The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ (ปี กศ.2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดิเรกฤทธิ์ ยุเหล็ก, 2022-07-17 10:43:49

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ (ปี กศ.2565)

ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หินและซากดึกดำบรรพ์ (ปี กศ.2565)

51

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

52

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

53

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์ เรื่อง การใชป้ ระโยชน์ของหนิ

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัสวชิ า ว 16101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชัน้ ป.6 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 ครูผู้สอน นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใชส้ อนวัน....................... ท.่ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สิง่ มชี ีวิตและสงิ่ แวดลอ้ ม
3. ตวั ช้วี ัด

ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่
รวบรวมได้
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หินและแร่แต่ละชนิดมีลักษณะและสมบตั ิแตกต่างกนั มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแร่ในชีวิตประจำวันใน
ลักษณะตา่ ง ๆ เช่น นำแรม่ าทำเครอ่ื งสำอาง ยาสีฟัน เคร่ืองประดับ อุปกรณท์ างการแพทยแ์ ละนำหินมาใช้ใน
งานก่อสร้างตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายการใช้ประโยชน์จากหินได้ (K)
2) เลอื กหนิ ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ (P)
3) รับผิดชอบและมุ่งม่นั ในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) ม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสังเกต

54

1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา

1.3) ทกั ษะการเช่อื มโยง

2) ความสามารถในการสื่อสาร

3) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

4) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

8. ทักษะกระบวนการคิด

การคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ

9. เน้อื หาสาระ

หินและแต่ละชนิดมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน มนุษย์ใช้ประโยชน์จากหินมาใช้ในงานก่อสร้าง

เคร่ืองใชต้ า่ ง ๆ เป็นตน้

ประเภทของหิน ช่อื หนิ ประโยชน์ของหนิ อคั นี

แกรนติ ใช้ทำส่ิงก่อสรา้ ง ประดบั อาคาร

บะซอลต์ ใช้ทำส่งิ ก่อสร้าง ทำถนน

พัมมซิ ใชท้ ำวัสดขุ ัดถู

หินอัคนี ออบซเิ ดียน ใชท้ ำอาวธุ เช่น หอก ธนูสมัยโบราณ

ไรโอไลต์ ใช้ทำสิ่งก่อสร้าง

ไดออไรต์ ใช้ทำสิ่งกอ่ สร้าง เครอื่ งประดบั ต่างๆ

แกบโบร ใชท้ ำเครอ่ื งประดบั ต่างๆ

แอนดไี ซต์ ใช้ทำส่งิ กอ่ สรา้ ง เครือ่ งประดับตา่ งๆ

ปนู ใชท้ ำสิง่ ก่อสร้าง เปน็ ส่วนผสมของปูนซีเมนต์

เชิร์ต ใชท้ ำเครื่องประดับต่างๆ เป็นส่วนประกอบของเลนส์

หนิ ตะกอน ดินดาน เป็นสว่ นผสมของปูนซเี มนต์
ศลิ าแลง ใช้ทำกำแพง ปูทางเดิน

ทราย ทำหนิ ลับมดี ใช้ทำส่ิงกอ่ สรา้ ง

กรวดมน ใชท้ ำสิ่งกอ่ สรา้ ง

แอนทราไซต์ ใชใ้ นโรงงานอุตสาหกรรม

ถ่านหิน เช้ือเพลงิ ในการผลิตกระแสไฟฟา้

หนิ แปร อ่อน ประดบั อาคารบ้านเรือน แกะสลกั ต่างๆ
ไนส์ ใชท้ ำครก และใชท้ ำสิ่งก่อสร้าง

ชนวน ทำกระดานชนวน ทำหลังคา

ควอรต์ ไซต์ ทำวัสดุทนไฟ และใชท้ ำสงิ่ กอ่ สรา้ ง

55

10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

• วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครูใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมเพ่อื กระต้นุ ความสนใจคือ เกมส์ seven up โดยการนับ 1-7 ไป

เรอ่ื ยๆ โดยคนท่ีนับ 7 ไม่ต้องพดู คำว่า “7” แตใ่ หพ้ ูดชือ่ หินแทน เชน่ หนิ แกรนติ หินดินดาน หินพัมมิซ เพ่ือ
ทบทวนความรูข้ องนักเรยี น

2) ครูและนักเรียนร่วมกันตั้งข้อสังเกตว่ามนุษย์มีการนำหินมาประโยชน์ตั้งแต่สมัยยุค
ดึกดำบรรพเ์ ช่น นำมาใช้ล่าสตั ว์ นำมาใชท้ ำอาวุธ นำมาใช้ทำเช้ือเพลงิ เป็นตน้

3) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า นักเรียนเคยพบเห็นการนำหินมาใช้
ประโยชน์อย่างไรบ้าง (แนวคำตอบ: นำมาทำ อาคารบา้ นเรือน, ทำครก, ทำสวนหยอ่ ม และทำถนน ฯลฯ)

4) ครชู ี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้นกั เรยี นทราบ
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำสำรวจแหล่งหิน โดยครูจำลอง
สถานการณ์ว่านักเรียนเป็นนักธรณวี ิทยาทีต่ ้องสำรวจหินในประเทศ เพื่อนำมาหินมาใช้ประโยชน์ โดยแต่ละ
กลุ่มจะตอ้ งสำรวจหนิ ทุกสามประเภท ประเภทละ 3 ชนิด

6) นกั เรยี นรว่ มกันระดมความคดิ และช่วยกันสืบคน้ ขอ้ มูลจากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ และ
อนิ เตอร์เน็ตต่าง ๆ จากนั้นบนั ทกึ ข้อมลู ลงในสมดุ ของตนเอง

7) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้นข้อมูลหน้าชั้นเรียน โดยกลุ่มที่มีหินช่ือ
เดยี วกันใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง เน่ืองจากแต่ละกลมุ่ อาจจะไดร้ ับขอ้ มูลมาจากแหล่งข้อมูลท่ี
แตกต่างกนั

8) ในระหว่างท่ีนักเรียนร่วมฟังการนำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนควรมีการจดบันทึกข้อมลู
ประโยชน์ของหนิ และแหล่งทีพ่ บหนิ ชนิดตา่ ง ๆ ท่นี กั เรียนไม่ได้สืบคน้

ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้
9) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันพิจารณาการนำหินแตล่ ะประเภทมาใช้ประโยชน์ เชน่ หนิ ประเภท

หนิ ตะกอนท่ีมคี วามแขง็ นอ้ ยจะถูกนำมาใช้ในงานแกะสลัก หรือต้องการทำเครื่องใช้ทตี่ อ้ งมีความแข็งแรงกจ็ ะ
เลือกใช้หนิ อคั นี

10) ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ วา่ การที่มนษุ ย์ในยุคโบราณจะเลือกใช้
หนิ ประเภทใดมกี ารสังเกตหรอื พจิ ารณาเพอ่ื ตดั สินใจอยา่ งไร (แนวคำตอบ : อิสระตามความคดิ เหน็ ของ
นกั เรียน เชน่ พิจารณาจากความแข็ง เปน็ ตน้ )

11) ครูยกตัวอยา่ งการนำหินมาใชง้ านก่อสรา้ งมากมาย เชน่ การสร้างปราสาทหิน แถว
จังหวดั บรุ ีรมี ยท์ ที่ ำมาจากหนิ ทราย หรือวดั เบญจมบพติ รดสุ ิตวนาราม ซ่งึ ทำมาจากหินอ่อน

56

ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ

12) ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงานเร่ือง ประโยชน์ของหนิ เพือ่ ขยายความเข้าใจของนักเรยี น โดยใน

ระหวา่ งทน่ี กั เรียนทำใบงานครูคอยใหค้ ำแนะนำปรึกษา

13) ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงานเร่ือง ประโยชนข์ องหิน โดยสุ่มนักเรียนเพอื่

ตอบ จากน้ันให้สมาชกิ ในหอ้ งร่วมกันพิจารณาและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ในชั้นเรียน

14) ครูให้นักเรียนตั้งคำถามทีส่ นใจเพิ่มเติมเกีย่ วกับการใช้ประโยชน์จากหิน (แนวคำตอบ :

อปุ กรณ์หรือเครื่องมอื ในการแกะหินใหเ้ ป็นรูปร่างตา่ ง ๆ คอื อะไร)

ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล

15) ครสู ่มุ นกั เรยี น 2 คน สรุปความรู้ทีไ่ ด้จากการทำกิจกรรม เรอ่ื ง การใช้ประโยชน์จากหิน

จากนนั้ ใหเ้ พื่อน ๆ ในหอ้ งรว่ มกันแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น

16) ครตู ้งั คำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนในประเด็นตา่ ง ๆ ดงั น้ี

- หนิ ชนิดใดเหมาะแกก่ ารนำมาทำวัสดขุ ัดถู เพราะเหตุใด

(แนวคำตอบ : หินพมั มซิ เพราะมีรูพรุนมาก)

- หินชนดิ ใดทน่ี ิยมนำมาใช้ทำอาวธุ ในอดตี

(แนวคำตอบ : หนิ ออบซิเดยี น)

17) ครูประเมินนักเรยี นจากการตรวจสมุด ใบงานเร่ือง ประโยชน์ของหิน การนำเสนอหน้า

ชนั้ เรยี น และการมีสว่ นร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรยี น

11. สือ่ การเรยี นรู้

1) สอื่ การเรียนรู้

1.1) หนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.6

1.2) ใบงานเร่อื ง ประโยชนข์ องหนิ

2) แหล่งการเรียนรู้

2.1) หอ้ งเรียน

2.2) ห้องสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ท่ี วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์

1 ตรวจใบงาน แบบประเมนิ การทำงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2 สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ในกิจกรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 57
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครผู ูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

58

14. ความคิดเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา/ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจง้ )

วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจัดการเรยี นรู้

ลงช่ือ....................................................... ลงชอื่ ......................................................
(................................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวชิ าการ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........

59

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 60

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

61

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

62

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

63

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

64

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์ เรื่อง การใชป้ ระโยชน์ของแร่

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัสวชิ า ว 16101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชัน้ ป.6 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครูผู้สอน นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1

ใชส้ อนวัน....................... ท.่ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สิง่ มชี ีวิตและสงิ่ แวดลอ้ ม
3. ตวั ช้วี ัด

ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่
รวบรวมได้
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หินและแร่แต่ละชนิดมีลักษณะและสมบตั ิแตกต่างกนั มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแร่ในชวี ิตประจำวันใน
ลักษณะตา่ ง ๆ เช่น นำแรม่ าทำเครอ่ื งสำอาง ยาสีฟัน เคร่อื งประดับ อปุ กรณท์ างการแพทย์และนำหินมาใช้ใน
งานก่อสร้างตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายการใช้ประโยชน์จากหินได้ (K)
2) เลอื กหนิ ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ (P)
3) รับผิดชอบและมุ่งม่นั ในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) ม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสังเกต

65

1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทักษะการเชื่อมโยง
2) ความสามารถในการสอ่ื สาร
3) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ
9. เน้อื หาสาระ
แร่แต่ละชนดิ มีลักษณะและสมบัติแตกตา่ งกัน มนุษย์ใชป้ ระโยชน์จากแร่ในชวี ิตประจำวันในลักษณะ
ต่าง ๆ เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ อุปกรณ์ทางการแพทย์และนำหินมาใช้ในงาน
กอ่ สร้างตา่ ง ๆ เป็นต้น

ชนิดของแร่ ประโยชนข์ องแร่
แร่ทองคำ ทำเครือ่ งประดับ
แรฟ่ ลอู อไรด์ ใชใ้ นอุตสาหกรรมทำอะลมู เิ นยี ม
แรแ่ คลไซต์ ทำปูนซีเมนต์ ปนู ขาว ผสมอาหารสัตว์
แรเ่ ฮไลต์ ทำกรดเกลอื และคลอรนี ยอ้ มฟอกหนงั
แรเ่ ฟลดส์ ปาร์ ทำเครือ่ งเคลอื บดนิ เผา ทำหินประดับ
แร่ทองคำ ทำเครอื่ งประดับ
แรฟ่ ลอู อไรด์ ใชใ้ นอุตสาหกรรมทำอะลูมเิ นียม
แรแ่ คลไซต์ ทำปนู ซีเมนต์ ปนู ขาว ผสมอาหารสตั ว์
แร่เฮไลต์ ทำกรดเกลือและคลอรีน ยอ้ มฟอกหนงั
แร่เฟลด์สปาร์ ทำเครอื่ งเคลือบดนิ เผา ทำหินประดับ

10. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

• วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ

66

1) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป โดยให้นักเรียน
ยกตัวอยา่ ง (แนวคำตอบ : นำ้ มนั ถ่านหนิ และแรต่ ่าง ๆ)

2) ครูเชื่อมโยงความรู้ของหินกับแร่ ซึ่งหินและแร่มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องของ
องคป์ ระกอบภายในของหินจะมีแร่เปน็ ส่วนประกอบ เราเรยี กว่าแร่ประกอบหนิ จากนัน้ ใหน้ ักเรียนยกตัวอย่าง
แรท่ ี่นักเรยี นรู้จกั (แนวคำตอบ : ทองคำ เหล็ก แร่รตั นชาติ เปน็ ต้น)

3) ครูต้ังข้อสงั เกตวา่ แรป่ ระกอบหนิ มกี ารนำมาใช้ประโยชนเ์ หมือนกบั แร่อน่ื ๆ หรอื ไม่เพราะ
เหตุใด (แนวคำตอบ : มกี ารนำมาใช้ประโยชนน์ อ้ ยเน่ืองจากตอ้ งผา่ นกระบวนการถลงุ แรซ่ ึง่ มีค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้ม
ตอ่ การลงทุน)

4) ครชู ี้แจงจุดประสงค์ในการเรยี นใหแ้ กน่ กั เรยี นทราบ
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา

5) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำสำรวจแหล่งแร่ โดยครูจำลอง
สถานการณว์ ่านักเรยี นเป็นนักลงทนุ ทตี่ อ้ งการทำเหมอื งแรใ่ นประเทศไทย เพือ่ นำมาแรม่ าใช้ประโยชน์ โดยแต่
ละกลุ่มจะตอ้ งสืบหาแหลง่ แร่และการใช้ประโยชน์ใหไ้ ดม้ ากทสี่ ดุ

6) นักเรียนรว่ มกันระดมความคิดและช่วยกนั สืบคน้ ขอ้ มูลจากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ และ
อนิ เตอร์เนต็ ต่าง ๆ จากนนั้ บันทึกขอ้ มลู ลงในสมุดของตนเอง

7) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้นข้อมูลหน้าชั้นเรียน โดยกลุ่มที่มีแร่ชื่อ
เดยี วกนั ให้นักเรียนชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง เนือ่ งจากแตล่ ะกลุ่มอาจจะไดร้ ับขอ้ มูลมาจากแหล่งข้อมูลท่ี
แตกตา่ งกัน

8) ในระหว่างที่นักเรียนรว่ มฟังการนำเสนอหน้าชั้นเรยี น นักเรียนควรมีการจดบันทึกข้อมูล
ประโยชนข์ องแร่และแหลง่ ท่ีพบหินชนิดตา่ ง ๆ ทน่ี กั เรยี นไม่ไดส้ บื คน้

ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้
9) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสิ่งของที่อยู่รอบตัวว่ามีส่วนประกอบของแร่หรือไม่

อย่างไร เพ่อื ให้นกั เรยี นเหน็ ถงึ การนำแร่มาใชป้ ระโยชน์
10) ครใู หน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติมปรมิ าณแร่ท่ีพบในแต่ละพ้ืนทม่ี คี วามมาก

น้อยไมเ่ ท่ากันเพราะเหตใุ ด (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเหน็ ของนักเรยี น เชน่ ขึน้ อย่กู บั สภาพทาง
ธรณีวิทยาของแตล่ ะพืน้ ท่ี)

11) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายแหล่งเหมอื งแร่ท่ีพบมากในประเทศไทยอยู่ท่ีใด เพราะ
เหตุใด (แนวคำตอบ : ภาคใต้ของประเทศไทย )

ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
12) ครูให้นกั เรยี นทำใบงานเรื่อง ประโยชน์ของแร่ เพอื่ ขยายความเขา้ ใจของนกั เรยี น โดยใน

ระหว่างที่นักเรยี นทำใบงานครูคอยให้คำแนะนำปรกึ ษา
13) ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงาน โดยสุ่มนักเรียนเพ่อื ตอบ จากนน้ั ใหส้ มาชิก

ในหอ้ งร่วมกันพิจารณาและแลกเปล่ียนความคิดเหน็ ในชั้นเรยี น

67

14) ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั แลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ โดยจำลองสถานการณ์ใหน้ กั เรียนค้นพบ

แหล่งแร่ทองคำ นกั เรยี นคดิ วา่ จะสามารถนำมาใชไ้ ด้เลยหรือไมเ่ พราะเหตุใด (แนวคำตอบ : ควรนำแร่ท่ีพบมา

ถลุงเพ่อื ใหไ้ ดแ้ ร่ทบี่ ริสุทธ์)ิ

ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล

15) ครูสุ่มนักเรียน 2 คน สรุปความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม ประโยชน์ของแร่ จากนั้นให้

เพ่ือน ๆ ในหอ้ งรว่ มกันแลกเปลย่ี นความคิดเหน็

16) ครูตั้งคำถามเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นในประเดน็ ต่าง ๆ ดงั น้ี

- แรท่ มี่ ีสีสันหลากสี เหมาะแกน่ ำมาทำเคร่ืองประดบั คอื แรใ่ ด

(แนวคำตอบ: แรร่ ัตนชาติ)

- แร่ทเี่ ป็นสว่ นประกอบของหนิ ชสี ต์ นำมาทำแป้งฝุ่นคือแร่ใด

(แนวคำตอบ: แรท่ ัลก์)

17) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจใบงานเรื่อง ประโยชนข์ องแร่ การนำเสนอหนา้ ช้นั

เรยี น และการมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรียน

11. สอ่ื การเรยี นรู้

1) สอ่ื การเรยี นรู้

1.1) หนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6

1.2) ใบงานเร่อื ง ประโยชน์ของแร่

2) แหล่งการเรยี นรู้

2.1) หอ้ งเรยี น

2.2) ห้องสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์

1 ตรวจใบงาน แบบประเมนิ การทำงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2 สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ในกิจกรรม การทำงานรายบุคคล

3 สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

และมุ่งม่ันในการทำงาน อันพึงประสงค์

13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 68
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

69

14. ความคิดเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจ้ง)

วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจดั การเรยี นรู้

ลงชื่อ....................................................... ลงชือ่ ......................................................
(นางสวรรยา ศิริกจิ วฒั นา) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผ้อู ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ........... วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ..........

70

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

71

ภาคผนวก
ใบงานเรอ่ื ง ประโยชนข์ องแร่

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 72

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

73

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

74

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

75

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

76

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 7

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 หนิ และซากดึกดำบรรพ์ เรือ่ ง การเกดิ ซากดึกดำบรรพ์

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รหสั วิชา ว 16101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ ชนั้ ป.6 เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครูผสู้ อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหนง่ ครู คศ.1

ใช้สอนวนั ....................... ท่ี............ เดอื น.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สง่ิ มชี ีวิตและส่ิงแวดล้อม
3. ตัวชวี้ ดั

ว 3.2 ป.6/3 สร้างแบบจำลองท่ีอธิบายการเกดิ ซากดึกดำบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีต
ของซากดึกดำบรรพ์
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ซากดกึ ดำบรรพเ์ กดิ จากการทับถมหรอื การประทับรอยของสง่ิ มีชวี ติ ในอดีต จนเกิดเป็นโครงสร้างของ
ซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช
ปะการัง หอย ปลา เตา่ ไดโนเสารแ์ ละรอยตนี สตั ว์
5. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายการเกดิ ซากดึกดำบรรพ์ได้ (K)
2) ระบุปจั จยั ที่ทำใหเ้ กิดซากดึดำบรรพ์ได้ (K)
3) นำเสนอข้อมลู การเกิดซากดึกดำบรรพ์ได้ (P)
4) รับผิดชอบและม่งุ มัน่ ในการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A)
6. คุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์
1) มีวนิ ัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคิด

77

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา
1.3) ทักษะการเช่ือมโยง
2) ความสามารถในการส่ือสาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
8. ทกั ษะกระบวนการคิด
การคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
9. เนอ้ื หาสาระ
ซากดึกดำบรรพ์ คอื ซากพชื ซากสตั ว์ หรือร่องรอยของสงิ่ มชี ีวติ ต่าง ๆ ในยุคโบราณท่ถี กู แปรสภาพ
ดว้ ยกระบวนการทางธรณีวทิ ยา แลว้ ถกู เกบ็ รกั ษาไว้ในหนิ หรอื ชนั้ หินจากการสะสม และทบั ถมของตะกอน
ซากดึกดำบรรพ์จะมีอายยุ าวนาน
การเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์
ซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล เกิดจากการทับถมหรือประทับรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต แล้วผ่าน
กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติต่างๆจนทำให้กลายเป็นโครงสร้างของซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวติ
โดยท่ัวไปซากดกึ ดำบรรพ์ที่มีอายุมากมกั อย่ใู นชัน้ หนิ ดา้ นล่าง สว่ นซากดกึ ดำบรรพท์ ีม่ ีอายุน้อยจะอยู่ในช้ันหิน
ด้านบน
ประเภทของซากดกึ ดำบรรพ์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1) ซากดกึ ดำบรรพ์สตั ว์ เช่น ไดโนเสาร์ หอยกาบคู่ ปลา
2) ซากดกึ ดำบรรพพ์ ชื เช่น ไม้กลายเป็นหนิ ใบไม้
3) ซากดกึ ดำบรรพร์ ่องรอย เช่น รอยเท้าไดโนเสาร์
ปัจจยั ทท่ี ำให้เกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์ จะตอ้ งอาศยั ปจั จัยที่สำคัญ ดังน้ี
1) องค์ประกอบของส่ิงมชี ีวิต เมอ่ื สิ่งมชี วี ิตตาย โครงร่างทเี่ ป็นของแขง็ จะใช้เวลาในการย่อย
สลายนาน หากในขณะนั้นมีตะกอนมาปิดทับซากรวดเร็ว จะทำให้กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ได้ง่า ย เช่น
กระดกู ฟนั กระดอง
2) อุณหภูมิ เมื่อบริเวณใดมีอุณหภูมิเย็นจัดหรือแห้งแล้งจัด จนเชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถ
เจริญเตบิ โตได้ ซากส่ิงมีชวี ิตบางชนิดจงึ รอดพน้ จากการยอ่ ยสลายของจลุ ินทรยี ต์ ่าง ๆ
3) ระยะเวลาการทับถม ระยะเวลาที่ตะกอนทับถมลงบนซากของสิ่งมีชีวิตจะต้องเกิดข้ึน
อย่างรวดเรว็ จนทำใหเ้ ช้อื จลุ ินทรียต์ า่ ง ๆ ดกี ว่าเราไมส่ ามารถย่อยสลายซากของส่งิ มีชีวติ ไดท้ ัน
10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1) ครใู หน้ กั เรยี นชมวีดีทัศน์เร่ือง 10 อนั ดบั สัตวย์ ุคดึกดำบรรพ์ เพอ่ื กระต้นุ ความสนใจของ

78

นักเรยี น โดยหลังจากทช่ี มวดี ีทัศนใ์ ห้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นถงึ ลักษณะของสัตว์ในยุคดกึ ดำบรรพ์
กับสตั วท์ ่อี ยู่ในปัจจุบนั มีความเหมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร

2) ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับสาเหตทุ ่ีทำให้สัตว์ในอดตี เช่น ไดโนเสาร์
หรือพชื บางชนิดตอ้ งสูญพันธ์ุ (แนวคำตอบ : ตามความคิดเหน็ ของนกั เรยี น เช่น การเกิดอกุ กาบาตพุ่งชนโลก
การไม่ปรับตัวของสิง่ มชี ีวติ เปน็ ตน้

3) ครชู แี้ จงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรยี นทราบ
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

4) ครูจบั กลุ่มใหน้ ักเรยี นกลมุ่ ละ 5 – 6 คน โดยคละความสามารถของผเู้ รียนเกง่ กลาง ออ่ น
เพือ่ ทำกิจกรรมการเกิดซากดกึ ดำบรรพ์ โดยให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกันสบื คน้ ขอ้ มูลการเกดิ ซากดึกดำบรรพ์
และแลกเปล่ยี นข้อมลู รว่ มกันในประเดน็ ต่าง ๆ ดังนี้

- ความหมายของซากดกึ ดำบรรพ์
- ประเภทของซากดกึ ดำบรรพ์
- ปัจจัยทที่ ำใหเ้ กิดซากดึกดำบรรพ์
5) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลการเกิดซากดึกดำบรรพ์และแลกเปลี่ยนข้อมูล
รว่ มกนั ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ตามท่ีกำหนดจากน้นั ให้นกั เรียนสรุปขอ้ มูลของตนเองในรูปของแผนผังความคิดลงใน
สมดุ ของตนเอง
6) ในระหว่างทน่ี กั เรยี นทำกจิ กรรมครูคอยดแู ลอำนวยความสะดวก และคำแนะนำนกั เรียน
เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การเลอื กใชแ้ หล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
7) ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายความรู้ความหมายของซากดึกดำบรรพ์ ดังนี้ ซากดึกดำ
บรรพ์ คอื ซากพืช ซากสตั ว์ หรือร่องรอยของสิ่งมชี ีวิตต่าง ๆ ในยุคโบราณที่ถูกแปรสภาพด้วยกระบวนการทาง
ธรณีวทิ ยา แล้วถูกเกบ็ รักษาไว้ในหินหรอื ช้ันหินจากการสะสม
8) ครูและนกั เรียนร่วมกนั อธิบายความรู้ประเภทของซากดึกดำบรรพ์ ดังนี้ ซากดกึ ดำบรรพ์
แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ ซากดึกดำบรรพส์ ัตว์ ซากดกึ ดำบรรพพ์ ืช ซากดึกดำบรรพ์ร่องรอย
9) ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอธิบายความรู้ปัจจัยทที่ ำให้เกดิ ซากดึกดำบรรพ์ ดงั นี้
- องค์ประกอบของสิง่ มชี ีวติ เมือ่ สงิ่ มีชวี ิตตาย โครงรา่ งทีเ่ ปน็ ของแข็งจะใชเ้ วลาใน
การย่อยสลายนาน หากในขณะนั้นมตี ะกอนมาปดิ ทับซากรวดเร็ว จะทำให้
กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ได้งา่ ย เชน่ กระดูก ฟัน กระดอง
- อณุ หภูมิ เมื่อบริเวณใดมอี ุณหภมู ิเยน็ จัดหรอื แห้งแล้งจดั จนเชือ้ จลุ ินทรีย์ไม่
สามารถเจรญิ เตบิ โตได้ ซากสงิ่ มชี ีวติ บางชนิดจึงรอดพน้ จากการยอ่ ยสลายของ
จลุ ินทรียต์ า่ ง ๆ
- ระยะเวลาการทับถม ระยะเวลาท่ีตะกอนทับถมลงบนซากของสง่ิ มชี ีวติ จะตอ้ ง

79

เกิดขึ้นอย่างรวดเรว็ จนทำให้เชอ้ื จลุ นิ ทรียต์ ่าง ๆ ดีกว่าเราไม่สามารถยอ่ ยสลายซาก
ของส่งิ มีชีวติ ไดท้ ัน
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ
10) ครูให้นักเรียนร่วมกันสนทนาว่าการเกิดซาดึกดำบรรพ์มีลักษณะคล้านกับการเกิดหิน
หรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ : คล้ายกับการเกิดหินตะกอน โดยซากดึกดำบรรพ์เกิดจากตะกอนทับถมกันจน
แขง็ กลายเปน็ หนิ )
11) ครใู ห้นักเรยี นทำใบงานเรือ่ ง การเกดิ ซากดึกดำบรรพ์ เพอ่ื ขยายความเข้าใจของนกั เรยี น
โดยใหน้ กั เรียนไดน้ ำความรู้จากการทำกจิ กรรมในชัว่ โมงมาใช้ในการทำใบงาน
12) ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงานเรื่อง การเกิดซากดึกดำบรรพ์ โดยสุ่ม
นักเรียนเพอ่ื ตอบ จากนน้ั ให้สมาชิกในหอ้ งรว่ มกันพจิ ารณาและแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ในชั้นเรียน
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล
13) ครูสมุ่ นักเรยี น 2 คน สรุปความรทู้ ่ีได้จากการทำกจิ กรรม เรือ่ ง การเกิดซากดึกดำบรรพ์
จากน้นั ให้เพอื่ น ๆ ในห้องร่วมกนั แลกเปลยี่ นความคิดเหน็
14) ครูตง้ั คำถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นในประเดน็ ต่าง ๆ ดงั น้ี
- รอยเทา้ ของสงิ่ มีชีวิตเปน็ ซากดึกดำบรรพห์ รอื ไม่เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ: จัดเปน็ ซากดึกดำบรรพป์ ระเภทรอ่ งรอย)
- ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์มีอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: องค์ประกอบของส่งิ มีชวี ติ อุณหภูมิ ระยะเวลาในการทับถม)
15) ครปู ระเมนิ นักเรยี นจากการตรวจใบงาน เรอ่ื ง การเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์ การนำเสนอหน้า
ช้ันเรยี น และการมสี ว่ นรว่ มในการตอบคำถามในชั้นเรยี น
11. ส่อื การเรียนรู้
1) ส่อื การเรยี นรู้
1.1) หนังสือเรยี น วิทยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงาน เรือ่ ง การเกิดซากดึกดำบรรพ์
1.3) ดที ศั น์เรอื่ ง 10 อนั ดบั สตั ว์ยคุ ดึกดำบรรพ์
จาก https://www.youtube.com/watch?v=Sl3-TVCiRew
2) แหลง่ การเรียนรู้
2.1) หอ้ งเรยี น
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 80

ท่ี วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบประเมนิ การทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

2 สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ในกจิ กรรม การทำงานรายบคุ คล

3 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ

และมุง่ ม่นั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 81
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

82

14. ความคิดเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจ้ง)

วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจดั การเรยี นรู้

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ ......................................................
(.................................................) (นายวิรชั ต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวิชาการ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........

83

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

84

ภาคผนวก
ใบงาน เร่อื ง การเกิดซากดึกดำบรรพ์

แบบประเมนิ การทำงานเร่ือง 85

เลขท่ี ชอ่ื – นามสกลุ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
รายการประเมนิ
1 ความ ความ ความตรง รวมคะแนน ผลการ
2 ถูกต้อง สวยงาม ตอ่ เวลา (10) ประเมนิ
3 (5) (3) (2)
4
5 ลงชอื่ ผปู้ ระเมนิ
6 ( )
7 วนั ท่ี เดอื น
8 พ.ศ.
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
9-10 ดมี าก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
1-4 ตอ้ งปรับปรงุ

86

เกณฑก์ ารให้คะแนนการทำงาน

รายการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
5 4 3 21
ความถกู ตอ้ ง
ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธิบาย ระบหุ รืออธบิ าย
ความสวยงาม
ความตรงต่อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบ คำตอบไม่ครบ

เวลา ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ ครบถว้ นแต่ ทุกขอ้ แต่ ทุกขอ้ และ

ถูกตอ้ งบางส่วน ถกู ตอ้ งบางสว่ น ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งบางส่วน

(ผดิ 1-2 จดุ ) (ผิดมากกว่า 2

จดุ )

ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแตง่ ระบายสี

- - สวยงาม สะอาด สวยงาม ใบงานไม่

เรียบร้อย สะอาด

สง่ งานตาม สง่ งานช้ากว่า

- - - ระยะเวลาที่ ระยะเวลาท่ี

กำหนด กำหนด

87

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานทไี่ ดร้ บั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอืน่ มอบหมาย สรปุ

ช่ือ-สกลุ 432143214321432143 2 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การวดั ผลใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี
ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคยุ ในช้นั ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอย่ใู นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงชอื่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

88

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรยี นจัดขน้ึ

2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมูลท่ถี ูกต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ ูกต้อง

3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟงั คำส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แยง้

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งมน่ั 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ล รักษาทรพั ย์สมบัติและสง่ิ แวดล้อม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ ผสู้ ังเกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน

89

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 หนิ และซากดึกดำบรรพ์ เร่อื ง การสร้างแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัสวิชา ว 16101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ป.6 เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ครูผู้สอน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหน่ง ครู คศ.1

ใช้สอนวัน....................... ท.่ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................

*************************************

1. สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
ส่ิงมชี ีวติ และส่งิ แวดล้อม
3. ตัวชวี้ ัด

ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ซากดกึ ดำบรรพ์เกดิ จากการทับถมหรือการประทบั รอยของสิ่งมีชีวติ ในอดีต จนเกดิ เปน็ โครงสร้างของ
ซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช
ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์และรอยตนี สัตว์
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายการเกิดซากดกึ ดำบรรพ์ได้ (K)
2) ระบุปจั จยั ท่ีทำให้เกดิ ซากดดึ ำบรรพ์ได้ (K)
3) สร้างแบบจำลองการเกิดซากดึกดำบรรพไ์ ด้ (P)
4) รับผดิ ชอบและมุ่งม่ันในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A
6. คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะท่ีสำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

90

1.1) ทกั ษะการสงั เกต
1.2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.3) ทกั ษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสอื่ สาร
3) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4) ความสามารถในการแก้ปญั หา
8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
9. เนอื้ หาสาระ
ซากดกึ ดำบรรพ์ คอื ซากพืช ซากสตั ว์ หรือร่องรอยของสิง่ มีชวี ติ ตา่ ง ๆ ในยคุ โบราณทถ่ี ูกแปรสภาพ
ดว้ ยกระบวนการทางธรณีวทิ ยา แลว้ ถูกเกบ็ รักษาไวใ้ นหินหรอื ชน้ั หินจากการสะสม และทับถมของตะกอน
ซากดึกดำบรรพจ์ ะมอี ายยุ าวนาน
การเกิดซากดกึ ดำบรรพ์
ซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล เกิดจากการทับถมหรือประทับรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต แล้วผ่าน
กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติต่างๆจนทำให้กลายเป็นโครงสร้างของซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวติ
โดยทัว่ ไปซากดึกดำบรรพ์ทีม่ ีอายุมากมกั อยใู่ นช้ันหินด้านลา่ ง ส่วนซากดกึ ดำบรรพท์ ่ีมีอายนุ ้อยจะอยู่ในชั้นหิน
ดา้ นบน
ประเภทของซากดึกดำบรรพ์ แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท คือ

1) ซากดกึ ดำบรรพ์สตั ว์ เช่น ไดโนเสาร์ หอยกาบคู่ ปลา
2) ซากดกึ ดำบรรพ์พืช เช่น ไม้กลายเป็นหนิ ใบไม้
3) ซากดึกดำบรรพ์รอ่ งรอย เช่น รอยเท้าไดโนเสาร์
ปจั จยั ท่ีทำใหเ้ กดิ ซากดกึ ดำบรรพ์ จะต้องอาศัยปัจจัยทสี่ ำคัญ ดังน้ี
1) องค์ประกอบของสงิ่ มชี ีวิต เมือ่ สงิ่ มชี ีวิตตาย โครงรา่ งท่เี ปน็ ของแขง็ จะใชเ้ วลาในการย่อย
สลายนาน หากในขณะนั้นมีตะกอนมาปิดทับซากรวดเร็ว จะทำให้กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ได้ง่าย เช่น
กระดูก ฟนั กระดอง
2) อุณหภูมิ เมื่อบริเวณใดมีอุณหภูมิเย็นจัดหรือแห้งแล้งจัด จนเชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถ
เจริญเตบิ โตได้ ซากส่งิ มชี วี ิตบางชนิดจึงรอดพน้ จากการย่อยสลายของจุลนิ ทรีย์ตา่ ง ๆ
3) ระยะเวลาการทับถม ระยะเวลาที่ตะกอนทับถมลงบนซากของสิ่งมีชีวิตจะต้องเกิดขึ้น
อย่างรวดเรว็ จนทำให้เช้อื จุลนิ ทรีย์ต่าง ๆ ดกี วา่ เราไมส่ ามารถย่อยสลายซากของสิ่งมชี วี ติ ไดท้ นั
10. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

• วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ชวั่ โมงที่ 1
ขัน้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ

91

1) ครูใหน้ ักเรยี นดูภาพซากดกึ ดำบรรพข์ องสง่ิ มีชีวิต 3 ภาพ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ลง
ความเห็นว่าแต่ละภาพเป็นซากดกึ ดำบรรพ์ประเภทใด และนกั เรยี นสงั เกตจากอะไร (แนวคำตอบ : ภาพที่ 1
ซากดึกดำบรรพ์รอ่ งรอย ภาพท่ี 2 ซากดึกดำบรรพส์ ัตว์ และภาพที่ 3 ซากดึกดำบรรพพ์ ืช)

2) ครูทบทวนความรู้เกีย่ วกับการเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์ โดยการส่มุ นักเรียน 2 – 3 อธิบายการ
เกดิ ซากดกึ ดำบรรพใ์ นแต่ละประเภท พร้อมทัง้ ยกตวั อยา่ งสถานการณจ์ ำลอง

3) ครูชีแ้ จงจุดประสงค์ในการเรียนใหแ้ ก่นักเรียนทราบ
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

4) ครจู ับกล่มุ ใหน้ กั เรยี นกลุ่มละ 5 – 6 คน โดยคละความสามารถของผเู้ รียนเก่ง กลาง อ่อน
เพอ่ื ทำกิจกรรมการสร้างแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ โดยการตัดกลอ่ งนมดา้ นบนออกตามเสน้ ประ

5) จำลองตะกอนชนั้ ท่ี 1 โดยผสมปูนปลาสเตอร์ 100 กรมั น้ำ 70 ลบ.ซม. และสีผสมอาหาร
สีหน่ึง จำนวน 3 หยด ลงในภาชนะคนให้เขา้ กนั แล้วเทลงในกล่องนม วางทิ้งไว้ 5 นาที เมื่อเริ่มแข็งตัวให้นำ
เปลือกหอย 2-3 อนั วางบนชั้นตะกอนใหห้ า่ งกนั วางต่อไปอีก 5 นาที

6) จำลองตะกอนช้ันท่ี 2 โดยผสมปูนปลาสเตอร์ 50 กรมั ทรายละเอียด 50 กรัม น้ำ 50 ลบ.
ซม. และสีผสมอาหารอีกสหี นึง่ จำนวน 3 หยด คนให้เข้ากัน แล้วเทลงบนตะกอนชั้นที่ 1 วางไวป้ ระมาณ 15
นาที จนกวา่ จะแขง็ ตัว

7) จำลองตะกอนชั้นที่ 3 โดยใช้ดินน้ำมันมาทำเป็นชั้นตะกอนให้มีความหนาประมาณ 1
เซนติเมตร ปิดทับชั้นท่ี 2 จากน้นั นำตีนไดโนเสารก์ ดลงบนดินนำ้ มนั ใหเ้ ป็นรอยลึก 4-6 รอย แตล่ ะรอยอยู่ห่าง
กัน

8) จำลองตะกอนช้ันท่ี 4 โดยผสมปนู ปลาสเตอร์ 100 กรมั นำ้ 70 ลกู บาศก์เซนติเมตร และ
สผี สมอาหาร ผสมปิดทบั ตะกอนชัน้ ที่ 3 และวางไว้ 20 นาทหี รอื จนกว่าชน้ั ตะกอนจะแขง็ ตวั

9) ใช้กรรไกรตดั กล่องนมและดึงกลอ่ งนมออกจากแบบจำลอง ดึงตะกอนช้ันที่ 4 ออก สงั เกต
ลกั ษณะผวิ ของตะกอนทั้ง 2 ชนั้ บันทึกผล

10) แกะชนั้ ตะกอนที่ 3 ออก แล้วใชไ้ ม้ไอศกรมี ขดู ตะกอนช้นั ท่ี 2 ใช้พ่กู นั หรือแปรงปัดเศษ
ตะกอนออก สงั เกตลกั ษณะพื้นผิวและบนั ทึกผลลงในใบบันทึกผลกิจกรรม

ชัว่ โมงที่ 2
ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้

11) ครทู บทวนการทำกิจกรรมการสร้างแบบจำลองซากดกึ ดำบรรพ์ โดยให้นักเรียนอภิปราย
เปรียบเทียบการเกิดซากดึกดำบรรพ์ในแบบจำลองการเกิดตามธรรมชาติ ทั้งที่เกิดจากโครงร่างของสิ่งมีชีวิต
และเกิดจากการประทับรอยของสิ่งมีชีวติ ในอดีต

12) ครูให้นักเรียนร่วมเชื่อมโยงขั้นตอนการทำการทดลองกับกระบวนการเกิดซากดึกดำ
บรรพ์ในธรรมชาติ ว่าวสั ดตุ ่าง ๆ ในการทดลองแทนด้วยสิง่ ใดในธรรมชาติ

92

13) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับขั้นตอนการทดลองว่าในระหว่างที่สร้าง
แบบจำลองได้มีการนำปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดซากดึกดำบรรพ์มาช่วยในการสร้างแบบจำลองหรือไม่ เช่น
ปจั จัยดา้ นอณุ หภูมิ

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
14) ครขู ยายความเขา้ ใจของนักเรียน โดยให้นกั เรียนทำใบงานเรอื่ ง แร่และซากดกึ ดำบรรพ์

1 – 2 โดยให้นกั เรยี นได้นำความรจู้ ากการทำกิจกรรมในช่วั โมงมาใชใ้ นการทำใบงาน
15) ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคำตอบในใบงานเรือ่ ง แรแ่ ละซากดึกดำบรรพ์ 1 – 2 โดยขอ

อาสาสมคั รนักเรยี นเพ่ือตอบคำถาม จากนน้ั ใหส้ มาชิกในหอ้ งรว่ มกันพิจารณาและแลกเปล่ียนความคิดเห็นใน
ช้ันเรียน

16) ครใู ห้นกั เรียนตัง้ คำถามท่สี นใจเพมิ่ เติมจากการสรา้ งแบบจำลองซากดำดำบรรพ์ (แนว
คำตอบ : อิสระตามความคิดเหน็ ของนักเรยี น เชน่ การเลือกใช้หางกุ้ง หรอื ซากส่งิ มชี วี ติ อนื่ ๆ ทผ่ี ่านการแหง้
มาแลว้ จะให้ผลซากดึกดำบรรพเ์ หมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร

ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
17) ครูสุ่มนักเรียน 2 คน สรุปความรู้ที่ไดจ้ ากการทำกิจกรรม เรื่อง ประเภทของสารอาหาร

จากนน้ั ใหเ้ พ่อื น ๆ ในห้องร่วมกันแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น
18) ครใู ห้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายขอ้ ดีของการสรา้ งแบบจำลองซากดึกดำบรรพ์ และการนำ

ความรจู้ ากการสรา้ งแบบจำลองไปใชใ้ นชวี ติ ประจำ
19) ครปู ระเมนิ นกั เรยี นจากการตรวจผลงานแบบจำลองซากดกึ ดำบรพ์ ใบงานเรื่อง แร่และ

ซากดกึ ดำบรรพ์ 1 – 2 และการมสี ว่ นรว่ มในการตอบคำถามในชนั้ เรียน
11. สือ่ การเรยี นรู้

1) สื่อการเรียนรู้
1.1) หนงั สอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ ป.6
1.2) ใบงานเร่อื ง แร่และซากดกึ ดำบรรพ์ 1
1.3) ใบงานเร่อื ง แร่และซากดกึ ดำบรรพ์ 2
1.4) ภาพซากดกึ ดำบรรพ์ 3 ภาพ

2) แหลง่ การเรยี นรู้
2.1) ห้องเรยี น
2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 93

ท่ี วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบประเมนิ ในการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจชิ้นงาน

2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรม

ในกิจกรรม การทำงานรายบุคคล

3 สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ

และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

13. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ 94
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................

เลขท่ีของนกั เรยี นท่ีสอบไมผ่ ่านตัวช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................

สาเหตุท่ีไมผ่ า่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผ้เู รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................

แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรือ่ ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................

13.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

13.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1

วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................

95

14. ความคิดเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจ้ง)

วนั ท.่ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................

รบั ทราบผลการจดั การเรยี นรู้

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ ......................................................
(.................................................) (นายวริ ัชต์ จำปาทอง)

ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวิชาการ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วันท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........

96

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑค์ ุณภาพ คุณภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัตคิ ุมค่า

2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากช้ินงานกลุ่ม/เดยี่ วของผ้เู รียน

7 มีความสมั พนั ธร์ ะหว่างองคป์ ระกอบข้อท่1ี -6

8 สอ่ื การเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเนือ้ หา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถึง ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ลงชอ่ื เดอื น ผ้ปู ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันท่ี

97

ภาคผนวก
ใบงานเร่อื ง แรแ่ ละซากดึกดำบรรพ์ 1

98

ใบงานเร่ือง แรแ่ ละซากดกึ ดำบรรพ์ 2

99

ภาพซากดึกดำบรรพ์ร่องรอย

ภาพซากดกึ ดำบรรพ์สัตว์

100

ภาพซากดกึ ดำบรรพร์ อ่ งรอย


Click to View FlipBook Version