เรียบเรยี งโดย
นายประทีป ราชบุรี
แผนการจัดการเรียนรู
มงุ เนน ฐานสมรรถนะและบรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ชอ่ื วิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง
รหัสวิชา 2104–2002 ท–ป–น 1–3–2
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี พุทธศักราช 2556
ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ าชา งไฟฟากําลงั สาขางานไฟฟา กาํ ลัง
จัดทาํ โดย
ครธู ํารงศักดิ์ หมนิ กาหรีม
(ครูชาํ นาญการพิเศษ)
วทิ ยาลยั เทคนิคประจวบคีรขี ันธ
สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
ข
รายการตรวจสอบและอนุญาตใหใช
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002
ผูสอน ครธู ํารงศกั ด์ิ หมนิ กา หรีม
ควรอนุญาตใหใ ชก ารสอนได
ควรปรบั ปรุงเกี่ยวกับ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................
(.......................................................)
หวั หนาแผนกวิชา
............../......................../....................
เห็นควรอนุญาตใหใ ชการสอนได
ควรปรบั ปรุงดังเสนอ
อ่ืน ๆ ..........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(.......................................................)
รองผูอ ํานวยการฝายวชิ าการ
............../......................../....................
อนุญาตใหใ ชการสอนได
อน่ื ๆ ............................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................
(.......................................................)
ผูอํานวยการ
............../......................../....................
ค
คํานํา
แผนการจัดการเรียนรู มุงเนนฐานสมรรถนะและบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิชา
วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002 เลมนี้ไดจัดทําข้ึนเพื่อใชเปนคูมือประกอบการสอน หรือเปน
แนวทางการสอนในรายวิชาเพ่ือพัฒนาผูเรียนเปนสําคัญ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช
2556 สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
การจัดทําไดมีการพัฒนาเพื่อใหเหมาะสมกับผูเรียน โดยแบงเนื้อหาออกเปน 14 หนวย การจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนยึดผูเรียนเปนสําคัญ มีการบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และคุณธรรม
จริยธรรม ไวในหนวยการเรียนรูตามความเหมาะสม สอดคลองกับเน้ือหา มีแบบฝกหัด แบบทดสอบหลัง
เรยี น พรอ มเฉลย มีใบงาน และสอ่ื การเรียนการสอนตา ง ๆ เพื่อใหเ กิดประสิทธผิ ลแกผูเ รียนมากย่ิงขน้ึ
ผูจัดทําหวังวาแผนการจัดการเรียนรูเลมน้ีคงจะเปนแนวทางและเปนประโยชนตอครู-อาจารยและ
นกั เรยี น หากมขี อ เสนอแนะประการใด ผจู ัดทํายินดีนอ มรบั ไวเ พอ่ื ปรับปรงุ แกไ ขในครั้งตอ ไป
ลงชอ่ื ธาํ รงศักดิ์ หมนิ กา หรมี
(ครธู าํ รงศักดิ์ หมนิ กาหรมี )
ง
สารบัญ
หนา
คํานํา ............................................................................................................................................. ค
สารบญั ......................................................................................................................................... ง
หลักสูตรรายวชิ า .......................................................................................................................... จ
หนวยการเรยี นรู ........................................................................................................................... ฉ
การวดั ผลและประเมินผล ............................................................................................................. ช
ความสอดคลอ งของหนวยกบั สมรรถนะรายวิชา ......................................................................... ซ
โครงการจัดการเรียนรู .................................................................................................................. ฌ
สมรรถนะยอ ยและจดุ ประสงคก ารปฏิบัติ ..................................................................................... ญ
ตารางวิเคราะหหลกั สูตรรายวิชา ................................................................................................... ฝ
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 ความรพู ้นื ฐานเกย่ี วกับวงจรไฟฟา ..................................................... 1
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 2 กฎของโอหม กําลงั งาน และพลงั งาน ................................................ 7
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 3 วงจรอนกุ รม ...................................................................................... 11
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 4 วงจรขนาน ......................................................................................... 18
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 5 วงจรผสม ........................................................................................... 25
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 6 วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา และวงจรแบง กระแสไฟฟา ........................... 31
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 การแปลงการตอตัวตา นทานแบบวาย-เดลตา .................................... 37
แผนการจดั การเรียนรูที่ 8 วงจรบริดจ ......................................................................................... 42
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 9 วธิ ีกระแสเมช ..................................................................................... 46
แผนการจัดการเรียนรูที่ 10 วิธแี รงดนั โนด ................................................................................. 52
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 11 ทฤษฎีการทบั ซอ น ........................................................................... 58
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 12 ทฤษฎเี ทเวนนิ .................................................................................. 65
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 13 ทฤษฎีนอรตัน .................................................................................. 71
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 14 ทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสงู สดุ ............................................... 78
จ
หลกั สูตรรายวิชา
ชอ่ื วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดับชนั้ ปวช.
1. รู เขา ใจ กฎและทฤษฎวี งจรไฟฟากระแสตรงพืน้ ฐาน
2. มที ักษะเกย่ี วกับ การตอ การวดั ประลอง และคาํ นวณ หาคาตา ง ๆ ในวงจรไฟฟา กระแสตรง
3. มีเจตคติทดี่ ตี ออาชพี มกี จิ นิสยั ในการคน ควา เพ่ิมเติมและทาํ งานดวยความรอบคอบและปลอดภยั
1. แสดงความรูเ กย่ี วกบั การหาคาตา ง ๆ ในวงจรไฟฟากระแสตรง
2. ปฏิบตั กิ ารตอ วงจร วัดและทดสอบคาตา ง ๆในวงจรไฟฟากระแสตรง
ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับกฎของโอหม กฎของเคอรชอฟฟ กําลังไฟฟา พลังงานไฟฟา เซลลไฟฟา
วงจรความตานทานแบบอนุกรม วงจรแบงแรงดันไฟฟา วงจรความตานทานแบบขนาน วงจรแบง
กระแสไฟฟา การแปลงวงจรความตานทานสตาร–เดลตา วงจรบริดจ ดีเทอรมิแนนต การวิเคราะหวงจร
เครือขาย โดยใชกฎเคอรชอฟฟ เมชเคอรเรนต โนดโวลเตจ ทฤษฎีการวางซอน เธวินิน นอรตัน และการสง
ถายกาํ ลงั ไฟฟา สงู สุด
ฉ
หนวยการเรยี นรู
ช่ือวิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
หนว ย ชอ่ื หนวย จํานวน ท่ีมา
ท่ี คาบ A B C D E F
1 ความรพู น้ื ฐานเกย่ี วกับวงจรไฟฟา 8 / /////
2 กฎของโอหม กาํ ลงั งาน และพลังงาน 4 / /////
3 วงจรอนุกรม 4 / /////
4 วงจรขนาน 4 / /////
5 วงจรผสม 4 / /////
6 วงจรแบงแรงดันไฟฟาและวงจรแบงกระแสไฟฟา 4 / /////
7 การแปลงการตอ ตวั ตา นทานแบบวาย–เดลตา 4 / /////
8 วงจรบรดิ จ 4 / /////
9 วธิ ีกระแสเมช 4 / /////
10 วธิ แี รงดนั โนด 4 / /////
11 ทฤษฎกี ารทบั ซอ น 4 / /////
12 ทฤษฎเี ทเวนนิ 8 / /////
13 ทฤษฎนี อรตนั 8 / /////
14 ทฤษฎกี ารถายโอนกาํ ลังไฟฟาสงู สุด 4 / /////
วัดผลและประเมินผลปลายภาคเรียน 4
รวม 72
หมายเหตุ A = หลักสตู รรายวิชา
B = Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
C = Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
D = Floyd, Thomas L. (2001). Principles of Electric Circuits.
E = Robbins, Allan H. & Miller, Wilhelm C. (2004). Circuit Analysis with Devices:
Theory and Practice.
F = ธํารงศักด์ิ หมนิ กา หรีม. (2556). วงจรไฟฟา กระแสตรง.
ช
การวดั ผลและประเมินผล
ช่ือวิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดับชน้ั ปวช.
1. คะแนนการวดั ผล
- พุทธิพสิ ยั 1. แบบฝกหดั 10 %
2. ทดสอบหลังเรยี น 15 %
3. วดั ผลสมั ฤทธ์ิ (ปลายภาค) 15 %
- ทกั ษะพสิ ัย 1. ปฏิบตั ิทดลองตามใบงาน 25 %
2. ทดสอบภาคปฏิบตั ิ 15 %
- จิตพสิ ัย รวม 20 %
รวมทงั้ หมด 100 %
(คะแนนทดสอบกอนเรียนไวส ําหรบั เปรยี บเทียบกับคะแนนทดสอบหลังเรียน)
คะแนนระหวางภาค/ปลายภาค 70:30
ระหวางภาค 1. แบบฝก หัด 10 %
2. ทดสอบหลงั เรียน 15 %
3. ปฏบิ ัตทิ ดลองตามใบงาน 25 %
4. จิตพสิ ยั 20 %
รวม 70 %
ปลายภาค 1. วัดผลสัมฤทธิ์ (ปลายภาค) 15 %
2. ทดสอบภาคปฏิบัติ 15 %
รวม 30 %
2. คะแนนการประเมินผล (องิ เกณฑ)
80 – 100 คะแนน ไดผลการเรียน 4.0 หมายถงึ ผลการเรียนอยใู นเกณฑด เี ยย่ี ม
75 – 79 คะแนน ไดผลการเรียน 3.5 หมายถงึ ผลการเรียนอยใู นเกณฑด มี าก
70 – 74 คะแนน ไดผ ลการเรียน 3.0 หมายถงึ ผลการเรียนอยใู นเกณฑด ี
65 – 69 คะแนน ไดผ ลการเรียน 2.5 หมายถึง ผลการเรยี นอยใู นเกณฑด พี อใช
60 – 64 คะแนน ไดผลการเรยี น 2.0 หมายถงึ ผลการเรียนอยใู นเกณฑพ อใช
55 – 59 คะแนน ไดผลการเรยี น 1.5 หมายถึง ผลการเรยี นอยใู นเกณฑอ อน
50 – 54 คะแนน ไดผ ลการเรยี น 1.0 หมายถึง ผลการเรยี นอยใู นเกณฑออ นมาก
<50 คะแนน ไดผ ลการเรียน 0 หมายถงึ ผลการเรียนตํ่ากวา เกณฑขนั้ ตาํ่
ซ
ความสอดคลอ งของหนว ยกับสมรรถนะรายวิชา
ชอื่ วิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
ความสอดคลอ งกับสมรรถนะรายวชิ า
หนว ย ชอ่ื หนว ย คาบ
แสดงความรูเก่ียวกับการหาคาตาง ๆ ในวงจรไฟฟา
กระแสตรง
ปฏิบัติการตอวงจร วัดและทดสอบคาตาง ๆใน
วงจรไฟฟากระแสตรง
1 ความรูพืน้ ฐานเกี่ยวกบั วงจรไฟฟา 8 /
/
2 กฎของโอหม กําลงั งาน และพลงั งาน 4 / /
/ /
3 วงจรอนกุ รม 4 / /
/ /
4 วงจรขนาน 4 / /
/ /
5 วงจรผสม 4 / /
/ /
6 วงจรแบง แรงดันไฟฟาและวงจรแบง กระแสไฟฟา 4 / /
/ /
7 การแปลงการตอตวั ตา นทานแบบวาย-เดลตา 4 / /
/ /
8 วงจรบรดิ จ 4 /
9 วิธกี ระแสเมช 4
10 วิธแี รงดนั โนด 4
11 ทฤษฎกี ารทับซอน 4
12 ทฤษฎเี ทเวนนิ 8
13 ทฤษฎนี อรต ัน 8
14 ทฤษฎีการถา ยโอนกําลงั ไฟฟาสงู สุด 4
ฌ
โครงการจดั การเรียนรู
ช่อื วิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
สปั ดาหท ่ี หนว ย ทฤษฎี ปฏบิ ัติ จํานวนคาบ
1–2 8
1 ความรพู ื้นฐานเกย่ี วกับวงจรไฟฟา ใบงานที่ 1 เซลลไ ฟฟา และการวดั
3 4
4 ทางไฟฟา 4
5 2 กฎของโอหม กาํ ลังงาน และพลงั งาน ใบงานท่ี 2 กฎของโอหม 4
6 3 วงจรอนุกรม ใบงานท่ี 3 วงจรอนกุ รมและกฎ 4
7 4
แรงดนั ไฟฟาของเคอรช อฟฟ
8 4
4 วงจรขนาน ใบงานที่ 4 วงจรขนานและกฎ
9 4
10 กระแสไฟฟา ของเคอรชอฟฟ 4
11 4
12 5 วงจรผสม ใบงานที่ 5 วงจรผสม 4
13–14 8
15–16 6 วงจรแบงแรงดนั ไฟฟาและวงจรแบง ใบงานที่ 6 วงจรแบงแรงดันไฟฟา 8
17 4
กระแสไฟฟา และวงจรแบงกระแสไฟฟา
18 4
7 การแปลงการตอตัวตา นทานแบบวาย- ใบงานที่ 7 การแปลงการตอตัว 72
เดลตา ตานทานแบบวาย-เดลตา
8 วงจรบรดิ จ ใบงานท่ี 8 วงจรบริดจ
9 วธิ กี ระแสเมช ใบงานท่ี 9 วธิ กี ระแสเมช
10 วิธีแรงดนั โนด ใบงานที่ 10 วิธแี รงดนั โนด
11 ทฤษฎกี ารทับซอน ใบงานที่ 11 ทฤษฎีการทับซอน
12 ทฤษฎเี ทเวนนิ ใบงานที่ 12 ทฤษฎเี ทเวนิน
13 ทฤษฎนี อรต ัน ใบงานที่ 13 ทฤษฎีนอรต ัน
14 ทฤษฎกี ารถา ยโอนกําลงั ไฟฟา สูงสดุ ใบงานที่ 14 ทฤษฎีการถา ยโอน
กําลงั ไฟฟาสงู สดุ
วดั ผลและประเมินผลปลายภาคเรยี น
รวม
ญ
สมรรถนะยอยและจดุ ประสงคก ารปฏบิ ัติ
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จาํ นวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดบั ชน้ั ปวช.
ชื่อเรอ่ื ง สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคก ารปฏบิ ัติ
หนว ยท่ี 1 ความรูพ้ืนฐานเกี่ยวกบั วงจรไฟฟา สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
1.1 อะตอม แสดงความรพู นื้ ฐานเก่ยี วกบั วงจรไฟฟากระแสตรง
1.2 ประจุไฟฟา
1.3 แรงดันไฟฟา จุดประสงคก ารปฏบิ ตั ิ (Performance Objective)
1.4 กระแสไฟฟา ดานความรู
1.5 ความตา นทานไฟฟา 1. อธบิ ายความหมายและองคประกอบของอะตอม
1.6 วงจรไฟฟาเบ้ืองตน 2. อธิบายการเกดิ อเิ ล็กตรอนอสิ ระ
1.7 การวัดทางไฟฟา 3. บอกการเกิดไอออนบวกและไอออนลบ
1.8 สรุปสาระสําคัญ 4. บอกประเภทของสาร
5. คํานวณประจไุ ฟฟา
6. อธบิ ายความสมั พันธของแรงดนั ไฟฟา
พลงั งานไฟฟาและประจุไฟฟา
7. คาํ นวณแรงดนั ไฟฟา
8. อธิบายความหมายของเซลลก ลั วานกิ
9. คาํ นวณชว งเวลาใชง านของแบตเตอรี่
10. อธบิ ายความสมั พนั ธข องกระแสไฟฟา ประจุไฟฟา และเวลา
11. คาํ นวณกระแสไฟฟา
12. อธบิ ายความหมายของความตานทานไฟฟา
13. คาํ นวณคาความนาํ ไฟฟา
14. บอกชนิดของตวั ตานทานและยกตัวอยาง
15. อานคา รหัสแถบสแี ละรหสั ตวั เลขตัวอักษรของตวั ตา นทาน
16. บอกองคประกอบของวงจรไฟฟา
17. อธบิ ายวิธกี ารวัดแรงดนั ไฟฟาในวงจรไฟฟา
18. อธบิ ายวธิ กี ารวดั กระแสไฟฟา ในวงจรไฟฟา
19. อธบิ ายวิธกี ารวดั ความตานทานในวงจรไฟฟา
ฎ
สมรรถนะยอยและจดุ ประสงคก ารปฏบิ ตั ิ
ชอื่ วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดับชนั้ ปวช.
ช่อื เร่อื ง สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคก ารปฏิบัติ
ใบงานที่ 1 เซลลไ ฟฟาและการวดั ทางไฟฟา
สมรรถนะยอย (Element of Competency)
ปฏบิ ตั กิ ารตอ วงจร วัด และทดสอบคา แรงดนั ไฟฟา และ
กระแสไฟฟาเกี่ยวกับเซลลไฟฟา
จุดประสงคก ารปฏิบัติ (Performance Objective)
ดานทักษะ
1. ตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม
2. ตอเซลลไ ฟฟาแบบขนาน
3. ตอเซลลไ ฟฟา แบบผสม
4. ใชมัลติมเิ ตอรวดั คา แรงดนั ไฟฟา และกระแสไฟฟา
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความสนใจใฝรู
การตรงตอ เวลา
ความซื่อสตั ย สุจริต
ความมนี ํา้ ใจและแบงบนั
ความรว มมอื /ยอมรับความคดิ เห็นสวนใหญ
ฏ
สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏิบตั ิ
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จาํ นวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดับชน้ั ปวช.
ช่ือเรอื่ ง สมรรถนะยอยและจุดประสงคก ารปฏบิ ตั ิ
สมรรถนะยอย (Element of Competency)
หนว ยท่ี 2 กฎของโอหม กําลงั งานและ
พลงั งาน แสดงความรเู กยี่ วกบั กฎของโอหม กาํ ลังงานและพลังงาน
2.1 กฎของโอหม จุดประสงคก ารปฏิบัติ (Performance Objective)
2.2 การประยกุ ตใ ชกฎของโอหม ดา นความรู
2.3 กาํ ลงั งานและพลงั งาน
2.4 กาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรไฟฟา 1. อธิบายกฎของโอหม
2.5 อัตรากาํ ลงั ไฟฟา ของตัวตา นทาน 2. คํานวณคา ในวงจรไฟฟา โดยใชก ฎของโอหม
2.6 สรุปสาระสาํ คัญ 3. อธบิ ายกําลงั งานและพลังงาน
4. คาํ นวณกําลังงานและพลังงานตามโจทยกําหนด
5. คํานวณกาํ ลงั ไฟฟาในวงจรไฟฟา ตามโจทยกําหนด
6. เลือกใชอตั รากาํ ลงั ไฟฟาของตัวตานทาน
ใบงานที่ 2 กฎของโอหม สมรรถนะยอย (Element of Competency)
ปฏิบตั กิ ารตอ วงจร วดั และทดสอบคา ตามกฎของโอหม
จุดประสงคการปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. ตอวงจรการทดลองกฎของโอหม
2. วดั แรงดนั ไฟฟา ตามการทดลองกฎของโอหม
3. วดั กระแสไฟฟา ตามการทดลองกฎของโอหม
4. บันทึกขอ มลู ในการทดลองกฎของโอหม
5. วิเคราะหข อ มูลในการทดลองกฎของโอหม
6. เขียนสรปุ ผลการทดลองกฎของโอหม
ดานคุณธรรมจริยธรรม/บรู ณาการปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกถงึ การตรงตอเวลา ความสนใจใฝรู
ไมหยดนิง่ ที่จะแกป ญหา ความซือ่ สตั ย ความรว มมือ
ฐ
สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏบิ ตั ิ
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชน้ั ปวช.
ช่อื เรอ่ื ง สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏบิ ตั ิ
หนว ยที่ 3 วงจรอนุกรม
3.1 การตอตวั ตา นทานแบบอนุกรม สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
แสดงความรูเกยี่ วกับวงจรอนกุ รม
3.2 กระแสไฟฟาในวงจรอนกุ รม
3.3 ความตานทานรวมในวงจรอนกุ รม จุดประสงคก ารปฏิบัติ (Performance Objective)
3.4 กฎของโอหมในวงจรอนุกรม
3.5 การตอ เซลลไ ฟฟา อนกุ รม ดา นความรู
3.6 กฎแรงดนั ไฟฟา ของเคอรช อฟฟใ นวงจร 1. บอกความหมายของการตอตัวตานทานแบบอนกุ รม
อนกุ รม 2. บอกคณุ สมบัติของกระแสไฟฟา ในวงจรอนกุ รม
3.7 กฎการแบงแรงดันไฟฟาในวงจรอนุกรม 3. คํานวณความตานทานรวมในวงจรอนกุ รม
3.8 กาํ ลังไฟฟา ในวงจรอนุกรม 4. อธบิ ายกฎของโอหม ในวงจรอนุกรม
3.9 สรปุ สาระสาํ คญั 5. คํานวณวงจรอนุกรมโดยใชกฎของโอหม
6. อธบิ ายผลของการตอเซลลไ ฟฟาอนกุ รม
ใบงานที่ 3 วงจรอนกุ รมและกฎแรงดันไฟฟา 7. อธบิ ายกฎแรงดันไฟฟา ของเคอรช อฟฟในวงจร
ของเคอรชอฟฟ อนุกรม
8. คํานวณวงจรอนุกรมโดยใชก ฎแรงดนั ไฟฟา ของเคอร-
ชอฟฟ
9. คํานวณวงจรอนุกรมโดยใชกฎการแบงแรงดันไฟฟา
10. คํานวณกาํ ลังไฟฟา ในวงจรอนกุ รม
สมรรถนะยอย (Element of Competency)
ปฏบิ ัตกิ ารตอ วงจร วัด และทดสอบคาในวงจรอนกุ รม
จดุ ประสงคการปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. ตอ ตวั ตา นทานแบบอนกุ รม
2. วดั ความตา นทานทตี่ อแบบอนุกรม
3. วดั แรงดนั ไฟฟา ในวงจรอนุกรม
4. วัดกระแสไฟฟา ในวงจรอนุกรม
5. บันทกึ ขอมูลตามการทดลอง
6. เปรียบเทยี บขอ มลู ในการทดลอง
7. เขียนสรุปผลการทดลอง
ฑ
สมรรถนะยอ ยและจดุ ประสงคการปฏิบตั ิ
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดับชนั้ ปวช.
ช่อื เรอ่ื ง สมรรถนะยอยและจดุ ประสงคก ารปฏิบตั ิ
ดา นคุณธรรมจริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
แสดงออกถงึ ความมวี ินยั ความมีมนษุ ยสัมพนั ธ ความ
รับผิดชอบและความเชอื่ มน่ั ในตนเอง
ฒ
สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคการปฏบิ ัติ
ชือ่ วชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จาํ นวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชน้ั ปวช.
ช่ือเร่อื ง สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏิบตั ิ
หนว ยที่ 4 วงจรขนาน สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
4.1 การตอตัวตานทานแบบขนาน แสดงความรเู กยี่ วกบั วงจรขนาน
4.2 แรงดนั ไฟฟา ในวงจรขนาน จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
4.3 ความตานทานไฟฟารวมและความนํา 1. บอกความหมายของการตอตวั ตา นทานแบบขนาน
ไฟฟารวมในวงจรขนาน 2. บอกคณุ สมบัติของแรงดันไฟฟาในวงจรขนาน
4.4 กฎของโอหมในวงจรขนาน 3. คาํ นวณความตานทานรวมในวงจรขนาน
4.5 การตอ เซลลไ ฟฟา ขนาน 4. คํานวณความนํารวมในวงจรขนาน
4.6 กฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟใน 5. คํานวณคา ทางไฟฟาในวงจรขนานโดยใชก ฎของโอหม
วงจรขนาน 6. บอกเง่ือนไขของการตอแหลง จา ยแรงดนั ไฟฟา ขนาน
4.7 กฎการแบง กระแสไฟฟาในวงจรขนาน 7. คํานวณคาในวงจรขนานโดยใชกฎกระแสไฟฟาของ
4.8 กาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรขนาน เคอรชอฟฟ
4.9 สรุปสาระสําคญั 8. คํานวณคา ในวงจรขนานโดยใชก ฎการแบง กระแสไฟฟา
9. คาํ นวณกําลังไฟฟา ในวงจรขนาน
ใบงานท่ี 4 วงจรขนานและกฎกระแสไฟฟา สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ของเคอรชอฟฟ ปฏบิ ัติการตอ วงจร วดั และทดสอบคา ในวงจรขนาน
จุดประสงคก ารปฏิบัติ (Performance Objective)
1. ตอ ตัวตา นทานแบบขนาน
2. วดั ความตานทานท่ีตอแบบขนาน
3. วัดแรงดันไฟฟาในวงจรขนาน
4. วัดกระแสไฟฟาในวงจรขนาน
5. บันทึกขอมลู ตามการทดลอง
6. เปรียบเทียบขอ มลู ในการทดลอง
7. เขียนสรปุ ผลการทดลอง
ดา นคุณธรรมจรยิ ธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
แสดงออกถงึ ความมวี ินยั ความมีมนษุ ยสมั พันธ ความ-
รบั ผิดชอบและความเชอื่ มั่นในตนเอง
ณ
สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏิบตั ิ
ชอื่ วชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จาํ นวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
ชื่อเร่ือง สมรรถนะยอ ยและจดุ ประสงคการปฏบิ ัติ
หนว ยที่ 5 วงจรผสม สมรรถนะยอย (Element of Competency)
5.1 การตอ ตวั ตา นทานแบบผสม แสดงความรเู กยี่ วกบั วงจรผสม
5.2 การวเิ คราะหว งจรผสม
5.3 ดีเทอรมแิ นนต จดุ ประสงคก ารปฏิบัติ (Performance Objective)
5.4 กฎของเคอรชอฟฟในวงจรผสม 1. อธบิ ายความหมายของการตอตวั ตานทานแบบผสม
5.5 สรปุ สาระสําคญั 2. คํานวณคาความตานทานไฟฟา รวมในวงจรผสม
3. คํานวณกระแสไฟฟาในวงจรผสม
ใบงานที่ 5 วงจรผสม 4. คาํ นวณแรงดันไฟฟาในวงจรผสม
5. คํานวณคาตา ง ๆ ในวงจรผสมโดยใชกฎของเคอรช อฟฟ
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏบิ ตั ิการตอ วงจร วัด และทดสอบคา ในวงจรผสม
จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
1. ตอตัวตานทานแบบผสม
2. วัดความตานทานในการตอ ตวั ตานทานแบบผสม
3. วัดแรงดนั ไฟฟา ในวงจรผสม
4. วดั กระแสไฟฟา ในวงจรผสม
5. บนั ทกึ ขอ มูลในการทดลองวงจรผสม
6. เปรยี บเทียบขอ มูลในการทดลองวงจรผสม
7. เขียนสรุปผลการทดลองวงจรผสม
ดา นคณุ ธรรมจริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
แสดงออกถึงความมีวินัย ความมมี นุษยสมั พันธ ความ
รับผดิ ชอบ แบงปน และความพึงพอใจในผลงานของตนเอง
ด
สมรรถนะยอ ยและจดุ ประสงคการปฏบิ ตั ิ
ชื่อวิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
ช่ือเรื่อง สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคการปฏบิ ตั ิ
หนวยท่ี 6 วงจรแบงแรงดนั ไฟฟา และ สมรรถนะยอย (Element of Competency)
วงจรแบงกระแสไฟฟา แสดงความรูเ ก่ยี วกับวงจรแบงแรงดันไฟฟา และ
6.1 วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา วงจรแบง กระแสไฟฟา
6.2 วงจรแบงกระแสไฟฟา
6.3 สรปุ สาระสําคัญ จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
1. คาํ นวณคาในวงจรแบงแรงดนั ไฟฟา ตามโจทยก าํ หนด
ใบงานที่ 6 วงจรแบง แรงดันไฟฟา และ 2. คํานวณคาในวงจรแบงกระแสไฟฟา ตามโจทยกาํ หนด
วงจรแบง กระแสไฟฟา
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏิบัติการตอวงจร วัด และทดสอบคาในวงจรแบง
แรงดันไฟฟา และวงจรแบง กระแสไฟฟา
จุดประสงคการปฏิบัติ (Performance Objective)
1. ตอ วงจรแบงแรงดนั ไฟฟา
2. วดั ความตานทานของวงจรแบงแรงดันไฟฟา
3. วดั แรงดนั ไฟฟา ในวงจรแบง แรงดันไฟฟา
4. บันทึกขอ มลู การทดลองวงจรแบง แรงดันไฟฟา
5. เปรียบเทียบขอมลู ในการทดลอง
6. เขียนสรุปผลการทดลองวงจรแบงแรงดนั ไฟฟา
7. วดั กระแสไฟฟาในวงจรแบงกระแสไฟฟา
8. บนั ทกึ ขอมลู ในวงจรแบงกระแสไฟฟา
9. เปรียบเทยี บขอ มลู ในวงจรแบงกระแสไฟฟา
10. เขียนสรปุ ผลการทดลองการแบง กระแสไฟฟา
ดา นคุณธรรมจรยิ ธรรม/บรู ณาการปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกถึงความมวี ินยั ความรับผดิ ชอบ ความ
ประหยัดและความเชอื่ มนั่ ในตนเอง
ต
สมรรถนะยอ ยและจดุ ประสงคการปฏบิ ัติ
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
ชอ่ื เร่อื ง สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏบิ ัติ
หนวยท่ี 7 การแปลงการตอ ตวั ตานทานแบบ สมรรถนะยอย (Element of Competency)
วาย-เดลตา แสดงความรูเกี่ยวกับการแปลงการตอตัวตานทานแบบ
7.1 การแปลงการตอตัวตานทานแบบวาย วาย-เดลตา
(Y) ใหเปน แบบเดลตา (Δ) จดุ ประสงคการปฏิบัติ (Performance Objective)
7.2 การแปลงการตอตัวตานทานแบบเดลตา 1. อธิบายการตอ ตวั ตา นทานแบบวาย
2. อธิบายการตอตวั ตา นทานแบบเดลตา
(Δ) ใหเปน แบบวาย (Y) 3. แปลงการตอ ตวั ตา นทานแบบวายไปเปนแบบเดลตา
7.3 สรปุ สาระสาํ คญั
4. แปลงการตอ ตัวตานทานแบบเดลตาไปเปน แบบวาย
ใบงานท่ี 7 การแปลงการตอ ตัวตานทานแบบ สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
วาย-เดลตา ปฏิบตั ิการตอ วงจร วดั และทดสอบคาการตอตัวตานทาน
แบบวาย–เดลตา
จดุ ประสงคการปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. ตอตัวตา นทานแบบวาย
2. วดั ความตานทานทตี่ อ แบบวาย
3. ตอ ตัวตา นทานแบบเดลตา
4. วัดความตานทานท่ีตอแบบเดลตา
5. บนั ทึกขอ มูลในการทดลอง
6. เขยี นสรปุ ผลการทดลอง
ดานคณุ ธรรมจริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
แสดงออกถึงความมีวนิ ัย ความรักสามคั คี ความคดิ รเิ ริ่ม
สรางสรรคแ ละความพึงพอใจในผลงานทที่ ํา
ถ
สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคการปฏิบัติ
ชอื่ วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จาํ นวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชน้ั ปวช.
ชื่อเร่ือง สมรรถนะยอ ยและจดุ ประสงคการปฏิบตั ิ
หนวยที่ 8 วงจรบรดิ จ สมรรถนะยอย (Element of Competency)
8.1 วงจรบรดิ จใ นสภาวะสมดุล แสดงความรูเ กยี่ วกบั วงจรบรดิ จ
8.2 วงจรบรดิ จในสภาวะไมส มดลุ
8.3 สรปุ สาระสาํ คัญ จุดประสงคการปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. อธบิ ายการเกดิ สภาวะวงจรบรดิ จสมดุล
ใบงานท่ี 8 วงจรบริดจ 2. อธบิ ายการเกดิ สภาวะวงจรบรดิ จไมสมดลุ
3. คํานวณหาคากระแสไฟฟา แรงดันไฟฟา และความ
ตานทานไฟฟา ของวงจรบริดจในสภาวะสมดลุ
4. คํานวณหาคา ความตา นทานเพ่ือปรับใหวงจรบริดจไม
สมดุลเปนวงจรบรดิ จสมดุล
สมรรถนะยอย (Element of Competency)
ปฏิบตั ิการตอวงจร วัด และทดสอบคาในวงจรบรดิ จ
จดุ ประสงคก ารปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. ตอ วงจรบริดจใ นสภาวะสมดุลและไมส มดลุ
2. วัดความตา นทานของวงจรบริดจในสภาวะสมดุลและ
ไมส มดุล
3. วัดแรงดันไฟฟาและกระแสไฟฟาของวงจรบริดจใน
สภาวะสมดลุ และไมสมดลุ
4. เขยี นสรุปผลการทดลอง
ดา นคุณธรรมจริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
แสดงออกถงึ ความมวี ินยั ความสนใจใฝร ู ความคดิ ริเรมิ่
สรา งสรรคแ ละความพงึ พอใจในผลงานที่ทาํ
ท
สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคการปฏบิ ตั ิ
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดับชน้ั ปวช.
ช่อื เรือ่ ง สมรรถนะยอยและจุดประสงคก ารปฏบิ ตั ิ
หนว ยที่ 9 วธิ กี ระแสเมช สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
9.1 แนวคิดของวธิ กี ระแสเมช แสดงความรูเก่ียวกับวิธีกระแสเมช
9.2 การนําวิธีกระแสเมชมาใชแกปญหา จุดประสงคการปฏบิ ตั ิ (Performance Objective)
วงจรไฟฟา 1. บอกความหมายของวิธกี ระแสเมช
2. บอกวิธีการของการแกปญหาวงจรไฟฟาดวยวิธี
9.3 สรุปสาระสาํ คัญ
กระแสเมช
3. เขียนสมการเมชจากวงจรไฟฟา ทีก่ าํ หนด
4. คาํ นวณคา ในวงจรไฟฟา ดวยวิธีกระแสเมช
ใบงานที่ 9 วิธีกระแสเมช สมรรถนะยอย (Element of Competency)
ปฏิบตั ิการตอ วงจร วดั และทดสอบคา ดวยวิธีกระแสเมช
จดุ ประสงคก ารปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. ตอ วงจรการทดลองวธิ กี ระแสเมช
2. วัดแรงดนั ไฟฟา ในวงจรการทดลองวิธกี ระแสเมช
3. วัดกระแสไฟฟา ในวงจรการทดลองวิธกี ระแสเมช
4. บันทกึ ขอมูลในการทดลองวิธีกระแสเมช
5. เปรยี บเทยี บขอมูลในการทดลองวิธีกระแสเมช
6. เขียนสรุปผลการทดลองวิธกี ระแสเมช
ดา นคุณธรรมจริยธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
แสดงออกถึงความมวี นิ ยั ความรบั ผิดชอบ ความเช่ือม่ัน
ในตนเองและความซ่อื สตั ยสุจริต
ธ
สมรรถนะยอยและจุดประสงคก ารปฏิบัติ
ชอื่ วชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
ชอื่ เร่ือง สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคก ารปฏิบัติ
หนว ยที่ 10 วิธแี รงดันโนด สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
10.1 แนวคิดของวิธแี รงดันโนด แสดงความรูเก่ียวกบั วิธีแรงดันโนด
10.2 การนาํ วธิ แี รงดนั โนดมาใชแ กปญ หา
วงจรไฟฟา จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
10.3 สรปุ สาระสําคัญ 1. อธิบายความหมายของวิธแี รงดนั โนด
2. บอกขั้นตอนการแกปญหาวงจรไฟฟาดวยวิธีแรงดัน
ใบงานท่ี 10 วธิ แี รงดนั โนด
โนด
3. เขยี นสมการโนดจากวงจรไฟฟา ที่กําหนดให
4. คํานวณคา ในวงจรไฟฟาดวยวิธีแรงดันโนด
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏิบตั ิการตอวงจร วัด และทดสอบคาดวยวิธีแรงดนั โนด
จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
1. ตอวงจรการทดลองดว ยวิธแี รงดันโนด
2. วดั แรงดันไฟฟา ในวงจรดวยวธิ ีแรงดันโนด
3. วัดกระแสไฟฟาในวงจรดวยวธิ แี รงดนั โนด
4. บันทึกขอมลู การทดลองดว ยวธิ ีแรงดันโนด
5. เปรียบเทยี บขอมูลดว ยวิธีแรงดันโนด
6. เขียนสรุปผลการทดลองดวยวธิ แี รงดันโนด
ดา นคณุ ธรรมจริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมีวนิ ยั ความรับผิดชอบ ความเชือ่ มั่นใน
ตนเองและความซือ่ สัตยส จุ รติ
น
สมรรถนะยอยและจดุ ประสงคก ารปฏิบัติ
ช่อื วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดับชนั้ ปวช.
ช่ือเรือ่ ง สมรรถนะยอยและจดุ ประสงคก ารปฏิบัติ
หนวยท่ี 11 ทฤษฎกี ารทับซอน สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
11.1 แนวคดิ ของทฤษฎีการทับซอน แสดงความรูเ ก่ยี วกับทฤษฎกี ารทบั ซอน
11.2 การนําทฤษฎกี ารทบั ซอ นมาใช
แกปญหาวงจรไฟฟา จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
11.3 สรปุ สาระสําคญั 1. บอกความหมายของทฤษฎกี ารทับซอ น
2. บอกข้ันตอนการนําทฤษฎีการทับซอนมาใชแกปญหา
ใบงานท่ี 11 ทฤษฎีการทบั ซอ น
วงจรไฟฟา
3. คํานวณคา ในวงจรไฟฟาโดยใชทฤษฎีการทบั ซอน
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏิบัติการตอวงจร วัด และทดสอบคาตามทฤษฎีการทับ
ซอ น
จดุ ประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
1. ตอวงจรการทดลองดว ยทฤษฎกี ารทับซอ น
2. วัดกระแสไฟฟา ในวงจรการทดลองทฤษฎีการทบั ซอน
3. บนั ทกึ ขอมลู ในการทดลองทฤษฎีการทับซอน
4. เขียนสรุปผลการทดลองทฤษฎีการทบั ซอ น
ดา นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง
แสดงออกถึงความมีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ ความเช่ือมน่ั ใน
ตนเองและความซอ่ื สัตยสุจรติ
บ
สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคการปฏิบตั ิ
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชนั้ ปวช.
ชื่อเรอื่ ง สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคก ารปฏิบตั ิ
หนว ยที่ 12 ทฤษฎเี ทเวนนิ สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
12.1 แนวคิดของทฤษฎีเทเวนิน แสดงความรเู กย่ี วกบั ทฤษฎเี ทเวนนิ
12.2 การนาํ ทฤษฎเี ทเวนนิ มาใชแกปญหา
วงจรไฟฟา จุดประสงคก ารปฏิบตั ิ (Performance Objective)
12.3 สรุปสาระสําคัญ 1. อธบิ ายความหมายของทฤษฎเี ทเวนิน
2. บอกข้นั ตอนของการแกป ญหาวงจรไฟฟาดว ยทฤษฎี
ใบงานท่ี 12 ทฤษฎเี ทเวนิน
เทเวนิน
3. คาํ นวณคาในวงจรไฟฟา ดวยทฤษฎีเทเวนนิ
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏิบตั ิการตอวงจร วดั และทดสอบคา ตามทฤษฎเี ทเวนนิ
จดุ ประสงคก ารปฏบิ ัติ (Performance Objective)
1. ตอวงจรการทดลอง
2. วัดความตา นทานเทเวนนิ
3. วดั แรงดันเทเวนนิ
4. ตอวงจรสมมูลเทเวนิน
5. บนั ทึกขอ มลู ในการทดลองทฤษฎเี ทเวนนิ
6. เปรียบเทยี บขอ มูลในการทดลองทฤษฎเี ทเวนนิ
7. เขียนสรุปผลการทดลองทฤษฎเี ทเวนิน
ดานคุณธรรมจริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
แสดงออกถึงความมีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ ความเช่อื ม่ันใน
ตนเองและความซอ่ื สตั ยส ุจริต
ป
สมรรถนะยอ ยและจุดประสงคการปฏิบตั ิ
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จาํ นวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดบั ชน้ั ปวช.
ชอื่ เรื่อง สมรรถนะยอยและจุดประสงคการปฏบิ ัติ
หนว ยท่ี 13 ทฤษฎีนอรต ัน สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
13.1 แนวคิดของทฤษฎีนอรต นั แสดงความรูเก่ียวกบั ทฤษฎนี อรตนั
13.2 การนาํ ทฤษฎีนอรตันมาใชแกปญหา
วงจรไฟฟา จดุ ประสงคก ารปฏบิ ัติ (Performance Objective)
13.3 สรุปสาระสําคัญ 1. อธิบายความหมายของทฤษฎนี อรตนั
2. บอกขน้ั ตอนของการแกปญ หาวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฎี
ใบงานที่ 13 ทฤษฎนี อรตนั
นอรต ัน
3. คํานวณคาในวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฏีนอรต ัน
4. แปลงวงจรสมมลู นอรตนั เปน วงจรสมมูลเทวนิ ิน
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏิบตั ิการตอ วงจร วัด และทดสอบคาตามทฤษฎีนอรตัน
จุดประสงคก ารปฏิบัติ (Performance Objective)
1. ตอ วงจรการทดลอง
2. วัดความตานทานนอรตัน
3. วัดกระแสนอรต ัน
4. ตอวงจรสมมลู นอรตนั
5. บันทกึ ขอมลู การทดลองนอรต ัน
6. เปรียบเทยี บขอ มูลการทดลองนอรตัน
7. เขยี นสรปุ ผลการทดลองนอรตนั
ดานคุณธรรมจริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ ความเชอื่ ม่ันใน
ตนเองและความซ่ือสตั ยส จุ รติ
ผ
สมรรถนะยอยและจุดประสงคก ารปฏิบตั ิ
ช่อื วชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหสั 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สัปดาห ระดับชน้ั ปวช.
ชอ่ื เรือ่ ง สมรรถนะยอยและจดุ ประสงคก ารปฏิบัติ
หนวยท่ี 14 ทฤษฎกี ารถา ยโอนกําลงั ไฟฟา สมรรถนะยอย (Element of Competency)
สงู สุด แสดงความรเู กย่ี วกับทฤษฎนี อรต ัน
14.1 แนวคดิ ของทฤษฎกี ารถายโอน
กําลังไฟฟาสูงสุด จุดประสงคก ารปฏบิ ตั ิ (Performance Objective)
14.2 การนาํ ทฤษฎีการถา ยโอนกาํ ลงั ไฟฟา 1. อธิบายความหมายของทฤษฎกี ารถา ยโอนกําลงั ไฟฟา
สงู สุดมาใชแกปญหาวงจรไฟฟา
14.3 สรุปสาระสาํ คัญ สูงสุด
2. คํานวณวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฏกี ารถา ยโอนกําลังไฟฟา
ใบงานท่ี 14 ทฤษฎีการถายโอนกําลงั ไฟฟา
สูงสุด สูงสุด
สมรรถนะยอ ย (Element of Competency)
ปฏิบัติการตอวงจร วัด และทดสอบคาตามทฤษฎีการถาย
โอนกําลังไฟฟา สงู สดุ
จุดประสงคการปฏิบัติ (Performance Objective)
1. ตอ วงจรการทดลอง
2. วดั ความตานทานเทวินิน
3. วัดแรงดนั เทวินนิ
4. ตอวงจรสมมูลเทวนิ ิน
5. บันทึกขอมูลในการทดลองทฤษฎีการถายโอน
กําลงั ไฟฟา สูงสดุ
6. เปรียบเทียบขอมูลในการทดลองทฤษฎีการถายโอน
กําลังไฟฟา สูงสุด
7. เขยี นสรปุ ผลการทดลองทฤษฎกี ารถา ยโอนกาํ ลังไฟฟา
สูงสุด
ดา นคณุ ธรรมจริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
แสดงออกถึงความมวี ินัย ความรับผิดชอบ ความเชอื่ ม่ันใน
ตนเองและความซอื่ สัตยส ุจริต
ฝ
ตารางวเิ คราะหหลกั สตู รรายวชิ า
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง (Direct Current Electric Circuit) รหัส 2104–2002
ท–ป–น 1–3–2 จํานวนคาบสอน 4 คาบ: สปั ดาห ระดบั ชน้ั ปวช.
พุทธิพิสัย (40%)
ระดบั พฤติกรรม ความรูความจํา
ความเขาใจ
ชื่อหนวย ประยุกต-นําไปใช
วิเคราะห
สูงกวา
ทักษะพิสัย (40%)
จิตพิสัย (20%)
รวม
ลําดับความสําคัญ
1. ความรูพ ้ืนฐานเกยี่ วกับวงจรไฟฟา 1 1 2263
3163
2. กฎของโอหม กําลังงาน และ 11
3282
พลังงาน 3282
3282
3. วงจรอนุกรม 111 2163
4. วงจรขนาน 111 2163
5. วงจรผสม 111 2163
3182
6. วงจรแบงแรงดันไฟฟา และวงจร 1 1 1 3182
3163
แบงกระแสไฟฟา 4291
4291
7. การแปลงการตอตัวตา นทานแบบ 1 1 1 3163
วาย–เดลตา 40 20 100
12
8. วงจรบรดิ จ 111
9. วธิ ีกระแสเมช 112
10. วิธีแรงดันโนด 112
11. ทฤษฎกี ารทบั ซอน 11
12. ทฤษฎเี ทเวนนิ 12
13. ทฤษฎีนอรต ัน 12
14. ทฤษฎีการถา ยโอนกําลงั ไฟฟา 11
สูงสุด
รวม 10 14 16
40
ลําดับความสาํ คัญ 1
1
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 1 หนวยท่ี 1
ช่ือวิชา วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชือ่ หนวย ความรพู ้นื ฐานเกย่ี วกับวงจรไฟฟา สอนครง้ั ที่ 1–2/18
ชอื่ เรื่อง พื้นฐานไฟฟากระแสสลบั จํานวน 8 คาบ
หัวขอเรอื่ ง
1.1 อะตอม 1.2 ประจุไฟฟา
1.3 แรงดนั ไฟฟา 1.4 กระแสไฟฟา
1.5 ความตา นทานไฟฟา 1.6 วงจรไฟฟา เบอื้ งตน
1.7 การวดั ทางไฟฟา 1.8 สรุปสาระสาํ คญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรูพ ื้นฐานเก่ียวกับวงจรไฟฟา กระแสตรง
2. ปฏิบัตกิ ารตอ วงจร วดั และทดสอบคา แรงดันไฟฟาและกระแสไฟฟา เกย่ี วกบั เซลลไ ฟฟา
จุดประสงคการปฏบิ ัติ
ดา นความรู
1. อธบิ ายความหมายและองคประกอบของอะตอม 2. อธิบายการเกดิ อเิ ล็กตรอนอสิ ระ
3. บอกการเกดิ ไอออนบวกและไอออนลบ 4. บอกประเภทของสาร
5. คํานวณประจไุ ฟฟา 6. อธบิ ายความสัมพันธข องแรงดันไฟฟา
พลังงานไฟฟา และประจไุ ฟฟา
7. คํานวณแรงดนั ไฟฟา 8. อธิบายความหมายของเซลลก ัลวานกิ
9. คํานวณชว งเวลาใชงานของแบตเตอร่ี 10. อธบิ ายความสมั พนั ธข องกระแสไฟฟา
ประจุไฟฟา และเวลา
11. คํานวณกระแสไฟฟา 12. อธิบายความหมายของความตา นทานไฟฟา
13. คํานวณคา ความนาํ ไฟฟา 14. บอกชนิดของตัวตานทานและยกตวั อยา ง
15. อานคา รหัสแถบสีและรหสั ตวั เลขตัวอกั ษรของตัวตา นทาน
16. บอกองคประกอบของวงจรไฟฟา 17. อธบิ ายวิธีการวดั แรงดนั ไฟฟาในวงจรไฟฟา
18. อธบิ ายวิธกี ารวดั กระแสไฟฟา ในวงจรไฟฟา 19. อธบิ ายวิธีการวดั ความตานทานในวงจรไฟฟา
ดานทักษะ 2. ตอ เซลลไ ฟฟา แบบขนาน
4. ใชมลั ตมิ ิเตอรว ัดคา แรงดนั ไฟฟา และ
1. ตอเซลลไฟฟา แบบอนกุ รม
3. ตอเซลลไฟฟา แบบผสม กระแสไฟฟา
2
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกดา นความสนใจใฝรู การตรงตอเวลา ความซ่ือสัตย สุจริต ความมนี ํา้ ใจและแบงบัน
ความรว มมือ/ยอมรบั ความคดิ เห็นสว นใหญ
เนื้อหาสาระ
1.1 อะตอม
อะตอม ประกอบดวยอนุภาคท่ีเล็กลงไปอีกซึ่งเปนส่ิงท่ีมีความสําคัญทางไฟฟา อนุภาคนี้คือ
อิเล็กตรอน โปรตอน และนิวตรอน สวนตรงกลางของอะตอมเรียกวา นิวเคลียส ประกอบดวยประจุไฟฟาที่
เปนบวก เรียกวา โปรตอน และประจุไฟฟาท่ีเปนกลางทางไฟฟา (หรือไมมีประจุไฟฟา) เรียกวา นิวตรอน
สวนอิเลก็ ตรอนจะเปน ประจุไฟฟาลบ
1.2 ประจุไฟฟา
ประจุไฟฟามี 2 ชนิด คือ ประจุไฟฟาบวก ไดแก โปรตอน และประจุไฟฟาลบ ไดแก อิเล็กตรอน
ทัง้ โปรตอนและอเิ ลก็ ตรอนมปี ระจุไฟฟาเทา กนั คอื 1.6 ×10–19 คลู อมบ
1.3 แรงดันไฟฟา
แรงดันไฟฟา คือ ความตางศักยไฟฟาที่เกิดข้ึนระหวางจุดสองจุด ความตางศักยไฟฟามีหนวย
เปน โวลต (Volt) ถาแทนความตางศักยไฟฟาระหวางจุดสองจุดในวงจรไฟฟาดวยคาของแรงดันไฟฟา ความ
ตางของคาที่ไดนี้คือ แรงดันไฟฟา ซึ่งเปนแรงท่ีเกิดจากพลังงานไฟฟา และเปนแรงดันที่ทําใหเกิดการ
เคลอื่ นที่ของประจไุ ฟฟา
ขั้วหรือทิศทางของแรงดันไฟฟานั้นจะกําหนดใหมีทิศทางจากศักยไฟฟาตํ่าไปสูจุดศักยไฟฟา
สูง ดังนั้นเซลลไฟฟาจะกําหนดทิศทางเปนมาตรฐานตามทิศทางกระแสไฟฟาทั่วไป และแรงดันไฟฟาตก
ครอ มจะมีทศิ ทางตรงกันขา มกับทิศทางของกระแสไฟฟาท่ไี หลผานโหลดนัน้
แหลงกําเนิดแรงดันไฟฟา (Sources of Voltage) คือ แหลงพลังงานไฟฟากระแสตรงที่สามารถ
จายพลังงานไฟฟาใหกับเคร่ืองใชไฟฟาได แหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรงท่ีใชอยูท่ัวไป คือ ถานไฟฉาย
แบตเตอรี่ เซลลแสงอาทิตย เครือ่ งกาํ เนดิ ไฟฟาและเพาเวอรซ พั พลาย
1.4 กระแสไฟฟา
กระแสไฟฟาเกิดจากการเคล่ือนท่ีของประจุไฟฟาในตัวนําไฟฟา ประจุไฟฟาที่เคล่ือนที่ คือ
อิเล็กตรอน การกําหนดทิศทางของกระแสไฟฟาท่ีเปนมาตรฐานคือ ทิศทางการเคลื่อนท่ีของประจุบวกหรือ
ทศิ ทางกระแสไฟฟาทว่ั ไป ซ่ึงมที ิศทางตรงกนั ขามกบั ทศิ ทางกระแสไฟฟา อิเล็กตรอน
ประจุไฟฟามีหนวยเปน คูลอมบ (C) แรงดันไฟฟามีหนวยเปน โวลต (V) กระแสไฟฟามีหนวยเปน
แอมแปร (A) ความจุพลังงานของแบตเตอรี่มีหนวยเปน แอมแปร–ช่ัวโมง (Ah) และพลังงานไฟฟา หนวย
เปน จลู (J)
3
1.5 ความตานทานไฟฟา
ความตานทานไฟฟา 1 โอหม คือ ความตานทานไฟฟาของสารท่ียอมใหกระแสไฟฟาไหลผาน
1 แอมแปร เม่ือปอนแรงดันไฟฟาตกครอมตัวตานทานน้ันเทากับ 1 โวลต มีหนวยวัดเปน โอหม (Ohm)
ใชส ัญลักษณอักษรกรกี เรียกวา โอเมกา แทนดวย “Ω”
ตัวตานทานแบงออกเปน 2 ชนิด คือ ชนิดคาคงที่และชนิดท่ีเปล่ียนแปลงคาได ตัวตานทาน
คาคงท่ี เชน ตัวตานทานแบบถาน แบบฟลม และแบบไวรวาวด เปนตน สวนตัวตานทานที่เปล่ียนแปลงคา
แบงเปนตัวตานทานเปล่ียนแปลงคาไดดวยมือ คือ โพเทนชิออมิเตอร และรีโอสแตด และตัวตานทาน
เปลีย่ นแปลงคาไดอ ตั โนมัติ มอี ยู 2 ชนิดคอื เทอรมสิ เตอร และโฟโตคอนดกั ตีฟเซลล
ตวั ตานทานชนิดคา คงที่จะอานคา โดยใชรหัสแถบสี และรหัสตัวเลขตวั อกั ษร
1.6 วงจรไฟฟา เบอ้ื งตน
วงจรไฟฟาจะประกอบดวยสวนสําคัญ 3 สวน คือ แหลงจายไฟฟา (Source) ตัวนําไฟฟา (Wire)
และภาระทางไฟฟา (Load) และจะตองใหค วามสําคัญกบั แรงดนั ไฟฟา กอ นกระแสไฟฟา
1.7 การวดั ทางไฟฟา
แอมมิเตอรใชวัดกระแสไฟฟา โดยตอ อนุกรมกบั โหลดทต่ี องการวัด
โวลตม เิ ตอรใ ชวัดแรงดนั ไฟฟา โดยตอครอม (ขนาน) กับโหลดทต่ี องการวดั
โอหมมิเตอรใ ชว ดั ความตา นทานไฟฟา โดยตอ ครอม (ขนาน) กับโหลดที่ตองการวัดและโหลด
นนั้ ตอ งไมม ีกระแสไฟฟา ไหลผา น
กจิ กรรมการเรยี นรู (ครงั้ ที่ 1/18, คาบที่ 1–4/72)
1. ครูช้ีแจงรายละเอียดเก่ียวกับจุดประสงค สมรรถนะและคําอธิบายรายวิชา การวัดผลและ
ประเมนิ ผลการเรยี น คุณลักษณะนิสยั ทีต่ องการใหเ กิดขน้ึ และขอตกลงในการเรียน
2. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยที่ 1
3. แบง กลมุ นกั เรยี นเปน กลมุ ๆ ละ 4-5 คน และครใู หห นังสอื เรยี น
4. ขนั้ M ครูนําเขา สูบทเรยี น และครูแจงจุดประสงคก ารเรยี น
5. ข้ัน I ครสู อนเน้ือหาสาระทัง้ หมด โดยบรรยาย ถามตอบประกอบสื่อเพาเวอรพอยดและของจริง
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุม ๆ ละ 1 ขอ ตามความสมัครใจ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัด
ครูจะสังเกตการทํางานกลุม
7. ข้นั P ครแู ละนกั เรยี นรว มกันเฉลยแบบฝกหดั ตามกลมุ และรวมอภิปรายสรปุ บทเรียน
8. ครูมอบหมายใหท าํ แบบฝก หดั ขอ ที่เหลือจากการทาํ ในช้ันเรียนเปนการบาน
9. ครูและนักเรียนรวมทําความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณและซอมแซมท่ีชํารุดเพ่ือเตรียมการนําไป
ทดลอง
4
กิจกรรมการเรียนรู (ครั้งท่ี 2/18, คาบท่ี 5–8/72)
1. ครูขานช่ือนักเรยี น
2. ครูทบทวนเน้ือหา จากการสอนคร้ังท่ี 1 โดยการถามตอบและยกตัวอยางของจริงและนักเรียนสง
การบาน
3. ขน้ั M ครูนาํ เขาสูบ ทเรยี น และครูแจง จุดประสงคก ารเรียน
4. ขั้น I ครูสอนเน้ือหาสาระเก่ียวกับการใชมัลติมิเตอร โดยบรรยาย ถามตอบประกอบส่ือเพาเวอร
พอยดแ ละของจรงิ
5. ขั้น A นักเรียนทําตามใบงานท่ี 1 เร่ืองเซลลไฟฟาและการวัดทางไฟฟา เปนกลุม ขณะนักเรียนทํา
การทดลองครูจะสังเกตการทาํ งานกลุมและประเมนิ ผล
6. ขนั้ P นักเรยี นนําเสนอผลการทดลอง เปน รายกลมุ และรวมสรุปผล
7. นักเรียนเกบ็ เครื่องมือและทาํ ความสะอาดหองเรียน
8. นกั เรียนทดสอบหลงั เรยี นหนวยท่ี 1
ส่อื และแหลง การเรยี นรู
1. ส่ือการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยที่ 1, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลังเรยี น
2. แหลง การเรียนรู หนงั สือ วารสารเกย่ี วกบั วงจรไฟฟา , อนิ เทอรเ นต็ www.google.com
การวดั และการประเมนิ ผล
การวดั ผล การประเมนิ ผล
(ใชเคร่ืองมือ) (นําผลเทียบกบั เกณฑและแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ นเรยี น (Pre–test) หนว ยท่ี 1 (ไวเ ปรยี บเทยี บกับคะแนนสอบหลงั เรยี น)
2. แบบสงั เกตการทํางานกลมุ และนาํ เสนอผลงานกลุม เกณฑผา น 60%
3. แบบฝก หดั หนวยท่ี 1 เกณฑผา น 50%
4. แบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนว ยที่ 1 เกณฑผ า น 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผาน 60%
งานทม่ี อบหมาย
งานทีม่ อบหมายนอกเวลาเรยี น ใหทําแบบฝกหดั ขอ ทีเ่ หลอื จากในชนั้ เรยี นใหเรยี บรอ ย ถกู ตอง
สมบูรณ
5
ผลงาน/ช้ินงาน/ความสําเรจ็ ของผูเรยี น
1. ผลการทําและนําเสนอแบบฝก หัดหนว ยท่ี 1 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานที่ 1 เรอื่ งเซลลไฟฟา และการวดั ทางไฟฟา และผานเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนวยท่ี 1 และผา นเกณฑ
เอกสารอา งองิ
1. ธาํ รงศักด์ิ หมินกาหรมี . วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002. (2556).
นนทบรุ :ี ศูนยหนงั สือเมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
7. Robbins, Allan H. & Miller, Wilhelm C. (2004). Circuit Analysis with Devices:
Theory and Practice.
6
บันทึกหลงั การสอน
1. ผลการใชแผนการจัดการเรยี นรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนักเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญ หาทพี่ บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกปญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรียน ครผู สู อน
7
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2 หนว ยที่ 2
ชอื่ วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002 เวลาเรียนรวม 72 คาบ
ชอ่ื หนวย กฎของโอหม กาํ ลังงานและพลงั งาน สอนครงั้ ท่ี 3/18
ชื่อเรอ่ื ง กฎของโอหม กําลงั งานและพลงั งาน จํานวน 4 คาบ
หัวขอเรอื่ ง
2.1 กฎของโอหม 2.2 การประยกุ ตใ ชก ฎของโอหม
2.3 กาํ ลงั งานและพลงั งาน 2.4 กําลังไฟฟา ในวงจรไฟฟา
2.5 อตั รากําลังไฟฟาของตวั ตา นทาน 2.6 สรุปสาระสาํ คัญ
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู ก่ยี วกบั กฎของโอหม กําลงั งานและพลังงาน
2. ปฏบิ ตั กิ ารตอ วงจร วดั และทดสอบคา ตามกฎของโอหม
จดุ ประสงคการปฏบิ ตั ิ
ดานความรู
1. อธิบายกฎของโอหม 2. คาํ นวณคา ในวงจรไฟฟาโดยใชก ฎของโอหม
3. อธิบายกําลังงานและพลงั งาน 4. คาํ นวณกําลงั งานและพลงั งานตามโจทยก ําหนด
5. คํานวณกาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรไฟฟา ตามโจทยก ําหนด
6. เลือกใชอ ัตรากําลงั ไฟฟาของตวั ตา นทาน
ดา นทกั ษะ
1. ตอวงจรการทดลองกฎของโอหม 2. วัดแรงดนั ไฟฟา ตามการทดลองกฎของโอหม
3. วัดกระแสไฟฟา ตามการทดลองกฎของโอหม 4. บนั ทกึ ขอ มลู ในการทดลองกฎของโอหม
5. วิเคราะหข อมูลในการทดลองกฎของโอหม 6. เขยี นสรปุ ผลการทดลองกฎของโอหม
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกถงึ การตรงตอเวลา ความสนใจใฝรู ไมหยดน่งิ ทจ่ี ะแกป ญหา ความซื่อสัตย ความ
รว มมือ
เนอ้ื หาสาระ
2.1 กฎของโอหม
กฎของโอหม (Ohm’s Law) ซ่ึงกลาววา “ในวงจรไฟฟาใด ๆ กระแสไฟฟาจะแปรผันตรงกับ
แรงดันไฟฟาและแปรผกผันกับความตานทานไฟฟา” ซ่ึงเปนกฎพื้นฐานที่มีประโยชนมากในทางไฟฟาและ
สามารถนํามาประยกุ ตใชไ ดดีกับความตา นทานทเี่ ปนเชงิ เสน เชน ตวั ตา นทานแบบถาน เปน ตน
8
กฎของโอหมจะอธิบายถึงความสัมพันธของกระแสไฟฟา แรงดันไฟฟา และความตานทาน
ไฟฟา เปนไปตามสูตร I = E/R, R = E/I และ E = I × R
2.2 การประยกุ ตใ ชกฎของโอหม
การประยุกตใชกฎของโอหม จะตองระมัดระวังในเรื่องปริมาณที่เปนอุปสรรค เนื่องจากคาใน
วงจรไฟฟา มมี ากมายหลายขนาดจึงตอ งแปลงคาใหส ามารถคํานวณไดงา ย
2.3 กําลงั งานและพลังงาน
กาํ ลงั งาน คอื อัตราเวลาของการทํางาน เปนไปตามสูตร P = W/t มีหนวยเปน จูลตอวินาที หรือ
วัตต หรือ ฟุต–ปอนดตอ วนิ าที ซง่ึ ขึน้ อยูก บั ระบบที่ใชเรียก
พลงั งาน คือ ความสามารถในการทาํ งานหรอื กําลงั งานทใ่ี ชไ ปใน 1 หนวยเวลา เปน ไปตามสูตร
W = P × t มีหนวยเปน จูล และหนวยเรียกของ “พลังงานไฟฟา” หรือหนวยการใชไฟฟานิยมเรียกวา
กิโลวัตต–ช่ัวโมง หรือ ยูนิต หมายถึง พลังงานไฟฟาที่เกิดจากการใชกําลังไฟฟา 1,000 วัตต เปนเวลา
1 ช่วั โมง
2.4 กาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรไฟฟา
กําลังไฟฟา ที่สูญเสียไปบนตัวตา นทานจะกระจายออกมาในรูปความรอน โหลดอ่ืนท่ีเปนความ
ตานทาน เชน หลอดไฟฟาจะกระจายในรูปความรอนรวมกับแสงสวาง การคํานวณคากําลังไฟฟาท่ีกระจาย
ออกมาในรูปความรอนจะคํานวณเชนเดียวกับกําลังไฟฟาท่ัวไปตามสูตร P = E × I, P = E2/R และ P = I2/R
มหี นวยเปน วัตต
2.5 อัตรากําลังไฟฟา ของตวั ตานทาน
การเลือกใชขนาดของตัวตานทานจะข้ึนอยูกับอัตราการทนตอกําลังไฟฟาที่สูญเสียไปบนตัว–
ตา นทานนัน้ และควรใชคาอัตรากําลงั ไฟฟามากกวาคา กาํ ลงั ไฟฟา ท่คี าํ นวณได
กิจกรรมการเรยี นรู (สปั ดาหท ่ี 3/18, คาบท่ี 9–12/72)
1. ครทู บทวนเนือ้ หาการสอนเรอื่ ง วงจรไฟฟาเบื้องตน
2. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี นหนว ยท่ี 2
3. แบงกลุม นกั เรียนเปน กลมุ ๆ ละ 4-5 คน
4. ขัน้ M ครนู ําเขา สบู ทเรยี น และครูแจง จดุ ประสงคการเรยี น
5. ขน้ั I ครสู อนเนอ้ื หาสาระ
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตการ
ทาํ งานกลุม
7. ข้ัน P นักเรียนทดลองตามใบงานท่ี 2 เร่ือง กฎของโอหม ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัด
ตามกลมุ และรว มอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. นักเรียนทําแบบทดสอบหลงั เรยี นหนวยท่ี 2
9
ส่ือและแหลง การเรียนรู
1. ส่ือการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 2, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลังเรียน
2. แหลง การเรียนรู หนงั สือ วารสารเกยี่ วกบั กฎของโอหม กําลงั งานและพลงั งาน, อนิ เทอรเนต็
www.google.com
การวัดและการประเมนิ ผล
การวัดผล การประเมินผล
(ใชเ ครื่องมอื ) (นําผลเทียบกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre–test) หนว ยที่ 2 (ไวเ ปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลังเรียน)
2. แบบสังเกตการทาํ งานกลมุ และนําเสนอผลงานกลุม เกณฑผา น 60%
3. แบบฝกหดั หนว ยที่ 2 เกณฑผาน 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 2 เกณฑผ าน 50%
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผ าน 60%
งานทมี่ อบหมาย
งานท่ีมอบหมายนอกเหนือเวลาเรยี น ใหทาํ แบบฝก หัดขอ ท่เี หลือจากทาํ ในชน้ั เรยี นใหเ รียบรอย
ถกู ตอ ง สมบรู ณ
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสําเร็จของผเู รียน
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝก หดั หนว ยท่ี 2 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 2 เรอ่ื งกฎของโอหม และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนวยท่ี 2 และผา นเกณฑ
เอกสารอา งองิ
1. ธาํ รงศกั ด์ิ หมนิ กาหรีม. วงจรไฟฟา กระแสตรง รหัสวชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศนู ยหนังสือเมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
10
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
11
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 3 หนว ยที่ 3
ช่อื วชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002 เวลาเรียนรวม 72 คาบ
ชื่อหนว ย วงจรอนุกรม สอนครง้ั ที่ 4/18
ชื่อเร่ือง วงจรอนุกรม จาํ นวน 4 คาบ
หวั ขอ เรอ่ื ง
3.1 การตอ ตัวตานทานแบบอนุกรม 3.2 กระแสไฟฟา ในวงจรอนกุ รม
3.3 ความตา นทานรวมในวงจรอนกุ รม 3.4 กฎของโอหมในวงจรอนกุ รม
3.5 การตอเซลลไ ฟฟาอนกุ รม 3.6 กฎแรงดนั ไฟฟา ของเคอรช อฟฟใ นวงจรอนุกรม
3.7 กฎการแบง แรงดันไฟฟา ในวงจรอนกุ รม 3.8 กาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรอนุกรม
3.9 สรปุ สาระสําคญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู กยี่ วกบั วงจรอนุกรม
2. ปฏบิ ัตกิ ารตอ วงจร วดั และทดสอบคาในวงจรอนุกรม
จุดประสงคการปฏบิ ตั ิ
ดา นความรู
1. บอกความหมายของการตอ ตัวตานทานแบบอนกุ รม
2. บอกคณุ สมบัติของกระแสไฟฟา ในวงจรอนกุ รม
3. คํานวณความตา นทานรวมในวงจรอนกุ รม
4. อธบิ ายกฎของโอหม ในวงจรอนกุ รม
5. คาํ นวณวงจรอนกุ รมโดยใชก ฎของโอหม
6. อธิบายผลของการตอ เซลลไฟฟาอนุกรม
7. อธิบายกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟในวงจรอนุกรม
8. คาํ นวณวงจรอนกุ รมโดยใชกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟ
9. คาํ นวณวงจรอนุกรมโดยใชกฎการแบงแรงดันไฟฟา
10. คํานวณกาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรอนกุ รม
ดา นทักษะ 2. วดั ความตา นทานทต่ี อแบบอนกุ รม
4. วัดกระแสไฟฟาในวงจรอนกุ รม
1. ตอตัวตา นทานแบบอนกุ รม
3. วดั แรงดันไฟฟาในวงจรอนุกรม
5. บนั ทึกขอ มลู ตามการทดลอง 6. เปรียบเทียบขอ มูลในการทดลอง
7. เขยี นสรุปผลการทดลอง
12
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกถึงความมวี นิ ัย ความมมี นษุ ยสมั พันธ ความรับผิดชอบและความเช่ือมนั่ ในตนเอง
เนือ้ หาสาระ
3.1 การตอตัวตา นทานแบบอนกุ รม
การตอตัวตานทานแบบอนุกรม คอื การนาํ เอาตัวตานทานต้ังแต 2 ตัวข้ึนไปมาตอเรียงลําดับกัน
แสดงดังรูป ตัวตานทานนํามาตอเรียงกันในเสนเดียวกันโดยที่ขั้วปลายหน่ึงของตัวตานทานตัวท่ี 1 ตอกับขั้ว
ตนหนึ่งของตัวตานทานท่ี 2 ขั้วปลายท่ีเหลือของตัวตานทานที่ 2 ตอกับขั้วตนหนึ่งของตัวตานทาน
ตัวตอไป ซ่ึงจะตอ แบบน้ีเรยี งกนั ไปเรือ่ ย ๆ
ก) การตอตวั ตานทานแบบอนุกรมแสดงเปนรูปเสมือน ข) การตอตวั ตา นทานแบบอนุกรมแสดงเปนสญั ลักษณ
รูป ตวั ตานทาน 3 ตัวตอแบบอนกุ รม
3.2 กระแสไฟฟา ในวงจรอนกุ รม
กระแสไฟฟา ในวงจรอนุกรมมีเพียงคาเดียวทีไ่ หลผา นตัวตา นทานทกุ ตัว
IT = I1 = I2 = I3 = … มหี นว ยเปน แอมแปร (A)
3.3 ความตานทานรวมในวงจรอนุกรม
ความตานทานรวมในวงจรอนุกรมจะเทากับผลรวมของความตานทานของตัวตานทานทุกตัว
เขยี นเปนสมการไดด งั สมการ
RT = R1 + R2 + R3 + … + Rn มีหนวยเปน โอหม (Ω)
3.4 กฎของโอหม ในวงจรอนกุ รม
การหากฎของโอหมโดยอาศัยสามเหล่ียมกฎของโอหม ดังรูป ซึ่งจะชวยใหเกิดการประยุกตใช
และจําสตู รไดด ี
13
V E =I×R
IR
E
I = ER E IR E R = E
IR IR I
รปู การใชสามเหล่ยี มกฎของโอหม เมือ่ ตอ งการหาคาใดก็ปด คา นั้น
3.5 การตอเซลลไฟฟา อนุกรม
การตอแหลง จายแรงดนั ไฟฟาอนุกรม แสดงตัวอยางดงั รปู
ก) เซลลไฟฟา ตอ แบบอนุกรมในไฟฉาย ข) วงจรไฟฟาของไฟฉาย
รูป การตอแหลง จา ยแรงดันไฟฟาอนุกรม
จากรปู เขียนผลรวมทางพีชคณิตของแหลง จา ยแรงดนั ไฟฟาแตล ะตวั ไดค อื
ET = E1 + E2 + E3 = 1.5 + 1.5 + 1.5 = 4.5 V
ถา แหลง จา ยแรงดันไฟฟาท่ีนํามาตออนุกรมที่มีทิศทางหักลางกัน (Series–opposing) แรงดันไฟฟาท่ี
มีทิศทางหักลางกนั นน้ั จะลบออกจากกนั แสดงดังรูป
1.5 V
1.5 V 1.5 V 1.5 V
E1 E2 E3
รูป แรงดนั ไฟฟาท่มี ที ิศทางหักลา งกันจะลบออกจากกนั
จากรูป เขยี นผลรวมทางพชี คณิตของแหลง จา ยแรงดนั ไฟฟาแตละตวั ไดค ือ
ET = E1 – E2 + E3 = 1.5 – 1.5 + 1.5 = 1.5 V
14
3.6 กฎแรงดนั ไฟฟา ของเคอรชอฟฟใ นวงจรอนกุ รม
กฎแรงดนั ไฟฟา ของเคอรชอฟฟ อธิบายไดดงั น้ี
.
รูป ประกอบการอธบิ ายกฎแรงดนั ไฟฟาของเคอรช อฟฟ
จากรูป เขียนสมการผลรวมทางพชี คณิตของแรงดนั ไฟฟา ในวงจรไฟฟาปด ใด ๆ จะเทา กบั ศนู ย ไดดงั
สมการ
E = V1 + V2 + V3 + …+ Vn หรือ E – V1– V2 – V3 – … – Vn = 0
3.7 กฎการแบง แรงดนั ไฟฟาในวงจรอนุกรม
กฎการแบงแรงดันไฟฟามีที่มาจากกฎของเคอรชอฟฟที่กลาววา ผลรวมทางพีชคณิตของ
แรงดันไฟฟาในวงปดใด ๆ มีคาเทากับศูนย เม่ือพิจารณารูป จะเห็นวาคาความตานทานไฟฟารวม RT = 150
โอหม เปน ผลใหมีกระแสไฟฟา ไหลในวงจร I = 66.7 มลิ ลิแอมแปร โดยคํานวณตามกฎของโอหม และ R1 มี
แรงดันไฟฟาตกครอมเทากับ 3.33 โวลต และ R2 มีแรงดันไฟฟาตกครอม 6.67 โวลต จะไดผลรวมของ
แรงดนั ไฟฟา คอื E = 10 V = 3.33 V + 6.67 V (Floyd, Thomas L., 2001: 142)
ก) แรงดนั ไฟฟา ระหวาง 2 ขวั้ นี้ ข) การคาํ นวณแรงดนั ไฟฟา ตกครอ ม
ใชแทนสัญลักษณข องแบตเตอรี่ ไดตามกฎการแบงแรงดันไฟฟา
รูป การใชกฎการแบง แรงดนั ไฟฟา
15
3.8 กาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรอนุกรม
P = E×I
เมอื่ P แทน กําลังไฟฟา มหี นว ยเปน วัตต (W) และแทน
E แทน แรงดันไฟฟา มหี นว ยเปนโวลต (V)
และ I แทน กระแสไฟฟา มีหนว ยเปน แอมแปร (A)
เม่ือประยุกตสมการโดยแทน I = E/R จะหาคากําลังไฟฟาไดดังสมการตอไป
E = I ×R จะหาคา กําลงั ไฟฟา ไดดงั สมการคอื (ทบทวนจากหัวขอ 2.4 ในหนว ยที่ 2)
P = E2
R
และ P = I2 × R
ในวงจรอนุกรมกําลังไฟฟารวมของวงจรจะเทากับผลรวมของกําลังไฟฟาที่ตัวตานทานแตละตัว
เขียนเปน สมการไดด งั สมการที่ 3.12
PT = P1 + P2 + P3 + … + Pn
กิจกรรมการเรยี นรู (สัปดาหที่ 4/18, คาบที่ 13–16/72)
1. ครขู านชือ่ ผูเรียน เตรยี มความพรอ มกอ นเขา เรียน
2. ครทู บทวนเน้อื หาการสอนเรือ่ ง กฎของโอหม และกาํ ลงั ไฟฟา
3. นักเรียนทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยท่ี 3
4. ขนั้ M ครนู าํ เขาสบู ทเรียนเร่อื งการตอ อนกุ รม และครูแจงจุดประสงคก ารเรียน
5. ขั้น I ครสู อนเนอื้ หาสาระ
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตการ
ทํางานกลมุ
7. ข้ัน P นักเรียนทดลองตามใบงานท่ี 3 เรื่อง วงจรอนุกรมและกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟ ครู
และนกั เรยี นรว มกนั เฉลยแบบฝก หดั ตามกลุม และรว มอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครูมอบหมายการบาน
9. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหนวยท่ี 3
16
สือ่ และแหลงการเรียนรู
1. ส่ือการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 3, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลังเรยี น
2. แหลง การเรยี นรู หนงั สอื วารสารเกีย่ วกับวงจรอนกุ รม, อนิ เทอรเ นต็ www.google.com
การวัดและการประเมินผล
การวดั ผล การประเมินผล
(ใชเคร่อื งมอื ) (นาํ ผลเทยี บกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre–test) หนว ยท่ี 3 (ไวเปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลังเรียน)
2. แบบสังเกตการทาํ งานกลมุ และนาํ เสนอผลงานกลมุ เกณฑผ า น 60%
3. แบบฝก หัดหนวยท่ี 3 เกณฑผ าน 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 3 เกณฑผา น 50%
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผาน 60%
งานที่มอบหมาย
งานทีม่ อบหมายนอกเหนอื เวลาเรยี น ใหท าํ แบบฝก หดั ขอ ที่เหลอื จากทาํ ในชั้นเรยี นใหเรยี บรอย
ถูกตอง สมบูรณ
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสําเรจ็ ของผูเรยี น
1. ผลการทาํ และนาํ เสนอแบบฝก หดั หนว ยที่ 3 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 3 เรื่องวงจรอนกุ รมและกฎแรงดันไฟฟา ของเคอรช อฟฟ และผา น
เกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนวยที่ 3 และผานเกณฑ
เอกสารอางอิง
1. ธํารงศักดิ์ หมินกาหรีม. วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002. (2556).
นนทบรุ :ี ศนู ยห นังสอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
17
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
18
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 4 หนวยที่ 4
ช่ือวิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชอื่ หนว ย วงจรขนาน สอนครั้งท่ี 5/18
ชอ่ื เรื่อง วงจรขนาน จาํ นวน 4 คาบ
หัวขอเร่อื ง
4.1 การตอตัวตานทานแบบขนาน 4.2 แรงดันไฟฟาในวงจรขนาน
4.3 ความตา นทานไฟฟา รวมและความนําไฟฟา รวมในวงจรขนาน
4.4 กฎของโอหมในวงจรขนาน 4.5 การตอ เซลลไฟฟา ขนาน
4.6 กฎกระแสไฟฟา ของเคอรช อฟฟในวงจรขนาน
4.7 กฎการแบงกระแสไฟฟาในวงจรขนาน 4.8 กําลงั ไฟฟา ในวงจรขนาน
4.9 สรุปสาระสําคญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู ก่ียวกบั วงจรขนาน
2. ปฏบิ ัตกิ ารตอวงจร วัด และทดสอบคาในวงจรขนาน
จุดประสงคการปฏบิ ตั ิ
ดานความรู
1. บอกความหมายของการตอ ตัวตา นทานแบบขนาน
2. บอกคณุ สมบตั ขิ องแรงดนั ไฟฟา ในวงจรขนาน
3. คาํ นวณความตา นทานรวมในวงจรขนาน
4. คาํ นวณความนํารวมในวงจรขนาน
5. คํานวณคา ในวงจรขนานโดยใชก ฎของโอหม
6. บอกเงอ่ื นไขของการตอ แหลง จา ยแรงดนั ไฟฟาขนาน
7. คาํ นวณคาในวงจรขนานโดยใชก ฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟ
8. คาํ นวณคา ในวงจรขนานโดยใชก ฎการแบง กระแสไฟฟา
9. คํานวณกาํ ลงั ไฟฟา ในวงจรขนาน
ดานทกั ษะ
1. ตอ ตวั ตา นทานแบบขนาน 2. วดั ความตานทานที่ตอ แบบขนาน
3. วัดแรงดนั ไฟฟา ในวงจรขนาน 4. วดั กระแสไฟฟา ในวงจรขนาน
5. บนั ทกึ ขอมลู ตามการทดลอง 6. เปรียบเทยี บขอ มลู ในการทดลอง
7. เขียนสรุปผลการทดลอง
19
ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกถึงความมีวนิ ัย ความมมี นษุ ยสัมพนั ธ ความ-รับผดิ ชอบและความเช่อื มน่ั ในตนเอง
เนื้อหาสาระ
4.1 การตอ ตวั ตา นทานแบบขนาน
การตอตัวตานทานแบบขนาน หมายถึง การนําเอาตัวตานทานตั้งแต 2 ตัวขึ้นไปมาตอรวมกัน
ระหวางจุด 2 จุด โดยใหปลายดานหน่ึงของตัวตานทานทุก ๆ ตัวมาตอรวมกันที่จุด ๆ หนึ่ง (ดูจุด X) และให
ปลายที่เหลอื อีกดา นหน่ึงของตัวตา นทานทกุ ๆ ตัวมาตอ รวมกันอีกจุดท่ีเหลือ (ดจู ดุ Y) เสน ทางท่ีขนานกนั ใน
วงจรเรยี กวา สาขา (Branch) ดงั รูป (Cook, Nigel P., 2004: 116)
ก) ข) ค) ง) จ)
รูป ตวั อยางการตอตัวตา นทานแบบขนาน
4.2 แรงดนั ไฟฟา ในวงจรขนาน
แรงดันไฟฟาในวงจรขนาน มคี าเทา กันและเทา กับแรงดนั ท่ีจาย ดังสมการ
E = V1 = V2 = V3 = … = Vn
4.3 ความตา นทานไฟฟารวมและความนาํ ไฟฟารวมในวงจรขนาน
ความนาํ ไฟฟา (G) เปนสว นกลบั ของความตา นทานไฟฟา เขยี นเปน สมการไดด งั สมการ
G= 1 มหี นว ยเปน ซีเมนส (S)
R
ความนําไฟฟา รวม (GT) ในวงจรขนานจะเทา กับผลรวมของความนาํ ไฟฟา ของตัวตา นทานแต
ละตวั
GT = G1 + G2 + G3 + … + Gn
ความตานทานไฟฟารวม (RT) ในวงจรขนานเขียนเปนสมการไดดังสมการท่ี 4.4
1 = 1 + 1 + 1 + ... + 1
RT R1 R2 R3 Rn
20
ในกรณีตวั ตานทาน 2 ตัวตอ ขนานกนั คา ความตา นทานรวมของวงจรจะได
1 = 11
RT R1 + R2
หรอื RT = R 1+RR2 2
R1
4.4 กฎของโอหม ในวงจรขนาน
เชน I1 = E = VR 11 = 20 = 20 mA
R1 1000
4.5 การตอ เซลลไ ฟฟาขนาน
เม่ือนําเซลลไ ฟฟา อยา งเชน ถานไฟฉาย หรือแบตเตอรมี่ าตอ แบบขนาน เซลลไฟฟานนั้ จะตองมี
แรงดันไฟฟา และความตา นทานภายในเทากัน การตอแบบขนานจะทําใหกระแสไฟฟาไหลมากข้ึน พิจารณา
จากรูป เม่อื นาํ แบตเตอรม่ี าตอขนานกัน (Floyd, Thomas L., 2001: 185)
รปู แบตเตอรี่ตอ ขนาน
รูป แบตเตอรที่ ีม่ ีคา แรงดนั ไฟฟา ตางกันไมควรนํามาตอ ขนานกัน
21
4.6 กฎกระแสไฟฟา ของเคอรชอฟฟในวงจรขนาน
กฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟ (Kirchhoff’s Current Law: KCL) กลาววา “ผลรวมทาง
พีชคณติ ของกระแสไฟฟา ณ จุดใด ๆ มีคาเทากับศูนย” หรือจะกลาวไดวา “ผลรวมของกระแสไฟฟาไหลเขา
จุดใด ๆ จะเทากับผลรวมของกระแสไฟฟา ไหลออกจากทีจ่ ดุ น้ัน” ดงั รปู
I1 = 5 A I5 = 3 A
I4 = 4 A
I3 = 4 A
I2 = 2 A
รูป การใชกฎกระแสไฟฟา ของเคอรชอฟฟ
∑Iin = ∑Iout
4.7 กฎการแบงกระแสไฟฟาในวงจรขนาน
กฎการแบงกระแสไฟฟาสาํ หรบั วงจร 2 สาขา
จากกฎของโอหม การจะหากระแสไฟฟาน้ันจะตองทราบคาแรงดันไฟฟาและความตานทาน
เมือ่ มแี รงดนั ไฟฟาทไี่ มรคู า แตรูค ากระแสไฟฟารวม ก็จะสามารถหากระแสไฟฟา สาขาได (I1 และ I2) โดยใช
สมการ ซึง่ เรยี กวา กฎการแบงกระแสไฟฟา ดังนี้
I1 = ⎜⎛ R1R+2R 2 ⎟⎞ × IT
⎝ ⎠
สวนทีต่ างกัน
I2 = ⎜⎛ R1R+1R 2 ⎟⎞ × IT
⎝ ⎠
กฎการแบง กระแสไฟฟาสําหรบั วงจรหลาย ๆ สาขา
วงจรขนานทม่ี ี n สาขา ดงั รูป (Floyd, Thomas L., 2001: 197)
22
การหาคา กระแสไฟฟาในหลาย ๆ สาขาหาไดจ ากสมการ
IX = ⎛⎝⎜ R T ⎠⎟⎞ × IT
R X
เมอ่ื IX แทน กระแสไฟฟา สาขาทตี่ อ งการหาคา
IT แทน กระแสไฟฟา รวม
RX แทน ความตา นทานไฟฟา สาขาท่ี IX ไหลผา น
RT แทน ความตา นทานไฟฟารวม
4.8 กําลังไฟฟาในวงจรขนาน
กําลังไฟฟาในวงจรขนานจะเทากับผลรวมของกําลังไฟฟาสูญเสียของตัวตานทานทุกตัวใน
วงจร (เชน เดยี วกบั วงจรอนกุ รม)
PT = P1 + P2 + P3 + … + Pn
เมอ่ื PT แทน กาํ ลงั ไฟฟารวม มีหนว ยเปน วตั ต (W)
P1 แทน กาํ ลงั ไฟฟาท่ีตวั ตานทาน R1 มีหนว ยเปน วตั ต (W)
P2 แทน กาํ ลงั ไฟฟา ท่ตี วั ตา นทาน R2 มหี นว ยเปน วตั ต (W)
P3 แทน กาํ ลงั ไฟฟา ทต่ี วั ตา นทาน R3 มหี นว ยเปน วตั ต (W)
Pn แทน กําลงั ไฟฟา ที่ตวั ตานทาน Rn มหี นว ยเปน วตั ต (W)
และกําลังไฟฟา พืน้ ฐานทจี่ ะประยุกตใ ชในวงจรขนาน (เชน เดียวกบั วงจรอนุกรม) คอื
P = E×I = E2 = I2 × R
R
กจิ กรรมการเรียนรู (สปั ดาหที่ 5/18, คาบที่ 17–20/72)
1. ครขู านชอื่ ผเู รียน เตรยี มความพรอมกอนเขา เรียน
2. ครูทบทวนเนอ้ื หาโดยยอ เรอื่ ง วงจรอนกุ รม
3. นักเรียนทําแบบทดสอบกอ นเรยี นหนว ยท่ี 4
4. ขนั้ M ครูนาํ เขาสูบ ทเรยี นเรือ่ งการตอขนาน และครแู จง จดุ ประสงคก ารเรยี น
5. ข้ัน I ครสู อนเน้ือหาสาระ
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตการ
ทํางานกลมุ
7. ขั้น P นักเรียนทดลองตามใบงานท่ี 4 เร่ือง วงจรขนานและกฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟ ครู
และนกั เรยี นรวมกันเฉลยแบบฝกหดั ตามกลุม และรว มอภปิ รายผลจากการทดลอง
23
8. ครมู อบหมายการบา น
9. นกั เรียนทําแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยท่ี 4
ส่ือและแหลงการเรยี นรู
1. ส่ือการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 4, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรียน และหลังเรียน
2. แหลง การเรยี นรู หนงั สือ วารสารเกยี่ วกบั วงจรขนาน, อินเทอรเ น็ต www.google.com
การวดั และการประเมนิ ผล
การวดั ผล การประเมินผล
(ใชเ ครื่องมอื ) (นาํ ผลเทยี บกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ นเรียน (Pre–test) หนว ยที่ 4 (ไวเปรยี บเทยี บกับคะแนนสอบหลงั เรียน)
2. แบบสงั เกตการทาํ งานกลมุ และนําเสนอผลงานกลมุ เกณฑผ า น 60%
3. แบบฝก หดั หนวยท่ี 4 เกณฑผ า น 50%
4. แบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 4 เกณฑผ าน 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ า น 60%
งานทม่ี อบหมาย
งานที่มอบหมายนอกเหนอื เวลาเรียน ใหท าํ แบบฝก หัดขอ ทีเ่ หลือจากทาํ ในชน้ั เรยี นใหเ รยี บรอย
ถูกตอง สมบรู ณ
ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสําเร็จของผูเรียน
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝก หดั หนวยที่ 4 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานที่ 4 เรอ่ื งวงจรขนานและกฎกระแสไฟฟา ของเคอรช อฟฟ และผา น
เกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนวยที่ 3 และผา นเกณฑ
เอกสารอา งอิง
1. ธาํ รงศกั ดิ์ หมินกา หรีม. วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศนู ยห นังสอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.