The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-06 02:26:14

รวมแผน

รวมแผน

แบบทดสอบ
หนว่ ยการเรียนรู้ พลังงานความร้อน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
เร่ือง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะจำนวน 10 ขอ้

คำช้แี จง 1. ขอ้ สอบเปน็ แบบปรนยั มีท้ังหมด 10 ข้อ เวลา 30 นาที 10 คะแนน
2. ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบทถี่ ูกท่ีสดุ เขียนคำตอบเดยี วและกาเครื่องหมายกากบาท (X)

ลงในคำตอบ
1. ข้อใดเรยี งลำดบั การจดั เรยี งตวั ของอนภุ าคจากทใี่ กล้ชดิ กนั มากไปหาน้อยได้ถูกต้อง
ก. แก๊ส > ของเหลว > ของแข็ง
ข. ของแข็ง > ของเหลว > แกส๊
ค. ของเหลว > แกส๊ > ของแขง็
ง. แกส๊ > ของแข็ง > ของเหลว
2. ข้อใดกลา่ วถึงสมบตั ทิ างเคมีของสาร
ก. เกลอื แกงมลี ักษณะเป็นของแขง็ สีขาวขุน่ ละลายน้ำได้
ข. น้ำตาลมีลกั ษณะเปน็ ของแขง็ สีขาวใส
ค. หินปนู เมื่อทำปฏิกิริยากบั กรดจะมีฟองแก๊สเกิดขนึ้
ง. เอทานอลเปน็ ของเหลวใส ไม่มีสี
3. ขอ้ ความใดแสดงลกั ษณะของสารได้ถกู ต้อง
ก. อากาศจะถกู เปลย่ี นรูปรา่ งเมือ่ ถูกปลอ่ ยออกจากลกู โปง่
ข. แกว้ จะเปลย่ี นรูปร่างเม่ือใสน่ ้ำลงไป
ค. น้ำจะเปล่ยี นปริมาตรเมื่อเทจากแก้วใส่กระตกิ
ง. หินจะเปลย่ี นรูปร่างเมื่อหยิบจากพนื้ ใส่กล่อง
4. ขอ้ ใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. อนภุ าคของสสารทุกสถานะจะเคลอ่ื นที่ได้อยา่ งอิสระตลอดเวลา
ข. แรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าคของแกส๊ น้อยมาก ทำให้แก๊สฟงุ้ กระจายได้อยา่ งอิสระ
ค. ของเหลวและแก๊สสามารถเปลี่ยนแปลงรูปรา่ งตามภาชนะท่บี รรจุและมีปรมิ าตรไม่คงที่
ง. สสารชนิดหนง่ึ ในสถานะของแข็งและของเหลว ท่ีปริมาตรเท่ากัน จะมีจำนวนอนุภาคเท่ากนั
5. กนกทิพญ์เทนำ้ สแี ดงปรมิ าตร 50 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ลงในบิกเกอร์ ผลการทดลองที่เกิดขึ้น
เปน็ อยา่ งไร
ก. ปริมาตรน้ำสแี ดงเพมิ่ ข้ึน
ข. ปริมาตรนำ้ สแี ดงลดลง
ค. ปรมิ าตรนำ้ สีแดงเทา่ เดมิ
ง. ปรมิ าตรนำ้ สีแดงเพ่ิมขนึ้ หรือลดลงก็ได้

6. จากรปู การจดั เรยี งอนภุ าคและการเคล่ือนทข่ี องอนุภาคของสสารในสถานะใด
ก. ของแข็ง
ข. ของเหลว
ค. แกส๊
ง. พลาสมา

7. "สารชนดิ หนงึ่ มีรปู ร่างไม่คงที่ เปล่ียนแปลงไปตามภาชนะ" เป็นคณุ สมบตั ิของสารในสถานะใด
ก. ของแขง็
ข. ของเหลว
ค. แก๊ส
ง. ของเหลวและแกส๊

ตอนที่ 2 จงวาดภาพแบบจำลองการเรยี งตัวของอนุภาคของสาร

1. ของแข็ง 2. ของเหลว 3. แก๊ส

ช่ือ-สกุล........................................................................................เลขท่.ี ............ช้นั ...............

แบบทดสอบ
หนว่ ยการเรียนรู้ พลังงานความร้อน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
เร่ือง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะจำนวน 10 ขอ้

คำช้แี จง 1. ขอ้ สอบเปน็ แบบปรนยั มีท้ังหมด 10 ข้อ เวลา 30 นาที 10 คะแนน
2. ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบทถี่ ูกท่ีสดุ เขียนคำตอบเดียวและกาเครื่องหมายกากบาท (X)

ลงในคำตอบ
1. ข้อใดเรยี งลำดบั การจดั เรยี งตวั ของอนภุ าคจากทใี่ กลช้ ดิ กันมากไปหาน้อยได้ถูกต้อง
ก. แก๊ส > ของเหลว > ของแข็ง
ข. ของแข็ง > ของเหลว > แกส๊
ค. ของเหลว > แกส๊ > ของแขง็
ง. แกส๊ > ของแข็ง > ของเหลว
2. ข้อใดกลา่ วถึงสมบตั ทิ างเคมีของสาร
ก. เกลอื แกงมลี ักษณะเป็นของแขง็ สีขาวขุน่ ละลายน้ำได้
ข. น้ำตาลมีลกั ษณะเปน็ ของแขง็ สีขาวใส
ค. หินปนู เมื่อทำปฏิกิริยากบั กรดจะมีฟองแก๊สเกิดขนึ้
ง. เอทานอลเปน็ ของเหลวใส ไม่มีสี
3. ขอ้ ความใดแสดงลกั ษณะของสารได้ถกู ต้อง
ก. อากาศจะถกู เปล่ยี นรูปรา่ งเมือ่ ถูกปลอ่ ยออกจากลกู โปง่
ข. แกว้ จะเปลย่ี นรูปร่างเม่ือใสน่ ้ำลงไป
ค. น้ำจะเปล่ยี นปริมาตรเมื่อเทจากแก้วใส่กระตกิ
ง. หินจะเปลย่ี นรูปร่างเมื่อหยิบจากพนื้ ใส่กล่อง
4. ขอ้ ใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. อนภุ าคของสสารทุกสถานะจะเคลอ่ื นที่ได้อยา่ งอิสระตลอดเวลา
ข. แรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าคของแกส๊ น้อยมาก ทำให้แก๊สฟงุ้ กระจายได้อยา่ งอิสระ
ค. ของเหลวและแกส๊ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปรา่ งตามภาชนะท่บี รรจุและมีปรมิ าตรไม่คงที่
ง. สสารชนิดหนง่ึ ในสถานะของแข็งและของเหลว ท่ีปรมิ าตรเท่ากัน จะมีจำนวนอนุภาคเท่ากนั
5. กนกทิพญ์เทนำ้ สีแดงปรมิ าตร 50 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ลงในบิกเกอร์ ผลการทดลองที่เกิดขึ้น
เปน็ อยา่ งไร
ก. ปริมาตรน้ำสแี ดงเพมิ่ ข้ึน
ข. ปริมาตรนำ้ สแี ดงลดลง
ค. ปรมิ าตรนำ้ สีแดงเทา่ เดมิ
ง. ปรมิ าตรนำ้ สีแดงเพ่ิมขนึ้ หรือลดลงก็ได้

6. จากรปู การจดั เรยี งอนภุ าคและการเคล่ือนทข่ี องอนุภาคของสสารในสถานะใด
ก. ของแข็ง
ข. ของเหลว
ค. แกส๊
ง. พลาสมา

7. "สารชนดิ หนงึ่ มีรปู ร่างไม่คงที่ เปล่ียนแปลงไปตามภาชนะ" เป็นคณุ สมบตั ิของสารในสถานะใด
ก. ของแขง็
ข. ของเหลว
ค. แก๊ส
ง. ของเหลวและแกส๊

ตอนที่ 2 จงวาดภาพแบบจำลองการเรยี งตัวของอนุภาคของสาร

1. ของแข็ง 2. ของเหลว 3. แก๊ส

ช่ือ-สกุล........................................................................................เลขท่.ี ............ช้นั ...............









แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2

รหัส-ชอื่ รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 พลงั งานความร้อน ภาคเรียนที่ 2 เวลา 12 ชัว่ โมง

เรอื่ ง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ เวลาเรยี น 2 คาบ

ผ้สู อน นางสาวสุภาพร แสนแทน โรงเรยี น บา้ นนาล้อม

วันที่ 18 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ มั พันธ์

ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับเสียง แสง
และคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้วี ัด

ว2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนท่ีทำให้สสารเปลี่ยน
อุณหภมู ิและเปล่ียนสถานะ โดยใชส้ มการ Q=mc t และ Q=mL

ว2.3 ม.1/2 ใชเ้ ทอรม์ อมเิ ตอรใ์ นการวดั อณุ หภูมิของสสาร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้ (Knowledge : K)

นักเรยี นสามารถอธิบายลักษณะของอนภุ าคของแขง็ ของเหลวได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)

นักเรยี นสามารถสรา้ งแบบจำลองอนภุ าคของแข็ง ของเหลว และแก๊สได้
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute : A)

1.นักเรยี นมคี วามรับผิดชอบ
2. นักเรยี นมีความมงุ่ ม่ันในการทำงาน
สมรรถนะนักเรียน
1. ดา้ นการส่ือสาร
2. ด้านการคิด

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. มุ่งม่ันในการทำงาน

สาระสำคัญ

อนภุ าคประกอบไปด้วย อะตอม โมเลกลุ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ดว้ ยตาเปลา่ การจดั เรยี งอนุภาค
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าคของแขง็ มีมากกว่าของเหลว และแกส๊
รปู แบบวธิ ีการจดั ประสบการเรยี นรู้

วธิ ีการสอนแบบสะเต็มศึกษา

ลำดับขนั้ การจัดประสบการณเ์ รียนรู้
1. ระบุปญั หา (Problem Identification)

1.1 ครแู บง่ กลุม่ ใหน้ กั เรียน กลุม่ ละ 7 คน 5 กลุ่ม โดยการสุ่ม
1.2. ครกู ำหนดปัญหาให้นกั เรียน สรา้ งแบบจำลองอนุภาคของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยอุปกรณ์
และวิธกี ารใหค้ ะแนน ดงั นี้

1.1.1 ปากกาเคมีดา้ ม 1 ดา้ ม 1 แตม้
1.1.2 สตก๊ิ เกอร์ 1 อัน ไม่เกนิ 1 แตม้

ช่วงการให้คะแนนดังนี้
1-5 แต้ม 10 คะแนน
6-10 แตม้ 9 คะแนน
11-15 แต้ม 8 คะแนน
16 แตม้ ข้นึ ไป 7 คะแนน

2. ข้นั รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกย่ี วข้องกบั ปญั หา
ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มสบื คน้ ข้อมูลเกีย่ วกบั อนุภาคของแขง็ ของเหลว และแกส๊ เช่น ลักษณะของ

อนภุ าค ตวั อย่างของอนุภาคของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ในหนังสือเรยี นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สสวท ม.1
เล่ม 2 หน้าท่ี 4-9

3. ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปญั หา
ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกแบบ แบบจำลองอนุภาคของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
4. ขนั้ วางแผนและดำเนินการแกป้ ัญหา
ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอแบบร่าง แบบจำลองอนุภาคของแข็ง ของเหลว และแก๊ส พร้อมระบุ
วสั ดทุ ่ีใช้สรา้ งและตน้ ทนุ ของวัสดทุ ้ังหมด สรา้ งของเลน่ ตามทีอ่ อกแบบไว้
5. ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไ้ ขวิธีการแกไ้ ขปญั หาหรือแก้ไขชิ้นงาน
ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินตน้ ทนุ ที่ใช้ เพื่อเป็นข้อมลู สำหรับประเมนิ ชิ้นงานตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ทดสอบและปรบั ปรงุ แก้ไข
6. ขั้นนำเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหา ผลการแกป้ ัญหาหรือช้ินงาน
นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ มานำเสนอแบบจำลองอนภุ าคของแขง็ ของเหลว และแกส๊ และให้เพอ่ื นในหอ้ ง
โหวตคะแนน กลุ่มใดได้ผลโหวตเยอะสุดเปน็ กลุ่มทีช่ นะ

ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท ม.1 เล่ม 2 หน้าที่ 4-9
2. กระดาษแขง็ 5 แผ่น
3. สต๊กิ เกอร์ 50 อัน
4. ปากกาเคมี 10 ด้าม
แหล่งการเรียนรู้
หอ้ งเรียน

การวัดและประเมนิ ผล

กรอบการวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวดั และประเมนิ ผลดังตาราง

ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ขอ้ ท่)ี วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑก์ ารประเมนิ

ดา้ นความรู้ (Knowledge : การตอบคำถาม คำถาม ได้รอ้ ยละ 60 ข้นึ ไป

K)

นักเรียนสามารถอธิบาย

ลกั ษณะของอนภุ าคของแขง็

ของเหลวได้

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ประเมนิ ชนิ้ งาน แบบประเมนิ ชิ้นงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ข้ึนไป

(Process : P) จาก 4 ระดับ

นกั เรียนสามารถสรา้ ง

แบบจำลองอนภุ าคของแข็ง

ของเหลว และแกส๊ ได้

ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึง สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตคณุ ลักษณะอนั ระดับคณุ ภาพ 2 ข้ึนไป

ประสงค์ (Attribute : A) พึงประสงค์ จาก 4 ระดบั

1. นักเรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบ

2. นักเรียนมีความมงุ่ ม่ันใน

การทำงาน

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนรูบริค (Rubric Score) ใช้เกณฑ์ประเมินโดยเขยี นตวั รูบรคิ

แบบแยกให้คะแนนเปน็ รายข้อ (Analytical Rubric Score) ดังตาราง

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (Rubric Scoring)

ประเดน็ การประเมิน ระดับคุณภาพ

4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พัฒนา) 1 (ปรับปรุง)

ดา้ นความรู้

(Knowledge : K) ได้รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป ได้รอ้ ยละ 70-79 ได้รอ้ ยละ 60-69 ได้ร้อยละ 50-59

เรยี นสามารถสรา้ ง

แบบจำลองอนุภาค

ของแข็ง ของเหลว

และแกส๊ ได้

ด้านทักษะ/ -เนือ้ หาครบถกู ต้อง -เน้อื หาถูกต้อง ตรง - เนือ้ หาผดิ พลาด - เน้ือหาไมเ่ ปน็ ไป

กระบวนการ ตรงตามหวั ขอ้ เร่ือง ตามหัวข้อเร่อื ง เลก็ นอ้ ย ตามท่กี ำหนด

(Process : P) - รายละเอยี ด - รายละเอยี ดไม่ค่อย - รายละเอียดไม่ - รายละเอยี ดไม่

1. นัก นกั เรยี นสามารถสร้าง ครอบคลมุ ครอบคลมุ ครอบคลมุ ครอบคลมุ

แบบจำลองอนุภาค สอดคล้อง - สะกดคำถกู ต้อง - สะกดคำผดิ พลาด รายละเอียดไมถ่ ูกตอ้ ง

ของแขง็ ของเหลว - ทำถกู ต้องตาม - ทำผิดตามขัน้ ตอนท่ี - ทำผดิ ตามข้ันตอนท่ี ครอบคลมุ

และแก๊สได้ ขน้ั ตอนที่กำหนด กำหนด 1 ข้อ กำหนด 2 ขอ้ - ทำผิดตามขั้นตอนท่ี

- ใช้วัสดุอุปกรณไ์ ม่ - ใช้วสั ดุอปุ กรณ์เกิน - ใช้วัสดอุ ุปกรณ์เกิน กำหนด 3 ขอ้ ขึ้นไป

เกนิ ตามท่กี ำหนด ตามที่กำหนด 1 ชิ้น ตามท่กี ำหนด 2 ชิ้น - ใชว้ สั ดอุ ุปกรณเ์ กนิ

ตามทีก่ ำหนด 3 ชน้ิ

ขึน้ ไป

ด้านคณุ ลกั ษณะอัน - มีความรับผดิ ชอบ - มีความรับผดิ ชอบ - มีความรับผดิ ชอบ - มคี วามรับผดิ ชอบ

พงึ ประสงค์ - มคี วามเพยี ร - มคี วามเพยี ร - มีความเพยี ร น้อย

(Attribute : A) พยายามในการ พยายามในการเรียนรู้ พยายามในการเรียนรู้ - มคี วามเพียร

1. นักเรยี นมีความ เรยี นรู้ - สนใจร่วมกจิ กรรมใน - ไม่ค่อยสนใจร่วม พยายามในการเรยี นรู้

รับผดิ ชอบ - สนใจร่วมกิจกรรม ช้ันเรียนและคน้ คว้า กิจกรรมในชน้ั เรยี น น้อย

2. นกั เรยี นมคี วาม ในชั้นเรยี นและ หาความรู้ - ไม่สนใจร่วมกิจกรรม

มุ่งมน่ั ในการทำงาน ค้นคว้าหาความรู้ ในช้นั เรยี น

- จดบันทกึ และ

แลกเปลยี่ นความรู้

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
9 - 13 คะแนน 5 - 8 คะแนน ตำ่ กว่า 4 คะแนน
คะแนนรวม 14-16 คะแนน

ตาราง: แสดงเกณฑก์ ารประเมินคะแนนรบู ริคเขียนโดยเขยี นตัวรบู รคิ แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้

รายการประเมนิ

1. นกั เรยี นสามารถ 2. นักเรยี นสามารถ 3. นกั เรยี นมีความ 4. นกั เรยี นมคี วาม

อธิบายลกั ษณะของ สร้างแบบจำลอง รบั ผดิ ชอบ มุ่งมั่นในการทำงาน รวม
่ผาน/ไม่ ่ผาน
ท่ี ชอื่ – สกุล อนภุ าคของแข็ง อนุภาคของแขง็

ของเหลวได้ ของเหลว และแกส๊

ได้

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16

1 เด็กชายจิรพัฒน์ คำแร่ / / / / 11 ผา่ น

2 เดก็ ชายปิยะรัตน์ บัวสุข / / / / 16 ผา่ น

3 เด็กชายธงชัย ศรเี ลอ่ื น / / / / 11 ผ่าน

4 เด็กชายณรงคช์ ยั จนั ทะคณุ / / / / 15 ผ่าน

5 เดก็ ชายวชิ าณรงค์ บุญมา / /// 11 ผ่าน

6 เดก็ ชายณฐั ชยั มลู สารี / / / / 11 ผ่าน

7 เดก็ ชายสทิ ธิพล ราชเพียแก้ว / / / / 12 ผ่าน

8 เด็กชายพงศ์สวสั ด์ิ นุ่นสขุ / /// 11 ผา่ น

9 เด็กชายวุฒชิ ยั ม่วงทวที รพั ย์ / / / / 16 ผา่ น

10 เด็กชายบุญญฤทธิ์ ไร่วบิ ลู ย์ / / / / 15 ผา่ น

11 เดก็ ชายโกมล ไกรผล / / / / 15 ผา่ น

12 เดก็ ชายวรพงษ์ หาญรุ่ง / / / / 15 ผา่ น

13 เด็กชายนทจร นามวงษ์ / /// 11 ผา่ น

14 เด็กชายเปรมนชั พนั ทอง / / / / 11 ผา่ น

15 เด็กชายณฐกร บามา / / / / 11 ผา่ น

16 เดก็ ชายภควฒั น์ ชยั ปนั / / / / 15 ผา่ น

17 เดก็ ชายอนุวัต ชยั ปัน / / / / 15 ผา่ น

18 เดก็ หญงิ ปยิ ดาพร แตงออ่ น / / / / 15 ผา่ น

19 เดก็ หญงิ สพุ ตั รา สโุ คมตุ / / / / 10 ผา่ น

20 เดก็ หญงิ ปยิ นุช ทองเขยี ว / / / / 16 ผา่ น

21 เดก็ หญงิ ชฎาทอง พลสอนดา / / / / 15 ผ่าน

22 เด็กหญิงสภุ สั สร แสงรตั น์ / / / / 16 ผ่าน

24 เด็กหญิงชนากานต์ สารไชย / / / / 14 ผ่าน

25 เด็กหญงิ ยลรดา อา้ ยกลุ นา / / / / 15 ผ่าน

26 เด็กหญิงปฏมิ า หญา้ ผา / / / / 12 ผ่าน

27 เดก็ หญงิ ณิชานันทร์ ดว่ นเดิน / / / / 15 ผ่าน

28 เดก็ หญงิ ณิชการ ตาดา / / / / 16 ผ่าน

29 เด็กหญงิ นฤมล บญุ สนิท / / // 13 ผา่ น

30 เดก็ หญงิ รชั ยาภรณ์ ปิ่นทอง / / / / 16 ผ่าน

31 เดก็ หญิงกลั ยาณี ราชเพยี แกว้ / / / / 16 ผ่าน

32 เดก็ หญงิ พลอยพรรณ พรมมา / / // 13 ผ่าน

บนั ทกึ หลังแผน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1

เร่อื ง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ

1.ระดับบคุ คล จากจำนวนนักเรียนทงั้ หมด...32.....คน

มผี ลการเรยี นร้อู ยู่ใน ระดับคุณภาพดีมาก จำนวน 19 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 59.38

ระดบั คุณภาพดี จำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 40.62

ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน______คน คิดเปน็ รอ้ ยละ______

และ ระดับคุณภาพปรบั ปรงุ จำนวน______คน คิดเป็นร้อยละ______

ดังนน้ั จึงมีนักเรียนมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 32 คน

คดิ เป็นร้อยละ 100 และต่ำกวา่ เกณฑ์ทีก่ ำหนดจำนวน______คน คิดเปน็ ร้อยละ______

2. ระดับกลุ่ม นกั เรียนมีผลงานอยู่ในระดับใด______ร้อยละ______ของจำนวนทั้งหมด ถือว่าการ

จัดการเรยี นรู้

ประสบความสำเรจ็

ไม่ประสบความสำเร็จ ตามวตั ถุประสงค์ของแผนการจดั การเรยี นรู้







แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 3

รหสั -ชื่อรายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 5 พลงั งานความร้อน ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 12 ช่ัวโมง

เร่อื ง ความร้อนกับการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิของสสาร เวลาเรยี น 2 คาบ

ผสู้ อน นางสาวสภุ าพร แสนแทน โรงเรยี น บา้ นนาล้อม

วนั ที่ 22 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏสิ มั พนั ธ์

ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ท่เี กี่ยวขอ้ งกับเสยี ง แสง
และคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชว้ี ัด

ว2.3 ม.1/1 วเิ คราะห์ แปลความหมายข้อมลู และคำนวณปริมาณความรอ้ นที่ทำให้สสารเปลี่ยน
อุณหภูมิและเปลยี่ นสถานะ โดยใช้สมการ Q=mc∆t

ว2.3 ม.1/2 ใช้เทอรม์ อมเิ ตอรใ์ นการวดั อุณหภูมิของสสาร
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)

นักเรยี นสามารถอธิบายลักษณะของอนุภาคของแข็งของเหลวได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหดั ได้ถูกตอ้ ง
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attribute : A)

1.นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบ
2. นักเรียนมีความมุ่งมน่ั ในการทำงาน
สมรรถนะนักเรยี น
1. ดา้ นการสื่อสาร
2. ด้านการคดิ

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

สาระสำคญั

เม่อื สสารไดร้ ับหรือสญู เสียความรอ้ นอาจทำให้สสารเปลย่ี นอณุ หภมู ิ เปลีย่ นสถานะ หรอื เปล่ียนรปู ร่าง
ปรมิ าณความร้อนท่ีทำให้สสารเปลี่ยนอณุ หภมู ขิ น้ึ กบั มวล ความรอ้ นจำเพาะ และอุณหภูมิ ทเ่ี ปลี่ยนไป
ปริมาณความร้อนที่ทำใหส้ สารเปลย่ี นสถานะขึน้ กบั มวลและความร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะทส่ี สารเปลยี่ น
สถานะ อุณหภูมจิ ะไม่เปลีย่ นแปลง โดยใช้สมการ Q= mc∆t
รปู แบบวิธีการจดั ประสบการเรียนรู้

ใชร้ ปู แบบการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

ลำดบั ข้ันการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
1. สร้างความสนใจ
1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรยี นโดยใชป้ ระเดน็ คำถามดังน้ี
1.1.1 ถ้าครูใหค้ วามร้อนของแข็งและของเหลวนกั เรยี นคดิ ว่าสงิ่ ใดจะร้อนเร็วกว่ากนั
(ของแข็ง เพราะ ของแขง็ มีอนุภาคเรยี งตัวชดิ ตดิ กนั )
1.1.2 ถ้าครูตม้ นำ้ รอ้ นและน้ำมันโดยใชป้ ริมาณและอุณหภมู เิ ท่ากนั นักเรยี นคิดวา่ อนั ไหนรอ้ น

เร็วกว่ากัน เพราะเหตุใด
(นำ้ มันรอ้ นเรว็ กว่านำ้ เพราะ นำ้ มนั มคี วามร้อนจำเพาะน้อยกว่านำ้ )

2. ขนั้ ดาํ เนนิ การสอน
2.1 ครูอธบิ ายการคำนวณปริมาณความร้อนท่ีทำให้อณุ หภูมขิ องสสารเปล่ยี นแปลง ในหนงั สือเรียน

วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สสวท ม.1 เล่ม 2 หน้าที่ 21-25 (การคำนวณปริมาณความร้อนทที่ ำให้อุณหภมู ขิ อง
สสารเปล่ียนแปลง

m แทน มวลของสสาร มหี นว่ ยเป็น กรมั (g)

∆t แทน อุณหภูมขิ องสสารท่ีเปลีย่ นแปลงไป หรืออณุ หภูมิสูงสดุ (t₁) - อณุ หภูมติ ำ่ สุด (t₂)
มีหน่วยเปน็ องศาเซลเชยี ส (°c)
Q แทน ปรมิ าณความรอ้ นที่สสารไดร้ ับหรือสญู เสยี มีหนว่ ยเป็น แคลอรี (cal)
C แทน ความร้อนจำเพาะของสาร มหี น่วยเปน็ แคลอ/กรัม องศาเซลเซยี ส (cal/g °c)
การหาปริมาณความร้อนทที่ ำใหส้ สารเปลี่ยนแปลงอณุ หภูมิจากความสมั พันธ์ระหวา่ งมวลความร้อน
จำเพาะและอุณหภูมทิ ี่เปล่ียนไป เป็นดังสมการ Q= mc∆t)
3. ขนั้ สรุปและประเมนิ การเรียนรู้

3.1 ครสู ่มุ นักเรยี น ออกมาอธิบายตวั แปร Q m c และ∆t หนา้ ชัน้ เรยี น
3.2 ครูอธิบายรว่ มกับนักเรียน
4. ขัน้ ขยายความรู้
ครูให้ความรูเ้ พมิ่ เติมเร่อื ง เทอรม์ อมิเตอรเ์ ป็นเครอื่ งมือที่ใช้สำหรบั วัดอณุ หภมู หิ รอื ระดับพลังงาน
ความรอ้ นของสสาร ซงึ่ หน่วยท่ีใช้ในการบอกอณุ หภมู ิมหี ลายหนว่ ย เชน่ องศาเซลชยี ส องศาฟาเรนไฮต์ เคล
วนิ ในประเทศไทยนยิ มบอกอุณหภูมเิ ป็นองศาเซลเชยี ส แต่ในบางประเทศนยิ มบอกอุณหภมู เิ ป็น
องศาฟาเรนไฮต์ อณุ หภมู ใิ นหนว่ ยองศาเซลเชียส (°C) องศาฟาเรนไฮต์ (°F) และเคลวิน (°K)
5. ขนั้ ประเมิน
ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สสวท ม.1 เลม่ 2 หนา้ ท่ี 25
โดยใหเ้ วลาในการทำ 30 นาที และสง่

สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
สอื่ การเรียนรู้
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท ม.1 เลม่ 2 หน้าท่ี 25
แหล่งการเรียนรู้
ห้องเรยี น

การวดั และประเมนิ ผล
กรอบการวัดและประเมนิ ผล กำหนดกรอบการวัดและประเมนิ ผลดงั ตาราง

ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (ขอ้ ที)่ วิธีการวัดผล เครื่องมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน
คำถาม ได้รอ้ ยละ 60 ขน้ึ ไป
ด้านความรู้ (Knowledge : การตอบคำถาม

K)

นกั เรยี นสามารถอธิบาย

ลกั ษณะของอนุภาคของแข็ง

ของเหลวได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ ประเมนิ ช้นิ งาน แบบประเมนิ ช้ินงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ขึ้นไป
จาก 4 ระดบั
(Process : P)

นกั เรียนสามารถทำแบบฝึกหดั

ได้ถูกตอ้ ง

ดา้ นคุณลักษณะอนั พึง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตคณุ ลักษณะอนั ระดบั คณุ ภาพ 2 ขน้ึ ไป

ประสงค์ (Attribute : A) พงึ ประสงค์ จาก 4 ระดบั

1. นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบ

2. นักเรียนมีความมงุ่ ม่นั ใน

การทำงาน

เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินคะแนนรูบรคิ (Rubric Score) ใช้เกณฑป์ ระเมนิ โดยเขยี นตวั รบู รคิ

แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ (Analytical Rubric Score) ดังตาราง

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (Rubric Scoring)

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ

4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พฒั นา) 1 (ปรบั ปรุง)

ด้านความรู้ ได้ร้อยละ 50-59

(Knowledge : K) ไดร้ อ้ ยละ 80 ขึน้ ไป ไดร้ ้อยละ 70-79 ได้รอ้ ยละ 60-69 - เน้อื หาไมเ่ ป็นไป
ตามท่กี ำหนด
นักเรยี นสามารถ - รายละเอยี ดไม่
ครอบคลมุ
อธิบายลกั ษณะของ รายละเอียดไมถ่ กู ต้อง
ครอบคลมุ
อนภุ าคของแข็ง - มีความรบั ผดิ ชอบ
นอ้ ย
ของเหลวได้ - มคี วามเพยี ร
พยายามในการเรยี นรู้
ดา้ นทกั ษะ/ -เนื้อหาครบถูกต้อง -เน้ือหาถูกต้อง ตรง - เน้ือหาผิดพลาด น้อย
- ไม่สนใจร่วมกิจกรรม
กระบวนการ ตรงตามหัวข้อเรอื่ ง ตามหวั ขอ้ เรื่อง เลก็ นอ้ ย ในชนั้ เรยี น

(Process : P) - รายละเอยี ด - รายละเอียดไมค่ ่อย - รายละเอยี ดไม่

1. นัก นักเรียนสามารถทำ ครอบคลมุ ครอบคลมุ ครอบคลมุ

แบบฝึกหัดได้ถกู ต้อง สอดคล้อง

ดา้ นคณุ ลักษณะอัน - มีความรับผดิ ชอบ - มคี วามรบั ผดิ ชอบ - มีความรบั ผดิ ชอบ
พงึ ประสงค์ - มีความเพียร
(Attribute : A) พยายามในการ - มีความเพียร - มคี วามเพียร
1. นักเรยี นมคี วาม เรยี นรู้
รับผิดชอบ - สนใจร่วมกจิ กรรม พยายามในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้
2. นักเรยี นมีความ ในชนั้ เรียนและ
มงุ่ ม่นั ในการทำงาน คน้ ควา้ หาความรู้ - สนใจรว่ มกจิ กรรมใน - ไมค่ อ่ ยสนใจร่วม
- จดบนั ทกึ และ
แลกเปลยี่ นความรู้ ชน้ั เรยี นและค้นคว้า กจิ กรรมในช้นั เรยี น

หาความรู้

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ระดบั คุณภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
9 - 13 คะแนน 5 - 8 คะแนน ตำ่ กว่า 4 คะแนน
คะแนนรวม 14-16 คะแนน

ตาราง: แสดงเกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนรบู ริคเขยี นโดยเขียนตวั รูบรคิ แบบแยกใหค้ ะแนนเป็นรายขอ้

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้

รายการประเมนิ

ท่ี ช่ือ – สกุล 1. นกั เรียน 2. นักเรยี นสามารถ 3. นกั เรยี นมคี วาม 4. นักเรยี นมีความ รวม
สามารถอธบิ าย ทำแบบฝกึ หดั ได้ รบั ผดิ ชอบ มุง่ มนั่ ในการ ่ผาน/ไม่ ่ผาน
ลกั ษณะของ ถูกต้อง ทำงาน
อนุภาคของแขง็

ของเหลวได้

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16

1 เดก็ ชายจิรพฒั น์ คำแร่ / / / / 11 ผ่าน

2 เด็กชายปิยะรตั น์ บัวสุข / / / / 16 ผา่ น

3 เดก็ ชายธงชัย ศรเี ลอ่ื น / / / / 11 ผา่ น

4 เดก็ ชายณรงค์ชยั จันทะคุณ / / / / 15 ผา่ น

5 เด็กชายวชิ าณรงค์ บุญมา / /// 11 ผา่ น

6 เด็กชายณฐั ชยั มลู สารี / / / / 14 ผา่ น

7 เดก็ ชายสทิ ธิพล ราชเพยี แก้ว / / / / 12 ผา่ น

8 เดก็ ชายพงศ์สวสั ด์ิ นุ่นสุข / /// 11 ผา่ น

9 เด็กชายวฒุ ชิ ัย มว่ งทวที รัพย์ / / / / 16 ผา่ น

10 เด็กชายบญุ ญฤทธิ์ ไร่วิบลู ย์ / / / / 15 ผ่าน

11 เด็กชายโกมล ไกรผล / / / / 15 ผ่าน

12 เด็กชายวรพงษ์ หาญร่งุ / / / / 15 ผ่าน

13 เด็กชายนทจร นามวงษ์ / / / / 11 ผ่าน

14 เดก็ ชายเปรมนชั พันทอง / /// 11 ผ่าน

15 เดก็ ชายณฐกร บามา / / / / 14 ผ่าน

16 เดก็ ชายภควัฒน์ ชยั ปัน / / / / 15 ผ่าน

17 เดก็ ชายอนวุ ัต ชัยปนั / / / / 15 ผ่าน

18 เด็กหญิงปิยดาพร แตงอ่อน / / / / 15 ผ่าน

19 เดก็ หญงิ สุพตั รา สโุ คมตุ / // / 14 ผ่าน

20 เดก็ หญิงปิยนุช ทองเขียว / / / / 16 ผ่าน

21 เด็กหญิงชฎาทอง พลสอนดา / / / / 15 ผ่าน

22 เด็กหญงิ สภุ สั สร แสงรตั น์ / / / / 16 ผ่าน

24 เดก็ หญิงชนากานต์ สารไชย / / / / 14 ผ่าน

25 เดก็ หญงิ ยลรดา อา้ ยกุลนา / / / / 15 ผ่าน

26 เดก็ หญิงปฏมิ า หญ้าผา / / / / 12 ผ่าน

27 เดก็ หญงิ ณิชานนั ทร์ ดว่ นเดนิ / / / / 15 ผา่ น

28 เด็กหญงิ ณชิ การ ตาดา / / / / 16 ผา่ น

29 เด็กหญงิ นฤมล บญุ สนิท / / // 13 ผา่ น

30 เด็กหญงิ รชั ยาภรณ์ ปนิ่ ทอง / / / / 16 ผ่าน

31 เด็กหญิงกลั ยาณี ราชเพยี แก้ว / / / / 16 ผ่าน

32 เดก็ หญิงพลอยพรรณ พรมมา / // / 14 ผา่ น

บนั ทกึ หลังแผน ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1

เรื่อง ความร้อนกบั การเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ิของสสาร

1.ระดบั บุคคล จากจำนวนนกั เรียนท้ังหมด...32.....คน

มผี ลการเรียนรู้อยู่ใน ระดับคุณภาพดมี าก จำนวน 22 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 68.75

ระดบั คุณภาพดี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 31.35

ระดบั คุณภาพพอใช้ จำนวน______คน คดิ เป็นร้อยละ______

และ ระดบั คุณภาพปรับปรุง จำนวน______คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ______

ดังนน้ั จงึ มีนักเรยี นมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 32 คน

คดิ เป็นร้อยละ 100 และตำ่ กว่าเกณฑ์ที่กำหนดจำนวน______คน คดิ เปน็ ร้อยละ______

2. ระดับกลุ่ม นักเรียนมผี ลงานอยใู่ นระดับใด______ร้อยละ______ของจำนวนทงั้ หมด ถอื วา่ การ

จดั การเรียนรู้

ประสบความสำเร็จ

ไมป่ ระสบความสำเร็จ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของแผนการจัดการเรยี นรู้





แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 4

รหสั -ช่ือรายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 พลงั งานความรอ้ น ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 12 ชวั่ โมง

เรือ่ ง ความร้อนกับการขยายตัวหรอื หดตวั ของสสาร เวลาเรยี น 2 คาบ

ผู้สอน นางสาวสุภาพร แสนแทน โรงเรียน บ้านนาลอ้ ม

วันท่ี 29 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพันธ์

ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับเสียง แสง
และคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ตวั ชี้วัด

ว2.3 ม.1/3 สรา้ งแบบจำลองที่อธบิ ายการขยายตวั หรอื หดตัวของสสารเน่ืองจากไดร้ บั หรอื สญู เสยี
ความร้อน
จุดประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้ (Knowledge : K)

นกั เรียนสามารถอธิบายผลการทดลองได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)

นักเรียนสามารถทำการทดลองตามขั้นตอนไดถ้ ูกตอ้ ง
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attribute : A)

1.นกั เรียนมคี วามรบั ผิดชอบ
2. นกั เรียนมีความมงุ่ ม่นั ในการทำงาน
สมรรถนะนักเรยี น
1. ด้านการสอ่ื สาร
2. ด้านการคิด

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุ่งมั่นในการทำงาน

สาระสำคญั

ความร้อนทำใหส้ สารขยายตวั หรือหดตวั ได้ เนื่องจากเมื่อสสารไดร้ บั ความร้อนจะทำให้อนุภาค
เคลือ่ นท่ีเรว็ ข้ึน ทำใหเ้ กดิ การขยายตัวแต่เมื่อสสารคายความร้อนจะทำให้อนุภาคเคลื่อนทชี่ ้าลง ทำให้เกิดการ
หดตวั
รูปแบบวธิ ีการจดั ประสบการเรียนรู้

ใช้รปู แบบการเรยี นการสอนแบบการสอนแบบทดลอง

ลำดับขน้ั การจดั ประสบการณเ์ รียนรู้
1. ข้นั เตรยี มการทดลอง
1.1 ครจู ัดเตรียมวัสดแุ ละเครื่องมือไวใ้ ห้กับนักเรยี น
1.2 ครแู บ่งกลุ่มนักเรียน กล่มุ ละ 4 คน 8 กล่มุ
2. ขน้ั ทดลอง
2.1 ครแู จ้งจดุ ประสงค์ของการทดลอง ขัน้ ตอน วธิ กี ารทดลอง แนะนำการใช้เคร่ืองมือ วสั ดุ

อุปกรณ์ให้นักเรียนได้ทราบบทบาทของตน และให้ศกึ ษาหนังสือเรยี นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สสวท ม.1 เล่ม
2 หน้าท่ี 30-33 (ทดลองเพื่อ สำรวจและอธบิ ายผลของความรอ้ นต่อการเปลย่ี นแปลงขนาดของอากาศ นำ้
เหล็ก)

2.2 ครใู ห้นักเรียนทำการทดลอง โดยครูคอยดแู ล แนะนำ ช่วยเหลอื
3. ขน้ั เสนอผลการทดลอง

นกั เรียนนำเสนอผลการทดลอง ต้งั แต่ การเตรียมการ วธิ ีการทดลอง และผลท่ีไดจ้ ากการทดลอง
4. ขน้ั อภปิ รายสรุปผล

ครใู หน้ กั เรยี นแลกเปล่ียนประสบการณท์ ่ีได้รับ เพราะบางกลุ่มอาจไดผ้ ลการทดลองที่คลาดเคลื่อน
ก็จะไดช้ ว่ ยกนั วิเคราะหห์ าสาเหตผุ ิดพลาดทขี่ ้ันตอนใดและมแี นวทางในการแกป้ ัญหาอย่างไร ครูอธิบาย
เพิม่ เติม ความคดิ เหน็ เพ่ิมเตมิ ยำ้ ประเด็นสำคญั และสรปุ หลักการ ความคดิ รวบยอดท่ีได้จากการทดลอง (เมอ่ื
ได้รบั ความร้อน อากาศ น้ำ และลกู กลมเหล็กจะมีปริมาตรมากข้ึนและขยายตวั เนอื่ งจาก
อนุภาคของอากาศ น้ำ และลูกกลมเหล็กเคล่อื นทีห่ รอื ส่นั เร็วขึน้ และอยูห่ า่ งกนั มากข้นึ เม่ือสูญเสยี
ความรอ้ น อากาศ นำ้ และลกู กลมเหลก็ จะมปี ริมาตรลดลงและหดตวั เน่ืองจากอนุภาคของอากาศ
นำ้ และลกู กลมเหล็กเคล่ือนท่ีหรือสั่นชา้ ลงและอยู่ใกล้กนั มากขนึ้ )

5. ข้นั ประเมินผล
ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียนในดา้ นต่างๆ และแจ้งให้นักเรยี นทราบ เพ่อื การปรบั ปรงุ แก้ไขในการทดลอง

ทจ่ี ะมีขึน้ ในครัง้ ตอ่ ไป เชน่ การใช้เครือ่ งมือ ความละเอียดรอบคอบในการทดลอง การจดบันทกึ ผลการทดลอง
การรายงานผล การให้ความร่วมมือกบั กลุ่ม เป็นตน้
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

สือ่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท ม.1 เล่ม 2 หนา้ ท่ี 30-33
2. ลูกโป่ง 6 ใบ
3. ขันพลาสติก 6 ใบ
4. ขวดแก้ว 6 ขวด
5. น้ำร้อน °C 1.5 L
6. น้ำแข็ง 1 ถุง

แหล่งการเรียนรู้
ห้องเรยี น

การวดั และประเมินผล

กรอบการวดั และประเมนิ ผล กำหนดกรอบการวดั และประเมนิ ผลดังตาราง

ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ขอ้ ท่ี) วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั ผล เกณฑก์ ารประเมิน

ด้านความรู้ (Knowledge : การตอบคำถาม คำถาม ไดร้ ้อยละ 60 ข้ึนไป

K)

นักเรียนสามารถอธิบายผล

การทดลองได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ ปฏบิ ัตงิ าน แบบวัดการปฏบิ ัตงิ าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ขนึ้ ไป

(Process : P) จาก 4 ระดับ

นักเรยี นสามารถทำการ

ทดลองตามขัน้ ตอนไดถ้ ูกต้อง

ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตคณุ ลักษณะอนั ระดับคณุ ภาพ 2 ขน้ึ ไป

ประสงค์ (Attribute : A) พงึ ประสงค์ จาก 4 ระดบั

1. นกั เรยี นมีความรบั ผดิ ชอบ

2. นักเรยี นมีความมุ่งมัน่ ใน

การทำงาน

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนรบู รคิ (Rubric Score) ใชเ้ กณฑ์ประเมินโดยเขยี นตัวรูบรคิ

แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ (Analytical Rubric Score) ดังตาราง

เกณฑ์การประเมินผล (Rubric Scoring)

ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ

4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พัฒนา) 1 (ปรบั ปรงุ )

ดา้ นความรู้

(Knowledge : K) ได้รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป ไดร้ อ้ ยละ 70-79 ได้ร้อยละ 60-69 ได้รอ้ ยละ 50-59

นักเรยี นสามารถ

อธบิ ายผลการทดลอง

ได้

ดา้ นทกั ษะ/ ทดลองตามข้ันตอน ทดลองตามข้ันตอนที่ ทดลองตามขนั้ ตอนที่ การทดลองไมเ่ ปน็ ไป

กระบวนการ ทีก่ ำหนดไว้ ทันเวลา กำหนดไว้ ทนั เวลา ใช้ กำหนดไว้ ทันเวลา ตามขน้ั ตอน ไม่

(Process : P) ใชอ้ ปุ กรณ์อยา่ ง อุปกรณอ์ ย่างถูกต้อง ใช้อปุ กรณ์อยา่ ง ทนั เวลา ใช้อุปกรณ์

1. นัก นกั เรยี นสามารถทำ ถกู ต้อง คลอ่ งแคลว่ คล่องแคล่ว และ ถูกต้องคล่องแคลว่ ไมค่ ลอ่ ง และไม่

การทดลองตาม และเหมาะสมทกุ เหมาะสมบ่อยคร้งั และเหมาะสมบางครั้ง เหมาะสม

ขน้ั ตอนไดถ้ ูกต้อง ครง้ั

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั - มีความรบั ผดิ ชอบ - มีความรบั ผดิ ชอบ - มคี วามรับผดิ ชอบ - มีความรบั ผดิ ชอบ

พงึ ประสงค์ - มคี วามเพียร - มีความเพยี ร - มีความเพียร นอ้ ย

(Attribute : A) พยายามในการ พยายามในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้ - มีความเพยี ร

1. นกั เรียนมคี วาม เรียนรู้ - สนใจรว่ มกจิ กรรมใน - ไม่คอ่ ยสนใจรว่ ม พยายามในการเรยี นรู้

รบั ผดิ ชอบ - สนใจร่วมกิจกรรม ช้นั เรยี นและคน้ ควา้ กิจกรรมในช้ันเรยี น น้อย

2. นักเรียนมคี วาม ในชนั้ เรียนและ หาความรู้ - ไมส่ นใจรว่ มกจิ กรรม

ม่งุ ม่นั ในการทำงาน ค้นคว้าหาความรู้ ในชนั้ เรยี น

- จดบันทึกและ

แลกเปลย่ี นความรู้

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ระดับคุณภาพ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
9 - 13 คะแนน 5 - 8 คะแนน ต่ำกวา่ 4 คะแนน
คะแนนรวม 14-16 คะแนน

ตาราง: แสดงเกณฑก์ ารประเมินคะแนนรบู ริคเขยี นโดยเขียนตัวรูบรคิ แบบแยกใหค้ ะแนนเปน็ รายขอ้

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้

รายการประเมนิ

1. นกั เรียนสามารถ 2. นกั เรยี นสามารถ 3. นกั เรียนมีความ 4. นกั เรยี นมคี วาม รวม
มุ่งมนั่ ในการ ่ผาน/ไม่ ่ผาน
ท่ี ชื่อ – สกลุ อธิบายผลการ ทำการทดลองตาม รบั ผิดชอบ ทำงาน

ทดลองได้ ขน้ั ตอนไดถ้ ูกต้อง

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16

1 เดก็ ชายจริ พฒั น์ คำแร่ / / / / 11 ผา่ น

2 เด็กชายปิยะรตั น์ บัวสุข / / / / 16 ผา่ น

3 เด็กชายธงชยั ศรเี ลื่อน / / / / 11 ผา่ น

4 เด็กชายณรงค์ชยั จนั ทะคุณ / / / / 15 ผ่าน

5 เด็กชายวิชาณรงค์ บุญมา / /// 11 ผ่าน

6 เดก็ ชายณัฐชัย มลู สารี / / / / 14 ผ่าน

7 เด็กชายสิทธิพล ราชเพยี แก้ว / / / / 12 ผ่าน

8 เดก็ ชายพงศส์ วสั ดิ์ นนุ่ สขุ / /// 11 ผ่าน

9 เด็กชายวุฒชิ ยั ม่วงทวที รพั ย์ / / / / 16 ผ่าน

10 เด็กชายบุญญฤทธ์ิ ไร่วิบลู ย์ / / / / 15 ผ่าน

11 เด็กชายโกมล ไกรผล / / / / 15 ผ่าน

12 เด็กชายวรพงษ์ หาญรุ่ง / / / / 13 ผ่าน

13 เดก็ ชายนทจร นามวงษ์ / / / / 11 ผ่าน

14 เดก็ ชายเปรมนัช พนั ทอง / /// 11 ผ่าน

15 เดก็ ชายณฐกร บามา / / / / 14 ผ่าน

16 เดก็ ชายภควัฒน์ ชัยปัน / / / / 15 ผ่าน

17 เด็กชายอนวุ ัต ชยั ปัน / / / / 15 ผ่าน

18 เดก็ หญงิ ปิยดาพร แตงอ่อน / / / / 15 ผา่ น

19 เด็กหญิงสุพัตรา สโุ คมตุ / // / 14 ผา่ น

20 เด็กหญงิ ปยิ นุช ทองเขียว / / / / 16 ผา่ น

21 เดก็ หญงิ ชฎาทอง พลสอนดา / / / / 15 ผา่ น

22 เด็กหญิงสุภัสสร แสงรัตน์ / / / / 16 ผา่ น

24 เด็กหญงิ ชนากานต์ สารไชย / / / / 14 ผ่าน

25 เด็กหญงิ ยลรดา อ้ายกุลนา / / / / 15 ผ่าน

26 เด็กหญงิ ปฏมิ า หญ้าผา / / / / 12 ผ่าน

27 เดก็ หญงิ ณชิ านนั ทร์ ดว่ นเดนิ / / / / 15 ผ่าน

28 เด็กหญิงณชิ การ ตาดา / / / / 16 ผ่าน

29 เด็กหญงิ นฤมล บญุ สนทิ / / // 13 ผา่ น

30 เด็กหญิงรชั ยาภรณ์ ปิน่ ทอง / / / / 16 ผ่าน

31 เดก็ หญงิ กลั ยาณี ราชเพียแก้ว / / / / 16 ผ่าน

32 เดก็ หญิงพลอยพรรณ พรมมา / // / 13 ผ่าน

บนั ทึกหลังแผน ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1

เรือ่ ง ความร้อนกับการขยายตวั หรอื หดตวั ของสสาร

1.ระดบั บคุ คล จากจำนวนนักเรียนทัง้ หมด...32.....คน

มผี ลการเรยี นร้อู ยู่ใน ระดับคุณภาพดมี าก จำนวน 20 คน คิดเปน็ ร้อยละ 62.50

ระดับคุณภาพดี จำนวน 12 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 37.50

ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน______คน คิดเป็นร้อยละ______

และ ระดับคุณภาพปรบั ปรุง จำนวน______คน คิดเป็นร้อยละ______

ดังน้ัน จงึ มนี ักเรยี นมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑท์ ี่กำหนด จำนวน 32 คน

คดิ เป็นร้อยละ 100 และตำ่ กว่าเกณฑ์ท่ีกำหนดจำนวน______คน คิดเป็นรอ้ ยละ______

2. ระดบั กลุ่ม นักเรียนมีผลงานอยู่ในระดับใด______ร้อยละ______ของจำนวนท้ังหมด ถือว่าการ

จัดการเรยี นรู้

ประสบความสำเร็จ

ไมป่ ระสบความสำเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ของแผนการจดั การเรยี นรู้





ใบงานท่ี 1
เรอื่ ง ความร้อนสง่ ผลตอ่ สสารแต่ละสถานะ

คำชีแ้ จง : จงตอบคำถามให้ถกู ตอ้ ง ผลการทดลอง
การทดลอง

อุณหภมู ิปกติ
แช่ในนำ้ ร้อน
แชใ่ นน้ำเย็น

1. เมื่อนำขวดแกว้ หรอื ขวดพลาสติกทค่ี รอบด้วยลูกโปง่ ไปวางในภาชนะทม่ี นี ้ำรอ้ น หรอื น้ำแข็งลูกโป่งจะมีการ
เปล่ยี นแปลงอยา่ งไร เพราะเหตุใด
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
2. แบบจำลองการจดั เรียงอนุภาคของน้ำสีเมือ่ ให้ความร้อนและเม่ือนำไปแชใ่ นนำ้ แข็งเป็นอยา่ งไร
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
3. จากกิจกรรมท้งั หมดสรปุ ได้วา่ อยา่ งไร
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................

ชื่อ-สกลุ .....................................................................................................................เลขท่ี..................ช้นั ........................

ใบงานที่ 1
เรอ่ื ง ความรอ้ นสง่ ผลตอ่ สสารแต่ละสถานะ

คำชี้แจง : จงตอบคำถามใหถ้ ูกตอ้ ง ผลการทดลอง
การทดลอง
ลกู โป่งพองตัวเล็กนอ้ ย อย่นู ่ิง ไมเ่ คล่ือนที่
อณุ หภมู ิปกติ ลกู โปง่ พองตวั มาก
แช่ในนำ้ ร้อน ลกู โป่งหดตวั ลง
แชใ่ นนำ้ เยน็

1. เม่อื นำขวดแกว้ หรอื ขวดพลาสตกิ ทคี่ รอบด้วยลกู โปง่ ไปวางในภาชนะทม่ี นี ้ำรอ้ น หรอื น้ำแข็งลูกโป่งจะมีการ
เปลี่ยนแปลงอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด

ลกู โป่งพองตวั ขึน้ เมื่อนำขวดแกว้ หรอื พลาสติกไปวางในน้ำร้อนเพราะอากาศภายในขวดไดร้ ับความรอ้ นจงึ
มกี ารขยายตวั และลกู โป่งหดตัวเมอ่ื นำขวดแก้วหรือขวดพลาสตกิ ไปวางในน้ำแขง็ เพราะอากาศภายในขวดสญู เสีย
ความรอ้ นจึงมกี ารหดตัว
2. แบบจำลองการจดั เรยี งอนุภาคของน้ำสีเม่อื ให้ความร้อนและเม่ือนำไปแชใ่ นน้ำแข็งเป็นอยา่ งไร

ตอบตามความคิดเหน็ ของนักเรียน เชน่ เมอ่ื ให้ความร้อนอนุภาคของน้ำสจี ะเคลื่อนทเี่ รว็ ขึ้นและอยู่หา่ งกนั
มากขึ้นและเม่ือนำไปแชน่ ้ำแข็งอนภุ าคของรังสีจะเคลื่อนทีช่ ้าลงและอยู่ใกล้กนั มากขึน้ ..............................................
.....................................................................................................................................................................................
3. จากกิจกรรมทงั้ หมดสรุปไดว้ า่ อยา่ งไร

เมอ่ื ได้รบั ความร้อน อากาศ น้ำสี และลูกกลมเหล็กจะมีปรมิ าตรมากขึ้นและขยายตัว เนือ่ งจากอนุภาคของ
อากาศ นำ้ สี และลกู กลมเหล็กเคลือ่ นทห่ี รือสั่นเรว็ ข้ึนและอย่หู า่ งกนั มากขน้ึ เม่ือสูญเสียความร้อน อากาศ น้ำสี
และลูกกลมเหลก็ จะมีปริมาตรลดลงและหดตวั เนือ่ งจากอนุภาคของอากาศ นำ้ สี และลูกกลมเหล็กเคลื่อนทีห่ รือส่นั
ช้าลงและอยูใ่ กล้กนั มากขน้ึ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
.................................................................................................................................................................... .................

ช่ือ-สกลุ .....................................................................................................................เลขที่..................ช้นั ........................





แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 5

รหัส-ชอื่ รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 พลังงานความรอ้ น ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 12 ชว่ั โมง

เร่อื ง ความร้อนกบั การเปลี่ยนสถานะของสสาร เวลาเรยี น 1 คาบ

ผู้สอน นางสาวสุภาพร แสนแทน โรงเรียน บ้านนาล้อม

วันที่ 2 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์

ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ติ ประจำวัน ธรรมชาติของคลืน่ ปรากฏการณ์ท่เี กีย่ วข้องกบั เสยี ง แสง
และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ชีว้ ัด

ว2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมลู และคำนวณปรมิ าณความร้อนท่ีทำใหส้ สารเปล่ยี น
อุณหภูมแิ ละเปลีย่ นสถานะ โดยใช้สมการ Q=mc t และ Q=mL
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)

นักเรยี นสามารถบอกความหมายของความรอ้ นแฝงของการหลอมเหลว
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

นักเรียนสามารถทำใบงานได้ถูกต้อง
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attribute : A)

1.นักเรียนมคี วามรับผดิ ชอบ
2. นักเรยี นมคี วามมุ่งม่นั ในการทำงาน
สมรรถนะนกั เรยี น
1. ดา้ นการสือ่ สาร
2. ด้านการคิด

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

สาระสำคญั

ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเปน็ ไอ คือ ปริมาณความรอ้ นท่สี ารมวล 1 หน่วยได้รบั เมือ่ มีการ
เปลีย่ นสถานะจากของเหลวเปน็ แกส๊ โดยทอี่ ุณหภูมิไม่มกี ารเปลีย่ นแปลง ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว คือ
ปริมาณความร้อนที่สสารมวล 1 หน่วย ไดร้ บั เมื่อมีการเปล่ียนสถานะจากของแข็งเปน็ ของเหลวโดยท่ีอุณหภมู ิ
ไม่มีการเปล่ียนแปลง
รปู แบบวธิ ีการจดั ประสบการเรียนรู้

ใช้รูปแบบการเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

ลำดบั ข้นั การจัดประสบการณเ์ รียนรู้
1. ขั้นสร้างความสนใจ
1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมของนกั เรยี นโดยใชป้ ระเด็นคำถามดงั นี้
1.1.1 น้ำแขง็ แก้วหน่ึง วางไวใ้ นห้อง ณ อุณหภูมิห้อง เม่ือเวลาผ่านไป 5 ชั่วโมง นักเรยี นคิดว่า

น้ำแขง็ จะอย่ใู นสถานะใด
(อยู่ในสถานะของเหลว)
1.1.2 จากข้อ 1.1.1 น้ำแขง็ ไดร้ ับหรือสูญเสียความร้อน
(ได้รับความร้อน)

2. ขนั้ สำรวจและค้นหา
2.1 ครยู กตวั อยา่ งธานนำ้ แขง็ หลายแห่งบนโลกมปี รมิ าณน้ำแข็งทล่ี ดลง
(ธารน้ำแข็งพบไดห้ ลายแห่งบนโลก เชน่ บริเวณตะวนั ตกของประเทศสหรัฐอเมรกิ า บริเวณภเู ขาใน

ทวีปยุโรปบรเิ วณภเู ขาในทวปี เอเชียธารนำ้ แขง็ โคลมั เบยี ในรัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ซง่ึ มีรายงาน
การลดลงปรมิ าณน้ำแขง็ ท่ีปกคลุมต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2523 โดยปรมิ าณนำ้ แข็งลดลงอยา่ งต่อเนื่องจนถงึ ปัจจบุ นั
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกย่ี วข้องกบั การพลังงานความร้อนและการเปล่ียนแปลงสถานะ)

2.1.1 ครูอธบิ ายเรื่องความร้อนกบั การเปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใชส้ ือ่ การสอน power
point เร่อื ง ความร้อนกบั การเปลยี่ นสถานะของสสาร

(สสารมกี ารเปลย่ี นสถานะ ความรอ้ นท้ังหมดที่ได้รับหรือสูญเสียจะถูกใช้เปล่ยี นสถานะโดย
อณุ หภูมไิ ม่เปล่ียนแปลง ความรอ้ นดังกล่าว เปน็ ความร้อนแฝง (latent heat) มีหน่วยเป็นแคลอรี หรอื จลู
ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเปน็ ไอ คือ ปริมาณความร้อนท่สี ารมวล 1 หนว่ ยได้รบั เม่อื มีการเปลยี่ น
สถานะจากของเหลวเป็นแก๊สโดยท่ีอุณหภูมิไม่มีการเปลีย่ นแปลง ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว คอื
ปริมาณความร้อนทส่ี สารมวล 1 หนว่ ย ไดร้ บั เม่อื มีการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเปน็ ของเหลวโดยที่อุณหภูมิ
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)

2.1.2 ครแู จกใบงานท่ี 1 เรอื่ ง ความร้อนกับการเปล่ียนสถานะของสสาร ใหน้ กั เรียนทำทุกคน
3. ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป

3.1 ครสู มุ่ นักเรียนมาบอกความหมายของความรอ้ นแฝงของการหลอมเหลว
3.2 ครูอธิบายรว่ มกับนักเรยี น
4. ขัน้ ขยายความรู้
4.1 ครูใหค้ วามรูเ้ พม่ิ เติมเรื่อง พลังงานศักยย์ ดื หยุ่น
(ปรมิ าณความร้อนที่สารใช้ในการเปลยี่ นสถานะ นอกจากจะขน้ึ อยกู่ บั ความรอ้ นแสงซ่ึงเป็นสมบัติ
เฉพาะตวั แล้วยังข้นึ อยู่กับมวลอกี ด้วยเช่น ถ้าวางน้ำแข็ง 2 ก้อนไว้บริเวณเดียวกัน จะพบวา่ นำ้ แข็งก้อนเล็ก
หลอมเหลวเป็นนำ้ หมดก่อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ เพราะน้ำแข็งกอ้ นเล็กมีมวลน้อยกว่านำ้ แข็งกอ้ นใหญจ่ ึงใช้
ปริมาณความร้อนน้อยกวา่ ในการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลว)
5. ขัน้ ประเมนิ
ครูตรวจใบงานท่ี 1 เรื่อง ความรอ้ นกับการเปลย่ี นสถานะของสสาร เพื่อประเมินความรู้ของนักเรียน

สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้

สอ่ื การเรียนรู้

1. power point เร่อื งความร้อนกับการเปล่ยี นสถานะของสสาร

2. ใบงานที่ 1 เรื่อง ความร้อนกับการเปล่ียนสถานะของสสาร 32 แผ่น

แหล่งการเรียนรู้

หอ้ งเรียน

การวดั และประเมนิ ผล

กรอบการวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวัดและประเมนิ ผลดังตาราง

ตาราง: แสดงกรอบการวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ (ข้อที)่ วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน

ดา้ นความรู้ (Knowledge : การตอบคำถาม คำถาม ได้รอ้ ยละ 60 ข้ึนไป

K)

นักเรียนสามารถบอก

ความหมายของความรอ้ นแฝง

ของการหลอมเหลว

ด้านทักษะ/กระบวนการ ประเมนิ ใบงาน แบบประเมนิ ใบงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ขนึ้ ไป

(Process : P) จาก 4 ระดับ

นกั เรียนสามารถทำใบงานได้

ถูกตอ้ ง

ด้านคุณลักษณะอันพงึ สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตคณุ ลกั ษณะอัน ระดับคณุ ภาพ 2 ขน้ึ ไป

ประสงค์ (Attribute : A) พงึ ประสงค์ จาก 4 ระดบั

1. นกั เรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบ

2. นกั เรียนมีความมุ่งม่นั ใน

การทำงาน

เกณฑก์ ารประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนรูบรคิ (Rubric Score) ใชเ้ กณฑป์ ระเมนิ โดยเขียนตวั รูบรคิ

แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ (Analytical Rubric Score) ดงั ตาราง

เกณฑ์การประเมินผล (Rubric Scoring)

ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พฒั นา) 1 (ปรบั ปรุง)

ดา้ นความรู้

(Knowledge : K) ได้รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป ได้ร้อยละ 70-79 ได้ร้อยละ 60-69 ไดร้ ้อยละ 50-59

นักเรียนสามารถบอก

ความหมายของความ

ร้อนแฝงของการ

หลอมเหลว

ดา้ นทักษะ/ -เนือ้ หาครบถูกตอ้ ง -เนอ้ื หาถกู ต้อง ตรง - เน้ือหาผิดพลาด - เนอ้ื หาไมเ่ ปน็ ไป

กระบวนการ ตรงตามหวั ขอ้ เร่ือง ตามหวั ข้อเรอื่ ง เลก็ น้อย ตามท่กี ำหนด

(Process : P) - รายละเอียด - รายละเอยี ดไมค่ ่อย - รายละเอยี ดไม่ - รายละเอียดไม่

1. นกั นกั เรยี นสามารถทำใบ ครอบคลมุ ครอบคลมุ ครอบคลมุ ครอบคลมุ

งานไดถ้ กู ต้อง สอดคลอ้ ง รายละเอียดไม่ถูกต้อง

ครอบคลมุ

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั - มคี วามรับผดิ ชอบ - มคี วามรับผดิ ชอบ - มีความรับผดิ ชอบ - มคี วามรับผดิ ชอบ

พึงประสงค์ - มีความเพยี ร - มีความเพียร - มคี วามเพยี ร น้อย

(Attribute : A) พยายามในการ พยายามในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้ - มีความเพยี ร

1. นกั เรยี นมคี วาม เรียนรู้ - สนใจรว่ มกจิ กรรมใน - ไม่คอ่ ยสนใจร่วม พยายามในการเรยี นรู้

รบั ผิดชอบ - สนใจร่วมกจิ กรรม ชั้นเรียนและคน้ คว้า กิจกรรมในชั้นเรยี น นอ้ ย

2. นกั เรียนมคี วาม ในช้ันเรียนและ หาความรู้ - ไมส่ นใจร่วมกิจกรรม

มุ่งมนั่ ในการทำงาน คน้ คว้าหาความรู้ ในช้ันเรียน

- จดบนั ทึกและ

แลกเปลย่ี นความรู้

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
9 - 13 คะแนน 5 - 8 คะแนน ตำ่ กว่า 4 คะแนน
คะแนนรวม 14-16 คะแนน

ตาราง: แสดงเกณฑก์ ารประเมินคะแนนรบู รคิ เขียนโดยเขียนตัวรบู รคิ แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้

รายการประเมนิ

1.นักเรยี นสามารถ 2. นักเรียนสามารถ 3. นกั เรยี นมคี วาม 4. นกั เรยี นมคี วาม

บอกความหมาย ทำใบงานได้ถูกต้อง รับผดิ ชอบ มุ่งมนั่ ในการ รวม
่ผาน/ไม่ ่ผาน
ท่ี ช่ือ – สกลุ ของความรอ้ นแฝง ทำงาน

ของการ

หลอมเหลว

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16

1 เด็กชายจิรพัฒน์ คำแร่ / / / / 11 ผา่ น

2 เด็กชายปยิ ะรัตน์ บัวสขุ / / / / 16 ผ่าน

3 เดก็ ชายธงชัย ศรเี ล่ือน / / / / 11 ผ่าน

4 เด็กชายณรงคช์ ัย จนั ทะคณุ / / / / 15 ผ่าน

5 เด็กชายวิชาณรงค์ บญุ มา / /// 11 ผ่าน

6 เด็กชายณฐั ชยั มลู สารี / / / / 14 ผ่าน

7 เด็กชายสทิ ธพิ ล ราชเพียแก้ว / / / / 12 ผ่าน

8 เด็กชายพงศ์สวัสด์ิ นนุ่ สขุ / /// 11 ผา่ น

9 เด็กชายวฒุ ิชัย ม่วงทวที รพั ย์ / / / / 16 ผา่ น

10 เด็กชายบุญญฤทธ์ิ ไร่วิบลู ย์ / / / / 15 ผา่ น

11 เด็กชายโกมล ไกรผล / / / / 15 ผา่ น

12 เดก็ ชายวรพงษ์ หาญรงุ่ / / // 14 ผา่ น

13 เด็กชายนทจร นามวงษ์ / / / / 11 ผา่ น

14 เด็กชายเปรมนชั พันทอง / / / / 14 ผา่ น

15 เดก็ ชายณฐกร บามา / / / / 14 ผา่ น

16 เดก็ ชายภควัฒน์ ชัยปนั / / / / 15 ผา่ น

17 เดก็ ชายอนุวตั ชยั ปนั / / / / 15 ผา่ น

18 เดก็ หญิงปิยดาพร แตงออ่ น / / / / 15 ผา่ น

19 เดก็ หญิงสพุ ตั รา สโุ คมตุ / // / 14 ผา่ น

20 เด็กหญงิ ปิยนชุ ทองเขียว / / / / 16 ผ่าน

21 เดก็ หญิงชฎาทอง พลสอนดา / / / / 15 ผ่าน

22 เด็กหญิงสภุ ัสสร แสงรตั น์ / / / / 16 ผ่าน

24 เด็กหญิงชนากานต์ สารไชย / / / / 14 ผ่าน

25 เด็กหญงิ ยลรดา อ้ายกุลนา / / / / 15 ผ่าน

26 เดก็ หญงิ ปฏมิ า หญ้าผา / / / / 12 ผ่าน

27 เดก็ หญิงณชิ านันทร์ ดว่ นเดิน / / / / 15 ผ่าน

28 เดก็ หญงิ ณชิ การ ตาดา / / / / 16 ผ่าน

29 เดก็ หญงิ นฤมล บุญสนิท / / // 13 ผา่ น

30 เด็กหญิงรชั ยาภรณ์ ปิ่นทอง / / / / 16 ผ่าน

31 เด็กหญงิ กัลยาณี ราชเพยี แกว้ / / / / 16 ผ่าน

32 เดก็ หญิงพลอยพรรณ พรมมา / // / 13 ผา่ น

บันทกึ หลังแผน ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1

เรือ่ ง ความร้อนกบั การเปลยี่ นสถานะของสสาร

1.ระดับบุคคล จากจำนวนนกั เรยี นทง้ั หมด...32.....คน

มีผลการเรียนรูอ้ ยใู่ น ระดับคุณภาพดีมาก จำนวน 22 คน คิดเปน็ ร้อยละ 68.75

ระดบั คุณภาพดี จำนวน 10 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 31.25

ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน______คน คิดเป็นรอ้ ยละ______

และ ระดับคุณภาพปรับปรงุ จำนวน______คน คิดเป็นร้อยละ______

ดงั น้นั จงึ มนี กั เรยี นมผี ลการประเมินผา่ นตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 32 คน

คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 และต่ำกว่าเกณฑ์ท่ีกำหนดจำนวน______คน คิดเปน็ รอ้ ยละ______

2. ระดับกลุ่ม นกั เรียนมผี ลงานอยู่ในระดับใด______รอ้ ยละ______ของจำนวนทั้งหมด ถือว่าการ

จดั การเรียนรู้

ประสบความสำเรจ็

ไม่ประสบความสำเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของแผนการจัดการเรยี นรู้





ส่อื การเรียนรู้

ใบงานที่ 1
เรอื่ ง ความรอ้ นกบั การเปล่ียนสถานะของสสาร
1. จงอธิบายความร้อนแฝงของการหลอมเหลว มาพอสงั เขป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………..…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
2. จงอธิบายความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอ มาพอสงั เขป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………..…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..…………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………..…………………………………………
3. จากแผนผังการเปลีย่ นสถานะ ใหเ้ ตมิ ตวั อกั ษรทถ่ี กู ต้องลงในช่องวา่ งใหต้ รงกับข้อความต่อไปนี้

………………………การกลายเปน็ ไอ ………………………การแข็งตวั
………………………การหลอมเหลว ………………………การระเหดิ
………………………การควบแนน่ ………………………การระเหดิ กลบั

ช่ือ-สกุล……………………………………………………..........……………เลขท่.ี .........................ชน้ั ................

ใบงานที่ 1
เรือ่ ง ความร้อนกบั การเปล่ียนสถานะของสสาร
1. จงอธิบายความร้อนแฝงของการหลอมเหลว มาพอสงั เขป
………………………ขป………อริมง………เาห………ณล………คว………วโด…….า.ย…ม……ทร………อ้อี่ ………นณุ …ท……ห…ี่ส……ภส………ูมา…ิไ……รม…ม……ม่ ว….…กีล.……า…1ร………เป……ห…ลน………ี่ยว่………นย……แ…ไ……ปด…ล……้ร…ับง………เ……ม…อื่………ม………ีก………าร………เ……ป…ล………ี่ย………น………ส……ถ…า………น………ะ……จ………า…ก………ข……อ………ง…แ………ข……็ง…เ………ป……น็…………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
2. จงอธิบายความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอ มาพอสังเขป
………………โปด………รยมิ………ทา………อี่ณ………ุณค………หวา………ภมมู….….ร…ิไ……้อม…น……ม่ …ท……ีก…ีส่า……รา………เรป…ม……ล…ว……ี่ยล………น1…แ…..……ปห…ล……น…ง่ว………ย………ได………้ร………บั ……เ…ม………่อื ………ม……กี………า…ร………เป………ล………ีย่ ……น………ส…ถ………า………น……ะ…จ………า………ก……ข…อ………ง………เห………ล………ว……เ…ป………น็ ………แ……ก………๊ส…………………………
……………………………………………..…………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..…………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………..…………………………………………
3. จากแผนผงั การเปล่ียนสถานะ ให้เติมตวั อกั ษรที่ถกู ตอ้ งลงในช่องวา่ งใหต้ รงกบั ขอ้ ความต่อไปนี้

…………ค……………การกลายเปน็ ไอ ……………ก…………การแขง็ ตวั
…………ข……………การหลอมเหลว ……………ฉ…………การระเหดิ
…………ง……………การควบแนน่ ……………จ…………การระเหิดกลับ

ช่อื -สกุล……………………………………………………..........……………เลขที.่ .........................ชั้น................


Click to View FlipBook Version