51
52
53
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ
ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
54
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
55
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 5
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 สง่ิ มีชวี ติ เร่ือง การจำแนกพืช
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 14101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ป.4 เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู ูส้ อน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใชส้ อนวัน....................... ท่.ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ช้วี ัด
ว 1.3 ป.4/2 จำแนกพืชออกเป็นพชื ดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่
รวบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การจำแนกพืช เราสามารถใช้ลักษณะภายนอกของพืชที่สังเกตได้มาเป็นเกณฑ์ในการจำแนกพืช
ออกเปน็ กลุ่ม เชน่ ใชก้ ารมดี อก มาจำแนกพชื ไดเ้ ปน็ พชื มีดอกและพืชไมม่ ีดอก เปน็ ตน้
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ระบุชนิดของพืชดอกและพืชไมม่ ดี อก โดยใชก้ ารมีดอกเป็นเกณฑไ์ ด้ (K)
2) ระบชุ ื่อพชื ดอกของประเทศอ่ืนๆ ในภมู ภิ าคอาเซยี นได้ (K)
3) จำแนกพืชออกเปน็ พชื ดอกและพชื ไมม่ ีดอก โดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ได้ (P)
4) สังเกตและบันทึกพืชดอกและพืชไมม่ ดี อก โดยใชก้ ารมดี อกเปน็ เกณฑ์ได้ (P)
5) รบั ผดิ ชอบและมุ่งมั่นในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
56
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.2) ทกั ษะการการรวบรวมข้อมลู
2) ความสามารถในการส่อื สาร
3) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ทักษะกระบวนการคิด
การคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ
พืช เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งที่มีมากมายหลายชนิด เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารได้จาก
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง พืชชนิดต่างๆ อาจมีลักษณะบางประการที่เหมือนหรือแตกต่างกัน
นกั วทิ ยาศาสตรจ์ ึงใช้การมีดอกของพืชเป็นเกณฑ์ในการจำแนก ดังนี้
1) พืชดอก เปน็ พืชท่มี ีมากที่สดุ ในโลก เมื่อเจรญิ เติบโตเต็มทแี่ ลว้ จะสร้างดอกสำหรบั ใช้ในการสืบพันธ์ุ
จึงทำให้เกิดเป็นพืชต้นใหม่ได้ พืชดอกจะมีโครงสร้างภายนอกที่สำคัญได้แก่ ราก ลำต้น ใบ และดอก ซึ่งพืช
ดอกบางชนดิ จะมีดอกขนาดเลก็ เชน่ สาหรา่ ยหางกระรอก จอก พลูด่าง เป็นตน้
2) พืชไม่มีดอก เป็นพืชที่ไม่มีดอกตลอดการดำรงชีวิต พืชจำพวกนี้ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้าง
สปอร์ เม่ือสปอร์จากตน้ แมป่ ลิวไปตกยงั บรเิ วณที่เหมาะสม สปอรน์ น้ั จะสามารถงอกเปน็ ต้นใหมไ่ ด้ พชื ไม่มดี อก
มโี ครงสร้างภายนอกที่สำคัญไดแ้ ก่ ราก ลำต้น และใบ แต่จะไมม่ ดี อก
พืชดอกประจำชาตอิ าเซยี น
57
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ันที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูกระตุน้ ความสนใจของนักเรียนโดยนำพืช 2 ชนิดได้แก่ ตน้ กุหลาบ และตน้ เฟริ ์น มาให้
นกั เรยี นรว่ มกนั สงั เกตอภปิ รายลกั ษณะภายนอก และตั้งคำถามกระตุ้นความคดิ ดงั น้ี
- พชื 2 ชนดิ น้มี ีความแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ: อิสระ เชน่ ใบ การมดี อก ฯลฯ)
-จากการพิจารณาลักษณะภายนอก หากให้จัดกลุ่มพืช พืชสองชนิดนี้ควรอยู่กลุ่ม
เดียวหรือไม่เพราะเหตุใด โดยครใู หน้ กั เรียนอภปิ รายเกณฑ์ท่ใี ช้ในการจำแนก
(แนวคำตอบ: อิสระ)
2) ครูช้แี จงจุดประสงค์การเรยี นให้แก่นกั เรยี นทราบ
3) ครูและนักเรียนร่วมกันร้องเพลง “รวมกัน รวมกันให้ดี รวมกันวันนี้อย่าให้มีผิดพลาด
ผู้ชายนั้นคอื เหรียญบาท ผู้หญิงเก่งกาจ 50 สตางค์” ครูบอกจำนวนเงินทีต่ ้องการ เช่น สองบาทห้าสิบ เด็กๆ
อาจจะรวมไดด้ งั นี้ ผู้ชาย 2 คน ผู้หญงิ 1 คน หรือ ผชู้ าย 1 คน ผู้หญิง 3 คน กไ็ ด้
4) เม่อื นกั เรียนจบั กล่มุ ได้แลว้ ให้นกั เรยี นตง้ั ชื่อกลุ่มตามช่อื พชื ที่ชอบ
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา
5) ครใู ห้นกั เรยี นทำกิจกรรมหนูนอ้ ยนกั สำรวจ โดยชี้แจงรายละเอยี ดดังนี้
- ให้นกั เรยี นสำรวจพืชในบรเิ วณโรงเรียน พรอ้ มทงั้ สังเกตลักษณะโครงสรา้ ง
ภายนอก บันทกึ ลงในสมดุ ของตนเอง ดังตัวอย่างตารางบนั ทึกผลการสำรวจ
ชื่อพืช ลำตน้ ลักษณะโครงสรา้ งภายนอก ดอก
ใบ ราก
- นกั เรียนสามารถเขียนเปน็ ความเรยี งหรอื วาดประกอบได้
*หมายเหตุ ครูแบ่งพื้นทใ่ี นการสำรวจใหช้ ัดเจนและกระจายไปตามจุดตา่ งๆ เพื่อใหเ้ กิดความ
หลากหลายในการแลกเปลย่ี นข้อมลู
6) ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนนำเสนอผลการสำรวจ และร่วมกันอภปิ รายถึงลักษณะ
โครงสรา้ งภายนอกทีส่ งั เกตได้
7) ครูให้นักเรียนนำพืชที่สำรวจได้ทั้งหมดจากกลุ่มมารวมกันและร่วมกันจำแนกพืชโดยใช้
เกณฑก์ ารมีดอกในการจำแนก และเขียนข้อมลู ลงบนกระดาน
58
8) ครตู ั้งประเดน็ คำถามกระตุ้นความคิดของนกั เรียนดงั นี้
- จากการสำรวจพืชกลุม่ ใดพบมากกวา่ กัน
(แนวคำตอบ: กลมุ่ พืชดอก)
- นักเรียนคิดว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียนจะมีพืชดอกที่หลากหลายเช่นเดียวกับ
ประเทศไทยหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ: อสิ ระ)
9) ครูมอบหมายงานใหน้ กั เรียนไปสืบคน้ พชื ประจำชาติในประเทศอาเซียน เพื่อนำข้อมูลมา
ใช้ในการแลกเปลีย่ นเรยี นรใู้ นชวั่ โมงต่อไป
ชั่วโมงที่ 2
ข้นั ที่ 2 สำรวจและค้นหา
10) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลจากการสืบค้นพืชประจำชาติในประเทศ
อาเซยี น โดยครใู ช้การตงั้ คำถามในประเดน็ ตา่ งๆ เพ่อื กระตนุ้ ความสนใจดงั นี้
- พืชประจำชาตใิ นประเทศอาเซียนเปน็ พืชกลมุ่ ใด
(แนวคำตอบ: พชื ดอก)
- ประเทศใดบ้างท่มี ีกลว้ ยไมเ้ ป็นดอกไม้ประจำชาติ
(แนวคำตอบ: สิงคโปร์ คือ ดอกกลว้ ยไม้แวนด้า และอินโดนเี ซยี คอื ดอกกล้วยไม้ราตร)ี
- ประเทศท่อี ยู่ตดิ กับภาคใต้ของไทย มีดอกไมป้ ระจำชาตสิ ีแดง
(แนวคำตอบ: มาเลเซยี คือดอกพู่ระหง)
- ดอกไมใ้ ด และเปน็ ของชาตใิ ดทคี่ นไทยนยิ มนำมาไหวพ้ ระ
(แนวคำตอบ: ดอกบวั ประเทศเวยี ดนาม)
11) ครใู หน้ ักเรยี นเขา้ กลมุ่ เดิมจากชวั่ โมงท่ีแล้ว เพื่อทำกิจกรรมการทดลอง เรื่อง จำแนกพืช
โดยใชก้ ารมดี อกเปน็ เกณฑ์ ซงึ่ มขี ั้นตอนการดำเนินการดงั นี้
- แต่ละกลุ่มจะไดบ้ ัตรภาพทัง้ หมด 10 ภาพ ประกอบด้วย ภาพดอกไม้ 8 ภาพ และ
ภาพธงชาติประเทศในอาเซียน 2 ภาพ โดยนักเรียนจะต้องระบุชือ่ ดอกไม้ในบัตร
ภาพธงชาติและจำแนกใหถ้ ูกต้อง
- การให้คะแนน
จำแนกถกู ตอ้ งทกุ ภาพ 10 คะแนน
จำแนกเสรจ็ เป็นกล่มุ แรกและถกู ตอ้ งรบั คะแนนฟรี 2 คะแนน
ระบชุ อ่ื ดอกไม้ในอาเซยี นได้ถกู ต้องจะได้รบั คะแนนฟรี 2 คะแนน
ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้
12) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยการจำแนกพชื และมอบรางวลั ให้กบั กลมุ่ ที่ได้คะแนนสงู สุด
13) ครูอธิบายความรูเ้ พิม่ เตมิ เกีย่ วกบั พืชดอกและพชื ไม่มดี อก โดยใช้สอ่ื วีดที ศั น์การจำแนกพืช
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
59
14) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งคำถามเกี่ยวกับการจำแนกพืชที่สนใจเพิ่มเติม เช่น
นักวทิ ยาศาสตรใ์ ชเ้ กณฑใ์ ดอกี บ้างในการจำแนกพชื ดอก (แนวคำตอบ: ใบ ไดแ้ ก่พืชใบเล้ียงเดย่ี ว พืชใบเลยี้ งคู่)
15) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง พืชดอกและพืชไม่มีดอก โดยให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล
เพ่ิมเติมในหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 หรอื ในอินเตอร์เนต็ เพ่ิมเติม
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล
16) ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงานเรื่อง พืชดอกและพืชไม่มีดอก เพื่อให้นักเรียนเกิด
ความเข้าใจตรงกนั
17) ครูสุ่มนกั เรยี น 2 คน เพือ่ ให้สรปุ ความรู้ทีไ่ ด้รบั จากการทำกิจกรรมในบทเรียนน้ี และให้
นกั เรียนคนอน่ื ๆ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ อยา่ งสร้างสรรค์
18) ครูประเมินนักเรยี นจากการตรวจใบงานเร่ือง พืชดอกและพืชไม่มดี อก การจำแนกบัตร
ภาพ และการตอบคำถามในช้นั เรียน
11. ส่อื การเรียนรู้
1) ส่อื การเรยี นรู้
1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.4
1.2) ส่อื วดี ีทัศน์การจำแนกพืช จาก www.youtube.com/watch?v=Taw4wewcY1w
1.3) บัตรภาพพชื
1.4) ใบงาน เรือ่ ง พืชดอกและพชื ไม่มีดอก
1.5) พชื ตวั อย่าง ได้แก่ เฟิรน์ กหุ ลาบ
2) แหลง่ การเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) หอ้ งสมุด
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ท่ี วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจสมดุ สมดุ
ตรวจบตั รภาพ บตั รภาพ
2 สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรม การทำงานรายบุคคล
3 สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 60
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................
13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
61
14. ความคิดเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา/ผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจ้ง)
วนั ท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจดั การเรยี นรู้
ลงช่ือ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(...........................................) (นายวริ ัชต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
วนั ท.ี่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วันที่............เดอื น..........................พ.ศ. ..........
62
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า
2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน
6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน
7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6
8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี
63
ภาคผนวก
บัตรภาพพชื ตา่ งๆ
64
บตั รภาพประเทศตา่ งๆ
ไทย สิงคโปร์
ดอก...................................................... ดอก............... .......................................
เวียดนาม บรูไน
ดอก...................................................... ดอก......................................................
มาเลเซยี พม่า
ดอก...................................................... ดอก......................................................
กัมพชู า อนิ โดนีเซยี
ดอก...................................................... ดอก......................................................
ฟลิ ิปปนิ ส์ 65
ลาว
ดอก...................................................... ดอก......................................................
**หมายเหตุ บัตรพชื 8 ภาพ รวมกบั บตั รชาตอิ าเซียน 2 ภาพ
66
ใบงาน เรอื่ ง พชื ดอกพืชไม่มดี อก
67
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ
ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
68
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
69
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 6
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 สง่ิ มีชวี ติ เร่ือง การจำแนกพืช
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 14101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ป.4 เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู ูส้ อน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใชส้ อนวัน....................... ท่.ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ช้วี ัด
ว 1.3 ป.4/2 จำแนกพืชออกเป็นพชื ดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่
รวบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การจำแนกพืช เราสามารถใช้ลักษณะภายนอกของพืชที่สังเกตได้มาเป็นเกณฑ์ในการจำแนกพืช
ออกเปน็ กลุ่ม เชน่ ใชก้ ารมดี อก มาจำแนกพชื ไดเ้ ปน็ พชื มีดอกและพืชไมม่ ีดอก เปน็ ตน้
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ระบุชนิดของพืชดอกและพืชไมม่ ดี อก โดยใชก้ ารมีดอกเป็นเกณฑไ์ ด้ (K)
2) ระบชุ ื่อพชื ดอกของประเทศอ่ืนๆ ในภมู ภิ าคอาเซยี นได้ (K)
3) จำแนกพืชออกเปน็ พชื ดอกและพชื ไมม่ ีดอก โดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ได้ (P)
4) สังเกตและบันทึกพืชดอกและพืชไมม่ ดี อก โดยใชก้ ารมดี อกเปน็ เกณฑ์ได้ (P)
5) รบั ผดิ ชอบและมุ่งมั่นในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
70
7. สมรรถนะท่สี ำคญั
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสำรวจค้นหา
1.2) ทักษะการการรวบรวมขอ้ มูล
2) ความสามารถในการสอ่ื สาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ทกั ษะกระบวนการคดิ
การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ
9. เน้อื หาสาระ
พืช เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งที่มีมากมายหลายชนิด เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารได้จาก
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง พืชชนิดต่างๆ อาจมีลักษณะบางประการที่เหมือนหรือแตกต่างกัน
นกั วิทยาศาสตร์จงึ ใช้การมีดอกของพชื เป็นเกณฑใ์ นการจำแนก ดังน้ี
1) พืชดอก เป็นพชื ทมี่ มี ากทสี่ ดุ ในโลก เม่ือเจริญเตบิ โตเตม็ ท่ีแล้วจะสร้างดอกสำหรบั ใช้ในการสืบพันธ์ุ
จึงทำให้เกิดเป็นพืชต้นใหม่ได้ พืชดอกจะมีโครงสร้างภายนอกที่สำคัญได้แก่ ราก ลำต้น ใบ และดอก ซึ่งพืช
ดอกบางชนิดจะมีดอกขนาดเลก็ เช่น สาหร่ายหางกระรอก จอก พลดู ่าง เปน็ ตน้
2) พืชไม่มีดอก เป็นพืชที่ไม่มีดอกตลอดการดำรงชีวิต พืชจำพวกนี้ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้าง
สปอร์ เมอ่ื สปอรจ์ ากต้นแมป่ ลิวไปตกยงั บรเิ วณทเ่ี หมาะสม สปอรน์ ั้นจะสามารถงอกเป็นตน้ ใหม่ได้ พชื ไมม่ ดี อก
มีโครงสร้างภายนอกที่สำคญั ไดแ้ ก่ ราก ลำต้น และใบ แต่จะไม่มดี อก
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนด้วยการตั้งคำถามว่า ส่วนประกอบของพืชได้แก่
อะไรบ้าง โดยใช้ Padlet
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา
2) ครูอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรม
3) ครกู ำหนดพืช 4 ชนดิ ไดแ้ ก่ มะเขอื หมากผู้หมากเมยี กุหลาบ เฟิน
4) ครูใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมสำรวจลกั ษณะของส่วนตา่ งๆ ของพืช ทงั้ 4 ชนดิ (Project 14 -
สสวท.) บนั ทกึ ลงในสมุดของตนเอง ดงั ตัวอยา่ งตารางบนั ทกึ ผลการสำรวจ
71
ชอ่ื พืช ลกั ษณะของสว่ นตา่ งๆ ของพืช
ราก ลำตน้ ใบ ดอก ผล
มะเขือ
หมากผูห้ มากเมยี
กหุ ลาบ
เฟนิ
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้
5) ครสู มุ่ นักเรียนจำนวน 4 คน เพ่ือนำเสนอผลการสำรวจ
6) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ผลทีไ่ ด้จากการสำรวจ
ข้ันที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
7) ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกีย่ วกับการจำแนกพืชท่ีสนใจเพมิ่ เติม เช่น นกั วิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์ใด
อีกบา้ งในการจำแนกพืชดอก (แนวคำตอบ: ใบ ไดแ้ ก่พืชใบเลี้ยงเดยี่ ว พชื ใบเลี้ยงค่)ู
8) ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงานเร่อื ง พชื ดอกและพชื ไมม่ ดี อก โดยใหน้ ักเรยี นสืบคน้ ข้อมูลเพ่ิมเติม
ในหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.4 หรือในอนิ เตอร์เนต็ เพิม่ เติม
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล
9) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจกิจกรรมสำรวจลักษณะของส่วนต่างๆ ของพืช ทั้ง 4
ชนิด และการตอบคำถามในช้นั เรยี น
11. สือ่ การเรียนรู้
1) สอ่ื การเรียนรู้
1.1) หนังสือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1.2) สอ่ื การสอนออนไลน์ จาก Project14-สสวท.
1.3) ใบงาน เร่อื ง พืชดอกและพืชไมม่ ดี อก
1.4) คลิปวีดีโอ
2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียนออนไลน์
2.2) ห้องสมุดออนไลน์
12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 72
ท่ี วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจแบบบันทกึ กจิ กรรม แบบประเมนิ กิจกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน แบบประเมินใบงาน
2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม
ในกจิ กรรม การทำงานรายบคุ คล
3 สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
13. บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้ 73
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ผู้เรยี นท่ผี ่านตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................
ผเู้ รียนทไ่ี ม่ผ่านตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นที่สอบไมผ่ ่านตวั ชว้ี ัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทไี่ ม่ผา่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพัฒนา/สง่ เสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รียนไดร้ ับความรู้ (K) ในเรอื่ ง ............................................................................................................
ผูเ้ รยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) ในเรอ่ื ง............................................................................................
ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม (A) ในเรอ่ื ง.................................................................................
13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครผู ู้สอน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยเุ หล็ก)
ตำแหน่ง ครู คศ.1
วันที.่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
74
14. ความคิดเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา/ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจ้ง)
วันท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจัดการเรยี นรู้
ลงชื่อ....................................................... ลงชอ่ื ......................................................
(..............................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ........... วันท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........
75
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า
2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน
6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน
7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6
8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี
76
ภาคผนวก
ใบงาน เร่อื ง พชื ดอกและพืชไม่มดี อก
77
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ
ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
78
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
79
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 สิ่งมีชวี ติ เร่อื ง หนา้ ที่ส่วนต่างๆ ของพชื ดอก
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว 14101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ชั้น ป.4 เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใช้สอนวนั ....................... ท่.ี ........... เดอื น.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่ิงไม่มชี วี ติ กับส่ิงมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หาส่ิงแวดล้อม รวมท้งั นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ชว้ี ัด
ว 1.2 ป.4/1 บรรยายหน้าทข่ี องราก ลำตน้ ใบ และดอก ของพชื ดอก โดยใช้ขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
พืชดอกมโี ครงสร้างภายนอกทีส่ ำคัญ ไดแ้ ก่ ราก ลำตน้ ใบ ดอก ผล และเมลด็ ซึง่ ส่วนตา่ ง ๆ เหล่าน้ี
จะทำหนา้ ท่ีต่างกันและตอ้ งทำงานประสานกันอยา่ งเปน็ ระบบ
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายหนา้ ทีข่ องราก ลำต้น ใบ และดอก ของพืชดอก โดยใช้ขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ (K)
2) สงั เกตและบันทึกสว่ นประกอบของพืชดอก ไดแ้ ก่ ราก ลำตน้ ใบ และดอกได้ (P)
3) รบั ผิดชอบและมุง่ มน่ั ในการทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งม่ันในการทำงาน
7. สมรรถนะทส่ี ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
80
1.2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
1.3) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
2) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคดิ วิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
9. เน้ือหาสาระ
พืชดอก เป็นพืชที่เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีดอกให้เห็น มีอวัยวะต่างๆ ครบสมบูรณ์ คือ ราก
ลำต้น ใบ ตา ดอก และเมล็ดมไี ว้เพ่อื สำหรบั ขยายพนั ธ์ุ พืชดอกมอี ยทู่ ัว่ ไปหลายชนิด พบทั้งบนบกและในน้ำ
หนา้ ทสี่ ว่ นต่างๆ ของพชื ดอก
1) ราก คือ อวัยวะที่เป็นส่วนประกอบของพืชที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ ไม่มีข้อ ปล้อง ตาและใบ ราก
เจริญเติบโตตามแรงดึงดดู ของโลกลงสูด่ นิ มีหน้าที่ดงั นี้
- ยดึ ลำตน้ ให้ติดกับพืน้ ดนิ
- ดดู น้ำและธาตุอาหารท่ีละลายนำ้ จากดิน แล้วลำเลยี งข้ึนไปยังส่วนตา่ งๆ ของพืช
2) ลำต้น คือ อวัยวะของพืชที่โดยทั่วไปเจริญอยู่เหนือพื้นดินต่อจากราก ลำต้นประกอบด้วยส่วน
สำคัญ 3 ส่วน ไดแ้ ก่ ขอ้ ปลอ้ ง และตา ลำต้นมหี นา้ ทด่ี ังน้ี
- ชู กง่ิ กา้ น ใบ ดอก เพื่อรบั แสงแดดในการปรงุ อาหาร
- เป็นทางลำเลียงน้ำ และอาหารจากรากสู่สว่ นต่างๆของพชื
3) ใบ คือ อวัยวะของพืชที่เจริญออกมาจากข้อของลำต้นและกิง่ ใบส่วนใหญ่จะมีสารสีเขียวเรยี กว่า
คลอโรฟลิ ล์ มหี น้าทีด่ ังนี้
- สร้างอาหารให้พชื การสรา้ งอาหารของพืช เรียกว่า “ การสังเคราะหด์ ้วยแสง”
- หายใจ ใชแ้ ก๊สออกซเิ จนในการหายใจและปลอ่ ยแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดอ์ อกมาทางปากใบ
- คายน้ำ พืชจะคายนำ้ ส่วนท่เี กินความต้องการออกทางปากใบ
4) ดอก คือ อวัยวะสบื พันธ์ขุ องพชื ทำหน้าท่สี บื พนั ธ์ุแบบอาศัยเพศ ท่ีเกิดมาจากตาชนิดตาดอกที่อยู่
ตรงบริเวณปลายยอด ปลายก่งิ บริเวณลำตน้ ตามแตช่ นิดของพืช มีหน้าท่ดี งั น้ี
- ชว่ ยลอ่ แมลงให้มาผสมเกสร
- ทำหนา้ ทีผ่ สมพนั ธุ์
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
• วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูใหน้ กั เรยี นดูภาพการเจริญเตบิ โตของพชื โดยครูสลับภาพลำดับการเจรญิ เติบโตเพ่ือให้
นักเรียนเรียงลำดบั ภาพท่ถี ูกตอ้ ง
81
2) หลังจากศกึ ษาภาพ ครตู ัง้ ประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นดงั นี้
- ส่วนใดของพืชทีง่ อกออกจากเมล็ดมาเปน็ อันดับแรก เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ: ราก เพราะพชื ต้องใช้รากดูดน้ำและธาตุอาหาร)
- จากภาพนกั เรยี นคิดวา่ รูปสุดท้าย พืชมีสว่ นประกอบใดบา้ งทนี่ ักเรยี นรู้จกั
(แนวคำตอบ: ราก ลำต้น และใบ)
3) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าส่วนประกอบต่างๆ ของพืชก็เปรียบได้กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
มนุษย์ มหี นา้ ทกี่ ารทำงานแตกตา่ งกนั แตต่ ้องประสานกันเปน็ ระบบ
4) ครูชแ้ี จงจุดประสงคก์ ารเรียนใหแ้ กน่ ักเรยี นทราบ
ข้ันที่ 2 สำรวจค้นหา
5) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3 -4 คน โดยคละตามความสามารถของนักเรียน เก่ง กลาง
อ่อน เพอื่ สืบคน้ ข้อมลู เก่ยี วกับหน้าท่ขี องพชื ดอก จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
จากอินเตอรเ์ นต็ จากนนั้ เขียนข้อมูลสรปุ ลงในสมุดของตนเอง
6) ครูให้นักเรยี นทำใบงานเรอื่ ง โครงสรา้ งของพืช เพื่อใหน้ ักเรียนไดน้ ำขอ้ มูลที่สืบค้นมาใช้ใน
การตอบคำถามใบงาน
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
7) ครูสมุ่ นกั เรยี นนำเสนอผลการหาสบื ค้นขอ้ มลู และร่วมกันอภิปรายคำตอบในใบงาน
8) ครูอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตรงกัน (ราก: ยึดลำต้นให้ติดกับ
พื้นดินและดูดน้ำและธาตุอาหารที่ละลายน้ำจากดิน, ลำต้น: ชู กิ่ง ก้าน ใบ ดอก เพื่อรับแสงแดดในการปรงุ
อาหารและเป็นทางลำเลียงน้ำและอาหารจากรากสู่ส่วนต่างๆของพืช, ใบ: สร้างอาหาร หายใจ และคายน้ำ,
ดอก: ล่อแมลงและสืบพนั ธุ์
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
9) ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนโดยใชก้ ารตงั้ คำถามดงั น้ี
- นกั เรยี นคิดว่าหอ้ งครวั เปรยี บได้กับส่วนใดของพชื เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ: ใบ เพราะใช้ในการสร้างอาหารเช่นเดยี วกับครัวท่ีทำอาหาร)
- ถ้าพืชไม่มีรากนกั เรียนคดิ วา่ พชื จะเปน็ อย่างไร
(แนวคำตอบ: อิสระ เช่น พชื ตาย, พืชไม่มีวัตถุดิบในการสร้างอาหาร ฯลฯ)
82
- ต้นพริก กบั ตน้ หญา้ นักเรยี นคิดว่ามโี ครงสรา้ งภายนอกเหมอื นกันหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ: ต่างกนั เพราะพืชแต่ละชนดิ มโี ครงสรา้ งภายนอกแตกตา่ งกนั )
10) ครูมอบหมายงานใหน้ ักเรยี นเตรียมตน้ เทียนหรือตน้ กระสังข์ สีผสมอาหาร และมีด มาใน
ชัว่ โมงตอ่ ไป โดยให้นักเรยี นใชก้ ลุ่มเดิม เพ่ือทำกจิ กรรมการทดลองเร่อื ง รากและลำตน้ ของพชื ทำหนา้ ที่อย่างไร
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
11) ครตู รวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนจากการตอบคำถาม และการทำใบงาน
12) ครสู ุ่มนักเรียน 4 คน เพ่ือสรุปความรู้ตามส่วนประกอบของพืช และใหเ้ พอื่ นๆ ในหอ้ ง
ช่วยเพ่ิมเติมส่วนที่ไมส่ มบูรณ์
11. สื่อการเรียนรู้
1) ส่ือการเรียนรู้
1.1) หนังสอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1.2) ภาพการเจรญิ เตบิ โตของพชื
1.3) ใบงาน เรอ่ื ง โครงสร้างพืช
2) แหลง่ การเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) หอ้ งสมุด
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ท่ี วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน ใบงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
2 สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล
3 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
และมุ่งมั่นในการทำงาน อันพึงประสงค์
13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 83
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผเู้ รียนที่ผ่านตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นร้อยละ.................
ผู้เรียนทไ่ี ม่ผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
เลขที่ของนกั เรยี นทีส่ อบไม่ผา่ นตัวชว้ี ัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุที่ไม่ผา่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพัฒนา/ส่งเสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรยี นไดร้ บั ความรู้ (K) ในเรื่อง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ (P) ในเรื่อง............................................................................................
ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม (A) ในเร่ือง.................................................................................
13.2 ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................................ครผู ู้สอน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1
วันที่............เดือน..........................พ.ศ. ................
84
14. ความคิดเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจ้ง)
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจัดการเรยี นรู้
ลงช่ือ....................................................... ลงช่อื ......................................................
(...........................................) (นายวริ ัชต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
วนั ท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ........... วันท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........
85
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321
1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า
2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP
3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน
6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน
7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6
8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้
รวม
เฉล่ยี
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี
86
ภาคผนวก
ภาพการเจรญิ เตบิ โตของพืช
87
88
89
ใบงาน เร่ือง โครงสรา้ งของพืช
90
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ
ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา
ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
91
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้
กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง
3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้
ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ
ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน
92
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 สงิ่ มีชวี ติ เรือ่ ง หนา้ ที่ของรากและลำต้น
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวชิ า ว 14101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.4 เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู ู้สอน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใช้สอนวัน....................... ท.ี่ ........... เดอื น.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่งิ ไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหาสง่ิ แวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ชีว้ ดั
ว 1.2 ป.4/1 บรรยายหน้าท่ีของราก ลำต้น ใบ และดอก ของพืชดอก โดยใชข้ ้อมูลที่รวบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
รากมีหน้าทีด่ ูดน้ำและแร่ธาตุจากดินข้ึนไปสูส่ ่วนต่างๆ ของพืชโดยผ่านทางลำต้น ส่วนลำต้นมีหน้าที่
ลำเลียงน้ำ แร่ธาตุ และอาหาร ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของพืช โดยภายในลำต้นของพืชมีท่อลำเลียง ซ่ึง
ประกอบด้วยท่อลำเลียงนำ้ และทอ่ ลำเลียงอาหาร เพื่อลำเลยี งน้ำและแร่ธาตุจากดนิ และลำเลยี งอาหารจาก
ใบพืช
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธิบายหน้าทีข่ องรากและลำต้นของพืชดอกได้ (K)
2) อธิบายการลำเลียงน้ำและแรธ่ าตขุ องพชื ดอกได้ (K)
3) ทดลองการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุของพืชดอกได้ (P)
4) รับผดิ ชอบและมุ่งมั่นในการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งมนั่ ในการทำงาน
93
7. สมรรถนะท่สี ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสังเกต
1.2) ทักษะการตง้ั สมมตฐิ าน
1.3) ทกั ษะการทดสอบสมมติฐาน
1.4) ทักษะการสรปุ อ้างอิง
1.5) ทักษะการให้เหตุผล
2) ความสามารถในการส่อื สาร
8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
9. เนือ้ หาสาระ
• ราก
ราก เป็นส่วนประกอบของพืชที่เจริญเติบโตลงสู่ดินตามแรงโน้มถ่วงของโลก รากส่วนใหญ่ไม่มี
คลอโรฟิลล์ สามารถจำแนกตามลักษณะได้ 3 ประเภท ดงั น้ี
1) รากแก้ว เปน็ รากท่ีมลี ักษณะโตช่วงโคนรากแลว้ คอ่ ยๆ เรยี วเลก็ ลงไปจนถึงช่วงปลายของ
ราก มักจะพบในพชื ใบเลีย้ งคู่ เช่น มะเขอื เทศ พริก เป็นตน้
2) รากแขนง เป็นรากท่เี จริญเตบิ โตออกมาจากรากแกว้ แลว้ แตกแขนงออกไปเป็นทอดๆ
3) รากฝอย เปน็ รากทมี่ ลี ักษณะเปน็ เส้นเลก็ ๆ มีขนาดสม่ำเสมอ และงอกออกมาเป็นกระจุก
พบในพืชใบเลีย้ งเดย่ี ว เช่น ข้าว ออ้ ย เป็นต้น
หนา้ ทส่ี ำคญั ของราก
1) ดูดน้ำและแร่ธาตุ จากพื้นดินส่งข้ึนไปเลีย้ งส่วนต่าง ๆ ซึ่งต้องนำไปผา่ นกระบวนการปรงุ
หรอื การสงั เคราะหด์ ้วยแสงก่อน
2) ยึดลำต้นใหต้ ดิ กบั พน้ื ดนิ ถ้าพชื ไมม่ รี ากลำต้นจะตง้ั ตรงอยู่ไม่ได้
หน้าท่พี ิเศษของราก
1) รากคำ้ จุน (prop root) เปน็ รากทแี่ ตกออกจากขอ้ ของลำตน้ เหนือดิน ชว่ ยพยงุ ลำตน้ ไมใ่ ห้
ลม้ ง่าย เชน่ รากโกงกาง ข้าวโพด ลำเจียก ยางอินเดยี
2) รากยึดเกาะ (climbing root) เป็นรากที่แตกออกจากข้อของลำต้นแล้วยึดเกาะกับเสา
หรอื ไมอ้ ่นื เพอื่ ไตข่ ึ้นด้านบน เช่น รากพลู พลดู า่ ง พรกิ ไทย
3) รากหายใจ (aerating root) เป็นรากที่แตกแขนงจากรากใหญ่ แล้วแทงขึ้นดา้ นบนขึน้ มา
เหนอื พน้ื ดนิ หรือพ้ืนน้ำ เชน่ รากลำพู โกงกาง กล้วยไม้
4) รากสังเคราะห์แสง (photosynthetic root) เป็นรากท่ีแตกแขนงออกจากลำต้น แล้วมัก
ห้อยลงมาในอากาศ มักมสี ีเขียวของคลอโรฟลิ ล์ เชน่ รากไทร รากกลว้ ยไม้
94
5) รากสะสมอาหาร (storage root) มีลักษณะอวบอ้วน เช่น หัวผักกาด แครอท มันเทศ
มันแกว มันสำปะหลงั เป็นตน้
• ลำตน้
ลำต้น คอื อวยั วะของพืชที่โดยทั่วไปเจรญิ อยู่เหนือพ้นื ดินต่อจากราก มีขนาด รปู รา่ ง และลกั ษณะ
แตกตา่ งกนั ไป
หนา้ ทสี่ ำคญั ของลำต้น
1) เป็นแกนช่วยพยุงอวัยวะต่างๆ ได้แก่ กิ่ง ใบ ดอก ผล และเมล็ด ช่วยให้ใบกางออก รับ
แสงแดดเพ่อื ประโยชน์ในการสร้างอาหาร โดยวิธีการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
2) เป็นทางลำเลยี งนำ้ และแร่ธาตุที่รากดดู ข้ึนมาส่งต่อไปยงั ใบและส่วนตา่ งๆ ของพืช
3) เปน็ ทางลำเลียงอาหารที่ใบสรา้ งข้ึน ส่งผ่านลำต้นไปยังรากและสว่ นอ่นื ๆ
ภาพตดั ขวางของลำต้นแสดงทอ่ ลำเลยี งนำ้ และทอ่ ลำเลยี งอาหาร
ชนดิ ของลำตน้
พืชแต่ละชนิดจะมีลักษณะลำตน้ แตกต่างกัน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามตำแหน่งท่ี
อยคู่ อื ลำต้นเหนอื ดิน และลำตน้ ใต้ดิน
1) ลำตน้ เหนือดิน จำแนกตามลักษณะของลำตน้ ไดเ้ ปน็ 3 ชนดิ
- ต้นไม้ใหญห่ รอื ไม้ยืนตน้ เชน่ ลลี าวดี มะมว่ ง ขนุน ฯลฯ
- ต้นไม้พุ่ม เช่น เข็ม กระถนิ แก้ว ฯลฯ
- ตน้ ไมล้ ม้ ลกุ เช่น ผักบุ้ง ดาวเรยี ง ข้าวโพด ฯลฯ
2) ลำต้นใต้ดิน ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นราก เนื่องจากมีรากแตกออกมาจากลำต้น
เหลา่ นนั้ ลักษณะเหมอื นกับรากแขนงแตกออกมาจากรากแก้ว ลกั ษณะของลำต้นใต้ดินท่ีแตกต่างจากรากคือมี
ข้อ และปลอ้ งเหน็ ไดช้ ัดเจนบางครง้ั มีตาอยดู่ ว้ ย เชน่ ข่า มันฝร่งั กลว้ ย หัวกระเทียม หอมแดง เผือก เป็นต้น
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
95
ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูทบทวนความรเู้ ดิมเก่ียวกับโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของพชื ดอก โดยขออาสาสมัคร 2 คน
ใหท้ บทวนความรจู้ ากนั้นให้นกั เรยี นคนอน่ื ๆ ชว่ ยเพมิ่ เตมิ ขอ้ มูลให้ครบถ้วน
2) ครูชี้แจงจุดประสงคก์ ารเรียนใหแ้ กน่ ักเรียนทราบ
3) ครูใหน้ กั เรยี นเข้ากลุม่ เดมิ ของตนเอง และตรวจสอบวสั ดุอปุ กรณค์ วามพรอ้ มของนักเรยี น
ก่อนเรมิ่ ทำการทดลอง
ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา
4) ครแู จกอุปกรณ์เพ่ิมเติมไดแ้ ก่ บีกเกอร์ แว่นขยาย และใบบนั ทึกกจิ กรรมการทดลอง เรือ่ ง
รากและลำตน้ ของพืชทำหน้าท่ีอะไร เพอ่ื ให้นักเรียนต้ังสมมตฐิ าน
5) ครูให้นกั เรียนศึกษาขั้นตอนการทำกจิ กรรมจากใบบนั ทึกกิจกรรมและศึกษาข้อมูลเพ่ิมเตมิ
จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.4
6) ในระหวา่ งท่ีนกั เรยี นรอพืชดูดน้ำน้นั ครแู จกบัตรภาพรากแกว้ หรอื รากฝอยให้แก่นักเรียน
กลมุ่ ละ 1 ภาพ ซงึ่ มกี ติกาการทำกิจกรรมดังน้ี
- แตล่ ะกลุม่ จะได้ภาพรากของพืช 1 ภาพ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันพจิ ารณาวา่ คอื รากชนิด
ใด จากนน้ั ใหห้ าร่วมกันเขยี นชอ่ื พชื ทมี่ ีรากตามภาพทกี่ ำหนด
- ให้นกั เรยี นคือช่ือพืชใหไ้ ด้มากทส่ี ุด ภายในเวลา 10 นาที ลงในสมุด
- การใหค้ ะแนนถา้ เขยี นชอื่ พืชถกู ได้ +1 คะแนน ถา้ เขียนผดิ ได้ -1 คะแนน
ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
7) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายภาพของรากแก้ว และรากฝอย และตรวจสอบการเขียน
ชอ่ื พืชและรวมคะแนน
8) ครูอธิบายข้อมูลรากแขนงเพิ่มเติมว่าเป็นรากเจริญเติบโตออกมาจากรากแก้ว แล้วแตก
แขนงออกไปเป็นทอดๆเปน็ สว่ นที่
9) ครมู อบรางวลั ให้กบั กลมุ่ ท่มี ีคะแนนสงู สดุ จากการทำกจิ กรรมเขยี นชื่อพชื ดอก
10) เมื่อครบกำหนดเวลาในการแช่ต้นเทยี น ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาผา่ ต้นเทียนและใชแ้ ว่นขยาย
ส่อง บนั ทึกขอ้ มลู ลงในใบบนั ทกึ กจิ กรรมและตอบคำถามท้ายกจิ กรรม
11) เมื่อตน้ กระสังข์ดดู น้ำจนสังเกตเหน็ ผลการทดลองไดแ้ ล้ว ครูใหแ้ ต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทน
ออกมานำเสนอผลการบนั ทกึ กิจกรรมและร่วมกันสรปุ ผลการทดลอง
ช่วั โมงท่ี 2
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (ตอ่ )
12) ครทู บทวนความรู้เดมิ จากกิจกรรมการลำเลยี งน้ำและแร่ธาตขุ องพชื โดยตงั้ คำถามดังนี้
- พืชใช้ส่วนใดในการดดู นำ้ และแรธ่ าตุ และส่วนใดในการลำเลียงนำ้ และแร่ธาตุ
(แนวคำตอบ: รากดูดน้ำและแร่ธาตุ ลำต้นลำเลียงนำ้ และแร่ธาตุ)
96
- ทอ่ ลำเลยี งของพชื มีกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: 2 ประเภท คอื ท่อลำเลียงน้ำ และท่อลำเลียงอาหาร)
13) ครอู ธิบายเพ่มิ เติมเกยี่ วกบั หนา้ ทีพ่ ิเศษของราก และชนิดของลำต้น
ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
14) ครใู ช้สอื่ power point เร่ืองหนา้ ท่ีรากและลำต้น ในการอธบิ ายเพม่ิ เติม
15) ในระหว่างทอี่ ธิบายเพิ่มเตมิ ครูให้นักเรยี นช่วยกนั ยกตัวอย่างพืชดอกอืน่ ๆ เพม่ิ เติมที่มี
รากที่ทำหนา้ ทพ่ี เิ ศษ ร่วมไปถึงการนำรากบางสว่ นของมาใชป้ ระโยชน์ในการทำอาหารเชน่ รากสะสมอาหาร
ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล
16) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยใชก้ ารตอบคำถามลงในสมุดของนกั เรียนดังน้ี
- รากของพชื ใบเลย้ี งเดีย่ วและพืชใบเลย้ี งคู่ มีลกั ษณะแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ: แตกต่างกัน พืชใบเล้ียงเดีย่ วเปน็ รากฝอย พืชใบเล้ยี งคเู่ ป็นรากแกว้ )
- จงอธบิ ายการลำเลียงนำ้ และอาหารของพชื ดอก
(แนวคำตอบ: พืชลำเลียงนำ้ จากรากไปสู่สว่ นต่างๆ ของพชื (ล่าง→ บน)
พชื ลำเลยี งอาหารจากใบไปสสู่ ว่ นตา่ งๆ ของพชื (บน→ล่าง)
- เราจะสงั เกตพืชทีม่ รี ากสะสมอาหารและพืชทม่ี ีลำตน้ ใตด้ ินได้อย่างไร
(แนวคำตอบ: ลำตน้ ใต้ดินมขี ้อและปล้องเห็นได้ชดั เจนบางคร้งั มตี าอยู่ดว้ ย)
- เพราะเหตุใดรากของไทร รากของกลว้ ยไม้ จึงสรา้ งอาหารได้
(แนวคำตอบ: เพราะมีคลอโรฟิลล์ท่ใี ช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง)
17) ครูตรวจสอบความเข้าใจจากใบบันทกึ กจิ กรรม การตอบคำถามท้ายกจิ กรรมและสมดุ
ของนกั เรียน
11. สื่อการเรยี นรู้
1) ส่อื การเรยี นรู้
1.1) หนงั สือเรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1.2) บตั รภาพรากของพชื
1.3) อุปกรณท์ ใ่ี ช้ในการทดลอง
1.3.1) ตน้ กระสงั ข์ สีผสมอาหาร และมดี
1.3.2) แว่นขยาย และบกี เกอร์
1.4) ใบบันทึกกจิ กรรม เร่อื ง รากและลำต้นของพชื ทำหน้าทอ่ี ะไร
1.5) power point เรอื่ ง หนา้ ทข่ี องรากและลำต้น
2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) ห้องสมุด
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 97
ท่ี วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1 ตรวจใบบนั ทกึ กิจกรรม ใบบนั ทึกกิจกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจสมดุ สมุด
2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม
ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล
3 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
และมุง่ มัน่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์
13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 98
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................
13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
99
14. ความคิดเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจ้ง)
วันที.่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจัดการเรียนรู้
ลงช่ือ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(.............................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วนั ท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท.่ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........
100
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรูส้ าระวทิ ยาศาสตร์
ลำดับ เกณฑ์คณุ ภาพ คุณภาพ
321
1 เขียนสาระสำคญั ครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ มุ คา่
2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับ KAP
3 สาระเรียนรคู้ รอบคลมุ เนอ้ื หา เน้อื หา กระบวนการ คุณลกั ษณะ
4 กิจกรรมการเรียนรูเ้ นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning
5 ออกแบบแตล่ ะกจิ กรรมเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี น
6 ออกแบบการวดั ประเมินจากชนิ้ งานกลุ่ม/เด่ยี วของผูเ้ รยี น
7 มีความสมั พันธ์ระหวา่ งองค์ประกอบขอ้ ที1่ -6
8 ส่ือการเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเน้ือหา น่าสนใจ เหมาะสมกบั วัย สะดวกใช้
รวม
เฉลีย่
เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง
กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ลงช่ือ เดือน ผ้ปู ระเมิน
( )
ตำแหน่ง พ.ศ.
วันท่ี