109 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/2 ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ (K) 2. สืบค้นข้อมูลและเสนอแนะแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำได้(P) 3. ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น น้ำจืดที่มนุษย์นำมาใช้ได้มีปริมาณน้อยมากจึงควร ใช้น้ำอย่างประหยัดและร่วมกันอนุรักษ์น้ำ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด โลกของเรามีน้ำปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ของพื้นผิวโลกทั้งหมด โดยมีทั้งแหล่งน้ำเค็มและแหล่งน้ำจืด ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต น้ำจืดที่มนุษย์นำมาใช้ได้มีปริมาณน้อยมาก เราจึงต้องใช้น้ำ อย่างประหยัดและร่วมกันอนุรักษ์น้ำ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสำรวจค้นหา 2) ทักษะการทำงานร่วมกัน 3) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 4) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ชั่วโมงที่ 1
110 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับแหล่งน้ำบนโลก 2. ครูนำแปรงฟัน และแก้วน้ำ มาให้นักเรียนดู จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจ นักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - ขณะที่นักเรียนแปรงฟัน นักเรียนใช้น้ำในการแปรงฟันประหยัดหรือไม่ (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า ใช้น้ำอย่างประหยัด) - นักเรียนมีวิธีการประหยัดน้ำในการแปรงฟันได้อย่างไรบ้าง (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า ใช้แก้วรองน้ำนำมาแปรงฟัน ปิดก๊อกน้ำเมื่อยังไม่ใช้น้ำ) 3. ครูนำลูกบอลมาจำนวน 1 ลูก จากนั้นครูส่งลูกบอลให้นักเรียนแล้วให้นักเรียนส่งต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าได้ยินเสียงนกหวีดให้หยุดส่งลูกบอลทันที ลูกบอลอยู่ที่ใครคนนั้นต้องยืนขึ้น แล้วบอกวิธีการใช้ น้ำอย่างประหยัดในชีวิตประจำวันมา 1 วิธี ให้กับเพื่อนในห้องฟังซึ่งเพื่อนที่ฟังจะต้องจดคำตอบ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น - กระดาษ A4 10-20 แผ่น - สีไม้ 1 กล่อง 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ กิจกรรมที่ถูกต้อง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ ตอนที่ 1 โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกัน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้น้ำอย่างประหยัด แล้วบันทึกลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อเลือกวิธีการใช้น้ำอย่างประหยัดมา 2 วิธี จากนั้นนำมาจัดทำเป็นแผ่นพับความรู้ เรื่อง วิธีการใช้น้ำอย่างประหยัด (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นนำ ขั้นสอน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำ
111 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติ กิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ ตอนที่ 2 โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการ อนุรักษ์น้ำ แล้วบันทึกลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิด แล้วเลือกวิธีการอนุรักษ์น้ำมา 1 วิธี จากนั้นวาดภาพ หรือติดภาพประกอบลงในกระดาษแข็ง พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน นำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ 10. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 11. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ตามความสมัครใจ โดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง การใช้น้ำอย่างประหยัด 12. ครูขออาสาสมัครนักเรียน จำนวน 6 คน ให้ยกตัวอย่างการใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า รวมถึง การอนุรักษ์น้ำ ดังนี้ • คนที่ 1-3 ให้ยกตัวอย่างการใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า คนละ 1 ตัวอย่าง • คนที่ 4-6 ให้ยกตัวอย่างการอนุรักษ์น้ำ คนละ 1 ตัวอย่าง 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ และให้ความรู้เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การใช้น้ำอย่าง ประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ ในการอธิบายเพิ่มเติม 14. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 1 แหล่งน้ำเพื่อชีวิต โดยเขียนเป็นแผนผัง มโนทัศน์ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 15. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 แหล่งน้ำเพื่อชีวิต จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 16. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้สมาชิกภายในกลุ่มช่วยกันออกแบบ และประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำเสีย เพื่อนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ ขั้นสอน
112 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่ 1 แหล่งน้ำเพื่อชีวิต 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 3. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 1 แหล่งน้ำเพื่อชีวิต ในสมุดประจำตัว นักเรียน 6. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 แหล่งน้ำเพื่อชีวิต ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 7. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงาน จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ ซึ่งได้ข้อสรุป ร่วมกันว่า “การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ เช่น ควรตรวจสอบรอยรั่วของท่อน้ำใน บ้าน ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ เช่น ชักโครกประหยัดน้ำ ฝักบัวประหยัดน้ำ ก๊อกประหยัดน้ำ หัวฉีดประหยัดน้ำ เป็นต้น” 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมสรุป สาระสำคัญประจำ - ตรวจสมุดประจำตัว - สมุดประจำตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ขั้นสรุป
113 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน บทที่ 1 แหล่งน้ำ เพื่อชีวิต 4) กิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 แหล่งน้ำ เพื่อชีวิต - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) การนำเสนอ ผลงาน/ผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7.2 การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจผลงาน การประดิษฐ์เครื่อง กรองน้ำเสีย - แบบประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ำ 4) PowerPoint เรื่อง การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ 5) แปรงฟัน และแก้วน้ำ 6) ลูกบอล 7) สมุดประจำตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) อินเทอร์เน็ต
114 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ การประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำเสีย คำชี้แจง : นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ 3-4 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบและประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำเสีย เพื่อนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
115 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 2 การใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ 9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ “…….. “………………………………………… ลงชื่อ ................................. ( ................................ ) ตำแหน่ง ....... 10. บันทึกผลหลังการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข
117 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเกิดเมฆและหมอกได้ (K) 2. เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอกได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดเมฆและหมอกได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P) 4. ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณู ของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำ จำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้ พื้นดิน เรียกว่า หมอก ส่วนไอน้ำที่ควบแน่นเป็น ละอองน้ำเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง น้ำค้างก็จะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เมฆ เกิดจากไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจาก พื้นดินมาก แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า หมอก 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการวัด 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต
118 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2) ทักษะการสังเกต 3) ทักษะการทดลอง 4) ทักษะการตั้งสมมติฐาน 5) ทักษะการสร้างแบบจำลอง 6) ทักษะการทำงานร่วมกัน 7) ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร 8) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะเรียนให้นักเรียนทราบ 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง เมฆและหมอก จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละคนสังเกตเมฆบน ท้องฟ้า แล้วตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - เมฆเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละออง ลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำจำนวน มากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก) - เมฆที่นักเรียนเห็นมีรูปร่างเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า เมฆมีรูปร่างแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจินตนาการของแต่ละคน) - นอกจากเมฆแล้ว ในช่วงเวลาเช้ามักจะเกิดอะไรขึ้น (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า หมอก น้ำค้าง) - หมอกเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า ไอน้ำที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้างถ้าอุณหภูมิใกล้พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็งน้ำค้างก็จะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง) 3. นักเรียนดูภาพในบทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามคำถามสำคัญประจำบทว่า “เมฆและหมอกแตกต่างกันอย่างไร” โดยให้นักเรียน ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ
119 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก แต่ละคนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาคำตอบ (แนวตอบ : เมฆและหมอกมีลักษณะแตกต่างกัน คือ เมฆจะลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก และ มีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนสีขาว ส่วนหมอกจะลอยอยู่ใกล้พื้นดิน และมีลักษณะคล้ายควันสีขาว ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงาม) 4. นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในบทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน จำนวน 1 คน ให้เป็นผู้อ่านนำ และให้นักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนเป็นผู้อ่านตามทีละคำ ดังนี้ 5. นักเรียนทำกิจกรรมนำสู่การเรียน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 แล้วตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันศึกษา ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง เมฆและหมอก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 2. นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปความรู้ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน เพื่อนำส่งครูท้ายชั่วโมง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 3. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยให้แต่ละคู่ร่วมกันอภิปรายเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - ลมฟ้าอากาศ หมายถึงอะไร (แนวตอบ : ลมฟ้าอากาศ หมายถึง สภาพอากาศรอบ ๆ ตัวเราที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา) - ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศที่เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ มีอะไรบ้าง (แนวตอบ : เมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง เป็นต้น) - ในการพยากรณ์อากาศและการวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน เราควรสังเกตจากอะไร (แนวตอบ : เมฆ) 4. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - น้ำแข็ง 1 แก้ว - น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร - ธูป 2 ดอก - ไม้ขีดไฟ 1 กลัก ขั้นสอน Cloud (เคลาด) เมฆ Fog (ฟ็อก) หมอก River ('รีฟเวอ) แม่น้ำ
120 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก - บีกเกอร์ขนาด 250 มิลลิลิตร 2 ใบ - กระบอกตวงขนาด 100 มิลลิลิตร 1 ใบ - จานกระเบื้องหรือกระจกนาฬิกา (ขนาดปิดปากบีกเกอร์ได้) 2 ใบ 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 6. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนว ทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 10. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก 11. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 12. ครูนำบัตรข้อความเกี่ยวกับเมฆและหมอก ใส่ไว้ในกล่อง แล้วนำมาวางไว้หน้าชั้นเรียน จากนั้นครู แบ่งนักเรียนออกเป็นสองฝ่าย โดยให้แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนออกมากลุ่มละ 1 คน แล้วเลือกว่าฝ่ายใด จะได้ทายก่อน 13. ตัวแทนฝ่ายที่ได้เล่นก่อน หยิบบัตรข้อความในกล่อง อ่านข้อความให้เพื่อนฟัง แล้วให้เพื่อนทาย ถ้าทายถูกจะได้ข้อละ 2 คะแนน ถ้าทายผิดจะไม่ได้คะแนน สลับกันเล่นจนหมดบัตรข้อความที่ครู ชั่วโมงที่ 2-3 ขั้นสอน
121 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก เตรียมไว้ ซึ่งตัวอย่างบัตรข้อความ มีดังนี้ - เมฆเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : เมฆเกิดจากไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก) - เมฆ แบ่งออกเป็นกี่ระดับ ใช้เกณฑ์อะไรบ้างในการแบ่งเมฆ (แนวตอบ : เมฆ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากความสูง) - เมฆคิวมูลัส มีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : มีลักษณะเป็นก้อนขนาดคล้ายภูเขาหรือดอกกะหล่ำ มีสีขาว) - ถ้าพบเมฆคิวมูลัส แสดงว่าสภาวะอากาศเป็นอย่างไร (แนวตอบ : สภาวะอากาศดี ท้องฟ้ามีสีน้ำเงินเข้ม พบในฤดูร้อน) - หมอกเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : หมอกเกิดจากไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่ใกล้พื้นดิน) - หมอกทำให้เกิดอันตรายหรือไม่อย่างไร (แนวตอบ : หากมีละอองน้ำมาก หมอกจะยิ่งหนามาก ทำให้การมองเห็นของเราลดลง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทาง) 14. ครูสุ่มเลขที่นักเรียน จำนวน 3 คน ให้ยกตัวอย่างเมฆในแต่ละชั้น ดังนี้ • คนที่ 1 ให้ยกตัวอย่างเมฆชั้นสูง • คนที่ 2 ให้ยกตัวอย่างเมฆชั้นกลาง • คนที่ 3 ให้ยกตัวอย่างเมฆชั้นต่ำ 15. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดเมฆและหมอก และให้ความรู้ เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดเมฆและหมอก ในการอธิบายเพิ่มเติม 16. นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก จากนั้นครูสุ่มนักเรียน 4 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่าคำตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก ขั้นสรุป
122 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก 5. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดเมฆและหมอก ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ไอน้ำในอากาศ จะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า หมอก” 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) กิจกรรมนำเข้าสู่ การเรียน - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิด เมฆและหมอก - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) เมฆและหมอก - ตรวจใบงานที่ 6.3.1 - ใบงานที่ 6.3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) การนำเสนอผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลปฏิบัติกิจกรรม - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
123 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดเมฆและหมอก 6) บัตรข้อความเกี่ยวกับเมฆและหมอก 7) สมุดประจำตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) อินเทอร์เน็ต ใบงานที่ 6.3.1
124 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก เฉลย เรื่อง เมฆและหมอก คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่กำหนดให้แล้วทำเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง ทำเครื่องหมายผิด หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง 1. ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง 2. เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า หมอก 3. ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า เมฆ 4. เมฆแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากความสูงของฐานเมฆ 5. เมฆอัลโตคิวมูลัส เป็นเมฆชั้นต่ำ 6. เมฆที่ทำให้ฝนตกพร่ำ คือ เมฆนิมโบสเตรตัส 7. เมฆที่ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง คือ เมฆคิวมูโลนิมบัส 8. เมฆที่มีลักษณะแผ่นคล้ายผ้าห่ม คือ เมฆสเตรตัส 9. ในวันอากาศดีมองเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม มองเห็นเมฆเป็นริ้วคล้ายขนนก คือ เมฆซีร์รัส 10. หากมีละอองน้ำมาก หมอกจะยิ่งหนามาก ทำให้การมองเห็นของเราลดลง อาจเป็น สาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทาง ใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่กำหนดให้แล้วทำเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง ทำเครื่องหมายผิด หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง
125 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก 1. ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง 2. เมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า หมอก 3. ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า เมฆ 4. เมฆแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากความสูงของฐานเมฆ 5. เมฆอัลโตคิวมูลัส เป็นเมฆชั้นต่ำ 6. เมฆที่ทำให้ฝนตกพร่ำ คือ เมฆนิมโบสเตรตัส 7. เมฆที่ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง คือ เมฆคิวมูโลนิมบัส 8. เมฆที่มีลักษณะแผ่นคล้ายผ้าห่ม คือ เมฆสเตรตัส 9. ในวันอากาศดีมองเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม มองเห็นเมฆเป็นริ้วคล้ายขนนก คือ เมฆซีร์รัส 10. หากมีละอองน้ำมาก หมอกจะยิ่งหนามาก ทำให้การมองเห็นของเราลดลง อาจเป็น สาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทาง เมฆเกิดขึ้นได้อย่างไร บัตรข้อความ หมอก เมฆ เมฆชั้นกลาง
126 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก เมฆแบ่งออกเป็นกี่ระดับใช้เกณฑ์ อะไรบ้างในการแบ่งเมฆ เมฆคิวมูลัส มีลักษณะอย่างไร ถ้าพบเมฆคิวมูลัส แสดงว่าสภาวะ อากาศเป็นอย่างไร หมอกเกิดขึ้นได้อย่างไร หมอกทำให้เกิดอันตรายหรือไม่ อย่างไร
127 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก 9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ “…….. “………………………………………… ลงชื่อ ................................. ( ................................ ) ตำแหน่ง ....... 10. บันทึกผลหลังการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
128 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 3 การเกิดเมฆและหมอก ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข
130 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็งได้ (K) 2. เปรียบเทียบเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็งได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็งได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P) 4. ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณู ของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำ จำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้ พื้นดิน เรียกว่า หมอก ส่วนไอน้ำที่ควบแน่นเป็น ละอองน้ำเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง น้ำค้างก็จะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ไอน้ำที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้ พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็งน้ำค้างก็จะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการทดลอง 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการทำงาน
131 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3) ทักษะการตั้งสมมติฐาน 4) ทักษะการสร้างแบบจำลอง 5) ทักษะการทำงานร่วมกัน 6) ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร 7) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 8) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะเรียนให้นักเรียนทราบ 2. ครูนำบัตรภาพน้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง มาให้นักเรียนดู โดยครูติดไว้บนกระดาน ดังนี้ 3. จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนจากบัตรภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละคน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - น้ำค้างเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : น้ำค้าง เกิดจากไอน้ำที่ควบแน่นเป็นละอองน้ำเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน) - น้ำค้างแข็งเกิดขึ้นอย่างไร (แนวตอบ : น้ำค้างแข็ง เกิดจากน้ำค้างอุณหภูมิใกล้พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็งน้ำค้างก็จะ กลายเป็นน้ำค้างแข็ง) - น้ำค้างและน้ำค้างแข็งเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : แตกต่างกันน้ำค้างมีสถานะเป็นของเหลว แต่น้ำค้างแข็งมีสถานะเป็นของแข็ง) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ
132 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - เกลือ 1 ถุง - ช้อนโต๊ะ 1 คัน - แก้วสแตนเลส 2 ใบ - น้ำแข็ง 1 แก้ว - บัตรภาพน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 1 ชุด 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมสลากหมายเลขกลุ่ม 1-5 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบ สลาก ซึ่งนักเรียนที่ได้หมายเลขเดียวกันจะอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกภายใน กลุ่ม 5 คน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง โดยปฏิบัติ กิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) ขั้นสอน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน
133 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง 9. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่อง น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด แล้วนำความรู้ที่ได้มาร่วมกันอภิปรายและบันทึกข้อมูลลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 11. ครูสุ่มเลขที่นักเรียน จำนวน 2-3 คน ให้อ่านผลการค้นคว้าของตนเองให้เพื่อน ๆ ฟัง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 12. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อคำตอบ ดังนี้ - เราจะพบน้ำค้างได้ที่ใดบ้าง (แนวตอบ : จะพบน้ำค้างได้ตอนเช้าตรู่ ซึ่งจะเกาะอยู่บนใบหญ้า บนใยแมงมุมที่ขึงอยู่ตามต้นไม้) - น้ำค้างที่พบบนใยแมงมุมมีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : มีลักษณะเหมือนเพชรเม็ดเล็ก ๆ ร้อยกันเป็นพวง) - การเกิดน้ำค้างแข็งส่งผลอย่างไรบ้าง (แนวตอบ : อาจส่งผลทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย และหากเกิดเป็นจำนวนมาก ติดต่อกันหลายวันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุบนถนนได้) - น้ำค้างแข็งที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือเรียกว่าอะไร (แนวตอบ : เหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง) 13. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง น้ำค้างแข็งว่า “น้ำค้างแข็งจะเกิดในช่วงฤดูหนาว ทางภาคเหนือของประเทศไทย หรือที่เรียกว่า เหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง อยู่บนดอยสูง ๆ ทำให้มี นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมเป็นจำนวนมาก” 14. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง และให้ความรู้ เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง ในการอธิบายเพิ่มเติม 15. นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง จากนั้นครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่าคำตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป
134 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง ในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 5. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “น้ำค้างเกิดจากการกลั่นตัวเมื่อไอน้ำในอากาศกระทบกับบริเวณผิววัตถุที่เย็นกว่า และน้ำค้างแข็ง เกิดจากอากาศที่เย็นจัด ซึ่งอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง น้ำค้างก็จะ เกิดการแข็งตัวกลายเป็นน้ำค้างแข็ง” 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิด น้ำค้างและน้ำค้าง แข็ง - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) น้ำค้างและน้ำค้าง แข็ง - ตรวจใบงานที่ 6.4.1 - ใบงานที่ 6.4.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) การนำเสนอผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลปฏิบัติกิจกรรม - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
135 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ทำงาน 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 6) บัตรภาพน้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง 7) สลากหมายเลขกลุ่ม 1-5 8) สมุดประจำตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) อินเทอร์เน็ต
136 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง เฉลย ใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาภาพที่กำหนดให้ แล้วอธิบายใต้ภาพมาพอสังเขป 1. ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... 2. ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ใบงานที่ 6.4.1
137 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง เรื่อง น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาภาพที่กำหนดให้ แล้วอธิบายใต้ภาพมาพอสังเขป 1. น้ำค้างเกิดจากเมื่ออากาศที่อยู่ใกล้พื้นดินในเวลากลางคืนเย็นลงเร็วกว่าอากาศบนท้องฟ้า จึงทำให้ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำเกาะอยู่บนใยแมงมุม มีลักษณะเหมือนเพชรเม็ดเล็ก ๆ ร้อยกัน เป็นพวง 2. น้ำค้างแข็งเกิดจากเมื่ออุณหภูมิใกล้พื้นดินต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง น้ำค้างจะแข็งตัวกลายเป็น น้ำค้างแข็งเกาะอยู่บนใบไม้ สลากหมายเลข
138 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 1 2 3 4 5 บัตรภาพน้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง
139 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง 9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
140 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 4 การเกิดน้ำค้างและน้ำค้างแข็ง ข้อเสนอแนะ “…….. “………………………………………… ลงชื่อ ................................. ( ................................ ) ตำแหน่ง ....... 10. บันทึกผลหลังการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข
142 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/5 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการการเกิดหยาดน้ำฟ้าได้ (K) 2. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะและลูกเห็บได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดหยาดน้ำฟ้าได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน (P) 4. ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มี สถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝนเกิดจาก ละอองน้ำในเมฆที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุง ไว้ได้จึงตกลงมา หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิด กลับเป็นผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจน เกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจาก หยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งแล้วถูกพายุพัด วนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และ อยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตก ลงมา พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ฝนเกิดไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ เมื่อละอองน้ำจำนวนมากในเมฆรวมตัวกันจน อากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยน สถานะเป็นน้ำแข็ง แล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูง จนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต
143 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2) ทักษะการทดลอง 3) ทักษะการตั้งสมมติฐาน 4) ทักษะการทำงานร่วมกัน 5) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 6) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะเรียนให้นักเรียนทราบ 2. ครูนำบัตรภาพฝนตก ลูกเห็บตก และหิมะตก มาให้นักเรียนดู โดยครูติดไว้บนกระดาน ดังนี้ 3. จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนจากบัตรภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละคน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าฝนตกได้อย่างไร (แนวตอบ : ฝนตก เกิดจากไอน้ำในอากาศ เมื่อเย็นลงจะควบแน่นรวมตัวกันเป็นเมฆ ละอองน้ำ ในเมฆจะรวมตัวกันเป็นหยดน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น) - นักเรียนคิดว่าลูกเห็บตกได้อย่างไร (แนวตอบ : ลูกเห็บเกิดจากเม็ดฝนถูกลมหรือกระแสอากาศพัดขึ้นไปในชั้นบรรยากาศที่มี อุณหภูมิต่ำ จึงเกิดการแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง หากลูกเห็บถูกพัดขึ้นไปหลาย ๆ รอบจะมีขนาดใหญ่ ขึ้น) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ
144 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า - นักเรียนคิดว่าหิมะตกได้อย่างไร (แนวตอบ : หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นของแข็งซึ่งจะเกิดในสภาวะที่หนาวเย็น และความชื้นเหมาะสม) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง หยาดน้ำฟ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุป ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน เพื่อนำส่งครูท้ายชั่วโมง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) 2. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - สิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าถึงพื้น เรียกว่าอะไร (แนวตอบ : หยาดน้ำฟ้า) - หยาดน้ำฟ้า ได้แก่อะไรบ้าง (แนวตอบ : ฝน หิมะ และลูกเห็บ) - ฝน หิมะ และลูกเห็บ มีสถานะอย่างไรบ้าง (แนวตอบ : ฝน มีสถานะเป็นของเหลว ส่วนหิมะและลูกเห็บมีสถานะเป็นของแข็ง) - ทำไมเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง ไม่เป็นหยาดน้ำฟ้า (แนวตอบ : เนื่องจากเมฆไม่ได้ตกลงมาถึงพื้นดิน ส่วนหมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง ไม่ได้เกิด จากการตกลงมาจากฟ้า) - ฝน หิมะ และลูกเห็บเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ฝนตก เกิดจากไอน้ำในอากาศ เมื่อเย็นลงจะควบแน่นรวมตัวกันเป็นเมฆ ละอองน้ำ ในเมฆจะรวมตัวกันเป็นหยดน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ลูกเห็บเกิดจากเม็ดฝนถูกลมหรือกระแสอากาศ พัดขึ้นไปในชั้นบรรยากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ จึงเกิดการแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง หากลูกเห็บถูกพัดขึ้นไป หลาย ๆ รอบจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นของแข็ง ซึ่งจะเกิด ในสภาวะที่หนาวเย็นและความชื้นเหมาะสม) 3. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - น้ำแข็ง 1 ถุง - คัตเตอร์ 1 อัน - ขวดน้ำพลาสติก 1 ใบ - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 3 แผ่น - น้ำอุ่น 1 แก้ว - หลอดหยด 1 หลอด - สีผสมอาหารแบบน้ำ (สีแดง) 1 ขวด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า จากหนังสือเรียน ขั้นสอน
145 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 5. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ตอนที่ 1 โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 8. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้า ข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง กระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้มา เขียนเป็นแผนผังมโนทัศน์ หรือแผนภาพ เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 11. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ชั่วโมงที่ 2-3 ขั้นสอน
146 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า 12. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 13. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ตามความสมัครใจ โดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง กระบวนการเกิดฝน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 14. จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - ฝนเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ฝนเกิดจากเมื่อไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ เมื่อละอองน้ำจำนวน มากในเมฆรวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน) - ฝนมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร (แนวตอบ : ทำให้พืชเจริญเติบโต มีน้ำหมุนเวียน เป็นต้น) - การเกิดฝนมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดฝนมี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะ ระเหยกลายเป็นไอน้ำแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้ำในอากาศเมื่อเจออากาศเย็นจะ ควบแน่นเป็นละอองน้ำ รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ และขั้นที่ 3 เมื่อเมฆรวมตัวกันจำนวนมากจน อากาศพยุงน้ำหนักของละอองน้ำไม่ไหว จึงตกลงมาเป็นฝน) - หิมะเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับผลึกน้ำแข็ง แล้วรวมตัวกันจนมีน้ำหนักมาก จนอากาศจะพยุงไว้ไม่ไหว จึงตกลงมา) - การเกิดหิมะ มีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดหิมะ มี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะ ระเหยกลายเป็นไอน้ำแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึก น้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้น จึงตกลงสู่พื้นโลก และขั้นที่ 3 เมื่อผลึกน้ำแข็งตกลงมาบน โลกจะไม่ละลายจึงกลายเป็นหิมะ) - ลูกเห็บเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง แล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาจน หยดน้ำกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง) 15. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดหยาดน้ำฟ้า และให้ความรู้เพิ่มเติม จากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดหยาดน้ำฟ้า ในการอธิบายเพิ่มเติม 16. นักเรียนแต่ละคนตอบคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นนักเรียนแต่ละคนทำ ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 17. ครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่า คำตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน
147 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจ คำถามท้าทายการคิดขั้นสูง ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 6. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดหยาดน้ำฟ้า ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝนเกิดจากละอองน้ำในเมฆที่ รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็น ผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจาก หยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งแล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่ และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา” 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาด น้ำฟ้า - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมท้าทาย การคิดขั้นสูง - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) หยาดน้ำฟ้า - ตรวจใบงานที่ 6.5.1 - ใบงานที่ 6.5.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) การนำเสนอผลการ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2 ขั้นสรุป
148 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ปฏิบัติกิจกรรม ผลปฏิบัติกิจกรรม นำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดหยาดน้ำฟ้า 6) บัตรภาพฝนตก ลูกเห็บตก และหิมะตก 7) QR Code เรื่อง กระบวนการเกิดฝน 8) สมุดประจำตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) อินเทอร์เน็ต ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า
149 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า เฉลย คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่กำหนดให้ แล้วนำข้อความที่กำหนดให้เติมลงในประโยค ให้ถูกต้อง ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็น____________ซึ่งเป็นน้ำที่มีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน _______เกิดจาก_________ใน___________ที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา _______เกิดจาก_________ในอากาศ_________กลับเป็นผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้น จนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา _________เกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็น________แล้วถูก_______พัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝน ฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่กำหนดให้ แล้วนำข้อความที่กำหนดให้เติมลงในประโยค ให้ถูกต้อง หยาดน้ำฟ้า ฝน หิมะ ลูกเห็บ เมฆ ระเหิด ละอองน้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ พายุ หยาดน้ำฟ้า ฝน หิมะ
150 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝน เกิดจากละอองน้ำในเมฆที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา หิมะ เกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกิน กว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บ เกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งแล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝน ฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา ลูกเห็บ เมฆ ระเหิด ละอองน้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ พายุ บัตรภาพฝนตก ลูกเห็บตก และหิมะตก
151 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า
152 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า 9. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ “…….. “…………………………………………
153 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 5 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ลงชื่อ ................................. ( ................................ ) ตำแหน่ง ....... 10. บันทึกผลหลังการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข
155 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 วัฏจักรน้ำ เวลา 3 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรของน้ำ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำได้ (K) 2. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร้างแบบจำลองและใช้แบบจำลองอธิบายการเกิดวัฏจักรน้ำได้อย่างถูกต้อง และเป็นลำดับขั้นตอน (P) 3. ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น วัฏจักรน้ำ เป็นการหมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูป ซ้ำเดิม และต่อเนื่องระหว่างน้ำในบรรยากาศน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน โดยพฤติกรรมการดำรงชีวิตของพืชและ สัตว์ส่งผลต่อวัฏจักรน้ำ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด วัฏจักรน้ำ เป็นการหมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูปซ้ำเดิม และต่อเนื่องระหว่างน้ำในบรรยากาศ น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ซึ่งพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์จะส่งผลต่อวัฏจักรน้ำ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการทดลอง 3) ทักษะการตั้งสมมติฐาน 4) ทักษะการทำงานร่วมกัน 5) ทักษะการสร้างแบบจำลอง 6) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7) ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการทำงาน
156 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง และหยาดน้ำฟ้า 2. ครูนำบัตรภาพแหล่งน้ำ ฝนตก และดวงอาทิตย์มาให้นักเรียนดู โดยครูติดไว้บนกระดาน ดังนี้ 3. จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนจากบัตรภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละคน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - จากบัตรภาพทั้ง 3 ภาพ นักเรียนคิดว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า เกี่ยวข้องกัน) - บัตรภาพทั้ง 3 ภาพ เกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า การเกิดฝนซึ่งมี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะระเหยกลายเป็นไอน้ำแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้ำในอากาศเมื่อ เจออากาศเย็นจะควบแน่นเป็นละอองน้ำ รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ และขั้นที่ 3 เมื่อเมฆรวมตัวกัน จำนวนมากจนอากาศพยุงน้ำหนักของละอองน้ำไม่ไหว จึงตกลงมาเป็นฝนไหลรวมกันลงใน แหล่งน้ำ) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ
157 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ 4. ครูให้นักเรียนดูภาพแหล่งน้ำตามธรรมชาติ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้น ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นนักเรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาว่า “แหล่งน้ำต่าง ๆ มีความสำคัญต่อการ เกิดวัฏจักรน้ำหรือไม่ อย่างไร” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อหา คำตอบ (แนวตอบ : แหล่งน้ำต่าง ๆ มีความสำคัญต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ ถ้าไม่มีแหล่งน้ำจะไม่มีน้ำระเหย กลายเป็นไอน้ำขึ้นไปในบรรยากาศ ทำให้ไม่มีการหมุนเวียนน้ำ) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - หนังยาง 1 ถุง - ถุงพลาสติกใส 1 ใบ - กล่องพลาสติกใสใบเล็ก 1 ใบ - กล่องพลาสติกใสใบใหญ่ 1 ใบ - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น - น้ำ 2 ขวด - น้ำแข็ง 1 ถุง - สีไม้ 1 กล่อง - ดินทราย 1 ถุง - ดินเหนียว 1 ถุง 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมสลากแหล่งน้ำต่าง ๆ เช่น ทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ และบึง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบสลาก ซึ่งนักเรียนที่ได้ชื่อเดียวกันจะอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกภายในกลุ่ม 4 คน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนว ทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ ตอนที่ 1-2 โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) ขั้นสอน ชั่วโมงที่ 2-3 ขั้นสอน
158 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้า ข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้มา เขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรน้ำ ลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ 10. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง วัฏจักรน้ำว่า “วัฏจักรน้ำ คือ การหมุนเวียนของ น้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นการเปลี่ยนสถานะของน้ำ โดยอาศัยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความร้อน ลม ป่าไม้ เป็นต้น” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 12. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - น้ำจากฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลก จะถูกกักเก็บในแหล่งน้ำใดบ้าง (แนวตอบ : แหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล แม่น้ำ ลำธาร เป็นต้น และแหล่งน้ำใต้ดิน) - การหมุนเวียนของน้ำเรียกว่าอะไร (แนวตอบ : วัฏจักรของน้ำ) - วัฏจักรน้ำ คืออะไร (แนวตอบ : วัฏจักรน้ำ คือ การหมุนเวียนของน้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด) - การเกิดวัฏจักรของน้ำมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดวัฏจักรของน้ำ มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) น้ำในแหล่งน้ำได้รับความร้อนแล้วระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศ 2) ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำ และรวมตัวเป็นเมฆ 3) เมฆมีจำนวนมากจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน 4) น้ำฝนไหลกลับสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ หรือซึมลงใต้ดิน) - ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ (แนวตอบ : ความร้อน ลม ป่าไม้ เป็นต้น) 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง วัฏจักรน้ำ และให้ความรู้เพิ่มเติมจากคำถาม ของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง วัฏจักรน้ำ ในการอธิบายเพิ่มเติม 14. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ โดยเขียนเป็น
159 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ แผนผังมโนทัศน์ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 15. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 16. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ เพื่อเป็นการ วัดความรู้หลังเรียนของนักเรียน 17. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนำความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดวัฏจักรน้ำ มาออกแบบและประดิษฐ์จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ 2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน 3. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 4. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 6. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ ในสมุดประจำตัวนักเรียน 7. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ ในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 8. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงาน จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับวัฏจักรน้ำ ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “วัฏจักรน้ำ เป็นการ หมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูป ซ้ำเดิม และต่อเนื่องระหว่างน้ำในบรรยากาศน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน โดยพฤติกรรมการดำรงชีวิตของพืช และสัตว์ส่งผลต่อวัฏจักรน้ำ” ขั้นสรุป
160 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมสรุป สาระสำคัญประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้า อากาศ - ตรวจสมุดประจำตัว - สมุดประจำตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) กิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้า อากาศ - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) การนำเสนอ ผลงาน/ผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
161 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7.2 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบ หลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำ และลมฟ้าอากาศ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำ และลมฟ้าอากาศ - แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้า อากาศ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 7.3 การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจผลงาน จิกซอว์การเกิด วัฏจักรน้ำ - แบบประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ 4) PowerPoint เรื่อง วัฏจักรน้ำ 5) บัตรภาพแหล่งน้ำ ฝนตก และดวงอาทิตย์ 6) สลากแหล่งน้ำต่าง ๆ 7) สมุดประจำตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) อินเทอร์เน็ต สลากแหล่งน้ำต่าง ๆ
162 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ แผนฯ ที่ 6 วัฏจักรน้ำ ทะเล บึง เเม่น้ำ มหาสมุทร บัตรภาพแหล่งน้ำ ฝนตก และดวงอาทิตย์