The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศิวพร สุขสำแดง, 2023-09-04 15:31:46

แผนการจัดการเรียนรู้

แผน 2 66_merged

โรงเรีย รี นหันคาราษฎร์รั ร์ ง รั สฤษดิ์ อำ เภอหันคา จัง จั หวัด วั ชัย ชั นาท สำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่การศึกษามัธมัยมศึกษาอุทัยธานี ชัยชันาท ๒ ๕ ๖ ๖ แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง ความรู้พื้นฐานในการอ่าน รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ม.๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) ความรู้พื้นฐานในการอ่านช่วยให้อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง และมีมารยาท ในการอ่าน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) การอ่านออกเสียง ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีนิสัยรักการอ่าน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องความส าคัญของการอ่าน ๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอ่านของคนในสมัยปัจจุบันว่า คนไทยเป็นนักอ่าน หรือไม่ เพราะเหตุใด ๓. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด ขั้นสอน ๑. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ๔คน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ความรู้พื้นฐานในการอ่าน จากหนังสือเรียน ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท า ใบงานเรื่อง ความรู้พื้นฐานในการอ่าน โดยให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม หาค าตอบด้วยตนเองจนครบทุกข้อ จากนั้นจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอธิบายค าตอบให้คู่ของตนเอง ฟัง (สมาชิกกลุ่มอีกคู่หนึ่งก็ปฏิบัติกิจกรรมเช่นเดียวกัน) ๔. นักเรียนรวมกลุ่ม ๔ คน ให้แต่ละคู่ผลัดกันอธิบายค าตอบให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งในกลุ่มฟังเพื่อช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง ๕. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน ๑-๒ กลุ่ม ออกมาน าเสนอค าตอบใน ใบงานหน้าชั้นเรียน ครูและเพื่อน นักเรียนกลุ่มอื่นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นสรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปองค์ความรู้พื้นฐานในการอ่าน ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง ความรู้พื้นฐานในการอ่าน


ใบงาน เรื่องความรู้พื้นฐานในการอ่าน รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. การอ่านในใจแตกต่างจากการอ่านออกเสียงอย่างไร ๒. การอ่านมีความส าคัญอย่างไร ๓. การอ่านหนังสือในห้องสมุดต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะถูกต้องตามมารยาทในการอ่าน ๔. การอ่านที่มีประสิทธิภาพ มีปัจจัยพื้นฐานอย่างไร


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การมีความรู้เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วช่วยให้อ่านได้ถูกต้องในการอ่าน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) การอ่านออกเสียง ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีนิสัยรักการอ่าน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ๔.๑ ภาระงาน ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วที่ถูกต้องตามหลักการอ่านให้นักเรียนฟัง ๒. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วจากที่ฟังครู ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ ถ้าอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามอักขรวิธี นับเป็นความส าเร็จในการอ่านบท ร้อยแก้วหรือไม่ อย่างไร” ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วจากหนังสือเรียน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วโดยให้สมาชิกจับคู่กับ เพื่อนในกลุ่ม แล้วให้นักเรียนคนหนึ่งยกตัวอย่างวิธีอ่านที่ ๑ ในข้อที่ ๑ และนักเรียนอีกคนหนึ่งเป็นฝ่าย สังเกต (สมาชิกอีกคู่หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ปฏิบัติกิจกรรมในท านองเดียวกัน) ๓. นักเรียนที่ท าหน้าที่เป็นฝ่ายสังเกต จะท าหน้าที่ตรวจสอบ และแสดงความคิดเห็นด้วย เมื่อตรวจสอบ ว่าเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องพร้อมแสดงความยินดี ๔. นักเรียนแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในวิธีอ่านเดียวกันในข้อ ๒ และวิธีอ่านต่อไปจนครบทุกวิธี โดย สลับหน้าที่จากผู้ที่ยกตัวอย่างวิธีอ่านเป็นผู้สังเกต และจากผู้สังเกตเป็นผู้ยกตัวอย่างวิธีอ่าน ๕. เมื่อจบการยกตัวอย่างวิธีอ่านทุกวิธีแล้วให้นักเรียนแต่ละคู่รวมกลุ่มกันตามเดิมแล้วน าตัวอย่างวิธี อ่านมาเปรียบเทียบกัน และช่วยกันอธิบายแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่างชัดเจนสรุปเป็น ตัวอย่างของกลุ่ม ๖. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอตัวอย่างวิธีอ่านในใบงาน ที่ ๑.๒ หน้าชั้นเรียนครูตรวจสอบความ ถูกต้อง จากนั้นให้ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครู ๗. นักเรียนตอบค าถาม “ การอ่านโดยการสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกให้สัมพันธ์กับเรื่องที่อ่าน มี ความจ าเป็นในการอ่านบทร้อยแก้วอย่างไร” ขั้นสรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว


ใบงาน เรื่องหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนยกตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ตามวิธีอ่านที่ก าหนด ข้อ วิธีอ่าน ตัวอย่าง ตัวอย่าง อ่านตามอักขรวิธี สวัสดี อ่านว่า สะ-หวัด-ดี (อ่านออกเสียงอักษรน า) ๑ อ่านตามอักขรวิธี ๑. ๒. ๒ อ่านตามความ นิยม ๑. ๒. ๓ อ่านตัวย่อ ๑. ๒. ๔ อ่านตัวเลขและ เครื่องหมาย ต่างๆ ๑. ๒. ๕ อ่านนามเฉพาะ ๑. ๒.


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองที่ถูกต้องนั้นต้องมีความรู้เรื่องหลักการอ่านออกเสียง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) การอ่านออกเสียง ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีนิสัยรักการอ่าน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น ในการท างาน และรักความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑.ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๒.ครูสุ่มเลขที่นักเรียน ๑ -๒คน น าเสนอตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ๓.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองของเพื่อน ๔.นักเรียนตอบค าถาม “ บทร้อยกรองแตกต่างจากบทร้อยแก้วอย่างไร” ขั้นสอน ๑.นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง หลักการอ่าน ออกเสียงบทร้อยกรองจากหนังสือเรียน ๒.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่อง หลักการฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง จนมีความเข้าใจ ๓.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง โดยให้สมาชิกแต่ละคน ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ๓ .๑สมาชิกคนที่ ๑เขียนค าตอบในข้อ ๑แล้วส่งให้สมาชิกคนที่ ๒ ๓.๒สมาชิกคนที่ ๒ตรวจสอบค าตอบในข้อ ๑แล้วเขียนค าตอบในข้อ ๒จากนั้นส่งให้สมาชิก คนที่ ๓ ๓ .๓สมาชิกคนที่ ๓ตรวจสอบค าตอบในข้อ ๒แล้วเขียนค าตอบในข้อ ๓จากนั้นส่งให้สมาชิก คนที่ ๔ ๓ .๔สมาชิกคนที่ ๔ตรวจสอบค าตอบในข้อ ๓แล้วเขียนค าตอบในข้อ ๔สมาชิกแต่ละคนที่ตรวจสอบ ค าตอบ ถ้าเห็นว่าค าตอบยังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ก็ให้เขียนค าตอบเพิ่มเติม ๔. สมาชิกในแต่ละกลุ่มจะได้มีโอกาสอ่านและเขียนค าตอบหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ จนเสร็จ กล่าวคือ สามารถตอบค าถามได้ชัดเจนครบถ้วนทุกค าถาม ๕. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอค าตอบในใบงานหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นกล่าวชมเชยตัวแทนกลุ่มที่น าเสนอค าตอบได้ถูกต้องทุกข้อเพื่อเสริมสร้างก าลังใจ ๖. นักเรียนตอบค าถาม“นักเรียนคิดว่า ปัญหาส าคัญที่สุดในการอ่านบทร้อยกรองคือปัญหาด้านใด และแก้ไขได้อย่างไร” ขั้นสรุป นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปองค์ความรู้เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง และแนวทางในการ น าความรู้ไปใช้ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง


ใบงาน เรื่องหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายหลักการอ่านต่อไปนี้มาสั้นๆ พอเข้าใจ ๑. หลักการอ่านกลอนบทละคร ๒. หลักการอ่านกลอนเพลงยาว ๓. หลักการอ่านกลอนนิทาน ๔. หลักการอ่านกาพย์ห่อโคลง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความส าคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การอ่านจับใจความส าคัญจากสื่อต่างๆ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักการอ่านจับใจความส าคัญ๓ . สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านจับใจความจากบทความ ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) อ่านจับใจความ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีนิสัยรักการอ่าน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น ในการท างาน และรักความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นกระตุ้นความสนใจ ๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องการจับใจความส าคัญ เพื่อทบทวนความรู้ที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้ว ๒. ครูให้นักเรียนเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ ๓. นักเรียนตอบค าถาม” การจับใจความส าคัญของเรื่องที่อ่าน มีความจ าเป็นในการเรียนอย่างไร” ขั้นส ารวจค้นหา ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่าน เพื่อจับใจความส าคัญ จากหนังสือเรียน และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ขั้นอธิบายความรู้ ๑. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอธิบายความรู้ที่ได้ศึกษามาเพื่อท าความเข้าใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญเมื่อท าเสร็จแล้วให้น าส่งครู ตรวจ ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ การสร้างพื้นฐานการอ่านที่ดี นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไร” ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นขยายความเข้าใจ ๑. ครูให้นักเรียนค้นคว้าบทความที่นักเรียนสนใจ คนละ ๑ เรื่อง แล้วมาน าเสนอให้เพื่อนในกลุ่มฟัง โดย ให้เจ้าของบทความชี้แนะถึงคุณประโยชน์และความน่าสนใจของบทความที่เลือกมา ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความที่สมาชิกน าเสนอ เพื่อน ามาประกอบการท าใบงาน ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญจากบทความ ๔. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนคิดว่า บทความที่น่าสนใจควรมีลักษณะอย่างไร” ขั้นตรวจสอบผล ๑. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอการจับใจความส าคัญจากบทความในใบงานหน้าชั้น เรียน ๒. ครูตรวจสอบความถูกต้อง รวมถึงการให้ค าแนะน าในการพัฒนางาน ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ ๓. ใบงานเรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญจากบทความ


ใบงาน เรื่องการอ่านจับใจความส าคัญจากบทความ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ มีลักษณะอย่างไร ๒. การอ่านจับใจความส าคัญ มีความส าคัญอย่างไร ๓. นักเรียนสามารถน าเรื่องการอ่านจับใจความส าคัญไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิชาต่างๆ ได้อย่างไร ๔. การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ มีหลักการอย่างไร ๕. นักเรียนคิดว่า หลักการอ่านจับใจความส าคัญมีความสัมพันธ์กับการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน อย่างไร


ใบงาน เรื่องการอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความ ๑ เรื่อง น ามาติดลงในกรอบ แล้วจับใจความส าคัญ (ติดบทความ)


จากบทความเรื่อง สรุปใจความส าคัญได้ ดังนี้ ๑. จับใจความส าคัญในแต่ละย่อหน้า ย่อหน้าที่ ๑ ย่อหน้าที่ ๒ ย่อหน้าที่ ๓ ย่อหน้าที่ ๔ ๒. เขียนเรียบเรียงใหม่


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การเขียนผังความคิด รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความส าคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ม.๒/๓ เขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนต่างๆ ที่อ่าน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การเขียนผังความคิดต้องจับใจความส าคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่านได้๓ . สาระ การเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนผังความคิด ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) แผนผังความคิด ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูน าตัวอย่างผังความคิดที่นักเรียนรุ่นก่อนเคยท ามาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความ คิดเห็น ๒. ครูสนทนากับนักเรียนถึงประสบการณ์ในการท าผังความคิดจากที่เคยเรียนมาแล้ว ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนผัง ความคิด จากหนังสือเรียน ๔. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทเรียนรายวิชาต่างๆ มา ๑ เรื่อง เพื่อจัดท าผังความคิด ๕. นักเรียนตอบค าถาม“ แผนผังความคิดที่ดีเน้นที่ความสวยงามหรือไม่ อย่างไร” ขั้นสอน ๑ . นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านบทเรียนในรายวิชาที่เลือกมาอย่างคร่าวๆ ๒ .นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านและถามตัวเองดูว่าใจความส าคัญที่ผู้เขียนก าลังพูดถึง อยู่นั้นคืออะไร เพราะเหตุใดจึงส าคัญ ส าคัญอย่างไร และเกี่ยวข้องกับอะไรหรือใครบ้าง ตอนไหนและ เมื่อไร ๓.นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งค าถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านและถามตัวเองดูว่าใจความส าคัญที่ผู้เขียนก าลังพูดถึง อยู่นั้นคืออะไร เพราะเหตุใดจึงส าคัญ ส าคัญอย่างไร และเกี่ยวข้องกับอะไรหรือใครบ้าง ตอนไหนและ เมื่อไร ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ได้อ่านจากขั้นตอนที่ ๓ บันทึกในส่วนที่ส าคัญและจ าเป็น โดยใช้ข้อความอย่างรัดกุม หรือย่อๆ ตามความเข้าใจของนักเรียน ๕ . นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนสรุปใจความส าคัญ โดยพยายามใช้ภาษาของตนเอง ถ้ายังไม่แน่ใจในบทใด หรือตอนใดให้กลับไปอ่านซ้ าใหม่ ชั่วโมงที่ ๒ ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปเรื่องที่อ่านแล้วจัดท าผังความคิดเสร็จแล้วน าส่งครูตรวจ ขั้นสรุปและประเมินผล ๑. นักเรียนตอบค าถาม“ถ้านักเรียนอ่านจับใจความส าคัญไม่ถูกต้องจะเป็นอุปสรรคในการท าผัง ความคิดอย่างไร”และ “นักเรียนคิดว่า ผังความคิดที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร” ๒. ครูตรวจประเมินผลงานการเขียนผังความคิดของนักเรียนแต่ละกลุ่ม รวมถึงการให้ค าแนะน าในการ ปรับปรุงพัฒนาผลงาน โดยการอธิบายให้นักเรียนฟังเพิ่มเติม ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ตัวอย่างผังความคิด ๓.บทเรียนรายวิชาต่างๆ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การอ่านเพื่อการวิเคราะห์ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ม.๒/๕ วิเคราะห์และจ าแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็นจากบทความที่อ่าน ม.๒/๖ ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ ให้อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้ง วิเคราะห์และจ าแนก ข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็น ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผล ของงานเขียน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ -งานเขียนหรือบทความแสดงข้อเท็จจริง ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) อภิปราย, วิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นอธิบายปัญหา ๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญ เพื่อทบทวนความรู้เดิม ๒. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะต้องศึกษาเรื่อง การอ่านเพื่อการวิเคราะห์ เพื่อน าความรู้ไป วิเคราะห์สื่อต่างๆ ขั้นอธิบายกฎหรือหลักการเพื่อการแก้ปัญหา ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อ การวิเคราะห์ จากหนังสือเรียน ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปหลักการอ่านเพื่อการวิเคราะห์ เพื่อให้นักเรียนได้เลือกใช้ในการ วิเคราะห์สื่อต่างๆ ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นตัดสินใจ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทความแสดงข้อเท็จจริง มากลุ่มละ ๑ เรื่อง แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเหตุผลที่เลือกบทความเรื่องดังกล่าวมาวิเคราะห์ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปหลักการที่จะน ามาใช้วิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ บทความแสดงข้อเท็จจริง มีลักษณะอย่างไร” ขั้นพิสูจน์หรือตรวจค าตอบ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง การวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริงเมื่อท าเสร็จแล้วให้ ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย ๒. ครูขออาสาสมัครตัวแทนนักเรียน ๑-๒ กลุ่ม ออกมาน าเสนอการวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริงใน ใบงานหน้าชั้นเรียน ๓. ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . บทความแสดงข้อเท็จจริง ๓.ใบงานเรื่อง การวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง


ใบงาน เรื่องการวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทความแสดงข้อเท็จจริง ๑ เรื่อง ติดลงในกรอบ แล้ววิเคราะห์เรื่องตาม หลักการวิเคราะห์ (ติดบทความ)


การวิเคราะห์เรื่อง ๑. รูปแบบของเรื่อง ๒. ใจความส าคัญของเรื่อง ๓. ข้อเท็จจริง ๔. ความคิดของผู้เขียน ๕. การเรียงล าดับเหตุการณ์ ๖ . การใช้ส านวนภาษา


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การอ่านหนังสือนอกเวลา รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๗ อ่านหนังสือ บทความ หรือค าประพันธ์อย่างหลากหลาย และประเมินคุณค่าหรือ แนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต ม.๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การอ่านหนังสือนอกเวลาที่ดีให้ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต และมีมารยาทในการอ่าน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การอ่านตามความสนใจ -หนังสืออ่านนอกเวลา ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) ประเมินค่า ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน แผ่นพับ


๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วย การเรียนรู้ที่ ๒ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ ๒ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ตรวจรายงานการวิเคราะห์ วิจารณ์ และ ประเมินค่าจาก บทความที่สนใจ แบบประเมินรายงานการวิเคราะห์ วิจารณ์และประเมินค่าจาก บทความที่สนใจ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ กิจกรรมก่อนการอ่าน ๑. ครูอ่านเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเลือกอ่านหนังสือและนิสัยรักการอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนสร้างจินตนาการของตนเอง ๒. นักเรียนเขียนบรรยายความรู้สึกและภาพในจินตนาการของตนเอง จากนั้นน ามาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ๓. นักเรียนตอบค าถาม” การเลือกอ่านหนังสือและการมีนิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งที่จ าเป็นส าหรับ นักเรียนหรือไม่ อย่างไร” กิจกรรมด าเนินการอ่าน ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) เลือกอ่านหนังสือนอกเวลาที่ นักเรียนไม่เคยอ่านมาก่อน ๑ เรื่อง พร้อมทั้งอธิบายวิธีการที่นักเรียนจะต้องท าเครื่องหมายก ากับ ความเข้าใจในการอ่าน ถ้าตอนใดอ่านแล้วเข้าใจให้ท าเครื่องหมายถูก ตอนใดอ่านแล้วไม่เข้าใจให้ท า เครื่องหมายผิด ๒. เมื่ออ่านและท าเครื่องหมายจนจบเรื่องแล้ว ให้นักเรียนทบทวนว่าข้อความส่วนใดที่ตนเข้าใจและ ส่วนใดที่ไม่เข้าใจ ๓. นักเรียนตรวจสอบข้อความที่ตนไม่เข้าใจ ลองอ่านซ้ าและพยายามหาเหตุที่ไม่เข้าใจพร้อมทั้งหาวิธี แก้ปัญหา ๔. เมื่ออ่านหนังสือนอกเวลาที่เลือกจนจบให้นักเรียนปิดเรื่องที่อ่าน แล้วคิดทบทวนในใจว่าอ่านแล้ว เข้าใจอะไรบ้าง แล้วจึงเปิดเรื่องที่อ่านดูอีกรอบว่าลืมอะไรไปบ้าง จากนั้นก็ปิดแล้วพยายามทบทวนสิ่ง


ที่อ่านอีกครั้งว่า มีความเข้าใจเนื้อหาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เรื่องนั้นมีรายละเอียดอย่างไร ชั่วโมงที่ ๒ กิจกรรมหลังการอ่าน ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเนื้อหา วิเคราะห์วิจารณ์ และประเมินค่าของเรื่อง ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท า ใบงาน เรื่อง การประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลา ๓. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอการประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลาในใบงาน หน้าชั้น เรียน ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการน าเสนอของเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ๕. ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครูเพื่อตรวจประเมินผล ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนท าแผ่นพับการวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินค่าจาก บทความที่สนใจ โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด ดังนี้ ๑)การสรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากบทความที่อ่าน ๒)การวิเคราะห์และจ าแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็นจากบทความที่อ่าน ๓)การระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ๔)การประเมินคุณค่า หรือแนวคิดที่ได้จากการอ่านบทความ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเลือกอ่านหนังสือและนิสัยรักการอ่าน ๒ . หนังสืออ่านนอกเวลา ๓. ใบงานเรื่อง การประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลา


เอกสารประกอบการเรียน การเลือกอ่านหนังสือและนิสัยรักการอ่าน การเลือกหนังสืออ่าน การเลือกหนังสืออ่านมีความจ าเป็นมากนักอ่านที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่รู้จักวิธีเลือกหนังสืออ่านให้ได้ ประโยชน์สูงสุดแก่การอ่าน โดยพิจารณาวิธีเลือก (ศิวกานท์ ปทุมสูติ,๒๕๔๐, หน้า ๑๙-๒๐) ต่อไปนี้ ๑. เลือกหนังสือที่มีสาระเรื่องราวตรงกับความต้องการหรือความจ าเป็นที่ต้องอ่าน ๒. เลือกหนังสือที่ดีมีคุณลักษณะดังนี้ ๒.๑หนังสือที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าดี ๒.๒หนังสือที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าดี ๒.๓หนังสือที่ได้รับรางวัลส าคัญๆ ในการประกวดขององค์กรที่มีคุณภาพ ๒.๔หนังสือซึ่งเขียนโดยนักเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของแวดวงนักอ่าน ๒.๕หนังสือที่มีคุณค่าดีพร้อมทุกด้านได้แก่ด้านเนื้อหาด้านความคิดด้านกลวิธีด้านทางภาษา ด้านรูปแบบ และการน าเสนอ ๒.๖หนังสือที่ได้รับการยอมรับศึกษาสืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัย ๒.๗เลือกหนังสือที่จะไม่โน้มน าไปในทางเสื่อมทั้งปวง ที่มา: http://www.bangkapi.ac.th/MediaOnLine/weerawanWMD/unit๔_part๑๑.htm การสร้างนิสัยรักการอ่าน ในชีวิตประจ าวัน มนุษย์ต้องรับรู้ข่าวสารเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาการอ่านเป็นวิธีการแสวงหา ความรู้ที่ท าได้ง่ายที่สุดและสามารถน าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดเช่นกันการสร้างนิสัยรักการอ่าน จึงเป็นคุณสมบัติที่ส าคัญยิ่งของมนุษย์ผู้อ่านจึงควรหมั่นฝึกฝน และสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับ ตนเอง การจะสร้างนิสัยรักการอ่านได้นั้นผู้อ่านต้องวิเคราะห์ตนเองว่ามีอุปสรรคในการอ่านอย่างไรบ้าง เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้มีนิสัยรักการอ่านขึ้นในตนเองต่อไปทั้งนี้วิธีสร้างนิสัยรักการอ่าน สามารถท าได้ ดังนี้ ๑) สร้างแรงจูงใจการสร้างแรงจูงใจเพื่อน าไปสู่นิสัยรักการอ่าน อาจท าได้หลายวิธี ดังนี้ ๑.๑) ให้สัญญา รางวัลหรือลงโทษตนเอง โดยให้สัญญาทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น ก าหนดว่า “ถ้าอ่านเล่มนี้จบจะไปเที่ยว” “ถ้าอ่านเรื่องนี้จบจะไปดูโทรทัศน์ซักเรื่อง” “ถ้าอ่านบทนี้ไม่จบจะไม่ยอมลุกไปกินข้าว” ข้อควรระวังในการสัญญากับตนเอง คืออย่าให้สัญญาในสิ่งที่ยากเกินไป ถ้าท าไม่ได้จะท า ให้เกิดความ เบื่อหน่าย ท้อแท้ไม่อยากท าต่อไป


๑.๒) ตระหนักถึงความส าคัญของการอ่านและโทษจากการไม่อ่านอยู่เสมอเช่น “ไม่อ่านฉลากยาจะท าให้ใช้ยาผิดเป็นอันตรายต่อชีวิต” “ไม่อ่านหนังสือเรียนท าให้สอบได้คะแนนน้อย” “ไม่อ่านป้ายจราจรท าให้ถูกปรับ” ๑.๓) ชักชวนคนอื่นให้อ่านเรื่องเดียวกันแล้วน ามาสนทนากัน วิธีนี้ท าให้เกิดความรู้สึกว่ามีแนว ร่วมจะเกิดการอ่านวิเคราะห์หลายด้าน เป็นการเพิ่มประสบการณ์และร่วมมือกันคิด ๑.๔) จัดแข่งขันการอ่านจากผู้อื่น เช่นแข่งขันกับเพื่อน ๆ กับคนในครอบครัว อาจจะเริ่มจาก การอ่านเป็นหน้า เป็นบทเป็นเรื่อง และเป็นเล่ม ตามล าดับ ๒) สร้างโอกาสและหาเวลาอ่านการสร้างโอกาสและหาเวลาอ่าน สามารถท าได้โดยไปยังแหล่ง วัสดุการอ่าน เช่นห้องสมุดร้านขายหนังสือ หรือศูนย์หนังสือต่างๆ และเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการอ่าน เช่นเข้าร่วมกิจกรรมการอ่านในโรงเรียน หรือหน่วยงานต่างๆ ที่จัดขึ้น ๓) เริ่มต้นการอ่านจากเรื่องที่ตนเองชอบหรือสนใจ การเริ่มต้นจากการอ่านเรื่องที่ตนชอบสนใจ หรือเป็นประโยชน์ต่อตนเองก่อนในขณะที่อ่านควรเปรียบเทียบประโยชน์ของเรื่องที่อ่านตามใจตนเอง กับการอ่านเรื่องที่มีคุณค่าอื่นๆเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกอ่านต่อไปให้มีความรู้หลากหลายไม่อยู่ใน วงจ ากัดเฉพาะเรื่องที่ตนเองสนใจเท่านั้น ๔) สมาคมกับนักอ่านหรือผู้ที่ชอบอ่านหนังสือเพื่อที่จะได้รับการชักน าหรือค าแนะน าที่ถูกวิธีและ จะได้เห็นตัวอย่างการอ่านจากผู้อื่น จนเกิดความเคยชินและติดเป็นนิสัยรักการอ่านในที่สุด ๕) ตั้งความหวังให้กับตนเองโดยวางเป้าหมายว่าจะพัฒนาการอ่านให้เกิดผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวังผลตามที่ตั้งเอาไว้ ๖) ฝึกพิจารณาฝึกท าความเข้าใจเรื่องราวที่อ่านทุกครั้ง แล้วบันทึกผลการอ่านนับตั้งแต่ที่มาของ หนังสือ สาระส าคัญของเรื่อง ความคิดเห็นของผู้อ่านถ้อยค าที่คมคาย ฯลฯ เพื่อจะน าไปใช้ประโยชน์ ต่อไปตามโอกาสอันควร ๗) ฝึกฝนและพัฒนาความสามารถในการอ่านขึ้นเรื่อยๆโดยอาจจะปฏิบัติตามค าแนะน าของต ารา หรือบุคคลผู้มีความสามารถในการอ่านก็ได้พยายามปฏิบัติอย่างสม่ าเสมอ และเกิดความก้าวหน้าเป็น ระยะไป เช่นอ่านได้เร็วขึ้นใช้เวลาในการอ่านได้มากขึ้น จับสาระเรื่องราวที่อ่านได้ดีขึ้นเป็นต้น อย่างไรก็ตาม การสร้างนิสัยรักการอ่านอาจมีอุปสรรคอยู่บ้างซึ่งจ าเป็นจะต้องขจัดปัญหาให้หมด สิ้นก่อนฝึกนิสัย รักการอ่าน อุปสรรคเหล่านี้ได้แก่ ๑) ไม่ชอบอ่าน ชอบท ากิจกรรมอื่นมากกว่าหรือเกียจคร้านที่จะอ่าน ๒) มีปัญหาทางสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่นสายตาไม่ดี เครียด กังวล ๓) สภาพแวดล้อมไม่ดี เช่นสถานที่ไม่เหมาะสม อุณหภูมิไม่พอดีแสงสว่างไม่พอ ๔) ขาดทักษะทางภาษาอ่านแล้วไม่เข้าใจ ๕) พื้นความรู้เดิมมีจ ากัดเนื่องจากการศึกษาน้อย ๖) ไม่มีเวลาอ่าน ๗) อ่านช้าไม่ช านาญในการอ่าน ๘) ไม่เห็นประโยชน์ของหนังสือ ที่มา: http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/utaradit/kanjana-c/thailand๐๑/ sec๐๒p๐๖.html


ใบงาน เรื่องการประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลา รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือนอกเวลา ๑ เรื่อง แล้วบันทึกข้อมูล ๑. ชื่อหนังสือ ๒. ชื่อผู้แต่ง ๓. ส านักพิมพ์ ๔. ปีที่พิมพ์ ๕. ใจความส าคัญของเรื่อง ๖. เนื้อหาและส่วนประกอบของเนื้อหา ๗. คุณค่าด้านการใช้ภาษา ๘. แนวคิดของผู้เขียน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง หลักการคัดลายมือ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๑ คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดต้องรู้หลักในการคัดและเขียนตัวอักษรไทยตามรูปแบบต่างๆ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) คัดลายมือ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูน าตัวอย่างประกาศนียบัตร บัตรอวยพร และบัตรเชิญที่มีตัวอักษรไทยรูปแบบต่างๆ ที่สวยงามมา ติดบนป้ายนิเทศ ๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าต้องการให้มีลายมือที่สวยงาม จะต้องท าอย่างไร ๓. นักเรียนตอบค าถาม” นักเรียนคิดว่า การที่ลายมือไม่สวย อ่านยาก เป็นปัญหาในการด าเนินชีวิต หรือไม่ และจะพัฒนาได้อย่างไร” ขั้นสอน ๑.ครูให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน ๒.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง หลักการคัดลายมือ จากหนังสือเรียน ๓.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง หลักการคัดลายมือโดยให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มหาค าตอบ ด้วยตนเองจนครบทุกข้อ จากนั้นจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอธิบายค าตอบให้คู่ของตนเองฟัง (สมาชิก กลุ่มอีกคู่หนึ่งก็ปฏิบัติกิจกรรมเช่นเดียวกัน) ๔.นักเรียนรวมกลุ่ม ๔ คน ให้แต่ละคู่ผลัดกันอธิบายค าตอบให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งในกลุ่มฟังเพื่อช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง ๕.ครูขออาสาสมัครตัวแทนนักเรียน ๑-๒ กลุ่ม ออกมาน าเสนอค าตอบในใบงานหน้าชั้นเรียน ครู ตรวจสอบความถูกต้องจากนั้นให้ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครูตรวจ ๖.นักเรียนตอบค าถาม “ การจัดท่านั่ง มีความจ าเป็นต่อการคัดลายมือหรือไม่ อย่างไร” ขั้นสรุป ๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาในการคัดลายมือ ๒. ครูถามนักเรียนว่า ความรู้เรื่อง หลักการคัดลายมือ จะช่วยแก้ไขปัญหาให้นักเรียนได้อย่างไร ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง หลักการคัดลายมือ ๓. ประกาศนียบัตร บัตรอวยพร และบัตรเชิญ


ใบงาน เรื่องหลักการคัดลายมือ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. การที่ลายมืออ่านยากเป็นผลเสียอย่างไร ๒. การคัดลายมือมีความสัมพันธ์กับการมีสมาธิอย่างไร ๓. ขนาดของตัวอักษรมีกี่ขนาด แต่ละขนาดมีความกว้างเท่าใด และได้แก่ตัวอักษรใดบ้าง ๔. การวางต าแหน่งสระมีกี่ต าแหน่ง และต้องให้สัมพันธ์กับสิ่งใด


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง รูปแบบตัวอักษร รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๑ คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดต้องรู้หลักในการคัดและเขียนตัวอักษรไทยตามรูปแบบต่างๆ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) คัดลายมือ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูน าตัวอย่างลายมือที่เขียนไม่ถูกต้องตามรูปแบบอักษรไทย และไม่สวยงามมาติดบนกระดาน ๒. ครูซักถามนักเรียนว่า ตัวอย่างลายมือดังกล่าวเขียนไม่ถูกต้องอย่างไร มีข้อบกพร่องอย่างไร ถ้าจะ แก้ไขปรับปรุงควรท าอย่างไร ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนมีความเห็นอย่างไรที่กวีในสมัยก่อนกล่าวว่า ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือ ยศ” ขั้นสอน ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง รูปแบบตัวอักษร จากหนังสือเรียน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท า ใบงานเรื่อง รูปแบบตัวอักษร โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น ๒ คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ ๑ อ่านแล้วเขียนอธิบายรูปแบบตัวอักษร - สมาชิกคนที่ ๒ เป็นฝ่ายสังเกต และตรวจสอบค าตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในข้อต่อไปจนครบทุกข้อ ๓. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (๔ คน) ให้แต่ละคู่น าค าตอบของคู่ตนเองมาน าเสนอให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพื่อ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องแล้วเขียนลงในใบงาน ๔. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน ๒ กลุ่ม ออกมาน าเสนอค าตอบในใบงานหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความ ถูกต้องและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๖. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนคิดว่า การคัดลายมือมีความจ าเป็นส าหรับโลกยุคใหม่หรือไม่ เพราะเหตุใด” ขั้นสรุป นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบตัวอักษรที่สามารถน าไปใช้เขียนในชีวิตประจ าวันได้ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง รูปแบบตัวอักษร ๓. ตัวอย่างลายมือ


เอกสารประกอบการสอน ตวัอย่างลายมือ ที่มา:http://www.oknation.net


ใบงาน เรื่องรูปแบบตัวอักษร รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนอธิบายรูปแบบตัวอักษร ๑. ตัวอักษรแบบอาลักษณ์ ๒. เอกสารที่เขียนด้วยตัวอักษรแบบอาลักษณ์ ๓. ตัวอักษรแบบกระทรวงศึกษาธิการ ๔. ตัวอักษรแบบคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง การคัดลายมือ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๑ คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดต้องรู้หลักในการคัดและเขียนตัวอักษรไทยตามรูปแบบต่างๆ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) คัดลายมือ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) คัดลายมือลงสมุดงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการคัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง บรรทัดข้อความที่มีคุณค่าต่อการ ด าเนินชีวิต แบบประเมินการคัดลายมือตัว บรรจงครึ่งบรรทัดข้อความที่มี คุณค่าต่อการด าเนินชีวิต ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นสังเกตรับรู้ ๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง รูปแบบตัวอักษร ๒. ครูน ารูปแบบตัวอักษร ๓ แบบ คือ ตัวอักษรแบบหัวเหลี่ยม หรือตัวอาลักษณ์ ตัวอักษรแบบ กระทรวงศึกษาธิการ และตัวอักษรแบบคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาแสดงให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนบอกชื่อแบบตัวอักษร ๓. นักเรียนร่วมกันอธิบายลักษณะตัวอักษรแต่ละแบบ ๔. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนคิดว่า ตัวอักษรทั้ง ๓ แบบ แบบใดคัดง่ายที่สุด เพราะเหตุใด” ขั้นท าตามแบบ ๑. ครูให้นักเรียนคัดตัวอักษรทั้ง ๓ แบบ ตามตัวอย่างที่แสดงให้เห็นทีละขั้นตอน โดยให้คัดลายมือตัว บรรจงเต็มบรรทัด ๒. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนคิดว่า การคัดลายมือให้ถูกต้องและสวยงามมีความส าคัญหรือไม่ เพราะเหตุใด” ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นท าเองโดยไม่มีแบบ ๑. นักเรียนฝึกคัดตัวอักษรทั้ง ๓ แบบ ด้วยลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด โดยไม่ต้องดูแบบ ๒. นักเรียนตอบค าถาม “ การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดต่างจากการคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม บรรทัดอย่างไร” ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดข้อความที่มีคุณค่าต่อการด าเนิน ชีวิต ความยาวประมาณ ๑๐ บรรทัด โดยเลือกรูปแบบตัวอักษรตามความสนใจ โดยให้ ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด ดังนี้ ๑) ความถูกต้องตามรูปแบบของตัวอักษร ๒) มาตรฐานของตัวอักษร ๓) การเว้นช่องไฟ ๔) การวางต าแหน่งพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง รูปแบบตัวอักษร ๓. ตัวอย่างลายมือ


เอกสารประกอบการสอน รูปแบบตัวอักษร ๓ แบบ ที่มา :http://www.mathcenter.net


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียน รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การเขียนบรรยายและพรรณนาต้องมีความรู้พื้นฐานในการเขียน และมีมารยาทในการเขียน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การเขียนบรรยายและพรรณนา มารยาทในการเขียน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนบรรยาย เขียนพรรณนา ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสนทนาซักถามนักเรียนถึงนักเขียนที่นักเรียนชื่นชอบ แล้วให้นักเรียนบอกวิธีการเขียนของนักเขียน ว่า เป็นงานเขียนประเภทใด และมีวิธีการเขียนอย่างไร ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันชายหญิง ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียน จากหนังสือเรียน ๓. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงการสื่อสารโดยใช้การเขียน และความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนกับการ อ่าน ๔. ครูชี้แจงให้นักเรียนทราบว่า ความส าเร็จของกลุ่มนั้นจะต้องอาศัยผลจากการร่วมมือกันและ ช่วยเหลือกัน ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนโดยให้สมาชิกทุกคนใน กลุ่มหาค าตอบด้วยตนเองเมื่อท าเสร็จแล้วให้น าส่งครูตรวจ ๖. ครูน าคะแนนของสมาชิกทุกคนในกลุ่มมารวมกันเป็นคะแนนกลุ่ม จากนั้นกล่าวค าชมเชยและน า ผลงานของนักเรียนกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดมาให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียน ๒. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนคิดว่า ความรู้พื้นฐานที่เรียนไปจะน าไปประกอบอาชีพได้หรือไม่ เพราะเหตุใด” ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียน


ใบงาน เรื่องความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียน รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ตอนที่ ๑ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. การเขียนมีความส าคัญอย่างไร ๒. การเขียนที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างจินตนาการ มีลักษณะในการเขียนอย่างไร ๓. การเขียนกับการอ่านมีความสัมพันธ์อย่างไร ๔. งานเขยีนของนายสมศกัดจิ์ะใหข้อ้เสนอแนะเกย่ีวกบัการพฒันาการเกษตรของไทย การเขยีน ลักษณะนี้


ตอนที่ ๒ ค าชี้แจง ให้นักเรียนน าข้อความที่ก าหนด เขียนลงในตารางให้ถูกต้อง ๑) ประเทศไทยปกครองแบบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ๒) พรุ่งนี้เธอจะไปเชียงใหม่แน่หรือ ๓) ทุกคนต้องแต่งแฟนซีมาร่วมงานคืนนี้ ๔) ฉันท าการบ้านไม่เสร็จ ๕) จงระลึกไว้เสมอว่า อนาคตของนักเรียนขึ้นอยู่กับการศึกษา ๖) คุณแม่ไม่ชอบดื่มกาแฟ ๗) โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน ๘) สภาพสังคมไทยเป็นอย่างนี้ เราควรท าอย่างไรดี ประโยค บอกเล่า ๑) ๒) ประโยค ค าถาม ๑) ๒) ประโยค ค าสั ่ง ๑) ๒) ประโยค ปฏิเสธ ๑) ๒)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง การเขียนบรรยาย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การเขียนบรรยายและพรรณนาต้องมีความรู้พื้นฐานในการเขียน และมีมารยาทในการเขียน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การเขียนบรรยาย มารยาทในการเขียน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนบรรยาย ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นเตรียมนักเรียน ๑. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่าในการเรียนต่อไปนี้ นักเรียนจะต้องเขียนบรรยายได้ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิม) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนบรรยาย จากหนังสือเรียน ขั้นเสนอตัวอย่าง ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ตัวอย่างการเขียนบรรยาย ๒. สมาชิกแต่ละกลุ่มพิจารณาแล้วเปรียบเทียบตัวอย่างการเขียน ขั้นหาองค์ประกอบรวม 1. สมาชิกแต่ละกลุ่มพิจารณาความคล้ายคลึงกันขององค์ประกอบจากตัวอย่างเพื่อเตรียมสรุปกฎเกณฑ์ ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นสรุปข้อสังเกตต่างๆ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปเป็นกฎเกณฑ์ นิยาม หลักการด้วยตัวนักเรียนเอง ขั้นน าข้อสรุปหรือกฎเกณฑ์ไปใช้ในสถานการณ์อื่น ๑. นักเรียนแต่ละคนท าใบงานเรื่อง การเขียนบรรยาย ๒. ครูให้นักเรียนแต่ละคนออกมาน าเสนอการเขียนบรรยายใน ใบงานโดยเรียงตามล าดับเลขที่หน้าชั้น เรียนครูตรวจสอบและประเมินการน าเสนอของนักเรียน ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง การเขียนบรรยาย ๓. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ตัวอย่างการเขียนบรรยาย


เอกสารประกอบการเรียน ตัวอย่างการเขียนบรรยาย รู้จักเบาหวาน เบาหวานเป็นโรคดั้งเดิมที่รู้จักกันมานาน หลายท่านอาจได้ยินมาว่าปัสสาวะของคนเป็นเบาหวานมี รสหวาน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เนื่องจากคนเป็นเบาหวานอาจมีน้ าตาลปนออกมาในปัสสาวะ จากการ ที่ร่างกายมีระดับน้ าตาลในเลือดสูงท่วมท้นการกรองของไตนั้นเอง โรคเบาหวาน คือ ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนที่มีชื่อว่า “อินซูลิน” ซึ่งมีหน้าที่น าน้ าตาลในเลือดเข้า สู่เซลล์เพื่อเผาผลาญให้เกิดพลังงานในการท ากิจกรรมต่างๆ ที่ว่าไม่สมดุลก็คือมีน้อยไม่พอกับความ ต้องการ หรือมีไม่น้อยแต่ไม่สามารถออกฤทธิ์ต่อผนังเซลล์ได้เต็มที่ ผลก็ออกมาเหมือนกับว่ามีอินซูลินน้อย คือพาน้ าตาลเข้าไปในเซลล์ไม่ได้ ท าให้ระดับน้ าตาลในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นภาวะที่เป็นพิษต่อเนื้อเยื่อ ทั่วไปในร่างกาย ที่มา: โภชนาการกับเบาหวานโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วันทนีย์ เกรียงสินยศ บทบาทของขัตติยนารีล้านนาในสมัยโบราณ สังคมล้านนาเป็นสังคมปิตาธิปไตย หรือสังคมชายเป็นใหญ่เช่นเดียวกับหลายสังคมอื่นในโลก สตรีมี สถานภาพด้อยกว่าบุรุษ สตรีจะมีอ านาจต้องผ่านทางบุรุษ รัฐล้านนาในสมัยโบราณ กษัตริย์มีอ านาจ สูงสุด ขัตติยนารีมีอ านาจได้เพราะ มีความสัมพันธ์กับกษัตริย์ในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นพระธิดา พระมเหสี หรือพระมหาเทวี (พระมารดา) ขัตติยนารี จึงมีอ านาจ โดยผ่านความสัมพันธ์ทางเครือ ญาติ และอ านาจจะมีมากหรือน้อยเพราะฐานะความเป็นญาติกับกษัตริย์ว่าใกล้ชิดเพียงใด ตามประวัติศาสตร์ล้านนา มหาเทวีหรือพระมารดามีอ านาจสูงมาก รองลงมาเป็นพระมเหสีซึ่งมี หลายระดับ ส่วนพระธิดามีอ านาจน้อย ดังนั้นหากขัตติยนารีใดต้องการเพิ่มพูนอ านาจก็ต้องสร้าง ความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกับกษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์อ านาจและแท้ที่จริงแล้วที่มาแห่งอ านาจของขัตติยนารี คือการเข้ามาอภิเษกสมรสกับกษัตริย์ ซึ่งจะท าให้มีฐานะเป็นมเหสี การจะเป็นมเหสีได้ย่อมต้องมีพื้นฐาน ทางครอบครัวสูงพอสมควร เช่น อาจเป็นธิดาของกษัตริย์เมืองใดเมืองหนึ่งหรือเป็นธิดาของขุนนาง ระดับสูงในเมืองนั้น ที่มา: ขัตติยานีศรีล้านนา “บทบาทของขัตติยนารีล้านนาในสมัยโบราณ” โดยสรัสวดี อ๋องสกุล


อาหารรสวิเศษของคนโบราณ ในการศึกษาเรื่องอาหารการกินอยู่นั้นเราจะต้องรู้ว่าชาวไทยส่วนใหญ่เป็นชาวกสิกรรมเป็น ชาวนาชาวสวนการกินอยู่ก็ง่ายๆ ได้เวลาอาหารก็ยกส ารับวางลงบนฟากที่นอกชานไม่ต้องปูเสื่อ สาดกันละกับข้าวมีไม่กี่อย่างเอาทัพพีหรือกระจ่าคดข้าวใส่ชามแล้วใช้มือเปิบข้าวกันเลย โปรดจ าไว้ว่าคนโบราณเขาใช้มือเปิบกันดังนี้อาหารประเภทเหลวๆ หรือแกงน่าจะเป็นของ ล าลองหรือมาทีหลังการท าอาหารแบบละเมียดละไมเช่นนึ่งหรือทอดนั้นน่าจะเป็นวัฒนธรรมจีน สมัยก่อนกระทะเหล็กถูกส่งมาขายโดยทาง เรือส าเภาเสียส่วนใหญ่รวมทั้งลังถึงส าหรับนึ่งด้วย ศิลาจารึกหลักที่หนึ่งกล่าวถึงอาหารหลักของคนไทยว่า“ในน ้ามีปลา ในนามีข้าว”แปลง่ายๆก็ คือกินข้าวกับปลาเป็นหลักคนไทยสมัยโบราณทักกันเมื่อแขกจะขึ้นบ้านเขาจะถามว่า“กินข้าวกิน ปลาแล้วหรือยัง” ที่มา: อาหารรสวิเศษของคนโบราณ โดยประยูรอุลุชาฎะ


ใบงาน เรื่องการเขียนบรรยาย รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนบรรยายสภาพความเป็นอยู่ในชุมชนของนักเรียน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ เรื่อง การเขียนพรรณนา รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การเขียนพรรณนาต้องมีความรู้พื้นฐานในการเขียน และมีมารยาทในการเขียน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การเขียนพรรณนา มารยาทในการเขียน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนพรรณนา ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นอธิบายปัญหา ๑. ครูแจกเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง ตัวอย่างการเขียนพรรณนา ให้นักเรียนอ่าน ๒. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า ในการเรียนต่อไปนี้ นักเรียนจะต้องเขียนพรรณนาได้ ๓. ครูสนทนากับนักเรียนถึงวิธีการเขียนพรรณนาตามตัวอย่างที่ได้อ่าน แล้วซักถามนักเรียนว่า จาก ตัวอย่างนี้นักเรียนคิดว่า ผู้เขียนมีวิธีการเขียนอย่างไร ขั้นอธิบายกฎหรือหลักการเพื่อการแก้ปัญหา ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนพรรณนาจากหนังสือเรียน ๒. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการเขียนพรรณนาเพื่อให้นักเรียนได้เลือกใช้ในการเขียน ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ การเขียนพรรณนาต่างจากการเขียนบรรยายอย่างไร” ขั้นตัดสินใจ ๑. นักเรียนแต่ละคนท าใบงานเรื่อง การเขียนพรรณนา เมื่อท าเสร็จแล้วให้น าส่งครูตรวจ ขั้นพิสูจน์หรือตรวจค าตอบ ๑. ครูตรวจประเมินผลการท าใบงานของนักเรียนแต่ละคน ๒. ครูชมเชยนักเรียนคนที่เขียนพรรณนาได้ดี พร้อมกับน าผลงานมาให้เพื่อนๆ ดู ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง การเขียนพรรณนา ๓. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ตัวอย่างการเขียนพรรณนา


เอกสารประกอบการเรียน ตัวอย่างการเขียนพรรณนา ท้องฟ้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เป็นใคร ก็อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน เพียงแต่แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าก็ได้แง่คิดต่างๆ อย่างเช่น โลกกลมๆ ใบนี้อยู่กลางจักรวาลอันกว้าง ใหญ่ ซึ่งเมื่อเทียบขนาดแล้วโลกก็เป็นเพียงผงธุลี มนุษย์ตัวจ้อยน้อยนิดเช่นเราจึงสมควรเจียมตนและเจียม ใจ ไม่หลงลืมไปว่าตนเองด้อย น้อยค่าเพียงใดในธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้ ความสุขอย่างหนึ่ง คือ การได้นอนมองดูฟ้า ชาวกรุงเทพฯ หาโอกาสชมฟ้ายากนัก ไม่มีเวลาคือ อุปสรรคส าคัญ เพราะวันทั้งวันต้องท างาน กว่าจะว่างก็มืดค่ าและล้าแรงเกินกว่าจะนอนชมฟ้าชมดาวที่ ไม่ค่อยจะมีให้เห็นเพราะมลพิษ เป็นเหตุ หากอยากจะพักผ่อนจริงจังก็ต้องหาวันหยุดออกไปนอกเมือง ไปทีไรก็ปลอดโปร่งโล่งใจ นอนชมฟ้ากว้างและ บอกตัวเองว่าชีวิตควรเป็นเช่นนี้ ผืนฟ้ามีลวดลายไม่ซ้ าตามช่วงเวลาของวันและตามฤดูกาล ฟ้าใสไร้เมฆก็โล่งโปร่งตา มีเมฆแต่น้อย เกลี่ยกระจาย ไปทั่วดูนวลนุ่ม แม้แต่ยามที่มีแต่เมฆด าก็ดูคึกคักและเร้าใจ ชวนให้ลุ้นว่าฝนจะเทลงมา เมื่อไร และเมื่อฝนขาดเม็ด ท้องฟ้า ก็กระจ่างใสราวกับไม่เคยมีเมฆบดบังมาก่อน ได้ปรัชญาชีวิตจากการ มองฟ้าเช่นนี้เอง ที่มา: ใส่สีชีวิต โดยงามพรรณ เวชชาชีวะ


Click to View FlipBook Version