CBDAC
การป้องกนั และแกไ้ ข
ปญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ
โดยชมุ ชน
Community-Based Drug and Alcohol Control: CBDAC
CBDAC
[Community-Based Drug and Alcohol Control]
การป้องกันและแก้ไขปัญหา
เหลา้ และยาเสพติดโดยชุมชน
คณะผจู้ ดั ทำ�
นเรศ สงเคราะหส์ ุข
Cho Zin Win
จุฑาภรณ์ ปญั ญาคม
หน่งึ ฤทยั สืบมงคลชยั
สายฝน มาธรรม
สมคดิ ประภา
เชียงใหม่
มิถุนายน 2564
กิตตกิ รรมประกาศ
เอกสารฉบบั นเี้ สรจ็ สมบรู ณล์ งไดด้ ว้ ยการสนบั สนนุ จากหลายๆ ฝา่ ยอยา่ งดยี งิ่
ขอขอบคุณเพอื่ นๆ จาก องค์กรสง่ เสรมิ การเรียนร้แู ละพฒั นาเครอื ข่ายชมุ ชน
(CLANPO) มลู นธิ ิภูมพิ ลังชุมชนไทย (TCEF) และคณะครสิ ตจกั รกะเหร่ียงแบ๊บติสท์
ในประเทศไทย (TKBC) ในประเทศไทย Myitta Lan ในประเทศพมา่ The Promotion
of Family Health Association (PFHA) และ Life Skills Development
Association (LSDA) ในประเทศลาว Punleu Komar Kampuchea Organi-
zation (PKKO) และ People’s Center for Development and Peace
(PDP) ในประเทศกัมพูชา และ Association to Prevent Alcohol Misuse
(APAM) ในประเทศมาเลเซยี
ขอบคุณพี่น้องจากทุกชุมชนท่ีได้ให้โอกาสองค์กรต่างๆ ข้างต้น ได้เข้าไปร่วม
เรียนรู้และได้สร้างความรู้และบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญยาเสพติดที่มีคุณค่ายิ่ง
ต่อการรวบรวมจนไดม้ าซ่ึงบทเรยี นในเอกสารฉบบั น้ี
ขอขอบคุณ คุณ Esbjörn Hörnberg อดีตเลขาธิการสถาบันนานาชาติ
IOGT-NTO Movement, Sweden และ คุณ Lilian Thybell อดีตผอู้ �นวยการ
โครงการ RIANDAC ทเ่ี ห็นความส�คญั ของ CBDAC และตอ้ งการให้เกดิ การขยาย
แนวความคิดนีไ้ ปยังประเทศตา่ งๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณลงุ แสงแก้ว
กงิ่ สะดา ผแู้ ทน IOGT-NTO Movement, Sweden ประจ�สปป. ลาว ทไี่ ดท้ มุ่ เทก�ลงั
กายก�ลงั ใจในการผลกั ดนั การท�งาน CBDAC ในสปป. ลาว คณุ Cho Zin Win
หมอจากประเทศพม่า ที่สนใจในการท�งานทางสังคม ที่มีส่วนร่วมในการรวบรวม
ประสบการณ์บทเรียนในพม่าและช่วยวาดภาพประกอบในเอกสาร ซึ่งได้ทุ่มเทเพื่อให้
งานนี้ส�เร็จ แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากล�บากจากสถานการณ์การเมืองภายใน
ประเทศพม่า
i
ขอขอบคุณ องค์กรส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเครือข่ายชุมชน ท่ีเป็น
หัวเรีย่ วหวั แรงในการจดั ท�เอกสารฉบับน้ใี ห้ส�เร็จลลุ ว่ งไปด้วยดี
ขอบคุณโครงการเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติด โดยกลไก
เครือข่ายภาคประชาชนร่วมป้องกันปัญหายาเสพติด และสร้างชุมชนสุขภาวะ
สนับสนุนโดย ส�นักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (ส�นัก1) สสส.
ด�เนินงาน โดย ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่ี
สนบั สนุนงบประมาณในการจัดท�รูปเลม่ และการผลติ เอกสารเพ่อื เผยแพร่
ขอบคุณสถาบันนานาชาติ IOGT-NTO Movement ท่ีสนับสนุนงบ
ประมาณในการรวบรวมประสบการณแ์ ละบทเรยี นในการจดั ท�เอกสารฉบบั น้ี และ
หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ จะเปน็ ประโยชนส์ �หรบั สถาบนั ฯ ในการทจ่ี ะเผยแพร่ ขยายผล
ไปยงั องค์กรอนื่ ๆ ท้งั ในระดับนานาชาติ และในระดบั องค์กรทไ่ี ด้รบั การสนับสนุน
จากสถาบันฯ
ท้ายนี้ เอกสารบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติด
โดยชมุ ชนฉบบั น้ี เกดิ ขน้ึ จากทกุ ภาคสว่ นทกี่ ลา่ วถงึ ขา้ งตน้ ดงั นน้ั ทกุ ภาคสว่ นจงึ
มคี วามเปน็ เจา้ ของในเอกสารฉบบั นร้ี ว่ มกนั ทกุ สว่ นสามารถน�ไปใช้ น�ไปเผยแพร่
ได้อย่างเสรี ตามสทิ ธอิ ันพึงมีในฐานะท่เี ปน็ เจ้าของร่วม
คณะผู้จดั ท�
มิถนุ ายน 2564
ii
สารบญั
iii
กิตติกรรมประกาศ i
สารบญั iii
บทน� 1
บทท่ี 1 พฒั นาการของงานการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเหลา้ 3
และยาเสพตดิ โดยชุมชน (CBDAC)
บทท่ี 2 หลักคดิ แนวคดิ และองค์ความรทู้ ่เี กีย่ วขอ้ งกบั 17
การป้องกนั และแก้ไขปัญหาเหลา้ และยาเสพตดิ
โดยชมุ ชน
บทท่ี 3 กระบวนการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาเหล้า 31
และยาเสพตดิ โดยชมุ ชน
บทที่ 4 ผลการด�เนินงานและบทสรุป 69
ค�ยอ่ 77
ภาคผนวก กรณีศกึ ษา 79
iv
บทน�
การท�งานกับชุมชนอาจจะดูเป็นเร่ืองท่ีง่าย แต่ถ้า
พิจารณาให้ลึกลงไปพบว่า ในความจริงไม่ง่ายและเป็นเรื่องที่
ท้าทาย เนื่องจากชุมชนแต่ละที่แต่ละแห่งล้วนแล้วแต่มีความ
แตกต่างหลากหลาย ประเด็นปัญหาต่างๆ มีความสลับซับซ้อน
เพม่ิ ขนึ้ ภายใตก้ ารเปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ ขนึ้ ตลอดเวลา กลา่ วอกี นยั
หนึ่งคือ การท�งานกับชุมชน จ�เป็นต้องเข้าใจปัจจัย/เงื่อนไข
เฉพาะ หรอื “บรบิ ท” ของชมุ ชนน้นั ๆ น่ีคอื ความทา้ ทายทส่ี �คญั
มฉิ ะนน้ั อาจจะน�ไปสขู่ อ้ สรปุ ผดิ ๆ ทวี่ า่ ทกุ ชมุ ชนมปี ญั หาเหมอื น
กนั มาจากเหตุ ปจั จยั ต่างๆ ท่ีเหมือนกนั ซง่ึ ในทส่ี ดุ นอกจากจะ
ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ยังอาจสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้น รุนแรง
มากขน้ึ และแก้ไขได้ยากย่ิงขนึ้
ปญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ กเ็ ชน่ เดยี วกนั มคี วามเกยี่ วขอ้ ง
และเช่ือมโยงกับปัญหาอ่ืนๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ
สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม ดงั นนั้ การท�งานเพอ่ื การปอ้ งกนั และแกไ้ ข
ปัญหาเหล้าและยาเสพติดจึงต้องมีความเข้าใจท่ีลึกซึ้งและรอบ
ดา้ น โดยเฉพาะในบรบิ ทของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวัน
ออกเฉยี งใต้ ไม่วา่ จะเป็น กมั พชู า ลาว พม่า และประเทศไทย ทีม่ ี
ลกั ษณะปญั หารว่ มนนั่ คอื เปน็ ปญั หาเชงิ โครงสรา้ ง สงั คมมคี วาม
เหล่ือมล�้าสูง ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ และทรัพยากรได้
อยา่ งเทา่ เทยี มกนั ท�ใหก้ ารใชเ้ หลา้ และยาเสพตดิ สรา้ งผลกระทบ
ไม่เพียงผลกระทบต่อผู้ใช้ผู้ด่ืม แต่ได้ส่งผลกระทบทางลบต่อ
ผอู้ นื่ อนั เนอื่ งมาจากปญั หาเชงิ โครงสรา้ ง ดงั นนั้ อาจกลา่ วไดว้ า่
การท�งานเรอื่ งเหลา้ และยาเสพตดิ ในประเทศแถบเอเชยี ตะวนั ออก
เฉียงใต้ ไม่ใช่แคท่ �เร่อื งการลดการใชก้ ารดื่ม แตต่ อ้ งท�งานเพอ่ื
น�ไปสู่การเปล่ียนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจ สังคมและ
การเมือง เป็นสังคมท่ีเห็นคนเท่ากันและเคารพความเป็นมนุษย์
ของกนั และกนั และเปน็ สงั คมทไ่ี มเ่ ปดิ โอกาสใหใ้ ครกต็ าม สามารถ
อ้างการการดื่มเหล้าหรือการใช้ยาเสพติดไปละเมิดหรือท�ร้าย
ผ้อู ่ืนอย่างท่เี ป็นอยู่
1
ฉะนั้น การท�งานป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชน
(Community-Based Drug and Alcohol Control: CBDAC) ต้องเข้าใจ
บรบิ ทของชมุ ชน เปน็ การท�งานทช่ี มุ ชนเปน็ เจา้ ของปญั หา เลอื กวธิ ใี นการแกไ้ ขปญั หา
และกลา้ ทจี่ ะลงมอื ท�งานดว้ ยวธิ ขี องตนเอง ซงึ่ ชมุ ชนสามารถเรยี นรจู้ ากประสบการณ์
การแกไ้ ขปญั หาเหลา่ นนั้ ดว้ ยตนเองเพือ่ สรา้ งความเปลีย่ นแปลงภายในชมุ ชน
การจัดท�เอกสารฉบับนี้ คณะผู้จัดท�มิได้มุ่งหวังให้เป็นคู่มือการท�งาน
หรอื แนะน�วธิ กี ารท�งานกบั ชมุ ชนแตอ่ ยา่ งใด แตเ่ ปน็ เอกสารทตี่ อ้ งการรวบรวมความ
รู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากการท�งานการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและ
ยาเสพติดโดยชุมชน ที่ได้ท�ร่วมกับองค์กรต่างๆ ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ มาเปน็ ระยะเวลากวา่ 20 ปี ซง่ึ บทเรยี นเหลา่ นถ้ี อื เปน็ ความรสู้ �คญั
ทส่ี ามารถสรา้ งการเปล่ยี นแปลงเชงิ บวกท่ีเกิดขึ้นจริงมากมายในชุมชน
คณะผจู้ ดั ท�มีความต้ังใจน�เสนอความรู้ประสบการณ์ท่ีได้รวบรวม ให้กบั ผู้ที่
สนใจท�งานกบั ชุมชน นกั พฒั นาสงั คม และชุมชนเอง ท่ีต้องการแลกเปลยี่ น เรียนรู้
วธิ คี ดิ และมมุ มองทอี่ าจมคี วามแตกตา่ งกนั มจี ดุ เนน้ ตา่ งกนั แมว้ า่ จะเรยี กวธิ กี ารอยา่ ง
เดียวกันคือ การท�งานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-based approach)
คณะผู้จัดท�มีความยินดีท่ีจะเปิดรับความเห็นต่าง แลกเปล่ียนมุมมองซึ่งกันและกัน
เพื่อน�ไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันเพ่ือพัฒนาวิธีการท�งานให้ดีย่ิงข้ึน โดยเช่ือว่าไม่มี
ความรู้ใดทีด่ ที ีส่ ดุ และไม่มใี ครสามารถผกู ขาดความรู้ได้
เอกสารฉบับนี้ประกอบไปด้วย บทท่ี 1 พัฒนาการของงานการป้องกันและ
แกไ้ ขปัญหาเหลา้ และยาเสพตดิ โดยชุมชน บทท่ี 2 หลกั คดิ แนวคิดและองคค์ วามรทู้ ่ี
เก่ียวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชน บทท่ี 3
กระบวนการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ โดยชมุ ชน และบทที่ 4 ผลการ
ด�เนินงานและบทสรุป นอกจากนี้ ในภาคผนวกของเอกสารฉบับนจี้ ะเปน็ กรณศี กึ ษา
ของหลายๆ องคก์ รท่ีได้น�แนวคิด CBDAC ไปใช้ในการท�งานกับชุมชน
คณะผจู้ ดั ท�หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ ความส�เรจ็ หรอื บทเรยี นทไี่ ดจ้ ากการท�งาน
CBDAC ในประเทศกมั พชู า ลาว พมา่ และประเทศไทย จะเป็นแรงบนั ดาลใจใหค้ นท่ี
ท�งานกับชุมชน สามารถน�ไปใช้เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชนโดยใช้วิธีคิดและ
กระบวนการ CBDAC แม้ว่าในเอกสารฉบับนี้จะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องเหล้าและ
ยาเสพติดเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม CBDAC สามารถน�ไปประยุกต์ใช้ได้กับการ
ท�งานในประเดน็ ปัญหาอนื่ ๆ ในชมุ ชนไดเ้ ช่นกนั
2
1
พฒั นาการ ของงานการปอ้ งกัน
และแก้ไขปญั หา เหล้าและยาเสพติด
โดยชมุ ชน (CBDAC)
3
ยุคทำี่ 1
โครงการพัฒนาทำส่ี งู ไทำย-เยอรมัน
ก่อนปีพ.ศ. 2524 ภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี้เป็นท่ีรับ
รู้กันดีถึงพ้ืนที่บริเวณ “สามเหล่ียม
ทองค�า” พ้ืนที่ครอบคลุมบริเวณ 3
ประเทศ (ไทย ลาว และพม่า) ซ่ึง
เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นขนาดใหญ่และได้
ชื่อว่าเป็นฝิ่นท่ีมีคุณภาพดีที่สุดใน
โลก และน�ามาผลิตเป็นเฮโรอีนและ
ส่งออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม
ประเทศยุโรปและอเมริกา เฉพาะใน
ประเทศไทย มีพื้นที่ท่ีมีศักยภาพใน แผนทส่ี ามเหลยี่ มทองค�
ทมี่ า: www.quantumbooks.com
การปลกู ฝ่นิ เหมาะสม 76 พ้ืนทใ่ี น 20 จังหวัดทางภาคเหนอื และภาคตะวนั ตก
ดังน้ัน รัฐบาลในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ฝรั่งเศส
เดนมาร์ก นอรเ์ วย์ ฯลฯ จึงได้สร้างความร่วมมอื กบั รัฐบาลไทยเพ่อื ลดและก�าจดั พืน้ ทปี่ ลูกฝิ่นผา่ น
โครงการพัฒนาที่สูง (Highland Development Project/Programme) ซึ่งรัฐบาลไทยให้การ
ตอบรบั เปน็ อยา่ งดี ทง้ั นเ้ี นอื่ งจาก ตอ้ งการจะลดหรอื กา� จดั พน้ื ทปี่ ลกู ฝน่ิ แลว้ รฐั บาลไทยยงั ตอ้ งการ
ควบคุมกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนพ้ืนที่สูง ซ่ึงในขณะนั้นรัฐไทยมองว่า ชาวเขาเหล่าน้ัน
“ไมใ่ ชค่ นไทย” หรือ “เปน็ คนอน่ื ” ซง่ึ เปน็ “ภัยตอ่ ความมน่ั คงของประเทศ” อกี ทั้งยังเป็นกลมุ่ ท่ี
ตัดไมท้ า� ลายปา่ อคติต่างๆ ท่ีมีตอ่ กลมุ่ ชาติพันธ์ยุ งั คงถกู ผลติ ซา�้ สง่ ตอ่ และยังคงเป็นปัญหาจนถึง
ปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2524 โครงการพฒั นาทส่ี งู ไทย-เยอรมนั เปน็ หนงึ่ ในโครงการความรว่ มมอื ระหวา่ ง
รฐั บาลเยอรมนั กบั รฐั บาลไทย ทมี่ วี ตั ถปุ ระสงคล์ ดพน้ื ทปี่ ลกู ฝน่ิ โดยเรม่ิ พน้ื ทแี่ รก พ.ศ. 2524 ในพน้ื ท่ี
ต.วาวี อ.แมส่ รวย จ.เชยี งราย ภายใต้แนวคิด การพฒั นาชนบทแบบผสมผสาน (การเกษตร การ
ศึกษา สาธารณสุข โครงสรา้ งพืน้ ฐาน และอื่นๆ) เพือ่ พฒั นาคุณภาพชีวิตประชากรบนพืน้ ท่สี งู โดย
มสี มมตฐิ านวา่ หากชาวบา้ นเขา้ ถงึ บรกิ ารพน้ื ฐานของรฐั ทง้ั ดา้ นการศกึ ษา สาธารณสขุ การเกษตร
เป็นต้น ก็อาจไมม่ ีความจา� เปน็ ต้องปลกู ฝิน่ และต่อมาในปี พ.ศ. 2526 ได้ขยายไปยังพื้นทที่ ี่ 2 คอื
พ้ืนทีน่ �้าลาง ต.สบปอ่ ง อ.ปางมะผา้ จ.แมฮ่ อ่ งสอน และขยายพน้ื ท่ที ี่ 3 ในปี พ.ศ. 2533 ในพน้ื ท่ี
ห้วยปูลิง ต.หว้ ยปลู งิ อ.เมอื ง จ.แม่ฮ่องสอน
ผลการด�าเนินงานโครงการพัฒนาท่ีสูงไทย-
เยอรมันในช่วง 10 ปีแรก (พ.ศ.2524-พ.ศ.2535)
ประสบความสา� เรจ็ ในดา้ นการกา� จดั การปลกู ฝน่ิ แทบ
ไม่มีพ้ืนท่ีปลูกฝิ่นในพ้ืนที่ด�าเนินงานของโครงการ
4
แต่ยังคงพบปัญหาในด้านการลดความต้องการในการเสพฝิ่น กล่าวคือ เม่ือไม่มีฝิ่นชาวบ้านหันไป
ใช้ยาเสพตดิ ตัวอ่นื แทน เช่น เฮโรอีน และหลายปตี อ่ มาก็มียาบ้าที่เขา้ มาแพร่ระบาด และอน่ื ๆ ดงั
นนั้ จากสมมุติฐานท่ีวา่ เม่ือไม่มีฝ่นิ และผู้เสพฝิน่ ได้รบั การบา� บัดจะสามารถยตุ ิปัญหายาเสพติดใน
พนื้ ทไ่ี ด้ ซงึ่ พบวา่ ไมเ่ ปน็ จรงิ และจากการวเิ คราะหพ์ บสาเหตสุ า� คญั ทท่ี า� ใหก้ ารแกป้ ญั หายาเสพตดิ ยงั
ไม่ประสบความส�าเรจ็ เท่าที่ควรคือ ขาดการมี สว่ นร่วมของชุมชนในการดา� เนนิ งาน โดยเฉพาะ
การลดความต้องการในการใชย้ าเสพติด
จากบทเรยี นดงั กลา่ วขา้ งตน้ โครงการพฒั นาทสี่ งู ไทย-เยอรมนั จงึ ไดป้ รบั แนวคดิ การทา� งาน
ด้านยาเสพติดมามุ่งเน้นในด้านการลดความต้องการในการใช้ยาเสพติด ด้วยการพัฒนาคุณภาพ
ชวี ติ ของผเู้ สพและครอบครวั โดยการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน จงึ เกดิ โครงการนา� รอ่ ง “โครงการบา� บดั
และฟ้ืนฟผู ูเ้ สพยาเสพติดโดยชุมชน (CBDAC)” ในปพี .ศ. 2535 แต่เนอื่ งจากโครงการพัฒนาทส่ี ูง
ไทย-เยอรมนั มปี ระสบการณก์ ารทา� งานกบั ชุมชนนอ้ ย จงึ ตอ้ งใชเ้ วลาในการสรา้ งประสบการณใ์ น
การทา� งานกับชุมชน
ชมุ ชนแรกของ CBDAC คอื การบา� บดั และฟน้ื ฟผู เู้ สพฝน่ิ ในชมุ ชนลาหดู่ า� บา้ นบอ่ ไคร้ ต.ปาง
มะผา้ อ.ปางมะผา้ จ.แมฮ่ อ่ งสอน เป็นการบา� บัดในชมุ ชน โดยทช่ี าวบา้ น ผนู้ า� ครอบครวั ชุมชน
ผู้น�าทางจิตวิญญาณ หมออนามัย และเจ้าหน้าที่ไทย-เยอรมัน จะช่วยกันดูแลผู้เสพ กิจกรรม
ระหว่างการบ�าบัด มีการนวดเพ่ือผ่อนคลาย ใช้ยาสมุนไพรและยาแผนปัจจุบันรักษาตามอาการ
และกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ และในช่วงระยะการฟื้นฟูหลังการบ�าบัด ชาวบ้านก็จะช่วยท�างาน
ในไรแ่ ทนครอบครวั ของผเู้ สพ เนอื่ งจากอยใู่ นชว่ งขาดแรงงาน ผลของการดา� เนินงาน ท�าให้ผเู้ สพ
ส่วนมาก (มากกว่า 90%) สามารถหยุดการใช้ฝิ่น
และไม่กลับไปเสพซ�้า ด้วยวิธีการบ�าบัดโดยชุมชน
ส่งผลต่อความสนใจของชุมชนใกล้เคียงและพื้นท่ี
อื่นๆ เชน่ ชมุ ชนลาหดู่ �าบ้านจ่าโบ่ บา้ นหว้ ยเฮย๊ี ะ ใน
ต.ปางมะผ้า ชุมชนลีซอ บ้านหนองตอง ต.สบป่อง
ชมุ ชนปากะญอในเขตอา� เภออน่ื เชน่ บา้ นหว้ ยปมฝาด
ปา่ คา หว้ ยกล้วย1 บ้านหว้ ยปลู ิง และบา้ นห้วยปเู ลย2
การนวดเพ่ือชว่ ยให้ผูบ้ �บดั ฝน่ิ รู้สึกผ่อนคลาย ต.หว้ ยปูลงิ อ.เมืองแมฮ่ อ่ งสอน
และบรรเทาความเจบ็ ปวด
ในระยะเวลา 3 ปี พ.ศ. 2538 - 2540 ซงึ่ เปน็ ชว่ งทา้ ยๆ ของการทา� งานโครงการพฒั นาทสี่ งู
ไทย-เยอรมนั ไดข้ อ้ สรปุ วา่ งาน CBDAC มคี วามเปน็ ไปได้ ชาวบา้ นมคี วามมนั่ ใจมากขนึ้ วา่ สามารถ
ลดความต้องการใชย้ าเสพติดได้
¹ นเรศ สงเคราะหส์ ขุ . (2540). การแกไ้ ขปัญหาสารเสพติดโดยแนวทางวัฒนธรรมชมุ ชน, เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลัย
เชยี งใหม่
² ประสบการณบ์ า� บัด 3 ชุมชน Lesson Learned on Community-Based Detoxification and rehabilitation
5
ยคุ ทำี่ 2
โครงการสง่ เสรมิ การเรียนรู้
และพัฒนาเครือขา่ ยชุมชน (RIAN CB-DAC)
ภายหลังโครงการพัฒนาที่สูงไทย-เยอรมันส้ินสุดลงในปีพ.ศ.
2541 มีการนา� เสนอบทเรียน CBDAC ในท่ีประชมุ ระดบั นานาชาติ ณ
กรงุ เบอร์ลนิ ซง่ึ หนว่ ยงานทางวชิ าการแหง่ สหพันธ์สาธารณรฐั เยอรมนี
(GTZ) ได้ให้ความสนใจ และต้องการสนับสนุนการขยายแนวคิด และ
กระบวนการ CBDAC ใหก้ วา้ งขวางขน้ึ จงึ เกดิ โครงการสง่ เสรมิ การเรยี น
รแู้ ละพฒั นาเครอื ขา่ ยชมุ ชน หรอื RIAN CB-DAC (พ.ศ.2542- 2544) บท
เรยี นการทา� งานไดร้ บั การนา� ไปขยายในพน้ื ทอ่ี น่ื ๆ ของจงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน ไดแ้ ก่ ต.แมโ่ ถ อ.แมล่ านอ้ ย
และ อ.แม่สะเรียง และในปีพ.ศ. 2543-2544 ไดข้ ยายการท�างานไปที่ สปป. ลาว ภายใตโ้ ครงการ
ความรว่ มมอื ลาว-เยอรมัน ซึง่ เปน็ คร้ังแรกท่ไี ด้รู้จักคณุ ลุงแสงแกว้ กิ่งสะดา ผ้ทู ี่มีบทบาทกับงาน
CBDAC ในประเทศลาวจนถึงปัจจุบัน
การท�างานของ RIAN CB-DAC ภายใตว้ ธิ ีคดิ ท่ียึดชมุ ชนเป็นหลกั
สง่ ผลใหเ้ กดิ ความตอ่ เนอ่ื งของการแลกเปลย่ี นเรยี นรขู้ องชาวบา้ นในพน้ื ที่
จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีประสบการณ์ในการท�างานป้องกันและแก้ไขปัญหา
ยาเสพติด ในปีพ.ศ.2544 เกิดการรวมตัวของชาวบ้านจากหลากหลาย
ชาติพันธุ์ในนาม “เครือข่ายความร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพ
ติดโดยชุมชน แม่ฮ่องสอน” (CONDEC) ซ่ึงเป็นองค์กรภาคประชาชน
(Community-Based Organization: CBO) แรกๆ ใน จ.แมฮ่ ่องสอน
6
ต่อมาแนวคิดและความรู้การท�างาน CBDAC จากโครงการไทย-เยอรมัน รวม
ถงึ โครงการพัฒนาท่ีสูงอนื่ ๆ และรว่ มกับความรู้และประสบการณก์ ารป้องกนั และแก้ไข
ปัญหายาเสพติดจากภูมิภาคอื่นๆ ภายใต้การสนับสนุนของส�านักงานคณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ส�านักงาน ป.ป.ส.) มีส่วนผลักดันให้เกิดส�านักงาน
ประสานและสนับสนุนภาคประชาชน (สสช.) ท�าหน้าที่ประสานและสนับสนุนชุมชน/
เครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และต่อมาจดทะเบียนเป็นมูลนิธิใน
ชอ่ื “มูลนิธภิ มู ิพลงั ชุมชนไทย” (มภท.)
7
8
กจิ กรรมและเอกสารต่างๆ ในชว่ ง RIAN CB-DAC
9
ยุคทำ่ี 3
สถาบนั นานาชาติ ไอโอจที ำ-ี เอ็นทำโี อ มูฟเมนทำ์
ปลายปี พ.ศ. 2544 คณุ Esbjörn Hörnberg เลขาธกิ ารสถาบนั นานาชาติ ไอโอจที -ี เอ็นที
โอ มูฟเมนท์ (International Institute of the IOGT-NTO Movement: III) และเจ้าหน้าที่
จาก Swedish International Development Cooperation Agency (Sida) มาเยีย่ มพื้นท่บี า้ น
ห้วยเฮี๊ยะ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อศึกษารูปแบบ
วธิ กี ารทา� งานของ CBDAC เพอ่ื ดคู วามเปน็ ไป
ได้ในการขยายไปในระดับภูมิภาค จึงเกิด
โครงการระดบั ภมู ภิ าค Regional Informa-
tion and Action Networking on Drugs
Abuse Control: RIANDAC
การขยายแนวคดิ CBDAC ไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
10
โครงการ RIANDAC
พ.ศ. 2547 จึงเกิดโครงการ RIANDAC ซ่ึงเป็นโครงการระดับภูมิภาค และมีส�านักงานใน
จ.เชยี งใหม่ มคี ณุ Lilian Thybell เปน็ ผูอ้ �านวยการโครงการฯ โดยมีวตั ถุประสงค์ในการเผยแพร่
องคค์ วามรแู้ ละบทเรยี น CBDAC ไปยงั ประเทศอนื่ ๆ ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ผา่ นองคก์ ร
พัฒนาเอกชนต่างๆ มีองค์กรส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเครือข่ายชุมชน (CLANPO) เป็น
เสมือนห้องปฏิบัติการเพ่ือน�าประสบการณ์จาก
CLANPO ไปยงั องคก์ รภาคอี ่ืนๆ ในภูมภิ าค
ในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2547-2551) ของ
โครงการ RIANDAC มีองค์กรพัฒนาเอกชนที่
ได้รับเอาแนวคิด CBDAC ไปใช้ในการท�างาน
เช่น PKKO ในกัมพูชา LSDA ใน สปป. ลาว และ
MCC ในพม่า และมีบทเรียน CBDAC ที่ใช้ใน
การผลักดันนโยบายของรัฐในการแก้ไขปัญหา
ยาเสพติด และขยายผลไปยังองค์กรพัฒนา
และพ้ืนที่อ่นื ๆ ในประเทศนนั้ ๆ
11
กิจกรรมและเอกสาร CBDAC ของประเทศตา่ งๆ ในชว่ ง RIANDAC
12
13
14
สถาบนั นานาชาติ ไอโอจีท-ี เอ็นทีโอ มูฟเมนท์ (III) ส�านักงานภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
พ.ศ. 2552 III เหน็ ชอบให้ CBDAC เปน็ หนง่ึ ในยทุ ธศาสตร์สา� คญั ของสถาบันฯ และได้ย้าย
ส�านกั งานภูมิภาคจากกรุงฮานอย ประเทศเวยี ดนาม มาอยทู่ ี่ จ.เชยี งใหม่
ใน พ.ศ.2552 – 2556 III มเี ปา้ หมายตอ้ งการผลกั ดนั ใหเ้ กดิ นโนบายการจา� กดั เหลา้ ทเี่ ขม้ แขง็
ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ในขณะเดยี วกนั กต็ อ้ งการสรา้ งความเขม้ แขง็ และการมสี ว่ นรว่ ม
ของเครือขา่ ยองค์กรภาคประชาสงั คมในการท่จี ะรว่ มผลักดนั นโยบายเหลา้ จึงเปน็ โอกาสท่ี III จะ
นา� แนวทาง CBDAC มาปรบั ใชก้ บั การแกป้ ญั หาเหลา้ ผา่ นองคก์ รภาคประชาสงั คมในประเทศตา่ งๆ
ในการท�างาน CBDAC เพ่ือแก้ปัญหาเหล้า ทั้ง III และองค์กรภาคประชาสังคมท่ีได้รับ
การสนบั สนนุ ได้เรียนรู้วา่ เหล้าสร้างผลกระทบและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ไมใ่ ชเ่ ป็นเพยี งผล
กระทบต่อผูด้ ม่ื เทา่ นั้น แต่ยงั กระทบตอ่ ครอบครัว ชุมชน สงั คม เชน่ อบุ ตั เิ หตุ การใชค้ วามรนุ แรง
กับเด็กและผู้หญิง การทะเลาะวิวาท เศรษฐกิจในครอบครัว ฯลฯ ซึ่งพบเห็นได้ง่ายในบริบทของ
ภมู ิภาคนี้
บทเรยี นจากการทา� งานขา้ งตน้ ทา� ใหเ้ ราไดเ้ รยี นรแู้ ละเขา้ ใจไดล้ กึ และกวา้ งขนึ้ วา่ เหลา้ ไมไ่ ด้
เป็นปัญหาแค่สุขภาพและเป็นปัญหาระดับบุคคลเท่าน้ัน แต่เหล้ามีความสัมพันธ์เช่ือมโยงกับเร่ือง
สทิ ธิ เรอื่ งอา� นาจ ความเหลอื่ มลา้� และความไมเ่ ทา่ เทยี ม ซง่ึ เปน็ ปญั หาใหญใ่ นประเทศสว่ นใหญข่ อง
ภมู ภิ าคนี้ จงึ ไดข้ อ้ สรปุ วา่ ความรสู้ า� คญั ทตี่ อ้ งคน้ หาและเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งคอื ความรใู้ นเรอื่ ง เหลา้
กบั ความสมั พันธ์เชงิ อ�านาจ “Alcohol related power relation” ซึ่งบทเรียนในเอกสารน้ี เปน็
บทเรยี นทีเ่ กดิ จากการปฏิบตั ใิ นระยะ 6 ปี (พ.ศ.2557-2563) โดยเชือ่ ว่าบทเรียนในชว่ งดังกล่าว
นี้ เปน็ บทเรยี นการทา� งานเพอื่ ลดปญั หาและผลกระทบจากเหลา้ และยาเสพตดิ ทตี่ รงและสอดคลอ้ ง
กับบรบิ ทของสังคมในภมู ิภาคนี้
15
ยุคทำ่ี 1 ยคุ ทำี่ 2
2524-2540 2541-2544
โครงการพัฒนาทำีส่ ูง RIAN CB-DAC–GTZ
ไทำย-เยอรมนั
ยคุ ทำ่ี 3 II. 2552–2556
III ROSEA
I. 2547-2551 “เหล้า” เป็นอปุ สรรคในการพัฒนา
RIANDAC–Sida
ท�งานประเด็นยาเสพติด III. 2557-2563
III ROSEA
เหลา้ และยาเสพตดิ ทเ่ี กยี่ วกบั
“ความสมั พันธ์เชงิ อ�นาจ”
Evolution of CBDAC
16
2
หลกั คดิ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั
แนวคิด การปอ้ งกันและแก้ไข
และองคค์ วามรู้ ปัญหาเหลา้ และยาเสพตดิ
โดยชมุ ชน
17
การป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชน (Community-Based Drug
and Alcohol Control) หรอื เรยี กส้ันๆ โดยใช้ชื่อยอ่ ว่า CBDAC โดยในบทที่ 2 นีว้ ่าดว้ ยหลกั คิด
แนวคิด มุมมองและองค์ความรสู้ า� คัญๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับ CBDAC ซ่ึงครอบคลมุ ถงึ เป้าหมาย/ความ
มงุ่ หมาย เหตผุ ลสา� คญั ของการแกไ้ ขปญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ ตามแนวทางนี้ และหลกั คดิ /วธิ คี ดิ /
องคค์ วามรูส้ �าคญั ของ CBDAC
กระบวนการเสริมพลงั ชมุ ชน
CBDAC มี 2 เป้าหมาย 1 เป้าหมาย/ความมงุ่ หมาย
1.1 เปา้ หมายระยะสนั้ : มงุ่ ลดปญั หาและผลกระทบจากเหลา้ และยาเสพตดิ ทง้ั การควบคมุ
ปัจจยั เส่ียงโดยตรง (เหลา้ ยาเสพตดิ ) และการจัดการกับปัจจยั ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การดม่ื /การใช้ เหล้า
และยาเสพติดของชุมชน โดยกระบวนการของชุมชน และเพอ่ื ชมุ ชน
1.2 เป้าหมายระยะยาว: CBDAC เป็นกระบวนการเรียนรู้เพ่ือสร้างสังคม/ชุมชนที่เป็น
ประชาธปิ ไตย เปน็ กระบวนการเรยี นรเู้ รอ่ื งสทิ ธิ ความเทา่ เทยี มและเคารพในศกั ดศ์ิ รขี องความเปน็
มนษุ ย์ของทกุ คน ไมว่ า่ จะเป็น เดก็ เยาวชน ผ้หู ญงิ ผสู้ ูงอายุ ผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบต่างๆ คนชายขอบ
ผู้ใช้ยาเสพติด ฯลฯ โดยอาศัยประเด็นเหล้าและยาเสพติดเป็นโจทย์ร่วมของชุมชน โดยมี
กระบวนการตง้ั แตก่ ารเปดิ พนื้ ทใ่ี หก้ บั ทกุ กลมุ่ ทจี่ ะสง่ เสยี งหรอื บอกถงึ ความตอ้ งการของตนไดอ้ ยา่ ง
ปลอดภยั และทกุ เสียงได้รับการเคารพ แมว้ ่าจะเปน็ ความคดิ ความเหน็ ทแ่ี ตกต่าง และส่งเสริมการ
ตดั สนิ ใจรว่ มกนั (Inclusive/Democratic Decision Making) พรอ้ มๆ กบั เปน็ กระบวนการพฒั นา
ศักยภาพคนในชมุ ชนเพอื่ เป็นพลเมอื งต่นื รู้ (Active Citizen) ทัง้ นเี้ ชอ่ื วา่ เมอ่ื สงั คมชุมชนมีความ
เป็นประชาธปิ ไตย เคารพสทิ ธซิ ่ึงกันและกัน และมกี ารจดั ความสัมพนั ธข์ องคนทมี่ ีความเสมอภาค
และเท่าเทยี มกนั มากขน้ึ และมากขนึ้ ชุมชนก็จะสามารถจัดการกับปญั หาที่เกิดข้ึนรวมถงึ รับมอื กับ
การเปลยี่ นแปลงทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ทงั้ ในปจั จบุ นั และอนาคตไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ภาพและมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
18
กระบวนการเสรมิ พลงั ชุมชน
2 ทำ�ไมตอ้ งเปน็ CBDAC
เป็นเรื่องทเ่ี ข้าใจได้ไมย่ าก ถา้ เรายอมรับความจริงที่ว่า “สถานการณป์ ญั หาและผลกระทบ
จากเหลา้ และยาเสพตดิ ในแต่ละพ้ืนที่แตกตา่ งกนั ” และ “มเี หตุ มปี ัจจยั และเง่อื นไขแวดลอ้ มของ
ปัญหาเหล้าและยาเสพติดไม่เหมือนกัน” การจะใช้วิธีการเดียวกันหรือมาตรการเดียวกัน ซ่ึงถูก
กา� หนดข้นึ จากรฐั ศูนยก์ ลาง ได้รับการพสิ จู นแ์ ล้ววา่ ไมส่ ามารถแกป้ ญั หาได้จรงิ ยิ่งกว่านั้น วธิ กี าร
ทไี่ ม่เหมาะสมกับบรบิ ทชมุ ชน น�ามาซ่งึ ปัญหาและผลกระทบทีอ่ าจรนุ แรงกวา่ สูญเสียมากกวา่ ผล
กระทบจากเหลา้ และยาเสพติดท่ีเปน็ อยู่ ดังนนั้ CBDAC จึงเป็นทง้ั แนวคดิ และกระบวนการท�างาน
ที่ต้องการให้การแก้ไขปัญหาท่ีอยู่บนความเป็นจริงเฉพาะที่เฉพาะแห่งและมีรูปธรรมของชุมชน
จา� นวนไมน่ ้อยท่ีสามารถแกไ้ ขปัญหาเหลา้ และยาเสพติดไดจ้ ริง
ย่ิงกว่านั้นเพราะ CBDAC เป็นกระบวนการแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชน
ซึ่งเท่ากับเป็นกระบวนการส่งเสริมและสนับสนุนประชาชน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่และทุกคนเป็น
เจ้าของประเทศด้วย ย่อมมีสิทธิและมีความชอบธรรมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจใน
เรอื่ งที่เก่ยี วขอ้ งกับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและสังคมทต่ี นเองอยู่ ดังน้นั CBDAC คือ กระบวนการ
ที่เปิดโอกาสและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่ีจะร่วมคิดวิเคราะห์ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับ
ประโยชน์ และยงั เปน็ กระบวนการเรยี นรใู้ นการสง่ เสรมิ การใชส้ ทิ ธิ การปกปอ้ งสทิ ธิ ของตวั เองและ
ชมุ ชน จากปญั หาเหลา้ ยาเสพติดและอนื่ ๆ
19
3 หลักคิด แนวคิดและองคค์ วามรูท้ ำี่เก่ยี วข้อง
ของ CBDAC 9 ประการ
3.1 ประชาชนตอ้ งมสี ่วนร่วมและเป็นผูต้ ดั สินใจ (Collective/Inclusive decision making)
CBDAC เป็นกระบวนการท�างานท่ีช่วย/เอ้ือ/สนับสนุนให้ชุมชนตัดสินใจได้อย่าง
มีประสิทธิภาพซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเสริมพลังชุมชน และการมีส่วนร่วมของชุมชนท่ี
แท้จริง คือการท่ีชุมชนต้องเป็น “ผู้ตัดสินใจ” (Decision Maker) ย้�าจุดยืนส�าคัญ “ชุมชนต้อง
ตัดสินใจ” และต้องเป็น “การตัดสินใจร่วม” (Collective/Inclusive decision making)
นกั พฒั นา/หนว่ ยงานภายนอกเปน็ ผเู้ ออื้ อา� นวย ผสู้ นบั สนนุ เทา่ นนั้ ทนี ชี้ มุ ชนตอ้ งตดั สนิ ใจอะไรบา้ ง
ชมุ ชนตอ้ งตัดสนิ ใจว่า.......
ปญั หาหรอื โจทยท์ ่ชี มุ ชนกา� ลังเผชิญอยคู่ ืออะไร?
แนวทางการแกป้ ญั หาคอื อะไร?
วิธีการทใ่ี ชใ้ นการแก้ปัญหาคืออะไร?
ส่ิงท่ีไดท้ �าไป แก้ไขปัญหาไดห้ รอื ไม่? เพราะอะไร?
ในเรื่องการตัดสินใจข้างต้นดูเหมือนง่าย ในความเป็นจริงเป็นเร่ืองยากมาก ตั้งแต่คุณภาพ
การตัดสินใจ ซึ่งครอบคลุมถึงการมีและความสามารถในการใช้ข้อมูล ความเป็นอิสระในการ
ตัดสินใจ ฯลฯ ปัญหาที่พบบ่อยคือ ชาวบ้านไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจเอง หรือถ้าตรงกว่าน้ันคือ
“ชาวบา้ น/ชุมชนไม่มีสทิ ธิตดั สนิ ใจ” (แตท่ กุ งาน ทุกโครงการ อา้ งวา่ ชุมชนมีส่วนร่วม แต่ความจริง
ชมุ ชนแคใ่ หค้ วามรว่ มมอื หรอื อาจพดู ไดว้ า่ “ตอ้ ง” รว่ มมอื ) ทงั้ นเี้ นอื่ งจากระบบและโครงสรา้ งการ
บริหารประเทศเป็นการบริหารแบบราชการรวมศูนย์ วิธีการหลักคือส่ังการจากบนลงล่าง ดังนั้น
หน่วยงาน/โครงการทั้งหลายได้ตัดสินใจมาเบ็ดเสร็จแล้ว จากน้ันมาชี้แจง (โน้มน้าวแกมบังคับ)
ชมุ ชนมีหนา้ ทป่ี ฏบิ ตั ติ าม
อกี เรอ่ื งทพ่ี บบอ่ ยครงั้ คอื การตดั สนิ ใจของชมุ ชนยงั ไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพเทา่ ทคี่ วร หรอื อาจจะ
พดู วา่ เปน็ เรอื่ งคณุ ภาพของการตดั สนิ ใจยงั เปน็ ปญั หาอยมู่ าก มตี ง้ั แตเ่ ปน็ การตดั สนิ ใจของผนู้ า� เพยี ง
คนเดยี วหรอื กลมุ่ เดยี ว ตดั สนิ ใจบนอารมณค์ วามรสู้ กึ มากกวา่ บนขอ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ ตดั สนิ ใจทตี่ ามๆ
กัน กลัวผิดบ้าง กลัวคนจะไม่ชอบ กลัวเสียหน้า กลัวๆๆๆๆ มากมาย ฯลฯ ดังนั้น นี่คือท่ีมาของ
ความจา� เปน็ ตอ้ งมนี กั พฒั นา หรอื ในชอ่ื อน่ื ๆ ทเี่ ขา้ ไปทา� งานกบั ชมุ ชน โดยทา� หนา้ ทเ่ี ปน็ ผเู้ ออ้ื อา� นวย
(Facilitator) เพอื่ ใหช้ าวบา้ น/ชมุ ชนตดั สนิ ใจไดด้ ขี น้ึ ตลอดถงึ การเขา้ ไปเปน็ เพอ่ื น รว่ มทกุ ขร์ ว่ มสขุ
ให้กา� ลังใจ เปิดโอกาสและสรา้ งการเรยี นรู้และสนับสนนุ สง่ิ ท่จี �าเปน็ เพ่อื ใหส้ ง่ิ ท่ีชุมชนตดั สินใจ นา�
ไปสูก่ ารปฏิบตั ิ
20
3.2 การจัดการตนเองของชมุ ชน
ส่ิงท่ีเรียนรู้จากการท�างานชุมชนมาหลายสิบปี พบว่า สาเหตุที่การแก้ไขปัญหาเหล้าและ
ยาเสพตดิ หรอื ปญั หาอนื่ ๆ ของสงั คมและชมุ ชนไมค่ อ่ ยประสบความสา� เรจ็ มาจากวธิ คี ดิ ทผ่ี ดิ พลาด
ประการหนงึ่ คอื คดิ ทจ่ี ะจดั การคนอนื่ /สง่ิ อนื่ ตลอดเวลา ดงั จะเหน็ ปรากฏการณท์ เี่ กดิ ขนึ้ ไดใ้ นทกุ ๆ
วนั และทกุ ๆ สถาบนั ของสงั คม ครชู อบจดั การนกั เรยี น พอ่ แมช่ อบจดั การลกู ผใู้ หญช่ อบจดั การเดก็
หวั หนา้ ชอบจดั การลกู นอ้ ง ฯลฯ เปน็ “สงั คมคณุ พอ่ คณุ แมร่ ดู้ ”ี เปรยี บตนเองเหมอื นเปน็ ศนู ยก์ ลาง
ของสรรพสิ่งหรือจักรวาล ตัวเองเท่านั้นที่คิดถูก และตัวเองเท่าน้ันที่ท�าถูกและมีความชอบธรรม
เน่อื งดว้ ยเข้าใจตัวเองวา่ เป็นคนมีความรดู้ ี ร้จู รงิ และมีคณุ งามความดีมศี ลี ธรรมเหนือคนอ่ืน
ชมุ ชนกเ็ ชน่ กนั มกั จะถกู จดั การโดยคนอน่ื โดยเฉพาะถกู จดั การโดยรฐั และดว้ ยการคดิ แทน
จดั การแทน จงึ ไปลดโอกาสการเรยี นรู้ ไปลดทอนศกั ยภาพของชมุ ชน ศกั ยภาพทม่ี อี ยไู่ มไ่ ดใ้ ช้ ชมุ ชน
รสู้ กึ ไมม่ คี วามเปน็ เจา้ ของ ฯลฯ ทา้ ยทสี่ ดุ ชมุ ชนกอ็ ยใู่ นสภาวะพงึ่ พาตวั เองไมไ่ ด้ เปน็ ชมุ ชนทรี่ อรบั
ต้ังรับ มากกว่าจะลุกข้ึนเพ่ือจัดการหรือรับมือกับการเปล่ียนแปลงที่มีตลอดเวลา ดังนั้น CBDAC
ต้องเปน็ กระบวนการสง่ เสรมิ และสนบั สนุนการจดั การตนเองของชุมชน
ตวั อยา่ ง การจดั การตนเอง
เจา้ ของบา้ นคนหนึ่งก�ลังเดินดูต้นไม้ในสวนของตน สังเกตเหน็ หนอนก�ลงั
กนิ ยอดของตน้ ชมพทู่ ยี่ งั เลก็ เนอื่ งจากปลกู ใหมไ่ มน่ าน ดว้ ยความกลวั วา่ ตน้ ชมพู่
อาจตายได้ เลยเรยี กคนสวนมาดู (ในใจคอื อยากให้มาจดั การ ไมว่ า่ จะฆา่ หนอน ไล่
หนอน หรือวิธใี ดๆ กต็ าม)
พอคนสวนมาดูพร้อมกับมองหน้าเจ้าของบ้าน (ท�ท่าคล้ายกับว่า จะให้ท�
อะไร) แล้วคนสวนก็บอกกับเจา้ ของบา้ นวา่ หนอนมนั กนิ ยอด แต่เนือ่ งจากตอนน้ี
ตน้ มนั ยงั เลก็ กเ็ ลยดเู หมอื นวา่ หนอนมนั กนิ เยอะ เดยี๋ วถา้ ตน้ ชมพใู่ หญข่ นึ้ หนอนก็
กินไม่หมด ตอนน้ีแค่รดน้�าพรวนดินให้มัน ต้นชมพู่ก็จะเติบโตและใหญ่ขึ้น ยังไงๆ
หนอนก็กินไม่หมด
ผ่านไป 6 ปี ปจั จบุ ันชมพูส่ งู ใหญ่ให้ผล ตอนนี้กไ็ ม่จ�เปน็ ตอ้ งรดน้า� พรวน
ดนิ แคเ่ พยี งถ้าอยากกินผลกจ็ ัดการด้วยการห่อ เพ่อื ป้องกนั หนอนเจาะ ทีส่ �คญั
คนอย่ไู ด้ หนอนก็อยไู่ ด้ ต้นไมก้ เ็ ติบโต
ถา้ วนั นน้ั เลอื กทจี่ ดั การโดยใหค้ นสวนพน่ ยาฆา่ แมลง ผลคงเปน็ อกี แบบหนง่ึ
เทียบสิ่งท่ีสูญเสียกับสิ่งที่ได้ คงต่างกันมาก ต้ังแต่ความเสี่ยงในเรื่องยาฆ่าแมลง
เสียเงิน เสียเวลาที่ต้องจัดการเพิ่ม ฯลฯ แต่พอเลือกที่จะจัดการตนเอง (อาจจะ
เออ้ื มมอื ไปจดั การคนอนื่ และสงิ่ อนื่ เทา่ ทจ่ี �เปน็ ตอ้ งท� เชน่ การรดนา้� พรวนดนิ เมอ่ื
ตน้ ชมพยู่ งั เลก็ หรอื การหอ่ ผลชมพเู่ พอื่ ไมใ่ หห้ นอนเจาะ กลบั เปน็ การจดั การทน่ี �ไป
สรู่ กั ษาความสมดลุ ย์ การเกอื้ กลู และการพงึ่ พาอาศยั กนั ละกนั โดยทกุ ชวี ติ สามารถ
อย่รู อด และอยู่รว่ มกันได้
21
3.3 เข้าใจบริบทอย่างลกึ ซี้ง
ความเข้าใจบริบท คือ การไปเข้าใจเหตุ ปัจจัย และเง่ือนไขแวดล้อม เหล้าและยาเสพติด
ดงั นน้ั การทา� งานเรอ่ื งเหลา้ /ยาเสพตดิ การมีขอ้ มลู วา่ ใครใช้ ปรมิ าณการใช/้ การดม่ื ชนดิ ประเภท
ของเหล้า/ยาเสพติด ด่ืมแบบไหน ด่ืมกับใคร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบ
อะไรบ้าง ฯลฯ ซ่ึงมีความจ�าเป็นและส�าคัญแต่ไม่เพียงพอ และไม่สามารถเรียกว่า เข้าใจบริบท
เพราะเป็นการตอบค�าถามไดใ้ นระดับปรากฏการณ์ ซง่ึ ถามวา่ “เหล้าและยาเสพตดิ ของชมุ ชน A
เปน็ อยา่ งไร? สง่ ผลกระทบหรอื กอ่ ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นอยา่ งไร?” แตม่ คี วามจา� เปน็ ตอ้ งทา� ความ
เขา้ ใจมากกวา่ และลกึ กวา่ นนั้ โดยตอบคา� ถามใหไ้ ดว้ า่ “ทา� ไมจงึ เปน็ อยา่ งนน้ั ?” ซงึ่ เปน็ การอธบิ าย
ปัญหาเหล้าและยาเสพติดเกิดข้ึนจากปัจจัยและเง่ือนไขอะไร และถ้าสามารถเข้าใจเหตุ ปัจจัย
เงอื่ นไขทแ่ี วดลอ้ มปญั หาเหลา่ นน้ั ไดอ้ ยา่ งชดั เจน จะทา� ใหก้ ารแกป้ ญั หาทา� ไดต้ รงจดุ CBDAC ไมใ่ ช่
การแกป้ ญั หาในระดบั ปรากฏการณ์ แตต่ อ้ งไปจดั การเหตุ ปจั จยั เงอื่ นไขแวดลอ้ มทท่ี า� ใหเ้ กดิ ปญั หา
หากเราไม่เข้าใจบริบทจะท�าให้ 1) เกิดการแก้ไขปัญหาท่ีใช้วิธีแบบเหมารวม หรือเรียกว่า
แก้ไขปัญหาแบบ “มกั ง่าย” เชน่ อบรม เลน่ กีฬา ใหค้ วามรูอ้ ย่างที่ทา� ๆ กัน ตอ้ งเข้าใจวา่ ปัญหา
เดียวกันไมไ่ ดม้ าจากเหตุ ปจั จัยและเงอ่ื นไขเดียวกัน และ 2) หากไมเ่ ขา้ ใจบริบท กเ็ ปิดช่องวา่ งให้
มกี ารใชค้ วามรใู้ นทางทผี่ ดิ (Knowledge Abuse) จากผรู้ ู้ ผเู้ ชย่ี วชาญทง้ั หลาย เขา้ ไปสอน ไปบอก
ให้ท�าอย่างน้นั อยา่ งน้ี การกดทบั ชาวบา้ นด้วยการใชค้ วามร้ใู นทางทผ่ี ิด ก็ยิ่งท�าให้ชุมชนกลายเปน็
ผตู้ ามอย่างเชอ่ื งๆ และเชื่อวา่ มีความรูท้ ส่ี ูงต�่า ไปเข้าใจผิดคิดว่า คนนอกเก่งกวา่ รกู้ ว่า ไมม่ โี อกาส
ลกุ ข้ึนมาเปน็ ผู้กระท�าหรือจัดการชมุ ชนด้วยตวั ของชาวบ้านเอง ท้ังท่ชี าวบา้ นเปน็ เจ้าของปัญหา
ทีส่ ูงกวา่ ระดบั น้�ทะเลน�้ จะเดอื ดทอี่ ณุ หภมู ติ �่ กวา่ 100°C
ทำี่ระดับน้�ทำะเลน้�เดอื ดเดอื ดทำอี่ ุณหภูมิ 100°C
ตวั อย่าง การวเิ คราะหเ์ รอ่ื งน�้ เดอื ด
น�า้ เดอื ดเกดิ จากปัจจยั อะไร – ปัจจยั หลกั ๆ ประกอบดว้ ยน้า� ความรอ้ น ภาชนะ
ใสน่ า้� การรบั รโู้ ดยทว่ั ไปนา้� จะเดอื ดทอี่ ณุ หภมู ิ 100°C แตถ่ า้ หากเราไปตม้ นา้� บรเิ วณยอด
เขา (ดว้ ยชนดิ ของนา้� ภาชนะใสน่ า้� เหมอื นกนั ) นา�้ จะเดอื ดทอ่ี ณุ หภมู ติ า่� กวา่ 100°C ดงั
น้ัน ล�พังร้ปู จั จยั อาจไมพ่ อ ตอ้ งรูเ้ งอ่ื นไขท่เี ปน็ ตัวก�หนดปัจจัยด้วย
22
3.4 CBDAC เป็นกระบวนการสรา้ งพลเมืองตนื่ รู้
CBDAC เปน็ กระบวนการเรยี นรเู้ พอ่ื สรา้ งพลเมอื งตนื่ รู้ (Active Citizen) ตอ้ งเปน็ กระบวน-
การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformative learning) เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจาก
เฉยเมย เฉอื่ ยชา ไมส่ งสยั ไปสคู่ วามสงสยั ตงั้ คา� ถาม ตน่ื ตวั และเรยี นรตู้ ลอดเวลา การเปน็ พลเมอื ง
ตื่นรู้ตอ้ งการความสามารถอย่างน้อย 3 ประการคอื
1. มีเหตุมผี ล
2. มหี ลักฐาน
3. เห็นความเชื่อมโยง เช่น เห็นการเชื่อมโยงของเหล้าและยาเสพติดกับเรื่องสิทธิและ
ความสัมพนั ธ์เชิงอ�านาจ เป็นตน้
มีเหตผุ ล
พลเมอื งตน่ื รู้
มหี ลกั ฐาน มคี วามสามารถ
ในการเชอื่ มโยง
23
ตวั อยา่ ง การทำดสอบ PISA
หลกั ฐานอยา่ งหนงึ่ ทสี่ ะทอ้ นและแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การเปน็ Active Citizen
หรอื พลเมอื งตนื่ รู้ ทมี่ คี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม มาจาก PISA (Programme
for International Student Assessment) ทรี่ ิเรมิ่ โดยองคก์ รเพอ่ื ความ
ร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมิน
คุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมให้
เยาวชนมศี กั ยภาพหรอื ความสามารถพน้ื ฐานทจี่ �เปน็ ตอ่ การด�รงชวี ติ ในโลกทม่ี ี
การเปล่ียนแปลง โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนเกี่ยวกับ
การใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน
ปจั จุบันนี้มีประเทศจากทั่วโลกเขา้ รว่ ม PISA มากกวา่ 80 ประเทศ
PISA เป็นการทดสอบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระบบการศึกษาของ
แต่ละประเทศที่เข้าร่วม วัดผลนักเรียนที่อายุ 15 ปี ในวิชาคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และการอ่านในทุกๆ สามปี ในวิชาคณิตศาสตร์เป็นการทดสอบ
ความสามารถในการให้เหตุผล วิทยาศาสตร์แสดงถึงความสามารถในการพ่ึงพา
หลกั ฐาน และการอา่ นเปน็ ความสามารถคดิ และเหน็ แบบเชอื่ มโยง ผลลพั ธจ์ ะแสดง
ใหเ้ หน็ ถงึ ความสามารถในการรบั รแู้ ละการแกป้ ญั หาของนกั เรยี น ซงึ่ จะชว่ ยในการ
ท�นายอนาคตของพลเมอื งของประเทศในอกี 10 ปีข้างหนา้
ผลการทดสอบของนักเรียนไทย ปีพ.ศ. 2561 มคี ะแนนเฉลี่ยในด้านการ
อา่ น 393 คะแนน (ค่าเฉลีย่ OECD 487 คะแนน) คณติ ศาสตร์ 419 คะแนน
(คา่ เฉลย่ี OECD 489 คะแนน) และวทิ ยาศาสตร์ 426 คะแนน (คา่ เฉลยี่ OECD
489 คะแนน) สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในระบบการศึกษาและแสดงให้
เหน็ ถงึ พลเมอื งในอนาคตของไทยทขี่ าดความสามารถ 3 ประการทจี่ �เปน็ ส�หรบั
การเปน็ พลเมอื งท่กี ระตือรือร้น สะทอ้ นใหเ้ ห็นถงึ ปัญหาในระบบการศกึ ษา / การ
เรยี นรขู้ องประเทศทเ่ี นน้ การทอ่ งจ� และกดี กนั การวพิ ากษว์ จิ ารณ์ และสอนใหท้ �
ตามแบบแผนท่ีก�หนดไว้ น่ีคือเหตุผลว่าท�ไมคนจ�นวนมากในประเทศจึงได้รับ
อทิ ธพิ ลจากต�นานความเช่อื ความรสู้ ึกทไ่ี ม่ไดอ้ ยูบ่ นพื้นฐานขอ้ เทจ็ จริง และเมอ่ื
ท�งานในชุมชนคนส่วนใหญ่จะท�ตามสิ่งท่ีผู้น�พูดหรือรอให้พวกเขาด�เนินการ
เท่าน้ัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องส�คัญท่ีจะต้องเสริมสร้างให้ประชาชนในประเทศนี้มี
ความสามารถทัง้ สามประการนเ้ี พอื่ แกไ้ ขปัญหาตา่ งๆ
24
แอลกอฮอล์
ประชาธปิ ไตย
การขาดความสามารถใน 3 ดา้ น ทา� ใหค้ นไทยออ่ นแอ เฉอื่ ยชา เฉยเมย เชอื่ อะไรงา่ ยๆ ขาด
ความกระตอื รอื รน้ ไม่มีเหตุผล ไม่เหน็ ความเชือ่ มโยง และขาดหลักฐาน ยง่ิ ท�าให้ มายาคติ คา่ นิยม
ความเชื่อ อารมณ์ เข้าแทรกแซงไดง้ ่าย ขาดความสามารถในการวิพากษ์วิจารณ์ สาเหตุส�าคญั มา
จากการศึกษาที่ผดิ พลาด เน้นการท่องจา� ดงั น้นั สังคมไทยตอ้ งการการออกแบบระบบการเรยี นรู้
ใหม่ ซ่ึง CBDAC ให้ความสนใจในการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความสามารถใน 3 ด้าน
ข้างตน้ ผ่านการแก้โจทย์เหลา้ และยาเสพติด โดยเช่ือว่า เม่อื เกดิ พลเมอื งทีม่ ีความสามารถ 3 ดา้ น
ชุมชนกจ็ ะสามารถจัดการปัญหาอ่ืนๆ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
กระบวนการการเรียนรู้ใหม่ เพื่อสร้างพลเมืองที่ต่ืนรู้ต้องเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมี
สว่ นร่วมและมปี ฏิสัมพันธร์ ะหว่างผู้เรยี นรดู้ ว้ ยกนั ผ่านการปฏิบัตจิ ริง (Participatory Interactive
Learning through Action) และเปน็ การเรียนร้เู พอื่ สรา้ งการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่รเู้ พอ่ื รู้ เป็นการ
เรียนรู้ที่น�าไปสู่การคิดใหม่ มองใหม่ และปฏิบัติการใหม่ๆ เพื่อให้หลุดออกจากการครอบง�าหรือ
การกดทบั จากความรู้ ความเชอ่ื และมายาคตทิ ้ังหลาย สิ่งท่สี �าคญั มากสา� หรับกระบวนการเรยี นรู้
เพอ่ื การเปลย่ี นแปลงคอื การตดิ ตง้ั เลนสใ์ นการมองปญั หาโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เลนสใ์ นเรอื่ งการมอง
ปญั หา/การวเิ คราะหป์ ญั หาเชงิ โครงสรา้ ง เพอื่ ทา� ลายมายาคตทิ ว่ี า่ ปญั หาทง้ั หลายเกดิ จากตวั บคุ คล
ไปสู่การมองใหม่ให้เห็นปัญหาทั้งหลายมาจากระบบและโครงสร้างท่ีเป็นปัญหา ทั้งโครงสร้าง
เศรษฐกจิ สังคม การเมือง ซ่งึ การมมี มุ มองท่ีกว้าง ไกล และลึก ประกอบกับการมขี อ้ มูลขอ้ เท็จจรงิ
ทเี่ พยี งพอ จะทา� ใหเ้ กดิ การออกแบบการปฏบิ ตั กิ ารทแ่ี หลมคมและตรงกบั โจทยป์ ญั หาและสามารถ
สรา้ งการเปลยี่ นแปลงไดจ้ รงิ โดยเฉพาะการเปลย่ี นแปลงระบบและโครงสรา้ งทเ่ี ปน็ ปญั หา ไปสกู่ าร
ออกแบบระบบทเ่ี อ้ือต่อการลดปญั หาและผลกระทบจากเหลา้ และยาเสพตดิ
การใชข้ อ้ มูลหลกั ฐานในการวเิ คราะหเ์ ช่อื มโยง
25
3.5 CBDAC ตอ้ งการสงั คม/ชมุ ชนทเี่ ปน็ ประชาธิปไตย
ประชาธิปไตย คอื “คนเทา่ กัน” (เพศ อายุ ชาตพิ ันธุ์ ศาสนา สีผิว ฯลฯ) เมอ่ื คนเทา่ กนั จะ
ช่วยให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยการเคารพสิทธิ์และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของกันและกัน
แนน่ อนอาจเป็นเพยี งอดุ มคติ ในโลกของความเปน็ จรงิ คงไม่มสี ังคมไหนในโลกทคี่ นเท่ากันเปะ๊ แต่
อยา่ งน้อยส่ิงที่อยากเหน็ คือ สงั คมทีม่ ีความเหลือ่ มล�้านอ้ ย ถงึ ไม่เท่ากนั กไ็ มค่ วรหา่ งกันเกินไป
CBDAC จงึ เปน็ กระบวนการส่งเสรมิ เรียนรูก้ ารใช้สทิ ธ์ิ การปกป้องสิทธิ์ ผ่านการมสี ว่ นร่วม
ภายใต้หลักการพื้นฐานท่ีว่า ทุกคนมีสิทธิ์ มีเสียง สามารถกเถียง แสดงความคิดเห็นและความ
ต้องการของตนได้อย่างที่รู้สึกปลอดภัย ซ่ึงการแสดงความคิดความเห็นถือเป็นสิทธิและเสรีภาพ
พ้นื ฐานในสังคมประชาธิปไตย
*ข้อสงั เกตส�าคัญ ชมุ ชนท่ีมีความเป็นประชาธปิ ไตยสงู มกั จะมพี ้นื ที่ หรือของ หรอื สมบตั ิ
หรืองาน “สว่ นรวม” (The Commons) อยู่มาก และถ้าชุมชนใดมีพืน้ ที่ (หรอื ของ หรือทรัพยส์ ิน
หรอื งาน) สว่ นรวมมากเทา่ ไหร่ ชาวบา้ นในชมุ ชนนน้ั ๆ ยง่ิ มหี ลกั ประกนั ของการอยรู่ อดและอยรู่ ว่ ม
กนั ในชมุ ชนมากขน้ึ เทา่ นน้ั อกี นยั หนง่ึ การมสี มบตั ริ ว่ ม เปน็ เครอ่ื งมอื ทชี่ ว่ ยลดความเหลอ่ื มลา้� เพราะ
คนทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากร/ส่ิงจ�าเป็นต่อชีวิตได้ไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน พ้ืนที่
หรือสมบัติร่วมในชุมชนส่วนใหญ่ลดลงอย่างมาก หลายอย่างกลายเป็นของส่วนตัว ท�าให้คน โดย
เฉพาะคนเล็กคนน้อย ขาดหลักประกันของการอยู่รอดและการอยู่ร่วมกันท�าให้ช่องว่างของความ
เหล่ือมล้�ากวา้ งมากข้นึ การเอารัดเอาเปรียบและการละเมดิ สงู ข้นึ
3.6 ผลกระทบของเหลา้ และยาเสพตดิ ขึ้นอยกู่ ับบรบิ ท
ผลกระทบของของเหล้าและยาเสพติดโดยเฉพาะผลกระทบต่อคนอ่ืน เช่น ความรุนแรง
อุบัติเหตุ ฯลฯ จะมมี ากหรอื น้อยและรนุ แรงแคไ่ หน ขึ้นอยกู่ ับบรบิ ท (อธิบาย “บรบิ ท” ไว้ใน 3.3
แลว้ ) ทง้ั ทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมอื งของสงั คมนนั้ ๆ วา่ เปน็ แบบใด นค่ี อื เหตผุ ลวา่ ทา� ไม การ
ใชเ้ หลา้ ในปรมิ าณเทา่ ๆ กนั ของสองครอบครวั ครอบครวั หนง่ึ อาจจะเกดิ ความรนุ แรงในครอบครวั
ทกุ ครง้ั หลงั จากทมี่ สี มาชกิ ในครอบครวั ดมื่ เหลา้ ในขณะทอ่ี กี ครอบครวั ไมเ่ คยมปี ญั หาความรนุ แรง
ในครอบครัวเลย ดังนั้น อย่าติดกับดักวิธีคิดท่ีว่า “เหล้า และ/หรือ ยาเสพติด” ต้องอยู่ในฐานะ
ตัวการ (เป็นผู้ร้าย เป็นแพะ) ท่ีสร้างปัญหาตลอดเวลา จนท�าให้เรามองข้ามหรือมองไม่เห็น (มี
กระบวนการท่ีทา� ใหไ้ ม่เห็น) ปัญหาอื่นๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง โดยเฉพาะ “ปัญหาเชิงโครงสร้างหรอื ปัญหา
การจัดความสัมพันธ์เชิงอ�านาจที่ไม่เท่ากัน” ซ่ึงเป็นปัญหาท่ีมีอยู่จริง และอยู่เบื้องหลังของการใช้
ความรุนแรงท้ังมวล และที่ส�าคัญ การมองข้ามหรือมองไม่เห็นปัญหาดังกล่าว ท�าให้คนท่ีใช้ความ
รุนแรงได้รับการยกเว้นในความรับผิดชอบต่อการกระท�าของตน โดยใช้ “การมึนเมาจากการด่ืม
เหลา้ ” เปน็ ขอ้ อา้ ง และทน่ี า่ กลวั กวา่ นน้ั มคี า่ นยิ ม ทศั นคตขิ องสงั คมไปรองรบั วา่ การใชค้ วามรนุ แรง
มาจากการเมา กลายเป็นเร่ืองปกติท่ีสามารถเกิดขึ้นได้เน่ืองจากไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของตัว
26
ผกู้ ระทา� ผดิ ซงึ่ สงั คมควรใหอ้ ภยั “อยา่ ถอื สาคนบา้ อยา่ วา่ คนเมา” เขา้ ใจวา่ สถานการณเ์ หลา่ น้ี พบ
ไดใ้ นหลายประเทศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไทย ลาว กัมพูชา พม่า) และอาจจะมีไม่
มากในประเทศทม่ี ปี ญั หาเชงิ โครงสรา้ งนอ้ ย ประเทศทผ่ี คู้ นมสี ทิ ธมิ์ เี สยี งมเี สรภี าพ ชอ่ งวา่ งของความ
เหลื่อมล�้า/ความไม่เป็นธรรมไม่กว้าง ดังนั้น CBDAC จึงเป็นกระบวนการท่ีให้ความส�าคัญกับการ
มองเหน็ ปญั หาเชงิ โครงสรา้ งท่ซี อ่ นอยู่ และเชอ่ื วา่ “การมองเห็น” เปน็ เง่ือนไขสา� คญั ของการสร้าง
การเปลีย่ นแปลง
“รูปแบบและระดับของความรุนแรงในครอบครัวท่ีต่างกันในกลุ่ม/ชุมชน
ชาติพันธุ์ท่ีต่างกัน เป็นเพราะโครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรมต่างกัน บาง
กล่มุ ชาติพันธ์ุเป็นสงั คมชายเปน็ ใหญ่ จะพบสถานการณส์ ามที �รา้ ยภรรยา
หลงั จากดมื่ เหลา้ และเปน็ เรอื่ งทย่ี อมรบั กนั ไดอ้ ยา่ งเปน็ ปกติ (จรงิ ๆ ตอ้ งเปน็
เร่ืองไม่ปกติ) แต่ในอีกหลายกลุ่ม/ชุมชนชาติพันธุ์ การท�ร้ายกันใน
ครอบครัว เป็นเรื่องทย่ี อมรบั ไมไ่ ดแ้ ละไม่สามารถท�ได”้
27
3.7 ความรคู้ วามเขา้ ใจพืน้ ฐานในเรื่องเหลา้ และยาเสพตดิ
ดังที่ได้กล่าวแล้ว ความเข้าใจในบริบท คือ ความเข้าใจเหตุ ปัจจัย เงื่อนไขแวดล้อมเหล้า
และยาเสพตดิ เปน็ เรอื่ งสา� คญั มาก ขณะเดยี วกนั ความรคู้ วามเขา้ ใจพน้ื ฐานของเหลา้ และยาเสพตดิ
ในฐานะทเี่ ปน็ ตวั สาร (Substance) กม็ คี วามสา� คญั เชน่ กนั หมายความวา่ ตวั สารกส็ รา้ งปญั หาและ
ผลกระทบได้ อย่างน้อยผลกระทบต่อผู้ใช้ผู้ด่ืม และอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้ในระยะยาว เช่น
อาการทเี่ กดิ จากการดมื่ เหลา้ มผี ลตอ่ ผดู้ ม่ื หรอื ฤทธข์ิ องยาเสพตดิ ในแตล่ ะชนดิ แตล่ ะประเภทตอ่ ผู้
ใชย้ า ขนาด/ปรมิ าณการใช้ และรปู แบบการใชส้ ง่ ผลตอ่ อาการอยา่ งไร เปน็ ตน้ ความเขา้ ใจพนื้ ฐาน
เหลา่ นจี้ ะชว่ ยใหค้ นทา� งานและชมุ ชน เขา้ ใจและเหน็ บทบาทของเหลา้ และยาเสพตดิ แตล่ ะเหตกุ ารณ์
และควรมองปัญหาเหลา้ และยาเสพตดิ อยา่ งเชื่อมโยงกับทุกมิติ เพอื่ หลกี เลยี่ งการเหมารวม
ตวั อย่าง
แผนผังแสดงถึงความเข้าใจท่ีเกี่ยวกับเหล้า ในเรื่องผลจากการดื่มทั้งในมิติเชิงปริมาณและ
ในเชิงรปู แบบการด่มื ท่สี มั พันธ์กบั อาการ (ฤทธ)์ิ และผลกระทบของการด่ืมเหลา้ ตอ่ ผดู้ ื่มและผู้อ่ืน
ปรมิ าณ รปู แบบการใช้
เมา
เปน็ พษิ ตดิ
พิษเรือ้ รงั ความรุนแรง อุบตั ิเหตุ ปัญหาสงั คม
ที่มา: หนงั สอื “สรุ าไม่ใช่สนิ คา้ ธรรมดา”
นอกจากน้ี จะต้องเขา้ ใจถงึ บทบาทของเหลา้ กับผลกระทบ เช่น บางกรณเี หล้าและยาเสพ
ตดิ เปน็ สาเหตุ บางกรณเี หลา้ เปน็ ปจั จยั กระตนุ้ ในขณะทบี่ างกรณเี หลา้ เปน็ เครอ่ื งมอื แสดงสญั ลกั ษณ์
ของอ�านาจ ฯลฯ เช่น ในกรณีของครอบครัวยากจนอยู่แล้ว การใช้เหล้าก็เป็นสาเหตุหนึ่งท่ีทา� ให้
28
ครอบครัวยงิ่ ยากจนลงไปอกี บางทเี หล้าท�าหนา้ ทเ่ี ปน็ ตัวกระตนุ้ (อยากท�า อยากแสดงออก แตไ่ ม่
กล้า) เช่น ปกติเป็นคนชอบร้องเพลงมาก แต่อายหากจะต้องร้องเพลงต่อหน้าคนอ่ืนๆ หรือในท่ี
สาธารณะ กจ็ ะดม่ื เหลา้ เพอื่ ใหม้ คี วามกลา้ (ความกลา้ เกดิ ไดท้ ง้ั จากปฏกิ รยิ าเคมขี องเหลา้ และเปน็
ท้งั ขอ้ อา้ ง) ตวั กระตนุ้ (Trigger) เปรยี บไดก้ บั “ไกปนื ” ของปืนทบ่ี รรจลุ กู ปนื ไว้แลว้ ในรงั เพลงิ คอื
พร้อมยงิ รอเพียงการลนั่ ไก แตถ่ า้ ปนื ที่ไม่ได้บรรจลุ กู ปนื ไว้ ต่อให้ล่ันไก ก็ยอ่ มไม่มีผลใดๆ แปลวา่
เหล้าไมใ่ ชต่ วั กระตุน้ นอกจากน้ี เหล้าและยาเสพตดิ อาจเลน่ บทซา�้ เติมสถานการณใ์ ห้เลวรา้ ยและ
มคี วามสูญเสยี เพม่ิ ขน้ึ เชน่ ในสถานการณผ์ ดิ หวัง สิ้นหวัง ไม่มที างออกท้ังหลาย
3.8 CBDAC ต้องการพลงั ของการวิเคราะหเ์ พื่อให้ชมุ ชนลกุ ขน้ึ สู้และจัดการ
CBDAC ต้องการการวิเคราะห์ทม่ี พี ลงั ที่นา� มาซ่งึ การลกุ ขนึ้ ส้ขู องชุมชน ไม่ใช่การพ่งึ พิง รอ
การช่วยเหลือจากภายนอกตลอดเวลา การวิเคราะห์ท่ีมีพลังต้องเป็นการวิเคราะห์จากความเป็น
จริง/เป็นข้อเท็จจริงท่ีเกิดข้ึนในชุมชนนั้นๆ ซ่ึงชาวบ้านมีประสบการณ์และรับรู้ และรู้สึกได้ถึง
สถานการณห์ รอื เหตกุ ารณท์ ก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ปญั หา ผลกระทบและความสญู เสยี จากสถานการณน์ นั้ ๆ เปน็
อยา่ งดี อย่างไรก็ตาม จากการสังเกต ชาวบ้านสว่ นใหญ่แทบจะไมม่ โี อกาสได้วเิ คราะหด์ ้วยตนเอง
การวิเคราะห์จะท�าโดยเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานต่างๆ และพร้อมเข้ามาในรูปข้อเสนอโครงการที่
ต้องการให้ชาวบ้านท�า การริบหรือการปิดก้ันโอกาสการวิเคราะห์ของชุมชน ท�าให้ชุมชนไม่เห็น
โจทย์ ไม่เหน็ ปญั หาและไมเ่ ห็นศักยภาพของตนเองท่จี ะลกุ ขน้ึ มาจดั การ “ไมม่ ีโอกาสวิเคราะห์ ไม่
เห็นโจทย์ ไมเ่ ห็นปญั หาเชงิ โครงสรา้ ง กอ็ ยู่เชอ่ื งๆ” สง่ิ ทนี่ ่าคิดน่าถกเถยี งตอ่ คือ “การถกู ท�าให้ไม่
เห็นเป็นความต้ังใจของรัฐและทุน ที่ต้องการครอบง�าควบคุมประชาชนในรัฐให้เป็นคนเช่ืองๆ ไม่
สงสยั ไมต่ ง้ั คา� ถาม ไมว่ พิ ากษ์ และรอรบั การชว่ ยเหลอื จากรฐั และทนุ และมสี า� นกึ /รสู้ กึ เปน็ บญุ คณุ
จากการได้รบั การชว่ ยเหลือ”
3.9 CBDAC คอื การตอ่ สแู้ ละชว่ งชิงการนยิ ามและความหมาย
การนิยามและสร้างความหมายก็เพื่อให้คนอ่ืนหรือกลุ่มอ่ืนๆ เชื่อและท�าตาม ซ่ึงเป็น
เคร่ืองมือควบคุมทางความคิด ซ่ึงเกิดขึ้นในทุกๆที่ของสังคม “ใครๆก็อยากให้คนอื่น เห็นด้วยกับ
ตนเอง” ดังนั้น ชุมชนก็มีสิทธิ์ท่ีจะสร้างความหมายต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกคนอื่นก�าหนดหรือ
บงการ อีกทัง้ การนยิ ามความหมาย จะมีอิทธิพลตอ่ วิธีการท่เี ราจะใช้ในการจัดการปญั หาในแบบ
ทเ่ี ราตอ้ งการ จากตวั อยา่ ง ชมุ ชนตอ้ งไมย่ อมรบั การใหค้ วามหมาย (จากใครกต็ าม) ทวี่ า่ “การทเ่ี รา
ยากจน เป็นเพราะการด่ืมเหล้า แต่เราต้องนิยามและให้ความหมายของความจนว่า เราจนเพราะ
เราถกู ทา� ให้จนจากความไม่เปน็ ธรรม” ถา้ เรายอมจ�านนตอ่ การนิยามของคนอื่นเราจะเลือกวิธกี าร
แกป้ ัญหาแบบที่คนอ่นื ชี้นา� แต่ถ้าคอื ชุมชน เหน็ ตรงกันว่าจนเพราะความไมเ่ ป็นธรรม เราจะเลอื ก
วธิ กี ารต่อสอู้ ีกแบบหน่ึง
29
ไมด่ ี ชวั่ ร้าย เข้าสงั คม สนกุ
บาป ของขวัญ
มายาคติ วัฒนธรรม
คา่ นยิ ม
บทำสรุป
จากหลกั การทงั้ 9 ขอ้ ทกี่ ลา่ วมานน้ั จะชว่ ยทา� ให้ CBDAC มพี ลงั ในการนา� มาใชแ้ กไ้ ขปญั หา
ไดจ้ รงิ ไมส่ รา้ งปญั หาใหม่ และสามารถแก้ไขปญั หาไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ และจะไม่ใช้วิธกี ารรุนแรง
ท่ีจะน�ามาซ่ึงการซ้�าเติมปัญหาในแบบที่สังคมไทยก�าลังเผชิญอยู่ ย่ิงแก้ย่ิงเพ่ิมปัญหา ย่ิงแก้ปัญหา
ย่ิงซา�้ เตมิ ปัญหาใหร้ ุนแรงย่ิงขึ้น
พงึ ตระหนกั เสมอวา่ ชมุ ชนปลอดเหลา้ ปลอดยาเสพตดิ นนั้ ไมม่ จี รงิ แตก่ ารทา� งานเพอ่ื สรา้ ง
ชุมชนปลอดภัยจากเหลา้ และยาเสพตดิ เป็นไปได้มากกว่า และจะเกิดขึน้ ไดห้ ากพจิ ารณาถงึ การใช้
หลกั การ 9 ข้อในการขับเคลือ่ นชุมชน
30
3
กระบวนการ ป้องกันและแกไ้ ขปัญหา
เหล้าและยาเสพตดิ
CBDAC Mโดยeชtุมhชนod
31
จากประสบการณ์การท�างาน เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดย
ชุมชนในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สามารถรวบรวมและสกัดเป็นบทเรียนส�าคัญของการท�างาน
CBDAC โดยพบปจั จยั หรือองค์ประกอบท่ีส�าคัญทจี่ ะต้องมี อย่างนอ้ ย 7 องคป์ ระกอบ จงึ จะทา� ให้
การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาเหล้าและยาเสพตดิ โดยชมุ ชนประสบความสา� เร็จ
องคป์ ระกอบสา� คญั ทงั้ 7 แยกเปน็ องคป์ ระกอบหลกั 6 องคป์ ระกอบ และองคป์ ระกอบรว่ ม
1 องคป์ ระกอบ โดยทอ่ี งคป์ ระกอบตา่ งๆ ทงั้ 7 ลว้ นแลว้ มคี วามสมั พนั ธเ์ กยี่ วขอ้ งและเกย่ี วเนอ่ื งกนั
ในหลายมิติ ซ่งึ จะไดก้ ลา่ วถึงในรายละเอียด ตอ่ ไป
องค์ประกอบรว่ ม 1 องคป์ ระกอบ:
มีพื้นทีส่ า� หรบั ทกุ คนทกุ กล่มุ ทุกเพศทกุ วัย ผเู้ สพ ผู้ดื่มและผทู้ ่ีได้รับผลกระทบจากเหลา้
และยาเสพตดิ ตลอดจนผดู้ อ้ ยโอกาส สามารถแสดงศกั ยภาพ ความคดิ ความเหน็ และความตอ้ งการ
ของตนไดอ้ ยา่ งมอี สิ ระ รู้สกึ ปลอดภัย และได้รับการเคารพ
องคป์ ระกอบหลัก 6 องคป์ ระกอบ ได้แก่
องคป์ ระกอบท่ี 1: ชุมชน/ครอบครัว/บุคคล เห็นว่าเหล้าและยาเสพติดเป็น
อปุ สรรคของการพัฒนา
องคป์ ระกอบที่ 2: การท้าทายความเช่ือ ค่านิยม และมายาคติเก่ียวกับเร่ือง
เหลา้ และยาเสพตดิ ทไ่ี ปรองรบั หรอื สนบั สนนุ การดมื่ /การใช้
ยาเสพติด รวมถึงการท�าให้ผลกระทบจากการดื่มเหล้าและ
การใช้ยาเสพติดเป็นเรอื่ งปกติ
องคป์ ระกอบที่ 3: การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาเหล้าและยาเสพติดในมิติ
ความสมั พนั ธเ์ ชงิ อา� นาจ (มองปญั หาและผลกระทบจากเหลา้
และยาเสพตดิ ทเี่ ป็นปัญหาเชงิ โครงสรา้ ง)
องค์ประกอบท่ี 4: การค้นหาและประเมินศักยภาพของชุมชนเพ่ือใช้ในการ
ท�างาน
องค์ประกอบท่ี 5: การกา� หนดเปา้ หมาย มาตรการ และปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ บรรลผุ ล
องคป์ ระกอบท่ี 6: การถอดบทเรียนเพ่ือการต่อยอด ยกระดับและขยายผล
32
องคป์ ระกอบทำี่
2
การทา้ ทายมายาคติ
ความเช่ือ คา่ นยิ มท่ี
เอือ้ ตอ่ การใช้การดม่ื
และเหน็ ว่าผลกระทบ
จากการดมื่ เปน็ เร่ือง
ธรรมดา
องค์ประกอบทำี่ องคป์ ระกอบทำ่ี องคป์ ระกอบทำี่ องค์ประกอบทำี่
1 4 5 6
การเห็นเหลา้ / การค้นหาและ การก�หนด การสรปุ บทเรยี น
ยาเสพตดิ เปน็ ปรับประยุกต์ เปา้ หมายและ เพอ่ื การยกระดับ
อุปสรรคของ ศกั ยภาพชมุ ชนมา วางแผนปฏิบัติ และการขยายผล
การพัฒนา ใช้ในการท�งาน
การ
องคป์ ระกอบทำี่
3
การเหน็ ปญั หาเหลา้ /
ยาเสพติดเป็นปัญหา
เชงิ โครงสรา้ ง
องค์ประกอบร่วม
มีพ้ืนท่ีส�หรับทุกคน ทุกกลุ่มสามารถแสดงศักยภาพ ความคิดความเห็นและ
ความตอ้ งการไดอ้ ยา่ งอสิ ระ/รสู้ กึ ปลอดภยั และไดร้ บั การเคารพ แมจ้ ะเปน็ ความเหน็ ตา่ ง
โดยที่...
องคป์ ระกอบทง้ั 6 + 1 เปน็ องคป์ ระกอบหลกั ๆ ภายใตเ้ ปา้ หมาย แนวคดิ /หลกั คดิ ของ
CBDAC ทก่ี ลา่ วถงึ แลว้ ในบทท่ี 2 แตเ่ นอื่ งจากการทา� งานในประเดน็ เหลา้ และยาเสพตดิ
มีหนว่ ยงาน องคก์ รทท่ี �างานดา้ นน้ีอยู่เป็นจ�านวนมาก ภายใตแ้ นวคดิ ความสนใจ และ
จดุ เนน้ ทงั้ ทเี่ หมอื นและตา่ ง ดงั นน้ั บางองคก์ รอาจจะสนใจองคป์ ระกอบอนื่ ๆ ทเี่ พม่ิ จาก
6+1 เชน่ สนใจในเรอ่ื งองคป์ ระกอบทเ่ี กย่ี วกบั การบา� บดั และฟน้ื ฟผู เู้ สพ ผตู้ ดิ เหลา้ และ
สารเสพตดิ โดยชมุ ชน เปน็ ตน้
33
ในการปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื สรา้ งองคป์ ระกอบตา่ งๆ ใน CBDAC Method นน้ั ขนึ้ อยกู่ บั ตน้ ทนุ
หรอื บรบิ ทชมุ ชนทเี่ ปน็ อยู่ จะเรมิ่ ทา� จากองคป์ ระกอบไหนกอ่ นกไ็ ด้ ไมจ่ า� เปน็ ตอ้ งมลี า� ดบั
จาก 1 ไป 2 ไป 3 อย่างแนน่ อนตายตวั และไม่จ�าเป็นตอ้ งท�าให้ครบทกุ องค์ประกอบ
แตส่ ิง่ ส�าคัญตอ้ งเห็นความสัมพันธ์เชือ่ มโยงขององคป์ ระกอบตา่ งๆ และต้องนา� ไปสกู่ าร
ก�าหนดเป้าหมายท่ีนา� ไปสู่ปฏบิ ัตกิ ารเพ่อื สร้างการเปล่ียนแปลง
อยา่ งไรกต็ าม ส่งิ แรกที่อาจจะตอ้ งทา� คอื การวเิ คราะห์เพอ่ื หาทางเขา้ (Entry point) หรอื
หาจุดเริ่มต้นท่ีจะเข้าถึงชุมชน เพราะในความเป็นจริง จู่ๆ คงเป็นเรื่องยากท่ีเราจะเดินเข้าไปใน
ชมุ ชนแลว้ บอกกบั ชมุ ชนไปตรงๆ วา่ เราสนใจและตอ้ งการเขา้ มาทา� งานเพอ่ื ลดผลกระทบจากเหลา้
และยาเสพตดิ การวเิ คราะห์ทางเข้าสามารถท�าไดห้ ลากหลาย ตัวอย่างทางเขา้ เช่น
1) ค้นหาคนที่สนใจ/ห่วงใยในปัญหาและผลกระทบจากเหล้าและยาเสพติด
(มแี นๆ่ แตจ่ ะมากหรอื นอ้ ยเทา่ นนั้ ) จากประสบการณถ์ า้ เราแบง่ คนในชมุ ชนออกเปน็
สามกลุ่ม กลุ่มแรกคือ คนที่รู้สึกในปัญหาและความเดือดร้อนจากเหล้า/ยาเสพติด
น่าจะมีประมาณ 10-15% กลมุ่ สองคอื คนทีต่ ้าน คนท่ีค้าน ความคิดความเหน็ มกั จะ
ตรงขา้ มกบั คนกลมุ่ แรก นา่ จะมปี ระมาณ 10-15% ทเี่ หลอื ประมาณ 70-80% คอื กลมุ่
สาม ซงึ่ เปน็ คนสว่ นใหญ่ แตอ่ าจแบง่ เปน็ กลมุ่ ยอ่ ยๆ ไดอ้ กี เชน่ บางสว่ นพรอ้ มใหค้ วาม
รว่ มมอื และทา� ตาม บางส่วนไมอ่ ยากยงุ่ ไม่รไู้ มช่ ี้ บางส่วนรอดูทา่ ที ทางไหนดแี ละได้
ประโยชนก์ ็ไป น่นั หมายถึง จะไปสนบั สนุนกลุม่ แรกหรอื กลุ่มสองก็ได้ เนือ่ งจากกลุ่ม
แรก และกลมุ่ ท่ีสองมีความชัดเจน คอื มีจุดยนื และมเี หตุผล ดังน้ัน ต้องเรม่ิ ตน้ ทก่ี าร
เขา้ หาและพดู คยุ กบั คนสองกลุม่ นี้ก่อน ย้า� ว่า ต้องท�างานกบั คนทัง้ สองกลมุ่ จะไดไ้ ม่
ถกู มองวา่ เปน็ พวกใคร “ท่าท”ี ของคนทา� งานกบั ชุมชนสา� คัญมาก เพราะจะมีผลต่อ
การสรา้ งความเชอ่ื มน่ั และศรทั ธาจากประชาชน อกี ทง้ั การไดฟ้ งั เหตผุ ลจากคนทง้ั สอง
กลุ่ม จะช่วยเราเข้าใจความคิด มุมมอง และสถานการณ์ปัญหาเหล้าและยาเสพติด
อีกด้วย
2) คน้ หาเจา้ หนา้ ทห่ี นว่ ยงานหรอื คนภายนอกทชี่ าวบา้ นเชอ่ื ถอื ศรทั ธา หากเราสามารถ
เข้าถึงคนที่ชุมชน/ชาวบ้านเชื่อถือศรัทธา โอกาสท่ีเราจะสามารถเข้าถึงชุมชนที่เรา
ตอ้ งการท�างานดว้ ยไดง้ ่ายข้ึน และชาวบ้านจะรู้สึกมน่ั ใจเพ่มิ ขนึ้
3) ค้นหาและเร่ิมจากประเด็นที่ชาวบ้านสนใจ ถ้าบังเอิญชุมชนก�าลังสนใจในประเด็น
เรอื่ งเหลา้ และยาเสพตดิ กง็ า่ ยเลย แตถ่ า้ ชมุ ชนสนใจในประเดน็ อนื่ กค็ วรเรม่ิ จากเรอื่ ง
ที่ชมุ ชนสนใจ และเรากต็ อ้ งสนใจจรงิ ๆ กับสิง่ ทช่ี ุมชนสนใจ โดยไมต่ อ้ งกังวลวา่ เมื่อ
ไหร่ ประเด็นเหล้า/ยาเสพติดจะเข้ามาอยู่ในความสนใจของชุมชน พึงระลึกเสมอว่า
เราเป็นคนภายนอก ส่งิ แรกทต่ี อ้ งท�าคือ สรา้ งความเช่อื ม่นั ศรทั ธาพรอ้ มๆ กับเรียนรู้
34
ชมุ ชน และเมอื่ ไหรก่ ต็ าม เกดิ ความไวว้ างใจและรสู้ กึ เชอ่ื มนั่ กบั เรา ประเดน็ เหลา้ และ
ยาเสพตดิ กจ็ ะโผลข่ นึ้ มาเพอื่ ชวนคดิ ชวนคยุ ไดไ้ มย่ าก เนอื่ งจากประการแรก เมอื่ ไวใ้ จ
ก็คุยกันได้ และประการท่ีสอง เราอาจจะเห็นความเช่ือมโยงของเหล้าและยาเสพติด
กับประเดน็ ทช่ี าวบา้ นสนใจ (Alcohol and Drug as a cross-cutting issue)
องคป์ ระกอบรว่ ม
มีพื้นทีส่ �หรบั ทุกคนทกุ กลมุ่ ทกุ เพศทกุ วยั ผูเ้ สพ ผู้ดม่ื และผทู้ ่ไี ด้รับผลกระทบจากเหล้า
และยาเสพติด ตลอดจนผู้ด้อยโอกาส ได้แสดงศักยภาพ ความคิดความเห็นและความ
ต้องการของตนไดอ้ ย่างมีอิสระ รสู้ ึกปลอดภัยและไดร้ บั การเคารพ
พ้ืนท่ี หมายถึง พื้นท่ีใดๆ ก็ตามท้ังพื้นที่ทางกายภาพ พ้ืนท่ีสังคม รวมไปถึงพ้ืนท่ีในสังคม
ออนไลน์ต่างๆ ท่ีคนทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ถูกจ�ากัด (ไม่สามารถใช้ข้ออ้างที่สร้างข้ึนทาง
วฒั นธรรมเพื่อกดี กันบางคนบางกลมุ่ เชน่ “เพราะเปน็ เด็ก เป็นผู้หญิง เปน็ ผู้ใชย้ า เป็นคนแก่ เป็น
คนที่ไม่มีการศึกษา” ท�าให้บุคคลเหล่าน้ีถูกจ�ากัดพ้ืนท่ีในการแสดงความคิดเห็น) สามารถแสดง
ความคดิ ความเหน็ ไดอ้ ยา่ งเปน็ อสิ ระ รสู้ กึ มนั่ ใจและรสู้ กึ ปลอดภยั ในสงิ่ ทแี่ สดงออก ยกเวน้ การพดู
หรอื การแสดงออกทม่ี เี จตนาในการสรา้ ง “เรอื่ งเท็จ” (Fake News/Stories) สรา้ ง “ความเกลียด
ชงั ” และ “ดูถูก เหยียดหยาม” ทน่ี �าไปสกู่ าร “ลดทอนศกั ด์ศิ รีของความเป็นมนุษย”์ ของผอู้ นื่ ซึง่
เปน็ เรอ่ื งการละเมดิ “หลกั การพน้ื ฐานของประชาธปิ ไตย” นนั่ คอื การเคารพคณุ คา่ และศกั ดศิ์ รขี อง
ความเปน็ มนษุ ย์ของคนทกุ คน
การสร้างพ้ืนท่ีข้างต้น เป็นเรื่องยากและ อยา่ งไรกต็ าม ปจั จบุ นั มคี วามพยายามทจ่ี ะ
ทา้ ทายมาก โดยเฉพาะในสงั คมไทยและอกี หลาย เปล่ียนแปลงซึ่งน�โดยคนรุ่นใหม่ เยาวชน
ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลดแอก นักเรียนเลว คณะราษฎร แนว
เนื่องจากเป็นสังคมล�าดับชั้นมีผู้ใหญ่-ผู้น้อย มี ร่วมธรรมศาสตร์และการชุมชน และอีก
สูง-ต่�า ซึ่งเป็นตัวก�าหนดสิทธิ/อ�านาจ และการ หลายกลุ่ม ที่เห็นปัญหาจากสังคมไม่เป็น
แสดงบทบาทไว้ต่างกัน แม้ว่าปัจจุบันเปลี่ยนไป ธรรม สังคมที่มีความเหล่ือมล�้าและไม่เป็น
มากแล้ว แต่ก็ยังมีอิทธิพลอยู่ในกลุ่มชนช้ันน�า ประชาธปิ ไตย เพอื่ เสนอขอ้ เรยี กรอ้ งทจ่ี ะน�
กลมุ่ อนรุ กั ษน์ ยิ ม และกลมุ่ ขนุ นางขา้ ราชการ ซงึ่ ไปสู่สังคมเป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรม
ยังคงเป็นอุปสรรคส�าคัญต่อการพัฒนาสังคม ซ่ึงอยู่ระหว่างการต่อสู้ ซึ่งฝ่ายชนช้ันน�
ประชาธิปไตย ต า ม จ า รี ต แ ล ะ พ ว ก อ นุ รั ก ษ ์ นิ ย ม ยั ง ค ง
ยืนกรานที่จะต่อต้าน ด้ือดึงและไม่ยอมรับ
นอกจากนี้ วิธีคิดของการจัดความ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ผู้เขียนเชื่อว่า หาก
สัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ผู้น้อยได้แผ่ขยายลงไปใน การเคล่ือนไหวของคนรุ่นใหม่และแนวร่วม
ระดบั ชมุ ชนทอ้ งถ่นิ โดยผา่ นกลไกราชการ และ ประสบความส�เร็จ จะก่อให้เกิดการ
ผนู้ า� ต่างๆ ในชมุ ชน เช่น ก�านนั ผู้ใหญบ่ ้าน ฯลฯ เปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างความ
สัมพนั ธเ์ ชิงอ�นาจใหม่ (มถิ นุ ายน 2564)
35
โดยทา� ใหเ้ ชอื่ ว่า ความสมั พันธแ์ บบผใู้ หญผ่ นู้ อ้ ย (ผูน้ ้อยเคารพและเชื่อฟังผใู้ หญ)่ เปน็ วัฒนธรรมที่
ดีงาม สร้างความสงบสุข อีกทั้งยังเพื่อเป็นการรักษาอุดมการณ์และสถาบันหลักของชาติ “ชาติ
ศาสน์ กษตั ริย์” ซ่งึ จะขาดเสียไมไ่ ด้สา� หรบั สงั คมไทย
อกี สงิ่ หนง่ึ ทร่ี ฐั ราชการทา� คอื การสรา้ งใหป้ ระชาชนเชอ่ื วา่ ทสี่ งั คม/ชมุ ชมยงั ไมพ่ ฒั นา เพราะ
ประชาชนยัง “โง่-จน-เจ็บ” ดังน้ัน ประชาชนจึงจา� เป็นต้องได้รับการอบรมสั่งสอนจากผู้รู้หรือผู้มี
อ�านาจ ซึ่งทา� ใหค้ วามตระหนักในเร่อื งสทิ ธิ และความเท่าเทยี มเกดิ ขึ้นได้ยาก
ดว้ ยบริบททางสังคมข้างต้น สง่ ผลทา� ใหผ้ ดู้ อ้ ยโอกาส ผูไ้ ด้รบั ผลกระทบ กลุ่มเปราะบางทง้ั
หลาย ฯลฯ ไม่มีพ้ืนท่ีในการส่งเสียงหรือแสดงความคิดเห็น/ความต้องการ การแก้ปัญหาเหล้า/
ยาเสพตดิ และหรอื ปญั หาอน่ื ๆ ยอ่ มไมป่ ระสบความสา� เรจ็ หากขาดการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนทกุ
กลมุ่ โดยเฉพาะกลมุ่ ผดู้ อ้ ยโอกาสตา่ งๆ ดงั นน้ั องคป์ ระกอบนจี้ งึ เปน็ องคป์ ระกอบรว่ มทสี่ า� คญั และ
จ�าเปน็ ต้องมีในตลอดกระบวนการ CBDAC Method
การสรา้ งพน้ื ทใ่ี นทางปฏบิ ตั ติ อ้ งทา� อยา่ งนอ้ ย 3 อยา่ งไดแ้ ก่ (1) การคน้ หาและประเมนิ พน้ื ท่ี
ที่มีอยู่และศักยภาพในการเป็นพ้ืนที่ปลอดภัย (2) การท�างานกับผู้น�า แกนน�าในชุมชนเพ่ือสร้าง/
เปดิ พนื้ ท/่ี เปดิ โอกาส และ (3) การสรา้ งความเชอื่ มนั่ และศกั ยภาพสา� หรบั ผไู้ รส้ ทิ ธ์ิ ไรเ้ สยี งและกลมุ่
ผ้ดู อ้ ยโอกาส
การคน้ หาและประเมนิ พน้ื ทท่ี ม่ี อี ยู่ จากประสบการณพ์ บวา่ ทกุ ชมุ ชนมพี น้ื ทท่ี ม่ี ศี กั ยภาพ
ในการเปน็ พน้ื ท่ที เ่ี ปิดโอกาสให้ทุกคนเขา้ มามสี ่วนร่วมอย่มู ากบ้าง นอ้ ยบ้าง หรือเคยมี
อยู่แตห่ ดหายลง พื้นท่ีท่ีสา� คัญๆ ไดแ้ ก่ พน้ื ท่ีทางวัฒนธรรม เชน่ งานบญุ งานประเพณี
งานเลย้ี งผปี ระจา� หมบู่ า้ น วนั ศลี วนั หยดุ พนื้ ทท่ี เี่ ปน็ สมบตั ริ ว่ มของชมุ ชน เชน่ ปา่ ชมุ ชน
วัด นารวม หรอื เปน็ พ้ืนที่ใหม่ๆทีส่ รา้ งข้นึ ภายหลงั เชน่ ลานกฬี า/สนั ทนาการ กองทุน
การประชมุ ประจา� เดอื นของหมบู่ า้ น ประชาคมหมบู่ า้ น กลมุ่ กจิ กรรมตา่ งๆ เปน็ ตน้ จาก
นนั้ ประเมินดูวา่ ใคร กลุ่มใด ใช้พ้ืนท่เี หลา่ นั้น รวมถึงประเมนิ ผเู้ สพ ผ้ดู มื่ ผู้ไดร้ บั ผลกระ
ทบ มพี น้ื ทใ่ี นชมุ ชนหรอื ไมอ่ ยา่ งไร หรอื มกี ารกดี กนั สา� หรบั บางคนบางกลมุ่ ในการใชพ้ นื้
ท่ีนนั้ ๆ หรอื ไม่ อย่างไร
การทา� งานกบั ผู้นา� แกนนา� เพื่อสร้าง/เปิดพื้นท่สี า� หรบั ผดู้ อ้ ยโอกาส ผู้ไดร้ บั ผลกระทบ
กลุ่มคนเปราะบาง รวมถึง เด็ก เยาวชน ผู้หญิง โดยพยายามช่วยให้ผู้น�า แกนน�าเห็น
ประโยชน์ และเหน็ ความสา� คญั ของการเปดิ พน้ื ทส่ี า� หรบั คนกลมุ่ ตา่ งๆ ตวั อยา่ งเชน่ การ
มพี นื้ ทส่ี า� หรบั กลมุ่ เสยี่ งหรอื ผเู้ สพยาเสพตดิ จะชว่ ยใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ทดี่ แี ละเกดิ ความ
ไวว้ างใจกนั ผูเ้ สพมพี ื้นท่ปี ลอดภยั ท่จี ะบอกถึงสาเหตปุ ัญหาและเง่อื นไขของการเสพยา
ผู้น�าเข้าใจเง่ือนไขและความจ�าเป็น น�าไปสู่การพูดคุย หารือเพ่ือหาทางออกอย่าง
สร้างสรรค์ ซงึ่ แกป้ ญั หาไดด้ ีกว่าการไลจ่ บั ไล่ลา่ และการใชค้ วามรุนแรง
36
การสรา้ งความเชอื่ มน่ั และการเสรมิ ศกั ยภาพของกลมุ่ ผดู้ อ้ ยโอกาสตา่ งๆ เปน็ อกี สง่ิ หนง่ึ
ทีจ่ า� เป็นส�าหรับในทุกๆ ชุมชน กลา่ วคอื ผนู้ า� พรอ้ ม ชาวบา้ นท่ัวไปพรอ้ ม ชมุ ชนมีพ้นื ที่
และชอ่ งทางสา� หรบั ทกุ คน แตก่ ลมุ่ ผดู้ อ้ ยโอกาส กลมุ่ ผทู้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบ กลมุ่ เปราะ
บาง ฯลฯ เองทไี่ ม่ใชโ้ อกาสทมี่ ี อาจจะด้วยหลายเหตุผล เชน่ ไมม่ นั่ ใจ อาย ยงั รูส้ ึกไม่
ปลอดภัย มองไม่เห็นประโยชน์จากการเข้าไปมีส่วนร่วม รวมถึง รู้สึกหรือเข้าใจไปเอง
ว่า ประเด็นของตนเป็นเร่ืองส่วนตัวไม่ควรแสดงหรือพูดถึงในท่ีสาธารณะ ฯลฯ ด้วย
เหตุผลและความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ จึงอาจมีความจา� เป็นที่จะเร่ิมจากการสร้างพ้ืนที่
ปลอดภัยเฉพาะกลุ่ม แยกเฉพาะกลุ่มผดู้ อ้ ยโอกาส ผู้ได้รบั ผลกระทบ เช่น กลมุ่ ผหู้ ญงิ
กล่มุ เยาวชน กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผูเ้ สพผ้ดู ่ืม เปน็ ต้น เพอื่ ฝกึ ฝนและสรา้ งความเชอื่ ม่นั ในการ
ไดแ้ สดงออกซง่ึ เปน็ การเรยี นรกู้ ารใชส้ ทิ ธิ รวมถงึ ฝกึ การเคารพสทิ ธดิ ว้ ยการฟงั ความคดิ
เห็นของเพ่ือนคนอ่ืน
37
กรณีตวั อยา่ ง
การรวมกลุ่มการเงนิ ของผู้ดม่ื เหล้าบา้ น Ohn Chuang ในพมา่
ผดู้ ม่ื เหลา้ ถกู มองวา่ เปน็ คนไมม่ คี ณุ คา่ ไมม่ ปี ระโยชนเ์ อาแตก่ นิ เหลา้ เมาหวั รา
นา�้ แมพ้ ยายามลดหรือบางคนเลิกดื่มได้ แตก่ ไ็ มไ่ ดร้ ับการยอมรบั จากชุมชน ดงั นน้ั
ผหู้ ยดุ ดมื่ หลายคนกว็ นกลบั ไปดมื่ อกี Myitta Lan ซง่ึ เปน็ องคก์ รครู่ ว่ มงานในพมา่
ร่วมกับแกนน�ชุมชนจ�นวนหนึ่งที่อยากช่วยเหลือผู้ดื่มและครอบครัว จึงกระตุ้น
และเปดิ โอกาสใหผ้ ้หู ยุดดื่ม/หรือลดการดืม่ รวมตัวเพอื่ พดู คยุ แลกเปลยี่ น ทสี่ �คัญ
คอื การใชก้ ารวเิ คราะหเ์ พอ่ื ใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของตนเองและเชอ่ื มน่ั ในพลงั ของตนในการ
สร้างการเปลีย่ นแปลง จนสามารถต้งั กลุ่มการเงินขนาดเลก็ เพ่อื ชว่ ยเหลือกนั และ
กนั และเพอื่ สรา้ งการยอมรบั โดยการแสดงศกั ยภาพใหช้ มุ ชนไดเ้ หน็ สดุ ทา้ ยไมเ่ พยี ง
จะสามารถหยดุ ด่ืมได้ แตย่ งั เปน็ ส่วนหนึง่ ของพลงั ของการพฒั นาของชุมชน
38
กลุ่มเยาวชนสโมสรเส้ือขาว เมืองห้วยทำราย แขวงบ่อแกว้ สปป. ลาว
PFHA บอ่ แกว้ องคก์ รครู่ ว่ มงานในลาว เหน็ ปญั หาและผลกระทบจากเหลา้
โดยเฉพาะปญั หาการใชค้ วามรนุ แรงตอ่ เดก็ และเยาวชนในครอบครวั ทด่ี มื่ เหลา้ หรอื
มกี ารละเมิดสทิ ธิเดก็ จากผูใ้ หญ่ จงึ เริ่มต้นทรี่ วมกลุ่มเด็ก เยาวชน เพือ่ ขบั เคลื่อน
งานสทิ ธิเด็กและหวงั ว่า เสยี งของเด็กหรอื ความตอ้ งการของเดก็ ๆ นัน้ ผูใ้ หญ่จะ
ได้ยินและน�ไปสู่การแก้ไข แต่การรวมกลุ่มเป็นเร่ืองยากเพราะโครงสร้างสังคมและ
วฒั นธรรมก�หนดให้ เด็กมีหน้าท่ีเรยี นหนงั สือ ตอ้ งเคารพและเช่อื ฟงั ผใู้ หญ่ ไม่มี
หน้าที่เสนอความเห็น/หรือแก้ปัญหา ฯลฯ การรวมตัวจึงเร่ิมท่ีบ้านของเจ้าหน้าที่
PFHA เพอื่ ชวนเยาวชนมาเลน่ กฬี า จากนน้ั คอ่ ยๆ สรา้ งศกั ยภาพใหเ้ ยาวชนและเรมิ่
แสดงศกั ยภาพของเยาวชนผา่ นความสามารถทางกฬี า เพอื่ ใหส้ งั คมเหน็ และยอมรบั
จากกฬี า คอ่ ยๆ แทรกเรอื่ งผลกระทบจากเหล้า/ยา ตอ่ สุขภาพ ตอ่ ครอบครวั ต่อ
สงั คม เรอ่ื ยมาจนปจั จบุ นั สงั คมหว้ ยทรายและหนว่ ยงานตา่ งๆ ยอมรบั ในศกั ยภาพ
ของกลุ่มเยาวชน เกิดการท�งานร่วมกัน ตวั อย่างเช่น การขับเคลอ่ื นการปอ้ งกัน
COVID-19 ย่งิ มีการใช้เครือ่ งมือ/ชอ่ งทางการสื่อสารผา่ น Social Media ย่งิ
ชว่ ยใหเ้ ยาวชนสามารถสรา้ งพน้ื ทข่ี องคนรนุ่ ใหมไ่ ดก้ วา้ งขวางและไดร้ บั การยอมรบั
จากสงั คมเพิม่ มากขนึ้
39
กลมุ่ ผู้หญิงบ้านแมห่ มลู ีซอ อ.ปางมะผ้า แม่ฮอ่ งสอน
ผหู้ ญงิ ลซี อไดร้ บั ผลกระทบจากเหลา้ มานานและตอ่ เนอื่ ง เจา้ หนา้ ที่ CLANPO
พยายามกระตนุ้ ใหผ้ นู้ �ชายเหน็ ปญั หา แตก่ ใ็ ชเ้ วลาอยนู่ าน จนกระทงั่ วนั หนงึ่ ผนู้ �ชาย
บา้ นแม่หมู ชวนให้เจ้าหนา้ ที่ CLANPO ไดพ้ ูดคยุ กับผู้หญงิ ลซี อบา้ นแม่หมปู ระมาณ
7-8 คน และจากการไปรบั ฟงั เรอ่ื งราวของผหู้ ญงิ จงึ พบความทกุ ขม์ ากมายจากความ
เดอื ดรอ้ นทไี่ ดร้ บั จากสามที ด่ี มื่ หรอื จากลกู ชายวยั รนุ่ ทดี่ ม่ื ...เรมิ่ มขี อ้ เสนอตา่ งๆ ของ
ผหู้ ญิงที่อยากแก้ปัญหา ระยะแรกไม่ไดร้ ับการตอบรบั อีกทั้งมกี ารตอ่ ต้านขอ้ เสนอ
ของผู้หญิง แต่ด้วยความตั้งใจจริง ความต้องการที่อยากเห็นการเปล่ียนแปลง
ประกอบกับการเปิดโอกาสจากผู้น�ชายบางคน (แต่เดิมปิดกั้น) และการสนับสนุน
จาก CLANPO เพียงเลก็ น้อย ท�ใหก้ ลมุ่ เล็กๆ ลงมอื ทดลองแก้ปญั หา และเมือ่ ได้
ผล มผี หู้ ญงิ (และผชู้ าย) เขา้ มารว่ มมากจนปจั จบุ นั กลมุ่ ผหู้ ญงิ แมห่ มลู ซี อไดร้ บั การ
ยอมรบั และเปน็ กลมุ่ ทม่ี สี ทิ ธิ มเี สยี งในการพฒั นาและแกป้ ญั หาอนื่ ๆ ในชมุ ชนมากขนึ้ ๆ
โดยสรุปชุมชนที่มี “พ้ืนท่ีปลอดภัย” ย่ิงมาก ยิ่งสะท้อนการเป็นชุมชนเสมอหน้ามากขึ้น
เทา่ นน้ั และชมุ ชนเสมอหนา้ จะสง่ เสรมิ และเปดิ โอกาสใหท้ กุ คนเขา้ มามสี ว่ นรว่ ม มสี ทิ ธแิ ละเสรภี าพ
ในการแสดงความเหน็ ขณะเดยี วกันกเ็ คารพสิทธิของผ้อู น่ื ซึง่ ชุมชนทม่ี ีลักษณะแบบนี้ จะมพี ลังใน
การขับเคลือ่ นการแก้ปญั หาอยา่ งเป็นธรรมและสรา้ งสรรค์
ข้อสงั เกต/ข้อพจิ ารณา
1. การสร้างพ้ืนท่ี ไมจ่ า� เปน็ ตอ้ งรอให้ใครมาเปิดพน้ื ทีใ่ ห้ แตค่ นไร้อ�านาจ ไรเ้ สียงหรือผู้ที่
ไดร้ ับผลกระทบเอง ตอ้ งพยายามสรา้ งพน้ื ทดี่ ว้ ยตนเอง โดยเฉพาะพืน้ ทส่ี อ่ื ออนไลน์ซึ่ง
ทุกคนสามารถเขา้ ถึงได้มากขึ้น
2. การเปิดพน้ื ทีไ่ มใ่ ช่แค่เพียงเปิดเพอ่ื คยุ เรื่องเหล้า/ยาเสพตดิ และผลกระทบเท่าน้นั แต่
ในระยะยาวเปน็ ส่วนหนง่ึ ของการพัฒนาสงั คมประชาธิปไตยอีกด้วย
40
องค์ประกอบทำี่ 1
ชุมชน/ครอบครัว/บุคคล เหน็ ว่าเหลา้ และยาเสพตดิ เป็นอุปสรรคของการพัฒนา
หนึ่งในเงื่อนไขส�าคัญของการแก้ปัญหาเหล้าและยาเสพติดท่ีประสบความส�าเร็จคือ
“การเห็นในระดบั ความเข้าใจอยา่ งลกึ ซ้ึง” (Insight) เป็นการเห็นท้ัง กวา้ ง ไกล และ ลึก กว้างคือ
เหน็ เหล้ายาสัมพนั ธ์กับปัญหาและการพฒั นาด้านอนื่ ๆ อย่างไร เห็นไกลคือเหน็ ผลกระทบในหลาย
ระดับ และเห็นลกึ คือเหน็ เหตุ ปัจจัยท่ีก่อให้เกิดปัญหาเหล้าและยาเสพติด และในท้ายท่สี ดุ เหน็ ว่า
“เหล้าและยาเสพติดเป็นอุปสรรคของการพัฒนา” (Alcohol and Drug as an Obstacle to
Development)
คา� วา่ “อปุ สรรค” ก็คอื การสกัดกนั้ การขวางกนั้ หรือทา� ใหไ้ มร่ าบร่ืนไมส่ ะดวก ส่วน “การ
พัฒนา” ก็คือการเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นท้ังทางด้าน เศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม ส่ิงแวดล้อม
และการเมอื ง ฯลฯ ในเรอ่ื งอปุ สรรคมคี วามนา่ สนใจมาก วา่ ทา� ไมเหลา้ และยาเสพตดิ จงึ เหน็ ไดย้ าก
วา่ เปน็ อปุ สรรคของการพฒั นา อาจเปน็ เพราะมสี ง่ิ ปดิ กนั้ การเหน็ เชน่ มายาคติ ความเขา้ ใจผดิ ตา่ งๆ
(รายละเอยี ดทีเ่ ขียนไวใ้ นองคป์ ระกอบท่ี 2) หรือไม่อยากเหน็ หรอื เพราะความคนุ้ ชนิ และพบเห็น
อยูท่ ุกวันเลยมองขา้ ม หรอื อน่ื ๆ ไม่ว่าด้วยเหตผุ ลใด ก็ต้องพยายามท�าใหเ้ กิดข้นึ ใหไ้ ด้ คือ ช่วยให้
ชมุ ชน ครอบครวั บคุ คล เหน็ ใหไ้ ดว้ า่ เหลา้ /ยาเสพตดิ เปน็ อปุ สรรคของการพฒั นา ซง่ึ สามารถทา� ได้
ดว้ ยการมอี ยา่ งนอ้ ย 2 สงิ่ หนงึ่ คอื มขี อ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ และเหน็ ความเชอื่ มโยงของขอ้ มลู ตา่ งๆ อยา่ ง
เปน็ เหตเุ ปน็ ผลและมหี ลกั ฐานและ สองมคี วามสมั พนั ธท์ ด่ี ี มศี รทั ธา/เชอ่ื มนั่ และความไวว้ างใจของ
ชาวบา้ นตอ่ นักพฒั นา/องค์กรท่ีเข้าไปทา� งานด้วย
มีข้อมูล
ขอ้ เท็จจริงและเห็น
ความเชอื่ มโยงของ
ข้อมูลตา่ งๆ อย่าง
+ =สมเหตสุ มผล
มคี วามสัมพันธท์ ่ีดี มองเหน็ วา่
ศรทั ธาและเช่ือม่ันของ เหล้าและยาเสพติด
เป็นอปุ สรรคของ
ชาวบ้านท่ีมีตอ่ กัน
รวมถงึ ทม่ี ีต่อ การพฒั นา
นักพัฒนา
มขี อ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ เหน็ ความเชอื่ มโยงของขอ้ มลู อยา่ งสมเหตสุ มผลและมหี ลกั ฐานยนื ยนั
วธิ กี ารไดม้ าซง่ึ ขอ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั เหลา้ และยาเสพตดิ มาไดจ้ ากหลายทาง เชน่ (1)
จากงานวจิ ยั หรอื การลงมอื ทา� วจิ ยั (ยง่ิ ถา้ ชาวบา้ นรว่ มทา� วจิ ยั ในฐานะนกั วจิ ยั ยงิ่ ดี ขอ้ มลู
ย่ิงมีพลัง) (2) การใช้เรื่องราวหรือเหตุการณ์ปัญหาความเดือดร้อน (ที่จะมีเหล้าหรือ
ยาเสพตดิ เกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่กไ็ ด้) ทกี่ �าลงั เกิดขนึ้ หรอื เคยเกดิ ขึน้ (3) เร่อื งเล่าจาก
41
ตวั ผกู้ ระทา� หรอื ผถู้ กู กระทา� หรอื ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบจากเหลา้ หรอื ยาเสพตดิ (ขอ้ พงึ ระวงั !!
ผเู้ ลา่ ตอ้ งสมคั รใจและยนิ ดใี หใ้ ชต้ วั เองเปน็ กรณศี กึ ษา และตอ้ งประเมนิ ผลกระทบทอี่ าจ
เกิดขน้ึ ในเรื่อง “การรังเกียจและการตีตรา”) (4) การใชข้ อ้ มลู ทุตยิ ภมู ิจากหนว่ ยงานที่
ได้รับการยอมรับและน่าเช่ือถือ เช่น ข้อมูลการเจ็บป่วยจากการดื่มเหล้าหรือการใช้ยา
เสพตดิ กบั สภาวะโรค การบาดเจ็บ/ตาย จากการทะเลาะวิวาทหรือถกู ท�ารา้ ย เจบ็ ป่วย
จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนจากการดมื่ แลว้ ขบั ฯลฯ วธิ กี ารไดม้ าซงึ่ ขอ้ มลู อาจมอี กี หลายๆ วธิ ี
มีความสัมพันธ์ท่ีดี มีศรัทธา/เชื่อมั่นและเกิดความไว้วางใจของชาวบ้านต่อนักพัฒนา/
องคก์ รทเี่ ขา้ ไปทา� งาน ตรงนจ้ี ะชว่ ยใหข้ อ้ มลู มนี า�้ หนกั และนา่ เชอื่ ถอื มากขนึ้ ไมต่ อ้ ง เสยี
เวลากับความรู้สกึ ระแวงคลางแคลงใจ หรือสงสัยในเจตนาของนกั พฒั นา ซงึ่ อาจทา� ให้
มองข้ามหรือไม่ให้ความส�าคัญกับประเด็นหลักคือ “ข้อมูลหลักฐาน” เกี่ยวกับผลกระ
ทบของเหลา้ และยาเสพตดิ
โดยสรุป กระบวนการช่วยให้เห็นว่า เหล้าและยาเสพติดในฐานะท่ีเป็นอุปสรรคของการ
พัฒนา เปน็ กระบวนการทตี่ ้องการเวลา การให้ขอ้ มลู เพยี งชุดเดยี ว วิธีการใหข้ อ้ มูลแบบเดยี ว และ
ทา� เพียงครงั้ เดยี วไมม่ ที างส�าเร็จ คนเราไมใ่ ช่จะยอมรับหลกั ฐานอะไรงา่ ยๆ ตอ้ งค่อยเปน็ ค่อยไป
มีอุปสรรคมากมายต่อการปิดก้ันการเข้าถึงหรือการตีความข้อมูลข้อเท็จจริง ต่อการเข้าใจ
เหล้าและยาเสพติดในฐานะท่ีเป็นอุปสรรคของการพัฒนา อุปสรรคที่ส�าคัญๆ ได้แก่ มายาคติ
ความเชอื่ ซง่ึ สงิ่ เหลา่ นค้ี อื “เลนสห์ รอื แวน่ ส”ี ถงึ แมจ้ ะมขี อ้ มลู ชดุ เดยี วกนั แตก่ ารตคี วามจากเลนส์
ทีต่ ่างกนั นา� ไปส่คู วามเข้าใจทต่ี า่ งกนั
สถานภาพทางสังคมเป็นอุปสรรคอีกอย่างหนึ่ง ถึงแม้จะเห็นว่า เหล้าและยาเสพติดเป็น
อปุ สรรคของการพัฒนา กล่าวคือ หากความจริงที่เหน็ จะสง่ ผลกระทบต่อสถานภาพทางสงั คมของ
ตน เช่น เสยี ผลประโยชน์ หรอื ไดร้ บั ความอบั อาย ก็จะบดิ เบือน เปลีย่ นหรือสร้างความจรงิ ชุดใหม่
เพ่ือปกป้องผลประโยชน์ของตน ท้ายท่ีสุดนอกจากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ยังสร้างปัญหาใหม่ๆ
เพิ่มข้นึ อกี ด้วย
เลนส์/ สถานภาพอ�นาจ ข้อมูล
แว่นสี และชนช้ัน ขอ้ เทำจ็ จริงตา่ งๆ
42
กรณตี ัวอย่าง
CLANPO: การใช้เร่ืองจริงของคนท่ีได้รับผลกระทบท่ีทุกคนรับรู้ สัมผัสกับ
เหตุการณท์ ี่เกดิ ข้นึ และเป็นเหตุการณ์ทเี่ พง่ิ ผ่านมาไมน่ าน
กรณีสตรีบ้านแม่หมูลีซอ ใช้กรณีความสูญสียของแม่คนหน่ึงจากเหตุการณ์
ทะเลาะวิวาท ระหว่างลูกชายกับเพื่อนท่ีไปดื่มเหล้ากันมา จนคู่กรณีเสียชีวิต เป็นคดี
ความ ลกู ชายถูกด�เนคิ ดี ครอบครวั ตอ้ งเสยี เงินและต้องกยู้ มื ตอ้ งเปน็ หนเี้ ป็นสนิ ซ่ึง
จากเรอ่ื งจรงิ เรอ่ื งเดยี ว กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การแบง่ ปนั ประสบการณร์ ว่ มจากแมๆ่ คนอนื่ ที่
มคี วามทกุ ขค์ วามสญู สยี เชน่ เดยี วกนั จนน�ไปสกู่ ารลกุ ขน้ึ ของกลมุ่ แมๆ่ เพอื่ แกป้ ญั หา
ที่เกิดขึน้
Myitta Lan: ใช้การวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participation theory Re-
search) เป็นเคร่ืองมือการเรียนรู้เรื่องเหล้า กับปัญหาความรุนแรงทางเพศและ
ความยากจน ส�หรับผู้เอื้ออ�นวย (Facilitator) ทจ่ี ะลงไปท�งานกบั ชุมชน
TCEF: ต้องการให้แกนน�นักศึกษาเรียนรู้เก่ียวกับเหล้าในฐานะท่ีเป็นอุปสรรค
ของการพัฒนา โดยออกแบบให้แกนน�นักศึกษามีโอกาสไปปฏิสัมพันธ์กับคนหลาก
หลายกลุ่มอาชพี เชน่ แมค่ ้า คนใชแ้ รงงาน นักศกึ ษา ต�รวจ หน่วยก้ภู ัย เปน็ ต้น โดย
การสัมภาษณป์ ระเด็นทเ่ี กยี่ วกับเหล้า เพือ่ ใหเ้ หน็ ขอ้ มลู /ขอ้ เท็จจริง เห็นมุมมอง ของ
กลุ่มต่างๆ และเอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยน ถกเถียง ซ่ึงเป็นกระบวนการที่ดีส่งผลท�ให้
แกนน�นักศกึ ษาจะสามารถเข้าใจว่า “เหลา้ เป็นอปุ สรรคของการพัฒนา” ด้วยตนเอง
LSDA: ร่วมกับแผนกศึกษาธิการนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ใช้ข้อมูล
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเหล้าและผลกระทบโดยคณะกรรมการสุขภาพ จากนั้นน�
มาสะท้อนคืนในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนปัญหาและผลกระทบ
จากเหล้าระหว่าง 3 หมู่บ้าน ในเขตนครหลวงเวียงจันทน์ ประเด็นส�คัญคือ
เครื่องมือท่ีใช้เก็บข้อมูลคือแบบสอบถามอย่างง่ายท่ีคณะกรรมการมีส่วนร่วมในการ
ออกแบบ ลงเกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยตนเอง และวเิ คราะหด์ ว้ ยตนเอง ท�ใหเ้ หน็ ชดั วา่ เหลา้ สรา้ ง
ผลกระทบอะไร อย่างไร โดยมี LSDA และแผนกศึกษาธิการนครหลวงเวียงจันทน์
เป็นผเู้ ออ้ื อ�นวย
43