The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือปฏิบัติงานลูกเสือ
โดยสำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๔

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by THAWATSON SINGSUTH, 2021-06-20 04:56:00

คู่มือปฏิบัติงานลูกเสือ

คู่มือปฏิบัติงานลูกเสือ
โดยสำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๔

แบบรายงานผลการตรวจรบั รองขัน้ ที่ ๓ ข้ันฝึกหัดงาน

ประวัติส่วนตัว

ชอ่ื (นาย,นาง,นางสาว)............................................................นามสกุล...............................................

วันเดือนปีเกดิ วันท่.ี .......เดือน...................พ.ศ..............เชอ้ื ชาต.ิ ..........สัญชาติ..........ศาสนา.............

ท่อี ยู่บา้ นเลขท่ี..............................................ถนน.......................................ตำบล...............................

เขต/อำเภอ............................................จังหวัด...........................................โทรศัพท.์ ........................

ตำแหน่งทางลูกเสือ(ผู้กำกบั ,รองผกู้ ำกับกองลกู เสือโรงเรยี น)............................................................

.............................................................................................................................................................

เขต/อำเภอ....................................................................................จังหวัด............................................

สถานทต่ี ิดตอ่ อ่ืน (ถ้าม)ี ......................................................................................................................

การฝึกอบรมขนั้ ที่ ๑ ไดเ้ ขา้ รับการฝกึ อบรมข้นั ความรู้ท้ังไป เม่ือ.......................................................

การฝึกอบรมขนั้ ที่ ๒ ไดเ้ ขา้ รบั การฝึกอบรมขัน้ ความร้เู บอื้ งต้น เมื่อ.................................................

ณ (คา่ ยฝึกอบรม).............................................จังหวดั .................................

ประเภทลกู เสอื ทเ่ี ข้ามาฝกึ อบรม........................................................................................................

รายละเอียดการตรวจรบั รอง

รายการ ผล วันเดือนปี หมาย
อ่อน พอใช้ ดี ดีมาก ท่ตี รวจ เหตุ

๑. การฝึกอบรมลูกเสอื ในกองของตน

๑.๑ ฝึกอบรมวชิ า.....................................

๑.๒ ฝกึ อบรมวิชา....................................

๑.๓ ฝึกอบรมวิชา....................................

๑.๔ ฝกึ อบรมวชิ า....................................

๑.๕ ฝกึ อบรมวิชา....................................

๑.๖ ฝึกอบรมวชิ า....................................

๑.๗ ฝกึ อบรมวิชา....................................

๑.๘ ฝึกอบรมวิชา....................................

๒. การเข้ารว่ มในกิจกรรม

การวางแผนและปฏบิ ตั ิ

กจิ กรรมกลางแจง้

- การสะกดรอย

- การเดินทางสำรวจ

คูม่ ือปฏิบัตงิ านลกู เสอื สำนกั งานลูกเสอื เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 4 97

รายการ ออ่ น ผล วนั เดอื นปี หมาย
พอใช้ ดี ดมี าก ทีต่ รวจ เหตุ

- การเดนิ ทางไกล

- การไปอยคู่ ่ายพักแรม

- .......................................

๓. การไปดงู านท่กี องลกู เสืออน่ื

๓.๑ ไปด.ู .......................................

ที่กองลูกเสือ...................................

๓.๒ ไปดู........................................

ท่ีกองลกู เสอื ...................................

๓.๓ ไปดู.........................................

ทก่ี องลูกเสือ...................................

๔. การสัมภาษณ์

๔.๑ ระบบหมู่

๔.๒ การประชมุ นายหมู่

๔.๓ การฝึกอบรมวชิ าตามหลักสตู ร

๔.๔ การบำเพญ็ ระโยชน์

๔.๕ การรว่ มมอื กับบคุ คลและองคก์ าร

ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

๔.๖ การเดนิ ทางไกลและการอยู่คา่ ย

พกั แรม

๔.๗ การจดั กิจกรรมลูกเสอื

๔.๘ เร่ืองอื่นท่ีเหน็ สมควรเช่น

- พิธกี ารทางลูกเสือ

- การปฏิบัตติ ามคำปฏญิ าณและ

กฎ ของลกู เสอื

- การปฏิบัติทางศาสนา

สรปุ ขา้ พเจ้ามคี วามเห็นวา่ ................................................................................................
(ลงนาม)..............................................ผู้ตรวจ
(.......................................)

หมายเหตุ ผตู้ รวจ ทงั้ ส่วนกลางและส่วนภมู ภิ าค ได้แก่ ผอู้ ำนวยการลกู เสือโรงเรยี น รองผอู้ ำนวยการลกู เสอื
โรงเรียน ผกู้ ำกบั กลมุ่ รองผกู้ ำกบั กลมุ่ หรือผู้กำกบั ลูกเสอื ซึ่งไดร้ ับเครื่องหมายวดู แบดจแ์ ล้ว

คมู่ อื ปฏิบัตงิ านลกู เสือ สำนกั งานลูกเสอื เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 98

แบบรายงานผลการตรวจขน้ั ท่ี ๕ ข้ันปฏิบัติการและประเมนิ ผล
ประวตั สิ ่วนบคุ คล

ชอื่ (นาย, นาง, นางสาว)...........................................................นามสกุล............................................
วนั เดือน ปี เกิด วันท่ี ........... เดอื น............ พ.ศ. .............. เช้ือชาติ............. สัญชาติ.............. ศาสนา
.............อยู่บ้านเลขที่............................................................ถนน..........................................ตำบล
..............................เขต/อำเภอ............................................................จังหวัด...........................................
โทรศพั ท.์ .......................ตำแหน่งทางลูกเสือ (ผู้กำกับ, รองผู้กำกบั กองลกู เสือ
โรงเรียน)......................................................................................................................................................
เขต/อำเภอ.............................................................................จงั หวัด...........................................................
สถานทตี่ ิดต่ออืน่ (ถ้ามี).................................................................................................................................
การฝึกอบรมขัน้ ท่ี ๑ ได้เขา้ รับการฝึกอบรม ขนั้ ความรทู้ ่วั ไป เม่อื .............................................................
การฝกึ อบรมข้นั ที่ ๒ ไดเ้ ข้ารบั การฝกึ อบรม ขน้ั ความร้เู บ้อื งตน้ เมอื่ ............................................................

ณ (ค่ายฝกึ อบรม) ...................................... จังหวัด...................................................
การฝึกอบรมขั้นที่ ๓ ไดร้ ับการตรวจรับรองข้ันท่ี ๓ ขัน้ ฝกึ หดั งาน เม่อื .........................................................
ณ (กองลูกเสอื โรงเรียน)............................................................................
การฝึกอบรมข้ันที่ ๔ ได้เขา้ รับการฝึกอบรม ขัน้ ความรู้ชั้นสงู เมือ่ ......................................................
ณ (ค่ายฝกึ อบรม) ........................................จังหวัด.....................................................
ประเภทลูกเสือ ......................................................................................................................................

คู่มอื ปฏบิ ัตงิ านลูกเสอื สำนักงานลกู เสอื เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 99

รายละเอยี ดการตรวจ

รายการ ออ่ น ผล วนั เดอื นปี หมาย
พอใช้ ดี ดีมาก ที่ตรวจ เหตุ

ภาคปฏิบตั ิ

๑. การวางแผนกำหนดการ

- การวางแผนระยะยาว

.. .. ระยะสัน้

.. .. เฉพาะรายการ

- การใช้แผนกำหนดการ

๒. กจิ กรรมกลางแจ้ง

- การสะกดรอย

- การเดนิ ทางสำรวจ

- การเดนิ ทางไกล

- การไปอยู่คา่ ยพกั แรม

- การบกุ เบกิ

- การทำแผน

- ....................................

๓. การฝึกสอนลกู เสือ

- การทำบนั ทึกการประชมุ กอง

- การประชมุ กอง

- การประชุมนายหมู่

๔. พธิ กี ารของลูกเสอื

- การเขา้ ประจำกอง

- พธิ กี ารทางศาสนา

- คำปฏญิ าณและ

กฎของลกู เสือ

สรุป ข้าพเจา้ มีความเห็นว่า...................................................................................

(ลงนาม)..............................................ผ้ตู รวจ
(.......................................)

ค่มู ือปฏบิ ัติงานลูกเสอื สำนักงานลกู เสือเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 100

รายการ ผล ดีมาก วันเดือนปี หมายเหตุ
ออ่ น พอใช้ ดี ทต่ี รวจ

เจตคติ

๑. การแสดงตนเปน็ ตัวอยา่ ง

๒. การสมั พันธ์กับแตล่ ะบคุ คลท่เี ก่ยี วขอ้ ง

๓. ความสนใจในกิจการลกู เสือ

การบริหาร

๑. การมอบหมายงานใหผ้ อู้ ่ืน

๒. การรับผิดชอบ

๓. การทำและเกบ็ รักษาระเบียน

๔. การสอื่ ความหมาย

ความสัมพันธ์กบั ผู้อื่น

๑. กับลกู เสอื

๒. กบั ผ้กู ำกบั ลูกเสอื อน่ื

๓. กับผู้ปกครอง, บุคคลอน่ื

อืน่ ๆ

๑. ความสนใจในวิชาพเิ ศษลกู เสอื

๒. การดแู ลรกั ษาทรพั ย์สนิ และ

สถานท่ขี องลูกเสอื

๓. การใช้ทรัพยากร บุคคล วสั ดุ

๔. .......................................

๕. .......................................

สรุปขา้ พเจ้ามคี วามเห็นวา่ ………………………………………….……………………………………………………………….
………………………...……………………………………………………………....................................................................

(ลงนาม)..............................................ผู้ตรวจ
(...........................................)

หมายเหตุ ผตู้ รวจ ทง้ั ส่วนกลางและส่วนภมู ิภาค ไดแ้ ก่ ผ้อู ำนวยการลูกเสอื โรงเรยี น รอง
ผอู้ ำนวยการลกู เสือโรงเรียน ผกู้ ำกบั กลมุ่ รองผู้กำกับกลมุ่ หรอื ผกู้ ำกบั ลกู เสอื ซงึ่ ได้รบั เคร่ืองหมาย
วดู แบดจแ์ ลว้

คมู่ ือปฏบิ ัตงิ านลกู เสอื สำนกั งานลูกเสือเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 4 101

วนิ ัยและความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยของลกู เสือ

วนิ ยั ท่ดี เี กิดจากความรกั ความเล่ือมใสศรัทธา เด็กๆ ย่อมเชื่อฟงั และเคารพเล่อื มใสผูท้ ฉี่ ลาดกวา่ ตน
มีอายุมากกวา่ ตน รูปร่างใหญ่กวา่ ตน ผ้กู ำกับลูกเสือจึงเปน็ กุญแจดอกสำคัญในการสรา้ งสมวินัยให้เกิดข้ึน
ในตัวเด็ก ผูก้ ำกับลูกเสือจึงต้องวางตัวให้ดีท่ีสุด มีบุคลิกภาพท่ีน่านบั ถือ ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจากชัดถ้อยชัด
คำ เด็กกจ็ ะเกิดความสนใจ รักใคร่นบั ถือนิยมชมชอบและเลอื่ มใสศรัทธา เด็กกจ็ ะใหค้ วามร่วมมอื ในอันที่
จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ตา่ งๆ ซึง่ ผลทสี่ ุด การปฏบิ ัติตามคำสง่ั หรอื ปฏิบัตติ ัวใหอ้ ยู่ในระเบยี บวินัยของลกู เสือ
ก็จะดูเป็นของง่าย และผู้กำกับลูกเสือก็ควรจะกวดขันในเรื่องวินัย และการเช่ือฟังปฏิบัติตามคำสั่งด้วย
ความรวดเร็ว และเคร่งครัดแม้ในเรื่องเล็กๆ น้อย ก็ไม่ควรปล่อยเลยไป กองลูกเสือใดมีระเบียบวินัยที่ดี
แล้ว กองลกู เสอื นน้ั กจ็ ะมีความสุข ประสบผลสำเร็จในกิจการต่างๆ ไดโ้ ดยง่าย

1) ปจั จยั ทม่ี อี ิทธิพลตอ่ ระเบยี บวนิ ัยของลกู เสอื

ส่งิ ทจ่ี ะช่วยทำใหล้ ูกเสอื ได้มรี ะเบียบวนิ ัยทีด่ ี ไดแ้ ก่
1.1) การใชค้ ำส่งั ใหป้ ฏบิ ัตอิ ย่างง่ายๆ เปน็ คำสง่ั ตรงๆ มีจุดหมายท่ีแน่นอน ไม่ใช่เป็นคำสัง่ ทเ่ี กิด
จากการขม่ ขู่
1.2) พิธีการต่างๆ เพราะในพิธีการทำให้ลูกเสืออยู่ในอาการสำรวมและปฏิบัติอยู่ในข้อกำหนด
ของพธิ กี ารนั้นๆ
1.3) การตรวจในการเปดิ ประชุมกองและปิดประชุมกอง หรือการตรวจการอยู่คา่ ยพักแรมในตอน
เชา้ เป็นการช่วยใหล้ ูกเสือได้รักษามาตรฐานและระเบยี บวนิ ัยของกองลูกเสือให้มรี ะดบั ดีขึ้น
1.4) เครอ่ื งแบบมีความหมายสำหรบั ชื่อเสียงของขบวนการกองลูกเสอื บุคคลภายนอกเขาจะมอง
และตดั สนิ เราดว้ ยส่ิงทเ่ี ขาเห็นเท่าน้ัน ผู้แต่งเครื่องแบบจะต้องสำรวมกิรยิ าวาจา ไม่กระทำการใดทจ่ี ะทำให้
เส่ือมเสีย
1.5) การอย่คู า่ ยพักแรมตอ้ งทำงานร่วมกันอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
1.6) การเดินทางไกลจะได้รบั ความเหน็ดเหน่ือย ทำให้เกิดความอดทน และเกิดความรสู้ ึกเห็นใจ
ซ่งึ กนั และกัน
1.7) ระเบียบแถวเปน็ วิธกี ารฝกึ ท่ีจะตอ้ งให้ปฏิบตั ติ ามคำบอกคำสง่ั
1.8) สง่ิ แวดล้อมทีม่ องเห็นเปน็ แบบอย่างทจ่ี ะกระทำตาม
1.9) ตัวอยา่ งท่ีดีของผู้กำกับเป็นเร่ืองสำคัญทสี่ ุดทีล่ ูกเสอื จะเกิดศรัทธายึดถือเป็นแบบอยา่ ง

2) เคร่อื งแบบของลูกเสอื ไทย

องค์ประกอบสำคัญอย่างหน่ึงของการลูกเสือ คือ เคร่ืองแบบ มีความสำคัญที่จะให้รู้กันภายใน
ของขบวนการลูกเสอื และบคุ คลภายนอกโดยทัว่ ไป เป็นส่วนหน่งึ ที่จะส่งเสรมิ ใหเ้ กิดวินัยที่ดไี ด้ เคร่อื งแบบ
ลูกเสือไทยมีความหมาย และสำคัญกวา่ ลูกเสือประเทศอื่น ๆ ดว้ ยเหตวุ า่ เคร่อื งแบบได้รบั พระราชทานจาก

คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 101

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรอิ อกแบบนำมาใช้ และเปน็ เครอ่ื งทรงขององค์
พระมหากษตั รยิ ์มาทกุ รัชกาลจนถึงปจั จบุ ัน

ส่วนประกอบของเครื่องแบบลกู เสอื ไทย จำแนกได้ออกเป็น 4 กลมุ่
กลุ่ม 1 องคพ์ ระประมุขคณะลูกเสือแหง่ ชาติ และพระบรมวงศานวุ งศ์
กลมุ่ 2 ผู้บังคบั บัญชาลกู เสอื ทว่ั ไป ผตู้ รวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือและเจ้าหนา้ ท่ลี กู เสอื
กลุ่ม 3 ผู้บงั คับบัญชาลูกเสอื ประเภทต่าง ๆ รวมท้ังลกู เสอื เหลา่ สมุทรและเหล่าอากาศ
กลุ่ม 4 นายหมู่ รองนายหมู่ และลูกเสอื
2.1) เครอ่ื งแบบแต่ละกล่มุ มีทัง้ ชายและหญิง ท้งั เครอื่ งแบบท่วั ไปและเคร่ืองแบบพเิ ศษ
ประกอบด้วย

2.1.1) หมวก
2.1.2) เสื้อ
2.1.3) กางเกง กระโปรง
2.1.4) ผา้ ผูกคอ
2.1.5) เข็มขัด
2.1.6) ถงุ เทา้
2.1.7) รองเทา้
2.2) เครอื่ งแบบและเครื่องหมายประกอบเคร่อื งแบบลูกเสือ สำหรบั พระประมขุ ของคณะลกู เสือ
แหง่ ชาติ
2.3) เคร่อื งหมายประกอบเคร่ืองแบบผบู้ ังคับบัญชา ผู้ตรวจการลูกเสือและเจา้ หน้าท่ีลกู เสือ
2.3.1) เครื่องหมายจงั หวัด
2.3.2) สายนกหวีด
2.3.3) เครื่องหมายตำแหนง่
2.3.4) เคร่ืองหมายรูปตราคณะลกู เสอื แห่งชาติ (เฉพาะผตู้ รวจการลกู เสือ และเจ้าหน้าที่
ลูกเสือ สังกดั สำนักงานลกู เสอื แห่งชาติ)
2.3.5) เคร่อื งหมายสงั กัด
2.3.6) เครื่องหมายวิชาผู้กำกบั ลกู เสือเบ้ืองต้น
2.3.7) เครื่องหมายวชิ าผ้กู ำกบั ลูกเสอื ขัน้ วูดแบดจ์
2.4) เครอ่ื งหมายประกอบเครอื่ งแบบผู้บังคบั บญั ชา และลูกเสอื หน่วยพเิ ศษ
2.4.1) กองลูกเสือสามัญวชริ าวธุ วทิ ยาลัย
2.4.2) กองลกู เสือสามัญที่ 1 พระปฐมวิทยาลยั ในพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
2.4.3) หน่วยสวัสดิภาพนกั เรียน

ค่มู ือปฏิบตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 102

3) คตพิ จน์ของลกู เสอื

คตพิ จน์ คอื ขอ้ ความท่ีเปน็ หลักหรอื แบบอย่างให้ลกู เสอื ได้ยึดถือและปฏิบัตเิ พอื่ ตนเองและส่วนรวม
คตพิ จน์ของลูกเสอื ทั้ง 4 ประเภท เกยี่ วขอ้ งกบั อุดมคตขิ องลกู เสอื ในการบำเพ็ญประโยชน์ตอ่ ผู้อื่น ดงั นี้

“ทำดีท่ีสุด” เป็นคติพจน์ของลูกเสือสำรอง หมายถึง การทำ เพ่ือคนอื่น หรือทำเพ่ือ
ส่วนรวมเปน็ การกระทำท่ดี ที ่สี ุด

“จงเตรยี มพร้อม” เปน็ คติพจน์ของลกู เสือสามัญ หมายถึง พร้อมที่จะทำความดี พร้อมเพื่อ
สรา้ ง พรอ้ มเพื่อสว่ นรวม

“มองไกล” เป็นคติพจน์ของลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ หมายถึง มองให้เหน็ เหตผุ ล มองให้เหน็ คน
อื่น มองให้เหน็ สว่ นรวม มิใช่มองแต่ตวั เองหรอื ผลประโยชนข์ องตวั เอง

“บรกิ าร” เปน็ คติพจน์ของลูกเสอื วิสามัญ หมายถึง การใหค้ วามช่วยเหลอื แก่ผู้อนื่ และสว่ นรวม
คติพจน์ของลูกเสอื ทุกประเภทรวมกันว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” หมายความวา่ ลูกเสือต้องรักษา
คำปฏญิ าณของตนยง่ิ กว่าชีวิต เพราะเม่อื ให้คำม่นั สญั ญาไปอยา่ งใดแล้วยอ่ มปฏิบตั ิตามคำมนั่ สัญญาท่ไี ด้ให้
ไว้เสมอ หากลูกเสือถูกบีบบังคับให้ละเว้น หรือไม่ปฏิบัติตามคำม่ันสัญญาแล้ว แม้จะถึงแก่ชีวิตก็ไม่
เสียดาย

คมู่ ือปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 103

4) การทำความเคารพของลกู เสือ

การเคารพเปน็ การแสดงความอ่อนน้อมนบั ถือตามวนิ ยั ของลูกเสือ ลกู เสอื ชน้ั ผนู้ ้อยจะตอ้ งทำ
ความเคารพผู้บงั คับบัญชาซง่ึ เป็นผู้ใหญ่ ทง้ั แสดงให้เห็นวา่ เป็นคนมมี ารยาทเรยี บร้อย รู้จกั อ่อนน้อมถอ่ ม
ตน มคี วามรกั ใคร่นบั ถือ ให้เกยี รตซิ ึง่ กนั และกนั ตามหลักการของลูกเสือ

4.1) รูปแบบการทำความเคารพของลกู เสือ (ยกเวน้ ลูกเสอื สำรอง) เมื่ออยใู่ นเครื่องแบบ มีวธิ ี
ทำความเคารพ 2 วิธี คอื

4.1.1) วนั ทยหัตถ์ ให้ทำวันทยหัตถ์ 3 นว้ิ
โดยยกมือขวาขน้ึ นิ้วหวั แม่มือกดปลายนว้ิ กอ้ ยไวน้ ว้ิ ช้ี นิว้ กลาง
และนวิ้ นาง เหยยี ดชดิ ติดกัน ให้ปลายนิว้ ชแ้ี ตะที่ขอบหมวกปกี
ประมาณตรงหางค้ิวขวาหรอื มิไดส้ วมหมวกใหป้ ลายน้ิวช้แี ตะท่ี
หางคิว้ ขวา

4.1.2) วนั ทยาวธุ คอื การทำความเคารพใน

ขณะที่ลกู เสอื ถอื ไม้พลองหรือไมง้ ่ามอยู่ ไดแ้ ก่ การทำวันทยาวธุ

เมื่ออยใู่ นทา่ ยืนตรงไม้ชดิ ลำตัวด้านขวา ปลายไม้อยใู่ นร่องไหล่

มอื ขวาจบั ไม้ มือซ้ายแสดงรหัสลูกเสอื รวบนิ้วหัวแม่มือกับ

นิว้ กอ้ ยจรดกัน เหลือนวิ้ ชี้ นว้ิ กลางนิว้ นาง เหยียดชดิ ติดกัน งอ

ศอกยกแขนซ้ายใหอ้ ยใู่ นแนวเสมอไหล่ ฝา่ มือคว่ำใหป้ ลายน้วิ ชี้

แตะไม้ทรี่ อ่ งไหล่ขวา . การทาวันทยาวุธ

4.2) โอกาสแสดงความเคารพ ใช้ในโอกาสตา่ ง ๆ ตอ่ ไปนี้

4.2.1) เคารพต่อธงสำคัญๆ เช่น ธงชาติ ธงคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ ธงลกู เสือประจำจังหวดั

ธงประจำกองทหาร ฯลฯ

4.2.2) เคารพในขณะที่บรรเลงเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลง

มหาชยั เพลงสรรเสริญเสือป่า

4.2.3) เคารพแดพ่ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั สมเดจ็ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ

และบคุ คลท่ีควรเคารพ เชน่ นายทหาร นายตำรวจท่แี ตง่ เคร่ืองแบบ ฯลฯ

4.2.4) เคารพต่อลกู เสอื ด้วยกนั

ค่มู อื ปฏิบตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 104

5) รหัสลูกเสือ

รหัสลูกเสอื เปน็ เคร่อื งหมายท่แี สดงให้รูก้ ันเฉพาะในวงการลูกเสือเท่านั้น ซึง่ ลกู เสือทุกคนเม่อื เห็น
รหสั น้ี ก็จะรบั รูแ้ ละเข้าใจความหมายซง่ึ กนั ทนั ทวี า่ “เราเป็นพวกเดียวกนั ”

5.1) วธิ ีการแสดงรหสั
ลกู เสอื ไทยใช้แสดงรหสั แบบองั กฤษ คอื ยืนในท่าตรงยกมอื ขวาข้นึ เสมอ
ไหล่ข้อศอกชดิ ลำตวั หนั ฝ่ามอื ไปขา้ งหนา้ นิ้วหวั แมม่ ือกดปลายนิว้ ก้อยไว้อกี
สามนวิ้ ท่เี หลือเหยียดขน้ึ ตรงนิว้ ชิดตดิ กนั น้ิวท้งั สามทีเ่ หยยี ดขึ้นไปน้ันมี
ความหมายถึงคำปฏิญาณของลกู เสอื 3 ข้อ

5.2) โอกาสแสดงรหัส ใช้ในโอกาสตอ่ ไปนี้
5.2.1) เมอื่ ลูกเสือกล่าวคำปฏญิ าณในพิธปี ฏญิ าณตนเขา้ ประจำกองและพธิ อี ืน่ ๆ ทม่ี ีการทบทวน

คำปฏิญาณ
5.2.2) เมอ่ื พบกบั ลกู เสอื ชาติเดยี วกนั หรือต่างชาติเป็นการรบั รวู้ า่ เป็นพวกเดียวกนั

6) การจบั มือ

การจับมอื ทกั ทายกนั ของลกู เสือน้ันใชจ้ บั ด้วยมอื ซา้ ย และปฏิบตั ิตอ่ กันเช่นนใ้ี นหมลู่ ูกเสือทัว่ ไป
ทำได้โดยตา่ งคนตา่ งย่นื มือซา้ ยออกไป แล้วจับกันเหมือนกบั การจับมอื ขวาตามธรรมดา

คมู่ อื ปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 105

7) สัญญาณมือ

ในการฝึกระเบียบแถว ผู้กำกับลูกเสืออาจส่ังด้วย
สญั ญาณมอื ลูกเสือจึงจำเป็นต้องเรียนรู้สัญญาณมือเพ่ือจะได้
แปลสญั ญาณมือท่ไี ด้รบั และปฏิบตั ิตามได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว
สัญญาณมอื ท่ลี กู เสอื จำเป็นตอ้ งเรยี นรู้มีดังน้ี

7.1) เตรยี มคอยฟังคำส่ังหรอื หยุด
การให้สัญญาณ ผู้กำกับจะเหยียดแขนขวาขึ้นตรง
เหนือศีรษะ มือแบ นิ้วทั้งห้าเรียงชิดติดกัน หันฝ่ามือไป
ขา้ งหนา้
เมื่อเห็นสัญญาณน้ีให้ลูกเสือ หยุดการเคล่ือนไหว
หรือหยุดการกระทำการต่าง ๆ ท่ีกำลังทำอยู่หันหน้าไปทาง
ผู้บังคับบัญชาเพ่ือคอยฟังคำส่ัง ถ้าอยู่ในแถวให้ยืนอยู่ในท่า
ตรง
7.2) รวมหรือกลบั มา
การให้สัญญาณ ผู้กำกับจะเหยียดแขนขวาข้ึนตรง
เหนือศีรษะ แบมือไปข้างหน้าน้ิวมือท้ังห้าน้ิวชิดติดกันและ
หมุนมอื เป็นวงกลมจากซา้ ยไปขวา
เมื่อเห็นสัญญาณน้ี ให้ลูกเสือรวมกองรีบมาเข้าแถว
รวมกัน
7.3) จัดแถวหน้ากระดาน
การให้สญั ญาณ ผ้กู ำกับจะเหยยี ดแขนทง้ั สองออกไป
ด้านข้างเสมอไหล่ ฝ่ามอื แบไปขา้ งหนา้ นว้ิ เรียงชิดตดิ กัน
เม่ือเห็นสัญญาณน้ีให้ลูกเสือ เข้าแถวหน้ากระดาน
หนั หน้าไปหาผ้ใู ห้สัญญาณ

7.4) จดั แถวตอน
การให้สัญญาณ ผู้กำกับลูกเสือจะเหยียดแขนทั้งสอง
ข้างไปข้างหน้า แนวเดียวกับไหล่ แขนขนานกัน ฝ่ามือแบ
เข้าหากัน
เม่อื เห็นสัญญาณนี้ ใหล้ กู เสือเข้าแถวตอน

คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 106

7.5) เคลอ่ื นท่ีไปยังทิศท่ตี อ้ งการ
การให้สญั ญาณ ผกู้ ำกับจะหันหน้าไปยังทศิ ท่ีต้องการ
ชูแขนขวาขนึ้ เหนือศีรษะสดุ แขน ฝ่ามือแบไปข้างหนา้ นวิ้ ชิด
กันแลว้ ลดแขนลงเสมอไหล่
เมอื่ เห็นสญั ญาณน้ี ให้ลูกเสือวิง่ ไปยังทิศทางท่มี อื ผใู้ ห้
สญั ญาณชีไ้ ป

7.6) เรง่ จงั หวะหรือทำให้เรว็ ขน้ึ
การให้สัญญาณ ผู้กำกับจะงอแขนขวามือกำเสมอบ่า
แล้วชูขึ้นตรงเหนอื ศีรษะแลว้ ลดลงหลาย ๆ ครงั้ ตดิ ตอ่ กนั
เมื่อเหน็ สัญญาณน้ี ให้ลูกเสอื รีบว่งิ หรือเร่งจงั หวะสิ่งท่ี
ทำอยใู่ หเ้ ร็วขน้ึ

7.7) นอนลงหรือเขา้ ทีก่ ำบัง
การให้สัญญาณ ผู้กำกับจะเหยียดแขนขวาตรงไป
ข้างหน้าเสมอแนวไหล่ฝ่ามือแบคว่ำลง นิ้วชิดกันแล้วลดแขน
ลงและยกขน้ึ ที่เดิมหลาย ๆ ครั้ง
เม่ือลูกเสือเห็นสัญญาณนี้ให้รีบนอนหรือเข้าที่กำบัง
ทันที

7.8) ลกุ ข้นึ
การให้สัญญาณ ผู้กำกับจะเหยียดแขนขวาตรงไป
ข้างหน้าเสมอไหล่ฝ่ามือแบหงายข้ึนนิ้วชิดและลดลงท่ีเดิม
หลายๆ ครัง้
เมื่อลกู เสือเห็นสญั ญาณนีใ้ ห้รบี ลุกข้ึนทนั ที

คมู่ ือปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 107

7.9 การใช้สัญญาณมอื เปน็ คำส่ังแถว
7.9.1) สัญญาณมือพกั ตามระเบยี บ

การใหส้ ญั ญาณในขณะท่ีลูกเสอื อยู่ในแถว หาก
ผกู้ ำกบั จะสงั่ ให้พกั จะทำสัญญาณมอื เป็น 2 จงั หวะ ดงั น้ี

จังหวะท่ี 1 กำมือขวา งอแขนตรงข้อศอกให้มือท่ี
กำอยปู่ ระมาณตรงหัวเขม็ ขัดหนั ฝ่ามือท่กี ำเข้าหาเขม็ ขดั

จังหวะท่ี 2 สลัดมอื ทีก่ ำและหนา้ แขนออกไป
ทางขวา เปน็ มมุ 180 องศาประมาณแนวเดยี วกับเขม็ ขัดเมือ่
เห็นสัญญาณนี้ ใหล้ ูกเสอื พกั ตามระเบียบ

7.9.2) สัญญาณมือทา่ ตรง

การให้สัญ ญ าณ ขณ ะที่กำลังพักตามระเบียบ

ผกู้ ำกับจะสั่งใหต้ รงด้วยการทำสัญญาณมือเป็น 2 จงั หวะดังน้ี

จังหวะที่ 1 กำมือขวา แขนเหยียดตรงไปทางขวา

ใหม้ ือกำอยใู่ นระดบั เขม็ ขดั

จังหวะท่ี 2 กระตุกหน้าแขนเข้าหาตัว ให้มือที่กำ

กลบั มาอยูต่ รงหัวเขม็ ขัด

เม่ือเห็นสัญญาณนี้ ให้ลูกเสือชักเท้าซ้ายมาชิดเท้า

ขวา ลดแขนทไี่ ขว้หลังมาอย่ใู นท่าตรง

8) สญั ญาณนกหวีด

สำหรบั การฝึกประจำวนั หรือในโอกาสที่ผู้บงั คับบัญชาอยู่ห่างไกลลกู เสือ ใช้สัญญาณ

ประเภทอ่ืนไมส่ ะดวกก็อาจใชส้ ัญญาณนกหวีดแทนคือ

8.1) หวดี ยาว 1 ครั้ง ( ) ถ้าเคล่ือนที่ใหห้ ยุด ถ้าหยดุ อยู่เตือน, เตรยี มตัวหรอื คอยฟงั

คำสัง่

8.2) หวีดยาว 2 ครงั้ ( ) เดินต่อไป, เคลื่อนที่ตอ่ ไป, ทำงานตอ่ ไป

8.3) หวีดสน้ั 1 ครัง้ , หวีดยาว 1 ครง้ั สลบั กันไป ( ) เกดิ เหตุ

8.4) หวดี สัน้ 3 คร้ัง หวดี ยาว 1 ครง้ั ตดิ ต่อกนั ไป ( ,

) เรยี กนายหมู่มารับคำสง่ั

8.5) หวีดส้ันตดิ กนั หลายๆ ครง้ั ( ) ประชมุ , รวม

หมายเหตุ เม่ือจะใช้สัญญาณ (2) (3) (4) หรอื (5) ใหใ้ ช้สัญญาณ (1) ก่อนทุกคร้งั

คมู่ ือปฏบิ ตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 108

9) การตัง้ แถวและการเรยี กแถว

ในการฝกึ ระเบยี บแถวของลกู เสือ ผูก้ ำกับลูกเสอื มักจะใชส้ ัญญาณมือซง่ึ เปน็ สญั ญาณเงยี บ ลกู เสือ
จะต้องเขา้ ใจ เพือ่ จะได้ปฏบิ ัตติ ามได้ถูกต้อง รวดเรว็ การเข้าแถวของลกู เสือนน้ั มีหลกั การว่านายหมู่
จะตอ้ งอยู่หวั แถว และรองนายหมูจ่ ะต้องอย่หู างแถวเสมอ รปู แบบของการต้ังแถวมดี ังนี้

9.1) แถวหน้ากระดานแถวเดีย่ ว
เม่ือได้ยินผู้กำกบั ลูกเสือเรียก “กอง” และเห็นผ้เู รียกอยู่ในทา่ ตรง เหยียดแขนท้งั สองไปด้านข้าง
เสมอแนวไหล่ มือแบ หนั ฝ่ามือไปข้างหน้า นว้ิ มือเรียงชิดติดกนั ให้ลกู เสอื รบี ไปเข้าแถวหน้ากระดานแถว
เดี่ยว หันหน้าเข้าหาผู้เรียก โดยนายหมู่ยืนทางซ้ายมือของผู้เรียก กะให้ผู้เรียกอยู่กึ่งกลางแถวและห่าง
จากแถวประมาณ 6 ก้าว ลูกหมยู่ ืนตอ่ กันไปทางซา้ ยมือของนายหมู่จนถงึ คนสดุ ทา้ ยคือรองนายหมู่

การจัดระยะเคียง ถ้า “ปิดระยะ” ระยะเคียงจะเป็น 1 ช่วงศอก คือ ให้ยกมือซ้ายทาบ
สะโพก นิ้วเหยียดชิดติดกัน น้ิวเหยียดชิดติดกัน นิ้วกลางอยู่ประมาณแนวตะเข็บกางเกง แขนขวา
แนบกับลำตัว จัดแถวให้ตรงโดยสะบัดหน้าแลขวา ให้เห็นหน้าอกคนท่ี 4 นับจากตัวลูกเสือเองเม่ือ
ผเู้ รยี กตรวจแถวสง่ั ว่า “นิ่ง” ใหล้ ดมอื ลงพรอ้ มกบั สะบดั หน้ามาอย่ใู นท่าตรงและน่งิ

ถ้า “เปิดระยะ” ระยะเคียงจะเป็น 1 ช่วงแขนซ้ายข้ึนเสมอไหล่คว่ำฝ่ามือลง น้ิวท้ังห้าชิดกัน
ให้ปลายน้ิวซ้ายจดไหล่ขวาของคนต่อไป จัดแถวให้ตรง โดยสะบัดหน้าแลขวาให้เห็นหน้าอกคนที่ 4 เม่ือ
ได้ยินคำส่ังว่า “นิง่ ” จงึ ลดมือลง สะบดั หน้ากลับมาอยู่ในทา่ ตรงและน่งิ

กรณีมีหลายหมู่ หมู่อื่นเขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเดี่ยวเหมอื นท่ีกล่าวขา้ งต้นระยะเคียงระหว่างหมู่
เทา่ กบั ระยะเคยี งระหวา่ งบุคคล (คือ 1 ศอก)

9.2) แถวตอนเรยี งหนงึ่
เมอ่ื ได้ยินผ้กู ำกบั ลูกเสอื เรียก “กอง” พรอ้ มกบั เหยียดแขนท้งั สองไปข้างหนา้ เสมอแนวไหล่มือแบ
หันฝา่ มือเข้าหากัน นิว้ เรยี งชิดติดกัน
ในกรณีหมเู่ ดยี ว ใหน้ ายหมูย่ นื ตรงเปน็ หลักขา้ งหน้าผู้เรียก กะให้ห่างจากผู้เรยี กประมาณ 6
ก้าว ลกู หมู่เข้าแถวตอ่ หลงั นายหมู่ต่อ ๆ กนั ไปจัดแถวใหต้ รงคอคนหนา้ ระยะต่อระหว่างบุคคล 1 ช่วง
แขน (ไมต่ ้องยกแขน)

ค่มู ือปฏบิ ตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 109

แถวตอนหมู่ กรณีแถวตอนเรี

แถวตอนหมู่ กรณแี ถวตอนเรียงหน่ึงหลายหม่เู รียก “แถวตอนหมู่” สมมตุ ิวา่ มี 5 หมู่ ใหห้ มูท่ ่ี
อยู่ตรงกลางคือหมู่ที่ 3 ยนื เป็นหลักตรงหนา้ ผู้เรียกห่างจากผเู้ รยี กประมาณ 6 ก้าว หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 1
เขา้ แถวอย่ใู นแนวเดียวกนั ไปทางซ้ายมือเรียกสว่ นหม่ทู ่ี 4 และหมู่ที่ 5 กเ็ ข้าแถวอยู่ในแนวเดียวกัน แต่ไป
ทางขวามือของผ้เู รยี ก ระยะเคียงระหว่างหมู่ประมาณ 1 ชว่ งศอก ส่วนระยะต่อระหว่างบคุ คล 1 ช่วง
แขน(ไมต่ ้องยกแขน)

9.3) แถวหนา้ กระดานหมู่ปดิ ระยะ
เมื่อได้ยินเสียงเรียกว่า “กอง” และเห็นผู้เรียกยืนในท่าตรง ยกแขนท้ังสองข้างเหยียดตรงไป
ขา้ งหนา้ ขนานกับพื้น งอข้อศอกข้ึนเปน็ มมุ ฉาก กำมอื หนั หน้าเข้าหากนั

ให้ลูกเสือหมู่แรกเข้าแถวตรงหน้าผู้เรียก และอยู่ห่างจากผู้เรียกประมาณ 6 ก้าวนายหมู่อยู่
ทางซ้ายมอื ของผเู้ รียก กะให้ก่งึ กลางของหม่อู ยตู่ รงหนา้ ผเู้ รยี ก ลูกหมู่ยืนต่อ ๆ ไปทางซ้ายของนายหมู่ เว้น
ระยะเคียง 1 ชว่ งศอก หม่อู น่ื ๆ เขา้ แถวหน้ากระดานขา้ งหลงั หมูแ่ รกซ้อน ๆ กนั ไปตามลำดับ เวน้ ระยะ
ตอ่ ระหวา่ งหมู่ประมาณ 1 ชว่ งแขน

การจัดแถว เมื่อผู้ส่ังว่า “จัดแถว” ให้ทุกคน (ยกเว้นคนสุดท้าย) ยกมือซ้ายทาบสะโพก น้ิว
เหยียดชิดกัน น้ิวกลางอยู่ในแนวตะเข็บกางเกง แขนขวาแนบลำตัว และสะบัดหน้าไปทางขวา เม่ือสั่ง
“นิ่ง” ให้ทคุ นลดแขนลงพร้อมสะบดั หน้าอย่ใู นทา่ ตรง

คมู่ อื ปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 110

9.4) แถวหนา้ กระดานหมู่เปดิ ระยะ
ผ้เู รียกยืนในท่าตรงยกแขนทั้งสองข้าง งอขอ้ ศอกเป็นมุมฉาก แบะแขนออกจนเปน็ แนวเดียวกับ
ไหล่ หันหน้ามือไปข้างหน้า ให้ลูกเสือเข้าแถว เช่นเดียวกับแถวหน้ากระดานปิดระยะ แต่เว้นระยะต่อ
ระหว่างหมู่หา่ งกนั หม่ลู ะประมาณ 3 กา้ ว
การจัดแถว ใหป้ ฏบิ ัตเิ ช่นเดียวกับแถวหนา้ กระดานหมปู่ ดิ ระยะ

9.5) แถวรูปคร่งึ วงกลม
เม่ือได้ยินเสียงเรียก “กอง” และเห็นผู้เรียกยืนอยู่ในท่าตรง แขนท้ังสองข้างเหยียดตรงไป
ข้างหน้าเสมอระดับเอว ฝา่ มือคว่ำ ขอ้ มือขวากับขอ้ มอื ซ้าย แลว้ โบกผา่ นลำตวั ไขวก้ ันตรงหน้า 3 ครั้ง
ให้นายหมู่ลูกเสือหมู่แรกยืนอยู่ในแนวด้านซ้ายของผเู้ รยี กห่างจากผู้เรียกพอสมควร ลูกหมู่ยืนต่อ ๆ
กันไปทางซ้ายมือของนายหมู่ เว้นระยะเคียง 1 ช่วงศอก (มือเท้าสะโพก) สะบัดหน้าไปทางขวารอคำส่ัง
“นงิ่ ”

หมู่ท่ี 2 และหมอู่ ่ืน ๆ เข้าแถวต่อจากดา้ นซ้ายของหมู่แรก ตามลำดับ เว้นระยะระหว่างหมู่ 1 ช่วงศอก
รองนายหมู่สุดท้าย จะยืนตรงด้านขวาของผู้เรียก ในแนวเดียวกันกับนายหมู่แรก จัดแถวให้เป็นคร่ึงรูป
วงกลม ยกมอื ซ้ายข้ึนทาบสะโพก สะบดั หน้าไปทางขวา

การจดั แถว เมื่อได้ยินคำส่ังว่า “น่งิ ” ให้ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพรอ้ มกับสะบัดหน้ากลับมาอยู่
ในทา่ ตรง

คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 111

9.6) แถวรูปวงกลม
การเรยี กแถวแบบผเู้ รยี กยนื อยูท่ ่จี ุดศูนยก์ ลาง
เมอ่ื ได้ยนิ เสียงเรยี ก “กอง” และเห็นผู้เรียกยืนอยู่ในท่าตรง เหยียดแขน ทัง้ สองขา้ งไปข้างหน้า
อยู่ในระดับเอว ฝ่ามือแบคว่ำไขว้กัน ข้อมือขวาทับข้อมือซ้าย แล้วโบกผ่านลำตัวจากด้านหน้าไป
ประสานกันท่ีดา้ นหลัง โดยแบฝา่ มือทั้งสองหงายขน้ึ หลงั จากมอื ขวาทบั มือซา้ ย (โบกผ่านลำตัว 3 คร้งั )

ใหล้ ูกเสือเขา้ แถวเชน่ เดยี วกับแถวครง่ึ วงกลม แต่ให้คนทา้ ยแถว (ของนายหมู่) ของหมูส่ ุดท้ายไปจดกับนาย
หมู่ของหม่แู รก ยกมือซา้ ยขน้ึ ทาบสะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวา

การจัดแถว เมอื่ ไดย้ นิ คำสงั่ ว่า “นง่ิ ” ใหส้ ะบดั หน้ากลบั มาอย่ใู นท่าตรง
การเรยี กแถวแบบผเู้ รยี กอยทู่ ่เี ส้นรอบวง
เมื่อได้ยินเสียงเรียก “กอง” และเห็นผเู้ รียกยืนอย่ใู นท่าตรง เหยียดแขนขวาตรงไปข้างหน้า มือ
ขวากำขึ้นข้างบน หมนุ เลยไปด้านหลังและหมุนกลับมาด้านหน้า ทำเช่นน้อี ยู่ 3 คร้ัง ให้ลูกเสือหมแู่ รก
ยนื ชิดด้านซ้ายมือของผู้เรียก หมู่ท่ี 1 และหมู่ต่อ ๆ ไปอยู่ทางซ้ายมือของหมู่แรกตามลำดบั จนรองนาย
หมขู่ องหมสู่ ุดท้ายไปจดขวามือของผูเ้ รยี กใหผ้ ู้เรียกอยใู่ นเสน้ รอบวง

ค่มู ือปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 112

9.7) แถวสี่เหล่ียมเปดิ
ผู้เรยี กแถวยืนอยู่ดา้ นหน่ึง (ซ่งึ เปน็ ดา้ นเปิด) ศอกงอยกทั้งสองขึ้นขา้ งหนา้ ใหห้ น้าแขนทง้ั สอง
ไขว้กนั ตรงฝา่ มือ ฝ่ามือทง้ั สองแบเหยยี ดหันไปข้างหนา้ ฝ่ามอื ขวาไขว้ทบั ฝ่ามอื ซา้ ยประมาณแนวลกู คาง
เปน็ สญั ญาณถ้ามีลูกเสอื 3 หมู่ ให้เขา้ แถวในอีก 2 ด้านที่เหลอื โดยมีนายหมู่ 1 เข้าแถวหน้ากระดาน
แถวเด่ียวทางดา้ นซ้ายของผ้เู รยี ก หันหน้าเข้าในรูปส่เี หลยี่ ม หมู่ 2 เข้าแถวหนา้ กระดานแถวเดี่ยวด้าน
ตรงขา้ มกับผเู้ รยี ก หันหน้าเข้าหาผเู้ รียกและหมู่ 3 เขา้ แถวหน้ากระดานแถวเด่ยี วตรงข้ามกบั หมู่ 1 ทาง
ดา้ นขวาของผเู้ รียก

การเขา้ แถวให้ลกู เสือมากกว่า 3 หมู่ ใหอ้ ยูใ่ นดุลพนิ ิจของผเู้ รยี กแถว แต่ควรใหด้ ้านซา้ ยมือกับ
ดา้ นขวามอื มีจำนวนเทา่ กัน

เมอื่ ผ้เู รียกแถวตรวจแถวเรยี บรอ้ ยแลว้ ส่งั นง่ิ ลกู เสือทุกคนลดแขนลงพรอ้ มสะบัดหนา้ อยู่ในทา่ ตรง
9.8) แถวรศั มีหรือล้อเกวียน
ผูเ้ รียกแถวยนื อยู่ในท่าตรง มือขวาแบคว่ำกางนว้ิ ออกทกุ นิ้ว ชแู ขนไปข้างหน้าทำมมุ ประมาณ 45
องศา ใหม้ องเห็นได้ แลว้ เรยี ก “กอง”
ใหล้ กู เสอื ทกุ หมู่มาเขา้ แถวเปน็ รปู หมู่แถวตอนหน้าผ้เู รยี ก ห่างจากผู้เรียกประมาณ 6 ก้าว เป็น
รูปรศั มโี ดยให้หมู่แรกอยู่ดา้ นหน้าทางซ้ายมือผ้เู รยี กประมาณ 45 องศา หมู่ที่ 2 และหมตู่ ่อๆ ไปอยู่
ดา้ นซ้ายของหมู่แรกตามลำดับ ถือผู้เรียกเป็นจดุ ศูนยก์ ลาง ระยะตอ่ ของแตล่ ะหมรู่ ะหวา่ งบุคคลประมาณ
1 ช่วงแขน ระยะเคยี งระหวา่ งนายหมตู่ อ่ นายหมู่พอสมควรและนายหมู่หมู่สดุ ท้ายจะอยดุ่ ้านหนา้ ทาง
ขวามอื ของผ้เู รียกประมาณ 45 องศา

การเขา้ แถว ให้ลกู เสอื ทุกคน (เว้นคนอยูห่ ัวแถวของแตล่ ะหมู่) เหยียดแขนซ้ายไปข้างหนา้ สงู เสมอแนว
ไหล่ ควำ่ ฝ่ามอื ให้ปลายนว้ิ มอื จดหลงั ของคนหน้าพอดี ผเู้ รียกแถวจัดแถวแลว้ สั่ง “น่งิ ” ลกู เสอื ทุกคนลด
แขนลงพรอ้ มกันและนง่ิ

ค่มู ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 113

การสวนสนาม

ความหมาย

การสวนสนาม เป็นระเบยี บแถวอย่างหนึ่งทีใ่ ช้ในพิธีการที่สาคญั ของกจิ การลกู เสอื เปน็ การ รวม
ลูกเสือจานวนมากเพอื่ รับการตรวจพลสวนสนาม เนื่องในโอกาสสาคญั ตา่ ง ๆ เช่น วนั คลา้ ยวัน สถาปนา
คณะลูกเสอื แห่งชาติ (๑ กรกฎาคม ของทุกปี)

การจดั แถวสวนสนาม

การจัดแถวสวนสนาม๙ คอื การจัดกองลกู เสือเป็นแถวตอนหรอื แถวหน้ากระดานหมู่ เพ่ือ สวน
สนาม

รูปแบบการจดั แถวสวนสนาม มี 2 รูปแบบ ดังนี้
1. การจดั แถวสวนสนาม แถวตอนหมู่
2. การจัดแถวสวนสนาม แถวหน้ากระดานหมู่

ท้งั น้ี ในการสวนสนาม จะมีประกาศ เรื่องระเบียบปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับการสวนสนาม ตามความ เหมาะสม

คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 114

ค่มู อื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 115

ค่มู อื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 116

การเดินทางไกลและอยคู่ ่ายพกั แรม

การเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม เป็นกิจกรรมสำคัญของลูกเสือ เจตนาเพื่อฝึกให้ลูกเสือมี
ความอดทนอยู่ในระเบียบวินัย รู้จักช่วยตนเองในพวก รู้จักการทำงานในระบบหมู่พวก ตลอดจนเรยี น
วิชาลูกเสอื เพิ่มเติม และสอบวิชาพิเศษลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญไ่ ด้อีกทางหนง่ึ ด้วย ฉะนั้น เพื่อให้เปน็ ไปตาม
วัตถุประสงค์ดังกล่าวผู้กำกับกลุ่มลูกเสือหรือผู้กำกับลูกเสือหรือผู้ท่ีเกี่ยวข้องต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม
ข้อบังคับคณะลกู เสือแห่งชาติทไี่ ด้ระบุไว้อย่างเคร่งครดั ตัง้ แตว่ นั เดนิ ทางไปจนถึงวันเดินทางกลับ

1) การเดินทางไกลคอื การผจญภยั

เป็นหน้าที่ของผกู้ ำกับลกู เสือที่จะเพ่ิมเติมประสบการณ์ในด้านการผจญภัยให้แกล่ ูกเสือในกองของ
ตน ภายหลังท่ีไดฝ้ ึกข้ันตอนในการเดินทางไกลข้ันต้นมาแล้ว ตอ่ ไปผู้กำกับลูกเสือควรจะได้ฝึกให้ลูกเสือให้
รู้จักการสำรวจ และสามารถเดินทางไปในถิ่นท่ีลูกเสือไม่คุ้นเคยมาก่อน การเดินทางเป็นตัวอย่างของ
ประสบการณ์จริงให้เด็กได้เพียงพอ แต่ควรหาโอกาสเพิ่มความยาวของเส้นทางขึ้น หรือมีเส้นทางผสม
ระหวา่ งการเดนิ ด้วยเทา้ ข้ึนรถและลงเรอื ตามโอกาสอันควร

ระยะทางการเดนิ ทางไกลตามหลักสตู รและวัยของลูกเสอื แต่อาจไม่สามารถสร้างความสำเรจ็ ได้ตาม
ความม่งุ ประสงค์ ความสำคัญอยูท่ ่ีว่า ให้ลุกเสอื มคี วามสนกุ สนานรา่ เริงในการเดินทางของเขา แม้จะใช้วิธี
ทดสอบโดยมีกิจกรรมเป็นการฝึกความอดทนในร่างกาย หรือกำหนดเส้นทางให้ยาวข้ึนก็ตาม เส้นทางที่
กำหนดควรให้ลูกเสือมีความเป็นอิสระมากพอสมควร การกำหนดกิจกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
แม้แต่การกำหนดจุดท่ีต้องตรวจสอบในระหว่างการเดินทางไกล ทุกครั้งที่จัดให้มีการเดินทางไกลควรมี
กจิ กรรมที่เกยี่ วกับการสำรวจ และลูกเสอื ควรจะได้รบั การส่งเสริมให้มกี ารสำรวจว่า จะมีเส้นทางอ่ืนใดบ้าง
ที่อยู่ในความสนใจของเขา

เมอื่ กลับคืนมาสทู่ ี่ต้ังตามปรกติ ผ้สู อนหรอื ผู้กำกบั ลูกเสือสามัญรุน่ ใหญ่ ควรจะมาให้การตอ้ นรบั
และรับฟังรายงานโดยลูกเสือท่ีเดินทางไกลจะต้องกลับมาเป็นผู้ที่รายงานถึงเรื่องราวต่างๆ ของสถานที่ท่ีได้
ไปพบเห็นมาจากการท่ไี ดไ้ ปแรมคนื ทนี่ น่ั และไดป้ ฏิบัติอะไรไปบ้าง

2) ความมุ่งหมาย

2.1) ฝึกความอดทน อย่ใู นระเบียบวินัยและเสริมสร้างพลานามัย
2.2) สนองความต้องการของเด็กในด้านการผจญภัย การเดนิ ทางสำรวจ ฯลฯ
2.3) เพ่ือสอบวชิ าพเิ ศษลกุ เสือ ทดสอบวิชาทเ่ี รยี นมาแล้วและเรยี นเพ่มิ เตมิ
2.4) เป็นการฝกึ เพ่อื สร้างเจตนารมณแ์ ห่งความเปน็ ครอบครัวเดยี วกนั การรจู้ กั ชว่ ยตนเอง การ
รจู้ ักทำงานรว่ มกบั คนอนื่ และความมวี นิ ยั ในตนเอง
2.5) ฝึกให้ลูกเสอื ปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื และสามารถนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
ได้
2.6) ฝกึ ใหล้ กู เสอื เข้าใจในหลักการของลูกเสอื ลดความเหน็ แก่ตัวเขา้ กับสงั คมได้
2.7) ลกู เสอื จะได้นำเอาหลกั การและวธิ กี ารไปใช้ในระหวา่ งการเดนิ ทางไกล

คู่มือปฏบิ ตั งิ านลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 117

3) หลักการ - ควรเปน็ วนั หยดุ หรอื วันสดุ สัปดาห์ หรือหยุดภาคฤดูร้อน
- เรียนวิชาลกู เสือ เช่น การเดนิ ทางสำรวจ การใชเ้ ขม็ ทิศ
3.1) จะไปเมอื่ ไร?
3.2) ไปทำอะไร? การใชแ้ ผนที่และการชมุ นมุ รอบกองไฟ
- ไปยงั สถานท่ีทจ่ี ะอำนวยประโยชนต์ ามวัตถุประสงค์ของการ
3.3) ไปไหน?
ฝกึ อบรม
3.4) ไปอย่างไร? - กำหนดเส้นทางหรอื ยานพาหนะ

4) ขน้ั ตอนการขออนุญาตพาลกู เสือไปเดินทางไกลและอยูค่ ่ายพกั แรม

4.1) การขออนุญาตพาลูกเสอื และยวุ กาชาด ไปเดินทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรมทุกคร้ัง ขอให้
แจ้งเร่ืองการขออนุญาตไปยังสำนักงานลูกเสือเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัด ก่อนออก
เดินทางเป็นเวลาล่วงหน้า 15 วัน โดยแนบโครงการฯ รายช่ือลูกเสือ และครูหรือผู้กำกับลูกเสือ
กำหนดการหรือตารางการฝกึ อบรม แผนผังการเดินทาง จากโรงเรียนไปค่าย หนังสือขออนุญาตจาก
ผู้ปกครอง และสำเนากรมธรรม์ประกันชีวิตกรณี กรณีออกนอกเขตจังหวัด ผู้อำนวยการลูกเสือ
จงั หวดั เป็นผู้อนุญาต

4.2) การนำลูกเสือไปเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรมเพื่อฝึกอบรมวิชาลูกเสือ ทดสอบวิชา
ลูกเสือตามหลักสูตร หรือทดสอบวิชาพิเศษลูกเสือก็ดี เพื่อความสะดวกต่อการควบคุมดูแล ความ
ปลอดภัย ตลอดจนเรือ่ งที่พกั อาศัย การจัดอาหาร และยานพาหนะ ควรจะมจี ำนวนลูกเสือคร้ังละไม่เกิน
200 คน หากมีลูกเสือซ่ึงจะต้องนำไปอยู่ค่ายพักแรมจำนวนมากกว่าที่ได้กำหนดไว้ ก็ควรจะจัดแบ่งไป
หลายรุ่น หลายคร้ัง หรือแยกกันไปหลายแห่ง ทั้งขอให้จัดครูผู้ควบคุมดูแลให้เพียงพอ ได้สัดส่วนกับ
จำนวนลกู เสือ และให้ถือปฏิบัติตามข้อบังคับคณะลูกเสือแหง่ ชาติวา่ ดว้ ยการปกครอง หลักสตู รและวิชา
พิเศษลูกเสือ พ.ศ. 2509 การเดินทางไกลและแรมคืน ข้อ 273– 279 โดยเคร่งครัด ซ่ึงต้องปฏิบัติตาม
สาระสำคญั ตามขอ้ บงั คับดงั นี้

ข้อ 273 การเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม ให้ผู้กำกับกลุ่มหรือผู้กำกับลูกเสือ นำลูกเสือไป
ฝึกเดินทางไกลและแรมคืนในปีหน่ึง ไม่น้อยกว่า 1 คร้ัง คร้ังหนึ่งให้พักแรมอย่างน้อยหน่ึงคืน การเดิน
ทางไกลและแรมคนื มีวตั ถุประสงค์เพื่อฝกึ ให้ลกู เสือมคี วามอดทน อยู่ในระเบียบวนิ ัย รู้จักช่วยตัวเองรู้จัก
อยู่และทำงานร่วมกับผู้อ่ืน ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพิ่มเติม ในระหว่างการเดินทางไกลและแรมคืน
ลูกเสือพึงเว้นการกระทำใด ๆ ที่เป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดความเดือนร้อนแก่ผู้อ่ืน ผู้บังคับบัญชา
ลูกเสือพงึ วางแผนการนำลูกเสือไปเดนิ ทางไกลและแรมคนื ไว้ใหพ้ ร้อมและเนนิ่ ๆ

ข้อ 274 การเดินทางไกลของลกู เสือ ต้องไดร้ ับความยนิ ยอมจากผู้ปกครองของลูกเสือก่อน ถ้า
จะแรมคืนด้วย นอกจากได้รบั ความยินยอมจากผู้ปกครองแลว้ จะต้องได้รบั อนุญาตจากหน่วยราชการที่
สังกัด และจากเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด หรือ
ผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอ แล้วแต่กรณี การขออนุญาตจะต้องแจ้งความประสงค์ บอกรายละเอียด
เชน่ การตระเตรียมต่าง ๆ ตลอดจนเตรยี มการฝึกเปน็ ต้น

คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 118

ข้อ 275 การเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม ผู้บังคับบัญชาลูกเสือต้องระวังดูแลลูกเสืออย่าง
ใกล้ชิด เพ่ือมิให้เกิดอนั ตรายแก่ลูกเสือขึ้นได้ ท้ังน้ีตั้งแต่ออกเดินทางจนกระทั่งกลบั ถึงท่ีต้องกลุ่มลกู เสือ
หรอื กองลูกเสอื

ข้อ 276 เมือ่ เสรจ็ การเดินทางไกลและอยคู่ ่ายพักแรมแลว้ ได้ปฏิบัติไปอยา่ งไรได้ผลเป็นอย่างไร
ให้ผู้กำกับกลุ่มหรอื ผู้กำกับกองลกู เสือทำรายงานที่ไดก้ ระทำไปโดยละเอียด เสนอต่อผู้สั่งอนญุ าต

ข้อ 277 การแรมคืนของลูกเสือสำรอง นอกจากต้องปฏบิ ตั ิตามท่ีกล่าวมาข้างต้นแล้ว ให้ปฏิบตั ิ
ในเรอ่ื งต่อไปน้ดี ว้ ย

1) มีผบู้ งั คับบัญชาลูกเสอื ควบคมุ อย่างน้อย 2 คน ในจำนวนนต้ี อ้ งเป็นผกู้ ำกับลกู เสือ
สำรองทม่ี ีประสบการณใ์ นเร่อื งการอยคู่ า่ ยพักแรมของลูกเสือมาแลว้ เป็นอยา่ งดอี กี ด้วย

2) ต้องมีผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือหรอื ผใู้ หญ่อย่างนอ้ ย 1 คน ประจำลูกเสอื สำรองทุก 6 คน
3) ในทแี่ รมคนื ต้องมีน้ำประปาหรอื น้ำสะอาดสำหรบั บริโภคและมีเคร่อื ง อำนวยวยวาม
สะดวกต่าง ๆ ในการทำครวั ตลอดจนเครื่องสขุ ภัณฑท์ ีถ่ ูกสุขลกั ษณะ
4) ศาลาท่พี กั ของลกู เสือต้องสะอาด ถ้าไมม่ ีศาลาท่ีพักจะใช้เต็นทก์ ไ็ ด้ และต้องมีจำนวน
เพียงพอ
5) ผู้ส่ังอนุญาตใหน้ ำลูกเสอื ไปอยู่คา่ ยพกั แรม จะต้องไม่อนญุ าตจนกวา่ จะเป็นท่พี อใจใน
เรื่องผู้ควบคมุ ลูกเสือ สถานทพ่ี กั และการตระเตรียมต่าง ๆ
ข้อ 278 ในการเดินทางไกลและอยคู่ ่ายพักแรม ผู้บงั คบั บัญชาลกู เสือไม่ควรอนุญาตใหล้ ูกเสือลง
เลน่ นำ้ ในแมน่ ำ้ ลำคลอง หรอื สระ เว้นแตจ่ ะได้มกี ารควบคุมอยา่ งใกล้ชิด หากผ้บู งั คับบัญชาลูกเสือ
จะอนุญาตใหล้ กู เสือลงเล่นนำ้ ตอ้ งปฏบิ ัติ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1) พจิ ารณาในเรื่องอายุ สุขภาพ ตลอดจนความสามารถในการว่ายนำ้ ของลกู เสือแต่ละคน
2) ตรวจสอบความตื้นลึกของนำ้
3) พิจารณาสภาพของลมฟ้าอากาศในขณะลงเล่นน้ำ
4) แบ่งลูกเสอื ออกเป็นหมยู่ อ่ ย ๆ ตามความสามารถสำหรับลงเลน่ นำ้ โดยใหแ้ ตล่ ะหมมู่ ีผู้
ควบคุมอยา่ งใกล้ชิด
5) ให้มเี จ้าหน้าท่ีสำหรบั ดูแล ซ่ึงควรเป็นผู้ที่ได้รบั เครอ่ื งหมายวชิ าชว่ ยผู้ประสบภัยมาแล้ว
กบั ควรมเี ครื่องอุปกรณส์ ำหรบั ช่วยคนจมนำ้ ไว้ใหพ้ ร้อม สามารถท่จี ะช่วยเหลือเมอ่ื เกดิ เหตฉุ กุ เฉินไดท้ ันที
6) ในระหว่างการเล่นน้ำ อาจให้ลกู เสอื จับเป็นคู่ ๆ โดยใหด้ แู ลชว่ ยเหลือ ซ่ึงกันและกัน ใน
การสอบจำนวนตรวจสอบจำนวนลูกเสือว่าอยู่ครบหรือไม่ ให้เป่านกหวีด เมื่อได้ยินสัญญาณลูกเสือ
จะต้องอยูเ่ ป็นคู่ ๆ อาจให้ชมู ือขึ้นแล้วตรวจสอบจำนวน
7) เมอื่ ไดย้ นิ สัญญาณนกหวดี เลิกตามทก่ี ำหนดไว้ลูกเสอื ตอ้ งขน้ึ จากนำ้ ทันที
ข้อ 279 การเดนิ ทางไกลไปต่างประเทศการเดินทางไกลตา่ งประเทศ มีระเบียบปฏิบัติดงั ต่อไปนี้
1) ลกู เสอื ท่ปี ระสงค์จะเดินทางไกลไปตา่ งประเทศจะต้องย่นื เรื่องราวตามลำดบั ขนั้ จนถึง
สำนกั งานคณะกรรมการบริหารลกู เสือแห่งชาตพิ ร้อมทง้ั ช้ีแจงความประสงค์ และรายละเอยี ดต่าง ๆ

คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 119

2) การเชิญลูกเสอื ต่างประเทศมาเยี่ยมหรือแรมคืนในประเทศไทย จะต้องได้รับอนุมตั ิจาก
ผู้อำนวยการลกู เสอื จากจงั หวัดหรอื เลขาธิการลูกเสือแหง่ ชาตแิ ลว้ แตก่ รณี

5) วิธีปฏิบัติ

5.1) ตอ้ งฝึกหัดอบรมล่วงหน้า
5.2) ต้องเตรียมอปุ กรณ์ – พสั ดุส่ิงของให้ครบ
5.3) ตอ้ งไปตรวจสถานทีล่ ว่ งหน้า
5.4) ตอ้ งจดั เตรียมรายการอาหาร
5.5) ต้องจัดทำกำหนดการฝกึ อบรม
5.6) ต้องมีกิจกรรมก้าวหน้า
5.7) ควรจะนำหนังสือท่ไี ด้รบั อนุญาตนำตดิ ตัวไปดว้ ย เพอ่ื แสดงต่อเจ้าของสถานทีห่ รือผเู้ กีย่ วข้อง
รวมท้ังผูต้ รวจการลูกเสือประจำท้องถนิ่ หรือผ้มู ีอำนาจหนา้ ทเ่ี กยี่ วข้องจะได้ทราบ และใหค้ ำแนะนำในกรณี
ทเี่ กดิ เหตุจำเป็นหรอื เหตฉุ กุ เฉินบางประการขน้ึ จะได้แจ้งใหท้ ราบโดยด่วน

6) การเดนิ ทางไกลไปต่างประเทศ

การเดินทางไกลไปตา่ งประเทศ มรี ะเบียบปฏบิ ัติ ดงั น้ี
6.1) ปรึกษาผ้บู ังคับบัญชาลกู เสือ ขอคำแนะนำจากผู้ตรวจการลกู เสือฝา่ ยตา่ งประเทศ
6.2) ทำหนงั สอื ชแี้ จงวตั ถุประสงคแ์ ละรายละเอยี ดต่างๆ ขอคำอนุมตั ิและทำหนงั สอื นำตัว
6.3) การจัดทำหนังสือเดินทาง การฉีดยา ปลูกฝี ประทับตราหนงั สือเดินทางเขา้ ประเทศ เตรียม
เสื้อผา้ อุปกรณท์ ่ีจำเป็น ศึกษาอตั ราแลกเปลีย่ นเงนิ ตราต่างประเทศ
6.4) ซกั ซ้อมการแสดงและกิจกรรมอ่นื ๆ โดยศึกษาถึงประเพณี ภาษา รวมทั้งภมู ศิ าสตร์
ประวัตศิ าสตร์ ของประเทศท่ีจะเดนิ ทางไป
6.5) พึงระลกึ เสมอวา่ เวลาเดนิ ทางไปต่างประเทศทา่ นคือตวั แทนคณะลูกเสือแห่งชาติ

7) ข้นั ตอนการเดินทางไกล

การเดินทางไกลจะเป็นส่ิงที่มีคุณค่า และก่อให้เกิดความสนุกสนานได้ ต้องอาศัยการฝึกอบรมท่ีมี
พื้นฐานและก้าวหน้า โดยเรม่ิ มาจากกจิ กรรมของหม่แู ละกอง ควรมขี ้นั ตอนการฝึกอบรม ดงั น้ี

7.1) การเดิน ควรหาโอกาสฝึกเดินในระยะทางส้ันๆ จากท่ีตั้งตามปกติของกอง ในระยะทางไป
– กลับไม่เกิน 10 กิโลเมตร โดยมีวัตถุประสงค์ท่ีแน่นอน เช่น การสังเกตพิจารณาและจำเกี่ยวกับวิชา
ชาวค่าย การเดินทางสำรวจ การวาดภาพ การคาดคะเน และการสงั เกตพิจารณาในเรอื่ งเหตฉุ ุกเฉินตา่ งๆ

7.2) อปุ กรณ์ เลือกอุปกรณ์ทจ่ี ำเป็น และสามารถระบุอุปกรณ์ท่ีไม่จำเป็นและคดั เลือกออกได้ฝึก
และสาธิตการดูแลรักษา และการบรรจุอุปกรณ์การเดินทางไกล ฝึกซ้อมให้รู้วิธีปฏิบัติในฤดูหนาวเวลา
กลางคืนควรฝึกฝนอบรมลกู เสอื ใหร้ ูจ้ กั จดั ทำรายการอุปกรณ์ที่จะต้องนำไปโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ถงุ บรรจอุ าหาร
หบี หรอื ถุงอปุ กรณก์ ารหงุ หาอาหาร อปุ กรณ์เก่ียวกบั เครื่องสุขภัณฑ์ตา่ งๆ

7.3) อาหาร ควรเลอื กและเตรยี มรายการอาหารและจัดอาหารไวอ้ ยา่ งเหมาะสมกำหนดเดิน

คูม่ อื ปฏบิ ตั ิงานลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 120

ทางไกลโดยเตรยี มอาหารอย่างง่ายๆ แตค่ วรมีจุดหมาย และควรแตกต่างระหวา่ งรายการอาหารสำหรับเดิน
ทางไกล และรายการอาหารไปอยู่ค่ายพักแรมตามปรกติ ลูกเสือควรรู้จักวิธีการปรุงอาหารแบบชาวป่า
สาธิตและฝกึ หัดใช้แผน่ โลหะอลูมิเนยี มฟอยล์ในการปรงุ อาหาร

7.4) การรายงาน เปน็ หลักฐานขนั้ สำคัญเกี่ยวกบั เสน้ เดินทางท่ไี ดป้ ฏิบตั มิ าแล้ว การรายงานต้อง
รายงานตามแบบสมุดรายงานของลูกเสือ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญในทางปฏิบัติความสามารถและ
ความสำเร็จ โดยการทดสอบ เส้นทางและวัตถุประสงค์ท่ีจะพิจารณาว่า ผู้ปฏิบัติเข้าถึงกิจกรรมน้ีหรือไม่
การรายงานควรมีภาพประกอบ แผนท่สี งั เขปของเส้นเดนิ ทางและบันทกึ รายละเอยี ดเก่ยี วกับการเดินทาง

8) การเขยี นรายงานการเดินทางไกล

8.1) รายงานต้งั ตน้ ดว้ ยสถานที่ วัน รายงานจากใครถึงใคร
8.2) รายงานควรแบง่ เปน็ 3 ช่อง ดงั ตัวอย่าง

ตวั อย่างตารางการเขียนรายงานการเดนิ ทางไกลในประเทศ

วนั เวลา รายการ ระยะทาง

8.3) มีแผนที่สงั เขปประกอบรายการ
8.4) ใหบ้ อกการประกอบอาหารอยา่ งน้อย 2 คร้งั
8.5) ลักษณะการเขียนรายงานทด่ี ีคือ ถูกต้อง ชัดเจน รัดกุม และรวดเร็ว

9) มาตรการเก่ียวกับการอยคู่ า่ ยพกั แรม ทคี่ วรทราบ

9.1) เม่ือเดินทางถึงสถานที่จัดกิจกรรม ต้องจัดให้มีการปฐมนิเทศ เพื่อแจ้งกฎ ระเบียบ ข้อ
ปฏบิ ัติ ในการใช้สถานท่ี และการปฏิบตั ิตนขณะอย่ใู นบริเวณทจี่ ดั กจิ กรรมและท่พี ักแรมคนื

9.2) การพักค้างคนื ตอ้ งจัดทพ่ี ักแยกชาย/หญงิ
9.3) ต้องจดั ใหม้ คี รู อาจารย์ทำหน้าท่รี ักษาความปลอดภยั ตลอดช่วงเวลาจัดกิจกรรม
9.4) ไม่อนุญาตให้นำเครอื่ งดืม่ ทมี่ ีแอลกอฮอล์ พกพาอาวุธ ส่ิงเสพตดิ อุปกรณ์การเล่นการพนัน
เขา้ ไปในสถานทจ่ี ดั กจิ กรรมหรอื สถานท่ีอย่คู า่ ยพกั แรม
9.5) ไม่อนุญาตให้นำของมีค่า จำพวกเคร่ืองประดับ เช่น สร้อย แหวน ต่างหู ติดตัวไป เว้นแต่
ไดร้ ับอนุญาต
9.6) จัดให้มีครูพยาบาล หรือผู้ที่มีความรู้ในด้านการรักษาพยาบาล ดูแลนักเรียน นักศึกษา
ระหว่างกระทำกจิ กรรม รวมท้งั จดั รถรับ-สง่ กรณมี ีเหตฉุ ุกเฉินตลอดเวลา

คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานลูกเสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 121

9.7) การจัดกิจกรรมต้องจัดให้เหมาะสมกับระดับช้ันเรียน วัย เพศ และความสามารถของ
นักเรียน หลีกเล่ียงกิจกรรมท่ีเสี่ยงอันตราย โลดโผนเกินไป และต้องจัดให้มีการทดสอบปฏิบัติ ก่อนฝึก
ปฏบิ ัตจิ ริงทกุ ครง้ั โดยครูอาจารยท์ ี่รบั ผดิ ชอบ

9.8) ในกรณที ่ีเกิดการพลัดหลง หรือออกนอกสถานที่ หรือค่ายพักแรม โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้
แจ้งและประสานงานกับผู้ดูแลสถานที่ บุคคลในท้องท่ี หรือเจ้าหน้าที่ ที่เก่ียวข้องเพ่ือวางแผนค้นหา
ตดิ ตาม พร้อมแจง้ ให้ผปู้ กครอง และผู้บงั คบั บัญชาทราบโดยทันที

9.9) กรณีฉกุ เฉนิ ให้รายงานดว้ ยวาจา และเมอ่ื เหตกุ ารณน์ ้นั ผา่ นพน้ ไปแล้ว ให้รายงานเป็นลาย
ลักษณ์อักษรอกี ครงั้ หนึ่ง

10) องคป์ ระกอบและหลกั การจัด ค่ายพักแรมท่นี า่ สนใจ

การอยู่คา่ ยพกั แรมแต่ละครั้ง นอกจากจะเป็นการทบทวนเนอ้ื หาสาระทีไ่ ดเ้ รียนรูม้ าจากโรงเรยี น
แล้ว การสอบเครื่องหมายต่าง ๆ ก็มีความจาเปน็ อยา่ งยิ่ง รวมทั้งการจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ที่เพิ่มพูนความรู้
ใหม่ ๆ ให้ด้วย ทั้งในรูปแบบ ส่ือการเรียนรู้ท่ีทันสมัย และน่าสนใจ รวมท้ังการถ่ายทอดวิชาความรู้ใน
รูปแบบของลูกเสือท่ีมี ธรรมชาติ และสิง่ แวดลอ้ มเป็นตวั ชว่ ย จะทาให้การอยู่คา่ ยพักแรมแตล่ ะครั้ง สรา้ ง
ความสนใจ ประทับใจใหแ้ กบ่ รรดาลูกเสอื เหลา่ น้นั การอย่คู ่ายพักแรมจะตอ้ งมีองคป์ ระกอบและหลกั การ
จดั ค่ายพกั แรมท่นี า่ สนใจ อาทิ

10.1) การจดั ตามความสนใจของลูกเสือ โดยมีการประชมุ คณะกรรมการปกครอง (นายหมู่) ว่า
จะไปยงั ท่ีสถานที่ใด และไปสำรวจสถานท่ีนั้นว่าเหมาะสมหรือไม่

10.2) มีการประชมุ วางแผน จดั โปรแกรม และตารางฝึกอบรม
10.3) มกี ารจัดเตรียมอุปกรณท์ ่สี ำคัญและจำเปน็ ทงั้ จากบุคคลและสว่ นกลาง
10.4) มผี ้อู านวยการคา่ ยพักแรมและคณะวทิ ยากรทจี่ ะใหค้ วามรใู้ นวชิ าตา่ ง ๆ
10.5) มีการมอบหมายหน้าท่ี

11) พธิ ีการชักธงเขียวใหญ่

พิธกี ารชกั ธงเขียวใหญ่ หมายถงึ พธิ ีการชักธงสีเขยี วในระหวา่ งการอยูค่ า่ ยพกั แรม/การฝึกอบรม
เพ่ือบง่ ชีถ้ งึ ความสำเรจ็ ในการอยคู่ า่ ยพักแรม/ฝกึ อบรมแตล่ ะครงั้ วา่ ได้ปฏิบตั ิตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
ทงั้ การเขา้ ร่วมกจิ กรรมต่าง ๆ และการประพฤตปิ ฏบิ ัติตนของลกู เสือ จนได้รับรางวลั ธงเขียวเล็ก และเม่ือ
ได้ธงเขียวเล็กครบทุกหมู่ ก็หมายความว่าค่ายพักแรมแห่งนี้ได้มาตรฐานการอยู่ค่ายพักแรม ธงเขียวผืน
ใหญ่จงึ ถูกชกั ขึ้นสูย่ อดเสาธงประจำคา่ ยพกั แรม

คมู่ อื ปฏิบตั งิ านลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้ืนที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 122

ขน้ั ตอนและวิธกี าร
การตรวจในการฝึกอบรม เมื่อหมู่ใดได้คะแนนถึงเกณฑ์มาตรฐาน ผู้อำนวยการฝึกจะมอบธง

เขียวเล็กใหแ้ ก่นายหมูน่ ้ัน เพื่อนำไปประดบั ไว้ที่ค่ายพักของหมใู่ หเ้ ห็นชัดเจนเป็นเวลาหน่ึงวนั แตถ่ ้าแตล่ ะ
หมู่ได้รับคะแนนถึงมาตรฐานท่ีกำหนดไว้ทั่วกันทุกหมู่ ให้ชักธงเขียวใหญ่ขึ้นท่ีเสาธงประจำค่ายการ
ฝกึ อบรมการชักธงเขยี วใหญ่ ให้พธิ กี รหนา้ เสาธงเชญิ หม่บู ริการ 2 คนออกมาชักธงเขียว โดยธงเขยี วใหญ่
ผกู ไวท้ ่เี สาธงเรยี บร้อยกอ่ นแลว้ ผชู้ กั ธงเขยี วเม่อื มาถึงเสาธงไม่ตอ้ งทำความเคารพธงเขยี ว พิธกี รจะเชญิ
ผูเ้ ข้ารับการฝึกอบรมคนใดคนหน่ึงกา้ วออกมา 1 กา้ ว นำโห่ 3 ลา โดยนำ “โห”่ แล้วทุกคนในทน่ี ้ันรบั
“ฮ้ิว” พรอ้ มกนั 3 ครั้ง (พร้อมกับยกมอื ขน้ึ พร้อมกบั เสยี ง “ฮิ้ว”) ผู้ชักธงจะชักธงเขียวใหญข่ นึ้ ตามจังหวะ
เสยี ง “ฮ้ิว” พอครบ 3 ครัง้ ธงเขียวใหญจ่ ะถึงยอดเสาพอดี เมือ่ ผูช้ ักธงเขียวผกู เชือกธงเขียวใหญ่
เรียบร้อยแล้ว ท้ังสองทำกลบั หลังหัน (ไมต่ ้องทำความเคารพ) วงิ่ กลับเขา้ หมู่ของตน
คุณประโยชนพ์ ธิ ีการชกั ธงเขยี วใหญ่

1). เพือ่ เป็นการประกาศเกยี รติคุณ ความสามารถ และทักษะของลกู เสอื เม่อื เข้ารบั
การฝึกอบรมหรืออยู่ค่ายพักแรม

2) เพ่ือกระตนุ้ และจงู ใจให้ลูกเสือ เกิดการชว่ ยเหลือในหม่ลู กู เสือต่าง ๆ สามารถใช้แนวทาง
ปรับปรงุ มาตรฐานการอยคู่ ่ายพกั แรมของแตล่ ะหมู่ ให้อยใู่ นมาตรฐานสูงตลอดเวลา

3) เพ่ือเป็นแนวทางที่ดีทผ่ี ูเ้ ขา้ รับการฝกึ อบรมจะนำไปปฏบิ ตั ิในการประชมุ นายหมลู่ ูกเสอื
ในกองลูกเสอื ของตนตอ่ ไป

12) พธิ กี ารตรวจในการอยคู่ ่ายพักแรม

12.1) พิธีการตรวจโดยรองผ้กู ำกับลกู เสอื
พธิ ีการตรวจโดยรองผกู้ ำกับลูกเสือ หมายถงึ การตรวจหม่ลู ูกเสือโดยรองผกู้ ำกบั ลกู เสือ ซงึ่

ได้รบั มอบหมายจากผูก้ ำกับลูกเสอื ให้ทำหน้าท่ีตรวจ
ขั้นตอนและวิธกี าร
ผ้กู ำกบั สงั่ ให้รองผู้กำกับลกู เสอื ไปตรวจ โดยแจง้ ให้ทราบลว่ งหน้าว่าให้ตรวจอะไร
รองผู้กำกับ เม่ือได้รับคำสั่งให้ไปตรวจ ให้ทำความเคารพผู้กำกับลูกเสือโดยการทำ

วนั ทยหัตถ์ (ผู้กำกับลูกเสือรับการเคารพ) แลว้ รองผู้กำกับลูกเสือรีบเดินไปยืนหน้านายหมู่ลูกเสือ หมู่ที่
จะตรวจหา่ งจากนายหมู่ลกู เสือประมาณ 3 ก้าว

นายหมู่ เม่ือรองผ้กู ำกบั ลูกเสอื มายนื ข้างหน้าหา่ งประมาณ 3 กา้ ว สั่ง “หม.ู่ ..ตรง”
“วนั ทยา-วธุ ” ลูกเสอื ทกุ คนปฏบิ ัตติ ามคำสั่งรวมทั้งตัวนายหมู่ลกู เสือด้วย

รองผ้กู ำกบั เมอื่ ลกู เสอื ทำวันทยาวธุ ให้รบั ความเคารพด้วยวนั ทยหตั ถ์
นายหมู่ ลดมือลงในท่าเรียบอาวุธ แล้วก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว ทำวันทยาวธุ และรายงาน
วา่ “หมู่...พรอ้ มท่ีจะรับการตรวจแลว้ ครับ (ค่ะ)” กล่าวรายงานเสร็จลดมือลงในท่าเรียบอาวุธ นายหมู่
ก้าวถอยหลงั กลบั ทเี่ ดมิ ทำวันทยาวธุ และสง่ั “เรยี บ-อาวธุ ” ลูกเสือในหมู่
ทุกคนรวมทัง้ นายหมลู่ ูกเสอื ลดมือลงในทา่ เรียบอาวุธ (ท่าตรง)

คูม่ อื ปฏบิ ตั ิงานลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้ืนที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 123

รองผกู้ ำกบั กา้ วเข้าไปขา้ งหนา้ ประมาณ 1 ก้าว ตรวจสุขภาพ (หรอื ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย)
นายหมู่ เสรจ็ แลว้ เดินไปทางขวาโดยสไลด์เท้าขวาไปทางขวา 1 กา้ ว แล้วสไลดเ์ ท้า
ซา้ ยชิดเทา้ ขวา เพื่อทำการตรวจคนที่ 2 และคนตอ่ ๆ ไป
นายหมู่ กา้ วมาข้างหน้าประมาณ 2 กา้ ว ถืออาวธุ ในท่าตรง (กระตุกอาวุธใหส้ งู ขน้ึ
จากพื้นดินเล็กน้อยทุกครั้งท่ีก้าวเดิน) ทำกลับหลังหัน ขณะนี้จะยืนหันหน้าเข้าหาหมู่ของตนเอง ให้ยืน
เย้ืองไปข้างหลังของรองผู้กำกับลูกเสือเล็กน้อยเดินก้าวตามรองผู้กำกับลูกเสือไปทางขวาเพ่ือรับฟัง
ข้อเสนอแนะ การเดนิ ใหส้ ไลด์เทา้ ขวาไปทางขวา 1 ก้าว แลว้ สไลด์เท้าซ้ายชดิ เทา้ ขวา
รองผู้กำกับ เดินสไลด์เท้าไปทางขวาตรวจสุขภาพ (หรอื ตามที่ได้รบั มอบหมาย) ลูกเสือทีละ
คน และให้ข้อเสนอแนะกับนายหมู่ลูกเสือท่ีเดินตาม (ไม่ต้องเอามือเข้าไปจับต้องตัวลูกเสือ หรือ
เครื่องแบบของลูกเสือ) ตรวจจนถึงคนสุดท้าย ไมต่ ้องเดินอ้อมหลัง นายหมู่ลูกเสือรบี เดนิ กลับไปยืนหัว
แถวในหมู่ตามเดิม รองผู้กำกับลูกเสือเดินไปยืนหน้านายหมู่ลูกเสือห่างจากนายหมู่ลูกเสือประมาณ 1
ก้าว
นายหมู่ สั่ง “ (ชือ่ หม)ู่ ......วันทยา-วธุ ” ลูกเสือทุกคนทำวันทยาวุธ เฉพาะนายหมู่ลูกเสือ
พูดว่า “หม.ู่ ...........ขอบคณุ ครบั (คะ่ )”
รองผู้กำกับ รับการเคารพด้วยวันทยหัตถ์ นายหมู่ สั่ง “เรียบ-อาวุธ” “ตามระเบียบ-
พัก” ลูกเสือในหมู่ทุกคนรวมท้ังนายหมู่ลูกเสือปฏิบัติตามคำส่ังรองผู้กำกับ เมื่อนายหมู่ลูกเสือส่ังเรียบ
อาวุธ ให้รองผู้กำกับลูกเสือลดมือลง ทำกลับหลังหัน ทำความเคารพผู้กำกับลูกเสือโดยการทำ
วันทยหัตถ์ พร้อมกับรายงานผลการตรวจ (ยนื ห่างจากนายหมู่ลูกเสือท่ตี รวจ ๓ ก้าว) ต่อผู้กำกับลกู เสือ
ด้วยเสียงชัดเจน เช่น “ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ไปตรวจ.......หมู่.....ผลปรากฏว่า.........” เมื่อรายงาน
เสรจ็ เรียบร้อยลดมอื ลง กลบั ไปยนื ด้านหลังเสาธงตามเดมิ
ผู้กำกับ เมื่อรองผู้กำกับลูกเสือทำความเคารพและรายงาน ให้รับการเคารพและการ
รายงานด้วยวันทยหัตถ์เช่นเดียวกัน เม่ือรองผู้กำกับลูกเสือรายงานเสร็จลดมือลง จึงลดมือลงพร้อมกัน
และหันไปรับรายงานจากผู้อืน่ ต่อไป หลงั จากรองผู้กำกับลูกเสือตรวจ และรายงานผลการตรวจ กลับไป
ยนื หลังเสาธงทกุ คนแลว้ สั่งต่อไปวา่ “กอง-ตรง” “กอง-แยก” ลกู เสอื เมื่อได้ยินคำสง่ั “กอง-แยก” ให้
ทำขวาหนั แล้วแยกย้ายกันไปอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อการเรียนตอ่ ไป
คณุ ประโยชน์ของพธิ ีการตรวจโดยรองผู้กำกับลกู เสอื
1) เพื่อนอ้ มนำให้ผู้บังคับบญั ชาลูกเสือระลกึ ถึงความสำคัญของชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์และผูม้ ีพระคุณ
2) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียน เสริมสร้างระเบียบวินัย ความสง่างาม และความ
เป็นผู้นำผู้ตามทดี่ ี ตามวถิ ที างของลกู เสือ
3) เพ่อื เสริมสรา้ งความสมั พันธอ์ ันดรี ะหว่างผู้กำกบั ลกู เสือและรองผู้กำกับลูกเสอื ในกอง
4). เพ่ือให้สามารถนำวิธีการไปใช้ในการเรียนการสอนวิชาตามหลักสตู รอ่ืน ๆ ท่ีก่อให้เกดิ
ความสนใจ สรา้ งความกระตือรืนรน้ และมีความหมายแกผ่ บู้ ังคบั บญั ชาลกู เสือ

คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 124

6) เพ่ือใหเ้ กิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ วธิ กี าร และสรา้ งความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่
อื่น ๆตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย

พิธกี ารตรวจโดยนายหมู่ลูกเสือ
พิธีการตรวจโดยนายหมู่ลูกเสือ หมายถึง การตรวจหมู่ลูกเสือโดยนายหมู่ ซึ่งได้รับ

มอบหมายจากผกู้ ำกบั ลูกเสอื ใหท้ ำหนา้ ทีแ่ ทน และเพือ่ เปน็ การส่งเสริมภาวะผนู้ ำของนายหมู่ลูกเสอื
ขนั้ ตอนและวธิ ีการ
ในบางกรณที ่รี องผ้กู ำกบั ลกู เสือไมอ่ ยู่หรือมีนอ้ ย ผกู้ ำกับลกู เสือก็สามารถใหน้ ายหมู่

ลกู เสือทำหนา้ ทีช่ ่วยเหลือในการตรวจได้ ข้นั ตอนในการตรวจของนายหมลู่ กู เสือใหป้ ฏบิ ตั ดิ ังต่อไปนี้
นายหมู่ เมื่อได้ยนิ คำส่ังจากผู้กำกับลูกเสือว่า “นายหมู่ตรวจ...” ขณะนลี้ ูกเสือทุกคนยืนอยู่ในท่าพักตาม
ระเบียบ นายหมู่ลูกเสือทุกหมู่ยืนในท่าตรง นายหมู่ลูกเสือที่ไม่มีอาวุธทำวันทยหัตถ์ นายหมู่ลูกเสือที่มี
อาวุธทำวันทยาวุธต่อผู้กำกับลูกเสือ ผู้กำกับลูกเสือ รับการเคารพจากนายหมู่ลูกเสือด้วยการ
วันทยหัตถ์นายหมู่ ลดมือลง หรือเรียบอาวุธ ก้าวมาข้างหน้าหมู่ของตนเองประมาณ ๓ ก้าว แล้วทำ
กลับหลงั หันยืน ในท่าตรง รองนายหมู่ เมอื่ ผู้กำกับลูกเสือส่ัง “นายหมู่ตรวจ...” รองนายหมู่ลูกเสือทุก
หมู่ยนื ในทา่ ตรงวิ่งอ้อมหลังแถวไปยนื แทนนายหมู่ลูกเสือ ในทา่ พกั ตามระเบียบ ในขณะที่นายหมู่ลกู เสือ
กลบั หลังหนั มาในท่าตรง เมอ่ื พรอ้ มแล้วรองนายหม่ลู กู เสือแตล่ ะหมสู่ ั่ง “หม.ู่ ..(ช่ือหมู่)...ตรง” รองนายหมู่
ลกู เสือทำ “วันทยหัตถ์” คนเดียว กรณีมีอาวุธส่ัง “วันทยา-วุธ” รองนายหมู่ลูกเสือและลูกเสือในหมู่
ทุกคนปฏบิ ตั ิตามคำส่งั

ค่มู อื ปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 125

แผนท่ีและเข็มทิศ

แผนที่ หมายถึง ส่ิงท่แี สดงรายละเอียดของภูมิประเทศบนพื้นผิวโลก ที่ท่มี ีอย่ตู ามธรรมชาติและที่
มนุษย์สร้างข้นึ โดยจำลองบนวตั ถุพ้ืนระนาบด้วยมาตราส่วน ซึ่งรายละเอียดเหล่าน้ีอาจแสดงด้วยเสน้ สีและ
สญั ลักษณ์ต่างๆ

1) การแบง่ ชนดิ ของพนื้ ที่โดยทว่ั ไป

แผนที่แบบแบนระนาบ (Planimrtric Mapi) หมายถึง แผนทที่ ่ีแสดงพน้ื ผิวของโลกในทางราบ ไม่
แสดงความสูงต่ำใหป้ ระโยชนม์ ากในการใช้แสดงตำแหนง่ ระยะทางและเส้นทาง

แผนที่ภูมิประเทศ (To agraphic Map) หมายถึง แผนท่ีทำท่ีแสดงพื้นผิวของโลกให้เห็นความสูง
ตำ่ ใหค้ ุณประโยชน์มากกว่าแบบแบนราบ

แผนที่ภาพถ่าย (Picot Map or Oethorto Map) หมายถึง แผนที่ทำจากภาพถ่ายทางอวกาศ
สามารถแสดงให้เห็นลักษณะต่างๆ ท้ังท่ีเป็นธรรมชาติ และสงิ่ ทมี่ นษุ ย์สร้างขึ้น ซึ่งไม่ปรากฏในแผนท่ีและ
ลกั ษณะท่ีถกู ตอ้ งกว่าแผนทอี่ ่ืน

2) การแบ่งชนดิ ของแผนที่ตามลักษณะการใชง้ าน

2.1) แผนท่ีท่ัวไป (General Maps) เป็นแผนท่ีซึ่งใช้เป็นฐานสำหรับทำแผนท่ีอ่ืนส่วนมากแล้ว
จะใช้มาตราส่วน 1 : 1,000,000 ซึ่งแสดงอาณาเขตประเทศ เมือง ความสูงต่ำลักษณะภูมิประเทศ เช่น
แผนท่โี ลกแผนที่ทวีป และแผนท่ีประเทศตา่ งๆ เป็นต้น

2.2) แผนท่ีทรวดทรงหรือแผนที่นูน (Relef Map) เป็นแผนที่แสดงความสูงต่ำของภูมิประเทศ
มาตราสว่ น 1 : 20,500

2.3) แผนที่ทหาร (Military Maps) เป็นแผนท่ีแสดงข้อมูลเก่ียวกับการทหาร เช่น แผนที่
ยุทธศาสตร์ แผนที่ยุทธวธิ ี แผนท่สี ำหรับทหารปนื ใหญ่

2.4) แผนท่ีเดินอากาศ (Aeronautical Charts) เป็นแผนที่ใช้สำหรับการบินเพื่อให้ทราบถึง
ตำแหน่ง และทศิ ทางของเครอ่ื งบนิ

2.5) แผนที่เดินเรือ (Nautical Charts) เป็นแผนท่ีใช้ในการเดินเรือ แสดงความลึก สันดอน
แนวปะการงั เขตน้ำต้ืน เปน็ ต้น

2.6) แผนท่ีการขนส่ง(Transportation) เป็นแผนท่ีขนส่ง เป็นแผนที่ที่แสดงการคมนาคมขนส่ง
ทางถนน รถไฟ ทางเรือ และเครื่องบิน

2.7) แผนทีเ่ ศรษฐกิจ (Economic Mas) เปน็ แผนท่แี สดงผลผลติ เขตกสิกรรม และลักษณะการ
กระจายหรอื ความหนาแนน่ ของประชากร

2.8) แผนท่ีประวัติศาสตร(์ Historical Maps) เป็นแผนทแี่ สดงอาณาเขตในสมยั ประวตั ศิ าสตร์
2.9) แผนที่รัฐกิจ(Economic Maps) เป็นแผนที่แสดงให้เห็นถึงเขตการปกครองดินแดนและ
พรมแดน

คมู่ อื ปฏิบตั ิงานลูกเสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 126

2.10) แผนทีเ่ ค้าโครง(Diagrammatic Maps) เป็นแผนท่ีแสดงลายเส้นรูปกราฟ สถิติ เช่น กราฟ
แสดง นำ้ ฝน อุณหภูมิ เป็นต้น

2.11) แผนท่ีผังเมือง(Political Maps) เป็นแผนท่ีใช้แสดงอาคารสถานท่ี ถนนหนทาง สถานที่
สำคัญ มาตราสว่ น 1 : 20,000

2.12) แผนทีท่ างหลวง (Diagrammatic Maps) เป็นแผนที่ใช้แสดงถนนสำคัญ เช่น ทางซุปเปอร์
ไฮเวย์มาตราสว่ น1 : 1,000,000

2.13) แผนที่โฉนดทด่ี นิ (City Maps) เปน็ แผนที่ทแี่ สดงการถอื กรรมสทิ ธิ์ที่ดนิ ซ่ึงกรมทดี่ ินเปน็
ผอู้ อก

2.14) แผนที่เพ่ือการนิเทศ (Highway Maps) เป็นแผนท่ีท่ีใช้ในการโฆษณา เช่น แผนที่เพื่อการ
ท่องเทย่ี วแสดงภาพสถานทสี่ ำคัญๆ ปชู นียวตั ถุ สถานตี ากอากาศ เปน็ ต้น

3) การอา่ นแผนท่ี

เป็นการค้นหารายละเอียดของภูมิประเทศบนแผนท่ี หากเราอ่านแผนที่ได้ถูกต้อง เราจะสามารถ
เข้าใจและจะได้ประโยชน์จากแผนท่ีมาก สามารถรู้จักลักษณะของภูมิประเทศน้ันๆ ที่เรายังเข้าไปไม่ถึง
สามารถทีจ่ ะวางแผนปฏิบตั กิ ารตา่ งๆ ได้ ถา้ เราอ่านแผนที่ไมอ่ อกแผนที่ดีท่ีสดุ ก็จะไรค้ ่าทนั ที ดังน้นั แผนที่
ทท่ี ันสมัยย่อมใหป้ ระโยชนแ์ กผ่ ูใ้ ชอ้ ย่างมาก

โดยสรุป แผนท่ีจะบอกให้เราทราบทต่ี ้ัง ระยะทาง ทิศทาง ความสูงตำ่ และทรวดทรง

4) ท่ตี ง้ั (Location)

ระบบ ทใี่ ชใ้ นการหาที่ตั้งของสง่ิ ต่างๆ ในแผนทมี่ ีหลายแบบ และทแ่ี พร่หลายท่สี ดุ ดงั นี้
ระบบพิกัดภูมิศาสตร์(Geographic Coordinates) เป็นระบบที่กำหนดท่ีตั้ง (Location) ของสิ่ง
ต่างๆ ในแผนทีด่ ว้ ยคา่ ของละติจูด โดยมเี ส้นศูนยส์ ูตรเป็นหลักในการกำหนดของเส้นละติจดู (Latitude) วา่ สิ่ง
น้นั อยหู่ ่างไปทางเหนอื หรือใตข้ องเส้นเมอริเดียนเรมิ่ แรก (Prime Meridian) เป็นหลักในการกำหนดเส้นลอง
ติจูด(Longitude) ว่าส่ิงน้ันอยู่ไปทางตะวันตกของส้นเมอริเดียนเริ่มแรกเท่าไร เช่น จุด A มีพิกัดทาง
ภมู ิศาสตร์อยู่ในละติจูดที่ 15 องศา 30 เหนือ ลองติจูดที่ 105 องศา 15 ตะวันออก หมายความว่าจุด
A อยู่ทางเหนือของเส้นศูนย์สูตรป็นระยะห่างเชิงมุม (Angular Distance) 15 องศา 30 ลิปดา และอยู่
ทางตะวนั ออกของเส้นเมอรเิ ดยี นเรมิ่ แรกเป็นระยะหา่ งเชิงมมุ 105 องศา 15 ลปิ ดา
ระบบพิกัดตาราง(Grid Coordinates) เป็นระบบที่กำหนดที่ตั้งของส่ิงต่างๆ ในแผนที่โดยอาศัย
เส้นตรง 2 ชดุ ได้แก่
4.1) เส้นตรงขนานกันในแนวตะวันออก – ตก
4.2) เส้นตรงขนานกนั ในแนวเหนือ – ใต้
เส้นตรงท้ัง 2 ชุด จะตัดกันในรูปส่ีเหล่ียมจัตุรัส หรือเรยี กว่า พิกัดกริด (Grid Locator System)
ซึ่งพมิ พ์ไว้บนแผนท่ีพร้อมทง้ั มตี ัวเลขสีดำกำกบั เสน้ กรดิ แตล่ ะเส้น

คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 127

5) หลกั ในการอ่านพิกัดตารางในแผนที่

คือ ตอ้ งอ่านไปทางขวาและขึ้นขา้ งบน (read right up)

80 81 82 83 84

54 54
53
53 52
51
A 50

52

51

50

80 81 82 83 84

จากตารางพิกดั รูป ก.
สมมตวิ า่ ต้องการหาพกิ ัดของจุด A จะหาไดด้ ังน้ี
ดูตารางท่ีเป็นกรอบก้ันจุด A อา่ นเสน้ พิกัดไปขวานัน้ คือ อา่ นตัวเลขที่กำกับเส้นยืนจากซา้ ย

ไปขวา หน้าจุด A คือ เส้น 81 ต่อไปให้ดูว่า จุด A อยู่ทางขวาของเส้น 81 - 82 เป็น 10 ช่องๆ
ละเทา่ ๆ กนั ในรูปจดุ A จะอย่ไู ปทางขวาเสน้ 81 เปน็ ระยะห่าง 3 ชอ่ ง

ดังนั้นเราอ่านได้วา่ 813 (81 คือ)เส้นยืนที่อยู่จุด A จดุ 3 คือ ตำแหน่งที่จุด A อยู่
ห่างจากเส้น 81 ไปทางขวา 3 ช่อง อ่านเส้นพิกัดขึ้นบน น่ัน คือ อ่านตัวเลขที่กำกับเส้นนับจากล่างขึ้น
บน คือ 52 ต่อไปให้ดูว่าจดุ A อยู่เหนือเสน้ 52 มากน้อยเพยี งใด ก็โยงการแบ่งช่องระหว่าง 52 –
53 เป็น 10 ช่อง เท่า ๆ กัน ในรูป จุด A จะอยู่เส้น 52 เป็นระยะห่าง 5 ช่อง ดังน้ันเราอ่านได้
525 (52 คือ เส้นนอกท่อี ยู่ใตจ้ ุด A และ 5 คือ ตำแหน่งที่จดุ A อยู่เหนือเสน้ 52 ข้นึ ไป 5 ช่อง )

นำเลข 2 ชดุ มาเรียงต่อกนั จะได้ 813525 ตวั เลข น้ี คือพิกัดของจดุ A ทต่ี อ้ งการ

คมู่ ือปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 128

6) ระยะทาง (Distance)

เน่ืองจากระยะทางในแผนท่ีเป็นการย่อส่วนสิ่งที่อยู่ในภูมิประเทศจริงโดยการกำหนดมาตราส่วน

ดังนั้นมาตราสว่ นท่พี มิ พ์อยูบ่ นแผนทีน่ ั้นจะช่วยใหส้ ามารถคำนวณระยะในภูมิประเทศไดจ้ ากแผนทนี่ ้นั ๆ

มาตราสว่ น (Scale) หมายถึง อัตราสว่ นระหวา่ งระยะในแผนทก่ี บั ระยะในภูมิประเทศ

เราสามารถคำนวณหรือวัดหาระยะทางได้ โดยใช้สูตร

มาตราส่วน = ระยะในแผนท่ี

ระยะในภูมิประเทศ

ชนิดของมาตราสว่ นมี 3 ชนิด ได้แก่

6.1) มาตราส่วนเศษส่วน จะบอกเป็นเศษสว่ นหรืออัตราสว่ นเปรยี บเทียบ เช่น

1

50,000

1: 50,000 หมายความว่า 1 หน่วยของระยะท่ีวัดบนแผนที่จะเท่ากับ 50,000 หน่วย ที่เป็นชนิด

เดียวกันในภูมิประเทศ ดังน้ัน เราจะทราบว่า ถ้าระยะในแผนที่ 1 เซนติเมตร จะเท่ากับระยะในภูมิ

ประเทศจริง 50,000 เซนติเมตร หรอื ในแผนท่ี 1 น้วิ ตอ่ 1 กโิ ลเมตร เปน็ ตน้

6.2) มาตราส่วนคำพูด จะบอกเป็นอักษรหรือเป็นภาษาคำพูด เช่น 1 น้ิวต่อ 1 ไมล์ หรือ

1 นว้ิ ตอ่ 1 กิโลเมตร เป็นต้น

6.3) มาตราส่วนเส้นบรรทัด จะแสดงไว้ตรงขอบด่านล่างของแผนที่แต่ละฉบับ ถ้าผู้ใชแ้ ผน

ต้องการทราบว่าระยะในแผนที่ ระหว่าง 2 ตำบล หรือ 2 จุดมีความยาวเท่าใดในภูมิประเทศจริง เรา

ตอ้ งวดั ระยะในแผนที่แลว้ นำเอาระยะทวี่ ัดได้ไปเทียบกับมาตราส่วนเส้นบรรทัด เรากจ็ ะทราบระยะจริงของ

ภูมิประเทศน้ันได้ทันทีโดยไม่ต้องไปคำนวณให้เสียเวลา มาตราส่วนเส้นบรรทัดจะมีแสดงไว้หลายหน่วย

อาจจะเป็นไมล์ เมตร หลา หรอื ไมล์ทะเล หากเราต้องการทราบระยะในหน่วยใดกเ็ ปรยี บเทียบกบั ระยะ

ในหนว่ ยนั้น

7) การใชส้ มดุ สนาม

สมุดสนาม คือ การบันทึกขอ้ มลู ทไี่ ด้จากการสำรวจและรังวัดในพ้นื ท่ีจริง ลงในสมุด ขอ้ มูลที่ได้จาก
การสำรวจและรังวัด ประกอบด้วยระยะทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ทิศทางที่จุดท้ังสองทำมุมกัน
ลักษณะท่ีเด่นชัดในภูมปิ ระเทศ โดยมแี ผ่นภาพแสดงรายละเอียดประกอบขอ้ มลู ดงั กล่าว

คูม่ ือปฏบิ ตั งิ านลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้ืนที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 129

คู่มอื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 130

คู่มอื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 131

คู่มอื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 132

คู่มอื ปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 133

คำอธิบายแตล่ ะช่อง•

ชอ่ ง 1 ระยะทางจาก………………………ถงึ ……………………..

หมายถึง ระยะจากจุดใดถึงจุดใดในภูมิประเทศที่ต้องการจะวัดมุมด้วยเข็มทิศ และระยะทางด้วยการนับ

กา้ ว

ชอ่ ง 2 A หมายถึง มุมทีท่ ำการรังวัดโดยเข็มทิศจากจุดตำแหน่งท่อี ยู่ไปยังตำแหน่งท่ีจะเดินทางไปถึง

เช่นจากตำแหน่ง A วัดมุมไปยังตำแหนง่ B วดั มุมได้ 344 องศา

ช่อง 3 จำนวนก้าว หมายถงึ การเดนิ นบั ก้าวตำแหนง่ (A) ไปยงั ตำแหน่ง (ZB) นบั กา้ วได้ 110 กา้ ว

ช่อง 4 ก่ีเมตร หมายถงึ การคำนวณจากการนับก้าวมาเป็นเมตร เชน่ จากตำแหนง่ A เดนิ นบั ก้าว

ไปยังตำแหนง่ B ได้ 110 ก้าว จะเปน็ ก่เี มตร

1 กา้ ว = 0.68 เมตร

ดังนัน้ 110 ก้าว = 0.68x 110 เมตร

= 74.80 เมตร

หมายถงึ 1 กา้ ว = 0.68 เมตร ไดม้ าจากการเดนิ นับก้าวของผู้ทำแผนที่สงั เขปวา่ ระยะทาง 100 เมตร

เดนิ นบั กา้ วได้กี่ก้าว แลว้ หารด้วย 100 จะไดว้ ่า 1 ก้าว = เทา่ ไร

ตัวอยา่ ง

ผ้ทู ำแผนท่สี ังเขปเดนิ นบั ก้าว 147 ก้าว = ระยะทาง 100 เมตร

1 กา้ ว = 100 = 0.68 เมตร

147

หรือ = 68 ซม.

ชอ่ ง 5 ลกั ษณะทเี่ ดน่ ชัดในภูมปิ ระเทศ หมายถงึ อาคาร บา้ นเรือน ต้นไมใ้ หญ่ ภเู ขา แนวรว้ั เนนิ เขา

ลำคลอง เสาธงใหญฯ่ ลฯ ทีส่ ามารถใชเ้ ป็นท่ีสงั เกตเห็นได้ชดั ในภมู ิประเทศน้ันๆตรง

ชอ่ ง 6 การเล็งสกัดตรง การหาทีต่ ้ังของสง่ิ ตา่ ง ๆ ในภูมิประเทศโดยใช้วธิ กี ารเลง็ สกัดตรง

วธิ ที ำ

สมมติว่า เราออกเดินทางจากจุด A ไปยังจดุ B ในภูมิประเทศจรงิ ก่อนท่ีจะเดินทางออกจากจุด

A น้ันเราต้องใช้เข็มทิศเล็งไปยังส่ิงต่างๆ ที่เราต้องการทราบที่ต้ัง ซึ่งอยู่ระหว่างสองข้างทางท่ีจะเดินเล็ง

ทางผ่านไป แล้ววัดมุมเอาไว้ ต่อจากน้ันก็เดินวัดระยะทางจากจุด A ไปยงั จดุ B เม่ือถงึ จุด B ให้ใช้เข็มทิศ

วดั มุมเลง็ กลบั มายังส่ิงต่าง ๆ ซึ่งอยู่ระหวา่ งสองขา้ งทางท่ีเราวัดมมุ เอาไว้ ณ จุด A แล้ววดั มมุ ไว้ (แนวเล็งท่ี

วดั มมุ ไวท้ จ่ี ดุ A และจุด B นี้จะตดั กัน จุดทต่ี ัดกันคือที่ตงั้ ของส่ิงตา่ งๆ ทเี่ ราต้องการทราบนนั่ เอง)

คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานลูกเสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้นื ท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 134

ชอ่ ง 7 พิกดั ฉาก
วิธที ำ สมมตเิ ราจะเดินทางจากจดุ B ไปยงั จุด C ในภูมปิ ระเทศจรงิ ขณะท่ีเราเดินวัดระยะทาง

จากจุด B ไปยังจุด C นั้น เม่ือพบส่ิงต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างสองข้างทาง เราก็สามารถหาจุดที่ต้ังของส่ิง
เหล่านั้น โดยใช้เข็มทิศเล็งไปยังสิ่งน้ันแล้ววัดมุมไว้ ต่อจากนั้นจากจุดที่เรายืนวัดมุมอยู่ ก็ให้เดินวัด
ระยะทางไปยังจดุ ที่ต้งั ของส่งิ น้ันตามแนวทิศทางท่ใี ช้เขม็ ทศิ เลง็ มมุ ไว้ ดังรปู

คู่มอื ปฏิบตั งิ านลูกเสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้ืนที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 135

ชอ่ ง 8 รายละเอียด ผู้ทำแผนท่ีสงั เขปจะเขียนเสน้ ทางและรายละเอียดของสง่ิ ตา่ ง ๆ ลงไวเ้ ป็นตัวอย่าง
เม่ือผู้ทำแผนที่สังเขปไปทำการรังวัด สำรวจในพ้ืนที่และลงในสมุดสนามเสร็จเรียบร้อย ก็สามารถลงมือ
เขยี นแผนทส่ี งั เขปตามรายละเอยี ดในสมดุ สนามได้ทนั ที

โดยใช้อุปกรณ์ ดังน้ี
1) กระดาษขาว หรือกระดาษวาดเขยี น
2) ดนิ สอ
3) ยางลบ
4) ไม้โปรครงึ่ วงกลม หรือ ไม้โปรแทรกเตอร์
5) วงเวยี น
6) ปากกาหมกึ ดำหรือปากกาเขยี นแบบ

คูม่ ือปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพ้ืนที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 136

ใบกิจกรรมที่ 7.1

เดนิ ทางไกลกายใจอดทน

จากจุดเริ่มต้น ใหท้ ่านและหมู่ของท่านออกเดนิ ทางโดยใช้มุมอะซมิ ทุ ..............องศา
ระยะทาง..............กโิ ลเมตร จะพบ............................................................................................
ให้................................................................................................................................................

ออกเดนิ ทางต่อโดยใช้มุมอะซิมุท..............องศา ระยะทาง..............กิโลเมตร จะพบ
....................................................................................................................................................
ให.้ ...............................................................................................................................................

ออกเดนิ ทางตอ่ โดยใชม้ มุ อะซิมุท..............องศา ระยะทาง..............กิโลเมตร จะพบ
....................................................................................................................................................
ให.้ ...............................................................................................................................................

ออกเดนิ ทางต่อโดยใชม้ ุมอะซมิ ทุ ..............องศา ระยะทาง..............กิโลเมตร จะพบ
....................................................................................................................................................
ให้................................................................................................................................................

ออกเดินทางต่อโดยใชม้ ุมอะซิมทุ ..............องศา ระยะทาง..............กโิ ลเมตร จะพบ
....................................................................................................................................................
ให้................................................................................................................................................

ออกเดนิ ทางต่อโดยใช้มุมอะซมิ ุท..............องศา ระยะทาง..............กโิ ลเมตร จะพบ
....................................................................................................................................................
ใหร้ ายงานตัวและเขียนบันทึกการเดินทางสง่ ณ จดุ รายงานตวั

คู่มอื ปฏิบตั งิ านลูกเสือ สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 137

การบกุ เบกิ

ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่เป็นลูกเสือที่ก้าวข้ึนสู่วัยรุ่น มีการเปล่ียนแปลงหลายๆอย่าง ทั้งด้าน
รา่ งกายจติ ใจและสังคม ต้องการความเป็นอิสระเป็นตัวของตนเอง ไม่ชอบคำสั่ง ต้องการที่จะเผชิญ
ภยั ฉะน้นั ผู้นำหรือผกู้ ำกับลูกเสือจึงมีความจำเป็นอย่างยิง่ ท่ีจะต้องศึกษาในความเปลี่ยนแปลงของ
ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่อย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้หากิจกรรมท่ีท้าทายความต้องการของลูกเสือให้
เหมาะสมแก่วัยและความต้องการของเขา และจะได้เป็นแนวทางท่ีจะก่อให้เกิดประโยชน์และแนว
ทางการดำเนินชวี ิต การประกอบอาชีพในภายหน้า การบกุ เบิกก็จัดว่าเป็นกิจกรรมท่ีท้าทายลูกเสือ
สามัญรุ่นใหญ่ทั้งในด้านร่างกายและความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมความคิดที่ก้าวหน้ารวมทั้งการ
พ่ึงตนเองและช่วยเหลือผู้อ่ืนด้วย การจะมอบกิจกรรมใดๆ ให้กับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ หรือไม่ว่า
ลูกเสือประเภทใดก็มีหลักเกณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน คือ กิจกรรมนั้น ๆ ต้องก้าวหน้าอยู่เสมออย่างไม่
หยุดยัง้ และมกี ฎเกณฑง์ ่าย ๆ

1) ความหมายและขอบขา่ ย

“ผ้บู กุ เบิกหรือนักบุกเบิก” (Pioneers) หมายถึง บคุ คลทไี่ ปข้างหน้าก่อน เพ่ือเปิดทางในป่า
รกหรือท่ีอื่นๆ และให้ความสะดวกแก่ผู้ท่ีจะตามมาภายหลังอย่างดีท่ีสุด ส่วน “การบุกเบิก” ก็คือ
การเปดิ ทางหรือการกรยุ ทาง การทจี่ ะเป็นนกั บุกเบกิ ท่ีดนี ั้นจะตอ้ งเป็นผู้ที่มคี ุณลักษณะหลายๆ อย่าง
มาเป็นอย่างดเี สียก่อน หากไมเ่ ช่นน้นั แล้วจะเกดิ ผลเสียหรือข้อบกพรอ่ งเปน็ อยา่ งมากในภายหลงั

“บกุ เบกิ ” จึงมคี วามหมายครอบคลมุ กจิ กรรมต่างๆ ดังตอ่ ไปนี้
1.1) การผูกเงื่อน ลูกเสือทุกคนต้องผูกเง่ือนเป็นและผูกได้อย่างถูกต้องท้ังในท่ีมืดและท่ี
สว่างทหารเรือ เจ้าหนา้ ท่ีบรรเทาสาธารณภัย หรือแม้แต่ชาวประมง ตอ้ งผูกเง่อื นเป็นและรวดเร็ว ไม่
ว่าจะในน้ำหรือบนบก เพราะการผูกเง่ือนนอกจากจะให้ประโยชน์แก่ตนเองแล้ว ยังให้ประโยชน์แก่
ผ้อู ่ืน นับว่าเงอื่ นเป็นสิ่งท่ีมีประโยชน์อย่างย่ิงในการประกอบกิจการงานของคนเราอย่างหนึ่ง และมี
ความสมั พันธก์ บั งานอยา่ งอนื่ ๆอกี ด้วย ดังจะกล่าวตอ่ ไปนี้
1.2) การสร้างกระท่อมหรือเพกิ พัก ลูกเสือควรรู้จักวธิ สี รา้ งเพิงหรือกระท่อม การสร้างสิ่ง
ดังกล่าวไม่ควรจะสรา้ งโดยขาดหลักวิชาการ เพราะจะต้องสรา้ งให้เหมาะสมกับภูมิประเทศและดินฟ้า
อากาศ ต้องดูทิศทางลมให้ถูกตอ้ ง ต้องสร้างใหม้ ีขนาดเหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าพัก การมุงหลงั คาจะ
มุงยังไงไม่ให้หลังคารั่วเม่ือมีฝนหรือน้ำค้าง จะทำอย่างไรหลังคาจึงจะไม่เปิดเมื่อมีพายุ จะสร้าง
อย่างไรจึงจะสงวนทรัพยากรธรรมชาติคือต้นไม้ ไม่ใช่ตัดหรือทำลายตามใจชอบ เมื่อกระท่อมท่ีพัก
ร้อนจัด เมอ่ื เราเขา้ พกั หรือหนาวเย็นจดั จะแกไ้ ขอย่างไรน้ำจงึ จะไมท่ ว่ มกระทอ่ มเขา เปน็ ตน้
1.3) การโค่นต้นไม้ ต้องพิจารณาหลายประการ เช่น มีความจำเป็นอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้
ขออนุญาตแล้วหรือยัง กอ่ นโค่นต้องทำอยา่ งไรบ้าง เมื่อโค่นแลว้ จะกระทบกระเทือนตน้ อน่ื หรือไม่ จะ
เกิดอันตรายอย่างไรเม่ือต้นไม้จะล้มทั้งตนเองและผู้อยู่ใกล้เคียง ลูกเสือควรทราบว่า มีบุคคลท่ี
เลินเล่อตอ้ งได้รับอันตราย บาดเจบ็ และเสยี ชีวติ จากการโค่นต้นไมเ้ ป็นจำนวนไมน่ อ้ ย

ค่มู ือปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 138

1.4) การทำสะพาน เป็นส่ิงที่ต้องสร้างขึ้นด้วย ผู้สร้างต้องเป็นผู้มีทักษะโดยเฉพาะการผูก
เง่ือนได้อย่างถูกต้อง ดังท่ีได้กล่าวมาแล้ว การสร้างสะพานน้ันผู้สร้างต้องคำนวณวัสดุท่ีจะสร้างได้
อย่างถูกต้อง ต้องทราบถึงหลักเกณฑ์ในเร่ืองความต้านทานของเชือก เพื่อความปลอดภัยท้ังต้องมี
ความมั่นคงแข็งแรงพอ ถ้าบังเอิญเราไม่มีรอกในการสร้างสะพาน เราจะต้องใช้กลวิธีอย่างไรและมี
ประสิทธิภาพเหมือนการใช้รอก ท้ังน้ีรวมทั้งการท่จี ะสรา้ งหอคอยหรือแพเพ่อื ข้ามแม่น้ำลำคลองก็ดุจ
เดียวกนั และอยา่ ได้ตคี วามว่าการสรา้ งทุกอย่างในขอ้ นีเ้ ปน็ “การบกุ เบกิ ” แต่เพียงอยา่ งเดียว

1.5) การทราบสัดส่วนของตนเอง ข้อน้ีเป็นความจำเป็นอย่างย่ิงของ “นักบุกเบิก” ต้อง
ทราบสัดส่วนของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนความสูงของตนเอง ความยาวจากข้อมือถึงศอก หรือ
ความยาวจากข้อศอกถึงปลายน้ิวกลาง หรอื แม้แต่ช่วงก้าวของตัวเองที่ละเอยี ดกว่านั้น ก็ชว่ งหน่ึงคืบ
ของตนเองก็ควรทราบ ลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่จะใช้ไม้ง่ามเป็นอาวธุ ประจำกายแทนไม้พลอง ควรทำ
เครอ่ื งหมายเปน็ เซนติเมตรไวบ้ ้างก็จะมปี ระโยชน์ในการคำนวณหาส่วนสงู หรือระยะทางต่างๆ ของส่งิ
ท่ีเราต้องการน่นั เอง หรืออย่างน้อยทส่ี ดุ กเ็ พือ่ คำนวณหาสว่ นกว้างยาวเลก็ ๆนอ้ ยๆ ก็ยงั มีประโยชน์

2) จุดม่งุ หมาย

ลูกเสือสามารถนำความรู้ความเข้าใจจากทักษะของเงื่อนและการผูกแน่นต่างๆ มาใชใ้ นการ
สรา้ งฐานหลายๆ แบบให้สามารถใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ริงๆโดยเฉพาะการคำนวณวัสดุทจี่ ำเปน็ ต้องใชอ้ นั จะ
เป็นแนวทางที่จะไดจ้ ดั หาไวใ้ นกองลกู เสอื ของตนเองและแนะนำให้ผู้อ่นื ทสี่ นใจทราบไดอ้ ีกด้วย

3) หลกั การสร้างงานบกุ เบกิ

3.1) จดั อปุ กรณท์ ี่จะใช้ในการสรา้ งฐานของแตล่ ะฐานให้พรอ้ ม
3.2) เลือกสถานท่ีให้เหมาะสมกับการที่จะสร้างของแต่ละฐาน โดยพยายามอาศัย
ธรรมชาติเขา้ ช่วยใหม้ ากที่สดุ
3.3) ลงมอื ปฏิบัติการวางแผนแบ่งกันทำงานตามข้นั ตอนให้เรียบร้อยถกู ตอ้ งและทันตาม
เวลาท่กี ำหนด

4) หลักการมอบกจิ กรรม

ในการมอบกจิ กรรมแก่ลกู เสอื นน้ั ควรจะดำเนินไปตามข้นั ตอน คือ
4.1) มอบกจิ กรรมท่ีงา่ ยๆ ไปสูก่ ิจกรรมทย่ี ากข้ึนอยา่ งมีขน้ั ตอน
4.2) มอบกจิ กรรมทีเ่ ห็นวา่ เปน็ เรอื่ งธรรมดาๆ ไปหากิจกรรมท่ยี งุ่ ยากและซับซ้อนมากขนึ้
4.3) มอบกจิ กรรมที่เห็นได้อยา่ งชดั แจง้ ไปสู่กจิ กรรมท่ีคลุมเครอื หรอื มดื มน
4.4) มอบกจิ กรรมท่กี อ่ ใหเ้ กดิ ความเข้าใจง่ายไปหากจิ กรรมทปี่ ระณตี หรือเข้าใจยาก
4.5) มอบกจิ กรรมทปี่ ลอดภัยให้ปฏิบตั ิก่อนไปหากจิ กรรมท่เี ต็มไปดว้ ยภัยอนั ตรายตา่ ง ๆ
4.6) มอบกิจกรรมท่ีบุคคลธรรมดาจะสร้างข้ึนได้ ไปหากิจกรรมท่ีต้องสร้างด้วยมโนภาพหรือ

คดิ สรา้ งสรรคข์ น้ึ เอง
4.7) มอบกิจกรรมท่ใี ห้ทำตามแบบไปสกู่ ิจกรรมท่ีไม่ซ้ำแบบใคร

คมู่ อื ปฏิบตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 139

5) วิธกี ารสรา้ งงานบุกเบิก

5.1) นำแผ่นภาพที่ได้รับไปทำเป็นหุ่นจำลองตามแบบที่กำหนดให้ได้สัดส่วนท่ีเหมาะสม
และถูกต้อง

5.2) รับอุปกรณ์ท่ีเตรียมไวไ้ ปยงั สถานท่ซี ึ่งกำหนดไวแ้ ล้ว ตรวจอุปกรณ์แลว้ วางแผนแบ่ง
กันลงมือปฏบิ ัติตามข้ันตอน

5.3) ทดสอบความมัน่ คงแข็งแรงทกุ ๆ ขนั้ ตอน
5.4) จดั ผแู้ ทนหมู่เพ่ือสรปุ ย่อการปฏบิ ัตงิ านของหมู่ให้คณะได้ชมและฟงั
5.5) จดั เก็บอุปกรณ์เข้าท่เี ดมิ ใหเ้ รยี บร้อย

ค่มู ือปฏิบตั ิงานลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ท่กี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 140

ใบกจิ กรรมท่ี 1.1
กระเชา้ เลื่อน (Aerial Runway)

1. เชือกขนาด 3 นว้ิ (ใหม่) ยาว 35 เมตร ขึน้ ไป จำนวน 1 เส้น 141
2. เชือกขนาด 1 นว้ิ (ใหม)่ ยาว 50 เมตร ข้นึ ไป จำนวน 1 เสน้
3. เชอื กขนาด 2 นิ้ว (ใหม)่ ยาว 10 เมตร ข้นึ ไป จำนวน 1 เสน้
4. เชอื กขนาด 1 น้ิว (ใหม่) ยาว 50 เมตร ขน้ึ ไป จำนวน 2 เส้น
5. เสาเข็มขนาด 4 x 5 เมตร จำนวน 2 ตน้
6. เสาเข็มขนาด 3 x 2 เมตร จำนวน 2 ต้น
7. เสาเข็มขนาด 3 x 1½ เมตร จำนวน 2 ตน้
8. เชือกผูกแนน่ 3 ½ เมตร จำนวน 4 เสน้
9. เชือกผูกแนน่ 6 ½ เมตร จำนวน 7 เสน้
10. เชือกผูกแนน่ 5 เมตร จำนวน 2 เสน้
11. เชอื กผูกแน่น 2 เมตร จำนวน 24 เส้น
12. รอกมขี อ 2 ตวั สำหรบั ผกู บนต้นไม้ และสำหรับเลอื่ น
13. รอก 2 ตวั สำหรบั ผูกที่ขาตง้ั
14. สมอบก 4 ตัว
15. กระสอบ
16. กระดาน
17. เชือกเล็ก
18. บันไดเชือก
19. ไม้ทำแคร่ 20 ตวั

คมู่ ือปฏบิ ตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4

ใบกิจกรรมที่ 1.2
สะพานแขวน (SUSPENSION BRIDGE)

1. เชอื กขนาด 3 นิว้ ยาว 30 เมตร จำนวน 2 เสน้
2. เชือกขนาด 2 น้วิ ยาว 30 เมตร จำนวน 2 เส้น
3. เชือกขนาด 1 น้ิว ยาว 50 เมตร จำนวน 2 เส้น
4. เสาเขม็ ขนาด 4 x 5 เมตร จำนวน 4 ท่อน
5. เสาเข็มขนาด 3 x 1 ½ เมตร จำนวน 8 ท่อน
6. เชอื กผกู แนน่ 5 เมตร จำนวน 18 เสน้
7. เชอื กผกู แน่น 4 x 4 ½ เมตร 4 ตัน
8. เสาเข็มขนาด 3x3 ½ 4 ตัน
9. เสาเข็มขนาด 3 x 2 ½ เมตร 4 ตนั
10. รอกคู่และเดยี่ วอยา่ งละ 1 ตวั
11. สมอบก 10 ตวั
12. ไมท้ ำลูกบนั ไดทุกระยะ ½ เมตร

คมู่ อื ปฏิบตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสอื เขตพนื ้ ทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 142

ใบกิจกรรมที่ 1.3
สะพานลกู ระนาด (The Ladder Bridge)

1. เชอื กขนาด 3 นว้ิ ยาว 30 เมตร จำนวน 2 เสน้ ทำทางเดนิ
2. เชอื กขนาด 2 นิ้ว ยาว 30 เมตร จำนวน 2 เสน้ โยงสะพาน
3. เชอื กขนาด 1 น้วิ ยาว 30 เมตร จำนวน 2 เส้น ทำราวบนั ได
4. เสาเขม็ ขนาด 1 น้วิ เมตร 10 จำนวน 4 เสน้ ใช้ร้ังรอก
5. เสาเข็มขนาด 3 x 1 ½ เมตร จำนวน 8 ทอ่ น
6. เชอื กผูกแนน่ 5 จำนวน 18 เส้น 8 เสน้
7. เชือกผูกแน่น 3 ½ เมตร 4 เสน้
8. เสาเข็มขนาด 4 x 4 ½ เมตร 4 ต้น
9. เสาเขม็ ขนาด 3 x 2 ½ เมตร 4 ตน้
10. รอกคู่และเดย่ี วอย่างละ 1 ตัว
11. สมอบก 10 ตัว
12. ไมท้ ำลกู บนั ไดทุกระยะ ½ เมตร

ค่มู ือปฏบิ ตั ิงานลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทก่ี ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 143

ใบกจิ กรรมท่ี 1.4
หอคอยรปู พรี ะมิด (Pyramid Tower)

1. เสาเข็มขนาด 4x 6 เมตร จำนวน 3 ท่อน
2. เสาเข็มขนาด 4 x 4 ½ เมตร จำนวน 3 ทอ่ น
3. เสาเขม็ ขนาด 5 x 4 ½ เมตร จำนวน 3 ท่อน
4. เสาเขม็ ขนาด 3x2 ½ เมตร จำนวน 3 ท่อน
5. ไม้พลอง 12 อนั หรอื ไมไ้ ผเ่ บา ๆ ทำแคร่ข้างบน
6. เชอื กผูกแน่นยาว 7 เมตร 5 เสน้
7. เชอื กผูกแน่นยาว 5 เมตร 15 เสน้
8. เชือกเล็กหรือเชือกปอ 26 เสน้ ทำหอคอยและบันได
9. เชอื กทำตวั บนั ได

ค่มู อื ปฏิบตั งิ านลกู เสือ สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 144

ใบกิจกรรมท่ี 1.5
หอคอยสองเสา (Stilt Tower)

1. เสาเขม็ ขนาด 4 x 6 เมตรขน้ึ ไป จำนวน 2 ทอ่ น
2. เสาเขม็ ขนาด 4 เมตรขน้ึ ไปจำนวน จำนวน 2 ท่อน
3. เสาเขม็ ขนาด 3x2 ½ เมตรขน้ึ ไป จำนวน 4 ทอ่ น
4. เสาเขม็ ขนาด 2 เมตรข้ึนไป จำนวน 4 ท่อน
5. เสาเข็มขนาด 3x2 ½ เมตรข้นึ ไป จำนวน 16 ท่อน
6. เสาเข็มขนาด 2x 1 เมตรขึ้นไป จำนวน 4 ท่อน
7. เชอื กโยงผูกขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เมตร จำนวน 2 เสน้
8. เชอื กผูกแนน่ เมตร จำนนวน 9 เสน้
9. เชอื กผกู แนน่ ยาว 4 เมตร จำนวน 14 เส้น
10. เชือกเล็กหรือเชือกปอ 30 เสน้
11. เชือกสำหรับทำบันไดตามสมควร
12. สมอบก จำนวน 4 ตัว

ค่มู ือปฏบิ ตั งิ านลกู เสอื สานกั งานลกู เสือเขตพนื ้ ทกี่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 145


Click to View FlipBook Version