ใบงาน เรื่องการวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่านเรื่อง ผีเสื้อกับดอกไม้ แล้วตอบค าถาม ผีเสื้อกับดอกไม้ เสียงกลอง ปี่ ฉาบ ดังประสานกันมาแต่ไกล ขบวนแห่ก าลังเดินทางมาสู่บริเวณงานแล้ว การ ถกเถียงจึงหยุดลงชั่วคราว ขณะที่ทุกคนหันไปมองที่มาของเสียงเป็นตาเดียว ไม่มีเสียงพูดคุยอะไรกัน อีก นอกจากบางคนที่หัวถนน ซึ่งได้เห็นขบวนแห่แล้วพึมพ าในความสวยงามของการประดับ ประดา แถวน าขบวนแต่งตัวเต็มยศ พวกผู้ชายสวมกางเกงขายาว นุ่งโสร่งสั้นแค่เข่าทับอีกชั้นหนึ่ง และ สวมเสื้อแขนยาวสีขาว ทุกคนมีโบผูกที่คอ ส่วนผู้หญิงอีกแถวหนึ่งนุ่งโสร่งหลากหลายสีกรอมเท้า เสื้อสี เหมือนกัน สีชมพูอ่อน แขนยาวทรงกระบอก กระดุมโลหะสีทองวาววามล้อแสงอาทิตย์ ทุกคนแต่งหน้า สวยงามยิ้มแย้มแจ่มใส ที่มา: ผีเสื้อกับดอกไม้ โดยนิพพาน ๑. นักเรียนคิดว่าข้อความจากเรื่อง ผีเสื้อกับดอกไม้ เป็นการเขียนพรรณนาหรือไม่ เพราะเหตุใด ๒. ให้นักเรียนเลือกเขียนพรรณนาขบวนแห่ ให้ถูกต้องตามหลักการเขียนพรรณนา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ เรื่อง การเขียนเรียงความ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ม.๒/๓ เขียนเรียงความ ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ต้องมีความรู้เรื่องหลักการเขียน และมีมารยาทในการ เขียน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ มารยาทในการเขียน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนเรียงความ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนเรียงความเกี่ยวกับ แหล่งท่องเที่ยวที่ประทับใจ แบบประเมินการเขียนเรียงความ เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่ประทับใจ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นกระตุ้นความสนใจ ๑. ครูน าตัวอย่างเรียงความที่ได้รับรางวัลจากการประกวดทักษะวิชาการที่โรงเรียนจัดขึ้นมาอ่านให้ นักเรียนฟัง ๒. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงจุดเด่นและจุดด้อยของเรียงความ ที่ครูอ่านให้ฟัง ๓. ครูสุ่มเลขที่นักเรียน ๒-๓ คน ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงจุดด้อยของเรียงความ ขั้นส ารวจค้นหา ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนเรียงความ จากหนังสือเรียนและแหล่งข้อมูล สารสนเทศ ๒. นักเรียนตอบค าถาม“ นักเรียนคิดว่า การใช้ผังความคิดในการเขียนเรียงความ มีความจ าเป็นมาก น้อยเพียงใด ถ้าไม่ใช้ผังความคิดแต่ไปใช้วิธีอื่นได้หรือไม่ อย่างไร” ขั้นอธิบายความรู้ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปประเด็นส าคัญเกี่ยวกับการเขียนเรียงความ เพื่อท าความเข้าใจให้ ถูกต้อง ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง หลักการเขียนเรียงความเมื่อท าเสร็จแล้วให้น าส่งครูตรวจ ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นขยายความเข้าใจ 1. นักเรียนแต่ละคนท าใบงานเรื่อง การเขียนเรียงความเมื่อท าเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความเรียบร้อย ขั้นตรวจสอบผล ครูสุ่มนักเรียนหญิงและชาย ฝ่ายละ ๑ คน น าเสนอการเขียนเรียงความในใบงาน ครูตรวจสอบและ ประเมินการน าเสนอของนักเรียนจากนั้นให้ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครูตรวจ ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนเขียนเรียงความเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่ประทับใจ โดยให้ ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด ดังนี้ ๑) องค์ประกอบของการเขียนเรียงความ ๓) การเขียนบรรยาย ๒) การใช้ส านวนภาษา ๔) การเขียนพรรณนา ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง หลักการเขียนเรียงความ ๓. ใบงานเรื่อง การเขียนเรียงความ ๔ . ตัวอย่างเรียงความ
ใบงาน เรื่องหลักการเขียนเรียงความ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายข้อความต่อไปนี้มาพอสังเขป ๑. ความหมายของเรียงความ ๒. การเขียนค าน า ๓. การเขียนเนื้อเรื่อง ๔. การเขียนสรุป
ใบงาน เรื่องการเขียนเรียงความ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกประสบการณ์ที่นักเรียนมีความประทับใจ ๑ เหตุการณ์ มาเขียนให้ถูกต้อง ตามหลักการเขียนเรียงความ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ เรื่อง การเขียนเจดหมายกิจธุระ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๖เขียนจดหมายกิจธุระ ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การเขียนจดหมายกิจธุระ ต้องเขียนให้ถูกต้องตามหลักการเขียน และมีมารยาทในการเขียน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การเขียนจดหมายกิจธุระ - จดหมายเชิญวิทยากร - จดหมายขอความอนุเคราะห์ มารยาทในการเขียน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนจดหมาย ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้น สังเกต ตระหนัก ๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องความส าคัญและความจ าเป็นในการเขียนจดหมายเพื่อการสื่อสาร ๒. ครูก าหนดให้นักเรียนเขียนจดหมายกิจธุระ คือ จดหมายเชิญวิทยากร และจดหมายขอความ อนุเคราะห์ ๓. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า การเขียนจดหมายกิจธุระ จะต้องปฏิบัติอย่างไร ขั้นวางแผนปฏิบตัิ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนก าหนดแนวทางค้นหาความรู้เกี่ยวกับการเขียนจดหมายกิจธุระ พร้อมแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม ขั้น ลงมือปฏิบตัิ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ จากหนังสือเรียน ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามที่ได้วางแผนร่วมกันไว้ ชั ่วโมงที่ ๒ ขั้น พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาท าใบงานเรื่อง หลักการเขียนจดหมายกิจธุระ ๒. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน ๒-๓กลุ่ม น าเสนอค าตอบในใบงาน ครูและเพื่อนนักเรียนกลุ่มอื่น ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ๓. นักเรียนตอบค าถาม “การเขียนจดหมายกิจธรุะให้ใช้ภาษาระดบัใด เพราะเหตใุด” ขั้นสรุป ๑. นักเรียนแต่ละคนท าใบงานที่ ๔.๘เรอื่ง การเขียนจดหมายกิจธรุะเมื่อท าเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความ เรียบร้อย ๒. ครูสุ่มนักเรียน ๒-๓ คน ออกมาน าเสนอการเขียนจดหมายกิจธุระในใบงาน หน้าชั้นเรียน ครู ตรวจสอบและประเมินการน าเสนอของนักเรียน จากนั้นให้ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่ง ครู ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง หลักการเขียนจดหมายกิจธุระ ๓. ใบงานเรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ
ใบงาน เรื่องหลักการเขียนจดหมายกิจธุระ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายวิธีการเขียนจดหมายกิจธุระ ตามต าแหน่งที่ก าหนด (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) ( ) (๘) (๙) (๑๐)
ต าแหน่งที่ (๑) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๒) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๓) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๔) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๕) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๖) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๗) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๘) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๙) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้ ต าแหน่งที่ (๑๐) คือ มีวิธีการเขียน ดังนี้
ใบงาน เรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ค าชี้แจง ให้นักเรียนสมมุติสถานการณ์มีข่าวลือเกี่ยวกับภัยธรรมชาติขึ้นมา ๑ สถานการณ์ ซึ่งท าให้ ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวลือ ในฐานะที่นักเรียนเป็นประธาน หมู่บ้าน ให้เขียนจดหมายเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้มาให้ความรู้แก่ประชาชนใน ท้องถิ่น โดยเขียนให้ถูกต้องตามหลักการเขียนจดหมายเชิญวิทยากร
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ เรื่องความรู้พื้นฐานในการพูด รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม.๒/๖มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การพูดที่ดีผู้พูดต้องมีความรู้เกี่ยวกับการพูด และมีมารยาทในการพูด ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) มารยาทในการฟัง การดู และการพูดมารยาทในการเขียน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เขียนจดหมาย ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นกระตุ้นความสนใจ ๑. ครูให้นักเรียนบอกชื่อพิธีกรผู้จัดรายการทางโทรทัศน์ที่นักเรียนสนใจ ๒. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับพิธีกรผู้จัดรายการต่างๆ ที่นักเรียนสนใจ แล้วให้นักเรียนแสดงความ คิดเห็นว่า พิธีกรแต่ละคนมีวิธีการพูดอย่างไร ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ นักเรียนมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับพิธีกรที่ออกเสียงไม่ถูกต้องตาม อักขรวิธี” ขั้นส ารวจค้นหา นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔คน ตามความสมัครใจ จากนั้น ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ความรู้พื้นฐานในการพูด จากหนังสือเรียน ขั้นอธิบายความรู้ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายความหมายของการพูด องค์ประกอบของการพูด คุณสมบัติของผู้ พูด และมารยาทในการพูด ๒. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มที่ไม่เข้าใจให้ซักถามเพื่อนในกลุ่มจนเกิดความเข้าใจ ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ การพูดมีความส าคัญต่อชีวิตประจ าวันของนักเรียนอย่างไร และมีความ จ าเป็นหรือไม่ ที่จะต้องมีมารยาทในการพูด” ขั้นขยายความเข้าใจ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง ความรู้พื้นฐานในการพูด เมื่อท าเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความ เรียบร้อย ๒. นักเรียนตอบค าถาม “ ถ้านักเรียนไม่รักษามารยาทในการพูดจะส่งผลเสียอย่างไร” ขั้นตรวจสอบผล ๑. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอค าตอบในใบงาน ครูตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นให้ ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานส่งครู ๒. นักเรียนแต่ละคนท าแบบวัดฯ ตอนที่ ๓(การพูดสรุปความ จากสื่อที่ฟังและดู) กิจกรรมฝึกทักษะ เมื่อ ท าเสร็จแล้วให้น าส่งครูตรวจ ๓. นักเรียนตอบค าถาม “ การมีความรู้พื้นฐานในการพูด มีผลดีต่อนักเรียนอย่างไร” ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง ความรู้พื้นฐานในการพูด
ใบงาน เรื่องความรู้พื้นฐานในการพูด รายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครูศิวพร สุขส าแดง ชื่อ............................................................................................ เลขที่ ........................ ชั้น.................................. ตอนที่ ๑ ค าชี้แจง ให้นักเรียนน าพยัญชนะ ก-ง หน้าข้อความมาเติมลงในช่องว่างให้ใจความสัมพันธ์กัน ก. ความหมายของการพูด ค. คุณสมบัติของผู้พูด ข. องค์ประกอบของการพูด ง. มารยาทในการพูด ๑) การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความต้องการของผู้พูดไปยังผู้รับสาร ๒) มีความประพฤติดี มีคุณธรรม ๓) เนื้อเรื่องที่จะถ่ายทอดต้องมีความถูกต้อง ชัดเจน ๔) รับผิดชอบต่อค าพูดของตน ๕) มีความเชื่อมั่นในความรู้ความคิดของตน ๖) ผู้รับสารที่ผู้พูดถ่ายทอดมาให้ ซึ่งผู้ฟังต้องตั้งใจฟังอย่างมีสมาธิ ๗) นั่งหรือยืนตัวตรง สง่าผึ่งผาย ๘) ต้องรู้จักผู้ฟัง ๙) รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้เป็นปกติอยู่เสมอ ๑๐) ผู้ที่ต้องการแสดงความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้ฟัง ตอนที่ ๒ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ นักเรียนคิดว่าคุณสมบัติของผู้พูดข้อใดส าคัญที่สุด จงอธิบายและยกเหตุผลประกอบ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ เรื่องหลักการพูดสรุปความจากสื่อ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๓.๑ม.๒/๑พูดสรุปใจความส าคัญของเรื่องที่ฟังและดู ม.๒/๖มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การพูดสรุปใจความจากสื่อ ต้องมีความรู้เรื่องหลักการฟัง การดู และการพูด และมีมารยาทใน การฟัง การดู และการพูด ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู มารยาทในการฟัง การดู และการพูด ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) พูดสรุปความ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) พูดสรุปความ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นสังเกต ตระหนัก ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิม) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง หลักการพูดสรุปความจากสื่อ จากหนังสือ เรียน ๒. ครูก าหนดให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฟังและดูรายการเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก แล้วสรุป ความ เพื่อน ามาพูดหน้าชั้นเรียน ขั้นวางแผนปฏิบัติ นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔คน ตามความสมัครใจ จากนั้น ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ความรู้พื้นฐานในการพูด จากหนังสือเรียน ขั้นลงมือปฏิบัติ ๑. สมาชิกแต่ละกลุ่มสืบค้นรายการเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามแผนปฏิบัติงานที่ได้วางแผนไว้ ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ๑. สมาชิกแต่ละกลุ่มฟังและดูรายการเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก แล้วสรุปใจความส าคัญของ เรื่อง เช่น จุดหมายของเรื่อง ล าดับเหตุการณ์ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเคราะห์ข้อความที่ได้จากการสืบค้นมาเรียบเรียงเนื้อหาใหม่ให้มีความกระชับ ชัดเจน สละสลวย ขั้นสรุป ๑. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มพูดสรุปใจความส าคัญจากเรื่องที่ฟังและดูหน้าชั้นเรียน ๒. ครูประเมินการพูดสรุปใจความส าคัญของนักเรียนแต่ละกลุ่ม ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ เรื่องการพูดวิเคราะห์วิจารณ์จากสื่อที่ฟังและดู รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๓.๑ม.๒/๓ วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่ฟังและดูอย่างมีเหตุผล เพื่อน าข้อคิดมาประยุกต์ใช้ใน การด าเนินชีวิต ม.๒/๖มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การพูดวิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่ฟังและดู เพื่อน าข้อคิดมาประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิต ต้อง มีความรู้เรื่องหลักการฟัง การดู และการพูด และมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การพูดวิเคราะห์และวิจารณ์จากเรื่องที่ฟังและดู มารยาทในการฟัง การดู และการพูด ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) พูดวิเคราะห์วิจารณ์ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) พูดสรุปความ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
กลุ่ม สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการท างาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตการแสดงและตรวจการเขียน บทละครสรุปข้อคิด แบบประเมินการแสดงและการ เขียน บทละครสรุป ข้อคิด ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นสังเกต ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิม) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การพูดวิเคราะห์วิจารณ์จากสื่อที่ฟังและดู จากหนังสือเรียน ๒. ครูก าหนดประเด็นปัญหาให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกฟังพระธรรมเทศนา จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ กลุ่มละ ๑เรื่อง เพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มฟังและดูเรื่องที่จะวิเคราะห์อย่างตั้งใจ แยกแยะข้อมูลอย่างละเอียด พิจารณาว่า ส่วนใดเป็นประโยชน์ในการน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิต ขั้นอธิบาย นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดระบบความคิดแล้วน าเสนอผลการวิเคราะห์วิจารณ์ โดยยกเหตุผล ประกอบให้ชัดเจน ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นท านาย นักเรียนแต่ละกลุ่มท านาย หรือพยากรณ์วิธีการน าข้อคิดไปแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นว่า เมื่อเกิดแล้วผล เป็นอย่างไรและแก้ไขอย่างไร ขั้นน าไปใช้และสร้างสรรค์ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการวิเคราะห์วิจารณ์ เพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในการ ด าเนินชีวิต ๒. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอข้อคิดที่ได้จากการวิเคราะห์วิจารณ์ ครูและนักเรียนกลุ่มอื่น ร่วมกันตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ เรื่องพยางค์ ค า และการสร้างค า รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๔ .๑ ม.๒/๑ สร้างค าในภาษาไทย ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การสร้างค าเพื่อการสื่อสารมีหลายวิธี ค าสมาสก็เป็นวิธีการสร้างค าวิธีหนึ่งโดยน าค าภาษาบาลีหรือ ภาษาสันสกฤตมาประสมกัน เกิดเป็นค าใหม่ มีความหมายใหม่ การสร้างค าสมาสมี ๒ วิธี คือ การสมาสกับการ สนธิ การมีความรู้เรื่องค าสมาส จะท าให้รู้จักและใช้ค าในภาษาไทยได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การสร้างค า ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) สร้างค า ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง การสร้างค าฯ ใบงาน เรื่อง การสร้างค าฯ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่องการวิเคราะห์ ใบงาน เรื่องการวิเคราะห์ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่องการสังเคราะห์ฯ ใบงาน เรื่องการสังเคราะห์ฯ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน ๒. ครูให้สมาชิกแต่ละกลุ่มแบ่งหัวข้อศึกษาเรื่อง การสร้างค า ซึ่งมี ๔ ประเภท คือ ค าประสม ค าซ้อน ค าซ้ า และค าสมาส จากหนังสือเรียน และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๓. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มท าความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายและวิธีการสร้างค า ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่ม เพื่อสรุปองค์ความรู้ เกี่ยวกับการสร้างค า ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าใบงานเรื่อง การสร้างค าในภาษาไทย โดยให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มหา ค าตอบด้วยตนเองจนครบทุกข้อ จากนั้นจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอธิบายค าตอบให้คู่ของตนเองฟัง ๖. นักเรียนในกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ ๒ ๑. นักเรียนนั่งตามกลุ่มเดิม ร่วมกันท าใบงานเรื่อง การวิเคราะห์การสร้างค าในภาษาไทยโดยให้สมาชิก แต่ละคนปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ๑) สมาชิกคนที่ ๑ เขียนค าตอบในข้อ ๑ แล้วส่งให้สมาชิกคนที่ ๒ ๒) สมาชิกคนที่ ๒ ตรวจสอบค าตอบในข้อ ๑แล้วเขียนค าตอบในข้อ ๒ จากนั้นส่งให้สมาชิกคนที่ ๓ ๓) สมาชิกคนที่ ๓ ตรวจสอบค าตอบในข้อ ๒ แล้วเขียนค าตอบในข้อ ๓ จากนั้นส่งให้สมาชิกคนที่ ๔ ๔) สมาชิกคนที่ ๔ ตรวจสอบค าตอบในข้อ ๓ แล้วเขียนค าตอบในข้อ ๔ จากนั้นส่งให้สมาชิกคนที่ ๑ สมาชิกแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมเช่นนี้หมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนครบทุกข้อ ๒. สมาชิกแต่ละคนที่ตรวจสอบการเขียนค าตอบ ถ้าเห็นว่ายังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ก็ให้เขียนอธิบาย เพิ่มเติม ๓. สมาชิกในแต่ละกลุ่มจะได้มีโอกาสอ่านและเขียนค าตอบหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ จนเสร็จ คือ สามารถ เขียนอธิบายได้ชัดเจนครบถ้วนทุกค าตอบ ๔. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงความจ าเป็นที่จะต้องสร้างค าขึ้นมาใช้ในภาษาไทย ๕. นักเรียนแต่ละคนท าใบงาน เรื่อง การสังเคราะห์ความรู้การสร้างค าในภาษาไทยเมื่อท าเสร็จแล้วให้ ตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนน าส่งครูตรวจ ๖. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่อง การสร้างค า และการน าความรู้ไปใช้ให้ เป็นประโยชน์ต่อไป ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง การสร้างค าในภาษาไทย ๓ . ใบงานเรื่อง การวิเคราะห์การสร้างค าในภาษาไทย ๔ . ใบงานเรื่อง การสังเคราะห์ความรู้การสร้างค าในภาษาไทย
ใบงาน ๘.๑เรื่อง การสร้างค าในภาษาไทย ค าชี้แจงให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. เหตุใดจึงมีการสร้างค าในภาษาไทย ๒. ค าประสมมีลักษณะอย่างไร มีวิธีการสร้างอย่างไร ๓. ค าซ้อนมีลักษณะอย่างไร มีวิธีการสร้างอย่างไร ๔. ค าซ้ ามีลักษณะอย่างไร มีวิธีการสร้างอย่างไร ๕. ค าสมาสมีลักษณะอย่างไร มีวิธีการสร้างอย่างไร ๖. ค าสมาสที่มีสนธิมีลักษณะอย่างไร มีวิธีการสร้างอย่างไร ๗. ค าซ้อนเพื่อเสียงมีลักษณะอย่างไร มีวิธีการสร้างอย่างไร ๘. จากการศึกษาเรื่องค าสมาส นักเรียนได้รับความรู้เรื่องใดบ้างนอกจากเรื่องการสร้างค า
ใบงาน ๘.๑เรื่อง การวิเคราะห์การสร้างค าในภาษาไทย ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนอธิบายการสร้างค าลงในตาราง ค า ความหมาย วิธีการสร้างค า โครงสร้าง (ตัวอย่าง) ตาขาว แสดงอาการขลาดกลัว ค าประสม ตา+ขาว ๑. สองหัว ๒. ดี๊ดี ๓. เกียรติคุณ ๔. ขอทาน ๕. สีเทาๆ ๖. ปฐมวัย ๗. ได้เสีย ๘. เสื้อผ้า ๙. มนุษยธรรม ๑๐. หน้าตา ๑๑. กลมๆ ๑๒. คณิตศาสตร์ ๑๓. น้อยหน้า ๑๔. ตอนเช้าๆ ๑๕. ห่อหมก ๑๖. ถ้วยชาม
ใบงาน ๘.๑เรื่อง การสังเคราะห์ความรู้การสร้างค าในภาษาไทย ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนบทสนทนาเพื่ออธิบายการสร้างค า ตามที่ก าหนด (ตัวอย่าง) บทสนทนาระหว่างนักเรียนกับครู นักเรียน : ครูครับ ผมอยากทราบว่า ค าว่า มดแดง เป็นค าประสมใช่หรือเปล่าครับ ครู : ใช่จ๊ะ เพราะเป็นค ามูลที่มีความหมายต่างกัน มารวมกันเป็นค าเดียวและมี ความหมายใหม่เกิดขึ้น ๑. ค าประสม ๒. ค าซ้อน ๓. ค าซ้ า ๔. ค าสมาส
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ เรื่องที่มาและประโยชน์การเรียนค าราชาศัพท์ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๔ .๑ ม.๒/๔ ใช้ค าราชาศัพท์ ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) ค าราชาศัพท์เป็นระเบียบแบบแผนในการใช้ภาษาที่ต้องใช้ให้ถูกต้องตามระดับของบุคคล ซึ่งมีที่มา และมีประโยชน์ในการศึกษา ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) ค าราชาศัพท์ ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) อธิบาย ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง ที่มาฯ ใบงานเรื่อง ที่มาฯ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ที่มาของค าราชาศัพท์ และประโยชน์ ของการเรียนค าราชาศัพท์ จากหนังสือเรียน ๒. ครูให้นักเรียนดูข่าวในพระราชส านัก จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ แล้วสังเกตการบรรยายและการ ใช้ค าราชาศัพท์ ๓. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ค าที่ใช้ในการบรรยายข่าวในพระราชส านักว่า มีความเหมือนหรือความ แตกต่างจากค าที่ใช้โดยทั่วไป ๔. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นว่า เหตุใดค าที่ใช้ในการบรรยายข่าวในพระราชส านักจึง แตกต่างจากค าที่ใช้โดยทั่วไป นักเรียนคิดว่าค าราชาศัพท์มีความเป็นมาอย่างไร เพราะเหตุใด และการ เรียนเรื่องค าราชาศัพท์ จะมีประโยชน์ส าหรับนักเรียนอย่างไร ๕. นักเรียนแต่ละคนท า ใบงานเรื่อง ที่มาและประโยชน์ของการเรียนค าราชาศัพท์ เมื่อท าเสร็จแล้วให้ น าส่งครูตรวจ ๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความส าคัญของค าราชาศัพท์และความจ าเป็นในการเรียนค าราชาศัพท์ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๗.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ข่าวในพระราชส านัก ๓ .ใบงานเรื่อง ที่มาและประโยชน์ของการเรียนค าราชาศัพท์ ๗.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ -http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=๑๐&path=๑๘๔๒๒
ใบงาน ๘.๑เรื่อง ที่มาและประโยชน์ของการเรียนค าราชาศัพท์ ตอนที่ ๑ ค าชี้แจง ให้นักเรียนน าอักษร ก-ฉ หน้าข้อความใส่ลงในช่องว่างให้ใจความสัมพันธ์กัน ก. พ่อขุนรามค าแหงมหาราช ค. ระดับชั้นของบุคคล จ. การปกครองแบบเทวราชา ข. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ง. กฎมณเฑียรบาล ฉ. การใช้ค าราชาศัพท์ ๑. เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบพ่อกับลูก มาเป็นแบบเทวราชา ๒. มีหลักฐานการใช้ค าราชาศัพท์ครั้งแรก ๓. หลักฐานที่ระบุถึงการใช้ค าราชาศัพท์อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ๔. ระเบียบการใช้ภาษาให้เหมาะกับระดับชั้นของบุคคล ๕. มีความแตกต่างตามชาติวุฒิ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ ๖. มีความเชื่อว่ากษัตริย์ คือ สมมติเทพ ตอนที่ ๒ ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายประโยชน์ของการเรียนค าราชาศัพท์ ประโยชน์ของการเรียนค าราชาศัพท์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ เรื่องค าราชาศัพท์ส าหรับบุคคลต่างๆ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๔ .๑ ม.๒/๔ ใช้ค าราชาศัพท์ ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) ค าราชาศัพท์เป็นระเบียบแบบแผนในการใช้ภาษาที่ต้องใช้ให้ถูกต้องตามระดับของบุคคล ซึ่งมีที่มา และมีประโยชน์ในการศึกษา ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) ค าราชาศัพท์ ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) เลือกใช้ค าราชาศัพท์ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตการพูดรายงานการใช้ค าราชา ศัพท์ส าหรับบุคคลระดับต่างๆ แบบประเมินการพูดรายงานการใช้ค า ราชาศัพท์ส าหรับบุคคลระดับต่างๆ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าให้นักเรียนอ่านแล้วขีดเส้นใต้ค าราชาศัพท์ที่ ปรากฏในเรื่อง ๒. นักเรียนช่วยกันพิจารณาค าที่นักเรียนไม่รู้ความหมาย และใช้ไม่ถูกนั้นมีกี่ค า ๓. ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า ค าราชาศัพท์ในความหมายเดิม หมายถึง ศัพท์ที่ใช้กับพระราชา แต่ในปัจจุบันนี้ยังใช้กับบุคคลระดับอื่นด้วย ๔. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ภาษาที่แตกต่างตามระดับชั้นของบุคคลว่าเป็นผลดี หรือผลเสียอย่างไร ๕. ครูก าหนดหัวข้อให้นักเรียนเลือกศึกษา และสาธิตการจัดกิจกรรมประกอบ ดังนี้ ๑) ศึกษาค าราชาศัพท์ส าหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ๒) ศึกษาค าราชาศัพท์ส าหรับพระภิกษุสงฆ์ ๓) ศึกษาค าสุภาพส าหรับบุคคลทั่วไป ๖ .นักเรียนเลือกหัวข้อที่สนใจ และแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ตามหัวข้อที่ก าหนด ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาหัวข้อที่กลุ่มเลือก และหาแนวทางศึกษาความรู้ ๘ . นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าในหัวข้อที่รับผิดชอบ จากหนังสือเรียน ห้องสมุด และแหล่งข้อมูล สารสนเทศ ชั่วโมงที่ ๒ ๑ . นักเรียนแต่ละกลุ่มรายงานผลการศึกษาค้นคว้า โดยใช้ภาษาให้ถูกต้องตามระดับบุคคลในสถานการณ์ ดังนี้ - กลุ่มที่ ๑ รายงานการใช้ค าราชาศัพท์ส าหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ และกล่าว รายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จมาเยี่ยมโครงการภาษาและ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่นักเรียนจัดท าขึ้น ในวโรกาสที่พระองค์เสด็จมาเยี่ยมโรงเรียน - กลุ่มที่ ๒ รายงานการใช้ค าราชาศัพท์ส าหรับพระภิกษุสงฆ์ และเขียนจดหมายไปนิมนต์พระสงฆ์มาท า พิธีในงานท าบุญขึ้นบ้านใหม่ - กลุ่มที่ ๓ รายงานการใช้ค าสุภาพส าหรับบุคคลทั่วไป และกล่าวต้อนรับคณะกรรมการนักเรียนจาก โรงเรียนอื่นๆ ในเขตพื้นที่การศึกษาเดียวกับนักเรียนที่มาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดงานกีฬาสี ๒. ครูประเมินการรายงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และร่วมกันกับนักเรียนสรุปความรู้ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๗.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบความรู้ เรื่อง สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ๗.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ -http://www.meemodo.com/Learn%๒๐๑.html - http://info.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=๒๖&id=๑๖๙๑๘
เรื่อง สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในปัจฉิมวัย เมื่อพระชนมายุได้ ๗๕-๗๖ พรรษามีอาการประชวรมากจัดว่าเป็นครั้งใหญ่ส าคัญครั้ง หนึ่งคราวเสด็จประพาสเกาะชวาแต่กลางเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๘๑ เริ่มประชวร ซึ่งราว ๑๐ วันก็หาย ประชวรแต่แล้วทรงประชวรไข้หวัดใหญ่จนมีพระอาการหนักเป็นที่น่าวิตกได้จัดหานายแพทย์ชาวยุโรป ผู้ช านาญมาปรึกษาพร้อมด้วยนายแพทย์ประจ าพระองค์ระหว่างประทับอยู่ที่ชวา ครั้นเสด็จกลับ กรุงเทพฯ แล้วยังต้องถวายการรักษาพยาบาลอยู่อีก ๑ เดือนเศษรวมเวลาประชวรครั้งนี้ร่วม ๓ เดือน นายแพทย์ประจ าพระองค์ได้ลงความเห็นว่าภายหลังหายประชวรครั้งนี้แล้ว ทรงเป็นปกติเรื่อยมาเป็น เวลาตั้ง ๑๒ ปีจึงมีพระอาการประชวรที่จัดว่ามากอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ในขณะที่ ทรงเจริญพระชนมายุมากถึง ๘๘ พรรษาแล้วด้วยเหตุเพราะพลาดจากพระที่นั่งกระแทกกับพื้นห้อง ประทับ ท าให้พระอัฐิคอต้น พระเพลาหัก เป็นเหตุให้ทรงพระด าเนินไม่ได้ ครั้นถึงวันที่ ๒๐ตุลาคม ๒๔๙๘ ประชวรไข้ นายแพทย์หม่อมหลวงเกษตรสนิทวงศ์ผู้ท าการแทนนายแพทย์ประจ าพระองค์ได้ ถวายการรักษาทันทีปรากฏว่ามีการอักเสบที่พระปัปผาสะ แพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างดีที่สุดพระ อาการก็มีแต่ทรงและทรุดลง ในระยะหลังพระอาการทางพระปัปผาสะดีขึ้นแต่กลับมีอาการทางพระ หทัยอ่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระราชธุระในอาการพระประชวรอย่างยิ่งทรงฟังรายงานหมอทุกระยะ เสด็จพระราชด าเนินไม่ขาด จนวันที่๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘อันเป็นวันที่พระชนมายุได้ ๙๓ พรรษา ๓ เดือน ๗ วัน ย่างเข้ามา หน้าห้องบรรทมสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับอยู่ นอกจากนั้นก็มีพระเจ้าบรม วงศ์เธอพระองค์เจ้าวาปี บุษบากร หม่อมเจ้า หลานๆ และข้าหลวงหมอบเฝ้าเต็มไป เพราะเป็นที่ทราบ กันแล้วว่าพระอาการทรุดลงตั้งแต่ ๕ ทุ่มจึงมาคอยส่งเสด็จกันพร้อมหน้า ในวาระสุดท้าย สองยามผ่าน ไป ตีหนึ่งผ่านไป ตีสองผ่านไป ชาววังที่เฝ้าอยู่ในที่นั้นทั้งปวงต่างก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เบาๆ ติดต่อกัน โดยหาตัวผู้สวดไม่ได้พอผ่านไปได้ ๑๖ นาที สมเด็จฯ ก็เสด็จสู่สวรรคาลัยอย่างสงบพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวทรงหมอบกราบถวายบังคมอยู่ปลายพระบาทนั้นเอง สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงด ารงพระชนมายุถึง ๖ แผ่นดิน นับจากรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๙ ในปัจจุบัน ทรงผ่านความทุกข์ ความโศก ความวิปโยค และความ อาดูรมาเกือบจะตลอดพระชนมายุของพระองค์อันนับได้ถึง ๙๓ พรรษาเศษแต่ก็ทรงประคับประคอง พระองค์ไว้ได้ตลอดด้วยพระขันติธรรมมิได้มีบกพร่องทั้งในฐานะพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระราชเทวี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าฯ พระ บรมราชเทวีสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า และสมเด็จพระศรี- สว รินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงปฏิบัติพระราชภาระด้วยดีทรงด ารงพระราชฐานะทรง เป็นกุลเชษฐ์แห่งราชสกุลวงศ์ ที่มา:http://www.somdej.or.th/index.php?option=com_content&view=section&id= ๑&Itemid=๓ ใบความรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๒ เรื่องศิลาจารึกหลักที่ ๑ (สรุปเนื้อหาและค าศัพท์) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การศึกษาเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จะต้องสรุปเนื้อหาจากเรื่องที่อ่าน และจ าเป็นต้องรู้ค าศัพท์ที่ ปรากฏอยู่ในเรื่อง เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาของเรื่องได้อย่างถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) ๑ ) การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย บทร้อยแก้วที่เป็นบทบรรยายและพรรณนา ๒) วรรณคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ๓.๒ ทักษะกระบวนการ (P) อ่านออกเสียง และสรุป ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) น าเสนองาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑ . ครูเปิดเพลง ในน้ ามีปลา ในนามีข้าว ให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเนื้อหาของเพลง ๒.ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าเพลง ในน้ ามีปลา ในนามีข้าว เป็นราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพ่อขุน รามค าแหงมหาราช เนื้อหาที่น ามาเขียนมาจากศิลาจารึกหลักที่ ๑ ๓. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันก าหนดจุดมุ่งหมายของการท างานกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาค า จารึกและค าอ่านศิลาจารึกหลักที่ ๑ จากหนังสือเรียน แล้วส ารวจค าศัพท์ที่นักเรียนไม่รู้ความหมายลง ในสมุดของแต่ละคน ๔. นักเรียนร่วมกันวางแผนและปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน าเสนอผลงาน หน้าชั้นเรียน ครูประเมินการน าเสนอและสังเกต พฤติกรรมของนักเรียนในการปฏิบัติงาน ๖ . นักเรียนร่วมกันสรุปการปฏิบัติกิจกรรมและความรู้ที่ได้จากเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๗.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . เพลง ในน้ ามีปลา ในนามีข้าว ๗.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - www.youtube.com/watch?v=6yVrneNNhn8
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๓ เรื่องศิลาจารึกหลักที่ ๑ (การอธิบายคุณค่า) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๒วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อม ยกเหตุผลประกอบ ม.๒/๓อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การศึกษาเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จะต้องวิเคราะห์วิจารณ์ และอธิบายคุณค่าจากเรื่องที่อ่าน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การวิเคราะห์คุณค่าจากวรรณคดี ๓.๒ ทักษะกระบวนการ ( P) วิเคราะห์ วิจารณ์ และอธิบาย ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) น าเสนองาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑ . ครูให้นักเรียนอ่านเรื่อง ศิลาจารึก พ่อขุนรามค าแหงจากนั้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เนื้อเรื่องที่มีผู้กล่าวว่า “ศิลาจารึกเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่” ๒ .นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นส าคัญจากเรื่อง ศิลาจารึกพ่อขุนรามค าแหง ๓.นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑)จากนั้นร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ศิลาจารึก หลักที่ ๑ ตามประเด็นที่ครูก าหนด ดังนี้ ๑)คุณค่าด้านเนื้อหา ๒)คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๓)คุณค่าด้านสังคม ๔. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาหลักการวิเคราะห์วิจารณ์ และอธิบายคุณค่าเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ในด้านต่างๆ ๕ .นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าด้านต่างๆ ที่ได้จากเรื่อง ศิลาจารึก หลักที่ ๑แล้วสรุปเป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม ๖ .นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน าเสนอผลการวิเคราะห์และสรุปคุณค่าด้านต่างๆ ตามประเด็นที่ครู ก าหนดหน้าชั้นเรียน ๗ . ครูประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียน ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . เอกสารประกอบการเรียน
เรื่อง ศิลาจารึก พ่อขุนรามค าแหง เอกสารประกอบการสอน ศิลาจารึกพ่อขุนรามค าแหง ท าจากหินทรายแปูง ลักษณะเป็นหลักสี่เหลี่ยมด้านเท่าทรงกระโจม หรือ ทรงยอ กว้างด้านละ ๓๕ เซนติเมตร สูง ๑๑๑ เซนติเมตร จารึกอักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย ปี พ.ศ.๑๘๓๕ เรียกศิลาจารึกหลักนี้ว่าจารึกหลักที่ ๑ ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๗๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งด ารงพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าน้องยา เธอเจ้าฟูามงกุฎ ขณะทรงผนวชได้เสด็จจาริกหัวเมืองฝุายเหนือ ถึงเมืองเก่าสุโขทัย ทรงพบศิลาจารึกหลักนี้ พร้อมพระแท่นมนังคศิลาบาตร ณโคกปราสาทร้าง จึงได้โปรดให้น าเข้ากรุงเทพฯ ในขั้นแรกเก็บรักษาไว้ที่วัด ราชาธิวาสเพราะทรงประทับอยู่ ณ ที่วัดนั้น ต่อมาเมื่อทรงย้ายไปประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร จึงโปรดให้ย้าย ไปไว้ที่วัดบวรฯ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯทรงอ่านศิลาจารึกหลักนี้ได้เป็นพระองค์แรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๙และ หอสมุด วชิรญาณได้จัดพิมพ์เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีผู้ที่ถูกเรียกกันว่าเป็นนักวิชาการบางคน และพรรคพวกที่มีความเห็นอย่างเดียวกัน บางพวกไม่เชื่อว่าเป็นศิลาจารึกที่พ่อขุนรามค าแหงสร้างขึ้นไว้เมื่อประมาณเจ็ดร้อยปีก่อน จึงได้มีการพิสูจน์ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ตามที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟูากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเสนอแนะไว้ในคราวประชุมใหญ่ฯเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๒ โดยมอบหมายให้นักวิทยาศาสตร์ ประจ ากรมศิลปากรและ กรมทรัพยากรธรณี ท าการวิจัยเรื่อง การพิสูจน์ศิลาจารึกหลักที่ ๑ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ โดยน าศิลาจารึกที่ท า ด้วยหินทรายแปูงชนิดเดียวกับศิลาจารึกหลักที่ ๑ และถูกทิ้งกร าแดดกร าฝนคือศิลาจารึกวัดพระบรมธาตุนคร ชุม เมืองก าแพงเพชร (จารึกหลักที่ ๓)ศิลาจารึกวัดมหาธาตุ (จารึกหลักที่ ๔๕) พระแท่นมนังคศิลาบาตรและ จารึกชีผ้าขาวเพสสันดรวัดข้าวสารมาเปรียบเทียบกัน ผู้วิจัยได้ใช้แว่นขยายรังสีอัลตร้าไวโอเลต และรังสี อินฟราเรด กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน เป็นเครื่องมือส าคัญในการตรวจพิสูจน์เมื่อเปรียบเทียบวิเคราะห์ หลายๆ จุดบนตัวอย่างแต่ละตัวอย่างแล้ว หาค่าเฉลี่ยพบว่าความแตกต่างขององค์ประกอบที่ผิวกับส่วนที่อยู่ ข้างในของศิลาจารึกหลักที่ ๑ หลัก ที่๓ และหลักที่ ๔๕ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน จึงสรุปผลการพิสูจน์ว่า "ผลปรากฏว่าผิวของหินตรงร่องที่เกิดจากการจารึกตัวอักษรมีปริมาณแคลไซด์ ลดลงมากใกล้เคียงกับ ผิวส่วนอื่นๆ ของศิลาจารึกหลักที่ ๑จนสามารถมองเห็นเป็นชั้นที่มีความแตกต่างได้ชัดเจนแสดงว่าเป็นการ จารึกในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับการสกัดก้อนหินออกมาเป็นแท่งแล้วขัดผิวให้เรียบมิใช่เป็นการ น าแท่งหินที่ขัดผิวไว้เรียบร้อยในสมัยสุโขทัยแล้วน ามาจารึกขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ " จากความจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าว แสดงว่าศิลาจารึกหลักที่ ๑ได้ผ่านกระบวนการสึก กร่อนผุสลายมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ใกล้เคียงกับศิลาจารึก หลักที่ ๓ หลักที่ ๔๕ และหลักที่กล่าวถึงชีผ้าขาว เพสสันดร จึงเป็นอันยุติว่าศิลาจารึกหลักที่ ๑ เป็นของดั้งเดิม มิใช่ท าขึ้นใหม่อย่างที่กลุ่มคนบางจ าพวกยกเป็น ประเด็นขึ้นมา ที่มา : www.sukhothai.go.th/history/hist_08.htm
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๔ เรื่องศิลาจารึกหลักที่ ๑ (การสรุปความรู้และข้อคิด) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๔สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การศึกษาเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จะต้องสรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านแล้วสามารถน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การวิเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดี ๓.๒ ทักษะกระบวนการ ( P) การวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) น าเสนองาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ครูสุ่มนักเรียน ๒ – ๓ คน เล่าเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ เพื่อทบทวนความรู้ ๒. ครูติดค าขวัญจังหวัดสุโขทัย บนกระดาน แล้วให้นักเรียนร่วมกันอ่านและอภิปรายแสดงความคิดเห็น ว่า เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวสุโขทัยอย่างไร ๓. ครูแบ่งประเด็นให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เกี่ยวกับข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ศิลาจารึก หลักที่ ๑ จากหนังสือเรียน ในประเด็นที่ก าหนด ดังนี้ ๑) ความกตัญญูต่อบิดา มารดา และผู้มีพระคุณ ๒) ความรักใคร่ผูกพันระหว่างพี่น้อง ๓) การปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ๔) การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี ๔. สมาชิกแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่กันศึกษาค้นคว้า โดยให้ผู้ที่เรียนอ่อนมีสิทธิ์เลือกหัวข้อก่อน คนละ ๑ หัวข้อย่อย พร้อมกับเสนอแนะแนวทางในการน าไปใช้ในชีวิตจริง ๕. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มสืบค้นความรู้ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย แล้วน ามาอภิปรายในกลุ่มจนได้ ค าตอบที่สมบูรณ์ ๖. สมาชิกแต่ละกลุ่มน าเสนอผลการศึกษาค้นคว้าตามประเด็นที่รับผิดชอบ หน้าชั้นเรียน ๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ศิลาจารึกหลักที่ ๑ พร้อมกับแนวทางใน การน าไปใช้ในชีวิตจริง ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ค าขวัญจังหวัดสุโขทัย
ค าขวัญจังหวัดสุโขทัย มรดกโลกล้ าเลิศ ก าเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ด ารงพุทธศาสนา งามตาผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการแม่ย่า พ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข เอกสารประกอบการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๕ เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก (การท่องจ าบทอาขยาน) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๕ ท่องจ าบทอาขยานตามที่ก าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เป็นเรื่องราวประเภทค าสอนที่มีคุณค่า จึง ได้ถูกก าหนดให้น ามาใช้เป็นบทอาขยาน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) บทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า - บทอาขยานตามที่ก าหนด ๓.๒ ทักษะกระบวนการ ( P) ท่องจ าบทอาขยาน ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) น าเสนองาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการท่องบทอาขยาน แบบประเมินการท่องบทอาขยาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๖. กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการอ่านค าประพันธ์ประเภทกลอนเสภา ๒ .ครูอ่านบทอาขยานเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ให้นักเรียนฟัง ๑ รอบ โดยให้ นักเรียนสังเกตการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง ๓ .ครูอ่านบทอาขยานเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จากหนังสือเรียน แล้วให้นักเรียนอ่านตามทีละวรรคจนคล่อง ๔. นักเรียนเข้ากลุ่มร่วมกันฝึกท่องบทอาขยานเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคี เสวกโดยไม่มีแบบจนเกิดความช านาญ ๕ .นักเรียนท่องบทอาขยานเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวกกับครูเป็น รายบุคคล นอกเวลาเรียน โดยท่องได้ถูกต้องตามท านอง และชัดเจน ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๖ เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก (สรุปเนื้อหาและค าศัพท์) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การศึกษาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จะต้องสรุปเนื้อหาจากเรื่องที่ อ่าน และจ าเป็นต้องรู้ค าศัพท์ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาของเรื่องได้อย่างถูกต้อง๓ . สาระการ เรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) ๑ ) การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย บทร้อยกรอง เช่น กลอนเสภา ๒) วรรณกรรมเกี่ยวกับค าสอน ๓.๒ ทักษะกระบวนการ ( P) อ่านออกเสียง ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) ใบงาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาฯ ใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาฯ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ครูจัดบรรยากาศห้องเรียน แล้วเล่าเรื่อง ช่างสิบหมู่ จากเอกสารประกอบการสอน ให้นักเรียนฟัง เพื่อให้นักเรียนสร้างจินตนาการของตนเอง ๒.นักเรียนแต่ละคนเขียนบรรยายความรู้สึกและภาพในจินตนาการของตนเองจากการฟังเรื่องที่ครูเล่า ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันศึกษาเนื้อเรื่องและค าศัพท์เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวกตอน วิศวกรรมาและ สามัคคีเสวก จากหนังสือเรียนพร้อมทั้งท าเครื่องหมายก ากับข้อความที่ไม่เข้าใจในการอ่าน ๔.นักเรียนตรวจสอบข้อความที่ไม่เข้าใจ แล้วอ่านซ้ าและพยายามหาสาเหตุที่ไม่เข้าใจพร้อมทั้งหาวิธี แก้ปัญหา ๕.เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จบแล้วให้ ปิดเรื่องที่อ่าน แล้วคิดทบทวนในใจว่า อ่านแล้วเข้าใจอะไรบ้างแล้วจึงเปิดเรื่องที่อ่านดูอีกรอบว่าลืมอะไร ไปบ้าง จากนั้นก็ปิด แล้วพยายามทบทวนสิ่งที่อ่านอีกครั้งว่ามีความเข้าใจเนื้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ และ เรื่องนั้นมีรายละเอียดอย่างไร ๖. หลังจากนักเรียนอ่านเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวกตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เรียบร้อยแล้ว ให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปเนื้อหาและค าศัพท์ของเรื่องที่อ่านเพื่อให้สมาชิกทุกคนใน กลุ่มมีความเข้าใจชัดเจน ๗ .นักเรียนแต่ละคนท าใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคี เสวก ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . เอกสารประกอบการสอน ๓ . ใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวกตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก
เรื่อง ช่างสิบหมู่ เอกสารประกอบการสอน “ช่างสิบหมู่” ในสมัยก่อนเป็นกรมๆ หนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟูากรมพระยานริศรานุวัตติ วงศ์ ทรงอธิบายประทานแก่พระยาอนุมานราชธน ในหนังสือบันทึกความรู้เรื่องต่างๆ ดังนี้ว่า “ตามปกติการ ปกครองเมืองสมัยโบราณ จัดเป็นจตุสดมภ์ คือเป็นกระทรวงเวียง วัง คลัง นา กระทรวงใดมีกิจจะต้องท าสิ่งซึ่ง ต้องอาศัยฝีมือช่าง ก็ต้องหาช่างชนิดที่ต้องการใช้มารวบรวมตั้งไว้ในกระทรวงนั้นเพื่อใช้ จึงได้มีการช่างมากมาย กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆ หลายกระทรวงด้วยกัน ตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรัสไว้ ดังจะยกตัวอย่างให้เห็น เช่น กระทรวงวัง มีกรมทหารในกรมรักษาพระองค์ แต่มีกรมช่างทหารในขึ้นอยู่ในกรม ทหารในนั้นอีกชั้นหนึ่ง เจ้ากรมคือหลวงประดิษฐ์นิเวศน์ เห็นได้ตามชื่อว่ามีหน้าที่ปลูกสร้างเรือนหลวงในพระ ราชนิเวศน์ คงมีขึ้นด้วยเหตุที่เจ้ากรมหรือปลัดกรมคนใด คนหนึ่งในกรมทหารในเป็นผู้เข้าใจการปลูกสร้างจึง ตรัสใช้ ผู้รับสั่งนั้นก็ต้องเสาะหาช่างมาเป็นลูกมือ งานมากขึ้น ช่างมากขึ้นก็ต้องตั้งขึ้นเป็นกรมทหารใน แม้แต่ กรมมหาดเล็กก็ยังมีกรมช่างมหาดเล็ก เป็นอีกกรมหนึ่งเหมือนกัน มีช่างเขียน ช่างปั้นและอื่นๆ ช่างสิบหมู่จึง เป็นชื่อกรมที่รวบรวมช่างไว้มีสิบหมู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าในบ้านเมืองมีช่างแค่สิบอย่างเท่านั้น ที่กล่าว มาเป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมารวมไว้เรียกว่า “ช่างสิบหมู่” แท้จริงช่างไทยมีอยู่มากกว่า 10 หมู่ แต่ที่เรียกว่า “ช่างสิบหมู่” ก็เพื่อต้องการจะรวบรวมช่างที่เป็น ส่วนส าคัญไว้ก่อนเพียง 10 หมู่ ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มเติม หรือแยกแขนงออกไปอีกตามลักษณะของงาน นั่นเอง ตามบัญชีชื่อช่างที่ขึ้นท าเนียบเป็นช่างหลวงมีดังต่อไปนี้ ช่างเลื่อย ช่างก่อ ช่างดอกไม้เพลิง ช่างไม้ส าเภา ช่างปืน ช่างสนะ(จีน) ช่างสนะ (ไทย) ช่างขุนพราหมณ์เทศ ช่างรัก ช่างมุก ช่างปากไม้ ช่างเรือ ช่างท ารุ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างบุ ช่างปูน ช่างหุงกระจก ช่างประดับกระจก ช่างหยก ช่างชาดสีสุก ช่างดีบุก ช่างต่อก าปั่น ช่างทอง “ช่างสิบหมู่” ช่างสิบหมู่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นจ านวนสิบ แต่สิบตัวนี้เป็นภาษาบาลีความเดิมเขียน ว่า สิปปะ และหดไปเหลือ ป. ตัวเดียว แล้วลดมาเป็น บ. เป็นสิบ จะให้เข้าใจง่ายว่าช่างสิบประเภทก็เลยไม่มี ใครเข้าใจภาษาดั้งเดิม ช่างสิปปะตรงกับในสันสกฤตแปลว่า “ศิลปะ” เพราะในภาษาสันสกฤตใช้ตัว ศ. ศิลปะ กับสิปปะในบาลีจึงมีความหมายตรงกัน ช่างสิบหมู่คือช่างงานศิลปะ โดยในราชการของหลวงก็ต้องท าของใช้ใน ส่วนของราชการส่วนพระ ส่วนราชกุลสกุล และบริการแก่ศาสนา บริการแก่ประชาชนจึงต้องมีช่างไว้มากมายหลาย ประเภท ช่างเหล่านี้ก็มาจากการรวบรวมคนที่มีความสามารถมีฝีมือจากพื้นถิ่นพื้นบ้านเอามาเป็นช่างหลวงรวมไว้ ในหมู่ กรมช่างสิบหมู่เดิมก็ถูกรวมเป็นกรมศิลปากรแล้วก็มาเป็นกองหัตถศิลป์ใน สุดท้ายเปลี่ยนเป็นกรม ศิลปากร ในปัจจุบัน ฉะนั้นแล้วช่างสิบหมู่จึงไม่ได้หมายความว่าเป็นช่าง 10 ประเภทอย่างที่บางคนเข้าใจครับ ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki
ใบงาน 2.1ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนสรุปเนื้อหาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ตอน สามัคคีเสวก เรื่อง สรุปเนื้อหาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก (การสรุปความรู้และข้อคิด) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๒วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยก เหตุผลประกอบ ม.๒/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การศึกษาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จะต้องวิเคราะห์วิจารณ์ และ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านแล้วสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) การวิเคราะห์ข้อคิดจากวรรณกรรม ๓.๒ ทักษะกระบวนการ ( P) วิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) น าเสนองาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑ . ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับงานช่างฝีมือไทยในปัจจุบัน แล้วถามนักเรียนว่า งานฝีมือที่มีคุณภาพ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้แก่งานชนิดใดบ้าง นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ๒.นักเรียนแต่ละคนศึกษาเรื่อง พระวิศวกรรมา แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ๓. นักเรียน แบ่งกลุ่มร่วมกันส ารวจข้อคิดที่ได้จากเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและ สามัคคีเสวกเพื่อวิเคราะห์ความรู้และข้อคิดรวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางในการน าไปใช้ในชีวิตจริง ๔.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายเกี่ยวกับความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่อง บทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวกรวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางในการน าไปใช้ในชีวิต จริง แล้วสรุปเป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม ๕ . นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน าเสนอผลการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ข้อคิด และแนวทางในการ น าไปใช้ในชีวิตจริง หน้าชั้นเรียน ๖ . ครูประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียน ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒. ใบความรู้ เรื่อง พระวิศวกรรมา
พระวิศวกรรมา เทพแห่งวิศวกรรมคือ พระวิศวกรรมา ที่คนไทยเรานิยมเรียกสั้นๆ ว่า “พระวิศวกรรม” หรือเรียกตาม ความ คุ้นเคย (ซึ่งพ้องกับชื่อของพระวิษณุ) ว่า พระวิษณุกรรมบ้าง หรือเรียกแผลงเป็น พระเพชฉลูกรรมบ้าง ท้าววิสสุกรรมบ้างหรือ ท้าวเวสสุกรรมบ้าง ฯลฯ การที่คนไทยเราเรียกพระวิศวกรรมา ว่า พระวิษณุกรรม และในที่สุดก็กร่อนลงเหลือเพียง ‘พระวิษณุ’ ซึ่งเป็น ชื่อของเทพที่คนไทยเรารู้จักมักคุ้นกันมากกว่า ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นนี่เอง ท าให้หลายคนเข้าใจว่าพระ วิษณุเป็นเทพแห่งวิศวฯ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กล่าวส าหรับ เทพแห่งวิศวฯ ตัวจริง คือ พระวิศวกรรมา หรือพระวิษณุกรรมนั้น ท่านเป็นทั้งสถาปนิก และวิศวกรที่มีความช านาญงานช่างทุกแขนง ในต านานพุทธศาสนาเล่าว่า ท่านเป็นผู้สร้างอาศรมให้แก่พระโพธิสัตว์หลายพระองค์ (ก่อนที่จะอุบัติ เป็นพระพุทธเจ้า) เป็นผู้สร้างบันไดเงิน บันไดทอง บันไดแก้ว ทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ที่ เมืองสังกัสสนคร ซึ่งเป็นเส้นทางที่พระพุทธเจ้าใช้เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (หลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธ มารดาบนสวรรค์ในช่วงเข้าพรรษา) นอกจากจะเป็นสถาปนิกและเป็นวิศวกรด้านโยธาและส ารวจ ดังจะเห็นได้ จากผลงาน ๒ ประการที่ว่านี้แล้ว พระวิศวกรรมายังเป็นวิศวกรเครื่องกลอีกด้วยกล่าวคือ ท่านเป็นผู้สร้างวาฬสัง ฆาตยนต์ ซึ่งเป็นกงล้อหมุนรอบองค์พระสถูป ปกปักรักษาปูองกันมิให้บุคคลเข้าใกล้พระบรมสารีริกธาตุของ พระพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระเจ้าอชาตศัตรูได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุหลังพุทธปรินิพพานและอัญเชิญไป ประดิษฐานไว้ในองค์พระสถูปที่ว่านี้ ส่วนตามต านานฮินดู พระวิศวกรรมาก็มีผลงานเด่นๆ สรรค์สร้างไว้มากมาย เช่น ครั้งหนึ่ง ธิดานางหนึ่ง ของท่าน ชื่อว่านางสัญชญา เป็นชายาของพระอาทิตย์ บ่นให้พระวิศวกรรมาผู้เป็นพ่อฟังว่า พระอาทิตย์สามีของ ตนนั้นช่าง ร้อนแรง เหลือเกิน เข้าใกล้ไม่ค่อยได้ พระวิศวกรรมาสงสารลูกสาว จึงช่วยเหลือ โดยไปขูดผิวพระ อาทิตย์ออกเสียบางส่วน ท าให้ความร้อนแรงนั้นทุเลาลงไปบ้าง และผิวพระอาทิตย์อันมีรัศมีเจิดจ้าที่ขูดออกมา ได้นั้น พระวิศวกรรมาได้น าไปรังสรรค์-ปั้น-แต่ง แล้วถวายให้เป็นอาวุธทรงอานุภาพและมีประกายแวววาวแก่ เทพองค์ส าคัญของสวรรค์ชั้นฟูา ได้แก่ อาวุธตรีศูล (สามง่าม) ของพระอิศวรจักราวุธ (กงจักร) ของพระนารายณ์ วชิราวุธ (สายฟูา) ของพระอินทร์ คทาวุธ (กระบอง) ของท้าวกุเวร และ โตมราวุธ (หอก) ของพระขันทกุมาร เป็นต้น ผลงานอื่นๆ ของท่านที่ส าคัญๆ ได้แก่ เป็นผู้สร้างกรุงลงกาให้แก่ทศกัณฐ์ในเรื่อง มหากาพย์รามายณะ สร้าง กรุงทวารกาให้แก่พระกฤษณะ (ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของพระนารายณ์) ในเรื่อง มหากาพย์มหาภารตะ สร้างวิมานให้แก่พระวรุณ (เทพแห่งน้ า) และพระยม (เทพแห่งความตาย) สร้างราชรถบุษบกเป็นพาหนะให้แก่ ท้าวกุเวร เป็นผู้ปั้น นางติโลตตมา นางฟูาที่สวยที่สุดนางหนึ่งบนสวรรค์ (สวยจนท าให้พระอินทร์ผู้ปรารถนาเห็น นางติโลตตมาอย่างจุใจ กลายเป็น “ท้าวสหัสนัยน์” มีดวงตา 1,000 ดวง และท าให้พระพรหมผู้ปรารถนาเห็น นางติโลตตมาจากทุกด้าน กลายเป็น“ท้าวจตุรพักตร์” มี 4 หน้า) ฯลฯ ใบความรู้
ผลงานเด่นอันสุดท้ายที่ใคร่อยากน าเสนอในที่นี้ ก็คือ “กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทรฯ มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” หมายถึง กรุงเทพมหานคร เมืองแห่งเทวดานั้น พระ วิษณุกรรม เป็นผู้สร้าง ตามพระบัญชาของพระอินทร์ จากผลงานสรรค์สร้างที่ปรากฏมากมายนี้เอง เทพองค์นี้จึงได้ชื่อว่า วิศวกรรมาซึ่งมีความหมายตามรูป ศัพท์ว่า ผู้ท าทุกสิ่งทุกอย่าง คือเป็น นายช่างแห่งจักรวาล นั่นเอง ต านานฮินดูกล่าวว่า พระวิศวกรรมา มีพระเนตร 3 ดวง มีกายสีขาว ทรงอาภรณ์สีเขียว โพกผ้า มือถือ คทาแต่ไทยนิยมวาดหรือปั้นรูปพระวิศวกรรมา ทรงชฎา มือถือจอบหรือผึ่ง (เครื่องมือส าหรับถากไม้ชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายจอบ แต่มีด้ามสั้นกว่า) และลูกดิ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางช่างอย่างชัดเจน พวกช่างชาวฮินดูจะประกอบพิธีบูชาบวงสรวงพระวิศวกรรมา เพื่อขอพรให้ตนเองประสบความส าเร็จ ในหน้าที่การงานกัน ในวันที่พระอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ฤกษ์ภัทรบท ในวันนี้ พวกช่างจะงดใช้อุปกรณ์และเครื่องมือ ทางช่างทุกชนิดพวกเขามีความเชื่อว่าพระวิศวกรรมาจะเข้ามาสถิตในใจ และดลบันดาลให้พวกตนมีความคิด ความอ่านที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่ดี มีคุณภาพอยู่เสมอ ชาวไทยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการสืบทอดประเพณีบางอย่างมาจากอินเดีย ซึ่งนับถือว่าพระ วิศวกรรมา เป็นเทพแห่งช่าง เป็นผู้สรรค์สร้าง หรือเป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดการสรรค์สร้างประดิษฐกรรมต่างๆ ใน โลก เราจึงบัญญัติ ศัพท์ภาษาต่างประเทศ ENGINEERING ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งช่าง ใช้ในภาษาไทยว่า วิศวกรรมศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์ที่มีพระวิศวกรรมา (เทวดาแห่งช่าง) เป็นครู ที่มา : อาจารย์ ดร.ชนินทร์วิศวินธานนท์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก (สรุปเนื้อหาและค าศัพท์) รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิวพร สุขส าแดง โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น ๒. สาระส าคัญ(ความคิดรวบยอด) การศึกษาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก จะต้องอ่านออกเสียงบทร้อยกรองให้ ถูกต้องตามหลักการอ่าน สรุปเนื้อหาจากเรื่องที่อ่าน และอธิบายค าศัพท์ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง เพื่อจะได้เข้าใจ เนื้อหาของเรื่องได้อย่างถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) ๑ ) การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย บทร้อยกรอง เช่น กลอนบทละคร ๒) วรรณคดีเกี่ยวกับบันเทิงคดี ๓.๒ ทักษะกระบวนการ ( P) อ่านออกเสียง และสรุป ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินัย ใฝุเรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างาน ๓.๔ สมรรถนะส าคัญผู้เรียน (C) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ภาระงาน (สะท้อนการท ากิจกรรม) น าเสนองาน ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาฯ ใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาฯ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง เรียบเรียงฯ ใบงานเรื่อง เรียบเรียงฯ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการอ่านออกเสียงบทร้อย กรอง แบบประเมินการอ่านออกเสียงบทร้อย กรอง ระดับคุณภาพ ๒ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑ . ครูตั้งค าถามเกี่ยวกับเรื่อง รามเกียรติ์ ให้นักเรียนตอบ ดังนี้ - นักเรียนเคยอ่านเรื่อง รามเกียรติ์ หรือไม่ ถ้าเคยอ่านอ่านตอนใด เหตุการณ์ในเรื่องตอนนั้นเป็น อย่างไร - นักเรียนคิดว่า สาเหตุส าคัญที่ท าให้เกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์กับยักษ์เกิดจากอะไร ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันศึกษาเนื้อหาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก โดย สมาชิกในกลุ่มแบ่งเนื้อหาที่แต่ละคนจะต้องรับผิดชอบเท่าๆ กัน ตามความเหมาะสม ๓ .สมาชิกแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาที่รับผิดชอบ โดยหาค าศัพท์ที่ไม่รู้ความหมายที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง แล้ว หาความหมายของค าศัพท์จากเว็บไซต์ ราชบัณฑิตยสถานเพื่อท าความเข้าใจกับเรื่องที่อ่านได้อย่าง ถูกต้อง ๔ . สมาชิกแต่ละกลุ่มอ่านบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทกที่แต่ละคนได้รับผิดชอบ และจับใจความส าคัญในตอนที่อ่านแล้วบันทึกลงในสมุดของแต่ละคน ชั่วโมงที่ ๒ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเนื้อหาที่สมาชิกแต่ละคนอ่านและสรุปใจความส าคัญจากตอนที่ รับผิดชอบจากนั้นร่วมกันสรุปบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทกเป็นองค์ความรู้ของ กลุ่ม ๒.นักเรียนแต่ละคนท าใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก เสร็จแล้วน าส่งครูตรวจ ๓.นักเรียนอ่านออกเสียงบทร้อยกรองบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ตอน นารายณ์ปราบนนทก เป็นราย กลุ่มในบทที่ครูก าหนด ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าความรู้ที่ได้จากการสรุปบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก มาวาดภาพแล้วเขียนค าบรรยายใต้ภาพสั้นๆ ให้เข้าใจ ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงาน พร้อมทั้งบอกเหตุผลที่สรุปความรู้ออกมาเป็นภาพนั้นๆ ๖.ครูให้นักเรียนแต่ละคนท าใบงานเรื่อง เรียบเรียงประโยคเป็นอนุเฉท โดยนักเรียนน าค าตอบจากใบงานสรุปเนื้อหาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก มา เรียบเรียงเป็นย่อหน้าให้ถูกต้อง เสร็จแล้วน าส่งครูตรวจ ๗. ครูตรวจประเมินผลการท าใบงานเรื่อง เรียบเรียงประโยคเป็นอนุเฉท และการอ่านออกเสียงของ นักเรียน ๘ .ครูให้ค าแนะน าแก่นักเรียนที่มีปัญหาและข้อบกพร่องในการท าใบงานและการอ่านออกเสียงของ นักเรียน เพื่อให้นักเรียนน าไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ๗. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๗.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑ . หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ ๒ . ใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ตอน นารายณ์ปราบนนทก ๓ . ใบงานเรื่อง เรียบเรียงประโยคเป็นอนุเฉท ๗.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - เว็บไซต์ ราชบัณฑิตยสถา
ใบงาน ตอน นารายณ์ปราบนนทก ค าชี้แจง ให้นักเรียนสรุปเนื้อหาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนท ก เรื่อง สรุปเนื้อหาบทละครเรื่อง รามเกียรติ์
ใบงาน เรื่อง เรียบเรียงประโยคเป็นอนุเฉท ค ำชี้แจง ใหน้กัเรยีนน าเน้ือหาบทละครเรอ่ืง รามเกยีรตติ์อน นารายณ์ปราบนนทกจากการสรปุมา เรียบเรียงเป็นย่อหน้า โดยในแต่ละย่อหน้าให้มีใจความส าคัญถูกต้องสมบูรณ์