The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิต (ปี กศ.2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก, 2022-07-23 10:30:57

ป.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิต (ปี กศ.2565)

ป.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิต (ปี กศ.2565)

101

ภาคผนวก

บตั รภาพรากของพชื

102

ใบบันทกึ กิจกรรม รากและลำตน้ ของพชื ทำหน้าที่อะไร

103

104

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมช้ันประถมศึกษาปีที่

ที่ พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไ่ี ด้รับ
ความคดิ เหน็ ฟงั คนอ่นื มอบหมาย สรปุ

ช่อื -สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั นี้
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไมพ่ ดู คุยในชน้ั ตอบคำถามถกู ต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยูใ่ นเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรับปรุง = 1 เข้าชัน้ เรียนแต่การแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไมค่ รบ ไมต่ รงตอ่ เวลา

ลงชื่อ ผู้สังเกต
( )
พ.ศ.
วนั ที่ เดอื น

105

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามที่โรงเรยี นจัดขึ้น

2. ซื่อสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ีถูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏิบตั ิในสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง

3. มีวินยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงตอ่ เวลา

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รูจ้ ักใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้

4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคำส่งั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรียน

5. อย่อู ยา่ ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด

พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรคู้ ุณค่า

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงิน

6. ม่งุ มน่ั 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสำเร็จ

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและสิ่งแวดล้อม

รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ต่ำกวา่ 30 ปรบั ปรุง

ลงช่ือ ผู้สังเกต
( )
พ.ศ.
วันที่ เดอื น

106

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 9

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 สง่ิ มีชีวิต เรือ่ ง หน้าท่ขี องใบ

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัสวิชา ว 14101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ป.4 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผูส้ อน นายดเิ รกฤทธิ์ ยเุ หลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใช้สอนวัน....................... ท่ี............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งส่งิ ไม่มชี ีวติ กับสิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวติ กับสิง่ มีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม แนวทางในการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหาสิง่ แวดล้อม รวมท้ังนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ช้วี ัด

ว 1.2 ป.4/1 บรรยายหน้าทข่ี องราก ลำตน้ ใบ และดอก ของพชื ดอก โดยใชข้ ้อมูลท่รี วบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ใบเป็นโครงสร้างที่สำคัญของพืช ทำหน้าที่สร้างอาหารโดยการสงั เคราะห์ด้วยแสง อาหารที่พืชสร้าง
ขน้ึ มาครั้งแรกจะเปน็ น้ำตาลแลว้ จะถูกเปลี่ยนเปน็ แปง้ เกบ็ สะสมไว้ในสว่ นต่างๆ ของพชื การหายใจของพืชคือ
การแลกเปล่ียนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ช่นเดยี วกับคนและสัตว์ และการคายน้ำของพืชคือ
การกำจัดนำ้ ส่วนเกินซึง่ มปี ระโยชน์ตอ่ พืชเพราะชว่ ยทำใหเ้ กิดการลำเลยี งน้ำและแรธ่ าตุอย่างตอ่ เนือ่ ง
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ขี องใบได้ (K)
2) เปรยี บเทียบพืชใบเล้ียงเดย่ี วและพชื ใบเลย้ี งคขู่ องพชื ดอกได้ (K)
3) จำแนกพืชใบเล้ยี งเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ของพชื ดอกได้ (P)
4) ทดลองการสร้างอาหารของพืชโดยการตรวจสอบอาหารประเภทแปง้ ทพ่ี ืชสะสม (P)
5) ทดลองการคายนำ้ ของพชื ดอกได้ (P)
6) รบั ผดิ ชอบและมุง่ มน่ั ในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์
1) มวี ินยั

107

2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุง่ มนั่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั

1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการตั้งสมมตฐิ าน
1.3) ทกั ษะการทดสอบสมมติฐาน
1.4) ทกั ษะการสรปุ อ้างอิง
1.5) ทักษะการให้เหตุผล

2) ความสามารถในการส่ือสาร
8. ทกั ษะกระบวนการคิด

การคิดวเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ

ใบ (Leaves) เป็น อวัยวะที่เจริญออกไปบริเวณด้านข้างโดยมีตำเหน่งอยู่ที่ข้อปล้องของต้นและ
ก่ิง ใบส่วนใหญ่มักแผ่แบน มสี ีเขียวของคลอโรฟลิ ล์ รูปร่างและขนาดของใบแตกต่างกนั ไปตามชนดิ ของพชื

ส่วนประกอบของใบ
- กา้ นใบ เป็นส่วนทตี่ อ่ จากลำตน้ ไปเสน้ ใบ
- แผ่นใบ ลักษณะใบมีสีเขียว รปู ร่างต่างๆ กัน
- เสน้ ใบ เปน็ เส้นใบภายในใบ ทำหน้าท่ลี ำเลยี งสาร

ประเภทของพืชจำแนกจากใบเลีย้ ง

พชื ดอกสามารถจำแนกตามใบเล้ยี งได้ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

- พืชใบเล้ียงเด่ียว คอื พืชท่มี ใี บเลยี้ งเพยี งใบเดียวเม่ือเจรญิ เตบิ โตเตม็ ที่จะเห็นข้อและปล้อง

ในส่วนของลำต้นชัดเจน ใบมักมีลักษณะแคบเรียวเส้นใบเรยี งตัวในแนวขนานกลีบดอกมจี ำนวน 3 กลีบ หรือ

ทวีคณู ของ 3 รากเป็นระบบรากฝอย เช่น ข้าวโพด ออ้ ย หญา้ ไผ่ เป็นต้น
- พืชใบเลี้ยงคู่ คือ พืชท่ีมีใบเลี้ยง 2 ใบเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่เห็นข้อและปล้องในส่วนของ

ลำต้นไม่ชัดเจนใบมีลักษณะกว้างเส้นใบแตกแขนงเป็นร่างแหรากเป็นระบบรากแก้วกลีบดอกมีจำนวน 4 -5

กลีบ หรือทวีคูณของ 4 –5 เชน่ ไดแ้ ก่ ถ่วั พรกิ มะมว่ ง เปน็ ตน้

ตารางเปรยี บเทียบพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวและพืชใบเลยี้ งคู่

ลกั ษณะ พชื ใบเล้ียงเดีย่ ว พชื ใบเลี้ยงคู่

จำนวนใบเลีย้ ง 1 ใบ 2 ใบ

ข้อและปลอ้ ง มองเห็นชัดเจน มองเหน็ ไมช่ ดั เจน

เส้นใบ เรียงตวั ขนานกนั เป็นรา่ งแห

108

ระบบราก รากฝอย รากแกว้
จำนวนกลีบ 3 กลบี หรือทวีคณู ของ 3 4-5 กลีบ หรือทวีคูณของ 4-5

หน้าที่ใบของพชื
1) การสังเคราะห์ด้วยแสง เปน็ กระบวนการสร้างอาหารของพืช โดยอาหารทพ่ี ืชสร้างได้เป็น

อนั ดับแรกคอื นำ้ ตาลก่อนท่ีจะเปล่ียนรปู ไปเปน็ แป้งและสารประกอบอ่ืนๆ ตอ่ ไป ปัจจัยสำคัญท่ีพืชจำเป็นต้อง
นำไปใชใ้ นกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง

1.1) คลอโรฟลิ ล์: มีอยใู่ นคลอโรพลาสต์
1.2) แสง: คลอโรฟิลลจ์ ะดูดซบั พลงั งานแสงเข้ามาในใบพืช
1.3) แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์: พืชจะรบั เข้ามาทางปากใบทเี่ ปดิ ในเวลากลางวนั
1.4) น้ำ: รากพืชจะดดู น้ำขึน้ มาแล้วลำเลยี งต่อไปยังใบโดยผ่านทางลำต้นพืช

2) การหายใจ
เวลากลางวนั : พชื มีการหายใจตลอดเวลาไม่ว่าจะเปน็ กลางวนั หรอื กลางคืน ในเวลากลางวัน
พืชจะใชแ้ กส๊ คาร์บอนไดออกไซดจ์ ากการหายใจและปลอ่ ยออกสู่สิง่ แวดล้อมแล้วนำแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์น้ี
ไปใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง และพืชจะปล่อยก๊าซออกซิเจนเป็นผลผลิตจากการสังเคราะห์ด้วยแสงออกสู่
สิง่ แวดลอ้ ม
เวลากลางคนื พืชจะไมม่ ีการสงั เคราะห์ด้วยแสงหรือมกี าสงั เคราะห์ด้วยแสงนอ้ ยมาก เพราะ
ปริมาณแสงมีไม่เพียงพอ พืชจะใช้แก๊สออกซิเจนในการหายใจและปล่อยแก๊สคาร์บอนไดอกไซด์ออกมา
เพราะฉะนนั้ เราไม่ควรนำตน้ ไม้ไปไวใ้ นหอ้ งนอนเวลากลางคืน
3) การคายน้ำ เป็นการแพร่ของน้ำออกไปทางปากใบ ซึ่งจะเกิดมากในตอนกลางวันที่
อณุ หภมู ิอากาศมีความชืน้ นอ้ ย การคายนำ้ จะสง่ ผลให้เกิดแรงดงึ น้ำจากสว่ นลา่ งของลำต้นขึ้นไปสู่ส่วนที่อยู่สูง
กว่า ช่วยลดอุณหภูมิทีใ่ บ ถ้าพืชคายนำ้ มากเกินไปจะทำให้ใบเหีย่ ว ทำให้พชื เจรญิ ช้าลง
10. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

• วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครูนำใบไม้ของพชื 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ พืชใบเลย้ี งเด่ยี วและพชื ใบเล้ียงคู่ เชน่ ใบไผ่ ใบมะม่วง ให้

นกั เรียนรว่ มกนั สังเกต โดยใช้คำถามดงั น้ี

109

- ใบที่นกั เรยี นเห็นน้เี ป็นใบของพืชชนิดใด

(แนวคำตอบ: ใบไผแ่ ละใบมะม่วง)

- พชื สองชนิดนี้มลี กั ษณะเหมือนหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร

(แนวคำตอบ: อิสระ เชน่ เสน้ ใบแตกต่างกนั )

- ใบพืชทน่ี ักเรียนเกบ็ มานน้ั มสี ีอะไร เพราะเหตุใด

(แนวคำตอบ: สเี ขียว เพราะมสี ารคลอรฟลิ ล)์

2) ครชู ี้แจงจดุ ประสงคก์ ารเรยี นให้แก่นกั เรียนทราบ

3) ครูใหน้ ักเรยี นจับกลุ่ม 3 – 4 คน เพอื่ ทำกจิ กรรมพชื ใบเลี้ยงเดยี่ วและพืชใบเลย้ี งคู่

ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

4) ครูให้นักเรียนสำรวจพืชในโรงเรียน 3 ชนิด จากนั้นบันทึกผลลงในงานเรื่องพืชใบเลี้ยง

เดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ โดยให้นักเรียนนำใบพืชที่ยังสดกลับมาอภิปรายเพิ่มเติมในห้องเรียนด้วย นักเรียน

สามารถสบื ค้นขอ้ มูลจากในหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 และในอนิ เตอรเ์ น็ตเพิม่ เติมได้

5) ครูกระตนุ้ ความคิดโดยการตั้งประเด็นคำถามจากการสำรวจพืชดังน้ี

- โครงสร้างของใบมอี ะไรบ้าง

(แนวคำตอบ: กา้ นใบ แผน่ ใบ และเส้นใบ)

- พชื ท่นี กั เรียนสำรวจมาน้ันสว่ นใหญ่เปน็ พืชมดี อกหรอื ไม่

(แนวคำตอบ: สว่ นใหญ่มีดอก)

- นกั เรยี นคดิ ว่าเราสามารถใช้ใบเลี้ยงของพชื จำแนกพชื ดอกไดห้ รือไม่ อยา่ งไร

(แนวคำตอบ: ได้ จำแนกออกเปน็ 2 กลมุ่ ได้แก่ พืชใบเล้ยี งเดีย่ วและพืชใบเลี้ยงคู่)

6) ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปเปรียบเทยี บตารางพืชใบเล้ยี งเดี่ยวและพืชใบเล้ียงคู่ โดยครู

กำหนดลักษณะหรือประเดน็ ไว้บนกระดานเพ่ือใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปรายและเขยี นคำตอบลงบนกระดาน

ลกั ษณะ พชื ใบเล้ียงเด่ยี ว พืชใบเล้ียงคู่

จำนวนใบเลยี้ ง 1 ใบ 2 ใบ

ขอ้ และปลอ้ ง มองเหน็ ชัดเจน มองเหน็ ไมช่ ดั เจน

เส้นใบ เรียงตวั ขนานกัน เปน็ รา่ งแห

ระบบราก รากฝอย รากแกว้

จำนวนกลบี 3 กลีบ หรือทวีคูณของ 3 4-5 กลีบ หรือทวคี ณู ของ 4-5

7) ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 และในอินเตอร์เน็ต
เพม่ิ เตมิ เก่ยี วกับหน้าที่ของใบบันทกึ ขอ้ มลู ลงในสมดุ ของตนเอง

8) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายขอ้ มลู เก่ียวกับหนา้ ทข่ี องพชื ในประเด็นการสรา้ งอาหาร
การหายใจ และการคายน้ำ

110

9) ครแู จกใบงานเรื่องการคายน้ำของพืช โดยร่วมกนั ตง้ั สมมตฐิ านและกำหนดตวั แปรร่วมกัน
จากนั้นให้นักเรียนศึกษาขั้นตอนการทำจากใบงาน และให้สังเกตและบันทึกผลเช้าวันต่อมาเพื่อนำข้อมูลมา
แลกเปลย่ี นกนั ภายในหอ้ งเรยี นในชัว่ โมงตอ่ ไป

ชว่ั โมงท่ี 2
ขนั้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (ตอ่ )

10) ครูทบทวนความรเู้ ดมิ เก่ยี วกับโครงสร้างและหนา้ ทข่ี องพชื
11) ครสู มุ่ นกั เรยี น 2 – 3 คนนำเสนอผลการทดลองการคายนำ้ ของพชื และครูใช้คำถาม
กระตุน้ ความคิดของนกั เรยี นดังน้ี

- น้ำทเี่ กิดข้นึ ภายในถุง มาจากทใี่ ด
(แนวคำตอบ: จากการที่พชื คายนำ้ )
- พชื คายน้ำออกมาทางใด
(แนวคำตอบ: ปากใบ)
- นกั เรียนคิดว่าปจั จยั ใดบ้างท่ีผลตอ่ การคายน้ำของพชื
(แนวคำตอบ: จำนวนปากใบของพชื , อุณหภูม,ิ ความช้นื เป็นตน้ )
12) ครูชีแ้ จงจดุ ประสงค์การเรียนเกีย่ วกบั การสรา้ งอาหารพขื โดยใช้คำถามดังน้ี
- อาหารที่พชื สรา้ งไดเ้ หมอื นกบั อาหารท่ีมนษุ ยท์ ำหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวคำตอบ: อิสระ)
- นักเรยี นคิดว่าหากพชื ขาดแสงแล้วจะสามารถสรา้ งอาหารไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ: อิสระ เชน่ ได้หรอื ไมไ่ ด้)
13) ครูให้นักเรียนทำการทดลองเรือ่ งพืชสรา้ งอาหารไดห้ รือไม่ โดยแจกใบงานเรือ่ งพืชสรา้ ง
อาหารได้หรอื ไม่ ให้นักเรียนศึกษาข้ันตอนการทำอยา่ งละเอยี ดจากใบงานจึงให้เริม่ การทดลองได้
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้
14) หลังจากนักเรียนทำการทดลองเสร็จสิ้น ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 กลุ่มนำเสนอผลการ
ทดลองและรว่ มกันอภปิ รายภายในชนั้ เรยี น
15) ครูอธิบายสรปุ การทดลองเพือ่ ใหน้ กั เรยี นเกิดความเข้าใจตรงกนั (สารละลายไอโอดีนจะ
ทำปฏกิ ริ ิยากับแป้งและจะเปล่ียนเป็นสีเงินอมมว่ ง แสดงใหเ้ ห็นว่าในกระดาษและใบของพชื มีแป้งสะสมอยู่จึง
เปลย่ี นสีของสารละลายไอโอดนี เพราะวา่ กระดาษน้นั กท็ ำมาจากต้นไม้ ส่วนผงชอล์กไม่มีสว่ นผสมของแป้งจึง
ไมเ่ ปล่ียนสีสารละลายไอโอดีน)
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
16) ครขู ยายความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการอธิบายข้อมูลเพ่ิมเติมโดยใช้สือ่ power point
ประกอบการอธบิ าย
17) ครใู ช้คำถามเพื่อกระตนุ้ ความคิดของนักเรียนดังน้ี
- นกั เรียนคิดวา่ การสร้างอาหารของพชื มปี ระโยชนต์ อ่ มนษุ ยห์ รอื ไมอ่ ยา่ งไร

111

(แนวคำตอบ: มี เพราะจะช่วยลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทเี่ ป็นสาเหตขุ อง

โลกรอ้ นรว่ มไปถงึ เปน็ การเพ่มิ แกส๊ ออกซเิ จนทำให้อากาศสดช่ืนดว้ ย)

- นักเรียนคดิ วา่ ในตอนกลางคืนจะเกดิ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงได้หรือไม่

(แนวคำตอบ: ไมไ่ ด้ เนอ่ื งจากในตอนกลางคืนไมม่ แี สงทเ่ี ปน็ ปจั จยั สำคัญ)

- หากใช้ไฟฉายสอ่ งท่ใี บของพืชในตอนกลางคืน พชื จะสรา้ งอาหารไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด

(แนวคำตอบ: อิสระ เนื่องจากปริมาณความเข้มของแสงมีผลต่อการสร้างอาหาร

หากแสงมคี วามเข้มน้อยเกนิ ไปก็อาจจะใหพ้ ชื สรา้ งอาหารไม่ได้

ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล

18) ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรียนจากการตอบคำถามท้ายสอื่ power point เรือ่ ง

หนา้ ท่ขี องใบ

19) ครตู รวจสอบใบงานเรื่อง พชื ใบเลย้ี งเดีย่ วและพชื ใบเล้ียงคู่, การคายน้ำของพชื , พืชสร้าง

อาหารไดห้ รือไม่

20) ครูนัดหมายนักเรียนให้เตรียมดอกไม้มาคนละ 1 ดอก และคัตเตอร์คนละ 1 อัน เพื่อ

นำมาศกึ ษาโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องดอกในช่วั โมงต่อไป

11. สือ่ การเรยี นรู้

1) ส่อื การเรยี นรู้

1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.4

1.2) ใบไมข้ องพืชใบเล้ยี งเด่ียวและใบเลย้ี งคู่

1.3) อุปกรณท์ ี่ใช้ในการทดลอง

1.4) ใบงานเร่ือง พชื ใบเลยี้ งเด่ยี วและพืชใบเล้ยี งค,ู่ การคายน้ำของพืช, พชื สรา้ งอาหารไดห้ รอื ไม่

1.5) power point เรอ่ื งหนา้ ทข่ี องใบ

2) แหลง่ การเรยี นรู้

2.1) หอ้ งเรียน

2.2) ห้องสมุด

2.3) บรเิ วณตา่ งๆ ภายในโรงเรียน

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์

1 ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2 สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

13. บันทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ 112
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผูเ้ รยี นทผี่ า่ นตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
ผู้เรียนที่ไมผ่ ่านตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ า่ นตวั ชว้ี ัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไม่ผ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รียนที่มีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/สง่ เสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รียนได้รับความรู้ (K) ในเร่ือง ............................................................................................................
ผเู้ รียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) ในเรื่อง............................................................................................
ผเู้ รยี นมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม (A) ในเร่ือง.................................................................................

13.2 ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................ครผู สู้ อน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ................

113

14. ความคิดเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษา/ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจง้ )

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

รับทราบผลการจัดการเรียนรู้

ลงช่อื ....................................................... ลงช่ือ......................................................
(.......................................) (นายวิรชั ต์ จำปาทอง)

ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบริหารวิชาการ ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........

114

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรูส้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดับ เกณฑ์คณุ ภาพ คุณภาพ
321

1 เขียนสาระสำคญั ครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ มุ คา่

2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับ KAP

3 สาระเรียนรคู้ รอบคลมุ เนอ้ื หา เน้อื หา กระบวนการ คุณลกั ษณะ

4 กิจกรรมการเรียนรูเ้ นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกจิ กรรมเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี น

6 ออกแบบการวดั ประเมินจากชนิ้ งานกลุ่ม/เด่ยี วของผูเ้ รยี น

7 มีความสมั พันธ์ระหวา่ งองค์ประกอบขอ้ ที1่ -6

8 ส่ือการเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเน้ือหา น่าสนใจ เหมาะสมกบั วยั สะดวกใช้

รวม

เฉลีย่

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง

กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย

ลงช่ือ เดือน ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหน่ง พ.ศ.
วันท่ี

115

ภาคผนวก
ใบงาน เร่ือง พชื ใบเลย้ี งเด่ียวและพชื ใบเลีย้ งคู่

116

ใบบันทึกกิจกรรม เร่อื ง พชื สร้างอาหารไดห้ รือไม่

117

ใบบันทกึ กจิ กรรม เรื่อง การคายนำ้ ของพืช

118

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมช้ันประถมศึกษาปีที่

ที่ พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไ่ี ด้รับ
ความคดิ เหน็ ฟงั คนอ่นื มอบหมาย สรปุ

ช่อื -สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั นี้
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไมพ่ ดู คุยในชน้ั ตอบคำถามถกู ต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยูใ่ นเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรับปรุง = 1 เข้าชัน้ เรียนแต่การแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไมค่ รบ ไมต่ รงตอ่ เวลา

ลงชื่อ ผู้สังเกต
( )
พ.ศ.
วนั ที่ เดอื น

119

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามที่โรงเรยี นจัดขึ้น

2. ซื่อสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ีถูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏิบตั ิในสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง

3. มีวินยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงตอ่ เวลา

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รูจ้ ักใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้

4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคำส่งั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรียน

5. อย่อู ยา่ ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด

พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรคู้ ุณค่า

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงิน

6. ม่งุ มน่ั 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสำเร็จ

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและสิ่งแวดล้อม

รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ต่ำกวา่ 30 ปรบั ปรุง

ลงช่ือ ผู้สังเกต
( )
พ.ศ.
วันที่ เดอื น

120

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 สงิ่ มีชวี ิต เร่ือง หนา้ ทข่ี องดอก

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รหัสวิชา ว 14101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.4 เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครผู ู้สอน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1

ใช้สอนวัน....................... ที่............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธ์ระหว่างส่งิ ไมม่ ีชวี ติ กับสิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวิตกับสิง่ มีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทัง้ นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ช้วี ัด

ว 1.2 ป.4/1 บรรยายหน้าทีข่ องราก ลำต้น ใบ และดอก ของพชื ดอก โดยใช้ขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

ดอกของพืชทำหนา้ ท่สี ืบพันธุ์ ดอกของพชื โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ กลีบเลย้ี ง กลีบดอก
เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี ซงึ่ แต่ละส่วนประกอบของดอก จะทำหนา้ ทแี่ ตกตา่ งกัน
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายส่วนประกอบและหนา้ ที่ของดอกได้ (K)
2) สงั เกตและบันทกึ โครงสร้างสว่ นประกอบของดอกได้ (P)
3) จำแนกชนิดของดอกโดยใชส้ ่วนประกอบของดอกหรือเกสรเพศผูแ้ ละเกสรเพศเมียเปน็ เกณฑ์ได้ (P)
4) รับผดิ ชอบและมงุ่ มนั่ ในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์
1) มีวนิ ยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งม่ันในการทำงาน
7. สมรรถนะท่สี ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

121

1.1) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.2) ทักษะการเชื่อมโยง
1.3) ทกั ษะการจำแนก
2) ความสามารถในการสือ่ สาร

8. ทกั ษะกระบวนการคดิ
การคิดวิเคราะห์ คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ

9. เน้ือหาสาระ
ดอก คือ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์ ลักษณะของดอกพืชแต่ละชนิดแตกต่างกันทั้งรูปร่าง

ขนาด สี และกล่ิน
ส่วนประกอบของดอก
1) กลบี เลี้ยง เปน็ สว่ นของดอกท่อี ยนู่ อกสดุ มีสเี ขียว เหมือนใบ และทำหนา้ ท่ีสังเคราะห์ด้วย

แสงได้ กลบี เลย้ี งทำหน้าท่หี อ่ หุ้มและปอ้ งกันอันตรายให้แกส่ ่วนของดอกทอี่ ยู่ภายใน เมอื่ ดอกบานแลว้ ส่วนของ
กลีบเล้ียงอาจหมดหนา้ ทแี่ ลว้ หลุดรว่ งไป

2) กลีบดอก เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้ามากลีบดอกมักมีสีสันสวยงามเนื่องจากมี
รงควัตถุ กลีบดอกบางชนิดสามารถเปลี่ยนสีได้ เช่นดอกพุดตาน บางชนิดมีกลิ่นหอมเนือ่ งจากมตี ่อมกลิ่นอยู่
ดว้ ยและทโี่ คนกลบี ดอกมักมตี ่อมนำ้ หวาน ช่วยในการลอ่ แมลง

3) เกสรตัวผู้ มอี บั เกสรตวั ผู้ เปน็ สว่ นที่จำเปน็ ต่อการสืบพันธุ์ ทำหนา้ ท่ีสร้างเซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศ
ผู้ เกสรตวั ผ้มู กั มีหลายอนั

4) เกสรตวั เมีย เปน็ ชนั้ ทอี่ ยใู่ นสุดเปลี่ยนแปลงมาจากใบเพือ่ ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศ
เมีย จงึ เปน็ อวัยวะสำคญั ต่อการสบื พันธุ์ ในหนึ่งดอกเกสรตัวเมียอาจมีอันเดียวหรอื หลายอัน

ชนดิ ของดอกไม้
1) จำแนกโดยอาศยั เพศเปน็ เกณฑ์ แบ่งได้ 2 ชนิด
1.1) ดอกสมบูรณ์เพศ เป็นดอกไม้ที่มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน เช่น

ชบา พู่ระหง ถวั่ พริก พทุ ธรกั ษา ขา้ ว มะเขอื เป็นต้น
1.2) ดอกไม่สมบรู ณเ์ พศ คือ ดอกที่มีเพียงเพศเดยี วเท่านั้น คือถ้ามีแตเ่ กสรตัวผู้ต้องไมม่ ี

เกสรตวั เมีย หรอื มแี ตเ่ กสรตัวเมียตอ้ งไม่มีเกสรตวั ผู้ เช่น ตำลึง เตย ลำเจยี ก ขา้ วโพด ฟักทอง เปน็ ต้น
2) จำแนกโดยอาศยั สว่ นประกอบของดอกเป็นเกณฑ์ แบ่งได้เปน็ 2 ชนดิ
2.1) ดอกครบส่วน หรือดอกสมบูรณ์ เป็นดอกที่ประกอบด้วยวง 4 ครบ คือ กลีบเลี้ยง

กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตวั เมีย ไดแ้ ก่ ดอกชบา กหุ ลาบ แค มะเขอื พ่รู ะหง
2.2) ดอกไมค่ รบสว่ นหรือดอกไม่สมบรู ณ์ เป็นดอกทีม่ สี ว่ นประกอบทง้ั 4 วงไมค่ รบ โดย

ขาดส่วนใดส่วนหนึง่ ไป เช่น ดอกบานเย็น(ขาดกลีบดอก) ดอกหน้าววั และดอกอุตพิต(ขาดกลีบเลี้ยงและกลบี
ดอก) ดอกตำลงึ ฟกั ทอง บวบ แตง (ขาดเกสรตวั ผูห้ รือเกสรตัวเมีย)

122

**ดอกครบสว่ นคือดอกสมบูรณ์เพศเสมอ และดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ คือดอกไม่ครบสว่ นเสมอ สว่ นดอก

ไม่ครบส่วนจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ หรือไม่สมบูรณ์เพศก็ได้เช่นเดียวกัน ดอกสมบูรณ์เพศอาจเป็นดอกครบ

ส่วนหรือไม่ครบส่วนก็ได้

10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

• วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E

ชัว่ โมงที่ 1

ขัน้ ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ

1) ครูนำดอกไม้ 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ ชบา และกุหลาบ มาใหน้ ักเรยี นสงั เกตและตง้ั คำถามดงั นี้

- นกั เรยี นคดิ วา่ ดอกไม้ 2 ชนดิ น้ี เหมือนหรือแตกตา่ งกันอย่างไร
(แนวคำตอบ: อิสระ เช่น สี ขนาด เปน็ ต้น ตามความรู้เดิมของนกั เรียน)

- นกั เรียนคิดวา่ สว่ นดอกของพืชมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร (ทบทวนความรู้เดมิ )

(แนวคำตอบ: สืบพันธ์ุ)

- นักเรียนคดิ ว่าส่วนใดของพชื ที่ทำหน้าที่สบื พนั ธุ์

(แนวคำตอบ: อิสระ)
- นกั เรยี นคดิ วา่ พชื มเี พศเหมือนกับมนษุ ยห์ รอื ไม่อย่างไร

(แนวคำตอบ: มี คือ เซลล์สบื พนั ธผุ์ ู้ และเซลล์สืบพนั ธุเ์ พศเมยี

2) ครูช้แี จงจดุ ประสงคก์ ารเรยี นให้แกน่ กั เรียนทราบ

3) ครูตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์และความพร้อมของนักเรียนก่อนทำการศึกษาโครงสร้างและ

หนา้ ทีข่ องดอก ได้แก่ ดอกไม้ คัตเตอร์
ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา

4) ครแู จกใบบันทกึ กิจกรรมและแวน่ ขยายให้นักเรยี นใช้ในการศึกษา

5) ครใู หน้ ักเรียนจบั กลุ่ม 3 คน โดยสมาชกิ ท้ัง 3 คน ควรจะมีดอกไมค้ นละชนดิ กนั ในกรณีท่ี

สมาชิกในกลุ่มมีดอกไม้ชนดิ เดียวกนั นักเรียนสามารถอยู่กลุ่มเดียวกันได้ แต่ต้องสืบค้นขอ้ มูลดอกไม้ชนดิ อื่น

เพิ่มเตมิ จนไดด้ อกไม้ตา่ งชนิดครบ 3 ชนิด หรอื สลบั ดอกไม้กบั เพอื่ นกลุม่ ๆ ตามความเหมาะสม
6) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาขั้นตอนการทำกิจกรรมจากในหนังสือเรียน

วิทยาศาสตร์ ป.4 ครูแนะนำเพิ่มเติมโดยเริ่มจากโครงสร้างด้านนอกสุดก่อน และให้นักเรียนระมัดระวังการ

ใชค้ ตั เตอร์ นักเรยี นสามารถค้นหาข้อมูลจากในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 และอินเตอรเ์ น็ตเพิ่มเติมได้

**หมายเหตุ ประเภทดอกใหแ้ ต่ละกล่มุ เลอื กใชเ้ กณฑ์อาศยั เพศหรือส่วนประกอบของดอกอยา่ งใดอยา่ งหนึง่

7) หลังการทำกจิ กรรม ครูสุม่ ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกล่มุ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงสร้าง

ของดอก

8) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของดอก และการ

จำแนกชนดิ ดอกตามเกณฑอ์ าศัยเพศและส่วนประกอบของดอก

123

ชวั่ โมงท่ี 2
ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา (ต่อ)

9) ครูทบทวนความรู้เดิมของนกั เรยี นจากการกิจกรรมในช่วั โมงทแ่ี ลว้ โดยตง้ั คำถามดงั น้ี
- สว่ นประกอบของดอกมีกสี่ ่วน อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: 4 ส่วน ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย)
- สว่ นประกอบใดของพืชท่ีทำหน้าที่ในการลอ่ แมลง เพราะเหตใุ ด)
(แนวคำตอบ: กลีบดอกเพราะมีสสี ันสวยงาม)
- ดอกไม้ 1 ดอกจำเปน็ หรอื ไมท่ ต่ี อ้ งมที ง้ั เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี
(แนวคำตอบ: ไม่จำเป็น ดอกไมอ้ าจจะเปน็ ไดท้ ้ังดอกสมบรู ณ์เพศและไม่สมบรู ณเ์ พศ)

10) ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมจกิ๊ ซอดอกไม้ โดยมีกติกาดังนี้
- ให้นักเรยี นจับกลุม่ 3 – 4 คน เพอ่ื ทำกิจกรรม
- ให้แต่ละกลุ่มต่อภาพจิ๊กซอดอกไม้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ และให้ร่วมกันวิเคราะห์
ส่วนประกอบ และจำแนกโดยใช้เกณฑ์ส่วนประกอบของดอกและเกณฑเ์ กสรเพศผู้
และเกสรเพศเมีย

ข้นั ที่ 3 อธบิ ายความรู้
11) หลังจากนกั เรียนต่อภาพจกิ๊ ซอแลว้ ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการวเิ คราะห์โดย

ใหน้ กั เรียนซักถามแสดงความคดิ เหน็ เพ่มิ เตมิ ได้
12) ครูอธิบายสรปุ ความรู้เพ่อื ใหน้ ักเรยี นเกดิ ความเข้าใจตรงกัน
- ดอกบวั มสี ่วนประกอบดอกสมบูรณ์ และเปน็ ดอกสมบรู ณเ์ พศ
- ดอกมะยม เปน็ ดอกไม่สมบรู ณเ์ พราะขาดเกสรเพศผู้หรือเกสรเพศเมยี และเป็น
ดอกไมส่ มบูรณ์เพศ
- ดอกกลว้ ยไม้ มสี ่วนประกอบดอกสมบรู ณ์ และเป็นดอกสมบรู ณเ์ พศ
- ดอกฟักทอง เปน็ ดอกไม่สมบรู ณ์เพราะขาดเกสรเพศผหู้ รอื เกสรเพศเมีย และเป็น
ดอกไม่สมบรู ณเ์ พศ
13) ครูอธิบายเพ่มิ เติมว่า ดอกครบส่วนคือดอกสมบรู ณเ์ พศเสมอ และดอกไม่สมบูรณเ์ พศ คือ

ดอกไม่ครบส่วนเสมอ ส่วนดอกไม่ครบส่วนจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ หรือไม่สมบูรณ์เพศก็ได้เช่นเดยี วกนั ดอก
สมบูรณ์เพศอาจเปน็ ดอกครบส่วนหรอื ไมค่ รบส่วนกไ็ ด้

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
14) ครูขยายความเข้าใจโดยให้นักเรียนชมวดิ ีทศั น์เรือ่ ง การถ่ายละอองเรณู
15) ครสู ่มุ นกั เรียน 2 – 3 คน สรุปความเขา้ ใจของตนเองหลังจากการชมวีดที ัศน์ และให้

เพอื่ นๆ ในหอ้ งรว่ มกนั อภปิ รายข้อมูลเพิม่ เติม

124

ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล
16) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนจากการตอบคำถามหลงั ชมวดี ีทัศน์
17) ครตู รวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนจากใบบันทกึ กจิ กรรมส่วนประกอบของดอก การ

นำเสนอการวเิ คราะหห์ น้าชัน้ เรียน และการตอบคำถามหน้าชนั้ เรยี น
18) ครใู หน้ ักเรยี นทำการสอบหลังเรียน เพอ่ื ดพู ัฒนาการการเรยี นรู้ของนักเรียน

11. สอื่ การเรยี นรู้
1) ส่ือการเรยี นรู้
1.1) หนังสือเรยี น วิทยาศาสตร์ ป.4
1.2) จิ๊กซอดอกไม้
1.3) อุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการทดลอง
1.4) ดอกไมต้ ัวอยา่ งได้แก่ กุหลาบ ชบา
1.5) วีดที ศั น์เรือ่ งการถ่ายละอองเรณู จาก https://www.youtube.com/watch?v=sG8R_0vxJxs
1.6) ใบงาน เรื่อง สว่ นประกอบของดอก
2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) ห้องเรยี น
2.2) ห้องสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจใบบันทึกกิจกรรม ใบบนั ทึกกจิ กรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

2 สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ในกจิ กรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ

และม่งุ ม่นั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

13. บนั ทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ 125
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรียนที่ผา่ นตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นร้อยละ.................
ผู้เรียนที่ไมผ่ า่ นตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรียนทสี่ อบไมผ่ า่ นตัวชวี้ ัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไม่ผ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรยี นที่มีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/สง่ เสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเร่ือง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม (A) ในเรอ่ื ง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................ครผู สู้ อน
(นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1

วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................

126

14. ความคิดเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผูท้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจ้ง)

วนั ที.่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจัดการเรียนรู้

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื ......................................................
(...........................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วนั ท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........

127

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรูส้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดับ เกณฑ์คณุ ภาพ คุณภาพ
321

1 เขียนสาระสำคญั ครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ มุ คา่

2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับ KAP

3 สาระเรียนรคู้ รอบคลมุ เนอ้ื หา เน้อื หา กระบวนการ คุณลกั ษณะ

4 กิจกรรมการเรียนรูเ้ นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกจิ กรรมเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี น

6 ออกแบบการวดั ประเมินจากชนิ้ งานกลุ่ม/เด่ยี วของผูเ้ รยี น

7 มีความสมั พันธ์ระหวา่ งองค์ประกอบขอ้ ที1่ -6

8 ส่ือการเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเน้ือหา น่าสนใจ เหมาะสมกบั วัย สะดวกใช้

รวม

เฉลีย่

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง

กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย

ลงช่ือ เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหน่ง พ.ศ.
วันท่ี

128

ภาคผนวก

จิ๊กซอดอกไม้ตา่ งๆ

จ๊กิ ซอดอกไม้ตา่ งๆ

129

130

ใบงาน เรอ่ื ง สว่ นประกอบของดอก

131

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมช้ันประถมศึกษาปีที่

ที่ พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไ่ี ด้รับ
ความคดิ เหน็ ฟงั คนอ่นื มอบหมาย สรปุ

ช่อื -สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั นี้
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไมพ่ ดู คุยในชน้ั ตอบคำถามถกู ต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยูใ่ นเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรับปรุง = 1 เข้าชัน้ เรียนแต่การแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไมค่ รบ ไมต่ รงตอ่ เวลา

ลงชื่อ ผู้สังเกต
( )
พ.ศ.
วนั ที่ เดอื น

132

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามที่โรงเรยี นจัดขึ้น

2. ซื่อสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ีถูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏิบตั ิในสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง

3. มีวินยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงตอ่ เวลา

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รูจ้ ักใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้

4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคำส่งั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรียน

5. อย่อู ยา่ ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด

พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรคู้ ุณค่า

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงิน

6. ม่งุ มน่ั 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสำเร็จ

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและสิ่งแวดล้อม

รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ต่ำกวา่ 30 ปรบั ปรุง

ลงช่ือ ผู้สังเกต
( )
พ.ศ.
วันที่ เดอื น


Click to View FlipBook Version