The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Phayao Sustainable-ภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paporn, 2023-02-12 09:10:59

Phayao Sustainable-ภาษาไทย

Phayao Sustainable-ภาษาไทย

Keywords: Phayao Sustainable

PHAYAO SUSTAINABLE LOCAL TOURISM KARB STUDIO Design by เรียบง่ายพองาม การออกแบบชีวิต และเรื่องราวของ ชุมชนรักษ์นกยูง เพื่อความสุขที่ยั่งยืน SUSTAINABLE PHAYAO LOCAL สู่เลอค่า ชุมชนล้านนาตะวันออก อนุรักษ์นกยูงไทย ผ่านอาหารพื้นถิ่น


นก ยูง ไทย


ผู้ให้ทุน - มหาวิทยาลัยพะเยา - กลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่ปรึกษา - รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ - รองศาสตราจารย์ ดร.ฐิติรัตน์ เชี่ยวสุวรรณ - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันธิวัฒน์ พิทักษ์พล - ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี คณะกรรมการก�ำหนดราคากลาง TOR และก�ำหนดรายละเอียดการจ้าง - ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะพงษ์ แสงแก้ว - ดร.จิราพร ไชยวงศ์สาย คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรเทพ โรจนวสุ - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิมลเรขา ศิริชัยราวรรณ - ดร.สวรินทร์ ฤกษ์อยู่สุข - ดร.วนิดา แซ่จึง - นายทศพล คุ้มสุพรรณ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ - รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรา พงษ์นิล - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะพงษ์ แสงแก้ว - ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี - ดร.จิราพร ไชยวงศ์สาย - นายสุธี เมฆบุญส่งลาภ  ศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์นกยูงไทย  มหาวิทยาลัยพะเยา


สารบัญ นกยูงไทย 16 สายพันธุ์นกยูง 20 นกยูงเขียวกับถิ่นที่อยู่อาศัย 31 นกยูงไทยในล้านนาตะวันออก 37 นกยูงไทยกับพฤติกรรมและการหาแหล่งอาหาร 41 วิกฤตของนกยูงไทยในล้านนาตะวันออก 44 นกยูงไทยกับปัญหาภัยคุกคาม 47 นกยูงกับประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชุมชน 51 ข้อมูลเชิงพื้นที่และความเป็นมาของพะเยา 54 เครือข่ายชุมชนรักษ์นกยูงไทยล้านนา 60 ไทลื้อ ชุมชนรักษ์นกยูงไทยในมิติด้านวัฒนธรรม 122 เฮือนไทลื้อแม่แสงดา 125 วิถีชีวิตไทลื้อ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเชียงค�ำ 132 อาหารของชุมชนชาติพันธุ์ลื้อเชียงค�ำ 135 บ้านของชุมชนชาติพันธุ์ลื้อเชียงค�ำ 143 วิถีชีวิตลื้อเชียงค�ำ 145 อัตลักษณ์ชุมชนลื้อเชียงค�ำ 148 อาหารจานหลักแบบคนเมือง 155 ขนมหวานละมุนแบบคนเมือง 219


8 9 แนวทางในการสร้างสรรค์หนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อบอกกล่าวคุณค่าและ มูลค่าเพิ่มของชุมชนนกยูงที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อ ที่เป็นต้นทุน ทางวัฒนธรรมอันจะน�ำไปสู่การอนุรักษ์ร่วมกันหลายภาคส่วน เพราะนกยูงไม่ใช่เป็น เพียงสัตว์ในพื้นที่ล้านนาตะวันออกเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความส�ำคัญระดับ ประเทศและระดับภูมิภาคด้วยเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีของพื้นที่ เพราะ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์อันสุดยอด เพราะนกยูงมีความละเอียดอ่อนในการ ออกหากินอาหาร ย่อมสะท้อนความปลอดภัยของพืชพรรณธัญญาหารอีกด้วย อีกทั้งด้วยความงามและเสน่ห์ของจังหวัดล้านนาตะวันออก เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติมากมาย มีวัตถุดิบอาหารและพืชพันธุ์ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ท�ำให้มี สัตว์ป่ามากมายอาศัย และหนึ่งในนั้นคือนกยูง สัตว์ที่มีความงดงามอ่อนช้อยมีจังหวะท่วงท�ำนอง ในการย่างกราย เปรียบเหมือนสตรีผู้เลอค่าที่ซุกซ่อนในป่ากว้าง ในสภาพพื้นที่เขียวขจีเหล่านี้ ยังมีเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คน รวมไปถึงชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต เหล่านี้เชื่อมโยง กับภูมิปัญญาท้องถิ่นมากมาย และเป็นทรัพย์ในชุมชนที่จะต้องอนุรักษ์ไว้ไม่ให้เสื่อมหายไปตาม กาลเวลา ยิ่งในยุคนี้โลกดิจิทัลท�ำให้คนห่างไกลจากคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่นและยิ่งลูกหลานใน ชุมชนก็เติบโตในวิถีแบบสมัยใหม่ ฉะนั้นจะต้องบูรณาการให้สองวัฒนธรรมเดินไปด้วยกันได้อย่างไร


10 11 มองเก่าให้ใหม่ คือ การน� ำคุณค่ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม จะเลอค่า อย่างไรให้มีกลิ่นอายของชุมชนยังคงหลงเหลืออยู่ และเป็นความงามที่ สะท้อนความเรียบง่ายของของชุมชนนกยูงให้โดดเด่น ยิ่งได้ลงไปท� ำงาน ร่วมกับชุมชนต่างๆ เห็นรอยยิ้มการต้อนรับที่แสนอบอุ่นในสภาพพื้นที่ เขียวขจี อาทิ ชุมชนริมอ่าง กลางเขา และในป่า ที่ล้วนสวยสดงดงาม แบบไม่ต้องปรุง ยิ่งได้ลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นที่รังสรรค์จัดแต่งอย่างพิถีพิถัน ท� ำให้เพิ่มความสุนทรีย์ในชีวิต ความเก่าแบบมีเอกลักษณ์ท้องถิ่นจะต้อง น� ำไปสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย เปิดโลกทัศน์ของพื้นที่ทรงคุณค่าออกไป สู่สาธารณะให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้แล้วนักท่องเที่ยวยังได้ร่วม อุดหนุนผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนภายใต้แบรนด์ร� ำแพน ที่มีสัญลักษณ์ภาพ นกยูงสีขาวด� ำเป็นโลโก้โดดเด่นเป็นสง่า สร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้มีชีวิต โดยสุทธิพงษ์ สุริยะ นักออกแบบเจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก ที่ช่วย การันตีความเป็นมาตรฐานสากลให้กับชุมชนอีกด้วย ทั้งผลิตภัณฑ์สินค้า วัตถุดิบชุมชน และการออกแบบ ด้วยพันธกิจดังกล่าวนี้ ผมในบทบาท คนสร้างแบรนด์ชุมชน ก็อยากส่งเสริมความดีงามเหล่านี้ให้ยั่งยืนตลอดไป ตามแนวทางความมั่นคงด้านอาหาร SDGs องค์การสหประชาชาติ ยุคปัจจุบันนี้ผู้คนให้ความส� ำคัญกับโลกเทคโนโลยี โดยเฉพาะใน โซเชียลมีเดียพบว่าผู้คนให้ความส� ำคัญกับการถ่ายรูปอาหาร น� ำมาโพสต์ และหากถูกใจก็ช่วยกันแชร์ อาหารพื้นถิ่นของประเทศไทยมีความจ� ำเพาะ ในรสชาติที่อร่อยและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ด้วยเช่นกัน เฉกเช่นอาหาร พื้นเมืองของล้านนาตะวันออก เมนูคาวที่ล้วนดีต่อสุขภาพ มีสารพัด พืชผักและปลามากมาย และเมนูขนมหวานท้องถิ่นที่ชวนน�้ ำลายหก ซึ่ง คนรุ่นดั้งเดิมได้สืบสานมายาวนาน แต่จะส่งต่อให้กับโลกดิจิทัลอย่างไร และโดนใจคนรุ่นใหม่ด้วย เป็นสิ่งที่ต้องขบคิดในการสื่อสารออกไปและให้ เกิดความจ� ำเป็นภาพประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก


12 13 จากนกยูงที่ย่างกรายเหมือนสตรีผู้เลอค่า ในท่ามกลางชุมชน ที่เขียวขจี เรียบง่ายและสวยงาม ถ้าจะส่งต่อไปสู่เมนูอาหารจะต้อง ให้กลมกลืนกันด้วย นี่ก็เป็นที่มาของการแปลงโจทย์เมนูให้สวยงาม เติมแต่งด้วยดอกไม้พื้นเมืองเล็กน้อย เมื่อหนังสือเล่มนี้ถูกน� ำไป เผยแพร่ก็จะท� ำให้คนรู้จักอาหารพื้นถิ่น อยากมาลองทานกันและ เป็นที่มาที่ไปของการออกจากบ้านของนักท่องเที่ยวทั่วไทย โดยเห็น รูปภาพขนมหวานจัดวางแบบง่ายๆ ที่สวยสะดุดตา ท� ำให้อยากออกไป ค้นหาโดยอาจจะมาทานที่ร้านอาหารต่างๆ ซึ่งเมนูดังกล่าวก็จะขยายผล ไปสู่ร้านอาหารและโรงแรมที่พัก จากนั้นนักท่องเที่ยวก็อยากไปสัมผัส วิถีชุมชนในพื้นที่และร่วมทานอาหารแบบส� ำรับจัดเต็ม และได้ส่องดู นกยูงอีกด้วย สิ่งเหล่านี้คือการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนโดยดึง นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนและกลายมาเป็น การร่วมอนุรักษ์นกยูงแบบยั่งยืนในที่สุด ล้านนาตะวันออก ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากก็งดงามแล้ว เพราะ สวรรค์ให้ความงามที่เลอค่าโบยบินมาอยู่ในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์สินค้าชุมชน เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand Awards ประเทศฝรั่งเศส


14 15


17 1. นกยูงไทย นกยูงไทย หรือ นกยูงสีเขียว (Green peafowl) คือ ไก่ฟ้าขนาดใหญ่ที่พบในป่าเขตร้อน ของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความงดงาม ในอดีตจะพบเห็นตามริมล� ำน�้ ำสายส� ำคัญ แม่น�้ ำ แควน้อย ลุ่มน�้ ำปิง ลุ่มแม่น�้ ำยม ซึ่งปัจจุบันนกยูง ไทยเริ่มใกล้สูญพันธุ์จากประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2522 องค์การระหว่างประเทศ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature หรือ IUCN) ได้ประกาศ ให้นกยูงเป็นสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามและเสี่ยง ต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) ส� ำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันมีหลายสถานที่ที่สามารถเจอนกยูงใน ธรรมชาติได้ โดยเฉพาะทางภาคเหนือของประเทศ


18 19 อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง ห้วยฮ่องไคร้ อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และพื้นที่จังหวัดพะเยา ที่ใช้ค�ำว่าพื้นที่จังหวัดพะเยา เพราะมีนกยูงอยู่อาศัยในทุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติในจังหวัด พะเยาทั้งหมดเลย แม้แต่ป่าหลังมหาวิทยาลัยพะเยาก็สามารถพบเจอนกยูงไทยได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่พฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงที่นกยูง ไทยออกมาอาศัยอยู่ตามชายป่าบริเวณรอยต่อของชุมชนกับพื้นที่ป่าในเขตจังหวัด ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ พะเยา แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ล�ำปาง และล�ำพูน ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของนกยูงสีเขียวในโลก (The last stronghold of green peafowl in the world) หรือเป็นฐานที่มั่นหรือพื้นที่ที่มีนกยูงไทยจ�ำนวน มากและหนาแน่นที่สุด นกยูงไทยจึงถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ และสามารถฟื้นฟูให้มีประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ จากการพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงนิเวศนกยูงไทยในพื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้เกิดการอยู่ร่วมกันได้ ระหว่างคน ชุมชน และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน


20 21 2. สายพันธุ์นกยูง ปัจจุบันนกยูงมีทั้งสิ้น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์นกยูงอินเดีย (Indian Peafowl หรือ Blue Peafowl) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Pavo cristatus และสายพันธุ์นกยูงเขียว (Green Peafowl) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Pavo muticus ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะ และความแตกต่างกัน ดังนี้ 1. สายพันธุ์นกยูงอินเดีย มีขนาดเล็กกว่านกยูงเขียว มีหงอนรูปร่างคล้ายพัดจีน เพศผู้ มีขนบริเวณคอลงไปถึงหน้าอกสีน�้ำเงินโดดเด่น ขนปีกมีลักษณะลายขาวสลับด�ำ ส่วนเพศเมียมี ขนบริเวณคอสีเขียวและจางลงจนเป็นสีขาวเมื่อถึงบริเวณอก มีขนปีกสีน�้ำตาลอ่อน มีแหล่งอาศัย กระจายอยู่ในพื้นที่แถบบังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เนปาล ปากีสถาน และศรีลังกา 2. สายพันธุ์นกยูงเขียว มีลักษณะสูงใหญ่กว่านกยูงอินเดียเล็กน้อย ขนหงอนตั้งตรงรวม กันเป็นกระจุกใหญ่ เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะคล้ายกัน โดยมีขนบริเวณคอลงมาถึงอกสีเขียว ทองเรียงซ้อนกันคล้ายเกล็ดปลา ขนปีกสีน�้ำเงินและด�ำ มีการกระจายแยกจากนกยูงอินเดียอย่าง ชัดเจน มีแหล่งอาศัยในพื้นที่ประเทศ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ลาว พม่า ไทย


22 23 นกยูงเขียว สามารถแบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์ย่อย ตามลักษณะ และการแพร่กระจายตามภูมิศาสตร์ ได้ดังนี้ 1. นกยูงชวา (Pavo muticus muticus) เป็น นกยูงขนาดเล็กที่สุดในบรรดานกยูงเขียวทั้ง 3 สายพันธุ์ มีสีสดใสกว่า ขนคลุมปีกเป็นสีเขียวเหลือบน�้ ำเงิน ขนแผ่น หลังเป็นเขียวเหลือบทอง ตัวมีลักษณะขนสีออกทองแดง ขนช่วงอกและขนข้างมีลักษณะสีอ่อนและสดใส พบเห็น ได้ในพื้นที่แถบเกาะชวา มาเลเซีย และภาคใต้ของไทย ตั้งแต่คอคอดกระ แถบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงมา จากการ ส� ำรวจปัจจุบันคาดว่าสายพันธุ์นกยูงชวาในภาคใต้ของ ไทย และมาเลเซีย ได้สูญพันธุ์หมดแล้ว 2. นกยูงพม่า (Pavo muticus spicifer) เป็นนกยูง ที่มีขนาดล� ำตัวใกล้เคียงกับนกยูงไทย ลักษณะสีขนล� ำตัว หม่นไม่สดใส บริเวณขนคลุมปีกมีสีเทาด� ำขอบสีน�้ ำเงิน และสีน�้ ำเงินอมเขียวแคบๆ หนังบริเวณใบหน้ามีสีแลดู ไม่สดใสเหมือนชนิดย่อยอื่นๆ ขนล� ำคอสีทองหม่นคล้าย เกล็ดปลา พบเห็นได้ในพื้นที่แถบรัฐอัสสัมในอินเดีย และ ภาคตะวันตกของพม่าไปจนถึงภาคตะวันออกของแม่น�้ ำ อิรวดี จากการส� ำรวจปัจจุบันคาดว่าสายพันธุ์นกยูงพม่าใน อินเดีย และบังคลาเทศ ได้สูญพันธุ์หมดแล้ว


24 25


26 27 3. นกยูงอินโดจีน หรือนกยูงไทย (Pavo muticus imperator) เป็นนกยูงที่มีลักษณะ สีขนล�ำตัวไม่สดใสเหมือนนกยูงชวา ขนคลุมปีกมีสีด�ำเข้ม ปลายขนมีสีน�้ำเงินหรือน�้ำเงินแกม เขียวกว้างกว่านกยูงพม่า จะแลดูขนออกเป็นสีฟ้าอมเขียว สีขนข้างล�ำตัวมีสีคล�้ำ พบเห็นได้ ในพื้นที่กระจายอยู่ในแถบตอนกลางถึงตอนใต้ของมลฑลยูนนานในจีน บริเวณแม่น�้ำสาละวิน ในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และในประเทศไทย พบเห็นในภาคตะวันตก ภาคเหนือ และ ยังพบกระจัดกระจายเล็กน้อยในพื้นที่อนุรักษ์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นกยูงเขียวหรือนกยูงไทย เป็นนกขนาดใหญ่ มีความยาวขนาดล�ำตัวเฉลี่ย 100-250 เซนติเมตร มีหัวขนาดเล็ก แข้งยาว มีขนกระจุกบนหัวเป็นช่อตั้งขึ้นมาเรียกว่า “หงอน” ซึ่งพบ ได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีผิวหนังรอบดวงตาสีฟ้า แถบคาดสีด�ำพาดกลางตา ผิวหนังบริเวณ แก้ม และหูมีสีเหลือง บนกระหม่อมมีขนขนาดเล็กสีน�้ำเงินอมเขียว บริเวณคอมีขนซ้อนกันคล้าย เกล็ดปลาส่วนปลายมีสีเขียวทอง บริเวณหลังมีสีเขียวอบม่วง ขนคลุมปีกมีสีด�ำ ฟ้าอมเขียว และ สีน�้ำเงิน ขนปลายปีกสีน�้ำตาล ขนโคนปีกมีสีด�ำ ขนคลุมหางสีน�้ำตาลและเขียว ขนหางสีน�้ำตาล อมเทามีลายน�้ำตาลพาดตามขวางเป็นลูกคลื่น


28 29 สายพันธุ์นกยูงเขียวหรือนกยูงไทย เป็นสัตว์ป่าที่ได้ รับความคุ้มครองตามกฎหมายในหลายประเทศ เช่น จีน, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, บังกลาเทศ, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 พุทธศักราช 2537 พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และได้รับการจัดสถานภาพ การอนุรักษ์ในระดับประเทศไทยอยู่ในระดับใกล้สูญพันธุ์ (endangered species) โดยส� ำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ. 2563 นกยูงเขียวหรือนกยูงไทยเพศผู้จะมีขนคลุมหางยาว โดยจะยื่นยาวถึงปลายหางออกไป ปลายเส้นขนมีรูปร่าง คล้ายดวงตา เรียกลักษณะขนดังกล่าวว่า “ขนแววมยุรา” เพื่อ ใช้ดึงดูดนกยูงเพศเมีย โดยการกระท� ำดังกล่าวจะเรียกว่า “ร� ำแพนหาง” ส่วนนกยูงเพศเมียขนคลุมหางจะไม่ยื่นยาว ออกมาและไม่มีลวดลายของแววมยุรา นกยูงเพศผู้จะมีชุด ขนเต็มวัย เมื่ออายุครบ 2 ปี แต่ขนคลุมหางยังไม่ยื่นยาว ออกมา ไม่มีแววมยุราจนกระทั่งย่างเข้าสู่ปีที่ 3 จึงจะเป็น นกเต็มวัย ส่วนนกยูงเพศเมียจะเติบโตเต็มที่ และสามารถ สืบพันธุ์ได้เมื่อมีอายุครบ 2 ปี


30 31 3. นกยูงเขียวกับถิ่นที่อยู่อาศัย ในอดีตนกยูงเขียว มีการแพร่กระจายขยายพันธุ์ พบเห็นทั่วไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบาง ส่วนของพื้นที่เอเชียใต้ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ใน บังกลาเทศ ชายแดนอินเดียที่ติดกับพม่า ทางตอนใต้ของ มณฑลยูนนานในจีน พม่า ไทย ลาว เวียดนาม ทางภาค เหนือของกัมพูชา ในแถบคาบสมุทรมลายู ในมาเลเซีย และเกาะชวาในอินโดนีเซีย ในประเทศไทยมีรายงานการ ส� ำรวจพบนกยูงทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพบมากทางตะวันตกในพื้นที่ อนุรักษ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ส่วนกลุ่มที่ พบแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือในผืนป่าอนุรักษ์ขนาด เล็กกระจายตัวตามแนวตะเข็บชายแดน และกลุ่มที่พบ ทางภาคเหนือ พบนกยูงกระจายในหย่อมป่าตามแนว ลุ่มน�้ ำส� ำคัญ 4 สาย ได้แก่ แม่น�้ ำปิง แม่น�้ ำอิง แม่น�้ ำยม และแม่น�้ ำน่าน


32 33 ปัจจุบันสามารถพบเห็นนกยูงเขียวได้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในประเทศ เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม และทางเหนือของไทย ทางใต้ของมณฑลยูนาน ในจีน และเกาะชวาในอินโดนีเซีย แหล่งพื้นที่แพร่กระจายของนกยูงทางภาคเหนือและภาคตะวันตก ในประเทศไทย พื้นที่ภาคตะวันตกพบในลุ่มน�้ ำห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จนถึงปากแม่น�้ ำห้วยขาแข้งที่ไหลลงสู่ตอนเหนือของเขื่อนศรีนครินทร์ และ สามารถพบได้ตามเกาะแก่งทางตอนเหนือของเขื่อนศรีนครินทร์ ยังพบเห็นตาม ลุ่มน�้ ำแม่กลองและห้วยสาขา ตั้งแต่ใกล้ห้วยคต ห้วยองค์ทั่ง ลงสู่ตอนเหนือของ เขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ นกยูงเขียวมีการกระจายตามพื้นที่ลุ่มน�้ ำ ต่างๆ ได้แก่ ลุ่มแม่น�้ ำปิง จะกระจายอยู่ในพื้นที่ห้วยฮ่องไคร้ อ� ำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และกระจายอยู่ในพื้นที่ อ� ำเภอลี้ และอ� ำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัด ล� ำพูน กินพื้นที่ไปถึงอ� ำเภอฮอด และอ� ำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนผืนป่าลุ่มแม่น�้ ำอิง จะพบนกยูงไทยบริเวณ ห้วยโป่ง อ� ำเภอจุน และบ้านใหม่นาสา อ� ำเภอเชียงค� ำ จังหวัดพะเยา ลุ่มแม่น�้ ำยม บ้านห้วยสิงห์ อ� ำเภอปง ตาดปู่เข่ง อ� ำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ลงมาถึงผาลาด อ� ำเภอสอง จังหวัดแพร่ ด้านตะวันออกมีการแพร่กระจายไปถึงบ้านน�้ ำปี้ อ� ำเภอนาหลวง จังหวัดน่าน ลุ่มแม่น�้ ำน่าน พบเป็นช่วงๆ ตั้งแต่บ้านห้วยทรายมูล อ� ำเภอ แม่ริม ห้วยแก่งโป่ง อ� ำเภอนาน้อย อ� ำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน และยังพบต่อ ลงไปถึงบ้านเด่นชาติ อ� ำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์


34 35


36 37 4. นกยูงไทยในล้านนาตะวันออก นกยูงไทยหรือนกยูงเขียว เป็นนกยูงที่มีขนาดใหญ่ ในวงศ์ ตระกูลไก่ฟ้า ไก่ป่า และนกกระทา ที่มีขนสีสันสวยงาม เพศผู้มีลักษณะ ขนคลุมหางยื่นยาวเลยขนหางออกไป มีลักษณะแต้มจุดดวงตาที่เรียก ว่า “แววมยุรา” ส� ำหรับร� ำแพนดึงดูดเพศเมียในฤดูผสมพันธุ์ นกยูงไทย เป็นนกที่กินอาหารจ� ำพวกเมล็ดพืช อาหารส่วนใหญ่จึงเป็นเมล็ดพืช และพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ติดชายป่า นกยูงไทยยังกินแมลงจ� ำพวก ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นอาหาร นกยูงไทยเพศผู้เต็มวัย จะมีลักษณะล� ำตัวขนาดใหญ่ ขนน้อย (alular) และขนปลายปีก (primary) มีสีน�้ ำตาลทอง ผิวหนังบริเวณที่ หน้ามีสีเหลืองสดใส รอบดวงตามีสีฟ้าคาดด้วยแถบสีด� ำ หนังสีเหลือง จะห้อยย้อยลงมาเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ขนปีก บริเวณไหล่มีแถบสีทองคล้ายเกล็ดปลาเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม มีเดือย ขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูสืบพันธุ์จะมีขนคลุมหางลักษณะเป็นแววมยุรา ที่ยื่นยาวออกมาจะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือน เมษายนของทุกปี หลังจากนั้นก็จะเริ่มผลัดทิ้งขนในเดือนพฤษภาคมถึง มิถุนายนในแต่ละปี นกยูงไทยเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่าเพศผู้ ขนคลุมหางมีสี เขียวอมน�้ ำตาลและมีลายพาดขวางสีน�้ ำตาลอ่อน ความยาวของขน คลุมหางสั้นกว่าขนหาง ขนน้อย (alular) และขนปลายปีก (primary) มีสีน�้ ำตาลมีลายด� ำพาดตามขวาง ผิวหนังที่แก้มสีเหลืองไม่สดใสและ แผ่นหนังไม่ห้อยลงมาเหมือนเพศผู้ แข้งมีสีด� ำ ไม่มีเดือยหรืออาจจะ มีเป็นตุ่มเล็กๆ นอกจากนั้นขนคลุมปีกและขนบริเวณหลังมีสีเขียวและ เห็นลายสีน�้ ำตาลอ่อนพาดเป็นแถบกว้างมองคล้ายลูกคลื่น ขนหางสี น�้ ำตาลประสีด� ำและมีลายน�้ ำตาลพาดขวางเป็นลูกคลื่น


38 39 มีการรายงานผลส�ำรวจและวิจัยถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของนกยูงหลายประเภท ที่มาจาก การศึกษาในพื้นที่เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ของนกยูงไทยพบว่า โดยส่วนใหญ่จะพบได้ในป่าผลัดใบ เป็นป่าโปร่ง มีหญ้าค่อนข้างทึบ มีไม้ยืนต้นขึ้นประปราย เช่น ในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในป่าดิบแล้ง ป่าสน ป่าไผ่ หาดทรายริมน�้ำ ทุ่งหญ้า ไปจนถึง พื้นที่เกษตรกรรม ผลจากการส�ำรวจประชากรนกยูงเขียวในพื้นที่อนุรักษ์ 4 จังหวัด ในเขตพื้นที่ล้านนา ตะวันออก ได้แก่ จังหวัดพะเยา น่าน แพร่ และเชียงราย พบว่ามีประชากรนกยูงเขียวรวมกัน ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัว ซึ่งมีจ�ำนวนประชากรนกยูงเพิ่มจ�ำนวนมากขึ้นจากอดีตที่ผ่านมา พื้นที่ ที่เหมาะสมส�ำหรับการวางแผนการจัดการอนุรักษ์และถือเป็นฐานที่มั่นขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ ในการอนุรักษ์นกยูง ประกอบด้วย 3 พื้นที่อนุรักษ์ ได้แก่ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอ เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ที่มีพื้นที่แนวเขตอนุรักษ์ติดต่อกัน อาจผนวกรวมพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่ยม ซึ่งมีขนาดความหนาแน่นของจ�ำนวนประชากรนกยูงมากที่สุดในล้านนาตะวันออก จากการส�ำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกยูงไทย จะเป็นพื้นที่ที่มีระยะทางห่างจากเขต ชุมชนและเส้นทางคมนาคมมากกว่า 1.5-2 เมตร มีระยะทางห่างจากล�ำน�้ำ ล�ำห้วยไม่เกิน 100 เมตร เป็น พื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน�้ำทะเลเฉลี่ย 400-500 เมตร มีลักษณะพื้นที่ความลาดชันอยู่ในช่วง 2.77-6.81 องศา และเป็นพื้นที่ป่าผลัดใบ ได้แก่ พื้นที่ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมส�ำหรับการ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยนกยูงเขียวอยู่ที่ 5,777.13 ตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับประชากร นกยูงเขียวอย่างน้อย 3,000 ตัว และสามารถรองรับได้สูงสุดไม่เกิน 23,000 ตัว


40 41 5. นกยูงไทยกับพฤติกรรม และการหาแหล่งอาหาร โดยทั่วไปแล้ว นกยูงไทยจะออกหากินแหล่งอาหาร ตามพื้นที่หาดทรายและสันทรายริมล� ำธาร ในตอนเช้าตรู่ จนกระทั่งถึงตอนบ่าย จะกินทั้งเมล็ดพืชและสัตว์แมลงเล็กๆ แล้วจะบินกลับมาเกาะนอนอยู่บนยอดไม้สูง ปกติอยู่เป็นฝูง เล็กจ� ำนวน 2-6 ตัว ยกเว้นในบางบริเวณ เช่น เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ จังหวัดพะเยา พบนกยูงอยู่รวมกัน เป็นฝูงมากถึง 200-300 ตัว ที่ลงมายังนาข้าวของชุมชน บ้านร่องหาด หรือลานรักษ์ข่วงนกยูงไทย 69 ปัจจุบัน คาดว่า ผืนป่าอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยแห่งนี้มีประชากรนกยูง ประมาณนับพันตัว อีกทั้งยังมีรายงานการส� ำรวจพบเห็น นกยูงในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดล� ำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ จ.พะเยา สามารถ พบเห็นนกยูงในช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือประมาณเดือน พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี รวมทั้งยังพบนกยูงไทย จ� ำนวนมากในพื้นป่าจังหวัดล� ำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง


42 43 อุปนิสัยนกยูงและพฤติกรรมการหาแหล่งอาหาร นกยูงอาศัยอยู่ตามป่าทั่วไป ที่มีระดับความสูงเกิน 1,000 เมตรจากระดับน�้ำทะเล มักอยู่รวมกัน เป็นฝูงเล็กๆ มีจ�ำนวนเฉลี่ยต่อฝูง มีตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 3-5 ตัว ในฤดูผสมพันธุ์ หลังจากนั้นนกยูงเพศ ผู้จะแยกตัวอยู่ล�ำพัง ส่วนนกยูงเพศเมียจะอยู่ดูแลลูกตามล�ำพัง นกยูงมีพฤติกรรมจะออกหากินช่วง เวลาเช้า ตามแหล่งพื้นที่ชายป่า ตามชายหาดริมธาร ในเวลากลางคืนหลับนอนตามกิ่งไม้ที่ค่อนข้างสูง อาหารของนกยูง ได้แก่ เมล็ดพืช ธัญพืช ผลไม้สุกที่หล่นตามพื้น ยอดอ่อนของหญ้า และกินแมลง ตัว หนอน ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก ส�ำหรับนกยูงที่เลี้ยงในกรง สามารถให้อาหารส�ำเร็จรูปตามช่วง อายุต่างๆ โดยให้อย่างเดียวหรือผสมกับเมล็ดธัญพืชและเสริมด้วยอาหารจ�ำพวกหนอนเลี้ยงนก ผลไม้ และวิตามิน นกยูงโตเต็มวัยกินอาหารส�ำเร็จรูปประมาณ 110 กรัมต่อตัวต่อวัน นกยูงเขียวหรือนกยูงไทย จัดเป็นนกในกลุ่มกินเมล็ดพืช อาหาร ส่วนใหญ่จึงเป็นเมล็ดพืช เช่น เมล็ดหญ้า เมล็ดของกลุ่มธัญพืช เช่น อ้อ หญ้าขน หญ้าคมบาง หญ้าคา รวมทั้งพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ติดชายป่า เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่า นกยูงกินอาหารจ�ำพวกลูกไม้ขนาดเล็กหลาย ชนิด เช่น หว้า ตะกร้อ มะกอก รวมไปถึงส่วนต่างๆของพืช เช่น ใบอ่อน หน่อ ยอด ต้นอ่อน ดอก เมล็ดแห้ง และส่วนอื่นๆที่อ่อนนุ่มของพืช เช่น ขุยไผ่ ส่วนต่างๆ ของต้นสาบเสือ ตีนตุ๊กแก ลูกใต้ใบ รวมทั้งยังกินสัตว์ไม่มี กระดูกสันหลัง เช่น แมลง มด ปลวก และสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก


44 45 6. วิกฤตของนกยูงไทยในล้านนาตะวันออก ประชากรนกยูงไทยในล้านนาตะวันออก แนวโน้มในอนาคตจากการส�ำรวจและวิจัยพบว่า นกยูงเขียวถูกจัดให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ระดับประเทศและในระดับโลก โดยองค์การระหว่าง ประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประกาศให้นกยูงเขียวเป็นสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคาม และเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ุตั้งแต่ พ.ศ. 2522 แต่ในผืนป่าภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณผืนป่าเขตพื้นที่ ล้านนาตะวันออก กลับพบว่ามีนกยูงเขียวหรือนกยูงไทยในจ�ำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงดูเหมือนว่า พื้นที่ป่าภาคเหนือทางล้านนาตะวันออก จะเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของเหล่านกยูงสีเขียวในโลก ปัจจุบัน ผืนป่าในบริเวณล้านนาตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อกันเป็นดินแดนกว้างใหญ่และมีความหนาแน่น ของประชากรนกยูงที่สูงที่สุดราว 17-20 ตัวต่อตารางกิโลเมตร ประชากรนกยูงในปัจจุบันในภาพรวม ทั้ง 4 จังหวัด ที่ส�ำรวจพบว่ามีประมาณ 3,000 ตัว พบจ�ำนวนมากในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เวียงลอ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอ และอุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางด้านบวกต่อขนาดประชากรนกยูงเขียว ได้แก่ การขยายพื้นที่เกษตรกรรมรอบพื้นที่อนุรักษ์ และความเชื่อของชุมชน ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ร่วมกันกับนกยูงเขียว รวมถึงการสนับสนุนการท่องเที่ยว เชิงนิเวศจากทางภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้ขนาดประชากรนกยูงเขียวเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม นกยูงในล้านนาตะวันออก โดยเฉพาะที่จังหวัด พะเยา พบว่าในฤดูกาลช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงปลายเดือนมีนาคมเป็นช่วง เวลาที่มีปัญหานกยูงไทยเคลื่อนย้ายมากินพืชผลทางการเกษตรของชุมชน จนไปท�ำลายพืชสวนไร่นาของเกษตรกรเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะที่ชุมชน ในจังหวัดพะเยา ท�ำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน และน�ำไปสู่การฆ่า การล่า และการท�ำร้ายนกยูงมากขึ้น


46 47 7. นกยูงไทยกับปัญหาภัยคุกคาม ภัยคุกคามในธรรมชาติของนกยูง คือ สัตว์ผู้ล่าหลายชนิดตั้งแต่ งูขนาดใหญ่ สุนัขจิ้งจอก และยังมีสัตว์ผู้ล่าขนาดเล็กที่เป็นภัยคุกคาม แม่นกยูงและไข่ เช่น อีเห็น ชะมดเช็ด ชะมดแผงหางปล้อง อย่างไร ก็ตาม ภัยคุกคามที่ส่งผลต่อการลดลงของประชากรจ� ำนวนมากนั้น มาจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยจากการบุกรุกแผ้วถางผืนป่า และปรับ เปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม การลดลงของผืนป่าท� ำให้นกยูงออกมา หากินใกล้มนุษย์มากขึ้น ผลที่ตามมาคือเกิดภัยคุกคามเพิ่มขึ้นจาก กิจกรรมต่างๆ ในการท� ำการเกษตร เช่น สารเคมีต่างๆ ทั้งจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง และสารก� ำจัดวัชพืชที่ใช้อย่างเข้มข้นและแพร่หลายใน พื้นที่เกษตรกรรมติดชายป่า นอกจากนี้การที่ผืนป่าลดลง ท� ำให้การเข้า ป่าล่าสัตว์ท� ำได้ง่ายยิ่งขึ้นและบ่อยครั้งที่พรานผู้ล่ามักจะน� ำสุนัขที่เลี้ยง และฝึกไว้ส� ำหรับไล่ต้อนสัตว์เข้าไปด้วย สุนัขเหล่านี้รวมถึงสุนัขจรจัด นับเป็นภัยคุกคามที่ส� ำคัญอีกประการหนึ่งต่อประชากรนกยูงและสัตว์ป่า ชนิดอื่น ภาวะคุกคามนกยูงอีกประการหนึ่ง เกิดขึ้นในฤดูแล้งที่เกิด หมอกควันไฟป่า ในแต่ละปีพบสัตว์ป่าจ� ำนวนมากที่ถูกไฟคลอกตาย รวมทั้งนกยูงไทยซึ่งอยู่ในช่วงของการกกไข่ ก็จะพบว่าแม่นกยูงไม่ยอม หนีไฟป่าที่โหมกระหน�่ ำ จนแม่นกตายพร้อมไข่ที่ไหม้ ซึ่งน� ำมาสู่ความ สูญเสียและการลดจ� ำนวนประชากรของนกยูงลงไป และเป็นภาพที่ก่อ ให้เกิดความเวทนาแก่ผู้พบเห็นโดยทั่วไปอย่างมาก


48 49 การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาที่มาจากฝีมือของคนและชุมชน ก็มีผลต่อลักษณะพันธุ์และจ�ำนวนประชากรของนกยูง ได้แก่ 1. การเผชิญหน้ากับการพัฒนาแหล่งน�้ำของมนุษย์ ซึ่งมีผลต่อถิ่นที่อาศัยและขยายพันธุ์นกยูง 2. การลดจ�ำนวนลง เนื่องจากขาดแคลนอาหารจ�ำพวกสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก จากการใช้ สารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก ท�ำให้สัตว์และแมลงในพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลน 3. การลดจ�ำนวนลงในบางพื้นที่ที่สภาวะสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แล้วไป พบการเพิ่มจ�ำนวนในพื้นที่ใกล้เคียงที่สมบูรณ์กว่า มีสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศเหมาะ แก่การด�ำรงเผ่าพันธุ์ 4. การเพิ่มจ�ำนวนที่รวดเร็วของนกยูงจนไม่สามารถหยุดยั้งได้ จะส่งผลต่อการลดจ�ำนวนลงของ ความหลากหลายทางชีวภาพของ งู สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน�้ำ และแมลงบางชนิด 5. การเพิ่มจ�ำนวนที่รวดเร็วของนกยูงท�ำให้เกิดการแก่งแย่งแหล่งอาหาร และเกิดการ บุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมท�ำลายพืชผล 6. การเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีก จากนกป่าหรือในฟาร์มปศุสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์ปีก และมีผล ต่อการด�ำรงชีวิตของนกยูงและนกในธรรมชาติ และนกเป็นพาหะแพร่เชื้อเข้าสู่มนุษย์ 7. การกลายพันธุ์เนื่องจากการทดลองผสมพันธุ์ของฟาร์มเลี้ยงนกยูงชนิดต่างๆ กัน และ ไก่บ้าน หรือไก่ฟ้า และอาจมีการหลุดรอดสู่พื้นที่ธรรมชาติ 8. การบริโภคเนื้อนกยูง และสัตว์ป่าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคไวรัสโคโรน่า-19 และ มีผลต่อการติดโรคสู่มนุษย์ 9. การเพิ่มขึ้นของประชากรนกยูงในธรรมชาติและขาดพื้นที่รองรับ ท�ำให้นกยูงแพร่ กระจายเข้าสู่ชุมชน สร้างปัญหาในพื้นที่ชุมชน ก่อให้เกิดความร�ำคาญ และความ เสียหายต่อทรัพย์สิน


50 8. นกยูงกับประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชุมชน จากความงามธรรมชาติของนกยูง มีความสัมพันธ์ ในด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธา มายาวนาน เช่น ตั้งแต่สมัยอินเดียโบราณมีเรื่องเล่าขานกันถึง แววหางนกยูง นั้นมีลักษณะคล้ายรัศมีพระอาทิตย์ ราชวงศ์ของอินเดียบาง ราชวงศ์ยังถือเอานกยูงเป็นตราสัญลักษณ์ ดังเช่น ราชวงศ์ โมริยะ นอกจากนั้นแล้วในพุทธศาสนา ปรากฏเรื่องราวที่ แสดงให้เห็นความส� ำคัญของนกยูงอยู่หลายเรื่อง ดังปรากฏ ในนิทานชาดกที่เกี่ยวกับนกยูงถึงสองเรื่อง คือ โมรชาดก และมหาโมรชาดก ส� ำหรับนกยูงในวิถีวัฒนธรรมล้านนา มีความเชื่อกัน ว่า นกยูงเป็นเทพเจ้าและใช้เป็นสัญลักษณ์มงคลต่างๆ ซึ่ง เป็นจุดเด่นทางการท่องเที่ยวทั้งในด้านการเยี่ยมชมนกยูง ไทยได้ตลอดทั้งปี ส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ระดับสากล


53 เชื่อมโยงสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “นกยูงไทย” เป็นตัวเชื่อมโยงคุณค่ากับความหลากหลาย ทางชีวภาพของพื้นที่ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ สมุนไพร ผลิตผลทางการเกษตร น�้ ำผึ้งป่า รวมทั้งมรดกภูมิปัญญา สู่ผลิตภัณฑ์ ชุมชนที่สร้างสรรค์เศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ อย่างยั่งยืน รวมทั้งนกยูงถือเป็นเอกลักษณ์ ของชุมชนที่เกี่ยวโยงกับวิถีการอนุรักษ์นกยูง ผูกสัมพันธ์กลมเกลียวกับเมืองที่ประกาศ ตนเองว่าเป็นเมืองนกยูงในต่างประเทศ โดย เฉพาะล้านช้าง และพี่น้องไทลื้อ ไทใต้คง (ไทเหนือ) ในจีนตอนใต้ บนเส้นเศรษฐกิจ BRI หรือ One Belt and One Road ใน ลุ่มแม่น�้ ำโขง (GMS) และสาละวิน อันจะใช้ นกยูงเป็นสื่อกลาง เป็นทูตแห่งความสัมพันธ์ เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิถีวัฒนธรรม สู่การพัฒนาทางด้านนวัตกรรม การค้าขายและ การท่องเที่ยว รวมทั้งเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ใน พื้นที่ต่อไป


54 55 9. ข้อมูลเชิงพื้นที่และความเป็นมาของพะเยา พะเยา (ค� ำเมือง : พ(ร)ะญาว) เป็นหนึ่งจังหวัดในภาคเหนือ บริเวณที่ตั้งตัวเมืองพะเยาในปัจจุบันอยู่ติดกว๊านพะเยา เดิมเป็น ที่ตั้งของเมืองภูกามยาว หรือพะยาว ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษ ที่ 16 โดยมีกษัตริย์องค์แรก คือ พญาจอมธรรม ซึ่งเป็นราชบุตร องค์หนึ่งจากเมืองหิรัญนครเงินยางเชียงแสน และเป็นบรรพบุรุษ ของกษัตริย์เมืองพะยาวอีกหลายองค์ เช่น พญาเจือง วีรบุรุษแห่ง เผ่าไท-ลาวในพื้นที่ลุ่มแม่น�้ ำโขง และพญาง� ำเมืองซึ่งได้กระท� ำสัตย์ สาบานเป็นไมตรีต่อกันกับพญามังรายแห่งนครพิงค์เชียงใหม่ และ พญาร่วงรามค� ำแหงแห่งสุโขทัย ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงอ� ำนาจ และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรล้านนา ในสมัยพญาค� ำฟู เมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. 2386 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพะเยาถูกตั้งขึ้นใหม่ พร้อมเมืองเชียงรายและเมืองงาว เพื่อ เป็นเมืองหน้าด่านเพื่อต่อตีกับกองทัพพม่าที่ตั้งอยู่ที่เมืองเชียงแสน โดยให้เมืองพะเยาขึ้นตรงต่อนครล� ำปาง (พื้นที่บางส่วนของจังหวัด พะเยาปัจจุบัน ได้แก่ อ� ำเภอเชียงม่วน อ� ำเภอปง อ� ำเภอเชียงค� ำ และอ� ำเภอภูซางขึ้นตรงต่อนครน่าน) พะเยาอยู่ใต้การปกครองของ จังหวัดเชียงรายในฐานะอ� ำเภอพะเยา และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 อ� ำเภอพะเยาได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา นับเป็น จังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย


56 57 ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา ทั้งทางด้านตะวันออก ด้านตะวันตก ด้านใต้ และตอนกลางของจังหวัด เทือกเขาเหล่านี้จะทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือลงใต้ มีที่ราบเหมาะแก่การ เพาะปลูกอยู่สองข้างเทือกเขาและระหว่างล�ำน�้ำ มีเนื้อที่ภูเขาสูงและสูงมากที่สุด ประมาณร้อยละ 47 ของ พื้นที่จังหวัด มีพื้นที่เนินเขาผสมที่ราบประมาณร้อยละ 35 และมีที่ราบลุ่มน้อยที่สุด ประมาณร้อยละ 18 ระดับ ความสูงของพื้นที่จังหวัดพะเยา มีความสูงระหว่าง 300-1,550 เมตร จากระดับน�้ำทะเลปานกลาง ผลผลิตทางการเกษตร ในปี พ.ศ. 2557 จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ถือครองการเกษตร 1,452,378 ไร่ จากการส�ำรวจส่วนใหญ่ จะเป็นการท�ำนามากที่สุดประมาณ 652,805 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่พืชผัก ประมาณ 510,657 ไร่ และเป็น พื้นที่ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น ประมาณ 258,916 ไร่ นอกนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของประชากร ที่สวนผักและไม้ดอก ที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่รกร้าง และเนื้อที่ท�ำการเกษตรอื่นๆ การท�ำนาจึงอาชีพหลักของประชากรในจังหวัด พะเยา พืชเศรษฐกิจที่ส�ำคัญคือข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพที่สุดของภาคเหนือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันส�ำปะหลัง หอมแดง กระเทียม ขิง ยางพารา ลิ้นจี่ และล�ำไย


59


60 61 เครือข่ายชุมชนรักษ์นกยูงไทยล้านนา ผืนป่าในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ได้แก่ พะเยา แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ล�ำปางและล�ำพูน ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของนกยูงสีเขียวในโลก (The last stronghold of green peafowl in the world) หรือเป็นฐานที่มั่นหรือพื้นที่ที่มีนกยูงไทยจ�ำนวนมากและหนาแน่นที่สุด รวมทั้งมีความสัมพันธ์ ระหว่างผู้คนในชุมชนที่มีพื้นที่เชื่อมโยงกับผืนป่านับร้อยนับพันชุมชน ทั้งนี้มีชุมชนที่ถือเป็นต้นแบบในการ ปรับเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสเพื่อให้ “นกยูงอยู่ได้ คนอยู่ได้” จากที่นกยูงไทยฝูงใหญ่ลงมากินผลผลิต ในไร่นาจนได้รับความเสียหายเป็นจ�ำนวนมากนั้น มาเป็นโอกาสทางการท่องเที่ยวและเป็นแหล่งเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์จากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของ ท้องถิ่นสู่ผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชุมชนต้นแบบดังกล่าวมีจ�ำนวนหลายแห่งโดยเฉพาะในจังหวัด พะเยา ได้แก่ ชุมชนห้วยข้าวก�่ำ ชุมชนแม่นาเรือ ชุมชนบ้านถ�้ำ ชุมชนห้วยยางขาม ชุมชนบ้านเซี๊ยะ ที่เป็นต้นแบบในการอนุรักษ์นกยูงไทยและรวมตัวกันเป็น “เครือข่ายชุมชนรักษ์นกยูงไทยล้านนา” เพราะยังมี อีกหลายชุมชนที่ร่วมอนุรักษ์นกยูงไทยไปด้วยกัน ทั้งในจังหวัดแพร่ เชียงราย น่าน ล�ำปาง ล�ำพูน ฯลฯ นกยูงไทยจึงถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์และสามารถฟื้นฟูให้มีประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจ จากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศนกยูงไทยในพื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้เกิดการ อยู่ร่วมกันได้ระหว่างคน ชุมชน และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน


62 63 ชุมชนห้วยข้าวก�่ำ ห้วยข้าวก�่ำ มีสถานะเป็นเทศบาลต�ำบล เดิมเป็นสุขาภิบาลห้วยข้าวก�่ำ กิ่งอ�ำเภอ เชียงค�ำ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2508 มีดวงตราสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมาย รูปช้างชูรวงข้าว ซึ่งมีความหมายว่า ช้าง หมายถึงจังหวัดเชียงราย รวงข้าว หมายถึง บ้านห้วยข้าวก�่ำ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2520 ได้มีการประกาศยกฐานะจังหวัดพะเยา จึงได้ยกฐานะเป็นสุขาภิบาลต�ำบลห้วยข้าวก�่ำ จังหวัดพะเยา และได้รับประกาศกระทรวง มหาดไทย ให้เป็นสุขาภิบาลที่มีฐานะการคลังเพียงพอที่จะบริหารงานประจ�ำ เองได้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2536 ต่อมาได้รับการยกฐานะตามพระราช บัญญัติการเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542 ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับฎีกา เล่มที่ 116 ตอนที่ 9ก ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2542


65


66 67 เทศบาลต� ำบลห้วยข้าวก�่ ำ อ� ำเภอจุน จังหวัดพะเยา เป็นเขตเมืองที่ มีผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดของอ� ำเภอจุน เป็นศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ และการบริหารงานราชการภายในอ� ำเภอ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของที่ว่าการ อ� ำเภอจุน และเป็นที่ตั้งของวัดห้วยข้าวก�่ ำ มีสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมขนาด ใหญ่ คือ โรงเรียนจุนวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอ� ำเภอ เป็นต� ำบลที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีมีมาตรฐาน จัดบริการสาธารณะเพื่อ ประโยชน์ของประชากรในท้องถิ่น ให้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน มีความสะดวกในการสัญจรและคมนาคม รวมถึง มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี


68 69 ลานรักษ์ชุมชนบ้านกิ่วแก้ว แหล่งเรียนรู้ชีววิทยานกยูงไทย ซึ่งได้มีการพัฒนาเมื่อปี พ.ศ.2557 เป็นต้นแบบ การพัฒนาการอนุรักษ์นกยูง ให้แก่ข่วงพื้นที่อื่นๆ โดยใช้ชื่อว่า “ข่วงนกยูงเพื่อแม่” อันเกิด จากการรวมตัวของเยาวชนและประชาชนกิ่วแก้ว หมู่ 8 ต� ำบลห้วยข้าวก�่ ำ อ� ำเภอจุน จัดตั้ง เป็นชมรมอนุรักษ์นกยูงไทยขึ้น ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันอย่าง เป็นสุข, อนุรักษ์นกยูงพันธุ์ไทยแท้ให้คงอยู่ตลอดไป โดยร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เวียงลอ (ขสป.เวียงลอ) จัดพื้นที่เป็นแหล่งอาหารให้นกยูงบริเวณหลังวัดศรีสุดารามลงมา หากิน ให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่า และเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาวิถีชีวิตของนกยูง


70 71 หน่วยงานภาครัฐในอ�ำเภอจุนได้น�ำแนวทางการขับเคลื่อนสร้าง “ลานรักษ์ ข่วงนกยูง” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในโครงการหนึ่งต�ำบล หนึ่งอ�ำเภอ หนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเครือข่ายเวียงลอ เมืองโบราณ เพื่อสร้างส�ำนึกรักบ้านเกิดให้คนในชุมชน รวมถึงการเตรียมจัดงานปูจา พญาลอ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี โดยมีการประชุมหารือ เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เวียงลอ, เทศบาลต�ำบลห้วยข้าวก�่ำ สถานีต�ำรวจภูธรจุน ส�ำนักงานท่องเที่ยว และกีฬา คณะกรรมการชมรมอนุรักษ์นกยูงฯ บ้านกิ่วแก้ว และเจ้าอาวาส วัดกิ่วแก้ว เพื่อวางแผนร่วมกันในการพัฒนาและสนับสนุน “ข่วงนกยูงเพื่อแม่” ให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่า และศึกษาวิถีชีวิตของนกยูงต่อไป


76 77 ลานรักษ์ ข่วงนกยูง 69 “คนอยู่ได้ นกยูงอยู่ได้” ข่วงนกยูง 69 ตั้งอยู่บริเวณชุมชน หมู่ 6 และหมู่ 9 ต� ำบลห้วยข้าวก�่ ำ เป็นชุมชนที่ มีการอนุรักษ์นกยูงไทยแห่งป่าเวียงลอ พื้นที่ลานรักษ์ข่วงนกยูง 69 มีทัศนียภาพที่สวยงาม เปิดโล่ง ล้อมรอบด้วยป่าไม้และภูเขา เป็นที่นาไร่สวนของเกษตรกรของชุมชน 15 ราย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40-50 ไร่ ที่อยู่ชายป่าอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจาก การที่นกยูงป่าจ� ำนวนมาก ลงมากินและท� ำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านจนได้ รับความเสียหายเป็นจ� ำนวนมาก การผลักดันและพัฒนาเป็นข่วงนกยูง หนึ่งในแนวทางที่ เจ้าของนาผู้เสียสละมองเห็นว่า ข่วงนกยูงจะเป็นจะเป็นการก� ำหนดขอบเขตหรือการจ� ำกัด พื้นที่ให้นกยูงลงมาเฉพาะ 50 ไร่นี้ ไม่ให้นกยูงไทยไปรุกรานไร่นาของเกษตรกรรายอื่นๆ


80 81 โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2559 พบว่านกยูงจะลงมาเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปีล่าสุด (2563) มีนกยูงไทยลงมาบริเวณนี้มากถึงสามร้อยกว่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้นการปรับ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเป็นข่วงนกยูงจะเยียวยาและท� ำให้ชุมชนสามารถ มีรายได้ เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ร่วมกันกับนกยูง เพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับนกยูง ภายใต้แนวคิด “คนอยู่ได้ นกยูงอยู่ได้” โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เวียงลอ และมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นที่ปรึกษาและให้ค� ำแนะน� ำด้านการพัฒนา ความร่วมมือในการสร้างข่วงนกยูง ลานรักษ์ ข่วงนกยูง 69 มาโดยตลอด ชุมชนมี จุดเด่นทางการท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการมายลความ งามของนกยูงไทยนับร้อยๆ ตัว การร่วมกับชุมชนในการท� ำฝาย ปลูกพืชอาหารนกยูง การตั้งแคมป์ โฮมสเตย์ การลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นจากธรรมชาติของเชฟชุมชน การสักการะพระธาตุศักดิ์สิทธิ์กู่ผาลาง ฯลฯ


82 83


84


86 87 ชุมชนรักษ์นกยูงไทยห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา ลานรักษ์ ข่วงนกยูงห้วยยางขาม นกยูงม่อนหินเขียวดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนรักษ์นกยูงไทยห้วยยางขาม ตั้งอยู่ชายป่าใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ ต.ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ในการเลี้ยงผึ้งโพรง อาศัย ป่าบนพื้นที่สวนล� ำไยรอบเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ โดยใช้ฟีโรโมนดึงดูดผึ้งป่ามา ท� ำรังในกล่องไม้ และเก็บเกี่ยวผลผลิตตามฤดูกาล เพื่อให้ได้น�้ ำผึ้งที่เข้มข้น สะอาด ไม่มี ตะกอน รสชาติหอม หวาน อย่างมีอัตลักษณ์ของน�้ ำผึ้งจากแหล่งชุมชนนี้


88 89


90 นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นนกยูงที่ข่วงนกยูงห้วยยางขาม ได้ในบริเวณอ่างเก็บน�้ำห้วยยางขาม มีบรรยากาศที่ดี มีกิจกรรมล่องแพ ลัดเลาะไปตามผืนน�้ำมรกตของอ่างเก็บน�้ำ ซึ่งมีบรรยากาศสวยงาม ตามธรรมชาติ บริเวณจุดที่นกยูงลงมานั้นจะเป็นเชิงเขาของดินแดน ม่อนหินเขียว ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ อันมีการขุดค้น พบหินสีเขียวมรกตอยู่เป็นจ�ำนวนมาก


92 หากเดินทางขึ้นตามสันเขาจะพบ จุดชมวิว “ผากากซาก” ที่สามารถมองเห็น ทัศนียภาพอันสวยงามของต�ำบลห้วยยาง ขามได้เป็นอย่างดี นอกจากผู้มาเยือนจะ ได้สัมผัสความงดงามของนกยูงไทยที่นี่ แล้ว บริเวณอ่างเก็บน�้ำห้วยยางขามยังมี กิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น การ ตั้งแคมป์ปิกนิก สัมผัสไอหมอกบนผิวน�้ำ ในยามเช้า การล่องเรือดูปลากระโดด การ ตกปลา การเดินป่า ดูดาว การลิ้มลองอาหาร พื้นถิ่น ฯลฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ประสบการณ์ ให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ได้อิ่มเอม ประทับใจ


94 95 ลานรักษ์ ข่วงนกยูงบ้านเซี๊ยะ ข้าวหอมนกยูง ลานรักษ์ ข่วงนกยูงบ้านเซี๊ยะ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 4 ต� ำบล จุน อ� ำเภอจุน จังหวัดพะเยา ถือเป็นชุมชนระยะแรกที่ทางเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าเวียงลอได้มีการส่งเสริมการอนุรักษ์นกยูงไทยในลักษณะการจัด ท� ำ “ข่วงนกยูง” ด้วยที่ตั้งของชุมชนที่ติดกับพื้นที่ป่า โดยมีพื้นที่ป่าชุมชน เป็นเขตรอยต่อระหว่างพื้นที่ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ กับ พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่นกยูงป่า จ� ำนวนมากลงมากินพืชผลทางการเกษตรฯ


97 ได้มีการจัดสรรพื้นที่ประมาณ 50-60 ไร่ ส�ำหรับบริเวณที่จัดท�ำเป็นข่วงนกยูง อยู่ในเขตป่าชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันรักษาดูแลจนมีความอุดมสมบูรณ์ การ เดินทางเข้าไปในพื้นที่ข่วงนกยูง มีสภาพความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์เป็นที่ น่าประทับใจของผู้มาเยือนจ�ำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่รักธรรมชาติและการ ผจญภัย นอกจากนี้ชุมชนบ้านเซี๊ยะยังเป็นหมู่บ้านที่มีผลิตภัณฑ์ชุมชนน่าสนใจ จ�ำนวนมาก เช่น กระเทียมโทนดองน�้ำผึ้ง ข้าวหอมนกยูง ชา น�้ำพริก ฯลฯ


98 99


Click to View FlipBook Version