แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเนื้อหา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน
3 การทำงานตามหนา้ ที่ที่ได้รับมอบหมาย
4 ความมีนำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี ชอ่ื –สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ของนกั เรยี น ความคดิ เหน็ ฟังคนอื่น ตามท่ีได้รับ สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลุม่
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทส่ี ร้างความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กี่ยวกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโ่ี รงเรียนจัดข้ึน
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 2.1 ให้ขอ้ มลู ที่ถูกตอ้ งและเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ที่ถกู ตอ้ ง
3. มวี ินยั รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครวั
มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟังคำสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อย่อู ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและสิง่ ของของโรงเรียนอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ ค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเก็บออมเงนิ
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพ่ือให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั แิ ละสิ่งแวดล้อมของหอ้ งเรยี นและโรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผู้ประเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชัดเจนและสมำ่ เสมอ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51–60 ดมี าก
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครั้ง 2 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั บิ างคร้งั 1 คะแนน ตำ่ กว่า 30 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3
หน่วยการเรยี นที่ 1เรอ่ื ง ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 2 ชั่วโมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู ้สู อน นายวัชรพงษ์ ล้วนอุดมศริ ิ
**************************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน
ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พื่อการดำรงชีวิตในสังคมท่มี ีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วาม
รแู้ ละทกั ษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแกป้ ัญหา หรือพฒั นางานอยา่ งมีความคดิ
สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต
สงั คม และสงิ่ แวดล้อม
ตัวชว้ี ัด
1. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิต ประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เก่ียวข้องกับ
ปญั หา
2. ออกแบบวิธกี ารแกป้ ัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสนิ ใจเลือกขอ้ มลู ที่จำเปน็ นำเสนอแนวทาง
การแก้ปัญหาให้ผูอ้ ่นื เขา้ ใจ วาง แผนและดำเนินการแกป้ ญั หา
3. ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพร่อง ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับ ปรุงแก้ไข และ
นำเสนอผลการแกป้ ญั หา
2. สาระสำคัญ
ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์พบได้จากหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับสถานการณ์ท่ีมนุษย์
แต่ละคนจะประสบ เช่น ปัญหาทางด้านการเกษตร ปัญ หาจากการขาดแคลนอาหาร เป็นต้น ดังน้ัน
การแก้ปัญหาผู้ทีท่ ำหน้าที่ในการแก้ปัญหาจำเป็นตอ้ งสืบค้น รวบรวมข้อมลู ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือ
นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบในด้านลบต่อสิ่งต่างๆ เช่น
สภาพแวดลอ้ ม ทรัพยากร วิถีชีวติ ของมนุษย์ เป็นตน้
3. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
1. แก้ปัญหาด้วยการระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล สาเหตุหรือ
ปจั จัยท่สี ง่ ผลตอ่ การเปลี่ยน แปลงของเทคโนโลยีได้
2. สาธิตการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยคัดเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น
เข้าใจ พร้อมท้ังหาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ขได้
3. สรปุ ประเมนิ ผลและนำเสนอผลการแกป้ ัญหาให้ผอู้ ื่นเขา้ ใจได้
ทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. ปฏบิ ัตติ ามระเบียบขั้นตอนของการแก้ปญั หา อยา่ งเป็นข้นั ตอนและถกู ตอ้ งตามระเบียบแบบแผนวิธกี าร
2 .ลงมอื ปฏิบตั ิ ฝกึ ทักษะการคิด เผชิญสถานการณก์ ารแกป้ ญั หาวางแผนการเรียนรู้
3. ตรวจสอบวิธกี ารแกป้ ญั หาและนำเสนอผา่ นการทำกจิ กรรมโครงงาน
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซอ่ื สัตย์สุจรติ 3. มวี ินัย
4. ใฝเ่ รียนรู้ 5. อยอู่ ย่างพอเพียง 6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น/ทกั ษะท่ีจำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 (3R × 8C)
ความสามารถในการสอื่ สาร/อา่ นออก เขยี นได้ ทกั ษะในการสือ่ สาร และการรูเ้ ท่าทันสอ่ื
ความสามารถในการคดิ /คิดเลขเปน็ คิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ คิดสรา้ งสรรค์
คดิ เชิงนวตั กรรม
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต/ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ เขา้ ใจ
ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดขา้ มวัฒนธรรม ทักษะทางอาชีพและการเรียนรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี/ทกั ษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ และการเทา่ ทนั เทคโนโลยี
5. ดา้ นคณุ ลักษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ วิชาการ ส่อื สารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคดิ
ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
6. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ : เรียนรูก้ ารใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่ินทีม่ ีอยู่อย่างจำกดั ให้คมุ้ คา่
2. หลักความมีเหตุผล : กระตุ้นให้ผเู้ รียนมีความคดิ สร้างสรรคแ์ ละเกิดผลในการผลิตชน้ิ งาน
3. หลักภูมิคมุ้ กนั : รู้จักวางแผนกระบวนการทำงานอยา่ งเปน็ ระบบใหป้ ระสบความสำเร็จ
4. เง่ือนไขความรู้ : มคี วามรู้เร่อื งภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ และวิทยาการเทคโนโลยีที่หลากหลาย
5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใชห้ ลกั ความยุตธิ รรม มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองและส่วนรวม
7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 3 เรือ่ ง ผลกระทบและการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี
8. การวดั ผลและประเมินผล
นำ้ หนกั คะแนน ระดับคุณภาพ
ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรงุ
เกณฑ์ 4 3 2 1
(16-20คะแนน) (12-15 คะแนน) (6-10 คะแนน) (1-5 คะแนน)
ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา
ความคิดสร้างสรรค์
ความตรงต่อเวลา
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
9.1 On-Site
กจิ กรรมนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า “ในชีวิตประจำวันของนักเรียนต้องเก่ียวข้องกับเทคโนโลยีใดบ้าง
จากน้นั ครูถามนกั เรยี นตอ่ วา่ “ถ้าไมม่ เี ทคโนโลยเี หล่านั้นจะสง่ ผลกระทบตอ่ การดำเนินชวี ิตของนักเรียนอยา่ งไร
(แนวตอบ : - นาฬิกาปลุก เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รถโดยสาร การคมนาคมขนส่ง โทรศัพท์
มอื ถือ เปน็ ตน้ )
- ไมไ่ ด้รับความสะดวกสบายในการดำเนนิ ชวี ติ ตื่นสาย ไปโรงเรียนไม่ทนั
เป็นตน้ )
2. ครูนำภาพโทรศัพท์เคลื่อนท่ี คอมพิวเตอร์ รถยนต์รุ่นเก่ามาให้นักเรียนดู แล้วสอบถามนักเรียนว่าเคยใช้
เทคโนโลยีหรือไม่ จากนั้นจึงนำภาพโทรศัพท์เคล่ือนท่ี คอมพิวเตอร์ รถยนต์ในยุคปัจจุบันมาให้นักเรียนดู แล้วบอก
วา่ สิ่งทน่ี กั เรียนเหน็ น้คี ือการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
1. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน แล้วร่วมกันสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสาเหตุของการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี และ
เขียนสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีลงในกระดาษโนต้ กาว คู่ละ 1 สาเหตุ จากน้ันครูสุ่มเรียกนักเรียนทีละคู่
ออกมาบอกสาเหตพุ รอ้ มแปะกระดาษโน้ตกาวบนกระดาน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปสาเหตุของการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี พร้อมกับเขียนเป็นผังมโน
ทัศน์
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยดี ้านต่างๆ จากหนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.1 หนา้ 16
4. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลกระทบของการพัฒนาและเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี
5. ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมว่า ผลกระทบทีเ่ กดิ จากการพัฒนาเทคโนโลยีมที ง้ั ผลกระทบที่เป็นดา้ นบวกและด้านลบต่อ
การดำรงชีวติ ของมนุษย์
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจำแนกผลกระทบของการพัฒนาเทคโนโลยีทั้ง 2 ด้าน โดยสรุปเป็นผัง
มโนทศั น์ลงในกระดาษ A4 เสร็จแลว้ ให้แต่ละกลมุ่ ออกแบบวิธีการนำเสนอผลงานทห่ี นา้ ชน้ั เรียน
7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่มจนครบทุกกลุ่ม โดยกำหนดเวลาใน
การนำเสนอกลุม่ ละ 3 นาที
8. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายและสรปุ เกีย่ วกับผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงและการพัฒนาเทคโนโลยี
9. ครูตั้งคำถามว่า การพัฒนาเทคโนโลยีมีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ นักเรียนมีแนวทางในการป้องกัน
หรือแก้ไขผลกระทบด้านลบจากการพฒั นาเทคโนโลยีอย่างไรบา้ ง
10. ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานที่ 3 เรอื่ ง ผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยี
กิจกรรมรวบยอด
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปแนวทางในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาจากผลกระทบด้านลบจากการพัฒนา
เทคโนโลยรี ว่ มกนั
2. ครูนำนกั เรยี นอภิปรายและสรุปเรอื่ ง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ตามประเด็น ดงั น้ี
- ผลกระทบของการพัฒนาเทคโนโลยีมีด้านใดบา้ ง
- การพัฒนาเทคโนโลยสี ่งผลกระทบตอ่ การดำเนนิ ชวี ติ ทั้งด้านบวกและด้านลบอย่างไรบ้าง
- แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากผลกระทบด้านลบที่นักเรียนสามารถปฏิบัติได้
มอี ะไรบา้ ง
- ระบบทางเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการดำรงชวี ิตอย่างไร บอกองค์ประกอบหลักของระบบทาง
เทคโนโลยี อธบิ ายลกั ษณะเฉพาะขององคป์ ระกอบหลกั แตล่ ะส่วน
3. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
4. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ Unit Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี
ม.1 หน้า 49 แลว้ ส่งครตู รวจในช่วั โมงถัดไป
9.2 Online
1. เช็คชอ่ื และจดั การเรียนการสอนนักเรียนออนไลนผ์ า่ นทาง application Google Meet
2. สั่งงานโดยให้แบบฝึกหัดนักเรียนหลังจากเรียนออนไลน์จบ นักเรียนทุกคนในช้ันเรียนเข้าร่วม Google
Classroom โดยผ่าน Platform ของโรงเรียน เว็บไซต์ P.K. Online Education https://prakanongschool.
Wixsite.com/online-education/คอมพวิ เตอร์ กดเลอื ก Classroom ครวู ชั รพงษ์ ล้วนอุดมศริ ิ
3. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เพ่ิมเติมจากเว็บไซต์ออนไลน์ของครู https://i-amt-u-m.wixsite.com
/krutumzicker โดยกดเข้าเมนรู ายวชิ า ว21105 การออกแบบและเทคโนโลยี 1
10. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.1 สำนักพิมพ์
สสวท. หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เทคโนโลยีกับมนษุ ย์ หน้า 37 ถึงหนา้ 50
2. PowerPoint เร่ือง ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
3 . Google Classroom ค รู วั ช ร พ ง ษ์ เว็ บ ไซ ต์ P.K. Online Education https://prakanongschool.
wixsite.com/online-education/คอมพวิ เตอร์
4. กลุ่มไลนร์ ายวชิ า ว21105 การออกแบบและเทคโนโลยี 1ของแตล่ ะหอ้ งเรียน
5. เว็บไซต์ออนไลน์ครตู ม้ั https://i-amt-u-m.wixsite.com/krutumzicker
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมบูรณาการกบั วิชาในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืนๆ
2. กิจกรรมสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมใหก้ บั นักเรียน
3. กิจกรรมสอดแทรกหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ใบงานท่ี 3
เรื่อง ผลกระทบของการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
คำชแี้ จง : ให้วเิ คราะห์ผลกระทบของการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีในด้านต่างๆ พร้อมบอกแนวทางแกไ้ ข
ผลกระทบของการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี
ด้านสง่ิ แวดล้อม ดา้ นเศรษฐกิจ
ด้านบวก ดา้ นบวก
ดา้ นลบ ดา้ นลบ
แนวทางแก้ไข แนวทางแก้ไข
ด้านวัฒนธรรม ดา้ นการเมือง
ดา้ นบวก ดา้ นบวก
ดา้ นลบ ด้านลบ
แนวทางแก้ไข แนวทางแกไ้ ข
ใบงานท่ี 3 เฉลย
เร่อื ง ผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยี
คำชแ้ี จง : ใหว้ เิ คราะหผ์ ลกระทบของการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีในดา้ นตา่ งๆ พรอ้ มบอกแนวทางแกไ้ ข
ผลกระทบของการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ดา้ นเศรษฐกจิ
ดา้ นบวก ทำใหเ้ กิดความสะดวกสบาย
มีเชอื้ เพลิงใช้ มพี ลังงานในการสร้างสิ่งต่างๆ ด้านบวก สะดวกสบายในการตดิ ตอ่ ส่อื สาร
ประสานงานด้านการทำธุรกิจ และการทำ
ด้านลบ เกิดมลพิษทางดา้ นต่างๆ เกิดภาวะ ธรุ กรรมทางการเงนิ การผลติ สง่ิ ต่างๆ ทำได้งา่ ย
โลกรอ้ น และรวดเรว็
ดา้ นลบ ปญั หาการวา่ งงานของคนในสังคม
แนวทางแก้ไข ช่วยกนั รณรงคป์ ระหยัดการใช้ มิจฉาชพี อาจสรา้ งความเสียหายในการโจรกรรม
พลงั งาน ขอ้ มูลหรือทรัพย์สินได้ง่ายหากใชเ้ ทคโนโลยี
ในทางทผ่ี ิด
แนวทางแกไ้ ข ใช้เทคโนโลยดี ว้ ย
ความระมัดระวัง
ดา้ นวัฒนธรรม ด้านการเมอื ง
ด้านบวก เปลยี่ นวถิ กี ารดำเนินชีวิตและการ ด้านบวก กระจายขา่ วสาร กฎเกณฑ์ หรอื
ทำงานของมนุษย์ สะดวกรวดเรว็ ในการเผยแพร่ ข้อบงั คับของภาครฐั ไปสูป่ ระชาชนอยา่ งรวดเรว็
ขอ้ มูลตา่ งๆ ทำใหโ้ ลกในยุคปัจจุบนั เปน็ สงั คม ชว่ ยให้ประชาชนตดั สนิ ใจในทางการเมือง
แหง่ การส่อื สาร
ด้านลบ ถ้าใชไ้ ปในทางที่ผดิ จะทำให้ขอ้ มลู ทผ่ี ดิ ดา้ นลบ ถ้าขา่ วสารข้อมลู มีการบิดเบือนอาจ
แพร่กระจายไปอยา่ งรวดเร็วทำให้ส่งผลกระทบ สง่ ผลกระทบต่อการตัดสนิ ใจของประชาชน ทำให้
ต่อวัฒนธรรมดั้งเดมิ เกิดความขัดแยง้ และความไม่สงบในบ้านเมือง
แนวทางแกไ้ ข ใช้เทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์ แนวทางแก้ไข ตรวจสอบแหล่งทมี่ าของข้อมูล
ให้เกิดประโยชน์ ให้ถูกต้องก่อนการตดั สนิ ใจ
12. สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
1. นักเรียนจำนวน ................................. คน
- ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน ............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ............................
- ไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้
ขอ้ ท่ี...............จำนวน ........... คน คิดเป็นร้อยละ ............................ ไดแ้ ก่
5) ...........................................................เพราะ..................................................
6) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
ข้อท่ี..............จำนวน ........... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ............................ ได้แก่
5) ............................................................เพราะ..................................................
6) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
- นกั เรยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่
5) ............................................................เพราะ..................................................
6) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
2. นักเรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. นักเรยี นเกิดทักษะ/กระบวนการ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. นกั เรียนมีคุณลกั ษณะ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. ปัญหาอปุ สรรค/แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
หมายเหตุ ในการบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรระบุร้อยละของนักเรียนที่ผ่านและไม่ผ่านในแต่ละ
จุดประสงค์ท่ีได้ระบุไว้ในส่วนหน้าของแผนการจัดการเรียนรู้ และหากการบันทึกสมบูรณ์ในทุกส่วนสามารถใช้เป็น
ข้อมลู เพื่อจดั ทำวิจยั ในชน้ั เรียนได้
ลงชอื่ ...................................................................
(นายวชั รพงษ์ ล้วนอดุ มศิริ)
ครูผู้สอน
ความเหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ลงชือ่ .................................................................
(นายพรเทพ บุญประมวล)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเห็นผู้ช่วยผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
ได้ตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง นายวชั รพงษ์ ลว้ นอุดมศริ ิ แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
นำไปใช้ได้จรงิ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้ อ่นื ๆ..........................................................
ลงชื่อ..................................................................
(นายพงษ์พันธ์ จนั ทรเ์ พง็ )
รองผ้อู ำนวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
แบบประเมนิ ผลงานผังมโนทัศน์
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แลว้ ขีด ✓ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
4 3 21
1 ความสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์
2 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา
3 ความคดิ สรา้ งสรรค์
4 ความตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมนิ
............../................./................
เกณฑป์ ระเมนิ ผงั มโนทศั น์
ประเด็นทปี่ ระเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผล งาน ไม่ ส อด ค ล้ อง
จดุ ประสงคท์ ่กี ำหนด จดุ ประสงค์ทุกประเด็น จดุ ประสงค์เปน็ สว่ นใหญ่ จดุ ประสงค์บางประเด็น กับจดุ ประสงค์
2. ผลงานมีความ เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงาน
ถูกต้องสมบูรณ์ ถกู ต้องครบถ้วน ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถูกต้องเปน็ บางประเด็น ไมถ่ กู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่
3. ผลงานมคี วามคิด ผล งาน แ สด งออกถึง ผลงานมีแนวคิดแปลก ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไม่แสดงแนวคิด
สรา้ งสรรค์ ค วาม คิ ด ส ร้างส รรค์ ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่
แ ป ล ก ให ม่ แ ล ะ เป็ น ใหม่
ระบบ
4. ผลงานมีความเปน็ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่มีความ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น
ระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถึง เป็ นระเบี ยบ แต่ ยั งมี ระเบยี บแต่มขี ้อบกพรอ่ ง ร ะ เ บี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ
ความประณีต ขอ้ บกพร่องเล็กนอ้ ย บางส่วน บกพร่องมาก
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
14–16 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถูกต้องของเนื้อหา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
............/................./...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ่ืน
3 การทำงานตามหนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมาย
4 ความมนี ้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดบั ที่ ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ของนักเรียน ความคดิ เหน็ ฟังคนอืน่ ตามทไี่ ด้รับ สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คำช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
1.2 เข้าร่วมกิจกรรมท่สี ร้างความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กี่ยวกบั สถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามทีโ่ รงเรียนจัดขน้ึ
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 2.1 ให้ขอ้ มลู ที่ถูกตอ้ งและเปน็ จริง
2.2 ปฏิบัตใิ นสิ่งทถ่ี กู ตอ้ ง
3. มวี ินัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟังคำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
4.4 ตงั้ ใจเรียน
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและสิง่ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและร้คู ณุ คา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ
6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพ่ือให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 ร้จู กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน
8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบตั แิ ละส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรยี น
ลงชือ่ .................................................. ผู้ประเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชัดเจนและสมำ่ เสมอ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
51–60 ดมี าก
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครั้ง 2 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตบิ างคร้ัง 1 คะแนน ตำ่ กว่า 30 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4
หน่วยการเรยี นที่ 2 เรือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 2 ชว่ั โมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู สู้ อน นายวัชรพงษ์ ลว้ นอดุ มศริ ิ
**************************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน
ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความรู้และทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหา หรอื พฒั นางานอย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต
สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม
ตวั ชว้ี ดั
1. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิต ประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เก่ียวข้องกับ
ปัญหา
2. ออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกขอ้ มลู ที่จำเป็น นำเสนอแนวทาง
การแก้ปญั หาให้ผู้อื่นเข้าใจ วาง แผนและดำเนนิ การแก้ปญั หา
3. ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพร่อง ที่เกิดข้ึน พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับ ปรุงแก้ไข และ
นำเสนอผลการแก้ปัญหา
2. สาระสำคญั
ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์พบได้จากหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับสถานการณ์ท่ีมนุษย์
แต่ละคนจะประสบ เช่น ปัญหาทางด้านการเกษตร ปัญหาจากการขาดแคลนอาหาร เป็นต้น ดั งน้ัน
การแก้ปัญหาผู้ท่ที ำหน้าท่ีในการแก้ปัญหาจำเป็นตอ้ งสืบค้น รวบรวมขอ้ มูลความรูจ้ ากศาสตร์ต่างๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง เพื่อ
นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบในด้านลบต่อส่ิงต่างๆ เช่น
สภาพแวดลอ้ ม ทรพั ยากร วิถีชีวิตของมนษุ ย์ เปน็ ต้น
3. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
1. แก้ปญั หาดว้ ยการระบปุ ญั หาหรอื ความต้องการในชีวิตประจำวัน รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมลู สาเหตุหรือ
ปัจจัยทีส่ ่งผลตอ่ การเปลย่ี น แปลงของเทคโนโลยีได้
2. สาธิตการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยคัดเลือกข้อมูลที่จำเป็น นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น
เข้าใจ พรอ้ มทัง้ หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขได้
3. สรุปประเมินผลและนำเสนอผลการแก้ปญั หาให้ผู้อื่นเขา้ ใจได้
ทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบขัน้ ตอนของการแก้ปัญหา อย่างเป็นข้ันตอนและถูกตอ้ งตามระเบียบแบบแผนวธิ ีการ
2 .ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ฝึกทักษะการคดิ เผชิญสถานการณ์การแก้ปัญหาวางแผนการเรียนรู้
3. ตรวจสอบวธิ กี ารแกป้ ญั หาและนำเสนอผา่ นการทำกจิ กรรมโครงงาน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ซ่อื สัตยส์ จุ รติ
3. มวี นิ ยั 4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 6. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มีจติ สาธารณะ
4. ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน/ทกั ษะทจ่ี ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 (3R × 8C)
ความสามารถในการสื่อสาร/อ่านออก เขยี นได้ ทกั ษะในการส่อื สาร และการรู้เทา่ ทันสอ่ื
ความสามารถในการคิด/คิดเลขเปน็ คดิ วิเคราะห์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ คดิ สร้างสรรค์
คิดเชงิ นวตั กรรม
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต/ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ เข้าใจ
ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดขา้ มวัฒนธรรม ทักษะทางอาชพี และการเรียนรู้
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี/ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์ และการเท่าทนั เทคโนโลยี
5. ด้านคณุ ลกั ษณะของผู้เรียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ วชิ าการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคดิ
ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ รว่ มกันรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก
6. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ : เรยี นรูก้ ารใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์ในท้องถน่ิ ท่มี ีอยู่อย่างจำกดั ให้ค้มุ คา่
2. หลักความมเี หตุผล : กระตุ้นให้ผู้เรยี นมคี วามคิดสรา้ งสรรค์และเกิดผลในการผลิตชนิ้ งาน
3. หลักภมู คิ มุ้ กนั : รจู้ กั วางแผนกระบวนการทำงานอยา่ งเป็นระบบใหป้ ระสบความสำเรจ็
4. เงื่อนไขความรู้ : มคี วามรเู้ ร่อื งภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิทยาการเทคโนโลยีท่ีหลากหลาย
5. เงือ่ นไขคุณธรรม : ใชห้ ลักความยตุ ิธรรม มีความรับผดิ ชอบในหน้าที่ของตนเองและส่วนรวม
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 4 เรือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี
8. การวัดผลและประเมนิ ผล
น้ำหนักคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ดมี าก ดี ปานกลาง ปรับปรงุ
เกณฑ์ 4 3 2 1
(16-20คะแนน) (12-15 คะแนน) (6-10 คะแนน) (1-5 คะแนน)
ความสอดคล้องกับจดุ ประสงค์
ความถูกตอ้ งของเนือ้ หา
ความคดิ สรา้ งสรรค์
ความตรงต่อเวลา
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
9.1 On-Site
กจิ กรรมนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูพูดคุยซักถามนักเรียนเกี่ยวกับ การใช้ชีวิตประจำวัน “นักเรียนติดเล่นโทรศัพท์มือถือกันมากแค่ไหน
อย่างไร”ครูอธิบายเพ่ิมเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า ปัญหาการใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสมในปัจจุบันคือปัญหาท่ีต้องการ
แกไ้ ข
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่าง การใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งบอกว่าปัญหาที่จำเป็นต้องแก้
คอื อะไร สาเหตุ และผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร
3. ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมให้นักเรียนเขา้ ใจวา่ สิง่ อำนวยความสะดวกในชวี ิตประจำวันของมนุษย์ล้วนเป็นเทคโนโลยี
ซ่ึงเกิดจากกระบวนการคิดที่เป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาและทำให้คุณภาพชีวิตดีข้ึนแต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีอย่างไม่
เหมาะสมก็อาจเป็นโทษได้
4. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
5. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากหนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ม.1 หน้า 51 ว่าเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการดำรงชีวิตอย่างไรแล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบ
คำถาม
(แนวตอบ : เทคโนโลยีเป็นสิ่งท่ีอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ ช่วยในการแก้ปัญหาผ่านกระบวนการ
เทคโนโลยี ซ่ึงเป็นขั้นเป็นตอนท่ีมีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์เทคโนโลยที ี่มีประสิทธภิ าพ ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
และคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา จนได้ออกมาเป็นส่ิงท่ีตอบสนองความจำเป็นหรือความต้องการของมนุษย์ซ่ึง
กระบวนการเทคโนโลยเี ป็นสงิ่ ทีช่ ่วยตอบสนองความจำเปน็ และความต้องการของมนุษย)์
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
1. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนกั เรียน ในหนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบ
และเทคโนโลย)ี ม.1 ว่า กระบวนการเทคโนโลยีชว่ ยตอบสนองความจำเปน็ และความต้องการของมนษุ ย์อยา่ งไร
(แนวตอบ : กระบวนการเทคโนโลยชี ่วยตอบสนองความตอ้ งการของชีวิตมนุษยใ์ นปัจจบุ นั ดา้ น
เทคโนโลยเี พ่อื สามารถพัฒนาทางดา้ นสง่ิ อำนวยความสะดวก เพอ่ื ใหก้ ารใชช้ วี ติ ประจำวนั ไดส้ ะดวกสบายย่งิ ขน้ึ )
2. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 – 4 คน แลว้ ใหส้ มาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกันศึกษาและสืบค้นข้อมลู เกี่ยวกบั
ความหมายและองค์ประกอบของกระบวนการเทคโนโลยี
3. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายข้อมูลท่ีสบื ค้นไดภ้ ายในกลุ่ม แล้วร่วมกันสรุปลงในกระดาษ A4 แล้ว
นำมาสง่ ครูเพอื่ ใหค้ รูตรวจสอบความถูกต้อง
4. ครสู นทนากับนกั เรยี นเก่ียวกบั ความหมายและองคป์ ระกอบของกระบวนการเทคโนโลยี ชว่ ยตอบสนอง
ความจำเป็นและความตอ้ งการของมนุษย์อย่างไรจากน้ันรว่ มกันสรปุ วา่ กระบวนการเทคโนโลยีช่วยตอบสนองความ
จำเป็นและความต้องการของมนุษย์ เพราะเป็นกระบวนการที่เป็นระบบที่ช่วยในการแก้ปัญหาและตอบสนองความ
ต้องการของมนุษย์ซ่ึงประกอบด้วย การระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับปัญหา การเลือกวิธีการ
แกป้ ญั หา การออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา การทดสอบ การปรบั ปรงุ แก้ไข และการนำเสนอผลงาน
5. ครตู ้ังคำถาม แล้วสมุ่ ตัวแทนแตล่ ะกลมุ่ ตอบคำถาม ดังน้ี
กระบวนการเทคโนโลยมี ีความสำคัญอยา่ งไร
(แนวตอบ :ช่วยแกป้ ญั หาและสนองความจำเป็นและความต้องการของมนุษย์ได)้
องคป์ ระกอบของกระบวนการเทคโนโลยมี กี ่ขี ัน้ ตอน อะไรบ้าง
(แนวตอบ : 7 ขน้ั ตอน ได้แก่ 1.การระบุปัญหาหรือความต้องการ 2.การรวบรวมขอ้ มูลทีเ่ กย่ี วข้องกับ
ปญั หา 3.การเลอื กวิธีการแก้ปญั หา 4.การออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา 5.การทดสอบ 6.การปรบั ปรงุ แก้ไขและประเมินผล
7.การนำเสนอผลงาน)
6. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปเก่ียวกบั ความหมายและองค์ประกอบของกระบวนการเทคโนโลยี
7. ครนู ำปา้ ยกระดาษที่เขียนคำวา่ “ปัญหาการใชเ้ ทคโนโลยไี มเ่ หมาะสมในชวี ิตประจำวนั ” ไปตดิ ไวบ้ รเิ วณ
หน้าหอ้ งเรียน
8. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาตวั อยา่ ง การระบปุ ัญหา จากหนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบ
และเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 55 และอภิปรายหัวข้อที่ครูติดไว้บริเวณหน้า ครูกำหนดเวลาในการร่วมอภิปราย 5 นาที
จากนั้นนักเรยี นรว่ มกันเสนอปัญหาท่ีหลากหลาย และเลอื กปญั หาทสี่ นใจ
9. นักเรยี นแบ่งกลุ่มเลือกปัญหาตามความสนใจ แตล่ ะกลุม่ สรปุ ปญั หาและความต้องการที่กลุ่มสนใจ โดยระบุ
ปัญหาทีจ่ ำเปน็ หรอื ความต้องการคืออะไร
กิจกรรมรวบยอด
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายรว่ มกันเพือ่ หาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้ แลว้ จัดทำเป็น PowerPoint โดยครใู ห้
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ตง้ั ชื่อเรอ่ื งที่นำเสนอได้อย่างอสิ ระ ซงึ่ ชอ่ื เร่ืองจะต้องสอดคลอ้ งกับเน้อื หาทน่ี ำเสนอ เช่น ปญั หา
การใช้สอื่ ออนไลน์ไม่เหมาะสม เปน็ ตน้
2. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอปญั หาท่ีสนใจ โดยใช้ PowerPoint ประกอบการนำเสนอ ขณะท่ี
นักเรียนแตล่ ะกล่มุ นำเสนอใหค้ รูคอยแนะนำและเสริมข้อมลู ที่ถกู ต้องใหน้ ักเรยี น
3. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด จากหนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ
เทคโนโลยี) ม.1 หน้า 56 ว่า วิศวกรเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการเทคโนโลยี
อย่างไร
(แนวตอบ :วิศวกรจะประยุกตใ์ ชห้ ลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ผ่านคณิตศาสตร์ และใชเ้ ทคโนโลยีสรา้ ง
นวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซ่ึงมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือส่วนที่นำเอาวิทยาศาสตร์และ
คณิตศาสตรม์ าใช้ใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ละสว่ นท่ีออกแบบใหไ้ ดผ้ ลงานทีต่ ้องการ)
5. ครแู ละนกั เรยี นดูตัวอย่าง จากหนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ม.1 หน้า 57 แลว้ รว่ มกนั วเิ คราะห์ กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
6. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเก่ยี วกบั ความเชอ่ื มโยงของกระบวนการเทคโนโลยีกบั กระบวนการออกแบบเชิง
วศิ วกรรมโดยอธิบายในเรื่องกระบวนการเทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
7. นกั เรียนทำกจิ กรรม Design Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี
ม.1 หน้า 58 เสรจ็ แล้วนำส่งครตู รวจสอบความถูกต้อง
8. ครูเปิด PowerPoint เรือ่ ง กระบวนการเทคโนโลยี ใหน้ กั เรียนดู แลว้ ให้นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและสรปุ
ตามประเด็นดังนี้
กระบวนการเทคโนโลยคี ืออะไร อธบิ ายความหมาย ความสำคญั
กระบวนการเทคโนโลยคี วามสำคญั ต่อการดำรงชวี ติ อยา่ งไร บอกองค์ประกอบหลักกระบวนการ
เทคโนโลยี อธิบายลักษณะเฉพาะขององค์ประกอบหลักแตล่ ะส่วน
9. ครใู หน้ ักเรยี นสอบถามเพม่ิ เติมเก่ียวกบั เนื้อหาใน PowerPoint ทยี่ ังไม่เขา้ ใจ แลว้ ให้ความรูเ้ พมิ่ เติมใน
ส่วนน้ัน
10. ครใู ห้นักเรียนทำใบงานที่ 4 เร่อื ง กระบวนการเทคโนโลยี เมอ่ื ทำเสรจ็ แลว้ ครูและนักเรยี นร่วมกัน
เฉลยคำตอบ
11. ครมู อบหมายให้นักเรยี นสรปุ ความรูเ้ รอื่ ง กระบวนการเทคโนโลยี เป็นผังมโนทัศน์ ลงในกระดาษ A4
เสร็จแล้วนำส่งครู
9.2 Online
1. เช็คชอ่ื และจัดการเรียนการสอนนกั เรียนออนไลน์ผา่ นทาง application Google Meet
2. ส่งั งานโดยให้แบบฝึกหัดนกั เรียนหลังจากเรยี นออนไลนจ์ บ นกั เรยี นทุกคนในช้ันเรียนเขา้ รว่ ม
Google Classroom โดยผา่ น Platform ของโรงเรียน เว็บไซต์ P.K. Online Education https://prakanong
school.wixsite.com/online-education/คอมพวิ เตอร์ กดเลอื ก Classroom ครูวัชรพงษ์ ล้วนอุดมศิริ
3. ให้นกั เรยี นศึกษาความรู้เพ่มิ เติมจากเวบ็ ไซต์ออนไลน์ของครู https://i-amt-u-m.wixsite.com
/krutumzicker โดยกดเขา้ เมนรู ายวชิ า ว21105 การออกแบบและเทคโนโลยี 1
10. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือหนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.1 สำนักพิมพ์
สสวท. หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการเทคโนโลยี หนา้ 51 ถึงหน้า 60
2. PowerPoint เรอื่ ง กระบวนการเทคโนโลยี
3.Google Classroom ครูวัชรพงษ์ เว็บไซต์ P.K. Online Education https://prakanongschool. wixsite.
com/online-education/คอมพิวเตอร์
4. กลุม่ ไลน์รายวชิ า ว21105 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ของแต่ละหอ้ งเรียน
5. เวบ็ ไซตอ์ อนไลน์ครูต้มั https://i-amt-u-m.wixsite.com/krutumzicker
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมบูรณาการกับวิชาในกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่นๆ
2. กิจกรรมสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับนกั เรยี น
3. กิจกรรมสอดแทรกหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
ใบงานที่ 4
เรอ่ื ง กระบวนการเทคโนโลยี
คำชี้แจง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง
1. กระบวนการเทคโนโลยี คอื
2. กระบวนการเทคโนโลยีประกอบดว้ ย 7 ขนั้ ตอน
1)
2)
3)
4)
5)
6)
7)
3. กระบวนการเทคโนโลยี และ กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม แตกต่างกนั อยา่ งไร
…………………...................................................... …………………......................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................... ...........................................................................
. .
ใบงานที่ 4 เฉลย
เร่อื ง กระบวนการเทคโนโลยี
คำชแี้ จง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
1. กระบวนการเทคโนโลยี คือ วิธีการหรือกระบวนการทำงานในการแกป้ ญั หาหรือสนองความต้องการอย่างเป็น.....
ข้นั ตอนทช่ี ัดเจน มีสว่ นชว่ ยในการสร้างสรรค์เทคโนโลยที มี่ ปี ระสิทธภิ าพและตอบโจทย์สงั คม และเปน็ กระบวนการ..
ทว่ี ิศวกรนำไปใช้ร่วมกบั ความร้ดู ้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตรใ์ นการแก้ปัญหา
2. กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้
1. กำหนดปญั หาหรือความต้องการ คอื การทำความเขา้ ใจหรือวเิ คราะห์ปัญหาหรอื ความต้องการหรือ
สถานการณเ์ ทคโนโลยีอย่างละเอียด เพอ่ื กำหนดกรอบของปัญหาหรือความตอ้ งการใหช้ ัดเจนมากขน้ึ
2. รวบรวมขอ้ มลู คือ การรวบรวมข้อมูลตา่ งๆ ทีเ่ กี่ยวข้องกับปัญหาหรอื ความต้องการท่ีกำหนดไว้ในข้ัน........
กำหนดปัญหาหรือความต้องการจากแหลง่ ข้อมลู ทเ่ี ช่ือถือได้ เชน่ ศึกษาจากตำรา วารสาร บทความ เปน็ ตน้
3. เลอื กวธิ ีการ คือ การพิจารณาและเลือกวธิ ีการแกป้ ญั หาหรอื สนองความต้องการที่เหมาะสมและสอดคลอ้ ง
กบั ปญั หาหรือความต้องการมากที่สดุ โดยใชก้ ระบวนการตัดสนิ ใจเลอื กจากวธิ ีการท่ีสรุปได้ในขนั้ รวบรวมข้อมูล
4. ออกแบบและปฏิบตั ิการ คือ การถ่ายทอดความคดิ หรอื ลำดับความคิดหรือจนิ ตนาการให้เป็นข้ันตอน
เกย่ี วกับวิธกี ารแกป้ ัญหาหรอื สนองความต้องการ โดยใชก้ ารร่างภาพ 3 มติ ิ รา่ งภาพฉาย แบบจำลอง และวางแผน...
การปฏบิ ตั งิ านอย่างเป็นขนั้ ตอน
5. ทดสอบ คือ การตรวจชิ้นงานหรือแบบจำลองวิธีการท่ีสรา้ งขึน้ วา่ สอดคล้องตามแบบท่ีไดถ้ ่ายทอดความคิด
ไวห้ รือไม่ สามารถทำงานหือใช้งานได้หรอื ไม่ มีขอ้ บกพร่องอย่างไร เป็นตน้
6. ปรับปรงุ แก้ไข และประเมินผล คอื การวิเคราะหข์ ้อมูลที่ไดจ้ ากขั้นทดสอบวา่ ควรปรับปรุงช้ินงานหรอื ......
แบบจำลองวธิ กี ารในสว่ นใด ควรปรับปรุงแก้ไขอยา่ งไร แล้วจงึ ดำเนนิ การปรบั ปรงุ แกไ้ ข แลว้ ประเมินผล
7. นำเสนอผลงาน คือ การสื่อสารวิธีการแก้ไขปัญหาใหผ้ ใู้ ช้และสังคมเข้าใจ
3.กระบวนการเทคโนโลยี และ กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม แตกต่างกนั อย่างไร
ขน้ั ตอนกระบวนการเทคโนโลยี ขัน้ ตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
ระบุปญั หาหรอื ความต้องการ
รวบรวมข้อมลู ทีเ่ ก่ียวข้องกับ ระบุปญั หาหรือความต้องการ
ปัญหา ระดมสมองหาคาตอบที่เปน็ ไปได้
เลอื กวิธีการแกป้ ญั หา หาข้อมลู และสารวจแนวทางแก้ปัญหา
ออกแบบวิธีการแกป้ ญั หา ระบุขอ้ จากดั และกาหนดเกณฑ์
ทดสอบ เลอื กวิธกี ารแก้ปัญหา
ปรับปรุง แกไ้ ข และประเมินผล การเขียนร่างการแกป้ ัญหา
นาเสนอผลงาน ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา
ทดสอบ
ปรับปรงุ แก้ไข และประเมินผล
สร้างชิ้นงาน
นาเสนอผลงาน
12. สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
1. นกั เรียนจำนวน ................................. คน
- ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้จำนวน ............... คน คิดเปน็ ร้อยละ ............................
- ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ขอ้ ท่.ี ..............จำนวน ........... คน คดิ เป็นร้อยละ ............................ ได้แก่
7) ...........................................................เพราะ..................................................
8) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
ข้อท.ี่ .............จำนวน ........... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ............................ ได้แก่
7) ............................................................เพราะ..................................................
8) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
- นักเรยี นที่มีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่
7) ............................................................เพราะ..................................................
8) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
2. นกั เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. นกั เรียนเกดิ ทักษะ/กระบวนการ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. นกั เรยี นมีคุณลกั ษณะ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. ปัญหาอปุ สรรค/แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
หมายเหตุ ในการบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรระบุร้อยละของนักเรียนที่ผ่านและไม่ผ่านในแต่ละ
จุดประสงค์ท่ีได้ระบุไว้ในส่วนหน้าของแผนการจัดการเรียนรู้ และหากการบันทึกสมบูรณ์ในทุกส่วนสามารถใช้เป็น
ข้อมลู เพือ่ จัดทำวิจยั ในช้ันเรียนได้
ลงชอื่ ...................................................................
(นายวัชรพงษ์ ล้วนอดุ มศิริ)
ครผู ้สู อน
ความเหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................. ............................
ลงชื่อ.................................................................
(นายพรเทพ บุญประมวล)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเห็นผู้ช่วยผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
ได้ตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง นายวชั รพงษ์ ลว้ นอุดมศริ ิ แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
นำไปใช้ได้จรงิ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้ อ่นื ๆ..........................................................
ลงชื่อ..................................................................
(นายพงษ์พันธ์ จนั ทรเ์ พ็ง)
รองผ้อู ำนวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
แบบประเมนิ ผลงานผังมโนทัศน์
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
4 3 21
1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
2 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา
3 ความคดิ สรา้ งสรรค์
4 ความตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมนิ
............../................./................
เกณฑ์ประเมินผงั มโนทศั น์
ประเด็นทปี่ ระเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผล งาน ไม่ ส อด ค ล้ อง
จดุ ประสงคท์ ่กี ำหนด จดุ ประสงค์ทุกประเด็น จุดประสงค์เป็นสว่ นใหญ่ จุดประสงคบ์ างประเดน็ กบั จดุ ประสงค์
2. ผลงานมีความ เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงาน
ถูกต้องสมบูรณ์ ถกู ต้องครบถ้วน ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถูกตอ้ งเป็นบางประเดน็ ไมถ่ กู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่
3. ผลงานมคี วามคิด ผล งาน แ สด งออกถึง ผลงานมีแนวคิดแปลก ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไม่แสดงแนวคิด
สรา้ งสรรค์ ค วาม คิ ด ส ร้างส รรค์ ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่
แ ป ล ก ให ม่ แ ล ะ เป็ น ใหม่
ระบบ
4. ผลงานมีความเปน็ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่มีความ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น
ระเบียบ ระเบียบแสดงออกถึง เป็ นระเบี ยบ แต่ ยั งมี ระเบียบแตม่ ีข้อบกพร่อง ร ะ เ บี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ
ความประณีต ข้อบกพรอ่ งเล็กน้อย บางสว่ น บกพร่องมาก
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–16 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วิธกี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่ืน
3 การทำงานตามหนา้ ที่ที่ได้รับมอบหมาย
4 ความมนี ำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชือ่ ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี ชอ่ื –สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ของนกั เรยี น ความคดิ เหน็ ฟังคนอืน่ ตามท่ีได้รับ ส่วนรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลุม่
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมิน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้
1.2 เข้าร่วมกิจกรรมท่สี รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์
ต่อโรงเรยี น
1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทเ่ี กี่ยวกบั สถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรียนจัดข้ึน
2. ซื่อสัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ที่ถูกตอ้ งและเป็นจริง
2.2 ปฏิบัตใิ นสิง่ ที่ถกู ตอ้ ง
3. มวี ินัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครวั
มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้
4.2 ร้จู กั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอื่ ฟงั คำสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินและสิง่ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเก็บออมเงนิ
6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพือ่ ให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน
8.2 รูจ้ ักการดูแลรักษาทรพั ย์สมบตั แิ ละส่ิงแวดล้อมของห้องเรียนและโรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผู้ประเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
51–60 ดีมาก
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง 2 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิบางครั้ง 1 คะแนน ต่ำกว่า 30 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5
หนว่ ยการเรยี นท่ี 2 เรื่อง กระบวนการทางวิศวกรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 2 ช่วั โมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ครผู ูส้ อน นายวัชรพงษ์ ล้วนอดุ มศิริ
**************************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน
ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความรู้และทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือแก้ปญั หา หรอื พฒั นางานอย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวิต
สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม
ตัวชวี้ ดั
1. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิต ประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับ
ปญั หา
2. ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสนิ ใจเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น นำเสนอแนวทาง
การแก้ปัญหาให้ผู้อ่นื เขา้ ใจ วาง แผนและดำเนินการแก้ปัญหา
3. ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพร่อง ท่ีเกิดข้ึน พร้อมท้ังหาแนวทางการปรับ ปรุงแก้ไข และ
นำเสนอผลการแก้ปญั หา
2. สาระสำคัญ
ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์พบได้จากหลายสาเหตุข้ึนอยู่กับสถานการณ์ที่มนุษย์
แต่ละคนจะประสบ เช่น ปัญหาทางด้านการเกษตร ปัญหาจากการขาดแคลนอาหาร เป็นต้น ดังนั้น
การแก้ปัญหาผู้ท่ที ำหน้าท่ีในการแก้ปัญหาจำเปน็ ต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรู้จากศาสตรต์ ่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง เพ่ือ
นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบในด้านลบต่อส่ิงต่างๆ เช่น
สภาพแวดล้อม ทรพั ยากร วถิ ชี วี ติ ของมนุษย์ เปน็ ต้น
3. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
1. แก้ปัญหาด้วยการระบปุ ญั หาหรือความต้องการในชีวติ ประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมลู สาเหตหุ รอื
ปัจจัยที่สง่ ผลตอ่ การเปล่ียน แปลงของเทคโนโลยไี ด้
2. สาธิตการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยคัดเลือกข้อมูลที่จำเป็น นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืน
เข้าใจ พรอ้ มทัง้ หาแนวทางการปรับปรงุ แก้ไขได้
3. สรปุ ประเมินผลและนำเสนอผลการแกป้ ัญหาใหผ้ อู้ ื่นเข้าใจได้
ทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บขั้นตอนของการแกป้ ัญหา อย่างเป็นข้นั ตอนและถูกต้องตามระเบียบแบบแผนวธิ กี าร
2 .ลงมอื ปฏิบตั ิ ฝกึ ทกั ษะการคดิ เผชิญสถานการณ์การแก้ปญั หาวางแผนการเรยี นรู้
3. ตรวจสอบวิธีการแกป้ ัญหาและนำเสนอผ่านการทำกจิ กรรมโครงงาน
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
3. มวี ินยั 4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 6. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย 8. มจี ติ สาธารณะ
4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน/ทักษะท่จี ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 (3R × 8C)
ความสามารถในการสื่อสาร/อ่านออก เขยี นได้ ทกั ษะในการสือ่ สาร และการรูเ้ ท่าทันสือ่
ความสามารถในการคิด/คดิ เลขเป็น คิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณ คดิ สร้างสรรค์
คดิ เชงิ นวตั กรรม
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต/ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ เขา้ ใจ
ความแตกต่างทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม ทักษะทางอาชีพและการเรยี นรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี/ทกั ษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ และการเท่าทันเทคโนโลยี
5. ด้านคุณลักษณะของผเู้ รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ ส่ือสารสองภาษา ลำ้ หนา้ ทางความคดิ
ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกนั รับผิดชอบต่อสงั คมโลก
6. บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ : เรียนร้กู ารใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ในท้องถ่ินท่ีมอี ยู่อย่างจำกดั ให้คมุ้ ค่า
2. หลักความมีเหตุผล : กระต้นุ ใหผ้ เู้ รียนมคี วามคิดสร้างสรรคแ์ ละเกิดผลในการผลิตช้นิ งาน
3. หลกั ภมู คิ มุ้ กัน : รู้จกั วางแผนกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบให้ประสบความสำเร็จ
4. เงอ่ื นไขความรู้ : มีความร้เู รือ่ งภมู ิปัญญาท้องถน่ิ และวิทยาการเทคโนโลยที ห่ี ลากหลาย
5. เงอื่ นไขคุณธรรม : ใชห้ ลักความยตุ ธิ รรม มีความรับผดิ ชอบในหน้าท่ีของตนเองและสว่ นรวม
7. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 5 เรอื่ ง การออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
8. การวัดผลและประเมินผล
น้ำหนกั คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ดมี าก ดี ปานกลาง ปรับปรงุ
เกณฑ์ 4 3 2 1
(16-20คะแนน) (12-15 คะแนน) (6-10 คะแนน) (1-5 คะแนน)
ความสอดคล้องกับจุดประสงค์
ความถกู ต้องของเนื้อหา
ความคิดสรา้ งสรรค์
ความตรงต่อเวลา
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
9.1 On-Site
กจิ กรรมนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูพดู คยุ ซกั ถามนักเรียนเกยี่ วกับ “การออกแบบเชิงวศิ วกรรม” วา่ นกั เรียนรูจ้ กั หรอื ไม่ ?
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ตอบคำถาม การออกแบบเชิงวิศวกรรม พร้อมทั้งบอกว่ามันจำเป็นต่อการดำเนิน
ชวี ิตประจำวนั อยา่ งไร
3. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ให้นักเรียนเขา้ ใจว่าสงิ่ อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของมนุษยล์ ้วนเป็นเทคโนโลยี
ซึ่งเกิดจากกระบวนการคิดท่ีเป็นระบบเพ่ือแก้ปัญหาและทำให้คุณภาพชีวิตดีข้ึนแต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีอย่างไม่
เหมาะสมก็อาจเปน็ โทษได้
4. ครูถามคำถามกระต้นุ ความคดิ จากหนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ม.1 หนา้ 61 ว่า “การออกแบบเชิงวิศวกรรม” คอื อะไร และมีประโยชนต์ ่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
1. ครูถามคำถามสำคญั ประจำหัวข้อกบั นักเรยี น ในหนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบ
และเทคโนโลยี) ม.1 ว่า การออกแบบเชงิ วิศวกรรมและมขี ั้นตอนก่ขี ้นั ตอนและมีอะไรบา้ ง
2. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุม่ กลุม่ ละ 3 – 4 คน แล้วให้สมาชกิ แตล่ ะกลุม่ รว่ มกันศึกษาและสบื ค้นข้อมลู เก่ียวกบั
การออกแบบเชิงวิศวกรรม
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายขอ้ มูลทสี่ บื คน้ ไดภ้ ายในกลมุ่ แล้วรว่ มกันสรปุ ลงในกระดาษ A4 แล้ว
นำมาส่งครเู พื่อใหค้ รตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
กิจกรรมรวบยอด
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเพือ่ หาข้อสรุปองค์ความรทู้ ไ่ี ด้ แล้วจัดทำเป็น PowerPoint โดยครใู ห้
นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ต้ังชือ่ เรอื่ งทนี่ ำเสนอไดอ้ ย่างอสิ ระ ซึง่ ชื่อเรือ่ งจะต้องสอดคลอ้ งกับเนอ้ื หาที่นำเสนอ เชน่
การออกแบบเชงิ วศิ วกรรมสำคัญไฉน เป็นต้น
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอปญั หาทีส่ นใจ โดยใช้ PowerPoint ประกอบการนำเสนอ ขณะที่
นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอใหค้ รูคอยแนะนำและเสรมิ ข้อมูลที่ถูกต้องใหน้ ักเรยี น
3. ครใู ห้นกั เรียนทำใบงานท่ี 5 เร่ือง การออกแบบเชิงวิศวกรรม เม่ือทำเสร็จแล้ว ครแู ละนกั เรยี นร่วมกัน
เฉลยคำตอบ
4. ครมู อบหมายให้นกั เรยี นสรุปความรเู้ รื่อง การออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นผังมโนทัศน์ ลงในกระดาษ
A4 เสรจ็ แลว้ นำสง่ ครู
9.2 Online
1. เชอื่ ชอ่ื และจดั การเรียนการสอนนกั เรียนออนไลนผ์ ่านทาง application Google Meet
2. สัง่ งานโดยใหแ้ บบฝกึ หัดนกั เรยี นหลังจากเรยี นออนไลนจ์ บ นักเรยี นทกุ คนในชั้นเรียนเขา้ ร่วม
Google Classroom โดยผ่าน Platform ของโรงเรียน เว็บไซต์ P.K. Online Education https://prakanong
school. wixsite.com/online-education/คอมพิวเตอร์ กดเลอื ก Classroom ครูวชั รพงษ์ ลว้ นอุดมศิริ
3. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ออนไลน์ของครู https://i-amt-u-m.wixsite.com
/krutumzicker โดยกดเขา้ เมนรู ายวิชา ว21105 การออกแบบและเทคโนโลยี 1
10. ส่ือ / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.1
สำนกั พมิ พ์ สสวท. หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 กระบวนการเทคโนโลยี หนา้ 61 ถึงหน้า 65
2. PowerPoint เรอ่ื ง กระบวนการเทคโนโลยี
3. Google Classroom ครวู ชั รพงษ์ เว็บไซต์ P.K. Online Education https://prakanongschool.
wixsite.com/online-education/คอมพิวเตอร์
4. กลุม่ ไลน์รายวิชา ว21105 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ของแตล่ ะห้องเรียน
5. เว็บไซตอ์ อนไลน์ครูต้ัม https://i-amt-u-m.wixsite.com/krutumzicker
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมบรู ณาการกบั วชิ าในกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืนๆ
2. กจิ กรรมสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียน
3. กจิ กรรมสอดแทรกหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง
ใบงานท่ี 5
เรอื่ ง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
คำชแ้ี จง : เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง
1. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม คือ
2. กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมมีกี่ขน้ั ตอน และแต่ละข้ันตอนมีความสำคญั อยา่ งไร ?
ใบงานที่ 5 เฉลย
เรือ่ ง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
คำชแ้ี จง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
1. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม คอื กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เปน็ ข้นั ตอนที่นำมาใช้ในดำเนินการ
เพ่ือแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ ซ่ึงกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมน้ีจะเริ่มจากการระบุปัญหาท่ีพบแล้ว
กำหนดเป็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข จากน้ันจึงทำการค้นหาแนวคิดท่ีเกี่ยวข้องและทำการวิเคราะห์เพื่อเลือกวิธีการที่
เหมาะสมสำหรับการแก้ไข เมื่อได้วิธีการที่เหมาะสมแล้วจึงทำการวางแผนและพัฒนาส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวิธีการ
เม่ือสรา้ งชิ้นงานหรือวิธีการเรียบร้อยแล้วจึงนำไปทดสอบ หากมีข้อบกพรอ่ งก็ให้ทำการปรบั ปรุงแก้ไขเพ่ือให้ส่ิงของ
เคร่ืองใช้หรือวิธีการนั้นสามารถใช้แก้ไขปัญหาหรือสนองความต้องการได้ ส่วนในตอนสุดท้ายจะดำเนินการ
ประเมินผลว่าส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวิธีการนั้นจะสามารถใช้แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้ตามที่กำหนดไว้
หรือไม…่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบดว้ ย 6 ข้นั ตอน ดังน้ี
1.ระบปุ ญั หา (Problem Identification)………………………………………………………………………………………………………..
เป็นการทำความเข้าใจปัญหาหรือความท้าทาย วิเคราะห์เง่ือนไขหรือข้อจำกัดของสถานการณ์ปัญหา เพื่อ
กำหนดขอบเขตของปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การสรา้ งชน้ิ งานหรอื วธิ ีการในการแก้ปัญหา……………………………………………
2.รวบรวมข้อมลู และแนวคิดทเี่ กี่ยวข้องกับปัญหา (Related Information Search)
เป็นการรวบรวมข้อมูลและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องกับแนวทางการ
แก้ปญั หาและประเมินความเป็นไปได้ ข้อดีและข้อจำกัด……………………………………………………………………………………
3.ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา (Solution Design)………………………………………………………………………………………………
เป็นการประยุกต์ใช้ข้อมูลและแนวคิดท่ีเก่ียวข้องเพ่ือการออกแบบช้ินงานหรือวิธีการในการแก้ปัญหา โดย
คำนงึ ถึงทรัพยากร ข้อจำกดั และเง่อื นไขตามสถานการณ์ทก่ี ำหนด……………………………………………………………………..
4.วางแผนและดำเนนิ การแกป้ ัญหา (Planning and Development)……………………………………………………………….
เป็นการกำหนดลำดับขัน้ ตอนของการสรา้ งช้ินงานหรือวิธีการ แล้วลงมือสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการเพื่อใช้ใน
การแกป้ ัญหา……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5.ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือช้ินงาน (Testing, Evaluation and Design
Improvement)…………………………………………………………………………………………………………………………………………
เป็นการทดสอบและประเมินการใช้งานของชิ้นงานหรอื วิธีการ โดยผลที่ไดอ้ าจนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา
ใหม้ ีประสิทธิภาพในการแก้ปญั หาได้อยา่ งเหมาะสมที่สดุ …………………………………………………………………………………..
6.นำเสนอวิธีการแกป้ ัญหา ผลการแกป้ ัญหาหรือชิน้ งาน (Presentation)……………………………………………………………
เป็นการนำเสนอแนวคิดและขั้นตอนการแก้ปัญหาของการสร้างชิ้นงานหรือการพัฒนาวิธีการ ให้ผู้อื่นเข้าใจและ
ไดข้ ้อเสนอแนะเพ่ือการพฒั นาต่อไป……………………………………………………………………………………………………………….
12. สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
1. นกั เรียนจำนวน ................................. คน
- ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้จำนวน ............... คน คิดเปน็ ร้อยละ ............................
- ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ข้อท.่ี ..............จำนวน ........... คน คดิ เป็นร้อยละ ............................ ได้แก่
9) ...........................................................เพราะ..................................................
10) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
ขอ้ ท่.ี .............จำนวน ........... คน คิดเป็นร้อยละ ............................ ไดแ้ ก่
9) ............................................................เพราะ..................................................
10) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
- นกั เรยี นที่มคี วามสามารถพเิ ศษ ไดแ้ ก่
9) ............................................................เพราะ..................................................
10) ………………………………………………….…เพราะ…………………………………………...
2. นกั เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ
................................................................................................................ ..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. นักเรียนเกดิ ทกั ษะ/กระบวนการ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. นักเรยี นมีคณุ ลักษณะ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. ปัญหาอปุ สรรค/แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
หมายเหตุ ในการบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรระบุร้อยละของนักเรียนที่ผ่านและไม่ผ่านในแต่ละ
จุดประสงค์ท่ีได้ระบุไว้ในส่วนหน้าของแผนการจัดการเรียนรู้ และหากการบันทึกสมบูรณ์ในทุกส่วนสามารถใช้เป็น
ข้อมูลเพ่ือจัดทำวิจัยในชน้ั เรียนได้
ลงชื่อ...................................................................
(นายวัชรพงษ์ ล้วนอดุ มศิริ)
ครูผสู้ อน
ความเหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
................................................................................................. .................................................................... .........
.................................................................................................................................................. ............................
ลงชือ่ .................................................................
(นายพรเทพ บุญประมวล)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเห็นผู้ช่วยผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
ได้ตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง นายวชั รพงษ์ ลว้ นอุดมศริ ิ แล้วมีความคดิ เหน็ ดังน้ี
นำไปใช้ได้จรงิ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้ อน่ื ๆ..........................................................
ลงชื่อ..................................................................
(นายพงษ์พนั ธ์ จันทรเ์ พง็ )
รองผูอ้ ำนวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
แบบประเมนิ ผลงานผังมโนทัศน์
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนประเมนิ ผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั
คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
4 3 21
1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
2 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา
3 ความคดิ สรา้ งสรรค์
4 ความตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมนิ
............../................./................
เกณฑ์ประเมินผงั มโนทศั น์
ประเด็นทปี่ ระเมิน 4 ระดับคะแนน 1
32
1. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผล งาน ไม่ ส อด ค ล้ อง
จดุ ประสงค์ทก่ี ำหนด จดุ ประสงคท์ กุ ประเด็น จดุ ประสงคเ์ ป็นสว่ นใหญ่ จุดประสงคบ์ างประเดน็ กบั จดุ ประสงค์
2. ผลงานมคี วาม เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เนื้อหาสาระของผลงาน
ถกู ต้องสมบรู ณ์ ถูกต้องครบถ้วน ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ถูกตอ้ งเป็นบางประเดน็ ไมถ่ กู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่
3. ผลงานมีความคิด ผล งาน แ สด งออกถึง ผลงานมีแนวคิดแปลก ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไม่แสดงแนวคิด
สรา้ งสรรค์ ค วาม คิ ด ส ร้างส รรค์ ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่
แ ป ล ก ให ม่ แ ล ะ เป็ น ใหม่
ระบบ
4. ผลงานมีความเปน็ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่มีความ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น
ระเบียบ ระเบียบแสดงออกถึง เป็ นระเบี ยบ แต่ ยั งมี ระเบียบแตม่ ีข้อบกพร่อง ร ะ เ บี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ
ความประณตี ข้อบกพร่องเล็กน้อย บางสว่ น บกพร่องมาก
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–16 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเนื้อหา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วิธกี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ่ืน
3 การทำงานตามหน้าที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย
4 ความมนี ้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับท่ี ชอ่ื –สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ของนกั เรยี น ความคดิ เหน็ ฟังคนอืน่ ตามท่ีได้รับ สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลุม่
321321321321321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คำช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์
ต่อโรงเรยี น
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมที่เก่ยี วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามทีโ่ รงเรียนจัดขน้ึ
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ที่ถูกตอ้ งและเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ใิ นสิง่ ท่ถี กู ต้อง
3. มวี ินัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครวั
มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้
4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เช่ือฟังคำสง่ั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
4.4 ต้งั ใจเรยี น
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรูค้ ุณคา่
5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพ่ือให้งานสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 ร้จู กั การดูแลรักษาทรัพยส์ มบตั แิ ละส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรยี น
ลงชือ่ .................................................. ผู้ประเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
51–60 ดมี าก
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยครั้ง 2 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิบางครง้ั 1 คะแนน ตำ่ กว่า 30 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 6
หนว่ ยการเรียนท่ี 2 เร่อื ง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 2 ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผูส้ อน นายวัชรพงษ์ ล้วนอุดมศริ ิ
**************************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน
ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้
ความรู้และทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือพฒั นางานอย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวิต
สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม
ตวั ชี้วดั
1. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิต ประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับ
ปัญหา
2. ออกแบบวิธกี ารแกป้ ัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตดั สินใจเลือกขอ้ มลู ทีจ่ ำเป็น นำเสนอแนวทาง
การแกป้ ญั หาใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจ วาง แผนและดำเนนิ การแกป้ ญั หา
3. ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพร่อง ท่ีเกิดขึ้น พร้อมท้ังหาแนวทางการปรับ ปรุงแก้ไข และ
นำเสนอผลการแก้ปญั หา
2. สาระสำคัญ
ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์พบได้จากหลายสาเหตุข้ึนอยู่กับสถานการณ์ท่ีมนุษย์
แต่ละคนจะประสบ เช่น ปัญหาทางด้านการเกษตร ปัญหาจากการขาดแคลนอาหาร เป็นต้น ดังน้ัน
การแก้ปัญหาผู้ทที่ ำหน้าท่ีในการแก้ปัญหาจำเป็นตอ้ งสืบค้น รวบรวมข้อมูลความรูจ้ ากศาสตรต์ ่างๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อ
นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบในด้านลบต่อสิ่งต่างๆ เช่น
สภาพแวดล้อม ทรพั ยากร วถิ ชี วี ิตของมนุษย์ เปน็ ตน้
3. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
1. แกป้ ญั หาด้วยการระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการในชวี ิตประจำวัน รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมลู สาเหตหุ รือ
ปัจจยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ การเปล่ยี น แปลงของเทคโนโลยีได้
2. สาธิตการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยคัดเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืน
เขา้ ใจ พร้อมท้ังหาแนวทางการปรับปรงุ แกไ้ ขได้
3. สรปุ ประเมินผลและนำเสนอผลการแกป้ ญั หาให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้
ทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บข้นั ตอนของการแกป้ ญั หา อย่างเปน็ ขัน้ ตอนและถกู ตอ้ งตามระเบยี บแบบแผนวธิ กี าร
2 .ลงมือปฏบิ ตั ิ ฝกึ ทกั ษะการคิด เผชญิ สถานการณ์การแก้ปัญหาวางแผนการเรยี นรู้
3. ตรวจสอบวิธีการแกป้ ัญหาและนำเสนอผา่ นการทำกิจกรรมโครงงาน
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2. ซือ่ สัตย์สจุ ริต
3. มวี นิ ัย 4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ
4. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น/ทกั ษะที่จำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 (3R × 8C)
ความสามารถในการส่ือสาร/อา่ นออก เขยี นได้ ทักษะในการสือ่ สาร และการรเู้ ทา่ ทันสอ่ื
ความสามารถในการคดิ /คิดเลขเป็น คิดวเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ คดิ สร้างสรรค์
คิดเชิงนวตั กรรม
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต/ความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ เข้าใจ
ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม ทักษะทางอาชพี และการเรยี นรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี/ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์ และการเทา่ ทันเทคโนโลยี
5. ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เป็นเลศิ วชิ าการ สือ่ สารสองภาษา ลำ้ หน้าทางความคดิ
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
6. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ : เรียนร้กู ารใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ในท้องถ่นิ ท่ีมอี ยู่อย่างจำกดั ให้ค้มุ คา่
2. หลักความมเี หตผุ ล : กระตุ้นใหผ้ ูเ้ รยี นมีความคิดสร้างสรรค์และเกดิ ผลในการผลิตชิน้ งาน
3. หลักภูมคิ ้มุ กนั : รจู้ กั วางแผนกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบใหป้ ระสบความสำเรจ็
4. เงอื่ นไขความรู้ : มคี วามรูเ้ รื่องภูมิปญั ญาท้องถ่นิ และวิทยาการเทคโนโลยที ่ีหลากหลาย
5. เงื่อนไขคุณธรรม : ใชห้ ลกั ความยุตธิ รรม มคี วามรับผดิ ชอบในหนา้ ท่ีของตนเองและส่วนรวม
7. ช้ินงาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 6 เร่ือง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
8. การวดั ผลและประเมนิ ผล
นำ้ หนักคะแนน ระดบั คุณภาพ
ดมี าก ดี ปานกลาง ปรับปรุง
เกณฑ์ 4 3 2 1
(16-20คะแนน) (12-15 คะแนน) (6-10 คะแนน) (1-5 คะแนน)
ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา
ความคดิ สร้างสรรค์
ความตรงต่อเวลา
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
9.1 On-Site
กจิ กรรมนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า “นักเรียนคิดว่ามนุษย์ยุคหินเก่ามีการดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง
จากนัน้ ครถู ามนักเรยี นต่อว่า “ถ้านกั เรียนหลดุ เขา้ ไปอยใู่ นยคุ หนิ จะมวี ิวฒั นาการในการดำรงชีวิตอย่างไร
(แนวตอบ : มนษุ ยย์ คุ นี้จะเรร่ ่อนเคล่ือนยา้ ยตามแหล่งอาหาร มีทอ่ี ยอู่ าศัยชว่ั คราว เป็นตน้
เลย้ี งสัตว์ ทำเกษตรกรรม ประดิษฐ์อปุ กรณ์ในการล่าสตั ว์ และมีการสร้างทีอ่ ยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เป็นตน้ )
2. ครูเปดิ ภาพเก่ียวกับส่ิงประดิษฐ์ ขวานหนิ เขม็ ท่ีทำจากกระดกู เตาไฟ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตในยคุ หิน มา
ให้นักเรียนดู แล้วสอบถามนักเรียนว่าเคยเห็นส่ิงประดิษฐ์เหล่านี้หรือไม่และสิ่งประดิษฐ์น้ีใช้ทำอะไรจากนั้นจึงนำ
ภาพส่ิงประดิษฐต์ ้งั แตอ่ ดตี ในปจั จุบันมาให้นกั เรียนดู แล้วบอกว่าสิง่ ท่ีนักเรยี นเห็นนค้ี อื วิวฒั นาการของเทคโนโลยี
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
1. ครูให้นักเรียนจับคู่กัน แล้วร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเคร่ืองมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการ
ของมนุษย์และสังคมอย่างไรและเขียนเคร่ืองมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของมนุษย์และสังคมลงใน
กระดาษกระดาษ จากนน้ั ครสู ่มุ เรียกนักเรียนทีละกลมุ่ ออกมาบอกถึงผลกระทบต่อวิวัฒนาการ
2. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียนว่า เครื่องมือและวัตถุมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของ
มนษุ ย์ และสังคมอยา่ งไร
(แนวตอบ : เครื่องมือและวตั ถุมีผลกระทบตอ่ ววิ ัฒนาการของมนุษย์โดยการทีม่ นษุ ย์สามารถนำความคิดมา
พัฒนาเครอ่ื งมือและวัตถุให้มีความก้าวหนา้ และสามารถใช้งานในการอำนวยความสะดวกในชีวติ ประจำวัน)
3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปวิวัฒนาการของมนุษย์และเทคโนโลยีพร้อมกับเขียนเป็นผัง
มโนทัศน์
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าและเปรียบเทียบสิ่งประดิษฐ์ยุคเก่ากับ
สิ่งประดษิ ฐ์ยคุ ปัจจบุ ัน จากหนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หนา้ 67
โดยประวตั ิศาสตรข์ องเทคโนโลยี แบง่ ออกเป็น 9 ยคุ ดังน้ี
- ยุคพาลโิ อลิธิค - ยุคเหล็ก - ยคุ เมโซลิธคิ - ยุคกลาง
- ยุคนิโอลธิ คิ - ยคุ เรอเนสซองส์ - ยุคสำริด
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปวิวัฒนาการของเทคโนโลยีครูอธิบายเพิ่มเติมว่า
วิวัฒนาการที่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีมีมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และช่วยในหารอำนวยความ
สะดวก
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจำแนกยุคของการประวัติศาสตร์เทคโนโลยี โดยสรุปเป็นผังมโนทัศน์ลงใน
กระดาษ A4 เสรจ็ แล้วให้แต่ละกล่มุ ออกแบบวิธกี ารนำเสนอผลงานทหี่ น้าชัน้ เรยี น
กิจกรรมรวบยอด
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่มจนครบทุกกลุ่ม โดยกำหนดเวลา
ในการนำเสนอกลุม่ ละ 3 นาที
2. นักเรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายและสรุปเกยี่ วกบั ยุคประวตั ิศาสตร์เทคโนโลยี
3. ครูตั้งคำถามว่า จากประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีสามารถบ่งบอกวิวัฒนาการของเทคโนโลยี นักเรยี นมี
แนวทางในการพฒั นาเทคโนโลยีอย่างไรบา้ ง
4. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงานท่ี 6 เร่อื ง ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยี
5. นักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปววิ ัฒนาการของเทคโนโลยีร่วมกัน
6. ครนู ำนกั เรยี นอภปิ รายและสรปุ เรื่อง วิวัฒนาการของเทคโนโลยี ตามประเดน็ ดังน้ี
- เครอื่ งมอื และวัตถมุ ีผลกระทบต่อววิ ัฒนาการของมนษุ ย์และสงั คมอย่างไรบ้าง
- ประวัติศาสตรข์ องเทคโนโลยมี อี ะไรบา้ งอธิบายลักษณะเฉพาะของแตล่ ะส่วนยุค
- แนวทางการพฒั นาววิ ัฒนาการของเทคโนโลยีที่นักเรียนสามารถปฏิบตั ิได้มีอะไรบ้าง
- ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยมี คี วามสำคญั ต่อการดำรงชวี ติ อยา่ งไร
7. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน