1
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 1
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 ส่ิงมีชีวิต เรื่อง การจำแนกสิง่ มีชวี ิต
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 14101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชนั้ ป.4 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 ครูผูส้ อน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใชส้ อนวัน....................... ที่............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตัวชี้วัด
ว 1.3 ป.4/1 จำแนกสง่ิ มชี ีวิตโดยใช้ความเหมอื นและความแตกต่างของลกั ษณะของสง่ิ มีชีวิตออกเป็น
กลุ่มพชื กลุ่มสัตว์ และกลุม่ ทไ่ี มใ่ ชพ่ ชื และสัตว์
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เราสามารถใช้ความเหมือนและความแตกต่างของลกั ษณะตา่ งๆ ของสง่ิ มชี ีวติ มาจัดกล่มุ ส่ิงมชี วี ติ ออก
จากกนั ได้ 3 กลมุ่ คอื 1) กลมุ่ พืชสรา้ ง 2) กล่มุ สัตว์ 3) กลมุ่ ที่ไม่ใชพ่ ืชและสัตว์
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายลักษณะของส่งิ มชี วี ติ แต่ละกลุ่มได้ (K)
2) เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างของลักษณะตา่ งๆ ของสงิ่ มีชีวิตแต่ละกลุ่มได้ (K)
3) จำแนกสง่ิ มีชวี ิตออกเปน็ กลมุ่ โดยใช้ความเหมอื นและความแตกตา่ งของลักษณะสิ่งมีชีวิตเป็นเกณฑ์ได้ (P)
4) รับผิดชอบและมงุ่ มนั่ ในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่สี ำคญั
1) ความสามารถในการคิด
2
1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ
9. เนอ้ื หาสาระ
สิ่งมีชวี ติ มอี ย่รู อบตวั เรามากมาย ส่งิ ทเ่ี รานำมาพิจารณาในการจำแนกสงิ่ มีชวี ิตออกเป็นกลุ่มเรียกว่า
เกณฑ์ โดยเราสามารถใช้เกณฑ์ความเหมือนและความแตกต่างจากลักษณะของสิ่งมีชีวิต เช่น การเคลื่อนที่
การสร้างอาหาร เป็นต้น ซึง่ สามารถจำแนกสง่ิ มีชวี ิตออกเป็น 3 กลุ่ม ดงั น้ี
1) กลมุ่ พืช คือกล่มุ สงิ่ มีชีวติ ทสี่ ามารถสร้างอาหารได้เองจากกระบวการสังเคราะห์ดว้ ยแสง โดยอาศัย
รงควัตถุสีเขยี วท่ีพชื สรา้ งข้นึ เรยี กวา่ คลอโรฟิลล์ พืชสามารถเคล่ือนไหวไดแ้ ต่เคล่อื นทีไ่ มไ่ ด้ เช่น มะพร้าว ไผ่
เฟริ น์ กหุ ลาบ เปน็ ต้น
2) กลุ่มสัตว์ คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง ต้องกินสิ่งมชี ีวติ อ่ืนเป็นอาหารเพือ่ ให้
พลงั งานในการดำรงชวี ติ สตั วเ์ คลื่อนไหวร่างกายและเคล่อื นท่ีได้ เชน่ สุนขั แมว ปลา นก เปน็ ตน้
3) กล่มุ ทไ่ี มใ่ ชพ่ ืชและสัตว์ คอื กลมุ่ สิง่ มชี วี ติ ท่ีทำหน้าที่ยอ่ ยสลายซากพชื ซากสัตว์ บางชนิดสามารถ
เคล่ือนไหวและเคล่ือนที่ได้ บางชนดิ สามารถสรา้ งอาหารไดเ้ อง แต่บางชนิดไม่สามารถสร้างอาหารได้ เช่น เห็ด
รา แบคทเี รยี ไวรัส เป็นตน้
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
• วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขัน้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครูกล่าวทักทายและช้ีแจงจุดประสงคก์ ารเรียนรู้แกน่ กั เรยี น
2) ครใู หน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพือ่ ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ ของนกั เรยี น
3) ครูต้งั คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกบั โลกของเราประกอบด้วยส่ิงต่างๆ
มากมายท้ังมชี วี ติ และไมช่ ีวิต ซึ่งมปี ระเด็นในการถามดงั นี้
- นกั เรยี นทราบได้อย่างไรว่าสง่ิ ใดคือส่ิงชีวติ
(แนวคำตอบ: อิสระ เช่นหายใจได้ กินอาหารได้ เจรญิ เติบโตได้ เคล่ือนทไี่ ด้ เป็นตน้ )
- ในชีวติ ประจำวนั นกั เรียนมคี วามเกี่ยวขอ้ งกับส่งิ มีชีวิตใดบ้าง
(แนวคำตอบ: คน ต้นไม้ สตั วเ์ ลีย้ ง เช่น สุนขั แมว เป็นต้น)
4) ครูเขียนคำตอบของนักเรียนลงบนกระดาน จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายลักษณะ
ภายนอกของสงิ่ มีชีวติ บนกระดาน พรอ้ มทง้ั เขยี นคำตอบเพิ่มเตมิ ลงบนกระดาน
5) ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ วา่ ลักษณะภายนอกทนี่ กั เรยี นสงั เกตนีอ้ าจจะมีท้ังลักษณะทเ่ี หมอื นและ
3
ลักษณะท่ีแตกต่าง ส่ิงเหล่านี้มปี ระโยชน์ให้เรานำมาใช้พจิ ารณาเปน็ “เกณฑ์” ในการจัดกล่มุ ได้
6) ครูสุ่มนกั เรยี น 1 – 2 คน ให้จัดกลมุ่ สง่ิ มีชวี ิตบนกระดานโดยใช้ลกั ษณะภายนอกที่สรุปไว้
บนกระดานเปน็ เกณฑ์ และใหน้ กั เรียนคนอ่นื ๆ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบอย่างสรา้ งสรรค์
ขนั้ ที่ 2 สำรวจค้นหา
7) ครูให้นักเรียนจบั กลุ่ม 3 – 4 คน โดยให้นักเรียนเลือกตามความสมคั รใจ เพื่อทำกิจกรรม
เรอ่ื ง สง่ิ มีชวี ติ ในโรงเรียนของเรา โดยครชู ี้แจงกติกาดังนี้
- ให้นักเรียนสำรวจสิ่งมีชีวิตที่พบในโรงเรียนพร้อมกับอธิบายลักษณะของสิง่ มีชีวติ
บนั ทกึ ข้อมลู ลงในสมดุ
- หลังจากนกั เรยี นสำรวจส่ิงมีชวี ติ เรยี บร้อยให้นกั เรยี นรว่ มกันจัดกลุ่มสง่ิ มีชีวติ โดยใช้
เกณฑ์จากลักษณะที่นักเรียนพบ ร่วมไปถึงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ป.4 เรื่องการจำแนกสิ่งมชี ีวติ
- ตวั อยา่ งตารางบันทึกการสำรวจเพือ่ เปน็ แนวทางในการจดบนั ทึกของนักเรยี น
1. สิ่งมีชีวติ ทพ่ี บ
ส่งิ มีชีวิตทพี่ บ ลักษณะสำคัญ ภาพประกอบ
2. การจัดกลมุ่ ส่ิงมชี ีวติ
กลุม่ ท่ี 1 ............. ได้แก่............. เกณฑ์.................
กล่มุ ท่ี 2 ............. ไดแ้ ก.่ ............ เกณฑ์.................
*หมายเหตุ ครูแบ่งพื้นท่ีในการสำรวจให้ชดั เจนและกระจายไปตามจดุ ต่างๆ เพือ่ ให้เกิดความ
หลากหลายในการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้
8) ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 กลุ่ม นำเสนอผลการสำรวจและการจัดกลุ่ม ร่วมไปถึงสอบถาม
นักเรยี นกลุ่มอน่ื ๆ ที่อาจจะมผี ลการสำรวจแตกต่างจากกลุ่มท่ีนำเสนอ หากแตกต่างกนั ใหน้ ักเรยี นกลุ่มดังกล่าว
นำเสนอผลของกลุม่ ตนเอง
9) ครูอธิบายการจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตเพิ่มเติม (การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตสามารถจัดได้เป็น 3 กลุ่ม
ใหญ่ ได้แก่ 1) กลมุ่ พชื คอื กล่มุ สิง่ มีชวี ิตที่สามารถสร้างอาหารได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 2) กลุ่ม
สัตว์ คอื กลมุ่ ส่งิ มีชีวิตท่ีต้องกนิ ส่งิ มีชีวิตอน่ื เป็นอาหารเพ่ือใหพ้ ลังงานในการดำรงชีวิต 3) กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและ
สัตว์ คอื กลมุ่ ส่ิงมีชีวติ ทท่ี ำหนา้ ทีย่ อ่ ยสลายซากพืชซากสตั ว์)
4
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
10) ครตู งั้ ข้อสงั เกตว่าสงิ่ มชี ีวติ ทน่ี ักเรยี นพบส่วนใหญ่เปน็ สง่ิ มชี วี ติ กลุม่ พืช และ สัตว์ เพราะ
เหตุใดเราจงึ พบส่งิ มีชีวติ กลุ่มทไ่ี ม่ใชพ่ ืชและสัตวน์ ้อย (แนวคำตอบ: ส่ิงมชี วี ิตกลุ่มท่ีไม่ใชพ่ ืชและสัตว์บางชนิดไม่
สามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปลา่ ต้องใช้กลอ้ งจุลทรรศน์)
11) ครูให้นักเรยี นทำใบงานเร่ือง การจัดกลุ่มสิง่ มีชีวิต เพ่ือขยายความเข้าใจของนักเรยี น
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล
12) ครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปรายคำตอบจากการทำใบงาน เรื่อง การจัดสิ่งมีชวี ิต โดยให้
นักเรยี นมบี ทบาทสำคญั ในการเฉลยและครคู อยเพิ่มเตมิ ข้อมูลในสว่ นท่ีไมค่ รบถ้วน
13) ครตู งั้ ประเดน็ คำถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นดังนี้
- การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวติ แบ่งออกเปน็ กี่กลุม่ อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ: 3 กล่มุ คอื กล่มุ พืช กลุ่มสัตว์ และกลมุ่ ทไี่ ม่ใชพ่ ชื และสัตว์)
- ไวรัส ควรจัดอยกู่ ลุ่มใด
(แนวคำตอบ: กล่มุ ทไ่ี ม่ใชพ่ ืชและสัตว์)
- ไฮดรา ควรจัดอยกู่ ลมุ่ ใด
(แนวคำตอบ: กลุ่มสัตว์)
14) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจใบงาน เรื่อง การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต การตรวจสมุด
และการมสี ่วนรว่ มในการตอบคำถามในชนั้ เรียน
11. ส่ือการเรียนรู้
1) สอ่ื การเรยี นรู้
1.1) หนังสือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1.2) ใบงาน เรือ่ ง การจัดกลุม่ สง่ิ มีชวี ติ (1)
2) แหลง่ การเรียนรู้
2.1) ห้องเรียน
2.2) หอ้ งสมดุ
2.3) บริเวณโรงเรยี น
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ท่ี วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจสมุด สมุด
2 สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล
3 สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมุง่ มน่ั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
13. บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้ 5
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผูเ้ รยี นที่ผ่านตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
ผ้เู รยี นท่ีไม่ผา่ นตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
เลขท่ีของนักเรยี นที่สอบไม่ผ่านตวั ช้ีวัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุท่ไี มผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ (P) ในเร่ือง............................................................................................
ผู้เรยี นมคี ุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A) ในเรือ่ ง.................................................................................
13.2 ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครูผสู้ อน
(นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก)
ตำแหน่ง ครู คศ.1
วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
6
14. ความคิดเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษา/ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจ้ง)
วนั ที.่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
รับทราบผลการจัดการเรยี นรู้
ลงชอื่ ....................................................... ลงช่ือ......................................................
(.............................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ที.่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........
7
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคมุ ค่า
2 จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรคู้ รอบคลุมเนื้อหา เน้อื หา กระบวนการ คุณลักษณะ
4 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกบั ผเู้ รยี น
6 ออกแบบการวดั ประเมนิ จากชิ้นงานกลุ่ม/เดยี่ วของผเู้ รยี น
7 มีความสมั พันธร์ ะหวา่ งองค์ประกอบข้อท่1ี -6
8 สอื่ การเรียนรสู้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา นา่ สนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง
กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดือน ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วนั ที่
8
ภาคผนวก
ใบงาน เร่ือง การจัดกลุ่มสิ่งมชี ีวิต (1)
9
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมชัน้ ประถมศึกษาปที ี่
ที่ พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรบั ทำงานที่ได้รับ
ความคิดเหน็ ฟังคนอ่ืน มอบหมาย สรปุ
ชอ่ื -สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารวัดผลใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดงั น้ี
ดมี าก = 4 มคี วามสนใจ ไมพ่ ูดคุยในช้ัน ตอบคำถามถูกตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เขา้ ช้นั เรยี นแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันที่ เดือน
10
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
11
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 สิง่ มีชีวติ เรือ่ ง การจำแนกสัตว์
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 14101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ ชนั้ ป.4 เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู ้สู อน นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใช้สอนวัน....................... ที่............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ชว้ี ดั
ว 1.3 ป.4/3 จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การมี
กระดูกสนั หลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลทร่ี วบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สัตว์ เป็นกลมุ่ สง่ิ มีชวี ติ ท่พี บมากมายหลายชนดิ การจำแนกสัตว์จงึ ใชก้ ารพจิ ารณากระดูกสนั หลงั เป็น
เกณฑ์ โดยแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ สัตวม์ ีกระดกู สันหลัง และสัตวไ์ มม่ ีกระดูกสนั หลัง
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธิบายลักษณะสตั วม์ กี ระดกู สนั หลังและสัตวไ์ ม่มีกระดูกสนั หลัง โดยใชก้ ารมกี ระดูกสนั หลงั ได้ (K)
2) ระบชุ นิดของสตั วม์ กี ระดูกสันหลังและสตั ว์ไม่มกี ระดกู สันหลงั โดยใชก้ ารมกี ระดูกสนั หลังได้ (K)
3) จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดกู สันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การมีกระดูกสนั หลัง
เปน็ เกณฑ์ (P)
4) รับผิดชอบและม่งุ ม่ันในการทำงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งม่นั ในการทำงาน
12
7. สมรรถนะทสี่ ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.2) ทกั ษะการสังเกต
1.3) ทักษะการสรุปอ้างอิง
2) ความสามารถในการสื่อสาร
8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
9. เนือ้ หาสาระ
สัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตท่ีไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ สามารถเคลื่อนที่ได้ พบอาศัยอยู่ในโลกมากมาย
หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดอาจมีโครงสร้างร่างกายภายในและภายนอกแตกต่างกันไป นักวิทยาศาสตร์จึงได้
จำแนกสัตวโ์ ดยใช้การมีกระดูกสนั หลงั เปน็ เกณฑ์ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ สัตวม์ กี ระดกู สันหลัง และสัตว์ไม่มี
กระดกู สันหลัง
1) สตั วท์ ี่มกี ระดูกสนั หลัง คือ สตั ว์ท่มี ีกระดูกสันหลังและมโี ครงกระดกู ภายในลำตัว เช่น สัตว์จำพวก
ปลา งู ไก่ กระตา่ ย สุนัข แมว ฯลฯ
ภาพแสดงโครงสรา้ งภายในรา่ งกายสตั วม์ กี ระดกู สันหลัง
2) สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง คือ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกภายในลำตัว ได้แก่ สัตว์
จำพวกแมลง และสัตว์น้ำทุกชนิด (ยกเว้น ปลา) เช่น กงุ้ หอย ปู ปะการงั ปลาหมึก ฯลฯ
ภาพแสดงโครงสรา้ งภายในรา่ งกายสตั วไ์ ม่มกี ระดูกสันหลัง
13
10. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
• วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั ท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ
1) ครูสุ่มนักเรียน 1 คน เพื่อทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการจำแนกสิ่งมีชีวติ (แนวคำตอบ:
กล่มุ พืช กลุม่ สัตว์ และกลุ่มทไี่ ม่ใชพ่ ืชและสตั ว์) และตั้งขอ้ สังเกตว่าสัตวใ์ นโลกนมี้ มี ากมายหลายชนิดเช่น สุนัข
แมว มา้ วัว ฯลฯ
2) ครชู ้แี จงจุดประสงคก์ ารเรยี นแก่นักเรียน
3) ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียนโดยการทำกิจกรรมใบค้ ำ
- ครูส่มุ นักเรยี นตัวแทน 6 คน เพอ่ื ทำหนา้ ทใ่ี นการใบ้คำ โดยคนที่ทำหน้าท่ใี บคำจะ
แสดงท่าทางประกอบแต่หา้ มพดู เป็นสตั ว์ 6 ชนดิ คือ ปลา นก ไสเ้ ดือน เสือ กบกุ้ง
- นกั เรียนในชัน้ เรยี นรว่ มกนั ทายท่าทางของเพ่ือนวา่ หมายถงึ สตั วช์ นดิ ใด
4) หลังจากที่นักเรียนทำกิจกรรมใบ้คำแล้ว ครูให้นักเรียนลองจำแนกสัตว์ทั้ง 6 ชนิดได้แก่
ปลา นก ไส้เดือน เสือ กบ หอยทาก ตามความคิดของนักเรียนพร้อมทั้งให้นักเรยี นระบุเกณฑ์ (แนวคำตอบ:
อสิ ระ เชน่ บนบก/ในน้ำ, มขี า/ไมม่ ีขา เปน็ ต้น)
5) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายผลการจำแนกสัตวต์ ามเกณฑท์ เี่ พื่อนนกั เรยี นเสนอ
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา
6) ครใู ห้นกั เรียนจับกล่มุ 3 – 4 คน โดยคละตามความสามารถของนกั เรียน เก่ง กลาง อ่อน
เพือ่ ทำกจิ กรรม เรอ่ื ง จำแนกสตั ว์ ซึ่งข้ันตอนการทำกจิ กรรมดังน้ี
- ให้แตล่ ะกล่มุ จับสลาก 1 แผ่น ซ่ึงประกอบด้วยสตั ว์ 10 ชนดิ
- ให้นักเรยี นใช้เกณฑ์การมีกระดูกสนั หลงั ในการจำแนก โดยให้นกั เรยี นคน้ หาขอ้ มลู
เพิ่มเตมิ จากในหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.4
- บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในสมุด ดงั ตาราง
สตั วม์ กี ระดูกสนั หลงั สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
7) ครูให้ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจำแนกสัตว์ และให้นักเรียนคนอื่นๆ
ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้องเหมาะสมของคำตอบรว่ มกันภายในชนั้ เรยี น
8) ครูอธิบายการจำแนกสัตว์โดยใช้การมกี ระดกู สนั หลังเป็นเกณฑโ์ ดยใช้สอื่ power point
ในการสรปุ ความร้อู ีกครงั้
9) ครูนัดหมายนักเรียนเก่ียวกับการเตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ ปลาทู หมึก กงุ้ หอย ถาด และมีด
สำหรับทำกิจกรรมการทดลอง เรอื่ ง ศึกษาโครงรา่ งของสัตว์ มาในช่วั โมงต่อไป
14
ชัว่ โมงท่ี 2
ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (ต่อ)
10) ครใู หน้ ักเรยี นเข้ากลุ่มเดิมจากช่วั โมงท่แี ลว้ เพอื่ ทำกิจกรรมการทดลอง เรื่อง ศึกษาโครง
ร่างของสตั ว์ ซึ่งมขี นั้ ตอนการดำเนนิ การดังนี้
- ครตู รวจสอบวสั ดุอปุ กรณ์และความพรอ้ มของนักเรยี นกอ่ นทำกิจกรรมการทดลอง
- ครูแจกใบงาน เร่อื ง สัตวม์ กี ระดูกสันหลังไม่มีกระดูกสนั หลงั เพ่อื ใหน้ กั เรียน
กำหนดปญั หา และตั้งสมมตฐิ าน
- ครูชแ้ี จงขั้นตอนการทำกิจกรรมแกน่ กั เรยี นโดยใช้สือ่ power point เร่ืองการ
จำแนกสัตว์
11) ในระหว่างที่นักเรียนทำการทดลอง ครูคอยดูแลอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำ
นักเรยี นเพ่ิมเตมิ รวมไปถึงดูแลความปลอดภัยเนื่องจากการทดลองคร้งั น้ีใชข้ องมีคมเชน่ มีด
ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้
12) ครูสุ่มนักเรียนนำเสนอผลการทำกิจกรรมเรื่อง ศึกษาโครงร่างของสัตว์ และให้นักเรียน
รว่ มกนั อภปิ รายขอ้ มลู อื่นๆ เพ่ิมเตมิ จากการศกึ ษาโครงรา่ งของสตั ว์
13) ครตู งั้ คำถามหลงั การทำกิจกรรมเพือ่ กระตนุ้ ความคดิ ของนกั เรยี นดงั น้ี
- กระดกู สันหลงั อยู่ท่สี ว่ นใดของร่างกาย มลี กั ษณะเปน็ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ: อย่ตู รงกลางลำตัว ลักษณะเปน็ ขอ้ ตอ่ )
- โครงสรา้ งภายในร่างกายของสตั วใ์ ดมลี ักษณะคล้ายกนั
(แนวคำตอบ: กุ้ง หอย หมกึ )
- ให้นกั เรียนยกตวั อย่างสัตวม์ ีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสนั หลังท่พี บในโรงเรียน
มา 2 ชนดิ (แนวคำตอบ: อิสระ)
ข้ันที่ 4 ขยายความเข้าใจ
14) ครูอธิบายทบทวนผลการทำกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตรงกัน (ปลาทู
จัดเป็นสัตว์มีกระดกู สันหลัง ในกลุ่มของสัตว์จำพวกปลา เมื่อผ่าดูภายในจะพบมีกระดูกสันหลังเป็นแกนของ
รา่ งกาย สว่ นก้งุ หอย หมกึ จัดเปน็ สัตว์ไมม่ กี ระดูกสนั หลงั เมอ่ื ผา่ ดภู ายในจะไมพ่ บกระดูกสันหลงั )
15) ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ตัง้ คำถามเกยี่ วกับการจำแนกสัตว์ที่สนใจเพิม่ เตมิ เชน่ สัตว์ส่วน
ใหญใ่ นโลกใบนี้เปน็ สตั ว์กล่มุ ใด (แนวคำตอบ: สตั วไ์ ม่มกี ระดกู สันหลัง)
16) ครูตั้งข้อสังเกตเพื่อให้นักเรียนกลับไปหาคำตอบว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มใดที่พบ
มากที่สดุ ในโลก เพื่อให้นักเรยี นไดใ้ ชเ้ ทคโนโลยีในการสบื คน้ ขอ้ มลู
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
17) ครูตงั้ คำถามเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนในประเด็นตา่ งๆ ดังนี้
- ใหน้ กั เรียนอธบิ ายลักษณะสำคญั ของสัตว์มกี ระดกู สนั หลังและไมม่ ีกระดูกสนั หลัง
15
(แนวคำตอบ: สัตว์มีกระดูกสันหลังกระดูกจะเรียงต่อกันเป็นข้อๆ ทำหน้าที่เป็น
แกนกลางของลำตัว ส่วนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังไม่มีกระดูกแข็งแกนกลางภายใน
ร่างกาย)
- หมี เหยี่ยว แมงมุม เต่า โลมา หากใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์สัตว์ใด
แตกตา่ งจากพวก (แนวคำตอบ: แมงมมุ เปน็ สตั ว์ไมม่ ีกระดูกสันหลัง)
- ใหน้ กั เรียนเสนอเกณฑอ์ น่ื ๆ ที่ใชใ้ นการจำแนกสตั ว์
(แนวคำตอบ: อสิ ระ เช่น แหล่งท่ีอยู่, การกนิ อาหาร ฯลฯ)
18) ครตู รวจสอบใบงานเร่ืองสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ไมม่ ีกระดกู สนั หลัง การตรวจสมดุ และการ
มสี ่วนร่วมในการตอบคำถามในช้นั เรียน
11. สื่อการเรียนรู้
1) ส่อื การเรียนรู้
1.1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1.2) สลากชอื่ สัตว์ต่างๆ
1.3) อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการทำกิจกรรมศึกษาโครงร่างของสัตว์
1.3.1) ปลาทู ก้งุ หอย และหมกึ
1.3.2) ถาด และมีด
1.4) ใบบนั ทึกกิจกรรม เรอ่ื ง สัตว์มกี ระดกู สนั หลงั ไม่มกี ระดกู สันหลัง
1.5) power point เร่อื งการจำแนกสตั ว์
2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) ห้องสมุด
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ท่ี วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์
1 ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจสมดุ สมุด
2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรม การทำงานรายบุคคล
3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมุง่ มัน่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 16
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นร้อยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................
13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครผู ู้สอน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
17
14. ความคิดเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา/ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจง้ )
วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจัดการเรยี นรู้
ลงช่ือ....................................................... ลงชอื่ ......................................................
(................................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวชิ าการ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........
18
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า
2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน
6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน
7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6
8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี
19
ภาคผนวก
สลากช่อื สตั วต์ ่างๆ
กลุ่ม 1 กลุ่ม 2
กบ จระเข้ ดาวทะเล ปเู สฉวน เมน่ กัลปงั หา งู ช้าง ปลิง ตะพาบ
ไฮดรา นกเพนกวนิ จิงโจ้ พะยนู แมงปอ่ ง ฉลาม ทาก วัว
ปะการงั ตุ๊กแก
กลมุ่ 3 กลมุ่ 4
จิง้ จก เมน่ ทะเล อึง่ อ่าง พยาธิ แมงปอ่ ง กบ ไสเ้ ดอื น แมงดาทะเล
กระตา่ ย ไส้เดือน งู หนู ตัก๊ แตน
จงิ โจ้ กระต่าย นกอินทรีย์
แมงดาทะเล ดาวทะเล งู หอยแครง
กลมุ่ 5 กลุ่ม 6
กบ จระเข้ ดาวทะเล ปเู สฉวน เม่น กัลปงั หา งู ชา้ ง ปลงิ ตะพาบ
ไฮดรา นกเพนกวนิ จงิ โจ้ พะยูน
แมงปอ่ ง ฉลาม ทาก ววั
ปะการัง ตุ๊กแก
กล่มุ 7 กลมุ่ 8
จิ้งจก เม่นทะเล อง่ึ อ่าง พยาธิ แมงปอ่ ง กบ ไสเ้ ดือน แมงดาทะเล
กระต่าย ไส้เดอื น งู หนู ตัก๊ แตน
จงิ โจ้ กระต่าย นกอินทรีย์
แมงดาทะเล ดาวทะเล งู หอยแครง
กลุ่ม 9 กล่มุ 10
เมน่ กลั ปังหา งู ชา้ ง ปลิง ตะพาบ จ้งิ จก เมน่ ทะเล อึ่งอ่าง พยาธิ
กระตา่ ย ไส้เดอื น งู หนู ต๊กั แตน
แมงปอ่ ง ฉลาม ทาก ววั
แมงดาทะเล
20
ใบงาน เรอ่ื ง สตั ว์มีกระดูกสนั หลังและไมม่ กี ระดกู สนั หลงั
21
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ
ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
22
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
23
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 3
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ส่ิงมีชวี ิต เรอ่ื ง การจำแนกสตั ว์มีกระดูกสันหลงั
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 14101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ป.4 เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู สู้ อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใชส้ อนวัน....................... ท.ี่ ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ชี้วดั
ว 1.3 ป.4/4 บรรยายลกั ษณะเฉพาะท่ีสงั เกตได้ของสัตว์มีกระดกู สันหลงั ในกลมุ่ ปลา กลุ่มสัตว์สะเทิน
นำ้ สะเทนิ บก กล่มุ สัตว์เล้ือยคลาน กลมุ่ นก และกล่มุ สัตวเ์ ลี้ยงลกู ด้วยน้ำนม และยกตวั อยา่ งสิ่งมชี ีวิตในแต่ละกลุ่ม
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีลักษณะบางอย่างที่เหมือนและแตกต่างกันไป เรา
สามารถจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังได้เป็น 5 กลุ่มคือ กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่ม
สัตว์เลื้อยคลาน กลมุ่ นก และกลุม่ สตั ว์เล้ยี งลกู ดว้ ยน้ำนม
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ระบุลกั ษณะเฉพาะท่สี ังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลงั ในกลุ่มปลา กลมุ่ สัตว์สะเทนิ นำ้ สะเทินบก
กลุ่มสัตวเ์ ล้อื ยคลาน กลมุ่ นก และกล่มุ สตั ว์เล้ียงลูกด้วยน้ำนมได้ (K)
2) ยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ
สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลอ้ื ยคลาน กลมุ่ นก และกลุ่มสตั ว์เลีย้ งลกู ดว้ ยน้ำนมได้ (K)
3) จำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน
กลมุ่ นก และกลุ่มสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนำ้ นมได้ (P)
4) รบั ผิดชอบและมงุ่ มน่ั ในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
1) มวี ินยั
24
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทกั ษะการสังเกต
1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสอื่ สาร
8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคดิ วิเคราะห์ คิดอย่างมวี ิจารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ
สัตวม์ ีกระดกู สันหลงั คอื กระดกู สันหลงั จะอย่เู ปน็ แนวยาวไปตามดา้ นหลงั ของสัตว์ กระดูกสันหลังจะ
ต่อกันเป็นขอ้ ๆ ยืดหย่นุ เคลอื่ นไหวได้ มีหน้าที่ชว่ ยพยงุ รา่ งกายใหเ้ ปน็ รูปร่างทรวดทรงอยู่ได้และยังช่วยป้องกนั
เส้นประสาทอกี ด้วย สัตวพ์ วกมีกระดูกสนั หลังแบง่ ออกเปน็ 5 กลมุ่ ดังนี้
1) สัตว์กลุ่มปลา เป็นสัตว์ท่ีหายใจด้วยเหงือกแลกเปลี่ยนแก๊สในน้ำ มีครีบใช้เคลื่อนไหวและทรงตัว
รูปร่างเรยี วยาว มีเกลด็ ปกคลมุ ตวั มเี สน้ ข้างตวั เปน็ ส่วนรับความรู้สกึ สน่ั สะเทือน เปน็ สัตวเ์ ลอื ดเย็น เช่น ปลา
ฉลาม ปลากระเบน ปลาดกุ ปลานิล ปลาตะเพียน ฯลฯ
2) สตั ว์สะเทนิ นำ้ สะเทนิ บก เป็นสตั ว์ท่ีวางไข่ในน้ำ ตวั ออ่ นหายใจดว้ ยเหงอื กและผวิ หนงั เม่ือโตเตม็ วัย
อาศัยอยู่บนบกจงึ หายใจดว้ ยปอดและผิวหนงั สตั วก์ ลุ่มนี้จะมีผิวหนังเปียกชื้น ไมม่ เี กลด็ เปน็ สตั ว์เลือดเยน็ เชน่
กบ คางคก เขียด ปาด อ่ึงอ่าง ซาลามานเดอร์ ฯลฯ
3) สัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่ส่วนมากดำรงชีวิตอยู่บนพ้ืนดิน วางไข่บนบก ไข่มีไข่แดงมากเพื่อเปน็
อาหารของตัวออ่ น ผิวหนังลำตัวแหง้ มีเกลด็ หายใจดว้ ยปอดตลอดชวี ิตและเปน็ สัตว์เลือดเยน็ พวกที่อาศัยอยู่
บนบก เช่น เตา่ จระเข้ งูบางชนดิ ฯลฯ
4) สัตว์กลุ่มนก เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นแผงปกคลุมตัว ขาหน้าเปลี่ยนเป็นปีก ปากเป็นจะงอย
ที่ปอดมีถุงลมช่วยหายใจและระบายความร้อน ไม่มีกระเพาะปัสสาวะ ออกลูกเป็นไข่ เช่น นกเขา นกพิราบ
นกอินทรี เป็ด ไก่ ฯลฯ
5) สตั ว์เล้ียงลูกดว้ ยนม เปน็ สัตวเ์ ลือดอุ่น ตัวเมยี มตี อ่ มน้ำนมเลีย้ งลกู หายใจด้วยปอด มีแขนและขา
ไมเ่ กนิ 2 คู่ มตี ่อมเหงือ่ ใต้ผวิ หนงั มีขนเป็นเส้นปกคลมุ ตวั ออกลูกเป็นตัว เช่น คน ชา้ ง ม้า วัว โลมา ฯลฯ
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ
25
1) ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลัง โดยให้นักเรียนทำกิจกรรม seven
โดยให้นักเรยี นนับ 1 – 7 ทลี ะคน แตค่ นท่ี 7 จะต้องไม่พดู คำว่า 7 แตใ่ ห้พดู ช่ือสตั ว์มกี ระดกู สนั หลังแทน
2) ครูเขียนคำตอบของนักเรียนลงบนกระดาน และให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาถึงลักษณะ
บางอย่างท่เี หมือนและแตกต่างกนั เชน่ การออกลกู ลกั ษณะผวิ หนัง การหายใจ เปน็ ต้น
3) ครชู ้แี จงจดุ ประสงค์การเรียนใหแ้ ก่นกั เรียนทราบ
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา
4) ครูให้นกั เรียนจบั กลุ่ม 3 – 4 คน โดยคละตามความสามารถของนักเรียน เกง่ กลาง ออ่ น
เพ่อื ทำกจิ กรรม เรอ่ื ง ซู ซู หนนู อ้ ยช่างจำ
- ครนู ำใบความรูเ้ กย่ี วกับการจำแนกสตั ว์ท้งั 5 กลมุ่ วางไว้ตามจดุ ตา่ งๆ ในหอ้ งเรียน
สำหรบั ใหน้ ักเรยี นเข้าไปศกึ ษาข้อมลู
- นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ แบง่ หนา้ ที่ไปตามฐานตา่ งๆ ภายในห้องเรียน เพือ่ ศกึ ษาข้อมลู
และนำข้อมูลท่ไี ด้กลับมาแลกเปลยี่ นกบั เพอ่ื นในกลมุ่ โดยทีค่ รูไมไ่ ดบ้ อกว่าแตล่ ะ
ฐานนั้นเปน็ สตั ว์กลุ่มใด
- นกั เรยี นมเี วลา 10 นาทีในการศึกษาข้อมูลจากฐานของตนเอง
- หลงั จากนกั เรียนศกึ ษาข้อมูลตามฐานตา่ งๆ แล้วให้กลับมาทก่ี ลุ่มของตนเองและ
ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม และสรุปข้อมูลที่ได้ในรูปของแผนผัง
มโนทศั น์ในกระดาษชารท์ และตกแตง่ ให้สวยงาม
5) ในระหว่างที่นักเรียนทำกจิ กรรม ครูคอยดูแลอำนวยความสะดวกการเข้าศึกษาตามฐาน
ของนักเรยี นและดแู ลความเรียบรอ้ ยใหน้ กั เรียนปฏบิ ัติตามกตกิ า
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้
6) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานของตนเอง และให้นักเรียนคน
อน่ื ๆ ร่วมกนั ความคดิ ของตนเองอยา่ งสรา้ งสรรค์
7) ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำใบงาน เรื่องลักษณะเฉพาะของสัตวม์ ีกระดกู สันหลังเป็น
การบ้าน ส่งในชั่วโมงตอ่ ไป
ช่วั โมงที่ 2
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (ตอ่ )
8) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมโดยเฉลยใบงานเรื่อง ลักษณะเฉพาะของสตั ว์มี
กระดูกสนั หลงั
9) ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับการจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังและลักษณะเฉพาะโดยใช้สื่อ
power point เรือ่ ง สัตว์มกี ระดูกสันหลัง
10) ครูตงั้ คำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นในประเดน็ ต่างๆ ดังนี้
- สตั ว์ที่ออกลกู เป็นตัว มีขนเปน็ เส้นคือสัตวก์ ลมุ่ ใด
(แนวคำตอบ: สัตว์เล้ยี งลูกดว้ ยนม)
26
- สัตว์ท่ผี วิ หนังแหง้ มเี กลด็ แขง็ เป็นสตั ว์กล่มุ ใด
(แนวคำตอบ: สตั วเ์ ลอ้ื นคลาน)
- ยกตัวอย่างสตั วท์ ่อี อกลกู เปน็ ไข่ มขี นเป็นแผง
(แนวคำตอบ: สัตว์กลุ่มนก)
ข้ันที่ 4 ขยายความเข้าใจ
11) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังที่สนใจ
เพิ่มเติม เช่น โลมา วาฬ พะยูน และม้าน้ำ จัดอยู่ในกลุ่มปลาทั้งหมดหรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ: ไม่
ทัง้ หมดเพราะ โลมา วาฬ พะยนู จัดเป็นสตั ว์เลยี้ งลกู ดว้ ยนม)
12) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มสัตว์ โดยให้นักเรียนศึกษา
ข้อมูลเพ่มิ เติมในหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.4
13) ครูส่มุ นกั เรยี นในการเฉลยใบงานเรอ่ื ง เกณฑ์ทใี่ ช้ในการจำแนกกลุ่มสตั ว์ และให้เพื่อนๆ
ในหอ้ งร่วมกันแลกเปล่ยี นความคิดเหน็
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
14) ครตู รวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยการตงั้ ประเดน็ คำถามดังนี้
- การจำแนกสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั แบง่ ออกเปน็ กีป่ ระเภท อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ: 5 ประเภท ได้แก่ กลมุ่ ปลา กลุ่มสัตวส์ ะเทนิ น้ำสะเทินบก สตั ว์เลยี้ งลกู
ด้วยนม กลุ่มนก และสตั วเ์ ล้ือยคลาน)
- ให้นักเรยี นบอกลกั ษณะสำคัญของสัตว์แต่ละกลุ่ม
(แนวคำตอบ: อิสระตามความเหมาะสมของคำตอบ)
- ใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งสัตวใ์ นแต่ละกลุม่ อย่างนอ้ ย 3 ชนดิ
(แนวคำตอบ: อิสระ)
15) ครูตรวจใบงานเร่อื ง ลกั ษณะเฉพาะของสตั ว์มีกระดูกสันหลงั ใบงานเรื่อง เกณฑ์ทีใ่ ช้ใน
การจำแนกกลุ่มสัตว์ แผนผังมโนทัศน์ การทำกจิ กรรมกลุม่ และการตอบคำถามในชน้ั เรียน
11. สอ่ื การเรียนรู้
1) ส่ือการเรยี นรู้
1.1) หนงั สือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1.2) ใบความรูก้ ารจำแนกสตั ว์มกี ระดกู สนั หลงั
1.3) กระดาษชาร์ท
1.4) ปากกาเมจิก
1.5) ใบงาน เร่อื ง ลักษณะเฉพาะของสตั วม์ กี ระดูกสันหลงั
1.6) ใบงาน เร่อื ง เกณฑท์ ี่ใชใ้ นการจำแนกกลุ่มสัตว์ (2)
1.7) power point เรื่อง สตั วม์ ีกระดูกสันหลงั
2) แหลง่ การเรียนรู้
2.1) ห้องเรียน 27
2.2) ห้องสมดุ เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ท่ี วธิ กี าร เครื่องมือ
1 ตรวจใบงาน ใบงาน
ตรวจแผนผังมโนทศั น์ แผนผงั มโนทศั น์
2 สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรม
ในกจิ กรรม การทำงานรายบุคคล
3 สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
และมงุ่ มั่นในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 28
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................
13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครผู ู้สอน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
29
14. ความคิดเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจง้ )
วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้
ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(.............................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ..........
30
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า
2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน
6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน
7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6
8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี
31
ภาคผนวก
ใบงานเรอื่ งลกั ษณะเฉพาะของสัตว์มกี ระดกู สนั หลงั
32
ใบงานเรอื่ ง เกณฑท์ ใี่ ช้ในการแบง่ กลมุ่ ส่ิงมชี ีวติ (2)
33
ใบความรกู้ ารจำแนกสตั ว์มีกระดกู สนั หลัง
34
35
36
37
38
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ
ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
39
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
40
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 4
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 สิ่งมีชีวิต เรอื่ ง เราจำแนกสัตว์มกี ระดกู สันหลังได้อยา่ งไร
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว 14101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.4 เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใช้สอนวนั ....................... ท.ี่ ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพนั ธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตัวชวี้ ดั
ว 1.3 ป.4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะท่ีสงั เกตได้ของสตั ว์มกี ระดูกสนั หลังในกล่มุ ปลา กลุ่มสัตว์สะเทิน
นำ้ สะเทินบก กลมุ่ สตั วเ์ ล้อื ยคลาน กลุ่มนก และกลมุ่ สัตว์เลย้ี งลูกดว้ ยน้ำนม และยกตวั อยา่ งส่ิงมชี ีวติ ในแต่ละกลุ่ม
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีลักษณะบางอย่างที่เหมือนและแตกต่างกันไป เรา
สามารถจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังได้เป็น 5 กลุ่มคือ กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่ม
สตั วเ์ ลือ้ ยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลยี้ งลกู ด้วยน้ำนม
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ระบุลักษณะเฉพาะท่สี งั เกตไดข้ องสัตวม์ กี ระดูกสนั หลังในกลมุ่ ปลา กล่มุ สตั วส์ ะเทินนำ้ สะเทนิ บก
กล่มุ สัตว์เล้อื ยคลาน กลมุ่ นก และกลุ่มสตั ว์เลยี้ งลูกดว้ ยน้ำนมได้ (K)
2) ยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ
สะเทนิ บก กลุ่มสตั ว์เลอ้ื ยคลาน กลุม่ นก และกลุ่มสัตวเ์ ล้ยี งลกู ดว้ ยน้ำนมได้ (K)
3) จำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน
กลมุ่ นก และกลุ่มสัตว์เลีย้ งลกู ด้วยนำ้ นมได้ (P)
4) รับผดิ ชอบและมุง่ ม่ันในการทำงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
41
6. คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสังเกต
1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการส่ือสาร
8. ทกั ษะกระบวนการคดิ
การคิดวเิ คราะห์ คิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ
สตั วม์ ีกระดูกสนั หลัง คอื กระดกู สันหลงั จะอยเู่ ป็นแนวยาวไปตามด้านหลังของสัตว์ กระดูกสันหลังจะ
ตอ่ กันเปน็ ขอ้ ๆ ยืดหยนุ่ เคลอื่ นไหวได้ มีหน้าที่ช่วยพยงุ รา่ งกายให้เปน็ รูปร่างทรวดทรงอยูไ่ ดแ้ ละยังชว่ ยปอ้ งกนั
เส้นประสาทอกี ดว้ ย สัตวพ์ วกมกี ระดกู สันหลังแบ่งออกเปน็ 5 กล่มุ ดังน้ี
1) สัตว์กลุ่มปลา เป็นสัตว์ที่หายใจด้วยเหงือกแลกเปลี่ยนแก๊สในน้ำ มีครีบใช้เคลื่อนไหวและทรงตัว
รปู ร่างเรยี วยาว มีเกล็ดปกคลมุ ตวั มเี สน้ ข้างตวั เปน็ ส่วนรบั ความร้สู กึ สนั่ สะเทือน เป็นสัตว์เลอื ดเย็น เช่น ปลา
ฉลาม ปลากระเบน ปลาดุก ปลานิล ปลาตะเพียน ฯลฯ
2) สตั วส์ ะเทินน้ำสะเทนิ บก เป็นสัตว์ที่วางไข่ในนำ้ ตวั ออ่ นหายใจดว้ ยเหงือกและผิวหนงั เมื่อโตเต็มวัย
อาศยั อยูบ่ นบกจงึ หายใจด้วยปอดและผิวหนงั สัตวก์ ล่มุ นี้จะมีผิวหนังเปียกช้นื ไม่มเี กลด็ เปน็ สัตว์เลือดเยน็ เชน่
กบ คางคก เขียด ปาด อ่งึ อา่ ง ซาลามานเดอร์ ฯลฯ
3) สัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่ส่วนมากดำรงชีวิตอยู่บนพื้นดิน วางไข่บนบก ไข่มีไข่แดงมากเพื่อเปน็
อาหารของตวั ออ่ น ผิวหนงั ลำตวั แหง้ มีเกลด็ หายใจดว้ ยปอดตลอดชีวิตและเปน็ สัตวเ์ ลอื ดเยน็ พวกที่อาศัยอยู่
บนบก เชน่ เตา่ จระเข้ งูบางชนดิ ฯลฯ
4) สัตว์กลุ่มนก เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นแผงปกคลุมตัว ขาหน้าเปลี่ยนเป็นปีก ปากเป็นจะงอย
ที่ปอดมีถุงลมช่วยหายใจและระบายความร้อน ไม่มีกระเพาะปัสสาวะ ออกลูกเป็นไข่ เช่น นกเขา นกพิราบ
นกอินทรี เป็ด ไก่ ฯลฯ
5) สัตวเ์ ลย้ี งลูกด้วยนม เปน็ สตั วเ์ ลือดอุ่น ตัวเมยี มตี อ่ มนำ้ นมเลีย้ งลูก หายใจดว้ ยปอด มีแขนและขา
ไมเ่ กิน 2 คู่ มตี อ่ มเหง่ือใต้ผิวหนัง มขี นเป็นเส้นปกคลมุ ตัว ออกลกู เป็นตัว เช่น คน ช้าง มา้ วัว โลมา ฯลฯ
42
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ข้นั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) กจิ กรรมบรหิ ารสมอง (Brain Gym) ดว้ ยเกม Blooket ซึง่ เป็นคำถามเก่ียวกบั สัตว์จำนวน
10 ข้อ
2) ครูตัง้ คำถามกระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นในประเดน็ ตา่ งๆ ดังนี้
- สตั วท์ ่ีออกลูกเปน็ ตัว มขี นเป็นเสน้ คอื สตั ว์กล่มุ ใด
(แนวคำตอบ: สตั วเ์ ลยี้ งลกู ด้วยนม)
- สตั ว์ทผี่ ิวหนังแหง้ มเี กล็ดแข็ง เปน็ สัตวก์ ลุ่มใด
(แนวคำตอบ: สัตว์เล้อื นคลาน)
- ยกตัวอย่างสัตวท์ ี่ออกลูกเป็นไข่ มขี นเปน็ แผง
(แนวคำตอบ: สตั วก์ ล่มุ นก)
ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา
3) ครูนำภาพตวั อย่างชนดิ ของสตั วจ์ ำนวน 1 ชนิด (จาก Project 14 - สสวท.)
4) นักเรยี นแต่ละคนจำแนกลักษณะเฉพาะของสตั ว์ทงั้ 10 ชนิด แลว้ ลงข้อสรุปวา่ เป็นสตั ว์
กลมุ่ ใด โดยทนี่ ักเรียนสามารถบันทึกผลลงแบบบันทกึ กิจกรรมทีค่ รไู ด้จัดเตรียมไว้
5) กำหนดเวลาในการทำกจิ กรรม 20 นาที ในระหว่างท่ีนกั เรยี นทำกจิ กรรม นักเรียน
สามารถซักถามในขอ้ สงสัยต่างๆ ไดต้ ลอดเวลา
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้
6) ครูสุ่มนักเรียนให้นำเสนอผลจากการทำกิจกรรมจำนวน 10 คน ด้วยการใช้ Wheel of
name
7) ครูซักถามผลที่เพื่อนนำเสนอเปรียบเทียบกับของนักเรียนแต่ละคนเป็นอย่างไร (มีความ
คิดเห็นเหมอื นหรือต่างกันอยา่ งไร)
8) ครูและนักเรยี นร่วมกันอธิบายลกั ษณะเฉพาะของสัตวม์ ีกระดูกสนั หลัง โดยใช้สื่อ Power
point เรือ่ ง สตั ว์มกี ระดูกสนั หลัง
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
9) ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ตั้งคำถามเก่ียวกับการจำแนกสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั ท่ีสนใจเพิ่มเติม
เช่น โลมา วาฬ พะยูน และม้าน้ำ จัดอยู่ในกลุ่มปลาทั้งหมดหรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ: ไม่ทั้งหมด
เพราะ โลมา วาฬ พะยูน จดั เปน็ สตั ว์เลย้ี งลกู ดว้ ยนม)
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล
10) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการต้งั ประเด็นคำถามดังนี้
- การจำแนกสัตวม์ กี ระดกู สนั หลงั แบ่งออกเป็นกีป่ ระเภท อะไรบ้าง
43
(แนวคำตอบ: 5 ประเภท ได้แก่ กลุ่มปลา กลมุ่ สัตวส์ ะเทินนำ้ สะเทินบก สัตว์เลีย้ งลูก
ดว้ ยนม กล่มุ นก และสัตว์เลือ้ ยคลาน)
- ให้นกั เรียนบอกลกั ษณะสำคัญของสตั วแ์ ต่ละกลมุ่
(แนวคำตอบ: อิสระตามความเหมาะสมของคำตอบ)
- ใหน้ ักเรยี นยกตวั อย่างสตั ว์ในแตล่ ะกลุ่มอย่างน้อย 3 ชนิด
(แนวคำตอบ: อิสระ)
11) ครูตรวจแบบบันทึกกิจกรรมเรื่อง ตาราง ลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูก
สนั หลังกลุ่มตา่ ง ๆ
11. ส่ือการเรยี นรู้
1) สื่อการเรียนรู้
1.1) หนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์ ป.4
1.2) ใบความร้กู ารจำแนกสตั ว์มีกระดูกสนั หลงั
1.3) แบบบันทกึ กจิ กรรมเรอื่ ง ตาราง ลกั ษณะเฉพาะทส่ี งั เกตได้ของสตั ว์มกี ระดูก สันหลงั
กลมุ่ ต่าง ๆ
1.4) power point เรือ่ ง สัตว์มกี ระดูกสันหลงั
1.5) ส่ือการสอนออนไลน์ จาก Project 14 - สสวท.
2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรียนออนไลน์
2.2) ห้องสมุดออนไลน์
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ท่ี วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
1 ตรวจแบบบนั ทกึ กิจกรรม แบบบันทกึ กิจกรรม รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมินจากการตอบคำถาม แบบประเมินการตอบคำถาม
2 สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล
3 สังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
และมุง่ ม่ันในการทำงาน อันพึงประสงค์
13. บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู้ 44
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผเู้ รียนท่ผี า่ นตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................
ผู้เรียนทีไ่ ม่ผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นท่สี อบไม่ผา่ นตวั ชี้วัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทไี่ มผ่ ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผูเ้ รยี นทมี่ คี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/สง่ เสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรอ่ื ง ............................................................................................................
ผ้เู รียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรอ่ื ง............................................................................................
ผเู้ รียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................
13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................................ครูผู้สอน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
45
14. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจ้ง)
วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ....................................................... ลงชอ่ื ......................................................
(............................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
วนั ท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท.ี่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........
46
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า
2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน
6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน
7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6
8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี
47
ภาคผนวก
แบบบันทึกกจิ กรรมลกั ษณะเฉพาะของสตั ว์มีกระดกู สนั หลงั
48
ใบความรกู้ ารจำแนกสตั ว์มีกระดกู สนั หลัง
49
50