The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนปวัติศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by coolyung19, 2022-05-11 05:11:40

แผนปวัติศาสตร์

แผนปวัติศาสตร์

พิธที างศาสนาพราหมณ- ฮินดูทไี่ ทยไดร ับแบบอยางมาจากขอมซ่งึ รบั จากอินเดยี อกี ทอดหนึ่ง
เปน พธิ กี รรมอันศกั ด์สิ ทิ ธโิ์ ดยใหผ ทู ่ีทำพิธีด่ืมนำ้ สาบานตนวาจะจงรักภักดีตอ พระมหากษัตรยิ 

4.2 วิถชี วี ิตของคนไทยสมัยอยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสินทรตอนตน
วิถีชีวิตของคนไทยในสามชวงเวลาน้ีกลาวไดวามีความคลายคลึงกันและไมมีความแตกตาง

กันมากนัก การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยท่ีเห็นไดชัดเจนเกิดขึ้นเม่ือมีการปรับปรุงประเทศให
ทันสมยั ตามแบบตะวันตกตงั้ แตส มยั รชั กาลที่ 4 เปนตน มา

สำหรบั วถิ ีชวี ติ ของคนไทยสมัยอยธุ ยา ธนบรุ ี และรัตนโกสินทรต อนตน สรปุ ไดด งั น้ี

1) ดานการเมืองการปกครอง ในสมัยอยุธยาไดรับคติการ
ปกครองแบบสมมติเทพมาจากเขมรที่ผูปกครองเปรียบดังเทพเจา จึงมีขอ

ปฏิบัติตามกฎมณเฑียรบาลท่ีทำใหผูปกครองมีความแตกตางจากประชาชน

เชน การใชราชาศัพท การมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีถือน้ำ

พระพิพัฒนสัตยา เปนตน ความสัมพันธระหวางผูปกครองกับราษฎรจึง

หางเหินกัน อยางไรก็ตาม ผูปกครองก็เปนธรรมราชาดวยเชนกัน สำหรับ

ประชาชนถูกควบคุมดว ยระบบไพร ตองถกู เกณฑแ รงงานใหกับทางราชการ

หนวยงานของรัฐที่ทำหนาที่เปนตัวกลางผูกขาดการคา สินคาตองหาม
บางชนิด ไดแก อาวุธปน ดินประสิว ดบี ุก งาชา ง ซ่งึ ทำใหร ฐั มรี ายไดมาก

2) ดานเศรษฐกิจ เปนระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองและยังชีพอยูได
ราษฎรสามารถผลิตสิ่งของที่จำเปนในชีวิตประจำวันใชเองในครัวเรือน การคา

ผฉูสบอับน ขยายตัวไมมากเพราะถูกผูกขาดโดยพระคลังสินคา สินคาของตะวันตกสวนใหญ
ขายไดเฉพาะสินคาบางประเภท เชน อาวุธปน กระสุนปน และสินคาฟุมเฟอย

ท่ีใชในราชสำนักหรือสำหรับกลุมท่ีมฐี านะ การติดตอคาขายกับภายนอกมากข้ึน

ทำใหม ีการจัดระเบียบหนวยงานตา งๆ ชดั เจน เชน มกี รมทาและพระคลังสินคา

ดแู ลการตดิ ตอและการคากบั ตา งประเทศ การจดั ระบบภาษีอากรและระบบเงินตรา

3) ดานสังคมและวัฒนธรรม จากการติดตอกับชุมชนภายนอก ไมวาทางการคา การทำสงคราม รวมถึง
มีชาวตางชาติเขามารับราชการในราชสำนัก ทำใหสังคมไทยสมัยอยุธยาไดรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมประเพณีจากเขมร

อินเดยี มอญ จนี ญี่ปุน เปอรเ ซีย อาหรับ ยุโรป เชน การกำหนดชนชนั้ ของคนในสงั คม กฎหมาย

ประเพณี พระราชพิธีและธรรมเนยี มในราชสำนกั วถิ กี ารดำเนินชวี ิตตางๆ เชน การดม่ื ชา การใช

เครอื่ งถว ยชาม เครอ่ื งเคลอื บ การปรงุ อาหาร และขนมหวาน

สำหรับพระพุทธศาสนายังคงมีอิทธิพลตอวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยนี้เชน

เดียวกับสมัยสุโขทัย โดยประชาชนจะมีประเพณีในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวของกับพระพุทธ-

ศาสนา เชน การเกิด การอุปสมบท การแตงงาน การตาย และประเพณีเก่ียวกับ

สังคมเกษตรกรรม เชน การทำขวัญแมโพสพ สวนผูที่นับถือศาสนาอื่นก็สามารถ

อยูรวมกันไดในสังคม ดังจะเห็นไดจากมีการสรางมัสยิดและโบสถคริสต ทั้งที่

กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและกรุงเทพมหานคร และยังมีการสรางสรรคงาน พระประธานวัดหนา พระเมรุ
ศิลปกรรม วรรณกรรม ประเพณี เพ่ือความสำคัญของพระพุทธศาสนาและความ จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
เปนสมมตเิ ทพของพระมหากษัตริย

92

4.3 วถิ ชี วี ิตของคนไทยสมัยรัตนโกสินทรยุคปรบั ปรงุ ประเทศถึงการเปลีย่ นแปลง
การปกครอง พ.ศ. 2475

ตั้งแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเปนตนมา สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลง

ไปจากสมัยรัตนโกสินทรตอนตนอยางมากจากการรับวัฒนธรรมของชาติตะวันตก สาเหตุของการ

เปลี่ยนแปลงเกิดจากการที่ไทยทำสนธิสัญญาเบาวริงกับประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2398 และทำ

สนธิสัญญากับชาติตะวันตกอื่นๆ ทำใหมีการติดตอกับ

ชาติตะวันตกมากขึ้น ผูนำการเปล่ียนแปลงในระยะแรก

ไดแก ผูปกครองและชนช้ันสูง เชน เจานาย ขุนนาง

ตอมาชนช้ันกลางไดมีบทบาทสำคัญในการเปล่ียนแปลง

วิถชี วี ิตของคนไทย

1) ดา นการเมืองการปกครอง ในรัชสมยั
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวและ

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว

ทรงใกลช ิดกับราษฎรมากขนึ้ เชน เสดจ็ ประพาส

หัวเมืองบอยครงั้ อนุญาตใหร าษฎรเขา เฝาฯ ระหวาง ผฉสู บอับน
เสด็จพระราชดำเนินได ใหราษฎรมองพระพักตร
พระเจาแผนดินและถวายฎีกาแกพระองคไดโดยตรง

ตลอดจนมีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผนดิน

แบงงานออกเปนกระทรวง กรม ทำใหมีการฝกคน

เขา รับราชการมากขึน้

2) ดานเศรษฐกิจ ขาวกลายเปนสินคาออก
อันดับหนึ่งของไทย มีการบุกเบิกที่ดินเพื่อใชปลูกขาว

เชน บริเวณรังสิต ปรับปรุงระบบชลประทาน การขุด

คูคลอง และการตั้งโรงสีขาว โดยชาวจีนเปนผูคาขาว

ในประเทศและเปนเจาของโรงสี สวนชาวยุโรปเปน

ผูสง ออก

ต อ ม า ไ ท ย ผ ลิ ต สิ น ค า อ อ ก ที่ มี ค ว า ม

สำคัญอีก 3 ประเภท คอื ดบี ุก ไมส กั และยางพารา

การเตบิ โตของการสงออกดีบุก ทำใหม ีชาวจีนอพยพ (ภาพจากบนลงลาง) การนำโรงสีมาใชแปรรูป
เขา มาเปน แรงงานและอาศัยอยทู างภาคใตข องไทย ขาวเพ่ือสงเปนสินคาออก, การลำเลียงแรดีบุก
มากขึ้น เชน ทีภ่ ูเก็ต ออกจากเหมืองแร, และการทำไมส ักในภาคเหนอื
ชวงยุคปรบั ปรุงประเทศใหท ันสมยั

93

การเปดเสรีทางเศรษฐกิจทำใหการคาขยายไปทั่วประเทศ เมืองขยายตัว เกิดการพัฒนา

เสนทางคมนาคม พอคาเรชาวจีนบรรทุกสินคาไปขายยังหัวเมืองตางๆ สงผลใหชาวจีนอพยพจาก

กรุงเทพมหานครไปอาศัยอยูตามชุมชนเมืองในหัวเมือง ซ่ึงพัฒนาเปนชุมชนการคาของเมืองนั้นๆ

และต้ังรกรากมาจนถึงปจจุบัน

3) ดานสังคมและวัฒนธรรม วิถีชิีวิตของคนไทยเปล่ียนไปอันเนื่องมาจากการปรับปรุง
ประเทศใหเขาสูความทันสมัยแบบตะวันตก เชน ราษฎรชาวไทยไดรับการปลดปลอยจากการเปนทาส

และไพร มีอิสรเสรีในการประกอบอาชีพ ไดรับการรักษาโรคดวยวิชาการแพทยแผนใหม สามัญชน

มีโอกาสไดเลาเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เขาทำงานในกระทรวงตางๆ อานหนังสือพิมพ

ใชรถไฟ รถยนต ไปรษณียโทรเลข โทรศัพท ไฟฟา น้ำประปา มีถนนหนทางใหมๆ เพื่อใชเดินทาง

ทำใหชวี ิตของคนไทยสะดวกสบายมากขนึ้

นอกจากนี้ ชาวไทยทงั้ หญงิ และชายเร่มิ แตงกายใหเ ปนแบบสากลนยิ ม รับประทานกาแฟ

นม ขนมปง เปน อาหารเชา แทนขาว ใชชอ นสอม น่งั โตะ เกา อี้ มโี อกาสเดนิ ทางไปศกึ ษาทต่ี างประเทศ

รูจักเลนกีฬาแบบตะวันตก สรางพระราชวัง สรางบานแบบตะวันตก นิยมมีบานพักตากอากาศใน

ตางจังหวัด ในสมัยรัชกาลที่ 6 คนไทยเริ่มมีคำนำหนาช่ือบุรุษ สตรี เด็ก เปนนาย นางสาว นาง

เด็กชาย เด็กหญงิ ตามลำดับ มีนามสกุลเปนของตวั เอง ผหู ญิงเรม่ิ ไวผ มยาว

ผฉสู บอับน และนุงผา ซน่ิ มกี ารใชธ งไตรรงคเ ปนธงประจำชาตไิ ทย
เปนตน

ก า ร ใ ช ร ถ ย น ต ใ น
ราชสำนักซ่ึงสั่งมา
จากชาติตะวันตกใน
สมัยรชั กาลที่ 5

พิธีเปดรถรางสายรอบเมือง
สายแรกเม่อื พ.ศ. 2448
ถนนราชดำเนนิ นอก
สรา งข้นึ เมือ่ พ.ศ. 2442

โรงเรียนนายทหารมหาดเลก็ หรอื โรงเรียน
พระตำหนักสวนกหุ ลาบ สรา งข้นึ เม่อื พ.ศ. 2425

94

4.4 วิถชี ีวิตของคนไทยตง้ั แต พ.ศ. 2475 ถึงปจ จบุ ัน

การเปลย่ี นแปลงการปกครองเมอื่ วนั ท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 มีผลตอ วิถชี ีวติ ของคนไทย

ในดา นตางๆ หลายประการ ดงั นี้

1) ดา นการเมืองการปกครอง
ใน พ.ศ. 2475 มีการเปล่ียนแปลงระบอบการ

ปกครองเปนประชาธิปไตย เกิดองคกรการเมือง

ตางๆ เชน พรรคการเมือง คณะรัฐมนตรี รฐั สภา

ประชาชนมีสิทธิออกเสียงเลือกต้ัง มีเสรีภาพใน

การแสดงความคิดเหน็ ทางการเมอื ง แตบางสมัย

ถูกปกครองโดยเผด็จการที่ยกเลิกรัฐธรรมนูญ การประชุมสภาในระบอบประชาธิปไตยของไทย
จะประกอบดวยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและ
มีการควบคมุ สิทธทิ างการเมอื งของประชาชน สมาชกิ วุฒสิ ภา

2) ดานเศรษฐกิจ ต้ังแต พ.ศ. 2504 มีการใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ซึ่งสงผลตอการเปล่ียนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยหลายอยาง เชน เกิดโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก

คนในชนบทอพยพมาทำงานโรงงานมากข้ึน เกิดปญหาความยากจนและชอ งวางทางเศรษฐกจิ ระหวาง

ภาคเกษตรกรรมกับอุตสาหกรรม แตเม่ือเกิด ผฉสู บอับน
ในทศวรรษ 2530 รัฐบาลมุงพัฒนาประเทศใหเปนประเทศอุตสาหกรรมใหม

วิกฤติการณทางเศรษฐกิจใน พ.ศ. 2540 ทำใหธุรกิจจำนวนมากลมละลาย คนตกงานจำนวนมาก

รัฐบาลไดสง เสรมิ ใหป ระชาชนดำเนนิ ชวี ิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียงเพอื่ ลดความฟงุ เฟอ ฟุม เฟอย

ดังน้ี 3) ดา นสังคมและวัฒนธรรม สามารถแบงไดเ ปนชว งๆ

3.1) สมัยการสรางชาติ ตรงกับสมัยรัฐบาลจอมพล

ป. พิบูลสงครามสมัยแรก (พ.ศ. 2481-2487)

ไดสรางกระแสชาตินิยมและความเปนไทย

ดว ยการออกรฐั นยิ มหลายฉบบั เชน เปลยี่ นชื่อ

ประเทศ ช่ือสัญชาติ ชื่อคนสยาม เปนประเทศ

ไทย สัญชาติไทย คนไทย มีการยกเลิกบรรดาศักด์ิ

และยศขาราชการพลเรือน ท้ังหญิงและชายตอง

สวมรองเทา สวมหมวก หามรับประทานหมากพลู

ตอ งใชค ำสรรพนามแทนตนเองวา “ฉัน” และเรียกคน

ประกาศของทางราชการเก่ียวกับ ท่ีพูดดวยวา “ทาน” เปนตน แตภายหลังวัฒนธรรม
วัฒนธรรมการแตงกายของชาวไทย เหลานีก้ ถ็ กู ยกเลิกไป
ในสมยั จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม

95

3.2) สมัยการฟนฟูพระราชประเพณี ตรงกับสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต (พ.ศ.

2501-2506) ในสมัยน้ีมีการฟนฟูความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย และฟนฟูพระราชพิธี

ตางๆ เชน เปล่ียนวันชาติจากวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเปนวันเปล่ียนแปลงการปกครองเปนระบอบ

ประชาธิปไตย มาเปนวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเปนวันเฉลิมพระชนมพรรษา จัดใหมีพระราชพิธีเฉลิม

พระชนมพรรษาอยางย่ิงใหญ จัดงานพระราชพิธีวันฉัตรมงคล และมีพิธีตางๆ ท่ีใหความสำคัญแก

สถาบันพระมหากษัตริย เชน พิธีถวายสัตยปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค พิธี

พระราชทานธงชัยเฉลิมพล พิธีพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณแกทหาร ขาราชการ และบุคคล

ที่ทำคุณประโยชนดานตางๆ ฟนฟูพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินทอดผาพระกฐินโดยกระบวน

พยุหยาตราทางชลมารค สนับสนุนการเสด็จพระราชดำเนินไปยังตางจังหวัดในทองถิ่นทุรกันดาร

ทั่วประเทศ มีการสรางพระตำหนักในภูมิภาคตางๆ สงเสริมโครงการหลวง โครงการพระราชดำริตางๆ

ออกขาวพระราชสำนกั ผา นโทรทัศนแ ละวทิ ยุเปน ประจำทุกวนั จะเห็นวา การฟนฟพู ระราชพิธี การสราง

ธรรมเนยี มตา งๆ เกีย่ วกบั ราชสำนักในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ตไดสบื ทอดมาถึงปจจุบนั

3.3) สมัยการฟนฟูวัฒนธรรมเพ่ือสงเสริมการทองเที่ยว ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต

ไดตั้งองคการสงเสริมการทองเท่ียวแหงประเทศไทย (อ.ส.ท.) ปจจุบันคือ การทองเที่ยวแหงประเทศ

ไทย องคกรน้ีไดเขาไปสงเสริม ฟนฟู และสรางสรรคขนบธรรมเนียมประเพณีทองถ่ินในที่ตางๆ

ผฉสู บอับน เพอื่ ดงึ ดูดนกั ทองเทีย่ ว ทำใหขนบธรรมเนยี มประเพณีหลายอยางไดรบั การฟนฟูสืบทอด และประเพณี
บางอยางไดรับการสรางสรรคข้ึนใหม เชน การจัดงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเลนไฟท่ีอุทยาน

ประวตั ิศาสตรสโุ ขทยั เปนตน

คน หาขอ มลู เพ่ิมเติมไดท ี่ พระราชพิธเี สด็จพระราชดำเนินทอดผาพระกฐิน
http://www.aksorn.com/lib/s/soc_04 โดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไดรับการ
ฟนฟูในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต

3.4) สมัยการพัฒนาเศรษฐกิจถึงปจจุบัน สมัยน้ีไดมีการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง ชาติฉบับท่ี 1 เมอื่ พ.ศ. 2504 ทำใหวถิ ีชวี ิตของคนไทยเปล่ียนแปลงอยางมาก โดยเกิดจาก
หลายปจจัย เชน การพัฒนาทางดานการศึกษา ทำใหอัตราผูรูหนังสือมากขึ้น จำนวนผูเขาเรียนใน
มหาวิทยาลัยและจำนวนมหาวิทยาลัยเพิ่มข้ึน คนไทยนิยมไปเรียนตอตางประเทศมากข้ึนอยาง
ตอเน่ือง ประกอบกับในชวงน้ีไทยมีความสัมพันธใกลชิดกับสหรัฐอเมริกา ทำใหวัฒนธรรมตะวันตก
แพรข ยายเขามาในสงั คมไทยมากขน้ึ

ในดานครอบครัว ครอบครัว

มีขนาดเล็ก โดยมีลักษณะเปนครอบครัวเดี่ยว

สังคมแบบเครือญาติหรือสังคมชนบทของไทย

เปลี่ยนไป การวางแผนครอบครัวและความ

เจริญทางการแพทย ทำใหประชากรวัยสูงอายุ

มีจำนวนมากข้ึน ขณะท่ีประชากรวัยเด็กลดลง

ความสัมพันธแบบเครือญาติลดลง ผูหญิงไทย

ออกไปทำงานนอกบานมากข้ึน และเกิดปญหา ปจจุบันผูหญิงไทยออกไปทำงานนอกบานมากขึ้น
สังคมตางๆ ตามมา เชน ปญหาเด็กเรรอน อันเปนผลมาจากอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตก
ทแี่ พรขยายในสังคม
ปญหาสิ่งเสพตดิ ปญหาอาชญากรรม เปน ตน ผฉูสบอับน

5. การสบื ทอดและเปล่ยี นแปลงของวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรมไทยนอกจากมีการสืบทอดตอกันมาระหวางรุนสูรุนแลว ยังมีการเปล่ียนแปลง

พฒั นาการอยูตลอดเวลาเพ่อื ใหเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย

การสบื ทอดวฒั นธรรมไทย

การสืบทอดวฒั นธรรมไทยเกดิ จากหลายปจจยั ดงั นี้

1) การประพฤติปฏิบัติจนกลายเปนสวนหน่ึงของชีวิตประจำวัน เชน การไหว การทักทายดวยคำวา
“สวัสดี” ซ่งึ เปนคำท่ถี ูกคิดขึ้นและเปนทย่ี อมรับจนกลายเปนเอกลกั ษณอ ยางหนงึ่ ของสงั คมไทย

2) การถายทอดผานคนในครอบครัว ในชุมชน และผานการเรียนรูใน
สถาบันการศึกษา เชน เทคนิคในการทอผาท่ีมีลวดลายประจำถ่ิน หรือประจำ
ตระกลู จะไดรับการสบื ทอดเฉพาะคนประจำถ่นิ หรอื คนในตระกูล เปนตน

3) การอนุรักษโดยหนวยงานหรือองคกรของรัฐและเอกชน
เชน กระทรวงวัฒนธรรม องคการสงเสริมการทองเท่ียวแหงประเทศไทย

(อ.ส.ท.) ซึ่งสนับสนุนการจัดงานประจำป ประเพณีพื้นบาน การจัดงาน

ประกวดในเทศกาลตางๆ เชน ประกวดลอยกระทง ประกวดการตกแตง

ปราสาทผ้ึง การสงเสริมกีฬาพ้ืนบานของไทย เชน การจัดแขงขันกีฬา งานประเพณีแหปราสาทผ้ึง นิยมจัดกันใน
มวยไทย กีฬาตะกรอ การสง เสริมใหช าวตา งชาติเรยี นมวยไทย เปน ตน ภาคอสี าน

97

การเปล่ยี นแปลงของวฒั นธรรมไทย

การเปลี่ยนแปลงของวฒั นธรรมไทย เกดิ จากปจ จัยตางๆ ดังนี้
1) การเปล่ียนแปลงของสังคม เชน เปล่ียนจากสังคมเกษตรกรรมเปนสังคมเมือง ทำใหวัฒนธรรม
บางอยา งเปลย่ี นแปลงหรอื สญู หายไป
2) การพฒั นาของบา นเมอื ง เชน สมัยกอนวัฒนธรรมการศึกษาจะอยูท่วี ัด ปจจบุ ันเปลยี่ นเปนการศกึ ษา
ในระบบโรงเรียน หรอื วฒั นธรรมทน่ี ิยมใหผ ูหญงิ เปนแมบ านไดเ ปลยี่ นไป เพราะผหู ญิงทำงานนอกบา นมากขึ้น

3) การรับและนิยมวัฒนธรรมตางชาติ เชน ปจจุบันวัยรุนไทยนิยม
นักรองและนักแสดงชาวเกาหลี ชาวญ่ีปุน จึงสนใจเรียนรูวัฒนธรรมของชาติเหลาน้ี
รวมทั้งวัยรุนบางคนเห็นวาวัฒนธรรมไทยบางอยางลาสมัย เชน เครื่องดนตรีไทย
เพลงไทยเดมิ จงึ ละเลยทจ่ี ะเรียนรู

4) ความเจริญกาวหนาทางดานการติดตอส่ือสาร เชน อินเทอรเน็ต
เคเบิลทีวี ทำใหคนไทยเรียนรูและนิยมวัฒนธรรมภายนอกมากขึ้น บางคร้ังไดเกิด
การเลียนแบบโดยไมไดไตรตรองใหด ีกอนนำไปใช เชน การใสเ สอื้ สายเด่ยี ว เกาะอก
ซ่ึงเสีย่ งตอ ภัยอันตรายตา งๆ ท่ีจะเกดิ ตามมาอกี ดวย

6. แนวทางการอนุรกั ษวัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย

วัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยเปนสิ่งท่ีดีงามคูสังคมไทย ซึ่งคนไทยควรภาคภูมิใจและชวยกัน
ผฉสู บอับน อนรุ กั ษใหดำรงอยตู อ ไป แนวทางการอนรุ ักษภมู ิปญ ญาและวัฒนธรรมไทยทำไดหลายวธิ ี ดังน้ี

1. ตั้งสถาบันในระดับชาติและระดับทองถ่ิน
ท่ีดำเนินงานสงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
เชน สำนักงานวัฒนธรรมแหงชาติ เปน ตน

4. ประกาศยกยองผูมีผลงาน แนวทางการอนุรกั ษ 2. สถาบันท่ีเก่ียวของกับการ
ดีเดนทางวัฒนธรรมและภูมิปญญา วฒั นธรรมและ สงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
ไทยทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ภมู ิปญญาไทย ตองมีผลงานที่เปนรูปธรรมและเขาถึง
และประกาศยกยองผูทรงภูมิปญญา วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนเพ่ือ
ไทย เชน ศิลปนแหงชาติ ครูภูมิปญญา ใหวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยกลาย
ไทย เปนตน เปนสวนหนึ่งของชีวติ ประจำวัน

3. คุมครองลิขสิทธิ์ภูมิปญญาไทยเพื่อรักษา
ภูมิปญญา เชน ช่ือมวยไทย ช่ือขาวหอมมะลิไทย
เปนตน ซึ่งหนวยงานท่ีมีสวนเกี่ยวของควรเขามา
ดูแลเรือ่ งการจดลขิ สิทธิภ์ ูมปิ ญญาไทย

98

7. การมีสวนรว มในการอนุรกั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย
การมีสวนรวมในการอนุรักษวัฒนธรรม

และภูมิปญญาไทยสามารถปฏิบัติไดหลายวิธี

ดังตอ ไปนี้

1. จัดใหมีการถายทอดวัฒนธรรมและ

ภูมิปญญาไทยจากคนรุนเกาสูคนรุนใหม เชน

การอนุรักษเพลงพื้นบานท้ังลำตัด เพลงฉอย

เพลงเรือ ดวยการจัดชมรมประจำทองถ่ิน หรือ

การเชิญพอเพลงแมเพลงในชุมชนมาถายทอด

ความรูใหแกคนรุนหลัง หรือจัดกิจกรรมข้ึนใน การเชิญพอเพลงแมเพลงมาถายทอดความรูใหแก
โรงเรยี น เปนตน เยาวชน เปนการอนรุ ักษวัฒนธรรมและภมู ิปญญาไทย
วธิ หี น่ึง

2. เปล่ียนแปลงคานิยมของคนในสังคมท่ีละเลยหรือไมใหความสำคัญกับวัฒนธรรม

และภูมิปญญาพ้ืนบานของไทย เชน ควรสงเสริมการศึกษาและใชผลิตภัณฑท่ีผลิตจากสมุนไพรไทย

เชน ท่ีโรงพยาบาลอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ไดนำสมุนไพรตางๆ มาสกัดเปนยารักษาโรค

เคร่ืองสำอาง ขายใหกับประชาชนทว่ั ไป เปน ตน
3. รวมกันทำใหวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจำวันอยางแทจริง ผฉูสบอับน

ไมใชเปนเพียงการจัดแสดงหรือรณรงคเปนบางชวงเทานั้น เชน บางทองถ่ิน บางหนวยงานรณรงค

ใหคนในทองถิ่นหรือในหนวยงานแตงกายดวยเส้ือผาที่ตัดเย็บจากผาพ้ืนเมือง ก็ควรหาแบบเสื้อผา

ท่ีเหมาะสมกับคนทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ราคายอมเยา ไมควรใหคน

รุนใหมคิดวาการแตงกายดวยผาพ้ืนเมืองเปนความเชย ดูแล

รักษายาก ราคาแพง และเปนเคร่ืองแตงกายเฉพาะผูสูงอายุ

หรอื ใชแตง เฉพาะเวลามีงานสำคญั เทา นัน้

4. สรางจิตสำนึกใหคนไทยเห็นคุณคาและรวมกัน

อนุรักษวัฒนธรรมไทย เชน สงเสริมและปลูกฝงใหเยาวชน

รักษากิริยามารยาทแบบไทย เชน มีสัมมาคารวะ เคารพ

ผูใหญ มีความออนนอมถอมตน และรักนวลสงวนตัว รวมทั้ง

สงเสริมใหใชภาษาไทยอยางถูกตองทั้งการพูดและการเขียน

เชน รณรงคใหพูดออกเสยี งภาษาไทยใหช ัดเจน ไมพูดภาษา

ไทยปนภาษาอังกฤษ เปนตน

การไหวเปนวัฒนธรรมไทยที่นาชื่นชมและควรไดรับ
การปลูกฝงตงั้ แตเยาวว ัยเพอ่ื ใหเกดิ ความเคยชิน

99

พระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติของพระมหากษัตริยท่ีทรงครองราชยนานกวาพระมหากษัตริยพระองคอื่นๆ
ในประวตั ิศาสตรไ ทย เกดิ ข้ึนคร้ังแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และคร้งั ที่ 2 เกดิ ข้นึ ในสมยั รชั กาลที่ 9

8. บคุ คลที่สง เสริมการสรา งสรรควฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย
ทีม่ ีผลตอ สงั คมไทยในปจจุบัน

ปจ จุบนั ประเทศไทยมีผทู รงภมู ปิ ญ ญาท่ีไดรับการยกยอ งเชิดชูหลายทา น เชน ศิลปน แหง ชาติ
ผูมีผลงานดีเดนทางวัฒนธรรม หรือชาวบานผูสืบทอดและสรางสรรคภูมิปญญาทองถ่ิน นอกจากน้ี
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและพระบรมวงศานุวงศหลายพระองคไดมีสวนสำคัญในการสงเสริมการ
สรางสรรคว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยท่มี ผี ลตอสังคมไทยปจ จุบันดวยเชน กัน ดังจะกลา วตอไปน้ี

8.1 พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวภูมพิ ลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีบทบาทสำคัญในการสงเสริมวัฒนธรรม

และภูมปิ ญญาไทยมากมาย ดังนี้

1) ดานพระพุทธศาสนา พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัวโปรดเกลา ฯ ใหแปลพระไตรปฎกจาก
ภาษาบาลเี ปน ภาษาไทย โปรดเกลาฯ ใหคณะสงฆป รบั ปรงุ พระไตรปฎกฉบบั หลวง และทรงสนับสนนุ

การสรางพระไตรปฎกฉบับคอมพิวเตอรของมหาวิทยาลัยมหิดลท่ีจัดทำข้ึนทูลเกลาฯ ถวายเน่ืองใน

มหามงคลสมัยพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกเมื่อ พ.ศ. 2531 พระราชทานพระราชทรัพยสวนพระองค

ใหแกมหาวิทยาลัยมหิดลเพ่ือขยายการศึกษาใหครอบคลุมถึงการทำหนังสืออธิบายขยายความใน

ผฉูสบอับน พระไตรปฎกหรอื อรรถกถาและฎกี า คือ หนงั สืออธบิ ายขยายความอรรถกถา รวมเปนหนงั สอื 98 เลม
บันทึกไวในคอมพิวเตอร เสร็จสมบูรณเม่ือ พ.ศ. 2534 ประเทศไทยจึงเปนประเทศแรกในโลก

ท่ีสามารถสรางพระไตรปฎกฉบับคอมพิวเตอรได ซึ่งสะดวกในการรักษาความถูกตองของพระธรรม

และศึกษาคนควา ไดแพรห ลายรวดเร็วยิง่ ข้ึน

บทพระราชนิพนธเร่ืองพระมหาชนก นอกจากน้ี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
ท่ีสอดแทรกหลักธรรมคำสอนทาง ทรงพระราชนิพนธหนังสือเร่ือง “พระมหาชนก”
พระพุทธศาสนาเก่ียวกับความเพียร เก่ียวกับการเสวยพระชาติของพระพุทธเจาในชาติ
พยายาม ท่ีเกิดเปนพระมหาชนก โดยทรงแปลจากตนฉบับ
ภาษาบาลีเปนภาษาไทยและภาษาอังกฤษตางจาก
สำนวนท่ีเคยมีมา หลักธรรมสำคัญท่ีไดจากเรื่องนี้
คือ การบำเพ็ญความเพียรของพระมหาชนกท่ีไมหวัง
ผลตอบแทนใดๆ กระท่ังไดครองราชสมบัติ ในตอนทาย
ของพระราชปรารภหรือคำนำของหนังสือน้ีทรงลงทายไว
วา “ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปญญาท่ีเฉียบแหลม
กำลังกายที่สมบูรณ” แสดงใหเห็นวาความเพียรท่ีบริสุทธิ์
เปน คณุ ธรรมสำคญั ในการดำเนินชีวิต

100

มูลนิธิท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชทรงไดมีพระราชดำริจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนา
ตา งๆ ตามโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริและโครงการพฒั นาอืน่ ๆ เพ่อื ชวยเหลือใหป ระชาชนมีคณุ ภาพชีวติ ดขี ้ึน

2) ดา นการแกปญ หาส่งิ แวดลอม ไดแก
2.1) การแกปญหาน้ำเนาเสีย ไดแก ปญหาน้ำเนาเสียตามแหลงน้ำชุมชนและแหลงน้ำ

ธรรมชาตเิ ปน ปญหาทสี่ งผลกระทบตอความเปนอยขู องประชาชนและส่ิงแวดลอ มมาก พระบาทสมเด็จ

พระเจาอยูหัวทรงหวงใยเรื่องคุณภาพน้ำที่เส่ือมโทรมลงอยางยิ่ง จึงพระราชทานพระราชดำริให

หนวยงานที่เก่ียวของศึกษาคนควาทดลองและดำเนินการแกไขอยางจริงจังท้ังในกรุงเทพมหานครและ

ตางจังหวัด ทรงเนนถึงการแกปญหาท่ีเปนรูปแบบงายๆ เสียคาใชจายนอยกอน จากน้ันจึงพิจารณา

ถงึ วิธีการทเ่ี ปนโครงการขนาดใหญแ ละใหเหมาะสมกบั สภาพปญหาของแตล ะทอ งที่

การแกไขปญหาน้ำเนาเสียตามพระราชดำริมีหลากหลายวิธีและเปนการใชภูมิปญญา

เชน การบำบัดน้ำเนาเสียตามวิธีธรรมชาติดวยผักตบชวาในบริเวณบึงมักกะสันหรือโครงการมักกะสัน

โดยการปลูกผักตบชวาในคอกไม ลอยเปนแนวขวางตัวกับบึงเปนระยะๆ เพื่อใหทำหนาท่ีดูดสารพิษ

สารเคมี โลหะหนัก ปรากฏวา ผกั ตบชวาสามารถชวยกำจดั สิง่ ปฏิกลู ในน้ำ ชวยทำใหน ำ้ ใสและมสี ภาพ

ดีกวาเดิม จากการทดสอบคุณภาพน้ำพบวาน้ำในบึงท่ีผานการกรองดวยผักตบชวามีออกซิเจนละลาย

ในน้ำมากข้ึน จึงมีการนำพระราชดำรนิ ี้ไปใชบ ำบัดนำ้ เสียในทอ่ี ื่นๆ

นอกจากน้ียังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการบำบัดน้ำเสียอีกวิธีหน่ึง

คอื การใชผ ักตบชวาผสมผสานกบั การใชเ ครอ่ื งจกั รกลเติมอากาศ คอื ออกซเิ จนลงไปในนำ้ เปน ระบบ

สระเตมิ อากาศเพ่ือเรงการบำบดั นำ้ เสยี ใหเปน นำ้ ดีเร็วขึน้ ดงั โครงการบึงพระราม 9 กรงุ เทพมหานครผฉสู บอบั น
สงผลใหป ระชากรมีคณุ ภาพชวี ิตดขี นึ้

การบำบัดน้ำเสียตามแนวพระราชดำริอีกวิธีหนึ่ง คือ การเติมอากาศหรือออกซิเจน

ใหแกน้ำเนาเสีย โดยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงประดิษฐอุปกรณการเติมอากาศหรือออกซิเจน

ในน้ำดวยรูปแบบท่ีเรียบงาย ประหยัด และใชเปนตนแบบใหแกหนวยงานตางๆ นำไปสรางใชงาน

และทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหมูลนิธิชัยพัฒนา

สนับสนุนงบประมาณเพื่อศึกษาคนควาวิจัยเก่ียวกับ

สิ่งประดิษฐดังกลาว และรวมกับกรมชลประทาน

จัดสรางเคร่ืองมือบำบัดน้ำเสียดวยการเติมอากาศ

พระราชทานช่ือวา “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ซ่ึงเปน

ท่ีนิยมและนำไปใชงานเกือบท่ัวประเทศ ตอมา

กรมทรัพยสินทางปญญา กระทรวงพาณิชย ไดรับ

จดทะเบยี นสิทธิบัตรเลขท่ี 3127 ในพระปรมาภิไธย

พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงประดิษฐ และ

เปนสิ่งประดิษฐเครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9

ของโลกท่ีไดรับสิทธิบัตร นับเปนภูมิปญญาหนึ่ง กังหันน้ำชัยพัฒนาเปนสิ่งประดิษฐที่นิยมใชเพื่อ
ที่ไดท รงสรา งสรรคข้นึ แกปญหาน้ำเนาเสีย ซ่ึงไดรับสิทธิบัตรจากกรม
ทรัพยส นิ ทางปญญา เมอื่ พ.ศ. 2536

101

2.2) การปองกันการเสื่อมโทรม

และพังทลายของดินโดยหญาแฝก พระบาท

สมเด็จพระเจาอยูหัวทรงตระหนักถึงสภาพ

ปญหาการชะลางพังทลายของดิน และการ

สูญเสียหนาดินท่ีอุดมสมบูรณ จึงทรงศึกษา

ถึงศักยภาพของหญาแฝก ซึ่งเปนพืชพื้นบาน

ของไทยท่ีมีคุณสมบัติพิเศษในการชวยปองกัน

โครงการปลูกหญาแฝกเปนโครงการอันเนื่องมาจาก การชะลางพังทลายของหนาดินและอนุรักษ
พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ความชมุ ช้นื ใตดิน หญาแฝกปลูกงาย เกษตรกร
ภูมพิ ลอดลุ ยเดชทีช่ ว ยปองกนั การพงั ทลายของหนาดิน สามารถทำไดเองโดยไมตองดูแลหลังการปลูก

มากนัก ท้ังประหยัดคาใชจายกวาวิธีอ่ืนๆ อีกดวย นอกจากน้ี การปลูกหญาแฝกบนคันนายังชวยให

คนั นาคงสภาพอยูไดน าน

หญาแฝกสามารถนำมาใชประโยชนอื่นๆ ไดอีก เชน ใชมุงหลังคา ตับหลังคาที่ทำ

จากหญาแฝกสามารถผลิตจำหนายได นอกจากนี้ หญาแฝกยังมีสรรพคุณชวยขับลมในสำไส

แกอาการทองอืด ทองเฟอ และแกไข สวนรากท่ีมีความหอมนั้น คนไทยสมัยกอนมักนำมาแขวนใน

ผฉูสบอับน ตเู สอื้ ผา ทำใหม ีกล่นิ หอมและชวยไลแ มลงท่จี ะมาทำลายเสื้อผา ตลอดจนนำมาสกัดทำนำ้ หอม
8.2 สมเด็จพระนางเจา สิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ

สมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถทรงมบี ทบาทสำคญั ในการสง เสรมิ ภมู ปิ ญญาและ

วฒั นธรรมไทย ซ่งึ สรปุ ไดด งั นี้

1) ดา นการสงเสริมและอนรุ ักษงานหัตถกรรมพนื้ บา น สมเด็จพระนางเจาสริ ิกิต์ิ พระบรม-
ราชินีนาถทรงสงเสริมภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทยโดยเฉพาะดานงานหัตถกรรมพ้ืนบานและงานชาง

ทรงจัดตั้งศูนยศิลปาชีพข้ึนหลายแหงเพื่อเปนที่รวบรวมสินคาจากฝมือชาวบานและเปนแหลงสอนงาน

หตั ถกรรมแกช าวบา น ทรงดำเนินการเพอ่ื สง เสริมและอนรุ กั ษงานหตั ถกรรมพืน้ บาน เชน

1.1) ทรงเริ่มโครงการหัตถกรรม เพ่ือชวยเหลือราษฎรเปนคร้ังแรกท่ีหมูบานเขาเตา

จังหวัดประจวบคีรีขันธ เม่ือเดือนเมษายน พ.ศ. 2508 โดยชักชวนใหหญิงชาวบานเขาเตาหัดทอ

ผาฝายขายเปนอาชีพเสริม ทรงใหครูทอผาจากโรงงานทอผาบานไร จังหวัดราชบุรี มาสอนการ

ทอผาใหแกราษฎรบา นเขาเตา สรา งก่ีทอผา ข้ึนทีท่ ายวงั ไกลกงั วลเพ่อื ใหช าวบา นมาหดั ทอผา เริ่มจาก

การทอผา ขาวมาและผาซ่ิน ชาวบานที่มาเรยี นทอผาไดร ับพระราชทานอาหารกลางวันและคา แรง ตอมา

เจาอาวาสวัดเขาเตาและครูใหญโรงเรียนเขาเตาชวยดูแลตอ ปจจุบันโครงการทอผาฝายที่เขาเตา

อยูภายใตการดูแลของกรมการพัฒนาชุมชน โดยพัฒนากรอำเภอหัวหินเปนผูดูแลโครงการต้ังแต

พ.ศ. 2511 มกี ารสอนการทอผา ยอมสี ตดั เย็บ และสอนการประดิษฐผ ลิตภณั ฑปานศรนารายณ

102

1.2) ทรงเร่ิมโครงการศิลปาชีพ โครงการแรก คือ โครงการทอผาไหมมัดหมี่ จังหวัด

นครพนม ทรงสนพระทยั ซนิ่ ไหมมดั หมี่ท่หี ญิงชาวบา นนุง เพราะมีความสวยงามแปลกตา เหมาะที่จะ

เปนอาชีพเสริมของชาวบานเนื่องจากทุกครัวเรือนจะทอใชกันอยูแลว ทรงชักชวนใหชาวบานประกอบ

อาชพี เสริมดวยการทอผา ไหมมัดหมี่ ทรงรับซอ้ื ผาท่ชี าวบา นทอทกุ ผืน โดยสงรวมไป ณ พระตำหนัก

จิตรลดารโหฐาน และทรงนำผาไหมมัดหม่ีมาตัดฉลองพระองค ตอมาไดจัดต้ังกลุมทอผาไหมข้ึนตาม

หมูบานและรับชาวบานเขาเปนสมาชิก ผูที่ทอผาไมเปนก็ใหปลูกหมอนเลี้ยงไหมเพ่ือเปนวัตถุดิบแก

ผูทอ โครงการนี้ตอมาจึงไดขยายออกไปท่ัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเปนโครงการสงเสริมอาชีพ

ทสี่ รา งรายไดใหแกร าษฎรอยา งกวา งขวางจนถึงปจ จุบัน

1.3) ทรงสงเสริมใหต้ังโรงฝกงานหัตถกรรมและศูนยศิลปาชีพ เชน โรงฝกศิลปาชีพ

สวนจิตรลดา ภายในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ต้ังขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2520

เพื่อฝกหัดงานหัตถกรรมไทยแขนงตางๆ แกนักเรียนซ่ึงเปนบุตรหลานของราษฎรที่มีฐานะยากจน

แตมีฝมือทางศิลปะหรือพอจะฝกหัดศิลปหัตถกรรมในขั้นท่ียากขึ้น และเปนศูนยกลางในการติดตอ

ประสานงานของเจาหนาท่ีและสมาชิกของศูนยศิลปาชีพทั่วประเทศ เปนศูนยกลางรับซื้อ เก็บรักษา

และจดั จำหนายผลิตภณั ฑท งั้ หมด รวมท้ังเปนทีท่ ำการของกองศลิ ปาชีพ สำนักราชเลขาธิการ

ศูนยศิลปาชีพจังหวัดแมฮองสอน ท่ีอำเภอเมือง จังหวัดแมฮองสอน จัดต้ังข้ึนเมื่อ
พ.ศ. 2528 มกี ารฝกสอนศิลปาชพี หลายประเภท เชน ทอผาไหม ตดั เย็บเสือ้ ผาตุก ตาชาวเขา ดอกไมผฉสู บอับน
ประดิษฐ จักสานหวาย จักสานไมไผ เคร่ืองหนังและของชำรวย สมาชิกของศูนยฯ แบงเปนสมาชิก

ชั่วคราวและสมาชิกประจำ สำหรับผูที่เปนสมาชิกชั่วคราวเมื่อเรียนจบแลวก็สามารถกลับไปประกอบ

งานศิลปาชพี ทบ่ี า น สว นผทู ่ีเปน สมาชิกประจำซง่ึ มีฝมอื ดี ทางศนู ยฯ จะจางไวเ พือ่ ผลติ งาน

ศนู ยศลิ ปาชีพบางไทร อำเภอ

บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยูใกลกับ

พระราชวงั บางปะอนิ จดั ตัง้ ขึน้ เม่อื พ.ศ. 2524

โดยรับเกษตรกรที่มีฐานะยากจนจากจังหวัด

ตางๆ มาฝกอบรมดานศิลปาชีพสาขาตางๆ

ประมาณ 30 สาขา รวมทงั้ มแี ผนกเกษตรกรรม

เพื่อใหความรูแกเกษตรกรที่มาฝกอบรมดาน

ศิลปาชีพ นับไดวาโครงการสงเสริมและ

อนุรักษศิลปหัตถกรรมของไทยในพระบรม

สมาชิกของศูนยศิลปาชีพบางไทรในสมเด็จพระนางเจา ราชินูปถัมภเหลานี้ไดมีสวนสำคัญอยางย่ิง
สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ กำลังผลติ งานหตั ถกรรมพ้ืนบาน ในการอนุรักษและสงเสริมภูมิปญญาและ
ซึ่งชวยสรางรายไดเสรมิ ใหแกต นเองและครอบครัว วัฒนธรรมไทยใหสบื ทอดอยูในปจ จบุ ัน

103

8.3 สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีผลงานในดานการ

สง เสรมิ และอนรุ ักษภ มู ปิ ญญาและวัฒนธรรมของชาวเขา

เผาตางๆ ในภาคเหนือ เชน ภายใตการดำเนิน

งานของมูลนิธิแมฟาหลวง ไดมีการดำเนินการ

เพ่ือสงเสริมอาชีพ การรักษาศิลปวัฒนธรรม

ของชาวเขาเพ่ือชวยแกไขปญหาความเปนอยู

เชน สง เสรมิ ใหม ีการทอผาพ้นื เมอื งของชาวเขาทม่ี ี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตั้งหนวยแพทย เอกลักษณป ระจำเผา การทำเคร่ืองประดับพน้ื เมอื ง
เคลอ่ื นท่ี พอ.สว. เพือ่ ดูแลสุขภาพของชาวบา นในชนบท
ของชาวเขา เชน เครื่องเงนิ เพ่ือขายใหแ กบ รรดา
นักทองเที่ยว การสงเสริมอาชีพใหชาวเขามีงานทำ

เชน การปลูกพืชเมืองหนาวที่ดอยตุง การนำเมล็ดกาแฟพันธุอาราบิกา ไมดอกเมืองหนาวมาปลูก

และพชื ตางๆ เชน เหด็ หลินจือ หนอไมฝ รงั่ สตรอวเบอรรี กลว ยไม เปนตน

นอกจากนี้ ทรงใหความชวยเหลือแกชาวเขาและเจาหนาท่ีท่ีปฏิบัติงานในทองถ่ินทุรกันดาร

ผฉสู บอบั น เชน ทรงตั้งหนว ยแพทยเคล่อื นท่ี พอ.สว. ดูแลสขุ ภาพอนามยั แกค นในชนบท ทรงสนบั สนนุ ใหตำรวจ

ตระเวนชายแดนทำหนาท่ีสอนหนังสือใหแกชาวเขาและชาวบานอีกทางหน่ึง ทรงสงเสริมอาชีพของ
ชาวบานและชาวเขาโดยเฉพาะเพอื่ อนุรกั ษและสบื ทอดภมู ิปญญาและวฒั นธรรมในแตล ะทอ งถิน่

8.4 สมเดจ็ พระเจา พน่ี างเธอ เจาฟากัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร
สมเด็จฯ เจา ฟา กัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราช

นครินทรทรงมีบทบาทสำคัญในการสงเสริมภูมิปญญาและ

วัฒนธรรมไทย ดงั น้ี

1) ดานการสงเสริมและเผยแผพระพุทธศาสนา
ทรงมีสวนในการเผยแพรพระไตรปฎกสากลสูโลก โดย “มูลนิธิ

รวมจิตตนอมเกลาฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ” ซึ่ง

สมเดจ็ ฯ เจา ฟา กลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร

ทรงเปนประธานในการกอต้ังและประธานกิตติมศักดิ์ และ

“กองทุนสนทนาธัมมนำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภฯ” ไดรวม

จดั ทำพระไตรปฎกเพอ่ื พระราชทานและประดิษฐานพระไตรปฎ ก สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟา
กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ในนานาอารยประเทศ และตอมาทรงสนับสนุนการจัดทำพระ ราชนครินทร ทรงรวมจัดทำพระ
ไตรปฎกเปนภาษาโรมัน และไดเผยแผพระไตรปฎกฉบับสากล ไตรปฎกฉบับภาษาโรมัน และได
ภาษาโรมนั ชุดสมบูรณ 40 เลมชุดแรกของโลก พระราชทานไปยงั ประเทศตางๆ

104

2) ดานอักษรศาสตร สมเด็จฯ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทรทรง
ศึกษาภาษาตางประเทศมากมาย เชน ภาษาฝร่ังเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมนั ภาษาละตนิ ต้ังแต
ยังทรงพระเยาวจนทรงพระปรีชาสามารถทั้งการเขียน การพูด การแปลและการสอน และทรงมี
พระนิพนธเกยี่ วกบั พระราชวงศ 11 เร่อื ง เชน เวลาเปนของมคี า เจา นายเลก็ ๆ ยวุ กษัตริย แมเ ลา ใหฟง
พระราชธดิ าในรัชกาลที่ 5 พระนิพนธแ ปล 3 เร่ือง เชน นิทานสำหรับเด็ก ราชาภเิ ษกพระเจา กรุงสเปน
พระนิพนธส ารคดีเชงิ ทองเทย่ี ว 10 เรอ่ื ง เชน สายอารยธรรมจนี : 7 ธานีแหงอาณาจกั รกลาง ภูฏาน :
เกาะเขียวบนแผนดิน ซินเจียงและกานซู : ภาพจากดินแดนสุดหลาฟาเขียว และพระนิพนธบทความ
ทางวิชาการ 1 เร่ือง พระนิพนธเหลาน้ีใหทั้งความรู ความบันเทิง และยังเปนการสงเสริมภูมิปญญา
ดานอักษรศาสตรของไทยดว ย

3) ดานศิลปวัฒนธรรม สมเด็จฯ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร
ทรงรับโรงละครเล็ก “นาฏยศาลาหุนละครเล็ก” (โจหลยุ ส) ไวในพระอปุ ถัมภ เม่ือ พ.ศ. 2550 เปนการ
สืบสานหุนละครเล็กท่ีเปน มหรสพเกา แกของไทย

บทพระนิพนธในสมเดจ็ ฯ เจา ฟา กัลยาณวิ ฒั นา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถทาง
ดา นอักษรศาสตรของพระองค

ผฉสู บอับน

กลาวโดยสรุป ปจจุบันวัฒนธรรมและ กิจกรรมสรา งสรรค
ภูมิปญญาไทยอันมีคุณคาตอคนไทยหลายอยาง
ไดเกิดการสูญหายหรือถูกละเลย อันเปนผลมา 1. ใหนกั เรยี นแบง ออกเปนกลุม กลุมละ 6 คน รวมกนั
จากหลายปจจัย เชน การเปล่ียนแปลงของ วางแผนกำหนดแนวทางการอนุรักษวัฒนธรรมและ
สังคม การรับวัฒนธรรมตางชาติ ทัศนคติและ ภูมิปญญาไทย แลวปฏิบัติภายในเวลา 1 สัปดาห
คานิยมของคนไทยท่ีเปล่ียนแปลงไป ดังน้ัน จากนัน้ นำผลการปฏิบตั ิมาสรุปที่หนาช้ันเรียน
เยาวชนรุนใหมจึงควรตระหนักถึงความสำคัญ
ของวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยและรวมกัน 2. ใหนักเรียนไปสืบคนขอมูลบุคคลท่ีสงเสริมการ
อนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภมู ิปญญาใหคงอยูส ืบไป สรางสรรควัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยที่มีผลตอ
สังคมไทยปจจุบันเพ่ิมเติมจากหนังสือเรียน แลวจัด
ทำเปนรายงานสง ครผู สู อน

105

แบบฝกทกั ษะพฒั นาการเรยี นรู

ตอนที่ 1 1 ใหนักเรยี นตอบคำถามตอไปนี้
กิจกรรมท่ี
มฐ./ตัวชีว้ ดั

ส4.3
(ม.4-6/3),
(ม.4-6/5) 1. วฒั นธรรมไทยหมายถึงอะไร

...............ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม...ไ...ท....ย.......ห....ม...า...ย...ถ....ึง......ก....า...ร....ป...ร....ะ...พ....ฤ...ต....ปิ....ฏ....ิบ....ตั....ทิ....่เี..ป....น....แ...บ.....บ....แ...ผ...น.....ข...อ...ง....ส....ัง...ค....ม.......ว...ัฒ.....น....ธ....ร...ร...ม....ไ..ท....ย....เ..ก....ดิ ....จ...า...ก...

.ก....า..ร....ส....ร....า...ง...ส.....ร...ร....ค....ข...อ...ง....ค....น.....ไ..ท....ย....ท....่ีค....ิด....ส.....ร...า...ง....ส....ร...ร....ค....แ...บ.....บ....แ...ผ....น.....เ.พ....่ื.อ...ก....า...ร....ด....ำ...ร...ง....ช...ีว...ิต....อ...ย....ูร....ว...ม...ก....ัน.....ใ...น....ส....ัง....ค....ม........โ...ด....ย...ม...ี

.ป....ฏ....ิส....ัม....พ....ัน.....ธ....ก....ับ....ส.....ภ....า...พ....แ....ว...ด....ล....อ....ม....แ...ล....ะ...ม....ีร...ู.ป....แ...บ.....บ....เ..ป....น.....ท....ี่ย....อ....ม....ร...ับ.....ก....ัน.....ภ....า...ย....ใ..น.....ส....ั.ง...ค....ม.........ว..ั.ฒ.....น.....ธ...ร....ร....ม....ไ..ท.....ย...ม....ีก....า...ร...

เ..ค....ล....่ือ....น....ไ...ห....ว...แ...ล....ะ..เ..ป....ล....่ีย...น.....แ...ป....ล....ง...อ....ย...ูต....ล....อ...ด....เ..ว...ล....า.......อ...ัน.....เ..ป....น....ผ....ล....ม...า...จ...า...ก....ก....า...ร...เ..ป....ล....ี่ย...น.....แ...ป....ล....ง...ท....า...ง...ส....ัง....ค....ม........ว..ัฒ......น....ธ...ร....ร...ม...

เศรษฐกิจ และการเมอื งในสังคมไทย......................................................................................................................................................................................................................................................

2. ภมู ปิ ญญาไทยหมายถึงอะไร
...............ภ....มู....ปิ ...ญ.....ญ.....า...ไ..ท....ย........ห....ม...า...ย...ถ....ึง.......ค....ว...า...ม...ร....ู ....ค....ว..า...ม....ส....า...ม...า...ร...ถ........ท....ัก....ษ....ะ.......ค....ว..า...ม....เ.ช...ื่อ........แ...ล....ะ..พ.....ฤ...ต....ิก....ร....ร...ม....ข...อ...ง...ค....น.....ไ..ท....ย....ท...่ี

แ....ส....ด....ง...ถ....ึง...ค....ว...า...ม...ส....ัม....พ....นั....ธ....ร...ะ...ห....ว..า...ง...ค.....น....ก....ับ....ค....น.........ค....น.....ก....บั ....ธ...ร...ร....ม...ช....า..ต....ิส....ิ่ง....แ...ว...ด....ล...อ....ม........แ...ล....ะ...ค....น....ก....บั....ส....่งิ....เ.ห....น.....ือ...ธ....ร...ร...ม....ช...า...ต...ิ

ภ....ูม....ิป....ญ.....ญ.....า...ไ..ท....ย....ถ....ือ...เ..ป....น.....ว...ิธ...ีก....า...ร....แ...ล....ะ..ผ....ล....ง...า...น.....ท....ี่ค....น.....ไ..ท....ย....ไ...ด....ศ....ึก....ษ....า...เ..ร...ีย....น....ร....ูเ..พ....ื่อ...ค.....ว...า..ม....อ....ย...ูร....อ...ด....ข...อ....ง...บ....ุ.ค....ค....ล........ช...ุม....ช...น....

ผฉสู บอบั น เ..พ....ื่อ....แ...ก....ป....ญ.....ห....า...ใ..น.....ส....ัง...ค....ม....ไ..ท....ย........เ..ป....น.....ค....ว...า..ม....ร...ูท....ี่ผ....า...น....ก....า...ร...ร....ว...บ....ร...ว...ม........ป....ร....ับ....ป....ร...ุง........จ....น....เ..ป....น....ค.....ว..า...ม....ร...ูพ....้ืน.....ฐ...า...น.....ใ..น.....เ.ร....่ือ...ง...
ต....า...ง...ๆ......ท....ม่ี....เี..อ...ก....ล....ัก....ษ....ณ........แ...ล....ะ...เ..ป....น....พ....ืน้.....ฐ...า...น....ใ...น....ก....า...ร...ม....อ...ง....ช...วี ...ติ ....ท....ถี่ ...า...ย...ท....อ....ด....จ...า...ก....ค....น.....ร...นุ.....ห....น....ึ่ง...ส....ูค.....น....อ...กี....ร....นุ....ห....น.....่ึง................

3. ปจจัยทางภูมิศาสตรม สี วนสง เสรมิ การสรา งสรรคว ัฒนธรรมและภมู ิปญ ญาไทยอยา งไรบา ง
...............ป....จ....จ...ยั....ท....า..ง....ภ...ูม....ศิ....า...ส....ต....ร......ไ...ด....แ ...ก.......ล....กั....ษ....ณ.....ะ...ภ....ูม...ปิ....ร....ะ..เ..ท....ศ.......เ..ช...น.......ท....ีร่....า...บ.......ภ....เู .ข...า......ท....ีร่....า..บ.....ช...า..ย....ฝ...ง....ท....ะ..เ..ล.......ท....ีร่...า...บ....ส....งู...

ล....กั....ษ....ณ......ะ..ภ....มู....ิอ...า...ก....า...ศ.......เ..ช...น........อ...า...ก....า...ศ....ร...อ....น.......อ....า...ก....า..ศ....ห....น.....า...ว......อ...บ....อ....นุ........ร...อ....น....แ...ห....ง....แ...ล....ง......ร....ว...ม...ถ....งึ...ท....ร....พั ....ย...า...ก....ร...ธ....ร...ร...ม....ช...า...ต...ิ

เ..ช....น.........ป....า...ไ..ม.... ....ส....ั.ต....ว...ป....า.......แ...ร....ธ...า...ต....ุ.....ใ..น.....แ...ต....ล....ะ...ภ....ูม....ิภ....า...ค....ข...อ...ง....ไ...ท....ย...ย....อ....ม...ม....ีอ...ิท.....ธ...ิพ....ล....ต....อ....ก....า...ร....ส....ร....า...ง...ส....ร....ร...ค.....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม...

แ....ล...ะ...ภ....มู...ปิ....ญ.....ญ.....า...ไ..ท....ย....ใ..น.....ด....า..น.....ต....า ..ง....ๆ......เ..ช...น........ก....า...ร...ป....ร....ะ..ก....อ....บ....อ....า..ช...พี........ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...ท....อ่ี...ย....ูอ...า...ศ....ยั.......ก....า...ร...ป....ร....ะ..ด....ิษ....ฐ....เ..ค....ร...อื่...ง....ม...อื...

ท....ำ...ม....า..ห....า...ก....ิน.........ก....า..ร....แ...ต....ง...ก....า...ย.......ย....ก....ต....วั...อ...ย....า ..ง........ใ..น.....ด....า ..น.....ก....า...ร...ป....ร...ะ...ก....อ...บ.....อ...า...ช...พี........ภ....า...ค....เ..ห....น....อื....จ...ะ...ท....ำ..ป....า...ไ...ม...เ..พ....ร...า...ะ...ม...ปี....า...ไ..ม...

ม....า...ก......ส.....ว ...น....ภ....า...ค....ใ..ต....จ....ะ..ท....ำ...ก....า...ร...ป....ร...ะ...ม...ง......ป....ล....ูก....ย....า..ง....พ....า...ร...า......เ.ป....น.....ต....น ..............................................................................................................

4. ลกั ษณะรวมทางสงั คมและวัฒนธรรมท่สี งเสรมิ การสรา งสรรคว ัฒนธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย

มีอะไรบาง จงยกตวั อยางประกอบการอธิบาย
...............ล....ัก.....ษ....ณ.....ะ...ร....ว...ม....ท....า...ง...ส....ั.ง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม........ไ...ด....แ...ก.........ก....า...ร...เ..ป....น.....ส....ัง....ค....ม....เ..ก....ษ....ต....ร....ก....ร....ร...ม.........จ...ึง....ม...ีว...ัฒ......น.....ธ...ร....ร...ม...

ป....ร....ะ..เ..พ....ณ......ีห....ร...ือ....ค....ว..า...ม....เ.ช....่ือ...บ....า...ง...อ....ย...า...ง...เ..ห....ม....ือ...น.....ก....ัน....ใ...น....แ...ต....ล....ะ...ภ....ูม...ิภ....า...ค........เ..ช...น.........ค....ว...า..ม....เ..ช...่ือ...เ..ร...่ื.อ...ง...เ..ท....ว...ด....า...อ...า...ร...ัก....ษ.....เ.ก....ี่ย....ว...ก....ับ...

แ....ม...พ.....ร...ะ...ค....ง....ค....า.......แ...ม....โ...พ....ส....พ.........ท....ำ...ใ...ห....เ..ก....ิด....ก....า...ร...ท.....ำ..ข...ว...ัญ.....ข....า..ว........ก....า...ร...บ.....ูช...า...แ...ม....โ..พ.....ส....พ.........ห....ร...ือ....ก....า...ร....ท....ี่ค....น.....ไ..ท.....ย...ส.....ว...น....ใ...ห....ญ....

น.....บั ....ถ....อื ...พ.....ร...ะ...พ....ุท....ธ...ศ....า...ส....น....า.......จ....งึ ...เ..ก....ดิ ....ป....ร...ะ...เ.พ.....ณ.....ีท....า...ง...พ....ร...ะ...พ....ทุ....ธ...ศ....า...ส....น.....า...ต...า...ง...ๆ........แ...ต....อ...า...จ....แ...ต....ก....ต....า..ง....ก....ัน....ใ...น....ร...า...ย....ล....ะ..เ..อ...ีย....ด...

ใ...น.....แ...ต....ล....ะ...ท....อ....ง....ถ...ิ่น.........เ..ช....น.........ป....ร...ะ...เ..พ....ณ......ีท....ำ...บ....ุญ......ต....า...น....ก....ว...ย....ส....ล.....า..ก.....ข...อ...ง....ภ....า...ค....เ..ห....น....ื.อ........ป....ร...ะ...เ..พ....ณ......ีแ...ห....ป.....ร...า...ส.....า..ท.....ผ...ึ้ง....ข...อ....ง..

ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เปนตน......................................................................................................................................................................................................................................................

106

กิจกรรมท่ี 2 ใหนกั เรียนพิจารณาคำท่ีกำหนดใหตอ ไปนี้วาเปนตัวอยางวัฒนธรรมท่ีสังคมไทยไดรับ
อิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันออกหรือวัฒนธรรมตะวันตก โดยเติมลงในชองวางใน
แผนผงั วงกลม

การนับถือพระพทุ ธศาสนา กฎหมายตราสามดวง

การทำเครอ่ื งสังคโลก การสรางปอมปราการ

อาวุธปน การพมิ พหนังสอื

แนวความคดิ ประชาธปิ ไตย ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต

การปรุงอาหารแบบผดั วรรณกรรมเร่ืองรามเกยี รติ์

ผฉูสบอับน

วัฒนธรรมตะวนั ออก วัฒนธรรมตะวนั ตก
.ก....า...ร...น.....บั ....ถ....อื ...พ....ร....ะ..พ....ุท....ธ....ศ....า..ส.....น....า. ก....า...ร...ส....ร....า ..ง....ป....อ...ม....ป...ร....า...ก....า..ร..............

..ก....ฎ...ห....ม....า...ย...ต....ร...า...ส....า...ม....ด....ว..ง............ อิทธพิ ล .อ....า..ว...ธุ ...ป....น........ก....า..ร....พ....มิ ...พ....................
..ก....า..ร....ท....ำ...เ.ค....ร....ือ่ ...ง...ส.....งั ...ค....โ..ล....ก......... ของวัฒนธรรม .ห....น.....ัง...ส....อื ......แ...น.....ว...ค....ว...า..ม....ค....ดิ ...............
..ภ....า..ษ....า...บ....า...ล....ี ...ภ....า..ษ.....า..ส....นั.....ส....ก....ฤ....ต... ตะวันออกและ .ป....ร...ะ...ช...า...ธ...ิป....ไ...ต...ย....................................
..ก....า..ร....ป....ร...ุง...อ....า...ห....า..ร....แ...บ....บ....ผ....ัด....... ตะวนั ตกที่มตี อ
..ว...ร...ร...ณ......ก....ร...ร....ม...เ..ร...่อื....ง.................. .............................................................
สงั คมไทย
.ร....า..ม....เ.ก....ีย....ร...ต....์ิ................................ ..........................................................

...........................................................

........................................................... ...........................................................

107

กจิ กรรมที่ 3 ใหน กั เรียนสรุปวถิ ชี วี ิตของคนไทยสมัยตางๆ ตอ ไปนลี้ งในชอ งวาง

สมยั สุโขทยั สมัยอยธุ ยา ธนบุรี และรัตนโกสนิ ทรตอนตน

...............ด.....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ....ง...ก.....า...ร....ป....ก....ค.....ร...อ....ง........ผ....ูป....ก.....ค....ร....อ....ง... ...............ด....า..น.....ก...า...ร...เ..ม...อื...ง...ก....า...ร...ป...ก....ค....ร...อ...ง.......ผ...ูป....ก....ค...ร....อ...ง...ม...ีฐ...า...น....ะ...
ใ...ก....ล....ช...ิด....ก....บั....ป....ร...ะ...ช...า...ช...น....เ..ห....ม....ือ...น....พ....อ....ป....ก....ค....ร...อ....ง...ล....ูก.......ต....อ ...ม...า... .เ.ป.....น....ส.....ม...ม....ต....ิเ..ท....พ.........ค....ว...ม....ส....ัม....พ....ัน.....ธ...ร....ะ..ห.....ว...า...ง...ผ...ู.ป....ก....ค....ร....อ...ง....
ท.....ร...ง....น.....ำ..ห.....ล...ั.ก....ธ...ร....ร....ม...ใ...น.....พ....ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ.....า...ส....น.....า...ม...า...ป....ร....ับ....ใ...ช... ก....ั.บ....ร....า...ษ....ฎ.....ร...ม....ีค....ว...า....ม...ห.....า...ง...เ..ห....ิน.....ก....ัน..........ด....า...น.....เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ....
ท.....ำ..ใ...ห....ก....ษ....ัต....ร...ิย....ท....ร...ง....เ..ป....น....ธ...ร....ร...ม....ร...า...ช...า.......ด....า...น.....เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ... .เ..ป....น.....ร....ะ..บ.....บ.....เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิ.จ...แ....บ....บ.....พ....่ึ.ง...ต....น.....เ..อ....ง....แ...ล.....ะ...ย...ัง....ช...ี.พ....
ช....า..ว...ส.....ุโ..ข...ท....ัย....ม...ีอ....ิส....ร....ะ..ใ...น....ก....า...ร....ป....ร...ะ...ก....อ...บ.....อ...า...ช...ีพ.........ใ..น.....ด....า...น.... .อ...ย....ูไ..ด....โ...ด....ย....ม...ีพ....้ืน.....ฐ....า..น.....ส....ำ...ค....ัญ.....อ....ย...ูท....่ีก.....า..ร....เ..พ....า...ะ...ป....ล....ูก....แ...ล....ะ...
.ส....ัง...ค....ม...แ...ล....ะ...ว..ฒั......น....ธ...ร...ร....ม......ส....งั...ค....ม....ส....ม...ัย....ส....ุโ..ข...ท....ยั...ไ...ม...ซ....ับ....ซ...อ....น.... .ก...า...ร...ค....า...ก....ับ....ต....า ...ง...ป....ร...ะ...เ.ท....ศ....เ..ป....น ....ห....ล....กั .......ซ...่งึ....ถ...ูก....ผ....ูก...ข...า...ด....โ..ด....ย....
.เ.พ....ร....า..ะ...ป....ร...ะ...ช...า..ก....ร....ย...ัง...ม....ีจ...ำ...น....ว...น....น.....อ ...ย.......ค....น....ใ...น....ส....งั...ค....ม....แ...บ....ง... .พ....ร...ะ...ค....ล....ัง...ส....ิน.....ค....า.......ต....้ัง....แ...ต....ส....ม....ัย...ร....ัช...ก....า...ล....ท....่ี ....1...-...3.......เ..ร...ิ่.ม...ม....ี
อ....อ...ก....เ..ป....น........2.......ช...น.....ช...ั้น........ค....ือ.......ช...น.....ช...้นั ....ผ....ูป....ก....ค....ร...อ....ง.......ไ..ด....แ ...ก.... ล....ั.ก....ษ....ณ.....ะ...เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ...แ....บ....บ....ท....ุน.....น.....ิย...ม........ห....ร....ือ....เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ....
.พ....ร...ะ...ม...ห....า...ก....ษ....ตั ....ร...ิย.... ....แ...ล....ะ...ช...น....ช...ั้น.....ผ...ถู....ูก....ป....ก....ค....ร...อ....ง........ไ..ด....แ ...ก.... .แ...บ....บ....ต....ล....า...ด...เ..ส....ร....ี ....ด....า..น.....ส....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ..ว...ฒั.....น.....ธ...ร....ร...ม........ไ..ด....ร...ับ.....
ร....า..ษ....ฎ....ร......ท....า...ส.......แ...ล....ะ..พ....ร...ะ...ส....ง...ฆ.......น....อ....ก...จ....า..ก....น.....ี้ ...ช...า..ว...ส....ุโ..ข...ท....ยั... .อ...ิท....ธ....ิพ....ล....ท....้ัง....จ...า...ก....เ..ข...ม....ร........อ...ิน.....เ..ด....ีย........ม...อ....ญ.........จ....ีน.........ญ.....ี่ป....ุน.....
ม....ีค....ว...า...ม...ศ....ร....ัท....ธ...า...ใ...น....พ....ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ....า...ส....น.....า.......จ...ะ...เ..ห....็น....ไ...ด....จ....า..ก.... เ..ป....อ....ร...เ..ซ....ีย........อ...า...ห....ร....ับ........ย....ุโ..ร....ป........แ....ต....ว..ิ.ถ...ีช...ี.ว..ิต.....ข...อ...ง...ค.....น....ไ...ท....ย...
.ม...กี....า...ร...ส....ร....า..ง....ว...ดั ....แ...ล....ะ..พ....ร....ะ..พ....ุท....ธ....ร...ูป....จ....ำ..น.....ว...น....ม....า..ก....................... ย....ัง...ค....ง...ผ....กู ....พ....นั .....ก...ับ.....พ....ร...ะ...พ....ทุ ....ธ...ศ....า...ส....น.....า..เ..ช...น .....เ.ด....ิม...........................

ผฉสู บอับน วถิ ชี ีวิตของ

ยุคปรบั ปรงุ ประเทศ-พ.ศ. 2475 คนไทยสมัยตา งๆ พ.ศ. 2475-ปจ จบุ นั

...............ด....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ือ....ง....ก....า...ร...ป....ก.....ค....ร....อ...ง........ก....ษ....ั.ต....ร...ิย....ท....ร....ง... ...............ด....า...น....ก....า...ร...เ..ม....ือ...ง....ก...า...ร....ป....ก...ค....ร....อ...ง........ห....ล...ั.ง...จ...า...ก....ม...ี.ก....า..ร....
ใ...ก....ล...ช...ดิ....ก....ับ....ร...า...ษ....ฎ....ร...ม...า...ก....ข..้นึ........ม...กี....า..ร....ป....ฏ...ิร....ปู ...ร....ะ..บ....บ....บ....ร...ิห....า...ร... .เ.ป....ล....่ยี ...น....แ...ป....ล....ง...ก....า...ร...ป....ก....ค....ร...อ....ง......พ.......ศ..........2...4...7...5......ป....ร....ะ..ช...า...ช...น.....
.ร...า...ช...ก...า...ร...แ....ผ...น ....ด....นิ .........จ...า...ก....ก...า...ร...ม....ีผ...ูค....น.....ไ..ป....เ..ร...ีย...น.....เ.ม....ือ...ง...น.....อ...ก.... .ม...ีส....ิท....ธ....ิใ..น.....ก....า...ร...เ..ล....ือ...ก....ต....้ัง....แ...ล....ะ...ม...ีเ..ส....ร....ีภ....า..พ.....ใ..น.....ก....า..ร....แ...ส....ด....ง....
.จ...ึง....ไ...ด....ร...ับ.....อ...ิ.ท....ธ...ิพ.....ล....แ...ล....ะ...แ....น....ว...ค....ิ.ด....แ...บ.....บ....ป....ร....ะ...ช...า...ธ...ิ.ป....ไ...ต....ย... .ค....ว..า...ม....ค....ดิ ...เ..ห....็น.....ท....า..ง....ก...า...ร....เ.ม....อื...ง.......ด....า...น....เ..ศ....ร...ษ....ฐ....ก....ิจ......ต....้งั....แ...ต....
จ....น....ม....ีก....า..ร....เ.ค....ล....่ือ....น....ไ...ห...ว...เ..พ....่ือ...เ..ป....ล....่ีย...น.....แ...ป...ล....ง....ก...า...ร...ป....ก....ค....ร....อ...ง... .ม...ีก....า...ร....ป....ร...ะ...ก....า...ศ....ใ..ช...แ....ผ...น.....พ....ัฒ.....น.....า...เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ...แ....ล....ะ..ส.....ัง...ค....ม....
.พ......ศ.........2...4...7...5......ด...า...น....เ..ศ....ร...ษ....ฐ...ก....ิจ......ข..า...ว...ก...ล....า...ย...เ..ป...น....ส....นิ.....ค...า...อ...อ...ก.... .แ...ห....ง ...ช...า...ต....ิ ....ท....ำ..ใ...ห....อ...ุต....ส.....า..ห....ก....ร....ร...ม...ข...อ....ง...ไ...ท....ย...เ..จ...ร....ิญ....เ..ต....ิบ....โ...ต....
.อ...ัน.....ด....ับ.....ห....น.....ึ่ง...ข....อ...ง....ไ...ท....ย........ต.....อ...ม....า...ม....ีส....ิน.....ค.....า...อ...อ....ก.....ส....ำ...ค....ัญ..... .จ...น.....ก....ร...ะ...ท....่ัง....เ..ก....ิด....ว...ิก....ฤ....ต....ิก....า...ร...ณ......ท....า...ง...เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ........พ.......ศ.......
อ....กี........3.......ป....ร...ะ...เ..ภ....ท.......ค.....อื .......ด....ีบ....กุ........ไ...ม...ส....ัก........แ...ล....ะ...ย...า...ง...พ....า...ร...า... .2...5...4....0.......ค.....น....ไ...ท....ย....จ...ึง....ด....ำ...เ..น....ิน.....ช...ีว...ิต....ต....า...ม....แ...น.....ว...เ.ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ....
ม....ีก....า...ร....พ....ัฒ......น.....า..เ..ส.....น.....ท....า...ง...ค.....ม...น.....า...ค....ม........ด....า...น.....ส....ั.ง...ค....ม....แ...ล.....ะ.. .พ....อ....เ..พ....ีย....ง........ด.....า...น.....ส....ัง....ค....ม....แ....ล....ะ...ว...ัฒ......น....ธ....ร....ร....ม........ใ...น.....ส....ม....ัย....
.ว..ั.ฒ.....น.....ธ...ร....ร....ม........ร....า...ษ....ฎ....ร....ม....ีอ....ิส....ร....เ..ส.....ร...ีใ...น.....ก....า...ร....ป....ร....ะ...ก....อ....บ.... จ....อ....ม...พ....ล.........ป...........พ....ิบ....ูล....ส....ง....ค....ร...า...ม....ไ..ด....ม....ีก....า...ร...ส....ร....า...ง...ก....ร....ะ..แ...ส.....
อ....า...ช...ีพ.........ม...ีโ...อ....ก....า...ส....ไ...ด....ร...ับ.....ก....า..ร....ศ....ึก....ษ.....า.......ก....า...ร...ร....ัก....ษ....า...โ...ร...ค.... ช....า...ต....ิน.....ิย....ม...ใ...น.....ห....ม....ูค....น.....ไ...ท....ย........ภ....า...ย....ห....ล....ัง....ต....อ....ม....า...ค....น.....ไ...ท....ย...
แ....ผ...น.....ใ..ห.....ม.......แ....ล....ะ..ป....ร....ับ....เ..ป....ล....ี่ย....น....ว...ิถ....ีช...ีว...ิต....ใ...ห....ท....ัน.....ส....ม...ัย....ต....า...ม... .ม...ีก....า..ร....ศ....กึ ....ษ....า..ส....งู....ข...น้ึ .......จ...งึ....ไ..ด....ร...บั....อ....ทิ....ธ...ิพ....ล....ท....า..ง....ว..ฒั......น....ธ...ร...ร....ม...
.แ...บ....บ....ต....ะ...ว..ัน.....ต....ก....ม...า...ก....ข...้ึน......................................................................... ต....ะ...ว...ัน....ต....ก....แ...ล....ะ...เ..ผ...ย....แ...พ....ร...ใ...น....ส....ัง....ค....ม...ไ...ท....ย...ม....า..ก....ข...นึ้........................

108

ตอนท่ี 2 ใหน กั เรยี นวิเคราะหป จจยั ท่ีสง เสรมิ การสรา งสรรควัฒนธรรมและภมู ปิ ญญาไทย มฐ./ตัวชีว้ ดั

กจิ กรรมท่ี 1 ส4.3
ซงึ่ มผี ลตอ สังคมไทยปจจุบันท่กี ำหนด โดยทำเปนแผนผังความคิด (ม.4-6/3)

วัฒนธรรม สงั คม ทรัพยากรธรรมชาติ
ประเพณี เกษตรกรรม สภาพภมู ศิ าสตร

ศาสนา

ลกั ษณะรวมทาง ลักษณะแตกตา งทาง
สงั คมและวัฒนธรรม สงั คมและวฒั นธรรม

ปจ จัยทางสงั คม

ภูเขา แรธ าตุ สัตวป า ผฉูสบอับน

ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ปจจยั ทางภูมศิ าสตร ทรัพยากรธรรมชาติ

ทร่ี าบลุมแมน ้ำ ทีร่ าบชายฝงทะเล ดนิ ปาไม

ลกั ษณะภูมิอากาศ

อบอุน หนาวเย็น
รอนช้ืน

(พิจารณาจากคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดุลยพนิ จิ ของครูผูส อน)

109

กิจกรรมที่ 2 ใหนักเรียนวิเคราะหสภาพภูมิศาสตรของประเทศไทยที่กำหนดใหวามีอิทธิพลตอ
การสรา งสรรคว ฒั นธรรมและภูมิปญญาไทยในแตละภมู ิภาคอยางไร

สภาพภมู ศิ าสตร ผลตอ การสรา งสรรคว ฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย

1. พ้ืนที่บริเวณที่ราบลุมแมน้ำภาคกลางที่มี ...........1...........ก....า...ร...ส....ร....า...ง...เ..ค....ร....่ือ....ง...ม....ือ...ห....า...ก....ิน.....ใ...น....ก....า...ร....จ...ั.บ....ป....ล....า..
น้ำทวมในฤดูน้ำหลากทุกป เชน ที่ราบลุม เ..ช...น.......แ...ห.......อ....ว...น.......เ..บ....็ด.......ล....อ...บ.......ไ...ซ......เ..ป....น....ต....น...................................
...........2...........ก....า..ร....ส....ร...า...ง...บ.....า ..น.....เ.ร....ือ...น........โ..ด....ย....ส....ร...า...ง...ใ...ต....ถ...นุ.....บ....า...น....
แมน ำ้ เจาพระยา
ใ...ห....ส....ู.ง...เ..พ....่ือ....ป....อ....ง....ก....ัน.....น....้ำ...ท.....ว...ม...แ....ล....ะ...ม...ี.ห....ล....ัง...ค.....า...ล....า...ด....เ..อ....ีย....ง..

เ..พ....ื่อ....ใ..ห....น.....้ำ...ฝ...น.....ไ..ห....ล....ผ....า...น....ไ...ด....เ.ร....็ว.......เ..ช...น.........บ....า...น.....เ..ร...ือ....น....ภ....า...ค...

ก....ล....า...ง...แ...ถ....บ....พ....ร...ะ...น....ค....ร...ศ....ร....ีอ...ย...ธุ....ย...า.....ส....พุ....ร....ร...ณ.....บ.....รุ ...ี...เ.ป....น.....ต....น ....

...........3...........ก....า..ร....ส....ร...า...ง...เ..ร....อื ...เ..พ....่ือ...ใ...ช...ต....ิด....ต....อ...ไ...ป....ม...า...ห....า...ส....กู....นั ..........

...........4...........ก....า..ร....ค....ิด....ค....น.....ว..ั.ฒ.....น....ธ....ร...ร....ม...ป....ร....ะ..เ..พ....ณ......ีท....ี่เ..ก....่ีย...ว...ข...อ....ง..

ก....ับ....ว...ิถ....ชี ...ีว...ติ ....ข...อ...ง....ค....น....ใ...น....ช...ุม....ช...น.......เ..ช...น........ก....า...ร...เ..ล....น....เ..พ....ล....ง...เ..ร...ือ...

เพลงเกี่ยวขาว.........................................................................................................................

.2. เขตท่ีอยอู าศยั แถบภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ...........1...........ก...า...ร...ส.....ร...า...ง...ร...ะ...บ....บ....ช...ล....ป....ร...ะ..ท....า...น....เ..พ....่ือ...เ..ก....็บ....น....้ำ...ไ...ว..ใ...ช..
ผฉสู บอบั น ท่เี ปนที่ราบสูง ดนิ ปนทราย ใ...น....ฤ....ด....ูแ....ล....ง........แ...ล....ะ...ป....อ...ง....ก....ัน....น.....้ำ...ท....ว...ม........เ..ช...น.........ก....า...ร....ส....ร....า..ง...
อ....า..ง....เ..ก...็.บ....น....้ำ.......ห....ร....ือ...ม....ัก....ส....ร....า..ง....บ....า...น....เ..ร...ือ....น....ใ...ห....ก....ร...ะ...จ....า..ย....อ...ย...ู
ใ...ก....ล....ห ....น....อ...ง....น....้ำ...ท....ว่ั...ไ..ป...............................................................................
...........2...........ก....า..ร....ค....ิด....ค....น....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม....ป....ร...ะ...เ.พ....ณ......ีต....า...ง...ๆ.......เ..ช...น....
ป....ร...ะ...เ..พ....ณ.....ีแ...ห....น.....า...ง...แ...ม...ว...เ..พ....ือ่....ข...อ...ฝ....น....ใ...น....ฤ....ด....ูแ...ล....ง ...........................

3. ภาคเหนือท่ีมีพื้นที่สวนใหญเปนภูเขาสูง ...........ก....า...ร....ส.....ร...า...ง....อ....า...ง...ห....ร....ือ....ฝ....า...ย...เ..พ.....่ือ....ก....ัก....เ..ก....็บ.....น....้.ำ...ท....่ีไ...ห....ล...
จ....า...ก....ท....่ีส....ูง....ล....ง...ม....า...ย...ัง....พ....้ืน.....ท....่ีร...า...บ.........แ...ล....ะ...น.....ำ..ท.....ร...ัพ....ย....า...ก....ร....ไ..ม...
มีทร่ี าบระหวางภเู ขา มปี า ไมมาก
ม....า...ใ...ช...ป....ร....ะ...โ..ย....ช...น.....ใ...น.....ก....า...ร....ก....อ...ส.....ร....า...ง.......ท.....ำ...เ..ค....ร...่ื.อ...ง....เ..ร...ื.อ...น....

ซ....ึ่ง...ช....า..ง....ไ..ม....ข...อ....ง...ภ....า...ค....เ..ห....น.....ือ...ไ...ด....ร....ับ....ก....า...ร....ย...ก....ย....อ....ง...ใ...น....เ..ร....่ือ...ง...

มฝี ม อื ดี.........................................................................................................................

4. ภาคใตที่มีเทือกเขาสูงทางฝงตะวันตกและ ...........จ....า...ก...ฝ....น....ต....ก....ช...กุ....ต....ล....อ....ด....ท....ั้ง...ป.......ท....ำ...ใ...ห....ม...ีน.....ำ้ ..ท....ว...ม....ข..งั....ใ..น....
มีที่ราบชายฝงทะเลแคบๆ ลาดไปทาง ท....่ีน.....า..ส.....งู ......ช...า...ว...บ....า...น....จ....ึง...ค....ดิ....ป....ร...ะ...ด....ษิ ....ฐ...เ..ค....ร....่อื ...ง...ม....อื...เ..ก....ย่ี...ว...ข...า...ว..
ตะวนั ออก มีทะเลขนาบทัง้ 2 ฝง ฝนตกชกุ ท....่ีเ..ก....่ี.ย...ว....เ..ฉ....พ....า...ะ...ร....ว...ง....ข...า...ว.......แ....ล....ะ...เ..ก....ิด....ป.....ร...ะ...เ..พ.....ณ.....ีแ....ข...ง...เ..ร....ือ...
ท....ี่ม....ีเ..อ....ก....ล....ัก....ษ.....ณ.....ป....ร....ะ...จ....ำ..ถ....่ิน..........ร...ว...ม....ท....้ัง....ป....ร...ะ...ก....อ....บ.....อ...า...ช...ี.พ...
ตลอดท้ังป
ท....ำ...ส....ว...น....ย....า..ง....พ....า...ร...า......ท....ำ..เ..ห....ม...ือ....ง...แ...ร.... ................................................

110

กจิ กรรมท่ี 3 ใหนักเรยี นดภู าพตอไปน้ี แลว ตอบคำถามตามหวั ขอทีก่ ำหนด

1. อิทธพิ ลทางวัฒนธรรม ตะวนั ออก............................................................................................
ความสำคัญทมี่ ตี อสงั คมไทย ..........ว...ั.ด....ถ....ือ....เ..ป....น.....ศ....า...ส.....น.....ส....ถ....า...น.....ใ...น....
2. พ...ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ....า...ส....น....า.......ซ....่ึง...ม....ีต....น....ก....ำ...เ..น....ิด....ม....า..จ....า...ก....อ...ิน.....เ..ด...ีย........ม....ีห....ล....ัก....ค....ำ...ส....อ...น....
ท...่ี.ม...ุง....ส....อ....น.....ใ...ห....ค....น.....ท....ำ...แ...ต.....ค....ว...า...ม....ด....ี ....ล.....ะ...เ..ว...น....ค.....ว...า...ม....ช...ั่ว.......ท.....ำ...ใ...ห....ต....น.....เ..อ...ง...
ค...ร....อ...บ....ค....ร....วั ......แ...ล....ะ..ส....ัง....ค....ม...โ...ด....ย...ร....ว..ม....เ..ก....ิด...ค.....ว..า...ม....ส....ง...บ....ส....ขุ.........................................

อทิ ธิพลทางวฒั นธรรม ตะวันตก............................................................................................
ความสำคัญที่มีตอสงั คมไทย ..........ถ....น.....น....ถ....ือ....เ..ป....น....ส....า...ธ...า...ร....ณ.....ูป....โ...ภ....ค...
ข..ั้น.....พ....้ื.น.....ฐ...า...น.....ท....ี่.ม...ีค.....ว...า...ม....ส....ำ...ค....ั.ญ.....แ...ล.....ะ...จ...ำ...เ...ป....น.....ต....อ....ก....า...ร....ด....ำ...ร....ง...ช....ีว...ิต....ข....อ...ง...
ค...น.....ใ...น....ส.....ัง...ค....ม....ไ...ท....ย........ท....ำ...ใ...ห....ก....า...ร...เ..ด....ิน.....ท....า...ง....เ.ป.....น....ไ...ป....ด....ว...ย....ค....ว...า...ม...ส.....ะ...ด....ว...ก...
รวดเร็ว.......................................................................................................................................................

กิจกรรมท่ี 4 ใหน ักเรียนเปรยี บเทียบวถิ ีชวี ิตของคนไทยสมยั ตา งๆ ทีก่ ำหนดลงในชอ งวา ง ผฉูสบอบั น

วถิ ชี ีวติ ของคนไทย วถิ ีชวี ติ ของคนไทย
สมยั สุโขทยั -รัตนโกสินทรตอนตน ยคุ ปรบั ปรุงประเทศถึงปจจบุ นั

...........1.............ด....า...น....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ...ง....ก....า...ร....ป....ก....ค....ร....อ...ง........ม....ีล....ัก....ษ.....ณ.....ะ.. ...........1.............ด...า...น....ก....า..ร...เ..ม...ือ...ง....ก...า...ร...ป....ก...ค....ร...อ...ง.......ก....ษ...ตั....ร...ิย...ใ...ก....ล...ช...ดิ...
แ...บ.....บ....ร...ว...ม....อ...ำ...น.....า..จ....เ..ข...า...ส....ูส....ว...น....ก....ล....า...ง........ก....ษ....ัต....ร....ิย...ม....ีอ...ำ...น....า...จ... ก....ั.บ....ร....า..ษ.....ฎ....ร...ม....า...ก....ข...ึ้น.........จ....น.....ถ...ึ.ง...ก....า...ร....เ..ป....ล....ี่ย....น....แ....ป....ล....ง...ก....า...ร...
ส.....งู ...ส....ดุ.......ท....ร....ง...เ..ป....น....ธ...ร....ร...ม....ร...า...ช...า......แ...ล....ะ...ไ..ด....ร....บั ....ก....า...ร...ย....ก...ย....อ...ง... ป.....ก....ค.....ร....อ....ง........พ........ศ............2...4....7....5........ท....่ี .ม...ี .ร...ั .ฐ....ธ...ร....ร....ม....น.....ู ญ......เ..ป.... น....
เปน สมมติเทพ........................................................................................................................ ก....ฎ....ห....ม....า..ย....ส....ูง...ส....ุด....ใ...น....ก....า...ร...ป....ก....ค....ร....อ...ง....ป...ร....ะ..เ..ท....ศ............................
...........2.............ด....า...น.....เ..ศ....ร....ษ.....ฐ....ก....ิจ.........ม...ี.ล...ั.ก....ษ.....ณ......ะ...แ...บ.....บ....ย....ัง....ช...ี.พ... ...........2.............ด....า...น....เ..ศ....ร....ษ....ฐ....ก....ิจ........ม...ีล....ั.ก....ษ....ณ.....ะ...แ....บ....บ....ท....ุน.....น....ิ.ย...ม...
โ...ด....ย...ม....ีพ....นื้ ....ฐ....า..น.....ส....ำ...ค....ัญ.....อ...ย....ูท....่ีก....า..ร....เ.พ.....า..ะ...ป....ล....ูก.......ก....า..ร....ค....า..ก....ับ.... เ..น.....น....ก....า...ร...เ..ป....ด ....เ.ส.....ร...ที....า...ง...ก....า...ร...ค....า........................................................
ตา งประเทศ........................................................................................................................ ...........3.............ด....า..น.....ส....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ.....น....ธ....ร...ร....ม........ม...ีก....า...ร...ย....ก....เ..ล....ิก...
...........3.............ด....า..น.....ส....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ.....น.....ธ...ร...ร....ม........ค....น....ใ...น.....ส....ัง...ค....ม... ร....ะ..บ....บ....ไ...พ....ร...แ...ล....ะ...ท....า..ส.....ท...ำ...ใ...ห...ค....น.....ไ..ท....ย...ม....ีค....ว...า..ม....เ.ท....า...เ..ท....ีย...ม....ก...ัน....
แ....บ....ง...เ..ป....น.....ก....ล....ุม...ผ....ูป....ก....ค....ร....อ...ง....ก....ับ....ผ....ูถ...ู.ก....ป....ก....ค....ร...อ....ง........ม...ีก....า...ร... ม....ีส....ิท....ธ....ิเ..ส....ร...ีภ....า...พ....ม....า...ก....ข...้ึน.........ไ..ม....ต....อ....ง...ถ....ูก....เ..ก....ณ.....ฑ.....แ...ร....ง...ง...า...น....
ก....ำ...ห....น.....ด....ฐ...า...น.....ะ..ช....น....ช...้ัน.....ข...อ...ง....บ....ุค....ค....ล....ใ...น....ส.....ัง...ค....ม....เ..พ....ื่อ...ค....ว...า...ม... ส.....ว...น....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร....ม...ท....ี่ไ...ด....ร...ับ.....อ...ิท.....ธ...ิพ....ล....จ....า...ก....โ..ล....ก....ต....ะ...ว...ัน.....ต....ก...
ส.....ะ..ด....ว...ก....ใ...น....ก.....า..ร....ค....ว...บ....ค....ุม....ก....ำ...ล....ัง...ค....น.........ส....ว...น.....ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม... เ..ช...น.........ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...อ....า...ค....า..ร........พ.....ร...ะ...ร...า...ช...ว...ัง........ก....า..ร....แ...ต....ง...ก....า...ย...
ไ...ด.....ร...ับ.....อ...ิ.ท....ธ....ิพ....ล.....จ....า...ก....อ....ิน.....เ..ด....ีย....แ....ล....ะ...จ....ีน.........เ..ช....น.........ภ....า...ษ.....า.. ว...ร....ร...ณ.....ก....ร....ร...ม.......ภ...า...ษ....า......เ..ป...น.....ต....น .........................................................
พ....ร....ะ..พ.....ุท....ธ...ศ....า..ส.....น....า......แ...ล....ะ..ว...ร....ร...ณ.....ก....ร....ร...ม....ต....า ..ง....ๆ......เ.ป....น.....ต....น ........
........................................................................................................................

111

กจิ กรรมท่ี 5 ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพตอไปน้ี แลว ตอบคำถามในประเด็นท่กี ำหนด

1. การประกอบอาชีพในภาพมีการเปล่ียนแปลงจาก

ในอดีตอยา งไร และมสี าเหตุมาจากอะไร
...........จ....า...ก....ภ....า...พ....เ..ป....น.....ก....า...ร...ป.....ร...ะ...ก....อ....บ....อ....า...ช...ีพ....เ..ก....ษ.....ต....ร...ก.....ร...ร....ม..
ข...อ...ง...ช...า...ว...น....า..โ...ด....ย...ใ..ช...เ..ค....ร...ื่อ...ง...ไ...ถ...น.....า......ซ...่ึง...แ...ต....ก....ต...า...ง...จ...า...ก....ใ..น....อ....ด....ตี ..
ท....ี่ช....า...ว...น.....า...จ....ะ..ใ...ช....ค....ว...า...ย....ไ..ถ....น.....า........ด....ัง...น.....้ัน.........ใ...น.....ป....จ....จ...ุ.บ....ัน.....จ....ะ.
เ..ห....็น.....ว...า..ม....ีก....า...ร...น.....ำ...ค....ว...า...ย...ม....า..ใ...ช...ไ...ถ....น....า...น.....อ...ย....ล....ง.......เ..น.....ื่อ...ง....จ...า...ก...
ก....า...ร....ร...ับ....ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม...ต....ะ...ว...ัน.....ต....ก....ท....ี่ม...ี.ค....ว...า..ม....เ..จ....ร...ิญ.....ก....า...ว...ห....น.....า.
ท....า...ง...เ..ท....ค....โ..น.....โ..ล....ย....ีม...า...ป....ร...ับ.....ใ..ช...ใ...น....ส....ัง....ค....ม...ไ...ท....ย..................................

2. นกั เรียนคดิ วา จากภาพกอใหเกดิ ผลดีและผลเสียตอ การดำเนินชวี ติ ของคนไทยอยางไร
................ผ...ล....ด....ี...เ..ช...น.......ท....ำ...ใ...ห....ช ...า..ว...น.....า..เ..ก....ดิ....ค....ว...า...ม...ส....ะ...ด....ว...ก....ส....บ....า...ย...ม....า...ก....ข..น้ึ........ไ...ม...ต....อ...ง....อ...อ....ก....แ...ร...ง....ไ..ถ....น....า...ม...า...ก....เ..ห....ม...ือ....น....แ...ต....ก....อ....น...
ผฉสู บอบั น .ท....งั้...ย....งั ...ป....ร...ะ...ห....ย...ดั....เ..ว...ล....า..ใ...น....ก....า...ร...ท....ำ...ง...า...น.......ส.....า..ม....า...ร...ถ....ไ..ป....ท....ำ...ง...า...น....อ....่นื ....เ..พ....่มิ....ข...้ึน....ไ...ด...อ....ีก................................................................................
................ผ...ล....เ..ส....ีย........เ..ช...น.........ช...า...ว...น.....า..ต....อ....ง...เ..ส....ี.ย...ค....า...น....้.ำ..ม....ัน....แ....ล....ะ..เ..ส....ีย....ค....า...ซ....อ...ม....แ...ซ....ม...อ....ุป....ก....ร...ณ......ใ..น.....ร...า...ค....า...แ...พ.....ง.......ห....า...ก....ใ...ช...ค....ว...า...ย..
.ก....็ไ..ม....ต....อ ...ง....เ.ส....ีย....ค....า...ใ..ช...จ....า...ย...ม...า...ก........น....อ....ก....จ...า...ก....น.....ี้ ...เ..ค....ร....ื่อ...ง...ไ...ถ....น....า...ม...รี....า..ค....า...แ...พ....ง.......บ.....า..ง....ค....น....อ....า..จ....ต....อ...ง....ไ..ป....ก....ูห....น....ี้ย....ืม...ส.....ิน....ม....า..ซ....้ือ..
.โ..ด....ย....เ.ส.....ีย...ด....อ...ก....เ..บ....ยี้....แ...พ....ง......ท....ำ...ใ..ห....ไ...ม...ส.....า..ม....า..ร....ถ....ม...เี..ง...ิน.....เ.ก....บ็.....อ...อ....ม...ไ...ด.... .............................................................................................................

(พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรียน โดยใหอ ยใู นดุลยพนิ จิ ของครูผสู อน)

ตอนที่ 3 ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-6 คน เขียนบทละครเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ
มฐ./ตัวช้ีวัด กิจกรรมที่ 1 วัฒนธรรมไทยท่ีใหแงคิดมุมมองกับวัยรุน เพื่อที่นำไปปรับใชในการดำเนินชีวิต
และนำบทละครที่ดที ีส่ ุดมาแสดงละคร
ส4.3
(ม.4-6/5)

...............ก....า...ร....พ....ิจ....า...ร...ณ......า...บ....ท.....ล....ะ..ค.....ร...ใ...ห....พ....ิ.จ...า...ร....ณ.....า...จ....า...ก....ต....ัว...อ....ย....า...ง...เ..ก....ณ......ฑ.....ท....่ีก....ำ...ห....น.....ด....ใ...ห.... ....โ...ด....ย....ค....ร...ู.อ...า...จ....ก....ำ...ห....น.....ด....ค....ะ...แ...น.....น....
ประเมนิ ดังน้ี..............................................................................................................................................................................................................................................................
...............เ..ก....ณ.....ฑ....ก....า...ร....ป...ร....ะ...เ.ม....ิน....ผ....ล....ง...า..น.............................................ค....ะ...แ...น....น.....เ..ต....ม็ ............2...0.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
...............1............ก....า...ร...ใ...ห....ค ....ว..า...ม....ร...ว...ม...ม....อื...ภ....า...ย...ใ...น....ก....ล....มุ.............................................................4.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
2. ความคิดสรางสรรค 5 คะแนน..............................................................................................................................................................................................................................................................
...............3............เ..น....ื้อ....ห....า../...ป....ร....ะ..เ..ด....น็ ....ค....ว...า...ม...ร....ูท....ี่แ...ฝ...ง....ไ..ว... .........................................................4.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................
...............4............ผ...ล....ง....า..น.....ม...ีส....ว...น.....ใ..น.....ก....า..ร....จ...ร....ร...โ...ล....ง...ส....งั ...ค....ม...................................................5.......ค....ะ...แ...น....น...........................................................................

..............................................................................................................................................................................................................................................................

112

กจิ กรรมท่ี 2 ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน ศึกษาคนควาเกี่ยวกับบทบาทของบุคคล
ท่ีสงเสริมการสรางสรรควัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยท่ีมีผลตอสังคมไทยในปจจุบัน
ตามประเดน็ ทก่ี ำหนด พรอมติดภาพประกอบ

บคุ คลท่สี งเสรมิ วฒั นธรรมและภูมิปญญาไทย
................พ....ร....ะ..บ....า...ท....ส....ม....เ.ด....็จ....พ....ร...ะ...เ..จ...า...อ....ย...ูห....วั...ภ....มู ...ิพ....ล....อ....ด....ลุ ....ย...เ..ด....ช..................

1. บทบาทในการสงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย ผฉสู บอับน
โดยสังเขป

................1..........ด.... า....น.....ศ....า...ส.....น.....า........ท....ร....ง....เ..ป.... .น.....พ....ุ ท.....ธ...ม....า....ม....ก....ะ...แ....ล....ะ....อ...ั .ค....ร....-...
.ศ....า...ส....น....ปู....ถ....ัม...ภ....ก........เ..ช...น........เ..ส....ด....จ็....อ...อ....ก....ผ...น.....ว..ช.......ท....ร....ง...บ....ำ...เ..พ....็ญ.....พ....ร...ะ...ร...า...ช...-...
.ก....ุศ....ล.....ใ..น.....ว...ัน.....ส.....ำ...ค....ัญ.....ท.....า...ง...พ.....ร...ะ...พ....ุ.ท....ธ....ศ....า...ส....น.....า........น....อ....ก.....จ...า...ก.....น....้ี.ท....ร....ง...
.ร...ว....ม...พ....ิ.ธ...ีแ...ล....ะ...พ.....ร...ะ...ร....า...ช...ท....า...น.....ท....ร...ั.พ....ย....เ.พ.....ื่อ...บ.....ำ...ร...ุง....ท....้ัง....ค....ร...ิส.....ต....ศ....า...ส.....น....า...
.ศ....า...ส....น....า...อ...ิส.....ล....า..ม.......แ...ล....ะ..ศ....า...ส....น.....า..อ....นื่ ....ๆ......อ....ย...า...ง...ท....ั่ว...ถ....ึง...ก....ัน.................................
................2..........ด....า ...น....ว...ร...ร....ณ.....ก....ร...ร....ม.......ท....ร....ง...พ....ร....ะ..ร....า..ช....น....พิ ....น.....ธ...ห ....น....ัง....ส....ือ...แ...ล....ะ...
.ท....ร...ง....แ...ป....ล....บ....ท....ค....ว...า...ม....ไ..ว...ม....า...ก....ม...า...ย........เ..ช...น.........“..น.....า...ย...อ....ิน....ท.....ร... ....ผ....ูป....ด....ท....อ....ง...
.ห....ล....งั ...พ....ร....ะ..”......“..ต....โิ..ต....”......“..ท....อ....ง...แ...ด....ง...”......“..พ.....ร...ะ...ม...ห....า...ช...น....ก....”....................................

..............3...........ด....า...น....ป....ร....ะ...เ..พ....ณ.....ี.....โ...ป....ร...ด....เ..ก....ล....า...ฯ........ใ..ห....ร....้ือ....ฟ....น.....ป....ร...ะ...เ..พ....ณ......ีท....ี่เ..ค....ย....ป....ฏ....ิบ....ัต....ิต....า...ม....แ...บ.....บ....แ...ผ....น.....ม...า...ต....ั้ง....แ...ต....ค....ร....้ัง...
โ..บ.....ร...า...ณ..........เ..ช...น.........ก....า...ร....ฟ....น....ฟ.....ูพ....ร....ะ..ร....า...ช...พ....ิธ...ี.พ....ืช...ม....ง...ค....ล....จ....ร....ด....พ....ร....ะ..น.....ัง...ค....ั.ล....แ...ร....ก....น....า...ข...ว...ัญ..........แ...ล....ะ...ก....า...ร...เ..ส....ด....็.จ...ฯ.......ไ...ป....ใ...น....
พ....ร....ะ..ร....า...ช...พ....ิธ....ีต....า...ง...ๆ........เ..ช...น.........พ.....ร...ะ...ร....า...ช...พ....ิธ...ี.เ..น....่ือ....ง...ใ...น.....ว...ัน....เ..ข...า...พ.....ร...ร....ษ....า........พ....ร...ะ...ร....า...ช...ด....ำ...เ..น....ิ.น....ท.....อ...ด....ผ....า...พ....ร....ะ...ก....ฐ...ิน.....โ...ด....ย...
กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค...............................................................................................................................................................................................................................................
..............4...........ด....า..น.....ด....ุร...ิย....า..ง....ค....ศ....ลิ ...ป....แ...ล....ะ...จ....ิต...ร....ก....ร...ร....ม.......ท....ร...ง...ม....พี....ร...ะ...ป....ร...ชี...า...ส....า...ม...า...ร....ถ...ท....า...ง...ด....า...น....ศ....ิล....ป....ะ...ห....ล....า..ย....แ...ข...น....ง.......เ..ช...น....
ท....ร...ง...พ....ร....ะ..ร....า...ช...น....พิ....น.....ธ...เ..พ....ล....ง......“..แ....ส....ง...เ..ท....ีย...น.....”.....เ..พ....ล....ง......“..ย....า...ม...เ..ย...น็.....”.....น....อ....ก....จ...า...ก....น.....ท้ี ....ร...ง...เ..ข...ีย...น.....ภ....า..พ....ไ...ว...ม...า...ก....ม...า...ย....ด....ว..ย..........
..............5...........ด....า..น.....ก....า..ร....จ...ัด....ก....า...ร...ท.....ร...ัพ....ย...า...ก....ร....แ...ห....ล....ง ...น....้ำ......ท....ร....ง...พ....ร....ะ..ร....า..ช...ท....า...น.....ใ..ห....ม....กี ...า...ร....ท....ำ......“..ฝ....น....เ..ท....ยี...ม....”......ซ...ึ่ง....ป....จ ...จ....บุ ....นั....
เ..ร...ีย....ก....ว...า.......“...ฝ....น....ห.....ล....ว...ง...”.......ท.....ร...ง....พ....ร....ะ..ร....า...ช...ท....า...น.....แ...น.....ว...พ....ร....ะ...ร...า...ช....ด....ำ...ร...ิโ...ค....ร....ง...ก....า...ร....แ...ก....ม....ล....ิง........เ..พ....ื่อ....ก....ัก....เ..ก....็บ.....น....้ำ...ไ...ม....ใ..ห....
นำ้ ทว ม เปน ตน...............................................................................................................................................................................................................................................

2. นักเรียนสามารถมีสวนรวมในการสงเสริมวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยใหคงอยูคูสังคมไทย
ไดโดยวิธีใดบา ง

..............ก....า...ร....เ.ข...า...ร...ว...ม....ใ..น.....ก....า..ร....ป....ร...ะ...ก....อ...บ....พ.....ิธ...กี ....ร...ร....ม...ท....า...ง...ศ....า...ส....น....า........อ...า...น....อ....อ...ก....เ..ส....ีย....ง...แ...ล....ะ..เ..ข...ีย....น....ภ....า...ษ....า..ไ...ท....ย...ใ...ห....ถ....ูก....ต....อ...ง...
เ..ข...า..ร....ว...ม....ช...ม...ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม...ป.....ร...ะ...เ..พ....ณ.....ีท....่ี.จ...ัด....ข...้ึน.....ใ...น....ท....อ....ง...ถ....่ิน.....แ...ล....ะ...เ..ช...ิญ.....ช...ว...น.....ผ...ูอ....่ืน....ใ...ห....ม....า...ร...ว...ม....ช...ม....ด....ว...ย........ต....ล....อ...ด....จ....น.....จ...ัด....
น....ทิ....ร....ร...ศ....ก....า...ร...ใ...น....โ...ร...ง...เ..ร...ีย....น....เ..พ....่อื....เ.ผ....ย...แ...พ.....ร...ค....ว...า...ม...ร....เู .ก....ยี่....ว...ก....บั ....ว...ฒั .....น....ธ....ร...ร...ม....แ...ล....ะ...ภ...ูม....ิป....ญ .....ญ....า...ใ...น....ท....อ....ง...ถ....ิน่ .......เ..ป....น ....ต....น.............

(พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรียน โดยใหอ ยูใ นดุลยพนิ จิ ของครผู ูส อน)

113

แบบทดสอบ เร่ืองที่ 2

ตอนท่ี 1 ใหนกั เรียนเลือกคำตอบทีถ่ กู ตองท่สี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว

ผฉสู บอับน 1. ขอใดคอื ภมู ิปญ ญาไทย
ก. ผลงานของคนไทยทีเ่ กี่ยวขอ งกบั การดำรงชีวิต
ข. เอกลักษณเ ฉพาะและพ้ืนฐานการใชช วี ติ ของคนไทย
ค. เอกลักษณท ่ีถายทอดจากคนรนุ หนง่ึ สูคนอกี รุนหนึ่ง
ง. วิธีการและผลงานของคนไทยทเี่ ปนประโยชนตอการดำรงชวี ิต

2. การทีภ่ าคเหนอื มปี าไมจำนวนมากสง ผลตอวถิ ชี วี ติ ของชาวเหนืออยางไร
ก. นิยมตัดตนไมไปขาย
ข. มอี ุปนสิ ัยรักสงบและใจเย็น
ค. ใชไมส รางทอี่ ยูและเครอ่ื งเรือน
ง. นยิ มเก็บของปา เพ่อื เลีย้ งชีพ

3. เพราะเหตใุ ดประเพณีในภาคตา งๆ ของไทยจึงมคี วามใกลเคยี งกัน
ก. อยูในประเทศเดยี วกัน
ข. อยูในบรเิ วณใกลเ คยี งกัน
ค. เปนคนไทยเหมอื นกัน
ง. นับถอื พระพุทธศาสนาเหมือนกัน

4. การนับถอื เทพเจา ตามธรรมชาตขิ องไทยเก่ียวของกบั วัฒนธรรมไทยอยา งไร
ก. สังคมไทยใชประโยชนจ ากธรรมชาติ จึงมกี ารเคารพและดแู ลธรรมชาติ
ข. วัฒนธรรมไทยตองอาศยั พงึ่ พาธรรมชาติ จึงนับถือเทพเจาตามธรรมชาติ
ค. คนไทยเชือ่ วามีเทพเจาอยตู ามสิ่งตางๆ ในธรรมชาติ จึงตองกราบไหวบ ูชาธรรมชาติ
ง. คนไทยเช่ือวา ปรากฏการณต า งๆ เกิดจากเทพเจาตามธรรมชาติเปน ผบู ันดาลใหเ กดิ ขนึ้

5. การรบั วัฒนธรรมจากภายนอกมขี อดีอยา งไร
ก. ไมตองคิดคน พัฒนาดวยตนเอง
ข. รบั ความเจริญมาพัฒนาประเทศ
ค. ทำใหม ีวัฒนธรรมเหมอื นชาติอนื่
ง. มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

1. ตอบ ง. ภมู ปิ ญญาไทย คือ วิธีการและผลงานท่คี นไทยสรางข้ึนเพอื่ ใชป ระโยชนใ นการดำรงชีวติ
2. ตอบ ค. เน่ืองจากภาคเหนือมีทรัพยากรปาไมอุดมสมบูรณ ชาวเหนือจึงนำไมมาใชประโยชนในดานตางๆ

เชน สรางทอี่ ยูอาศัย เครอ่ื งเรือน เครอื่ งมอื เคร่อื งใชตา งๆ
3. ตอบ ง. ประเพณีในภูมิภาคตางๆ ของไทยไดรับอิทธิพลมาจากการนับถือพระพุทธศาสนาของคนไทย

เหมอื นกัน ทำใหมลี ักษณะใกลเคียงกนั
4. ตอบ ก. วัฒนธรรมไทยเปนวัฒนธรรมเกษตรกรรมจึงตองใชประโยชนจากธรรมชาติ การเคารพบูชา

เทพเจาในธรรมชาติ ทำใหคนไทยเห็นความสำคัญของธรรมชาติและชวยกันรักษาธรรมชาติเอาไว
ใชป ระโยชนในอนาคตตอ ไป
5. ตอบ ข. การรบั วฒั นธรรมจากภายนอกเปน การรับความเจรญิ ดา นตา งๆ เขา มาใชใ นการพัฒนาประเทศ

114

6. การเรียกผูอื่นที่ไมใชญ าตวิ า “พ่ี ปา นา อา ลงุ ตา ยาย” สะทอนถงึ วฒั นธรรมไทยในเรอื่ งใด ผฉูสบอบั น
ก. คนไทยอยรู ว มกันในสงั คมฉนั ญาตพิ ีน่ อง
ข. คนไทยไมนิยมจดจำชื่อบุคคล จงึ สมมตชิ ่ือเรียกแทน
ค. คนไทยขาดความอบอุนและมีปญ หาภายในครอบครวั
ง. คนไทยรักครอบครวั และมคี วามสมัครสมานกลมเกลียวกนั

7. ขอ ใดคอื การรักษาดวยการแพทยแ บบตะวันตก
ก. การผา ตัด การนวด
ข. การฉดี วคั ซนี ปลกู ฝ
ค. การฝงเข็ม จับชพี จร
ง. การประคบรอ น ทานสมนุ ไพร

8. ศูนยกลางของชมุ ชนของไทยในอดตี อยทู ่ีใด
ก. ตลาด
ข. ลานกวางในชุมชน
ค. สถานที่ราชการ
ง. ศาสนสถานในชมุ ชน

9. ขอ ใดคอื ความเชื่อด้ังเดมิ ของคนไทย
ก. พระพทุ ธศาสนา
ข. การเวียนวายตายเกิด
ค. การนบั ถือผีสางเทวดา
ง. ศาสนาพราหมณ- ฮนิ ดู

10. ขอ ใดคือการอนรุ กั ษวฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทยทด่ี ที สี่ ดุ
ก. เรียนรูภมู ปิ ญญาไทยจากคนรนุ เกา
ข. ใชภูมิปญญาไทยในการดำรงชวี ิตประจำวัน
ค. สงเสรมิ การซือ้ สนิ คา ที่เกิดจากภมู ิปญ ญาไทย
ง. ยกยองผอู นุรกั ษวฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย

11. การแปลพระไตรปฎ กเปนภาษาไทยมปี ระโยชนอ ยางไร
ก. ทำใหคนไทยเขา ใจหลกั ธรรมไดง ายข้นึ
ข. ทำใหคนไทยศรทั ธาพระพทุ ธศาสนาเพิ่มขน้ึ
ค. ทำใหค นไทยเรยี นรูพระไตรปฎ กไดด ว ยตนเอง
ง. ทำใหคนไทยเขา ใจบทบาทและหนาท่ขี องพระภกิ ษุดยี ่ิงขนึ้

6. ตอบ ก. วัฒนธรรมไทยเปนวัฒนธรรมที่อยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ มีญาติพ่ีนองมากมาย แมแตคนที่
ไมรูจกั กย็ งั ถือวาเปนเสมือนญาติตน จงึ ใชค ำเรยี กเหมอื นเรียกญาตขิ องตน

7. ตอบ ข. การฉดี วคั ซนี ปลกู ฝร กั ษาโรค เปนความเจรญิ ทางการแพทยแบบตะวันตกทเี่ ขามาเผยแพรในไทย
8. ตอบ ง. ศาสนามอี ิทธิพลตอคนไทยมาตัง้ แตอ ดีต ดงั นัน้ ศาสนสถานจึงเปนศนู ยก ลางของชุมชนของไทย
9. ตอบ ค. ความเชอื่ ด้ังเดิมของคนไทย คอื การนบั ถือผสี างเทวดาตามธรรมชาติ
10. ตอบ ข. การใชภูมิปญญาไทยในการดำรงชีวิตประจำวัน ทำใหคนไทยเห็นประโยชนของการใชภูมิปญญา

ซ่ึงยอมทจ่ี ะอนุรักษไ วแ ละเผยแพรย ังคนรุนตอไป
11. ตอบ ก. การแปลพระไตรปฎกเปนภาษาไทย ทำใหคนไทยเขาใจหลักธรรมไดงายขึ้น แตยังคงตองไดรับ

การอบรมจากพระสงฆเ พอ่ื ใหเ ขาใจหลกั ธรรมไดอ ยางถูกตอง

115

12. กังหนั น้ำชัยพฒั นาเปนสง่ิ ประดิษฐท างภูมิปญญาที่ใชป ระโยชนในเรื่องใด

ก. ผลติ ฝนเทยี ม

ข. ผลติ กระแสไฟฟา

ค. จัดสรรน้ำใหพ ้ืนทีเ่ กษตรกรรม

ง. บำบดั นำ้ เสียใหเ ปนน้ำดีและนำกลับมาใชใหม

13. ขอใดคือภมู ิปญญาของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห ัวภมู ิพลอดลุ ยเดชในการอนรุ กั ษดนิ

ก. การทำแกมลงิ ข. การปลกู หญา แฝก

ค. การทำฝายกัน้ นำ้ ง. การปลูกผกั ตบชวา

14. โครงการแกม ลงิ มปี ระโยชนในดา นใด

ก. ใหร าษฎรมีเงินออม ข. ขยายพนื้ ที่เพาะปลกู

ค. การปอ งกนั อุทกภยั ง. แลกเปล่ยี นความรูทางการเกษตร

15. สมเด็จพระนางเจา สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินนี าถทรงสง เสรมิ ภูมปิ ญญาไทยดา นใด

ก. การผลติ นำ้ สมนุ ไพร

ข. การทำหตั ถกรรมพื้นบาน

ค. การอนุรักษชุดแตง กายประจำชาติ

ง. การเพาะปลูกพชื เมืองหนาวบนดอย

16. เพราะเหตุใดสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงสงเสริมการจำหนายผลิตภัณฑ

ศลิ ปาชพี

ก. เพือ่ เผยแพรภ ูมปิ ญญาไทย ข. เพือ่ สรา งกำลังใจในการผลิต

ค. เพอ่ื เปน รายไดเ สรมิ ใหแกสมาชกิ ง. เพ่อื เปนรายไดส วนพระองค

17. หนว ยแพทยเคลอ่ื นท่ี พอ.สว. มีสวนสนบั สนุนสงเสรมิ และอนุรกั ษภ ูมิปญญาและวฒั นธรรมไทย

ผฉูสบอับน อยา งไร

ก. จัดการศึกษาแกร าษฎร ข. ดูแลสุขภาพอนามัยแกร าษฎร

ค. นำเงินไปบรจิ าคแกร าษฎร ง. ใหค วามรูดานการแพทยแ กร าษฎร

18. ขอใดคอื บทบาทของสมเด็จพระเจา พี่นางเธอ เจาฟากัลยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธวิ าส

ราชนครินทรท างดานวัฒนธรรม

ก. ทรงสงเสรมิ การแกะสลักผลไม

ข. ทรงคิดทารา ยรำการแสดงโขน

ค. ทรงวาดภาพจิตรกรรมรปู ทิวทัศนธรรมชาติ

ง. ทรงอุปถัมภก ารแสดงหนุ ละครเลก็ โจหลยุ ส

12. ตอบ ง. กังหนั นำ้ ชัยพัฒนามปี ระโยชนใ นการบำบัดน้ำเสยี ใหเปน นำ้ ดดี ว ยการเติมอากาศลงไปในน้ำ
13. ตอบ ข. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัวภูมพิ ลอดลุ ยเดชทรงสงเสรมิ การปลกู หญา แฝกเพอ่ื การอนรุ ักษด ิน
14. ตอบ ค. โครงการแกมลิงมีประโยชนในการปองกันอุทกภัย ดวยวิธนี ำน้ำไปกักเก็บไวในพ้ืนท่ีวางเปลาท่ีไมใช

ประโยชนเ พอ่ื เปนการลดปริมาณน้ำ
15. ตอบ ข. สมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถทรงสงเสรมิ งานหตั ถกรรมพ้ืนบา นของราษฎร
16. ตอบ ค. สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถทรงสงเสริมการจำหนายผลิตภัณฑศิลปาชีพเพื่อให

สมาชิกมรี ายไดเ สรมิ และถือเปน การอนรุ ักษง านหัตถกรรมของไทย
17. ตอบ ข. หนวยแพทยเ คล่ือนที่ พอ.สว. ไดด ำเนินการดแู ลรกั ษาสุขภาพอนามยั ใหแ กราษฎรเพ่อื ใหม รี า งกาย

แข็งแรง สามารถประกอบอาชีพจากภูมิปญญาในทองถน่ิ ไดต อ ไป
18. ตอบ ง. สมเด็จพระเจาพีน่ างเธอ เจาฟา กลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทรท รงอปุ ถัมภโ รงละคร

เลก็ โจหลุยสเพื่ออนรุ ักษการแสดงหนุ ละครเล็ก และสืบทอดศลิ ปวฒั นธรรมอันดงี ามของไทย

116

19. บทบาทของสมเด็จพระเจาพ่นี างเธอ เจา ฟากลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร
ทางดา นอักษรศาสตรตรงกับขอใด
ก. ทรงสอนวิชาภาษาฝร่ังเศสในระดับมหาวิทยาลัย
ข. ทรงแปลสนธิสัญญาที่ไทยทำไวก บั ตา งประเทศ
ค. ทรงเขียนบทความวชิ าการเปนภาษาตางประเทศ
ง. ทรงเปนลามประจำพระองคข องพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู ัว

20. ขอใดคือพระนิพนธแปลของสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร
ก. ไกลบาน
ข. นาฏยศาลา
ค. นิทานสำหรบั เดก็
ง. แมเลา ใหฟ ง

19. ตอบ ก. สมเดจ็ พระเจาพ่ีนางเธอ เจา ฟา กลั ยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทรทรงสอนวิชาภาษา

ฝร่ังเศสในระดับมหาวทิ ยาลยั แสดงถงึ พระปรชี าสามารถดานอกั ษรศาสตร

20. ตอบ ค. สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทรทรงพระนิพนธ

แปลเรอื่ งนิทานสำหรับเด็ก สำหรบั พิมพแ จกในงานวนั เด็กตามโครงการ “เดก็ เขยี นใหเ ดก็ ”

ตอนท่ี 2 ใหนกั เรยี นตอบคำถามตอ ไปนี้ ผฉสู บอับน

มฐ./ตวั ช้ีวัด
ส4.3
1. สภาพภูมศิ าสตรและสิง่ แวดลอ มมอี ิทธิพลตอการสรา งสรรควฒั นธรรมและภมู ิปญ ญาไทยอยา งไร (ม.4-6/3),
............ว..ั.ฒ.....น.....ธ....ร....ร....ม....แ...ล....ะ...ภ....ู.ม...ิป.....ญ.....ญ.....า...ข....อ....ง...ไ...ท.....ย...เ...น....น.....ท....่ี.ก....า...ร....อ....ย...ู.ร....ว...ม....ก....ัน.....แ...ล.....ะ...ใ...ช...ป.....ร...ะ...โ...ย....ช....น....จ....า....ก....ธ....ร...ร....ม....ช....า...ต....ิแ....ล....ะ.. (ม.4-6/5)

ส.....่งิ ...แ...ว...ด....ล....อ...ม....ร...อ....บ....ต....ัว......เ..ช...น........ก....า...ร...ม....ีป....า...ไ..ม....แ ...ล....ะ..พ....ชื...พ.....นั ....ธ...ุต....า...ง...ๆ.......ม....า..ก....ม....า..ย........จ...งึ...น.....ำ..ไ...ม...ม....า...ส....ร...า...ง...บ.....า..น........ก....า...ร....ใ..ช...พ....ืช...เ..ป....น....

ย....า...ร...ัก....ษ....า...โ...ร...ค.........ห....ร...ือ....ก....า..ร....ท....่ีม...ีป....ล....า...ช...ุก....ช...ุม....ใ...น....ฤ....ด....ูฝ...น.........เ..ม....ื่อ...บ....ร....ิโ..ภ....ค....ไ...ม...ห....ม....ด....จ...ึง....น....ำ...ป....ล....า...ม...า...ท....ำ...ป....ล....า..ร....า...ห....ร...ือ....ป...ล....า...เ..ค....็ม...

.เ.พ....ื่.อ...ใ...ห....ส....า...ม....า..ร....ถ....เ..ก....็บ....ไ...ด....น....า...น.....ต....ล....อ...ด....ท....ั้.ง...ป.... ....แ....ล....ะ..ก....า...ร....อ...ย....ูใ..ก.....ล....แ...ม...น.....้ำ...แ...ล....ะ...ต....ิด....ท....ะ...เ.ล....จ....ึง...ม....ีก....า...ร....ใ..ช...ช...ี.ว..ิ.ต....เ.ก....่ีย....ว...ก....ับ....น.....้ำ..

.เ.ช...น.........ท....ำ...เ..ก....ษ....ต....ร...ก....ร....ร...ม........ป....ร...ะ...ม...ง........น....ิย....ม...ใ...ช...เ ..ร...อื ...เ..ป....น .....พ....า..ห....น.....ะ.......ม...ปี....ร....ะ..เ..พ....ณ.....เี..ก....ยี่ ....ว..ก....บั.....น....ำ้ ...ม...า...ก....ม...า...ย........เ..ช...น........ป....ร....ะ..เ..พ....ณ.....ี

.ส....ง...ก....ร...า...น.....ต.... ..ล....อ....ย...ก....ร....ะ..ท....ง......แ....ห....น....า...ง...แ...ม....ว.....เ..ป....น....ต....น..............................................................................................................................................

2. นักเรยี นคดิ วา คนไทยควรทำอยา งไรจึงจะสามารถสงเสรมิ และอนรุ ักษภ ูมปิ ญ ญาไทยไวไดอยา งยั่งยืน
............เ..ร...่ิม....แ...ร....ก....จ....ะ...ต....อ....ง...ท....ำ...ใ...ห....ค....น.....ไ...ท....ย....เ..ล....็ง...เ..ห....็น.....ถ....ึง....ป....ร...ะ...โ...ย...ช....น....ข....อ...ง....ภ....ูม...ิป.....ญ.....ญ.....า...ไ..ท.....ย...ก....อ....น.....โ...ด....ย...เ..ฉ.....พ....า...ะ...ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...
.ร...า...ย....ไ..ด.....จ...า...ก....ภ....ูม....ิป....ญ.....ญ.....า...ไ...ท....ย........เ..พ....ร....า...ะ..เ..ม....่ือ....ภ...ูม....ิป....ญ.....ญ.....า...ไ...ท....ย....เ..ป....น....แ....ห....ล....ง...ท....ี่ม....า...ข...อ....ง...ร....า...ย...ไ...ด....แ...ล....ว........ค....น.....ไ..ท.....ย...ย....อ...ม....ท....ี่จ....ะ..
.ข...ว...น....ข....ว...า...ย...เ..ร....ีย...น.....ร....ูแ...ล....ะ...เ..ผ....ย...แ....พ....ร...ไ...ป....ย....ัง...บ.....ุต....ร....ห....ล....า...น.....ข...อ...ง....ต....น.....ต....อ....ไ..ป.........ส....ว...น.....ภ....ูม...ิ.ป....ญ.....ญ.....า...ไ..ท.....ย...ท....ี่ไ...ม....ส....า...ม....า...ร...ถ....ส.....ร...า...ง...
.ร...า...ย...ไ...ด.... ....ค....ว...ร....ส....ง...เ..ส....ร...ิ.ม...ใ...น....ล....ัก....ษ....ณ......ะ..ข...อ....ง...ก....า...ร...น.....ำ..ม....า...ใ..ช...เ..พ....ื่อ....ป....ร...ะ...ห....ย...ัด....ค....า...ใ..ช....จ...า...ย...ห....ร....ือ...เ..พ....่ือ....อ...ำ...น....ว...ย....ค....ว...า..ม....ส....ะ...ด....ว...ก....ใ..น....
.ช...ีว...ิต...ป....ร....ะ..จ....ำ...ว..นั........เ..พ....ื่อ...จ....ร...ร....โ..ล....ง....ใ..จ....ห....ร...ือ...ค.....ว..า...ม....บ....นั ....เ..ท....ิง......เ..ม....อ่ื ...ค....น.....ไ..ท....ย....เ.ห....็น.....ป....ร...ะ...โ..ย....ช...น....จ....า...ก...ภ....ูม....ิป....ญ.....ญ....า...ไ...ท....ย...ก....็ย...อ....ม...ท....่ีจ....ะ..
.ส....ง ...เ..ส....ร...ิม....แ...ล....ะ...อ...น.....ุร...ัก....ษ....ไ...ว..ต....อ....ไ..ป....ใ...น....ว...ัน.....ห....น....า..........................................................................................................................................................

117

เร่ืองท่ี 3 ผลงานของบคุ คลสำคญั
ในการสรางสรรคชาติไทย

สาระการเรียนรูแกนกลาง ในการสรา งสรรคชาติไทยและพัฒนาจน
เจริญรุงเรืองดังเชนทุกวันนี้ สวนหนึ่งเปนเพราะ
ผลงานของบุคคลสำคัญท่ีมีสวนสรางสรรควัฒนธรรม บุคคลสำคัญจำนวนมาก ท้ังพระมหากษัตริย
และประวัติศาสตรไทย เชน พระบาทสมเด็จพระพุทธ- เชื้อพระวงศ ขุนนาง และสามัญชนทั้งชาวไทย
เลิศหลานภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว และชาวตางชาติ ไดมีบทบาทสำคัญในการ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจาอยหู วั สมเดจ็ พระมหา- สรางสรรคชาติไทยดานตางๆ ทั้งทางดานการ
สมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระเจาบรมวงศเธอ ปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม
กรมหลวงวงษาธิราชสนิท สมเด็จฯ กรมพระยาดำรง- ซ่ึงบุคคลท่ีหยิบยกมาเปนตัวอยางในที่นี้ลวนทำ
ราชานุภาพ สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ คุณประโยชนตอประเทศชาติ มีความซ่ือสัตย
หมอมราโชทัยหรือหมอมราชวงศกระตาย อิศรางกูร ความจงรักภักดตี อ พระมหากษัตรยิ  มคี วามวิริยะ
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) อุตสาหะ มีความรักและความรับผิดชอบตอชาติ
บาทหลวงปาลเลอกัวซ พระยากัลยาณไมตรีหรือ ดร. บานเมือง สมควรที่คนรุนหลังควรยึดถือและนำ
ฟรานซิส บี แซร ศาสตราจารยศิลป พีระศรี พระยา ไปใชเปน แบบอยา งในการดำเนินชีวติ
รษั ฎานปุ ระดษิ ฐมหิศรภกั ดี (คอซมิ บี้ ณ ระนอง)
1. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธ-
ผฉสู บอับน จุดประสงคการเรยี นรู ยอดฟา จุฬาโลกมหาราช

1. สรุปผลงานของบุคคลสำคัญในการสรางสรรคชาติไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก
อยา งสังเขปได มหาราช ทรงมีพระนามเดิมวา “ดวง” หรือ
“ทองดวง” เสด็จพระราชสมภพเม่ือวันพุธท่ี 20
2. วิเคราะหผลงานของบุคคลสำคัญในการสรางสรรค มีนาคม พ.ศ. 2279 เขา ถวายตวั เปน มหาดเล็ก
ชาตไิ ทยไดอ ยา งนอ ย 3 ทาน ในเจาฟาอุทุมพร กรมขุนพรพินิต ตอมาไดเขา
รับราชการในรัชกาลพระเจาเอกทัศ ตำแหนง
Key Question หลวงยกกระบัตรประจำเมืองราชบุรี และปฏิบัติ
ราชการที่เมืองราชบุรีจนกรุงศรีอยุธยาเสียแก
1. บทบาททางดานสังคมและวัฒนธรรมของพระบาท พมาเมื่อ พ.ศ. 2310 ในสมัยสมเด็จพระเจา
สมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั มีอะไรบาง ตากสินมหาราช หลวงยกกระบัตรไดรับราชการ
อยางแข็งขันและมีพระปรีชาสามารถโดยเฉพาะ
2. สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไดรับการยกยอง ดา นการสงคราม
ใหเ ปนบิดาแหง ประวตั ิศาสตรไ ทย เพราะเหตใุ ด

3. พระยากัลยาณไมตรีหรือ ดร. ฟรานซิส บี แซร
มีบทบาทสำคัญดานความสัมพันธระหวางประเทศ
อยางไร

4. ศาสตราจารยศิลป พีระศรี มีความสำคัญตอการ
ศึกษาวชิ าศลิ ปะในประเทศไทยอยา งไร

118

พระราชกรณียกิจสำคญั ที่มีตอ การสรา งสรรคชาตไิ ทยสามารถสรุปไดด งั น้ี

สงครามระหวางไทยกับพมาในสมัยพระเจาปะดุง โดย ดา นการเมืองการปกครอง
พระเจา ปะดุงโปรดใหจัดทัพเปน 9 ทัพ เขา รกุ รานหัวเมือง
ตางๆ ของไทยตั้งแตเหนือจดใต ผลจบลงดวยชัยชนะของ 1. ทรงสถาปนาราชวงศจักรีและกรุงรัตนโกสินทรให
ฝา ยไทยทั้งทม่ี ีจำนวนทหารนอยกวา พมา เปนราชธานีแหงใหม โดยทรงยายราชธานีจากกรุงธนบุรีมา

อยูทกี่ รงุ เทพมหานคร
2. โปรดเกลาฯ ใหชำระกฎหมายใหถูกตองยุติธรรม
เรียกวา “กฎหมายตราสามดวง” เพราะประทับตราสำคัญ
3 ดวง ไดแก ตราราชสีหของสมุหนายก ตราคชสีหของ
สมหุ พระกลาโหม และตราบวั แกวของกรมทา
3. ทรงใหขุดคลองรอบกรุง เชน คลองบางลำพูทาง
ตะวันออก คลองโองอางทางใต ทำใหกรุงรัตนโกสินทรเปน
เหมือนเกาะท่มี แี มน้ำลอมรอบเหมอื นกับกรุงศรอี ยธุ ยา รวมทงั้
สรางกำแพงพระนครและปอมปราการไวโดยรอบ ปจจุบันคง
เหลือเพียงปอมพระสุเมรุท่ีตั้งอยูบริเวณสุดถนนพระอาทิตย
เชื่อมตอกับถนนพระสุเมรุ และปอมมหากาฬที่สะพานผานฟา
ลีลาศ
4. ทรงเปนจอมทัพในการทำสงครามกับรัฐเพื่อนบาน
สงครามครงั้ สำคัญ คอื สงครามเกาทพั กบั พมา
ผฉสู บอับน

ดา นเศรษฐกจิ

ในตอนตนรัชกาลที่ 1 เศรษฐกิจยังไมดีเพราะมีการทำ
สงครามกับพมาหลายคร้ัง การติดตอคาขายกับตางประเทศก็
ลดลงมาก แตในปลายรัชกาลบานเมืองปลอดภัยจากสงคราม
ทำใหประชาชนมีเวลาประกอบอาชีพ สวนการคาขายกับจีน
เพม่ิ มากขึ้น ทำใหเศรษฐกิจดีขน้ึ มเี งินใชจ า ยในการทำนุบำรุง
บา นเมอื ง สรา งพระนคร สรา งและบรู ณปฏสิ งั ขรณว ัด รวมทง้ั
ส่ังซื้อและสรางอาวุธเพ่ือใชปองกันพระราชอาณาเขต ทำให
บา นเมืองและราษฎรเกดิ ความมนั่ คงและมงั่ คง่ั

119

ดานสงั คมและวัฒนธรรม

1. โปรดเกลาฯ ใหสรางพระราชวังและวัดใหมี
รูปแบบเหมือนสมัยอยุธยา เพ่ือสรางขวัญกำลังใจแก
ราษฎรใหเสมือนอยูในสมัยอยุธยาเม่ือครั้งบานเมือง
เจรญิ รุง เรอื ง เชน โปรดเกลา ฯ ใหล อกแบบพระทีน่ ง่ั
สรรเพชญปราสาทมาสรางพระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัยฯ
ตอมาเกิดเพลิงไหมจึงโปรดเกลาฯ ใหรื้อแลวสราง
พระมหาปราสาทขึ้นมาใหม และพระราชทานนามวา
“พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาท” รวมทั้งโปรดเกลาฯ ให
สรางวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแกวไวใน
เขตพระบรมมหาราชวังเพ่ือใชในการประกอบพิธีทาง
พระพุทธศาสนาเชนเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญใน
สมยั อยุธยา พระที่น่งั ดสุ ติ มหาปราสาท

2. ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดวยการออกกฎหมายคณะสงฆเพือ่ ใหพระสงฆอ ยูในพระธรรมวนิ ัย โปรดเกลาฯ
ใหมีการสงั คายนาพระไตรปฎ กใหมคี วามถูกตอ งสมบรู ณ โปรดเกลา ฯ ใหสรา งวัดและบูรณปฏสิ งั ขรณว ัดวาอารามตา งๆ
เชน วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม (วดั โพธ)ิ์ วดั สทุ ศั นเทพวราราม วดั สระเกศ วัดระฆังโฆสติ าราม วัดสวุ รรณดาราราม
ตลอดจนบูรณปฏิสังขรณพระพุทธรูปท่ีถูกท้ิงรางตามหัวเมืองตางๆ แลวนำมาประดิษฐานไวตามวัดวาอารามท่ีสราง
ขึน้ ใหม เชน อญั เชญิ พระศรีศากยมุนี จากวหิ ารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวดั สุโขทยั มาประดิษฐานทวี่ ดั สุทัศนเทพวราราม
เปน ตน
ผฉูสบอับน 3. ทรงฟนฟูพระราชพิธีและประเพณีสำคัญสมัยอยุธยา เชน จัดใหมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและพระราชพิธี

สมโภชพระนคร แสดงใหเห็นถึงความม่ันคงของการกอบกูราชธานีขึ้นมาใหม เปนการสรางขวัญกำลังใจใหกับราษฎร
และเปน การรกั ษาพระราชพิธโี บราณ
4. ทรงสงเสริมงานวรรณกรรม โดยพระราชนิพนธวรรณคดีหลายเร่ือง เชน รามเกียรต์ิ เพลงยาวรบพมาท่ี
ทาดินแดง โปรดเกลา ฯ ใหแปลหนังสอื จีนเปนภาษาไทย เชน สามกก ราชาธิราช แปลโดยเจาพระยาพระคลงั (หน)
ซ่งึ วรรณคดีเหลาน้ยี งั เปน ทีน่ ิยมมาถงึ ปจ จบุ ัน

พระที่น่ังองคประธานของหมูพระมหาปราสาท และเปนพระท่ีน่ังทรงไทยแทองคเดียวในพระบรมมหาราชวังท่ีไดรับการยกยองวา
เปนสถาปต ยกรรมช้ินเอกของกรุงรัตนโกสนิ ทร ปจจบุ นั ใชเปน สถานที่ประกอบพระราชพธิ ตี างๆ เชน พระราชพิธีฉัตรมงคล เปนตน

วัดพระแกว ในพระบรมมหาราชวงั
สรางขนึ้ ในสมัยรชั กาลที่ 1

2. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลยั

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย มีพระนามเดิมวา “ฉิม” ทรงเปนพระราชโอรสใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชและสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี เมื่อพระชนมายุ
ได 16 พรรษา ทรงไดรับการสถาปนาขึ้นเปนสมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟากรมหลวงอิศรสุนทรใน
คราวทีส่ มเด็จพระราชบิดาทรงปราบดาภเิ ษกข้ึนเปนปฐมกษัตรยิ แ หงกรงุ รัตนโกสินทรเมื่อ พ.ศ. 2325

พระราชกรณยี กิจสำคัญท่มี ีตอ การสรา งสรรคช าตไิ ทย สรุปไดด ังนี้

ดา นการเมืองการปกครอง

1. ทรงตรากฎหมายหามสูบซื้อขายฝนใน พ.ศ. 2354
และ พ.ศ. 2362 โดยกำหนดบทลงโทษแกผสู ูบฝนไวอ ยางหนกั

2. ทรงปรับปรุงกฎหมายพระราชกำหนดสักเลกเม่ือ
พ.ศ. 2353 เพื่อเรยี กเกณฑไพรพ ลเขา รับราชการ โดยลดเวลา
ใหไพรมารบั ราชการเพยี ง 3 เดอื น ทำใหไพรม ีเวลาทำมาหากนิ
สว นตวั มากขึ้น

1. ดานสังคมและวฒั นธรรม ผฉสู บอับน

โปรดเกลาฯ ใหมีการบูรณปฏิสังขรณวัดแจงดวย
การสถาปนาโบสถและวิหารขึ้นใหม เสริมพระปรางคองคเดิม
ใหใหญข ้นึ และพระราชทานนามใหมวา “วัดอรุณราชวราราม”
ทรงใหแปลบทสวดมนตจากภาษาบาลีเปนภาษาไทย เพ่ือให
คนทว่ั ไปเขาใจคำสอนตางๆ ไดงา ยข้นึ
2. ทรงฟนฟูพระราชพิธีวิสาขบูชาข้ึนมาใหมเม่ือ พ.ศ.
2360 ตามที่เคยปฏบิ ตั กิ ันมาในสมัยสโุ ขทยั

ดานศิลปกรรมและวรรณกรรม

1. ทรงปรับปรุงทารำตางๆ ท้ังโขนและละคร ซึ่งกลาย
เปนตน แบบมาถึงปจจบุ นั ทรงประพนั ธเพลง “บหุ ลันลอยเลื่อน”
หรือ “บุหลันลอยฟา ”

2. ทรงพระราชนิพนธวรรณกรรมมากมาย เชน ขนุ ชา ง
ขนุ แผน คาวี สงั ขท อง ไกรทอง อิเหนา

3. ทรงแกะสลักบานประตูวิหารพระศรีศากยมุนี ท่ีวัด
สุทัศนเทพวราราม ปจจุบันเก็บรักษาไว ณ พิพิธภัณฑสถาน
แหง ชาติ พระนคร

121

3. พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลาเจาอยหู วั

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว มีพระนามเดิมวา “พระองคเจาชายทับ” ทรงเปน
พระราชโอรสพระองคใหญในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยและสมเด็จพระศรีสุลาลัย
(เจา จอมมารดาเรยี ม) เสด็จพระราชสมภพเม่อื วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2330

พระราชกรณยี กิจสำคญั ทมี่ ตี อ การสรา งสรรคช าตไิ ทยมดี งั น้ี

ดา นศาสนา ดานความสัมพนั ธร ะหวา งประเทศ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวทรง ในสมัยนี้มีชาติตะวันตกเขามา
ใหความสำคัญกับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ติดตอเพื่อขอทำสนธิสัญญาทาง
โดยทรงสรางและบูรณปฏิสังขรณวัด พระราชไมตรีและการคากับไทย
มากข้ึน วดั ทท่ี รงสรา งมีหลายแหง เชน มากขนึ้ พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกลา
วัดราชนัดดาราม วัดเทพธิดาราม เจาอยูหัวไดทรงลงพระนามทำ
ทรงบูรณะวัดพระเชตุพนวิมล- สนธิสัญญากับประเทศอังกฤษเมื่อ
มังคลารามหรือวัดโพธ์ิ รวมท้ังให วนั ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2369 เรยี กวา
จารึกความรูตางๆ ลงบนแผนหิน “สนธิสัญญาเบอรนีย” เปนสนธิสัญญา
ออนประดับไวตามศาลารายใน ฉบับแรกที่ไทยทำกับชาติตะวนั ตก
วัดโพธิ์ และโปรดเกลาฯ ใหสราง สนธิสัญญาฉบับน้ีไทยไมเสียเปรียบ
พระปรางควัดอรุณราชวราราม ใดๆ และภายหลังตอมาไทยทำสนธสิ ญั ญา
กับชาติตะวันตกอื่นๆ อีกหลายฉบับ และ
ผฉูสบอับน เพิ่มเติมจนสูงอยางทเี่ หน็ ในปจจบุ นั ในสมัยรัชกาลที่ 3 ไดมีการติดตอกับ
สหรัฐอเมริกาอยางเปนทางการคร้ังแรก
ในสมัยนี้มีการกอต้ังธรรมยุติก โดยสหรัฐอเมรกิ าไดส งเอ็ดมนั ด โรเบริ ต ส
นิกาย โดยวชิรญาณเถระ (ตอมาคือ เปนทูตเขามาเจรจาทางการคากับไทย ซึ่งมี
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว) การตกลงและลงนามในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2375
ซึ่งพระสงฆในนิกายนี้จะมีความเครงครัด โดยมีสาระสำคญั คลายคลงึ กบั สนธสิ ัญญาเบอรน ยี 
มาก เชน ไมจับตองเงิน เดินโดยไมสวม
รองเทา เปน ตน รวมทง้ั ใหค วามเสมอภาคแก
ผทู ีน่ ับถือศาสนาอนื่

ดานเศรษฐกจิ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวทรงสงเสริมการคากับตางชาติท้ังจีน
อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และโปรตุเกส โดยสงเรือสำเภาและเรือกำปนแบบฝร่ังท้ัง
เรือของราชการและของเอกชนไปคาขาย ทำใหมีรายไดเขาสูประเทศ และเงิน
เหลาน้นั ไดถกู นำมาใชพ ัฒนาบานเมืองในสมยั ตอๆ มา

122

คำทก่ี ำหนดข้นึ ใหมใ นสมัยรชั กาลท่ี 5 เพ่ือใชแ ทนตำแหนง กรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรอื วงั หนา ซง่ึ ตัง้ แตสมยั รัชกาลท่ี 5 จนถงึ ปจ จบุ นั
ไทยมสี ยามมกฎุ ราชกมุ าร 3 พระองค คอื สมเดจ็ เจา ฟา มหาวชิรุณหิศ สมเด็จเจาฟา มหาวชิราวุธ สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟาวชิราลงกรณ

4. พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจา อยหู วั

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสารท่ี 1 มกราคม พ.ศ.
2423 ตอมาทรงไดรับการสถาปนาข้ึนเปนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเม่ือ
พ.ศ. 2437 นับเปนพระองคท่ี 2 และทรงเปนพระมหากษัตริยไทยพระองคแรกที่เสด็จไปทรงศึกษา
ทีป่ ระเทศองั กฤษ

พระราชกรณยี กิจสำคญั ทีม่ ีตอการสรา งสรรคชาติไทยมดี งั น้ี

ดา นการเมืองการปกครอง ผฉสู บอบั น

1. ทรงสรางความรูสึกชาตินิยมใหเกิดขึ้นในหมูประชาชน โดยเนนความจงรักภักดีตอ
“ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย” ทรงใชวธิ ีการสรา งสัญลกั ษณเพอื่ เปน ศนู ยร วมใจและ
เปนแรงบันดาลใจใหเกิดความรัก ความสามัคคี ความเสียสละ ความสำนึกในหนาท่ี
พลเมอื งทีด่ ขี องชาติ และสำนกึ ในความเสียสละของบรรพบรุ ุษ เชน ทรงสรางธงไตรรงค
เปนธงประจำชาติ ทรงกำหนดใหมีวันสำคัญ บุคคลสำคัญของชาติ เชน โปรดเกลาฯ
ใหวันท่ี 6 เมษายนเปนวันชาติ เรียกวา “วันจักรี” ตามแบบอารยประเทศท่ีมีวันชาติ
ของตน เปน ตน

2. ทรงประกาศเขา รวมสงครามโลกครง้ั ที่ 1 ในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460
โดยเขารวมกับฝายสัมพันธมิตร ซ่ึงตอมาเปนฝายชนะสงคราม ทำใหไทยไดรับผลดี
คือ ไดยกเลิกสนธิสัญญาท่ีไมเปนธรรมกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี ประเทศไทย
ไดรับการยกยองใหมีฐานะเทาเทียมกับประเทศฝายสัมพันธมิตร ไดเปนสมาชิกของ
องคการสันนิบาตชาติ และถอื เปน โอกาสดำเนินการแกไขสนธิสญั ญาไมเ ปนธรรมทผี่ กู มดั ไทย
มานานนับตง้ั แตส นธสิ ัญญาเบาวร ิง พ.ศ. 2398

ยอนเวลาหาอดีต

อนุสาวรยี ท หารอาสาสงครามโลกครงั้ ที่ 1
อนุสาวรียทหารอาสาสงครามโลกครั้งท่ี 1 ตั้งอยูที่ตำบลชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เม่ือเกิด

สงครามโลกครั้งที่ 1 ข้ึนในทวีปยุโรปเมื่อ พ.ศ. 2457 ไทยไดประกาศเขารวมกับฝาย
สมั พนั ธมิตร จึงไดสงทหารอาสาไปรว มรบในสมรภูมยิ โุ รปเม่ือวันท่ี 20 มิถุนายน พ.ศ. 2461
และเมื่อสงครามยุติ กองทหารอาสาไดเดนิ ทางกลับประเทศไทยเมอ่ื วนั ท่ี 21 กนั ยายน พ.ศ.
2461 สวนทหารอาสาท่ีเสียชีวิตขณะปฏิบัติหนาที่ก็ไดมีการฌาปนกิจศพในยุโรปแลวนำ

อฐั ิมาบรรจุยังอนุสาวรยี แ หงน้ี โดยรัชกาลท่ี 6 โปรดเกลา ฯ ใหส มเด็จฯ เจาฟากรมพระยา
นรศิ รานุวัดติวงศอ อกแบบ และหมอ มเจา ประวิช ชมุ สาย ณ อยุธยา เปนนายงานกอ สราง
เมื่อสรางเสร็จ รัชกาลที่ 6 ไดเสด็จไปประกอบพิธีบรรจุอัฐิท่ีฐานอนุสาวรียนี้เม่ือเดือน
กันยายน พ.ศ. 2462 นับแตน้ันมาจึงไดมีพิธีวางพวงมาลาในวันทหารอาสา คือ วันท่ี
11 พฤศจิกายนของทุกป เพื่อเปน เกียรติแกทหารอาสาทุกหมเู หลา

123

ดา นสังคมและวฒั นธรรม

1. ทรงสรางความเปนสากลใหแกชาติไทย โดยนำประเทศเขาสูสังคมนานาชาติในทางวัฒนธรรม เชน ทรงตรา
พระราชบัญญัตินามสกุล พ.ศ. 2456 เพ่ือแสดงใหเห็นถึงความเปนชาติที่มีอารยธรรม เพื่อปลูกฝงใหชาวไทย
มีความรูสึกสำนึกและภาคภูมิใจในชาติ ในวงศตระกูล ทรงประกาศใชคำนำหนานาม คือ นาย นาง นางสาว เด็กหญิง
เดก็ ชาย ทรงใหค วามสำคัญกบั สตรมี ากข้นึ ทรงเรียกรอ งใหช าวไทยตระหนกั ถึงฐานะและสิทธขิ องสตรี ทรงดำเนินการ
ตางๆ เชน สงเสริมการศึกษาของสตรีโดยตั้งโรงเรียนฝกหัดครูสตรี แลวสงออกไปสอนในชนบทตางๆ เปดโอกาสให
สตรีเขารวมกิจกรรมทางสังคมเทาเทียมบุรุษ เชนเดียวกับสตรีในอารยประเทศ กำหนดใหขาราชการในราชสำนัก
จดทะเบียนครอบครัวและเคหสถานเพื่อใหครอบครัวเกิดความเรียบรอยสงบสุข และเปนการยกฐานะของภรรยาให
ชดั เจนขนึ้ ทรงเปลีย่ นธงชาติใหมจากธงรปู ชา งเปน ธงไตรรงค และทรงเปลยี่ นการนับเวลาตามแบบสากล คือ จากเดมิ
วนั ใหมหรอื ย่ำรงุ ของไทย เริ่มในเวลา 6 นาฬก า เปล่ียนเปนเร่ิมวนั ใหมตั้งแตห ลัง 24 นาฬก า เปนตน

2. ทรงต้ังโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (คือ วชิราวุธวิทยาลัยในปจจุบัน) ใน พ.ศ. 2454 สถาปนา “โรงเรียน
ขาราชการพลเรอื นของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหวั ” เปนมหาวทิ ยาลยั พระราชทานนามวา “จฬุ าลงกรณ
มหาวิทยาลัย” ใน พ.ศ. 2459 และทรงประกาศใชพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 เปนการเริ่มการศึกษา
ภาคบงั คบั

3. ทรงมีงานพระราชนิพนธป ระเภทตางๆ จำนวนมาก ท้งั โคลง ฉันท กาพย กลอน บทความ สารคดี นิทาน
บทละคร รวมทง้ั บทพระราชนิพนธภาษาตา งประเทศ เชน องั กฤษ ฝร่ังเศส และบาลี ทงั้ ท่ีทรงพระราชนิพนธเ องและ
ทรงแปล ทรงใชทั้งพระนามจริงและพระนามแฝง เชน วชิราวุธ อัศวพาหุ สุครีพ พันแหลม รามจิตติ ศรีอยุธยา
บทพระราชนพิ นธม หี ลากหลายประเภท เชน บทความปลกุ ใจในหนังสอื พมิ พ บทละคร โคลง กลอน เพอ่ื สรา งทศั นคติ
หรอื คา นยิ ม ความคดิ ความประพฤติ ศลี ธรรมจรรยา การเมอื ง สงั คม ความรัก การชมธรรมชาติ

ผฉูสบอับน คน หาขอมลู เพิม่ เติมไดท ่ี
http://www.aksorn.com/lib/s/soc_04

โรงเรียนวชิราวุธวทิ ยาลัยหรือโรงเรยี นมหาดเล็กหลวง สรางขึน้ ในสมัยรัชกาลที่ 6 เปน โรงเรยี นประจำตามแบบตะวนั ตก

124

5. สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มีพระนามเดิมวา “พระองคเจามนุษย-

นาคมานพ” ทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวและเจาจอมมารดาแพ

ทรงออกผนวชเมือ่ พระชนม 20 พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจาอยูหัวทรงเล่อื นเปนสมเด็จ
พระสังฆราช สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเปนนักปราชญท่ีมีความรอบรู

ในดานการศาสนา ทรงไดรับการยกยองวาทรงเปน “ดวงประทีปแกว” แหงคณะสงฆไทย เชี่ยวชาญ

พระธรรมวินัย และทรงเปนนักการศึกษาท่ีรวมบุกเบิกการประถมศึกษาในหัวเมืองในรัชสมัยพระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยูหัว

พระกรณยี กิจสำคัญทม่ี ตี อการสรางสรรคช าติไทยมีดงั ตอ ไปน้ี

ดา นศาสนา

1. ทรงต้ังมหามกุฎราชวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2436 เพื่อเปนสถานศึกษา ผฉูสบอับน
ข้ันสูงของสงฆ และทรงนำวิชาการแผนใหมมาทดลองสอนและสอบ เชน ภ
าษาบาลี สันสกฤต ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมทั้งเรียน
คณิตศาสตรและวิชาการสมัยใหมอ่ืนๆ ทรงนำวิธีการวัดผลการศึกษา
ดว ยการสอบขอเขียนมาใชแ ทนการสอบปากเปลา แบบเกา

2. ทรงวางหลักสตู รนกั ธรรมทเ่ี ปนการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานของสงฆ
3. ทรงวางระเบียบการปกครองคณะสงฆ และแยกการปกครอง
คณะสงฆจ ากฆราวาส โดยใหค ณะสงฆปกครองกนั เอง
4. ทรงนพิ นธหนังสือสำคัญหลายเลม เชน นวโกวาท พุทธประวตั ิ
เบญจศีลเบญจธรรม และธรรมวิจารณ ทำใหเขาใจพระพุทธ
ศาสนาไดดียิ่งข้ึน

ดา นการศกึ ษา

1. ทรงทำงานรวมกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ในการจัดตั้งโรงเรียนในหัวเมือง และทรงรับหนาท่ีในการฝกอบรม
พระภิกษุในกรุงเทพฯ และหัวเมืองเพ่ือใหเปนครูออกไปสอนตาม
โรงเรยี นหัวเมือง

2. ทรงวางแบบแผนการจัดต้ังโรงเรียนและการสรางหลักสูตร
การศึกษา ซึ่งทรงเนนวาการศึกษาตองสอดคลองกับความตองการ
ของบานเมืองเปนหลัก รวมท้ังทรงใหความสำคัญกับการสอน
ศีลธรรมและจรยิ ธรรม

3. ทรงแนะนำและชักจูงใหราษฎรเห็นผลประโยชนของการ
ศึกษาและสนบั สนนุ กจิ การของโรงเรยี นในทองถ่นิ

4. ทรงใหความสำคัญกับการเดินทางตรวจราชการตามหัวเมืองเพื่อใหเห็น
สภาพปญ หาจริงแทนการรับฟงรายงานเพียงอยางเดยี ว

125

6. พระเจา บรมวงศเธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท

พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท (พ.ศ. 2351-2414) มีพระนามเดิมวา
“พระองคเ จานวม” ทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา นภาลัยกบั เจาจอมมารดา
ปรางใหญ และเปน ตนราชสกลุ สนิทวงศ ทรงมีความรูทางดานการแพทยแ ผนไทย ทรงกำกบั กรมหมอ
และทรงมบี ทบาทสำคญั ในการพฒั นาการตางประเทศและการศึกษา

ในวาระแหงวันคลายวันประสูติครบ 200 ปของพระองค องคการศึกษาวิทยาศาสตรและ
วัฒนธรรมแหงสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ไดประกาศยกยองใหพระเจาบรมวงศเธอ
กรมหลวงวงษาธิราชสนิททรงเปนบุคคลสำคัญของโลกในสาขาปราชญและกวี (Scholar and Poet)
ประจำป พ.ศ. 2551-2552 และเปนบุคคลท่ีมีผลงานดานการศึกษาและวรรณกรรม การแพทยและ
การสาธารณสุข และการตา งประเทศ

พระกรณยี กจิ สำคัญที่มีตอ การสรา งสรรคชาติไทยมดี งั นี้

ดานการเมอื งการปกครอง

พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนทิ ทรงมคี วามคนุ เคย
กับวัฒนธรรมตะวันตกและชาวตะวันตกเปนอยางดี พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยูหัวจึงทรงแตงตั้งใหดำรงตำแหนงประธานคณะ
ผฉูส บอบั น กรรมาธิการฝายไทยรวมกับกลุมขุนนางตระกูลบุนนาคในการเจรจา
ทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตก ท่ีสำคัญ ไดแก สนธิสัญญาเบาวริง
ทรงดำเนินนโยบายทางการทูตดวยความประนีประนอมและผอนปรน
ทำใหความสัมพนั ธร ะหวา งประเทศดำเนนิ ไปดว ยดี

ดานการแพทย

พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิททรงนิพนธ “ตำราสรรพคุณยาของ
กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เลม 1 และเลม 2” นับเปนตำราสมุนไพรไทยเลมแรกของไทยท่ีมี
การจำแนกสรรพคุณของสมุนไพรตามแบบวิทยาศาสตรการแพทยตะวันตก ทรงเรียนรูในวิชา
การแพทยแผนตะวันตก ทรงเปนแพทยไทยพระองคแรกที่ไดรับการถวายประกาศนียบัตรและ
ทรงไดรับการทูลเชญิ ใหเปน สมาชกิ ของสถาบันการแพทยแหงนวิ ยอรก ประเทศสหรัฐอเมรกิ า

ดานวรรณกรรม

พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงศาธริ าชสนทิ ทรงมพี ระปรีชาสามารถในการประพนั ธโคลง ฉนั ท กาพย กลอน
พระนิพนธมีหลากหลายรูปแบบท้ังสาระและการบันเทิง เชน หนังสือแบบเรียนจินดามณี เลม 2 และงานตรวจสอบ
ชำระเรื่องพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เรื่องนิราศพระประธม เพลงยาวสามชาย ตำราเพลงยาวกลบท
สิงโตเลนหาง โคลงภาพฤๅษดี ดั ตน เปน ตน

เรียบเรียงข้ึนครั้งแรกโดยพระโหราธิบดี กวีในสมัยสมเด็จ
พระนารายณมหาราช เพ่ือไวเปนหนังสือตำราเรียนและใช
มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทรตอนตน จินดามณีมีหลายฉบับ

126 เชน ฉบบั โหราธบิ ดี ฉบบั หมอบรดั เลย เปน ตน

7. สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พ.ศ. 2405-2486) มีพระนามเดิมวา “พระองคเจา
ดิศวรกุมาร” ทรงเปนพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวกับเจาจอมมารดาชุม
ทรงมบี ทบาทสำคญั ในการปฏิรูปประเทศในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจา อยหู ัว และทรง
สง เสรมิ การศกึ ษาดานประวัตศิ าสตร โบราณคดี และการศึกษาของชาติ

พระกรณยี กิจสำคัญที่มตี อ การสรางสรรคชาติไทย สรุปไดด งั นี้

1) ดา นการเมอื งการปกครอง ไดแก
1. ทรงเปนเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก ระหวาง พ.ศ. 2435-

2458 และมีบทบาทสำคัญในการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลจนประสบ
ความสำเร็จ ทรงต้ังมณฑล 18 มณฑล จังหวัด 71 จังหวัด และเสด็จออกตรวจ
ราชการหัวเมอื งสมำ่ เสมอ

2. ทรงฝกหัดการเลือกตั้งผูใหญบาน กำนัน เพื่อปูพื้นฐานการ
ปกครองแบบประชาธิปไตย

2) ดา นสงั คมและวัฒนธรรม ไดแ ก ผฉสู บอบั น
1. ทรงคนควาในทางพงศาวดารและโบราณคดี ทรงมีงานประพันธดาน

ประวัติศาสตรและโบราณคดีเปนจำนวนมาก เชน ไทยรบพมา พระราชประวัติสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช พระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสินทร รัชกาลที่ 5 ลกั ษณะการปกครอง
ประเทศสยามแตโบราณ จนไดร บั การยกยองเปน บดิ าแหงประวัติศาสตรไทย

2. ทรงวาการหอพระสมุดสำหรับพระนครและริเริ่มการต้ังพิพิธภัณฑเมื่อ
พ.ศ. 2470 ทรงประกาศรับซื้อหนังสือเกาและรวบรวมของเกาๆ เพ่ือเก็บไวเปนสมบัติ
ของชาติ ทรงทำโรงเกบ็ ราชรถ

3. ทรงริเริ่มในการพิมพหนังสือสำหรับแจกเปนวิทยาทานในงานตางๆ
เชน งานพระศพหรืองานวนั ประสตู ิ และขอแบงหนงั สอื สวนหน่งึ เกบ็ ไวในหอ งสมุด ทำใหห นังสือความรูทง้ั เกา
และใหมไดรบั การพิมพแ พรห ลายมากขน้ึ รวมทั้งไดร ับการเกบ็ รักษาไวในหอ งสมุด

4. ทรงสงเสรมิ การคนควาความรูเกยี่ วกับไทยทมี่ อี ยูในท่ีตา งๆ
5. ใน พ.ศ. 2475 ทรงทดลองจดั ต้งั สมาคมวรรณคดแี ละราชบณั ฑิตยสภา
แตเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไดทรงถูกถอดออกจากการเปน
สภานายกหอพระสมุดและราชบัณฑติ ยสภา
6. ทรงริเร่ิมจัดต้ังหอจดหมายเหตุ หอรูป โดยทรงแยกจัดไวเปน
แผนกๆ คือ รูปคน รูปสถานที่ รูปเหตุการณ และนำมาไวแหงเดียวกัน ทำใหมี
รูปเกา ตกทอดมาจนถงึ ปจ จุบนั

127

8. สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานริศรานวุ ัดติวงศ

สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ ทรงมีพระนามเดิมวา “พระองคเจาจิตรเจริญ”
ทรงเปนพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวกับพระสัมพันธวงศเธอ พระองคเจา
พรรณราย ประสูติเม่ือวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2406 เปนตนราชสกุลจิตรพงศ ทรงมีพระปรีชา
สามารถในวทิ ยาการหลายแขนง เชน ดนตรี อักษรศาสตร ประวตั ศิ าสตร งานชาง และทรงมีผลงาน
สำคัญในดานการชางและศิลปะ

พระกรณียกิจสำคญั ทีม่ ีตอการสรางสรรคช าติไทยสรุปไดดงั นี้

1) ดานการเมอื งการปกครอง ไดแก
1. ในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัว สมเดจ็ ฯ เจาฟากรม

พระยานริศรานุวัดติวงศทรงเปนเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัง เพื่อวางรากฐานการบริหารราชการใหมคี วามม่นั คง

2. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว สมเด็จฯ เจาฟา
กรมพระยานริศรานุวัดติวงศทรงเปนอภิรัฐมนตรีที่ปรึกษาราชการแผนดิน และหลังจาก
เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทรงเปนผูสำเร็จราชการเม่ือพระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจา อยูห ัวเสด็จประทบั นอกกรุงเทพฯ และนอกประเทศ

ผฉสู บอบั น

2) ดา นสังคมและวฒั นธรรม สมเด็จฯ เจา ฟา กรมพระยานริศรา-
นุวัดติวงศทรงเปนพระบรมวงศานุวงศท่ีมีฝมือทางดานการชาง งานศิลปะเกือบ
ทกุ แขนง ทรงมผี ลงานดานจติ รกรรม สถาปต ยกรรม ประติมากรรม นาฏศิลป

และดนตรี ทรงไดรับการยกยองจากองคการศึกษาวิทยาศาสตรและ
วัฒนธรรมแหงสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ใหเปนบุคคล
ผมู ผี ลงานดีเดนทางดานวัฒนธรรมระดับโลกประจำป พ.ศ. 2506

ผลงานท่ีมีคุณคาและมีช่ือเสียงของพระองค เชน ผลงาน
ออกแบบพระอุโบสถวัดราชาธิวาสและสถูปเจดียหลังพระอุโบสถ
ออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ออกแบบตรากระทรวงตางๆ อนุสาวรียทหารอาสา
สงครามโลกคร้ังท่ี 1 องคพระธรณีบีบมวยผมที่เชิงสะพานผานพิภพลีลา ภาพจิตรกรรมมัจฉาชาดกท่ีหอพระคันธาร-
ราษฎรในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภาพสีน้ำมันประกอบพระราชพงศาวดารสมัยอยุธยา ภาพรางเร่ืองเวสสันดรชาดก
สำหรับเขียนลงบนผนังพระอุโบสถวัดราชาธิวาส ภาพเขียนพระสุริโยทัยขาดคอชาง อีกท้ังทรงมีความรอบรูและมีฝมือ
ทางดนตรีไทย ทรงประพันธเพลงตางๆ มากมาย เชน เพลงเขมรไทรโยค เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาชัย
เปน ตน
นอกจากน้ีทรงเขียนจดหมายอภิปรายเร่ืองตางๆ ของไทยกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพท้ังใน
ดานประวัติศาสตร ภาษาศาสตร ขนบธรรมเนียมประเพณี เปนตน จดหมายของทั้งสองพระองคน้ีตอมาพิมพในช่ือ
“สาสนส มเด็จ” ซ่ึงนบั เปนคลังความรหู น่ึงในการศกึ ษาเรอื่ งตางๆ ของไทย

128

9. หมอมราโชทัยหรือหมอ มราชวงศกระตา ย อศิ รางกูร
หมอมราโชทยั เกิดเม่ือ พ.ศ. 2363 ใน

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย

เปนโอรสในหมอมเจาชอุม อิศรางกูร คร้ันเมื่อ

เจริญวัยบิดาไดนำไปถวายตัวอยูกับเจาฟามงกุฎ

และไดศึกษาภาษาอังกฤษกับพวกมิชชันนารี

จนมีความรูทางดานภาษาอังกฤษเปนอยางดี

เม่ือเจาฟามงกุฎไดเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ

ข้ึนเปนพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว

หมอมราชวงศกระตายไดเขารับราชการสนอง หมอมราโชทัยหรอื ม.ร.ว. กระตาย อศิ รางกรู ทรงทำ
พระมหากรุณาธิคุณ และดวยความสามารถทาง หนาท่ีเปนลามของคณะทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรี
กับองั กฤษในสมัยรัชกาลท่ี 4

การใชภาษาองั กฤษจึงไดเล่อื นยศเปน “หมอ มราโชทยั ”

ผลงานสำคญั ท่ีมตี อการสรางสรรคชาตไิ ทยมีดงั นี้

ดา นความสัมพันธร ะหวางประเทศ

หมอมราโชทัยไดเรียนภาษาอังกฤษกับมิชชันนารีจนมีความรูในภาษาอังกฤษดี ใน พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จ ผฉสู บอับน
พระจอมเกลาเจา อยูหวั ทรงสงคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกบั ราชสำนกั อังกฤษ มีพระยามนตรีสุริยวงศ (ชุม บนุ นาค)
เปนราชทูต จม่ืนสรรเพชรภักดี (เพ็ญ เพ็ญกุล) เปนอุปทูต จมื่นมณเฑียรพิทักษ (ดวง) เปนตรีทูต และบุคคล
ในคณะรวม 27 คน โดยทรงแตงต้ังใหหมอมราโชทัยเปนลาม ในครั้งน้ีหมอมราโชทัยไดแตงนิราศลอนดอนและ
จดหมายเหตุการเดินทาง โดยไดพรรณนาและบรรยายถึงเหตุการณเร่ืองราวตางๆ ท่ีเกิดข้ึนในการเดินทาง นับเปน
เหตุการณสำคัญกอนท่ีไทยจะเปดประตูรับอารยธรรมจากตางประเทศในการวางรากฐานความเจริญของบานเมืองตอมา
ซึ่งหมอบรดั เลย มิชชันนารีชาวอเมรกิ นั ไดน ำมาพมิ พจำหนายคร้งั แรกเม่อื พ.ศ. 2402 และครั้งท่ี 2 พ.ศ. 2408
หมอมราโชทัยมีความสามารถดานการตางประเทศ ตอมาจึงไดรับโปรดเกลาฯ ใหเปนอธิบดีพิพากษาศาล
ตางประเทศคนแรกของไทย
หมอมราโชทัยถึงแกอนิจกรรมเมื่อวันท่ี 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2410 เม่ืออายุได 47 ป พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ ใหจัดการพระราชทานเพลิง ณ เมรุวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันท่ี 19 กันยายน
พ.ศ. 2410

คณะราชทูตไทยเขาเฝาถวายพระราชสาสนและเครื่องราช คณะราชทูตไทยที่เดินทางไปเจริญพระราชไมตรีกับประเทศ
บรรณาการแกสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเมื่อ พ.ศ. อังกฤษเมอ่ื พ.ศ. 2400
2400

129

สมาคมลบั ที่เกดิ ขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร ตั้งขึ้นเพอ่ื ชว ยเหลอื กลุม ชาวจนี ดวยกนั เอง ตอมา
สมาคมนีไ้ ดกอปญหารนุ แรงข้นึ หลายคร้งั จนทางการตองใชอำนาจเขา จดั การอยา งเด็ดขาด

10. สมเดจ็ เจาพระยาบรมมหาศรสี รุ ยิ วงศ (ชว ง บนุ นาค)

สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) เปนบุตรชายของสมเด็จเจาพระยา
มหาประยูรวงศ (ดศิ ) กบั ทา นผูหญิงจันทร เกดิ เมอ่ื พ.ศ. 2351 ในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระพุทธ-
ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มีผลงานสำคัญดานการปกครองบานเมืองและเปนผูสำเร็จราชการในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัว

สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศมีบุตรชายเพียงคนเดียวกับทานผูหญิงกล่ิน ภรรยา
คือ คุณชายวร ซึ่งตอมาไดเลื่อนเปนเจาพระยาสุรวงศไวยวัฒน สมุหพระกลาโหมในสมัยรัชกาลท่ี 5
และทา นถึงแกพ ริ าลัยเมือ่ พ.ศ. 2425 รวมสริ อิ ายุได 74 ป

ผลงานสำคญั ทีม่ ตี อการสรางสรรคชาติไทยสรุปไดด ังนี้

ดานการเมืองการปกครอง

สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) รับราชการเปนมหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ 2 ในสมัยรัชกาล
ที่ 3 ไดเ ล่ือนเปนจม่นื ไวยวรนาถ หวั หม่ืนมหาดเล็ก และพระยาศรสี ุรยิ วงศ จางวางมหาดเล็ก และในสมัยรัชกาลท่ี 4
ไดเล่ือนเปนเจาพระยาศรีสุริยวงศวาที่สมุหพระกลาโหม สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ (ชวง บุนนาค) ไดมี
บทบาทสำคัญในการสนับสนุนใหพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเม่ือ พ.ศ. 2394 และ
เปนขุนนางสำคัญตลอดรัชกาล เชน มีบทบาทสำคัญในการเจรจาตกลงทำสนธิสญั ญาเบาวรงิ กับอังกฤษจนสำเร็จลุลวง
ไปดวยดเี ม่ือ พ.ศ. 2398
ผฉูสบอับน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จข้ึนครองราชสมบัติใน พ.ศ. 2411 ขณะมีพระชนมพรรษา

เพียง 15 ชันษา เจาพระยาศรีสุริยวงศไดเปนผูสำเร็จราชการแผนดิน ปกครองบริหารประเทศในระหวางท่ีรชั กาลที่ 5
ยังไมทรงบรรลุนติ ิภาวะ
ตั้งแต พ.ศ. 2411-2416 ในการจัดระเบียบราชการ
แผนดินน้ัน ทานไดใชแนวคิด 2 ประการ ประการแรก คือ
การบังคบั บญั ชาขา ราชการ ไมไดย ดึ อำนาจไวแ ตเพียงผูเ ดียว
แตม ีการปรกึ ษาหารอื กบั ขาราชการชัน้ ผูใหญหลายฝา ย และ
ประการท่ีสอง คอื การฝก หัดใหพระบาทสมเด็จพระจลุ จอม-
เกลาเจา อยหู วั ทรงสามารถวา ราชการบา นเมืองไดเ อง
เจาพระยาศรีสุริยวงศไดรับราชการดวยความซ่ือสัตย
สุจริตและมีผลงานสำคัญมากมาย เชน การปราบปรามการ
กอความวุนวายของพวกจีนอพยพหรืออั้งย่ี การปราบปราม
การทำเงินปลอม และสนบั สนนุ ใหร ัชกาลท่ี 5 เสด็จฯ ประพาส
ชาติอาณานคิ มของตะวันตกในเอเชยี เชน สิงคโปร อินเดยี
เพอ่ื ศึกษารปู แบบการพฒั นาประเทศของชาติตะวันตก
ตอ มาเมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงปกครองประเทศดว ยพระองค
เองใน พ.ศ. 2416 ไดทรงเล่ือนเจาพระยาศรีสุริยวงศเปน
สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ เพื่อเปนการยกยอง
คุณงามความดีของทา น

130

11. บาทหลวงปาลเลอกัวซ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ ผนู ำวทิ ยาการถา ยรูป
เขามาเผยแพรในประเทศไทย
บาทหลวงปาลเลอกัวซ หรือฌอง แบบตีสต
ปาลเลอกัวซ (พ.ศ. 2348-2405) ชาวฝร่ังเศส เปน
บาทหลวงนิกายโรมันคาทอลิกเขามาเผยแผคริสตศาสนา
ทเ่ี มอื งไทยตง้ั แต พ.ศ. 2373 ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกลา เจาอยูห วั เริม่ แรกทานพำนักอยทู ีว่ ัดอสั สัมชัญ
ตอมาไดยา ยไปตามเมอื งตางๆ จนกระทง่ั ใน พ.ศ. 2381
ไดเ ปนสงั ฆราช ณ วดั คอนเซ็ปชญั

บาทหลวงปาลเลอกัวซไดศึกษาภาษาไทยและ
ภาษาบาลีจนมีความรูดี รวมท้ังมีความรูดานดาราศาสตร
ภูมิศาสตร และวิทยาศาสตร บาทหลวงปาลเลอกัวซได
สรางสรรคผลงานวิชาความรูท่ีมีคุณคาย่ิงตอการศึกษา
และประวัตศิ าสตรไทย

ผลงานสำคญั ที่มีตอการสรางสรรคช าติไทย สรปุ ไดดงั นี้

1) ดานอักษรศาสตร บาทหลวงปาลเลอกัวซศึกษาภาษาไทยและบาลีจนมีความรู ผฉสู บอับน
แตกฉาน และไดทำพจนานุกรมภาษาไทยข้ึน โดยมีวชิรญาณเถระ (ตอมาคือ พระบาท
สมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว) ไดทรงชวยจัดทำดวย และบาทหลวงปาลเลอกัวซได
ถวายการสอนภาษาละตินใหพระองค ซ่ึงเปนจุดเร่ิมตนสำคัญที่ทำใหพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยหู วั ทรงทราบความรูและความคดิ ของชาวตะวันตก

นอกจากนี้ บาทหลวงปาลเลอกัวซไดเขียนพจนานุกรมสี่ภาษา คือ
ภาษาไทย ละติน ฝร่ังเศส อังกฤษ หรือสัพพะ พะจะนะ พาสาไท พิมพข้ึนใน
พ.ศ. 2397 เขียนหนงั สือไวยากรณภ าษาไทยเปน ภาษาฝร่ังเศส และแตงหนังสือเรือ่ ง
“เลา เร่ืองเมืองสยาม” ทำใหช าวยุโรปรจู กั เมอื งไทยดียิง่ ขึน้

2) ดานวิทยาการตะวันตก บาทหลวงปาลเลอกัวซมีความรูในดานภูมิศาสตรและวิทยาศาสตร โดยเฉพาะ
ดาราศาสตร ฟส กิ ส และเคมี และมีความรคู วามชำนาญทางดานวชิ าการถา ยรปู รวมทงั้ เปน ผูนำวิทยาการถายรูปเขามา
ในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2388 โดยสั่งซ้ือกลองถายรูปมาจากฝร่ังเศส และมีฝมือในการชุบโลหะ ซึ่งบุตรหลาน
ขา ราชการบางคนไดเ รียนรวู ชิ าเหลา นี้จากทา น นอกจากน้ี บาทหลวงปาลเลอกวั ซไดสรา งโรงพิมพภ ายในวัดคอนเซ็ปชัญ
และจัดพมิ พหนงั สือสวดมนต

3) ดานศาสนา บาทหลวงปาลเลอกัวซไดสรางความเจริญรุงเรืองใหแกคริสตศาสนจักรคาทอลิกในประเทศ
ไทย เชน สรางสำนักพระสังฆราชเพ่ือเผยแผคริสตศาสนาท่ีวัดอัสสัมชัญบางรัก และไดยายจากวัดคอนเซ็ปชัญไปอยูที่
วดั อัสสัมชัญจนกระท่ังมรณภาพ

131

12. พระยากลั ยาณไมตรี (ดร. ฟรานซิส บ.ี แซร)

ดร. ฟรานซิส บี. แซร (Dr. Francis B. Sayre) เปนศาสตราจารยทางดานกฎหมายจาก
มหาวิทยาลัยฮารวารด และเขามาดำรงตำแหนงเปนท่ีปรึกษากระทรวงการตางประเทศของไทยตั้งแต
พ.ศ. 2466 ในสมัยรัชกาลท่ี 6 ไดรบั มอบหมายใหดำเนินการแกไขขอผูกพันท่ีไทยมีตอ ประเทศตางๆ
ตามสนธิสัญญาทีท่ ำไวในสมยั รชั กาลที่ 5

ผลงานสำคญั ที่มีตอการสรา งสรรคชาตไิ ทยมดี ังตอไปนี้

ดา นความสมั พันธระหวางประเทศ

เมือ่ เขา รวมกบั ฝายสมั พันธมติ รในสงครามโลกคร้งั ที่ 1 (พ.ศ. 2457-2461) ซึ่งเปน ฝายทชี่ นะ ทำใหป ระเทศไทย
ไดมีโอกาสขอใหประเทศตะวันตกแกไขสนธิสัญญาที่ไมเสมอภาคที่ไทยทำกับประเทศตางๆ ต้ังแตสนธิสัญญาเบาวริง
เปนตนมา
ดร. ฟรานซสิ บ.ี แซร ไดเปน ผูแทนรัฐบาลไทยมอี ำนาจเต็มในการเจรจาแกไขสนธิสญั ญาไมเปน ธรรมกบั ประเทศ
ตางๆ ในยุโรป โดยเร่ิมจากฝร่ังเศสเปนประเทศแรก ตามนโยบายของพระวรวงศเธอ พระองคเจาไตรทศประพันธ
เสนาบดีกระทรวงการตางประเทศ การเจรจาเปนไปอยางยากลำบาก โดยเฉพาะอยางยิ่งการเจรจากับฝรั่งเศสและ
องั กฤษ ซึ่งตา งกพ็ ยายามรักษาผลประโยชนข องตนเตม็ ที่ แตเ น่ืองจาก ดร. ฟรานซสิ บี. แซร เปน ผมู ีความสามารถ
ทางดานการทูต มีความวิริยะอุตสาหะและมีความต้ังใจดีตอประเทศไทย ประกอบกับทานมีสถานภาพเปนบุตรเขยของ
ประธานาธิบดีวูดโรว วิลสัน แหงสหรัฐอเมริกา จึงทำใหการเจรจาประสบความสำเร็จดวยดี โดยฝรั่งเศสยอมตกลง
ผฉสู บอับน ทำสนธิสัญญาไทย-ฝรง่ั เศสใน พ.ศ. 2467 แตขอสิทธิในการจดั ตง้ั ศาลตางประเทศขึ้นในจงั หวดั ตางๆ เพอ่ื พิจารณาคดี
ชาวฝร่ังเศสและคนในบังคับฝรั่งเศสทั้งคดีแพงและคดีอาญา จนกวาไทยจะประกาศใชประมวลกฎหมายครบถวน
สำหรับประเทศองั กฤษนน้ั ยอมตกลงทำสนธิสญั ญากับไทยใน พ.ศ. 2468
ดร. ฟรานซิส บ.ี แซร เดนิ ทางไปเจรจาแกไขสนธสิ ัญญากบั ประเทศในยุโรปรวม 2 ป ประเทศยุโรปอีก 7 ประเทศ
คือ เนเธอรแลนด สเปน โปรตุเกส เดนมารก สวีเดน อิตาลี และเบลเยียม ก็ยินยอมลงนามในสนธิสัญญากับไทย
และการท่สี นธสิ ัญญาทกุ ฉบับมผี ลบังคับใชเปน เวลา 10 ป ทำให
ไทยสามารถแกไขสนธสิ ญั ญาไดส ะดวกในเวลาตอมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยหู วั ดร. ฟรานซสิ
บี. แซร ไดถ วายคำแนะนำเก่ียวกบั สถานการณบา นเมืองของไทย
เสนอวิธีแกไขปญหาการคลัง เสนอแนะเกี่ยวกับองคกรการเมือง
และการรา งรฐั ธรรมนูญ ใน พ.ศ. 2470 ดร. ฟรานซสิ บ.ี แซร
ไดรับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปนพระยากัลยาณไมตรีเพ่ือเปน
การตอบแทนคุณประโยชนที่ทำใหกับเมืองไทย ตอ มารฐั บาลไทย
ไดตั้งช่ือถนนขางวังสราญรมย ซึ่งเคยเปนที่ตั้งของกระทรวง
การตางประเทศวา “ถนนกัลยาณไมตรี” เพื่อเปนเกียรติแก ดร.
ฟรานซิส บี. แซร
พระยากัลยาณไมตรีถึงแกอนิจกรรมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมอ่ื พ.ศ. 2515 รวมอายุได 87 ป

132

13. ศาสตราจารยศ ลิ ป พรี ะศรี

ศาสตราจารยศ ลิ ป พีระศรี (พ.ศ. 2435-2505) มชี อ่ื เดมิ วา “คอรร าโด เฟโรชี” เปน ชาวเมือง
ฟลอเรนซ ประเทศอิตาลี มีความเชี่ยวชาญดานปรัชญาและประวัติศาสตรศิลป โดยเฉพาะดาน
ประติมากรรมและจิตรกรรม ไดเขามารับราชการเปนชางปนประจำกรมศิลปากรเม่ือ พ.ศ. 2466
ตอมาไดรับการแตงต้ังใหเปนอาจารยสอนวิชาชา งปนหลอ แผนกศิลปากร ศาสตราจารยศิลป พีระศรี
ใหความสำคัญและทมุ เทกบั การทำงานดา นศลิ ปะและการวางรากฐานการศึกษาศลิ ปะในประเทศไทย

ผลงานสำคัญท่มี ตี อ การสรางสรรคช าติไทยสรุปไดดงั นี้

1) ดานการศึกษาศิลปะในประเทศไทย โดยการวางรากฐานและพัฒนาการ ผฉูสบอับน
ศึกษาศิลปะอยางมีระบบและแบบแผน ทำใหมีการเรียนวิชาศิลปะแบบใหมในประเทศไทย
โดยวางหลักสูตรวิชาจิตรกรรมและประติมากรรม และเปดโรงเรียนสอนศิลปะของราชการ
แหงแรก ชื่อ “โรงเรียนประณีตศิลปกรรม” เม่ือ พ.ศ. 2477 ตอมาเปล่ียนช่ือเปน
“โรงเรียนศิลปากรแผนกชา ง” และยกฐานะขน้ึ เปนมหาวทิ ยาลยั ศิลปากรเม่อื พ.ศ. 2486
มีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม โดยศาสตราจารยศิลป พีระศรี เปนคณบดีคนแรก
นับเปนโรงเรียนสอนศิลปะสากลแหงแรกของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต
นอกจากน้ี ศาสตราจารยศิลป พีระศรี ยังสนับสนุนใหเปดโรงเรียนศิลปศึกษาข้ึน
เม่ือ พ.ศ. 2495 ปจ จุบนั คอื วทิ ยาลัยชางศลิ ป

2) ดา นการสรางผลงานศิลปะ ผลงานประตมิ ากรรมท่ีสำคญั เชน พระบรมราชานสุ าวรยี 
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชหรือพระปฐมบรมราชานุสรณ บริเวณเชิงสะพาน
พระพุทธยอดฟาจุฬาโลก อนุสาวรียทาวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา รูปปนหลอประกอบอนุสาวรีย
ชยั สมรภูมิ พระบรมราชานสุ าวรียส มเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ พระบรมราชานุสาวรยี 
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดสุพรรณบุรี รูปปนประดับอนุสาวรียประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน
พระประธานพุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม เปนตน

3) ดา นงานวชิ าการ ศาสตราจารยศลิ ป พีระศรี ไดเ ขยี น
ตำรา บทความ และเอกสารทางวิชาการจำนวนมากเพอื่ ใหความรู
ดานศิลปะและคุณคาของศิลปะ เชน อะไรคือศิลปะ คุณคาของ
จิตรกรรมฝาผนัง ศิลปะและราคะจริต ทฤษฎีของสี ทฤษฎีแหง
องคประกอบศลิ ป ภาพจิตรกรรมไทย พรงุ น้กี ็ชา เสยี แลว เปน ตน

ศาสตราจารยศิลป พีระศรี ไดรับการยกยองวามีความทุมเทใหกับการทำงาน มีความรัก
ความรับผิดชอบในงาน และการวางพ้ืนฐานการศึกษาประวัติศาสตรของไทย ทานไดรับราชการอยูใน
เมืองไทยนานถึง 38 ป

133

14. พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภกั ดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง)

พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (พ.ศ. 2400-2456) เคยดำรงตำแหนงเจาเมืองตรังโดย
พฒั นาเมืองตรงั ใหม ีความเจริญ และเปน ผนู ำยางพาราเขามาปลกู ในเมอื งไทยเปน คนแรก

ผลงานสำคญั ท่มี ตี อ การสรา งสรรคช าตไิ ทยสรปุ ไดดังน้ี

ดา นการปกครอง

พระยารัษฎานุประดิษฐฯ เขารับราชการในหนวยงานดานการปกครอง มีบรรดาศักด์ิเปนหลวงบริรักษโลหวิสัย
ตำแหนงผูชว ยราชการเมืองระนอง ตอมาเลื่อนเปนผวู า ราชการเมอื งกระบ่ี บรรดาศักดเ์ิ ปน พระอษั ฎงคตทิศรักษา และได
เลื่อนบรรดาศักดเ์ิ ปนพระยารษั ฎานปุ ระดิษฐมหศิ รภกั ดี ตำแหนง ผวู าราชการจงั หวดั ตรงั ในฐานะเจาเมอื งตรงั ทา นได
พัฒนาชีวิตความเปนอยูของราษฎรและพัฒนาเมืองตรังหลาย
ประการ เชน ตัดถนนใหม สงเสริมใหราษฎรทำการเกษตร
และเลย้ี งสัตว เชน ไก สง เสริมใหม ีการปลกู กาแฟและยางพารา
นับเปนคร้ังแรกท่ีมีการปลูกยางพาราท่ีภาคใต โดยพระยารัษฎา-
นุประดิษฐฯ ไดนำตนกลายางพาราและพันธุมะมวงหิมพานต
เขามาปลกู ซง่ึ ยางพาราไดกลายเปน พืชเศรษฐกิจสำคญั มาจนถึง
ปจจุบัน
นอกจากนี้ พระยารษั ฎานปุ ระดิษฐฯ ไดจัดตง้ั กองโปลิศภูธร
ขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบรอย และซ้ือเรือกลไฟไวตรวจ
ผฉูสบอับน ลาดตระเวน กำหนดใหทุกบานตองมีเกราะไวตีเตือนภัยท่ีหนา
บาน พระยารัษฎานุประดิษฐฯ เปนเจาเมืองตรังนานถึง 11 ป
เปนที่เคารพรักใครของชาวเมืองและไดรับการยกยองวาเปน
สมุหเทศาภิบาลที่ยอดเยี่ยม เปนนักปกครองที่มีความคิด
กวางไกล เพ่ือเปนการระลึกถึงคุณความดีและผลงานของทาน
ปจจุบันทางการไดสรางอนุสาวรียของพระยารัษฎานุประดิษฐฯ
ไวท ีเ่ มืองตรัง

กิจกรรมสรา งสรรค กลาวโดยสรุป การท่ีชาติไทยสามารถ
ดำรงอยูไดและมีพัฒนาการมาโดยลำดับนั้น
ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 6 คน เพ่ือคนควา เพราะมีบุคคลสำคัญจำนวนมากท้ังชาวไทยและ
ขอมูลพรอมภาพประกอบเกี่ยวกับผลงานของบุคคลสำคัญ ชาวตางชาติไดสรางผลงานท่ีมีคุณประโยชนตอ
ที่มีสวนสรางสรรคชาติไทยเพ่ิมเติมจากในหนังสือเรียน ชาติไทย บุคคลสำคัญที่ยกตัวอยางมานี้มีสวน
กลุมละ 1 ทาน จากน้ันออกมานำเสนอผลงานหนา สำคัญตอการสรางสรรคชาติไทยหลากหลาย
ชั้นเรยี น และนำไปจดั นทิ รรศการใหสวยงาม ดาน ซึ่งคนรุนหลังควรถือเปนแบบอยางในการ
ทำคณุ ประโยชนใหแ กชาตบิ า นเมอื ง

134

แบบฝกทักษะพฒั นาการเรียนรู

ตอนท่ี 1 ใหนักเรียนสรุปผลงานของบุคคลสำคัญในการสรางสรรคชาติไทยในภาพโดยสังเขป มฐ./ตัวชี้วดั
ลงในชอ งวาง
กจิ กรรมท่ี 1 ส4.3
(ม.4-6/4)
1.
2. ...............ด....า...น.....ก....า..ร....เ..ม...ือ....ง...ก....า...ร...ป....ก....ค....ร....อ...ง........เ..ช...น.........ท....ร...ง...ส.....ถ...า...ป....น.....า..ร....า...ช...ว...ง...ศ...
3. .จ...ัก.....ร...ี.แ...ล.....ะ...ก....ร...ุ.ง....ร...ัต.....น.....โ...ก....ส....ิ.น....ท.....ร........ท.....ร...ง....เ..ป.....น....จ....อ....ม....ท....ั.พ....ท.....ำ...ส....ง....ค....ร...า...ม...
4. .ป...อ....ง...ก....ัน....อ...า...ณ.....า...จ...ัก....ร.......ด....า...น....ส....ัง...ค....ม...แ...ล....ะ...ว..ัฒ.....น.....ธ...ร...ร...ม........เ..ช...น........โ..ป....ร....ด...เ..ก....ล....า..ฯ..
5. .ใ..ห....ส....ร....า...ง...พ....ร....ะ...บ....ร...ม....ม....ห....า...ร...า...ช...ว...ัง...แ....ล....ะ..ว...ัด....ต....า...ง....ๆ.......ท....ร....ง...พ....ร....ะ...ร...า...ช...น.....ิพ....น.....ธ..
.ว..ร....ร...ณ......ค....ด....ี ..เ..ช...น........ร...า...ม...เ..ก....ยี...ร....ต....ิ์ ...เ.พ....ล....ง....ย...า...ว...ร...บ....พ....ม....า...ท....ี่ท....า..ด....ิน.....แ...ด....ง.................

...............ด....า...น....ก....า...ร....เ.ม....ือ...ง....ก....า..ร....ป....ก....ค....ร...อ....ง........เ.ช....น........ท.....ร...ง...ต....ร....า...ก....ฎ...ห....ม....า...ย...ห....า...ม..

ส....ู.บ....ซ....ื้อ...ข...า...ย....ฝ....น.........ด....า...น....ส.....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ......น....ธ....ร...ร....ม........เ..ช...น.........โ...ป....ร....ด....เ..ก....ล....า...ฯ.

ใ...ห....บ....ู.ร...ณ......ป....ฏ....ิส....ัง....ข...ร....ณ.....ว...ัด.....แ...จ....ง........ด....า...น....ศ....ิ.ล....ป....ก....ร....ร...ม....แ...ล.....ะ..ว...ร....ร....ณ.....ก.....ร...ร....ม..

เ..ช...น.........ท....ร....ง...ป.....ร...ะ...พ....ัน.....ธ...เ..พ....ล....ง....บ....ุห....ล....ัน.....ล....อ....ย...เ..ล....่ือ....น.........แ...ล....ะ...ท....ร...ง....แ...ก....ะ...ส....ล....ัก...

บ....า...น.....ป....ร...ะ...ต...ูว...หิ....า...ร...พ.....ร...ะ...ศ....ร...ีศ....า...ก....ย...ม....ุน....ที ....วี่ ...ดั ....ส....ุท....ัศ....น....เ..ท....พ....ว...ร....า..ร....า...ม.................... ผฉสู บอับน
...............ด....า...น....ศ....า...ส....น.....า.....เ..ช...น........โ..ป....ร....ด....เ.ก....ล....า...ฯ......ใ..ห....ส....ร....า ...ง...ว...ัด....ร...า...ช...น....ัด....ด....า...ร...า...ม..

ท....ร....ง....บ....ูร....ณ.....ป....ฏ....ิส.....ัง...ข...ร....ณ......ว..ั.ด....พ....ร....ะ...แ...ก....ว........ด....า...น....ค.....ว...า...ม...ส....ั.ม...พ....ั.น....ธ....ร...ะ...ห....ว...า...ง..

ป....ร...ะ...เ..ท....ศ.......ท....ร...ง...ท....ำ...ส....น....ธ....สิ ....ญั ....ญ.....า...เ..บ....อ...ร...น.....ยี...ก....บั....อ....ัง...ก....ฤ...ษ........ด....า..น.....เ..ศ...ร....ษ....ฐ...ก....จิ..

ท.....ร...ง....ส....ง....เ..ส....ร....ิม....ก....า...ร....ค....า....ข...า...ย....ก...ั.บ....ต.....า...ง...ช....า...ต....ิ ....โ...ด....ย....ส.....ง...เ..ร....ือ....ส....ำ...เ..ภ....า...แ....ล....ะ.

เรอื กำปนไปคา ขาย.......................................................................................................................................................

...............ด....า...น.....ก....า..ร....เ..ม...ือ....ง...ก....า...ร....ป....ก....ค....ร...อ....ง.......เ..ช...น.........ท....ร....ง...ส....ร....า...ง...ธ...ง....ไ..ต....ร....ร...ง....ค.. 
.เ.ป....น.....ธ...ง....ป....ร...ะ...จ...ำ...ช...า...ต....ิ.....ก....ำ..ห....น.....ด....ใ...ห....ม...ีว...ัน.....ส....ำ...ค....ัญ.....ข...อ...ง....ช...า...ต....ิ ....ด....า...น....ส.....ัง...ค....ม..
แ....ล....ะ..ว...ัฒ......น....ธ...ร....ร...ม........เ..ช...น.........ท....ร....ง...ต....ร....า..พ.....ร...ะ...ร...า...ช...บ....ัญ.....ญ.....ัต....ิน.....า...ม...ส....ก....ุล.........ท....ร...ง..
ต....้ั.ง...โ...ร....ง....เ..ร...ีย....น.....ม....ห....า...ด.....เ..ล....็ก....ห.....ล....ว...ง........ท....ร....ง....พ....ร....ะ...ร....า...ช...น.....ิพ.....น....ธ....ท....ั้ง....โ...ค....ล....ง..
ฉ.....ัน....ท.... ...ก....า...พ....ย... ...ก....ล....อ...น........บ....ท....ล....ะ..ค....ร....จ...ำ...น.....ว..น.....ม...า...ก.....................................................

................ด....า...น....ก....า...ร....เ..ม...ือ....ง....ก....า...ร...ป....ก....ค.....ร...อ....ง........เ..ช...น.........ท....ร....ง...เ..ข...า...ร....ว...ม...ก....ั.บ....ก....ล....ุม..
.ข...ุน.....น.....า...ง...ไ...ท....ย....ใ...น.....ก....า...ร....เ..จ...ร....จ....า...ท....ำ...ส.....น.....ธ...ิส....ั.ญ.....ญ.....า...เ..บ.....า...ว...ร...ิง....ก....ับ.....อ...ั.ง...ก....ฤ....ษ...
.ด....า..น.....ก....า..ร....แ...พ....ท....ย......ท....ร...ง...น.....ิพ....น....ธ...ต....ำ...ร...า...ส....ร...ร....พ....ค....ณุ .....ย...า......เ..ล...ม.......1.....แ...ล....ะ...เ.ล....ม.......2.
.ท...ร....ง..เ..ป....น....ส...ม...า...ช...ิก...ข...อ...ง...ส....ถ...า...บ...นั....ก....า..ร....แ..พ....ท....ย...แ...ห...ง...น....ิว...ย...อ...ร...ก.......ด....า..น....ว...ร...ร...ณ.....ก...ร...ร....ม.
.เ..ช...น .......ท....ร...ง....พ....ร...ะ...น....ิพ....น.....ธ...ห....น.....ัง...ส....ือ....แ...บ....บ....เ..ร...ีย....น....จ....นิ ....ด....า...ม...ณ......ี ...เ.ล....ม.......2..................

135

6. ...............ด.....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ....ง...ก....า....ร...ป.....ก....ค....ร....อ....ง........เ..ช...น..........ท....ร....ง...เ...ป....น.....เ..ส....น.....า...บ.....ด.. ี
.ก....ร....ะ...ท....ร....ว...ง....ม....ห....า...ด....ไ...ท....ย....ค.....น.....แ...ร....ก.........แ...ล....ะ...เ..ส.....ด....็จ....อ....อ....ก....ต.....ร...ว....จ...ร....า...ช....ก....า...ร..
7. .ห...ั.ว...เ.ม....ือ....ง...อ....ย...ูเ..ส....ม....อ........ด....า...น....ส.....ัง...ค....ม....แ...ล....ะ...ว...ัฒ.....น.....ธ...ร....ร...ม........เ..ช...น.........ท....ร....ง...ม....ีง...า...น...
.ป...ร....ะ...พ....ัน....ธ....ด....า..น.....ป....ร...ะ...ว...ัต....ิศ....า..ส.....ต....ร...แ...ล....ะ...โ..บ.....ร...า...ณ.....ค....ด....ีม....า...ก....ม...า...ย........ท....ร...ง....ร...ิเ..ร...ิ่ม..
8. .จ...ัด....ต....ั้ง....ห....อ...จ....ด....ห....ม....า..ย....เ..ห....ต....ุ ....ห....อ....ร...ูป.........โ..ด....ย....ท....ร...ง....แ...ย....ก....จ...ัด....ไ...ว...เ..ป....น....แ...ผ....น.....ก....ๆ.
ผฉูสบอับน .ท....ำ..ใ...ห....ม ...ีร....ูป....เ.ก....า...ต....ก....ท....อ...ด....ม....า...จ...น.....ถ...ึง....ป...จ....จ....บุ ....นั ..............................................................

9. ...............ด.....า...น.....ก....า...ร....เ..ม...ื.อ....ง...ก....า....ร...ป.....ก....ค....ร....อ....ง........เ..ช...น..........ท....ร....ง...เ...ป....น.....เ..ส....น.....า...บ.....ด.. ี
.ก...ร....ะ...ท....ร...ว...ง...โ...ย...ธ...า...ธ...กิ....า...ร........ก....ร...ะ...ท....ร...ว...ง...พ....ร....ะ..ค....ล....งั....ม...ห....า...ส....ม....บ....ตั ....ิ ....ก....ร....ะ..ท....ร....ว..ง..
10. .ก....ล....า...โ..ห....ม....แ...ล....ะ...ก....ร....ะ..ท....ร....ว...ง...ว...ัง....ใ..น.....ส....ม....ัย....ร...ัช...ก....า...ล....ท....ี่.....5........ด....า...น....ส....ั.ง...ค....ม....แ...ล....ะ.
.ว..ัฒ.....น.....ธ...ร...ร....ม......ท....ร...ง...ม....ผี ...ล....ง...า...น....ส....ำ...ค....ัญ........เ.ช...น........ภ...า...พ....จ...ติ....ร....ก....ร...ร...ม....ม...ัจ....ฉ....า..ช...า...ด....ก..
.ท....ี่ห....อ...พ....ร....ะ..ค.....ัน....ธ...า...ร....ร...า...ษ....ฎ....ร....ใ..น.....ว..ั.ด....พ....ร...ะ...แ...ก....ว.......ภ....า...พ....เ..ข...ีย...น.....พ....ร....ะ..ส.....ุร...ิโ...ย...ท....ัย..
ข...า...ด....ค....อ....ช...า..ง.......ท....ร...ง...ป....ร....ะ..พ....ัน.....ธ...เ..พ....ล....ง...ต....า...ง...ๆ......เ..ช...น .......เ..พ....ล....ง...เ..ข...ม...ร....ไ..ท....ร....โ..ย....ค.......

...............ด....า...น.....ค....ว...า..ม....ส....ัม....พ....ัน.....ธ...ร...ะ...ห....ว...า...ง...ป....ร....ะ..เ..ท....ศ........ไ...ด....เ..ป....น....ล....า...ม....ข...อ...ง....ค....ณ.....ะ.
ร....า...ช...ท....ูต....ไ..ท....ย....เ..ด...ิน.....ท....า...ง...ไ...ป...เ..จ....ร...ิญ.....พ....ร....ะ..ร....า..ช....ไ..ม....ต....ร...ีก....ับ....อ....ัง...ก....ฤ....ษ....เ..ม...่ือ........พ.......ศ.....
2....4...0....0........ร....ว...ม....ท....ั้ง....ไ...ด....แ...ต.....ง...น.....ิร....า...ศ....ล....อ....น.....ด....อ....น.....แ...ล....ะ...จ....ด....ห.....ม....า...ย...เ..ห.....ต....ุก....า...ร..
.เ.ด....ิน.....ท....า..ง.......น....อ....ก....จ...า...ก....น....ี้...ไ...ด....ร ...บั.....โ..ป....ร...ด....เ..ก....ล....า...ฯ.....ใ...ห....เ..ป....น....อ...ธ....ิบ....ด....ีพ....ิพ....า...ก....ษ....า.
.ศ...า...ล....ต....า...ง...ป....ร...ะ...เ..ท....ศ....ค....น....แ...ร....ก....ข...อ...ง...ไ...ท....ย...........................................................................

.......................................................................................................................................................

...............ด....า...น....ค....ว...า...ม...ส....ัม....พ....ัน....ธ...ร....ะ..ห....ว...า...ง...ป....ร...ะ...เ.ท....ศ.........เ.ป....น.....ผ...ูแ...ท....น....ร....ัฐ...บ....า...ล....ไ..ท....ย..
.ใ..น....ส....ม....ัย...ร....ชั ...ก....า..ล....ท....่ี...6......ใ...น....ก....า...ร...เ..จ...ร....จ...า...แ...ก....ไ..ข...ส....น....ธ....สิ ....ญั ....ญ.....า...ท....ไ่ี ..ม....เ.ส.....ม...อ...ภ....า...ค..
ท.....่ีไ..ท....ย....ท....ำ...ก....ับ....ป....ร....ะ...เ..ท....ศ....ต....า...ง...ๆ........ใ..น.....ย...ุโ...ร....ป....ต....้ัง...แ...ต....ส.....น....ธ....ิส....ัญ.....ญ.....า...เ..บ....า...ว...ร...ิง..
.เ.ป.....น....ต....น.....ม....า.......ใ...น.....ส....ม....ัย....ร...ัช....ก....า...ล....ท....ี่ ....7........ไ...ด....ถ....ว...า...ย....ค....ำ...แ...น.....ะ...น.....ำ..เ..ก....ี่.ย...ว...ก....ับ...
.ส....ถ....า...น....ก....า...ร....ณ.....บ....า...น.....เ..ม...ือ....ง...ข...อ....ง...ไ...ท....ย........เ..ส....น.....อ...ว...ิธ....ีแ...ก....ไ...ข...ป....ญ.....ห....า...ก....า...ร...ค....ล....ัง..
เ..ส....น.....อ...แ....น....ะ...เ.ก....่ยี....ว...ก....บั ....อ...ง....ค....ก ....ร...ก....า...ร...เ..ม...ือ....ง...แ...ล....ะ...ก....า..ร....ร...า...ง...ร....ฐั ...ธ...ร....ร...ม....น....ูญ............

...............ด....า...น.....ก....า...ร...ศ....ึก....ษ....า...ศ....ิล....ป....ะ...ใ..น.....ป....ร...ะ...เ..ท....ศ....ไ...ท....ย........เ.ช....น........ว...า...ง....ร...า...ก....ฐ...า...น...
ก.....า...ร....เ..ร...ีย....น.....ว...ิช...า...ศ....ิ.ล....ป....ะ...แ...บ.....บ....ใ...ห.....ม........เ..ป....ด....โ...ร....ง...เ..ร....ีย....น.....ส....อ....น.....ศ....ิล....ป....ะ...ข....อ...ง..
ร....า...ช...ก....า..ร....แ...ห....ง...แ...ร....ก.......ซ....ึ่ง...ภ....า...ย...ห....ล....ัง...ต....อ....ม...า......ค....อื.......ม....ห....า..ว...ทิ....ย....า..ล....ยั....ศ....ลิ ....ป....า..ก....ร..
ด.....า..น.....ก....า...ร...ส.....ร...า...ง...ผ....ล....ง...า...น.....ศ...ิ.ล....ป....ะ..แ...ล....ะ...ง....า..น.....ว...ิช...า...ก....า...ร........เ.ช....น.........อ...น.....ุส....า...ว...ร...ีย.. 
.ท....า...ว...ส....ุร....น....า...ร....ี ....จ....ัง....ห....ว..ั.ด....น.....ค....ร...ร....า...ช...ส....ี.ม...า........พ....ร....ะ..ป....ร....ะ...ธ...า...น.....พ....ุท....ธ....ม....ณ.....ฑ.....ล..
.จ...ัง...ห....ว...ัด....น.....ค....ร...ป....ฐ...ม.......ร...ว...ม....ท....ัง้ ...ต....ำ..ร....า...แ...ล....ะ..เ..อ...ก....ส.....า..ร....ว...ชิ ...า..ก....า...ร....จ...ำ...น....ว...น.....ม...า...ก.....

136

กจิ กรรมท่ี 2 ใหน กั เรยี นนำตัวอกั ษรหนา ขอความดา นบนไปใสลงใน หนา ขอความดา นลาง

ใหถกู ตอ งและสมั พันธกฐนั ฑ

ฏก
พีระศรี ยอดพรฟะาบจุพารฬทาะโสยลมเามก ็ดัรมิหจหษศพารรฎระาาภัชพุ ุนกทปธดี-ระดิษฐ

ญ พระยา ักลยาณไมตรี พรพะรพะพทุ บรธาะเทลบสศิ ามหทเลดสา็จมนเภดา็จลัย
ฎ ศาสตราจาร ย ิศล ป
ห มอมราโชทัย ค
บรสมมเม ็ดหจาเศจรีาสุพ ิรรยะวยงา ศ ขงผลงานของ
บาทหลวงปาลเลอกัว ซ บุคคลสำคญั
สมกเรดมก็จพพรพรมระะรยหมะาลหเวจวาชาสงริ บมญวณงราณษมเจวาวาโธงรศริรสาเ ธชอสนทิ
สมนเรดศิ จ็ รฯสาดนมเจวุำเาัดดรฟตงจ็ าิวรฯกงาศรชมก าพรนรมะุภพยาารพะยา
ในการสรา งสรรรค พระน่ังเกลา เจาอยหู ัว
ชาติไทย พระมงพกรฎุ ะเบกาลทา สเจมาเอดยจ็ หู ัว



ผฉสู บอบั น

ช ฉ
ซ จ
ค 1. โปรดเกลา ฯ ใหจ ารกึ ความรูตางๆ ลงบนแผน หนิ ออ น ประดบั ไวต ามศาลารายในวดั โพธิ์
จ 2. ทรงวางระเบยี บแบบแผนการปกครองคณะสงฆแ ละวางหลักสูตรนักธรรม
ฌ 3. ไดเ ปน ลามของคณะราชทูตไทยเดินทางไปเจริญพระราชไมตรีกับองั กฤษใน พ.ศ. 2400
ฐ 4. มผี ลงานดานการสง เสรมิ การศึกษาศิลปะและมผี ลงานศลิ ปะมากมาย
ข 5. ทรงแกะสลักบานประตูวิหารพระศรีศากยมุนี ทีว่ ดั สุทศั นเทพวราราม
ช 6. ทรงริเร่มิ จัดตงั้ หอจดหมายเหตุ หอรูป ทำใหม ีรูปเกา ตกทอดมาถึงปจจุบนั
ง 7. ทรงประกาศเขา รว มในสงครามโลกคร้ังที่ 1 และสง ผลใหไทยไดแกไขสนธิสญั ญา

ที่ไมเ ปน ธรรม
ฉ 8. ทรงพระนิพนธหนงั สือแบบเรียนจนิ ดามณี เลม 2
ก 9. โปรดเกลา ฯ ใหส รา งพระบรมมหาราชวงั และวัดใหม ีรูปแบบเหมือนสมัยอยุธยา
ฏ 10. เปนผูแทนรัฐบาลไทยแกไขสนธสิ ัญญาไมเ ปนธรรมกบั ประเทศตา งๆ ในยโุ รป

137

ตอนท่ี 2 ใหนกั เรียนพจิ ารณาภาพตอไปน้ี แลว ตอบคำถามตามประเดน็ ท่กี ำหนด
มฐ./ตวั ช้วี ดั กิจกรรมท่ี 1

ส4.3
(ม.4-6/4)

บุคคลสำคญั ทีส่ รางสรรคผ ลงาน ผลงาน คุณคา ของผลงานทมี่ ตี อประเทศชาติ

............พ....ร...ะ...บ....า...ท....ส....ม...เ..ด....จ็........................ .........จ....า...ร...ึก....ต....ำ...ร...า...ย...า...ท....่ีว...ัด....โ..พ....ธ...ิ์ไ...ด....ถ...ูก....ย....ก....ย...อ....ง...
พ.....ร...ะ...น....่งั...เ..ก....ล....า...เ.จ....า...อ...ย....ูห....วั .................... ใ...ห....เ..ป....น.....ม....ร...ด.....ก....ล....้ำ...ค....า...ท....า...ง....ภ....ูม...ิ.ป....ญ.....ญ.....า...ข...อ....ง...
ค....น.....ไ..ท....ย....ท....่ีอ...ธ...ิบ....า...ย....เ.ก....่ีย....ว...ก...ับ.....ก....า..ร....ร...ัก....ษ....า...โ..ร....ค....
...................................................................... ใ...น....ส....ม....ัย....โ..บ....ร....า...ณ.........ซ....ึ่ง...ค....ว...า...ม...ร....ูน....ี้ไ...ด....ร...ับ.....ก....า..ร....
ส....ืบ.....ท....อ...ด....ม....า..ถ....งึ ...ส....งั....ค....ม...ไ...ท....ย...ป....จ ....จ...ุบ....นั.....................
จารกึ ตำรายาทวี่ ัดโพธ์ิ

............พ....ร...ะ...บ....า...ท....ส....ม...เ..ด....็จ........................ ธงไตรรงค .........ธ....ง...ไ..ต....ร....ร...ง...ค....ห....ร...ือ....ธ...ง...ช...า...ต....ิไ..ท....ย....เ.ป....น.....ส....่ิง...ท....ี่
พ.....ร...ะ...ม...ง...ก....ฎุ....เ..ก....ล....า..เ..จ....า ..อ....ย...หู....ัว.............. ส....ะ...ท...อ....น....ถ...ึง...ค....ว...า...ม...เ.ป....น....ค....น....ไ...ท....ย......แ...ถ...บ....ส....ี...3......ส....ี
ค....ือ........ส....แี...ด....ง...แ...ท....น.....ช...า...ต....ิ ....ส....ีข...า...ว..แ....ท....น....ศ....า...ส....น....า...
...................................................................... ส....ีน.....้ำ..เ..ง...ิ.น....แ...ท....น.....พ....ร...ะ...ม...ห....า...ก....ษ....ัต....ร...ิย.... ....ท....ั้ง...ส.....า..ม....
ส....ิ่ง....น....้ีค....ว...ร....แ...ก....ก....า...ร...เ..ค....า...ร...พ....ข...อ....ง...ค....น.....ไ..ท....ย....แ...ล....ะ..
ผฉสู บอับน ร....กั ....ษ....า..ไ...ว...ใ..ห....ค....ง....อ...ย....ูค....กู ....บั ....ช...า...ต....ไิ ..ท....ย.........................

............ส....ม...เ..ด....็จ....ฯ.....เ..จ...า...ฟ....า........................ .........เ..ป....น....ผ....ล....ง...า..น.....ศ....ิล....ป...ะ...ท....่ีส....ะ...ท....อ...น....เ..ร...่ือ....ง...ร...า...ว...
ก....ร....ม...พ.....ร...ะ...ย...า...น....ร....ิศ....ร...า...น....ุว...ัด....ต....วิ ...ง...ศ...  ก.....า...ร...เ...ส....ีย....ส.....ล....ะ...แ...ล.....ะ...ค....ว...า...ม....ก....ล.....า...ห....า...ญ.....ข....อ....ง...
ว...ีร....ส....ต....ร....ีไ...ท....ย....ใ..น.....อ....ด....ีต.........ท...่ี.ค....ว...ร....ค....า...แ...ก....ก.....า...ร...
...................................................................... ย....ก....ย...อ...ง....แ...ล....ะ..ค....ว...ร...แ....ก...ก....า...ร....เ.ก....็บ....ร....ัก....ษ....า...ไ..ว...เ..ป...น.....
ม....ร...ด....ก....ข...อ...ง....ช...า...ต...ไิ...ท....ย...ส.....บื ....ไ..ป.......................................
ภาพเขียนพระสรุ ิโยทัย
ขาดคอชา ง

............พ.....ร....ะ...เ...จ....า....บ.....ร....ม.....ว...ง....ศ.....เ...ธ....อ.. .........เ..ป....น.....ห....น....ัง....ส....ือ....แ...บ....บ.....เ.ร....ีย...น.....ข...อ....ง...ค....น.....ไ..ท....ย....
ก....ร....ม...ห....ล....ว...ง...ว...ง...ษ.....า..ธ....ิร...า...ช...ส....น.....ทิ .......... ท....่ีส.....อ...น.....ใ..ห....ค....น.....ใ...น....ส....ัง....ค....ม...เ..ร....ีย...น.....ร...ูภ....า...ษ....า..ไ...ท....ย...
แ...ล....ะ..ใ...ช...ภ...า...ษ....า..ไ...ท...ย....ไ..ด....อ...ย...า...ง...ถ...ูก....ต....อ...ง...เ..น....่ือ...ง...จ....า..ก....
...................................................................... ภ....า...ษ....า...ไ..ท....ย....เ.ป....น.....ภ....า..ษ.....า..ห....ล....ัก....ข...อ....ง...ก....า...ร...ศ....ึก....ษ....า...
ศ....า...ส....ต....ร...แ....ข..น.....ง...ต....า...ง...ๆ....................................................
หนังสือแบบเรยี น
จินดามณี เลม 2

138

กิจกรรมที่ 2 ใหนักเรยี นอา นขอ ความตอไปนี้ แลว ตอบคำถามท่กี ำหนด

ดร. แดน บีช บรดั เลย (Dr. Dan Beach Bradley) หรอื หมอบรดั เลย เปนมชิ ชันนารีชาวอเมริกนั
ที่เขามาเผยแผคริสตศาสนาในเมืองไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว ไดนำวิชาการแพทย
แผนใหมเ ขามาเผยแพรในไทย เชน การปลูกฝป อ งกันไขท รพิษ การผา ตดั การฉดี วคั ซนี เปน ตน

นอกจากนี้ หมอบรัดเลยไดต้ังโรงพิมพหนังสือไทยเปนคนแรก
คิดสรางเครื่องพิมพดวยไมและพิมพหนังสือตางๆ ทำใหความรูเผยแพร

ออกไป เชน เม่ือ พ.ศ. 2382 พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลาเจาอยูหัว
โปรดเกลาฯ ใหจางโรงพิมพหมอบรัดเลยพิมพประกาศหาม สูบ กิน
ซื้อ ขายฝน ซึ่งเปนประกาศของทางการฉบับแรกที่พิมพดวยวิธีการ
สมัยใหม ใน พ.ศ. 2387 ออกหนังสือพิมพรายเดือนช่ือ “บางกอก
รีคอรเดอร” (Bangkok Recorder) รวมทัง้ นำขนบธรรมเนยี มตะวนั ตก
มาเผยแพรในหมูเจานายและขุนนางไทย และนำขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทยและความรูในภาษาไทยไปเผยแพรใหแกชาวตะวันตกได
รบั รู ทำใหชาวไทยและชาวตะวันตกมีความรูความเขา ใจวฒั นธรรมประเพณี
ของกันและกนั ซึง่ กอใหเกิดความสะดวกในการติดตอ ระหวางกนั มากข้ึน

ผฉสู บอบั น

1. บคุ คลสำคญั ท่ีมีสว นสรางสรรคชาตไิ ทยคอื ใคร
...............ด....ร...........แ...ด....น.........บ....ีช........บ....ร...ัด....เ..ล....ย...ห....ร....ือ...ห....ม....อ...บ....ร....ัด....เ..ล....ย.......ม....ิช...ช...ัน.....น....า...ร...ีช...า...ว...อ....เ.ม....ร...ิก....ัน.....ท....ี่เ..ข...า..ม....า...เ.ผ....ย...แ...ผ....ค....ร...ิส.....ต...ศ....า...ส....น.....า.
.ใ..น.....เ.ม....อื ...ง....ไ..ท....ย...ใ...น....ร....ชั...ส....ม....ัย...พ....ร....ะ..บ.....า..ท....ส....ม....เ..ด....จ็ ...พ....ร....ะ..น.....งั่ ...เ..ก....ล....า..เ..จ....า..อ....ย...ูห....ัว.......................................................................................................

2. ผลงานของบุคคลสำคญั ดังกลาวมีสวนสรางสรรคชาตไิ ทยอยางไร
...............ห....ม....อ....บ....ร...ั.ด....เ.ล....ย....เ..ป....น....ผ....ูน.....ำ..ว...ิท....ย....า...ก....า...ร...ต....ะ...ว...ัน.....ต....ก....ห....ล....า...ย...อ....ย...า...ง....เ..ข...า..ม....า...เ..ผ...ย....แ...พ....ร....ใ..น.....เ..ม...ือ....ง...ไ...ท....ย........เ..ช...น.........ว...ิช...า...ก....า...ร..
แ....พ....ท....ย...แ...ผ....น....ใ...ห....ม.......เ..ช...น.........ก....า...ร...ป....ล....ูก....ฝ...ป....อ....ง...ก....นั.....ไ..ข...ท....ร...พ.....ษิ ........ก....า...ร...ผ....า..ต....ดั........ก....า...ร....ฉ....ดี ....ว..คั....ซ....ีน.........ท....ำ..ใ...ห....ค....น....ไ...ท....ย...ไ...ด....ร...ับ....ก....า...ร..
ร....ัก....ษ.....า...โ..ร....ค....แ....ผ...น.....ใ...ห....ม....ท....ี่ท....ัน.....ส....ม....ัย........ท....ำ...ใ...ห....อ....ัต....ร....า...ก....า...ร...ต.....า..ย....ข...อ....ง....ป....ร...ะ...ช...า...ก.....ร...ล....ด.....จ...ำ...น.....ว...น.....ล....ง........น....อ....ก....จ....า...ก....น.....ี้ย...ั.ง...ต....้ัง..
โ...ร...ง....พ....มิ ...พ....พ....มิ....พ....ห....น....ัง....ส....ือ...ต....า...ง...ๆ......ท....ำ...ใ..ห....ค....ว...า...ม....ร...เู..ผ...ย....แ...พ....ร...อ....อ...ก....ไ...ป....ใ..น.....ห....ม...ูป....ร...ะ...ช...า...ช...น....ค.....น....ไ...ท....ย...ม...า...ก....ข...ึ้น........................................

3. นักเรยี นสามารถนำแบบอยางความดีของบคุ คลสำคญั มาประยกุ ตใชในชีวติ ประจำวันไดอ ยางไร
...............แ...บ.....บ....อ...ย....า...ง...ค....ว...า...ม...ด....ีข...อ....ง...ห....ม....อ...บ....ร....ัด....เ..ล....ย...ท....่ีส....ำ...ค....ัญ..........ไ..ด....แ...ก.........ค....ว...า..ม....เ..ส....ีย...ส.....ล....ะ.......ไ..ม....เ..ห....็น....แ...ก....ป....ร....ะ..โ...ย...ช....น....ส....ว...น.....ต....ัว.
ซ....ึ่ง...เ..ร....า...ส....า...ม...า...ร....ถ....น....ำ...ม...า...ป....ร....ะ...ย...ุก....ต....ใ...ช...ใ...น....ช...ีว...ิต....ป....ร....ะ...จ...ำ...ว...ัน....ไ...ด.... ....เ..ช...น.........อ....ธ...ิบ.....า...ย...ถ....า...ย...ท....อ....ด....ค....ว...า...ม...ร....ูแ...ก....เ..พ....ื่อ....น....เ..ม....ื่อ...เ..พ....ื่อ....น...
ไ...ม....เ..ข...า...ใ...จ...เ..ก....ี่ย....ว...ก....ับ.....เ..น....ื้อ....ห....า...ใ...น.....ห....น....ัง....ส....ือ....เ..ร...ี.ย...น.........ห....ร....ือ....ส....ล....ะ...แ...ร....ง....ก....า...ย...เ..พ....่ื.อ...ช....ว...ย...พ....ั.ฒ.....น.....า...ช...ุม....ช...น.....ใ..ห.....เ.จ....ร....ิญ.....ก....า...ว...ห....น.....า.
เปนตน....................................................................................................................................................................................................................................................

(พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน โดยใหอยใู นดลุ ยพินิจของครผู ูส อน)

139

ตอนท่ี 3 ใหน ักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละ 5 คน ไปสืบคน ขอ มลู เกยี่ วกบั ผลงานของบุคคลสำคญั
มฐ./ตัวชี้วดั กิจกรรม ที่มสี ว นสรางสรรคชาติไทยมากลมุ ละ 1 ทา น ตามหัวขอท่กี ำหนด พรอ มทั้งตดิ ภาพ

ส4.3
(ม.4-6/4)

ประกอบ

ประวัติโดยสังเขป
.....ส....ม...เ..ด....็จ....พ....ร...ะ...น....เ..ร...ศ....ว...ร....ม...ห....า...ร...า...ช...ท....ร...ง....เ.ป....น.....พ....ร...ะ...ร...า...ช...โ...อ...ร....ส....ใ..น.....ส....ม....เ.ด....จ็....พ....ร...ะ...ม...ห....า...ธ...ร....ร...ม....ร...า...ช...า.......

.....แ...ล....ะ...พ....ร...ะ...ว...ิส....ทุ....ธ...กิ....ษ....ตั....ร....ิย......เ..ส....ด....จ็ ...พ....ร....ะ..ร....า...ช...ส....ม...ภ....พ....เ..ม....ื่อ......พ.......ศ.........2...0....9...8......ท....เี่..ม....อื ...ง........
พ....ิษ....ณ.....ุโ...ล...ก.......เ..ส....ด....จ็....ข...นึ้ ....ค....ร....อ...ง...ร....า..ช....ย...เ..ม...่อื....ว...ัน....ท....่ี...2...9......ก....ร....ก....ฎ...า...ค....ม......พ.......ศ......
...2...1..3....3......แ...ล....ะ..เ..ส....ด....็จ....ส....ว...ร...ร....ค....ต....เ.ม....อ่ื...ว...นั.....ท....่ี ..2....5......เ..ม...ษ....า...ย...น.......
พ.....ศ.........2...1...4...8......ร....ว...ม...พ....ร....ะ..ช...น.....ม...ม....า...ย...ุ...5...0......พ.....ร...ร...ษ.....า

ผลงานสำคัญ ความรูสึกทีม่ ตี อบคุ คลสำคัญ
............ร...ูส....ึ.ก....ช...่ืน.....ช...ม....ค....ว...า...ม...ก.....ล....า...ห....า...ญ....
............ผ....ล....ง...า...น.....ท....ี่โ...ด....ด....เ..ด....น.........ไ...ด....แ....ก... ค.....ว..า...ม....เ..ข...ม...แ...ข...็ง........แ...ล....ะ...ค....ว...า...ม...อ....ด....ท....น....
ข...อ....ง...พ.....ร...ะ...ม...ห....า...ก....ษ....ัต....ร....ิย...ไ...ท....ย....ท....ี่ท....ร...ง...
.ด.....า...น.....ก....า...ร....เ...ม...ื.อ....ง...ก.....า...ร....ป....ก.....ค....ร....อ....ง... ย....อ...ม....ท....ุม....เ.ท....พ.....ร...ะ...ว...ร...ก....า...ย...ใ...น....ก.....า..ร....ท....ำ..
ศ....ึก....ส.....ง...ค....ร...า...ม......เ..พ....่ือ....น....ำ...พ....า...ช...า...ต....ิไ..ท....ย...
.เ..ช....น.........ท.....ร...ง....ป.....ร...ะ....ก....า...ศ.....อ...ิส.....ร....ภ....า...พ.... ใ...ห....ร....อ...ด....พ....น.....จ...า...ก....ก....า...ร...ร....ุก....ร...า...น.....ข...อ...ง...
ข....า...ศ....ึก.....ศ...ั.ต....ร....ู ....โ...ด.....ย...ไ...ม....เ..ก.....ร...ง....ก....ล....ั.ว..
ผฉสู บอบั น .จ....า..ก....พ.....ม...า...ใ..น.........พ.......ศ...........2...1...2...7........แ...ล....ะ.. .ภ...ั.ย....อ....ั น.....ต.....ร....า...ย....ท....ี่.จ....ะ...เ...ก....ิ ด.....ข...้ึ .น.....ก....ั บ....
.ท....ร....ง....ท....ำ...ส....ง....ค....ร....า...ม....ย...ุ.ท....ธ...ห....ั.ต....ถ....ีก....ับ.... .พ....ร...ะ...อ...ง....ค....เ..ล....ย...แ...ม....แ...ต....น.....อ...ย........ท....ร....ง...ม...ี
.ค....ว...า...ม...เ..ส....ีย....ส....ล....ะ...เ..พ....่ือ....ป....ร....ะ..เ..ท....ศ....ช....า...ต...ิ
.พ....ร....ะ...ม....ห....า...อ...ุ.ป....ร....า...ช...า...ข...อ....ง...พ.....ม...า...แ....ล....ะ.. .อ...ย...า...ง...แ....ท....จ...ร....งิ ...............................................

.ไ...ด....ร...ับ.....ช...ัย...ช....น....ะ...เ..ม...่ือ........พ........ศ...........2...1...3...5... ...........................................................................

.ด.....า...น.....ค.....ว....า...ม....ส....ั.ม....พ....ั.น.....ธ....ร....ะ....ห....ว....า...ง...

.ป....ร....ะ..เ..ท.....ศ........เ..ช...น.........ท....ร....ง...ต....ิด....ต.....อ...ก....ับ....

.ต....ะ...ว...ั.น....ต.....ก....อ....ย....า...ง...โ...ป....ร....ต....ุเ...ก....ส....เ...พ....ื่อ... ชื่อ/พระนามของบุคคลสำคัญ
.......ส....ม....เ..ด....จ็ ...พ....ร....ะ..น.....เ.ร....ศ....ว...ร...ม....ห....า..ร....า..ช..........
.ซ....ื้อ...อ....า..ว...ธุ ...ม....า...ใ..ช...ป....อ ....ง...ก....นั ....ป....ร....ะ..เ..ท....ศ........

...........................................................................

แบบอยา งทคี่ วรนำไปปฏิบัติ
.........แ...บ....บ....อ....ย...า...ง...ค....ว...า...ม...ด....ขี...อ....ง...พ....ร....ะ..อ....ง...ค....ม...มี....า...ก....ม...า...ย............
เช...น.......ค....ว...า...ม...ร....ัก....ช...า..ต....ิ...ค....ว...า...ม...ก....ล....า...ห....า...ญ.......ค....ว...า...ม...เ..ส....ีย....ส....ล....ะ.....ท....ร....ง...เ..ป....น ..
......ผ....นู ....ำ...ท....ดี่ ....ี ..ซ....่ึง...เ..ร...า...ส....า...ม....า..ร....ถ....น....ำ...ไ..ป....ป....ฏ....ิบ....ตั....ใิ..น.....ช...ีว...ติ....ไ..ด....โ...ด....ย...ก....า...ร...น.....ำ..ค....ว...า...ม....ร...ู......
......ไ..ป....พ....ฒั.....น.....า..ช....า..ต....บิ....า...น.....เ.ม....อื...ง....ใ..ห....เ..จ...ร....ิญ.....ก....า ..ว...ห....น.....า .....แ...ล....ะ...เ..ส....ยี...ส....ล....ะ...ท....ร...ัพ.....ย...ส....ิน.....ห....ร...ือ....แ...ร...ง...ก....า...ย.........
...เ..พ....่ือ....ช...ว..ย....เ..ห....ล....อื ...ผ...ูอ....่ืน....ท....เี่..ด....ือ....ด....ร...อ...น........แ...ล....ะ..ค....ว...ร....ม...คี....ว...า...ม...ก....ล....า...ห....า...ญ.....ใ..น....เ..ร....่อื ...ง...ท....่ีถ....กู....แ...ล....ะ...ต....กั ....เ.ต....อื....น....ผ....ทู....ีท่....ำ..ผ....ิด.......

(พิจารณาจากคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ ยใู นดลุ ยพินจิ ของครผู ูสอน)

140

แบบทดสอบ เรื่องที่ 3

ตอนท่ี 1 ใหนักเรยี นเลือกคำตอบที่ถกู ตอ งท่สี ุดเพียงคำตอบเดียว

1. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทรงสรางกรงุ รัตนโกสนิ ทรโดยยดึ หลักใด ผฉูสบอับน
ก. สรา งอยา งประหยัด
ข. สรางโดยยึดหลกั ศาสนา
ค. สรา งใหอยูใกลแ หลงนำ้
ง. สรา งใหเ หมือนสมยั อยธุ ยา

2. ขอใดคือบทบาททางการปกครองทส่ี ำคญั ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช
ก. การทำสงครามกับพมา
ข. การสรางปอมรกั ษาพระนคร
ค. การใชกฎหมายตราสามดวง
ง. การใหข นุ นางมีตราประจำตำแหนง

3. การทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา นภาลัยทรงลดเวลาการรบั ราชการของไพรม ีผลอยางไร
ก. ทำใหไพรม คี วามเปนอยดู ีขน้ึ
ข. ทำใหไพรม ีเวลาสรา งงานศิลปะ
ค. ทำใหตองจา งชาวจนี ทำงานแทนไพร
ง. ทำใหชาวตา งชาติเขา รับราชการเพม่ิ ข้นึ

4. ขอใดคือพระราชกรณยี กิจท่ีสำคัญของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลานภาลัยดา นนาฏกรรม
ก. การตง้ั กรมโขนและละคร
ข. การสง เสรมิ ใหค นไทยเลนโขน
ค. การใชซ อในวงมโหรีของไทย
ง. การปรบั ปรงุ ทารำโขนและละคร

5. จารึกที่วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลารามมคี วามสำคญั ตอ สังคมไทยอยางไร
ก. เปน แหลง เผยแพรภ ูมิปญญาไทย
ข. เปนแหลงรายไดจ ากการทอ งเท่ียว
ค. เปน สถานทีร่ กั ษาโรคดวยการนวดแผนโบราณ
ง. เปนมรดกโลกตามประกาศขององคการยูเนสโก

1. ตอบ ง. การสรางกรุงรัตนโกสินทรใหเหมือนสมัยอยุธยาเปนการสรางขวัญกำลังใจใหประชาชนมีความรูสึก
เหมอื นอยใู นสมัยอยธุ ยาท่ีบานเมืองรุง เรอื ง

2. ตอบ ค. การใชกฎหมายตราสามดวงทำใหสังคมไทยมีกฎหมายท่ีถูกตองยุติธรรม ชวยในการรักษาความ
สงบเรยี บรอ ยในบา นเมอื ง

3. ตอบ ก. การลดเวลาการรับราชการของไพร ทำใหไพรมีเวลาทำมาหากินสวนตัวมากข้ึนและลดภาระของไพร
ทำใหไ พรม ีความเปนอยูด ีขน้ึ

4. ตอบ ง. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยทรงปรับปรุงทารำโขนและละคร ซ่ึงกลายเปนตนแบบ
ทา รำโขนและละครมาจนถงึ ปจจุบัน

5. ตอบ ก. พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลาเจา อยูหวั โปรดเกลา ฯ ใหจารกึ ภูมปิ ญ ญาไทยทส่ี ำคญั ไวท ่วี ดั พระเชตุพน
วิมลมังคลาราม เพื่อเผยแพรใ หค นไทยนำความรูท่ไี ดร บั ไปใชในชีวติ ประจำวนั

141


Click to View FlipBook Version