The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร (ปี กศ.2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก, 2022-07-17 10:46:17

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร (ปี กศ.2565)

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร (ปี กศ.2565)

1

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร เรื่อง ประเภทของสารอาหาร

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รหัสวิชา ว 16101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชัน้ ป.6 เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู สู้ อน นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใช้สอนวนั ....................... ท่.ี ........... เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ ไม่มชี วี ิตกับสิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหวา่ งสิง่ มีชีวติ กับสิ่งมีชีวติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปญั หาสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ชว้ี ัด

ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง
รับประทาน
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

สารอาหารทอี่ ยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมนั เกลอื แร่ วติ ามนิ และน้ำ
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) ระบุสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารทตี่ นเองรบั ประทาน (K)
2) จำแนกสารอาหารแต่ละประเภทได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและมุ่งมัน่ ในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สมรรถนะทส่ี ำคญั
1) ความสามารถในการคิด

2

1.1) ทกั ษะการเช่อื มโยง
1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ทักษะกระบวนการคิด
การคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
9. เน้อื หาสาระ
สารอาหาร คือ สารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย ซึ่งได้มาจาก
กระบวนการย่อยอาหารของรา่ งกาย
สารอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน เกลอื แร่ วติ ามนิ ไขมนั และน้ำ

- คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
- โปรตีน ไดแ้ ก่ เน้ือสัตว์ นม ไข่ และถัว่ เมล็ดแหง้
- วิตามนิ ได้แก่ ผักและผลไมต้ า่ ง ๆ เนอื้ สตั ว์ ไข่ นม
- เกลือแร่ ได้แก่ อาหารทะเล ผักและผลไมต้ ่าง ๆ เนอื้ สัตว์ นม ไข่แดง
- ไขมัน ได้แก่ นำ้ มนั หรอื ไขมัน
- น้ำ
10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขนั้ ท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ
1) ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนเร่ืองอาหารและการย่อยอาหาร
2) ครูกระตุ้นความสนใจและตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียน โดยให้นักเรียนจับกลุ่ม

กลุ่มละ 3 – 4 คน เพอื่ เลน่ เกมส์จำแนกภาพอาหาร 5 หมู่ ภายในเวลา 2 นาที
3) เมอ่ื ครบกำหนดเวลา ครูเฉลยแผ่นภาพรว่ มกบั นกั เรยี น โดยเราสามารถจำแนกอาหารตาม

หมไู่ ด้ 5 หมู่ ดังน้ี
หมู่ที่ 1 ได้แก่ เน้อื สัตว์ นม ไข่ และถ่วั เมลด็ แห้ง
หมทู่ ่ี 2 ได้แก่ ข้าว แปง้ นำ้ ตาล เผอื ก มนั
หมทู่ ่ี 3 ได้แก่ ผัก
หมทู่ ่ี 4 ไดแ้ ก่ ผลไม้
หมู่ท่ี 5 ไดแ้ ก่ นำ้ มนั หรอื ไขมนั

4) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับอาหารหมู่ที่รับประทานนั้นจะให้สารอาหาร
อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : อสิ ระตามความคดิ เห็นของนักเรยี น)

3

5) ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดว่าอาหารกับสารอาหาร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
(แนวคำตอบ: แตกต่างกัน อาหาร คือ สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย ส่วนสารอาหาร คือ สารที่เป็น
ส่วนประกอบอย่ใู นอาหารทเ่ี รารบั ประทานเขา้ ไปในรา่ งกาย)

6) ครชู แี้ จงจุดประสงคใ์ นการเรยี นให้แก่นกั เรยี นทราบ
ขัน้ ที่ 2 สำรวจค้นหา

7) ครใู ห้นกั เรยี นจับกลุ่ม กลุม่ ละ 3 – 4 คน (กลุ่มเดมิ ) เพอ่ื ทำกจิ กรรมตามหาสารอาหาร ซึ่ง
มีขนั้ ตอนการทำกจิ กรรมดงั น้ี

- ครูแจกบตั รภาพอาหารใหก้ ับนักเรียน โดยใหน้ กั เรยี นช่วยกันพจิ ารณาว่าในอาหาร
นั้นมสี ่วนประกอบอะไรบา้ ง และแต่ละสว่ นประกอบให้สารอาหารอะไรกับรา่ งกาย
- ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สืบคน้ ข้อมลู ในหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.6 และอินเตอร์เนต็
8) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์สารอาหารหน้า
ชน้ั เรียน โดยให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกันตั้งขอ้ สงั เกตหรอื แลกเปลีย่ นความคิดเห็นอยา่ งสร้างสรรค์
ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้
9) ครตู ้งั คำถามเพอ่ื สรปุ ความรู้ โดยตั้งคำถามในประเดน็ ต่อไปนี้
- สารอาหารมีก่ีประเภท อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ: 6 ประเภท คอื คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมนั และนำ้ )
- แหลง่ อาหารสำคญั ของสารอาหารแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง
(แนวคำตอบ : - คาร์โบไฮเดรต ไดแ้ ก่ ขา้ ว แป้ง น้ำตาล เผอื ก มัน

- โปรตีน ไดแ้ ก่ เน้อื สัตว์ นม ไข่ และถว่ั เมล็ดแหง้
- วติ ามิน ได้แก่ ผกั และผลไมต้ ่าง ๆ เน้อื สตั ว์ ไข่ นม
- เกลอื แร่ ได้แก่ อาหารทะเล ผักและผลไม้ต่าง ๆ เนอื้ สตั ว์ นม ไขแ่ ดง
- ไขมนั ไดแ้ ก่ นำ้ มนั เนย กะทิ
- น้ำ
10) ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างวิตามินและเกลือแร่ที่นักเรียนที่รู้จักกลุ่มละ 1 ชนิด (แนว
คำตอบ: วิตามิน ได้แก่ A, B1, B2, C, D, E และ K เกลือแร่ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน
โซเดยี ม ฟลอู อไรด)์
11) ครใู หน้ ักเรียนต้ังคำถามเก่ียวกับอาหารและสารอาหารท่ีสนใจเพิ่มเติม เชน่ ในอาหาร 1
ประเภท มีสารอาหารได้มากกว่า 1 ชนิดหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ: ใช่ เช่น นม มีโปรตีน แต่ใน
ขณะเดยี วกนั ในนมกม็ วี ิตามนิ D และมแี คลเซียมดว้ ย)
ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
12) ครูให้นกั เรียนทำใบงานเรือ่ ง อาหารและประเภทของสารอาหาร เพอ่ื ขยายความเขา้ ใจ
ของนักเรียน โดยในระหว่างท่ีนักเรยี นทำใบงานครูคอยให้คำแนะนำปรกึ ษา

4

13) ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยคำตอบในใบงาน โดยสมุ่ นกั เรียนเพื่อตอบ จากนั้นใหส้ มาชิก

ในหอ้ งรว่ มกันพิจารณาและแลกเปลยี่ นความคิดเห็นในช้ันเรียน

14) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจและให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ใน

ชีวิตประจำวัน เช่น ถ้านักเรียนรับประทานเฉพาะอาหารที่ชอบซ้ำกันบ่อย ๆ อาจส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

(แนวคำตอบ: ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารบางประเภทมากเกินไป และอาจขาดสารอาหารบางประเภทซ่ึง

อาจทำใหร้ ่างกายไมเ่ จรญิ เติบโตตามวยั และอาจเกดิ โรคท่ีเกิดจากการขาดสารอาหารประเภทหนึ่งๆ ได)้

ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล

15) ครูสมุ่ นักเรยี น 2 คน สรปุ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการทำกิจกรรม เรื่อง อาหารและประเภทของ

สารอาหาร จากนน้ั ใหเ้ พื่อน ๆ ในหอ้ งรว่ มกนั แลกเปลี่ยนความคดิ เหน็

16) ครูตง้ั คำถามเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ ดังน้ี

- หากนักเรยี นไมช่ อบดมื่ นม จะทำให้ขาดสารอาหารชนิดใด

(แนวคำตอบ: โปรตนี )

- นักเรยี นรบั ประทานข้าวเหนียวหมูปิ้งจะได้รบั สารอาหารใดบา้ ง

(แนวคำตอบ: คารโ์ บไฮเดรตจากขา้ ว โปรตีนและไขมันจากหม)ู

17) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจใบงาน เรื่อง อาหารและประเภทของสารอาหาร

บตั รภาพอาหาร และการมีส่วนรว่ มในการตอบคำถามในชั้นเรยี น

11. สอ่ื การเรียนรู้

1) สือ่ การเรยี นรู้

1.1) หนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.6

1.2) บตั รภาพอาหาร 5 หมู่

1.3) บตั รภาพอาหารในการวเิ คราะหส์ ารอาหาร

1.4) ใบงาน เรื่อง อาหารและประเภทของสารอาหาร

2) แหล่งการเรยี นรู้

2.1) ห้องเรยี น

2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

สิง่ ทต่ี ้องการประเมนิ วิธีการวดั ผล เคร่อื งมือทีใ่ ช้ เกณฑ์การผา่ น
ในการวัดผล การประเมินผล

ความรู้

ระบุสารอาหารแตล่ ะ การตรวจผลงาน แบบประเมินการตรวจ ได้คะแนนเฉล่ีย รอ้ ยละ 60

ประเภทจากอาหารที่ ผลงาน ขนึ้ ไป

ตนเองรับประทาน (K)

5

สง่ิ ที่ต้องการประเมิน วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือทใี่ ช้ เกณฑ์การผ่าน
ในการวดั ผล การประเมนิ ผล
ทกั ษะ - การนำเสนอผลงาน - แบบประเมินการ ได้คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ 60
กระบวนการสบื เสาะ นำเสนอผลงาน ขน้ึ ไป
หาความรู้ - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
ทำงานกลมุ่ การทำงานกล่มุ
คุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์ สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ได้คะแนนเฉลี่ย 2 (ดี) ข้ึนไป
สังเกตความมีวนิ ัย ใฝ่ รายบุคคล รายบคุ คล
เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทำงาน

13. บันทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ 6
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผเู้ รียนทผ่ี า่ นตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
ผู้เรียนท่ีไม่ผ่านตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นทีส่ อบไมผ่ า่ นตวั ช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุที่ไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพัฒนา/ส่งเสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รยี นไดร้ บั ความรู้ (K) ในเรื่อง ............................................................................................................
ผ้เู รียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม (A) ในเร่ือง.................................................................................

13.2 ปัญหาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................................ครูผ้สู อน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................

7

14. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผูท้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจง้ )

วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ................

รับทราบผลการจดั การเรียนรู้

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(..............................................) (นายวิรชั ต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
วันที.่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วันที่............เดือน..........................พ.ศ. ..........

8

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑ์คุณภาพ คณุ ภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมคา่

2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั KAP

3 สาระเรยี นร้คู รอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแต่ละกจิ กรรมเหมาะสมกับผเู้ รยี น

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดี่ยวของผูเ้ รียน

7 มคี วามสมั พนั ธร์ ะหว่างองค์ประกอบขอ้ ที่1-6

8 สอ่ื การเรียนรสู้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเน้อื หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

9

ภาคผนวก บตั รภาพอาหาร 5 หมู่

10

11

ภาพอาหารในการวเิ คราะห์สารอาหาร

สารอาหารทไี่ ด้รับ :

………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………

สารอาหารท่ไี ดร้ ับ : ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

12

ภาพอาหารในการวิเคราะหส์ ารอาหาร

สารอาหารทไ่ี ด้รับ : ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สารอาหารทไ่ี ดร้ บั : ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

13

ภาพอาหารในการวเิ คราะหส์ ารอาหาร

สารอาหารทไี่ ดร้ ับ : ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สารอาหารทีไ่ ด้รับ : ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

14

ใบงาน เรอื่ ง อาหารและประเภทของสารอาหาร

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 15

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

16

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

17

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

18

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

19

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 อาหารและการย่อยอาหาร เร่อื ง ประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภท

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัสวิชา ว 16101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.6 เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ครูผ้สู อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1

ใช้สอนวัน....................... ที่............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหวา่ งสิ่งมีชีวิตกับสิง่ มีชีวติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหาสง่ิ แวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตัวชีว้ ัด

ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง
รบั ประทาน
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกาย แตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
เปน็ สารอาหารทใ่ี ห้พลงั งานแกร่ ่างกายสว่ นเกลอื แร่ วิตามิน และน้ำ เปน็ สารอาหารท่ไี ม่ให้พลงั งานแก่ร่างกาย
แต่ช่วยใหร้ า่ งกายทำงานไดเ้ ปน็ ปกติ
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน (K)
2) เลอื กรับประทานอาหารทมี่ สี ารอาหารท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย (P)
3) รับผดิ ชอบและมงุ่ มัน่ ในการทำงานทไี่ ด้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์
1) มีวนิ ัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) ม่งุ มัน่ ในการทำงาน

20

7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการเชือ่ มโยง
1.2) ทกั ษะการใหเ้ หตุผล
1.3) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
2) ความสามารถในการส่อื สาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วเิ คราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ

9. เนอื้ หาสาระ
สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกาย แตกตา่ งกนั โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมนั

เป็นสารอาหารที่ใหพ้ ลังงานแก่รา่ งกายสว่ นเกลอื แร่ วิตามิน และน้ำ เป็นสารอาหารทีไ่ มใ่ หพ้ ลงั งาน แก่ร่างกาย
แตช่ ว่ ยใหร้ ่างกายทำงานไดเ้ ปน็ ปกติ

ประโยชนข์ องสารอาหาร
- คารโ์ บไฮเดรต เปน็ แหล่งพลังงานและใหค้ วามอบอุน่ แก่รา่ งกาย
- โปรตีน ชว่ ยเสรมิ สรา้ งการเจรญิ เติบโต ซอ่ มแซมกลา้ มเนือ้ ทีส่ กึ หรอกและสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั
- ไขมัน เปน็ แหล่งพลังงานใหค้ วามอบอ่นุ แกร่ า่ งกาย และช่วยดดู ซมึ วติ ามินบางชนดิ
- วิตามิน ช่วยใหก้ ารทำงานของอวยั วะตา่ ง ๆ เปน็ ไปอยา่ งปกติ
วิตามนิ A บำรงุ สายตาและผิวพรรณ
วิตามิน B1 ป้องกันโรคเหนบ็ ชา ทำให้กล้ามเนอื้ ทำงานไดด้ ี
วิตามิน B2 ป้องกนั โรคปากนกกระจอก การอกั เสบทตี่ าและทีป่ าก
วิตามิน C ป้องกนั โรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
วติ ามนิ D ชว่ ยใหก้ ระดูกและฟนั แข็งแรง
วิตามิน E ชว่ ยควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธ์ุ
วติ ามนิ K ทำใหเ้ ลอื ดแข็งตวั เพอื่ หา้ มเลอื ดทไี่ หลออกจากบาดแผล
- เกลอื แร่ ชว่ ยควบคมุ การทำงานจองรา่ งกายให้เป็นปกติ
แคลเซียม เสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อและ
ระบบประสาท
ฟอสฟอรสั ทำหนา้ ท่รี ว่ มกับแคลเซียมในการสร้างกระดกู และฟัน
เหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของเฮโมโกลบนิ ป้องกนั โรคโลหิตจาง
ไอโอดนี ควบคุมการเผาผลาญอาหาร ป้องกนั โรคคอพอก
โซเดยี ม ควบคมุ สมดุลของน้ำภายในและภายนอกเซลล์
ฟลูออไรด์ เป็นสารเคลือบฟันป้องกันฟนั ผุ

21

10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ันท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันทบทวนความร้เู ดมิ เกี่ยวกับประเภทของสารอาหาร ซง่ึ มที ั้งหมด 6

ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน และน้ำ และให้นักเรียนลองยกตัวอย่างอาหาร
เชา้ ที่นกั เรยี นทานวา่ ไดร้ ับสารอาหารประเภทใดบ้าง

2) หากนักเรียนชอบทานขนมกรุบกรอบ ไม่ค่อยทานข้าว ร่างกายของนักเรียนจะมีลกั ษณะ
อยา่ งไร (แนวคำตอบ: ร่างกายซูบผอมเนอ่ื งจากขาดสารอาหารท่ีจำเปน็ ในการเจริญเติบโตของร่างกาย)

3) ครตู ง้ั ข้อสังเกตวา่ หากนักเรียนไปทโ่ี รงอาหารนักเรียนจะเลือกรบั ประทานอาหารชนิดน้ัน
เพราะอะไร (แนวคำตอบ : อสิ ระตามความคิดเหน็ ของนักเรียน) จากนั้นครูสำรวจว่าในห้องเรียนมีนักเรียนคน
ใดท่เี ลือกรับประทานอาหารเพราะอาหารน้นั มปี ระโยชนต์ อ่ ร่างกาย

4) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกรับประทานอาหาร
สารอาหารทีไ่ ดจ้ ากการรับประทานมีประโยชน์เพราะชว่ ยให้การทำงานของระบบตา่ ง ๆ ในรา่ งกายเปน็ ปกติ

5) ครชู ี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แกน่ กั เรียนทราบ
ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา

6) ครใู หน้ กั เรยี นจับกลมุ่ กล่มุ ละ 5 – 6 คน เพ่อื ทำกิจกรรมประโยชน์ของสารอาหาร โดยมี
ขน้ั ตอนการทำกจิ กรรมดังนี้

- แตล่ ะกลมุ่ จะไดร้ ับกระดาษปรู๊พ 1 แผน่ และปากกาเคมี 2 ด้าน
- ให้แตล่ ะกลุ่มช่วยกนั สบื ข้อมูลเกย่ี วกบั ประโยชน์ของสารอาหาร จากน้นั สรุปข้อมูล
ที่ได้ลงในกระดาษปรพู๊ พรอ้ มทั้งตกแต่งใหส้ วยงาม
- ให้นกั เรียนนำเสนอผลการสืบค้นมลู หนา้ ชน้ั เรียน
7) ในระหว่างที่นกั เรียนทำกิจกรรมคุณครูช่วยอำนวยความสะดวกและคอยให้คำแนะนำแก่
นักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการสืบค้นข้อมูล เช่น สารอาหารบางชนิดมีประโยชน์มากว่า 1 อย่าง หรือ
สารอาหารคนละชนิดอาจจะมีส่วนช่วยในการดแู ลอวัยวะเดียวกนั เปน็ ตน้
8) ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลการสบื คน้ ข้อมูลหนา้ ชน้ั เรียน โดยใน
ระหวา่ งที่นกั เรยี นนำเสนอนั้นเพื่อน ๆ ในหอ้ งสามารถรว่ มตัง้ คำถามหรือแลกเปล่ยี นความคิดสร้างสรรค์ได้
9) ครูนำผลงานการสรุปความรู้เรื่องประโยชน์ของสารอาหารติดไว้หน้ากระดานเพื่อให้
สมาชิกในห้องร่วมกันพิจารณาให้คะแนนพิเศษกับกลุ่มที่สรุปความรู้ได้ครบถ้วนมากที่สุด โดยแต่ละกลุ่มมี
คะแนน 1 เสียงเทา่ น้นั และจะตอ้ งไม่เลือกกลุม่ ของตนเอง
10) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของสารอาหารอีกครั้ง โดยใช้
ผลงานของนกั เรียนกลุ่มที่เพื่อน ๆ โหวตให้คะแนนมากทีส่ ุดเป็นสือ่ ช่วยในการสรุป จากนั้นมอบรางวัลให้กบั
กลุม่ ท่ีได้รับคะแนนโหวตมากทส่ี ุด

22

11) ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงาน เร่ือง ประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภท เปน็ การบา้ น
ชัว่ โมงท่ี 2
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้

12) ครทู บทวนความรู้เดมิ เกี่ยวกับประโยชน์ของสารอาหารโดยเฉลยใบงาน เรือ่ ง ประโยชน์
ของสารอาหารแต่ละประเภทที่นักเรียนทำเป็นการบ้าน โดยสุ่มนักเรียนเพื่อช่วยในการอภิปรายและเฉลย
คำตอบรว่ มกันในช้ันเรยี น

13) ครูอธิบายความรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกบั ประโยชนข์ องสารอาหารประเภทวิตามนิ และเกลอื แร่
เพิ่มเตมิ โดยใช้ส่ือ power point เร่อื ง ประโยชนข์ องสารอาหาร

14) ครูใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างเหตกุ ารณ์ในชวี ิตประจำวันของตนเองท่เี คยเกิดข้ึนจากการขาด
สารอาหาร เช่น อาการเลือดออกตามไรฟนั อาการปากนกกระจอก อาการเหนบ็ ชา เป็นต้น จากน้ันให้นักเรียน
ในช้ันเรียนรว่ มกันเสนอแนวทางการเลือกรับประทานอาหารเพ่ือปอ้ งกันการเกิดอาการข้างต้น

ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ
15) ครูขยายความเข้าใจของนักเรียนเกย่ี วกับประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทโดยให้

นกั เรียนเล่นเกมสบ์ ิงโกประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภท ซ่ึงมีขัน้ ตอนการทำกจิ กรรมดงั น้ี
- นกั เรยี นวาดตารางบิงโกขนาด 4 x 4 ลงในสมุดตนเอง
- นักเรียนเขียนชือ่ สารอาหารลงในตารางไม่ใหซ้ ้ำกนั
- ครูทำสลากประโยชนข์ องสารอาหารและสมุ่ นกั เรียนจบั สลาก จากนน้ั ใหน้ ักเรียน
พจิ ารณาว่าประโยชนข์ องสารอาหารในสลากตรงกบั สารอาหารท่ีนกั เรียนเขียนลง
ในสมุดหรอื ไม่ ถ้าตรงให้นักเรียนทำเครอ่ื งหมายกากบาทลงในชอ่ งส่ีเหล่ยี มนน้ั
- ครชู แี้ จงรูปแบบการบิงโกตามภาพขา้ งตน้

16) ครมู อบรางวัลให้แก่นกั เรยี นท่กี ารเล่นเกมส์บงิ โกประโยชนข์ องสารอาหาร
17) ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ชนิดและประโยชน์ของวิตามินและเกลือแร่ เพื่อขยาย
ความเขา้ ใจ
18) ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงานเพื่อขยายความเข้าใจของนักเรียน โดยสุ่มนักเรียน
เป็นตัวแทนเฉลยคำตอบ และให้นักเรยี นรว่ มชัน้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง และแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็
อย่างสรา้ งสรรค์
19) ครูให้นักเรียนตัง้ คำถามที่สนใจเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั ประโยชนข์ องสารอาหารแตล่ ะประเภท
และให้นักเรียนร่วมชั้นร่วมกันอภิปรายเพื่อหาคำตอบเพิ่มเติม เช่น การทานอาหารเสริมวิตามินที่ขายตาม

23

ท้องตลาดสามารถทดแทนการรับประทานอาหารไดห้ รือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ: อิสระตามความคิดเห็นของ
นักเรยี น)

ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล
20) ครสู ุ่มนักเรียนเพือ่ สรปุ ความรู้ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภท โดย

แต่ละคนให้อธิบายเกี่ยวกับประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภท และให้นักเรียนคนอื่น ๆ ร่วมกันแสดง
ความคิดเหน็ เพิ่มเตมิ เพือ่ ให้ได้ขอ้ มูลทถ่ี ูกต้อง

21) ครูใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เกย่ี วกบั การนำความรเู้ ร่ืองประโยชน์ของสารอาหาร
แตล่ ะประเภทไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งไร

22) ครตู ้งั คำถามเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั นี้
- หากมเี ลือดออกตามไรฟัน ขาดสารอาหารประเภทใดและควรรบั ประทานอาหารใด
(แนวคำตอบ : วิตามินซี เช่น ผลไมร้ สเปรย้ี ว)
- หนนู ดิ รูปร่างผอม และจะอย่ใู นท่ีอากาศหนาวเย็นไดไ้ ม่นาน หนูนดิ ควรทานอาหาร
ประเภทใดเพราะเหตใุ ด (แนวคำตอบ : อาหารประเภทไขมนั เพราะชว่ ยทำให้
ความอบอุ่นแก่ร่างกาย)

23) ครปู ระเมนิ นักเรยี นจากการตรวจกระดาษบรูฟ๊ ใบงาน เร่อื ง ประโยชน์ของสารอาหารแต่
ละประเภท ใบงาน เร่ือง ชนดิ และประโยชน์ของวิตามนิ และเกลือแร่ และการมีสว่ นรว่ มในการตอบคำถามใน
ชั้นเรยี น
11. สอ่ื การเรียนรู้

1) ส่ือการเรยี นรู้
1.1) หนงั สือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ปากกาเคมี
1.3) กระดาษบรู๊ฟ
1.4) สลากประโยชน์ของสารอาหาร

1.5) ใบงาน เรอื่ ง ประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภท

1.6) ใบงาน เรอ่ื ง ชนิดและประโยชน์ของวติ ามินและเกลอื แร่
1.7) สือ่ power point เรอื่ งประโยชน์ของสารอาหาร
2) แหล่งการเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 24

ท่ี วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจกระดาษบรฟู๊

2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรม

ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

และมุง่ ม่นั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

13. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้ 25
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ผเู้ รียนท่ผี ่านตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
ผูเ้ รยี นท่ไี มผ่ ่านตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................

เลขที่ของนกั เรียนท่ีสอบไม่ผา่ นตวั ชี้วดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ไี มผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รียนท่มี คี วามสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพัฒนา/สง่ เสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รยี นไดร้ ับความรู้ (K) ในเรอื่ ง ............................................................................................................
ผู้เรยี นเกิดทักษะกระบวนการ (P) ในเร่ือง............................................................................................
ผู้เรียนมคี ุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A) ในเร่ือง.................................................................................
13.2 ปัญหาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครูผสู้ อน
(นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1

วันท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................

26

14. ความคิดเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจง้ )

วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้

ลงชื่อ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(นางสวรรยา ศิริกจิ วฒั นา) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ..........

27

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

28

ภาคผนวก
สลากประโยชน์ของสารอาหาร

ทำให้กล้ามเนอื้ ทำงานไดด้ ี บำรงุ สายตาและผิวพรรณ
การอกั เสบทต่ี าและที่ปาก ป้องกนั โรคเหน็บชา
ชว่ ยให้ระบบขับถา่ ยทำงานได้ดี
เพื่อห้ามเลอื ดท่ไี หลออกจากบาดแผล ป้องกันโรคปากนกกระจอก
ละลายวิตามินบางชนิด ปอ้ งกนั โรคเลอื ดออกตามไรฟัน
ช่วยใหก้ ระดกู และฟนั แขง็ แรง
ป้องกนั โรคโลหติ จาง ชว่ ยควบคุมการทำงานของระบบสบื พันธ์ุ
ปอ้ งกันโรคคอพอก
เป็นแหล่งพลังงาน ทำใหเ้ ลอื ดแขง็ ตัว
ใหค้ วามอบอุ่นแกร่ า่ งกาย บำรงุ สายตาและผิวพรรณ
ซ่อมแซม่ ส่วนท่สี กึ หรอของร่างกาย เสรมิ สรา้ งกระดูกและฟนั
เสรมิ สร้างกลา้ มเนื้อ ทำหนา้ ท่รี ่วมกบั แคลเซยี มในการสรา้ งกระดูก
เปน็ สารเคลือบฟนั ปอ้ งกันฟนั ผุ เป็นสว่ นประกอบสำคญั ของเฮโมโกลบนิ
ควบคมุ การเผาผลาญอาหาร
ช่วยในการทำงานของกล้ามเนอ้ื และระบบประสาท ควบคมุ สมดุลของน้ำภายในและภายนอกเซลล์

29

ใบงาน เร่อื ง ประโยชนข์ องสารอาหารแตล่ ะประเภท

30

ใบงาน เรอ่ื ง ชนดิ และประโยชน์ของวติ ามนิ และเกลอื แร่

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 31

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

32

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

33

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

34

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

35

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร

เรอื่ ง การเลือกรับประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกับเพศและวยั

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รหสั วชิ า ว 16101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ป.6 เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผ้สู อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใชส้ อนวนั ....................... ท.่ี ........... เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสง่ิ ไม่มีชวี ิตกบั สิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธร์ ะหวา่ งสิง่ มีชีวติ กับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปญั หาสิ่งแวดลอ้ ม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
3. ตวั ชี้วดั

ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนท่ี
เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภยั ต่อสุขภาพ

ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรบั ประทานอาหารที่มีสารอาหาร
ครบถ้วนในสดั สว่ นทีเ่ หมาะสมกบั เพศและวัย รวมท้งั ปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพ
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศและวัย
และมสี ุขภาพดีจำเป็นต้องรับประทานให้ได้พลังงานเพยี งพอกบั ความต้องการของรา่ งกายและให้ได้สารอาหาร
ครบถว้ นในสดั สว่ นท่เี หมาะสมกับเพศและวัย
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายเกี่ยวกบั ปรมิ าณและพลงั งานของอาหารทีเ่ หมาะสมกบั เพศและวัยได้ (K)
2) อธิบายประเภทอาหารและสัดสว่ นปรมิ าณอาหารตามธงโภชนาการได้ (K)
3) เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในสดั ส่วนทเ่ี หมาะสมกบั เพศและวัย (P)
4) คำนวณค่าพลงั งานท่ีได้รบั ในแตล่ ะมอื้ และคำนวณปรมิ าณพลงั งานรวมทไ่ี ด้รับในแต่ละวันได้ (P)
5) รบั ผิดชอบและมุ่งม่นั ในการทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)

36

6. คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
1) มีวนิ ัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

7. สมรรถนะที่สำคญั
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทกั ษะการสังเกต
1.2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทกั ษะการสรปุ อ้างองิ
1.4) ทักษะการใหเ้ หตุผล
2) ความสามารถในการสอื่ สาร
3) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ

9. เนอ้ื หาสาระ
การรับประทานอาหารตอ้ งคำนงึ ถึงปรมิ าณและคุณค่าของสารอาหารทไี่ ดร้ บั ใหเ้ หมาะสมกับเพศ วัย

และกจิ กรรมทีท่ ำในแต่ละวัย ดังนี้
- วัยเด็ก : ตอ้ งการโปรตีนสูงกว่าปกติ เพราะเป็นวัยท่รี ่างกายกำลังเจรญิ เติบโต
- วัยผู้ใหญ่ : ตอ้ งการโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมนั สูงกว่าวยั รุ่น เพราะเปน็ วัยทตี่ อ้ งใช้
พลงั งานในการทำงานสูง
- วัยสูงอายุ : ต้องการคาร์โบไฮเดรตและไขมันน้อยลง แต่ต้องการโปรตีน วิตามินและ
เกลอื แรเ่ พ่อื นำไปซอ่ มแซมและชะลอความเสอ่ื มของรา่ งกาย
- สตรีมีครรภ์ : ตอ้ งการสารอาหารทุกประเภทสงู กว่าทุก ๆ วัย เพราะอาหารบางส่วนถกู
นำไปเลยี้ งทารกในครรภแ์ ละนำไปผลิตนำ้ นม

37

ตารางแสดงปริมาณอาหารสำหรบั คนในวัยตา่ ง ๆ ใน 1 วัน

ปริมาณพลังงาน (กิโลแคลอร่)ี

อายุ เรียนหรอื ทำงานปกติ ออกกำลังกายหรอื ใชแ้ รงงาน

หญงิ ชาย หญิง ชาย

1 - 3 ปี 1,000 1,000 1,000 – 1,400 1,000 – 1,400

4 – 5 ปี 1,300 1,300 1,400 – 1,800 1,600 – 2,000

6 – 8 ปี 1,400 1,400 1,400 – 1,800 1,600 – 2,000

9 – 12 ปี 1,500 1,700 1,800 – 2,200 2,000 – 2,600

13 – 15 ปี 1,800 2,100 2,400 2,800 – 3,200

16 – 50 ปี 1,750 – 1,850 2,100 – 2,300 2,200 – 2,400 2,800 – 3,000

51 ปี ขึ้นไป 1,500 – 1,750 1,750 – 2,100 2,000 – 2,200 2,400 – 2,800

ธงโภชนาการแสดงสดั สว่ นการรบั ประทานอาหารของคนไทย

38

10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ชว่ั โมงที่ 1
ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครกู ระตุน้ ความสนใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนดูภาพคนที่มีรูปร่างอ้วนและรูปร่างผอม

จากนน้ั ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นว่ามปี ัจจยั ใดบ้างทสี่ ่งผลตอ่ รูปรา่ งของคนในภาพ (แนวคำตอบ :
อสิ ระตามความเหน็ ของนักเรียน เชน่ อาหาร การออกกำลงั กาย เป็นต้น)

2) ครูนำภาพคนท่ีมรี ปู ร่างอว้ นและรปู รา่ งผอมติดลงบนกระดานจากน้ันให้นกั เรียนร่วมกนั
แสดงความคิดเห็นถงึ อาหารทแ่ี ตล่ ะคนชอบรบั ประทาน โดยให้ออกมาเขยี นคำตอบบนกระดานคนละ 1 เมนู
โดยจำกดั ให้ท้ังสองคนในภาพไม่ออกกำลังกายเหมอื นกัน ทำกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนกนั (แนวคำตอบ : อิสระ
ตามความคิดเหน็ ของนักเรียน)

3) ครแู ละนักเรียนรว่ มกันวิเคราะห์เมนูอาหารบนกระดานท่ีผลตอ่ รปู ร่างจะสงั เกตได้ว่าคนท่ี
มีรูปร่างอว้ นจะรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบอาหารประเภท แป้ง เนื้อสัตว์ ไขมัน ซึ่งเป็นอาหารกลุม่ ท่ี
ใหพ้ ลงั งาน สว่ นคนที่มรี ูปรา่ งผอมจะรับประทานอาหารทม่ี ีสว่ นประกอบอาหารประเภท ผัก ผลไม้

4) ครูและนักเรียนร่วมกันลงข้อสรุปเกี่ยวกับสารอาหารที่ให้พลังงานและไม่ให้พลังงานโดย
สารอาหารทใ่ี หพ้ ลังงานไดแ้ ก่ โปรตีน คารโ์ บไฮเดรต และไขมัน ส่วนอาหารทไี่ ม่ให้พลงั งานได้แก่ วิตามนิ เกลือ
แร่ และนำ้

5) ครูชแี้ จงจดุ ประสงคใ์ นการเรียนใหแ้ ก่นกั เรยี นทราบ
ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา

6) ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมคำนวณพลังงานสารอาหารลงในสมุดตนเอง เมื่อรับประทาน
อาหารในปริมาณตามเง่ือนไขท่กี ำหนดใหต้ อ่ ไปนี้

- แดงรับประทาน โปรตนี 25 กรัม คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม ไขมนั 4 กรมั
- สม้ รับประทาน โปรตีน 4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม ไขมนั 15 กรมั
- ฟ้ารับประทาน โปรตีน 16 กรมั คารโ์ บไฮเดรต 13 กรัม ไขมนั – กรมั
* กำหนดให้ โปรตนี และคาร์โบเดรต 1 กรมั ให้พลงั งาน 4 kcal

ไขมนั 1 กรัม ใหพ้ ลังงาน 9 kcal
7) ครตู ัง้ คำถามเพือ่ กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนดงั นี้

- ใครรบั ประทานอาหารปรมิ าณมากที่สุดและเทา่ ใด)
(แนวคำตอบ : แดง รบั ประทานอาหารทงั้ หมด 36 กรัม)
- ใครได้รับพลงั งานจากการรบั ประทานอาหารมากทส่ี ุดและเทา่ ใด
(แนวคำตอบ : ส้ม ไดร้ ับพลังงาน 199 kcal)

39

8) ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับปริมาณและพลังงานที่ได้รับจากสารอาหาร จะ
พบวา่ การบรโิ ภคในปริมาณมากอาจจะไม่ไดพ้ ลงั งานสงู ทส่ี ุด ดังนนั้ การบริโภคทถ่ี กู ต้องจึงควรพจิ ารณาสัดส่วน
ใหเ้ หมาะสมกบั เพศ ชว่ งวยั และกจิ กรรมทีท่ ำ

9) ครูให้นกั เรียนทำใบงานเร่อื ง การเลือกรบั ประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวยั โดย
ใหน้ ักเรยี นสืบคน้ ข้อมลู จากการหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.6

10) ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ท่ีได้รับจากการทำกจิ กรรม โดยให้นักเรียนมีบทบาท
สำคญั ในการสรุปความรู้ส่วนครคู อยเพมิ่ เติมเน้อื หาให้ครบถว้ นสมบูรณ์

ชัว่ โมงที่ 2
ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา

11) ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับสารอาหารที่ใหพ้ ลงั งานและไม่ใหพ้ ลังงาน โดยให้นักเรียน
อภปิ รายร่วมกนั สารอาหารทไี่ ม่ใหพ้ ลังงานไดแ้ ก่ คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน ไขมนั สารอาหารทไี่ มใ่ หพ้ ลังงานได้แก่
วิตามิน แรธ่ าตุ และนำ้

12) ครูสุ่มนกั เรียน 2 – 3 คน เพื่ออภิปรายลักษณะของสมาชิกในครอบครัวของตนเอง โดย
พยายามเลือกครอบครวั ที่มีสมาชิกครบทุกวัย จากนั้นร่วมกนั ต้ังประเดน็ คำถามต่าง ๆ ดงั นี้

- สมาชกิ ในครอบครวั ของนักเรียนมีใครบา้ ง
(แนวคำตอบ : อสิ ระ เช่น พอ่ แม่ ปู่ ยา่ นักเรยี น เปน็ ต้น)
- สมาชกิ ในครอบครัวทำกจิ กรรมอะไรบ้างในแตล่ ะวัน
(แนวคำตอบ : อสิ ระ เชน่ พอ่ แมท่ ำงาน นักเรียนเรียนหนังสือ ปู่และยา่ อยบู่ ้าน)

- นักเรยี นคิดว่าสมาชกิ ในครอบครวั แต่ละวัยควรรับประทานอาหารเท่ากนั หรือไม่
(แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนกั เรยี น เชน่ ไม่เท่ากัน ขึ้นอยกู่ บั
กจิ กรรมท่ีทำ)
13) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยจำลองสถานการณ์ใหน้ ักเรียนเป็นนักโภชนาการ
ทต่ี ้องจัดอาหารให้กับบคุ คลท่คี รูกำหนดให้
14) ครูให้นักเรยี นจับกล่มุ กลมุ่ ละ 5 – 6 คน เพือ่ ทำกิจกรรมนักโภชนาการนอ้ ย ซง่ึ มีข้นั ตอน
การทำกิจกรรมดงั น้ี
- แต่ละกล่มุ ส่งตัวแทนออกมาจบั สลากเลอื กสถานการณจ์ ำลอง
- ศึกษารายละเอยี ดขอ้ มูลจากสลากทีไ่ ดว้ ่าเปน็ เพศใด อายุเทา่ ไร หรอื ทำกจิ กรรม
อะไรเพ่ือให้ไดข้ อ้ มูลในการเลือกอาหาร และพลังงานจากสารอาหารให้ครบถ้วน
- ครูแจกตารางพลงั งานของสารอาหารเพ่อื ใหน้ ักเรยี นศึกษาเป็นแนวทางในการ
เลอื กเมนอู าหาร หรือนักเรยี นจะสบื คน้ ข้อมูลพลังงานสารอาหารผ่านแอปพลเิ คช่ัน
เพ่มิ เติม เช่น แอปพลเิ คช่ันตารางแคลรอลี่ เปน็ ต้น

40

- นักเรียนเลอื กเมนอู าหารและบันทกึ ข้อมูลลงในใบกจิ กรรมเรื่อง นกั โภชนาการนอ้ ย
(ใบกิจกรรมกลุม่ )
15) นกั เรยี นทำกจิ กรรมตามข้ันตอนท่ีครูช้ีแจง ในระหวา่ งนคี้ รูคอยดูแลอำนวยความสะดวก
และให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาสถานการณ์จำลอง เพราะหากนักเรียนตีความหมาย
คลาดเคล่อื นอาจจะสง่ ผลตอ่ การเลอื กอาหารและพลงั งานท่ีไดร้ บั จากสารอาหาร
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
16) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนคนอื่น ๆ
ร่วมกันพจิ ารณาและแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ ว่าอาหารทีเ่ ลือกมาน้ันมีความเหมาะสมหรือไมอ่ ย่างไร เน่ืองจาก
นกั เรียนอาจจะคำนึงถงึ พลงั งานที่ควรจะได้รบั มากไปจนขาดการคำนงึ ถึงสดั สว่ นปริมาณอาหาร
17) ในระหว่างที่นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน ครูอธิบายความรู้ให้แก่นักเรียนเพิ่มเตมิ
เก่ียวกับสารอาหารที่เหมาะสมในแต่ละวัย ดังนี้
- วยั เด็ก : ตอ้ งการโปรตีนสูงกวา่ ปกติ เพราะเปน็ วัยที่รา่ งกายกำลงั เจริญเตบิ โต
- วัยผใู้ หญ่ : ตอ้ งการโปรตีน คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั สงู กวา่ วยั รุน่ เพราะเป็นวัยที่
ตอ้ งใช้พลงั งานในการทำงานสงู
- วยั สงู อายุ : ตอ้ งการคารโ์ บไฮเดรตและไขมันน้อยลง แตต่ ้องการโปรตนี วติ ามิน
และเกลือแร่เพอื่ นำไปซ่อมแซมและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- สตรมี ีครรภ์ : ต้องการสารอาหารทกุ ประเภทสงู กว่าทกุ ๆ วยั เพราะอาหาร
บางส่วนถูกนำไปเล้ียงทารกในครรภ์และนำไปผลิตน้ำนม
18) ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานเรื่อง การเลือกรับประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกบั รา่ งกายมนษุ ย์
เพอื่ เป็นการสรปุ ความรจู้ ากการทำกิจกรรมทง้ั หมด
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
19) ครูให้นักเรียนดูภาพธงโภชนาการในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ สสวท หน้า 13 เพื่อให้
เหน็ สัดส่วนทเี่ หมาะสมของการรับประทานใน 1 วันของคนไทย จากนนั้ ให้นกั เรียนร่วมกันอภิปรายว่าใน 1 วัน
นักเรียนรับประทานได้สัดสว่ นตามธงโภชนาการหรอื ไม่อยา่ งไร
20) ครูตั้งข้อสังเกตว่าครูรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงกว่าสัดส่วนที่ธงโภชนาการกำหนด
จะเกดิ ผลอย่างไร (แนวคำตอบ : อสิ ระตามความคิดเหน็ ของนักเรียน เชน่ ครจู ะมรี ูปร่างอว้ น หรืออาจจะเกิด
โรคทเ่ี ก่ียวกับไขมัน เชน่ ไขมันอดุ ตันในเสน้ เลอื ด เป็นต้น)
21) ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงานเร่อื ง ธงโภชนาการ เพื่อขยายความเข้าใจของนกั เรยี นเกยี่ วกบั
ปรมิ าณสัดสว่ นอาหารที่คนไทยควรบริโภคใน 1 วัน
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล
22) ครูสุ่มนักเรียน 3 – 4 คน ในการอภิปรายการนำความรู้ในวันนี้ไปใช้ประโยชน์
ชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่างไร

41

23) ครูตงั้ คำถามเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น ดังนี้
- ในวัยของนักเรยี นควรรับประทานอาหารประเภทใดมากทส่ี ุด เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ : โปรตีน เพราะเปน็ ช่วงท่กี ำลังเจริญเตบิ โต)
- เพราะเหตใุ ดหญงิ ตัง้ ครรภจ์ งึ ตอ้ งการสารอาหารมากกวา่ วยั อืน่ ๆ
(แนวคำตอบ : เพราะต้องการสารอาหารไปเลีย้ งลูกในทอ้ ง)
- หากในวยั ชรารับประทานอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรตมากเกินไปจะส่งผลอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ทำให้เกดิ โรคไดง้ า่ ย เนื่องจากในวัยชราระบบเผาผลาญในรา่ งกาย
ทำงานลดลง)

24) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนจากการประเมนิ ใบกิจกรรมเรื่องนักโภชนาการน้อย
ใบงานเรื่องการรบั ประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย ใบงานเรือ่ งการรับประทานอาหารให้เหมาะสม
กับรา่ งกาย และการมสี ่วนร่วมในการตอบคำถามในช้ันเรียน
11. สื่อการเรียนรู้

1) สอื่ การเรียนรู้
1.1) หนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบกิจกรรมเร่อื ง นักโภชนาการน้อย
1.3) ใบงานเร่อื ง การรับประทานอาหารให้เหมาะสมกบั เพศและวยั
1.4) ใบงานเรอื่ ง การรบั ประทานอาหารให้เหมาะสมกบั รา่ งกายมนษุ ย์
1.5) ใบงานเร่ือง ธงโภชนาการ
1.6) สลากสถานการณ์จำลอง
1.7) ภาพคนที่มีรปู ร่างอว้ นและรูปร่างผอม
1.8) ตารางพลังงานท่ีไดร้ ับจากสารอาหาร

2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรยี น
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 42

ท่ี วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1 ตรวจสมุด แบบประเมนิ การทำงาน
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ตรวจใบกิจกรรม

2 สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม

ในกจิ กรรม การทำงานรายบุคคล

3 สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคุณลกั ษณะ

และมุ่งมน่ั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์

13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 43
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครผู ู้สอน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

44

14. ความคิดเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจง้ )

วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(.............................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)

ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ..........

45

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

46

ภาคผนวก
สลากสถานการณจ์ ำลอง

เด็กชายวิชยั เปน็ นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เป็นนกั กฬี าฟตุ บอลของ
โรงเรยี น ทุกเยน็ หลงั เลิกเรียนเขาจะตอ้ งออกไปซ้อมฟุตบอลทีส่ นาม

คุณแมข่ องวิชัยอายุ 35 ปี ทำงานเป็นพนกั งานเป็นบรษิ ทั แห่งหนึง่ ในกรงุ เทพ
โดยปกตสิ ว่ นใหญ่จะทำงานอยู่หนา้ คอมพวิ เตอรเ์ ป็นหลกั

คณุ ตาของวชิ ยั อายุ 61 ปี หลงั เกษยี ณออกมาจากงานราชการกไ็ ดอ้ ยู่บ้าน
กจิ วัตรประจำวันคอื ดโู ทรทศั น์ รดน้ำตน้ ไม้ และดูแลบ้านบางส่วน

เดก็ หญงิ ฟา้ ใสเป็นนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เธอชอบเรียนหนังสอื
กิจกรรมส่วนใหญข่ องเธอคอื การทำการบ้าน และเขา้ ห้องสมุดอา่ นหนังสือ

คุณพ่อของฟา้ ใสอายุ 37 ปี ทำงานเป็นกรรมกรก่อสรา้ ง โดยในแต่ละวันจะต้อง
ออกแรงยกอฐิ หรือถุงปูนซ่ึงมีน้ำหนักมาก

คุณยายของฟา้ ใสอายุ 54 ปี มีอาชพี เป็นแม่ค้าขายข้าวแกง โดยจะเร่มิ ขาย
อาหารตง้ั แต่ 06.00 – 10.00 น. เทา่ นน้ั

47

ใบกจิ กรรมเรื่อง นักโภชนาการนอ้ ย
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6

สมาชกิ ในกลุ่ม
1. ………………………………………………….……………………. ชน้ั ..................เลขที่.............
2. ………………………………………………….……………………. ชัน้ ..................เลขท่.ี ............
3. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขท.่ี ............
4. ………………………………………………….……………………. ช้นั ..................เลขท่ี.............
5. ………………………………………………….……………………. ชัน้ ..................เลขที.่ ............
6. ………………………………………………….……………………. ชน้ั ..................เลขท.่ี ............

สถานการณจ์ ำลองทีน่ กั เรียนไดร้ ับคือ...................................................................................................
อาย.ุ ............เพศ...............วัย..............ปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน..........................kcal
เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งการพลังงานปริมาณดงั กล่าว...................................................................................
...............................................................................................................................................................

เมนูอาหารใน 1 วัน ปรมิ าณ ปรมิ าณพลงั งาน ปรมิ าณพลงั งาน รวมพลังงานทไี่ ด้รบั
เมนอู าหาร อาหาร ต่อหนว่ ย(กโิ ลแคลอรี่) (กิโลแคลอร)ี่ ใน 1 วนั (กโิ ลแคลอร)่ี

มอ้ื เชา้

มอื้ กลางวนั

ม้อื เย็น

รวม

48

49

ใบงานเรอ่ื ง การเลอื กรบั ประทานอาหารให้เหมาะสมกบั เพศและวยั

50

ใบงานเร่ือง การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกบั ร่างกายมนุษย์


Click to View FlipBook Version