The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ (ปี กศ.2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก, 2022-07-17 10:43:49

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ (ปี กศ.2565)

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ (ปี กศ.2565)

1

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ เรอื่ ง การเกิดหินแต่ละประเภท

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รหัสวชิ า ว 16101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ป.6 เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู สู้ อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใช้สอนวัน....................... ที่............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สง่ิ มชี วี ิตและสงิ่ แวดล้อม
3. ตวั ชี้วดั

ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหิน
จากแบบจำลอง
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

หินเป็นวัสดุท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติประกอบด้วยแร่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจำแนกตาม
กระบวนการเกิดได้เปน็ 3 ประเภท ได้แก่ 1) หนิ อคั นี ซ่ึงเกิดจากการเยน็ ตวั ของแมกมา 2) หนิ ตะกอน ซึ่งเกิด
จากการทบั ถมของตะกอนเมือ่ ถูกแรงกดทับและมีสารเชอื่ มประสานจึงเกิดเปน็ หนิ 3) หินแปร ซ่ึงเกิดจากการ
แปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหินอัคนีหินตะกอน หรือหินแปร โดยการกระทำของความร้อน ความดัน
และปฏกิ ริ ิยาเคมีเนื้อหินของหนิ แปรบางชนิด
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธิบายกระบวนการเกดิ หนิ แต่ละประเภทได้ (K)
2) เปรียบเทียบการเกดิ หนิ แต่ละประเภทได้ (P)
3) รับผดิ ชอบและมุง่ ม่นั ในการทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A)
6. คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

2

7. สมรรถนะทีส่ ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด
1.1) ทักษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทักษะการจำแนกประเภท

2) ความสามารถในการสือ่ สาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
8. ทกั ษะกระบวนการคดิ
การคดิ วเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ
9. เน้อื หาสาระ
หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติประกอบด้วย แร่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจำแนกหิน
ตามกระบวนการเกดิ ได้เป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ หนิ อัคนีหนิ ตะกอน และหนิ แปร

1) หินอัคนีเกิดจากการเยน็ ตวั ของแมกมา เนอื้ หิน มีลักษณะเป็นผลกึ ทง้ั ผลกึ ขนาดใหญ่และ
ขนาดเลก็ บางชนิดอาจเปน็ เน้ือแก้วหรือมรี พู รนุ

2) หนิ ตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและมสี ารเช่ือมประสานจึงเกิด
เปน็ หนิ เนอื้ หนิ กลมุ่ น้สี ่วนใหญม่ ีลักษณะเปน็ เม็ดตะกอนมีทง้ั เน้ือหยาบและเน้อื ละเอยี ด บางชนดิ เป็นเนอื้ ผลึก
ที่ยึดเกาะกันเกิดจากการตกผลึกหรือตกตะกอนจากน้ำโดยเฉพาะน้ำทะเล บางชนิด มีลักษณะเป็นชั้น ๆ จึง
เรยี กอกี ชือ่ ว่า หินชนั้

3) หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหินอัคนีหินตะกอน หรือหินแปร
โดยการกระทำของความร้อน ความดัน และปฏกิ ริ ยิ าเคมีเน้อื หนิ ของหินแปรบางชนิดผลกึ ของแร่เรียงตวั ขนาน
กันเป็นแถบ บางชนิดแซะออกเป็นแผ่นได้บางชนิดเปน็ เนือ้ ผลกึ ทมี่ ีความแขง็ มาก
10. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

• วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขัน้ ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์
2) ครใู ช้คำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนวา่ โลกของเราจัดเป็นดาวเคราะหป์ ระเภทใด

เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ: ดาวเคราะหห์ นิ เพราะโลกของเราส่วนใหญ่มีหนิ เปน็ องค์ประกอบ) เพื่อให้นกั เรียน
เห็นความสำคญั และความเช่อื มโยงของการเรยี นในเน้อื หา

3) ครูใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งหินท่ีพบบรเิ วณบ้านของนกั เรียนหรอื หนิ ทพ่ี บตามสถานทต่ี ่าง ๆ
ทม่ี คี วามนา่ สนใจ (แนวคำตอบ: อิสระ ตามความคิดเหน็ ของนกั เรียน) จากน้นั ครูตั้งขอ้ สังเกตวา่ หนิ ในโลกของ
เรามลี กั ษณะแตกต่างกันไป

3

4) ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับการเกิดหนิ ว่ามจี ุดเรม่ิ ตน้ อยา่ งไร และมี
อะไรเป็นปัจจัยในการทำใหเ้ กดิ หินบ้าง

5) ครูชี้แจงจุดประสงคใ์ นการเรียนใหแ้ ก่นักเรียนทราบ
ข้ันที่ 2 สำรวจคน้ หา

6) ครูให้นักเรียนชมวีดีทัศน์ เรื่อง การจำแนกหินโดยใช้ลักษณะการเกิดเป็นเกณฑ์ โดยให้
นกั เรยี นสรปุ ความรจู้ ากการชมวีดที ศั นล์ งในใบงานเรือ่ ง ความหมายและชนดิ ของหนิ

7) ครใู ห้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 3 – 4 คน เพ่อื ทำกจิ กรรมสรุปการเกิดหินแต่ละประเภท
โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ นำข้อมูลจากการชมวีดที ัศน์ การศึกษาค้นคว้าเพม่ิ เติมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
และจากอินเตอร์เน็ตเพือ่ สรปุ การเกิดหินในรปู ของแผนผงั ความคดิ ลงในกระดาษบรฟู๊

8) ในระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมครูคอยดูแลอำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำ
นกั เรียนเพมิ่ เตมิ เกีย่ วกบั อธิบายการเกิด และการสังเกตชอื่ หนิ แตล่ ะประเภท ซ่ึงจะมีส่วนช่วยให้นักเรียนเข้าใจ
การเกิดหินแตล่ ะประเภทได้มากยิ่งขึ้น

ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้
9) ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการสรปุ ข้อมูลการเกิดหินแต่ละหิน และในระหว่างที่

นกั เรียนนำเสนอขอ้ มูลหนา้ ชั้นเรียน เพอ่ื น ๆ ในห้องสามารถแสดงความคดิ เหน็ และให้เหตผุ ลเชิงวทิ ยาศาสตร์
อืน่ ๆ เพม่ิ เติมได้

10) ครตู ้ังคำถามเพื่อใช้ในการอธบิ ายความรู้หลังจากการทำกิจกรรม ดังนี้
- หินแบง่ ออกเปน็ กปี่ ระเภท อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : 3 ประเภท ไดแ้ ก่ หินอัคนี หนิ ตะกอน และหินแปร)
- หินทเ่ี ป็นจุดเรมิ่ ต้นของการเกดิ หนิ ทุกประเภทคือหนิ ชนิดใด
(แนวคำตอบ : อคั น)ี

11) ครูนำผลงานการสรุปความรู้ในรูปของแผนผังความคิดของนักเรียนมาใช้เป็นส่ือ
ประกอบการอธิบายการเกดิ หนิ อีกครัง้ เพ่ือใหน้ ักเรียนมคี วามเข้าใจที่ตรงกนั

ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ
12) ครูขยายความเข้าใจนักเรยี นเพิม่ เติมเกยี่ วกบั การเกดิ หนิ อัคนี เนอ่ื งจากหนิ อัคนเี กดิ จาก

หนิ หนืดร้อนใตเ้ ปลอื กโลกที่เรยี กว่า แมกมา เมื่อแมกมาเยน็ ตวั ลงจะทำใหเ้ กิดหนิ อัคนีแทรกซอน แต่ถา้ หากหนิ
หนืดนั้นเกิดการประทอุ อกมาบนเปลอื กจะเรยี กวา่ ลาวา เมือ่ ลาวาเย็นตวั ลงจะทำให้เกดิ หนิ อัคนีพุ

13) ครใู ห้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง ลกั ษณะและประเภทของหนิ อคั นี เพ่ือขยายความเข้าใจ
การเกดิ ของอคั นีแตล่ ะประเภท

14) ครูให้นักเรียนรว่ มกันตัง้ คำถามทีส่ นใจเพิม่ เติมเกี่ยวกับการเกดิ หินแตล่ ะประเภท (แนว
คำตอบ : อิสระตามความคิดเหน็ ของนกั เรียน เช่น กระบวนการเกิดหินทำให้หินแต่ละประเภทมีลักษณะอ่ืน ๆ
แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

4

ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล

15) ครูสุ่มนักเรียน 2 คน สรุปความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม การเกิดหินแต่ละประเภท

จากนั้นให้เพ่อื น ๆ ในหอ้ งรว่ มกันแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็

16) ครูต้งั คำถามเพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดังน้ี

- หินท่เี กิดจากการผุผังและทบั ถมของหินอ่นื ๆ คือหินชนิดใด

(แนวคำตอบ: หินตะกอน)

- ปจั จัยใดที่ทำให้เกดิ หนิ แปร

(แนวคำตอบ : ความรอ้ นและความดันจากใตเ้ ปลือกโลก)

17) ครูประเมนิ นักเรียนจากการตรวจใบงานเร่ือง ความหมายและชนิดของหิน ใบงาน

เรือ่ ง ลักษณะและประเภทของหนิ อคั นี และการมีสว่ นร่วมในการตอบคำถามในชัน้ เรยี น

11. สื่อการเรียนรู้

1) สือ่ การเรยี นรู้

1.1) หนังสอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.6

1.2) ใบงานเรือ่ ง ความหมายและชนดิ ของหนิ

1.3) ใบงาน เรอ่ื ง ลกั ษณะและประเภทของหินอัคนี

1.4) วีดที ศั น์ เร่อื ง การจำแนกหนิ โดยใชล้ กั ษณะการเกดิ เป็นเกณฑ์

จาก https://www.youtube.com/watch?v=kLnL_UZoGIw&t=324s

2) แหล่งการเรยี นรู้

2.1) หอ้ งเรยี น

2.2) หอ้ งสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์

1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2 สังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ในกจิ กรรม การทำงานรายบุคคล

3 สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

และม่งุ มน่ั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

13. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 5
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผูเ้ รียนที่ผ่านตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
ผ้เู รียนทไี่ ม่ผา่ นตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................

เลขท่ีของนักเรียนทส่ี อบไมผ่ า่ นตัวชวี้ ดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไม่ผา่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรยี นทมี่ ีความสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพัฒนา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนไดร้ ับความรู้ (K) ในเรอื่ ง ............................................................................................................
ผู้เรยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรื่อง............................................................................................
ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม (A) ในเรอื่ ง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................................ครูผู้สอน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1

วันท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

6

14. ความคิดเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษา/ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจ้ง)

วนั ที.่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รับทราบผลการจัดการเรยี นรู้

ลงชอื่ ....................................................... ลงช่อื ......................................................
(.............................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ที.่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท.่ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........

7

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคมุ ค่า

2 จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรคู้ รอบคลุมเนื้อหา เน้อื หา กระบวนการ คุณลักษณะ

4 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกบั ผเู้ รยี น

6 ออกแบบการวดั ประเมนิ จากชิ้นงานกลุ่ม/เดยี่ วของผเู้ รยี น

7 มีความสมั พันธร์ ะหวา่ งองค์ประกอบข้อท่1ี -6

8 สอื่ การเรียนรสู้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา นา่ สนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดือน ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วนั ที่

8

ภาคผนวก
ใบงานเร่อื ง ความหมายและชนิดของหนิ

9

ใบงาน เร่ือง ลักษณะและประเภทของหินอัคนี

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 10

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

11

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

12

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

13

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

14

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 2

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 หินและซากดกึ ดำบรรพ์ เร่ือง ประเภทและตัวอย่างของหนิ แต่ละประเภท

กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รหสั วิชา ว 16101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ป.6 เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ครผู ูส้ อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1

ใชส้ อนวัน....................... ท.ี่ ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สง่ิ มชี วี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม
3. ตวั ชวี้ ดั

ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหิน
จากแบบจำลอง
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

- หนิ อัคนี ได้แก่ หินแกรนติ หนิ บะซอลต์ หนิ พมั มิซ หนิ ออบซเิ ดียน
- หนิ ตะกอน ไดแ้ ก่ หินกรวด หินปนู หนิ ดินดาน หนิ ทราย
- หนิ แปร ได้แก่ หนิ ชนวน หนิ ออ่ น หินไนส์
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธิบายลกั ษณะของหนิ แต่ละประเภทได้ (K)
2) จำแนกตัวอย่างหินตามลักษณะการเกดิ ได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและม่งุ มัน่ ในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่สี ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสังเกต

15

1.2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมีวิจารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ
หินเปน็ ส่วนประกอบทีส่ ำคัญของเปลอื กโลก หินมอี ยูห่ ลายชนิด แตล่ ะชนิดมสี มบัติ แตกตา่ งกันและมี
ประโยชนใ์ ช้สอยต่างกัน นกั วทิ ยาศาสตรไ์ ดแ้ บ่งหินออกเป็น 3 ลักษณะ

1. หินอัคนี คือ หินที่เกิดจากการหลอมเหลวภายในโลกและไหลออกมาตามรอยแยกของ
เปลือกโลก เมื่อเย็นลงจะเรียกหินเหล่านี้ว่า หินอัคนี หินเหล่านีม้ คี วามแข็งมากกว่าหนิ ชนดิ อืน่ หินอัคนแี บบ
ออกเปน็ หลายชนิด ได้แก่ หินแกรนิต หินบะซอลต์ หินพัมมซิ หนิ ออบซเิ ดียน

2. หินตะกอน คือ หินที่เกิดจากการทับถมกันของซากพชื ซากสัตว์ ตะกอนต่าง ๆ หรือเกิด
จากการสึกกร่อนผุพังของหินอื่น ๆ เป็นเวลานาน ถูกกระแสน้ำพัดพามารวมกัน หรือโดนแรงอัดนาน ๆ จน
แน่นจนกลายเปน็ หิน ได้แก่ หินกรวด หนิ ปนู หินดินดาน หนิ ทราย

3. หนิ แปร คือ หินที่เปลย่ี นแปลงมาจากหินอัคนหี รือหนิ ช้นั เพราะถกู ความร้อนความกดดัน
ภายในโลก และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ทำใหร้ ปู ร่างและเน้ือเดิมของหนิ เปลีย่ นไป เชน่ หนิ ชนวน หิน
ออ่ น หนิ ไนส์
10. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

• วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขัน้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ
1) ครูให้นักเรียนร่วมกันทบทวนบทเรียนเกี่ยวกับการเกิดหินแต่ละประเภท (แนวคำตอบ :

หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา หินตะกอน ซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและมี
สารเชอ่ื มประสานจงึ เกิดเปน็ หิน หนิ แปร ซง่ึ เกดิ จากการแปรสภาพของหินเดิม ซึง่ อาจเป็นหินอัคนหี นิ ตะกอน)

2) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับตัวอย่างหินหรือชื่อหินที่นักเรียนรู้จัก (แนว
คำตอบ : อสิ ระตามความคดิ เห็นของนกั เรยี น เช่น หนิ ออ่ น หนิ ปนู หินแกรนิต เปน็ ตน้ )

3) ครชู ีแ้ จงจุดประสงคใ์ นการเรยี นใหแ้ ก่นกั เรียนทราบ
ขัน้ ที่ 2 สำรวจคน้ หา

4) ครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 3 – 4 คน เพื่อทำกจิ กรรมรจู้ ักการตัวอยา่ งหิน โดยแต่ละ
กลุม่ จะไดร้ ับบตั รภาพหินตวั อย่าง ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั พจิ ารณาชอ่ื และลกั ษณะของเนือ้ หิน

5) ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ระดมความคิดจำแนกหินตวั อย่างตามประเภทการเกิด ตามความเข้าใจ
และประสบการณ์เดมิ ของตนเอง บนั ทกึ ข้อมลู ลงสมุดของตนเอง

16

6) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาชนิดของหินแต่ละประเภทจากในหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ หรือคน้ ควา้ เพิม่ เติมจากอินเตอร์เน็ต จากนน้ั ให้นักเรียนจำแนกหินในข้อ 5 อีกครั้ง หลังจากที่ได้
ศึกษาขอ้ มลู เพ่ิมเตมิ แล้ว

ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้
7) ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการจำแนกหนิ ตัวอย่างก่อนและหลงั ศึกษาขอ้ มูลวา่ มี

ความใกลเ้ คียงมากนอ้ ยเพยี งใด และตอนที่นักเรยี นจำแนกนกั เรยี นพิจารณาจากส่ิงใด (แนวคำตอบ : อิสระ
ตามความคดิ เห็นของนกั เรียน เชน่ สังเกตจากผลึกของหนิ เป็นตน้ )

8) ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยการจำแนกบตั รภาพหนิ ตวั อยา่ งแต่ละประเภท โดยให้
นกั เรยี นมีสว่ นสำคญั ในการนำเสนอขอ้ มูล ดังน้ี

- หนิ อัคนี ไดแ้ ก่ หนิ แกรนิต หินไดออไรต์ หินพัมมซิ
- หนิ ตะกอน ไดแ้ ก่ หินกรวดมน หนิ ทราย หนิ ดนิ ดาน
- หนิ แปร ไดแ้ ก่ หินอ่อน หนิ ไนส์ หินชนวน
9) ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันพิจารณาหวั อัคนีตัวอย่างและจำแนกวา่ หนิ อัคนแี ต่ละชนิดนั้นเป็นหิน
อัคนีพุ หรือหินอัคนีแทรกซอน และนักเรียนมีวิธีการสังเกตอย่างไร (แนวคำตอบ : หินอัคนีแทรกซอน ได้แก่
หนิ แกรนิต หนิ ไดออไรต์ หินอัคนีพุ ไดแ้ ก่ พัมมซิ สังเกตจากผลกึ หินอคั นแี ทรกซอนจะมผี ลึกท่แี น่นมากกว่า)
ข้ันท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
10) ครูขยายความเขา้ ใจนกั เรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกบั หินแปร ซ่งึ แปรได้ทัง้ หินอัคนีและหนิ
ตะกอน เช่น หินอ่อน > หนิ ปนู , หินไนส์ > หินแกรนติ , หนิ ชนวน > หนิ ดนิ ดาน จากนั้นให้นกั เรยี นรว่ มกนั
พจิ ารณาวา่ หนิ แปรทงั้ 3 ชนดิ แปรมาจากหินประเภทใดบ้าง (แนวคำตอบ : หินออ่ น > หินปูน (หนิ ตะกอน),
หนิ ไนส์ > หนิ แกรนติ (หนิ แกรนิต), หินชนวน > หนิ ดินดาน (หนิ ตะกอน))
11) ครใู หน้ กั เรยี นทำใบงานเรือ่ ง ลักษณะของหินและตวั อยา่ งหิน เพอ่ื ขยายความเข้าใจ
12) ครูให้นักเรียนตั้งคำถามที่สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทและตัวอย่างของหินแต่ละ
ประเภทเพิ่มเติม (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น หินแปรมมีผลึกคล้ายกับหินที่แปร
สภาพมาหรือไม่อยา่ งไร)
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล
13) ครูสุ่มนักเรียน 2 คน สรุปความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม เรื่อง จำแนกหินตัวอย่าง
จากนน้ั ให้เพื่อน ๆ ในห้องร่วมกนั แลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
14) ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมตว๋ั ออก โดยก่อนออกจากหอ้ งเรยี นให้นกั เรยี นเขยี นช่อื หนิ แต่
ละประเภท ประเภทละ 1 ชือ่ ลงในตั๋วออก เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน
15) ครูประเมนิ นักเรยี นจากการตรวจใบงาน เรอ่ื ง ประเภทของสารอาหาร บัตรภาพอาหาร
และการมีสว่ นร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรียน

11. ส่ือการเรียนรู้ 17

1) สอ่ื การเรียนรู้ เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1.1) หนังสือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.6 ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
1.2) ใบงานเรือ่ ง ลกั ษณะของหินและตวั อยา่ งหนิ

1.3) บตั รภาพหินตวั อยา่ ง

1.4) ต๋วั ออก

2) แหลง่ การเรียนรู้

2.1) ห้องเรียน

2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วิธกี าร เครื่องมือ

1 ตรวจใบงาน แบบประเมนิ การทำงาน

2 สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม

ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ

และม่งุ มั่นในการทำงาน อันพึงประสงค์

13. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 18
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ผ้เู รียนทผี่ ่านตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
ผูเ้ รยี นที่ไมผ่ า่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................

เลขท่ีของนักเรยี นท่ีสอบไม่ผ่านตวั ชี้วดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุทไี่ มผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผเู้ รียนท่มี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพัฒนา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรยี นได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รียนเกิดทกั ษะกระบวนการ (P) ในเร่อื ง............................................................................................
ผเู้ รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม (A) ในเรือ่ ง.................................................................................

13.2 ปญั หาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................................ครูผสู้ อน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก)
ตำแหน่ง ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

19

14. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจ้ง)

วันที่............เดอื น..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้

ลงช่ือ....................................................... ลงชือ่ ......................................................
(............................................) (นายวิรชั ต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
วนั ท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ........... วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........

20

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

21

ภาคผนวก
ใบงานเรือ่ ง ลกั ษณะของหินและตวั อย่างหิน

22

บัตรภาพตัวอย่างหนิ

หินแกรนิ ต หินทราย หินไนส์

หินไดออไรต์ หินกรวดมน หินอ่อน

หินพมั มิซ หินดินดาน หินชนวน

23

ตัว๋ ออก
ตว๋ั ออก ต๋ัวออก
ชอ่ื .........................................ชั้น......เลขท่ี..... ชือ่ .........................................ช้ัน......เลขที่.....

ตั๋วออก ตว๋ั ออก
ชื่อ.........................................ชน้ั ......เลขท.่ี .... ชอ่ื .........................................ชั้น......เลขที่.....

ตว๋ั ออก ตว๋ั ออก
ช่ือ.........................................ชั้น......เลขท.่ี .... ช่อื .........................................ช้นั ......เลขท.ี่ ....

ตั๋วออก ตัว๋ ออก
ชือ่ .........................................ชน้ั ......เลขท.่ี .... ชือ่ .........................................ชั้น......เลขท่ี.....

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 24

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

25

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

26

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

27

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

28

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์ เร่ือง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของหนิ แตล่ ะประเภท

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหสั วิชา ว 16101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ป.6 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู ู้สอน นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหล็ก ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใช้สอนวนั ....................... ที.่ ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
ส่ิงมชี วี ติ และส่งิ แวดลอ้ ม
3. ตวั ชีว้ ดั

ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหิน
จากแบบจำลอง
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ในกระบวนการทางธรณีวิทยามีกระบวนการทีท่ ำใหห้ ินเกิดจากการเปลี่ยนแปลงจากประเภทหน่งึ ไป
เป็นอีกประเภทหนึ่งได้ โดยอาศัยปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การหลอมเหลว การเย็นตัวตกผลึก การสะสมตัว
ของตะกอน เปน็ ตน้
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายกระบวนการเปลย่ี นแปลงของหินแต่ละประเภทได้ (K)
2) เขยี นแผนภาพกระบวนการเปล่ยี นแปลงของหนิ แต่ละประเภทได้ (P)
3) รับผดิ ชอบและมุ่งม่นั ในการทำงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
1) มีวนิ ัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทักษะการสงั เกต

29
1.2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทกั ษะการเชื่อมโยง
2) ความสามารถในการสือ่ สาร
3) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
8. ทกั ษะกระบวนการคดิ
การคดิ วเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
9. เนือ้ หาสาระ
ในกระบวนการทางธรณวี ทิ ยามีกระบวนการที่ทำใหห้ ินเกิดจากการเปลีย่ นแปลงจากประเภทหน่งึ ไป
เป็นอีกประเภทหนึ่งได้ โดยอาศัยปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การหลอมเหลว การเย็นตัวตกผลึก การสะสมตัว
ของตะกอน เปน็ ต้น

ภาพวฏั จกั รของหนิ
10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขัน้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครใู หน้ ักเรียนจบั คทู่ บทวนกระบวนการเกดิ หนิ แตล่ ะประเภท จากนนั้ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะคู่

ตง้ั ขอ้ สงั เกตว่าในกระบวนการเกิดขึน้ แตล่ ะประเภทน้ันมีปัจจยั ใดเกี่ยวขอ้ งบ้าง โดยใหน้ กั เรยี นแต่ละครู่ ะบุมา
1 ปจั จัย ทซี่ ้ำกบั คอู่ น่ื ๆ

30

2) ครูนำคำตอบของนกั เรียนทต่ี งั้ ขอ้ สงั เกตเขียนไว้บนกระดาน จากน้ันให้นกั เรียนรว่ มกัน
พจิ ารณษวา่ แต่ละปัจจยั นนั้ สง่ ผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงกบั หนิ ประเภทอนื่ ๆ หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ :
อสิ ระตามความคิดเหน็ ของนกั เรียน)

3) ครูชแ้ี จงจุดประสงค์ในการเรียนให้แกน่ กั เรยี นทราบ
ข้ันที่ 2 สำรวจคน้ หา

4) ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 3 – 4 คน เพือ่ ร่วมกนั ระดมความคิดเหน็ เก่ียวกับปัจจัยที่
มีผลทำให้หินเกิดการเปล่ียนแปลง โดยให้นักเรียนเขยี นลงในกระดาษ A4 ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ ภายในเวลา 5 นาที

5) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันสืบค้นขอ้ มูลจากอินเตอร์เน็ต หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
วา่ มปี ัจจยั ใดบา้ งทีม่ ีผลทำให้หนิ เกิดการเปล่ียนแปลง จากนน้ั ใหน้ ำข้อมูลท่ีไดไ้ ปตรวจสอบกับรายการท่เี ขียนใน
ขอ้ 6 และตดั ปจั จยั ทีไ่ มเ่ กยี่ วข้องออก รวมไปถึงระบุปจั จัยท่ียงั ไม่ครบถว้ น

6) ครูให้นักเรียนนำปัจจัยทั้งหมดมาเขียนเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของหินแต่ละ
ประเภท โดยให้นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในใบงาน กระบวนการทางธรณีวิทยาศาสตร์ที่ทำให้หินเกิดการ
เปลยี่ นแปลง

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
7) ครูอธิบายความรูน้ กั เรียนในประเด็นต่าง ๆ ดงั นี้
- กระบวนการทีท่ ำให้เกดิ หินอคั นีคอื การหลอมเหลว > การเย็นตัวและตกผลกึ ของ
แมกมา > การเยน็ ตัวและตกผลึกของลาวา
- กระบวนการท่ที ำใหเ้ กิดหินตะกอนคอื การผุผัง > การทับถมของตะกอนและการ
เช่ือมประสานของตะกอน
- กระบวนการท่ีทำให้เกดิ หนิ แปร การตกผลกึ หรือตกตะกอนของสารบางชนดิ
8) ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายการเปล่ยี นแปลงทางธรณีวทิ ยาทำให้หนิ ทัง้ สามประเภท

เปลย่ี นแปลงกลับไปมาอยู่ในธรรมชาตไิ ด้
9) ครูใหน้ กั เรียนดูแผนภาพวฎั จักรของหินในหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตรเ์ ก่ยี วกบั กระบวนการ

เปล่ียนแปลงของหนิ ซึง่ เปน็ วัฏจักรวนอยา่ งไม่มีทางสนิ้ สดุ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายวา่ หากตดั ปจั จัยใน
แผนภาพใดออกจะส่งผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงของหนิ ประเภทอื่น ๆ ด้วย

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
10) ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงานเรอ่ื ง วัฏจกั รของหนิ เพอื่ ขยายความเข้าใจของนักเรยี น โดยให้

นักเรยี นไดน้ ำความร้จู ากการทำกิจกรรมในชัว่ โมงมาใชใ้ นการทำใบงาน
11) ครขู ยายความเข้าใจของนักเรียน โดยให้นกั เรียนร่วมกนั สงั เกตและอภิปรายว่าหินแต่ละ

ประเภทมีเนื้อหินที่แตกต่างกันไป นักเรียนคิดว่าความแตกต่างที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการกระบวนการ
เปลี่ยนแปลงของหินแตล่ ะประเภทหรอื ไม่อยา่ งไร

12) ครูให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นว่าการกระทำของมนษุ ยม์ ีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลง
ของหนิ แตล่ ะประเภทหรอื ไมอ่ ย่างไร (แนวคำตอบ : มผี ล เช่น การระเบิดภเู ขา การกอ่ สรา้ งตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ )

31

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล

13) ครูสุ่มนักเรียน 2 - 3 คน สรุปความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมกระบวนการเปลี่ยนแปลง

ของหนิ แตล่ ะประเภท จากนนั้ ใหเ้ พื่อน ๆ ในห้องร่วมกนั แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็

14) ครตู ้ังคำถามเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนในประเดน็ ต่าง ๆ ดังน้ี

- การตกผลึกและเยน็ ตวั ของแมกมาจะทำให้เกิดหินชนดิ ใด

(แนวคำตอบ : หินอัคนแี ทรกซอน)

- การเกดิ หินตะกอนมกี ระบวนการอยา่ งไร

(แนวคำตอบ : การผุผัง > การทับถมของตะกอนและการ > เช่ือมประสานของ

ตะกอน)

15) ครปู ระเมินนกั เรียนจากการตรวจใบงาน เร่ือง ประเภทของสารอาหาร บตั รภาพอาหาร

และการมีส่วนรว่ มในการตอบคำถามในช้นั เรียน

11. สื่อการเรยี นรู้

1) ส่อื การเรยี นรู้

1.1) หนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์ ป.6

1.2) ใบงานเรอื่ ง วัฏจกั รของหนิ

1.3) ใบงาน กระบวนการทางธรณวี ิทยาศาสตรท์ ่ที ำใหห้ นิ เกิดการเปลยี่ นแปลง

2) แหล่งการเรียนรู้

2.1) หอ้ งเรยี น

2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ท่ี วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

1 ตรวจใบงาน แบบประเมนิ การทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ในกิจกรรม การทำงานรายบุคคล

3 สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

และมุง่ มนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

13. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 32
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผ้เู รยี นท่ผี ่านตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไี่ ม่ผ่านตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................

เลขท่ีของนกั เรียนที่สอบไม่ผ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุที่ไม่ผา่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรยี นที่มคี วามสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพัฒนา/ส่งเสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรยี นได้รับความรู้ (K) ในเรอื่ ง ............................................................................................................
ผู้เรยี นเกิดทักษะกระบวนการ (P) ในเร่ือง............................................................................................
ผู้เรยี นมคี ุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม (A) ในเร่อื ง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกป้ ัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธ์ิ ยุเหลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1

วนั ท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................

33

14. ความคิดเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา/ผูท้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ......................................หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจ้ง)

วันท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รับทราบผลการจัดการเรยี นรู้

ลงช่ือ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(...................................................) (นายวริ ัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวิชาการ ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ..........

34

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

35

ภาคผนวก
ใบงาน กระบวนการทางธรณวี ทิ ยาศาสตร์ทที่ ำให้หนิ เกิดการเปล่ียนแปลง

36

ใบงานเรอ่ื ง วฏั จักรของหิน

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 37

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

38

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

39

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

40

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

41

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 4

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ เรอื่ ง การสร้างแบบจำลองวฏั จกั รของหนิ

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหสั วิชา ว 16101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ป.6 เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ครผู ้สู อน นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1

ใช้สอนวัน....................... ท่.ี ........... เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สง่ิ มีชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม
3. ตัวช้ีวดั

ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหิน
จากแบบจำลอง
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หินในธรรมชาติทั้ง ๓ ประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง หรือ
ประเภทเดมิ ได้โดยมแี บบรปู การเปลีย่ นแปลงคงทแ่ี ละตอ่ เนอื่ งเป็นวฏั จักร
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายวฎั จกั รการเกิดและการเปลย่ี นแปลงของหนิ ได้ (K)
2) สรา้ งแบบจำลองวฎั จกั รของหนิ ได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและมุ่งมน่ั ในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A)
6. คณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์
1) มีวนิ ัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทักษะการสังเกต
1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา

42
1.3) ทักษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4) ความสามารถในการใช้แก้ปญั หา
8. ทักษะกระบวนการคิด
การคดิ วเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
9. เน้อื หาสาระ
หินในธรรมชาติทั้ง ๓ ประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง หรือ
ประเภทเดิมได้โดยมีแบบรูปการเปลย่ี นแปลงคงท่แี ละต่อเนอื่ งเปน็ วัฏจักร

ภาพวฏั จกั รการเกิดหนิ
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

• วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ชว่ั โมงท่ี 1
ข้นั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1) ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเพื่อทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั กระบวนการเปลี่ยนแปลงของ

หิน (กระบวนการทท่ี ำให้เกิดหนิ อคั นคี อื การหลอมเหลว > การเย็นตวั และตกผลึกของแมกมา > การเย็นตวั
และตกผลกึ ของลาวา, กระบวนการท่ีทำให้เกิดหินตะกอนคอื การผผุ ัง > การทับถมของตะกอนและการเช่ือม
ประสานของตะกอน, กระบวนการทีท่ ำใหเ้ กดิ หนิ แปร การตกผลกึ หรือตกตะกอนของสารบางชนดิ )

43

2) ครูตัง้ ข้อสังเกตว่าในธรรมชาติ เช่น แสงดแดด ความร้อน กระแสลม กระแสน้ำ มผี ลตอ่
กระบวนการเปลยี่ นแปลงของหินหรอื ไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ : มีผลทำให้เกิดหนิ ตะกอนไดเ้ น่อื งจากปัจจัย
ดังกล่าวจะทำให้หินเกดิ การผพุ ังแตกเป็นตะกอนเลก็ ๆ )

3) ครชู แ้ี จงจุดประสงคใ์ นการเรียนให้แก่นกั เรยี นทราบ
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

4) ครูจบั กล่มุ ให้นกั เรยี นกลุ่มละ 5 – 6 คน โดยคละความสามารถของผ้เู รียนเก่ง กลาง อ่อน
เพื่อทำกิจกรรมการสร้างวัฎจักรของหิน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดในการสืบค้นข้อมูลที่สนใจ
เพิ่มเตมิ มาใช้ในการออกแบบแบบจำลองวัฏจกั รของหนิ

5) ครูกำหนดเงื่อนไขการสร้างแบบจำลองวัฎจักรของหนิ จะต้องเลือกวัสดุทีม่ ีอยูใ่ นท้องถ่ิน
หรือนำส่ิงของท่ีมมี าประยกุ ต์ใชใ้ หม้ ีค่าใช้จา่ ยในการสร้างแบบจำลองน้อยท่สี ดุ

6) ครูใหน้ ักเรยี นออกแบบแบบจำลองวฏั จักรของหินลงในกระดาษบรฟู๊ ในระหวา่ งที่นักเรียน
ทำกิจกรรมครคู อยอำนวยสะดวกและให้คำแนะนำนกั เรยี นเพม่ิ เติมในการเลอื กวัสดุที่จะนำมาสร้างแบบจำลอง
โดยต้องคำนึงถงึ การสอ่ื ความหมายเพ่ืออธิบายการเกดิ หินแตล่ ะประเภท

7) หลงั จากทนี่ ักเรยี นออกแบบแบบจำลองแบบจำลองวัฏจกั รของหินเรียบรอ้ ย ครใู หน้ กั เรยี น
แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการออกแบบหน้าชั้นเรียน เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ
นักเรียนคนอื่น ๆ เพื่อดูความเหมาะสมของการเลือกวัสดุ ขั้นตอนการดำเนินการ และการสื่อความหมาย
เพื่อใชเ้ ปน็ แนวทางในการปรับปรุงแบบกอ่ นท่จี ะเรม่ิ สรา้ งแบบจำลอง

8) ครูนัดหมายนักเรียนในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับสร้างแบบจำลองในชั่วโมง
ต่อไป

ชว่ั โมงท่ี 2
ขัน้ ที่ 2 สำรวจคน้ หา

9) ครูตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์และความพร้อมของนักเรียนก่อนสร้างแบบจำลองหน้าท่ี
แบบจำลองวัฏจักรของหินและแนะนำข้นั ตอนการใช้อปุ กรณ์ทีอ่ าจเกดิ อนั ตราย เชน่ กรรไกร คตั เตอร์ กาวร้อน

10) ครูให้นกั เรยี นเร่ิมสรา้ งแบบจำลองวฏั จักรของหินตามทีไ่ ด้วางแผนออกแบบไว้ ในกรณีท่ี
นักเรียนพบปัญหาระหว่างการสร้างแบบจำลองสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของแบบจำลองได้ตามความ
เหมาะสม

ขัน้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้
11) ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงานแบบจำลองหนา้ ชน้ั เรียนในประเด็นตา่ ง ๆ ดงั น้ี
- ระบกุ ารเกดิ หนิ แตล่ ะประเภท
- การทำงานรว่ มกนั ของอวัยวะต่าง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร
- ปญั หาและวธิ ีการแก้ปัญหาในระหวา่ งทีส่ รา้ งแบบจำลอง

44

12) ครูและนักเรียนในห้องร่วมกันพิจารณาแบบจำลองวัฏจักรของหินแต่ละกลุ่มว่าเหมือน
ตามทีอ่ อกแบบหรอื ไม่ และสามารถอธิบายแสดงให้เห็นการการเปลี่ยนแปลงทเี่ ปน็ วัฎจักรได้ครอบคลุมหรือไม่
อย่างไร

13) ครูให้นกั เรยี นร่วมกนั โหวตใหค้ ะแนนแบบจำลองวฏั จักรของหนิ ท่ีชน่ื ชอบ โดยแตล่ ะกลุ่ม
จะตกลงร่วมกันภายในกลุ่มว่าจะให้คะแนนกับกลุ่มใด โดยจะต้องไม่ให้คะแนนกลุ่มตนเอง จากนั้นครูสรุป
คะแนนและมอบรางวัลให้กบั กลมุ่ ทไี่ ดร้ บั คะแนนโหวตมากที่สุด

ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
14) ครูนำแบบจำลองแบบจำลองวฏั จักรของหินของกลุ่มท่ีได้รับคะแนนโหวตมากที่สุดมาใช้

เปน็ สื่อการสอนในการอธิบายขยายความรู้ใหแ้ กน่ ักเรยี นในประเด็นต่าง ๆ ดงั นี้
- ปจั จัยท่ีทำให้หินเกดิ การเปลย่ี นแปลง
- การเกดิ หินแต่ละประเภท

15) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อดีของการสร้าง
แบบจำลองวัฏจักรของหิน (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ทำให้เห็นกระบวนการ
เปลีย่ นแปลงทางธรณีวทิ ยาได้อย่างชดั เจนมากย่งิ ขึน้ )

ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล
16) ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความรู้จากการทำกิจกรรมการสร้างแบบจำลองวัฏจกั รของ

หิน โดยให้นักเรยี นมีบทบาทสำคญั ในการสรปุ เนื้อหาสาระสำคัญ
17) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปรากฎการณ์ภัยธรรมชาติ

อื่น ๆ ที่นักเรียนคิดว่าจะมีผลตอ่ การเกิดการเปลี่ยนแปลงของหนิ (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของ
นกั เรยี น เชน่ การเกดิ ดินถล่ม นำ้ ปา่ ไหลหลาก การกัดเซาะของนำ้ ทะเล เปน็ ตน้ )

18) ครูประเมนิ นักเรียนจากการตรวจการออกแบบแบบจำลองวัฏจักรของหิน แบบจำลองท่ี
นกั เรียนสร้างขน้ึ การนำเสนอหน้าชนั้ เรียน และการมีส่วนรว่ มในการตอบคำถามในช้ันเรยี น
11. สื่อการเรยี นรู้

1) สื่อการเรียนรู้
1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) อุปกรณ์ในการสร้างแบบจำลอง
1.3) กระดาษบร๊ฟู
1.4) ปากกาเคมี

2) แหลง่ การเรียนรู้
2.1) ห้องเรียน
2.2) หอ้ งสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 45

ท่ี วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจช้ินงาน แบบประเมนิ การทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

2 สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ

และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์

13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 46
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

47

14. ความคิดเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา/ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจง้ )

วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจัดการเรยี นรู้

ลงช่ือ....................................................... ลงชอื่ ......................................................
(................................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวชิ าการ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........

48

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 49

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

50

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด


Click to View FlipBook Version