คู่มือการอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร
หลกั สูตรผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา
เอกสาร ศน. ลาดับที่ 12 /2564
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา
สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาชยั ภมู ิ เขต 2
ก
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ การรับรองบุคคลของสถานศึกษาว่าเป็น
คนพิการ ตามกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับส่ิงอานวยความสะดวก
สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออ่ืนใดทางการศึกษา พ.ศ.2550 ให้เหมาะสมย่ิงขึ้นโดยได้ออกประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา เรื่อง กาหนด หลักเกณฑ์และวิธีการ
การรับรองบคุ คลของสถานศึกษาวา่ เป็นคนพิการ และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วนั ท่ี 31 กรกฎาคม พ.ศ.2556 เปน็ ตน้ ไป
น้ัน โดยสาระของประกาศ คือ คนพิการท่ีจะได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษาต้องได้รับการคัดกรองตามแบบท่ี
กาหนด ผู้ดาเนินการคัดกรองต้องได้รับการอบรมวิธีการใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษาก่อนปฏิบัติ
หน้าที่ ดังนั้นสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 จึงกาหนดให้มีการอบรมตามหลักสูตร
“ผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา” เพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้
แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษาตามแบบท่ีแนบท้ายประกาศดังกล่าวข้ึน ซ่ึงจะส่งผลให้บุคคลที่สถานศึกษา
รับรองว่าเป็นคนพิการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการ
ทางการศึกษาได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 หวังว่าเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารเล่มนี้จะ
เป็นประโยชน์ต่อการนาไปใช้ตามวัตถุประสงค์ข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษา
และคณะกรรมการดาเนินงานทุกท่าน
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาชัยภมู ิ เขต 2
ข
สารบญั
เรือ่ ง สทิ ธิคนพกิ ารและกฎหมายที่เกยี่ วขอ้ ง หนา้
หน่วยท่ี 1 ประเภทคนพกิ ารทางการศกึ ษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 1
หน่วยท่ี 2 การใชแ้ บบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ 13
หนว่ ยท่ี 3 คณะกรรมการพิจารณาให้คนพกิ ารไดร้ บั สทิ ธชิ ว่ ยเหลือทางการศึกษา 18
- บคุ คลที่มคี วามบกพรอ่ งทางการเห็น
หน่วยท่ี 4 - บุคคลทมี่ คี วามบกพรอ่ งทางการไดย้ ิน 18
หน่วยท่ี 5 - บคุ คลทม่ี คี วามบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา 24
คณะผ้จู ัดทา - บคุ คลที่มีความบกพรอ่ งทางร่างกาย หรือการเคล่ือนไหว หรือสขุ ภาพ 30
- บุคคลที่มีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้ 40
- บคุ คลทม่ี ีความบกพร่องทางการพูดและภาษา 48
- บคุ คลท่มี ีความบกพรอ่ งทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ 72
- บคุ คลออทิสติก 78
เทคนิคการใหค้ าปรึกษาและการประสานกับผู้ปกครองและผูท้ เ่ี กย่ี วข้อง 87
การวางแผนการจดั การศึกษาท่เี หมาะสมกบั ความพิการแต่ละประเภท 93
98
109
หน่วยที่ 1 สิทธิคนพกิ ารและกฎหมายท่เี กยี่ วขอ้ ง
กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกบั คนพกิ ารเพอ่ื ใหร้ ู้เกยี่ วกบั สทิ ธิ และ โอกาสทางการศึกษาของคนพิการ
ตามกฎหมาย มีขอบข่ายดังนี้
1. รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550
2. พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 และ(ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553
3. พระราชบญั ญัตกิ ารจดั การศกึ ษาสาหรบั คนพกิ าร พ.ศ.2551 และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ พ.ศ. 2556
4. พระราชบัญญัตสิ ง่ เสริมและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แกไ้ ขเพิม่ เติม พ.ศ. 2556
5. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
ระดับการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2552
6. ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ เร่ือง หลักเกณฑ์การให้ครูการศึกษาพิเศษ
ครู และคณาจารย์ ไดร้ บั การสง่ เสรมิ และพัฒนาศักยภาพในการจัดการศึกษา สาหรบั คนพกิ าร พ.ศ. 2552
7. นโยบายและจุดเนน้ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
8. ประกาศคณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รบั สิทธชิ ว่ ยเหลอื ทางการศึกษา
คู่มอื การอบรมหลักสูตรผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 1
เร่ืองกาหนด หลักเกณฑแ์ ละวิธกี าร การรบั รองบุคคลของสถานศกึ ษาวา่ เป็นคนพิการ พ.ศ.2556
มีประเดน็ สาคญั พอสรุปไดด้ ังน้ี
1. รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.2550
เจตนารมณ์ท่ีเก่ยี วข้อง
ผู้พิการหรือทุพลภาพ ย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่า 12 ปี อย่างท่ัวถึงและมี
คุณภาพ การเลอื กปฏิบตั จิ ะกระทาไมไ่ ด้
มาตรา 4 ศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความ
คมุ้ ครอง
มาตรา 5 ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากาเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่ง
รฐั ธรรมนญู นเี้ สมอกนั
มาตรา 29 การจากดั สทิ ธแิ ละเสรีภาพของบุคคลทรี่ ัฐธรรมนญู รบั รองไว้ จะกระทามิได้ เว้นแตโ่ ดย
อาศยั อานาจตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย เฉพาะเพ่อื การที่รฐั ธรรมนญู นีก้ าหนดไวแ้ ละเท่าท่ีจาเปน็ และจะ
กระทบกระเทือนสาระสาคญั แหง่ สทิ ธิและเสรภี าพนนั้ มิได้ กฎหมายตามวรรคหนงึ่ ต้องมีผลใช้บังคบั เป็นการ
ท่ัวไป และไมม่ ุ่งหมายใหใ้ ช้บงั คับแก่กรณใี ดกรณหี น่ึงหรือแก่บคุ คลใดบคุ คลหน่ึงเปน็ การเจาะจง ทัง้ ต้องระบุ
บทบัญญัติแห่งรฐั ธรรมนญู ที่ใหอ้ านาจในการตรากฎหมายนนั้ ดว้ ยบทบัญญตั ใิ นวรรคหน่ึงและวรรคสองให้
นามาใชบ้ ังคบั กับกฎท่ีออกโดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญัติแห่งกฎหมายดว้ ยโดยอนุโลม
มาตรา 30 บคุ คลย่อมเสมอกันในกฎหมายและไดร้ บั ความคุ้มครองตามกฎหมายเทา่ เทียมกนั
ชายและหญงิ มสี ิทธิเทา่ เทยี มกนั การเลือกปฏิบัตโิ ดยไมเ่ ป็นธรรมต่อบคุ คลเพราะเหตุแหง่ ความแตกต่างในเรอ่ื ง
ถิ่นกาเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทาง
เศรษฐกิจหรือสังคม ความเช่ือทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อ
บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทามิได้ มาตรการท่ีรัฐกาหนดขึ้นเพ่ือขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคล
สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ตามวรรค
สาม สิทธิและเสรีภาพในการศกึ ษา
มาตรา 49 บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีท่ีรัฐจะต้องจัดให้อย่าง
ทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลาบาก ต้อง
ไดร้ ับสิทธติ ามวรรคหนง่ึ และการสนบั สนุนจากรฐั เพ่ือใหไ้ ด้รบั การศึกษาโดยทดั เทยี มกับบคุ คลอน่ื
มาตรา 50 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และ
การเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการ ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ เท่าท่ีไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือ
ศีลธรรมอันดีของประชาชนสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสขุ และสวัสดกิ ารจากรฐั
มาตรา 52 เด็กและเยาวชน มีสิทธใิ นการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจและสติปัญญา
ตามศักยภาพในสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม โดยคานึงถึงการมสี ่วนรว่ มของเดก็ และเยาวชนเปน็ สาคญั
คู่มอื การอบรมหลกั สตู รผูด้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 2
มาตรา 54 บุคคลซ่ึงพิการหรือทุพพลภาพ มีสิทธเิ ข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการสิ่งอานวยความ
สะดวกอนั เปน็ สาธารณะ และความช่วยเหลือทเ่ี หมาะสมจากรัฐ
มาตรา 80 ระบุว่า รัฐต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และ
วฒั นธรรม ดังตอ่ ไปนี้
(1) คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สนับสนุนการอบรมเล้ียงดูและให้การศึกษาปฐมวัย
ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชายเสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของสถาบันครอบครัวและ
ชุมชน รวมท้ังต้องสงเคราะห์และจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้อยู่ใน
สภาวะยากลาบาก ให้มคี ณุ ภาพชีวิตทีด่ ขี ้ึนและพ่งึ พาตนเองได้...
กฎหมายรัฐธรรมนญู นาไปสกู่ ารออกพระราชบญั ญัติทเ่ี กย่ี วกบั ขอ้ งตา่ งๆ
2. พระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบับท่ี2) พ.ศ. 2545 และ
แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2553
เจตนารมณ์ทเี่ กยี่ วข้อง
ผู้พิการหรือทุพลภาพย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา ไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่าง
ท่ัวถึงและมีคุณภาพ โดยต้องจัดให้เป็นพิเศษ ต้ังแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้มี
สิทธิได้รับสิ่งอานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออ่ืนใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และ
วิธกี ารทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
โดยมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา 29 ประกอบกับ
มาตรา 50 ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทยบัญญตั ิให้กระทาได้โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญัติ
แหง่ กฎหมายจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบญั ญัตขิ ้นึ ไว้โดยคาแนะนาและยนิ ยอมของรฐั สภา
มาตรา 10 ระบุว่า การจดั การศึกษาต้องจัดใหบ้ ุคคลมีสิทธแิ ละโอกาสเสมอกนั ในการรับการศึกษาขั้น
พื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษา
สาหรับบคุ คลซ่ึงมีความบกพร่องทางรา่ งกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สงั คม การส่ือสารและการเรียนรู้ หรือมี
ร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้
บคุ คลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเป็นพิเศษการศึกษาสาหรับคนพิการในวรรคสอง ให้
จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับส่ิงอานวยความ
สะดวก สือ่ บรกิ าร และความชว่ ยเหลอื อน่ื ใดทางการศกึ ษา ตามหลักเกณฑ์และวธิ กี ารที่กาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 11 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซ่ึงอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษา
ภาคบังคับตามมาตรา 17 และตามกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องตลอดจนให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษา
ภาคบงั คบั ตามความพร้อมของครอบครัว
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 3
มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความ
ประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการ
สอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา ให้สถานศึกษาใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการ
จดั สรรโอกาสการเข้าศกึ ษาต่อ และให้นาผลการประเมนิ ผูเ้ รียนตามวรรคหนง่ึ มาใช้ประกอบการพจิ ารณาด้วย
มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับต่าง ๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสาหรับบุคคลตาม
มาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ี ต้องมีลักษณะหลากหลาย ท้ังนี้ ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละ
ระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพสาระของหลักสูตร ท้ังท่ีเป็น
วิชาการ และวิชาชีพ ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถความดีงาม และ
ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
3. พระราชบญั ญัติการจดั การศกึ ษาสาหรับคนพิการ พ.ศ.2551 และ ท่แี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ พ.ศ.2556
เจตนารมณ์
การจัดการศึกษาสาหรับคนพิการมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากการจัดการศึกษาสาหรับบุคคลท่ัวไป จึง
จาเปน็ ต้องจดั ให้คนพิการมีสทิ ธแิ ละโอกาสได้รับการบรกิ ารและความช่วยเหลือทางการศึกษาเป็นพิเศษ ตั้งแต่
แรกเกิดหรือพบความพิการ ดังนั้น เพื่อให้การบริการและการให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการในด้านการศึกษา
เป็นไปอยา่ งทวั่ ถึงทุกระบบและทุกระดบั การศึกษา
มาตรา 3 ในพระราชบญั ญตั นิ ี้
“คนพิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีข้อจากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจาวันหรือเข้าไปมีส่วน
ร่วมทางสังคม เน่ืองจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์
พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอ่ืนใดประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่าง ๆ และมีความ
ต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษาที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านหน่ึงด้านใด เพ่ือให้สามารถปฏิบัติ
กจิ กรรมในชวี ิตประจาวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลท่ัวไปท้ังนี้ ตามประเภทและหลกั เกณฑ์ท่ี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ ารประกาศกาหนด
“ผู้ดูแลคนพิการ” หมายความว่า บดิ า มารดา ผู้ปกครอง บุตร สามี ภรรยา ญาติ พี่นอ้ งหรือบุคคลอนื่ ใด
ทร่ี ับดูแลหรอื รับอปุ การะคนพิการ
“แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล” หมายความว่า แผนซ่ึงกาหนด แนว ทางการจัดการศึกษาที่
สอดคล้องกับความต้องการจาเป็นพิเศษของคนพิการ ตลอดจนกาหนดเทคโนโลยี ส่ิงอานวยความสะดวก ส่ือ
บรกิ าร และความช่วยเหลอื อ่นื ใดทางการศึกษาเฉพาะบุคคล
“เทคโนโลยีส่ิงอานวยความสะดวก” หมายความวา่ เคร่ืองมือ อุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวรห์ รือบรกิ าร
ที่ใช้สาหรับคนพิการโดยเฉพาะ หรือท่ีมีการดัดแปลงหรือปรับใช้ให้ตรงกับความต้องการจาเป็นพิเศษของคน
พิการแต่ละบุคคล เพื่อเพ่ิม รักษา คงไว้ หรอื พัฒนาความสามารถและศักยภาพที่จะเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร การ
ส่อื สาร รวมถงึ กิจกรรมอนื่ ใดในชีวติ ประจาวนั เพอื่ การดารงชีวติ อสิ ระ
คูม่ อื การอบรมหลกั สูตรผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 4
“ครูการศึกษาพิเศษ” หมายความว่า ครูที่มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษสูงกว่าระดับปริญญาตรีข้ึนไป และ
ปฏบิ ัตหิ น้าทีใ่ นสถานศึกษาท้ังของรัฐและเอกชน
“โรงเรียนเรียนรวม” หมายความว่า การรับเด็กเข้ารับการศึกษาโดยไม่แบ่งแยกความบกพร่องของเด็ก
หรือคัดแยกเด็กท่ีด้อยว่าเด็กส่วนใหญ่ออกจากช้ันเรียน แต่จะใช้การบริหารจัดการและวิธกี ารในการให้เด็กเกิด
การเรยี นรู้และพฒั นาการตามความตอ้ งการ จาเป็นอย่างเหมาะสมเป็นรายบคุ คล
“สถานศกึ ษาเฉพาะความพิการ” หมายความว่า สถานศึกษาของรัฐหรอื เอกชนที่จัดการศึกษาสาหรับคน
พกิ ารโดยเฉพาะ ทัง้ ในลกั ษณะอยู่ประจา ไป กลบั และรับบรกิ ารทีบ่ ้าน
“ศูนย์การศึกษาพิเศษ” หมายความว่า สถานศึกษาของรัฐท่ีจัดการศึกษานอกระบบ หรือตามอัธยาศัยแก่
คนพิการ ตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบความพิการจนตลอดชีวิต และจัดการศึกษาอบรมแก่ผู้ดูแลคนพิการ ครู
บุคลากรและชุมชน รวมทั้งการจัดส่ือ เทคโนโลยี สิ่งอานวยความสะดวก บริการและความช่วยเหลืออ่ืนใด
ตลอดจนปฏิบัตหิ นา้ ท่อี ืน่ ตามทก่ี าหนดในประกาศกระทรวง
มาตรา 5 คนพกิ ารมีสิทธทิ างการศึกษาดงั น้ี
(1) ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายต้ังแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิตพร้อมท้ังได้รับ
เทคโนโลยี สิ่งอานวยความสะดวก สอื่ บริการและความช่วยเหลืออน่ื ใดทางการศึกษา
(2) เลือกบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา โดยคานึงถึงความสามารถ ความ
สนใจความถนดั และความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษของบุคคลนนั้
(3) ไดร้ บั การศึกษาที่มีมาตรฐานและประกนั คณุ ภาพการศึกษา รวมทั้งการจดั หลักสูตรกระบวนการเรียนรู้
การทดสอบทางการศึกษา ที่เหมาะสมสอดคลอ้ งกับความต้องการจาเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภทและ
บคุ คล
มาตรา 6 ให้ครูการศึกษาพิเศษในทุกสงั กัดมีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามท่ีกฎหมายกาหนดให้ครู
การศึกษาพิเศษ ครู และคณาจารย์ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ องค์ความรู้การศึกษาต่อเน่ืองและ
ทกั ษะในการจดั การศึกษาสาหรบั คนพิการ ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑ์ที่คณะกรรมการกาหนด
มาตรา 8 ให้สถานศึกษาในทุกสังกัดจัดทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยให้สอดคล้องกับความ
ต้องการจาเป็นพิเศษของคนพิการ และต้องมีการปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลอย่างน้อยปีละ
หนึง่ คร้ัง ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการท่กี าหนดในประกาศกระทรวง
ให้สถานศึกษาในทุกสังกัดและศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการอาจจัดการศึกษาสาหรับคนพิการท้ังใน
ระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ในรูปแบบท่ีหลากหลายทั้งการเรียนร่วม การจัดการศึกษาเฉพาะความ
พิการรวมถึงการให้บรกิ ารฟ้นื ฟูสมรรถภาพ การพัฒนาศกั ยภาพในการดารงชีวิตอิสระการพัฒนาทกั ษะพ้ืนฐาน
ท่ีจาเป็น การฝึกอาชีพ หรือการบริการอ่ืนใดให้สถานศึกษาในทุกสังกัดจัดสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุนการ
เรียนการสอน ตลอดจนบริการเทคโนโลยี สิ่งอานวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทาง
การศกึ ษา ทีค่ นพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชนไ์ ด้
คู่มอื การอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 5
สถานศึกษาใดปฏิเสธไม่รับคนพิการเข้าศึกษา ให้ถือเปน็ การเลือกปฏบิ ัติโดยไม่เปน็ ธรรมตามกฎหมาย ให้
สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องสนับสนุนผู้ดูแลคนพิการและประสานความร่วมมือจากชุมชนหรือนัก
วชิ าชีพเพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาทุกระดับ หรือบริการทางการศึกษาท่ีสอดคล้องกับความต้องการจาเป็น
พเิ ศษของคนพกิ ารเกี่ยวกับท้องถน่ิ
มาตรา 10 เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการให้ราชการส่วนท้องถ่ินออกข้อบัญญัติ
เทศบัญญตั ิ ข้อกาหนด ระเบยี บหรือประกาศ แล้วแตก่ รณี ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
มาตรา 19 ให้สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา มีหน้าท่ีดาเนินการจัดการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการเรียน
รวม การนิเทศ กากับ ตดิ ตาม เพ่ือให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพตามที่กฎหมายกาหนด
เพ่ือให้การดาเนินการบรรลุวตั ถุประสงค์ตามวรรคหน่ึง ให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานให้การ
สนบั สนนุ ทรพั ยากร องค์ความรู้ และบคุ ลากรท่มี ีความเชย่ี วชาญเฉพาะดา้ นแก่สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา
4. พระราชบญั ญัติส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และ ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2556
เจตนารมณ์
เพ่ือมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุสภาพทางกายหรือสุขภาพ รวมท้ังให้คนพิการมีสิทธิ
ได้รับส่ิงอานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออ่ืนจากรัฐ ตลอดจนให้รัฐต้องสงเคราะห์คน
พิการใหม้ ีคุณภาพชีวิตทดี่ ีและพ่งึ ตนเองได้ ตามพระราชบญั ญัติ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัติน้ี
“คนพิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีข้อจากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจาวันหรือเข้าไปมีส่วน
ร่วมทางสังคม เน่ืองจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคล่ือนไหว การส่ือสาร จิตใจ อารมณ์
พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่างๆ และมีความ
จาเป็นเป็นพเิ ศษท่ีจะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านหน่ึงด้านใด เพ่ือให้สามารถปฏิบัตกิ ิจกรรมในชวี ิตประจาวัน
หรอื เขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มทางสังคมไดอ้ ย่างบคุ คลท่ัวไป ทั้งน้ี ตามประเภทและหลักเกณฑท์ ่รี ฐั มนตรีวา่ การกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยป์ ระกาศกาหนด...ตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความ
ม่ันคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ(ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2555 “ข้อ 3 ให้กาหนดประเภท
ความพกิ ารดงั นี้
(1) ความพิการทางการเห็น
(2) ความพกิ ารทางการได้ยินหรอื สอื่ ความหมาย
(3) ความพกิ ารทางการเคลอื่ นไหวหรือทางรา่ งกาย
(4) ความพิการทางจิตใจหรือพฤตกิ รรม
(5) ความพิการทางสติปญั ญา
(6) ความพกิ ารทางการเรียนรู้
(7) ความพิการทางออทิสตกิ ”
ค่มู ือการอบรมหลกั สูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 6
ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยและออกใบรบั รองความพิการเพ่ือประกอบคาขอมีบัตร
ประจาตัวคนพิการ เว้นแต่นายทะเบียนเห็นว่าเป็นความพิการท่ีมองเห็นได้โดยประจักษ์ไม่ต้องให้มีการตรวจ
วินิจฉัยก็ได้
“การฟ้ืนฟูสมรรถภาพคนพิการ” หมายความว่า การเสริมสร้างสมรรถภาพหรือความสามารถของคน
พิการให้มีสภาพท่ีดีข้ึน หรือดารงสมรรถภาพหรือความสามารถท่ีมีอยู่เดิมไว้ โดยอาศัยกระบวนการทาง
การแพทย์ การศาสนา การศึกษา สังคม อาชีพ หรือกระบวนการอ่ืนใด เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสทางานหรือ
ดารงชีวติ ในสงั คมอยา่ งเตม็ ศักยภาพ
มาตรา 15 การกาหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ
องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะท่ีเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการจะกระทามิได้ การ
กระทาในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการตามวรรคหน่ึงให้หมายความรวมถึงการ
กระทาหรืองดเว้นกระทาการที่แม้จะมิได้มุ่งหมายให้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการโดยตรง แต่ผลของการ
กระทาน้ันทาใหค้ นพิการต้องเสยี สิทธปิ ระโยชน์ทคี่ วรจะไดร้ บั เพราะเหตแุ หง่ ความพกิ ารด้วย
การเลือกปฏิบัติที่มีเหตุผลทางวิชาการ จารีตประเพณี หรือประโยชน์สาธารณะสนับสนุนให้กระทาได้
ตามความจาเป็นและสมควรแก่กรณี ไม่ถอื เป็นการเลือกปฏบิ ัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง แต่
ผู้กระทาการน้ันจะต้องจัดให้มมี าตรการชว่ ยเหลือเยียวยาหรือรักษาซงึ่ สิทธหิ รือประโยชน์แกค่ นพิการตามความ
จาเปน็ เท่าทีจ่ ะกระทาได้
มาตรา 19 เพ่ือประโยชน์ในการได้รับสิทธิตามมาตรา 20 คนพิการอาจย่ืนคาขอมีบัตรประจาตัวคน
พิการต่อนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนจังหวัด ณ สานักงานทะเบียนกลาง สานักงานทะเบียนจังหวัด
หรอื สถานท่อี ืน่ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนด
กรณีที่คนพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความ สามารถหรือคนไร้ความ สามารถหรือในกรณีที่คนพิการมีสภาพ
ความพิการถึงข้ันไม่สามารถไปยืน่ คาขอด้วยตนเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดแู ลคนพิการ แล้วแต่
กรณี จะยื่นคาขอแทนก็ได้ แต่ต้องนาหลักฐานว่าเป็นคนพิการไปแสดงตอ่ นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียน
จังหวัด แล้วแต่กรณีด้วยการยื่นคาขอมีบัตรประจาตัวคนพิการและการออกบัตร การกาหนดสิทธิหรือการ
เปลี่ยนแปลงสิทธิ การขอสละสิทธิของคนพิการ และอายุบัตรประจา ตัวคนพิการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วธิ กี าร และเง่อื นไขทค่ี ณะกรรมการกาหนดในระเบยี บ (บัตรประจาตัวคนพกิ ารมอี ายุ 6 ปี)
มาตรา 20 คนพกิ ารมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอานวยความสะดวกอนั เป็นสาธารณะตลอดจน
สวัสดิการและความช่วยเหลืออ่ืนจากรัฐ ดังต่อไปนี้ (1) ..........(2) การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษา
แห่งชาติหรือแผนการศึกษาแห่งชาติตามความเหมาะสมในสถานศึกษาเฉพาะหรือในสถานศึกษาทั่วไป หรือ
การศึกษาทางเลือก หรือการศึกษานอกระบบโดยให้หน่วยงานท่ีรับผิดชอบเก่ียวกับส่ิงอานวยความสะดวกสื่อ
บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาสาหรับคนพิการให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม
ค่มู ือการอบรมหลักสูตรผู้ดาเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 7
5. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอ่ื ง หลักเกณฑ์และวิธกี ารจดั ทาแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบุคคลระดับ
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2552
เจตนารมณ์
เพ่ือให้คนพิการได้รับบริการทางการศึกษาโดยการจัดทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
สอดคล้องกับความต้องการจาเป็นของแต่ละบุคคล และได้รับส่ิงอานวยความสะดวก ส่ือ บริการและความ
ชว่ ยเหลอื อ่ืนใดทางการศึกษา สาหรับคนพกิ าร ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบและกระบวนการในการจัดทา
ข้อ 3 คนพิการที่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนทางการศึกษา ขอยืมสิ่งอานวยความสะดวกและส่ือ
ทางการศึกษา และขอยืมเงินเพ่ือจัดซ้ือและขอรับส่ิงอานวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออ่ืนใด
ทางการศกึ ษา จะต้องมคี ณุ สมบัติ ดงั ต่อไปนี้
(1) มีถนิ่ ท่อี ยู่ในประเทศไทย
(2) มีความตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษทางการศึกษา ตามท่ีกาหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
(3) ลงทะเบียนและเขา้ ศึกษาในสถานศกึ ษา
ขอ้ 4 กระบวนการจดั ทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล อย่างน้อยตอ้ งประกอบด้วย
(1) จัดประเมนิ ระดับความสามารถและความต้องการจาเป็นพิเศษของผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล
(2) กาหนดเป้าหมายระยะยาว 1 ปี เป้าหมายระยะสั้น หรอื จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
6. ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ เร่ือง หลักเกณฑ์การให้ครูการศึกษา
พิเศษ ครู และคณาจารย์ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการจัดการศึกษา สาหรับคนพิการ
พ.ศ. 2552
เจตนารมณ์
การจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ ครูการศึกษาพิเศษ ครูและคณาจารย์ เป็นผู้ท่ีมีความสาคัญและมีความ
เสยี สละ สมควรได้รบั การสง่ เสรมิ และพฒั นาศกั ยภาพในการจดั การศึกษาสาหรบั คนพิการ
ขอ้ 3 ในประกาศนี้
“ครู” หมายความว่า บุคลากรซ่ึงประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนสอน และ การส่งเสริมการเรียนรู้
ของผเู้ รียนดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ ในสถานศกึ ษาที่จัดการศึกษาระดบั ต่ากวา่ ปรญิ ญา
“ครูการศึกษาพิเศษ” หมายความว่า ครูท่ีมีวุฒิทางการศึกษาพิเศษ สูงกว่าระดับปริญญาตรีข้ึนไป และ
ปฏิบตั ิหนา้ ทีใ่ นสถานศึกษาท้ังของรัฐและเอกชน
“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาในทุกระดับหรือหน่วยงานการศึกษาอื่นท้ังของ
รัฐและเอกชนท่มี ีคนพิการเขา้ เรยี นหรือทีพ่ ัฒนาบุคลากรทางการศกึ ษาสาหรับคนพิการ
ข้อ 4 ให้ครูการศึกษาพิเศษ ครู และคณาจารย์ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพองค์ความรู้
การศึกษาตอ่ เน่ืองและทกั ษะในการจัดการศกึ ษาสาหรบั คนพิการ ดงั ต่อไปนี้
(1) ไดร้ บั การฝกึ อบรมหรือพัฒนาให้มีทักษะเฉพาะในการจดั การศึกษาสาหรบั คนพิการแต่ละ
คู่มือการอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 8
ประเภทอยา่ งนอ้ ยปีละหน่ึงครง้ั
(2) ได้รับการพฒั นาศักยภาพตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวชิ าชพี อยา่ งน้อยสามปตี ่อครง้ั
(3) ส่งเสริมและสนบั สนนุ ให้ได้รบั การศึกษาต่อเน่ืองทางด้านการศกึ ษาพเิ ศษหรือพฒั นาองค์
ความร้ทู างการศึกษาพิเศษทีส่ ูงกว่าระดบั ปริญญาตรี
(4) สง่ เสริมและพฒั นาด้านอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสมและความจาเป็นในการจัดการศึกษา
สาหรบั คนพกิ าร
ขอ้ 5 เพือ่ ประโยชน์ในการจดั การศกึ ษาสาหรบั คนพกิ าร การดาเนินการตามข้อ 4 ใหม้ ีหลักเกณฑ์
ดงั ต่อไปนี้
(1) การฝึกอบรมหรือพฒั นาให้มีทกั ษะเฉพาะในการจดั การศกึ ษาตาม (1) ของข้อ 4 ต้องเป็น
หลกั สูตรกลางทค่ี ณะกรรมการไดก้ าหนดไวต้ ามความเหมาะสมและมลี กั ษณะเฉพาะเพอื่ คนพกิ ารแต่ละประเภท
และสถานศึกษาหรือหนว่ ยงานที่เกีย่ วข้องได้นาหลักสูตรกลางดังกลา่ วไปใช้การฝึกอบรมหรอื พัฒนานั้น ในการ
นี้ หากคณะกรรมการเหน็ วา่ สถานศึกษาหรือหนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ งใดไดก้ าหนดหลักสูตรขึ้นเองมีความเหมาะสม
คณะกรรมการก็สามารถใหค้ วามเหน็ ชอบและถือเป็นหลักสูตรท่ีใช้ฝึกอบรมหรอื พัฒนานั้นได้
(2) การพฒั นาศักยภาพตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวชิ าชีพตาม (2) ของข้อ 4 ตอ้ งเป็น
หลักสูตรซงึ่ หน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบได้จดั ทาขึน้ เพื่อใช้ในการฝกึ อบรมเปน็ การเฉพาะ โดยหลกั สูตรนั้นจะต้องมี
ลกั ษณะตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพการศึกษาพิเศษ ซึง่ มจี ดุ มงุ่ หมายและวตั ถุประสงค์รวมท้ัง
โครงสร้างหลกั สูตรการฝกึ อบรมทีป่ ระกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัตติ ลอดจนมีการวัดและประเมนิ ผลตาม
หลักสตู รนั้น
7. นโยบายและจดุ เน้นสานกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน เกี่ยวกับการศึกษาคนพกิ าร
เจตนารมณ์ทเ่ี ก่ียวข้อง
นักเรยี นในโรงเรียนเฉพาะความพิการ นักเรียน ในโรงเรยี นศึกษาสงเคราะห์ และนกั เรียนพิการในโรงเรียน
เรียนร่วม ได้รับการพัฒนาอย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพ ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์
และจุดเน้น
วสิ ัยทัศน์
คนพิการและเด็กด้อยโอกาส เข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ท่ัวถึงและมีคุณภาพ ด้วยการมี
ส่วนรว่ มของทกุ ภาคส่วน
พันธกิจ
1. เสริมสร้างโอกาสการเข้าถงึ บริการทางการศึกษาอย่างท่วั ถึง เสมอภาค ดว้ ยวิธีการและรปู แบบท่ี
หลากหลาย
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผดู้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 9
2. พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาตามหลกั สตู ร และส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นมีคุณธรรม จริยธรรม มคี ุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ และคา่ นิยมหลักของคนไทย 12 ประการ
3. พฒั นาครู และบุคลากรทางการศึกษา ใหม้ ีความรตู้ ามมาตรฐานวชิ าชีพและศาสตร์เฉพาะทาง
4. พัฒนาระบบสื่อ เทคโนโลยีและนวตั กรรมทางการศึกษาใหม้ ีคณุ ภาพและเหมาะสมกบั ความต้องการ
ของผ้เู รยี น
5. พฒั นาระบบบริหารจดั การตามหลักธรรมาภิบาล และการมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคส่วน
เปา้ ประสงค์
1. คนพกิ ารและเด็กด้อยโอกาส เข้าถึงบรกิ ารทางการศึกษาอยา่ งเทา่ เทียมทว่ั ถงึ ด้วยรูปแบบและวธิ ีการ
ทห่ี ลากหลาย
2. คนพกิ ารและเด็กด้อยโอกาสไดร้ ับการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ดา้ นทักษะวชิ าการ ทกั ษะอาชพี และ
ทกั ษะชวี ติ รวมถึงคณุ ธรรมจริยธรรม และสามารถดาเนนิ ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสขุ ตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
3. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษามีความรูต้ ามมาตรฐานวชิ าชพี มีทักษะเฉพาะทาง มปี ระสบการณท์ าง
ศาสตรก์ ารศึกษาพเิ ศษ และการศกึ ษาสงเคราะห์
4. ระบบสอ่ื เทคโนโลยีและนวตั กรรมทางการศึกษาพเิ ศษและการศึกษาสงเคราะห์ มีคณุ ภาพและ
สอดคลอ้ งเหมาะสมกบั ความต้องการจาเปน็ ของผู้เรียน
5. ระบบบริหารจัดการของสถานศกึ ษาเปน็ ไปตามหลักธรรมาภบิ าลและเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาค
ส่วน
กลยุทธ์และจุดเน้น
1. การพฒั นาประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การศึกษาเพ่ือคนพิการและผูด้ อยโอกาส
2. การเสริมสรา้ งประสิทธภิ าพในการใหบ้ ริการทางการศึกษา และการฝึกอบรมเพ่ือคนพิการและ
ผู้ด้อยโอกาสสามารถศึกษาต่อในระดบั ทสี่ ูงข้นึ สามารถประกอบอาชพี และพ่ึงตนเองได้ตามศกั ยภาพ
3. การพัฒนาครู ผบู้ ริหารสถานศึกษา และบุคลากรท่ีเก่ยี วขอ้ งกับการจัดการศึกษาเพ่ือคนพิการและ
ผู้ดอ้ ยโอกาส ให้มคี วามร้คู วามเข้าใจเรื่องคนพกิ ารและผู้ดอยโอกาส สามารถบรหิ ารจดั การ บริหารหลกั สูตร
และวางแผนการจัดการศึกษาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
4. การผลติ พฒั นากระจายส่ือเทคโนโลยีการศึกษาและสิง่ อานวยความสะดวกสาหรบั คนพิการให้ทวั่ ถึง
เพียงพอและเหมาะสมตามความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษของแต่ละบุคคล
5. การประสานเครือข่ายการทางานระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งการระดม
ทรัพยากรในการพฒั นาการจดั การศึกษาเพอ่ื คนพิการและผูด้ ้อยโอกาส
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 10
8. ประกาศคณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รบั สิทธิชว่ ยเหลือทางการศึกษา เร่ืองกาหนด หลักเกณฑ์
และวิธกี าร การรบั รองบุคคลของสถานศกึ ษาว่าเปน็ คนพิการ พ.ศ. 2556
เจตนารมณ์
เพ่อื ให้คนพกิ ารได้รับสิทธิ โอกาสทางการศึกษา ในสถานศึกษาตามสภาพความพิการและศักยภาพโดยเร็ว และ
ใหม้ โี อกาสไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั จากแพทย์เพ่อื ให้สามารถรบั การศึกษาอยา่ งเหมาะสมต่อไป
ประกอบดว้ ย
-ประกาศคณะกรรมการพจิ ารณาให้คนพิการได้รบั สิทธิช่วยเหลอื ทางการศึกษา เรื่อง กาหนดหลักเกณฑ์
และวิธีการ การรบั รองบุคคล ของสถานศึกษาวา่ เป็นคนพิการ
- แบบคัดกรองคนพกิ ารทางการศกึ ษา
- หลกั สูตรการอบรมผดู้ าเนนิ การคดั กรอง
ค่มู อื การอบรมหลกั สตู รผูด้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 11
ใบงาน
หน่วยท่ี 1 สิทธิและกฎหมายท่ีเกยี่ วข้อง
ชื่อผ้เู ข้ารบั การอบรม.......................................................................โรงเรียน.........................................................
จงตอบคาถาม
1. บอกชอ่ื กฎหมายทีต่ ราขึ้นมาเพื่อรองรับเก่ยี วกับการศึกษาสาหรับคนพิการตามรฐั ธรรมนูญ อย่างน้อย 2 ช่ือ
(10 คะแนน)
...................................................................................................... ........................................................................
..............................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................... ........................................
๑. บอกสิทธิของคนพิการทางการศึกษา ตามกฎหมายใดก็ได้ โดยบอกชื่อกฎหมายและยกตัวอย่างสิทธิตาม
กฎหมายนั้น (20 คะแนน)
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... ..........................
๒. ชี้แจงบทบาทหน้าท่ีของตัวท่านและผูเ้ กย่ี วขอ้ งในการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการในหน่วยงานของตัวท่าน
ตามกฎหมาย
3.1 ตัวท่าน (10 คะแนน)
............................................................................................................................................... ...............................
3.1 ผู้เกย่ี วข้อง (10 คะแนน)
..............................................................................................................................................................................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. บอกช่อื กฎหมายทีต่ ราขน้ึ มาเพื่อรองรับเกย่ี วกบั การศึกษาสาหรับคนพกิ ารตามรฐั ธรรมนูญ
เขียนช่ือกฎหมายถูกต้องและเป็นกฎหมายทรี่ ะบวุ า่ ออกตามมาตราในรฐั ธรรมนูญ ชอื่ ละ 5 คะแนน
2. บอกสทิ ธิของคนพกิ ารทางการศึกษา ตามกฎหมายใดกไ็ ด้ โดยบอกชอื่ กฎหมายและยกตัวอย่าง
สทิ ธิตามกฎหมายน้ัน บอกชอ่ื กฎหมายถูกตอ้ ง ได้ 10 คะแนน และ ยกตวั อย่างได้ถกู ต้อง 10 คะแนน
3. ช้ีแจงบทบาทหน้าที่ของตัวท่านและผู้เก่ียวข้องในการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการในหน่วยงาน
ของตวั ท่านตามกฎหมาย
3.1 ตวั ทา่ น 10 คะแนน
3.2 ผู้เกี่ยวขอ้ ง10 คะแนน
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 12
หน่วยที่ 2 ประเภทคนพิการทางการศึกษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เร่ือง กาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552
อาศัยอานาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาจึงออกประกาศกาหนด
ประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา ไว้ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขอ้ 1 ประกาศนี้เรยี กว่า “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง กาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการ
ทางการศึกษา พ.ศ. 2552”
ข้อ 2 ประเภทของคนพิการ มีดงั ต่อไปน้ี
(1) บุคคลทีม่ ีความบกพร่องทางการเห็น
(2) บคุ คลที่มีความบกพร่องทางการได้ยนิ
(3) บคุ คลท่มี ีความบกพร่องทางสติปัญญา
(4) บุคคลทม่ี ีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
(5) บคุ คลท่ีมีความบกพร่องทางการเรยี นรู้
(6) บคุ คลทีม่ ีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
(7) บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์
(8) บุคคลออทิสติก
(9) บุคคลพิการซ้อน
ข้อ 3 การพิจารณาบุคคลทมี่ ีความบกพร่องเพื่อจัดประเภทของคนพิการ ให้มหี ลกั เกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) บุคคลท่ีมีความบกพรอ่ งทางการเห็น ได้แก่ บุคคลท่ีสูญเสียการเห็นต้ังแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงตาบอด
สนิท ซง่ึ แบ่งเปน็ 2 ประเภทดังนี้
(1.1) คนตาบอด หมายถึง บุคคลทส่ี ูญเสียการเห็นมาก จนต้องใช้สอื่ สัมผัสและสื่อเสียงหากตรวจวัด
ความชดั ของสายตาข้างดีเม่ือแก้ไขแล้ว อยู่ในระดับ 6 ส่วน 60 (6/60) หรอื 20 ส่วน 200(20/200) จนถึงไมส่ ามารถ
รบั ร้เู ร่ืองแสง
(1.2) คนเห็นเลือนราง หมายถึง บุคคลทสี่ ญู เสียการเหน็ แต่ยังสามารถอ่านอักษรตัวพิมพ์ขยายใหญ่
ด้วยอุปกรณเ์ คร่ืองช่วยความพิการ หรือเทคโนโลยสี ่ิงอานวยความสะดวก หากวดั ความชัดเจนของสายตาขา้ งดีเมือ่
แก้ไขแล้วอยใู่ นระดับ 6 สว่ น 18 (6/18) หรอื 20 สว่ น 70(20/70)
(2) บคุ คลทมี่ ีความบกพร่องทางการไดย้ ิน ได้แก่ บคุ คลท่ีสูญเสียการไดย้ ินตั้งแต่ระดับหตู งึ น้อยจนถึงหู
หนวก ซ่ึงแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังน้ี
(2.1) คนหูหนวก หมายถึง บคุ คลทสี่ ูญเสียการไดย้ นิ มากจนไม่สามารถเข้าใจการพูดผ่านทางการไดย้ นิ
ไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องชว่ ยฟงั ซึง่ โดยทัว่ ไปหากตรวจการได้ยนิ จะมกี ารสูญเสียการได้ยิน 90 เดซิเบลขึ้นไป
คมู่ ือการอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 13
(2.2) คนหูตึง หมายถงึ บคุ คลที่มีการได้ยนิ เหลอื อยเู่ พียงพอท่ีจะได้ยนิ การพูดผา่ นทางการได้ยิน
โดยท่ัวไปจะใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งหากตรวจวัดการได้ยินจะมีการสูญเสียการได้ยินน้อยกว่า 90 เดซิเบลลงมาถึง
26 เดซเิ บล
(3) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ได้แก่ บุคคลท่ีมีความจากัดอย่างชัดเจนในการปฏิบัติตน
(Functioning) ในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ความสามารถทางสติปัญญาต่ากว่าเกณฑ์เฉล่ียอย่างมี
นัยสาคัญร่วมกับความจากัดของทักษะการปรับตัวอีกอย่างน้อย 2 ทักษะจาก 10 ทักษะได้แก่ การสื่อ
ความหมาย การดูแลตนเอง การดารงชีวิตภายในบ้านทักษะทางสังคม/การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่ืน การรู้จักใช้
ทรัพยากรในชุมชน การรู้จักดูแลควบคุมตนเอง การนา ความรู้มาใช้ในชีวิตประจาวัน การทางาน การใช้เวลา
ว่าง การรกั ษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภยั ทั้งนไ้ี ดแ้ สดงอาการดงั กลา่ วก่อนอายุ 18 ปี
(4) บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ซ่ึงแบ่งเป็น 2 ประเภท
ดังนี้
(4.1) บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคล่ือนไหว ได้แก่ บุคคลท่ีมีอวัยวะไม่สมส่วน
หรือขาดหายไป กระดูกหรือกลา้ มเนื้อผิดปกติ มีอุปสรรคในการเคล่ือนไหวความบกพร่องดังกล่าวอาจเกิดจาก
โรคทางระบบประสาท โรคของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกการไม่สมประกอบ มาแต่กาเนิด อุบัติเหตุและ
โรคตดิ ต่อ
(4.2) บคุ คลที่มีความบกพรอ่ งทางสุขภาพ ได้แก่ บุคคลทมี่ ีความเจบ็ ปว่ ยเรอื้ รังหรอื มีโรค
ประจาตัวซ่ึงจาเปน็ ต้องไดร้ บั การรักษาอยา่ งต่อเน่ือง และเป็นอปุ สรรคต่อการศกึ ษา ซงึ่ มผี ลทาใหเ้ กดิ ความ
จาเป็นต้องได้รบั การศกึ ษาพิเศษ
(5) บุคคลทมี่ ีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ บคุ คลท่มี คี วามผดิ ปกตใิ นการทางานของสมอง
บางส่วนทแ่ี สดงถงึ ความบกพรอ่ งในกระบวนการเรียนรู้ที่อาจเกิดขึน้ เฉพาะความสามารถด้านใดด้านหน่ึงหรือ
หลายด้าน คือ การอ่าน การเขยี น การคิดคานวณ ซึ่งไม่สามารถเรยี นรู้ในด้านทบี่ กพร่องได้ ทงั้ ท่ีมรี ะดับ
สตปิ ญั ญาปกติ
(6) บคุ คลที่มคี วามบกพรอ่ งทางการพูดและภาษา ไดแ้ ก่ บคุ คลทมี่ ีความบกพร่องในการเปล่ง
เสียงพดู เช่น เสียงผดิ ปกติ อัตราความเรว็ และจังหวะการพดู ผิดปกติ หรือบคุ คลทม่ี คี วามบกพร่อง ในเร่อื ง
ความเขา้ ใจหรือการใชภ้ าษาพูด การเขยี นหรอื ระบบสัญลกั ษณ์อ่ืนทีใ่ ชใ้ นการตดิ ต่อส่อื สาร ซึ่งอาจเก่ียวกับ
รูปแบบ เนือ้ หาและหน้าทีข่ องภาษา
(7) บุคคลท่มี คี วามบกพรอ่ งทางพฤติกรรม หรอื อารมณ์ ไดแ้ ก่ บคุ คลท่ีมีพฤตกิ รรมเบ่ียงเบนไปจาก
ปกตเิ ป็นอย่างมาก และปัญหาทางพฤติกรรมนน้ั เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซ่งึ เปน็ ผลจากความบกพร่องหรือความ
ผิดปกตทิ างจิตใจหรือสมองในส่วนของการรบั รู้ อารมณ์หรือความคิด เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศรา้ โรคสมอง
เส่อื ม เปน็ ต้น
คมู่ ือการอบรมหลกั สูตรผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 14
(8) บุคคลออทิสติก ได้แก่ บุคคลที่มคี วามผิดปกติของระบบการทางานของสมองบางส่วนซึ่งส่งผลต่อ
ความบกพร่องทางพัฒนาการด้านภาษา ด้านสังคมและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีข้อจากัดด้านพฤติกรรม
หรือมีความสนใจจากัดเฉพาะเร่ืองใดเร่ืองหนง่ึ โดยความผดิ ปกตนิ ้ันค้นพบได้
ก่อนอายุ 30 เดือน
(9) บุคคลพิการซ้อน ได้แก่ บุคคลท่ีมสี ภาพความบกพร่องหรือความพิการมากกวา่ หน่ึงประเภทในบุคคล
เดียวกัน
ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
จรุ นิ ทร์ ลกั ษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
คมู่ ือการอบรมหลกั สตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 15
ใบงาน
หน่วยที่ 2 ประเภทคนพิการทางการศึกษาตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ชือ่ ผูเ้ ข้ารับการอบรม.......................................................................โรงเรยี น.........................................................
คาชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ลักษณะเดน่ ของเดก็ ทีม่ ีความบกพร่องทางการได้ยิน : เด็กหูตึง มีอะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................ ......
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ท่านคดิ ว่าเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปญั ญากบั เด็กทม่ี ีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างไร
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................... ...............................................
.................................................................................... ..........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................ ....................................................................
3. ลักษณะเด่นของเด็กออทิสติกมีอะไรบ้าง
............................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ....................................................................
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 16
หนว่ ยที่ 2
แบบสรปุ องค์ความรู้ ประเภทคนพิการทางการศึกษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
ช่ือผูเ้ ข้ารบั การอบรม.......................................................................โรงเรยี น.........................................................
คาชีแ้ จง ให้ท่านสรุปองค์ความรู้ หน่วยที่ 2 โดยเขียนเป็นแผนที่ความคดิ (Mind Map)
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 17
หนว่ ยท่ี 3 การใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาใหค้ นพิการไดร้ ับสิทธชิ ่วยเหลอื ทางการศกึ ษา เรอ่ื ง กาหนด
หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี าร การรับรองบคุ คลของสถานศึกษาว่าเป็นคนพกิ าร พ.ศ.2556
3.1 บคุ คลที่มคี วามบกพร่องทางการเหน็
บคุ คลท่ีมคี วามบกพร่องทางการเห็น หมายถึง บคุ คลท่ีสูญเสยี การเห็นตั้งแตร่ ะดับเลก็ น้อยจนถงึ ตา
บอดสนทิ ซงึ่ แบง่ เป็น 2 ประเภทดังนี้
(1) คนตาบอด หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการเห็นมาก จนต้องใช้สื่อสัมผัสและส่ือเสียง หากตรวจวัด
ความชัดของสายตาข้างดีเมื่อแก้ไขแล้ว อยู่ในระดับ 6 ส่วน 60 (6/60) หรือ 20 ส่วน 200 (20/200) จนถึงไม่
สามารถรบั รเู้ รอ่ื งแสง
(2) คนเหน็ เลอื นราง หมายถึง บคุ คลทีส่ ูญเสียการเห็น แตย่ ังสามารถอ่านอกั ษร ตัวพิมพ์ขยายใหญ่ดว้ ย
อปุ กรณ์เครื่องช่วยความพกิ าร หรือเทคโนโลยีสิ่งอานวยความสะดวก หากวัดความชดั เจนของสายตาข้างดีเม่ือ
แก้ไขแล้วอยใู่ นระดับ 6 สว่ น 18 (6/18) หรือ 20 ส่วน 70 (20/70)
(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา
พ.ศ. 2552)
คู่มือการอบรมหลกั สูตรผูด้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 18
หนว่ ยท่ี 3.1
แบบสรุปองคค์ วามรู้ การใช้แบบคัดกรองบุคคลท่ีมคี วามบกพร่องทางการเห็น
ช่ือผู้เข้ารับการอบรม.............................................................โรงเรียน................................... ...............
คาชแ้ี จง ให้ท่านสรปุ องค์ความรู้ หน่วยย่อยที่ 3.1 ในลักษณะของการเขียนแผนทีค่ วามคิด (Mind Map)
หรอื แผนภมู ิ ตาราง ฯลฯ
คมู่ อื การอบรมหลกั สูตรผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 19
ใบงาน : กรณศี ึกษา
กจิ กรรมทีป่ ฏบิ ตั ิ : ให้ทา่ นศึกษาพฤติกรรมของเด็กต่อไปนี้ แล้วคดั กรองเด็ก โดยเลือกใช้แบบคัดกรองท่ีตรงกบั
พฤติกรรม พร้อมระบวุ า่ เดก็ หญงิ ราพงึ ราพนั มคี วามบกพรอ่ งประเภทใด
เด็กหญิงราพึง ราพัน เกดิ วนั ที่ 5 เดอื น มีนาคม พ.ศ. 2556 พบวา่ มีพฤติกรรมไม่สบตา ไมค่ ่อยพูด และ
มกั ก้มศรี ษะมองสิง่ ของ หนงั สือ รปู ภาพหรอื นาเข้ามาดูใกล้ๆ ตา ขณะอ่านหนังสือ มกั จะอ่านซ้าบรรทัดเดมิ
หรอื อ่านขา้ มบรรทัดมักใช้ประสาทสมั ผสั ส่วนอ่นื เพื่อสารวจ/หาสง่ิ ของควบคกู่ บั การใชส้ ายตาบอกรายละเอียด
ของภาพหรอื สิง่ ของไม่ได้ หรี่ตา กระพริบตา ขยต้ี า กดตา เม่ือใชส้ ายตามากๆ มักมีอาการปวดศีรษะ ปวดตา
ตาลาย คนั ตา มองเห็นสิง่ ของเคลื่อนไหวไปมา
นอกจากน้ใี นระหวา่ งเรียนยงั พบพฤตกิ รรมท่แี สดงออก ดงั นี้ บอกความแตกตา่ งของสที ใ่ี กล้เคยี งกัน
หรอื สที ีไ่ ม่ตัดกันไม่ได้ เช่น สีเขยี วกบั สีฟ้า สีแดงกับสสี ้มเม่ือดูป้ายขอ้ ความ รูปภาพ วัตถสุ ่ิงของตา่ งๆ ตาม
สาธารณะ ตอ้ งเขา้ ไปดูใกล้ๆ
………….............................................................................
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 20
ประเมินครงั้ ที่..............
แบบคัดกรองบคุ คลท่ีมีความบกพรอ่ งทางการเหน็
(เนอื่ งจากไม่มีใบรับรองความพกิ าร/สมุดประจาตวั คนพิการ/ใบรับรองแพทย)์
ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)..........................................................................................
วนั เดอื น ปี เกดิ ................................................................อายุ ........................... ปี .....................เดือน
ระดบั ชัน้ .......................................………………… วัน เดือน ปี ท่ปี ระเมิน................................................
คาชแี้ จง
1. แบบคดั กรองฉบับน้ีเป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชนใ์ นทางการจดั การศึกษาเท่านน้ั วิเคราะหล์ ักษณะ/
พฤตกิ รรม ของเด็กซง่ึ เป็นลกั ษณะหรอื พฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบอ่ ยๆ โดยใหท้ าเคร่ืองหมาย √
ลงในช่อง “ ใช่” หรือ “ไมใ่ ช่” ท่ีตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก
2. ผู้ทาการคัดกรองเบ้ืองต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองน้ี และควร
สอบถามข้อมูลเพ่ิมเติมจากผู้ทีอ่ ยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิด ความชัดเจน
ถูกตอ้ ง
3. ผู้คัดกรองควรจะมอี ย่างนอ้ ย 2 คนขึ้นไป
ผลการวเิ คราะห์
ท่ี ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม
ใช่ ไมใ่ ช่
1 มักก้มศีรษะมองส่งิ ของ หนังสือ รปู ภาพหรอื นาเข้ามาดูใกล้ๆ ตา
2 เมอ่ื ดปู ้ายขอ้ ความ รปู ภาพ วัตถสุ ิง่ ของต่างๆ ตามสาธารณะ ตอ้ งเขา้ ไปดใู กลๆ้
3 ขณะอ่านหนังสือ มักจะอ่านซ้าบรรทดั เดมิ หรืออ่านข้ามบรรทัด
4 มักใชป้ ระสาทสัมผัสส่วนอื่น เพื่อสารวจ / หาส่ิงของ ควบคู่กบั การใชส้ ายตา
5 บอกรายละเอียดของภาพหรือส่งิ ของไม่ได้
6 เดินด้วยความระมัดระวังกวา่ ปกติ เดินไม่คล่องตวั มกั ชนและสะดดุ วัตถุ
7 หร่ตี า กระพริบตา ขยตี้ า กดตา เม่ือใช้สายตามากๆ
8 เคลือ่ นศรี ษะไปมา เพือ่ หาจุดท่ีมองเหน็ ชัดทสี่ ุด
9 มักมีอาการปวดศรี ษะ ปวดตา ตาลาย คันตา มองเหน็ สงิ่ ของเคลอื่ นไหวไปมา
10 บอกความแตกตา่ งของสีท่ีใกลเ้ คยี งกัน หรอื สีท่ีไม่ตัดกันไม่ได้ เชน่ สเี ขียวกบั สี
ฟ้า สแี ดงกบั สีส้ม
คู่มือการอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 21
เกณฑ์การพจิ ารณา
ถา้ ตอบว่าใช่ 5 ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มท่จี ะเปน็ บุคคลท่มี ีความบกพร่องทางการเห็น ควรให้
การชว่ ยเหลอื ตามความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษทางการศึกษาของผ้เู รียนและส่งตอ่ ให้จกั ษุแพทย์ตรวจวินจิ ฉัย
ต่อไป
ผลการคดั กรอง ไม่พบความบกพร่อง
พบความบกพร่อง
ความคดิ เหน็ เพ่ิมเติม
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ..........................................................................
ลงชอ่ื ................................................. ใบวฒุ ิบตั ร เลขท.่ี .................................(ผคู้ ดั กรอง)
(....................................................)
ลงช่ือ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขท่ี..................................(ผู้คดั กรอง)
(....................................................)
คายนิ ยอมของผปู้ กครอง
ข้าพเจ้า(นาย /นาง /นางสาว)............................................................................. เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./ นาย / นางสาว)................................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย /น.ส.).................................................... ตามแบบคดั กรองนี้เม่ือพบว่า
มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทาง
การศึกษาพเิ ศษต่อไป
ลงชอื่ ................................................. ผู้ปกครอง
(....................................................)
คู่มือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนินการคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 22
ใบงาน หนว่ ยย่อยท่ี 3.1 การใชแ้ บบคดั กรองบคุ คลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
...................................
คาชี้แจง : ใหท้ ่านศึกษาพฤตกิ รรมแต่ละรายการ และพิจารณาวา่ พฤติกรรมใดทที่ ่านเห็นว่าเป็นพฤตกิ รรม
ของบุคคลทมี่ คี วามบกพร่องทางการเห็นโดยทาเคร่ืองหมาย √ และพฤติกรรมใดท่ีท่านเหน็ ว่าไมใ่ ช่
พฤตกิ รรมของบุคคลท่ีมคี วามบกพรอ่ งทางการเห็นให้ทาเคร่ืองหมาย × ในช่อง ความคดิ เห็น
ของแต่ละรายการ
ที่ ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ความคดิ เห็น
1 มกั ก้มศรี ษะมองสิ่งของ หนังสือ รปู ภาพหรอื นาเขา้ มาดูใกล้ๆ ตา
2 เม่ือดูปา้ ยขอ้ ความ รูปภาพ วัตถุสงิ่ ของต่างๆ ตามสาธารณะ ต้องเขา้ ไปดใู กลๆ้
3 ขณะอ่านหนงั สือ มักจะอ่านซ้าบรรทัดเดิม หรืออา่ นข้ามบรรทดั
4 มักใช้ประสาทสมั ผัสสว่ นอืน่ เพ่อื สารวจ/หาส่ิงของ ควบคกู่ บั การใชส้ ายตา
5 บอกรายละเอยี ดของภาพหรือสง่ิ ของไม่ได้
6 เดินด้วยความระมัดระวังกวา่ ปกติ เดินไมค่ ลอ่ งตวั มกั ชนและสะดุดวัตถุ
7 หรี่ตา กระพริบตา ขย้ีตา กดตา เม่ือใช้สายตามากๆ
8 เคลื่อนศรี ษะไปมา เพอื่ หาจุดท่ีมองเห็นชัดทส่ี ุด
9 มักมอี าการปวดศรี ษะ ปวดตา ตาลาย คนั ตา มองเห็นสง่ิ ของเคลื่อนไหวไปมา
10 บอกความแตกตา่ งของสีท่ีใกล้เคยี งกัน หรอื สีท่ีไมต่ ัดกันไม่ได้ เช่น สเี ขียวกับ
สฟี า้ สแี ดงกับสสี ้ม
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 23
หน่วยท่ี 3 การใช้แบบคดั กรองคนพกิ ารทางการศกึ ษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการไดร้ บั สทิ ธชิ ่วยเหลือทางการศึกษา เร่อื ง กาหนด
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร การรับรองบุคคลของสถานศึกษาวา่ เป็นคนพิการ พ.ศ.2556
3.2 บุคคลท่มี ีบกพร่องทางการไดย้ นิ
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการได้ยินต้ังแต่ระดับหูตึงน้อยจนถึง
หหู นวก ซึง่ แบง่ เป็น 2 ประเภท ดังน้ี
(1) คนหหู นวก หมายถึง บุคคลที่สญู เสยี การได้ยนิ มากจนไม่สามารถเข้าใจการพูดผ่านทางการไดย้ ินไม่ว่า
จะใส่หรอื ไม่ใสเ่ ครอ่ื งช่วยฟัง ซึ่งโดยทวั่ ไปหากตรวจการได้ยนิ จะมกี ารสูญเสยี การไดย้ นิ 90 เดซิเบล ขึ้นไป
(2) คนหูตึง หมายถึง บุคคลท่ีมีการได้ยินเหลืออยู่เพียงพอที่จะได้ยินการพูดผ่านทางการได้ยินโดยท่ัวไป
จะใส่เครอื่ งช่วยฟงั ซงึ่ หากตรวจวัดการได้ยินจะมกี ารสูญเสียการได้ยนิ น้อยกวา่ 90 เดซิเบล ลงมาถงึ 26
เดซิเบล
(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา
พ.ศ. 2552)
ค่มู ือการอบรมหลกั สูตรผู้ดาเนินการคดั กรองคนพกิ ารทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 24
หนว่ ยท่ี 3.2
แบบสรปุ องคค์ วามรู้ การใช้แบบคัดกรองบคุ คลที่มีความบกพรอ่ งทางการได้ยนิ
ชื่อผู้เขา้ รับการอบรม...............................................................โรงเรยี น..............................................
คาชแ้ี จง ใหท้ า่ นสรุปองค์ความรู้ หน่วยยอ่ ยที่ 3.2 ในลกั ษณะของการเขียนแผนทีค่ วามคิด (Mind Map) หรอื
แผนภมู ิ ตาราง ฯลฯ
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผดู้ าเนินการคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 25
ใบงาน : กรณศี ึกษา
กจิ กรรมท่ีปฏบิ ตั ิ : ใหท้ า่ นศกึ ษาพฤตกิ รรมของเด็กต่อไปนี้แลว้ คดั กรองเด็ก โดยเลอื กใช้แบบคดั กรองท่ีตรงกบั
พฤติกรรม พรอ้ มระบุวา่ เด็กชายลาพอง คะนองศึก มีความบกพร่องประเภทใด
เด็กชายลาพอง คะนองศึก เกิดวันท่ี 13 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2555 พบว่ามีพฤติกรรมส่งเสียงดัง
มากกว่าปกติในชีวิตประจาวัน เช่น การเดินลงส้นเท้า การรับประทานอาหารโดยช้อนกระทบจานไม่ตอบสนอง
หรือหันไปมองท่ีมาของเสียงซ่ึงเกิดอยู่รอบๆ ห้องไม่หันศีรษะไปมองเม่ือมีคนเรียกชื่อทางข้างหลัง จะใช้ท่าทางใน
การส่ือความหมายกบั ผู้อ่ืนไม่ใช้ภาษาพูด พูดตามหรือเลียนเสียงพูดไม่ได้ ตอบไม่ตรงคาถามหรือไม่ตอบคาถาม
ในการสนทนาจะมองปากหรือจ้องหนา้ จ้องตาผู้พูดตลอดเวลา ออกเสยี งในระดับเดียวกนั แต่ไม่เป็นคา
…………………………………………………
คู่มอื การอบรมหลกั สตู รผ้ดู าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 26
ประเมินคร้งั ที่..............
๒
แบบคัดกรองบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการได้ยิน
(เนื่องจากไม่มใี บรบั รองความพกิ าร/สมดุ ประจาตัวคนพิการ/ใบรบั รองแพทย์)
ชือ่ -นามสกลุ (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว).............................................................................................
วัน เดือน ปี เกดิ ......................................................................อายุ ......................... ปี .....................เดอื น
ระดบั ชน้ั ................................................................... วัน เดอื น ปี ทีป่ ระเมิน.........................................
คาช้แี จง
1. แบบคดั กรองฉบบั นเ้ี ป็นแบบคดั กรองเพื่อประโยชนใ์ นทางการจดั การศึกษาเทา่ น้ัน
2. วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซ่ึงเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ
โดยให้ทาเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ่ ง “ ใช่ ” หรอื “ไมใ่ ช่ ” ทต่ี รงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนัน้ ๆ ของเดก็
3. ผู้ทาการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองน้ี และควร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ท่ีอยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพ่ือให้เกิดความชัดเจน
ถกู ตอ้ ง
4. ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย 2 คนขนึ้ ไป
ท่ี ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
1 ไม่หันศรี ษะหาเสียงเมอ่ื เรยี กช่ือจากข้างหลัง
2 ไม่ตอบสนองหรือหันไปมองที่มาของเสยี งซ่งึ เกิดอยู่รอบๆ ห้อง
3 มกั ใช้ท่าทางในการส่ือความหมายกบั ผอู้ ่ืนไม่ใชภ้ าษาพดู
4 ออกเสียงในระดับเดียวกนั แต่ไม่เปน็ คา
5 ในการสนทนาจะมองปากหรือจอ้ งหน้าจ้องตาผู้พดู ตลอดเวลา
6 ตอบไม่ตรงคาถามหรือไม่ตอบคาถาม
7 พูดตามหรือเลยี นเสียงพูดไม่ได้
8 เปน็ หรอื เคยเปน็ โรคหูน้าหนวก
9 การแสดงออกทางพฤติกรรมในชีวิตประจาวันท่ีสง่ เสียงดังมากกว่าปกติ เช่น
การเดนิ ลงส้นเท้า การรับประทานอาหารโดยชอ้ นกระทบจาน เปน็ ต้น
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา สพป.ชย.2 27
เกณฑ์การพจิ ารณา
ถ้าตอบวา่ ใช่ 3 ข้อ ข้นึ ไป แสดงวา่ มแี นวโน้มท่ีจะเป็นบุคคลท่มี ีความบกพร่องทางการได้ยนิ ควรให้
การช่วยเหลอื ตามความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรยี น และส่งต่อใหแ้ พทยต์ รวจวนิ ิจฉัยต่อไป
ผลการคัดกรอง ไม่พบความบกพร่อง
พบความบกพร่อง
ความคิดเห็นเพม่ิ เตมิ
..................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่ ................................................. ใบวุฒบิ ัตร เลขท.ี่ .................................(ผคู้ ดั กรอง)
(....................................................)
ลงชอ่ื ................................................. ใบวุฒบิ ัตร เลขท่ี..................................(ผู้คัดกรอง)
(....................................................)
คายนิ ยอมของผู้ปกครอง
ข้าพเจ้า(นาย /นาง /นางสาว)............................................................................. เปน็ ผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./ นาย / นางสาว)................................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ใหด้ าเนนิ การคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย /น.ส.).................................................... ตามแบบคดั กรองน้ีเม่ือพบวา่
มีแนวโน้มเป็นผูท้ ม่ี ีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างตน้ ยนิ ดี ไม่ยินดี ใหจ้ ัดบริการช่วยเหลอื ทาง
การศกึ ษาพเิ ศษต่อไป
ลงช่ือ ................................................. ผู้ปกครอง
(...................................................)
คมู่ ือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 28
ใบงาน หนว่ ยย่อยท่ี 3.2 การใชแ้ บบคดั กรองบุคคลที่มคี วามบกพร่องทางการไดย้ ิน
.............................................
คาชี้แจง : ให้ท่านศึกษาพฤติกรรมแต่ละรายการ และพิจารณาว่าพฤติกรรมใดท่ีท่านเห็นว่าเป็น
พฤติกรรมของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการได้ยนิ โดยทาเคร่ืองหมาย √ และพฤติกรรมใดที่ท่านเห็นว่าไม่ใช่
พฤติกรรมของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้ทาเครื่องหมาย × ในช่อง ความคิดเห็น ของแต่ละ
รายการ
ที่ ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ความคดิ เห็น
1 ไม่หนั ศีรษะหาเสียงเมอ่ื เรยี กช่อื จากข้างหลัง
2 ไมต่ อบสนองหรือหนั ไปมองที่มาของเสียงซ่งึ เกดิ อยูร่ อบๆ ห้อง
3 มกั ใช้ทา่ ทางในการสอื่ ความหมายกับผู้อื่นไม่ใช้ภาษาพดู
4 ออกเสียงในระดบั เดียวกันแต่ไมเ่ ปน็ คา
5 ในการสนทนาจะมองปากหรือจอ้ งหนา้ จ้องตาผู้พดู ตลอดเวลา
6 ตอบไมต่ รงคาถามหรือไม่ตอบคาถาม
7 พูดตามหรือเลยี นเสียงพูดไม่ได้
8 เปน็ หรอื เคยเปน็ โรคหูนา้ หนวก
9 การแสดงออกทางพฤติกรรมในชวี ิตประจาวันท่ีส่งเสียงดงั มากกว่าปกติ
เช่น การเดนิ ลงส้นเท้า การรับประทานอาหารโดยชอ้ นกระทบจาน เปน็ ต้น
คู่มือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 29
หน่วยที่ 3 การใชแ้ บบคดั กรองคนพกิ ารทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการไดร้ ับสิทธิชว่ ยเหลอื ทางการศึกษา เร่ือง กาหนด
หลกั เกณฑ์และวิธกี าร การรบั รองบคุ คลของสถานศกึ ษาวา่ เปน็ คนพกิ าร พ.ศ.2556
3.3 บคุ คลที่มคี วามบกพรอ่ งทางสติปัญญา
บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา ได้แก่ บุคคลที่ข้อจำกัดอย่ำงชัดเจนในกำรปฏิบัติตน
(Functioning) ในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะเฉพำะ คอื ควำมสำมำรถทำงสติปัญญำต่ำเกณฑ์เฉลี่ยอย่ำงมีนัยสำคัญ
ร่วมกับควำมจำกัดของทักษะกำรปรับตัวอีกอย่ำงน้อย 2 ทักษะ จำก 10 ทักษะ ได้แก่ กำรส่ือควำมหมำย
กำรดูแลตนเอง กำรดำรงชีวติ ในบ้ำน ทักษะทำงสังคม/กำรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อน่ื กำรรจู้ ัดใช้ทรพั ยำกรในชุมชน
กำรรจู้ ักควบคุมดแู ลตนเอง กำรนำควำมรู้มำใช้ในชีวิตประจำวัน กำรทำงำน กำรใช้เวลำว่ำง กำรรกั ษำสุขภำพ
อนำมัยและควำมปลอดภยั ทงั้ นี้ไดแ้ สดงอำกำรดงั กลำ่ วก่อนอำยุ 18 ปี
(ประกำศกระทรวงศึกษำธิกำรเร่ืองกำรกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิกำรทำงกำรศึกษำ
พ.ศ. 2552)
ลกั ษณะบุคคลของภาวะบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญา
1. ควำมสำมำรถทำงสตปิ ัญญำต่ำเกณฑ์เฉล่ยี อยำ่ งมีนัยสำคัญ
2. ร่วมกับควำมจำกัดของทักษะกำรปรบั ตวั อกี อยำ่ งน้อย 2 ทักษะ จำก 10 ทกั ษะ ดงั นี้
1) ทักษะการสอ่ื สาร
1) ใช้ภำษำไม่สมวยั
2) ไม่เข้ำใจคำสั่ง ไมส่ ำมำรถทำตำมคำสั่งได้
2) ทกั ษะการดูแลตนเอง
1) ไม่สำมำรถ หรอื สำมำรถดูแลตวั เองในชวี ิตประจำวันได้น้อย ในกำรรบั ประทำนอำหำร
กำรอำบน้ำ/แปรงััน/กำรแต่งกำย
2) ไม่สำมำรถทำควำมสะอำดหลังกำรขับถ่ำย
3) ทักษะการดารงชีวติ ภายในบ้าน
1) ตอ้ งกระตุน้ ในกำรปฏบิ ัติกิจวตั รประจำวนั อยูเ่ สมอ
2) ชว่ ยเหลอื ตนเองในชวี ิตประจำวนั ได้ตำ่ กวำ่ วยั
4) ทกั ษะทางสังคม/การปฏิสมั พนั ธก์ บั ผู้อื่น
1) ชอบเล่นกบั เด็กที่มีอำยุน้อยกวำ่ หรอื ไมส่ ำมำรถเล่นกับเพอ่ื นตำมวัย
2) เล่นเลยี นแบบผอู้ ่ืนอยำ่ งไม่เหมำะสมกับวยั
คูม่ อื การอบรมหลกั สูตรผูด้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา 30
5) ทักษะการรูจ้ กั ใช้ทรัพยากรในชมุ ชน
1) มปี ัญหำดำ้ นพฤตกิ รรมในกำรใชส้ ่ิงของสำธำรณะประโยชน์ เชน่ ชอบทำลำยหรือใชอ้ ยำ่ งไม่
ระมดั ระวงั
2) ไมร่ จู้ ักวิธีกำรใช้ กำรจัดเก็บ และกำรดแู ลรักษำ ของส่วนรวม
6) ทักษะการรู้จกั ดูแลควบคุมตนเอง
1) เอำแต่ใจตนเอง มีอำรมณ์โกรธ ฉุนเฉยี วบ่อย ๆ
2) ไม่สำมำรถควบคมุ ตนเองทำตำมสิ่งท่ีต้องทำ
7) ทักษะการนาความรมู้ าใช้ในชวี ิตประจาวนั
1) ลมื งำ่ ย/จำในสง่ิ ทเ่ี รยี นมำแลว้ ไมไ่ ด้
2) ไมส่ ำมำรถนำทักษะท่ีเรียนร้ไู ปแก้ไขปัญหำเฉพำะหนำ้ ได้
8) ทักษะการทางาน
1) ชว่ งควำมสนใจสั้น ไม่สำมำรถรบั ผดิ ชอบงำนท่ีตอ้ งทำ
2) ทำตำมคำส่งั ต่อเนื่อง 2 คำส่งั ข้ึนไปได้ยำก สบั สนงำ่ ย
9) ทักษะการใช้เวลาว่าง
1) สนใจสง่ิ รอบตวั นอ้ ย
2) ใชเ้ วลำว่ำงแสดงพฤตกิ รรมทีไ่ ม่เหมำะสม
10) ทกั ษะการรกั ษาสุขภาพอนามยั และความปลอดภัย
1) ดูแลสขุ ภำพตนเองได้น้อย เชน่ ลำ้ งมือไม่เปน็ หรอื ไม่รจู้ ักรับประทำนอำหำรทเี่ ป็น
ประโยชน์
2) มคี วำมระมัดระวงั เรอ่ื งควำมปลอดภยั ตนเองนอ้ ย
การจาแนกระดบั เชาวน์ปญั ญาของคนทั่วไป
ศ.นพ.จำลอง ดษิ ยวณชิ และ ศ.ดร.พรมิ้ เพรำ ดิษยวณิช ได้นำเสนอลงในเวปไซด์
http://www.chamlongclinic-psych.com/document/intelligence/เกย่ี วกับควำมสำมำรถทำงสติปญั ญำ
(IQ) ดังน้ี
กำรแปลควำมหมำยของ IQ. กำรจำแนก IQ.โดยใชล้ กั ษณะของโค้งปกตเิ พือ่ กำรแจกแจงมลี กั ษณะ
เชน่ เดียวกับ ในเรื่องของควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลหลำย ๆ ชนิด เช่น นำ้ หนกั หรอื ควำมสูง
ก็จะใช้โคง้ ปกตริ ูปทรงกระดิ่ง เพอ่ื กำรจำแนกแจกแจง (bell-shaped normal distribution curve)
ค่มู อื การอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา 31
จำกรูปน้ีจะเหน็ ไดว้ ่ำ IQ. 100 เปน็ คำ่ ของ IQ. ปกติของคนทวั่ ไปอยู่ท่ีกึ่งกลำงของรูปทรงกระดงิ่ David
Wechsler ไดท้ ำกำรจำแนกเชำวนป์ ัญญำคนทั่วไปดงั นี้
INTELLIGENCE CLASSIFICATIONS
IQ. Classifications % Included
130 and + Very Superior 2.2
120-129 6.7
110-119 Superior 16.1
Bright Normal 50.0
90-109 16.1
80- 89 Average 6.7
70- 79 Dull Normal 2.2
69 and - Borderline
Mental Defective
ระดบั ความรนุ แรงของภาวะบกพรอ่ งทางสติปัญญา (กลุ ยา ก่อสุวรรณ. 2553 : 6)
1. ควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ ระดับเลก็ น้อย (Mild Intellectual Disability)
หมำยถงึ สตปิ ัญญำระดับ 50-70
2. ควำมบกพร่องทำงสตปิ ัญญำ ระดับเลก็ ปำนกลำง (Moderate Intellectual Disability)
หมำยถึง สติปัญญำระดับ 35-49
3. ควำมบกพร่องทำงสติปญั ญำ ระดบั รนุ แรง (Severe Intellectual Disability)
หมำยถงึ สติปัญญำระดับ 20-34
4. ควำมบกพร่องทำงสติปญั ญำ ระดบั รุนแรงมำก (Profound Intellectual Disability)
หมำยถึง สตปิ ัญญำต่ำกวำ่ 20
การจาแนกเชาวน์ปัญญา
คู่มอื การอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 32
ไอคิว ระดบั เชาวป์ ัญญา
130 ขึ้นไป อัจฉริยะ (Very Superior)
120-129 ฉลำดมำก (Superior)
110-119 คอ่ นข้ำงฉลำด (Bright Normal)
90-109 ปำนกลำง(Average)
ปญั ญำทบึ (Dull Normal)
80-89 คำบเส้นปัญญำออ่ น (Borderline)
70-79 ปัญญำอ่อน (Mental Retardation)
ตำ่ กวำ่ 70 ปัญญำอ่อนระดบั น้อย (Mild mental retardation)
50-69 ปัญญำระดับปำนกลำง (Moderate mental retardation)
35-49 ปญั ญำอ่อนระดับรนุ แรง (Severe mental retardation)
20-34 ปญั ญำอ่อนระดับรุนแรงมำก
ต่ำกว่ำ 20 (Profound mental retardation)
เอกสำรอ้ำงอิง
กลุ ยำ กอ่ สวุ รรณ. (2553). การสอนเด็กทม่ี ีความบกพร่องระดับเล็กน้อย. ศนู ย์พัฒนำศกั ยภำพเด็ก
มหำวทิ ยำลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ. กรงุ เทพมหำนคร: สหมิตรพริน้ ติ้งแอนพบั ลิชช่ิง.
จำลอง ดิษยวณิชและพริ้มเพรำ ดษิ ยวณชิ . คน้ เมือ่ วนั ท่ี 2 เมษำยน 2556
จำก http://www.chamlongclinic-psych.com/document/intelligence
ค่มู ือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา 33
หนว่ ยท่ี 3.3
แบบสรุปองค์ความรู้ การใช้แบบคดั กรองบคุ คลท่ีมคี วามบกพร่องทางสติปัญญา
ช่ือผูเ้ ข้ำรบั กำรอบรม........................................................โรงเรยี น.......................................................................
คาชแี้ จง ใหท้ ่ำนสรุปองค์ควำมรู้ท่ีได้จำกกำรอบรมกำรคัดกรองบุคคลท่ีมคี วำมบกพร่องทำงสตปิ ัญญำ
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………...........................................................
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา 34
ใบงาน : กรณศี ึกษา
กิจกรรมท่ีปฏิบัติ : ให้ทำ่ นศึกษำพฤตกิ รรมของเด็กต่อไปน้ี แลว้ คดั กรองเดก็ โดยเลอื กใช้แบบคัดกรองที่ตรงกบั
พฤตกิ รรม พร้อมระบุว่ำ เดก็ ชำยวิศณุ พงไพร มคี วำมบกพรอ่ งประเภทใด
เด็กชำยวิศณุ พงไพร เกิดวันที่ 22 เดือน สิงหำคม พ.ศ. 2556 พบพฤติกรรม ดังนี้ ใช้ภำษำไม่สมวัย
ลืมง่ำย/จำในสิ่งท่ีเรียนแล้วไม่ได้ เรียนรู้บทเรียนได้ช้ำต้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น กำรคิดคำนวณ กำรเขียน
เลียนแบบผู้อ่ืนโดยไม่ใช้ควำมคิดของตนเองไม่สำมำรถนำควำมรู้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันตอบสนอง
ส่ิงต่ำงๆ ในลักษณะท่ีไม่เหมำะสม มีปัญหำกำรประสำนสัมพันธ์ระหว่ำงมือกับสำยตำขณะปฏิบัติกิจกรรม
มีควำมสำมำรถในกำรเคลื่อนไหวช้ำกว่ำเด็กในวัยเดียวกัน ไม่พูดหรือพูดได้แต่ไม่ชัด ชอบทำอะไรซ้ำๆ
ในลักษณะเดิม นำทักษะที่เคยเรียนรู้แล้วนำไปใช้สถำนกำรณ์อ่ืนได้น้อย มีอำรมณ์โกรธ ฉุนเฉียวบ่อยๆ มักทำ
ตำมคำสั่งไม่ได้ จิตใจวอกแวกงำ่ ย สรุปควำมไม่ค่อยได้ เขียนประโยคไม่ถูกต้อง ต้องอยู่ภำยใต้กำรควบคุมดูแล
ตลอด ไม่สนใจสิ่งท่ีอยู่รอบตัว ไม่สำมำรถหรือสำมำรถดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้น้อย ในกำรรับประทำน
อำหำร/กำรอำบน้ำ/แปรงััน/กำรแต่งกำย ไม่สำมำรถทำควำมสะอำดหลังกำรขับถ่ำยต้องกระตุ้นในกำรปฏิบัติ
กิจวัตรประจำวันอยู่เสมอ ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันได้ต่ำกว่ำวัยชอบเล่นกับเด็กท่ีมีอำยุน้อยกว่ำ
หรือไม่สำมำรถเลน่ กบั เพ่ือนตำมวัย เล่นเลียนแบบผอู้ ่ืนอยำ่ งไม่เหมำะสมกับวัยมปี ัญหำด้ำนพฤติกรรมในกำรใช้
สิ่งของสำธำรณะประโยชน์ เช่น ชอบทำลำยหรือใช้อย่ำงไม่ระมัดระวังไม่รู้จักวิธีกำรใช้ กำรจัดเก็บ และกำร
ดูแลรักษำของส่วนรวมเอำแต่ใจตนเอง ไม่สำมำรถควบคุมตนเองทำตำมสิ่งที่ต้องทำลืมง่ำย/จำในสิ่งท่ีเรียน
มำแล้วไม่ได้ไม่สำมำรถนำทักษะท่ีเรียนรู้ไปแก้ไขปัญหำเฉพำะหน้ำได้ดูแลสุขภำพตนเองได้น้อย เช่น ล้ำงมือไม่
เปน็ หรือไมร่ ูจ้ กั รบั ประทำนอำหำรทเ่ี ปน็ ประโยชน์และมีควำมระมดั ระวงั เรอื่ งควำมปลอดภัยตนเองน้อย
…………………………………………………
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา 35
๖ ประเมินคร้ังที่..............
แบบคดั กรองบุคคลที่มคี วามบกพร่องทางสติปัญญา
(เนือ่ งจากไม่มีใบรบั รองความพิการ/สมดุ ประจาตัวคนพิการ/ใบรบั รองแพทย์)
ช่ือ-นำมสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นำย / นำงสำว).............................................................................................
วนั เดือน ปี เกดิ ......................................................................อำยุ ......................... ปี .....................เดือน
ระดับชั้น................................................................... วัน เดือน ปี ทปี่ ระเมิน.........................................
คาชี้แจง
1. แบบคดั กรองฉบับนเ้ี ป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชนใ์ นทำงกำรจัดกำรศึกษำเท่ำน้ัน
2. วิเครำะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทำ
เครอ่ื งหมำย √ ลงในชอ่ ง “ ใช่ ” หรอื “ไมใ่ ช่ ” ทต่ี รงกบั ลกั ษณะหรือพฤติกรรมน้ันๆ ของเดก็
3. ผู้ทำกำรคัดกรองเบ้ืองต้นต้องผ่ำนกำรอบรมวิธีกำรใช้ และกำรประเมิน ตำมแบบคัดกรองนี้ และควร
สอบถำมข้อมูลเพ่ิมเติมจำกผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมำกที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดควำมชัดเจน
ถกู ต้อง
4. ผ้คู ัดกรองควรจะมีอยำ่ งนอ้ ย 2 คนขนึ้ ไป
ท่ี ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไม่ใช่
ทักษะการสื่อสาร
1 ใช้ภำษำไม่สมวัย
2 ไมเ่ ขำ้ ใจคำส่ัง ไม่สำมำรถทำตำมคำส่งั ได้
ทักษะการดูแลตนเอง
3 ไมส่ ำมำรถ หรอื สำมำรถดูแลตวั เองในชีวติ ประจำวนั ได้น้อย
ในกำรรบั ประทำนอำหำร/กำรอำบน้ำ/แปรงััน/กำรแตง่ กำย
4 ไมส่ ำมำรถทำควำมสะอำดหลังกำรขบั ถ่ำย
ทักษะการดารงชีวิตภายในบ้าน
5 ตอ้ งกระตุน้ ในกำรปฏบิ ัตกิ ิจวัตรประจำวันอย่เู สมอ
6 ช่วยเหลอื ตนเองในชีวิตประจำวนั ได้ต่ำกวำ่ วยั
ทกั ษะทางสังคม/การปฏิสมั พนั ธก์ ับผูอ้ ่ืน
7 ชอบเลน่ กับเด็กที่มีอำยุน้อยกว่ำ หรอื ไมส่ ำมำรถเลน่ กบั เพื่อนตำมวัย
8 เล่นเลยี นแบบผู้อืน่ อย่ำงไม่เหมำะสมกับวัย
ค่มู อื การอบรมหลกั สตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา 36
ท่ี ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ทกั ษะการรจู้ กั ใช้ทรัพยากรในชุมชน
9 มีปญั หำด้ำนพฤติกรรมในกำรใชส้ ิง่ ของสำธำรณะประโยชน์ เชน่ ชอบ
ทำลำยหรอื ใช้อย่ำงไมร่ ะมดั ระวัง
10 ไม่รู้จักวธิ กี ำรใช้ กำรจัดเก็บ และกำรดูแลรกั ษำ ของสว่ นรวม
ทกั ษะการรจู้ กั ดแู ลควบคมุ ตนเอง
11 เอำแต่ใจตนเอง มอี ำรมณ์โกรธ ฉนุ เฉยี วบ่อย ๆ
12 ไม่สำมำรถควบคุมตนเองทำตำมสิ่งทต่ี ้องทำ
ทักษะการนาความรู้มาใช้ในชวี ติ ประจาวนั
13 ลืมงำ่ ย / จำในสงิ่ ทเี่ รยี นมำแล้วไมไ่ ด้
14 ไมส่ ำมำรถนำทักษะท่ีเรยี นรไู้ ปแก้ไขปัญหำเฉพำะหนำ้ ได้
ทักษะการทางาน
15 ชว่ งควำมสนใจสัน้ ไมส่ ำมำรถรับผิดชอบงำนที่ต้องทำ
16 ทำตำมคำสั่งตอ่ เนื่อง ๒ คำสง่ั ข้ึนไปได้ยำก สับสนงำ่ ย
ทกั ษะการใช้เวลาว่าง
17 สนใจสิ่งรอบตวั น้อย
18 ใช้เวลำวำ่ งแสดงพฤติกรรมท่ีไม่เหมำะสม
ทกั ษะการรกั ษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภยั
19 ดูแลสุขภำพตนเองได้น้อย เช่น ล้ำงมือไม่เป็น หรือไม่รู้จักรับประทำน
อำหำรทีเ่ ป็นประโยชน์
20 มีควำมระมัดระวังเร่ืองควำมปลอดภยั ตนเองน้อย
หมายเหตุ ทง้ั น้ีพฤติกรรมดังกล่ำวตอ้ งเทยี บเคียงกับพัฒนำกำรของเด็กท่ัวไป
คู่มือการอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา 37
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
แต่ละทักษะจะต้องมีผลกำรวิเครำะห์พฤติกรรมทักษะว่ำใช่ท้ัง 2 ข้อ แสดงว่ำไม่ผ่ำนทักษะน้ันและ
หำกว่ำพบทักษะกำรปรับตัวไม่ผ่ำนตั้งแต่ 2 ทักษะข้ึนไป แสดงว่ำมีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีควำมบกพร่อง
ทำงสตปิ ัญญำ ควรให้กำรชว่ ยเหลือตำมควำมต้องกำรจำเปน็ พเิ ศษทำงกำรศึกษำของผู้เรยี น และส่งตอ่ ใหแ้ พทย์
ตรวจวนิ ิจฉัยต่อไป
ผลการคัดกรอง ไม่พบควำมบกพรอ่ ง
พบควำมบกพรอ่ ง
ความคิดเห็นเพม่ิ เติม
....................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื ................................................. ใบวฒุ ิบัตร เลขท่ี..................................(ผคู้ ัดกรอง)
(....................................................)
ลงช่อื ................................................. ใบวฒุ บิ ัตร เลขท.่ี .................................(ผคู้ ัดกรอง)
(....................................................)
คายนิ ยอมของผปู้ กครอง
ข้ำพเจ้ำ(นำย /นำง /นำงสำว)............................................................................. เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./นำย/นำงสำว)................................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดำเนินกำรคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นำย/น.ส.).................................................... ตำมแบบคัดกรองน้ีเม่ือพบว่ำ
มีแนวโน้มเป็นผู้ท่ีมีควำมบกพร่องตำมแบบคัดกรองข้ำงต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริกำรช่วยเหลือ
ทำงกำรศึกษำพิเศษต่อไป
ลงช่อื ................................................. ผู้ปกครอง
(....................................................)
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา 38
ใบงาน หน่วยย่อยท่ี 3.3 การใชแ้ บบคัดกรองบุคคลที่มคี วามบกพร่องทางสติปัญญา
.............................................
คาชี้แจง : ให้ทำ่ นศึกษำพฤติกรรมแต่ละรำยกำร และพจิ ำรณำว่ำพฤตกิ รรมใดทท่ี ่ำนเหน็ วำ่ เป็น
พฤติกรรมของบคุ คลท่มี ีควำมบกพร่องทำงสติปญั ญำ ใหท้ ำเคร่ืองหมำย √ และพฤติกรรมใดที่ท่ำนเหน็ ว่ำไม่ใช่
พฤติกรรมของบคุ คลท่ีมีควำมบกพร่องทำงสติปญั ญำให้ทำเครื่องหมำย × ในช่อง ควำมคิดเห็นของแต่ละ
รำยกำร
ที่ รายการ/พฤติกรรม ความคิดเห็น
1 ไมเ่ ข้ำใจคำสั่ง ไมส่ ำมำรถทำตำมคำสง่ั ได้
2 ระดับสติปญั ญำ อยู่ในระดับปัญญำทบึ
3 กล้ำมเน้อื แขน ขำ ออ่ นแรง
4 ไมช่ อบกำรเขยี นและหลกี เลยี่ งกำรเขียน
5 ใชภ้ ำษำไมส่ มกบั วยั
6 ชอบทำร้ำงตวั เอง
7 มีพฤติกรรมกระตนุ้ ตวั เอง
8 ช่วยเหลือตนเองในชวี ิตประจำวันได้ตำ่ กว่ำวัย
9 ชอบเลน่ กบั เดก็ ที่มีอำยุนอ้ ยกว่ำ
10 ไม่สำมำรถนำทักษะทเ่ี รยี นร้ไู ปแกไ้ ขปญั หำเฉพะหน้ำได้
11 พดู ตดิ อำ่ ง
12 ใช้เวลำวำ่ แสดงพฤตกิ รรมท่ีไม่เหมำะสม
13 ทำลำยสำธำรณสมบตั ิ ของสว่ นรวม
14 สนใจสิง่ รอบตวั นอ้ ย
15 ไม่มองสบตำผู้อื่นขณะสนทนำ
16 เอำแต่ใจตนเอง มีอำรมณโ์ กรธ ฉนุ เฉยี วบอ่ ย
17 ไม่หนั ศีรษะหำเสยี งเมื่อเรียกช่อื จำกขำ้ งหลงั
18 ช่วงควำมสนใจสัน้ ไมส่ ำมำรถรับผิดชอบงำนที่ต้องทำ
19 ไม่รู้จักวิธีกำรใช้ กำรเกบ็ และดแู ลรกั ษำของสว่ นรวม
20 อัตรำกำรพูดเรว็ หรอื ช้ำเกินไป
21 ดแู ลสุขภำพตนเองได้นอ้ ย
22 ไมอ่ ยนู่ ่ิง เคลือ่ นไหวตลอดเวลำโดยปรำศจำกจดุ มุ่งหมำย
23 ไมส่ ำมำรถเดินได้ดว้ ยตนเอง
24 มีควำมระมัดระวงั เรื่องควำมปลอดภยั ตนเองน้อย
คมู่ อื การอบรมหลกั สูตรผ้ดู าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา 39
หนว่ ยที่ 3 การใช้แบบคดั กรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาใหค้ นพกิ ารไดร้ บั สทิ ธิชว่ ยเหลือทางการศึกษา เรื่อง กาหนด
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร การรับรองบคุ คลของสถานศึกษาว่าเป็นคนพิการ พ.ศ.2556
3.4 บคุ คลบกพร่องทางรา่ งกาย หรือการเคลือ่ นไหว หรือสุขภาพ
บคุ คลทีม่ คี วามบกพรอ่ งทางรา่ งกาย หรอื การเคลอ่ื นไหว หรือสขุ ภาพ ซ่ึงแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังน้ี
(1) บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว ได้แก่ บุคคลที่มีอวัยวะไม่สมส่วนหรือขาด
หายไป กระดูกหรือกล้ามเน้ือผิดปกติ มีอุปสรรคในการเคลื่อนไหว ความบกพร่องดังกล่าวอาจเกิดจากโรคทาง
ระบบประสาท โรคของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก การไมส่ มประกอบ มาแต่กาเนิด อบุ ัติเหตแุ ละโรคติดต่อ
(2) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ ได้แก่ บุคคลท่ีมีความเจ็บป่วยเร้ือรังหรือมีโรคประจาตัวซ่ึง
จาเปน็ ต้องได้รับการรกั ษาอย่างต่อเนือ่ ง และเป็นอปุ สรรคต่อการศึกษา ซึ่งมีผลทาให้เกิดความจาเป็นตอ้ งได้รับ
การศึกษาพิเศษ
(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา
พ.ศ.2552)
คมู่ ือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 40
หน่วยท่ี 3.4
แบบสรปุ องคค์ วามรู้ การใช้แบบคัดกรองบุคคลท่ีมคี วามบกพรอ่ งทางรา่ งกาย หรือการเคลอ่ื นไหว
หรือสขุ ภาพ
ชื่อผูเ้ ข้ารับการอบรม.............................................................โรงเรยี น..................................................
คาช้ีแจง ให้ทา่ นสรปุ องค์ความรู้ หนว่ ยย่อยที่ 3.4 ในลกั ษณะของการเขยี นแผนทีค่ วามคิด (Mind Map)
หรือ แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 41
ใบงาน : กรณีศึกษา
กิจกรรมท่ปี ฏบิ ตั ิ : ใหท้ ่านศึกษาพฤติกรรมของเด็กต่อไปน้ีแลว้ คัดกรองเดก็ โดยเลือกใช้แบบคดั กรองท่ี
ตรงกับพฤตกิ รรม พร้อมระบุวา่ เดก็ หญงิ ราเพย กล่ินหอม มีความบกพร่องประเภทใด
เด็กหญิงราเพย กลิ่นหอม เกิดวันท่ี 15 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 พบว่ามีอวัยวะช่วงขาสั้น ยาว
ไม่เท่ากัน หรือแขน ขา ลีบ กล้ามเนื้อมีอาการเกร็งและอ่อนแรง เท้ามีลักษณะผิดรูป ไม่มีน้ิวมือ เวลาเดินไป
ไหนมาไหนไม่สามารถควบคลุมกล้ามเน้ือได้และจังหวะการเคล่ือนไหว เช่น กระตุก เกร็งไม่สามารถน่ัง ลุกข้ึน
ยืน ยืนทรงตัว เดินทรงตัวได้ด้วยตนเอง และยังพบว่ามีความเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษาเป็นระยะเวลานาน
คือเปน็ โรคไขกระดูกฝ่อ
…………………………………………………
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 42
๒ ประเมินครั้งที่..............
แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพรอ่ งทางรา่ งกาย หรือการเคลือ่ นไหว หรอื สุขภาพ
(เนอื่ งจากไม่มีใบรบั รองความพกิ าร/สมดุ ประจาตัวคนพิการ/ใบรบั รองแพทย)์
ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. /นาย/นางสาว)........................................................................................................
วัน เดอื น ปี เกดิ ................................................................................อายุ ......................... ปี .....................เดือน
ระดับช้ัน............................................. วัน เดือน ปี ท่ปี ระเมิน............................................................................
คาช้แี จง
1. แบบคดั กรองฉบับนี้เป็นแบบคดั กรองเพ่ือประโยชนใ์ นทางการจัดการศึกษาเทา่ นัน้
2. วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทา
เครื่องหมาย /ลงในชอ่ ง “ ใช่” หรือ “ไมใ่ ช่” ที่ตรงกบั ลกั ษณะหรือพฤตกิ รรมนน้ั ๆ ของเดก็
3. ผู้ทาการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควร
สอบถามข้อมูลเพ่ิมเติมจากผู้ท่ีอยู่ใกล้ชิดเด็กมากท่ีสุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพ่ือให้เกิดความชัดเจน
ถูกตอ้ ง
4. ผู้คัดกรองควรจะมอี ย่างนอ้ ย 2 คนขน้ึ ไป
ที่ ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไม่ใช่
ดา้ นรา่ งกาย
1 มอี วยั วะไมส่ มส่วน หรอื แขน ขา ลบี
2 มีอวัยวะขาดหายไปและเป็นอุปสรรคในการดารงชวี ติ
3 มีการผิดรูปของกระดูกและข้อ
4 มีลกั ษณะกล้ามเนือ้ แขนขาเกรง็
5 มลี ักษณะกล้ามเนอ้ื แขนขาอ่อนแรง
ดา้ นการเคล่ือนไหว
6 มกี ารเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ทศิ ทางการเคลอื่ นไหว และจังหวะการ
เคลอื่ นไหว เช่น กระตกุ เกร็ง
7 ไม่สามารถนั่งทรงตวั ได้ดว้ ยตนเอง
8 ไมส่ ามารถลกุ ขึ้นยนื ไดด้ ้วยตนเอง
9 ไม่สามารถยนื ทรงตวั ไดด้ ้วยตนเอง
10 ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง
คมู่ อื การอบรมหลักสูตรผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 43
๙
ที่ ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ดา้ นสขุ ภาพ
11 มคี วามเจ็บป่วยท่ีต้องไดร้ บั การรักษาเปน็ ระยะเวลานาน และเป็นอุปสรรคต่อ
การศกึ ษา เชน่
11.1 ประสบอุบตั ิเหตุ ผา่ ตัด เปน็ ตน้
11.2 เป็นโรคเรื้อรังหรอื มภี าวะผดิ ปกติของระบบต่างๆ ดังต่อไปนี้
ระบบโลหิต เชน่ ภาวะเลือดออกงา่ ยหยดุ ยาก ธาลัสซเี มีย ไขกระดูกฝอ่
ระบบหัวใจและหลอดเลอื ด เชน่ หัวใจพกิ ารแตก่ าเนิด โรคหัวใจรูมาติก
ระบบไต เช่น โรคเนโฟรติก โรคไตเร้ือรงั ระบบประสาท เช่น อมั พาต สมอง
พิการลมชักระบบหายใจ เช่น หอบหืดโรคปอด ระบบภมู ิคุ้มกันและภมู ิแพ้ เช่น
ขอ้ อกั เสบ–รมู าตอยด์, SLE (เอสแอล อี) ระบบต่อมไร้ท่อ เชน่ โรคเบาหวาน
แคระ หรอื โตผิดปกติ ระบบผิวหนงั เชน่ เด็กดักแด้ เปน็ ต้น
เกณฑก์ ารพิจารณา
ดา้ นรา่ งกายและดา้ นการเคล่อื นไหว
ถ้าตอบว่าใช่ตั้งแต่ 1 ข้อ ข้ึนไป แสดงว่ามีแนวโน้มท่ีจะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือ
การเคล่ือนไหว ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้
แพทยต์ รวจวนิ จิ ฉัยต่อไป
ด้านสขุ ภาพ
ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหน่ึง แสดงว่ามีแนวโน้มท่ีจะเป็นบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางสุขภาพ ควรให้การ
ช่วยเหลอื ตามความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษทางการศกึ ษาของผเู้ รียน และส่งตอ่ ให้แพทยต์ รวจวนิ ิจฉยั ตอ่ ไป
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผูด้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 44
ผลการคัดกรอง ไมพ่ บความบกพรอ่ ง
พบความบกพร่อง
ความคิดเห็นเพ่ิมเติม
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ...................
.......................................................................................................................................................... ....................
ลงชอื่ ................................................. ใบวฒุ บิ ัตร เลขที.่ .................................(ผู้คดั กรอง)
(....................................................)
ลงช่ือ ................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขที.่ .................................(ผู้คัดกรอง)
(....................................................)
๑๐
คายินยอมของผู้ปกครอง
ข้าพเจ้า (นาย /นาง /นางสาว).......................................................................... เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช. /ด.ญ./นาย/นางสาว) .................................................................................... ยนิ ยอม ไม่ยนิ ยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย/น.ส.)................................................ตามแบบคัดกรองน้ีเมื่อพบว่า
มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือ
ทางการศึกษาพิเศษต่อไป
ลงช่อื ................................................. ผ้ปู กครอง
(..................................................)
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 45
ใบงาน หน่วยย่อยท่ี 3.4 การใชแ้ บบคดั กรองบคุ คลทีม่ ีความบกพรอ่ งทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว
หรือสขุ ภาพ
............................................................
คาชีแ้ จง : ให้ทา่ นศกึ ษาพฤติกรรมแต่ละรายการ และพจิ ารณาวา่ พฤติกรรมใดทีท่ ่านเห็นวา่ เป็น
พฤติกรรมของบุคคลทีม่ ีความบกพร่องทางรา่ งกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพโดยทาเคร่อื งหมาย √
และพฤติกรรมใดท่ีท่านเหน็ ว่าไมใ่ ช่พฤติกรรมของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว
หรือสุขภาพให้ทาเครื่องหมาย × ในชอ่ ง ความคิดเห็นของแตล่ ะรายการ
ท่ี ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไม่ใช่
ด้านรา่ งกาย
1 มอี วัยวะไมส่ มส่วน หรอื แขน ขา ลบี
2 มอี วยั วะขาดหายไปและเปน็ อุปสรรคในการดารงชีวิต
3 มกี ารผิดรปู ของกระดูกและข้อ
4 มลี กั ษณะกล้ามเนอื้ แขนขาเกร็ง
5 มีลกั ษณะกล้ามเน้อื แขนขาอ่อนแรง
ด้านการเคลือ่ นไหว
6 มีการเคล่ือนไหวทีผ่ ดิ ปกติ ทิศทางการเคลอื่ นไหว และจงั หวะการเคลอ่ื นไหว
เช่น กระตกุ เกร็ง
7 ไม่สามารถน่ังทรงตัวไดด้ ้วยตนเอง
8 ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง
9 ไม่สามารถยนื ทรงตวั ไดด้ ้วยตนเอง
10 ไม่สามารถเดินได้ดว้ ยตนเอง
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 46
๙
ท่ี ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ดา้ นสุขภาพ
11 มีความเจบ็ ป่วยที่ต้องไดร้ บั การรักษาเป็นระยะเวลานาน และเป็นอปุ สรรคตอ่
การศึกษา เชน่
11.1 ประสบอบุ ตั เิ หตุ ผ่าตัด เปน็ ต้น
11.2 เป็นโรคเร้ือรังหรอื มีภาวะผดิ ปกตขิ องระบบต่างๆ ดังตอ่ ไปน้ี
ระบบโลหิต เช่น ภาวะเลือดออกงา่ ยหยดุ ยาก ธาลสั ซีเมยี ไขกระดูกฝ่อ
ระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด เช่น หัวใจพิการแตก่ าเนดิ โรคหวั ใจรมู าตกิ
ระบบไต เชน่ โรคเนโฟรติก โรคไตเรื้อรงั ระบบประสาท เช่น อัมพาต สมอง
พิการลมชัก ระบบหายใจ เช่น หอบหืดโรคปอด ระบบภูมคิ ุ้มกนั และภูมิแพ้ เชน่
ขอ้ อักเสบ–รูมาตอยด์, SLE (เอสแอล อี) ระบบต่อมไร้ทอ่ เช่น โรคเบาหวาน
แคระ หรอื โตผิดปกติ ระบบผิวหนัง เช่น เดก็ ดักแด้ เป็นต้น
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 47