74
IN = E = 9
R1 3
IN = 3 A
ข้ันท่ี 6 เขยี นวงจรสมมลู นอรตนั โดยนาํ IN และ RN มาตอ ขนานและนาํ RL มาตอ
เพอื่ หาคาท่ีตองการไดดงั รปู
หาคากระแสไฟฟา ท่ไี หลผาน RL กค็ อื IL และประยกุ ตใชก ฎการแบงกระแสไฟฟา
⎝⎛⎜ R NR+NR L ⎞⎠⎟ × I N =
ที่ RL = 2 Ω : IL = 2 × 3
2+2
IL = 6 = 1.5 A ตอบ
4
ท่ี RL = 10 Ω : IL = ⎝⎛⎜ R NR+NR L ⎟⎠⎞ × I N = 2 ×3
2 +10
IL = 6 = 0.5 A ตอบ
12
⎜⎛⎝ R NR+NR L ⎞⎟⎠ × I N = 2
ที่ RL = 100 Ω : IL = 2 +100 × 3
IL = 6 = 0.059 A ตอบ
102
กจิ กรรมการเรยี นรู (คร้งั ที่ 15/18, คาบที่ 57–60/72)
1. ครูขานชอ่ื ผูเรียน เตรียมความพรอ มกอนเขา เรียน
2. ครูทบทวนเนอื้ หาโดยยอ เรอื่ ง ทฤษฎเี ทเวนิน และนักเรียนสงการบา น
3. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอนเรียนหนว ยท่ี 13
4. ข้นั M ครนู ําเขาสูบทเรียน และครแู จง จดุ ประสงคก ารเรยี น
5. ขั้น I ครสู อนเนอ้ื หาสาระทฤษฎีนอรตนั ทัง้ หมด โดยบรรยาย ถามตอบประกอบสื่อเพาเวอรพ อยด
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุม ๆ ละ 1 ขอ ตามความสมัครใจ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัด
ครจู ะสงั เกตการทํางานกลุม
7. ข้นั P ครูและนกั เรียนรว มกันเฉลยแบบฝกหัดตามกลมุ และรวมอภปิ รายสรุปบทเรียน
8. ครูมอบหมายใหทาํ แบบฝกหัดขอทเี่ หลอื จากการทําในชน้ั เรยี นเปนการบา น
75
กิจกรรมการเรียนรู (คร้งั ท่ี 16/18, คาบที่ 61–64/72)
1. ครขู านชอ่ื นักเรยี น เตรียมความพรอมกอ นเขา เรียน
2. ครูทบทวนเนอ้ื หา จากการสอนครั้งที่ 15 โดยการถามตอบและนกั เรียนสงการบาน
3. ขั้น M ครูนาํ เขาสบู ทเรยี น และครูแจงจดุ ประสงคก ารเรียน
4. ขัน้ I ครสู อนสรุปเน้ือหาสาระเก่ียวกบั ทฤษฎีนอร๖ฯ
5. ขน้ั A นกั เรยี นทาํ ตามใบงานที่ 12 เรอ่ื งทฤษฎนี อรต นั เปน กลมุ ขณะนักเรียนทําการทดลองครูจะ
สงั เกตการทํางานกลมุ และประเมินผล
6. ขนั้ P นกั เรียนนําเสนอผลการทดลอง เปน รายกลมุ และรวมสรปุ ผล
7. นักเรียนเก็บเคร่ืองมือและทําความสะอาดหอ งเรยี น
8. นกั เรยี นทดสอบหลังเรียนหนว ยที่ 13
ส่ือและแหลงการเรียนรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 13, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลงั เรียน
2. แหลง การเรยี นรู หนงั สอื วารสารเกย่ี วกับทฤษฎนี อรต นั , อนิ เทอรเ นต็ www.google.com
การวัดและการประเมินผล
การวัดผล การประเมนิ ผล
(ใชเ ครื่องมอื ) (นําผลเทียบกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรียน (Pre–test) หนว ยท่ี 13 (ไวเปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลงั เรยี น)
2. แบบสงั เกตการทาํ งานกลมุ และนําเสนอผลงานกลมุ เกณฑผา น 60%
3. แบบฝกหัดหนว ยที่ 13 เกณฑผา น 50%
4. แบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนว ยท่ี 13 เกณฑผา น 50%
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ าน 60%
งานทม่ี อบหมาย
งานทม่ี อบหมายนอกเวลาเรยี น ใหทําแบบฝก หัดขอทเี่ หลอื จากในชัน้ เรยี นใหเ รยี บรอ ย ถูกตอ ง
สมบูรณ
76
ผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสําเรจ็ ของผูเรียน
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝก หัดหนวยที่ 13 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานที่ 13 เรือ่ งทฤษฎีนอรตนั และผานเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนวยที่ 13 และผานเกณฑ
เอกสารอา งอิง
1. ธํารงศักด์ิ หมินกา หรีม. วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศนู ยหนงั สอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
77
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
78
แผนการจดั การเรียนรูที่ 14 หนวยท่ี 14
ชือ่ วิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชอ่ื หนว ย ทฤษฎกี ารถายโอนกาํ ลังไฟฟา สูงสดุ สอนครัง้ ท่ี 17/18
ช่ือเรื่อง ทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสูงสุด จาํ นวน 4 คาบ
หัวขอเรอื่ ง
14.1 แนวคิดของทฤษฎีการถา ยโอนกําลงั ไฟฟา สูงสุด
14.2 การนาํ ทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสูงสุดมาใชแ กป ญ หาวงจรไฟฟา
14.3 สรปุ สาระสาํ คัญ
สมรรถนะยอย
1. แสดงความรูเ กย่ี วกบั ทฤษฎกี ารถายโอนกําลงั ไฟฟาสงู สดุ
2. ปฏิบัตกิ ารตอวงจร วัด และทดสอบคาดว ยทฤษฎกี ารถา ยโอนกาํ ลงั ไฟฟา สูงสดุ
จดุ ประสงคการปฏิบตั ิ
ดา นความรู
1. อธบิ ายความหมายของทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสงู สดุ
2. คาํ นวณวงจรไฟฟา ดวยทฤษฏกี ารถา ยโอนกําลังไฟฟา สงู สดุ
ดา นทกั ษะ
1. ตอ วงจรการทดลอง
2. วัดความตา นทานเทวินิน
3. วดั แรงดันเทวินนิ
4. ตอ วงจรสมมลู เทวินนิ
5. บนั ทกึ ขอ มูลในการทดลองทฤษฎีการถา ยโอนกําลังไฟฟา สูงสุด
6. เปรยี บเทียบขอมูลในการทดลองทฤษฎีการถา ยโอนกาํ ลังไฟฟา สูงสดุ
7. เขียนสรุปผลการทดลองทฤษฎกี ารถายโอนกําลงั ไฟฟา สูงสุด
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกถงึ ความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเองและความซ่อื สัตยสจุ ริต
79
เนื้อหาสาระ
14.1 แนวคดิ ของทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟา สงู สุด
ทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสูงสุด (Maximum Power Transfer Theorem) ไดกลาวไววา “ใน
วงจรไฟฟากระแสตรงที่มีลักษณะเปนวงจรเชิงเสนใด ๆ ภาระทางไฟฟาหรือโหลด (Load) จะไดรับ
กําลังไฟฟาสูงสุด (Maximum Power: PL) ก็ตอเม่ือคาความตานทานรวมของวงจรมีคาเทากับคาความ–
ตา นทานเทวินิน (RTh) ของวงจรน้ัน” (Boylestad, Robert. 2003: 336)
จากรูปที่ 14.1 อธิบายการไดร บั กาํ ลังไฟฟาสงู สดุ (PL) ท่ีโหลด ดงั นี้
ก) การไดรบั กําลังไฟฟาสงู สดุ ที่โหลด ข) การไดรับกําลังไฟฟา สงู สุดที่โหลด
เม่อื ใชวงจรสมมลู เทวินิน เม่อื ใชว งจรสมมลู นอรต ัน
รปู ท่ี 14.1 การไดรบั กาํ ลงั ไฟฟาสูงสดุ (PL) ที่โหลดของวงจรโครงขาย
จากรปู ที่ 14.1 ก) โหลดไดร บั กําลงั ไฟฟา สงู สุดก็ตอ เม่อื
RL = RTh (14.1)
เมื่อพิจารณาจากรูปที่ 14.1 ก) จะพบวาวงจรมี 2 สวนท่ีเก่ียวของกันและมีคาเทากัน คือสวนที่เปน
วงจรสมมูลเทวินินและสวนที่เปนโหลด ดังนั้นเม่ือพิจารณากรณีเปนวงจรสมมูลเทวินินก็สามารถอางอิงถึง
ทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสูงสุดไดโดยสาระหลักท่ีพิจารณาคือ ผลรวมของโครงขายเปน RTh และตัว–
ตา นทาน RL
จากรปู ท่ี 14.1 ข) โหลดไดร บั กําลังไฟฟา สงู สุดกต็ อ เมอื่
RL = RN (14.2)
สําหรับรปู ที่ 14.1 ก) สามารถหาคากําลังไฟฟา สงู สุดทโ่ี หลดไดค ือ
I = RThE+ThRL = ⎜⎝⎛ RThE+ThRL ⎞⎟⎠2 × RL
และ PL = I2 ×RL
ดังนน้ั PL = ET2h × RL
(RTh + RL)2
80
ถา พจิ ารณาเปน ตวั อยางดังรปู ที่ 14.2 โดยกาํ หนดให ETh = 60 V และ RTh = 9 Ω
RTh = 9 IL
ETh 60V RL PL VL
รปู ที่ 14.2 วงจรสมมลู เทวนิ ินใชเปนกรณีตวั อยา งตามทฤษฎีการถา ยโอนกาํ ลงั ไฟฟาสูงสดุ
ดังน้ันท่ีกําลังไฟฟาสูงสุดนี้วงจรจะมีประสิทธิภาพเพียง 50 % เทานั้น ท่ีแหลงจายสามารถสงกําลัง-
ไฟฟาไปยังโหลดไดและภายใตเ งือ่ นไข RL = RTh จะได
IL = RThE+ThRL = 2ERTThh
PL = I2× RL = ⎜⎛⎝ 2ERTThh ⎟⎠⎞2 × RTh = ET2h × RTh
4RT2h
จะได 2 (W) (14.4)
ETh
P = 4RLMAX Th
จากรูปท่ี 14.1 ข) เม่อื เปน วงจรสมมลู นอรต ัน จะได
PLMAX = I2N × R N (W) (14.5)
4
14.2 การนําทฤษฎีการถา ยโอนกําลังไฟฟา สงู สดุ มาใชแ กปญหาวงจรไฟฟา
จากรปู จงหาคา RL ขณะไดรับกาํ ลงั ไฟฟา สงู สดุ และกาํ ลงั ไฟฟา สงู สุดมคี า เทา ไร
วิธที ํา จากสมการท่ี 14.2 คา RL ขณะไดร บั กาํ ลงั ไฟฟา สงู สดุ จะเทา กับ RN
RL = 10 kΩ ตอบ
จากสมการท่ี 14.5 หาคากาํ ลงั ไฟฟา สูงสดุ
P =LMAX I2N × R N = (10)2 × 40 = 1W
4
4
81
กจิ กรรมการเรยี นรู (สัปดาหท ่ี 17/18, คาบที่ 65–68/72)
1. ครขู านชื่อผูเรยี น เตรียมความพรอมกอนเขาเรียน
2. ครทู บทวนเนอ้ื หาโดยยอเรือ่ ง ทฤษฎีนอรต ัน
3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยท่ี 14
4. ขั้น M ครนู าํ เขา สบู ทเรยี น และครแู จง จุดประสงคการเรยี น
5. ขนั้ I ครูสอนเน้อื หาสาระ
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอ เสนอแนะการทาํ งานกลมุ
7. ขั้น P นักเรียนทดลองตามใบงานที่ 14 เรื่อง ทฤษฎีการถายโอนกําลังไฟฟาสูงสุด ครูและนักเรียน
รว มกนั เฉลยแบบฝกหดั ตามกลมุ และรวมอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครมู อบหมายการบา นและอา นทบทวนเนอื้ หา
9. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 14
สอื่ และแหลง การเรยี นรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 14, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลงั เรียน
2. แหลงการเรียนรู หนังสือ วารสารเกย่ี วกบั ทฤษฎีการถายโอนกําลงั ไฟฟา สงู สุด, อินเทอรเ นต็
www.google.com
การวัดและการประเมนิ ผล
การวัดผล การประเมินผล
(ใชเ ครือ่ งมอื ) (นาํ ผลเทียบกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ นเรยี น (Pre–test) หนว ยท่ี 14 (ไวเ ปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลังเรียน)
2. แบบสงั เกตการทํางานกลมุ และนาํ เสนอผลงานกลมุ เกณฑผาน 60%
3. แบบฝก หดั หนว ยท่ี 14 เกณฑผาน 50%
4. แบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนว ยที่ 14 เกณฑผา น 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผาน 60%
งานท่ีมอบหมาย
1. งานทีม่ อบหมายนอกเหนอื เวลาเรียน ใหท ําแบบฝก หดั ขอ ทเ่ี หลอื จากทาํ ในช้นั เรยี นใหเ รยี บรอ ย
ถูกตอ ง สมบูรณ
2. ทบทวนเนอ้ื หาเพอ่ื เตรยี มสอบทฤษฎี และปฏบิ ัติ ปลายภาคเรียน ในสัปดาหท่ี 18
82
ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสําเร็จของผเู รียน
1. ผลการทําและนาํ เสนอแบบฝก หัดหนว ยท่ี 14 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานที่ 14 เรอ่ื งทฤษฎกี ารถา ยโอนกาํ ลงั ไฟฟาสูงสุด และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หนวยที่ 14 และผา นเกณฑ
เอกสารอางองิ
ธาํ รงศกั ดิ์ หมนิ กาหรีม. วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศนู ยหนังสือเมอื งไทย.
บนั ทกึ หลงั การสอน
1. ผลการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนักเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญ หาทพี่ บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกปญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................... ลงชอื่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรียน ครูผูสอน