พิธที างศาสนาพราหมณ- ฮินดูทไี่ ทยไดร ับแบบอยางมาจากขอมซ่งึ รบั จากอินเดยี อกี ทอดหนึ่ง
เปน พธิ กี รรมอันศกั ด์สิ ทิ ธโิ์ ดยใหผ ทู ่ีทำพิธีด่ืมนำ้ สาบานตนวาจะจงรักภักดีตอ พระมหากษัตรยิ
4.2 วิถชี วี ิตของคนไทยสมัยอยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสินทรตอนตน
วิถีชีวิตของคนไทยในสามชวงเวลาน้ีกลาวไดวามีความคลายคลึงกันและไมมีความแตกตาง
กันมากนัก การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยท่ีเห็นไดชัดเจนเกิดขึ้นเม่ือมีการปรับปรุงประเทศให
ทันสมยั ตามแบบตะวันตกตงั้ แตส มยั รชั กาลที่ 4 เปนตน มา
สำหรบั วถิ ีชวี ติ ของคนไทยสมัยอยธุ ยา ธนบรุ ี และรัตนโกสินทรต อนตน สรปุ ไดด งั น้ี
1) ดานการเมืองการปกครอง ในสมัยอยุธยาไดรับคติการ
ปกครองแบบสมมติเทพมาจากเขมรที่ผูปกครองเปรียบดังเทพเจา จึงมีขอ
ปฏิบัติตามกฎมณเฑียรบาลท่ีทำใหผูปกครองมีความแตกตางจากประชาชน
เชน การใชราชาศัพท การมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีถือน้ำ
พระพิพัฒนสัตยา เปนตน ความสัมพันธระหวางผูปกครองกับราษฎรจึง
หางเหินกัน อยางไรก็ตาม ผูปกครองก็เปนธรรมราชาดวยเชนกัน สำหรับ
ประชาชนถูกควบคุมดว ยระบบไพร ตองถกู เกณฑแ รงงานใหกับทางราชการ
หนวยงานของรัฐที่ทำหนาที่เปนตัวกลางผูกขาดการคา สินคาตองหาม
บางชนิด ไดแก อาวุธปน ดินประสิว ดบี ุก งาชา ง ซ่งึ ทำใหร ฐั มรี ายไดมาก
2) ดานเศรษฐกิจ เปนระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองและยังชีพอยูได
ราษฎรสามารถผลิตสิ่งของที่จำเปนในชีวิตประจำวันใชเองในครัวเรือน การคา
ผฉูสบอับน ขยายตัวไมมากเพราะถูกผูกขาดโดยพระคลังสินคา สินคาของตะวันตกสวนใหญ
ขายไดเฉพาะสินคาบางประเภท เชน อาวุธปน กระสุนปน และสินคาฟุมเฟอย
ท่ีใชในราชสำนักหรือสำหรับกลุมท่ีมฐี านะ การติดตอคาขายกับภายนอกมากข้ึน
ทำใหม ีการจัดระเบียบหนวยงานตา งๆ ชดั เจน เชน มกี รมทาและพระคลังสินคา
ดแู ลการตดิ ตอและการคากบั ตา งประเทศ การจดั ระบบภาษีอากรและระบบเงินตรา
3) ดานสังคมและวัฒนธรรม จากการติดตอกับชุมชนภายนอก ไมวาทางการคา การทำสงคราม รวมถึง
มีชาวตางชาติเขามารับราชการในราชสำนัก ทำใหสังคมไทยสมัยอยุธยาไดรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมประเพณีจากเขมร
อินเดยี มอญ จนี ญี่ปุน เปอรเ ซีย อาหรับ ยุโรป เชน การกำหนดชนชนั้ ของคนในสงั คม กฎหมาย
ประเพณี พระราชพิธีและธรรมเนยี มในราชสำนกั วถิ กี ารดำเนินชวี ิตตางๆ เชน การดม่ื ชา การใช
เครอื่ งถว ยชาม เครอ่ื งเคลอื บ การปรงุ อาหาร และขนมหวาน
สำหรับพระพุทธศาสนายังคงมีอิทธิพลตอวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยนี้เชน
เดียวกับสมัยสุโขทัย โดยประชาชนจะมีประเพณีในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวของกับพระพุทธ-
ศาสนา เชน การเกิด การอุปสมบท การแตงงาน การตาย และประเพณีเก่ียวกับ
สังคมเกษตรกรรม เชน การทำขวัญแมโพสพ สวนผูที่นับถือศาสนาอื่นก็สามารถ
อยูรวมกันไดในสังคม ดังจะเห็นไดจากมีการสรางมัสยิดและโบสถคริสต ทั้งที่
กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและกรุงเทพมหานคร และยังมีการสรางสรรคงาน พระประธานวัดหนา พระเมรุ
ศิลปกรรม วรรณกรรม ประเพณี เพ่ือความสำคัญของพระพุทธศาสนาและความ จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
เปนสมมตเิ ทพของพระมหากษัตริย
92
4.3 วถิ ชี วี ิตของคนไทยสมัยรัตนโกสินทรยุคปรบั ปรงุ ประเทศถึงการเปลีย่ นแปลง
การปกครอง พ.ศ. 2475
ตั้งแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเปนตนมา สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลง
ไปจากสมัยรัตนโกสินทรตอนตนอยางมากจากการรับวัฒนธรรมของชาติตะวันตก สาเหตุของการ
เปลี่ยนแปลงเกิดจากการที่ไทยทำสนธิสัญญาเบาวริงกับประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2398 และทำ
สนธิสัญญากับชาติตะวันตกอื่นๆ ทำใหมีการติดตอกับ
ชาติตะวันตกมากขึ้น ผูนำการเปล่ียนแปลงในระยะแรก
ไดแก ผูปกครองและชนช้ันสูง เชน เจานาย ขุนนาง
ตอมาชนช้ันกลางไดมีบทบาทสำคัญในการเปล่ียนแปลง
วิถชี วี ิตของคนไทย
1) ดา นการเมืองการปกครอง ในรัชสมยั
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวและ
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว
ทรงใกลช ิดกับราษฎรมากขนึ้ เชน เสดจ็ ประพาส
หัวเมืองบอยครงั้ อนุญาตใหร าษฎรเขา เฝาฯ ระหวาง ผฉสู บอับน
เสด็จพระราชดำเนินได ใหราษฎรมองพระพักตร
พระเจาแผนดินและถวายฎีกาแกพระองคไดโดยตรง
ตลอดจนมีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผนดิน
แบงงานออกเปนกระทรวง กรม ทำใหมีการฝกคน
เขา รับราชการมากขึน้
2) ดานเศรษฐกิจ ขาวกลายเปนสินคาออก
อันดับหนึ่งของไทย มีการบุกเบิกที่ดินเพื่อใชปลูกขาว
เชน บริเวณรังสิต ปรับปรุงระบบชลประทาน การขุด
คูคลอง และการตั้งโรงสีขาว โดยชาวจีนเปนผูคาขาว
ในประเทศและเปนเจาของโรงสี สวนชาวยุโรปเปน
ผูสง ออก
ต อ ม า ไ ท ย ผ ลิ ต สิ น ค า อ อ ก ที่ มี ค ว า ม
สำคัญอีก 3 ประเภท คอื ดบี ุก ไมส กั และยางพารา
การเตบิ โตของการสงออกดีบุก ทำใหม ีชาวจีนอพยพ (ภาพจากบนลงลาง) การนำโรงสีมาใชแปรรูป
เขา มาเปน แรงงานและอาศัยอยทู างภาคใตข องไทย ขาวเพ่ือสงเปนสินคาออก, การลำเลียงแรดีบุก
มากขึ้น เชน ทีภ่ ูเก็ต ออกจากเหมืองแร, และการทำไมส ักในภาคเหนอื
ชวงยุคปรบั ปรุงประเทศใหท ันสมยั
93
การเปดเสรีทางเศรษฐกิจทำใหการคาขยายไปทั่วประเทศ เมืองขยายตัว เกิดการพัฒนา
เสนทางคมนาคม พอคาเรชาวจีนบรรทุกสินคาไปขายยังหัวเมืองตางๆ สงผลใหชาวจีนอพยพจาก
กรุงเทพมหานครไปอาศัยอยูตามชุมชนเมืองในหัวเมือง ซ่ึงพัฒนาเปนชุมชนการคาของเมืองนั้นๆ
และต้ังรกรากมาจนถึงปจจุบัน
3) ดานสังคมและวัฒนธรรม วิถีชิีวิตของคนไทยเปล่ียนไปอันเนื่องมาจากการปรับปรุง
ประเทศใหเขาสูความทันสมัยแบบตะวันตก เชน ราษฎรชาวไทยไดรับการปลดปลอยจากการเปนทาส
และไพร มีอิสรเสรีในการประกอบอาชีพ ไดรับการรักษาโรคดวยวิชาการแพทยแผนใหม สามัญชน
มีโอกาสไดเลาเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เขาทำงานในกระทรวงตางๆ อานหนังสือพิมพ
ใชรถไฟ รถยนต ไปรษณียโทรเลข โทรศัพท ไฟฟา น้ำประปา มีถนนหนทางใหมๆ เพื่อใชเดินทาง
ทำใหชวี ิตของคนไทยสะดวกสบายมากขนึ้
นอกจากนี้ ชาวไทยทงั้ หญงิ และชายเร่มิ แตงกายใหเ ปนแบบสากลนยิ ม รับประทานกาแฟ
นม ขนมปง เปน อาหารเชา แทนขาว ใชชอ นสอม น่งั โตะ เกา อี้ มโี อกาสเดนิ ทางไปศกึ ษาทต่ี างประเทศ
รูจักเลนกีฬาแบบตะวันตก สรางพระราชวัง สรางบานแบบตะวันตก นิยมมีบานพักตากอากาศใน
ตางจังหวัด ในสมัยรัชกาลที่ 6 คนไทยเริ่มมีคำนำหนาช่ือบุรุษ สตรี เด็ก เปนนาย นางสาว นาง
เด็กชาย เด็กหญงิ ตามลำดับ มีนามสกุลเปนของตวั เอง ผหู ญิงเรม่ิ ไวผ มยาว
ผฉสู บอับน และนุงผา ซน่ิ มกี ารใชธ งไตรรงคเ ปนธงประจำชาตไิ ทย
เปนตน
ก า ร ใ ช ร ถ ย น ต ใ น
ราชสำนักซ่ึงสั่งมา
จากชาติตะวันตกใน
สมัยรชั กาลที่ 5
พิธีเปดรถรางสายรอบเมือง
สายแรกเม่อื พ.ศ. 2448
ถนนราชดำเนนิ นอก
สรา งข้นึ เมือ่ พ.ศ. 2442
โรงเรียนนายทหารมหาดเลก็ หรอื โรงเรียน
พระตำหนักสวนกหุ ลาบ สรา งข้นึ เม่อื พ.ศ. 2425
94
4.4 วิถชี ีวิตของคนไทยตง้ั แต พ.ศ. 2475 ถึงปจ จบุ ัน
การเปลย่ี นแปลงการปกครองเมอื่ วนั ท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 มีผลตอ วิถชี ีวติ ของคนไทย
ในดา นตางๆ หลายประการ ดงั นี้
1) ดา นการเมืองการปกครอง
ใน พ.ศ. 2475 มีการเปล่ียนแปลงระบอบการ
ปกครองเปนประชาธิปไตย เกิดองคกรการเมือง
ตางๆ เชน พรรคการเมือง คณะรัฐมนตรี รฐั สภา
ประชาชนมีสิทธิออกเสียงเลือกต้ัง มีเสรีภาพใน
การแสดงความคิดเหน็ ทางการเมอื ง แตบางสมัย
ถูกปกครองโดยเผด็จการที่ยกเลิกรัฐธรรมนูญ การประชุมสภาในระบอบประชาธิปไตยของไทย
จะประกอบดวยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและ
มีการควบคมุ สิทธทิ างการเมอื งของประชาชน สมาชกิ วุฒสิ ภา
2) ดานเศรษฐกิจ ต้ังแต พ.ศ. 2504 มีการใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ซึ่งสงผลตอการเปล่ียนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยหลายอยาง เชน เกิดโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก
คนในชนบทอพยพมาทำงานโรงงานมากข้ึน เกิดปญหาความยากจนและชอ งวางทางเศรษฐกจิ ระหวาง
ภาคเกษตรกรรมกับอุตสาหกรรม แตเม่ือเกิด ผฉสู บอับน
ในทศวรรษ 2530 รัฐบาลมุงพัฒนาประเทศใหเปนประเทศอุตสาหกรรมใหม
วิกฤติการณทางเศรษฐกิจใน พ.ศ. 2540 ทำใหธุรกิจจำนวนมากลมละลาย คนตกงานจำนวนมาก
รัฐบาลไดสง เสรมิ ใหป ระชาชนดำเนนิ ชวี ิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียงเพอื่ ลดความฟงุ เฟอ ฟุม เฟอย
ดังน้ี 3) ดา นสังคมและวัฒนธรรม สามารถแบงไดเ ปนชว งๆ
3.1) สมัยการสรางชาติ ตรงกับสมัยรัฐบาลจอมพล
ป. พิบูลสงครามสมัยแรก (พ.ศ. 2481-2487)
ไดสรางกระแสชาตินิยมและความเปนไทย
ดว ยการออกรฐั นยิ มหลายฉบบั เชน เปลยี่ นชื่อ
ประเทศ ช่ือสัญชาติ ชื่อคนสยาม เปนประเทศ
ไทย สัญชาติไทย คนไทย มีการยกเลิกบรรดาศักด์ิ
และยศขาราชการพลเรือน ท้ังหญิงและชายตอง
สวมรองเทา สวมหมวก หามรับประทานหมากพลู
ตอ งใชค ำสรรพนามแทนตนเองวา “ฉัน” และเรียกคน
ประกาศของทางราชการเก่ียวกับ ท่ีพูดดวยวา “ทาน” เปนตน แตภายหลังวัฒนธรรม
วัฒนธรรมการแตงกายของชาวไทย เหลานีก้ ถ็ กู ยกเลิกไป
ในสมยั จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
95
3.2) สมัยการฟนฟูพระราชประเพณี ตรงกับสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต (พ.ศ.
2501-2506) ในสมัยน้ีมีการฟนฟูความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย และฟนฟูพระราชพิธี
ตางๆ เชน เปล่ียนวันชาติจากวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเปนวันเปล่ียนแปลงการปกครองเปนระบอบ
ประชาธิปไตย มาเปนวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเปนวันเฉลิมพระชนมพรรษา จัดใหมีพระราชพิธีเฉลิม
พระชนมพรรษาอยางย่ิงใหญ จัดงานพระราชพิธีวันฉัตรมงคล และมีพิธีตางๆ ท่ีใหความสำคัญแก
สถาบันพระมหากษัตริย เชน พิธีถวายสัตยปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค พิธี
พระราชทานธงชัยเฉลิมพล พิธีพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณแกทหาร ขาราชการ และบุคคล
ที่ทำคุณประโยชนดานตางๆ ฟนฟูพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินทอดผาพระกฐินโดยกระบวน
พยุหยาตราทางชลมารค สนับสนุนการเสด็จพระราชดำเนินไปยังตางจังหวัดในทองถิ่นทุรกันดาร
ทั่วประเทศ มีการสรางพระตำหนักในภูมิภาคตางๆ สงเสริมโครงการหลวง โครงการพระราชดำริตางๆ
ออกขาวพระราชสำนกั ผา นโทรทัศนแ ละวทิ ยุเปน ประจำทุกวนั จะเห็นวา การฟนฟพู ระราชพิธี การสราง
ธรรมเนยี มตา งๆ เกีย่ วกบั ราชสำนักในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ตไดสบื ทอดมาถึงปจจุบนั
3.3) สมัยการฟนฟูวัฒนธรรมเพ่ือสงเสริมการทองเที่ยว ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต
ไดตั้งองคการสงเสริมการทองเท่ียวแหงประเทศไทย (อ.ส.ท.) ปจจุบันคือ การทองเที่ยวแหงประเทศ
ไทย องคกรน้ีไดเขาไปสงเสริม ฟนฟู และสรางสรรคขนบธรรมเนียมประเพณีทองถ่ินในที่ตางๆ
ผฉสู บอับน เพอื่ ดงึ ดูดนกั ทองเทีย่ ว ทำใหขนบธรรมเนยี มประเพณีหลายอยางไดรบั การฟนฟูสืบทอด และประเพณี
บางอยางไดรับการสรางสรรคข้ึนใหม เชน การจัดงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเลนไฟท่ีอุทยาน
ประวตั ิศาสตรสโุ ขทยั เปนตน
คน หาขอ มลู เพ่ิมเติมไดท ี่ พระราชพิธเี สด็จพระราชดำเนินทอดผาพระกฐิน
http://www.aksorn.com/lib/s/soc_04 โดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไดรับการ
ฟนฟูในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต
3.4) สมัยการพัฒนาเศรษฐกิจถึงปจจุบัน สมัยน้ีไดมีการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง ชาติฉบับท่ี 1 เมอื่ พ.ศ. 2504 ทำใหวถิ ีชวี ิตของคนไทยเปล่ียนแปลงอยางมาก โดยเกิดจาก
หลายปจจัย เชน การพัฒนาทางดานการศึกษา ทำใหอัตราผูรูหนังสือมากขึ้น จำนวนผูเขาเรียนใน
มหาวิทยาลัยและจำนวนมหาวิทยาลัยเพิ่มข้ึน คนไทยนิยมไปเรียนตอตางประเทศมากข้ึนอยาง
ตอเน่ือง ประกอบกับในชวงน้ีไทยมีความสัมพันธใกลชิดกับสหรัฐอเมริกา ทำใหวัฒนธรรมตะวันตก
แพรข ยายเขามาในสงั คมไทยมากขน้ึ
ในดานครอบครัว ครอบครัว
มีขนาดเล็ก โดยมีลักษณะเปนครอบครัวเดี่ยว
สังคมแบบเครือญาติหรือสังคมชนบทของไทย
เปลี่ยนไป การวางแผนครอบครัวและความ
เจริญทางการแพทย ทำใหประชากรวัยสูงอายุ
มีจำนวนมากข้ึน ขณะท่ีประชากรวัยเด็กลดลง
ความสัมพันธแบบเครือญาติลดลง ผูหญิงไทย
ออกไปทำงานนอกบานมากข้ึน และเกิดปญหา ปจจุบันผูหญิงไทยออกไปทำงานนอกบานมากขึ้น
สังคมตางๆ ตามมา เชน ปญหาเด็กเรรอน อันเปนผลมาจากอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตก
ทแี่ พรขยายในสังคม
ปญหาสิ่งเสพตดิ ปญหาอาชญากรรม เปน ตน ผฉูสบอับน
5. การสบื ทอดและเปล่ยี นแปลงของวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรมไทยนอกจากมีการสืบทอดตอกันมาระหวางรุนสูรุนแลว ยังมีการเปล่ียนแปลง
พฒั นาการอยูตลอดเวลาเพ่อื ใหเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย
การสบื ทอดวฒั นธรรมไทย
การสืบทอดวฒั นธรรมไทยเกดิ จากหลายปจจยั ดงั นี้
1) การประพฤติปฏิบัติจนกลายเปนสวนหน่ึงของชีวิตประจำวัน เชน การไหว การทักทายดวยคำวา
“สวัสดี” ซ่งึ เปนคำท่ถี ูกคิดขึ้นและเปนทย่ี อมรับจนกลายเปนเอกลกั ษณอ ยางหนงึ่ ของสงั คมไทย
2) การถายทอดผานคนในครอบครัว ในชุมชน และผานการเรียนรูใน
สถาบันการศึกษา เชน เทคนิคในการทอผาท่ีมีลวดลายประจำถ่ิน หรือประจำ
ตระกลู จะไดรับการสบื ทอดเฉพาะคนประจำถ่นิ หรอื คนในตระกูล เปนตน
3) การอนุรักษโดยหนวยงานหรือองคกรของรัฐและเอกชน
เชน กระทรวงวัฒนธรรม องคการสงเสริมการทองเท่ียวแหงประเทศไทย
(อ.ส.ท.) ซึ่งสนับสนุนการจัดงานประจำป ประเพณีพื้นบาน การจัดงาน
ประกวดในเทศกาลตางๆ เชน ประกวดลอยกระทง ประกวดการตกแตง
ปราสาทผ้ึง การสงเสริมกีฬาพ้ืนบานของไทย เชน การจัดแขงขันกีฬา งานประเพณีแหปราสาทผ้ึง นิยมจัดกันใน
มวยไทย กีฬาตะกรอ การสง เสริมใหช าวตา งชาติเรยี นมวยไทย เปน ตน ภาคอสี าน
97
การเปล่ยี นแปลงของวฒั นธรรมไทย
การเปลี่ยนแปลงของวฒั นธรรมไทย เกดิ จากปจ จัยตางๆ ดังนี้
1) การเปล่ียนแปลงของสังคม เชน เปล่ียนจากสังคมเกษตรกรรมเปนสังคมเมือง ทำใหวัฒนธรรม
บางอยา งเปลย่ี นแปลงหรอื สญู หายไป
2) การพฒั นาของบา นเมอื ง เชน สมัยกอนวัฒนธรรมการศึกษาจะอยูท่วี ัด ปจจบุ ันเปลยี่ นเปนการศกึ ษา
ในระบบโรงเรียน หรอื วฒั นธรรมทน่ี ิยมใหผ ูหญงิ เปนแมบ านไดเ ปลยี่ นไป เพราะผหู ญิงทำงานนอกบา นมากขึ้น
3) การรับและนิยมวัฒนธรรมตางชาติ เชน ปจจุบันวัยรุนไทยนิยม
นักรองและนักแสดงชาวเกาหลี ชาวญ่ีปุน จึงสนใจเรียนรูวัฒนธรรมของชาติเหลาน้ี
รวมทั้งวัยรุนบางคนเห็นวาวัฒนธรรมไทยบางอยางลาสมัย เชน เครื่องดนตรีไทย
เพลงไทยเดมิ จงึ ละเลยทจ่ี ะเรียนรู
4) ความเจริญกาวหนาทางดานการติดตอส่ือสาร เชน อินเทอรเน็ต
เคเบิลทีวี ทำใหคนไทยเรียนรูและนิยมวัฒนธรรมภายนอกมากขึ้น บางคร้ังไดเกิด
การเลียนแบบโดยไมไดไตรตรองใหด ีกอนนำไปใช เชน การใสเ สอื้ สายเด่ยี ว เกาะอก
ซ่ึงเสีย่ งตอ ภัยอันตรายตา งๆ ท่ีจะเกดิ ตามมาอกี ดวย
6. แนวทางการอนุรกั ษวัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย
วัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยเปนสิ่งท่ีดีงามคูสังคมไทย ซึ่งคนไทยควรภาคภูมิใจและชวยกัน
ผฉสู บอับน อนรุ กั ษใหดำรงอยตู อ ไป แนวทางการอนรุ ักษภมู ิปญ ญาและวัฒนธรรมไทยทำไดหลายวธิ ี ดังน้ี
1. ตั้งสถาบันในระดับชาติและระดับทองถ่ิน
ท่ีดำเนินงานสงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
เชน สำนักงานวัฒนธรรมแหงชาติ เปน ตน
4. ประกาศยกยองผูมีผลงาน แนวทางการอนุรกั ษ 2. สถาบันท่ีเก่ียวของกับการ
ดีเดนทางวัฒนธรรมและภูมิปญญา วฒั นธรรมและ สงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
ไทยทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ภมู ิปญญาไทย ตองมีผลงานที่เปนรูปธรรมและเขาถึง
และประกาศยกยองผูทรงภูมิปญญา วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนเพ่ือ
ไทย เชน ศิลปนแหงชาติ ครูภูมิปญญา ใหวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยกลาย
ไทย เปนตน เปนสวนหนึ่งของชีวติ ประจำวัน
3. คุมครองลิขสิทธิ์ภูมิปญญาไทยเพื่อรักษา
ภูมิปญญา เชน ช่ือมวยไทย ช่ือขาวหอมมะลิไทย
เปนตน ซึ่งหนวยงานท่ีมีสวนเกี่ยวของควรเขามา
ดูแลเรือ่ งการจดลขิ สิทธิภ์ ูมปิ ญญาไทย
98
7. การมีสวนรว มในการอนุรกั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
การมีสวนรวมในการอนุรักษวัฒนธรรม
และภูมิปญญาไทยสามารถปฏิบัติไดหลายวิธี
ดังตอ ไปนี้
1. จัดใหมีการถายทอดวัฒนธรรมและ
ภูมิปญญาไทยจากคนรุนเกาสูคนรุนใหม เชน
การอนุรักษเพลงพื้นบานท้ังลำตัด เพลงฉอย
เพลงเรือ ดวยการจัดชมรมประจำทองถ่ิน หรือ
การเชิญพอเพลงแมเพลงในชุมชนมาถายทอด
ความรูใหแกคนรุนหลัง หรือจัดกิจกรรมข้ึนใน การเชิญพอเพลงแมเพลงมาถายทอดความรูใหแก
โรงเรยี น เปนตน เยาวชน เปนการอนรุ ักษวัฒนธรรมและภมู ิปญญาไทย
วธิ หี น่ึง
2. เปล่ียนแปลงคานิยมของคนในสังคมท่ีละเลยหรือไมใหความสำคัญกับวัฒนธรรม
และภูมิปญญาพ้ืนบานของไทย เชน ควรสงเสริมการศึกษาและใชผลิตภัณฑท่ีผลิตจากสมุนไพรไทย
เชน ท่ีโรงพยาบาลอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ไดนำสมุนไพรตางๆ มาสกัดเปนยารักษาโรค
เคร่ืองสำอาง ขายใหกับประชาชนทว่ั ไป เปน ตน
3. รวมกันทำใหวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจำวันอยางแทจริง ผฉูสบอับน
ไมใชเปนเพียงการจัดแสดงหรือรณรงคเปนบางชวงเทานั้น เชน บางทองถ่ิน บางหนวยงานรณรงค
ใหคนในทองถิ่นหรือในหนวยงานแตงกายดวยเส้ือผาที่ตัดเย็บจากผาพ้ืนเมือง ก็ควรหาแบบเสื้อผา
ท่ีเหมาะสมกับคนทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ราคายอมเยา ไมควรใหคน
รุนใหมคิดวาการแตงกายดวยผาพ้ืนเมืองเปนความเชย ดูแล
รักษายาก ราคาแพง และเปนเคร่ืองแตงกายเฉพาะผูสูงอายุ
หรอื ใชแตง เฉพาะเวลามีงานสำคญั เทา นัน้
4. สรางจิตสำนึกใหคนไทยเห็นคุณคาและรวมกัน
อนุรักษวัฒนธรรมไทย เชน สงเสริมและปลูกฝงใหเยาวชน
รักษากิริยามารยาทแบบไทย เชน มีสัมมาคารวะ เคารพ
ผูใหญ มีความออนนอมถอมตน และรักนวลสงวนตัว รวมทั้ง
สงเสริมใหใชภาษาไทยอยางถูกตองทั้งการพูดและการเขียน
เชน รณรงคใหพูดออกเสยี งภาษาไทยใหช ัดเจน ไมพูดภาษา
ไทยปนภาษาอังกฤษ เปนตน
การไหวเปนวัฒนธรรมไทยที่นาชื่นชมและควรไดรับ
การปลูกฝงตงั้ แตเยาวว ัยเพอ่ื ใหเกดิ ความเคยชิน
99
พระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติของพระมหากษัตริยท่ีทรงครองราชยนานกวาพระมหากษัตริยพระองคอื่นๆ
ในประวตั ิศาสตรไ ทย เกดิ ข้ึนคร้ังแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และคร้งั ที่ 2 เกดิ ข้นึ ในสมยั รชั กาลที่ 9
8. บคุ คลที่สง เสริมการสรา งสรรควฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย
ทีม่ ีผลตอ สงั คมไทยในปจจุบัน
ปจ จุบนั ประเทศไทยมีผทู รงภมู ปิ ญ ญาท่ีไดรับการยกยอ งเชิดชูหลายทา น เชน ศิลปน แหง ชาติ
ผูมีผลงานดีเดนทางวัฒนธรรม หรือชาวบานผูสืบทอดและสรางสรรคภูมิปญญาทองถ่ิน นอกจากน้ี
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและพระบรมวงศานุวงศหลายพระองคไดมีสวนสำคัญในการสงเสริมการ
สรางสรรคว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยท่มี ผี ลตอสังคมไทยปจ จุบันดวยเชน กัน ดังจะกลา วตอไปน้ี
8.1 พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวภูมพิ ลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีบทบาทสำคัญในการสงเสริมวัฒนธรรม
และภูมปิ ญญาไทยมากมาย ดังนี้
1) ดานพระพุทธศาสนา พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัวโปรดเกลา ฯ ใหแปลพระไตรปฎกจาก
ภาษาบาลเี ปน ภาษาไทย โปรดเกลาฯ ใหคณะสงฆป รบั ปรงุ พระไตรปฎกฉบบั หลวง และทรงสนับสนนุ
การสรางพระไตรปฎกฉบับคอมพิวเตอรของมหาวิทยาลัยมหิดลท่ีจัดทำข้ึนทูลเกลาฯ ถวายเน่ืองใน
มหามงคลสมัยพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกเมื่อ พ.ศ. 2531 พระราชทานพระราชทรัพยสวนพระองค
ใหแกมหาวิทยาลัยมหิดลเพ่ือขยายการศึกษาใหครอบคลุมถึงการทำหนังสืออธิบายขยายความใน
ผฉูสบอับน พระไตรปฎกหรอื อรรถกถาและฎกี า คือ หนงั สืออธบิ ายขยายความอรรถกถา รวมเปนหนงั สอื 98 เลม
บันทึกไวในคอมพิวเตอร เสร็จสมบูรณเม่ือ พ.ศ. 2534 ประเทศไทยจึงเปนประเทศแรกในโลก
ท่ีสามารถสรางพระไตรปฎกฉบับคอมพิวเตอรได ซึ่งสะดวกในการรักษาความถูกตองของพระธรรม
และศึกษาคนควา ไดแพรห ลายรวดเร็วยิง่ ข้ึน
บทพระราชนิพนธเร่ืองพระมหาชนก นอกจากน้ี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
ท่ีสอดแทรกหลักธรรมคำสอนทาง ทรงพระราชนิพนธหนังสือเร่ือง “พระมหาชนก”
พระพุทธศาสนาเก่ียวกับความเพียร เก่ียวกับการเสวยพระชาติของพระพุทธเจาในชาติ
พยายาม ท่ีเกิดเปนพระมหาชนก โดยทรงแปลจากตนฉบับ
ภาษาบาลีเปนภาษาไทยและภาษาอังกฤษตางจาก
สำนวนท่ีเคยมีมา หลักธรรมสำคัญท่ีไดจากเรื่องนี้
คือ การบำเพ็ญความเพียรของพระมหาชนกท่ีไมหวัง
ผลตอบแทนใดๆ กระท่ังไดครองราชสมบัติ ในตอนทาย
ของพระราชปรารภหรือคำนำของหนังสือน้ีทรงลงทายไว
วา “ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปญญาท่ีเฉียบแหลม
กำลังกายที่สมบูรณ” แสดงใหเห็นวาความเพียรท่ีบริสุทธิ์
เปน คณุ ธรรมสำคญั ในการดำเนินชีวิต
100
มูลนิธิท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชทรงไดมีพระราชดำริจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนา
ตา งๆ ตามโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริและโครงการพฒั นาอืน่ ๆ เพ่อื ชวยเหลือใหป ระชาชนมีคณุ ภาพชีวติ ดขี ้ึน
2) ดา นการแกปญ หาส่งิ แวดลอม ไดแก
2.1) การแกปญหาน้ำเนาเสีย ไดแก ปญหาน้ำเนาเสียตามแหลงน้ำชุมชนและแหลงน้ำ
ธรรมชาตเิ ปน ปญหาทสี่ งผลกระทบตอความเปนอยขู องประชาชนและส่ิงแวดลอ มมาก พระบาทสมเด็จ
พระเจาอยูหัวทรงหวงใยเรื่องคุณภาพน้ำที่เส่ือมโทรมลงอยางยิ่ง จึงพระราชทานพระราชดำริให
หนวยงานที่เก่ียวของศึกษาคนควาทดลองและดำเนินการแกไขอยางจริงจังท้ังในกรุงเทพมหานครและ
ตางจังหวัด ทรงเนนถึงการแกปญหาท่ีเปนรูปแบบงายๆ เสียคาใชจายนอยกอน จากน้ันจึงพิจารณา
ถงึ วิธีการทเ่ี ปนโครงการขนาดใหญแ ละใหเหมาะสมกบั สภาพปญหาของแตล ะทอ งที่
การแกไขปญหาน้ำเนาเสียตามพระราชดำริมีหลากหลายวิธีและเปนการใชภูมิปญญา
เชน การบำบัดน้ำเนาเสียตามวิธีธรรมชาติดวยผักตบชวาในบริเวณบึงมักกะสันหรือโครงการมักกะสัน
โดยการปลูกผักตบชวาในคอกไม ลอยเปนแนวขวางตัวกับบึงเปนระยะๆ เพื่อใหทำหนาท่ีดูดสารพิษ
สารเคมี โลหะหนัก ปรากฏวา ผกั ตบชวาสามารถชวยกำจดั สิง่ ปฏิกลู ในน้ำ ชวยทำใหน ำ้ ใสและมสี ภาพ
ดีกวาเดิม จากการทดสอบคุณภาพน้ำพบวาน้ำในบึงท่ีผานการกรองดวยผักตบชวามีออกซิเจนละลาย
ในน้ำมากข้ึน จึงมีการนำพระราชดำรนิ ี้ไปใชบ ำบัดนำ้ เสียในทอ่ี ื่นๆ
นอกจากน้ียังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการบำบัดน้ำเสียอีกวิธีหน่ึง
คอื การใชผ ักตบชวาผสมผสานกบั การใชเ ครอ่ื งจกั รกลเติมอากาศ คอื ออกซเิ จนลงไปในนำ้ เปน ระบบ
สระเตมิ อากาศเพ่ือเรงการบำบดั นำ้ เสยี ใหเปน นำ้ ดีเร็วขึน้ ดงั โครงการบึงพระราม 9 กรงุ เทพมหานครผฉสู บอบั น
สงผลใหป ระชากรมีคณุ ภาพชวี ิตดขี นึ้
การบำบัดน้ำเสียตามแนวพระราชดำริอีกวิธีหนึ่ง คือ การเติมอากาศหรือออกซิเจน
ใหแกน้ำเนาเสีย โดยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงประดิษฐอุปกรณการเติมอากาศหรือออกซิเจน
ในน้ำดวยรูปแบบท่ีเรียบงาย ประหยัด และใชเปนตนแบบใหแกหนวยงานตางๆ นำไปสรางใชงาน
และทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหมูลนิธิชัยพัฒนา
สนับสนุนงบประมาณเพื่อศึกษาคนควาวิจัยเก่ียวกับ
สิ่งประดิษฐดังกลาว และรวมกับกรมชลประทาน
จัดสรางเคร่ืองมือบำบัดน้ำเสียดวยการเติมอากาศ
พระราชทานช่ือวา “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ซ่ึงเปน
ท่ีนิยมและนำไปใชงานเกือบท่ัวประเทศ ตอมา
กรมทรัพยสินทางปญญา กระทรวงพาณิชย ไดรับ
จดทะเบยี นสิทธิบัตรเลขท่ี 3127 ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงประดิษฐ และ
เปนสิ่งประดิษฐเครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9
ของโลกท่ีไดรับสิทธิบัตร นับเปนภูมิปญญาหนึ่ง กังหันน้ำชัยพัฒนาเปนสิ่งประดิษฐที่นิยมใชเพื่อ
ที่ไดท รงสรา งสรรคข้นึ แกปญหาน้ำเนาเสีย ซ่ึงไดรับสิทธิบัตรจากกรม
ทรัพยส นิ ทางปญญา เมอื่ พ.ศ. 2536
101
2.2) การปองกันการเสื่อมโทรม
และพังทลายของดินโดยหญาแฝก พระบาท
สมเด็จพระเจาอยูหัวทรงตระหนักถึงสภาพ
ปญหาการชะลางพังทลายของดิน และการ
สูญเสียหนาดินท่ีอุดมสมบูรณ จึงทรงศึกษา
ถึงศักยภาพของหญาแฝก ซึ่งเปนพืชพื้นบาน
ของไทยท่ีมีคุณสมบัติพิเศษในการชวยปองกัน
โครงการปลูกหญาแฝกเปนโครงการอันเนื่องมาจาก การชะลางพังทลายของหนาดินและอนุรักษ
พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ความชมุ ช้นื ใตดิน หญาแฝกปลูกงาย เกษตรกร
ภูมพิ ลอดลุ ยเดชทีช่ ว ยปองกนั การพงั ทลายของหนาดิน สามารถทำไดเองโดยไมตองดูแลหลังการปลูก
มากนัก ท้ังประหยัดคาใชจายกวาวิธีอ่ืนๆ อีกดวย นอกจากน้ี การปลูกหญาแฝกบนคันนายังชวยให
คนั นาคงสภาพอยูไดน าน
หญาแฝกสามารถนำมาใชประโยชนอื่นๆ ไดอีก เชน ใชมุงหลังคา ตับหลังคาที่ทำ
จากหญาแฝกสามารถผลิตจำหนายได นอกจากนี้ หญาแฝกยังมีสรรพคุณชวยขับลมในสำไส
แกอาการทองอืด ทองเฟอ และแกไข สวนรากท่ีมีความหอมนั้น คนไทยสมัยกอนมักนำมาแขวนใน
ผฉูสบอับน ตเู สอื้ ผา ทำใหม ีกล่นิ หอมและชวยไลแ มลงท่จี ะมาทำลายเสื้อผา ตลอดจนนำมาสกัดทำนำ้ หอม
8.2 สมเด็จพระนางเจา สิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
สมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถทรงมบี ทบาทสำคญั ในการสง เสรมิ ภมู ปิ ญญาและ
วฒั นธรรมไทย ซ่งึ สรปุ ไดด งั นี้
1) ดา นการสงเสริมและอนรุ ักษงานหัตถกรรมพนื้ บา น สมเด็จพระนางเจาสริ ิกิต์ิ พระบรม-
ราชินีนาถทรงสงเสริมภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทยโดยเฉพาะดานงานหัตถกรรมพ้ืนบานและงานชาง
ทรงจัดตั้งศูนยศิลปาชีพข้ึนหลายแหงเพื่อเปนที่รวบรวมสินคาจากฝมือชาวบานและเปนแหลงสอนงาน
หตั ถกรรมแกช าวบา น ทรงดำเนินการเพอ่ื สง เสริมและอนรุ กั ษงานหตั ถกรรมพืน้ บาน เชน
1.1) ทรงเริ่มโครงการหัตถกรรม เพ่ือชวยเหลือราษฎรเปนคร้ังแรกท่ีหมูบานเขาเตา
จังหวัดประจวบคีรีขันธ เม่ือเดือนเมษายน พ.ศ. 2508 โดยชักชวนใหหญิงชาวบานเขาเตาหัดทอ
ผาฝายขายเปนอาชีพเสริม ทรงใหครูทอผาจากโรงงานทอผาบานไร จังหวัดราชบุรี มาสอนการ
ทอผาใหแกราษฎรบา นเขาเตา สรา งก่ีทอผา ข้ึนทีท่ ายวงั ไกลกงั วลเพ่อื ใหช าวบา นมาหดั ทอผา เริ่มจาก
การทอผา ขาวมาและผาซ่ิน ชาวบานที่มาเรยี นทอผาไดร ับพระราชทานอาหารกลางวันและคา แรง ตอมา
เจาอาวาสวัดเขาเตาและครูใหญโรงเรียนเขาเตาชวยดูแลตอ ปจจุบันโครงการทอผาฝายที่เขาเตา
อยูภายใตการดูแลของกรมการพัฒนาชุมชน โดยพัฒนากรอำเภอหัวหินเปนผูดูแลโครงการต้ังแต
พ.ศ. 2511 มกี ารสอนการทอผา ยอมสี ตดั เย็บ และสอนการประดิษฐผ ลิตภณั ฑปานศรนารายณ
102
1.2) ทรงเร่ิมโครงการศิลปาชีพ โครงการแรก คือ โครงการทอผาไหมมัดหมี่ จังหวัด
นครพนม ทรงสนพระทยั ซนิ่ ไหมมดั หมี่ท่หี ญิงชาวบา นนุง เพราะมีความสวยงามแปลกตา เหมาะที่จะ
เปนอาชีพเสริมของชาวบานเนื่องจากทุกครัวเรือนจะทอใชกันอยูแลว ทรงชักชวนใหชาวบานประกอบ
อาชพี เสริมดวยการทอผา ไหมมัดหมี่ ทรงรับซอ้ื ผาท่ชี าวบา นทอทกุ ผืน โดยสงรวมไป ณ พระตำหนัก
จิตรลดารโหฐาน และทรงนำผาไหมมัดหม่ีมาตัดฉลองพระองค ตอมาไดจัดต้ังกลุมทอผาไหมข้ึนตาม
หมูบานและรับชาวบานเขาเปนสมาชิก ผูที่ทอผาไมเปนก็ใหปลูกหมอนเลี้ยงไหมเพ่ือเปนวัตถุดิบแก
ผูทอ โครงการนี้ตอมาจึงไดขยายออกไปท่ัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเปนโครงการสงเสริมอาชีพ
ทสี่ รา งรายไดใหแกร าษฎรอยา งกวา งขวางจนถึงปจ จุบัน
1.3) ทรงสงเสริมใหต้ังโรงฝกงานหัตถกรรมและศูนยศิลปาชีพ เชน โรงฝกศิลปาชีพ
สวนจิตรลดา ภายในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ต้ังขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2520
เพื่อฝกหัดงานหัตถกรรมไทยแขนงตางๆ แกนักเรียนซ่ึงเปนบุตรหลานของราษฎรที่มีฐานะยากจน
แตมีฝมือทางศิลปะหรือพอจะฝกหัดศิลปหัตถกรรมในขั้นท่ียากขึ้น และเปนศูนยกลางในการติดตอ
ประสานงานของเจาหนาท่ีและสมาชิกของศูนยศิลปาชีพทั่วประเทศ เปนศูนยกลางรับซื้อ เก็บรักษา
และจดั จำหนายผลิตภณั ฑท งั้ หมด รวมท้ังเปนทีท่ ำการของกองศลิ ปาชีพ สำนักราชเลขาธิการ
ศูนยศิลปาชีพจังหวัดแมฮองสอน ท่ีอำเภอเมือง จังหวัดแมฮองสอน จัดต้ังข้ึนเมื่อ
พ.ศ. 2528 มกี ารฝกสอนศิลปาชพี หลายประเภท เชน ทอผาไหม ตดั เย็บเสือ้ ผาตุก ตาชาวเขา ดอกไมผฉสู บอับน
ประดิษฐ จักสานหวาย จักสานไมไผ เคร่ืองหนังและของชำรวย สมาชิกของศูนยฯ แบงเปนสมาชิก
ชั่วคราวและสมาชิกประจำ สำหรับผูที่เปนสมาชิกชั่วคราวเมื่อเรียนจบแลวก็สามารถกลับไปประกอบ
งานศิลปาชพี ทบ่ี า น สว นผทู ่ีเปน สมาชิกประจำซง่ึ มีฝมอื ดี ทางศนู ยฯ จะจางไวเ พือ่ ผลติ งาน
ศนู ยศลิ ปาชีพบางไทร อำเภอ
บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยูใกลกับ
พระราชวงั บางปะอนิ จดั ตัง้ ขึน้ เม่อื พ.ศ. 2524
โดยรับเกษตรกรที่มีฐานะยากจนจากจังหวัด
ตางๆ มาฝกอบรมดานศิลปาชีพสาขาตางๆ
ประมาณ 30 สาขา รวมทงั้ มแี ผนกเกษตรกรรม
เพื่อใหความรูแกเกษตรกรที่มาฝกอบรมดาน
ศิลปาชีพ นับไดวาโครงการสงเสริมและ
อนุรักษศิลปหัตถกรรมของไทยในพระบรม
สมาชิกของศูนยศิลปาชีพบางไทรในสมเด็จพระนางเจา ราชินูปถัมภเหลานี้ไดมีสวนสำคัญอยางย่ิง
สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ กำลังผลติ งานหตั ถกรรมพ้ืนบาน ในการอนุรักษและสงเสริมภูมิปญญาและ
ซึ่งชวยสรางรายไดเสรมิ ใหแกต นเองและครอบครัว วัฒนธรรมไทยใหสบื ทอดอยูในปจ จบุ ัน
103
8.3 สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีผลงานในดานการ
สง เสรมิ และอนรุ ักษภ มู ปิ ญญาและวัฒนธรรมของชาวเขา
เผาตางๆ ในภาคเหนือ เชน ภายใตการดำเนิน
งานของมูลนิธิแมฟาหลวง ไดมีการดำเนินการ
เพ่ือสงเสริมอาชีพ การรักษาศิลปวัฒนธรรม
ของชาวเขาเพ่ือชวยแกไขปญหาความเปนอยู
เชน สง เสรมิ ใหม ีการทอผาพ้นื เมอื งของชาวเขาทม่ี ี
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตั้งหนวยแพทย เอกลักษณป ระจำเผา การทำเคร่ืองประดับพน้ื เมอื ง
เคลอ่ื นท่ี พอ.สว. เพือ่ ดูแลสุขภาพของชาวบา นในชนบท
ของชาวเขา เชน เครื่องเงนิ เพ่ือขายใหแ กบ รรดา
นักทองเที่ยว การสงเสริมอาชีพใหชาวเขามีงานทำ
เชน การปลูกพืชเมืองหนาวที่ดอยตุง การนำเมล็ดกาแฟพันธุอาราบิกา ไมดอกเมืองหนาวมาปลูก
และพชื ตางๆ เชน เหด็ หลินจือ หนอไมฝ รงั่ สตรอวเบอรรี กลว ยไม เปนตน
นอกจากนี้ ทรงใหความชวยเหลือแกชาวเขาและเจาหนาท่ีท่ีปฏิบัติงานในทองถ่ินทุรกันดาร
ผฉสู บอบั น เชน ทรงตั้งหนว ยแพทยเคล่อื นท่ี พอ.สว. ดูแลสขุ ภาพอนามยั แกค นในชนบท ทรงสนบั สนนุ ใหตำรวจ
ตระเวนชายแดนทำหนาท่ีสอนหนังสือใหแกชาวเขาและชาวบานอีกทางหน่ึง ทรงสงเสริมอาชีพของ
ชาวบานและชาวเขาโดยเฉพาะเพอื่ อนุรกั ษและสบื ทอดภมู ิปญญาและวฒั นธรรมในแตล ะทอ งถิน่
8.4 สมเดจ็ พระเจา พน่ี างเธอ เจาฟากัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร
สมเด็จฯ เจา ฟา กัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราช
นครินทรทรงมีบทบาทสำคัญในการสงเสริมภูมิปญญาและ
วัฒนธรรมไทย ดงั น้ี
1) ดานการสงเสริมและเผยแผพระพุทธศาสนา
ทรงมีสวนในการเผยแพรพระไตรปฎกสากลสูโลก โดย “มูลนิธิ
รวมจิตตนอมเกลาฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ” ซึ่ง
สมเดจ็ ฯ เจา ฟา กลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร
ทรงเปนประธานในการกอต้ังและประธานกิตติมศักดิ์ และ
“กองทุนสนทนาธัมมนำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภฯ” ไดรวม
จดั ทำพระไตรปฎกเพอ่ื พระราชทานและประดิษฐานพระไตรปฎ ก สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟา
กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ในนานาอารยประเทศ และตอมาทรงสนับสนุนการจัดทำพระ ราชนครินทร ทรงรวมจัดทำพระ
ไตรปฎกเปนภาษาโรมัน และไดเผยแผพระไตรปฎกฉบับสากล ไตรปฎกฉบับภาษาโรมัน และได
ภาษาโรมนั ชุดสมบูรณ 40 เลมชุดแรกของโลก พระราชทานไปยงั ประเทศตางๆ
104
2) ดานอักษรศาสตร สมเด็จฯ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทรทรง
ศึกษาภาษาตางประเทศมากมาย เชน ภาษาฝร่ังเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมนั ภาษาละตนิ ต้ังแต
ยังทรงพระเยาวจนทรงพระปรีชาสามารถทั้งการเขียน การพูด การแปลและการสอน และทรงมี
พระนิพนธเกยี่ วกบั พระราชวงศ 11 เร่อื ง เชน เวลาเปนของมคี า เจา นายเลก็ ๆ ยวุ กษัตริย แมเ ลา ใหฟง
พระราชธดิ าในรัชกาลที่ 5 พระนิพนธแ ปล 3 เร่ือง เชน นิทานสำหรับเด็ก ราชาภเิ ษกพระเจา กรุงสเปน
พระนิพนธส ารคดีเชงิ ทองเทย่ี ว 10 เรอ่ื ง เชน สายอารยธรรมจนี : 7 ธานีแหงอาณาจกั รกลาง ภูฏาน :
เกาะเขียวบนแผนดิน ซินเจียงและกานซู : ภาพจากดินแดนสุดหลาฟาเขียว และพระนิพนธบทความ
ทางวิชาการ 1 เร่ือง พระนิพนธเหลาน้ีใหทั้งความรู ความบันเทิง และยังเปนการสงเสริมภูมิปญญา
ดานอักษรศาสตรของไทยดว ย
3) ดานศิลปวัฒนธรรม สมเด็จฯ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร
ทรงรับโรงละครเล็ก “นาฏยศาลาหุนละครเล็ก” (โจหลยุ ส) ไวในพระอปุ ถัมภ เม่ือ พ.ศ. 2550 เปนการ
สืบสานหุนละครเล็กท่ีเปน มหรสพเกา แกของไทย
บทพระนิพนธในสมเดจ็ ฯ เจา ฟา กัลยาณวิ ฒั นา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถทาง
ดา นอักษรศาสตรของพระองค
ผฉสู บอับน
กลาวโดยสรุป ปจจุบันวัฒนธรรมและ กิจกรรมสรา งสรรค
ภูมิปญญาไทยอันมีคุณคาตอคนไทยหลายอยาง
ไดเกิดการสูญหายหรือถูกละเลย อันเปนผลมา 1. ใหนกั เรยี นแบง ออกเปนกลุม กลุมละ 6 คน รวมกนั
จากหลายปจจัย เชน การเปล่ียนแปลงของ วางแผนกำหนดแนวทางการอนุรักษวัฒนธรรมและ
สังคม การรับวัฒนธรรมตางชาติ ทัศนคติและ ภูมิปญญาไทย แลวปฏิบัติภายในเวลา 1 สัปดาห
คานิยมของคนไทยท่ีเปล่ียนแปลงไป ดังน้ัน จากนัน้ นำผลการปฏิบตั ิมาสรุปที่หนาช้ันเรียน
เยาวชนรุนใหมจึงควรตระหนักถึงความสำคัญ
ของวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยและรวมกัน 2. ใหนักเรียนไปสืบคนขอมูลบุคคลท่ีสงเสริมการ
อนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภมู ิปญญาใหคงอยูส ืบไป สรางสรรควัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยที่มีผลตอ
สังคมไทยปจจุบันเพ่ิมเติมจากหนังสือเรียน แลวจัด
ทำเปนรายงานสง ครผู สู อน
105
แบบฝกทกั ษะพฒั นาการเรยี นรู
ตอนที่ 1 1 ใหนักเรยี นตอบคำถามตอไปนี้
กิจกรรมท่ี
มฐ./ตัวชีว้ ดั
ส4.3
(ม.4-6/3),
(ม.4-6/5) 1. วฒั นธรรมไทยหมายถึงอะไร
...............ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม...ไ...ท....ย.......ห....ม...า...ย...ถ....ึง......ก....า...ร....ป...ร....ะ...พ....ฤ...ต....ปิ....ฏ....ิบ....ตั....ทิ....่เี..ป....น....แ...บ.....บ....แ...ผ...น.....ข...อ...ง....ส....ัง...ค....ม.......ว...ัฒ.....น....ธ....ร...ร...ม....ไ..ท....ย....เ..ก....ดิ ....จ...า...ก...
.ก....า..ร....ส....ร....า...ง...ส.....ร...ร....ค....ข...อ...ง....ค....น.....ไ..ท....ย....ท....่ีค....ิด....ส.....ร...า...ง....ส....ร...ร....ค....แ...บ.....บ....แ...ผ....น.....เ.พ....่ื.อ...ก....า...ร....ด....ำ...ร...ง....ช...ีว...ิต....อ...ย....ูร....ว...ม...ก....ัน.....ใ...น....ส....ัง....ค....ม........โ...ด....ย...ม...ี
.ป....ฏ....ิส....ัม....พ....ัน.....ธ....ก....ับ....ส.....ภ....า...พ....แ....ว...ด....ล....อ....ม....แ...ล....ะ...ม....ีร...ู.ป....แ...บ.....บ....เ..ป....น.....ท....ี่ย....อ....ม....ร...ับ.....ก....ัน.....ภ....า...ย....ใ..น.....ส....ั.ง...ค....ม.........ว..ั.ฒ.....น.....ธ...ร....ร....ม....ไ..ท.....ย...ม....ีก....า...ร...
เ..ค....ล....่ือ....น....ไ...ห....ว...แ...ล....ะ..เ..ป....ล....่ีย...น.....แ...ป....ล....ง...อ....ย...ูต....ล....อ...ด....เ..ว...ล....า.......อ...ัน.....เ..ป....น....ผ....ล....ม...า...จ...า...ก....ก....า...ร...เ..ป....ล....ี่ย...น.....แ...ป....ล....ง...ท....า...ง...ส....ัง....ค....ม........ว..ัฒ......น....ธ...ร....ร...ม...
เศรษฐกิจ และการเมอื งในสังคมไทย......................................................................................................................................................................................................................................................
2. ภมู ปิ ญญาไทยหมายถึงอะไร
...............ภ....มู....ปิ ...ญ.....ญ.....า...ไ..ท....ย........ห....ม...า...ย...ถ....ึง.......ค....ว...า...ม...ร....ู ....ค....ว..า...ม....ส....า...ม...า...ร...ถ........ท....ัก....ษ....ะ.......ค....ว..า...ม....เ.ช...ื่อ........แ...ล....ะ..พ.....ฤ...ต....ิก....ร....ร...ม....ข...อ...ง...ค....น.....ไ..ท....ย....ท...่ี
แ....ส....ด....ง...ถ....ึง...ค....ว...า...ม...ส....ัม....พ....นั....ธ....ร...ะ...ห....ว..า...ง...ค.....น....ก....ับ....ค....น.........ค....น.....ก....บั ....ธ...ร...ร....ม...ช....า..ต....ิส....ิ่ง....แ...ว...ด....ล...อ....ม........แ...ล....ะ...ค....น....ก....บั....ส....่งิ....เ.ห....น.....ือ...ธ....ร...ร...ม....ช...า...ต...ิ
ภ....ูม....ิป....ญ.....ญ.....า...ไ..ท....ย....ถ....ือ...เ..ป....น.....ว...ิธ...ีก....า...ร....แ...ล....ะ..ผ....ล....ง...า...น.....ท....ี่ค....น.....ไ..ท....ย....ไ...ด....ศ....ึก....ษ....า...เ..ร...ีย....น....ร....ูเ..พ....ื่อ...ค.....ว...า..ม....อ....ย...ูร....อ...ด....ข...อ....ง...บ....ุ.ค....ค....ล........ช...ุม....ช...น....
ผฉสู บอบั น เ..พ....ื่อ....แ...ก....ป....ญ.....ห....า...ใ..น.....ส....ัง...ค....ม....ไ..ท....ย........เ..ป....น.....ค....ว...า..ม....ร...ูท....ี่ผ....า...น....ก....า...ร...ร....ว...บ....ร...ว...ม........ป....ร....ับ....ป....ร...ุง........จ....น....เ..ป....น....ค.....ว..า...ม....ร...ูพ....้ืน.....ฐ...า...น.....ใ..น.....เ.ร....่ือ...ง...
ต....า...ง...ๆ......ท....ม่ี....เี..อ...ก....ล....ัก....ษ....ณ........แ...ล....ะ...เ..ป....น....พ....ืน้.....ฐ...า...น....ใ...น....ก....า...ร...ม....อ...ง....ช...วี ...ติ ....ท....ถี่ ...า...ย...ท....อ....ด....จ...า...ก....ค....น.....ร...นุ.....ห....น....ึ่ง...ส....ูค.....น....อ...กี....ร....นุ....ห....น.....่ึง................
3. ปจจัยทางภูมิศาสตรม สี วนสง เสรมิ การสรา งสรรคว ัฒนธรรมและภมู ิปญ ญาไทยอยา งไรบา ง
...............ป....จ....จ...ยั....ท....า..ง....ภ...ูม....ศิ....า...ส....ต....ร......ไ...ด....แ ...ก.......ล....กั....ษ....ณ.....ะ...ภ....ูม...ปิ....ร....ะ..เ..ท....ศ.......เ..ช...น.......ท....ีร่....า...บ.......ภ....เู .ข...า......ท....ีร่....า..บ.....ช...า..ย....ฝ...ง....ท....ะ..เ..ล.......ท....ีร่...า...บ....ส....งู...
ล....กั....ษ....ณ......ะ..ภ....มู....ิอ...า...ก....า...ศ.......เ..ช...น........อ...า...ก....า...ศ....ร...อ....น.......อ....า...ก....า..ศ....ห....น.....า...ว......อ...บ....อ....นุ........ร...อ....น....แ...ห....ง....แ...ล....ง......ร....ว...ม...ถ....งึ...ท....ร....พั ....ย...า...ก....ร...ธ....ร...ร...ม....ช...า...ต...ิ
เ..ช....น.........ป....า...ไ..ม.... ....ส....ั.ต....ว...ป....า.......แ...ร....ธ...า...ต....ุ.....ใ..น.....แ...ต....ล....ะ...ภ....ูม....ิภ....า...ค....ข...อ...ง....ไ...ท....ย...ย....อ....ม...ม....ีอ...ิท.....ธ...ิพ....ล....ต....อ....ก....า...ร....ส....ร....า...ง...ส....ร....ร...ค.....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม...
แ....ล...ะ...ภ....มู...ปิ....ญ.....ญ.....า...ไ..ท....ย....ใ..น.....ด....า..น.....ต....า ..ง....ๆ......เ..ช...น........ก....า...ร...ป....ร....ะ..ก....อ....บ....อ....า..ช...พี........ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...ท....อ่ี...ย....ูอ...า...ศ....ยั.......ก....า...ร...ป....ร....ะ..ด....ิษ....ฐ....เ..ค....ร...อื่...ง....ม...อื...
ท....ำ...ม....า..ห....า...ก....ิน.........ก....า..ร....แ...ต....ง...ก....า...ย.......ย....ก....ต....วั...อ...ย....า ..ง........ใ..น.....ด....า ..น.....ก....า...ร...ป....ร...ะ...ก....อ...บ.....อ...า...ช...พี........ภ....า...ค....เ..ห....น....อื....จ...ะ...ท....ำ..ป....า...ไ...ม...เ..พ....ร...า...ะ...ม...ปี....า...ไ..ม...
ม....า...ก......ส.....ว ...น....ภ....า...ค....ใ..ต....จ....ะ..ท....ำ...ก....า...ร...ป....ร...ะ...ม...ง......ป....ล....ูก....ย....า..ง....พ....า...ร...า......เ.ป....น.....ต....น ..............................................................................................................
4. ลกั ษณะรวมทางสงั คมและวัฒนธรรมท่สี งเสรมิ การสรา งสรรคว ัฒนธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
มีอะไรบาง จงยกตวั อยางประกอบการอธิบาย
...............ล....ัก.....ษ....ณ.....ะ...ร....ว...ม....ท....า...ง...ส....ั.ง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม........ไ...ด....แ...ก.........ก....า...ร...เ..ป....น.....ส....ัง....ค....ม....เ..ก....ษ....ต....ร....ก....ร....ร...ม.........จ...ึง....ม...ีว...ัฒ......น.....ธ...ร....ร...ม...
ป....ร....ะ..เ..พ....ณ......ีห....ร...ือ....ค....ว..า...ม....เ.ช....่ือ...บ....า...ง...อ....ย...า...ง...เ..ห....ม....ือ...น.....ก....ัน....ใ...น....แ...ต....ล....ะ...ภ....ูม...ิภ....า...ค........เ..ช...น.........ค....ว...า..ม....เ..ช...่ือ...เ..ร...่ื.อ...ง...เ..ท....ว...ด....า...อ...า...ร...ัก....ษ.....เ.ก....ี่ย....ว...ก....ับ...
แ....ม...พ.....ร...ะ...ค....ง....ค....า.......แ...ม....โ...พ....ส....พ.........ท....ำ...ใ...ห....เ..ก....ิด....ก....า...ร...ท.....ำ..ข...ว...ัญ.....ข....า..ว........ก....า...ร...บ.....ูช...า...แ...ม....โ..พ.....ส....พ.........ห....ร...ือ....ก....า...ร....ท....ี่ค....น.....ไ..ท.....ย...ส.....ว...น....ใ...ห....ญ....
น.....บั ....ถ....อื ...พ.....ร...ะ...พ....ุท....ธ...ศ....า...ส....น....า.......จ....งึ ...เ..ก....ดิ ....ป....ร...ะ...เ.พ.....ณ.....ีท....า...ง...พ....ร...ะ...พ....ทุ....ธ...ศ....า...ส....น.....า...ต...า...ง...ๆ........แ...ต....อ...า...จ....แ...ต....ก....ต....า..ง....ก....ัน....ใ...น....ร...า...ย....ล....ะ..เ..อ...ีย....ด...
ใ...น.....แ...ต....ล....ะ...ท....อ....ง....ถ...ิ่น.........เ..ช....น.........ป....ร...ะ...เ..พ....ณ......ีท....ำ...บ....ุญ......ต....า...น....ก....ว...ย....ส....ล.....า..ก.....ข...อ...ง....ภ....า...ค....เ..ห....น....ื.อ........ป....ร...ะ...เ..พ....ณ......ีแ...ห....ป.....ร...า...ส.....า..ท.....ผ...ึ้ง....ข...อ....ง..
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เปนตน......................................................................................................................................................................................................................................................
106
กิจกรรมท่ี 2 ใหนกั เรียนพิจารณาคำท่ีกำหนดใหตอ ไปนี้วาเปนตัวอยางวัฒนธรรมท่ีสังคมไทยไดรับ
อิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันออกหรือวัฒนธรรมตะวันตก โดยเติมลงในชองวางใน
แผนผงั วงกลม
การนับถือพระพทุ ธศาสนา กฎหมายตราสามดวง
การทำเครอ่ื งสังคโลก การสรางปอมปราการ
อาวุธปน การพมิ พหนังสอื
แนวความคดิ ประชาธปิ ไตย ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต
การปรุงอาหารแบบผดั วรรณกรรมเร่ืองรามเกยี รติ์
ผฉูสบอับน
วัฒนธรรมตะวนั ออก วัฒนธรรมตะวนั ตก
.ก....า...ร...น.....บั ....ถ....อื ...พ....ร....ะ..พ....ุท....ธ....ศ....า..ส.....น....า. ก....า...ร...ส....ร....า ..ง....ป....อ...ม....ป...ร....า...ก....า..ร..............
..ก....ฎ...ห....ม....า...ย...ต....ร...า...ส....า...ม....ด....ว..ง............ อิทธพิ ล .อ....า..ว...ธุ ...ป....น........ก....า..ร....พ....มิ ...พ....................
..ก....า..ร....ท....ำ...เ.ค....ร....ือ่ ...ง...ส.....งั ...ค....โ..ล....ก......... ของวัฒนธรรม .ห....น.....ัง...ส....อื ......แ...น.....ว...ค....ว...า..ม....ค....ดิ ...............
..ภ....า..ษ....า...บ....า...ล....ี ...ภ....า..ษ.....า..ส....นั.....ส....ก....ฤ....ต... ตะวันออกและ .ป....ร...ะ...ช...า...ธ...ิป....ไ...ต...ย....................................
..ก....า..ร....ป....ร...ุง...อ....า...ห....า..ร....แ...บ....บ....ผ....ัด....... ตะวนั ตกที่มตี อ
..ว...ร...ร...ณ......ก....ร...ร....ม...เ..ร...่อื....ง.................. .............................................................
สงั คมไทย
.ร....า..ม....เ.ก....ีย....ร...ต....์ิ................................ ..........................................................
...........................................................
........................................................... ...........................................................
107
กจิ กรรมที่ 3 ใหน กั เรียนสรุปวถิ ชี วี ิตของคนไทยสมัยตางๆ ตอ ไปนลี้ งในชอ งวาง
สมยั สุโขทยั สมัยอยธุ ยา ธนบุรี และรัตนโกสนิ ทรตอนตน
...............ด.....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ....ง...ก.....า...ร....ป....ก....ค.....ร...อ....ง........ผ....ูป....ก.....ค....ร....อ....ง... ...............ด....า..น.....ก...า...ร...เ..ม...อื...ง...ก....า...ร...ป...ก....ค....ร...อ...ง.......ผ...ูป....ก....ค...ร....อ...ง...ม...ีฐ...า...น....ะ...
ใ...ก....ล....ช...ิด....ก....บั....ป....ร...ะ...ช...า...ช...น....เ..ห....ม....ือ...น....พ....อ....ป....ก....ค....ร...อ....ง...ล....ูก.......ต....อ ...ม...า... .เ.ป.....น....ส.....ม...ม....ต....ิเ..ท....พ.........ค....ว...ม....ส....ัม....พ....ัน.....ธ...ร....ะ..ห.....ว...า...ง...ผ...ู.ป....ก....ค....ร....อ...ง....
ท.....ร...ง....น.....ำ..ห.....ล...ั.ก....ธ...ร....ร....ม...ใ...น.....พ....ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ.....า...ส....น.....า...ม...า...ป....ร....ับ....ใ...ช... ก....ั.บ....ร....า...ษ....ฎ.....ร...ม....ีค....ว...า....ม...ห.....า...ง...เ..ห....ิน.....ก....ัน..........ด....า...น.....เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ....
ท.....ำ..ใ...ห....ก....ษ....ัต....ร...ิย....ท....ร...ง....เ..ป....น....ธ...ร....ร...ม....ร...า...ช...า.......ด....า...น.....เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ... .เ..ป....น.....ร....ะ..บ.....บ.....เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิ.จ...แ....บ....บ.....พ....่ึ.ง...ต....น.....เ..อ....ง....แ...ล.....ะ...ย...ัง....ช...ี.พ....
ช....า..ว...ส.....ุโ..ข...ท....ัย....ม...ีอ....ิส....ร....ะ..ใ...น....ก....า...ร....ป....ร...ะ...ก....อ...บ.....อ...า...ช...ีพ.........ใ..น.....ด....า...น.... .อ...ย....ูไ..ด....โ...ด....ย....ม...ีพ....้ืน.....ฐ....า..น.....ส....ำ...ค....ัญ.....อ....ย...ูท....่ีก.....า..ร....เ..พ....า...ะ...ป....ล....ูก....แ...ล....ะ...
.ส....ัง...ค....ม...แ...ล....ะ...ว..ฒั......น....ธ...ร...ร....ม......ส....งั...ค....ม....ส....ม...ัย....ส....ุโ..ข...ท....ยั...ไ...ม...ซ....ับ....ซ...อ....น.... .ก...า...ร...ค....า...ก....ับ....ต....า ...ง...ป....ร...ะ...เ.ท....ศ....เ..ป....น ....ห....ล....กั .......ซ...่งึ....ถ...ูก....ผ....ูก...ข...า...ด....โ..ด....ย....
.เ.พ....ร....า..ะ...ป....ร...ะ...ช...า..ก....ร....ย...ัง...ม....ีจ...ำ...น....ว...น....น.....อ ...ย.......ค....น....ใ...น....ส....งั...ค....ม....แ...บ....ง... .พ....ร...ะ...ค....ล....ัง...ส....ิน.....ค....า.......ต....้ัง....แ...ต....ส....ม....ัย...ร....ัช...ก....า...ล....ท....่ี ....1...-...3.......เ..ร...ิ่.ม...ม....ี
อ....อ...ก....เ..ป....น........2.......ช...น.....ช...ั้น........ค....ือ.......ช...น.....ช...้นั ....ผ....ูป....ก....ค....ร...อ....ง.......ไ..ด....แ ...ก.... ล....ั.ก....ษ....ณ.....ะ...เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ...แ....บ....บ....ท....ุน.....น.....ิย...ม........ห....ร....ือ....เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ....
.พ....ร...ะ...ม...ห....า...ก....ษ....ตั ....ร...ิย.... ....แ...ล....ะ...ช...น....ช...ั้น.....ผ...ถู....ูก....ป....ก....ค....ร...อ....ง........ไ..ด....แ ...ก.... .แ...บ....บ....ต....ล....า...ด...เ..ส....ร....ี ....ด....า..น.....ส....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ..ว...ฒั.....น.....ธ...ร....ร...ม........ไ..ด....ร...ับ.....
ร....า..ษ....ฎ....ร......ท....า...ส.......แ...ล....ะ..พ....ร...ะ...ส....ง...ฆ.......น....อ....ก...จ....า..ก....น.....ี้ ...ช...า..ว...ส....ุโ..ข...ท....ยั... .อ...ิท....ธ....ิพ....ล....ท....้ัง....จ...า...ก....เ..ข...ม....ร........อ...ิน.....เ..ด....ีย........ม...อ....ญ.........จ....ีน.........ญ.....ี่ป....ุน.....
ม....ีค....ว...า...ม...ศ....ร....ัท....ธ...า...ใ...น....พ....ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ....า...ส....น.....า.......จ...ะ...เ..ห....็น....ไ...ด....จ....า..ก.... เ..ป....อ....ร...เ..ซ....ีย........อ...า...ห....ร....ับ........ย....ุโ..ร....ป........แ....ต....ว..ิ.ถ...ีช...ี.ว..ิต.....ข...อ...ง...ค.....น....ไ...ท....ย...
.ม...กี....า...ร...ส....ร....า..ง....ว...ดั ....แ...ล....ะ..พ....ร....ะ..พ....ุท....ธ....ร...ูป....จ....ำ..น.....ว...น....ม....า..ก....................... ย....ัง...ค....ง...ผ....กู ....พ....นั .....ก...ับ.....พ....ร...ะ...พ....ทุ ....ธ...ศ....า...ส....น.....า..เ..ช...น .....เ.ด....ิม...........................
ผฉสู บอับน วถิ ชี ีวิตของ
ยุคปรบั ปรงุ ประเทศ-พ.ศ. 2475 คนไทยสมัยตา งๆ พ.ศ. 2475-ปจ จบุ นั
...............ด....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ือ....ง....ก....า...ร...ป....ก.....ค....ร....อ...ง........ก....ษ....ั.ต....ร...ิย....ท....ร....ง... ...............ด....า...น....ก....า...ร...เ..ม....ือ...ง....ก...า...ร....ป....ก...ค....ร....อ...ง........ห....ล...ั.ง...จ...า...ก....ม...ี.ก....า..ร....
ใ...ก....ล...ช...ดิ....ก....ับ....ร...า...ษ....ฎ....ร...ม...า...ก....ข..้นึ........ม...กี....า..ร....ป....ฏ...ิร....ปู ...ร....ะ..บ....บ....บ....ร...ิห....า...ร... .เ.ป....ล....่ยี ...น....แ...ป....ล....ง...ก....า...ร...ป....ก....ค....ร...อ....ง......พ.......ศ..........2...4...7...5......ป....ร....ะ..ช...า...ช...น.....
.ร...า...ช...ก...า...ร...แ....ผ...น ....ด....นิ .........จ...า...ก....ก...า...ร...ม....ีผ...ูค....น.....ไ..ป....เ..ร...ีย...น.....เ.ม....ือ...ง...น.....อ...ก.... .ม...ีส....ิท....ธ....ิใ..น.....ก....า...ร...เ..ล....ือ...ก....ต....้ัง....แ...ล....ะ...ม...ีเ..ส....ร....ีภ....า..พ.....ใ..น.....ก....า..ร....แ...ส....ด....ง....
.จ...ึง....ไ...ด....ร...ับ.....อ...ิ.ท....ธ...ิพ.....ล....แ...ล....ะ...แ....น....ว...ค....ิ.ด....แ...บ.....บ....ป....ร....ะ...ช...า...ธ...ิ.ป....ไ...ต....ย... .ค....ว..า...ม....ค....ดิ ...เ..ห....็น.....ท....า..ง....ก...า...ร....เ.ม....อื...ง.......ด....า...น....เ..ศ....ร...ษ....ฐ....ก....ิจ......ต....้งั....แ...ต....
จ....น....ม....ีก....า..ร....เ.ค....ล....่ือ....น....ไ...ห...ว...เ..พ....่ือ...เ..ป....ล....่ีย...น.....แ...ป...ล....ง....ก...า...ร...ป....ก....ค....ร....อ...ง... .ม...ีก....า...ร....ป....ร...ะ...ก....า...ศ....ใ..ช...แ....ผ...น.....พ....ัฒ.....น.....า...เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ...แ....ล....ะ..ส.....ัง...ค....ม....
.พ......ศ.........2...4...7...5......ด...า...น....เ..ศ....ร...ษ....ฐ...ก....ิจ......ข..า...ว...ก...ล....า...ย...เ..ป...น....ส....นิ.....ค...า...อ...อ...ก.... .แ...ห....ง ...ช...า...ต....ิ ....ท....ำ..ใ...ห....อ...ุต....ส.....า..ห....ก....ร....ร...ม...ข...อ....ง...ไ...ท....ย...เ..จ...ร....ิญ....เ..ต....ิบ....โ...ต....
.อ...ัน.....ด....ับ.....ห....น.....ึ่ง...ข....อ...ง....ไ...ท....ย........ต.....อ...ม....า...ม....ีส....ิน.....ค.....า...อ...อ....ก.....ส....ำ...ค....ัญ..... .จ...น.....ก....ร...ะ...ท....่ัง....เ..ก....ิด....ว...ิก....ฤ....ต....ิก....า...ร...ณ......ท....า...ง...เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ........พ.......ศ.......
อ....กี........3.......ป....ร...ะ...เ..ภ....ท.......ค.....อื .......ด....ีบ....กุ........ไ...ม...ส....ัก........แ...ล....ะ...ย...า...ง...พ....า...ร...า... .2...5...4....0.......ค.....น....ไ...ท....ย....จ...ึง....ด....ำ...เ..น....ิน.....ช...ีว...ิต....ต....า...ม....แ...น.....ว...เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ....
ม....ีก....า...ร....พ....ัฒ......น.....า..เ..ส.....น.....ท....า...ง...ค.....ม...น.....า...ค....ม........ด....า...น.....ส....ั.ง...ค....ม....แ...ล.....ะ.. .พ....อ....เ..พ....ีย....ง........ด.....า...น.....ส....ัง....ค....ม....แ....ล....ะ...ว...ัฒ......น....ธ....ร....ร....ม........ใ...น.....ส....ม....ัย....
.ว..ั.ฒ.....น.....ธ...ร....ร....ม........ร....า...ษ....ฎ....ร....ม....ีอ....ิส....ร....เ..ส.....ร...ีใ...น.....ก....า...ร....ป....ร....ะ...ก....อ....บ.... จ....อ....ม...พ....ล.........ป...........พ....ิบ....ูล....ส....ง....ค....ร...า...ม....ไ..ด....ม....ีก....า...ร...ส....ร....า...ง...ก....ร....ะ..แ...ส.....
อ....า...ช...ีพ.........ม...ีโ...อ....ก....า...ส....ไ...ด....ร...ับ.....ก....า..ร....ศ....ึก....ษ.....า.......ก....า...ร...ร....ัก....ษ....า...โ...ร...ค.... ช....า...ต....ิน.....ิย....ม...ใ...น.....ห....ม....ูค....น.....ไ...ท....ย........ภ....า...ย....ห....ล....ัง....ต....อ....ม....า...ค....น.....ไ...ท....ย...
แ....ผ...น.....ใ..ห.....ม.......แ....ล....ะ..ป....ร....ับ....เ..ป....ล....ี่ย....น....ว...ิถ....ีช...ีว...ิต....ใ...ห....ท....ัน.....ส....ม...ัย....ต....า...ม... .ม...ีก....า..ร....ศ....กึ ....ษ....า..ส....งู....ข...น้ึ .......จ...งึ....ไ..ด....ร...บั....อ....ทิ....ธ...ิพ....ล....ท....า..ง....ว..ฒั......น....ธ...ร...ร....ม...
.แ...บ....บ....ต....ะ...ว..ัน.....ต....ก....ม...า...ก....ข...้ึน......................................................................... ต....ะ...ว...ัน....ต....ก....แ...ล....ะ...เ..ผ...ย....แ...พ....ร...ใ...น....ส....ัง....ค....ม...ไ...ท....ย...ม....า..ก....ข...นึ้........................
108
ตอนท่ี 2 ใหน กั เรยี นวิเคราะหป จจยั ท่ีสง เสรมิ การสรา งสรรควัฒนธรรมและภมู ปิ ญญาไทย มฐ./ตัวชีว้ ดั
กจิ กรรมท่ี 1 ส4.3
ซงึ่ มผี ลตอ สังคมไทยปจจุบันท่กี ำหนด โดยทำเปนแผนผังความคิด (ม.4-6/3)
วัฒนธรรม สงั คม ทรัพยากรธรรมชาติ
ประเพณี เกษตรกรรม สภาพภมู ศิ าสตร
ศาสนา
ลกั ษณะรวมทาง ลักษณะแตกตา งทาง
สงั คมและวัฒนธรรม สงั คมและวฒั นธรรม
ปจ จัยทางสงั คม
ภูเขา แรธ าตุ สัตวป า ผฉูสบอับน
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ปจจยั ทางภูมศิ าสตร ทรัพยากรธรรมชาติ
ทร่ี าบลุมแมน ้ำ ทีร่ าบชายฝงทะเล ดนิ ปาไม
ลกั ษณะภูมิอากาศ
อบอุน หนาวเย็น
รอนช้ืน
(พิจารณาจากคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดุลยพนิ จิ ของครูผูส อน)
109
กิจกรรมที่ 2 ใหนักเรียนวิเคราะหสภาพภูมิศาสตรของประเทศไทยที่กำหนดใหวามีอิทธิพลตอ
การสรา งสรรคว ฒั นธรรมและภูมิปญญาไทยในแตละภมู ิภาคอยางไร
สภาพภมู ศิ าสตร ผลตอ การสรา งสรรคว ฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
1. พ้ืนที่บริเวณที่ราบลุมแมน้ำภาคกลางที่มี ...........1...........ก....า...ร...ส....ร....า...ง...เ..ค....ร....่ือ....ง...ม....ือ...ห....า...ก....ิน.....ใ...น....ก....า...ร....จ...ั.บ....ป....ล....า..
น้ำทวมในฤดูน้ำหลากทุกป เชน ที่ราบลุม เ..ช...น.......แ...ห.......อ....ว...น.......เ..บ....็ด.......ล....อ...บ.......ไ...ซ......เ..ป....น....ต....น...................................
...........2...........ก....า..ร....ส....ร...า...ง...บ.....า ..น.....เ.ร....ือ...น........โ..ด....ย....ส....ร...า...ง...ใ...ต....ถ...นุ.....บ....า...น....
แมน ำ้ เจาพระยา
ใ...ห....ส....ู.ง...เ..พ....่ือ....ป....อ....ง....ก....ัน.....น....้ำ...ท.....ว...ม...แ....ล....ะ...ม...ี.ห....ล....ัง...ค.....า...ล....า...ด....เ..อ....ีย....ง..
เ..พ....ื่อ....ใ..ห....น.....้ำ...ฝ...น.....ไ..ห....ล....ผ....า...น....ไ...ด....เ.ร....็ว.......เ..ช...น.........บ....า...น.....เ..ร...ือ....น....ภ....า...ค...
ก....ล....า...ง...แ...ถ....บ....พ....ร...ะ...น....ค....ร...ศ....ร....ีอ...ย...ธุ....ย...า.....ส....พุ....ร....ร...ณ.....บ.....รุ ...ี...เ.ป....น.....ต....น ....
...........3...........ก....า..ร....ส....ร...า...ง...เ..ร....อื ...เ..พ....่ือ...ใ...ช...ต....ิด....ต....อ...ไ...ป....ม...า...ห....า...ส....กู....นั ..........
...........4...........ก....า..ร....ค....ิด....ค....น.....ว..ั.ฒ.....น....ธ....ร...ร....ม...ป....ร....ะ..เ..พ....ณ......ีท....ี่เ..ก....่ีย...ว...ข...อ....ง..
ก....ับ....ว...ิถ....ชี ...ีว...ติ ....ข...อ...ง....ค....น....ใ...น....ช...ุม....ช...น.......เ..ช...น........ก....า...ร...เ..ล....น....เ..พ....ล....ง...เ..ร...ือ...
เพลงเกี่ยวขาว.........................................................................................................................
.2. เขตท่ีอยอู าศยั แถบภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ...........1...........ก...า...ร...ส.....ร...า...ง...ร...ะ...บ....บ....ช...ล....ป....ร...ะ..ท....า...น....เ..พ....่ือ...เ..ก....็บ....น....้ำ...ไ...ว..ใ...ช..
ผฉสู บอบั น ท่เี ปนที่ราบสูง ดนิ ปนทราย ใ...น....ฤ....ด....ูแ....ล....ง........แ...ล....ะ...ป....อ...ง....ก....ัน....น.....้ำ...ท....ว...ม........เ..ช...น.........ก....า...ร....ส....ร....า..ง...
อ....า..ง....เ..ก...็.บ....น....้ำ.......ห....ร....ือ...ม....ัก....ส....ร....า..ง....บ....า...น....เ..ร...ือ....น....ใ...ห....ก....ร...ะ...จ....า..ย....อ...ย...ู
ใ...ก....ล....ห ....น....อ...ง....น....้ำ...ท....ว่ั...ไ..ป...............................................................................
...........2...........ก....า..ร....ค....ิด....ค....น....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม....ป....ร...ะ...เ.พ....ณ......ีต....า...ง...ๆ.......เ..ช...น....
ป....ร...ะ...เ..พ....ณ.....ีแ...ห....น.....า...ง...แ...ม...ว...เ..พ....ือ่....ข...อ...ฝ....น....ใ...น....ฤ....ด....ูแ...ล....ง ...........................
3. ภาคเหนือท่ีมีพื้นที่สวนใหญเปนภูเขาสูง ...........ก....า...ร....ส.....ร...า...ง....อ....า...ง...ห....ร....ือ....ฝ....า...ย...เ..พ.....่ือ....ก....ัก....เ..ก....็บ.....น....้.ำ...ท....่ีไ...ห....ล...
จ....า...ก....ท....่ีส....ูง....ล....ง...ม....า...ย...ัง....พ....้ืน.....ท....่ีร...า...บ.........แ...ล....ะ...น.....ำ..ท.....ร...ัพ....ย....า...ก....ร....ไ..ม...
มีทร่ี าบระหวางภเู ขา มปี า ไมมาก
ม....า...ใ...ช...ป....ร....ะ...โ..ย....ช...น.....ใ...น.....ก....า...ร....ก....อ...ส.....ร....า...ง.......ท.....ำ...เ..ค....ร...่ื.อ...ง....เ..ร...ื.อ...น....
ซ....ึ่ง...ช....า..ง....ไ..ม....ข...อ....ง...ภ....า...ค....เ..ห....น.....ือ...ไ...ด....ร....ับ....ก....า...ร....ย...ก....ย....อ....ง...ใ...น....เ..ร....่ือ...ง...
มฝี ม อื ดี.........................................................................................................................
4. ภาคใตที่มีเทือกเขาสูงทางฝงตะวันตกและ ...........จ....า...ก...ฝ....น....ต....ก....ช...กุ....ต....ล....อ....ด....ท....ั้ง...ป.......ท....ำ...ใ...ห....ม...ีน.....ำ้ ..ท....ว...ม....ข..งั....ใ..น....
มีที่ราบชายฝงทะเลแคบๆ ลาดไปทาง ท....่ีน.....า..ส.....งู ......ช...า...ว...บ....า...น....จ....ึง...ค....ดิ....ป....ร...ะ...ด....ษิ ....ฐ...เ..ค....ร....่อื ...ง...ม....อื...เ..ก....ย่ี...ว...ข...า...ว..
ตะวนั ออก มีทะเลขนาบทัง้ 2 ฝง ฝนตกชกุ ท....่ีเ..ก....่ี.ย...ว....เ..ฉ....พ....า...ะ...ร....ว...ง....ข...า...ว.......แ....ล....ะ...เ..ก....ิด....ป.....ร...ะ...เ..พ.....ณ.....ีแ....ข...ง...เ..ร....ือ...
ท....ี่ม....ีเ..อ....ก....ล....ัก....ษ.....ณ.....ป....ร....ะ...จ....ำ..ถ....่ิน..........ร...ว...ม....ท....้ัง....ป....ร...ะ...ก....อ....บ.....อ...า...ช...ี.พ...
ตลอดท้ังป
ท....ำ...ส....ว...น....ย....า..ง....พ....า...ร...า......ท....ำ..เ..ห....ม...ือ....ง...แ...ร.... ................................................
110
กจิ กรรมท่ี 3 ใหนักเรยี นดภู าพตอไปน้ี แลว ตอบคำถามตามหวั ขอทีก่ ำหนด
1. อิทธพิ ลทางวัฒนธรรม ตะวนั ออก............................................................................................
ความสำคัญทมี่ ตี อสงั คมไทย ..........ว...ั.ด....ถ....ือ....เ..ป....น.....ศ....า...ส.....น.....ส....ถ....า...น.....ใ...น....
2. พ...ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ....า...ส....น....า.......ซ....่ึง...ม....ีต....น....ก....ำ...เ..น....ิด....ม....า..จ....า...ก....อ...ิน.....เ..ด...ีย........ม....ีห....ล....ัก....ค....ำ...ส....อ...น....
ท...่ี.ม...ุง....ส....อ....น.....ใ...ห....ค....น.....ท....ำ...แ...ต.....ค....ว...า...ม....ด....ี ....ล.....ะ...เ..ว...น....ค.....ว...า...ม....ช...ั่ว.......ท.....ำ...ใ...ห....ต....น.....เ..อ...ง...
ค...ร....อ...บ....ค....ร....วั ......แ...ล....ะ..ส....ัง....ค....ม...โ...ด....ย...ร....ว..ม....เ..ก....ิด...ค.....ว..า...ม....ส....ง...บ....ส....ขุ.........................................
อทิ ธิพลทางวฒั นธรรม ตะวันตก............................................................................................
ความสำคัญที่มีตอสงั คมไทย ..........ถ....น.....น....ถ....ือ....เ..ป....น....ส....า...ธ...า...ร....ณ.....ูป....โ...ภ....ค...
ข..ั้น.....พ....้ื.น.....ฐ...า...น.....ท....ี่.ม...ีค.....ว...า...ม....ส....ำ...ค....ั.ญ.....แ...ล.....ะ...จ...ำ...เ...ป....น.....ต....อ....ก....า...ร....ด....ำ...ร....ง...ช....ีว...ิต....ข....อ...ง...
ค...น.....ใ...น....ส.....ัง...ค....ม....ไ...ท....ย........ท....ำ...ใ...ห....ก....า...ร...เ..ด....ิน.....ท....า...ง....เ.ป.....น....ไ...ป....ด....ว...ย....ค....ว...า...ม...ส.....ะ...ด....ว...ก...
รวดเร็ว.......................................................................................................................................................
กิจกรรมท่ี 4 ใหน ักเรียนเปรยี บเทียบวถิ ีชวี ิตของคนไทยสมยั ตา งๆ ทีก่ ำหนดลงในชอ งวา ง ผฉูสบอบั น
วถิ ชี ีวติ ของคนไทย วถิ ีชวี ติ ของคนไทย
สมยั สุโขทยั -รัตนโกสินทรตอนตน ยคุ ปรบั ปรุงประเทศถึงปจจบุ นั
...........1.............ด....า...น....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ...ง....ก....า...ร....ป....ก....ค....ร....อ...ง........ม....ีล....ัก....ษ.....ณ.....ะ.. ...........1.............ด...า...น....ก....า..ร...เ..ม...ือ...ง....ก...า...ร...ป....ก...ค....ร...อ...ง.......ก....ษ...ตั....ร...ิย...ใ...ก....ล...ช...ดิ...
แ...บ.....บ....ร...ว...ม....อ...ำ...น.....า..จ....เ..ข...า...ส....ูส....ว...น....ก....ล....า...ง........ก....ษ....ัต....ร....ิย...ม....ีอ...ำ...น....า...จ... ก....ั.บ....ร....า..ษ.....ฎ....ร...ม....า...ก....ข...ึ้น.........จ....น.....ถ...ึ.ง...ก....า...ร....เ..ป....ล....ี่ย....น....แ....ป....ล....ง...ก....า...ร...
ส.....งู ...ส....ดุ.......ท....ร....ง...เ..ป....น....ธ...ร....ร...ม....ร...า...ช...า......แ...ล....ะ...ไ..ด....ร....บั ....ก....า...ร...ย....ก...ย....อ...ง... ป.....ก....ค.....ร....อ....ง........พ........ศ............2...4....7....5........ท....่ี .ม...ี .ร...ั .ฐ....ธ...ร....ร....ม....น.....ู ญ......เ..ป.... น....
เปน สมมติเทพ........................................................................................................................ ก....ฎ....ห....ม....า..ย....ส....ูง...ส....ุด....ใ...น....ก....า...ร...ป....ก....ค....ร....อ...ง....ป...ร....ะ..เ..ท....ศ............................
...........2.............ด....า...น.....เ..ศ....ร....ษ.....ฐ....ก....ิจ.........ม...ี.ล...ั.ก....ษ.....ณ......ะ...แ...บ.....บ....ย....ัง....ช...ี.พ... ...........2.............ด....า...น....เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ........ม...ีล....ั.ก....ษ....ณ.....ะ...แ....บ....บ....ท....ุน.....น....ิ.ย...ม...
โ...ด....ย...ม....ีพ....นื้ ....ฐ....า..น.....ส....ำ...ค....ัญ.....อ...ย....ูท....่ีก....า..ร....เ.พ.....า..ะ...ป....ล....ูก.......ก....า..ร....ค....า..ก....ับ.... เ..น.....น....ก....า...ร...เ..ป....ด ....เ.ส.....ร...ที....า...ง...ก....า...ร...ค....า........................................................
ตา งประเทศ........................................................................................................................ ...........3.............ด....า..น.....ส....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ.....น....ธ....ร...ร....ม........ม...ีก....า...ร...ย....ก....เ..ล....ิก...
...........3.............ด....า..น.....ส....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ.....น.....ธ...ร...ร....ม........ค....น....ใ...น.....ส....ัง...ค....ม... ร....ะ..บ....บ....ไ...พ....ร...แ...ล....ะ...ท....า..ส.....ท...ำ...ใ...ห...ค....น.....ไ..ท....ย...ม....ีค....ว...า..ม....เ.ท....า...เ..ท....ีย...ม....ก...ัน....
แ....บ....ง...เ..ป....น.....ก....ล....ุม...ผ....ูป....ก....ค....ร....อ...ง....ก....ับ....ผ....ูถ...ู.ก....ป....ก....ค....ร...อ....ง........ม...ีก....า...ร... ม....ีส....ิท....ธ....ิเ..ส....ร...ีภ....า...พ....ม....า...ก....ข...้ึน.........ไ..ม....ต....อ....ง...ถ....ูก....เ..ก....ณ.....ฑ.....แ...ร....ง...ง...า...น....
ก....ำ...ห....น.....ด....ฐ...า...น.....ะ..ช....น....ช...้ัน.....ข...อ...ง....บ....ุค....ค....ล....ใ...น....ส.....ัง...ค....ม....เ..พ....ื่อ...ค....ว...า...ม... ส.....ว...น....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร....ม...ท....ี่ไ...ด....ร...ับ.....อ...ิท.....ธ...ิพ....ล....จ....า...ก....โ..ล....ก....ต....ะ...ว...ัน.....ต....ก...
ส.....ะ..ด....ว...ก....ใ...น....ก.....า..ร....ค....ว...บ....ค....ุม....ก....ำ...ล....ัง...ค....น.........ส....ว...น.....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม... เ..ช...น.........ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...อ....า...ค....า..ร........พ.....ร...ะ...ร...า...ช...ว...ัง........ก....า..ร....แ...ต....ง...ก....า...ย...
ไ...ด.....ร...ับ.....อ...ิ.ท....ธ....ิพ....ล.....จ....า...ก....อ....ิน.....เ..ด....ีย....แ....ล....ะ...จ....ีน.........เ..ช....น.........ภ....า...ษ.....า.. ว...ร....ร...ณ.....ก....ร....ร...ม.......ภ...า...ษ....า......เ..ป...น.....ต....น .........................................................
พ....ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ....า..ส.....น....า......แ...ล....ะ..ว...ร....ร...ณ.....ก....ร....ร...ม....ต....า ..ง....ๆ......เ.ป....น.....ต....น ........
........................................................................................................................
111
กจิ กรรมท่ี 5 ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพตอไปน้ี แลว ตอบคำถามในประเด็นท่กี ำหนด
1. การประกอบอาชีพในภาพมีการเปล่ียนแปลงจาก
ในอดีตอยา งไร และมสี าเหตุมาจากอะไร
...........จ....า...ก....ภ....า...พ....เ..ป....น.....ก....า...ร...ป.....ร...ะ...ก....อ....บ....อ....า...ช...ีพ....เ..ก....ษ.....ต....ร...ก.....ร...ร....ม..
ข...อ...ง...ช...า...ว...น....า..โ...ด....ย...ใ..ช...เ..ค....ร...ื่อ...ง...ไ...ถ...น.....า......ซ...่ึง...แ...ต....ก....ต...า...ง...จ...า...ก....ใ..น....อ....ด....ตี ..
ท....ี่ช....า...ว...น.....า...จ....ะ..ใ...ช....ค....ว...า...ย....ไ..ถ....น.....า........ด....ัง...น.....้ัน.........ใ...น.....ป....จ....จ...ุ.บ....ัน.....จ....ะ.
เ..ห....็น.....ว...า..ม....ีก....า...ร...น.....ำ...ค....ว...า...ย...ม....า..ใ...ช...ไ...ถ....น....า...น.....อ...ย....ล....ง.......เ..น.....ื่อ...ง....จ...า...ก...
ก....า...ร....ร...ับ....ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม...ต....ะ...ว...ัน.....ต....ก....ท....ี่ม...ี.ค....ว...า..ม....เ..จ....ร...ิญ.....ก....า...ว...ห....น.....า.
ท....า...ง...เ..ท....ค....โ..น.....โ..ล....ย....ีม...า...ป....ร...ับ.....ใ..ช...ใ...น....ส....ัง....ค....ม...ไ...ท....ย..................................
2. นกั เรียนคดิ วา จากภาพกอใหเกดิ ผลดีและผลเสียตอ การดำเนินชวี ติ ของคนไทยอยางไร
................ผ...ล....ด....ี...เ..ช...น.......ท....ำ...ใ...ห....ช ...า..ว...น.....า..เ..ก....ดิ....ค....ว...า...ม...ส....ะ...ด....ว...ก....ส....บ....า...ย...ม....า...ก....ข..น้ึ........ไ...ม...ต....อ...ง....อ...อ....ก....แ...ร...ง....ไ..ถ....น....า...ม...า...ก....เ..ห....ม...ือ....น....แ...ต....ก....อ....น...
ผฉสู บอบั น .ท....งั้...ย....งั ...ป....ร...ะ...ห....ย...ดั....เ..ว...ล....า..ใ...น....ก....า...ร...ท....ำ...ง...า...น.......ส.....า..ม....า...ร...ถ....ไ..ป....ท....ำ...ง...า...น....อ....่นื ....เ..พ....่มิ....ข...้ึน....ไ...ด...อ....ีก................................................................................
................ผ...ล....เ..ส....ีย........เ..ช...น.........ช...า...ว...น.....า..ต....อ....ง...เ..ส....ี.ย...ค....า...น....้.ำ..ม....ัน....แ....ล....ะ..เ..ส....ีย....ค....า...ซ....อ...ม....แ...ซ....ม...อ....ุป....ก....ร...ณ......ใ..น.....ร...า...ค....า...แ...พ.....ง.......ห....า...ก....ใ...ช...ค....ว...า...ย..
.ก....็ไ..ม....ต....อ ...ง....เ.ส....ีย....ค....า...ใ..ช...จ....า...ย...ม...า...ก........น....อ....ก....จ...า...ก....น.....ี้ ...เ..ค....ร....ื่อ...ง...ไ...ถ....น....า...ม...รี....า..ค....า...แ...พ....ง.......บ.....า..ง....ค....น....อ....า..จ....ต....อ...ง....ไ..ป....ก....ูห....น....ี้ย....ืม...ส.....ิน....ม....า..ซ....้ือ..
.โ..ด....ย....เ.ส.....ีย...ด....อ...ก....เ..บ....ยี้....แ...พ....ง......ท....ำ...ใ..ห....ไ...ม...ส.....า..ม....า..ร....ถ....ม...เี..ง...ิน.....เ.ก....บ็.....อ...อ....ม...ไ...ด.... .............................................................................................................
(พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรียน โดยใหอ ยใู นดุลยพนิ จิ ของครูผสู อน)
ตอนที่ 3 ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-6 คน เขียนบทละครเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ
มฐ./ตัวช้ีวัด กิจกรรมที่ 1 วัฒนธรรมไทยท่ีใหแงคิดมุมมองกับวัยรุน เพื่อที่นำไปปรับใชในการดำเนินชีวิต
และนำบทละครที่ดที ีส่ ุดมาแสดงละคร
ส4.3
(ม.4-6/5)
...............ก....า...ร....พ....ิจ....า...ร...ณ......า...บ....ท.....ล....ะ..ค.....ร...ใ...ห....พ....ิ.จ...า...ร....ณ.....า...จ....า...ก....ต....ัว...อ....ย....า...ง...เ..ก....ณ......ฑ.....ท....่ีก....ำ...ห....น.....ด....ใ...ห.... ....โ...ด....ย....ค....ร...ู.อ...า...จ....ก....ำ...ห....น.....ด....ค....ะ...แ...น.....น....
ประเมนิ ดังน้ี..............................................................................................................................................................................................................................................................
...............เ..ก....ณ.....ฑ....ก....า...ร....ป...ร....ะ...เ.ม....ิน....ผ....ล....ง...า..น.............................................ค....ะ...แ...น....น.....เ..ต....ม็ ............2...0.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
...............1............ก....า...ร...ใ...ห....ค ....ว..า...ม....ร...ว...ม...ม....อื...ภ....า...ย...ใ...น....ก....ล....มุ.............................................................4.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
2. ความคิดสรางสรรค 5 คะแนน..............................................................................................................................................................................................................................................................
...............3............เ..น....ื้อ....ห....า../...ป....ร....ะ..เ..ด....น็ ....ค....ว...า...ม...ร....ูท....ี่แ...ฝ...ง....ไ..ว... .........................................................4.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
...............4............ผ...ล....ง....า..น.....ม...ีส....ว...น.....ใ..น.....ก....า..ร....จ...ร....ร...โ...ล....ง...ส....งั ...ค....ม...................................................5.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
112
กจิ กรรมท่ี 2 ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน ศึกษาคนควาเกี่ยวกับบทบาทของบุคคล
ท่ีสงเสริมการสรางสรรควัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยท่ีมีผลตอสังคมไทยในปจจุบัน
ตามประเดน็ ทก่ี ำหนด พรอมติดภาพประกอบ
บคุ คลท่สี งเสรมิ วฒั นธรรมและภูมิปญญาไทย
................พ....ร....ะ..บ....า...ท....ส....ม....เ.ด....็จ....พ....ร...ะ...เ..จ...า...อ....ย...ูห....วั...ภ....มู ...ิพ....ล....อ....ด....ลุ ....ย...เ..ด....ช..................
1. บทบาทในการสงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย ผฉสู บอับน
โดยสังเขป
................1..........ด.... า....น.....ศ....า...ส.....น.....า........ท....ร....ง....เ..ป.... .น.....พ....ุ ท.....ธ...ม....า....ม....ก....ะ...แ....ล....ะ....อ...ั .ค....ร....-...
.ศ....า...ส....น....ปู....ถ....ัม...ภ....ก........เ..ช...น........เ..ส....ด....จ็....อ...อ....ก....ผ...น.....ว..ช.......ท....ร....ง...บ....ำ...เ..พ....็ญ.....พ....ร...ะ...ร...า...ช...-...
.ก....ุศ....ล.....ใ..น.....ว...ัน.....ส.....ำ...ค....ัญ.....ท.....า...ง...พ.....ร...ะ...พ....ุ.ท....ธ....ศ....า...ส....น.....า........น....อ....ก.....จ...า...ก.....น....้ี.ท....ร....ง...
.ร...ว....ม...พ....ิ.ธ...ีแ...ล....ะ...พ.....ร...ะ...ร....า...ช...ท....า...น.....ท....ร...ั.พ....ย....เ.พ.....ื่อ...บ.....ำ...ร...ุง....ท....้ัง....ค....ร...ิส.....ต....ศ....า...ส.....น....า...
.ศ....า...ส....น....า...อ...ิส.....ล....า..ม.......แ...ล....ะ..ศ....า...ส....น.....า..อ....นื่ ....ๆ......อ....ย...า...ง...ท....ั่ว...ถ....ึง...ก....ัน.................................
................2..........ด....า ...น....ว...ร...ร....ณ.....ก....ร...ร....ม.......ท....ร....ง...พ....ร....ะ..ร....า..ช....น....พิ ....น.....ธ...ห ....น....ัง....ส....ือ...แ...ล....ะ...
.ท....ร...ง....แ...ป....ล....บ....ท....ค....ว...า...ม....ไ..ว...ม....า...ก....ม...า...ย........เ..ช...น.........“..น.....า...ย...อ....ิน....ท.....ร... ....ผ....ูป....ด....ท....อ....ง...
.ห....ล....งั ...พ....ร....ะ..”......“..ต....โิ..ต....”......“..ท....อ....ง...แ...ด....ง...”......“..พ.....ร...ะ...ม...ห....า...ช...น....ก....”....................................
..............3...........ด....า...น....ป....ร....ะ...เ..พ....ณ.....ี.....โ...ป....ร...ด....เ..ก....ล....า...ฯ........ใ..ห....ร....้ือ....ฟ....น.....ป....ร...ะ...เ..พ....ณ......ีท....ี่เ..ค....ย....ป....ฏ....ิบ....ัต....ิต....า...ม....แ...บ.....บ....แ...ผ....น.....ม...า...ต....ั้ง....แ...ต....ค....ร....้ัง...
โ..บ.....ร...า...ณ..........เ..ช...น.........ก....า...ร....ฟ....น....ฟ.....ูพ....ร....ะ..ร....า...ช...พ....ิธ...ี.พ....ืช...ม....ง...ค....ล....จ....ร....ด....พ....ร....ะ..น.....ัง...ค....ั.ล....แ...ร....ก....น....า...ข...ว...ัญ..........แ...ล....ะ...ก....า...ร...เ..ส....ด....็.จ...ฯ.......ไ...ป....ใ...น....
พ....ร....ะ..ร....า...ช...พ....ิธ....ีต....า...ง...ๆ........เ..ช...น.........พ.....ร...ะ...ร....า...ช...พ....ิธ...ี.เ..น....่ือ....ง...ใ...น.....ว...ัน....เ..ข...า...พ.....ร...ร....ษ....า........พ....ร...ะ...ร....า...ช...ด....ำ...เ..น....ิ.น....ท.....อ...ด....ผ....า...พ....ร....ะ...ก....ฐ...ิน.....โ...ด....ย...
กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค...............................................................................................................................................................................................................................................
..............4...........ด....า..น.....ด....ุร...ิย....า..ง....ค....ศ....ลิ ...ป....แ...ล....ะ...จ....ิต...ร....ก....ร...ร....ม.......ท....ร...ง...ม....พี....ร...ะ...ป....ร...ชี...า...ส....า...ม...า...ร....ถ...ท....า...ง...ด....า...น....ศ....ิล....ป....ะ...ห....ล....า..ย....แ...ข...น....ง.......เ..ช...น....
ท....ร...ง...พ....ร....ะ..ร....า...ช...น....พิ....น.....ธ...เ..พ....ล....ง......“..แ....ส....ง...เ..ท....ีย...น.....”.....เ..พ....ล....ง......“..ย....า...ม...เ..ย...น็.....”.....น....อ....ก....จ...า...ก....น.....ท้ี ....ร...ง...เ..ข...ีย...น.....ภ....า..พ....ไ...ว...ม...า...ก....ม...า...ย....ด....ว..ย..........
..............5...........ด....า..น.....ก....า..ร....จ...ัด....ก....า...ร...ท.....ร...ัพ....ย...า...ก....ร....แ...ห....ล....ง ...น....้ำ......ท....ร....ง...พ....ร....ะ..ร....า..ช...ท....า...น.....ใ..ห....ม....กี ...า...ร....ท....ำ......“..ฝ....น....เ..ท....ยี...ม....”......ซ...ึ่ง....ป....จ ...จ....บุ ....นั....
เ..ร...ีย....ก....ว...า.......“...ฝ....น....ห.....ล....ว...ง...”.......ท.....ร...ง....พ....ร....ะ..ร....า...ช...ท....า...น.....แ...น.....ว...พ....ร....ะ...ร...า...ช....ด....ำ...ร...ิโ...ค....ร....ง...ก....า...ร....แ...ก....ม....ล....ิง........เ..พ....ื่อ....ก....ัก....เ..ก....็บ.....น....้ำ...ไ...ม....ใ..ห....
นำ้ ทว ม เปน ตน...............................................................................................................................................................................................................................................
2. นักเรียนสามารถมีสวนรวมในการสงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยใหคงอยูคูสังคมไทย
ไดโดยวิธีใดบา ง
..............ก....า...ร....เ.ข...า...ร...ว...ม....ใ..น.....ก....า..ร....ป....ร...ะ...ก....อ...บ....พ.....ิธ...กี ....ร...ร....ม...ท....า...ง...ศ....า...ส....น....า........อ...า...น....อ....อ...ก....เ..ส....ีย....ง...แ...ล....ะ..เ..ข...ีย....น....ภ....า...ษ....า..ไ...ท....ย...ใ...ห....ถ....ูก....ต....อ...ง...
เ..ข...า..ร....ว...ม....ช...ม...ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม...ป.....ร...ะ...เ..พ....ณ.....ีท....่ี.จ...ัด....ข...้ึน.....ใ...น....ท....อ....ง...ถ....่ิน.....แ...ล....ะ...เ..ช...ิญ.....ช...ว...น.....ผ...ูอ....่ืน....ใ...ห....ม....า...ร...ว...ม....ช...ม....ด....ว...ย........ต....ล....อ...ด....จ....น.....จ...ัด....
น....ทิ....ร....ร...ศ....ก....า...ร...ใ...น....โ...ร...ง...เ..ร...ีย....น....เ..พ....่อื....เ.ผ....ย...แ...พ.....ร...ค....ว...า...ม...ร....เู .ก....ยี่....ว...ก....บั ....ว...ฒั .....น....ธ....ร...ร...ม....แ...ล....ะ...ภ...ูม....ิป....ญ .....ญ....า...ใ...น....ท....อ....ง...ถ....ิน่ .......เ..ป....น ....ต....น.............
(พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรียน โดยใหอ ยูใ นดุลยพนิ จิ ของครผู ูส อน)
113
แบบทดสอบ เร่ืองที่ 2
ตอนท่ี 1 ใหนกั เรียนเลือกคำตอบทีถ่ กู ตองท่สี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว
ผฉสู บอับน 1. ขอใดคอื ภมู ิปญ ญาไทย
ก. ผลงานของคนไทยทีเ่ กี่ยวขอ งกบั การดำรงชีวิต
ข. เอกลักษณเ ฉพาะและพ้ืนฐานการใชช วี ติ ของคนไทย
ค. เอกลักษณท ่ีถายทอดจากคนรนุ หนง่ึ สูคนอกี รุนหนึ่ง
ง. วิธีการและผลงานของคนไทยทเี่ ปนประโยชนตอการดำรงชวี ิต
2. การทีภ่ าคเหนอื มปี าไมจำนวนมากสง ผลตอวถิ ชี วี ติ ของชาวเหนืออยางไร
ก. นิยมตัดตนไมไปขาย
ข. มอี ุปนสิ ัยรักสงบและใจเย็น
ค. ใชไมส รางทอี่ ยูและเครอ่ื งเรือน
ง. นยิ มเก็บของปา เพ่อื เลีย้ งชีพ
3. เพราะเหตใุ ดประเพณีในภาคตา งๆ ของไทยจึงมคี วามใกลเคยี งกัน
ก. อยูในประเทศเดยี วกัน
ข. อยูในบรเิ วณใกลเ คยี งกัน
ค. เปนคนไทยเหมอื นกัน
ง. นับถอื พระพุทธศาสนาเหมือนกัน
4. การนับถอื เทพเจา ตามธรรมชาตขิ องไทยเก่ียวของกบั วัฒนธรรมไทยอยา งไร
ก. สังคมไทยใชประโยชนจ ากธรรมชาติ จึงมกี ารเคารพและดแู ลธรรมชาติ
ข. วัฒนธรรมไทยตองอาศยั พงึ่ พาธรรมชาติ จึงนับถือเทพเจาตามธรรมชาติ
ค. คนไทยเชือ่ วามีเทพเจาอยตู ามสิ่งตางๆ ในธรรมชาติ จึงตองกราบไหวบ ูชาธรรมชาติ
ง. คนไทยเช่ือวา ปรากฏการณต า งๆ เกิดจากเทพเจาตามธรรมชาติเปน ผบู ันดาลใหเ กดิ ขนึ้
5. การรบั วัฒนธรรมจากภายนอกมขี อดีอยา งไร
ก. ไมตองคิดคน พัฒนาดวยตนเอง
ข. รบั ความเจริญมาพัฒนาประเทศ
ค. ทำใหม ีวัฒนธรรมเหมอื นชาติอนื่
ง. มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1. ตอบ ง. ภมู ปิ ญญาไทย คือ วิธีการและผลงานท่คี นไทยสรางข้ึนเพอื่ ใชป ระโยชนใ นการดำรงชีวติ
2. ตอบ ค. เน่ืองจากภาคเหนือมีทรัพยากรปาไมอุดมสมบูรณ ชาวเหนือจึงนำไมมาใชประโยชนในดานตางๆ
เชน สรางทอี่ ยูอาศัย เครอ่ื งเรือน เครอื่ งมอื เคร่อื งใชตา งๆ
3. ตอบ ง. ประเพณีในภูมิภาคตางๆ ของไทยไดรับอิทธิพลมาจากการนับถือพระพุทธศาสนาของคนไทย
เหมอื นกัน ทำใหมลี ักษณะใกลเคียงกนั
4. ตอบ ก. วัฒนธรรมไทยเปนวัฒนธรรมเกษตรกรรมจึงตองใชประโยชนจากธรรมชาติ การเคารพบูชา
เทพเจาในธรรมชาติ ทำใหคนไทยเห็นความสำคัญของธรรมชาติและชวยกันรักษาธรรมชาติเอาไว
ใชป ระโยชนในอนาคตตอ ไป
5. ตอบ ข. การรบั วฒั นธรรมจากภายนอกเปน การรับความเจรญิ ดา นตา งๆ เขา มาใชใ นการพัฒนาประเทศ
114
6. การเรียกผูอื่นที่ไมใชญ าตวิ า “พ่ี ปา นา อา ลงุ ตา ยาย” สะทอนถงึ วฒั นธรรมไทยในเรอื่ งใด ผฉูสบอบั น
ก. คนไทยอยรู ว มกันในสงั คมฉนั ญาตพิ ีน่ อง
ข. คนไทยไมนิยมจดจำชื่อบุคคล จงึ สมมตชิ ่ือเรียกแทน
ค. คนไทยขาดความอบอุนและมีปญ หาภายในครอบครวั
ง. คนไทยรักครอบครวั และมคี วามสมัครสมานกลมเกลียวกนั
7. ขอ ใดคอื การรักษาดวยการแพทยแ บบตะวันตก
ก. การผา ตัด การนวด
ข. การฉดี วคั ซนี ปลกู ฝ
ค. การฝงเข็ม จับชพี จร
ง. การประคบรอ น ทานสมนุ ไพร
8. ศูนยกลางของชมุ ชนของไทยในอดตี อยทู ่ีใด
ก. ตลาด
ข. ลานกวางในชุมชน
ค. สถานที่ราชการ
ง. ศาสนสถานในชมุ ชน
9. ขอ ใดคอื ความเชื่อด้ังเดมิ ของคนไทย
ก. พระพทุ ธศาสนา
ข. การเวียนวายตายเกิด
ค. การนบั ถือผีสางเทวดา
ง. ศาสนาพราหมณ- ฮนิ ดู
10. ขอ ใดคือการอนรุ กั ษวฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทยทด่ี ที สี่ ดุ
ก. เรียนรูภมู ปิ ญญาไทยจากคนรนุ เกา
ข. ใชภูมิปญญาไทยในการดำรงชวี ิตประจำวัน
ค. สงเสรมิ การซือ้ สนิ คา ที่เกิดจากภมู ิปญ ญาไทย
ง. ยกยองผอู นุรกั ษวฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย
11. การแปลพระไตรปฎ กเปนภาษาไทยมปี ระโยชนอ ยางไร
ก. ทำใหคนไทยเขา ใจหลกั ธรรมไดง ายข้นึ
ข. ทำใหคนไทยศรทั ธาพระพทุ ธศาสนาเพิ่มขน้ึ
ค. ทำใหค นไทยเรยี นรูพระไตรปฎ กไดด ว ยตนเอง
ง. ทำใหคนไทยเขา ใจบทบาทและหนาท่ขี องพระภกิ ษุดยี ่ิงขนึ้
6. ตอบ ก. วัฒนธรรมไทยเปนวัฒนธรรมที่อยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ มีญาติพ่ีนองมากมาย แมแตคนที่
ไมรูจกั กย็ งั ถือวาเปนเสมือนญาติตน จงึ ใชค ำเรยี กเหมอื นเรียกญาตขิ องตน
7. ตอบ ข. การฉดี วคั ซนี ปลกู ฝร กั ษาโรค เปนความเจรญิ ทางการแพทยแบบตะวันตกทเี่ ขามาเผยแพรในไทย
8. ตอบ ง. ศาสนามอี ิทธิพลตอคนไทยมาตัง้ แตอ ดีต ดงั นัน้ ศาสนสถานจึงเปนศนู ยก ลางของชุมชนของไทย
9. ตอบ ค. ความเชอื่ ด้ังเดิมของคนไทย คอื การนบั ถือผสี างเทวดาตามธรรมชาติ
10. ตอบ ข. การใชภูมิปญญาไทยในการดำรงชีวิตประจำวัน ทำใหคนไทยเห็นประโยชนของการใชภูมิปญญา
ซ่ึงยอมทจ่ี ะอนุรักษไ วแ ละเผยแพรย ังคนรุนตอไป
11. ตอบ ก. การแปลพระไตรปฎกเปนภาษาไทย ทำใหคนไทยเขาใจหลักธรรมไดงายขึ้น แตยังคงตองไดรับ
การอบรมจากพระสงฆเ พอ่ื ใหเ ขาใจหลกั ธรรมไดอ ยางถูกตอง
115
12. กังหนั น้ำชัยพฒั นาเปนสง่ิ ประดิษฐท างภูมิปญญาที่ใชป ระโยชนในเรื่องใด
ก. ผลติ ฝนเทยี ม
ข. ผลติ กระแสไฟฟา
ค. จัดสรรน้ำใหพ ้ืนทีเ่ กษตรกรรม
ง. บำบดั นำ้ เสียใหเ ปนน้ำดีและนำกลับมาใชใหม
13. ขอใดคือภมู ิปญญาของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห ัวภมู ิพลอดลุ ยเดชในการอนรุ กั ษดนิ
ก. การทำแกมลงิ ข. การปลกู หญา แฝก
ค. การทำฝายกัน้ นำ้ ง. การปลูกผกั ตบชวา
14. โครงการแกม ลงิ มปี ระโยชนในดา นใด
ก. ใหร าษฎรมีเงินออม ข. ขยายพนื้ ที่เพาะปลกู
ค. การปอ งกนั อุทกภยั ง. แลกเปล่ยี นความรูทางการเกษตร
15. สมเด็จพระนางเจา สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินนี าถทรงสง เสรมิ ภูมปิ ญญาไทยดา นใด
ก. การผลติ นำ้ สมนุ ไพร
ข. การทำหตั ถกรรมพื้นบาน
ค. การอนุรักษชุดแตง กายประจำชาติ
ง. การเพาะปลูกพชื เมืองหนาวบนดอย
16. เพราะเหตุใดสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงสงเสริมการจำหนายผลิตภัณฑ
ศลิ ปาชพี
ก. เพือ่ เผยแพรภ ูมปิ ญญาไทย ข. เพือ่ สรา งกำลังใจในการผลิต
ค. เพอ่ื เปน รายไดเ สรมิ ใหแกสมาชกิ ง. เพ่อื เปนรายไดส วนพระองค
17. หนว ยแพทยเคลอ่ื นท่ี พอ.สว. มีสวนสนบั สนุนสงเสรมิ และอนุรกั ษภ ูมิปญญาและวฒั นธรรมไทย
ผฉูสบอับน อยา งไร
ก. จัดการศึกษาแกร าษฎร ข. ดูแลสุขภาพอนามัยแกร าษฎร
ค. นำเงินไปบรจิ าคแกร าษฎร ง. ใหค วามรูดานการแพทยแ กร าษฎร
18. ขอใดคอื บทบาทของสมเด็จพระเจา พี่นางเธอ เจาฟากัลยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธวิ าส
ราชนครินทรท างดานวัฒนธรรม
ก. ทรงสงเสรมิ การแกะสลักผลไม
ข. ทรงคิดทารา ยรำการแสดงโขน
ค. ทรงวาดภาพจิตรกรรมรปู ทิวทัศนธรรมชาติ
ง. ทรงอุปถัมภก ารแสดงหนุ ละครเลก็ โจหลยุ ส
12. ตอบ ง. กังหนั นำ้ ชัยพัฒนามปี ระโยชนใ นการบำบัดน้ำเสยี ใหเปน นำ้ ดดี ว ยการเติมอากาศลงไปในน้ำ
13. ตอบ ข. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัวภูมพิ ลอดลุ ยเดชทรงสงเสรมิ การปลกู หญา แฝกเพอ่ื การอนรุ ักษด ิน
14. ตอบ ค. โครงการแกมลิงมีประโยชนในการปองกันอุทกภัย ดวยวิธนี ำน้ำไปกักเก็บไวในพ้ืนท่ีวางเปลาท่ีไมใช
ประโยชนเ พอ่ื เปนการลดปริมาณน้ำ
15. ตอบ ข. สมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถทรงสงเสรมิ งานหตั ถกรรมพ้ืนบา นของราษฎร
16. ตอบ ค. สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถทรงสงเสริมการจำหนายผลิตภัณฑศิลปาชีพเพื่อให
สมาชิกมรี ายไดเ สรมิ และถือเปน การอนรุ ักษง านหัตถกรรมของไทย
17. ตอบ ข. หนวยแพทยเ คล่ือนที่ พอ.สว. ไดด ำเนินการดแู ลรกั ษาสุขภาพอนามยั ใหแ กราษฎรเพ่อื ใหม รี า งกาย
แข็งแรง สามารถประกอบอาชีพจากภูมิปญญาในทองถน่ิ ไดต อ ไป
18. ตอบ ง. สมเด็จพระเจาพีน่ างเธอ เจาฟา กลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทรท รงอปุ ถัมภโ รงละคร
เลก็ โจหลุยสเพื่ออนรุ ักษการแสดงหนุ ละครเล็ก และสืบทอดศลิ ปวฒั นธรรมอันดงี ามของไทย
116
19. บทบาทของสมเด็จพระเจาพ่นี างเธอ เจา ฟากลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร
ทางดา นอักษรศาสตรตรงกับขอใด
ก. ทรงสอนวิชาภาษาฝร่ังเศสในระดับมหาวิทยาลัย
ข. ทรงแปลสนธิสัญญาที่ไทยทำไวก บั ตา งประเทศ
ค. ทรงเขียนบทความวชิ าการเปนภาษาตางประเทศ
ง. ทรงเปนลามประจำพระองคข องพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู ัว
20. ขอใดคือพระนิพนธแปลของสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร
ก. ไกลบาน
ข. นาฏยศาลา
ค. นิทานสำหรบั เดก็
ง. แมเลา ใหฟ ง
19. ตอบ ก. สมเดจ็ พระเจาพ่ีนางเธอ เจา ฟา กลั ยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทรทรงสอนวิชาภาษา
ฝร่ังเศสในระดับมหาวทิ ยาลยั แสดงถงึ พระปรชี าสามารถดานอกั ษรศาสตร
20. ตอบ ค. สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทรทรงพระนิพนธ
แปลเรอื่ งนิทานสำหรับเด็ก สำหรบั พิมพแ จกในงานวนั เด็กตามโครงการ “เดก็ เขยี นใหเ ดก็ ”
ตอนท่ี 2 ใหนกั เรยี นตอบคำถามตอ ไปนี้ ผฉสู บอับน
มฐ./ตวั ช้ีวัด
ส4.3
1. สภาพภูมศิ าสตรและสิง่ แวดลอ มมอี ิทธิพลตอการสรา งสรรควฒั นธรรมและภมู ิปญ ญาไทยอยา งไร (ม.4-6/3),
............ว..ั.ฒ.....น.....ธ....ร....ร....ม....แ...ล....ะ...ภ....ู.ม...ิป.....ญ.....ญ.....า...ข....อ....ง...ไ...ท.....ย...เ...น....น.....ท....่ี.ก....า...ร....อ....ย...ู.ร....ว...ม....ก....ัน.....แ...ล.....ะ...ใ...ช...ป.....ร...ะ...โ...ย....ช....น....จ....า....ก....ธ....ร...ร....ม....ช....า...ต....ิแ....ล....ะ.. (ม.4-6/5)
ส.....่งิ ...แ...ว...ด....ล....อ...ม....ร...อ....บ....ต....ัว......เ..ช...น........ก....า...ร...ม....ีป....า...ไ..ม....แ ...ล....ะ..พ....ชื...พ.....นั ....ธ...ุต....า...ง...ๆ.......ม....า..ก....ม....า..ย........จ...งึ...น.....ำ..ไ...ม...ม....า...ส....ร...า...ง...บ.....า..น........ก....า...ร....ใ..ช...พ....ืช...เ..ป....น....
ย....า...ร...ัก....ษ....า...โ...ร...ค.........ห....ร...ือ....ก....า..ร....ท....่ีม...ีป....ล....า...ช...ุก....ช...ุม....ใ...น....ฤ....ด....ูฝ...น.........เ..ม....ื่อ...บ....ร....ิโ..ภ....ค....ไ...ม...ห....ม....ด....จ...ึง....น....ำ...ป....ล....า...ม...า...ท....ำ...ป....ล....า..ร....า...ห....ร...ือ....ป...ล....า...เ..ค....็ม...
.เ.พ....ื่.อ...ใ...ห....ส....า...ม....า..ร....ถ....เ..ก....็บ....ไ...ด....น....า...น.....ต....ล....อ...ด....ท....ั้.ง...ป.... ....แ....ล....ะ..ก....า...ร....อ...ย....ูใ..ก.....ล....แ...ม...น.....้ำ...แ...ล....ะ...ต....ิด....ท....ะ...เ.ล....จ....ึง...ม....ีก....า...ร....ใ..ช...ช...ี.ว..ิ.ต....เ.ก....่ีย....ว...ก....ับ....น.....้ำ..
.เ.ช...น.........ท....ำ...เ..ก....ษ....ต....ร...ก....ร....ร...ม........ป....ร...ะ...ม...ง........น....ิย....ม...ใ...ช...เ ..ร...อื ...เ..ป....น .....พ....า..ห....น.....ะ.......ม...ปี....ร....ะ..เ..พ....ณ.....เี..ก....ยี่ ....ว..ก....บั.....น....ำ้ ...ม...า...ก....ม...า...ย........เ..ช...น........ป....ร....ะ..เ..พ....ณ.....ี
.ส....ง...ก....ร...า...น.....ต.... ..ล....อ....ย...ก....ร....ะ..ท....ง......แ....ห....น....า...ง...แ...ม....ว.....เ..ป....น....ต....น..............................................................................................................................................
2. นักเรยี นคดิ วา คนไทยควรทำอยา งไรจึงจะสามารถสงเสรมิ และอนรุ ักษภ ูมปิ ญ ญาไทยไวไดอยา งยั่งยืน
............เ..ร...่ิม....แ...ร....ก....จ....ะ...ต....อ....ง...ท....ำ...ใ...ห....ค....น.....ไ...ท....ย....เ..ล....็ง...เ..ห....็น.....ถ....ึง....ป....ร...ะ...โ...ย...ช....น....ข....อ...ง....ภ....ูม...ิป.....ญ.....ญ.....า...ไ..ท.....ย...ก....อ....น.....โ...ด....ย...เ..ฉ.....พ....า...ะ...ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...
.ร...า...ย....ไ..ด.....จ...า...ก....ภ....ูม....ิป....ญ.....ญ.....า...ไ...ท....ย........เ..พ....ร....า...ะ..เ..ม....่ือ....ภ...ูม....ิป....ญ.....ญ.....า...ไ...ท....ย....เ..ป....น....แ....ห....ล....ง...ท....ี่ม....า...ข...อ....ง...ร....า...ย...ไ...ด....แ...ล....ว........ค....น.....ไ..ท.....ย...ย....อ...ม....ท....ี่จ....ะ..
.ข...ว...น....ข....ว...า...ย...เ..ร....ีย...น.....ร....ูแ...ล....ะ...เ..ผ....ย...แ....พ....ร...ไ...ป....ย....ัง...บ.....ุต....ร....ห....ล....า...น.....ข...อ...ง....ต....น.....ต....อ....ไ..ป.........ส....ว...น.....ภ....ูม...ิ.ป....ญ.....ญ.....า...ไ..ท.....ย...ท....ี่ไ...ม....ส....า...ม....า...ร...ถ....ส.....ร...า...ง...
.ร...า...ย...ไ...ด.... ....ค....ว...ร....ส....ง...เ..ส....ร...ิ.ม...ใ...น....ล....ัก....ษ....ณ......ะ..ข...อ....ง...ก....า...ร...น.....ำ..ม....า...ใ..ช...เ..พ....ื่อ....ป....ร...ะ...ห....ย...ัด....ค....า...ใ..ช....จ...า...ย...ห....ร....ือ...เ..พ....่ือ....อ...ำ...น....ว...ย....ค....ว...า..ม....ส....ะ...ด....ว...ก....ใ..น....
.ช...ีว...ิต...ป....ร....ะ..จ....ำ...ว..นั........เ..พ....ื่อ...จ....ร...ร....โ..ล....ง....ใ..จ....ห....ร...ือ...ค.....ว..า...ม....บ....นั ....เ..ท....ิง......เ..ม....อ่ื ...ค....น.....ไ..ท....ย....เ.ห....็น.....ป....ร...ะ...โ..ย....ช...น....จ....า...ก...ภ....ูม....ิป....ญ.....ญ....า...ไ...ท....ย...ก....็ย...อ....ม...ท....่ีจ....ะ..
.ส....ง ...เ..ส....ร...ิม....แ...ล....ะ...อ...น.....ุร...ัก....ษ....ไ...ว..ต....อ....ไ..ป....ใ...น....ว...ัน.....ห....น....า..........................................................................................................................................................
117
เร่ืองท่ี 3 ผลงานของบคุ คลสำคญั
ในการสรางสรรคชาติไทย
สาระการเรียนรูแกนกลาง ในการสรา งสรรคชาติไทยและพัฒนาจน
เจริญรุงเรืองดังเชนทุกวันนี้ สวนหนึ่งเปนเพราะ
ผลงานของบุคคลสำคัญท่ีมีสวนสรางสรรควัฒนธรรม บุคคลสำคัญจำนวนมาก ท้ังพระมหากษัตริย
และประวัติศาสตรไทย เชน พระบาทสมเด็จพระพุทธ- เชื้อพระวงศ ขุนนาง และสามัญชนทั้งชาวไทย
เลิศหลานภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว และชาวตางชาติ ไดมีบทบาทสำคัญในการ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจาอยหู วั สมเดจ็ พระมหา- สรางสรรคชาติไทยดานตางๆ ทั้งทางดานการ
สมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระเจาบรมวงศเธอ ปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม
กรมหลวงวงษาธิราชสนิท สมเด็จฯ กรมพระยาดำรง- ซ่ึงบุคคลท่ีหยิบยกมาเปนตัวอยางในที่นี้ลวนทำ
ราชานุภาพ สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ คุณประโยชนตอประเทศชาติ มีความซ่ือสัตย
หมอมราโชทัยหรือหมอมราชวงศกระตาย อิศรางกูร ความจงรักภักดตี อ พระมหากษัตรยิ มคี วามวิริยะ
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) อุตสาหะ มีความรักและความรับผิดชอบตอชาติ
บาทหลวงปาลเลอกัวซ พระยากัลยาณไมตรีหรือ ดร. บานเมือง สมควรที่คนรุนหลังควรยึดถือและนำ
ฟรานซิส บี แซร ศาสตราจารยศิลป พีระศรี พระยา ไปใชเปน แบบอยา งในการดำเนินชีวติ
รษั ฎานปุ ระดษิ ฐมหิศรภกั ดี (คอซมิ บี้ ณ ระนอง)
1. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธ-
ผฉสู บอับน จุดประสงคการเรยี นรู ยอดฟา จุฬาโลกมหาราช
1. สรุปผลงานของบุคคลสำคัญในการสรางสรรคชาติไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก
อยา งสังเขปได มหาราช ทรงมีพระนามเดิมวา “ดวง” หรือ
“ทองดวง” เสด็จพระราชสมภพเม่ือวันพุธท่ี 20
2. วิเคราะหผลงานของบุคคลสำคัญในการสรางสรรค มีนาคม พ.ศ. 2279 เขา ถวายตวั เปน มหาดเล็ก
ชาตไิ ทยไดอ ยา งนอ ย 3 ทาน ในเจาฟาอุทุมพร กรมขุนพรพินิต ตอมาไดเขา
รับราชการในรัชกาลพระเจาเอกทัศ ตำแหนง
Key Question หลวงยกกระบัตรประจำเมืองราชบุรี และปฏิบัติ
ราชการที่เมืองราชบุรีจนกรุงศรีอยุธยาเสียแก
1. บทบาททางดานสังคมและวัฒนธรรมของพระบาท พมาเมื่อ พ.ศ. 2310 ในสมัยสมเด็จพระเจา
สมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั มีอะไรบาง ตากสินมหาราช หลวงยกกระบัตรไดรับราชการ
อยางแข็งขันและมีพระปรีชาสามารถโดยเฉพาะ
2. สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไดรับการยกยอง ดา นการสงคราม
ใหเ ปนบิดาแหง ประวตั ิศาสตรไ ทย เพราะเหตใุ ด
3. พระยากัลยาณไมตรีหรือ ดร. ฟรานซิส บี แซร
มีบทบาทสำคัญดานความสัมพันธระหวางประเทศ
อยางไร
4. ศาสตราจารยศิลป พีระศรี มีความสำคัญตอการ
ศึกษาวชิ าศลิ ปะในประเทศไทยอยา งไร
118
พระราชกรณียกิจสำคญั ที่มีตอ การสรา งสรรคชาตไิ ทยสามารถสรุปไดด งั น้ี
สงครามระหวางไทยกับพมาในสมัยพระเจาปะดุง โดย ดา นการเมืองการปกครอง
พระเจา ปะดุงโปรดใหจัดทัพเปน 9 ทัพ เขา รกุ รานหัวเมือง
ตางๆ ของไทยตั้งแตเหนือจดใต ผลจบลงดวยชัยชนะของ 1. ทรงสถาปนาราชวงศจักรีและกรุงรัตนโกสินทรให
ฝา ยไทยทั้งทม่ี ีจำนวนทหารนอยกวา พมา เปนราชธานีแหงใหม โดยทรงยายราชธานีจากกรุงธนบุรีมา
อยูทกี่ รงุ เทพมหานคร
2. โปรดเกลาฯ ใหชำระกฎหมายใหถูกตองยุติธรรม
เรียกวา “กฎหมายตราสามดวง” เพราะประทับตราสำคัญ
3 ดวง ไดแก ตราราชสีหของสมุหนายก ตราคชสีหของ
สมหุ พระกลาโหม และตราบวั แกวของกรมทา
3. ทรงใหขุดคลองรอบกรุง เชน คลองบางลำพูทาง
ตะวันออก คลองโองอางทางใต ทำใหกรุงรัตนโกสินทรเปน
เหมือนเกาะท่มี แี มน้ำลอมรอบเหมอื นกับกรุงศรอี ยธุ ยา รวมทงั้
สรางกำแพงพระนครและปอมปราการไวโดยรอบ ปจจุบันคง
เหลือเพียงปอมพระสุเมรุท่ีตั้งอยูบริเวณสุดถนนพระอาทิตย
เชื่อมตอกับถนนพระสุเมรุ และปอมมหากาฬที่สะพานผานฟา
ลีลาศ
4. ทรงเปนจอมทัพในการทำสงครามกับรัฐเพื่อนบาน
สงครามครงั้ สำคัญ คอื สงครามเกาทพั กบั พมา
ผฉสู บอับน
ดา นเศรษฐกจิ
ในตอนตนรัชกาลที่ 1 เศรษฐกิจยังไมดีเพราะมีการทำ
สงครามกับพมาหลายคร้ัง การติดตอคาขายกับตางประเทศก็
ลดลงมาก แตในปลายรัชกาลบานเมืองปลอดภัยจากสงคราม
ทำใหประชาชนมีเวลาประกอบอาชีพ สวนการคาขายกับจีน
เพม่ิ มากขึ้น ทำใหเศรษฐกิจดีขน้ึ มเี งินใชจ า ยในการทำนุบำรุง
บา นเมอื ง สรา งพระนคร สรา งและบรู ณปฏสิ งั ขรณว ัด รวมทง้ั
ส่ังซื้อและสรางอาวุธเพ่ือใชปองกันพระราชอาณาเขต ทำให
บา นเมืองและราษฎรเกดิ ความมนั่ คงและมงั่ คง่ั
119
ดานสงั คมและวัฒนธรรม
1. โปรดเกลาฯ ใหสรางพระราชวังและวัดใหมี
รูปแบบเหมือนสมัยอยุธยา เพ่ือสรางขวัญกำลังใจแก
ราษฎรใหเสมือนอยูในสมัยอยุธยาเม่ือครั้งบานเมือง
เจรญิ รุง เรอื ง เชน โปรดเกลา ฯ ใหล อกแบบพระทีน่ ง่ั
สรรเพชญปราสาทมาสรางพระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัยฯ
ตอมาเกิดเพลิงไหมจึงโปรดเกลาฯ ใหรื้อแลวสราง
พระมหาปราสาทขึ้นมาใหม และพระราชทานนามวา
“พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาท” รวมทั้งโปรดเกลาฯ ให
สรางวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแกวไวใน
เขตพระบรมมหาราชวังเพ่ือใชในการประกอบพิธีทาง
พระพุทธศาสนาเชนเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญใน
สมยั อยุธยา พระที่น่งั ดสุ ติ มหาปราสาท
2. ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดวยการออกกฎหมายคณะสงฆเพือ่ ใหพระสงฆอ ยูในพระธรรมวนิ ัย โปรดเกลาฯ
ใหมีการสงั คายนาพระไตรปฎ กใหมคี วามถูกตอ งสมบรู ณ โปรดเกลา ฯ ใหสรา งวัดและบูรณปฏสิ งั ขรณว ัดวาอารามตา งๆ
เชน วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม (วดั โพธ)ิ์ วดั สทุ ศั นเทพวราราม วดั สระเกศ วัดระฆังโฆสติ าราม วัดสวุ รรณดาราราม
ตลอดจนบูรณปฏิสังขรณพระพุทธรูปท่ีถูกท้ิงรางตามหัวเมืองตางๆ แลวนำมาประดิษฐานไวตามวัดวาอารามท่ีสราง
ขึน้ ใหม เชน อญั เชญิ พระศรีศากยมุนี จากวหิ ารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวดั สุโขทยั มาประดิษฐานทวี่ ดั สุทัศนเทพวราราม
เปน ตน
ผฉูสบอับน 3. ทรงฟนฟูพระราชพิธีและประเพณีสำคัญสมัยอยุธยา เชน จัดใหมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและพระราชพิธี
สมโภชพระนคร แสดงใหเห็นถึงความม่ันคงของการกอบกูราชธานีขึ้นมาใหม เปนการสรางขวัญกำลังใจใหกับราษฎร
และเปน การรกั ษาพระราชพิธโี บราณ
4. ทรงสงเสริมงานวรรณกรรม โดยพระราชนิพนธวรรณคดีหลายเร่ือง เชน รามเกียรต์ิ เพลงยาวรบพมาท่ี
ทาดินแดง โปรดเกลา ฯ ใหแปลหนังสอื จีนเปนภาษาไทย เชน สามกก ราชาธิราช แปลโดยเจาพระยาพระคลงั (หน)
ซ่งึ วรรณคดีเหลาน้ยี งั เปน ทีน่ ิยมมาถงึ ปจ จบุ ัน
พระที่น่ังองคประธานของหมูพระมหาปราสาท และเปนพระท่ีน่ังทรงไทยแทองคเดียวในพระบรมมหาราชวังท่ีไดรับการยกยองวา
เปนสถาปต ยกรรมช้ินเอกของกรุงรัตนโกสนิ ทร ปจจบุ นั ใชเปน สถานที่ประกอบพระราชพธิ ตี างๆ เชน พระราชพิธีฉัตรมงคล เปนตน
วัดพระแกว ในพระบรมมหาราชวงั
สรางขนึ้ ในสมัยรชั กาลที่ 1
2. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลยั
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย มีพระนามเดิมวา “ฉิม” ทรงเปนพระราชโอรสใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชและสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี เมื่อพระชนมายุ
ได 16 พรรษา ทรงไดรับการสถาปนาขึ้นเปนสมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟากรมหลวงอิศรสุนทรใน
คราวทีส่ มเด็จพระราชบิดาทรงปราบดาภเิ ษกข้ึนเปนปฐมกษัตรยิ แ หงกรงุ รัตนโกสินทรเมื่อ พ.ศ. 2325
พระราชกรณยี กิจสำคัญท่มี ีตอ การสรา งสรรคช าตไิ ทย สรุปไดด ังนี้
ดา นการเมืองการปกครอง
1. ทรงตรากฎหมายหามสูบซื้อขายฝนใน พ.ศ. 2354
และ พ.ศ. 2362 โดยกำหนดบทลงโทษแกผสู ูบฝนไวอ ยางหนกั
2. ทรงปรับปรุงกฎหมายพระราชกำหนดสักเลกเม่ือ
พ.ศ. 2353 เพื่อเรยี กเกณฑไพรพ ลเขา รับราชการ โดยลดเวลา
ใหไพรมารบั ราชการเพยี ง 3 เดอื น ทำใหไพรม ีเวลาทำมาหากนิ
สว นตวั มากขึ้น
1. ดานสังคมและวฒั นธรรม ผฉสู บอับน
โปรดเกลาฯ ใหมีการบูรณปฏิสังขรณวัดแจงดวย
การสถาปนาโบสถและวิหารขึ้นใหม เสริมพระปรางคองคเดิม
ใหใหญข ้นึ และพระราชทานนามใหมวา “วัดอรุณราชวราราม”
ทรงใหแปลบทสวดมนตจากภาษาบาลีเปนภาษาไทย เพ่ือให
คนทว่ั ไปเขาใจคำสอนตางๆ ไดงา ยข้นึ
2. ทรงฟนฟูพระราชพิธีวิสาขบูชาข้ึนมาใหมเม่ือ พ.ศ.
2360 ตามที่เคยปฏบิ ตั กิ ันมาในสมัยสโุ ขทยั
ดานศิลปกรรมและวรรณกรรม
1. ทรงปรับปรุงทารำตางๆ ท้ังโขนและละคร ซึ่งกลาย
เปนตน แบบมาถึงปจจบุ นั ทรงประพนั ธเพลง “บหุ ลันลอยเลื่อน”
หรือ “บุหลันลอยฟา ”
2. ทรงพระราชนิพนธวรรณกรรมมากมาย เชน ขนุ ชา ง
ขนุ แผน คาวี สงั ขท อง ไกรทอง อิเหนา
3. ทรงแกะสลักบานประตูวิหารพระศรีศากยมุนี ท่ีวัด
สุทัศนเทพวราราม ปจจุบันเก็บรักษาไว ณ พิพิธภัณฑสถาน
แหง ชาติ พระนคร
121
3. พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลาเจาอยหู วั
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว มีพระนามเดิมวา “พระองคเจาชายทับ” ทรงเปน
พระราชโอรสพระองคใหญในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยและสมเด็จพระศรีสุลาลัย
(เจา จอมมารดาเรยี ม) เสด็จพระราชสมภพเม่อื วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2330
พระราชกรณยี กิจสำคญั ทมี่ ตี อ การสรา งสรรคช าตไิ ทยมดี งั น้ี
ดา นศาสนา ดานความสัมพนั ธร ะหวา งประเทศ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวทรง ในสมัยนี้มีชาติตะวันตกเขามา
ใหความสำคัญกับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ติดตอเพื่อขอทำสนธิสัญญาทาง
โดยทรงสรางและบูรณปฏิสังขรณวัด พระราชไมตรีและการคากับไทย
มากข้ึน วดั ทท่ี รงสรา งมีหลายแหง เชน มากขนึ้ พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกลา
วัดราชนัดดาราม วัดเทพธิดาราม เจาอยูหัวไดทรงลงพระนามทำ
ทรงบูรณะวัดพระเชตุพนวิมล- สนธิสัญญากับประเทศอังกฤษเมื่อ
มังคลารามหรือวัดโพธ์ิ รวมท้ังให วนั ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2369 เรยี กวา
จารึกความรูตางๆ ลงบนแผนหิน “สนธิสัญญาเบอรนีย” เปนสนธิสัญญา
ออนประดับไวตามศาลารายใน ฉบับแรกที่ไทยทำกับชาติตะวนั ตก
วัดโพธิ์ และโปรดเกลาฯ ใหสราง สนธิสัญญาฉบับน้ีไทยไมเสียเปรียบ
พระปรางควัดอรุณราชวราราม ใดๆ และภายหลังตอมาไทยทำสนธสิ ญั ญา
กับชาติตะวันตกอื่นๆ อีกหลายฉบับ และ
ผฉูสบอับน เพิ่มเติมจนสูงอยางทเี่ หน็ ในปจจบุ นั ในสมัยรัชกาลที่ 3 ไดมีการติดตอกับ
สหรัฐอเมริกาอยางเปนทางการคร้ังแรก
ในสมัยนี้มีการกอต้ังธรรมยุติก โดยสหรัฐอเมรกิ าไดส งเอ็ดมนั ด โรเบริ ต ส
นิกาย โดยวชิรญาณเถระ (ตอมาคือ เปนทูตเขามาเจรจาทางการคากับไทย ซึ่งมี
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว) การตกลงและลงนามในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2375
ซึ่งพระสงฆในนิกายนี้จะมีความเครงครัด โดยมีสาระสำคญั คลายคลงึ กบั สนธสิ ัญญาเบอรน ยี
มาก เชน ไมจับตองเงิน เดินโดยไมสวม
รองเทา เปน ตน รวมทง้ั ใหค วามเสมอภาคแก
ผทู ีน่ ับถือศาสนาอนื่
ดานเศรษฐกจิ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวทรงสงเสริมการคากับตางชาติท้ังจีน
อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และโปรตุเกส โดยสงเรือสำเภาและเรือกำปนแบบฝร่ังท้ัง
เรือของราชการและของเอกชนไปคาขาย ทำใหมีรายไดเขาสูประเทศ และเงิน
เหลาน้นั ไดถกู นำมาใชพ ัฒนาบานเมืองในสมยั ตอๆ มา
122
คำทก่ี ำหนดข้นึ ใหมใ นสมัยรชั กาลท่ี 5 เพ่ือใชแ ทนตำแหนง กรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรอื วงั หนา ซง่ึ ตัง้ แตสมยั รัชกาลท่ี 5 จนถงึ ปจ จบุ นั
ไทยมสี ยามมกฎุ ราชกมุ าร 3 พระองค คอื สมเดจ็ เจา ฟา มหาวชิรุณหิศ สมเด็จเจาฟา มหาวชิราวุธ สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟาวชิราลงกรณ
4. พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจา อยหู วั
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสารท่ี 1 มกราคม พ.ศ.
2423 ตอมาทรงไดรับการสถาปนาข้ึนเปนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเม่ือ
พ.ศ. 2437 นับเปนพระองคท่ี 2 และทรงเปนพระมหากษัตริยไทยพระองคแรกที่เสด็จไปทรงศึกษา
ทีป่ ระเทศองั กฤษ
พระราชกรณยี กิจสำคญั ทีม่ ีตอการสรา งสรรคชาติไทยมดี งั น้ี
ดา นการเมืองการปกครอง ผฉสู บอบั น
1. ทรงสรางความรูสึกชาตินิยมใหเกิดขึ้นในหมูประชาชน โดยเนนความจงรักภักดีตอ
“ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย” ทรงใชวธิ ีการสรา งสัญลกั ษณเพอื่ เปน ศนู ยร วมใจและ
เปนแรงบันดาลใจใหเกิดความรัก ความสามัคคี ความเสียสละ ความสำนึกในหนาท่ี
พลเมอื งทีด่ ขี องชาติ และสำนกึ ในความเสียสละของบรรพบรุ ุษ เชน ทรงสรางธงไตรรงค
เปนธงประจำชาติ ทรงกำหนดใหมีวันสำคัญ บุคคลสำคัญของชาติ เชน โปรดเกลาฯ
ใหวันท่ี 6 เมษายนเปนวันชาติ เรียกวา “วันจักรี” ตามแบบอารยประเทศท่ีมีวันชาติ
ของตน เปน ตน
2. ทรงประกาศเขา รวมสงครามโลกครง้ั ที่ 1 ในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460
โดยเขารวมกับฝายสัมพันธมิตร ซ่ึงตอมาเปนฝายชนะสงคราม ทำใหไทยไดรับผลดี
คือ ไดยกเลิกสนธิสัญญาท่ีไมเปนธรรมกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี ประเทศไทย
ไดรับการยกยองใหมีฐานะเทาเทียมกับประเทศฝายสัมพันธมิตร ไดเปนสมาชิกของ
องคการสันนิบาตชาติ และถอื เปน โอกาสดำเนินการแกไขสนธิสญั ญาไมเ ปนธรรมทผี่ กู มดั ไทย
มานานนับตง้ั แตส นธสิ ัญญาเบาวร ิง พ.ศ. 2398
ยอนเวลาหาอดีต
อนุสาวรยี ท หารอาสาสงครามโลกครงั้ ที่ 1
อนุสาวรียทหารอาสาสงครามโลกครั้งท่ี 1 ตั้งอยูที่ตำบลชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เม่ือเกิด
สงครามโลกครั้งที่ 1 ข้ึนในทวีปยุโรปเมื่อ พ.ศ. 2457 ไทยไดประกาศเขารวมกับฝาย
สมั พนั ธมิตร จึงไดสงทหารอาสาไปรว มรบในสมรภูมยิ โุ รปเม่ือวันท่ี 20 มิถุนายน พ.ศ. 2461
และเมื่อสงครามยุติ กองทหารอาสาไดเดนิ ทางกลับประเทศไทยเมอ่ื วนั ท่ี 21 กนั ยายน พ.ศ.
2461 สวนทหารอาสาท่ีเสียชีวิตขณะปฏิบัติหนาที่ก็ไดมีการฌาปนกิจศพในยุโรปแลวนำ
อฐั ิมาบรรจุยังอนุสาวรยี แ หงน้ี โดยรัชกาลท่ี 6 โปรดเกลา ฯ ใหส มเด็จฯ เจาฟากรมพระยา
นรศิ รานุวัดติวงศอ อกแบบ และหมอ มเจา ประวิช ชมุ สาย ณ อยุธยา เปนนายงานกอ สราง
เมื่อสรางเสร็จ รัชกาลที่ 6 ไดเสด็จไปประกอบพิธีบรรจุอัฐิท่ีฐานอนุสาวรียนี้เม่ือเดือน
กันยายน พ.ศ. 2462 นับแตน้ันมาจึงไดมีพิธีวางพวงมาลาในวันทหารอาสา คือ วันท่ี
11 พฤศจิกายนของทุกป เพื่อเปน เกียรติแกทหารอาสาทุกหมเู หลา
123
ดา นสังคมและวฒั นธรรม
1. ทรงสรางความเปนสากลใหแกชาติไทย โดยนำประเทศเขาสูสังคมนานาชาติในทางวัฒนธรรม เชน ทรงตรา
พระราชบัญญัตินามสกุล พ.ศ. 2456 เพ่ือแสดงใหเห็นถึงความเปนชาติที่มีอารยธรรม เพื่อปลูกฝงใหชาวไทย
มีความรูสึกสำนึกและภาคภูมิใจในชาติ ในวงศตระกูล ทรงประกาศใชคำนำหนานาม คือ นาย นาง นางสาว เด็กหญิง
เดก็ ชาย ทรงใหค วามสำคัญกบั สตรมี ากข้นึ ทรงเรียกรอ งใหช าวไทยตระหนกั ถึงฐานะและสิทธขิ องสตรี ทรงดำเนินการ
ตางๆ เชน สงเสริมการศึกษาของสตรีโดยตั้งโรงเรียนฝกหัดครูสตรี แลวสงออกไปสอนในชนบทตางๆ เปดโอกาสให
สตรีเขารวมกิจกรรมทางสังคมเทาเทียมบุรุษ เชนเดียวกับสตรีในอารยประเทศ กำหนดใหขาราชการในราชสำนัก
จดทะเบียนครอบครัวและเคหสถานเพื่อใหครอบครัวเกิดความเรียบรอยสงบสุข และเปนการยกฐานะของภรรยาให
ชดั เจนขนึ้ ทรงเปลีย่ นธงชาติใหมจากธงรปู ชา งเปน ธงไตรรงค และทรงเปลยี่ นการนับเวลาตามแบบสากล คือ จากเดมิ
วนั ใหมหรอื ย่ำรงุ ของไทย เริ่มในเวลา 6 นาฬก า เปล่ียนเปนเร่ิมวนั ใหมตั้งแตห ลัง 24 นาฬก า เปนตน
2. ทรงต้ังโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (คือ วชิราวุธวิทยาลัยในปจจุบัน) ใน พ.ศ. 2454 สถาปนา “โรงเรียน
ขาราชการพลเรอื นของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหวั ” เปนมหาวทิ ยาลยั พระราชทานนามวา “จฬุ าลงกรณ
มหาวิทยาลัย” ใน พ.ศ. 2459 และทรงประกาศใชพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 เปนการเริ่มการศึกษา
ภาคบงั คบั
3. ทรงมีงานพระราชนิพนธป ระเภทตางๆ จำนวนมาก ท้งั โคลง ฉันท กาพย กลอน บทความ สารคดี นิทาน
บทละคร รวมทง้ั บทพระราชนิพนธภาษาตา งประเทศ เชน องั กฤษ ฝร่ังเศส และบาลี ทงั้ ท่ีทรงพระราชนิพนธเ องและ
ทรงแปล ทรงใชทั้งพระนามจริงและพระนามแฝง เชน วชิราวุธ อัศวพาหุ สุครีพ พันแหลม รามจิตติ ศรีอยุธยา
บทพระราชนพิ นธม หี ลากหลายประเภท เชน บทความปลกุ ใจในหนังสอื พมิ พ บทละคร โคลง กลอน เพอ่ื สรา งทศั นคติ
หรอื คา นยิ ม ความคดิ ความประพฤติ ศลี ธรรมจรรยา การเมอื ง สงั คม ความรัก การชมธรรมชาติ
ผฉูสบอับน คน หาขอมลู เพิม่ เติมไดท ่ี
http://www.aksorn.com/lib/s/soc_04
โรงเรียนวชิราวุธวทิ ยาลัยหรือโรงเรยี นมหาดเล็กหลวง สรางขึน้ ในสมัยรัชกาลที่ 6 เปน โรงเรยี นประจำตามแบบตะวนั ตก
124
5. สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มีพระนามเดิมวา “พระองคเจามนุษย-
นาคมานพ” ทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวและเจาจอมมารดาแพ
ทรงออกผนวชเมือ่ พระชนม 20 พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจาอยูหัวทรงเล่อื นเปนสมเด็จ
พระสังฆราช สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเปนนักปราชญท่ีมีความรอบรู
ในดานการศาสนา ทรงไดรับการยกยองวาทรงเปน “ดวงประทีปแกว” แหงคณะสงฆไทย เชี่ยวชาญ
พระธรรมวินัย และทรงเปนนักการศึกษาท่ีรวมบุกเบิกการประถมศึกษาในหัวเมืองในรัชสมัยพระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยูหัว
พระกรณยี กิจสำคัญทม่ี ตี อการสรางสรรคช าติไทยมีดงั ตอ ไปน้ี
ดา นศาสนา
1. ทรงต้ังมหามกุฎราชวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2436 เพื่อเปนสถานศึกษา ผฉูสบอับน
ข้ันสูงของสงฆ และทรงนำวิชาการแผนใหมมาทดลองสอนและสอบ เชน ภ
าษาบาลี สันสกฤต ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมทั้งเรียน
คณิตศาสตรและวิชาการสมัยใหมอ่ืนๆ ทรงนำวิธีการวัดผลการศึกษา
ดว ยการสอบขอเขียนมาใชแ ทนการสอบปากเปลา แบบเกา
2. ทรงวางหลักสตู รนกั ธรรมทเ่ี ปนการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานของสงฆ
3. ทรงวางระเบียบการปกครองคณะสงฆ และแยกการปกครอง
คณะสงฆจ ากฆราวาส โดยใหค ณะสงฆปกครองกนั เอง
4. ทรงนพิ นธหนังสือสำคัญหลายเลม เชน นวโกวาท พุทธประวตั ิ
เบญจศีลเบญจธรรม และธรรมวิจารณ ทำใหเขาใจพระพุทธ
ศาสนาไดดียิ่งข้ึน
ดา นการศกึ ษา
1. ทรงทำงานรวมกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ในการจัดตั้งโรงเรียนในหัวเมือง และทรงรับหนาท่ีในการฝกอบรม
พระภิกษุในกรุงเทพฯ และหัวเมืองเพ่ือใหเปนครูออกไปสอนตาม
โรงเรยี นหัวเมือง
2. ทรงวางแบบแผนการจัดต้ังโรงเรียนและการสรางหลักสูตร
การศึกษา ซึ่งทรงเนนวาการศึกษาตองสอดคลองกับความตองการ
ของบานเมืองเปนหลัก รวมท้ังทรงใหความสำคัญกับการสอน
ศีลธรรมและจรยิ ธรรม
3. ทรงแนะนำและชักจูงใหราษฎรเห็นผลประโยชนของการ
ศึกษาและสนบั สนนุ กจิ การของโรงเรยี นในทองถ่นิ
4. ทรงใหความสำคัญกับการเดินทางตรวจราชการตามหัวเมืองเพื่อใหเห็น
สภาพปญ หาจริงแทนการรับฟงรายงานเพียงอยางเดยี ว
125
6. พระเจา บรมวงศเธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท
พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท (พ.ศ. 2351-2414) มีพระนามเดิมวา
“พระองคเ จานวม” ทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา นภาลัยกบั เจาจอมมารดา
ปรางใหญ และเปน ตนราชสกลุ สนิทวงศ ทรงมีความรูทางดานการแพทยแ ผนไทย ทรงกำกบั กรมหมอ
และทรงมบี ทบาทสำคญั ในการพฒั นาการตางประเทศและการศึกษา
ในวาระแหงวันคลายวันประสูติครบ 200 ปของพระองค องคการศึกษาวิทยาศาสตรและ
วัฒนธรรมแหงสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ไดประกาศยกยองใหพระเจาบรมวงศเธอ
กรมหลวงวงษาธิราชสนิททรงเปนบุคคลสำคัญของโลกในสาขาปราชญและกวี (Scholar and Poet)
ประจำป พ.ศ. 2551-2552 และเปนบุคคลท่ีมีผลงานดานการศึกษาและวรรณกรรม การแพทยและ
การสาธารณสุข และการตา งประเทศ
พระกรณยี กจิ สำคัญที่มีตอ การสรา งสรรคชาติไทยมดี งั นี้
ดานการเมอื งการปกครอง
พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนทิ ทรงมคี วามคนุ เคย
กับวัฒนธรรมตะวันตกและชาวตะวันตกเปนอยางดี พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยูหัวจึงทรงแตงตั้งใหดำรงตำแหนงประธานคณะ
ผฉูส บอบั น กรรมาธิการฝายไทยรวมกับกลุมขุนนางตระกูลบุนนาคในการเจรจา
ทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตก ท่ีสำคัญ ไดแก สนธิสัญญาเบาวริง
ทรงดำเนินนโยบายทางการทูตดวยความประนีประนอมและผอนปรน
ทำใหความสัมพนั ธร ะหวา งประเทศดำเนนิ ไปดว ยดี
ดานการแพทย
พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิททรงนิพนธ “ตำราสรรพคุณยาของ
กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เลม 1 และเลม 2” นับเปนตำราสมุนไพรไทยเลมแรกของไทยท่ีมี
การจำแนกสรรพคุณของสมุนไพรตามแบบวิทยาศาสตรการแพทยตะวันตก ทรงเรียนรูในวิชา
การแพทยแผนตะวันตก ทรงเปนแพทยไทยพระองคแรกที่ไดรับการถวายประกาศนียบัตรและ
ทรงไดรับการทูลเชญิ ใหเปน สมาชกิ ของสถาบันการแพทยแหงนวิ ยอรก ประเทศสหรัฐอเมรกิ า
ดานวรรณกรรม
พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงศาธริ าชสนทิ ทรงมพี ระปรีชาสามารถในการประพนั ธโคลง ฉนั ท กาพย กลอน
พระนิพนธมีหลากหลายรูปแบบท้ังสาระและการบันเทิง เชน หนังสือแบบเรียนจินดามณี เลม 2 และงานตรวจสอบ
ชำระเรื่องพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เรื่องนิราศพระประธม เพลงยาวสามชาย ตำราเพลงยาวกลบท
สิงโตเลนหาง โคลงภาพฤๅษดี ดั ตน เปน ตน
เรียบเรียงข้ึนครั้งแรกโดยพระโหราธิบดี กวีในสมัยสมเด็จ
พระนารายณมหาราช เพ่ือไวเปนหนังสือตำราเรียนและใช
มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทรตอนตน จินดามณีมีหลายฉบับ
126 เชน ฉบบั โหราธบิ ดี ฉบบั หมอบรดั เลย เปน ตน
7. สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พ.ศ. 2405-2486) มีพระนามเดิมวา “พระองคเจา
ดิศวรกุมาร” ทรงเปนพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวกับเจาจอมมารดาชุม
ทรงมบี ทบาทสำคญั ในการปฏิรูปประเทศในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจา อยหู ัว และทรง
สง เสรมิ การศกึ ษาดานประวัตศิ าสตร โบราณคดี และการศึกษาของชาติ
พระกรณยี กิจสำคัญที่มตี อ การสรางสรรคชาติไทย สรุปไดด งั นี้
1) ดา นการเมอื งการปกครอง ไดแก
1. ทรงเปนเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก ระหวาง พ.ศ. 2435-
2458 และมีบทบาทสำคัญในการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลจนประสบ
ความสำเร็จ ทรงต้ังมณฑล 18 มณฑล จังหวัด 71 จังหวัด และเสด็จออกตรวจ
ราชการหัวเมอื งสมำ่ เสมอ
2. ทรงฝกหัดการเลือกตั้งผูใหญบาน กำนัน เพื่อปูพื้นฐานการ
ปกครองแบบประชาธิปไตย
2) ดา นสงั คมและวัฒนธรรม ไดแ ก ผฉสู บอบั น
1. ทรงคนควาในทางพงศาวดารและโบราณคดี ทรงมีงานประพันธดาน
ประวัติศาสตรและโบราณคดีเปนจำนวนมาก เชน ไทยรบพมา พระราชประวัติสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช พระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสินทร รัชกาลที่ 5 ลกั ษณะการปกครอง
ประเทศสยามแตโบราณ จนไดร บั การยกยองเปน บดิ าแหงประวัติศาสตรไทย
2. ทรงวาการหอพระสมุดสำหรับพระนครและริเริ่มการต้ังพิพิธภัณฑเมื่อ
พ.ศ. 2470 ทรงประกาศรับซื้อหนังสือเกาและรวบรวมของเกาๆ เพ่ือเก็บไวเปนสมบัติ
ของชาติ ทรงทำโรงเกบ็ ราชรถ
3. ทรงริเริ่มในการพิมพหนังสือสำหรับแจกเปนวิทยาทานในงานตางๆ
เชน งานพระศพหรืองานวนั ประสตู ิ และขอแบงหนงั สอื สวนหน่งึ เกบ็ ไวในหอ งสมุด ทำใหห นังสือความรูทง้ั เกา
และใหมไดรบั การพิมพแ พรห ลายมากขน้ึ รวมทั้งไดร ับการเกบ็ รักษาไวในหอ งสมุด
4. ทรงสงเสรมิ การคนควาความรูเกยี่ วกับไทยทมี่ อี ยูในท่ีตา งๆ
5. ใน พ.ศ. 2475 ทรงทดลองจดั ต้งั สมาคมวรรณคดแี ละราชบณั ฑิตยสภา
แตเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไดทรงถูกถอดออกจากการเปน
สภานายกหอพระสมุดและราชบัณฑติ ยสภา
6. ทรงริเร่ิมจัดต้ังหอจดหมายเหตุ หอรูป โดยทรงแยกจัดไวเปน
แผนกๆ คือ รูปคน รูปสถานที่ รูปเหตุการณ และนำมาไวแหงเดียวกัน ทำใหมี
รูปเกา ตกทอดมาจนถงึ ปจ จุบนั
127
8. สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานริศรานวุ ัดติวงศ
สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ ทรงมีพระนามเดิมวา “พระองคเจาจิตรเจริญ”
ทรงเปนพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวกับพระสัมพันธวงศเธอ พระองคเจา
พรรณราย ประสูติเม่ือวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2406 เปนตนราชสกุลจิตรพงศ ทรงมีพระปรีชา
สามารถในวทิ ยาการหลายแขนง เชน ดนตรี อักษรศาสตร ประวตั ศิ าสตร งานชาง และทรงมีผลงาน
สำคัญในดานการชางและศิลปะ
พระกรณียกิจสำคญั ทีม่ ีตอการสรางสรรคช าติไทยสรุปไดดงั นี้
1) ดานการเมอื งการปกครอง ไดแก
1. ในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัว สมเดจ็ ฯ เจาฟากรม
พระยานริศรานุวัดติวงศทรงเปนเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัง เพื่อวางรากฐานการบริหารราชการใหมคี วามม่นั คง
2. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว สมเด็จฯ เจาฟา
กรมพระยานริศรานุวัดติวงศทรงเปนอภิรัฐมนตรีที่ปรึกษาราชการแผนดิน และหลังจาก
เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทรงเปนผูสำเร็จราชการเม่ือพระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจา อยูห ัวเสด็จประทบั นอกกรุงเทพฯ และนอกประเทศ
ผฉสู บอบั น
2) ดา นสังคมและวฒั นธรรม สมเด็จฯ เจา ฟา กรมพระยานริศรา-
นุวัดติวงศทรงเปนพระบรมวงศานุวงศท่ีมีฝมือทางดานการชาง งานศิลปะเกือบ
ทกุ แขนง ทรงมผี ลงานดานจติ รกรรม สถาปต ยกรรม ประติมากรรม นาฏศิลป
และดนตรี ทรงไดรับการยกยองจากองคการศึกษาวิทยาศาสตรและ
วัฒนธรรมแหงสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ใหเปนบุคคล
ผมู ผี ลงานดีเดนทางดานวัฒนธรรมระดับโลกประจำป พ.ศ. 2506
ผลงานท่ีมีคุณคาและมีช่ือเสียงของพระองค เชน ผลงาน
ออกแบบพระอุโบสถวัดราชาธิวาสและสถูปเจดียหลังพระอุโบสถ
ออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ออกแบบตรากระทรวงตางๆ อนุสาวรียทหารอาสา
สงครามโลกคร้ังท่ี 1 องคพระธรณีบีบมวยผมที่เชิงสะพานผานพิภพลีลา ภาพจิตรกรรมมัจฉาชาดกท่ีหอพระคันธาร-
ราษฎรในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภาพสีน้ำมันประกอบพระราชพงศาวดารสมัยอยุธยา ภาพรางเร่ืองเวสสันดรชาดก
สำหรับเขียนลงบนผนังพระอุโบสถวัดราชาธิวาส ภาพเขียนพระสุริโยทัยขาดคอชาง อีกท้ังทรงมีความรอบรูและมีฝมือ
ทางดนตรีไทย ทรงประพันธเพลงตางๆ มากมาย เชน เพลงเขมรไทรโยค เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาชัย
เปน ตน
นอกจากน้ีทรงเขียนจดหมายอภิปรายเร่ืองตางๆ ของไทยกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพท้ังใน
ดานประวัติศาสตร ภาษาศาสตร ขนบธรรมเนียมประเพณี เปนตน จดหมายของทั้งสองพระองคน้ีตอมาพิมพในช่ือ
“สาสนส มเด็จ” ซ่ึงนบั เปนคลังความรหู น่ึงในการศกึ ษาเรอื่ งตางๆ ของไทย
128
9. หมอมราโชทัยหรือหมอ มราชวงศกระตา ย อศิ รางกูร
หมอมราโชทยั เกิดเม่ือ พ.ศ. 2363 ใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย
เปนโอรสในหมอมเจาชอุม อิศรางกูร คร้ันเมื่อ
เจริญวัยบิดาไดนำไปถวายตัวอยูกับเจาฟามงกุฎ
และไดศึกษาภาษาอังกฤษกับพวกมิชชันนารี
จนมีความรูทางดานภาษาอังกฤษเปนอยางดี
เม่ือเจาฟามงกุฎไดเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
ข้ึนเปนพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว
หมอมราชวงศกระตายไดเขารับราชการสนอง หมอมราโชทัยหรอื ม.ร.ว. กระตาย อศิ รางกรู ทรงทำ
พระมหากรุณาธิคุณ และดวยความสามารถทาง หนาท่ีเปนลามของคณะทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรี
กับองั กฤษในสมัยรัชกาลท่ี 4
การใชภาษาองั กฤษจึงไดเล่อื นยศเปน “หมอ มราโชทยั ”
ผลงานสำคญั ท่ีมตี อการสรางสรรคชาตไิ ทยมีดงั นี้
ดา นความสัมพันธร ะหวางประเทศ
หมอมราโชทัยไดเรียนภาษาอังกฤษกับมิชชันนารีจนมีความรูในภาษาอังกฤษดี ใน พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จ ผฉสู บอับน
พระจอมเกลาเจา อยูหวั ทรงสงคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกบั ราชสำนกั อังกฤษ มีพระยามนตรีสุริยวงศ (ชุม บนุ นาค)
เปนราชทูต จม่ืนสรรเพชรภักดี (เพ็ญ เพ็ญกุล) เปนอุปทูต จมื่นมณเฑียรพิทักษ (ดวง) เปนตรีทูต และบุคคล
ในคณะรวม 27 คน โดยทรงแตงต้ังใหหมอมราโชทัยเปนลาม ในครั้งน้ีหมอมราโชทัยไดแตงนิราศลอนดอนและ
จดหมายเหตุการเดินทาง โดยไดพรรณนาและบรรยายถึงเหตุการณเร่ืองราวตางๆ ท่ีเกิดข้ึนในการเดินทาง นับเปน
เหตุการณสำคัญกอนท่ีไทยจะเปดประตูรับอารยธรรมจากตางประเทศในการวางรากฐานความเจริญของบานเมืองตอมา
ซึ่งหมอบรดั เลย มิชชันนารีชาวอเมรกิ นั ไดน ำมาพมิ พจำหนายคร้งั แรกเม่อื พ.ศ. 2402 และครั้งท่ี 2 พ.ศ. 2408
หมอมราโชทัยมีความสามารถดานการตางประเทศ ตอมาจึงไดรับโปรดเกลาฯ ใหเปนอธิบดีพิพากษาศาล
ตางประเทศคนแรกของไทย
หมอมราโชทัยถึงแกอนิจกรรมเมื่อวันท่ี 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2410 เม่ืออายุได 47 ป พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ ใหจัดการพระราชทานเพลิง ณ เมรุวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันท่ี 19 กันยายน
พ.ศ. 2410
คณะราชทูตไทยเขาเฝาถวายพระราชสาสนและเครื่องราช คณะราชทูตไทยที่เดินทางไปเจริญพระราชไมตรีกับประเทศ
บรรณาการแกสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเมื่อ พ.ศ. อังกฤษเมอ่ื พ.ศ. 2400
2400
129
สมาคมลบั ที่เกดิ ขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร ตั้งขึ้นเพอ่ื ชว ยเหลอื กลุม ชาวจนี ดวยกนั เอง ตอมา
สมาคมนีไ้ ดกอปญหารนุ แรงข้นึ หลายคร้งั จนทางการตองใชอำนาจเขา จดั การอยา งเด็ดขาด
10. สมเดจ็ เจาพระยาบรมมหาศรสี รุ ยิ วงศ (ชว ง บนุ นาค)
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) เปนบุตรชายของสมเด็จเจาพระยา
มหาประยูรวงศ (ดศิ ) กบั ทา นผูหญิงจันทร เกดิ เมอ่ื พ.ศ. 2351 ในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระพุทธ-
ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มีผลงานสำคัญดานการปกครองบานเมืองและเปนผูสำเร็จราชการในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัว
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศมีบุตรชายเพียงคนเดียวกับทานผูหญิงกล่ิน ภรรยา
คือ คุณชายวร ซึ่งตอมาไดเลื่อนเปนเจาพระยาสุรวงศไวยวัฒน สมุหพระกลาโหมในสมัยรัชกาลท่ี 5
และทา นถึงแกพ ริ าลัยเมือ่ พ.ศ. 2425 รวมสริ อิ ายุได 74 ป
ผลงานสำคญั ทีม่ ตี อการสรางสรรคชาติไทยสรุปไดด ังนี้
ดานการเมืองการปกครอง
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) รับราชการเปนมหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ 2 ในสมัยรัชกาล
ที่ 3 ไดเ ล่ือนเปนจม่นื ไวยวรนาถ หวั หม่ืนมหาดเล็ก และพระยาศรสี ุรยิ วงศ จางวางมหาดเล็ก และในสมัยรัชกาลท่ี 4
ไดเล่ือนเปนเจาพระยาศรีสุริยวงศวาที่สมุหพระกลาโหม สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) ไดมี
บทบาทสำคัญในการสนับสนุนใหพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเม่ือ พ.ศ. 2394 และ
เปนขุนนางสำคัญตลอดรัชกาล เชน มีบทบาทสำคัญในการเจรจาตกลงทำสนธิสญั ญาเบาวรงิ กับอังกฤษจนสำเร็จลุลวง
ไปดวยดเี ม่ือ พ.ศ. 2398
ผฉูสบอับน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จข้ึนครองราชสมบัติใน พ.ศ. 2411 ขณะมีพระชนมพรรษา
เพียง 15 ชันษา เจาพระยาศรีสุริยวงศไดเปนผูสำเร็จราชการแผนดิน ปกครองบริหารประเทศในระหวางท่ีรชั กาลที่ 5
ยังไมทรงบรรลุนติ ิภาวะ
ตั้งแต พ.ศ. 2411-2416 ในการจัดระเบียบราชการ
แผนดินน้ัน ทานไดใชแนวคิด 2 ประการ ประการแรก คือ
การบังคบั บญั ชาขา ราชการ ไมไดย ดึ อำนาจไวแ ตเพียงผูเ ดียว
แตม ีการปรกึ ษาหารอื กบั ขาราชการชัน้ ผูใหญหลายฝา ย และ
ประการท่ีสอง คอื การฝก หัดใหพระบาทสมเด็จพระจลุ จอม-
เกลาเจา อยหู วั ทรงสามารถวา ราชการบา นเมืองไดเ อง
เจาพระยาศรีสุริยวงศไดรับราชการดวยความซ่ือสัตย
สุจริตและมีผลงานสำคัญมากมาย เชน การปราบปรามการ
กอความวุนวายของพวกจีนอพยพหรืออั้งย่ี การปราบปราม
การทำเงินปลอม และสนบั สนนุ ใหร ัชกาลท่ี 5 เสด็จฯ ประพาส
ชาติอาณานคิ มของตะวันตกในเอเชยี เชน สิงคโปร อินเดยี
เพอ่ื ศึกษารปู แบบการพฒั นาประเทศของชาติตะวันตก
ตอ มาเมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงปกครองประเทศดว ยพระองค
เองใน พ.ศ. 2416 ไดทรงเล่ือนเจาพระยาศรีสุริยวงศเปน
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ เพื่อเปนการยกยอง
คุณงามความดีของทา น
130
11. บาทหลวงปาลเลอกัวซ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ ผนู ำวทิ ยาการถา ยรูป
เขามาเผยแพรในประเทศไทย
บาทหลวงปาลเลอกัวซ หรือฌอง แบบตีสต
ปาลเลอกัวซ (พ.ศ. 2348-2405) ชาวฝร่ังเศส เปน
บาทหลวงนิกายโรมันคาทอลิกเขามาเผยแผคริสตศาสนา
ทเ่ี มอื งไทยตง้ั แต พ.ศ. 2373 ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกลา เจาอยูห วั เริม่ แรกทานพำนักอยทู ีว่ ัดอสั สัมชัญ
ตอมาไดยา ยไปตามเมอื งตางๆ จนกระทง่ั ใน พ.ศ. 2381
ไดเ ปนสงั ฆราช ณ วดั คอนเซ็ปชญั
บาทหลวงปาลเลอกัวซไดศึกษาภาษาไทยและ
ภาษาบาลีจนมีความรูดี รวมท้ังมีความรูดานดาราศาสตร
ภูมิศาสตร และวิทยาศาสตร บาทหลวงปาลเลอกัวซได
สรางสรรคผลงานวิชาความรูท่ีมีคุณคาย่ิงตอการศึกษา
และประวัตศิ าสตรไทย
ผลงานสำคญั ที่มีตอการสรางสรรคช าติไทย สรปุ ไดดงั นี้
1) ดานอักษรศาสตร บาทหลวงปาลเลอกัวซศึกษาภาษาไทยและบาลีจนมีความรู ผฉสู บอับน
แตกฉาน และไดทำพจนานุกรมภาษาไทยข้ึน โดยมีวชิรญาณเถระ (ตอมาคือ พระบาท
สมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว) ไดทรงชวยจัดทำดวย และบาทหลวงปาลเลอกัวซได
ถวายการสอนภาษาละตินใหพระองค ซ่ึงเปนจุดเร่ิมตนสำคัญที่ทำใหพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยหู วั ทรงทราบความรูและความคดิ ของชาวตะวันตก
นอกจากนี้ บาทหลวงปาลเลอกัวซไดเขียนพจนานุกรมสี่ภาษา คือ
ภาษาไทย ละติน ฝร่ังเศส อังกฤษ หรือสัพพะ พะจะนะ พาสาไท พิมพข้ึนใน
พ.ศ. 2397 เขียนหนงั สือไวยากรณภ าษาไทยเปน ภาษาฝร่ังเศส และแตงหนังสือเรือ่ ง
“เลา เร่ืองเมืองสยาม” ทำใหช าวยุโรปรจู กั เมอื งไทยดียิง่ ขึน้
2) ดานวิทยาการตะวันตก บาทหลวงปาลเลอกัวซมีความรูในดานภูมิศาสตรและวิทยาศาสตร โดยเฉพาะ
ดาราศาสตร ฟส กิ ส และเคมี และมีความรคู วามชำนาญทางดานวชิ าการถา ยรปู รวมทงั้ เปน ผูนำวิทยาการถายรูปเขามา
ในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2388 โดยสั่งซ้ือกลองถายรูปมาจากฝร่ังเศส และมีฝมือในการชุบโลหะ ซึ่งบุตรหลาน
ขา ราชการบางคนไดเ รียนรวู ชิ าเหลา นี้จากทา น นอกจากน้ี บาทหลวงปาลเลอกวั ซไดสรา งโรงพิมพภ ายในวัดคอนเซ็ปชัญ
และจัดพมิ พหนงั สือสวดมนต
3) ดานศาสนา บาทหลวงปาลเลอกัวซไดสรางความเจริญรุงเรืองใหแกคริสตศาสนจักรคาทอลิกในประเทศ
ไทย เชน สรางสำนักพระสังฆราชเพ่ือเผยแผคริสตศาสนาท่ีวัดอัสสัมชัญบางรัก และไดยายจากวัดคอนเซ็ปชัญไปอยูที่
วดั อัสสัมชัญจนกระท่ังมรณภาพ
131
12. พระยากลั ยาณไมตรี (ดร. ฟรานซิส บ.ี แซร)
ดร. ฟรานซิส บี. แซร (Dr. Francis B. Sayre) เปนศาสตราจารยทางดานกฎหมายจาก
มหาวิทยาลัยฮารวารด และเขามาดำรงตำแหนงเปนท่ีปรึกษากระทรวงการตางประเทศของไทยตั้งแต
พ.ศ. 2466 ในสมัยรัชกาลท่ี 6 ไดรบั มอบหมายใหดำเนินการแกไขขอผูกพันท่ีไทยมีตอ ประเทศตางๆ
ตามสนธิสัญญาทีท่ ำไวในสมยั รชั กาลที่ 5
ผลงานสำคญั ที่มีตอการสรา งสรรคชาตไิ ทยมดี ังตอไปนี้
ดา นความสมั พันธระหวางประเทศ
เมือ่ เขา รวมกบั ฝายสมั พันธมติ รในสงครามโลกคร้งั ที่ 1 (พ.ศ. 2457-2461) ซึ่งเปน ฝายทชี่ นะ ทำใหป ระเทศไทย
ไดมีโอกาสขอใหประเทศตะวันตกแกไขสนธิสัญญาที่ไมเสมอภาคที่ไทยทำกับประเทศตางๆ ต้ังแตสนธิสัญญาเบาวริง
เปนตนมา
ดร. ฟรานซสิ บ.ี แซร ไดเปน ผูแทนรัฐบาลไทยมอี ำนาจเต็มในการเจรจาแกไขสนธิสญั ญาไมเปน ธรรมกบั ประเทศ
ตางๆ ในยุโรป โดยเร่ิมจากฝร่ังเศสเปนประเทศแรก ตามนโยบายของพระวรวงศเธอ พระองคเจาไตรทศประพันธ
เสนาบดีกระทรวงการตางประเทศ การเจรจาเปนไปอยางยากลำบาก โดยเฉพาะอยางยิ่งการเจรจากับฝรั่งเศสและ
องั กฤษ ซึ่งตา งกพ็ ยายามรักษาผลประโยชนข องตนเตม็ ที่ แตเ น่ืองจาก ดร. ฟรานซสิ บี. แซร เปน ผมู ีความสามารถ
ทางดานการทูต มีความวิริยะอุตสาหะและมีความต้ังใจดีตอประเทศไทย ประกอบกับทานมีสถานภาพเปนบุตรเขยของ
ประธานาธิบดีวูดโรว วิลสัน แหงสหรัฐอเมริกา จึงทำใหการเจรจาประสบความสำเร็จดวยดี โดยฝรั่งเศสยอมตกลง
ผฉสู บอับน ทำสนธิสัญญาไทย-ฝรง่ั เศสใน พ.ศ. 2467 แตขอสิทธิในการจดั ตง้ั ศาลตางประเทศขึ้นในจงั หวดั ตางๆ เพอ่ื พิจารณาคดี
ชาวฝร่ังเศสและคนในบังคับฝรั่งเศสทั้งคดีแพงและคดีอาญา จนกวาไทยจะประกาศใชประมวลกฎหมายครบถวน
สำหรับประเทศองั กฤษนน้ั ยอมตกลงทำสนธิสญั ญากับไทยใน พ.ศ. 2468
ดร. ฟรานซิส บ.ี แซร เดนิ ทางไปเจรจาแกไขสนธสิ ัญญากบั ประเทศในยุโรปรวม 2 ป ประเทศยุโรปอีก 7 ประเทศ
คือ เนเธอรแลนด สเปน โปรตุเกส เดนมารก สวีเดน อิตาลี และเบลเยียม ก็ยินยอมลงนามในสนธิสัญญากับไทย
และการท่สี นธสิ ัญญาทกุ ฉบับมผี ลบังคับใชเปน เวลา 10 ป ทำให
ไทยสามารถแกไขสนธสิ ญั ญาไดส ะดวกในเวลาตอมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยหู วั ดร. ฟรานซสิ
บี. แซร ไดถ วายคำแนะนำเก่ียวกบั สถานการณบา นเมืองของไทย
เสนอวิธีแกไขปญหาการคลัง เสนอแนะเกี่ยวกับองคกรการเมือง
และการรา งรฐั ธรรมนูญ ใน พ.ศ. 2470 ดร. ฟรานซสิ บ.ี แซร
ไดรับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปนพระยากัลยาณไมตรีเพ่ือเปน
การตอบแทนคุณประโยชนที่ทำใหกับเมืองไทย ตอ มารฐั บาลไทย
ไดตั้งช่ือถนนขางวังสราญรมย ซึ่งเคยเปนที่ตั้งของกระทรวง
การตางประเทศวา “ถนนกัลยาณไมตรี” เพื่อเปนเกียรติแก ดร.
ฟรานซิส บี. แซร
พระยากัลยาณไมตรีถึงแกอนิจกรรมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมอ่ื พ.ศ. 2515 รวมอายุได 87 ป
132
13. ศาสตราจารยศ ลิ ป พรี ะศรี
ศาสตราจารยศ ลิ ป พีระศรี (พ.ศ. 2435-2505) มชี อ่ื เดมิ วา “คอรร าโด เฟโรชี” เปน ชาวเมือง
ฟลอเรนซ ประเทศอิตาลี มีความเชี่ยวชาญดานปรัชญาและประวัติศาสตรศิลป โดยเฉพาะดาน
ประติมากรรมและจิตรกรรม ไดเขามารับราชการเปนชางปนประจำกรมศิลปากรเม่ือ พ.ศ. 2466
ตอมาไดรับการแตงต้ังใหเปนอาจารยสอนวิชาชา งปนหลอ แผนกศิลปากร ศาสตราจารยศิลป พีระศรี
ใหความสำคัญและทมุ เทกบั การทำงานดา นศลิ ปะและการวางรากฐานการศึกษาศลิ ปะในประเทศไทย
ผลงานสำคัญท่มี ตี อ การสรางสรรคช าติไทยสรุปไดดงั นี้
1) ดานการศึกษาศิลปะในประเทศไทย โดยการวางรากฐานและพัฒนาการ ผฉูสบอับน
ศึกษาศิลปะอยางมีระบบและแบบแผน ทำใหมีการเรียนวิชาศิลปะแบบใหมในประเทศไทย
โดยวางหลักสูตรวิชาจิตรกรรมและประติมากรรม และเปดโรงเรียนสอนศิลปะของราชการ
แหงแรก ชื่อ “โรงเรียนประณีตศิลปกรรม” เม่ือ พ.ศ. 2477 ตอมาเปล่ียนช่ือเปน
“โรงเรียนศิลปากรแผนกชา ง” และยกฐานะขน้ึ เปนมหาวทิ ยาลยั ศิลปากรเม่อื พ.ศ. 2486
มีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม โดยศาสตราจารยศิลป พีระศรี เปนคณบดีคนแรก
นับเปนโรงเรียนสอนศิลปะสากลแหงแรกของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต
นอกจากน้ี ศาสตราจารยศิลป พีระศรี ยังสนับสนุนใหเปดโรงเรียนศิลปศึกษาข้ึน
เม่ือ พ.ศ. 2495 ปจ จุบนั คอื วทิ ยาลัยชางศลิ ป
2) ดา นการสรางผลงานศิลปะ ผลงานประตมิ ากรรมท่ีสำคญั เชน พระบรมราชานสุ าวรยี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชหรือพระปฐมบรมราชานุสรณ บริเวณเชิงสะพาน
พระพุทธยอดฟาจุฬาโลก อนุสาวรียทาวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา รูปปนหลอประกอบอนุสาวรีย
ชยั สมรภูมิ พระบรมราชานสุ าวรียส มเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ พระบรมราชานุสาวรยี
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดสุพรรณบุรี รูปปนประดับอนุสาวรียประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน
พระประธานพุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม เปนตน
3) ดา นงานวชิ าการ ศาสตราจารยศลิ ป พีระศรี ไดเ ขยี น
ตำรา บทความ และเอกสารทางวิชาการจำนวนมากเพอื่ ใหความรู
ดานศิลปะและคุณคาของศิลปะ เชน อะไรคือศิลปะ คุณคาของ
จิตรกรรมฝาผนัง ศิลปะและราคะจริต ทฤษฎีของสี ทฤษฎีแหง
องคประกอบศลิ ป ภาพจิตรกรรมไทย พรงุ น้กี ็ชา เสยี แลว เปน ตน
ศาสตราจารยศิลป พีระศรี ไดรับการยกยองวามีความทุมเทใหกับการทำงาน มีความรัก
ความรับผิดชอบในงาน และการวางพ้ืนฐานการศึกษาประวัติศาสตรของไทย ทานไดรับราชการอยูใน
เมืองไทยนานถึง 38 ป
133
14. พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภกั ดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง)
พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (พ.ศ. 2400-2456) เคยดำรงตำแหนงเจาเมืองตรังโดย
พฒั นาเมืองตรงั ใหม ีความเจริญ และเปน ผนู ำยางพาราเขามาปลกู ในเมอื งไทยเปน คนแรก
ผลงานสำคญั ท่มี ตี อ การสรา งสรรคช าตไิ ทยสรปุ ไดดังน้ี
ดา นการปกครอง
พระยารัษฎานุประดิษฐฯ เขารับราชการในหนวยงานดานการปกครอง มีบรรดาศักด์ิเปนหลวงบริรักษโลหวิสัย
ตำแหนงผูชว ยราชการเมืองระนอง ตอมาเลื่อนเปนผวู า ราชการเมอื งกระบ่ี บรรดาศักดเ์ิ ปน พระอษั ฎงคตทิศรักษา และได
เลื่อนบรรดาศักดเ์ิ ปนพระยารษั ฎานปุ ระดิษฐมหศิ รภกั ดี ตำแหนง ผวู าราชการจงั หวดั ตรงั ในฐานะเจาเมอื งตรงั ทา นได
พัฒนาชีวิตความเปนอยูของราษฎรและพัฒนาเมืองตรังหลาย
ประการ เชน ตัดถนนใหม สงเสริมใหราษฎรทำการเกษตร
และเลย้ี งสัตว เชน ไก สง เสริมใหม ีการปลกู กาแฟและยางพารา
นับเปนคร้ังแรกท่ีมีการปลูกยางพาราท่ีภาคใต โดยพระยารัษฎา-
นุประดิษฐฯ ไดนำตนกลายางพาราและพันธุมะมวงหิมพานต
เขามาปลกู ซง่ึ ยางพาราไดกลายเปน พืชเศรษฐกิจสำคญั มาจนถึง
ปจจุบัน
นอกจากนี้ พระยารษั ฎานปุ ระดิษฐฯ ไดจัดตง้ั กองโปลิศภูธร
ขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบรอย และซ้ือเรือกลไฟไวตรวจ
ผฉูสบอับน ลาดตระเวน กำหนดใหทุกบานตองมีเกราะไวตีเตือนภัยท่ีหนา
บาน พระยารัษฎานุประดิษฐฯ เปนเจาเมืองตรังนานถึง 11 ป
เปนที่เคารพรักใครของชาวเมืองและไดรับการยกยองวาเปน
สมุหเทศาภิบาลที่ยอดเยี่ยม เปนนักปกครองที่มีความคิด
กวางไกล เพ่ือเปนการระลึกถึงคุณความดีและผลงานของทาน
ปจจุบันทางการไดสรางอนุสาวรียของพระยารัษฎานุประดิษฐฯ
ไวท ีเ่ มืองตรัง
กิจกรรมสรา งสรรค กลาวโดยสรุป การท่ีชาติไทยสามารถ
ดำรงอยูไดและมีพัฒนาการมาโดยลำดับนั้น
ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 6 คน เพ่ือคนควา เพราะมีบุคคลสำคัญจำนวนมากท้ังชาวไทยและ
ขอมูลพรอมภาพประกอบเกี่ยวกับผลงานของบุคคลสำคัญ ชาวตางชาติไดสรางผลงานท่ีมีคุณประโยชนตอ
ที่มีสวนสรางสรรคชาติไทยเพ่ิมเติมจากในหนังสือเรียน ชาติไทย บุคคลสำคัญที่ยกตัวอยางมานี้มีสวน
กลุมละ 1 ทาน จากน้ันออกมานำเสนอผลงานหนา สำคัญตอการสรางสรรคชาติไทยหลากหลาย
ชั้นเรยี น และนำไปจดั นทิ รรศการใหสวยงาม ดาน ซึ่งคนรุนหลังควรถือเปนแบบอยางในการ
ทำคณุ ประโยชนใหแ กชาตบิ า นเมอื ง
134
แบบฝกทักษะพฒั นาการเรียนรู
ตอนท่ี 1 ใหนักเรียนสรุปผลงานของบุคคลสำคัญในการสรางสรรคชาติไทยในภาพโดยสังเขป มฐ./ตัวชี้วดั
ลงในชอ งวาง
กจิ กรรมท่ี 1 ส4.3
(ม.4-6/4)
1.
2. ...............ด....า...น.....ก....า..ร....เ..ม...ือ....ง...ก....า...ร...ป....ก....ค....ร....อ...ง........เ..ช...น.........ท....ร...ง...ส.....ถ...า...ป....น.....า..ร....า...ช...ว...ง...ศ...
3. .จ...ัก.....ร...ี.แ...ล.....ะ...ก....ร...ุ.ง....ร...ัต.....น.....โ...ก....ส....ิ.น....ท.....ร........ท.....ร...ง....เ..ป.....น....จ....อ....ม....ท....ั.พ....ท.....ำ...ส....ง....ค....ร...า...ม...
4. .ป...อ....ง...ก....ัน....อ...า...ณ.....า...จ...ัก....ร.......ด....า...น....ส....ัง...ค....ม...แ...ล....ะ...ว..ัฒ.....น.....ธ...ร...ร...ม........เ..ช...น........โ..ป....ร....ด...เ..ก....ล....า..ฯ..
5. .ใ..ห....ส....ร....า...ง...พ....ร....ะ...บ....ร...ม....ม....ห....า...ร...า...ช...ว...ัง...แ....ล....ะ..ว...ัด....ต....า...ง....ๆ.......ท....ร....ง...พ....ร....ะ...ร...า...ช...น.....ิพ....น.....ธ..
.ว..ร....ร...ณ......ค....ด....ี ..เ..ช...น........ร...า...ม...เ..ก....ยี...ร....ต....ิ์ ...เ.พ....ล....ง....ย...า...ว...ร...บ....พ....ม....า...ท....ี่ท....า..ด....ิน.....แ...ด....ง.................
...............ด....า...น....ก....า...ร....เ.ม....ือ...ง....ก....า..ร....ป....ก....ค....ร...อ....ง........เ.ช....น........ท.....ร...ง...ต....ร....า...ก....ฎ...ห....ม....า...ย...ห....า...ม..
ส....ู.บ....ซ....ื้อ...ข...า...ย....ฝ....น.........ด....า...น....ส.....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม........เ..ช...น.........โ...ป....ร....ด....เ..ก....ล....า...ฯ.
ใ...ห....บ....ู.ร...ณ......ป....ฏ....ิส....ัง....ข...ร....ณ.....ว...ัด.....แ...จ....ง........ด....า...น....ศ....ิ.ล....ป....ก....ร....ร...ม....แ...ล.....ะ..ว...ร....ร....ณ.....ก.....ร...ร....ม..
เ..ช...น.........ท....ร....ง...ป.....ร...ะ...พ....ัน.....ธ...เ..พ....ล....ง....บ....ุห....ล....ัน.....ล....อ....ย...เ..ล....่ือ....น.........แ...ล....ะ...ท....ร...ง....แ...ก....ะ...ส....ล....ัก...
บ....า...น.....ป....ร...ะ...ต...ูว...หิ....า...ร...พ.....ร...ะ...ศ....ร...ีศ....า...ก....ย...ม....ุน....ที ....วี่ ...ดั ....ส....ุท....ัศ....น....เ..ท....พ....ว...ร....า..ร....า...ม.................... ผฉสู บอับน
...............ด....า...น....ศ....า...ส....น.....า.....เ..ช...น........โ..ป....ร....ด....เ.ก....ล....า...ฯ......ใ..ห....ส....ร....า ...ง...ว...ัด....ร...า...ช...น....ัด....ด....า...ร...า...ม..
ท....ร....ง....บ....ูร....ณ.....ป....ฏ....ิส.....ัง...ข...ร....ณ......ว..ั.ด....พ....ร....ะ...แ...ก....ว........ด....า...น....ค.....ว...า...ม...ส....ั.ม...พ....ั.น....ธ....ร...ะ...ห....ว...า...ง..
ป....ร...ะ...เ..ท....ศ.......ท....ร...ง...ท....ำ...ส....น....ธ....สิ ....ญั ....ญ.....า...เ..บ....อ...ร...น.....ยี...ก....บั....อ....ัง...ก....ฤ...ษ........ด....า..น.....เ..ศ...ร....ษ....ฐ...ก....จิ..
ท.....ร...ง....ส....ง....เ..ส....ร....ิม....ก....า...ร....ค....า....ข...า...ย....ก...ั.บ....ต.....า...ง...ช....า...ต....ิ ....โ...ด....ย....ส.....ง...เ..ร....ือ....ส....ำ...เ..ภ....า...แ....ล....ะ.
เรอื กำปนไปคา ขาย.......................................................................................................................................................
...............ด....า...น.....ก....า..ร....เ..ม...ือ....ง...ก....า...ร....ป....ก....ค....ร...อ....ง.......เ..ช...น.........ท....ร....ง...ส....ร....า...ง...ธ...ง....ไ..ต....ร....ร...ง....ค..
.เ.ป....น.....ธ...ง....ป....ร...ะ...จ...ำ...ช...า...ต....ิ.....ก....ำ..ห....น.....ด....ใ...ห....ม...ีว...ัน.....ส....ำ...ค....ัญ.....ข...อ...ง....ช...า...ต....ิ ....ด....า...น....ส.....ัง...ค....ม..
แ....ล....ะ..ว...ัฒ......น....ธ...ร....ร...ม........เ..ช...น.........ท....ร....ง...ต....ร....า..พ.....ร...ะ...ร...า...ช...บ....ัญ.....ญ.....ัต....ิน.....า...ม...ส....ก....ุล.........ท....ร...ง..
ต....้ั.ง...โ...ร....ง....เ..ร...ีย....น.....ม....ห....า...ด.....เ..ล....็ก....ห.....ล....ว...ง........ท....ร....ง....พ....ร....ะ...ร....า...ช...น.....ิพ.....น....ธ....ท....ั้ง....โ...ค....ล....ง..
ฉ.....ัน....ท.... ...ก....า...พ....ย... ...ก....ล....อ...น........บ....ท....ล....ะ..ค....ร....จ...ำ...น.....ว..น.....ม...า...ก.....................................................
................ด....า...น....ก....า...ร....เ..ม...ือ....ง....ก....า...ร...ป....ก....ค.....ร...อ....ง........เ..ช...น.........ท....ร....ง...เ..ข...า...ร....ว...ม...ก....ั.บ....ก....ล....ุม..
.ข...ุน.....น.....า...ง...ไ...ท....ย....ใ...น.....ก....า...ร....เ..จ...ร....จ....า...ท....ำ...ส.....น.....ธ...ิส....ั.ญ.....ญ.....า...เ..บ.....า...ว...ร...ิง....ก....ับ.....อ...ั.ง...ก....ฤ....ษ...
.ด....า..น.....ก....า..ร....แ...พ....ท....ย......ท....ร...ง...น.....ิพ....น....ธ...ต....ำ...ร...า...ส....ร...ร....พ....ค....ณุ .....ย...า......เ..ล...ม.......1.....แ...ล....ะ...เ.ล....ม.......2.
.ท...ร....ง..เ..ป....น....ส...ม...า...ช...ิก...ข...อ...ง...ส....ถ...า...บ...นั....ก....า..ร....แ..พ....ท....ย...แ...ห...ง...น....ิว...ย...อ...ร...ก.......ด....า..น....ว...ร...ร...ณ.....ก...ร...ร....ม.
.เ..ช...น .......ท....ร...ง....พ....ร...ะ...น....ิพ....น.....ธ...ห....น.....ัง...ส....ือ....แ...บ....บ....เ..ร...ีย....น....จ....นิ ....ด....า...ม...ณ......ี ...เ.ล....ม.......2..................
135
6. ...............ด.....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ....ง...ก....า....ร...ป.....ก....ค....ร....อ....ง........เ..ช...น..........ท....ร....ง...เ...ป....น.....เ..ส....น.....า...บ.....ด.. ี
.ก....ร....ะ...ท....ร....ว...ง....ม....ห....า...ด....ไ...ท....ย....ค.....น.....แ...ร....ก.........แ...ล....ะ...เ..ส.....ด....็จ....อ....อ....ก....ต.....ร...ว....จ...ร....า...ช....ก....า...ร..
7. .ห...ั.ว...เ.ม....ือ....ง...อ....ย...ูเ..ส....ม....อ........ด....า...น....ส.....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม........เ..ช...น.........ท....ร....ง...ม....ีง...า...น...
.ป...ร....ะ...พ....ัน....ธ....ด....า..น.....ป....ร...ะ...ว...ัต....ิศ....า..ส.....ต....ร...แ...ล....ะ...โ..บ.....ร...า...ณ.....ค....ด....ีม....า...ก....ม...า...ย........ท....ร...ง....ร...ิเ..ร...ิ่ม..
8. .จ...ัด....ต....ั้ง....ห....อ...จ....ด....ห....ม....า..ย....เ..ห....ต....ุ ....ห....อ....ร...ูป.........โ..ด....ย....ท....ร...ง....แ...ย....ก....จ...ัด....ไ...ว...เ..ป....น....แ...ผ....น.....ก....ๆ.
ผฉูสบอับน .ท....ำ..ใ...ห....ม ...ีร....ูป....เ.ก....า...ต....ก....ท....อ...ด....ม....า...จ...น.....ถ...ึง....ป...จ....จ....บุ ....นั ..............................................................
9. ...............ด.....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ....ง...ก....า....ร...ป.....ก....ค....ร....อ....ง........เ..ช...น..........ท....ร....ง...เ...ป....น.....เ..ส....น.....า...บ.....ด.. ี
.ก...ร....ะ...ท....ร...ว...ง...โ...ย...ธ...า...ธ...กิ....า...ร........ก....ร...ะ...ท....ร...ว...ง...พ....ร....ะ..ค....ล....งั....ม...ห....า...ส....ม....บ....ตั ....ิ ....ก....ร....ะ..ท....ร....ว..ง..
10. .ก....ล....า...โ..ห....ม....แ...ล....ะ...ก....ร....ะ..ท....ร....ว...ง...ว...ัง....ใ..น.....ส....ม....ัย....ร...ัช...ก....า...ล....ท....ี่.....5........ด....า...น....ส....ั.ง...ค....ม....แ...ล....ะ.
.ว..ัฒ.....น.....ธ...ร...ร....ม......ท....ร...ง...ม....ผี ...ล....ง...า...น....ส....ำ...ค....ัญ........เ.ช...น........ภ...า...พ....จ...ติ....ร....ก....ร...ร...ม....ม...ัจ....ฉ....า..ช...า...ด....ก..
.ท....ี่ห....อ...พ....ร....ะ..ค.....ัน....ธ...า...ร....ร...า...ษ....ฎ....ร....ใ..น.....ว..ั.ด....พ....ร...ะ...แ...ก....ว.......ภ....า...พ....เ..ข...ีย...น.....พ....ร....ะ..ส.....ุร...ิโ...ย...ท....ัย..
ข...า...ด....ค....อ....ช...า..ง.......ท....ร...ง...ป....ร....ะ..พ....ัน.....ธ...เ..พ....ล....ง...ต....า...ง...ๆ......เ..ช...น .......เ..พ....ล....ง...เ..ข...ม...ร....ไ..ท....ร....โ..ย....ค.......
...............ด....า...น.....ค....ว...า..ม....ส....ัม....พ....ัน.....ธ...ร...ะ...ห....ว...า...ง...ป....ร....ะ..เ..ท....ศ........ไ...ด....เ..ป....น....ล....า...ม....ข...อ...ง....ค....ณ.....ะ.
ร....า...ช...ท....ูต....ไ..ท....ย....เ..ด...ิน.....ท....า...ง...ไ...ป...เ..จ....ร...ิญ.....พ....ร....ะ..ร....า..ช....ไ..ม....ต....ร...ีก....ับ....อ....ัง...ก....ฤ....ษ....เ..ม...่ือ........พ.......ศ.....
2....4...0....0........ร....ว...ม....ท....ั้ง....ไ...ด....แ...ต.....ง...น.....ิร....า...ศ....ล....อ....น.....ด....อ....น.....แ...ล....ะ...จ....ด....ห.....ม....า...ย...เ..ห.....ต....ุก....า...ร..
.เ.ด....ิน.....ท....า..ง.......น....อ....ก....จ...า...ก....น....ี้...ไ...ด....ร ...บั.....โ..ป....ร...ด....เ..ก....ล....า...ฯ.....ใ...ห....เ..ป....น....อ...ธ....ิบ....ด....ีพ....ิพ....า...ก....ษ....า.
.ศ...า...ล....ต....า...ง...ป....ร...ะ...เ..ท....ศ....ค....น....แ...ร....ก....ข...อ...ง...ไ...ท....ย...........................................................................
.......................................................................................................................................................
...............ด....า...น....ค....ว...า...ม...ส....ัม....พ....ัน....ธ...ร....ะ..ห....ว...า...ง...ป....ร...ะ...เ.ท....ศ.........เ.ป....น.....ผ...ูแ...ท....น....ร....ัฐ...บ....า...ล....ไ..ท....ย..
.ใ..น....ส....ม....ัย...ร....ชั ...ก....า..ล....ท....่ี...6......ใ...น....ก....า...ร...เ..จ...ร....จ...า...แ...ก....ไ..ข...ส....น....ธ....สิ ....ญั ....ญ.....า...ท....ไ่ี ..ม....เ.ส.....ม...อ...ภ....า...ค..
ท.....่ีไ..ท....ย....ท....ำ...ก....ับ....ป....ร....ะ...เ..ท....ศ....ต....า...ง...ๆ........ใ..น.....ย...ุโ...ร....ป....ต....้ัง...แ...ต....ส.....น....ธ....ิส....ัญ.....ญ.....า...เ..บ....า...ว...ร...ิง..
.เ.ป.....น....ต....น.....ม....า.......ใ...น.....ส....ม....ัย....ร...ัช....ก....า...ล....ท....ี่ ....7........ไ...ด....ถ....ว...า...ย....ค....ำ...แ...น.....ะ...น.....ำ..เ..ก....ี่.ย...ว...ก....ับ...
.ส....ถ....า...น....ก....า...ร....ณ.....บ....า...น.....เ..ม...ือ....ง...ข...อ....ง...ไ...ท....ย........เ..ส....น.....อ...ว...ิธ....ีแ...ก....ไ...ข...ป....ญ.....ห....า...ก....า...ร...ค....ล....ัง..
เ..ส....น.....อ...แ....น....ะ...เ.ก....่ยี....ว...ก....บั ....อ...ง....ค....ก ....ร...ก....า...ร...เ..ม...ือ....ง...แ...ล....ะ...ก....า..ร....ร...า...ง...ร....ฐั ...ธ...ร....ร...ม....น....ูญ............
...............ด....า...น.....ก....า...ร...ศ....ึก....ษ....า...ศ....ิล....ป....ะ...ใ..น.....ป....ร...ะ...เ..ท....ศ....ไ...ท....ย........เ.ช....น........ว...า...ง....ร...า...ก....ฐ...า...น...
ก.....า...ร....เ..ร...ีย....น.....ว...ิช...า...ศ....ิ.ล....ป....ะ...แ...บ.....บ....ใ...ห.....ม........เ..ป....ด....โ...ร....ง...เ..ร....ีย....น.....ส....อ....น.....ศ....ิล....ป....ะ...ข....อ...ง..
ร....า...ช...ก....า..ร....แ...ห....ง...แ...ร....ก.......ซ....ึ่ง...ภ....า...ย...ห....ล....ัง...ต....อ....ม...า......ค....อื.......ม....ห....า..ว...ทิ....ย....า..ล....ยั....ศ....ลิ ....ป....า..ก....ร..
ด.....า..น.....ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...ผ....ล....ง...า...น.....ศ...ิ.ล....ป....ะ..แ...ล....ะ...ง....า..น.....ว...ิช...า...ก....า...ร........เ.ช....น.........อ...น.....ุส....า...ว...ร...ีย..
.ท....า...ว...ส....ุร....น....า...ร....ี ....จ....ัง....ห....ว..ั.ด....น.....ค....ร...ร....า...ช...ส....ี.ม...า........พ....ร....ะ..ป....ร....ะ...ธ...า...น.....พ....ุท....ธ....ม....ณ.....ฑ.....ล..
.จ...ัง...ห....ว...ัด....น.....ค....ร...ป....ฐ...ม.......ร...ว...ม....ท....ัง้ ...ต....ำ..ร....า...แ...ล....ะ..เ..อ...ก....ส.....า..ร....ว...ชิ ...า..ก....า...ร....จ...ำ...น....ว...น.....ม...า...ก.....
136
กจิ กรรมท่ี 2 ใหน กั เรยี นนำตัวอกั ษรหนา ขอความดา นบนไปใสลงใน หนา ขอความดา นลาง
ใหถกู ตอ งและสมั พันธกฐนั ฑ
ฏก
พีระศรี ยอดพรฟะาบจุพารฬทาะโสยลมเามก ็ดัรมิหจหษศพารรฎระาาภัชพุ ุนกทปธดี-ระดิษฐ
ญ พระยา ักลยาณไมตรี พรพะรพะพทุ บรธาะเทลบสศิ ามหทเลดสา็จมนเภดา็จลัย
ฎ ศาสตราจาร ย ิศล ป
ห มอมราโชทัย ค
บรสมมเม ็ดหจาเศจรีาสุพ ิรรยะวยงา ศ ขงผลงานของ
บาทหลวงปาลเลอกัว ซ บุคคลสำคญั
สมกเรดมก็จพพรพรมระะรยหมะาลหเวจวาชาสงริ บมญวณงราณษมเจวาวาโธงรศริรสาเ ธชอสนทิ
สมนเรดศิ จ็ รฯสาดนมเจวุำเาัดดรฟตงจ็ าิวรฯกงาศรชมก าพรนรมะุภพยาารพะยา
ในการสรา งสรรรค พระน่ังเกลา เจาอยหู ัว
ชาติไทย พระมงพกรฎุ ะเบกาลทา สเจมาเอดยจ็ หู ัว
ฌ
ผฉสู บอบั น
ช ฉ
ซ จ
ค 1. โปรดเกลา ฯ ใหจ ารกึ ความรูตางๆ ลงบนแผน หนิ ออ น ประดบั ไวต ามศาลารายในวดั โพธิ์
จ 2. ทรงวางระเบยี บแบบแผนการปกครองคณะสงฆแ ละวางหลักสูตรนักธรรม
ฌ 3. ไดเ ปน ลามของคณะราชทูตไทยเดินทางไปเจริญพระราชไมตรีกับองั กฤษใน พ.ศ. 2400
ฐ 4. มผี ลงานดานการสง เสรมิ การศึกษาศิลปะและมผี ลงานศลิ ปะมากมาย
ข 5. ทรงแกะสลักบานประตูวิหารพระศรีศากยมุนี ทีว่ ดั สุทศั นเทพวราราม
ช 6. ทรงริเร่มิ จัดตงั้ หอจดหมายเหตุ หอรูป ทำใหม ีรูปเกา ตกทอดมาถึงปจจุบนั
ง 7. ทรงประกาศเขา รว มในสงครามโลกคร้ังที่ 1 และสง ผลใหไทยไดแกไขสนธิสญั ญา
ที่ไมเ ปน ธรรม
ฉ 8. ทรงพระนิพนธหนงั สือแบบเรียนจนิ ดามณี เลม 2
ก 9. โปรดเกลา ฯ ใหส รา งพระบรมมหาราชวงั และวัดใหม ีรูปแบบเหมือนสมัยอยุธยา
ฏ 10. เปนผูแทนรัฐบาลไทยแกไขสนธสิ ัญญาไมเ ปนธรรมกบั ประเทศตา งๆ ในยโุ รป
137
ตอนท่ี 2 ใหนกั เรียนพจิ ารณาภาพตอไปน้ี แลว ตอบคำถามตามประเดน็ ท่กี ำหนด
มฐ./ตวั ช้วี ดั กิจกรรมท่ี 1
ส4.3
(ม.4-6/4)
บุคคลสำคญั ทีส่ รางสรรคผ ลงาน ผลงาน คุณคา ของผลงานทมี่ ตี อประเทศชาติ
............พ....ร...ะ...บ....า...ท....ส....ม...เ..ด....จ็........................ .........จ....า...ร...ึก....ต....ำ...ร...า...ย...า...ท....่ีว...ัด....โ..พ....ธ...ิ์ไ...ด....ถ...ูก....ย....ก....ย...อ....ง...
พ.....ร...ะ...น....่งั...เ..ก....ล....า...เ.จ....า...อ...ย....ูห....วั .................... ใ...ห....เ..ป....น.....ม....ร...ด.....ก....ล....้ำ...ค....า...ท....า...ง....ภ....ูม...ิ.ป....ญ.....ญ.....า...ข...อ....ง...
ค....น.....ไ..ท....ย....ท....่ีอ...ธ...ิบ....า...ย....เ.ก....่ีย....ว...ก...ับ.....ก....า..ร....ร...ัก....ษ....า...โ..ร....ค....
...................................................................... ใ...น....ส....ม....ัย....โ..บ....ร....า...ณ.........ซ....ึ่ง...ค....ว...า...ม...ร....ูน....ี้ไ...ด....ร...ับ.....ก....า..ร....
ส....ืบ.....ท....อ...ด....ม....า..ถ....งึ ...ส....งั....ค....ม...ไ...ท....ย...ป....จ ....จ...ุบ....นั.....................
จารกึ ตำรายาทวี่ ัดโพธ์ิ
............พ....ร...ะ...บ....า...ท....ส....ม...เ..ด....็จ........................ ธงไตรรงค .........ธ....ง...ไ..ต....ร....ร...ง...ค....ห....ร...ือ....ธ...ง...ช...า...ต....ิไ..ท....ย....เ.ป....น.....ส....่ิง...ท....ี่
พ.....ร...ะ...ม...ง...ก....ฎุ....เ..ก....ล....า..เ..จ....า ..อ....ย...หู....ัว.............. ส....ะ...ท...อ....น....ถ...ึง...ค....ว...า...ม...เ.ป....น....ค....น....ไ...ท....ย......แ...ถ...บ....ส....ี...3......ส....ี
ค....ือ........ส....แี...ด....ง...แ...ท....น.....ช...า...ต....ิ ....ส....ีข...า...ว..แ....ท....น....ศ....า...ส....น....า...
...................................................................... ส....ีน.....้ำ..เ..ง...ิ.น....แ...ท....น.....พ....ร...ะ...ม...ห....า...ก....ษ....ัต....ร...ิย.... ....ท....ั้ง...ส.....า..ม....
ส....ิ่ง....น....้ีค....ว...ร....แ...ก....ก....า...ร...เ..ค....า...ร...พ....ข...อ....ง...ค....น.....ไ..ท....ย....แ...ล....ะ..
ผฉสู บอับน ร....กั ....ษ....า..ไ...ว...ใ..ห....ค....ง....อ...ย....ูค....กู ....บั ....ช...า...ต....ไิ ..ท....ย.........................
............ส....ม...เ..ด....็จ....ฯ.....เ..จ...า...ฟ....า........................ .........เ..ป....น....ผ....ล....ง...า..น.....ศ....ิล....ป...ะ...ท....่ีส....ะ...ท....อ...น....เ..ร...่ือ....ง...ร...า...ว...
ก....ร....ม...พ.....ร...ะ...ย...า...น....ร....ิศ....ร...า...น....ุว...ัด....ต....วิ ...ง...ศ... ก.....า...ร...เ...ส....ีย....ส.....ล....ะ...แ...ล.....ะ...ค....ว...า...ม....ก....ล.....า...ห....า...ญ.....ข....อ....ง...
ว...ีร....ส....ต....ร....ีไ...ท....ย....ใ..น.....อ....ด....ีต.........ท...่ี.ค....ว...ร....ค....า...แ...ก....ก.....า...ร...
...................................................................... ย....ก....ย...อ...ง....แ...ล....ะ..ค....ว...ร...แ....ก...ก....า...ร....เ.ก....็บ....ร....ัก....ษ....า...ไ..ว...เ..ป...น.....
ม....ร...ด....ก....ข...อ...ง....ช...า...ต...ไิ...ท....ย...ส.....บื ....ไ..ป.......................................
ภาพเขียนพระสรุ ิโยทัย
ขาดคอชา ง
............พ.....ร....ะ...เ...จ....า....บ.....ร....ม.....ว...ง....ศ.....เ...ธ....อ.. .........เ..ป....น.....ห....น....ัง....ส....ือ....แ...บ....บ.....เ.ร....ีย...น.....ข...อ....ง...ค....น.....ไ..ท....ย....
ก....ร....ม...ห....ล....ว...ง...ว...ง...ษ.....า..ธ....ิร...า...ช...ส....น.....ทิ .......... ท....่ีส.....อ...น.....ใ..ห....ค....น.....ใ...น....ส....ัง....ค....ม...เ..ร....ีย...น.....ร...ูภ....า...ษ....า..ไ...ท....ย...
แ...ล....ะ..ใ...ช...ภ...า...ษ....า..ไ...ท...ย....ไ..ด....อ...ย...า...ง...ถ...ูก....ต....อ...ง...เ..น....่ือ...ง...จ....า..ก....
...................................................................... ภ....า...ษ....า...ไ..ท....ย....เ.ป....น.....ภ....า..ษ.....า..ห....ล....ัก....ข...อ....ง...ก....า...ร...ศ....ึก....ษ....า...
ศ....า...ส....ต....ร...แ....ข..น.....ง...ต....า...ง...ๆ....................................................
หนังสือแบบเรยี น
จินดามณี เลม 2
138
กิจกรรมที่ 2 ใหนักเรยี นอา นขอ ความตอไปนี้ แลว ตอบคำถามท่กี ำหนด
ดร. แดน บีช บรดั เลย (Dr. Dan Beach Bradley) หรอื หมอบรดั เลย เปนมชิ ชันนารีชาวอเมริกนั
ที่เขามาเผยแผคริสตศาสนาในเมืองไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว ไดนำวิชาการแพทย
แผนใหมเ ขามาเผยแพรในไทย เชน การปลูกฝป อ งกันไขท รพิษ การผา ตดั การฉดี วคั ซนี เปน ตน
นอกจากนี้ หมอบรัดเลยไดต้ังโรงพิมพหนังสือไทยเปนคนแรก
คิดสรางเครื่องพิมพดวยไมและพิมพหนังสือตางๆ ทำใหความรูเผยแพร
ออกไป เชน เม่ือ พ.ศ. 2382 พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลาเจาอยูหัว
โปรดเกลาฯ ใหจางโรงพิมพหมอบรัดเลยพิมพประกาศหาม สูบ กิน
ซื้อ ขายฝน ซึ่งเปนประกาศของทางการฉบับแรกที่พิมพดวยวิธีการ
สมัยใหม ใน พ.ศ. 2387 ออกหนังสือพิมพรายเดือนช่ือ “บางกอก
รีคอรเดอร” (Bangkok Recorder) รวมทัง้ นำขนบธรรมเนยี มตะวนั ตก
มาเผยแพรในหมูเจานายและขุนนางไทย และนำขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทยและความรูในภาษาไทยไปเผยแพรใหแกชาวตะวันตกได
รบั รู ทำใหชาวไทยและชาวตะวันตกมีความรูความเขา ใจวฒั นธรรมประเพณี
ของกันและกนั ซึง่ กอใหเกิดความสะดวกในการติดตอ ระหวางกนั มากข้ึน
ผฉสู บอบั น
1. บคุ คลสำคญั ท่ีมีสว นสรางสรรคชาตไิ ทยคอื ใคร
...............ด....ร...........แ...ด....น.........บ....ีช........บ....ร...ัด....เ..ล....ย...ห....ร....ือ...ห....ม....อ...บ....ร....ัด....เ..ล....ย.......ม....ิช...ช...ัน.....น....า...ร...ีช...า...ว...อ....เ.ม....ร...ิก....ัน.....ท....ี่เ..ข...า..ม....า...เ.ผ....ย...แ...ผ....ค....ร...ิส.....ต...ศ....า...ส....น.....า.
.ใ..น.....เ.ม....อื ...ง....ไ..ท....ย...ใ...น....ร....ชั...ส....ม....ัย...พ....ร....ะ..บ.....า..ท....ส....ม....เ..ด....จ็ ...พ....ร....ะ..น.....งั่ ...เ..ก....ล....า..เ..จ....า..อ....ย...ูห....ัว.......................................................................................................
2. ผลงานของบุคคลสำคญั ดังกลาวมีสวนสรางสรรคชาตไิ ทยอยางไร
...............ห....ม....อ....บ....ร...ั.ด....เ.ล....ย....เ..ป....น....ผ....ูน.....ำ..ว...ิท....ย....า...ก....า...ร...ต....ะ...ว...ัน.....ต....ก....ห....ล....า...ย...อ....ย...า...ง....เ..ข...า..ม....า...เ..ผ...ย....แ...พ....ร....ใ..น.....เ..ม...ือ....ง...ไ...ท....ย........เ..ช...น.........ว...ิช...า...ก....า...ร..
แ....พ....ท....ย...แ...ผ....น....ใ...ห....ม.......เ..ช...น.........ก....า...ร...ป....ล....ูก....ฝ...ป....อ....ง...ก....นั.....ไ..ข...ท....ร...พ.....ษิ ........ก....า...ร...ผ....า..ต....ดั........ก....า...ร....ฉ....ดี ....ว..คั....ซ....ีน.........ท....ำ..ใ...ห....ค....น....ไ...ท....ย...ไ...ด....ร...ับ....ก....า...ร..
ร....ัก....ษ.....า...โ..ร....ค....แ....ผ...น.....ใ...ห....ม....ท....ี่ท....ัน.....ส....ม....ัย........ท....ำ...ใ...ห....อ....ัต....ร....า...ก....า...ร...ต.....า..ย....ข...อ....ง....ป....ร...ะ...ช...า...ก.....ร...ล....ด.....จ...ำ...น.....ว...น.....ล....ง........น....อ....ก....จ....า...ก....น.....ี้ย...ั.ง...ต....้ัง..
โ...ร...ง....พ....มิ ...พ....พ....มิ....พ....ห....น....ัง....ส....ือ...ต....า...ง...ๆ......ท....ำ...ใ..ห....ค....ว...า...ม....ร...เู..ผ...ย....แ...พ....ร...อ....อ...ก....ไ...ป....ใ..น.....ห....ม...ูป....ร...ะ...ช...า...ช...น....ค.....น....ไ...ท....ย...ม...า...ก....ข...ึ้น........................................
3. นักเรยี นสามารถนำแบบอยางความดีของบคุ คลสำคญั มาประยกุ ตใชในชีวติ ประจำวันไดอ ยางไร
...............แ...บ.....บ....อ...ย....า...ง...ค....ว...า...ม...ด....ีข...อ....ง...ห....ม....อ...บ....ร....ัด....เ..ล....ย...ท....่ีส....ำ...ค....ัญ..........ไ..ด....แ...ก.........ค....ว...า..ม....เ..ส....ีย...ส.....ล....ะ.......ไ..ม....เ..ห....็น....แ...ก....ป....ร....ะ..โ...ย...ช....น....ส....ว...น.....ต....ัว.
ซ....ึ่ง...เ..ร....า...ส....า...ม...า...ร....ถ....น....ำ...ม...า...ป....ร....ะ...ย...ุก....ต....ใ...ช...ใ...น....ช...ีว...ิต....ป....ร....ะ...จ...ำ...ว...ัน....ไ...ด.... ....เ..ช...น.........อ....ธ...ิบ.....า...ย...ถ....า...ย...ท....อ....ด....ค....ว...า...ม...ร....ูแ...ก....เ..พ....ื่อ....น....เ..ม....ื่อ...เ..พ....ื่อ....น...
ไ...ม....เ..ข...า...ใ...จ...เ..ก....ี่ย....ว...ก....ับ.....เ..น....ื้อ....ห....า...ใ...น.....ห....น....ัง....ส....ือ....เ..ร...ี.ย...น.........ห....ร....ือ....ส....ล....ะ...แ...ร....ง....ก....า...ย...เ..พ....่ื.อ...ช....ว...ย...พ....ั.ฒ.....น.....า...ช...ุม....ช...น.....ใ..ห.....เ.จ....ร....ิญ.....ก....า...ว...ห....น.....า.
เปนตน....................................................................................................................................................................................................................................................
(พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน โดยใหอยใู นดลุ ยพินิจของครผู ูส อน)
139
ตอนท่ี 3 ใหน ักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละ 5 คน ไปสืบคน ขอ มลู เกยี่ วกบั ผลงานของบุคคลสำคญั
มฐ./ตัวชี้วดั กิจกรรม ที่มสี ว นสรางสรรคชาติไทยมากลมุ ละ 1 ทา น ตามหัวขอท่กี ำหนด พรอ มทั้งตดิ ภาพ
ส4.3
(ม.4-6/4)
ประกอบ
ประวัติโดยสังเขป
.....ส....ม...เ..ด....็จ....พ....ร...ะ...น....เ..ร...ศ....ว...ร....ม...ห....า...ร...า...ช...ท....ร...ง....เ.ป....น.....พ....ร...ะ...ร...า...ช...โ...อ...ร....ส....ใ..น.....ส....ม....เ.ด....จ็....พ....ร...ะ...ม...ห....า...ธ...ร....ร...ม....ร...า...ช...า.......
.....แ...ล....ะ...พ....ร...ะ...ว...ิส....ทุ....ธ...กิ....ษ....ตั....ร....ิย......เ..ส....ด....จ็ ...พ....ร....ะ..ร....า...ช...ส....ม...ภ....พ....เ..ม....ื่อ......พ.......ศ.........2...0....9...8......ท....เี่..ม....อื ...ง........
พ....ิษ....ณ.....ุโ...ล...ก.......เ..ส....ด....จ็....ข...นึ้ ....ค....ร....อ...ง...ร....า..ช....ย...เ..ม...่อื....ว...ัน....ท....่ี...2...9......ก....ร....ก....ฎ...า...ค....ม......พ.......ศ......
...2...1..3....3......แ...ล....ะ..เ..ส....ด....็จ....ส....ว...ร...ร....ค....ต....เ.ม....อ่ื...ว...นั.....ท....่ี ..2....5......เ..ม...ษ....า...ย...น.......
พ.....ศ.........2...1...4...8......ร....ว...ม...พ....ร....ะ..ช...น.....ม...ม....า...ย...ุ...5...0......พ.....ร...ร...ษ.....า
ผลงานสำคัญ ความรูสึกทีม่ ตี อบคุ คลสำคัญ
............ร...ูส....ึ.ก....ช...่ืน.....ช...ม....ค....ว...า...ม...ก.....ล....า...ห....า...ญ....
............ผ....ล....ง...า...น.....ท....ี่โ...ด....ด....เ..ด....น.........ไ...ด....แ....ก... ค.....ว..า...ม....เ..ข...ม...แ...ข...็ง........แ...ล....ะ...ค....ว...า...ม...อ....ด....ท....น....
ข...อ....ง...พ.....ร...ะ...ม...ห....า...ก....ษ....ัต....ร....ิย...ไ...ท....ย....ท....ี่ท....ร...ง...
.ด.....า...น.....ก....า...ร....เ...ม...ื.อ....ง...ก.....า...ร....ป....ก.....ค....ร....อ....ง... ย....อ...ม....ท....ุม....เ.ท....พ.....ร...ะ...ว...ร...ก....า...ย...ใ...น....ก.....า..ร....ท....ำ..
ศ....ึก....ส.....ง...ค....ร...า...ม......เ..พ....่ือ....น....ำ...พ....า...ช...า...ต....ิไ..ท....ย...
.เ..ช....น.........ท.....ร...ง....ป.....ร...ะ....ก....า...ศ.....อ...ิส.....ร....ภ....า...พ.... ใ...ห....ร....อ...ด....พ....น.....จ...า...ก....ก....า...ร...ร....ุก....ร...า...น.....ข...อ...ง...
ข....า...ศ....ึก.....ศ...ั.ต....ร....ู ....โ...ด.....ย...ไ...ม....เ..ก.....ร...ง....ก....ล....ั.ว..
ผฉสู บอบั น .จ....า..ก....พ.....ม...า...ใ..น.........พ.......ศ...........2...1...2...7........แ...ล....ะ.. .ภ...ั.ย....อ....ั น.....ต.....ร....า...ย....ท....ี่.จ....ะ...เ...ก....ิ ด.....ข...้ึ .น.....ก....ั บ....
.ท....ร....ง....ท....ำ...ส....ง....ค....ร....า...ม....ย...ุ.ท....ธ...ห....ั.ต....ถ....ีก....ับ.... .พ....ร...ะ...อ...ง....ค....เ..ล....ย...แ...ม....แ...ต....น.....อ...ย........ท....ร....ง...ม...ี
.ค....ว...า...ม...เ..ส....ีย....ส....ล....ะ...เ..พ....่ือ....ป....ร....ะ..เ..ท....ศ....ช....า...ต...ิ
.พ....ร....ะ...ม....ห....า...อ...ุ.ป....ร....า...ช...า...ข...อ....ง...พ.....ม...า...แ....ล....ะ.. .อ...ย...า...ง...แ....ท....จ...ร....งิ ...............................................
.ไ...ด....ร...ับ.....ช...ัย...ช....น....ะ...เ..ม...่ือ........พ........ศ...........2...1...3...5... ...........................................................................
.ด.....า...น.....ค.....ว....า...ม....ส....ั.ม....พ....ั.น.....ธ....ร....ะ....ห....ว....า...ง...
.ป....ร....ะ..เ..ท.....ศ........เ..ช...น.........ท....ร....ง...ต....ิด....ต.....อ...ก....ับ....
.ต....ะ...ว...ั.น....ต.....ก....อ....ย....า...ง...โ...ป....ร....ต....ุเ...ก....ส....เ...พ....ื่อ... ชื่อ/พระนามของบุคคลสำคัญ
.......ส....ม....เ..ด....จ็ ...พ....ร....ะ..น.....เ.ร....ศ....ว...ร...ม....ห....า..ร....า..ช..........
.ซ....ื้อ...อ....า..ว...ธุ ...ม....า...ใ..ช...ป....อ ....ง...ก....นั ....ป....ร....ะ..เ..ท....ศ........
...........................................................................
แบบอยา งทคี่ วรนำไปปฏิบัติ
.........แ...บ....บ....อ....ย...า...ง...ค....ว...า...ม...ด....ขี...อ....ง...พ....ร....ะ..อ....ง...ค....ม...มี....า...ก....ม...า...ย............
เช...น.......ค....ว...า...ม...ร....ัก....ช...า..ต....ิ...ค....ว...า...ม...ก....ล....า...ห....า...ญ.......ค....ว...า...ม...เ..ส....ีย....ส....ล....ะ.....ท....ร....ง...เ..ป....น ..
......ผ....นู ....ำ...ท....ดี่ ....ี ..ซ....่ึง...เ..ร...า...ส....า...ม....า..ร....ถ....น....ำ...ไ..ป....ป....ฏ....ิบ....ตั....ใิ..น.....ช...ีว...ติ....ไ..ด....โ...ด....ย...ก....า...ร...น.....ำ..ค....ว...า...ม....ร...ู......
......ไ..ป....พ....ฒั.....น.....า..ช....า..ต....บิ....า...น.....เ.ม....อื...ง....ใ..ห....เ..จ...ร....ิญ.....ก....า ..ว...ห....น.....า .....แ...ล....ะ...เ..ส....ยี...ส....ล....ะ...ท....ร...ัพ.....ย...ส....ิน.....ห....ร...ือ....แ...ร...ง...ก....า...ย.........
...เ..พ....่ือ....ช...ว..ย....เ..ห....ล....อื ...ผ...ูอ....่ืน....ท....เี่..ด....ือ....ด....ร...อ...น........แ...ล....ะ..ค....ว...ร....ม...คี....ว...า...ม...ก....ล....า...ห....า...ญ.....ใ..น....เ..ร....่อื ...ง...ท....่ีถ....กู....แ...ล....ะ...ต....กั ....เ.ต....อื....น....ผ....ทู....ีท่....ำ..ผ....ิด.......
(พิจารณาจากคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ ยใู นดลุ ยพินจิ ของครผู ูสอน)
140
แบบทดสอบ เรื่องที่ 3
ตอนท่ี 1 ใหนักเรยี นเลือกคำตอบที่ถกู ตอ งท่สี ุดเพียงคำตอบเดียว
1. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทรงสรางกรงุ รัตนโกสนิ ทรโดยยดึ หลักใด ผฉูสบอับน
ก. สรา งอยา งประหยัด
ข. สรางโดยยึดหลกั ศาสนา
ค. สรา งใหอยูใกลแ หลงนำ้
ง. สรา งใหเ หมือนสมยั อยธุ ยา
2. ขอใดคือบทบาททางการปกครองทส่ี ำคญั ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช
ก. การทำสงครามกับพมา
ข. การสรางปอมรกั ษาพระนคร
ค. การใชกฎหมายตราสามดวง
ง. การใหข นุ นางมีตราประจำตำแหนง
3. การทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา นภาลัยทรงลดเวลาการรบั ราชการของไพรม ีผลอยางไร
ก. ทำใหไพรม คี วามเปนอยดู ีขน้ึ
ข. ทำใหไพรม ีเวลาสรา งงานศิลปะ
ค. ทำใหตองจา งชาวจนี ทำงานแทนไพร
ง. ทำใหชาวตา งชาติเขา รับราชการเพม่ิ ข้นึ
4. ขอใดคือพระราชกรณยี กิจท่ีสำคัญของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลานภาลัยดา นนาฏกรรม
ก. การตง้ั กรมโขนและละคร
ข. การสง เสรมิ ใหค นไทยเลนโขน
ค. การใชซ อในวงมโหรีของไทย
ง. การปรบั ปรงุ ทารำโขนและละคร
5. จารึกที่วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลารามมคี วามสำคญั ตอ สังคมไทยอยางไร
ก. เปน แหลง เผยแพรภ ูมิปญญาไทย
ข. เปนแหลงรายไดจ ากการทอ งเท่ียว
ค. เปน สถานทีร่ กั ษาโรคดวยการนวดแผนโบราณ
ง. เปนมรดกโลกตามประกาศขององคการยูเนสโก
1. ตอบ ง. การสรางกรุงรัตนโกสินทรใหเหมือนสมัยอยุธยาเปนการสรางขวัญกำลังใจใหประชาชนมีความรูสึก
เหมอื นอยใู นสมัยอยธุ ยาท่ีบานเมืองรุง เรอื ง
2. ตอบ ค. การใชกฎหมายตราสามดวงทำใหสังคมไทยมีกฎหมายท่ีถูกตองยุติธรรม ชวยในการรักษาความ
สงบเรยี บรอ ยในบา นเมอื ง
3. ตอบ ก. การลดเวลาการรับราชการของไพร ทำใหไพรมีเวลาทำมาหากินสวนตัวมากข้ึนและลดภาระของไพร
ทำใหไ พรม ีความเปนอยูด ีขน้ึ
4. ตอบ ง. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยทรงปรับปรุงทารำโขนและละคร ซ่ึงกลายเปนตนแบบ
ทา รำโขนและละครมาจนถงึ ปจจุบัน
5. ตอบ ก. พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลาเจา อยูหวั โปรดเกลา ฯ ใหจารกึ ภูมปิ ญ ญาไทยทส่ี ำคญั ไวท ่วี ดั พระเชตุพน
วิมลมังคลาราม เพื่อเผยแพรใ หค นไทยนำความรูท่ไี ดร บั ไปใชในชีวติ ประจำวนั
141