24
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
25
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ 5 หนวยท่ี 5
ชือ่ วิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002 เวลาเรียนรวม 72 คาบ
ช่ือหนวย วงจรผสม สอนคร้งั ที่ 6/18
ชื่อเรอ่ื ง วงจรผสม จาํ นวน 4 คาบ
หัวขอเร่ือง
5.1 การตอ ตัวตา นทานแบบผสม 5.2 การวเิ คราะหว งจรผสม
5.3 ดเี ทอรมแิ นนต 5.4 กฎของเคอรช อฟฟในวงจรผสม
5.5 สรุปสาระสาํ คัญ
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรูเ กี่ยวกบั วงจรผสม
2. ปฏบิ ัติการตอวงจร วดั และทดสอบคา ในวงจรผสม
จุดประสงคการปฏิบตั ิ
ดานความรู
1. อธิบายความหมายของการตอตวั ตานทานแบบผสม
2. คาํ นวณคา ความตานทานไฟฟารวมในวงจรผสม
3. คํานวณกระแสไฟฟา ในวงจรผสม
4. คาํ นวณแรงดันไฟฟา ในวงจรผสม
5. คํานวณคาตาง ๆ ในวงจรผสมโดยใชกฎของเคอรชอฟฟ
ดา นทักษะ
1. ตอตัวตานทานแบบผสม 2. วดั ความตานทานทต่ี อแบบผสม
3. วดั แรงดนั ไฟฟาในวงจรผสม 4. วดั กระแสไฟฟาในวงจรผสม
5. บันทกึ ขอมลู ตามการทดลอง 6. เปรียบเทยี บขอ มูลในการทดลอง
7. เขยี นสรุปผลการทดลอง
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ ความรับผิดชอบ แบง ปน และความพงึ พอใจใน
ผลงานของตนเอง
26
เน้ือหาสาระ
5.1 การตอตัวตา นทานแบบผสม
วงจรผสม จะประกอบดวยเสนทางการไหลของกระแสไฟฟาผสมกันระหวางเสนทางการไหล
แบบอนุกรมและเสนทางการไหลแบบขนาน ซึ่งก็คือ การใหความสําคัญถึงความสามารถในการจัดกลุม
แยกแยะในวงจรวา กลุมอนุกรมและกลุมขนานมีความสัมพันธกันอยางไร ตัวอยางการตอวงจรผสมของตัว
ตานทาน ดังรูปท่ี เม่ือจะหาคาความตานทานไฟฟารวมจะเรียกวงจรลักษณะนี้วา วงจรผสมแบบขนาน–
อนุกรม
AB A R1 B
R1 R2 R3
IT I2 I3
C R3
R2
IT
R1 ตอ อนุกรมกบั R2 //R3 C
ก) การตอ ตัวตานทานแบบขนาน–อนกุ รม ข) เสนทางการไหลของกระแสไฟฟา
รูป วงจรผสมแบบขนาน–อนกุ รม
การตอตัวตานทานแบบผสม ดังรูป ระหวางจุด A–B น้ัน R4 และ R1 ตออนุกรมกันระหวางจุด B–C
น้นั R2 และ R5 ตอ อนกุ รมกนั แลว นํามาขนานกบั R3 และระหวา งจุด A–C นําไปตอเขากับแหลงจายไฟฟา จะ
เรยี กวงจรลกั ษณะนวี้ า วงจรผสมแบบขนาน–อนกุ รม (Floyd, Thomas L. 1997: 227)
นาํ 2 กลุม นมี้ าอนกุ รมกัน
A B R3
R4 R1 R2
R5
R4 และ R1 ตออนกุ รม
C
R2 และ R5 ตออนุกรม
กลมุ นี้ตอขนานกนั
รปู วงจรผสมแบบขนาน–อนุกรม
การตอตวั ตา นทานแบบผสม ดังรปู ระหวางจุด A–B กลุมแรกประกอบดวย R1, R2 และ R3 ตออนุกรม
กัน กลุมที่สองประกอบดวย R4, R5 และ R6 ตออนุกรมกัน และนําท้ัง 2 กลุมมาขนานกันอีกครั้งระหวางจุด
A–C และนาํ ไปตอเขากับแหลงจายไฟฟา เรียกวงจรลักษณะนวี้ า วงจรผสมแบบอนกุ รม–ขนาน
27
รปู วงจรผสมแบบอนกุ รม–ขนาน
เมื่อวิเคราะหวงจรผสมนั้นพึงระลึกถึงเสนทางการไหลของกระแสไฟฟาท่ีไหลผานตัวตานทานท่ี
นํามาตอนั้น โดยประยุกตใชขอกําหนด 2 ขอ คือ 1) กระแสไฟฟารวมจะมีเพียงคาเดียวเทานั้นเมื่อตัว
ตานทานน้ันนํามาตอแบบอนุกรม และ 2) กระแสไฟฟารวมมี 2 สาขาหรือมากกวา เมื่อตัวตานทานน้ันนํามา
ตอแบบขนาน 2 สาขาหรอื มากกวา
5.2 การวเิ คราะหว งจรผสม
ความตา นทานรวม กระแสไฟฟารวม กระแสไฟฟา สาขา ความสมั พนั ธข องแรงดนั ไฟฟา
5.3 ดเี ทอรม ิแนนต
ดีเทอรมิแนนต (Determinant) มีความสําคัญในทางคณิตศาสตรมากเนื่องจากใชแกโจทย
คณิตศาสตรสําหรับตัวแปรท่ีเกิดขึ้นพรอม ๆ กันตั้งแตสองตัวแปรขึ้นไป เมื่อเขาใจขั้นตอนแลวก็สามารถแก
โจทยไดในเวลาไมนานและมีโอกาสผิดนอยกวาใชวิธีอ่ืน สําหรับในทางไฟฟา ดีเทอรมิแนนตที่พบวา
นําไปใชบอ ย เชน การแกโจทยว งจรไฟฟาดว ยวธิ กี ระแสเมช และการแกโจทยวงจรไฟฟาดวยวิธีแรงดันโนด
เปน ตน
5.4 กฎของเคอรชอฟฟในวงจรผสม
การนํากฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟในวงจรอนุกรมและกฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟใน
วงจรขนานมาใชแ กปญหาในวงจรผสมน้นั จะตองประยุกตใ ชรว มกนั ทงั้ 2 กฎ โดยมีวิธีการดงั นี้
5.4.1 กําหนดทิศทางกระแสไฟฟาไหลในวงจรตามกฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟ โดยให
กระแสไฟฟาไหลในทิศทางใดก็ได ถากําหนดทิศทางถูก ผลการคํานวณคากระแสไฟฟาจะเปนบวก และถา
กําหนดทศิ ทางสวนทางกนั ผลการคํานวณจะติดเครอ่ื งหมายลบโดยท่ีคาน้นั ถูกตอง
5.4.2 กระแสไฟฟาท่ีไหลผานแหลงจายแบตเตอร่ี ถาไหลเขาข้ัวบวกใหใสเครื่องหมายบวก ถา
ไหลเขาขั้วลบใหใสเ ครื่องหมายลบ
5.4.3 กาํ หนดขั้วของแรงดันไฟฟาตกครอมตัวตานทานในวงจรจนครบ ตามทิศทางของกระแส
ไฟฟาถากําหนดใหกระแสไฟฟาไหลออกจากขั้วบวกของแหลงจาย ใหกําหนดเครื่องหมายบวกเมื่อ
กระแสไฟฟา ไหลเขาตัวตา นทาน และกาํ หนดเครื่องหมายลบ เมอื่ กระแสไฟฟาไหลออกจากตัวตา นทาน
28
5.4.4 เขียนสมการแรงดันไฟฟาตามกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟ และตามทิศทางของ
กระแสไฟฟาจากจุดเริ่มตนจนวนมาครบวงรอบที่จุดเดิม ถาพบเคร่ืองหมายบวกใหใสเคร่ืองหมายบวกใน
สมการถา พบเคร่อื งหมายลบใหใสเครอ่ื งหมายลบในสมการ
5.4.5 แกสมการแรงดันไฟฟาหาตวั แปรทีไ่ มทราบคา
กิจกรรมการเรียนรู (สัปดาหท่ี 6/18, คาบท่ี 21–24/72)
1. ครขู านชอื่ ผเู รียน เตรยี มความพรอมกอ นเขา เรยี น
2. ครทู บทวนเนือ้ หาโดยยอเรอื่ ง วงจรอนุกรม วงจรขนาน
3. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี นหนวยที่ 5
4. ขั้น M ครูนําเขาสบู ทเรียนเรอื่ งการตอผสม และครูแจงจุดประสงคการเรยี น
5. ขน้ั I ครสู อนเนือ้ หาสาระ
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอเสนอแนะการทาํ งานกลุม
7. ข้นั P นกั เรยี นทดลองตามใบงานท่ี 5 เรอื่ ง วงจรผสม ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัดตาม
กลมุ และรว มอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครมู อบหมายการบา น
9. นกั เรยี นทําแบบทดสอบหลังเรยี นหนวยที่ 5
สอ่ื และแหลง การเรยี นรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 5, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลงั เรยี น
2. แหลง การเรยี นรู หนงั สือ วารสารเกีย่ วกับวงจรผสม, อนิ เทอรเนต็ www.google.com
29
การวัดและการประเมินผล
การวัดผล การประเมนิ ผล
(ใชเ คร่ืองมือ) (นําผลเทยี บกบั เกณฑและแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre–test) หนว ยที่ 5 (ไวเปรียบเทยี บกบั คะแนนสอบหลงั เรยี น)
2. แบบสงั เกตการทํางานกลมุ และนาํ เสนอผลงานกลุม เกณฑผ า น 60%
3. แบบฝก หัดหนว ยที่ 5 เกณฑผาน 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 5 เกณฑผ า น 50%
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผาน 60%
งานท่มี อบหมาย
งานท่ีมอบหมายนอกเหนือเวลาเรยี น ใหท าํ แบบฝก หดั ขอ ท่เี หลือจากทาํ ในชั้นเรยี นใหเ รียบรอ ย
ถูกตอ ง สมบรู ณ
ผลงาน/ช้ินงาน/ความสําเรจ็ ของผเู รียน
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝกหดั หนว ยที่ 5 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 5 เรอื่ งวงจรผสม และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนว ยท่ี 5 และผานเกณฑ
เอกสารอางองิ
1. ธาํ รงศกั ด์ิ หมินกา หรมี . วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบรุ :ี ศูนยหนังสอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
30
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
31
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 6 หนว ยที่ 6
ชือ่ วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002 เวลาเรียนรวม 72 คาบ
ชือ่ หนว ย วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา และวงจรแบง กระแสไฟฟา สอนคร้ังท่ี 7/18
ชอื่ เรื่อง วงจรแบงแรงดันไฟฟาและวงจรแบงกระแสไฟฟา จํานวน 4 คาบ
หวั ขอเรอ่ื ง
6.1 วงจรแบงแรงดนั ไฟฟา
6.2 วงจรแบงกระแสไฟฟา
6.3 สรุปสาระสาํ คัญ
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรูเ กย่ี วกบั วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา และวงจรแบง กระแสไฟฟา
2. ปฏบิ ตั กิ ารตอ วงจร วัด และทดสอบคา ในวงจรแบงแรงดนั ไฟฟา และวงจรแบงกระแสไฟฟา
จดุ ประสงคการปฏบิ ตั ิ
ดานความรู
1. คาํ นวณคา ในวงจรแบง แรงดันไฟฟา ตามโจทยกําหนด
2. คํานวณคา ในวงจรแบง กระแสไฟฟา ตามโจทยกําหนด
ดานทกั ษะ
1. ตอวงจรแบง แรงดันไฟฟา 2. วัดความตา นทานของวงจรแบง แรงดนั ไฟฟา
3. วดั แรงดันไฟฟา ในวงจรแบงแรงดนั ไฟฟา 4. บันทกึ ขอ มลู การทดลอง
5. เปรยี บเทยี บขอ มลู ในการทดลอง 6. เขยี นสรุปผลการทดลองวงจรแบงแรงดนั
7. วัดกระแสไฟฟาในวงจรแบง กระแสไฟฟา 8. บนั ทกึ ขอมลู ในวงจรแบง กระแสไฟฟา
9. เปรยี บเทียบขอ มลู ในวงจรแบงกระแสไฟฟา 10. เขยี นสรปุ ผลการทดลองการแบงกระแส
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ความรบั ผิดชอบ ความประหยัดและความเช่อื มนั่ ในตนเอง
เนือ้ หาสาระ
6.1 วงจรแบงแรงดันไฟฟา
กฎการแบงแรงดันไฟฟามีท่ีมาจากกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟที่กลาววา ผลรวมทาง
พีชคณิตของแรงดนั ไฟฟาในวงปดใด ๆ มีคาเทากับศูนย เม่ือพัฒนามาเปนกฎการแบงแรงดันไฟฟา (Voltage
Divider Rule: VDR) ขณะที่ยังไมไดตอโหลดไดวา แรงดันไฟฟาตกครอมตัวตานทานใด ๆ ในวงจรอนุกรม
จะเทากับอัตราสวนของคาความตานทานน้ันตอความตานทานรวมและคูณดวยแรงดันไฟฟาที่จายใหวงจร
น้ัน และการแบง แรงดันไฟฟา จะนาํ ไปใชกบั วงจรอนกุ รมและวงจรผสม
32
6.1.1 วงจรแบงแรงดันไฟฟา ขณะไมมีโหลด
เมื่อนําตัวตานทานมาตออนุกรมหลาย ๆ ตัว ดังรูป จะเรียกแรงดันไฟฟาตกครอม
ตัวตานทานใด ๆ วา VX เมื่อ X คือ ตัวตานทานตัวท่ี 1, 2, 3 หรือตัวที่เหลืออ่ืน และใชกฎของโอหมหาคา
แรงดันไฟฟา ตกครอมตัวตานทานใด ๆ จะไดวา VX = I × RX
รูป ใชก ฎของโอหมหาคา แรงดันไฟฟาตกครอมตวั ตา นทานใด ๆ จะได VX = I ×RX
จากกฎของโอหม I = E แทนคา I ในสมการ VX = I ×RX
จะได RT
E
VX = ⎝⎜⎛ RT ⎟⎞⎠ × RX
เขยี นสมการ VX ใหม จะไดด งั สมการท่ี 6.1
VX = ⎜⎛⎝ RRXT ⎟⎠⎞× E
6.1.2 วงจรแบงแรงดันไฟฟา ขณะมีโหลด
วงจรแบงแรงดันไฟฟาขณะมีโหลด ลักษณะวงจรจะเปนวงจรผสม ในหัวขอนี้จะเรียนรูถึงผล
ของการตอโหลดดวยความตานทาน และดว ยมอเตอรไ ฟฟา กระแสตรง
1. วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา ดวยโหลดความตา นทาน
(1) วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา ดวยโหลดความตา นทานแบบคาคงท่ี ในวงจรแบงแรงดันไฟฟา
แสดงดังรูป (Floyd, Thomas L. 2001: 238)
ก) ขณะไมมีโหลด ข) ขณะมโี หลด RL
33
รปู วงจรแบง แรงดันไฟฟา
จากรูป ข) จะได VOUT = V2 = R1R+2/R/R2/L/RL × E
=
เม่ือ R2//RL RR22 × RRLL
และ R2//RL +
หมายถึง R2 กบั RL ตอขนานกนั
(2) วงจรแบงแรงดันไฟฟาดวยโหลดความตานทานแบบปรับคาได ถาใชตัวตานทาน
โพเทนชิออมิเตอรเปนตัวปรับการแบงแรงดันไฟฟา และคงจํากันไดวาจากการศึกษาเก่ียวกับตัวตานทานใน
งานไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสน้ัน โพเทนชิออมิเตอรเปนตัวตานทานแบบปรับคาไดมีข้ัวตอ 3 ข้ัวท่ีจะใชเปน
ตัวแบงแรงดนั ไฟฟา แสดงดงั รูป
ก) รปู เสมือน ข) รูปสัญลักษณข องรปู ก ค) เทยี บเทารปู ข
รูป โพเทนชิออมเิ ตอรที่ใชแบง แรงดนั ไฟฟา
2. วงจรแบง แรงดนั ไฟฟา ดวยโหลดมอเตอรไ ฟฟา กระแสตรง
6.2 วงจรแบงกระแสไฟฟา
6.2.1 วงจรแบงกระแสไฟฟากรณีวงจรขนาน 2 สาขา จะใชกฎการ
แบง กระแสไฟฟา ดงั นี้
I1 = ⎜⎝⎛ R1R+2R 2 ⎞⎟⎠ × IT
สว นท่ีตางกนั
I2 = ⎜⎛ R1R+1R 2 ⎟⎞ × IT
⎝ ⎠
6.2.2 วงจรแบง กระแสไฟฟา กรณีวงจรขนานหลายสาขา จะใช
สตู รสาํ หรับวงจรขนานดงั น้ี
IX = ⎜⎝⎛ R T ⎞⎠⎟ × IT
R X
34
เมื่อ IX แทน กระแสไฟฟา สาขาทต่ี อ งการหาคา
IT แทน กระแสไฟฟา รวม
RX แทน ความตานทานไฟฟา สาขาที่ IX ไหลผา น
กิจกรรมการเรียนรู (สัปดาหที่ 7/18, คาบที่ 25–28/72)
1. ครขู านชอ่ื ผเู รียน เตรียมความพรอ มกอนเขาเรยี น
2. ครทู บทวนเนื้อหาโดยยอ เรื่อง วงจรผสม
3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยที่ 6
4. ขั้น M ครนู าํ เขาสบู ทเรียนเรอ่ื งการแบงแรงดนั และครแู จงจุดประสงคการเรียน
5. ขั้น I ครูสอนเนอ้ื หาสาระ
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอเสนอแนะการทํางานกลมุ
7. ข้ัน P นักเรียนทดลองตามใบงานที่ 6 เรื่อง วงจรแบงแรงดันไฟฟาและวงจรแบงกระแสไฟฟา ครู
และนกั เรียนรว มกนั เฉลยแบบฝกหดั ตามกลุม และรวมอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครมู อบหมายการบา น
9. นักเรยี นทําแบบทดสอบหลังเรยี นหนว ยที่ 6
สือ่ และแหลงการเรียนรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยที่ 6, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลังเรยี น
2. แหลง การเรียนรู หนงั สือ วารสารเก่ยี วกับวงจรแบงแรงดันไฟฟาและวงจรแบง กระแสไฟฟา ,
อนิ เทอรเน็ต www.google.com
การวัดและการประเมินผล
การวัดผล การประเมนิ ผล
(ใชเ คร่อื งมอื ) (นาํ ผลเทียบกบั เกณฑและแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ นเรยี น (Pre–test) หนว ยท่ี 6 (ไวเปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลังเรยี น)
2. แบบสังเกตการทํางานกลมุ และนาํ เสนอผลงานกลมุ เกณฑผาน 60%
3. แบบฝกหดั หนว ยท่ี 6 เกณฑผา น 50%
4. แบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนว ยท่ี 6 เกณฑผา น 50%
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผา น 60%
งานท่มี อบหมาย
35
งานท่มี อบหมายนอกเหนอื เวลาเรยี น ใหทาํ แบบฝก หัดขอ ที่เหลอื จากทาํ ในชัน้ เรยี นใหเรยี บรอ ย
ถูกตอง สมบูรณ
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสําเร็จของผูเรียน
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝกหดั หนว ยท่ี 6 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานที่ 6 เรอ่ื งวงจรแบง แรงดนั ไฟฟา และวงจรแบง กระแสไฟฟาและผาน
เกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 6 และผานเกณฑ
เอกสารอางอิง
1. ธาํ รงศักด์ิ หมนิ กา หรมี . วงจรไฟฟา กระแสตรง รหัสวชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบรุ ี: ศูนยหนังสอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
36
บันทกึ หลังการสอน
1. ผลการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพี่ บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกปญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................... ลงช่ือ...............................................
(...............................................) (.............................................)
37
ตวั แทนนกั เรียน ครูผสู อน
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 7 หนวยท่ี 7
ชือ่ วิชา วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ช่อื หนวย การแปลงการตอ ตวั ตา นทานแบบวาย -เดลตา สอนครง้ั ท่ี 8/18
ชอ่ื เรือ่ ง การแปลงการตอ ตวั ตานทานแบบวาย -เดลตา จาํ นวน 4 คาบ
หวั ขอ เรอ่ื ง
7.1 การแปลงการตอ ตวั ตานทานแบบวาย (Y) ใหเ ปนแบบเดลตา (Δ)
7.2 การแปลงการตอ ตัวตา นทานแบบเดลตา (Δ) ใหเ ปน แบบวาย (Y)
7.3 สรปุ สาระสําคญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู กี่ยวกบั การแปลงการตอตัวตานทานแบบวาย–เดลตา
2. ปฏบิ ตั กิ ารตอวงจร วัด และทดสอบคาการตอตัวตา นทานแบบวาย–เดลตา
จดุ ประสงคการปฏิบตั ิ
ดานความรู
1. อธิบายการตอ ตวั ตานทานแบบวาย
2. อธบิ ายการตอ ตวั ตา นทานแบบเดลตา
3. แปลงการตอตวั ตา นทานแบบวายไปเปน แบบเดลตา
4. แปลงการตอ ตวั ตานทานแบบเดลตาไปเปน แบบวาย
ดา นทักษะ
1. ตอตัวตานทานแบบวาย 2. วัดความตา นทานท่ีตอแบบวาย
3. ตอตวั ตา นทานแบบเดลตา 4. วัดความตานทานทต่ี อแบบเดลตา
5. บนั ทกึ ขอ มลู ในการทดลอง 6. เขียนสรุปผลการทดลอง
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมีวนิ ยั ความรักสามัคคี ความคดิ รเิ ร่ิมสรา งสรรคแ ละความพึงพอใจผลงานทที่ ํา
เนอ้ื หาสาระ
7.1 การแปลงการตอตวั ตา นทานแบบวาย (Y) ใหเปนแบบเดลตา (Δ)
38
ก) ตัวตานทานตอแบบ Y ข) ตัวตานทานตอ แบบ Δ
ค) การแปลงการตอ แบบ Y ไปเปน แบบ Δ จดุ ตอยังเปน จุดเดมิ
รปู การแปลงการตอ ตวั ตา นทานแบบ Y ไปเปน แบบ Δ
จากรปู เขียนสมการการแปลงการตอตัวตา นทานแบบ Y ไปเปน แบบ Δ ไดดังน้ี
RA = R1R2 + R2R3 + R3R1
RB = R1R 2 + RRR2 R12 3 + R 3R1
RC = R1R 2 + RR2 R3 3 + R 3R1
7.2 การแปลงการตอตวั ตา นทานแบบเดลตา (Δ) ใหเ ปน แบบวาย (Y)
39
ก) ข)
รปู การแปลงการตอตัวตา นทานแบบ เดลตา (Δ) ใหเปนแบบวาย (Y)
การแปลงการตอตวั ตา นทานแบบเดลตา (Δ)ใหเปน แบบวาย (Y) จะใชส มการตอ ไปน้ี
R1 = RA +RRB RB C RC
+
R2 = RA +RRA RB C RC
+
R3 = RA +RRA RB B RC
+
ขอ สังเกต ตัวเศษคอื ผลคูณของดา นประชิด R ทีต่ อ งการหาคา เชน R1 ที่จุด a แบบ Y ดานประชิดท่ีจุด
a แบบ Δ คือ RB และ RC สําหรบั ตัวสวนนน้ั คือผลบวกของ R ที่ประกอบเปนแบบ Δ
กจิ กรรมการเรยี นรู (สัปดาหท่ี 8/18, คาบที่ 29–32/72)
1. ครขู านช่ือผเู รยี น เตรยี มความพรอมกอนเขาเรยี น
2. ครูทบทวนเน้ือหาโดยยอเร่อื ง วงจรแบงแรงดัน วงจรแบงกระแส
3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี นหนวยท่ี 7
4. ข้ัน M ครูนาํ เขาสูบทเรยี นเรอ่ื ง วาย-เดลตา และครูแจงจดุ ประสงคก ารเรียน
5. ขนั้ I ครูสอนเน้ือหาสาระ
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอเสนอแนะการทํางานกลมุ
7. ข้ัน P นักเรียนทดลองตามใบงานท่ี 7 เรื่อง การตอตัวตานทานแบบวาย–เดลตา ครูและนักเรียน
รวมกนั เฉลยแบบฝกหดั ตามกลุม และรวมอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครูมอบหมายการบาน
9. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี นหนวยท่ี 7
40
ส่อื และแหลง การเรยี นรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 7, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลงั เรยี น
2. แหลงการเรยี นรู หนังสอื วารสารเก่ยี วกับการตอตัวตา นทานแบบวาย–เดลตา, อินเทอรเ น็ต
www.google.com
การวดั และการประเมินผล
การวัดผล การประเมินผล
(ใชเครอ่ื งมอื ) (นาํ ผลเทยี บกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรียน (Pre–test) หนว ยที่ 7 (ไวเปรยี บเทยี บกบั คะแนนสอบหลงั เรยี น)
2. แบบสงั เกตการทาํ งานกลมุ และนําเสนอผลงานกลมุ เกณฑผ าน 60%
3. แบบฝก หัดหนวยท่ี 7 เกณฑผ าน 50%
4. แบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนว ยที่ 7 เกณฑผาน 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผาน 60%
งานทมี่ อบหมาย
งานทมี่ อบหมายนอกเหนอื เวลาเรียน ใหทาํ แบบฝกหัดขอ ทเี่ หลอื จากทาํ ในชัน้ เรยี นใหเรียบรอ ย
ถกู ตอง สมบูรณ
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสําเร็จของผเู รยี น
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝกหัดหนว ยที่ 7 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 7 เรอ่ื งการตอ ตวั ตานทานแบบวาย–เดลตา และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว ยที่ 7 และผา นเกณฑ
เอกสารอางอิง
1. ธาํ รงศกั ด์ิ หมินกาหรมี . วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบรุ ี: ศูนยห นังสอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
41
บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจัดการเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนกั เรียน ครูผูสอน
42
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 8 หนว ยท่ี 8
ชอ่ื วิชา วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชอ่ื หนว ย วงจรบริดจ สอนครง้ั ที่ 9/18
ช่อื เรือ่ ง วงจรบริดจ จาํ นวน 4 คาบ
หวั ขอ เรือ่ ง
8.1 วงจรบริดจใ นสภาวะสมดลุ
8.2 วงจรบรดิ จในสภาวะไมสมดุล
8.3 สรปุ สาระสาํ คญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรูเกยี่ วกบั วงจรบริดจ
2. ปฏิบตั กิ ารตอวงจร วดั และทดสอบคา ในวงจรบรดิ จ
จุดประสงคการปฏิบตั ิ
ดานความรู
1. อธิบายการเกดิ สภาวะวงจรบรดิ จสมดุล
2. อธิบายการเกดิ สภาวะวงจรบรดิ จไมสมดุล
3. คาํ นวณหาคา กระแสไฟฟา แรงดนั ไฟฟา และความตา นทานไฟฟา ของวงจรบริดจในสภาวะสมดุล
4. คาํ นวณหาคาความตานทานเพ่ือปรบั ใหว งจรบรดิ จไมสมดลุ เปนวงจรบรดิ จสมดุล
ดา นทกั ษะ
1. ตอ วงจรบริดจใ นสภาวะสมดุลและไมสมดุล
2. วัดความตา นทานของวงจรบรดิ จใ นสภาวะสมดุลและไมสมดุล
3. วดั แรงดันไฟฟา และกระแสไฟฟา ของวงจรบริดจใ นสภาวะสมดลุ และไมส มดุล
4. เขียนสรปุ ผลการทดลอง
ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกถึงความมีวนิ ยั ความสนใจใฝรู ความคดิ รเิ ริ่มสรางสรรคและความพงึ พอใจในผลงานท่ีทํา
43
เน้อื หาสาระ
8.1วงจรบรดิ จในสภาวะสมดุล
R 1 = R 3
R 2 R 4
หรอื R1R4 = R2R3
หรือ R3 = RR1R2 4
8.2 วงจรบรดิ จใ นสภาวะไมส มดลุ R 3
RR12 ≠ R 4
กจิ กรรมการเรยี นรู (สัปดาหท ี่ 9/18, คาบท่ี 33–36/72)
1. ครขู านชอื่ ผูเ รยี น เตรียมความพรอมกอนเขาเรยี น
2. ครทู บทวนเนอื้ หาโดยยอ เรื่อง วาย-เดลตา
3. นักเรียนทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนหนว ยที่ 8
4. ข้นั M ครูนําเขาสูบทเรยี นเรือ่ ง เครื่องวดั แบบวติ สโตนบรดิ จ และครูแจงจุดประสงคก ารเรยี น
5. ข้ัน I ครสู อนเน้ือหาสาระ
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอ เสนอแนะการทาํ งานกลุม
7. ขั้น P นักเรียนทดลองตามใบงานที่ 8 เร่ือง วงจรบริดจ ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัด
ตามกลุม และรวมอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครูมอบหมายการบาน
9. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหนว ยที่ 8
44
สอ่ื และแหลงการเรียนรู
1. ส่ือการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยที่ 8, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรียน และหลังเรยี น
2. แหลงการเรียนรู หนงั สอื วารสารเก่ยี วกับวงจรบรดิ จ, อินเทอรเ นต็ www.google.com
การวัดและการประเมนิ ผล
การวัดผล การประเมินผล
(ใชเ ครือ่ งมือ) (นําผลเทียบกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre–test) หนว ยท่ี 8 (ไวเปรียบเทยี บกบั คะแนนสอบหลังเรียน)
2. แบบสงั เกตการทาํ งานกลมุ และนําเสนอผลงานกลมุ เกณฑผาน 60%
3. แบบฝกหดั หนว ยท่ี 8 เกณฑผ าน 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 8 เกณฑผ าน 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผ า น 60%
งานที่มอบหมาย
งานท่ีมอบหมายนอกเหนือเวลาเรียน ใหท าํ แบบฝกหดั ขอ ทีเ่ หลอื จากทาํ ในชน้ั เรยี นใหเ รียบรอ ย
ถกู ตอ ง สมบรู ณ
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสาํ เรจ็ ของผูเรียน
1. ผลการทาํ และนาํ เสนอแบบฝก หดั หนว ยท่ี 8 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 8 เรอ่ื งวงจรบรดิ จ และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนวยท่ี 8 และผานเกณฑ
เอกสารอางอิง
1. ธํารงศกั ดิ์ หมินกา หรมี . วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศูนยหนงั สอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
45
บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจัดการเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนกั เรียน ครูผูสอน
46
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 9 หนวยที่ 9
ชอื่ วชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชอื่ หนวย วิธกี ระแสเมช สอนคร้งั ที่ 10/18
ชอ่ื เรื่อง วิธกี ระแสเมช จํานวน 4 คาบ
หวั ขอเรื่อง
9.1 แนวคิดของวธิ กี ระแสเมช
9.2 การนําวิธีกระแสเมชมาใชแ กปญ หาวงจรไฟฟา
9.3 สรุปสาระสาํ คญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู กย่ี วกบั วธิ ีกระแสเมช
2. ปฏบิ ัตกิ ารตอวงจร วัด และทดสอบคาดว ยวธิ ีกระแสเมช
จุดประสงคการปฏิบัติ
ดา นความรู
1. บอกความหมายของวธิ ีกระแสเมช
2. บอกวิธกี ารของการแกปญหาวงจรไฟฟา ดว ยวธิ กี ระแสเมช
3. เขียนสมการเมชจากวงจรไฟฟาทีก่ ําหนด
4. คาํ นวณคา ในวงจรไฟฟา ดว ยวิธีกระแสเมช
ดานทกั ษะ
1. ตอ วงจรการทดลองวิธกี ระแสเมช
2. วดั แรงดนั ไฟฟาในวงจรการทดลองวธิ ีกระแสเมช
3. วดั กระแสไฟฟาในวงจรการทดลองวธิ ีกระแสเมช
4. บันทกึ ขอ มลู ในการทดลองวิธกี ระแสเมช
5. เปรยี บเทยี บขอ มูลในการทดลองวธิ กี ระแสเมช
6. เขียนสรปุ ผลการทดลองวธิ กี ระแสเมช
ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ ความเช่อื มั่นในตนเองและความซือ่ สัตยส ุจริต
47
เนือ้ หาสาระ
9.1 แนวคิดของวธิ ีกระแสเมช
การนําวิธกี ระแสเมชหรอื กระแสลปู มาใชแกป ญ หาวงจรไฟฟา มวี ธิ ีการ ดงั นี้
1. กําหนดกระแสไฟฟาในแตละรอบวงปด จะใหตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกาก็ได
แสดงตวั อยางดังรปู ใชส ัญลักษณข องกระแสเมช คือ I1 หรือ I2 (จํานวนกระแสเมชตองเทากับจํานวนลูปของ
วงจร) ในลปู ABEF หรอื ลูป 1 กําหนดให I1 ไหล สว นในลูป DEBC หรือลปู 2 กําหนดให I2 ไหล
2. ระบุเคร่ืองหมายข้ัวแรงดันไฟฟาตกครอมตัวตานทานในแตละลูปตามทิศทางของ
กระแสไฟฟาที่กําหนดข้ึนท่ีไหลผานตัวตานทานแตละตัวโดยใชหลักวาเมื่อกระแสไฟฟาไหลเขาสู
ตัวตานทานใดใหใสเคร่ืองหมายบวกไวหนาตัวตานทานตัวน้ันและใสเคร่ืองหมายลบไวหลังตัวตานทานที่
กระแสไฟฟาไหลออก (หรือจะกลาววาแรงดันไฟฟาตกครอมตัวตานทานในลูปใดท่ีกําหนดกระแสไฟฟา
ไหลวนในลูปนนั้ มีเครอ่ื งหมายบวกเสมอ) แสดงดังรูป
รปู การกาํ หนดกระแสไฟฟา ในแตล ะรอบวงปด
3. เขียนสมการแรงดันไฟฟาโดยใชกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟ (KVL) ในลูปที่กําหนด
ซ่งึ เปนการรวมแรงดันไฟฟา ในลปู ถาพบเครือ่ งหมายบวกใหใ สเครอ่ื งหมายบวกไวห นา แรงดันไฟฟา และถา
พบเคร่ืองหมายลบใหใสเคร่ืองหมายลบไวหนาแรงดันไฟฟา (ถาทิศทางกระแสเมชไลเขาหาขั้วบวกของ
แหลงจายไฟฟาใหใสเครื่องหมายบวก และถาไลเขาหาข้ัวลบใหใสเครื่องหมายลบ) แสดงการเขียนสมการ
แรงดันไฟฟา (สมการเมช) ของรูป ดงั นี้
48
ไลเขา หาขวั้ ลบของแหลง จา ย
ลปู 1 ; + I1 R1 + (I1 – I2) R3 – E1 = 0
ไลเ ขาหาขัว้ บวกของแหลงจาย
ลปู 2 ; + (I2 – I1) R3+ I2R2 + E2 = 0
แรงดันไฟฟาทีต่ กครอ มตัวตานทานท่ีเกิดจากกระแสไฟฟาจากลูปอ่นื ไหลผาน
ถา ทศิ ทางของกระแสไฟฟาในลูปท้งั สองที่สมั ผสั กันสวนทางกนั ใหม ีเครอื่ งหมาย –
ถาตามกนั ใหม ีเครื่องหมาย + จากตัวอยางนี้ I1 และ I2 ไหลสวนทางกัน
4. แทนคา ความตา นทานหรอื คาอืน่ ทปี่ รากฏในวงจรไฟฟาลงในสมการแรงดันไฟฟา
5. แกสมการหากระแสไฟฟาตัวที่ไมทราบคา [ถากระแสไฟฟาที่ไดมีคาเปนลบแสดงวา การ
กําหนดทิศทางในขอ 1) ตรงกนั ขามกบั ทศิ ทางท่กี ระแสไฟฟาไหลจรงิ ]
9.2 การนําวธิ ีกระแสเมชมาใชแ กปญหาวงจรไฟฟา
จากรปู จงหาคากระแสไฟฟา ทุกสาขา โดยใชวิธกี ระแสเมช
R1 R3
2 R2 2 4
E1 6 V
E2 4 V E3 2 V
วิธีทํา ข้นั ที่ 1 กาํ หนดกระแสเมช I1 และ I2 ดงั รปู
ข้นั ท่ี 2 กาํ หนดข้ัวแรงดนั ไฟฟา ทตี่ วั ตานทานตามทิศทางกระแสเมช ดงั รปู
(จะสงั เกตวา R2 มีข้วั แรงดันไฟฟา ที่แตกตา งกัน เพราะวา กระแสเมชสวนทางกนั )
ขั้นท่ี 3 เขียนสมการเมช (หรือสมการแรงดันไฟฟาตามกฎแรงดันไฟฟาของเคอร-
ชอฟฟ (KVL) จะเปน สมการเชิงเสน ) ไดสมการดงั นี้
49
ลูป I1 : (R1+ R2) I1– R2I2+ E2 – E1 = 0
ลปู I2 : – R2 I1+ (R2 + R3) I2 – E3 – E2 = 0
ขั้นท่ี 4 แทนคา ทีท่ ราบในวงจรลงในสมการเมช
ลปู I1 : (2 + 2)I1 – 2I2 + 4 – 6 = 0 ................................ (1)
4I1 – 2I2 – 2 = 0 ................................ (2)
ลปู I2 : – 2I1 + (2 + 4)I2 – 2 – 4 = 0
– 2I1 + 6I2 – 6 = 0
สมการที่ (1) และ (2) เขยี นสมการใหม จะได
4I1 –2 I2 = 2 ................................ (3)
–2I1 + 6 I2 = 6 ................................ (4)
ขน้ั ที่ 5 แกส มการโดยใชด เี ทอรมแิ นนต จากสมการท่ี (3) และ (4) จะได
2 −2
I1 = 6 6 = 12 +12 = 24 = 1.2 A ตอบ
4 −2 24 − 4 20
−2 6
42
I2 = −2 6 = 24 + 4 = 28 = 1.4 A ตอบ
4 −2 24 − 4 20
−2 6
จะเห็นไดวากระแสไฟฟาท่ีไหลผาน R1 คือ I1 และกระแสไฟฟาไหลผาน R3 คือ I2 แตในสาขา
R2 จะพบวา เปน ลูปท่ีเก่ยี วของกับลปู อ่ืน ดังนัน้ กระแสไฟฟา ทไ่ี หลผา น R2 คอื
IR2 = I2 – I1
= 1.4 – 1.2
IR2 = 0.2 A (มที ิศทางขึ้นตามทศิ ทางของ I2) ตอบ
กจิ กรรมการเรยี นรู (สัปดาหท่ี 10/18, คาบท่ี 37–40/72)
1. ครขู านชื่อผเู รยี น เตรียมความพรอมกอนเขาเรยี น
2. ครทู บทวนเนื้อหาโดยยอเรอ่ื ง วงจรบรดิ จ
3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอนเรียนหนวยที่ 9
4. ขั้น M ครนู ําเขา สบู ทเรยี นเรื่อง กระแสเมช และครแู จง จดุ ประสงคก ารเรียน
5. ขัน้ I ครูสอนเนอื้ หาสาระ
50
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอเสนอแนะการทาํ งานกลมุ
7. ขนั้ P นกั เรียนทดลองตามใบงานที่ 9 เร่ือง วิธีกระแสเมช ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยแบบฝกหัด
ตามกลุม และรวมอภิปรายผลจากการทดลอง
8. ครมู อบหมายการบาน
9. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหนวยที่ 9
สอ่ื และแหลงการเรยี นรู
1. ส่ือการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยที่ 9, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรียน และหลงั เรยี น
2. แหลง การเรยี นรู หนงั สอื วารสารเก่ยี วกบั วิธกี ระแสเมช, อนิ เทอรเ น็ต www.google.com
การวัดและการประเมินผล
การวดั ผล การประเมินผล
(ใชเครอ่ื งมือ) (นาํ ผลเทยี บกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรียน (Pre–test) หนว ยที่ 9 (ไวเปรียบเทยี บกบั คะแนนสอบหลงั เรียน)
2. แบบสงั เกตการทํางานกลมุ และนําเสนอผลงานกลุม เกณฑผาน 60%
3. แบบฝกหัดหนวยที่ 9 เกณฑผ าน 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หนว ยที่ 9 เกณฑผ า น 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผ าน 60%
งานทม่ี อบหมาย
งานทีม่ อบหมายนอกเหนอื เวลาเรยี น ใหทาํ แบบฝกหัดขอ ทเ่ี หลอื จากทาํ ในช้นั เรยี นใหเรียบรอย
ถกู ตอ ง สมบูรณ
ผลงาน/ช้นิ งาน/ความสําเร็จของผเู รยี น
1. ผลการทําและนาํ เสนอแบบฝก หัดหนว ยที่ 9 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 9 เรือ่ งวิธกี ระแสเมช และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หนว ยท่ี 9 และผา นเกณฑ
เอกสารอา งองิ
ธาํ รงศกั ด์ิ หมนิ กาหรีม. วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002. (2556).
นนทบรุ :ี ศนู ยห นงั สอื เมอื งไทย.
51
บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจัดการเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนกั เรียน ครูผูสอน
52
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 10 หนวยท่ี 10
ชื่อวิชา วงจรไฟฟากระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ช่ือหนวย วธิ ีแรงดนั โนด สอนครั้งท่ี 11/18
ชอื่ เร่ือง วธิ แี รงดันโนด จํานวน 4 คาบ
หวั ขอ เรื่อง
10.1 แนวคิดของวิธีแรงดนั โนด
10.2 การนําวิธีแรงดันโนดมาใชแ กปญ หาวงจรไฟฟา
10.3 สรปุ สาระสําคัญ
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู กย่ี วกบั วิธแี รงดนั โนด
2. ปฏิบัติการตอวงจร วัด และทดสอบคาดวยวธิ แี รงดันโนด
จดุ ประสงคการปฏิบตั ิ
ดา นความรู
1. อธิบายความหมายของวธิ ีแรงดันโนด
2. บอกขน้ั ตอนการแกปญหาวงจรไฟฟาดว ยวธิ ีแรงดันโนด
3. เขยี นสมการโนดจากวงจรไฟฟา ทก่ี าํ หนดให
4. คาํ นวณคา ในวงจรไฟฟาดว ยวธิ แี รงดันโนด
ดา นทกั ษะ
1. ตอวงจรการทดลองดว ยวธิ ีแรงดนั โนด
2. วดั แรงดนั ไฟฟา ในวงจรดว ยวิธแี รงดันโนด
3. วดั กระแสไฟฟาในวงจรดว ยวธิ ีแรงดันโนด
4. บนั ทึกขอมลู การทดลองดวยวิธีแรงดันโนด
5. เปรียบเทียบขอมูลดว ยวธิ แี รงดนั โนด
6. เขียนสรปุ ผลการทดลองดว ยวิธีแรงดนั โนด
ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ความรบั ผิดชอบ ความเชอื่ มัน่ ในตนเองและความซอื่ สัตยสจุ ริต
53
เนือ้ หาสาระ
10.1 แนวคิดของวธิ ีแรงดนั โนด
การแกปญหาวงจรไฟฟาดวยวิธีแรงดันโนด (Node Voltage Method) หรือวิธีโนดจะอาศัย
กฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟ (KCL) เปนหลักในการแกปญหา วิธีแรงดันโนดเปนวิธีเปรียบเทียบ
แรงดันไฟฟาระหวางจุดที่มีความตางศักยไฟฟาซ่ึงจะตองเขาใจความหมายที่กําหนดในวงจร อธิบาย
ประกอบดังรูป
โนด R1 โนVดAA R1 โนดVBB
100 V 2 A R2 R3 4A
VC
ก) แสดงจุดโนด ข) แสดงจุดโนดหลกั และจดุ โนดอางองิ
รูป
โนด (Node) คอื จดุ ตอ ในวงจรไฟฟาระหวา งสวนประกอบของวงจร ดงั รูป
โนดหลัก (Principle Node or Major Node) คือ จุดตอในวงจรท่ีมีสาขาอยางนอย 2 สาขาขึ้นไป
จากรปู ข) โนดหลกั ไดแก โนด A และโนด B กําหนดช่อื โนดหลักเปน VA และ VB หรอื ใชตวั เลขกไ็ ด
โนดอางอิง (Reference Node) คือ โนดหลักท่ีถูกกําหนดใหแรงดันไฟฟามีคาเทากับศูนย ซึ่งเปน
จดุ อางอิงในวงจรทําหนาทีเ่ ปน กราวด จากรปู ข) โนดอางองิ คอื VC
แรงดันโนด (Node Voltage) คือ ความตางศักยระหวางโนดใด ๆ 2 จุด ซ่ึงกําหนดใหแรงดันโนดมีคา
สูงกวา แรงดันไฟฟา ทโ่ี นดอา งองิ เสมอ
10.1.1 ขั้นตอนการแกป ญหาวงจรไฟฟา ดวยวิธีแรงดันโนด
การนาํ วิธแี รงดนั โนดไปใชแกปญหาวงจรไฟฟา มีขนั้ ตอนดังนี้
1. กําหนดจํานวนโนดหลักในวงจรและเลือกโนดหลกั โนดใดโนดหน่งึ ใชเ ปน โนดอา งองิ
2. กําหนดทิศทางกระแสไฟฟาไหลเขาหรอื ไหลออกทจี่ ุดโนดหลกั ทุกจดุ ยกเวนโนดอา งองิ
3. เขยี นสมการกระแสไฟฟาตามกฎกระแสไฟฟาของเคอรชอฟฟ (KCL) ที่จุดโนดหลักทุก
จดุ ในวงจรโดยใช VRR แทนกระแสไฟฟา และเขยี นสมการโนด จะไดต ามสมการ
จํานวนสมการโนด = จาํ นวนโนด – 1
4. แทนคา ในสมการตามขอ 3 และแกส มการหาคาแรงดันโนดทีไ่ มทราบคา
54
5. ผลท่ีไดจากขอ 4 สามารถหาคากระแสไฟฟาท่ีไหลผานตัวตานทาน แรงดันไฟฟาตก
ครอ มตัวตา นทานแตละตัวและคาอน่ื ทีต่ อ งการทราบได
6. พสิ ูจนหรือตรวจสอบผลการคํานวณ (ถา ตอ งการ) จะใชกฎแรงดันไฟฟาของเคอรชอฟฟ
(KVL) ในวงจรไฟฟา ไดเ ชนเดียวกับวิธกี ระแสเมช
10.2 การนําวิธแี รงดนั โนดมาใชแ กปญหาวงจรไฟฟา
จากรูป จงหาคา กระแสไฟฟาทกุ สาขา โดยใชว ิธีแรงดันโนด
วธิ ที ํา ข้ันที่ 1: กําหนดจุดโนดหลัก ไดแก VA และกาํ หนดจุดโนดอางอิงไดแก VB
ขั้นท่ี 2: กําหนดทิศทางกระแสไฟฟาท่ีโนดหลักโดยใชกฎกระแสไฟฟาของ
เคอรชอฟฟ แสดงดังรปู
ขั้นท่ี 3: เขยี นสมการกระแสไฟฟา และเขยี นสมการโนด
โนด VA : I3 = I1 + I2
หรือ I3 – I1 – I2 = 0 (1)
จะได I1 = E1 − VA I2 = E 2 − VA
R1 R2
VA + E 3
และ I3 = R3
แทนคากระแสไฟฟาในเทอมของแรงดันไฟฟาตกครอมตัวตานทานในสมการที่ (1)
จะไดส มการโนด 1 สมการ เนื่องจากมโี นดหลกั เพยี งโนดเดยี ว คือ
VA + E 3 – E1 − VA – E 2 − VA =0 (2)
R3 R1 R2
55
ขั้นที่ 4: แทนคาแรงดันไฟฟาและความตานทานไฟฟาท่ีทราบคาในสมการท่ี (2)
และแกส มการหาคา แรงดนั โนดท่ไี มทราบคา
VA4+2 – 6−2VA – 4 −2VA = 0
นาํ 4 คูณตลอด จะได
(VA + 2) – (12 – 2VA) – (8 – 2VA) = 0
VA + 2 – 12 + 2VA – 8 + 2VA = 0
5VA – 18 = 0
18
VA = 5 = 3.6 V
ข้นั ท่ี 5 หาคา กระแสไฟฟาทไี่ หลผานตัวตานทานในวงจร
I1 = E1 − VA = 6 − 3.6
I1 = R1 2
2.4 = 1.2 A ตอบ
2 ตอบ
E 2 − VA ตอบ
I2 = R2 = 4 − 3.6
2
I2 = 0.2 A
VA + E 3
I3 = R3 = 3.6 + 2
I3 = 4
5.6
4 = 1.4 A
กจิ กรรมการเรยี นรู (สปั ดาหท่ี 11/18, คาบท่ี 41–44/72)
1. ครขู านชอื่ ผูเรียน เตรยี มความพรอมกอ นเขาเรียน
2. ครทู บทวนเนอ้ื หาโดยยอ เรื่อง วิธีกระแสเมช
3. นักเรียนทาํ แบบทดสอบกอนเรียนหนวยที่ 10
4. ข้ัน M ครนู าํ เขา สบู ทเรียนเรือ่ ง แรงดันโนด และครแู จง จุดประสงคการเรยี น
5. ขน้ั I ครูสอนเนื้อหาสาระ
6. ข้ัน A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอเสนอแนะการทํางานกลมุ
7. ขั้น P นักเรียนทดลองตามใบงานที่ 10 เร่ือง วิธีแรงดันโนด ครูและนักเรียนรวมกันเฉลย
แบบฝก หดั ตามกลมุ และรวมอภิปรายผลจากการทดลอง
8. ครูมอบหมายการบา น
9. นักเรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียนหนวยท่ี 10
56
สื่อและแหลงการเรียนรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยที่ 10, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรียน และหลงั เรยี น
2. แหลง การเรียนรู หนังสือ วารสารเกีย่ วกบั วิธแี รงดนั โนด, อินเทอรเ นต็ www.google.com
การวดั และการประเมนิ ผล
การวดั ผล การประเมนิ ผล
(ใชเคร่ืองมอื ) (นาํ ผลเทียบกบั เกณฑและแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ นเรียน (Pre–test) หนว ยท่ี 10 (ไวเ ปรียบเทยี บกบั คะแนนสอบหลังเรยี น)
2. แบบสังเกตการทํางานกลมุ และนําเสนอผลงานกลมุ เกณฑผ า น 60%
3. แบบฝก หัดหนวยท่ี 10 เกณฑผาน 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หนว ยที่ 10 เกณฑผาน 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ าน 60%
งานทม่ี อบหมาย
งานทม่ี อบหมายนอกเหนือเวลาเรยี น ใหท าํ แบบฝกหัดขอ ท่ีเหลือจากทาํ ในชน้ั เรยี นใหเ รยี บรอ ย
ถกู ตอง สมบรู ณ
ผลงาน/ช้นิ งาน/ความสาํ เรจ็ ของผเู รยี น
1. ผลการทาํ และนาํ เสนอแบบฝก หัดหนวยท่ี 10 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 10 เร่อื งวิธีแรงดนั โนด และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนวยที่ 10 และผา นเกณฑ
เอกสารอา งองิ
ธาํ รงศักดิ์ หมนิ กาหรมี . วงจรไฟฟา กระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศนู ยห นงั สือเมอื งไทย.
57
บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจัดการเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนกั เรียน ครูผูสอน
58
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 11 หนวยที่ 11
ชอื่ วชิ า วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชือ่ หนว ย ทฤษฎีการทับซอ น สอนครงั้ ท่ี 12/18
ชอื่ เรอื่ ง ทฤษฎกี ารทบั ซอ น จํานวน 4 คาบ
หัวขอเรื่อง
11.1 แนวคดิ ของทฤษฎีการทับซอ น
11.2 การนําทฤษฎีการทบั ซอ นมาใชแกป ญ หาวงจรไฟฟา
11.3 สรุปสาระสําคญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรเู กี่ยวกบั ทฤษฎกี ารทบั ซอ น
2. ปฏบิ ัติการตอ วงจร วัด และทดสอบคาดว ยทฤษฎีการทบั ซอน
จดุ ประสงคการปฏิบตั ิ
ดา นความรู
1. บอกความหมายของทฤษฎีการทบั ซอ น
2. บอกข้นั ตอนการนําทฤษฎีการทับซอ นมาใชแ กป ญ หาวงจรไฟฟา
3. คาํ นวณคาในวงจรไฟฟา โดยใชท ฤษฎีการทับซอ น
ดานทกั ษะ
1. ตอ วงจรการทดลองดวยทฤษฎีการทับซอ น
2. วดั กระแสไฟฟาในวงจรการทดลองทฤษฎีการทับซอน
3. บนั ทึกขอมลู ในการทดลองทฤษฎีการทบั ซอน
4. เขยี นสรุปผลการทดลองทฤษฎกี ารทับซอน
ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ความรบั ผิดชอบ ความเชือ่ ม่ันในตนเองและความซือ่ สัตยสุจริต
เนือ้ หาสาระ
11.1 แนวคดิ ของทฤษฎีการทบั ซอ น
ขน้ั ตอนหาคากระแสไฟฟา หรอื แรงดนั ไฟฟา ของวงจรเชงิ เสนท่มี ีหลายแหลง จาย โดยหาคาคร้ัง
ละแหลงจายและใหแหลงจายที่เหลืออื่นเปนศูนย มีข้ันตอนกรณีวงจรไฟฟามี 2 แหลงจาย ดังน้ี (Floyd,
Thomas L., 2001: 259)
1. กําหนดใหมีแหลงจายครั้งละ 1 แหลงจาย แหลงจายท่ีเหลืออื่นเปนศูนย ถาเปนแหลงจาย
แรงดันไฟฟาใหลัดวงจร (ความตานทานที่ข้ัวลัดวงจรเปนศูนย) และถาเปนแหลงจายกระแสไฟฟาใหเปด-
59
วงจร แลว จงึ หาคากระแสไฟฟา หรอื แรงดนั ไฟฟา ตามโจทยกาํ หนด จากแหลงจา ย 1 แหลง จา ย ครั้งท่ี 1 ดังรูป
ท่ี 11.1–11.2
E ลัดวงจร I เปดวงจร
ก) แหลงจายแรงดนั ไฟฟา ใหลัดวงจร ข) แหลงจายกระแสไฟฟาใหเ ปด วงจร
รูปที่ 11.1 การนําแหลง จายออกจากวงจรเพ่ือใหแหลง จายเปน ศูนย
ก) จุดทม่ี ีแหลงจายแรงดนั ไฟฟา ใหลดั วงจร ข) จุดทม่ี ีแหลงจา ยกระแสไฟฟาใหเปดวงจร
รปู ท่ี 11.2 ตัวอยา งผลจากการนําแหลงจายออกจากวงจร
2. กําหนดแหลงจายครั้งที่ 2 ตอเขาไปในวงจรที่จุดเดิม ที่แหลงจายท่ีกําหนดคร้ังที่ 1 ใหเปน
ศนู ยแ ลว จงึ หาคากระแสไฟฟา หรือแรงดันไฟฟา ตามโจทยก าํ หนด จากแหลงจาย 1 แหลงจาย คร้งั ท่ี 2
3. นําคากระแสไฟฟา หรอื แรงดันไฟฟา จากครัง้ ที่ 1 และคร้ังที่ 2 มารวมกันทางพชี คณติ จะได
กระแสไฟฟาหรือแรงดันไฟฟาตามโจทยต องการ
จากข้ันตอนการประยุกตใชทฤษฎีการทับซอน อธิบายประกอบดังรูปท่ี 11.3 ซ่ึงเปนวงจร
ผสมท่ีมี 2 แหลง จาย ดังน้ี (Floyd, Thomas L., 2001: 260)
ก) ปญหาคอื ตอ งการหาคา I2 ข) ลดั วงจร E2 ใหค วามตานทานเปน ศนู ย
60
R1 R3 R1 R3
E1 I1 R2 E1 R2 I′2
ค) หาคา RT1 และ I1 มองจาก E1 ง) หาคา I′2 โดยประยกุ ตใ ชก ฎการแบง กระแสไฟฟา
RT1 = R1 + R2//R3 และ I1 = E1/RT1 I′2 = R2R+3R3 × I1
R1 R3 R1 R3
R2 E2 R2 I3 E2
จ) ลดั วงจร E1 ใหค วามตานทานเปน ศนู ย ฉ) หาคา RT2 และ I3 มองจาก E2
RT2 = R3 + R1//R2 และ I3 = E2/RT2
R1 R3 R1 R3
R2 I′2′ E2 E1 I′2 I′2′ E2
ช) หาคา I′2′ โดยประยกุ ตใ ชก ฎการแบงกระแสไฟฟา ซ) แหลง จา ยวงจรเดิมมีกระแสไฟฟา ไหล 2 คา
I′2′ = R1R+1R2 × I3
มีทศิ ทางเดยี วกันดังน้นั I2 = I′2 + I′2′
รูปท่ี 11.3 การประยุกตใชทฤษฎกี ารทบั ซอน
11.2 การนําทฤษฎกี ารทับซอนมาใชแกปญหาวงจรไฟฟา
จากรปู จงหาคา กระแสไฟฟาและแรงดนั ไฟฟา ตกครอ ม R2โดยใชท ฤษฎกี ารทับซอ น
R1 R3
100 100
E1 10V R2 100 E2 5 V
วิธีทาํ ข้ันที่ 1 ลัดวงจร E2 เพื่อหาคากระแสไฟฟาท่ีไหลผาน R2 ท่ีเกิดจากแหลงจาย E1 และ
ประยกุ ตใชก ฎการแบงกระแสไฟฟา ดังรูป
61
R1 R3
E1 I1 100 I′2 100
10 V R2 100
RT1 = R1 + R2 = 100 + 100 = 150 Ω
2 2
I1 = RET11 10
= 150 = 0.0667 A
ประยกุ ตใ ชกฎการแบง กระแสไฟฟาเพอื่ หาคา I′2 โดยที่ I1 = 0.0667 A = 66.7 mA
I′2 = ⎜⎛ R3 ⎞⎟ × I1 = 100 × 66.7
⎝ R2 +R3 ⎠ 200
I′2 = 6670 = 33.35 mA
200
ข้นั ท่ี 2 ลดั วงจร E1 เพื่อหาคา กระแสไฟฟา ท่ีไหลผาน R2ทเ่ี กดิ จากแหลงจา ย E2 และ
ประยกุ ตใ ชกฎการแบง กระแสไฟฟา ดังรปู
R1 R3
100 I′2′ 100 I3
R2 100 E2 5 V
RT2 = R3 + R21 = 100 + 100 = 150 Ω
I3 = RET22 2 = 0.0333 A
5
= 150
ประยกุ ตใ ชก ฎการแบง กระแสไฟฟาเพื่อหาคา I′2′โดยที่ I3 = 0.0333 A = 33.3 mA
I′2′ = ⎜⎛ R1R+1R 2 ⎟⎞ × I3 = 100 × 33.3
⎝ ⎠ 200
I′2′ = 3330 = 16.75 mA
200
ขั้นท่ี 3 นําคากระแสไฟฟาจากคร้ังที่ 1 และคร้ังท่ี 2 มารวมกันทางพีชคณิตจะได
กระแสไฟฟาทไี่ หลผา น R2
I2 = I′2 + I′2′ = 33.35 + 16.75
I2 = 50 mA ตอบ
แรงดันไฟฟาตกครอม R2 จะได
62
V2 = I2 × R2 = 50× 100
V2 = 5 V
ตอบ
กิจกรรมการเรียนรู (สปั ดาหท่ี 12/18, คาบท่ี 44–48/72)
1. ครขู านชอื่ ผเู รียน เตรยี มความพรอ มกอ นเขาเรียน
2. ครทู บทวนเนอ้ื หาโดยยอเร่อื ง วิธีแรงดันโนด และนกั เรยี นสงการบาน
3. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี นหนว ยท่ี 11
4. ข้นั M ครูนาํ เขา สบู ทเรยี นเร่ือง การทบั ซอน และครูแจง จดุ ประสงคการเรยี น
5. ขัน้ I ครูสอนเนื้อหาสาระ
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุมๆ ละ 1 ขอ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัดครูจะสังเกตและให
ขอ เสนอแนะการทํางานกลุม
7. ขั้น P นักเรียนทดลองตามใบงานท่ี 11 เร่ือง ทฤษฎีการทับซอน ครูและนักเรียนรวมกันเฉลย
แบบฝก หัดตามกลมุ และรวมอภปิ รายผลจากการทดลอง
8. ครมู อบหมายการบาน
9. นักเรยี นทําแบบทดสอบหลังเรยี นหนวยที่ 11
สอ่ื และแหลงการเรียนรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยท่ี 11, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรยี น และหลงั เรียน
2. แหลง การเรียนรู หนังสอื วารสารเกย่ี วกับทฤษฎีการทบั ซอ น, อนิ เทอรเ นต็ www.google.com
การวัดและการประเมินผล
การวดั ผล การประเมินผล
(ใชเ คร่ืองมือ) (นําผลเทียบกบั เกณฑแ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ นเรียน (Pre–test) หนว ยที่ 11 (ไวเ ปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลงั เรียน)
2. แบบสังเกตการทํางานกลมุ และนาํ เสนอผลงานกลุม เกณฑผ า น 60%
3. แบบฝกหดั หนวยท่ี 11 เกณฑผ า น 50%
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว ยท่ี 11 เกณฑผา น 50%
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผาน 60%
63
งานที่มอบหมาย
งานที่มอบหมายนอกเหนือเวลาเรยี น ใหท าํ แบบฝก หดั ขอ ทเ่ี หลอื จากทาํ ในชนั้ เรยี นใหเ รยี บรอ ย
ถูกตอ ง สมบูรณ
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสาํ เร็จของผูเรยี น
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝก หัดหนวยที่ 11 และผา นเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานที่ 11 เรือ่ งทฤษฎีการทบั ซอ น และผา นเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนวยที่ 11 และผานเกณฑ
เอกสารอางอิง
1. ธํารงศกั ดิ์ หมนิ กา หรมี . วงจรไฟฟา กระแสตรง รหสั วชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบรุ :ี ศูนยหนังสอื เมอื งไทย.
2. Baker, Tim. (2002). Experiments in DC/AC Circuits with Concepts.
3. Boylestad, Robert. (2003). Introductory Circuit Analysis.
4. Cook, Nigel P. (2004). Electronic. A Complete Course.
5. . (2005). Introductory DC/AC Circuits
6. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
64
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
65
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 12 หนว ยท่ี 12
ชื่อวชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002 เวลาเรียนรวม 72 คาบ
ชอ่ื หนวย ทฤษฎีเทเวนนิ สอนครงั้ ท่ี 13–14/18
ชือ่ เรอ่ื ง ทฤษฎีเทเวนนิ จํานวน 8 คาบ
หวั ขอ เรื่อง
12.1 แนวคดิ ของทฤษฎเี ทเวนนิ
12.2 การนาํ ทฤษฎีเทเวนนิ มาใชแ กป ญ หาวงจรไฟฟา
12.3 สรุปสาระสําคญั
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรูพน้ื ฐานเก่ียวกับทฤษฎีเทเวนนิ
2. ปฏบิ ตั ิการตอวงจร วดั และทดสอบคา ดว ยทฤษฎีเทเวนิน
จุดประสงคการปฏิบัติ
ดานความรู
1. อธบิ ายความหมายของทฤษฎเี ทเวนิน
2. บอกขน้ั ตอนของการแกปญ หาวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฎเี ทเวนนิ
3. คํานวณคา ในวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฎีเทเวนนิ
ดานทักษะ
1. ตอวงจรการทดลอง 2. วดั ความตา นทานเทเวนนิ
3. วดั แรงดนั เทเวนนิ 4. ตอวงจรสมมลู เทเวนิน
5. บนั ทึกขอมูลในการทดลองทฤษฎเี ทเวนนิ 6. เปรียบเทียบขอมูลในการทดลองทฤษฎีเทเวนิน
7. เขียนสรปุ ผลการทดลองทฤษฎเี ทเวนิน
ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มนั่ ในตนเองและความซอ่ื สตั ยสุจริต
เน้ือหาสาระ
12.1 แนวคดิ ของทฤษฎีเทเวนิน
ข้ันตอนการแกปญหาวงจรไฟฟาโดยการกลับวงจรเดิมไปเปนวงจรสมมูลเทเวนิน
มขี ั้นตอนดงั น้ี
1. ปลดโหลดทีต่ อ งการหาคา ออกจากวงจรเหลือไวเ พียงขัว้ ทีถ่ กู เปดวงจร
2. ใหสัญลักษณที่ข้ัวท่ีถูกเปดวงจรท้ัง 2 ข้ัว อาจกําหนดสัญลักษณเปน A–B หรือ a–b หรือ
x–y หรอื อน่ื ๆ ทตี่ อ งการใช
66
3. แหลงจายใด ๆ ในวงจรตองปรับใหเปนศูนย น่ันคือ แหลงจายแรงดันไฟฟาจะตอง
ลัดวงจร (ศูนยโวลต) และแหลงจา ยกระแสไฟฟาตองเปด วงจร (ศนู ยแอมแปร)
4. คํานวณคาความตานทานเทเวนิน (RTh) โดยคํานวณความตานทานไฟฟาท่ีมองระหวาง 2
ขว้ั (อาจจะตองเขียนวงจรใหมใหอยูใ นรูปอยางงา ย)
5. นําแหลงจายจากข้ันตอนที่ 3 มาตอในวงจรเหมือนเดิม และคํานวณแรงดันเทเวนิน (ETh)
โดยอาศัยวิธีการท่ีไดศึกษาจากหนวยการเรียนตอนตน เชน ใชวิธีกระแสเมช กฎการแบงแรงดันไฟฟา กฎ–
ของเคอรช อฟฟ เปนตน
6. เขียนวงจรสมมูลเทเวนินโดยนํา ETh และ RTh มาตออนุกรม และนําโหลดท่ีปลดออกใน
ข้นั ท่ี 1 มาตอระหวา งขัว้ 2 ข้ัว อีกครง้ั เพื่อแกปญหาทีต่ องการตอไป
ก) ETh = R1 + RR23 + R3 × E ข) RTh = R3 //(R1+R2) ค) วงจรสมมลู เทเวนิน
12.2 การนําทฤษฎีเทเวนนิ มาใชแ กปญ หาวงจรไฟฟา
จากรูป จงหาคา กระแสไฟฟา ที่ไหลผา น RL ที่คา 2 โอหม 10 โอหม และ 100 โอหม
โดยใชท ฤษฎีเทเวนนิ (Boylested, Robert. 2003: 324)
วิธีทํา ขน้ั ท่ี 1 ปลด RL ออกจากวงจร a
ขนั้ ที่ 2 กําหนดข้วั a–b ดูรูป b
R1
3
E 9V R2 6
67
ขนั้ ท่ี 3 ปรบั แหลง จา ยใหเปน ศูนย (ถาเปน แหลง จายแรงดันไฟฟา ใหลดั วงจร ถา เปน
แหลง จายกระแสไฟฟาใหเปดวงจร) ดังรูป
R1 a
ลดั วงจรแหลงจาย 3 RTh
แรงดันไฟฟา R2 6 b
ข้นั ท่ี 4 หาความตานทานเทเวนนิ ระหวา งขวั้ a–b (R1//R2) ดังรปู
RTh = R1R2 = 3×6
R1 + R2 3+6
RTh = 18 = 2Ω
9
ขนั้ ที่ 5 นําแหลงจา ยมาตอ และหา ETh ดังรปู
R1 a R1 V
E ET h
3 ET h
b R2
E 9V R2 6
ก) หา ETh ข) แสดงการวัดหา ETh
ประยุกตใชก ฎการแบงแรงดนั ไฟฟา เพ่ือหา ETh
⎛⎜⎝ RRT2 ⎠⎟⎞× E =
ETh = 6 ×9
3+6
ETh = 54 = 6V
9
ขัน้ ท่ี 6 เขียนวงจรสมมลู เทเวนนิ โดยนาํ ETh และ RTh มาตออนุกรมและนํา RL มา
ตอเพื่อหาคา ทต่ี องการไดดงั รปู
68
หาคา กระแสไฟฟาทีไ่ หลผา น RL ก็คือ IL และประยกุ ตใชก ฎของโอหม
E Th 6
ท่ี RL = 2 Ω : IL = R R L = 2+2
IL = 6 Th +
4 = 1.5 A ตอบ
ตอบ
ท่ี RL = 10 Ω : IL = R E Th R L = 6 ตอบ
IL = 6 2 +10
Th +
12 = 0.5 A
ท่ี RL = 100 Ω : IL = R6ThE+ThR L = 6
IL = 102 2 +100
= 0.059 A
กิจกรรมการเรียนรู (คร้งั ที่ 13/18, คาบที่ 49–52/72)
1. ครขู านชอ่ื ผูเรียน เตรียมความพรอ มกอนเขา เรยี น
2. ครทู บทวนเนอ้ื หาโดยยอ เรื่อง ทฤษฎีการทบั ซอ น และนักเรยี นสง การบาน
3. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวยท่ี 12
4. ขัน้ M ครูนําเขา สบู ทเรียน และครูแจงจุดประสงคการเรียน
5. ข้นั I ครสู อนเนือ้ หาสาระทฤษฎเี ทเวนนิ ทง้ั หมด โดยบรรยาย ถามตอบประกอบสื่อเพาเวอรพอยด
6. ขั้น A นักเรียนทําแบบฝกหัดเปนกลุม ๆ ละ 1 ขอ ตามความสมัครใจ ขณะนักเรียนทําแบบฝกหัด
ครูจะสังเกตการทาํ งานกลมุ
7. ข้ัน P ครแู ละนักเรยี นรวมกนั เฉลยแบบฝก หดั ตามกลุม และรว มอภปิ รายสรปุ บทเรยี น
8. ครมู อบหมายใหท ําแบบฝก หดั ขอ ท่เี หลือจากการทําในชัน้ เรียนเปน การบา น
กจิ กรรมการเรียนรู (ครัง้ ท่ี 14/18, คาบท่ี 53–56/72)
1. ครขู านชอื่ นกั เรยี น เตรยี มความพรอมกอนเขา เรยี น
2. ครทู บทวนเนอื้ หา จากการสอนคร้งั ท่ี 13 โดยการถามตอบและนักเรยี นสง การบา น
3. ข้ัน M ครูนาํ เขา สบู ทเรียน และครูแจงจดุ ประสงคการเรียน
4. ขั้น I ครูสอนสรุปเน้อื หาสาระเก่ยี วกับทฤษฎีเทเวนิน
69
5. ข้ัน A นักเรียนทาํ ตามใบงานที่ 12 เรอื่ งทฤษฎีเทเวนิน เปน กลมุ ขณะนักเรียนทําการทดลองครูจะ
สังเกตการทํางานกลมุ และประเมินผล
6. ขนั้ P นักเรยี นนาํ เสนอผลการทดลอง เปน รายกลมุ และรวมสรปุ ผล
7. นักเรียนเก็บเครอ่ื งมือและทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น
8. นักเรียนทดสอบหลังเรยี นหนว ยที่ 12
ส่อื และแหลงการเรียนรู
1. สื่อการเรียนรู หนังสือเรียน หนวยที่ 12, PowerPoint ประกอบการสอน และแบบทดสอบกอน
เรียน และหลงั เรยี น
2. แหลงการเรียนรู หนงั สอื วารสารเกี่ยวกบั ทฤษฎีเทเวนิน, อินเทอรเน็ต www.google.com
การวดั และการประเมินผล
การวัดผล การประเมนิ ผล
(ใชเ ครื่องมอื ) (นําผลเทยี บกบั เกณฑและแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอนเรยี น (Pre–test) หนว ยท่ี 12 (ไวเปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลงั เรียน)
2. แบบสังเกตการทาํ งานกลมุ และนําเสนอผลงานกลุม เกณฑผ า น 60%
3. แบบฝกหดั หนว ยท่ี 12 เกณฑผาน 50%
4. แบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนว ยที่ 12 เกณฑผ า น 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผ า น 60%
งานทีม่ อบหมาย
งานทีม่ อบหมายนอกเวลาเรยี น ใหท าํ แบบฝก หัดขอ ทเ่ี หลอื จากในชั้นเรียนใหเรยี บรอ ย ถกู ตอง
สมบรู ณ
ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสําเร็จของผเู รียน
1. ผลการทาํ และนําเสนอแบบฝกหัดหนว ยที่ 12 และผานเกณฑ
2. ผลการทดลองตามใบงานท่ี 12 เรอื่ งทฤษฎีเทเวนนิ และผานเกณฑ
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หนว ยท่ี 12 และผานเกณฑ
เอกสารอางอิง
1. ธาํ รงศกั ดิ์ หมินกา หรีม. วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวชิ า 2104–2002. (2556).
นนทบุร:ี ศนู ยห นงั สือเมอื งไทย.
2. Floyd, Thomas L. (2001). Electronic Fundamentals.
70
บันทึกหลังการสอน
1. ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญหาทพ่ี บ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป ญหา
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครูผูสอน
71
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 13 หนว ยท่ี 13
ชอ่ื วชิ า วงจรไฟฟากระแสตรง รหัสวิชา 2104–2002 เวลาเรยี นรวม 72 คาบ
ชือ่ หนวย ทฤษฎนี อรต นั สอนครัง้ ที่ 15–16/18
ชอื่ เรอื่ ง ทฤษฎีนอรตนั จํานวน 8 คาบ
หวั ขอเรื่อง
13.1 แนวคดิ ของทฤษฎีนอรต นั
13.2 การนําทฤษฎนี อรต ันมาใชแ กปญหาวงจรไฟฟา
13.3 สรปุ สาระสาํ คัญ
สมรรถนะยอ ย
1. แสดงความรูพ น้ื ฐานเกี่ยวกับทฤษฎีนอรต ัน
2. ปฏิบตั ิการตอวงจร วดั และทดสอบคา ดว ยทฤษฎนี อรตัน
จดุ ประสงคการปฏิบัติ
ดา นความรู
1. อธิบายความหมายของทฤษฎนี อรต ัน
2. บอกข้ันตอนของการแกป ญ หาวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฎนี อรตนั
3. คาํ นวณคาในวงจรไฟฟา ดว ยทฤษฎนี อรต ัน
4. แปลงวงจรสมมูลนอรต ันเปน วงจรสมมูลเทวนิ นิ
ดานทกั ษะ
1. ตอ วงจรการทดลอง 2. วดั ความตา นทานนอรตนั
3. วดั กระแสนอรต นั 4. ตอวงจรสมมลู นอรตนั
5. บนั ทึกขอมลู การทดลองนอรตัน 6. เปรียบเทียบขอ มูลการทดลองนอรตนั
7. เขยี นสรปุ ผลการทดลองนอรต นั
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ ความเช่ือมน่ั ในตนเองและความซ่อื สตั ยส ุจรติ
เนอื้ หาสาระ
13.1 แนวคดิ ของทฤษฎีนอรต นั
ขนั้ ตอนการแกปญ หาวงจรไฟฟา โดยการกลบั วงจรเดมิ ไปเปน วงจรสมมลู นอรต ัน มีดงั นี้
1. ปลดโหลดออกจากวงจร
2. ใหสัญลักษณข้ัวที่เปดวงจรท้ัง 2 ขั้ว อาจจะเปน a–b หรือ x–y หรือสัญลักษณอ่ืนที่จะ
เลือกใช
72
3. แหลงจายใด ๆ ในวงจรตองปรับใหเปนศูนยนั่นคือ แหลงจายแรงดันไฟฟาตองลัดวงจร
และแหลง จา ยกระแสไฟฟา ตองเปด วงจร
4. คํานวณหาคาความตานทานนอรตัน (RN) มีวิธีการเหมือนกับการหาคาความตานทาน
เทเวนนิ (RTh)
5. คํานวณหาคากระแสนอรตัน (IN) ท่ีไหลผานระหวาง 2 ข้ัวโดยนําแหลงจายจากข้ันท่ี 3 มา
ตอในวงจรเหมือนเดิมและลัดวงจรระหวาง 2 ขั้วที่ปลดโหลดออก ถาในวงจรมีหลายแหลงจายอาจ
จําเปน ตองใชทฤษฎีการทับซอ น
6. เขยี นวงจรสมมูลนอรตันโดยนํา IN ตอ ขนานกับ RN และนาํ โหลดที่ปลดออกมาตอระหวาง
2 ขว้ั อีกครงั้ เพอื่ แกปญ หาที่โจทยตองการตอ ไป
RTh= 2 a
ETh 8V
R1
ab
3 วงจรสมมูลเทวินนิ
E 12 V R2 6 RL
b IN 4A RN 2 a
วงจรสมมูลนอรต ัน b
13.2 การนาํ ทฤษฎนี อรต นั มาใชแกป ญ หาวงจรไฟฟา
จากรปู จงหาคา กระแสไฟฟา ทีไ่ หลผาน RL ทคี่ า 2 โอหม 10 โอหม และ100 โอหม
โดยใชทฤษฎีนอรต ัน
วิธีทาํ ก) ข้นั ท่ี 1 ปลด RL ออกจากวงจร
ขน้ั ที่ 2 กาํ หนดขว้ั a–b ดูรูป
73
ข้ันท่ี 3 ปรับแหลง จายใหเ ปน ศูนย (ถาเปน แหลงจายแรงดนั ไฟฟา ใหลดั วงจร ถา
เปนแหลงจา ยกระแสไฟฟา ใหเปด วงจร) ดรู ปู
ข้ันท่ี 4 หาความตานทานนอรตัน (เหมือนกับการหาคาความตานทานเทเวนิน)
ระหวางขั้ว a–b (R1//R2) ดรู ูป
R1 Ω
R2
RN = R 1+RR2 2 = 3×6
R1 3+6
RN = 18 = 2Ω
9
ข้ันที่ 5 นําแหลง จายมาตอและหา IN ดงั รปู
ก) หา IN ข) แสดงการวดั หา IN
ประยุกตใชกฎของโอหม เพ่ือหา IN มีขอสังเกตวาเม่ือลัดวงจรระหวางข้ัว a–b จะทําให
กระแสไฟฟาไมไหลผาน R2