รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา
(Self Assessment Report : SAR)
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
โรงเรียนบา้ นทา่ ยม
ตาบลแสงสว่าง อาเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี
สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต ๒
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
คานา
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนบ้านท่ายมฉบับนี้ จัดทา
ขน้ึ ตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ ระบุให้สถานศึกษาจัดส่งรายงานผลการ
ประเมนิ ตนเองใหแ้ ก่หน่วยงานตน้ สงั กัดหรือหน่วยงานท่ีกากับดูแลสถานศึกษาเป็นประจาทุกปีเพื่อรายงานผลการ
ดาเนินงานตามมาตรฐานการศึกษาท่ีสะท้อนผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซ่ึงเป็นผลสาเร็จจากการบริหารจัด
การศึกษาทีส่ อดคล้องกับมาตรฐานการศกึ ษาในระดบั ปฐมวัย ๓ มาตรฐาน ได้แก่ คุณภาพของเด็ก กระบวนการ
บริหารและการจัดการ การจัดประสบการณ์ท่ีเน้นเด็กเป็นสาคัญ และระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ๓ มาตรฐาน
ไดแ้ กค่ ณุ ภาพของผู้เรยี น กระบวนการบรหิ ารและการจัด การกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็น
สาคัญเพื่อนาเสนอรายงานผลการจัดการศึกษาในรอบปีท่ีผ่านมาต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
ตลอดจนเผยแพรต่ ่อสาธารณชนไดร้ บั ทราบ และเตรยี มความพร้อมในการรับการประเมินภายนอก โดยสานักงาน
รับรองมาตรฐานการศึกษาและประเมินคุณภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน) ตอ่ ไป
ขอขอบคุณคณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และผู้ที่มีส่วน
เกย่ี วข้องทุกฝาุ ยทม่ี สี ว่ นร่วมในการจดั ทารายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา ๒๕๖๔
(นายพิชิต ทองคา)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นท่ายม
๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕
สารบัญ
เน้ือหา หนา้
บทสรุปสาหรับผู้บริหาร
๑. ระดบั การศึกษาปฐมวยั ...................................................................................................... ๑
๒. ระดับการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน ................................................................................................. ๗
ตอนที่ ๑ ข้อมูลพน้ื ฐาน
๑.๑ ขอ้ มูลทัว่ ไป ...................................................................................................................... ๑๓
๑.๒ ขอ้ มูลผูบ้ รหิ าร ................................................................................................................ ๑๓
๑.๓ ขอ้ มูลนักเรียน ................................................................................................................... ๑๔
๑.๔ ข้อมูลครูและบุคลากร ........................................................................................................ ๑๖
๑.๕ ขอ้ มูลอาคารสถานที่ ......................................................................................................... ๑๖
๑.๖ ขอ้ มูลงบประมาณ ............................................................................................................ ๑๖
๑.๗ ขอ้ มูลสภาพชมุ ชนโดยรวม .............................................................................................. ๑๗
๑.๘ โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา ....................................................................................... ๑๘
๑.๙ แหลง่ เรียนรู้ ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ ........................................................................................ ๒๐
๑.๑๐ ผลงานดีเด่นในรอบปที ่ผี า่ นมา ........................................................................................ ๒๑
๑.๑๑ ผลการทดสอบระดบั ชาติของผู้เรยี น .............................................................................. ๒๓
๑.๑๒ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นระดบั สถานศึกษา ...................................................................... ๒๔
๑.๑๓ สรปุ ผลการประเมินคุณภาพภายในและข้อเสนอแนะ .................................................... ๓๐
๑.๑๔ สรุปผลการประเมนิ คุณภาพจากหน่วยงานภายนอกและข้อเสนอแนะ ........................... ๓๒
ตอนท่ี ๒ แนวทางการพฒั นาท่มี ุ่งคณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษาและ
ผลการพัฒนา ๓๗
๒.๑ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวยั ๔๓
มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของเด็ก ........................................................................................ ๔๙
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ............................................................
มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเปน็ สาคัญ ................................................... ๕๔
๒.๒ มาตรฐานการศึกษาระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ๕๘
มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพผเู้ รียน ............................................................................................ ๖๗
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ .............................................................
มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี น้นผู้เรยี นเป็นสาคญั ..........................
สารบัญ (ตอ่ )
ตอนท่ี ๓ สรปุ ผลการประเมินตนเองในภาพรวมของสถานศึกษา ๗๕
๓.๑ ระดบั ปฐมวัย ๗๗
๑. จุดเดน่ .................................................................................................................... ๗๘
๒. จดุ ควรพฒั นา ......................................................................................................... ๗๘
๓. แนวทางการพฒั นาในอนาคต ................................................................................
๔. ความตอ้ งการและความช่วยเหลอื .........................................................................
๓.๒ ระดบั การศึกษาขน้ั พื้นฐาน ๗๙
๑. จุดเด่น .................................................................................................................... ๘๐
๒. จดุ ควรพฒั นา ......................................................................................................... ๘๑
๓. แนวทางการพฒั นาในอนาคต ................................................................................ ๘๑
๔. ความตอ้ งการการชว่ ยเหลอื .................................................................................... ๘๒
ภาคผนวก ........................................................................................................................................
คารับรองของคณะกรรมการสถานศกึ ษา
ด้วยโรงเรียนบ้านท่ายม ได้จัดทารายงานการประเมินตนเอง ฉบับน้ี เพื่อเป็นการรายงานผลการ
ดาเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านท่ายม ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๕ ที่สอดคล้องกับสภาพ
ปัญหาและความต้องการจาเปน็ ของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบโดยสะท้อนคุณภาพ ความสาเร็จอย่างชัดเจนตาม
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ซ่ึงมีเปูาหมายเพ่ือพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพ และเพ่ือให้การประกัน
คุณภาพการศึกษาเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและพฒั นาอย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการสถานศึกษามีความเห็นชอบในการจัดทารายงานการประเมินตนเองฉบับนี้ของ
โรงเรียนบ้านท่ายม ที่สะท้อนคุณภาพผู้เรียน และผลสาเร็จของการบริหารจัดการศึกษา เพ่ือเป็นประโยชน์ต่อ
การนาไปใชพ้ ัฒนาการศึกษาในปกี ารศึกษาต่อไป
(นายยทุ ธศาสตร์ สมเพชร)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
โรงเรยี นบ้านท่ายม
๑
บทสรุปสาหรบั ผูบ้ ริหาร
โรงเรียนบ้านท่ายม ต้ังอยู่ท่ี บ้านท่ายม หมู่ท่ี ๕ ตาบลแสงสว่าง อาเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี
สังกดั สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๒ รหัสไปรษณีย์ ๔๑๓๔๐ โทรศัพท์ ๐๔๒-๑๓๔๔๓๕ เปิดสอน
ตัง้ แตช่ นั้ อนุบาลถึงชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ มบี คุ ลากรสายบรหิ ารจานวน ๑ คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจานวน ๑๕
คน ได้ดาเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑
และมีผลการประเมนิ คณุ ภาพภายใน ดังนี้
๑. มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย ด้าน ระดับคุณภาพ
๑. คณุ ภาพของเดก็ ดเี ลิศ
ดีเลิศ
๒. กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
ดเี ลิศ
๓. การจดั ประสบการณท์ ีเ่ น้นเด็กเป็นสาคญั
จดุ เด่น
ดา้ นคุณภาพของเด็ก
๑) โรงเรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง มีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของเด็ก
เพอื่ ให้เด็กมีพัฒนาการดา้ นร่างกายทีแ่ ขง็ แรง มีสุขนิสยั ทด่ี ี และมีความสามารถในการดแู ลตนเองให้ปลอดภัยจาก
บุคคล สง่ิ แวดลอ้ ม และสถานการณ์ท่ีคาดวา่ จะเปน็ อนั ตราย และหลกี เลีย่ งสภาวะท่ีเสีย่ งตอ่ โรค ส่ิงเสพตดิ
๒) โรงเรียน ครผู สู้ อน และผู้ปกครอง มีความตระหนักและร่วมมือกันในการพัฒนาเด็ก เพื่อให้เด็กมี
พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ การควบคมุ และการแสดงออกทางอารมณ์
๓) โรงเรยี น ครผู ู้สอน และผู้ปกครอง มคี วามตระหนักและร่วมมือกันในการพัฒนาเด็ก เพ่ือให้เด็กมี
พัฒนาการดา้ นสงั คม ช่วยเหลอื ตนเอง และเป็นสมาชกิ ทด่ี ีของสังคม
๔) โรงเรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง มีความตระหนักและร่วมมือกันในการพัฒนาเด็ก เพ่ือให้เด็กมี
พฒั นาการดา้ นสตปิ ัญญา ส่ือสารได้ มีทักษะการคิดพ้ืนฐาน และแสวงหาความรู้ได้
ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ
๑) โรงเรียน ครผู ู้สอน และผ้ปู กครอง มสี ่วนร่วมในการจดั ทา หลักสตู รสถานศกึ ษาท่ียืดหยุ่น และให้
มีความสอดคล้องกบั หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั และบรบิ ทของท้องถนิ่
๒) โรงเรียน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนาคุณภาพของครู และการจัดครูให้มี
ความเพียงพอและมีความเหมาะสมกบั ช้ันเรยี น
๓) โรงเรียน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนาคุณภาพของครู ให้มีความรู้
ความสามารถในการวิเคราะหแ์ ละออกแบบหลักสูตรสถานศกึ ษา และมที กั ษะในการจัดประสบการณ์และออกแบบ
๒
การจดั กิจกรรมท่ีหลากหลาย มีทกั ษะการสังเกตและการประเมินพัฒนาการเด็ก รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์และสร้าง
ความสัมพันธ์ท่ดี กี บั เด็ก ผ้ปู กครองและครอบครวั ของเดก็
๔) โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนา
สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียน และส่ือเพื่อการเรียนรู้ ท่ีคานึงถึงความปลอดภัย อย่างเพียงพอและ
หลากหลาย
๕) โรงเรียนมีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการจัดสรรงบประมาณ เพ่ือจัดหา และบริการ
สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่ือการเรียนรู้ วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพ่ือสนับสนุนการจัดประสบการณ์สาหรับครู
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการสร้างและพัฒนาส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือการ
เรียนรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง
๖) โรงเรียน ครู ผู้ปกครองและชุมชน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการร่วมกันกาหนด
มาตรฐานของสถานศึกษาใหม้ คี วามสอดคลอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และอัตลักษณ์ของสถานศึกษา
ร่วมกันดาเนินการจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดรับกับมาตรฐานที่สถานศึกษากาหนดและ
ดาเนนิ การตามแผนท่ีไดจ้ ัดทาขนึ้ อย่างเปน็ ระบบ
ด้านการจดั ประสบการณท์ ่ีเน้นเด็กเป็นสาคญั
๑) โรงเรียน ครูผูส้ อน ผปู้ กครอง ครอบครวั และชุมชน มสี ่วนร่วมในการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ
ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติปญั ญาอยา่ งสมดุลเต็มศักยภาพ
๒) ครูมีความรู้ ความสามารถ มที กั ษะ มีความเช่ียวชาญ ในการจัดประสบการณ์ท่ีมีความเชื่อมโยง
กับประสบการณ์เดิมของเด็ก ส่งผลให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ ลงมือ กระทา
และสรา้ งองคค์ วามรูด้ ้วยตนเองอย่างมีความสุข
๓) ครูมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญ ในการจัดห้องเรียนให้มีความสะอาด
สวยงาม สะอาด อากาศถ่ายเทได้สะดวก ปลอดภัย มีบรรยากาศ ส่ือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย และเอื้อต่อ
การเรยี นรู้ของเด็ก
๔) ครู ผปู้ กครอง และผู้มสี ่วนเกย่ี วข้องมีส่วนร่วมในการประเมินพัฒนาการเด็กมีการใช้เครื่องมือ
และวิธีการท่ีหลากหลายในการประเมิน ทาให้ผลการประเมินพัฒนาการเด็กท่ีได้มีความน่าเชื่อถือและสามารถนา
ผลการประเมนิ ที่ไดไ้ ปพฒั นาคณุ ภาพเด็กได้อย่างมีคณุ ภาพ
จดุ ทค่ี วรพัฒนา
ด้านคุณภาพของเดก็
๑) โรงเรียนควรจดั สรรงบประมาณในการพัฒนาสนามเดก็ เลน่ พัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้เพียงพอ
และมีความน่าสนใจ กระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พฒั นาการด้านรา่ งกาย และสรา้ งสุขนสิ ยั ท่ดี ใี หแ้ ก่เด็ก ๆ
๒) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
น่าสนใจ เพ่ือกระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย และสร้างสุขนิสัยทด่ี ีให้แกเ่ ด็ก ๆ
๓
๓) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
น่าสนใจ เพ่ือกระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พฒั นาการดา้ นด้านสงั คม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชกิ ท่ีดีของสงั คมให้แกเ่ ดก็ ๆ
๔) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
น่าสนใจ เพ่ือกระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการท่ีทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พฒั นาการด้านสติปญั ญา ส่ือสารได้ มีทักษะการคดิ พ้ืนฐาน และแสวงหาความรู้ได้ให้เพียงพอต่อความต้องการของ
เด็ก ๆ
ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ
๑) โรงเรียนควรมีการประเมิน และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรการศึกษา
ปฐมวัย ให้มีความทนั สมัยและสอดคล้องกับสภาวการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของ
ครูผสู้ อนอย่างเปน็ ระบบ สมา่ เสมอ และตอ่ เน่อื ง
๓) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกห้องเรยี น และสือ่ เพ่อื การเรยี นรู้อยา่ งเปน็ ระบบ สม่าเสมอ และต่อเนือ่ ง เพ่ือให้มีความสวยงามและใช้งาน
ไดเ้ ปน็ ปจั จุบัน
๔) โรงเรียนควรมีการนเิ ทศ กากับ ติดตาม การใช้ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อการเรียนรู้ วัสดุ
และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการจัดประสบการณ์ของครูอย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้มีพัฒน าอย่าง
แทจ้ ริงและยง่ั ยืน
๕) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การดาเนินงาน อย่างสม่าเสมอ และต่อเนื่อง
เพอ่ื ใหม้ กี ารพัฒนาระบบบริหารจดั การคุณภาพอยา่ งยั่งยนื
ดา้ นการจัดประสบการณ์ทเ่ี นน้ เดก็ เปน็ สาคญั
๑) โรงเรียนควรมีนิเทศ กากับ ติดตามและการประเมินผล เพื่อพัฒนาแผนการจัด
ประสบการณ์ ให้มคี วามทันสมยั และสอดคลอ้ งกับสภาวการณ์ทางสงั คมและเศรษฐกิจในปัจจบุ ัน
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกห้องเรียน และสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพ่ือให้มีความสวยงามและใช้
งานได้เปน็ ปัจจุบัน
๓) โรงเรียนควรมีกิจกรรมการนิเทศ กากับติดตาม การนาผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพ
เดก็ และควรจดั กจิ กรรมการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ระหว่างครู ผู้ปกครอง และผู้มสี ่วนเกย่ี วขอ้ ง
๔
ข้อเสนอแนะ
ดา้ นคณุ ภาพของเดก็
๑) โรงเรยี นควรจดั สรรงบประมาณในการพฒั นาสนามเด็กเล่น พัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เพียงพอ
และมีความน่าสนใจ กระตุ้นการเรียนรู้ รวมท้ังพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พฒั นาการดา้ นร่างกาย และสร้างสุขนิสยั ทีด่ ีใหแ้ กเ่ ดก็ ๆ
๒) โรงเรยี นควรจดั สรรงบประมาณในการพัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้เพียงพอและมีความน่าสนใจ
เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ รวมท้ังพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมพัฒนาการด้าน
ร่างกาย และสร้างสุขนิสยั ที่ดใี ห้แกเ่ ด็ก ๆ
๓) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เพียงพอและมีความ
น่าสนใจ เพอ่ื กระตนุ้ การเรียนรู้ รวมทงั้ พฒั นาแผนปฏบิ ตั กิ ารทท่ี ันสมยั และมีประสทิ ธภิ าพ
ในการส่งเสรมิ พฒั นาการดา้ นดา้ นสงั คม ช่วยเหลอื ตนเอง และเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คมใหแ้ ก่เดก็ ๆ
๔) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการท่ีทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พัฒนาการด้านสติปัญญา สือ่ สารได้ มีทกั ษะการคิดพ้ืนฐาน และแสวงหาความรู้ได้ให้เพียงพอต่อความต้องการของ
เด็ก ๆ
ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ
๑) โรงเรยี นควรมีการประเมิน และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
ให้มีความทันสมัยและสอดคลอ้ งกบั สภาวการณท์ างสงั คมและเศรษฐกิจ
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของ
ครูผ้สู อนอย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และตอ่ เนื่อง
๓) โรงเรียนควรมีการนเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม เพ่อื พัฒนาการจัดสภาพแวดลอ้ มภายในและภายนอก
ห้องเรียน และส่ือเพื่อการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้มีความสวยงามและใช้งานได้เป็น
ปจั จบุ ัน
๔) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การใช้ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อการเรียนรู้ วัสดุ
และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการจัดประสบการณ์ของครูอย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเน่ือง เพื่อให้มีพัฒนาอย่าง
แทจ้ ริงและย่งั ยนื
๕) โรงเรียนควรมีการนเิ ทศ กากบั ติดตาม การดาเนินงาน อย่างสม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้
มกี ารพฒั นาระบบบริหารจดั การคุณภาพอย่างยง่ั ยนื
๕
ด้านการจัดประสบการณท์ ่เี นน้ เด็กเป็นสาคญั
๑) โรงเรียนควรมีนิเทศ กากับ ติดตามและการประเมินผล เพื่อพัฒนาแผนการจัด
ประสบการณ์ ใหม้ ีความทนั สมัยและสอดคล้องกับสภาวการณ์ทางสังคมและเศรษฐกจิ ในปัจจุบัน
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกห้องเรียน และส่ือเพื่อการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเน่ือง เพ่ือให้มีความสวยงามและใช้
งานได้เปน็ ปัจจบุ นั
๓) โรงเรียนควรมีกิจกรรมการนิเทศ กากับติดตาม การนาผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพ
เดก็ และควรจัดกจิ กรรมการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ระหว่างครู ผู้ปกครอง และผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง
หลักฐานสนบั สนนุ ผลการดาเนนิ งาน
โรงเรยี นบ้านท่ายม มีเอกสาร หลักฐาน สนับสนุนผลการดาเนนิ งาน ระดับการศกึ ษาปฐมวยั
เช่น แผนปฏิบัตกิ ารประจาปี ๒๕๖๔ รายงานประเมนิ พฒั นาการเด็กปีการศึกษา ๒๕๖๔ รายงานการดาเนินงาน
๙ จดุ เนน้ ก้าวสู่ความเป็นเลศิ จดุ เนน้ ท่ี ๒ การศกึ ษาปฐมวัย
- ประชมุ ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผปู้ กครอง เพ่ือรว่ มกันวางแผนในการพฒั นาคณุ ภาพ
การศกึ ษา และจัดทาแผนปฏิบตั ริ าชการ ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
- ครูผู้สอนดาเนนิ การพัฒนาเด็กตามแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมต่าง ๆ เชน่ โครงการสง่ เสริม
และพัฒนาการเรียนรู้ของหนูน้อย กิจกรรมรบี เรง่ ช่วยกัน กิจกรรมแสนขยัน อดทน กิจกรรมคดั คนเกง่ เล่าเร่ือง
กิจกรรมวิทยาศาสตรน์ ้อย กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบไฮสโคป โครงการสง่ เสริมและพัฒนากระบวนการจดั
ประสบการณ์ท่เี น้นเด็กเป็นสาคญั กิจกรรมมารจู้ กั หนังสือกนั เถอะกจิ กรรมหนนู ้อยยอดนักฟงั กจิ กรรมหุน่ น้อย
เล่านทิ าน กิจกรรมสร้างสุข สนุกกับนิทาน กจิ กรรมศิลปะกับนทิ าน
- ครผู สู้ อนวัดและประเมนิ ผลพัฒนาการดา้ นร่างกาย ด้านอารมณ์จติ ใจ ดา้ นสังคม
ดา้ นสตปิ ญั ญา ของเด็กอยา่ งสม่าเสมอด้วยวิธกี ารที่หลากหลาย
- ครผู ู้สอนนาผลการประเมนิ มาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการปรบั ปรงุ และพฒั นาการจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ รวมถึงกิจกรรมเสรมิ ตา่ ง ๆ ในการพัฒนาเดก็ ในด้านรา่ งกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ดา้ นสังคม
ดา้ นสติปัญญา ให้ดยี ิง่ ขึน้ ต่อไป
แนวทางการพัฒนาใหไ้ ด้ระดับคุณภาพที่สงู ข้ึน
โรงเรียนบ้านท่ายม ได้มีแนวทางในการพัฒนาคุณภาพ ระดับการศึกษาปฐมวัย ให้ได้ระดับ
คณุ ภาพทีส่ งู ขึ้น โดยกาหนดโครงการและกจิ กรรม ไวใ้ นแผนปฏิบัติราชการ ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ดงั ตอ่ ไปนี้
๑) โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาการเรยี นรขู้ องหนูน้อย
กจิ กรรมที่ ๑ รีบเร่งชว่ ยกนั
กจิ กรรมที่ ๒ แสนขยนั อดทน
กจิ กรรมท่ี ๓ คัดคนเก่งเลา่ เร่ือง
กิจกรรมท่ี ๔ วิทยาศาสตร์นอ้ ย
๖
กจิ กรรมที่ ๕ มุมประสบการณ์แสนสนุก
กจิ กรรมท่ี ๖ การเรยี นรู้แบบไฮสโคป
๒) โครงการสง่ เสริมและพัฒนาคณุ ธรรมจรยิ ธรรมของหนูนอ้ ย
กิจกรรมท่ี ๑ ธนาคารความดี
กจิ กรรมที่ ๒ หม่ันฝกึ ซ้อมความซื่อสัตย์
๓) โครงการสง่ เสริมและพฒั นาคา่ นิยมของหนนู อ้ ยในการเปน็ สมาชิกทีด่ ีของสังคม
กจิ กรรมที่ ๑ หนนู อ้ ยมารยาทงาม
กจิ กรรมที่ ๒ สิง่ แวดลอ้ มสวย ร่วมประหยัด พลงั งาน
กจิ กรรมท่ี ๓ แข่งขนั เก็บออม
๔) โครงการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพ สขุ นสิ ัยและความปลอดภัยของหนนู ้อย
กิจกรรมท่ี ๑ หนนู ้อยฟันสวย
กิจกรรมท่ี ๒ หนูนอ้ ยปลอดภยั
๕) โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นากระบวนการจัดประสบการณ์ที่เนน้ เด็กเป็นสาคัญ
กิจกรรมที่ ๑ มารจู้ ักหนงั สือกันเถอะ
กิจกรรมท่ี ๒ หนนู ้อยยอดนักฟงั
กิจกรรมที่ ๓ หนุ่ น้อยเล่านิทาน
กิจกรรมที่ ๔ สรา้ งสุข สนกุ กับนทิ าน
กจิ กรรมที่ ๕ ศิลปะกับนทิ าน
กจิ กรรมท่ี ๖ วิเคราะหผ์ ู้เรยี นรายบุคคล
กจิ กรรมท่ี ๗ ประเมนิ พฒั นาการเด็ก
กจิ กรรมที่ ๘ นิเทศตดิ ตามผลและรายงานผล
๖) โครงการสง่ เสริมและพฒั นากระบวนการบริหารและจัดการคณุ ภาพการศึกษาระดบั ปฐมวยั
กจิ กรรมท่ี ๑ จดั ครูใหเ้ พียงพอกับชัน้ เรียน
กิจกรรมที่ ๒ สง่ เสริมให้ครูผสู้ อนเข้าอบรมสมั มนา ศกึ ษาดูงาน
กิจกรรมท่ี ๓ ส่งเสริมการแลกเปลยี่ นเรยี นรูท้ างวชิ าชีพ ( PLC)
กจิ กรรมท่ี ๔ จดั มุมประสบการณ์ ในห้องเรียน
กิจกรรมที่ ๕ จัดทาหนังสอื เล่มเลก็
กิจกรรมท่ี ๖ จดั มุมแสดงผลงานนักเรยี น
กิจกรรมที่ ๗ จดั หาและผลติ สือ่ เทคโนโลยสี ารสนเทศ สอื่ การเรยี นรู้
กิจกรรมที่ ๘ จัดระบบขอ้ มูลสารสนเทศ
กิจกรรมที่ ๙ การประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา
กิจกรรมที่ ๑๐ การนิเทศภายใน
๗) โครงการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
กจิ กรรมที่ ๑ พฒั นาหลักสตู ร ระดบั ปฐมวัย
๗
๒. มาตรฐานการศกึ ษาระดับการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ระดับคุณภาพ
ดา้ น ดเี ลศิ
ดีเลศิ
๑. คณุ ภาพของผู้เรียน
๒. กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ดเี ลิศ
๓. กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเี่ น้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั
จดุ เดน่
ด้านคณุ ภาพของผเู้ รียน
๑) โรงเรยี น ครู ผูป้ กครอง และผูม้ ีสว่ นเก่ียวขอ้ ง มีสว่ นร่วมในการกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธี
ที่หลากหลาย จนผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความ
คดิ เหน็ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และแก้ปัญหา มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนใน
ภาพรวมระดับสถานศึกษา เป็นไปตามเปูาหมายของสถานศึกษาและหลักสูตรสถานศึกษาท่ีกาหนด รวมทั้งมีผล
การทดสอบระดบั ชาตเิ ป็นท่ีน่าพอใจและมีคะแนนค่าเฉล่ียสงู กวา่ ระดับประเทศในทกุ รายวชิ า
๒) โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเก่ียวข้องมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้าน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ สามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพตาม
คุณลักษณะและค่านิยมท่ดี งี ามของสงั คม และมสี ุขภาพร่างกายที่แขง็ แรง
ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ
๑) โรงเรียน มีการดาเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหา ผลการจัดการศึกษาท่ีผ่านมาโดยการศึกษา
ขอ้ มูล สารสนเทศจากผลการนิเทศ ตดิ ตาม ประเมนิ การจดั การศกึ ษา มาใชใ้ นการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์ และ
พันธกิจ
๒) โรงเรียนมีการบริหารจัดการคุณภาพอย่างเป็นระบบ มีแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
มีการนาแผนไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการติดตามตรวจสอบประเมินผลและปรับปรุงพัฒนางาน
อย่างต่อเนื่อง มีการบริหารอัตรากาลัง ทรัพยากรทางการศึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีการนิเ ทศ
ภายใน และมีการนาข้อมูลมาใชใ้ นการพัฒนาบคุ ลากร
๓) โรงเรยี น มีความตระหนกั และเห็นความสาคญั ในการพัฒนาระบบการบริหารงานและพัฒนางาน
วิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเปูาหมาย เช่ือมโยงกับชีวิตจริง
และเป็นแบบอย่างได้
๔) โรงเรียน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนาคุณภาพของครู ให้มีความรู้
ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา และมีทักษะในการจัดการเรียนรู้และออกแบบ
๘
การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และดาเนินการจัดให้ครู บุคลากรมีชุมชนการเรีย นรู้
ทางวิชาชีพ มาใชใ้ นการพฒั นางานและการเรียนร้ขู องผ้เู รียน
๕) โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนา
สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพทงั้ ภายในและภายนอกโดยคานึงถงึ ความปลอดภัย และจัดสภาพแวดล้อมทางสังคม ที่
สง่ เสริม เออ้ื ตอ่ การจัดการเรียนรูเ้ ปน็ รายบุคคลและกล่มุ
๖) โรงเรียนมีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการจัดสรรงบประมาณ เพ่ือจัดหา และบริการ
ส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อการเรียนรู้ วัสดุและอุปกรณ์ ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการ
เรียนรู้สาหรับครู รวมท้ังส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการสร้างและพัฒนาส่ือเทคโนโลยี
สารสนเทศและสอื่ การเรยี นรู้ได้ด้วยตนเอง
ดา้ นกระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่ีเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญ
๑) ครูมีการวิเคราะหข์ อ้ มูลนักเรียนเปน็ รายบุคคล แลว้ นาขอ้ มูลทไี่ ด้มาจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
สามารถนาไปจัดกิจกรรมได้จริงและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถ
นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ได้
๒) ครูมีการใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เอื้อต่อการ
เรยี นรู้ มาใช้ในการจดั การเรียนรู้ และสร้างกจิ กรรมท่ีเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนได้แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง
๓) ครูมคี วามรู้ ความสามารถ มที กั ษะ มีความเชย่ี วชาญ ในการดาเนนิ การจดั การเรียนการสอน และ
พัฒนาระบบการ บริหารจัดการช้ันเรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกให้เด็กรักครู ครูรักเด็ก และเด็กรักเด็ก
เดก็ รักทีจ่ ะเรียนรู้ สามารถเรียนรรู้ ว่ มกันอยา่ งมคี วามสุข
๔) ครู ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดาเนินการประเมินตรวจสอบและประเมินคุณภาพการ
จัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ร่วมกันพัฒนาการใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและประเมินผลที่มีความเหมาะสมกับ
เปาู หมายในการจดั การเรียนรู้ และนาเสนอข้อมลู ยอ้ นกลับให้แกผ่ ูเ้ รยี นเพ่อื ผเู้ รยี นนาไปใช้ในการพฒั นาการเรียนรู้
๕) ครู ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดาเนินวิเคราะห์ผลประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่าง
เป็นระบบ ร่วมกันแลกเปล่ียนความคิดเห็นและประสบการณ์ รวมทั้งการให้ข้อมูลปูอนกลับเพื่อนาไปใช้ในการ
ปรบั ปรงุ และพฒั นาการจัดการเรยี นรู้
จดุ ควรพฒั นา
ดา้ นคุณภาพของผู้เรียน
ผู้เรียนในระดับชั้น ป.๔, ป.๕, ป.๖, ม.๑ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ ผูเ้ รียนในระดับชน้ั ป.๔-๖, ม.๒ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผู้เรียน
ในระดับช้นั ป.๔-๖, ม.๑-๒ ยงั ต้องเร่งพัฒนาผลสมั ฤทธใิ์ นกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้เรียนในระดับชั้น ป.
๔-๖, ม.๑-๓ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้เรียนใน
ระดับช้ัน ป.๖ , ม.๑, ม,๓ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ผู้เรียนใน
ระดับชั้น ม.๑ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ผู้เรียนในระดับช้ัน ป.๖-ม.๓ ยัง
๙
ต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ผ้เู รยี นในระดบั ชนั้ ป.๑- ม.๒ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ใน
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ด้านกระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
๑) สร้างเครอื ขา่ ยความร่วมมือของผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์ และพันธ
กิจของโรงเรยี น ให้มีความเขม้ แข็ง และมีสว่ นรว่ มรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลการจดั การศกึ ษาและการขับเคลื่อนคุณภาพการ
จดั การศึกษา
๒) โรงเรียนควรควรเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวข้องทุกฝุายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ปรับปรุง และ
พัฒนา และรว่ มรบั ผดิ ชอบต่อผลการจัดการศกึ ษา
๓) โรงเรียนควรควรเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝุายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ปรับปรุง และ
พฒั นา และร่วมรบั ผิดชอบตอ่ ผลการจัดการศึกษา
๔) โรงเรยี นควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนอย่างเป็นระบบ
สม่าเสมอ และตอ่ เนอ่ื ง
๕) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก
ห้องเรยี น และส่อื เพอ่ื การเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเน่ือง เพื่อให้มีความสวยงามและใช้งานได้เป็น
ปจั จบุ ัน
๖) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อการเรียนรู้ วัสดุและ
อุปกรณ์ ต่าง ๆ ในการจัดการเรียนรู้ของครู อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเน่ือง เพ่ือให้มีพัฒนาอย่างแท้จริง
และย่ังยืน
ดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเี่ น้นผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ
๑) โรงเรียนควรมีนิเทศ กากับ ติดตามและการประเมินผล เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ให้มี
ความทนั สมยั และสอดคล้องกบั สภาวการณท์ างสังคมและเศรษฐกจิ ในปัจจบุ นั
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพื่อพัฒนาการใช้ส่ือ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่ง
เรียนรู้ รวมท้ังภูมิปัญญาท้องถ่ินท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และ
ตอ่ เนื่อง
๓) โรงเรียนควรมีการนเิ ทศ กากับติดตาม เพอ่ื พฒั นาการจดั การเรียนการสอนและการบริหารจัดการ
ชัน้ เรียน โดยเน้นการมปี ฏิสัมพันธ์เชิงบวก อยา่ งเปน็ ระบบ สม่าเสมอ และตอ่ เน่ือง
๔) โรงเรียนควรมีกิจกรรมการนิเทศ กากับติดตาม การนาผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และควรจัดกจิ กรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู ผู้ปกครอง และผ้มู ีส่วนเก่ยี วขอ้ ง
ขอ้ เสนอแนะ
ด้านคุณภาพของผ้เู รยี น
ผู้เรียนในระดับชั้น ป.๔, ป.๕, ป.๖, ม.๑ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ ผเู้ รยี นในระดับช้ัน ป.๔-๖, ม.๒ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผู้เรียน
ในระดับช้ัน ป.๔-๖, ม.๑-๒ ยังตอ้ งเรง่ พัฒนาผลสัมฤทธใ์ิ นกลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ผเู้ รียนในระดบั ชนั้
๑๐
ป.๔-๖, ม.๑-๓ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้เรียนใน
ระดับช้ัน ป.๖ , ม.๑, ม,๓ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ผู้เรียนใน
ระดับชั้น ม.๑ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ผู้เรียนในระดับชั้น ป.๖-ม.๓ ยัง
ตอ้ งเร่งพฒั นาผลสัมฤทธใ์ิ นกลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ ผูเ้ รยี นในระดบั ช้นั ป.๑- ม.๒ ยงั ตอ้ งเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ดา้ นกระบวนการบริหารและการจัดการ
๑) สร้างเครือขา่ ยความร่วมมือของผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์ และพันธ
กิจของโรงเรยี น ใหม้ คี วามเข้มแขง็ และมสี ว่ นรว่ มรบั ผิดชอบตอ่ ผลการจัดการศกึ ษาและการขับเคลื่อนคุณภาพการ
จัดการศึกษา
๒) โรงเรียนควรควรเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝุายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ปรับปรุง และ
พฒั นา และรว่ มรบั ผิดชอบตอ่ ผลการจดั การศึกษา
๓) โรงเรียนควรควรเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวข้องทุกฝุายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ปรับปรุง และ
พัฒนา และรว่ มรับผดิ ชอบตอ่ ผลการจดั การศกึ ษา
๔) โรงเรยี นควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนอย่างเป็นระบบ
สมา่ เสมอ และตอ่ เน่ือง
๕) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก
ห้องเรียน และส่อื เพ่อื การเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้มีความสวยงามและใช้งานได้เป็น
ปจั จุบัน
๖) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อการเรียนรู้ วัสดุและ
อุปกรณ์ ต่าง ๆ ในการจัดการเรียนรู้ของครู อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพ่ือให้มีพัฒนาอย่างแท้จริง
และย่งั ยืน
ดา้ นกระบวนการจดั การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั
๑) โรงเรียนควรมีนิเทศ กากับ ติดตามและการประเมินผล เพ่ือพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ให้มี
ความทันสมัยและสอดคล้องกับสภาวการณท์ างสงั คมและเศรษฐกิจในปัจจบุ ัน
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการใช้ส่ือ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่ง
เรียนรู้ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และ
ต่อเน่อื ง
๓) โรงเรยี นควรมีการนเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม เพอื่ พฒั นาการจัดการเรยี นการสอนและการบริหารจัดการ
ชั้นเรยี น โดยเนน้ การมปี ฏสิ ัมพันธ์เชิงบวก อย่างเปน็ ระบบ สม่าเสมอ และตอ่ เนอ่ื ง
๔) โรงเรียนควรมีกิจกรรมการนิเทศ กากับติดตาม การนาผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และควรจดั กจิ กรรมการแลกเปล่ียนเรยี นรูร้ ะหวา่ งครู ผ้ปู กครอง และผูม้ ีส่วนเกี่ยวข้อง
๑๑
หลักฐานสนับสนุนผลการดาเนินงาน
โรงเรยี นบา้ นทา่ ยม มเี อกสาร หลักฐาน สนบั สนนุ ผลการดาเนนิ งาน ระดบั การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน เชน่
แผนปฏิบตั ิการประจาปี ๒๕๖๔ รายงานการดาเนินงาน ๙ จดุ เน้นก้าวสู่ความเปน็ เลศิ จุดเน้นท่ี ๗ ระบบประกัน
คุณภาพการศึกษา
- ประชมุ ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันวางแผนในการพฒั นาคุณภาพ
การศกึ ษา และจัดทาแผนปฏิบตั ิราชการ ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
- ฝุายบริหารงานวชิ าการ และคณะครู ผูป้ กครอง คณะกรรมการสถานศึกษา รว่ มกนั ดาเนนิ งาน
ตามแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรม ต่าง ๆ เช่น โครงการส่งเสรมิ และพฒั นา กระบวนการบริหารและจดั การคณุ ภาพ
การศึกษาข้นั พื้นฐาน และรว่ มกนั พฒั นา B.T.S Model (Banthayom School Model) ซง่ึ เปน็ โมเดลในการ
บริหารจดั การคุณภาพของสถานศกึ ษา
- ฝุายบริหารงานวชิ าการ และคณะครู ผปู้ กครอง คณะกรรมการสถานศกึ ษา ร่วมกนั ประเมนิ ผล
โครงการส่งเสริมและพัฒนา กระบวนการบรหิ ารและจัดการคุณภาพ การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน และ B.T.S Model
(Banthayom School Model) ด้วยวธิ ีการท่หี ลากหลาย
- ฝุายบริหารงานวชิ าการ และคณะครู ผปู้ กครอง คณะกรรมการสถานศึกษา นาผลการประเมนิ
โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นา กระบวนการบรหิ ารและจัดการคุณภาพ การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน และ B.T.S Model
(Banthayom School Model) มาวเิ คราะหเ์ พื่อหาแนวทางในการปรบั ปรงุ และพัฒนาระบบบริหารจดั การ
คุณภาพของสถานศึกษา ให้ดีย่งิ ๆ ข้ึนตอ่ ไป
แนวทางการพัฒนาใหไ้ ดร้ ะดับคุณภาพท่ีสูงขึ้น
โรงเรียนบ้านท่ายม ได้มแี นวทางในการพฒั นาคุณภาพ ระดับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ใหไ้ ด้ระดับ
คณุ ภาพที่สูงขน้ึ โดยกาหนดโครงการและกจิ กรรม ไวใ้ นแผนปฏิบัติราชการ ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ดังต่อไปน้ี
๑) โครงการสง่ เสริมและพฒั นาการอา่ นออก เขียนได้
กจิ กรรมท่ี ๑ ประเมินการอ่านออกเขียนได้
กิจกรรมท่ี ๒ รกั ษภ์ าษาไทย เน่อื งในสัปดาห์วันภาษาไทยแหง่ ชาติ
กิจกรรมที่ ๓ สง่ เสรมิ การอ่านออกเขยี นได้
กจิ กรรมที่ ๔ นเิ ทศ ตดิ ตาม
กจิ กรรมท่ี ๕ PLC เพ่ือจดั ทา Best Practice
๒) โครงการสง่ เสรมิ และพัฒนาการคดิ เลขเปน็ คิดเลขคล่อง คดิ เลขเร็ว
กจิ กรรมท่ี ๑ ประเมนิ การคิดเลขเป็น คิดเลขคล่อง คดิ เลขเรว็
กิจกรรมท่ี ๒ ส่งเสรมิ และพัฒนาการคดิ เลขเป็น คิดเลขคล่อง คดิ เลขเรว็
กจิ กรรมที่ ๓ นเิ ทศ ตดิ ตาม
กิจกรรมที่ ๔ PLC เพ่ือจดั ทา Best Practice
๓) โครงการส่งเสริมและพฒั นากระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ
กจิ กรรมท่ี ๑ การจัดการเรียนรู้แบบ Active learning
๑๒
กิจกรรมท่ี ๒ การจัดการเรยี นรู้ Active learning
กจิ กรรมท่ี ๓ ครูทกุ คนจัดทาการวจิ ยั ในชน้ั เรยี น
กจิ กรรมท่ี ๔ กิจกรรมแนะแนวการศกึ ษา/อาชีพ
กจิ กรรมท่ี ๕ กจิ กรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้
กจิ กรรมท่ี ๖ การสร้างและการพัฒนาสอ่ื นวัตกรรม เทคโนโลยที างการศกึ ษาและแหล่งเรียนรู้
๔) โครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
กิจกรรมที่ ๑ การอบรม การสัมมนา การประชุม
กจิ กรรมท่ี ๒ ส่งเสรมิ ให้มกี ารพัฒนาวทิ ยฐานะให้สงู ข้นึ
๕) โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา
กจิ กรรมท่ี ๑ วางแผน (PLAN)
กจิ กรรมท่ี ๒ การปฏบิ ตั ิ (DO)
- การจดั รายวชิ า และสาระเพม่ิ เติม
- การจัดทาแผนการจัดการเรยี นรู้
- การจัดทาหลักฐานการผา่ นตวั ชว้ี ดั
- การพฒั นาประสิทธภิ าพแบบทดสอบปลายภาค
- การดูแลช่วยเหลือนักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านการประเมนิ ผล
กจิ กรรมท่ี ๓ การประเมนิ ผล (CHECK)
- นิเทศ กากบั ตดิ ตาม
กจิ กรรมที่ ๔ ปรบั ปรงุ และพัฒนา (ACT)
- จัดทารายงาน
- วางแผนพฒั นาตอ่ เนื่อง
- เผยแพร่ผลงาน
๖) โครงการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการบรหิ ารและจัดการคณุ ภาพการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
กิจกรรมที่ ๑ การดาเนนิ การจัดการเรยี นการศกึ ษาพเิ ศษแบบเรยี นรวม
กิจกรรมที่ ๒ การดาเนนิ กจิ กรรมการประกันคุณภาพการศึกษา
กจิ กรรมที่ ๓ การดาเนินกิจกรรมการนเิ ทศภายในทุกเดอื น
กิจกรรมที่ ๔ การดาเนินการจัดการเรยี นร้ทู างไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
กจิ กรรมที่ ๕ การดาเนินกจิ กรรมระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
กจิ กรรมท่ี ๖ การดาเนนิ กจิ กรรมพัฒนาครูท้งั ระบบ/ศกึ ษาดูงาน
กจิ กรรมที่ ๗ การดาเนนิ กิจกรรมการวดั และประเมินผล
กจิ กรรมที่ ๘ การดาเนนิ กจิ กรรม 1 โรงเรยี น 1 ครู 1 นกั เรียน 1 นวัตกรรม
กิจกรรมท่ี ๙ การดาเนนิ กจิ กรรมโรงเรยี นสจุ ริตกอ่ นเขา้ เรยี นทกุ วนั
๑๓
ตอนที่ ๑
ขอ้ มูลพ้ืนฐาน
๑.๑ ข้อมูลทั่วไป
ช่ือโรงเรียนบ้านท่ายม ท่ีตั้งบ้านท่ายม หมู่ท่ี ๕ ตาบลแสงสว่าง อาเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี
สงั กดั สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาอุดรธานี เขต ๒ รหัสไปรษณีย์ ๔๑๓๔๐ โทรศพั ท์ ๐๔๒-๑๓๔๔๓๕
ประวัตโิ รงเรยี นโดยย่อ
จัดตั้งข้ึน เม่ือวันท่ี ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๐ เดิมเป็นโรงเรียนบ้านท่ายม ตั้งอยู่หมู่ท่ี ๒๔ ตาบลพันดอน
อาเภอกมุ ภวาปี จงั หวดั อดุ รธานี ในขณะนน้ั ได้มนี ายพศิ าล วัจนสุนทร ศกึ ษาธิการอาเภอกุมภวาปี เป็นประธานทา
พิธีเปิดโรงเรียน โดยใช้ศาลากลางบ้านเป็นท่ีเรียนหนังสือเร่ิมแรกมีนักเรียน ๑๓๕ คน มีครู ๒ คน คือ นายสาย
โพธิหล้า ครูใหญ่ และนายหรั่ง เครือทอง ทาหน้าท่ีเป็นครูประจาชั้น วันที่ 20 พฤษภาคม 2500 ได้ย้ายมาทาการ
สอนทีอ่ าคารชวั่ คราว ซ่งึ เปน็ ทตี่ งั้ ของโรงเรยี นในปัจจุบนั
แผนทโ่ี รงเรียน
๑.๒ ขอ้ มูลผูบ้ ริหาร
ผู้อานวยการโรงเรยี น ชือ่ นายพิชติ นามสกลุ ทองคา
โทรศพั ท์ ๐๘๕-๕๙๗-๔๗๘๒ e-mail : [email protected]
วุฒิการศกึ ษาสงู สดุ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ า การบรหิ ารการศึกษา
ดารงตาแหนง่ ทโ่ี รงเรียนนต้ี ั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 จนถงึ ปจั จุบัน เป็นเวลา - ปี ๖ เดือน
๑๔
๑.๓ ขอ้ มลู นักเรียน (ณ วนั ท่ี ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕)
๑) จานวนนักเรียนในเขตพื้นท่บี ริการท้งั ส้ิน ๒๐๐ คน
๒) จานวนนักเรยี นในโรงเรียนทง้ั สิ้น ๑๒๔ คน จาแนกตามระดบั ชนั้ ทเ่ี ปดิ สอน
ระดบั ชั้น เพศ
อนบุ าล ๑ ชาย หญงิ รวม
อนุบาล ๒ ๙ ๘ ๑๗
อนบุ าล ๓ ๖ ๖ ๑๒
๓๓๖
รวม ๑๘ ๑๗ ๓๕
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ๓๔๗
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ ๒๓๕
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ ๕๓๘
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ ๓ ๙ ๑๒
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕ ๑๐ ๓ ๑๓
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ๖ ๕ ๑๑
๒๙ ๒๗ ๕๖
รวม ๗ ๗ ๑๔
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ๔ ๗ ๑๑
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ๔๔๘
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๑๕ ๑๘ ๓๓
๖๒ ๖๒ ๑๒๔
รวม
รวมจานวนนกั เรยี นทง้ั หมด
๓) จานวนนกั เรยี นท่ีมสี มรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ของกรมพลศกึ ษาหรอื สานกั งานกองทุนสนบั สนนุ
การสร้างเสรมิ สุขภาพ (สสส.) ๑๒๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
๔) จานวนนกั เรียนท่ีมนี ้าหนกั สว่ นสงู ตามเกณฑข์ องกรมอนามัย ๑๒๔ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๑๐๐
๕) จานวนนกั เรียนทมี่ คี วามบกพร่องเรยี นร่วม ๔ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๓.๒๓
๖) จานวนนักเรียนมีภาวะทุพโภชนาการ ๐ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๐
๗) จานวนนักเรยี นปัญญาเลิศ ๑๒ คน คดิ เป็นร้อยละ
๘) จานวนนักเรยี นต้องการความช่วยเหลอื เปน็ พเิ ศษ ๐ คน คดิ เป็นร้อยละ ๐
๙) จานวนนกั เรียนทีอ่ อกกลางคัน (ปจั จบุ ัน) ๐ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๐
๑๐) สถิติการขาดเรียน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
๑๕
๑๑) จานวนนักเรยี นท่ีเรยี นซ้าชัน้ ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐
๑๒) จานวนนักเรยี นท่ีจบหลักสูตร
อ. ๓ จานวน ๖ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
ป. ๖ จานวน ๘ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
ม. ๓ จานวน ๘ คน คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐
๑๓) อัตราสว่ นครู : นกั เรียน (แยกตามระดบั )
๑๓.๑) ระดบั ปฐมวยั = ๑ : ๑๘
๑๓.๒) ระดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน = ๑ : ๙
๑๔) จานวนนักเรยี นท่เี ขา้ ร่วมกจิ กรรมศิลปะ ดนตรี นาฏศลิ ป์ วรรณคดีและนันทนาการ ๑๒๑ คน
คดิ เปน็ ร้อยละ ๙๗.๕๘
๑๕) จานวนนักเรยี นทม่ี ีคุณลกั ษณะเป็นลูกทีด่ ีของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ๑๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๗.๕๘
๑๖) จานวนนักเรียนท่ีมีคุณลักษณะเป็นนักเรียนทด่ี ีของโรงเรยี น ๑๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๗.๕๘
๑๗) จานวนนักเรยี นทท่ี ากจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมทง้ั ในและนอกสถานศึกษา ๑๒๑ คน
คิดเปน็ ร้อยละ ๙๗.๕๘
๑๘) จานวนนกั เรียนท่มี บี ันทึกการเรยี นรจู้ ากการอา่ นและการสืบค้นจากเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งสม่าเสมอ
๑๒๑ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๗.๕๘
๑๙) จานวนนกั เรยี นที่ผ่านการประเมินความสามารถดา้ นการคดิ ตามท่ีกาหนดในหลกั สตู รสถานศึกษา
๑๒๑ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๙๗.๕๘
๒๐) จานวนนักเรียนท่ีผ่านเกณฑ์การประเมินตามความสามารถในการปรบั ตัวเขา้ กับสังคมตามทีก่ าหนดใน
หลกั สตู รสถานศึกษา ๑๒๑ คน คดิ เป็นร้อยละ ๙๗.๕๘
๑๖
๑.๔ ขอ้ มูลครแู ละบุคลากร
ครูประจาการ
ที่ ช่อื – ชอ่ื สกลุ อายุ อายุ ตาแหน่ง/ วฒุ ิ วิชา เอก สอนวชิ า/ จานวนครั้ง/
ราชการ วิทยฐานะ ช้นั ชัว่ โมงท่รี ับการ
พฒั นา/ปี
๑ นางสาวสุมารนิ ทร์ คาชารี ๓๓ ปี ๘ ปี คศ.๒ กศ.บ. ปฐมวัย อนบุ าล ๒๐ ชม./ปี
๒ นางสาวอารยา สาระขันธ์ ๒๗ ปี ๓ ปี คศ.๑ ค.บ. ภาษาไทย ป.๑-ป.๒ ๒๐ ชม./ปี
๓ นางสาวชนนั ญา แก้วสะเทอื น ๒๔ ปี ๕ เดือน ครผู ู้ช่วย ค.บ. สังคมศกึ ษา ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๔ นางอรพนิ วรรณพราหมณ์ ๔๒ ปี ๑๒ ปี คศ.๓ ศษ.ม. บรหิ ารการศึกษา ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๕ นายจารสั ววิ าจารย์ ๕๖ ปี ๒๙ ปี คศ.๓ ค.บ. พลศกึ ษา ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๖ นางสาวพรนิภา ทองลว้ น ๔๒ ปี ๑๕ ปี คศ.๓ ศษ.ม. บรหิ ารการศกึ ษา ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๗ นางสาวภูชิตา ภูชาดกึ ๒๔ ปี ๕ เดอื น ครูผู้ช่วย กศ.บ. ภาษาองั กฤษ ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๘ นายชัยนันท์ ภูวบดนิ ทร์ ๔๒ ปี ๑๕ ปี คศ.๓ ศษ.ม. บริหารการศึกษา ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๙ นายเชิดศกั ดิ์ ตนั้ ภมู ี ๔๔ ปี ๑๘ ปี คศ.๓ กศ.ม. บริหารการศึกษา ป.๕-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
๑๐ นายพีรพงษ์ ธนาวฒุ ิ โคตรน้อย ๕๙ ปี ๔๑ ปี คศ.๓ ศษ.บ. ประถมศกึ ษา ป.๔-ม.๓ ๒๐ ชม./ปี
จานวนครทู ่สี อนวชิ าตรงเอก ๑๐ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จานวนครทู สี่ อนตรงความถนัด - คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ -
ครูอตั ราจา้ ง/พนักงานราชการ
ท่ี ชือ่ – ชอื่ สกลุ อายุ ประสบการณ์ วุฒิ วชิ า เอก สอนวชิ า/ชั้น จ้างดว้ ยเงิน
การสอน (ป)ี
นอกงบประมาณ
๑ นางสาวประภัสสร อันทะรึก ๒๖ ปี ๖ เดือน ค.บ. ภาษาไทย ป.๔-ม.๓ นอกงบประมาณ
เงินงบประมาณ
๒ นางสาวอทุ ุมพร หงษส์ ที อง ๒๙ ปี ๖ เดอื น ค.บ. ภาษาไทย อนุบาล
๓ นางสาวยุรฉตั ร เดชสมอดี ๓๑ ปี ๑ เดือน ค.ม. วิจัยและประเมนิ ผล ป.๓
๑.๕ ขอ้ มลู อาคารสถานที่
อาคารเรยี นจานวน ๒ หลงั อาคารประกอบจานวน ๓ หลัง ส้วม ๓ หลัง บ้านพักครูจานวน
๑ หลัง สนามเด็กเล่น ๑ สนาม สนามฟุตบอล ๑ สนาม สนามบาสเก็ตบอล ๑ สนาม สนาม
วอลเลย์บอล ๑ สนาม สนามตะกรอ้ ๑ สนาม
๑.๖ ข้อมูลงบประมาณ
งบประมาณ (รับ-จา่ ย)
รายรับ จานวน/บาท รายจา่ ย จานวน/บาท
เงนิ งบประมาณ ๙๐๙,๐๗๔ เงนิ งบประมาณ ๙๐๙,๐๗๔
เงินนอกงบประมาณ ๐ งบดาเนนิ การ/เงินเดือน-ค่าจ้าง ๒๕๒,๐๐๐
เงนิ อ่นื ๆ ๐ งบพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา ๑๖๔,๖๔๐
รวมรายรบั ๙๐๙,๐๗๔ รวมรายจ่าย ๙๐๙,๐๗๔
๑๗
งบดาเนนิ การ/เงนิ เดอื น เงนิ ค่าจา้ ง คิดเปน็ รอ้ ยละ ๒๗.๗๒ ของรายรบั
งบพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษา คิดเปน็ ร้อยละ ๑๘.๑๑ ของรายรบั
๑.๗ ขอ้ มูลสภาพชมุ ชนโดยรวม
๑) สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะด้านทิศตะวันออกเป็นบริเวณไร่อ้อย ด้านทิศใต้เป็นไร่
มันสาปะหลัง ด้านทิศตะวันตกเป็นบ้านเรือนหมู่ท่ี ๕ และหมู่ ๘ มีประชากรประมาณ ๑,๕๐๐ คน ด้านทิศเหนือ
เปน็ วัดศรีสวา่ งมงคล บรเิ วณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ หมู่บ้านท่ายมหมู่ที่ ๕ และหมู่ท่ี ๘ วัดศรีสว่างมงคล
และองค์การบริหารส่วนตาบลแสงสว่าง อาชีพหลักของชุมชน คือ เกษตรกรรม ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
ประเพณ/ี ศิลปวฒั นธรรมทอ้ งถิ่นที่เปน็ ที่ร้จู ักโดยทั่วไป คอื งานบุญประเพณี บญุ เดอื นส่ี
๒) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อาชีพหลัก คือ เกษตรกรรมและ
รับจา้ ง สว่ นใหญ่นบั ถือศาสนาพุทธ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉล่ียตอ่ ครอบครวั ตอ่ ปี ๖๐,๐๐๐ บาท จานวน
คนเฉลีย่ ตอ่ ครอบครวั ๔ คน
๓) โอกาสและขอ้ จากดั ของโรงเรียน
- โรงเรยี นอยใู่ กล้หน่วยงานราชการ คอื องค์การบรหิ ารส่วนตาบลแสงสวา่ ง
- โรงเรยี นอยูใ่ กล้วัด
- โรงเรียนได้รับการส่งเสรมิ สนับสนุนจากชุมชน ผนู้ าชมุ ชน รพ.สต. องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ปตท.สผ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎอดุ รธานี และมหาวิทยาลัยขอนแกน่
- ผปู้ กครองและชมุ ชนเชอ่ื ม่นั และยอมรับในมาตรฐานของการจดั การศกึ ษาของโรงเรียน
- ผูป้ กครองมีรายไดเ้ พียงพอทจ่ี ะสง่ เสรมิ สนับสนุนการระดมทรพั ยากรและการศึกษาของนักเรยี น
- พ.ร.บ.การศกึ ษาและนโยบายมีผลต่อการพัฒนาศกั ยภาพการเรียนร้ขู องนักเรียน
- อตั รากาลังครูขาดแคลนบางกลุ่มสาระการเรียนรู้
๑๘
๑.๘ โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษา
ระดบั ชั้นประถมศึกษา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กิจกรรม เวลาเรยี น ( ชั่วโมง/ ปี )
ระดบั ประถมศึกษา
สาระการเรยี นรู้ (พืน้ ฐาน)
ภาษาไทย ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
คณติ ศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สงั คมศกึ ษา ศาสนาและ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
(๘๐) (๘๐) (๘๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐)
- ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
- หนา้ ทพี่ ลเมอื ง วฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
และการดาเนินชีวิตในสังคม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- เศรษฐศาสตร์ - ภูมศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศลิ ปะ
การงานอาชพี ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ภาษาต่างประเทศ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
- ภาษาอังกฤษ
รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - -
สาระการเรยี นรู้ (เพิม่ เติม)
-ภาษาอังกฤษ - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
-คอมพิวเตอร์
- การปูองกนั การทุจรติ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรยี น (เพ่ิมเติม)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลูกเสอื - เนตรนารี
- ชมุ นมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรียน (กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ 120 120
* กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่มิ เวลารู้
รวมเวลาเรียน ทงั้ หมด บรู ณาการ บูรณาการ บูรณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ บูรณาการ
๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐
๑๙
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม เวลาเรียน ( ชว่ั โมง/ หนว่ ยกิต )
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
สาระการเรยี นรู้ (พืน้ ฐาน)
ภาษาไทย ม. ๑ ม. ๒ ม. 3
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐
๑๒๐/๓๐ ๑๒๐/๓๐ ๑๒๐/๓๐
- ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม (๑๖๐/๔.๐) (๑๖๐/๔.๐) (๑๖๐/๔.๐)
- หน้าทพี่ ลเมือง วัฒนธรรม
๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐
และการดาเนนิ ชีวติ ในสังคม
- เศรษฐศาสตร์ - ภมู ิศาสตร์ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐
- ประวตั ศิ าสตร์ ๘๐/๒.๐ ๘๐/๒.๐ ๘๐/๒.๐
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐/๒.๐ ๘๐/๒.๐ ๘๐/๒.๐
ศิลปะ ๘๐/๒.๐ ๘๐/๒.๐ ๘๐/๒.๐
การงานอาชพี ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐ ๑๒๐/๓.๐
ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ๘๘๐/๒๒ ๘๘๐/๒๒ ๘๘๐/๒๒
รวมเวลาเรียน (พ้ืนฐาน)
สาระการเรยี นรู้ (เพม่ิ เติม) ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐
งานเกษตร ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐
ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอ่ื สาร ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐
คอมพวิ เตอร์ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐ ๔๐/๑.๐
หน้าที่พลเมอื ง (๔.๐/๑.๐) (๔.๐/๑.๐) (๔.๐/๑.๐)
การปอู งกนั การทุจริต ๒๐๐/๕.๐ ๒๐๐/๕.๐ ๒๐๐/๕.๐
รวมเวลาเรยี น (เพมิ่ เติม)
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๔๐ ๔๐ ๔๐
- กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลูกเสอื - เนตรนารี ๒๕ ๒๕ ๒๕
- ชุมนมุ ๑๕ ๑๕ ๑๕
บรู ณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ
- กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐
* กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้
รวมเวลาเรียน ท้ังหมด
๒๐
๑.๙ แหลง่ เรียนรู้ ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
๑) หอ้ งสมุด
ห้องสมุด มีขนาด ๔๘ ตารางเมตร จานวนหนังสือในหอ้ งสมุด ๒,๐๐๐ เล่ม
การสืบค้นหนังสือและการยืม - คนื ใช้ระบบบริการพ้นื ฐานแบบปกติ
จานวนนกั เรยี นทีใ่ ช้หอ้ งสมุดในปีการศกึ ษาที่รายงาน เฉล่ยี ๒๕ คนต่อวัน คิดเปน็ รอ้ ยละ
๒๐.๑๖ ของนกั เรียนทัง้ หมด
๒) ห้องปฏบิ ัตกิ าร
ห้องปฏิบตั ิการวิทยาศาสตร์ จานวน ๑ หอ้ ง
ห้องปฏิบตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ จานวน ๑ หอ้ ง
หอ้ งคณติ ศาสตร์ จานวน ๑ ห้อง
ห้องศลิ ปะ จานวน ๑ ห้อง
๓) คอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ จานวน ๒๕ เครื่อง
ใชเ้ พือ่ การเรยี นการสอน ๑๕ เครอื่ ง
ใช้เพื่อสืบคน้ ขอ้ มูลทางอนิ เทอร์เน็ต ๕ เครื่อง
จานวนนักเรียนที่สืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตในปีการศึกษาที่รายงาน เฉล่ีย ๑๕ คน ต่อวัน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๒.๐๙ ของนักเรียนทั้งหมด
ใชเ้ พอื่ การบรหิ ารจดั การ ๕ เครือ่ ง
๔) แหล่งเรียนรูภ้ ายในโรงเรยี น
แหลง่ เรียนรู้ภายใน สถติ ิการใช้จานวนคร้งั /ปี
ชอื่ แหลง่ เรยี นรู้
๒๐๐/ปี
๑. ห้องสมดุ ๒๐๐/ปี
๒. ห้องคอมพวิ เตอร์ ๒๐๐/ปี
๓. สวนกล้วย ๒๐๐/ปี
๔. สวนมะนาว ๒๐๐/ปี
๕. แปลงปลูกพชื ผกั ๒๐๐/ปี
๖. โรงเลีย้ งไก่ ๒๐๐/ปี
๗. สนามกีฬา ๒๐๐/ปี
๘. สวนปุา ๒๐๐/ปี
๙. ห้องดนตรี ๒๐๐/ปี
๑๐. ห้องครัว
๒๑
๕) แหลง่ เรียนรภู้ ายนอกโรงเรียน สถิติการใช้ ๒๑
แหล่งเรียนร้ภู ายนอก จานวนคร้ัง/ปี
ช่อื แหลง่ เรยี นรู้
๒๐/ปี
๑. ภฝู อยลม ๒๕/ปี
๒. องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลแสงสวา่ ง ๑๐/ปี
๓. วดั สวา่ งศรมี งคล ๑๐/ปี
๔.´วดั ปาุ ธรรมเสมาราม ๑๐/ปี
๕. น้าตกคอยนาง ๑๐/ปี
๖. สวนเกษตรอินทรยี ใ์ นหมู่บ้าน
๖) ปราชญ์ชาวบ้าน/ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ีสถานศกึ ษาเชิญมาให้ความรแู้ ก่ครู
นกั เรียน ในปีการศึกษาทร่ี ายงาน
๖.๑ นายเชิดศักด์ิ ตั้นภูมี ใหค้ วามรเู้ รอ่ื ง คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมพื้นฐานสาหรบั การเป็น
นักเรียนท่ดี ี สถิติการให้ความรู้ในโรงเรยี นแห่งน้ี จานวน ๑ คร้ัง/ปี
๖.๒ พระเรอื งวธุ ชลติ ญาโน ให้ความรู้เรื่อง ศีลห้า สถิติการใหค้ วามรูใ้ นโรงเรียนแห่งนี้
จานวน ๑ ครัง้ /ปี
๖.๓ พระพทิ ักษ์ ธญาณโน ใหค้ วามรู้เรอ่ื ง หา้ ห้องชีวติ เนรมติ นิสัย สถิติการให้
ความรใู้ นโรงเรยี นแห่งนี้ จานวน ๑ คร้ัง/ปี
๖.๔ พระภคั พล ตามะตะ ใหค้ วามรเู้ รอ่ื ง ธรรมะกับชีวติ สถิตกิ ารใหค้ วามร้ใู น
โรงเรยี นแห่งนี้ จานวน ๑ ครง้ั /ปี
๖.๕ พระจกั กฤตชัย จติ ตภทโท ให้ความรเู้ รอ่ื ง ทางของบัณฑิต สถติ ิการให้ความรู้ใน
โรงเรยี นแหง่ นี้ จานวน ๑ ครั้ง/ปี
๑.๑๐ ผลงานดเี ดน่ ในรอบปีท่ผี ่านมา
๑.๑๐.๑ ผลงานดเี ด่น
ประเภท ระดับรางวลั /ชือ่ รางวลั ท่ีได้รับ หนว่ ยงานท่มี อบรางวลั
สถานศกึ ษา ได้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ และได้รบั สพป.อุดรธานี เขต ๒
คัดเลอื กเป็นโรงเรยี นตน้ แบบการ
ผู้บริหาร ดาเนินงานระดับเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา
- ตามโครงการ “โรงเรียนปลอดบุหร่ี-
สรุ า”
--
๒๒
ประเภท ระดับรางวัล/ชือ่ รางวัลท่ไี ดร้ ับ หน่วยงานที่มอบรางวลั
ครู
นายจารสั วิวาจารย์ ไดร้ ับคดั เลือกและแตง่ ตัง้ เป็นผู้ สพป.อดุ รธานี เขต ๒
ประสานการดาเนนิ งานระดับเขต
พ้ืนที่การศึกษาโครงการ “โรงเรยี น
ปลอดบหุ รี่-สุรา”
นายเชิดศักด์ิ ต้นั ภูมี ไดร้ บั เหรียญทองแดง ส่อื การเรียนรู้ สพป.อดุ รธานี เขต ๒
“คลิปการสอนคิดเลขเรว็ ” ระดับชัน้
ป.๔-๖
นายเชิดศักดิ์ ตน้ั ภมู ี ได้รับเหรยี ญทองแดง ส่ือการเรยี นรู้ สพป.อุดรธานี เขต ๒
“คลปิ การสอนคดิ เลขเรว็ ” ระดบั ช้ัน
ม.๑-๓
นักเรียน
เด็กหญงิ ปฏิมากร อตุ มา ไดร้ ับรางวัลรองชนะเลศิ ระดับ สถานคี วบคุมไฟปุาภฝู อยลม
มธั ยมศึกษาตอนตน้ การประกวดคา สานักบริหารพนื้ ท่ีอนรุ กั ษ์ท่ี ๑๐
ขวญั หวั ขอ้ เร่อื ง “โครงการปลกู ปุา (อุดรธานี)
เพื่ออนุรกั ษ์ ฟน้ื ฟู ปุาตน้ นา้ ปุาชาย
เลย และการปูองกันไฟปุา”
เด็กหญงิ สนุ ิสา โพธศิ รี ไดร้ บั รางวัลความตั้งใจผลติ ผลงาน สถานคี วบคมุ ไฟปุาภูฝอยลม
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น การ สานกั บริหารพน้ื ท่ีอนุรกั ษท์ ี่ ๑๐
ประกวดคาขวัญหัวข้อเร่ือง (อดุ รธาน)ี
“โครงการปลกู ปุาเพื่ออนุรักษ์ ฟ้นื ฟู
ปาุ ต้นน้า ปุาชายเลย และการ
ปอู งกนั ไฟปาุ ”
นายนราวชิ ญ์ ฝาู ยเทศ สาเรจ็ การศึกษาภาคบังคับ (ม.๓) โรงเรียนบ้านท่ายม
เด็กชายพชั รพล ชมบุตรศรี สาเรจ็ การศึกษาภาคบังคับ (ม.๓) โรงเรยี นบา้ นท่ายม
เด็กชายสิทธิพล สกุ มุ าลย์ สาเรจ็ การศกึ ษาภาคบงั คบั (ม.๓) โรงเรียนบ้านท่ายม
เดก็ ชายชนะชน โทแสง สาเรจ็ การศึกษาภาคบังคบั (ม.๓) โรงเรยี นบ้านท่ายม
เดก็ หญงิ ปฏมิ ากร อตุ มา สาเร็จการศกึ ษาภาคบังคับ (ม.๓) โรงเรยี นบ้านท่ายม
เด็กหญงิ พชั รมยั แสนสอน สาเร็จการศึกษาภาคบงั คับ (ม.๓) โรงเรียนบา้ นท่ายม
เด็กหญงิ วลิ นั จ์ฉดา วันชูมาตย์ สาเร็จการศกึ ษาภาคบงั คับ (ม.๓) โรงเรยี นบา้ นท่ายม
เด็กหญงิ สนุ สิ า โพธศิ รี สาเร็จการศึกษาภาคบังคบั (ม.๓) โรงเรยี นบ้านท่ายม
๒๓
๑.๑๐.๒ งาน/โครงการ/กจิ กรรม ที่ประสบผลสาเร็จ
ที่ ชอ่ื วตั ถุประสงค์/ วิธีดาเนนิ การ ตัวบง่ ชค้ี วามสาเรจ็
งาน/โครงการ/กจิ กรรม เป้าหมาย (จานวน/ร้อยละ)
๑. โครงการอบรมคณุ ธรรม เพ่ือส่งเสรมิ 1) ประชมุ /วางแผนคณะทางาน 1) นักเรยี นรอ้ ยละ
จรยิ ธรรม นกั เรยี น ให้ผู้เรียน กาหนดวธิ กี ารและแนวทางการ 80 ประพฤติ
มคี ุณธรรม ดาเนินงาน ปฏิบตั ติ นไดถ้ ูกตอ้ ง
จรยิ ธรรม และ 2) ดาเนินงานตามกจิ กรรม ดังนี้ เหมาะสม
คา่ นยิ มที่พึง 2.1 อบรมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 2) นักเรยี นรอ้ ยละ
ประสงค์
และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ 80 นาหลกั ธรรม
2.2 กจิ กรรมชวนกนั ไปวัด ทางศาสนาไปใชใ้ น
2.3 กิจกรรมประชาธิปไตย การดาเนินชวี ิต
ในโรงเรยี น 3) นักเรียนร้อยละ
3) นิเทศ กากับ ตดิ ตาม 80 เป็นคนดี อยู่ใน
4) ประเมินผล สังคมได้อย่างมี
5) สรุปและรายงานผล ความสขุ
๑.๑๑ ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ องผเู้ รยี น
๑.๑๑.๑ ผลการประเมนิ ความสามารถด้านการอา่ นของผู้เรยี น (RT) ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศกึ ษา
๒๕๖๓ และปีการศึกษา ๒๕๖๔
ด้าน ผลคะแนนเฉลยี่ (รอ้ ยละ) ผลตา่ ง
อา่ นออกเสียง ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ -๔๕.๐๘
อ่านรู้เรอื่ ง -๕๑.๓๖
๘๐.๕๐ ๓๕.๔๒ -๔๘.๒๒
เฉลีย่
๘๘.๕๐ ๓๗.๑๔
๘๔.๕๐ ๓๖.๒๘
๑.๑๑.๒ ผลการประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ผิ ้เู รียนตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน (NT) ระดับชน้ั
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ จาแนกตามรอ้ ยละของกลุ่มผลการประเมนิ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ และปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
๑) ความสามารถดา้ นภาษาไทย (Thai Language)
ความสามารถด้านภาษาไทย (Thai Language)
ระดบั คุณภาพ
ปีการศึกษา ปรับปรุง (%) พอใช้ (%) ดี (%) ดมี าก (%)
๒๗.๒๗
๒๕๖๓ - - ๗๒.๗๒
-
๒๕๖๔ ๖๒.๕๐ ๒๕.๐๐ ๑๒.๕๐
๒๔
๒) ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics)
ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics)
ระดบั คุณภาพ
ปกี ารศกึ ษา ปรบั ปรงุ (%) พอใช้ (%) ดี (%) ดีมาก (%)
๒๗.๒๗
๒๕๖๓ - - ๗๒.๗๒
-
๒๕๖๔ ๒๕.๐๐ ๗๕.๐๐ -
๓) คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละจาแนกตามปกี ารศกึ ษาและความสามารถในแตล่ ะด้าน
ความสามารถ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
ด้านภาษาไทย ๖๔.๕๔ ๒๗.๔๓
ดา้ นคณติ ศาสตร์ ๖๙.๗๙ ๓๐.๗๕
๑.๑๑.๓ ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET) ระดับช้ันประถมศกึ ษา
ปีที่ ๖ และช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ – ๒๕๖๔
กลมุ่ สาระวิชา ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ คะแนนความกา้ วหน้า
ป.๖ ม.๓ ป.๖ ม.๓ ป.๖ ม.๓
ภาษาไทย ๓๐.๐๒ ๔๓.๕๖ 42.32 ๓๒.๗๘
วทิ ยาศาสตร์ ๒๓.๑๓ ๒๒.๙๙ 35.71 ๒๓.๖๓ +๑๒.๓๐ -๑๐.๗๘
คณติ ศาสตร์ ๒๓.๖๔ ๒๒.๐๐ 30.34 ๒๑.๙๗ +๑๒.๕๘ +๐.๖๔
ภาษาต่างประเทศ ๒๕.๒๓ ๒๗.๕๐ 27.23 ๒๓.๔๔ +๖.๗๐ -๐.๐๓
+๒.๐๐ -๔.๐๖
๑.๑๒ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นระดับสถานศึกษา
ระดบั ปฐมวัย
สรุปขอ้ มลู ผลการประเมนิ พัฒนาการแตล่ ะดา้ น ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ที่ได้ระดบั คุณภาพตงั้ แตร่ ะดบั ดีขน้ึ ไป
ระดับช้นั ผลการประเมนิ พัฒนาการนักเรยี นด้าน ครบทงั้ ๔ ดา้ น
อ.๑ ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม สตปิ ญั ญา 16
อ.๒ 12
อ.๓ 16 16 16 16 6
รวม 34
รอ้ ยละ 11 12 12 12 ๑๐๐
5666
32 34 34 34
๙๔.๑๒ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐
๒๕
ระดบั การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
๑) สรุปข้อมูลผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรยี นในรายวชิ าพื้นฐาน ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ทีไ่ ด้ตั้งแตร่ ะดับ ๓ ข้นึ ไป
ระดบั ชัน้ ไทย วทิ ย์ คณิต รายวิชาพ้นื ฐาน (คดิ เป็นร้อยละ) ภาษาองั กฤษ ค่าเฉลี่ย
ป.๑ ๕๗.๑๔ ๘๕.๗๑ ๕๗.๑๔ สงั คม สขุ ศกึ ษา ศิลปะ การงาน ๑๐๐ ๘๕.๗๑
ป.๒ ๘๐.๐๐ ๑๐๐ ๘๐.๐๐ ๑๐๐ ๙๒.๕๐
ป.๓ ๗๕.๐๐ ๗๕.๐๐ ๘๗.๕๐ ๘๕.๗๑ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๓๗.๕๐ ๘๑.๒๔
ป.๔ ๑๐๐ ๑๐๐ ๖๖.๖๗ ๘๐.๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๗๕.๐๐ ๙๑.๖๗
ป.๕ ๔๖.๑๕ ๕๓.๘๕ ๖๑.๕๔ ๗๕.๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๔๖.๑๕ ๖๔.๔๒
ป.๖ ๒๗.๒๗ ๕๔.๕๔ ๕๔.๕๔ ๙๑.๖๗ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๕๔.๕๔ ๖๕.๙๐
ม.๑ ๗.๑๔ ๓๕.๗๑ ๔๒.๘๖ ๙๒.๓๑ ๒๓.๐๘ ๑๐๐ ๙๒.๓๑ ๘๕.๗๑ ๕๑.๙๘
ม.๒ ๓๖.๓๖ ๔๕.๔๕ ๖๓.๖๓ ๗๒.๗๒ ๙๐.๙๐ ๘๑.๘๑ ๙๐.๙๐ ๔๕.๔๕ ๕๒.๒๗
ม.๓ ๕๐.๐๐ ๗๕.๐๐ ๕๐.๐๐ ๔๒.๘๖ ๕๐.๐๐ ๗๘.๕๗ ๑๐๐ ๗๕.๐๐ ๗๑.๘๘
ค่าเฉล่ยี ๕๓.๒๓ ๖๙.๔๗ ๖๒.๖๕ ๔๕.๔๕ ๖๓.๖๓ ๕๔.๕๔ ๖๓.๖๓ ๖๘.๘๒ ๗๓.๐๖
๘๗.๕๐ ๓๗.๕๐ ๑๐๐ ๑๐๐
๗๔.๘๐ ๗๓.๙๐ ๙๐.๕๕ ๙๔.๐๙
๒) สรุปขอ้ มูลผลการประเมินความสามารถในการอ่าน การเขียน การสอ่ื สาร และการคิดคานวณ
ของนักเรยี น ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ระดับชั้น จานวน ปรบั ปรุง ผลการประเมิน ระดับดี รอ้ ยละ
นักเรียน ๐ ดเี ย่ียม ข้นึ ไป
ป.๑ ๐ พอใช้ ดี ๘๕.๗๑
ป.๒ ๗ ๐ ๑๒ ๔๖ ๘๐.๐๐
ป.๓ ๕ ๐ ๑๒ ๒๔ ๖๒.๕๐
ป.๔ ๘ ๐ ๓๓ ๒๕ ๘๓.๓๓
ป.๕ ๑๒ ๐ ๒๖ ๔ ๑๐ ๘๔.๖๒
ป.๖ ๑๓ ๐ ๒๖ ๕ ๑๑ ๖๓.๖๓
ม.๑ ๑๑ ๐ ๔๕ ๒๗ ๘๕.๗๑
ม.๒ ๑๔ ๐ ๒๗ ๕ ๑๒ ๘๑.๘๑
ม.๓ ๑๑ ๒๕ ๔๙ ๑๐๐
๘ ๐๓ ๕๘
๘๐.๘๑
รวม ๘๙ ๐ ๑๗ ๓๙ ๓๓ ๗๑
๒๖
๓) สรปุ ข้อมูลผลการประเมินความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ อภิปราย
แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ และแกป้ ญั หาของนักเรียน ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ระดบั ชน้ั จานวน ผลการประเมิน ระดบั ดี ร้อยละ
นักเรยี น ดีเย่ียม ขึน้ ไป
ปรับปรงุ พอใช้ ดี ๘๕.๗๑
ป.๑ ๗ ๐ ๑๒ ๔๖ ๘๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๑๐ ๔๔ ๗๕.๐๐
ป.๓ ๘ ๐ ๒๓ ๓๖ ๘๓.๓๓
ป.๔ ๑๒ ๐ ๒๓ ๗ ๑๐ ๖๙.๒๓
ป.๕ ๑๓ ๐ ๔๔ ๕๙ ๖๓.๖๓
ป.๖ ๑๑ ๐ ๔๔ ๓๗ ๘๕.๗๑
ม.๑ ๑๔ ๐ ๒๗ ๕ ๑๒ ๘๑.๘๑
ม.๒ ๑๑ ๐ ๒๓ ๖๙ ๑๐๐
ม.๓ ๘ ๐ ๐๔ ๔๘
๘๐.๔๒๙๖
รวม ๘๙ ๐ ๑๖ ๓๐ ๔๑ ๖๙
๔) สรปุ ข้อมลู ผลการประเมนิ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ระดบั ชนั้ จานวน ผลการประเมิน ระดับดี รอ้ ยละ
นักเรียน ดเี ยี่ยม ขน้ึ ไป
ปรับปรงุ พอใช้ ดี ๘๕.๗๑
ป.๑ ๗ ๐ ๑๒ ๔๖ ๘๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๑๐ ๔๔ ๗๕.๐๐
ป.๓ ๘ ๐ ๒๒ ๔๖ ๙๑.๖๗
ป.๔ ๑๒ ๐ ๑๒ ๙ ๑๑ ๙๒.๓๑
ป.๕ ๑๓ ๐ ๑๒ ๑๐ ๑๒ ๘๑.๘๑
ป.๖ ๑๑ ๐ ๒๒ ๗๙ ๙๒.๘๖
ม.๑ ๑๔ ๐ ๑๒ ๑๑ ๑๓ ๙๐.๙๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๑๑ ๙ ๑๐ ๑๐๐
ม.๓ ๘ ๐ ๐๓ ๕๘
๘๗.๘๑
รวม ๘๙ ๐ ๑๐ ๑๖ ๖๓ ๗๙
๒๗
๕) สรปุ ข้อมลู ผลการประเมินความสามารถในใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารของนักเรียน
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ระดบั ชนั้ จานวน ผลการประเมิน ระดับดี ร้อยละ
นักเรยี น ดเี ยี่ยม ขึ้นไป
ปรับปรุง พอใช้ ดี ๘๕.๗๑
ป.๑ ๗ ๐ ๑๒ ๔๖ ๘๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๑๑ ๓๔ ๗๕.๐๐
ป.๓ ๘ ๐ ๒๓ ๓๖ ๑๐๐
ป.๔ ๑๒ ๐ ๑๕ ๗ ๑๒ ๑๐๐
ป.๕ ๑๓ ๐ ๐๕ ๘ ๑๓ ๑๐๐
ป.๖ ๑๑ ๐ ๐๖ ๕ ๑๑ ๑๐๐
ม.๑ ๑๔ ๐ ๐๗ ๗ ๑๔ ๑๐๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๐๔ ๗ ๑๑ ๑๐๐
ม.๓ ๘ ๐ ๐๔ ๔๘
๙๓.๔๑
รวม ๘๙ ๐ ๕ ๓๗ ๔๘ ๘๕
๖) สรุปขอ้ มลู ผลการประเมินความรู้ ทักษะพนื้ ฐาน และเจตคติทดี่ ตี อ่ งานอาชีพของนักเรยี น
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ระดบั ชั้น จานวน ผลการประเมนิ ระดบั ดี ร้อยละ
นักเรียน ดีเย่ยี ม ขึ้นไป
ปรบั ปรงุ พอใช้ ดี
ป.๑ ๗ ๐ ๕ ๗ ๑๐๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๐๒
ป.๓ ๘ ๐ ๐๑ ๔ ๕ ๑๐๐.๐๐
ป.๔ ๑๒ ๐ ๐๓
ป.๕ ๑๓ ๐ ๐๕ ๕ ๘ ๑๐๐.๐๐
ป.๖ ๑๑ ๐ ๐๕
ม.๑ ๑๔ ๐ ๐๓ ๗ ๑๒ ๑๐๐.๐๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๐๖
ม.๓ ๘ ๐ ๐๕ ๕ ๑๓ ๑๐๐.๐๐
๐๓
๐ ๘ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๐ ๓๓
๘ ๑๔ ๑๐๐.๐๐
๖ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๕ ๘ ๑๐๐.๐๐
รวม ๘๙ ๕๓ ๘๙ ๑๐๐.๐๐
๒๘
๗) สรปุ ข้อมูลผลการประเมนิ คณุ ลักษณะและคา่ นิยมท่ดี ีตามสถานศึกษากาหนดของนกั เรียน
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ระดบั ช้ัน จานวน ผลการประเมิน ระดบั ดี รอ้ ยละ
นักเรียน ดเี ยย่ี ม ขึ้นไป
ปรบั ปรุง พอใช้ ดี
ป.๑ ๗ ๐ ๐๑ ๖ ๗ ๑๐๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๐๒
ป.๓ ๘ ๐ ๐๔ ๓ ๕ ๑๐๐.๐๐
ป.๔ ๑๒ ๐ ๐๓
ป.๕ ๑๓ ๐ ๐๔ ๔ ๘ ๑๐๐.๐๐
ป.๖ ๑๑ ๐ ๐๗
ม.๑ ๑๔ ๐ ๐๔ ๙ ๑๒ ๑๐๐.๐๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๐๕
ม.๓ ๘ ๐ ๐๕ ๙ ๑๓ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๓๕ ๕ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๑๐ ๑๔ ๑๐๐.๐๐
๖ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๓ ๘ ๑๐๐.๐๐
รวม ๘๙ ๕๕ ๘๙ ๑๐๐.๐๐๒๘
๘) สรุปข้อมูลผลการประเมินความภมู ิใจในท้องถน่ิ และความเป็นไทยของนักเรียน ปกี ารศึกษา
๒๕๖๔
ระดบั ชัน้ จานวน ผลการประเมิน ระดับดี รอ้ ยละ
นกั เรยี น ดเี ยย่ี ม ขึ้นไป
ปรบั ปรุง พอใช้ ดี
ป.๑ ๗ ๐ ๐๑ ๖ ๗ ๑๐๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๐๒
ป.๓ ๘ ๐ ๐๒ ๓ ๕ ๑๐๐.๐๐
ป.๔ ๑๒ ๐ ๐๒
ป.๕ ๑๓ ๐ ๐๒ ๖ ๘ ๑๐๐.๐๐
ป.๖ ๑๑ ๐ ๐๓
ม.๑ ๑๔ ๐ ๐๒ ๑๐ ๑๒ ๑๐๐.๐๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๐๒
ม.๓ ๘ ๐ ๐๔ ๑๑ ๑๓ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๒๐ ๘ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๑๒ ๑๔ ๑๐๐.๐๐
๙ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๔ ๘ ๑๐๐.๐๐
รวม ๘๙ ๖๙ ๘๙ ๑๐๐.๐๐
๒๙
๙) สรุปข้อมลู ผลการประเมินการยอมรับทจ่ี ะอยูร่ ่วมกนั บนความแตกตา่ งและหลากหลายของ
นักเรียน ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ระดบั ชนั้ จานวน ผลการประเมนิ ระดับดี ร้อยละ
นกั เรียน ดเี ยย่ี ม ขึ้นไป
ปรับปรงุ พอใช้ ดี
ป.๑ ๗ ๐ ๐๑ ๖ ๗ ๑๐๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๐๑
ป.๓ ๘ ๐ ๐๒ ๔ ๕ ๑๐๐.๐๐
ป.๔ ๑๒ ๐ ๐๓
ป.๕ ๑๓ ๐ ๐๔ ๖ ๘ ๑๐๐.๐๐
ป.๖ ๑๑ ๐ ๐๗
ม.๑ ๑๔ ๐ ๐๕ ๙ ๑๒ ๑๐๐.๐๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๐๔
ม.๓ ๘ ๐ ๐๓ ๙ ๑๓ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๓๐ ๔ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๙ ๑๔ ๑๐๐.๐๐
๗ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
รวม ๘๙ ๕ ๘ ๑๐๐.๐๐
๕๙ ๘๙ ๑๐๐.๐๐๒๙
๑๐)สรุปขอ้ มลู ผลการประเมนิ สขุ ภาวะทางร่างกาย และจิตสงั คมของนักเรียน ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ระดับชั้น จานวน ผลการประเมิน ระดับดี ร้อยละ
นักเรยี น ดีเยี่ยม ขนึ้ ไป
ปรบั ปรุง พอใช้ ดี
ป.๑ ๗ ๐ ๐๑ ๖ ๗ ๑๐๐.๐๐
ป.๒ ๕ ๐ ๐๓
ป.๓ ๘ ๐ ๐๓ ๘ ๕ ๑๐๐.๐๐
ป.๔ ๑๒ ๐ ๐๒
ป.๕ ๑๓ ๐ ๐๒ ๕ ๘ ๑๐๐.๐๐
ป.๖ ๑๑ ๐ ๐๔
ม.๑ ๑๔ ๐ ๐๓ ๑๐ ๑๒ ๑๐๐.๐๐
ม.๒ ๑๑ ๐ ๐๒
ม.๓ ๘ ๐ ๐๕ ๑๑ ๑๓ ๑๐๐.๐๐
๐ ๐ ๒๕ ๗ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๑๑ ๑๔ ๑๐๐.๐๐
๙ ๑๑ ๑๐๐.๐๐
๓ ๘ ๑๐๐.๐๐
รวม ๘๙ ๗๐ ๘๙ ๑๐๐.๐๐
๓๐
๑.๑๓ สรุปผลการประเมนิ คุณภาพภายใน และข้อเสนอแนะ
๑) ผลการประเมนิ ตามมาตรฐาน
๑.๑) ระดบั ปฐมวัย
(๑) มาตรฐานที่ 1 ระดับคณุ ภาพ ดีเลิศ
ข้อเสนอแนะ
๑) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสนามเด็กเล่น พัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้
เพยี งพอ และมคี วามน่าสนใจ กระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการ
สง่ เสริมพัฒนาการดา้ นรา่ งกาย และสร้างสขุ นสิ ัยท่ดี ใี ห้แกเ่ ดก็ ๆ
๒) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการท่ีทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พัฒนาการดา้ นร่างกาย และสรา้ งสุขนสิ ยั ท่ีดใี หแ้ ก่เด็ก ๆ
๓) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
นา่ สนใจ เพือ่ กระตุ้นการเรยี นรู้ รวมทงั้ พฒั นาแผนปฏบิ ัตกิ ารทีท่ นั สมัยและมปี ระสิทธิภาพ
ในการสง่ เสรมิ พฒั นาการดา้ นด้านสงั คม ช่วยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชกิ ที่ดีของสังคมใหแ้ ก่เดก็ ๆ
๔) โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้เพียงพอ และมีความ
น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ รวมท้ังพัฒนาแผนปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม
พฒั นาการด้านสตปิ ญั ญา สือ่ สารได้ มที ักษะการคดิ พื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ให้เพียงพอต่อความต้องการของ
เดก็ ๆ
(๒) มาตรฐานท่ี 2 ระดับคุณภาพ ดเี ลศิ
ข้อเสนอแนะ
๑) โรงเรียนควรมีการประเมิน และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรการศึกษา
ปฐมวยั ใหม้ ีความทนั สมยั และสอดคลอ้ งกับสภาวการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของ
ครผู สู้ อนอยา่ งเปน็ ระบบ สม่าเสมอ และต่อเน่อื ง
๓) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกห้องเรียน และสอื่ เพ่ือการเรยี นร้อู ยา่ งเป็นระบบ สม่าเสมอ และตอ่ เนือ่ ง เพ่อื ใหม้ ีความสวยงามและใช้งาน
ได้เปน็ ปัจจุบนั
๔) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การใช้ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่ือการเรียนรู้
วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการจัดประสบการณ์ของครูอย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเน่ือง เพ่ือให้มีพัฒนา
อย่างแท้จรงิ และยัง่ ยืน
๕) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การดาเนินงาน อย่างสม่าเสมอ และต่อเน่ือง
เพ่อื ใหม้ ีการพฒั นาระบบบริหารจดั การคุณภาพอย่างย่ังยนื
๓๑
(๓) มาตรฐานท่ี 3 ระดับคุณภาพ ดีเลศิ
ข้อเสนอแนะ
๑) โรงเรียนควรมีนิเทศ กากับ ติดตามและการประเมินผล เพ่ือพัฒนาแผนการจัด
ประสบการณ์ ให้มีความทนั สมัยและสอดคล้องกบั สภาวการณ์ทางสงั คมและเศรษฐกจิ ในปจั จบุ นั
๒) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกห้องเรียน และส่ือเพื่อการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพ่ือให้มีความสวยงามและใช้
งานได้เป็นปจั จุบนั
๓) โรงเรยี นควรมีกิจกรรมการนิเทศ กากับตดิ ตาม การนาผลการประเมินไปพัฒนาคุณภาพ
เดก็ และควรจดั กจิ กรรมการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ระหว่างครู ผปู้ กครอง และผู้มีส่วนเกยี่ วขอ้ ง
๑.๒) ระดบั การศึกษาพ้ืนฐาน
(๑) มาตรฐานที่ 1 ระดับคุณภาพ ดเี ลิศ
ข้อเสนอแนะ
ผ้เู รียนในระดบั ชน้ั ป.๔, ป.๕, ป.๖, ม.๑ ยงั ตอ้ งเร่งพฒั นาผลสัมฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ ผูเ้ รียนในระดบั ชั้น ป.๔-๖, ม.๒ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผู้เรียน
ในระดับชน้ั ป.๔-๖, ม.๑-๒ ยงั ตอ้ งเร่งพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้เรียนในระดับช้ัน ป.
๔-๖, ม.๑-๓ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้เรียนใน
ระดับชั้น ป.๖ , ม.๑, ม,๓ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ผู้เรียนใน
ระดับช้ัน ม.๑ ยังต้องเร่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ผู้เรียนในระดับช้ัน ป.๖-ม.๓ ยัง
ต้องเรง่ พฒั นาผลสัมฤทธใ์ิ นกลุม่ สาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ ผู้เรียนในระดับชนั้ ป.๑- ม.๒ ยังตอ้ งเร่งพัฒนาผลสัมฤทธ์ิใน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
(๒) มาตรฐานท่ี 2 ระดับคณุ ภาพ ดีเลศิ
ข้อเสนอแนะ
๑) สร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์
และพันธกิจของโรงเรียน ให้มีความเข้มแข็ง และมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษาและการขับเคล่ือน
คณุ ภาพการจัดการศกึ ษา
๒) โรงเรียนควรควรเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝุายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน
ปรบั ปรงุ และพฒั นา และรว่ มรบั ผิดชอบตอ่ ผลการจดั การศึกษา
๓) โรงเรียนควรควรเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวข้องทุกฝุายเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน
ปรับปรงุ และพฒั นา และรว่ มรบั ผิดชอบตอ่ ผลการจดั การศึกษา
๔) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนอย่าง
เป็นระบบ สมา่ เสมอ และตอ่ เนอื่ ง
๓๒
๕) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพ่ือพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอกห้องเรียน และสื่อเพ่ือการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพ่ือให้มีความสวยงามและใช้
งานไดเ้ ปน็ ปจั จบุ นั
๖) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับ ติดตาม การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่ือการเรียนรู้
วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการจัดการเรียนรู้ของครู อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง เพ่ือให้มีพัฒนาอย่าง
แท้จรงิ และยั่งยืน
(๓) มาตรฐานท่ี 3 ระดับคณุ ภาพ ดเี ลศิ
ข้อเสนอแนะ
๑) โรงเรียนควรมีนิเทศ กากับ ติดตามและการประเมินผล เพื่อพัฒนาแผนการจัดการ
เรยี นร้ใู ห้มีความทันสมยั และสอดคลอ้ งกับสภาวการณท์ างสงั คมและเศรษฐกจิ ในปจั จบุ ัน
๒) โรงเรียนควรมกี ารนิเทศ กากบั ตดิ ตาม เพื่อพฒั นาการใช้สอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศและ
แหล่งเรียนรู้ รวมท้ังภูมิปัญญาท้องถ่ินที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ สม่าเสมอ
และตอ่ เนอ่ื ง
๓) โรงเรียนควรมีการนิเทศ กากับติดตาม เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการ
บรหิ ารจดั การชั้นเรยี น โดยเนน้ การมีปฏิสมั พันธ์เชิงบวก อย่างเปน็ ระบบ สม่าเสมอ และตอ่ เนอื่ ง
๔) โรงเรียนควรมีกิจกรรมการนิเทศ กากับติดตาม การนาผลการประเมินไปพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนและควรจัดกิจกรรมการแลกเปลยี่ นเรียนรรู้ ะหว่างครู ผู้ปกครอง และผมู้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ ง
๑.๑๔ สรุปผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสาม
๑) ผลการประเมนิ ตามมาตรฐาน
โรงเรยี นมีผลการประเมินระดับคุณภาพ…๔….โดยมคี า่ เฉล่ยี ……๓.๗๕……………
ผลการรบั รองมาตรฐานคณุ ภาพ รบั รอง ไมร่ ับรอง
๒) ขอ้ เสนอแนะ
จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และข้อแสนอแนะจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพภายในของสถานศึกษาโดย
สถานศึกษา หรอื หน่วยงานต้นสงั กัด
จดุ เด่น
ดา้ นผู้เรียน
ผู้เรียนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสุนทรียภาพ ด้านดนตรี
ดา้ นศิลปะและการกฬี ามที ักษะแสวงหาความรู้ รักการเรยี นรู้ รักการทางานและการทางานอย่างมีความสุขและมี
เจตคติทด่ี ตี ่ออาชพี ในชุมชน รจู้ กั หารายได้ใหก้ ับตนเอง
ดา้ นครผู ้สู อน
ครูทุกคนจบปริญญาตรี มุ่งม่ันอุทิศตนในการสอนและพัฒนาตนเองตลอดเวลา ได้สอนตรงตาม
วิชาเอก/โท เขา้ อบรมในวชิ าท่ีสอนและทาวิจยั ในชัน้ เรยี น
๓๓
ดา้ นผู้บรหิ าร
ผู้บรหิ ารมีภาวะผนู้ า เปน็ แบบอย่างท่ดี ี มคี วามเปน็ ผนู้ าสูง ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน ใช้หลัก
ธรรมาภิบาลในการบริหารจดั การ สง่ เสริมใหค้ รเู ข้ารบั การอบรมและทาส่ือการเรียนการสอนอย่างสม่าเสมอ
จุดทค่ี วรพัฒนา และขอ้ แสนอแนะจากการประเมินคณุ ภาพภายนอกรอบสาม
๑. ผ้เู รยี นควรได้รับการพัฒนาและทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารญาณ คิด
อย่างสรา้ งสรรค์ คิดไตรต่ รอง และมีวิสัยทศั น์ เพราะเรียนการอบรมเอาใจใส่จากญาติผู้ใหญ่ ทาให้ไม่กล้าแสดงออก
และขาดความเชื่อม่ันในตนเอง และควรได้รับการพัฒนาในกล่มุ สาระการเรยี นรทู้ ม่ี ีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนดี
๒. ครูควรมีทักษะในการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายท่ี
เหมาะสมกับผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี ใช้แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน รวมทั้งภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถิน่ มารว่ มการจัดการเรยี นการสอนให้เกิดประโยชน์สูงสดุ
๓. สถานศกึ ษาควรส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญอย่างจริงจัง
ต่อเนอื่ ง ควรสนบั สนนุ ช่วยเหลือทีม่ ีปัญหาด้านการเรียน และครอบครวั ใหส้ ามารถเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
๓๔
ตอนท่ี ๒
แนวทางการพัฒนาทม่ี ุ่งคณุ ภาพ
ตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษาและผลการพฒั นา
โรงเรียนบ้านท่ายม ได้กาหนดนโยบายและทิศทางในการพัฒนาการจัดการศึกษา โดยการจัดทา
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปูาหมายการจัดการศึกษา มาตรฐานการศึกษาตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติ
การประจาปี ๒๕๖๔ ท่ีมุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “เขต
เข้มแข็ง โรงเรียนมาตรฐาน ผู้เรียนคุณภาพ” และโมเดลการพัฒนา ๙ จุดเน้น ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ของสานักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ และนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดสานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร รวมทัง้ สนองตอบตอ่ นโยบายการพฒั นาประเทศ ดงั นี้
ผู้บริหารยึดหลักการบริหาร/เทคนิค การบริหารงานแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based
Management : SBM) โดยใชโ้ มเดลการขับเคลื่อนการบรหิ ารงานทด่ี ี คือ BTS Model
โครงสรา้ งการบริหารงานโรงเรยี นบา้ นทา่ ยม
ผ้อู านวยการโรงเรียน
นายพิชติ ทองคา
นายยุทธศาสตร์ สมเพชร คณะกรรมการสถานศกึ ษา
ดา้ นการบริหารวชิ าการ ด้านการบริหารงบประมาณ ดา้ นการบรหิ ารงานบคุ คล ด้านการบรหิ ารทัว่ ไป
-นายเชิดศกั ด์ิ ต้ันภูมี -นายจารสั ววิ าจารย์ -นางสาวพรนิภา ทองล้วน -นายชัยนนั ท์ ภูวบดนิ ทร์
-นายชยั นนั ท์ ภวู บดินทร์ -นางอรพิน วรรณพรหมณ์ -นางสาวชนนั ญา แกว้ สะเทอื น -นายพรี พงษ์ ธนาวุฒิ
-นางสาวพรนภิ า ทองล้วน -นางสาวสมุ ารนิ ทร์ คาชารี -นางสาวยรุ ฉตั ร เดชสมอดี โคตรนอ้ ย
-นางสาวยรุ ฉตั ร เดชสมอดี -นางสาวภูชิตา ภูชาดึก -นางสาวประภัสสร อนั ทะรึก -นางสาวอุทุมพร หงษส์ ีทอง
๓๕
๑. วสิ ัยทศั น์
“องคก์ รแหง่ การเรยี นรู้ ควบคคู่ ุณธรรม นอ้ มนาเศรษฐกิจพอเพยี ง เคียงคภู่ ูมิปัญญา รักษาสิ่งแวดลอ้ ม
พรอ้ มสู่คุณภาพตามมาตรฐาน”
๒. พันธกจิ
๑) พฒั นาหลกั สูตร กระบวนการเรียนรู้ที่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ใหม้ คี ณุ ภาพสมู่ าตรฐานนอ้ มนาสู่
หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๒) พัฒนาครูและบคุ ลากรให้มสี มรรถนะ ทักษะ ประสบการณ์ สคู่ วามเป็นครูมืออาชพี
๓) พฒั นาสถานศกึ ษาให้เป็นองคก์ รแห่งการเรยี นรู้ ควบคคู่ ุณธรรม รกั ษ์ภูมิปัญญาและส่ิงแวดลอ้ ม
๔) พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษา ตามแนวปฏิรูปการศึกษา ในศตวรรษที่ ๒๑ เน้นการมีส่วนร่วมจาก
ทุกภาคส่วน
๓. เอกลักษณข์ องโรงเรียน
“สืบสานประเพณีไทย งามมารยาทไทย”
๔. อตั ลักษณ์ของเด็ก/ผ้เู รียน
- ระดบั ปฐมวยั : “พัฒนาการดี มีจติ สาธารณะ”
- ระดบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน : “ผลการเรียนดี มีจติ สาธารณะ”
๕. มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษาและค่าเป้าหมาย
๕.๑ มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย และคา่ เปา้ หมาย จานวน ๓ มาตรฐาน ดงั น้ี
มาตรฐานการศึกษา ค่าเปา้ หมาย
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของเด็ก ดีเลศิ
จุดเนน้ เด็กมคี วามพร้อมท้ัง ๔ ด้าน
๑.๑ มกี ารพฒั นาด้านรา่ งกาย แขง็ แรง มีสขุ นิสัยทด่ี ี และดูแลความปลอดภัยของ ดีเลิศ
ตนเองได้ ดีเลศิ
๑.๒ มกี ารพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคมุ แลและแสดงงอออกทางอารมณ์ได้ ดเี ลิศ
๑.๓ มกี ารพฒั นาการด้านสงั คม ชว่ ยแหลือตนเอง และเป็นสมาชกิ ท่ีดีของสังคม ดเี ลิศ
๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปญั ญา ส่อื สารได้ มที ักษะการคิดพน้ื ฐานและแสวงหาความรู้
ได้ ดีเลิศ
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและจัดการ
จดุ เน้น โรงเรียนมาตรฐาน ดเี ลิศ
๒.๑ มีหลกั สตู รครอบคลุมพัฒนาการทง้ั ๔ ดา้ น สอดคล้องกับบริบทขอองท้องถิ่น ดีเลิศ
๒.๒ จดั ครูใหเ้ พียงพอกบั ชน้ั เรยี น ดเี ลศิ
๒.๓ ส่งเสรมิ ใหค้ รูมีความเชี่ยวชาญดา้ นการจดั ประสบการณ์
๓๖
มาตรฐานการศกึ ษา ค่าเป้าหมาย
๒.๔ จัดสภาพแวดลอ้ มและส่ือเพื่อการเรยี นรู้ อย่างปลอดภัย และเพยี งพอ ดีเลศิ
๒.๕ ใหบ้ ริการสื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือการเรยี นร้เู พื่อสนบั สนุนการจัด ดีเลศิ
ประสบการณ์
๒.๖ มีระบบบรหิ ารคณุ ภาพที่เปิดโอกาสใหผ้ เู้ ก่ียวข้องทุกฝุายมีส่วนร่วม ดีเลศิ
มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ประสบการณ์ท่เี น้นเด็กเป็นสาคญั ดเี ลศิ
จุดเนน้ ครูมาตรฐาน
๓.๑ จดั ประสบการณ์ท่ีส่งเสริมให้เดก็ มีการพฒั นาการทกุ ดา้ นอยา่ งสมดุลเตม็ ศักยภาพ ดเี ลศิ
๓.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รบั ประสบการณ์ตรง เลน่ และปฏบิ ัตอิ ยา่ งมีความสขุ ดีเลศิ
๓.๓ จดั บรรยากาศท่เี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้ใชส้ ่อื เทคโนโลยที ่เี หมาะสมกบั วยั ดเี ลิศ
๓.๔ ประเมนิ พัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ แลละนาผลประเมินพฒั นาการเด็กไป ดีเลศิ
ปรบั ปรุงการจดั ประสบการณ์และพฒั นาเด็ก
๕.๒ มาตรฐานการศกึ ษาระดับการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน และคา่ เปา้ หมาย จานวน ๓ มาตรฐาน ดงั น้ี
มาตรฐานการศกึ ษา ค่าเปา้ หมาย
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผ้เู รียน ดีเลิศ
จดุ เน้น ผลสัมฤทธ์ดิ ี มวี นิ ยั
๑.๑ ผลสัมฤทธทิ์ างวิชาการของผเู้ รียน ดเี ลศิ
ดเี ลศิ
๑) มคี วามสามารถในการอา่ น การเขียน การส่อื สารและการคิดคานวณ ดีเลศิ
๒) มีความสามารถในการวเิ คราะห์และคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความ
คดิ เหน็ และแกป้ ญั หา ดีเลิศ
๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ดีเลศิ
๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสื่อสาร ดีเลิศ
๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา ดเี ลิศ
๖) มีความรู้ ทกั ษะพื้นฐานและเจตคติที่ดตี ่องานอาชีพ ดีเลิศ
๑.๒ คุณลักษณะทพี่ งึ ประสงคข์ องผู้เรียน ดเี ลิศ
๑) การมีคณุ ลกั ษณะและคา่ นิยมที่ดตี ามที่สถานศกึ ษากาหนด ดีเลิศ
๒) ความภูมใิ จในท้องถน่ิ และความเป็นไทย ดีเลศิ
๓) การยอมรบั ท่ีจะอยูร่ ่วมกนั บนความแตกต่างและหลากหลาย ดีเลศิ
๔) สุขภาวะทางร่างกายและจติ สังคม ดเี ลิศ
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและจดั การ
จดุ เนน้ โรงเรยี นมาตรฐาน
๓๗
มาตรฐานการศกึ ษา คา่ เป้าหมาย
๒.๑ การมีเปูาหมาย วิสัยทศั น์ และพนั ธกจิ ท่ีสถานศึกษากาหนดชดั เจน ดเี ลิศ
๒.๒ มรี ะบบบรหิ ารจดั การคุณภาพของสถานศกึ ษา ดีเลศิ
๒.๓ ดาเนินงานพฒั นาวชิ าการท่ีเน้นคุณภาพผ้เู รียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุก ดเี ลศิ
กลุ่มเปาู หมาย
๒.๔ พฒั นาครแู ละบคุ ลกรให้มีความเช่ยี วชาญทางวิชาชพี ดเี ลศิ
๒.๕ จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมท่ีเอื้อต่อการจัดการเรียนรอู้ ย่างมีคุณภาพ ดเี ลศิ
๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือสนบั สนนุ การบริหารจดั การและการจดั การเรยี นรู้ ดเี ลิศ
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสาคัญ ดเี ลศิ
จดุ เน้น ครมู าตรฐาน
๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคดิ และปฏิบตั จิ ริง และสามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ได้ ดีเลิศ
๓.๒ ใช้สอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ดเี ลิศ
๓.๓ มีการบรหิ ารจดั การชน้ั เรยี นเชงิ บวก ดเี ลิศ
๔.๔ ตรวจสอบและประเมินผเู้ รียนอยา่ งเป็นระบบ และนาผลมาพัฒนาผู้เรยี น ดเี ลศิ
๓.๕ มีการแลกเปล่ยี นเรยี นรแู้ ละใหข้ ้อมลู สะท้อนกลบั เพื่อพฒั นาและปรับปรงุ การจดั การเรยี นรู้ ดีเลศิ
แผนงาน โครงการ/กิจกรรมที่โรงเรียนได้วางแผนดาเนินการและดาเนินการเพื่อให้บรรลุเปูาหมายการจัด
การศกึ ษาในระดบั การศึกษาปฐมวยั และระดบั การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน ดงั น้ี
๒.๑ ระดับการศกึ ษาปฐมวัย ระดับคุณภาพ
ดีเลิศ
ผลการประเมินมาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย ดีเลิศ
ดเี ลิศ
มาตรฐานการศกึ ษา : ดีเลิศ
มาตรฐานการศกึ ษา
มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของเด็ก
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
มาตรฐานท่ี ๓ การจัดประสบการณท์ ่ีเนน้ เด็กเปน็ สาคัญ
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของเด็ก
ผลการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ ดเี ลิศ ประกอบด้วยผลการประเมนิ ๔ ข้อ ดังนี้
๑.๑ มพี ัฒนาการด้านร่างกาย แขง็ แรง มีสขุ นสิ ัยท่ีดี และดแู ลความปลอดภัยของตนเองได้
๑.๑.๑ กระบวนการพัฒนาและผลการพัฒนา
๓๘
โรงเรยี นไดด้ าเนินการพฒั นาเพ่ือใหเ้ ด็กมีพฒั นาการดา้ นร่างกาย แข็งแรง มีสขุ นสิ ัยที่ดี และดแู ล
ความปลอดภยั ของตนเองได้ โดยได้จัดทาโครงการ กิจกรรม และผลจากการดาเนนิ งานพัฒนา ดงั ตอ่ ไปน้ี
วธิ ีดาเนนิ การพฒั นา ผลการพฒั นา
๑. ครผู ู้สอนดาเนินการพฒั นาเดก็ ตามแผนงาน/โครงการ/ เด็กรอ้ ยละ ๘๐ มนี ้าหนกั และส่วนสงู ตามเกณฑ์
กจิ กรรมเสริมต่าง ๆ เช่น มาตรฐานของกรมอนามัย มสี ุขภาพอนามยั และ
- โครงการสง่ เสรมิ และพัฒนาการเรียนรู้ของหนนู ้อย สขุ นสิ ัยท่ดี ี ปฏิบัติตนตามข้อตกลงของห้องเรียน
มีกจิ กรรมดงั นี้ รวมทัง้ เลน่ และปฏบิ ัติกจิ กรรมได้อย่างปลอดภัย
๑) รบี เรง่ ชว่ ยกัน ตอ่ ตนเอง และต่อผูอ้ ่ืน รู้และปฏิบัตติ นท่ี
๒) แสนขยัน อดทน หลกี เลีย่ งสภาวะทเ่ี ส่ยี งต่อโรค สิ่งเสพตดิ และ
๓) คดั คนเกง่ เลา่ เร่อื ง ระวังภยั จากบคุ คล สิง่ แวดล้อม และสถานการณ์
๔) วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ที่เสย่ี งอันตราย สามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่าง
๕) มมุ ประสบการณแ์ สนสนกุ คล่องแคลว่ ซง่ึ บรรลตุ ามเปาู หมายทีส่ ถานศึกษา
๖) การเรยี นรู้แบบไฮสโคป กาหนดไว้ร้อยละ ๘๐
- โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาสุขภาพ สขุ นสิ ยั และความ
ปลอดภยั ของหนูน้อย มีกจิ กรรมดังนี้
๑) หนูนอ้ ยฟันสวย
๒) หนนู ้อยปลอดภยั
จนส่งผลให้เด็กมพี ฒั นาการด้านร่างกายท่ีแข็งแรง มสี ขุ
นิสยั ทด่ี ี มีความสามารถในการดแู ลตนเองให้มคี วาม
ปลอดภัย
๒. ครูผู้สอนประสานความร่วมมือ และให้ความรกู้ บั
ผูป้ กครองในการพัฒนาเด็ก เพือ่ ให้เดก็ มีพัฒนาการดา้ น
ร่างกายที่แขง็ แรง มสี ุขนิสัยท่ีดี และมคี วามสามารถในการ
ดูแลตนเองให้มีความปลอดภัยได้
๑.๑.๒ จดุ เดน่
โรงเรยี น ครูผสู้ อน และผ้ปู กครอง มีความตระหนักและมีส่วนรว่ มในการพัฒนาคุณภาพของเด็ก
เพ่ือใหเ้ ด็กมีพฒั นาการดา้ นรา่ งกายทแี่ ข็งแรง มสี ุขนสิ ยั ที่ดี และมีความสามารถในการดูแลตนเองใหป้ ลอดภัยจาก
บุคคล สงิ่ แวดล้อม และสถานการณ์ที่คาดวา่ จะเปน็ อันตราย และหลกี เลย่ี งสภาวะท่ีเส่ยี งตอ่ โรค สง่ิ เสพตดิ
๑.๑.๓ จดุ ควรพฒั นา
โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสนามเดก็ เล่น พัฒนาสอื่ การเรียนรู้ใหเ้ พยี งพอ และมี
ความนา่ สนใจ กระตนุ้ การเรยี นรู้ รวมทั้งพัฒนาแผนปฏบิ ตั ิการทที่ ันสมัยและมีประสทิ ธิภาพในการสง่ เสรมิ
พัฒนาการด้านร่างกาย และสร้างสขุ นสิ ยั ท่ีดใี ห้แกเ่ ดก็ ๆ
๓๙
๑.๑.๔ แนวทางการพัฒนาใหไ้ ด้ระดับคณุ ภาพทสี่ งู ข้ึน
โรงเรยี นไดม้ แี นวทางในการพัฒนามาตรฐานท่ี ๑ ให้ได้ระดับคณุ ภาพที่สงู ข้ึนโดยกาหนด
โครงการและกิจกรรม ไว้ในแผนปฏบิ ัตริ าชการ ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ดงั ต่อไปน้ี
๑. โครงการส่งเสรมิ และพัฒนาการเรียนรขู้ องหนูน้อย มีกิจกรรมดังน้ี
๑) กิจกรรมรบี เร่งช่วยกัน
๒) กิจกรรมแสนขยนั อดทน
๓) กจิ กรรมคัดคนเก่งเล่าเรื่อง
๔) กิจกรรมวทิ ยาศาสตรน์ ้อย
๕) กิจกรรมมุมประสบการณ์แสนสนกุ
๖) กจิ กรรมการเรยี นร้แู บบไฮสโคป
๒. โครงการสง่ เสรมิ และพัฒนาสุขภาพ สขุ นิสัยและความปลอดภยั ของหนูน้อย มีกิจกรรมดังนี้
๑) กจิ กรรมหนูน้อยฟันสวย
๒) กจิ กรรมหนนู ้อยปลอดภัย
๑.๒ มีพฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคมุ และแสดงออกทางอารมณ์ได้
๑.๒.๑ กระบวนการพฒั นาและผลการพัฒนา
โรงเรยี นไดด้ าเนนิ การพัฒนาเพอ่ื ให้เดก็ มีพฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออก
ทางอารมณ์ได้ โดยได้จดั ทาโครงการ กจิ กรรม และผลจากการดาเนนิ งานพฒั นา ดงั ต่อไปน้ี
วิธดี าเนนิ การพัฒนา ผลการพฒั นา
๑. ครผู สู้ อนดาเนินการพฒั นาเดก็ ตามแผนงาน/โครงการ/ เด็กร้อยละ ๙๐ ร่าเรงิ แจ่มใสสามารถแสดง
กจิ กรรมเสริมตา่ ง ๆ เช่น อารมณ์ ความรู้สกึ ได้สอดคล้องกับสถานการณ์
- โครงการส่งเสริมและพฒั นาคณุ ธรรมจริยธรรมของหนู อย่างเหมาะสมตามวยั กลา้ พูด กล้าแสดงออกได้
นอ้ ย มกี จิ กรรมดงั นี้ อยา่ งเหมาะสมตามสถานการณ์ สนใจศิลปะ-
ดนตรี มคี วามสขุ และแสดงท่าทาง/เคล่ือนไหว
๑) ธนาคารความดี ประกอบเพลง จงั หวะ และดนตรไี ด้ และสรา้ ง
๒) หมน่ั ฝึกซอ้ มความซื่อสตั ย์ ผลงานศิลปะ ได้เหมาะสมตามวยั
๓) ฟังนทิ านก่อนนอน มคี วามเมตตา กรุณา มีน้าใจ ช่วยเหลอื และ
จนส่งผลใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคมุ แบง่ ปนั สามารถทางานท่ีได้รับมอบหมายจน
และแสดงออกทางอารมณไ์ ด้ สาเร็จได้ดว้ ยตนเอง รจู้ ักยบั ยั้งชง่ั ใจ อดทนในการ
๒. ครูผู้สอนประสานความรว่ มมอื และให้ความรูก้ บั รอคอย และรู้จกั อดกลน้ั ต่อส่ิงเร้าใจทม่ี ากระทบ
ผู้ปกครองในการพฒั นาเด็ก เพอ่ื ใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการดา้ น หรือพบเห็น มจี ิตสานึกและค่านยิ มท่ีดี เคารพ
อารมณ์ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณไ์ ด้ สทิ ธิ รหู้ น้าทีรบั ผิดชอบ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มีคุณธรรม
จริยธรรมตามทส่ี ถานศึกษากาหนด ยอมรบั และ
๔๐
วธิ ีดาเนินการพัฒนา ผลการพัฒนา
พอใจในความสามารถและผลงานของตนเอง
และผอู้ นื่ ซ่งึ บรรลตุ ามเปูาหมายทส่ี ถานศึกษา
กาหนดไว้รอ้ ยละ ๙๐
๑.๒.๒ จุดเด่น
โรงเรียน ครผู ูส้ อน และผปู้ กครอง มีความตระหนักและรว่ มมอื กนั ในการพฒั นาเด็ก เพื่อใหเ้ ดก็ มี
พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ การควบคุมและการแสดงออกทางอารมณ์
๑.๒.๓ จุดควรพัฒนา
โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสือ่ การเรียนรใู้ ห้เพยี งพอ และมคี วามน่าสนใจ เพ่ือ
กระตุ้นการเรยี นรู้ รวมทงั้ พฒั นาแผนปฏิบตั กิ ารที่ทันสมยั และมปี ระสทิ ธิภาพในการส่งเสริมพัฒนาการด้านรา่ งกาย
และสรา้ งสขุ นสิ ัยทดี่ ีให้แก่เด็ก ๆ
๑.๒.๔ แนวทางการพัฒนาใหไ้ ด้ระดบั คณุ ภาพท่ีสูงขน้ึ
โรงเรียนไดม้ ีแนวทางในการพัฒนามาตรฐานที่ ๑ ให้ไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ีสูงขึน้ โดยกาหนดโครงการ
และกจิ กรรม ไว้ในแผนปฏิบัติราชการ ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ดังตอ่ ไปน้ี
๑. โครงการสง่ เสรมิ และพัฒนาคณุ ธรรมจริยธรรมของหนูน้อย มีกจิ กรรมดงั น้ี
๑) กิจกรรมธนาคารความดี
๒) กิจกรรมหมัน่ ฝึกซ้อมความซ่อื สัตย์
๓) กจิ กรรมฟงั นิทานกอ่ นนอน
๑.๓ มีพัฒนาการด้านสงั คม ช่วยเหลือตนเอง และเปน็ สมาขิกทีด่ ีของสังคม
๑.๓.๑ กระบวนการพฒั นาและผลการพฒั นา
โรงเรยี นได้ดาเนนิ การพฒั นาเพอื่ ให้เดก็ มีพฒั นาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็น
สมาขิกท่ีดขี องสังคม โดยไดจ้ ัดทาโครงการ กจิ กรรม ผลจากการดาเนนิ งานพฒั นา ดังตอ่ ไปน้ี
วธิ ดี าเนนิ การพัฒนา ผลการพฒั นา
๑. ครูผู้สอนดาเนินการพฒั นาเด็กตามแผนงาน/โครงการ/ เดก็ รอ้ ยละ ๙๐ สามารถช่วยเหลือตนเองในการ
กจิ กรรมเสริมต่าง ๆ เช่น ปฏิบตั ิกจิ วตั รประจาวนั ได้เหมาะสม
- โครงการสง่ เสริมและพัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรมของหนู มวี ินัยในตนเอง เก็บของเล่น ของใช้เขา้ ท่ีอย่าง
นอ้ ย มีกจิ กรรมดังน้ี เรียบร้อยดว้ ยตนเอง ใชส้ ิง่ ของเครอื่ งใช้อย่าง
ประหยดั และพอเพยี ง สามารถดูแลรกั ษา
๑) ธนาคารความดี ธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมทงั้ ภายในและภายนอก
๒) หมน่ั ฝึกซอ้ มความซื่อสัตย์ หอ้ งเรียน รวมท้งั ทิ้งขยะได้ถูกทด่ี ว้ ยตนเอง
๓) ฟังนทิ านก่อนนอน สามารถปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยไดเ้ หมาะสม
- โครงการส่งเสริมและพฒั นาค่านยิ ม ของหนนู ้อยในการ กบั กาลเทศะ เช่น การไหว้ การยม้ิ ทกั ทาย
เป็นสมาชกิ ท่ีดขี องสังคม มีกจิ กรรมดังน้ี
๔๑
วิธีดาเนนิ การพัฒนา ผลการพัฒนา
๑) หนนู อ้ ยมารยาทงาม มีสัมมาคารวะกบั ผใู้ หญ่ สามารถเล่นหรอื ทางาน
ร่วมกับผู้อืน่ และยอมรบั หรือเคารพความ
๒) สงิ่ แวดล้อมสวย ร่วมประหยัด พลงั งาน แตกต่างระหวา่ งบุคคลได้ สามารถปฏบิ ตั ติ นเปน็
๓) แขง่ ขันเกบ็ ออม ผนู้ าและผตู้ ามได้เหมาะสมกับสถานการณ์
จนส่งผลใหเ้ ด็กมพี ัฒนาการด้านสงั คม ช่วยเหลือตนเอง ซ่งึ บรรลุตามเปูาหมายทีส่ ถานศึกษากาหนดไว้
และเป็นสมาขิกทด่ี ีของสังคม รอ้ ยละ ๙๐
๒. ครผู สู้ อนประสานความร่วมมอื และใหค้ วามรู้กับ
ผู้ปกครองในการพัฒนาเด็ก เพ่ือใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการดา้ น
สังคม ชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาขิกท่ดี ขี องสงั คม
๑.๓.๒ จุดเด่น
โรงเรยี น ครูผสู้ อน และผู้ปกครอง มีความตระหนักและรว่ มมอื กันในการพัฒนาเด็ก เพื่อใหเ้ ด็กมี
พัฒนาการด้านสังคม ชว่ ยเหลือตนเอง และเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสงั คม
๑.๓.๓ จุดควรพฒั นา
โรงเรียนควรจดั สรรงบประมาณในการพัฒนาสอ่ื การเรียนรูใ้ ห้เพยี งพอ และมคี วามน่าสนใจ เพ่ือ
กระตุ้นการเรียนรู้ รวมท้งั พัฒนาแผนปฏบิ ัตกิ ารทท่ี นั สมัยและมีประสทิ ธภิ าพในการส่งเสริมพฒั นาการดา้ นดา้ น
สังคม ชว่ ยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกท่ีดขี องสงั คมใหแ้ ก่เด็ก ๆ
๑.๓.๔ แนวทางการพฒั นาใหไ้ ด้ระดบั คุณภาพท่สี งู ขน้ึ
โรงเรียนได้มแี นวทางในการพัฒนามาตรฐานท่ี ๑ ให้ได้ระดบั คุณภาพทีส่ งู ขน้ึ โดยกาหนดโครงการ
และกิจกรรม ไว้ในแผนปฏิบัติราชการ ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๕ ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาคุณธรรมจริยธรรมของหนูน้อย มกี ิจกรรมดังนี้
๑) กจิ กรรมธนาคารความดี
๒) กิจกรรมหมน่ั ฝึกซอ้ มความซื่อสตั ย์
๓) กจิ กรรมฟังนิทานกอ่ นนอน
๒. โครงการส่งเสรมิ และพฒั นาคา่ นยิ ม ของหนูน้อยในการเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสังคม มีกจิ กรรมดงั น้ี
๑) กิจกรรมหนูน้อยมารยาทงาม
๒) กิจกรรมสิ่งแวดล้อมสวย ร่วมประหยดั พลังงาน
๓) กิจกรรมแขง่ ขันเก็บออม
๑.๔ มพี ฒั นาการด้านสตปิ ญั ญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพืน้ ฐาน และแสวงหาความรไู้ ด้
๑.๔.๑ กระบวนการพัฒนาและผลการพัฒนา
โรงเรยี นไดด้ าเนนิ การพัฒนาเพอ่ื ให้เด็กมีพฒั นาการดา้ นสติปญั ญา ส่อื สารได้ มที ักษะการคดิ
พน้ื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้ โดยได้จดั ทาโครงการ กจิ กรรม ผลจากการดาเนนิ งานพัฒนา ดังตอ่ ไปน้ี
๔๒
วธิ ดี าเนนิ การพัฒนา ผลการพัฒนา
๑. ครูผู้สอนดาเนินการพฒั นาเดก็ ตามแผนงาน/โครงการ/ เดก็ ร้อยละ ๘๐ สามารถสนทนาโต้ตอบ และเลา่
กิจกรรมเสริมต่าง ๆ เช่น เร่ืองให้ผ้อู น่ื เข้าใจได้ สามารถ จบั คู่ เปรียบเทยี บ
- โครงการสง่ เสริมและพฒั นาการเรยี นรู้ของหนนู ้อย มี จาแนก จัดกล่มุ และเรยี งลาดับเหตกุ ารณ์ได้
กิจกรรมดังน้ี สามารถตง้ั คาถามในส่ิงทตี่ นเองสนใจหรอื สงสัย
และคน้ หาคาตอบโดยใชว้ ิธกี ารที่หลากหลายด้วย
๑) รบี เร่งช่วยกนั ตนเองได้ สามารถระบปุ ญั หา สรา้ งทางเลอื ก
๒) แสนขยนั อดทน และเลอื กวธิ ีแกป้ ัญหาได้ สามารถ สามารถ
๓) คัดคนเกง่ เล่าเร่ือง อธบิ าย เชื่อมโยงสาเหตุและผลทีเ่ กดิ ขนึ้ ใน
๔) วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย สถานการณห์ รือการกระทาได้ มคี วามสามารถใน
๕) มมุ ประสบการณ์แสนสนุก การคิดรวบยอด และคิดเชิงเหตผุ ลทาง
๖) การเรยี นรแู้ บบไฮสโคป คณติ ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สร้างสรรคผ์ ลงาน
จนส่งผลใหเ้ ด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา สอื่ สารได้ ตามความคดิ และจินตนาการ เช่น งานศลิ ปะ
มที กั ษะการคดิ พน้ื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้ การเคล่ือนไหว และท่าทางการเล่นอิสระ
๒. ครผู สู้ อนประสานความรว่ มมอื และใหค้ วามรกู้ ับ สามารถใช้สอ่ื เทคโนโลยี เช่น แว่นขยาย แมเ่ หลก็
ผู้ปกครองในการพฒั นาเด็ก เพ่อื ให้เดก็ มีพฒั นาการดา้ น กลอ้ งดจิ ติ อล เป็นเคร่ืองมือในการเรยี นรู้ และ
สติปัญญา สือ่ สารได้ มที ักษะการคิดพืน้ ฐาน และ แสวงหาความรูไ้ ดซ้ ่ึงบรรลุตามเปูาหมายที่
แสวงหาความรูไ้ ด้ สถานศึกษากาหนดไว้รอ้ ยละ ๘๐
๑.๔.๒ จดุ เดน่
โรงเรยี น ครผู ู้สอน และผู้ปกครอง มีความตระหนักและรว่ มมือกนั ในการพฒั นาเด็ก เพ่ือใหเ้ ดก็ มี
พัฒนาการดา้ นสติปญั ญา สอื่ สารได้ มที กั ษะการคิดพ้นื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้
๑.๔.๓ จดุ ควรพฒั นา
โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณในการพฒั นาสื่อการเรยี นรู้ให้เพยี งพอ และมีความนา่ สนใจ เพอ่ื
กระต้นุ การเรยี นรู้ รวมทงั้ พฒั นาแผนปฏิบตั ิการทท่ี ันสมยั และมีประสิทธภิ าพในการสง่ เสริมพัฒนาการด้าน
สตปิ ัญญา สือ่ สารได้ มีทักษะการคดิ พื้นฐาน และแสวงหาความรูไ้ ด้ใหเ้ พียงพอต่อความต้องการของเด็ก ๆ
๑.๔.๔ แนวทางการพฒั นาให้ได้ระดบั คณุ ภาพท่สี ูงข้ึน
โรงเรียนไดม้ ีแนวทางในการพัฒนามาตรฐานที่ ๑ ให้ไดร้ ะดับคุณภาพทีส่ งู ขึ้นโดยกาหนดโครงการและ
กจิ กรรม ไว้ในแผนปฏบิ ัติราชการ ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ดังต่อไปน้ี
๑. โครงการส่งเสริมและพฒั นาการเรยี นรขู้ องหนูนอ้ ย มีกิจกรรมดงั นี้
๑) กจิ กรรมรบี เร่งชว่ ยกัน
๒) กจิ กรรมแสนขยนั อดทน
๓) กจิ กรรมคัดคนเกง่ เล่าเรื่อง
๔) กจิ กรรมวิทยาศาสตร์นอ้ ย ๔๓
๕) กจิ กรรมมุมประสบการณ์แสนสนกุ
๖) กิจกรรมการเรียนรู้แบบไฮสโคป
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
ผลการประเมิน ระดับคณุ ภาพ ดีเลศิ ประกอบด้วยผลการประเมิน ๖ ขอ้ ดงั น้ี
๒.๑ จัดให้มีหลกั สตู รครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของทอ้ งถนิ่
๒.๑.๑ กระบวนการพฒั นาและผลการพัฒนา
โรงเรียนได้ดาเนินการพัฒนาเพือ่ ให้มีหลกั สตู รครอบคลุมพัฒนาการท้ัง ๔ ด้าน สอดคลอ้ งกับ
บรบิ ทของท้องถิ่นโดยได้จัดทาโครงการ กิจกรรม ดงั ต่อไปน้ี
วธิ ีดาเนินการพัฒนา ผลการพัฒนา
โรงเรียนจดั ทาหลักสตู รสถานศกึ ษาที่ยดื หยุน่ และให้มี โรงเรยี นมีหลักสตู รสถานศกึ ษาทีย่ ืดหยุน่ และให้
ความสอดคล้องกบั หลักสตู รการศึกษาปฐมวัย และการ มีความสอดคลอ้ งกบั หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
ดาเนินงานตามโครงการวจิ ยั และพฒั นาหลกั สูตร และบรบิ ทของท้องถ่นิ
สถานศกึ ษา กิจกรรมประเมินความพึงพอใจตอ่ การใช้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา กจิ กรรมประเมินและพฒั นาหลกั สตู ร
สถานศึกษา และมีการออกแบบการจัดประสบการณ์การ
เรียนรทู้ ่เี ตรียมความพรอ้ มและไม่เร่งรัดวิชาการ เนน้ การ
เรยี นรู้ผ่านการเลน่ และการลงมือปฏบิ ตั ิ ให้ตอบสนองความ
ตอ้ งการและความแตกตา่ งของเด็กปกตแิ ละเด็ก
กลุ่มเปูาหมายเฉพาะ รวมถงึ ใหม้ ีความสอดคลอ้ งกับวถิ ชี ีวติ
ของครอบครวั ชุมชนและทอ้ งถน่ิ
๒.๑.๒ จดุ เด่น
โรงเรยี น ครผู ู้สอน และผู้ปกครอง มีสว่ นร่วมในการจัดทา หลักสูตรสถานศกึ ษาทีย่ ดื หยุ่น และให้มี
ความสอดคล้องกับหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั และบรบิ ทของท้องถนิ่
๒.๑.๓ จุดควรพฒั นา
โรงเรยี นควรมีการประเมนิ และพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา และหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั ให้มี
ความทนั สมยั และสอดคล้องกับสภาวการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ
๒.๑.๔ แนวทางการพัฒนาให้ได้ระดบั คุณภาพท่ีสูงขน้ึ
โรงเรยี นได้มแี นวทางในการพัฒนามาตรฐานท่ี ๒ ใหไ้ ด้ระดบั คณุ ภาพทส่ี ูงข้ึนโดยกาหนดโครงการ
และกจิ กรรม ไวใ้ นแผนปฏิบัตริ าชการ ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๕ ดงั ต่อไปนี้
โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา มีกจิ กรรมดงั นี้
๑) กจิ กรรมพฒั นาหลกั สตู ร ระดบั ปฐมวัย
๔๔
๒.๒ จดั ครใู หพ้ อกบั ชัน้ เรียน
๒.๒.๑ กระบวนการพัฒนาและผลการพัฒนา
โรงเรียนได้ดาเนนิ การพัฒนาเพือ่ จดั ครใู หเ้ พียงพอกับชน้ั เรียนโดยไดจ้ ัดทาโครงการ กิจกรรม ดังตอ่ ไปนี้
วธิ ดี าเนินการพฒั นา ผลการพฒั นา
โรงเรียนจดั ครแู ละพัฒนาครใู หม้ คี วามรู้ความสามารถ และ มคี รเู พยี งพอเหมาะสมกับช้ันเรยี นและภารกิจ
ดาเนนิ งานตามโครงการพฒั นาครทู ั้งระบบ กจิ กรรม การเรยี นการสอน และครูจบการศกึ ษาปฐมวยั
สง่ เสริมและพัฒนาครูตามความตอ้ งการของโรงเรียน หรือผ่านการอบรมการศกึ ษาปฐมวยั
กิจกรรมสง่ เสริมชุมชนการเรยี นรทู้ างวิชาชีพ
จดั ครเู ขา้ ชัน้ เรียนใหม้ ีความเหมาะสมกับภาระกิจการเรยี น
การสอน โดยครูทุกคนที่ได้รบั การจดั เข้าชน้ั เรยี นปฐมวยั
เป็นครูท่มี จี บการศึกษาปฐมวัย
๑.๒.๒ จดุ เดน่
โรงเรยี น มคี วามตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนาคุณภาพของครู และการจัดครูใหม้ ี
ความเพียงพอและมคี วามเหมาะสมกับชนั้ เรยี น
๑.๒.๓ จดุ ควรพฒั นา
โรงเรยี นควรมกี ารนิเทศ กากับติดตาม เพื่อพฒั นาการจดั ประสบการณ์การเรียนรูข้ องครูผสู้ อนอยา่ ง
เป็นระบบ สม่าเสมอ และต่อเนื่อง
๑.๒.๔ แนวทางการพฒั นาให้ได้ระดบั คณุ ภาพท่สี ูงขึ้น
โรงเรียนได้มีแนวทางในการพัฒนามาตรฐานท่ี ๒ ให้ไดร้ ะดบั คณุ ภาพทสี่ งู ข้ึนโดยกาหนดโครงการ
และกิจกรรม ไว้ในแผนปฏบิ ัติราชการ ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ดงั ตอ่ ไปน้ี
โครงการสง่ เสริมและพัฒนากระบวนการบริหารและจัดการคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัย
มกี จิ กรรมดงั นี้
๑) กิจกรรมจดั ครใู ห้เพียงพอกับชัน้ เรียน
๒.๓ สง่ เสริมใหค้ รูมคี วามเช่ียวชาญดา้ นการจัดประสบการณ์
๒.๓.๑ กระบวนการและผลการพัฒนา
โรงเรยี นไดด้ าเนินการพัฒนาเพอื่ สง่ เสริมใหค้ รูมีความเช่ียวชาญดา้ นการจัดประสบการณ์
โดยไดจ้ ัดทาโครงการ กจิ กรรม ดงั ต่อไปน้ี
วิธีดาเนินการพัฒนา ผลการพัฒนา
โรงเรยี นส่งเสริมและพัฒนาครูปฐมวัย โดยดาเนนิ งานตาม ครูมีความรู้ ความสามารถ มีทกั ษะ มคี วาม
โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นากระบวนการบรหิ ารและจดั การ เชย่ี วชาญดา้ นการจดั ประสบการณ์การเรียนรทู้ ี่
คณุ ภาพการศึกษาระดบั ปฐมวัย กิจกรรมส่งเสริมให้ ส่งผลต่อคณุ ภาพเด็กเปน็ รายบุคคล ตรงความ
๔๕
วิธดี าเนนิ การพฒั นา ผลการพัฒนา
ครูผู้สอนเขา้ อบรมสมั มนา ศึกษาดงู าน กิจกรรมส่งเสริม ต้องการของครสู ถานศกึ ษา ผูป้ กครอง และ
การแลกเปลย่ี นเรียนร้ทู างวชิ าชพี ( PLC) กิจกรรมจดั มมุ ชมุ ชน อกี ทง้ั ใชป้ ระสบการณ์สาคญั ในการ
ประสบการณ์ ในหอ้ งเรียน กิจกรรมจัดทาหนงั สือเลม่ เลก็ ออกแบบและจัดกจิ กรรมได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
กิจกรรมจดั มุมแสดงผลงานนักเรยี น กจิ กรรมจดั หาและ มกี ารสงั เกตและประเมินเด็กเปน็ รายบคุ คล มี
ผลติ สอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่อื การเรียนรู้ กิจกรรม ปฏิสมั พันธ์ที่ดกี บั เด็ก และครอบครวั พัฒนาการ
จัดระบบข้อมลู สารสนเทศ กิจกรรมการประกันคณุ ภาพ จัดประสบการณเ์ ด็กดว้ ยการใชช้ ุมชนแหง่ การ
ภายในสถานศึกษา กิจกรรมการนิเทศภายใน เพื่อให้ครูมี เรยี นรู้ (Professional Learning Community :
ความรู้ความสามารถในการวเิ คราะห์และออกแบบหลกั สูตร PLC) เป็นวิธีการในการพัฒนา
สถานศกึ ษา และมที ักษะในการจดั ประสบการณแ์ ละ
ออกแบบการจดั กิจกรรมที่หลากหลาย มีทักษะการสังเกต
และการประเมินพฒั นาการเด็ก รวมถงึ การมีปฏิสัมพนั ธ์
และสร้างความสมั พันธ์ทีด่ ีกบั เด็ก ผู้ปกครองและครอบครัว
ของเด็ก
๒.๓.๒ จดุ เด่น
โรงเรียน มีความตระหนัก และเห็นความสาคัญในการพัฒนาคุณภาพของครู ให้มีความรู้
ความสามารถในการวเิ คราะหแ์ ละออกแบบหลกั สูตรสถานศกึ ษา และมีทักษะในการจัดประสบการณ์และออกแบบ
การจัดกิจกรรมทหี่ ลากหลาย มที ักษะการสังเกตและการประเมินพัฒนาการเด็ก รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์และสร้าง
ความสัมพนั ธ์ทดี่ กี ับเด็ก ผู้ปกครองและครอบครวั ของเด็ก
๒.๓.๓ จุดควรพฒั นา
โรงเรยี นควรมกี ารนเิ ทศ กากับติดตาม เพ่อื พฒั นาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของครูผู้สอนอย่าง
เป็นระบบ สมา่ เสมอ และต่อเน่ือง
๒.๓.๔ แนวทางการพัฒนาให้ได้ระดบั คณุ ภาพทีส่ งู ขน้ึ
โรงเรียนไดม้ ีแนวทางในการพัฒนามาตรฐานท่ี ๒ ให้ไดร้ ะดับคณุ ภาพทีส่ ูงขึน้ โดยกาหนด
โครงการและกิจกรรม ไวใ้ นแผนปฏิบตั ิราชการ ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ดังต่อไปนี้
โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นากระบวนการบริหารและจดั การคุณภาพการศึกษาระดบั ปฐมวยั มี
กิจกรรมดังน้ี
๑) กจิ กรรมสง่ เสริมใหค้ รูผู้สอนเข้าอบรมสมั มนา ศึกษาดูงาน
๒) กิจกรรมส่งเสรมิ การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ทางวิชาชพี ( PLC)
๓) กจิ กรรมจัดมุมประสบการณ์ ในห้องเรียน
๔) กจิ กรรมจดั ทาหนังสือเลม่ เล็ก
๕) กจิ กรรมจัดมุมแสดงผลงานนกั เรยี น