1.3 แลขวา (ซ้าย) – ทา เป็นทําแสดงการเคารพ เมื่อลูกเสืออยํูในแถวมือเปลําหรือถืออาวุธที่
ทําทําวนั ทยาวธุ ไมํได๎ และเป็นทําแสดงการเคารพตามลําพังนอกแถวของลูกเสือ ในกรณีที่ไมํสามารถ
แสดงการเคารพด๎วยทําวนั ทยหตั ถ๑
คาบอก "แลขวา (ซ๎าย) – ทาํ "
การปฏิบตั ิ
สะบัดหนา๎ ไปทางขวา(ซา๎ ย) ประมาณกึ่งขวา(ซา๎ ย) กํอนถึงผร๎ู ับการเคารพ 3 ก๎าว ตามองจับไป
ทีผ่ ร๎ู บั การเคารพ พร๎อมกับหนั หนา๎ ตามจนกวําผู๎รบั การเคารพจะผํานพ๎นไปแล๎ว 2 ก๎าว แล๎วสะบัดหน๎า
กลบั ที่เดมิ
ถ๎าผ๎ูรับการเคารพไมํได๎เคลอ่ื นทผี่ ําน ให๎สะบดั หนา๎ กลบั ท่เี ดิมตามคาํ บอกวํา “แล – ตรง”
2. ทา่ ถอดหมวก สวมหมวก
ใช๎ในโอกาสเกี่ยวกับพิธีสงฆ๑ หรือพิธีทางศาสนา เชํน พิธีสวนสนามที่มีการประพรม นํ้า
พระพุทธมนต๑ เป็นต๎น
คาบอก “ถอดหมวก”
การปฏิบตั ิ
1) แบมือซ๎ายและงอศอกจนแขนทํอนลํางและทํอนบนตั้งฉากกัน นิ้วหัวแมํมือตั้งขึ้นข๎างบน
พร๎อมกันน้ันใช๎มือขวาจับที่กะบังหน๎าหมวก (หมวกทรงกลมที่มีกะบังหน๎าหมวก,หมวกทรงหม๎อตาล)
หรือจับที่ปกี หมวกดา๎ นหนา๎ (หมวกปีกกวา๎ งพบั ขา๎ ง และไมํพบั ขา๎ ง) หรือจับท่ีหมวกด๎านขวา(หมวกทรงอํอน)
หรือจับที่ขอบหมวกบนด๎านหน๎า(หมวกกะลาส)ี
2) ถอดหมวกออกจากศีรษะ วางครอบหัวแมํมือซ๎าย ให๎หน๎าหมวกหันไปทางขวา ขอบหมวก
ดา๎ นนอกอยูํระหวํางน้ิวหวั แมมํ ือกับน้ิวชี้
3) ลดมือขวาลงมาอยํใู นทําตรง พรอ๎ มกับมอื ซ๎ายจบั หมวกดว๎ ยนวิ้ หัวแมํมือกบั น้วิ อ่ืนท้งั สี่
คาบอก “สวมหมวก”
การปฏบิ ตั ิ
1) ใช๎มอื ขวาจับหมวกทอี่ ยูํในมือซา๎ ย เชนํ เดยี วกับการถอดหมวก
2) ยกหมวกข้นึ สวมศรี ษะ มือซ๎ายชวํ ยจดั หมวก
3) ลดมอื ทัง้ สองลงมาอยูใํ นทาํ ตรงอยาํ งแขง็ แรง
การฝึกในข้ันแรก ควรกระทําเป็นตอน ๆ เม่ือลูกเสือมีความเข๎าใจดีแล๎วจึงฝึกโดยเปิดตอนถ๎า
ลกู เสอื ถือไม๎พลองหรอื ไมพ๎ ลอง กํอนทาํ ทาํ ถอดหมวก และสวมหมวก ใหน๎ ําอาวุธมาไว๎ระหวํางปลายเท๎า
ทั้งสอง แล๎วพงิ ทอํ นบนไว๎กบั แขนซา๎ ย แลว๎ จึงปฏิบัติตามข้ันตอนตําง ๆ ตํอไป เม่ือถอดหมวกหรือสวม
หมวกเรยี บร๎อยแล๎ว จึงนาํ ไม๎พลองหรือไม๎พลองไปอยูํในทําเรียบอาวุธตามเดมิ
186 ค่มู อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
178 คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สตู รลูกเสอื โท
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
3. ทา่ แบกอาวธุ – เรียบอาวุธ
คาบอก “แบก – อาวธุ ”
การปฏิบัติ ลกู เสอื ปฏิบตั เิ ป็น 2 จังหวะ
จงั หวะที่ 1 ยกไม๎พลองหรือไมพ๎ ลองดว๎ ยมอื ขวาผํานหน๎าเฉียดลาํ ตัวไปขา๎ งซา๎ ย ให๎โคนไมพ๎ ลอง
หรอื ไม๎พลองอยูํในองุ๎ มือซา๎ ย ลาํ ไมพ๎ ลองหรือไม๎พลองตง้ั อยํูตรงรํองไหลํซ๎าย มือขวาจับไม๎พลองหรือไม๎
พลองอยํูที่เดิมศอกงอไปขา๎ งหนา๎ แนวเดียวกบั ไหลํ
จงั หวะที่ 2 ดนั ไมพ๎ ลองหรือไมพ๎ ลองดว๎ ยมอื ซา๎ ย พรอ๎ มกบั สํงไม๎พลองหรือไมพ๎ ลองด๎วยมือขวา
ให๎ไม๎พลองหรือไม๎พลองพาดขึ้นไปบนไหลํซ๎าย แขนซ๎ายทํอนบนชิดลําตัว ศอกซ๎ายงอ แขนทํามุม
100 องศา กบั ลําตวั ขณะเดยี วกันลดมอื ขวาลงในทาํ ตรงโดยเรว็
ข้อควรระวงั ขณะลูกเสอื ทําทําแบกอาวธุ จังหวะ 2 ระวงั อยาํ ให๎ศรี ษะเคลื่อนหลบไม๎พลองหรือ
ไมพ๎ ลอง ทรงศีรษะใหค๎ งท่เี หมือนอยใูํ นทาํ ตรงเสมอ แขนซา๎ ยอยํูในลักษณะที่ถกู ตอ๎ งและนิ่ง ปลายไมพ๎ ลอง
จงึ จะได๎ระดบั ไมํเฉไปมา
คาบอก “เรยี บ – อาวธุ ”
การปฏิบัติ ลูกเสอื ปฏบิ ัตเิ ป็น 3 จงั หวะ
จังหวะที่ 1 ยกมือขวาข้ึนจับไม๎พลองหรือไม๎พลอง ศอกงอไปข๎างหน๎าในแนวเดียวกับไหลํ
พร๎อมกบั เหยียดแขนซา๎ ย โดยลดไม๎พลองหรอื ไมพ๎ ลองลงชิดกบั ลาํ ตัว
จังหวะที่ 2 จับไม๎พลองหรือไม๎พลองด๎วยมือขวานํามาไว๎ข๎างลําตัวในรํองไหลํขวา (แขนขวา
เหยียดเกือบสุดระยะที่มือจับไม๎พลองหรือไม๎พลองในทําเรียบอาวุธ) ขณะเดียวกันยกมือซ๎ายข้ึนกันไม๎
พลองหรอื ไมพ๎ ลองทรี่ ํองไหลขํ วา ศอกงอไปขา๎ งหน๎าในแนวเดยี วกบั ไหลํ
จงั หวะท่ี 3 ลดแขนซ๎ายอยูใํ นทาํ เรยี บอาวุธตามเดมิ (ในจังหวะน้ีเหยยี ดแขนขวาลงสุดระยะท่มี ือ
ขวาจับไมพ๎ ลองหรือไม๎พลองอยํูในทาํ เรียบอาวุธ โดยไมพ๎ ลองหรือไมพ๎ ลองจดพน้ื )
ข้อสังเกต ตอนเหยยี ดแขนขวาจากจงั หวะ 2 ลงสดุ ระยะท่ีมือขวาจับไม๎พลองในทําเรียบอาวุธ
ในจงั หวะท่ี 3 จะร๎ูสกึ วาํ ต๎นไม๎พลองหรือไม๎พลองจดพ้ืน
ระเบียบแถวทา่ เคลอื่ นที่
1. ท่าเดนิ ท่าหยุด
คาบอก "หน๎า – เดิน" และ “แถว – หยดุ ”
การปฏิบัติ
เม่ือได๎ยินคําสั่งวาํ “ หนา๎ – เดนิ ” ให๎ลกู เสอื ปฏิบัติ ดังน้ี
โน๎มน้ําหนักตวั ไปข๎างหนา๎ พรอ๎ มกบั ก๎าวเท๎าซ๎ายออกเดิน ขาเหยียดตึง ปลายเท๎าง๎ุม ส๎นเท๎าสูง
จากพ้ืนประมาณ 1 คบื เมอื่ จะวางเทา๎ และก๎าวเทา๎ ตํอไปใหโ๎ นม๎ นาํ้ หนกั ตัวไปข๎างหน๎า ตบเท๎าเต็มฝูาเท๎า
อยาํ งแข็งแรง ตัวและศรี ษะอยูใํ นทําตรง เมื่อแกวํงแขนไปข๎างหน๎าให๎งอศอกเล็กน๎อย เมื่อแกวํงแขนไป
คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 187
คูม่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลักสตู รลกู เสือโท 179
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ขา๎ งหลังให๎เหยยี ดแขนตรงตามธรรมชาติ หนั หลังมอื ออกนอกตัว แบมือน้ิวเรียงชิดติดกันความยาวก๎าว
จากสน๎ เท๎าถงึ ส๎นเท๎า 40 – 60 เซนตเิ มตร
เมื่อได๎ยินคําสั่งวํา “แถว – หยุด” ให๎ปฏิบัติเป็น 2 จังหวะติดตํอกัน คือ ก๎าวตํอไปอีก 1 ก๎าว
และชกั เทา๎ หลังไปชิดเท๎าหน๎าในลักษณะทาํ ตรงอยํางแขง็ แรง
2. ทา่ หันในเวลาเดนิ
2.1 ท่าขวาหัน
คาบอก "ขวา – หนั "
การปฏิบตั ิ ใชค๎ าํ บอกในจังหวะทเี่ ทา๎ ขวาจดถงึ พื้นในลําดบั ติดตํอกัน ปฏบิ ัตเิ ป็น 2 จังหวะ
จงั หวะท่ี 1 กา๎ วเท๎าซา๎ ยไปข๎างหน๎าในแนวปลายเท๎าขวาประมาณคร่ึงก๎าว พร๎อมกับบิดปลาย
เท๎าให๎ไปทางก่ึงขวาดว๎ ย ขณะเดียวกนั ให๎ยกส๎นเท๎าขวาและหมนุ ตัวด๎วยสะโพก โดยใช๎ปลายเท๎าท้ังสอง
เปน็ หลกั หันไปทางขวาจนได๎ 90 องศา
จังหวะท่ี 2 กา๎ วเทา๎ ขวาตอํ ไปตามจงั หวะการเดนิ แบบเดมิ ในทิศทางใหมํ
2.2 ทา่ ซ้ายหนั
คาบอก "ซา๎ ย – หัน"
การปฏิบัติ ใช๎คําบอกในจังหวะท่ีเท๎าซ๎ายจดถึงพื้นในลําดับติดตํอกัน ปฏิบัติเป็น 2 จังหวะ
เชํนเดียวกบั ทําขวาหนั โดยเปล่ียนคาํ บอกวําขวามาเปน็ ซา๎ ยแทน
2.3 ท่ากลับหลังหัน
คาบอก "กลับหลัง – หัน"
การปฏิบัติ ใชค๎ ําบอกในจังหวะที่เท๎าซ๎ายจดถงึ พืน้ ในลําดับตดิ ตอํ กัน ปฏิบตั เิ ป็น 3 จงั หวะ
จงั หวะท่ี 1 กา๎ วเทา๎ ขวาไปข๎างหนา๎ 1 ก๎าว
จงั หวะท่ี 2 ชกั เทา๎ ซา๎ ยไปขา๎ งหนา๎ เฉียงขวา และตบลงกับพืน้ ด๎วยปลายเท๎าในแนวทางขวาของ
ปลายเทา๎ ขวาเลก็ น๎อยพอเขําซา๎ ยตึง ทนั ใดน้ันยกส๎นเทา๎ ขวาและหมนุ ตัวด๎วยสะโพก โดยใช๎ปลายเท๎าทั้ง
สองเป็นหลัก ไปขา๎ งหลงั จนได๎ 180 องศา ขณะหมุนตัวนวิ้ มือทงั้ สองตดิ อยํกู ับข๎างขา
จงั หวะท่ี 3 ก๎าวเท๎าซ๎ายออกเดิน พรอ๎ มยกมือและแกวงํ แขนตามจงั หวะของทําเดินครงั้ นั้นตํอไป
การหดั ในขนั้ แรก ๆ ควรใหล๎ กู เสอื นบั จงั หวะด๎วยเสยี งดงั กอํ น จนทาํ ได๎คลอํ งแล๎วจงึ นบั ในใจ
180 คู่มอื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสูตรลูกเสือโท
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5
ตวั อย่างแถวสวนสนาม หมแู่ ถวตอน 5 กา้ ว
5 ก้าว
ป้ายชื่อกองลูกเสอื 5 กา้ ว
ธงประจากองลูกเสือ
ผูก้ ากับลกู เสอื 3 ก้าว
รองผกู้ ากบั ลูกเสือลกู เสือ
ลกู เสือกองท่ี 1
แผนการจัดกิจกรรมลูกเสอื สามญั ลูกเสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
หนว่ ยที่ 9 ประเมินผล
แผนการจดั กิจกรรมที่ 32 การประเมนิ ผล เวลา 2 ชั่วโมง
คู่มอื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 189
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสตู รลกู เสือโท 181
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื สามัญ ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
หน่วยท่ี 9 ประเมนิ ผล
แผนการจัดกิจกรรมท่ี 32 การประเมินผล เวลา 2 ชว่ั โมง
1.คมู่ จอื ุดสป่งเรสะรสมิ แงลคะ์กพาฒั รนเรากียจินกรรู้รมลูกเสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 189
1.1 เพอ่ื ใหล๎ กู เสอื เขา๎ ใจการประเมนิ ผลเพ่ือการตดั สินผลการผําน ไมํผาํ นกิจกรรม
1.2 เพ่ือให๎ลกู เสือเขา๎ ใจการประเมนิ พฤติกรรมทกั ษะชีวติ ที่ลูกเสอื ได๎รบั การพฒั นา
1.3 เพ่อื ใหล๎ กู เสือเตรยี มความพรอ๎ มรบั การประเมนิ ตามวิธกี ารของผูก๎ าํ กบั กองลูกเสอื
2. เนอื้ หา
2.1 เกณฑ๑การตดั สนิ กจิ กรรมพฒั นาผู๎เรียนตามหลกั สตู รการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551
2.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมทักษะชีวติ
3. สอ่ื การเรียนรู้
3.1 แผนภูมิ Flow Chart การประเมินเพ่อื ตดั สนิ ผลการเล่อื นชนั้ ของลกู เสอื และจบการศกึ ษา
3.2 แบบประเมินทกั ษะชวี ติ ของลกู เสือรายบุคคล / หรือรายหมํลู กู เสือ
3.3 แบบประเมินตนเองของลูกเสอื ประจําปีการศกึ ษา
43.43 ใบความร๎ู
4. กจิ กรรม
4.1 ผ๎ูกํากับลูกเสอื อธิบายหลกั เกณฑ๑ วธิ ีการประเมนิ ผลการเรียนรตู๎ ามท่หี ลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 กําหนดเพอ่ื ตัดสนิ การจบการศึกษา
4.2 ผก๎ู ํากบั ลูกเสืออธิบายถงึ พฤตกิ รรมของลูกเสือท่ีได๎รับการเสริมสร๎างทักษะชีวิตผํานกิจกรรม
ลูกเสือ
4.3 ลูกเสอื ประเมินความพรอ๎ มของตนเองเพอื่ รับการประเมินและวางแผนพัฒนาตนเองในสํวนท่ีไมํ
ม่นั ใจ
4.4 ผ๎กู าํ กับลกู เสอื และลกู เสือกําหนดขอ๎ ตกลงรํวมกนั ถึงชํวงเวลาการประเมนิ
4.5 ผู๎กํากับลกู เสอื นัดหมายและดาํ เนนิ การประเมิน
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตจากผลการประเมินตนเองของลกู เสอื
5.2 สงั เกตความมั่นใจและการยนื ยันความพรอ๎ มของลกู เสอื
6. คณุ ธรรม
6.1 ความพอเพยี ง
182 6.ค2ูม่ อื ซส่ง่อื เสสรัตมิ แยลส๑ ะจุ พรฒั ติ นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลกั สูตรลกู เสือโท
6.ช3ั้นปรรับะถผมิดศกึชษอาบปีท่ี 5
คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตจากผลการประเมนิ ตนเองของลกู เสอื
5.2 สังเกตความม่นั ใจและการยนื ยันความพรอ๎ มของลกู เสอื
6. คณุ ธรรม
6.1 ความพอเพียง
6.2 ซ่ือสตั ยส๑ จุ ริต
6.3 รับผิดชอบ
6.4 คอดุวคามมู่ มกือกาสตรง่ ณเญั สค๑ร๒ิมณุ ู แธลระพรมฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลูกเสือโท
190 6.5 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
ภาคผนวกประกอบแผนการจัดกิจกรรมท่ี 32
1. แนวทางการประเมนิ ผลตามเกณฑ์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551
Flow Chart กระบวนการประเมนิ ผลลกู เสอื
ลูกเสือเรยี นร้จู ากกิจกรรม เกณฑ์การประเมิน
ลูกเสือทกั ษะชีวิต 1. เวลาเข้ารว่ มกจิ กรรม
2. การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
ผู้กากับประเมนิ ผลเรียน 3. ผลงาน / ชน้ิ งาน
ของลูกเสือที่ร่วมกจิ กรรม 4. พฤตกิ รรมคณุ ลกั ษณะที่พงึ
ประสงค์
ผลการประเมิน ไม่ผา่ น - ซ่อมเสริม
ผา่ น - พฒั นาซา้
ตดั สินผลการเรยี นรผู้ า่ นเกณฑ์ ผ่าน
รบั เครือ่ งหมายชัน้ ลกู เสอื
ตามประเภทลกู เสอื
แบบประเมินตนเองของลกู เสือ ประจาปกี ารศึกษา......................................
ช่อื .......................................................ช้นั .........................ลูกเสือประเภท........................................
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สูตรลูกเสอื โท
เกณฑท์ ่ี การประชเัน้มปินระตถนมศเึกอษงาปที ่ี 5 183
ที่ รายการท่ีรับการประเมิน ขอ้ คดิ เหน็
รบั เครอ่ื งหมายชนั้ ลูกเสอื
ตามประเภทลูกเสือ
แบบประเมินตนเองของลกู เสือ ประจาปกี ารศกึ ษา......................................
ชอื่ .......................................................ชน้ั .........................ลูกเสือประเภท........................................
132123คทูม่ ี่ อื ส่งข331ชช2ร1รข2เสับบั......ออิ้ินน้ รมมเเมมเเงง2323113133221312333231ิมขขคคลลคีคีีีผผ......................แ๎๎าารร4311312331332242211255กููกววลลลรร่ื่ืออร..........เเ..........าา--------------เผชชอเอผงงรรรรํํววะงง..........สสาดดผมม..........าาวํววํวํํพ่นืนื่มม้นิิน้ววววววกกววกกววลลหห..........ยือือนิินนน่า..........มมมมพพัฒนััันันนนนัันนัันันังงกกๆๆจจิิจิิจงง..........มมกน..........ททททกกกกาาาากกกก..........ถพตตสพแถแสรรจจิินาาา..........นนนนแเเออาาิจจิิจิจ๎๎าา..........มมกกถถรรรรา๎๎าววายยอํอํชชร..........งงงงกกกกกก..........มม//รรรรลกนนาารรแํแําาวว..........แแทนํนํไไกกมมมม..........าารรรรจิยยงงรรเเปปะยยหหิชิช..........กกหหขขี่ราา........รรร..รรรกาามมบวบวรรพนน........าา..รราาํํงงลลรรงํํงมมมมับบบา๎า๎นน..........รัฒฒัาาลลาําําาเเพพ..........ชชราาลลชช//รรร..........สสววชชกกรรททกยยเเกูกู..........ลลนนาา้อมบับัูกูกเเิิาาออพพ..........ิกิกันนัพพาาสสงงศศค่ีค่ีา..........เเตตกููกลตตธธม........เเ..กกยยสสรราาญ็ญ็สสาาดด........รตต..ษษสสดดิิิิูกเเรร........ิิ..ฝฝคคํูํูรราาอือืนนาาํํ..........ดดุุสสปออดดิิืืสสเปปรรตต..........รรึกกึําาํคคส..........ฯฯออืืีีมมออรรรทท..........รราายยอืออ..........ญััญา๎๎ายยะ//..........ะะมมดดพพท..........บบงงโโเาําํ..........ปปปปสส..........ักมสสยยักักรรงง..........รรรร..........ออษมมรรชชนนแแิน..........ะะะะ..........รรบบะนนรร..........ออ๎๎เเเเช..........คคพพมมเเภภ..........ยยอ๑อ๑วีพพ..........๑๑ ..........ณณททื่ื่นนิต่ืืออ่11ใๆๆีี นสถาสสน33ศ00ถถเ1111111111111111111111กกกึกาาชชาาษคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคนนณ่่วัวัหหารรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรศศโโฑนนง้ง้ัังัั้ังง้ั้ง้งัง้้ัั้้ง้้ัง้ัง้ัง้ัง้ััง้ง้ััง้ัังงง้ั้ั้ังงงมมลกึกึ//////////////////////ดดปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป์ทงงกู ษษ//ีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีเี่ปปสาาีีือโท กคคผารรรา่ บบปน//ระเมินไไไมมมต่คค่่ผนรรา่เบบอนง// กขาอ้ รคพิดฒั เหน็นา
ชผ้ันป่ารนะถมศกึ ไษมาป่ผที ่าี่ น5 กา1ร9พ1ฒั นา
ผา่ นและพรอ้ ม
สรุปผลการประเมนิ ตนเอง ฉันพอจะมีความพรอ๎ มรับประเมนิ
สรปุ ผลการฉฉฉปันนนััระยมมเังัน่นั่ มไใใมนิจจพํววตําาํ รนผผอ๎ เาาํํมอนนรงแแบั นนกนํนํารออปนนระเมนิ ตฉอ๎นั งพกอาจระคมวคีามวาชมวํ พยเรหอ๎ ลมอื รจับาปกรผะกู๎เมํานิกับลกู เสือ
118924 คมู่ ฉอื ันส่งยเสังรไมิ มแํพละรพอ๎ ัฒมนราบั กจิกการรรปมลรกู ะเเสมือนิทกั ษะชีวติ ในสถาตน๎อศึกงษกาาปรคระวเภาทมลชกู ํวเสยอื เสหามลญัอื จหาลกักสผูต๎กู รําลกูกเับสือลโกูทเสอื
ชัน้ ประคถ่มู มือศสึกษ่งเาสปรที ิมี่ 5และพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมทกั ษะชวี ิตของลูกเสอื สาหรบั ผู้กากับลกู เสือสามญั
ชื่อลูกเสือ................................................... ลูกเสอื ................. ช้ัน................. ปกี ารศึกษา................
พฤติกรรมลกู เสือสามญั ทีค่ าดหวงั
รายการประเมนิ ใช่ ไมใ่ ช่
1. ลกู เสอื มที กั ษะในการปฏิบตั ิกิจกรรมกลางแจ๎ง
2. เสือรํวมกิจกรรมบาํ เพ็ญประโยชน๑
3. ลกู เสอื ชํวยตนเองและครอบครวั ได๎
4. ลูกเสือไมมํ ปี ัญหาทนั ตสขุ ภาพ ไมํดมื่ น้ําอดั ลม ขนมกรุบกรอบ
ไมรํ ับประทานขนมหวานเป็นประจํา
5. ลกู เสอื ร๎ูจกั ใชเ๎ วลาวาํ งใหเ๎ ปน็ ประโยชนแ๑ ละไมํตดิ เกม
6. ลกู เสือประพฤตติ นเหมาะสมกบั เพศและวัยมที ักษะการสรา๎ ง
สมั พนั ธภาพและการสอ่ื สารไมํกา๎ วร๎าวรนุ แรง
7. ลกู เสือแสดงออกถงึ ความซื่อสัตย๑ รูจ๎ ักแก๎ปัญหา หรอื ใหค๎ วาม
ชวํ ยเหลือผอ๎ู ่ืน
8. ลูกเสือมีนา้ํ หนกั และสวํ นสูงตามเกณฑม๑ าตรฐาน
สรปุ แบบการประเมนิ ตนเอง
มีทกั ษะชีวิต จะมีทกั ษะชีวติ ดี ต๎องพฒั นาตนเอง ไมํแนํใจชีวติ
พร๎อมเผชญิ อยํางอยูํ แกไ๎ ขปรบั ปรงุ บางเรอ่ื ง (มีปัญหาแลว๎ นะ)
รอดปลอดภัย พฤตกิ รรม จงึ จะมีทกั ษะชวี ิตท่ดี ี (เส่ยี งนะเนี่ย)
เร่อื งท่ฉี ันจะต้องปรับปรงุ
1)........................................................................................................................................................
2)........................................................................................................................................................
3)........................................................................................................................................................
4)ค..มู่ ..อื ..ส..่ง.เ.ส..ร..ิม..แ..ล..ะ..พ..ัฒ...น..า..ก..ิจ..ก..ร.ร..ม..ล..ูก..เ.ส..อื..ท...ัก..ษ..ะ.ช..ีว..ิต..ใ..น..ส..ถ..า..น..ศ..กึ..ษ..า....ล..กู ..เ.ส..ือ..โ.ท....ช..ัน้ ..ป..ร..ะ.ถ..ม..ศ...กึ ..ษ..า..ป..ีท..่ี .5................1..9..3....
คูม่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สูตรลกู เสือโท
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 185
ใบความรู้
4)........................................................................................................................................................
ใบความรู้
ผลการผ่านเกณฑ์
การประเมนิ กิจกรรมลกู เสอื
1. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ตามแนวทางหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน 2551
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กําหนดให๎กิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมท่ีมํุงปลูกฝัง
ระเบียบวินยั และกฎเกณฑเ๑ พ่ือการอยํูรํวมกัน ร๎ูจักการเสียสละ บําเพ็ญประโยชน๑แกํสังคมและดําเนิน
วถิ ชี วี ิตในระบอบประชาธปิ ไตย ตลอดจนมีทกั ษะชวี ติ เปน็ ภูมิค๎ุมกนั ปญั หาสังคมตามชวํ งวัยของลูกเสือ
การจดั กิจกรรมลูกเสือยงั ต๎องเป็นไปตามข๎อบังคับของสํานักงานลูกเสือแหํงชาติและสอดคล๎อง
กับหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐานอกี ดว๎ ย
2. การประเมินผลการตัดสนิ การผ่านกิจกรรมลกู เสือ
กจิ กรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมนักเรียนท่ลี ูกเสือทุกคนตอ๎ งเข๎ารวํ มกิจกรรมลูกเสอื 40 ชั่วโมงตํอปี
การศกึ ษาในระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา
การประเมินการจัดกจิ กรรมลกู เสือตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีประเด็น/สิ่งท่ี
ตอ๎ งประเมินดงั นี้
2.1 เวลาในการเขา๎ รํวมกิจกรรม ผเู๎ รียนตอ๎ งมเี วลาเขา๎ รํวมกิจกรรมตามท่ีสถานศึกษากําหนด
2.2 การเรียนร๎ูผํานกิจกรรมหรือการปฏิบัติกิจกรรมอยํางตํอเนื่อง มํุงเน๎นการพัฒนาศักยภาพ
ของตนและการทาํ งานกลมํุ
2.3 ผลงาน / ชิ้นงาน / พฤติกรรม / คุณลักษณะของผู๎เรียน ท่ีปรากฎจากการเรียนร๎ูหรือการ
เปลย่ี นแปลงตนเอง
194 ค่มู อื สง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
186 คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
Flow chart ขน้ั ตอน
แนวทางการประเมินผลการเรยี นรูก้ จิ กรรมลกู เสอื
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ เกณฑ์การประเมนิ
1. เวลาเข้ารว่ มกจิ กรรม
จดั กจิ กรรมลูกเสือ 2. การปฏิบัตกิ จิ กรรม
ตามค่มู ือการจัดกิจการลูกเสอื ที่ 3. ผลงาน / ช้ินงาน
4. พฤตกิ รรม/คุณลักษณะของ
เสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ
ลกู เสอื
ประเมินผลการเรียนรู้
ผลการประเมนิ ซอ่ มเสรมิ
ผ่าน ผา่ น
สรุปผลการประเมนิ /
ตดั สนิ ผลการเรียนรู้
รายงาน / สารสนเทศ
จดั พธิ ีประดบั เครื่องหมายลูกเสอื
ตามประเภทลกู เสอื
3. การประเมินกิจกรรมลูกเสอื มี 2 แนวทาง คอื
1) การประเมนิ กจิ กรรมลกู เสอื รายกิจกรรมมีแนวปฏบิ ัติ ดงั น้ี
(1.1) ตรวจสอบเวลาเขา๎ รวํ มกจิ กรรมของลกู เสอื ให๎เป็นไปตามเกณฑท๑ ี่สถานศึกษากาํ หนด
(1.2) ประเมินกิจกรรมการเรยี นรจู๎ ากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน ช้นิ งาน คณุ ลักษณะ
ของผ๎เู รียนตามเกณฑท๑ ส่ี ถานศึกษากาํ หนดด๎วยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย เนน๎ การมสี วํ นรวํ มในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรม
(1.3) ลกู เสือทม่ี ีเวลาการเข๎ารวํ มกิจกรรม มกี ารปฏบิ ัติกิจกรรมและผลงาน ชิน้ งาน
คุณลกั ษณะตามเกณฑ๑ท่ีสถานศึกษากาํ หนดเปน็ ผผู๎ าํ นการประเมนิ รายกจิ กรรมและนาํ ผลการประเมินไป
บันทึกในระเบียนแสดงผลการเรยี น
คู่มอื ส่งเสรมิ แคลูม่ะือพสฒั ง่ เนสาริมกแิจลกะรพรฒั มนลาูกกเิจสกอื รทรมกั ลษกู ะเชสอืีวทติ กั ใษนะสชถวี าติ นในศสึกถษาานศลึกกูษเาสปือรโะทเภชทลัน้ ูกปเสระอื ถสามมศชญั ้นักึ ปษหรลาะปักถสทีมูตศ่ี ร5ึกลษกู าเปสอืที โี่ ท5 191587
(1.4) ลกู เสอื ทม่ี ผี ลการประเมนิ ไมผํ ํานในเกณฑเ๑ วลาการเขา๎ รํวมกิจกรรม การปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงาน ชนิ้ งาน คณุ ลักษณะตามทสี่ ถานศกึ ษากําหนด ผู๎กาํ กับลกู เสอื ต๎องดําเนนิ การซํอม
เสริมและประเมนิ จนผาํ น ทง้ั น้คี วรดาํ เนินการให๎เสรจ็ ส้นิ ในปกี ารศกึ ษาน้ัน ๆ ยกเว๎นมเี หตุสุดวสิ ยั ใหอ๎ ยูํ
ในดลุ พินจิ ของสถานศกึ ษา
2) การประเมนิ กจิ กรรมลกู เสอื เพ่อื การตัดสนิ ใจ
การประเมนิ กจิ กรรมลกู เสือเพอ่ื ตดั สนิ ควรได๎รับเครื่องหมายและเล่ือนระดับทางลูกเสือและ
จบการศึกษาเปน็ การประเมินการผํานกิจกรรมลูกเสือเป็นรายปี/รายภาค เพ่ือสรุปผลการผํานในแตํละ
กิจกรรม สรุปผลรวมเพ่ือสรุปผลการผํานในแตํละกิจกรรม สรุปผลรวมเพ่ือเล่ือนชั้นระดับลูกเสือและ
ประมวลผลรวมในปีสุดท๎ายเพื่อการจบแตํละระดับการศึกษา โดยการดําเนินการดังกลําวมีแนวทาง
ปฏิบัติ ดังน้ี
2.1) กําหนดให๎มีผู๎รับผิดชอบในการรวบรวมข๎อมูลเกี่ยวกับการเข๎ารํวมกิจกรรมลูกเสือ
ของลกู เสอื ทุกคนตลอดระดับการศกึ ษา
2.2) ผ๎ูรับผิดชอบสรุปและตัดสินใจผลการรํวมกิจกรรมลูกเสือของลูกเสือเป็นรายบุคคล
รายหมํู ตามเกณฑท๑ สี่ ถานศึกษากําหนด
4. เกณฑก์ ารตดั สนิ
1) กําหนดเกณฑ๑การประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกําหนดไว๎ 2 ระดับ
คือผาํ น และ ไมผํ าํ น
2) เกณฑก๑ ารตดั สนิ ผลการประเมินรายกจิ กรรม
ผําน หมายถึง ลูกเสือมีเวลาเข๎ารํวมกิจกรรมครบตามเกณฑ๑ ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน
ชิ้นงาน คุณลักษณะตามเกณฑท๑ ี่สถานศึกษากําหนด
ไมํผาํ น หมายถึง ลูกเสอื มเี วลาเข๎ารวํ มกิจกรรมไมํครบตามเกณฑ๑ ไมํผํานการปฏิบัติกิจกรรม
หรอื มผี ลงาน ชนิ้ งาน คณุ ลักษณะไมํเป็นไปตามเกณฑท๑ ่สี ถานศึกษากาํ หนด
3) เกณฑ๑การตดั สนิ ผลการประเมินกจิ กรรมลูกเสือรายปี / รายภาค
ผําน หมายถึง ลูกเสือมีผลการประเมินระดับ “ผําน” ในกิจกรรมสําคัญตามหลักสูตรลูกเสือ
แตํละประเภทกาํ หนด รวมถงึ หลกั สตู รลูกเสอื ทกั ษะชีวิต
ไมํผําน หมายถงึ ลกู เสือมีผลการประเมนิ ระดบั “ไมํผําน” ในกิจกรรมสําคัญท่ีหลักสูตรลูกเสือ
แตํละประเภทกําหนดและลกู เสอื ทักษะชวี ิต
4) เกณฑ๑การตัดสนิ ผลการประเมนิ กจิ กรรมลูกเสอื เพือ่ จบหลักสูตรลกู เสือแตํละประเภทเป็นรายช้ันปี
ผา่ น หมายถงึ ลูกเสอื มีผลการประเมนิ ระดบั “ผําน” ทกุ ชั้นปใี นระดบั การศกึ ษานนั้
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ลูกเสือมผี ลการประเมนิ ระดบั “ไมํผาํ น” บางช้นั ปใี นระดับการศกึ ษานนั้
เอกสารอ้างอิง
196 คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
188 คมู่ อื สง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสูตรลกู เสือโท
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551.กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ๑ชมุ นุมสหกรณ๑การเกษตรแหํงประเทศไทย จาํ กดั . 2551.
2. การประเมินพฤติกรรมทักษะชีวิตและคณุ ลกั ษณะทางลกู เสือ
2.1 ความสามารถที่คาดหวงั ใหเ้ กิดขน้ึ กับลกู เสือโดยรวม คอื
1) ความสามารถในการคดิ วิเคราะห๑
2) ความสามารถในการคดิ สร๎างสรรค๑
3) ความสามารถในการเหน็ ใจผู๎อืน่
4) เหน็ คุณคาํ ตนเอง
5) รบั ผดิ ชอบตํอสงั คม
6) ความสามารถในการสอื่ สารเพอื่ สร๎างสัมพนั ธภาพ
7) ความสามารถในการตดั สนิ ใจ
8) ความสามารถในการจัดการแกไ๎ ขปญั หา
9) ความสามารถในการจัดการกบั อารมณ๑
10) ความสามารถในการจัดการกบั ความเครียด
2.2 พฤติกรรมทคี่ าดหวงั ให้เกิดขึน้ กบั ลูกเสือแตล่ ะชนั้ ปี
1) ลูกเสอื สารอง
(1) มที กั ษะในการสังเกตและจดจาํ
(2) พง่ึ ตนเอง ดูแลตนเองได๎
(3) รู๎จักรักษาสิ่งแวดล๎อม
(4) ไมเํ จ็บปวู ยด๎วยโรคตดิ ตอํ ตามฤดกู าล
(5) ปฏเิ สธสิ่งเสพติดทกุ ชนดิ
(6) พดู จาสื่อสารเชงิ บวก ไมํกา๎ วรา๎ วรุนแรง
(7) แกป๎ ญั หาเฉพาะหนา๎ ได๎
(8) ให๎ความชวํ ยเหลอื เพือ่ นในภาวะวกิ ฤติ
2) ลูกเสอื สามัญ
(1) มีทกั ษะในการปฏบิ ัติกจิ กรรมกลางแจง๎
(2) รํวมกจิ กรรมบําเพ็ญประโยชนด๑ ๎วยจติ อาสา
(3) พง่ึ ตนเองและชวํ ยเหลือครอบครวั
(4) ไมดํ ม่ื นา้ํ อดั ลม
(5) ไมรํ ับประทานขนมหวานและขนมกรุบกรอบ
(6) ใชเ๎ วลาวํางให๎เป็นประโยชน๑
(7) รู๎จกั พดู เชิงบวก ไมพํ ูดก๎าวรา๎ วรนุ แรง
คู่มือส่งเสริมแคลมู่ อืะพสง่ ฒั เสนริมากแลจิ ะกพรฒั รมนลากูกิจเกสรอื รทมลักกูษเสะชือทวี ติกั ษในะชสีวถติ าในนสศถึกาษนาศกึ ลษกู าเปสรอื ะโเทภทชล้ันกู เปสรือะสถามมชัญศัน้ กึปหรษละากั ถปสมตูทีศรกึ่ี ล5ษูกาเปสือที โี่ ท5 119879
(8) มีความซื่อสัตย๑ ไมโํ กหก
(9) รจ๎ู ักแกป๎ ญั หาด๎วยสนั ตวิ ิธี
(10) มนี ํา้ หนักสวํ นสูงตามเกณฑ๑มาตรฐาน
3) ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่
(1) มที กั ษะในการทํากจิ กรรมตามความสนใจ
(2) มจี ติ อาสาทาํ ประโยชน๑/ ไมกํ อํ ความเดอื ดรอ๎ น ใหก๎ บั ครอบครัว สถานศกึ ษา
ชมุ ชน สังคม
(3) ใชเ๎ วลาวํางให๎เปน็ ประโยชน๑
(4) รํวมกจิ กรรมสํงเสรมิ อนรุ ักษ๑ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมไทย
(5) มีทกั ษะการคดิ วิเคราะห๑ การยับยง้ั ไมํเป็นทาสของสอื่ โฆษณา
(6) มที กั ษะการใช๎ประโยชนจ๑ าก Internet
(7) มีผลงาน/ โครงการการประหยดั พลังงาน/ ทรัพยากร
(8) มกี ารออมหรอื ทาํ บญั ชรี ายรับ รายจํายของตนเองอยาํ งตํอเน่อื ง
(9) มีทกั ษะการหลีกเล่ยี ง รอดพน๎ และไมเํ กิดอบุ ัตเิ หตุจากการใช๎ยานพาหนะ
(10) ไมํเก่ยี วขอ๎ งกบั สง่ิ เสพตดิ ทุกประเภท
4) ลกู เสอื วิสามัญ
(1) มผี ลงาน/ โครงการเฉพาะทเ่ี ปน็ ประโยชนต๑ อํ ตวั เอง/ สงั คม
(2) มีจติ อาสาและบรกิ าร
(3) รว๎ู ิธปี ฺองกัน/ และหลกี เล่ยี งความเสย่ี งทางเพศ
(4) ใชเ๎ วลากับสอื่ IT อยาํ งเหมาะสม ไมเํ กิดความเสยี หายตอํ วถิ ชี วี ติ ปกตขิ องตนเอง
(5) ไมํเกีย่ วขอ๎ งกบั ส่งิ เสพตดิ
(6) มคี าํ นิยมด๎านสขุ ภาพอยาํ งเหมาะสม ไมํเกดิ ผลเสียตามมา
(7) มีคาํ นยิ มดา๎ นการรบั ประทานอาหารท่ีเหมาะสม ไมํเกดิ ผลเสยี หายตามมา
(8) มคี ํานยิ มด๎านความงามทเ่ี หมาะสมไมํเกิดผลเสียหายตามมา
(9) ไมํมีพฤตกิ รรมก๎าวรา๎ วและกอํ เหตรุ นุ แรง
อา้ งองิ จาก คํมู อื การเทียบระดบั (Benchmarking) กิจกรรมลกู เสือเสรมิ สร๎างทกั ษะชวี ิต 2558
198 คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
190 ค่มู ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
แผนการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญ ลูกเสือโท ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
หนว่ ยที่ 10 พธิ ีการ
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 33 พิธีประดบั เคร่อื งหมายลูกเสอื โท (ความภาคภูมิใจ) เวลา 1 ช่วั โมง
1. จุดประสงค์
เพ่อื ให๎ลกู เสอื มคี วามภาคภมู ใิ จในความสาํ เร็จ เกิดความรกั และเหน็ คณุ คาํ ในตนเอง
2. เน้อื หา
พธิ ีการประดับเครอ่ื งหมายลกู เสอื โท
3. สือ่ การเรียนรู้
เครอื่ งหมายลกู เสอื โท
4. กิจกรรม
1) ผ๎กู ํากบั ลกู เสอื และลูกเสอื พรอ๎ มกนั ในทีป่ ระชมุ
2) ผก๎ู ํากับลูกเสอื เป็นประธานจดุ ธูปเทียนบชู าพระรัตนตรยั และถวายสักการะแดพํ ระรูปรัชกาลที่ 6
3) ผ๎ูกํากับลกู เสอื และลูกเสอื รํวมกนั ถวายราชสดดุ ี
4) ผ๎กู าํ กับลกู เสอื กลาํ วถงึ การไดร๎ บั อนุญาตให๎มีสิทธิประดับเครอื่ งหมายลูกเสอื โท พรอ๎ มทั้งให๎
โอวาทแกลํ กู เสอื
5) ผูก๎ ํากบั ลกู เสอื มอบเครอื่ งหมายลกู เสือโทใหก๎ บั ลกู เสือทกุ คน และแสดงความชืน่ ชมยินดกี ับ
ลูกเสอื ทกุ คน
6) ผ๎ูกํากบั ลูกเสอื และลกู เสอื รํวมกนั ทบทวนคําปฏญิ าณ
5. การประเมนิ ผล
สงั เกตพฤตกิ รรมความยินดขี องลกู เสอื ท่เี ขา๎ รํวมกจิ กรรม
6. คุณธรรม
6.1 ความพอเพียง
6.2 ซื่อสัตย๑สจุ ริต
6.3 รบั ผิดชอบ
6.4 ความกตัญ๒ู
6.5 อดุ มการณค๑ ุณธรรม
คู่มอื ส่งเสริมแคล่มู อืะพส่งฒั เสนริมากแลจิ ะกพรฒั รมนลากูกิจเกสรอื รทมลกั กูษเสะชือทีวติักษในะชสีวถิตาในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรือะโเทภทชลนัู้กเปสรอื ะสถามมญั ศึกหษลากั ปสูตที ร่ี ล5ูกเสอื โท 119991
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
แนวคิดเร่ืองทักษะชวี ิต
ความหมายและองค์ประกอบทกั ษะชวี ติ
ทกั ษะชีวติ เปน็ ความสามารถของบุคคล ทจี่ ําเป็นตํอการปรับตวั ในการเผชญิ ปญั หาตําง ๆ
และสามารถดําเนนิ ชีวิตทํามกลางสภาพสงั คมทีม่ ีการเปล่ยี นแปลงทงั้ ในปจั จบุ ัน และเตรยี มพรอ๎ มสําหรับ
การเผชิญปญั หาในอนาคต
องค์ประกอบทักษะชีวิต มี 12 องค๑ประกอบ จัดเป็น 6 คูํ โดยแบํงตามพฤติกรรมการเรียนรู๎
3 ด๎าน ดังน้ี
อhgงhคjh์ปgfรgjะjhกgfอf บjhhทgกัffdษsdะsชdsวี ิต6 คู่ 3 ดา้ น
ความตระหนัก การสรา้ ง
รใู้ นตน สมั พนั ธภาพและ
การส่ือสาร
ความเหน็ ใจ ความคดิ การ ทกั ษะพสิ ยั
ผู้อน่ื สร้างสรรค์ ตดั สินใจ
พทุ ธพิ ิสัย และแกไ้ ข
ิตพสิ ยั ปัญหา
ความ ความคดิ วเิ คราะห์
ภาคภูมใิ จ วจิ ารณ์
ในตัวเอง ความ การจัดการกับ
อารมณ์และ
รบั ผดิ ชอบ ความเครียด
ต่อสังคม
แผนภาพท่ี 1 องคป์ ระกอบของทกั ษะชีวติ
1. ด้านพทุ ธพิ สิ ัย จัดไวต๎ รงกลางของแผนภาพ เพราะเป็นองคป๑ ระกอบรํวมและเป็นพนื้ ฐานของ
ทุกองคป๑ ระกอบ ได๎แกํ
- ความคิดวิเคราะห์วิจารณ์ เปน็ ความสามารถทจี่ ะวเิ คราะห๑ สังเคราะห๑ ประเมนิ
ขอ๎ มูล ขาํ วสาร ปัญหา และสถานการณต๑ าํ ง ๆ รอบตัว
- ความคดิ สรา้ งสรรค์ เปน็ ความสามารถในการคดิ ออกไปอยาํ งกว๎างขวางโดยไมํยึด
ตดิ อยํใู นกรอบ และการสร๎างสรรคส๑ ่งิ ใหมํ
คูม่ ือส่งเสริมแคลู่มือะพสง่ ฒั เสนริมากแลจิ ะกพรฒั รมนลากูกจิ เกสรือรทมลักกูษเสะชอื ทวี ติกั ษในะชสีวถติ าในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรือะโเทภทชล้ันูกเปสรือะสถามมัญศึกหษลากั ปสูตีทร่ี ล5กู เสอื โท 210915
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
2. ดา้ นจติ พสิ ยั หรือ เจตคติ มี 2 คูํ คอื
คูทํ ี่ 1 ความตระหนกั รูใ๎ นตนเอง และ ความเข๎าใจ/เห็นใจผูอ๎ ่นื
คูทํ ่ี 2 เหน็ คุณคํา/ภมู ิใจตนเอง และ ความรับผิดชอบตอํ สงั คม
- ความตระหนกั ร้ใู นตนเอง เปน็ ความสามารถในการค๎นหาและเข๎าใจในจุดดีจุดด๎อย
ของตนเอง ยอมรับความแตกตํางของตนเองกับบุคคลอื่น ไมํวําจะในแงํความสามารถ เพศ วัย อาชีพ
ระดับการศกึ ษา ฐานะทางเศรษฐกจิ ฐานะทางสังคม ศาสนา สีผวิ ท๎องถิ่น สุขภาพ ฯลฯ
- ความเข้าใจ/เห็นใจผูอ้ ื่น เปน็ ความสามารถในการเข๎าใจความรู๎สึกของผู๎อื่น เห็นอก
เห็นใจและยอมรับตัวตนของบุคคลอื่นที่แตกตํางกับเรา ไมํวําจะในแงํความสามารถ เพศ วัย อาชีพ
ระดบั การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกจิ ฐานะทางสงั คม ศาสนา สีผวิ ทอ๎ งถ่ิน สุขภาพ ฯลฯ
- เห็นคุณค่า/ภูมิใจตนเอง เป็นการค๎นพบ คุณสมบัติเฉพาะตัวของตนเอง ร๎ูสึกวํา
ตนเองมีคณุ คํา เชนํ เป็นคนมนี ํา้ ใจ ซื่อสัตย๑ ยตุ ิธรรม และภูมใิ จในความสามารถด๎านตําง ๆ ของตนเอง
เชนํ ด๎านสังคม ดนตรี กีฬา ศิลปะ การเรยี น ฯลฯ
- ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม เปน็ ความรู๎สึกวําตนเองเป็นสวํ นหน่ึงของสังคมและมีสํวน
รับผิดชอบในความเจริญหรือเส่ือมของสังคมนั้น คนท่ีเห็นคุณคําตนเองจะมีแรงจูงใจท่ีจะทําดีกับผ๎ูอ่ืน
และสงั คมสวํ นรวมมากข้ึน จึงจัดเขา๎ คูกํ บั ความรบั ผดิ ชอบตํอสงั คม
3. ดา้ นทักษะพิสัยหรือทักษะ ประกอบดว๎ ย 3 คูํ คอื
คทูํ ่ี 1 การสอ่ื สารและการสร๎างสมั พนั ธภาพ
คํูที่ 2 การตดั สนิ ใจและการแกไ๎ ขปญั หา
คูํท่ี 3 การจดั การกบั อารมณ๑และความเครยี ด
- ทักษะการการส่อื สารและการสร้างสัมพันธภาพ เปน็ ความสามารถในการใช๎คาํ พูด
และภาษาทําทาง เพอื่ สือ่ สารความรู๎สกึ นึกคดิ ของตนเอง และสามารถรบั รค๎ู วามร๎สู กึ นกึ คดิ ความ
ตอ๎ งการ ของอีกฝูายหนงึ่ มีการตอบสนองอยาํ งเหมาะสมและเกิดสัมพันธภาพทดี่ ีตํอกนั
- ทักษะการตดั สนิ ใจและการแก้ไขปญั หา การตดั สินใจใชใ๎ นกรณีทีม่ ที างเลือกอยูแํ ล๎ว
จึงเริ่มตน๎ ดว๎ ยการวเิ คราะหข๑ อ๎ ดขี ๎อเสยี ของแตลํ ะทางเลอื กเพื่อหาทางเลือกทดี่ ีที่สดุ และนําไปปฏบิ ตั ิ สํวน
การแก๎ไขปัญหาเปน็ ความสามารถในการรบั ร๎ปู ญั หาและสาเหตขุ องปัญหา หาทางเลอื ก
ไดห๎ ลากหลาย วิเคราะหข๑ อ๎ ดขี ๎อเสยี ของแตลํ ะทางเลือก ตดั สินใจเลอื กทางเลอื กในการแกป๎ ญั หาท่ี
เหมาะสมที่สดุ และนาํ ไปปฏิบัติ
- ทักษะการจัดการกบั อารมณแ์ ละความเครียด เปน็ ความสามารถในการรบั รู๎
อารมณ๑ตนเอง ประเมนิ และร๎ูเทําทนั วาํ อารมณ๑จะมีอทิ ธพิ ลตํอพฤตกิ รรมของตนอยํางไร และเลอื กใชว๎ ิธี
จดั การกบั อารมณ๑ทเี่ กดิ ขนึ้ ไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม สวํ นการจดั การความเครยี ดเป็นความสามารถในการรับร๎ู
ระดบั ความเครียดของตนเอง รสู๎ าเหตุ หาทางแก๎ไข และมวี ธิ ผี อํ นคลายความเครียดของตนเองอยําง
เหมาะสม
202 คู่มือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
196 คู่มือสง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสตู รลูกเสือโท
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
ความแตกตา่ งระหว่างทักษะชวี ติ ทว่ั ไปและทักษะชีวิตเฉพาะ
ทักษะชีวิตทั่วไป เป็นการสร๎างภูมิคุ๎มกันทางสังคม สําหรับปัญหาท่ัว ๆ ไปใน
ชวี ิตประจาํ วนั ด๎วยทักษะชวี ิต 12 องคป๑ ระกอบ ให๎กบั เดก็ ทุกคน
ทกั ษะชวี ติ เฉพาะ เปน็ การประยุกตใ๑ ช๎ทักษะชีวิต 12 องค๑ประกอบ ท่ีมีเน้ือหาเก่ียวกับ
การปอฺ งกนั ปญั หาเฉพาะเร่ืองสําหรับเด็กกลุํมเส่ียง โดยมีครูท่ีปรึกษาและระบบดูแลชํวยเหลือนักเรียน
รองรับ
ทกั ษะชวี ติ กบั การพัฒนาเยาวชน
เมื่อแบํงเยาวชนออกเป็น 3 กลํุม คือเด็กปกติ เด็กกลํุมเสี่ยง และเด็กท่ีมีปัญหา ทักษะ
ชวี ติ จะเปน็ กลยุทธ๑สาํ คญั ในการสงํ เสรมิ ภูมิคม๎ุ กันทางสังคม ให๎กับเด็กปกติ และเด็กทุกคน สําหรับเด็ก
กลมํุ เส่ียงต๎องมกี ารสอนทักษะชวี ิตเฉพาะในแตํละปัญหา มคี รูท่ปี รึกษาและระบบดูแลชํวยเหลือนักเรียน
รองรบั สวํ นเด็กที่มีปัญหาแล๎วใช๎การดูแลใกล๎ชิดเพื่อหาทางแก๎ปัญหาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล และมี
ระบบสํงตอํ ยงั วิชาชพี เฉพาะท่เี กีย่ วข๎อง
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื โท ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 203
คูม่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลกู เสือโท 197
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5
ตัวอยา่ งทักษะชีวติ เฉพาะ
204 คู่มือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
198 ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สตู รลกู เสือโท
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ความแตกต่างระหว่างทกั ษะชีวติ และทกั ษะการดารงชีวติ
ทกั ษะชีวติ (Life Skills) เป็นความสามารถทางจิตสังคม อนั ประกอบ ด๎วย ความรู๎ เจตคติ
และทักษะ ที่จาํ เปน็ ในการดําเนนิ ชีวิตทํามกลางสภาพสงั คมทเ่ี ปลยี่ นแปลงอยํางรวดเรว็ ในปัจจบุ ัน และ
เตรียมพร๎อมสาํ หรับการเผชิญปญั หาในอนาคต มี 6 คํู 12 องค๑ประกอบ
ทกั ษะการดารงชวี ิต (Living Skills) เป็นทักษะทใี่ ชใ๎ นกจิ วตั รประจําวัน ในเรอ่ื งพนื้ ฐานของ
ชวี ิต มักเปน็ ทกั ษะทางกายภาพ เชนํ อาบนาํ้ แตงํ ตัว ซักเสอ้ื ผา๎ ปรงุ อาหาร
ข่ีจกั รยาน วาํ ยนา้ํ ผกู เง่อื นเชือก การจดั กระเปา๋ เดนิ ทาง การใช๎แผนที่เขม็ ทิศ ฯลฯ
ความเชื่อมโยงระหว่างทักษะชีวิต และทกั ษะการดารงชีวิต
ทกั ษะชวี ิตและทักษะการดาํ รงชวี ติ มกั ถูกใชผ๎ สมผสาน เชอ่ื มโยงกัน ท้ังในกจิ วตั รประจําวัน
ปกติ และในสถานการณต๑ ําง ๆ ท่เี กิดข้นึ ไมแํ ยกสํวน โดยทักษะชีวิตจะเปน็ ตวั ชวํ ยในการเลือกและใช๎
ทกั ษะการดาํ รงชีวติ ไดอ๎ ยํางเหมาะสม ถูกที่ ถกู เวลา และเกิดผลลัพธ๑ทดี่ ี
สถานการณท๑ างจิตสังคม มักใช๎ทกั ษะชีวติ เป็นหลกั ตวั อยาํ ง เชํน
การจดั การกบั อารมณโ๑ กรธ ความขดั แย๎ง และ ความรุนแรง
ตระหนกั ร๎แู ละหลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมเสยี่ งตําง ๆ รวมถงึ การปอฺ งกนั อบุ ัตเิ หตุ
การชํวยเหลอื ผอู๎ ื่น และรบั ผิดชอบตอํ สวํ นรวม
การส่ือสารเชิงบวกและสรา๎ งสมั พันธภาพที่ดี
คมู่ อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 205
คู่มอื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสตู รลกู เสอื โท 199
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
กจิ วตั รที่ทําเป็นประจํา ใช๎ทักษะการดาํ รงชวี ิตเป็นหลัก เชนํ อาบน้ํา แตํงตัว แปรงฟนั ซกั
เสอ้ื ผา๎ ปรงุ อาหาร ขีจ่ กั รยาน วาํ ยน้ํา ผกู เงือ่ นเชอื ก ใช๎แผนทีเ่ ขม็ ทิศ ฯลฯ
ทกั ษะชวี ติ สรา้ งไดอ้ ยา่ งไร
สร๎างดว๎ ย 2 วิธกี ารใหญํ ๆ คอื
1. เรยี นร๎ูเองตามธรรมชาติ ซึ่งขึ้นกับประสบการณ๑และการมแี บบอยํางทีด่ ี จงึ ไมํมที ิศทางที่
แนํนอน และกวําจะเรียนรกู๎ ็อาจช๎าเกนิ ไป
2. สร๎างโดยกระบวนการเรียนการสอนทย่ี ดึ ผเ๎ู รยี นเปน็ ศนู ย๑กลาง ให๎เดก็ เรยี นรู๎รํวมกันในกลมํุ
ผาํ นกจิ กรรมรูปแบบตาํ ง ๆ ทเี่ ดก็ ตอ๎ งมสี วํ นรํวมทง้ั ทางราํ งกายคอื ลงมอื ปฏิบตั ิ และทางความคิดคอื การ
อภิปรายแลกเปลยี่ นความคิดและประสบการณ๑ เพ่ือสรา๎ งองค๑ความร๎ูใหมรํ ํวมกัน
การสอนทยี่ ดึ ผเู้ รยี นเป็ นศนู ยก์ ลาง
• สรา้ งความรู้ (Construction) กจิ กรรมทใี่ หผ้ เู ้ รยี นมสี ว่ นรว่ มทาง
สตปิ ัญญา คน้ พบความรดู ้ ว้ ยตนเอง
• ปฏสิ มั พนั ธ์ (Interaction) กจิ กรรมตอ้ งสง่ เสรมิ ปฏสิ มั พันธก์ ับ
ผอู ้ นื่ และแหลง่ ความรทู ้ ห่ี ลากหลาย
• เป็ นกระบวนการ (Process Learning)
• มสี ว่ นรว่ ม (Physical Participation) มสี ว่ นรว่ มดา้ นรา่ งกาย ลง
มอื กระทากจิ กรรมในลกั ษณะตา่ ง ๆ
• มกี ารประยกุ ตใ์ ช้ (Application)
การมีสวํ นรวํ มทางสตปิ ญั ญาทําให๎เกดิ ทกั ษะชีวติ 2 องคป๑ ระกอบแกนหลักคือความคดิ วิเคราะห๑
และความคดิ วจิ ารณ๑
ปฏิสมั พันธ๑ในกลุํมเพอื่ ทํากิจกรรมรํวมกัน ทาํ ใหเ๎ ด็กไดฝ๎ ึกองค๑ประกอบทักษะชีวิต ด๎านทกั ษะทั้ง 3
คํู คือการสรา๎ งสมั พนั ธภาพและการสือ่ สาร การตดั สนิ ใจและการแกไ๎ ขปัญหา การจัดการอารมณ๑และ
ความเครียด
การรับฟังความคิดเห็นของคนอืน่ ทาํ ใหเ๎ กิดความเขา๎ ใจคนอ่ืนมากขึ้น ขณะเดยี วกนั กเ็ กดิ การ
ไตรตํ รองทําความเข๎าใจและตรวจสอบตนเอง จัดเป็นองค๑ประกอบทักษะชีวติ ด๎านเจตคตคิ อื การเข๎าใจตนเอง
และเขา๎ ใจ/เหน็ ใจผ๎ูอน่ื
การไดร๎ ับการยอมรบั จากกลํมุ การทาํ งานสําเร็จได๎รับคําชม ทําใหเ๎ กดิ ความภูมิใจและเห็นคณุ คาํ
ตนเอง นําไปสูคํ วามรบั ผดิ ชอบมากขึน้ ทั้งตอํ ตนเองและสงั คม
กระบวนการและการมสี ํวนรวํ ม ชํวยให๎กจิ กรรมสนกุ สนานนําสนใจ และนาํ ไปสํูจุดประสงค๑ ที่ต้ัง
ไว๎ รวมทง้ั การประยกุ ต๑ใชเ๎ ป็นการเปิดโอกาสใหผ๎ ๎ูเรยี นไดเ๎ ชอื่ มองค๑ความรู๎ใหมํทเี่ กิดขึ้นเข๎าสํูชีวิตจริง วํา
ได๎เกิดการเรียนรู๎อะไรและนําไปใช๎ในชีวติ ประจาํ วนั อยาํ งไร
206 คู่มอื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5
200 คมู่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลกั สตู รลูกเสอื โท
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
88
ควคาวมาหมมหามยาขยอขงอกงรกะรบะวบนวกนากราลรกู ลเกู สเือสอื(S(cSocuotumt movoevmemenetn) t)
สทหสวํําี่มลคกเสลหนพคี ูกกัําวารหว่ืหอราเบักนสาศมใรเมาืองึ่หึยกหับปรา้ษเซตตมเลปรวยาาา่งึาะตตช็นกูามมยมสพนาวาแงุํบ่เวคฤมแมชสพนนุํคาเลตคนแพือฒัวนหคะดิาํนทือ่ิสยนนลนเีง(วสาพขุSาา่ึทางยิ งทรสมมสื่อcาี่มก๎าซาบมขมสoงาีไค่ึงงารอขรเรมuมกวยยร้าจงอํกtุ่าถงาางดัลงรพpวมรภเลูกกะยชจrปัฒากูทจิเiาันดสพnรเกาํนวสทกือะขcตรชาอืพมี่ิโจรอiนสนโpลมีจกงฤลเมทกlบิตปพรeกตร่ีมใคุรน็ฒั)ิรหดจมหีจคปถีนเงมิตมพลสัญภาาาใียาัมฒผทาหยจยสพ๎ูเั้งถเานถลรไสทสขึงียมาะึงียาังอผน่กกรงคสกงู้เสับรรมลรบร2ะมะผะีะย5ุคทแบบอิด2นครลํงาววช2ับละตนนอร2ด(ผนํากบก5สทําิดง2าเพาั้รงกแปช2รรงทฐาลเอเ็ชน.ารรยะ)บวีปงียียอ(ิตหจสันสญนทุ แอติมมพริศรลหยใาอู้แ๎ูแตจะฐําายงลลอน.งสถแ)ะะมุทรแังพลึงพห่าคีกิศคกะัฒงัฒมวํสตศมรกาังนาีละนนามคยบแธาแายหมตรถลวตกรมนนจึะงน่ดสมาิดกตกเั๎วงเยอําใอรเาคยงจพะรรงแวมอบงทอ่อืลิธแยชใยาวดะกีล่าหีวงสนํา้วาะงิกเ๎ตขุงรศยกตปาตลอสีลวา่อน็ รูกํอยบิธธรเศบเนเ่ีาทรากสึกนุครยง่ือาาือษค่ือมมงรงลงาี
หลักกหารลักลกกู าเรสลอืกู เ(สSอื cโลoกuเtนp๎นrทinห่ี cนi๎าpทleห่ี )ลัก 3 ประการ คือ
1.หหนล๎ากั ทกี่ตาํอรลพกู รเะสเือจ๎าโล/ศกาเสนนน้ าทหี่ไดนแ๎ ้ากทํ ห่ีกลากัรแ3สวปงรหะากแาลระคดอืําเนนิ ชวี ติ อยาํ งมคี ุณคําและความหมาย
สงิ่ คแววาดมลหอ๎ 2มม.าห1ย.นห๎านท้าี่ตทํอี่ตผ่อู๎อพื่นรไะดเจ๎แ้าก/ํศกาาสรนเคาาไรดพ้แใกห่ ๎เกกาียรรแตสิ วชงํวหยาเหแลลือะดผํ๎ูาอเื่นนินรวชมีวถิตึงอกยา่ารงดมูแีคลุณสังคค่ามแแลละะ
จติ สวิ่งิญแญวดาลณ3อ้ .ห2ม.นห๎านท้า่ีทตี่ํตอ่อตผนู้อเ่ืนองไดไ้แดก๎แ่ กกําพรเัฒคานราพตนใหเ้เอกงียทร้ังตดิ ช๎า่วนยรเําหงลกือาผยู้อ่ืนจิตรวใจมถอึงากรามรดณูแ๑ ลสสังังคคมมแแลละะ
หล3กั.หกนา้ราลทูกี่ตเ่อสตือนไทเอยงมไี 5ด้แขก้อ่ คพือัฒนาตนเองท้ังด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ
จติ วญิ ญ1า.ณมศี าสนาเป็นหลักยึดทางใจ
2. จงรกั ภกั ดตี ํอพระมหากษัตริย๑และประเทศชาติ
คู่มอื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสือสารอง ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 127
คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 207
คมู่ อื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลักสตู รลูกเสือโท 201
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
3. เข๎ารํวมพัฒนาสังคม ยอมรับ เคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีผู๎อ่ืนและเพ่ือนมนุษย๑ทุกคน
รวมทง้ั ธรรมชาติ และสรรพสิง่ ทั้งหลายในโลก
4. รบั ผดิ ชอบตอํ การพัฒนาตนเองอยาํ งตํอเน่ือง
5. ยึดมัน่ ในคาํ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื
วิธีการลูกเสอื (Scout method)
วธิ ีการลกู เสอื โลก มี 8 องคป๑ ระกอบ โดยแบงํ ออกเป็น 3 กลํมุ คือ
กลมํุ ที่ 1 ผ๎ใู หญมํ ีหน๎าท่ีชวํ ยเหลือและสํงเสรมิ เยาวชนใหเ๎ กดิ การเรยี นร๎ูในกลํมุ
กลมํุ ที่ 2 มกี ิจกรรมท่ีบรรลวุ ัตถุประสงคใ๑ นการพัฒนาเยาวชนอยาํ งตํอเนอื่ งและเป็นระบบ
กลุํมท่ี 3 เป็นลกั ษณะกจิ กรรมที่ใช๎ มี 6 องค๑ประกอบ
1. ยดึ มั่นในคาํ ปฏิญาณและกฎของลูกเสอื
2. ใช๎ระบบสัญลักษณ๑เปน็ แรงกระตุน๎ ไปสเูํ ปาฺ หมายในการพฒั นาตนเอง
3. ระบบหมูํ (กลํุมเรยี นร๎ูรวํ มกัน)
4. เรยี นรู๎ใกลช๎ ดิ ธรรมชาติ
5. เรียนร๎ูจากการลงมอื ปฏบิ ตั ิ / เกม
6. เรียนรูจ๎ ากการบรกิ ารผูอ๎ นื่
วิธกี ารลูกเสอื ไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 มี 7 องคป๑ ระกอบ คอื
1. ความก๎าวหนา๎ ในการเขา๎ รวํ มกจิ กรรม
2. การสนับสนนุ โดยผ๎ูใหญํ
3. ยึดม่นั ในคาํ ปฏญิ าณและกฎ
4. การใชส๎ ัญลักษณ๑รวํ มกนั
5. ระบบหมํู
6. การศกึ ษาธรรมชาติ
7. เรียนร๎จู ากการกระทาํ
วธิ ีการลูกเสอื สร้างทกั ษะชีวติ ไดอ้ ยา่ งไร
วิธีการลูกเสอื มอี งคป๑ ระกอบครบท้ัง 5 ประการ ของกระบวนการเรยี นการสอนทยี่ ึดผูเ๎ รยี นเปน็
ศูนยก๑ ลาง การสร๎างทกั ษะชีวิตท้ัง 12 องค๑ประกอบ เกดิ ขึ้นดว๎ ยกิจกรรมดังตารางตอํ ไปนี้
208 คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
202 คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลูกเสือโท
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
วิธกี ารลูกเสอื สรา้ งทกั ษะชวี ิตได้อยา่ งไร
วิธกี ารลกู เสือ มอี งคป์ ระกอบครบทั้ง 5 ประการ ของกระบวนการเรียนการสอนท่ียึดผู้เรียน
เปน็ ศนู ยก์ ลาง การสรา้ งทักษะชีวติ ทงั้ 12 องคป์ ระกอบ เกิดขน้ึ ดว้ ยกจิ กรรมดังตารางต่อไปน้ี
แมลน่ั ะคสรวชบังงตั วํ บขผวยถอสิดตัเสุปงขุพชรถปอร่อืา๎แเุปรบงะพพละสสรเฒัะ่ือแรทะคงพรลนศสวคคะัาฒชางชส๑ค์ลมาคนว่งักูณตมคยา์คเิ่นัสมสลตะณือคูใรกาลหท้างมเะกูขงเ๎สง้ัแลกสอเทือนสดิกูรงาทวรคปอืงเทั้งคสวกรแทา์สาะาอื งหมเาังยทดแคงส่งงัศสกหมาชตตชมาใ่งาอําิปหยัคชตไตญั้คเปากิสิีตญ(นตแิดตพาล้ีาคิิปมร(ะวะพัจญแมาริตนรีคาญมะใววชจสราทาบาามแาชญัจมงลเบิตัจคดญะัญรใคศังตัญิจตีลีญิลแ่อกธแูกตัลไรา๎ ลเลิะปรวสะมกูมหนอืศีคเนี้สใีลพวหา๎อืธา.๎เศทรมปพร.้งัเ็น.จมนศ2พร5.เ้ี ิญใพล52หเ1่ือ5กม้เ5ค้ามปอื 1ววาง็นาหตดมพมนรีามสลาต้างคีเร8บมทวา)สือาั้ง8มุขงน)รดี้เแับพี ลมผื่อะีคดิคคชวววอาาามมมบ
1. ใ1ห.ม๎ ในีหสิม้ ยันี ชิสาํยั งชสา่ ังงเสกังตเกจตดจจําดจเชําอื่ เฟชงัื่อฟแงัละแพล่งึะตพนง่ึ เตอนงเอง
2. ใ2ห.๎ซใหอ่ื สซ้ ัต่อื ยส๑สตั จุยร์สติ ุจรมิตีระมเบรี ะยี เบบวยี ินบยัวแินลยั ะแเลหะน็ เหอก็นเอหกน็ เหใจน็ ผใู๎อจ่ืนผอู้ ่นื
3. ใ3ห.ร๎ ใ๎ูจหกั ร้ บจู้ ําักเบพาํ ็ญเพตญ็นเตพนอื่ เพสาอื่ ธสาารธณารปณระปโรยะชโนย๑ชน์
4. ใ4ห.๎รใจู๎ หักร้ ทูจ้ ํากั กทาํารกฝามี รือฝมี แือละแฝลึกะฝฝนกึ ใฝหนท๎ ใหาํ ก้ทจิ าํ กกาิจรกตาาํ รงตๆา่ งตๆามตคาวมาคมวเาหมมเาหะมสามะสม
5. ใ5ห.๎รใ๎จู หกั ้รรู้จกั ักษรักาแษลาะแสลํงะเสส่งรเมิ สจราิมรจีตาปรรีตะปเพระณเพี วณัฒี วนัฒธรนรธมรรแมละแคลวะาคมวมาน่ัมคมงัน่ ขคองงขปอรงะปเทระศเชทาศตชิ าติ
หลหกั ลสักูตสรตูลรกู ลเสกู อื เสเสอื รเสมิ รสิมรส้างรท้างักทษักะษชวีะชติ วี ติ
สหอลดักหทคสสี่ลตูลักอ๎อรดสแงตูคหลกรลละับแอ้ ัวกหลปงิชสละกัญาูตกัวับชิชหรสปพี ลาตูาัญชูพกตรพีลเหาเิ สศูกมพาือษเตวเิสเลศัยาสือกูมษแรเเวิลสมลสยัระูกสอื มิแพเรสสลส๎าัฒาํ ือะรงรนพส้าทองาําัฒักงทรกษนอสักาะงาารษชกมดสะีวา๎ัาญชาริตนมีวดไสตติญั า้ดาํไาน๎ใดมงสชตใ้ัญา๎ขๆา่ชมง๎อรข้ ญัขุํนบอ้ๆอรใังบหนุ่งขคังลญใอับคหูกงับคํ ญลแเคณสูกล่ณือแเะะสลลวะโือละิสูกดวูกาเยโสิสมเดจสาือัญยัดมอื แจหแญัหเัดหปนํงหเง่็ํนวชปนชยาหน็า่วตกลตหยิวิจักิวลกําก่ากัิดจแรดก๎วรลแ้วมยระลยรเกตะกพมาเาาพ่ิมตรมรปาเิ่มปทนมกเก่ีรื้อนทคะคห้ือบ่ีรรราหะอุใอทบนงาง่ีุ
หลักสูตรของคล่มู กู ือเสส่งือเสแรตมิ ลํ แะลปะพระัฒเภนาทกจิดกงั รนร้ันมลชูกื่อเสหอื นทํวักยษกะชิจวีกิตรใรนมสถแาลนะศจกึ าํ ษนาวนลกู หเสนอื ํวสยากรอิจงกรชรัน้ มปขรอะถงมลศูกึกเสษือาปแทีตี่ ํล2ะ 129
ประเภทจงึ แตกตํางกัน
แผนการจัดกิจกรรมลูกเสือเสริมสร๎างทักษะชีวิตในคูํมือชุดนี้ ได๎ออกแบบโดยบูรณาการ
กิจกรรมที่เสริมสร๎างทักษะชีวิตเข๎ากับวิธีการลูกเสือ คือการใช๎ระบบหมูํหรือกลุํมยํอย โดยให๎เด็กเป็น
คู่มือส่งเสริมแคลูม่ อืะพสง่ ัฒเสนรมิากแลจิ ะกพรัฒรมนลากกู ิจเกสรือรทมลักูกษเสะชอื ทีวติักษในะชสวี ถติ าในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรือะโเทภทชล้ันูกเปสรือะสถามมญั ศกึ หษลาักปสูตที ร่ี ล5ูกเสือโท 220093
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5
ศนู ยก๑ ลาง และมผี ู๎ใหญทํ าํ หน๎าทีช่ ํวยเหลือและสงํ เสรมิ ใหเ๎ กิดกระบวนการเรียนร๎ูในกลํุม แนะนํา สั่งสอน
และฝึกอบรมใหส๎ ามารถพ่ึงตนเองได๎ มีจติ อาสา รบั ผดิ ชอบตอํ สํวนรวม ยึดม่นั ในคาํ ปฏญิ าณและกฎของ
ลกู เสอื เสริมสรา๎ งคุณคําในตนเอง รวมท้ังใชร๎ ะบบเคร่อื งหมายหรือสญั ลกั ษณท๑ างลูกเสือและเคร่อื งหมาย
วิชาพิเศษ เป็นแรงกระต๎นุ ไปสเูํ ปาฺ หมายในการพฒั นาตนเอง
องค๑ประกอบในการประชุมกอง เน๎นการใช๎ชีวิตกลางแจ๎ง นอกห๎องเรียน ใกล๎ชิดธรรมชาติ
เรียนร๎จู ากการลงมือปฏิบตั ิด๎วยตนเอง เกม และการบริการผ๎ูอ่ืน ซึ่งถือเป็นหัวใจของกิจกรรมลูกเสือทุก
ประเภท โดยกจิ กรรมทใี่ ช๎ แบํงออกเปน็ 5 ประเภท คอื การแสดงออก การรายงานและการสํารวจ การ
วิเคราะห๑และการประเมิน เกมและการแขํงขัน การบําเพ็ญประโยชน๑ การออกแบบกิจกรรมเพื่อให๎
ลูกเสือใช๎กระบวนการกลุํมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ๑ แลกเปล่ียนความคิดความเชื่อ สร๎างองค๑
ความร๎ูและสรุปความคิดรวบยอด รวมท้งั เปดิ โอกาสให๎ลกู เสือได๎ประยกุ ตใ๑ ช๎สิ่งทไ่ี ดเ๎ รียนร๎ูอกี ดว๎ ย
เนือ้ หาสาระในแผนการจดั กิจกรรมแบํงออกไดเ๎ ป็น 3 กลมํุ ประกอบด๎วย
1.กจิ กรรมตามขอ๎ บังคบั ของคณะลูกเสือแหํงชาติ (ไมํรวมกิจกรรมทดสอบเพื่อรับเครื่องหมาย
หรือสัญลักษณ๑ทางลูกเสอื และเครื่องหมายวชิ าพเิ ศษ)
2. กิจกรรมตามข๎อบังคับของคณะลูกเสือแหํงชาติท่ีชํวยเสริมสร๎างทักษะชีวิตด๎านคุณธรรม
จรยิ ธรรม ความภาคภูมใิ จในตนเอง ความรับผดิ ชอบตอํ สวํ นรวม
3.กิจกรรมเสริมสร๎างทักษะชีวิต เพ่ือสร๎างภูมิคุ๎มกันทางสังคมตํอเหตุการณ๑และสภาพปัญหา
ของเดก็ แตลํ ะวยั
สําหรับกิจกรรมลูกเสือตามข๎อบังคับ เพื่อการขอรับเครื่องหมายลูกเสือชั้นพิเศษ และ
เครอื่ งหมายลกู เสอื หลวง ไมไํ ด๎นํามารวบรวมไว๎ในคํูมอื การจัดกิจกรรมลกู เสือชดุ น้ี
คูํมือมีจํานวน 11 เลํม ตามช้ันปีของลูกเสือ 4 ประเภท แตํละเลํม ได๎จัดทําตารางหนํวย
กิจกรรม และแผนการจัดกิจกรรมครบ 40 ช่ัวโมง เพื่อให๎เห็นภาพรวมของการจัดกิจกรรมลูกเสือ
เสริมสร๎างทักษะชีวิตของลูกเสือในแตํละระดับช้ัน และมีหมายเหตุบอกไว๎ในตารางชํองขวาสุด วําเป็น
แผนการจดั กจิ กรรมเสริมสร๎างทักษะชวี ิต
แผนการจัดกิจกรรมประกอบด๎วย จุดประสงคก๑ ารเรยี นร๎ู เนื้อหา สื่อการเรียนรู๎ กิจกรรม การ
ประเมินผล องค๑ประกอบทักษะชีวิตสําคัญที่เกิดจากกิจกรรม และภาคผนวกประกอบแผนการจัด
กิจกรรม (เพลง เกม ใบงาน ใบความร๎ู เร่อื งท่ีเปน็ ประโยชน๑)
ภาพรวมการพัฒนาหลักสูตรลกู เสือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต
1. เริ่มจากการศกึ ษาเอกสาร งานวจิ ยั หลักสตู รลูกเสือไทยและตํางประเทศ รวมท้ังสัมภาษณ๑
ผ๎เู ชีย่ วชาญดา๎ นลกู เสือ
210 คูม่ ือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสือโท ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
204 คู่มอื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สูตรลูกเสือโท
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. สัมมนาครู ผปู๎ กครอง นกั พฒั นาเยาวชน และผเู๎ ชีย่ วชาญด๎านกิจกรรมเดก็ และเยาวชน เพ่ือ
รวํ มกนั ค๎นหาปัญหาจรงิ ของเดก็ แตํละวัย และออกแบบกจิ กรรมที่เหมาะสม
3. จัดทําคูํมือการจัดกิจกรรมลูกเสือเสริมสร๎างทักษะชีวิต 4 ประเภท ได๎แกํ ลูกเสือสํารอง
ลูกเสือสามญั ลูกเสือสามัญรนุํ ใหญํและลูกเสอื วสิ ามญั รวมท้ังสน้ิ 11 เลมํ โดยผาํ นการประเมิน ปรับปรุง
และพัฒนา จนเปน็ ทยี่ อมรับและนําไปใชใ๎ นสถานศกึ ษาจาํ นวนมาก
4. จดั ทําหลักสูตรการฝึกอบรมผ๎ูกํากับลูกเสือสํารอง ลูกเสือสามัญ ลูกเสือสามัญรํุนใหญํและ
ลูกเสือวิสามัญ ขั้นความร๎ูเบื้องต๎น และข้ันความรู๎ช้ันสูง รวม 8 ประเภท โดยได๎รับการอนุมัติจาก
คณะกรรมการบริหารลูกเสือแหํงชาติ ในการประชุม คร้ังท่ี 2/2557 เม่ือวันที่ 22 กันยายน 2557 ให๎ใช๎
เป็นหลกั สูตรการฝึกอบรมผ๎กู าํ กบั ลูกเสอื ของสาํ นักงานลูกเสอื แหงํ ชาติ
5. จดั ทํา คมูํ อื ฝกึ อบรมวิทยากรลูกเสือเสรมิ สร๎างทักษะชวี ิต เพือ่ ขยายผลในการสร๎างวิทยากร
และฝึกอบรมผูก๎ าํ กบั ลกู เสอื ในสถานศึกษาทั่วประเทศ
คมู่ ือส่งเสรมิ แคลู่มอืะพส่งัฒเสนริมากแลิจะกพรัฒรมนลากูกจิ เกสรือรทมลกั ูกษเสะชอื ทวี ติกั ษในะชสวี ถติ าในนสศถึกาษนาศกึ ลษกู าเปสรือะโเทภทชลน้ักู เปสรอื ะสถามมัญศกึ หษลากั ปสตูีทร่ี ล5กู เสือโท 221015
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
ภาคผนวก ข
กจิ กรรมลูกเสือเสริมสรา้ งทกั ษะชีวติ
การจัดกิจกรรมลูกเสือเสริมสร๎างทักษะชีวิตนั้น ยังคงหลักการ และวิธีการของลูกเสือไว๎ ทุก
ประการ แตํเนน๎ การสอดแทรกการเรียนรู๎ทกั ษะชีวิตเพิ่มเข๎าไปดว๎ ยเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค๑ที่รอบด๎าน
และครอบคลุมการดาํ รงชวี ิตในปัจจุบนั
คณุ ค่าของส่ือการเรยี นการสอนประเภทกจิ กรรม
สื่อการเรียนการสอนประเภทกิจกรรม เป็นกระบวนการเรียนการสอนท่ีให๎ผ๎ูเรียนได๎ มีโอกาส
เรยี นรป๎ู ระสบการณต๑ าํ งๆ ด๎วยตนเอง ผาํ นการทํากิจกรรมรํวมกัน ผู๎เรียนได๎เรียนร๎ูจากประสบการณ๑ของ
เพ่ือนในกลํุม ทําให๎สามารถเรียนรู๎ได๎มากข้ึนโดยใช๎เวลาน๎อยลง การออกแบบกิจกรรมจะต๎องกระต๎ุนให๎
ผู๎เรยี นเกิดความสนใจ และรํวมมือในการทาํ กจิ กรรมทก่ี ําหนดใหอ๎ ยาํ งเต็มท่ี จงึ จะ เกิดการเรียนรไ๎ู ดอ๎ ยํางมี
ประสทิ ธภิ าพ ผลท่ีเกดิ ขน้ึ ตอํ ผู๎เรยี นมีดังน้ี
1. สงํ เสรมิ ใหผ๎ ูเ๎ รยี นกล๎าแสดงออกและทํางานรวํ มกบั ผู๎อืน่ ได๎
2. เกดิ ความสนุกสนานเพลดิ เพลิน ซึง่ เปน็ ลกั ษณะเฉพาะของสอ่ื การสอนประเภทกจิ กรรม
3. เปิดโอกาสให๎ผ๎ูเรียนมีสํวนรํวมในการกาํ หนดขอบขําย เนอื้ หา และวตั ถุประสงค๑
4. ผเู๎ รยี นได๎ฝึกฝน พฤติกรรมการเรียนร๎ูท้ังทางด๎านความร๎ู เจตคติ และทักษะ รวมท้ังความคิด
สร๎างสรรค๑ และจินตนาการด๎วย
ประเภทของกิจกรรมลูกเสือเสรมิ สร้างทักษะชวี ิต
เมอ่ื จัดประเภทตามทักษะ/ความสามารถ ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม แบํงออกไดเ๎ ป็น 5 ประเภท คอื
1. กิจกรรมการแสดงออก เปน็ กิจกรรมทเี่ ปดิ โอกาสใหล๎ กู เสือได๎ใช๎ความสามารถในการแสดงออก
แสดงความคิดสร๎างสรรค๑ จินตนาการในรปู แบบตําง ๆ ซึ่งมกั จะเปน็ การจําลองประสบการณ๑ตําง ๆ มาเพื่อ
การเรียนร๎ูได๎งาํ ยและสะดวกขน้ึ หรอื เปน็ ส่ิงที่ใช๎แทนประสบการณ๑จริง เพราะศาสตร๑ตํางๆ ในโลก มีมาก
เกนิ กวาํ ท่จี ะเรียนร๎ูได๎หมดสิ้นจากประสบการณ๑ตรงในชีวิต และบางกรณีก็อยํูในอดีต หรือซับซ๎อนเร๎นลับ
หรือเปน็ อนั ตราย ไมํสะดวกตํอการเรยี นร๎จู ากประสบการณ๑จริง
ตัวอยํางกิจกรรม เชํน
1.1 สถานการณ๑จําลอง เป็นการจัดสภาพแวดล๎อมให๎ใกล๎เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด
เพ่อื ใหผ๎ ู๎เรียนไดฝ๎ ึกฝน แก๎ปัญหาและตดั สินใจจากสภาพการณท๑ ก่ี าํ ลงั เผชญิ อยนํู ้นั แล๎วนาํ ประสบการณแ๑ หงํ
ความสําเร็จไปเป็นแนวทางในการแกป๎ ญั หา
1.2 การสาธติ กระบวนการท่ผี ส๎ู อนชวํ ยใหผ๎ ๎ูเรียนไดเ๎ กดิ การเรยี นร๎ูตามวตั ถุประสงค๑ โดยการแสดง
หรอื กระทาํ ใหด๎ เู ป็นตวั อยําง ให๎ความสาํ คญั กับกระบวนการทัง้ หมดทผี่ ๎ูเรยี นจะต๎องเฝาฺ สังเกตอยูํโดยตลอด
1.3 เลาํ นิทาน
1.4 ละคร หุนํ จาํ ลอง
212 คู่มอื ส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5
206 คูม่ อื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามญั หลกั สูตรลกู เสือโท
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
1.5 เพลง ดนตรี การเคลือ่ นไหวตามจังหวะดนตรี หมายถึง กิจกรรมท่ีเน๎นการใช๎ดนตรีเป็นส่ือใน
การเรยี นรท๎ู ัง้ ในแงํเนอ้ื หาและความบนั เทงิ ผอํ นคลาย และเข๎าถงึ วฒั นธรรมตาํ ง ๆ
1.6 ศลิ ปะ แขนงอน่ื ๆ เชํน การวาดรูป การปน้ั ดนิ เหนยี ว งานหัตถกรรม การรอ๎ ยดอกไม๎
1.7 การโต๎วาที
ฯลฯ
2. กิจกรรมการการสํารวจและการรายงาน เปน็ กจิ กรรมทเี่ นน๎ ใหล๎ กู เสือได๎เรียนรจ๎ู ากความเปน็ จรงิ
/เหตุการณ๑จริง ในชีวิตประจําวัน ผํานประสบการณ๑ตรงด๎วยตนเอง ซ่ึงเป็นรากฐานสําคัญของการศึกษา
เชนํ การทําแผนท่ี การสาํ รวจ หมายถึง การเรียนรูผ๎ าํ นสถานการณ๑จริงด๎วยการลงพ้ืนท่ีสํารวจ และจําลอง
ส่งิ ท่ไี ด๎เรยี นรู๎สแํู ผนท่ี ภาพ หรอื สญั ลกั ษณ๑ เพอ่ื แสดงความคิดรวบยอดของส่งิ ทไ่ี ด๎เรียนร๎นู ้นั
ตัวอยํางกจิ กรรม เชํน
การสัมภาษณ๑ การเป็นผู๎สอ่ื ขําว การทาํ สารคดี การศกึ ษานอกสถานท่ี ชุมชนศึกษา การผลติ ส่อื การทําปูม
ชีวิตบคุ คลตวั อยําง การจัดนิทรรศการ การสอดแนม การสาํ รวจ การทําแผนท่ี การเขียนเรียงความการเลํา
เรอ่ื ง ฯลฯ
3. กจิ กรรมการวิเคราะหแ๑ ละการประเมนิ เปน็ การเรียนรูท๎ ่ีเกิดจากการแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ และ
รวํ มกนั วิเคราะห๑/ประเมิน สิง่ ตํางๆทเี่ กิดขึน้
ตัวอยํางกจิ กรรม เชนํ
การเปรียบเทยี บคุณคาํ การประเมินความเส่ยี ง การทําแผนทค่ี วามคิด ฯลฯ
4. การเลนํ เกมและการแขงํ ขนั
4.1 เกม เปน็ กจิ กรรมท่มี กี ฎกตกิ า และลําดบั ขนั้ ตอน ท่ีเอ้ือให๎ลูกเสือเกิดการเรียนร๎ูผําน
การเลนํ เกม ให๎ข๎อคิดท่สี อดคลอ๎ งกับผลการเรียนร๎ูท่ตี ๎องการ เชนํ เกมกระซบิ เป็นต๎น
4.2 การแขงํ ขนั เปน็ กจิ กรรมที่มีกติกาในการแขํงขัน และมีการตัดสินหาผู๎ชนะ เชํน การ
ตอบปัญหาในเรอ่ื งตาํ ง ๆ เพ่อื กระตนุ๎ ให๎เกดิ ความสนใจใฝรู ม๎ู ากข้นึ ฯลฯ
5. กจิ กรรมบําเพญ็ ประโยชน๑ เปน็ กิจกรรมสรา๎ งสรรค๑ที่เน๎นการฝึกความเสียสละของลูกเสือ ได๎แกํ
การจดั กจิ กรรมการกศุ ล การซํอมของเลํนใหน๎ อ๎ ง การดแู ลทําความสะอาดสถานท่ี การปลูกและดูแลต๎นไม๎
การเกบ็ ผักจากแปลงไปประกอบอาหารเลีย้ งน๎อง ฯลฯ
หลักการออกแบบกิจกรรม
1. การเลอื กประเภทของกจิ กรรม ต๎องสอดคล๎องกับผลการเรยี นรทู๎ ่ตี ๎องการ เชํน
ผลการเรียนรู้ดา้ นพุทธิพสิ ยั มกั เลือกใช๎ กจิ กรรมการวิเคราะหแ๑ ละการประเมิน การรายงาน และ
การแขงํ ขนั ตอบปญั หาในเร่ืองเน้ือหาที่ต๎องการใหเ๎ รียนร๎ู เป็นต๎น
ผลการเรียนรู้ด้านจิตพิสัย มักเลือกกิจกรรมท่ีสร๎างความร๎ูสึกท่ีสอดคล๎องกับผลการเรียนรู๎ที่
ต๎องการ เชํน กิจกรรมการแสดงออก เกม กิจกรรมบาํ เพ็ญประโยชน๑ เป็นตน๎
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะพิสัย ถ๎าเป็นทักษะทางสติปัญญานิยมใช๎กิจกรรมการวิเคราะห๑ และ
ประเมินสวํ นทักษะทางกายภาพ เลอื กได๎เกือบทกุ ประเภท
คมู่ อื ส่งเสริมแคลู่มือะพส่งัฒเสนริมากแลจิ ะกพรฒั รมนลากกู จิ เกสรือรทมลักูกษเสะชอื ทวี ติกั ษในะชสวี ถติ าในนสศถกึ าษนาศกึ ลษกู าเปสรอื ะโเทภทชลันู้กเปสรอื ะสถามมัญศกึ หษลากั ปสตูที ร่ี ล5ูกเสอื โท 221037
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
2. การต้ังประเด็นอภิปราย เพ่ือให๎ลูกเสือได๎รํวมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในเร่ืองที่
สอดคลอ๎ งกบั ผลการเรยี นร๎ูท่ตี อ๎ งการ เชํน
ผลการเรียนรูด้ า้ นพุทธพิ สิ ัย ตัง้ ประเดน็ ให๎ วิเคราะห๑ /สังเคราะห๑ /ประเมิน เน้ือหาที่ต๎องการให๎
ผ๎ูเรยี นเกดิ ความเข๎าใจอยาํ งถํองแท๎ เกดิ ความคิดรวบยอดท่ชี ดั เจน และสามารถนําไปประยุกต๑ใช๎ได๎จรงิ
ผลการเรียนรู้ด้านจิตพิสัย ต้ังประเด็นให๎เกิดการโต๎แย๎งกันด๎วยเหตุผลในเรื่องความคิดความ
เชือ่ ทเี่ ก่ียวข๎องกับเจตคติท่ีต๎องการ เพ่ือให๎สมาชิกแตํละคนได๎มีโอกาสตรวจสอบความคิดความเชื่อของ
ตนเอง ท่แี ตกตํางจากคนอื่น ทําให๎เกิดการปรบั เปลีย่ นความคิดความเช่ือจากการโต๎แย๎งกันด๎วยเหตุผลใน
กระบวนการกลุํม
ผลการเรียนรูด้ า้ นทักษะพสิ ัย ตงั้ ประเด็นให๎เกิดความเข๎าใจอยํางถํองแทใ๎ นข้ันตอนการทาํ ทกั ษะ
นั้น ๆ เชนํ การวิเคราะหค๑ วามครบถ๎วนในการทําตามข้ันตอนของทักษะ การวิเคราะห๑จุดอํอน ท่ีมักจะทํา
ทักษะนั้น ๆ ไมสํ ําเรจ็ เปน็ ต๎น
3. การสรปุ ความคิดรวบยอดและประยุกต๑ใช๎ ทกุ กิจกรรมควรมีการสรุปความคิดรวบยอดท่ีเกิดข้ึน
ให๎ชัดเจน และเปิดโอกาสให๎ได๎ลองประยุกต๑ใช๎ ได๎แกํ
ผลการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ความคิดรวบยอดคือเน้ือหา องค๑ความรู๎ที่ต๎องการให๎เกิดข้ึน
ประยุกตใ๑ ชโ๎ ดยผลติ ซ้ําความคดิ รวบยอดในรูปแบบทีต่ ํางจากเดมิ เชํน การทาํ รายงาน ทาํ สรุปยํอ ฯลฯ
ผลการเรยี นรู้ด้านจิตพิสัย ความคิดรวบยอดไมํมีเนื้อหา แตํเป็นความร๎ูสึกและความคิดความ
เช่ือทีเ่ กิดข้นึ ภายในตวั ผู๎เรียน ประยุกต๑โดยการแสดงออกท่ีสอดคล๎องกับเจตคติท่ีเกิด เชํน การกระทําท่ี
แสดงออกถึงความซื่อสตั ย๑ การกระทําท่แี สดงออกถึงความเป็นสุภาพบุรษุ สุภาพสตรี เป็นต๎น
ผลการเรยี นร้ดู า้ นทกั ษะพิสัย ความคดิ รวบยอดทีเ่ กดิ คอื ความเขา๎ ใจขั้นตอนและทาํ ทกั ษะนน้ั ๆ
ได๎ ประยกุ ต๑โดยการฝึกฝนทักษะนนั้ จนชํานาญ
214 คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5
208 คมู่ ือสง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลักสตู รลูกเสือโท
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ภาคผนวก ค
แนวปฏิบัติการสอบวิชาพิเศษ
ให๎โรงเรยี นดาํ เนนิ การแตงํ ต้ังกรรมการ เพอื่ ดาํ เนินการสอนและสอบวชิ าพเิ ศษ โดยออกคําสัง่
ในนามโรงเรยี น เม่อื ทาํ การสอนแล๎วใหจ๎ ดั สอบภาคทฤษฎี และ ภาคปฏบิ ัติ จากน้นั ให๎ทําเรอื่ งขออนมุ ัติ
ผลการสอบ และขอประดบั เครอ่ื งหมายวิชาพเิ ศษ ไปยงั เลขาธกิ ารคณะกรรมการบริหารลกู เสอื แหํงชาติ
หรอื ผู๎อํานวยการลกู เสือจงั หวดั แลว๎ แตํกรณี ดงั นี้
1. รายช่อื ผ๎เู ขา๎ สอบ
2. ผ๎บู ังคบั บญั ชาลกู เสอื ขออนุญาตสอบวิชาพเิ ศษตํอผอ๎ู าํ นวยการลูกเสือโรงเรียน
3. โรงเรยี นออกคําสงั่ แตงํ ต้งั คณะกรรมการดาํ เนินการสอบ
4. สอบภาคทฤษฎี
5. สอบภาคปฏิบัติ
6. รายชื่อลูกเสอื ที่สอบได๎ - ตก แตํละรายวิชา
7. หนงั สอื ขออนมุ ตั ิผลการสอบและขอประดับเครอื่ งหมายวชิ าพเิ ศษ สงํ ไปยงั สาํ นกั งานลกู เสือ
เขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาเพ่ืออนมุ ตั ิ
8. โรงเรียนออกหนังสอื รับรองให๎กบั ลกู เสอื ตามรายวชิ าทีส่ อบได๎
คู่มอื ส่งเสรมิ แคลมู่ อืะพส่งฒั เสนริมากแลจิ ะกพรฒั รมนลากกู จิ เกสรือรทมลักกูษเสะชือทวี ติักษในะชสีวถิตาในนสศถึกาษนาศกึ ลษกู าเปสรือะโเทภทชลั้นูกเปสรอื ะสถามมญั ศึกหษลากั ปสูตีทร่ี ล5ูกเสือโท 221059
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5
หนังสอื ขออนมุ ตั ผิ ลการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ – เนตรนารี สามัญ
ที่ ุุุุ../ุุุุุุุ. โรงเรยี นุุุุุุุุุุุุ
วนั ท่ีุุ..เดือนุุุุุุุุุ.พ.ศุุุุ
เรื่อง ขออนุมัติผลการสอบวิชาพิเศษลูกเสอื – เนตรนารีสามัญ และประดบั เคร่อื งหมายวิชาพิเศษ
เรียน เลขาธกิ ารคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แหํงชาติ / ผ๎อู ํานวยการลกู เสอื จงั หวดั ุุุุุ..
สงิ่ ที่สงํ มาดว๎ ย 1. คาํ สงั่ แตํงตง้ั คณะกรรมการสอบวิชาพิเศษ
2. รายชอ่ื ลกู เสอื – เนตรนารี ที่สอบวิชาพเิ ศษ
3. ข๎อสอบภาคทฤษฎี
4. ข๎อสอบภาคปฏิบตั ิ
5. โครงการ (ถ๎ามี)
ดว๎ ยโรงเรยี นุุุุุุุุุุุไดท๎ าํ การอบรมและสอบวิชาพเิ ศษ ลกู เสอื – เนตรนารี
สามญั ให๎แกํลกู เสอื สามัญ จํานวน ุุุคน เนตรนารสี ามญั จาํ นวนุุ..คน
รวมทงั้ ส้นิ ุุุุคน ตง้ั แตํวันท่ีุุุุ.เดือนุุุุุุุุพ.ศ. ุุุุุ.ถึง วันท่ีุ..
เดือนุุุุุุุุพ.ศุุุุุ.. โดยทําการสอบวิชาพิเศษ จาํ นวนุุุุ.วิชา ดังน้ี
1. วชิ าุุุุุุุุุุ..
2. วชิ าุุุุุุุุุุ..
3. วชิ าุุุุุุุุุุ..
บัดนี้ คณะกรรมการไดด๎ าํ เนินการสอบวิชาพเิ ศษ ลูกเสอื – เนตรนารสี ามญั เป็นที่เรยี บรอ๎ ยแล๎ว
ดงั รายละเอยี ดทส่ี ํงมาพรอ๎ มนี้
จึงเรยี นมาเพอ่ื ขอไดโ๎ ปรดพิจารณาอนมุ ัตดิ ๎วย จะเปน็ พระคุณยงิ่
ขอแสดงความนับถอื
( ุุุุุุุุุุุุุุ. )
ผูอ๎ ํานวยการโรงเรียนุุุุุุุุุุุุ.
216 คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
210 คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามญั หลกั สูตรลูกเสอื โท
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
โรงเรียนุุุุุุุุุุุุุุ.
รายช่อื ลูกเสอื – เนตรนารีสามัญที่สอบวชิ าพเิ ศษ
ลําดบั ช่อื –นามสกลุ
ิวชาุุุุุ.ุุ
ิวุชาุุุุุุุุุุ.ุุุ
ิวุุชาุุ..ุุุุุุุุุุุุุ.ุุุุุุ
ิิิิิิววววววุุุุุุุุุุุุชชชชชชาาาาาาุุุุุุุุุุุุ............ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ......ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ......ุุุุุุ......
ุุุุ..ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ.ุ.
ุุ..ุุุุุุุุุุุุุุ.ุ.
ุุุุุุุุุุ..
ุุุุุ...ุุ.ุ. ุุ..ุ..ุุุุุุุ ุุุุุ..ุุ.ุุ..
(ุุุุุุุุุุุ..) (ุุุุุุุุุ.) (ุุุุุุุุุุุ..)
กรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการ
คมู่ ือส่งเสรมิ แคลูม่ ือะพสง่ ฒั เสนริมากแลิจะกพรฒั รมนลากูกิจเกสรือรทมลักูกษเสะชอื ทวี ติกั ษในะชสวี ถติ าในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรือะโเทภทชลน้ัูกเปสรอื ะสถามมัญศึกหษลากั ปสูตที รี่ ล5กู เสอื โท 221171
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
คําสั่งโรงเรยี นุุุุุุุุุุุุ..
ท่ีุุุุุุุ./ุุุุุุุ.
เรื่อง แตงํ ตั้งคณะกรรมการสอบวิชาพเิ ศษลูกเสอื – เนตรนารีสามญั
**********************************************
เพ่ือใหก๎ ารสอบวชิ าพเิ ศษลูกเสอื – เนตรนารี สามญั รนํุ ใหญํ จาํ นวนุุุุุ...ุุวิชาของ
โรงเรียนุุุุุุุุุุุุุุุุ.ซง่ึ ดําเนนิ การสอบ ณุุุุุุุุุุุุุุ.
ระหวํางวนั ทีุุุ่.เดือนุุุุุุุ.พ.ศ. ถงึ วนั ทีุุุุ่เดือนุุุุุุุพ.ศุุุุ
เปน็ ไปด๎วยความเรยี บรอ๎ ย และไดผ๎ ลสมความมงํุ หมายทกุ ประการ จึงแตงํ ตัง้ ใหผ๎ ม๎ู ีนามตอํ ไปน้ี เป็น
คณะกรรมการ คอื
1. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. ประธานกรรมการ
2. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. รองประธานกรรมการ
3. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. กรรมการสอบวิชาุุุุุุุุ
4. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. กรรมการสอบวิชาุุุุุุุุ
5. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. กรรมการสอบวิชาุุุุุุุุ
6. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. กรรมการสอบวิชาุุุุุุุุ
7. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. กรรมการสอบวชิ าุุุุุุุุ
8. ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ. กรรมการและเลขานกุ าร
ทัง้ นีต้ ้งั แตบํ ัดน้ีเปน็ ต๎นไป
สัง่ ณ วนั ท่ี ุุุ. เดือน ุุุุุุุุุุุุุุ..พ.ศุุุุุุ.
(ลงชื่อ) ุุุุุุุุุุุุุุุุ..
(ุุุุุุุุุุุุุุุ...)
ผอ๎ู าํ นวยการลูกเสอื โรงเรียนุุุุุุุุุุ.
218 คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื โท ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
212 คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามัญ หลกั สตู รลกู เสอื โท
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
หนงั สอื รบั รองผลการสอบวิชาพิเศษลกู เสือสามัญ
ท่ี ุุุุุุ./ุุุุุุุุ. โรงเรยี นุุุุุุุุุุุุ
วนั ท่ีุุุุเดอื นุุุุุุ..พ.ศุุ...
ขอรบั รองวาํ ุุุุุุุุุุุุุุ.เปน็ ลกู เสอื โรงเรียนุุุุุุุุุุุ
สอบไดว๎ ชิ าพเิ ศษลูกเสอื สามัญรนํุ ใหญํโดยการอนมุ ัติผลการสอบของสาํ นกั งานคณะกรรมการบรหิ าร
ลกู เสือแหํงชาติ ท่ี ุุุุุุ./ุุุุุ.ลงวันที่ ุุุุุุุุุุุุุุุุุุุ
และได๎แนบสําเนาหนงั สืออนุมตั ผิ ลมาดว๎ ยแล๎ว โดยสอบได๎วชิ าพเิ ศษ ดังน้ี
1. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
2. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
3. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
4. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
5. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
6. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
7. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
8. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
9. ุุุุุุุุุุุุุุุุุ
(ลงชื่อ)ุุุุุุุุุุุุุุ.
(ุุุุุุุุุุุุุ)
ุุุุุุุุุุุุุุุุุุ
คมู่ ือส่งเสริมแคลมู่ อืะพสง่ ฒั เสนริมากแลิจะกพรฒั รมนลากูกจิ เกสรอื รทมลักูกษเสะชอื ทวี ิตักษในะชสวี ถติ าในนสศถึกาษนาศกึ ลษกู าเปสรอื ะโเทภทชลันู้กเปสรือะสถามมญั ศึกหษลาักปสตูีทรี่ ล5กู เสือโท 221193
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
การประชุมกองลูกเสอื สามัญ
(1) พธิ เี ปิดประชุมกอง
1. การชักธงขึน้
1.1ผู๎กาํ กับยนื ตรงหน๎าเสาธง หาํ งจากเสาธงประมาณ 3 ก๎าว รองผ๎ูกํากับลกู เสือ
ยนื หลงั เสาธง หํางประมาณ 1 กา๎ ว
1.2 ผกู๎ ํากับเรียกแถว "กอง" พร๎อมกับใช๎สัญญาณมือเรยี กแถวรูปครึ่งวงกลม
(มอื แบทงั้ สองขา๎ งเหยยี ดตรงลงข๎างลาํ ง คว่าํ ฝาู มือเขา๎ หาลาํ ตวั แกวํงประสานกนั ด๎านหนา๎ ชา๎ ๆ เป็นรูป
คร่งึ วงกลม)
1.3 ลูกเสือทุกคนรีบวิ่งมาเข๎าแถวรูปคร่ึงวงกลม (ลูกเสือหมํูแรกยืนด๎านซ๎ายมือ
ของผก๎ู าํ กบั ฯ โดยนายหมหํู มแํู รกยนื เปน็ แนวเดียวกับผู๎กํากับ ฯ หมูํท่ี 2 และหมํูตํอ ๆ ไปอยูํทางด๎าน
ซา๎ ยมอื ของหมํแู รกตามลําดับ รองนายหมขูํ องหมูํสดุ ท๎ายยืนอยูํเปน็ เสน๎ ตรงแนวเดียวกับผู๎กํากับ ฯ และ
นายหมํูหมํูแรก โดยถอื วาํ ผูก๎ ํากบั ฯ เป็นจดุ ศนู ย๑กลาง ทุกคนอยํใู นทําจดั แถว โดยการยกขอ๎ ศอกซ๎ายข้ึน
มือทาบสะโพก นิว้ ทง้ั ห๎าเรียงชิดติดกันช้ีลงลําง และสะบัดหน๎าทางขวา ยกเว๎นรองนายหมํูหมูํสุดท๎าย
ไมตํ ๎องยกข๎อศอกซา๎ ย)
1.4 ผก๎ู าํ กับสั่ง "นิง่ " ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร๎อมกับสะบัดหน๎ามาอยูํในทําตรง
ระยะเคยี งระหวาํ งบุคคล 1 ชวํ งศอก ระยะเคียงระหวาํ งหมูํ 1 ชวํ งแขน
1.5 ผ๎ูกํากับสั่ง "ตามระเบียบ, พัก" (ลูกเสือทุกคนแยกเท๎าซ๎ายออกไปทางข๎าง
ประมาณ 30 เซนติเมตร หรือประมาณเกอื บครงึ่ กา๎ วปกติอยํางแข็งแรงและองอาจ มือขวาท่ีถือไม๎พลอง
ให๎เลื่อน ขึ้นมาเสมอเอว แล๎วดันไม๎พลองไปข๎างหน๎า เฉียงไปข๎างขวาประมาณ 45 องศา มือซ๎ายไพลํ
หลัง โดยมือแบตามธรรมชาตนิ ิว้ เรยี งชดิ ตดิ กัน)
1.6 ผ๎ูกํากับส่ัง "กอง, ตรง" และผ๎ูกํากับก๎าวถอยหลังมายืนทางซ๎ายหรือขวามือ
และหันหนา๎ เขา๎ หาเสาธง ลูกเสอื ทุกคนดึงไม๎พลองเขาหาลําตัว มือขวาอยูํระดับเอว แล๎วเลื่อนมือลงมา
อยูํในทาํ ตรง พรอ๎ มกับยกเท๎ามาชดิ เท๎าขวา
1.7 ผ๎กู ํากบั ส่ัง "หมูบ่ ริการชกั ธงขึ้น" หมูํบริการฝากไม๎พลองไว๎กับคนข๎างเคียง
แลว๎ วิ่งออกไปพรอ๎ มกัน (ลูกเสอื ออกวิง่ ด๎วยเทา๎ ซา๎ ยกอํ น วางปลายเท๎าลงบนพื้น พร๎อมกันนั้นยกมือขึ้น
เสมอราวนมกาํ มือและหันฝูามอื เข๎าหาตวั ยืดอกและศรี ษะต้งั ตรง ขณะว่ิงแกวํงแขนที่งอตามจังหวะก๎าว
ได๎พอสมควร
1.8 ลูกเสือผู๎ชักธงชาติทั้งสองวิ่งออกไปพร๎อมกัน และหยุดยืนตรงหน๎าเสาธง
ประมาณ 3 กา๎ ว วนั ทยหัตถแ๑ ละลดมอื ลงพร๎อมกัน ลูกเสือคนทางขวามือก๎าวไปข๎างหน๎า 2 ก๎าวและชิด
เทา๎ แกเ๎ ชอื กธง แล๎วก๎าวถอยหลงั 2 กา๎ วกลบั มายืนที่เดิม และชิดเท๎ายืนตรง แยกเชือกสํงให๎ลูกเสือคน
ทางซ๎ายมอื (ธงชาตอิ ยูํทางขวามอื ของคนชกั ธงชาตเิ สมอ อยําใหส๎ วํ นหน่งึ สํวนใดของธงชาติแตะพน้ื เป็น
220 คูม่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
214 คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสตู รลูกเสอื โท
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
อันขาด) คนทางซ๎ายมือเป็นคนชักธงชาติ คนทางขวามือเป็นคนปลํอยเชือก ลูกเสือท้ังสองคนยืนตรง
ในขณะท่ีชักธงชาตเิ ชือกทั้งสองดา๎ นตึงตลอดเวลา จนกวําธงชาติจะขึ้นสยูํ อดเสา
1.9 ผู๎กํากับสั่ง "กอง, วันทยา-วุธ" ผู๎กํากับและรองผ๎ูกํากับลูกเสือทุกคน
วันทยหัตถ๑ ลกู เสอื ทุกคนวนั ทยาวธุ (ลูกเสือทําจงั หวะเดยี ว โดยยกแขนซ๎ายขึ้นมาเสมอไหลํ ศอกงอไป
ข๎างหนา๎ ให๎ตง้ั ฉากกับลําตัว ฝาู มอื แบคว่าํ รวบน้วิ หัวแมมํ อื กดทับนิ้วก๎อยไว๎ คงเหลือน้ิวชี้ นิ้วกลาง และ
นิ้วนาง เหยยี ดตรงและชดิ กัน ใหข๎ ๎อแรกของนิว้ ชแ้ี ตะไม๎พลองในรอํ งไหลํขวา
1.10ลูกเสอื หมํบู ริการคนหนง่ึ นาํ ร๎องเพลงชาติ "ประเทศไทยรวมเลือดเน้ือชาติ
เช้ือไทย" ผู๎บงั คับบญั ชาลกู เสอื และลูกเสอื ทุกคนรอ๎ งเพลงพรอ๎ มกัน "เป็นประชารฐั ผไทของไทยทกุ ส่วน….."
จนจบเพลง พอเร่ิมร๎องเพลงชาติให๎ลูกเสือคนทางซ๎ายมือดึงเชือกให๎ธงชาติข้ึนสํูยอดเสาอยํางช๎า ๆ
ให๎เชือกตึง สํวนคนทางขวามือคํอย ๆ ผํอนเชือกให๎ธงชาติขึ้นและเชือกตึงเชํนเดียวกัน ผ๎ูชักธงชาติ
จะต๎องกะระยะวําพอเพลงชาติจบ ให๎ธงชาติถึงปลายเสาพอดี เมื่อเสร็จเรียบร๎อยแล๎วลูกเสือคนทาง
ขวามอื รับเชือกจากลกู เสือทางซ๎ายมือมารวมกนั แลว๎ กา๎ วออกไปข๎างหน๎า 2 ก๎าว และชิดเท๎ายืนตรงผูก
เชือกธง ก๎าวถอยหลงั 2 กา๎ ว และชิดเท๎ากลับ มายืนตรงที่เดิม ลูกเสือทั้งสองยืนตรงวันทยหัตถ๑และลด
มอื ลงพรอ๎ มกนั (ผ๎บู ังคับบัญชาลูกเสือทุกคนลดมือลง) ลูกเสือท้ังสองกลับหลังหัน วิ่งกลับมาเข๎าแถวใน
หมขูํ องตน และรบี นาํ ไม๎พลองทฝี่ ากมาทาํ ทําวนั ทยาวธุ อยําง แขง็ แรงและองอาจเชํนเดยี วกบั ลกู เสือใน
กอง (การก๎าวเขา๎ ไปผกู และแกเ๎ ชอื กธง เรม่ิ ตน๎ ดว๎ ยเทา๎ ซา๎ ย)
1.11ผก๎ู ํากับส่งั "เรยี บ-อาวุธ" ลูกเสอื ทุกคนลดแขนซ๎ายลงมาอยูํในทาํ ตรงโดยเร็ว
2. สวดมนต์
2.1 ผ๎ูกาํ กับส่งั “ถอดหมวก”
2.2 ผู๎กํากับสงั่ "หมบูํ รกิ ารนําสวดมนต"๑ ลกู เสือนาํ ไม๎พลองมาไว๎ระหวํางปลายเท๎า
ทั้งสอง แล๎วพงิ ทํอนบนไวก๎ ับแขนซา๎ ยดา๎ นในซึ่งงอตรงศอกเสร็จแล๎วใช๎มือขวาจับที่หมวกด๎านหน๎าแล๎ว
ถอดหมวก พร๎อมกับยกมือซ๎ายข้ึนมาประกบกับมือขวาในทําพนมมือ ให๎ด๎านในของหมวกหันไป
ทางซ๎าย หน๎าหมวกหันเข๎าหาตัว ให๎หมวกอยูํระหวํางฝูามือทั้งสองและหนีบหมวกไว๎ ผู๎บังคับบัญชา
ทกุ คนถอดหมวกด๎วย
2.2 ลูกเสือหมูํบรกิ ารคนหนง่ึ ทไ่ี ด๎รบั มอบหมาย นําสวดมนต๑ยํอ ผู๎บังคับบัญชาลูกเสือ
และลูกเสือทุกคนสวดมนต๑ตามพร๎อมกัน (สวดนํา) "อรหํ สมมา สมพุทโธ ภควา" (สวดตาม)
"อรหํ สมมา สมพุทโธ ภควา" สวดนาํ และสวดตามจนจบ
3. สงบนิ่ง
3.1 ผู๎กํากับส่ัง "สงบน่ิง" (ลูกเสือลดมือขวาท่ีถือหมวกไปอยํูกึ่งกลางลําตัว
แขนเหยยี ดตรง พรอ๎ มกบั วางฝาู มือซา๎ ยทับลงบนหลงั มอื ขวา ก๎มหนา๎ เล็กน๎อย) สงบนิ่งประมาณ 1 นาที
3.2 ผ๎ูกํากับส่ัง "สวมหมวก" ลูกเสือเงยหน๎าขึ้น สวมหมวก แล๎วใช๎มือขวาจับไม๎
พลอง มาอยํใู นทาํ ตรง
3.3 ผก๎ู ํากบั สง่ั "กอง, ตามระเบยี บ, พกั " ผู๎กํากับกา๎ วเดินไปยืนตรงที่หน๎าเสาธง
เชํนเดิม
คู่มอื ส่งเสริมแคลมู่ ือะพส่งฒั เสนรมิากแลิจะกพรัฒรมนลากูกจิ เกสรือรทมลกั กูษเสะชอื ทีวิตักษในะชสีวถติ าในนสศถกึ าษนาศกึ ลษกู าเปสรอื ะโเทภทชลัน้กู เปสรอื ะสถามมญั ศึกหษลากั ปสตูที ร่ี ล5กู เสอื โท 222115
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
4. ตรวจ
การตรวจมี 2 ประเภท คือ รองผู๎กาํ กบั ตรวจและนายหมํูตรวจ โดยมีข๎อเสนอแนะ
ในการตรวจ ดงั น้ี
ก. ถ๎าเป็นการตรวจในตอนเปิดประชุมกอง จะตรวจในเร่ืองความสะอาด
สุขภาพของราํ งกาย อปุ กรณท๑ ผ่ี ก๎ู ํากบั ส่ังให๎เอามาในการเรียนการสอน
ข. ถ๎าเป็นการตรวจในตอนปิดประชุมกอง จะตรวจเครื่องแบบเครื่องแตํงกาย
เพราะลกู เสอื จะต๎องเดินผํานชุมชน ตลาด หากแตํงตัวไมํเรียบร๎อยอาจจะ
ถูกตําหนแิ กํคนพบเห็นได๎
4.1 รองผู้กากับ
4.1.1 ผู๎กํากับสัง่ "รองผกู้ ํากับตรว เชือก " รองผก๎ู าํ กบั ทกุ คนว่งิ ออกไป
หาผู๎กํากับ วนั ทยหัตถแ๑ ละลดมอื ลง ผกู๎ ํากับรบั การเคารพดว๎ ยวนั ทยหตั ถแ๑ ละลดมือลงเม่อื รองผก๎ู ํากับลด
มือลง (รองผกู๎ ํากับวงิ่ ไปทําความเคารพผกู๎ ํากับกํอนตรวจน้ัน จะต๎องพิจารณาจังหวะให๎ดี อยําทําความ
เคารพพรอ๎ มกัน) รองผู๎กํากับวิง่ ไปตรวจหมลํู กู เสอื ทนั ที
4.1.2 รองผ๎ูกํากับหยุดยืนตรงข๎ามนายหมํู หํางจากนายหมํูประมาณ 3 ก๎าว
นายหมูสํ งั่ "หมู่…..ตรง, วนั ทยา-วุธ" ลูกเสอื ทกุ คนวันทยาวุธ นายหมูํเรียบอาวุธ ก๎าวออกไป 1 ก๎าว
วันทยาวุธ พร๎อมกับกลําวรายงาน "หมู่…..พร้อมที่ ะรับการตรว แล้วครับ" (รองผ๎ูกํากับรับการ
เคารพดว๎ ยวนั ทยหัตถ๑เมื่อนายหมรูํ ายงาน และลดมอื ลงเม่ือรายงานจบ) นายหมํเู รยี บอาวุธ ก๎าวถอยหลัง
1 กา๎ วและชิดเทา๎ มายืนตรงทเี่ ดิม นายหมูวํ นั ทยาวุธและส่งั ลูกเสอื ในหมูํตํอไป "เรียบ-อาวุธ"
4.1.3 รองผ๎กู ํากับก๎าวออกไปข๎างหน๎า 1 กา๎ ว และชิดเทา๎ ตรวจนายหมูเํ ปน็ คนแรก
4.1.4 รองผ๎ูกํากับสั่งนายหมูํ "เดินตามข้าพเ ้า" ตรวจลูกเสือคนแรกและ
คนตอํ ๆ ไป การเดินตรวจ รองผ๎ูกํากับก๎าวเท๎าขวาไปทางข๎างขวา 1 ก๎าว แล๎วชักเท๎าซ๎ายไปชิดอยําง
แข็งแรง กอํ นนายหมํูก๎าวไปทางข๎างขวา ให๎ยกไม๎พลองข้ึนประมาณ 1 คืบ ก๎าวเท๎าขวาไปทางข๎างขวา 1
ก๎าว แล๎วชกั เทา๎ ซ๎ายไปชิดอยาํ งแข็งแรง แล๎วตง้ั ไมพ๎ ลองลงกบั พ้นื ยนื ในแนวเดียวกบั รองผกู๎ าํ กับ ก๎าว 1
กา๎ วตรวจลกู เสอื 1 คน เมื่อตรวจลูกเสือถึงคนสุดท๎ายแล๎ว ให๎นายหมํูลูกเสือและรองผู๎กํากับลูกเสือเดิน
ย๎อนกลับทเ่ี ดิมเหมือนตอนแรก นายหมยํู ืนตรงสั่ง "วนั ทยา-วุธ" และกลาํ ววํา "ขอบคุณครบั " (ยนื อยํกู บั
ท่ีไมํต๎องก๎าวออกไป) รองผ๎ูกํากับรับการเคารพด๎วยวันทยหัตถ๑และลดมือลง นายหมูํสั่งตํอไป
"เรียบ-อาวุธ, ตามระเบียบ, พัก"
4.2 นายหมตู่ รวจ
ในการประชุมกองลกู เสือ บางครงั้ รองผก๎ู าํ กบั ไมมํ าจําเป็นต๎องใหน๎ ายหมตูํ รวจ
แทน แนวปฏิบัติ คือ ผู๎กํากับสั่ง "นายหมู่ตรว " นายหมํูทุกคนก๎าวออกไปข๎างหน๎าหมํูของตนเอง
3 กา๎ ว รองนายหมํูวงิ่ อ๎อมหลังหมํูมายืนแทนทนี่ ายหมํู และทําหนา๎ ท่ีนายหมํู และทําการตรวจแบบรองผู๎
กํากบั ในขอ๎ 4.1.4 โดยทําเหมอื นกับรองผ๎ูกาํ กับทุกประการ
222 คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสือโท ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
216 ค่มู ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสูตรลูกเสอื โท
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
4.3 การรายงานการตรวจ
4.3.1 รองผู้กากบั รายงาน
เมือ่ นายหมลูํ ูกเสือขอบงคณุ รองผกู๎้ ําำ� กบั ภายหลังการตรวจเรียบร๎อยแล๎ว
รองผ๎กู ํากบั กลบั หลังหันทาํ วนั ทยหัตถ๑ พร๎อมกบั กลําวรายงานตํอผ๎กู าํ กับวํา "ข้าพเ ้าได้รับมอบหมาย
ากผกู้ ํากับให้ไปตรว เชอื ก หมู่ ปรากฎวา่ และได้ตักเตอื นแล้ว, ครบั " เสรจ็ แล๎ววงิ่ กลับมา
ดา๎ นหลงั เสาธง รองผูก๎ าํ กับคนตํอไปก็รายงานตํอ ๆ ไป (รองผ๎ูกํากับเม่ือตรวจเสร็จแล๎วให๎รายงาน
ผลการตรวจได๎เลย ไม่ตอ้ งรอให้เสรจ็ ทุกหมกู่ ่อนจงึ คอ่ ยรายงาน)
4.3.2 นายหมู่ลกู เสือรายงาน
เมื่อนายหมูํลูกเสือคนใดตรวจเสร็จแล๎ว ให๎ยืนตรงหน๎าหมูํของตนเอง
โดยหันหนา๎ ไปหาผ๎กู ํากบั และรอใหน๎ ายหมลํู กู เสือทกุ หมูตํ รวจเสร็จเรียบร๎อยเสียกํอน เมือ่ นายหมลูํ กู เสอื
ตรวจเสรจ็ เรยี บร๎อยทกุ หมูํแล๎ว นายหมลูํ ูกเสอื ทุกคนวง่ิ ออกไปเข๎าแถวหน๎ากระดานแถวเด่ียวตรงข๎ามผ๎ู
กํากับพร๎อมกนั หาํ งจากผ๎กู าํ กับประมาณ 3 กา๎ ว นายหมํลู กู เสอื หมบํู รกิ ารยืนหัวแถว นายหมูํลูกเสือหมูํ
อน่ื ๆ เรยี งไปตามลาํ ดบั โดยอยํูในทาํ ตามระเบยี บพัก ผู๎กาํ กับยนื ก่งึ กลางของแถว
ผู๎กํากับส่ัง "นายหมู่รายงาน" นายหมูํลูกเสือหมํูบริการรายงานผลการตรวจเป็นคนแรก
นายหมํูลูกเสือยืนตรง, วันทยาวุธและเรียบอาวุธ ก๎าวออกไปข๎างหน๎า 1 ก๎าว หันหน๎าไปหาผ๎ูกํากับ
วันทยาวุธ พร๎อมกับกลําวรายงาน "ข้าพเ ้าได้รับมอบหมาย ากผู้กํากับให้ไปตรว เชือก หมู่
ปรากฎวา่ และได้แนะนาํ ใหป้ รบั ปรุงแก้ไขแลว้ , ครับ" เม่ือจบการรายงาน นายหมเูํ รยี บอาวุธ ถอย
กลบั เขา๎ ท่ี แล๎วทาํ วันทยาวุธ แลว๎ เรยี บอาวุธ, ตามระเบียบพัก นายหมูํคนอื่น ๆ ให๎ปฏิบัติเชํนเดียวกัน
จนกระท่ังการรายงานผลการตรวจเสร็จเรียบร๎อย ผู๎กํากับส่ัง "กลับท่ีเดิม-ว่ิง" นายหมูํทุกคนทํา
วันทยาวุธและเรียบอาวุธพร๎อมกัน กลับหลังหันมายืนในหมํูของตนเองในตําแหนํงเดิม รองนายหมํูวิ่ง
อ๎อมหลังหมกูํ ลับมายนื ทําหนา๎ ที่รองนายหมตํู ามเดมิ
5. แยก
ผู๎กํากับสั่ง "กอง-ตรง, กอง-แยก" ลูกเสือทุกคนขวาหันแล๎วแยกไปปฏิบัติ
กิจกรรมอืน่ ตอํ ไป
(2) เกม-เพลง
เกมหรือการเลํนของลกู เสอื เปน็ อปุ กรณ๑ท่สี าํ คัญที่สุดอยํางหน่ึงในการฝึกอบรมลูกเสือ
ทุกประเภท ท้ังในทางจิตใจและในการบริหารรํางกาย เกมชํวยพัฒนาเด็กในเรื่องนิสัยใจคอ อารมณ๑ดี
น้ําใจ นักกีฬา การรักหมํูคณะ ความอดทน ระเบียบวินัย และความไมํเห็นแกํตัว ทุ กครั้งท่ีมีการ
ประชมุ กองจะตอ๎ งมีการจดั การให๎เด็กเลนํ เกมเพื่อบริหารรํางกายเป็นการฝกึ อบรมเด็กในทางจิตใจไปใน
ตัว เกมที่ใช๎จะต๎องเลือกเกมที่เหมาะสมตํอวัยของเด็กด๎วย หรือการร๎องเพลงเพื่อเป็นการปลุกใจ
คลายอารมณ๑ กํอให๎เกิดความรําเริงบันเทิงใจ และการร๎องเพลงเป็นเพลงหมูํหรือร๎องพร๎อม ๆ กัน
เพ่ือเป็นการสงํ เสริมความสามคั คี
ค่มู อื ส่งเสรมิ แคลมู่ ือะพสง่ ัฒเสนริมากแลจิ ะกพรัฒรมนลากูกจิ เกสรอื รทมลักกูษเสะชือทีวิตักษในะชสีวถิตาในนสศถึกาษนาศึกลษกู าเปสรือะโเทภทชล้นัูกเปสรอื ะสถามมัญศึกหษลากั ปสูตที ร่ี ล5กู เสอื โท 222137
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
(3) การสอนตามเน้อื หา
ผ๎กู ํากับลูกเสือจะกาํ หนดเน้อื หาตามหลักสตู ร ซ่ึงเขียนเป็นแผนการสอนหรือโครงการสอน
ในแตํละคาบจะกาํ หนดเนื้อหาสาํ หรับเขยี นไวใ๎ นการประชุมกอง การสอนอาจจะสอนเป็นฐาน แล๎วมีการ
เปลยี่ นฐาน โดยกาํ หนดเวลาให๎ อาจจะมี 1 ฐานหรือมากกวําก็ได๎ ขึ้นอยูํกับลูกเสือและความเหมาะสม
ตําง ๆ สํวนเทคนิคการสอนอาจจะเป็นแบบบรรยาย อภิปราย สาธิต หรือปฏิบัติจริง แล๎วแตํเนื้อหาที่
กาํ หนด หรอื อาจจะใหน๎ ายหมสูํ อนภายในหมํตู นเองกไ็ ด๎
การรายงานเพอื่ เขา้ ฝกึ ตามฐาน
การฝกึ ลกู เสอื ตามฐานตําง ๆ นั้น ใหจ๎ ัดฐานแตลํ ะฐานเปน็ วงกลมหรือรูปเหล่ยี มมศี นู ยก๑ ลาง
ระยะทางระหวํางฐานควรเทํากัน เสน๎ ทางการเดินทางใหส๎ ะดวก บางฐานอาจมีเส๎นทางเข๎าสูํฐานไมํต๎อง
ตรงอ๎อมสิ่งปลูกสร๎าง พุํมไม๎ หรือบํอนํ้า ก็จงคํานึงถึงเวลาเดินทางให๎เทํากับฐานอื่น ๆ มิฉะน้ั นแล๎ว
ลูกเสือจะเสยี เวลา เดินทางมาก ไมไํ ดร๎ ับความร๎ใู นฐานนั้นเตม็ ที่
การเคลอื่ นท่ีเขา๎ ฐานนยิ มเคลื่อนโดยเวียนขวา คือ ไปตามเข็มนาฬิกา ฉะน้ัน ผอู๎ ยํปู ระจําฐาน
(วิทยากร) จะต๎องหันหนา๎ เข๎าสจูํ ุดศนู ย๑กลางของวงใหญํ เมอ่ื ลกู เสือฝกึ ครบเวลามีสัญญาณปลํอยตัวแล๎ว
จะเข๎าแถวหนา๎ กระดาน ทาํ ขวาหนั แล๎วเคลือ่ นทีต่ ามนายหมูํได๎เลย
การเข๎าฐานครงั้ ละหลายหมูํ แตํละหมนํู ั้นนายหมํูต๎องรายงานเองทกุ หมูํ แตํรายงานทีละหมํู
มบิ ังควรท่ีจะใหห๎ มูใํ ดหมํหู นง่ึ รายงานรวมหนเดียว เพราะนายหมจูํ ะส่งั การไดเ๎ ฉพาะลกู หมํูตนเองเทําน้ัน
หากมีการเข๎าฐานมากหมูํจนเกินไปจะเสียเวลามาก ก็เปล่ียนการเข๎าฐานแบบวิทยากรเคลื่อนที่ไปหา
ลูกเสือ ซึง่ แบบน้จี ะสามารถมีผแู๎ ทนส่งั เคารพคนเดยี วได๎เสมอื นครเู ข๎าห๎องสอน
1. การรายงานกรณที กุ คนมีอาวุธ
เม่ือนายหมูํนําลูกหมูํไปถึง ผู๎ประจําฐานให๎เข๎าแถวหน๎ากระดาน โดยนายหมํูยืน
ตรงหนา๎ ผปู๎ ระจาํ ฐาน นายหมสํนู งั่ "หม…ู่ ..ตรง, วันทยา-วุธ" เฉพาะนายหมเํู รียบอาวธุ ก๎าวเข๎าไปหา
ผู๎ประจําฐาน 1 ก๎าว ทาํ วนั ทยาวธุ แลว๎ รายงานวํา "หมู่…..พร้อมที่ ะรับการฝึกแล้วครับ" รายงาน
เสร็จทําเรียบอาวุธ แล๎วถอยหลัง 1 ก๎าวเข๎ามาในแถว ทําวันทยาวุธไว๎ให๎เหมือนลูกหมูํ แล๎วสั่ง
"เรียบ-อาวุธ" และสงั่ "ตามระเบียบ-พกั " (ชํวงนว้ี ิทยากรประจําฐานควรสง่ั "พกั แถว" กํอนก็ได)๎
จากนั้นผ๎ูประจําฐานจะเริ่มสอนหรือฝึก ทางท่ีดีผ๎ูประจําฐานควรจะสั่ง "ตรง" และส่ัง
"พักแถว" กํอนจึงเร่ิมสอนก็จะเป็นการเหมาะสมมาก เพราะการสอนน้ันลูกเสือยํอมอยํูในทําพักตาม
ระเบียบไมไํ ด๎
สําหรบั ผู๎ประจาํ ฐานเมอ่ื นายหมูํสงั่ "วนั ทยา-วุธ" กร็ ับการเคารพดว๎ ยวนั ทยหตั ถ๑ และกค็ า๎ ง
อยอํู ยาํ งน้นั จนกวํานายหมํูจะกา๎ วออกมาและรายงานจบ เมอื่ นายหมูํรายงานจบเรยี บอาวุธ ผ๎กู าํ กบั จะลด
มือลงพรอ๎ มกันตอนนี้ (มใิ ชํคอยลดมอื ลงพรอ๎ มลกู เสือในแถว)
224 คูม่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
218 คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลกู เสือสามัญ หลักสูตรลกู เสือโท
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
2. การรายงานกรณมี อี าวธุ เฉพาะนายหมู่
การเข๎าเรยี นตามฐานบางกรณีนั้น เพื่อความสะดวกผ๎กู าํ กบั หรือผู๎สอนวิชาอาจสัง่ ให๎ ลูกเสือ
รวมอาวุธไว๎ ให๎นาํ ตดิ ตัวไปเฉพาะนายหมูํก็ได๎ หรือการเขา๎ คาํ ยพักแรมกรณที ่ีนําอาวุธไปเฉพาะนายหมํู
เพราะไมสํ ามารถนาํ พลอง ไม๎พลอง จํานวนหลายรอ๎ ยอันไปได๎
กรณีนี้นายหมํูส่ัง "หมู่…..ตรง" สําหรับตัวนายหมูํน้ันเม่ือตรงแล๎วให๎ทําวันทยาวุธ-
เรียบอาวุธ กา๎ วเข๎าไปหาผ๎ูประจําฐาน 1 ก๎าว แล๎วทําวันทยาวุธอีก รายงาน เม่ือรายงานจบเรียบอาวุธ
แล๎วถอยหลังเข๎าที่ในแถวอยํูในทําตรงเหมือนลูกหมูํ แล๎วสั่ง "ตามระเบียบ-พัก" ทั้งนี้ ไมํต๎องทํา
วนั ทยาวุธอีกครง้ั เพราะขณะนน้ั อยูํใน ทาํ ตรงเหมอื นลกู หมแํู ลว๎
สาํ หรับผปู๎ ระจําฐาน ให๎รบั การเคารพดว๎ ยวันทยหตั ถ๑ พรอ๎ มกบั ลูกเสือในแถวเคารพด๎วยทํา
ตรง และวันทยหัตถ๑ค๎างอยูํจนกวํานายหมํูจะรายงานจบ จึงเอามือลงพร๎อมกับนายหมํูเรียบอาวุธตอน
รายงานจบ
3. การรายงานกรณีไมม่ อี าวุธท้ังหมด
นายหมูํจะส่ัง "หมู่…..ตรง" เฉพาะนายหมํูนายหมูํเม่ือตรงแล๎วก็ทําวันทยหัตถ๑
ลดมือลง ก๎าวเข๎าไปรายงาน ขณะรายงานก็ทําวันทยหัตถ๑ รายงานวํา "หมู่…..พร้อมท่ี ะรับการฝึก
แล้วครับ" รายงานแล๎วลดมือลงถอยหลังเข๎าไปในแถว อยูํในทําตรงเหมือนลูกหมูํ แล๎วส่ัง
"ตามระเบยี บ-พัก" (ถอยเขา๎ ไปในแถวแล๎วไมํตอ๎ งทาํ วันทยหัตถ๑อีก)
สําหรับผ๎ูประจําฐานให๎รับการเคารพด๎วยวันทยหัตถ๑ ตอนท่ีลูกเสือเคารพด๎วยทําตรง
ทาํ วันทยหัตถ๑คา๎ งไวจ๎ นกวํานายหมจูํ ะรายงานจบและลดมอื ลง จงึ ลดมือลงพรอ๎ มกับนายหมํู
4. การเข้าฐานกรณผี ูป้ ระจาฐานเคลอื่ นท่เี อง
การสอนแบบนี้เหมาะสําหรับมีลูกเสือจํานวนมาก เม่ือแบํงฐานแล๎วจะได๎ฐานละ
หลายหมูํ หากจะให๎ลกู เสือเคลอ่ื นทจี่ ะเสยี เวลามาก จงึ ควรจดั ใหล๎ กู เสอื อยเํู ป็นกลุํม กลุํมละหลาย ๆ หมํู
กรณีน้ีไมํต๎องมีการรายงาน ให๎ทําเหมือนครูเดินเข๎าห๎องสอน เม่ือผ๎ูประจําฐานเข๎าไป
ลูกเสือก็ทําความเคารพ โดยผ๎ูกํากับจะแตํงต้ังหัวหน๎านายหมํูชั่วคราวไว๎เป็นผ๎ูส่ังเคารพ โดยสั่งวํา
"ลกู เสอื -ตรง, วนั ทยา-วธุ , เรยี บ-อาวุธ, ตามระเบยี บ-พัก"
แตํถา๎ ในสนามมีอาวุธเฉพาะนายหมูํ (หลายหมํู) กส็ ั่งวํา "ลกู เสือ-ตรง" เฉย ๆ แตํนายหมูํ
ทุกคนท่มี ีอาวธุ อยํูแลว๎ เมอ่ื ตรงแลว๎ กท็ าํ วนั ทยาวุธ เรยี บอาวุธเองโดยไมมํ ใี ครสงั่
สาํ หรบั ผู๎ประจาํ ฐาน เม่ือเข๎าไปเขาสั่งเคารพกร็ บั การเคารพตามธรรมดา (วันทยหัตถ๑ ลดมือ
ลงเลย เพราะไมํมกี ารรายงาน) จะเหมอื นกับครูเขา๎ สอนในหอ๎ งเรียน
5. การลาฐานเมอื่ หมดเวลา
นายหมูํเป็นผู๎ส่ัง โดยออกคําสั่งวํา "หมู่…..ตรง, วันทยา-วุธ (นายหมํูคนเดียว
กลาํ ววํา "ขอบคณุ -ครบั ") เรียบ-อาวุธ, ขวา-หัน, ตามข้าพเ ้า"
แตํหากมีอาวุธเฉพาะนายหมูํ ก็เพียงสั่ง "หมู่…..ตรง (ตนเองทําวันทยาวุธ แล๎วกลําววํา
"ขอบคณุ ครับ, เรียบอาวธุ ") ขวาหนั , ตามขา้ พเ า้ "
ค่มู ือส่งเสริมแคล่มู อืะพสง่ ัฒเสนรมิากแลจิ ะกพรฒั รมนลากูกิจเกสรือรทมลักูกษเสะชือทีวิตักษในะชสีวถติ าในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรอื ะโเทภทชลั้นกู เปสรอื ะสถามมัญศกึ หษลาักปสูตที ร่ี ล5กู เสอื โท 222159
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
(4) ผกู้ ากบั เลา่ เรื่องส้นั ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
ผูก๎ ํากับควรจะหาเรอ่ื งสั้นหรอื นิทานมาเลําให๎ลูกเสอื ฟัง เพ่อื แทรกคตธิ รรมตําง ๆ โดย
ท่ี ลูกเสือได๎รับไปปฏิบัติโดยไมํรู๎ตัว ทั้งนี้ เพ่ือให๎เกิดความนับถือ ความสนิทสนม ความเป็น กันเอง
เพ่ือใหล๎ กู เสอื เกดิ ความกล๎า ความสามัคคี เกดิ ความรกั ชาติ เสยี สละ กตัญ๒ู
(5) พิธปี ดิ ประชมุ กอง
1. นัดหมาย
1.1 ผูก๎ าํ กบั ยืนตรงหน๎าเสาธง หํางจากเสาธงประมาณ 3 ก๎าว รองผ๎ูกํากับลูกเสือ
ทกุ คนยนื หลังเสาธง หาํ งประมาณ 1 กา๎ ว
1.2 ผกู๎ าํ กบั เรียกแถว ส่งั "กอง" พร๎อมกับใช๎สัญญาณมือเรียกแถวรูปครึ่งวงกลม
(มือแบท้ังสองข๎าง เหยียดตรงลงข๎างลําง คว่ําฝูามือเข๎าหาลําตัว แกวํงแขนประสานกันด๎านหน๎าช๎า ๆ
เป็นรปู ครงึ่ วงกลม)
1.3 ลกู เสอื ทุกคนรีบว่ิงมาเข๎าแถวรูปคร่ึงวงกลม (ลูกเสือหมูํแรกยืนด๎านซ๎ายของ
ผ๎ูกาํ กับลูกเสือ โดยนายหมหูํ มํแู รกยืนอยเูํ ป็นแนวเดียวกับผ๎ูกํากับลูกเสือ หมูํท่ี 2 และหมูํตํอ ๆ ไปอยํู
ทางดา๎ นซ๎ายมือของหมํูแรกตามลําดับ รองนายหมูํของหมํูสุดท๎ายอยูํเป็นเส๎นตรงแนวเดียวกับผู๎กํากับ
ลูกเสือและนายหมหูํ มํแู รก โดยถือวาํ ผก๎ู ํากบั ลกู เสือเป็นจดุ ศนู ยก๑ ลาง ทุกคนอยใูํ นทาํ จัดแถว โดยการยก
ข๎อศอกซ๎ายข้ึนมาทาบสะโพก นิ้วทั้งห๎าเรียงชิดติดกันช้ีลงลําง และสะบัดหน๎าทางขวา ยกเว๎นนายหมูํ
ของหมูแํ รกไมํตอ๎ งสะบัดหน๎า และรองนายหมํูหมูํสดุ ท๎ายไมตํ ๎องยกข๎อศอกซา๎ ย)
1.4 ผู๎กํากับส่งั "นิง่ " (ลูกเสือทกุ คนลดแขนลงพร๎อมกับสะบัดหน๎ามาอยูํในทําตรง
ระยะเคียงระหวํางบคุ คล 1 ชวํ งศอก ระยะเคียงระหวํางหมํู 1 ชวํ งแขน)
1.5 ผ๎ูกํากับสั่ง "กอง, ตามระเบียบ, พัก" (ลูกเสือทุกคนแยกเท๎าซ๎ายออกไป
ทางซา๎ ยประมาณ 30 เซนติเมตร หรอื ประมาณเกือบครึ่งก๎าวปกติอยํางแข็งแรงและองอาจ มือขวาท่ีถือ
ไม๎พลองให๎เล่ือนขึ้นมาเสมอเอว แล๎วดันไม๎พลองไปข๎างหน๎า เฉียงไปข๎างหน๎าประมาณ 45 องศา มือ
ซ๎ายไพลํหลัง โดยตัวมอื แบตามธรรมชาติ นวิ้ เรียงชดิ ติดกนั
1.6 ผูก๎ ํากับนัดหมาย เร่ืองท่ีนัดหมาย คือ เร่ืองท่ีจะต๎องให๎ลูกเสือเตรียมอุปกรณ๑
ในการฝกึ อบรมคร้ังตํอไป เชํน ครั้งตอํ ไปจะฝึกอบรมเร่ืองเงื่อนลกู เสอื เตรียมเชอื ก
2. ตรวจ
สําหรับการตรวจตอนปิดประชุมกองจะตรวจเคร่ืองแบบ เครื่องแตํงกาย
เพราะลกู เสือ จะต๎องเดนิ ผาํ นชุมชน ตลาด ถา๎ หากแตํงตัวไมเํ รียบรอ๎ ยอาจจะถูกตําหนิแกผํ ทู๎ ี่พบเห็นได๎
2.1 รองผ้กู ากับตรวจ
2.1.1 ผ๎ูกํากับสั่ง "รองผู้กํากับตรว เคร่ืองแบบ" รองผ๎ูกํากับทุกคนวิ่ง
ออกไปหาผู๎กํากับ วันทยหัตถ๑ และลดมือลง ผู๎กํากับรับการเคารพด๎วยวันทยหัตถ๑และลดมือลง เม่ือ
รองผกู๎ ํากบั ลดมือลง รองผูก๎ ํากับว่งิ ไปตรวจหมูลํ ูกเสอื ทนั ที
226 คมู่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือโท ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
220 คู่มอื ส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลกั สูตรลกู เสอื โท
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2.1.2 รองผู๎กํากับหยุดยืนตรงข๎ามนายหมํู หํางจากนายหมูํประมาณ 3 ก๎าว
นายหมูํส่งั "หมู่…..ตรง, วันทยา-วุธ" ลูกเสือทุกคนวันทยาวุธ นายหมูํเรียบอาวุธ ก๎าวออกไป 1 ก๎าว
วันทยาวุธ พร๎อมกับกลําววํา "หมู่…..พร้อมท่ี ะรับการตรว แล้วครับ" (รองผ๎ูกํากับรับการเคารพ
ด๎วยวันทยหัตถ๑ เมื่อ นายหมํูรายงานและลดมือลงเม่ือนายหมํูรายงานจบ) นายหมํูเรียบอาวุธ
ก๎าวถอยหลัง 1 ก๎าว และชิดเท๎ากลับมายืนในทําตรง ทําวันทยาวุธ และส่ังลูกเสือในหมํูตํอไป
"เรยี บ-อาวธุ "
2.1.3 รองผู๎กํากับก๎าวออกไปข๎างหน๎า 1 ก๎าว และชิดเท๎า ตรวจนายหมูํเป็น
คนแรก โดยมีขอ๎ เสนอแนะในการตรวจ ดังนี้
การตรวจเคร่ืองแบบ นายหมูํเป็นคนแรกจะต๎องถูกตรวจด๎านหน๎า ซึ่งจะตรวจในเรื่อง
ตํอไปนี้
1) หมวก
ทรงอํอนสีเลือดหมู มีตราหน๎าหมวกรูปตราคณะลูกเสือแหํงชาติ ทําด๎วยโลหะสีทอง
เวลาสวสมวหมมหวมกวกใหต๎ ราหนา๎ หมวกอยเูํ หนอื คิ้วซ๎าย หมวกต๎องมขี นาดเหมาะสมกับศีรษะ และสวมปิดไร
ผมทัง้ หมด
2) เสอ้ื
เป็นเสื้อเช้ิตแขนสั้นสีกากี คอมีปก ผําอกตลอด มีดุมติดตลอด มีสาบที่หน๎าอก เหนือ
กระดุมเม็ดท่ีหนึ่งนับจากคอเสื้อลงมาเล็กน๎อย มีกระเป๋าสองกระเป๋าติดท่ีอกเสื้อทั้งสองข๎าง ก่ึงกลาง
กระเป๋ามีจีบ จีบอยํูในแถวยืนถึงปากกระเป๋า เครื่องหมายนายหมูํมีแถวผ๎าสีเลือดหมํูกว๎าง
1.5 เซเซนนตตเิ มิเมตตรรยายวาเวทเําทก่ารกะเรปะ๋าเปเส๋ าอื้ เส้ือ 22แถแถบบติดตอดิ ยอู่ยริมรูํ ิมกกรระะเปเป๋ า๋าตตาามมแแนนววยยาวกระเป๋ ๋าซ๎้าย กกระเป๋ า๋ มี
ปกรูปมนกลางแหลม เจาะรูรังดุมสําหรับกลัดดุมท่ีติดอยํูที่กระเป๋า บนไหลํมีอินทรธนูสีเลือดหมู
ปลายอินทรธนูมีอักษร "ล.ญ." ปฺายชื่อโรงเรียนเป็นผ๎าโค๎งไปตามตะเข็บไหลํ ติดต่ํากวําไหลํข๎างขวา
1 เซนติเมตร แผํนปฺายบอกชอ่ื กลมุํ กอง ติดอยํูกลางปาฺ ยช่ือโรงเรียน (ตวั ขาวพน้ื แดง) สวํ นเครื่องหมาย
หมํูทําด๎วยผ๎าส่ีเหลี่ยมจัตุรัส ยาวด๎านละ 3.5 เซนติเมตร มีรูปสามเหลี่ยม 2 รูป สีตามสีประจําหมํู
ลูกเสอื สามัญรนุํ ใหญํ ขลิบสีเลือดหมู ตดิ ท่ไี หลเํ ส้ือข๎างซ๎ายใต๎ตะเข็บ 1 เซนติเมตร กระดุมเส้ือกลัดหมด
ผ๎าผูกคอเป็นรูปสามเหล่ียมม๎วนพับตามแนวทะแยงให๎เรียบ ม๎วนเหลือชายประมาณหน่ึง ฝูามือ
ให๎รอยพับอยูํด๎านใน รวบชายผ๎าผูกคอไว๎ด๎านหน๎า แล๎วสวมปลอกตราคณะลูกเสือแหํงชาติ
ให๎ปลอก หํางจากคางระยะ 1 กํามือของตนเอง สายนกหวีดสีเหลืองสวมทับผ๎าผูกคอ เก็บนกหวีดไว๎
กระเปา๋ ซา๎ ย
3) กางเกง
สีกางเกงเชํนเดียวกับเส้ือ ขาส้ันแบบไทย ริมขอบขาหํางจากก่ึงกลางสะบ๎าหัวเขํา
5 เซนติเมตร มีกระเป๋าสองกระเป๋าตรงด๎านหน๎าที่ผํามีซิปซํอนไว๎ข๎างในและรูดซิปเรียบร๎อย เวลาสวม
เอาขอบกางเกงทบั ชายเส้ือ มีหูกางเกงดว๎ ย เขม็ ขดั สนี ํา้ ตาลแกํ หวั เข็มขดั ทําด๎วยโลหะสีทอง ต๎องขัดให๎
สะอาดเปน็ เงาเสมอ มีลายดุนรูปเฟลอร๑เดอลีส๑ประกอบหน๎าอยูํในกรอบชํอชัยพฤกษ๑ ตรงสํวนลํางของ
คมู่ อื ส่งเสริมแคลมู่ อืะพสง่ ัฒเสนริมากแลิจะกพรัฒรมนลากูกิจเกสรอื รทมลักกูษเสะชอื ทีวิตกั ษในะชสีวถติ าในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรือะโเทภทชล้นักู เปสรือะสถามมญั ศึกหษลาักปสตูีทร่ี ล5กู เสือโท 222271
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
กรอบมคี ตพิ จน๑วํา "เสยี ชพี อย่าเสียสัตย์" เวลาคาดเข็มขัดทับขอบกางเกง ไมํปลํอยให๎หัวเข็มขัดห๎อย
ยาน
4) ถุงเทา้
ถุงเท๎ายาวสีกากี มีสายรัดถุงกันยํน เวลาสวมให๎พับขอบอยํูใต๎เขําประมาณ
5 เซนตเิ มตร หรือ 4 น้ิวฝูามือตนเอง ขอบพบั กวา๎ งประมาณ 4 น้ิวฝาู มือตนเอง ลายของถุงเทา๎ ตรง
5) รองเท้า
รองเท๎าสีนา้ํ ตาล ทาํ ด๎วยหนังหรอื ผ๎าใบก็ได๎ แตํไมํมีลวดลาย ห๎ุมส๎น มีเชือกผูกแข็งแรง
และผูกดว๎ ยเงื่อนพริ อด รองเทา๎ หนังสะอาดและขดั เปน็ เงางาม
2.1.4 เม่ือรองผู๎กํากับตรวจด๎านหน๎าเสร็จเรียบร๎อยแล๎ว สั่ง "กลับหลังหัน"
เพือ่ ตรวจด๎านหลงั อีกครงั้ หนึง่ นายหมํูกลบั หลังหัน รองผ๎ูกํากบั ตรวจความเรยี บร๎อยดา๎ นหลัง เชํน เชือก
ผกู รัด หมวกทรงออํ น ผา๎ ผูกคออยตํู รงกลางเส้อื เสือ้ ออกกนนออกกกกาางงเกเกงงหหรรอื อื ไไมมํ ่
2.1.5 เม่ือรองผกู๎ ํากบั ตรวจนายหมดํู า๎ นหลังเสรจ็ เรียบร๎อยแล๎ว รองผ๎ูกํากับ
สง่ั "กลบั หลงั หัน" รองผกู๎ ํากบั สงั่ ตํอไป "เดนิ ตามข้าพเ ้า" ตรวจลูกเสือด๎านหน๎า ตรวจลูกเสือคนแรก
และ คนตํอ ๆ ไป การเดินตรวจรองผู๎กํากับก๎าวเท๎าขวาไปทางข๎างขวา 1 ก๎าว แล๎วชักเท๎าซ๎ายไป
อยํางอยํางแข็งแรง กํอนนายหมํูก๎าวไปทางข๎างขวา ให๎ยกไม๎พลองขึ้นประมาณ 1 คืบ ก๎าวเท๎าขวาไป
ทางข๎างขวา 1 ก๎าว แล๎วชักเท๎าซ๎ายไปชิดอยํางแข็งแรง แล๎วตั้งไม๎พลองลงกับพื้น ยืนในแนวเดียวกับ
รองผู๎กํากับ ก๎าว 1 ก๎าวตรวจลกู เสอื 1 คน การตรวจเหมือนกับการตรวจนายหมํูด๎านหน๎าทุกประการ
ถา๎ เป็นการตรวจในตอนเปดิ ประชุมกอง ตรวจสขุ ภาพราํ งกาย หรืออุปกรณ๑การเรียนการสอน จะไมํเดิน
ออ๎ มหลงั
เมื่อตรวจด๎านหน๎าเสร็จทุกคน แล๎วจึงเดินตรวจด๎านหลังตํอไป การเดินตรวจด๎านหลังให๎
ปฏิบัติเชํนเดียวกับการเดินตรวจด๎านหน๎า การตรวจปฏิบัติเชํนเดียวกับการตรวจนายหมูํ เม่ือตรวจ
ด๎านหลังเสร็จ ทุกคนแล๎ว รองผู๎กํากับและนายหมํูกลับมายืนท่ีเดิมอีกคร้ังหน่ึง นายหมูํยืนตรงสั่ง
"วนั ทยา-วธุ " และกลําววาํ "ขอบคณุ ครบั " (ยืนอยกํู ับท่ีไมํตอ๎ งกา๎ วออกไป) รองผู๎กาํ กบั รบั การเคารพ
ด๎วยวันทยหัตถ๑และลดมือลง นายหมูํสง่ั ตํอไป "เรยี บ-อาวุธ, ตามระเบียบ-พัก"
2.2 นายหมู่ตรวจ
ในการประชมุ กองลูกเสอื ในบางครง้ั รองผก๎ู ํากับไมํมาจําเป็นให๎นายหมูํตรวจแทน
แนวปฏิบัติ คือ ผ๎ูกํากับสั่ง "นายหมู่ตรว " นายหมํูทุกหมูํก๎าวออกไปข๎างหน๎าหมูํของตนเอง 3 ก๎าว
รองนายหมูวํ ิ่งอ๎อมหลังมายืนแทนท่นี ายหมูํ และทําหน๎าท่ีนายหมํู และทําการตรวจแบบรองผู๎กํากับทุก
ประการ
2.3 การรายงานการตรวจ
2.3.1 รองผกู้ ากับรายงาน
เมื่อนายหมํูขอบคุณรองผู๎กํากับ ภายหลังการตรวจเรียบร๎อย แล๎ว
รองผก๎ู ํากับกลบั หลังหนั ทาํ วันทยหตั ถ๑ พร๎อมกับกลําวรายงานวํา "ข้าพเ ้าได้มอบหมาย ากผู้กํากับ
228 คมู่ ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือโท ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
222 ค่มู ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสอื สามญั หลักสตู รลูกเสือโท
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
ให้ไปตรว …..หมู่…..ปรากฏว่า…..และได้ตักเตือนเรียบร้อย, ครับ" เสร็จแล๎วว่ิงกลับมาด๎านหลัง
เสาธง รองผ๎กู าํ กบั คนตอํ ไปกร็ ายงานตอํ ๆ ไป
2.3.2 นายหม่รู ายงาน
นายหมูํลูกเสือคนใดตรวจเสร็จแล๎ว ให๎ยืนตรงหน๎าหมูํของตนเอง
หันหน๎าไปหาผู๎กํากับ และรอให๎นายหมูํทุกหมูํตรวจเสร็จเรียบร๎อยเสียกํอน เม่ือนายหมูํตรวจเสร็จ
เรียบร๎อยแลว๎ นายหมูํทุกคนว่ิงออกไปเขา๎ แถวหนา๎ กระดานแถวเดย่ี วตรงขา๎ มผกู๎ ํากับพร๎อมกัน หํางจาก
ผ๎ูกํากับประมาณ 3 ก๎าว นายหมูํหมูํบริการยืนหัวแถว นายหมํูอ่ืน ๆ เรียงไปตามลําดับ ผู๎กํากับยืน
ก่งึ กลางของแถว
ผูก๎ าํ กับสั่ง "นายหมู่รายงาน" นายหมํูหมํบู รกิ ารรายงานการตรวจเป็นคนแรก นายหมํูยืนตรง
วันทยาวุธ และเรียบอาวุธ ก๎าวออกไป 1 กา๎ ว หันหน๎าไปหาผู๎กํากับ วันทยาวุธ พร๎อมกับกลําวรายงาน
"ข้าพเ ้าได้รับมอบหมาย ากผู้กํากับให้ไปตรว เคร่ืองแต่งกายหมู่…..ปรากฏว่า…..และได้
แนะนาํ ให้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว, ครับ" นายหมูํคนอื่น ๆ ให๎ปฏิบัติเชํนเดียวกัน จนกระทั่ง
การรายงานผลการตรวจเสร็จเรียบร๎อย ผู๎กํากับส่ัง "กลับท่ีเดิม-วิ่ง" นายหมูํทุกคนวันทยาวุธและ
เรียบอาวธุ พร๎อมกนั กลบั หลังหนั ว่งิ กลบั มายนื ในหมขูํ องตนในตาํ แหนงํ เดมิ รองนายหมํวู ่งิ ออ๎ มกลับหลัง
มายืนทาํ หน๎าทร่ี องนายหมํูตามเดมิ
3. ชักธงลง
3.1 ผู๎กํากบั สง่ั "กอง, ตรง" ผูก๎ าํ กบั กา๎ วถอยหลงั มายนื ทางขวามอื หรอื ซ๎ายมือ หัน
หนา๎ เข๎าหาเสาธง
3.2 ผ๎ูกํากับส่ัง "หมู่บริการชักธงลง" ลูกเสือที่เป็นหมูํบริการฝากไม๎พลองกับ
ลูกเสือ คนถัดไป ว่ิงออกมาพร๎อมกันและหยุดยืนตรงหน๎าเสาธง หํางจากเสาธงประมาณ 3 ก๎าว
วนั ทยหตั ถ๑และลดมอื ลงพร๎อมกนั ลูกเสือทางขวามือก๎าวออกไปข๎างหน๎า 2 ก๎าวและชิดเท๎า แก๎เลือกธง
แลว๎ ก๎าวถอยหลัง 2 ก๎าว และ
3.3 ผู๎กํากับสั่ง "กอง, วันทยา-วุธ" ผู๎บังคับบัญชาลูกเสือวันทยหัตถ๑ ลูกเสือทุกคน
วันทยาวธุ ลกู เสอื ผ๎ูชกั ธงชาติลงทางขวามือ คํอย ๆ ดงึ เชือกลงชา๎ ๆ คนทางซ๎ายมอื คอํ ย ๆ ปลํอยเชือก
เชือกทง้ั สองด๎านตงึ ตลอดเวลาขณะชักธงชาตลิ ง เม่ือชักธงชาตลิ งเสร็จเรียบร๎อยแล๎ว ลูกเสือทางขวามือ
รบั เชือกจาก ลูกเสือทางซา๎ ยมือมารวมกนั กา๎ วไปขา๎ งหนา๎ 2 ก๎าว และชิดเท๎า ผูกเชือกธง แล๎วก๎าวถอย
หลงั 2 กา๎ ว และชดิ เทา๎ กลับมายืนตรงที่เดิม ลูกเสือท้ังสองยืนตรงทําวันทยหัตถ๑และลดมือลงพร๎อมกัน
(ผ๎บู ังคับบัญชาลูกเสือทกุ คนลดมือลง) กลับหลังหันวง่ิ กลบั มาเข๎าแถวในหมํขู องตน แล๎วรีบนําไม๎พลองท่ี
ฝากไว๎มาทําวันทยาวุธอยํางแขง็ แรงและองอาจเชํนเดยี วกับลกู เสอื ในกอง
3.4 ผก๎ู ํากบั ส่งั "เรยี บ-อาวุธ" ลกู เสือทกุ คนลดแขนซ๎ายลงมาอยํูในทีเ่ ดิมโดยเร็ว
4. เลิก
4.1 ลูกเสือทุกคนเม่อื เรยี บอาวุธแลว๎ ก็ยังยืนอยํูในทาํ ตรง
4.2 ผูก๎ าํ กับส่ัง "กอง, เลิก" ลูกเสือทั้งหมดทําวันทยาวุธ และเรียบอาวุธ ขวาหัน
พรอ๎ มกัน เดินออกนอกแถว
คู่มอื ส่งเสรมิ แคลู่มอืะพสง่ ัฒเสนรมิากแลิจะกพรัฒรมนลากูกจิ เกสรอื รทมลกั กูษเสะชอื ทวี ิตกั ษในะชสีวถิตาในนสศถึกาษนาศกึ ลษกู าเปสรอื ะโเทภทชล้ันกู เปสรอื ะสถามมญั ศกึ หษลาักปสตูที รี่ ล5ูกเสอื โท 222293
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
การประชมุ นายหมูล่ ูกเสือสามัญ
ที่ประชมุ
การจดั ท่ีประชุมนายหมูํ
1. ห๎องประชมุ ในห๎องประชมุ จัดให๎มโี ต๏ะหมูบํ ูชา มพี ระพุทธรปู ธงชาตแิ ละพระบรมฉายาลักษณ๑
ของพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัวรัชกาลปัจจุบัน กับมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎า
เจา๎ อยํูหัวองค๑พระผพ๎ู ระราชทานกาํ เนดิ ลกู เสือไทย และรูปของลอรด๑ เบเดน เพาเวลล๑
2. โต๏ะประชุม ควรจัดให๎มีเก๎าอี้ประชุมตามจํานวนของนายหมํู และจัดท่ีนั่งเป็นพิเศษสําหรับ
ผูก๎ ํากบั หรือรองผก๎ู าํ กบั ที่จะเขา๎ ประชุมดว๎ ยในฐานะท่ีปรึกษา โดยจดั ใหน๎ ง่ั อยูํทางซา๎ ยของประธาน
3. การจดั ทน่ี ง่ั จะตอ๎ งกําหนดไว๎ใหท๎ ราบ โดยมีการเขียนปาฺ ยหรอื เคร่อื งหมายแสดงไว๎ ณ ท่ีน้ัน ๆ
เชํน ประธาน เลขานกุ าร หมูสํ งิ โต หมเูํ สือ หมํูนกหวั ขวาน ฯลฯ และผกู๎ ํากบั ลกู เสอื
4. ผูเ๎ ข๎าประชมุ
- นายหมํูทุกหมูํ ถา๎ นายหมไูํ มอํ ยํใู ห๎รองนายหมเํู ขา๎ ประชมุ แทน
- ผ๎ูกํากับลูกเสอื ถ๎าผก๎ู าํ กับไมํอยใํู หร๎ องผก๎ู าํ กบั เขา๎ ประชุมแทน
- ผทู๎ รงคณุ วุฒิที่กองลกู เสอื เชิญมาเพอ่ื แนะนาํ การเปน็ ครัง้ คราว
- การเลอื กประธานและเลขานุการ
5. การเข๎าห๎องประชุม เลขานุการจะเป็นผู๎เข๎ากํอนแล๎วจึงเชิญนายหมูํตําง ๆ เข๎าห๎องประชุม
จนถึงประธานและที่ปรึกษาเข๎าเป็นคนสุดท๎ายผ๎ูที่เข๎าประชุมกํอนที่จะเข๎าน่ังจะต๎องไปไหว๎พระพุทธรูป
(ยกเว๎นผ๎ูท่ีนับถือศาสนาอื่น มิใชํศาสนาพุทธ ให๎แสดงความเคารพตํอธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ๑ได๎เลย)
และแสดงความเคารพตํอธงชาติ และพระบรมฉายาลักษณข๑ องพระบาทสมเด็จพรยหูํ วั ตามลําดบั เสยี กอํ น
โดยวิธีวนั ทยหัตถ๑ แลว๎ จึงไปน่ังยงั ที่ของตน (ยกเว๎นประธานจะต๎องจุดธูปเทยี นและกราบท่หี นา๎ พระ)
6. การเปิดประชมุ เปน็ หนา๎ ท่ีของประธานที่จะกลาํ วเปดิ โดยลุกข้นึ ยนื หนั หนา๎ เข๎าสูํที่ประชุมยื่น
มอื ขวาออกไปข๎างหนา๎ ทาํ มมุ ประมาณ 45 องศา แขนเหยียดตรงแสดงรหัสของลูกเสอื แล๎วกลาํ ววาํ “บัดนี้
สมาชิกของทปี่ ระชุมได๎มาครบองค๑ประชุมแล๎ว ข๎าพเจ๎าขอเปิดการประชุม ขอให๎สมาชิกท้ังหลายได๎ใช๎
สิทธิและเสรีภาพของทํานโดยเสรีใน การประชุมและขอให๎ถือวําการประชุมนี้เป็นความลับไมํเปิดเผย ”
เม่ือประธานกลาํ วจบแลว๎ ลดมือลงมาแสดงรหสั สมาชิกทีเ่ ข๎าประชุมยนื พร๎อมกนั พร๎อมกับยกมือขวาขึ้น
แสดงรหสั ลูกเสอื แบบให๎คําปฏญิ าณของลูกเสอื แล๎วกลาํ วพรอ๎ มกันวํา “ขา๎ พเจา๎ จะถือวําการประชุมน้ีเป็น
ความลับ เวน๎ ไว๎แตํจะได๎รบั ความเห็นชอบจากท่ปี ระชมุ ” เสร็จแล๎วประธานนั่งลง สมาชิกน่ังลงพร๎อมกัน
จากนน้ั จงึ ใหด๎ าํ เนินการประชุมตามระเบียบวาระตอํ ไป
7. การพูดในที่ประชุม กํอนพูดต๎องยกมือขออนุญาต เมื่อประธานอนุญาต จึงจะพูดได๎
(และจะตอ๎ งพดู กับประธานทกุ คร้งั ) เมอ่ื เวลาพดู ให๎นง่ั ไมตํ ๎องยืน
8. การนัดหมายเรยี กประชมุ เปน็ หน๎าท่ีของเลขานุการที่จะแจง๎ นดั หมายไป
9. การจัดระเบียบวาระการประชุมนายหมูํ เป็นหน๎าท่ีของเลขานุการโดยประสานงานกับ
ประธาน
230 คู่มือสง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื โท ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
224 คู่มือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามญั หลักสตู รลกู เสือโท
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
10. เรอ่ื งที่จะจัดเข๎าวาระการประชุมนายหมํู ควรเป็นเร่ืองท่ีเก่ียวกับหน๎าท่ีความรับผิดชอบใน
กองลกู เสือของตน, จัดทํากําหนดการฝกึ อบรม, การอยคูํ ํายพกั แรม, การเงนิ , การลงโทษ, การใหร๎ างวัล,
และการแกป๎ ญั หาตําง ๆ ฯลฯ เป็นตน๎
11. รายงานการประชุมของนายหมํู ผ๎ูเข๎ารํวมประชุมจะต๎องถือเป็นความลับ ไมํควรเปิดเผย
เว๎นแตํจะไดร๎ บั ความเหน็ ชอบจากท่ีประชมุ
12. การจดรายงานการประชุม เปน็ หนา๎ ทขี่ องเลขานุการจะต๎องเป็นผ๎ูจดและจัดทํารายงานการ
ประชุมบันทกึ ลงในสมดุ และสําเนาแจ๎งให๎ผเ๎ู ข๎าประชุมทราบ
13. ผูด๎ ํารงตาํ แหนํงประธานที่ประชุมนายหมํู เป็นบุคคลที่ผู๎กํากับแตํงต้ังจากนายหมูํท่ีนายหมูํ
สํวนมากเห็นชอบดว๎ ย
14. เลขานกุ ารของทีป่ ระชุม ประธานทป่ี ระชุมเป็นผแู๎ ตงํ ต้ังจากนายหมโูํ ดยใหน๎ งั่ อยทํู างซ๎ายของ
ประธาน (เลขาฯ จะเป็นผู๎เผชิญนายหมูํเข๎าท่ีประชุมนายหมํูทีละคนจนถึงประธานแล๎วจึงเชิญผู๎กํากับฯ
เปน็ คนสดุ ทา๎ ย) เลขาฯมสี ิทธ์ิแสดงความคดิ เห็นได๎แตไํ มมํ ีสิทธอิ อกเสียงลงคะแนนและมตขิ องท่ีประชมุ ฯ
15. ผู๎กํากับลูกเสือ ท่ีประชุมไมํมีสิทธิออกเสียงในท่ีประชุม แตํมีสิทธิยับย้ังการกระทําใด ๆ
ท่ีผ๎ูกํากับฯ เหน็ วําถา๎ จะปลอํ ยให๎ทําไปตามขอ๎ ตกลงของทป่ี ระชมุ แล๎ว อาจกํอให๎เกดิ ผลเสียหายขน้ึ ได๎
16. การปดิ ประชุม ประธานจะลุกขึ้นยืนหนั หน๎าเขา๎ สูํทีป่ ระชมุ ยน่ื มอื ขวาออกไปข๎างหน๎าทํามุม
ประมาณ 45 องศา แขนเหยียดตรงแสดงรหัสของลูกเสือ แล๎วกลําววํา “ข๎าพเจ๎าขอปิดการประชุม”
เมื่อประธานกลาํ วจบใหน๎ ายหมํูทุกคนลุกข้นึ ยืนทาํ วันทยหตั ถแ๑ กํประธาน (ประธานทําวนั ทยหตั ถ๑ตอบ)
17. การออกจากหอ๎ งประชมุ ตามลาํ ดับดังนี้ คือ ทป่ี รึกษา, ประธาน และนายหมํู (โดยปฏิบตั ิพิธี
การเชํนเดยี วกบั การเขา๎ หอ๎ งประชมุ ) เลขานุการเป็นคนสุดทา๎ ย
คูม่ อื ส่งเสรมิ แคลู่มอืะพส่งฒั เสนรมิากแลิจะกพรฒั รมนลากูกิจเกสรอื รทมลกั กูษเสะชอื ทีวติกั ษในะชสวี ถติ าในนสศถกึ าษนาศึกลษกู าเปสรอื ะโเทภทชลั้นูกเปสรอื ะสถามมญั ศึกหษลาักปสตูีทรี่ ล5กู เสอื โท 223215
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
(ตัวอย่างระเบียบวาระการประชมุ )
ระเบยี บวาระการประชมุ นายหมู่
ครัง้ ท.ี่ ....... / ........
วันท.ี่ ..........เดอื น........................พ.ศ. ........... ณ ................................................
...................................................................
วาระท่ี 1 เรอ่ื งทปี่ ระธานจะแจ๎งใหท๎ ราบ (ถา๎ มี)
วาระที่ 2 เรือ่ งรับรองรายงานการประชุม ครงั้ ท่ี...................../ .....................
วาระท่ี 3 เรื่องท่สี บื เนอ่ื งจากการประชุมครงั้ กอํ น (ถ๎ามี)
วาระท่ี 4 เร่อื ง...................................... (เป็นเรื่องท่ีจะประชมุ พจิ ารณากนั ในการประชุม ถ๎ามหี ลาย
เรอื่ ง กใ็ สํ วาระท่ี 5 ท่ี 6 จนหมดเรื่องที่จะนาํ มาประชมุ ) วาระท่ี 5 เรือ่ งอืน่ ๆ (ถ๎ามี)
วาระที่ 5 หรอื วาระอนั ดับสุดทา๎ ยน้ีเป็นวาระทกี่ ําหนดสาํ หรบั เรื่องท่ีจะมีขน้ึ ภายหลงั ทไ่ี ดก๎ ําหนด
ระเบยี บวาระไปแล๎ว จะไดน๎ ํา มาเข๎ามาพูดในทป่ี ระชมุ ได๎
232 คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื โท ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
226 คู่มอื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสอื สามญั หลักสูตรลูกเสือโท
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
(ตัวอย่างบันทึกรายงานการประชมุ )
บันทกึ รายงานการประชมุ นายหมู่
ครั้งท่.ี ..................../ .....................
วันที.่ ..........เดือน........................พ.ศ. ...........
ณ ....................................................
.......................................
ผเู๎ ข๎ารวํ มประชุม 1. ..................................
2. ..................................
3. ..................................
ฯลฯ
ผไ๎ู มมํ าประชมุ (ถ๎ามี)
เปดิ ประชมุ เวลา....................... น.
ประธานกลําวเปดิ การประชมุ แลว๎ ดาํ เนินการประชมุ ตามระเบยี บวาระตอํ ไป
วาระท่ี 1 เรือ่ ง.........................................
ประธานเสนอวํา ทีป่ ระชมุ
(มมี ตหิ รอื ตกลงอยํางไร)
ฯลฯ
ปดิ ประชุมเวลา........................ น.
(ลงชื่อ)..................................ผูจ๎ ดรายงานการประชมุ
ท่ีประชมุ รบั รองรายงานการประชุมนีแ้ ล๎ว
(ลงชอ่ื )..................................ประธาน
(ลงชือ่ )..................................นายหมํู หมํ.ู ................
(ลงช่ือ)..................................รองนายหมูํ หมู.ํ ...........
ฯลฯ
ค่มู ือส่งเสริมแคลมู่ อืะพส่งฒั เสนริมากแลจิ ะกพรัฒรมนลากกู ิจเกสรอื รทมลักูกษเสะชอื ทีวติักษในะชสวี ถติ าในนสศถกึ าษนาศกึ ลษกู าเปสรือะโเทภทชล้ันูกเปสรอื ะสถามมญั ศกึ หษลากั ปสตูีทรี่ ล5กู เสือโท 223237
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5