The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phutthiphat, 2020-10-02 00:10:06

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

83

ตารางท่ี 16 แสดงค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามเน้ือหาหลัก

ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) รายจังหวดั ปกี ารศกึ ษา 2562

องค์ประกอบเน้อื หา ชุมพร สุราษฎรธ์ านี นครศรีธรรมราช พัทลงุ สงขลา ค่าเฉลี่ย อนั ดบั
คะแนน

ทักษะภาษาและการส่ือสาร

สอื่ สารโดยใช้ภาษาไทยใน

ชวี ติ ประจำวนั และในงานอาชีพ 55.45 56.65 54.94 54.87 56.76 55.73 2

สอ่ื สารโดยใชภ้ าษาอังกฤษใน

ชีวิตประจำวนั และในงานอาชีพ 23.52 25.90 24.04 23.29 27.27 24.80 8

ทกั ษะการคดิ และการแก้ปญั หา

การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพ

โดยใชห้ ลกั การและ

กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 43.25 44.07 42.10 44.81 44.64 43.77 4

การแก้ไขปญั หาในงาน

อาชีพโดยใช้หลกั การและ

กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 29.15 29.59 28.47 30.01 29.10 29.26 7

ทกั ษะทางสงั คม และการดำรงชีวติ

ปฏิบตั ติ นตามหลักศาสนา

วัฒนธรรม สิทธิหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง

เศรษฐกิจพอเพยี ง และค่านิยม

อันพงึ ประสงค์ 40.71 40.01 39.37 39.54 39.90 39.91 6

พัฒนาบุคลกิ ภาพและ

สขุ ลักษณะโดยใช้หลกั การและ

กระบวนการด้านสุขศึกษาและ

พลศกึ ษา 67.70 69.28 66.45 68.14 68.72 68.06 1

ทกั ษะการจดั การงานอาชีพ

ปฏิบัติตนตามหลักการในงาน

อาชพี หลกั การบริหารงาน

คุณภาพ สงิ่ แวดล้อม และ

ความปลอดภัยในการทำงาน 51.65 52.81 51.23 53.47 53.54 52.54 3

84

ตารางท่ี 16 แสดงค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามเน้ือหาหลัก
ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปีที่ 3 (ปวช.3) รายจังหวดั ปีการศกึ ษา 2562 (ต่อ)

องค์ประกอบเน้ือหา ชุมพร สรุ าษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พทั ลุง สงขลา ค่าเฉลย่ี อนั ดบั
คะแนน
การใช้คอมพวิ เตอร์ ระบบ
สารสนเทศ ระบบปฏิบตั กิ าร 42.01 42.88 41.21 42.04 44.24 42.48 5
โปรแกรมสำเรจ็ รปู และ
อินเทอรเ์ น็ตตามหลักการและ
กระบวนการ ตามลักษณะงาน
อาชพี

จากตารางที่ 16 พบว่า กลุ่มจงั หวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย มีค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะ
หลักและสมรรถนะท่ัวไป จำแนกตามตามเนื้อหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3)
กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ (1) พัฒนาบุคลิกภาพและ
สุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการด้านสุขศึกษาและพลศึกษา ( ̅= 68.06) (2) สื่อสารโดยใช้
ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ ( ̅= 68.06) (2) พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้
หลักการและกระบวนการด้านสุขศึกษาและพลศึกษา ( ̅= 55.73) (3) ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ
หลักการบริหารงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในการทำงาน ( ̅= 52.54) (4) การแก้ไขปัญหา
ในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ( ̅= 43.77) (5) การใช้คอมพิวเตอร์
ระบบสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการโปรแกรมสำเร็จรูป และอินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการ
ตามลักษณะงานอาชีพ ( ̅= 42.48) (6) ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจ
พ อ เพี ยง แ ละค่านิ ยม อั น พึ งป ระส งค์ ( ̅= 39.91) (7) การแ ก้ไขปั ญ ห าใน งาน อาชี พ โดย ใช้
ห ลั ก ก า ร แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ ( ̅= 2 9 .2 6 ) แ ล ะ ค่ า เฉ ลี่ ย ที่ น้ อ ย ท่ี สุ ด คื อ
(8) สื่อสารโดยใชภ้ าษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวันและในงานอาชพี ( ̅= 24.80)

85

เม่ือจำแนกตามเนื้อหาหลัก เป็นรายจังหวัด พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลัก
และสมรรถนะทัว่ ไป ระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) ปีการศกึ ษา 2562 ดงั นี้

1. สื่อสารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน
( ̅= 55.73) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนนมากท่ีสุดคือ จังหวัดสงขลา
( ̅= 56.73) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 56.65) จังหวัดชุมพร ( ̅= 55.45) จังหวัด
นครศรีธรรมราช ( ̅= 54.94) และจังหวัดพทั ลงุ ( ̅= 54.87)

2. สื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน
( ̅= 24.80) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉล่ียคะแนนมากที่สุดคือ จังหวัดสงขลา
( ̅= 27.27) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 25.90) จังหวัดนครศรีธรรมราช ( ̅= 24.04) จังหวัด
ชุมพร ( ̅= 23.52) และจังหวัดพัทลุง ( ̅= 23.29)

3. การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ภาพรวม
คา่ เฉล่ยี คะแนน ( ̅= 43.77) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมคี ่าเฉลี่ยคะแนนมากทสี่ ุดคอื จังหวัด
พัทลุง ( ̅= 44.81) รองลงมา คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 44.64) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 44.07) จังหวัดชุมพร
( ̅= 43.25) และจังหวัดนครศรีธรรมราช ( ̅= 42.10)

4. การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ภาพรวม
ค่าเฉลย่ี คะแนน ( ̅= 29.26) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุดคือ จังหวัด
พทั ลุง ( ̅= 30.01) รองลงมา คือ จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี ( ̅= 29.59) จงั หวดั ชุมพร ( ̅= 29.15) จังหวัดสงขลา
( ̅= 29.10) และจงั หวดั นครศรีธรรมราช ( ̅= 28.47)

5. ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยม
อันพึงประสงค์ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน ( ̅= 39.91) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ีย
คะแนนมากทส่ี ุดคือ จังหวดั ชุมพร ( ̅= 40.71) รองลงมา คอื จังหวดั สุราษฎร์ธานี ( ̅= 40.01) จงั หวัดสงขลา
( ̅= 39.90) จังหวดั พัทลุง ( ̅= 39.54) และจงั หวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 39.37)

6. พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการด้านสุขศึกษาและ
พลศึกษา ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนน ( ̅= 68.06) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนน
มากที่สุดคือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 69.28) รองลงมา คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 68.72) จังหวัดพัทลุง
( ̅= 68.14) จังหวดั ชมุ พร ( ̅= 67.70) และจังหวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 66.45)

7. ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ หลักการบริหารงานคุณภาพ ส่ิงแวดล้อม และ
ความปลอดภัยในการทำงาน ภาพรวมคา่ เฉลีย่ คะแนน ( ̅= 52.54) เมื่อจำแนกเป็นรายจงั หวัด พบว่า จงั หวัดที่
มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากท่ีสุดคือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 53.54) รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง ( ̅= 53.47) จังหวัด
สรุ าษฎร์ธานี ( ̅= 52.81) จงั หวดั ชมุ พร ( ̅= 51.65) และจงั หวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 51.23)

86

8. การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมสำเร็จรูป และ
อินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการ ตามลักษณะงานอาชีพ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน ( ̅= 42.48)
เมือ่ จำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวดั ทม่ี คี ่าเฉลย่ี คะแนนมากท่ีสดุ คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 44.24) รองลงมา
คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅=42.88) จังหวัดพัทลุง ( ̅= 42.04) จังหวัดชุมพร ( ̅= 42.01) และจังหวัด
นครศรีธรรมราช ( ̅= 41.21)

4. เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ฉบับที่ 1 และ ฉบับท่ี 2
ตามองค์ประกอบของเนื้อหา และเนื้อหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ระดับกลุ่ม
จงั หวัดภาคใต้ฝ่งั อ่าวไทย ระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ ปกี ารศกึ ษา 2562

4.1 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามองค์ประกอบ
ของเนอ้ื หา ปีการศกึ ษา 2562

ตารางท่ี 17 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป
ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2 ตามองค์ประกอบของเนื้อหา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3
(ปวช.3) ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา
2562

องคป์ ระกอบเน้ือหา กลมุ่ จงั หวัดภาคใต้ ภาคใต้ ประเทศ
ฝ่ังอ่าวไทย
ทกั ษะภาษาและการส่ือสาร 40.55 40.10 39.91
ทกั ษะการคดิ และการแก้ปญั หา 36.31 35.72 35.61
ทกั ษะทางสงั คม และการดำรงชีวติ 53.85 53.06 52.75
ทักษะการจดั การงานอาชพี 47.51 46.80 46.23

จากตารางที่ 17 พบว่า การเปรียบเทียบมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ด้านสมรรถนะหลักและ
สมรรถนะท่ัวไป จำแนกตามตามองคป์ ระกอบเนื้อหา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา
2562 ระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 คือ
มีค่าเฉลี่ยคะแนนสูงกว่าระดับภาคใต้ และระดับประเทศ 3 ทักษะยกเว้นทักษะการคิดและการแก้ปัญหา มี
ค่าเฉล่ียคะแนนสงู กวา่ ภาคใต้ แต่ต่ำกวา่ และประเทศ

87

4.2 เปรยี บเทยี บคะแนนความรดู้ ้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามเน้ือหาหลัก
ปีการศึกษา 2562
ตารางที่ 18 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป

ฉบบั ท่ี 1 และ ฉบับที่ 2 ตามเนื้อหาหลัก ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปีท่ี 3 (ปวช.3)
ระดับกล่มุ จงั หวดั ภาคใตฝ้ ่ังอา่ วไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562

องค์ประกอบเนื้อหา กลุ่มจงั หวดั ภาคใต้ ภาคใต้ ประเทศ
ฝ่ังอา่ วไทย
ทักษะภาษาและการส่ือสาร 55.85 55.19 55.04
สอ่ื สารโดยใช้ภาษาไทยใน 25.25 25.02 24.79
ชวี ิตประจำวันและในงานอาชพี
ส่อื สารโดยใช้ภาษาองั กฤษใน 43.57 42.83 42.85
ชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ 29.07 28.61 28.36

ทักษะการคดิ และการแกป้ ัญหา 39.79 39.15 39.02
การแกไ้ ขปัญหาในงานอาชพี โดยใช้หลักการ 67.91 66.97 66.48
และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การแกไ้ ขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้ 52.45 51.64 51.21
หลกั การและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 41.96 41.25
42.58
ทกั ษะทางสังคม และการดำรงชวี ติ
ปฏิบัตติ นตามหลักศาสนาวัฒนธรรมสิทธหิ นา้ ท่ี
พลเมืองเศรษฐกจิ พอเพียง และค่านิยมอนั พงึ ประสงค์
พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการ
และกระบวนการด้านสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

ทกั ษะการจัดการงานอาชีพ
ปฏบิ ตั ติ นตามหลักการในงานอาชีพ หลักการ
บรหิ ารงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย
ในการทำงาน
การใชค้ อมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบปฏบิ ตั กิ าร
โปรแกรมสำเร็จรปู และอนิ เทอร์เนต็ ตามหลักการและ
กระบวนการ ตามลักษณะงานอาชพี

88

จากตารางท่ี 18 พบว่า การเปรียบเทียบมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ด้านสมรรถนะหลักและ
สมรรถนะทั่วไป จำแนกตามตามเน้ือหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562
ระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 ดังน้ี ทุกเน้ือหาหลัก
มีค่าเฉลี่ยคะแนนสูงกวา่ ระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ ยกเว้น การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มจงั หวัดภาคใต้ฝง่ั อ่าวไทยต่ำกวา่ ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ

บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

การศึกษาผลการวิเคราะห์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝง่ั อ่าวไทย ในครั้ง
นี้ เพ่ื อศึกษ า และวิเคราะห์ ผลการทดสอบ ท างการศึกษ าระดับ ชาติด้าน อาชีวศึกษา (V-NET)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) และศึกษาเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ประชากรในการศึกษา คือ นักศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ท่ีเข้าสอบประเมินคุณภาพระดับการศึกษาระดับชาติ
ปีการศึกษา 2559-2561 และนกั ศึกษาระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศึกษา 2562 ซึ่งใน
กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีผู้เข้ารับการทดสอบ ปีการศึกษา 2562 จำนวน 12,223 คน ประกอบด้วย
จังหวัดชุมพร 9 สถานศึกษา จำนวน 1,139 คน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 15 สถานศึกษา จำนวน 2,196 คน
จังหวัดนครศรีธรรมราช 25 สถานศึกษา จำนวน 4,137คน จังหวัดพัทลุง 7 สถานศึกษา จำนวน 1,018 คน
และจังหวัดสงขลา 25 สถานศึกษา จำนวน 3,733คน วิธีการดำเนินการโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
(Quantitative Analysis) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้ใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา
(V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ปีการศึกษา 2559 – 2562 ซ่ึงใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ รอยละ (Percentage) สัดส่วน (Proportion) และคาเฉล่ีย
(Mean)

การวิเคราะห์ข้อมูลผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปที ่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศกึ ษา 2562 กรณศี ึกษา กลมุ่ จงั หวัดภาคใต้ฝั่งอา่ วไทย ดงั นี้

1. ผลวเิ คราะห์การทดสอบระดับชาตดิ า้ นอาชวี ศึกษา (V-NET) กลุ่มจงั หวัดภาคใต้ฝงั่ อ่าวไทย
1.1 ค่าเฉลย่ี คะแนน ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) ปีการศกึ ษา 2562
1.2 ค่าเฉล่ยี คะแนน ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) ปีการศกึ ษา 2561
1.3 ค่าเฉลย่ี คะแนน ระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี ปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2560
1.4 ค่าเฉลยี่ คะแนน ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปที ่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศกึ ษา 2559

2. เปรียบเทยี บผลการทดสอบระดับชาตดิ ้านอาชวี ศึกษา (V-NET) กล่มุ จังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย
2.1 เปรยี บเทยี บปีการศกึ ษา 2561 กับ ปีการศกึ ษา 2562
2.2 เปรยี บเทียบปีการศกึ ษา 2559 – 2561 กับ ปกี ารศกึ ษา 2562

3. ผลวิเคราะห์การทดสอบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป
ตามองคป์ ระกอบของเนือ้ หา และเน้อื หาหลกั กลุ่มจงั หวดั ภาคใต้ฝ่ังอา่ วไทย

3.1 ค่าเฉลี่ยคะแนน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ความรู้ด้านสมรรถนะ
หลักและสมรรถนะทัว่ ไป ตามองค์ประกอบของเน้ือหา ปีการศกึ ษา 2562

90

3.2 ค่าเฉล่ียคะแนน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ความรู้ด้านสมรรถนะ
หลกั และสมรรถนะท่วั ไป ตามเนื้อหาหลกั ปกี ารศึกษา 2562

4. เปรียบเทียบผลการทดสอบ คะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะ
ตามองค์ประกอบของเน้ือหา และเนื้อหาหลัก ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และ
ระดบั ประเทศ ปีการศกึ ษา 2562

4.1 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ตามองค์ประกอบ
ของเน้อื หา ปกี ารศึกษา 2562

4.2 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ตามเนื้อหาหลัก
ปกี ารศกึ ษา 2562

สรปุ ผลการศกึ ษา โดยสามารถสรปุ ผลการศึกษาได้ดังน้ี
1. ผลวิเคราะห์การทดสอบระดบั ชาตดิ ้านอาชวี ศึกษา (V-NET) กลมุ่ จังหวัดภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย
1.1 ค่าเฉล่ียคะแนน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562

พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) มีค่าเฉล่ียคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 ( ̅= 43.93) เมื่อจำแนก
เป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉล่ียคะแนนสูงสุด คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 45.53) รองลงมา คือ จังหวัด
สุราษฎร์ธานี ( ̅= 45.17) จังหวัดพัทลุง ( ̅= 44.52) และจังหวัดชุมพร ( ̅= 44.18) ตามลำดับ ส่วนจังหวัด
ทมี่ คี า่ เฉลยี่ คะแนนตำ่ สุด คอื จังหวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 43.49)

1.2 ค่าเฉลี่ยคะแนน ระดับ ปวช. ปีการศึกษา 2561 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3)
มีค่าเฉล่ียคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 ( ̅= 42.62) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนน
สูงสุด คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 43.67) รองลงมา คือ จังหวัดชุมพร ( ̅= 42.60) จังหวัดพัทลุง ( ̅= 42.52)
และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 42.48) ตามลำดับ ส่วนจังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนต่ำสุด คือ จังหวัด
นครศรธี รรมราช ( ̅= 41.86)

1.3 ค่าเฉล่ียคะแนน ระดับ ปวช. ปีการศึกษา 2560 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3)
มีค่าเฉลี่ยคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 ( ̅= 42.32) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนน
สูงสุด คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 43.34) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 42.87) จังหวัดชุมพร
( ̅= 42.59) และจังหวัดนครศรีธรรมราช ( ̅= 42.13) ตามลำดับ ส่วนจังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนต่ำสุด คือ
จังหวัดพัทลงุ ( ̅= 41.56)

91

1.4 ค่าเฉล่ียคะแนน ระดับ ปวช. ปีการศึกษา 2559 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย
ค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3)
มีค่าเฉล่ียคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 ( ̅= 38.52) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนน
สูงสุด คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 39.29) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 38.56) จังหวัดชุมพร
( ̅= 38.20) และจังหวัดพัทลุง ( ̅= 37.61) ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนต่ำสุด คือ จังหวัด
นครศรธี รรมราช ( ̅= 37.59)

2. เปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝง่ั อา่ วไทย

2.1 เปรียบเทียบปีการศึกษา 2561 กับปีการศึกษา 2562 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝัง่ อ่าวไทย คา่ เฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3
(ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 เปรียบเทียบปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพ่ิมข้ึน ( ̅= 1.31) และมีค่า
ระดับคะแนนเท่ากับ 5 เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนนเพิ่มขึ้นและมีค่าระดับ
คะแนนเท่ากับ 5 คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 2.69) รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง ( ̅= 2) จังหวัดสงขลา
( ̅= 1.86) จังหวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 1.63) และจงั หวัดชมุ พร ( ̅= 1.58)

2.2 เปรียบเทียบปีการศึกษา 2559-2561 กับปีการศึกษา 2562 กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝ่งั อ่าวไทย คา่ เฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพปีท่ี 3
(ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 เปรียบเทียบกับ 3 ปีการศึกษาย้อนหลัง (2559-2561) มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพ่ิมขึ้น
( ̅= 2.39) และมีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนน
เพ่ิมขึ้น และมีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 คือ จังหวัดพัทลุง ( ̅= 3.49) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
( ̅= 3.44) จังหวัดชมุ พร ( ̅= 3.05) จงั หวดั สงขลา ( ̅= 2.86) และจังหวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 2.26)

3. ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป
ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ตามองค์ประกอบของเนื้อหา และเนื้อหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3
(ปวช.3) กลุ่มจังหวัดภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562

3.1 คา่ เฉล่ียคะแนนความรูด้ ้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ภาพรวมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน
เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) จังหวัดสงขลา ( ̅= 45.53) 2) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 45.17)
3) จังหวดั พทั ลุง ( ̅= 44.52) 4) จงั หวัดชุมพร ( ̅= 44.18) และ5) จงั หวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 43.49)

เมื่อจำแนกเป็นองค์ประกอบของเนื้อหา พบว่า ทักษะทางสังคม และการดำรงชีวิต
มีค่าเฉลีย่ คะแนนมากทส่ี ดุ ( ̅= 53.98) และรองลงมา คอื ทักษะการจัดการงานอาชพี ( ̅= 47.51)
ทักษะภาษาและการสื่อสาร ( ̅= 40.27) และน้อยท่สี ดุ คอื ทักษะการคิดและการแกป้ ญั หา ( ̅= 36.52)

92

สว่ นการจำแนกองค์ประกอบของเนื้อหา เป็นรายจังหวัด พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้
ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะท่ัวไป ฉบับที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 ดงั นี้

1) ทักษะภาษาและการส่ือสาร ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนน ( ̅= 40.27) เมื่อจำแนก
เป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนนมากที่สุดคือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 42.02) รองลงมา คือ
จังหวดั สุราษฎรธ์ านี ( ̅= 41.27) จังหวัดนครศรีธรรมราช ( ̅= 39.49) จังหวัดชุมพร ( ̅= 39.48) และจังหวัด
พทั ลงุ ( ̅= 39.08)

2) ทักษะการคิดและการแก้ปัญหา ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนน ( ̅= 36.52) เมื่อจำแนก
เป็นรายจังหวดั พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ยี คะแนนมากทีส่ ุดคือ จังหวดั พัทลุง ( ̅= 37.41) รองลงมา คือ จงั หวัด
สงขลา ( ̅= 36.87) จงั หวดั สุราษฎร์ธานี ( ̅= 36.83) จงั หวัดชุมพร ( ̅= 36.20) และจังหวัดนครศรีธรรมราช
( ̅= 35.29)

ส่วนการจำแนกองค์ประกอบของเน้ือหา เป็นรายจังหวัด พบว่า ค่าเฉล่ียคะแนนความรู้
ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะทวั่ ไป ฉบับที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 ดังน้ี

1) ทักษะทางสังคม และการดำรงชีวิต ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนน ( ̅= 53.98) เม่ือจำแนก
เป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุดคือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 54.65) รองลงมา คือ
จังหวดั สงขลา ( ̅= 54.31) จงั หวัดชุมพร ( ̅= 54.20) จงั หวดั พัทลุง ( ̅= 53.84) และจงั หวัดนครศรีธรรมราช
( ̅= 52.91)

2) ทักษะการจัดการงานอาชีพ ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนน ( ̅= 47.51) เม่ือจำแนกเป็น
รายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนมากท่ีสุดคือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 48.89) รองลงมา คือ จังหวัด
สุราษฎร์ธานี ( ̅= 47.85) จังหวัดพัทลุง ( ̅= 47.75) จังหวดั ชุมพร ( ̅= 46.83) และจงั หวัดนครศรีธรรมราช
( ̅= 46.22)

3.2 ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ ปีท่ี 3 (ปวช.3) ภาพรวมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน
เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการ
ด้านสุขศึกษาและพลศึกษา ( ̅= 68.06) 2) ส่ือสารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ
( ̅= 55.73) 3) ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ หลักการบริหารงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และ
ความปลอดภัยในการทำงาน ( ̅= 52.54) 4) การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ ( ̅= 43.77) 5) การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการโปรแกรมสำเร็จรูป
และอินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการตามลักษณะงานอาชีพ ( ̅= 42.48) 6) ปฏิบัติตนตาม
หลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยมอันพึงประสงค์ ( ̅= 39.91)

93

7) การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ( ̅= 29.26) และค่าเฉลี่ย
ทนี่ อ้ ยท่สี ดุ คอื 8) สอื่ สารโดยใช้ภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวนั และในงานอาชพี ( ̅= 24.80)

เมื่อจำแนกตามเน้ือหาหลัก เป็นรายจังหวัด พบว่า ค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลัก
และสมรรถนะทว่ั ไป ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ปีที่ 3 (ปวช.3) ปกี ารศึกษา 2562 ดงั น้ี

1. ส่ือสารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน
( ̅= 55.73) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนมากท่ีสุดคือ จังหวัดสงขลา
( ̅= 56.73) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 56.65) จังหวัดชุมพร ( ̅= 55.45) จังหวัด
นครศรธี รรมราช ( ̅= 54.94) และจังหวดั พัทลงุ ( ̅= 54.87)

2. สื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน
( ̅= 24.80) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนนมากท่ีสุดคือ จังหวัดสงขลา
( ̅= 27.27) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 25.90) จังหวัดนครศรีธรรมราช ( ̅= 24.04) จังหวัด
ชมุ พร ( ̅= 23.52) และจังหวดั พัทลงุ ( ̅= 23.29)

3. การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ภาพรวม
คา่ เฉลี่ยคะแนน ( ̅= 43.77) เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบวา่ จังหวดั ท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุดคอื จังหวัด
พัทลุง ( ̅= 44.81) รองลงมา คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 44.64) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 44.07) จงั หวดั ชุมพร
( ̅= 43.25) และจังหวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 42.10)

4. การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ภาพรวม
ค่าเฉล่ียคะแนน ( ̅= 29.26) เม่อื จำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จงั หวัดที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากท่สี ุดคือ จังหวัด
พทั ลุง ( ̅= 30.01) รองลงมา คอื จังหวดั สุราษฎร์ธานี ( ̅= 29.59) จงั หวดั ชุมพร ( ̅= 29.15) จังหวัดสงขลา
( ̅= 29.10) และจงั หวัดนครศรีธรรมราช ( ̅= 28.47)

5. ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าท่ีพลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยม
อันพึงประสงค์ ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน ( ̅= 39.91) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉลี่ย
คะแนนมากท่สี ุดคือ จังหวดั ชมุ พร ( ̅= 40.71) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 40.01) จังหวัดสงขลา
( ̅= 39.90) จงั หวดั พทั ลงุ ( ̅= 39.54) และจังหวัดนครศรธี รรมราช ( ̅= 39.37)

6. พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการด้านสุขศึกษาและ
พลศึกษา ภาพรวมค่าเฉล่ียคะแนน ( ̅= 68.06) เม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนน
มากท่ีสุดคือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 69.28) รองลงมา คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 68.72) จังหวัดพัทลุง
( ̅= 68.14) จังหวดั ชุมพร ( ̅= 67.70) และจงั หวดั นครศรีธรรมราช ( ̅= 66.45)

94

7. ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ หลักการบริหารงานคุณภาพ ส่ิงแวดล้อม และ
ความปลอดภยั ในการทำงาน ภาพรวมคา่ เฉลย่ี คะแนน ( ̅= 52.54) เม่อื จำแนกเป็นรายจงั หวัด พบวา่ จงั หวัดที่
มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุดคือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 53.54) รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง ( ̅= 53.47) จังหวัด
สรุ าษฎร์ธานี ( ̅= 52.81) จังหวดั ชุมพร ( ̅= 51.65) และจงั หวดั นครศรีธรรมราช ( ̅= 51.23)

8. การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมสำเร็จรูป และ
อินเทอรเ์ นต็ ตามหลักการและกระบวนการ ตามลกั ษณะงานอาชพี ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนน ( ̅= 42.48) เมื่อ
จำแนกเป็นรายจังหวดั พบว่า จงั หวดั ที่มีค่าเฉล่ียคะแนนมากทีส่ ุดคือ จงั หวดั สงขลา ( ̅= 44.24) รองลงมา คือ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅=42.88) จังหวัดพัทลุง ( ̅= 42.04) จังหวัดชุมพร ( ̅= 42.01) และจังหวัด
นครศรธี รรมราช ( ̅= 41.21)

4. เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ฉบับที่ 1 และฉบับท่ี 2
ตามองค์ประกอบของเน้ือหา และเน้ือหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่ม
จังหวดั ภาคใต้ฝง่ั อา่ วไทย ระดบั ภาคใต้ และระดบั ประเทศ ปกี ารศกึ ษา 2562

4.1 เป รียบเที ยบคะแน นความรู้ด้าน สมรรถนะหลักและสมรรถน ะท่ั วไป
ตามองคป์ ระกอบของเน้ือหา ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3) ) ระดับกลมุ่ จงั หวัดภาคใตฝ้ ั่งอ่าวไทย
ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 พบว่า ผลการเปรียบเทียบมีค่าเฉล่ียคะแนนความรู้
ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป จำแนกตามตามองค์ประกอบเนื้อหา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 ระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ
ปีการศึกษา 2562 คือมีค่าเฉล่ียคะแนนทุกทักษะสูงกว่าระดับภาคใต้ และระดับประเทศ จำนวน 3 ทักษะ
ยกเวน้ ทกั ษะการคดิ และการแก้ปญั หา มคี ่าเฉลยี่ คะแนนสงู กวา่ ภาคใต้ แต่ตำ่ กว่าและประเทศ

4.2 เป รียบเที ยบคะแน นความรู้ด้าน สมรรถนะหลักและสมรรถน ะท่ั วไป
ตามเน้ือหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระดับ
ภาคใต้ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 พบว่า ผลการเปรียบเทียบมีค่าเฉล่ียคะแนนความรู้
ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป จำแนกตามตามเน้ือหาหลัก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3
(ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 ระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ
ปกี ารศึกษา 2562 ซึ่งมีจำนวน 8 เนื้อหาหลกั โดยมี 7 เนอ้ื หาหลักท่ีมีค่าเฉลี่ยคะแนนสูงกว่าระดับภาคใต้ และ
ระดับประเทศ ยกเว้น การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กลุ่มจงั หวัดภาคใตฝ้ ่งั อา่ วไทยตำ่ กว่าระดบั ภาคใต้ และระดบั ประเทศ

95

อภิปรายผล
จากการศกึ ษา และวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติดา้ นอาชีวศกึ ษา (V-NET)

ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย
อภปิ รายผลไดด้ ังนี้

1. วิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ปีการศึกษา
2559 - 2562 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะ
ท่ัวไป เพ่อื วัดความรแู้ ละความคิดของนักเรียนในระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปที ี่ 3 (ปวช.3) มีค่าเฉลยี่ คะแนน
ต่ำกว่าร้อยละ 50 เม่ือเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา ภาพรวม
ระดับประเทศ พบว่าค่าเฉล่ียคะแนนต่ำกว่า 50 เช่นกัน เมื่อจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ีย

คะแนนสูงสุด คือ จังหวัดสงขลา ( ̅= 45.53) รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( ̅= 45.17) จังหวัดพัทลุง

( ̅= 44.52) และจังหวัดชุมพร ( ̅= 44.18) ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีค่าเฉล่ียคะแนนต่ำสุด คือ จังหวัด

นครศรธี รรมราช ( ̅= 43.49)
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบการจัดการศึกษาระดับ

อาชีวศึกษา มีความตระหนักในการเพิ่มผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา โดยมีพันธกิจ
รองรับ ข้อ 1 จัดและส่งเสริมและพัฒนาการอาชีวศึกษาและการอบรมวิชาชีพให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน
และข้อที่ 2 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานกำลังคนสายอาชีพสู่สากล ซ่ึงสอดคล้องยุทธศาสตร์ของสำนักงาน
ศึกษาธิการภาค 5 ท่ีรับผิดชอบพื้นท่ีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย โดยได้กำหนดกลยุทธ์ภายใต้ประเด็น
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาและผลิตกำลังคนระหว่างภาคส่วน
ท่ีเกี่ยวข้อง ให้ตรงตามศักยภาพความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นท่ีและตลาดสากล นอกจากมีงานวิจัย
เกี่ยวกับอาชีวศึกษา ดังน้ี พิษณุ ผิวทอง (2561) การสังเคราะห์งานวิจัยปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพนักเรียน
อาชีวศึกษา : การวิเคราะห์อภิมาน ผลการวิจัย พบว่า งานวิจัยศึกษาตัวแปรที่เป็นสาเหตุของคุณภาพผู้เรียน
อาชีวศึกษา ตัวแปรสาเหตุเน้นศึกษาวิธีสอนแบบต่าง ๆ ลักษณะของนักเรียน และลักษณะของครอบครัว
นอกจากน้ี ดวงนภา มกรานุรักษ์ (2554) ได้ศึกษาอนาคตภาพการอาชีวศึกษาไทยในทศวรรษหน้า
(พ.ศ. 2554–2564) พบว่า ควรมีแนวโน้มการพัฒนา 8 ด้าน คือ 1) คุณลักษณะผู้สำเร็จการศึกษา
2) การจัดการเรียนการสอน 3) ด้านครูผู้สอน 4) ด้านความร่วมมือต้องได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน
ท่ีเก่ียวข้อง 5) ด้านมาตรฐานต้องมีการจัดต้ังสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ 6) ด้านก ารสนับสนุนของรัฐบาล
7) ดา้ นค่านิยมในการเรียน 8) ด้านการบริหารจัดการ จะเห็นได้วา่ ความเชอ่ื มโยงรว่ มมอื กันในทกุ ภาคสว่ น และ
ทุกด้านที่เก่ียวข้องอย่างจริงจัง และตอ่ เน่อื งจะส่งผลใหอ้ นาคตการอาชวี ศึกษาไทยเกิดการพัฒนากำลังแรงงาน
ของชาติให้มีฝีมือคุณภาพ สามารถสนองความต้องการของสถานประกอบการทั้งใน และต่างประเทศ
ด้านณัฏฐกา ไชยสลี (2548) ได้ศกึ ษาประสทิ ธิภาพการจัดการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาของรัฐจากผลการวิจัย
จากโรงเรียนอาชีวศึกษาของรัฐกวา 60 แหงทว่ั ประเทศ ในปการศึกษา 2547 พบวา ด้านคุณภาพผู้เรียน พบวา
การเรียนการสอน และผลเฉล่ียจากการเรียนการสอนอยูในระดับคอนข้างดี สวนประสิทธิภาพทางเทคนิค

96

ของการจัดการเรียนการสอนภาคตะวันออกมีคาสูงสุด รองลงมาได้แก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต
ภาคกลาง และต่ำสุด คือ ภาคเหนือ ส่วนสุเมธ มัดธนู (2544) ได้ประเมินคุณภาพการศึกษาตาม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในเขตการศึกษา 10 ผลการวิจัย
พบว่า คุณภาพการศกึ ษาตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 ด้านผู้เรยี น 7 มาตรฐานการศึกษา
อยใู่ นระดับดี 1 มาตรฐานการศึกษา ไดแ้ ก่ มาตรฐานท่ี 10 มีสุขนิสยั สุขภาพกาย และสุขภาพจติ ท่ีดี และอยู่ใน
ระดับพอใช้ 6 มาตรฐานการศึกษาได้แก่ มาตรฐานที่ 1 มีคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ 4 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์
คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์ มาตรฐานท่ี 5 มีความรู้และทักษะท่ีจำเป็นในการเรียนรู้ตามหลักสูตร มาตรฐานที่ 6
มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานที่ 9 มีทักษะ
ในการทำงานรักการทำงาน สามารถทำงานรว่ มกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชพี สุจริต และมาตรฐานท่ี 12
มสี นุ ทรีภาพ และลกั ษณะนิสยั ด้านศิลปะ ดนตรี และ กีฬา และปรญิ ญา คำชาย (2557) ไดศ้ ึกษาสภาพปัจจบุ ัน
และปัญหาการใช้สื่อE-LEARNING ของครูในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดหนองคาย ให้คำแนะนำปัญหาการใช้สื่อ
E - LEARNING ของครู 1) ด้านหลักสูตรและเน้ือหาบทเรียนพบว่า หลักสูตรไม่ทันสมัย ไม่รองรับกับ
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครูผู้สอน แผนกวิชาและผู้มีส่วนเก่ียวข้องไม่มีโอกาสร่วมพัฒนาหลักสูตร
2) ด้านเทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องพบว่าขาดส่งเสริมการใช้ส่ือทันสมัย อุปกรณ์ประกอบสื่อการเรียนการสอน
ไม่เพียงพอ ไม่มี HARDWARE ท่ีจะใช้กับส่ือสมัยใหม่ขาดงบประมาณในการจัดทำส่ือ การเรียนการสอน
ท่ีหลากหลายรวมทั้งคอมพิวเตอร์ให้บริการค้นคว้า แหล่งข้อมูลให้กับนักเรียน นักศึกษาไม่เพียงพอเพียงพอ
3) ด้านระบบบริหารจัดการเรียนรู้พบว่า สถานศึกษาไม่มีโปรแกรมระบบบริหารจัดการเรียนรู้ ผู้บริหารขาด
การส่งเสริมความเข้าใจและให้ความสำคัญของระบบ E-LEARNING และสถานศึกษา ขาดการสนับสนุน
ด้านงบประมาณ สถานที่และวัสดุอุปกรณ์รวมถงึ ไม่มีผูด้ ูแลระบบคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ สำหรับ
ใช้ในการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบ E-LEARNING 4) ด้านบุคลากรพบว่า ครผู ู้สอนไม่มีเวลาศึกษาความรู้
เพ่ิมเติมเก่ียวกับ E-LEARNING เนื่องจากมีภารกิจหลายด้านที่นอกเหนือจากงานด้านการสอน อีกท้ังยังขาด
ความรู้และความสนใจในการสร้างบทเรียนE – LEARNING นอกจากน้ี วิวรรธน์กร สวัสดี (2557) ได้รายงาน
การศึกษากลยทุ ธ์การจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เพื่อผลิตแรงงานสาขาช่างอุตสาหกรรม ทต่ี รงตามความ
ต้องการของสถานประกอบการ ผลการวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง พบว่า คุณลักษณะแรงงานมีองค์ประกอบ ท่ีสอดคล้อง
กันได้แก่ ด้านจริยธรรมการปฏิบัติงาน ด้านบุคลิกภาพ ด้านความร้พู ้ืนฐาน ด้านการปฏิบัติตนตาม กฎระเบียบ
ของสังคม และด้านทักษะในการปฏิบัติงาน อีกห้าองค์ประกอบท่ีเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการ ได้แก่
ความซ่ือสัตย์ในการปฏิบัติงาน ความเข้าใจในหน้าที่ของตน ความรู้และทักษะทางช่าง ความสนใจ
ในดา้ น เทคโนโลยีใหม่ๆ และทกั ษะดา้ นงานฝีมือ

97

2. วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบปีการศึกษา 2561 กับปีการศึกษา 2562 พบว่า กลุ่มจังหวัด
ภาคใตฝ้ ่งั อ่าวไทย ค่าเฉลยี่ คะแนนความรดู้ ้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพ

ปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 เปรียบเทียบ ปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉล่ียคะแนนเพิ่มข้ึน ( ̅= 1.31) และ
มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 (คะแนนค่าเฉลี่ย ปีการศึกษา 2561 มีค่าเท่ากับ 3, ช่วงการปรับระดับการให้
คะแนน +/- 0.75 ต่อ 1 คะแนน) และเม่ือจำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดท่ีมีค่าเฉล่ียคะแนนเพิ่มข้ึนและ
มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัด
นครศรีธรรมราช และจงั หวัดชมุ พร

3. วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบปีการศึกษา 2559-2561 กับ ปีการศึกษา 2562 พบว่า
กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 เปรียบเทียบกับ 3 ปีการศึกษาย้อนหลัง (2559-

2561) มีค่าเฉล่ียคะแนนเพิ่มขึ้น ( ̅= 2.39) และมีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5 (ผลการทดสอบที่ผ่านมา (Base
Line) 3 ปียอ้ นหลัง (ปีการศกึ ษา 2559–2561) มีแนวโนม้ เพ่ิมข้ึน/ดีขนึ้ ให้นำผลการทดสอบในปี 2561 ไว้ทคี่ ่า

คะแนนที่ 3 โดยผลการทดสอบของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทยในปีการศึกษา 2559 ( ̅= 38.25)

ปีการศึกษา 2560 ( ̅= 42.32) ปีการศึกษา 2561 ( ̅= 42.62), ช่วงการปรับระดับการให้คะแนน +/- 0.75
ต่อ 1 คะแนน) เม่ือจำแนกเป็นรายจงั หวัด พบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉลีย่ คะแนนเพิ่มขึ้นและมีค่าระดับคะแนนเท่ากับ
5 คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองลงมา คือ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัด
ชมุ พร

วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบปีการศึกษา 2561 กับปีการศึกษา 2562 และวิเคราะห์ผล
การเปรียบเทียบปีการศึกษา 2559-2561 กับปีการศึกษา 2562 สอดคล้องกับกรอบการประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานศึกษาธิการภาค ตัวช้ีวัดท่ี 1 ความสำเร็จในการบรรลุ
เป้าหมายตามนโยบายสำคัญ/แผนปฏิบัติราชการ/ตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกระทรวง/
สำนักงานปลัดกระทรวงและแผนปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ตัวชี้วัดที่ 1.3 ระดับคะแนนเฉลี่ยผล
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ซ่ึงกำหนดตัวช้ีวัดในคำรับรองการปฏิบัติ
ราชการให้เน้นตัวช้ีวัดผลผลิตและผลลัพธ์ ไม่ใช่ตัวชี้วัดกระบวนการ และกำหนดตัวชี้วัดที่มีลักษณะท้าทาย
ต่อผลการปฏิบัติงาน มากกว่าตัวช้ีวัดที่เป็นงานประจำ โดยกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย และจังหวัดในพื้นที่
รบั ผิดชอบ ไดค้ ะแนนระดับท่ี 5 ซึ่งหมายถงึ ดีกว่าเป้าหมายมาก ส่วนราชการต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถบรรลุ
ผลลัพ ธ์ (Outcome) หรือมีการเทียบ กับมาตรฐาน (Benchmarking) อาจเนื่องมาจาก ผู้บ ริห าร
ทุกภาคส่วน ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้เป็น
ทรัพยากรมนุษย์ ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ
มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น เพื่อเสริมสร้างความสามารถของประเทศในระยะต่อไปโดยยึด
เป้าหมายในการยกระดับประเทศให้มีความม่ันคง ม่ังคั่ง ยั่นยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา

98

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 แผนการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 12 นโยบายและจุดเน้น
ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และ
การปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ยกระดับ
การศึกษา ให้ผู้เรียนมีทัศนคตทิ ่ีถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวติ ที่มั่นคง – มีคุณธรรม มงี านทำ-มีอาชีพ และ
เป็นพลเมอื งท่ีดตี ามพระราโชบายดา้ นการศึกษา

4. วิเคราะห์ ผลค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป
ตามองคป์ ระกอบของเน้ือหา และเนื้อหาหลัก ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) กลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝงั่ อา่ วไทย ปีการศกึ ษา 2562 ดังนี้

4.1 ค่าเฉล่ียคะแน นความรู้ด้าน สมรรถนะหลักและสมรรถน ะท่ั วไป ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) จำแนกตามองค์ประกอบของเน้ือหา พบว่า ทักษะทางสังคม และ
การดำรงชีวิต มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุด และรองลงมา คือทักษะการจัดการงานอาชีพ ทักษะภาษา และ
การสื่อสาร และน้อยที่สุด คือทักษะการคิดและการแก้ปัญหา ซ่ึงสถานศึกษาควรมีแนวทางการพัฒนาครู
เพ่ือให้สามารถจัดการเรียนรู้รูปแบบของกระบวนการคิดแก้ปัญหาวิธีต่าง ๆ โดยนักคิดหลายท่านมีทฤษฎี
เก่ียวกับวิธีการสอนแบบแก้ปัญหา (Problem Solving Method) เช่นจอห์น ดิวอี้ เป็นผู้คิดวิธีสอนแก้ปัญหา
โดยมุ่งให้ผู้เรียนได้ศึกษาและฝึกฝนวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นกระบวนการ
สมเหตุสมผล และมีหลักเกณฑ์ อันเป็นการเตรียมเด็กหนุ่ม สาวให้สามารถปรับปรุงตัวเข้ากับส่ิงแวดล้อมและ
ความเปล่ียนแปลงในสังคมได้ โดยนำความรู้และประสบการณ์จากหลาย ๆ สาขาวิชามาประกอบกันในการ
แก้ปัญหานั้น ๆ โดยมีข้ันตอนการสอนของวิธีการสอนแบบแก้ปัญหา คือ ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหา ข้ันที่ 2
ข้ันวิเคราะห์ปัญหา ข้ันท่ี 3 ตั้งสมมุติฐาน ข้ันท่ี 4 เก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นท่ี 5 วิเคราะห์ข้อมูล และขั้นท่ี 6
สรุปผล สอดคล้องกับงานวิจัยของ กนก พานทอง ได้ทำการศึกษา เรื่องการพัฒนาทักษะชีวิตด้านทักษะทาง
ปญั ญาอยา่ งมีวิจารณญาณของนักศกึ ษาระดบั อาชีวศกึ ษา ผลการวจิ ัยพบวา่ ผู้บรหิ ารและผู้เกี่ยวขอ้ งมีส่วนร่วม
พัฒนาทักษะชีวิตด้านทักษะทางปัญญาอย่างมีวิจารณญาณ และต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมด้าน
การประเมินผลสูงสุด ส่วนนักเรียน/นักศึกษามีความต้องการจำเป็นให้พัฒนาทักษะชีวิตด้านการคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณสงู สุด เกณฑ์ประเมินทักษะชีวิต CCS แบ่งเป็น ระดับดีมาก ดี และ พอใช้ โปรแกรมฝึกทักษะชีวิต
CCS ท่ีพัฒนาข้ึนออกแบบให้เน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมทักษะการคิด ปฏิบัติ และเรียนรู้อย่างมีความสุข
ซักถาม แลกเปล่ียนความคิดเห็นได้ ตลอดเวลา 10 กิจกรรม ผลการประเมินมีความเหมาะสม มากที่สุด

( ̅= 4.51) ค่าเฉล่ียคะแนน CCS กลุ่มทดลอง หลังใช้โปรแกรมฝึกทักษะชีวติ ฯ สูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .05 และหลงั ทดลองกลมุ่ ใช้ โปรแกรมฝึกทักษะชีวิตฯ มีคา่ เฉล่ยี คะแนน CCS สงู กวา่ กลุ่มไม่ใช้
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 และนักเรียน มีความพึงพอใจโปรแกรมฝึกทักษะชีวิตฯ โดยรวมในระดับ
มากข้ึนไป และวรัตถ์พัชร์ ทวีเจริญกิจ การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะในการคิด
แก้ปัญหาของนักเรียนอาชีวศึกษาตามแนวคิดทฤษฎี การสร้างความรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการเรียน

99

การสอนเพ่ือส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนอาชีวศึกษาตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้มี
องค์ประกอบ คือ หลักการแนวคิด ทฤษฎี จุดมุ่งหมาย เน้ือหา กระบวนการเรียนการสอน การวัดและ
ประเมินผล และ 2) ทักษะการคิดในแก้ปัญหาของนกั เรียนอาชวี ศึกษา หลังเรยี นด้วยรูปแบบการเรียนการสอน
เพอ่ื ส่งเสริมความสามารถในการคดิ แกป้ ัญหาสงู กวา่ กอ่ นเรียนอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ิ ท่ีระดบั .05

4.2 ค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ ปีท่ี 3 (ปวช.3) ภาพรวมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉล่ียคะแนน
เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการ
ด้านสุขศึกษาและพลศึกษา 2) ส่ือสารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ 3) ปฏิบัติตนตาม
หลักการในงานอาชพี หลักการบริหารงานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในการทำงาน 4) การแก้ไข
ปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 5) การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ
ระบบปฏิบัติการโปรแกรมสำเร็จรูป และอินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการตามลักษณะงานอาชี พ
6) ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยมอันพึงประสงค์
(7) การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และ (8) สื่อสารโดยใช้
ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจำวนั และในงานอาชีพ

เนื่องจากค่าเฉล่ียคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉล่ียคะแนนเน้ือหาหลักลำดับสุดท้าย คือ
(8) สื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ ( ̅= 24.80) โดยมีเนือ้ หาหลัก ส่ือสาร
โดยใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวันและในงานอาชีพ ประกอบเนื้อหาย่อย จานวน 12 เนือ้ หา ดังนี้
1) การทักทาย แนะนาตนเองและผู้อ่ืน 2) การเสนอและให้ความช่วยเหลือ 3) การบอกทิศทาง ท่ีตั้ง
4) การใหบ้ ริการในรา้ นอาหาร 5) การนัดหมายทางโทรศพั ท์ 6) สภาพอากาศ การทักทาย แนะนาตนเอง
และผู้อ่ืน 7) ความปลอดภัย 8) ฉลากสินค้า 9) โฆษณ าสมัครงาน 10) กาหนดการเดินทาง
11) อ่านขอ้ ความสั้น ๆ และ 12) อ่านสัญลักษณ์จราจร เพ่ือให้ผลค่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นนั้นสถานศึกษา
ควรมีแนวทางการดำเนินงานเพ่ือแก้ปัญหา โดยสานักงานศึกษาธิการภาค 5 มีข้อมูลจากรายงานผล
การติดตามประเมินผล การจดั การศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจาปีงบประมาณ 2562 พบว่า ครูใน
พื้นท่ีเขตตรวจราชการท่ี 5 เม่ือปีการศึกษา 2559 มีครูท่ีเข้ารบั การทดสอบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
ตามมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ(CEFR)ทั้งสิน้ จานวน 2,261 คน โดยมีครูสังกัด สอศ.
ขา้ รบั การทดสอบเพียง 5 คน โดยผ่านการทดสอบทกั ษะการใชภ้ าษาองั กฤษตามมาตรฐานความสามารถ
ทางภาษาอังกฤษ(CEFR) ระดับ A1 จานวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 40 ครูท่ีผ่านการทดสอบ (CEFR)
ได้ระดับ A2 จานวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 20 ครูท่ีผ่านการทดสอบ (CEFR) ไดร้ ะดับ B1 จานวน 2 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 40 ซึ่งประเด็นการตรวจราชการได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพ่ือเป็นข้อสั่งการของผู้บริหาร
ระดับสูง ดังนี้ 1) จัดสรรครูวิชาเอกอังกฤษโดยตรง 2) จัดให้มีการทดสอบครูทุกปีเพ่ือพัฒนาให้ครูมี

100

ความก้าวหน้าในด้านการส่ือสารและนำมาพัฒนาผู้เรียนต่อไป 3) ควรให้ครูผู้สอนทุกคนเข้ารับการทดสอบ
ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตามแนวทาง CEFRและเปิดโอกาสให้ครูท่ีไม่จบเอกภาษาอังกฤษได้รับการอบรม
ทักษะภาษาอังกฤษอย่างต่อเน่ือง 4) ส่งเสริม สนับสนุน ส่ือภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น 5) ติดตามการดำเนินการ
อยู่เสมอ เพื่อสามารถพัฒนาและนำมาใช้ได้อย่างต่อเน่ือง และมีงานวิจัยรองรับดังนี้ รสรินทร์ ป่ินแก้ว และ
ภานุวัฒน์ ศิรินุพงศ์ (2560) ปัจจัยท่ีส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตจริง 1 ของ
นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพประเภทวิชาอุตสาหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร
ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยท่ีส่งผลต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาภาษา อังกฤษในชีวิตจริง 1 อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติท่ีระดับ .05 มี 4 ตัวแปร ได้แก่ ตัวแปรความพร้อมของผู้เรียน ตัวแปรการเตรียมการสอนของครู
ตัวแปรการยอมรับความคิดเห็นของผู้เรียน และตัวแปรความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่สอน โดยตัวแปรปัจจัย
ท้ัง 4 ตัวแปรร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตจริง 1
ได้ร้อยละ 57.30 ส่วนอาภรณ์ศิริ เมืองใจ (2559) ได้ศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการเข้าติว V-NET ของ
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูงปีที่ 2 ปีการศึกษา 2559 วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพ และ
บริหารธุรกิจ ได้ผลสรุปดังนี้ พบว่า 1) ด้านสถานท่ีเรียน นักศึกษาแสดงความคิดเห็นลักษณะทางกายภาพ
ทางการเรียนดีพอใช้ และในด้านส่ือและอุปกรณ์การเรียน อยู่ในระดับดีพอใช้ ส่วนสัมพันธภาพระหว่าง
นักศึกษากับอาจารย์ พบว่าด้านการปฏิบัติตนของนักศึกษากับอาจารย์ อยู่ในระดับดี และ 2) ด้านการปฏิบัติ
ตนของอาจารย์กับนักศึกษา อยู่ในระดับดี โดยผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังน้ี 1) ควรศึกษาปัจจัยด้านอ่ืน ๆ ที่มี
อิทธิพลต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในวิทยาลัยฯ 2) ควรศึกษาข้อมูลในส่วนของการจัดหรือการสร้าง
บรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสูดแก่ผู้เรียน 3) ควรปรึกษาและหาแนวทางการจัด
กระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม และน่าสนใจแก่ผู้เรียน ร่วมกับอาจารย์ผู้สอนทุกวิชา นอกจากน้ี จิตรลดา
รามพันธุ์ (2560) ได้ศึกษาการพัฒนาคู่มือการใช้ภาษาอังกฤษบนแอปพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค ผลการวิจัยคร้ังนี้แสดง
ให้เห็นว่า การใช้เคร่ืองมือส่ือสารที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่าย จะเป็นนวัตกรรมในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของ
นักศึกษาที่มปี ระสทิ ธิภาพ และเยาวลกั ษณ์ ยิ้มอ่อน (2557) ได้ศกึ ษาการใช้ภาษาอังกฤษในการประกอบอาชีพ
ของบัณฑิตไทย ในเขตกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่า บัณฑิตไทยมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษในการ
ประกอบอาชีพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.81 เม่ือเปรียบเทียบปัจจัยทางสังคม พบว่า ประเภทบรษิ ัท
หน้าท่ีความรับผิดชอบ และสถานท่ีทำงานของบัณฑิตไทย มีความสัมพันธ์กับการใช้ภาษาอังกฤษในการ
ประกอบอาชพี โดยแตกต่างกันอย่างมีนยั สำคญั ท่ีระดับ .05 และมีแนวโน้มการใช้ภาษาอังกฤษในการประกอบ
อาชีพของบัณฑิตไทยอยู่ในระดับมาก ส่วนกฤตพร ช่วยบุญชู (2558) ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะและ
ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตจริง 2 โดยใช้ B-SLIM MODEL ของนักเรียนระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคบริหารธุรกิจกรุงเทพ ผลการวิจัย พบว่า
ผลสัมฤทธ์ทิ างการศึกษาในภาคเรียนท่ี 1 มผี ลการทำคะแนนคิดเป็นค่ารอ้ ยละในเกณฑ์ท่ีตำ่ อยู่มากแต่หลังจาก
ท่ีผู้สอนได้ทำการเรียนการสอนโดย B-SLIM MODEL ในภาคเรยี นท่ี 2 จะเห็นได้วา่ ค่าร้อยละของนักเรียนมีค่า
ร้อยละที่เพ่ิมข้ึน ดังจะเห็นได้จากการเปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนท่ีเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย

101

คิดเป็นร้อยละ 25.3 เพ่ือให้สามารถใช้ภาษา เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ตามความต้องการ
ในสถานการต่าง ๆ ท้ังในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพ การท่ีผู้เรียนจะใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่ว
และเหมาะสมน้ันอยูกับทักษะการใช้ภาษาการจัดการเรียนการสอนท่ีดี ผู้เรียนจะต้องมีโอกาสได้ฝึกทักษะ
การใช้ภาษาให้มากท่ีสุดท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียนส่ือสารตามเกณฑ์ของบิลาช (BILASH’S CRITERIA
FOR COMMUNICATIVE ACTIVITIES –BCCA) เพื่อประเมินกิจกรรมท่ีผู้สอนใช้ในชั้นเรียน โดยกิจกรรมนั้น
ส่งเสริมหน้าที่ของภาษา(FUNCTION OF LANGUAGE) มีการใช้สื่อสภาพจริง (AUTHENTIC MATERIAL)
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาเพื่อการส่ือสารท้ังทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน มุ่งให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้
อย่างอนื่ นอกเหนอื จากคำศัพท์และหลกั ไวยากรณ์เปดิ โอกาสให้ผู้เรียนทุกคนเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังเป็นกิจกรรม
ทีส่ ่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นคิดแก้ปัญหา เป็นกิจกรรมที่เก่ียวกับการใช้ภาษาในชีวติประจำ เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนได้แสดง
ความคิดและทัศนคติส่วนตัว เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ปฏิสัมพันธ์เม่ือผู้เรียนปฏิบัติแล้วเกิดการเส่ียงภัยต่ำ
(LOW RISK) และเกิดความปลอดภัยสูง (HIGH SECURITY) หมายถึงกิจกรรมนั้นเหมาะสมกับความสามารถ
ของผู้เรียนปฏิบัติโดยไม่ผิดพลาดมากสร้างความมั่นใจลดความวิตกกังวล และกิจกรรมนั้น สนุกสนานน่าสนใจ
กระตุน้ ใหผ้ ้เู รียนอยากรว่ มกจิ กรรม

5. วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป
ตามองค์ประกอบของเน้ือหา และเนื้อหาหลัก ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่มจังหวัด
ภาคใต้ฝั่งอา่ วไทย ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ปกี ารศกึ ษา 2562

5.1 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ตามองค์ประกอบ
ของเนื้อหา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระดับภาคใต้
และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน 3 ทักษะ คือทักษะทางสังคม และการดำรงชีวิต
ทกั ษะการจัดการงานอาชีพ ทักษะภาษา และการส่ือสารสูงกว่าระดบั ภาคใต้ และระดับประเทศ ยกเว้นทกั ษะ
การคิดและการแก้ปัญหา มีค่าเฉลี่ยคะแนนสูงกว่าภาคใต้ แต่ต่ำกว่าและประเทศ ซึ่งทักษะดังกล่าวนี้ได้
อภปิ รายผลไว้ในข้อ 4.1 ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ระดบั ประกาศนียบตั ร
วิชาชพี ปีท่ี 3 (ปวช.3) จำแนกตามองค์ประกอบของเน้ือหา

5.2 เปรียบเทียบคะแนนความรู้ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ตามเนื้อหาหลัก
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ) ระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ระดับภาคใต้ และ
ระดับประเทศ ปีการศึกษา 2562 พบว่า ค่าเฉล่ียสูงกว่าระดับภาคใต้ และระดับประเทศ มีจำนวน 7 เน้ือหา
หลัก ดังน้ี 1) พัฒนาบุคลิกภาพและสุขลักษณะโดยใช้หลักการและกระบวนการด้านสุขศึกษาและพลศึกษา
2) สื่อสารโดยใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและในงาน 3) ปฏิบัติตนตามหลักการในงานอาชีพ หลักการ
บริหารงานคุณภาพ ส่ิงแวดล้อม และความปลอดภัยในการทำงาน 4) การใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ
ระบบปฏิบัติการโปรแกรมสำเร็จรูป และอินเทอร์เน็ตตามหลักการและกระบวนการตามลักษณะงานอาชีพ 5)
ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม สิทธิหน้าที่พลเมือง เศรษฐกิจพอเพียง และค่านิยมอันพึงประสงค์ 6)
การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 7) ส่ือสารโดยใช้ภาษาอังกฤษ

102

ในชีวิตประจำวัน ยกเว้นเนื้อหาหลัก เร่ือง การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ มีคา่ เฉล่ียกลุม่ จงั หวัดภาคใต้ฝงั่ อ่าวไทยค่าเฉลี่ยตำ่ กวา่ ระดบั ภาคใต้ และระดบั ประเทศ

สำหรับองค์ประกอบด้านทักษะการคิดและการแก้ปัญหา มีเน้ือหาหลัก จำนวน 2
เรื่อง คือ1) การแก้ไขปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และ 2) การแก้ไข
ปัญหาในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยที่เนื้อหาหลักเรื่องการแก้ไขปัญหา
ในงานอาชีพโดยใช้หลักการ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีค่าเฉล่ียกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย
ต่ำกว่าระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ซ่ึงเนื้อหาประกอบด้วย 13 เน้ือหาย่อย คือ 1) ความสามารถในการ
สังเกต 2) ความสามารถในการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา 3) ความสามารถ
ในการจำแนกประเภท 4) ความสามารถในการคำนวณ 5) ความสามารถในการวัด 6) ความสามารถในการสื่อ
ความหมายข้อมูล 7) ความสามารถในการพยากรณ์ 8) ความสามารถในการลงความเห็นจากข้อมูล
9) ความสามารถในการกำหนดและควบคุมตัวแปร 10) ความสามารถในการตั้งสมมุติฐาน 11) ความสามารถ
ในการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ 12) ความสามารถในการทดลอง และ 13) ความสามารถในการ
ตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป ซึ่งสถานศึกษาในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่ังอ่าวไทย ต้องดำเนินการพัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (science process skill) หมายถึง ความสามารถ และความชำนาญในการคิด
เพื่อค้นหาความรู้ และการแก้ไขปัญหา โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาทิ การสังเกต การวัด
การคำนวณ การจำแนก การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล
การลงความคิดเห็น การพยากรณ์ การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง
การวิเคราะห์ และแปรผลข้อมูล การสรุปผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ นอกจากนี้ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะสำคัญที่แสดงถึงการมีกระบวนการคิด อย่างมีเหตุ มีผล
ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้เรียน และผู้ปฏิบัติเกิดความเข้าใจในเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์
สามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองไปสู่กระบวนการคิดท่ีซับซ้อนมากขึ้น โดยมีงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องดังนี้ ปราณี
โตยะบุตร (2557) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนระดับ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ผลการศึกษาพบว่า 1) แบบวัด
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สร้างข้ึนมีจำนวน 58 ข้อ วัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
13 ทักษะ ตามเนื้อหาการทดสอบข้างต้น 2. แบบวัดทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์มีค่าความตรงระหว่าง
0.86 -1.00 ค่าความเท่ียงเท่ากับ 0.83 ค่าความยากระหว่าง 0.21 - 0.75 และค่าอำนาจจำแนกระหว่าง
0.23 -0.71 ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนด และศิริพิมล หงส์เหม (2557) การพัฒนาความสามารถในการคิด
แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์และคุณลักษณะใฝ่เรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเรียนรู้ก่อนและหลังการจัดการ เรียนรู้แตกต่างกันอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 2) ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์หลังการจัดการเรียนรู้
อยู่ในระดับดีโดยมีคะแนนในข้ันวางแผนเป็นลำดับท่ีหน่ึง รองลงมาคือ ขั้นดำเนินการขั้นทำความเข้าใจและ
ขั้นประเมินผลตามลำดับ 3) คุณลักษณะใฝ่เรียนรู้หลังการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับดีโดยมีคะแนน

103

ในองค์ประกอบมีความต้ังใจเป็นลำดับท่ีหนึ่ง รองลงมาคือแสวงหาความรู้ ช่างสังเกต มีความคิดริเริ่ม มีเหตุผล
มีความพยายามและถ่ายทอดความรู้ตามลำดับ 4) ความคิดเห็นของ นักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ภาพรวม
อยูใ่ นระดบั เห็นด้วยมากโดยนักเรยี นเหน็ ดว้ ยมากในดา้ นบรรยากาศ ในการเรยี นรู้เปน็ ลำดับทีห่ นงึ่ รองลงมาคือ
ดา้ นประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับ และด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูเ้ ป็นลำดบั สุดทา้ ย

ข้อเสนอแนะ
จากการศึกษาผลการวิเคราะห์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา

(V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีท่ี 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2562 กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้
ฝ่ังอ่าวไทย ทำให้ทราบผลการวิเคราะห์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) และ
ผลการศึกษาเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนยี บัตร
วชิ าชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ซ่ึงสามารถนําไปใช้ประโยชน์กับสถาบันอาชีวศกึ ษา และหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งกับการจัด
การศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา

ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาไปใช้
1. สถาบันอาชีวศึกษา สามารถนำผลการวิเคราะห์ และแนวทางการแก้ปัญหาจากงานวิจัย
ที่เกย่ี วข้องไปใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิใ์ นวิชาทไ่ี ด้คะแนนต่ำ
2. สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาหาสาเหตุและการส่งเสริมการจัดการเรียน
การสอนเพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นสูงข้นึ เพิ่มเติม
3. ควรสร้างโอกาสความก้าวหน้าในสายงานอาชีพให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา
เพอ่ื สร้างขวญั กำลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ าน
4. ผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา นำผลการศึกษาไปกําหนดยุทธศาสตร์
แผนงาน และกลวิธกี ารบริหารจัดการ
5. ควรกำหนดทิศทางและแนวปฏิบัติในการดำเนินการเพ่ิมผลคะแนนการทดสอบ
ทางการศึกษาระดับชาตดิ า้ นอาชวี ศึกษา (V-NET) มคี วามชดั เจนย่ิงข้นึ
6. ควรจัดติว V-NET ให้กับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) สำหรับ
เนอ้ื หาวชิ าที่ได้คะแนนตำ่
7. ควรดำเนินการหาแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรทู้ ่ีเหมาะสม และน่าสนใจแก่ผู้เรยี น
ร่วมกับอาจารย์ผู้สอนวิชาท่ีไดค้ า่ เฉลยี่ คะแนนตำ่
8. ศึกษาข้อมูลและแนวทางการจัดการเรียนรู้ การสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และ
พัฒนาการเรียนรู้ เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ แก่ผูเ้ รียน
9. การบูรณาการ การสร้างเครือข่าย และการประสานความร่วมมือด้านการจัดการศึกษา
อาชวี ศึกษาระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อการจดั ทำนโยบายเชงิ รุก

104

ข้อเสนอแนะในการศกึ ษาครั้งตอ่ ไป
1. ค วรศึ ก ษ าปั จจัย ที่ มี อิท ธิพ ลต่ อ ค ะแน น เฉล่ี ย ผ ล ก ารวิเค ราะห์ ก ารท ด ส อ บ
ทางการศึกษาระดบั ชาตดิ า้ นอาชวี ศกึ ษา (V-NET) ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปีที่ 3 (ปวช.3)
3. ควรศึกษารูปแบบการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาในกลุ่มจังหวดั ภาคใตฝ้ ่งั อ่าวไทย
4. ควรมีการศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบที่ส่งผลต่อคะแนนเฉล่ียผลการวเิ คราะห์การทดสอบ
ทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

105

บรรณานกุ รม

กนก พานทอง (2562, กรกฎาคม–กนั ยายน). การพฒั นาทักษะชีวิตดา้ นทักษะทางปญั ญาอยา่ งมีวิจารณญาณ
ของนักศึกษาระดบั อาชวี ศึกษา. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 27(3), 10-22.

กฤตพร ชว่ ยบญุ ช. (2558). การพฒั นาทักษะและผลสมั ฤทธ์ทิ างการศึกษาในวชิ าภาษาอังกฤษในชีวติ จรงิ 2
โดยใช้ B-SLIM Model ของนกั เรียนระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชนั้ ปี ท่ี 1 วิทยาลัยอาชีวศกึ ษา
เทคนคิ บรหิ ารธรุ กิจกรุงเทพ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2558. วิจัยในชัน้ เรียนวิทยาลัยอาชีวศกึ ษา
เทคนิคบริหารธุรกจิ กรุงเทพ. กรุงเทพ ฯ.

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2562). แถลงผลการดำเนินงาน 4 ปี. ค้นเมอ่ื 23 เมษายน 2563 จาก https://
www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=53579&Key=news_boontee

_______ . (2542). พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหงชาต.ิ พ.ศ. 2542 และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพครุ ุสภาลาดพราว.

_______ . (2553). พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พุทธศกั ราช 2553 (ฉบับท่ี 3)
กรุงเทพฯ: บรษิ ัทสยามสปอรต์ ซนิ ดิเคท จำกัด.

กา้ นทิพย์ ชาตวิ งศ.์ (2554). แนวทางการพฒั นาคุณภาพสถานศึกษาเอกชนอาชวี ศกึ ษา. วิทยานพิ นธ์
ศลิ ปศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าอาชีวศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ บณั ฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ กรุงเทพฯ.

จิตรลดา รามพนั ธ์ุ (2560, มกราคม-มิถนุ ายน). การพฒั นาคู่มือการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรบั งานบรกิ ารอาหาร
และเคร่ืองดมื่ บนแอปพลิเคชั่นเฟสบคุ๊ สำหรับนักศกึ ษาสาขางานโรงแรม วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาเพชรบรุ ี.
วารสารมนษุ ยสังคมปริทัศน์, 19(1). 29-43.

ทัตทริยา เรอื นคาํ และยุทธศักดิ์ ช่นื ใจชน. (2559, กรกฎาคม-ธันวาคม). สาํ รวจการรับรูก้ ารเรยี นภาษาอังกฤษ
เพ่ือวตั ถุประสงค์เฉพาะของวิทยาลัยพณชิ ยการบงึ พระพิษณุโลก. วารสารมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาํ ปาง
5(2), 77-94.

ณฐวฒั น์ พระงาม. (2562). อิทธพิ ลสอื่ ประชาสมั พนั ธท์ ม่ี ผี ลตอ่ การตดั สินใจศกึ ษาต่อของนักเรยี นใน
สถาบนั การอาชีวศึกษาภาคเหนือ. วารสารหาดใหญ่วชิ าการ, 17(1), มกราคม - มิถุนายน
2562 , 49-68

ณัฏฐกา ไชยสล.ี (2548). ประสทิ ธิภาพการจดั การศึกษาในระดับอาชวี ศึกษาของรัฐ. วทิ ยานพิ นธ์ ศกึ ษาศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาทางอาชีพ บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่, เชียงใหม่.

ดวงนภา มกรานรุ กั ษ์. (2554). อนาคตภาพการอาชวี ศึกษาไทยในทศวรรษหนา้ (พ.ศ.2554 - 2564).
วิทยานิพนธป์ รัชญาดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าการบริหารศึกษา บณั ฑติ วทิ ยาลัยมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ,
ขอนแก่น.

106

นวลจันทร ปยุ ะกลุ . (2548). โรงงานแหงการเรยี นรู: กรณีศึกษาเสนทางแห่งนวตั กรรมการอาชีวศกึ ษาไทย.
วิทยานพิ นธ์ศิลปศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวิชาอาชวี ศกึ ษาบณั ฑิตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร,์ กรุงเทพฯ.

ปราณี โตยะบตุ ร. (2557). การพฒั นาแบบวดั ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ของนักเรียนระดบั
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 สงั กดั สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์
มหาบณั ฑิต สาขาวิชาวิจยั และประเมนิ ผลการศึกษา บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาญจนบุรี,
กาญจนบุร.ี

ปริญญา คำชาย. (2557). การศึกษาสภาพปจั จบุ นั และปัญหาการใช้ส่อื E-LEARNING ของครใู นสงั กัด
อาชวี ศึกษาจังหวดั หนองคาย. วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรม์ หาบัณฑิต สาขาวชิ าการบรหิ ารการศึกษา
บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, อุบลราชธานี.

ประสิทธ์ิ องั กนิ ันทน.์ (2556). รูปแบบการมสี ่วนรว่ มในการบรหิ ารงานวิชาการของสถาบันการอาชวี ศึกษา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 1. วิทยานิพนธป์ รชั ญาดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าการบรหิ ารการศกึ ษาบัณฑติ
วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอุดรธานี, อดุ รธาน.ี

พระราชบญั ญัติการอาชวี ศึกษา พ.ศ. 2551. (2551). ราชกิจจานเุ บกษา. 125 (ตอนท่ี 43 ก), 1-24
พษิ ณุ ผวิ ทอง. (2561). การสังเคราะห์งานวิจยั ปจั จัยที่สง่ ผลต่อคุณภาพนกั เรยี นอาชีวศึกษา: การวเิ คราะห์

อภมิ าน. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวิจยั วดั ผลและสถติ ิการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั บูรพ, ชลบรุ ี.
แพรภสั ส์ เลศิ รฐั พชั ร์. (2562). ความรว่ มมอื ระหวา่ งสถาบนั อาชีวศกึ ษาภาครฐั และภาคเอกชนกบั
สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมในการพฒั นากาลังคนระดับอาชวี ศึกษา.วารสารเกษมบณั ฑิต,
20 (ตลุ าคม) 2562 , 72-84.
ภคั ชดุ า เสรีรตั น์. (2560). ปจั จยั จำแนกการตัดสนิ ใจศกึ ษาตอ่ ระดบั อาชวี ศึกษาของนักเรียน
ในกลุ่มจงั หวัดภาคใตฝ้ ่งั อ่าวไทย. วทิ ยานพิ นธศึกษาศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ า
การบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตรและศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่,

สงขลา.
เยาวลักษณ์ ยิม้ ออ่ น. (2557). การใช้ภาษาองั กฤษในการประกอบอาชีพของบัณฑติ ไทย

ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารปัญญาภิวฒั น์, 5(2), 191-204.
ราวี ซามี, กฤษณา ปลงั่ เจริญศรี และ วิเชียร ศรพี ระจนั ทร์ . (2561). ยทุ ธศาสตร์การจดั การศึกษา เพ่ือการ

พัฒนาท้องถิ่นของสถาบนั การอาชวี ศกึ ษาภาคใต้ 2. วารสารศึกษาศาสตร์, 18(2), 156.
ลอื ชยั แก้วสุข. (2554). การพัฒนากลยุทธ์การบรหิ ารสถานศึกษาอาชีวศกึ ษาเพือ่ ตอบสนองความต้องการ

กำลังคนของสถานประกอบการ. วทิ ยานพิ นธ์ครศุ าสตรดษุ ฎีบัณฑิต สาขาบรหิ ารการศกึ ษา บัณฑติ
วทิ ยาลัย จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

107

สมพร เพชรสงค.์ (2561). ปจั จยั ในการตดั สินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรยี น ระดับ
ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) ชั้นปีท่ี 1 วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาในพนื้ ท่ี จงั หวัดสรุ าษฎร์ธาน.ี
สรุ าษฎรธ์ านี.

สำนกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). กรอบคุณวฒุ ิแห่งชาติ ฉบบั ปรบั ปรงุ . กรุงเทพฯ: กล่มุ ยุทธศาสตร์
การพฒั นาการศึกษาเฉพาะด้าน สำนกั นโยบายและแผนการศกึ ษา สำนักงานเลขาธกิ ารสภา
การศึกษา. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

สำนกั งานศึกษาธิการภาคใต้. (2562). รายงานการศึกษาแนวทางการผลติ และพฒั นากำลงั คนด้านอาชวี ศึกษา
ระดบั ภาคใต้ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562. นครศรีธรรมราช : กลมุ่ ยุทธศาสตร์การศึกษา
สำนกั งานศึกษาธกิ ารภาค 5

สำนักงานศึกษาธกิ ารจังหวัดสตูล. (2561). แนวทางการเพ่ิมสดั ส่วนการศกึ ษาตอ่ อาชีวศกึ ษาในจังหวัดสตลู .
สบื ค้นเม่อื 23 เมษายน 2563, จาก
https://www.satunpeo.go.th/attachments/article/118/ResearchFull.pdf

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม แห่งชาติ
ฉบบั ทส่ี บิ สอง พ.ศ.2560-2564. ค้นเม่ือ 23 เมษายน 2563, จาก
https://www.nesdb.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422

สำนกั ทะเบียนกลาง. 2563. จำนวนราษฎรทัว่ ราชอาณาจกั ร ตามหลักฐานการทะเบยี นราษฎร ณ วนั ที่ 31
ธนั วาคม 2562 (30 มกราคม 2563) ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ 137 ตอนพิเศษ 24 ง. หน้า 17-19
สืบค้นเมอื่ วนั ท่ี 30 มนี าคม 2563 จากhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th

สถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแห่งชาติ(องคก์ ารมหาชน). 2562. การจัดสอบ V-NET. สบื คน้ เมอื่
26 มนี าคม 2563. จาก https://www.niets.or.th
. 2563.ระบบประกาศและรายงานผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ ด้านอาชวี ศกึ ษา
(V-NET). ค่าสถติ ริ ะดบั ศธ.ภาค. สบื ค้นเมือ่ วนั ที่ 26 มนี าคม 2563 จาก
http://www.allnetresult.niets.or.th/VNET/

สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศกึ ษา. 2562. เกย่ี วกับ สอศ. สบื ค้นเม่อื 23 เมษายน 2563.
จาก www.vec.go.th

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร. 2560. การแบง่ หนว่ ยงานภายในสำนกั งานศกึ ษาธิการภาคและสำนกั งาน
ศกึ ษาธิการจงั หวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ.
. 2560. คำสงั่ หวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ. การปฏริ ูปการศึกษาในภูมิภาคของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563. จาก http://www.moe.go.th

108

. 2563. แนวทางการจดั ทำคำรบั รองการปฏิบัติราชการของสำนักงานศกึ ษาธิการภาค ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ : กลมุ่ พัฒนาระบบบรหิ าร
สบื ค้นเมือ่ วนั ที่ 26 มีนาคม 2563 จาก http://www.psdg.moe.go.th/

. สำนักความสัมพันธ์ตา่ งประเทศ. E-Book. 2563. พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
. สำนกั ความสมั พันธ์ต่างประเทศ. 2563. E-Book. ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580).
สืบคน้ เมอ่ื วนั ที่ 6 มีนาคม 2563 จาก https://www.bic.moe.go.th
. สำนกั ความสัมพันธ์ตา่ งประเทศ. 2563. E-Book. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579.
สืบค้นเมื่อวนั ท่ี 6 มนี าคม 2563 จาก https://www.bic.moe.go.th
. สำนกั ความสมั พันธ์ต่างประเทศ. 2563. E-Book. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบบั ทีส่ บิ สอง (2560 – 2564). สืบค้นเมอื่ วันท่ี 6 มีนาคม 2563 จาก
https://www.bic.moe.go.th
สำนักงานสถิติแห่งชาต.ิ 2561. สาระน่ารู้ทางสถิติ. สืบคน้ เม่ือวันที่ 25 พฤษภาคม 2563.
http://service.nso.go.th)
ศิรพิ ิมล หงส์เหม. (2557). การพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปญั หาทางวิทยาศาสตรแ์ ละคณุ ลักษณะ
ใฝ่เรยี นรู้ ของนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้.
วทิ ยานิพนธ์ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าหลักสูตรและการนเิ ทศ บัณฑิตวทิ ยาลัย
มหาวิทยาลัยศลิ ปากร, อบุ ลราชธาน.ี
สุเมธ มัดธนู. (2544). การประเมินคุณภาพการศึกษาตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ของ
โรงเรียนอาชวี ศึกษาเอกชนในเขตการศกึ ษา 10. วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต วจิ ัยและ
ประเมินผลการศกึ ษา บณั ฑติ วทิ ยาลัยมหาวิทยาลยั ราชภัฏอุบลราชธานี, อุบลราชธาน.ี
วชิรวิทย์ ยางไชย. (2555). การวเิ คราะห์ภาพลกั ษณ์ของอาชวี ศึกษาตามทศั นะของนักเรียน:การวจิ ัยแบบผสม
วิธี. วิทยานพิ นธ์ครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา บัณฑติ วิทยาลัย
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , กรุงเทพฯ.
วรัตถพ์ ัชร์ ทวเี จริญกิจ. (2561). การพฒั นารูปแบบการเรียนการสอนเพอ่ื สง่ เสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหา
ของนกั เรยี นอาชวี ศึกษาตามแนวคิดทฤษฎกี ารสรา้ งความรู้. วิทยานิพนธก์ ารศึกษาดษุ ฎีบัณฑิต
สาขาวชิ าหลกั สูตรและการสอน คณะศกึ ษาศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยบรู พา, ชลบรุ ี.

109

ภาคผนวก

110

ภาคผนวก ก
แบบสอบถามการใชป้ ระโยชน์

แบบสอบถามการใชป้ ระโยชน์ 111

“รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติดา้ นอาชวี ศึกษา (V-NET)
ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพปที ี่ 3 (ปวช.3) ปกี ารศกึ ษา 2562 กรณีศึกษา กลุ่มจงั หวดั ภาคใตฝ้ ง่ั อา่ วไทย”

คำชแ้ี จง สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค 5 ขอความรว่ มมือจากท่านในการตอบแบบสอบถามเพอื่ ติดตามการใช้

ประโยชน์จากเอกสารของสำนกั งานฯ พร้อมท้ังเป็นข้อมลู ในการจดั สง่ เอกสารให้ทา่ นในคราวตอ่ ไป โปรดทำ

เครอื่ งหมาย ✓ ลงใน 

ตอนท่ี 1 สถานภาพทว่ั ไป

สถานภาพผูต้ อบ  ศึกษาธิการภาค  ศึกษาธิการจงั หวัด

 ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา  ผบู้ รหิ ารการศึกษา

 ผอู้ ำนวยการกลุ่ม  ครู/บคุ ลากรทางการศึกษา

 นกั วิชาการศกึ ษา  ศกึ ษานิเทศก์

 อน่ื ๆ.........................

ตอนที่ 2 การนำไปใช้ประโยชน์ “รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ

ดา้ นอาชวี ศึกษา (V-NET) ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปที ่ี 3 (ปวช.3) ปกี ารศกึ ษา 2562 กรณีศึกษา

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝ่งั อา่ วไทย”

1) ทา่ นได้รบั เอกสารจากช่องทางใด  ศธภ.5 จัดส่งทางไปรษณยี ์  ระบบ BPSI

2) ท่านนำไปใช้ประโยชน์ (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) “รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติ ด้านอาชวี ศกึ ษา (V-NET) ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) ปกี ารศกึ ษา 2562 กรณศี ึกษา

กลุม่ จังหวัดภาคใตฝ้ ง่ั อา่ วไทย”  การพฒั นาคุณภาพการศึกษา
 การจัดทำนโยบายและแผนการศกึ ษา

 การบริหารจัดการ  การพฒั นาคร/ู อาจารย์

 การพฒั นาผเู้ รียน  การพฒั นาหลกั สูตรและการจดั การเรยี นการสอน

 การพัฒนาสอื่ การเรยี นการสอน  การวจิ ัย (โปรดระบ)ุ ..................................................

 อืน่ ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................. ...................

3) ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ

............................................................................................................................. .............................................

ขอขอบคุณในความร่วมมือ

โปรดสง่ กลับมายัง สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 5 ทางชอ่ งทางต่าง ๆ ดังน้ี
138 หมู่ 8 ตำบลโพธเ์ิ สด็จ อำเภอเมอื ง จังหวดั นครศรธี รรมราช 80000
หรือทางโทรสาร 0 7545 0957 หรือ e-mail : [email protected]

112

ภาคผนวก ข
คณะผู้จดั ทำ

113

คณะผู้จัดทำ

ท่ีปรึกษา

นายสรุ ินทร์ แกว้ มณี ศึกษาธิการภาค 5
นายเจน แผลงเดชา นกั วชิ าการศึกษาเชีย่ วชาญ

คณะทำงาน

นางภคั ชุดา เสรรี ตั น์ ผู้อำนวยการกลุม่ ยทุ ธศาสตรก์ ารศกึ ษา

นางสาวปิยะมาศ บุญเลิศ นักวชิ าการศกึ ษาชำนาญการ

นางสาวพรรณธิภา ยอดแก้ว นกั วชิ าการศกึ ษาชำนาญการ

นางสาวซัลมา นิยมเดชา นักวชิ าการศกึ ษาปฏบิ ัติการ

นายพุฒพิ ฒั น์ ชยั เกตุธนพฒั น์ นกั วิชาการศึกษาปฏบิ ตั ิการ

รวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะห์ข้อมลู สรุปและนำเสนอ

นางภคั ชดุ า เสรีรัตน์ นกั วิชาการศกึ ษาชำนาญการพเิ ศษ

ออกแบบปก
นายพฒุ ิพัฒน์ ชัยเกตธุ นพฒั น์ นกั วิชาการศกึ ษาปฏิบตั ิการ


Click to View FlipBook Version