The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phutthiphat, 2020-10-02 00:10:06

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

รายงานการวเิ คราะห์

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ
ดา้ นอาชีวศึกษา (V-NET)

ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ปีที่ 3
(ปวช.3)

ปีการศึกษา 2562

กรณีศึกษากลุ่มจงั หวดั ภาคใตฝ้ งั่ อ่าวไทย

เอกสารลาดับท่ี 1/2563
กลุม่ ยุทธศาสตร์การศกึ ษา
สานักงานศึกษาธิการภาค 5
http://www.reo5.moe.go.th/

1



คำนำ

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย
ฉบับนี้ เป็นข้อมูลด้านคุณภาพการศึกษา เพ่ือนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการศึกษาด้านอาชีวศึกษา
เป็นข้อมูลพื้นฐานในการสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจ และเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงในการนำข้อมูลไปใช้
เพ่อื วางแผนปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้ไดม้ าตรฐาน และมีคณุ ภาพยงิ่ ขนึ้

การจัดท ำรายงาน ฉบั บ น้ี ต้องขอบคุณ สถาบั นท ดสอบ ทางการศึกษ าแห่งชาติ
(องค์การมหาชน) ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูล และผู้ท่ีเกี่ยวข้องทุกท่าน ท่ีได้สนับสนุนในการจัดทำรายงาน
การวิเคราะห์คร้ังน้ี จนประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้ หวังว่ารายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์
ต่อหน่วยงาน สถานศึกษา และบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถนำผลการวิเคราะห์น้ีไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษาด้านอาชวี ศึกษาต่อไป

(นายสุรนิ ทร์ แก้วมณี)
ศกึ ษาธิการภาค 5



บทสรปุ ผูบ้ รหิ าร

การศึกษาผลการวิเคราะห์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา และวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) และศึกษาเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) โดยประชากรในการศึกษาครั้งน้ี ได้แก่
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝั่งอ่าวไทยที่เข้าสอบประเมินคุณภาพระดับการศึกษาระดับชาติ ปีการศึกษา 2562 ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการ
วิเคราะห์ ไดแ้ ก่ ผลการทดสอบระดบั ชาติดา้ นอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3)
ปีการศึกษา 2559-2561 และนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 ของ
กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีผู้เข้าสอบประเมินคุณภาพ จำนวน 12,223 คน ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร
9 สถานศึกษา จำนวน 1,139 คน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 15 สถานศึกษา จำนวน 2,196 คน จังหวัด
นครศรีธรรมราช 25 สถานศึกษา จำนวน 4,137 คน จังหวัดพัทลุง 7 สถานศึกษา จำนวน 1,018 คน และ
จังหวัดสงขลา 25 สถานศึกษา จำนวน 3,733 คน การศึกษาครั้งนี้ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
(Quantitative Analysis) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา โดยใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ของสถาบันทดสอบทางการศึกษา
แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ปีการศึกษา 2559 – 2562 โดยใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ (Percentage)
สดั สว่ น (Proportion) และคาเฉล่ยี (Mean)

สรปุ ผลการศึกษา
จากการศกึ ษา และวเิ คราะหผ์ ลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติดา้ นอาชีวศึกษา (V-NET)

ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
สรปุ ผลและอภิปรายผล ดงั นี้

1. วิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ปีการศึกษา
2559 - 2562 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะ
ทว่ั ไป เพอ่ื วดั ความร้แู ละความคิดของนักเรยี นในระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) มคี ่าเฉล่ียคะแนน
ต่ำกว่าร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา ภาพรวม
ระดับประเทศ พบว่าค่าเฉล่ียคะแนนต่ำกว่า 50 เช่นกัน เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ย
คะแนนสูงสุด คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 45.53) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 45.17) จังหวัดพัทลุง
( ̅= 44.52) และจังหวัดชุมพร ( ̅= 44.18) ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนต่ำสุด คือ จังหวัด
นครศรธี รรมราช ( ̅= 43.49)

2. วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบปีการศึกษา 2561 กับปีการศึกษา 2562 พบว่า กลุ่มจังหวัด
ภาคใต้ฝ่งั อ่าวไทย ค่าเฉลยี่ คะแนนความรดู้ า้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่วั ไป ระดับประกาศนยี บตั รวิชาชีพ

ปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศกึ ษา 2562 เปรียบเทียบกบั ปกี ารศึกษา 2561 มีค่าเฉล่ยี คะแนนเพม่ิ ขน้ึ ( ̅= 1.31) และ
มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 (คะแนนค่าเฉลี่ย ปีการศึกษา 2561 มีค่าเท่ากับ 3, ช่วงการปรับระดับการให้
คะแนน +/- 0.75 ตอ่ 1 คะแนน) และเมื่อจำแนกเปน็ รายจังหวดั พบว่า จงั หวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพ่ิมขึ้นและ
มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัด
นครศรีธรรมราช และจังหวดั ชุมพร

3. วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบปีการศึกษา 2559-2561 กับปีการศึกษา 2562 พบว่า
กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 เปรียบเทียบกับ 3 ปีการศึกษาย้อนหลัง

(2559-2561) มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้น ( ̅= 2.39) และมีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 (ผลการทดสอบที่ผ่านมา
(Base Line) 3 ปยี อ้ นหลงั (ปกี ารศึกษา 2559 - 2561) มแี นวโนม้ เพิม่ ข้ึน/ดีขนึ้ ใหน้ ำผลการทดสอบในปี 2561

ไว้ที่ค่าคะแนนที่ 3 โดยผลการทดสอบของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยในปีการศึกษา 2559 ( ̅= 38.25)

ปีการศึกษา 2560 ( ̅= 42.32) และปีการศึกษา 2561 ( ̅= 42.62), ช่วงการปรับระดับการให้คะแนน +/-
0.75 ต่อ 1 คะแนน) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้นและมีค่าระดับคะแนน
เท่ากับ 5 คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และ
จงั หวัดชมุ พร

4. วิเคราะห์ผลค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมร รถนะทั่วไป
ตามองค์ประกอบของเน้ือหา และเนื้อหาหลัก ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชพี ปีที่ 3 (ปวช.3) กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝ่งั อ่าวไทย ปีการศกึ ษา 2562 ดงั น้ี

4.1 ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนียบตั ร
วิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) จำแนกตามองค์ประกอบของเนื้อหา พบว่า ทักษะทางสังคมและการดำรงชีวิต
มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุด และรองลงมา คือทักษะการจัดการงานอาชีพ ทักษะภาษาและการสื่อสาร และ
นอ้ ยทสี่ ุด คอื ทักษะการคิดและการแก้ปัญหา

4.2 ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ดา้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ภาพรวมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉล่ี ยคะแนน
เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการ
ด้านสุขศึกษาและพลศึกษา 2) สื่อสารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ 3) ปฏิบัติตนตาม
หลักการในงานอาชีพ หลักการบริหารงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน 4) การแก้ไข
ปัญหาในงานอาชพี โดยใช้หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 5) การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ
ระบบปฏิบัติการโปรแกรมสำเร็จรูป และอินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการตามลักษณะงานอาชีพ
6) ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยมอันพึงประสงค์

7) การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และ 8) สื่อสารโดยใช้
ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจำวันและในงานอาชีพ

5. วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป
ตามองคป์ ระกอบของเน้ือหา และเนื้อหาหลัก ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่มจังหวัด
ภาคใตฝ้ งั่ อ่าวไทย ระดับภาคใต้ และระดบั ประเทศ ปีการศกึ ษา 2562

5.1 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามองค์ประกอบ
ของเนื้อหา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระดับภาคใต้
และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน 3 ทักษะ คือทักษะทางสังคมและการดำรงชีวิต
ทักษะการจัดการงานอาชีพ ทักษะภาษาและการสือ่ สารสงู กว่าระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ยกเว้นทักษะ
การคดิ และการแก้ปัญหา มคี ่าเฉล่ียคะแนนสูงกวา่ ภาคใต้ แต่ต่ำกวา่ และประเทศ

5.2 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามเนื้อหาหลัก
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และ
ระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน 7 เนื้อหาสูงกว่าระดับภาคใต้ และระดับประเทศ คือ
1) พัฒนาบคุ ลกิ ภาพและสุขลักษณะโดยใชห้ ลักการและกระบวนการด้านสุขศึกษาและพลศึกษา 2) สือ่ สารโดย
ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ 3) ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ หลักการบริหารงาน
คุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในการทำงาน 4) การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ
ระบบปฏิบัติการโปรแกรมสำเร็จรูป และอินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการตามลักษณะงานอาชีพ
5) ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยมอันพึงประสงค์
6) การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 7) สื่อสารโดยใช้
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ยกเว้นเนื้อหาหลัก เรื่อง การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยค่าเฉลี่ยต่ำกว่าระดับภาคใต้ และ
ระดบั ประเทศ

ข้อเสนอแนะ
จากการศึกษาผลการวิเคราะห์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา

(V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝั่งอ่าวไทย ทำให้ทราบผลการวิเคราะห์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) และ
ผลการศกึ ษาเปรียบเทยี บการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา (V-NET) ระดบั ประกาศนียบัตร
วิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ซึ่งสามารถนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการศึกษาด้านอาชีวศึกษา เป็นข้อมูล
พื้นฐานในการสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจ และเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิง ในการนำข้อมูลไปใช้
เพื่อวางแผนปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ ซึ่งเป็นประโยชนก์ ับสถาบันอาชวี ศึกษา
และหนว่ ยงานท่เี ก่ียวข้องกบั การจัดการศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา

ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการศกึ ษาไปใช้
1. สถาบันอาชีวศึกษา สามารถนำผลการวิเคราะห์ และแนวทางการแก้ปัญหาจากงานวิจัย
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งไปใชเ้ ปน็ แนวทางการแกป้ ัญหาผลสัมฤทธใ์ิ นวิชาที่ได้คะแนนตำ่
2. สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาหาสาเหตุ พร้อมการส่งเสริมการจัดการเรียน
การสอนเพ่ือยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นสูงขน้ึ
3. ควรสร้างโอกาสความก้าวหน้าในสายงานอาชีพให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา
เพ่ือสร้างขวัญ กำลังใจในการปฏบิ ัตงิ าน
4. ผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา นำผลการศึกษาไปกําหนดยุทธศาสตร์
แผนงาน และกลวธิ ีการบรหิ ารจัดการ
5. ควรกำหนดทิศทางและแนวปฏิบัติในการดำเนินการเพิ่มผลคะแนนการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาตดิ า้ นอาชีวศกึ ษา (V-NET) มคี วามชดั เจนยงิ่ ขึ้น
6. ควรจัดติว V-NET ให้กับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) สำหรับ
เนอ้ื หาวิชาทีไ่ ด้คะแนนตำ่
7. ควรดำเนนิ การหาแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่เี หมาะสม และนา่ สนใจแกผ่ ู้เรยี น
ร่วมกับอาจารย์ผู้สอนวชิ าที่ได้คา่ เฉลีย่ คะแนนตำ่
8. ศึกษาข้อมูลและแนวทางการจัดการเรียนรู้ การสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และ
พัฒนาการเรียนรู้ เพอื่ ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ แก่ผเู้ รยี น
9. การบูรณาการ การสร้างเครือข่าย และการประสานความร่วมมือด้านการจัดการศึกษา
อาชวี ศกึ ษาระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพอ่ื การจดั ทำนโยบายเชิงรุก

สารบัญ ค

คำนำ หน้า
บทสรุปผู้บริหาร ก
สารบาญ ข
สารบาญตาราง ค
สารบาญแผนภูมิ ง
บทที่ จ

1 บทนำ 1
ความเปน็ มา 4
วัตถปุ ระสงค์ 4
ขอบเขตของการศกึ ษา 5
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ 5
ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั 6
กรอบแนวคิดในการวเิ คราะห์
7
2 แนวคดิ ทฤษฎี และงานวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้อง 10
แนวคดิ เกย่ี วกับการจัดการศกึ ษาระดบั อาชวี ศกึ ษา 14
หลกั การจดั การศกึ ษาดา้ นอาชีวศกึ ษา 17
กรอบคณุ วฒุ ิแห่งชาติ พ.ศ.2560 ในสว่ นทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การอาชีวศกึ ษา 19
สถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) 23
การบรหิ ารการสอบ (V-NET) 31
โครงสร้างและรปู แบบของแบบทดสอบ V-NET
กรอบการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการตามคำรบั รองการปฏบิ ตั ิราชการของ 34
สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 44
สภาพท่ัวไปของสำนกั งานศกึ ษาธิการภาค 5
งานวิจัยท่ีเกยี่ วข้อง

สารบัญ (ต่อ)

บทท่ี หน้า
3 วิธดี ำเนินการวิจัย
71
ประชากร 71
ขอ้ มูลท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ 71
73
การวิเคราะห์ขอ้ มลู
75
สถิติท่ใี ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูลการนำเสนอข้อมูล 76
4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 77
77
ผลวิเคราะหก์ ารทดสอบระดับชาติด้านอาชวี ศึกษา (V-NET)
กลมุ่ จังหวัดภาคใต้ฝ่งั อ่าวไทย 75
ค่าเฉลี่ยคะแนน ระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 79
ค่าเฉลีย่ คะแนน ระดับประกาศนยี บตั รวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2561
ค่าเฉล่ียคะแนน ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชพี ปีท่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศึกษา 2560 80
คา่ เฉล่ียคะแนน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศึกษา 2559 81
เปรยี บเทียบผลการทดสอบระดับชาตดิ า้ นอาชวี ศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคใตฝ้ ง่ั อา่ วไทย
85
เปรียบเทียบปกี ารศึกษา 2561 กับ ปีการศกึ ษา 2562
เปรียบเทียบปกี ารศึกษา 2559–2561 กบั ปีการศึกษา 2562 86
ค่าคะแนนเฉล่ยี ความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามองคป์ ระกอบของ
เนอื้ หา ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ปีที่ 3 (ปวช.3) ปกี ารศึกษา 2562
คา่ คะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทว่ั ไป ตามเนอื้ หาหลัก
ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปีท่ี 3 (ปวช.3) รายจงั หวดั ปกี ารศึกษา 2562
เปรียบเทยี บคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทัว่ ไป ตามองค์ประกอบ
ของเนือ้ หา ระดบั กลุ่มจงั หวัดภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย ระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ
ปีการศกึ ษา 2562
เปรียบเทยี บคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่วั ไป ตามเนอ้ื หาหลัก
ระดับกลมุ่ จงั หวัดภาคใตฝ้ ง่ั อา่ วไทย ระดับภาคใต้ และระดบั ประเทศ
ปกี ารศกึ ษา 2562

สารบัญ (ต่อ) หนา้

บทท่ี 89
5 บทสรปุ 94
สรุปผลผลศกึ ษา 102
อภิปรายผล 105
ข้อเสนอแนะ 109
110
บรรณานุกรม 112
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบสอบถามการใชป้ ระโยชน์
ภาคผนวก ข คณะผ้จู ัดทำ



สารบัญตาราง

ตารางที่ หน้า

1 แสดงจำนวนนักศึกษา และสถานศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) 20
จำแนกรายจงั หวดั 25
29
2 แสดงวิชาความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ 31
ชัน้ ปที ่ี 3 (ปวช.3) ฉบับที่ 1 ปีการศึกษา 2562 37
38
3 แสดงวิชาความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทว่ั ไป ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี 40
ชั้นปที ี่ 3 (ปวช.3) ฉบับที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 41

4 แสดงกำหนดการสอบ (V-NET) ปกี ารศกึ ษา 2562 75
76
5 แสดงจงั หวัด อำเภอ ตำบล ในกลมุ่ จงั หวดั ภาคใต้ฝง่ั อา่ วไทย 77
77
6 แสดงจำนวนประชากรของกลุม่ จงั หวัดเปรยี บเทียบกบั ภาคใต้ และประเทศ
78
7 แสดงผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตทิ างด้านอาชีวศึกษา (V-net) ระหวา่ งปี
การศกึ ษา 2558–2561 จำแนกระดับการศึกษาและรายจงั หวดั 79

8 แสดงรอ้ ยละของครทู ผ่ี า่ นการทดสอบทักษะการใช้ภาษาองั กฤษ ตามมาตรฐาน
ความสามารถทางภาษาอังกฤษ (CEFR)

9 แสดงค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทัว่ ไป ระดับ
ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) กลมุ่ จงั หวัดภาคใตฝ้ ่ังอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562

10 แสดงคา่ เฉลย่ี คะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทว่ั ไป ระดับ
ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) กล่มุ จงั หวัดภาคใตฝ้ ั่งอา่ วไทย ปีการศึกษา 2561

11 แสดงคา่ เฉลยี่ คะแนนความรูด้ ้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทัว่ ไป ระดับ
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ปที ี่ 3 (ปวช.3) กลมุ่ จังหวดั ภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย ปีการศึกษา 2560

12 แสดงคา่ เฉลี่ยคะแนนความร้ดู ้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่วั ไป ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) กลุ่มจงั หวัดภาคใตฝ้ ่ังอ่าวไทย ปีการศึกษา 2559

13 แสดงเปรียบเทยี บค่าเฉล่ยี คะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่วั ไป
ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปีที่ 3 (ปวช.3) กลุ่มจงั หวดั ภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ปีการศึกษา
2561 กับปีการศึกษา 2562

14 แสดงเปรียบเทยี บค่าเฉลีย่ คะแนนความรู้ดา้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะทัว่ ไป
ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) กลมุ่ จงั หวัดภาคใต้ฝง่ั อ่าวไทย
ปกี ารศกึ ษา 2559-2561 กบั ปกี ารศึกษา 2562

สารบญั ตาราง

ตารางที่ หน้า

15 แสดงค่าเฉลย่ี คะแนนความรดู้ ้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทัว่ ไป ฉบบั ท่ี 1 และ 80
ฉบบั ที่ 2 ตามองค์ประกอบของเนื้อหา ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที ่ี 3 (ปวช.3) 82
กลุม่ จงั หวดั ภาคใตฝ้ ัง่ อ่าวไทย ปกี ารศึกษา 2562
85
16 แสดงค่าเฉล่ียคะแนนความร้ดู ้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทว่ั ไป ตามเน้ือหาหลัก 86
ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3) รายจังหวัด ปีการศึกษา 2562

17 แสดงการเปรยี บเทียบคา่ เฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทว่ั ไป
ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2 ตามองค์ประกอบของเน้ือหา ระดับประกาศนยี บตั รวิชาชพี
ปีที่ 3 (ปวช.3) ระดับกลุ่มจังหวดั ภาคใตฝ้ งั่ อ่าวไทย ระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ
ปีการศกึ ษา 2562

18 แสดงการเปรียบเทยี บค่าเฉล่ียคะแนนความรดู้ า้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป
ฉบบั ที่ 1 และ ฉบับที่ 2 ตามเนือ้ หาหลกั ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3)
ระดับกลุ่มจังหวดั ภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย ระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562



สารบัญแผนภมู ิ

ภาพ หน้า
6
1 กรอบแนวคิดการวเิ คราะห์
2 กรอบการประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการตามคำรบั รองการปฏิบัตริ าชการของสำนักงาน 31
35
ศกึ ษาธิการภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
3 แผนท่ีพน้ื ทรี่ บั ผดิ ชอบของสำนักงานศึกษาธกิ ารภาค 5

บทท่ี 1
บทนำ

ความเปน็ มา

การพัฒนาคนหรือทุนมนุษย์ จำเป็นต้องเสริมสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอ้ือต่อการพัฒนาคุณภาพ
ท้ังในเชิงสถาบัน ระบบ โครงสร้างของสังคม เพื่อให้สามารถเป็นภูมิคุ้มกันต่อการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ
ท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต หัวใจของการพัฒนาประเทศ คือ การศึกษา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสติปัญญา
ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3)
พ.ศ. 2553 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ
สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมี
ความสุข มาตรา 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐสถานศึกษาของ
เอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากบั สถานประกอบการ ทงั้ นี้ ใหเ้ ปน็ ไปตาม
กฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ รัฐบาลปัจจุบันได้ให้
ความสำคัญกับการพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพ่ือให้สามารถมีความรู้และทักษะ
ที่สามารถ ประกอบอาชีพได้หลากหลายตามแนวโน้มการจ้างงานในอนาคต ส่งเสริมอาชีวศึกษาและการศึกษา
ระดับวิทยาลัยชุมชน เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่มีความต้องการแรงงาน และพัฒนา
คุณภาพมาตรฐาน การศึกษาให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ ซึ่งนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
กล่าวไว้ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า “วันนี้การผลิตกำลังคน ต้องมาดูก่อนว่าคุณภาพที่เราต้องการ
เป็นอย่างไร มีคุณสมบัติอะไร อย่างไร ต้องมุ่งหวงั คุณภาพมากกว่าปริมาณ การผลิตกำลังคน ในสายวิชาชีพให้
เป็นแรงงานคุณภาพหรือแรงงานท่ีมีฝีมอื ของประเทศน้ัน จบมาแล้วต้องมีงานทำ ถ้าเราไม่ปรับระบบการศึกษา
เพื่อผลิตกำลังคน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน จบมาก็ไม่มีงานทำอีก” รั ฐบาลได้
ตั้งเป้าหมายในการนำพาประเทศเข้าสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0)” ท่ีมุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
เศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจ ท่ีขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรม” รูปแบบเศรษฐกิจจะเปล่ียนจากอุตสาหกรรม ท่ีเน้น
การผลิตปริมาณมากและใช้แรงงานราคาถูก ไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรม ที่พ่ึงพาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์
นวตั กรรม และการใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทัล แนวคิดดงั กลา่ วน้ไี ดร้ ับการอภิปรายอย่างกว้างขวางทั้งในระดับชาติและ
ระดับนานาชาติ โดยในระดับนานาชาติ ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา
ทย่ี ั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เพื่อสร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาท่ีมีคุณภาพ
อย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้าถึงการศึกษาวิชาเทคนิค
อาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัย ที่มีราคาที่สามารถจ่ายได้และมีคุณภาพภายในปี 2573
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันท่ี 8 ตุลาคม พ.ศ.2561 เพ่ือใช้
เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกำหนด วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังค่ัง
ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์

2

ประจำชาติว่า “ม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน” ซ่ึงมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชน
มีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติย่ังยืน” โดยยกระดับ
ศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติ และในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ
สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และ
มภี าครัฐของประชาชนเพอื่ ประชาชนและประโยชนส์ ่วนรวม แผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ เปน็ แผนแมบ่ ท
เพื่อบรรลุเป้าหมายตามท่ีกำหนดไว้ในยุทธศาสตรช์ าติ มีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรฐั ท่ีเก่ียวข้องจะตอ้ งปฏิบัติ
ให้เป็นไปตามน้ัน รวมทั้งการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย ซ่ึง
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 6 ด้าน 23 ประเด็น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 12 พ.ศ. 2560-2564 ใช้เป็นแผนพัฒนาประเทศไทยในระยะ 5 ปี ซ่ึงเป็นการแปลงยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ 20 ปี สู่การปฏิบัติอยา่ งเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 10 ยทุ ธศาสตร์ ซง่ึ เกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 9 ยุทธศาสตร์ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 โดยมวี ิสัยทัศน์ คอื คนไทย
ทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง และเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21 ซ่ึงมีแนวคดิ การจดั การศึกษาตามแผนการศกึ ษา
แห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพ่ือปวงชน (Education for All)
หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกทั้ง ยึดตาม
เป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ
(Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวยั การเปลยี่ นแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำ
ของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบความคิดสำคัญในการ
จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค โดยท่ีสำนักงานศึกษาธิการภาค 5 ได้เสนอโครงการ
เพ่ือขอรับงบประมาณในแผนงานบูรณาการพื้นท่ีระดับภาค ภายใต้เป้าหมายทิศทางการพัฒนาภาคใต้ คือ
ภาคใต้เป็นเมืองท่องเท่ียวพักผ่อนตากอากาศระดับโลก เป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มน้ำมันของ
ประเทศและเมืองเศรษฐกิจเช่ือมโยงการค้าการลงทุนกับภูมิภาคอื่นของโลก แผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านการศึกษา เพื่อมุ่งหวังยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหล่ือมล้ำทางการศึกษา มุ่งความเป็นเลิศ
และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้
ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและเสริมสร้างธรรมาภิบาล
โดยได้กำหนดเป็น 7 ประเด็นปฏิรูป ซึ่งที่เก่ียวข้องกับการผลิตและพัฒนาคนด้านอาชีวศึกษา ได้แก่ ประเด็น
การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 ในส่วนของการปฏิรูป
อาชีวศึกษา เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซ่ึงมีเป้าหมายหรือผลอันพึงประสงค์และ
ผลสัมฤทธิ์ โดยมีเป้าหมายรวม คือ 1) เพ่ิมจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาในสาขาท่ีสอดคล้องกับความต้องการของ
ภาคเอกชนและประเทศ และผู้จบอาชีวศึกษามีงานทำ 2) ผู้เรียนอาชีวศึกษามีความรู้ ทักษะ เก่งปฏิบัติ
มีสมรรถนะเป็นท่ียอมรับ หรือผ่านการศึกษาระบบทวิภาคี และการฝึกงานในสถานประกอบการ 3) ผู้เรียนท่ี

3

จบการศึกษาอาชีวศึกษา มีความสามารถที่จะเป็นผู้ประกอบการได้เอง และมีเป้าหมายเร่งด่วน คือ
1) มีข้อเสนอว่าด้วยระบบค่าตอบแทนตามสมรรถนะใหผ้ ู้จบการศึกษาสายอาชีพ 2) มรี ะบบเรียนฟรีโดยไม่เก็บ
ค่าใช้จ่ายสำหรับอาชีวศึกษาในสาขาท่ีกำหนด 3) เพิ่มการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หรือการฝึกงาน และ
ระบบอื่น ๆ 4) จัดท้ัง Training Center และมี Mobility Training Center ในลักษณะ PPP (Public Private
Partnership) เพ่ือใช้เป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะในการปฏิบัติงาน 5) สนับสนุนให้สถานศึกษา/
นักศึกษาหารายได้ด้วยตนเอง 6) ปลูกฝังและสร้างทักษะพื้นฐานในการเป็นผู้ประกอบการให้แก่ผู้เรียน
อาชีวศึกษา ทั้งน้ี มีเป้าหมายระยะสั้น คือ 1) ปรับหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนอาชีวศึกษาให้มี
ความหลากหลาย และยึดหยุ่น 2) สง่ เสรมิ การจัดอาชีวศึกษานอกระบบ 3) จดั หาแหล่งเงินทุน หรอื แหล่งเงินกู้
ดอกเบ้ียต่ำ นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมีหลักการ
1) ให้ความสำคัญกับประเด็นคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติ 2) บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง
ส่วนราชการหลัก องค์การมหาชนในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มีความคล่องตัว รวมทั้ง
หน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ภูมิภาค ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้ เพ่ือดำเนินการปฏิรูป
การศึกษาร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนตามนโยบายประชารัฐ ซ่ึงในระดับอาชีวศึกษา
มุ่งจัดการศึกษาเพ่ือการมีงานทำ และสร้างนวัตกรรมตามความต้องการของพื้นที่ชุมชน ภูมิภาคหรือประเทศ
รวมทั้งการเป็นผู้ประกอบการเองด้วยจุดเน้น ดังนี้ 1) จัดการศึกษาในระบบทวิภาคี ให้ผู้เรียนมีทักษะ และ
ความเช่ียวชาญเฉพาะด้าน 2) เรียนภาษาอังกฤษเพ่ือเพ่ิมทักษะสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพ 3) เรียนรู้
การใช้ดิจิทลั เพื่อใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือสำหรบั ในการสร้างอาชีพ และ4) จดั ต้ังศูนยป์ ระสานงานการผลติ และพัฒนา
กำลังคนอาชีวศึกษาในภูมิภาค คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ลงวันท่ี 3 เมษายน
พ.ศ. 2560 เร่ือง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สำนักงานศึกษาธิการภาค 5
สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่
ขับเคล่ือนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด โดยอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษา
แบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วน
ท่ีเกี่ยวข้องในพื้นท่ีน้ัน ๆ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สถานที่จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ ณ วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 ข้อ 5 สำนักงานศึกษาธิการภาค 5
รับผิดชอบดำเนินงานในพ้ืนท่ีจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา ประกาศ
สำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ลงวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560 เร่ือง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนกั งาน
ศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้สำนักงาน
ศกึ ษาธิการภาค 5 มีหน้าท่ี ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดทำดัชนีทางการศึกษาระดับภาค รวมทั้งสื่อสาร
เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงในพื้นท่ีรับผิดชอบ และ
สำนักงานทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (สทศ.) ซ่ึงเป็นองค์กรมหาชน มีภารกิจหลักสำคัญในการทดสอบ
มาตรฐานการจัดการศึกษา ทำหน้าท่ี จัดระบบการทดสอบ พัฒนาแบบทดสอบเพื่อวัดและประเมินมาตรฐาน

4

การศึกษาด้านผู้เรยี น บริการสอบ วัดความรู้ ความสามารถ พัฒนาบุคลากรดา้ นการวัดผลและประเมนิ ผล และ
เป็นศนู ยก์ ลางความรว่ มมือดา้ นการทดสอบทางการศกึ ษาในระดับชาติ และระดับนานาชาติ

จากความเป็นมาดังกล่าวสำนักงานศึกษาธิการภาค 5 เห็นความสำคัญ และสนใจที่จะศึกษา
วเิ คราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3
(ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษาระดับ
อาชีวศึกษา เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบบั ท่ีสบิ สอง แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ศึกษา และวเิ คราะห์ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติดา้ นอาชีวศึกษา

(V-NET) ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ปีที่ 3 (ปวช.3)
2. เพอื่ ศึกษาเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติดา้ นอาชวี ศึกษา

(V-NET) ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปีท่ี 3 (ปวช.3)

ขอบเขตของการศึกษา
1. ขอบเขตดา้ นเนอ้ื หา
1.1 ศึกษา และวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)

ของนกั ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศึกษา 2559-2562
1.2 ศึกษาเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)

ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กับ 2561 และปีการศึกษา 2559 – 2561 กับ
ปกี ารศกึ ษา 2562

1.3 ศึกษาและวิเคราะห์คะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ฉบับที่ 1
และฉบับท่ี 2 ตามองค์ประกอบของเน้ือหา และเน้ือหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3)
กลุ่มจงั หวดั ภาคใต้ฝ่งั อ่าวไทย ปกี ารศกึ ษา 2562

1.4 เพ่ือศึกษาและเปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป
ตามองค์ประกอบของเน้ือหา และเนื้อหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ระดับกลุ่มจังหวัด
ภาคใต้ฝ่งั อ่าวไทย ระดบั ภาคใต้ และระดบั ประเทศ ปกี ารศกึ ษา 2562

2. ขอบเขตประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3

(ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 และนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ท่ีเข้าสอบประเมิน
คณุ ภาพระดบั การศกึ ษาระดบั ชาติ ปีการศกึ ษา 2559-2561 กรณีศกึ ษากลุ่มจังหวัดภาคใตฝ้ ั่งอา่ วไทย

5

นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
การอาชีวศึกษา หมายถึง กระบวนการศึกษาเพ่ือผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพ

ระดบั ฝีมอื ระดบั เทคนคิ และระดบั เทคโนโลยี(พระราชบัญญตั กิ ารอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551)
สอศ. หมายถึง สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
สทศ. หมายถึง สถาบนั ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)
V-NET หมายถึง การทดสอบการศกึ ษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา
นักศึกษา หมายถงึ ผู้ท่ีกำลังศกึ ษาอยู่ในระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ในสังกัด

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย หมายถึง จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัด

นครศรีธรรมราช จงั หวัดพทั ลงุ และจงั หวัดสงขลา

ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รบั
1. มขี ้อมูลดา้ นคุณภาพการศึกษา ด้านอาชวี ศึกษา เพ่ือประกอบการตดั สินใจ การวางแผน และ

ดำเนนิ การ ปรับปรุง และพฒั นาคุณภาพการศึกษา ด้านอาชีวศกึ ษา เพื่อให้เปน็ ไปในทศิ ทางทีส่ อดคล้องกับ
ความต้องการกำลังคน

2. นำผลการวิเคราะหผ์ ลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติดา้ นอาชีวศึกษา (V-NET) ไปใช้
การปฏิบัติภารกิจของสำนักงานศึกษาธิการภาค 5 ในพื้นท่ีรับผิดชอบ เพ่ือขับเคลื่อนยโนบาย และยุทธศาสตร์
ดา้ นการศึกษา เพ่อื เพิ่มผลสมั ฤทธ์ิการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติดา้ นอาชีวศกึ ษา (V-NET)

3. ผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นแนวทางไป
กําหนดยุทธศาสตร์ แผนงาน และกลวิธีสู่การบริหารจัดการ เพ่ือกำหนดทิศทาง และแนวปฏิบัติในการดำเนินการ
มีความชัดเจน ในการที่จะให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ คะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ฉบับท่ี 1
และ ฉบบั ท่ี 2 ตามองค์ประกอบของเน้ือหา ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) กล่มุ จังหวดั ภาคใต้
ฝั่งอา่ วไทย ปกี ารศกึ ษา 2563

6

กรอบแนวคดิ ในการวิเคราะห์

การศึกษาคร้ังน้ี ได้นำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)
ของสถาบนั ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องคก์ ารมหาชน) มากำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์
ดังแผนภมู ิที่ 1

วิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศกึ ษา ผลการทดสอบ V-NET ของ สทศ.
ระดับชาตดิ ้านอาชวี ศกึ ษา (V-NET) ของ ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปที ่ี 3
นกั ศึกษาระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3) สถานศึกษาอาชีวศึกษา
(ปวช.3) ปีการศึกษา 2559-2562 ระดบั กลุ่มจังหวดั ภาคใต้ฝง่ั อ่าวไทย

เปรยี บเทยี บกับเกณฑ์ (รอ้ ยละ 50 ) ผลเปรียบเทียบการทดสอบ V-NET
เปรียบเทยี บระดบั คะแนน ของ สทศ.ระดับประกาศนียบัตร
วชิ าชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3) สถานศึกษา
(ปีการศึกษา 2561+-0.75) อาชวี ศึกษากับเกณฑ์ตา่ ง ๆ และ
เปรียบเทยี บระดับคะแนนเฉลี่ยยอ้ นหลัง ระดบั กลมุ่ จังหวัดภาคใต้ฝ่งั อ่าวไทย
ระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ
3 ปี (ปีการศกึ ษา 2559-2561และ
ปีการศกึ ษา 2562).
เปรียบเทียบระดับคะแนนความรู้
ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทวั่ ไป
ฉบับท่ี 1 และ 2 องค์ประกอบของ
เนือ้ หา และเน้ือหาหลัก ระดับกล่มุ
จังหวดั ภาคใตฝ้ ่งั อา่ วไทย ระดับภาคใต้
และระดบั ประเทศ

แผนภมู ิที่ 1 กรอบแนวคิดการวิเคราะห์

7

บทท่ี 2
แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ัยท่เี กยี่ วข้อง

ในการศึกษา วิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET)
ปีการศกึ ษา 2562 ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) กล่มุ จงั หวดั ภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ได้ศึกษาแนวคิด
ทฤษฎี งานวิจัยทเี่ ก่ยี วของ ดังนี้

1. แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา
2. หลกั การจัดการศึกษาดา้ นอาชวี ศึกษา
3. กรอบคณุ วฒุ ิแหง่ ชาติ พ.ศ.2560 ในสว่ นท่เี กย่ี วขอ้ งกับการอาชีวศกึ ษา
4. สถาบนั ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
5. การบริหารการสอบ (V-NET)
6. โครงสรา้ งและรปู แบบของแบบทดสอบ V-NET
7. กรอบการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการตามคำรับรองการปฏิบตั ิราชการของสำนักงาน
ศึกษาธิการภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓
8. สภาพทว่ั ไปของสำนกั งานศึกษาธกิ ารภาค 5
9. สภาพท่ัวไป และสภาพการศกึ ษาของกล่มุ จงั หวดั ภาคใตฝ้ ัง่ อา่ วไทย
10. งานวิจัยทเี่ กีย่ วข้อง

แนวคิดเกี่ยวกับการจดั การศกึ ษาระดบั อาชีวศึกษา

การนำเสนอข้อมูลการอาชีวศึกษา มีจุดประสงค์เพื่อให้ทราบถึงประเด็นหลักของการบริหาร
จดั การ และนำขอ้ มลู ใช้ประกอบการบรหิ ารจัดการสถาบันการอาชีวศกึ ษา โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี

หลักการและบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนากำลังคน
ด้านอาชีวศึกษา

การผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาในประเทศไทยดำเนินการโดยสำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงาน 1 ใน 6 หน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. 2546

พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 ได้ระบุความหมายการอาชีวศึกษา และคำอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการระบุบทบาท หน้าที่ของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง และได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจในการออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติโดยมีสำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นผู้รับนโยบายไปปฏิบัติ รวมไปถึงการเสนอและการให้ข้อเสนอแนะ การให้

8

แนวทาง นโยบาย รวมถึงเป้าหมาย หลักเกณฑ์ทางด้านอาชีวศึกษาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พระราชบัญญตั ิการอาชวี ศึกษา พ.ศ. 2551 มีสาระและมาตราท่ีสำคญั ดังนี้

การอาชีวศกึ ษา หมายความวา กระบวนการศึกษาเพอ่ื ผลิต และพัฒนากําลงั คนในดานวิชาชีพ
ระดับฝมอื ระดบั เทคนคิ และระดบั เทคโนโลยี

สถาบันหมายความวาสถาบันการอาชวี ศึกษาของรัฐท่ีจัดตั้งขึ้น เพื่อดําเนินการจัดการอาชวี ศึกษาและ
การฝกอบรมวชิ าชีพ

สถานประกอบการ หมายความวา สถานประกอบการที่รวมมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรือสถาบันการอาชีวศึกษาในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อจัดการอาชีวศึกษา และ
การฝกอบรมวิชาชีพ

มาตรฐานการอาชีวศึกษา หมายความวา ขอกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพและ
มาตรฐานในการจดั การอาชวี ศึกษาที่พึงประสงค์ เพือ่ ใชเปนเกณฑในการสงเสริม การกาํ กับ ดแู ลการตรวจสอบ
การประเมนิ ผล และการประกนั คุณภาพการจัดการอาชีวศกึ ษา

มาตรา 6 การจัดการอาชีวศึกษาตองเปนการจัดการศึกษาในดานวิชาชีพที่สอดคลองกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ และแผนการศึกษาแหงชาติเพื่อผลิตและพัฒนากําลังคนในดานวิชาชีพ
ระดับฝมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี รวมทั้งเปนการยกระดับการศึกษาวิชาชีพใหสูงขึ้น เพื่อให
สอดคลองกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยนําความรูในทางทฤษฎีอันเปนสากล และภูมิปญญาไทย
มาพฒั นาผูรับการศึกษาใหมีความรูความสามารถในทางปฏิบตั ิ และมสี มรรถนะจนสามารถนำไปประกอบอาชีพ
ในลกั ษณะผู้ปฏบิ ัติหรือประกอบอาชพี โดยอิสระได้

มาตรา 8 การจัดการอาชีวศึกษา และการฝกอบรมวิชาชีพใหจัดได้โดยรูปแบบ ดังตอไปน้ี
(1) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษาในสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบัน
เปนหลัก โดยมีการกําหนดจุดมุงหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล ที่เป็น
เงื่อนไขของการสําเร็จการศึกษาที่แนนอน (2) การศึกษานอกระบบเป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพ ที่มีความ
ยืดหยุนในการกําหนด จุดมุงหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลาการวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไข
ของการสําเร็จการศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมและสอดคลองกับสภาพ ปญหาและ
ความตอ้ งการของบุคคลแตละกลุม (3) การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศกึ ษาวิชาชีพท่ีเกิดจากข้อตกลง
ระหวางสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหนวยงานของรัฐ ในเรื่อง
การจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล โดยผู เรียนใชเวลาสวนหนึ่งในสถานศึกษา
อาชีวศึกษา หรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน วยงานของรัฐ
เพื่อประโยชนในการผลิตและพัฒนากําลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันสามารถจัดการศึกษาตาม
วรรคหน่ึงในหลายรปู แบบรวมกนั ก็ได ทงั้ นี้สถานศึกษาอาชวี ศึกษา หรือสถาบนั น้ันตอ้ งมงุ่ เนน้ การจัดการศึกษา
ระบบทวภิ าคีเปนสาํ คญั

9

มาตรา 8 ให จัดตามหลักสูตรที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด ดังต อไปน้ี
(1) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (2) ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ช้ันสงู (3) ปรญิ ญาตรีสายเทคโนโลยีหรอื สายปฏิบัติการ
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจกําหนดหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อความรู หรือทักษะในการประกอบอาชีพ หรือ
การศึกษาตอ ซ่ึงจดั ขนึ้ เปนโครงการหรือสาํ หรับกลุมเปาหมายเฉพาะได

มาตรา 10 เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคตามมาตรา 6 การจัดการอาชีวศึกษา และการฝกอบรม
วิชาชีพต้องคํานึงถึง (1) การมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในทางปฏิบัติโดยมีการกระจาย
อํานาจจากสวนกลางไปสูสถานศึกษาอาชีวศึกษา และสถาบัน (2) การศึกษาในดานวิชาชีพสําหรับประชาชน
วัยเรียนและวัยทํางานตามความถนัดและความสนใจอยางท่ัวถึง และตอเนื่องจนถึงระดับปริญญาตรี (3) การมี
สวนรวมของชุมชน สงั คม และสถานประกอบการ ในการกาํ หนดนโยบาย การผลิตและพัฒนากําลังคน รวมท้ัง
การกําหนดมาตรฐานการอาชีวศึกษา (4) การศึกษาที่มีความยืดหยุน หลากหลาย และมีระบบเทียบโอนผล
การเรียนและระบบเทียบ ประสบการณการทํางานของบุคคลเพื่อเข้ารับการศึกษา และการฝกอบรมวิชาชีพ
อยางตอเนื่อง (5) การมีระบบจูงใจใหสถานประกอบการมีสวนรวมในการจัดการอาชีวศกึ ษาและการฝกอบรม
วิชาชีพ (6) การระดมทรัพยากรทั้งจากภาครัฐและเอกชนในการจัดการอาชีวศึกษา และการฝกอบรมวิชาชีพ
โดยคํานึงถึงการประสานประโยชนอยางทั่วถึงและเปนธรรม (7) การมีระบบการพัฒนาครูและคณาจารยของ
การอาชีวศึกษาอยางตอเนื่อง เพื่อใหทันตอความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มาตรา 11 คณะกรรมการ
การอาชีวศึกษามีอํานาจหน้าที่ ดังนี้ (1) พิจารณาเสนอแนะนโยบาย เปาหมายการผลิตและแผนการพัฒนา
กาํ ลังคนดา้ นวชิ าชพี ตอรฐั มนตรี (2) กําหนดหลักเกณฑการจดั ตั้ง การรวม และการแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรือสถาบัน ตามมาตรา 13 และมาตรา 14 (3) กําหนดหลักเกณฑ์ในการรับเข้าสมทบ การยกเลิกการสมทบ
และการควบคุมดูแลสถานศึกษาอื่นหรือสถานประกอบการ (4) กําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับลักษณะของ
สถานประกอบการที่จะเข้ารวมจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ หลักสูตรการอาชีวศึกษา และ
การฝกอบรมวิชาชีพในสถานประกอบการ ตลอดจนหลกั เกณฑการฝกงาน และการเทียบโอนผลการเรียน หรือ
ประสบการณทํางานในสถานประกอบการ เพื่อขอรับคุณวุฒิการศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบนั
(5) กําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับการกํากับดูแลและการให้การรับรองมาตรฐานสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบัน
และสถานประกอบการใหสอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และแผนการศึกษาแหงชาติ
(6) กําหนดหลักเกณฑและเงื่อนไขเกี่ยวกับการไดรับสิทธิประโยชนและการเชิดชูเกียรติแกสถานประกอบการ
สมาคมวิชาชีพ หรือองคกรอื่น ตลอดจนการสงเสริมความรวมมือในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรม
วิชาชีพระหวางสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบัน และสถานประกอบการ (7) กําหนดหลักเกณฑในการแตงตั้ง
การทดสอบ การฝกอบรมและการออกใบรับรองการเป็นครูฝกในสถานประกอบการ (8) เสนอแนะเกี่ยวกับ
การจัดสรรงบประมาณและการกําหนดนโยบายในการระดมทุน ทรัพยากร รายได หรือการจัดตั้งกองทุนอ่ืน
ต่อรัฐมนตรี (9) สงเสริม สนับสนุน กํากับ และดูแลระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
อาชีวศึกษา สถาบันหรือสถานประกอบการเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการอาชีวศึกษา (10) แตงต้ัง
คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อกระทําการใด อันอยู ในอํานาจหน้าที่ของ

10

คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (11) ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เพ่อื ปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั ิน้ี (12) ปฏบิ ัติการอ่ืนตามพระราชบัญญัติน้หี รือตามที่คณะรฐั มนตรีมอบหมาย
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)

หลักการจดั การศกึ ษาดา้ นอาชีวศึกษา

แนวคดิ การจัดการศึกษา อาชพี ได้มีมาต้ังแตย่ ุคสมยั ที่ประเทศไทยเริ่มมีอาชีพหัตกรรมมากข้ึน
นอกเหนือไปจากอาชีพกสิกรรมการ อาชีวศึกษา เร่ิมอย่างเป็นระบบเมื่อได้รับการบรรจุในโครงการศึกษา
พ.ศ. 2441 เป็นการศึกษาพิเศษซึ่งหมายถึง การเรียนวิชาเฉพาะ เพื่อให้เกิดความชำนาญ โดยในปี พ.ศ.2452
การจัดการศึกษา ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ โรงเรียน สามัญศึกษา สอนวิชา สามัญ และโรงเรียน วิสามัญ
ศึกษาสอนวิชาเพื่อออกไปประกอบอาชีพ เช่น แพทย์ ผดุงครรภ์ ภาษาอังกฤษ พาณิชยการ ครู เป็นต้น ในปี
พ.ศ.2453 ได้จัดตั้งโรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งแรก คือ โรงเรียนพาณิชยการที่วัดมหาพฤฒาราม และ
วัดราชบูรณะ ปี พ.ศ. 2456 จดั ตั้งโรงเรียนเพาะชา่ ง และปี พ.ศ.2460 จัดตัง้ โรงเรยี นฝึกหัดครูประถมกสิกรรม
แผนการศึกษาแห่งชาติ ได้มีผลต่อการกำหนดการศึกษาอาชีพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในแผนการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2475 ได้กำหนดว่าวิสามัญศึกษา ไดแ้ ก่ การศกึ ษาวิชาชีพซ่ึงจัดให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ เช่น กสิกรรม
หัตถกรรม และพาณิชยการ เพ่ือเป็นพื้นฐานความรู้สำหรับประกอบการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ
และในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2479 ได้ ปรากฏคำว่า "อาชีวศึกษา" เป็นครั้งแรกในระบบการศึกษาของ
ประเทศไทย โดยแบ่งออกเปน็ 3 ชนั้ คอื อาชีวศกึ ษาช้ันต้น กลาง และสงู รับนักเรยี นจากโรงเรียนสามัญศึกษา
ของทุกระดับประโยค และปี พ.ศ. 2546 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการ
อาชีวศกึ ษา วันท่ี 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

วสิ ัยทัศน์
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นองค์กรผลิตและพัฒนากำลงั คนทีม่ ีคุณภาพและ
ได้มาตรฐานสากล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศตามเป้าหมาย
ยุทธศาสตร์ชาติ
พนั ธกิจ
1) จัดและส่งเสริมและพัฒนาการอาชีวศึกษาและการอบรมวิชาชีพให้มีคุณภาพ และ
ไดม้ าตรฐาน
2) ยกระดับคณุ ภาพและมาตรฐานกำลงั คนสายอาชพี สสู่ ากล
3) ขยายโอกาสทางการศึกษาสายอาชีพให้ท่วั ถงึ ต่อเน่ือง เสมอภาค และเปน็ ธรรม
4) เป็นแกนกลางในการจัดอาชีวศึกษาและอบรมวิชาชีพ ระดับฝีมือ เทคนิค และเทคโนโลยี
ของประเทศ

11

5) สร้างเครือข่ายความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา
และการฝึกอบรมวิชาชีพ

6) วิจัย สร้างนวัตกรรม จัดการองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน

7) ส่งเสรมิ /พฒั นา ครแู ละบคุ ลากรอาชวี ศึกษาเพื่อความเปน็ เลิศ มนั่ คง และก้าวหนา้ ในวิชาชพี
ยุทธศาสตร์ของสำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
1) ยทุ ธศาสตร์ด้านความม่ันคง
2) ยุทธศาสตรด์ ้านการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั
3) ยทุ ธศาสตร์ด้านการพฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย์
4) ยทุ ธศาสตร์ด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
5) ยทุ ธศาสตร์ด้านการสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทีเ่ ป็นมิตรตอ่ สิง่ แวดล้อม
6) ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครัฐ
นโยบาย จดุ เน้นและทิศทางการขับเคลอ่ื นการจัดอาชวี ศึกษา ของสำนกั งานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 การศึกษาสร้างคน อาชีวะสร้างชาติ “เตรียมคนไทยสู่
ศตวรรษท่ี 21”
1. เพ่มิ ผู้เรียนสายอาชีพ (สายอาชีวะ 50 : 50 สายสามญั )

1) เปิดสาขาใหม่/สาขาขาดแคลน
2) เพม่ิ ห้องเรียน (วท./วอศ.)
3) ปรับหลกั สูตรใหย้ ดื หยุน่ ดึงผู้เรียนกลับเขา้ ส่รู ะบบ
4) แนะแนวส่ือสารทุกกล่มุ เป้าหมายทกุ พนื้ ที่
5) สร้างภาพลกั ษณ์ (Re-Branding)
6) จัดสวัสดิการตามบรบิ ท (หอพัก/รถรับ-สง่ )
2. ศนู ย์ความเป็นเลศิ ทางการอาชวี ศึกษา (Excellent Center)
1) พฒั นากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมเปา้ หมาย (10+2+1) (10 + 2 อตุ สาหกรรม
เป้าหมาย + 1 โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ)
2) จัดการศึกษารองรับการพัฒนากำลงั คนในเขตพฒั นาพเิ ศษ (EEC/SEC/SEZ)
3) พฒั นาความรว่ มมือกบั ภาครัฐและเอกชน
4) พัฒนาทกั ษะทางวิชาชีพและภาษา (องั กฤษ จีน และภาษาในอาเซยี น)
5) อาชวี ะฐานวิทย์ฯ/มาตรฐาน KOSEN

12

3. Re-Skills ,Up-Skills ,New-Skills
1) ยกระดับศักยภาพและพฒั นาทักษะกำลังคน (โดยวทิ ยาลัยสารพัดช่างและวทิ ยาลยั

การอาชีพท่วั ประเทศ)
2) เตรยี มความพร้อมกำลังคนเพ่ือรองรับสังคมผู้สงู อายุ
3) หลักสตู รฝกึ อบรมระยะส้นั (Short Course Training)
4) หลกั สูตรฝกึ อาชีพฐานสมรรถนะ (Education To Employment)
5) Startup/Business online

4. ปฏิรปู ระบบบริหารและงานบุคคล
1) ปฏริ ูปประสิทธภิ าพการบรหิ ารงาน
2) พฒั นาสมรรถนะทางวิชาชีพ ดจิ ทิ ัล และภาษาอังกฤษ
3) แกไ้ ขปัญหาการบรหิ ารงานบุคคลทุกมิติ
4) สรา้ งระบบแรงจูงใจ เพิ่มค่าตอบแทน และส่งเสริมระบบสวัสดิการ/สวัสดิภาพ

5. ขบั เคลื่อนอาชีวศึกษา เพ่ือเตรยี มคนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21
1) อาชีวศกึ ษาทวิภาคี 3 รูปแบบ
2) บูรณาการการพฒั นาทักษะด้านเทคโนโลยี ดิจิทลั และภาษาอังกฤษกบั การจดั การเรียน

การสอน
3) Fix it Center/จิตอาสาอาชีวะ
4) สร้างคา่ นิยม “การศกึ ษาสรา้ งคน อาชีวะสร้างชาติ”

อำนาจหนา้ ทีแ่ ละความรบั ผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร

ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีอำนาจหน้าท่ี

ดังตอ่ ไปนี้

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดและส่งเสริม

การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ โดยคำนึงถึงคุณภาพและความเป็นเลิศทางวิชาชีพ โดยให้มีอำนาจ

หนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปนี้

1. จัดทำข้อเสนอแนวนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและหลักสูตรการอาชวี ศึกษาทุกระดับ

2. ดำเนนิ การและประสานงานเกยี่ วกบั มาตรฐานการอาชวี ศึกษาและวิชาชพี

3. กำหนดหลักเกณฑ์ และวธิ ีการจดั งบประมาณและสนบั สนุนทรัพยากร

4. พัฒนาครแู ละบคุ ลากรการอาชวี ศึกษา

13

5. ส่งเสริมประสานงานการจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์
และรปู แบบความรว่ มมือกบั หนว่ ยงานอื่นและสถานประกอบการ

6. ตดิ ตาม ประเมินผล และรายงานผลการจัดการอาชีวศกึ ษาท้งั ภาครัฐและภาคเอกชน
7. จัดระบบ ส่งเสริม และประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและการนำเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารมาใชใ้ นการอาชวี ศึกษาและฝกึ อบรมวชิ าชพี
8. ดำเนินการเก่ียวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและดำเนินการตามท่ี
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษามอบหมาย
9. ปฏิบัติงานอ่ืนใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของ
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาหรือตามทร่ี ัฐมนตรหี รอื คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

จำนวนสถานศึกษา
สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2561
มีจำนวนทั้งสิ้น 911 แห่ง แบ่งเป็นสถานศึกษาของรัฐ จำนวน 429 แห่ง และสถานศึกษาเอกชน จำนวน 482
แห่ง (กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานอาชีวศึกษา ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและกำลังคน
อาชวี ศึกษา ณ วนั ท่ี 10 มถิ นุ ายน 2561)
ตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 6 และมาตรา 13 ประกอบกับ
กฎกระทรวงว่าด้วยการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2555 ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 จำนวน 19 สถาบัน และกฎกระทรวงว่าด้วยการรวม
สถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร พ.ศ. 2556 ประกาศในราชกิจจนานุเบกษา
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 จำนวน 4 สถาบัน รวมสถาบันการอาชีวศึกษาทั้งสิ้น 23 สถาบัน และ
มีสถานศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา จำนวน 202 แห่ง (สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ . 2561. รายงานประจำปี 2561)

14

ระดบั หลกั สูตรทีเ่ ปดิ สอน
1) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เป็นหลักสูตรที่รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนต้น เพ่ือผลิตและพฒั นากำลงั คนระดับฝมี ือให้มคี วามชำนาญเฉพาะดา้ น
2) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นหลักสูตรที่รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ เพื่อผลิตและพัฒนา
กำลังคนระดบั ผู้ชำนาญการเฉพาะสาขาอาชีพ
3) หลักสูตรประกาศนียบัตรครูเทคนิคชั้นสูง (ปทส.) เป็นหลักสูตรเทียบเท่าปริญญาตรีที่รับ
ผู้สำเรจ็ การศึกษาระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสูง (ปวส.)เปน็ หลกั สูตรทม่ี งุ่ ผลิตครวู ชิ าชีพ
4) หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยี หรือสายปฏิบัติการ เป็นหลักสูตรที่รับผู้สำเร็จ
การศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้นั สูง (ปวส.) เข้าศกึ ษาต่อเน่ือง และจบการศกึ ษาภายใน 2 ปี
5) หลักสูตรพัฒนาอาชีพเฉพาะทาง เป็นหลักสูตรจัดรองรับผู้มีพื้นความรู้ทุกระดับการศึกษา
มีระยะเวลาในการเรียน 6–225 ชั่วโมง และหลักสูตร 108 อาชีพ เปิดการสอนตามวาระโอกาสต่าง ๆ
มีระยะเวลาในการเรียน 1–4 ชวั่ โมง

กรอบคณุ วฒุ ิแหง่ ชาติ พ.ศ.2560 ในสว่ นที่เกีย่ วขอ้ งกับการอาชวี ศกึ ษา

วาระแห่งชาติตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การยกระดับ
การศกึ ษาและการเรียนรู้ให้มีคณุ ภาพเทา่ เทียมและทั่วถึง สอดคลอ้ งกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 12 (2560-2564) ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการ
แข่งขันของชาติ เป็นผลให้การพัฒนากำลังคนต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับโลกในศตวรรษที่ 21 ใน 4 มิติ คือ
1) เป็นคนไทยที่มีความรู้ ทักษะ และ ความสามารถที่สอดรับกับโลกในศตวรรษที่ 21 2) เป็นคนไทยที่มี
ความรับผิดชอบต่อสังคม 3) เป็นคนไทยที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยสามารถ ยืนอย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีสากล
และ 4) เป็นดิจิทัลไทยเพื่อสอดรับกับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะ
หน่วยงานระดับนโยบายที่มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ ได้ให้ความสำคัญในเรื่อง
ดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ระบุไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 2
เรื่องการผลิตและพฒั นากำลงั คน

กรอบคณุ วฒุ แิ ห่งชาติ ฉบบั ปรับปรุง 3 และนวตั กรรมเพอ่ื สรา้ งขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและการ
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมีแนวทางในการพัฒนาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว คือ
การส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบคุณวุฒิทั้งด้านการศึกษาและอาชีพสู่การปฏิบัติ ซึ่งสำนักงาน
เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดทำ “กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ”( National

15

Qualifications Framework: NQF) ตามที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556 และ
จัดทำแผนการขับเคลื่อนกรอบคุณวฒุ ิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ ตามที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 25
พฤศจกิ ายน 2557 ได้ดำเนนิ การขับเคลือ่ นกรอบคุณวฒุ ิแหง่ ชาติมาอย่างต่อเน่ือง ผ่านกลไกการดำเนินงานของ
คณะกรรมการที่ปรึกษาการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และคณะทำงานขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
ส ู ่ ก า ร ป ฏ ิ บ ั ต ิ เ พ ื ่ อ ร ่ ว ม ก ั น ก ำ ห น ด แ น ว ท า ง ก า ร น ำ ก ร อ บ ค ุ ณ ว ุ ฒ ิ แ ห ่ ง ช า ต ิ ส ู ่ ก า ร ป ฏ ิ บ ั ติ

1. หลกั การสำคัญของกรอบคณุ วุฒิแห่งชาติ กรอบคุณวฒุ ิแห่งชาตพิ ัฒนาขึน้ ภายใตห้ ลกั การ
สำคญั ดังนี้

1) สรา้ งความเชอื่ มโยงผลลพั ธ์การเรยี นรู้ของผู้ทีส่ ำเรจ็ การศึกษาจากสถาบนั การศึกษากับ
สมรรถนะในการปฏิบัติงานตามความต้องการของภาคการผลิตและบริการ ซึ่งกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกำหนด
สมรรถนะแกนกลางและสมรรถนะอาชีพ และใช้สมรรถนะที่ได้รับการยอมรับร่วมกันดังกล่าว มาพัฒนา และ
กำหนดหลักสูตรรวมทั้งออกแบบระบบการเรียนการสอน พัฒนาผู้บริหาร คณาจารย์ ครู ผู้ควบคุมการฝึก
ปฏิบัติในสถานประกอบการ (ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ธุรกิจและบริการ) และบุคลากรทาง การศึกษา
ส่งเสริมสนับสนุนด้านวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร เพื่อเตรียม ความพร้อมของสถานศึกษา และ
สถานประกอบการในการจัดการเรียนการสอนที่สนองตอบความต้องการของภาคการผลิตและบริการ

2) พัฒนาระบบการทดสอบวัด และประเมินความรู้ ทักษะ และเทียบโอนประสบการณ์
ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่นหลากหลาย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และตลอดเวลา เป็นการยกระดับ
ความรู้ ความสามารถ และคณุ วฒุ ิทางการศึกษาของผทู้ ่ีอยู่ในตลาดแรงงาน

3) เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของสถาบันการศึกษาในการบริหาร และจัดการ
ศึกษา เพื่อสนองตอบความต้องการของภาคการผลิต และบริการ ซึ่งจำเป็นต้องบริหารและจัดการโดยผู้มีส่วน
ได้ส่วนเสีย 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายสถาบันการศึกษาในฐานะผู้ผลิตกำลังคน ฝ่ายผู้ผลิตสินค้าและบริการ ในฐานะผู้ใช้
ประโยชน์ และฝ่ายกำลงั แรงงานที่เป็นผลผลิตจากหนว่ ยงานทางด้านการศึกษา

4) พัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร คณาจารย์ ครูและบุคลากร ทางการศึกษา และ
ผู้ควบคมุ การฝกึ ปฏบิ ตั ิในสถานประกอบการ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และสามารถจดั การเรียนการสอนรูปแบบ
ทห่ี ลากหลาย โดยเน้นสมรรถนะอาชพี และทักษะการคดิ วเิ คราะห์การแก้ปัญหา

5) สร้างความเข้มแข็งให้แก่สถานประกอบการในแต่ละกลุ่ม สาขาวิชา/วิชาชีพ รวมทั้ง
สถาบัน/องคก์ รวชิ าชีพในการให้การรบั รอง สมรรถนะแกนกลางและสมรรถนะอาชพี อันเปน็ กลไกสำคัญในการ
สร้าง แรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาระบบการศึกษาตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผ่านการกำหนดค่าตอบแทนท่ี
สะท้อนศักยภาพ ความสามารถและสมรรถนะ ในการปฏิบัติงานในแต่ละระดับคุณวุฒิภายใต้กรอบคุณวุฒิ
แหง่ ชาติ

16

2. วัตถุประสงคข์ องกรอบคณุ วุฒแิ ห่งชาติ ประกอบดว้ ย
1) เพ่ือเปน็ กลไกการปฏิรูปการศึกษา ด้วยการเชื่อมโยงความต้องการกำลังคนเชิงคุณภาพ

ของภาคการผลิต และบริการกับระบบคุณวุฒิทางการศึกษา ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอาชีพ โดยใช้
ระบบการประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีความเป็น
สากล โปรง่ ใส และเทยี บเคียงได้กับนานาชาติ

2) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการเพิ่มโอกาสการศึกษา
(Widening Education Participation) ที่จำเป็นต่อการสร้างศักยภาพกำลังคนในการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมของประเทศ

3) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิของต่างประเทศอันจะเป็นกลไกสร้างขีด
ความสามารถในการแข่งขนั ด้านกำลงั คนของประเทศเสริมสร้างความคล่องตัว และความมปี ระสิทธิภาพในการ
เคลื่อนย้ายกำลงั คนและนักเรียนนักศึกษาในภมู ิภาค (Mobility of Manpower and Student)

4) เพื่อยกระดับคุณค่าของผู้มีความสามารถหรือสมรรถนะ ในการปฏิบัติงานที่ต้องการ
เพมิ่ พนู คุณวฒุ ิการศึกษาดว้ ยระบบการเทียบโอน ประสบการณ์และความรู้ท่ีมีอยู่ก่อน (Recognition of Prior
Learning: RPL) รวมท้งั การเชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรแู้ ละความก้าวหน้าในอาชพี ที่หลากหลายของบคุ คล

3. โครงสร้างกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ได้กำหนดองค์ประกอบ
ของคุณวุฒิ (Descriptors) ที่เป็นแกนกลางในการอ้างองิ ไว้ 8 ระดับ บนฐานของผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning
Outcomes) ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และความสามารถในการ
ประยกุ ต์ใช้ และความรบั ผิดชอบ (Application and Responsibility) ดงั น้ี

1) ระดับคุณวุฒิ (Levels) กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ได้กำหนดระดับความสามารถหรือ
ความสามารถในการปฏิบัติงานตามขอบเขตความรู้ ทักษะ และความสามารถในการประยุกต์ใช้ และ
ความรบั ผดิ ชอบซ่ึงเชอ่ื มโยงกบั ผลลพั ธ์การเรียนรู้ทมี่ ีข้อกำหนดขอบเขตทแ่ี ตกต่างกนั ต้งั แตร่ ะดับง่ายไปยาก
จากระดับ 1-8 โดยมีลักษณะเป็นแกนกลางที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับกำลังคนในแต่ละกลุ่มสาขาอาชีพ/
วิชาชีพ

2) ผลลัพธก์ ารเรียนรู้ (Learning outcomes) ผลลพั ธ์การเรียนรูต้ ามกรอบคณุ วุฒแิ หง่ ชาติ
ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความรู้ (Knowledge) ครอบคลุมในเรื่องความรู้เชิงวิชาการ แนวคิด ทฤษฎี
ข้อเท็จจริงต่าง ๆ (2) ทักษะ (Skills) ครอบคลุมทักษะด้านการคิดอย่างมีเหตุผล การหยั่งรู้ การคิดสร้างสรรค์
และการปฏิบัติ และ (3) ความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ (Application and
Responsibility)

ผลลัพธ์การเรียนรู้ทั้ง 3 ด้านนี้ มีความแตกต่างกันไป ในแต่ละระดับ ทั้งในด้านความ
ซับซ้อนและความลึกของความรู้ความเข้าใจ ด้านวิชาการ และทักษะความสามารถที่ควรมีในแต่ละระดับ
การศึกษา เช่น ความสามารถในการบูรณาการความรู้ ความเป็นอิสระ และความคิดสร้างสรรค์ ทักษะในการ

17

ประยุกต์ใช้ความรู้และการปฏิบัติงาน โดยคุณวุฒิในแต่ละระดับ มีองค์ประกอบที่ใช้อธิบายคุณวุฒิ
(Descriptors) ตามมติ ิแตล่ ะด้าน

สถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ (องค์การมหาชน)
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545

กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
โดยการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ยึดหลักมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความ
หลากหลายในการปฏบิ ัติ มีการกระจายอำนาจท่ีมปี ระสิทธิภาพ และมกี ารทดสอบท่ีไดม้ าตรฐานไปสู่ระดับชาติ
สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพ
การศกึ ษาทกุ ระดับและทุกประเภทการศึกษา

ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบประเมินผลว่าการจัดการศึกษาที่เป็นการให้บริการ
สาธารณะแก่ประชาชนที่รัฐจะต้องจัดให้ทั่วถึงนั้น มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดและมีคุณภาพ
เทา่ เทียมกนั มากน้อยเพยี งใด จงึ ได้จัดตั้งสถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาต(ิ องค์การมหาชน) ข้นึ

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) เรียกโดยย่อว่า "สทศ." ใช้ชื่อเป็น
ภาษาอังกฤษว่า "National Institute of Educational Testing Service (Public Organization)" เรยี กโดย
ย่อว่า "NIETS" จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2548 ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันทดสอบ
ทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2548 ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นเป็นองค์การมหาชนเพื่อให้
การทำงานมีประสิทธิภาพสามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรและบุคลากรได้สูงสุด มีความเป็นอิสระไม่ขึ้นอยู่กับ
สายการบริหารของหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบการจัดการศึกษาจึงมีความเป็นกลาง เป็นสถาบันที่มี
การกำหนดหลักการ นโยบาย มาตรการและเป้าหมาย โครงสร้างการบริหาร และการดำเนินกิจการ
ความสัมพันธก์ บั รัฐและหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้อง บคุ ลากร การเงนิ การตรวจสอบ และการประเมินผลที่เป็นระบบ
และมีประสิทธิภาพ ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถาบันเพื่อบริหารจัดการและดำเนินการเกี่ยวกับ
การศึกษา วิจัย และให้บริการทางด้านการประเมินผลทางการศึกษาและทดสอบทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
รวมทงั้ เปน็ ศูนย์กลางความรว่ มมอื ดา้ นการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาตแิ ละนานาชาติ

วิสยั ทศั น์องค์กร
“To be a world-class education testing service center” สถาบนั ทดสอบทางการศึกษา
แหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) เปน็ สถาบนั ทางวชิ าการและวิชาชีพ และเปน็ แหล่งอ้างอิงระดับชาติ และนานาชาติ
ทเ่ี ชยี่ วชาญดา้ นการทดสอบและการประเมินผลทางการศกึ ษา เพอ่ื ให้คนไทยมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
ในทกุ ระดับและทุกประเภทการศกึ ษาส่รู ะดบั สากล

18

พนั ธกิจ

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์

เพื่อบริหารจัดการ และดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย พัฒนา และให้บริการทางการประเมินผลทาง

การศึกษา และทดสอบทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องรวมทั้งเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบ

ทางการศึกษาในระดับชาติและระดับนานาชาติ ซึ่ง สทศ. มีพันธกิจแห่งกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง

สถาบนั ฯ เพ่อื รองรบั การดำเนินการ ดงั น้ี

1. จดั ทำระบบ วธิ กี ารทดสอบและพัฒนาเครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผลตามมาตรฐานการศกึ ษา

2. ประเมินผลการจัดการศึกษา และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ตลอดจน

ให้ความร่วมมอื และสนบั สนนุ การทดสอบทงั้ ระดบั เขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา และสถานศกึ ษา

3. ทดสอบทางการศึกษา บริการสอบวัดความรู้ความสามารถ และการสอบวัดมาตรฐาน

วิชาการและวิชาชีพ ผลที่ได้ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเทียบระดับ และการเทียบโอนผลการเรียนที่มาจาก

การศึกษาในระบบเดียวกันหรอื การศกึ ษาตา่ งระบบ

4. ศึกษาวิจัย และเผยแพร่นวัตกรรมด้านการทดสอบทางการศึกษา เผยแพร่เทคนิค

การวัดและประเมนิ ผลการศกึ ษา

5. เป็นศูนย์กลางข้อมูลการทดสอบทางการศึกษา ตลอดจนสนับสนุน และให้บริการผล

การทดสอบแกห่ น่วยงานตา่ ง ๆ ไดท้ ้งั ในประเทศและต่างประเทศ

6. พัฒนาและส่งเสริมวิชาการด้านการทดสอบและประเมินผลทางการศึกษาการพัฒนา

บคุ ลากรด้านการทดสอบและประเมินผล การตดิ ตามและประเมินผลคุณภาพบัณฑิต การรับรองมาตรฐานของ

ระบบ วธิ ีการ เครอ่ื งมือวัดของหนว่ ยงานการประเมนิ ผลและทดสอบทางการศึกษา

7. เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาทั้งในระดับประเทศและระดับ

นานาชาติ

ค่านยิ มหลกั

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติมีพันธกิจหลักในการทดสอบและประเมินผลทาง

การศึกษาระดับชาติตามมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับและทุกประเภทการศึกษาเพื่อให้คนไทยมีคุณภาพ

มุ่งมั่นเป็นสถาบันทดสอบทางการศึกษามาตรฐานสากล จึงกำหนดค่านิยมหลัก เพื่อเป็นคติประจำใจในการ

ทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การ

มหาชน) ดังน้ี "องค์กรที่ยึดมั่นในคุณธรรม ความมีมาตรฐาน ความเป็นเลิศ ความมีประสิทธิภาพ ความโปรง่ ใส

ใหเ้ ปน็ ที่ยอมรบั เช่ือถือศรัทธา สร้างสรรค์ นวัตกรรมทที่ ันสมยั สานสมั พันธ์เครอื ขา่ ยการทดสอบและการนำผล

ไปใช้ เป่ยี มด้วยใจบริการ (NIETS)"

N Networking สร้างพนั ธมติ รเครอื ขา่ ยการทดสอบ และการนำผลไปใช้

I Innovation, Integrity พฒั นานวตั กรรมทที่ ันสมัย ยึดมนั่ ในคณุ ธรรม

E Efficiency, Excellence มุง่ ประสิทธิภาพและความเป็นเลิศ

19

T Transparency, Trust ผลที่โปรง่ ใสเชอื่ ถอื ได้ และมีความศรทั ธา
S Standard and Service mind มัน่ คงในมาตรฐาน และให้บริการดว้ ยใจ

การบริหารการจัดสอบ (V-NET)
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (Vocational National Educational

Test : V-NET) V-NET คือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา เพื่อวัดความรู้และความคิด
ของนกั เรียนในระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปีที่ 3 (ปวช. 3) และระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสูงช้ันปีท่ี 2
(ปวส. 2)

1. วัตถุประสงค์ของการสอบ V-NET การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา
(vocational National Educational Test:V-NET) มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั สอบ ดังนี้

1) เพื่อทดสอบความรู้และความคิดของนักเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
พทุ ธศักราช 2556 และหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชั้นสงู พุทธศกั ราช 2557

2) เพอ่ื นำผลการสอบไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอนของสถานศกึ ษา
3) เพ่ือนำผลการสอบไปใชใ้ นการประเมินผลการเรียนรูข้ องนกั เรียน นักศกึ ษา ระดับชาติ
4) เพ่อื นำผลการสอบไปใชใ้ นการประกันคณุ ภาพการศึกษา
5) เพอื่ นำผลการสอบไปใช้ในวัตถปุ ระสงค์อื่น
2. แนวปฏบิ ัติเพือ่ ความโปรง่ ใสในการจดั สอบ V-NET
1) การจัดสนามสอบ ให้จัดสนามสอบโดยรวมสถานศึกษาที่อยู่ใกล้กันเป็นหน่ึงสนามสอบ
ศูนย์สอบพิจารณาเลือกสถานศึกษาที่มีความเหมาะสมให้เป็นสนามสอบ ทั้งนี้การจัดสนามสอบ
ให้พิจารณาจำนวนผู้เข้าสอบ การเดินทางของผู้เข้าสอบจากบ้านถึงสนามสอบมีระยะทางไป-กลับ ไม่เกิน 50
กิโลเมตร และความเหมาะสมอ่ืน ๆ ด้วย
2) การแต่งตั้งตัวแทนศูนย์สอบไปประจำที่สนามสอบ ศูนย์สอบพิจารณาแต่งตั้งตัวแทน
ศูนย์สอบ โดยให้ศูนย์สอบพิจารณาแต่งตั้งจากบุคลากรของศูนย์สอบหรือบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ
หนว่ ยงานอ่นื ๆ ตามความเหมาะสม อัตรา 2 คนตอ่ สนามสอบ
3) การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบ ศูนย์สอบแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนาม
สอบ ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าสนามสอบ กรรมการกลาง กรรมการคุมสอบ ผู้ประสานงานระดับสนามสอบ
รวมทั้งตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม โดยกรรมการคุมสอบต้องไม่คมุ สอบนกั เรยี น นักศึกษาของตัวเอง
4) การรบั -ส่ง กล่องแบบทดสอบและกลอ่ งคำตอบ

 เมื่อศูนย์สอบได้รับกล่องบรรจุแบบทดสอบ และกล่องบรรจุกระดาษคำตอบจาก
สทศ.ศูนย์สอบต้องเก็บรักษากล่องบรรจุแบบทดสอบ และกล่องบรรจุกระดาษคำตอบในห้องที่ปิดมิดชิด และ
มีระบบรกั ษาความปลอดภัย ก่อนส่งมอบใหต้ ัวแทนศนู ย์สอบนำไปใหส้ นามสอบในตอนเช้าของวนั สอบ

20

 หลังจากสิ้นสุดการสอบในแต่ละวัน ตัวแทนศูนย์สอบลงนามตรวจสอบที่หน้ากล่อง
บรรจุซองกระดาษคำตอบ และนำกล่องบรรจุซองกระดาษคำตอบกลับ กล่องบรรจุแบบทดสอบ และเอกสาร
จัดสอบส่งมอบให้ศนู ยส์ อบภายใน 2 ช่ัวโมง หากไม่สามารถดำเนนิ การไดต้ ้องรายงานศูนย์สอบ

5) กล่องบรรจุแบบทดสอบและกลอ่ งกระดาษคำตอบ
 กอ่ นสอบ กล่องบรรจุแบบทดสอบจะต้องปิดแนน่ หนาแลว้ ปิดทับด้วยเทปกาวเฉพาะ

ของ สทศ.และรดั ด้วยสายรดั เฉพาะของ สทศ. โดยอนุญาตใหห้ วั หน้าสนามสอบ เปิดกล่องบรรจแุ บบทดสอบได้
ก่อนเวลาตามตารางสอบไมเ่ กนิ 1 ชวั่ โมง ตอ่ หน้าตัวแทนศนู ย์สอบ

 หลังจากเสรจ็ ส้นิ การสอบในแต่ละวิชา ใหต้ ัวแทนศูนยส์ อบเป็นผู้ทำหน้าท่ีปิดทับด้วย
“สติก๊ เกอร์แบบทำลายตวั เอง” ลงบนซองกระดาษคำตอบทันที และลงนามทหี่ น้าซองกระดาษคำตอบ จากน้ัน
ส่งให้หัวหน้าสนามสอบ/กรรมการกลางนำซองกระดาษคำตอบบรรจุในกล่องบรรจุซองกระดาษคำตอบกลับ
และปิดทับกล่องบรรจุซองกระดาษคำตอบกลับด้วยเทปกาวที่ สทศ.จัดให้ จำนวนกล่องละ 3 แผ่น ต่อหน้า
ตัวแทนศูนย์สอบทันที

6) การรับแจ้งเรื่องร้องเรียน เรื่องความโปร่งใสในการสอบ สทศ. เปิดช่องทางรับแจ้งเรื่อง
ร้องเรียนในความโปรง่ ใสในการสอน 4 ชอ่ งทาง คอื สายตรง ผูบ้ ริหาร จดหมาย E-mail : [email protected]
และ Call center 02-217-3800

3. สถานศึกษาที่เข้าสอบ (V-NET) ในปีการศึกษา 2562 สถาบันทดสอบทางการศึกษา
แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดสอบ V-NET ให้กับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย 81 สถานศึกษา โดยมีจำนวน
นกั ศกึ ษา จำนวน 12,223 คน ดังน้ี

ตารางท่ี 1 แสดงจำนวนนกั ศกึ ษา และสถานศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3)

จำแนกรายจังหวัด

ที่ จังหวัด/สถานศกึ ษา จำนวน นศ.
ปวช. ปที ่ี 3

1 จังหวดั ชุมพร 1,139

1) ชมุ พรบรหิ ารธุรกจิ

2) วิทยาลยั การอาชพี ทา่ แซะ

3) วิทยาลยั การอาชีพหลงั สวน

4) วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยชี ุมพร

5) วิทยาลัยเทคนิคชุมพร,

6) วทิ ยาลยั ประมงชมุ พรเขตรอดุ มศักดิ์

7) วิทยาลัยสารพดั ชา่ งชุมพร

ท่ี จังหวดั /สถานศกึ ษา 21
จำนวน นศ.
8) วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชุมพร ปวช. ปที ่ี 3
9) วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษารกั ธรรม
2 จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี 2,196
1) เทคโนโลยศี รวี ิชัยสวุ รรณภมู ิ
2) วทิ ยาลยั การอาชพี ไชยา 4,137
3) วทิ ยาลยั การอาชพี เวียงสระ
4) วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยสี รุ าษฎรธ์ านี
5) วิทยาลยั เทคนิคกาญจนดิษฐ์
6) วทิ ยาลัยเทคนิคสุราษฎรธ์ านี
7) วิทยาลยั เทคโนโลยสี รุ าษฎรพ์ าณชิ ยการ
8) วิทยาลัยบรหิ ารธรุ กิจและการท่องเท่ียวสมุย
9) วทิ ยาลัยสารพัดชา่ งสุราษฎร์ธานี
10) วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาเทศบาลเมืองนาสาร
11) วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาภาวนาโพธิคุณ
12) วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาสรุ าษฎร์ธานี
13) ศนู ยบ์ ริการการศึกษานอกอำเภอเกาะสมุย
14) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสรุ าษฎร์ธานี ๑ (ดอนสกั ผดุงวิทย)์
15) อาชีวะดอนบอสโกสุราษฎร์
3 จังหวัดนครศรธี รรมราช
1) เจรญิ มิตรพณชิ ยการ
2)เทคนคิ ธุรกจิ บณั ฑติ
3) เทคโนโลยีทักษิณอาชีวศกึ ษา
4) เทคโนโลยภี าคใต้ (เอส.เทค)
5) นครพณิชยการ
6) ประทปี ศาสนพ์ ณชิ ยการ
7) พณิชยการทุ่งสง
8) พณชิ ยการศกั ดิศลิ ปนิ
9) วทิ ยาลัยการอาชพี นครศรีธรรมราช
10) วทิ ยาลัยการอาชีพพรหมครี ี
11) วทิ ยาลยั การอาชีพหัวไทร

ท่ี จังหวัด/สถานศกึ ษา 22
จำนวน นศ.
12) วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีนครศรธี รรมราช ปวช. ปที ี่ 3
13) วทิ ยาลยั ช่างศลิ ปะนครศรธี รรมราช
14) วทิ ยาลัยเทคนิคทงุ่ สง 1,018
15) วทิ ยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช
16) วทิ ยาลยั เทคนิคสิชล 3,733
17) วทิ ยาลยั เทคโนโลยจี รัสพชิ ากร
18) วิทยาลยั เทคโนโลยพี ณชิ ยการสิชล
19) วทิ ยาลยั เทคโนโลยีรชั ต์ภาคย์
20) วิทยาลัยเทคโนโลยแี ละอุตสาหกรรมการตอ่ เรือนครศรธี รรมราช
21) วทิ ยาลัยเทคโนโลยีสถาปตั ย์นคร
22) วิทยาลัยศลิ ปหตั ถกรรมนครศรีธรรมราช
23) วทิ ยาลัยสารพดั ชา่ งนครศรธี รรมราช
24) วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษานครศรธี รรมราช
25) วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาปากพนงั
4 จังหวดั พทั ลงุ
1) วทิ ยาลัยการอาชพี ควนขนนุ
2) วทิ ยาลยั การอาชีพบางแก้ว
3) วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพทั ลงุ
4) วิทยาลยั เทคนคิ ปา่ พะยอม
5) วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง
6) วิทยาลยั เทคโนโลยพี ทั ลงุ บริหารธรุ กิจ
7) วิทยาลัยสารพัดช่างพทั ลุง
5 จังหวัดสงขลา
1) ชา่ งกลภาคใต้เทคโนโลยี
2) บริหารธุรกิจวทิ ยาสงขลา
3) พณิชยการหาดใหญ่
4) ระโนดวทิ ยา
5) วชริ าโปลีเทคนคิ
6) วทิ ยาลยั การอาชพี นาทวี
7) วทิ ยาลัยการอาชีพสมเด็จเจ้าพะโคะ

ท่ี จงั หวัด/สถานศึกษา 23
จำนวน นศ.
8) วิทยาลยั การอาชีพหลวงประธานราษฎรน์ กิ ร ปวช. ปที ี่ 3
9) วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยสี งขลา
10) วทิ ยาลัยเทคนิคจะนะ 12,223
11) วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่
12) วิทยาลยั เทคโนโลยนี ครหาดใหญ่
13) วทิ ยาลยั เทคโนโลยีพณชิ ยการมฮู ำมาดีย์
14) วิทยาลยั เทคโนโลยีและการจดั การสงิ หนคร
15) วทิ ยาลยั เทคโนโลยสี งขลา
16) วิทยาลัยเทคโนโลยหี าดใหญ่
17) วิทยาลยั เทคโนโลยหี าดใหญอ่ ำนวยวิทย์
18) วทิ ยาลยั ประมงติณสูลานนท์
19) วทิ ยาลัยสารพดั ช่างสงขลา
20) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา
21) วิทยาลยั อาชวี ศึกษาฮอไรซอนบรหิ ารธุรกจิ
22) ส่องแสงพณิชยการ
23) สะเดา (ขรรค์ชัยกัมพลานนทอ์ นสุ รณ์)
24) สนั ติวทิ ย์
25) อุดมศึกษาพณิชยการ
รวม 81 สถานศึกษา และ นศ.ปวช. ปที ี่ 3กล่มุ จงั หวัดภาคใต้ฝง่ั อา่ วไทย

โครงสร้างและรปู แบบข้อสอบของแบบทดสอบ V-NET
แบบทดสอบที่ใช้ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา V-NET ระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) มีเนื้อหาและจำนวนข้อสอบของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ดา้ นอาชีวศึกษา V-NET ดงั นี้

ฉบับท่ี 1 ประกอบดว้ ย 2 ทักษะ ดังนี้
1) ทักษะภาษาและการสอื่ สาร

 ส่อื สารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชพี
 สอื่ สารโดยใชภ้ าษาอังกฤษในชวี ิตประจำวนั และในงานอาชพี

24

2) ทกั ษะการคดิ และการแกป้ ัญหา
 การแกไ้ ขปญั หาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
 การแก้ไขปัญหาในงานอาชพี โดยใชห้ ลกั การและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

ฉบับที่ 2 ประกอบดว้ ย 2 ทักษะ ดงั น้ี
1) ทกั ษะทางสังคม และการดำรงชีวติ

 ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และ
ค่านิยมอันพึงประสงค์

 พฒั นาบคุ ลกิ ภาพและสุขลักษณะโดยใชห้ ลักการและกระบวนการดา้ นสุขศึกษาและพล
ศกึ ษา

2) ทกั ษะการจัดการงานอาชีพ
 ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ หลักการบริหารงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และ

ความปลอดภยั ในการทำงาน
 การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมสำเร็จรูป และ

อนิ เทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการ ตามลักษณะงานอาชีพ

ตารางที่ 2 แสดงวชิ าความรูด้ า้ นสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทั่วไป ระดบั ประกาศ

องคป์ ระกอบ ร้อยละ เน้อื หาหลกั จ

1. ทักษะภาษาและการสื่อสาร 50 1.1 สื่อสารโดยใชภ้ าษาไทยใน
ชีวติ ประจำวนั และในงานอาชพี

25

ศนียบัตรวชิ าชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ฉบบั ที่ 1 ปีการศกึ ษา 2562

จำนวน เนอ้ื หาย่อย
ขอ้

20 1.1.1 การฟัง การพดู

- ฟงั และดสู ารในงานอาชีพจากสื่อบคุ คลสื่อสิ่งพิมพ์

สือ่ อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละแหล่งเรยี นรู้ในชมุ ชน

- ฟังและดขู า่ ว สารคดี บันเทงิ คดี

- การพูดในสถานการณ์ตางๆ การทักทาย แนะนำตนเอง

และผูอ้ ืน่ ตามมารยาทของสงั คม

- การพดู ตดิ ต่อ กจิ ธุระ การพดู สรปุ ความและแสดงความคดิ เหน็

1.1.2 การอ่าน การเขยี น

- อา่ นขา่ ว บทความ สารคดี หรอื โฆษณา จากส่ือ ส่งิ พิมพ์

หรือสื่ออเิ ล็กทรอนิกสใ์ นปัจจุบนั

- อ่านวรรณกรรม หรอื ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น จากส่อื ส่งิ พิมพ์

ส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ ม

- เขียนข้อความ ติดต่อกจิ ธรุ ะ เขยี นบนั ทกึ ขอ้ ความ

การกรอกแบบฟอร์ม

- เขียนสรุปความ รายงานเชิงวชิ าการ และแสดงความรสู้ กึ

ในโอกาสตา่ ง ๆ

ตารางที่ 2 แสดงวชิ าความรู้ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทัว่ ไป ระดบั ประกาศ

องคป์ ระกอบ รอ้ ยละ เน้ือหาหลัก
1. ทกั ษะภาษาและการส่อื สาร
1.2 สื่อสารโดยใชภ้ าษาอังกฤษใน
ชวี ิตประจำวันและในงานอาชีพ

26

ศนยี บัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ฉบบั ที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 (ต่อ)

จำนวน เนอ้ื หาย่อย
ขอ้

20 1.2.1 การทักทาย แนะนำตนเองและผู้อน่ื

1.2.2 การเสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื

1.2.3 การบอกทิศทาง ท่ตี ั้ง

1.2.4 การให้บริการในรา้ นอาหาร

1.2.5 การนัดหมายทางโทรศัพท์

1.2.6 สภาพอากาศ การทักทาย แนะนำตนเองและผูอ้ ื่น

1.2.7 ความปลอดภยั

1.2.8 ฉลากสินค้า

1.2.9 โฆษณาสมัครงาน

1.2.10 กำหนดการเดนิ ทาง

1.2.11 อา่ นข้อความสั้นๆ

1.2.12 อา่ นสญั ลักษณจ์ ราจร

ตารางท่ี 2 แสดงวชิ าความรู้ดา้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับประ

องค์ประกอบ ร้อยละ เนื้อหาหลกั

2. ทกั ษะการคิดและ 50 2.1 การแกป้ ัญหาในงานอาชีพ
การแก้ปัญหา โดยใชห้ ลักการและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์

27

ะกาศนยี บัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) ฉบบั ท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2562 (ตอ่ )

จำนวน เนื้อหายอ่ ย
ข้อ
20 2.1.1 ความสามารถในการสังเกต
2.1.2 ความสามารถในการหาความสัมพันธร์ ะหว่าง

สเปสกบั สเปส และสเปสกับเวลา
2.1.3 ความสามารถในการจำแนกประเภท
2.1.4 ความสามารถในการคำนวณ
2.1.5 ความสามารถในการวัด
2.1.6 ความสามารถในการส่อื ความหมายข้อมลู
2.1.7 ความสามารถในการพยากรณ์
2.1.8 ความสามารถในการลงความเหน็ จากข้อมลู
2.1.9 ความสามารถในการกำหนดและควบคุมตวั แปร
2.1.10 ความสามารถในการตั้งสมมุตฐิ าน
2.1.11 ความสามารถในการกำหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร
2.1.12 ความสามารถในการทดลอง
2.1.13 ความสามารถในการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป

ตารางท่ี 2 แสดงวชิ าความรู้ดา้ นสมรรถนะหลกั และสมรรถนะท่วั ไป ระดับประกาศ

องคป์ ระกอบ ร้อยละ เนอ้ื หาหลกั จ

2. ทักษะการคิดและ 50 2.2 การแก้ไขปัญหาในงานอาชพี
การแก้ปัญหา โดยใชห้ ลักการและกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์

ฉบับท่ี 1 รวม (ขอ้ )

28

ศนียบตั รวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ฉบับที่ 1 ปีการศกึ ษา 2562 (ต่อ)

จำนวน เนอื้ หาย่อย
ข้อ

20 2.2.1 การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใชอ้ ตั ราส่วนสัดส่วน

และรอ้ ยละ

2.2.2 การแก้ปญั หาในงานอาชพี โดยใชส้ มการ

2.2.3 การนำเสนอข้อมลู และวเิ คราะห์ข้อมูลโดยใช้ความรู้

เกีย่ วกับสถิตเบื้องต้น

80

ตารางท่ี 3 แสดงชาความร้ดู า้ นสมรรถนะหลักและสมรรถนะทว่ั ไป ระดับประกาศน

องคป์ ระกอบ ร้อยละ เนอ้ื หาหลัก จำนว
ข้อ
3. ทักษะทางสังคม 50 3.1 ปฏิบตั ิตนตามหลกั ศาสนา 20
และการดำรงชีวติ วฒั นธรรม สทิ ธหิ นา้ ทพี่ ลเมอื ง
เศรษฐกจิ พอเพียง และคา่ นยิ ม
อันพงึ ประสงค์

3.2 พฒั นาบุคลิกภาพและ 20
สขุ ลกั ษณะโดยใช้หลกั การและ
กระบวนการด้านสุขศกึ ษาและ
พลศึกษา

29

นยี บัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ฉบับที่ 2 ปกี ารศึกษา 25

วน เนื้อหาย่อย

3.1.1 การปฏิบตั ติ นตามหลักศาสนา
3.1.2 การปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมประเพณี คา่ นิยมอนั พึงประสงค์

และเศรษฐกจิ พอเพียง
3.1.3 การปฏบิ ัตติ นตามสทิ ธิ หนา้ ที่ความเป็นพลเมืองดีตาม

รัฐธรรมนญู และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
3.2.1 การดูแลส่งเสรมิ สมรรถภาพทางการกายและบุคลิกภาพ
3.2.2 การสร้างเสรมิ สขุ ภาพอนามัยและความปลอดภัยในชีวิต
3.2.3 สุขภาวะทางเพศและการปอ้ งกนั โรค

ตารางที่ 3 แสดงวชิ าความร้ดู า้ นสมรรถนะหลกั และสมรรถนะท่วั ไป ระดบั ประกาศน

องคป์ ระกอบ ร้อยละ เนอ้ื หาหลัก

4. ทักษะการจัดการงานอาชีพ 50 4.1 ปฏิบัติตนตามหลกั การในงาน
อาชีพ หลักการบรหิ ารงาน
คุณภาพ ส่งิ แวดลอ้ ม และ
ความปลอดภัยในการทำงาน

4.2 การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารส
ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมสำเ
และอนิ เทอร์เนต็ ตามหลกั การแ
กระบวนการตามลกั ษณะงานอ

ฉบบั ที่ 2 รวม (ขอ้ )

30

นียบัตรวชิ าชีพปที ่ี 3 (ปวช.3) ฉบับท่ี 2 ปีการศึกษา 2561 (ตอ่ )

จำนวน เนื้อหาย่อย
ขอ้

20 4.1.1 หลักปฏบิ ัตติ นในงานอาชีพ

- มาตรฐานอาชีพ

- หลกั การปฏิบัตติ นในงานอาชพี

- องค์กรและการบริหารงาน

4.1.2 หลกั การบรหิ ารงานคุณภาพ

- การบริหารงานคุณภาพ

- หลักการบรหิ ารงานคุณภาพและ

- การเพิม่ ผลผลติ

4.1.3 ส่งิ แวดล้อมและความปลอดภยั ในการทำงาน

- สิง่ แวดลอ้ มในการทำงาน

- ความปลอดภัยในการทำงาน

สนเทศ 20 4.2.1 การใช้คอมพิวเตอร์

เรจ็ รปู 4.2.2 การใชร้ ะบบสารสนเทศ

และ 4.2.3 การใชร้ ะบบปฏิบตั กิ าร

อาชีพ 4.2.4 การใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรูป

4.2.5 การอินเทอร์เน็ต

80

31

ตารางท่ี 4 แสดงกำหนดการสอบ (V-NET) ปกี ารศึกษา 2562

V-NET วันสอบ ประกาศผล
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) 25 มกราคม 2563 25 กุมภาพันธ์ 2563

กรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานศึกษาธิการภาค

ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จะดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานตามคำรับรอง

การปฏิบัติราชการของสำนักงานศึกษาธิการภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ด้านการประเมิน

ประสิทธิผล สรปุ ได้ดังน้ี

1) กรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงาน

ศกึ ษาธิการภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ดงั แผนภูมทิ ่ี 2

ประเดน็ ตวั ชวี้ ัด นำ้ หนัก
การ (รอ้ ยละ)

ประเมนิ

การประเมนิ ประสิทธผิ ล 50

ตวั ชีว้ ัดท่ี 1 ความสำเรจ็ ในการบรรลเุ ป้าหมายตามนโยบายสำคญั / 3
แผนปฏิบัติราชการ/ตวั ชว้ี ดั ตามคำรับรองการปฏิบัตริ าชการของกระทรวง/ 20
สำนกั งานปลัดกระทรวงและแผนปฏบิ ตั ิราชการของหน่วยงาน
ตัวชี้วัดท่ี 1.3 ระดับคะแนนเฉล่ยี ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ
ด้านอาชวี ศึกษา (V-NET)
การประเมินประสิทธภิ าพ

การพฒั นาองค์การ 30
100
รวม

แผนภูมิที่ 2 กรอบการประเมินผลการปฏิบัตริ าชการตามคำรับรองการปฏบิ ัติราชการของ
สำนกั งานศึกษาธกิ ารภาค ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563

2) หลักเกณฑ์ในการกำหนดตัวชว้ี ดั ค่าเปา้ หมาย และเกณฑ์การให้คะแนน
ประเด็นการประเมิน : การประเมินประสิทธิผลตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง
ศกึ ษาธิการและหนว่ ยงาน (นำ้ หนักร้อยละ 50)

32

ตัวชี้วัดที่ 1 ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายตามนโยบายสำคัญ/แผนปฏิบัติราชการ/ตัวชี้วัดตามคำรับรอง
การปฏิบัตริ าชการของกระทรวง/สำนักงานปลัดกระทรวง และแผนปฏิบตั ิราชการของหน่วยงาน

คำอธบิ าย :
ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายตามนโยบายสำคัญ/แผนปฏิบัติราชการของสำนักงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงาน พิจารณาจากความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายแต่ละตัวชี้วัดตาม
คำรับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงานที่กำหนดขึ้นเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของภารกิจหลักตามนโยบายสำคัญ
ตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกระทรวง/สำนักงานปลัดกระทรวง และโครงการ/กิจกรรมสำคัญ
ทก่ี ำหนดไวใ้ นแผนปฏบิ ัตริ าชการประจำปีท่ีส่งผลต่อการบรรลุเปา้ หมายตามประเด็นยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน
และ/หรือของสำนกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
หลกั เกณฑ์ในการกำหนดตัวชี้วดั คา่ เป้าหมาย และเกณฑก์ ารให้คะแนน ดังน้ี
1. การกำหนดตัวชว้ี ัด

1.1 ตัวชี้วัดในคำรับรองการปฏิบัติราชการให้เน้นตัวชี้วัดผลผลิตและผลลัพธ์ ไม่ใช่ตัวชี้วัด
กระบวนการ

1.2 การกำหนดตัวชี้วัดควรมุ่งเน้นมิติเชิงคุณภาพของสิ่งที่ต้องการจะวัดมากกว่าการให้
ความสำคญั เชิงปรมิ าณ

1.3 การกำหนดตัวชวี้ ัดตามภารกิจหลกั ของหนว่ ยงานต้องสอดคลอ้ งกับแผนปฏบิ ตั ริ าชการ
1.4 กำหนดตัวชี้วัดที่มีลักษณะท้าทายต่อผลการปฏิบัติงาน มากกว่าตัวช้ีวัดที่เป็นงาน
ประจำ
2. เกณฑ์การใหค้ ะแนน แบ่งเป็น 5 ระดบั ดงั น้ี
ระดับที่ 5 ดีกว่าเป้าหมายมาก ส่วนราชการต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถบรรลุผลลัพธ์
(Outcome) หรือมกี ารเทยี บกบั มาตรฐาน (Benchmarking)
ระดับที่ 4 ดีกว่าเป้าหมาย ส่วนราชการต้องแสดงให้เห็นวา่ จะสามารถบรรลุเป้าหมายของ
ตัวชี้วัดนั้นในเชิงคุณภาพ หรือนวัตกรรมทางการบริหารจัดการ หรือผลการดำเนินการทำให้เกิดผลลัพธ์
(Outcome) อย่างไร เป็นตน้
ระดับที่ 3 เป็นไปตามเป้าหมาย เปน็ การวางเป้าหมายทจี่ ะทำสำเรจ็ ตามแผนงานประจำปี
หรอื จะพัฒนาตอ่ เนอ่ื งจากผลการดำเนนิ การในปกี ่อนเปน็ Continuous Improvement หรอื ถ้าตวั ช้ีวัดใด
ท่มี ีผลการดำเนินการได้สงู สดุ และไมส่ ามารถปรบั ปรุงได้อกี แล้วกอ็ าจจะถอดตวั ชี้วดั นนั้ ออกหรือใหล้ ดน้ำหนัก
ตวั ชวี้ ดั น้ันลง เป็นตน้
ระดบั ที่ 2 ต่ำกว่าเป้าหมาย
ระดับท่ี 1 ตำ่ กวา่ เปา้ หมายมาก
3. ตัวชี้วดั ที่ 1.3 ระดบั คะแนนเฉลีย่ ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติ
ด้านอาชีว ศกึ ษา (V-NET)


Click to View FlipBook Version