PFHA บ่อแก้ว: ใช้ข้อมูลจากองค์กร/หน่วยงานซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ น�
มาเรยี บเรยี ง/ เชอ่ื มโยงใหม่ เพอื่ สรา้ งความเขา้ ใจเรอ่ื ง “10 เหตผุ ลทต่ี อ้ งปอ้ งกนั และ
ควบคมุ เหล้า” ในการสอื่ สารสังคม
ขอ้ สงั เกตและขอ้ พิจารณา
1. ข้อมูลท่ีดีและมีพลังต้องประกอบด้วย “จริง” (มีหลักฐาน) “ตรง” คือสอดคล้องกับ
บริบทและชวี ติ ของชาวบ้าน และตอ้ ง “เชือ่ มโยง”
2. ข้อมูลท่ีเชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผล และมีหลักฐาน ก็คือ “ความรู้” น่ันเอง แต่
ความท้าทายคือ ข้อมูลไม่ได้เชื่อมโยงด้วยตัวข้อมูลเอง คนต่างหากไปเอามาเชื่อมโยง
ซง่ึ ตรงนเ้ี องต้องการความสามารถของคนทา� งาน
3. สว่ นหนง่ึ ของการเหน็ ถกู (เหลา้ และยาเสพตดิ เปน็ อปุ สรรคของการพฒั นา) ยอ่ มมโี อกาส
ทา� ถกู
4. คา� ถามทีน่ า่ ค้นหาเพ่ิมคอื ระหว่าง “เหลา้ ” กบั “ยาเสพตดิ ” มคี วามยากง่ายของการ
มองเห็น วา่ เปน็ อุปสรรคของการพฒั นาแตกต่างกันหรอื ไม่ อย่างไร
44
องค์ประกอบทำ่ี 2
การทำา้ ทำายความเช่ือ ค่านยิ ม และมายาคตเิ กีย่ วกับเรอื่ งเหล้าและยาเสพตดิ
ทำไ่ี ปรองรับหรือสนับสนุนการดืม่ /การใช้ยาเสพตดิ
รวมถงึ การทำ�ใหผ้ ลกระทำบจากการด่มื เหล้าและการใชย้ าเสพตดิ เป็นเรอื่ งปกติ
ความเช่ือ ค่านิยม รวมถึง มายาคติท่ีเก่ียวกับเหล้าและยาเสพติด เป็นส่ิงที่สังคมสร้างข้ึน
และมีอยใู่ นทกุ สังคมวฒั นธรรมและเหน็ ได้ในทุกๆ วันรอบตวั เชน่
การดื่มคอื แสดงถึงการเปน็ ลูกผู้ชาย
การใช้เหล้าช่วยขจัดสารพิษ/สารเคมีออกจากร่างกายหลังการพ่นยาในการท�า
การเกษตร
การใช้เหล้าจะช่วยระงบั อาการดีด (กระต้นุ ) จากการใช้ยาบา้
การเสพยาบา้ สามารถลดความอว้ นได้
การเลย้ี งเหล้าคือความมีน�า้ ใจเป็นสิง่ ทีผ่ นู้ �าควรท�า
การใหข้ องขวญั ท่ีเปน็ เหลา้ คือสิง่ ทีม่ ีคุณคา่
การด่ืมเหลา้ ช่วยให้เขา้ ถึงชมุ ชนไดง้ า่ ยขึ้น
การด่มื เหลา้ จะช่วยลดไขมนั ในเลือด
“เพราะมนั เมามันเลยตเี มีย ถ้าไมเ่ มามนั เป็นคนดีนะ”
เป็นธรรมดาวยั รนุ่ กินเหล้ากต็ อ้ งมีทะเลาะววิ าท
ต้องใช้ยาบา้ มาแนเ่ ลย
ฯลฯ
จากตวั อยา่ งขา้ งตน้ ความเชอ่ื คา่ นยิ ม และมายาคตทิ า� หนา้ ทสี่ นบั สนนุ และกระตนุ้ การดมื่ /
การใช้เหล้าและยาเสพติด และท�าให้ปัญหาและผลกระทบจากการดื่ม/การใช้เหล้า/ยาเสพติด
เป็นเร่ืองปกติ โดยสามารถระบุหน้าที่หลักๆ ของความเช่ือ ค่านิยมและมายาคติท่ีเก่ียวกับเหล้า/
ยาเสพติด ทพ่ี บจากการทา� งานมีดังน้ี
1. ลดทอนปัญหาและผลกระทบจากเหลา้ และยาเสพตดิ ให้เชอ่ื ว่า เปน็ ปัญหาของบคุ คล
และครอบครัว ปัญหาเกิดจากบุคคลไม่เกี่ยวกับใคร หรือเป็นปัญหาภายในของ
ครอบครวั นนั้ ๆ คนอน่ื ไม่เก่ียวอยา่ ไปยุ่ง “น�าไปสู่วฒั นธรรมเงยี บ”
2. ใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อสนับสนุน เพื่อให้เหตุผล และสร้างความชอบธรรมให้กับการ
กระท�าของตนหลังจากการดื่มการใช้ โดยเฉพาะการกระท�าท่ีไปสร้างปัญหาทั้งต่อ
ตนเอง ครอบครวั และชุมชน เชน่ “ขอโทษนะเมอื่ วานดมื่ มากไป” “อยา่ ถอื คนบา้ อยา่
ว่าคนเมา” เปน็ ตน้ รวมไปถึงการใหเ้ หตผุ ลกับการทจ่ี ะดมื่ /จะใชเ้ หลา้ และยาเสพติด
45
3. สร้างภาพลกั ษณ์ ท�าใหเ้ ห็นความสัมพันธ์ระหวา่ ง เหล้ากับ
ภาพลักษณ์ท่ีดี เช่น ท�าให้เกิดการยอมรับ สร้างมิตรภาพ
แสดงถงึ การเป็นผู้มีนา�้ ใจ การตอบแทนบญุ คณุ ฯลฯ
4. บิดเบือน ท�าให้ส่ิงที่เป็นปกติหรือความเป็นธรรมดาไปสู่
ความไม่เป็นปกติหรือความไม่เป็นธรรมดา เช่น เสพยาบ้า
ถกู มองวา่ เป็น “อาชญากร” ทงั้ ๆ ทค่ี วามเปน็ จรงิ ผ้เู สพอยา่ งมากกเ็ ป็น “ผปู้ ว่ ย” หรอื
ทา� สงิ่ ทไ่ี มเ่ ปน็ ปกตหิ รอื ไมธ่ รรมดา เปน็ สงิ่ ทเี่ ปน็ ปกตหิ รอื เปน็ ธรรมดา เชน่ ปญั หาความ
รนุ แรงทางเพศจากเหล้าและยาเสพตดิ จริงๆ แล้วเกดิ ข้นึ เยอะในสงั คมไทย แต่มักถูก
ท�าให้เห็นว่าเกิดข้ึนไม่มาก จนอาจนา� ไปสู่ข้อสรุปท่ีว่า ความรุนแรงทางเพศจากเหล้า
และยาเสพตดิ เปน็ เรอื่ งเลก็ ซง่ึ เอาเขา้ จรงิ เราไมอ่ าจยอมรบั ปญั หาความรนุ แรงทางเพศ
แม้วา่ จะเกดิ ขึ้นเพยี งแคก่ รณีเดียว กไ็ มอ่ าจจะถอื ว่าเปน็ เรอื่ งธรรมดา เปน็ ตน้
5. ยืนยันหรือผลิตซ้�าความสัมพันธ์เชิงอ�านาจที่ไม่เท่ากัน ผ่านความเชื่อ ค่านิยมและ
มายาคติ ที่เกี่ยวข้องกับการด่ืมการใช้เหล้า/ยาเสพติด เช่น ผู้ชายดื่มเหล้าไม่เป็นไร
และอาจดูเท่ห์ ดูเป็นชาย แต่ถ้าผู้หญิงดื่มเหล้าจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี หรือ
เด็กเสิร์ฟเหล้าให้พ่อแม่หรือครูอาจารย์เท่ากับเด็กดีและมีความกตัญญู หัวหน้า
เล้ียงเหล้าลูกน้องโดยคาดหวังว่าลูกน้องจะจงรักภักดีและยังให้การสนับสนุนตนอย่าง
สมา่� เสมอ นกั ศกึ ษาเลย้ี งเหลา้ อาจารยห์ ลงั สอบเสรจ็ เพอ่ื แลกกบั ผลคะแนนทด่ี ี เปน็ ตน้
ที่น่าคิดคือ ในขณะที่องค์ประกอบท่ี 1 การท่ีจะท�าให้คนเห็นว่าเหล้าและยาเสพติดเป็น
อปุ สรรคตอ่ การพฒั นา จะตอ้ งมี ขอ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ มคี วามเชอื่ มโยงของขอ้ มลู ตา่ งๆ อยา่ งสมเหตุ
สมผลและมีหลกั ฐานยนื ยัน แตท่ �าไมความเชอ่ื คา่ นิยมและมายาคติท้ังหลาย ดเู หมือนว่า ไมค่ ่อย
มีหลักฐาน ไม่ค่อยสมเหตุสมผล แม้ว่าอาจจะมีข้อเท็จจริงบางส่วน จึงท�าให้คนและสังคมเช่ือ
และท�าตามๆ กันมา เช่น “ดื่มเหล้าจะช่วยล้างพิษจากสารเคมี/ยาปราบศัตรูพืช” จริงๆไม่มี
หลักฐานยนื ยัน หรือ ด่มื เหลา้ ชว่ ยลดไขมันในเลือด อาจมหี ลกั ฐานทางวทิ ยาศาสตร์แต่เปน็ การให้
ข้อมลู ท่เี ป็นส่วนเสยี้ ว คอื บอกขอ้ ดเี พียงเล็กน้อย แตข่ อ้ เสยี อีกมากไม่บอก หรอื “รกั ในหลวง หว่ ง
ลูกหลาน ร่วมกันต้านยาเสพติด” ซ่ึงไม่ค่อยสมเหตุสมผล ค�าถามคือ อาการแบบน้ีเป็นเฉพาะคน
ไทยหรอื สงั คมไทยหรือไม่ ถา้ ใช่ แสดงว่า ต้องมีอะไรผิดปกตแิ นๆ่ และคงเป็นเรื่องท่ตี อ้ งคน้ หากัน
ต่อไปวา่ อะไรท�าให้คนไทย (จ�านวนมาก) ดไู มค่ อ่ ยมีเหตุมผี ล หรอื เรามักจะไดย้ นิ บอ่ ยๆว่า อาการ
“ตรรกะปว่ ย”
46
ขอ้ เสนอทำี่... เปรียบเทำียบ ข้อเสนอทำ่.ี ..
 มีข้อเท็จจริงสนับสนุนและ  ไมม่ ขี อ้ เทจ็ จรงิ สนบั สนนุ
มีหลักฐาน Â เชื่อมโยงแต่ดูไม่สมเหตุ
 มคี วามเชอื่ มโยงของขอ้ มลู สมผล
อย่างสมเหตสุ มผล คนเชือ่ และยอมรบั
คนไมเ่ ชือ่ ไม่ยอมรบั
อีกประเด็นหน่ึง มีความท้าทายท่ีพบได้บ่อยคือ
ชาวบา้ นเชอื่ วา่ ความเชอ่ื คา่ นยิ มและมายาคติ เปน็ ความ
จริงท่เี ปลยี่ นแปลงไม่ได้ ซึ่งมกั จะได้ยินบ่อยๆ วา่ “การ
ดมื่ เหลา้ เปน็ วฒั นธรรมเกา่ แก่ ไมม่ ที างเปลย่ี นได้ และเชอ่ื
วา่ ตอ้ งดี ไมง่ นั้ จะอยมู่ าไดอ้ ยา่ งไร” ตรงนเ้ี อง จงึ เปน็ เรอ่ื ง
ยาก หากเจ้าของวัฒนธรรมเห็นว่า เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ดังนั้น หนึ่งในหลักการส�าคัญท่ีคนท�างานต้องตระหนัก
เสมอคอื การเปลยี่ นแปลงใดๆ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในเรอ่ื ง งดเสิร์ฟเหล้าในงานปีใหมล่ ีซอ
วฒั นธรรมของกลมุ่ เฉพาะ เจา้ ของวัฒนธรรมต้องตัดสนิ ใจ ไมใ่ ช่คนนอกวฒั นธรรม จึงจะมพี ลังตอ่
การเปลี่ยนแปลง เช่น การเลิกเสิร์ฟเหล้าเบียร์ในงานศพ และการงดเสิร์ฟเหล้าในงานปีใหม่ของ
ชาวลีซอ ต.สบป่อง อ.ปางมะผา้ จ.แมฮ่ อ่ งสอน และทีท่ า� ส�าเร็จได้เพราะคนทีต่ ัดสนิ ใจคือชาวลีซอ
เองทตี่ ้องการจะเปลี่ยน นั่นเอง
ส�าหรับทางปฏิบัติ ในการท้าทายความเชื่อ ค่านิยม และมายาคติที่เกี่ยวกับเหล้าและ
ยาเสพติด สามารถทา� ได้โดย
1. เรม่ิ จากการสา� รวจดวู า่ ในชมุ ชนทเ่ี ขา้ ไปทา� งาน มคี วามเชอ่ื คา่ นยิ ม และมายาคติ (หรอื
อน่ื ๆ เช่น พธิ กี รรม) ที่เก่ียวข้องกับเหล้าและยาเสพตดิ อะไรบ้าง?
2. วิเคราะห์บทบาทของความเชื่อ ค่านิยม และมายาคติต่างๆ จากข้อ 1 ว่ามีบทบาท
อยา่ งไร? และไปสรา้ งปญั หาและผลกระทบตรงไหน อยา่ งไร? (ควรจะเปน็ การวเิ คราะห์
แบบมีส่วนร่วม คือมีท้ังคนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ท้ังเด็กท้ังผู้ใหญ่ และทั้งผู้ชายและ
ผูห้ ญิง)
3. ตดั สนิ ใจเลอื ก 1-2 ตัว จะเป็นคา่ นิยมหรอื มายาคตบิ างอยา่ ง ซึ่งเปน็ การตดั สินใจรว่ ม
กันของชุมชน เช่น อยากเปล่ียนความเชื่อหรือมายาคติ “ดื่มเหล้าเพื่อล้างพิษจากยา
ปราบศัตรูพืช” หรือ อยากลบลา้ งความเข้าใจทวี่ า่ “เจ้าภาพต้องเลีย้ ง/เสริ ฟ์ เหล้า ย่งิ
เลย้ี งมากยิ่งดเี พราะเป็นเรือ่ งหน้าตา ศักด์ศิ รี และจะมโี ชค” เปน็ ต้น
47
4. วิเคราะห์และถอดให้เห็น “กระบวนการสร้าง” คือตอบค�าถามว่า ความเช่ือ ค่านิยม
และมายาคติที่เลือกนา� มาแกไ้ ขน้นั มีมาตัง้ แตเ่ มื่อไหร่? โดยใคร? ภายใต้เงอื่ นไขอะไร?
ใช้ข้อมลู ข้อเทจ็ จริงอะไร? ทงั้ น้เี พอ่ื หาจุดออ่ นหรือหาจดุ ท่ีจะท้าทายหรือร้ือถอน
5. ลงมือปฏิบัติการเพื่อร้ือถอนและสร้างใหม่ การรื้อถอนต้องการกระบวนการสนทนา
ถกเถียง และการมพี น้ื ทเี่ พ่ือใหเ้ กิดการปะทะสงั สรรค์ ถกเถยี งในสิง่ ทเี่ ห็นตา่ งได้ อยา่ ง
สรา้ งสรรค์ (Interactive Learning) ซงึ่ ตอ้ งการเวลา มคี วามสา� คญั มากในกระบวนการ
รือ้ ถอน
6. ประเมินผลดี ผลเสียของการปรบั เปลี่ยน รวมถึงการถอดบทเรียน
กรณตี วั อยา่ ง
กรณี เครือข่ายลซี องดเสิร์ฟเหล้าส-ี เบยี ร์ในงานบญุ ประเพณแี ละพธิ กี รรม
ชนเผ่าลีซอในอดีตด้ังเดิมใช้เหล้าข้าวโพดในการประกอบพิธีกรรม เช่น งาน
ปใี หม่ งานศพ พธิ ไี หวเ้ จา้ เมอื ง ฯลฯ แตพ่ อยคุ สมยั เปลย่ี น การเขา้ มาของเหลา้ สี เบยี ร์
ในพิธีกรรมเร่มิ มากขึน้ และมากขนึ้ (เฉพาะปีใหมล่ ีซอ 8 หมบู่ า้ นช่วงปี 2558-2560
ซ้ือเบยี ร์ประมาณ 5,000 ลงั /ป)ี ดว้ ยค่านยิ มของคนลีซอตอ้ งเล้ยี งแขกอยา่ งเต็มท่ี
และจะต้องไมน่ ้อยหน้าคนอื่น และถอื เป็นศักดศิ์ รีของตระกลู บวกกบั เพ่ือทจ่ี ะไดบ้ ุญ
เยอะๆ แม้บางครอบครัวอาจมีข้อจ�กัดทางการเงินก็ต้องไปกู้ยืมและหามาให้ได้ ผล
กระทบไม่เพียงเปน็ หนส้ี ิน ยงั กอ่ ให้เกิดปญั หามากกมายตามมาเชน่ อุบัติเหตุ ทะเลาะ
ววิ าท ความรุนแรงในครอบครัว เป็นตน้
การท้าทายค่านิยมเร่ิมจากการหารือระหว่างเครือข่ายลีซอ ก�นันผู้ใหญ่บ้าน
อบต. หยบิ ยกปญั หาและผลกระทบจากเหล้าเบียร์มาหารือ โดยเฉพาะประเด็นค่านิยม
ตา่ งๆ ทเ่ี คยเขา้ ใจวา่ ดี กบั ความจรงิ ทตี่ อ้ งเสยี เชน่ หนา้ ตาศกั ดศิ์ รกี บั หนสี้ นิ จนน�ไป
สคู่ วามเหน็ รว่ มกนั วา่ ถงึ เวลาทตี่ อ้ งเปลย่ี นแปลงสสู่ งิ่ ทด่ี กี วา่ โดยตกลงใหผ้ นู้ �ไปชวน
ชาวบ้านในชุมชนเพื่อร่วมตัดสินใจ บ้านหนองตองเป็นบ้านแรกที่ทดลองไปคุยกับ
ชาวบา้ น พบวา่ ชาวบา้ นเหน็ ดว้ ยโดยเฉพาะผหู้ ญงิ ซง่ึ ตอ้ งการลด เลกิ เสริ ฟ์ เหลา้ เบยี ร์
มานานแลว้ แตไ่ มก่ ลา้ ในขณะเดยี วกนั ผนู้ �หลายคนกอ็ ยากท� แตก่ ไ็ มก่ ลา้ เชน่ กนั กลวั
ชาวบา้ นตอ่ วา่ พอส�เร็จหน่งึ บา้ น บา้ นอืน่ ๆ ก็ตามมา และจากพธิ ีกรรมเดยี วขยายสู่
พธิ กี รรมอ่นื ๆ
กรณเี สิรฟ์ เครื่องดม่ื ทำางเลือกแทำนเสิร์ฟเหลา้
การเสริ ์ฟนา�้ ดมื่ ทางเลือกใหก้ บั คนเขา้ รว่ มกจิ กรรม กรณี TCEF ใชเ้ ครอื่ งดม่ื
ทางเลือกในการการจัดงาน/กิจกรรมต่างๆ แทนเหล้า เพื่อท้าทายกับความเชื่อที่ว่า
ไมม่ ีเหลา้ คนไม่ไปร่วม หรอื ไมม่ เี หลา้ งานไมส่ นุก ซง่ึ ไม่เป็นเร่อื งจรงิ
48
กรณี ชาวลาหูด่ �ใชเ้ หล้าลา้ งสารพิษจากการพ่นยาปราบศตั รูพชื
ชนเผ่าลาหูด่ �ใน อ.ปางมะผา้ จ.แม่ฮ่องสอน หลังการพน่ ยาปราบศตั รูพืช มกั
จะมกี ารด่มื เหลา้ เพ่ือลา้ งสารพษิ ในร่างกาย ซ่งึ เปน็ ความเชื่อทบี่ อกตอ่ ๆ กนั มาท้ังๆ ท่ี
ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ท่ีความเช่ือได้รับการบอกต่อและขยายอาจเนื่องจากชาวบ้าน
รสู้ กึ ดีหลงั จากดม่ื รู้สึกผ่อนคลายจากการท�งานหนกั ในไร่
แกนน�เครือข่ายลาหูด่ � กลมุ่ อสม.พยายามจะพสิ ูจนค์ วามเชอ่ื น้ี โดยการเจาะ
เลือดเพือ่ หาสารเคมใี นเลอื ดเปรียบเทยี บก่อนและหลงั การใชเ้ หล้า แต่การท�งานเรอ่ื ง
นี้ยังไมป่ ระสบความส�เร็จ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการท�งานในไร่ในปัจจุบัน เป็นงานหนักกว่าในอดีต
โดยเฉพาะการเปล่ียนแปลงจากการผลิตเพ่ือยังชีพเป็นการผลิตเพ่ือขาย ดังนั้นงาน
หนกั ขน้ึ ประกอบกับใช้ยาปราบศตั รูพชื มากขึ้นย่งิ ตอ้ งใช้เหลา้ เพิ่มขน้ึ
กรณี PFHA บอ่ แก้ว สปป. ลาว ใหเ้ บียร์เทำ่ากับตอบแทำนบญุ คุณ
งานวดั เปน็ หน่ึงในงานเทศกาลทช่ี าวบา้ นนิยมมาเท่ียวและมาท�บุญ สว่ นเดก็ ๆ
มักชอบมาเล่นการละเลน่ และเกมส์เส่ียงโชคชงิ รางวัล หนึง่ ในรางวลั ท่เี ดก็ มักจะเลอื ก
หากชนะ คือ เบียร์ โดยมีเหตุผลว่า เพื่อเอาไปให้พ่อแม่และเด็กรู้สึกว่า การให้ของที่
พอ่ แมช่ อบ (ชอบดม่ื เบยี ร)์ คอื สิ่งทีล่ ูกควรท� เป็นการแสดงความกตญั ญตู ่อพ่อแม่
การให้เหล้าเท่ากบั การแสดงความกตัญญู เปน็ ทศั นคตทิ ่ีจะกระตุ้นให้มกี ารเขา้
ถึงเหล้าและการดื่มเหลา้ มากขึ้น PFHA บ่อแกว้ กับเครอื ข่ายพระสงฆ์ จงึ มีการหารือ
ร่วมกับคณะกรรมการวัดและชุมชน เพ่ือเปล่ียนแปลงทัศนคติดังกล่าว โดยทางวัด
ตกลงจดั ใหม้ กี ารละเลน่ เสยี่ งโชคปลอดเหลา้ พรอ้ มกบั การสรา้ งความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ ง
เกี่ยวกบั การแสดงความกตัญญตู ่อพอ่ แม่
PESTICIDE + ALCOHAL ≠ SAFE
49
ข้อสงั เกตและข้อพิจารณา
1. หน้าท่ีทง้ั 5 ของความเชือ่ คา่ นิยมและมายาคตเิ กี่ยวกับเหลา้ และยาเสพติด ไม่ได้แยก
หน้าท่ีออกจากกนั อยา่ งเดด็ ขาด แตห่ นุนเสริมกนั
2. จากการสังเกต ในประเด็นเหล้ามักจะถูกสร้างให้เป็นเร่ืองธรรมดา แต่หากเป็นยา
เสพติดจะถูกสร้างให้เป็นเรื่องน่ากลัวที่หลายต่อหลายคร้ังเป็นเร่ืองท่ีเกินจริงไปมาก
อาจเป็นเพราะเหล้าเป็นส่ิงท่ีถูกกฏหมาย ในขณะที่ยาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซ่ึง
อาจท�าใหค้ นทว่ั ไปจะรบี สรปุ อย่างงา่ ยวา่ อะไรทถ่ี ูกกฏหมายเทา่ กบั ความปกติ อะไรที่
ผดิ กฏหมายเท่ากับความผิดปกติ
3. บางครัง้ การเปลีย่ นคา่ นยิ ม ไม่จ�าเป็นตอ้ งรอ้ื ถอนคา่ นยิ มเดมิ แตส่ ามารถสร้างคา่ นยิ ม
ใหมข่ นึ้ มาแทนได้ เชน่ การเลยี้ งหรอื เสริ ฟ์ นา้� ดมื่ /นา้� ผลไม้ แทนการเสริ ฟ์ เหลา้ เปน็ การ
รเิ รม่ิ โดยแกนนา� นกั ศกึ ษาทเ่ี ปน็ คนรนุ่ ใหมโ่ ดย TCEF สนบั สนนุ หรอื ไมม่ เี หลา้ ในพน้ื ที่
พิธกี รรมของชมุ ชนลาหดู่ �า อ.ปางมะผ้า อยา่ งไรกต็ าม อยา่ ลืมหลักการส�าคญั ที่ขาดไม่
ได้ เจา้ ของวัฒนธรรมตอ้ งเป็นผู้ตัดสนิ ใจ (กรณีวฒั นธรรมคนร่นุ ใหม่ และชาวลาหู่ด�า)
4. การทา้ ทายคา่ นยิ มนนั้ ตอ้ งยอมรบั วา่ มแี รงเสยี ดทานสงู ตอ้ งใชเ้ วลาและความกลา้ หาญ
เพราะคนทมี่ อี า� นาจหรอื คนไดป้ ระโยชนจ์ ากคา่ นยิ มเหลา่ นน้ั มกั ไมเ่ หน็ ดว้ ยและตอ่ ตา้ น
5. การท�างานเพอื่ ทา้ ทาย ความเชอื่ คา่ นยิ ม และมายาคติ ตอ้ งเปน็ การท�างานท่ีไม่สร้าง
ศัตรู แต่ต้องเป็นการดึงคนเข้ามาร่วมให้มาก และเคารพเสียงและความคิดเห็นที่
แตกตา่ ง
Who said
Alcohal
is fun ?
50
องค์ประกอบทำี่ 3
การวิเคราะหป์ ัญหาและผลกระทำบของเหลา้ และยาเสพติดเชิงโครงสรา้ งฯ
การวิเคราะห์ คอื การจ�าแนก แยกแยะ และหาความสัมพนั ธข์ องเหตุ ปจั จยั ต่างๆ ท่ีส่งผล
หรือมีอิทธิพลต่อปัญหาน้ันๆ ดังน้ัน การวิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบของเหล้าและยาเสพติด
ก็คือ การท�าความเข้าใจกับปรากฏการณ์เก่ียวกับปัญหาและผลกระทบของเหล้าและยาเสพติดท่ี
เกิดขนึ้ วา่ มเี หตุ ปัจจยั อะไรบ้างทส่ี า� คัญซงึ่ ทา� ให้เกิดปัญหาและผลกระทบดงั กล่าว เหตปุ จั จยั อาจ
จะเปน็ ตวั สารคอื เหลา้ และยา อาจเปน็ เพราะความเชอ่ื /คา่ นยิ มหรอื ความเขา้ ใจทผี่ ดิ (ดรู ายละเอยี ด
ในองค์ประกอบ 2) หรืออาจเป็นเพราะปัจจยั เชิงโครงสร้าง
ค�ถามหลกั ทำช่ี ว่ ยในการวเิ คราะห์
1. ปรากฏการณ์ปัญหา (เช่น
เหล้า ยา และอื่นๆ) มันเป็น
ยังไง?
2. ท�ไมมนั จึงเปน็ อย่างนั้น?
3. ถ้าไม่อยากให้เป็นอย่างน้ัน
ต้องท�ยงั ไง?
เจ้าหน้าท่ี TKBC ก�ลังชวนชาวบ้านพูดคุยเกี่ยวกับ
ความรุนแรงในครอบครวั ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั เหล้า
ปจั จัยเชิงโครงสร้าง โครงสร้างในท่ีน้ีคือโครงสร้างอา� นาจ หรือเรียกอกี อยา่ งหนง่ึ วา่ ปัจจยั
ทเี่ กยี่ วกบั ความสมั พนั ธเ์ ชงิ อา� นาจ เปน็ เรอื่ งของการจดั ความสมั พนั ธเ์ ชงิ อา� นาจระหวา่ งคน ระหวา่ ง
กลุม่ และระหวา่ งสถาบันต่างๆ ของสงั คม ท้ังในด้านสังคม เศรษฐกจิ สิ่งแวดลอ้ ม และการเมอื ง
ความสมั พนั ธ์เชงิ อา� นาจ เปน็ การกา� หนดสิทธิ อา� นาจ รวมถงึ โอกาสว่า ใคร กล่มุ ใด มสี ิทธิ์
มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน เพียงใด อะไรท�าได้ อะไรท�าไม่ได้ ซึ่งปรากฎทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร
หรือไม่ก็ได้ เช่น กฎหมาย ระเบียบ กติกา ข้อตกลง จารีต/ประเพณีปฏิบัติ และอาจฝังอยู่ใน
วฒั นธรรมคือ วิธคี ดิ การรับรู้ของผคู้ นในสงั คม ความเช่อื สุภาษติ พิธกี รรม นทิ าน ดังนัน้ เวลาทีเ่ รา
จะดวู า่ โครงสรา้ งเปน็ ปญั หาหรอื ไม่ กใ็ หไ้ ปดวู า่ ในเรอื่ งนน้ั ๆ ใหอ้ า� นาจไวก้ บั ใคร กลมุ่ ใด กบั คนสว่ น
ใหญ่หรือส่วนน้อย ถ้าดูแล้วว่า อ�านาจอยู่กับคนส่วนใหญ่ หรือดูแล้วทุกๆ กลุ่มมีอ�านาจพอๆ กัน
หรอื ใกลเ้ คยี งกนั เราอาจจะสรปุ ไดว้ า่ “ไมม่ ปี ญั หาเชงิ โครงสรา้ ง” แตใ่ นทางตรงกนั ขา้ ม ยกตวั อยา่ ง
ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ หากสังคมน้ันๆ ให้อ�านาจกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ท�าให้สิทธิ โอกาส
รวมถงึ การเขา้ ถึงทรัพยากรของคนทั้งสองเพศมไี ดไ้ มเ่ ท่ากนั ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหาเชิงโครงสรา้ ง
51
สงิ่ ทตี่ อ้ งระวงั เวลาไปวเิ คราะหว์ า่ ชมุ ชนนน้ั ๆ มปี ญั หาเชงิ โครงสรา้ งหรอื ไมอ่ ยา่ งไร บางทถี า้“
ไม่ดูให้ลึกอาจเป็นภาพลวงตาและไปสรุปง่ายๆ ว่า ชุมชนนั้นๆ มีโครงสร้างที่ดี มีความเป็นธรรม
ตวั อย่างเร่อื งเลา่ “พ่นี อ้ ง 2 คน ได้รับมรดกจากพ่อแม่เปน็ ทดี่ ิน 2 แปลง แบง่ ไปคนละแปลง พี่คน
โตได้เลือกกอ่ น จึงเลือกแปลงทท่ี �ากนิ ได้ดี น้องได้ทอ่ี ีกแปลงหน่ึงแตไ่ มส่ ามารถท�ากนิ ได”้ การแบง่
คนละแปลงดเู หมอื นเปน็ ธรรม แตเ่ อาเขา้ จรงิ มนั ไมใ่ ช่ หรอื “สองคนเดนิ สวนกนั คนหนง่ึ ตวั ใหญใ่ ส่
เสื้อเล็ก อีกคนตัวเล็กใส่เส้ือใหญ่ คนตัวใหญ่บังคับให้คนตัวเล็กเปล่ียนเส้ือกับตน หลังจากเปล่ียน
ทัง้ สองคนไดใ้ ส่เสอ้ื พอดีตัว” ถือวา่ เป็นธรรมหรือไม่ ในเมือ่ อ�านาจอยกู่ ับฝา่ ยเดยี ว โดยเฉพาะหาก
คนตวั เล็กไมไ่ ดย้ นิ ยอมพร้อมใจ เป็นตน้
การวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องถือว่าเป็นเร่ืองใหม่ในสังคมไทย ท้ังๆ ท่ีมีหลักฐาน
ยืนยันและเห็นร่วมกันในสังคมโลกว่า ปัญหาต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนท้ังโลก โดยเฉพาะในประเทศท่ีก�าลัง
พฒั นาและดอ้ ยพฒั นา ไมว่ า่ จะเปน็ ปญั หาความยากจน ปญั หาการกดี กนั ทางการคา้ ปญั หาสขุ ภาพ
ปญั หาทางดา้ นการศกึ ษา ปญั หาการละเมดิ สทิ ธมิ นษุ ยชน ปญั หาการฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง ปญั หาการ
ทา� ลายสง่ิ แวดลอ้ ม ปญั หาความเหลอ่ื มลา้� และความไมเ่ ปน็ ธรรมทงั้ หลาย เชน่ การขยายเขตอทุ ยาน
ทบั ทท่ี า� กนิ ของชาวบา้ น การวสิ ามญั ฆาตกรรมชว่ งประกาศสงครามยาเสพตดิ ลว้ นแลว้ กเ็ ปน็ ปญั หา
เชิงโครงสร้าง คนจ�านวนน้อยมีอ�านาจและผูกขาดทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง ดังน้ันถ้า
ตอ้ งการเปลย่ี นแปลงไปสสู่ งั คมทด่ี กี วา่ ตอ้ งเปน็ การเปลย่ี นแปลงเชงิ โครงสรา้ ง ซงึ่ กค็ อื การจดั ความ
สมั พันธ์เชงิ อ�านาจกันใหม่ ตวั อย่างเช่น การแกไ้ ขรฐั ธรรมนูญ การกระจายอ�านาจสทู่ อ้ งถิน่ ยกเลกิ
การผูกขาดของกลุ่มทุนผูกขาดท้ังหลาย การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐโดย
ประชาชน การมสี ว่ นร่วมของนักเรยี นนกั ศึกษาในการจัดการศกึ ษา เปน็ ตน้
“ มากกวา่ 80 % ของปญั หาเชงิ โครงสรา้ งมาจากรฐั หรอื อกี นยั หนง่ึ
การละเมดิ สทิ ธเิ กอื บจะทกุ กรณที เ่ี กดิ ขน้ึ ในประเทศไทยเปน็ การละเมดิ
โดยรัฐ” ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีเกิดขึ้นก็เฉพาะในสังคมที่รวมศูนย์อ�นาจ เป็น
รัฐราชการรวมศูนย์ที่เป็นเคร่ืองมือของการแสวงหาและปกป้อง
ผลประโยชน์ของขนุ ศึก (ปนื ) ศกั ดินา (เจ้า) และพ่อคา้ (ทุน)
ปญั หาเชงิ โครงสรา้ งคอื “ปญั หาทเ่ี กดิ จากโครงสรา้ ง ไมใ่ ชเ่ กดิ จากคน” เชน่ ทย่ี ากจนเพราะ
โครงสร้างท�าให้จน โดยการกีดกันการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่จนเพราะขี้เกียจและโง่ ซ่ึง
ท้าทายมากส�าหรับสังคมไทยคือ “ตาบอด ใจแคบ” ไปเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหลายว่ามาจาก
บุคคล “นสิ ยั ไมด่ ี ไม่มีศลี ธรรม ไม่มีจติ สา� นึก เหน็ แกต่ ัว ขี้เกยี จ ไม่มีความรู้ บริโภคนยิ ม อยากได้
อยากมฯี ลฯ” ซงึ่ อาจจะมสี ว่ นบา้ งในบางกรณแี ตน่ า่ จะนอ้ ยมากถงึ มากทสี่ ดุ วา่ ปญั หาสงั คมทเ่ี กดิ ขน้ึ
ทงั้ หลายเปน็ เพราะบคุ คล ทนี ถ้ี า้ ถามวา่ ทา� ไมคนไทยจงึ ตาบอดและใจแคบ กต็ อ้ งบอกวา่ “ถกู ทา� ให้
ตาบอดและใจแคบ” ซ่ึงไม่ขอลงรายละเอียดตรงน้ี แต่คร่าวๆ มีอิทธิพลจากโครงสร้างสังคม
52
ลา� ดบั ช้นั สูง-ต�า่ การผลิตซ�้าวิธคี ิดทผ่ี ดิ ผ่านการ กรณีการติดตั้งมุมมองเรื่องความ
ศึกษาและการกล่อมเกลาทางสังคม รวมถึง รุนแรงระหว่างเพศกับผู้เอ้ืออ�นวย
อิทธิพลของแนวคิดราชาชาตินิยม เป็นต้น และ กระบวนการ
ด้วยเหตุที่มองไม่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เลย
ท�าให้การแก้ปัญหาท�าได้เพียงการแก้ในระดับ การท�งานของ TKBC หลังจาก
เทคนิค แก้ไขแบบลูบหน้าปะจมูก แบบปะผุ การท�งานโครงการขนาดเล็ก Mini
(เหมือนการไม่อนุญาตให้แก้ไขรัฐธรรมนูญท้ัง Project จึงเกิดมุมมองเร่ืองความ
ฉบับ แต่ให้แก้ไขได้เฉพาะรายมาตรา) ไม่น�าไปสู่ รุนแรงระหว่างเพศ หรือความรุนแรง
การแก้ปัญหาอยา่ งยัง่ ยนื ในระยะยาว ในครอบครัวไม่ได้เกิดจากการใช้เหล้า
โดยตรง แต่เกิดจากความไม่เท่าเทียม
กันระหวา่ งเพศในครอบครวั และชมุ ชน
ปัญหาเหล้าและยาเสพติดก็เช่นกัน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ส่วนมากมองปัญหาท่ีเกิด
ข้ึน เปน็ ปญั หาของบคุ คลน้ันๆ เป็นคนไมด่ ี เกเร ไมม่ ีศลี ธรรม ไมไ่ ดร้ ับการสั่งสอนมาดี เปน็ ตน้ พอ
มองดว้ ยมุมมองแบบนี้ ทางออกทางแก้ก็คือ อบรม สงั่ สอน ปล่อยให้เขามสี า� นึก เขาคงส�านกึ ได้สกั
วนั หน่ึงเอง แตถ่ ้าเราใสใ่ จท่ีจะรบั รขู้ ้อมูลข่าวสารอยู่บา้ ง เราจะพบว่า มปี ัญหาและผลกระทบจาก
เหล้าและยาเสพติดมากมาย ท้ังปัญหาท่ีเกี่ยวกับเหล้าและยาโดยตรง เช่น ความรุนแรงทางเพศ
ความรุนแรงในครอบครวั การละเมิดและกระท�าความรุนแรงตอ่ เด็ก และผลกระทบทางอ้อม เช่น
การผกู ขาดของกลมุ่ ทนุ สรุ า การเขา้ ไปมอี ทิ ธพิ ลในการกา� หนดนโยบายทางเศรษฐกจิ ทเี่ ออื้ ตอ่ ธรุ กจิ
ของตนเองและพวกพ้อง การคา้ ยาเสพติดจนรา�่ รวยและสามารถเขา้ มามีอา� นาจทางการเมอื ง ฯลฯ
จากบทเรียน CBDAC พบวา่ ผลกระทบของเหล้า/ยาเสพติดตอ่ ผอู้ ่นื เชน่ ความรนุ แรงใน
ครอบครัว ความรุนแรงทางเพศ การท�าร้ายเด็ก อุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ สร้างความเดือดร้อน
รา� คาญ เหล่านเ้ี กดิ ข้นึ ไดใ้ นทกุ สงั คม แตใ่ นสังคมทีม่ ีปญั หาเชงิ โครงสรา้ ง หรือปญั หาความสัมพันธ์
เชิงอ�านาจท่ีไม่เท่ากัน ท้ังในมิติสังคมวัฒนธรรม (เด็ก-ผู้ใหญ่/ครู-นักเรียน/ผู้หญิง-ผู้ชาย)
มติ ิเศรษฐกิจ (คนรวย-คนจน/นายทนุ -ชาวบ้าน) และมิตกิ ารเมือง (เจ้าหน้าทีร่ ัฐ-ประชาชน) จะพบ
ปัญหาเหล่านไ้ี ดม้ ากกว่า และ มีความรนุ แรงมากกว่าสังคมทม่ี คี วามสัมพนั ธเ์ ชงิ อ�านาจท่ีเท่ากัน
ดงั นน้ั การตดิ ตงั้ มุมมองเชิงโครงสรา้ ง (Power Structural Lens) เปน็ ความจ�าเป็นอย่าง
ยิ่งที่ต้องท�า เพ่ือช่วยให้คนท�างานและชุมชนมองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่การติดต้ังเลนส์ไม่
สามารถทา� ไดด้ ว้ ยการสอนหรอื ใหค้ วามรทู้ างทฤษฎเี ทา่ นน้ั แตต่ อ้ งใชก้ ารเรยี นรผู้ า่ นการปฏบิ ตั ิ ดว้ ย
การสร้างเงื่อนไขให้นักพัฒนาลงไปปะทะสังสรรค์กับพ้ืนท่ี/เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในชุมชน และ
การแลกเปลี่ยนระหว่างนักพัฒนาด้วยกันและการแลกเปลี่ยนกับผู้ท่ีมีประสบการณ์ตรง (หนึ่งใน
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ คือ Mini project 3 เป็นเครือ่ งมือเพอ่ื ตดิ ตง้ั และพัฒนามมุ มองเหล้า/ยาในมติ ิความ
สัมพนั ธเ์ ชิงอ�านาจ)
3 Mini project คือ โครงการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติเพ่ือช่วยให้มีหรือสร้างมุมมองในเรื่องสิทธิ ความเสมอภาค
(หญงิ -ชาย / เดก็ -ผใู้ หญ่ / อนื่ ๆ) ทเี่ ชอื่ มโยงกบั ปญั หาและผลกระทบในเรอ่ื งเหลา้ และยาเสพตดิ ซง่ึ มคี วามจา� เปน็ อยา่ งมาก
ส�าหรับคนท�างานในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
53
โดยสรุปการวิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบของเหล้าและยาเสพติดในมิติความสัมพันธ์เชิง
อา� นาจกเ็ พอื่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจในปญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ มองเหน็ เหตุ ปจั จยั และเงอ่ื นไขตา่ งๆ ทกี่ อ่
ให้เกิดปญั หาทง้ั หลายทีม่ ากไปกวา่ การโทษ “เหลา้ /ยา” หรอื เพราะ “พฤตกิ รรมของบคุ คลน้ันๆ”
ไปสกู่ ารเหน็ โครงสรา้ งทเ่ี ปน็ ปญั หา ไมว่ า่ จะเปน็ โครงสรา้ งทางสงั คม เศรษฐกจิ หรอื การเมอื งกต็ าม
โครงสร้างที่เป็นปัญหาคือโครงสร้างที่เปราะบาง โครงสร้างท่ีพร้อมจะใช้ความรุนแรงระหว่างกัน
โครงสร้างทพ่ี รอ้ มจะเอาเปรยี บและทา� ร้ายกนั ท้ังนีเ้ นื่องจากฝา่ ยหน่ึงสามารถใชอ้ �านาจกบั อกี ฝา่ ย
หน่ึงได้โดยมีกฎหมายหรือการมีวัฒนธรรมรองรับการใช้อ�านาจ เพียงแค่รอเง่ือนไขบางอย่าง เช่น
ตวั กระต้นุ ซึ่งเหล้าและยาเป็นหนึง่ ในตวั กระตุ้น
พฤติกรรม
แบบแผนพฤตกิ รรม
โครงสร้าง
วธิ ีคดิ
“ ความรุนแรงทางเพศมีรากเหง้ามาจากความไม่เสมอภาคทางเพศ “
โดยมีเหล้าเป็นตัวกระตุ้น หากมองไม่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างท่ี
เกิดขึ้น ก็จะเห็นแต่เพียง “เหล้า” ท่ีเป็นผู้ร้าย ซ่ึงไม่น�ไปสู่ความ
เข้าใจทั้งหมด เป็นความเข้าใจแค่บางส่วน หรือเห็นแต่กระพี้แต่ไม่
เหน็ แกน่ ไมไ่ ดแ้ กป้ ญั หาทร่ี ากเหงา้ ของปญั หาทแี่ ทจ้ รงิ ซง่ึ ไมย่ ง่ั ยนื
บทเรยี น Mini project
54
กรณตี ัวอย่าง
กรณีชุมชนชาวประมง Ging Chaung ในประเทำศพม่า: จนเพราะเหล้า
หรือโครงสร้างทำีไ่ มเ่ ปน็ ธรรม
“ด่ืมเหลา้ เป็นสาเหตุของความยากจน” เป็นมายาคตทิ ีถ่ กู สร้างขนึ้ เพือ่ ปกปิด
ปดิ บงั ปัญหาความไมเ่ ป็นธรรมในการเขา้ ถงึ ทรพั ยากรอยา่ งเคารพและเสมอหน้า”
ณ ชุมชนชาวประมง Ging Chaung ย้อนไปประมาณ 20-30 ปีก่อน
ชาวบ้านอยู่ได้จากการหาอยู่หากินเล้ียงครอบครัวจากการท�ประมงพ้ืนบ้าน ด้วย
วถิ ีด้งั เดมิ จนกระทง่ั 6-7 ปที ่ผี า่ นมา มนี ายทุนซง่ึ ได้รบั สัมปทานจากรัฐ ในการท�
ประมงดว้ ยการใชเ้ ทคโนโลยแี ละเครอ่ื งมอื ขนาดใหญ่ ท�ใหท้ รพั ยากรสตั วน์ า้� มจี �นวน
และขนาดนอ้ ยลง เมื่อหายากขึน้ รายไดก้ ็ลดลง .....ในเรอ่ื งการใช้เหล้า เดิมชาวบา้ น
ใชเ้ หลา้ ในโอกาสตา่ งๆ อยแู่ ลว้ แมแ้ ตก่ ารดม่ื กอ่ นลงไปด�นา้� หาปลา แตก่ ารดม่ื ในชว่ ง
หลัง อาจมีรูปแบบการด่ืมเปลี่ยนไป มีเวลาส�หรับการดื่มมากข้ึน ปริมาณการด่ืม
เพิม่ สูงขนึ้ เนอื่ งจากการไม่มีงาน ขาดรายได้ ความเครยี ด และท�ให้มี
คา่ ใช้จา่ ยจากเหล้าทเี่ พ่มิ สูงขึน้
ในกรณนี ้ี จะเหน็ วา่ ความยากจนสาเหตหุ ลกั
มาจากความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร
สัตว์น้�า ไม่ใช่เพราะเหล้าท�ให้จน แต่เหล้าอาจเป็น
ปจั จัยที่สร้างภาระทเ่ี พิ่มขึ้นจากความยากจนทีม่ ี
55
ขอ้ สังเกตและข้อพิจารณา
1. การมองปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องไม่ง่าย สิ่งที่ต้องท�า 2 เร่ือง หนึ่ง ต้องการการ
ฝึกฝนการมองเชิงโครงสร้าง แทนการมองปญั หาว่าเกิดจากตวั บุคคล และสอง ปญั หา
เชิงโครงสรา้ งมกั จะอยลู่ กึ มีหลายชั้น ต้องค่อยๆ คล่ดี ้วยการตัง้ ค�าถามและการมีข้อมูล
ทม่ี ากขน้ึ อยา่ ลมื วา่ โครงสรา้ งทไี่ มเ่ ปน็ ธรรมทงั้ หลายเกดิ จากการสรา้ ง ดงั นน้ั ใครกต็ าม
ท่ีสร้าง ก็พยายามจะปิดบังซ่อนเร้นส่ิงท่ีจะน�ามาซึ่งปัญหาไว้อย่างแยบยล เช่น การ
ออกแบบรฐั ธรรมนญู ปี 60
2. การมองไม่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ยิ่งท�าให้ผู้มีอ�านาจหรือกลุ่มท่ีได้เปรียบ ยังคง
สามารถรักษาอ�านาจ/รักษาความได้เปรียบต่อไป ในขณะที่คนส่วนใหญ่ท่ีถูกกระท�าก็
ยอมรบั และอยู่อยา่ งเงยี บๆ ยินดีท่จี ะถูกกระทา� ตอ่ ไป
3. การออกแบบระบบและโครงสรา้ งสังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งท่ีเปน็ ธรรมเปน็ ความ
จ�าเป็นเร่งด่วน และท้าทายสังคมไทยอย่างมาก ช่วยกันพิจารณาว่า เราจะมีส่วนร่วม
ในการออกแบบโครงสร้างดังกล่าว อย่างน้อยในสังคมเล็กๆ ท่ีเราเก่ียวข้องโดยตรง
ทุกวนั ซงึ่ กค็ อื ครอบครัวและชุมชนท่ีเราอยู่ ไดอ้ ย่างไร
56
องค์ประกอบทำ่ี 4
การคน้ หาและประเมนิ ศักยภาพของชมุ ชนเพอื่ ใช้ในการทำ�งาน
ในความเปน็ จรงิ ชมุ ชนไมไ่ ดม้ แี ตด่ า้ นทเ่ี ปน็ ปญั หา (และพงึ ระลกึ เสมอวา่ แมแ้ ตใ่ นดา้ นปญั หา
กไ็ มไ่ ดม้ แี ตป่ ญั หาเรอื่ งเหลา้ และยาเสพตดิ ) การทา� งานชมุ ชนตอ้ งเขา้ ใจและเหน็ ดา้ นดหี รอื ดา้ นบวก
ของชุมชนด้วย ซึ่งเราเรยี กโดยรวมว่า “ศักยภาพชุมชน” และศักยภาพท่ี CBDAC ใหค้ วามสา� คญั
คือ “ทุนทางสังคม” (Social Capital) และ บทเรียนการจัดการปัญหาเหล้าและยาเสพติดของ
ชุมชน ซึ่งจากประสบการณ์สามารถน�ามาใช้ในการท�างานป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยา
เสพติดได้
ทุนทางสังคมคือ วิธีคิดและความรู้ของชุมชนท่ี สร้าง ใช้ และสืบทอดเพ่ือจัดระบบความ
สมั พนั ธอ์ ยา่ งนอ้ ย 3 ระบบ ไดแ้ ก่ ระบบการผลติ คอื ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งคนกบั ทรพั ยากรธรรมชาติ
เพอ่ื การอยู่รอด (ทา� มาหากินดว้ ยการใชแ้ ละรักษา) ระบบสงั คมคอื ความสัมพันธร์ ะหวา่ งคนกับคน
เพ่ือการอยู่ร่วม (มนุษย์เป็นสัตว์สังคมอยู่คนเดียวไม่ได้เลยต้องอยู่ร่วม) และระบบคุณค่าคือความ
สัมพนั ธ์ระหว่างคนกบั คณุ ค่าความหมาย (มนุษยต์ อ้ งการการอยูอ่ ยา่ งมีความหมาย) ทั้ง 3 ระบบมี
ความสัมพันธ์ซง่ึ กันและกัน
“อยรู่ ว่ ม”
คนกบั คน
(ระบบสงั คม)
ทุนทางสังคม
วิธคี ดิ และความรู้
ทนุ ทางสังคม คนกบั คุณคา่
วธิ คี ิดและความรู้ (ระบบคณุ คา่ )
“อยอู่ ย่างมีความหมาย”
“อย่รู อด”
57
“อยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความหมาย” คือเป้าหมายของชุมชน ถ้ามองไปเช่ือมโยง
กบั ปัญหาเหล้าและยาเสพติด จะพบวา่ ปญั หาดังกล่าวเปน็ ปญั หาของการอยู่ร่วมกนั (การละเมดิ
การท�าร้ายกัน การสร้างความร�าคาญ การท�าลายทรัพย์สิน ฯลฯ) ซึ่งปัญหาการอยู่ร่วมอาจจะมี
ตน้ ตอมาจากเรอ่ื งการอยรู่ อด/อยไู่ มร่ อด (บางคนรอด บางคนไมร่ อด) จากระบบเศรษฐกจิ การเมอื ง
แม้ในชมุ ชนเลก็ ๆ กอ็ าจมคี วามเหล่ือมล�า้ ไมเ่ ปน็ ธรรม บางคนถอื ครองและเขา้ ถึงทรพั ยากรไดม้ าก
แต่บางคนไมม่ ี เปน็ ต้น ดงั นน้ั เรื่องเหล้ายา ไมใ่ ช่เร่ืองส่วนตัวอยา่ งทีฝ่ งั อยู่ในระบบคดิ และการรับรู้
ของคนไทยสว่ นใหญ่
มีวธิ คี ิดและความรอู้ ะไรบ้างทสี่ า� คญั ทชี่ ว่ ยจัดความสมั พันธ์ 3 ระบบ พบว่า (1) ความรู้เรื่อง
สมบัตริ ว่ ม เจา้ ของรว่ ม ทรัพยส์ นิ ร่วมหรอื เรียกวา่ “เร่อื งส่วนรวม” (The Commons) และการ
จัดการร่วม (Co-Management) ซ่ึงเป็นหลักประกันของการอยู่รอดและส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน
(รายละเอียดในบทท่ี 2) (2) ความรู้เกีย่ วกบั การจดั การตนเอง (Self-Management) ความรู้ของ
ชมุ ชนตง้ั อยบู่ นฐานของการไมไ่ ปจดั การคนอนื่ และสงิ่ อนื่ ดงั นน้ั การละเมดิ จงึ เกดิ ขนึ้ ไมม่ าก แตน่ นั่
ไม่ได้หมายความว่าไมต่ อ้ งสัมพันธก์ นั เลย ซึ่งเปน็ ไปไมไ่ ดข้ องการอยู่รว่ มกัน ตอ้ งจัดการในระดบั ท่ี
ไมไ่ ปละเมดิ แตเ่ ขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งในฐานะทเ่ี ปน็ ปจั จยั ของกนั และกนั ถา้ เปน็ ปญั หาของเพอ่ื นเราเขา้ ไป
ช่วยไดใ้ นฐานะปจั จยั เอือ้ แตเ่ พอื่ นต้องจัดการตนเอง ตัวอยา่ งผ้เู สพยาเสพตดิ ถ้าผ้เู สพไม่ตดั สินใจ
หรอื ไมต่ อ้ งการจะเลกิ หรอื หยดุ เสพ ปจั จยั เออ้ื ทง้ั หลายกช็ ว่ ยไมไ่ ด้ ในขณะเดยี วกนั มตี วั อยา่ งมากมาย
ของการจดั การตนเองของผู้เสพ ผู้ดม่ื ทีป่ รบั เปลย่ี นตวั เองจากการท่ีครอบครวั ชมุ ชนใหโ้ อกาส จดั
ระยะทเ่ี หมาะสม สนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื เทา่ ทเี่ ขาเหลา่ นนั้ ตอ้ งการ เขา้ ใจเงอื่ นไขขอ้ จา� กดั ตา่ งๆ อดทน
รอคอย การตกผลกึ การคิดได้ โดยไมก่ ดดัน ไม่ไปจัดการหรือรกุ รานชวี ิตเขาเกนิ ไป ความยากจงึ
อยู่ทกี่ ารจัดวางตนเองและตอ้ งเตือนตวั เองเสมอว่า เราเปน็ ปัจจัยเอ้ือทด่ี แี ละเหมาะสมเพยี งใด
ส�าหรับประสบการณ์และบทเรียนการจัดการปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชน เช่ือว่า
ทุกชุมชนล้วนแล้วแต่มีบทเรียนในเรื่องดังกล่าวไม่มากก็น้อย บทเรียนที่ชุมชนมีคือส่วนหน่ึงของ
ศักยภาพที่คนท�างานต้องชวนชุมชนให้ค้นหา และด้วยการค้นหาศักยภาพ จะเป็นจุดเริ่มต้นของ
การสร้างความมั่นใจใหช้ มุ ชนในการจดั การกับปัญหาเหลา้ และยาเสพตดิ ชมุ ชนจะรู้สกึ และเหน็ วา่
ตนเองก็มีอะไรดี “ไม่กระจอก” และด้วยความม่ันใจจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับ
นักพัฒนา/องค์กรพัฒนา เปน็ ความสัมพนั ธ์แบบเพ่อื น แบบเสมอหนา้ ชมุ ชนสามารถแลกเปล่ยี น
เรียนรู้ ตอ่ รอง และออกแบบการแกป้ ัญหาท่ตี งั้ อยบู่ นความจรงิ และสอดคลอ้ งกับบรบิ ท
58
การค้นหาศักยภาพชมุ ชนในทางปฏิบตั สิ ามารถท�าได้โดย (1) สา� รวจอย่างเร็วๆ ว่า ชมุ ชนท่ี
เราท�างานดว้ ยมีพืน้ ท่ี มีทรัพย์สิน มที รพั ยากรธรรมชาติ ทรพั ยากรทคี่ นสร้างขึ้น ฯลฯ ทีเ่ ปน็ ของ
ส่วนรวมที่สมาชิกในชุมชนยังใช้ประโยชน์ร่วมกัน (ใครใช้ ใช้ท�าอะไร) ย่ิงมีมากเท่ากับชาวบ้านมี
หลักประกันในดา้ นต่างๆ มาก มหี ลกั ประกนั ก็ส่งเสรมิ การอยรู่ ว่ มกนั ได้ดี (2) ศึกษาและสังเกตใน
ประเด็นการจัดการชุมชน เป็นการจัดการเด่ียวหรือจัดการร่วม มีการกระจายความรับผิดชอบใน
การจัดการหรือไม่อย่างไร หากมีการกระจายมากและเป็นการจัดการร่วม เท่ากับชุมชนน้ันๆ มี
ต้นทุนค่อนข้างสูง คิดอยา่ งง่ายๆ ชมุ ชนทีม่ ีการจดั การดังกล่าว ย่อมสามารถจดั การปัญหาเหลา้ ยา
ได้ดีกว่าชุมชนท่ีไม่มีหรือมีการจัดการร่วมค่อนข้างน้อย (3) ค้นหาบทเรียนท่ีเกี่ยวกับเหล้าและ
ยาเสพติดของชุมชน อาจเป็นบทเรียนระดับบุคคลหรือครอบครัวก็ได้ และเป็นบทเรียนท้ังเชิงลบ
และเชิงบวก เพ่ือจะได้เข้าใจมุมมอง ฐานคิด วิธีคิดในการจัดการปัญหาเหล้าและยาเสพติดของ
ชุมชนนั้นๆ
59
กรณตี วั อยา่ ง
กรณีชุมชนปกาเกอะญอบ้านขุนแปะ: การใช้บทำเรียน ประสบการณ์เพื่อสร้าง
จติ ส�นกึ และความมั่นใจของชุมชนในการรับมอื กบั ปัญหายาเสพติด
ชาวบ้านปกาเกอะญอบ้านขุนแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พบว่า มีวัยรนุ่ ใน
หมู่บ้านใช้ยาเสพติด (ยาบ้า) เพิ่มมากข้ึน แต่ผลกระทบยังมีไม่มากนักเช่น มีการ
ลักขโมยทรพั ย์สนิ เลก็ ๆ น้อยๆ ภายในครอบครัว แต่ยังไม่ส่งผลกระทบหรอื สรา้ ง
ความเดือดร้อนในชุมชน แต่ชาวบ้านหลายคนรู้สึกเป็นปัญหาใหญ่มาก ต้องการ
การชว่ ยเหลอื จากหนว่ ยงาน ชมุ ชนรสู้ กึ วา่ ชมุ ชนไมม่ ศี กั ยภาพทจี่ ะจดั การกบั ปญั หา
ดงั กลา่ วได้
นักพัฒนา จึงได้เริ่มค้นหาศักยภาพชุมชน โดยเริ่มจากการศึกษาบทเรียน
ประสบการณก์ ารจดั การปญั หาและผลกระทบจากการเสพฝน่ิ พบวา่ ในอดตี (30-
40 ป)ี เกอื บทกุ หลงั คาเรอื นมผี ตู้ ดิ ฝน่ิ สง่ ผลกระทบจนเปน็ หนี้ จนกระทง่ั ตอ้ งขาย
แรงงานเพื่อแลกฝิ่น พอถงึ จุดหน่งึ ท่ีไม่มเี งินซื้อฝ่ิน นายทนุ พอ่ ค้าฝิ่นกใ็ ห้ยมื ฝนิ่ มา
สูบโดยแลกกับข้าวในไร่ในลักษณะตกเขียว คือ เอาฝิ่นมาเท่าไหร่ก็ต้องเอาข้าวคืน
เปน็ จ�นวนไร่เทา่ กับราคาฝิ่น จนเมอื่ ไมม่ ขี ้าวแลกฝนิ่ ชาวบ้านก็ต้องท�การยืมขา้ ว
จากนายทุนในลักษณะยืมข้าว 10 ถัง คืน 20 ถัง กระทั่งไม่มีข้าวคืนก็ยืมข้าว
เพื่อนบา้ น ท่ีนาที่ไร่ ทีท่ �กนิ บางสว่ นโดนนายทุนยดึ ไปหมด
ในช่วงน้ันมีนักพัฒนาจากศูนย์สังคมพัฒนาเข้าไปชวนชาวบ้านวิเคราะห์
สังเคราะห์ปัญหาที่ชาวบ้านถูกเอาเปรียบ ถูกกดข่ีจากนายทุน เมื่อได้ทบทวน
ชาวบา้ นเหน็ วา่ หากเปน็ แบบนต้ี อ่ ไปคงไมไ่ ดแ้ น่ ตอ้ งลดความโหดเหยี้ มอหงั การของ
นายทุน และหาทางออกให้กับตัวเองและชุมชน จึงเกิดแนวคิดการต้ังธนาคารข้าว
ขึ้นในหมู่บ้าน เป็นธนาคารข้าวของส่วนรวม ชาวบ้านที่ไม่มีข้าวก็สามารถมากู้ท่ี
ธนาคารข้าวได้ ยืม 10 ถงั จ่ายคืน 12 ถัง ทงั้ นีเ้ พื่อลดการพงึ่ พานายทนุ เมื่อข้าว
เรมิ่ มากขน้ึ ๆ ชาวบา้ นเรม่ิ อยไู่ ด้ จนบางสว่ นสามารถเอาทดี่ นิ คนื จากนายทนุ พรอ้ มๆ
กบั การท�งานเพอื่ ลดและหยดุ การใชฝ้ น่ิ ของชาวบา้ น ใชเ้ วลากวา่ 10 ปี จนชาวบา้ น
เป็นอสิ ระจากนายทุน
การชวนมองศักยภาพชุมชนผ่านประสบการณ์ข้างต้น ช่วยให้ชาวบ้านเห็น
ศักยภาพของตนเอง “ปัญหาใหญ่และยากกว่ายังแก้กันมาได้” ท�ให้เกิดจิตส�นึก
ของการพึ่งพาตนเอง และเร่ิมต้นแก้ไขปัญหายาบ้าในกลุ่มวัยรุ่นจากพลังของ
ชาวบา้ นทีม่ อี ยมู่ าก
60
กรณีตวั อย่าง
กรณี บา้ นผาแดงหลวง: การบ�บดั ยาเสพติดโดยชมุ ชน
ชุมชนบ้านผาแดงหลวง และเครือข่ายชนเผา่ ฯ แมฮ่ ่องสอน เคยส่งผู้เสพฝ่ิน
ไปบ�บัด แต่กลับมาเสพซ้�า จึงได้ท�การทบทวนและวิเคราะห์ร่วมกัน ถึงสาเหตุของ
การเสพซ�า้ และพบวา่ เพราะครอบครัวและชุมชนเองทีผ่ ลักดนั เขาออกจากชมุ ชน มี
ทัศนคติต่อผู้เสพทางลบ ท�ให้ผู้เสพรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่ได้รับการยอมรับ
จากชุมชน ดังน้ัน ชุมชนจึงตัดสินใจด�เนินการบ�บัดและฟื้นฟูผู้เสพผู้ติดฝิ่นโดย
ชมุ ชน แมจ้ ะไมม่ ปี ระสบการณ์แต่ด้วยการมีสว่ นรว่ มและการชว่ ยเหลือซึง่ กันและกัน
ของทุกส่วนในชุมชน ต้ังแต่ข้ันตอนการเตรียมการ การด�เนินงานบ�บัด มีการน�
ความรู้ดั้งเดิมที่มีอยู่ในชุมชนเช่น การน�สมุนไพรมาใช้ในการรักษา ในระหว่าง
กระบวนการฟน้ื ฟชู มุ ชนไดช้ ว่ ยเหลอื ครอบครวั ของผตู้ ดิ ยาเสพตดิ โดยไปชว่ ยเหลอื
เป็นแรงงานให้แก่ครอบครัวผู้เข้ารับการบ�บัด ตลอดจนถึงข้ันตอนสุดท้าย คือ
การทผี่ เู้ ขา้ รบั การบ�บดั ไดร้ บั การสง่ เสรมิ อาชพี มกี องทนุ ววั ส�หรบั ผผู้ า่ นการบ�บดั
ซ่ึงประสบความส�เร็จเป็นท่ีน่าพอใจ และได้รับความสนใจจากบ้านอื่นๆ รวมถึง
หนว่ ยงานราชการเช่น โรงพยาบาลแมล่ านอ้ ยทเ่ี ข้ามาศึกษากระบวนการชมุ ชน
ข้อสงั เกตและขอ้ พจิ ารณา
1. เร่มิ ทา� งานจากสง่ิ ท่ีมี นา่ จะดีกวา่ เริ่มจากสง่ิ ท่ีขาด
2. ชุมชนที่มีบทเรียน/ประสบการณ์มาก สามารถเริ่มต้นจากการสรุปบทเรียน และ
ต่อยอด ยกระดับและขยายผลการท�างานจากบทเรียนที่มีได้เลย (ดูเพิ่มเติมใน
องคป์ ระกอบท่ี 6)
3. จรงิ ๆ ทนุ ทางสงั คมของชมุ ชนยงั คงมเี หลอื อยมู่ าก หากไมน่ า� มาใช้ ในทส่ี ดุ กห็ มดไป แต่
หากนา� มาใชห้ รอื ปรบั ใชใ้ นสถานการณแ์ ละในบรบิ ทใหม่ ทนุ ทางสงั คมทใี่ ชก้ จ็ ะยงิ่ เพมิ่
4. ทุนทางสังคมในเร่ือง “สมบัติร่วม” หรือ “ของส่วนรวม” ยังคงจ�ากัดอยู่ในพ้ืนท่ีทาง
วฒั นธรรมเฉพาะของกล่มุ ชาติพันธุ์ หากสามารถยกระดับจนกลายเปน็ กฎหมาย ก็จะ
สามารถปกปอ้ งตัวเองจากการไม่ถูกละเมิดโดยคนอื่นๆ ไดง้ า่ ย เชน่ ไม่น�าเหลา้ และไม่
ดื่มเหล้าในพ้ืนท่ีพิธีกรรมของชาวลาหู่ด�า อ.ปางมะผ้า ซ่ึงปฏิบัติได้เฉพาะคนลาหู่ด�า
เทา่ นนั้ แตย่ งั คงมคี นนอกวฒั นธรรมเอาเหลา้ เขา้ ไป โดยอา้ งวา่ ตนเองไมใ่ ชล่ าหู่ เปน็ ตน้
5. ประสบการณ์และบทเรียน สามารถปลุกจิตส�านึกชาวบ้านให้ลุกข้ึนมาต่อสู้ในฐานะ
ผกู้ ระทา� (Actor) โดยไมต่ อ้ งรอพึง่ พาใคร
61
องค์ประกอบทำี่ 5
การก�หนดเป้าหมาย มาตรการ และปฏิบตั ิการเพอ่ื บรรลผุ ล
การก�าหนดเป้าหมายคือ การระบุถึงการเปลี่ยนแปลงท่ีชุมชนต้องการให้เกิดข้ึนในอนาคต
และต้องเป็นเป้าหมายร่วมซึ่งเป็นการเปล่ียนแปลงท่ีทุกคนทุกกลุ่ม หรือคนส่วนใหญ่ต้องการเห็น
(Committed Goal) และเมื่อเป็นเปา้ รว่ มจงึ เกดิ ความรสู้ กึ เป็นเจา้ ของ และรว่ มรับผดิ ชอบตอ่ การ
ท�าใหบ้ รรลุผล สว่ นอนาคต จะเป็น 6 เดอื น 1 ปี 3 ปี 5 ปี ข้ึนอยูก่ ับชมุ ชน และขึน้ อยูก่ บั โจทยง์ า่ ย
หรือยาก โดยท่ัวไป การก�าหนดเป้าหมายมักจะเกิดข้ึนหลังจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา
เหลา้ /ยาเสพตดิ ผลกระทบ เหตปุ จั จยั และเงอื่ นไขทที่ า� ใหเ้ กดิ ปญั หา การวเิ คราะหท์ นุ และศกั ยภาพ
ชุมชน หรือพูดโดยง่ายคือ ก�าหนดเป้าหมายจากการเข้าใจโจทย์จริงๆ ว่า โจทย์ปัญหาเหล้า/
ยาเสพติดของชมุ ชนคืออะไร เชน่ บางชุมชนโจทย์คอื มีการใชเ้ หล้าและยาเสพตดิ มากท้ังตวั ยาและ
ความต้องการ ประกอบกับมเี ดก็ เยาวชนเขา้ ไปเก่ยี วข้องมากและมีแนวโนม้ อายนุ อ้ ยลงๆ แม้วา่ จะ
ยังไม่มีผลกระทบมากนัก แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นแน่ เป้าหมายของชุมชน
อาจตอ้ งการลดจา� นวน/ลดความตอ้ งการการใชเ้ หลา้ /ยาเสพตดิ โดยเนน้ ในกลมุ่ เดก็ เยาวชน ในขณะ
ทบ่ี างชมุ ชนโจทยค์ อื ชมุ ชนไดร้ บั ผลกระทบหรอื ความเดอื ดรอ้ นจากการใชเ้ หลา้ /ยาเสพตดิ มาก โดย
เฉพาะผลกระทบท่ีเก่ียวกับการละเมิดหรือการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก ผู้หญิง เป้าหมายของชุมชน
อาจตอ้ งการลดความรนุ แรงตอ่ ผหู้ ญงิ และเดก็ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การใชเ้ หลา้ /ยาเสพตดิ ดงั นนั้ ในชมุ ชน
แตล่ ะท่ีแตล่ ะแห่ง โจทย์อาจคลา้ ยหรอื แตกตา่ งกนั ได้
องคป์ ระกอบ +โจทย์ ศกั ยภาพ เป้าหมาย
123 ชุมชน
และ 4 ยาก/ง่าย
วธิ ีการ/มาตรการ
เพอ่ื บรรลเุ ปา้ หมาย
อย่างไรก็ตาม ดังที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นๆ ของบทนี้ว่า ในความเป็นจริงด้วยข้อจ�ากัดต่างๆ
มีหลายพ้ืนที่/ชุมชนที่ก�าหนดเป้าหมายจากความรู้สึกซ่ึงไม่ได้มีการวิเคราะห์มาอย่างเป็นระบบ
กไ็ มเ่ ปน็ ไร ลงมอื ทา� เพอ่ื เรยี นรดู้ วู า่ แกป้ ญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ ไดห้ รอื ไมเ่ พยี งใด “ชกโดนเปา้ หรอื
ชกลม” การลองผดิ ลองถกู และอาศยั การถอดบทเรยี นกจ็ ะชว่ ยใหช้ มุ ชนเรยี นรแู้ ละคอ่ ยๆ เหน็ โจทย์
ท่ีชดั ขึ้นๆ วา่ เหตปุ จั จัย ของปัญหาเหล้าและยาเสพติดและผลกระทบคอื อะไร?
62
หลังจากชัดเจนในเป้าหมาย ค�าถามส�าคัญท่ีชวนให้ชุมชนร่วมกันคิดคือ เป้าหมายร่วมท่ี
ตอ้ งการ จะสามารถบรรลไุ ดต้ อ้ งมเี งอื่ นไข หรือตอ้ งสรา้ งเงอ่ื นไขอะไรใหเ้ กดิ ขนึ้ หรอื เปา้ หมายรว่ ม
จะเกดิ ขน้ึ ก็ตอ่ เมอื่ ซึง่ ก็คือการสรา้ งมาตรการชมุ ชนนน่ั เอง มาตรการหรือวิธกี ารทีช่ ุมชนใชเ้ พ่ือแก้
ปญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ ขน้ึ อยกู่ บั เปา้ หมายทตี่ อ้ งการใหเ้ กดิ ตวั อยา่ งเชน่ ชมุ ชนมเี ปา้ หมาย “ลด
ผลกระทบจากเหล้าและยาเสพติดที่น�าไปสู่ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก” หรือเป้าหมาย
คอื “ลดอุบตั เิ หตุจากการดมื่ เหล้า” มาตรการ/วิธกี ารท่ีใช้ อาทเิ ชน่ (1) การจา� กัดการมีและเข้าถงึ
เหล้าโดยจ�ากัดเวลา สถานที่ งานบุญประเพณีและเทศกาลส�าคัญและอายุ โดยการสร้างกติกา
ร่วมกัน (2) การปรับเปล่ียนหรือยุติค่านิยมท่ีส่งเสริม สนับสนุนการดื่มการใช้เหล้าและยาเสพติด
(3) สรา้ งพ้นื ทีส่ ร้างโอกาส และส่งเสรมิ เด็กเยาวชนเขา้ มามสี ่วนรว่ มกบั การพฒั นาชุมชน มีโอกาส
ได้แสดงศักยภาพและมีกิจกรรมสร้างสรรค์ (4) เพ่ือสนับสนุนการรวมตัวกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้
ได้รับผลกระทบจากเหล้าและยาเสพติด ผู้เสพ ผู้ดื่ม เข้ามามีส่วนร่วม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพ
รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมท่ีน�าไปสู่การลดการด่ืม/ใช้เหล้าและยาเสพติด (5) การลดความต้องการ
เหล้าและยาเสพติดผา่ นการบา� บดั และฟ้นื ฟโู ดยชมุ ชนมีส่วนรว่ ม เป็นตน้
ขอ้ สงั เกตและขอ้ พจิ ารณา
1. หลายต่อหลายครั้งที่พบ การวิเคราะห์โจทย์ กับการตั้งเป้าหมายและการสร้าง
มาตรการ/วิธีการอาจไม่สอดคล้องต้องกัน น่ีคือสาเหตุหน่ึงท่ีท�าให้การแก้ปัญหาไม่ได้
ผล ดังน้ัน หมั่นตรวจสอบตรรกะและความสมเหตุสมผลอย่างสม�่าเสมอ ด้วยค�าถาม
งา่ ยๆ ตวั อยา่ งเชน่ ตกลงเราตอ้ งการอะไร ความตอ้ งการทว่ี า่ กา� หนดมาจากอะไร ทที่ า�
อย่มู นั เก่ียวข้องกบั ส่ิงท่ีเราตอ้ งการตรงไหน ฯลฯ และด้วยคา� ถามเหลา่ นี้จะเปน็ “การ
กุมสภาพ” งานไม่ใหเ้ บี่ยงเบนไปจนไม่สามารถควบคมุ ได้
2. มหี ลายกรณี พบวา่ มอี ทิ ธพิ ลของวธิ คี ดิ และความเชอ่ื ทวี่ า่ “ถา้ คนมคี วามรกู้ จ็ ะสามารถ
เปลยี่ นพฤตกิ รรมของตนเองได”้ ดงั นน้ั
วิธีการหลักและกิจกรรมที่ใช้ก็จะมี
เฉพาะการให้ความรู้ ฝึกอบรมเป็น
ส่วนใหญ่ ท้ังๆ ที่มีหลักฐานเป็นที่
ประจักษ์แล้วว่า การให้ความรู้เป็นวิธี
ท่ีให้ผลน้อยสุดและไม่สามารถสร้าง
การเปล่ียนแปลงโดยเฉพาะ “การ
เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เป็นปัจจัย
ส�าคัญของการพัฒนา/แก้ไขปัญหา
อย่างย่งั ยืน”
63
องค์ประกอบทำี่ 6
การถอดบทำเรียนเพอื่ การตอ่ ยอด ยกระดับและขยายผล
การถอดบทเรียนคือ กระบวนการคน้ หาความรู้จากการปฏิบตั ิ เป็นกระบวนการส�าคญั ของ
การพัฒนาและยกระดับการท�างานให้ดีย่ิงขึ้นๆ เน่ืองจากบทเรียนหรือความรู้ท่ีได้รับ จะช่วยบอก
และยนื ยนั กบั ชมุ ชนวา่ ทา� แบบไหนไดผ้ ล แบบไหนไมค่ วรทา� บางอยา่ งควรทา� เพมิ่ บางอยา่ งทงิ้ เลย
ไมค่ วรทา� อีก
กระบวนการถอดบทเรยี น
(1) เร่มิ จากการทา� ความเขา้ ใจ/ทบทวนทมี่ าทไ่ี ป ทบทวนโจทยท์ เ่ี กีย่ วกับการใชเ้ หล้า/ยา
-เสพตดิ และผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ และผา่ นการวเิ คราะหเ์ หตุ ปจั จยั ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ ปญั หา
เหลา้ และยาเสพตดิ รวมถงึ เปา้ หมายและแผนกจิ กรรมหรอื วธิ กี ารทตี่ กลงรว่ มกนั (เพอื่
ดวู ิธคี ิดวิธีมองเหล้าและยาเสพตดิ ต้งั แต่ตน้ ว่าเราคดิ และมองอย่างไร) จากนนั้
(2) ระบุการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนหลังจากลงมือปฏิบัติการตามแผนหรือตามวิธีการแก้
ปัญหาที่ตกลงร่วมกัน (มีอะไรเปล่ียน?) การบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทุกคนสามารถ
บอกการเปล่ียนแปลงในมุมมองของตน อาจเหมือนหรือแตกต่าง อาจสนับสนุนหรือ
ขัดแย้งกนั ได้ และอยา่ ลมื ว่า ความจริงของการเปลย่ี นแปลงมีท้งั การเปลย่ี นแปลงเชงิ
บวกและลบ นอกจากนี้ ควรใหร้ ายละเอยี ดของการเปลย่ี นแปลงเพมิ่ คอื การเปลยี่ นแปลง
ทง้ั หลาย ใคร กลมุ่ ใด ไดป้ ระโยชนแ์ ละเสยี ประโยชนจ์ ากการเปลย่ี นแปลงนนั้
(3) เปรยี บเทยี บขอ้ มลู การเปลยี่ นแปลงกบั เปา้ หมายทต่ี ง้ั ไวโ้ ดยดวู า่ การเปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ
ขน้ึ เปน็ ไปตามสงิ่ ทช่ี มุ ชนตง้ั ใจอยากเหน็ แคไ่ หน เพยี งใด? หรอื แมว้ า่ อาจจะยงั ไมบ่ รรลุ
เป้าหมาย การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นนั้น สามารถบอกได้ว่า ยังคงอยู่ในทิศทางที่คาด
หวงั ไวห้ รอื ไม่ อยา่ งไร นอกจากนี้ มกี ารเปลยี่ นแปลงใดทเี่ กดิ ขนึ้ (ทง้ั บวกและลบ) โดย
ไม่ได้คาดไว้ตั้งแต่ต้น ในขั้นตอนนี้ส่ิงส�าคัญคือ ชุมชนต้องร่วมกัน “ตัดสินใจ” ว่า
ชุมชนบรรลุเป้าหมายการลดปัญหาเหล้าและยาเสพติดหรือไม่ แค่ไหน ส่วนใหญ่
หรือบางสว่ น ถ้ายงั ไมบ่ รรลุ ยงั อยใู่ นทิศทางหรือไมอ่ ย่างไร”
(4) จากขอ้ (3) จะชว่ ยชมุ ชนประเมนิ ว่า “คดิ ผิด” หรือ “ทา� ผดิ ” หมายความวา่ ถ้าการ
ทา� งานไดผ้ ล คอื เกดิ การเปลย่ี นแปลงในสง่ิ ทค่ี าดหวงั อาจจะประเมนิ อยา่ งเรว็ ๆ ไดว้ า่
“นา่ จะคดิ ถกู ” ซงึ่ แปลวา่ การมองปญั หา การวเิ คราะหโ์ จทยเ์ หลา้ /ยาเสพตดิ นา่ จะถกู
แตก่ อ็ ยา่ ประมาท อาจะไดผ้ ลโดยบงั เอิญกไ็ ด้ แต่ถา้ การทา� งานไม่ไดผ้ ล หรอื ถา้ ได้กไ็ ด้
นอ้ ยมากอยา่ งไมม่ นี ยั สา� คญั ตรงนคี้ อื การถอดบทเรยี นทส่ี า� คญั ตอ้ งคน้ หาใหไ้ ดว้ า่ ทไี่ ม่
ไดผ้ ลเป็นเพราะ “คิดผิด” หรือ “การปฏบิ ตั ิผิด” ปฏิบัติผิดหมายถงึ การไม่ได้ทา� ตาม
64
แผนหรอื วธิ กี ารทว่ี างไว้ ดงั นนั้ ตอ้ งเรม่ิ ตน้ จากการดวู า่ การปฏบิ ตั เิ ปน็ อยา่ งไร ทา� ตาม
แผนทว่ี างไวห้ รอื ไม่ หากทา� ทกุ อยา่ งตามแผนแลว้ ไมไ่ ดผ้ ล จงึ คอ่ ยสรปุ วา่ “นา่ จะคดิ ผดิ ”
อย่าประมาทำทำไ่ี ด้ผล ไดผ้ ล
เพราะอาจมีปัจจยั อ่นื ๆ
ชว่ ย?
คิด ท� สรุป
คดิ ผดิ ไม่ได้ผล
หรอื ทำ�ผิด?
5) จากนนั้ จงึ เรม่ิ คน้ หาความรู้ ไมว่ า่ ไดผ้ ลหรอื ไมไ่ ดผ้ ล และไมว่ า่ คดิ ผดิ หรอื ปฏบิ ตั ผิ ดิ เพอื่
หาให้ได้ว่า มเี หตุ ปัจจัยและเง่อื นไขของความสา� เร็จหรือความล้มเหลวอะไรบ้าง และ
ปัจจัยต่างๆ สัมพันธ์เช่ือมโยงกันอย่างไร พอค้นเจอ จะช่วยบอกเราว่า ถ้าจะไปข้าง
หนา้ ตอ่ เราจะไปตอ่ อยา่ งไร อะไรเปน็ สงิ่ ทต่ี อ้ งทา� ตอ่ อะไรจะตอ้ งยตุ ไิ มค่ วรทา� อกี บาง
เร่ืองอาจจะต้องไปคิดใหม่เช่น กลับไปทบทวนวิธีคิด วิเคราะห์สถานการณ์เหล้าและ
ยาเสพตดิ ในบริบททีเ่ ปล่ยี นแปลง แต่บางอย่างเป็นการแก้ไข ปรบั ปรงุ เพ่ิมเติมอะไร
ในขณะท่ีบางอย่างอาจต้อง ต่อยอด ยกระดับและขยายผล ทีน้ีเวลาที่เราพูดถึง
“ตอ่ ยอด” “ยกระดบั ” หรอื “ขยายผล” คา� เหลา่ นล้ี ว้ นแลว้ แตม่ คี วามหมาย และตอ้ ง
พิจารณาจากบทเรียนที่ได้รับ บางชุมชนสามารถแก้ปัญหาเหล้า/ยาเสพติดได้ผล
สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้มาก เช่น เกิดการรวมกลุ่มของผู้เลิกด่ืมหรือ
เลิกใช้ยาเสพติด ต่อยอดไปสู่การส่งเสริมอาชีพแก่กลุ่มเพื่อเพ่ิมความม่ันคงทาง
เศรษฐกจิ เปน็ ต้น ในขณะท่กี ารยกระดับ หมายถึงการท่ชี ุมชนสามารถทา� บทบาทได้
มากและสงู ขน้ึ (เกง่ ขนึ้ ) เนอ่ื งจากมศี กั ยภาพเพมิ่ ขน้ึ จากการทา� งาน สามารถเปน็ แหลง่
เรียนรู้ส�าหรับชุมชนอ่ืนๆ ส่วนการขยายผลหมายถึงการเอาบทเรียนไปเผยแพร่และ
ขยายไปยังชมุ ชนอ่นื ๆ
65
โดยสรุป กระบวนการถอดบทเรียน เป็นกระบวนการของการ ท�า-สรุป-ท�า–สรุป อย่าง
ต่อเนื่องเหมือนเป็นเกลียวแต่เป็นเกลียวท่ียกระดับความเก่งข้ึนเร่ือยๆ ย่ิงท�าย่ิงชัด ยิ่งชัดย่ิงท�าถูก
แต่ก็พร้อมผิดได้เสมอ เพราะสถานการณเ์ หล้าและยาเสพตดิ มีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา ดังน้นั
ต้องไม่ประมาท ไม่เต็มแก้วและอหังการ ไม่หยุดการเรียนรู้และไม่ใช้ความรู้/บทเรียนเดิมๆ และ
เดิมๆ ตลอดเวลา มฉิ ะน้นั แทนท่จี ะได้สังคมชุมชนแห่งการเรยี นรู้ กลายเป็นการดงึ กลับไปสสู่ งั คม
ชุมชนคุณพอ่ คุณแมร่ ู้ดีเหมือนอย่างทเี่ ป็นมาในอดีต
อีกส่วนหน่ึงท่ีส�าคัญในเร่ืองการถอดบทเรียนคือ อุปสรรคและความท้าทายของการถอด
บทเรยี น อาการตา่ งๆ เหล่านีส้ ามารถพบเจอไดบ้ อ่ ยๆ ของคนท�างานและชุมชน เช่น หลงั จากการ
ถอดบทเรียนจะอีกสักกี่คร้งั ก็คิดและทา� เหมอื นเดิม หรือมบี ทเรยี นในใจต้งั แตย่ ังไมไ่ ดล้ งมอื ทา� งาน
หรือ หาไม่เจอว่าสิ่งท่ที า� มากมายตกลงมีหรือได้บทเรียนอะไร มีแต่บทเรียนเชิงบวกแต่หาบทเรยี น
เชิงลบไม่เจอ ฯลฯ อาการตา่ งๆ เหลา่ นี้น่าจะมหี ลายสาเหตุ ไดแ้ ก่ (1) เข้าใจผดิ คิดว่าบทเรยี นคือ
เรื่องความส�าเร็จเท่าน้ัน ส่วนเรื่องลบเป็นความล้มเหลวไม่น่าสนใจที่จะหาบทเรียน (2) ศักยภาพ
และความสามารถในการ “สกดั ” บทเรียนทเ่ี ป็นความร้จู ากการปฏิบตั มิ ไี มเ่ พียงพอ (Conceptu-
alization) (3) ความคดิ ความรทู้ มี่ อี ยเู่ ดมิ มอี ทิ ธพิ ลทา� ใหไ้ มเ่ ปดิ รบั ความรคู้ วามคดิ ใหมๆ่ ทแี่ ตกตา่ ง
(4) ใชก้ ารถอดบทเรยี นเพอ่ื สรา้ งความชอบธรรมใหก้ บั คา� ตอบของตน และ (5) พะรงุ พะรงั กบั เทคนคิ
และเคร่อื งมอื ของการถอดบทเรียนจนลืมเนอื้ หาสาระที่เปน็ แกน่ สาร
66
กรณตี ัวอย่าง
กรณีเครือขา่ ยลซี อ
เดิมการท�งานของเครอื ขา่ ยลซี อมแี ต่ผู้น� แกนน�ผู้ชาย ทมี่ ีความคดิ วา่ การ
ท�งานเรอ่ื งเหลา้ และยาเสพตดิ เปน็ งานหนกั เปน็ งานของผชู้ าย จงึ มองไมเ่ หน็ วา่ ผหู้ ญงิ
เขา้ ร่วมจะเป็นประโยชนต์ รงไหน อย่างไร
จากการสรปุ บทเรยี นของเครอื ขา่ ยลซี อ พบวา่ ปญั หาและผลกระทบของเหลา้
และยาเสพตดิ ในกลมุ่ เดก็ เยาวชนยงั คงมอี ยสู่ งู ทงั้ ๆทพ่ี ยายามแกไ้ ขปญั หาดว้ ยวธิ กี าร
ตา่ งๆ มากมาย เชน่ การใชต้ ระกลู แซ่ (แซใ่ ครแซน่ น้ั ดแู ลลกู หลานของตน) การใหผ้ ใู้ หญ่
ชว่ ยเปน็ หเู ปน็ ตาและตกั เตอื นลกู หลาน จนวนั หนงึ่ หลงั จากทผ่ี หู้ ญงิ เรมิ่ เขา้ มามสี ว่ น-
รว่ มในเครอื ขา่ ยลซี อ พบวา่ ปัญหาความรนุ แรงและการใช้เหล้าในกลุ่มเยาวชนลดลง
มาก เกดิ การยอมรบั ในศกั ยภาพของผหู้ ญงิ จากผนู้ �ชาย และเหน็ วา่ การท�งานเรอื่ ง
เหลา้ ยาเสพตดิ และอน่ื ๆ ผหู้ ญงิ เปน็ ผทู้ มี่ บี ทบาทส�คญั ตอ่ การสรา้ งการเปลย่ี นแปลง
กรณีองค์กร PKKO องคก์ รครู่ ่วมงานในกมั พูชา
เดมิ ท�งานดว้ ยการใหค้ วามรเู้ กยี่ วกบั โทษและพษิ ภยั ยาเสพตดิ แตห่ ลงั จากทไ่ี ด้
ถอดบทเรียนโดยการเย่ียมเสริมพลัง (Empowering Visit) จากทีมงาน IOGT-
NTO Movement ส�นักงานภูมิภาคอย่างต่อเน่ือง (ลงไปดูการท�งานในพื้นท่ี ไป
ฟงั ไปเรยี นรชู้ มุ ชนอยา่ งตง้ั ใจ การตง้ั ค�ถามอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละเพอื่ การเรยี นรู้ ฯลฯ)
และใช้กระบวนการเดียวกันกับการเยี่ยมองค์กร PKKO ด้วยกระบวนการท�และ
สะทอ้ น (Action-Reflection Process) มผี ลตอ่ การปรบั วธิ คี ดิ และวธิ ที �งานจาก
เดมิ ไปสกู่ ารท�งานโดยปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเหลา้ และยาเสพตดิ โดยชมุ ชน (CBDAC)
กรณี Myitta Lan
สนใจการท�งานเพอื่ ลดปญั หาเหลา้ กบั ความรนุ แรงทางเพศ โดยท�งานกบั ผนู้ �
ศาสนา โดยมคี วามเขา้ ใจวา่ ชาวบา้ นมศี รทั ธาตอ่ ผนู้ � ดงั นนั้ ผนู้ �ในฐานะ Facilitator
จะสามารถเออื้ อ�นวยใหช้ มุ ชนสามารถจดั การกบั ปญั หาความรนุ แรงทางเพศจากเหลา้
ได้อย่างเหมาะสม แต่เม่ือมีการติดตาม หลายชุมชนไม่มีความเคล่ือนไหวและจากการ
สรปุ บทเรยี น พบวา่ Facilitator หลายคนยงั มมี มุ มองทไี่ มเ่ ออื้ ตอ่ การขบั เคลอื่ นงาน
กล่าวคือ Facilitator บางคนยังมีอคติทางเพศจากอิทธิพลของวัฒนธรรมสังคม
ชายเป็นใหญ่ จึงท�ให้ปัญหาความรุนแรงทางเพศซ่ึงมีรากเหง้ามาจาก ความไม่
เสมอภาคทางเพศ ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเพ่ือพิจารณาอย่างจริงจัง ท้ายสุดทีม
Myitta Lan จึงพิจารณาเปล่ียน Facilitator บางคนเพ่ือลดข้อจ�กัดในการ
ขับเคลื่อนงาน
67
ขอ้ สงั เกตและข้อพจิ ารณา
1. การถอดบทเรยี นเปน็ เครอ่ื งมอื สา� คญั ของการสรา้ งความรจู้ ากการปฏบิ ตั ขิ องผถู้ กู กระทา�
เพื่อใช้เปน็ พลังและอ�านาจของการตอ่ รอง
2. ยา�้ อีกครงั้ การถอดบทเรียนโดยไมไ่ ดล้ งมอื ปฏิบัตเิ ป็นเรื่องท่เี พ้อเจ้อ เปน็ พวก “มโน”
ในขณะเดยี วกนั ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ โดยไมไ่ ดถ้ อดบทเรยี นเปน็ พวก “เถรสอ่ งบาตร”
ซ่งึ อ่อนแอทง้ั คู่
3. บทเรียนจากความล้มเหลวน่าจะส�าคัญและให้บทเรียนที่ดีและชัดกว่าบทเรียนของ
ความสา� เรจ็ เพราะความลม้ เหลว อยา่ งนอ้ ยบอกเราวา่ “ผดิ แนๆ่ และจะไมท่ า� อกี ” ใน
ขณะท่บี ทเรยี นเชงิ บวก อาจจะมาจากความบงั เอญิ กไ็ ด้
68
4
ผล แบกลาทระสดรา� ุปเนินงาน
69
ผลการด�เนนิ งานโดยสรุป
ผลจากการด�าเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชน (CBDAC)
กอ่ ให้เกดิ ผลลัพธ์และผลกระทบทางบวกหลายประการ ซง่ึ สามารถสรุปได้ ดงั นี้
1. ผลท่ีไดร้ บั ตอ่ ชุมชนและกลมุ่ เป้าหมายท่ชี ดั เจนท่สี ุดคือ การใชเ้ หล้าในชมุ ชนเป้าหมาย
ลดลง เนื่องมาจากมีการเปล่ียนแปลงแบบแผนการใช้/การบริโภคเหล้าและมีมาตรการ/ข้อตกลง
(หรือในรูปแบบระเบียบ กติกาชุมชน) ที่จ�ากัดการเข้าถึงเหล้า ทั้งในเชิงพื้นที่ (รวมท้ังสถานที่
ทางกายภาพและพ้ืนที่ในเชิงพิธีกรรมหรืองานเทศกาล) เวลา อายุ ทา� ให้ผลกระทบจากเหล้าและ
ยาเสพติดลดลงไปด้วย เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวลดลง การละเมิดเด็กและการ
กระท�าความรุนแรงต่อเด็กลดลง เศรษฐกิจครอบครัวดีขึ้น อยู่ในชุมชนรู้สึกมีความอุ่นใจและ
ปลอดภยั นอกจากนนั้ ดว้ ยกระบวนการทา� งาน CBDAC สง่ ผลทา� ใหล้ ดชอ่ งวา่ งและจดั ความสมั พนั ธ์
ระหว่างกลุ่มคนต่างๆ ท่ีมีความเสมอภาค/เท่าเทียมกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนท่ีไร้สิทธิไร้เสียงและ
ผดู้ อ้ ยโอกาส รวมถงึ เดก็ เยาวชน ผหู้ ญงิ และผไู้ ดร้ บั ผลกระทบจากเหลา้ /ยาเสพตดิ ไดร้ บั การยอมรบั
จากชุมชนมากขึ้น มีพื้นที่แสดงออกและบอกถึงความต้องการ รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ตดั สนิ ใจของชมุ ชนไมแ่ คเ่ พียงปญั หาเหล้า/ยาเสพตดิ ยังรวมถงึ ประเดน็ ปัญหาอืน่ ในชมุ ชนอีกดว้ ย
2. ผลท่เี กิดกบั คนทา� งานและองคก์ รพัฒนา ท้ังในประเทศไทย พม่า ลาวและกัมพชู าท่ไี ด้
ร่วมกันสร้างบทเรียนการแก้ปัญหาเหล้าและยาเสพติดโดยชุมชนในบริบทต่างๆ ที่มองเห็นการ
เชอ่ื มโยงของเหลา้ /ยาเสพตดิ ในมติ คิ วามสมั พนั ธเ์ ชงิ อา� นาจ ทงั้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมวฒั นธรรม
และการเมือง ท�าให้คนท�างานและองค์กรท่ีท�างานเพื่อลดปัญหาและผลกระทบจากเหล้า/
ยาเสพติด ให้ความส�าคัญกับการที่ต้องไปเข้าใจเหตุปัจจัยเชิงโครงสร้างที่มีส่วนเก่ียวข้อง หรือมี
อทิ ธพิ ลตอ่ ปญั หาและผลกระทบท่ีเก่ียวขอ้ งกับเหล้า/ยาเสพตดิ ดว้ ยการลงลกึ ดังกลา่ ว ช่วยใหค้ น
ทา� งานสามารถสรา้ งกระบวนการเรยี นรแู้ ละสนบั สนนุ ใหช้ มุ ชนเหน็ และตดั สนิ ใจแกไ้ ขปญั หาเหลา้ /
ยาเสพติดของชุมชนท่ีมีประสิทธิภาพมากขึ้น “ลงลึกถึงการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างมากกว่า
การแก้ปัญหาในระดับปรากฏการณ์”
3. ผลทเ่ี กดิ กบั องคก์ รอน่ื ๆ ในไทย ทงั้ องคก์ รภาคประชาสงั คม หนว่ ยงานของรฐั และองคก์ ร
พัฒนาเอกชน อาทิ สภาคริสตจักรในประเทศไทย ศูนย์เพ่ือน้องหญิง หน่วยงานต่างๆ ภายใต้
กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ตน้ ทไี่ ดเ้ รยี นรกู้ ระบวนการแกไ้ ขปญั หาเหลา้ /ยาเสพตดิ โดยชมุ ชน และ
สามารถนา� ไปปรบั ใชใ้ นกระบวนการแกป้ ญั หาสงั คมอน่ื ๆ เชน่ ความรนุ แรงทางเพศ การละเมดิ สทิ ธิ
เด็ก ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกระบวนการของการเสริมพลังในการวิเคราะห์ปัญหาหรือมอง
ปญั หาทางสงั คมทเ่ี ชอื่ มโยงกบั ความสมั พนั ธเ์ ชงิ อา� นาจ เชน่ ความไมเ่ ทา่ เทยี มของหญงิ ชายกบั ความ
รุนแรงทางเพศ หรือการละเมิดสิทธิเด็กในชุมชนหรือสังคมท่ีผู้ใหญ่มีอ�านาจเหนือเด็ก หรือครูมี
อ�านาจเหนอื นักเรียน เปน็ ต้น
70
บทำสรปุ ส่งทำ้าย
ความจริงในค�าภาษาอังกฤษ Community-Based ไม่ว่าจะเป็น Community-Based
Approach (CBA) หรอื Community-Based Method (CBM) หรอื Community-Based Work
(CBW) เปน็ ค�าทีใ่ ช้กนั โดยทว่ั ไป โดยท่ภี าษาไทยมกี ารใช้หลายค�า อาทิ “โดยชมุ ชน” หรอื “โดย
การมีส่วนร่วมของชุมชน” หรือ “โดยยึดชุมชนเป็นฐาน” หรือ “ใช้ชุมชนเป็นตัวตั้ง” เป็นค�าท่ี
ต้องการบอกถงึ รูปแบบ/วิธีการ ไมว่ ่าจะเป็นการปอ้ งกัน ควบคุม เฝา้ ระวัง ฟืน้ ฟู หรือแก้ไขปญั หา
ต่างๆ (เหล้า ยาเสพตดิ การพนนั ความรุนแรง สขุ ภาพ ฯลฯ) ซง่ึ ถา้ ดูเผินๆ เหมอื นกบั ว่าน่าจะเป็น
ส่ิงเดียวกัน/เหมือนกัน แต่ถ้าลองเจาะลึกดูจะพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมากและไม่ใช่ความ
ต่างเพยี งแค่เทคนิควธิ ีการทใี่ ช้ หากแต่เปน็ ความตา่ งในระดับฐานคิด วธิ คี ิด ทัศนะและมุมมองทม่ี ี
ต่อ “ชุมชน” ซ่ึงแน่นอนส่วนหนึ่งข้ึนอยู่กับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของหน่วยงานองค์กรน้ันๆ ที่
ต้องการเหน็ ความสา� เรจ็ ของงานที่ใช้แนวคดิ ชมุ ชนเปน็ ฐาน
อย่างไรก็ตาม ทั้งจากประสบการณ์ตรงและจากการได้ร่วมเรียนรู้กับหน่วยงานองค์กรที่
ทา� งานเกีย่ วกบั ชุมชน พบขอ้ สงั เกตส�าคญั คือ ส่วนใหญท่ า� งานโดยมองชุมชนคือ “กลมุ่ เปา้ หมาย”
ซงึ่ อยใู่ นฐานะเปน็ ผตู้ าม (Follower) และเปน็ “เครอ่ื งมอื ” ของการแกไ้ ขปญั หาภายใตก้ ารออกแบบ
และการก�าหนดของหน่วยงานองค์กร ทั้งเป้าหมาย การสร้างและพัฒนากลไก มาตรการวิธีการ
ตลอดจนแผนงานกจิ กรรมต่างๆ มาใหช้ มุ ชนด�าเนินการ การท�างานโดยใชห้ น่วยงานเป็นตัวตั้ง พบ
ได้มากโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ท่ีมีวัฒนธรรมการท�างานท่ีเน้นการใช้อ�านาจ และมีวิธีท�างาน
แบบรวมศนู ย์ จากบนลงล่าง อย่างไรกต็ าม ในสว่ นขององคก์ รพฒั นาเอกชนก็มใี หเ้ หน็ ไมน่ ้อย โดย
เฉพาะองคก์ รทต่ี ้องท�างานเพอื่ ตอบตัวชี้วดั ความส�าเร็จของแหลง่ ทุน
สา� หรบั บทเรยี นการทา� งานปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเหลา้ /ยาเสพตดิ โดยชมุ ชน (CBDAC) ใน
เอกสารนี้ เป็นความพยายามในการท�างานเพื่อต้องการความรู้และบทเรียน ท่ีมองชุมชนเป็น
“เจ้าของ” (Owner) และอยู่ในฐานะเป็น “ผู้กระท�า” (Actor) และมีสิทธิและอ�านาจในการคิด
วิเคราะห์ ตัดสินใจ ลงมือแก้ปัญหาเหล้า/ยาเสพติด และปัญหาอ่ืนๆ ด้วยตัวชุมชนเอง โดยมี
หนว่ ยงานภายนอกทา� หนา้ ทเ่ี ออื้ อา� นวยเพอื่ ชว่ ยใหช้ มุ ชนตดั สนิ ใจอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และใหก้ าร
สนบั สนนุ อย่างเพียงพอและเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ในการท�างานภายในแนวคิดชุมชนจะเป็น
เจา้ ของและเปน็ ผกู้ ระทา� ความท้าทายทีส่ �าคญั ของการท�างานในแนวคดิ นี้ คอื การท่จี ะเอือ้ จะช่วย
ให้ชาวบ้านสามารถตัดสินใจร่วมกัน (Collective Democratic Decision Making) ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ทงั้ นเี้ นอ่ื งจากชมุ ชนเปรยี บเหมอื นสง่ิ มชี วี ติ มคี วามเคลอื่ นไหวเปลย่ี นแปลงอยตู่ ลอด
เวลา ตัวสถานการณ์ปญั หามีข้นึ มีลง บางชว่ งมีความขัดแยง้ สงู ในขณะท่ีบางช่วงมคี วามรว่ มมือดี
ซง่ึ คนทเ่ี ขา้ ไปทา� งานตอ้ งเขา้ ใจชมุ ชนภายใตก้ ารเปลยี่ นแปลงใหไ้ ดจ้ รงิ ๆ ไมใ่ ชแ่ บบพวกอนรุ กั ษน์ ยิ ม
และพวกทมี่ องแบบโรแมนตกิ ทม่ี องชมุ ชนแบบหยดุ นงิ่ ไมเ่ ปลย่ี นแปลง “ชมุ ชนอยกู่ นั แบบเรยี บงา่ ย
71
สนั ติ สงบ แบง่ ปนั มคี วามรว่ มมือเกือ้ กลู บลา บลา บลา” และการจะเข้าใจชมุ ชนนั้น เรากต็ อ้ ง
เข้าใจประวตั ศิ าสตร์ ภมู หิ ลังวา่ ชมุ ชนมปี ระวัติศาสตร์อย่างไร แล้ววันนชี้ ุมชนเปน็ อย่างไร เพ่ือนา�
มาซ่ึงการวิเคราะห์เปรียบเทียบเพ่ือให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน และพยายามชวนชุมชน
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงดงั กล่าว สง่ ผลกระทบบวกลบกบั ใคร อยา่ งไร และที่สา� คัญสุด ชวนกนั
วิเคราะห์ว่า การเปลี่ยนแปลงดงั กล่าวเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร อะไรคือเหตปุ ัจจยั ส�าคัญ เหล่านเ้ี ป็นต้น
ความพยายามเข้าใจชุมชนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ก็เปรียบเหมือนชุมชนคือรถท่ีก�าลัง
วงิ่ อยู่ตลอดเวลา สมมุติว่า รถคนั นงึ ก�าลงั วิง่ ผา่ นเราไปด้วยความเร็ว 180 กม./ชว่ั โมง เราอาจมอง
ไม่ออกหรอกวา่ รถที่กา� ลงั ว่งิ ผา่ นย่ีห้ออะไร หรอื เลขทะเบียนอะไร จังหวดั ไหน ถ้าเราอยากรู้ เราก็
เอากล้องที่มีความเร็วชัตเตอร์สูงๆ ถ่าย เราจึงจะรู้ย่ีห้อและเลขทะเบียนของรถคันน้ัน แต่เราต้อง
เขา้ ใจนะวา่ ภาพนงิ่ จากการถา่ ย ไมใ่ ชค่ วามจรงิ เพราะความจรงิ รถกา� ลงั วง่ิ ไมใ่ ชห่ ยดุ นง่ิ หรอื ถา้ จะ
จรงิ กเ็ ปน็ ความจริงเพียงช่วงเส้ยี ววินาที และความจรงิ ท่ีเหน็ กเ็ ปลยี่ นไปอกี ชุมชนกเ็ หมือนกนั เม่อื
วานเปน็ อย่างหนง่ึ วันนี้เป็นอีกอยา่ งหน่ึง และ พร่งุ นี้กเ็ ป็นอกี อยา่ งหนงึ่ นีค่ ือความทา้ ทายของงาน
CBDAC
ส�าหรับบทเรียนจากการท�างานภายใต้แนวคิดและกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ยาเสพตดิ โดยชุมชน (CBDAC Method) สามารถสรุปได้ ดังน้ี
1. ชุมชนต้องเปน็ เจา้ ของและเป็นผกู้ ระท�า ดังนั้น คนท่ีเขา้ ไปทา� งานกบั ชุมชน ต้องเคารพ
การตดั สนิ ใจของชมุ ชน ซงึ่ เปน็ การตดั สนิ ใจรว่ ม จากคนทกุ กลมุ่ ไมว่ า่ เดก็ ผใู้ หญ่ ผหู้ ญงิ
คนด้อยโอกาส และผู้ได้รับผลกระทบจากเหล้า/ยาเสพติด ซ่ึงไม่ว่าการตัดสินใจน้ันจะ
เป็นการตัดสนิ ใจท่ถี ูก ผดิ ตรงจดุ ไมต่ รงจุด ไดผ้ ล หรือไม่ไดผ้ ลก็ตาม ก็ต้องเคารพการ
ตัดสินใจของชุมชน เพราะเป็นโอกาสของการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติส�าหรับชุมชน และ
ส�าหรับคนกลุม่ ตา่ งๆ
2. เมอื่ ชมุ ชนมีโอกาสการเรียนรู้ ชุมชนก็จะได้ความรใู้ หม่ๆ ซึง่ ความรใู้ หมท่ ช่ี มุ ชนไดร้ บั จะ
มคี ุณค่าใน 2 ประการคอื
2.1 ได้ความรูท้ ต่ี ้ังอยบู่ นฐานความเป็นจริง เพราะเกิดจากการทช่ี ุมชนได้ลงมือปฏิบัติ
จริงๆ
2.2 ความรูใ้ หมท่ ี่ไดร้ ับใน 2.1 ไปทา้ ทายและตงั้ ค�าถามกบั ความรู้เดมิ ท่มี อี ยู่ และด้วย
ความสงสยั การตง้ั คา� ถามดงั กลา่ ว จะชว่ ยทา� ใหช้ มุ ชนลกุ ขน้ึ เพอื่ จดั การกบั ปญั หา
โดยใช้ความรู้จากการปฏิบัติท่ามกลางความจริงของชุมชน ก็จะได้สมาชิกชุมชน
ทตี่ ่นื ตวั ตน่ื รู้ แทนทคี่ วามร้เู ดิมซงึ่ ทา� ให้คนเช่อื ง เฉอื่ ย รอรบั และทา� ตาม ยิง่ กวา่
น้ัน การแก้ปัญหาด้วยความรู้ที่ไม่สอดคล้องกับความจริง ย่ิงท�ายิ่งสร้างปัญหา
72
ใหมๆ่ และแก้ไขไดย้ ากมากกวา่ เดมิ หลายเทา่ ท่สี �าคญั การไมส่ งสยั ตอ่ ความรเู้ ดิมๆ
ยงิ่ ท�าใหโ้ ครงสรา้ งอ�านาจ (คนทีไ่ ด้เปรียบยงั คงไดป้ ระโยชน์จากความรู้เดิมๆ ที่ใชใ้ น
การก�าหนดคนอ่ืน) ยังด�ารงอยู่ต่อไป ดังน้ันกระบวนการ CBDAC ต้องการความรู้
เฉพาะทเี่ ฉพาะแหง่ หรอื สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทเฉพาะ ชมุ ชนแตล่ ะแหง่ จงึ มโี จทยเ์ ฉพาะ
ทไ่ี มเ่ หมอื นกนั การปฏบิ ตั กิ ารผา่ นโจทยท์ ต่ี า่ งกนั ยอ่ มไดค้ วามรใู้ หมท่ เี่ กดิ ขนึ้ จากการ
ปฏิบัตทิ ี่ต่างกนั เหมาะสมของทห่ี นึง่ กอ็ าจจะไม่เหมาะสมกับอีกทีห่ น่งึ ย่งิ ทา� ยิ่งชดั
ย่ิงชัดก็ยิ่งเป็นตัวของตัวเอง ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ หรือเรียกว่า “ไม่เชื่อเป็น” เป็นจุด
เรม่ิ ตน้ ของการสร้างและพฒั นาพลเมอื งต่นื รู้ (Active Citizen)
เคารพการตดั สนิ การตดั สนิ ใจอยู่ที่
ของชุมชน หน่วยงาน
(ชุมชนคือเจา้ ของ) (ชุมชนคอื เครอื่ งมือ)
โอกาส ไมม่ ีโอกาส
การเรยี นรู้ การเรยี นรู้
มโี อกาสได้ ตง้ั ค�ถาม/ทา้ ทาย ใช้ความรูเ้ ดิม
ความรูใ้ หม่
พลเมอื งตื่นรู้ แก้ปญั หาไม่ได้
สร้างปญั หาใหม่
โครงสรา้ งอ�นาจทำ่เี ป็น
ปัญหายงั คงอยู่ต่อไป
73
3. ปญั หาและผลกระทบจากเหลา้ และยาเสพตดิ ขน้ึ อยกู่ บั บรบิ ททเี่ หลา้ /ยาเสพตดิ ไปตง้ั อยู่
ทา� ไมในสงั คมสองแหง่ มกี ารใช/้ ดม่ื เหลา้ ในปรมิ าณไมต่ า่ งกนั มากนกั แตผ่ ลกระทบทเี่ กดิ
ขนึ้ ตา่ งกนั มาก เปน็ เพราะวา่ ตวั สาร (คอื เหลา้ ยาเสพตดิ และปจั จยั เสยี่ งอนื่ ๆ) หรอื เพราะ
มีเง่อื นไขทพี่ รอ้ มจะเกดิ ปญั หาและผลกระทบ เพียงแต่รอตวั กระตุ้น
3.1 แน่นอนคุณสมบัติของตัวสาร (เหล้า/ยาเสพติด) ถ้ามีการใช้โดยเฉพาะใช้แบบ
อนั ตราย ยอ่ มเกดิ ปญั หาและผลกระทบแนน่ อน เชน่ ตอ่ สขุ ภาพของผใู้ ชผ้ ดู้ มื่ การ
ใช้มากและต่อเน่ืองอาจส่งผลการติดเหล้า ติดยา และมีผลกระทบต่อจิตและ
ประสาท และถ้าพจิ ารณาในระยะยาว ไมเ่ พยี งแต่ผใู้ ช/้ ผู้ดืม่ เทา่ น้นั ครอบครวั คน
ใกล้ชิด ย่อมได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นโรคเรื้อรังทางสังคมที่มี
ผลกระทบตอ่ ครอบครวั ชุมชนและสังคม (social chronic disease)
3.2 ปญั หาและผลกระทบจะเพมิ่ ขนึ้ หลายเทา่ ไมเ่ ฉพาะแตผ่ ใู้ ชผ้ ดู้ ม่ื และไมใ่ ชแ่ คเ่ พยี ง
ผลกระทบทางดา้ นสขุ ภาพ เชน่ ปญั หาความรนุ แรงในครอบครวั ความรนุ แรงทาง
เพศ การกระทา� ความรนุ แรงตอ่ เด็ก อุบตั ิเหตุ การทะเลาะววิ าท ฯลฯ หากมีการ
ใชเ้ หลา้ และยาเสพตดิ ในบรบิ ทสงั คม/ชมุ ชนทมี่ ปี ญั หาเชงิ โครงสรา้ ง ทง้ั ทางสงั คม
เศรษฐกิจ การเมือง หรือปัญหาความสัมพันธ์เชิงอ�านาจที่ไม่เท่ากัน ซึ่งในสังคม
ชุมชนที่มโี ครงสร้างดงั กล่าว ย่อมมโี อกาสที่จะเกดิ การละเมดิ การทา� รา้ ยกัน การ
เอาเปรยี บกนั ไดง้ า่ ย ดงั นน้ั การใชเ้ หลา้ และยาเสพตดิ จงึ ยงิ่ เปน็ ตวั เรง่ หรอื กระตนุ้
ใหค้ วามรนุ แรงหรอื การละเมิดท่ีพร้อมจะเกดิ เกิดไดง้ า่ ยและเร็วขนึ้
4. การขับเคลื่อนเร่ืองเหล้าและยาเสพติด ต้องลงไปให้เห็นจริงๆ และเป็นการเห็นปัญหา
ในระดบั โครงสร้างความสมั พนั ธเ์ ชงิ อ�านาจ ไม่ใช่คดิ ง่ายๆ หยาบๆ วา่ แค่การเอาเหลา้ /
ยาเสพตดิ ออกไปจากชมุ ชน ปญั หาทง้ั หลายกจ็ ะหมดไป ซง่ึ เปน็ เรอื่ งทเี่ ปน็ ไปไมไ่ ด้ ตราบ
ท่คี วามสัมพนั ธเ์ ชงิ อ�านาจยังคงอยู่ ปัญหาความรุนแรงทัง้ หลายก็ยงั คงอยู่ต่อไป ยิง่ กวา่
น้ัน วิธีคิดท่ีจะท�าให้สังคม/ชุมชนปลอดเหล้าและยาเสพติด ไม่น่าจะเป็นวิธีคิดที่ต้ังอยู่
บนความจริง แต่การท่ีจะทา� ให้ปัญหาเหล้ายาและผลกระทบลดลงและท�าให้เกิดสังคม
ที่ปลอดภัยจากการใช้เหล้าและยาเสพติด น่าจะเป็นเป้าหมายของการท�างานที่มีความ
เปน็ ไปได้ อย่างไรกต็ ามสงิ่ ท่ีตอ้ งพบเจอเมื่อลงการทา� งานจรงิ ซ่ึงเปน็ ความท้าทาย ดงั น้ี
4.1 ในทุกชุมชน/สังคม มีคนที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะในปัญหาและ
ผลกระทบจากเหล้า/ยาเสพติด และอาจพบเจอกลุ่มคนท่ีสุดโต่งสองกลุ่ม กลุ่ม
หนงึ่ มองวา่ ไมเ่ ปน็ ปญั หา เหลา้ เปน็ เรอื่ งวฒั นธรรม (“กลมุ่ นมี้ กั มองวา่ วฒั นธรรม
ต้องเป็นเร่ืองดีเท่านั้น”) ใช้มาอย่างยาวนาน ไม่ได้เป็นปัญหา กับอีกกลุ่มหนึ่ง
ปญั หาทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทเี่ กดิ ขนึ้ เปน็ เพราะเหลา้ และยาเสพตดิ ดเู หมอื นวา่ สองกลมุ่
74
มีความตา่ งกัน แตจ่ รงิ ๆ แลว้ ทัง้ สองกลุ่มเหมือนกนั คือ ใชค้ วามรูส้ ึกทม่ี อี ิทธิพล
จากความเชอ่ื ค่านยิ มและมายาคติต่างๆ ห่อหมุ้ อยู่ และส่วนใหญ่มีจดุ อ่อนตรงท่ี
ขาดหลักฐานทจ่ี ะใชใ้ นการตัดสินใจหรือยืนยันสิ่งทีต่ นเองเช่ือ
4.2 งานผลักดันนโยบาย หรือการท่ีจะชวนผู้คนให้เข้ามาร่วมท�างานเร่ืองเหล้าและ
ยาเสพติด ส่ิงที่ต้องท�าอย่างน้อยสองเรื่อง หนึ่งคือการแสวงหาและใช้หลักฐาน
เพื่อยืนยันปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดข้ึนส่วนหน่ึงมากจากเหล้า/ยาเสพติด และ
สองคอื ตอ้ งสรา้ งความไวว้ างใจ ความศรทั ธา ซงึ่ ตอ้ งสรา้ งดว้ ยการมคี วามสมั พนั ธ์
แนวราบแบบเพอื่ นอยา่ งสมา่� เสมอ ชมุ ชนรู้สึกปลอดภยั คนทเี่ กี่ยวข้องกบั เหลา้ /
ยาเสพติด ไม่ว่าผู้เสพ ผู้ดื่ม หรือผู้ที่ถูกกระท�าความรุนแรง ไม่รู้สึกว่าก�าลังถูก
ประจาน ถกู ตตี รา ฯลฯ ซง่ึ ถ้าสามารถทา� ให้เกิดทง้ั สองอย่างได้ กจ็ ะยง่ิ ท�าใหม้ ีคน
หรอื หนว่ ยงานองคก์ ร เข้ามารว่ มในการขบั เคล่ือนในการแกป้ ัญหาเพมิ่ มากขน้ึ ๆ
4.3 ย่ิงท�ามาก เรยี นรูม้ าก ย่ิงหน็ ปัจจัยที่เอ้ือและเป็นอุปสรรคตอ่ การทา� งาน CBDAC
มาก ในท่ีสุดก็จะพบว่า มีอุปสรรคสา� คญั ๆ มากมายท่ที า� ให้เกิดปัญหา ทงั้ ตวั สาร
คือเหล้า/ยาเสพติด ค่านิยม/วัฒนธรรมบางอย่าง โครงสร้างอ�านาจหรือความ
สัมพันธ์เชิงอ�านาจท้ังทางเศรษฐกิจ สังคม มีความสัมพันธ์เก่ียวข้องเชื่อมโยงกัน
อยา่ งเปน็ ระบบ และทส่ี า� คญั จะเขา้ ใจวา่ ปจั จยั ตา่ งๆ เหลา่ นน้ั สมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร
อะไรก�าหนดอะไร ภายใตเ้ งอ่ื นไขส�าคญั อะไร
4.4 พอเขา้ ใจใน 4.3 กส็ ามารถกา� หนดเปา้ หมายทช่ี มุ ชนตอ้ งการเหน็ ทงั้ ระยะสน้ั ระยะ
ยาว รวมถงึ การคดิ ถงึ วธิ ีการ/กิจกรรมท่ีเหมาะสมต่อการบรรลเุ ปา้ หมาย จากนัน้
ลงมอื ทา� และเรยี นรจู้ ากการลงมือทา� ด้วยการสรุปบทเรียนอย่างต่อเนื่อง เพอื่ ให้
รู้ว่า ตกลงแก้ปัญหาได้หรือไม่อย่างไร มีอะไรเปล่ียนแปลงไปบ้างหรือไม่
เปลย่ี นแปลงในทศิ ทางทต่ี อ้ งการหรอื ไม่ ถา้ ไม่ เปน็ เพราะอะไร เปน็ ปญั หาในทาง
ปฏิบัติ (ท�าผิด) หรือเป็นปัญหาในทางทฤษฏี (แปลว่าคิดผิด วิเคราะห์ผิด)
กระบวนการ ท�า-สรุป-ท�า-สรุป (Action-Reflection Process) มีความจ�าเป็น
มาก ยง่ิ ทา� ยงิ่ ชดั ยง่ิ ทา� ยงิ่ ลกึ ซง่ึ อยา่ งทกี่ ลา่ วมากอ่ นหนา้ เปน็ การเรยี นรเู้ พอ่ื สรา้ ง
ความรใู้ หมท่ ตี่ อบสนองตอ่ การเปลย่ี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา และไมใ่ ชเ่ พยี งแกป้ ญั หา
เหลา้ และยาเสพติดเท่านน้ั ยังรวมถงึ ปญั หาสังคมอ่ืนๆ ดว้ ย
75
76
ค�ยอ่
CBDAC = Community-Based Drug and Alcohol Control
CBO กระบวนการป้องกนั และแก้ไขปัญหาเหล้าและยาเสพตดิ โดยชมุ ชน
CLANPO
= Community-Based Organization
CONDEC องคก์ รภาคประชาชน
GTZ = Community Learning and Action Networking Promotion
III Organization
LSDA องค์กรสง่ เสริมการเรยี นรแู้ ละพัฒนาเครือข่ายชมุ ชน
ONCB
PDP = The Cooperative Network for Drug Abuse Control in Ethnic
PFHA Communities
เครือข่ายความร่วมมอื ป้องกันและแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ โดยชมุ ชน
= Deutsche Gesellschaft für Technische Zusammenarbeit
หน่วยงานทางวชิ าการแห่งสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี
= International Institute of the IOGT-NTO Movement
สถาบนั นานาชาติ ไอโอจที -ี เอ็นทีโอ มูฟเมนท์
= Life Skills Development Association
สมาคมพฒั นาทกั ษะชวี ิต
= Office of The Narcotics Control Board
สา� นักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามยาเสพตดิ
= People’s Center for Development and Peace
= The Promotion of Family Health Association
สมาคมส่งเสรมิ สขุ ภาพครอบครัว
77
PISA = Programme for International Student Assessment
โปรแกรมประเมนิ สมรรถนะนกั เรยี นมาตรฐานสากล
PKKO = Punleu Komar Kampuchea Organization
RIAN CB-DAC = Regional Information and Action Network on Community-Based
Drug Abuse Control
RIANDAC = โครงการส่งเสริมการเรยี นรู้และพฒั นาเครือข่ายชมุ ชน
Regional Information and Action Network on Drug Abuse
ROSEA = Control
Sida = Regional Office of Southeast Asia
TCEF = Swedish International Development Cooperation Agency
Thai Community Empowerment Foundation
TKBC = มูลนิธภิ ูมิพลงั ชุมชนไทย
Thai Karen Baptist Convention
WHO = คณะคริสตจักรกะเหรย่ี งแบ๊บติสท์ในประเทศไทย
World Health Organization
VCES = องค์การอนามัยโลก
Vientiane Capital Education and Sports
VHC = แผนกศึกษาธิการและกีฬานครหลวงเวียงจันทน์
Village Health Committee
คณะกรรมการสุขภาพขน้ั บา้ น
78
ผภนาวคก
79
กรณีศกึ ษา
1. มุมมองใหม่ส่คู วามเท่าเทียมทางเพศ
2. "แอลกอฮอลอ์ ปุ สรรคส�คญั ของการพัฒนา"
สงิ่ ท่เี ห็นและเป็นไปในทัศนะของคนรนุ่ ใหม่
3. กระบวนการปกปอ้ งเด็กและเยาวชน โดย ชมุ ชนบ้านถา้�
4. สตรีแม่หมูลีซอ "ลด-งดเสริ ฟ์ เหลา้ งานปีใหม"่
5. สบื สานวฒั นธรรมประเพณวี ถิ ลี ซี ปู างมะผา้ ปลอดเหลา้
6. การน�ใชก้ ฎหมาย โดยคณะกรรมการสขุ ภาพข้นั บา้ น
7. วันสตรีสากลปลอดเหล้า เวียงจันทร์ สปป. ลาว
8. หว้ ยหินลาดใน “หมู่บา้ นต้นแบบการจัดการตนเอง”
9. เหลา้ กบั การละเมิดสิทธิเด็ก
80
1 มมุ มองใหมส่ ู่ความเท่าเทยี มทางเพศ
เจ้าหน้าทีโ่ ครงการพูดคุยกบั ชาวบ้าน คณะครสิ ตจักรกะเหรี่ยงแบ๊บติสทใ์ นประเทศไทย (TKBC)
เพ่ือแลกเปล่ยี นมมุ มองเรอื่ งความเท่าเทยี ม ใหข้ ้อมูลโดย จรญู อคั รนยิ าน
ระหว่างเพศ
สมั ภาษณแ์ ละเรียบเรยี งภาษาองั กฤษโดย จฑุ าภรณ์ ปัญญาคม
แปลเป็นภาษาไทยโดย เกียรติภูมิ สบื มงคลชัย
พฤษภาคม 2563
TKBC ท�างานโดยใช้กระบวนการชุมชน CBDAC เพ่ือแก้ปัญหาเหล้าและยาเสพติดใน
ชมุ ชนชาวปกาเกอะญอในพน้ื ท่ีภาคเหนือของไทยมาเกือบ 12 ปี อยา่ งไรก็ตามเมอ่ื พดู ถึงเหล้าและ
ยาเสพติด ในมุมมองของ TKBC จะเป็นการมองเห็นปัญหาในมิติเดียว โดยท่ีไม่ได้เข้าใจถึงความ
เชื่อมโยงระหว่างเหล้าและยาเสพติดกับประเด็นอื่นๆ เช่น ความเท่าเทียมระหว่างเพศ (gender
equality) หรอื สิทธิเด็ก (child right) ดงั นนั้ จงึ ไดม้ ีโครงการเสริมศกั ยภาพของเจ้าหนา้ ที่ TKBC
เพอ่ื ใหเ้ จา้ หนา้ ทส่ี ามารถมองเหน็ ปญั หาในมติ ติ า่ งๆ ไดอ้ ยา่ งครบถว้ น โดยการตดิ ตง้ั เลนสใ์ นมติ ติ า่ งๆ
ผา่ นโครงการมินโิ ปรเจกต์ ซึง่ ไดร้ บั การสนับสนนุ จาก IOGT
การเปลยี่ นทศั นคต/ิ มมุ มองของใครสกั คนหนง่ึ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งงา่ ย เราไมส่ ามารถทา� ใหค้ นเปลย่ี น
ความคิดได้ด้วยการส่ังสอนหรือการบังคับ ด้วยเหตุนี้เอง “มินิโปรเจกต์” ซึ่งเป็นเคร่ืองมือท่ีถูก
ออกแบบขน้ึ ดว้ ยความเชอ่ื ทวี่ า่ การเรยี นรโู้ ดยผา่ นกระบวนการพดู คยุ แลกเปลย่ี น และการไดส้ มั ผสั
จากประสบการณ์จริง จะท�าให้คนเราสามารถเรียนรู้และมีมุมมองที่กว้างข้ึน สามารถมองเห็น
ประเด็นต่างๆ ที่เช่ือมโยงกันได้อย่างมีเหตุมีผล ซึ่งรวมไปถึงประเด็นปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
ปญั หาเหล้าและยาเสพติดที่เกิดขน้ึ ในชมุ ชน
81
เม่ือพูดถึงประเด็นเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ ระหว่างชายกับหญิงในวัฒนธรรมของ
ปกาเกอะญอ เมอื่ มองในระดบั ผวิ เผนิ ดเู หมอื นวา่ ปกาเกอะญอจะคอ่ นขา้ งมคี วามเทา่ เทยี มเรอื่ งเพศ
แม้แต่คนปกาเกอะญอเองก็รู้สึกและเชื่อว่าผู้หญิงผู้ชายปกาเกอะญอมีความเท่าเทียมกัน ผู้หญิง
สามารถท่จี ะตดั สนิ ใจเรอื่ งทเี่ กี่ยวกับในครอบครวั ได้ เชน่ ผ้หู ญงิ จะเป็นผูต้ ัดสนิ ใจเลือกโรงเรียนให้
ลกู นอกจากนที้ ง้ั ผหู้ ญงิ และผชู้ ายยงั ตอ้ งชว่ ยกนั รบั ผดิ ชอบงานในบา้ นรว่ มกนั ดงั นนั้ จงึ ไมต่ อ้ งแปลก
ใจเลยถา้ ผหู้ ญงิ ปกาเกอะญอจะบอกวา่ ไมค่ อ่ ยมกี รณคี วามรนุ แรงระหวา่ งเพศเกดิ ขน้ึ ในชมุ ชน เพราะ
สา� หรับคนปกาเกอะญอแล้ว ความรนุ แรงระหวา่ งเพศจะมหี มายหมายเพียงแคก่ ารท�าร้ายรา่ งกาย
เทา่ น้นั
จากความเชื่อดังกล่าว ท�าใหล้ กึ ๆ แล้ว TKBC ลังเลท่ีจะท�ามนิ ิโปรเจกต์ เพราะมันดเู หมือน
จะไม่ได้ประโยชน์อะไร เน่ืองจากไม่เห็นว่ามีปัญหาเรื่องความรุนแรงระหว่างเพศในชุมชน
ปกาเกอะญอเทา่ ไร แตผ่ ู้ประสานงานของ IOGT ก็ไดพ้ ยายามชกั ชวนเจา้ หนา้ ท่ขี อง TKBC ใหไ้ ด้
ลองทา� เพอื่ จะไดม้ ปี ระสบการณท์ แี่ ตกตา่ งจากงานทไ่ี ดท้ า� อยเู่ ปน็ ประจา� โดยไมต่ อ้ งกงั วลกบั ผลลพั ธ์
ว่าจะออกมาเปน็ อย่างไร เพราะมนิ ิโปรเจกต์เป็นเพยี งโครงการระยะสั้นๆ ที่เนน้ การเปิดโอกาสให้
คนท�างานได้ลองท�างานในวธิ ที ่แี ตกตา่ งจากทีเ่ คยท�ามา โดยหวงั ว่าจะสามารถเปลย่ี นวิธีคดิ ของคน
ท�างานได้บา้ ง และไมไ่ ดค้ าดหวังว่าจะเกิดการเปลย่ี นแปลงใดๆ ในระดบั ชมุ ชน
ดงั นน้ั หมบู่ า้ นแมต่ ะละกลาง จงึ ถกู เลอื กใหเ้ ปน็ พนื้ ทสี่ า� หรบั ทดลองโครงการ “มนิ โิ ปรเจกต”์
ของ TKBC โดยใช้ประเดน็ ปญั หาเรอ่ื งความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเหลา้ กบั ความรนุ แรงระหวา่ งเพศเป็น
โจทยใ์ นการทา� งาน หมบู่ า้ นแหง่ นต้ี ง้ั อยใู่ นทห่ี า่ งไกล อยใู่ นเขตอา� เภอกลั ยาณวิ ฒั ณา จงั หวดั เชยี งใหม่
โดยเสน้ ทางเดยี วทจ่ี ะสามารถเขา้ หมบู่ า้ นไปไดค้ อื ตอ้ งผา่ นทางถนนลกู รงั สแี ดง โดยใชเ้ วลาเดนิ ทาง
ประมาณหา้ ช่วั โมงจากตัวเมอื งเชียงใหม่ ในหมู่บ้านมีประชากรประมาณ 300 คน และมปี ระมาณ
55 หลังคาเรือน อาชีพหลกั ของคนในหม่บู ้านนคี้ ือการท�าเกษตรกรรม
ขน้ั ตอนของกระบวนการการทา� มนิ โิ ปรเจกตเ์ ปน็ การใชก้ ระบวนการ CBDAC ในการทา� งาน
โดยเริ่มจากการรวมกลุ่มกันเพ่ือสร้างพ้ืนท่ีในการพูดคุย ในกลุ่มประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ TKBC
ผู้ประสานงานของ IOGT ผนู้ า� ชมุ ชน รวมทง้ั ผทู้ ่สี นใจอยากจะแลกเปลีย่ นเรียนรซู้ ึ่งมีท้ังผ้ชู ายและ
ผหู้ ญงิ และยงั รวมถงึ คนทเี่ คยมีประสบการณ์จากการถูกกระท�าความรุนแรงระหวา่ งเพศ
หลงั จากทไ่ี ดร้ วมกลมุ่ กนั สมาชกิ ในกลมุ่ กไ็ ดม้ กี ารพดู คยุ แลกเปลย่ี นและชว่ ยกนั เกบ็ รวบรวม
ข้อมลู เพื่อท�าความเข้าใจกับสถานการณ์ความรุนแรงระหวา่ งเพศท่ีมีความเกีย่ วข้องกับเหลา้ ที่เกดิ
ขนึ้ ในหมบู่ า้ น ซง่ึ การเกบ็ ขอ้ มลู จะใชว้ ธิ กี ารสมั ภาษณผ์ า่ นคา� ถามตา่ งๆ โดยมกี ารทา� ความเขา้ ใจรว่ ม
กันถึงความหมายของความรุนแรงระหว่างเพศ ชนิดและระดับของความรุนแรง สาเหตุของความ
รนุ แรง และวธิ กี ารชว่ ยเหลอื ของชมุ ชนในกรณที เี่ กดิ เหตกุ ารณค์ วามรนุ แรงขนึ้ ซงึ่ หลงั จากไดข้ อ้ มลู
แล้ว สมาชิกในกลุ่มก็ได้ช่วยกันวิเคราะห์และสะท้อนข้อมูลที่ได้คืนให้กับคนในชุมชน เพื่อพูดคุย
แลกเปล่ยี นและทา� ความเข้าใจกบั ชมุ ชนอีกครั้งหน่งึ
82
คุณจรูญ อัครนิยาน หน่ึงในเจ้าหน้าที่ TKBC คาดหวังว่าส่ิงท่ีจะได้จากมินิโปรเจกต์น้ี คือ
การไดข้ ้อมลู และความรูใ้ นเร่ืองเหลา้ และยาเสพติด จากผทู้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบในชุมชน มากกว่าท่ีจะ
ได้ข้อมูลเกยี่ วกบั เร่อื งความรนุ แรงระหวา่ งเพศ
อยา่ งไรกต็ าม เมอ่ื ไดส้ มั ภาษณผ์ ทู้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบเหลา่ นน้ั ซง่ึ สว่ นใหญเ่ ปน็ ผหู้ ญงิ ไดใ้ หข้ อ้ มลู
วา่ ไมไ่ ดถ้ กู สามขี องพวกเขาทา� รา้ ยรา่ งกาย แตจ่ ะถกู กดดนั ทางจติ ใจทไ่ี มส่ ามารถพดู หรอื แสดงความ
คิดเห็นออกมาได้ เชน่ มีผ้หู ญิงคนหนึง่ พดู ว่า “ฉันต้องเงียบเวลาท่เี กิดความรุนแรง ถ้าฉันไม่เงียบ
เขาจะโมโหยง่ิ กวา่ เดมิ ” เมอ่ื คณุ จรญู ไดร้ บั ขอ้ มลู เหลา่ นม้ี ากขน้ึ เรอ่ื ยๆ เขากเ็ รมิ่ ทจี่ ะตระหนกั วา่ แท้
ทจี่ รงิ แลว้ ความรนุ แรงระหวา่ งเพศไมใ่ ชแ่ คเ่ รอื่ งของการทา� รา้ ยรา่ งกาย แตว่ า่ มนั ยงั รวมถงึ การทา� รา้ ย
ความรสู้ กึ หรือจิตใจดว้ ย แตผ่ ้คู นส่วนใหญ่ยังไม่ไดต้ ระหนักในเรื่องน้ี
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงสาเหตุของความรุนแรงระหว่างเพศ คุณจรูญก็ยังเข้าใจว่าเหล้าเป็น
สาเหตขุ องความรนุ แรง แตห่ ลงั จากทไ่ี ดไ้ ปพดู คยุ และสะทอ้ นความคดิ (action-reflection) ความ
เขา้ ใจของคุณจรูญก็เปลย่ี นไป ดังทคี่ ุณจรูญได้กล่าวไว้วา่ “ในตอนแรก ผมกค็ ิดวา่ ความรุนแรงเกดิ
มาจากสามีท่ีดื่มเหล้า ผมเพ่ิงจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า จริงๆ แล้วต้นเหตุของความรุนแรงมาจาก
รากเหง้าวัฒนธรรมของเราที่มีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ความเชื่อที่ถูกฝังแน่น
ในตัวผู้หญิงคือพวกเขาถูกสอนให้ต้องเป็นฝ่ายยอมรับในการตัดสินใจและพฤติกรรมของฝ่ายชาย
ทุกครั้ง ดังน้ัน เม่ือผู้ชายดื่มเหล้ามาและใช้ความรุนแรง ผู้หญิงก็ต้องเงียบ อีกเร่ืองหนึ่งคือ ความ
สัมพันธ์เชิงอ�านาจ ที่สังคมให้อ�านาจของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง หรือยอมให้ผู้ชายมีอิทธิพลในการ
แสดงความคดิ เหน็ หรอื ตดั สนิ ใจมากกวา่ ผหู้ ญงิ ” เหน็ ไดช้ ดั เจนวา่ ผหู้ ญงิ ไมม่ อี า� นาจทจี่ ะตอ่ รองแมว้ า่
จะเปน็ ฝา่ ยถกู กระทา� ก็ตาม ผหู้ ญงิ ปกาเกอะญอเชอ่ื ว่าพวกเขามคี วามเทา่ เทียมกบั ผชู้ าย แม้ว่าใน
ความเป็นจริงแล้ววัฒนธรรมยังคงก�าหนดให้ผู้หญิงต้องยอมรับการกระท�าของผู้ชายและอ�านาจ
ส่วนใหญ่ก็อยู่ในมอื ของผชู้ าย
ความเข้าใจและทัศนคติของคุณจรูญเก่ียวกับเรื่องเหล้าได้เปล่ียนไป เหล้าไม่ใช่ปัญหาเร่ือง
เหล้าที่ไม่มีบริบทเก่ียวข้องกับปัญหาอ่ืนๆ ในชุมชนอีกต่อไป แต่ยังเก่ียวข้องกับความสัมพันธ์เชิง
อ�านาจระหว่างหญิงชาย ซ่ึงเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย ซ่ึงท�าให้คุณจรูญสามารถ
วเิ คราะห์ปญั หาทเ่ี กิดจากเหลา้ ได้กวา้ งและลึกขึ้นกวา่ เดิม
83
นอกจากน้ีคุณจรญู ไมใ่ ชแ่ คค่ นเดยี วท่ไี ดเ้ รียนร้แู ละเปดิ มมุ มองจากโครงการน้ี แตย่ ังรวมถงึ
หลายๆ คนทไ่ี ดท้ า� งานรว่ มกนั ในโครงการกม็ คี วามคดิ มมุ มอง ทเ่ี ปดิ กวา้ งมากขน้ึ รวมถงึ ฉนั ในฐานะ
ท่ีได้ร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มและเป็นผู้ประสานงานของ IOGT ก็ได้เรียนรู้หลายอย่างผ่าน
ประสบการณ์ในการท�ามินิโปรเจกต์คร้ังน้ี บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่ากระบวนการท�างานของ
มินิโปรเจกต์น้ันเป็นแบบเปิดกว้าง ไม่มีข้อสรุปหรือต้องการพิสูจน์ทฤษฎีใดๆ มาก่อนท่ีจะเร่ิม
โครงการ ดงั นั้นจงึ เป็นการเรียนรทู้ เ่ี กิดข้นึ จากการไดพ้ ูดคุยแลกเปลี่ยนกบั ผู้คนท่ีหลากหลายจรงิ ๆ
ฉันผู้ที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เก่ียวกับความรุนแรงระหว่างเพศและเพียงเข้าใจเรื่องความเชื่อมโยง
ระหว่างเหล้ากับความรุนแรงแต่เฉพาะในทางทฤษฏีเท่านั้น ก็ได้เรียนรู้ด้วยไปพร้อมๆ กันกับคุณ
จรญู ด้วย
โครงการมนิ โิ ปรเจกต์ ไมส่ ามารถบอกไดว้ า่ มกี ารเปลยี่ นแปลงอะไรเกดิ ขน้ึ บา้ งในชมุ ชน โดย
เฉพาะในเร่ืองของความเท่าเทียมระหว่างเพศ เน่ืองจากมันไม่ใช่เร่ืองง่ายที่จะไปเปล่ียนแปลง
วัฒนธรรมของชุมชนในระยะเวลาส้ันๆ นอกจากน้ันโครงการของ TKBC ในพ้ืนที่ก็จะยุติลงในปีนี้
อีกด้วย (พ.ศ. 2561) แต่อย่างน้อยที่สุด ผู้หญิงในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากความ
รุนแรงระหว่างเพศท่ีได้รับจากสามีท่ีใช้เหล้า ก็ได้ตระหนักและแสดงออกถึงความต้องการท่ีอยาก
จะเห็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเหล่าน้ีด้รับการปกป้องจากชุมชน เราก็ได้แต่หวังว่าผู้หญิงเหล่าน้ีจะลุก
ขน้ึ มาปกปอ้ งสิทธิ์ของตัวเองแมว้ า่ จะไมม่ โี ครงการ TKBC แลว้
84
2 “แอลกอฮอล์อปุ สรรคส�คัญของการพฒั นา”
สง่ิ ท่เี หน็ และเปน็ ไปในทัศนะของคนรุ่นใหม่
หนง่ึ ในกิจกรรม “เครือขา่ ย คน มือ ด”ี มลู นธิ ภิ ูมิพลังชมุ ชนไทย (TCEF)
โดย เครือขา่ ยเยาวชน คน มอื ดี
เรียบเรยี งโดย วัชรพงศ์ พมุ่ ช่ืน
พฤษภาคม 2563
เมอื่ วนั วาน เราเหน็ การใชช้ วี ติ ของผคู้ นในสงั คมไมช่ ดั เจน เราเคยมองผา่ นชวี ติ คนอน่ื ไมเ่ คย
สนใจและใสใ่ จกบั ความเปน็ ไปของสงั คมและผคู้ นรอบกาย เราไมเ่ คยตง้ั คา� ถามและไมส่ นใจทจี่ ะหา
ค�าตอบ สิ่งที่เราเจอก็เหมือนกบั ในทกุ ๆ วันท่เี ราเคยเจอ คนม่งั มี คนทุกข์ยาก คนเดนิ ถนนหาเชา้
กนิ คา�่ กไ็ มต่ า่ งอะไรกบั คนทีน่ ่งั ในรถยนต์ราคาแพง เราเคยมองวา่ ชิวิตเหมือนๆ กนั โชครา้ ยเกิดมา
จน โชคดกี เ็ กดิ มารวย ผคู้ นทผ่ี า่ นสายตาเราตา่ งเปลยี่ นผา่ น จะมไี มก่ คี่ นทเ่ี ราจดจา� และกม็ อี กี หลาย
คนที่เราต่างหลงลมื
มบี รรยากาศหนงึ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในสงั คมทเ่ี ราและเพอื่ นตา่ งเคยตง้ั คา� ถามและนกึ สงสยั ทา� ไมตอน
เยน็ หลงั เลกิ งานทงั้ ชายวยั รนุ่ วยั หนมุ่ และคนสงู วยั ตา่ งนยิ มนง่ั ดมื่ เหลา้ สง่ เสยี งเปลง่ ดงั ออกอาการ
ทเี่ ราเดาไดว้ า่ มคี วามสนกุ ทกุ บทสนทนาในวงเหลา้ ตา่ งมแี ตเ่ สยี งหวั เราะและรอยยมิ้ ยงิ่ ดม่ื กย็ งิ่ เมา
ยงิ่ เมากย็ งิ่ ดมื่ เทา่ ทเี่ หน็ หลงั จากเลกิ ราจากการตงั้ วง ชวี ติ หลงั การดมื่ ของแตล่ ะคนในวงมผี ลลพั ธท์ ี่
แตกต่างกัน บางคนเดนิ หกล้ม บางคนถกู เมยี ดา่ บางคนกลับบ้านเข้าห้องนอนหลับ บางคนไดร้ ับ
อบุ ตั ิเหตุระหว่างทางกลับบา้ น และมีหลายคนเสยี ชวี ติ แต่ภาพความสูญเสียทเี่ กิดขึน้ ก็ถูกลืม ไม่มี
ใครจดจ�าภาพที่เลวร้าย ภาพจ�าในวงเหล้าก่อนและหลังดื่มจะถูกลบไปจากผู้คน เพราะหลายชีวิต
ต่างเป้าหมายว่าเยน็ นห้ี ลงั เลิกงานจะไปด่ืมที่ไหนดี
85
เราเขา้ ใจวา่ คงมคี นเคยตง้ั คา� ถาม ทา� ไมตอ้ งกนิ เหลา้ กนั ดว้ ยทง้ั ทรี่ วู้ า่ เหลา้ เปน็ สงิ่ ไมด่ ี คา� ถาม
ทเี่ หมอื นไรค้ า� ตอบ คา� ถามทเี่ ปน็ เสมอื นอาวธุ รา้ ยทพี่ งุ่ ใสค่ วามรสู้ กึ ของคนทชี่ อบดม่ื ยง่ิ ดม่ื ยงิ่ จนจรงิ
หรือ หรอื การด่ืมทา� เกิดบทสนทนาทท่ี า� ใหม้ ่งั มี การดมื่ เหลา้ และบรรยากาศในวงอาจเป็นพิธกี รรม
ทางชนชั้นก็ได้ ค�าตอบท่ีไม่มีใครต้องการจะค้นหา แต่เราเช่ือว่าทุกชีวิตต่างมีเหตุผลท่ีไปด่ืมเหล้า
เราและเพอื่ นพยายามหาคา� ตอบแหง่ การดม่ื การดมื่ และเหลา้ หรอื นา�้ เมารปู แบบตา่ งๆ เปน็ ผลผลติ
ปลายทางแหง่ ค่านิยม ความเช่อื วถิ ชี ีวติ ใช่หรอื ไม่ รูปแบบการดืม่ เป็นสญั ลกั ษณ์ความบนั เทงิ แหง่
ชนช้ันจริงหรือเปล่า เราและเพื่อนต่างสงสัย เมื่อพวกเราไปสัมภาษณ์ (กิจกรรมยกแก้วเล่าเร่ือง)
ผู้คนท่ีหลากหลายในสังคมเราจึงเข้าใจความหมายแห่งการดื่มมากข้ึน เราได้เข้าใจผลกระทบของ
เครื่องน้�าเมากับชีวิตผู้คนได้ชัดข้ึน เม่ือเราได้พูดคุยกับ แม่ค้า (1) ขายเหล้าเราได้เห็นมุมของ
รายได้จากการขาย ในทัศนะความคิดเห็นของพี่คนขายเหล้า เธอคิดว่าขายการขายเหล้าไม่ได้
เปน็ การทา� ผดิ กฎหมาย เพราะเหล้ากม็ าจากการผลติ ทถ่ี กู ต้อง เสียภาษถี กู ต้องตามกฎหมาย และ
ผู้อนุญาตให้ขายก็คือรัฐ ขายเหล้าไม่ต่างจากขายอาหารตามส่ัง เม่ือพวกเราเดินไปคุยกับพ่ีๆ
กรรมกร (2) รบั จา้ งรายวนั เหลา้ ทพ่ี ดี่ ม่ื ทกุ วนั หลงั เลกิ งาน คอื นา้� วเิ ศษทที่ า� ใหพ้ ๆ่ี ไดส้ นกุ ลมื ความ
ทกุ ข์ ลืมความจน แท้รวู้ า่ ย่งิ ด่ืมก็ตอ้ งยงิ่ เสียเงนิ ทหี่ ามาได้จากการทา� งาน สว่ นคา� ตอบทเ่ี ราไดถ้ าม
ว่า พีๆ่ พอจะรูถ้ ึงผลกระทบจากเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์หรือไม่ คา� ตอบท่เี ราไดย้ นิ คือ ร.ู้ ...แต่พๆี่ ก็
ยงั ด่ืมอยทู่ ุกวัน และปฏิเสธเสียงแข็งวา่ ไม่ตดิ เหลา้ เมอ่ื เรามโี อกาสไปถาม นกั บวช (3) ผถู้ อื ปฏบิ ตั ิ
ตามความเช่อื ความศรทั ธาตา่ งพูดเปน็ เสยี งเดียวกันว่า เหล้าคอื ปิศาจรา้ ย หากใครเปิดรับเหลา้ เข้า
มาในชีวิตจะพบแต่ปัญหา ตามเชื่อของผู้ถือศีลมองว่าคนดีต้องไม่ไปเกี่ยวข้องกับเคร่ืองด่ืม
แอลกอฮอล์ทุกชนิด เมื่อพวกเราได้ฟังความคิดเห็นและมุมมองท่ีหลากหลายของผู้คนท่ีมีต่อ
แอลกอฮอล์เรายิ่งได้เข้าใจว่า แอลกอฮอล์ คือ สุข ทุกข์ ความหวังและปัญหา ความคิดเห็นของ
หลายคนไดม้ องเหน็ และรบั รวู้ า่ เหลา้ สง่ ผลกระทบตอ่ ผมู้ ดี่ ม่ื และคนรอบขา้ ง จะมเี พยี งไมก่ ค่ี นทเ่ี หน็
ไดไ้ กลกว่าส่ิงที่เคร่อื งด่ืมแอลกอฮอล์และทนุ ท่ผี ้อู ย่เู บอ้ื งหลงั ได้สร้างผลกระทบไวต้ ่อสงั คม
86
เม่ือวันน้ี พวกเราได้เรียนรู้ผ่านการแลกเปล่ียน พูดคุย ท�ากิจกรรม ได้เห็นหลากหลาย
มุมมอง และได้เห็นความเป็นจริงหลายมุม พวกเราเครือข่ายเยาวชนคนมือดี ได้พยายามสร้าง
กิจกรรมที่พวกเราสนใจ กิจกรรมที่พวกเราคิดว่าสนุก เราคิดว่ากิจกรรมเป็นเครื่องมือของการ
เรยี นรู้ การได้ร่วมกจิ กรรมแต่ละคร้ังเป็นโอกาสในการเปดิ มมุ มองของพวกเรา
มมุ มองตอ่ แอลกอฮอลข์ องเพอ่ื นหลายคนทเ่ี ปน็ คนรนุ่ ใหม่ และไดม้ โี อกาสไดเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม
ทกุ คนคดิ คลา้ ยกนั วา่ ในโลกของความเป็นจรงิ เหล้าคงตอ้ งอย่คู ูก่ ับส่ิงมชี วี ติ ทเ่ี รียกวา่ มนุษย์ ไปอีก
นานเทา่ นาน แอลกอฮอลห์ รือเหล้าอย่ใู นวัฒนธรรมความเชอื่ ประเพณีและอยู่ในค่านยิ มของผู้คน
ในสังคม แม้มีความพยายามจากหลายองค์กรที่รณรงค์แก้ไขปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจาก
แอลกอฮอล์แล้วก็ตาม การจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายและเรื่องสั้นในหัวข้อ “แอลกอฮอล์เป็น
อุปสรรคต่อการพัฒนา” มีเพ่ือนๆ และผู้คนในสังคมให้ความสนใจและร่วมสนุกกับกิจกรรมท่ีเกิด
ขนึ้ สิง่ ท่ีพวกเราในฐานะเป็นเยาวชนคนร่นุ ใหม่ไดเ้ หน็ และได้เขา้ ใจภาพความจริงในอีกมมุ คือ ยัง
มีผู้คนท่หี ลายชีวติ ที่ถูกแอลกอฮอล์ทา� ร้ายและท�าลายโอกาสของชีวิต ความจริงทเ่ี กิดข้นึ เปน็ ความ
จริงท่ีผ่านเร่ืองสั้น และผ่านภาพถ่าย เร่ืองราวที่ผ่านตัวหนังสือและภาพนั้นเป็นสิ่งท่ียืนยันได้ว่า
แอลกอออลส์ ร้างผลกระทบ และแอลกอฮอล์เป็นอปุ สรรคตอ่ โอกาสของชีวิต
วนั นพี้ วกเราเรมิ่ ทจ่ี ะเขา้ ใจ เราไดเ้ รยี นรแู้ ละไดเ้ หน็ ความจรงิ หลากหลายมมุ มากขนึ้ เราไดย้ นิ
เสียงของผู้คนในสังคม เราได้ต้ังค�าถามและหาค�าตอบ และการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมในรูปแบบ
ต่างๆ พวกเรา (เครือข่ายเยาวชน คนมือดี) เข้าใจเป็นอย่างดีว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นใน
ชัว่ ข้ามคืน แตก่ ารเปลยี่ นแปลงที่มคี วามหมายต้องเกดิ ท่ีตัวเรา พวกเราคนรนุ่ ใหม่และในฐานะเป็น
นกั ศกึ ษา เรามสี งั คมและสงิ่ รอบกายทย่ี ว่ั ยุ ปลกุ ปน่ั อยตู่ ลอดเวลา แตส่ งิ่ ทเ่ี ราเหน็ แจม่ ชดั มากยง่ิ ขน้ึ
คือ แอลกอฮอล์คือสินค้าท่ีมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน และแอลกอฮอล์เป็นเคร่ืองมือท่ีสร้างของ
กลมุ่ ทนุ ทผี่ กู ขาดในธรุ กจิ และกลมุ่ ทนุ ทเี่ ปน็ คนรวยเหลา่ นก้ี ลบั เปน็ ผสู้ รา้ งความเหลอื่ มลา้� คนเหลา่
นีไ้ ถ่โทษตัวเองด้วยการเสยี ภาษใี หร้ ฐั และชุบตัวเองด้วยกจิ กรรมท่ีเรยี กวา่ ท�าดีคนื สูส่ ังคม พฒั นา
CSR สู่กิจการเพ่ือสังคม หรือคิดกิจกรรมต่างออกมาเพ่ือให้ดูดี ชีวิตของลุงขี้เมาหนึ่งคนที่มีหลาน
สาวต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ต้องตกอยู่ภายใต้วงจรของความเหลื่อมล�้าอย่างหาทางออก
ไมเ่ จอ
ผลกระทบท่ธี ุรกจิ แอลกอออลท์ ิ้งไว้ คือ ความไมเ่ ทา่ เทยี ม คือการสร้างปญั หา มมุ มองแบบ
น้ีมีน้อยคนที่จะมองเห็น ส่วนปัญหาท่ีมองเห็น คือ เห็นลุงข้ีเมา สุขภาพไม่ดีต้องเลิกเหล้า ผล
กระทบทเ่ี กดิ จากแอลกอฮอลไ์ มไ่ ดม้ เี พยี งสขุ ภาพเทา่ นนั้ แตย่ งั กระทบตอ่ ชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ มหลาย
ประการเกนิ จะเขา้ ใจ พวกเราไดเ้ รมิ่ เหน็ ผลกระทบจากแอลกอฮอลท์ ีเ่ ปน็ อุปสรรคต่อการพัฒนา
87
“ เราเริ่มมองเห็นความเช่ือมโยงของผลกระทบที่ซ่อนอยู่ในวงจร “
ปัญหาทางสังคม
เราเห็นแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเส่ียงท่ีส�คัญต่อคุณภาพชีวิตและ
รายไดข้ องผคู้ น
เราเหน็ แอลกอฮอล์ท�ให้ผ้คู นที่เปน็ ความหวงั ของครอบครัวตอ้ ง
บาดเจบ็ และเสยี ชีวิตบนท้องถนน
เราเห็นแอลกอฮอล์เป็นหัวเชื้อของความรุนแรง เกิดความไม่
ปลอดภัยในพน้ื ทีส่ าธารณะ การละเมิดสิทธิ
เราเร่ิมเห็นความรนุ แรงทเ่ี กดิ จากแอลกอฮอล์
เราเห็นแอลกอฮอล์ชีวิตคนในสังคมท่ีตกเป็นเหยื่อของธุรกิจ
แอลกอฮอล์ได้อย่างชัดเจนข้ึน สังคมเหลื่อมล�้ามากขึ้น ความไม่เท่ากัน
ซบั ซอ้ นมากยิ่งข้ึน
วนั นที้ เี่ ราเรมิ่ เหน็ “แอลกอฮอลอ์ ปุ สรรคส�คญั ของการพฒั นา”
88
3 กระบวนการปกป้องเด็กและเยาวชน โดย ชมุ ชนบ้านถ�้า
อ�เภอแมส่ าย จังหวดั เชยี งราย
กจิ กรรมของเดก็ ๆ บา้ นถ�า้ ผ่านการเรยี นรจู้ ากผ้เู ฒา่ ผ้แู กใ่ นชมุ ชน มูลนธิ ิภูมพิ ลงั ชมุ ชนไทย (TCEF)
ใหข้ อ้ มูลโดย สิทธิชัย ซาวค�เขต
เรียบเรียงโดย จุฑาภรณ์ ปญั ญาคม
ธันวาคม 2563
ด้วยค่านิยมของพ่อแม่ผู้ปกครองท่ีนิยมส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนใหญ่ๆ ในตัวเมือง
ประกอบกับการท่ีรัฐมีนโยบายที่จะควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก โดยอ้างเหตุผลของการยกระดับ
คุณภาพการศึกษาและภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลลากร และการจัดการของทางภาครัฐ ท�าให้เด็กๆ
ในชุมชนบ้านถ�้าต้องเดินทางเข้าไปเรียนในเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางในการไปโรงเรียนมากข้ึน
และมเี วลาอยู่ในชมุ ชนนอ้ ยลง
การท่ีเด็กในชุมชนบ้านถ�้าจะต้องออกจากชุมชนไปเรียนในตัวเมือง อีกทั้งหลังจากจบการ
ศกึ ษาเดก็ หลายคนกไ็ มไ่ ดก้ ลบั มาในชมุ ชน เนอื่ งจากตอ้ งหางานทา� ในตวั เมอื ง ทา� ใหเ้ ดก็ ๆ ในชมุ ชน
ไมค่ ่อยไดม้ ีปฏิสัมพันธก์ บั คนในชมุ ชนสักเท่าไร
นอกเหนือไปจากนั้น ในพื้นท่ีละแวกชุมชนบ้านถ้�ายังเต็มไปด้วยปัญหาเรื่องเหล้าและ
ยาเสพติด เด็กที่ไปเรียนในเมืองก็มีโอกาสเส่ียงที่จะไปใช้เหล้าและยาเสพติดได้ง่าย เน่ืองจาก
ห่างไกลการดแู ลจากพ่อแม่ผปู้ กครอง
89
พีห่ นานบูม (สิทธชิ ยั ซาวคา� เขต) เยาวชนในชุมชนบ้านถ้�าไดม้ องเห็นถึงปญั หาเหลา่ น้ี และ
มคี วามคดิ ทอ่ี ยากจะใหเ้ ดก็ ๆ ในชมุ ชนไดม้ ปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั คนในชมุ ชนใหม้ ากขนึ้ จงึ ไดพ้ ดู คยุ ปรกึ ษา
กับผู้น�าชุมชนและผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน เพ่ือสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ส�าหรับเด็กๆ และคนในชุมชน
จนเกิดเป็น "โรงเรียนระเบียงรู้" ขึ้นมาในปีพ.ศ. 2560 ซึ่งมีคณะท�างานที่ประกอบไปด้วยทุก
ภาคส่วนในชุมชน เช่น ผู้น�าชุมชน ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อบ้านแม่บ้าน รวมท้ังเด็กและเยาวชนในชุมชน
โรงเรยี นระเบยี งรเู้ ปดิ เปน็ พนื้ ทส่ี า� หรบั เดก็ และเยาวชนในชมุ ชนบา้ นถา้� โดยสรา้ งสภาพแวดลอ้ มให้
เดก็ และเยาวชนรสู้ กึ วา่ ปลอดภยั และเปน็ ทส่ี า� หรบั เดก็ ๆ ทกุ คน ทจี่ ะสามารถแสดงออกและใชส้ ทิ ธิ์
ของตัวเองได้อยา่ งไมต่ ้องกลวั ว่าจะผดิ หรอื ไม่ถูกใจใคร
กจิ กรรมของโรงเรยี นระเบยี งรใู้ นชว่ งแรกๆ สว่ นใหญจ่ ะเปน็ การถา่ ยทอดความรขู้ องทอ้ งถนิ่
จากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ เช่น การเล่นดนตรีพ้ืนบ้าน ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชน
เปน็ ตน้ เนอื่ งจากชมุ ชนมคี วามกงั วลวา่ เดก็ รนุ่ ใหมจ่ ะลมื รากเหงา้ ของตนเอง กระบวนการเรยี นรใู้ น
โรงเรียนระเบียงรู้ได้ถูกออกแบบให้มีความสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ และยังชักชวนให้เด็กๆ ได้มี
ส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมท้ังพูดคุยเป็นกันเองกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาให้ความรู้อีกด้วย
ซง่ึ สภาพแวดลอ้ มทเ่ี ปน็ มติ รเหลา่ นเ้ี ปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ๆ ไดเ้ รยี นรู้ กลา้ แสดงออก และมปี ระสบการณ์
ที่ดีงาม
หลังจากท่ีเด็กๆ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว โรงเรียนระเบียงรู้ได้ยกระดับการเรียนรู้โดย
มุ่งเน้นให้ความส�าคัญกับการปกป้องสิทธิเด็ก รวมไปถึงการป้องกันตนเองจากปัญหาเหล้าและ
ยาเสพติด ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการ mini-project
ของ IOGT ซ่ึงหลังจากจบโครงการ mini-project โรงเรียนระเบียงรู้และชาวบา้ นในชมุ ชนบา้ นถา้�
ไดร้ ว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงชมุ ชน ทมี่ เี ปา้ หมายหลกั เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ในชมุ ชนสามารถใชส้ ทิ ธขิ องตนเอง และ
ได้รับการปกปอ้ งคุ้มครองจากคนในชมุ ชน
โครงการ mini-project มรี ะยะเวลา 6 เดอื น โดยเริม่ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ถึง
เดอื นมกราคม พ.ศ. 2563 เปน็ การท�างานร่วมกนั ของหลายฝา่ ยในชมุ ชน รวมถึงสมาชกิ จากชมรม
คนรกั ษธ์ รรม (มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เชยี งราย ซงึ่ เปน็ เครอื ขา่ ยเยาวชนของมลู นธิ ภิ มู พิ ลงั ชมุ ชนไทย)
ได้เข้ามามสี ่วนร่วมในการจดั กระบวนการเรียนร้ใู นโรงเรยี นระเบียงร้ดู ้วย ในช่วงแรกของโครงการ
มีเดก็ ๆ เข้าร่วมประมาณ 20 คน เด็กๆ เหล่าน้ีได้พบปะกันในช่วงสดุ สัปดาห์ และได้เรียนรเู้ กย่ี วกบั
สทิ ธเิ ดก็ เบอ้ื งตน้ ผา่ นการทา� กจิ กรรมหลายๆ รปู แบบ ซง่ึ ตอ่ มาโครงการยงั ไดช้ กั ชวนพอ่ แมผ่ ปู้ กครอง
ใหเ้ ข้ารว่ มทา� กจิ กรรมกบั เดก็ ๆ ดว้ ย
ความทา้ ทายทค่ี ณะทา� งานตอ้ งเผชญิ ในชว่ งแรกของโครงการ คอื ความหลากหลายของเดก็
ในแตล่ ะชว่ งอายุ นอกจากน้ี ยงั มคี วามไมเ่ ขา้ ใจกนั ระหวา่ งเดก็ ชาตพิ นั ธไ์ุ ทใหญแ่ ละเดก็ ไทยอกี ดว้ ย
ดงั น้นั โครงการจงึ ม่งุ เนน้ เพอ่ื ให้เด็กได้ท�าความร้จู กั กนั มีความเขา้ ใจกนั เคารพซึ่งกันและกนั และ
สรา้ งความสมั พนั ธ์อนั ดีระหวา่ งกัน นอกจากนแ้ี ลว้ ยงั สามารถสงั เกตได้ว่า ผใู้ หญห่ ลายๆ ท่านไมไ่ ด้
เห็นว่าสทิ ธเิ ดก็ เปน็ เร่อื งทส่ี �าคญั
90
เดก็ ๆ ไดเ้ รยี นรกู้ ารเล้ียงไกแ่ ละการเก็บไข่ไก่
อยา่ งไรกต็ าม ในชว่ งหลังของโครงการไดม้ กี ารจดั กจิ กรรมท่เี น้นการส่ือสารกบั คนในชมุ ชน
เก่ียวกบั ความสา� คญั ของการปกปอ้ งสทิ ธเิ ดก็ มากข้ึน พอ่ แมผ่ ู้ปกครองมาเข้ารว่ มกจิ กรรมกับเดก็ ๆ
มากขนึ้ ในขณะเดยี วกนั กม็ กี ารจดั ประชมุ หมบู่ า้ นทบี่ อ่ ยขน้ึ ซงึ่ พบวา่ ผนู้ า� ชมุ ชน รวมทง้ั คนสว่ นใหญ่
ในชุมชนให้ความส�าคัญกับการปกป้องสิทธิเด็กมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการที่มีการเสนอให้จัดท�า
ขอ้ ตกลงชมุ ชนขน้ึ โดยมกี ารสา� รวจความคดิ เหน็ ของคนในชมุ ชนทกุ หลงั คาเรอื นทั้งผู้ใหญแ่ ละเด็ก
เก่ยี วกบั สงิ่ ที่อยากเห็นในการปกป้องเด็กและเยาวชนในชุมชนบา้ นถ้�า
ผลจากการส�ารวจความคิดเห็นของคนในชุมชนบ้านถ�้า ได้สรุปออกมาเป็นข้อตกลงชุมชน
11 ข้อดงั ต่อไปน้ี
ขอ้ ท่ี 1 จะใหค้ วามรกั ความหว่ งใยแกเ่ ดก็ และเยาวชน
ข้อท่ี 2 จะพดู จากับเดก็ และเยาวชนด้วยข้อความทเี่ ป็นเหตเุ ปน็ ผล
ขอ้ ที่ 3 จะสื่อสารกบั เด็กและเยาวชนด้วยการใหเ้ กยี รติและให้กา� ลังใจ
ขอ้ ท่ี 4 ไมใ่ ช้ความรนุ แรงกับเดก็
ข้อที่ 5 ส่งเสรมิ ให้เด็กและเยาวชนไดร้ ับการศกึ ษา
ข้อที่ 6 ปกป้องเดก็ และเยาวชนให้หา่ งไกลจากยาเสพติด
ข้อที่ 7 เปน็ ตัวอยา่ งท่ีดใี ห้กับเด็กและเยาวชน
ข้อที่ 8 รบั ฟงั ความคดิ เห็นและพดู คุยอย่างเข้าใจ
ขอ้ ท่ี 9 ไม่ทะเลาะววิ าทในที่มีเดก็ อยู่
ข้อที่ 10 ไมใ่ ชเ้ ดก็ และเป็นทร่ี ะบายอารมณ์
ข้อที่ 11 ส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กไดม้ ีโอกาสทา� กิจกรรมทเ่ี ขาชอบ
91
ข้อตกลงของชุมชนทั้ง 11 ข้อนี้ได้ประกาศให้คนในชุมชนได้รับทราบในวันเด็กแห่งชาติ ปี
พ.ศ. 2563 และต่อมาได้กลายเป็นธรรมนูญของชุมชน ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่าชุมชนบ้านถ�้าให้
ความสา� คญั กบั การปกปอ้ งสิทธิเด็ก
นอกเหนือจากการท�างานในชุมชน โรงเรียนระเบียงรู้ยังให้ความส�าคัญกับการท�างาน
ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิน่ รวมถงึ ผนู้ า� ชุมชนของหมบู่ ้านอืน่ ๆ ดว้ ย ซ่ึง ณ ปัจจุบนั โรงเรยี น
ระเบยี งรขู้ องชมุ ชนบา้ นถา้� เปน็ ทร่ี จู้ กั และไดร้ บั การยอมรบั ใหเ้ ปน็ ตน้ แบบในดา้ นการจดั พน้ื ทใ่ี หก้ บั
เดก็ และเยาวชน ซงึ่ ทางต�าบลกม็ คี วามสนใจท่ีจะนา� แนวคิดนไ้ี ปประยกุ ตใ์ ชอ้ กี ด้วย
ในกรณีของชุมชนบ้านถ�้าน้ี ความส�าเร็จที่เกิดข้ึนเป็นตัวบ่งช้ีได้ว่าปัญหาในชุมชนจะไม่
สามารถแกไ้ ขได้ หากคนในชมุ ชนไมร่ ว่ มแรงรว่ มใจกนั เนอื่ งจากไมม่ ใี ครรปู้ ญั หาของชมุ ชนดเี ทา่ ตวั
ชุมชนเอง ชมุ ชนบา้ นถ�า้ มจี ดุ แขง็ ในดา้ นการประสานงานระหว่างคนกลมุ่ ตา่ งๆ ในชุมชน ไม่วา่ จะ
เปน็ ผนู้ า� ชมุ ชน กลมุ่ ผสู้ งู อายุ กลมุ่ พอ่ บา้ นแมบ่ า้ น และกลมุ่ เดก็ และเยาวชน ทพี่ รอ้ มจะรบั ฟงั ซง่ึ กนั
และกัน และรว่ มกนั แกไ้ ขปัญหา เพือ่ ปกปอ้ งชมุ ชนใหม้ คี วามสงบร่มเย็น และนา่ อยู่ตลอดไป
พ่ีหนานบมู ไดก้ ล่าวทงิ้ ทา้ ยไว้วา่
“ความส�เร็จเหล่านี้จะเกิดขึน้ ไมไ่ ดเ้ ลย หากคนในชุมชนไม่สนใจและไม่ให้ความร่วมมอื กัน”
ทมี ทปี่ รึกษาได้ลงแลกเปลีย่ นประสบการณ์กบั เด็กๆ ของโรงเรียนระเบียงรู้
92
4 กลุ่มสตรบี ้านแมห่ มูลซี อ "ลด-งดเสริ ฟ์ เหลา้ งานปใี หม่"
เวทีครงั้ แรก ณ บ้านแมห่ มูลีซอ องคก์ รสง่ เสรมิ การเรียนรู้และพฒั นา
เครือขา่ ยชุมชน (CLANPO)
ใหข้ อ้ มูลโดย กลุม่ สตรบี า้ นแม่หมูลซี อ
เรียบเรยี งโดย สายฝน มาธรรม
เมษายน 2563
CLANPO ท�างานกับเครอื ข่ายลซี อมานาน พบว่า ในการประชุมเครือขา่ ยลซี อมักจะได้ยนิ
สถานการณ/์ ความรนุ แรงทเ่ี กดิ จากการใชเ้ หลา้ อยบู่ อ่ ยครงั้ โดยเฉพาะชว่ งทมี่ งี านประเพณ/ี พธิ กี รรม
เชน่ งานปใี หมช่ นเผา่ ลีซอ แม้ว่าท่ผี า่ นมาเครอื ขา่ ยลซี อพยายามแก้ไขปัญหาความรนุ แรงท่เี กิดขึ้น
แตค่ วามรนุ แรงกไ็ มไ่ ดล้ ดลง และผทู้ ไ่ี ดร้ บผลกระทบจากการใชเ้ หลา้ มากทส่ี ดุ คอื ผหู้ ญงิ เพราะตอ้ ง
เปน็ คนแบกรบั ภาระทงั้ หมดของครอบครวั ทงั้ คา่ ใชจ้ า่ ย หนสี้ นิ ความเครยี ด หรอื แมก้ ระทง่ั การถกู
กระท�าโดยใช้ความรุนแรงจากคนในครอบครัวที่ดื่มเหล้า แต่กลับไม่มีบทบาท หรือมีส่วนร่วมใน
การแก้ไขปัญหาเลย
จากการสังเกตของ CLANPO ที่เห็นว่าไม่มีผู้หญิงลีซอเข้ามาร่วมกับเครือข่ายในเครือข่าย
เลย จงึ ไดก้ ระตนุ้ แกนนา� ผชู้ ายใหเ้ พอ่ื เปดิ โอกาสพบใหก้ บั แมบ่ า้ นลซี อ แตก่ ไ็ มง่ า่ ยนกั แกนนา� ผชู้ าย
มักจะบอกกับเราว่า ผู้หญิงต้องท�างานบ้าน ต้องดูแลลูกหลาน ไม่สะดวกท่ีจะออกมานอกชุมชน
ซึ่งเป็นความยากของ CLANPO ในการที่จะท�าให้ผู้ชายเปิดโอกาสให้กับผู้หญิง ท้ังวัฒนธรรม
ลีซอนั้นเป็นวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ผู้ชายจะมีอ�านาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยเฉพาะผู้น�าทางการ
93