี้
3.1) กจิ กรรมทางน้ำ ไดแ้ ก่ กิจกรรมท่ีจัดในแมน่ ้ำ ลำคลอง ทะเล ทะเลสาบ เปน็ ต้น
3.2) กิจกรรมทางบก ได้แก่ กิจกรรมทจี่ ัดบนพ้ืนดิน เช่น ข้ามสะพานเชือก ไตเ่ ขา ปีนกำแพง
เปน็ ต้น
คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 147
3.3) กจิ กรรมทางอากาศ ไดแ้ ก่ กิจกรรมท่จี ัดในท่ีสงู เช่น การโรยตัว การชว่ ยเหลือคนจาก
ที่สูงโดยใชเ้ ชือกผกู เงื่อนชว่ ยใหเ้ กิดความปลอดภัย เป็นตน้
4) วธิ ีจดั กิจกรรมผจญภยั
การจดั กจิ กรรมผจญภัยให้แก่เยาวชนอาจจัดไดห้ ลายวิธีตามความเหมาะสมของสภาพท้องถิน่ แต่
ตอ้ งจัดใหเ้ ป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักการของการจัดกจิ กรรมผจญภยั วธิ ีจดั กิจกรรมผจญภยั ตอ่ ไปนี้
เปน็ เพียงขอ้ เสนอแนะเท่าน้ัน วิทยากรอาจดดั แปลงไดต้ ามความเหมาะสม คือ
4.1) การจดั ระบบฐาน ผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรมจะตอ้ งเข้าปฏิบัติกิจกรรมตามฐานต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้
ตามลำดับจนครบทกุ ฐาน
4.2) การผจญภยั ตามระยะทางทผี่ ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรมเดินทางไกลไปอยู่ค่ายพกั แรม
4.3) การผจญภัยในที่กว้าง วิธีนี้วทิ ยากรจะต้องจัดฐานผจญภยั โดยไม่ให้เกดิ อนั ตราย และให้เสร็จ
สนิ้ แตล่ ะฐานภายใน 10 นาที
5) ความปลอดภยั ในการจดั กิจกรรม
ความปลอดภยั ในการจดั กิจกรรม หมายถึง ความสามารถในการควบคุมการปฏิบัติกิจกรรมตา่ งๆ
เพื่อให้พ้นภัยและปราศจากภัยภัยอันตรายต่างๆ อันอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บ พิการหรือตายได้
เป้าหมายท่ีจะทำให้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความผาสุก จงึ ตอ้ งทราบถึงวธิ ีการทีจ่ ะควบคุมให้เกดิ ความปลอดภยั จาก
อุบตั เิ หตุ
5.1) ผู้นำจงึ ควรจะต้องเตรียมพรอ้ มในส่งิ ต่อไปน้ี
5.1.1) การเตรียมพรอ้ มทางร่างกายและจิตใจ เยาวชนจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมโดย
ออกกำลังให้สม่ำเสมอและหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอเพ่ือสุขภาพและร่างกายจะได้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา
ส่วนด้านจิตใจน้ันนับว่าสำคัญย่ิงอีกส่วนหนึ่ง ต้องทำให้จิตใจมั่นคง กล้าหาญกับอุปสรรคและเหตุการณ์
เฉพาะหนา้ ไดด้ ว้ ยความมนั่ ใจ
5.1.2) การเตรยี มพร้อมทางความร้แู ละความชำนาญ เยาวชนตอ้ งขวนขวายหาความรู้ด้วย
ตนเอง หรือสอบถามจากรุ่นพ่ีหรอื วทิ ยากรใฝ่หาความรใู้ นกจิ กรรมต่างๆ แล้วฝึกฝนในด้านการปฏิบัติดว้ ย
ตนเองหรอื ช่วยผ้อู ่ืน นบั วา่ เป็นการเตรียมพรอ้ มทางดา้ นความรแู้ ละความชำนาญของตนเอง เม่อื ถงึ คราวท่ี
จะตอ้ งปฏิบัติดว้ ยตนเองและจะรู้วธิ ีการหลกี เลี่ยงอุบัตเิ หตุอนั จะเกิดขึ้นได้
5.2) ขอ้ เสนอแนะและแนวปฏิบัติ ในการจัดกิจกรรมการผจญภัยให้เกิดความปลอดภัย ท่วี ิทยากร
ผู้รับผิดชอบต้องคำนึง (สำนักงานคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แหง่ ชาติ , 2537 : 251) ดังตอ่ ไปน้ี
5.2.1) เยาวชนทกุ คนตอ้ งตรวจสุขภาพ ความสมบูรณข์ องรา่ งกาย ก่อนปฏบิ ตั ิกิจกรรมผจญภัย
5.2.2) พจิ ารณาและหาวิธีการที่จะทำใหก้ ารผจญภัยปลอดภัยมากท่สี ดุ
5.2.3) ตอ้ งปฏบิ ตั ิการผจญภัยดว้ ยความระมดั ระวัง ไม่ประมาท
5.2.4) ตดั สนิ ใจดว้ ยความมั่นใจ ไม่ลงั เล
คมู่ ือปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 148
5.2.5) อา่ นคำสั่งใหเ้ ข้าใจก่อนลงมอื ปฏิบัตแิ ละปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั โดยเคร่งครัด
5.2.6) ให้นึกว่าเหตุการณต์ ่างๆ ทว่ี ิทยากรสมมตุ ขิ ึน้ เป็นเรื่องจริง
5.3) ข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติกิจกรรมการผจญภัยในแต่ละประเภทของกิจกรรม เพ่ือให้
ปลอดภัยจากอันตรายตา่ งๆ อันอาจก่อให้เกิดการบาดเจบ็ พิการหรอื เสยี ชีวติ ได้ (สำนักงานคณะกรรมการ
บริหารลกู เสอื แหง่ ชาต,ิ 2537 : 252) ดงั น้ี
5.3.1) กิจกรรมทางน้ำ เยาวชนท่ีปฏิบัติจะต้องว่ายน้ำเป็นและรู้จักช่วยคนตกน้ำได้ แม้
เยาวชนจะมีความสามารถดังกล่าวแล้ว ก็ยงั ประมาทไมไ่ ด้ ทุกครั้งที่ทำกจิ กรรมทางน้ำจะตอ้ งปฏบิ ัติ ดังนี้
5.3.1.1) ตอ้ งมเี พ่ือนในการจดั กจิ กรรมอยา่ งนอ้ ย 1 คน คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา
5.3.1.2) ต้องมีผู้ช่วยคอยระวงั เหตอุ ยู่ในบริเวณที่ทำกิจกรรมและสามารถให้การช่วยเหลือ
ไดท้ นั ทว่ งที
5.3.1.3) ตอ้ งมีอปุ กรณ์สำหรับชว่ ยเหลือ เช่น แพ ชูชพี และเสาไม้สำหรบั เกาะ หรอื
ขงึ เชอื กไว้สำหรบั เกาะอยู่ใกลๆ้ ใหส้ ามารถควา้ ได้ทัน
5.3.1.4) ตอ้ งมีสุขภาพดแี ขง็ แรง คนทมี่ ีโรคประจำตวั เช่น ลมบ้าหมู ห้ามทำกิจกรรมทาง
น้ำเด็ดขาด
5.3.1.5) ต้องมวี ทิ ยากรหรอื ผู้ควบคมุ อยู่ใกลช้ ดิ และดูแลเยาวชนตลอดเวลา
5.3.2) กิจกรรมทางบก เป็นกิจกรรมท่ีท้าทายและสนุกสนานมากสำหรับเยาวชน เช่น
สะพานท่ีสร้างด้วยเชือก สะพานที่สร้างด้วยต้นไม้ การไต่หน้าผา การลอดอุโมงค์ การข้ึนต้นไม้ ฯลฯ
สำหรบั เยาวชนทีจ่ ะปฏบิ ตั ิกิจกรรมผจญภยั ทางบก ควรคำนึงถงึ ความปลอดภยั ดังน้ี
5.3.2.1) เยาวชนควรแตง่ กายรดั กุม เพอ่ื ปอ้ งกันมิให้เครือ่ งแตง่ กายไปเกีย่ วหรือติดกับฐาน
ทจี่ ะผา่ นไปอาจทำใหพ้ ลดั ตกลงไปได้
5.3.2.2) เยาวชนควรสวมรองเท้าผา้ ใบหุ้มสน้ ขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
5.3.2.3) อย่าพกอาวุธ เช่น มีด ขวาน ติดตัวไปขณะปฏิบัติกิจกรรม ถ้าพลัดตกลงมา
อาจเกดิ อนั ตราย
5.3.2.4) วิทยากรที่อย่ปู ระจำฐานต่างๆ ต้องมคี วามสามารถแนะนำเยาวชนได้
5.3.2.5) เยาวชนต้องมคี วามมั่นใจที่จะปฏบิ ตั กิ ิจกรรมน้ันๆ ได้ ถ้าไม่มนั่ ใจอาจพลัดตกลงไปได้
5.3.3) กิจกรรมทางอากาศ กิจกรรมนี้สว่ นใหญ่เปน็ เหตุการณ์สมมุติ เช่น สมมุติให้เยาวชน
เปน็ พลรม่ กระโดดรม่ ลงมาค้างบนตน้ ไมแ้ ละหมดสตไิ ป เยาวชนไปประสบเหตุการณจ์ ึงไดเ้ ข้าช่วยเหลอื ผู้
ที่เขา้ ชว่ ยเหลือตอ้ งร้จู ักวิธกี ารใช้เชือกและผกู เงอ่ื นท่จี ะใชช้ ่วยเหลอื จากท่สี ูง โดยจะรวมกิจกรรมกนั ทั้งหมู่
ค่มู ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 149
ตวั อยา่ งฐานผจญภัย
ฐานท่ี 1 กระเชา้ เลื่อน
ท่ีมา : สมาคมสโมสรลกู เสือจังหวดั ราชบุรี. คู่มือการฝึกอบรมผ้บู ังคบั บัญชาลกู เสือ วิชาการ
บกุ เบกิ , (2543 :71)
ใบกิจกรรม
ฐานท่ี 1 กระเช้าเล่ือน
สมมุติวา่ ทา่ นไดร้ ับมอบหมายจากผนู้ าเผ่าให้ไปสู้รบกบั ชาวอินเดียแดง เพื่อแยง่
ชิงดินแดนบางส่วนที่เสียไปกลบั คืนมา แต่เนื่องจากทหารของทา่ นมีจานวนน้อยมากจึง
ไมส่ ามารถท่ีจะตา้ นทานทหารของชาวอินเดียแดงได้ มีเพียงหนทางเดียวเทา่ น้นั ทจ่ี ะช่วย
ใหท้ หารของท่านรอดชีวติ คือ กระเช้าเล่ือนที่สร้างข้ึนโดยนกั บกุ เบกิ รุ่นเก่าท้ิงเอาไว้
โดยมเี วลาเพยี ง 10 นาทีเทา่ น้นั
ค่มู อื ปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 150
ฐานท่ี 2 สะพานลงิ (The Lofted Bridge)
ทม่ี า : สมาคมสโมสรลูกเสือจงั หวัดราชบรุ ี . คู่มอื การฝกึ อบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสือ วิชาการ
บุกเบิก, (2543:73)
ใบกิจกรรม
ฐานที่ 2 สะพานลิง (The Lofted Bridge)
สมมุติวา่ ทา่ นไดน้ าสมาชิกของทา่ นออกไปหาของป่ า เพ่ือนากลบั มาเป็นอาหาร
ในการเล้ียงชีพของตวั ทา่ นพร้อมครอบครัว แต่เน่ืองจากบริเวณฝั่งแม่น้าที่ทา่ นกาลงั น่ัง
พกั รับประทานอาหารอยนู่ ้ันมโี ขลงชา้ งป่ าที่ดรุ ้ายมาก และกาลงั มุ่งตรงมายงั พวกท่าน
มเี พียงสะพานลงิ ทพ่ี รานป่ าสร้างท้ิงเอาไวเ้ ทา่ น้นั ที่จะช่วยชีวิตให้ทา่ นพร้อมสมาชิก
รอดพน้ จากอนั ตรายทกี่ าลงั จะเกิดข้ึน โดยมเี วลาเพยี ง 10 นาทีเทา่ น้นั ขอใหโ้ ชคดี
ค่มู ือปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพืน้ ท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 151
ฐานท่ี 3 สะพานชาวป่า
ทม่ี า : สมาคมสโมสรลูกเสอื จังหวดั ราชบุรี. คู่มอื การฝกึ อบรมผบู้ งั คับบัญชาลกู เสอื วิชาการบกุ เบกิ ,
(2543:73)
ใบกิจกรรม
ฐานท่ี 3 สะพานชาวป่ า
สมมตุ วิ า่ บริเวณป่ าที่ท่านอาศยั อยกู่ าลงั ประสบปัญหากบั ภยั ธรรมชาติ เนื่องจาก
ไฟป่ ากาลงั ลกุ ลามใกลต้ วั ท่านเขา้ มาทุกขณะ หากท่านพร้อมดว้ ยสมาชิกไม่รีบออกจากป่ า
แห่งน้ี ภายในเวลา 10 นาที โดยมเี พยี งสะพานชาวป่ าทพ่ี รานป่ าสร้างเอาไวเ้ ท่าน้นั ท่ีจะ
ใชข้ า้ มไปยงั อีกฝั่งหน่ึงของลาธารได้ ขอให้ทุกคนปลอดภยั
ค่มู อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 152
ฐานท่ี 4 คอมมานโดคู่
ทีม่ า : สำนักงานคณะกรรมการบริหารลกู เสอื แห่งชาติ . คู่มอื การฝึกอบรมผูบ้ ังคับบญั ชา
ลกู เสอื สามญั ขน้ั ความรชู้ นั้ สูง , (2537:275)
ใบกิจกรรม
ฐานท่ี 4 คอมมานโดคู่
สมมุตวิ ่าท่านนากองกาลงั ไปร่วมรบชายแดนไทยในเวลากลางคืน ขณะท่ที า่ น
กาลงั นอนหลบั อยู่ เกิดขา้ ศึกบกุ เขา้ โจมตีอยา่ งฉบั พลนั โดยกองกาลงั ของทา่ นไม่สามารถ
ทจ่ี ะต้งั รบั เพื่อทาการสู้รบได้ จึงจาเป็ นตอ้ งทิ้งสัมภาระท้งั หมด แลว้ หนีขา้ ศึกเพ่ือขา้ ม
สะพานไปยงั อกี ฝั่งหน่ึงอยา่ งรวดเร็ว ท้งั น้ี ให้ระมดั ระวงั อยา่ ให้เกิดเสียงดงั ขณะเดินทาง
ขา้ มสะพานคอมมานโดคู่ เพราะจะทาใหข้ า้ ศึกทราบความเคล่อื นไหวในกองกาลงั ของ
ทา่ น มเี วลาเพยี ง 10 นาทเี ท่าน้นั ขอใหโ้ ชคดี
คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพืน้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 153
ฐานท่ี 5 สะพานลอยฟา้
ท่ีมา : สำนกั งานคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แห่งชาติ . คู่มือการฝกึ อบรมผูบ้ งั คับบัญชา
ลกู เสือสามัญ ขนั้ ความรูช้ ้ันสงู , (2537:274)
ใบกิจกรรม
ฐานท่ี 5 สะพานลอยฟ้า
สมมุตวิ ่าสมาชิกในหมู่ของทา่ นไปพกั แรมคา้ งคืนในป่ าแห่งหน่ึง ขณะเดินทาง
ไดร้ ับแจง้ จากชาวบา้ นมาขอความช่วยเหลือจากหมู่ของทา่ นโดยรีบด่วน เพื่อใหช้ ่วยเหลอื
ในการดบั ไฟป่ าทก่ี าลงั ลุกลามเขา้ มาใกลห้ มู่บา้ น แตร่ ะยะทางท่ีท่านจะไปถงึ หมู่บา้ นน้นั
มีลาธารลึกและน้าไหลเชี่ยวมาก นับว่าโชคดีท่ีนกั บุกเบิกรุ่นพีไ่ ดท้ าสะพานเชือกและห่วง
เหลก็ ท้ิงไวใ้ หร้ ะหวา่ งทาง ขอใหท้ ่านพิจารณานาสมาชิกในหมขู่ า้ มสะพานน้ีไปให้เสร็จ
ภายในเวลา 10 นาที
ค่มู อื ปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพืน้ ท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 154
ฐานที่ 6 สะพานเปล
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสือแห่งชาติ . คู่มอื การฝึกอบรมผู้บงั คบั บัญชา
ลูกเสอื สามัญ ข้ันความร้ชู ัน้ สูง , (2537:273)
ใบกิจกรรม
ฐานที่ 6 สะพานเปล
สมมุตวิ า่ หมขู่ องทา่ นเดินทางออกลาดตระเวน เพื่อความปลอดภยั ของประเทศชาติ
และเดินทางมาถึงลาธารลกึ มีฝูงจระเขอ้ ยมู่ ากมายในลาธาร หมู่ของทา่ นจาเป็นจะตอ้ งขา้ ม
ไป บงั เอญิ มีนกั บุกเบิกรุ่นก่อนๆ สร้างสะพานทิง้ ไวใ้ หห้ มู่ของทา่ นปี นข้ึนบนตน้ ไมแ้ ละ
ขา้ มสะพานไปทีละคนให้เสร็จภายใน 10 นาที ขอใหโ้ ชคดี
ค่มู ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 155
ตัวอย่างใบกิจกรรม
การเข้าฐานกิจกรรมผจญภัย
ตวั อยา่ งท่ี 1
ฐานการกางเต็นท์
สมมุติว่าท่านนำหมู่ของท่านไปเดนิ ทางไกลและพักแรมในป่าที่มีอันตราย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสัตว์ เมื่อ
เดินทางไปถึงเป็นเวลาค่ำมือพอดี ให้หมู่ของท่านร่วมกันวางแผนในการกางเต็นท์พักแรมแบบสองคนต่อหนึ่ง
หลงั ใหแ้ ล้วเสร็จภายในเวลา 10 นาที และต้องปลอดภัยจากการรบกวนของสัตว์ป่าด้วย
ตัวอยา่ งที่ 2
ฐานหนนี ำ้
สมมุติว่าท่านนำหมู่ของท่านไปพักแรมในป่าแห่งหน่ึงในฤดูฝน ในคืนนั้นฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก
น้ำป่าไหลบ่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องละทิ้งสัมภาระท่ีนำมาท้ังหมด แล้วหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนต้นไม้อย่าง
รวดเรว็ โดยนำอาหารและน้ำขึ้นไปดว้ ย ให้เสรจ็ ภายใน 10 นาที
ตวั อย่างท่ี 3
ฐานข้ามเหว
สมมุติว่าท่านนำหมู่ของท่านเดินทางมาถงึ เหวแห่งหน่ึงซึ่งชันและน่ากลวั มาก และต้องเดินทางข้ามเหว
แห่งนไ้ี ปยงั ฝ่ังตรงข้ามดว้ ยสะพานเชอื กสองเส้นทมี่ ีผู้สร้างไวแ้ ลว้ ทีละคนใหเ้ สร็จสนิ้ ภายใน 10 นาที
ตวั อยา่ งท่ี 4
ฐานฝา่ ดงกบั ระเบิด
สมมุติวา่ ท่านนำหมู่ของท่านมาถึงสถานท่ีแห่งหน่ึงซึ่งมีกับระเบิดฝังอยู่ทั่วไป ท่านต้องนำหมู่ของท่าน
เดนิ ฝ่าดงระเบิดน้ีตามไปเสาตอหม้อท่ีชาวบ้านปักไว้ โดยไม่ให้เกดิ อันตราย และใหเ้ สรจ็ สิ้นภายใน 10 นาที
ตวั อยา่ งท่ี 5
ฐานลอดถ้ำ
สมมุติว่าท่านนำหมู่ของท่านมาถึงสถานท่ีแห่งหน่ึงที่มีลวดหนามกีดขวางอยู่อย่างหนาแน่นไม่สามารถ
ผ่านไปได้ มีทางเดียวที่จะไปได้คือ ลอดถ้ำหนี ให้ท่านนำหมู่ของท่านลอดถ้ำน้ีไปอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง
ให้เสร็จส้ินภายใน 10 นาที
คมู่ อื ปฏิบตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพืน้ ทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 156
การบนั เทงิ ในกองลกู เสอื
การชมุ นุมรอบกองไฟ
การให้ลูกเสือมาประชุมพร้อมกันรอบกองไฟในเวลากลางคืนในระหว่างที่ไปอยู่ค่ายพักแรมหรือ ใน
ระหว่าง การฝึกอบรมที่ต้องค้างคืนน้ัน เป็นกิจกรรมพิเศษอย่างหนึ่งของลูกเสือ ซึ่ง ลอร์ด เบเดน โพเอลล์
หรือ บี.พี.ได้เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในการนำเด็กซึ่งอาจเรียกว่าเป็นลูกเสือรุ่นแรกของโลก ไปอยู่ค่ายพักแรมที่
เกาะบราวน์ซี ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) ในภาษาอังกฤษเรยี กการชุมนุมรอบกองไฟว่า
Camp Fire ในภาษาไทยเดิมมักเรยี กกนั ว่า การเล่นหรอื การแสดงรอบกองไฟ ซ่ึงความจริงการเล่นหรอื การ
แสดงเป็นเพียงส่วนหนึง่ ของการชมุ นุมรอบกองไฟ อนั อาจกล่าวได้ว่าเป็นบทเรยี นหรือวิธกี ารฝึกอบรมลูกเสือ
อยา่ งหนึง่
1) ความมุ่งหมาย
การชุมนุมรอบกองไฟ มีความม่งุ หมายสำคญั อยู่ 5 ประการ คอื
1.1) เพอ่ื เป็นการฝึกอบรมในตอนกลางคืน ดงั ที่ บี.พี. ไดใ้ ช้เปน็ หลักในการฝกึ อบรมเด็กที่ไปอยคู่ ่าย
พักแรม ณ เกาะบราวน์ซี และได้ใช้เป็นแบบในการเรยี บเรียงหนังสือเร่ือง Scouting for Boys (การลูกเสือ
สำหรับเด็กชาย)
1.2) เพื่อให้ลูกเสือได้ร้องเพลงร่วมกัน หรือแสดงกิริยาอาการอย่างเดียวกัน เป็นการปลุกใจหรือ
เปลยี่ นอารมณ์ใหเ้ กดิ ความสนุกสนานเบิกบานใจ ภายหลงั ที่ได้ปฏิบัติงานในเวลากลางวนั มาแล้ว
1.3) เพ่ือใหล้ ูกเสือแตล่ ะหม่ไู ด้มีโอกาสออกมาแสดงรอบกองไฟ เป็นการส่งเสริมความสามัคคีของ
หมู่ กับใหล้ กู เสอื แต่ละคนในหมรู่ จู้ ักทำงานร่วมกับผอู้ ่นื และกล้าแสดงออกในทปี่ ระชุมโดยไม่เก้อเขนิ
1.4) ในบางกรณี อาจใช้เป็นโอกาสสำหรับประกอบพิธีสำคัญ เช่น แนะนำให้ลูกเสือรู้จัก
ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด หรือเจ้าหน้าท่ีคนใหม่ แขกสำคัญท่ีมาเย่ียม มอบเคร่ืองหมายวูดแบดจ์
เครื่องหมายตอบแทน เข็มสมนาคณุ หรอื ประกาศนยี บตั รต่างๆ เปน็ ตน้
1.5) ในบางกรณีอาจเชิญบุคคลสำคัญในท้องถ่ิน ตลอดจนชาวบ้านใหม้ าร่วมการชุมนุมรอบกองไฟ
เพอ่ื เปน็ การประชาสัมพนั ธแ์ ละสง่ เสริมกิจการลูกเสอื
2) บรเิ วณการชุมนุมรอบกองไฟ
ค่ายลูกเสอื ทกุ แห่งควรมีบริเวณสำหรับการชุมนุมรอบกองไฟ บรเิ วณเช่นว่านี้ควรอยู่ทมี่ ุมหนึ่งของ
คา่ ย มีต้นไม้เป็นฉากหลัง ไม่ใช้เพื่อประโยชน์อยา่ งอื่นในเวลากลางวัน และควรอยู่ห่างจากที่พักพอสมควร
ทั้งน้ี เพ่ือให้ลูกเสือจำเป็นต้องเดินจากท่ีพักไปยังบริเวณการชุมนุมรอบกองไฟ และต้องเดินกลับเมื่อการ
ชมุ นุมเลิกแล้ว ส่วนการท่ีเสนอแนะว่าบริเวณการชุมนุมรอบกองไฟควรมีต้นไม้เป็นฉากหลังนั้น เป็นเพราะ
ในระหว่างการชุมนุมรอบกองไฟย่อมจะมีการรอ้ งเพลงหมู่เปน็ ส่วนใหญ่ และการร้องเพลงกลางแจ้งถา้ ไมม่ ี
ฉากหลัง เช่น การร้องเพลงกลางทุ่งท่ีไม่มีต้นไม้เลย ถึงแม้จะร้องเพลงไพเราะอย่างไรก็ตามย่อมไม่ได้ผลดี
เทา่ ท่ีควร แตถ่ ้ามีต้นไม้เป็นฉากหลังจะทำใหบ้ รรยากาศดีขึน้ และจะทำใหก้ ารร้องเพลงได้ผลดีย่ิงข้นึ ด้วย
คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 157
อนึ่ง ในการเลือกสถานทส่ี ำหรับการชุมนุมรอบกองไฟน้ี ถา้ สามารถหาทีเ่ ป็นแอง่ ให้ลกู เสอื ที่น่งั อยู่
เหนอื กองไฟเล็กนอ้ ยจะดีมาก เช่น ในบรเิ วณทม่ี ีเนินอาจจดั ทำบริเวณการแสดงและกองไฟอยูต่ อนลา่ ง ส่วน
ลกู เสือให้นง่ั อยบู่ นเนิน นอกจากนเี้ คยมีผู้จดั ทำบริเวณการแสดงและกองไฟให้อย่บู นเกาะ มีคูน้ำล้อมรอบ
ผชู้ มนง่ั อยรู่ มิ คอู กี ดา้ นหนึง่ สะพานขา้ มคูทำดว้ ยไม้แบบสะพานช่ัวคราว ปรากฏวา่ สถานที่ ชมุ นุมรอบกอง
ไฟเช่นวา่ นี้ใช้การไดด้ ีอย่างยง่ิ การชมุ นมุ รอบกองไฟน้ีถา้ ไม่สะดวก เช่น ฝนตกหรอื มเี หตุผลพเิ ศษจะจัด
ภายในอาคารและใชท้ ่ีอืน่ แทนได้
3) กองไฟและการจดั ท่นี งั่ รอบกองไฟ
ในปัจจุบันนี้ เร่ืองสิ่งแวดล้อมกำลังมีปัญหาต่อมนุษยโลก จึงไม่สนับสนุนให้ก่อกองไฟด้วยไม้จริง
ควรใช้ไฟอย่างอน่ื แทน แต่ถ้าบางกรณีที่จะใช้กองไฟจากฟนื ให้พิจารณาเศษไม้ที่ทิง้ ไว้โดยไม่ใชป้ ระโยชน์ก็
คงอนโุ ลมได้ ถา้ เป็นกองไฟจริงจะต้องมีเจ้าหนา้ ท่ีประจำกองไฟและผชู้ ว่ ย มีหน้าทกี่ ่อไฟใหเ้ รียบร้อยกอ่ น
ทำพิธเี ปดิ คือ จุดให้ไฟติดและจะตอ้ งคอยดูแลกองไฟให้สว่างพอสมควรอยตู่ ลอดเวลา โดยเตรยี มฟืนและ
น้ำสำรองเอาไว้ คือ ถา้ ไฟชักมอดลงจะตอ้ งเตมิ ฟืนลงไป และถ้าไฟลามมากหรือกระเด็นออก กต็ ้องพรมน้ำ
ลงไป สำหรับในกรณีนี้เม่ือจบการชุมนุมรอบกองไฟ ผ้เู ข้าร่วมการชุมนุมรอบกองไฟ และเจ้าหน้าทป่ี ระจำ
กองไฟจะต้องออกจากบริเวณไปอย่างเงียบๆ ภายหลังอีกสักครู่เจ้าหน้าท่ปี ระจำกองไฟและผู้ชว่ ยต้องหวน
กลบั มาท่บี ริเวณการชมุ นมุ รอบกองไฟอกี คร้ังหนึ่ง เพ่ือจดั การกบั กองไฟใหเ้ รยี บร้อย ย่ิงกวา่ นน้ั ในตอนเช้า
มดื วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าท่ีประจำกองไฟตอ้ งมาดูแลสถานท่ีอกี คร้ังหน่งึ ใหส้ ะอาดเรียบร้อย ไมใ่ ห้มเี ศษไม้หรือ
เถ้าถา่ นเหลืออยู่
เรอ่ื งการทำความสะอาดบริเวณการชมุ นุมรอบกองไฟ ไม่ควรถือว่าเปน็ เรอื่ งเล็กน้อย แตค่ วรถอื ว่า
เป็นบทเรียนอนั สำคัญในการฝกึ อบรมลูกเสือส่วนหนึ่ง ในทางปฏิบัติเก่ียวกับเจ้าหนา้ ท่ีประจำกองไฟ ควร
มอบหมายลูกเสือหมู่หนง่ึ หรือมากกวา่ ให้ทำหนา้ ที่หมู่ลูกเสือบริการ เพ่ือดูแลกองไฟและปฏิบัตหิ น้าท่ีต่างๆ
ดงั กล่าวขา้ งต้น
การจัดท่ีน่ังรอบกองไฟควรจัดให้เป็นรูปวงกลมหรือเกือกม้า ให้กองไฟอยู่ตรงกลาง มีท่ีนั่งพิเศษ
สำหรบั ประธาน ผู้ติดตาม และผู้มาร่วมงานซ่ึงต้องจัดไว้ทางด้านเหนือลม ท่ีนั่งของประธานเป็นท่ีน่ังเด่ียว
ตงั้ อยลู่ ้ำหน้าที่นั่งของผู้ติดตาม 2 คน ซึง่ นัง่ อยู่ดา้ นขวาและด้านซ้ายใกลก้ ับประธาน สำหรับที่นั่งของผู้มา
รว่ มงาน ให้จดั อยดู่ ้านหลังของประธานและผตู้ ิดตาม สว่ นผู้ร่วมการแสดง โดยปกติให้นง่ั เรยี งตามลำดับหมู่
เหมือนการประชุมรอบเสาธงตอนเช้า การแต่งกายให้แต่งตามเน้ือเรื่องท่ีจะแสดง ไม่ต้องมีผ้าผูกคอ มี
เฉพาะป้ายชอื่ เพ่ือเปน็ ท่ีสังเกต ใหน้ ายหมู่นำธงหมู่ไปด้วย
4) การเตรยี มการและขนั้ ตอนการชมุ นุมรอบกองไฟ
4.1) กำหนดกิจกรรมและมอบหมายภารกจิ คณะผ้ใู หก้ ารฝกึ อบรมจะตอ้ งปรกึ ษาหารือกนั เพ่ือ
กำหนดวา่ ในการชมุ นมุ รอบกองไฟนน้ั จะมีกจิ กรรมอะไรบา้ ง จะใหผ้ ูใ้ ดเป็นเจ้าหนา้ ที่ประจำกองไฟ ผู้ใด
เป็นพิธีกรและจะเชญิ ผใู้ ดเปน็ ประธาน ถา้ เป็นการอยู่คา่ ยพักแรมของลกู เสอื ตามธรรมดา โดยปกติผกู้ ำกบั
ค่มู ือปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 158
ลกู เสือทพ่ี าลกู เสือไปอยคู่ ่ายพักแรมนัน่ เองจะทำหนา้ ทป่ี ระธาน และให้รองผ้กู ำกับลูกเสือหรอื ลูกเสือคนใด
คนหน่งึ ทมี่ ีความร้คู วามสามารถทำหนา้ ท่พี ิธีกร
4.2) การนดั หมาย พธิ ีกรหรือผูบ้ รรยาย จะตอ้ งชี้แจงนัดหมายการปฏบิ ตั ิขั้นตอนมอบงานให้
รับผดิ ชอบวา่
4.2.1) การแสดงให้แสดงเป็นหมู่ ให้ทุกคนในหมู่มีโอกาสแสดงโดยท่ัวกัน ใช้เวลาหมู่ละ
ประมาณ 8 -10 นาที โดยปกติ ให้ส่งเร่ืองต่อพิธีกรก่อนเวลานัดหมายแสดงไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง เพ่ือ
พธิ กี รจะได้มเี วลาจัดกำหนดการให้เหมาะสม
4.2.2) เร่อื งท่คี วรแสดงคอื เร่อื งสนุกขบขัน ขนบธรรมเนยี มประเพณี ประวตั ศิ าสตร์ และเรอ่ื ง
ท่ีเป็นคติเตอื นใจตา่ งๆ ส่วนเร่ืองท่ีไม่ควรแสดงคือ เรื่องไร้สาระ เชน่ ผีสาง เรือ่ งลามก อนาจาร เรือ่ งเสียด
สีสังคมหรอื บคุ คล เรอ่ื งเก่ยี วกบั การเมืองหรอื เรอื่ งล้อเลยี นศาสนา เป็นต้น
4.2.3) เพลงประจำหมู่ ให้แต่ละหมู่แต่งเพลงประจำหมู่ให้มีช่ือหมู่ เน้ือร้องเป็นการ
สร้างสรรค์ เช่น เปน็ คตปิ ลุกใจ ความรกั ความสามคั คี ระเบยี บ วินัย เพื่อทีจ่ ะรอ้ งกอ่ นการแสดงของหมู่
4.2.4) การจัดสถานท่ีชุมนุม การทำสลาก ทำพวงมาลัย ก่อกองไฟ และดูแลตามปกติเป็น
หน้าทขี่ องหมูบ่ รกิ ารประจำวนั และหมูบ่ ริการท่พี น้ หน้าทใ่ี นวนั นน้ั แบ่งหน้าที่กนั ทำ
4.2.5) เม่ือไดก้ ำหนดให้มกี ารชมุ นมุ รอบกองไฟ เวลาใด ตอ้ งนัดหมายให้ทุกคนไปถึงที่ชุมนุม
และนง่ั ตามทใี่ หเ้ รียบร้อยก่อนเวลาประมาณ 10 นาที หมบู่ ริการจดุ ไฟก่อนที่จะเชิญประธานเขา้ มาในพธิ ี
4.2.6) พิธีกรต้องนดั หมายเวลาท่ีประธานจะเดินทางไปถึงบรเิ วณรอบนอกสถานทีช่ ุมนุมเวลา
ใด ทบทวนซักซ้อมการปฏิบัติมีข้ันตอนอย่างใด ผู้ติดตามประธานจะปฏิบัติอย่างไร ยนื อยู่ตรงไหน เมื่อ
ประธานกล่าวเปดิ แล้วจะรอ้ งเพลงก่เี พลง เพลงอะไรบา้ ง
4.3) หนา้ ทข่ี องพธิ ีกร ซงึ่ เปน็ ผ้นู ำในการชมุ นุมรอบกองไฟ มีหน้าท่ี ลำดับข้นั ตอนการชุมนุมรอบ
กองไฟให้เป็นไปตามกำหนดการ เป็นผู้นำหรือมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้นำในการร้องเพลง และในการให้
ลูกเสือแสดงกิริยาอาการต่างๆ เพื่อเป็นการเปล่ียนอารมณ์ให้เกิดความสนุกสนานเบิกบานใจ ในการนี้
พธิ กี รควรทำรายละเอียดสำหรับตนเองไว้วา่ จะให้ผใู้ ดทำอะไร เช่น จะใหร้ ้องเพลงอะไร หรือจะรำวงโดย
รอ้ งเพลงอะไร เป็นต้น ในการเลือกเพลงที่จะนำมาใช้น้ัน ควรเลือกเพลงท่ีทุกคนรอ้ งได้ เม่ือเร่ิมเปิดการ
ชุมนุมใช้เพลงปลุกใจหรือเพลงที่มีจังหวะหรือเนื้อเพลงยั่วยุให้ดี เช่น เพลง “ไทยรวมกำลังต้ังม่ัน” เพลง
“แหลมทอง” เพลง “รักเมืองไทย” ตอนท้ายของการชุมนุม หลังจากจบทุกรายการแล้ว ให้ร้องเพลง
จงั หวะช้า เป็นคติ เพลงลา ซ่ึงผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่รอ้ งได้ เช่น สรอ้ ยเพลง ลาวดวงเดือน ฯลฯ โดยไม่
ใช้เครื่องขยายเสียงและเครื่องดนตรีใดๆ เป็นการสร้างบรรยากาศให้ซาบซึ้งตรึงใจ โน้มน้าวให้มีอารมณ์
ก่อนทจ่ี ะเชิญประธานในพธิ ีเล่าเรอื่ งสั้นที่เปน็ คติและกล่าวปดิ การชมุ นมุ รอบกองไฟ
4.4) พิธเี ปิดการชุมนุมรอบกองไฟ พิธีกรแจ้งให้ทป่ี ระชุมทราบว่าประธานและผู้ติดตามเปน็ ใคร
แลว้ ออกไปเชญิ ประธานเขา้ มายงั บริเวณการชมุ นุมรอบกองไฟ เมื่อประธานเข้ามาในบริเวณการชุมนมุ รอบ
กองไฟแล้ว พิธีกรสั่งให้ทุกคนตรงด้วยคำว่า “ท้ังหมด-ตรง” หรือ “กอง-ตรง” หรือ “แพค-ตรง”
ประธานจะหยุดรับการเคารพแล้วเดินไปยืนหน้ากองไฟ ผู้ติดตามประธานและผู้รว่ มงาน รวมทั้งเจ้าหนา้ ท่ี
บางคนอาจเดินตามประธานเข้ามา ทุกคนเข้าไปยืนยังท่ีของตน มีประธานแต่ผู้เดียวเท่านั้นท่ีเดนิ ตรงเข้า
คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 159
ไปใกล้กองไฟ ประธานยกมือขวาแสดงรหัสของลูกเสือชขู นึ้ ไปขา้ งหนา้ ประมาณ 45 องศา กลา่ วข้อความท่ี
เป็นมงคลและกล่าวในตอนสุดท้ายว่า “ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดน้ี” จบแล้วลดมือลง
พิธกี รให้สญั ญาณให้ทกุ คนรอ้ งเปน็ เสียงไฟลุกว่า “ฟๆู่ ” 3 คร้ัง (กรณไี มใ่ ชก้ องไฟจรงิ อาจงดก็ได)้
พธิ ีกรนำร้องเพลง 1 หรือ 2 เพลง เช่นเพลงสยามมานุสติ เพลงสดุดีมหาราชา เป็นต้น เม่ือเพลง
จบประธานกลับไปนั่งแล้ว ให้ทุกคนน่ังลง หมู่บริการจะนำพวงมาลัยและพุ่มสลากช่ือของหมู่สำหรับจับ
ลำดับการแสดงไปใหป้ ระธาน โดยใหม้ ขี บวนแห่นำโดยหมบู่ รกิ ารท่ีจัดทำพวงมาลัยและพุ่มสลาก ท้ังหมู่เป็น
ต้นขบวน ถ้าจำนวนผู้เขา้ รว่ มมีจำนวนน้อยอาจให้หมู่อื่นๆ เข้าร่วมด้วย แตถ่ ้ามจี ำนวนมากก็ไม่จำเป็น จะ
ทำให้เกิดการสับสน ต้นขบวนให้ยนื อยดู่ ้านหน้าข้างขวาของผู้เป็นประธาน คนท่ีถือพวงมาลัยยืนทางขวา
คนถือพุ่มสลากยนื ทางซ้าย ขบวนเริ่มออกเดินเม่ือพิธีกรเริ่มร้องเพลง การเดินให้เวียนขวาครบ 3 รอบ ผู้
ถือพวงมาลยั และพุ่มสลากยืนตรงหน้าประธาน ทกุ คนในขบวนกลับเข้าน่ังทเ่ี รียบร้อย ผู้ถอื พวงมาลัยมอบ
ให้ประธานเป็นคนแรก คนถือพุ่มสลากมอบทหี ลัง เสรจ็ แล้วกลับท่นี งั่
4.5) ลำดับการชุมนุมรอบกองไฟ พิธีกรเป็นผู้ประกาศกำหนดการชุมนุมรอบกองไฟตามลำดับ
ในข้ันแรกก่อนมีการแสดงของหมู่ พิธีกรอาจนำหรือให้ผู้อื่นนำร้องเพลงอีก 1 หรือ 2 เพลง เช่น เพลง
ประจำจังหวัด เพลงของสถาบัน เพลงรกั เมืองไทย หรือเพลงความฝันอันสูงสุด เปน็ ต้น แล้วจึงไปขอให้
ประธานจบั สลากวา่ จะให้หม่ใู ดแสดงก่อน
พิธกี รเชิญใหท้ า่ นประธานจบั ฉลาก พิธกี รรับฉลากจากประธานอ่านใหท้ ราบวา่ หมู่ใดจะต้องแสดง
ให้นายหมู่ส่ังสมาชิกในหมู่ให้เคารพผู้เป็นประธาน “หมู่…..ตรง” นายหมู่เพียงคนเดียวก้าวมาข้างหน้า 1
ก้าว ทำวันทยหัตถ์/วันทยาวุธแล้วลดมือลง ก้าวถอยหลังกลับที่เดิมแลว้ ส่ัง “พกั แถว” ทุกคนรว่ มกันร้อง
เพลงประจำหมู่ 2 จบ เริม่ การแสดง ผแู้ สดงต้องหันหน้าใหป้ ระธานเปน็ ผู้ชม ใช้เวลาแสดงประมาณ 8–10
นาที เม่อื จบการแสดง ทุกคนกลับไปยืน ณ ท่ีน่ังของตน นายหม่สู ่งั “หม…ู่ …ตรง” นายหมทู่ ำวันทยหตั ถ์/
วันทยาวุธเพียงคนเดียวแลว้ ลดมอื ลง ส่ัง “พักแถว” ทุกคนนงั่ ลง
พธิ ีกรจะกล่าวขอให้ผู้ใดผ้หู น่งึ ในหมอู่ น่ื ๆ เปน็ ผนู้ ำกล่าวชมเชยตามแบบของลกู เสือให้แก่หมู่ทีแ่ สดง
ผนู้ ำกลา่ วชมเชยจะเชญิ ชวนให้หมู่อืน่ ๆลุกขึ้นยนื แล้วกล่าวชมเชยดงั ตัวอยา่ ง เช่น “พี่นอ้ งลูกเสือโปรดยืน
ข้ึน แล้วกลา่ วคำชมเชยให้แก่หมู่ …. 3 ครง้ั ดว้ ยคำว่า ยอดเยยี่ ม” จากนนั้ ให้สัญญาณด้วยการนับเพ่ือให้
เกิดความพร้อมเพรียงโดยท่ีก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าประมาณครึง่ กา้ ว แล้วใชม้ อื ขวากำยกข้ึนไวท้ ่ีระดับ
หน้าอกของตนเอง กล่าวคำชมเชยตามที่นัดไว้พร้อมกับส่งมือขวาที่กำไว้ไปที่หมู่แสดงแบมือออกรวม 3
คร้ัง เสร็จแล้วให้นั่งลงได้ ทุกคนในหมู่ท่ีไดร้ ับคำชมเชยให้ลุกข้ึนยืน ใช้แขนขวาซ้อนบนแขนซ้ายซึ่งยกขึ้น
เสมอหนา้ อกพร้อมกับกล่าวคำสัน้ ๆ เชน่ “ ขอบคุณครับ” พรอ้ มกับนอ้ มตัวลง 1 คร้งั
เมื่อการแสดงของหมู่หนึ่งจบแล้ว ก่อนจะให้เริ่มการแสดงของหมู่ต่อไป พิธีกรอาจนำร้องเพลง
หรือการเปลี่ยนอิริยาบถมาสลับเป็นตอนๆ ตามทเ่ี ห็นสมควร หรือจะให้ผู้ใดนำแทนก็ได้โดยตกลงกันไว้กอ่ น
เมื่อจบการแสดงของทกุ หมู่ตามท่ีกำหนดไว้แล้ว พิธีกรจะนำรอ้ งเพลงที่มีจงั หวะช้าๆ และมีความหมายแก่
มวลสมาชิก เชน่ เพลงสร้อยเพลงหรอื เพลงลาวดวงเดือน ๑ จบ จากนนั้ พิธีกรจะเชิญประธานออกไปกล่าว
เร่ืองสั้นท่เี ป็นคติ และกลา่ วปดิ การชุมนุมรอบกองไฟ ไม่ตอ้ งยกมอื ขึ้นแสดงรหัส
ค่มู อื ปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 160
เมื่อประธานกล่าวในตอนสุดท้ายว่า “ข้าพเจ้าขอปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดน้ี” พิธีกรส่ัง
“กอง-ตรง” ให้ทุกคนยืนขึ้นจับมือกันเป็นวงกลม(มือขวาทับมือซ้าย) แล้วร้องเพลงสามัคคีชุมนุม
เมอื่ จบเพลงสามัคคีชมุ นุมแลว้ หมู่บรกิ ารนำสวดมนต์ แล้วร้องเพลงสรรเสรญิ พระบารมี จากน้นั ทกุ คน
แยกย้ายกันออกนอกบริเวณ กลับท่ีพกั อยา่ งสงบโดยไม่สง่ เสยี งเอะอะ ส่วนหมูบ่ ริการจะกลับมาดบั ไฟและ
ทำความสะอาด ดังทไ่ี ด้กล่าวแล้วข้างต้น
4.6) การเปลี่ยนอิริยาบถของผู้เข้าชุมนุม ในการชุมนุมรอบกองไฟ การเปล่ียนอิริยาบถของผู้
เข้าชุมนุมให้สนุกสนานร่าเริงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมิฉะน้ันผู้เข้าชุมนุมอาจจะรู้สึกเบ่ือและง่วงเหงา
หาวนอน การเปลี่ยนอิริยาบถของผู้เข้าชุมนุมน้ีอาจทำได้หลายวิธี ตามแต่โอกาสอันเหมาะสม และเป็น
หน้าที่ของพิธีกรท่ีจะต้องเป็นผู้นำหรือมอบหมายให้ผู้รู้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้นำ เช่น นำให้ร้องเพลง นำให้
แสดงกิริยาอาการต่างๆ ท่ีขบขันหรือปลุกให้ต่ืน เช่น ให้ร้องเพลง “หากว่าเรากำลังสบาย” หรือจัดให้มี
การรำวงหรอื นำตบมอื เปน็ จังหวะ แลว้ ให้ผอู้ ืน่ ตบตาม ฯลฯ
4.7) เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยียน ในกรณีที่จะมีบุคคลมาเย่ียมเป็นหน้าที่พิธีกรจะจัดท่นี ั่งอันเหมาะสม
ให้ และขอทราบความประสงค์ แล้วจัดให้นำส่ิงของมอบให้ในระหว่างจบการแสดงของหมู่หนึ่งหมู่ใด โดย
มอบให้กับประธานในพิธีซ่ึงประธานอาจรับไว้ แล้วให้ผู้แทนของหมู่รับต่อไป พิธีกรจัดให้มีผู้แทนกล่าว
ชมเชยตามแบบลูกเสือ
4.8) ขอ้ หา้ มและขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
4.8.1) เพลงประจำหมู่ที่ใชร้ อ้ งให้มเี นือ้ ร้องระบชุ ่อื หม่/ู กลุ่ม มีสาระ ปลกุ ใจ เป็นคติ
4.8.2) เร่ืองท่จี ะแสดงควรเป็นเรอ่ื งเป็นคติเตอื นใจ ประวตั ศิ าสตร์ ปลกุ ใจให้รักชาติ
ส่งเสรมิ ขนบธรรมเนียมประเพณี สนกุ สนาน
4.8.3) ไมค่ วรแสดงเร่อื งไร้สาระ เสียดสบี ุคคล เร่ืองการเมือง ผีสาง ลามก อนาจาร
ล้อเลียนศาสนา
4.8.4) หา้ มใชอ้ าวธุ จริงหรอื ของมีคมมาประกอบการแสดง
4.8.5) หา้ มสบู บหุ รีใ่ นขณะนั่งอยใู่ นบรเิ วณชุมนมุ
4.8.6) หา้ มดมื่ ของเมา รวมทง้ั นำมาใชป้ ระกอบการแสดง
4.8.7) ไม่ควรแตะตอ้ งหรือนำส่ิงของข้ามกองไฟหรือใช้กองไฟประกอบการแสดงในทางไม่
เหมาะสม
4.8.8) ใหน้ ายหมู่นำธงหมมู่ าดว้ ย เม่ือสง่ั ให้ทุกคน “ตรง” นายหมทู่ ำวันทยาวุธและ
เรียบอาวธุ เมอื่ ส่งั พกั
คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 161
5) ตัวอยา่ งคำกล่าวเปิดการชมุ นุมรอบกองไฟ
5.1) ดว้ ยจิตใจอันดีและสปริ ติ อันสงู ของลูกเสอื ท่ีมาชุมนมุ ณ กองไฟนี้ จากทิศเหนอื ทศิ ใต้ ทิศ
ตะวนั ออก ทศิ ตะวนั ตก ข้าพเจ้าขอเชิญสิ่งศกั ดิส์ ิทธ์ิทง้ั หลายจงมาเป็นสักขีพยานในการชมุ นุมรอบกองไฟนี้
จงนำโชคดีมาสทู่ า่ น และขอใหก้ ิจการลูกเสอื จงเจรญิ รุ่งโรจนเ์ หมอื นแสงไฟอนั รงุ่ โรจน์ ส่งิ ไมด่ ีไมง่ าม
ทัง้ หลายขอจงมอดไหมเ้ ปน็ เถ้าถ่านในกองไฟน้ี พ่ีนอ้ งลูกเสอื ทง้ั หลาย บดั น้ถี ึงเวลาแล้ว ข้าพเจ้าขอเปดิ
ชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดน้ี
5.2) จากแสงไฟที่ลุกโชติชว่ งอยู่ ณ บดั นี้ เปรียบประดจุ กิจการของลูกเสอื ท่รี ่งุ โรจน์ สว่ นเถ้า
ถ่านทมี่ อดดบั เหมอื นกับสงิ่ ที่เราทำผิดพลาดไว้ขอใหส้ ลายไป ถงึ เวลาแล้ว ขา้ พเจา้ ขอเปดิ การชมุ นุมรอบ
กองไฟ ณ บัดนี้
5.3) ขอเดชะส่ิงศกั ด์สิ ิทธิ์ในสากลโลก จงดลบันดาลใหก้ จิ การลกู เสอื เจรญิ รุ่งเรืองยิ่งๆขึน้ ไปทัง้
4 ทศิ ดุจเปลวเพลิง ท่สี ่องแสงสวา่ งรงุ่ โรจน์อยู่น้ี บัดน้เี ปน็ วาระฤกษอ์ นั ควรเปิดการชมุ นมุ รอบกองไฟแล้ว
ขา้ พเจา้ ขอเปิดการชมุ นุมรอบกองไฟ
5.4) ท่ามกลางกองไฟอนั รุ่งโรจน์ที่อยตู่ รงหน้าเรานี้ เปรยี บเหมอื นแสงสวา่ งแห่งวญิ ญาณและ
ความรุ่งเรอื งของกจิ การลูกเสือ สว่ นความช่วั ร้ายอันจะพึงเกิดขนึ้ กับกิจการของคณะลกู เสือ ขอให้สลาย
หมดสน้ิ ไปเหมอื นกบั เถา้ ถ่านของกองไฟ ท่กี ำลังจะมอดดบั ไป ณ บดั น้ี ถึงเวลาแลว้ ขา้ พเจา้ ขอเปิดการ
ชุมนุมรอบกองไฟ
การร้องเพลง
1) ความหมาย
เพลงลูกเสือ หมายถงึ เพลงท่ีมีลักษณะส้นั จำงา่ ย มที ำนองเปน็ ท่ีรจู้ ักกนั ทว่ั ไป มเี นื้อร้องปลุกใจ
และสนุกสนาน ใช้ท่าทางประกอบ แฝงดว้ ยบทเรียน คติธรรม ระเบียบวินัย ประเพณีวัฒนธรรม คำสอน
ต่าง ๆ
2) ความเป็นมา
บ.ี พ.ี เมือ่ อายุได้ 31 ปี ได้ยศรอ้ ยเอกได้รับคำสงั่ ใหไ้ ปปราบกบฎพวกซูลู ในแอฟรกิ าซึง่ มี “ดนิ ิซลู ู”
เป็นหัวหน้า แต่จบั ไมไ่ ด้เพราะ“ดินิซูลู” หนีไปเสียก่อน ในการปราบกบฏครงั้ นี้ บ.ี พี.ได้รับความรูน้ ำมาใชใ้ น
กจิ การลูกเสือ คอื บทเพลง “อินกอนยามา” มาสอนเดก็ ๆ ซึง่ มีเน้อื รอ้ งดงั นี้
หวั หนา้ นำ Eengonyama Gonyama (อนิ กอน-ยา-มา) (กอน-ยา-มา )
ลกู คู่ Invooboo yaboh yaboh Invooboo (อิน-ว-ู บู ยา-โบห์ ยา-โบห์ อิน-ว-ู บ)ู
ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว พระองคท์ รงวางรากฐานการลูกเสือไทยไว้
อยา่ งดีกิจการลกู เสือได้ขยายตวั ไปท่ัวราชอาณาจักร นอกจากจะได้พระราชทานคตพิ จนใ์ ห้แก่คณะลกู เสอื
แหง่ ชาติแล้ว ยงั ได้พระราชนพิ นธบ์ ทละครพดู เร่อื ง “หัวใจนกั รบ” เพ่ือส่งเสรมิ กจิ การลกู เสอื ไทย และได้
ทรงประพันธ์ ซงึ่ คณะลูกเสือแหง่ ชาตไิ ดน้ ำมาเป็นบทเพลง เช่น เพลงสยามมานุสติ, เพลงรกั ชาติบา้ นเมอื ง,
เพลงไทยรวมกำลงั ตั้งมั่น เปน็ ต้น
ค่มู ือปฏิบตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 162
3) ประเภทของเพลงของลกู เสือ
คณะอนุกรรมการฝา่ ยวชิ าการ คณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แหง่ ชาติ รวบรวมไวจ้ ัดเปน็ หมวด ๆ
คอื
3.1) หมวดเพลงปลุกใจ เช่น เพลงสยามานุสติ
3.2) หมวดเพลงอวยพร เชน่ เพลงพุทธานุภาพนำผล
3.3) หมวดเพลงกิจการลกู เสือ และระเบียบวนิ ยั เช่น เพลงเดก็ เอ๋ย เดก็ ดี
3.4) หมวดเพลงรำวง เชน่ เพลงลอยกระทง
3.5) หมวดเพลงที่ไดร้ ับความนิยมทว่ั ไป เชน่ เพลงเหมือนไมเ่ คย
3.6) หมวดเพลงนานาชาติ เช่น เพลง ออร์เล็งไซน์
4) ตวั อย่างของเพลงลูกเสือแตล่ ะประเภท
4.1) เพลงลูกเสอื สำรอง ไดแ้ ก่ เพลงคำปฏิญาณ-กฎและคติพจน์ เชน่ เพลงคติพจน์ลกู เสือสำรอง, เพลงท่ี
ประกอบทา่ ทาง เชน่ เพลงหวั ไหล่ เข่า และเท้า และการเลียนแบบสตั วต์ ่าง ๆ
4.2) เพลงลกู เสือสามญั ไดแ้ ก่ มาร์ชลูกเสอื สามัญ, เพลงประกอบท่าทาง เชน่ หากวา่ เรากำลังสบาย,
เพลงทเี่ ก่ียวกับสัตว์ที่เปน็ ชอ่ื หมขู่ องลกู เสอื สามญั เชน่ เพลงคา้ งคาว เป็นตน้
4.3) เพลงลูกเสือสามญั ร่นุ ใหญ่ ไดแ้ ก่ เพลงเกยี รติคุณลูกเสือไทย (เพลงมาร์ช) เพลงประกอบท่าทาง เช่น
ปรบมอื ให้ดงั เปน็ ตน้
4.4) เพลงลูกเสือวสิ ามญั ได้แก่ เพลงปลกุ ใจใหร้ ักชาติ เช่น เพลงสยามานสุ ติ, ศกึ บางระจนั อยธุ ยาเมอื ง
เกา่ เพลงสนุกสนาน เชน่ เพลงรว่ มกนั ทำงาน เพลงอยา่ เกยี จครา้ น เพลงท่เี นน้ คตธิ รรมทว่ั ไป เช่น เพลง
สดุดมี หาราชา ต้นตระกลู ไทย รักเมืองไทย ต่ืนเถิดชาวไทย
5) คณุ ประโยชน์ของเพลงลูกเสอื
5.1) ทำใหท้ ราบถึงความสำคญั ประวัติ ความเป็นมาในอดีต ชว่ ยเสรมิ ความจำในบทเรยี นให้
แมน่ ยำย่ิงขึ้น
5.2) เพ่อื แสดงถึงสติปญั ญา วฒั นธรรม และคณุ ธรรมของประเทศชาติ
5.3) เป็นส่ือกลางในการตดิ ต่อและสรา้ งความเขา้ ใจอนั ดรี ะหวา่ งลูกเสอื กบั ลกู เสือ ลูกเสือกบั
ผู้บงั คับบญั ชาลูกเสอื และกบั ประชาชนท่วั ไป
5.4) เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอารมณ์จติ ใจ ให้เบิกบานแจม่ ใส เสริมสรา้ งสขุ ภาพกายและจติ ให้
เปน็ คนทีม่ องโลกในแงด่ มี ีความสนกุ สนานรา่ เรงิ และช่วยในการเรียนการสอน
5.5) ส่งเสรมิ ความสามัคคีรกั ใคร่ในหมู่คณะ ปลูกฝังความรกั ชาตบิ ้านเมอื ง
5.6) เพื่อเปน็ การส่งเสรมิ การแสดงออกของลกู เสือ
ทม่ี า : คณะอนกุ รรมการฝ่ายวิชาการ, คณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แห่งชาติ, สำนักงาน. หนงั สือเพลง
สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสอื แหง่ ชาติ. คูม่ ือการฝึกอบรมวิชาผกู้ ำกับลูกเสือสามัญ
รนุ่ ใหญ่ ขั้นความรขู้ น้ั สงู . : http://th.wikipedia.org. สบื ค้นวนั ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554.
ค่มู อื ปฏบิ ตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 163
การเล่นเกม
การเล่นเกมเป็นภาระของผู้กำกับลกู เสอื ที่จะเลือกการเล่นอย่างระมัดระวัง มจี ุดประสงค์อยใู่ น
สมอง ต้องทำกำหนดการให้มีการเล่นแต่ละอย่างได้สัดส่วนกัน ไม่ใช่เอาการเล่นมาใช้ เพ่ือเป็นเครือ่ ง “ฆ่า
เวลา” เพ่ือท่ีจะให้ได้คุณค่าเต็มที่ การเล่นต้องให้มีความเพลิดเพลิน สนุกสนาน การเล่นท่ีมีเสียงเอะอะ
อึกทึกเกิดโทษ ให้คุณค่าน้อย เด็กจะมองเห็นประเด็นน้ีได้โดยเร็ว ถ้าจะให้การเล่นก่อให้เกิดความ
เพลิดเพลินสนุกสนาน กติกา ข้อบังคบั และวนิ ัยของผู้เล่นแต่ละคนเป็นของจำเป็น ความสำคัญของความ
ยุติธรรม ความไม่เห็นแก่ตัว และการช่วยเหลือผู้ที่เล็กกว่า อ่อนแอกว่า ซ่ึงกติกาเหล่าน้ีจะปรากฏแก่เด็ก
และเด็กจะมคี วามประทบั ใจ
1) ชนดิ ของการเล่นเกม
การเลน่ เกมสามารถจำแนกออกได้เป็น 9 ชนิด ดงั นี้
1.1) การเล่นทง้ั กอง (General Games) เป็นเกมทั่วไปเลน่ เบาๆ สนุกสนาน
1.2) การเล่นที่มีคแู่ ขง่ ขัน (Conquer) เป็นการเล่นที่มคี ู่แขง่ ขัน เลน่ ได้ท้ังกองจะแข่งขนั จากคนหน่ึง
ไปอกี คนหนึ่งก็ได้ หรือจับคแู่ ข่งขันกันจะมีผูช้ นะในทีส่ ดุ เช่น ชนววั
1.3) การเลน่ แบบวิง่ ผลัด (Relay Games) เป็นการเล่นทสี่ ง่ ตอ่ แข่งขันเปน็ หมู่
1.4) การเลน่ เปน็ ชดุ (Team Games) แขง่ ขันเป็นชดุ หรอื เปน็ ทีม
1.5) การเล่นเพ่ือทดสอบ (Star Test Games or Test Games) เป็นการเล่นเพ่ือทดสอบความรู้
ความเข้าใจและทกั ษะจากบทเรยี นทีผ่ ่านมา
1.6) การเลน่ เพ่ือฝึกประสาท (Sense Training Games) เป็นการเล่นฝึกประสาทใหว้ ่องไว ในการ
ฟงั คำสง่ั การปฏบิ ตั ิตาม ทำให้เกดิ ไหวพรบิ ดี
1.7) การเล่นเงียบๆ (Quiet Games) การเล่นท่ีไม่ต้องใช้เสียง การใช้ความคิดหรือกิจกรรมที่
ต้องการบรรยากาศสงบเงียบ
1.8) การแสดงบทบาท (Acting Games) เป็นการแสดงท่าทางสวมบทบาทตัวละครหรือแสดง
บทบาทลอ้ เลียนแบบต่างๆ
1.9) การเล่นในที่กว้าง (Wide Games) เป็นการเล่นกลางแจ้งในท่ีกว้างเช่นการเล่นซ่อนหาไล่จับ
และสะกดรอย
2) ขอ้ แนะนำบางประการท่ีพึงจำเมอ่ื เตรยี มการเลน่
2.1) การเล่นเกมนานาชนดิ ที่เดก็ ชอบ อยา่ ให้เล่นซำ้ ซาก ไมจ่ ำเป็นการแขง่ ขนั หรือแบบว่งิ ผลัด
2.2) ตรวจสอบอปุ กรณ์วา่ มพี ร้อมบริบรู ณ์ เรยี งตามลำดับการใชก้ ่อนหลงั ให้เสรจ็ ก่อนเรม่ิ เล่น
2.3) ทำกติกาใหง้ ่าย และแจ่มชดั กติกาทส่ี ลบั ซับซอ้ น จะลมื ง่ายและเข้าใจผิด เมื่อกำลังต่ืนเต้น
ด้วยการเล่น เดก็ จะละเมดิ กตกิ างา่ ย
2.4) ควรยึดหลกั ความยตุ ธิ รรม เมอื่ มกี ารละเมิดกติกาหรือการเล่นผิดไปจากทอ่ี ธิบายไว้ให้หยุดการ
เลน่ อธิบายใหม่แล้วจงึ เล่นตอ่ ไป การละเมดิ กตกิ าโดยฝา่ ยหนึง่ จะทำให้อีกฝา่ ยหนึง่ มปี ฏิกริ ยิ าตอบโต้แทน
ค่มู ือปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 164
2.5) ควรสร้างบรรยากาศให้มีความสงบเงียบ ซึ่งเป็นส่ิงจำเป็นเม่ืออธิบายการเลน่ รวมท้ังผูใ้ หญ่ท่ี
ยืนดูอยู่ข้างๆ ดว้ ย
2.6) การทดลองการเล่นใหม่ควรเรม่ิ ต้นช้าๆ เพ่ือให้แน่ว่าทุกคนเข้าใจ อาจทำในที่ประชมุ นายหมู่
กอ่ นก็ได้โดย ใหน้ ายหม่ลู องเลน่ ดู
2.7) การเล่นแบบแพ้คดั ออก ใหผ้ ู้ถกู ออกยนื ดูขา้ งสนาม ควรเลยี่ งเพราะเดก็ เหล่านี้ จะรวมกนั เล่น
อย่างอื่น ควรให้เป็นผู้สังเกตการณ์หรือเป็นผู้ช่วยตัดสินถ้าต้องการ หรืออาจใช้วิธีให้เด็กท่ีถูกคัดออกได้
กลับเข้าไปร่วมการเลน่ ใหม่
2.8) ควรเคร่งครัดในเรื่องเวลา อย่าเล่นจนเกินเวลา การเล่นท่ีดีจะหมดความหมายไปหากความ
สนุกหมดลง คมู่ ือการเล่นเกมเปน็ สว่ นสำคัญทผ่ี บู้ ังคับบญั ชาลูกเสือตอ้ งมไี ว้
การเล่านทิ าน
การเล่านิทาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่ผู้ฟัง ฝึกผู้ฟังให้มี
จนิ ตนาการไปตามเร่ืองท่ีฟัง การสอดแทรกข้อคิด คติธรรม หรือเรื่องราวใด ๆ แฝงเข้าไปในเรื่อง จะทำให้
ผู้ฟังซึมซบั ไปโดยไม่รูต้ วั การเลา่ นิทานจึงเปน็ กิจกรรมท่เี ด็ก ๆ ช่นื ชอบมาก จงึ เปน็ การกระตุ้นเร้าให้เด็กรัก
การอ่าน และเป็นการปลูกฝังความรัก ความซาบซ้ึงในวรรณกรรมและวรรณคดีต่าง ๆ ในปจั จุบันครูและ
บรรณารักษ์จึงใช้การเล่านิทานเป็นกิจกรรมประกอบการสอนและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน แต่การเล่า
นทิ านที่จะสร้างความเพลิดเพลินหรอื ความประทับใจในเร่ืองใหผ้ ฟู้ ังติดตามเรื่องไปจนจบอย่างไม่รู้เบื่อนั้น ผู้
เล่าจะต้องมีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั รูปแบบการเล่านิทานและเทคนิคในการเล่าอย่างเหมาะสม
1) รูปแบบการเลา่ นทิ าน
โดยทั่วไปการเล่านิทานผู้เล่าจะเล่าง่าย ๆ ตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ มาประกอบ
อย่างไรก็ตามการนำอุปกรณ์มาประกอบการเล่านิทานก็จะช่วยเร้าความสนใจและเพ่ิมสีสันให้แก่เร่ือง
เพิ่มขึ้น และในบางคร้ังยังช่วยให้เด็กไดร้ ับการพฒั นาทกั ษะด้านอื่น ๆ ไปด้วย เช่น ทักษะการวาดรูป การ
พบั กระดาษ หรือการแสดง เป็นต้น รปู แบบการเลา่ นทิ านอาจสรุปได้เปน็ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คอื
1.1) การเล่าแบบปากเปล่า เป็นการเล่านิทานแบบดงั้ เดิมท่ีผ้เู ล่าไม่ใช้ส่ือหรืออุปกรณ์ใดๆ ใน
การเล่า ผูเ้ ล่าจงึ ตอ้ งจำเร่ืองได้อยา่ งแมน่ ยำ โดยเลือกเรื่องท่ีไมย่ าวนัก หรือเป็นเรือ่ งทีม่ ีความซำ้ ๆ กัน จะ
ช่วยใหผ้ ฟู้ ังโดยเฉพาะเดก็ เล็ก ๆ สามารถติดตามเรือ่ งได้ การใชน้ ้ำเสยี งทีน่ ่าฟงั ตามอารมณข์ องเสียงจะชว่ ย
ใหผ้ ้ฟู งั ไมร่ สู้ ึก เบ่ือหนา่ ย การฝกึ ซอ้ มจึงเปน็ ส่ิงสำคญั
1.2) การเล่าโดยใช้หนงั สอื ภาพ มีเทคนคิ ดงั น้ี
1.2.1) อ่านนทิ านให้ข้ึนใจ
1.2.2) ศึกษาภาพประกอบในหนังสือ ปกหน้า ปกหลัง
1.2.3) ตำแหน่งของผู้เล่า ควรอยู่ในตำแหนง่ ท่ผี ้ฟู ังเห็นภาพท่ัวถึง
คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 165
ภาพที่ 1 ตำแหนง่ ผูเ้ ลา่ และผู้ฟัง
1.2.4) การถอื หนังสือ ไม่จำเป็นตอ้ งถอื หนงั สอื นงิ่ อยู่ตลอดเวลา อาจโยกหนงั สอื ขยบั
หนังสือได้ ในขณะเดยี วกนั นว้ิ มอื จะต้องสอดเตรยี มพรอ้ มที่จะเปดิ หนา้ ถัดไป
ภาพที่ 2 แสดงการถือหนงั สอื
1.3) การเล่านิทานโดยใช้สอ่ื หรอื อปุ กรณอ์ ื่น ๆ ประกอบการเลา่ มีเทคนิคในแตล่ ะอยา่ งดงั นี้
1.3.1) การใชภ้ าพ ภาพจะต้องมีขนาดใหญพ่ อเหมาะกับกลุ่มผู้ฟัง การเขยี นเนอื้ เร่อื งไว้ขา้ ง
หลงั ภาพ จะช่วยใหจ้ ำเรื่องได้
1.3.2) การเล่าไปวาดไป การใช้เชือก การพับกระดาษหรือกระดานผ้าสำลีประกอบการเล่า
การเลือกเร่ือง (หรือแต่งเร่ือง) ให้สอดคล้องกับรูปแบบการวาด การใช้เชือก หรือการพับกระดาษหรือ
กระดานผา้ สำลี เพอ่ื ให้ผู้ฟังเกิดจนิ ตนาการคล้อยตามเรอื่ งที่เลา่ และการ ฝึกซ้อมการเล่าเร่อื งใหส้ ัมพันธ์กับ
วธิ ีการเลา่ จะต้องทำไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ ไม่เคอะเขนิ และตระเตรียมอุปกรณท์ ีจ่ ะใชเ้ ล่าใหพ้ รอ้ มกอ่ นการเล่า
1.3.3) การเล่าโดยร้องเพลงประกอบ การใช้เพลงประกอบการเล่านิทาน สว่ นมากจะใชก้ ับ
เด็กเล็ก เพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมในการร้องด้วย อาจใช้ตอนนำเรื่องก่อนเล่า หรือใช้ประกอบขณะเล่าก็ได้
ส่ิงสำคัญคอื การเลอื กเพลงท่ีเหมาะกับเรอื่ งที่จะเลา่ เช่น เพลงงูกับเต่า เต่ากบั กระตา่ ย มด เปน็ ต้น
1.3.4) การเล่าโดยใช้หุ่น ถา้ เปน็ การเลา่ ในกลุม่ เลก็ ผเู้ ชิดอาจเชิดให้ผู้ฟังเห็นได้ โดยไม่ต้อง
ใช้โรงหุ่น แต่ถ้าเป็นการแสดงหุ่นในโรงหุ่น หรือบนเวทีแสดงต้องอาศัยเทคนิคด้านการแสดง การเขียนบท
การกำกับการแสดง แสง เสียง และฉากเป็นสำคัญ นอกจากน้ีจำนวนผู้เชดิ หุ่นจะต้องสัมพันธก์ ับจำนวน
ตัวละคร ท่อี อกมาในแตล่ ะฉากดว้ ย สว่ นบทเจรจาจะเป็นการพากยส์ ดหรอื อัดเสยี งลงเทปกไ็ ด้
ค่มู อื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 166
2) เทคนิคการเลา่ นทิ าน
การเล่านิทานไม่ว่า จะเลา่ ในรูปแบบใด ผู้เล่าจำเปน็ จะต้องใช้ศิลปห์ รือเทคนิคในการเล่าเพื่อดึงดูด
ความสนใจ หรือสรา้ งความสนุกสนานกบั ผ้ฟู ัง ดงั น้ี
2.1) เลอื กนิทาน/เลือกเร่ือง การเลือกนิทานควรเลือกให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟงั ทั้งด้านจำนวน
วยั และเพศ ท้ังน้ีเพราะผู้ฟังแต่ละวัย (แต่ละกลุ่ม) จะมีความสนใจในเร่ืองท่ีฟังต่างๆ กัน ระยะเวลา (ช่วง
ความสนใจส้ัน-ยาว) ต่างกัน การรับรู้เร่ืองราวที่มีความซับซ้อน หรือมีการใช้คำศัพท์ท่ียากง่ายต่างกัน
นอกจากน้คี วามรู้หรอื ขอ้ คิดที่ไดจ้ ะแตกต่างกันไปตามเนือ้ เรอื่ งของนิทานท่ีจะนำมาเลา่ ด้วย ดว้ ยเหตนุ ้ีการ
เลือกเร่ือง/เลือกนิทานที่จะนำมาเลา่ จึงเป็นส่ิงสำคัญลำดับแรก ความสนใจของเดก็ แต่ละวัยจะแตกต่างกัน
ดงั นี้
2.1.1) เด็กเล็กและ ป.1-2 จะสนใจเร่ืองท่ีเก่ียวกับส่ิงใกล้ตัว เช่น สัตว์เล้ียง และเร่ืองใน
จินตนาการ เช่น นางฟ้า เทวดา ของวิเศษ เปน็ ตน้ หรือทม่ี ตี ัวละครน้อย โครงเร่ืองไมซ่ บั ซอ้ น ใชเ้ วลาในการ
เล่าไม่นานนกั
2.1.2) เด็ก ป.3-4 เด็กผู้หญิงและผู้ชายเริ่มจะแสดงความสนใจในเร่ืองราวที่ต่างกัน โดย
เดก็ ผู้ชายจะชอบเร่อื งโลดโผน ผจญภยั วิทยาศาสตร์ และการประดษิ ฐ์มากกว่า ส่วนเด็กผ้หู ญิงจะยังคงชอบ
เรอ่ื งเกย่ี วกับธรรมชาติ จนิ ตนาการ ความรัก และสิ่งสวยๆ งามๆ
2.1.3) เด็ก ป.5-6 ความสนใจจะยังคงเหมือนตอน ป. 3-4 แต่จะมีความสนใจเร่ืองท่ีเป็น
จรงิ มากข้ึน ชอบเรอ่ื งทม่ี โี ครงเรือ่ งซบั ซ้อน หรือขมวดปมใหค้ ิดมากขึ้น
การเลือกเรื่องท่ีสนุก ตนื่ เต้น เร้าใจหรือเรื่องขำขัน จะสร้างความพอใจให้กับผู้ฟัง และผู้เล่า
ด้วย เรื่องท่คี วรหลกี เล่ยี งคือเร่ืองที่หวาดเสยี ว หยาบโลน เขา้ ใจยาก อืดอาดและไมส่ รา้ งสรรค์
นอกจากนี้การเลือกเร่ืองจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับวิธีการเล่า ตลอดจนความพร้อม ความสามารถ
หรือความถนดั ของผู้เล่าด้วย
2.2) ฝึกฝน ความแม่นยำในเรื่องที่จะเล่า แม้ว่าการเล่านิทานจะไม่จำเป็นต้องท่องจำถ้อยคำ
ต่าง ๆ ทุกถ้อยคำในนิทานจนข้ึนใจ แต่จำเป็นจะต้องจำเก่ียวกับการลำดับเร่ือง อารมณ์ของเร่ือง และ
ใจความสำคัญของเรื่อง เพื่อให้สามารถเล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ผู้เล่าไม่มีเวลาท่องจำเร่ืองราว
สำคัญ อาจใช้บัตรบนั ทึกคำสำคญั เพือ่ เตือนความจำก็ได้ (ดตู วั อย่างภาพที่ 3)
ค่มู ือปฏิบตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 167
ภาพท่ี 3 บตั รบนั ทกึ นทิ าน
เจ้านายผ้เู ป็ นยอดแห่งนายท้งั ปวง
ชายชราถาม หญงิ สาวตอบ ชายชราบอก
ตวั เขาเอง
เตยี ง ท่าน คณุ เจา้ นายผเู้ ป็นยอดแห่งนายท้งั ปวง
เส้ือ กางเกง
แมว เตียง แทน่ นอน อาสน์ออ่ นนอนเพลนิ
ไฟ
น้า เส้ือ กางเกง สองแขนสองขาน่าสวมน่าใส่
บา้ น
แมว วิฬาร์ เจา้ หนา้ ขาวจอมซนขนฟู
ไฟ ถา่ น เปลวไฟ แสงแดดแรงร้อน
น้า วารี คงคา สาคร ของเหลวของใชด้ บั กระหายคลายร้อน
บา้ น คฤหาสน์ เคหา ท่ีอยอู่ าศยั โดมเดน่ เป็นสงา่ เสียดฟ้ายอดไศล
2.3) การใชเ้ สยี งและทา่ ทางประกอบการเล่านิทาน การเล่านิทาน ควรใช้เสียงที่เป็น
ธรรมชาติ มีชีวิต ชีวา (ไม่แผ่วเบา แหลมแปร๋น สั่นเครือ รัวเร็วจนฟังไม่ทัน หรือช้าเนิบนาบจนน่าเบื่อ)
เพือ่ แสดงใหเ้ ห็นถึงความเต็มใจในการเล่า การเปลีย่ นเสียงตามตัวละครแต่ละตัวไม่ใชส่ ่ิงจำเป็น แต่ถ้าผู้เล่า
คนใดสามารถทำได้โดยไม่ขัดเขินก็จะทำให้นิทานเรื่องนั้นสนุกสนานมากยิ่งข้ึน การใช้สีหน้า แววตา
ประกอบอารมณ์ตามเหตุการณ์ ควรเป็นไปตามธรรมชาติ ในบางครั้งอาจใช้มือ การเน้นเสียง หรือทำตาลุ
กวาว ประกอบเรอื่ งทตี่ ่ืนเต้นได้บ้างแต่ไมค่ วรใหม้ ากเกนิ ไป
2.4) การฝึกซ้อม เพ่ือความแม่นยำในเร่ืองที่เล่า การใช้น้ำเสียง ภาษา ท่าทางหรือการใช้
อปุ กรณป์ ระกอบอย่างไม่ขัดเขิน ผเู้ ลา่ ควรมีการฝกึ ซ้อมการเลา่ ใหค้ ลอ่ งแคลว่
ค่มู อื ปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 168
บรรณานุกรม
กำจร พรหมวนั . (2524). “บทบาทผูก้ ำกบั ลูกเสอื .” ลูกเสอื . 45(4) : 12-14(4).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.2551. กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พ์ ร.ส.พ.
. (4 มนี าคม 2551). “พระราชบญั ญัติลกู เสือ พ.ศ.2551.” ราชกิจจานุเบกษา. 92(93).
. (2546). พระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เติม
(ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2545. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ ร.ส.พ.
. (2534). ค่มู อื การจัดกจิ กรรมนกั เรียนระดบั ประถมศกึ ษา และมัธยมศึกษา พทุ ธศกั ราช
2520. กรงุ เทพมหานคร : บรษิ ทั ยูไนเต็ดโปรดกั ช่นั จำกดั .
กรมวิชาการ. (2533). คู่มือการจดั กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 - 6 (หลกั สูตร
ลกู เสอื สามญั ). กรงุ เทพฯ : คุรุสภาลาดพรา้ ว.
จรวยพร ธรณินทร์. (กรกฎาคม – สิงหาคม 2537). “การพฒั นาคณุ ภาพในการจดั การศึกษาดา้ น
ลูกเสือ.” วารสารลกู เสอื . 58 : 20.
. (2546). ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการแก้ปัญหาเยาวชนไทย : นำศลี ธรรมกลบั คนื สู่
สถานศกึ ษา. (ออนไลน)์ . สบื คน้ เม่ือวนั ที่ 22 มีนาคม 2553 จาก
http://www.sema.go.th/ files/Content/Non_formal/0025/0025.pdf
เฉลมิ ชยั อนิ ตะ๊ ยศ. (2552). การปฏบิ ตั ิงานของผ้กู ำกับลกู เสอื ในโรงเรยี นบา้ นแม่เฮเหนอื
อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. การค้นคว้าแบบอสิ ระศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต
(การบรหิ ารการศกึ ษา) ). เชียงใหม่ : บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่.
ถนอม บญุ ประภา. (2546). กลยทุ ธ์การฝึกอบรมลูกเสือสามญั รุน่ ใหญย่ คุ โลกาภิวตั น์. (ม.ป.ท.)
ทองสุข ชาภักดี. (2545). การนิเทศการสอนแบบมสี ว่ นรว่ ม โรงเรียนบา้ นนาเวียง สำนักงานการ
ประถมศกึ ษาจังหวดั ยโสธร. การศึกษาคน้ ควา้ อิสระปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑิต
(การบรหิ ารการศกึ ษา). มหาสารคาม : บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
ธนกร ใจดี. (2547). การพัฒนาครเู กี่ยวกับการจดั กิจกรรมลูกเสือเพอื่ เสรมิ สร้างความมีวินัยในตนเอง
ของนักเรียนโรงเรียนบ้านเทพพนาธรรมนิติอปุ ถมั ภ์ อำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ.
การศกึ ษาค้นควา้ อิสระปรญิ ญาการศกึ ษามหาบัณฑติ (การบรหิ ารการศกึ ษา). มหาสารคาม
: บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
บวรวทิ ย์ เลิศไกร. (2552). การพฒั นาหลักสูตรการฝึกอบรมผกู้ ำกับลูกเสอื เพื่อฝึกอบรมนายหมู่ลกู เสือ.
วทิ ยานิพนธศ์ ึกษาศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต (การบริหารการศกึ ษา). นครราชสีมา :
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษช์ วลิตกลุ .
เบเดน โพเอลล.์ (2529). การลูกเสอื สำหรบั เดก็ ชาย. แปลโดย อภยั จนั ทวิมล. กรุงเทพฯ : ครุ สุ ภา
ลาดพร้าว.
ประดบั แก้วผลึกและคณะ. (2549). แนวทางการจัดกิจกรรมทส่ี อดคล้องกับหลกั สูตรการศึกษา
ขน้ั พน้ื ฐาน. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั อมรินทรพ์ รนิ้ ติ้งกรุ๊ฟ.
ประเสริฐ ธคิ ำ. (2549). การจัดกจิ กรรมการเรียนร้ลู ูกเสอื เนตรนารี ดาวดวงที่ 3 ชว่ งชัน้ ท่ี 1
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นบ้านปางริมกรณ์ สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาเชยี งราย
เขต 1. วทิ ยานิพนธค์ รศุ าสตรมหาบัณฑิต (หลักสตู รและการสอน). เชียงราย :
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงราย.
เปลอื้ ง ณ นคร. (2516). พจนา-สารานกุ รม ฉบับทนั สมัย เล่ม 1. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
พิชัย รัตตกลุ . (2526). คำปราศรัยในพิธเี ปิดการประชุมสภาลูกเสอื แห่งชาติ คร้งั ที่ 19 ประจำปี 2526
ในรายงานการประชุมสภาลูกเสือแหง่ ชาติ ประจำปี 2526. (หนา้ 18, 102). กรุงเทพฯ :
สำนกั งานคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แห่งชาต.ิ
พรสวรรค์ ธนกัญญา, (2549) การสำรวจทัศนคติของครูและนักเรียนในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
ในโรงเรียนรฐั บาลจงั หวดั นครสวรรคท์ ี่มีต่อกจิ กรรมลูกเสือ. วิทยานิพนธ์
ครศุ าสตรมหาบัณฑิต. กรงุ เทพฯ : บัณฑติ วิทยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2542). พจนานุกรม ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2542. (ออนไลน)์ .
สบื ค้นเมอ่ื วันท่ี 10 พฤษภาคม 2554 จาก http://rirs3.royin.go.th/new-
search/word-search-all-x.asp
วันมะหะหมัดนอร์ มะทา. (2523). กิจกรรมเสริมหลกั สูตร ทฤษฎีและภาคปฏิบตั .ิ กรุงเทพ ฯ :
โอเดียนสโตร์.
ศาสตราวธุ บุ้งทอง. (2537). การบริหารกจิ กรรมลกู เสือในโรงเรยี นมัธยมศกึ ษาตอนต้น
สงั กดั กรมสามัญศกึ ษา จงั หวดั ยโสธร. วิทยานิพนธ์ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต
(การบริหารการศกึ ษา). ขอนแกน่ : บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ .
สมชยั วฑุ ฒปิ รชี า. (2533). “การพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ของสำนกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษา
แห่งชาต.ิ ” วันลกู เสือ 1 กรกฎาคม 2533. กรุงเทพฯ : กองลกู เสอื กรมพลศกึ ษา.
สมพศิ จากภัย. (2549). การศึกษาสภาพการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนวิชาลูกเสือสามญั ร่นุ ใหญ่
ในสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน สังกัดสำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาสรุ นิ ทร์. วทิ ยานิพนธ์
ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). สรุ ินทร์ : บัณฑิตวิทยาลยั
มหาวิทยาลยั ราชภฏั สุรนิ ทร.์
สมร ตอ้ งโพนทอง. (2548). การพฒั นาการดำเนนิ งานจัดกจิ กรรมลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่
โรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์ธวัชบุรี สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษารอ้ ยเอ็ด เขต 1.
การศกึ ษาค้นควา้ อิสระการศึกษามหาบัณฑิต (การบรหิ ารการศกึ ษา). มหาสารคาม :
บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
สมรรถไชย ศรีกฤษณ์. (2537). คู่มอื ลูกเสือสำรอง ลูกเสอื สามัญ. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานชิ .
สำนกั งานคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แห่งชาต.ิ (2542). ขอ้ บงั คบั คณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ว่าด้วยการ
ปกครอง หลกั สูตรและวิชาพิเศษลกู เสือสามัญรนุ่ ใหญ่ (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2528. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว.
. (2537). คู่มอื การฝกึ อบรมผบู้ งั คับบญั ชาลกู เสอื ขัน้ ผู้ชว่ ยผใู้ ห้การฝกึ อบรมวิชาผูก้ ำกบั
ลกู เสือ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ ุรสุ ภาลาดพร้าว.
. (2534). ขอ้ บงั คบั คณะลกู เสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลกู เสือ
พ.ศ.2509. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
. (2532). คู่มอื การฝกึ อบรมวิชาผู้กำกบั ลูกเสือสามญั ข้ันความรูเ้ บอื้ งตน้ . กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พค์ รุ สุ ภาลาดพร้าว.
. (2529). คู่มอื การฝกึ อบรมวิชาผู้กำกบั ลกู เสอื สำรอง ขนั้ ความร้เู บอ้ื งต้น. กรงุ เทพฯ :
โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
. (2529). 75 ปี ลกู เสือไทย 2454-2529. กรุงเทพฯ : เทพนิมติ รการพมิ พ.์
. (2525). คู่มือการฝกึ อบรมวชิ าผู้กำกบั ลกู เสือสามัญรุน่ ใหญ่ ขน้ั ความรูเ้ บอื้ งต้น. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว.
สำนักนายกรัฐมนตรี. (11 กันยายน 2551). “พระราชบัญญัติส่งเสรมิ และประสานงานเยาวชน.”
ราชกิจจานเุ บกษา. 95(94). 2551.
สำนักราชเลขาธิการ. (2529). พระราชดำรสั และพระบรมราโชวาท. (ออนไลน)์ . สบื ค้นเมอื่
วนั ที่ 28 เมษายน 2554 จาก http://www.ohmpps.go.th/documents/
BR2530019/txt/T0003_0002.txt
สุเวศ กลบั ศร.ี (2556). การพัฒนากิจกรรมลูกเสือเพอ่ื สร้างภาวะผู้นำของเยาวชนไทย. วิทยานิพนธ์
ศกึ ษาศาสตรดุษฎบี ัณฑิต (การบริหารการศกึ ษา). นครราชสมี า : คณะศกึ ษาศาสตร์
มหาวิทยาลยั วงษช์ วลิตกลุ .
เอนก เกตวุ งศา. (2549). รปู แบบการจัดกิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารีในสถานศึกษาสงั กัดสำนักงานเขต
พืน้ ทกี่ ารศกึ ษาในจงั หวดั สกลนคร. วทิ ยานพิ นธค์ รศุ าสตรมหาบัณฑิต
(การบริหารการศกึ ษา). สกลนคร : บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภฏั สกลนคร.
อดุ ม พรมพนั ธ์ใจ. (2545). คณุ ลักษณะความเป็นพลเมอื งดีท่ีเยาวชนไดร้ ับจากการเขา้ ร่วมงานนำรอ่ ง
ชุมนุมลกู เสอื โลก คร้ังที่ 20 ในทรรศนะของผู้บริหารโรงเรยี นมัธยมศึกษาส่วนกลาง สังกัด
กรมสามัญศกึ ษา. วทิ ยานิพนธค์ รศุ าสตรมหาบัณฑติ (การบรหิ ารการศึกษา). กรุงเทพฯ :
บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ติ .
อภยั จนั ทวิมล. (2529). การลกู เสอื สำหรบั เดก็ ชาย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว.