หนว่ ยท่ี 3 การใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการไดร้ บั สิทธชิ ว่ ยเหลอื ทางการศึกษา เร่ือง กาหนด
หลักเกณฑแ์ ละวิธกี าร การรับรองบุคคลของสถานศึกษาว่าเปน็ คนพิการ พ.ศ.2556
3.5 บคุ คลทีม่ คี วามบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disability)
บุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้ หมายถึง บุคคลที่มีความผิดปกติในการทางานของสมองบางส่วนท่ีแสดง
ถึงความบกพร่องในกระบวนการเรียนรู้ที่อาจเกิดข้ึนเฉพาะความสามารถด้านใด ด้านหน่ึงหรือหลายด้าน คือ การ
อ่าน การเขียน การคิดคานวณ ซ่ึงไม่สามารถเรียนรู้ในด้านที่บกพร่องได้ ท้ังทีระดับสติปัญญาปกติ
(พระราชบญั ญัติการจดั การศึกษาสาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551)
สาเหตขุ องความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้
ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ก่อให้เกิดปัญหาการเรียนเนื่องมาจากเด็กไม่สามารถเรียนได้ดีเท่ากับเด็ก
ปกติทั่วไป การค้นหาความบกพร่องของเด็กส่วนมากเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางสาธารณสุข บุคลากรทางการ
ศึกษาอาจจาเป็นต้องรับรู้ไว้ เพื่อจะได้หาทางจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับกับปัญหาของเด็กต่อไป สาเหตุของ
ความบกพร่องน้ีอาจจาแนกได้ดังนี้
1. การไดร้ บั บาดเจ็บทางสมอง บุคลากรทางการแพทย์ทีศ่ ึกษาเกีย่ วกับเดก็ ที่มปี ญั หาทางการเรยี นรู้
ในหลายประเทศ มีความเช่ือว่า สาเหตุสาคัญที่ทาให้เด็กเหล่าน้ีไม่สามารถเรียนได้ดีนั้น เน่ืองมาจากการได้รับ
บาดเจ็บทางสมอง (Brain Damage) อาจจะเป็นการได้รับบาดเจ็บก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอดก็
ได้ การบาดเจ็บนีท้ าให้ระบบประสาทส่วนกลางไม่สามารถทางานได้เต็มท่ี อย่างไรก็ตามการไดร้ ับบาดเจ็บอาจ
ไม่รุนแรงนัก (Minimal brain dysfunction) สมองและระบบประสาทส่วนกลางยังทางานได้ดีเป็นส่วนมาก
มีบางส่วนเท่าน้ันที่มีความบกพร่องไปบ้างทาให้เด็กมีปัญหาในการรับรู้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของเด็ก
แต่ปญั หานี้ยงั ไมเ่ ปน็ ท่ียอมรบั ท้ังหมดเพราะเด็กบางคนอาจเป็นกรณียกเวน้ ได้
2. กรรมพันธ์ุ งานวิจัยจานวนมากระบุตรงกันว่า ความบกพร่องทางการเรียนรู้บางอย่างสามารถ
ถ่ายทอดทางพันธกุ รรมได้ ดังนัน้ จะเห็นไดว้ า่ จากการศึกษาเปน็ รายกรณีพบวา่ เดก็ ที่มีปญั หาทางการเรียนรบู้ าง
คน อาจมีพ่ีน้องเกิดจากท้องเดียวกัน มปี ัญหาทางการเรียนรู้เช่นกันหรืออาจมีพ่อแม่ พ่ี น้อง หรือญาตใิ กล้ชิดมี
ปัญหาทางการเรยี นรู้เชน่ กัน โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ปัญหาในการอา่ น การเขยี น และการเข้าใจภาษา
มีรายงานการวิจยั ทีน่ ่าเชอ่ื ถือได้ว่า เดก็ ฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดย่ี วกนั (Identical Twin) มีพบว่าฝาแฝด
คนหน่ึงมปี ัญหาในการอ่านฝาแฝดอีกคนมักมีปัญหาในการอ่านเช่นเดยี วกัน แต่ปัญหานี้ไมพ่ บบอ่ ยนักสาหรับฝา
แฝดท่ีเกิดจากไข่คนละใบ (Fraternal Twin) จึงอาจโดยสรุปได้ว่าปัญหาในการเรียนรู้อาจสืบทอดทาง
พันธุกรรมได้
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 48
3. ส่ิงแวดล้อม สาเหตุทางสภาพส่ิงแวดล้อมนี้ หมายถึง สาเหตุอ่ืน ๆ ท่ีมาใช่การได้รับบาดเจ็บทาง
สมอง และกรรมพันธุ์ เป็นส่ิงที่เกิดขึ้นกับเด็กภายหลังการคลอด เมื่อเด็กเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมท่ี
ก่อให้เกิดความเส่ียง เช่น การท่ีเด็กมีพัฒนาการทางร่างกายล่าช้าด้วยสาเหตุบางประการ การท่ีร่างกายได้รับ
สารบางประการอันเน่ืองมาจากสภาพมลพิษในส่ิงแวดล้อม การขาดสารอาหารในวัยทารกและในวัยเด็ก
การสอนที่ไม่มีประสิทธิภาพของครู ตลอดจนการขาดโอกาสทางการศึกษา เป็นต้น แม้ว่าองค์ประกอบทาง
สภาพแวดล้อมเหล่าน้ีจะไม่ใช่สาเหตุท่ีก่อให้เกิดความบกพร่องทางการเรียนรู้โดยตรง แต่องค์ประกอบเหล่าน้ี
อาจทาให้สภาพการเรยี นรขู้ องเด็กมีความบกพรอ่ งมากข้ึน
ปัญหาและความบกพร่องของเด็กกลุ่มนีจ้ ะเรม่ิ สงั เกตเห็นไดช้ ัดเจนตอนเร่ิมเข้าเรยี นแตภ่ าวะปัญหาทางการ
เรียนรู้ของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนก็เพียงแต่มีปัญหา เกี่ยวการเรียนรู้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เช่น เขียน
ตัวหนังสือโย้ไปเย้มา อ่านคาตก ๆ หล่น ๆ มีความสับสนระหว่าง“ภ กับ ถ”“ b กับ d”แต่บางคนก็มีปัญหา
มากมายจนส่งผลให้เกิด ความยุ่งยากลาบากต่อการดาเนินชีวิตประจาวันและกระทบไปถึงผู้คนรอบข้างด้วย
นักจิตวทิ ยาและนักการศึกษาเช่ือว่า ภาวะทค่ี วามสามารถในการเรียนของบุคคล หรือเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
ตา่ กวา่ ความสามารถตามอายรุ ะดับการศึกษา และระดบั สติปัญญา
ลกั ษณะของบุคคลท่มี คี วามบกพรอ่ งทางการเรียนรู้
3.1 ลกั ษณะความบกพร่องดา้ นการอ่าน
ลกั ษณะของบุคคลท่ีมีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้ดา้ นการอ่าน ศรียา นิยมธรรม (2541 : 79)
ผดงุ อารยะวญิ ญู (2545 : 10-12) สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541 : 109) ไดอ้ ธบิ าย
ลกั ษณะของบคุ คลท่ีมีความบกพร่องทางการเรยี นรดู้ ้านการอ่านทส่ี อดคล้องกนั ไว้ ดงั นี้
1) อ่านชา้ อา่ นข้าม อา่ นไมห่ มด
2) จาคาศัพท์คาเดิมไม่ได้ ทง้ั ๆ ท่ีเคยผา่ นสายตามาแล้วหลายครั้ง
3) อา่ นเพมิ่ คา ซ้าคา อา่ นผดิ ตาแหน่ง
4) อา่ นสลบั ตัวอักษรหรือออกเสยี งสลับกัน เชน่ บก อ่านเป็น กบ
5) สับสนในพยัญชนะคลา้ ยกันเชน่ ก ภ ถ, ฦ ฎ ฏ, ด ต ค
6) จาศัพท์ใหม่ไมค่ ่อยได้
7) มปี ญั หาในการผสมคา การอา่ นออกเสียงคา
8) สับสนคาท่ีคล้ายกัน เชน่ บาน/ บ้าน
9) อ่านคาทไ่ี ม่คุ้นเคยไม่ได้
10) อา่ นคาในระดบั ชัน้ ของตนเองไม่ได้
11) อา่ นอกั ษรนาไมไ่ ด้
คมู่ อื การอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 49
12) อ่านขา้ มบรรทดั อ่านซา้ บรรทัด
13) อ่านคาสมาส สนธิ ไม่ได้
14) เปรียบเทียบความหมายของคาไมไ่ ด้
15) ไม่รจู้ ักหนา้ ที่ของคาในประโยค
16) มปี ญั หาในการอ่านคาพ้องรปู พ้องเสียง
17) อ่านราชาศัพท์ไม่ได้
18) อา่ นบทรอ้ ยกรองลาบาก
19) อ่านคายากประจาบทไม่ได้
20) อา่ นจบั ใจความสาคัญของเรื่องไม่ได้
21) อ่านหลงบรรทัด อ่านซา้ คา
22) อ่านตกหลน่ อ่านเพมิ่ คา หาคามาแทนทหี่ รืออา่ นกลบั คา
23) อ่านเรยี งลาดบั ผดิ สบั สนตาแหนง่ ประธาน กรยิ า กรรม
24) อา่ นสบั สนระหว่างอักษรหรือคาท่ีคลา้ ยคลงึ กัน
25) อ่านชา้ และตะกกุ ตะกกั
26) อ่านด้วยความลังเลไม่แนใ่ จ
27) บอกลาดบั เรื่องราวไม่ได้
28) จาประเดน็ สาคัญของเร่ืองราวไม่ได้
29) แยกสระเสยี งส้ัน – ยาว ไมไ่ ด้
30) ขมวดคิว้ นิ่วหนา้ เวลาอา่ น
31) อ่านสลบั ตวั อักษร
32) การอา่ นถอยหลัง
33) อา่ นออกเสยี งไม่ชัด
34) จาใจความสาคัญของเรื่องไม่ได้
35) เลา่ เรอ่ื งท่อี ่านไม่ได้
36) จาข้อเท็จจริงพ้ืนฐานไม่ได้
37) อา่ นคาในตาแหน่งท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง
38) จาตัวอกั ษรได้บา้ ง แต่อา่ นเป็นคาไม่ได้
39) ความสามารถในการอา่ นต่ากว่านักเรยี นอน่ื ในชัน้ เรียนเดยี วกัน
40) อ่านคาโดยสลับตวั อกั ษร เชน่ กบ เปน็ บก, มอง เปน็ ของ, ยอด เปน็ ดอย, กาบ
คู่มือการอบรมหลกั สตู รผูด้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 50
3.2 ลักษณะความบกพร่องด้านการเขยี น
การเขยี นเปน็ ทักษะสูงสดุ ในกระบวนการทางภาษา ซึ่งประกอบด้วยทักษะในการฟัง การอา่ น การพดู
และการเขยี น การเขียนเป็นการแสดงออก ซง่ึ แนวความคิดของผูเ้ ขียนเดก็ ที่มคี วามบกพร่องในการเขยี น อาจ
แสดงพฤตกิ รรมในการเขียน ดังน้ี
1) ไมช่ อบและหลีกเลย่ี งการเขียน หรอื การลอกคา
2) เขยี นไมส่ วยไม่เรยี บรอ้ ย สกปรก ขีดทิ้ง ลบทงิ้
3) เขียนตวั อกั ษรและคาท่ีคลา้ ยๆ กันผดิ
4) ลอกคาบนกระดานผิด (ลอกไม่ครบตกหล่น)
5) เขยี นหนังสือไมเ่ วน้ วรรค ไมเ่ วน้ ช่องไฟ ตวั อักษรเบยี ดกนั จนทาให้อ่านยาก
6) เขยี นสลับตาแหนง่ ระหว่างพยัญชนะ สระ เช่น ตโ
7) เขยี นตามคาบอกของคาในระดับช้ันตนเองไม่ได้
8) เขียนตวั อกั ษรหรือตวั เลขกลับด้านคล้ายมองกระจกเงา เช่น ,
9) เขยี นพยญั ชนะหรือตวั เลขท่มี ลี ักษณะคลา้ ยกันสลบั กนั เชน่ ม-น, ด-ค, พ-ย, b-d, p-q, ๖-๙
10) เรยี งลาดับตัวอักษรผิด เชน่ สถติ ิ เปน็ สตถิ ิ
11) ฟังคาบรรยายแลว้ จดโนต้ ยอ่ ไมไ่ ด้
12) เขียนคาท่ีมีตัวการันต์ไม่ได้
13) เขยี นสรปุ ใจความสาคัญไม่ได้
14) เขียนบรรยายความรู้สึกนึกคดิ ของตนเองไม่ได้
15) เขียนเรียงความยาวๆ ไม่ได้
16) เขยี นบรรยายภาพไม่ได้
17) เขียนย่อความไม่ได้
18) เขยี นคาพ้องรูป – พ้องเสียงไม่ได้
19) เขยี นคายากประจาบทไม่ได้
20) เขยี นตามคาบอกไม่ได้
21) ไม่สามารถลอกคาท่ีครูเขยี นบนกระดานลงสมดุ ของนักเรียนได้อยา่ งถูกต้อง
22) เขียนประโยคตามครูไม่ได้
23) ไม่สามารถแยกรปู ทรงเรขาคณิตได้
24) เขยี นไมเ่ ปน็ คา อาจเปน็ ลายเสน้ แต่อา่ นไมไ่ ด้
25) เขยี นเปน็ ประโยคไมไ่ ด้ เรยี งคาไมถ่ ูกตอ้ ง
ค่มู ือการอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 51
ความบกพรอ่ งทางการเขียนนี้ ไมร่ วมไปถึงปัญหาของเด็กทเ่ี ขยี นคายากไม่ได้ อันเนอื่ งมาจากการท่ีเดก็
ไมต่ ้งั ใจเรยี น เด็กขาดเรยี นบ่อย หรอื ขี้เกียจอา่ นหรอื เขียนหนังสอื การท่ีไมส่ ่งงานทคี่ รูมอบหมายใหท้ า เปน็ ต้น
3.3 ลักษณะความบกพร่องทางคณติ ศาสตร์
คณติ ศาสตร์เป็นวิชาท่ีประกอบขนึ้ ด้วยสัญลกั ษณเ์ ชน่ เดียวกันกบั วิชาภาษาไทยเด็กที่มีความบกพร่องใน
การรบั รู้เกย่ี วกับสญั ลักษณ์อาจมีปญั หาในการเรียนคณติ ศาสตร์แสดงพฤติกรรมดงั นี้
1) นบั เลขเรยี งลาดบั นบั เพิ่ม นับลดไมไ่ ด้
2) ยากลาบากในการบวก,ลบ จานวนจรงิ
3) ยากลาบากในการใช้เทคนิคการนับจานวนเพิ่มทลี ะ 2, 5, 10, 100
4) ยากลาบากในการประมาณจานวนค่า
5) ยากลาบากในการเปรยี บเทียบ มากกว่า นอ้ ยกวา่
6) แกโ้ จทยป์ ญั หาง่ายๆ ไม่ได้
7) สับสนไม่เข้าใจเร่ืองเวลา ทิศทาง
8) บอกความหมาย หรือสัญลกั ษณท์ างคณติ ศาสตร์ ไมไ่ ด้ เช่น +, -, ×, >, <, =
9) เปรยี บเทียบขนาด รปู ทรง ระยะทาง ตาแหน่งไม่ได้
10) เขยี นตัวเลขกลับ เช่น ร-๕, ๕-s , ๖-๙, ๖-๙
11) ไมเ่ ขา้ ใจความหมายและสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์
12) ไมส่ ามารถเขยี นเศษส่วนในลักษณะทศนิยมและทศนิยมซ้า
13) ไม่เขา้ ใจและเขียนจานวนตรรกยะ และอตรรกยะไม่ได้
14) ไม่เขา้ ใจและเขียนจานวนในรูปอตั ราส่วน สัดสว่ นและรอ้ ยละในการแก้โจทยป์ ญั หา
15) ไมเ่ ข้าใจการเขยี นระบบจานวนจริง
16) ไมเ่ ข้าใจและเขยี นค่าสัมบรู ณ์ไม่ได้
17) ไมเ่ ข้าใจการเขยี นจานวนจริงในรปู เลขยกกาลงั ที่เป็นจานวนตรรกยะ จานวนจรงิ ท่อี ยใู่ นเกณฑ์
18) ไมเ่ ข้าใจเร่ืองการประมาณคา่
19) ไม่เขา้ ใจเรือ่ งจานวนเต็มและเศษสว่ น
20) ไมเ่ ข้าใจเก่ยี วกบั ระบบจานวน
21) ไมเ่ ขา้ ใจความหมายของจานวน เด็กอาจนับเลข 123456.......ได้ แต่ถา้ ครูสงั่ ในหยิบก้อนหนิ มาวาง
ข้างหน้า 5 ก้อน เด็กจะปฏิบัตไิ ม่ได้ การนับของเดก็ เปน็ การท่องจา ไม่ใชค่ วามเขา้ ใจ
22) ไมเ่ หน็ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งส่งิ ทไ่ี ดย้ นิ กบั ส่งิ ทมี่ องเห็น เด็กอาจจะออกเสยี งนับเลข 12345....ได้
แต่ถา้ ใหน้ บั จานวนนกในภาพบนกระดานดาเดก็ จะนบั ไม่ได้
คู่มือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 52
23) มีปัญหาในการจดั เรียงลาดับไมส่ ามารถจาแนกวสั ดทุ ่ีมีขนาดต่างกันที่กองรวมกันอยไู่ ด้
24) ไม่เข้าใจปรมิ าณ เม่ือขนาดเปลี่ยนไป เชน่ ธนบัตรใบละ 20 บาท 1 ใบ มีคา่ เท่ากับเหรียญ
5 บาท จานวน 4 เหรยี ญ
25) ทาเลขไม่ไดไ้ ม่ว่าจะเป็นการบวก ลบ คูณ หารเพียงอยา่ งเดียวหรือทงั้ 4 อยา่ ง
26) ไมเ่ ขา้ ใจความหมายของสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ เช่น ไม่เข้าใจวา่ เครื่องหมาย + แปลวา่
เพมิ่ ขน้ึ มากข้ึนเครื่องหมาย - แปลว่า ลดลง น้อยลงเครื่องหมาย × แปลวา่ ทวีคณู เป็นตน้
27) ไมเ่ ขา้ ใจความหมายของตวั เลขทน่ี ามาเรียงกันในทางคณติ ศาสตร์ การเรยี งตวั เลขต่างกนั มี
ความหมายต่างกัน มคี วามหมายตา่ งกัน ดงั นนั้ เด็กประเภทนบ้ี างคนไม่เห็นความแตกตา่ งระหวา่ ง 10 กบั 0123
กบั 2315 กบั 15ทาใหเ้ ด็กไม่สามารถคานวณเลขได้
28) ไมส่ ามารถปฏิบัตติ ามข้ันตอนในการคานวณได้
29) ไมเ่ ขา้ ใจความหมายการช่งั การตวง การวัด
30) มีปญั หาในการอา่ นแผนทแี่ ละกราฟ ถ้าเดก็ คนท่มี ปี ัญหาเชน่ นี้ นั่งรถไปตา่ งเมืองกับเพือ่ น ๒
คน เพ่อื นของเขาทาหนา้ ท่ีขบั รถ เพ่ือนบอกให้เขาชว่ ยอา่ นแผนท่ี ท้งั สองคนน้ีหลงทางแน่นอน
31) มปี ัญหาในการทาเลขโจทยป์ ัญหา เพราะเด็กไม่เข้าใจความหมายของปญั หาทีเ่ ป็นโจทย์ จงึ
แปลความหมายไม่ไดว้ ่าเมื่อใดจะบวก จะลบ จะคณู จะหาร
3.4 ลกั ษณะความบกพร่องทางพฤตกิ รรม
ลักษณะความบกพร่องทางพฤตกิ รรม มีดงั นี้
1) ไมท่ าตามคาสั่ง ทางานไม่เสร็จ
2) มคี วามยากลาบากในการจัดระบบงาน
3) ทาของหายบ่อยๆ เป็นประจา เชน่ ของเลน่ ดินสอ หนังสือ อุปกรณ์การเรยี น
4) ลืมทากจิ กรรมที่เป็นกจิ วัตรประจาวัน
5) สบั สนดา้ นซ้าย ขวา
6) วางส่งิ ของเครอื่ งใชไ้ ม่เปน็ ระเบียบ
7) เสยี สมาธงิ า่ ยมองไปยังทุกสง่ิ ทเ่ี คลื่อนไหวผ่านสายตา
8) มีอาการเครยี ดขณะอ่าน
9) ใจไม่คอ่ ยจดจ่ออยู่กับงาน มองโนน่ มองนี่บอ่ ยๆ
10) หลกี เล่ยี ง ไมช่ อบ หรือลังเลใจที่จะทางานหรือการบา้ นทต่ี ้องมีระเบียบและใสใ่ จในงาน
11) ลังเลในความสามารถของตนเอง มักจะพง่ึ โชคลางหรือส่งิ ภายนอกมากกว่าการทางานหนกั
12) ไม่ทาตามคาส่งั ทางานไมเ่ สรจ็
13) มคี วามยากลาบากในการจดั ระบบงาน
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 53
14) หลกี เลี่ยง ไม่ชอบ หรือลังเลใจทีจ่ ะทางานหรือการบา้ นที่ตอ้ งมีระเบียบและใส่ใจในงาน
15) หันเหความสนใจไปสภู่ ายนอกไดง้ า่ ย
16) ลืมทากจิ กรรมทเี่ ป็นกิจวัตรประจาวัน
17) สบั สนดา้ นซา้ ย ขวา
18) วางสิ่งของเครื่องใชไ้ มเ่ ป็นระเบียบ
19) ใจไมค่ ่อยจดจ่ออยกู่ ับงาน มองโนน่ มองน่ีบอ่ ยๆ
20) เสยี สมาธงิ า่ ยมองไปยังทุกสง่ิ ทเ่ี คล่ือนไหวผ่านสายตา
3.5 ความบกพร่องทางกระบวนการการคิด
เด็กท่ีมีความบกพร่องทางการเรยี นร้จู านวนมาก มีความลาบากในการคิดกระบวนการใชเ้ หตุผล หรือ
แนวทางการกาหนดความคดิ รวบยอด เชน่ คนปกติทั่วไปจะมองทีภ่ าพรวมของวตั ถกุ ่อน จึงมองสว่ นย่อย เด็กท่ี
มปี ัญหาในการเรียนรู้ อาจแสดงพฤติกรรมเกีย่ วกบั กระบวนการคดิ การใชเ้ หตผุ ลดังน้ี
1) ไมส่ ามารถบอกความแตกตา่ ง ของส่งิ ที่มองเห็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมือ่ วัตถุ 2 อย่างหรอื มากกวา่
มีขนาดลักษณะคลา้ ยคลงึ กนั
2) ไม่สามารถบอกความแตกตา่ ง ของเสยี งที่ไดย้ นิ ได้ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ เสยี งท่คี ล้ายคลงึ กนั หรือหาก
บอกไดก้ ็ไมแ่ น่นอน บางทบี อกได้ บางทบี อกไม่ได้
3) ไม่เห็นความสมั พันธ์ระหว่างสว่ นย่อยกบั สว่ นใหญ่
4) มีความจาไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความจาระยะส้ัน หรอื ความจาระยะยาว จึงทาให้เดก็ บางคนไดร้ ับ
การวินิจฉัยว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน ท้งั ๆ ทเ่ี ขาควรได้รับการตัดสนิ วา่ เปน็ เด็กทีม่ ปี ัญหาในการเรียนรู้
5) ไมม่ คี วามมานะอดทนในการประกอบกจิ กรรมเลย หรอื หากมกี ็มมี ากจนเกนิ ไป จนบางครัง้ ทาให้
ยากแก่การทาให้เขาเลิกกจิ กรรมทีท่ าอยู่
6) จาส่งิ ทมี่ องเห็นได้ แตห่ ากนาสิ่งของนนั้ ใหพ้ ้นสายตาแล้ว เดก็ จะจาสง่ิ น้นั ไมไ่ ดเ้ ลย มีพฤติกรรม
เหมอื นไม่เคยพบเหน็ วตั ถุน้ันมาก่อน
7) ไม่ชอบการเปล่ียนแปลง ทนไม่ได้ท่จี ะมีการเปล่ยี นแปลงกจิ วตั รประจาวนั
8) มพี ฤตกิ รรมเหมือนคนถกู ควบคุมโดยส่งิ อื่นท่ีอยู่ภายนอก เดก็ บางคนจึงไม่สามารถควบคมุ
ตนเองได้ เสียสมาธงิ ่าย เพราะสนใจสง่ิ ทอ่ี ย่ภู ายนอกหอ้ งเรยี นเสมอ
9) ไมส่ นใจส่ิงทอี่ ยรู่ อบตวั หรอื ไม่กส็ นใจมากเกินไป จนยากที่จะดงึ ความสนใจของเด็กออกจาก
สง่ิ ของนั้น
10) มกี ารเคลื่อนท่ี เคลอ่ื นไหวอย่เู สมอ ไมส่ ามารถอยู่น่ิงเฉยได้นาน
คู่มือการอบรมหลักสูตรผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 54
3.6 ความบกพร่องด้านอ่นื ๆ
ความบกพรอ่ งด้านอ่ืนที่เก่ยี วขอ้ ง อาจจาแนกออกเป็น ๓ ดา้ น คือ ความบกพร่องเก่ียวกบั สมาธิ ความ
บกพร่องด้านการรบั รู้ และความบกพรอ่ งด้านการเคลื่อนไหว นักจิตวทิ ยาหลายคน กล่าววา่ ความบกพร่องทัง้
๓ ดา้ น เป็นลักษณะหนงึ่ ท่ีมีปัญหาในการเรียนรู้ แตน่ ักวจิ ยั หลายคนไม่เหน็ ดว้ ย อย่างไรก็ตามพฤติกรรมจะ
กลา่ วดงั ต่อไปน้ี มกั ปรากฏในเด็กทมี่ ีปัญหาในการเรียนร้เู สมอมากบา้ งน้อยบ้างแตกต่างกันไป ความบกพร่อง
ทง้ั ๓ ด้าน ได้แก่ ความบกพร่องเกยี่ วกับสมาธิ เดก็ ที่มีความบกพร่องเก่ียวกบั สมาธิเรียกวา่ เดก็ สมาธิสัน้
สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน มีข้อกาหนดเกยี่ วกับเด็กสมาธสิ ั้น ดงั น้ี
3.6.1 ความบกพร่องเกี่ยวกบั สมาธิ
1) มักทางานไม่เสรจ็ ทางานหลายอยา่ งคา้ งไว้
2) ไม่ฟังครู เวลาครูพูด
3) เสยี สมาธิงา่ ย
4) ไมส่ ามารถมีใจจดจอ่ อย่กู ับสง่ิ ท่เี รียนอยู่ได้
5) ไม่สามารถรว่ มกจิ กรรมตา่ งๆ ได้นานความหุนหันพลันแลน่ การอย่ไู มน่ ง่ิ
6) วิ่งไปมาในหอ้ งเรยี น หรือปีนปา่ ยบ่อยๆ
7) น่งั นิง่ ได้ไมน่ าน หรือสะบดั มือไปมาตดิ ต่อกันนานๆ
8) ลุกจากท่นี ่งั บ่อยๆ
9) เดนิ ไปมาท่ัวหอ้ งเรยี น
10) เคลื่อนไหวอยเู่ สมอ หยดุ นง่ิ ไม่ได้
3.6.2 ความบกพร่องเกี่ยวกบั การรบั รู้ เด็กอาจแสดงพฤติกรรมดังน้ี
1) มปี ัญหาในการจาแนกสิ่งที่ไดย้ ิน
2) ไม่สามารถจาส่งิ ทีเ่ คยได้ยิน พบเห็นได้
3) ไม่มีความคดิ รวบยอดเกีย่ วกับเวลา
4) ไม่มีความคดิ รวบยอดเกย่ี วกับพืน้ ผวิ
5) ไมม่ ีความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั ระยะทาง
6) ไมม่ สี ามารถแยกวตั ถุออกจากฉากหลงั ได้
7) ไม่สามารถจาแนกส่วนยอ่ ยออกจากสว่ นใหญ่ได้
8) ไม่เข้าใจความหมายของคาว่า ซา้ ย – ขวา หนา้ – หลงั
9) การทางานประสานกันระหวา่ งมือกับสายตาไม่ดี
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 55
3.6.3 ความบกพร่องเกยี่ วกบั การเคลือ่ นไหว
ความบกพรอ่ งเก่ียวกับการเคลือ่ นไหวทีจ่ ะกล่าวถงึ ต่อไปนี้ไม่เกยี่ วข้องกบั ความบกพร่อง
ทางการเคล่อื นไหวของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง (เดก็ ซีพี) ความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวสว่ นใหญ่
ได้แก่กล้ามมัดใหญ่มัดเลก็ ไมด่ ีมีการเคลื่อนไหวไมค่ ล่องแคล่วมพี ัฒนาการในการเคลื่อนไหวล่าชา้
4. สภาพปัญหาการเรียนรู้ในวัยตา่ งๆ
สภาพปัญหาหรอื ความลาบากในการเรยี นรู้ของบุคคลมไิ ด้มีอยเู่ ฉพาะในวยั เด็กเทา่ น้นั ในบางรายปญั หา
อาจมีไปถึงวัยผู้ใหญ่ ในหลายรายหากได้รับความช่วยเหลืออย่างถูกต้องเหมาะสม และทันเวลาแล้ว ปัญหาต่าง
ๆ อาจลดลง บางปัญหาอาจหมดไป บางปัญหายังอยู่บ้างไม่มากก็น้อย สภาพปัญหา ลักษณะการประเมินผล
และการให้ความช่วยเหลอื บุคคลทมี่ ปี ัญหาในการเรยี นรู้ ปญั หาการเรียนรู้ในวยั ตา่ งๆอาจเป็นดงั นี้
4.1 ระดบั ช้ันวยั เดก็ เลก็
สภาพปัญหา ปัญหาท่ีพบบ่อยในวันเด็กเล็กได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการทางร่างกาย เช่น การ
คลาน การเดิน ปัญหาในการรับรู้ทางภาษา การแสดงออกทางภาษา การรับรู้ทางสายตา การรับรู้ทางการฟัง
ชว่ งความสนใจสน้ั การอยู่นง่ิ เฉยไม่ได้ การกระตุ้นตวั เอง ทักษะทางสังคม เป็นตน้ การประเมินผล การทดสอบ
และการประเมินผลเด็กในวัยน้ี ส่วนมากเป็นการทดสอบเพ่ือค้นหาเด็กกลุ่มเส่ียง เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือได้
การให้ความชว่ ยเหลือ การช่วยเหลือส่วนใหญ่เน้นทักษะทางภาษา การจัดการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก และ
การแนะแนวผู้ปกครองในการเล้ียงดูและการชว่ ยเหลอื เด็ก
4.2 ระดับอนบุ าล
สภาพปัญหา ปัญหาที่พบในเด็กระดับอนุบาลที่ส่อแววว่าจะเป็นเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ในโอกาส
ต่อไปนี้ อาจได้แก่ ปัญหาด้านความพร้อม รวมท้ังความพร้อมทางด้านภาษา และคณิตศาสตร์ เช่น การเข้าใจ
ความหมายของจานวน ทิศทาง เป็นต้น การรับรู้ทางภาษา การแสดงออกทางภาษา การรับรู้ทางสายตา และ
การรับรู้ทางการฟัง การให้เหตุผล พัฒนาการทางกล้ามเน้ือมัดเล็กและกล้ามเน้ือมัดใหญ่ ช่วงความสนใจ การ
อยู่ไม่นิ่งเฉย ทักษะทางสังคม เป็นต้น การประเมินผล การทดสอบและการประเมินผลมีลักษณะคล้ายคลึงกับ
เดก็ เลก็ นั่นคอื การทดสอบเพ่ือคน้ หาเดก็ กลุ่มเส่ยี ง เพอ่ื จะไดห้ าทางชว่ ยเหลอื ตอ่ ไป
4.3 ระดับประถมศึกษา
สภาพปัญหา ปัญหาที่พบมากในระดับประถมศึกษา อาจได้แก่ ทักษะในการฟัง การพูด การอ่าน การ
เขียน การคานวณ ทักษะในการเรียนหนังสือ การรบั รู้ทางภาษา การอยู่ไม่นิ่งเฉย ปัญหาทางสังคมและอารมณ์
ปัญหาในทางการใช้เหตุผล การประเมินผล การทดสอบและการประเมินผลเด็กในวัยนี้ มุ่งเพ่ือจาแนกประเภท
เด็ก เพื่อค้นหาปัญหาที่แท้จริงของเด็ก จะได้หาทางช่วยเหลือและการแก้ไขให้ดีข้ึน การให้ความช่วยเหลือ
สว่ นมากเป็นการซ่อมเสริมและแก้ไขทักษะของเดก็ ท่ียังไม่ดี ให้เด็กมีทักษะดีข้ึน ให้เดก็ มีทักษะตามท่ีกาหนดไว้
ในวัตถุประสงค์ของหลักสูตรมีการช่วยเหลือทางพฤติกรรมของเด็ก เพื่อให้เด็กปรับตัวได้ดีข้ึน รวมทั้งการให้
คมู่ ือการอบรมหลกั สตู รผูด้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 56
การศึกษาแก่ผปู้ กครองเพอ่ื ให้เขา้ ใจเด็กและปฏบิ ัติต่อเด็กไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
4.4 ระดบั มัธยมศกึ ษา
สภาพปัญหา ปัญหาท่ีพบได้บ่อย ๆ ในระดับมัธยมศึกษา อาจคล้ายคลึงกับปัญหาที่พบในระดับ
ประถมศึกษา เช่น ทักษะในการอ่าน การคานวณ การพูด การแสดงออกทางภาษา ทักษะการเสาะแสวงหา
ความรู้ พหุปัญหา และปัญหาทางพฤติกรรมซ่ึงถ้าหากไม่ช่วยเหลือแล้ว อาจทาให้เด็กกลายเป็นเด็กเกเรได้การ
ประเมินผล การทดสอบและการประเมินผลในระดับน้ีส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับระดับประถมศึกษา ท้ังน้ีเพื่อคัด
แยกเด็ก เพ่ือจาแนกปัญหา เพื่อได้หาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้นต่อไป การให้ความช่วยเหลือ ส่วนมากเป็นการ
ซ่อมเสริม การแก้ไขดัดสันดาน ให้เดก็ มีทกั ษะและพฤตกิ รรมท่ดี ีข้ึน รวมทั้งการหาทางเลือกให้แก่เดก็ เช่น การ
ให้เด็กเลอื กเรียนวชิ าท่ีเด็กสนใจการให้เด็กเลือกเรียนวชิ าชพี ทเ่ี ดก็ ต้องการ เปน็ ตน้
เดก็ ท่มี ีความบกพร่องทางการเรยี นรู้สว่ นใหญ่กระจายอยชู่ ้ันเรยี นทั่วๆไป แต่ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนต่า
เมื่อเทียบกับระดับสติปัญญา มีปัญหาในการรับและการส่งขอ้ มูล มีความยุ่งยากลาบากในการเรียน หรือเรียกว่าเด็ก
เรียนยากโดยทั่วไปมีสภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจปกติ แต่เรียนหนังสือได้ไม่ค่อยดีนัก เน่ืองจากสมอง
ด้อยความสามารถในการนาข้อมูลไปใช้หรือยุ่งยากเป็นบางเร่ืองหรือเฉพาะเรื่อง เช่น การอ่าน การเขียน การสะกด
คา หรือคณิตศาสตร์ การจัดการเรียนการสอนจาเป็นต้องมีการสอนเสริมตามลีลาการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน ลด
สิ่งรบกวนเพิ่มสมาธิและวิธีการเรียนรู้ให้กับเด็ก การช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้จะไม่มีอะไรแตกต่างไป
จากเด็กปกติมากนัก ให้เด็กได้ทางานท่ีสอดคล้องกับความสามารถของตัวเด็กเมื่อทางานได้สาเร็จจะเป็นแรงจูงใจให้
เดก็ เกดิ ความเช่ือมน่ั ในตนเอง
ค่มู อื การอบรมหลกั สูตรผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 57
เอกสารอ้างองิ
เบญจพร ปญั ญายง. (2545). คู่มอื ช่วยเหลือเดก็ บกพร่องด้านการเรยี นรู้. พิมพค์ ร้งั ท่ี ๒ โรงพมิ พช์ ุมนุม
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทยจากดั .
ผดงุ อารยะวญิ ญู. (2542). เดก็ ทีม่ ีปัญหาทางการเรยี นรู้. กรุงเทพฯ.
ศรียา นิยมธรรม. (2542). LD เขา้ ใจและชว่ ยเหลือ. กรุงเทพฯ.
ศกึ ษาธิการ, กระทรวง. (2544). การจดั การศกึ ษาสาหรบั บุคคลท่ีมปี ัญหาทางการเรียนรู้ ชดุ เอกสารศกึ ษา
ด้วยตนเอง เลม่ 7. พมิ พ์คร้ังที่ 1. โรงพิมพ์ศาสนา.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2544). การจดั การศกึ ษาสาหรบั บคุ คลทม่ี ีปัญหาทางการเรียนรู้ ชุดเอกสารศึกษา
ด้วยตนเอง เล่ม 7.กรมสามัญศึกษา, พิมพ์คร้งั ท่ี 1. โรงพมิ พ์ศาสนา.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2539). การดาเนินการสารวจเดก็ ทมี่ ีปัญหาทางการเรียนร้.ู กรุงเทพฯ สานกั งาน
คณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
ศกึ ษาธิการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). เอกสารชดุ แนวทางพัฒนาการเรยี นรสู้ าหรบั นักเรียนท่ีมีปัญหา
ทางการเรยี นรู้ เลม่ 1. พิมพ์ครงั้ ที่ 1. โรงพิมพ์ศาสนา.
คูม่ ือการอบรมหลกั สูตรผ้ดู าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 58
ใบงาน : กรณศี ึกษา
กิจกรรมทปี่ ฏบิ ัติ : ให้ท่านศึกษาพฤติกรรมของเด็กต่อไปนแี้ ลว้ คัดกรองเดก็ โดยเลอื กใช้แบบคัดกรอง
ทีต่ รงกบั พฤติกรรม พร้อมระบุว่า เดก็ ชายเขมชาติ สดุ หลอ่ มีความบกพร่องประเภทใด
เด็กชายเขมชาติ สุดหลอ่ เกิดวันที่ 26 เดอื น เมษายน พ.ศ.2553 พบพฤติกรรม ดังน้ี ขณะที่ครูให้อ่าน
หนังสือ เด็กชายเขมชาติ มักจะอ่านข้ามคา ในบางครั้งจะอ่านเพ่ิมคา ซ้าคา อ่านผิดตาแหน่ง มักอ่านออกเสีย
ผิด มปี ัญหาเวลาผสมคา และยงั สบั สนคาทค่ี ล้ายกนั และสับสนพยัญชนะท่ีคล้ายกัน เช่น ก ภ อ่านคาศพั ท์เดิม
ที่เคยเรียนมาแล้วไม่ได้ และมักจะจาคาศัพท์ใหม่ๆ ไม่ได้เด็กชายเขมชาติมีความสามารถด้านการอ่านต่ากว่า
ระดับช้ันของตนเองเม่ือครูให้เขียนหนังสือเด็กชายเขมชาติมักมีพฤติกรรมต่อต้าน ไม่ชอบการเขียนหนังสือ
เมื่อเขียนมักจะเขียนไม่สวย สกปรก ลบบ่อยๆ เขียนผิดท้ังที่ลอกจากกระดาน เขียนหนังสือไม่เว้นวรรค ไม่เว้น
ชอ่ งไฟ ตวั อักษรเบียดกันจนอ่านไม่ได้ เม่ือครูใหเ้ ขียนตามคาบอก ไมส่ ามารถเขียนได้ ถกู ต้องทั้งทีเ่ ป็นคาที่เรียน
อย่ใู นระดับชั้นตนเอง ทงั้ ยังเรยี งลาดับตัวอักษรผิด และเขียนตัวอกั ษรหรือตัวเลขกลับดา้ น คล้ายมองกระจกเงา
แตเ่ มอื่ เรียนวชิ าอ่นื ๆ เด็กชายเขมชาติ ดูฉลาด
…………………………………………………
คูม่ อื การอบรมหลกั สูตรผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 59
ประเมนิ ครัง้ ท.่ี ..........
แบบคัดกรองบุคคลท่ีมีความบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้ (ประถมทศ…่ีึกษ…า..)............
(เนื่องจากไม่มีใบรับรองความพิการ/สมดุ ประจาตัวคนพิการ/ใบรบั รองแพทย์)
ช่อื -นามสกุล (ด.ช. /ด.ญ. /นาย /นางสาว)...................................................................................................
วัน เดอื น ปี เกิด................................................................อายุ ......................... ปี .................................เดือน
ระดับชนั้ .....................................…………………...... วัน เดือน ปี ทป่ี ระเมนิ ..................................................
คาช้แี จง
1. แบบคดั กรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจดั การศึกษาเท่านนั้
2. วเิ คราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเดก็ ซง่ึ เปน็ ลกั ษณะหรือพฤติกรรม ทเี่ ด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทา
เคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง “ ใช่ ” หรอื “ไม่ใช่ ” ที่ตรงกับลกั ษณะหรอื พฤติกรรมน้ันๆ ของเด็กโดย
เปรียบเทยี บกบั เด็กทวั่ ไปในช้นั เรยี น
3. ผทู้ าการคัดกรองเบื้องต้นต้องผา่ นการอบรมวธิ ีการใช้ และการประเมนิ ตามแบบคดั กรองน้ี และควร
สอบถามข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากผู้ที่อยใู่ กลช้ ิดเดก็ มากที่สดุ เช่น ครูผูส้ อน ครปู ระจาช้นั เพือ่ ให้เกิดความ
ชัดเจน ถูกต้อง
4. ผู้คัดกรองควรจะมีอยา่ งน้อย 2 คนขน้ึ ไป
สว่ นท่ี 1 การวเิ คราะหเ์ บอื้ งต้น √ ขอ้ มลู พน้ื ฐานของบุคคลทมี่ คี วามบกพร่องทางการเรยี นรู้
ท่ี ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไม่ใช่
1 ดูฉลาดหรือปกติ ในดา้ นอื่นๆ นอกจากในดา้ นการเรยี น
2 ต้องมีปัญหาทางการเรียน ซ่งึ อาจทาไม่ไดเ้ ลยหรอื ทาได้ต่ากว่า 2
ชน้ั เรยี น ในดา้ นใดดา้ นหน่ึงหรือมากกว่า 1 ด้าน ตอ่ ไปน้ี
1.1 ด้านการอ่าน
1.2 ดา้ นการเขยี น
1.3 ดา้ นการคานวณ
3 ไมม่ ปี ัญหาทางด้านการเหน็ การไดย้ ิน สติปัญญา หรอื ออทิสติกหรอื จาก
การถูกละทง้ิ ละเลย หรอื ความดอ้ ยโอกาสอื่น ๆ
เกณฑ์การพจิ ารณา
ถ้าตอบว่าใช่ 3 ขอ้ แสดงว่ามแี นวโนม้ ท่จี ะเปน็ บคุ คลทมี่ คี วามบกพร่องทางการเรียนรคู้ วรสังเกตในสว่ นท่ี 2 ตอ่
ผลการพจิ ารณาสว่ นที่ 1
พบ ไม่พบ ( ถ้าพบสงั เกตในส่วนที่ 2 ต่อ)
คูม่ อื การอบรมหลกั สูตรผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 60
ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ความบกพร่องทางการเรียนร้ขู องเด็กในแตล่ ะด้าน ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ท่ี ลักษณะ/พฤตกิ รรม
1. ดา้ นการอ่าน
1 อา่ นช้าอา่ นข้าม อ่านไมห่ มด
2 จาคาศัพท์คาเดิมไม่ได้ ทั้งๆ ทเี่ คยผ่านสายตามาแล้วหลายคร้งั
3 อ่านเพ่ิมคา ซา้ คา อ่านผิดตาแหน่ง
4 อ่านสลับตวั อักษรหรือออกเสียงสลับกัน เช่น บก อ่านเปน็ กบ
5 สับสนในพยัญชนะคลา้ ยกันเช่น ก ภ ถ, ฦ ฎ ฏ, ด ต ค
6 จาศัพท์ใหมไ่ มค่ ่อยได้
7 มีปัญหาในการผสมคา การอ่านออกเสยี งคา
8 สบั สนคาท่ีคลา้ ยกัน เชน่ บาน/ บ้าน
9 อ่านคาท่ีไม่คุน้ เคยไม่ได้
10 อ่านคาในระดบั ช้นั ของตนเองไม่ได้
2. ดา้ นการเขยี น
1 ไมช่ อบและหลกี เลีย่ งการเขยี น หรอื การลอกคา
2 เขยี นไม่สวยไมเ่ รียบรอ้ ย สกปรก ขีดทง้ิ ลบทิ้ง
3 เขยี นตัวอกั ษรและคาที่คลา้ ยๆ กนั ผิด
4 ลอกคาบนกระดานผดิ (ลอกไมค่ รบตกหล่น)
5 เขียนหนังสอื ไม่เว้นวรรค ไมเ่ ว้นช่องไฟ ตัวอักษรเบยี ดกนั จนทาให้อา่ นยาก
6 เขยี นสลบั ตาแหน่งระหว่างพยัญชนะ สระ เชน่ ตโ
7 เขียนตามคาบอกของคาในระดบั ชนั้ ตนเองไม่ได้
8 เขียนตวั อักษรหรอื ตวั เลขกลบั ดา้ น คล้ายมองกระจกเงา เช่น ,
9 เขยี นพยัญชนะหรือตัวเลขท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยกันสลับกนั เชน่ ม-น, ด-ค, พ-ย,
b-d, p-q, ๖-๙
10 เรยี งลาดบั ตัวอกั ษรผิด เช่น สถติ ิ ปน็ สตถิ ิ
คู่มือการอบรมหลกั สตู รผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 61
ท่ี ลกั ษณะ/พฤตกิ รรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไม่ใช่
3. ด้านการคานวณ
1 นับเลขเรยี งลาดบั นับเพ่ิม นับลดไม่ได้
2 ยากลาบากในการบวก,ลบ จานวนจรงิ
3 ยากลาบากในการใชเ้ ทคนคิ การนับจานวนเพ่ิมทลี ะ ๒, ๕, ๑๐, ๑๐๐
4 ยากลาบากในการประมาณจานวนคา่
5 ยากลาบากในการเปรยี บเทียบ มากกวา่ นอ้ ยกว่า
6 แก้โจทยป์ ัญหาง่ายๆ ไม่ได้
7 สบั สนไม่เข้าใจเรื่องเวลา ทศิ ทาง
8 บอกความหมาย หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้ เชน่ +, -, ×, >, <, =
9 เปรยี บเทยี บขนาด รูปทรง ระยะทาง ตาแหน่งไม่ได้
10 เขียนตวั เลขกลบั เชน่ ๕ s , ๖ ๙
4. ดา้ นพฤติกรรมทั่วไป
1 ไมท่ าตามคาส่งั ทางานไม่เสร็จ
2 มีความยากลาบากในการจัดระบบงาน
3 ทาของหายบอ่ ยๆ เปน็ ประจา เชน่ ของเลน่ ดนิ สอ หนงั สอื อปุ กรณ์ การเรียน
4 ลืมทากิจกรรมทีเ่ ป็นกจิ วัตรประจาวัน
5 สบั สนดา้ นซา้ ย ขวา
6 วางสิ่งของเครือ่ งใช้ไม่เปน็ ระเบยี บ
7 เสยี สมาธิงา่ ยมองไปยงั ทุกส่ิงทเ่ี คล่อื นไหวผ่านสายตา
8 มอี าการเครียดขณะอา่ น
9 ใจไม่ค่อยจดจ่ออยู่กบั งาน มองโน่นมองน่ีบ่อยๆ
10 หลกี เล่ียง ไมช่ อบ หรอื ลังเลใจทจี่ ะทางานหรอื การบ้านทตี่ ้องมีระเบยี บและใส่ใจในงาน
คูม่ อื การอบรมหลกั สูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 62
เกณฑก์ ารพิจารณา
1. ดา้ นการอา่ น
ถ้าตอบว่าใช่ 7 ขอ้ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มทจี่ ะเปน็ บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ดา้ นการอ่าน
2. ด้านการเขยี น
ถ้าตอบว่าใช่ 7 ข้อ ขน้ึ ไป แสดงว่ามีแนวโน้มท่จี ะเป็นบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ด้านการเขียน
3. ดา้ นการคานวณ
ถา้ ตอบวา่ ใช่ 6 ข้อ ขน้ึ ไป แสดงว่ามีแนวโนม้ ทีจ่ ะเป็นบุคคลทีม่ ีความบกพร่องทางการเรยี นรู้ ดา้ นการ
คานวณ
4. ดา้ นพฤติกรรมท่ัวไป
ถา้ ตอบวา่ ใช่ 4 ข้อขนึ้ ไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเปน็ บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หากพบวา่
มแี นวโน้มท่จี ะเปน็ บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านใดดา้ นหนงึ่ หรอื หลายดา้ น ควรให้การชว่ ยเหลือ
ตามความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศกึ ษาของผเู้ รยี น และสง่ ตอ่ ให้แพทย์ตรวจวนิ ิจฉัยต่อไป
ผลการคัดกรอง
พบความบกพร่อง O ดา้ นการอา่ น O ดา้ นการเขยี น O ด้านการคานวณ
ไมพ่ บความบกพร่อง
ความคดิ เหน็ เพ่ิมเติม
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ...............................................
.......................................................................................................................................................... ..................
ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คดั กรอง)
(....................................................)
ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขท.ี่ .................................(ผคู้ ดั กรอง)
(....................................................)
คู่มือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 63
คายนิ ยอมของผู้ปกครอง
ข้าพเจ้า (นาย/นาง /นางสาว)............................................................................. เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช/ด.ญ ./นาย/นางสาว).................................................................... ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย/น.ส.).................................................... ตามแบบคัดกรองนี้เมื่อพบว่า
มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือ
ทาง การศึกษาพเิ ศษตอ่ ไป
ลงช่ือ ................................................. ผ้ปู กครอง
(....................................................)
คู่มอื การอบรมหลกั สตู รผูด้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 64
ประเมินครงั้ ท.่ี ................
แบบคดั กรองบคุ คลท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (มทัธ…่ี ยม…ศ…ึก…ษ…า.).............
ชอื่ -นามสกลุ (ด.ช. /ด.ญ. /นาย /นางสาว)..................................................................................................
วัน เดอื น ปี เกิด...........................................................................อายุ ......................... ปี .....................เดือน
ระดบั ชน้ั ............................................. วนั เดอื น ปี ทีป่ ระเมนิ .....................................................................
คาชี้แจง
1. แบบคดั กรองฉบับนี้เปน็ แบบคัดกรองเพ่ือประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านัน้
2. วิเคราะหล์ กั ษณะ/พฤตกิ รรม ของเด็กซง่ึ เป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ทเ่ี ดก็ แสดงออกบ่อยๆ
โดยให้ทาเครื่องหมาย √ ลงในช่อง “ใช่” หรอื “ไม่ใช่” ท่ตี รงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนน้ั ๆ ของเด็ก
3. ผู้ทาการคัดกรองเบอ้ื งตน้ ตอ้ งผ่านการอบรมวธิ กี ารใช้ และการประเมิน ตามแบบคดั กรองนี้
และควรสอบถามข้อมลู เพิ่มเติมจากผทู้ ี่อยใู่ กล้ชิดเดก็ มากทส่ี ดุ เช่น ผู้ปกครองหรอื ครู เพ่ือให้เกดิ
ความชัดเจน ถกู ต้อง
4. ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย 2 คนขึน้ ไป
สว่ นท่ี 1 การวิเคราะหเ์ บ้ืองต้น/ขอ้ มูลพื้นฐานของบุคคลท่ีมคี วามบกพร่องทางการเรียนรู้
ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไม่ใช่
1 ดฉู ลาดหรอื ปกติ ในดา้ นอื่นๆ นอกจากในด้านการเรียน
2 ต้องมปี ัญหาทางการเรียน ซ่ึงอาจทาไม่ได้เลยหรือทาไดต้ า่ กว่า 2
ชั้นเรียน ในด้านใดด้านหนง่ึ หรอื มากกวา่ 1 ด้าน ต่อไปนี้
1.1 ด้านการอ่าน
1.2 ดา้ นการเขียน
1.3 ด้านการคานวณ
3 ไมม่ ีปัญหาทางด้านการเห็น การได้ยนิ สตปิ ัญญา หรอื ออทิสตกิ หรือ
จากการถูกละท้งิ ละเลย หรอื ความด้อยโอกาสอนื่ ๆ
เกณฑก์ ารพิจารณา
ถ้าตอบวา่ ใช่ 3 ข้อ แสดงวา่ มแี นวโน้มท่ีจะเป็นบุคคลทม่ี คี วามบกพรอ่ งทางการเรียนรคู้ วรสงั เกตในส่วนที่ 2 ตอ่
ผลการพิจารณาส่วนท่ี 1
พบ ไมพ่ บ (ถ้าพบสังเกตในสว่ นท่ี 2)
คู่มือการอบรมหลักสตู รผูด้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 65
ส่วนที่ 2 การวิเคราะหค์ วามบกพร่องทางการเรียนร้ขู องเด็กในแตล่ ะด้าน ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ที่ ลกั ษณะ / พฤติกรรม
1. ด้านการอ่าน
1 อา่ นขา้ มบรรทัดอ่านซ้าบรรทัด
2 อา่ นคาสมาส สนธิ ไม่ได้
3 อ่านอักษรนาไม่ได้
4 เปรียบเทียบความหมายของคาไม่ได้
5 ไม่รจู้ ักหนา้ ทข่ี องคาในประโยค
6 มปี ญั หาในการอา่ นคาพ้องรปู พ้องเสียง
7 อ่านราชาศัพทไ์ ม่ได้
8 อา่ นบทร้อยกรองลาบาก
9 อา่ นคายากประจาบทไมไ่ ด้
10 อา่ นจบั ใจความสาคัญของเร่ืองไม่ได้
2. ดา้ นการเขียน
1 ฟงั คาบรรยายแล้วจดโนต้ ยอ่ ไม่ได้
2 เขยี นคาท่ีมตี วั การันต์ไม่ได้
3 เขียนสรุปใจความสาคัญไม่ได้
4 เขยี นบรรยายความรู้สึกนึกคดิ ของตนเองไม่ได้
5 เขียนเรียงความยาวๆ ไมไ่ ด้
6 เขียนบรรยายภาพไมไ่ ด้
7 เขยี นยอ่ ความไมไ่ ด้
8 เขยี นคาพ้องรูป - พอ้ งเสียงไม่ได้
9 เขยี นคายากประจาบทไม่ได้
10 เขยี นตามคาบอกไมไ่ ด้
คมู่ ือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 66
ท่ี ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไม่ใช่
3. ด้านการคานวณ
1 ไมเ่ ข้าใจความหมายและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์
2 ไมส่ ามารถเขยี นเศษสว่ นในลักษณะทศนยิ มและทศนยิ มซา้
3 ไมเ่ ข้าใจและเขยี นจานวนตรรกยะ และอตรรกยะไม่ได้
4 ไม่เขา้ ใจและเขียนจานวนในรูปอัตราสว่ น สดั ส่วนและรอ้ ยละในการแก้
โจทยป์ ญั หา
5 ไมเ่ ข้าใจการเขียนระบบจานวนจรงิ
6 ไม่เขา้ ใจและเขยี นค่าสัมบูรณไ์ มไ่ ด้
7 ไม่เขา้ ใจการเขยี นจานวนจริงในรูปเลขยกกาลังทเ่ี ป็นจานวนตรรกยะ
จานวนจริงทอ่ี ยใู่ นเกณฑ์
8 ไมเ่ ขา้ ใจเร่ืองการประมาณคา่
9 ไม่เขา้ ใจเรอ่ื งจานวนเต็มและเศษสว่ น
10 ไมเ่ ข้าใจเก่ียวกับระบบจานวน
4. ดา้ นพฤติกรรมทั่วไป
1 ลงั เลในความสามารถของตนเอง มักจะพึ่งโชคลางหรือสง่ิ ภายนอก
มากกวา่ การทางานหนัก
2 ไมท่ าตามคาส่ัง ทางานไมเ่ สร็จ
3 มีความยากลาบากในการจัดระบบงาน
4 หลกี เล่ียง ไมช่ อบ หรือลังเลใจทจ่ี ะทางานหรอื การบ้านท่ีต้องมรี ะเบยี บ
และใสใ่ จในงาน
5 หนั เหความสนใจไปสูภ่ ายนอกได้งา่ ย
6 ลมื ทากิจกรรมที่เป็นกจิ วัตรประจาวนั
7 สับสนดา้ นซ้าย ขวา
8 วางสิ่งของเคร่ืองใชไ้ ม่เป็นระเบียบ
9 ใจไมค่ ่อยจดจ่ออยู่กบั งาน มองโน่นมองนบี่ ่อยๆ
10 เสียสมาธิงา่ ยมองไปยังทุกสงิ่ ที่เคลอื่ นไหวผ่านสายตา
คมู่ ือการอบรมหลกั สตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 67
เกณฑ์การพจิ ารณา
1. ดา้ นการอ่าน
ถา้ ตอบว่าใช่ 7 ข้อ ขน้ึ ไป แสดงวา่ มีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ดา้ นการอ่าน
2. ดา้ นการเขียน
ถ้าตอบว่าใช่ 7 ข้อ ขึน้ ไป แสดงว่ามีแนวโน้มทจ่ี ะเป็นบุคคลท่ีมคี วามบกพร่องทางการเรยี นรู้ ดา้ นการเขียน
3. ด้านการคานวณ
ถา้ ตอบวา่ ใช่ 5 ข้อ ข้ึนไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลท่ีมคี วามบกพร่องทางการเรียนรู้ดา้ น
การคานวณ
4. ด้านพฤตกิ รรมทั่วไป
ถา้ ตอบวา่ ใช่ 4 ข้อขนึ้ ไป แสดงวา่ มีแนวโน้มทจ่ี ะเปน็ บุคคลท่มี คี วามบกพร่องทางการเรยี นรู้
หากพบว่ามีแนวโน้มทจ่ี ะเปน็ บคุ คลทม่ี ีความบกพร่องทางการเรยี นร้ดู ้านใดด้านหน่งึ หรือหลายดา้ น ควรให้
การชว่ ยเหลอื ตามความตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษทางการศึกษาของผเู้ รยี น และส่งตอ่ ใหแ้ พทยต์ รวจวินิจฉยั ตอ่ ไป
ผลการคดั กรอง
พบความบกพร่อง O ดา้ นการอา่ น O ด้านการเขียน O ดา้ นการคานวณ
ไมพ่ บความบกพร่อง
ความคิดเห็นเพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขที่..................................(ผ้คู ัดกรอง)
(....................................................)
ลงช่ือ ................................................. ใบวฒุ บิ ตั ร เลขท.ี่ .................................(ผ้คู ดั กรอง)
(....................................................)
คูม่ ือการอบรมหลกั สูตรผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 68
คายินยอมของผปู้ กครอง
ข้าพเจ้า(นาย/นาง/นางสาว)............................................................................. เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./นาย/นางสาว)................................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย /น.ส.).................................................... ตามแบบคัดกรองน้ีเม่ือพบว่า
มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือ
ทางการศกึ ษาพิเศษตอ่ ไป
ลงชือ่ ................................................. ผูป้ กครอง
(..................................................)
คู่มือการอบรมหลักสตู รผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 69
ใบงาน หน่วยย่อยท่ี 3.5 การใชแ้ บบคดั กรองบุคคลที่มคี วามบกพร่องทางการเรียนรู้
คาช้ีแจง : ให้ท่านศึกษาพฤติกรรมแต่ละรายการ และพิจารณาว่าพฤติกรรมใดท่ีท่านเห็นว่าเป็น
พฤติกรรมของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยทาเคร่ืองหมาย √ และพฤติกรรมใดที่ท่านเห็นว่า
ไม่ใช่พฤติกรรมของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ให้ทาเคร่ืองหมาย × ในช่องความคิดเห็นของ
แตล่ ะรายการ
สว่ นที่ 1 การวิเคราะห์เบื้องตน้ / ข้อมลู พ้ืนฐานของบุคคลท่ีมคี วามบกพร่องทางการเรยี นรู้
ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไม่ใช่
1 ดูฉลาดหรือปกติ ในดา้ นอ่ืนๆ นอกจากในด้านการเรยี น
2 ต้องมีปัญหาทางการเรียน ซ่งึ อาจทาไม่ไดเ้ ลยหรือทาไดต้ ่ากว่า 2
ชนั้ เรยี น ในด้านใดด้านหนง่ึ หรือมากกว่า 1 ดา้ น ต่อไปนี้
1.1 ดา้ นการอา่ น
1.2 ดา้ นการเขียน
1.3 ดา้ นการคานวณ
3 ไมม่ ปี ญั หาทางด้านการเห็น การได้ยิน สตปิ ญั ญา หรอื ออทิสตกิ หรอื
จากการถูกละท้ิง ละเลย หรอื ความด้อยโอกาสอืน่ ๆ
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
ถา้ ตอบว่าใช่ 3 ขอ้ แสดงว่ามีแนวโนม้ ทีจ่ ะเปน็ บุคคลที่มีความบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้ควรสงั เกตใน
ส่วนที่ 2 ตอ่
ผลการพิจารณาส่วนท่ี 1
พบ ไม่พบ ( ถ้าพบสงั เกตในส่วนที่ 2)
คูม่ ือการอบรมหลักสตู รผู้ดาเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 70
ส่วนท่ี 2 การวเิ คราะห์ความบกพร่องทางการเรยี นรขู้ องเด็กในแต่ละดา้ น ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ท่ี ลักษณะ / พฤติกรรม
1. ดา้ นการอ่าน
1 อ่านข้ามบรรทดั อ่านซ้าบรรทัด
2 อ่านคาสมาส สนธิ ไม่ได้
3 อ่านอักษรนาไม่ได้
4 เปรยี บเทียบความหมายของคาไม่ได้
5 ไมร่ ู้จักหน้าทข่ี องคาในประโยค
6 มปี ัญหาในการอ่านคาพ้องรปู พอ้ งเสียง
7 อา่ นราชาศัพทไ์ มไ่ ด้
8 อา่ นบทร้อยกรองลาบาก
9 อา่ นคายากประจาบทไม่ได้
10 อ่านจับใจความสาคัญของเรื่องไม่ได้
2. ด้านการเขียน
1 ฟงั คาบรรยายแล้วจดโน้ตย่อไมไ่ ด้
2 เขยี นคาที่มตี ัวการนั ต์ไม่ได้
3 เขยี นสรุปใจความสาคัญไม่ได้
4 เขียนบรรยายความรสู้ ึกนึกคดิ ของตนเองไม่ได้
5 เขียนเรียงความยาวๆ ไม่ได้
6 เขยี นบรรยายภาพไมไ่ ด้
7 เขียนยอ่ ความไมไ่ ด้
8 เขียนคาพ้องรูป-พอ้ งเสียงไมไ่ ด้
9 เขยี นคายากประจาบทไม่ได้
10 เขยี นตามคาบอกไม่ได้
คมู่ ือการอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 71
หนว่ ยที่ 3 การใช้แบบคัดกรองคนพกิ ารทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาใหค้ นพกิ ารได้รบั สทิ ธิช่วยเหลือทางการศึกษา เร่ือง กาหนด
หลักเกณฑ์และวิธกี าร การรบั รองบุคคลของสถานศกึ ษาวา่ เป็นคนพกิ าร พ.ศ.2556
3.6 บคุ คลทีม่ คี วามบกพรอ่ งทางการพดู และภาษา
บุคคลทม่ี คี วามบกพร่องทางการพูดและภาษา ไดแ้ ก่ บคุ คลทม่ี ีความบกพร่องในการเปล่งเสียงพูด เช่น
เสยี งผดิ ปกติอตั ราความเรว็ และจงั หวะการพูดผิดปกติหรือบุคคลท่ีมีความบกพร่องในเรื่องความเข้าใจหรือการ
ใช้ภาษาพูดการเขยี นหรือระบบสญั ลักษณ์อ่ืนที่ใช้ในการตดิ ตอ่ ส่ือสารซ่งึ อาจเกี่ยวกับรูปแบบเนื้อหาและหนา้ ท่ี
ของภาษา
(ประกาศคณะกรรมการพจิ ารณาให้คนพิการไดร้ ับสิทธชิ ่วยเหลอื ทางการศึกษา เรื่อง กาหนด
หลักเกณฑ์และวธิ กี าร การรับรองบคุ คลของสถานศึกษาว่าเปน็ คนพิการ พ.ศ.2556)
คูม่ ือการอบรมหลักสูตรผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 72
หน่วยที่ 3.6
แบบสรุปองคค์ วามรู้ การใช้แบบคดั กรองบคุ คลท่ีมคี วามบกพร่องทางการพดู และภาษา
ชอื่ ผ้เู ข้ารบั การอบรม.............................................................โรงเรียน..................................................
คาช้ีแจง ให้ท่านสรุปองค์ความรู้ หน่วยย่อยท่ี 3.6 ในลกั ษณะของการเขยี นแผนทคี่ วามคิด (Mind Map) หรอื
เป็นแผนภมู ิ ตาราง ฯลฯ
คู่มือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 73
ใบงาน : กรณศี ึกษา
กิจกรรมทีป่ ฏบิ ัติ : ใหท้ ่านศกึ ษาพฤติกรรมของเดก็ ต่อไปนี้แลว้ คดั กรองเดก็ โดยเลอื กใช้แบบคดั กรองท่ีตรง
กบั พฤติกรรม พร้อมระบุวา่ เดก็ ชายรวยเงนิ สอนทอง มีความบกพร่องประเภทใด
เด็กชายรวยเงิน สอนทอง เกิดวันท่ี 18 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2553 พบว่ามีพฤติกรรมพูดด้วย
น้าเสียงไม่ชัดเจน เสียงเพ้ียนมาก หรือเป็นเสียงพึมพา ฟังแล้วไม่เข้าใจ บางส่วนของคาขาดหายไป ระดับเสียง
อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่เว้นวรรค หรือเว้นวรรคไม่ถูกต้องจนครูต้องเตือนตลอดให้พูดช้าๆ ทีละคา พูดไม่ตรง
ตามโครงสรา้ งของภาษา
………….............................................................................
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 74
ประเมนิ คร้งั ที่..............
แบบคัดกรองบคุ คลท่ีมคี วามบกพรอ่ งทางการพดู และภาษา
(เน่อื งจากไม่มีใบรบั รองความพิการ/สมุดประจาตัวคนพิการ/ใบรับรองแพทย์)
ชื่อ-นามสกุล (ด.ช./ด.ญ. /นาย /นางสาว).......................................................................................................
วนั เดือน ปี เกิด...............................................................................อายุ ....................... ปี .....................เดอื น
ระดับชน้ั ....................................................... วัน เดอื น ปี ทปี่ ระเมนิ ..............................................................
คาชี้แจง
1. แบบคัดกรองฉบับน้เี ปน็ แบบคัดกรองเพ่ือประโยชนใ์ นทางการจดั การศึกษาเท่านนั้
2. วิเคราะหล์ ักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซงึ่ เปน็ ลักษณะหรือพฤตกิ รรม ทเ่ี ดก็ แสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทา
เครอ่ื งหมาย /ลงในช่อง “ ใช่ ” หรือ “ไมใ่ ช่ ” ที่ตรงกับลกั ษณะหรอื พฤตกิ รรมน้ันๆ ของเด็ก
3. ผูท้ าการคดั กรองเบ้อื งต้นตอ้ งผ่านการอบรมวธิ ีการใช้ และการประเมนิ ตามแบบคัดกรองน้ี และควร
สอบถามข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากผทู้ ่อี ย่ใู กลช้ ิดเดก็ มากทส่ี ดุ เช่น ผ้ปู กครองหรือครู เพ่ือใหเ้ กิดความชัดเจน
ถูกต้อง
4. ผูค้ ัดกรองควรจะมอี ย่างนอ้ ย 2 คนข้ึนไป
ท่ี ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
1 อวยั วะทใี่ ชใ้ นการออกเสยี งมีความผิดปกติ
2 ใชห้ นว่ ยเสยี งแทนกัน เช่น แทนที่จะพูดวา่ “นาฬกิ า” พูดวา่ “นากกิ๊ า”
“เสอื ” เป็น “เฉือ” เปน็ ตน้
3 พูดด้วยนา้ เสียงไมช่ ัดเจน เสียงเพ้ียนมาก หรอื เป็นเสียงพมึ พา ฟงั แลว้ ไม่เข้าใจ
4 เสยี งบางส่วนของคาขาดหายไป เช่น “ความ” เปน็ “คาม” เป็นต้น
5 ความบกพร่องของระดับเสียง เชน่ เสยี งสงู หรอื ตา่ ตลอดเวลา หรือเสียงทพ่ี ูดอยู่
ในระดับเดียวตลอด เสยี งผดิ เพศ ผิดวัย
6 พดู ไมถ่ ูกลาดบั ขน้ั ตอน ไม่เปน็ ไปตามโครงสร้างของภาษา เชน่ ฉันตลาดไป
ข้าวกินฉนั เป็นตน้
7 การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้องเช่น “ผา้ สเี ขยี วข.ี้ ..มา้ ” เป็นต้น
8 อัตราการพูดเรว็ หรือช้าเกนิ ไป
9 พูดตะกกุ ตะกักหรือพดู ติดอา่ ง
10 บกพร่องในเร่ืองความเข้าใจหรือการใช้ภาษาพูด หรอื ภาษาเขียน หรือระบบ
สัญลกั ษณ์
ค่มู อื การอบรมหลักสตู รผูด้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 75
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
ถ้าตอบว่าใช่ 5 ข้อ ข้ึนไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการพูด และภาษา
ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย
ต่อไป
ผลการคดั กรอง ไมพ่ บความบกพรอ่ ง
พบความบกพร่อง
ความคิดเหน็ เพ่ิมเตมิ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...........................................................
ลงชอ่ื ................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขที.่ .................................(ผูค้ ดั กรอง)
(....................................................)
ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขท.่ี .................................(ผูค้ ดั กรอง)
(....................................................)
คายนิ ยอมของผปู้ กครอง
ข้าพเจ้า(นาย /นาง /นางสาว)...............................................................................เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./ นาย / นางสาว)............................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย /น.ส.)........................................ ตามแบบคัดกรองน้ีเม่ือพบว่ามี
แนวโน้มเป็นผู้ท่ีมีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทาง
การศึกษาพเิ ศษตอ่ ไป
ลงช่อื ................................................. ผูป้ กครอง
(....................................................)
คูม่ อื การอบรมหลักสตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 76
ใบงาน หน่วยย่อยท่ี 3.6 การใชแ้ บบคดั กรองบคุ คลท่ีมีความบกพร่องทางการพดู และภาษา
...................................
คาชี้แจง : ให้ท่านศกึ ษาพฤติกรรมแตล่ ะรายการ และพิจารณาวา่ พฤติกรรมใดทท่ี า่ นเห็นวา่
เป็นพฤติกรรมของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการพูดและภาษาโดยทาเคร่ืองหมาย √ และพฤตกิ รรมใดที่
ท่านเหน็ วา่ ไมใ่ ช่พฤติกรรมของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการพดู และภาษาให้ทาเคร่ืองหมาย × ในชอ่ งความ
คดิ เหน็ ของแต่ละรายการ
ที่ ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
1 อวัยวะทีใ่ ช้ในการออกเสยี งมีความผิดปกติ
2 ใช้หนว่ ยเสยี งแทนกัน เช่น แทนทจ่ี ะพดู วา่ “นาฬิกา” พูดว่า “นาก๊ิกา”
“เสือ” เปน็ “เฉือ” เปน็ ต้น
3 พดู ด้วยนา้ เสยี งไม่ชดั เจน เสยี งเพี้ยนมาก หรือเปน็ เสียงพึมพา ฟังแลว้ ไม่
เข้าใจ
4 เสยี งบางสว่ นของคาขาดหายไป เช่น “ความ” เปน็ “คาม” เปน็ ตน้
5 ความบกพร่องของระดบั เสยี ง เชน่ เสยี งสงู หรือตา่ ตลอดเวลา หรือเสยี งทีพ่ ดู
อยใู่ นระดบั เดียวตลอด เสยี งผิดเพศ ผิดวยั
6 พูดไมถ่ กู ลาดับข้ันตอน ไม่เปน็ ไปตามโครงสรา้ งของภาษา เช่น ฉันตลาดไป
ข้าวกนิ ฉนั เปน็ ต้น
7 การเวน้ วรรคตอนไม่ถูกตอ้ งเช่น “ผา้ สเี ขยี วขี.้ ..ม้า” เปน็ ต้น
8 อตั ราการพดู เรว็ หรือชา้ เกินไป
9 พูดตะกุกตะกกั หรือพูดติดอา่ ง
10 บกพร่องในเร่ืองความเข้าใจหรือการใช้ภาษาพูด หรอื ภาษาเขยี น หรือระบบ
สญั ลักษณ์
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 77
หน่วยยอ่ ยที่ 3 การใชแ้ บบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาใหค้ นพกิ ารได้รับสิทธชิ ว่ ยเหลอื ทางการศกึ ษา เรื่อง กาหนด
หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี าร การรับรองบุคคลของสถานศึกษาวา่ เป็นคนพิการ พ.ศ.2556
3.7 บุคคลท่มี คี วามบกพรอ่ งทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
บคุ คลทมี่ ีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ หมายถงึ บุคคลท่ีมีอารมณ์และพฤติกรรมเบยี่ งเบน
ไปจากปกตเิ ป็นอย่างมาก และปญั หาทางพฤตกิ รรมนัน้ เป็นไปอยา่ งต่อเนื่อง ไมเ่ ปน็ ที่ยอมรบั ทางสงั คมสง่ ผล
กระทบตอ่ การเรยี นรขู้ องเด็กและผูอ้ ื่น เปน็ ผลมาจากความขัดแย้งของเด็กกบั สภาพแวดล้อม หรอื ความขัดแย้ง
ท่ีเกิดขึ้นในตวั เดก็ เองขาดสมั พันธภาพกับเพ่อื นหรือผูอ้ ื่น ความเก็บกดทางอารมณจ์ ะแสดงออกทางรา่ งกาย
แบง่ ออกเปน็ 4 กลุ่ม
- กลมุ่ ความประพฤติผิดปกติ มีลกั ษณะกา้ วรา้ ว ทารา้ ยผอู้ ่ืน ต่อตา้ น เสียงดงั พดู หยาบคาย
- กลมุ่ บุคคลผดิ ปกติ ชอบเก็บตัว ขาดความมน่ั ใจ กดั เลบ็ เงียบเฉย ไมพ่ ดู มองโลกในแง่รา้ ย
- กลุ่มขาดวุฒิภาวะ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับวัย สมาธิ ไม่สนใจสิ่งรอบตัว งุ่มง่าม เฉ่ือยชา
สกปรก ขาดความรบั ผิดชอบ
- กลุ่มท่ีมีปัญหาทางสังคม ชอบหนีโรงเรียน หนีออกจากบ้าน คบเพ่ือนไม่ดี ต่อต้านผู้มีอานาจ
ชอบเทยี่ วกลางคนื
เกณฑ์การตัดสินเป็นเด็กที่แสดงพฤติกรรมทางอารมณ์ที่เบี่ยงเบนไปจากเด็กทั่วไปในวัย
เดียวกัน ถึงแม้ว่าจะได้รับบริการแนะแนวและบริการให้คาปรึกษาแล้วก็ตามก็ยังมีปัญหาทางอารมณ์
อยู่ในลักษณะเดิม
การประเมินผลทางจิตวิทยาและการสังเกตอย่างมีระบบ ระบุว่าเด็กมีปัญหาในทางพฤติกรรมมา
เป็นระยะเวลาอันยาวนานมีพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนของตน การอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์
พัฒนาการทางสังคม พัฒนาการทางภาษาและการควบคุมพฤติกรรมของตนเองมีหลักฐานอ่ืนยืนยันว่าปัญหา
ของนกั เรยี นมิไดเ้ กดิ จากความบกพร่องทางรา่ งกาย การรับรแู้ ละสติปัญญา
คูม่ อื การอบรมหลกั สูตรผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 78
ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ลักษณะบางอย่างที่พอสังเกตได้ ดังนี้
1. ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก้าวร้าว ก่อกวนเป็นอันตรายแก่ตนเองและผู้อื่น
- โหดรา้ ย ทารุณ รงั แกสัตว์
- ชกต่อยทารา้ ยร่างกายตนเองและผู้อืน่
- ขม่ ขู่ คุกคาม หวดี ร้อง กระทืบเท้า
- กา้ วรา้ ว กอ่ กวนเพ่ือน
- การประทุษร้ายทางเพศ
2. เคล่ือนไหวผดิ ปกติ
- ไมอ่ ยนู่ ่งิ เคลื่อนไหวตลอดเวลา
- มคี วามสนใจสัน้ สนใจบทเรยี นได้ไมน่ าน
3. มีปัญหาปรับตัวทางสังคม มีการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ ที่เป็นท่ียอมรับของสังคม
- ทาลายสาธารณสมบตั ิ
- มีนสิ ยั ลักขโมย ฝ่าฝืนกติกา ต่อตา้ นสังคม
- ววิ าทกับผ้อู น่ื เสมอ
- ประทษุ รา้ ยทางเพศ
- ไมเ่ คารพ ไม่เชื่อฟงั ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองอยา่ งรนุ แรง ไม่เคารพยาเกรงผู้อ่นื
- ขาดความรับผดิ ชอบ
4. มีความรู้สึกกังวลและปมด้อยอย่างรุนแรงสม่าเสมอ
- ไมไกล้าพูดไมก่ ลา้ แสดงออก
- มีประหมา่ อยา่ งมากเม่ือใหแ้ สดงออก เชน่ รายงาน
- มีอาการเจ็บป่วยทางกายเมื่อมาโรงเรยี นอ้างเหตุผลตา่ งๆ นานา เพอื่ ทีจ่ ะไม่ทากจิ กรรมใด
- ร้องไหบ้ อ่ ย
- วติ กกงั วล ลุกลล้ี กุ ลน
5. หนีสังคมปลีกตัวออกจากสังคมอันมีผลต่อการเรียน
- ไมพ่ ูดคยุ ไม่เลน่ กับเพ่ือน ไมม่ ีสัมพันธภาพท่ดี ีกับคนรอบข้าง ถอยหนสี ังคม
- ไมร่ ่วมกับกิจกรรมทโ่ี รงเรยี นจดั ให้ หนีเรียนเป็นประจา
- เจ้าอารมณ์ รุนแรง
- แยกตวั อยคู่ นเดยี ว ทางานคนเดียวตลอดเวลา
- เก็บตัว หมกม่นุ เหม่อลอย
คมู่ ือการอบรมหลกั สูตรผูด้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 79
อาการท่อี าจแสดงออกบอ่ ยๆ
1.อาการสมาธิสั้น (Inattention)
1) มคี วามยากลาบากในการตั้งสมาธิ
2) มักวอกแวกง่าย ตามส่ิงเร้าภายนอก
3) ดเู หมือนไม่ฟังเม่ือมีคนพูดดว้ ย
4) ทาตามคาสั่งไมจ่ บ หรือทากิจกรรมไม่เสร็จ
5) หลกี เลยี่ งท่จี ะทากิจกรรมท่ีตอ้ งใชค้ วามพยายาม
6) ละเลยในรายละเอยี ด หรือทาผดิ ด้วยความเลนิ เล่อ
7) มีความยากลาบากในการจัดระเบยี บงานหรือกิจกรรม
8) ทาของหายบ่อยๆ
9) มักลมื กจิ วัตรประจาวันที่ต้องทาสม่าเสมอ
2.อาการอยู่ไม่น่ิง (Hyperactivity)
1) ยกุ ยกิ ขยบั ตวั ไปมา
2) นั่งไม่ตดิ ที่ มักต้องลุกเดินไปมา
3) มกั วงิ่ ว่นุ หรอื ปีนป่าย ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม
4) ไมส่ ามารถเลน่ เงยี บๆได้
5) เคล่อื นไหวไปมา คลา้ ยตดิ เคร่อื งยนต์ตลอดเวลา
6) พดู มากเกินไป
3. อาการหุนหันพลันแล่น (Impulsiveness)
1) มีความยากลาบากในการรอคอย
2) พูดโพลง่ ขึ้นมา กอ่ นถามจบ
3) ขดั จงั หวะ หรือสอดแทรกผ้อู น่ื ในวงสนทนาหรือในการเล่น
คูม่ ือการอบรมหลักสูตรผูด้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 80
หนว่ ยที่ 3.7
แบบสรุปองค์ความรู้ การใช้แบบคัดกรองบุคคลที่มคี วามบกพร่องทางพฤตกิ รรมหรืออารมณ์
ชอ่ื ผู้เข้ารับการอบรม.............................................................โรงเรยี น..................................................
คาชแ้ี จง ใหท้ า่ นสรุปองค์ความรู้ หน่วยย่อยท่ี 3.7 ในลักษณะของการเขยี นแผนทคี่ วามคดิ (Mind Map)
หรอื เปน็ แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ
คู่มือการอบรมหลกั สูตรผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 81
ใบงาน : กรณศี กึ ษา
กิจกรรมทีป่ ฏบิ ัติ : ใหท้ ่านศกึ ษาพฤติกรรมของเด็กต่อไปน้ี โดยเลือกใช้แบบคัดกรองท่ตี รงกบั
พฤตกิ รรมพร้อมระบุว่า เด็กชายสมยั ลา่ ช้า มีความบกพร่องประเภทใด
เด็กชายสมัย ล่าช้า เกิดวันท่ี 23 เดือน มกราคม พ.ศ. 2556 พบพฤติกรรม ดังน้ี โหดร้าย ทารุณ
รังแกสัตว์ ชกต่อย ทาร้ายร่างกายตนเองและผู้อ่ืน ข่มขู่ คุกคาม หวีดร้อง กระทืบเท้า ไม่อยู่น่ิง เคลื่อนไหว
ตลอดเวลาโดยปราศจากจุดมุ่งหมาย มีความสนใจส้ัน สนใจบทเรียนไม่ได้นาน ขาดสมาธิในการเรียน ก่อกวน
เพื่อน ทาลายสาธารณสมบัติลักขโมย การต่อสู้ระหว่างโรงเรยี นท่ีเป็นคอู่ ริ ววิ าทกับผู้อื่นเสมอ ประทษุ ร้ายทาง
เพศ ไม่เคารพ ไม่เชอ่ื ฟงั ครแู ละพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างรนุ แรง ไม่กลา้ พูด ไม่กล้าแสดงออก มีการประหม่าอยา่ ง
มากเม่ือให้ออกไปแสดงออก เช่น รายงาน มีอาการตัวร้อนเป็นไข้เม่ือมาโรงเรียน ร้องไห้บ่อย ไม่พูดคุย ไม่เล่น
กับเพ่ือน ไม่ร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดให้ เจ้าอารมณ์ รุนแรง ชอบอยู่คนเดียว และทางานคนเดียว
ตลอดเวลา
............................................
คมู่ ือการอบรมหลักสูตรผ้ดู าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 82
ประเมนิ คร้ังที่..............
แบบคัดกรองบุคคลท่ีมีปัญหาทางพฤตกิ รรมหรอื อารมณ์
(กรณไี มม่ ีใบรับรองความพกิ าร/สมุดประจาตัวคนพิการ/ใบรบั รองแพทย์)
ชื่อ-นามสกลุ (ด.ช. /ด.ญ. /นาย/นางสาว)................................................................................................
วนั เดือน ปี เกดิ .....................................................................อายุ ....................... ปี .....................เดอื น
ระดับชนั้ ....................................................... วัน เดือน ปี ท่ปี ระเมนิ ......................................................
คาชี้แจง
1. แบบคดั กรองฉบบั น้เี ปน็ แบบคดั กรองเพื่อประโยชน์ในทางการจดั การศึกษาเท่านัน้
2. วเิ คราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซง่ึ เปน็ ลักษณะหรือพฤติกรรม ทเ่ี ด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทา
เครื่องหมาย /ลงในชอ่ ง “ ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ทต่ี รงกบั ลักษณะหรือพฤตกิ รรมนน้ั ๆ ของเดก็
3. ผทู้ าการคดั กรองเบื้องต้นตอ้ งผา่ นการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองน้ี และควร
สอบถามขอ้ มูลเพิ่มเตมิ จากผูท้ อ่ี ยู่ใกลช้ ดิ เดก็ มากทส่ี ุด เชน่ ผู้ปกครองหรือครู เพอื่ ให้เกดิ ความชดั เจน
ถูกต้อง
4. ผู้คดั กรองควรจะมีอยา่ งนอ้ ย 2 คนขนึ้ ไป
ท่ี ลักษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไม่ใช่
1 ก้าวร้าว ก่อกวนเป็นอนั ตรายแกต่ นเองและผู้อืน่
1.1 โหดร้าย ทารณุ รงั แกสัตว์
1.2 ชกตอ่ ย ทาร้ายร่างกายตนเองและผ้อู น่ื
1.3 ขม่ ขู่ คุกคาม หวีดร้อง กระทืบเท้า
1.4 ก่อกวนเพ่อื น
2 เคลอ่ื นไหวผิดปกติ
2.1 ไม่อยู่น่ิง เคล่ือนไหวตลอดเวลาโดยปราศจากจดุ มุ่งหมาย
2.2 มีความสนใจส้นั สนใจบทเรยี นไม่ได้นาน ขาดสมาธิในการเรยี น
3 มปี ญั หาปรับตัวทางสังคม มีการฝ่าฝืนกฎเกณฑท์ เี่ ปน็ ทยี่ อมรับของ
สงั คม
3.1 ทาลายสาธารณสมบตั ิ
3.2 ลกั ขโมย
3.3 ววิ าทกบั ผอู้ นื่ เสมอ
3.4 ประทุษร้ายทางเพศ
3.5 ไม่เคารพ ไมเ่ ช่อื ฟงั ครูและพ่อแม่ ผปู้ กครองอย่างรุนแรง
คมู่ อื การอบรมหลกั สูตรผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 83
ที่ ลักษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไม่ใช่
4 มีความรสู้ ึกวิตกกังวลและปมดอ้ ย อยา่ งรนุ แรงสม่าเสมอ
4.1 ไมก่ ลา้ พดู ไม่กล้าแสดงออก
4.2 มีการประหมา่ อย่างมากเมอื่ ให้ออกไปแสดงอก เชน่ รายงาน
4.3 มอี าการเจบ็ ป่วยทางกายเมอ่ื มาโรงเรยี น
4.4 ร้องไห้บ่อย
5 หนสี ังคม ปลีกตัวออกจากสังคมอันมผี ลต่อการเรียน
5.1 ไมพ่ ูดคยุ ไม่เลน่ กับเพ่ือน
5.2 ไม่ร่วมกิจกรรมท่ีทางโรงเรยี นจดั ให้
5.3 เจา้ อารมณ์ รุนแรง
5.4 แยกตัวอย่คู นเดยี ว ทางานคนเดียวตลอดเวลา
เกณฑ์การพิจารณา
ถา้ ตอบว่าใช่ 1 ใน 5 ข้อ และตอบใช่ 2 ข้อย่อยในข้อใดข้อหนึง่ ถอื ว่ามีแนวโน้มท่ีจะเปน็ บุคคลทีม่ ี
ความบกพรอ่ งทางพฤติกรรมหรอื อารมณ์ ให้จัดบริการชว่ ยเหลอื ทางการศึกษาพิเศษ และส่งต่อให้แพทย์ตรวจ
วนิ ิจฉัยตอ่ ไป
ผลการคัดกรอง ไมพ่ บความบกพรอ่ ง
พบความบกพร่อง
ความคิดเห็นเพิม่ เติม
.............................................................................................................................................................. ................
................................................................................................................... ...........................................................
...................................................................................................................... .......................................................
ลงชือ่ ................................................. ใบวุฒิบตั ร เลขท.ี่ .................................(ผคู้ ดั กรอง)
(....................................................)
ลงชอื่ ................................................. ใบวุฒบิ ัตร เลขท่ี..................................(ผู้คดั กรอง)
(....................................................)
คู่มือการอบรมหลกั สตู รผ้ดู าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 84
คายนิ ยอมของผ้ปู กครอง
ข้าพเจ้า(นาย /นาง/นางสาว)...............................................................................เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./นาย/นางสาว)................................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย /น.ส.)................................................ ตามแบบคัดกรองน้ีเม่ือพบว่ามี
แนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทาง
การศกึ ษาพเิ ศษต่อไป
ลงชื่อ ................................................. ผู้ปกครอง
(....................................................)
คูม่ อื การอบรมหลกั สตู รผู้ดาเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 85
ใบงาน หน่วยย่อยท่ี 3.7 การใชแ้ บบคดั กรองบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางพฤตกิ รรมหรอื อารมณ์
...................................
คาช้ีแจง : ให้ท่านศึกษาพฤติกรรมแต่ละรายการ และพิจารณาวา่ พฤติกรรมใดที่ท่านเห็นวา่
เปน็ พฤติกรรมของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรอื อารมณ์โดยทาเคร่อื งหมาย √ และพฤติกรรมใด
ทท่ี า่ นเห็นวา่ ไม่ใช่พฤติกรรมของบคุ คลที่มีความบกพรอ่ งทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ใหท้ าเคร่ืองหมาย × ในชอ่ ง
ความคิดเห็นของแตล่ ะรายการ
ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
1 ก้าวรา้ ว ก่อกวนเป็นอันตรายแกต่ นเองและผู้อน่ื
1.1 โหดร้าย ทารุณ รังแกสัตว์
1.2 ชกต่อย ทาร้ายร่างกายตนเองและผอู้ นื่
1.3 ขม่ ขู่ คุกคาม หวดี รอ้ ง กระทบื เท้า
1.4 กอ่ กวนเพือ่ น
2 เคลือ่ นไหวผดิ ปกติ
2.1 ไม่อยู่นิ่ง เคลื่อนไหวตลอดเวลาโดยปราศจากจดุ มุ่งหมาย
2.2 มคี วามสนใจส้นั สนใจบทเรียนไมไ่ ด้นาน ขาดสมาธใิ นการเรียน
3 มปี ญั หาปรับตัวทางสังคม มีการฝา่ ฝนื กฎเกณฑ์ท่ีเปน็ ที่ยอมรับของสงั คม
3.1 ทาลายสาธารณสมบตั ิ
3.2 ลักขโมย
3.3 ววิ าทกบั ผูอ้ ืน่ เสมอ
3.4 ประทษุ รา้ ยทางเพศ
3.5 ไมเ่ คารพ ไมเ่ ชอื่ ฟงั ครูและพ่อแม่ ผู้ปกครองอยา่ งรุนแรง
4 มีความรูส้ กึ วติ กกังวลและปมด้อย อย่างรุนแรงสม่าเสมอ
4.1 ไม่กลา้ พูด ไม่กลา้ แสดงออก
4.2 มีการประหมา่ อย่างมากเม่อื ให้ออกไปแสดงอก เช่น รายงาน
4.3 มีอาการเจบ็ ปว่ ยทางกายเมอ่ื มาโรงเรียน
4.4 รอ้ งไห้บ่อย
5 หนสี ังคม ปลกี ตัวออกจากสงั คมอันมีผลตอ่ การเรียน
5.1 ไม่พูดคยุ ไมเ่ ล่นกบั เพอื่ น
5.2 ไมร่ ว่ มกจิ กรรมท่ีทางโรงเรยี นจัดให้
5.3 เจ้าอารมณ์ รนุ แรง
5.4 แยกตัวอยคู่ นเดียว ทางานคนเดยี วตลอดเวลา
คมู่ อื การอบรมหลกั สตู รผ้ดู าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 86
หนว่ ยที่ 3 การใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภท ตามประกาศ
คณะกรรมการพิจารณาใหค้ นพกิ ารไดร้ ับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา เร่ือง กาหนด
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร การรับรองบุคคลของสถานศึกษาว่าเป็นคนพิการ พ.ศ.2556
3.8 บุคคลออทิสติก
บุคคลออทิสติก หมายถึง บุคคลที่มีความผิดปกติของระบบการทางานของสมองบางส่วน ซึ่งส่งผลต่อ
ความบกพร่องทางพัฒนาการด้านภาษา ด้านสังคมและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีข้อจากัดด้านพฤติกรรม
หรือมีความสนใจจากัดเฉพาะเร่ืองใดเรื่องหนึ่ง โดยความผิดปกตินั้นค้นพบได้ก่อนอายุ 30 เดือน
(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกาหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552)
คมู่ อื การอบรมหลักสตู รผูด้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 87
ใบงาน : กรณศี กึ ษา
กจิ กรรมทป่ี ฏิบตั ิ : ใหท้ ่านศึกษาพฤติกรรมของเดก็ ต่อไปนี้แลว้ คดั กรองเด็ก โดยเลือกใช้แบบคดั กรอง
ทตี่ รงกับพฤติกรรม พร้อมระบุว่า เดก็ ชายศรเทพ มารวย มีความบกพร่องประเภทใด
เด็กชายเด็กชายศรเทพ มารวย เกิดวันท่ี 13 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2553 พบว่ามีพฤติกรรมไม่ยอม
สบตาพ่อแมม่ ักจะชอบอยู่คนเดยี ว เดก็ ไม่ชอบการกอดรัด เดก็ จะเหมือนห่นุ ไม่แสดงออกถึงความรัก ความโกรธ
ไม่ร้องไห้เมื่อแม่ออกนอกห้องนอนไม่ดีใจเม่ือแม่กลับเข้ามา พูดไม่เป็นภาษา เวลาดีใจ เสียใจหรือโกรธ ก็ไม่
แสดงสีหน้าหรือท่าทางเพื่อแสดงออก เวลาพูดน้าเสียงจะเหมือนหุ่นยนต์ อยากได้อะไรก็จะใช้วิธีการร้องหรือ
แย่งของแทนท่ีจะขอและยังพบว่ามีพฤติกรรมแปลกเช่นนั่งเคาะโต๊ะ หรือโบกมืออยู่เป็นช่ัวโมงนั่งโยกหน้าโยก
หลังเป็นเวลานานและมักจะควา้ มือคนอืน่ ให้ดูนาฬิกาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
………………………………….
คู่มือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 88
๒ ประเมนิ ครง้ั ท.ี่ ...................
แบบคัดกรองบคุ คลออทิสติก ท…ี่ ...............
(เนอื่ งจากไม่มีใบรับรองความพิการ/สมดุ ประจาตัวคนพิการ/ใบรับรองแพทย์)
ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. /ด.ญ. /นาย /นางสาว)...............................................................................................
วัน เดอื น ปี เกดิ .....................................................................อายุ ....................... ปี .....................เดอื น
ระดบั ชน้ั ....................................................... วัน เดอื น ปี ทีป่ ระเมิน....................................................
คาช้ีแจง
1. แบบคดั กรองฉบบั นเ้ี ปน็ แบบคัดกรองเพ่ือประโยชนใ์ นทางการจดั การศึกษาเทา่ น้นั
2. วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซงึ่ เปน็ ลักษณะหรือพฤติกรรม ทเ่ี ดก็ แสดงออกบ่อยๆ โดยใหท้ า
เครอื่ งหมาย /ลงในชอ่ ง “ ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ท่ตี รงกับลกั ษณะหรือพฤติกรรมน้ันๆ ของเด็ก
3. ผ้ทู าการคดั กรองเบอ้ื งต้นตอ้ งผ่านการอบรมวธิ กี ารใช้ และการประเมนิ ตามแบบคัดกรองน้ี และควร
สอบถามขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ จากผูท้ ี่อยใู่ กล้ชดิ เด็กมากที่สุด เชน่ ผูป้ กครองหรือครู เพอ่ื ให้เกิดความชัดเจน
ถกู ต้อง
4. ผคู้ ดั กรองควรจะมอี ยา่ งนอ้ ย 2 คนข้นึ ไป
ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
ดา้ นพฤตกิ รรม / อารมณ์
1 มีพฤติกรรมกระตนุ้ ตัวเอง ซงึ่ เป็นพฤติกรรมซา้ ๆ เชน่ สะบดั นิ้วมอื เล่นมือ ดม เคาะ
หรอื หมุนสงิ่ ของ เปน็ ต้น
2 แสดงพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสมเมื่อมีการเปลย่ี นแปลงกิจกรรมประจาวนั เชน่ เดก็ ไม่
ยอมเปล่ียนเสน้ ทางการไปโรงเรียน เดก็ ไม่ยอมเปลี่ยนเกา้ อ้ีนั่งในห้องเรียน เป็นต้น
3 มพี ฤติกรรมหลกี หนีการสัมผสั เชน่ เดินเขย่งปลายเท้า ไม่ชอบการกอดรดั ทนตอ่
เสียงบางอยา่ งไม่ได้ เปน็ ต้น
4 มีพฤติกรรมอย่ไู ม่นง่ิ เช่น ชอบวง่ิ เดนิ ไปมารอบหอ้ ง เปน็ ต้น
5 ไมเ่ ขา้ ใจอารมณข์ องผู้อน่ื เชน่ ไมเ่ ข้าใจเวลาเพ่ือนโกรธ เศร้า เสยี ใจ เป็นตน้
ด้านการสื่อความหมาย
6 แสดงความต้องการโดยการจูงมอื เชน่ เดก็ จะจูงมือผู้ปกครอง/ครู เพื่อนาไปทาส่งิ ท่ี
ตอ้ งการ เป็นตน้
7 ใชภ้ าษาพูดของตนเองท่ผี อู้ นื่ ไมเ่ ข้าใจ
8 พูดเลียนแบบ หรือพูดทวนคาถาม
9 พูดคาซ้าๆ ทเี่ คยได้ยินบ่อย เช่น พูดตามโฆษณาท่ีได้ยนิ จากโทรทัศน์
10 ไมส่ ามารถเร่ิมต้นบทสนทนากบั ผ้อู ืน่ ได้
คู่มือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 89
ท่ี ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ผลการวเิ คราะห์
ใช่ ไมใ่ ช่
11 พดู เรอื่ งทตี่ นเองสนใจโดยไมส่ นใจผู้ฟัง
12 ไม่เข้าใจคาท่ีเปน็ นามธรรม เช่น การเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่
ดา้ นสงั คม
13 ไม่มองสบตากับผู้อื่นขณะสนทนา
14 ไมม่ ปี ฏสิ ัมพนั ธ์กบั บุคคลรอบข้าง เช่น ไม่เลน่ กับเพื่อน ไม่สนใจคนรอบขา้ ง เป็นต้น
15 มีปฏิสมั พันธ์ต่อบุคคลรอบขา้ งไมเ่ หมาะสม เช่น เล่นกับเพื่อนแรง
16 แสดงพฤตกิ รรมการตอบสนองทางอารมณ์ และสังคมไม่เหมาะสม เชน่ สง่ เสยี งกรีด
รอ้ ง ทารา้ ยตนเองหรือผอู้ ่นื เมื่อถกู ขัดใจ เปน็ ตน้
17 แยกตัวออกมาอยตู่ ามลาพัง เช่น ในขณะท่ีเพ่ือนทากิจกรรมกลุ่ม ไมย่ อมเขา้ ร่วม
กิจกรรม
18 ไม่สามารถปฏบิ ัติตามกฎกติกา ระเบยี บหรือขอ้ ตกลงได้ เช่น ไม่ร้จู ักการรอคอย
ไมร่ จู้ กั การเข้าแถว เปน็ ต้น
เกณฑ์การพิจารณา
ถา้ ตอบว่าใช่ อย่างนอ้ ย 2 ด้านๆ ละ 2 ข้อ ข้นึ ไป แสดงว่ามีแนวโนม้ ที่จะเปน็ บุคคลออทิสตกิ ควรให้
การชว่ ยเหลือตามความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษทางการศึกษาของผู้เรยี น และส่งตอ่ ให้แพทยต์ รวจวินจิ ฉัยต่อไป
ผลการคัดกรอง ไมพ่ บความบกพรอ่ ง
พบความบกพร่อง
ความคดิ เหน็ เพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................................. .................................
ลงช่อื ................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขที่..................................(ผ้คู ดั กรอง)
(....................................................)
ลงชือ่ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขท่.ี .................................(ผคู้ ัดกรอง)
(....................................................)
คู่มือการอบรมหลักสตู รผ้ดู าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 90
คายินยอมของผูป้ กครอง
ข้าพเจ้า(นาย /นาง /นางสาว)...............................................................................เป็นผู้ปกครองของ
(ด.ช /ด.ญ./นาย /นางสาว).............................................................................. ยินยอม ไม่ยินยอม
ให้ดาเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย /น.ส.)................................................. ตามแบบคัดกรองน้ีเมื่อพบว่า
มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทาง
การศกึ ษาพเิ ศษตอ่ ไป
ลงช่อื ................................................. ผปู้ กครอง
(....................................................)
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผูด้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 91
ใบงาน หน่วยย่อยที่ 3.8 การใช้แบบคดั กรองบคุ คลออทิสตกิ
...................................
คาชแ้ี จง : ใหท้ า่ นศึกษาพฤติกรรมแตล่ ะรายการ และพิจารณาวา่ พฤติกรรมใดท่ีทา่ นเห็นวา่ เปน็ พฤติกรรมของ
บคุ คลออทสิ ตกิ โดยทาเครื่องหมาย √ และพฤติกรรมใดท่ีท่านเห็นวา่ ไมใ่ ช่ พฤติกรรมของบคุ คล
ออทิสติกใหท้ าเครื่องหมาย × ในชอ่ งความคดิ เห็นของแตล่ ะรายการ
ท่ี ลกั ษณะ / พฤตกิ รรม ความคดิ เหน็
1 ไมท่ าตามคาส่ัง ทางานไม่เสร็จ
2 มพี ฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง ซง่ึ เปน็ พฤติกรรมซ้าๆ เชน่ สะบัดนิ้วมือ เลน่ มอื ดม
เคาะ หรอื หมุนส่ิงของ เปน็ ต้น
3 ลืมทากิจกรรมท่เี ป็นกิจวตั รประจาวนั
4 มพี ฤติกรรมหลีกหนีการสัมผสั เชน่ เดินเขย่งปลายเท้า ไม่ชอบการกอดรัด
ทนต่อเสยี งบางอย่างไม่ได้ เป็นตน้
5 มพี ฤติกรรมอยู่ไมน่ ่งิ เช่น ชอบวง่ิ เดินไปมารอบห้อง เป็นต้น
6 ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้อนื่ เช่น ไมเ่ ขา้ ใจเวลาเพื่อนโกรธ เศรา้ เสียใจ เปน็ ตน้
7 เสยี สมาธิงา่ ยมองไปยังทุกส่ิงท่ีเคลอ่ื นไหวผ่านสายตา
8 หันเหความสนใจไปสู่ภายนอกได้งา่ ย
9 ใช้ภาษาพูดของตนเองท่ผี อู้ ืน่ ไม่เข้าใจ
10 พูดเลียนแบบ หรอื พูดทวนคาถาม
11 พูดคาซ้าๆ ทเ่ี คยได้ยินบ่อย เช่น พดู ตามโฆษณาท่ีไดย้ นิ จากโทรทัศน์
12 ไม่สามารถเร่ิมตน้ บทสนทนากบั ผอู้ ่ืนได้
13 พดู เร่ืองทต่ี นเองสนใจโดยไม่สนใจผฟู้ งั
14 ไมเ่ ขา้ ใจคาทีเ่ ปน็ นามธรรม เช่น การเอื้อเฟื้อเผือ่ แผ่
15 อัตราการพดู เร็วหรือช้าเกนิ ไป
16 ไมม่ องสบตากบั ผอู้ นื่ ขณะสนทนา
17 บกพร่องในเรื่องความเข้าใจหรือการใช้ภาษาพดู หรือภาษาเขยี น
18 มปี ฏสิ มั พนั ธต์ อ่ บุคคลรอบขา้ งไมเ่ หมาะสม เช่น เล่นกบั เพื่อนแรง
คมู่ ือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 92
หนว่ ยท่ี 4
เทคนิคการใหค้ าปรึกษา และการประสานกับผูป้ กครองและผทู้ เ่ี กี่ยวขอ้ ง
แนวคดิ ในการใหค้ าปรึกษาแก่ผูป้ กครองและผเู้ กย่ี วข้องกบั เด็กพกิ าร
สัมพันธภาพและความรู้ความเข้าใจของบุคคลในครอบครัวมีความสาคัญต่อพัฒนาการและ
ความม่ันคงทางอารมณ์และสังคมของสมาชิกทุกคน หากสมาชิกคนใดมีปัญหาทางอารมณ์จะมี
ผลกระทบต่อสมาชิกคนอ่ืนๆและบรรยากาศในครอบครัว และส่งผลต่อบุคลิกภาพ ปฏิสัมพันธ์ รวมทั้ง
การให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันของสมาชิกในครอบครัว การให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองและผู้ท่ี
เก่ียวข้องท่ีเหมาะสมจะทาให้เด็กพิการได้รับความช่วยเหลือ ส่งผลต่อการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเอื้อ
อาทรและการวางแผนการจัดการศึกษา และการรับบริการท่ีจาเป็นทาให้เด็กพิการประสบความสาเร็จ
ในการดาเนินชวี ติ สามารถเขา้ ส่สู งั คมและพึง่ พาตนเองได้โดยครอบครวั เปน็ ฐาน
เทคนิควิธีการให้คาปรกึ ษาแกผ่ ู้ปกครองและผทู้ ีเ่ กี่ยวข้อง
1. ศกึ ษาประวัตคิ รอบครัว เพอ่ื ใหไ้ ดข้ ้อมลู เกยี่ วกบั ภูมหิ ลังของครอบครวั รปู แบบปฏิสัมพันธ์ ต้ังแต่
อดตี จนถงึ ปัจจุบันโดยใหผ้ รู้ ับการปรกึ ษาเลา่ ถงึ เรือ่ งราวต่างๆในครอบครัว คนสาคัญในชวี ิต
2. รับฟังเร่ืองราวอย่างต้ังใจ จับประเด็นเน้ือหาความรู้สึกเพ่ือส่ือกลับให้ผู้รับคาปรึกษารับรู้ตนเอง
สะท้อนความรู้สึก เพ่ือให้ผู้รับการปรึกษาได้ทราบถึงความรู้สึกของตนเอง อาจสะท้อนโดยใช้คาพูดที่แสดง
ความรูส้ ึกจากเนอ้ื ความท่ีผู้รบั การปรกึ ษาได้พดู มาแลว้ เชน่ “คณุ รูส้ ึกว่า……….”
3. ทวนคาพูด การพูดต่อเติมประโยคให้สมบูรณ์การนาคาตอบของผู้รับคาปรึกษามาประกอบ
การสนทนา
4. สรุปความ โดยสรุปคาพูดของผู้รับการปรึกษาให้สั้นลง เป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้รับ
คาปรกึ ษา
5. ยกตัวอย่างประสบการณ์ของตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้ผู้รับคาปรึกษารู้สึกว่าปัญหาที่ตนพบนั้น
เปน็ ปัญหาท่ีเกดิ ขึ้นได้ และผู้อ่นื กเ็ คยประสบมาเช่นกัน
6. สนับสนุน โดยการพูดให้กาลังใจแก่ผู้รับคาปรึกษาและเป็นการยืนยันว่าส่ิงที่ผู้รับคาปรึกษา
ไดท้ าน้นั เปน็ ส่งิ ที่ถกู ต้อง เช่น “สง่ิ ทค่ี ณุ ทาน้นั นับว่าเปน็ การเสียสละอยา่ งมาก”
ผู้ให้คาปรึกษาควรให้ความสาคัญกับการพัฒนาครอบครัวให้มีความรู้ ทักษะปฏิบัติการและ
ประสบการณ์ท่ีจะช่วยให้เด็กพิการก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ท่ีประสบความสาเร็จโดยคานึงถึงการทางาน
ร่วมกันของผู้ใหค้ าปรึกษาและผู้เกยี่ วข้อง การฝกึ อบรมให้ความรู้แกช่ ุมชนด้านกฎหมาย การสนับสนุนให้
เด็กพิการมีโอกาสตัดสินใจด้วยตนเองและพัฒนาทักษะที่จาเป็นในการดาเนินชีวิตรวมทั้งการเชื่อมโยง
ของแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลกับแผนการเชื่อมต่อทางการศึกษาอย่างจริงจังจะช่วยให้เด็ก
พกิ ารประสบความสาเร็จต่อการดาเนนิ ชวี ติ ในอนาคตได้
คูม่ อื การอบรมหลักสูตรผูด้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 93
การประสานงานกบั ผปู้ กครองและผู้ทีเ่ ก่ียวข้อง
การประสานงาน คอื การท่ีบุคคลหรือหน่วยงานในองค์กร ทางานรว่ มกับบคุ คลและหน่วยงาน
อนื่ เพ่ือให้บรรลจุ ดุ ม่งุ หมายรว่ มกัน มีลกั ษณะเป็นกระบวนการทต่ี ้องกระทาต่อเนอื่ งสอดคลอ้ งกนั ไป
เพือ่ ใหง้ านสาเร็จอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
วัตถุประสงค์ของการประสานงาน
1. เพ่ือแจง้ ให้ผมู้ สี ว่ นเกยี่ วข้องทราบ
2. เพือ่ รักษาไวซ้ งึ่ ความสมั พันธอ์ ันดี
3. เพอ่ื ขอคายินยอมหรือความเหน็ ชอบ
4. เพอ่ื ขอความช่วยเหลอื
5 .เพ่อื ขจัดข้อขัดแย้งทีอ่ าจมีขึน้
6. เพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็ ตามเป้าหมาย
7. เพอ่ื ให้งานมีคุณภาพตามมาตรฐานทกี่ าหนดไว้
ประโยชนข์ องการประสานงาน
1. ชว่ ยให้การทางานบรรลุเปา้ หมายได้อยา่ งราบรืน่ รวดเรว็
2. ช่วยประหยัดเวลาและทรพั ยากรในการปฏิบตั งิ าน
3. ชว่ ยให้ทุกผา่ ยเข้าใจถึงนโยบายและวัตถุประสงคข์ ององค์การ
4. ช่วยสรา้ งความสามคั คแี ละความเขา้ ใจในหมู่คณะ
5. เสริมสรา้ งขวญั ของผู้ปฏบิ ตั ิงาน
6. ลดอันตรายจากการทางานให้นอ้ ยลง
7. ช่วยลดข้อขัดแย้งในการทางาน
8. ช่วยให้ปฏบิ ตั งิ านเป็นหมู่คณะและเพิ่มผลสาเร็จของงาน
9. ชว่ ยเกดิ ความคดิ ใหม่ๆและปรับปรงุ อยู่เสมอ
10. ปอ้ งกนั การทางานซ้าซ้อน
11. การดาเนินงานเปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของการประสานงาน มีหลายวิธแี ตกต่างกนั ไป ได้แก่
1. การประสานงานอย่างเป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ
2. การประสานงานภายในองคก์ ารและภายนอกองคก์ าร
3. การประสานงานในแนวด่ิง (Top- Down Bottom-up) และแนว
คมู่ อื การอบรมหลกั สูตรผูด้ าเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 94
เทคนิคการประสานงาน
1. กาหนดเป้าหมายในการประสานงานให้ชดั เจน
2. เตรียมข้อมลู ท่ีจะใชใ้ นการประสานงานให้ครบถว้ นครอบคลมุ
3. ศกึ ษาขอ้ มูลของบุคคลหรือหนว่ ยงานจะประสานงานด้วย
4. วางแผนการประสานงานทส่ี อดคลอ้ งกับเปา้ หมายและระยะเวลา
5. เตรียมตนเองใหพ้ ร้อมและเหมาะสมตามกาลเทศะ เช่น การแตง่ กาย การใช้ภาษาพูดที่
เหมาะสมกับบคุ คลทปี่ ระสานงานด้วย
6. เคารพและใหเ้ กียรตผิ ู้ทปี่ ระสานงานด้วยรวมทั้งเปิดโอกาสให้มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็
7. ประเมินผลการสื่อสารและประสานงานทุกครั้ง
8. ปรับปรงุ และพัฒนาแนวทางการประสานงานจากผลการประเมินทุกครงั้
การประสานงานเพ่ือให้เด็กพิการได้รับบริการอย่างเต็มศักยภาพตามความต้องการจาเป็นซ่ึง
เด็กพิการจาเป็นต้องเปล่ียนแปลงส่ิงแวดล้อมและพัฒนาจากบ้านสู่ศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียน
จากศูนย์การศึกษาพิเศษสู่โรงเรียน จากช้ันเรียนสู่ชั้นเรียนและจากโรงเรียนสู่ชุมชน เป็นต้น ทักษะใน
การประสานงานของครูและผู้ให้บริการทางการศึกษาย่อมส่งผลต่อความสาเร็จในการดาเนินงานและ
ความรว่ มมอื ของผู้ปกครองและผเู้ กี่ยวข้อง
คู่มอื การอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคดั กรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 95
แบบสรุปองคค์ วามรู้ หน่วยที่ 4
หน่วยยอ่ ยท่ี 4 เทคนิคการให้คาปรึกษาและการประสานกับผู้ปกครองและผ้ทู ี่เก่ยี วขอ้ ง
ชือ่ ........................................สกลุ ...................................โรงเรียน...................................
คาช้แี จง ใหท้ ่านสรปุ องค์ความรู้ หนว่ ยท่ี 4 เทคนคิ การให้คาปรกึ ษาและการประสานกับผู้ปกครองและ
ผู้ท่ีเก่ยี วขอ้ ง โดยเขยี นเปน็ แผนท่คี วามคิด (Mind Map)
ค่มู ือการอบรมหลักสูตรผดู้ าเนนิ การคดั กรองคนพิการทางการศึกษา สพป.ชย.2 96
หน่วยท่ี 5
การวางแผนการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกบั ความพกิ ารแตล่ ะประเภท
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และแผนการสอนเฉพาะบคุ คล
1. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2552 และที่แก้ไขเพ่ิมเติมทกุ ฉบับ
มาตรา 10 ระบุว่า การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีท่ีรัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย การจัดการ
ศึกษาสาหรับบุคคลซ่ึงมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การส่ือสารและการ
เรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซ่ึงไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อย
โอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาข้ันพื้นฐานเป็นพิเศษ การศึกษาสาหรับคน
พิการในวรรคสอง ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิ
ได้รับส่ิงอานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ี
กาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เก่ียวข้องดาเนินการ (1) จัดเน้ือหา
สาระและกจิ กรรมใหส้ อดคล้องกบั ความสนใจและความถนดั ของผเู้ รยี น โดยคานึงถงึ ความแตกต่าง ระหวา่ งบุคคล
มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสาหรับบุคคลตาม มาตรา 10
วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้ ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ
โดยมงุ่ พฒั นาคุณภาพชวี ิตของบุคคลให้เหมาะสมแกว่ ยั และศักยภาพ
2. พระราชบญั ญัติการจัดการศกึ ษาสาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551
มาตรา 5 คนพิการมีสทิ ธิทางการศึกษา ดังน้ี
(1) ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายต้ังแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิต พร้อมทั้ง
ไดร้ บั เทคโนโลยี ส่ิงอานวยความสะดวก สือ่ บรกิ ารและความช่วยเหลืออ่ืนใดทางการศึกษา
(2) เลือกบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา โดยคานึงถึงความสามารถ
ความสนใจ ความถนัดและความต้องการจาเป็นพเิ ศษของบุคคลน้ัน
ค่มู ือการอบรมหลักสตู รผดู้ าเนินการคัดกรองคนพิการทางการศกึ ษา สพป.ชย.2 97